Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนโคช

แผนโคช

Published by nuyeieiza29, 2019-11-16 01:31:47

Description: แผนโคช

Search

Read the Text Version

ขั้นท่ี 3 เนื่องจากสมการที่ (1) และ (2) ต฽างมีอิเล็กตรอนเท฽ากัน จึงนํามาบวกกัน อิเล็กตรอนจะ หักลา฾ งกนั หมด (1) + (2) ; I2(s) + 2S2O32-(aq)  2I-(aq) + S4O62-(aq) ตรวจนบั จํานวนอะตอมของธาตตุ า฽ ง ๆ และประจุรวมทั้ง 2 ข฾างเทา฽ กัน แสดงว฽าสมการดุลแลว฾ ตวั อยาํ ง 2 จงดุลสมการของปฏิกิรยิ าต฽อไปนี้ Fe2+(aq) + MnO4-(aq) + H+(aq)  Fe3+(aq) + Mn2+(aq) + H2O(l) วิธีทาํ ขั้นท่ี 1 ใชก฾ ารเปล่ียนเลขออกซิเดชันของธาตุแบง฽ สว฽ นทีถ่ กุ ออกซไิ ดส์ และถูกรีดิวซ์ Ox. Fe2+(aq)  Fe3+(aq) Re. MnO4-(aq)  Mn2+(aq) ข้ันที่ 2 ดุลแต฽ละครึ่งปฏิกิริยาที่แยกได฾ Ox. Fe2+(aq)  Fe3+(aq) Fe ท้ังสองข฾างเท฽ากัน ดุลประจุโดยเติม 1 e- ข฾างขวา ดงั น้ี Fe2+(aq)  Fe3+(aq) + e- …………. (1) Re. MnO4-(aq)  Mn2+(aq) ดุล O ไดด฾ ังนี้ MnO4-(aq)  Mn2+(aq) + 4H2O(l) ดุล H เติม H+ ได฾ดงั น้ี MnO4-(aq) + 8H+(aq)  Mn2+(aq) + 4H2O(l) ดุลประจุโดยเติม 5 e- ข฾างซ฾าย ดังน้ี 5e- + MnO4-(aq) + 8H+(aq)  Mn2+(aq) + 4H2O(l) …………. (2) [ จาํ นวนอเิ ลก็ ตรอนทีเ่ ติมเท฽ากบั ผลต฽างระหว฽างประจุท้งั สองข฾าง = (-1+8) - (2) = 5 ] ขนั้ ท่ี 3 ทําจํานวนอเิ ลก็ ตรอนท่ใี หแ฾ ละรบั ใหเ฾ ทา฽ กันโดยสมการ (1) คูณ 5 จะได฾ 5Fe2+(aq)  5Fe3+(aq) + 5e- …………. (3) (3) + (2) ; 5Fe2+(aq) + MnO4-(aq) + 8H+  5Fe3+(aq) + Mn2+(aq) + 4H2O(l) ตรวจนบั จาํ นวนอะตอมของธาตตุ ฽าง ๆ และประจรุ วมทง้ั 2 ข฾างเทา฽ กัน แสดงวา฽ สมการดุลแล฾ว ตัวอยําง 3 จงดลุ สมการของปฏิกริ ิยาตอ฽ ไปน้ี U4+ + MnO4- + OH-  Mn2+ + UO22+ + H2O วธิ ที าํ ข้ันที่ 1 ใช฾การเปล่ียนแปลงเลขออกซเิ ดชนั แบ฽งเป็นสว฽ นที่ถกู ออกซิไดส์และสวน฽ ที่ถูกรดี วิ ซ์ Ox. U4+  UO22+ Re. MnO4-  Mn2+ ข้ันที่ 2 ดุลแตล฽ ะครึ่งปฏิกริ ิยาท่แี ยกได฾ - ดลุ อะตอมของธาตทุ ่ีเปล่ยี นแปลงเลขออกซิเดชัน Ox. U4+  UO22+ U4+ + 2H2O  UO22+ ดลุ O เตมิ H2O ดงั น้ี ดลุ H เติม H+ ดังน้ี U4+ + 2H2O  UO22+ + 4H+ ดลุ ประจุ เตมิ 2e- { (4) - (2+4)} ข฾างขวา ดงั น้ี

U4+ + 2H2O  UO22+ + 4H+ + 2e- …………. (1) Re. MnO4-  Mn2+ ดลุ O เติม H2O ดังน้ี MnO4-  Mn2+ + 4H2O ดลุ H เติม H+ ดงั นี้ 8H+ + MnO4-  Mn2+ + 4H2O ดุลประจุ เติม 5e- { (8 - 1) - (2)} ข฾างซ฾าย ดงั น้ี 5e- + 8H+ + MnO4-  Mn2+ + 4H2O …………. (2) ขนั้ ที่ 3 ทาํ จาํ นวนอเิ ลก็ ตรอนท่ีใหแ฾ ละรับใหเ฾ ท฽ากนั (1) x 5 ; 5U4+ + 10H2O  5UO22+ + 20H+ + 10e- (2) x 2 ; 10e- + 16H+ + 2 MnO4-  2Mn2+ + 8H2O …………. (3) …………. (4) (3)+(4) ; 5U4+ + 10H2O + 16H+ + 2MnO4-  2Mn2+ + 5UO22+ + 20H+ + 8H2O H2O ซ฾ายมีจํานวนเท฽ากับ 10 และ H2O ทางขวามีจํานวนเท฽ากับ 8 หักล฾างเหลือ H2O ทางซา฾ ยอีก 2 และ H+ ขวามีจํานวนเท฽ากับ 20 ส฽วน H+ ซ฾ายมีจํานวนเท฽ากับ 16 หักล฾างกันเหลือ 4 ดังนัน้ จงึ เหลือ 4H+ ทางขวาดังน้ี 5U4+ + 2H2O + 2MnO4-  2Mn2+ + 5UO22+ + 4H+ จากโจทย์ทาํ ในสารละลายเบส 4OH- เขา฾ ไปในสมการท้งั ข฾างซ฾ายและขวาของสมการ จะได฾ 5U4+ + 2H2O + 2MnO4- + 4OH-  2Mn2+ + 5UO22+ + 4H+ + 4OH- 5U4+ + 2H2O + 2MnO4- + 4OH-  2Mn2+ + 5UO22+ + 4H2O จะได฾ 5U4+ + 2MnO4- + 4OH-  2Mn2+ + 5UO22+ + 2H2O ตรวจนับ จาํ นวนอะตอมของธาตตุ า฽ ง ๆ และประจุรวมทัง้ 2 ข฾างเทา฽ กัน แสดงว฽า สมการดุลแล฾ว การคานวณเกยี่ วกับสมการของปฏิกริ ิยารีดอกซ์ ตวั อยําง แรเ฽ หลก็ ตวั อย฽างหนัก 0.8765 g ถูกละลายในสารละลาย HCl และเหล็กละลายเป็น Fe2+ แล฾ว นําสารละลายนไ้ี ปไทเทรตพอดีกบั สารละลาย K2Cr2O7 0.04212 mol / dm3 จํานวน 29.43 ml จงหา ร฾อยละโดยมวลของ Fe ในแร฽ตวั อย฽างนี้ (กําหนดมวลอะตอมของ Fe = 55.8) Fe2+ + H+ + Cr2O72-  Fe3+ + Cr3+ + H2O วิธที าํ ดลุ สมการรดี อกซด์ งั นี้ 6Fe2+ + 14H+ + Cr2O72-  6Fe3+ + 2Cr3+ + 7H2O ใช฾ X g 29.43 ml หาจาํ นวนโมลของ Cr2O72- ที่ใชไ฾ ทเทรตกับ Fe2+ จะได฾ สารละลาย K2Cr2O7 1000 ml มี Cr2O72- อยู฽ = 0.04212 mol ในสารละลาย 29.43 ml จะมี Cr2O72- อย฽ู = (0.04212 x 29.43) / 1000 mol = 1.24 x 10-3 mol และจํานวนโมลของ Fe2+ ท่ที ําปฏิกิรยิ าพอดีกับ Cr2O72- = X mol 55.8 จากสมการท่ีดลุ แล฾วจะไดว฾ ฽า โมลของ Fe2 =6 โมลของ Cr2 O 2- 1 7

X 55.8 1.24 x 10-3 =6 1 X = 1.24 x 10-3 x 55.8 6x X = 0.415 g มวลของ Fe ในแรเ฽ หลก็ หนัก = 0.415 g แรเ฽ หลก็ ตัวอย฽าง 0.8765 g มแี รเ฽ หลก็ หนกั = 0.415 0.415 X 100 แรเ฽ หล็กตัวอยา฽ ง 100 g มี Fe หนัก = 0.8765 = 47.35 g ตอบ รอ฾ ยละโดยมวลของ Fe ในแร฽เหลก็ ตวั อย฽างน้ี = 47.35 g

แผนการจัดการเรียนรูท๎ ี่ 4 หนวํ ยการเรยี นร๎ูที่ 9 ไฟฟ้าเคมี เรือ่ ง การดุลสมการรดี อกซ์โดยใชค๎ รึ่งปฏิกิรยิ า รหัสวิชา ว30225 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 รายวชิ า เคมี 5 (เพ่ิมเติม) กลํุมสาระการเรียนร๎วู ทิ ยาศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 เวลา 3 ชัว่ โมง ผลการเรียนรู๎ เปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั รีดวิ ซ์หรอื ตวั ออกซิไดซ์ และดลุ สมการรีดอกซ์ได฾ สาระการเรียนร๎ู การดุลสมการของปฏิกริ ยิ ารีดอกซ์ นอกจากเป็นการทําใหจ฾ าํ นวนอะตอมของธาตุต฽าง ๆ ในสารตั้งต฾น และสารผลิตภณั ฑ์มจี าํ นวนเท฽ากันแล฾ว จะต฾องทําให฾เลขออกซิเดชันท่ีเปล่ียนแปลงมีค฽าเท฽ากัน หรือต฾องทําให฾ จํานวนอิเล็กตรอนที่ให฾และรับเท฽ากัน หรือต฾องทําให฾จํานวนประจุรวมทางด฾านซ฾ายและด฾านขวาของสมการ เทา฽ กันอีกด฾วย จุดประสงคก์ ารเรยี นร๎ู ดา๎ นความร๎ู (Knowledge) - สามารถอธิบายหลักการดลุ สมการรีดอกซ์โดยดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช฾ครง่ึ ปฏิกิริยาได฾ ด๎านทกั ษะ (Process) - ดุลสมการรีดอกซ์โดยใชค฾ ร่ึงปฏกิ ริ ิยาได฾ ด๎านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Affective) 1. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู฾มคี วามสนใจใฝรุ ฾ู และมรี ะเบยี บวินยั 2. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผูม฾ ีความรับผิดชอบ ตรงต฽อเวลา 3. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู฾ คี วามซอ่ื สัตย์ สจุ ริต ความคดิ รวบยอด การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช฾ครงึ่ ปฏกิ ิรยิ า การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช฾วิธีการครึ่งปฏิกิริยา (Half reaction Method) หรือ วิธีการไอออน- อเิ ล็กตรอน (Ion-electron Method) เป็นวิธีท่ีดุลสมการด฾วยการทําจํานวนอิเล็กตรอนที่ให฾และรับให฾เท฽ากัน สมการท่จี ะดุลดว฾ ยวธิ ีนี้ต฾องเป็นสมการไอออนิก สมรรถนะสาคญั ของผู๎เรยี น  ความสามารถในการสอื่ สาร  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแก฾ปญั หา  ความสามารถในการใช฾ทกั ษะชีวิต  ความสามารถในการใช฾เทคโนโลยี

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์  ความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  ความซื่อสตั ยส์ จุ รติ  มีวินยั  ใฝเุ รยี นรู฾  อยู฽อย฽างพอเพียง  มง฽ุ มนั่ ในการทาํ งาน  รกั ความเปน็ ไทย  มีจิตสาธารณะ แนวความคดิ เพ่ือการเรียนรใู๎ นศตวรรษท่ี 21  สาระวิชาหลัก (Core Subjects)  ทกั ษะดา฾ นการเรยี นร฾แู ละนวัตกรรม  ทกั ษะดา฾ นสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี  ทักษะด฾านชวี ติ และอาชีพ กิจกรรมการเรยี นรู๎ วิธีสอน โดยใชก฾ ระบวนการสบื เสาะความรู฾ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ชว่ั โมงที่ 1-3 1. ขั้นสร๎างความสนใจ (Engagement) (15 นาที) 1.1 ครสู นทนากับนักเรยี นทบทวนเรอ่ื ง การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใช฾เลขออกซิเดชนั 1.2 ครูใชก฾ ระตุ฾นนกั เรยี นดงั นี้ 1. การดุลสมการรีดอกซ์นอกจากการดลุ สมการโดยใชเ฾ ลขออกซเิ ดชนั มีการดุลสมการแบบใดอกี ตอบ การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช฾วิธกี ารครง่ึ ปฏกิ ริ ิยา 1.3 ครูเกร่ินนาํ นักเรยี นเข฾าสบู฽ ทเรียน เร่อื ง การดลุ สมการรีดอกซ์โดยใช฾ครง่ึ ปฏกิ ิรยิ า 2. ข้นั สารวจและคน๎ หา (Exploration) ( 85 นาที) 2.1 ครูอธิบายเนือ้ หาเร่อื ง เรอื่ ง การดลุ สมการรีดอกซโ์ ดยใช฾คร่งึ ปฏิกิริยา ศึกษาประกอบกบั ใบความรู฾ เร่ือง ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ เน้อื หาการสอนดังน้ี การดลุ สมการรดี อกซ์โดยใชค๎ รึง่ ปฏกิ ริ ยิ า การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช฾วิธีการครึ่งปฏิกิริยา (Half reaction Method) หรือ วิธีการไอออน- อิเลก็ ตรอน (Ion-electron Method) เป็นวิธีท่ีดุลสมการด฾วยการทําจํานวนอิเล็กตรอนท่ีให฾และรับให฾เท฽ากัน สมการทจี่ ะดลุ ด฾วยวิธีนตี้ ฾องเป็นสมการไอออนกิ หลักการดลุ สมการโดยใช๎วธิ กี ารคร่ึงปฎกิ ิริยา 1. ใชก฾ ารเปล่ยี นเลขออกซิเดชนั ของธาตุ แบง฽ ส฽วนทถ่ี กู ออกซไิ ดส์ และถกู รีดวิ ซ์ เขียนโครงคร่ึงปฏิกิริยา ไอออนกิ สทุ ธิ 2 โครง โดยโครงหนึ่งเป็นส฽วนท่ถี กู ออกซไิ ดส์ และอกี สว฽ นหนงึ่ ถูกรดี วิ ซ์ 2. ดลุ แต฽ละครึง่ ปฏกิ ิริยาท่แี ยกได฾ 2.1. ดุลอะตอมของธาตุที่ถูกออกซิไดส์ และท่ีถูกรีดิวซ์ ทั้งสารตั้งต฾นและผลิตภัณฑ์ ยกเว฾น O และ H ยังไม฽ดลุ 2.2. ดลุ ธาตอุ อกซเิ จนดว฾ ยการเตมิ นํา้ (H2O) โดยเติม H2O ลงข฾างท่มี อี อกซเิ จนนอ฾ ยกวา฽ 2.3. ในปฏกิ ริ ิยาท่ีเป็นกรดเติม H+ลงในข฾างที่มไี ฮโดรเจนน฾อยกว฽าของสมการเพ่ือดุลอะตอมของ H 2.4. เตมิ จํานวนอิเล็กตรอนลงในข฾างที่มีประจุมาก จํานวนอิเล็กตรอนที่เติมลงไปเท฽ากับผลต฽าง ระหวา฽ งประจรุ วมทัง้ 2 ขา฾ ง 3. ทําจาํ นวนอิเลก็ ตรอนในสมการของปฏิกริ ยิ าออกซิเดชนั และรีดักชันใหเ฾ ท฽ากนั แล฾วนําสมการท้ังหมด มาบวก อิเล็กตรอนหักล฾างหมดไป จะได฾สมการของปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ท่ดี ลุ แลว฾ ตามต฾องการ

