Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษป.4 เทอม2-2565

แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษป.4 เทอม2-2565

Published by juthamanee.suksawai, 2023-01-02 16:15:01

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษป.4 เทอม2-2565

Search

Read the Text Version

37 การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันเตรยี มความพร้อม (Warm-up) 1. ครใู หน้ กั เรียนดภู าพอาบน้ำ ให้นักเรยี นพดู คำศัพทภ์ าษาองั กฤษ ครบู อกวา่ กจิ กรรมประจำวันมอี ีก หลากหลายสำนวนท่ีนักเรียนควรรแู้ ละนำไปใช้พดู ครใู หน้ ักเรยี นดภู าพท่ีครูเตรียมมาซงึ่ เป็นกจิ กรรมประจำวนั ใหน้ ักเรยี นลองเดาคำศพั ท์ ขน้ั ดำเนินการสอน (Presentation) • สอนคำศัพท์กจิ กรรมประจำวัน ได้แก่ brush the teeth, wash the face, wash the dishes, wash the clothes, cook food, sweep the floor, iron the clothes 2. ครูใหน้ ักเรียนดภู าพคนแปรงฟัน ครูออกเสียงคำศัพท์ นักเรียนพูดตามและสะกดคำ T : brush brush Ss : brush brush b-r-u-s-h b-r-u-s-h T : brush the teeth brush your teeth ครูทำทา่ แปรงฟัน ใหน้ ักเรียนทำท่าแปรงฟนั พร้อมพูดว่า T : I brush my teeth. Ss : I brush my teeth. 3. ครสู อนศัพท์คำอนื่ ด้วยวิธีการเดียวกับข้อ 2 4. ใหน้ กั เรยี นทงั้ ชน้ั พูดสำนวนแล้วทำท่าเช่น iron the clothes ใหน้ กั เรียนทำทา่ รดี ผ้า sweep the floor ใหน้ ักเรยี นทำท่ากวาดพ้นื cook food นักเรยี นทำท่าทำอาหาร ทำทา่ จนครบคำศัพท์ 5. ใหน้ กั เรยี นอาสาสมัครออกมาหนา้ ชนั้ แล้วพดู คำศัพท์และใหเ้ พอื่ นทำทา่ เชน่ S1 : wash the dishes S2 : wash the clothes S3 : cook food S4 : sweep the floor ข้ันนำไปใช้ (Production) 6. ใหน้ กั เรยี นคัดคำศัพท์ และความหมายของคำศัพทท์ ั้งหมดลงในสมุดจดบันทึก 1. wash the clothes _____________________ 2. wash the face ________________________ 3. wash the dishes ______________________ 4. sweep the floor ______________________

38 5. cook food __________________________ 6. iron the clothes ______________________ 7. brush the teeth ______________________ ขน้ั สรปุ (Wrap up) 7. ครทู บทวนความหมายของคำศัพท์ทั้ง 7 คำอกี ครงั้ พร้อมกับนกั เรยี น สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 1. ภาพ การประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ชน้ิ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมิน/เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน ของผเู้ รียน ไดร้ ะดับ 3 ตามเกณฑ์ ดา้ นความรู้ Knowledge การประเมินเชงิ คณุ ภาพ 1. นักเรียนสามารถอ่านออก พฤติกรรมการออกเสยี งและ สังเกต-ประเมินพฤติกรรม นักเรยี นสามารถนำเสนอได้ โดยผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี เสยี งและสะกดคำศัพท์ บอกความหมายของคำศัพท์ท่ี การอ่านออกเสยี งและบอก นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมผา่ น เกณฑร์ ะดับดี คำกรยิ าที่ทำใน กำหนด ความหมายของคำศัพท์ ชวี ิตประจำวัน ช่ือวิชาตา่ ง ๆ ที่เรียนได้ ดา้ นกระบวนการ Process 2. นักเรียนนำเสนอข้อมลู ได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ แบบสังเกตการถาม-ตอบ อยา่ งถูกต้อง ขอ้ มูล คำถาม ด้านคุณลักษณะ Attribute 3. นักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ัย การประเมนิ พฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมนิ ไวใ้ นระดับดี (3) เพ่อื ท้าทายผเู้ รียนให้ยกระดบั คณุ ภาพ ชิ้นงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้น ท้ังน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากง่ายของจุดประสงค์การเรียนรู้และพ้ืนฐานของผเู้ รียน

39 แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 49 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อ14101) ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 โรงเรยี นบ้านนาวัง หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 : Daily activities จำนวน 10 ช่ัวโมง เรอ่ื ง : male toilet เวลา 1 ชั่วโมง สอนวันท่ี ........ เดอื น ........................ พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการส่ือสาร ต 1.1 ป. 4/2 อ่านออกเสยี งคำ สะกดคำ อา่ นกลุ่มคำ ประโยค ขอ้ ความงา่ ย ๆ และบทพูดเขา้ จังหวะ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น ต 1.1 ป. 4/3 เลอื ก/ระบภุ าพหรอื สญั ลักษณห์ รอื เครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสัน้ ๆ ท่ีฟังหรืออ่าน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชนและโลก ต 4.1 ป. 4/1 ฟังและพดู /อา่ นในสถานการณ์ท่ีเกดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสียงและสะกดคำศัพท์คำกริยาที่ทำในชวี ิตประจำวนั ชื่อวิชาตา่ ง ๆ ทีเ่ รยี นได้ ด้านกระบวนการ (Process) 2. นกั เรียนนำเสนอขอ้ มูลได้อยา่ งถูกต้อง ด้านคุณลักษณะ (Attribute) 3. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมุ่งม่ันในการทำงาน สาระสาคญั กจิ วัตรประจำวันของแตล่ ะคนมสี ว่ นคล้ายคลงึ กัน เปน็ กจิ กรรมท่ที ุกคนทำใหล้ ลุ ว่ งไปในแตล่ ะวนั

40 สาระการเรยี นรู้ คำศัพท์ weekdays, get up, take a bath, get dressed, study math, English, science, social studies, physical education, lunch break, in the morning, in the afternoon, at noon, o’clock, time โครงสร้างประโยค What time is it? It is six o’clock. It is six-thirty. What time do you/they go to school? I/They go to school at 7.30. What time does he/she go to school? He/She goes to school at 7.30. It is time for school. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  ซ่อื สัตยส์ ุจรติ  มวี นิ ยั  ใฝ่เรยี นรู้  อยู่อย่างพอเพียง มจี ติ สาธารณะ  มุ่งมัน่ ในการทำงาน รักความเป็นไทย การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันเตรียมความพร้อม (Warm-up) 1. สนทนากับนักเรียน เรื่องการเข้าหอ้ งน้ำในท่สี าธารณะหรือตามปั้มน้ำมนั นกั เรียนทราบ ได้อย่างไรว่า เปน็ หอ้ งน้ำหญิงหรือชายนกั เรียนนักเรียนตอบว่า ดูป้ายหน้าห้องนำ้ เป็นรูปหญิงชาย

41 ขั้นดำเนนิ การสอน (Presentation) • สอนคำศัพท์ male toilet/ female toilet, No entry, No parking, stop, No smoking, Exit, Restaurant 2. ให้นักเรียนดภู าพ male toilet และ female toilet ครอู อกเสยี ง toilet ให้นกั เรียนออกเสยี ง ตามและสะกดคำครูตดิ บัตรคำศัพท์บนกระดาน T : toilet toilet Ss : toilet toilet t-o-t-l-e-t t-o-i-l-e-t T : male toilet male toilet พร้อมใหด้ ภู าพห้องนำ้ ชาย Ss : male toilet male toilet T : female toilet female toilet พรอ้ มใหด้ ูภาพห้องน้ำหญงิ Ss : female toilet female toilet 3. ให้นกั เรยี นดูภาพสญั ลักษณ์ใช้วิธีสอนเชน่ เดียวกบั ข้อ 2 No entry - หา้ มเข้า No parking - ห้ามจอดรถ Stop - หยดุ No smoking - หา้ มสูบบุหร่ี Exit - ทางออก Restaurant - ร้านอาหาร ขน้ั การฝกึ (Practice) 4. ครตู ดิ บัตรคำศัพท์ท่ีแปลความหมายของสัญลักษณ์ตา่ ง ๆ และแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กล่มุ ผลดั กันออกมาหยบิ บัตรคำศัพทไ์ ปติดบนกระดานใหต้ รงกับความหมายภาษาไทยให้ครบตามจำนวนบตั รคำ 5. ครูหยิบบตั รคำศัพท์และความหมายออก โดยตดิ บัตรคำศัพท์สลบั กนั บา้ ง ใหน้ กั เรยี นหยิบ ความหมายภาษาไทยไปติดบนกระดาน 6. ครูหยบิ บัตรความหมายออกใหน้ กั เรยี นนำภาพสญั ลกั ษณ์ไปตดิ บนกระดานให้ตรงกับภาษาองั กฤษ ขั้นนำไปใช้ (Production) 7. ครูใหน้ ักเรียนจบั กลุ่ม 8 กลุ่ม ครแู จกกระดาษแข็งขนาด A4 ให้กลุ่มละ 1 แผ่น ให้แต่ละกลุ่มวาดรูป ภาพสัญลักษณ์ต่อไปน้ี กลุ่มละ 1 ภาพโดยไม่ให้ซ้ำกนั แลว้ ออกมานำเสนอพร้อมอธบิ ายว่าภาพนจี้ ะพบเจอ ได้ที่ไหน มคี วามหมายว่าอยา่ งไร 1. ภาพ Male toilet 2. ภาพ Exit 3. ภาพ No entry 4. ภาพ No smoking 5. ภาพ Restaurant (เป็นภาพ ชอ้ น ส้อม)

