ห น า | 51 เมือ่ อา นเรอ่ื งนอ้ี ยางวเิ คราะหก็จะตอ งใหความคิดตดิ ตามประเดน็ ตางๆ ตัวละครในนิทานเรือ่ งนีม้ ีใครบาง มีลักษณะนิสัยอยางไร ตัวละครแตละตัวไดกระทําสิ่งใดบาง ทําอยางไร ผลของการกระทําเปนอยางไร ทําไมสัตวทัง้ 4 จึงสาบานรวมกันวาจะไมฆาสัตวและบําเพ็ญตนเปนฤๅษีอยูใ นปาเพราะเหตุใดสัตวทัง้ 4 จึงบริจาคทานไมเหมือนกัน ทําไมพราหมณจึงนํากระตายไปไวบนดวงจันทรเพียงตัวเดียว หากพระอินทรนําสัตวทัง้ 4 ไปไวบนดวงจันทรเราจะเห็นรูปของสัตวทัง้ 4 บนดวงจนั ทรทงั้ หมดหรอื ไม
52 | ห น า เร่ืองท่ี 4 มารยาทในการอาน และนสิ ัยรักการอา น การอานอยางมีมารยาทเปนเรือ่ งทีจ่ ําเปนและสําคัญ เพราะการอานอยางมีมารยาทเปนเรือ่ งการประพฤติปฏิบัติอยางมีวินัย และรับผิดชอบ รวมทัง้ การมีจิตสํานึกและแสดงถึงความเจริญทางดานจติ ใจทค่ี วรยดึ ถือใหเปน นสิ ัยมารยาทในการอาน คําวา มารยาท หมายถึง กิรยิ า วาจาทเ่ี รยี บรอย หรือการกระทําทีด่ ีงาม ผูอ านทีด่ ีตองมีมารยาททด่ี ใี นการอา นดงั ตอไปน้ี 1. ไมสง เสยี งดังรบกวนผูอื่น 2. ไมทําลายหนังสือ โดย ขดู ลบ ขดี ทับ หรือฉีกสว นทีต่ องการ 3. เมือ่ คัดลอกเนือ้ หาเพื่ออางอิงในขอเขียนของตน ตองอางอิงแหลงทีม่ าใหถูกตองตามหลักการเขียนอางอิงโดยเฉพาะงานเขียนเชิงวิชาการ 4. เมื่ออานหนังสอื เสร็จแลว ควรเก็บหนังสือไวที่เดิม 5. ไมควรอานเรื่องที่เปนสวนตวั ของผอู ืน่ 6. อานอยางตั้งใจ และมีสมาธิ รวมท้งั ไมท าํ ลายสมาธิผูอ นื่ 7. ไมใ ชสถานทอ่ี านหนงั สอื ทาํ กิจกรรมอยา งอ่ืน เชน นอนหลบั รับประทานอาหารนสิ ยั รักการอาน การทีบ่ ุคคลใดบุคคลหนึง่ จะมีนิสัยรักการอานไดจะตองไดรับการฝกฝนมาตัง้ แตเด็กๆ แตก็มิใชวาเมือ่ โตเปนผูใหญแลวจะไมสามารถสรางนิสัยรักการอานได ทัง้ นีเ้ ราจะตองสรางบรรยากาศสภาพแวดลอ มท่ีเอ้ือใหเดก็ ๆ หนั มาสนใจการอา นดงั น้ี 1. อา นหนงั สอื ทต่ี นเองชอบ จะทําใหอานไดอยางตอเนอ่ื ง และไมเบอ่ื หนา ย 2. ทําตนใหเปนผูใฝร ู 3. การอานจะตองมีสมาธิเพื่อจับใจความของเรื่องที่อานได 4. เรม่ิ อานหนังสอื จากระยะเวลาสนั้ ๆ กอ น แลว คอ ยๆ กาํ หนดเวลาเพิม่ ขึ้น 5. การอานจะตองมีสมาธิเพื่อจับใจความของเรื่องที่อานได 6. จัดตารางเวลาสําหรับการอานหนังสือเปนประจําทุกวันใหเกิดความเคยชินจนเกิดเปนนิสยั รกั การอา น