ตรวจนบั จํานวนอะตอมของธาตุแตล฽ ะธาตุเทา฽ กนั และประจุรวมข฾างซา฾ ยเท฽ากับประจุรวมข฾างขวาแสดง สมการดุลแลว฾ ระวงั !! สาํ หรับปฏิกิรยิ าทเี่ ป็นเบสเมือ่ ดลุ ถึงขึ้นน้ีถ฾าในสมการมี H+ เกิดขึ้นไม฽ว฽าอยู฽ทางข฾างซ฾ายหรือขวา ใหท฾ ําลาย H+ ทั้งหมดดว฾ ยการบวก OH- เข฾าไปในสมการท้ังขา฾ งซ฾ายและขวาด฾วยจํานวนเท฽ากับจํานวน H+ นั้น เพ่อื สะเทนิ กรด (H+) ทั้งหมดด฾วย OH- ตัวอยาํ ง 1 จงดุลสมการของปฏิกริ ิยานี้ I2(s) + S2O32-(aq)  I-(aq) + S4O62-(aq) วิธีทํา ข้ันท่ี 1 ใช฾การเปลี่ยนเลขออกซเิ ดชันของธาตแุ บ฽งสว฽ นทีถ่ กู ออกซไิ ดส์และถกู รดี ิวซ์ Re. I2(s)  I-(aq) Ox. S2O32-(aq)  S4O62-(aq) ขั้นที่ 2 ดลุ แตล฽ ะครงึ่ ปฏิกิริยาท่ีแยกได฾ ดุลอะตอมของธาตุที่เปลีย่ นเลขออกซิเดชนั I ใน I2 = 2 จึงเตมิ เลข 2 หน฾า I- จงึ จะทําให฾ I ท้ัง 2 ข฾างเท฽ากัน Re. I2(s)  2I-(aq) S ใน S4O62-(aq)(ทางขวา) = 4 จงึ เติมเลข 2 หน฾า S2O32-(aq) จงึ จะทําให฾ S ทัง้ 2 ข฾างเทา฽ กนั 2S2O32-(aq)  S4O62-(aq Ox. สมการทง้ั 2 ไม฽ตอ฾ งดุล O และ H+ H เพราะเทา฽ กัน จึงไม฽ตอ฾ งเตมิ H2O และ ดุลประจุ ด฾วยการเติมอิเล็กตรอนลงในข฾างที่มีประจุมาก จํานวนอิเล็กตรอนท่ีเติมเท฽ากับผลต฽าง ระหวา฽ งประจทุ ้งั สองข฾างดงั นี้ 2e- + I2(s)  2I-(aq) 2S2O32-(aq)  S4O62-(aq) + 2e- …………. (1) …………. (2) ขั้นท่ี 3 เนื่องจากสมการท่ี (1) และ (2) ต฽างมีอิเล็กตรอนเท฽ากัน จึงนํามาบวกกัน อิเล็กตรอนจะ หักลา฾ งกนั หมด (1) + (2) ; I2(s) + 2S2O32-(aq)  2I-(aq) + S4O62-(aq) ตรวจนบั จํานวนอะตอมของธาตุตา฽ ง ๆ และประจุรวมทั้ง 2 ข฾างเท฽ากัน แสดงวา฽ สมการดลุ แลว฾ 2.2 ครนู ักเรยี นศกึ ษาจากใบความร฾ูเรอื่ ง การดลุ สมการรีดอกซ์ 3. ข้ันอธิบายและลงขอ๎ สรปุ (Explanation) ( 20 นาท)ี 3.1 ครแู ละนกั เรียนร฽วมกนั อภปิ รายเรอ่ื ง การดลุ สมการรีดอกซโ์ ดยใชค฾ ร่ึงปฏกิ ิรยิ า ไดด฾ งั น้ี การดุลสมการรีดอกซโ์ ดยใชค๎ รึ่งปฏกิ ิรยิ า การดุลสมการรีดอกซ์โดยใช฾วิธีการคร่ึงปฏิกิริยา (Half reaction Method) หรือ วิธีการไอออน- อิเล็กตรอน (Ion-electron Method) เป็นวิธีที่ดุลสมการด฾วยการทําจํานวนอิเล็กตรอนที่ให฾และรับให฾เท฽ากัน สมการทจี่ ะดลุ ดว฾ ยวธิ ีน้ตี ฾องเปน็ สมการไอออนกิ หลักการดุลสมการโดยใช฾วิธีการครงึ่ ปฎิกิรยิ า 1. ใชก฾ ารเปล่ยี นเลขออกซเิ ดชนั ของธาตุ แบง฽ สว฽ นท่ีถกู ออกซไิ ดส์ และถูกรดี วิ ซ์ เขียนโครงครึ่งปฏิกิริยา ไอออนกิ สทุ ธิ 2 โครง โดยโครงหนง่ึ เปน็ ส฽วนทถ่ี กู ออกซิไดส์ และอกี สว฽ นหนึ่งถกู รดี วิ ซ์

2. ดลุ แตล฽ ะครึง่ ปฏกิ ริ ยิ าท่ีแยกได฾ 2.1. ดุลอะตอมของธาตุท่ีถูกออกซิไดส์ และท่ีถูกรีดิวซ์ ท้ังสารตั้งต฾นและผลิตภัณฑ์ ยกเว฾น O และ H ยังไมด฽ ุล 2.2. ดุลธาตอุ อกซิเจนดว฾ ยการเตมิ นาํ้ (H2O) โดยเตมิ H2O ลงข฾างที่มอี อกซิเจนนอ฾ ยกวา฽ 2.3. ในปฏกิ ริ ยิ าท่ีเป็นกรดเติม H+ลงในขา฾ งท่มี ไี ฮโดรเจนนอ฾ ยกว฽าของสมการเพ่ือดุลอะตอมของ H 2.4. เติมจาํ นวนอิเล็กตรอนลงในข฾างท่ีมีประจุมาก จํานวนอิเล็กตรอนท่ีเติมลงไปเท฽ากับผลต฽าง ระหวา฽ งประจุรวมทั้ง 2 ข฾าง 3. ทําจํานวนอเิ ลก็ ตรอนในสมการของปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชนั และรดี ักชนั ใหเ฾ ทา฽ กันแลว฾ นําสมการทั้งหมด มาบวก อิเลก็ ตรอนหกั ล฾างหมดไป จะไดส฾ มการของปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ที่ดุลแลว฾ ตามต฾องการ ตรวจนบั จํานวนอะตอมของธาตุแตล฽ ะธาตุเท฽ากนั และประจรุ วมขา฾ งซ฾ายเท฽ากับประจรุ วมข฾างขวาแสดง สมการดุลแลว฾ ระวงั !! สําหรบั ปฏกิ ริ ิยาทเ่ี ป็นเบสเม่ือดุลถึงข้ึนนี้ถ฾าในสมการมี H+ เกิดขึ้นไม฽ว฽าอยู฽ทางข฾างซ฾ายหรือขวา ให฾ทําลาย H+ ท้ังหมดด฾วยการบวก OH- เข฾าไปในสมการทั้งข฾างซ฾ายและขวาด฾วยจํานวนเท฽ากับจํานวน H+ น้ัน เพือ่ สะเทินกรด (H+) ทั้งหมดดว฾ ย OH- 4. ข้นั ขยายความร๎ู (Elaboration) (50 นาท)ี 4.1 ครูให฾นักเรยี นทําแบบฝึกหดั เร่ือง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช฾ครงึ่ ปฏิกริ ยิ า ลงในสมดุ 4.2 ครแู ละนกั เรยี นช฽วยกันเฉลยแบบฝกึ หัด 5. ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (10 นาที) 5.1 ครูประเมินนกั เรียนจากการตอบคําถาม 5.2 การสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล 5.3 แบบฝึกหัดเร่ือง การดุลสมการรดี อกซโ์ ดยใช฾ครง่ึ ปฏิกริ ยิ า วัสดุ อปุ กรณ์ สอ่ื และแหลํงเรียนรู๎ 1. Power point เรื่อง การดุลสมการรีดอกซ์ 2. ใบความร฾เู ร่อื ง การดุลสมการรดี อกซ์ 3. หนังสอื เรียนเคมเี ล฽ม 4 4. แบบฝึกหดั การวดั และการประเมนิ ผล การวดั ผลประเมินผลด๎าน วิธีการวัด เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารผาํ น 1. คาํ ถาม 1. ดา฾ นความรู฾ 1. การตอบคําถาม 1. ได฾คะแนนร฾อยละ 60 ขนึ้ ไป 2. ด฾านทกั ษะ 1. การทาํ แบบฝึกหัด 1. โจทยแ์ บบฝกึ หดั 1. ได฾คะแนนร฾อยละ 60 ข้ึนไป 3. ด฾านคุณลักษณะท่ีพึง - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม 1. ระดบั คุณภาพ ประสงค์ รายบคุ คล รายบคุ คล ปานกลางขึน้ ไป

บนั ทกึ หลังแผนการจดั การเรียนรู๎ รายวิชาเคมี 5 รหัสวิชา ว30225 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 1. ดา๎ นความร๎ู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ดา๎ นทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ด๎านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ปัญหาและอปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. แนวทางการแกไ๎ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ........................................................ครูผู฾สอน ( นางสาวสทุ พิ ย์ สุขสบาย) ............../............../...........

ความสนใจใฝ่ ๎ูร ้ัตงใจเรียน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล และทา ิกจกรรมวชิ า ...................................................................................................... ชั้น ......................................... เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ การแลกเป ี่ลยนเ ีรยน ู๎ร ักบเพ่ือน ีมความซ่ือสัตย์ในการทา ิกจกรรมหมายเหตุ ให฾บันทกึ โดยใช฾เครอ่ื งหมาย ้ัตงปัญหาห ืรอคาถามสร๎างสรร ์ค = แสดงพฤติกรรมที่พงึ ประสงคต์ ามคาดหวัง ทางานไ ๎ดเ ีรยบ ๎รอย ูถก ๎ตองและครบ ๎ถวน = ไมแ฽ สดงพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์ตามคาดหวงั หมายเห ุตเกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นมพี ฤติกรรมทพ่ี ึงประสงคต์ ามคาดหวังตงั้ แต฽ ๓ รายการข้ึนไป ถือว฽า ผา฽ นเกณฑ์การประเมนิ

แบบฝึกหดั เรือ่ ง การดลุ สมการรดี อกซ์ 1.จงดลุ สมการตอ฽ ไปนดี้ ว฾ ยวิธีครง่ึ ปฏกิ ิริยา 2.1 Fe(CN6)4- + H+ + MnO4-  Fe2+ + CO2 + NO3- + Mn2+ + H2O 2.2 Cu3P + H+ + Cr2O72-  Cu2+ + H3PO4 + Cr3+ + H2O 2.3 Cro42- + H2O + HSnO22-  CrO2- + OH- + HSnO3- 2.4 MnO4- + H2O + NO2-  MnO2 + NO3- + OH- 2.จงดลุ สมการของปฏกิ ิริยาตอ฽ ไปน้ีโดยใชว฾ ธิ ีคร่ึงปฏกิ ริ ิยา 3.1 Zn + NO3-  Zn2+ + N2 (สารละลายกรด) 3.2 Zn + NO3-  Zn2+ + NH3 (สารละลายเบส) 3.3 P4  PH3 + HPO32- (สารละลายกรด) 3.4 P4  PH3 + HPO32- (สารละลายเบส)

เฉลยแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง การดุลสมการรีดอกซ์ 2. จงดลุ สมการต฽อไปนด้ี ฾วยวิธีครึ่งปฏิกิรยิ า 2.1 Fe(CN6)4- + H+ + MnO4-  Fe2+ + CO2 + NO3- + Mn2+ + H2O 2.2 Cu3P + H+ + Cr2O72-  Cu2+ + H3PO4 + Cr3+ + H2O 2.3 Cro42- + H2O + HSnO22-  CrO2- + OH- + HSnO3- 2.4 MnO4- + H2O + NO2-  MnO2 + NO3- + OH- เฉลย 2.1 30H2O + Fe(CN6)4-  Fe2+ + 6CO2 + 6NO3- + 60H+ + 61e- MnO4- + 8H+ + 5e-  Mn2+ + 4H2O 5Fe(CN6)4- + 188 H+ + 61 MnO4-  5Fe2+ + 30CO2 + 30 NO3- + 61Mn2+ + 94 H2O 2.2 4H2O + Cu3P  3Cu2+ + H3PO4 + 5H+ + 11e- 6e- + 16H+ + Cr2O72-  2Cr3+ + 7H2O 6Cu3P + 124H+ + 11Cr2O72-  18Cu2+ + 6 H3PO4 + 22 Cr3+ + 53H2O 2.3 3e- + 4H+ + Cro42-  CrO2- + 2H2O H2O + HSnO22-  HSnO3- + 2H+ + 2e- 8H+ + 2Cro42- + 3H2O + 3HSnO22-  2CrO2- + 4H2O + 6H+ + 3HSnO3- 2H+ + 2Cro42- + 3HSnO22-  2CrO2- + H2O + 3HSnO3- 2.4 MnO4- + 2H2O + 3e-  MnO2 + 4 OH- NO2- + 2 OH-  NO3- + H2O + 2e- 2MnO4- + 4H2O + 3NO2- + 6 OH-  2MnO2 + 3NO3- + 8OH- + 3H2O 2MnO4- + H2O + 3NO2-  2MnO2 + 3 NO3- + 2OH- 3.จงดลุ สมการของปฏกิ ิริยาตอ฽ ไปน้โี ดยใช฾วธิ ีครง่ึ ปฏิกริ ิยา 3.1 Zn + NO3-  Zn2+ + N2 (สารละลายกรด) 3.2 Zn + NO3-  Zn2+ + NH3 (สารละลายเบส) 3.3 P4  PH3 + HPO32- (สารละลายกรด) 3.4 P4  PH3 + HPO32- (สารละลายเบส) เฉลย 3.1 Zn  Zn2+ + 2e- 2NO3- + 12H+ + 10e-  N2+ 6H2O 5Zn + 2NO3- + 12H+  5Zn2+ + N2 + 6H2O 3.2 Zn  Zn2+ + 2e- NO3- + 6H2O + 8e-  NH3+ 9OH- 4Zn + NO3- + 6H2O  4Zn2+ + NH3+ 9OH- 3.3 12H+ + P4 + 12e-  4 PH3

P4 + 12H2O  4HPO32- + 20H+ +12e- 12H+ + 2 P4 + 12H2O  4 PH3 + 4HPO32- + 20H+ 2 P4 + 12H2O  4 PH3 + 4HPO32- + 8H+ 3.4 P4 + 12H2O + 12e-  4 PH3 + 12OH- P4 + 12H2O + 20 OH-  4HPO32- + 20H2O + 12e- P4 + 20 OH-  4HPO32- + 8H2O +12e- P4 + P4 + 12H2O + 20 OH-  4 PH3 + 4HPO32- + 8H2O + 12OH- 2 P4 + 4H2O + 8OH-  4 PH3 + 4HPO32-

แผนการจัดการเรยี นรูท๎ ่ี 5 หนวํ ยการเรียนร๎ูที่ 9 ไฟฟ้าเคมี เรือ่ ง เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี (เซลล์กลั วานกิ ) รหสั วชิ า ว30225 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 รายวชิ า เคมี 5 (เพมิ่ เตมิ ) กลุํมสาระการเรยี นรวู๎ ทิ ยาศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 3 ชว่ั โมง ผลการเรยี นรู๎ - ต฽อเซลล์กัลวานิก บอกข้ัวแคโทด ขั้วแอโนด เขียนสมการแสดงปฏิกิริยา และเขียนแผนภาพเซลล์ กลั ปว฼ านกิ ได฾ สาระการเรยี นรู๎ เซลล์ไฟฟูาเคมี (Electrochemical) คือ เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ทางเคมีที่เกิดจากการเปล่ียนแปลง พลงั งานเคมเี ป็นไฟฟาู หรอื ไฟฟาู เป็นเคมี เซลลไ์ ฟฟูาเคมแี บ฽งออกเป็น 2 ประเภท 1. เซลลก์ ลั วานิก (Galvanic cell) คอื เซลล์ไฟฟูาเคมีท่ีเปลี่ยนพลังงานเคมเี ป็นพลังงานไฟฟูา เกิดจาก สารเคมีทําปฏิกิริยากันในเซลล์ แล฾วเกิดกระแสไฟฟูา เช฽น ถ฽านไฟฉาย เซลล์อัลคาไลน์ เซลล์ปรอท เซลล์เงิน แบตเตอรี่ 2. เซลล์อิเลก็ โทรไลติก (Electrolytic cell) คอื เซลล์ไฟฟาู เคมที ่เี ปลี่ยนพลงั งานไฟฟูาเป็นพลังงานเคมี เกิดจากการผ฽านกระแสไฟฟูาลงไปในสารเคมีท่ีอย฽ูในเซลล์ แล฾วทําให฾เกิดปฏิกิริยาเคมี เช฽น การแยกน้ําด฾วย กระแสไฟฟูา การชุบโลหะด฾วยไฟฟาู จุดประสงคก์ ารเรยี นรู๎ ด๎านความรู๎ (Knowledge) 1. อธิบายลักษณะของเซลลก์ ลั วานิกและหนา฾ ทีข่ องสว฽ นประกอบในเซลล์ได฾ 2. อธบิ ายและเขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าท่ขี ั้วแอโนด แคโทด และของเซลล์กัลวานิกได฾ ด๎านทกั ษะ (Process) 3. แบง฽ ประเภทของเซลลไ์ ฟฟูาได฾ 4. ระบุขั้วไฟฟูาแอโนดและแคโทดในเซลก์ ลั วานกิ ได฾ ดา๎ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Affective) 1. ปฏิบตั ติ นเป็นผ฾ูมคี วามสนใจใฝรุ ู฾ และมีระเบียบวนิ ยั 2. ปฏิบัตติ นเปน็ ผม฾ู ีความรับผิดชอบ ตรงต฽อเวลา 3. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผม฾ู ีความซ่ือสัตย์ สจุ รติ ความคิดรวบยอด เซลล์กัลวานกิ (Galvanic cell) คือ เซลลไ์ ฟฟูาที่เปล่ยี นพลงั งานเคมีเป็นพลังงานไฟฟูา ประกอบด฾วย ครง่ึ เซลล์ 2 คร่งึ เซลล์มาต฽อกัน และเชอื่ มใหค฾ รบวงจรโดยใช฾สะพานไอออนต฽อระหว฽างครึง่ เซลล์ไฟฟูาทง้ั สอง - เซลล์กลั วานกิ ซงึ่ อเิ ลก็ ตรอนไหลจากขัว้ แอโนด (-) ไปยงั ข้วั แคโทด (+) - คร่งึ เซลล์ (Half cell) คอื ระบบที่มีสารจมุ฽ อยู฽ในไอออนของสารนั้น ถ฾าสารท่จี ฽ุมเปน็ โลหะกใ็ ชโ฾ ลหะนั้นเปน็ ข้ัว

