หลกั สูตรสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอหนองไผ่ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 “ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอหนองไผ่ สานักงาน กศน.จงั หวดั เพชรบูรณ์
ก คานา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ ไดจ้ ดั ทาหลกั ููตรูาานศึกษา ซ่ึงดาเนินการจดั การศึกษานอกโรงเรียนตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการจดั การศึกษานอกระบบ ตามหลกั ููตรการศึกษา นอกระบบ ระดบั ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยยดึ หลกั ูภาพปัญญาและความตอ้ งการของชุมชนมาพฒั นาให้ เป็ นหลกั ููตรูาานศึกษา โดยมีครูอาูาูมคั รการศึกษานอกโรงเรียน ครูศูนยก์ ารเรียนชุมชน เจา้ หนา้ ท่ี ขา้ ราชการ คณะกรรมการูาานศึกษา และผบู้ ริหารูาานศึกษา ร่วมระดมความคิด มาจดั ทาเป็นหลกั ููตรูาานศึกษา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ หวงั เป็ นอย่างย่ิงว่า คู่มือ หลกั ููตรูาานศึกษาเล่มน้ี จะเป็ นประโยชน์ูาหรับูาานศึกษา ครูผูู้ อน และผูเ้ กี่ยวขอ้ งูามาราใชเ้ ป็ นแนวทาง ในการดาเนินงาน การจดั กระบวนการเรียนการูอนเป็ นอยา่ งยิ่ง หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใดโปรดขอ้ เูนอแนะ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ (นางมาลี เพง็ ดี) ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอหนองไผ่ (นางอรุณลกั ษณ์ ทองไพรวรรณ) ประธานคณะกรรมการูาานศึกษา
ข สารบัญ เร่ือง หน้า คานา สารบัญ ความเป็นมาของการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา ตามหลกั ููตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 1 แนวคิด ทฤษฏีท่ีเก่ียวขอ้ งกบั หลกั ููตรูาานศึกษา 3 การพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา ตามหลกั ููตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 12 ทิศทางการจดั การศึกษา 13 องคป์ ระกอบของหลกั ููตรูาานศึกษา 13 หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 15 บริบทพ้ืนฐาน 16 ปรัชญา 30 วูิ ัยทศั น์ 30 พนั ธกิจ 30 หลกั การ 30 จุดหมาย 31 กลุ่มเป้าหมาย 31 กรอบโครงูร้าง 32 ระดบั การศึกษา 32 ูาระการเรียนรู้ 32 กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ 32 มาตรฐานการเรียนรู้ 32 เวลาเรียน 32 หน่วยกิต 32 โครงูร้างหลกั ููตรูาานศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 33 ูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 34 - ูาระทกั ษะการเรียนรู้ 36 คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั และรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั
ค สารบญั (ต่อ) หน้า 46 เรื่อง - ูาระความรู้พ้ืนฐาน 100 คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั และรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั - ูาระการประกอบอาชีพ 116 คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั และรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั - ูาระทกั ษะการดาเนินชีวติ 132 คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั และรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั - ูาระการพฒั นาูังคม 149 คาอธิบายรายวชิ าบงั คบั และรายละเอียดคาอธิบายรายวชิ าบงั คบั 152 แผนการลงทะเบียนเรียน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 152 วธิ ีการจดั การเรียนรู้ 154 การจดั กระบวนการเรียนรู้ 154 ู่ือการเรียนรู้ 154 การเทียบโอน 154 การวดั ผลประเมินผลการเรียน 155 การจบหลกั ููตร 155 เอกูารหลกั ฐานการศึกษา 156 เอกูารและูิ่งอา้ งอิง ภาคผนวก คณะผจู้ ดั ทา
1 ความเป็ นมาของการพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 และพระราชบญั ญัติการศึกษา แห่งชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 ที่ตอ้ งการจดั การศึกษาใหท้ วั่ าึง และพฒั นาคน ไทยให้เป็ นมนุษยท์ ีู่มบูรณ์ท้งั ดา้ นร่างกาย จิตใจ ูติปัญญา มีความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรม และวฒั นธรรม รวมาึง การเป็ นพลเมืองท่ีดีของชาติ ูามาราดารงชีวิตอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นในูังคมได้อย่างมีความูุข ูานักงานู่งเูริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จึงไดด้ าเนินการจดั ทาหลกั ููตรการศึกษา นอกระบบระดบั การศึกษา ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ข้ึน และกระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศใช้หลกั ููตร การศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เม่ือวนั ที่ 18 กนั ยายน 2551 แลว้ เพ่ือ ให้ใช้แทนหลกั เกณฑ์และวิธีการจดั การศึกษานอกโรงเรียนตามหลกั ููตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2544 ซ่ึงเป็ นหลกั ููตรท่ีเป็ นไปตามหลกั การ และปรัชญาการศึกษานอกโรงเรียน นโยบายของรัฐบาล แผนพฒั นา เศรษฐกิจและูังคมแห่งชาติ พระราชบญั ญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศกั ราช 2542 และที่แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 พระราชบญั ญตั ิู่งเูริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ. 2551 และูอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของกลุ่มผูเ้ รียนท่ีอยูน่ อกระบบ เพื่อให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีูติปัญญา มีศกั ยภาพในการประกอบอาชีพ การศึกษาตลอดชีวิต คารงชีวิตอยู่ใน ครอบครัว ชุมชน ูังคม ได้อย่างมี ความูุข โดยูาานศึกษาต้องนาูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กาหนดใน หลกั ููตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ไปพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาให้ ูอดคลอ้ งกบั ูภาพ ปัญหา ความตอ้ งการของผเู้ รียน ชุมชน ูังคม ภูมิปัญญาทอ้ งาิ่น และคุณลกั ษณะอนั พึงประูงค์ ของูาานศึกษาน้นั ๆ ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (ูานกั งาน กศน.) ไดด้ าเนินการ นาร่อง การใชห้ ลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ในทุกภาคของประเทศ ภาคละ 2 จังหวัด (กระบี นครศรี ธรรมราช เชียงราย พิจิตร มหาูารคาม อุบลราชธานี ชลบุรี ระยอง ราชบุรี และ พระนครศรีอยุธยา) และกรุงเทพมหานคร ในเขตปทุมวนั และเขตพระโขนง ต้งั แต่ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2552 กบั ผูท้ ่ีข้ึนทะเบียนเป็ นนกั ศึกษาของูาานศึกษาูังกดั ูานกั งาน กศน. ูาานศึกษาในกากบั ูานกั งาน กศน. และ ูาานศึกษาภาคีเครือข่ายท่ีจดั การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ท้งั น้ี ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ได้มีการวิจยั ติดตามผลการนาร่องการใช้ หลกั ููตรดงั กล่าวดว้ ย ซ่ึงจากผลการ ติดตามในระยะแรกไดพ้ บปัญหาและอุปูรรคที่เก่ียวขอ้ ง และไดม้ ีการ ปรับปรุงแกไ้ ขเพื่อให้หลกั ููตรการศึกษา นอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ูอดคลอ้ ง กบั กลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทว่ั ไปที่ไมไ่ ดอ้ ยู่ ในระบบให้มากท่ีูุด และในปี การศึกษา 2553 ูานกั งาน ู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ไดป้ ระกาศใชห้ ลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ทว่ั ประเทศ กบั ผูท้ ่ีข้ึน ทะเบียนเป็ นนกั ศึกษาของูาานศึกษาูงั กดั ูานกั งาน กศน. ูาานศึกษาในกากบั ูานกั งาน กศน. และูาานศึกษา ภาคีเครือข่ายที่จดั การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป็ นหลกั ููตรอิงมาตรฐาน (Standard-based curriculum) คือ เป็ นหลกั ููตรที่มีมาตรฐานเป็ นเป้าหมายหรือู่ิงท่ีคาดหวงั ในการพฒั นา ผูเ้ รียน
2 โดยกาหนดโครงูร้าง เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล ท่ีูะทอ้ นาึงูิ่งที่ตอ้ งการ พฒั นาผเู้ รียนท่ี ระบุไวใ้ นมาตรฐานการเรียนรู้ ซ่ึงการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาจะต้องเช่ือมโยงมาตรฐาน การเรียนรู้ ดงั น้ัน เพื่อให้การใช้หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 บรรลุาึงหลกั การและ จุดหมายท่ีกาหนดไวต้ ามหลกั ููตรดงั กล่าว รวมท้งั ูาระูาคญั ที่กาหนดในพระราชบญั ญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศกั ราช 2542 และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2545 ท่ีนาไปูู่การประกาศใช้ หลกั ููตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ตามบริบทของูาานศึกษา ซ่ึง ูาานศึกษาแต่ละแห่งมีความแตกต่าง กนั จึงตอ้ งจดั ทาหลกั ููตรูาานศึกษาตามูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ท่ีกาหนดในหลกั ููตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 และูภาพ ปัญหา ความตอ้ งการของผูเ้ รียน ชุมชน ูังคม นอกจากน้ี หลกั ููตรูาานศึกษาตอ้ งคานึงาึงการเปล่ียนแปลงของโลก เพ่ือเตรียมคนใหู้ามาราปรับตวั และดารงชีวิตอยูใ่ น ูงั คมไดอ้ ยา่ งมีความูุข กระทรวงศึกษาธิการ ไดป้ ระกาศใช้มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย เม่ือวนั ท่ี 31 มกราคม 2558 เพื่อใหู้าานศึกษาทุกแห่งในูังกดั ูานักงานู่งเูริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั ใช้เป็ นเป้าหมายในการจดั การศึกษาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน อนั เป็ นหลกั ประกนั ให้กบั ผูเ้ รียนและ ผรู้ ับบริการมีความมน่ั ใจวา่ การศึกษาที่ไดร้ ับน้นั มีมาตรฐาน ตามท่ีูาานศึกษาไดป้ ระกนั คุณภาพไว้ ซ่ึงมาตรฐานท่ี 2 การจดั การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐานตามตวั บ่งช้ี ูาานศึกษาจะตอ้ ง พฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาดว้ ย
3 แนวคิด ทฤษฎที ีเ่ กยี่ วข้องกบั หลกั สูตรสถานศึกษา การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐาน (School-Based Management : SBM) การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐาน คืออะไร นกั วชิ าการศึกษาไดใ้ หค้ วามหมายของการบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเป็ นฐาน ดงั น้ี Cheng (1996: 4) กล่าวว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐาน ทาให้ผูท้ ่ีมีู่วนเก่ียวขอ้ ง ซ่ึงประกอบ ดว้ ย ผูบ้ ริหารูาานศึกษา ตวั แทนคณะครู ผูป้ กครอง ชุมชน ฯลฯ ซ่ึงมารวมตวั เป็ นคณะกรรมการูาานศึกษา ได้มี โอกาูจดั การศึกษาให้เป็ นไปตามความต้องการของผูเ้ รียน ผูป้ กครอง และชุมชน ู่งผลใหู้าานศึกษา มี ประูิทธิผลููงข้ึน และไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื David (1996: 4-5) กล่าววา่ การบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเป็ นฐาน เป็ นแนวทางหน่ึงของการปฏิรูป การศึกษา โดยการกระจายอานาจการจดั การศึกษาไปยงั ูาานศึกษาให้มากข้ึน โดยมีความเช่ือวา่ การให้ ูาานศึกษามีอานาจ หนา้ ท่ีมากข้ึนจะทาใหป้ ระูิทธิภาพของูาานศึกษาููงข้ึน มีความยดื หยนุ่ มากข้ึน และมี ผลผลิตดีข้ึน อุทยั บุญประเูริฐ (2543: ข-ค) กล่าวว่า การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐานเป็ นกลยุทธ์ในการ ปรับปรุง การศึกษาโดยเปล่ียนอานาจหน้าที่ในการตัดูินใจจากู่วนกลางไปยงั แต่ละโรงเรียน โดยให้ คณะกรรมการ โรงเรียนซ่ึงประกอบดว้ ย ผปู้ กครอง ครู ูมาชิกในชุมชน ผทู้ รงคุณวฒุ ิ ศิษยเ์ ก่า และผบู้ ริหาร โรงเรียนไดม้ ีอานาจใน การบริหารจดั การศึกษาในโรงเรียน มีหน้าท่ีและความรับผิดชอบในการตดั ูินใจ ที่เก่ียวข้องกับงบประมาณ บุคลากร และวชิ าการ โดยใหเ้ ป็นไปตามความตอ้ งการของนกั เรียน ผปู้ กครอง และชุมชน จากความหมายของการบริหาร โดยใชโ้ รงเรียนเป็นฐานดงั กล่าว ูรุปไดว้ า่ การบริหาร โดยใชโ้ รงเรียน เป็ น ฐาน เป็ นการกระจายอานาจการจดั การศึกษาจากู่วนกลางไปยงั ูาานศึกษาโดยตรง ใหู้าานศึกษามีหน้าท่ี มี อานาจหนา้ ที่และความรับผิดชอบในการตดั ูินใจท่ีเก่ียวขอ้ งกบั งบประมาณ บุคลากร และวิชาการ โดยให้ เป็ นไป ตามความตอ้ งการของผูเ้ รียน องค์กร และชุมชน อนั จะู่งผลให้การดาเนินงานจดั การศึกษาของ ูาานศึกษามี ประูิทธิผลููงข้ึน การบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็ นฐานมีหลกั การสาคัญอย่างไร อุทยั บุญประเูริฐ (2545: 189-191) ไดก้ ล่าวาึงหลกั การูาคญั ของการบริหารโดยใชโ้ รงเรียน เป็นฐานของ ไทย ดงั น้ีคือ 1. หลกั การกระจายอานาจ เป็นการกระจายอานาจการบริหารและการจดั การศึกษาไปยงั ูาานศึกษา ให้มาก ทีูุ่ด โดยมีความเชื่อวา่ โรงเรียนเป็ นหน่วยูาคญั ในการจดั การศึกษา ในการเปล่ียนแปลงและพฒั นา การศึกษาของ เด็ก 2. หลกั การมีู่วนร่วม เป็นการเปิ ดโอกาูใหผ้ ทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งและผมู้ ีู่วนไดู้ ่วนเูียไดม้ ีู่วนร่วมในการ บริหาร ร่วมตดั ูินใจและร่วมจดั การศึกษา ผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งและผมู้ ีู่วนไดู้ ่วนเูียท่ีูาคญั ไดแ้ ก่ ครู ผบู้ ริหาร ผปู้ กครอง ผแู้ ทนชุมชน ตวั แทนองคก์ รปกครองู่วนทอ้ งาิ่น ตวั แทนศิษยเ์ ก่า และตวั แทนนกั เรียน ฯลฯ การที่บุคคล ผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งและผทู้ ่ีมีู่วนไดู้ ่วนเูียไดม้ ีู่วนร่วมในการจดั การศึกษา จะเกิดความรูู้ึกเป็นเจา้ ของ และจะเตม็ ใจ และยนิ ดีร่วมรับผดิ ชอบในการจดั การศึกษามากข้ึน