ห น า | 53 กจิ กรรม บทท่ี 3 การอา นกจิ กรรมท่ี 1 ใหผ เู รยี นตอบคาํ ถามตอไปน้ี 1. การอานในใจมีจุดมุงหมายอยางไร …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………… 2. การอานออกเสียงมีลักษณะอยางไร …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ………………………………………………… 3. จงยกตัวอยางการอานออกเสียงที่เปนทางการมา 5 ตวั อยาง …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………กจิ กรรมที่ 2 การจับใจความสําคัญ คือการอานอยางไร …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………กิจกรรมที่ 3 สือ่ อิเลก็ ทรอนกิ สช ว ยใหเ กิดการเรียนรตู ลอดชวี ิตไดแกอ ะไรบาง …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………กิจกรรมท่ี 4 การอานอยางไร จึงจะเรยี กวา เปน การอานวเิ คราะหว จิ ารณ
54 | ห น า …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………กิจกรรมที่ 5 ผูอานที่ดี ควรมีมารยาทอยางไร …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………
ห น า | 55บทท่ี 4 การเขยี นสาระสําคัญ การเขียน เปนทักษะสําคัญหนึ่งในทักษะทัง้ สี่ของรายวิชาภาษาไทย คือการฟง อาน เขียนและพูดการเขียนหนังสือใหไดดีจะเปนพืน้ ฐานในการเรียนรูและการนําเสนอผลการเรียนรูใ นเรื่องตางๆ ไดดี ทําใหความรูขยายไปอยางกวางขวาง ผูเ รียนจึงควรไดรูจ ักและฝกฝนการเขียนประเภทตางๆผลการเรยี นทค่ี าดหวงั ผเู รยี นสามารถ 1. เลือกใชภาษาในการนําเสนอตามรูปแบบของงานเขียนประเภทรอยแกว และรอ ยกรอง ไดอยางสรางสรรค 2. ใชแผนภาพความคิด จัดลําดับความคิดกอนการเขียน 3. แตงบทรอยกรอง ประเภทกลอนส่ี กลอนสภุ าพ 4. เขียนบทรอยแกว ประเภทประวตั ติ นเอง อธิบายความ ยอความ ขาว 5. เขียนรายงานการคนควา สามารถอางอิงแหลงความรูไดถูกตอง 6. กรอกแบบรายการตางๆ 7. ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาทในการเขียน และการจดบันทึกอยางสม่ําเสมอขอบขา ยเนอ้ื หาเรอ่ื งที่ 1 หลักการเขียน การใชภาษาในการเขียนเร่ืองท่ี 2 หลักการเขียนแผนภาพความคิดเรือ่ งท่ี 3 การเขียนเรียงความและยอความเรอ่ื งท่ี 4 การเขยี นเพอ่ื การสือ่ สารเรือ่ งที่ 5 การสรางนิสัยรักการเขียนและการศึกษาคนควา
56 | ห น าเรือ่ งท่ี 1 หลักการเขยี น การใชภาษาในการเขียนหลกั การเขยี น การเขียนเพือ่ สือ่ ความหมายใหผูอ ื่นเขาใจตามตองการนัน้ มีความจําเปนตองระมัดระวังใหมากเกีย่ วกับการใชภาษา ควรใชถอยคําที่คนอาน อานแลวเขาใจทันที เขียนดวยลายมือทีช่ ัดเจนอานงายเปนระเบียบและผูเ ขียนจะตองใชภาษาใหถูกตองตามหลักการเขียน ใชคําใหเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลดวย จงึ จะถอื วาผูเขยี นมหี ลักการใชภ าษาไดด มี ีประสิทธภิ าพ การเขยี นมหี ลกั ที่ควรปฏิบัตดิ ังตอไปนี้ 1. เขยี นใหช ดั เจน