(ข้วั ว฽องไว) เชน฽ Zn จ฽มุ อยูใ฽ น Zn2+ - สะพานไอออน (Salt bridge) คือ ตัวเช่อื มวงจรภายในของแตล฽ ะครึ่งเซลลใ์ ห฾ครบวงจร ทําใหไ฾ อออนในแตล฽ ะ คร่ึงเซลล์สามารถไหลผา฽ นสะพานไอออนนีไ้ ด฾ และมหี นา฾ ทีร่ ักษาสมดุลของไอออนของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ใน แตล฽ ะครึ่งเซลล์ เพื่อทาํ ให฾ประจใุ นแตล฽ ะคร่ึงเซลลส์ มดลุ กนั สมบตั ขิ องสารที่ใชท฾ ําเปน็ สะพานไอออน 1. เปน็ สารประกอบไอออนกิ ทส่ี ามารถแตกตวั ละลายนํ้าได฾ดี มปี ริมาณไอออนมาก 2. ไอออนต฾องไม฽ทาํ ทําปฏกิ ิรยิ าเคมีใดๆ กับสารละลายของแตล฽ ะครง่ึ เซลล์ 3. ไอออนบวกและไอออนลบทแ่ี ตกตัวออกมาต฾องมีความสามารถในการเคลื่อนท่ใี กลเ฾ คียงกัน 4. สารท่ใี ชท฾ ําสะพานไอออน ได฾แก฽ KNO3, KCl , NH4Cl 5. ต฾องเป็นสารละลายอมิ่ ตวั ประกอบดว฾ ยไอออนมาก ลักษณะสาํ คญั ของเซลล์กัลวานกิ 1. กระแสไฟฟูาที่เกดิ ขึ้นเป็นกระแสตรง คือ กระแสอิเลก็ ตรอน 2. อิเลก็ ตรอนจะไหลจากคร่งึ เซลล์ทม่ี ศี ักยไ์ ฟฟูาตาํ่ ไปยงั ครง่ึ เซลล์ท่มี ศี ักย์ไฟฟูาสงู เซลล์กัลวานิกแบ฽งออกได฾เปน็ 2 ชนิด 1. เซลลป์ ฐมภูมิ คือเซลลก์ ัลวานกิ ทปี่ ฏิกริ ิยาเคมีภายในเซลล์เกิดขึน้ อย฽างสมบูรณ์ ไมส฽ ามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ กลบั มาเปน็ สารต้งั ตน฾ ได฾ คือ ใช฾แล฾วหมดไปไมส฽ ามารถนาํ กลับมาใชไ฾ ด฾อีก 2. เซลล์ทุติยภมู ิ คือเซลลก์ ัลวานิกทเี่ ม่อื นาํ ไปใช฾แลว฾ สามารถทาํ ให฾เกิดปฏิกิรยิ าย฾อนกลบั ได฾โดยการอัดไฟ หรือประจุ ไฟ แล฾วจงึ สามารถนาํ กลับมาใช฾ใหม฽ได฾ สมรรถนะสาคัญของผูเ๎ รยี น  ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแก฾ปัญหา  ความสามารถในการใชท฾ ักษะชวี ิต  ความสามารถในการใช฾เทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์  ความซื่อสตั ย์สุจริต  มวี ินยั  ความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  อยู฽อย฽างพอเพียง  มง฽ุ มน่ั ในการทํางาน  ใฝเุ รยี นร฾ู  รกั ความเปน็ ไทย  มจี ิตสาธารณะ แนวความคิดเพอื่ การเรียนรใ๎ู นศตวรรษท่ี 21  ทักษะดา฾ นการเรียนร฾ูและนวตั กรรม  สาระวิชาหลัก (Core Subjects)  ทกั ษะด฾านชีวติ และอาชีพ  ทักษะด฾านสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี กจิ กรรมการเรยี นร๎ู วธิ สี อน โดยใชก฾ ระบวนการสืบเสาะความรู฾ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ชัว่ โมงที่ 1-3

1. ขน้ั สรา๎ งความสนใจ (Engagement) (10 นาท)ี 1.1 ครสู นทนากบั นักเรียนเร่อื ง เซลล์ไฟฟาู เคมี และใชค฾ าํ ถามกระต฾ุนผู฾เรยี น ดงั น้ี - ยกตัวอยา฽ งเซลล์ไฟฟาู เคมี มีอะไรบ฾าง จงอธบิ าย ตอบ ถ฽านไฟฉาย เปน็ แหลง฽ พลงั งานไฟฟาู และให฾แสงสวา฽ ง แบตเตอร่ีรถยนต์ เป็นแหล฽งพลังงานไฟฟูา ใหก฾ ับรถยนต์ การชุบเงินเพอ่ื ให฾สวยงาม การแยกนาํ้ ดว฾ ยไฟฟูาเพื่อใหไ฾ ด฾แก฿สออกซเิ จนและแกส฿ ไฮโดรเจน - เซลล์ไฟฟาู เคมีคอื อะไร ตอบ เซลลไ์ ฟฟูาเคมี ใชเ฾ ปลีย่ นแปลงรูปพลังงาน - จากพลงั งานเคมใี ห฾เป็นพลงั งานไฟฟาู - จากพลงั งานไฟฟูาใหเ฾ ป็นพลงั งานเคมี ปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนในเซลล์ไฟฟูาเคมีเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ การสร฾างเซลล์จะต฾องมีความ สอดคลอ฾ งกับปฏิกิรยิ าทีเ่ กดิ ขน้ึ 1.2 ครเู กริ่นนําเร่อื งการ เซลล์ไฟฟูาเคมี 2. ขั้นสารวจและคน๎ หา (Exploration) (70 นาที) 2.1 ครูสอนนกั เรยี น เรือ่ ง เซลล์ไฟฟาู เคมี อธบิ ายเนอ้ื หาดงั นี้ เซลลไ์ ฟฟาู เคมปี ระกอบด฾วย ด฾วย 2 คร่ึงเซลล์ เชื่อมตอ฽ กันด฾วยสะพานเกลอื โดยแตล฽ ะเซลลจ์ ะมีข้ัวไฟฟูาจ฽ุมอย฽ู ในสารละลายอิเลก็ โทรไลต์ เซลล์ไฟฟูาเคมแี ตล฽ ะชนิดจะมรี ายละเอยี ดแตกต฽างกนั ออกไป ตามชนิดของเซลล์ 2.2 ครใู ช฾คาํ ถามกระตุ฾น - นักเรียนทราบหรอื ไมว฽ า฽ เซลล์ไฟฟูาเคมีแบ฽งออกเป็นกป่ี ระเภทอะไรบา฾ ง ตอบ จากลกั ษณะของการแปลงรูปพลังงาน ทาํ ใหแ฾ บง฽ เซลล์ไฟฟาู เคมีไดเ฾ ปน็ 2 ประเภทคือ 1. เซลล์กัลวานิก เปล่ียนพลังงานเคมีให฾เป็นพลังงานไฟฟูา ซึ่งภายในเซลล์นั้นเกิดปฏิกิริยาต฽อกันได฾ เอง และก฽อให฾เกดิ กระแสไฟฟูาขึ้น 2. เซลล์อิเล็กโทรไลต์ เปลี่ยนพลังงานไฟฟูาให฾เป็นพลังงานเคมี เป็นปฏิกิริยาย฾อนกลับของเซลล์ กลั วานกิ (ปฏกิ ริ ยิ าเกิดขน้ึ เองไม฽ได)฾ โดยใส฽กระแสไฟฟาู เขา฾ ไปในเซลล์ ทาํ ให฾เกิดปฏิกริ ิยาเคมีขึ้น ในเซลลอ์ ิเลก็ โทรไลต์ ปฏิกิริยาเกิดขึ้นเองไม฽ได฾ ต฾องใส฽กระแสไฟฟูาเข฾าไปก฽อน จึงทําให฾เกิดปฏิกิริยา ข้นึ ได฾ สํวนประกอบของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี 1. ขว้ั ไฟฟ้า ซ่ึงมี 2 ชนดิ คอื ก. ข้ัวว฽องไว (Active electrode) ได฾แก฽ ข้ัวโลหะท่ัวไป เช฽น Zn , Cu , Pb ข้ัวพวกนี้บาง โอกาสจะเขา฾ ไปมีสว฽ นรว฽ มในการเกดิ ปฏกิ ิริยาดว฾ ย ข. ขั้วเฉ่ือย (Inert electrode) คือ ขั้วที่ไม฽มีส฽วนร฽วมใดๆ ในการเกิดปฏิกิริยาเคมี เช฽น Pt , C (แกร์ไฟต์) สําหรับในเซลลไ์ ฟฟูาหนึ่ง ๆ จะต฾องประกอบไปดว฾ ยขัว้ ไฟฟาู 2 ขว้ั เสมอ คอื ขว้ั แอโนด (Anode) คอื ข้วั ที่เกดิ ปฏิกิรยิ าออกซิเดชัน ข้ัวแคโทด (Cathode) คือ ขว้ั ทเี่ กิดปฏิกิริยารีดกั ชัน 2. สารอเิ ล็กโทรไลต์ (Electrolyte) สารอิเล็กโทรไลต์ คือ สารท่ีสถานะเป็นของเหลว นําไฟฟูาได฾ เพราะมีไอออนบวกและลบ เคลือ่ นที่ไปมา อเิ ล็กโทรไลต์มี 2 ชนดิ คอื ก. สารประกอบไอออนิกหลอมเหลว เชน฽ NaCl(s)  Na+(l) + Cl-(l)

ข. สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ เชน฽ สารละลายกรด เบส และเกลือ เซลลก์ ัลวานกิ มีชอื่ เรยี กอกี อย฽างหนึ่งวา฽ เซลลโ์ วลทาอิก (Voltaic cell) ลักษณะของเซลล์ประกอบด฾วย 2 ครึ่ง เซลล์ซง่ึ มีคา฽ ความตา฽ งศักย์ไฟฟูาแตกต฽างกัน โดยแต฽ละครึ่งเซลล์จะประกอบด฾วยขั้วไฟฟูาจ฽ุมอย฽ูในสารละลาย อเิ ล็กโทรไลต์ ซึง่ มีไอออนของโลหะท่สี ามารถเกิดปฏิกริ ยิ าออกซิเดชันหรือรีดักชันละลายอยู฽ปลายอีกด฾านหนึ่ง ของข้ัวไฟฟูาท้ังสองต฽อเชื่อมกันผ฽านโวลต์มิเตอร์ และครึ่งเซลล์ท้ังสองเช่ือมต฽อกันด฾วยวงจรภายในที่เรียกว฽า สะพานเกลือ - นักเรียนสงสยั หรือไม฽วา฽ ทําไมเซลล์กัลวานิกถึงมีลกั ษณะดังกลา฽ ว ใหน฾ กั เรียนลองพิจารณาตัวอยา฽ งของปฏิกิรยิ าดงั กลา฽ ว ของปฏกิ ิรยิ ารดี อกซ์ต฽อไปน้ี Zn + Cu2+ Zn2+ + Cu พจิ ารณาปฏิกริ ิยารีดอกซส์ ามารถเขียนแยกออกเป็น 2 ส฽วน คือ Zn2+ + 2e- ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชนั Zn และปฏกิ ิริยารีดักชัน Cu2++ 2e- Cu2+ จะเห็นได฾ว฽า ท้ัง 2 ส฽วนของปฏิกิริยาท้ังสอง ประกอบด฾วยโลหะและไอออนของโลหะ ดังน้ันเซลล์ที่สร฾างขึ้น สามารถแยกออกเปน็ 2 สว฽ นทเ่ี รยี กวา฽ คร่ึงเซลล์ ซ่ึงคร่ึงเซลล์ประกอบด฾วยโลหะจ฽ุมอยู฽ในสารละลายมีไอออน ของโลหะน้นั คือสังกะสีจุม฽ อย฽ใู นสารละลายท่ีมไี อออนของสงั กะสี จะได฾ครงึ่ เซลล์ออกซิเดชัน และทองแดงจ฽มุ อยใู฽ นสารละลายท่ีมไี อออนของทองแดง จะไดค฾ ร่ึงเซลลร์ ดี กั ชนั คร่งึ เซลล์แตล฽ ะส฽วนเม่ือสร฾างเสรจ็ แล฾ว ยังไม฽มีปฏิกิริยาเกิดขึ้น ยังไม฽เกิดกระแสไฟฟูาเน่ืองจากยังไม฽ครบวงจร ดงั น้นั เน่ืองจากปฏิกิริยารดี อกซ์จะต฾องเกิดข้ึนพร฾อม ๆ กัน ท้ังออกซิเดชันและรีดักชัน การแยกออกเป็นสอง ครึง่ เซลล์จงึ ไม฽สามารถทําให฾เกิดกระแสไฟฟูา จะต฾องนํามาเช่ือมต฽อกันในวงจรภายในท่ีเรียกว฽า สะพานเกลือ และวงจรภายนอกทีเรยี กวา฽ โวลลม์ ิเตอร์ ซ่ึงจะได฾เป็นเซลล์กลั วานกิ ที่สมบูรณ์ เน่ืองจาก Cu2+(aq) แย฽งชิงอเิ ลก็ ตรอนไดเ฾ ก฽งกวา฽ Zn2+(aq) ดังน้ัน ที่ขั้ว Zn จะเกิดปฏิกิริยา Zn(s)  Zn2+(aq) + 2e- ข้ัวนี้เกิดออกซิเดชัน มีการจ฽าย e- เรยี กเป็น ข้ัวแอโนด ซงึ่ ถือเปน็ ขวั้ ไฟฟ้าลบ และ ที่ขั้ว Cu จะเกิดปฏิกิริยา Cu2+(aq) + 2e-  Cu(s) ขั้วนี้เกิดรีดักชัน มีการรับ e- เรียกเป็น ขั้วแคโทด ซึ่ง ถือเป็นขว้ั ไฟฟา้ บวก เหตนุ ี้จะทาํ ให฾ e- ว่ิงจากแท฽ง Zn ไปหาแท฽ง Cu และมีกระแสไฟฟูาว่ิงสวนทางกลับจากแท฽ง Cu ไป แท฽ง Zn เซลลไ์ ฟฟาู เคมีแบบน้ี เรียก เซลลก์ ัลวานกิ บีกเกอร์แตล฽ ะอนั นัน้ เรียกว฽า ครึง่ เซลล์ คร่ึงเซลล์ Zn เรียก ครึง่ เซลลแ์ อโนด ส฽วน คร่งึ เซลล์ Cu เรียก คร่งึ เซลลแ์ คโทด - นักเรียนทราบหรือไม฽วา฽ ส฽วนประกอบต฽าง ๆ ในเซลลก์ ลั วานกิ มีหนา฾ ท่อี ย฽างไร

สํวนประกอบของเซลลก์ ัลวานิก 1. คร่ึงเซลล์ (Half cell) คือ ระบบท่ีมีสารจ฽ุมอยใ฽ู นไอออนของสารน้นั ถ฾าสารท่ีจ฽ุมเป็นโลหะก็ใช฾โลหะ น้ันเป็นขว้ั เชน฽ Zn จมุ฽ ใน Zn2+ Zn ทําหนา฾ ท่ีเปน็ ข้วั ไฟฟูา รปู แสดงคร่งึ เซลลส์ งั กะสี และครง่ึ เซลล์ทองแดง แต฽ถ฾าสารท่ีจ฽ุมเป็นแก฿สหรือไอออนของสารในรูปสารละลาย จะต฾องใช฾ขั้วเฉ่ือย เช฽น Pt หรือ ขัว้ C (แกร์ไฟต์) เป็นข้ัวแทน เชน฽ แกส฿ H2(g) จุม฽ ใน H+(aq) โดยมี Pt เปน็ ขัว้ Fe2+(aq) จุ฽มในสารละลาย Fe3+(aq) โดยมี Pt เป็นขั้ว รูปแสดงคร่งึ เซลลแ์ ก฿สไฮโดรเจน รปู แสดงครงึ่ เซลล์เหลก็ ไอออน 2. สะพานไอออน (Salt bridge) คือ ตัวเชื่อมต฽อวงจรภายในของแต฽ละครึ่งเซลล์เข฾าด฾วยกันให฾ครบ วงจร ไอออนในแต฽ละครึ่งเซลลส์ ามารถไหลผ฽านสะพานไอออนนี้ได฾ สะพานไอออนเป็นตัวกันไม฽ให฾สารละลาย ในครึ่งเซลล์ท้งั สองผสมกนั การสร๎างสะพานไอออน การสร฾างสะพานไอออนสามารถทําได฾โดยบรรจุสารละลายอ่ิมตัวของเกลือ KNO3 ปนวุ฾นท่ีร฾อนลงใน หลอดแก฾วรูปตัวยูให฾เต็มพอดี (ระวังอย฽าให฾มีฟองอากาศแทรกอยู฽ในสารละลายผสมเพราะจะทําให฾สะพาน ไอออนมปี ระสิทธภิ าพลดลงได฾) เมือ่ เยน็ ลงสารละลายทปี่ นว฾ุนน้จี ะแข็งตัวในหลอดแก฾ว แต฽ละปลายอุดด฾วยใย แก฾ว ซ่ึงนําไปใส฽วางค฽อมให฾ปลายหลอดแก฾วแต฽ละปลายจ฽ุมอย฽ูในสารละลายของแต฽ละครึ่งเซลล์ หลังจาก เสร็จต฾องทําความสะอาดด฾วยน้ํา แล฾วแช฽ไว฾ในสารละลายอิ่มตัวของ KNO3 ในนํ้าสะพานไอออนดังกล฽าว สามารถนาํ ไปใช฾ซํา้ กนั หลายคร้ังได฾ รูปแสดงสะพานไอออน ในการปฏิบตั กิ ารเคมี เราทําสะพานไอออนงา฽ ย ๆ ด฾วยกระดาษกรองกว฾างประมาณ 1 cm. ยาว ๆ ชุบ สารละลายอิ่มตัว KNO3 ใหเ฾ ปียกหมดท้ังแผน฽ นาํ ไปใช฾แทนสะพานไอออนได฾