42 6. ภาพ No parking 7. ภาพ Female toilet 8. ภาพ Stop ขน้ั สรุป (Wrap up) 8. ครทู บทวนคำศพั ท์ทั้งหมดทนี่ ักเรียนได้เรียนในวันนี้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. บตั รคำ ภาพ กระดาษแขง็ ขนาด A4 การประเมินผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ชิน้ งาน/การแสดงออก วิธีประเมนิ /เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ ของผ้เู รียน ไดร้ ะดับ 3 ตามเกณฑ์ การประเมินเชงิ คณุ ภาพ ดา้ นความรู้ Knowledge นักเรียนสามารถนำเสนอได้ 1. นักเรียนสามารถอา่ นออก พฤติกรรมการออกเสยี งและ สังเกต-ประเมนิ พฤตกิ รรม โดยผา่ นเกณฑ์ระดบั ดี เสียงและสะกดคำศัพท์ บอกความหมายของคำศัพท์ที่ การอ่านออกเสียงและบอก คำกรยิ าท่ีทำใน กำหนด ความหมายของคำศัพท์ ชวี ิตประจำวัน ช่อื วิชาต่าง ๆ ทีเ่ รยี นได้ ดา้ นกระบวนการ Process 2. นักเรยี นนำเสนอข้อมลู ได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ แบบสงั เกตการถาม-ตอบ อย่างถูกต้อง ข้อมูล คำถาม ด้านคุณลกั ษณะ Attribute แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นมพี ฤติกรรมผ่าน 3. นักเรียนมรี ะเบยี บวินัย การประเมนิ พฤติกรรม เกณฑร์ ะดับดี และมงุ่ มั่นในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมนิ ไวใ้ นระดบั ดี (3) เพือ่ ท้าทายผเู้ รียนให้ยกระดบั คณุ ภาพ ช้ินงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้น ท้ังน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจดุ ประสงค์การเรียนรแู้ ละพ้นื ฐานของผูเ้ รยี น

43 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 50 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน (อ14101) ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนบา้ นนาวัง หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 : Daily activities จำนวน 10 ช่วั โมง เรอื่ ง : It’s time for lunch! เวลา 1 ชั่วโมง สอนวนั ท่ี ........ เดือน ........................ พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร ต 1.1 ป. 4/3 เลอื ก/ระบุภาพหรอื สญั ลักษณ์หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความส้ัน ๆ ท่ีฟังหรอื อ่าน ต 1.2 ป. 4/4 พูด/เขยี นเพ่อื ขอและให้ข้อมลู เก่ียวกบั ตนเอง เพื่อน และครอบครัว ต 1.3 ป. 4/1 พูด/เขยี นให้ขอ้ มลู เก่ียวกบั ตนเองและเรอ่ื งใกล้ตัว สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม ต 2.1 ป. 4/1 พดู และทำท่าประกอบอยา่ งสุภาพตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา สาระท่ี 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชนและโลก ต 4.1 ป. 4/1 ฟังและพดู /อ่านในสถานการณท์ เ่ี กดิ ขึ้นในห้องเรียนและสถานศกึ ษา จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นกั เรยี นสามารถบอกได้ว่า ขณะน้ีเปน็ เวลาสำหรบั ทำอะไร ดา้ นกระบวนการ (Process) 2. นกั เรียนนำเสนอขอ้ มูลได้อยา่ งถูกต้อง ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute) 3. นักเรียนมีระเบยี บวนิ ยั และมุ่งมนั่ ในการทำงาน สาระสาคญั กจิ วัตรประจำวนั ของแตล่ ะคนมีส่วนคล้ายคลงึ กนั เป็นกิจกรรมทีท่ ุกคนทำใหล้ ลุ ่วงไปในแต่ละวัน

44 สาระการเรียนรู้ คำศัพท์ weekdays, get up, take a bath, get dressed, study math, English, science, social studies, physical education, lunch break, in the morning, in the afternoon, at noon, o’clock, time โครงสรา้ งประโยค What time is it? It is six o’clock. It is six-thirty. What time do you/they go to school? I/They go to school at 7.30. What time does he/she go to school? He/She goes to school at 7.30. It is time for school. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  ซอื่ สัตย์สุจรติ  มวี ินัย  ใฝ่เรียนรู้  อยู่อย่างพอเพียง มจี ติ สาธารณะ  มุง่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย

45 การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้ันเตรียมความพรอ้ ม (Warm-up) 1. ครทู บทวนการบอกเวลาของกิจกรรมประจำวนั ต่าง ๆ เช่น I get up at………… I go to school at……………. I go home at……………… I go to bed at………………. ขั้นดำเนนิ การสอน (Presentation) 2. ใหน้ ักเรยี นฟังข้อความ หนังสือเรยี นหนา้ 110 ข้อ A, B เป็นขอ้ มูลของ Bell’s weekdays หนา้ 105 Key: A. Name Time It’s time for… Bell 5.00 bed Nut 8.00 bath Jo 9.00 school Max 12.00 lunch B. 1. six o’clock 2. Tim 3. milk 4. football 5. five o’clock 3. นักเรยี นจับคู่กจิ กรรมและข้อความในหนา้ 112-113 Key : 1. It’s time for lunch! 2. It’s time for breakfast! 3. It’s time for dinner! 4. It’s time for a bath. 5. It’s time for school. 6. It’s time for bed.

46 12 3 4 5 6 4. นักเรียนทำแบบฝึกหัดหน้า 114 ใหน้ ักเรยี นเติมเวลาในช่องวา่ ง Key: นักเรยี นตอบตามความคิดของตนเอง ขนั้ การฝกึ (Practice) 5. ใหน้ กั เรยี นวาดภาพหรอื ติดภาพตนเองในหนังสือเรยี นหน้า 115 ทำแบบฝึกหัด โดยใช้ประโยคบอกเล่า และปฏเิ สธ Key: นกั เรยี นตอบตามความคดิ ของตนเอง ขนั้ นำไปใช้ (Production) 6. นกั เรียนคดั คำศัพท์หน้า 116 7. นกั เรียนทำ Test 5 หน้า 117-118 ครูตรวจสอบคำตอบและอธบิ ายเพ่ิมเติม Key: 1.  2.  3.  4.  5. c 6. d 7. b 8. d 9. c 10. d ขัน้ สรุป (Wrap up) 8. ครทู บทวน It’s time for…………… 9. ครูทบทวนประโยคปฏเิ สธ I don’t get up at…………….

47 ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นภาษาองั กฤษ New Express English ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 2. ข้อความสน้ั การประเมินผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ชิน้ งาน/การแสดงออก วิธปี ระเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ ของผู้เรียน ดา้ นความรู้ Knowledge สงั เกต-ประเมินพฤติกรรม นักเรยี นอ่านเวลาได้อยา่ ง 1. นกั เรียนสามารถบอกได้ พฤติกรรมการอา่ นเวลา การอ่านเวลา ถูกต้อง วา่ ขณะนเี้ ปน็ เวลาสำหรับ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม นกั เรียนสนทนาได้อย่าง ทำอะไร การถาม-ตอบคำถาม ถกู ต้องมากกว่า 80  ด้านกระบวนการ Process แบบสงั เกตการถาม-ตอบ นกั เรียนสามารถนำเสนอได้ คำถาม โดยผ่านเกณฑร์ ะดบั ดี 2.นกั เรยี นนำเสนอข้อมูลได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นมีพฤติกรรมผ่าน อยา่ งถูกต้อง ข้อมูล เกณฑร์ ะดับดี ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute 3. นกั เรยี นมรี ะเบยี บวนิ ัย การประเมินพฤติกรรม และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมินไว้ในระดบั ดี (3) เพอื่ ท้าทายผูเ้ รียนให้ยกระดบั คุณภาพ ชิ้นงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้น ท้ังนี้การกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจดุ ประสงค์การเรียนรแู้ ละพืน้ ฐานของผู้เรียน

