คมั ภีร์สมันตกฏู วัณณนา 239 3) ความเชอ่ื เกยี่ วกบั รอยพระพทุ ธบาท คมั ภรี บ์ รรยายรายละเอยี ด เก่ียวกบั รอยพระพุทธบาทอย่างอศั จรรย์ โดยช้วี ่าลกั ษณะของพุทธบาท นน้ั เหมอื นเรอื นยอด เครอ่ื งหมายสวสั ดกิ ะ ปราสาท ตงั่ ทองคำ� เศวตฉตั ร รวมไปถึงสตั ว์มงคลหลายประเภท ดังเชน่ พญานกกระเรียน พญาช้าง เอราวัณ พญานกจากพราก และมังกร เป็นต้น (Vedeha Thera; 1955, 766-770) คมั ภรี พ์ รรณนาเสรมิ อกี วา่ ขณะพระพทุ ธเจา้ ทรงเหยยี ด พระยุคลบาทออกไป ภูเขาเบื้องหน้าก็ทรุดลงสพู่ น้ื พสธุ า นรกน้อยใหญ่ ก็ดับสนิท และมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพุทธบาท (Vedeha Thera; 1955, 764) ความอศั จรรยด์ งั กลา่ วเปน็ เหตใุ หพ้ ระเจา้ ปรากรมพาหทุ ี่ 2 ทรงมพี ระราชศรัทธา จงึ “พร้อมกับกองทพั 4 เหลา่ เสดจ็ ไปสมนั ตกูฏ ท่ีมีแก้วมณีผุดจากยอดศิลา ทรงกราบไหว้รอยพระพุทธบาทของ พระศาสดา ผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงเป็นธรรมราชา ท่ีสมันตกูฏ น้ันซ่ึงเป็นสถานที่เทวดากราบไหว้ พระราชทานขุนเขาและชนบทที่มี ชายหญงิ หนาแนน่ สมบรู ณด์ ว้ ยนานารตั นะ โดยรอบประมาณ 10 คาวตุ แก่รอยพระพุทธบาทอันมีสิริด้วยความเคารพเทิดทูนย่ิง ทรงบูชารอย พระพุทธบาทด้วยรัตนะและอาภรณ์อีกหลายคร้ัง” (พระมหานามเถระ และคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๖) ความเช่ือเก่ียวกับ รอยพระพทุ ธบาทเปน็ ทีร่ จู้ กั แพรห่ ลายสมยั กษัตริยพ์ ระองคน์ ี้ เน่อื งจาก ได้รบั ราชูปถมั ภ์อย่างดียง่ิ (D.A. Premakumara De Silva; 000, 46) หลกั ฐานระบวุ า่ พระองคโ์ ปรดใหเ้ สนาบดนี ามวา่ เทวประตริ าชะ แผว้ ถางทาง สร้างถนน สร้างศาลาพักผ่อน วางก้อนหินให้เป็นแนวเดินหลายแห่ง เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกแก่ผู้จาริกแสวงบุญ ซึ่งปรารถนาเดินทางไป สักการะรอยพระพุทธบาทเหนือยอดเขาสมันตกูฏ (พระมหานามเถระ และคณะบัณฑิต, ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๘)
240 เล่าเรอ่ื งเมอื ง (ศร)ี ลงั กา 4) ความเช่ือเก่ียวกับบุญสถานศักดิ์สิทธ์ิของศรีลังกา คัมภีร์ อธบิ ายวา่ บุญสถานศักดสิ์ ิทธ์ิของศรลี ังกาว่ามี 9 แหง่ กลา่ วคือ มหยิ ัง คณเจดยี ์ซึ่งเป็นสถานทป่ี ระดษิ ฐานพระเกศาธาตุ นาคทวีปเจดีย์ซง่ึ เปน็ สถานท่ีบรรจุพุทธอาสน์ รอยพระพุทธบาทบนยอดเขาสมันตกูฏ ส่วน ทวิ าคหุ า ทฆี วาปเี จดยี ์ ตน้ พระศรมี หาโพธิ มหามงั คลเจดยี แ์ ละถปู าราม เจดีย์ สถานที่ 5 แหง่ ทา้ ยสดุ เหล่าน้ี เชือ่ ว่าเปน็ สถานทท่ี ีพ่ ระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ไปประทับนั่งเขา้ นโิ รธสมาบตั ิ (Vedeha Thera; 1902, 539-540, 589, 779, 783, 792, 793-794) บุญสถานศักด์สิ ทิ ธิ์เหลา่ นี้ลว้ นเป็น ที่รู้จักแพร่หลายของชาวศรีลังกา เพราะกษัตริย์สิงหลหลายพระองค์ โปรดให้สร้างข้ึนในต�ำแหน่งที่เชื่อว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จประทับ แล้ว บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ไว้ภายใน จึงถือว่าเป็น สถานท่ีศกั ด์สิ ิทธิ์ (รุ่งโรจน์ ธรรมรงุ่ เรอื ง; ๒๕๖๐, ๑๐) หากมองใน แง่ภูมิศาสตร์จะเห็นได้ว่า บุญสถานศักด์ิสิทธ์ิเหล่านี้กระจายกันอยู่ตาม ทศิ น้อยใหญต่ ลอดเกาะลังกา และหากมองในแงป่ ระวัติศาสตรน์ า่ เชอื่ ได้ ว่าสถานท่ีพระพุทธเจ้าทรงเสด็จไปประทับเข้านิโรธสมาบัติเหล่านั้น ได้กลายเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา เสมือนเป็นการช้ีบอก อาณาเขตของพุทธศาสนาที่แผ่ครอบคลุมไปทั่วเกาะลังกา (ดนัย ปรีชาเพ่ิมประสิทธิ์; ๒๕๕๕, ๓๗๑-๓๗๒) สันนิษฐานว่าคติ ความเช่ือเหล่าน้ีน่าจะเกิดข้ึนประมาณพุทธศตวรรษที่ 10 หรือก่อน สถาปนาอาณาจักรโปโฬนนารุวะ เป็นการบอกเชิงสัญลักษณ์ว่า หมายถึงการรวมเกาะลังกาทั้งหมดให้อยู่ภายใต้ความรุ่งเรืองสูงสุด ทางศาสนาของอาณาจักรอนุราธปุระ (Richard Gombrich; 1971, 110)