สมบตั ขิ องสารทีใ่ ชท๎ าสะพานไอออน 1. เป็นสารประกอบไอออนกิ ที่ละลายนาํ้ แตกเปน็ ไอออนได฾ดี มปี ริมาณไอออนเกดิ ขน้ึ มาก 2. ไอออนตอ฾ งไม฽ทําปฏกิ ริ ิยาเคมกี ับสารใด ๆ ในสารละลายของครึ่งเซลลท์ ั้งสอง 3. ไอออนบวกและไอออนลบที่แตกตวั ได฾จากสารตอ฾ งมคี วามสามารถในการเคลือ่ นที่เรว็ ใกล฾เคียงกัน 4. สารทใี่ ช฾ทําสะพานไอออน มหี ลายชนิด เช฽น KNO3, KCl, NH4Cl 5. ตอ฾ งเปน็ สารละลายอ่ิมตัว ประกอบด฾วยไอออนมาก หน๎าที่ของสะพานออิ อน 1. ปอู งกนั การสะสมประจใุ นครึ่งเซลล์ทง้ั สอง คือ ทําหน฾าทีร่ กั ษาสมดลุ ระหวา฽ งไอออนบวก กับ ไอออนลบ ในครง่ึ เซลลท์ ั้งสองเช฽น ในคร่ึงเซล Zn / Zn2+ จะมี Zn2+ จึงมีประจุบวกมากเกินไป NO3- ในสะพานไอออนจะ เคลื่อนท่ีลงมาเพื่อรกั ษาสมดุลระหวา฽ งไอออนบวกกับ ไอออนลบ ให฾มีปริมาณเท฽าๆ กันส฽วนในคร่ึงเซลล์ Cu / Cu2+ ตัว Cu2+ จะมีปริมาณลดลง จะเหลือ SO42- มากกว฽าตวั K+ ในสะพานไอออนกจ็ ะเคล่อื นท่ลี งมา เพือ่ รักษาสมดุล ระหว฽างไอออนบวกกับไอออนลบถ฾าไม฽มี สะพานไอออน ประจุในคร่ึงเซลล์ทั้งสองจะไม฽สมดุล คือจะมีการสะสมประจุในครึ่งเซลล์ทั้งสอง เม่ือผ฽านไป ระยะหน่ึงก็จะไม฽มกี ระแสไฟฟูาไหลในวงจร 2. ทําให฾ครบวงจร แต฽หน฾าท่ีน้ีไม฽สําคัญเพราะสามารถใช฾ลวดตัวนําต฽าง ๆ แทนได฾ แต฽การ เปลย่ี นแปลงที่เกดิ ขึน้ ไม฽เหมอื นกนั **หมายเหตุ** เซลกัลวานิกใด ๆ ท่ีประกอบด฾วยครึ่งเซลล์ Zn / Zn2+ ต฽อกับครึ่งเซลล์ Cu / Cu2+ อาจเรียกชือ่ เฉพาะวา฽ เซลล์แคเนียล สําหรับเซลลก์ ัลวานกิ บางชนดิ ไม฽มีสะพานไอออนเช่ือมต฽อระหว฽างสารละลายในแต฽ละคร่ึงเซลล์เพื่อดุล ประจุ แต฽ใช฾แผ฽นรูพรุนบาง ๆ (Prous disk) ค่ันอย฽ูระหว฽างสารละลายในครึ่งเซลล์ทั้ง 2 ทําหน฾าที่ดุลประจุ ปูองกนั ไม฽ใหค฾ รึ่งเซลลเ์ กดิ การสะสมประจุ โดยไอออนท่ีทําให฾เกิดการสะสมประจุในสารละลายของครึ่งเซลล์ หนง่ึ จะเคลื่อนทผ่ี า฽ นรูเลก็ ของแผ฽นรูพรนุ บาง ๆ ไปยงั สารละลายอกี ครึ่งเซลลห์ นง่ึ ได฾ รปู แสดงเซลลก์ ัลวานกิ ชนิดท่ใี ช฾แผน฽ รพู รุนบาง ๆ 3. ขัน้ อธิบายและลงข๎อสรปุ (Explanation) (10 นาท)ี 3.1 ครูและนักเรยี นร฽วมกนั สรุป แบง฽ ตามกล฽ุมทาํ แบบฝกึ หดั ตอ฽ ไปนี้ เพือ่ วัดความเข฾าใจ จงเตมิ คาลงในชํองวํางตอํ ไปนีใ้ หถ๎ ูกตอ๎ งและไดใ๎ จความ หากเราตํอวงจรไฟฟา้ ดงั รูป เนื่องจาก Ag+(aq) แย฽งชงิ อเิ ลก็ ตรอนไดเ฾ ก฽งกวา฽ Cu2+ (aq) Cu2++ 2e- (เขยี นสมการเคมี) ดงั นั้น ทข่ี ว้ั Cu จะเกดิ ปฏกิ ิริยา Cu ข้วั น้เี กดิ ออกซเิ ดชัน มีการจา฽ ย e- เรียกเป็นขวั้ แอโนด (แอโนด / แคโทด)

ซงึ่ ถือเปน็ ข้วั ลบ (บวก / ลบ) และ ที่ข้วั Ag จะเกดิ ปฏกิ ิรยิ า รีดกั ชนั ข้ัวน้ีเกิดรดี กั ชนั่ มีการรบั e- เรียกเป็นข้วั แคโทด (แอโนด / แคโทด) ซง่ึ ถือเป็นขัว้ บวก (บวก/ลบ) เหตนุ ้ีจะทาํ ใหอ฾ ิเล็กตรอนว่งิ จากแท฽ง Cu ไปหาแท฽ง Ag และมีกระแสไฟฟาู วงิ่ สวนทางกลับจากแท฽ง Ag ไปแท฽ง Cu เซลล์ไฟฟาู เคมแี บบนเี้ รียก เซลลก์ ัลวานิก บกี เกอร์แต฽ละอันเรยี กว฽า สารละลายอิเล็กโทรไลต์ ครึ่งเซลล์ Ag เรยี ก ครงึ่ เซลล์ รีดักชนั ครึ่งเซลล์ Cu เรยี ก คร่งึ เซลล์ ออกซเิ ดชัน 4. ขนั้ ขยายความรู๎ (Elaboration) (80 นาท)ี 4.1 เปิดวีดีโอเสริมเพ่ือให฾นักเรียนเข฾าใจมากยิ่งขึ้น https://www.youtube.com/watch?v=Hb- GsU0YtKc&list=PLWUVm5gA1ho3jMhTZHxK5pA-XByMW_l7W&index=13 4.2 ครูใหห฾ นังเรยี นทาํ แบบฝกึ หดั ในหนังสอื เรยี น 5. ข้ันประเมิน (Evaluation) (10 นาท)ี 5.1 ครปู ระเมินนกั เรียนจากการตอบคาํ ถาม 5.2 การทําแบบฝึกหัด 5.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายกลม฽ุ 5.4 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล วสั ดุ อุปกรณ์ สื่อและแหลํงเรยี นร๎ู 1. power point เรอื่ ง เซลล์กัลวานิก 2. ส่ือวดี โี อ 2.1 เซลล์กลั วานกิ https://www.youtube.com/watch?v=HbGsU0YtKc&list=PLWUVm5gA1ho3jMhTZHxK5pA- XByMW_l7W&index=13 3. หนังสอื เรียนเคมีเลม฽ 4 4. แบบฝกึ หดั การวดั และการประเมินผล การวดั ผลประเมนิ ผลดา๎ น วธิ กี ารวดั เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การผาํ น 1. คําถาม 1. ด฾านความร฾ู 1. การตอบคําถาม 1. ไดค฾ ะแนนร฾อยละ 60 ขน้ึ ไป 2. ดา฾ นทักษะ 1. การทาํ แบบฝกึ หัด 1. โจทยแ์ บบฝกึ หดั 1. ได฾คะแนนร฾อยละ 2. สังเกตพฤติกรรมราย 2. แบบสงั เกตพฤติกรรม 60 ขนึ้ ไป กลมุ฽ รายกลม฽ุ 2. ระดับคณุ ภาพ ปานกลางขึ้นไป 3. ด฾านคุณลักษณะที่พึง -สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม -แบบสังเกตพฤติกรรม 1. ระดบั คุณภาพ ประสงค์ รายบุคคล รายบุคคล ปานกลางขนึ้ ไป

ความสนใจใฝ่ ๎ูร ้ัตงใจเรียน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล และทา ิกจกรรมวชิ า ...................................................................................................... ชั้น ......................................... เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ การแลกเป ี่ลยนเ ีรยน ู๎ร ักบเพ่ือน ีมความซ่ือสัตย์ในการทา ิกจกรรมหมายเหตุ ให฾บันทกึ โดยใช฾เครอ่ื งหมาย ้ัตงปัญหาห ืรอคาถามสร๎างสรร ์ค = แสดงพฤติกรรมที่พงึ ประสงคต์ ามคาดหวัง ทางานไ ๎ดเ ีรยบ ๎รอย ูถก ๎ตองและครบ ๎ถวน = ไมแ฽ สดงพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์ตามคาดหวงั หมายเห ุตเกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นมพี ฤติกรรมทพ่ี ึงประสงคต์ ามคาดหวังตงั้ แต฽ ๓ รายการข้ึนไป ถือว฽า ผา฽ นเกณฑ์การประเมนิ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานเป็นกลุํม กล฽ุม .......................................................................................................... สมาชกิ ในกลุ฽ม 1. 2....................................................................... ...................................................................... 3. 4....................................................................... ...................................................................... 5. 6....................................................................... ...................................................................... คาชีแ้ จง: ให฾นักเรยี นทําเครอื่ งหมาย  ในชอ฽ งทีต่ รงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 1 32 1. มีส฽วนร฽วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร฾นในการทํางาน 3. รบั ผิดชอบในงานท่ีได฾รบั มอบหมาย 4. มีข้ันตอนในการทาํ งานอยา฽ งเปน็ ระบบ 5. ใชเ฾ วลาในการทํางานอย฽างเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให๎คะแนน พฤตกิ รรมท่ีทําเป็นประจํา ให฾ 3 คะแนน พฤตกิ รรมท่ที าํ เป็นบางคร้ัง ให฾ 2 คะแนน พฤติกรรมท่ีทําน฾อยครงั้ ให฾ 1 คะแนน เกณฑ์การใหค๎ ะแนน ช฽วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรบั ปรงุ

บันทกึ หลงั แผนการจดั การเรียนรู๎ รายวชิ าเคมี 5 รหัสวชิ า ว30225 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 1. ดา๎ นความร๎ู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด๎านทักษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ดา๎ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.ปญั หาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. แนวทางการแกไ๎ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ........................................................ครูผู฾สอน ( นางสาวสทุ ิพย์ สุขสบาย) ............../............../...........

แผนการจดั การเรยี นร๎ูที่ 6 หนวํ ยการเรียนรูท๎ ่ี 9 ไฟฟา้ เคมี เรอ่ื ง การถํายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ รหัสวิชา ว30225 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 รายวิชา เคมี 5 (เพิม่ เตมิ ) กลํุมสาระการเรยี นร๎วู ิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 3 ชว่ั โมง ผลการเรยี นร๎ู - ต฽อเซลล์กัลวานิก บอกขั้วแคโทด ขั้วแอโนด เขียนสมการแสดงปฏิกิริยา และเขียนแผนภาพเซลล์ กลั ป฼วานกิ ได฾ สาระการเรยี นร๎ู เซลล์ไฟฟูาเคมี (Electrochemical) คือ เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ทางเคมีท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลง พลังงานเคมเี ป็นไฟฟาู หรอื ไฟฟูาเป็นเคมี เซลลไ์ ฟฟาู เคมแี บง฽ ออกเป็น 2 ประเภท 1. เซลล์กลั วานกิ (Galvanic cell) คือ เซลลไ์ ฟฟูาเคมีที่เปล่ยี นพลงั งานเคมเี ป็นพลังงานไฟฟูา เกิดจาก สารเคมที าํ ปฏิกิริยากันในเซลล์ แล฾วเกิดกระแสไฟฟูา เช฽น ถ฽านไฟฉาย เซลล์อัลคาไลน์ เซลล์ปรอท เซลล์เงิน แบตเตอร่ี 2. เซลล์อิเล็กโทรไลติก (Electrolytic cell) คือ เซลล์ไฟฟูาเคมีท่ีเปลี่ยนพลังงานไฟฟาู เป็นพลังงานเคมี เกิดจากการผ฽านกระแสไฟฟูาลงไปในสารเคมีท่ีอย฽ูในเซลล์ แล฾วทําให฾เกิดปฏิกิริยาเคมี เช฽น การแยกนํ้าด฾วย กระแสไฟฟูา การชบุ โลหะด฾วยไฟฟูา จุดประสงค์การเรยี นรู๎ ดา๎ นความรู๎ (Knowledge) - อธบิ ายการเกดิ กระแสไฟฟูาในเซลล์กัลปว฼ านิกได฾ - เขียนสมการแสดงการถา฽ ยโอนอิเลก็ ตรอนได฾ ดา๎ นทักษะ (Process) - ทาํ การทดลองเพ่ือศึกษาการถา฽ ยโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั ป฼วานกิ ได฾ ดา๎ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Affective) 1. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู฾มีความสนใจใฝุร฾ู และมรี ะเบียบวินัย 2. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู฾มคี วามรับผดิ ชอบ ตรงตอ฽ เวลา 3. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู฾มคี วามซอื่ สตั ย์ สุจริต ความคิดรวบยอด เซลลก์ ลั วานกิ (Galvanic cell) คอื เซลลไ์ ฟฟูาทเ่ี ปลย่ี นพลงั งานเคมีเป็นพลังงานไฟฟูา ประกอบด฾วย ครงึ่ เซลล์ 2 คร่ึงเซลล์มาต฽อกนั และเชื่อมให฾ครบวงจรโดยใชส฾ ะพานไอออนต฽อระหว฽างครึ่งเซลล์ไฟฟาู ทั้งสอง - เซลลก์ ลั วานิก ซง่ึ อิเลก็ ตรอนไหลจากขวั้ แอโนด(-)ไปยงั ขั้วแคโทด(+) - คร่งึ เซลล์ (Half cell) คอื ระบบท่มี สี ารจุ฽มอย฽ใู นไอออนของสารนนั้ ถา฾ สารทจี่ ม฽ุ เปน็ โลหะก็ใชโ฾ ลหะน้ันเป็นขัว้ (ขวั้ ว฽องไว) เชน฽ Zn จมุ฽ อยู฽ใน Zn2+

- สะพานไอออน (Salt bridge) คอื ตวั เชอ่ื มวงจรภายในของแตล฽ ะครงึ่ เซลล์ใหค฾ รบวงจร ทาํ ให฾ไอออนในแตล฽ ะ ครึง่ เซลลส์ ามารถไหลผา฽ นสะพานไอออนนไ้ี ด฾ และมีหนา฾ ทร่ี ักษาสมดลุ ของไอออนของสารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์ใน แต฽ละคร่ึงเซลล์ เพือ่ ทําให฾ประจุในแต฽ละครึ่งเซลลส์ มดลุ กัน สมบตั ิของสารท่ใี ชท฾ าํ เป็นสะพานไอออน 1. เปน็ สารประกอบไอออนิกทส่ี ามารถแตกตัวละลายน้ําไดด฾ ี มปี รมิ าณไอออนมาก 2. ไอออนตอ฾ งไมท฽ ําทาํ ปฏิกิรยิ าเคมใี ดๆ กบั สารละลายของแต฽ละครงึ่ เซลล์ 3. ไอออนบวกและไอออนลบท่แี ตกตวั ออกมาต฾องมคี วามสามารถในการเคลอื่ นที่ใกลเ฾ คียงกัน 4. สารทใ่ี ช฾ทาํ สะพานไอออน ได฾แก฽ KNO3, KCl , NH4Cl 5. ต฾องเป็นสารละลายอม่ิ ตัว ประกอบดว฾ ยไอออนมาก ลักษณะสาํ คญั ของเซลล์กลั วานิก 1. กระแสไฟฟูาท่ีเกิดขึ้นเปน็ กระแสตรง คือ กระแสอเิ ลก็ ตรอน 2. อเิ ลก็ ตรอนจะไหลจากครึ่งเซลลท์ ่มี ศี ักยไ์ ฟฟาู ตํ่าไปยังครง่ึ เซลล์ท่ีมศี ักยไ์ ฟฟูาสูง เซลล์กลั วานกิ แบ฽งออกไดเ฾ ปน็ 2 ชนดิ 1. เซลล์ปฐมภูมิ คือเซลลก์ ัลวานกิ ที่ปฏิกริ ยิ าเคมภี ายในเซลลเ์ กิดข้ึนอยา฽ งสมบรู ณ์ ไม฽สามารถเปลี่ยนผลติ ภัณฑ์ กลับมาเป็นสารตง้ั ต฾นได฾ คอื ใช฾แลว฾ หมดไปไมส฽ ามารถนาํ กลับมาใชไ฾ ด฾อีก 2. เซลล์ทุติยภูมิ คือเซลล์กลั วานิกที่เมือ่ นาํ ไปใชแ฾ ลว฾ สามารถทําให฾เกดิ ปฏิกิรยิ าย฾อนกลับไดโ฾ ดยการอัดไฟ หรือประจุ ไฟ แล฾วจงึ สามารถนํากลบั มาใช฾ใหม฽ได฾ สมรรถนะสาคญั ของผเู๎ รยี น  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแก฾ปัญหา  ความสามารถในการใชท฾ กั ษะชีวิต  ความสามารถในการใช฾เทคโนโลยี คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์  ความซ่อื สตั ยส์ ุจริต  มวี นิ ยั  ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  มุ฽งม่ันในการทํางาน  อยู฽อย฽างพอเพียง  ใฝเุ รยี นร฾ู  มจี ิตสาธารณะ  รักความเป็นไทย แนวความคิดเพ่ือการเรียนร๎ใู นศตวรรษท่ี 21  ทักษะดา฾ นการเรียนรแู฾ ละนวตั กรรม  สาระวิชาหลกั (Core Subjects)  ทกั ษะดา฾ นชวี ิตและอาชีพ  ทักษะด฾านสารสนเทศ สือ่ และเทคโนโลยี กจิ กรรมการเรยี นรู๎ วธิ ีสอน โดยใชก฾ ระบวนการสืบเสาะความรู฾ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ช่วั โมงที่ 1-3