48 Unit 5 Daily activities Script CD FIRST TRY นำเขา้ สู่บทเรียน 1. Listen and say. 23 Son : I’m hungry. Dad, what time is it? Dad : It’s six-thirty. Mom : It’s time for dinner. Daughter : Oh! It’s six-forty-five. I’m sorry. I’m late. Mom : It’s nine o’clock. Is it time for bed, my dears? Son+Daughter : Yes, Mom. Let’s go to bed. Mom : Have a good dream. Son+Daughter : Good night, Mom. STUDY MORE กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. Listen and say. 24 Bell’s Weekdays 6.00 am get up 6.40 am take a bath, brush the teeth and get dressed 7.35 am have breakfast 8.00 am go to school with brother Bob 9.00 am study maths 10.00 am study science 11.00 am study English 12.00 noon lunch break 1.00 pm study social studies 2.00 pm study physical education 3.00 pm go home 4.00 pm play computer games with Dad

49 Voice 1: Bell gets up at six o’clock in the morning. Then she takes a bath, brushes her teeth and gets dressed. At 7.35 she has breakfast. She goes to school at 8.00. She studies maths, science and English from 9.00 to 11.00. She has lunch at noon. After lunch break she studies social studies and physical education. She goes home at 3 o’clock in the afternoon and she plays computer games with her Dad. LET’S READ อา่ นคล่อง 1. Read, draw and write. 25 Voice 1: What time is it? What time is it? Voice 2: It’s seven o’clock. It’s time for school. It’s time for school. Come on. Let’s go to school. Voice 1: What time is it? What time is it? It’s twelve o’clock. Voice 2: It’s time for lunch. It’s time for lunch. Come on. Let’s have lunch together. Voice 1: What time is it? What time is it? It’s nine o’clock. Voice 2: It’s time for bed. It’s time for bed. Come on. Let’s go to bed. แบบฝึกหดั ท้ายหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 5 : Daily activities A. Listen and draw the line. 26 1. It is 8 o’clock. It’s time for Bell to go to school. 2. It is 12 o’clock. It’s time for Nut to have lunch. 3. It is 9 o’clock. It’s time for Jo to go to bed. 4. It is 5 o’clock. It’s time for Max to have a bath. B. Listen and circle. 27 1. Bell gets up at six o’clock. 2. Tim goes to school at seven-thirty. 3. Nut drinks milk at ten-twenty. 4. I play football at four o’clock. 5. My mother cooks dinner at five o’clock.

50 คำช้แี จง แบบสงั เกตการตอบคำถาม ทำเคร่ืองหมาย  ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบตั ดิ งั นี้ ระดบั 3 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ มาก ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ ปานกลาง ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ นอ้ ย พฤตกิ รรม/ การ ระดบั คะแนน สนใจและตงั้ ใจ ลำดับ ฟังคำถาม ตอบคำถามได้ ตอบคำถามอยา่ ง ประ ที่ ตรงประเดน็ สม่ำเสมอ รวม เมนิ คะ ผล หมายเหตุ แนน ไม่ ผา่ น 321 3 2 1 3 2 1 ผา่ น ช่ือ-สกลุ เกณฑ์การประเมนิ คะแนนตั้งแต่ 4-9 ผ่าน 8-9 = ดี 6-7 = ปานกลาง 4-5 = พอใช้ คะแนนต่ำกวา่ 4 ไม่ผ่าน

51 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ช้ัน .................... จำนวน ................... คน สังเกตพฤตกิ รรมวันที่ .............. เดอื น ........................... พ.ศ. ...................... พฤติกรรมการทำงานกลุม่ ช่วยเหลือด้านกำ ัลงความ ิคด การแนะนำ แนวทางโดยการ ูพด ใน ่สิงที่เป็นประโยช ์น การ ูพดใน ิส่งท่ีเป็นประโยช ์นพยายามช่วยเห ืลอ สมาชิกในก ุ่ลม ไม่ ิน่งดูดาย เอาใจใส่กับงาน ่รวม ักนแ ้กไขปัญหา พยายาม ทำงานใ ้หสำเร็จ เลขที่ ชือ่ -สกลุ รวม 5 5 5 5 20

52 เกณฑก์ ารประเมนิ ในการสังเกตพฤติกรรม มีดังนี้ คะแนน 18 – 20 ดมี าก คะแนน 14 – 17 ดี คะแนน 10 – 13 พอใช้ คะแนน 0 – 9 ควรปรับปรงุ มเี กณฑใ์ ห้คะแนนจากการสงั เกตพฤติกรรม คือ เกณฑ์การให้คะแนน 5 คะแนน เมอ่ื นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมตามท่ีต้องการเปน็ ประจำสม่ำเสมอ เกณฑ์การให้คะแนน 4 คะแนน เม่อื นกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทต่ี ้องการเป็นประจำ เกณฑ์การให้คะแนน 3 คะแนน เมอ่ื นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมตามที่ต้องการค่อนขา้ งจะสม่ำเสมอ เกณฑ์การให้คะแนน 2 คะแนน เมื่อนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทีต่ ้องการค่อนข้างน้อย เกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนน เมอ่ื นักเรยี นแสดงพฤตกิ รรมตามที่ต้องการน้อย

53 แบบประเมนิ ผลงานนักเรียน ชั้น .................... จำนวน ................... คน สงั เกตพฤติกรรมวันท่ี .............. เดือน ........................... พ.ศ. ...................... รายการประเมนิ สรุปผล ผา่ น ไมผ่ ่าน ผลงาน ความ ทำงาน ความคิด คะแนน ระดับ สร้างสรรค์ รวม คุณภาพ เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ ถกู ต้องตาม สะอาด ตาม สาระ สวยงาม ขั้นตอน (12) (3) (3) (3) (3)

54 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินผลงาน รายการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 1. ผลงานถกู ต้องตามสาระ ผลงานถูกตอ้ งตามหลกั วชิ า 2 ผลงานถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าเปน็ 2. ความสะอาดสวยงาม ส่วนนอ้ ย 3. ทำงานตามข้ันตอน มีความสะอาด สวยงาม ผลงานถกู ต้องตามหลกั วิชาเปน็ มคี วามสะอาด สวยงาม 4. ความคดิ สร้างสรรค์ เรยี บรอ้ ย สว่ นใหญ่ เรยี บร้อยเป็นสว่ นน้อย การทำงานมคี รบทกุ ขั้นตอน มคี วามสะอาด สวยงาม การทำงานไมม่ ขี น้ั ตอน เรียบรอ้ ยเปน็ สว่ นใหญ่ มคี วามผิดพลาดต้องแก้ไข ผลงานแสดงออกถึงความคิด การทำงานไม่ครบทุกขั้นตอนและ ผลงานไมแ่ สดงออกถงึ ความคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์แปลกใหม่ ผิดพลาดบ้าง รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถึงความคดิ ริเริ่มสร้างสรรคเ์ กดิ จากการ เลียนแบบ เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ (ปรบั ปรงุ ) 0 – 5 คะแนน หมายถงึ 0 (พอใช้) 6 – 8 คะแนน หมายถึง 1 (ดี) 9 – 10 คะแนน หมายถงึ 2 (ดมี าก) 11 – 12 คะแนน หมายถึง 3 หมายเหตุ ระดบั คุณภาพ 0 ถือวา่ ไมผ่ ่าน

55 แบบบันทกึ การประเมนิ การนำเสนอ ช้ัน .................... จำนวน ................... คน สงั เกตพฤติกรรมวนั ท่ี .............. เดอื น ........................... พ.ศ. ...................... เลขที่ ชื่อ - สกลุ ประเด็น/คะแนน การใช้ภาษา เนือ้ หา รวมคะแนน 8 12 20

56 เกณฑก์ ารให้คะแนนการนำเสนอมดี งั น้ี ดมี าก ดี คะแนน 18 – 20 พอใช้ คะแนน 14 – 17 ควรปรบั ปรงุ คะแนน 13 – 10 คะแนน 0 – 9 ระดบั คะแนน 4 เกณฑ์การให้คะแนน 1 น้ำหนัก/ คะแนน ความสำคัญ รวม ประเด็น 32 การประเมนิ 1. การใช้ภาษา ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสยี ง ออกเสยี งคำ/ คำศพั ท์และ ประโยคผิด ประโยคได้ คำศัพท์และประโยค คำศัพทแ์ ละ หลกั การ ถกู ตอ้ งตามหลัก ออกเสยี งทำให้ การออกเสียง ได้ถกู ต้องตามหลกั ประโยคได้ สอื่ สารไม่ได้ ออกเสียงเนน้ หนกั ในคำ/ การออกเสยี ง ถกู ต้อง ประโยคอยา่ ง สมบูรณ์ มีเสียงเนน้ หนกั ในคำ/ เปน็ ส่วนใหญ่ 28 ประโยค ขาดการออกเสยี ง เป็นส่วนใหญ่ เนน้ หนัก 2. เนอ้ื หา มรี ายละเอียด รายละเอียด มรี ายละเอยี ด มีรายละเอียด เน้ือหาตรง ของเนือ้ หานอ้ ย ของเน้อื หา กับลักษณะ ของเนือ้ หามาก น้อยมาก 3 12 ท่ีกำหนด แตย่ งั ไม่ครอบคลุม 5 20 มากท่สี ุด ท้ังหมด รวม