4 3. หลกั การคืนอานาจจดั การศึกษาใหป้ ระชาชน ในอดีตตลอดระยะเวลาท่ีผา่ นมาการจดั การศึกษา จะเป็น แบบมีการรวมการจดั การศึกษาไปไวท้ ่ีู่วนกลาง เพื่อใหเ้ กิดเอกภาพและมาตรฐานทางการศึกษา แตเ่ ม่ือ ความ เจริญกา้ วหนา้ ต่าง ๆ รุดหนา้ ไปอยา่ งรวดเร็ว คนมีการศึกษามากข้ึน ูังคมเปลี่ยนแปลงไปมากและ คอ่ นขา้ งรวดเร็ว การจดั การศึกษาโดยู่วนกลางเร่ิมมีขอ้ จากดั เกิดความล่าชา้ และไม่ตอบูนองความตอ้ งการ ของผเู้ รียนและชุมชน อยา่ งแทจ้ ริง จึงตอ้ งใหอ้ านาจคืนูู่ทอ้ งา่ิน ูู่ผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งและผมู้ ีู่วนไดู้ ่วนเูียและ ประชาชน ใหไ้ ดม้ ีบทบาทจดั การศึกษามากข้ึน 4. หลกั การบริหารจดั การตนเอง เน่ืองจากระบบการจดั การศึกษาโดยทว่ั ไปน้นั มกั จะกาหนดให้ โรงเรียน เป็นหน่วยปฏิบตั ิตามนโยบายของู่วนกลางเป็นหลกั ในแทบทุกเรื่อง โรงเรียนไมม่ ีอานาจอยา่ งแทจ้ ริง ในการ บริหารจดั การดว้ ยตนเองเลย การบริหารโดยใชโ้ รงเรียนเป็ นฐานน้นั มีความเช่ือวา่ วธิ ีการทางานใหบ้ รรลุ เป้าหมาย น้นั ทาไดห้ ลายวธิ ี และาา้ ู่วนกลางทาหนา้ ท่ีเพียงแต่กาหนดนโยบายและเป้าหมายแลว้ ปล่อยให้ โรงเรียนมีระบบ การบริหารดว้ ยตนเอง โดยใหโ้ รงเรียนมีอานาจ หนา้ ท่ี และความรับผดิ ชอบในการดาเนินงานได้ ูามาราดาเนินการ ไดด้ ว้ ยวธิ ีการท่ีแตกตา่ งกนั ไดแ้ ลว้ แต่ความพร้อมและูาานการณ์ของโรงเรียน ผลที่ไดน้ ่าจะ มีประูิทธิภาพููง กวา่ เดิม ที่ทุกอยา่ งาูกกาหนดมาจากู่วนกลาง ไม่วา่ จะโดยทางตรงหรือทางออ้ ม การบริหารทใ่ี ช้โรงเรียนเป็ นฐานมรี ูปแบบอย่างไร อุทยั บุญประเูริฐ (2543: จ) ไดก้ ล่าวาึง รูปแบบการบริหารที่ใชโ้ รงเรียนเป็นฐาน ดงั น้ีคือ 1. รูปแบบท่ีมีผบู้ ริหารเป็นหลกั (administration Control SBM) ผบู้ ริหารเป็ นประธานคณะกรรมการ ู่วน กรรมการอื่น ๆ ไดม้ าจากการเลือกต้งั หรือคดั มาจากกลุ่มผปู้ กครอง ครู และชุมชน คณะกรรมการมีบทบาท ให้ คาปรึกษา แต่อานาจการตดั ูินใจยงั คงอยทู่ ่ีผบู้ ริหารโรงเรียน 2. รูปแบบท่ีมีครูเป็นหลกั (professional control SBM) เกิดแนวคิดวา่ ครูเป็ นผใู้ กลช้ ิดนกั เรียน มากทีูุ่ด ยอ่ ม รู้ปัญหาไดด้ ีกวา่ และูามาราแกป้ ัญหาไดต้ รงจุด ตวั แทนคณะครูมีบทบาทท่ีมากทีูุ่ด ในคณะกรรมการโรงเรียน ผบู้ ริหารยงั คงเป็นประธานคณะกรรมการโรงเรียน บทบาทของคณะกรรมการโรงเรียน เป็นคณะกรรมการบริหาร 3. รูปแบบที่ชุมชนมีบทบาทหลกั (community Control SBM) แนวคิดูาคญั คือ การจดั การศึกษา ควร ตอบูนองความตอ้ งการและคา่ นิยมของผปู้ กครองและชุมชนมากทีูุ่ด ตวั แทนของผปู้ กครองและชุมชน เป็ น ประธานคณะกรรมการ โดยมีผบู้ ริหารเป็นกรรมการและเลขานุการ บทบาทหนา้ ที่ของคณะกรรมการ โรงเรียนเป็น คณะกรรมการบริหาร 4. รูปแบบที่ครูและชุมชนมีบทบาทหลกั (professional-community control SBM) แนวคิดเรื่องน้ี เชื่อวา่ ท้งั ครูและผปู้ กครองตา่ งมีความูาคญั ในการจดั การศึกษาให้แก่เด็ก เนื่องจากท้งั 2 กลุ่มตา่ งอยใู่ กลช้ ิด กนั มากทีูุ่ด รับรู้ ปัญหาและความตอ้ งการไดด้ ีทีูุ่ด ูดั ู่วนของครูและผปู้ กครองในคณะกรรมการโรงเรียน จะมีเท่ากนั แต่มากกวา่ ตวั แทนกลุ่มอ่ืน ผบู้ ริหารโรงเรียนเป็นประธาน บทบาทหนา้ ท่ีของคณะกรรมการโรงเรียน เป็ นคณะกรรมการการบริ หาร
5 การพฒั นาหลกั สูตร (Curriculum Development) หลกั สูตรคืออะไร คาวา่ “Curriculum” มาจากภาษาลาติน หมายาึง “race course” หรือูนามแขง่ เพราะในการศึกษา มีการ แขง่ ขนั ไปูู่หลกั ชยั และไดร้ ับวฒุ ิบตั รหรือปริญญาบตั รเป็ นรางวลั (เูาวพร เมืองแกว้ , 2538: 21) นักการศึกษาได้ให้ความหมายของหลกั สูตรต่าง ๆ กนั ดงั นี้ ใจทิพย์ เช้ือรัตนพงษ์ (2539; 3) กล่าววา่ หลกั ููตร คือ รายวชิ าหรือเน้ือหาที่เรียน จุดมุง่ หมายท่ี ผเู้ รียนพึง บรรลุ แผนูาหรับจดั โอกาูการเรียนรู้ หรือประูบการณ์ท่ีคาดหวงั แก่นกั เรียน ประูบการณ์ท้งั ปวง ของผเู้ รียนที่ จดั โดยโรงเรียน และกิจกรรมทางการศึกษาท่ีจดั ใหก้ บั ผเู้ รียน Good (1973: 522) ไดใ้ หค้ วามหมายหลกั ููตรไว้ 3 ความหมายดงั น้ี (1) เน้ือหาวชิ าท่ีจดั ไวเ้ ป็น ระบบให้ ผเู้ รียนไดศ้ ึกษา เพื่อใหู้ าเร็จหรือรับประกาศนียบตั ร ในูาขาวชิ าใดวชิ าหน่ึง (2) เคา้ โครงทวั่ ไป หรือเคา้ โครง เฉพาะ ซ่ึงทางโรงเรียนจดั ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนเพอ่ื รับประกาศนียบตั ร หรือูามาราเรียนต่อในทาง อาชีพตอ่ ไป และ (3) กลุ่มวชิ าและประูบการณ์ต่าง ๆ ที่กาหนดไวใ้ หผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนภายใตก้ ารแนะนาของ โรงเรียนหรือ ูาาบนั การศึกษาคอยแนะแนวทางใหค้ าปรึกษา ความหมายของหลกั ููตร ในขอ้ น้ี หมายาึง หลกั ููตรท้งั ฉบบั ซ่ึง ประกอบดว้ ยเน้ือหาวชิ าู่วนหน่ึงและการจดั ประูบการณ์ใหอ้ ีกู่วนหน่ึง จากความหมายดงั กล่าวูรุปไดว้ า่ หลกั ููตร หมายาึง ประูบการณ์ในการเรียนรู้ และกิจกรรม ทาง การศึกษาที่จดั ใหก้ บั ผเู้ รียนท่ีจดั โดยูาาบนั เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนไดบ้ รรลุเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ ตามความูามารา ของ ผเู้ รียน หลกั สูตรมีความสาคญั อย่างไร หลกั ููตรมีความูาคญั ต่อกระบวนการจดั การเรียนรู้ ดงั ท่ี นกั การศึกษาและนกั วชิ าการไดใ้ หค้ วามูาคญั ของหลกั ููตรไว้ ดงั น้ี ใจทิพย์ เช้ือรัตนพงษ์ (2539: 11) กล่าวาึงความูาคญั ของหลกั ููตร วา่ หลกั ููตรเป็นเคร่ืองมือ ในการแปล จุดมุ่งหมายและนโยบายทางการศึกษาของชาติูู่การปฏิบตั ิในูาาบนั การศึกษาในระดบั ตา่ ง ๆ หลกั ููตรจะเป็น เูมือนหางเูือที่จะคอยกาหนดทิศทางใหก้ ารเรียนการูอนเป็ นไปตามจุดมุ่งหมายของการศึกษา หรือกล่าวอีกนยั หน่ึงคือ หลกั ููตรเป็นเคร่ืองช้ีนาทางในการจดั ความรู้ และประูบการณ์แก่ผเู้ รียนซ่ึงครูจะตอ้ ง ปฏิบตั ิตาม เพ่อื ให้ ผเู้ รียนไดร้ ับการศึกษาที่มุ่งูู่จุดหมายเดียวกนั หลกั ููตรจึงเป็นเป็นหวั ใจูาคญั ของการศึกษา และเป็นเคร่ืองช้ีความ เจริญของชาติ าา้ ประเทศใดมีหลกั ููตรท่ีเหมาะูม ทนั ูมยั และมีประูิทธิภาพ คนใน ประเทศน้นั ก็ยอ่ มมีความรู้ และศกั ยภาพในการพฒั นาประเทศไดอ้ ยา่ งเตม็ ที่ อาภา บุญช่วย (2537: 17-18) ไดู้ รุปความูาคญั ของหลกั ููตรไวด้ งั น้ี 1. เป็นเอกูารของทางราชการ หรือเป็ นบญั ญตั ิของทางรัฐบาล เพอื่ ใหบ้ ุคคลที่ทาหนา้ ที่เก่ียวกบั การศึกษา ปฏิบตั ิ ไมว่ า่ จะเป็นูาาบนั การศึกษาของรัฐบาลหรือเอกชน ดงั น้นั หลกั ููตรจึงเปรียบเูมือน “คาูัง่ ” หรือ “ขอ้ บงั คบั ” ของทางราชการชนิดหน่ึงนนั่ เอง 2. เป็นเกณฑม์ าตรฐานทางการศึกษาเพอ่ื ควบคุมการเรียนการูอนในูาาบนั การศึกษาในระดบั ตา่ ง ๆ รวมท้งั เป็ นเกณฑม์ าตรฐานอยา่ งหน่ึงในการที่จะจดั ูรรงบประมาณ บุคลากร อาคารูาานท่ี และวูั ดุอุปกรณ์ ทาง การศึกษาของรัฐบาลใหแ้ ก่โรงเรียน
6 3. เป็นแผนการดาเนินงานของนกั บริหารการศึกษา ท่ีจะตอ้ งอานวยการควบคุมดูแลและติดตาม ประเมินผล ใหเ้ ป็นไปตามนโยบายการจดั การศึกษาของรัฐบาล 4. เป็นแผนการปฏิบตั ิงาน หรือเคร่ืองช้ีนาทางในการปฏิบตั ิงานของครู เพราะหลกั ููตรจะเูนอแนะ จุดมุง่ หมายการจดั กิจกรรมการเรียนการูอนและการประเมินผลการเรียนการูอน ซ่ึงครูควรจะปฏิบตั ิอยา่ ง จริงจงั 5. เป็นเครื่องมือของรัฐ ในอนั ที่จะพฒั นาคนและพฒั นากาลงั คน ซ่ึงจะเป็นตวั จกั รูาคญั ในการพฒั นา เศรษฐกิจและูงั คมแห่งชาติตามแผนของรัฐบาล 6. เป็นเครื่องช้ีาึงความเจริญของชาติ เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพฒั นาคน าา้ ประเทศชาติใด มี หลกั ููตรท่ีเหมาะูม ทนั ูมยั และมีประูิทธิภาพ ก็จะทาใหค้ นในประเทศของตนมีคุณภาพ จากความูาคญั ของหลกั ููตรดงั กล่าวูรุปไดว้ า่ หลกั ููตรมีความูาคญั ตอ่ การจดั การศึกษา เป็นูิ่งที่ กาหนด จุดมุ่งหมาย เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู้ ูื่อการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล เพ่ือใชเ้ ป็ นแนวทาง การจดั การศึกษาที่ มีคุณภาพ โดยมุ่งใหผ้ ูเ้ รียนมีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณลกั ษณะท่ีพึงประูงคข์ อง ประเทศชาติ หลกั สูตรมีกป่ี ระเภท ูมนึก ธาตุทอง และ นุชนารา ธาตุทอง (2545: 12-13) ไดอ้ ธิบายลกั ษณะของหลกั ููตรแบบตา่ ง ๆ ดงั น้ี 1. หลกั ููตรเน้ือหาวชิ า (Subject curriculum or subject centered curriculum) เป็นหลกั ููตร ท่ีเนน้ เน้ือหา ความรู้เป็ นหลกั ประกอบดว้ ยเน้ือหาูาระทีู่าคญั ไดแ้ ก่ ความคิดรวบยอด ทกั ษะ กฎเกณฑ์ หลกั เกณฑต์ ่าง ๆ เนน้ ท่ี ผลการเรียนจากเน้ือหาูาระอยา่ งเดียว ผเู้ รียนทุกคนตอ้ งเรียนรู้ทุกูิ่งทุกอยา่ งเหมือนกนั ไม่คานึงาึงความแตกตา่ ง ระหวา่ งบุคคล ไม่ไดเ้ นน้ ที่ความูนใจหรือความตอ้ งการของผเู้ รียน แตเ่ นน้ ที่ทฤษฎี และการา่ายทอดเน้ือหาวชิ า มากกวา่ การนาไปใช้ การทาขอ้ ูอบจึงมีความูาคญั มากกวา่ การนาไปใชใ้ นชีวติ จริง 2. หลกั ููตรหมวดวชิ า (broad-field curriculum) เป็นหลกั ููตรรวบรวมศาูตร์และวชิ าต่าง ๆ ที่มี เน้ือหา ูาระใกลเ้ คียงกนั เขา้ ไวใ้ นหมวดวชิ าใหม่ เช่น หมวดวชิ าภาษาจะรวมภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เขา้ ดว้ ยกนั ประกอบดว้ ย วรรณคดี การอ่าน การู่ือูาร การใชภ้ าษา หลกั ภาษา ตวั อยา่ งของหลกั ููตรรวมวชิ า จะเห็นไดช้ ดั เจน ในหลกั ููตรการศึกษาปี 2530 ท้งั ในระดบั ประามศึกษาและมธั ยมศึกษา 3. หลกั ููตรูัมพนั ธ์ (core curriculum) เป็นหลกั ููตรที่ผูมผูานเน้ือหาวชิ าตา่ ง ๆ ท่ีใกลเ้ คียงกนั อยกู่ บั หมวดหมู่เดียวกนั เนน้ วธิ ีการแกป้ ัญหา ซ่ึงจะเป็นปัญหาของบุคคลหรือู่วนรวมก็ได้ จะใชเ้ วลาเรียน ติดต่อกนั ในแต่ ละคร้ังประมาณ 2-3 ชว่ั โมง โดยครูเป็นผคู้ อยใหค้ าแนะนา เป็นที่ปรึกษา ซ่ึงการเรียนการูอน แบบหน่วย และมีการ จดั ทาหน่วยการเรียนรู้หลาย ๆ หน่วย เนน้ การบูรณาการ 4. หลกั ููตรูหูัมพนั ธ์ (correlated curriculum) เป็นหลกั ููตรท่ีมีความูัมพนั ธ์กนั ในหมวดวชิ าหรือ ระหวา่ งวชิ า มีความูอดคลอ้ งต่อเนื่อง เช่ือมโยงกนั ไม่ขาดตอน เช่น วรรณคดีกบั ประวตั ิศาูตร์ คณิตศาูตร์ กบั วทิ ยาศาูตร์ เป็นตน้ 5. หลกั ููตรประูบการณ์ (experience curriculum) หรือ หลกั ููตรที่ยดึ ผเู้ รียนเป็ นูาคญั (childcentered curriculum) หรือหลกั ููตรยดึ การดารงชีวติ (area of living design) มีลกั ษณะที่คลา้ ยกนั กล่าวคือ การจดั เน้ือหาูาระ กิจกรรมการเรียนรู้ หรือประูบการณ์ใด ๆ ก็ตาม ตอ้ งจดั ข้ึนเพอื่ ูนองความตอ้ งการของ ผเู้ รียน เพ่ือใหม้ ีความเจริญ งอกงามในทุก ๆ ดา้ น มีความูอดคลอ้ งกบั ูภาพความเป็นจริงของการดารงชีวิต โดยผเู้ รียนมีบทบาทมีู่วนร่วมใน
7 การเลือกหากิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็ นประโยชน์ และตรงกบั จุดหมายใน หลกั ููตร ลกั ษณะการร่วมกิจกรรมจะตอ้ ง อยบู่ นพ้ืนฐานความานดั ความูนใจของผเู้ รียน เรียนรู้ดว้ ยการ แกป้ ัญหาและูามารานาไปใชใ้ นชีวติ จริงได้ 6. หลกั ููตรบูรณาการ (integrated curriculum) เป็นหลกั ููตรท่ีรวมประูบการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั ซ่ึงคดั เลือกมาจากหลายวชิ า แลว้ จดั เป็นกลุ่มหรือหมวดหมู่ของประูบการณ์ เป็นการบูรณาการ เขา้ ดว้ ยกนั เพือ่ ช่วยใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับประูบการณ์ูมั พนั ธ์และต่อเน่ือง มีคุณคา่ ต่อการดาเนินชีวติ จะเห็นได้ ชดั เจนในหลกั ููตร ประามศึกษา พทุ ธศกั ราช 2521 ซ่ึงเป็นหลกั ููตรที่ใหค้ วามูาคญั กบั ผเู้ รียน โดยนาวชิ า หรือเร่ืองราวตา่ ง ๆ ที่เรียกวา่ “มวลประูบการณ์” มาจดั กลุ่มเพ่อื ูร้างเูริมใหผ้ เู้ รียนมีความเจริญงอกงาม ไดแ้ ก่ กลุ่มทกั ษะที่เป็นเคร่ืองมือการ เรียนรู้ กลุ่มูร้างเูริมประูบการณ์ชีวติ กลุ่มูร้างเูริมลกั ษณะนิูยั กลุ่มการงานและพ้ืนฐานอาชีพ และกลุ่ม ประูบการณ์พิเศษ 7. หลกั ููตรแบบอิงมาตรฐาน (Standard-based curriculum) หลกั ููตรแบบอิงมาตรฐานเป็นหลกั ููตร ที่มี การกาหนดมาตรฐานเชิงเน้ือหา (Content standard) อยา่ งชดั เจน จากผเู้ ช่ียวชาญแตล่ ะูาขา Jons S. Kendall and Robert J. Marzano (1996 อา้ งาึงใน ูมนึก ธาตุทอง และ นุชนารา ธาตุทอง, 2545: 13) ไดอ้ ธิบายไวว้ า่ มาตรฐาน เน้ือหาแูดงใหเ้ ห็นวา่ ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้อะไรและมีความูามาราท่ีจะกระทาได้ โดยที่ มาตรฐานการปฏิบตั ิได้ (performance standard) ทาใหม้ ีความชดั เจน คือ ระดบั ของประูิทธิภาพท่ีคาดหวงั ตามมาตรฐานเน้ือหา หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษา ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป็นหลกั ููตรแบบอิงมาตรฐาน ท่ีแูดง ใหเ้ ห็นวา่ ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้อะไรและมีความูามาราที่จะ กระทาได้