คัมภรี ์สมนั ตกฏู วณั ณนา 241 หากวเิ คราะห์เชงิ ลกึ จะเห็นได้ว่า ผเู้ ขียนคมั ภีรส์ มันตกูฏวัณณนา ต้องการเชื่อมโยงให้เห็นว่าขุนเขาสมันตกูฏได้รับการเลือกแล้วจาก พระพุทธเจ้า ในฐานะเป็นบริโภคเจดีย์หรือสถานที่อันเป็นตัวแทน ของพระพุทธองค์ เน่ืองจากเป็นสถานสถิตของรอยพระพุทธบาท ประเด็นนี้สอดคล้องกับคติความเชื่อของชาวลังกาสมัยน้ันว่า คร้ันเมื่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมาเกาะลังกาแล้ว “เกาะลังกาจะไม่ตกอยู่ในอ�ำนาจ ของพระราชาผ้เู ปน็ มิจฉาทิฐิ แต่จะรุ่งเรอื งในอ�ำนาจของพระราชาผู้เปน็ สัมมาทิฐิ” (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต, ภาค 2, ๒๕๕๓, ๒๕๒) นอกจากนั้น ผู้แต่งคัมภีร์ยังยกย่องสถานภาพของเทพสุมนะ วา่ เปน็ พระโสดาบนั ซง่ึ ไดร้ บั การรบั รองจากพระพทุ ธเจา้ โดยตรง เนอ้ื หา เหล่าน้ีหลอมรวมให้รอยพระพุทธบาทกลายเป็นบุญสถานศักดิ์สิทธ์ิ พร้อมยกสถานภาพของเทพสุมนะให้กลายเป็นเทพของชาวพุทธลังกา ดว้ ย ศึกษาวเิ คราะหป์ ระเด็นเกย่ี วกบั คตคิ วามเชื่อของศรีลงั กา ส�ำหรับคติความเชื่อของศรีลังกานั้น ผู้เขียนเน้นวิเคราะห์เฉพาะ เทพอุบลวัณและเทพสุมนะ กล่าวถึงเทพอุบลวัณก่อน เทพองค์นี้ปรากฏให้เห็นครั้งแรกใน คัมภีร์มหาวงศ์ ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์สมัยพุทธปรินิพพาน ณ เมือง กสุ นิ ารา ครานน้ั พระพทุ ธองคท์ รงมอบหมายทา้ วสกั กะวา่ “พระราชโอรส ของพระเจ้าสีหพาหุพระนามว่าวิชัยน้ี (เสด็จออกจากดินแดนลาฬรัฐ) แวดลอ้ มดว้ ยอำ� มาตย์ 700 คน ขา้ มไปถงึ เกาะลงั กาแลว้ แลพระศาสนา ของเราจักตง้ั ม่นั ในลังกา เพราะเหตนุ นั้ ขอพระองค์ผ้เู ป็นจอมแห่งเทพ
242 เล่าเรอ่ื งเมอื ง (ศร)ี ลังกา ภาพวาดศรีปาทะหรืออดัมส์พีคโดยจิตกรชาวยุโรป (คัดลอกภาพจาก https://www. google.com/maps) ภาพถ่ายเจดีย์ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ยอดเขาศรปี าทะ (คัดลอกภาพจาก https:// www.google.com/maps)
คัมภีร์สมันตกูฏวัณณนา 243 ยอดเขาศรปี าทะหรอื อดมั สพ์ คี สมยั ปจั จบุ นั (คดั ลอกภาพจาก https://www.google.com/ maps) เจดยี ท์ างขนึ้ ศรปี าทะหรอื อดมั สพ์ คี (คดั ลอกภาพจาก https://www.google.com/maps)
244 เล่าเรอ่ื งเมือง (ศร)ี ลงั กา พระพทุ ธปฏิมาริมทางข้ึนศรปี าทะหรืออดมั พคี (คดั ลอกภาพจาก https://www.google. com/maps) บรเิ วณทางขึ้นยอดเขาศรปี าทะหรอื อดมั ส์พคี คัดลอกภาพจาก (https://www.google. com/maps)
คมั ภรี ์สมันตกูฏวัณณนา 245 บริเวณทางขึ้นศรีปาทะหรืออดัมส์พีค (คัดลอกภาพจาก https://www.google.com/ maps) เจดยี ข์ นาดเลก็ รมิ ทางขน้ึ ศรปี าทะหรอื อดมั สพ์ คี (คดั ลอกภาพจาก https://www.google. com/maps)
246 เล่าเรือ่ งเมือง (ศร)ี ลงั กา จงคุ้มครองวิชัยกุมารพร้อมบริวารและรักษาเกาะลังกาไว้ให้ดี ครั้นฟัง พระดำ� รสั ของพระตถาคตแลว้ ท้าวสกั กะทรงเอาพระทยั ใสอ่ ยา่ งดี ดว้ ย ทรงมอบหมายการรักษาเกาะลังกาให้เป็นภาระหน้าท่ีของเทพอุบลวัณ” (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๑, ๒๕๕๓, ๑๗๑) คัมภีร์ปูชาวลิยะระบุว่า สมัยพระเจ้าทปุลุแห่งอาณาจักรอนุราธปุระ (ภาษาบาลีเรียกว่าทาโฐปติสสะ) พระองค์โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ อารามวิหารจำ� นวน 19 แห่ง หนึ่งนั้นอยู่ที่เมืองเดวินูวระ ซ่ึงสมัยนั้น เรยี กว่าเกวลิ ละยะคมั (Gunasekara Mudaliyar; 1895, 29) นับจาก นั้นเป็นต้นมาเร่ืองราวเก่ียวกับเทพอุบลวัณเลือนหายไปจากหน้า ประวัติศาสตร์ของศรีลังกาประมาณ 1,000 ปี ก่อนท่ีจะปรากฏเห็น อีกคร้ังสมัยอาณาจักรดัมพเดณิยะ โดยช่ือของเทพองค์น้ีเก่ียวข้องกับ สถาบนั พระมหากษตั ริย์ (พระมหานามเถระและคณะบณั ฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๔) ส่วนคัมภีร์แปรกุมบาสิริตะเสริมความจากคัมภีร์ ปูชาวลิยะว่า พระเจ้าทปุลุน้ันได้ทอดพระเนตรเห็นรูปจ�ำลองของเทพ อบุ ลวณั ซง่ึ เสดจ็ ขนึ้ มาจากทอ้ งมหาสมทุ ร ดว้ ยความศรทั ธาจงึ โปรดให้ สร้างเทวาลัยถวายเทพองค์น้ีบริเวณเมืองเดวินูวระและท�ำการอารักขา เป็นอย่างดี (Parakumbasirita; 1954, 38) ประเด็นนี้สันนิษฐานว่า ผู้แต่งคัมภีร์แปรกุมบาสิริตะน่าจะต้องการเชิดชูความย่ิงใหญ่ของเทพ อุบลวัณ จึงแต่งเสริมเนื้อหาส่วนน้ีเข้ามา เพราะผู้คนสมัยนั้นต่างรู้จัก เทพองคน์ เ้ี ปน็ อยา่ งดี สอดคลอ้ งกบั หลกั ฐานวา่ สมยั เดยี วกนั นนั้ มคี มั ภรี ์ แตง่ สรรเสรญิ ความยง่ิ ใหญข่ องเทพอบุ ลวณั อกี หลายเลม่ ดงั เชน่ คมั ภรี ์ มยรู สันเทศยะ คมั ภรี โ์ กกลิ สันเทศยะ คมั ภรี ์ปเรวิสนั เทศยะ และคัมภีร์ ตสิ รสนั เทศยะ ซงึ่ คมั ภรี เ์ หลา่ นล้ี ว้ นอา้ งวา่ เทพอบุ ลวณั ทำ� หนา้ ทอี่ ารกั ขา เกาะลงั กา (B.H.M. IIangasinha; 1992, 195)