อานงาย เปน ระเบยี บ 2. เขียนใหถ กู ตอ ง ตรงตามตวั สะกด การนั ต วรรณยกุ ต 3. ใชถ อยคาํ ท่สี ภุ าพ เหมาะสมกับกาลเทศะ และบุคคล 4. ใชภาษาที่งายๆ ส้ันๆ กะทดั รัด สื่อความหมายเขาใจไดดี 5. ใชภ าษาเขียนทด่ี ี ไมควรใชภาษาพูด ภาษาโฆษณาหรือภาษาที่ไมไดมาตรฐาน 6. ควรใชเครื่องหมายวรรคตอนใหถูกตอง เชน เวน วรรค ยอ หนา ฯลฯ 7. เขยี นใหส ะอาดตัวอยาง ขอความการเขียนชองซายมือมีขอบกพรองอยางไร พรอ มขอ วิจารณ ขอ ความทเ่ี ขียน ขอ วิจารณ1. ความรักโคถึก 1. เขยี นไมช ดั เจน อานเขาใจยาก ควรเขียน ใหช ดั เจนวา “ความรักเหมือนโคถึก”2. ชีวิตของฉันมีหมานํา 2. ใชคาํ ไมส ุภาพในภาษาพดู สนุ ขั3. หมอเดก็ ยังไวใจไมได 3. คําขีดเสนใตเขาใจยาก ควรเปน “หมอคน น้นั ยงั เด็กอยยู ังไวใจไมไ ด4. คนกนิ กลว ย แขกรอ นจนตาเหลอื ก 4. แบงวรรคไมถูก ควรเปน “คนกนิ กลว ยแขกรอ นจนตาเหลอื ก
ห น า | 575. นายมาเปนไขโปงดับอนาถ 5. ใชสํานวนสือ่ มวลชน ควรแกไขเปน \"นายมาถูกยิงถึงแกกรรมแลว\"การใชภาษาในการเขียน การใชภาษาในการเขียน มีหลักการเขยี นดังน้ี 1. เขียนใหอา นงาย และเขาใจงาย 2. เขียนตรงตามตัวสะกด การนั ต วรรณยุกตใ หถูกตอ ง เชนพรามณ เขยี นผดิ ควรเปน พราหมณโจษจรรย เขยี นผิด ควรเปน โจษจนัอฒั จรรยเขียนผดิ ควรเปน อฒั จนั ทรหนา รกั เขยี นผิด ควรเปน นารักโนต เขยี นผิด ควรเปน โนต3. เขยี นใหไ ดใ จความชัดเจน ไมว กวน เขาใจยาก เชนเขามารับประทานขาวเย็น ควรแกเ ปน เขามารับประทานขาวมื้อเย็นทน่ี เี่ สมอ ที่น่เี สมอจะทําอะไรก็ทําเสียหมด ควรแกเ ปน จะทําอะไรก็เสียหายหมดคนน้ีมือแขง็ เหลือเกิน ควรแกเ ปน คนน้ีมอื แข็งไมนมุ เลย4. ใชภาษางายๆ สน้ั กะทดั รัด ไดใ จความ ไมเขียนเยนิ่ เยอ ฟุมเฟอ ยเกินความจําเปน เชนรัฐบาลไดทําความตกลงเรื่องขายขาวกับประเทศในยุโรปแลว (ผิด)รัฐบาลตกลงเรื่องขายขาวกับประเทศในยุโรปแลว (ถกู )การขัดแยงกันและกันจะนํามาซึ่งการแตกความสามัคคี (ผิด)การขดั แยงกันทําใหแตกความสามัคคี (ถกู )ชาวนามีการตกลงกันเรื่องราคาขาวกับโรงสีแลว (ผิด)ชาวนาตกลงเรื่องราคาขาวกับโรงสีแลว (ถกู )
58 | ห น า 5. ใชภาษาใหถูกตองตามแบบแผน หลีกเลี่ยงใชคําหรือสํานวนมาปะปนกับภาษาตางประเทศหรือภาษาที่ใชในสื่อมวลชน เชน เขามีสไตลในการพดู ที่เอก็ ไซตมาก (ไมด ี) เขามลี ีลาในการพูดสนกุ ต่นื เตนมาก (ดี) เธอไปกรงุ เทพฯ โดยรถทัวรปรับอากาศ (ไมด ี) เธอโดยสารรถประจําทางปรับอากาศไปกรุงเทพฯ (ดี) กิจการคาของเธอเจงเพราะแชรลม (ไมด ี) กิจการคาเธอลมเพราะมีปญหาเงินนอกระบบ (ด)ี 6. ใชถ อ ยคาํ ที่สภุ าพไพเราะ เหมาะสม มคี วามหมายดี หรอื ใชภ าษาเขยี นปนภาษาพดู ฉันถูกหมาขบหลายแผล (ไมด ี) ฉันถูกสุนัขกดั หลายแผล (ดี) หมูที่บานฉันโปรดรําขาวมาก (ไมด )ี หมูที่บานฉันชอบรําขาวมาก (ดี) พี่สาวฉันออกลูกที่โรงพยาบาล (ไมด )ี พสี่ าวฉันคลอดลูกที่โรงพยาบาล (ดี)