8 หลกั สูตรมอี งค์ประกอบอย่างไร นกั การศึกษา ไดก้ ล่าวาึงองคป์ ระกอบของหลกั ููตร ดงั น้ี ธารง บวั ศรี (2531: 7-8) กล่าววา่ หลกั ููตรน้นั มีองคป์ ระกอบทีู่าคญั และขาดไมไ่ ดอ้ ยา่ งนอ้ ย 6 อยา่ งคือ จุดมุง่ หมายของหลกั ููตร จุดประูงคข์ องการเรียนการูอน เน้ือหาูาระ และประูบการณ์ ยทุ ธศาูตร์การเรียน การูอน วูั ดุอุปกรณ์และูื่อการเรียนการูอน วชิ ยั ดิููระ (2535: 11) กล่าววา่ หลกั ููตรประกอบดว้ ย 1. หลกั ููตรแมบ่ ท ไดแ้ ก่ ขอ้ กาหนดของกระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงประกอบดว้ ยจุดหมายและแนวทาง ของ การศึกษา โครงูร้างของเน้ือหาูาระ ประกอบดว้ ยหมวดวชิ าหรือกลุ่มวชิ าเน้ือหาวชิ าเป็นหวั ขอ้ ูาคญั ๆ อตั ราเวลา เรียน และแนวทางการูอน ตลอดจนการประเมินผลการเรียน 2. เอกูารและวูั ดุอุปกรณ์การเรียนการูอน ไดแ้ ก่ เอกูารและอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ที่ครูใชู้ อนและ ผเู้ รียนใช้ เรียน เช่น คู่มือครู แผนการูอน โครงการูอน หนงั ูืออา่ นเพิม่ เติม แบบฝึกหดั ฯลฯ และวูั ดุ อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ูิ่งเหล่าน้ีาือวา่ เป็นู่วนหน่ึงของหลกั ููตร 3. กิจกรรมการเรียน ไดแ้ ก่ การดาเนินการต่าง ๆ ในโรงเรียน ท้งั ของครูและผเู้ รียน เช่น การูอน ใหผ้ เู้ รียน คน้ ควา้ อภิปราย การอบรม การบรรยาย การูาธิต การปฏิบตั ิ ฯลฯ ตลอดท้งั การจดั กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีครูและผบู้ ริหาร การศึกษา เป็นผปู้ ฏิบตั ิใหู้ อดคลอ้ งกบั แนวทางและจุดหมายในหลกั ููตรแมบ่ ท 4. การประเมินผล ไดแ้ ก่ หลกั การของการประเมิน กระบวนการวดั ตา่ ง ๆ พร้อมท้งั เครื่องวดั และ แบบฟอร์มในการประเมินผลการศึกษาเพื่อที่จะรู้วา่ ผเู้ รียนคนใดมีการเปล่ียนแปลงหรือมีความเจริญงอกงาม ในดา้ น ตา่ ง ๆ ข้ึนหรือไม่เพยี งใด เม่ือทราบแลว้ จะไดพ้ ิจารณาาึงเกณฑท์ ี่ตอ้ งการหรือไม่ าา้ ไมา่ ึงจะไดห้ าทาง ปรับปรุง แกไ้ ขเพอื่ ใหน้ กั เรียนผนู้ ้นั บรรลุจุดมุง่ หมายตามที่ต้งั ไว้ Beauchamp (1975: 107-109) กล่าววา่ องคป์ ระกอบูาคญั ซ่ึงจะตอ้ งเขียนไวใ้ นเอกูารหลกั ููตร มี 4 ประการ คือ เน้ือหาูาระและวธิ ีการจดั จุดมุ่งหมายทวั่ ไปและจุดมุง่ หมายเฉพาะ แนวการนาหลกั ููตร ไปใชู้ อน และการประเมินผล Saylor and Alexander (1974: 189) กล่าววา่ องคป์ ระกอบของหลกั ููตร ไดแ้ ก่ ความมุ่งหมายของ การศึกษา การจดั เน้ือหาวชิ า กิจกรรมการเรียนการูอน และการประเมินผล Taba (1962: 1) ไดก้ ล่าวาึงองคป์ ระกอบของหลกั ููตรวา่ หลกั ููตร ไม่วา่ จะมีรูปแบบใด จะมี องคป์ ระกอบ อยา่ งนอ้ ยทีูุ่ด 4 อยา่ งคือ วตั าุประูงคท์ ว่ั ไปและวตั าุประูงคเ์ ฉพาะวชิ า เน้ือหาวชิ าและ จานวนชวั่ โมงูาหรับการ ูอนแต่ละวชิ า กระบวนการเรียนการูอนหรือการนาหลกั ููตรไปใช้ และโครงการ ประเมินผลตามหลกั ููตร จากแนวคิดขององคป์ ระกอบของหลกั ููตรท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ ูรุปไดว้ า่ องคป์ ระกอบของหลกั ููตร ควร ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบทีู่าคญั คือ วตั าุประูงค์ เน้ือหา การจดั การเรียนรู้ การวดั และประเมินผล หลกั ููตร ควรประกอบดว้ ย @ วตั าุประูงค์ 8 เน้ือหา 8 การจดั การเรียนรู้ และ 4) การวดั และประเมินผล
9 หลกั สูตรสถานศึกษา หลกั ููตรูาานศึกษา (School-Based Curriculum) คืออะไร ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (2551: 1) ไดใ้ หค้ วามหมายของ หลกั ููตร ูาานศึกษา ไวว้ า่ หลกั ููตรูาานศึกษา หมายาึง แผนหรือแนวทางหรือขอ้ กาหนดของการจดั การ การศึกษาท่ีจะ พฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ความูามารา ซ่ึงจดั ทาโดยคณะบุคคลของูาานศึกษาและผเู้ ก่ียวขอ้ ง เพอ่ื พฒั นาผเู้ รียน และชุมชน ูงั คม ใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และู่งเูริมใหผ้ เู้ รียนรู้จกั ตนเอง มีชีวติ อยใู่ นชุมชน ูังคม อยา่ งมีความูุขซ่ึงตอ้ งไม่ขดั ตอ่ ความมน่ั คงของชาติ และูิทธิมนุษยชน การพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษามรี ูปแบบอย่างไร ในการพฒั นาหลกั ููตร มีรูปแบบท่ีคลา้ ยคลึงกนั นกั การศึกษาไดเ้ ูนอรูปแบบการพฒั นาหลกั ููตร ดงั น้ี Tyler (1949: 2) ไดเ้ ูนอรูปแบบการพฒั นาหลกั ููตร โดยต้งั คาาามไว้ 4 ขอ้ คือ 1. มีวตั าุประูงคท์ างการศึกษาอะไรบา้ งท่ีโรงเรียนตอ้ งจดั ใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับ 2. มีประูบการณ์ทางการศึกษาอะไรบา้ งที่จะทาใหบ้ รรลุวตั าุประูงคเ์ หล่าน้ี 3. จะจดั ประูบการณ์ทางการศึกษาเหล่าน้ีใหม้ ีประูิทธิภาพไดอ้ ยา่ งไร 4. จะพิจารณาไดอ้ ยา่ งไรวา่ วตั าุประูงคท์ ่ีกาหนดไวน้ ้นั ไดบ้ รรลุแลว้ Taba (1962: 345-399) ไดเ้ ูนอแนวคิดในการพฒั นาหลกั ููตรไว้ ดงั น้ี 1. จาแนกความตอ้ งการ (diagnosis of need) เป็นการวเิ คราะห์ูภาพ ปัญหา และความตอ้ งการ โดย การ ูารวจปัญหาและความตอ้ งการ รวมท้งั ความจาเป็ นต่าง ๆ ของูังคมเพ่อื นามาเป็นแนวทางในการกาหนด จุดมุง่ หมาย 2. การกาหนดจุดมุง่ หมาย (formulation of objectives) โดยพจิ ารณาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการวิเคราะห์ ูภาพ ปัญหาและความตอ้ งการ เพอื่ นามาพจิ ารณาจดั การศึกษาใหเ้ ป็นไปตามความตอ้ งการ และเป็นการแกป้ ัญหา ท่ีเกิดข้ึน โดยใชค้ าวา่ เป้าหมาย (goal) และจุดมุง่ หมาย (objectives) 3. การคดั เลือกเน้ือหาวชิ า (selection of content) โดยคดั เลือกเน้ือหาความรู้ท่ีจะตอ้ งนามากาหนดให้ ผเู้ รียน เกิดการเรียนรู้ตามความตอ้ งการ และความจาเป็นของูงั คมโดยพจิ ารณาจากจุดมุ่งหมาย ซ่ึงูอดคลอ้ งกนั ระหวา่ ง เน้ือหา และจุดมุง่ หมาย 4. การจดั รวบรวมเน้ือหา (organization of content) โดยพิจารณาจากความยากง่ายของูาระวชิ า วฒุ ิภาวะ ความพร้อมของผเู้ รียน 5. การคดั เลือกประูบการณ์การเรียนรู้ (selection of learning experience) เพ่ือนามาเูริมเน้ือหาวชิ า ท่ีตอ้ ง นามาูอนและกระบวนการเรียนรู้ใหู้ มบูรณ์ยง่ิ ข้ึน โดยพิจารณาใหู้ อดคลอ้ งกบั จุดมุ่งหมาย 6. การจดั รวบรวมกระบวนการเรียนรู้ (organization of learning activities) โดยพิจารณาวา่ ในการ ดาเนินการจดั กิจกรรมการเรียน ตลอดจนความเชื่อมโยงและจดั ลาดบั กิจกรรมใหม้ ีความูอดคลอ้ งกนั
10 7. การพจิ ารณาาึงวธิ ีการและแนวทาง (determination of what to evaluate and of the ways and means of doing it) การประเมินผลเป็ นการประเมินข้นั ูุดทา้ ย เป็นการประเมินผลประูิทธิภาพของหลกั ููตร วา่ ผเู้ รียนมี พฤติกรรมเปล่ียนแปลงไปตามจุดมุง่ หมายที่กาหนดไวห้ รือไม่ และมีความเหมาะูมเพียงใด และ กาหนดดว้ ยวา่ จะ ใชว้ ธิ ีประเมินผลอยา่ งไร มีอะไรช่วยในการประเมิน Saylor and Alexander (1974: 27) ไดเ้ ูนอแนวคิดในการพฒั นาหลกั ููตรไว้ ดงั น้ี 1. การศึกษาตวั แปรตา่ ง ๆ จากภายนอก ไดแ้ ก่ ภูมิหลงั ของผเู้ รียน ูังคม ธรรมชาติของการเรียนรู้ แผนการ ศึกษาชาติ ทรัพยากรและความูะดวกูบายในการพฒั นาหลกั ููตร และคาแนะนาจากผปู้ ระกอบอาชีพ 2. การกาหนดความมุ่งหมายและวตั าุประูงค์ 3. การนาหลกั ููตรไปใช้ 4. การประเมินผล จากท่ีกล่าวมาูรุปไดว้ า่ รูปแบบการพฒั นาหลกั ููตร มี 6 ข้นั ตอนคือ 1) การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ผเู้ รียน ูังคม และปรัชญาการศึกษา 2) การกาหนดจุดมุ่งหมายของหลกั ููตร 3) การกาหนดเน้ือหาูาระและ ประูบการณ์ การเรียนรู้ 4) การนาหลกั ููตรไปใช้ 5) การประเมินผลหลกั ููตร 6) การปรับปรุงหรือเปล่ียนแปลง หลกั ููตร ผู้พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาคือใคร ในการดาเนินการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา ูาานศึกษาทุกแห่ง จะตอ้ งแตง่ ต้งั คณะกรรมการบริหาร หลกั ููตรและงานวชิ าการข้ึน ซ่ึงคณะกรรมการดงั กล่าว ควรจะประกอบดว้ ย 1. ผบู้ ริหารูาานศึกษา 2. หวั หนา้ หมวดวชิ าหรือกลุ่มวชิ า 3. หวั หนา้ งานแนะแนว 4. หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผล 5. ผชู้ ่วยผบู้ ริหารฝ่ ายวชิ าการ 6. ผเู้ ช่ียวชาญเฉพาะูาขา ผทู้ รงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาทอ้ งา่ิน 7. ครูผูู้ อน ศึกษานิเทศก์ 8. ผแู้ ทนผปู้ กครอง 9. ผแู้ ทนองคก์ รชุมชน 10. ผแู้ ทนองคก์ รปกครองู่วนทอ้ งาิ่น 11. ผแู้ ทนศิษยเ์ ก่า บทบาทของคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและงานวชิ าการ ควรมีดงั นี้ 1. ร่วมกนั กาหนดนโยบายและวางแผนดาเนินงานวชิ าการ 2. ร่วมกนั กาหนดรูปแบบและข้นั ตอนการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา 3. ร่วมกนั ศึกษาูภาพ ปัญหา และวเิ คราะห์ขอ้ มูล เพื่อจดั ทาหลกั ููตรูาานศึกษา
11 4. ร่วมกนั กาหนดจุดหมาย หลกั การ โครงูร้าง ูาระการเรียนรู้ของหลกั ููตรูาานศึกษา ซ่ึงจะตอ้ ง ูอดคลอ้ งและเป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการจดั การศึกษานอกโรงเรียน 5. จดั ทาคู่มือการบริหารหลกั ููตรและงานวชิ าการูาานศึกษา 6. ประูานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องคก์ รตา่ ง ๆ และชุมชน เพ่อื ใหก้ ารใชห้ ลกั ููตร เป็นไปอยา่ ง มีประูิทธิภาพและมีคุณภาพ 7. นิเทศ ติดตามผล ตรวจูอบผลูาเร็จหรือปัญหาอุปูรรคในการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา เมื่อคณะกรรมการบริหารหลกั ููตรและงานวชิ าการ ไดพ้ ฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาเูร็จเรียบร้อยแลว้ จะตอ้ งนาเูนอ ขออนุมตั ิหลกั ููตรกบั คณะกรรมการูาานศึกษาก่อนนาไปใช้ (กรมการศึกษานอกโรงเรียน, 2546: 7-8) เมื่อูาานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลกั ููตรและงานวชิ าการ พฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาเูร็จเรียบร้อยแลว้ ก่อนจะนาไปใช้ ูาานศึกษาจะตอ้ ง ขออนุมตั ิหลกั ููตรกบั คณะกรรมการูาานศึกษา
12 การพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ประกอบดว้ ย หลกั การ จุดหมาย โครงูร้างหลกั ููตร การจดั หลกั ููตร การจดั การศึกษาูาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ูาระและมาตรฐาน การ เรียนรู้ วธิ ีการจดั การเรียนรู้ การจดั กระบวนการเรียนรู้ ู่ือการเรียนรู้ การเทียบโอน การวดั และประเมินผล การเรียน การจบหลกั ููตร เอกูารหลกั ฐานการศึกษา และการบริหารหลกั ููตร ในการดาเนินงานจดั การศึกษา ตามหลกั ููตร การศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ภารกิจท่ีูาคญั ของูาานศึกษา คือ การพฒั นา หลกั ููตรูาานศึกษา โดยกาหนดูาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวิตใหเ้ ป็นไปตาม ท่ีกาหนดตาม โครงูร้างหลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ดงั น้ี โครงสร้างหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 จานวนหน่วยกติ ที่ สาระการเรียนรู้ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มธั ยมศึกษาตอนปลาย วชิ าบงั คบั วชิ าเลือก วชิ าบงั คบั วชิ าเลือก วชิ าบังคบั วชิ าเลือก 1 ูาระทกั ษะการเรียนรู้ 5 5 5 2 ูาระความรู้พ้ืนฐาน 12 16 20 3 ูาระการประกอบอาชีพ 8 8 8 4 ูาระทกั ษะการดาเนินชีวิต 5 5 5 5 ูาระการพฒั นาูังคม 6 6 6 รวม 36 12 40 16 44 32 48 หน่วยกติ 56 หน่วยกติ 76 หน่วยกติ กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ ไม่นอ้ ยกวา่ 200 ชว่ั โมง ไม่นอ้ ยกวา่ 200 ชวั่ โมง ไมน่ อ้ ยกวา่ 200 ชวั่ โมง หมายเหตุ วชิ าเลือกในแตล่ ะระดบั ูาานศึกษาตอ้ งจดั ให้ผเู้ รียน เรียนรู้จากการทาโครงงาน จานวนอยา่ งนอ้ ย 3 หน่วยกิต การพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาตามหลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เป็นการดาเนินงานร่วมกนั ระหวา่ งูาานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย โดยยดึ หลกั ููตร การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เป็นฐานเพ่ือพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความูามารา ในการเรียนรู้ ูอดคลอ้ ง กบั เป้าหมายการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ และชุมชน ใหเ้ ป็นไปตามปรัชญา “คิดเป็น และวูิ ัยทศั น์ของูาานศึกษา ดว้ ยการวเิ คราะห์ูภาพปัญหา ความตอ้ งการการพฒั นาระดบั จงั หวดั อาเภอ และชุมชน เพือ่ กาหนดทิศทางการจดั การศึกษาท่ีจะนาไปูู่การจดั ทาแผนการเรียนรู้ท่ีเหมาะูมตอ่ ไป
13 ทศิ ทางการจัดการศึกษา ในการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา ูาานศึกษาควรกาหนดทิศทางการจดั การศึกษาเพื่อพฒั นาผเู้ รียน ตามที่ ผเู้ รียนตอ้ งการ และูอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการพฒั นาจงั หวดั อาเภอ และชุมชน โดยูาานศึกษาจะตอ้ ง ศึกษา เอกูารที่เก่ียวขอ้ ง ดงั น้ี 1. หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 2. เอกูารูาระการเรียนรู้ จานวน 5 ูาระ ดงั น้ี 2.1 ูาระทกั ษะการเรียนรู้ 2.2 ูาระความรู้พ้ืนฐาน (ภาษาไทย ภาษาตา่ งประเทศ คณิตศาูตร์ และวทิ ยาศาูตร์) 2.3 ูาระการประกอบอาชีพ 2.4 ูาระทกั ษะการดาเนินชีวติ 2.5 ูาระการพฒั นาูงั คม 3. เอกูารการดาเนินงาน จานวน 4 เล่ม ดงั น้ี 3.1 แนวทางการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษา 3.2 แนวทางการเทียบโอนผลการเรียน 3.3 คู่มือดาเนินงาน (การบริหารจดั การ แนวทางการจดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ (กพช.) การวดั และประเมินผลการเรียน) 3.4 แนวทางการจดั การเรียนรู้ 4. ขอ้ มูลความตอ้ งการพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ และชุมชนจากท่ีไดศ้ ึกษาเอกูารและขอ้ มูลที่กล่าวไว้ ขา้ งตน้ แลว้ น้นั ูาานศึกษากาหนดทิศทางการจดั การศึกษา โดยการพฒั นาหลกั ููตรูาานศึกษาท่ีตอบูนอง เป้าหมายของผูเ้ รียน การพฒั นาของจงั หวดั อาเภอ และชุมชน ใหู้ อดคลอ้ งกบั ปรัชญา “คิดเป็น องค์ประกอบของหลกั สูตรสถานศึกษา หลกั ููตรูาานศึกษา เป็นการกาหนดกรอบการจดั การศึกษาเพอื่ ใหเ้ ป็นทิศทางในการพฒั นาผเู้ รียน และ ชุมชน ูงั คม ดงั น้นั หลกั ููตรูาานศึกษาประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ ดงั น้ี 1. บริบทพ้ืนฐาน 2. ปรัชญา “คิดเป็น 3. วูิ ยั ทศั น์ 4. พนั ธกิจ 5. หลกั การ จุดหมายของหลกั ููตร 6. กลุ่มเป้าหมาย 7. กรอบโครงูร้าง 7.1 ระดบั การศึกษา 7.2 ูาระการเรียนรู้ 7.3 กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ 7.4 มาตรฐานการเรียนรู้
14 7.5 เวลาเรียน 7.6 หน่วยกิต 7.7 โครงูร้างหลกั ููตร 8. ูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 8.1 ทกั ษะการเรียนรู้ 8.2 ความรู้พ้ืนฐาน (ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ คณิตศาูตร์ และวทิ ยาศาูตร์) 8.3 การประกอบอาชีพ 8.4 ทกั ษะการดาเนินชีวติ 8.5 การพฒั นาูังคม 9. แผนการลงทะเบียนเรียนของูาานศึกษาตลอดหลกั ููตร 10. วธิ ีการจดั การเรียนรู้ 10.1 การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 10.2 การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม 10.3 การเรียนรู้แบบทางไกล 10.4 การเรียนรู้แบบช้นั เรียน 10.5 การเรียนรู้ในรูปแบบอ่ืน ๆ 11. การจดั กระบวนการเรียนรู้ 11.1 ูภาพปัญหา ความตอ้ งการ 11.2 แูวงหาขอ้ มูลและจดั การเรียนรู้ 11.3 นาไปประยกุ ตใ์ ช้ 11.4 ประเมินผลการเรียนรู้ 12. ูื่อการเรียนรู้ 13. การเทียบโอน 14. การวดั และประเมินผลการเรียน 15. การจบหลกั ููตร 16. เอกูารหลกั ฐานการศึกษา
15 หลกั สูตรสถานศึกษา ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 “ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น”
16 ข้อมูลพืน้ ฐานจงั หวดั เพชรบูรณ์ ประวตั คิ วามเป็ นมาของจังหวดั เพชรบูรณ์ จงั หวดั เพชรบูรณ์เป็ นเมืองโบราณ ที่ยงั ไมป่ รากฏหลกั ฐานชดั เจนวา่ โครงูร้างเมืองน้ีข้ึนเม่ือใดูมเด็จฯ กรม พระยาดารงราชานุภาพทรงวเิ คราะห์วา่ เพชรบูรณ์ูร้างข้ึนมา 2 ยคุ ในแห่งเดียวกนั วดั มหาธาตุและวดั โบราณเป็น หลกั ฐานยนื ยนั วา่ ยคุ แรกูร้างเมื่อ เมืองเหนือคือ กรุงูุโขทยั หรือ พิษณุโลกเป็นเมืองหลวง มีลาน้าอยกู่ ลางเมือง กาแพงเมืองกวา้ งยาวดา้ นละ 800 เมตร ยคุ ทีู่อง ูร้างในูมยั ูมเด็จพระนารายณ์ มหาราช มีป้อมและกาแพงก่อ ดว้ ยอิฐปูนศิลา แต่เลก็ และเต้ียกวา่ มีแม่น้าอยกู่ ลางเมือง กาแพงเมือง ขนาดเลก็ ลง ต้งั อยทู่ างป่ าดา้ นเหนือ เพ่ือป้องกนั ศตั รู ู่วนทางดา้ นใตเ้ ป็นไร่นา จากหลกั ฐานการคน้ พบซากโบราณูาาน และจากหลกั ฐาน ทางประวตั ิศาูตร์ ท่ี คน้ พบ ในเมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์ มีอายมุ ากกวา่ 1,000 ปี ูร้างข้ึนในระยะเวลาใกลเ้ คียงกบั เมือง พมิ าย. ลพบุรี และ จนั ทบุรี ดงั หลกั ฐานท่ีประกฎ เช่น ซากตวั เมืองและพระปรางค์ บริเวณท่ีต้งั เมือง เป็นท่ีราบ มีกาแพงดินููงรอบเมือง และลอ้ มรอบ ดว้ ยคูเมือง ภายในเมืองมีพระปรางค์ ซากเทวูาาน รูปเทพารักษ์ พระนารายณ์ รูปยกั ษู์ ลกั ดว้ ยศิลา แลง เช่นเดียวกบั เมืองพมิ าย ลพบุรี และจนั ทบุรี จึงเป็นหลกั ฐานแูดงใหเ้ ห็นวา่ เป็นฝี มือของขอมท่ีไดร้ ับอารยธรรม จากอินเดีย ในูมยั ูุโขทยั ลายพระหตั าเ์ กี่ยวกบั เพชรบูรณ์ของูมเดจ็ พระเจา้ บรมวงคเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ และูมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงค์ มีความวา่ เดิมจะต้งั ชื่อเมืองเพชรบูร. ให้ ใกลเ้ คียงกบั เพชรบุรี แปลวา่ เมืองแขง็ แต่ชื่อ อาจใกลเ้ คียงกนั มากเกินไป จึงต้งั ช่ือวา่ เพชรบูรณ์ ูันนิษฐานวา่ ต้งั ชื่อ รุ่นเดียวกบั เมืองพิษณุโลก คาวา่ เพชรบูรณ์ อาจมาจาคาวา่ พืช ในประเทศอินเดียมีเมืองโบราณชื่อ BIJURE เทียบได้ กบั พืชปุระ ช่ือเมืองเพชรบูรณ์เขียนได้ 2 แบบ คือ เพชรบูรณ์ และ เพชรบูร จากศิลาจารึกูมยั ูุโขทยั (หลกั ท่ี 53 ) จากวดั อโศการาม ( พ.ศ. 1949 ) มีขอ้ ความอา้ งอิงาึงจงั หวดั เพชรบูรณ์ดงั น้ี
17 \" รัฐมณฑลกวา้ งขวาง ท้งั ปราศจากอนั ตรายและนามาซ่ึง ความรุ่งเรือง รัฐูีมาของพระราชาผทู้ รง บุญญูม ภาคองค์ น้นั เป็นท่ีรู้จกั กนั อยวู่ า่ ในดา้ นทิศตะวนั ออกทรงทาเมืองวชั ชะปุระเป็นรัฐูีมา ดา้ นทิศตะวนั ตกเฉียงใต้ ทรงทาเมืองเชียงทอง เป็น รัฐูีมา...\" จากศิลาจารึกน้ี ชื่อเมืองเพชรบูรณ์อาจจะมาจากคาวา่ บุระหรือปุระ แปลวา่ ป้อม หอวงั ู่วนคาวา่ บูรณ์ มาจากคาวา่ ปูรณ แปลวา่ เตม็ นายตรี อมาตกุล อธิบายวา่ เมืองเพชรบูรณ์อาจจะเป็นเมือง ราดกไ็ ด้ แต่ยงั ไม่มีหลกั ฐานเพียงพอ หลกั ฐานโบราณคดี ช้ีชดั วา่ เมืองเพชรบูรณ์ เป็นรัฐูีมาของูุโขทยั ไดแ้ ก่ พระ เจดียท์ รงดอกบวั ตูม หรือทรงพุม่ ขา้ วบิณฑ์ ซ่ึงพระประธานของวดั มหาธาตุของูุโขทยั และเมืองอ่ืนๆ ซ่ึงจดั วา่ เป็น พุทธูาาปัตยกรรมแบบูุโขทยั แท้ และในการขดุ คน้ ทางโบราณคดี ท่ีพระเจดีย์ ทรงดอกบวั ตูม ท่ีวดั มหาธาตุ เมือง เพชรบูรณ์ของกรมศิลปกร เม่ือพ.ศ. 2510 คน้ พบศิลปวตั าุจานวนมาก เช่น เครื่องูังคโลก ของไทย และเคร่ืองาว้ ย กบั ตุก๊ ตาจีน ในูมยั อยธุ ยา กฎหมายท่ีตราข้ึนในูมยั ูมเดจ็ พระบรมไตรโลกนารา วา่ ดว้ ยการเทียบศกั ดินาูาหรับ ขา้ ราชการ ที่มียศ ููงูุดมีศกั ดินาหน่ึงหม่ืน ไดแ้ ก่ ฝ่ ายทหาร จานวน 12 ตาแหน่ง มีพระยาเพชรรัตน์ูงคราม ตาแหน่งประจาเพชรบูรณ์ดว้ ย ูมยั ูมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ แห่งกรุงศรีอยธุ ยา (ูมเดจ็ พระมหาธรรมราชา) ไดท้ า ูัมพนั ธไมตรีกบั พระไชยเชษฐาธิราช แห่งนครเวยี งจนั ทน์ เพราะเกรงวา่ ูมเดจ็ พระมหาธรรมราชาจะยกทพั มาตี ูมเดจ็ พระมหาธรรมราชา พระไชยเชษฐาธิราช ไดป้ ฏิบตั ิตามูัญญาพนั ธมิตร ณ เจดียศ์ รีูองรักษ์ อีก 5 ปี ตอ่ มา พระเจา้ หงูาวดีบุเรงนองยกทพั มาตีกรุงศรีอยธุ ยาอีกคร้ังหน่ึง ทพั พระไชยเชษฐา ู่งกองทพั มาช่วย ทางด่านเมือง นครไทย เขา้ มาทางเมืองเพชรบูรณ์ ผา่ นมาทางเมืองูระบุรีเวลารบนาน 9 เดือน จึงเูียกรุงศรีอยธุ ยา ราวปี พ.ศ. 2100 ูมยั ูมเด็จพระมหาธรรมราชา ที่กล่าวาึงเมืองเพชรบูรณ์ดงั ตอ่ ไปน้ี พระยาละแวก เจา้ แผน่ ดินเขมร ยกทหารมา 3 หม่ืนคน เขา้ มาทาง เมืองนครนายก ูมเด็จพระมหาธรรมราชา เกรงวา่ จะต้งั รับทพั เขมรไมไ่ ด้ เพราะาูกพระเจา้ หงูาวดี กวาดตอ้ นเอาทหารและอาวธุ ไป เม่ือกรุงแตกูมเด็จพระ มหาธรรมราชาทรงมีบญั ชา ใหข้ นุ เทพอรชุน จดั เตรียมเรือพระท่ีนง่ั และเรือ ประทบั เูด็จไปที่เมืองพษิ ณุโลก เพื่อให้ พน้ ศตั รูก่อน ขณะน้นั พระเพชรรัตน์ เจา้ เมืองเพชรบูรณ์ มีความผดิ จึงาูกปลดออกจากตาแหน่ง มีขา่ วลือไปาึงเมือง หลวงวา่ พระเพชรรัตนโ์ กรธ และคิดซ่องูุมคนเพื่อ ดกั ปลน้ กองทพั หลวง ูมเด็จพระมหาธรรมราชาจึง ไมเ่ ูด็จ ไปที่พิษณุโลก และตีทพั พระยาละแวกแตกไป ในูมยั พระมหาธรรมราชา ยงั ไดก้ ล่าวาึง จงั หวดั เพชรบูรณ์อีกวา่ มี ไทยใหญ่ที่เมืองกาแพงเพชรอพยพหนีพมา่ และมอญมุ่งไปทางเมืองพิษณุโลก ทรงเกรง วา่ เป็นพวกอื่น ปลอมปนมา ดว้ ย จึงอายดั ด่านเพชรบูรณ์ เมืองนครไทย ชาติตระการและซา ไม่ใหไ้ ทยใหญ่หนีไปได้ ูมยั กรุงธนบุรี ใน พ.ศ. 2218 เจา้ พระยาจกั รีและเจา้ พระยาูุรูีห์ไดน้ ากองทพั ตีแตกทพั อะแซ หวนุ่ ก้ี (พม่า) ท่ีลอ้ มเมืองพษิ ณุโลก ออกมาได้ และมาชุมนุม พกั ทพั ที่เมืองเพชรบูรณ์ ในูมยั กรุงรัตนโกูินทร์ จากบทความ ในหนงั ูือนิทานโบราณคดี พระนิพนธ์ ของูมเด็จฯ กรมพระยา ดารงราชานุภาพ ทรงกล่าวาึงเมือง ศรีเทพและเมืองเพชรบูรณ์วา่ ขณะที่เป็ นเูนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงไปูืบ เมืองโบราณ และไม่มีใครรู้วา่ เมืองศรีเทพ อยทู่ ่ีใด ไดพ้ บูมุดดาเป็นหนงั ูือใหค้ นเชิญตรา ไปบอกข่าวเรื่องการูิ้น รัชกาลท่ี 2 ตามหวั เมืองูระบุรี เมืองชยั บาดาล เมืองศรีเทพและ เมืองเพชรบูรณ์ ูาหรับพระราชพงศวดารกรุง รัตนโกูินทร์ รัชกาลที่ 4 ของเจา้ พระยาทิพากรวงศ์ เร่ืองทรงต้งั และแปลงนามเจา้ เมือง กรมการ ซ่ึงมีวา่ เจา้ เมือง เพชรบูรณ์ คือพระเพชรพิชยั ปลดั แปลงเป็นพระเพชรพิชภูมิ หลกั ฐานที่ชดั เจน เป็ นพระราชนิพนธ์นิทาน โบราณคดี ของูมเด็จฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพเรื่องคนไขเ้ มือง เพชรบูรณ์ มีวา่ เมืองเกิดไขม้ าลาเรียระบาดอยา่ งร้ายแรง ที่
18 เมืองเพชรบูรณ์ไม่มีผใู้ ดอาูาไปรับราชการ ดว้ ยความกลวั ไข้ ทา่ นจึงเูด็จไป ตรวจราชการที่เมืองเพชรบูรณ์ เองเพื่อ แูดงใหเ้ ห็นวา่ ไขม้ าลาเรียไมไ่ ดร้ ้ายแรง อยา่ งเช่นท่ีกลวั กนั ขณะที่เตรียมตวั ออกเดินทางก็มีคนห่วงใย มาู่งและใหพ้ รคลา้ ยกบั จะไปทาการรบ เมื่อเูดจ็ าึง เมือง เพชรบูรณ์ ทรงกล่าว วา่ \" ฉนั ไปาึงเมืองเพชรบูรณ์ เม่ือวนั ที่ 4 กมุ ภาพนั ธ์ ทอ้ งท่ีมณฑลเพชรบูรณ์ บอกแผนท่ี ไดไ้ ม่ ยาก าือลาแมน่ ้าป่ าูัก เป็นแนวแต่เหนือลงมาใตม้ ีภูเขาููงเป็นเทือกเขาลงมา ตามแนวลาน้าท้งั ูอง ฟากเทือกขา้ ง ตะวนั ออก เป็นเขาปันน้า ต่อแดน มณฑณ นครราชูีมา เทือกเขาตะวนั ตกเป็ นเขาต่อ แดนมณฑลพิษณุโลก เทือกเขา ท้งั ูองขา้ งบางแห่งกห็ ่าง บางแห่งก็ใกล้ แม่น้าป่ าูัก เมืองหล่มูักท่ีอยูู่ ุดลาน้าทางขา้ งเหนือ แต่ลงมาาึงเมือง เพชรบูรณ์ตรงที่ต้งั เมืองเพชรบูรณ์ เทือกเขาเขา้ มา ใกลล้ าน้าดูเหมือนจะไมา่ ึง 400 เู้น แลเห็นตน้ ไมบ้ นภูเขาานดั ท้งั 2 ฝ่ัง ทาเลท่ีเมืองเพชรบูรณ์ตอนริมน้าเป็นท่ีลุ่ม ฤดูน้า น้าท่วมแทบ ทุกแห่ง พน้ ที่ลุ่มข้ึนไปเป็นท่ีราบ ทานา ไดผ้ ลดีเพราะอาจจะขดุ เหมืองชกั น้าจากหว้ ยเขา้ นาไดเ้ ช่นเมืองลบั แล พน้ ท่ีราบข้ึนไป เป็นโคกูลบั กบั แอ่งเป็น หยอ่ ม ๆ ไปจนาึงเชิงเขาบรรทดั บนโคกเป็นป่ าเตง็ รังเพาะปลูกอะไรอยา่ งอ่ืนไมไ่ ด้ แตต่ ามแอง่ น้า เป็ นท่ีน้าซบั เพาะปลูกพนั ธ์ไม้ งอกงามดี เมืองเพชรบูรณ์จึงูมบูรณ์ ดว้ ยกูิกรรม จนาึงชาวเมืองทานา คร้ังเดียวก็ไดข้ า้ วพอกิน กนั ท้งั ปี ู่ิงซ่ึงเป็น ูินคา้ เมืองเพชรบูรณ์ ก็คือ ยาููบ เพราะรูดีกวา่ ยาููบ ที่อ่ืนท้งั หมด ในเมืองไทย ชาวเมือง เพชรบูรณ์ จึงหาผลประโยชน์ ดว้ ยการปลูกยาููบขาย\" หลงั จากท่ีูมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารง ราชานุภาพ เูดจ็ กลบั าึง กรุงเทพฯทรงยนื ยนั าึงประโยชน์ ของการไป คร้ังน้ีวา่ ูามาราหาคนไปรับราชการ ในเมืองเพชรบูรณ์ได้ ง่ายกวา่ ูมยั ก่อนมาก ในูมยั รัชกาลที่ 5 ไดจ้ ดั ต้งั มณฑลเทศาภิบาลรวบรวมหวั เมืองตา่ งๆ เขา้ เป็นมณฑล ในปี พ.ศ. 2436 และในปี พ.ศ. 2440 เมืองเพชรบูรณ์ไดย้ กฐานะเป็นมณฑลเพชรบูรณ์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ดารงตาแหน่ง ูมุหเทศบาลอาเภอ หล่มูัก ยกฐานะเป็น จงั หวดั หล่มูกั ใน พ.ศ. 2447 มณฑลเพชรบูรณ์าูกยบุ ไป ข้ึนกบั มณฑลพษิ ณุโลก แตไ่ ดร้ ับการ แตง่ ต้งั อีกคร้ัง ในปี พ.ศ. 2450 ในูมยั พระบาทูมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ใหย้ บุ เมืองเพชรบูรณ์ไปข้ึนกบั มณฑล พษิ ณุโลก มีฐานะเป็นเมือง เพชรบูรณ์ตามเดิม มีการยกเลิกมณฑล ตา่ งๆ เม่ือมีพระราชพิธีราชาภิเษกพระบาทูมเด็จ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ในระหวา่ งูงครามโลก คร้ังที่ 2 และูงครามมหาเอเชียบูรพา กรุงเทพฯ าูกขา้ ศึกโจมตีจนประชาชนตอ้ ง อพยพ ออกต่างจงั หวดั จอมพล ป.พิบูลูงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เห็นูมควรยา้ ยเมืองหลวงไปอยทู่ ี่จงั หวดั เพชรบูรณ์ เพราะมีชยั ภูมิประเทศ เป็นภูเขา ลอ้ มรอบ มีทางออกทางเดียว ศตั รูรุกรานยาก คณะรัฐมนตรีจอมพล ป. พบิ ูลูงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไดย้ กร่างพระราชกาหนด ูร้างนครบาลข้ึนช่ือวา่ \"พระราชกาหนดระเบียบการ บริหาร นครบาล เพชรบูรณ์ และูร้างพทุ ธบุรี พ.ศ.2487\" การก่อูร้างเมืองหลวงใหมไ่ ดด้ าเนินการโดยเร่งด่วน และาือเป็น ความลบั ของราชการยทุ ธของชาติตลอดมา เพ่อื มิใหข้ า้ ศึกรู้แผนการณ์ กระทง่ั วนั ท่ี 20 กรกฎาคม 2487 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลูงคราม ไดเ้ ูนอ พระราช กาหนด ระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ฯ พ.ศ. 2487 ตอ่ ูภาผแู้ ทนราษฎร เพอื่ อนุมตั ิเป็น พระราชบญั ญตั ิ มีผลดาเนินการอยา่ งาาวรตลอดไปแตใ่ นทีูุ่ด ูภาผแู้ ทนราษฎรลงมติไมอ่ นุมตั ิดว้ ยคะแนนเูียง 48 ต่อ 36 ดว้ ยเหตุผลวา่ \"เพชรบูรณ์เป็ นแดนกนั ดาร ภูมิประเทศเป็นป่ าเขา และมีไขช้ ุกชุม เมื่อเร่ิมูร้างเมืองน้นั ผทู้ ่ีาูก เกณฑไ์ ปทางานลม้ ตายลง นบั เป็นพนั ๆ คน ฉะน้นั อนุูรณ์นครบาลเพชรบูรณ์แห่งน้ี จึงูร้างข้ึนเพอื่ ราลึกาึง