คัมภีร์สมนั ตกูฏวณั ณนา 247 ส่วนคติความเช่ือเก่ียวกับเทพอุบลวัณสมัยแต่งคัมภีร์สมันตกูฏ วัณณนา ล้วนปรากฏเกิดข้ึนรอบตัวพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 เริ่มต้น จากแผ่นจารึกอลุตนูวรเทวาลัยกระวีมะ ซ่ึงพรรณนาว่าคราวหนึ่ง พระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคที่ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้ พระเจ้า ปรากรมพาหจุ งึ รบั สง่ั ใหเ้ สนาบดนี ามวา่ เทวประตริ าชะเดนิ ทางไปยงั เมอื ง เดวินูวระ เพ่ือประกอบพิธีเทวบูชาและอ้อนวอนขอพรเทพอุบลวันให้ พระองค์หายจากโรคร้าย คราน้ันพระองค์ทรงประทานที่ดินเป็นจ�ำนวน มาก แล้วน้อมถวายแด่เทวาลัยของเทพอุบลวัณ (Yatadolawatte Dhammavisuddhi; 1970, 369) ตอ่ มาพระองคท์ รงทราบวา่ “มณเฑยี ร ของเทพอุบลวัณแห่งเทวนคร ซ่ึงเป็นสถานที่แสวงบุญส�ำคัญได้ช�ำรุด ทรุดโทรม จึงเสด็จไปเมืองน้ันแล้วโปรดให้สร้างเทวาลัยข้ึนใหม่ ดุจ เทวราชาลยั ในพระนคร ทรงท�ำใหเ้ ปน็ ที่มโี ภคทรพั ยโ์ ดยชอบธรรม ทรง ให้สร้างเมืองอย่างงดงามสมบูรณ์ด้วยสมบัติท้ังปวงดุจเทพนคร รับส่ัง ให้จัดพิธีมงคลเดือน 8 เพ่ือเป็นการบูชาต่อเทพอุบลวัณพระองค์นั้น” (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๔) หลักฐานอีกแห่งหน่ึงระบุว่า พระเจ้าปรากรมพาหุทรงมีพระราชศรัทธา ตอ่ เทพอุบลวัณอยา่ งแรงกลา้ พระองค์โปรดให้จดั พิธแี หแ่ หนเทพองค์น้ี อย่างยิ่งใหญ่ โดยมอบหมายให้ขุนนางผู้ใหญ่หลายท่านเข้าร่วมพิธี เช่น เสนาบดีนามว่าเทวประติราชะ แม่ทัพนามว่าบัณฑาระ ขุนนาง ผู้ใหญ่นามว่าจันทร และพราหมณ์เป็นจ�ำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมี ขุนนางเจ้าพิธชี น้ั ดสิ สนายกะ รนบหรุ าละแหง่ เมอื งเดวินูวระ หันดุรุคมา ราละ กันกนิคมราละ และขุนนางเหล่าอื่น (John Clifford Holt;
248 เล่าเรือ่ งเมอื ง (ศรี) ลังกา 2004, 253) หลกั ฐานเบอื้ งตน้ ชใ้ี หเ้ หน็ วา่ สมยั กษตั รยิ พ์ ระองคน์ เี้ ปน็ การ เปิดศักราชใหม่ด้านคติความเช่ือเทพอุบลวัณ (B.H.M. IIangasinha; 1992, 196) ประเด็นค�ำถามคือเหตุใดเทพอุบลวัณจึงปรากฏตัวข้ึนอีกครั้ง สมัยอาณาจักรดมั พเดณิยะ จอห์น คลฟิ ฟอร์ด ฮอลต์ (John Clifford Holt) ไดแ้ สดงความ เห็นว่า การปรากฏตัวของเทพอุบลวัณอาจจะมาจากอิทธิพลของ พราหมณ์ หลักฐานดังกล่าวปรากฏเห็นในคัมภีร์กันดุวุรุสิริตะ ซ่ึงเป็น บนั ทกึ เกย่ี วกบั พระราชกรณยี กจิ ประจำ� วนั ของพระเจา้ ปรากรมพาหทุ ่ี 2 ดังความว่า “ขณะรุ่งอรุณพระองค์ทรงประทับต่อหน้าปุโรหิต บริเวณ มณฑลแห่งการรับหญ้าคาอันศักด์ิสิทธ์ิ พร้อมสังข์ที่เต็มด้วยน้�ำมนต์ และการประทานพร กล่าวกันว่าปุโรหิตทูลถามพระองค์ผู้ทรงพระสุบิน ตอนราตรี พรอ้ มทำ� นายและประกอบพิธอี ันศกั ดิ์สิทธ์ิ เพอ่ื ให้กษตั รยิ ์พอ พระทยั ” นอกจากนนั้ คมั ภีรเ์ ล่มนย้ี งั เสรมิ อีกว่า “พระเจ้าปรากรมพาหุ ผู้ปรารถนาความรู้ศาสตร์และศิลป์ ได้ถวายการอุปถัมภ์แก่พราหมณ์ นักปราชญ์ ผู้เช่ียวชาญภาษาสันสกฤตและต�ำราเวชศาสตร์ อีกท้ัง พระองค์ยังทรงปรึกษาพราหมณ์นักปราชญ์เหล่านั้น ด้วยเรื่องราว เก่ียวกับโหราศาสตร”์ (John Clifford Holt; 0012, 49) ผเู้ ขียนเหน็ วา่ พราหมณเ์ หลา่ นน้ี า่ จะสงั กดั ไวษณพนกิ าย เพราะปรากฏเหน็ รอ่ งรอย แนวคิดของพระวิษณุในคัมภีร์มหาวงศ์ โดยความตอนหนึ่งได้พรรณนา คณุ ลกั ษณะของเจา้ ชายวีรพาหวุ ่า “พระองค์เหมือนพระรามเสด็จเขา้ สู่ สงคราม ไล่สังหารทหารชาวกะจนแตกพ่ายไป” (พระมหานามเถระ และคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๖๑) พระรามในทนี่ ีต้ ่างรจู้ ัก
คัมภรี ์สมันตกฏู วัณณนา 249 แพร่หลายว่าเป็นอวตารปางหนึ่งของพระวษิ ณุ นอกจากนน้ั ยงั พบเหน็ อิทธิพลของพราหมณ์ผู้เป็นเสนาบดีในราชส�ำนักสมัยนั้นด้วย ตัวอย่าง เช่น เสนาบดนี ามวา่ เทวประตริ าชะ กลา่ วกนั ว่าเสนาบดที า่ นนเ้ี ป็นทไี่ ว้ วางพระราชหฤทยั ของพระเจา้ ปรากรมพาหยุ งิ่ นกั สงั เกตไดจ้ ากทรงมอบ หมายพระราชธุระส�ำคัญหลายอย่าง เชน่ โปรดใหเ้ ป็นแม่งานสรา้ งทาง ขน้ึ สู่สมันตกฏู (พระมหานามเถระและคณะบณั ฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๖) โปรดใหส้ รา้ งรปู ปน้ั เทพสมุ นะแลว้ อญั เชญิ ไปประดษิ ฐานบนยอด เขาสมันตกูฎ (พระมหานามเถระและคณะบัณฑติ ; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๙) โปรดให้เป็นแม่งานในการสร้างอัตตนคัลลปริเวณะแล้วมอบ ถวายแด่พระอโนมทัสสีเถระ (Gunasekara Mudaliyar; 0012, 49) โปรดให้เป็นแม่งานในการสร้างมยูรปาทปริเวณะแล้วมอบถวายแด่ พระพุทธบุตรเถระ (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๒) โปรดให้เป็นราชทูตไปเจรจาขอความช่วยเหลือ จากกษัตริย์ปัณฑยะ (Amaradasa Liyanagamage; 2018, 150) และโปรดให้เป็นแม่ทัพท�ำสงครามกับพวกเกราฬะ (Sidat Sangara Vistara Samaya; 1934, 216) หลักฐานดังกล่าวเบ้ืองต้นช้ีให้เห็น ถงึ ความมากอทิ ธพิ ลของพราหมณ์ ทงั้ ในฐานะเจา้ พธิ แี ละในฐานะขนุ นาง คนส�ำคัญ ด้วยเหตุน้ี เรื่องราวของเทพอุบลวัณที่เลือนหายไป หลายศตวรรษ จึงปรากฏตัวข้ึนอีกคร้ังหน่ึงในฐานะเทพเจ้าผู้อารักขา เกาะลังกา และเก่ียวข้องกับสถาบันกษัตริย์ในฐานะปางอวตารของ เทพวษิ ณุ ส่วนเรอ่ื งราวของเทพสุมนะปรากฏเห็นครั้งแรกในคมั ภรี ์มหาวงศ์ ความวา่ คราวพระพทุ ธเจา้ เสดจ็ เกาะลงั กาครง้ั แรก เทพสมุ นะไดเ้ ขา้ เฝา้
250 เล่าเรอื่ งเมือง (ศรี) ลงั กา ฟังธรรมจนบรรลุโสดาบัน พร้อมทูลขอพระเกศาธาตุเพื่อกราบไหว้บูชา “พระชินเจ้าผู้ทรงมีเส้นพระเกศาสีนิลบริสุทธิ์ ทรงเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ จึงทรงลูบพระเศียรแล้วได้ประทานเส้นพระเกศาประมาณฝ่าพระหัตถ์ เทพสุมนะได้เอาผอบทองค�ำอันประเสริฐรองรับเส้นพระเกศานั้นไว้แล้ว ประดิษฐานเส้นพระเกศานั้นไว้บนกองรัตนะสูง 7 ศอก ที่ตกแต่งไว้ใน สถานที่พระศาสดาประทับน่ัง ทรงครอบด้วยพระสถูปสีมรกต และทรง นมัสการ” (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๑, ๒๕๕๓, ๗) คัมภีร์สมันตกูฎวัณณนาขยายความว่าสมัยพระพุทธเจ้าเสด็จ เกาะลังกาคร้ังที่สามนั้น เทพสุมนะได้อาราธนาพระพุทธองค์ไปประทับ ท่ีเขาสมันตกูฏ คราวนั้นพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นอนาคตกาล ภายหน้า จึงประทับรอยไว้ด้วยพระบาทเบื้องซ้าย (Vedeha Thera; 0122, 779) ครนั้ ลว่ งเข้าสมยั อาณาจักรโปโฬนนารวุ ะปรากฏเหน็ เรอื่ ง ราวของศรีปาทะในฐานะบุญสถานศักด์ิสิทธิ์ โดยกษัตริย์หลายพระองค์ ใหค้ วามส�ำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดงั เช่น พระเจ้าวิชยั พาหุที่ 1 โปรดใหส้ รา้ ง ทางข้นึ สสู่ มนั ตกูฏ เพอ่ื สงเคราะหแ์ ก่ผจู้ าริกแสวงบญุ ตลอดเส้นทางให้ สรา้ งศาลาทพ่ี กั พรอ้ มถวายหมบู่ า้ นหลายแหง่ เพอ่ื รกั ษาขนุ เขาสมนั ตกฏู (พระมหานามเถระและคณะบณั ฑติ ; ภาค ๑, ๒๕๕๓, ๕๕๓-๕๕๔) และพระเจ้านิศศังกมัลละได้เสด็จไปนมัสการสมันตกูฏพร้อมเสนา อ�ำมาตย์ (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๓๗) ประเด็นน่าสนใจคือสมัยอาณาจักรโปโฬนนารุวะนั้น แม้จะมี หลักฐานกล่าวถึงรอยพระพุทธบาทก็จริง แต่หาได้อ้างถึงเทพสุมนะไม่ เปรมกุมาร (D.A. Premakumar De Silva) ได้แสดงความเห็นวา่ เหตุ ท่ีเทพสุมนะไม่ปรากฏน้ัน เพราะกษัตริย์สิงหลต้องการให้สมันตกูฏเป็น
คัมภรี ์สมันตกูฏวัณณนา 251 ศูนย์กลางศรัทธาของชาวพุทธเขตมายาระฏะ เฉกเช่นบุญสถานหลาย แห่งบริเวณเมืองเก่าอนุราธปุระ (D.A. Premakumara De Silva; 2005, 40-41) สอดคลอ้ งกบั หลักฐานจารกึ ซึ่งระบวุ า่ พระเจ้าวิชยั พาหุ ทรงถวายความอุปถัมภ์หลายอย่างเพ่ือบูชารอยพระพุทธบาท เช่น ถวายพระมงกุฎอัญมณี เพชรพลอยมากมายหลายชนิด บุษบกหลาย ชนิด ธวัชธงทิว กลองและเครื่องหอมหลายประเภท โปรดให้วาดภาพ จิตรกรรมฝาผนังและจุดประทีปรอบอารามวิหาร และโปรดให้สร้าง ก�ำแพงรอบวัด พร้อมแจกจ่ายอาหารแก่ผู้จาริกแสวงบุญ (D.M. De Zilva Wickremasighe; 1928, 202-218) ส่วนคติความเช่ือเก่ียวกับเทพสุมนะสมัยแต่งคัมภีร์สมันตกูฏ วัณณนา ล้วนเก่ียวข้องกับพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 ดังหลักฐานว่า คราวหนึ่งพระองค์โปรดมอบหมายให้เสนาบดีนามว่าอารยกามเทวะ ไปท�ำเหมืองทองท่ีเมืองรัตนปุระเขตสบรคามุวะ แต่เสนาบดีขาดความ ศรทั ธาตอ่ เทพสุมนะจึงไม่ประสบความสำ� เร็จ ต่อมาคร้นั อธษิ ฐานขอพร จากเทพสมุ นะแลว้ จงึ สามารถดำ� เนนิ งานจนสำ� เรจ็ ดว้ ยเหตนุ นั้ เสนาบดี จงึ สร้างเทวาลยั ถวายแด่เทพสุมนะบริเวณเมอื งรตั นปรุ ะ คราวเดยี วกัน นั้น พระเจ้าปรากรมพาหุได้เสด็จมาประกอบพิธีด้วยพระองค์เอง ทรงอุ้มรูปปั้นเทพสุมนะแล้วอัญเชิญไปประดิษฐานที่เทวาลัย นอกจาก น้ัน พระองค์ได้ประทานหมู่บ้านบริเวณเขตสบรคามุวะ รัตนปุระ และ เวรลุเป พร้อมแต่งต้ังเจ้าหน้าท่ีและคนรับใช้ให้ดูแลรักษาเทวาลัย และ โปรดใหจ้ ดั พธิ แี หแ่ หนเทพสมุ นะเปน็ ประจำ� ทกุ ปี (H.B.M. Ilangasinha; 1922, 204) อีกคร้ังหน่ึงพระองค์ศรัทธาความอัศจรรย์แห่งเทพสุมนะ และรอยพระพทุ ธบาท “ทรงพรอ้ มกบั กองทพั 4 เหลา่ เสดจ็ ไปสมนั ตกฏู