57 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤตกิ รรม ความสนใจ การแสดง การตอบ การยอมรับ ทำงาน หมายเหตุ ที่ ความคดิ เห็น คำถาม ฟงั คนอืน่ ตามท่ีไดร้ ับ มอบหมาย ชือ่ -สกุล 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดงั น้ี ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไมห่ ลบั ไมพ่ ูดคุยในช้ัน มคี ำถามที่ดี ตอบคำถามถกู ต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชน้ั เรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก

58 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 จำนวน 10 ช่ัวโมง

59 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 51 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อ14101) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบา้ นนาวัง หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ช่วั โมง เรอ่ื ง : What’s this/that? เวลา 1 ช่ัวโมง สอนวนั ท่ี ........ เดอื น ........................ พ.ศ. ................. ผสู้ อน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอ่ื สาร ต 1.1 ป. 4/2 อา่ นออกเสยี งคำ สะกดคำ อ่านกลุม่ คำ ประโยค ข้อความง่าย ๆ และบทพูดเข้าจงั หวะ ถูกต้องตามหลักการอา่ น ต 1.1 ป. 4/3 เลอื ก/ระบุภาพหรอื สัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ท่ีฟังหรอื อ่าน ต 1.1 ป. 4/4 ตอบคำถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนาและนทิ านงา่ ย ๆ สาระท่ี 3 ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้ ต 3.1 ป. 4/1 คน้ ควา้ รวบรวมคำศพั ทท์ ่ีเกยี่ วขอ้ งกับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ นื่ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนและโลก ต 4.1 ป. 4/1 ฟงั และพูด/อ่านในสถานการณ์ท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. นักเรียนสามารถอ่านออกเสียง สะกด เขยี น และทราบความหมายของคำศัพท์สตั ว์เลยี้ ง ในฟาร์ม คำกริยากจิ กรรมท่ที ำในฟารม์ ดา้ นกระบวนการ (Process) 2. นักเรียนนำเสนอข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง ด้านคุณลักษณะ (Attribute) 3. นกั เรยี นมีระเบียบวินัยและมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

60 สาระสาคญั การมีกิจกรรมพเิ ศษในชว่ งวนั หยดุ พกั ผ่อน ด้วยการเท่ยี วชมสัตวต์ ่าง ๆ เป็นสนั ทนาการทน่ี ่าสนใจของ ชีวติ สาระการเรยี นรู้ คำศพั ท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสรา้ งประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. What are those/these? They are (chickens). Is that/this (an ostrich)? Yes, it is. No, it isn’t. Are these/those (goats)? Yes, they are./No, they aren’t. What does she/he do on the farm? He / She feeds the (ducks.) What do they do on the form? They brush the horses. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

61 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  ซ่อื สตั ย์สจุ รติ  มวี นิ ัย  ใฝเ่ รยี นรู้  อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ  มงุ่ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันเตรยี มความพรอ้ ม (Warm-up) 1. ครูให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มให้เท่า ๆ กัน 9 กลุ่ม ครูแจกตุ๊กตาสัตว์พลาสติกหรือภาพสัตว์ 9 ภาพ ได้แก่ เสือ ลิง สงิ โต แมว สนุ ัข ปลาทอง ไก่ เปด็ ม้า ใหก้ ล่มุ ละ 1 ภาพ/ตัว 2. ครูเปิดเพลง เมื่อหยุดให้นักเรยี นรอ้ งเสียงสัตว์ตามที่ครูยกบัตรคำ เช่น เม่อื เพลงหยุด ครยู กบตั รคำ เสอื นกั เรียนท่เี ป็นกล่มุ เสือร้องเสียงเสอื ทำเชน่ นี้อีก 2-3 ครั้ง โดยเปลีย่ นเปน็ สัตวอ์ ่ืนบ้าง ขั้นดำเนินการสอน (Presentation) • สอนคำศัพท์ a cow, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, a farm, a pond, a duck 3. ครูชูภาพ วัว ไก่ เป็ดให้นักเรียนดูพร้อมพูดออกเสียง ติดบัตรคำบนกระดาน ให้นักเรียนอ่านสะกด คำและออกเสยี งพร้อมๆ กัน 2-3 ครงั้ 4. ครถู ามนักเรียนวา่ เราจะเหน็ สตั วเ์ หลา่ นี้ที่ไหน ถา้ นักเรยี นตอบไมไ่ ด้ ครเู ฉลย T : Where are the cows? Where are the hens? Where are the ducks? S : They are on the farm. ครตู ดิ บตั รคำบนกระดานและใหน้ กั เรียนอ่านออกเสยี งและสะกดคำศัพท์ S : f-a-r-m f-a-r-m 5. ครูสนทนากับนักเรียนว่านอกจากววั ไก่ เป็ด มีสัตว์อะไรอีกท่ีอยู่ในฟาร์ม นักเรยี นช่วยกันตอบ ครู ติดภาพ แพะ ม้า นกกระจอกเทศ และบัตรคำ a goat, a horse, an ostrich ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสียงคำศัพท์ และสะกดคำ • สอนประโยค Look at this/that. What’s this/that? It’s a/an________.

62 Look at these/those. What are these/those? They’re___________. 6. ครชู ้ีท่ภี าพต่าง ๆ บนกระดาน พดู ประโยคคำสั่ง ถามคำถาม นกั เรียนตอบพรอ้ ม ๆ กนั โดยใชส้ รรพนาม It เช่น T : Look at this. (ครูช้ที นี่ กกระจอกเทศ) What’s this? Ss : It’s an ostrich. 7. เม่ือสอนการถามตอบจนครบทุกภาพแล้ว ครูให้นักเรียนจับกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม ครูปลดภาพจาก กระดานแจกใหน้ กั เรียนกลุ่มละ 1 ภาพ โดยบอกให้แต่ละกลุ่มเกบ็ ไวเ้ ป็นความลับวา่ ตนได้สตั ว์อะไร 8. ครูเรียกให้แต่ละกลุ่มออกมายืนหน้าช้ัน และแสดงท่าทางเป็นสัตว์ที่ตนเองได้ ครูพูดประโยคคำสั่ง Look at these. แลว้ ถาม What are these? ใหน้ กั เรียนที่เหลือทายและตอบ ทำแบบน้ไี ปเรือ่ ย ๆ จนครบทุก กล่มุ เชน่ Group 1 : ทำทา่ เดินแบบนกกระจอกเทศ T : Look at these. What are these? Ss : They are ostriches. 9. ครสู อนประโยคคำถามคำตอบ ประโยคคำส่ังโดยใชค้ ำ these, those สลบั กนั ไป ใหค้ รบทกุ ภาพ 10. ครูสอนประโยค Yes-No question โดยใชภ้ าพหรอื ใหน้ กั เรยี นแสดงทา่ ทางของสัตวต์ ่าง ๆ ครแู บง่ นกั เรยี นเป็น 6 กลมุ่ ให้แตล่ ะกลุม่ ทำหมวกเป็นหน้าสตั ว์ต่าง ๆ โดยการวาดภาพสว่ นหวั ของสตั วบ์ นหมวก ครู ตดิ แถบประโยคคำถามคำตอบบนกระดาน ครูสนทนาถามตอบกับนักเรียน เช่น T : Are those goats? (ชี้ไปที่ววั ) Ss : No, they aren’t. T : Are those cows? Ss : Yes, they are. 11. ครูสอนรปู ประโยค Is that/this______? โดยดำเนินการสอนตามวธิ กี ารในขอ้ 10 ข้นั การฝกึ (Practice) 12. ให้นักเรยี นจบั คูฝ่ กึ ใชค้ ำถาม Yes-No question ครูติดภาพสัตวบ์ นกระดาน Is this/that ____________? Are these/those ___________? 13. นกั เรยี นฝึกใชค้ ำถาม ตามภาพสัตว์บนกระดานทคี่ รตู ิดไว้ What’s this/that? What are these/those?