19 บุญคุณและอจั ฉริยภาพของจอมพล ป. พบิ ูลูงคราม และเพือ่ คน เพชรบูรณ์ จะไดภ้ ูมิใจในประวตั ิศาูตร์ช่วงหน่ึง และความเจริญกา้ วหนา้ ของบา้ นเมืองตน นโยบายพฒั นาของจังหวดั เพชรบูรณ์ วสิ ัยทัศน์จังหวดั เพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ : ดนิ แดนแห่งความสุข ของคนอย่แู ละผู้มาเยือน ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจังหวัด - พฒั นาเพื่อเป็ นดินแดนแห่งความูุข ประชาชนมีคุณภาพชีวติ ท่ีดีและเป็นเมืองท่องเท่ียวที่ปลอดภยั ประเด็นยุทธศาสตร์ 1.พฒั นาเพ่ือเป็นดินแดนแห่งความูุขดว้ ยการฟ้ื นฟูระบบนิเวศ 2.พฒั นาใหป้ ระชาชนมีคุณภาพท่ีดี 3.พฒั นาใหเ้ ป็นเมืองท่องเท่ียวที่ปลอดภยั เป้าประสงค์ 1. ู่งเูริมและพฒั นาเกษตรกรรมคุณภาพท่ีปลอดภยั การพฒั นาพ้นื ที่ตน้ น้า การพฒั นาแหล่งน้า เพ่ือการเกษตร และแกไ้ ขปัญหาอุทกภยั และภยั แลง้ 2. ู่งเูริมและพฒั นาการท่องเท่ียวทางประวตั ิศาูตร์ วฒั นธรรม ธรรมชาติ เชิงเกษตรและเพอื่ ูุขภาพท่ีประทบั ใจ และปลอดภยั 3. พฒั นาคนและูาาบนั ทางูังคมใหเ้ ขม้ แขง็ และมีคุณภาพ 4. ู่งเูริมพฒั นาการพาณิชยแ์ ละอุตูาหกรรมใหม้ ีศกั ยภาพในการแข่งขนั 5. มุง่ ูู่การพฒั นาที่ยง่ั ยนื กลยทุ ธ์ 1.พฒั นาพ้นื ท่ีตน้ น้า และพฒั นาแหล่งน้าเพอื่ การเกษตรและแกไ้ ขปัญหาอุทกภยั และภยั แลง้ 2. ู่งเูริมเกษตรกรรมและเกษตรอุตูาหกรรมท่ีมีคุณภาพและปลอดภยั 3. อนุรักษฟ์ ้ื นฟูธรรมชาติ ูิ่งแวดลอ้ ม และูร้างความูมดุลระบบนิเวศ 4. ู่งเูริมและพฒั นาอาชีพแรงงานและรายไดโ้ ดยมุง่ เนน้ ูินคา้ OTOP 5. พฒั นาระบบการผลิตอุตูาหกรรมการเกษตรและการบริการ
20 ข้อมูลพืน้ ฐานอาเภอหนองไผ่ ูภาพภูมิอากาศ ลกั ษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรูุม มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน - เริ่มต้งั แต่เดือน มีนาคม าึงเดือน มิาุนายน ฤดูฝน -เริ่มต้งั แตเ่ ดือน กรกฎาคม าึงเดือน ตุลาคม ฤดูหนาว - เร่ิมต้งั แต่เดือน พฤศจิกายน าึงเดือน กุมภาพนั ธ์ ูภาพภูมิประเทศ ูภาพพ้ืนที่ลกั ษณะภูมิประเทศ โดยทว่ั ไปของอาเภอหนองไผ่ เป็นที่ลุ่มแบบทอ้ งกระทะ ประกอบดว้ ย เนินเขา ป่ า และเป็นที่ราบเป็นตอนๆ ูลบั กนั ไป พ้ืนท่ีลาดเทจากเหนือลงใต้ มีเทือกเขาขนานกนั ไปท้งั ูองขา้ งคล อบคลุมของพ้ืนที่อาเภอหนองไผ่ อยทู่ างทิศตะวนั ออกและทิศตะวนั ตก มีพ้ืนท่ีร้อยละ 40 ขออาเภอ มีแม่น้าป่ าูกั ูายูาคญั ไหล่ผา่ นตอนกลางของอาเภอ โดยเร่ิมจากเหนือลงใต้ ผา่ นตาบลหว้ ยโป่ ง ตาบลนาเฉลียง ตาบลวงั โบูา์ ตาบลทา่ แดง ตาบลกองทูล ตาบลเพชรละคร ตาบลบา้ นโภชน์ นอกจากน้ียงั มีหนอง คลอง บึงอีกเป็นจานวนมากท่ี เป็นทางน้าไหลลงูู่แม่น้าป่ าูัก การปกครอง อาเภอหนองไผแ่ บง่ เขตการปกครองยอ่ ยออกเป็ นตาบล ดงั ตาราง ลาดบั ที่ ตาบล จานวนหมูบ่ า้ น หมายเหตุ 1 กองทูล 8 2 นาเฉลียง 10 3 บา้ นโภชน์ 13 4 ทา่ แดง 15 5 เพชรละคร 14 6 บ่อไทย 14 7 หว้ ยโป่ ง 7 8 วงั ทา่ ดี 9 9 บวั วฒั นา 8 10 หนองไผ่ 16 11 วงั โบูา์ 10 12 ยางงาม 10 13 ทา่ ดว้ ง 8 รวม 142
21 แผนท่ีอาเภอหนองไผ่ อาณาเขต ติดต่อกบั อาเภอเมืองเพชรบูรณ์ จงั หวดั เพชรบูรณ์ ทิศเหนือ ติดต่อกบั อาเภอหนองบวั แดงและอาเภอภกั ดีชุมพล จงั หวดั ชยั ภูมิ ทิศตะวนั ออก ติดต่อกบั อาเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบูรณ์ ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั อาเภอบึงูามพนั จงั หวดั เพชรบูรณ์ ทิศใต้ ขอ้ มูลดา้ นูังคม พ้นื ท่ีู่วนใหญข่ องอาเภอหนองไผ่ ใชป้ ระโยชน์ดา้ นการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซ่ึงอาเภอหนองไผ่ มีพ้นื ที่การเกษตรท้งั ูิ้น ประมาณ 324,126 จาแนกไดด้ งั ตาราง ท่ี พืชเศรษฐกิจ พ้นื ท่ีปลูก(ไร่) ผลผลิต(ตนั ) จานวนครัวเรือนที่ปลูก 1 ขา้ วนาปี 162,781 89,037,798 6,536 2 ขา้ วโพดเล้ียงูัตว์ 116,814 81,420,146 3,848 3 มนั ูาปะหลงั 22,615 85,305,666 1,046 4 ยางพารา 16,483 14,376 493 5 ออ้ ย 5,433 10 56 ท่ีมา สานกั งานเกษตรอาเภอหนองไผ่
22 ขอ้ มูลประชากร อาเภอหนองไผม่ ีประชากรท้งั ูิ้น 113,983 คน แยกเป็น จานวนชาย 55,652 คน จานวนหญิง 57,069 คน จานวนครัวเรือน 25,362 ครัวเรือน ประชากรแยกเป็นตาบลได้ ดงั ตาราง ท่ี ตาบล/เทศบาล ชาย (คน) หญิง (คน) รวม (คน) ครัวเรือน (หลงั ) 1 กองทูล 2,145 2,172 4,317 1,145 2 นาเฉลียง 5,085 6,150 12,042 1,220 3 บา้ นโภชน์ 4,235 4,126 8,361 3,102 4 ท่าแดง 5,567 5,570 11,137 2,337 5 เพชรละคร 5,907 5,890 11,797 2,449 6 บ่อไทย 4,738 4,931 9,669 2,101 7 หว้ ยโป่ ง 3,000 3,099 6,099 1,102 8 วงั ท่าดี 3,069 3,125 6,194 1,935 9 บวั วฒั นา 3,015 2,943 5,958 1,623 10 หนองไผ่ 7,691 7,843 15,534 2,837 11 วงั โบูา์ 3,814 3,844 7,658 1,833 12 ยางงาม 4,460 4,558 9,473 1,876 13 ท่าดว้ ง 2,926 2,818 5,744 1,802 55,652 57,069 113,983 25,362 รวม ที่มา สานักทะเบียนราษฎร์ อาเภอหนองไผ่
23 2.ข้อมูลพืน้ ฐาน กศน.อาเภอหนองไผ่ ประวตั ิกศน.อาเภอหนองไผ่ กระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ประกาศจดั ต้งั ศูนยบ์ ริการการศึกษานอก โรงเรียน พร้อมกนั ทวั่ ประเทศจานวน 789 แห่ง โดยอาศยั อานาจตามความในมาตรา 25 แห่ง พระราชบญั ญตั ิ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๓๔ ประกอบกบั ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ยการจดั การศึกษาใน ูาานศึกษาูังกดั กรมการศึกษานอกโรงเรียน พ.ศ. 2536 เป็ นูาานศึกษาในราชการบริหารู่วนกลางูังกัด กรมการศึกษานอกโรงเรียน พ.ศ. 2536 ในู่วนของอาเภอหนองไผ่ ขอ้ 6 มีชื่อวา่ “ศูนยบ์ ริการการศึกษานอก โรงเรียนอาเภอหนองไผ”่ เม่ือวนั ที่ 27 ูิงหาคม พ.ศ. 2536 เป็ นูาานศึกษาในราชการบริหารู่วนกลางูังกดั ศูนย์ การศึกษานอกโรงเรียนจงั หวดั เพชรบูรณ์ ต่อมาเม่ือวนั ที่ 29 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2551ไดป้ ระกาศใช้ พระราชบญั ญตั ิู่งเูริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ. 2551 ข้ึน และประกาศเปลี่ยนแปลงชื่อูาานศึกษาเป็ น ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ เรียกช่ือยอ่ วา่ “ กศน.อาเภอหนองไผ”่ ูังกดั ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั เพชรบูรณ์ ูานักงานู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั ูานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ จนาึงปัจจุบนั ทต่ี ้งั /การติดต่อ ชื่อูาานศึกษา:ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ ท่ีอยู่ : 999/1 หมู่ท่ี 6 านนูระบุรี-หล่มูกั ตาบลหนองไผ่ อาเภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบูรณ์ 67140 เบอร์โทรศพั ท์ : 0-5678-1117 เบอร์โทรูาร : 0-5678-1846 เวบ็ ไซต์ : www.nongphai-nfe.com E-mail : [email protected] ูังกดั ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั เพชรบูรณ์ ูานกั งานู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ูานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
24 โครงสรา้ ง กศน.อาเภอหนองไผ่ ทาเนียบผบู้ ริหาร ตาแหน่ง ระยะเวลาการดารงตาแหน่ง ที่ ช่ือ-ูกุล หวั หนา้ ศูนยฯ์ วนั ท่ี 18 มกราคม 2537 1 นายเรืองฤทธ์ิ โทนแกว้ ผอู้ านวยการูาานศึกษา าึงวนั ที่ 30 กนั ยายน 2542 ผอู้ านวยการูาานศึกษา วนั ที่ 1ตุลาคม 2542 2 นายมงคล ชยั ูิทธ์ิ ผอู้ านวยการูาานศึกษา าึงวนั ท่ี 14 มิาุนายน 2544 ผอู้ านวยการูาานศึกษา วนั ที่ 15 มิาุนายน 2544 3 นางูาวบานเยน็ ศิริ ผอู้ านวยการูาานศึกษา าึงวนั ที่ 3 มิาุนายน 2548 ผอู้ านวยการูาานศึกษา วนั ที่ 6 มิาุนายน 2548 4 นายบุญติ่ง อุ่นแกว้ ผอู้ านวยการูาานศึกษา าึงวนั ท่ี 11 พฤศจิกายน 2550 ผอู้ านวยการูาานศึกษา วนั ท่ี 12 พฤศจิกายน 2550 5 นายอาคม ปัญญาศุภโชติ ผอู้ านวยการูาานศึกษา าึงวนั ท่ี 27 ตุลาคม 2551 วนั ท่ี 28 ตุลาคม 2551 6 นายจนั ทร์ูด พรหมภกั ดี าึงวนั ที่ 31ตุลาคม 2553 วนั ที่ 1 พฤศจิกายน 2553 7 วา่ ที่ ร.อ.ดาริห์ ติยะวฒั น์ าึงวนั ท่ี 7 กรกฎาคม 2554 วนั ที่ 8 กรกฎาคม 2554 8 นายนรมิตร โฉมอุดม าึงวนั ท่ี 8 ธนั วาคม 2556 วนั ที่ 9 ธนั วาคม 2556 ๙ นายอนุชา วจิ ิตรศิลป์ าึงวนั ที่ 26 ตุลาคม 2560 วนั ที่ 27 ตุลาคม 2560 10 นางมาลี เพง็ ดี าึงปัจจุบนั บุคลากร ประเภท/ตาแหน่ง ต่ากวา่ ป.ตรี จานวน ป.เอก รวมจานวน ป.ตรี ป.โท ผบู้ ริหาร - - 1 ขา้ ราชการครู - -1 - - บุคลากรทางการศึกษา - -- - 1 ลูกจา้ งประจา - -1 - - พนกั งานราชการ - -- - 19 ครูศูนยก์ ารเรียนชุุ มชน - 18 1 - 11 นกั วชิ าการศึกษา - 92 - - จา้ งเหมาบริการ 1 -- - 1 1 -- - 33 รวมจานวน 27 5
25 คณะกรรมการสถานศึกษา ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอหนองไผ่ มีคณะกรรมการูาานศึกษา ดงั น้ี 1. นางอรุณลกั ษณ์ ทองไพรวรรณ ประธานกรรมการ 2. นายไตรภูมิ เปรมปรี กรรมการ 3. นายูุรัตน์ จนั ทร์ูมบูรณ์ กรรมการ 4. นางูาวปิ ยะวรรณ อ่อนศรี กรรมการ 5. นายเรวฒั น์ เฉลยจิตร กรรมการ 6. นายทรงเดช ูุขมุ ธรรมรัตน์ กรรมการ 7. นางนุจรี ภูฆงั กรรมการ 8. นายมานพ เงินโฉม กรรมการ 9. นางมาลี เพง็ ดี กรรมการและเลขานุการ 10.นางูาวกญั จนา จูเกล้ียง ผชู้ ่วยกรรมการและเลขานุการ 11.นางูาวฐิติกานต์ นกูง่า ผชู้ ่วยกรรมการและเลขานุการ กศน.ตาบลจานวน 13 แห่ง ช่ือ กศน.ตาบล ท่ีต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ เบอร์โทรศพั ท์ กศน.ตาบลหว้ ยโป่ ง โรงเรียนบา้ นป่ ูจา้ ว นางบุญญารัตน์ รังษีูุริยชยั 080-4998224 กศน.ตาบลนาเฉลียง วดั ราษฎร์ูามคั คีธรรม หมูท่ ่ี 5 นางวลยั ลกั ษณ์ ูุทธิวริ ิวรรณ 087-8636932 กศน.ตาบลยางงาม วดั ยางงาม หมูท่ ี่ 1 กศน.ตาบลวงั โบูา์ อบต.วงั โบูา์ หมูท่ ่ี 5 นายูุรินทร์ บุตตะพรม 0847779632 กศน.ตาบลหนองไผ่ กศน.ตาบลกองทูล วดั ูวนบารมี หมูท่ ่ี 1 นางบงั อร ูังขท์ อง 095-6409117 กศน.ตาบลเพชรละคร นางูาวอรวรรณ แกว้ โชติ 091-8388676 กศน.ตาบลบา้ นโภชน์ อบต.กองทูล หมู่ที่ 3 นางูาวศุภชั ฌา เกิดเกียรติพรกลุ 088-2811616 อบต.เพชรละครหมู่ท่ี 13 ต.บา้ นโภชน์ หมู่ที่ 11 นายชาญชยั โภคาภิวฒั น์ 082-2267786 นางูาววชั พร เพญ็ ภาค 062-9489486 เทศบาลตาบลบวั วฒั นา หมูท่ ี่ 1 นางูาวชนิกา แกว้ เูมอตา กศน.ตาบลบวั วฒั นา อบต บ่อไทย หมู่ท่ี 11 นางูาวปวนั รัตน์ แกว้ ดู 095-7759359 กศน.ตาบลบ่อไทย อบต.ทา่ แดง หมู่ท่ี 7 085-7310085 กศน.ตาบลทา่ แดง นายปิ ยะ เูือเทศ 086-5087758 กศน.ตาบลวงั ทา่ ดี โรงเรียนบา้ นกลาง หมูท่ ี่ 1 นางูาวอริษา ูิงห์เู 088-2822215 กศน.ตาบลท่าดว้ ง วดั ูนั เจริญ หมู่ที่ 6 นายูืบูาย ศิริบุตร 0๗5๗6-๐7๗81๗11๐7๗๗๐๗๔๐ 13 แห่ง รวมจานวน ๖๑๘๒๐ ศรช. จานวน - แห่ง หอ้ งูมุดประชาชน ช่ือหอ้ งูมุด ที่ต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ หอ้ งูมุดประชาชนอาเภอหนองไผ่ วดั หนองไผพ่ ทิ ยาราม นางูุมาลา นาคนายม 1 แห่ง รวมจานวน
26 บา้ นหนงั ูือชุมชน ที่ ช่ือบา้ นหนงั ูือชุมชน ท่ีต้งั ผรู้ ับผดิ ชอบ 1 บา้ นหนองไผท่ อง หมูท่ ่ี16ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวอรวรรณ แกว้ โชติ 2 บา้ นไผแ่ กว้ หมู่ที่11ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวอรวรรณ แกว้ โชติ 3 บา้ นปากคลองกรวด หมู่ 2 ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางวลยั ลกั ษณ์ ูุทธิวริ ิวรรณ 4 บา้ นหนองไลย์ 5 บา้ นวงั ชงโค หมู่ 7 ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางวลยั ลกั ษณ์ ูุทธิวริ ิวรรณ หมู่ 1 ต.กองทูล อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวศุภชั ฌา เกิดเกียรติพรกุล หมู่ 5 ต.กองทูล อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวศุภชั ฌา เกิดเกียรติพรกุล 6 บา้ นเนินมะเกลือ 7 บา้ นโพธ์ิเงิน หมูท่ ี่15ต.ท่าแดง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายปิ ยะ เูือเทศ 8 บา้ นปากโบูา์ หมู่ท่ี12ต.ทา่ แดง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายปิ ยะ เูือเทศ 9 บา้ นหนองระหาร หมูท่ ี่14ต.ท่าแดง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายปิ ยะ เูือเทศ 10 บา้ นเรืองูาราญ หมู่ 12 ต.เพชรละครอ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายชาญชยั โภคาภิวฒั น์ 11 บา้ นเจริญทรัพย์ หมู่14 ต.เพชรละครอ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายชาญชยั โภคาภิวฒั น์ 12 บา้ นท่าเูาตะวนั ออก หมู่ 7 ต.เพชรละคร อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายชาญชยั โภคาภิวฒั น์ 13 บา้ นตีบใต้ หมู่ที่2 ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวปวนั รัตน์ แกว้ ดู 14 บา้ นโนนูวา่ ง หมูท่ ี่11ต.บ่อไทย อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวปวนั รัตน์ แกว้ ดู 15 บา้ นป่ ูเจา้ หมูท่ ี่5ต.หว้ ยโป่ ง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางบุญญารัตน์รังษีูุริยะชยั 16 บา้ นหว้ ยโป่ ง หมู่ท่ี2ต.หว้ ยโป่ ง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางบุญญารัตน์รังษีูุริยะชยั 17 บา้ นขอนยางขวาง หมู่ 1 ต.วงั ทา่ ดี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวอริษา ูิงห์เู 18 บา้ นลาพาด หมูท่ ี่ 4ต.วงั ท่าดี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวอริษา ูิงห์เู 19 บา้ นซบั วารินทร์ 20 บา้ นบวั วฒั นา หมู่ท่ี 7ต.บวั วฒั นา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวชนิกา แกว้ เูมอตา หมู่ท่ี1ต.บวั วฒั นา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาวชนิกา แกว้ เูมอตา 21 บา้ นโคกูง่า หมูท่ ่ี10 ต.วงั โบูา์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางบงั อร ูงั ขท์ อง 22 บา้ นนาขา้ วดอ หมู่ที่5 ต.วงั โบูา์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางบงั อร ูังขท์ อง 23 บา้ นูระหมื่นเชียง หมูท่ ่ี3ต.วงั โบูา์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางบงั อร ูังขท์ อง 24 บา้ นยางงาม 25 บา้ นยางงาม หมูท่ ี่ 1ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายูุรินทร์ บุตตะพรม หมู่ท่ี9ต.ยางงาม อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายูุรินทร์ บุตตะพรม 26 บา้ นูามแยกตะวนั ออก หมู่ 2 ต.บา้ นโภชน์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาววชั พร เพญ็ ภาค 27 บา้ นูามแยกตะวนั ตก หมู่ 3 ต.บา้ นโภชน์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นางูาววชั พร เพญ็ ภาค 28 บา้ นโป่ งูะทอ้ น หมู่ ๕ ต.ทา่ ดว้ ง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายูืบูาย ศิริบุตร 29 บา้ นูนั เจริญ หมู่ 6 ต.ท่าดว้ ง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ นายูืบูาย ศิริบุตร รวม 29 แห่ง รวมจานวน 26 แห่ง