252 เล่าเรือ่ งเมอื ง (ศรี) ลงั กา ท่ีมีแก้วมณีผุดจากยอดศิลา ทรงกราบไหว้รอยพระพุทธบาทของพระ ศาสดา ผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงเป็นธรรมราชา ท่ีสมันตกูฏนั้น ซึ่งเป็นสถานที่เทวดากราบไหว้ พระราชทานขุนเขาและชนบทท่ีมี ชายหญงิ หนาแนน่ สมบรู ณด์ ว้ ยนานารตั นะ โดยรอบประมาณ 10 คาวตุ แก่รอยพระพุทธบาทอันมีสิริด้วยความเคารพเทิดทูนย่ิง ทรงบูชารอย พระพุทธบาทด้วยรัตนะและอาภรณ์อีกหลายครั้ง” (พระมหานามเถระ และคณะบณั ฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๖) ตอ่ มาโปรดใหเ้ สนาบดี เทวประตริ าชะสรา้ งรปู ปน้ั เทพสมุ นะ แลว้ อญั เชญิ ไปประดษิ ฐานบนยอด เขาสมนั ตกูฎ (พระมหานามเถระและคณะบัณฑิต; ภาค ๒, ๒๕๕๓, ๒๗๙) การปรากฏตัวของเทพสุมนะสมัยน้ีสันนิษฐานว่าน่าจะมาจาก 2 ประเด็นหลัก กล่าวคือ 1) เป็นเพราะความต้องการของชาวบ้าน เนื่องจากมีผู้คนเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทเป็นจ�ำนวนมาก นอกจากกราบไหว้รอยพระพุทธบาทแล้ว ผู้จาริกแสวงบุญเหล่านั้นยัง ปรารถนาการประทานพรจากเทพสมุ นะซง่ึ ทรงความการณุ ย์ สอดคลอ้ ง กับหลักฐานในคัมภีร์แสวุลสันเทศยะว่า “มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ไพศาลแห่งพระอุระของมหาเทพสุระ ผู้มีเส้นพระเกศาเสมือนความ มืดมิด มีพระเนตรส่องประกายด้วยเมตตาต่อนางฟ้าชาวสวรรค์ ทรงครอบครองสระอันเต็มบริบูรณ์ด้วยสายน�้ำอันเย็นฉ่�ำแห่งพระ เมตตาคุณ” (Savul-sandesaya; 1968, 202: Savul-asna; 1925, 188) และ 2) เป็นพระราโชบายด้านศาสนาเพ่ือยึดโยงจิตใจของ พสกนกิ ร เนือ่ งจากสมยั นน้ั บญุ สถานศกั ด์ิสิทธส์ิ ่วนใหญล่ ้วนอย่บู รเิ วณ เมืองหลวงเก่าอนุราธปุระ ซ่ึงห่างไกลจากอาณาจักรดัมพเดณิยะแห่ง
คมั ภรี ์สมันตกูฏวัณณนา 253 ดินแดนใต้ การจะยึดโยงจิตใจของอาณาประชาราษฎร์จำ� เป็นต้องสร้าง บญุ สถานศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ ซงึ่ อยภู่ ายในอาณาจกั รแหง่ ตน ดว้ ยเหตนุ น้ั กษตั รยิ ์ จึงหันมาให้ความส�ำคัญแก่รอยพระพุทธบาทเหนือขุนเขาสมันตกูฏ ซึ่งบรู พกษตั ริยแ์ ห่งอาณาจกั รโปโฬนนารุวะไดร้ ิเริ่มไวแ้ ล้ว พร้อมกันน้นั ก็ยกสถานภาพเทพสุมนะจากเดิมซ่ึงเป็นเทพพ้ืนเมือง ให้เป็นเทพ ชาวพุทธด้วยการท�ำหน้าที่คุ้มครองรักษารอยพระพุทธบาท (D.A. Premakumara De Silva; 2005, 44-46) ค�ำถามคือ จุดประสงค์แท้จริงของการแต่งคัมภีร์สมันตกูฏ วัณณนาคอื อะไร? ผูเ้ ขียนสันนิษฐานว่านา่ จะมาจากสาเหตุ 2 ประการ กลา่ วคือ 1) เพราะราชูปถัมภ์ (royal patronage) หลักฐานชบ้ี อกว่าการ อุปถัมภ์ของกษัตริย์ถือว่าเป็นเรื่องส�ำคัญต่อพระศาสนาอย่างยิ่ง หากสถาบันกษัตริย์ให้ความส�ำคัญเรื่องใด ย่อมเป็นธรรมดาของ คณะสงฆ์ท่ีจะขับเคลื่อนเร่ืองน้ันให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น พระเจ้าปรากรมพาหุที่ 1 (พ.ศ.1696-1729) แห่ง อาณาจักรโปโฬนนารุวะ ได้ถวายความอุปถัมภ์แก่พระสงฆ์ด้วย สมณบริขารและเสนาสนะเป็นจ�ำนวนมาก พร้อมสนับสนุนการปฏิรูป พระศาสนา จนท�ำให้พระสงฆ์พากันผลิตงานวรรณกรรมเป็น จ�ำนวนมาก (Gatare Dhammapala; 2008, 37-51) ต่อมาสมัย พระเจ้านิศศังกมัลละ (พ.ศ.1730-1739) ทรงใช้นโยบายกษัตริย์ โพธิสัตว์ คณะสงฆ์ก็ตอบสนองความต้องการของพระองค์เป็นอย่างดี ดว้ ยการเผยแผร่ าโชบายจนเปน็ ทย่ี อมรบั ในหมชู่ าวศรลี งั กา (H.C. Ray;
254 เล่าเรอ่ื งเมอื ง (ศรี) ลงั กา 1960, 510-511) ครั้นล่วงเข้าสมัยอาณาจักรดัมพเดณิยะ พระเจ้า ปรากรมพาหุที่ 2 ทรงมีพระราชศรัทธาต่อรอยพระพุทธบาทเหนือ ขุนเขาสุมนกูฎ พระสงฆ์ก็ตอบสนองความต้องการของพระองค์ ด้วย การแนะน�ำจัดเตรียมพิธีกรรมท่ีสอดรับระหว่างพระพุทธศาสนากับ คตคิ วามเชอ่ื ของผคู้ นสมยั นนั้ (D.A. Premakumara De Silva; 2005, 134-169) ด้วยเหตุน้ัน จึงไม่แปลกอันใดหากพระเวเทหเถระจะแต่งคัมภีร์ พรรณนาความศักด์ิสิทธิ์ของรอยพระพุทธบาท และประกาศความ ส�ำคัญของเทพสุมนะในฐานะผู้ค้มุ ครองรอยพระพทุ ธบาท 2) เพราะต้องการสร้างความเป็นพุทธแท้ (authentic Buddhism) หลกั ฐานระบวุ า่ หลงั จากการปฏริ ปู พระศาสนาสมยั พระเจา้ ปรากรมพาหุท่ี 2 เรียบร้อยแล้ว (พ.ศ.1809) คณะสงฆ์ได้เกิดการ ต่ืนตัวคร้ังใหญ่ โดยเฉพาะการผลิตงานวรรณกรรมอันเน่ืองมาจาก ความส�ำเร็จด้านการจัดการศึกษา ยกตัวอย่างเช่น พระอรัญกเมธังกร แห่งอุทุมพรคิรีได้แต่งคัมภีร์ภาษาสิงหลช่ือว่าวินยารถสมุจจยะ เน้ือหา อธิบายพระวินัยส�ำหรับพระสงฆ์ พระสังฆราชอโนมทัสสีได้แต่งคัมภีร์ ฉันท์ภาษาสันสกฤตเกี่ยวกับโหราศาสตร์ช่ือว่าไทวัญการนเธนุ ศิษย์ของท่านรูปหนึ่งได้แต่งคัมภีร์ภาษาบาลีชื่อว่าหัตถวนคัลลวิหาร วังสะ ว่าด้วยพระราชประวัติของกษัตริย์ผู้บ�ำเพ็ญโพธิสัตว์บารมี พระนามว่าพระเจ้าสิริสังฆโพธิ พระอานนท์เถระ ได้แต่งคัมภีร์ ปทสาธนสันยยะ ซ่ึงแต่งแก้คัมภีร์ปทสาธนะ และคัมภีร์ภาษาสิงหล แต่งแก้คัมภีร์ขุททกสิกขา พระโคตมเถระผู้เป็นศิษย์ของเถระ ได้แต่ง คัมภีร์สัมพันธจินตาสันยยะเป็นภาษาสิงหล และศิษย์อีกรูปหนึ่งชื่อว่า