63 ขน้ั นำไปใช้ (Production) 14. ครตู ดิ ภาพและเขยี นบนกระดาน ใหน้ กั เรียนเขยี นคำศัพทต์ ามภาพ เช่น 1. (ภาพวัว) What’s this? 4. ___________________ It’s a ______________ ___________________ 2. What’s this? 5. ___________________ It’s a ______________ ___________________ 3. What’s this? ___________________ ข้นั สรุป (Wrap up) 15. ครูทบทวนคำศัพท์สัตวเ์ ลีย้ งในฟารม์ ได้แก่ a cow, a goat, a horse, an ostrich, a duck, a chicken, a hen 16. ครสู รุปการใชป้ ระโยคคำถาม What’s this/that? Is that/this a __________? What are these/those? Are these/those__________? ส่ือและแหล่งการ เรยี นรู้ 1. บัตรคำ ภาพ แถบประโยค เพลง กระดาษสำหรบั ทำหมวก

64 การประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ชนิ้ งาน/การแสดงออก วิธีประเมนิ /เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ ของผเู้ รียน ได้ระดับ 3 ตามเกณฑ์ การประเมินเชงิ คณุ ภาพ ด้านความรู้ Knowledge นกั เรยี นสามารถนำเสนอได้ 1. นักเรยี นสามารถอ่านออก พฤติกรรมการออกเสียงและ สังเกต-ประเมนิ พฤติกรรม โดยผ่านเกณฑ์ระดับดี เสียง สะกด เขียน และทราบ บอกความหมายของคำศัพท์ท่ี การอา่ นออกเสยี งและบอก ความหมายของคำศัพทส์ ัตว์ กำหนด ความหมายของคำศัพท์ เล้ยี งในฟาร์ม คำกริยา กจิ กรรมท่ีทำในฟาร์ม ดา้ นกระบวนการ Process 2. นักเรียนนำเสนอข้อมลู ได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ แบบสังเกตการถาม-ตอบ อย่างถูกต้อง ข้อมูล คำถาม ด้านคุณลกั ษณะ Attribute แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนมีพฤตกิ รรมผา่ น 3. นักเรยี นมรี ะเบยี บวินยั การประเมินพฤติกรรม เกณฑร์ ะดบั ดี และมงุ่ ม่ันในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผ่านการประเมนิ ไว้ในระดับดี (3) เพื่อท้าทายผเู้ รียนให้ยกระดบั คณุ ภาพ ช้ินงานของตนหรือเพ่ิมพูนทักษะให้สูงขึ้น ท้ังน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจดุ ประสงค์การเรียนรแู้ ละพื้นฐานของผเู้ รียน

65 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 52 กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน (อ14101) ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบา้ นนาวัง หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ชัว่ โมง เรอ่ื ง : What are those? เวลา 1 ช่ัวโมง สอนวันที่ ........ เดอื น ........................ พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร ต 1.1 ป. 4/2 อา่ นออกเสยี งคำ สะกดคำ อา่ นกล่มุ คำ ประโยค ขอ้ ความง่าย ๆ และบทพูดเข้าจงั หวะ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ต 1.1 ป. 4/3 เลือก/ระบุภาพหรือสญั ลักษณห์ รอื เครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสั้น ๆ ที่ฟงั หรอื อ่าน ต 1.1 ป. 4/4 ตอบคำถามจากการฟงั และอ่านประโยค บทสนทนาและนทิ านงา่ ย ๆ ต 1.3 ป. 4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสมั พันธ์ของส่ิงต่าง ๆ ใกลต้ ัวตามที่ฟงั หรอื อ่าน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นักเรียนสามารถถามคำถามว่าสัตวท์ ่มี องเห็น(ทเ่ี ป็นเอกพจน์ และพหูพจน์ คืออะไร) และสามารถถามเม่ือไมแ่ น่ใจว่าสัตวท์ ่มี องเหน็ นนั้ ใชห่ รือไม่ ดา้ นกระบวนการ (Process) 2. นักเรยี นนำเสนอขอ้ มูลได้อย่างถูกต้อง ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (Attribute) 3. นกั เรียนมรี ะเบยี บวินยั และม่งุ มั่นในการทำงาน สาระสาคญั การมีกจิ กรรมพเิ ศษในช่วงวันหยดุ พกั ผ่อน ด้วยการเที่ยวชมสตั วต์ ่าง ๆ เป็นสันทนาการที่นา่ สนใจของ ชีวติ

66 สาระการเรียนรู้ คำศัพท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสร้างประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. What are those/these? They are (chickens). Is that/this (an ostrich)? Yes, it is. No, it isn’t. Are these/those (goats)? Yes, they are./No, they aren’t. What does she/he do on the farm? He / She feeds the (ducks.) What do they do on the form? They brush the horses. สมรรถนะสาคญั ของ  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแก้ปัญหา ผ้เู รยี น  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พึง  ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ  มวี ินยั  ใฝเ่ รยี นรู้ ประสงค์ มจี ิตสาธารณะ  มุ่งมัน่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  อยอู่ ยา่ งพอเพียง

67 การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั เตรยี มความพร้อม (Warm-up) 1. ให้นกั เรยี นฟังเพลง Old McDonald ที่ครูคน้ คว้าจากอินเทอรเ์ นต็ ใหน้ ักเรียนฟังเสยี งร้องของ สัตว์ตา่ ง ๆ และเลยี นเสียงรอ้ ง ขน้ั ดำเนนิ การสอน (Presentation) 2. ครูอา่ นข้อความสน้ั ใหน้ กั เรียนฟังและพูดตาม 3. ครใู ห้นกั เรียนเปิดหนังสือเรียนหนา้ 120 ครูอ่านข้อความสั้นอีกคร้ัง ใหน้ กั เรยี นฟังและอ่านตามที ละประโยค 4. ให้นักเรียนอ่านออกเสยี ง แบ่งนกั เรียนเป็น 2 กลมุ่ กลุ่มที่ 1 อ่านบทสนทนาหน้า 120 กลุ่มที่ 2 อา่ นบทสนทนาหน้า 121 5 ใหน้ กั เรียนจบั คูถ่ ามตอบโดยใชค้ ำถามในขอ้ 2 ถามตอบจากบทสนทนาขอ้ 1 โดยนักเรียนผลดั กันถาม และตอบ ตวั อยา่ งคำตอบ เช่น 1. They are running. 2. They are running around the farm. 3. They are swimming in the pond. ขน้ั การฝึก (Practice) 6. ใหน้ ักเรียนดภู าพหน้า 120 แลว้ สรา้ งประโยคถาม-ตอบ เช่น What are those? They are ostriches.ชี้ท่ีนกกระจอกเทศ What are those? They are horses. ช้ีท่มี า้ What are those? They are chickens. ชท้ี ่ไี ก่ What are those? They are cows. ชท้ี ี่ววั What are those? They are ducks. ชีท้ เ่ี ป็ด What are the cows doing? They are eating grass. What are the chickens doing? They are eating. They are looking for food. Are they pigs? No, they aren’t. Are they goats? No, they aren’t. Are they sheep? No, they aren’t. Are they ducks? Yes, they are.

68 ขน้ั นำไปใช้ (Production) 7. ครแู จกกระดาษคนละ 1 แผน่ ให้นกั เรียนจนิ ตนาการว่ามีฟารม์ วาดภาพฟาร์ม และสัตว์ในฟาร์ม วา่ มีอะไรบ้าง สตั วแ์ ต่ละชนิดกำลังทำอะไร โดยใช้รปู แบบประโยคในหนา้ 120, 121 เป็นแนวทาง ครูช่วยให้ คำแนะนำเสร็จแลว้ ระบายสีใหส้ วยงาม นำไปติดท่บี อร์ดผลงานนักเรียน ขน้ั สรุป (Wrap up) 8. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนการเขียนประโยค Yes-No Question 9. ครแู ละนกั เรียนทบทวนการเขียนประโยค What are these/those? What’s this/that? ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ 1. กระดาษ เพลง 2. หนงั สือเรียนภาษาองั กฤษ New Express English ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 3. CD Track 28 หรือข้อความสั้น การประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ช้ินงาน/การแสดงออก วธิ ปี ระเมิน/เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน ของผ้เู รียน ดา้ นความรู้ Knowledge 1. นักเรียนสามารถถาม พฤติกรรมการถาม-ตอบ สงั เกต-ประเมนิ พฤตกิ รรม นกั เรยี นสนทนาได้อย่าง คำถามว่าสตั ว์ที่มองเหน็ (ท่ี คำถาม การถาม-ตอบคำถาม ถกู ต้องมากกว่า 80  เป็นเอกพจน์ และพหพู จน์ คืออะไร) และสามารถถาม เม่อื ไม่แนใ่ จว่าสัตว์ท่ีมองเหน็ นัน้ ใชห่ รือไม่