27
แหล่งเรียนรู้ชุมชน ที่ แหล่งเรียนรู้ ประเภทแหล่งเรียนรู้ ท่ีต้งั 1. ูวนเศรษฐกิจพอเพียง ทรัพยากรธรรมชาติและ ม.15บา้ นหนองขาม ต.หนองไผ่ 2 หมูบ่ า้ นเศรษฐกิจพอเพียง นวฒวั ตั นกูาริ่งธรแรมวรเดมทลปคอ้รโมะนเพโลณยี ี ม.8 บา้ นคลองศรีเทพ ต.หนองไผ่ 3 วดั ราษฏร์ูามคั คีธรรม ม.5บา้ นตน้ ยาง ต.นาเฉลียง 4 วดั ธรรมยาน วฒั นาธรรมประเพณี ม.8บา้ นหว้ ยน้าบอ่ ต.นาเฉลียง 5 ูวนบุญธรรม ดา้ นการเกษตรผูมผูาน ตาบลกองทูล 6 หมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง ดา้ นการเกษตร บา้ นท่าูวาย ต.ทา่ แดง 7 เกษตรผูมผูาน ดา้ นการเกษตร บา้ นเนินคนธา ต.ท่าแดง 8 การทอผา้ พ้นื บา้ น การทอผา้ ก่ีกระตุก ม.9บา้ นเนินูะเดา ต.ท่าแดง 9 บึงกนั เจม แหล่งธรรมชาติ ม.4บา้ นลาลวงใต้ ต.เพชรละคร 10 ป่ าชุมชน แหล่งธรรมชาติ ม.8,9,10 ต.เพชรละคร 11 บา้ นวงั ูงวน การขยายพนั ธุ์พชื ม.4บา้ นวงั ูงวน ต.บ่อไทย 12 ไร่เอน็ บีบี การทาป๋ ุยชีวภาพ/ผกั ไฮโดรโป ม.8 ต.บ่อไทย 13 กลุ่มไมก้ วาดดอกหญา้ การทาไมก้ นวิคาดดอกหญา้ ม.13 ต.บอ่ ไทย 14 กลุ่มกระยาูารทแมบ่ ุญเรือง ผลิตภณั ฑอ์ าหาร ม.4บา้ นใหมู่ ามคั คี ต.หว้ ยโป่ ง 15 การแปรรูปูมุนไพร ูมุนไพรแปรรูป ม.5บา้ นป่ ูจา้ ว ต.หว้ ยโป่ ง 16 ศูนยู์ มั มาชีพตาบลหว้ ยโป่ ง ผลิตภณั ฑจ์ ากเู้นพลาูติก ม.4บา้ นใหมู่ ามคั คี ต.หว้ ยโป่ ง 17 กลุ่มตน้ รัก ผลิตภณั ฑผ์ า้ ห่ม ม.2 ตาบลวงั ท่าดี 18 ศิลปประดิษฐ์ ผลิตภณั ฑแ์ ฮนเมด ม.4 บา้ นลาพาด ต.วงั ทา่ ดี 19 วดั วงั อ่าง วฒั นธรรม ประเพณี ม.4 บา้ นวงั อา่ ง ต.บวั วฒั นา 20 วดั โคกพฒั นา วฒั นธรรม ประเพณี ม.5 บา้ นโคกพฒั นา ต.บวั วฒั นา 21 วดั ไร่เหนือพฒั นาราม วฒั นธรรม ประเพณี ม.2 บา้ นไร่เหนือ ต.บวั วฒั นา 22 วดั ลาบวั วฒั นา วฒั นธรรม ประเพณี ม.1 บา้ นลาบวั วฒั นา ต.บวั วฒั นา 23 หอ้ งูมุดประชาชนซบั วารินทร์ แหล่งศึกษาหาความรู้ ม.7บา้ นซบั วารินทร์ ต.บวั วฒั นา 24 วดั เขานอ้ ย วฒั นธรรมประเพณี ม.2 บา้ นไร่เหนือ ต.บวั วฒั นา 25 ป่ าชุมชนบา้ นไร่เหนือ-ซบั วารินทร์ แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ม.2 ม7 ต.บวั วฒั นา 26 บา้ นซบั วารินทร์ ศูนยฝ์ ึกอาชีพชุมชน ม.7บา้ นซบั วารินทร์ ต.บวั วฒั นา 27 ทอผา้ การทอผา้ ม.5บา้ นนาขา้ วดอ ต.วงั โบูา์ 28 การทอเูื่อกก ผลิตภณั ฑจ์ ากตน้ กก ม.9 บา้ นวงั ประูาน ต.วงั โบูา์ 29 กลุ่มทอผา้ พ้นื บา้ น ผลิตภณั ฑผ์ า้ พ้ืนบา้ น ม.6 บา้ นวงั โบูา์ ต.วงั โบูา์ 30 อบต ยางงาม การใหบ้ ริการขอ้ มูล ตาบลยางงาม 31 เกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์ ม.8 บา้ นปากตก ต.ยางงาม 32 หมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ ม.4 บา้ นวงั เหว ต.ยางงาม 33 หมู่บา้ นนวตั วาิ ี ผลิตภณั ฑพ์ ้นื เมือง ม.4 บา้ นวงั เหว ต.ยางงาม 34 หมูบ่ า้ นเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตร บา้ นคลองกระโบน ต.บา้ นโภชน์ 35 วูิ หกิจชุมชนมะมว่ งู่งออก การเกษตรไมผ้ ล บา้ นซบั ชมภู ต.บา้ นโภชน์ 36 เศรษฐกิจพอเพยี งไร่นาูวนผูม เกษตรผูมผูาน ม.6ตาบลทา่ ดว้ ง 37 เศรษฐกิจชุมชนป๋ ุยอดั เมด็ การผลิตป๋ ุยอินทรีย์ ม.4 ตาบลทา่ ดว้ ง รวมจานวน ๓๗ แห่ง ม.4 ตาบลท่าดว้ ง
29 ภูมิปัญญาทอ้ งา่ิน ความรู้ความูามารา ท่ีอยู่ ดา้ นการานอมอาหาร 99/1หมูท่ ่ี 7 ต.หนองไผ่ ที่ ภูมิปัญญาทอ้ งา่ิน ดา้ นจกั ูาน 131 หมู่ท่ี 7 ต.หนองไผ่ 1 นางชูศรี เพง็ คง ช่างไม้ 161 หมูท่ ่ี 16 ต.หนองไผ่ 2 นายเพง็ วงษบ์ ุตรดี ดา้ นจดั ูานไมไ้ ผ่ 331/1 หมู่ท่ี 16 ต.หนองไผ่ 3 นายนฐั วฒุ ิ อาจูามน ดา้ นการปรับปรุงดิน 1282 หมู่ท่ี 7 ต.หนองไผ่ 4 นายอาน แูนูีระ ดา้ นโหราศาูตร์ ไูยศาูตร์ 109/2หมู่ที่ 16 ต.หนองไผ่ 5 นายอาทิตย์ ูกลุ หอม การจกั ูาร/หมวก หมู่ 5 บา้ นตน้ ยาง ต.นาเฉลียง 6 นายชานาญ พดั น่ิม หมู่ 2 บา้ นคลองยาง ต.นาเฉลียง 7 นางคาฟอง อ่าดิษฐ์ การปลูกผกั หวาน หมู่ 9 บา้ นโคกูวา่ ง ต.นาเฉลียง 8 นายชานาญ ศรีลาดเกา เกษตรอินทรีย์ หมู่ 5 บา้ นตน้ ยาง ต.นาเฉลียง 9 นายคาพนั ธ์ หงษล์ อย ศิลป์ ประดิษฐ์-ดอกไม้ หมู่ 1 บา้ นกกกะแบก ต.หว้ ยโป่ ง 10 นางเชิญ แกว้ ฟอง การูานตะกร้าไมไ้ ผ่ หมู่ 7 บา้ นใหมู่ ามคั คี ต.หว้ ยโป่ ง 11 นางนงเยาว์ พลิกคลา้ ย การทากะยาูาร์ท หมู่ 2 บา้ นไผข่ วาง ต.หว้ ยโป่ ง 12 นางบุญเรือง เบา้ ชาลี การทาบายศรี พวงมาลยั หมู่ 5 บา้ นนาขา้ วดอ ต.วงั โบูา์ 13 นางูมจิตร ศรีวงั คา ทอผา้ มดั หม่ี หมู่ 9 บา้ นวงั ประูาน ต.วงั โบูา์ 14 นางูุบิน บุญลือ ทอเู่ือกก หมู่ 9 บา้ นวงั ประูาน ต.วงั โบูา์ 15 นางบวั ผนั ไชยราษฎร์ หมู่ 4 บา้ นวงั ูงวน ต.บ่อไทย 16 นายูุนทร เหล่าอนั นาโยน หมู่ 13บา้ นไทรงาม ต.บ่อไทย 17 นายบุญรวม พีรี หมอดินชาวบา้ น หมู่ 2 บา้ นตีบใต้ ต.บ่อไทย 18 นายดารง กองทิพย์ ทาไมก้ วาดดอกหญา้ หมู่ 1 บา้ นขอนยางขวาง ต.วงั ท่าดี 19 นายเด่นพงษ์ ทองไทย หมอูู่ขวญั หมู่ 3 บา้ นกลาง ต.วงั ทา่ ดี 20 นางทบั ทิม จอจนั ทร์ ดา้ นศาูนา ประเพณี หมู่4 บา้ นลาพาด ต.วงั ทา่ ดี 21 นางูาวศิริภาพร เริญศรี แพทยแ์ ผนไทย หมู่ 3 บา้ นลากง ต.ท่าแดง 22 นางคาเพยี ร ขอ้ งวาริน การทาบายศรี หมู่ 11 บา้ นหนองม่วง ต.ทา่ แดง 23 นายคมั ภีร์ ูุขูวย หตั ากรรมไมไ้ ผ่ ตห.มทู3่ า่ แบดา้ งนลากง ต.ท่าแดง 24 นางแูงจนั ทร์ ตามระงบั ผลิตภณั ฑจ์ ากเูื่อกก หมู่ 7 บา้ นเนินพฒั นา ต.กองทูล 25 นายคาผา คาปัน หมู่ 1 บา้ นวงั ชงโค ต.กองทูล 26 พระูุรัตน์ ศรีชา ศิลปประดิษฐเ์ หลือใช้ ม.7 บา้ นเนินพฒั นา ต.กองทูล 27 นางดม แกว้ นารี การทาบายศรี หมู1่ 1บา้ นูามแยกตะวนั ออก ต.บา้ น 28 นายคาพูล ทองใบ การแกะูลกั ไมู้ กั โหภมชู4่ นบ์า้ นคลองกระโบนต.บา้ นโภชน์ 29 นายบุญเลิศ ูุขแูง วฒั นธรรมประเพณี ทอ้ งา่ิน ม.3บา้ นคงูมโภชน์ ต.บา้ นโภชน์ 30 นางอุทยั วรรณ ก่อกาลงั ช่างไมเ้ ฟอร์นิเจอร์ หตั ากรรมพ้ืนบา้ น 31 นายบุญช่วย ูกลุ รัตน์ ทอเู่ือกก
30 ภูมิปัญญาทอ้ งาิ่น ความรู้ความูามารา ที่อยู่ การแปรรูปูมุนไพร, การทา หมู่ 1 บา้ นลาบวั ต.บวั วฒั นา ที่ ภูมิปัญญาทอ้ งาิ่น แงาชนมพพิธู,ี /ดอกไมจ้ นั ทน์ หมู2่ บา้ นไร่เหนือ ต.บวั วฒั นา 32 นางูาเนียง ูวาูติธรรม พชื ูมุนไพร / นวดแผนไทย หมู่ 2 บา้ นไร่เหนือ ต.บวั วฒั นา 33 นางลนั ดร จิตอ่อนนอ้ ม หมอเป่ า หมู1่ บา้ นลาบวั ต.บวั วฒั นา 34 นางละมยั แขกตอ้ ย เกษตรอินทรีย์ หมู่ 1 บา้ นนาเฉลียงต.ยางงาม 35 นายธีระ กงานั 36 นางกลีบ ลพเมือง การทาป๋ ุยหมกั หมู่ 1 บา้ นนาเฉลียงต.ยางงาม เกษตรอินทรีย์ หมู่ 8 บา้ นปากตก ต.ยางงาม 37 นายเจริญ เกษตรูังข์ พชื ูมุนไพรพ้นื บา้ น หมู่8บา้ นเกษมูุขต.เพชรละคร 38 นายาวลิ ทองบุตรดี พืชูมุนไพรพ้ืนบา้ น หมู1่ 0บา้ นูระแกว้ ต.เพชรละคร 39 นายทวี คุณากร ทอเู่ือกก หมู่7บา้ นูามแยกตะวนั ออกเพชร 40 นายทวี ศิริูุวรรณ ศิลปประดิษฐ์ หละมคู่2รบา้ นเนินมะคา่ ต.ลาบวั วฒั นา 41 นางติ๋ว คารัตน์ การออกแบบจากตน้ กก หมู่14บา้ นเจริญทรัพยต์ .เพชรละคร 42 นางอจั ฉิมา ช่ือูานาล ทาบายศรี หมู8่ บา้ นท่าดว้ ง ต.ท่าดว้ ง 43 นางอานวย ยทุ ธการ ไร่นา ูวนผูม หมู่ 6บา้ นูันเจริญ ต.ทา่ ดว้ ง 44 นางรัศมี บุตรพรม ป๋ ุยอินทรียอ์ ดั เม็ด หมู่ 4บา้ นเฉลียงทอง ต.ท่าดว้ ง 45 นายประยงค์ ูมูิทธ์ิ 46 ราย 46 นายโมด นาราศรี รวมจานวน
31 ปรัชญา หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ยดึ ปรัชญา “คิดเป็ น” มาใช้ ในการจดั การศึกษา ปรัชญา”คิดเป็ น” อยบู่ นพ้ืนฐานความคิดท่ีวา่ ความตอ้ งการของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกนั แต่ทุกคนมีจุดรวมของความตอ้ งการท่ีเหมือนกนั คือ ทุกคนต้องการความสุข คนเราจะมีความูุขเมื่อตวั เรา ความรู้ทางวชิ าการ ูงั คมและูิ่งแวดลอ้ ม ผูมกลมกลืนกนั ไดก้ ็จะมีความูุข โดยคิดแบบพอเพียง พอประมาณ ไมม่ ากไม่นอ้ ย เป็นทางูายกลาง ูามาราอธิบายไดด้ ว้ ยเหตุผล กระบวนการเรียนรู้ ตามปรัชญา “คิดเป็น” มีผเู้ รียนูาคญั ทีูุ่ด โดยครูจะเป็นเพยี งผจู้ ดั โอกาู กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนคิด วเิ คราะห์ ปัญหาหรือความตอ้ งการ มีการเรียนรู้จากขอ้ มูลจริงและตดั ูินใจบนฐานขอ้ มูลท่ีเพยี งพอ และเช่ือาือได้ คือ ขอ้ มูลตนเอง วชิ าการ ชุมชน ูังคมและู่ิงแวดลอ้ ม าา้ หากูามาราทาใหป้ ัญหาหายไป กระบวนการกย็ ตุ ิลง าา้ ยงั ไมพ่ อใจแูดงวา่ ยงั มีปัญหาอยู่ ก็จะเริ่มกระบวนการพจิ ารณาทางเลือกใหม่อีกคร้ัง กระบวนการน้ีก็จะยตุ ิลงเมื่อบุคคลพอใจและมีความูุข ปรัชญา มีคุณธรรม นาวาิ ีพอเพียง วสิ ัยทัศน์ ภายในปี 2566 กศน.อาเภอหนองไผ่ มุง่ ูร้างโอกาูการเรียนรู้ใหก้ บั ประชาชน และู่งเูริมการใชด้ ิจิทลั เพ่ือใหเ้ กิดูงั คมฐานการเรียนรู้และการศึกษาตลอดชีวติ ไดอ้ ยา่ งทวั่ าึงและเทา่ เทียม พนั ธกจิ 1. จดั และู่งเูริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ใหก้ บั ประชาชน ครอบคลุมพ้ืนท่ีทุก ตาบลทุกหมู่บา้ น 2. จดั และู่งเูริมูนบั ูนุนนโยบายของรัฐบาล และจงั หวดั ในการใหค้ วามรู้ฝึกอบรม ทกั ษะเพือ่ แกไ้ ขปัญหาความเดือดร้อนความยากจนของประชาชน 3. ู่งเูริมูนบั ูนุนใหม้ ีเครือขา่ ยร่วมจดั กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั 4. จดั ใหม้ ีการประกนั คุณภาพของูาานศึกษา 5. นาเทคโนโลยมี าใชเ้ พอ่ื การจดั กระบวนการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประูิทธิภาพ หลกั การ 1. เป็นหลกั ููตรท่ีมีโครงูร้างยดื หยนุ่ ดา้ นูาระการเรียนรู้ เวลาเรียน และการจดั การเรียนรู้ โดยเนน้ การบูรณาการเน้ือหาใหู้ อดคลอ้ งกบั วาิ ีชีวติ ความแตกต่างของบุคคล และชุมชน ูงั คม 2. ู่งเูริมใหม้ ีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอธั ยาศยั 3. ู่งเูริมใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาและเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดชีวิตโดยตระหนกั วา่ ผเู้ รียนมีความูาคญั ูามาราพฒั นาตนเองไดต้ ามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ 4. ู่งเูริมใหภ้ าคีเครือขา่ ยมีู่วนร่วมในการจดั การศึกษา
32 จุดหมาย หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 มุง่ พฒั นาใหผ้ เู้ รียน มี คุณธรรม จริยธรรม มีูติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศกั ยภาพในการประกอบอาชีพ และการเรียนรู้อยา่ ง ตอ่ เนื่อง ซ่ึงเป็นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประูงคท์ ี่ตอ้ งการ จึงกาหนดจุดหมาย ดงั ต่อไปน้ี 1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และูามาราอยรู่ ่วมกนั ในูังคมอยา่ งูนั ติูุข 2. มีความรู้ พ้ืนฐานูาหรับการดารงชีวติ และการเรียนรู้ต่อเน่ือง 3. มีความูามาราในการประกอบูมั มาอาชีพ ใหู้ อดคลอ้ งกบั ความูนใจ ความานดั และตามทนั ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ูังคม และการเมือง 4. มีทกั ษะการดาเนินชีวิตที่ดี และูามาราจดั การกบั ชีวติ ชุมชน ูงั คม ไดอ้ ยา่ งมีความูุข ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพยี ง 5. มีความเขา้ ใจประวตั ิศาูตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมของศาูนา ยดึ มน่ั ในวาิ ีชีวติ และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข 6. มีจิตูานึกในการอนุรักษ์ และพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและู่ิงแวดลอ้ ม 7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีทกั ษะในการแูวงหาความรู้ ูามาราเขา้ าึงแหล่งเรียนรู้ และบูรณาการ ความรู้มาใชใ้ นการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน ูงั คม และประเทศชาติ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มคนพกิ าร กลุ่มผใู้ ชแ้ รงงาน กลุ่มผนู้ าทอ้ งา่ิน กลุ่ม อูม. กลุ่มทหารกองประจาการ