ห น า | 59 เร่อื งท่ี 2 หลกั การเขยี นแผนความคดิ แผนภาพความคิด เปนการแสดงความรู ความคิดโดยใชแผนภาพในการนําความรูห รือขอเท็จจริงมาจัดเปนระบบ สรางเปนภาพหรือจัดความคิดรวบยอด นําหัวขอเรื่องใดเรือ่ งหนึง่ มาแยกเปนหัวขอยอยและนํามาจัดลําดับเปนแผนภาพ เชน เมือ่ ผูเ รียนอานหนังสือเรือ่ งใดเรือ่ งหนึ่ง หรือฟงเรือ่ งใดเรือ่ งหนึง่ มา ก็นําขอมูลความรูเ รื่องราวตางๆ มาจัดเปนแผนภาพความคิด เราอาจใชภาพความคิดในการเตรียมการอาน เตรียมการเขียนใชพัฒนาความรู ในการใหเหตุผล ใชจัดขอบเขตสิ่งท่ีจะตองเขียนหรือใชรวบรวมความรูที่ตองการแนวคิดเกี่ยวกบั แผนภาพความคิด 1. เราใชแผนภาพความคิด เมือ่ เราพบวาขอมูล ขาวสารตางๆ อยูก ระจัดกระจาย นําขอมูลตางๆ นั้นมาเชื่อมโยงเปนแผนภาพความคิด ทําใหเกิดความเขาใจเปนความคิดรวบยอด 2. แผนภาพความคิดจะจัดความคิดใหเปนระบบ รวบรวมและจัดลําดับขอเท็จจริง นํามาจัดใหเ ปน หมวดหมู หรอื ทีเ่ รยี กวา แผนภาพเปน ความคดิ รวบยอดทช่ี ดั เจนจนเกดิ เปน ความรใู หม 3. การนําความคิดหรือขอเท็จจริงมาเขียนเปนแผนภาพ จะทําใหจําเรือ่ งราวตางๆ ไดงายขึน้ดีกวาการอานตําราหลายๆ เร่ือง เพราะหนังสือบรรยายดวยตัวอักษร แตแผนภาพจัดเรื่องราวเปนเครื่องหมาย หรือเปนภาพ ทําใหจ ําเรอ่ื งราวไดแมน ยาํ ข้นึ 4. แผนภาพความคดิ จะใชภ าษาผังทเี่ ปน สญั ลักษณและคําพูดมาสรา งแผนภาพ ทําใหเกิดการเรียนรูดวยตนเอง เปนการเรียนโดยยึดผูเ รียนเปนสําคัญ การจัดทําแผนภาพความคิด ผูเรียนจะตองอาศัยการฟง การพูด การอาน การเขียน และใชความคิดรวบรวมความรู ขอเท็จจริง มาจัดทําแผนภาพเปน การเสรมิ แรงการเรยี น ทําใหการเรียนรูมีความหมายมากขึ้นรูปแบบของแผนภาพความคิด มี 4 รปู แบบ คือ 1. รูปแบบการจัดกลุม รูปแบบนี้จะยึดความคิดเปนสําคัญ และจัดกลุมตามลําดับความคิด รวบยอด ยอ ยเปนแผนภาพ มักเขยี นเปนแผนภาพกิง่ ตวั อยางเรอื่ งสิง่ แวดลอ ม
60 | ห น า 2. รูปแบบความคิดรวบยอด รูปแบบนี้จะมีความคิดหลักและมีขอเท็จจริงที่จัดแบงเปนระดับชัน้ มาสนับสนุนความคิดหลัก เชน การกลาวถึงลักษณะการบรรยาย การรวบรวมปญหา การแกป ญ หา การเปรียบเทียบเปนรูปแบบความคิดรวบยอด ดังตัวอยางตอ ไปน้ี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233