69 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ชิน้ งาน/การแสดงออก วิธปี ระเมิน/เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ ของผู้เรียน แบบสังเกตการถาม-ตอบ นกั เรียนสามารถนำเสนอได้ ดา้ นกระบวนการ Process คำถาม โดยผา่ นเกณฑร์ ะดบั ดี 2. นักเรยี นนำเสนอข้อมลู ได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ อยา่ งถูกต้อง ข้อมลู ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนมีพฤตกิ รรมผ่าน 3. นกั เรยี นมรี ะเบียบวนิ ยั การประเมนิ พฤตกิ รรม เกณฑร์ ะดับดี และมุง่ มน่ั ในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมนิ ไวใ้ นระดบั ดี (3) เพ่อื ท้าทายผู้เรยี นให้ยกระดับคุณภาพ ช้ินงานของตนหรือเพ่ิมพูนทักษะให้สูงข้ึน ทั้งนี้การกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจุดประสงค์การเรียนรู้และพื้นฐานของผเู้ รียน

70 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 53 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน (อ14101) ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนบา้ นนาวัง หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ช่วั โมง เร่ือง : What does he do on the farm? เวลา 1 ช่ัวโมง สอนวนั ท่ี ........ เดือน ........................ พ.ศ. ................. ผูส้ อน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสอื่ สาร ต 1.1 ป. 4/3 เลือก/ระบภุ าพหรือสัญลักษณ์หรอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความส้นั ๆ ท่ีฟงั หรืออ่าน ต 1.2 ป. 4/1 พดู /เขยี นโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบคุ คล ต 1.3 ป. 4/1 พูด/เขยี นให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเร่อื งใกลต้ ัว ต 1.3 ป. 4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสมั พันธ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ตามท่ีฟงั หรอื อ่าน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นกั เรียนสามารถถามและตอบคำถามวา่ เขาทำอะไรท่ีฟารม์ บา้ ง ด้านกระบวนการ (Process) 2. นกั เรยี นนำเสนอข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) 3. นักเรยี นมรี ะเบียบวินยั และมุง่ มั่นในการทำงาน สาระสาคญั การมีกิจกรรมพิเศษในช่วงวนั หยดุ พกั ผ่อน ดว้ ยการเทยี่ วชมสตั ว์ต่าง ๆ เป็นสนั ทนาการท่นี ่าสนใจของ ชีวิต

71 สาระการเรียนรู้ คำศัพท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสรา้ งประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. What are those/these? They are (chickens). Is that/this (an ostrich)? Yes, it is. No, it isn’t. Are these/those (goats)? Yes, they are./No, they aren’t. What does she/he do on the farm? He / She feeds the (ducks.) What do they do on the form? They brush the horses. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ซือ่ สัตย์สจุ ริต  มวี ินยั  ใฝเ่ รยี นรู้  อยู่อย่างพอเพียง มจี ิตสาธารณะ  มงุ่ ม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย

72 การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั เตรยี มความพร้อม (Warm-up) 1. ครูใหน้ ักเรียนทบทวนรปู ประโยคคำถาม-คำตอบ โดยการให้นกั เรียนแสดงท่าทางเปน็ สตั ว์ตา่ ง ๆ ใหเ้ พื่อนทาย ตวั อย่างเชน่ S1 : แสดงทา่ ทางเป็นม้า S2 : Look at that. Is that a horse? S1 : Yes, it is. S4, S5 : แสดงเป็นนกกระจอกเทศเดนิ ไปมา S6 : Look at those. What are those? S7 : They are ostriches ข้นั ดำเนินการสอน (Presentation) • สอนคำกริยา feed, milk, collect, brush, ride 2. ครูตดิ แถบประโยค I feed the fish. ชูภาพคนใหอ้ าหารปลา พูดประโยคให้นกั เรียนพูดตาม T : I feed the fish. Ss : I feed the fish. ครพู ูดซำ้ อกี ครั้งใหน้ ักเรียนพูดตามและทำท่าให้อาหารปลา T : I feed the fish. Ss : I feed the fish. ทำทา่ ทางใหอ้ าหารปลา กรยิ าคำอ่นื ใช้วิธีสอนเช่นเดยี วกบั วิธีข้างตน้ 3. ครทู ำทา่ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ ครูกำลังทำอะไร เชน่ Ss : You milk the cow. You collect the eggs. You brush the horses. You ride a horse. • สอนประโยคคำถาม What does he / she do on the farm? He / She feeds the ducks. What do they do on the farm? They feed the ducks. 4. ครชู ภู าพเด็กชาย 1 คน ให้อาหารเป็ด ติดแถบประโยคคำถามคำตอบบนกระดานให้นักเรียนอา่ นซ้ำ

73 2-3 คร้ัง What does he do on the farm? He feeds the ducks. 5. ครูชูภาพเด็กหลาย ๆ คนใหอ้ าหารปลา ตดิ แถบประโยคคำถามคำตอบบนกระดานให้นกั เรยี นอา่ นซำ้ 2-3 ครง้ั What do they do on the farm? They feed the fish. ขั้นการฝกึ (Practice) 6. ให้นักเรียนจบั คกู่ ันถามตอบ โดยครตู ิดภาพไวบ้ นกระดาน ให้นักเรยี นฝึกต้ังคำถามและคำตอบ โดย ใช้คำถาม What do they do on the farm? และ What does he/she do the farm? ประโยคท่ใี ชต้ อบ - They feed the fish - They feed the hens. - They feed the ducks. - She / He collects the eggs. - She / He rides the horse. - She / He milks the cows. - She / He milks the goats. ขั้นนำไปใช้ (Production) 7. ครูเขยี นบนกระดาน ให้นักเรียนเติม do, does ลงในประโยค 1. What __________ he do on the farm? 2. What ___________ they do on the farm? 3. What __________ uncle Tom do? 4. What __________ the boys do? 5. What __________ the girl do? 8. ครเู ขยี นบนกระดาน ใหน้ ักเรียนเตมิ คำที่กำหนดใหล้ งในประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง 1. A girl ___________ the fish. 2. They ___________ the eggs. 3. A boy __________ the cows. 4. They ___________ the goats. 5. They __________ the ducks. collect feeds feed milk milks

74 ขั้นสรุป (Wrap up) 9. ครูสรุปคำกรยิ าสำคญั ในบทนี้คอื milk, collect, feed, brush, ride 10. ครสู รปุ ประโยคคำถาม What does she/he do on the farm? What do they do on the farm? ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้ 1. ภาพ แถบประโยค การประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ช้ินงาน/การแสดงออก วิธีประเมนิ /เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ ของผเู้ รียน ด้านความรู้ Knowledge สังเกต-ประเมนิ พฤตกิ รรม นกั เรยี นสนทนาได้อยา่ ง 1. นักเรียนสามารถถามและ พฤติกรรมการถาม-ตอบ การถาม-ตอบคำถาม ถกู ต้องมากกวา่ 80  ตอบคำถามวา่ เขาทำอะไรที่ คำถาม ฟาร์มบา้ ง แบบสงั เกตการถาม-ตอบ นกั เรยี นสามารถนำเสนอได้ คำถาม โดยผ่านเกณฑ์ระดับดี ดา้ นกระบวนการ Process แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมผ่าน 2.นกั เรียนนำเสนอข้อมูลได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ เกณฑร์ ะดับดี อย่างถูกต้อง ขอ้ มลู ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute 3. นักเรียนมรี ะเบยี บวินยั การประเมนิ พฤติกรรม และมุ่งม่นั ในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมินไว้ในระดับดี (3) เพือ่ ท้าทายผเู้ รียนให้ยกระดับคุณภาพ ชิ้นงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงข้ึน ทั้งน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจดุ ประสงค์การเรียนรแู้ ละพน้ื ฐานของผเู้ รยี น

75 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 54 กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน (อ14101) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนบา้ นนาวัง หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ช่วั โมง เรอ่ื ง : I feed the ducks. เวลา 1 ชั่วโมง สอนวันที่ ........ เดอื น ........................ พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร ต 1.1 ป. 4/3 เลือก/ระบุภาพหรือสัญลักษณห์ รือเคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความส้ัน ๆ ที่ฟังหรอื อ่าน ต 1.1 ป. 4/4 ตอบคำถามจากการฟงั และอ่านประโยค บทสนทนาและนิทานงา่ ย ๆ ต 1.2 ป. 4/1 พดู /เขียนโตต้ อบในการสอ่ื สารระหว่างบุคคล จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นักเรยี นสามารถถามและตอบคำถามว่าเขาทำอะไรท่ีฟาร์มบา้ ง ดา้ นกระบวนการ (Process) 2. นักเรยี นนำเสนอข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง ด้านคณุ ลกั ษณะ (Attribute) 3. นักเรยี นมีระเบยี บวินยั และมุ่งม่ันในการทำงาน สาระสาคญั การมีกจิ กรรมพเิ ศษในช่วงวนั หยุดพักผ่อน ดว้ ยการเที่ยวชมสัตว์ต่าง ๆ เปน็ สันทนาการทนี่ ่าสนใจของ ชวี ิต