33 กรอบโครงสร้าง ระดับการศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย สาระการเรียนรู้ ูาระการเรียนรู้ประกอบดว้ ย 5 ูาระ ดงั น้ี 1. สาระทกั ษะการเรียนรู้ เป็ นูาระเกี่ยวกบั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การใชแ้ หล่งเรียนรู้ การจดั การ ความรู้ การคิดเป็ น และการวจิ ยั อยา่ งง่าย 2. สาระความรู้พืน้ ฐาน เป็นูาระเก่ียวกบั ภาษาและการู่ือูาร คณิตศาูตร์ วทิ ยาศาูตร์และ เทคโนโลยี 3. สาระการประกอบอาชีพ เป็นูาระเกี่ยวกบั การมองเห็นช่องทาง และการตดั ูินใจประกอบ อาชีพ ทกั ษะในอาชีพ การจดั การอาชีพอยา่ งมีคุณธรรม และการพฒั นาอาชีพใหม้ น่ั คง 4. สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ เป็นูาระเกี่ยวกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ูุขภาพอนามยั และ ความ ปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ ศิลปะและูุนทรียภาพ 5. สาระการพฒั นาสังคม เป็ นูาระที่เกี่ยวกบั ภูมิศาูตร์ ประวตั ิศาูตร์ เศรษฐศาูตร์ การเมือง การ ปกครอง ศาูนา วฒั นธรรม ประเพณี หนา้ ท่ีพลเมือง และการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน ูังคม กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ เป็นกิจกรรมท่ีจดั ข้ึนเพือ่ ให้ผเู้ รียนพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน ูงั คม มาตรฐานการเรียนรู้ หลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กาหนดมาตรฐาน การ เรียนรู้ ตามูาระการเรียนรู้ท้งั 5 ูาระ ที่เป็นขอ้ กาหนดคุณภาพของผเู้ รียน ดงั น้ี 1. มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ ในแต่ ละูาระการเรียนรู้ เม่ือผเู้ รียนเรียนจบหลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 2. มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในแต่ละูาระการเรียนรู้ เม่ือผเู้ รียนเรียนจบ ใน แตล่ ะระดบั ตามหลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เวลาเรียน ในแตล่ ะระดบั ใชเ้ วลาเรียน 4 ภาคเรียน ยกเวน้ กรณีที่มีการเทียบโอนผลการเรียน ท้งั น้ี ผเู้ รียน ตอ้ ง ลงทะเบียนเรียนในูาานศึกษาอยา่ งนอ้ ย 1 ภาคเรียน หน่วยกติ ใชเ้ วลาเรียน 40 ชว่ั โมง มีคา่ เทา่ กบั 1 หน่วยกิต
34 โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษา ูาานศึกษาจดั ทาโครงูร้างหลกั ููตรูาานศึกษา โดยพิจารณาโครงูร้างหลกั ููตรการศึกษา นอก ระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ดงั น้ี โครงสร้างหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 จานวนหน่วยกติ ท่ี สาระการเรียนรู้ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย วชิ าบงั คบั วชิ าเลือก วชิ าบังคบั วชิ าเลือก วชิ าบงั คบั วชิ าเลือก 1 ูาระทกั ษะการเรียนรู้ 5 5 5 2 ูาระความรู้พ้นื ฐาน 12 16 20 3 ูาระการประกอบอาชีพ 8 8 8 4 ูาระทักษะการดาเนิ น 5 5 5 ชีวติ 5 ูาระการพฒั นาูังคม 6 6 6 รวม 36 12 40 16 44 32 48 หน่วยกติ 56 หน่วยกติ 76 หน่วยกติ กิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ ไม่นอ้ ยกวา่ 200 ชว่ั โมง ไมน่ อ้ ยกวา่ 200 ชว่ั โมง ไมน่ อ้ ยกวา่ 200 ชว่ั โมง หมายเหตุ : กลุ่มผเู้ รียนท่ีมีความตอ้ งการเรียนรู้อยา่ งหลากหลาย จึงเลือกรายวชิ าเลือกคละกนั ทุกูาระ
35 สาระการเรียนรู้ ที่ สาระการเรียนรู้ รายวชิ า หน่วยกติ 1. ทกั ษะการเรียนรู้ 2. ความรู้ พ้นื ฐาน รหสั รายวชิ า 5 4 3. การประกอบอาชีพ วชิ าบังคับ 4 4. ทกั ษะการดาเนินชีวิต ทร21001 ทกั ษะการเรียนรู้ 4 5. การพฒั นาูังคม พท21001 ภาษาไทย 4 พค21001 คณิตศาูตร์ 2 พต21001 ภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั 4 พว21001 วทิ ยาศาูตร์ 2 อช21001 ช่องทางการพฒั นาอาชีพ 1 อช21002 ทกั ษะการพฒั นาอาชีพ 2 อช21003 พฒั นาอาชีพใหม้ ีความเขม้ แขง็ 2 ทช21001 เศรษฐกิจพอเพียง 3 ทช21002 ูุขศึกษา พลศึกษา 2 ทช21003 ศิลปศึกษา 1 ูค21001 ูังคมศึกษา ูค21002 ศาูนาและหนา้ ท่ีพลเมือง ูค21003 การพฒั นาตนเอง สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลกั ููตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ประกอบดว้ ยูาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั น้ี 1. สาระทกั ษะการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การใชแ้ หล่งเรียนรู้ มาตรฐานท่ี 1.3 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การจดั การความรู้ มาตรฐานที่ 1.4 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการคิดเป็น
36 มาตรฐานท่ี 1.5 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการวจิ ยั อยา่ งง่าย 2. ูาระความรู้พ้นื ฐาน ประกอบดว้ ย 2 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้นื ฐานเกี่ยวกบั ภาษาและการู่ือูาร มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ และทกั ษะพ้ืนฐานเก่ียวกบั คณิตศาูตร์ วทิ ยาศาูตร์และ เทคโนโลยี 3. ูาระการประกอบอาชีพ ประกอบดว้ ย 4 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานท่ี 3.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติที่ดีในงานอาชีพ มองเห็นช่องทางและตดั ูินใจ ประกอบอาชีพไดต้ ามความตอ้ งการ และศกั ยภาพของตนเอง มาตรฐานท่ี 3.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะในอาชีพที่ตดั ูินใจเลือก มาตรฐานท่ี 3.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการจดั การอาชีพอยา่ งมีคุณธรรม มาตรฐานที่ 3.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ในการพฒั นาอาชีพใหม้ ีความมนั่ คง 4. ูาระทกั ษะการดาเนินชีวติ ประกอบดว้ ย 3 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เจตคติที่ดีเก่ียวกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และูามารา ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนินชีวติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะูม มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคติที่ดีเก่ียวกบั การดูแล ู่งเูริมูุขภาพ อนามยั และความปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติท่ีดีเกี่ยวกบั ศิลปะและูุนทรียภาพ 5. ูาระการพฒั นาูงั คม ประกอบดว้ ย 4 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานท่ี 5.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และตระหนกั าึงความูาคญั เก่ียวกบั ภูมิศาูตร์ ประวตั ิศาูตร์ เศรษฐศาูตร์ การเมือง การปกครอง ูามารานาไปปรับใชใ้ นการดารงชีวติ มาตรฐานท่ี 5.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และูืบทอดศาูนา วฒั นะรรมประเพณีเพอื่ การ อยู่ ร่วมกนั อยา่ งูนั ติูุข มาตรฐานท่ี 5.3 ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองดีตามวธิ ีประชาธิปไตย มีจิตูาธารณะเพ่ือความูงบูุข ของ ูังคม มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เห็นความูาคญั ของหลกั การพฒั นา และูามาราพฒั นา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน/ูังคม
37 คาอธิบายรายวชิ า ทกั ษะการเรียนรู้ ทร 31001 สาระทกั ษะการเรียนรู้ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน 5 หน่วยกติ ( 200 ชั่วโมง ) มาตรฐานท่ี 1.1 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติท่ีดีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง มาตรฐานท่ี 1.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการใชแ้ หล่งเรียนรู้ มาตรฐานท่ี 1.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการจดั การเรียนรู้ มาตรฐานท่ี 1.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีตอ่ การคิดเป็น มาตรฐานที่ 1.5 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะ และเจตคติที่ดีต่อการวจิ ยั อยา่ งง่าย ศึกษาและฝึ กทกั ษะเกยี่ วกบั เรื่องดังต่อไปนี้ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ทบทวน ความหมาย ความูาคญั และกระบวนการของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ฝึกทกั ษะพ้นื ฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการแกป้ ัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ดา้ น การอ่าน การฟัง การูงั เกต การจา และการจดบนั ทึก ทบทวนการวางแผนการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง มีทกั ษะพ้ืนฐานและเทคนิค ในการเรียนรู้ดว้ ยตนเองในเร่ืองการวางแผน การประเมินผลการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การวเิ คราะห์วจิ ารณ์ ฝึกทกั ษะความรู้ทกั ษะการพูด และการทาแผนผงั ความคิด เจตคติ/ปัจจยั ที่ทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเองประูบความูาเร็จ การเปิ ดรับโอกาูการเรียนรู้ การคิด ริเร่ิมและเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การูร้างแรงจูงใจ การูร้างวินยั ในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคิดูร้างูรรค์ ความ รักในการเรียน การใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน และความรับผดิ ชอบ 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ ทบทวน ความหมาย ความูาคญั ประเภทแหล่งเรียนรู้ ทบทวนการใชห้ อ้ งูมุดประชาชน การเขา้ าึงูารูนเทศหอ้ งูมุดประชาชน หอ้ งูมุด อ่ืน ๆ แหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ ทีู่าคญั เช่นผรู้ ู้ในชุมชน พพิ ธิ ภณั ฑ์ ศูนยก์ ารเรียนรู้ ู่ือมวลชน รวมท้งั การใชอ้ ินเตอร์เน็ตเพื่อ การเรียนรู้ของตนเองศึกษา ูารวจ แหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน จดั กลุ่ม ประเภท และความูาคญั ศึกษาเรียนรู้กบั ภูมิปัญญา ปราชญ์ ผรู้ ู้ในทอ้ งาิ่น 3. การจัดการความรู้ ทบทวนความหมาย ความูาคญั หลกั การของการจดั การความรู้ กระบวนการจดั การ
38 ความรู้ การรวมกลุ่มเพื่อตอ่ ยอดความรู้ การพฒั นาขอบขา่ ยความรู้ของกลุ่ม การจดั ทาูารูนเทศเผยแพร่ความรู้ ฝึกทกั ษะกระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยตนเองและดว้ ยการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ โดยการกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ ระบุความรู้ท่ีตอ้ งใช้ การแูวงหาความรู้ ูรุปองคค์ วามรู้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ แลกเปล่ียนความรู้ การรวมกลุ่มปฏิบตั ิการเพือ่ ต่อยอดความรู้ การพฒั นาขอบข่าย ความรู้ของกลุ่ม ูรุปองคค์ วามรู้ของกลุ่ม จดั ทาูารูนเทศองคค์ วามรู้ใหม่และการนาไปใชใ้ นการพฒั นาตนเอง ครอบครัว 4. การคิดเป็ น ทบทวนความรู้ความเขา้ ใจ และความหมายของความเช่ือพ้นื ฐานทางการศึกษา / การศึกษานอกระบบ และเช่ือมโยงมาูู่กระบวนการคิดเป็ น ทบทวน ความหมาย ความูาคญั ของการคิดเป็ น กระบวนการคิดการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็ นระบบ กระบวนการคิดเป็ น ศึกษารายละเอียดท่ีหลากหลายในเชิงเปรียบเทียบของลกั ษณะขอ้ มูลทางดา้ นวชิ าการ ตนเอง และูังคม ูิ่งแวดลอ้ มท่ีแตกต่างกนั ไปของชุมชน วฒั นธรรม จารีตประเพณี ูาานภาพทางูังคม เศรษฐกิจ และ บุคคล เพือ่ นามาขยายในการคิด การตดั ูินใจอยา่ งคนคิดเป็ น ศึกษาขอ้ มูลดา้ นคุณธรรม จริยธรรมที่เกี่ยวขอ้ งกบั บุคคล ครอบครัวและชุมชนมาเูริมความหมายการคิดเป็ นใหเ้ กิดูันติูุขท่ียงั่ ยนื ฝึกปฏิบตั ิการเกบ็ ขอ้ มูล การวเิ คราะห์ ูงั เคราะห์ขอ้ มูลในชุมชน เพ่ือนามาประกอบการคิดการตดั ูินใจ ฝึกปฏิบตั ิการคิดการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบ การคิดเป็นท้งั จากกรณีตวั อยา่ งที่ซบั ซอ้ น และ หลากหลายโดยนาขอ้ มูลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม มาประกอบการคิดการพิจารณาดว้ ย ฝึกการูรุปกระบวนการแกป้ ัญหาดว้ ยกระบวนการคิดเป็นจากขอ้ มูลที่เก็บและวเิ คราะห์จากชุมชน 5. การวจิ ัยอย่างง่าย ทบทวนความหมาย ความูาคญั การวจิ ยั อยา่ งง่าย กระบวนการและข้นั ตอนของการดาเนินงาน ูาิติง่าย ๆ เพ่ือการวจิ ยั เครื่องมือการวจิ ยั และการเขียนโครงการวจิ ยั อยา่ งง่าย ๆ ศึกษา ฝึกทกั ษะ การวจิ ยั ในบา้ น การเขียนรายงานวจิ ยั การนาเูนอและเผยแพร่งานวิจยั การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ควรจดั ในลกั ษณะของการบูรณาการทกั ษะตา่ ง ๆ ไปพร้อมกบั การูร้างูาานการณ์ในการเรียนรู้ท่ี หลากหลาย ซบั ซอ้ น อยา่ งูร้างูรรค์ เพ่ือ 1) ฝึกใหผ้ เู้ รียนไดก้ าหนดเป้าหมาย และวางแผนการเรียนรู้ 2) เพม่ิ พนู ใหม้ ีทกั ษะพ้นื ฐานทกั ษะการพูด และการทาแผนผงั ความคิดโดยการปฏิบตั ิจริง 3) มีเจตคติท่ีดีต่อการ เรียนรู้ดว้ ยตนเองท่ีทาให้การเรียนรู้ดว้ ยตนเองประูบผลูาเร็จ และนาความรู้ไปใชใ้ นวิาีชีวติ ใหเ้ หมาะูมกบั ตนเอง และชุมชน/ูงั คม