คมั ภีร์สมนั ตกฏู วณั ณนา 255 พุทธัปปิยเถระได้แต่งคัมภีร์ไวยากรณ์ภาษาบาลีช่ือว่ารูปสิทธิฎีกาและ คัมภีร์ปัชชมธุว่าด้วยพุทธลักษณะ ส่วนพระมยูรปาทเถระได้แต่งคัมภีร์ ภาษาสงิ หลวา่ ดว้ ยเรอ่ื งราวทางศาสนาชอ่ื วา่ ปชู าวลยิ ะ และพระปญั จมลู เถระได้แต่งคัมภีร์ภาษาบาลีเก่ียวกับการแพทย์ชื่อว่าเภสัชชมัญชุสา (H.C. Ray; 120I, 770-773) ประเด็นน่าสนใจคือ คัมภีร์เบื้องต้น เหลา่ นัน้ แม้จะมีเนอื้ ความกอปรดว้ ยสารตั ถะแบบคดีโลกและคดธี รรมก็ จรงิ แตส่ ว่ นใหญม่ เี นอ้ื หาเนน้ ไวยากรณภ์ าษาบาลแี ละหลกั ธรรมคำ� สอน ของพุทธศาสนา นับตั้งแต่หลักธรรมพ้ืนฐานส�ำหรับเป็นแนวปฏิบัติ ของชาวบ้าน จนถึงหลักธรรมชั้นสูงอันลุ่มลึกส�ำหรับผู้ทรงปราชญ์ พระเวเทหเถระในฐานะพระสงฆ์นักปราชญ์ ผู้รอบรู้หลักธรรมและ คติความเช่ือของผู้คนสมัยน้ันเป็นอย่างดี และในฐานะเป็นพระสงฆ์ ผสู้ งั กดั คณะสงฆอ์ รญั วาสี ซง่ึ เครง่ ครดั และงดงามดว้ ยศลี าจารวตั รตาม แบบพระปา่ อรญั วาสี จึงแต่งคมั ภีรส์ มันตกูฏวัณณนาขนึ้ เพอ่ื ชี้บอกถึง ความเป็นพุทธแท้ โดยยกเรื่องราวของเทพสุมนะผู้เป็นพระโสดาบัน ให้เช่ือมโยงกับการเสด็จมาเกาะลังกาของพระพุทธเจ้าอย่างลงตัว พร้อมย�้ำว่ารอยพระพุทธบาทเหนือยอดเขาสมันตกูฏเป็นดินแดนอัน พระพุทธเจ้าทรงเลือกแลว้ บทสรุป คัมภีร์สมันตกูฏวัณณนาเป็นกวีนิพนธ์ภาษาบาลี ผู้ประพันธ์ คือ พระเวเทหเถระ ซึ่งเป็นพระสงฆ์สังกัดคณะสงฆ์อรัญวาสี เนื้อหา ของคัมภีร์พรรณนาสมันตกูฏในฐานะเป็นสถานสถิตรอยพระพุทธบาท และยกย่องเทพสุมนะในฐานะเป็นผู้อารักขาคุ้มครองรอยพระพุทธบาท
256 เล่าเรอ่ื งเมือง (ศร)ี ลังกา แห่งนั้น แม้คัมภีร์จะระบุว่าต้องการพรรณนารอยพระพุทธบาทและ เชิดชเู ทพสมุ นะก็จรงิ แต่หากศึกษาวเิ คราะหจ์ ะเหน็ ว่ามีบริบทความเช่อื และการเมืองสมัยน้ันผสมแทรกอยู่ เน่ืองจากสมัยแต่งคัมภีร์สมันตกูฏ วณั ณนานนั้ คตคิ วามเชอ่ื เกยี่ วกบั เทพอบุ ลวณั (บางทเี รยี กวา่ เทพวษิ ณ)ุ ก�ำลังเป็นท่ีรู้จักแพร่หลาย โดยเฉพาะสถาบันกษัตริย์ให้การอุปถัมภ์ เป็นอย่างดีย่ิง สังเกตได้จากการใช้ฉายาแทนเทพองค์น้ีว่าเทวราชา (King of the Gods) ลักษณะดังกล่าวเสมือนเป็นการยกสถานภาพ เทพอบุ ลวณั ใหม้ คี วามสำ� คญั เทยี บเทา่ สงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธค์ิ บู่ า้ นเมอื งกลา่ วคอื พระเขยี้ วแกว้ และบาตรของพระพทุ ธเจา้ พระเวเทหเถระในฐานะพระสงฆ์ นักปราชญ์คงมองเห็นว่าเทพสุมนะก็มีบทบาทเช่นเดียวกัน เพราะอยู่ ภายใตร้ าชปู ถมั ภ์ จึงแต่งเรือ่ งราวความศกั ดส์ิ ิทธ์ิของรอยพระพทุ ธบาท ให้เชื่อมโยงกับเทพสุมนะ ด้วยการชี้ให้เห็นว่าเทพองค์นี้ได้รับพรจาก พระพุทธเจ้าโดยตรง อีกท้ังเป็นพระโสดาบัน จึงเหมาะสมทุกประการ ส�ำหรบั ของชาวพทุ ธการเคารพศรัทธา
คัมภีร์สมันตกูฏวัณณนา 257 บรรณานกุ รม • ภาษาไทย 1. คมั ภีร์ พระพทุ ธโฆสเถระ. อรรถกถาภาษาไทย พระสตุ ตนั ตปฎิ ก องั คตุ ตรนกิ าย ทุก-จตุกกนิบาต มโนรถปูรณี ภาค 2. ฉบับมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั , 2553. พระมหานามเถระและคณะบณั ฑิต. คัมภีร์มหาวงศ์ ภาค 1. แปลโดย สุเทพ พรมเลิศ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ ราชวทิ ยาลัย, 2553. ______. คัมภีร์มหาวงศ์ ภาค 2. แปลโดย สุเทพ พรมเลิศ. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , 2553. พระเวเทหเถระ. รสวาหนิ .ี แปลโดย แสง มนวทิ ูร. พระนคร: โรงพิมพ์ คุรสุ ภา, 2513. 2. หนงั สือ ดนัย ปรีชาเพ่ิมประสิทธิ์. ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศ ศรลี งั กา. กรงุ เทพมหานคร: สำ� นกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร,์ 2555. ลังกากุมาร. เล่าเรื่องเมอื ง (ศร)ี ลงั กา: รวมบทความวชิ าการในวาระ ครบรอบหนึ่งทศวรรษ. นครปฐม: สาละพิมพการ, 2560.
258 เล่าเร่ืองเมือง (ศร)ี ลังกา รงุ่ โรจน์ ธรรมรงุ่ เรอื ง. รายงานการวจิ ยั “บทบาทของลงั กาทวปี ในฐานะ ศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย”. กรุงเทพมหานคร: ศนู ยม์ านุษยวทิ ยาสริ ินธร, 2560. 3. วิทยานิพนธ์ พระมหากวีศักด์ิ วาปีกุลเศรษฐ์. “วรรณกรรมบาลีเรื่องสมันตกูฏ วัณณนา: การศึกษาวรรณศิลป์และสังคม.” วิทยานิพนธ์ ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ , มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, 2563. • ภาษาตา่ งประเทศ 1. คมั ภรี ์ Pathak. O.P. Samantakūṭavaṇṇanā. (The Eulogy of Samanta Mountain). Delhi: Paramanitra Prakashan, 1990. Parakumbasirita. Edited K.D.P. Wickramasinghe. Colombo: 1954. Savul-sandesaya. Edited by U. Dharmasiri and S. Gamage. Delgoda, 1968. Savul-asna. edited by P. Aggavamsa. Colombo: T.L. Hendrik, 1925. Sidat Sangara Vistara Samaya. Edited by Ramalane Dharmakirti Sri Dharmarama Thera. Colombo: Vidya Prabodha Yantralaya, 1934. The Nikaya Sangrahawa. Translated by C.M. Fernando. Colombo: Government Printer, 1908.
คัมภีร์สมันตกฏู วณั ณนา 259 Vedeha Thera. Samantakutavannana. Edited by C.E. Godakumbura. Oxford: The Pali Text Society, 1955. 2. หนังสือ Liyanagamage, Amaradasa. The Decline of Polonnaruwa and the Rise of Dambadeniya. Colombo: S. Godage & Brothers, 2018. Wickremasighe, D.M. De Zilva. Epigraphia Zeylanica. Vol. II. London: Oxford University Press, 1928. Dhammapala, Gatare. A Comparative Study of Sinhala Literature. Colombo: Godage International Publishers, 2008. Mudaliyar, Gunasekara. A Contribution to the History of Ceylon. Colombo: Acting Government Printer, 1895. IIangasinha, H.B.M.. Buddhism in Medieval Sri Lanka. Delhi: Sri Satguru Pulbications, 1992. Ray, H.C.. History of Ceylon, Vol. I, Part II. Colombo: Ceylon University Press, 1960. Holt, John Clifford. The Buddhist Visnu: Religious Transformation, Politics, and Culture. New York: Colombia University Press, 2004.
260 เล่าเรือ่ งเมอื ง (ศรี) ลงั กา Norman, K.R.. Pali Literature. Wiesbaden: Otto Harrassowitz, 1983. Gombrich, Richard. Precept and Practice: Traditional Buddhism in the Rural Highlands of Ceylon. Oxford: Clarendon Press, 1971. Jayawardhana, Somapala. Handbook of Pali Literature. Colombo: Karunaratne and Sons, 1994. Geiger, W.. Pali Literature and Language. Translated by Batakrishna Ghosh. Delhi: Oriental Books Reprint Corporation, 1968. 3. วทิ ยานพิ นธ์ D.A. Premakumara De Silva. “Sri Pada; Diversity and Exclusion in a Sacred Site in Sri Lanka.” PhD Diss., University of Edinburgh, 2005. Telwatte Rahula. “Rasavahini: Jambudipuppattivatthu.” PhD Diss., Australian National University, 1981. Yatadolawatte Dhammavisuddhi. “The Buddhist Sangha in Ceylon (circa 1200-1400 A.D.).” PhD Diss., University of London, 1970.