76 สาระการเรียนรู้ คำศพั ท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสรา้ งประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. What are those/these? They are (chickens). Is that/this (an ostrich)? Yes, it is. No, it isn’t. Are these/those (goats)? Yes, they are./No, they aren’t. What does she/he do on the farm? He / She feeds the (ducks.) What do they do on the form? They brush the horses. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ซ่อื สัตยส์ จุ รติ  มวี นิ ัย  ใฝเ่ รยี นรู้  อยู่อย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ  มุง่ มัน่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย

77 การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นเตรยี มความพร้อม (Warm-up) 1. ครทู บทวนคำถามและคำตอบการทำกิจกรรมในฟาร์ม โดยใหน้ ักเรียนดภู าพจากหนงั สอื เรียนหน้า 122-123 และทำท่าทางให้นักเรียนทาย เชน่ ครูทำท่ารีดนมวัว T : What do I do on the farm? S1 : You milk the cows. ครูทำทา่ ให้อาหารปลา Ss : You feed the fish. ขนั้ ดำเนนิ การสอน (Presentation) 2. ครเู ปิด CD Track 29 หรอื อ่านข้อความส้ันให้นักเรยี นฟังและพดู ตาม 3. ใหน้ ักเรียนฟัง CD Track 29 หรืออา่ นข้อความส้ัน และอ่านประโยคในหนงั สือเรยี นหน้า 122-123 ที ละประโยค 4. ใหน้ ักเรยี นอ่านพร้อม ๆ กนั อีกคร้งั 5. ให้นักเรียนจบั คถู่ ามตอบจากภาพในหนงั สอื เรยี นหน้า 123 เช่น S1 : What does she do on the farm? S2 : She feeds the fish. S2 : What do they do on the farm? S1 : They feed the ducks. ขน้ั การฝกึ (Practice) 6. ใหน้ ักเรียนอ่านประโยครายกลมุ่ และรายบคุ คล 7. ครตู กลงกบั นักเรียนวา่ ถ้าครพู ดู คำกรยิ า ใหน้ ักเรียนพูดให้เป็นประโยค โดยเริ่มจากนักเรียน อาสาสมัคร 8. ครูพดู คำกรยิ า และให้นกั เรยี นพดู เปน็ ประโยค เชน่ T : feed S1 : I feed the ducks. S2 : I feed the fish. S3 : I feed the hens. S4 : I feed the chickens. T : milk S1 : I milk the cows.

78 S2 : I milk the goats. T : collect S1 : I collect the eggs. T : brush S1 : I brush the horses. ขน้ั นำไปใช้ (Production) 9. ใหน้ ักเรียนอาสาสมัครไปจบั กลมุ่ เพือ่ น 4-5 คน และใหเ้ พ่ือนเขียนประโยค โดยหวั หน้ากลุ่มจะบอก คำกริยาให้เพื่อนเขียนประโยค เชน่ feed/milk/collect S1 : feed S2-S5 : I feed the ducks/fish/hens. S1 : milk S2-S5 : I milk the cows/goats. ข้ันสรุป (Wrap up) 10. ครูสรปุ คำกรยิ าท่ีเก่ียวข้องกับชีวติ ประจำวนั ใน farm ได้แก่ คำกรยิ า feed, milk, brush, collect, ride 11. ครสู รปุ ประโยคคำถาม What does she/he do on the farm? What do they do on the farm? ใช้กริยาชว่ ย does กบั ประธาน she/he ใชก้ ริยาช่วย do กบั ประธาน they 12. ครูสรุปการใชก้ ริยาเติม es เม่อื ประธานเป็นเอกพจน์ เช่น กริยา wash-washes, brush-brushes, push-pushes He brushes the horses. She washes the dishes. 13. ครูสรปุ การเตมิ s, es ทค่ี ำนามพหพู จน์ เช่น a horse-horses an ostrich-ostriches แต่ fish คงเดิมไม่ต้องเติม s, es

79 สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ New Express English ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 2. CD Track 29 หรือข้อความสนั้ การประเมินผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ชน้ิ งาน/การแสดงออก วธิ ีประเมนิ /เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ ของผูเ้ รียน สังเกต-ประเมินพฤติกรรม นักเรียนสนทนาได้อยา่ ง ดา้ นความรู้ Knowledge การถาม-ตอบคำถาม ถกู ต้องมากกวา่ 80  1. นักเรียนสามารถถามและ พฤติกรรมการถาม-ตอบ แบบสงั เกตการถาม-ตอบ นักเรียนสามารถนำเสนอได้ คำถาม โดยผา่ นเกณฑร์ ะดับดี ตอบคำถามว่าเขาทำอะไรท่ี คำถาม ฟาร์มบา้ ง ดา้ นกระบวนการ Process 2.นักเรยี นนำเสนอขอ้ มูลได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ อยา่ งถูกต้อง ขอ้ มลู ดา้ นคุณลักษณะ Attribute แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนมีพฤตกิ รรมผ่าน 3.นกั เรยี นมีระเบยี บวินัยและ การประเมนิ พฤตกิ รรม เกณฑ์ระดบั ดี มุ่งมั่นในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผ่านการประเมนิ ไว้ในระดบั ดี (3) เพอื่ ท้าทายผู้เรียนให้ยกระดับคุณภาพ ชิ้นงานของตนหรือเพ่ิมพูนทักษะให้สูงข้ึน ทั้งน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจุดประสงค์การเรียนรู้และพ้ืนฐานของผู้เรยี น

80 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 55 กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน (อ14101) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 โรงเรยี นบ้านนาวัง หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ชัว่ โมง เรอ่ื ง : What are the animals on the farm? เวลา 1 ชั่วโมง สอนวันที่ ........ เดอื น ........................ พ.ศ. ................. ผู้สอน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสือ่ สาร ต 1.1 ป. 4/3 เลือก/ระบุภาพหรอื สัญลักษณ์หรอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความส้นั ๆ ท่ีฟังหรืออ่าน สาระท่ี 3 ภาษากับความสมั พันธก์ ับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ต 3.1 ป. 4/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ทเี่ กย่ี วข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ ่ืน และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. นกั เรยี นสามารถถามคำถามวา่ สตั ว์ท่มี องเห็น(ท่เี ปน็ เอกพจน์ และพหูพจน์ คอื อะไร) และสามารถถามเมื่อไม่แน่ใจวา่ สตั วท์ ่ีมองเหน็ นั้นใช่หรอื ไม่ 2. นักเรยี นสามารถถามและตอบคำถามวา่ เขาทำอะไรที่ฟารม์ บ้าง ด้านกระบวนการ (Process) 3. นักเรยี นนำเสนอข้อมลู ได้อย่างถูกต้อง ดา้ นคุณลกั ษณะ (Attribute) 4. นักเรยี นมรี ะเบียบวนิ ัยและมงุ่ ม่นั ในการทำงาน สาระสาคญั การมกี ิจกรรมพิเศษในช่วงวนั หยุดพักผ่อน ดว้ ยการเท่ยี วชมสัตวต์ ่าง ๆ เป็นสนั ทนาการทีน่ า่ สนใจของ ชีวิต

81 สาระการเรยี นรู้ คำศพั ท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสร้างประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. What are those/these? They are (chickens). Is that/this (an ostrich)? Yes, it is. No, it isn’t. Are these/those (goats)? Yes, they are./No, they aren’t. What does she/he do on the farm? He / She feeds the (ducks.) What do they do on the form? They brush the horses. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคดิ  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ  ซ่อื สัตย์สุจริต  มวี นิ ัย  ใฝเ่ รียนรู้ ประสงค์ มจี ิตสาธารณะ  มุ่งม่นั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  อยู่อยา่ งพอเพียง