39 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ ใหผ้ เู้ รียนทุกคนไปูารวจ ศึกษา รวบรวมแหล่งเรียนรู้ ภายในชุมชน จงั หวดั ประเทศ และโลก รวมท้งั การใชอ้ ินเทอร์เน็ต การเขา้ าึงขอ้ มูลูารูนเทศทีู่นใจ ทาความเขา้ ใจ บทบาท หนา้ ที่ ขอ้ ดีขอ้ เูียของแหล่ง เรียนรู้ตา่ ง ๆ 3. การจัดการความรู้ ศึกษาคน้ ควา้ หลกั การ และกระบวนการของการจดั การความรู้ การฝึกปฏิบตั ิจริงโดย การรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ/ชุมชนปฏิบตั ิการ (Community of practice = Cops) ูรุปองคค์ วามรู้ของกลุ่ม แลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ งกลุ่ม ยกระดบั ความรู้/ูร้างองคค์ วามรู้ใหม่และจดั ทาูารูนเทศเผยแพร่ความรู้ ดว้ ย วธิ ีการที่หลากหลาย 4. การคดิ เป็ น ใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีการทบทวนท้งั ความเช่ือพ้ืนฐานทางการศึกษาผใู้ หญ่ / กศน. ที่เช่ือมโยงไปูู่ปรัชญาคิด เป็น และกระบวนการคิดการแกป้ ัญหาท่ีเป็ นระบบกระบวนการคิดเป็นที่ใชข้ อ้ มูลของการคิดอยา่ งนอ้ ย 3 ประการ คือ ขอ้ มูลวธิ ีการตนเอง และูังคม ู่ิงแวดลอ้ ม ใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีการอภิปรายากแาลงาึงประูบการณ์ในการคิดของตนเองที่ผา่ นมาวา่ มีการใช้ กระบวนการคิดเป็นมากนอ้ ยเพียงใด มีผลกระทบจากการคิดการตดั ูินใจแกป้ ัญหาอยา่ งใด รวมาึงการใชห้ ลกั คุณธรรมจริยธรรมบูรณาการเขา้ กบั กระบวนการคิดเป็นเพ่ือปรับกระบวนการ คิดเป็นที่ยงั่ ยนื ใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ ึกการเกบ็ ขอ้ งมูล การเลือกใชข้ อ้ ขอ้ มูล การวิเคราะห์ขอ้ มูล การูังเคราะห์ขอ้ มูล ในชุมชน และนามาฝึกปฏิบตั ิการแกป้ ัญหา ในลกั ษณะการคิดเป็ นที่มีขอ้ มูลคุณธรรม จริยธรรม บูรณาการดว้ ยเหมือนการ คิดท่ียง่ั ยนื ใหม้ ีการูรุปรายงานการคิดแกป้ ัญหาดว้ ยกรนะบวนการคิดเป็น เพื่อจดั ทาเป็นร่องรอยในแฟ้มผลงาน 5. การวจิ ัยอย่างง่าย จดั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ เอกูารที่เก่ียวขอ้ ง การใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือูืบคน้ ขอ้ มูล ฝึกทกั ษะการูงั เกตและคน้ หาปัญหาท่ีพบในชีวติ ประจาวนั / ในการประกอบอาชีพ / ในูาระที่เรียน การต้งั คาาาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั เพื่อน / ผูร้ ู้ การคาดเดาคาตอบอยา่ งมีเหตุผล การฝึกปฏิบตั ิการเขียน โครงการวจิ ยั ตามหลกั การ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล การูร้างเครื่องมือ การวเิ คราะห์ขอ้ มูลโดยใชู้ าิติอยา่ งง่าย ๆ ท่ี เหมาะูมกบั ขอ้ มูล การนาเูนอขอ้ มูล การูรุปขอ้ มูลและเขียนรายงานผลตามหลกั การ การเผยแพร่ขอ้ คน้ พบ ดว้ ยวธิ ีการหลากหลาย การวดั และประเมินผล
40 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ใชก้ ารประเมินจากูภาพจริงของผเู้ รียนที่แูดงออกเก่ียวกบั การกาหนดเป้าหมาย และวางแผนการ เรียนรู้ รวมทกั ษะพ้ืนฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ตลอดจนปัจจยั ท่ีทาใหก้ ารเรียนรู้ประูบความูาเร็จ 2. การใช้แหล่งเรียนรู้ ผลงานจากการศึกษาูารวจ และการนาไปใชป้ ระโยชน์ 3. การจัดการความรู้ ประเมินจากูภาพจริงโดย การูงั เกต ความูนใจ การแูดงความคิดเห็น การมีู่วนร่วม การใหค้ วาม ร่วมมือในกลุ่มปฏิบตั ิการ ผลงาน/ชิ้นงานจากการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ ใชว้ ธิ ีการประเมินแบบมีู่วนร่วมระหวา่ ง ครู ผเู้ รียนและผเู้ ก่ียวขอ้ งร่วมกนั ประเมินตีคา่ ความูามารา ความูาเร็จกบั เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ และระบุ ขอ้ บกพร่องที่ตอ้ งแกไ้ ข ู่วนท่ีทาไดด้ ีแลว้ กพ็ ฒั นาใหด้ ียง่ิ ข้ึนต่อไป 4. การคดิ เป็ น ประเมินจากการเก็บรวบรวมขอ้ มูล การคิดวิเคราะห์ การตดั ูินใจแกป้ ัญหาจากขอ้ มูลตามขอ้ เทจ็ จริง ประเมินจากการใชข้ อ้ มูลที่เหมาะูม ูอดคลอ้ ง เพียงพอ น่าเช่ือาือ ประเมินจากการมีู่วนร่วมในกิจกรรม และ การอภิปรายากแาลง และความพอใจในการแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ ีคิดเป็นอยา่ งยงั่ ยนื 5. การวจิ ัยอย่างง่าย ประเมินจากูภาพจริงโดย การูังเกต ความูนใจ การมีู่วนร่วม ความร่วมมือ จากผลงาน / ชิ้นงานท่ีมอบหมายใหฝ้ ึกปฏิบตั ิ ในระหวา่ งเรียน และการูอบปลายภาคเรียน 1.มาตรฐานการเรียนรู้ 1. ูามาราประมวลความรู้ ทางานบนฐานขอ้ มูล และมีความชานาญในการอ่าน ฟัง จดบนั ทึก เป็น ูารูนเทศอยา่ งคล่องแคล่วรวดเร็ว 2. ูามาราวางแผนและใชแ้ หล่งเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่วจนเป็ นลกั ษณะนิูัย 3. ูามาราูรุปองคค์ วามรู้ใหม่ นาไปูร้างูรรคู์ งั คมอุดมปัญญา 4. ความูามาราในการฝึกทกั ษะการคิดเป็นท่ีซบั ซอ้ นเชื่อมโยงกบั คุณธรรม จริยธรรม ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ปรัชญาคิดเป็นและูามาราระบุาึงปัญหาอุปูรรคการพฒั นากระบวนการคิดเป็ น และการแกไ้ ข 5. ูามาราวางแผนการวจิ ยั ดาเนินการตามแบบแผนอยา่ งาูกตอ้ ง 2. ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั 1. ประมวลความรู้ และูรุปเป็นูารูนเทศ 2. ทางานบนฐานขอ้ มูลดว้ ยการแูวงหาความรู้จนเป็นลกั ษณะนิูัย 3. มีความชานาญในทกั ษะการอ่าน ทกั ษะการฟัง และทกั ษะการจดบนั ทึก อยา่ งคล่องแคล่ว รวดเร็ว 4. วางแผนการใชแ้ หล่งเรียนรู้ตามความตอ้ งการจาเป็ นของ แต่ละบุคคล 5. ใชแ้ หล่งเรียนรู้จากเทคโนโลยแี ละนวตั กรรมตามความตอ้ งการจาเป็น
41 6. ใชแ้ หล่งเรียนรู้อยา่ งแคล่วคล่องจนเป็ นลกั ษณะนิูยั 7. ออกแบบผลิตภณั ฑ์ ูร้างููตร ูรุปองคค์ วามรู้ใหม่ของขอบเขตความรู้ 8. ประพฤติตนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 9. ูร้างูรรคู์ ังคมอุดมปัญญา 10. อธิบายหรือทบทวนปรัชญาคิดเป็ น และการใชร้ ะบบขอ้ มูลทางวชิ าการ ตนเอง และูงั คม ูิ่งแวดลอ้ ม มาวเิ คราะห์ ูังเคราะห์ เพื่อประกอบกระบวนการคิด การตดั ูินใจ ในการแกป้ ัญหา 11. อธิบายและปฏิบตั ิการใชเ้ ทคนิควธิ ีการฝึกทกั ษะการคิดเป็นที่ซบั ซอ้ นและนาคุณธรรม จริยธรรม ท่ี เก่ียวขอ้ งมาู่งเูริมกระบวนการคิดเป็ นใหม้ ากข้ึน 12. อภิปราย ากแาลงาึงปัญหาและอุปูรรคในการใชก้ ระบวนการคิดเป็ น ประกอบการแกป้ ัญหา 13. เช่ือมโยงปรัชญาคิดเป็ น กระบวนการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบ 14. บอกลกั ษณะของคนคิดเป็น ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย 8 ประการ 15. ออกแบบการวจิ ยั เพ่ือคน้ หาความรู้ ความจริงท่ีตอ้ งการคาตอบ 16. ดาเนินการตามแบบแผนการวจิ ยั และวเิ คราะห์ขอ้ มูล ูรุปูารูนเทศความรู้ ความจริงที่ตอ้ งการ คาตอบ
42 หัวเรื่อง 1. การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง ตวั ชี้วดั 1. อธิบายความหมาย ความูาคญั และกระบวนการของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 2. ปฏิบตั ิการฝึกทกั ษะพ้นื ฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทกั ษะการแกป้ ัญหา และเทคนิคในการเรียนรู้ ดว้ ยตนเองได้ และการวางแผนการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง 3. ฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการพูด และการทาแผนผงั ความคิด 4. อธิบายปัจจยั ที่ทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเองประูบความูาเร็จ กรอบสาระการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้เพม่ิ เติม จานวนชั่วโมง 1. ความหมาย ความูาคญั และ 1. ทาแผนการเรียนรู้ดว้ ยตนเองในวชิ าที่พจิ ารณา 5 กระบวนการของการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง แลว้ เห็นวา่ มีความูามารานาไปเรียนรู้ดว้ ย 2. ทกั ษะพ้นื ฐานทางการศึกษาหา ตนเองได้ 10 ความรู้ ทกั ษะการแกป้ ัญหาและเทคนิค - ทกั ษะการเรียนรู้ ในการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง รวมท้งั การ - ความรู้พ้ืนฐาน วางแผนการเรียนรู้ - การประกอบอาชีพ และการประเมินผลการเรียนรู้ดว้ ย - ทกั ษะการดาเนินชีวติ ตนเอง - การพฒั นาูังคม 15 3. ทกั ษะการพูด และการทาแผนผงั 2. ขอ้ มูลและการประยกุ ตใ์ ชข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั การ ความคิด ทางาน 10 4. ปัจจยั ท่ีทาใหก้ ารเรียนรู้ดว้ ยตนเอง - แหล่งขอ้ มูล ประูบความูาเร็จ - ความหมายประโยชนข์ องขอ้ มูล - การรวบรวมขอ้ มูล - ประเภทของขอ้ มูล - การจดั เก็บขอ้ มูลในรูปแบบท่ีเหมาะูม
43 - การวเิ คราะห์ ูังเคราะห์ และประมวลผล ขอ้ มูลูารูนเทศ - การเลือกูรรและประยกุ ตใ์ ชข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั การทางาน หัวเรื่อง 2. การใชแ้ หล่งเรียนรู้ ตัวชี้วดั 1. อธิบายความหมาย ความูาคญั ประเภทแหล่งเรียนรู้ การใชห้ อ้ งูมุดและแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ท่ีูาคญั รวมท้งั การใชอ้ ินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง 2. บง่ ช้ีขอ้ ดีขอ้ เูียของแหล่งเรียนรู้ 3. ปฏิบตั ิการเรียนรู้กบั แหล่งเรียนรู้ต่างๆไดเ้ หมาะูม กรอบสาระการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้เพมิ่ เติม จานวนชั่วโมง 1. ความหมาย ความูาคญั ประเภทแหล่ง ศึกษากรณีตวั อยา่ งแหล่งเรียนรู้ เช่น 10 เรียนรู้ เขา้ าึงูารูนเทศ แหล่งเรียนรู้ 1. ศูนยู์ ามวยั อื่น ๆ ท่ีูาคญั รวมท้งั การใชอ้ ินเตอร์เน็ต 2. ภูมิปัญญาผรู้ ู้ เพ่ือการเรียนรู้ของตนเอง - นายทองดา เพม่ิ พลงั 2. ขอ้ ควรคานึงในการศึกษาเรียนรู้กบั ( ศิลปวฒั นธรรมพ้ืนบา้ น ) แหล่งขอ้ มูลตา่ ง ๆ รวมท้งั นวตั กรรมและ - นางพจนา วงศู์ ุวรรณ 30 เทคโนโลยี ( เพาะพนั ธุ์ปลาูวยงาม ) - นางม่วย ( การทาตะกร้าจากกาบหมาก ) ฯลฯ 3. ูาานีวทิ ยชุ ุมชน 4. ศูนยน์ วตั กรรมทางูงั คมตาบล บางบุตร 5. ูวนประูมทรัพย์ ฯลฯ
44 หวั เร่ือง 3. การจดั การความรู้ ตัวชี้วดั 1. อธิบายความหมาย ความูาคญั หลกั การ กระบวนการจดั การความรู้ การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ การพฒั นาขอบขา่ ยความรู้ของกลุ่ม การจดั ทาูารูนเทศเผยแพร่ความรู้ 2. ปฏิบตั ิการดา้ นทกั ษะกระบวนการจดั การความรู้ดว้ ยตนเองและดว้ ยการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ 3. ูรุปองคค์ วามรู้ของกลุ่ม จดั ทาูารูนเทศองคค์ วามรู้ในการพฒั นาตนเอง ครอบครัว กรอบสาระการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้เพมิ่ เตมิ จานวนช่ัวโมง 1. ศึกษากรณีตวั อยา่ งเรื่องการจดั การ 10 1. ความหมาย ความูาคญั หลกั การ ความรู้ที่น่าูนใจอยา่ งนอ้ ย 3 กรณี โดย จดั ทาบนั ทึกในแบบบนั ทึกในการจดั การ 15 กระบวนการจดั การความรู้ การ เรียนรู้ 15 รวมกลุ่มเพอ่ื ต่อยอดความรู้ การพฒั นา ขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การจดั ทา ูารูนเทศเผยแพร่ความรู้ 2. ทกั ษะกระบวนการจดั การความรู้ดว้ ย ตนเองและดว้ ยการรวมกลุ่มปฏิบตั ิการ 3. ูรุปองคค์ วามรู้ของกลุ่ม จดั ทา ูารูนเทศองคค์ วามรู้ในการพฒั นาตนเอง ครอบครัว
45 หวั เรื่อง 4. การคิดเป็ น ตัวชี้วดั 1. อธิบายความหมาย ความูาคญั ของการคิดเป็ น 2. รวบรวมและวเิ คราะห์ูภาพปัญหา ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิดวิเคราะห์ โดยใชข้ อ้ มูลดา้ น ตนเอง ดา้ นวชิ าการและดา้ นูงั คมู่ิงแวดลอ้ ม 3. กาหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแกป้ ัญหาอยา่ งมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมี ความูุขการประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งมีเหตุผลเหมาะูมกบั ตนเอง ครอบครัว และชุมชนูงั คม กรอบสาระการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้เพมิ่ เติม จานวนช่ัวโมง 1. ความเช่ือพ้ืนฐานทางการศึกษาผใู้ หญ/่ การศึกษา 1. ศึกษากรณีตวั อยา่ งท่ีผูเ้ รียนใช้ นอกระบบที่เช่ือมโยงมาูู่ปรัชญา คิดเป็ น ข้นั ตอนกระบวนการแกป้ ัญหา 2. ความหมาย ความูาคญั ของการ ไปูู่การคิดเป็น ในการดาเนิน คิดเป็น ชีวติ ของตนเองอยา่ งนอ้ ย 2 กรณี 3. การรวบรวมและวเิ คราะห์ูภาพปัญหา ของ ประกอบ 4 ข้นั ตอน ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิดวเิ คราะห์ โดยใช้ - ข้นั เกิดปัญหา ขอ้ มูลดา้ นตนเอง ดา้ นวชิ าการ และดา้ นูงั คม - ข้นั กระบวนการแกป้ ัญหา ู่ิงแวดลอ้ ม - ข้นั ตดั ูินใจ 4. กระบวนการและเทคนิคการเกบ็ ขอ้ มูล การ - ข้นั ปฏิบตั ิ วเิ คราะห์ และูงั เคราะห์ขอ้ มูล ท้งั 3 ประการ ของ บุคคล ครอบครัว และชุมชน เพื่อประกอบการคิด การตดั ูินใจ 5. การกาหนดแนวทางทางเลือกท่ีหลากหลายใน การแกป้ ัญหาอยา่ งมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความูุขอยา่ งยง่ั ยนื การประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งมี
46 เหตุผลเหมาะูมกบั ตนเอง ครอบครัว และ ชุมชน/ูังคม หัวเร่ือง 5. การวจิ ยั อยา่ งง่าย ตวั ชี้วดั 1. อธิบายความหมาย ความูาคญั การวจิ ยั อยา่ งง่าย กระบวนการและข้นั ตอนของการดาเนินงาน 2. อธิบาย และฝึกปฏิบตั ิเกี่ยวกบั ูาิติง่าย ๆ เพ่ือการวจิ ยั 3. ูร้างเครื่องมือการวจิ ยั อยา่ งง่าย ๆ 4. ปฏิบตั ิการเขียนโครงการวจิ ยั อยา่ ง ง่าย ๆ และมีทกั ษะการวจิ ยั ในอาชีพ การเขียนรายงานวจิ ยั การนาเูนอและเผยแพร่งานวจิ ยั กรอบสาระการเรียนรู้ เนื้อหาการเรียนรู้เพม่ิ เตมิ จานวนช่ัวโมง 5 1. ความหมาย ความูาคญั การวจิ ยั อยา่ งง่าย 1. การวจิ ยั ในช้นั เรียนอยา่ งนอ้ ยคนละ 2 เร่ือง 5 กระบวนการและข้นั ตอนของการดาเนินงาน โดยเริ่มจาก 10 10 2. ูาิติง่าย ๆ เพอื่ การวจิ ยั 1.1 การกาหนดปัญหา 10 3. การูร้างเคร่ืองมือการวิจยั 1.2 การแูวงหาความรู้ / การคน้ หาปัญหา 4. การเขียนโครงการวจิ ยั อยา่ งง่าย ๆ 1.3 การกาหนดแนวคาตอบ 5. ทกั ษะการวจิ ยั ในอาชีพ การเขียนรายงานวจิ ยั 1.4 การรวบรวมขอ้ มูล การนาเูนอและเผยแพร่งานวจิ ยั 1.5 การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 1.6 การเขียนรายงาน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173