คมั ภรี ์สมนั ตกฏู วณั ณนา 261 (บนซ้าย) เทพสุมนะหรือสามันต์ (คัดลอก (บนขวา) ภาพวาดเทพสมุ นะหรอื สามนั ต์ ภาพจากหนังสือ An Account of the ตามจินตนาการของชาวพุทธศรลี ังกา Interior of Ceylon By John Davy) สามนั ตเ์ ทวาลยั เมอื งรตั นปรุ ะ ศรลี งั กา(คดั ลอกภาพจากhttps://www.google.com/maps)
262 เล่าเรอื่ งเมือง (ศร)ี ลงั กา มณฑปประดษิ ฐานรอยพระพทุ ธบาท ศรปี าทะ ศรลี งั กา (คดั ลอกภาพจาก https://www. google.com/maps) เทวาลัยของเทพอุบลวัณหรอื เทพวษิ ณุ เมืองเดวนิ ูวะ เขตมาตระ ศรลี ังกา (คดั ลอกภาพ จาก https://www.google.com/maps)
คัมภรี ์สมันตกูฏวณั ณนา 263 พิธีบูชารอยพระพุทธบาทท่ีศรีปาทะ ศรีลังกา (คัดลอกภาพจาก https://www.google. com/maps)
264 เล่าเร่ืองเมือง (ศรี) ลงั กา พิธีบูชารอยพระพุทธบาทท่ีศรีปาทะ ศรีลังกา (คัดลอกภาพจาก https://www.google. com/maps)
คัมภีร์สมันตกูฏวัณณนา 265 (บน-ลา่ ง) ทางขน้ึ ศรปี าทะหรอื อดมั สพ์ คี ปจั จบุ นั (คดั ลอกภาพจาก https://www.google. com/maps)
ประวตั ิผ้เู ขยี น ลงั กากุมาร เปน็ นามปากกาของ พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ.ดร. (น.ธ.เอก, ป.ธ.๖, พธ.บ., พธ.ม., Ph.D.) ผลงานประเภทหนงั สือ • ตามรอยพระอุบาลีไปฟ้นื ฟพู ระพุทธศาสนาทศี่ รลี ังกา (๒๕๕๒) • กรณีพระสงฆ์ศรีลังกาเล่นการเมอื ง (๒๕๕๓) • ของดีศรีลังกา: ค่มู ือนำ� เทย่ี วเชงิ ประวตั ศิ าสตร์ (๒๕๕๕) • พระอรหันต์ คมู่ ือตรวจสอบตามนยั แหง่ พระไตรปฎิ ก (๒๕๕๖) • ต�ำนานคาถาพระอรหนั ต์ ๘ ทศิ (๒๕๕๘) • สบื คน้ หาพระพุทธบาท ๕ รอย (๒๕๕๙) • ประวตั ศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนาศรลี งั กาสมยั อาณาจกั รโกฏเฏ (๒๕๕๙) • ประวัตศิ าสตรค์ ณะสงฆ์ศรลี ังกายคุ กลาง (๒๕๕๙) • นิกายสังคหยะ (๒๕๕๙) • สงั ฆราชสาธุจริยา (๒๕๖๐) • พระมาลัยเถระ เป็นใคร? มาจากไหน? (๒๕๖๐) • เลา่ เรื่องเมือง (ศร)ี ลงั กา (๒๕๖๐) • พระอุปคุตเถระ เปน็ ใคร? มาจากไหน? (๒๕๖๑) • วรรณคดสี ิงหล (๒๕๖๑) • พระนาคเสนเถระ เปน็ ใคร? มาจากไหน? (๒๕๖๒) • ศรีลังกากตกิ าวัตร (๒๕๖๒) • พระมหินทเถระ เปน็ ใคร? มาจากไหน? (๒๕๖๒) • ศรีลังกา: ว่าด้วยประวัติศาสตร์ การณ์พระศาสนา และวรรณคดี (๒๕๖๓)
• ศรีลังกาอษุ าคเนย์ (๒๕๖๓) • การประดิษฐานพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ในอาณาจักรตามพรลิงค์ (๒๕๖๓) • ปรณวติ านะวพิ ากย:์ วา่ ดว้ ยแควน้ กาลงิ คะ พระเจา้ มาฆะ และคาบสมทุ ร มาเลย์ (๒๕๖๔) ผลงานประเภทบทความทางวิชาการ • “อิทธิพลวรรณกรรมต่อการปลูกฝังความเช่ือ: กรณีศึกษาวรรณกรรม ศรีลังกายุคต้น” วารสารสืบเนื่องจากการประชุมระดับชาติ ครั้งที่ ๒ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ๒๒-๒๓ ธนั วาคม ๒๕๕๗ • “การสลายความขัดแย้งด้วยพิธีกรรม: กรณีศึกษาเทศกาลวิสาขะของ ประเทศศรลี งั กา” วารสารสบื เนอ่ื งจากการประชมุ ทางวชิ าการวสิ าขโลก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราวิทยาลัย ๒๘-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ • “อิทธิพลของคณินนานเสก่อนสถาปนาสยามวงศ์ในศรีลังกา” วารสาร ศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ปที ี่ ๙ ฉบับท่ี ๒ กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๕๘ • “สถาบันกษัตริย์กับการฟื้นฟูพุทธศาสนาก่อนสถาปนาสยามวงศ์ใน ศรีลังกา” วารสารศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลยั มหดิ ล ปีท่ี ๙ ฉบับที่ ๓ มกราคม-มถิ นุ ายน ๒๕๕๙
• “คติความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาทของชาวพุทธศรีลังกา: ศึกษา วิเคราะห์อรรถกถาปุณโณวาทสูตร” วารสารสืบเน่ืองจากการประชุม ระดับชาติ คร้ังที่ ๑ วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐ • “ศึกษาทัศนคติเรื่องพระอรหันต์ในสมัยพุทธกาล” วารสารสืบเน่ืองจาก การประชุมระดับชาติ ครั้งที่ ๑ วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๐ • “พระมาลัยเถระในฐานต้นก�ำเนิดวรรณคดีพุทธศาสนาไทย” วารสาร สืบเนื่องจากการประชุมระดับชาติ คร้ังที่ ๑ วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖๐. • “การศึกษาของคณะสงฆ์ศรลี ังกาสมัยอาณาจกั โปโฬนนารุวะ” วารสาร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีท่ี 20 ฉบับที่ 2 หนา้ ท่ี 309-338 มหาวิทยาลัยราชภฏั สรุ ินทร์, ๒๕๖๑ • “คตคิ วามเชอ่ื ลทั ธลิ งั กาวงศใ์ นวรรณกรรมทกั ษณิ ” วารสารสบื เนอ่ื งจาก การประชุมระดับชาติ ครั้งท่ี ๔ วิทยาลัยสงฆ์น่าน มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖๑ • “การศึกษาของคณะสงฆ์ศรีลังกาสมัยอาณาจักรอนุราธปุระ” วารสาร มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี ปที ี่ 10 ฉบบั ท่ี 1 หนา้ ที่ 177-292 มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธาน,ี ๒๕๖๒ • “การศึกษาคณะสงฆ์ของศรีลังกาสมยั อาณาจักรดัมพเดณิยะ” วารสาร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีท่ี 21 ฉบบั ท่ี 2 หนา้ ที่ 307-322 มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สุรนิ ทร,์ ๒๕๖๒
• “ความสัมพันธ์ทางการเมืองและศาสนาระหว่างศรีลังกากับไทยใน พทุ ธศตวรรษที่ 18” เผยแผใ่ นสารอาศรมวฒั นธรรมวลยั ลกั ษณ์ ปที ่ี 19 ฉบับท่ี 2 หน้าท่ี 97-128 มหาวิทยาลยั วลยั ลักษณ,์ ๒๕๖๒ • “อาณาจกั รตามพรลงิ คใ์ นทศั นะของชาวศรลี งั กา” วารสารสบื เนอื่ งจาก การประชุมระดับชาติ ครั้งท่ี ๑ วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒ • “ข้อสังเกตเก่ียวกับการประดิษฐานพระเข้ียวแก้วที่หาดทรายแก้ว” เผยแผ่ในสารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ ปีท่ี 20 ฉบับท่ี 1 หนา้ ท่ี 77-9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ,์ ๒๕๖๓ • “หลักพุทธธรรมกับการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21” วารสารสืบเน่ืองจาก การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งท่ี ๓ คณะศาสนาและปรัชญา มหาวิทยาลยั มหามกุฎราชวทิ ยาลยั , ๒๕๖๔ • “คัมภีร์สมันตกูฏัณณนา: วิเคราะห์ประเด็นเกี่ยวกับคติความเช่ือของ ศรลี ังกา” ตีพมิ พใ์ นวารสารธรรมธารา Vol.8 No. 1 (2022), ๒๕๖๔ ผลงานประเภทงานวจิ ยั • “การประดษิ ฐานพระพทุ ธศาสนาลทั ธลิ งั กาวงศใ์ นอาณาจกั รตามพรลงิ ค”์ สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๙ • “การศึกษาวเิ คราะหป์ รัชญาศาสนาส�ำหรบั การเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21” สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๔
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
บนั ทกึ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292