1. ขัน้ สร๎างความสนใจ (Engagement) (25 นาท)ี 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนทบทวนเร่ือง เซลล์กัลวานิก โดยใช฾เกม Kahoot ดึงดูดความสนใจของ ผเ฾ู รียน 1.2 ครูใชก฾ ระตนุ฾ นกั เรียนดังนี้ 1. เซลล์กัลวานกิ ประกอบด฾วยอะไรบา฾ ง ตอบ ครง่ึ เซลล์และสะพานไอออน 1.3 ครูเกรนิ่ นํานักเรยี นเขา฾ สูก฽ ารทดลองเรือ่ ง การถา฽ ยโอนอิเลก็ ตรอนในเซลล์กลั วานิก 2. ขน้ั สารวจและคน๎ หา (Exploration) ( 60 นาที) 2.1 ครูใหน฾ ักเรียนแบง฽ กลม฽ุ ทาํ การทดลองเรือ่ ง การถ฽ายโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานิก 2.2 ครแู จกใบกจิ กรรมการทดลอง พร฾อมทัง้ อธบิ ายวตั ถปุ ระสงคใ์ หน฾ ักเรยี นฟัง 2.3 ครูและนักเรยี นชว฽ ยการอธิบายขัน้ ตอนการทดลองพร฾อมทั้ง ให฾นักเรียนแบ฽งหน฾าที่ทําการทดลอง เพือ่ ความรวดเร็ว 2.3 ครใู หน฾ กั เรียนบันทึกผลลงในตารางใบกิจกรรมการทดลองเร่ือง การถ฽ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ กัลวานิก 2.4 ครใู ห฾นักเรยี นเรม่ิ ทําการทดลอง 3. ขั้นอธิบายและลงขอ๎ สรุป (Explanation) (55 นาที) 3.1 ครแู ละนักเรยี นรว฽ มกันอภปิ รายผลการทดลองเร่อื ง การถ฽ายโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กัลวานิก ดงั น้ี อภปิ รายผลการทดลอง 1. เมื่อต฽อเซลล์กัลวานิกครบวงจรแล฾วเข็มมิเตอร์เบนไปจากขีดศูนย์ แสดงว฽าเกิดการถ฽ายโอน อิเล็กตรอนและมีกระแสไฟฟาู เกดิ ขน้ึ 2. เม่ือต฽อครึ่งเซลล์ Cu(s)ICu2+(aq) กับครึ่งเซลล์ Zn(s)IZn2+(aq) พบว฽าเข็มมิเตอร์เบนเข฾าหาขั้ว ทองแดง แสดงวา฽ ขว้ั สงั กะสใี ห฾อิเลก็ ตรอนแก฽ Cu2+ (aq)ท่ีรอบ ๆ ขั้วทองแดง มีการถา฽ ยโอนอิเล็กตรอนระหว฽าง สงั กะสกี ับ Cu2+ (aq) จงึ สนับสนุนผลการทดลองทีไ่ ดศ฾ ึกษามาแล฾ว 3. เมอ่ื สังกะสีใหอ฾ เิ ลก็ ตรอนเกิดเป็น Zn2+(aq) ผิวของสังกะสีจะร฽อนไป อิเล็กตรอนจากข้ัวสังกะสีจึง เคล่ือนผ฽านลวดตัวนําไปยังขั้วทองแดง ส฽วน Cu2+ (aq) ทองแดงเกาะท่ขี ้วั ทองแดง ทําให฾สารละลายสีฟาู มีสจี างลง ดในงั นส้ันาใรนลคะรล่ึงาเยซลCลu์ SZOn4(s)IจZะnร2ั+บ(อaqิเล)็กจตึงรเกอิดนปเกฏิดิกเิรปิย็นา ออกซิเดชันและคร่ึงเซลล์ Cu(s)ICu2+(aq) เกิดปฏิกิริยารีดักชัน สําหรับคร่ึงเซลล์อ่ืน ๆ ก็สามารถอธิบายได฾ ทํานองเดยี วกัน 4. เมือ่ นําสองครง่ึ เซลล์มาต฽อให฾ครบวงจรแล฾วมีกระแสไฟฟูาไหลในวงจร ในคร่ึงเซลล์ปฏิกิริยารีดักชัน มีไอออนบวกในสารละลานลดลง ไอออนบวกจากสะพานเกลือจงึ เคลือ่ นที่ลงไปแทนท่ี ขณะเดียวกันไอออนลบ จากสารละลายจะแพร฽ผ฽านสะพานไอออนเพอื่ รกั ษาดุลทางไฟฟูา ส฽วนในครึ่งเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันมี ไอออนบวกจากสารละลายทแี่ พรผ฽ า฽ นสะพานเกลือจึงเคลื่อนลงมาในสารละลายและขณะเดียวกันไอออนบวก จากสารละลายกแ็ พรผ฽ ฽านสะพานเกลือเพื่อรักษาสมดุลทางไฟฟูา การเปลี่ยนแปลงดังกล฽าวนี้เกิดข้ึนพร฾อมกัน ตลอดเวลา ดงั นั้นสะพานเกลือจึงทําหนา฾ ท่รี กั ษาสมดุลระหวา฽ งไอออนบวกและไอออนลบภายในเซลล์ อภิปรายต฽อไปเกี่ยวกับส฽วนประกอบและการเรียกชื่อข้ัวไฟฟูาของเซลล์กัลวานิก เพื่อให฾สรุปได฾ว฽า ขั้วไฟฟาู ของเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเรียกว฽า ขั้วแอโนด ส฽วนข้ัวไฟฟูาของเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยารีดักชัน เรียกว฽า ขั้วแคโทด แล฾วให฾นักเรียนเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาท่ีเกิดขึ้นในเซลล์กัลวานิกและจัดอันดับ ความสามารถในการใหแ฾ ละรบั อิเล็กตรอนของโลหะและโลหะไอออนซ่งึ ควรจัดไดด฾ งั นี้

4. ข้ันขยายความรู๎ (Elaboration) (30 นาท)ี 4.1 ครูอธบิ ายเพิม่ เตมิ ให฾นักเรียนฟงั 1. สะพานเกลือท่ีใช฾ในการทดลองอาจทําจากกระดาษกรองชุบสารละลายอิ่มตัวของเกลือ บางชนิด เช฽น KCl, KNO3 , NH4NO3 หรือเกลือชนิดอื่น ๆ ที่ไม฽ทําปฏิกิริยากับสารละลายอิเล็กโทรไลต์ในคร่ึงเซลล์ทั้ง สอง และไอออนบวกกับไอออนลบของสารละลายท่ีใช฾ทําสะพานเกลือควรมีความสามารถในการเคล่ือนที่ใน สารละลายใกลเ฾ คียงกนั นอกจากนอี้ าจใช฾วุ฾นผสมกับสารลายของเกลือดังกล฽าวบรรจใุ ส฽หลอดแกว฾ 2. ถ฾าตง้ั เซลล์กลั วานิกไวเ฾ ปน็ เวลานาน กระแสไฟฟาู อาจหยุดไหลได฾เนื่องจากศักย์ไฟฟูาของคร่ึงเซลล์ ทง้ั สองเทา฽ กนั 3. โวลตม์ เิ ตอรช์ นดิ ทม่ี ีเลขศูนยอ์ ย฽ูตรงกลางจะวัดศกั ย์ไฟฟูาได฾ไม฽เกิน 2 โวลต์ ถ฾าศักย์ไฟฟูามาตรฐาน ของเซลลม์ ีคา฽ มากกว฽า 2 โวลต์ ต฾องใชโ฾ วลตม์ ิเตอร์ท่ใี ชอ฾ ย฽ูในทัว่ ไปซ่งึ มเี ลขศนู ย์อย฽ูทางซ฾ายมือของสเกล การต฽อ มิเตอร์ประเภทนีก้ บั ข้ัวไฟฟาู จึงตอ฾ งทดสอบดวู า฽ เข็มเบนไปทางด฾านท่ีมีสเกลคร่ึงเซลล์ท่ีต฽อกับข้ัวลบของมิเตอร์ จะเสียอเิ ล็กตรอน สว฽ นครง่ึ เซลลท์ ต่ี อ฽ กบั ขวั้ บวกจะรบั อเิ ล็กตรอน 4. ในกรณที โี่ วลตม์ ิเตอร์ไม฽มเี ลข 0 อย฽ูตรงกลาง ถา฾ ตอ฽ โวลตม์ ิเตอร์แล฾วเขม็ ของมเิ ตอรเ์ บนไปในทิศทาง ทต่ี า่ํ กว฽าศนู ย์ให฾สลบั ขวั้ ไฟฟาู 4.2 นกั เรยี นตอบคาํ ถามในใบกิจกรรมการทดลอง 5. ข้นั ประเมนิ (Evaluation) (10 นาที) 5.1 ครปู ระเมินนกั เรยี นจากการตอบคาํ ถาม 5.2 การสงั เกตพฤตกิ รรมรายกลมุ฽ 5.3 ใบกิจกรรมการทดลองเรือ่ ง การถ฽ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ลั ปว฼ านิก 5.4 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล วัสดุ อุปกรณ์ สือ่ และแหลํงเรยี นรู๎ 1. หนงั สือเรยี นเคมีเล฽ม 4 2. ใบกจิ กรรมการทดลองเรอื่ ง การถ฽ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ลั ปว฼ านิก 3. แบบฝึกหดั

การวดั และการประเมินผล การวัดผลประเมินผลด๎าน วิธีการวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารผําน 1. ดา฾ นความร฾ู 1. การทําแบบฝึกหัดใน 1. โจทย์ในใบกิจกรรม 1. ได฾คะแนนร฾อยละ ใบกิจกรรมการทดลอง การทดลอง 60 ขึ้นไป 2. การตอบคาํ ถาม 2. คาํ ถาม 2. ด฾านทักษะ 1.กิจกรรมการทดลอง 1. ใบกจิ กรรมการ 1. ได฾คะแนนร฾อยละ 2. สงั กตพฤติกรรมดา฾ น ทดลอง 60 ขึ้นไป ทกั ษะปฏิบัติ 2. แบบประเมนิ 2. ระดบั คณุ ภาพ 3. ตรวจการเขียน พฤตกิ รรมดา฾ นทกั ษะ ปานกลางขนึ้ ไป รายงานการทดลอง ปฏบิ ัติ 4.สังเกตพฤติกรรมการ 3. แบบประเมนิ การ ทํางานเป็นกลุ฽ม เขยี นรายงานการทดลอง 4. แบบสังเกตพฤตกิ รรม การทํางานเปน็ กลม฽ุ 3. ด฾านคุณลักษณะท่ีพึง - สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม - แบบสังเกตพฤติกรรม 1. ระดับคุณภาพ ประสงค์ รายบุคคล รายบคุ คล ปานกลางข้ึนไป

บนั ทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู๎ รายวชิ าเคมี 5 รหัสวชิ า ว30225 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 1. ดา๎ นความร๎ู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด๎านทักษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ดา๎ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.ปญั หาและอปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. แนวทางการแกไ๎ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื ........................................................ครูผู฾สอน ( นางสาวสทุ ิพย์ สุขสบาย) ............../............../...........

ความสนใจใฝ่ ๎ูร ้ัตงใจเรียน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล และทา ิกจกรรมวชิ า ...................................................................................................... ชั้น ......................................... เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ การแลกเป ี่ลยนเ ีรยน ู๎ร ักบเพ่ือน ีมความซ่ือสัตย์ในการทา ิกจกรรมหมายเหตุ ให฾บันทกึ โดยใช฾เครอ่ื งหมาย ้ัตงปัญหาห ืรอคาถามสร๎างสรร ์ค = แสดงพฤติกรรมที่พงึ ประสงคต์ ามคาดหวัง ทางานไ ๎ดเ ีรยบ ๎รอย ูถก ๎ตองและครบ ๎ถวน = ไมแ฽ สดงพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์ตามคาดหวงั หมายเห ุตเกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นมพี ฤติกรรมทพ่ี ึงประสงคต์ ามคาดหวังตงั้ แต฽ ๓ รายการข้ึนไป ถือว฽า ผา฽ นเกณฑ์การประเมนิ

แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานเปน็ กลมํุ กลุม฽ .......................................................................................................... สมาชิกในกลม฽ุ 1. 2....................................................................... ...................................................................... 3. 4....................................................................... ...................................................................... 5. 6....................................................................... ...................................................................... คาชีแ้ จง: ใหน฾ กั เรยี นทําเครือ่ งหมาย  ในช฽องทีต่ รงกบั ความเปน็ จริง พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต คะแนน 1 32 1. มสี ฽วนร฽วมในการแสดงความคดิ เห็น 2. มคี วามกระตือรือร฾นในการทาํ งาน 3. รบั ผิดชอบในงานทไ่ี ด฾รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทํางานอย฽างเป็นระบบ 5. ใชเ฾ วลาในการทํางานอยา฽ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให๎คะแนน พฤตกิ รรมที่ทําเป็นประจาํ ให฾ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทาํ เป็นบางครัง้ ให฾ 2 คะแนน พฤติกรรมทที่ าํ น฾อยครงั้ ให฾ 1 คะแนน เกณฑ์การให๎คะแนน ชว฽ งคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรบั ปรุง

แบบประเมินพฤตกิ รรมด๎านทักษะปฏบิ ตั ิ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6/ ....... กลํมุ .................... ท่ี รายการทป่ี ฏบิ ตั ิ ระดบั คุณภาพการปฏิบตั ิ 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (ปรับปรงุ ) 1. ใชอ฾ ปุ กรณ์ไดเ฾ หมาะสมและถูกตอ฾ ง 2. ทําการทดลองตามขน้ั ตอนทก่ี าํ หนดไว฾ 3. ทาํ การทดลองเสร็จในเวลาทกี่ ําหนด 4. จัดพ้นื ทก่ี ารทดลองเหมาะสมและปลอดภัย 5. รักษาความสะอาดและจดั เก็บอปุ กรณไ์ ด฾ถกู ตอ฾ ง รวมคะแนน คะแนน 15 เกณฑ์การใหค๎ ะแนน ได฾ 3 คะแนน เมือ่ ปฏิบัตถิ ูกต฾องเหมาะสม มีข฾อบกพร฽องเพียงเลก็ นอ฾ ยหรอื ไม฽มีเลย ได฾ 2 คะแนน เม่อื ปฏบิ ัตถิ กู ต฾องเหมาะสมเกนิ ครง่ึ หนงึ่ มีขอ฾ บกพร฽องค฽อนขา฾ งมาก ได฾ 1 คะแนน เม่อื ปฏิบตั ถิ กู ตอ฾ งเหมาะสมตํ่ากว฽าครึ่งหนึง่ มีข฾อบกพร฽องเป็นส฽วนใหญห฽ รอื ไมไ฽ ด฾ ปฏิบตั ิ เกณฑค์ ณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ ชํวงคะแนน ปรบั ปรุง 0-6 ปานกลาง 7-11 12-15 ดี

แบบประเมินการเขียนรายงานการทดลอง ท่ี รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (ปรบั ปรงุ ) 1. การเขยี นจุดประสงคก์ ารเรียนรูก฾ ารทดลอง 2. การตง้ั สมมตุ ฐิ าน 3. การแปลผลการทดลอง 4. การสรุปผลการทดลอง 5. ความสมบูรณ์ของช้ินงาน รวมคะแนน คะแนน 15 เกณฑก์ ารให๎คะแนน ได฾ 3 คะแนน เมอ่ื มคี วามถกู ตอ฾ ง สมบรู ณ์ ชัดเจน หรอื บกพร฽องเพียงเลก็ นอ฾ ย ได฾ 2 คะแนน เมื่อมีข฾อบกพรอ฽ งไมเ฽ กนิ คร่ึง ได฾ 1 คะแนน เมือ่ มีข฾อบกพรอ฽ งมากเกนิ ครึ่งหนึ่งหรือไมไ฽ ด฾เขียน เกณฑ์คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ ชํวงคะแนน ปรับปรงุ 0-6 ปานกลาง 7-11 ดี 12-15