82 การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ขน้ั เตรียมความพรอ้ ม (Warm-up) 1. ครูถามคำถามให้นักเรยี นตอบ T : What are the animals on the farm? S1 : ducks S2 : horses S3 : cows S4 : ostriches ขั้นดำเนินการสอน (Presentation) 2. ครเู ปดิ CD Track 30 หรืออา่ นข้อความส้ัน ใหน้ ักเรียนฟงั 2 คร้ัง 3. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกัน สรุปใจความจากเร่ืองที่ฟงั เชน่ มีสัตว์อะไรบา้ งในฟาร์ม ใครเปน็ เจา้ ของฟารม์ ผู้เขียนและลุงทำอะไรบ้างในฟาร์ม 4. ใหน้ กั เรยี นเปดิ หนังสือเรยี นหน้า 129 ใหน้ ักเรียนอ่านในใจ เพ่ือจบั ใจความอกี คร้งั 5. ครูสอนคำศัพท์ใหม่ sell, money, market, a lot of, holidays, summer ให้นักเรียนเดา ความหมายถา้ เดาศัพท์ไม่ได้ ครชู ่วยอธิบาย ขั้นการฝกึ (Practice) 6. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั How well did you read? หนา้ 129 Key : 1. animals 2. chickens, fish 3. milk 4. eggs, market 5. money 7. ให้นักเรยี นอา่ นออกเสียงเรอ่ื งพรอ้ มกนั ท้ังชนั้ รายกลุ่มและรายบคุ คล รวมทั้งอ่าน chant หน้า 128 ดว้ ย 8. นกั เรียนทำแบบฝึกหน้า 130 กากบาทหน้าสัตว์ท่ีไม่ใชส่ ตั ว์ในฟาร์ม Key : snake, elephant, tiger, zebra, monkey ข้นั นำไปใช้ (Production) 9. ให้นักเรียนวาดภาพฟาร์มและสตั ว์ในฟารม์ เขียนประโยคบรรยายเกยี่ วกบั ฟารม์ และกิจกรรม ประจำวันสัก 4-5 ประโยคลงในสมดุ บนั ทกึ

83 ขั้นสรปุ (Wrap up) 10. ครสู รุปการใช้ a lot of มคี วามหมายวา่ “มาก” ตามด้วยคำนามพหูพจนแ์ ละคำนามนับไม่ได้ เช่น a lot of animals a lot of money a lot of fun a lot of things ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นภาษาองั กฤษ New Express English ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 2. CD Track 29 หรืออ่านข้อความสั้น การประเมินผลการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ช้ินงาน/การแสดงออก วธิ ีประเมิน/เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน ของผ้เู รียน สงั เกต-ประเมินพฤติกรรม นกั เรียนสนทนาได้อย่าง ด้านความรู้ Knowledge การถาม-ตอบคำถาม ถกู ต้องมากกว่า 80  1. นกั เรียนสามารถบอก พฤติกรรมการถาม-ตอบ แบบสงั เกตการถาม-ตอบ นักเรียนสามารถนำเสนอได้ คำถาม โดยผ่านเกณฑ์ระดบั ดี เขยี น และวาดภาพสัตว์ที่ คำถาม แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนมีพฤติกรรมผ่าน นิยมเล้ียงในฟาร์ม เกณฑร์ ะดับดี ดา้ นกระบวนการ Process 2.นักเรียนนำเสนอข้อมลู ได้ พฤติกรรมการถาม-ตอบ ให้ อยา่ งถูกต้อง ข้อมลู ดา้ นคุณลกั ษณะ Attribute 3. นักเรียนมีระเบยี บวินยั การประเมินพฤติกรรม และมุ่งมั่นในการทำงาน หมายเหตุ การกำหนดเกณฑ์ การผา่ นการประเมินไวใ้ นระดบั ดี (3) เพื่อท้าทายผู้เรยี นให้ยกระดบั คุณภาพ ช้ินงานของตนหรือเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้น ท้ังน้ีการกำหนดเกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ควรพิจารณาความ ยากงา่ ยของจดุ ประสงค์การเรียนรู้และพน้ื ฐานของผู้เรียน

84 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 56 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน (อ14101) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี นบา้ นนาวัง หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 : Visiting the farm จำนวน 10 ช่ัวโมง เรื่อง : How to make lemonade Anchan เวลา 1 ช่ัวโมง สอนวนั ที่ ........ เดือน ........................ พ.ศ. ................. ผ้สู อน นางสาวจุฑามณี สุขไสว สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ภาษาเพ่ือการส่อื สาร ต 1.1 ป. 4/1 ปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั คำขอร้องและคำแนะนำ (instructions) ง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน ต 1.1 ป. 4/3 เลอื ก/ระบุภาพหรอื สัญลักษณห์ รอื เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค และข้อความสน้ั ๆ ท่ีฟงั หรอื อ่าน ต 1.2 ป. 4/2 ใชค้ ำสงั่ คำขอร้อง และคำขออนุญาตง่าย ๆ ต 1.3 ป. 4/1 พดู /เขยี นให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเองและเรอ่ื งใกลต้ วั ต 1.3 ป. 4/2 พดู /วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของส่ิงตา่ ง ๆ ใกล้ตวั ตามท่ีฟงั หรืออา่ น สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ต 3.1 ป. 4/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศพั ท์ทเี่ กี่ยวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืน และนำเสนอดว้ ยการพูด/การเขยี น สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก ต 4.1 ป. 4/1 ฟงั และพูด/อ่านในสถานการณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ ในห้องเรยี นและสถานศึกษา ต 4.2 ป. 4/1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลตา่ ง ๆ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. นกั เรยี นสามารถใชค้ ำสัง่ ง่าย ๆ บอกให้เพ่ือนมองมาท่ีน่ี หรอื ทนี่ ่นั ด้านกระบวนการ (Process) 2. นักเรียนทำงานร่วมกนั เป็นกลุ่มได้ ดา้ นคุณลักษณะ (Attribute) 3. นกั เรียนมรี ะเบียบวินัยและม่งุ ม่ันในการทำงาน

85 สาระสาคญั การมกี ิจกรรมพเิ ศษในช่วงวนั หยดุ พักผ่อน ด้วยการเท่ยี วชมสัตวต์ า่ ง ๆ เป็นสนั ทนาการที่นา่ สนใจของ ชีวิต สาระการเรยี นรู้ คำศัพท์ a farm, an animal, a goat, a horse, a hen, a chicken, an ostrich, feed, collect, ride, milk, visit, look for, brush, a pond, a holiday โครงสรา้ งประโยค Look at this./Look at that. Look at these./Look at those. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น  ความสามารถในการส่ือสาร  ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ซื่อสัตย์สุจรติ  มีวนิ ัย  ใฝเ่ รยี นรู้  อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ  มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ขนั้ เตรยี มความพรอ้ ม (Warm-up) 1. ครูสนทนากบั นักเรียนว่าในช่วงเวลาอากาศร้อน ๆ อยากด่ืมอะไรแก้กระหายกนั บ้าง นักเรียน ช่วยกนั ตอบ เช่น นำ้ เปลา่ นำ้ อดั ลม นำ้ หวานแชเ่ ยน็ น้ำชา น้ำอัญชันมะนาว นำ้ มะนาว

86 ขั้นดำเนนิ การสอน (Presentation) 2. ครแู นะนำการทำน้ำมะนาวเพ่ือแก้กระหาย ครูใหน้ ักเรียนเปดิ หนงั สือเรียนหนา้ 131 บอกสว่ นผสม และวิธที ำ ใหน้ กั เรียนอ่านสว่ นผสม และวิธที ำ และแปลความหมาย ครชู ่วยอธิบายเพิ่มเตมิ 3. ให้นักเรยี นอ่านออกเสยี งพรอ้ มกัน ข้ันการฝึก (Practice) 4. ครูนำอปุ กรณท์ ำน้ำมะนาวทเ่ี ตรียมไวแ้ ล้วมาวางเป็นกลุ่ม ๆ ใหน้ กั เรยี นแบ่งเปน็ 2 กลุ่ม ทำนำ้ มะนาว โดยอา่ นวธิ ีทำจากหนงั สอื เรยี น ครูคอยเดินดูและให้ความช่วยเหลือ ขน้ั นำไปใช้ (Production) 5. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั คดิ ดัดแปลงนำ้ ดื่มที่แตกต่างไป เชน่ นำ้ อัญชนั โดยใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่ม ชว่ ยกนั คดิ ประโยคบรรยาย เช่น Ingredients: 10-15 Anchan 6 lemons 6 cups of cold water 1 cups of sugar How to make lemonade Anchan Boil Anchan with cold water first. Juice the lemons. Mix the lemon juice with sugar and a little salt. Pour lemon juice into boiled Anchan. It will turn to violet. Wait until it’s cold. Put some ice and serve. หรือนกั เรียนต้องการทำน้ำกระเจยี๊ บ น้ำเก๊กฮวย ลองใหน้ กั เรียนฝึกคดิ ประโยค ครูช่วยอธิบายเพม่ิ เตมิ หรอื นักเรียนจะหาจากอนิ เทอรเ์ นต็ ก็ได้ ขน้ั สรุป (Wrap up) 6. ครูและนักเรียนสรปุ การอ่านสว่ นผสมของสตู รอาหารทนี่ กั เรียนควรร้จู ัก cup-ถว้ ยตวง teaspoon-ชอ้ นชา table spoon-ชอ้ นโต๊ะ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook