แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าพื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ปกี ารศกึ ษา 2563 จดั ทำโดย นายบรรจบ ชูมก ตำแหน่ง ครวู ทิ ยฐานะครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นธีรกานทบ์ า้ นโฮ่ง ตำบลบา้ นโฮง่ อำเภอบา้ นโฮ่ง จังหวัดลำพูน
แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าพ้ืนฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ปกี ารศึกษา 2563 จดั ทำโดย นายบรรจบ ชูมก ตำแหนง่ ครวู ิทยฐานะครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นธีรกานทบ์ า้ นโฮ่ง ตำบลบ้านโฮง่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพนู ผา่ นการตรวจพิจารณาและอนมุ ตั ใิ หใ้ ชจ้ ดั การเรยี นรใู้ นสถานศกึ ษาได้ ลงช่อื ...............................................ผูอ้ นมุ ัติ (............................................) ตำแหนง่ ............................................................. วันที่...........เดือน.......................พ.ศ..................
วิสยั ทศั น์ โรงเรยี นธรี กานท์บา้ นโฮ่ง เป็นองค์กรพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี นตามมาตรฐานสากล บนพ้นื ฐานความ เปน็ ไทย พันธกิจ 1. จัดการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานของโรงเรียนและมาตรฐานสากล และ พฒั นาขดี ความสามารถของ ผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ บนพ้ืนฐานความเปน็ ไทย 2. พัฒนาและส่งเสริมให้ผเู้ รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม มีคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ มจี ิตสาธารณะ พฒั นาคณุ ภาพชีวิต สืบสานประเพณีและวฒั นธรรมไทย โดยยึด หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3. จัดสภาพแวดลอ้ ม แหล่งเรียนรู้ ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น นวตั กรรมและสอ่ื เทคโนโลยที ีท่ ันสมยั เออ้ื ต่อการเรยี นรู้ 4. พัฒนาระบบการบรหิ ารจัดการ โดยใช้หลกั การบริหารเชิงระบบและการมีสว่ นร่วม 5. สรา้ งเครือข่ายในการพฒั นาคุณภาพการศึกษา 6. พัฒนาบุคลากรให้มคี ุณภาพสู่สากล โดยม่งุ เนน้ ดา้ นภาษาอังกฤษและการใช้เทคโนโลยี เป้าประสงค์ 1. ผูเ้ รยี นเป็นคนดี มคี ุณภาพ และเปน็ พลโลกทด่ี ี 2. สถานศึกษามีสภาพแวดล้อม แหลง่ เรียนรู้ ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน นวตั กรรมและเทคโนโลยี ทีเ่ ออื้ ตอ่ การเรียนรู้ 3. สถานศกึ ษามีระบบการบรหิ ารจัดการ โดยใชห้ ลักการบรหิ ารเชงิ ระบบและการมสี ่วนร่วม 4. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มสี มรรถนะในการปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 5. มีเครือขา่ ยในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา กลยุทธ์ของโรงเรยี นธีรกานท์บ้านโฮ่ง 1. ส่งเสริมกระบวนการการจัดการเรยี นรู้เทยี บเคียงมาตรฐานสากล 2. ส่งเสริม พฒั นาบคุ ลากรใช้ภาษาอังกฤษและสื่อเทคโนโลยี เพ่ือการจดั การเรยี นรูแ้ ละการบริหาร| 3. พฒั นาการบรหิ ารจดั การเชงิ ระบบและการมสี ่วนร่วม 4. ยกระดับคุณภาพการศกึ ษา โดยใชก้ ารวจิ ัย ส่อื เทคโนโลยี นวัตกรรมและการบรหิ าร| 5. ส่งเสริมการใชแ้ หล่งเรยี นรู้ ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ในการจดั การเรยี นรูโ้ ดยยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6. พฒั นาความรว่ มมือเครือข่ายในการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน มงุ่ พฒั นาผู้เรยี นให้มีคณุ ลกั ษณะพึงประสงค์ เพอ่ื ให้ สามารถอย่รู ่วมกบั ผู้อน่ื ในสงั คมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี 1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2 ซ่ือสัตยส์ ุจริต 3 มวี ินัย 4 ใฝ่เรียนรู้ 5 อยู่อยา่ งพอเพยี ง 6 ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 7 รกั ความเปน็ ไทย 8 มีจิตสาธารณะ นอกจากน้ีโรงเรียนธีรกานท์บา้ นโฮ่งได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมใหส้ อดคล้องกบั บรบิ ทและจดุ เน้นของตนเอง คือ จรยิ ะดี มวี นิ ยั ใฝศ่ กึ ษา เดน่ กีฬา สามคั คี ข้อคดิ และนโยบายของโรงเรียน (ลงชอ่ื ) ................................................................. (นายจรัส คำอา้ ย) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นธีรกานท์บา้ นโฮง่
ตวั ชวี้ ัดและสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี ๑ การดำรงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึก ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดล้อมเพอ่ื การดำรงชีวิตและครอบครวั สาระท่ี ๒ การอาชีพ มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจ มีทกั ษะทีจ่ ำเป็น มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยเี พ่ือ พฒั นาอาชีพ มคี ณุ ธรรม และมเี จตคติทีด่ ตี ่ออาชพี
ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระท่ี ๑ การดำรงชีวิตและครอบครวั มาตรฐาน ง ๑. ๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจติ สำนึก ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และสิ่งแวดลอ้ ม เพอ่ื การดำรงชวี ติ และครอบครัว ชัน้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ม. ๒ ๑. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อ • การแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนาการทำงาน พัฒนา การทำงาน เช่น ๒. ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา - การจดั และตกแต่งบ้าน ในการทำงาน - การดูแลรกั ษาและตกแตง่ สวน ๓. มีจิตสำนึกในการทำงานและใช้ - การจัดการผลผลติ ทรัพยากรในการปฏิบัติงาน อย่างประหยดั และคมุ้ ค่า • การทำงานโดยใชก้ ระบวนการแก้ปญั หา เช่น - การเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และ บรกิ าร เคร่ืองดมื่ - การเลี้ยงสัตว์ - การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุ ในโรงเรยี น หรือ ทอ้ งถิ่น - การติดต่อสื่อสารและใช้บริการกับหน่วยงาน ตา่ งๆ
สาระท่ี ๔ การอาชีพ มาตรฐาน ง ๔. ๑ เขา้ ใจ มที ักษะท่จี ำเปน็ มี ประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใชเ้ ทคโนโลยี เพ่อื พัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ดี่ ตี ่ออาชพี ม. ๒ ๑. อธบิ ายการเสริมสรา้ งประสบการณ์ • การจัดประสบการณ์อาชีพ อาชพี - สถานการณแ์ รงงาน ๒. ระบุการเตรยี มตัวเขา้ สอู่ าชีพ - ประกาศรับสมคั รงาน ๓. มที กั ษะพนื้ ฐานท่จี ำเป็นสำหรบั การ - ความรคู้ วามสามารถของตนเอง ประกอบอาชีพที่สนใจ - ผลตอบแทน • การเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ - การหางาน - คณุ สมบัตทิ ่จี ำเปน็ • ทกั ษะทจ่ี ำเป็นตอ่ การประกอบอาชีพ - ทกั ษะกระบวนการทำงาน - ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา - ทักษะการทำงานร่วมกัน - ทักษะการแสวงหาความรู้ - ทกั ษะการจัดการ
ระบบการเรียนรโู้ รงเรียนธีรกานทบ์ า้ นโฮ่ง ๖๓ วก.1 แบบบันทกึ การวิเคราะห์หลกั สูตร (ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ กบั ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้) มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ มาตรฐาน ง ๑. ๑ เขา้ ใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการ แกป้ ัญหา ทักษะการทำงานร่วมกนั และทักษะ การแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และลักษณะนสิ ัยในการ ทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และส่งิ แวดล้อม เพ่อื การ ดำรงชวี ิตและครอบครวั มฐ. ง.๑.๑ ม.๒/๑, ๓ ๑. ความหมายและความสำคัญของงานในชวี ติ ประจำวนั ๒. การเลือกใช้ ดูแลรกั ษาเส้อื ผา้ และเครื่องแต่งกาย มฐ. ง.๑.๑ ม.๒/๒, ๓ ๑. ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หาในการทำงาน ๒. การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบริการเครื่องด่มื ๓. การเล้ยี งสตั ว์ ๔. การประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแตง่ จากวัสดุในโรงเรยี นและท้องถนิ่ ๕. การตดิ ต่อสื่อสารและการใช้บริการกับหนว่ ยงาน มาตรฐาน ง ๔. ๑ เข้าใจ มีทกั ษะที่จำเป็นมีประสบการณ์ ๑. การสรา้ งเสรมิ ประสบการร์อาชีพ เหน็ แนวทางในงานอาชีพใช้เทคโนโลยี ๒. เตรยี วตัวเขา้ สู่อาชีพ เพ่อื พฒั นาอาชพี มคี ุณธรรม และมี เจตคตทิ ด่ี ตี อ่ อาชีพ มฐ. ง.๒.๑ ม.๒/๑, ๒, ๓
ระบบการเรียนรโู้ รงเรียนธีรกานทบ์ ้านโฮง่ ๖๓ การกำหนดตวั ช้ีวดั ชว่ งชน้ั / ตัวชี้วดั รายภาค มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั ชว่ งชัน้ / ตวั ชีว้ ดั รายภาค มาตรฐาน ง ๑. ๑ เข้าใจการ ภาคเรียนที่ 1 ทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มี ทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ ๑. ใชท้ กั ษะการแสวงหาความรู้เพอื่ พฒั นา การทำงาน การจัดการ ทักษะกระบวนการ ๒. ใชท้ กั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทำงาน แก้ปญั หา ทกั ษะการทำงาน ๓. มีจิตสำนกึ ในการทำงานและใช้ทรัพยากรในการปฏบิ ัตงิ าน รว่ มกัน และทกั ษะ การแสวงหา ความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะ อย่างประหยัดและคุม้ ค่า นสิ ยั ในการทำงาน มีจิตสำนึกใน การใช้พลังงาน ทรัพยากร และ สง่ิ แวดล้อม เพ่ือการดำรงชวี ิต และครอบครวั มาตรฐาน ง ๔. ๑ เขา้ ใจ ๑. อธิบายการเสริมสร้างประสบการณ์อาชพี มที กั ษะทีจ่ ำเป็นมปี ระสบการณ์ ๒. ระบุการเตรียมตัวเขา้ สอู่ าชีพ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใช้ ๓. มีทักษะพนื้ ฐานที่จำเป็นสำหรบั การประกอบอาชีพที่สนใจ เทคโนโลยเี พื่อพัฒนาอาชีพ มี คณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ด่ี ีตอ่ อาชพี
ระบบการเรยี นร้โู รงเรยี นธรี กานท์บา้ นโฮ่ง ๖๓ วก.2 แบบวิเคราะหค์ วามสัมพันธก์ ารออกแบบหน่วยการเรียนรู้ (ความสมั พันธข์ องตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ และสาระการเรียนร)ู้ ตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ ๑. ใช้ทักษะการแสวงหาความรู้เพอ่ื พฒั นา การ ๑. ความหมายและความสำคัญของงานในชีวิต ทำงาน ประจำวนั ๒. ใช้ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงาน ๒. การเลอื กใช้ ดูแลรักษาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ๑. ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทำงาน ๓. มีจติ สำนกึ ในการทำงานและใชท้ รพั ยากรในการ ๒. การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ าร ปฏบิ ตั งิ านอยา่ งประหยัดและคมุ้ ค่า เครอ่ื งดื่ม ๓. การเลย้ี งสตั ว์ ๔. การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแตง่ จากวสั ดุใน โรงเรยี นและทอ้ งถ่ิน ๕. การติดตอ่ สอ่ื สารและการใช้บริการกบั หนว่ ยงาน ๔. อธิบายการเสรมิ สร้างประสบการณ์อาชีพ ๑. การสรา้ งเสริมประสบการรอ์ าชพี ๕. ระบุการเตรยี มตวั เข้าสู่อาชพี ๒. เตรยี วตัวเข้าสอู่ าชพี ๖. มที ักษะพน้ื ฐานท่จี ำเป็นสำหรบั การประกอบ อาชพี ทสี่ นใจ
ระบบการเรยี นรู้โรงเรียนธรี กานท์บ้านโฮง่ ๖๓ การจัดทำหนว่ ยการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชวั่ โมง) ๑ การแสวงหาความรเู้ พอ่ื พฒั นาการ ๑๐ ทำงาน ๒ กระบวนการแกป้ ัญหาในการ ๑๘ ทำงาน ๘ ๓ การอาชีพ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐาน ง ๑. ๑ เข้าใจการ ๑. ใช้ทกั ษะการแสวงหาความรู้ ๑. ความหมายและความสำคัญของ ทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ เพอ่ื พัฒนา การทำงาน งานในชีวติ ประจำวัน มที ักษะกระบวนการทำงาน ๒. ใชท้ ักษะกระบวนการ ๒. การเลือกใช้ ดแู ลรกั ษาเสอ้ื ผา้ และ ทกั ษะ การจัดการ ทักษะ แกป้ ญั หาในการทำงาน เคร่อื งแต่งกาย กระบวนการแก้ปญั หา ทักษะ ๓. มีจติ สำนึกในการทำงาน ๓. ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการ การทำงานรว่ มกัน และทักษะ และใช้ทรพั ยากรในการ ทำงาน การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม ปฏบิ ตั ิงาน ๔. การเตรยี ม ประกอบ จดั ตกแตง่ และลกั ษณะนสิ ยั ในการ อย่างประหยดั และคุ้มค่า และบริการเคร่อื งดืม่ ทำงาน มีจติ สำนึกในการใช้ ๕. การเลีย้ งสัตว์ พลงั งาน ทรัพยากร และ ๖. การประดษิ ฐข์ องใช้ ของตกแต่งจาก สิง่ แวดล้อม เพ่ือการ วัสดใุ นโรงเรียนและทอ้ งถิน่ ดำรงชีวติ และครอบครัว ๗. การติดต่อสอื่ สารและการใช้บริการ กบั หนว่ ยงาน มาตรฐาน ง ๔. ๑ เข้าใจ ๑. อธบิ ายการเสรมิ สร้าง ๑. การสรา้ งเสรมิ ประสบการรอ์ าชพี มที กั ษะทจี่ ำเปน็ มี ประสบการณ์ ประสบการณ์อาชพี ๒. เตรยี วตวั เขา้ สู่อาชีพ เหน็ แนวทางในงานอาชีพใช้ เทคโนโลยเี พือ่ พัฒนาอาชีพ ๒. ระบุการเตรียมตัวเข้าสู่ มีคณุ ธรรม และมีเจตคติทีด่ ี ต่ออาชีพ อาชพี ๓. มีทกั ษะพนื้ ฐานทจี่ ำเปน็ สำหรับการประกอบอาชีพที่ สนใจ
ง22101 การงานอาชีพ รายวิชาพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ คำอธิบายรายวิชา ศึกษาการแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการจัดและตกแต่งบ้าน การดูแลรักษาและตกแต่งสวน การ จัดการผลผลิต กระบวนการแก้ปัญหาในการเตรียม ประกอบ จัด ตกแต่ง และบริการเครื่องดื่ม เลี้ยงสัตว์ ประดิษฐ์ของใช้ของตกแตง่ จากวสั ดุในโรงเรียนหรือท้องถิน่ และตดิ ต่อส่ือสารและใช้บริการกับหน่วยงานต่างๆ และมีจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า อธิบายการสร้างเสริมประสบการณ์อาชีพ ระบุ การเตรยี มตวั เข้าสู่อาชีพได้ โดยการฝกึ ปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับการใช้ทักษะกระบวนการแก้ปญั หาในการเตรียม ประกอบ จัด ตกแตง่ และ บริการเครื่องดื่ม เลี้ยงสัตว์ ประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวสั ดุในโรงเรียนหรอื ท้องถิ่น และติดต่อสื่อสารและ ใช้บริการกับหน่วยงานตา่ งๆ และมจี ิตสำนกึ ในการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า และมที กั ษะพื้นฐานที่ จำเป็นสำหรบั การประกอบอาชพี ทีส่ นใจ มีความใฝ่เรียนรู้ ความตั้งใจทำงานความรับผิดชอบในงานที่ตนทำ รับฟังความคิดเห็นของเพื่อน ร่วมงาน เสียสละเพื่อประโยชนส์ ว่ นรวม ช่วยเหลือเพ่ือนร่วมงานรว่ มมือและประสานงานกับผู้อื่น มีเจตคติที่ดี ตอ่ รายวิชา เพื่อเปน็ พื้นฐานในการศึกษาต่อหรอื การประกอบอาชพี มุ่งมน่ั ในการทำงาน มีจิตสำนกึ มคี วามรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัยรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ อนุรักษ์ภูมิปัญญา ท้องถิ่นตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างพอเพียงดำรงชีวิตตามหลักค่านิยม 12 ประการ ของคนไทย และมุ่งสู่ประชาคมอาเซยี น รหสั ตัวช้ีวัด ง 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม.2/3 ง 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 รวมทั้งหมด 6 ตัวชวี้ ดั
โครงสร้างรายวชิ า รายวชิ า การงานอาชีพ รหัสวชิ า ง22101 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลาเรียน 2 ช่วั โมง / สปั ดาห์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนกั ท่ี การเรยี นรู้ การเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด/ (ชั่วโมง) คะแนน ผลการเรียนรู้ 25 35 1 การแสวงหา ง.1.1 ม.2/1,3 1. ความหมายและความสำคัญ 10 ของงานในชวี ติ ประจำวนั 20 ความรูเ้ พ่ือ 2. การเลอื กใช้ ดูแลรกั ษา เส้ือผ้าและเครอ่ื งแตง่ กาย พัฒนาการ ทำงาน 2. กระบวนการ ง.1.1 ม.2/2,3 1. ทกั ษะกระบวนการ 18 แกป้ ัญหาใน แกป้ ัญหาในการทำงาน 8 การทำงาน 2. การเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง่ และบรกิ ารเคร่ืองดื่ม 3. การอาชีพ 2.1 ม.2/1,2,3 3. การเล้ียงสตั ว์ 4. การประดษิ ฐข์ องใช้ ของ ตกแต่งจากวสั ดใุ นโรงเรยี นและ ท้องถนิ่ 5. การตดิ ต่อสอ่ื สารและการ ใชบ้ ริการกับหน่วยงาน 1. การสร้างเสรมิ ประสบการณ์ อาชพี 2. เตรียมตัวเขา้ สู่อาชีพ รวมคะแนนรายหนว่ ย 80 คะแนนสอบกลางภาค 10 คะแนนสอบปลายภาค 10 100 คะแนนรวม
การวางแผนการประเมนิ จากโครงสร้างรายวชิ า และการกำหนดสดั ส่วนของคะแนน รายวชิ า การงานอาชีพและเทคโนโลยี รหสั วิชา ง22101 ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563 สดั ส่วนคะแนน คะแนนรายหน่วย : คะแนนสอบระหวา่ งภาค : คะแนนสอบปลายภาค = 80 : 10 : 10 K=30 P=40 A=30 รวม 100 ท่ี / ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการเรียนรู้ / เวลา คะแนน ภาระงาน / ชิ้นงาน กำหนด การเรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั / ผลการเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) รวบยอด สง่ 1. การแสวงหาความรู้ ง 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม. 10 25 ๑. สมุดบันทึกการแสวงหา สัปดาห์ เพือ่ พัฒนาการทำงาน 2/3 ความรู้ ท่ี 1 ๒. ผลการปฏบิ ตั ิงานตาม ใบงานท่ี ๑ - ๔ 2.กระบวนการ ง 1.1 ม.2/1 , ม.2/2 , ม. 18 35 ๑. แผนผงั ทักษะ สัปดาห์ แกป้ ัญหาในการ 2/3 กระบวนการแกป้ ัญหาใน ที่ 2 ทำงาน การทำงาน ๒. ผลการปฏิบัตงิ านตาม ใบงานท่ี ๑ - 6 3.การอาชีพ ง 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม. 8 20 ๑. สมุดบันทึกการแสวงหา สปั ดาห์ 2/3 ความรู้ ท่ี 4 ๒. ผลการปฏิบตั ิงาน รวม 36 80 รวมคะแนนการสอบระหวา่ งภาค - 10 รวมคะแนนการสอบปลายภาค - 10 รวมคะแนน - 100 ลงชอื่ ............. ........................ (นายบรรจบ ชมู ก) ครูผสู้ อน
โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลาพูน สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 รหัสวิชา ง22101 รายวิชา การงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ครูผู้สอน นายบรรจบ ชูมก เกณฑ์การประเมิน ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง ปรับปรุง : ค่าเฉล่ีย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปานกลาง : ค่าเฉล่ีย 2.50 - 3.00 หมายถึง ดี ด้านที่ รายการวิเคราะห์ผู้เรียน ผลการวิเคราะห์ผู้เรียน ค่าเฉลี่ย สรุปผล ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ดี ปานกลาง ปรับปรุง 2.27 ความหมาย 36.46 54.17 9.38 1.97 ดี 1 1.1 ความรพู้ ื้นฐาน 25.00 46.88 28.13 2.28 ปานกลาง 1.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 28.13 71.88 0.00 2.56 ดี 1.3 ความสนใจ/สมาธิเรียนรู้ 56.25 43.75 0.00 2.56 ดี ความพร้อมด้านสติปัญญา 59.38 37.50 3.13 2.47 ดี 46.88 53.13 0.00 2.66 ดี 2 2.1 ความคิดริเรม่ิ 68.75 28.13 3.13 2.56 ดี 2.2 ความมีเหตุผล 62.50 31.25 6.25 2.51 ดี 2.3 ความสามารถในการเรียนรู้ 58.33 34.38 7.29 2.25 ดี ความพร้อมด้านพฤติกรรม 34.38 56.25 9.38 2.75 ดี 81.25 12.50 6.25 2.53 ดี 3 3.1 การแสดงออก 59.38 34.38 6.25 2.63 ดี 3.2 การควบคุมอารมณ์ 75.00 12.50 12.50 2.66 ดี 3.3 ความมุ่งมั่นขยันหมั่นเพียร 78.13 9.38 12.50 2.53 ดี ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ 65.63 21.88 12.50 2.69 ดี 81.25 6.25 12.50 2.60 ดี 4 4.1 สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ 66.67 27.08 6.25 2.56 ดี 4.2 การเจริญเติมโตสมวัย 65.63 25.00 9.38 2.63 ดี 4.3 ด้านสุขภาพจิต 65.63 31.25 3.13 2.63 ดี ความพร้อมด้านสังคม 68.75 25.00 6.25 2.51 ดี 59.17 33.13 7.71 ดี 5 5.1 การปรับตัวเข้ากับผู้อ่ืน 5.2 การเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 5.3 มีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกา เฉลี่ยรวม จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จานวน 32 คนพบว่านักเรียนส่วนมากของห้องเรียน ร้อยละ 59.17 ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี ครูผู้สอนได้นาข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียน มาจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากเกณฑค์ วามรคู้ วามสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม ดังนี้ เกณฑก์ ารประเมิน จานวน ร้อยละ กลุ่มเก่ง 19 59.38 กลุ่มปานกลาง 13 40.63 ลงชื่อ ........................................................ กลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไข 0 0.00 (นายบรรจบ ชูมก) รวมนักเรียนท่ีเข้ารับการประเมิน 32 100.00 ครูผู้สอน
โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลาพนู สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 รหัสวิชา ง22101 รายวิชา การงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ครูผู้สอน นายบรรจบ ชูมก เกณฑก์ ารประเมิน ค่าเฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถึง ปรับปรุง : ค่าเฉล่ีย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปานกลาง : ค่าเฉล่ีย 2.50 - 3.00 หมายถึง ดี ด้านท่ี รายการวิเคราะห์ผู้เรียน ผลการวิเคราะห์ผู้เรียน ค่าเฉล่ีย สรุปผล ด้านความร้คู วามสามารถและประสบการณ์ ดี ปานกลาง ปรับปรุง 2.42 ความหมาย 44.79 52.08 3.13 2.22 ดี 1 1.1 ความรพู้ ื้นฐาน 31.25 59.38 9.38 2.41 ดี 1.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 40.63 59.38 0.00 2.63 ดี 1.3 ความสนใจ/สมาธิเรียนรู้ 62.50 37.50 0.00 2.64 ดี ความพร้อมด้านสติปัญญา 66.67 30.21 3.13 2.69 ดี 68.75 31.25 0.00 2.66 ดี 2 2.1 ความคิดริเรม่ิ 68.75 28.13 3.13 2.56 ดี 2.2 ความมีเหตุผล 62.50 31.25 6.25 2.51 ดี 2.3 ความสามารถในการเรียนรู้ 58.33 34.38 7.29 2.25 ดี ความพร้อมด้านพฤติกรรม 34.38 56.25 9.38 2.75 ดี 81.25 12.50 6.25 2.53 ดี 3 3.1 การแสดงออก 59.38 34.38 6.25 2.63 ดี 3.2 การควบคุมอารมณ์ 75.00 12.50 12.50 2.66 ดี 3.3 ความมุ่งม่ันขยันหมั่นเพียร 78.13 9.38 12.50 2.53 ดี ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ 65.63 21.88 12.50 2.69 ดี 81.25 6.25 12.50 2.60 ดี 4 4.1 สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ 66.67 27.08 6.25 2.56 ดี 4.2 การเจริญเติมโตสมวัย 65.63 25.00 9.38 2.63 ดี 4.3 ด้านสุขภาพจิต 65.63 31.25 3.13 2.63 ดี ความพร้อมด้านสังคม 68.75 25.00 6.25 2.56 ดี 62.29 31.25 6.46 ดี 5 5.1 การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น 5.2 การเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 5.3 มีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกา เฉลี่ยรวม จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จานวน 32 คนพบว่านักเรียนส่วนมากของห้องเรียน ร้อยละ 62.29 ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี ครูผู้สอนได้นาข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียน มาจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากเกณฑ์ความรคู้ วามสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม ดังนี้ เกณฑ์การประเมิน จานวน ร้อยละ กลุ่มเก่ง 19 59.38 กลุ่มปานกลาง 13 40.63 ลงชื่อ ........................................................ กลุ่มท่ีต้องปรับปรุงแก้ไข 0 0.00 (นายบรรจบ ชูมก) รวมนักเรียนที่เข้ารับการประเมิน 32 100.00 ครูผู้สอน
โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลาพนู สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 รหัสวิชา ง22101 รายวิชา การงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ครูผู้สอน นายบรรจบ ชูมก เกณฑก์ ารประเมิน ค่าเฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถึง ปรับปรุง : ค่าเฉล่ีย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปานกลาง : ค่าเฉล่ีย 2.50 - 3.00 หมายถึง ดี ด้านที่ รายการวิเคราะห์ผู้เรียน ผลการวิเคราะห์ผู้เรียน ค่าเฉลี่ย สรุปผล ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ดี ปานกลาง ปรับปรุง 2.53 ความหมาย 52.63 47.37 0.00 2.45 ดี 1 1.1 ความรพู้ ื้นฐาน 44.74 55.26 0.00 2.50 ดี 1.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 50.00 50.00 0.00 2.63 ดี 1.3 ความสนใจ/สมาธิเรียนรู้ 63.16 36.84 0.00 2.68 ดี ความพร้อมด้านสติปัญญา 70.18 27.19 2.63 2.74 ดี 73.68 26.32 0.00 2.71 ดี 2 2.1 ความคิดริเรม่ิ 73.68 23.68 2.63 2.58 ดี 2.2 ความมีเหตุผล 63.16 31.58 5.26 2.55 ดี 2.3 ความสามารถในการเรียนรู้ 60.53 34.21 5.26 2.29 ดี ความพร้อมด้านพฤติกรรม 34.21 60.53 5.26 2.74 ดี 78.95 15.79 5.26 2.63 ดี 3 3.1 การแสดงออก 68.42 26.32 5.26 2.57 ดี 3.2 การควบคุมอารมณ์ 70.18 16.67 13.16 2.61 ดี 3.3 ความมุ่งม่ันขยันหม่ันเพียร 73.68 13.16 13.16 2.47 ดี ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ 60.53 26.32 13.16 2.63 ดี 76.32 10.53 13.16 2.61 ดี 4 4.1 สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ 66.67 27.19 6.14 2.53 ดี 4.2 การเจริญเติมโตสมวัย 63.16 26.32 10.53 2.63 ดี 4.3 ด้านสุขภาพจิต 65.79 31.58 2.63 2.66 ดี ความพร้อมด้านสังคม 71.05 23.68 5.26 2.59 ดี 64.04 30.53 5.44 ดี 5 5.1 การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น 5.2 การเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 5.3 มีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกา เฉลี่ยรวม จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จานวน 38 คนพบว่านักเรียนส่วนมากของห้องเรียน ร้อยละ 64.04 ด้านความร้คู วามสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี ครูผู้สอนได้นาข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียน มาจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากเกณฑค์ วามรคู้ วามสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม ดังนี้ เกณฑก์ ารประเมิน จานวน ร้อยละ กลุ่มเก่ง 25 65.79 กลุ่มปานกลาง 13 34.21 ลงช่ือ ........................................................ กลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไข 0 0.00 (นายบรรจบ ชูมก) รวมนักเรียนที่เข้ารับการประเมิน 38 100.00 ครูผู้สอน
โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลาพูน สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 รหัสวิชา ง22101 รายวิชา การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2/4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ครูผู้สอน นายบรรจบ ชูมก เกณฑก์ ารประเมิน ค่าเฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถึง ปรับปรุง : ค่าเฉล่ีย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปานกลาง : ค่าเฉล่ีย 2.50 - 3.00 หมายถึง ดี ผลการวิเคราะห์ผู้เรียน สรุปผล ความหมาย ด้านท่ี รายการวิเคราะห์ผู้เรียน ดี ปานกลาง ปรับปรุง ค่าเฉล่ีย ดี ด้านความร้คู วามสามารถและประสบการณ์ 2.69 ดี 69.44 30.56 0.00 3.00 ดี 1 1.1 ความรพู้ ื้นฐาน 2.47 ดี 1.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 100.00 0.00 0.00 2.61 ดี 1.3 ความสนใจ/สมาธิเรียนรู้ 2.67 ดี ความพร้อมด้านสติปัญญา 47.22 52.78 0.00 2.75 ดี 2.69 ดี 2 2.1 ความคิดริเรมิ่ 61.11 38.89 0.00 2.56 ดี 2.2 ความมีเหตุผล 2.56 ดี 2.3 ความสามารถในการเรียนรู้ 69.44 27.78 2.78 2.31 ดี ความพร้อมด้านพฤติกรรม 2.75 ดี 75.00 25.00 0.00 2.61 ดี 3 3.1 การแสดงออก 2.63 ดี 3.2 การควบคุมอารมณ์ 72.22 25.00 2.78 2.67 ดี 3.3 ความมุ่งม่ันขยันหมั่นเพียร 2.53 ดี ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ 61.11 33.33 5.56 2.69 ดี 2.62 ดี 4 4.1 สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ 60.19 35.19 4.63 2.58 ดี 4.2 การเจริญเติมโตสมวัย 2.64 ดี 4.3 ด้านสุขภาพจิต 33.33 63.89 2.78 2.64 ดี ความพร้อมด้านสังคม 2.63 80.56 13.89 5.56 5 5.1 การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น 5.2 การเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 66.67 27.78 5.56 5.3 มีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกา เฉล่ียรวม 74.07 14.81 11.11 77.78 11.11 11.11 63.89 25.00 11.11 80.56 8.33 11.11 67.59 26.85 5.56 66.67 25.00 8.33 66.67 30.56 2.78 69.44 25.00 5.56 68.15 27.04 4.81 จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จานวน 36 คนพบว่านักเรียนส่วนมากของห้องเรียน ร้อยละ 68.15 ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี ครูผู้สอนได้นาข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียน มาจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากเกณฑ์ความรคู้ วามสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม ดังนี้ เกณฑก์ ารประเมิน จานวน ร้อยละ กลุ่มเก่ง 26 72.22 กลุ่มปานกลาง 10 27.78 ลงชื่อ ........................................................ กลุ่มท่ีต้องปรับปรุงแก้ไข 0 0.00 (นายบรรจบ ชูมก) รวมนักเรียนท่ีเข้ารับการประเมิน 36 100.00 ครูผู้สอน
โรงเรียนธีรกานท์บ้านโฮ่ง จังหวัดลาพูน สรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 รหัสวิชา ง22101 รายวิชา การงานอาชีพ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2/5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ครูผู้สอน นายบรรจบ ชูมก เกณฑก์ ารประเมิน ค่าเฉล่ีย 1.00 - 1.49 หมายถึง ปรับปรุง : ค่าเฉล่ีย 1.50 - 2.49 หมายถึง ปานกลาง : ค่าเฉล่ีย 2.50 - 3.00 หมายถึง ดี ผลการวิเคราะห์ผู้เรียน สรุปผล ความหมาย ด้านท่ี รายการวิเคราะห์ผู้เรียน ดี ปานกลาง ปรับปรุง ค่าเฉล่ีย ดี ด้านความรคู้ วามสามารถและประสบการณ์ 2.90 ดี 89.81 10.19 0.00 3.00 ดี 1 1.1 ความรพู้ ้ืนฐาน 3.00 ดี 1.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 100.00 0.00 0.00 2.69 ดี 1.3 ความสนใจ/สมาธิเรียนรู้ 2.84 ดี ความพร้อมด้านสติปัญญา 100.00 0.00 0.00 2.78 ดี 2.75 ดี 2 2.1 ความคิดริเรม่ิ 69.44 30.56 0.00 3.00 ดี 2.2 ความมีเหตุผล 2.74 ดี 2.3 ความสามารถในการเรียนรู้ 85.19 13.89 0.93 2.42 ดี ความพร้อมด้านพฤติกรรม 2.81 ดี 77.78 22.22 0.00 3.00 ดี 3 3.1 การแสดงออก 2.70 ดี 3.2 การควบคุมอารมณ์ 77.78 19.44 2.78 2.75 ดี 3.3 ความมุ่งมั่นขยันหม่ันเพียร 2.58 ดี ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ 100.00 0.00 0.00 2.78 ดี 2.64 ดี 4 4.1 สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ 77.78 18.52 3.70 2.58 ดี 4.2 การเจริญเติมโตสมวัย 2.67 ดี 4.3 ด้านสุขภาพจิต 47.22 47.22 5.56 2.67 ดี ความพร้อมด้านสังคม 2.76 86.11 8.33 5.56 5 5.1 การปรับตัวเข้ากับผู้อ่ืน 5.2 การเสียสละไม่เห็นแก่ตัว 100.00 0.00 0.00 5.3 มีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกา เฉล่ียรวม 78.70 12.96 8.33 83.33 8.33 8.33 66.67 25.00 8.33 86.11 5.56 8.33 69.44 25.00 5.56 66.67 25.00 8.33 69.44 27.78 2.78 72.22 22.22 5.56 80.19 16.11 3.70 จากตารางสรุปผลการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล จานวน 36 คนพบว่านักเรียนส่วนมากของห้องเรียน ร้อยละ 80.19 ด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม อยู่ในระดับ ดี ครูผู้สอนได้นาข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียน มาจัดแบ่งกลุ่มผู้เรียน ออกเป็น3 กลุ่ม โดยพิจารณาจากเกณฑค์ วามรคู้ วามสามารถ และประสบการณ์ ความพร้อมด้านสติปัญญา ความพร้อมด้านพฤติกรรม ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมด้านสังคม ดังน้ี เกณฑก์ ารประเมิน จานวน ร้อยละ กลุ่มเก่ง 31 86.11 กลุ่มปานกลาง 5 13.89 ลงชื่อ ........................................................ กลุ่มท่ีต้องปรับปรุงแก้ไข 0 0.00 (นายบรรจบ ชูมก) รวมนักเรียนท่ีเข้ารับการประเมิน 36 100.00 ครูผู้สอน
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ การแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการทำงาน แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง การแสวงหาความรู้ เวลา ๒ ช่ัวโมง ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ดั มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและ ลกั ษณะนสิ ยั ในการทำงาน มจี ติ สำนึกในการใช้พลังงาน ทรพั ยากรและสิ่งแวดล้อม เพ่อื การดำรงชีวิตและครอบครวั ๒. ตัวชีว้ ัด ขอ้ ๑ ใช้ทักษะการแสวงหาความร้เู พื่อพัฒนาการทำงาน ๓. สาระสำคญั การทำงานในชีวิตประจำวันและงานอาชีพต่าง ๆ มีเป้าหมายสำคัญ ได้ผลงานที่มีคุณภาพด้วยการ ประหยดั เวลา แรงงาน และประหยัดทรัพยากรท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั การทำงานใหม้ ีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ลสูงสุด ๔. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๔.๑ อธิบายกระบวนการการแสวงหาความรู้ได้อยา่ งมีเหตุผล ๔.๒ นำกระบวนของการแสวงหาความรู้ไปปฏิบัตใิ นชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสมและสอดคล้องกบั ตนเอง ๕. สาระการเรียนรู้ การแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาการทำงาน ๖. ทักษะ / กระบวนการ - ทักษะการเรยี นรูแ้ ละนวตั กรรม - ทักษะการแสวงหาความรู้ - ทักษะการส่อื สารและการทำงานร่วมกนั - ทกั ษะดา้ นชีวิตและการอาชพี ๗. พฤติกรรมการเรยี นรู้ (คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค)์ ๗.๑ พุทธพิ ิสัย (Cognitive Domain) ๑. ความเข้าใจ ๒. การนำไปใช้ ๓. การวิเคราะห์
๗.๒ จิตพสิ ัย(Affective Domain) ๑. การตอบสนอง ๒. การเห็นคณุ ค่า ๗.๓ ทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) ๑. การทำถูกต้องหลากหลายรูปแบบ ๒. การทำไดอ้ ย่างเปน็ ธรรมชาติ 8. สมรรถนะสำคัญ / คุณลักษณะทีเ่ น้น 1.1สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 1.2คณุ ลกั ษณะ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มวี ินยั 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน 4. มีจติ สาธารณะ 9. ค่านยิ ม 12 ประการ - ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรยี นท้งั ทางตรง และทางอ้อม - มรี ะเบยี บ วินัย เคารพกฎหมาย ผ้นู อ้ ยรจู้ กั การเคารพผใู้ หญ่ - . มสี ตริ ตู้ ัว ร้คู ิด ร้ทู ำ - ร้จู ักดำรงตนอยโู่ ดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 10. กระบวนการเรียนร้/ู กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ต้ังประเดน็ คำถาม ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นักเรียนเพื่อให้นักเรียนทราบว่าตนเองมีพน้ื ฐานความรูเ้ ร่อื งการแสวงหาความรู้ในระดับใด เพ่ือจะได้วางแผนการเรียนไดอ้ ยา่ งเหมาะสมซึ่งครูควรช่วยแนะนำ 2. สืบค้นความรู้ออกแบบและวางแผน นำไปปฏิบัติ (กระบวนการทางสังคม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ / กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ ) ๑. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓-๕ คน ตามความสมัครใจ จับฉลากเลือกหัวข้อที่กำหนดให้ต่อไปนี้ กลุ่มละ ๑ เรอื่ ง ดังน้ี ๑. ดอกไม้ประจำชาติไทย ๒. บ้านทรงไทย ๓. ปลานิลพันธ์ุปลาพระราชทาน ๔. อาหารไทย ๔ ภาค
๕. ขนมไทยท่ใี ช้กะทิ ๕ ชนิด ๖. ช่างสิบหมู่ ๗. โครงการแก้มลิง ๘. โครงการช่ังหวั มนั ๙. กงั หนั นำ้ ชยั พฒั นา ๑๐. โครงการแกล้งลิง ๒. ครูให้นักเรียนศึกษาแสวงหาความรู้ กับหัวข้อที่กลุ่มเลือกโดยวิธีต่าง ๆ เช่น อ่านจากหนังสือห้องสมุด สืบค้นจากอนิ เทอร์เน็ต และสอบถามจากผูร้ ู้ แลว้ รว่ มกันสรุปเป็นรายงาน ๓. ครใู หน้ ักเรยี นรายงานการศกึ ษาและการแสวงหาความรู้ โดยต้องมสี าระสำคญั ของเร่ืองครบถว้ นและมี ภาพประกอบ 3. สรุปองคค์ วามร้จู าก การนำทฤษฎไี ปปฏิบตั ิ ประเมินกระบวนการ ทำงานและผลผลติ ๑. ครอู ธิบายความหมายของคำวา่ “การแสวงหาความรู้” ใหน้ ักเรยี นฟงั ๒. ครูเล่าเรื่อง กระบวนการแสวงหาความรู้ ให้นักเรียนฟังอีกครั้ง โดยบอกให้นักเรียนตั้งใจฟังและขอ อาสาสมคั รนกั เรยี น ๓ คน ออกมาเลา่ เรื่องทฟี่ ังจากครใู ห้เพอ่ื นฟัง ๓. หลังจากครูเล่าเรื่อง กระบวนการแสวงหาความรู้ ให้อาสาสมัครนกั เรียน ๓ คน ออกมาเล่าความประทับใจ หลงั จากไดฟ้ ังเร่ืองกระบวนการแสวงหาความรู้ให้เพอ่ื นฟัง จากนั้นครกู ล่าวชมเชยและให้กำลงั ใจนักเรียน ทั้ง ๓ คน 4. เขียนเผยแพร่ นำเสนอด้วยวิธตี ่าง ๆ ๑. ครูให้นักเรียนช่วยกันเสนอว่า เราสามารถจะนำมาเป็นแบบอย่างในการเรียนหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน ไดอ้ ยา่ งไร ครเู ขยี นคำตอบของนกั เรยี นบนกระดานดำ แลว้ ช่วยกนั สรุปเปน็ ขอ้ คดิ ๒. ครูให้นักเรียนเลือกข้อคิด ๑ ข้อ ที่ตนประทับใจ เขียนข้อความสั้น ๆ ให้สอดคล้องกับข้อคิดนั้น แล้วให้ นกั เรยี นนำไปปฏบิ ตั ิจริงเปน็ เวลา ๑ สัปดาห์ ๓. นักเรยี นสง่ ตัวแทนของแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอหน้าชั้นเรยี นเพอ่ื แบ่งปันความรู้ 5. นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ต่อตนเอง บรกิ ารโรงเรียนและสังคม ๑. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรเู้ รือ่ งการแสวงหาความรู้ ๒. ครใู หน้ กั เรยี นบนั ทึกสรุปลงในสมุด โดยอาจสรุปเป็นแบบเรยี งความหรือแผนท่คี วามคดิ หรือผงั มโนทศั นก์ ไ็ ด้ ๓. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนและช่วยกนั เฉลยคำตอบ ๑๑. ส่ือการเรียนร้แู ละแหลง่ การเรยี นรู้ ๑. หนังสอื เรยี นสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ๒. แบบบันทึกความรู้ เร่ือง การแสวงหาความรู้ ๓. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน ๔. ห้องสมุดของโรงเรียน ๕. ห้องสมดุ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๖. อินเทอร์เน็ตจากเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ เช่น - http://meyawee.blogspot.com/ - http://www.ops.moe.go.th/ops2017
๑๒. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑ แบบทดสอบกอ่ นเรยี นแบบเลือกตอบ จำนวน ๓๐ ขอ้ ๒ สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรม ๓ ตรวจผลงานจากภาระงาน - สมุดบนั ทึกความรเู้ ร่ือง การแสวงหาความรู้ - ใบงาน เร่อื ง การแสวงหาความรู้
๑๓. กิจกรรมเสนอแนะ ช้ินงาน/ภาระงาน ๑. สมดุ บันทึกการแสวงหาความรู้ ๒. ผลการปฏิบัตงิ านตาม ใบงานท่ี ๑ กระบวนการการแสวงหาความรู้ กิจกรรมตรวจสอบความเข้าใจ ๑. การแสวงหาความรู้สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในการดำเนนิ ชีวิตไดอ้ ย่างไร ๒. นกั เรียนไดป้ ระโยชนจ์ ากการกระบวนการแสวงหาความรู้ อย่างไรบ้าง ๓. นกั เรียนสามารถนำแนวทางที่ได้แสวงหาความรไู้ ปปรับใชใ้ นชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างไรบ้าง
14. บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้ ด้านความรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ด้านทกั ษะกระบวนการ ........................................................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................................................................................... .................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น .................................................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................ ปญั หา – อุปสรรค - ข้อเสนอแนะเพ่ือการพฒั นาแผนการจัดการเรียนรใู้ นครง้ั ตอ่ ไป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงชอื่ ................... ...................... (นายบรรจบ ชูมก) ผู้สอน 15. เอกสารประกอบอน่ื ๆ ภาคผนวกทา้ ยหนว่ ยการเรยี นรู้ ประกอบด้วย - สอื่ ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ - เอกสารใบความรู้
16. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (นางศรีเริญ มีพมิ พ์) วันท่ี ........./ ................ / ........... ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงชื่อ......................................... (นายถวิล ชยั ยา) วนั ที่ ........./ ................ / ........... ความคิดเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ......................................... (นายจรสั คำอ้าย) วนั ท่ี ........./ ................ / ...........
ใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การแสวงหาความรู้ ช่อื ............................................................................................. เลขท.ี่ .............. ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒/........ วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี วัน/เดอื น/ปี ........................................... คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นทกั ษะแสวงหาความรู้ท่นี กั เรียนใชใ้ นการเรยี น แล้วตอบคำถาม ……………………….. ……………………….. ……………………….. ทักษะ ……………………….. ……………………….. การแสวงหาความรู้ ……………………….. ๑. นักเรียนรูส้ กึ อย่างไรจากการปฏิบตั ิทกั ษะการแสวงหาความรู้ดงั กลา่ ว ระบายสีลงใน หน้าขอ้ ความท่ีตรงกบั ความรสู้ กึ ชน่ื ชมการปฏบิ ัติ เฉย ๆ ไมช่ อบการปฏิบตั ิ ๒. นักเรยี นจะนำแบบอย่างของการแสวงหาความรไู้ ปปฏิบตั ใิ นชีวติ ประจำวนั ได้อย่างไร ............................................................................................................................. .............................................. ..................................................................................................................................... ......................................
เฉลยใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง การแสวงหาความรู้ ชื่อ............................................................................................. เลขท.่ี .............. ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๒/........ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วนั /เดือน/ปี ........................................... คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเขียนทักษะแสวงหาความรทู้ น่ี กั เรยี นใช้ในการเรียน แลว้ ตอบคำถาม …การศึกษา……….. …การคน้ ควา้ ……….. …การบนั ทกึ ……….. ทกั ษะ …การสังเกต……….. การแสวงหาความรู้ ……การสำรวจ… การรวบรวม. ๑. นกั เรียนร้สู กึ อยา่ งไรจากการปฏิบัตขิ องการแสวงหาความรู้ ระบายสลี งใน หนา้ ข้อความที่ตรงกับความร้สู ึก ช่นื ชมการปฏิบตั ิ เฉย ๆ ไม่ชอบการปฏิบตั ิ ๒. นกั เรยี นจะนำแบบอย่างท่ีดีของการแสวงหาความรู้ ไปปฏบิ ัติในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ย่างไร ........................................................................................................................................ ................................... .....................................(ข้ึนอยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู สู้ อน).....................................................................................
กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นร้ทู ่ี ๑ จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถกู ต้อง ๑. ทำไมเราจงึ ต้องแสวงหาความรู้ ๒. ทักษะในการแสวงหาความรู้มปี ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำวันอย่างไร ๓. การศกึ ษากับการคน้ คว้าแตกตา่ งกันอยา่ งไร ๔. การสังเกตทำใหเ้ กดิ ความรู้โดยใช้ประสาทสมั ผสั สว่ นใดบ้าง ๕. การบนั ทึกมคี วามสำคญั อยา่ งไร
เฉลยกิจกรรมตรวจสอบการเรียนร้ทู ี่ ๑ จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ๑. ทำไมเราจงึ ต้องแสวงหาความรู้ เพื่อตอบข้อสงสัย นอกจากนั้นมนุษย์ยังมีความต้องการที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนให้ดีขึ้นอยู่ ตลอดเวลาสง่ ผลให้มนุษย์มีความอยากรู้ อยากเห็น อยากเขา้ ใจในปรากฏการณธ์ รรมชาติและส่ิงแวดล้อมที่อยู่รอบตัว มากขน้ึ ๒. ทักษะในการแสวงหาความรมู้ ปี ระโยชน์ในชีวิตประจำวันอยา่ งไร ได้ผลงานท่ีมีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพด้วยการประหยัดเวลา แรงงานและประหยัดทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง กับการทำงาน ๓. การศึกษากบั การค้นคว้าแตกตา่ งกันอย่างไร การศกึ ษา หมายถงึ การเรยี นหรอื การเรียนร้ใู นเรื่องใดเรอื่ งหนึ่ง ทงั้ ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน การศกึ ษา ทำให้เรามีความรู้ ความสามารถ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบการงานอาชีพ มีความพร้อมที่จะต่อสู้ชีวิต เพอื่ ตนเอง ครอบครวั และสงั คม การศึกษา การค้นคว้า หมายถึง การเรียนรู้ด้วยการแสวงหาข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น หรือจินตนาการที่ถูกบันทึกไว้ในแผ่นศิลา ใบลาน เอกสาร หนังสือ สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ป้ายโฆษณา และสื่อ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ๔. การสงั เกตทำให้เกดิ ความรู้โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั ส่วนใดบา้ ง ตา หู จมูก ลิน้ และผิวกาย ๕. การบันทกึ มคี วามสำคญั อยา่ งไร เพ่ือเตือนความจำหรือเพอื่ เป็นหลักฐานในการทำงาน การเรยี นหรอื เพ่ือประโยชน์อื่น ๆ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอ่ื ง การพฒั นาการทำงาน เวลา ๘ ช่วั โมง ๑. มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและ ลกั ษณะนิสยั ในการทำงาน มีจติ สำนึกในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพอ่ื การดำรงชีวติ และครอบครัว ๒. ตวั ชี้วัด ข้อ ๑ ใช้ทักษะการแสวงหาความร้เู พื่อพฒั นาการทำงาน ๓. สาระสำคัญ การพัฒนาการทำงานเป็นการปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลงวธิ ีการทำงานใหม้ ีประสิทธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธิผลสูงสุด งานทเี่ กี่ยวขอ้ งกับการดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั ไดแ้ ก่ การจดั ห้องภายในบ้านให้นา่ อยู่อาศัย ท้ังหอ้ งนอน หอ้ งครัว ห้องนำ้ และหอ้ งส้วม การตกแตง่ สวนและบริเวณบ้านให้มคี วามรม่ รื่นสวยงามรวมไปถึง การจดั การผลผลิตท่ไี ดจ้ ากการทำงาน เกษตรในครัวเรือน เพื่อให้ผลผลิตทีไ่ ด้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการนำมาบริโภคและนำไปจำหน่าย ดังนั้น การแสวงหา ความรู้ในเรื่องเหล่านี้จากแหล่งความรู้ต่างๆ พร้อมกับนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาการทำงานข้างต้นจึงเป็ น เรือ่ งสำคัญและจำเปน็ ๔. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายกระบวนการพัฒนาการทำงานได้อยา่ งมีเหตผุ ล ๒. ใชท้ ักษะการแสวงหาความร้เู พอ่ื พัฒนาการจัดและตกแต่งบ้านไดเ้ รยี บร้อยและสวยงามมากขึ้น ๓. ใชท้ กั ษะการแสวงหาความรเู้ พ่ือพัฒนาการดูแลรักษาและตกแต่งสวนได้สวยงามมากขึ้น ๔. ใช้ทักษะการแสวงหาความรเู้ พือ่ พัฒนาการจัดการผลผลิตพชื และผลผลติ สตั ว์ใหใ้ ชป้ ระโยชนไ์ ดม้ ากขนึ้ และยาวนานขึน้ ๕. นำกระบวนของการพัฒนาการทำงานไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจำวันได้อย่างเหมาะสมสอดคลอ้ งกับตนเอง ๕. สาระการเรียนรู้ การพัฒนาการทำงาน ๑. การจดั และตกแต่งบา้ น ๒. การดแู ลรักษาและตกแต่งสวน
๓. การจดั การผลผลติ ๖. ทักษะ / กระบวนการ - ทักษะการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม - ทักษะการแสวงหาความรู้ - ทกั ษะการสอื่ สารและการทำงานรว่ มกนั - ทกั ษะด้านชีวิตและการอาชพี ๗. พฤติกรรมการเรียนรู้ (คณุ ลักษณะอันพึงประสงค)์ ๗.๑ พุทธพิ ิสยั (Cognitive Domain) ๑. ความเข้าใจ ๒. การนำไปใช้ ๓. การวิเคราะห์ ๗.๒ จิตพสิ ัย(Affective Domain) ๑. การตอบสนอง ๒. การเหน็ คุณค่า ๗.๓ ทกั ษะพสิ ัย (Psychomotor Domain) ๑. การทำถกู ตอ้ งหลากหลายรูปแบบ ๒. การทำไดอ้ ยา่ งเป็นธรรมชาติ 8. สมรรถนะสำคัญ / คุณลักษณะท่ีเนน้ 1.3สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 5.ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 1.4คุณลักษณะ 1. ใฝ่เรยี นรู้ 2. มีวินยั 3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน 4. มจี ิตสาธารณะ 9. คา่ นยิ ม 12 ประการ - ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเลา่ เรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
- มีระเบยี บ วนิ ยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรู้จกั การเคารพผ้ใู หญ่ - . มสี ตริ ูต้ ัว รคู้ ิด รูท้ ำ - รู้จักดำรงตนอยู่โดยใชห้ ลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 10. กระบวนการเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรียนรู้ (ชว่ั โมงท่ี ๑-๒) 1. ตั้งประเด็นคำถาม ครูให้นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นักเรียนเพ่ือให้นักเรยี นทราบว่าตนเองมี พื้นฐานความรู้เรื่องการพัฒนาการทำงานในระดับใดจะได้วางแผนการเรียนได้อย่างเหมาะสมซึ่งครูควรช่วย แนะนำ 2. สืบคน้ ความรูอ้ อกแบบและวางแผน นำไปปฏบิ ตั ิ (กระบวนการทางสงั คม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ / กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ ริง) ๑. ครูให้นักเรยี นแบง่ กลุม่ กลุ่มละ ๓-๕ คน ตามความสมคั รใจ จบั ฉลากเลอื กหัวขอ้ ทีก่ ำหนดให้ตอ่ ไปน้ี กลุ่มละ ๑ เรือ่ ง ดังนี้ ๑. การจดั และตกแต่งบ้าน ๒. การจัดตกแต่งห้องนอน ๓. การจัดและตกแตง่ ห้องรบั แขกและห้องนง่ั เล่น ๔. การจัดและตกแตง่ ห้องรับประทานอาหาร ๕. การจัดและตกแตง่ หอ้ งนำ้ ๒. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื งการจดั และตกแต่งบา้ นตามหัวข้อที่กล่มุ เลอื กโดยวิธีต่างๆ ดังนี้ ๑. อ่านจากหนงั สอื ห้องสมุด ๒. สบื ค้นจากอินเทอร์เนต็ ๓. สอบถามจากผรู้ ู้ 3. สรุปองคค์ วามรจู้ าก การนำทฤษฎไี ปปฏบิ ตั ิ ประเมนิ กระบวนการ ทำงานและผลผลติ ๑. ครูให้นักเรียนดูภาพการจัดและตกแต่งบ้าน ร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ บทเรียนว่า การนำกระบวนการพัฒนาการทำงานมาใช้ในการจัดและตกแต่งบ้าน โดยใช้หลักการที่ถูกต้องและ เหมาะสมจะทำใหบ้ ้านสะอาด เปน็ ระเบียบ สวยงาม มพี ื้นท่ีใชส้ อยเพิ่มขนึ้ มีบรรยากาศสดชนื่ ประหยัดพลงั งาน ทำ ให้ผ้อู ยอู่ าศัยมีความสขุ กาย สบายใจ และผมู้ าเยอื นเกิดความสดช่ืน ๒. นกั เรียนศกึ ษา เรอื่ ง หลกั การจัดและตกแต่งห้องต่างๆ ภายในบา้ น แล้วชว่ ยกันวางแผนจัดและตกแต่งห้อง ต่างๆ ภายในบ้านให้สวยงาม อำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย จากนั้นครูสุ่มเลือกตัวแทนนักเรียนออกมาสรุป วธิ กี าร รูปแบบจดั และตกแต่งห้องต่างๆ 4. เขียนเผยแพร่ นำเสนอด้วยวิธตี ่าง ๆ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอผลงานแบบจำลองการจัดตกแต่งบ้านตามที่กลุ่มจับฉลากได้ พร้อม อธิบายวิธีการจัดตกแต่งห้องต่างๆ แล้วบันทึกผลการจัดตกแต่งห้องต่างๆ ลงในใบงานที่ ๒ เรื่อง การจัดและตกแต่ง ห้องต่างๆ ในบ้าน บนั ทึกแผนการจดั และตกแต่งหอ้ งต่างๆ ๒. นกั เรียนร่วมกันสนทนาแลกเปลีย่ นความคดิ เห็นเกยี่ วกับหลกั การและกระบวนการจัดและตกแต่งห้องต่างๆ ที่นักเรยี นช่วยกนั ทำว่าถูกต้องหรอื ไม่ ถ้าไมถ่ กู ตอ้ งควรปรบั เปลยี่ นอย่างไร
๓. ครูให้นักเรียนช่วยกันเสนอว่า เราสามารถจะนำแนวทางในการจัดและตกแต่งบ้านมาเป็นแบบอย่างในการ เรียนหรือการดำเนนิ ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งไร ครูเขยี นคำตอบของนักเรียนบนกระดานดำ แลว้ ชว่ ยกนั สรุปเป็นแนวคดิ 5. นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ต่อตนเอง บรกิ ารโรงเรยี นและสงั คม ๑. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรอ่ื ง การพฒั นาการทำงาน และการจัดตกแตง่ บา้ น ๒. ครูให้นกั เรียนบันทึกสรปุ ลงในสมุด โดยอาจสรปุ เป็นแบบเรียงความหรือแผนท่คี วามคดิ หรอื ผังมโนทัศน์กไ็ ด้ ๓. ครใู หน้ กั เรยี นทำกิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ี่ ๒ แล้วครูและนกั เรยี นเฉลยคำตอบรว่ มกนั (ชว่ั โมงท่ี ๓-๔) 1. ต้ังประเดน็ คำถาม ๑. ครูใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ตรวจแล้วบอกคะแนนแก่นกั เรียนเพ่ือใหน้ ักเรยี นทราบว่าตนเองมี พนื้ ฐานความรใู้ นระดับใดจะไดว้ างแผนการเรียนได้อย่างเหมาะสมซึง่ ครคู วรช่วยแนะนำ 2. สืบค้นความรอู้ อกแบบและวางแผน นำไปปฏิบัติ (กระบวนการทางสงั คม / กระบวนการสร้างองค์ความรู้ / กระบวนการคิดวิเคราะห์ / กระบวนการเรยี นรู้จากประสบการณจ์ ริง) ๑. ให้นักเรียนดูภาพการจัดสวนและตกแต่งสวนในบริเวณบ้านรูปแบบต่างๆ เช่น ตกแต่งด้วยต้นไม้ ดอกไม้ ตกแต่งด้วยสิ่งประดิษฐ์จำพวกโคมไฟสนาม รูปปั้น พันธุ์ไม้กระถางแขวนที่มีรูปทรงแปลกตา ครูและนักเรียน ร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นเพื่อเชื่อมโยงไปสู่บทเรียนว่าสวนเป็นส่วนหนึ่งในบริเวณบ้านที่สามารถสร้าง บรรยากาศและความรู้สึกที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยหรือมาเยี่ยมเยือน จึงต้องมีการดูแลรักษาและตกแต่งให้มีความงดงาม อย่เู สมอ ๒. ครูสุ่มนักเรียนให้เล่าประสบการณ์การจัดตกแต่งสวนภายในบ้าน เพื่อนนักเรียนช่วยแสดงความคิดเห็น จากนน้ั ครสู รปุ ความรู้เพื่อเช่อื มโยงไปสู่เนอ้ื หาท่จี ะเรียน 3. สรปุ องค์ความร้จู าก การนำทฤษฎีไปปฏบิ ตั ิ ประเมินกระบวนการ ทำงานและผลผลิต ๑. นักเรียนศึกษา เรื่อง การดูแลรักษาและตกแต่งสวน ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ม.๒ ๒. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๘-๑๐ คน ปฏิบัติใบงานที่ ๓ การดูแลรักษาและตกแต่งสวน โดยครู จดั แบง่ พ้นื ที่ในการดแู ลรกั ษาและตกแต่งสวนภายในโรงเรียน แล้วช่วยกนั วางแผนการทำงานตามข้นั ตอนทีก่ ำหนด ๓. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนสรุปผลการทำงานดูแลรกั ษาและตกแตง่ สวน แล้วบันทึกผลการทำงานส่งครู ๔. นักเรียนร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการและวิธีการดูแลรักษาและตกแต่งสวน พร้อมประเมินผลการจัดและตกแต่งสวนที่นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ว่าสวนของกลุ่มใดสวยงามที่สุด เพราะเหตุใด วิธีการดูแลรักษาสวนของกลุ่มใดถูกต้องตามหลักการมากที่สุด กลุ่มใดต้องปรับปรุงเพราะเหตุใด และควรปรับปรุง อย่างไร ๕. ครูให้นักเรียนช่วยกันเสนอว่า เราสามารถจะนำแนวทางในการดูแลรักษาและตกแต่งสวนมาเป็นแบบอย่าง ในการเรียนหรือการดำเนนิ ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งไร ครูเขียนคำตอบของนักเรียนบนกระดานดำ แล้วช่วยกันสรุปเป็น แนวคดิ ๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ เร่ือง การดแู ลรักษาและตกแตง่ สวน ๗. ครใู ห้นักเรยี นบนั ทกึ สรุปลงในสมุด โดยอาจสรปุ เปน็ แบบเรียงความหรือแผนที่ความคิดหรอื ผงั มโนทัศนก์ ไ็ ด้
๘. ครูใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ ๓ แล้วครูและนกั เรียนเฉลยคำตอบรว่ มกัน (ชัว่ โมงที่ ๕-๘) 1. ตั้งประเด็นคำถาม ครูให้นักเรียนดูภาพผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผลผลิตพืชและผลผลติ สตั ว์ แล้วซักถามนักเรียนว่า “ถ้าผลผลติ พืชและผลผลติ สตั วด์ ังกลา่ ว (ตามภาพ) ลน้ ตลาด นกั เรียนจะมีวธิ กี ารจดั การผลผลิตดังกล่าวอย่างไร” 2. สบื คน้ ความรอู้ อกแบบและวางแผน นำไปปฏิบตั ิ (กระบวนการทางสังคม / กระบวนการสรา้ งองคค์ วามรู้ / กระบวนการคดิ วิเคราะห์ / กระบวนการเรียนรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ ) ๑. นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม พรอ้ มบอกเหตุผลประกอบ ๒. ครสู ุ่มนกั เรียนให้เล่าประสบการณ์การจัดการผลผลติ พชื หรือผลผลิตสัตว์ที่นักเรียนเคยพบเห็นมา พร้อม บอกวธิ ีการจดั การผลผลติ คนละ ๑ อย่าง เพื่อเช่ือมโยงไปส่เู น้ือหาท่ีจะเรยี น 3. สรุปองคค์ วามรจู้ าก การนำทฤษฎไี ปปฏบิ ตั ิ ประเมนิ กระบวนการ ทำงานและผลผลิต ๑. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ศึกษา เรื่อง การจัดการผลผลิตพืช จากหนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.๒ แล้วเลือกค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนขั้นตอนการวางแผนปฏิบัติงานจัดการผลผลิตพืช หรอื สัตว์ จำนวน ๑ งาน จากน้ันใหน้ กั เรียนสง่ ตวั แทนออกมาสรุปขัน้ ตอนการทำงาน จากการศกึ ษาให้เพื่อนฟงั โดย มคี รชู ว่ ยเพมิ่ เตมิ ขอ้ มูลใหค้ รบถ้วน ๒. ครูให้นักเรียนตอบคำถามในกิจกรรมตรวจสอบการเรียนรู้ที่ ๔ แล้วสลับกันตรวจคำตอบจากเฉลย ครู ชมเชยนกั เรียนทตี่ อบคำถามถูกตอ้ งมากทสี่ ดุ และใหก้ ำลงั ใจนกั เรยี นทตี่ อบถูกน้อย ๓. ครูใหน้ กั เรียนกลุ่มเดิมทำกิจกรรมบูรณาการ เร่ือง “ระบบนำ้ หยดจากวัสดุเหลือใช้” โดยใหท้ ำนอกเวลา เรียน นักเรียนวางแผนออกแบบผลงานแล้วทดลองใช้งาน พร้อมเขียนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ขั้นตอนการทำงาน พร้อม บอกเหตผุ ลในการเลอื กใช้วสั ดแุ ละอปุ กรณด์ ังกลา่ วมาใชใ้ นการทำงาน 4. เขยี นเผยแพร่ นำเสนอด้วยวธิ ีตา่ ง ๆ ๑. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน “ระบบนำ้ หยดจากวสั ดุเหลอื ใช้” ครแู ละเพ่อื นๆ ช่วยกนั ประเมินผล การใช้งาน โดยคำนงึ ถึงความประหยัดและการใช้งานได้จริง ๒. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ เรอื่ ง การจัดการผลผลิต ๓. ครูให้นักเรียนบันทึกสรุปลงในสมุด โดยอาจสรุปเป็นแบบเรียงความหรือแผนที่ความคิดหรือ ผังมโนทัศนก์ ไ็ ด้ ๔. นกั เรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิแ์ ละแบบทดสอบหลังเรยี น ครูบันทึกคะแนนลงสมุดประเมนิ ผล ๑๑. ส่ือการเรียนรู้และแหลง่ การเรยี นรู้ ๑. หนังสือเรยี นสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ๒. แบบบันทึกความรู้ เรือ่ ง การพฒั นาการทำงาน ๓. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น ๔. หอ้ งสมุดของโรงเรยี น ๕. หอ้ งสมุดกลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี
๖. อินเทอรเ์ นต็ จากเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ เชน่ - https://home.kapook.com/bedroom - https://decor.baania.com - https://www.indexlivingmall.com/blog/idea - https://home.kapook.com/garden - https://www.baanlaesuan.com/27233/ideas/gardening - https://www.tci-thaijo.org/index.php/vrurdihsjournal/.../78157/ ๑๒. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี นแบบเลือกตอบ จำนวน ๓๐ ขอ้ ๒. สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม ๓. ตรวจผลงานจากภาระงาน - สมดุ บันทกึ ความรูเ้ รื่อง การพฒั นาการทำงาน - ใบงานท่ี ๒ เร่อื ง การพฒั นาการทำงาน - ใบงานที่ ๓ เรอ่ื ง การจดั และตกแต่งหอ้ งตา่ งๆ ในบ้าน - ใบงานท่ี ๔ การดูแลรกั ษาและตกแต่งสวน 13. กิจกรรมเสนอแนะ ชิ้นงาน/ภาระงาน ๑. สมดุ บันทกึ การพัฒนาการทำงาน ๒. ผลการปฏิบัติงานตาม ใบงานท่ี ๒ การพัฒนาการทำงาน ๓. ผลการปฏบิ ตั ิงานตาม ใบงานที่ ๓ การจัดและตกแต่งห้องตา่ งๆ ในบา้ น ๔. ผลการปฏบิ ตั งิ านตาม ใบงานที่ ๔ การดแู ลรกั ษาและตกแตง่ สวน กจิ กรรมตรวจสอบความเขา้ ใจ ๑. การพฒั นาการทำงานสามารถนำมาใช้ประโยชนใ์ นการดำเนินชวี ิตไดอ้ ย่างไร ๒. นักเรียนนำกระบวนการพัฒนาการทำงานมาใช้ในการจดั ตกแตง่ บา้ นได้อย่างไร ๓. นักเรียนนำกระบวนการพฒั นาการทำงานมาใชใ้ นการดแู ลรักษาและตกแตง่ สวนได้อย่างไร ๔. นักเรียนนำกระบวนการพฒั นาการทำงานมาใช้ในการจดั การผลผลติ พชื และผลผลติ สตั ว์ไดอ้ ย่างไร ๕. นักเรียนสามารถนำแนวทางทไี่ ดจ้ ากการพัฒนาการทำงานไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
14. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านความรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ด้านทกั ษะกระบวนการ ........................................................................................................................... .............................................................. ............................................................................................................................. ............................................................ ...................................................................................................................................... .................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ .................................................................................................................................................................................. ....... ............................................................................................................................ ............................................................ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ปญั หา – อุปสรรค - ข้อเสนอแนะเพ่อื การพัฒนาแผนการจัดการเรยี นรู้ในครง้ั ต่อไป ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................................................................. ........... ลงชอ่ื ................... ...................... (นายบรรจบ ชมู ก) ผู้สอน 15. เอกสารประกอบอนื่ ๆ ภาคผนวกทา้ ยหน่วยการเรียนรู้ ประกอบดว้ ย - สอื่ ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ - เอกสารใบความรู้
16. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ............................................................................................................................. ............................................................ ......................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ................................................. (นางศรีเริญ มีพมิ พ์) วันท่ี ........./ ................ / ........... ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ........................................................... ลงชื่อ......................................... (นายถวิล ชยั ยา) วนั ที่ ........./ ................ / ........... ความคิดเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรยี น ............................................................................................................................. ............................................................ ............................................................................................................................. ............................................................ ........................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ......................................... (นายจรสั คำอ้าย) วนั ท่ี ........./ ................ / ...........
ใบงานที่ ๒ เรอื่ ง การพัฒนาการทำงาน ช่ือ............................................................................................. เลขท.ี่ .............. ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒/........ วิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี วนั /เดอื น/ปี ........................................... คำชแี้ จง ให้นักเรียนทำกจิ กรรมดังน้ี โดยแบง่ กลุ่ม ๔-๕ คน เลือกทำกลมุ่ ละ ๑ ชนิ้ โดยการจับฉลาก ๑. การประดิษฐส์ ่งิ ตกแต่งภายนอกบา้ นโดยใชว้ สั ดุเหลือใช้ ๒. การประดิษฐส์ ิ่งตกแต่งภายในบา้ นโดยใชว้ ัสดุเหลอื ใช้ ๓. การประดิษฐ์สิ่งตกแต่งหอ้ งรบั แขกและห้องนง่ั เลน่ โดยใช้วสั ดเุ หลอื ใช้ ๔. การประดิษฐ์สิง่ ตกแต่งห้องครัวโดยใชว้ ัสดเุ หลอื ใช้ ๕. การประดิษฐ์อุปกรณ์ในการเลี้ยงสัตวโ์ ดยใชว้ สั ดเุ หลอื ใช้ ๑. นกั เรยี นร้สู ึกอยา่ งไรจากการปฏบิ ัติงานของการพฒั นาการทำงาน ชื่นชมการปฏิบตั ิ เฉย ๆ ไมช่ อบการปฏบิ ตั ิ ๒. นกั เรยี นจะนำแบบอย่างของการพัฒนาการทำงานไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อยา่ งไร ............................................................................................................................. .............................................. ..................................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................ ............................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ................................................................................................................................. .......................................... ........................................................................................ ................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ............................................................................................................................. ..............................................
ใบงานที่ ๓ เร่อื ง การจัดและตกแต่งห้องตา่ งๆ ในบา้ น คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นสรปุ หลักในการจดั และตกแต่งห้องตา่ งๆ ในบ้าน ตามหวั ข้อท่ีกำหนดให้ตอ่ ไปนี้ ชื่อห้อง หลกั ในการจัดตกแต่ง ๑. ห้องนอน ............................................................................................................................ ๒. ห้องครวั ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ๓. ห้องรับแขกหรอื ........................................................................................................................... หอ้ งน่งั เลน่ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ๔. หอ้ งรบั ประทานอาหาร .......................................................................................................................... ............................................................................................................................ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ............................................................................................................................ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ............................................................................................................................ ................................................................................................... ........................ ........................................................................................................................... ........................................................................................................... ................ ........................................................................................................................... ................................................................................................................... ........ ........................................................................................................................... ................................................................................................... ......................... ........................................................................................................................... .......................................................................................................... ................. ........................................................................................................................... ...........................................................................................................................
๕. หอ้ งน้ำ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ............................................................................................................................ ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ใบงานท่ี ๔ เรือ่ ง การดูแลรักษาและตกแตง่ สวน จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. แสวงหาความร้มู าใชใ้ นการดูแลรกั ษาและตกแตง่ สวนได้ ๒. ทำงานได้ถกู ต้องตามกระบวนการ ๓. ทำงานรว่ มกับผู้อนื่ ได้อยา่ งมีความสุข ๔. เลอื กใชท้ รัพยากรในการปฏิบัตงิ านได้เหมาะสมและประหยัด ข้นั ตอนการปฏบิ ัติงาน ๑. แบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๘-๑๐ คน เพ่อื ร่วมกนั วางแผนดูแลรักษาและตกแต่งสวนในโรงเรียน โดยออกแบบผังการ จัดสวนและเขยี นขั้นตอนการดแู ลรกั ษาและตกแตง่ สวนท่ีออกแบบตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้
๑.๑ การให้นำ้ ๑.๒. การควบคมุ ความช้นื ในดนิ ๑.๓. การใส่ปุย๋ ๑.๔ การปอ้ งกนั กำจัดศตั รูพืช ๑๕. การตัดก่งิ กา้ นและรูปทรง ๒. กำหนดตำแหนง่ หน้าท่ตี ามกระบวนการกลุ่ม และประชุมกลุ่มเพื่อพจิ ารณาเลือกงานท่จี ะทำ พร้อมจัดแบ่ง งานให้ทุกคนได้ทำอย่างเทา่ เทียมกัน และทำงานตามข้อตกลงของกลุม่ โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างประหยดั และคุ้มค่า ๓. ศกึ ษาและแสวงหาความรู้เกย่ี วกับงานทีก่ ลุ่มเลอื ก โดยวธิ กี ารตา่ งๆ เช่น อา่ นจากหนังสอื ในห้องสมดุ สบื ค้น จากอนิ เทอรเ์ นต็ สอบถามจากผู้รู้ เชน่ ผ้ปู กครอง ครู และปราชญ์ชาวบ้าน ๔. ปฏิบัตงิ านตามขอ้ มูลและรายละเอียดทไ่ี ดศ้ ึกษามา ๕. หากพบปัญหาในระหว่างปฏิบัติงาน ทุกคนในกลุ่มต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ยกเว้นปัญหาที่ก่อให้เกิด อนั ตรายต้องปรึกษาครูผูส้ อนหรือผปู้ กครอง ๖. บันทกึ ขนั้ ตอนการปฏิบัติงานและผลการปฏบิ ัติงาน เชน่ จดบนั ทึก บนั ทึกเปน็ ภาพถ่ายหรอื วีดทิ ัศน์ ๗. นำผลงานมาติดไว้หน้าชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนกลุ่มอื่นร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าการ ออกแบบสวนของกลุ่มใดสวยงามที่สุด เพราะเหตุใด วิธีการดูแลรักษาสวนของกลุ่มใดถูกต้องตามหลักการที่สุด กลุม่ ใดต้องปรบั ปรุงเพราะเหตใุ ด และควรปรับปรงุ อยา่ งไร กจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรูท้ ่ี ๒ เร่ือง การพัฒนาการทำงาน จงตอบคำถามต่อไปนีใ้ หถ้ ูกต้อง ๑. การพัฒนาการทำงานหมายความวา่ อย่างไร ๒. การพฒั นางานกวาดบา้ น ถูบ้าน ตอ้ งแสวงหาความรู้เรือ่ งใดบ้าง ๓. ความร้เู รอื่ งการจดั ตกแตง่ บ้านหาไดจ้ ากแหล่งใดบา้ ง ๔. การจัดตกแตง่ ห้องรับแขกและหอ้ งน่ังเล่นใหใ้ ช้ประโยชนใ์ ชส้ อยได้สงู สดุ มวี ิธกี ารอยา่ งไร ๕. การจดั ตกแตง่ บา้ นมหี ลักการอยา่ งไร ๖. การจดั วางเครอื่ งเรือนมหี ลักการอย่างไร ๗. การจดั โต๊ะอาหารต้องใชอ้ ุปกรณใ์ ดบ้าง ๘. วอลล์เปเปอร์มปี ระโยชนอ์ ย่างไร ๙. บ้านที่มหี อ้ งครัวอยตู่ ิดกบั หอ้ งรับแขกและหอ้ งน่ังเลน่ ควรระวังในเรื่องใด ๑๐. เครอื่ งเรือนที่เคล่อื นย้ายไดส้ ะดวกมีข้อดอี ย่างไร
๑๑. การจดั ตกแต่งบ้านต้องคำนงึ ถึงเรื่องใดบา้ ง ๑๒. ประโยชน์จากการจดั ตกแตง่ บ้านใหเ้ ป็นระเบยี บ ดูสะอาด สวยงามมีอะไรบา้ ง
เฉลยกจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอื่ ง การพฒั นาการทำงาน จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง ๑. การพฒั นาการทำงานหมายความวา่ อย่างไร กระบวนการทมี่ งุ่ เปลีย่ นแปลงหรือปรับปรุงวธิ กี ารต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การทำงาน เพือ่ ใหก้ ารทำงานเป็นไป อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ลสงู สดุ คือ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ประหยัดต้นทนุ และได้ผลงานตาม เป้าหมายท่ตี ้องการ ๒. การพัฒนางานกวาดบา้ น ถบู ้าน ต้องแสวงหาความรเู้ รอื่ งใดบ้าง วัสดอุ ปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการทำงาน ห้องต่างๆ ทตี่ ้องทำความสะอาด ๓. ความรเู้ รือ่ งการจดั ตกแตง่ บ้านหาได้จากแหล่งใดบา้ ง เวบ็ ไซตต์ ่างๆ หอ้ งสมุด ๔. การจดั ตกแตง่ ห้องรับแขกและหอ้ งนั่งเลน่ ให้ใชป้ ระโยชนใ์ ชส้ อยได้สงู สุด มวี ิธกี ารอย่างไร ๑. ควรอยูส่ ่วนแรกของบา้ น มที างเดนิ เข้าห้องรับแขกไดส้ ะดวก ถา้ ห้องรบั แขกอยูค่ นละสว่ นกบั หอ้ งนั่งเล่น ต้องจัดให้อยตู่ ิดกันและอยใู่ กลก้ บั ห้องรบั ประทานอาหาร ๒. ถ้าใช้ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่นเปน็ ห้องทำงาน อาจมีโตะ๊ เขียนหนังสือ โตะ๊ วางอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์อยู่ ในหอ้ งดว้ ย ๓. การจัดวางอุปกรณ์เครื่องเรือนทกุ อย่างควรยึดหลักองค์ประกอบทางศิลปะ คือ มเี อกภาพ สมดุล ได้ สัดสว่ น และสวยงามยดึ หลักความเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยสงู สุดกอ่ นเสมอ ๕. การจัดตกแตง่ บ้านมหี ลกั การอย่างไร ๑. ความเปน็ สว่ นตัว ๒. ความสะอาดเรยี บร้อย ๓. ความสะดวกสบาย ๔. ความปลอดภยั ๕. ความรม่ ร่ืนสวยงาม ๖. ความสง่างาม ๗. ความเป็นสากล ๖. การจดั วางเครื่องเรือนมีหลักการอย่างไร ๑. สัดส่วนและขนาดของเครื่องเรือน ต้องมีความสัมพันธ์กันระหวา่ งขนาดและสัดส่วนเครื่องเรอื นด้วยกัน และมีความสมั พนั ธก์ ับหอ้ งท่ีใชจ้ ัดวาง ๒. ต้องมีความเป็นเอกภาพ มีการรวมตัวกันของเครื่องเรือนแต่ละกลุ่ม ทั้งในด้านความรู้สึกและความเปน็ จริง เช่น เครื่องเรือนชุดรับแขก ชุดรับประทานอาหาร ชุดนั่งเล่น ต้องวางไว้เป็นชุด ถึงแม้จะถูกจัดให้รวมอยู่ในห้อง โลง่ ทเี่ ปิดถงึ กัน ทั้งนข้ี ึ้นอยกู่ ับการเลือกแบบของเคร่ืองเรือนที่สัมพันธ์กันในแตล่ ะชุด รวมไปถงึ การใชส้ สี นั ของสิ่งของท่ี ใชต้ กแต่ง เชน่ การปูพรมหรอื เสื่อนำ้ มันทพ่ี น้ื บริเวณหอ้ งรบั แขก การตดิ โคมไฟให้แสงสวา่ งบรเิ วณโตะ๊ อาหาร หรอื การ จัดวางโต๊ะคอมพวิ เตอรแ์ ละโทรทัศนใ์ นห้องนัง่ เลน่ ซึ่งจะช่วยใหช้ ุดเครื่องเรือนมีความสวยงาม และดูเป็นเอกภาพมาก ยง่ิ ขนึ้
๓. ต้องมีความสมดุลกัน การจัดวางเครื่องเรือนในแต่ละห้องต้องกระจายให้เหมาะสมกบั พื้นที่ ไม่กระจุกอยู่ ทางดา้ นใดด้านหน่งึ ของห้องโดยปลอ่ ยให้อกี ดา้ นหน่งึ ว่างเปล่า ๔. ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงการใช้สอย เครื่องเรือนบางชิ้นสามารถใช้งานได้หลายหน้าที่หรือ หลาย ๕. ความสัมพันธ์และความสมดุลของลักษณะพน้ื ผิวของวสั ดุทใ่ี ชท้ ำเคร่ืองเรือน ต้องพยายามให้ลักษณะ ดังกลา่ วของวสั ดุมคี วามสมั พนั ธแ์ ละสมดลุ กัน ๖. ความปลอดภัยของทางเดินในบ้าน ทางเดินภายในบ้านจะต้องสะดวกและกว้างขวางเพียงพอ ไม่มีการ จัดวางเครือ่ งเรอื นหรอื ส่ิงของขวางทางเดนิ เพราะอาจเกดิ อันตรายจากการเหยยี บชน หรือสะดุดลม้ ได้ ๗. การจดั โตะ๊ อาหารต้องใช้อุปกรณ์ใดบ้าง อปุ กรณ์หลัก ได้แก่ โต๊ะ เก้าอ้ี ช้นั วางของหวานและผลไม้ ท่ีเกบ็ ของติดผนัง ๘. วอลล์เปเปอร์มีประโยชน์อย่างไร ชว่ ยตกแต่งผนังห้องใหส้ วยงาม ๙. บ้านทีม่ หี ้องครวั อย่ตู ดิ กับหอ้ งรบั แขกและห้องน่ังเลน่ ควรระวังในเร่อื งใด กลิน่ ของอาหารที่อาจสะสมนานเข้าอาจทำใหห้ ้องรบั แขกและหอ้ งนั่งเล่นมกี ลิ่นอนั ไม่พงึ ประสงคซ์ งึ่ มผี ลตอ่ สุขภาพของผู้อาศยั ๑๐. เครอื่ งเรอื นท่ีเคลือ่ นยา้ ยไดส้ ะดวกมีข้อดอี ย่างไร สามารถนำมาจัดวางใหม่ไดง้ า่ ยเมือ่ ต้องการเปล่ยี นแปลงรปู แบบหอ้ งใหม่ เพ่ือหลีกเลย่ี งความซำ้ ซาก จำเจ หรือเปลย่ี นแปลงในบางโอกาสที่มีงาน ๑๑. การจดั ตกแตง่ บา้ นต้องคำนงึ ถึงเรื่องใดบ้าง ๑. สถานท่ีตัง้ ของตวั บา้ นเก่ยี วข้องกับทศิ ทางของลมและแสงแดด ๒. วสั ดทุ จี่ ะนำมาใช้ตกแต่ง พิจารณาในเรื่องความสวยงาม ความทนทาน ราคา และความเหมาะสมกบั สภาพห้อง ๓. ประโยชนใ์ ช้สอยในแตล่ ะห้อง เชน่ ห้องนง่ั เล่น ห้องนอน ห้องรบั แขก ห้องครวั ห้องพระ ๔. ความสวยงาม สง่ิ ของทีจ่ ะนำมาจดั ตกแตง่ ต้องไม่มากเกินไปจนทำใหด้ รู ก เกะกะไมส่ บายตาและทำให้ พ้ืนทใ่ี ช้สอยลดน้อยลง ๕. งบประมาณ มีความสำคญั กับการเลือกใช้เคร่ืองเรือนหรือของประดบั ตกแต่งบ้าน ๖. ความเหมาะสมกบั กาลสมัย สง่ิ ของท่นี ำมาประดับตกแต่งบ้านต้องเหมาะสมกับยุคสมัยโดยเฉพาะอปุ กรณ์ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ๗. รสนยิ ม เพศและวยั การออกแบบหรือการจัดตกแตง่ หอ้ งควรเป็นไปตามความต้องการของผใู้ ชเ้ ปน็ สำคัญ ถา้ ห้องท่ีจดั ตกแตง่ เปน็ ห้องที่ใชส้ อยร่วมกนั ควรไดร้ บั ความเห็นชอบจากสมาชกิ ในครอบครวั ยกเวน้ หอ้ งเดก็ เล็กที่ ผูอ้ อกแบบตกแต่งต้องคำนงึ ถึงความปลอดภัยเปน็ สำคญั ๑๒. ประโยชนจ์ ากการจัดตกแตง่ บา้ นใหเ้ ป็นระเบยี บ ดสู ะอาด สวยงามมีอะไรบา้ ง ทำให้บา้ นน่าอยู่ ปลอดภยั เป็นระเบยี บ ร่มรื่นและสวยงาม
กจิ กรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรอ่ื ง การพฒั นาการทำงาน จงตอบคำถามต่อไปนี้ใหถ้ กู ต้อง ๑. สวนรปู แบบเรขาคณติ มจี ดุ เดน่ อยา่ งไร ตอ้ งดแู ลรกั ษาและตกแต่งอย่างไร ๒. บ้านทมี่ ีสนามหญ้าหน้าบ้านกวา้ งจะมีวธิ กี ารดูแลรกั ษาและตกแต่งอย่างไร ๓. “สวนหย่อมสวนครัว” มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร ๔. การใหน้ ้ำพืชทปี่ ลกู โดยใช้ระบบน้ำหยดมีขอ้ ดีอย่างไร ๕. ป๋ยุ น้ำชีวภาพหมายถงึ อะไรและมีประโยชน์ต่อสิง่ แวดลอ้ มอย่างไร ๖. การใส่ปยุ๋ คอกให้กบั ตน้ มะม่วง ฝรั่ง และชมพูม่ ีวิธีการปฏบิ ตั อิ ย่างไร ๗. การปลูกไมด้ อกให้ดอกดก ควรเลือกใชป้ ยุ๋ เคมีท่ีมีสูตรปุ๋ยแบบใดและตอ้ งใส่ปยุ๋ ในชว่ งเวลาใดจึงจะเหมาะสม ท่สี ุด ๘. การพรวนดินมปี ระโยชน์ต่อพชื และสตั วใ์ นดนิ อยา่ งไร ๙. หากพบพชื ผักสวนครวั เช่น พริก มะเขือทป่ี ลูกในบา้ นมีลกั ษณะใบหงิกซึง่ เกิดจากเช้ือไวรัส นักเรยี นจะปฏบิ ตั ิ อยา่ งไร ๑๐. การจดั ตกแตง่ สวนในบา้ นเปน็ ประจำจะเกดิ ประโยชน์ในด้านใดบ้าง
เฉลยกจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่ือง การพัฒนาการทำงาน จงตอบคำถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง ๑. สวนรปู แบบเรขาคณติ มีจดุ เดน่ อยา่ งไร ตอ้ งดูแลรกั ษาและตกแต่งอย่างไร จัดตามรูปทรงเรขาคณิตท้ังเส้นตรงรูปสามเหลีย่ ม รูปส่เี หลีย่ ม และวงกลม ทำใหเ้ กิดมุมมอง ความสมดุล และจุดเดน่ แตกตา่ งกนั ไป การดูแลรักษาต้องตัดแต่งสวนให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตอยู่เสมอ ๒. บา้ นที่มสี นามหญ้าหน้าบา้ นกว้างจะมวี ธิ กี ารดูแลรักษาและตกแต่งอยา่ งไร รดน้ำด้วยระบบฉีดพ่นด้วยหัวฉีด “สปริงเกลอร์ (Sprinkler) ตัดตกแต่งครั้งแรกเมื่อหญ้ามีความสูงประมาณ ๒ นว้ิ และไมค่ วรตัดออกมากเกนิ ไป การตดั หญา้ แตล่ ะครง้ั จะตดั ออกให้เหลอื ความสงู ประมาณ ๑ ๑/๒น้ิว เครือ่ งมือท่ี ใช้จะต้องคมเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงรากหญ้า ขณะที่ตัดหญ้าสนามจะต้องแห้ง ควรตัดประมาณ ๒ สัปดาห์ต่อ คร้ัง ยกเว้นในชว่ งฤดูฝนหญ้าจะเจริญเตบิ โตเร็ว อาจจะต้องตดั สปั ดาหล์ ะครงั้ ๓. “สวนหยอ่ มสวนครวั ” มปี ระโยชนอ์ ย่างไร เพ่อื เพ่มิ ความโดดเดน่ สวยงาม ดรู ม่ รืน่ สบายตาใหก้ ับพ้นื ท่ีในบริเวณบา้ น ๔. การให้นำ้ พืชท่ปี ลกู โดยใช้ระบบนำ้ หยดมีข้อดีอย่างไร ประหยดั น้ำ ประหยดั เวลาและแรงงาน ๕. ปยุ๋ น้ำชีวภาพหมายถงึ อะไรและมีประโยชน์ตอ่ ส่ิงแวดล้อมอยา่ งไร ปุ๋ยน้ำชีวภาพ หมายถึง ปุ๋ยน้ำหมักชวี ภาพที่ได้จากการหมักเศษซากพืช ซากสัตว์ หรือสารอินทรยี ์ชนิดตา่ งๆ หมักร่วมกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ มีธาตุอาหารสำคัญ ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม กำมะถนั จงึ สามารถนำไปเปน็ ปุ๋ย เรง่ อัตราการเจริญเติบโตของพืช เพิ่มคณุ ภาพของผลผลิต ใหด้ ขี น้ึ และยงั สามารถใชไ้ ลแ่ มลงศัตรูพืชได้อีกดว้ ย ๖. การใส่ป๋ยุ คอกใหก้ ับต้นมะมว่ ง ฝรงั่ และชมพ่มู ีวิธีการปฏบิ ตั อิ ย่างไร ใสร่ องกน้ หลมุ กอ่ นปลกู พชื และใช้ผสมกับดนิ ปลูก รวมทง้ั การฝังดินกลบรอบโคนต้นพืช ๗. การปลูกไม้ดอกใหด้ อกดกควรเลอื กใชป้ ุ๋ยเคมที ่มี ีสูตรป๋ยุ แบบใดและตอ้ งใสป่ ยุ๋ ในชว่ งเวลาใดจงึ จะเหมาะสมทีส่ ดุ ปุย๋ เร่งดอก 8-24-24 ควรใส่ในชว่ งเวลาเชา้ ๘. การพรวนดินมีประโยชน์ต่อพืชและสัตวใ์ นดนิ อยา่ งไร ทำใหด้ ินรว่ นซยุ และโปรง่ มชี ่องว่างในเน้ือดิน ทำให้ดนิ สามารถดูดซับนำ้ ไดอ้ ย่างเพยี งพอ อากาศถา่ ยเทได้ สะดวก และเป็นการกำจัดวัชพชื ไปในคราวเดียวกัน ๙. หากพบพืชผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือที่ปลูกในบ้านมีลักษณะใบหงิกซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส นักเรียนจะปฏิบัติ อย่างไร เผาทำลายท้ิง ๑๐. การจัดตกแตง่ สวนในบา้ นเปน็ ประจำจะเกิดประโยชน์ในดา้ นใดบ้าง ทำให้บ้านร่มรื่น น่าอยู่ มองดูสบายตา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188