ช่อื -สกลุ ....................................................................ชนั้ ......................เลขท่ี....................... กล฽มุ ที่............. กจิ กรรมการทดลอง เรื่อง การถาํ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กลั วานิก --------------------------------------------------------------- จดุ ประสงค์การทดลอง 1. ทาํ การทดลองเพอ่ื ศกึ ษาการถ฽ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั วานกิ ได฾ 2. บอกทศิ ทางในการถา฽ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กลั วานิกได฾ 3. บอกไดว฾ า฽ คร่ึงเซลล์ใดเกิดปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชันหรอื ปฏิกิรยิ ารีดกั ชัน 4. บอกหน฾าที่ของสะพานเกลอื ได฾ อปุ กรณแ์ ละสารเคมี วิธีการทดลอง mจ฽ุมoแl/ผd฽นmท3องปแรดิมงาขตนรา2ด00c.5mc3mเขีย×น5ฉ.0ลาcกmCuล(งsใ)นICบuีก2เ+ก(อaรq์ข)นตาิดดทขี่50฾างcบmีกเ3กทอมี่ร์ีสแาลระลจะ฽มุ ลแาผย฽นCสuงั SกOะส4ีขนาด 1. 1 0.5 cm × 5.0 cm ลงในบกี เกอร์ขนาด 50 cm3 ทีม่ ีสารละลาย ZnSO4 1 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 เขียน ฉลาก Zn(s)IZn2+ (aq) ติดท่ีขา฾ งบีกเกอร์ 2. นําบีกเกอร์ท่ีมีโลหะจุ฽มอย฽ูในสารละลายที่เตรียมไว฾ในข฾อ 1 มาวางชิดติดกัน ใช฾สะพานเกลือ (ทําจาก กระดาษกรองขนาด 1.0 cm × 8.0 cm ชุบสารละลายอ่มิ ตัว KNO3) วางพาดบีกเกอร์ทง้ั สองให฾ปลายกระดาษ จม฽ุ ลงสารละลายดาษของแต฽ละบีกเกอร์ 3. ต฽อแผ฽นทองแดงและแผ฽นสังกะสีเข฾ากับโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศ ทางการเบนของเขม็ โวลต์มเิ ตอร์และอา฽ นค฽าความต฽างศกั ย์ 4. สลับขั้วโวลตม์ ิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเขม็ โวลต์มเิ ตอร์และอา฽ นคา฽ ความต฽างศกั ย์ 5. ใชห฾ ลอดไฟขนาด 1 V มาตอ฽ ขั้วทองแดงและขั้วสงั กะสีแทนโวลต์มิเตอร์ สงั เกตการเปลยี่ นแปลง 6. ทําการทดลองเชน฽ เดยี วกบั ขอ฾ 1-4 แต฽ใชค฾ ร่งึ เซลลต์ อ฽ ไปน้ี และเปล่ยี นสะพานเกลือใหม฽ทกุ คร้งั Cu(s)ICu2+ (aq) กบั Mg(s)IMg2+ (aq) Zn(s)IZn2+ (aq) กับ Mg(s)IMg2+ (aq) Cu(s)ICu2+ (aq) กับ Fe(s)IFe2+ (aq) Zn(s)IZn2+ (aq) กบั Fe(s)IFe2+ (aq) Fe(s)IFe2+ (aq) กับ Mg(s)IMg2+ (aq)

ตารางบนั ทึกผลการทดลอง ข้วั โลหะที่เขม็ ของ ความตํางศักย์ (V) คร่งึ เซลล์ทน่ี ามาตํอกนั มิเตอรเ์ บนเข๎าหา Cu(s) | Cu2+(aq)กับ Zn(s) | Zn2+(aq) Zn(s) | Zn2+(aq) กับ Mg(s) | Mg2+(aq) Cu(s) | Cu2+(aq)กับ Fe(s) | Fe2+(aq) Zn(s) | Zn2+(aq) กบั Fe(s) | Fe2+(aq) Fe(s) | Fe2+(aq) กบั Mg(s) | Mg2+(aq) คาถามทา๎ ยการทดลอง 1. เมือ่ ตอ฽ เซลลก์ ัลวานกิ ครบวงจร เกดิ การถา฽ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนข้นึ หรือไม฽ ทราบไดอ฾ ยา฽ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. ในเซลล์กลั วานิกCu(s)ICu2+ (aq) กบั Fe(s)IFe2+ (aq) เม่อื นาํ แต฽ละครง่ึ เซลล์มาต฽อกนั จนครบ วงจร ครึง่ เซลล์ใดเกดิ ปฏกิ ิรยิ าออกซเิ ดชนั ครง่ึ เซลล์ใดเกดิ ปฏกิ ิรยิ ารีดักชนั และขวั้ ไฟฟูาหรอื สารละลาย เปล่ยี นแปลงอยา฽ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. จงเขียนสมการเคมีแสดงปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซท์ ี่เกิดขึน้ ในแต฽ละเซลล์ .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. จงเรยี งลาํ ดบั ความสามารถในการให฾อเิ ลก็ ตรอนของโลหะที่ทําการทดลองจากมากไปหานอ฾ ย .............................................................................................................................................................................. 5. จงเรียงลาํ ดับความสามารถในการรบั อเิ ลก็ ตรอนของโลหะไอออนท่ที าํ การทดลองจากมากไปหานอ฾ ย .............................................................................................................................................................................. 6. สะพานเกลือทําหน฾าที่อะไร .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

7. จากการทดลอง จงเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ของแตล฽ ะเซลล์ .............................................................................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. อภปิ รายและสรุปผลการทดลอง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................

ช่ือ-สกุล....................................................................ชั้น......................เลขที่....................... กลม฽ุ ท.่ี ............ กจิ กรรมการทดลอง เรอื่ ง การถํายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก จดุ ประสงค์การทดลอง 5. ทาํ การทดลองเพือ่ ศึกษาการถา฽ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ ได฾ 6. บอกทศิ ทางในการถา฽ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานกิ ได฾ 7. บอกไดว฾ า฽ คร่ึงเซลลใ์ ดเกิดปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชันหรือปฏกิ ริ ิยารีดกั ชัน 8. บอกหน฾าที่ของสะพานเกลือได฾ อุปกรณ์และสารเคมี 1.แผ฽นทองแดงขนาด 0.5 cm × 5.0 cm 6. กระดาษกรอง 2. แผ฽นสงั กะสขี นาด 0.5 cm × 5.0 cm 7. มิเตอร์ 3. แผ฽นแมกนีเซียมขนาด 0.5 cm × 5.0 cm 8. สารละลายอิม่ ตวั KNO3 4. สารละลาย CuSO4 1 mol/dm3 9. บกี เกอร์ 5. สารละลาย ZnSO4 1 mol/dm3 10. ขนาด 1 V วธิ กี ารทดลอง 1. จมุ฽ แผ฽นทองแดงขนาด 0.5 cm × 5.0 cm ลงในบีกเกอรข์ นาด 50 cm3 ทีม่ สี ารละลาย CuSO4 1 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 เขียนฉลาก Cu(s)ICu2+ (aq) ตดิ ทข่ี ฾างบีกเกอร์ และจ฽ุมแผ฽นสังกะสขี นาด cm3 mol/dm3 cm3 0.5 cm × 5.0 cm ลงในบกี เกอรข์ นาด 50 ทมี่ ีสารละลาย ZnSO4 1 ปริมาตร 20 เขียน ฉลาก Zn(s)IZn2+ (aq) ติดทข่ี ฾างบกี เกอร์ 2. นําบีกเกอร์ท่ีมีโลหะจ฽ุมอยู฽ในสารละลายที่เตรียมไว฾ในข฾อ 1 มาวางชิดติดกัน ใช฾สะพานเกลือ (ทําจาก กระดาษกรองขนาด 1.0 cm × 8.0 cm ชุบสารละลายอิม่ ตัว KNO3) วางพาดบกี เกอรท์ งั้ สองให฾ปลายกระดาษ จ฽ุมลงสารละลายดาษของแต฽ละบกี เกอร์ 3. ต฽อแผ฽นทองแดงและแผ฽นสังกะสีเข฾ากับโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศ ทางการเบนของเขม็ โวลตม์ ิเตอรแ์ ละอา฽ นคา฽ ความต฽างศักย์ 4. สลบั ข้ัวโวลต์มิเตอร์ สงั เกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์และอ฽านคา฽ ความต฽างศกั ย์ 5. ใชห฾ ลอดไฟขนาด 1 V มาต฽อขั้วทองแดงและขั้วสังกะสแี ทนโวลต์มเิ ตอร์ สังเกตการเปลย่ี นแปลง 6. ทําการทดลองเชน฽ เดียวกับขอ฾ 1-4 แต฽ใช฾ครึง่ เซลล์ตอ฽ ไปน้ี และเปลยี่ นสะพานเกลือใหม฽ทกุ คร้งั Cu(s)ICu2+ (aq) กบั Mg(s)IMg2+ (aq) Zn(s)IZn2+ (aq) กับ Mg(s)IMg2+ (aq) Cu(s)ICu2+ (aq) กับ Fe(s)IFe2+ (aq) Zn(s)IZn2+ (aq) กับ Fe(s)IFe2+ (aq) Fe(s)IFe2+ (aq) กับ Mg(s)IMg2+ (aq)

ตารางบนั ทึกผลการทดลอง ขวั้ โลหะที่เขม็ ของ ความตาํ งศกั ย์ (V) ครึ่งเซลลท์ ่นี ามาตอํ กนั มเิ ตอร์เบนเขา๎ หา 1.1 Cu(s) | Cu2+(aq)กบั Zn(s) | Zn2+(aq) ทองแดง 1.6 Zn(s) | Zn2+(aq) กับ Mg(s) | Mg2+(aq) สังกะสี 0.78 Cu(s) | Cu2+(aq)กบั Fe(s) | Fe2+(aq) ทองแดง 0.32 Zn(s) | Zn2+(aq) กับ Fe(s) | Fe2+(aq) เหลก็ 1.98 Fe(s) | Fe2+(aq) กับ Mg(s) | Mg2+(aq) เหลก็ คาถามทา๎ ยการทดลอง 1. เมอ่ื ตอ฽ เซลล์กลั วานิกครบวงจร เกดิ การถา฽ ยโอนอเิ ล็กตรอนขึน้ หรอื ไม฽ ทราบไดอ฾ ยา฽ งไร พิจารณาตวั อย฽างของเซลล์ จากครง่ึ เซลล์ทองแดงกบั ครึ่งเซลล์สังกะสี เมอ่ื ต฽อเซลลก์ ัลวานกิ ครบวงจรเข็มของ มเิ ตอร์จะเบนไปจากขดี 0 แสดงวา฽ เซลล์เกดิ การถ฽ายเทอเิ ลก็ ตรอนและมกี ระแสไฟฟาู เกิดขึน้ 2. ในเซลลก์ ัลวานกิ Cu(s)ICu2+ (aq) กับ Fe(s)IFe2+ (aq) เมือ่ นาํ แตล฽ ะครึ่งเซลลม์ าตอ฽ กนั จนครบ วงจร ครึ่งเซลลใ์ ดเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซเิ ดชัน ครึง่ เซลลใ์ ดเกิดปฏิกิริยารดี ักชัน และขั้วไฟฟาู หรอื สารละลาย เปล่ียนแปลงอย฽างไร การพิจารณาคร่ึงเซลล์ใดเกดิ ปฏิกริ ิยาออกซเิ ดชนั คร่งึ เซลล์ใดเกดิ ปฏกิ ริ ิยารีดักชนั ดูจากโวลตม์ ิเตอร์ ข฾อกําหนดของเซลลค์ อื ครง่ึ เซลล์ทีม่ เี ข็มเบนเขา฾ หา จะเกดิ ปฏิกริ ิยารดี กั ชนั คร่งึ เซลลท์ ่ีเขม็ มเิ ตอรเ์ บนออก จะ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชัน ครึ่งเซลล์ Cu(s)ICu2+ (aq) เกดิ ปฏิกิริยารีดกั ชนั มีข้ัวไฟฟูา Cu (s) คือแคโทด ซงึ่ Cu2+ ในสารละลายรับอเิ ลก็ ตรอนจากสงั กะสีเปน็ Cu คือเกาะท่ีขว้ั ทองแดง ทําให฾สารละลายสฟี ูาจางลง และ ครึง่ เซลล์ Fe(s)IFe2+ (aq) เกดิ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชัน มีขั้วไฟฟาู Zn (s) คอื แอโนด ผวิ สังกะสีจะกรอ฽ น 3. จงเขยี นสมการเคมีแสดงปฏกิ ิริยารีดอกซ์ท่ีเกิดขนึ้ ในแต฽ละเซลล์ Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) +Cu(s) Mg(s) + Zn2+(aq) Mg2+(aq) +Zn(s) Fe(s) + Cu2+(aq) Fe2+(aq) + Cu(s) Zn(s) + Fe2+(aq) Zn2+(aq) + Fe(s) Mg(s) + Fe2+(aq) Mg2+(aq) + Fe(s) 4. จงเรียงลําดับความสามารถในการให฾อิเล็กตรอนของโลหะทท่ี ําการทดลองจากมากไปหาน฾อย Cu < Fe < Zn < Mg อธบิ ายได฾ดังน้ี Zn ให฾อเิ ลก็ ตรอนได฾ดกี วา฽ Cu , Mg ให฾อเิ ล็กตรอนไดด฾ กี ว฽า Zn 5. จงเรียงลําดับความสามารถในการรับอิเล็กตรอนของโลหะไอออนท่ีทาํ การทดลองจากมากไปหาน฾อย Cu2+(aq)>Fe2+(aq) > Zn2+ (aq) > Mg2+ (aq) อธบิ ายได฾ดงั นี้ Cu2+(aq) รับอิเล็กตรอนไดด฾ กี วา฽ Zn2+ (aq) , Zn2+ (aq) รับอิเลก็ ตรอนได฾ดกี ว฽า Mg2+ (aq) ,Cu2+(aq) เปน็ ตวั ออกซไิ ดซ์ท่ีดกี วา฽ Zn2+ (aq) 6. สะพานเกลือทําหนา฾ ทอี่ ย฽างไร

ในครึ่งเซลลท์ ีเ่ กิดปฏกิ ิรยิ ารดี ักชนั ไอออนบวกในสารละลายจะลดลง ไอออนบวกจากสะพานเกลือเคลื่อนลงไป ดุลระหว฽างไอออนบวกกบั ไอออนลบในครึง่ เซลล์ สว฽ นในครงึ่ เซลลป์ ฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชนั ไอออนบวกใน สารละลายเพมิ่ ขึ้น ไอออนลบจากสะพานเกลือจึงเคลอ่ื นลงมาดุลระหว฽างไอออนบวกและไอออนลบในเซลล์ ดังนน้ั สะพานเกลอื ทาํ หน฾าทรี่ ักษาดุลระหว฽างไอออนบวกและไอออนลบในเซลล์ 7. จากการทดลอง จงเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ของแต฽ละเซลล์ Zn(s) | Zn2+(aq) // Cu2+(aq) | Cu(s) Mg(s) | Mg2+(aq)// Zn2+(aq) | Zn(s) Fe(s) | Fe2+(aq)// Cu2+(aq) | Cu(s) Zn(s) | Zn2+(aq) // Fe2+(aq) | Fe(s) Mg(s) | Mg2+(aq) // Fe2+(aq) | Fe(s) อภิปรายและสรุปผลการทดลอง .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรยี นรทู๎ ่ี 7 หนํวยการเรียนรูท๎ ี่ 9 ไฟฟา้ เคมี เร่อื ง การเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิก รหสั วชิ า ว30225 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา เคมี 5 (เพ่ิมเติม) กลํมุ สาระการเรียนรู๎วิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 3 ชัว่ โมง ผลการเรียนร๎ู - ต฽อเซลล์กัลวานิก บอกขั้วแคโทด ข้ัวแอโนด เขียนสมการแสดงปฏิกิริยา และเขียนแผนภาพเซลล์ กัลวานกิ ได฾ สาระการเรียนร๎ู เซลล์กัลวานิก (Galvanic cell) คือ เซลล์ไฟฟูาเคมีที่เปล่ียนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟูา เกิดจาก สารเคมีทาํ ปฏิกิริยากันในเซลล์ แล฾วเกิดกระแสไฟฟูา เช฽น ถ฽านไฟฉาย เซลล์อัลคาไลน์ เซลล์ปรอท เซลล์เงิน แบตเตอรี่ เพ่อื ความสะดวกจงึ ทาํ การเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ แทนการบรรยายการเกิดปฏกิ ิรยิ า จดุ ประสงคก์ ารเรยี นร๎ู ดา๎ นความร๎ู (Knowledge) 1. แบง฽ ประเภทของเซลล์ไฟฟาู ได฾ 2. อธิบายลักษณะของเซลลก์ ลั วานิกและหนา฾ ทีข่ องสว฽ นประกอบในเซลลไ์ ด฾ 3. อธิบายการเกดิ กระแสไฟฟูาในเซลล์กลั ปว฼ านิกได฾ 4. อธบิ ายและเขยี นสมการแสดงปฏิกริ ิยาทข่ี ว้ั แอโนด แคโทด และของเซลล์กลั วานกิ ได฾ ดา๎ นทักษะ (Process) 5. ระบุขวั้ ไฟฟูาแอโนดและแคโทดในเซลก์ ัลวานิกได฾ 6. เขยี นแผนภาพและวาดรปู แสดงเซลลก์ ลั ปว฼ านิกได฾ ด๎านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Affective) 1. ปฏิบัติตนเป็นผม฾ู คี วามสนใจใฝรุ ฾ู และมรี ะเบียบวนิ ัย 2. ปฏิบตั ิตนเป็นผ฾มู ีความรับผิดชอบ ตรงต฽อเวลา 3. ปฏบิ ตั ิตนเป็นผูม฾ คี วามซ่อื สัตย์ สุจรติ ความคิดรวบยอด การเขยี นแผนภาพของเซลลก์ ัลวานิก มีหลักการดงั ตอ฽ ไปนี้ 1. เขียนครึ่งเซลลป์ ฏกิ ริ ิยาออกซเิ ดชนั ไว฾ทางซา฾ ยมอื โดยให฾ข้ัวไฟฟูาอย฽ซู า฾ ยสุด แล฾วขีดคั่น (|)ระหวา฽ ง ขวั้ ไฟฟาู กับไอออนในสารละลายเชน฽ Zn(s)|Zn2+(x M) 2. เขยี นครึง่ เซลลป์ ฏิกริ ยิ ารีดกั ชนั ไว฾ทางขวามือ โดยใหข฾ ั้วไฟฟูาอย฽ูขวาสุด แล฾วขดี คนั่ (|) ระหว฽าง ข้วั ไฟฟูากับไอออนในสารละลายเช฽น Cu2+(y M)|Cu(s) 3. ใชเ฾ คร่ืองหมาย || แทนสะพานเกลอื เช฽น Zn(s)|Zn2+(xM)||Cu2+(yM)|Cu(s) 4. ใสค฽ วามเข฾มขน฾ ของอเิ ลก็ โทรไลตไ์ วใ฾ นวงเลบ็ เชน฽ Cu(s)|Cu2+(0.1M)||Ag+(0.1M)|Ag(s)

5. สําหรับครึ่งเซลล์ท่ีประกอบด฾วยโลหะกับแก฿ส ใช฾เส฾นเดี่ยว | ขีดคั่นระหว฽างข้ัวไฟฟูากับแก฿สและ ระหวา฽ งไอออนในสารละลาย เชน฽ Pt(s)|H2(g, 1 atm)|H+(aq) 6. สําหรับคร่งึ เซลล์ ท่ีมสี ารสถานะเดยี วกนั มากกวา฽ หนึ่งชนิด ให฾ใชเ฾ คร่อื งหมายจุลภาคคั่นระหวา฽ ง ไอออนทั้งสอง เชน฽ Fe(s)|Fe2+(aq),Fe2+(aq)||Cu2+(aq)|Cu(s) สมรรถนะสาคัญของผ๎เู รยี น  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแกป฾ ญั หา  ความสามารถในการใชท฾ กั ษะชีวิต  ความสามารถในการใชเ฾ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์  ความซื่อสตั ย์สจุ ริต  มีวินยั  ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  อยู฽อย฽างพอเพียง  มง฽ุ มน่ั ในการทาํ งาน  มจี ติ สาธารณะ  ใฝุเรยี นร฾ู  รักความเป็นไทย แนวความคิดเพื่อการเรยี นรู๎ในศตวรรษที่ 21  ทกั ษะด฾านการเรียนรูแ฾ ละนวัตกรรม  สาระวิชาหลกั (Core Subjects)  ทักษะด฾านชวี ติ และอาชพี  ทักษะดา฾ นสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี กจิ กรรมการเรยี นร๎ู วิธีสอน โดยใชก฾ ระบวนการสบื เสาะความร฾ู (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) ช่ัวโมงที่ 1-3 1. ขนั้ สรา๎ งความสนใจ (Engagement) (20 นาที) 1.1 ครูสนทนากับนกั เรียนทบทวนเรือ่ ง เซลล์กลั วานิก 1.2 ครูใช฾กระตุ฾นนักเรียนดังนี้ 1. นักรียนจะทําการศกึ ษาเซลล์กัลวานกิ ไดอ฾ ย฽างไร ตอบ ศกึ ษาจากการใช฾แผนภาพของเซลล์แทนการเกิดปฏิกริ ยิ า 1.3 ครูเกร่ินนําเรื่อง การเขยี นแผนภาพเซลล์กลั ป฼วานิก 2. ข้ันสารวจและค๎นหา (Exploration) ( 60 นาท)ี 2.1 ครูอธิบายเนื้อหาเรอ่ื ง การเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ เนื้อหาการสอนดังน้ี แผนภาพของเซลล์ไฟฟา้ เคมี (Cell Diagram) แผนภาพเซลล์ไฟฟ้าเคมี คือ กลุ฽มสัญลักษณ์ที่แสดงเซลล์กัลวานิกหนึ่ง ๆ ซ่ึงบอกให฾ทราบถึง ชนิดของครง่ึ เซลล์ องค์ประกอบของแตล฽ ะครงึ่ เซลลแ์ ละขัว้ ไฟฟาู ของเซลล์ หลกั การเขียนแผนภาพของเซลลไ์ ฟฟ้าเคมี มีวธิ กี ารเขยี นดังน้ี 1. เขียนครึ่งเซลล์ออกซิเดชันไว฾ทางซา฾ ย และคร่ึงเซลล์รดี กั ชันไว฾ทางขวา 2. ครง่ึ เซลล์ออกซเิ ดชันให฾เขียนขัว้ แอโนดไวท฾ างซา฾ ยสุดแล฾ว ตามด฾วยไอออนในสารละลายโดยมี เครอื่ งหมาย / คน่ั ระหว฽างขวั้ ไฟฟาู กับไอออน เช฽น Zn(s) / Zn2+(aq)

3. ครึ่งเซลล์รีดกั ชนั ซึ่งอยทู฽ างขวาของสะพานไอออนใหเ฾ ขยี นไอออนในสารละลายกอ฽ นคน่ั ด฾วย เครอ่ื งหมาย / แลว฾ ตามด฾วยขัว้ แคโทดซ่ึงอยข฽ู วาสุด เช฽น Cu2+(aq) / Cu(s) 4. ถ฾าครงึ่ เซลล์ใดมสี ารซึง่ อยใ฽ู นสถานะเดยี วกันมากกว฽า 1 ชนดิ ให฾ใชเ฾ ครอื่ งหมาย, คั่นระหว฽างสาร สถานะเดยี วกนั เช฽น Pt(s) / Fe2+(aq), Fe3+(aq) 5. ใช฾เครือ่ งหมาย / / แทนสะพานไอออน ก้นั ระหว฽างคร่ึงเซลลท์ ั้งสอง 6. สําหรับข้ัวไฟฟูาท่ีประกอบดว฾ ยโลหะกับแกส฿ (ควรระบุความดันของแก฿ส) ให฾เขียนเคร่อื งหมาย / คนั่ ระหวา฽ งโลหะกบั แก฿ส และ ระหว฽างแก฿สกับไอออนกใ็ ช฾เคร่อื งหมาย / ค่ันเช฽นเดยี วกัน เชน฽ Pt(s) / H2(g) / H+(aq) (ถา฾ เกดิ ออกซิเดชนั ) หรือ H+(aq) / H2(g) / Pt(s) (ถา฾ เกิดรดี ักชนั ) หรือ Pt(s) / H2(1 atm) / H+(1 mol/l) เม่ือตอ฾ งการระบุความดนั ของแก฿ส และ ความเขม฾ ขน฾ ของสารละลาย 7. ถ฾าจะระบุความเข฾มข฾นของไอออนในสารละลายหรือระบุ สถานะของสารให฾เขียนไวใ฾ นวงเลบ็ ถ฾า เปน็ แกส฿ ให฾ระบุความดนั ของแกส฿ ในวงเลบ็ ด฾วย แผนภาพของเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี ครึ่งเซลล์ออกซิเดชนั / / คร่ึงเซลล์รดี กั ชัน ขว้ั / ไอออนในสารละลาย / / ไอออนในสารละลาย / ข้วั สะพานไอออน ขวั้ แคโทด ตขัววัอ้ แยอําZโงนnแด(ผsน) ภ/ าZพnข2+อ(aงqเซ)ล/ล/ก์ Cลั uว2า+น(aกิ qบ)า/งชCนu(ิดs) Cu(s) / Cu2+(aq) / / Ag+(aq) / Ag(s) Pt(s) / H2(g , 1 atm) / H+(aq) / / Cu2+(aq) / Cu(s) Sn(s) / Sn2+(aq , 1 mol/dm3 ) / / Zn2+(aq , 1 mol/dm3 ) / Zn(s) Pt(s) / Sn2+(aq) , Sn4+(aq) / / Fe3+(aq) , Fe2+(aq) / Pt(s) เซลล์ความเข๎มขน๎ เซลล์ความเข฾มข฾น เปน็ เซลลก์ ัลวานกิ ชนิดหนงึ่ ท่ีประกอบด฾วย ครึ่งเซลล์ชนิดเดียวกันต฽อเข฾าด฾วยกันด฾วย สะพานไอออน โดยสารละลายในแต฽ละครึง่ เซลล์มีความเขม฾ ขน฾ ตา฽ งกนั หมายเหตุ ศกั ยไ์ ฟฟูาของคร่ึงเซลล์ขึ้นอย฽ูกับ ชนิดของคร่ึงเซลล์ อุณหภูมิ และความเข฾มข฾นของสารละลายใน คร่ึงเซลล์ กล฽าวคอื ครงึ่ เซลล์ชนิดเดียวกนั ความเข฾มขน฾ ในสารละลายต฽างกันจะมศี กั ย์ไฟฟูาของคร่ึงเซลล์ต฽างกัน และศักย์ไฟฟาู ในครงึ่ เซลล์จะเปลย่ี นแปลงตามความเขม฾ ข฾น เชน฽ ในครึง่ เซลลใ์ ดสารละลายมีความเข฾มข฾นมากจะ มีศกั ย์ไฟฟาู มาก และสารละลายมีความเข฾มขน฾ น฾อยจะมศี ักยไ์ ฟฟูานอ฾ ย

เชนํ เซลลค์ วามเขม๎ ข๎นทองแดง เมอื่ นาํ ครึ่งเซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq,1mol/dm3) ต฽อกับคร่ึงเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq,0.1 mol/dm3) ใหค฾ รบวงจรดังรปู รูปแสดงเซลล์ความเข฾มขน฾ ทองแดง เมื่อนําคร่ึงเซลล์ท้ังสอง มาต฽อให฾ครบวงจร เข็มโวลต์มิเตอร์เบนจากคร่ึงเซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq, 0.1 mol/dm3) ซึ่งมีศกั ยไ์ ฟฟูาครงึ่ เซลล์ตา่ํ กว฽าไปยงั ครึง่ เซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq, 1 mol/dm3) ซึ่งมีศักย์ไฟฟูาคร่ึง เซลล์สูงกว฽า แสดงว฽า อิเล็กตรอนไหลจากข้ัวในครึ่งเซลล์ท่ีมีความเข฾มข฾นน฾อยไปสู฽ขั้วในคร่ึงเซลล์ที่มีความ เข฾มข฾นมาก ซง่ึ สามารถอธบิ ายได฾ดงั นี้ Cu(s) ในครึ่งเซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq,0.1 mol/dm3) ใหอ฾ เิ ลก็ ตรอนเกิดปฏกิ ิริยาออกซิเดชันเป็นขั้วแอโนด ส฽วน Cu(s) ในครึง่ เซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq, 1 mol/dm3) รบั อเิ ลก็ ตรอนเกดิ ปฏกิ ิริยารีดักชันเป็นขั้วแคโทด สมการของปฏกิ ริ ยิ าเกิดข้ึนดังนี้ ; Cu2+(aq, 1 mol/dm3) + 2e-  Cu(s) แคโทด (รีดักชนั ) แอโนด (ออกซิเดชัน) ; Cu(s)  Cu2+(aq, 0.1 mol/dm3) + 2e- ปฏิกิริยารดี อกซ์ คือ ; Cu2+(aq, 1 mol/dm3)  Cu2+(aq, 0.1 mol/dm3) เมือ่ กระแสอิเลก็ ตรอนไหลในเซลลค์ วามเข฾มข฾นสักครู฽หน่ึงจะพบว฽าคร่ึงเซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq,0.1 mol/dm3) ความเข฾มข฾นของ Cu2+ เพ่ิมข฾น ส฽วนคร่ึงเซลล์ Cu(s) / Cu2+(aq,1 mol/dm3) จะมีความเข฾มข฾นของ Cu2+ ลดลงจนกระท่ังเท฽ากนั อิเลก็ ตรอนจะหยุดไหลขณะทศี่ ักยไ์ ฟฟาู ของเซลลเ์ ปน็ ศนู ย์ จากเซลล์ความเข฾มขน฾ ข฾างต฾นน้ีเขยี นแผนภาพของเซลล์ดังน้ี Cu (s) / Cu2+(aq,0.1 mol/dm3) / / Cu2+(aq,1 mol/dm3) / Cu(s) ลักษณะสาคญั ของเซลล์ความเข๎มข๎น 1. อเิ ลก็ ตรอนจะไหลจากคร่ึงเซลล์ทม่ี คี วามเข฾มข฾นน฾อยไปสู฽คร่ึงเซลลท์ ี่มคี วามเข฾มข฾นมาก 2. ขว้ั ในครึ่งเซลล์ทีม่ ีความเขม฾ ขน฾ นอ฾ ย เกดิ ปฏกิ ริ ยิ าออกซิเดชันเป็นขั้วแอโนด ส฽วนข้ัวในอีกครึ่งเซลล์ ท่มี ีความเขม฾ ขน฾ มากเกดิ ปฏิกิรยิ ารดี ักชันเปน็ ขว้ั แคโทด 3. เซลล์ความเข฾มข฾นทีส่ ารละลายในครึ่งเซลล์มีความเขม฾ ข฾นต฽างกันยิ่งมาก ศักย์ไฟฟูาของเซลล์ก็ย่ิงมี คา฽ มาก 3. ขัน้ อธบิ ายและลงข๎อสรปุ (Explanation) (30 นาท)ี 3.1 ครแู ละนักเรียนรว฽ มกันสรุปเรอื่ ง การแผนภาพเซลล์กัลวานิกได฾ ดังนี้ หลักการเขยี นแผนภาพของเซลล์ไฟฟา้ เคมี มวี ธิ กี ารเขียนดังน้ี 1. เขยี นครึง่ เซลล์ออกซเิ ดชันไวท฾ างซา฾ ย และคร่ึงเซลล์รดี กั ชันไวท฾ างขวา

2. ครงึ่ เซลล์ออกซเิ ดชันให฾เขยี นขวั้ แอโนดไวท฾ างซา฾ ยสดุ แล฾ว ตามดว฾ ยไอออนในสารละลายโดยมี เคร่ืองหมาย / คน่ั ระหว฽างขั้วไฟฟูากบั ไอออน เชน฽ Zn(s) / Zn2+(aq) 3. คร่งึ เซลล์รดี กั ชันซง่ึ อยูท฽ างขวาของสะพานไอออนให฾เขียนไอออนในสารละลายกอ฽ นคน่ั ดว฾ ย เครอ่ื งหมาย / แลว฾ ตามด฾วยข้วั แคโทดซึ่งอยู฽ขวาสุด เชน฽ Cu2+(aq) / Cu(s) 4. ถา฾ ครึ่งเซลล์ใดมสี ารซง่ึ อยใ฽ู นสถานะเดียวกนั มากกว฽า 1 ชนิดให฾ใช฾เคร่อื งหมาย, ค่นั ระหวา฽ งสาร สถานะเดยี วกนั เชน฽ Pt(s) / Fe2+(aq), Fe3+(aq) 5. ใช฾เคร่อื งหมาย // แทนสะพานไอออน กน้ั ระหวา฽ งคร่งึ เซลล์ทั้งสอง 6. สําหรับข้วั ไฟฟูาท่ีประกอบด฾วยโลหะกบั แกส฿ (ควรระบุความดันของแก฿ส) ให฾เขียนเครอื่ งหมาย / ค่นั ระหว฽างโลหะกบั แกส฿ และ ระหว฽างแกส฿ กับไอออนก็ใช฾เครื่องหมาย / คนั่ เชน฽ เดยี วกนั เช฽น Pt(s) / H2(g) / H+(aq) (ถ฾าเกิดออกซิเดชนั ) หรือ H+(aq) / H2(g) / Pt(s) (ถ฾าเกิดรีดกั ชนั ) หรอื Pt(s) / H2(1 atm) / H+(1 mol/l) เมอื่ ตอ฾ งการระบคุ วามดนั ของแก฿ส และ ความเข฾มข฾นของสารละลาย 7. ถ฾าจะระบคุ วามเข฾มข฾นของไอออนในสารละลายหรอื ระบุ สถานะของสารให฾เขยี นไวใ฾ นวงเลบ็ ถา฾ เปน็ แกส฿ ให฾ระบุความดนั ของแกส฿ ในวงเล็บด฾วย 4. ขัน้ ขยายความร๎ู (Elaboration) (55 นาท)ี 4.1 ครูให฾นักเรยี นทาํ แบบฝึกหัดเรื่อง เซลลก์ ลั วานิก พร฾อมท้ังสุ฽มนักเรียนออกมาช฽วยกันเฉลยคําตอบ กันในหอ฾ งเรียน ครแู นะนําแนวทางในการหาคาํ ตอบ 5. ขน้ั ประเมนิ (Evaluation) (15 นาท)ี 5.1 ครปู ระเมนิ นกั เรยี นจากการตอบคําถาม 5.2 การสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 5.3 แบบฝึกหดั เร่อื ง การเขยี นแผนภาพเซลล์กลั วานกิ วัสดุ อปุ กรณ์ สือ่ และแหลํงเรียนร๎ู 1. power point เรื่อง เซลลก์ ัลวานกิ 2. หนงั สือเรียนเคมีเล฽ม 4 3. แบบฝกึ หัด เรอื่ ง การเขียนแผนภาพเซลล์กลั วานิก การวดั และการประเมินผล การวดั ผลประเมินผลดา๎ น วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การผาํ น 1. คําถาม 1. ด฾านความร฾ู 1. การตอบคําถาม 1. ไดค฾ ะแนนรอ฾ ยละ 60 ขน้ึ ไป 2. ดา฾ นทกั ษะ 1. การทาํ แบบฝึกหัด 1. โจทย์แบบฝึกหดั 1. ได฾คะแนนร฾อยละ 60 ขนึ้ ไป 3. ด฾านคุณลักษณะท่ีพึง - สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม - แบบสังเกตพฤติกรรม 1. ระดับคุณภาพ ประสงค์ รายบคุ คล รายบุคคล ปานกลางขึน้ ไป

บนั ทกึ หลังแผนการจดั การเรียนรู๎ รายวิชาเคมี 5 รหสั วชิ า ว30225 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 1. ดา๎ นความร๎ู ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ด๎านทักษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ดา๎ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.ปญั หาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. แนวทางการแกไ๎ ข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ........................................................ครูผูส฾ อน ( นางสาวสุทิพย์ สุขสบาย) ............../............../...........

ความสนใจใฝ่ ๎ูร ้ัตงใจเรียน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล และทา ิกจกรรมวชิ า ...................................................................................................... ชั้น ......................................... เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ การแลกเป ี่ลยนเ ีรยน ู๎ร ักบเพ่ือน ีมความซ่ือสัตย์ในการทา ิกจกรรมหมายเหตุ ให฾บันทกึ โดยใช฾เครอ่ื งหมาย ้ัตงปัญหาห ืรอคาถามสร๎างสรร ์ค = แสดงพฤติกรรมที่พงึ ประสงคต์ ามคาดหวัง ทางานไ ๎ดเ ีรยบ ๎รอย ูถก ๎ตองและครบ ๎ถวน = ไมแ฽ สดงพฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์ตามคาดหวัง หมายเห ุตเกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นมพี ฤติกรรมทพ่ี ึงประสงคต์ ามคาดหวังตงั้ แต฽ ๓ รายการข้ึนไป ถือว฽า ผา฽ นเกณฑ์การประเมนิ

แบบฝกึ หดั เรือ่ ง เซลลก์ ลั วานิก 1. จากแผนภาพเซลลก์ ลั วานกิ ท่กี ําหนดให฾จงเขียนสมการแสดงปฏกิ ิรยิ าทข่ี ้ัวแอโนด ข้วั แคโทด เขียนปฏกิ ริ ยิ า ของเซลล์ ก. Sn(s)|Sn2+(aq)||Cu2+(aq) |Cu(s) ข. Mg(s)|Mg2+(aq) || Fe3+(aq),Fe2+(aq) |Pt(s) Zn(s)|Zn2+(aq, 1 mol/dm3)||H+(aq, mol/dm3)|H2(g, ค. Fe(s)|Fe2+(aq)||Cl-(aq)|Cl2(g)|Pt(s) 1 1 atm)|Pt(s) ง. จ. Pt(s)|Sn2+(aq),Sn4+(aq)||Cr3+(aq),Cr2+(aq)|Pt(s) 2.จงเขยี นแผนภาพเซลล์กัลวานกิ จากปฏกิ ิรยิ าทีก่ ําหนดใหต฾ อ฽ ไปน้ี ก. Zn(s) + Pb2+(aq)  Zn2+(aq) + Pb(s) ข. Fe(s) + Sn4+(aq)  Fe2+(aq) + Sn2+(aq) ค. H2(g) + 2Ag+(aq)  2H+(aq) + 2Ag(s) ง. 2Cr(s) + 3Fe2+(aq)  2Cr3+(aq) +3Fe(s) 3. เมือ่ จมุ฽ โลหะทองแดงลงในสารละลาย AgNO3 0.1 mol/dm3 ปรากฏว฽าเกิดผลกึ สีเงินเกาะทแี่ ผ฽นทองแดง และสารละลายเปล่ยี นจากไมม฽ ีสีเป็นสฟี าู ออ฽ น ก.จงเขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ ารดี อกซ์ทีเ่ กิดขึ้น ข.แผนภาพเซลล์กัลวานิกคือ

เฉลยแบบฝกึ หดั เร่ือง เซลลก์ ัลวานิก 1. จากแผนภาพเซลล์กัลวานกิ ทก่ี ําหนดให฾จงเขยี นสมการแสดงปฏิกิริยาท่ีขวั้ แอโนด ขัว้ แคโทด เขียนปฏกิ ิรยิ า ของเซลล์ ก. Sn(s)|Sn2+(aq)||Cu2+(aq) |Cu(s) ปฏกิ ริ ยิ าที่ข้ัวแอโนด Sn(s)  Sn2+(aq) +2e- ปฏกิ ริ ิยาที่ข้วั แคโทด Cu2+(aq) +2e-  Cu(s) ปฏิกิรยิ าของเซลล์ Sn(s) + Cu2+(aq)  Sn2+(aq) + Cu(s) ข. Mg(s)|Mg2+(aq) || Fe3+(aq),Fe2+(aq) |Pt(s) ปฏกิ ิริยาที่ขว้ั แอโนด Mg(s)  Mg2+(aq) +2e- ปฏิกริ ยิ าที่ขั้วแคโทด 2Fe3+(aq) + 2e-  2Fe2+(aq) ปฏกิ ริ ิยาของเซลล์ Mg(s) + 2Fe3+(aq)  Mg2+(aq) + 2Fe2+(aq) ค. Zn(s)|Zn2+(aq, 1 mol/dm3)||H+(aq, 1 mol/dm3)|H2(g, 1 atm)|Pt(s) ปฏิกิริยาทีข่ ้ัวแอโนด Zn(s)  Zn2+(aq) + 2e- ปฏิกริ ิยาท่ีขว้ั แคโทด 2H+(aq) + 2e-  H2(g) ปฏกิ ิริยาของเซลล์ Zn(s) +2H+(aq)  Zn2+(aq) + H2(g) ง. Fe(s)|Fe2+(aq)||Cl-(aq)|Cl2(g)|Pt(s) ปฏิกิรยิ าทข่ี ว้ั แอโนด Fe(s)  Fe2+(aq)+2e- ปฏิกิรยิ าทข่ี ั้วแคโทด Cl2(g) + 2e-  2Cl-(aq) ปฏิกริ ิยาของเซลล์ Fe(s) + Cl2(g)  Fe2+(aq) + 2Cl-(aq) จ. Pt(s)|Sn2+(aq),Sn4+(aq)||Cr3+(aq),Cr2+(aq)|Pt(s) ปฏกิ ิรยิ าทีข่ ว้ั แอโนด Sn2+(aq)  Sn4+(aq) + 2e- ปฏกิ ริ ิยาที่ขั้วแคโทด 2Cr3+(aq) + 2e-  2Cr2+(aq) ปฏกิ ริ ิยาของเซลล์ Sn2+(aq) +2Cr3+(aq)  Sn4+(aq)+ 2Cr2+(aq) 2.จงเขยี นแผนภาพเซลลก์ ลั วานิกจากปฏิกริ ิยาที่กําหนดใหต฾ อ฽ ไปนี้ ข. Zn(s) + Pb2+(aq)  Zn2+(aq) + Pb(s) Zn(s)|Zn2+(aq)|| Pb2+(aq)|Pb(s) ค. Fe(s) + Sn4+(aq)  Fe2+(aq) + Sn2+(aq) Fe(s)|Fe2+(aq)||Sn4+(aq), Sn2+(aq)|Pt(s) ง. PHt2((sg)|)H+2(2g)A|2gH+(+a(qaq) )||Ag+2(aHq+)(|aAqg)(s+) 2Ag(s) จ. 2Cr(s) + 3Fe2+(aq)  2Cr3+(aq) +3Fe(s) Cr(s)|Cr3+(aq)||Fe2+(aq)|Fe(s)

3. เมื่อจ฽ุมโลหะทองแดงลงในสารละลาย AgNO3 0.1 mol/dm3 ปรากฏวา฽ เกิดผลกึ สีเงนิ เกาะทแ่ี ผ฽นทองแดง และสารละลายเปลีย่ นจากไมม฽ ีสเี ปน็ สีฟาู ออ฽ น ก.จงเขียนสมการแสดงปฏิกริ ยิ ารีดอกซท์ เี่ กิดขึน้ เม่ือจม฽ุ โลหะทองแดงในสารละลาย AgNO3 แลว฾ เกิดผลึกสเี งินเกาะทแ่ี ผ฽นโลหะทองแดง และ สารละลายเปล่ียนจากไม฽มสี ีเป็นสีฟาู ออ฽ น แสดงว฽า โลหะทองแดงเสียอเิ ลก็ ตรอนเปลยี่ นเป็น Cu2+(aq) ซึ่งมสี ี ฟาู และ Ag+(aq) รบั อเิ ลก็ ตรอนเกิดผลกึ เงิน เขยี นสมการไดด฾ งั น้ี ปฏกิ ริ ิยาออกซิเดชนั Cu(s)  Cu2+(aq) +2e- 2Ag+(aq) + 2e-  2Ag(s) ปฏกิ ิรยิ ารีดกั ชนั Cu(s) + 2Ag+(aq)  Cu2+(aq) +2Ag(s) ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ ข.แผนภาพเซลล์กัลวานกิ คอื Cu(s)|Cu2+(aq)||Ag+(aq)|Ag(s) ปฏกิ ิรยิ าทข่ี วั้ แอโนด Cu(s)  Cu2+(aq) + 2e- ปฏิกิรยิ าทข่ี ว้ั แคโทด Ag+(aq) + e-  Ag(s)

หนํวยการเรียนรูท๎ ่ี 9 ไฟฟา้ เคมี แผนการจัดการเรียนร๎ทู ่ี 8 เรื่อง การหาคําศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ รหสั วิชา ว30225 กลุํมสาระการเรียนรูว๎ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 รายวชิ า เคมี 5 (เพิ่มเตมิ ) เวลา 2 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 2 ผลการเรียนรู๎ 1. อธิบายวธิ ีการหาคา฽ E° โดยการเปรียบเทียบกับคร่ึงเซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐานได฾ 2. ใชค฾ ฽า E° โดยการเปรยี บเทยี บคํานวณหาค฽าศกั ยไ์ ฟฟาู ของเซลล์ และทาํ นายการเกิด ปฏิกิรยิ ารีดอกซไ์ ด฾ สาระการเรียนร๎ู ค฽าศักย์ไฟฟูามาตรฐานของคร่งึ เซลล์ เป็นค฽าทบี่ อกความสามารถในการรับและจา฽ ยอิเล็กตรอนของธาตุที่ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส โดยความเข฾มข฾นของสารละลายในครึ่งเซลล์เซลล์เท฽ากับ 1 โมลต฽อลูกบาศก์ เดซิเมตร และความดนั แกส฿ ท่เี กย่ี วขอ฾ งในปฏิกิริยามีค฽าเป็น 1 บรรยากาศ จุดประสงคก์ ารเรียนร๎ู ด๎านความร๎ู (Knowledge) 1. อธิบายการเกดิ กระแสไฟฟูาในเซลล์กัลป฼วานกิ ได฾ 2. อธบิ ายวิธกี ารหาค฽า E° โดยการเปรยี บเทยี บกับครง่ึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานได฾ ดา๎ นทักษะ (Process) 3. ใชค฾ ฽า E° โดยการเปรียบเทยี บคาํ นวณหาค฽าศกั ยไ์ ฟฟูาของเซลล์ และทํานายการเกิดปฏิกิรยิ ารีดอกซไ์ ด฾ ด๎านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Affective) 1. ปฏบิ ัติตนเป็นผูม฾ ีความสนใจใฝุรู฾ และมีระเบียบวนิ ยั 2. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผ฾มู ีความรับผิดชอบ ตรงต฽อเวลา 3. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู฾มคี วามซอื่ สัตย์ สุจริต ความคิดรวบยอด ค฽าศกั ยไ์ ฟฟาู มาตรฐานของครึง่ เซลล์ 1. เป็นค฽าท่ีบอกความสามารถในการรับและจ฽ายอิเล็กตรอนของธาตุที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส โดยความเข฾มข฾นของสารละลายในครึ่งเซลล์เซลล์เท฽ากับ 1 โมลต฽อลูกบาศก์เดซิเมตร และความดันแก฿สที่ เกยี่ วข฾องในปฏกิ ิริยามคี า฽ เป็น 1 บรรยากาศ 2. เม่ือคร่ึงเซลล์ 2 คร่ึงเซลล์มาต฽อกันเป็นเซลล์กัลป฼วานิก จะสามารถวัดค฽าความต฽างศักย์ระหว฽าง ข้ัวไฟฟูาทั้งสองของเซลลไ์ ด฾ ซง่ึ ค฽าความต฽างศักยท์ ่ีวดั ได฾ เรยี กว฽า ศกั ย์ไฟฟาู ของเซลล์ 3. หาไดจ฾ ากการเปรียบเทยี บศกั ยไ์ ฟฟาู ทส่ี นใจกบั ศักย์ไฟฟาู คร่งึ เซลล์ไฮโรเจนมาตรฐาน 4. คํานวณคา฽ ศกั ย์ไฟฟูามาตรฐานของคร่ึงเซลล์ทส่ี นใจไดจ฾ าก = -E0 E0 cell anode E0 cathode

สมรรถนะสาคญั ของผ๎ูเรียน  ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแก฾ปัญหา  ความสามารถในการใชท฾ กั ษะชวี ติ  ความสามารถในการใช฾เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์  ความซ่ือสัตยส์ ุจรติ  มวี นิ ัย  ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยู฽อย฽างพอเพียง  มง฽ุ ม่นั ในการทาํ งาน  มจี ติ สาธารณะ  ใฝุเรียนร฾ู  รักความเปน็ ไทย แนวความคิดเพื่อการเรียนรูใ๎ นศตวรรษที่ 21  ทักษะดา฾ นการเรยี นร฾แู ละนวตั กรรม  สาระวชิ าหลัก (Core Subjects)  ทักษะด฾านชีวติ และอาชพี  ทกั ษะด฾านสารสนเทศ ส่อื และเทคโนโลยี กจิ กรรมการเรยี นร๎ู วธิ ีสอน โดยใช฾กระบวนการสืบเสาะความร฾ู (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) ช่ัวโมงท่ี 1-2 1. ขัน้ สร๎างความสนใจ (Engagement) (15 นาที) 1.1 ครูสนทนากับนักเรียนทบทวนเรอื่ ง เซลล์กลั วานิก ซึง่ เราจะนําเนอื้ หามาใช฾อีก ซ่ึงวันน้ีเราจะเรียน เรื่อง ศกั ย์ไฟฟาู ของเซลล์และศักย์ไฟฟูามาตรฐานของครงึ่ เซลล์ 1.2 ครูใช฾กระตุน฾ นักเรยี นดังนี้ 1. เซลล์กลั วานิกคืออะไร ตอบ เซลล์ไฟฟาู เคมี ทเี่ ปลย่ี นพลังงานเคมีใหเ฾ ปน็ ไฟฟูา 2. เซลล์กัลวานกิ เกดิ จากครงึ่ เซลล์สงั กะสกี บั คร่งึ เซลล์ทองแดงที่นกั เรยี นทดลองไปคร้ังทีแ่ ลว฾ นักเรยี นจะเขยี นแผนภาพไดเ฾ ป็นอยา฽ งไร ตอบ คร่ึงเซลล์ออกซิเดชันอย฽ูทางซ฾ายและครง่ึ เซลลร์ ดี กั ชนั อยท฽ู างขวาโดยมสี ะพานเกลอื คน่ั ตรงกลาง Zn(s) / Zn2+(aq) // Cu2+(aq) / Cu(s) 3. ข้วั ไฟฟาู อธิบายยงั ไง ตอบ ข้ัวไฟฟาู แอโนดเปน็ ครึ่งเซลลป์ ฏกิ ิริยาออกซเิ ดชัน ขว้ั ไฟฟาู แคโทดเปน็ ครึ่งเซลล์ปฏิกิริยารีดักชัน 4. แลว฾ คร่งึ ปฏกิ ริ ิยาในแต฽ละคร่ึงเซลลเ์ ขยี นได฾อย฽างไร ตอบ แคโทด (รดี ักชนั ) ; Cu2+(aq) + 2e-  Cu(s) แอโนด (ออกซิเดชนั ) ; Cu(s)  Cu2+(aq) + 2e- 1.3 ครนู าํ นกั เรยี นเข฾าส฽บู ทเรยี น เรือ่ ง ศักยไ์ ฟฟูาของเซลลแ์ ละศกั ย์ไฟฟาู มาตรฐานของครึง่ เซลล์ 2. ขน้ั สารวจและค๎นหา (Exploration) ( 45 นาที) 2.1 ครูอธิบายเนอ้ื หาเรือ่ ง ศกั ยไ์ ฟฟาู ของเซลลแ์ ละศกั ยไ์ ฟฟูามาตรฐานของคร่ึงเซลล์ เนอ้ื หาการสอนดงั นี้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook