51 ข้อสังเกต การพรากผเู้ ยาว์ = การเอาตวั เด็กทีอายยุ งั ไม่ครบบรรลุนิติภาวะไปจากความดูแลของบิดามารดา ผปู้ กครอง หรือผดู้ ูแลไม่ว่าเดก็ นนั จะเต็มใจหรือไม่กต็ าม การพรากผเู้ ยาวอ์ ายไุ ม่เกิน ปี แต่ไม่เกิน ปี โดยผเู้ ยาวไ์ ม่เต็มใจเป็ นความผิด ผทู้ ีรับซือหรือ ขายตวั เดก็ ทีพรากฯ ตอ้ งรับโทษเช่นเดียวกบั ผพู้ ราก ผทู้ ีพรากฯ หรือรับซือเดก็ ทีถกู พรากฯ ไปเป็ นโสเภณี เป็นเมยี นอ้ ยของคนอืน หรือเพอื ข่มขืนตอ้ งรับโทษหนกั ขึน การพรากผเู้ ยาวอ์ ายเุ กิน ปี แต่ไม่เกิน ปี แมผ้ เู้ ยาวจ์ ะเต็มใจไปดว้ ย ถา้ นาํ ไปเพือการอนาจาร หรือคา้ กาํ ไรเป็นความผดิ เช่น พาไปข่มขืน พาไปเป็นโสเภณี เป็นตน้ คาํ แนะนาํ ในการไปตดิ ต่อสถานีตาํ รวจ การแจ้งความต่าง ๆ เพอื ความสะดวก รวดเร็วและถกู ตอ้ งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ เมอื ท่านไปติดต่อ ทีสถานีตํารวจ ท่านควรเตรี ยมเอกสารทีจําเป็ นติดตัวไปด้วย คือ บัตรประจําตัวประชาชน หรือหลกั ฐานต่าง ๆ ทีเกียวกบั เรืองทีจะแจ้ง โดยนาํ ไปแสดงต่อเจา้ หน้าทีตาํ รวจ เช่น เสือผา้ ของผถู้ ูก ข่มขืน ทีมคี ราบอสุจิ หรือรอยเปื อนอยา่ งอืนอนั เกิดจากการข่มขืนและสิงของต่าง ๆ ของผตู้ อ้ งหาทีตกอยู่ ในทีเกิดเหตุ ทะเบียนบา้ นของผเู้ สียหาย รูปถา่ ย หรือทีอยขู่ องผตู้ อ้ งหาตลอดจนหลกั ฐานอืน ๆ (ถา้ ม)ี การแจง้ พรากผเู้ ยาว์ หลกั ฐานต่าง ๆ ควรนาํ ไปแสดงต่อเจา้ หน้าทีตาํ รวจคือ สูจิบตั รของผเู้ ยาว์ ทะเบียน บา้ นของผเู้ ยาว์ รูปถา่ ยผเู้ ยาวใ์ บสาํ คญั อืนๆ ทีเกียวกบั ผเู้ ยาว์ (ถา้ มี) หมายเหตุ ในการไปแจง้ ความหรือร้องทุกข์ต่อพนกั งานสอบสวนนัน นอกจากนาํ หลกั ฐานไป แสดงแลว้ ถา้ ท่านสามารถพาพยานบุคคลทีรู้เห็นหรือเกียวขอ้ งกบั เหตุการณ์ไปพบเจา้ พนักงานสอบสวน ดว้ ยจะเป็นประโยชนแ์ ก่ท่านและพนกั งานสอบสวนเป็นอยา่ งมาก เพราะจะสามารถดาํ เนินเรืองของท่าน ใหแ้ ลว้ เสร็จไดเ้ ร็วขึน กจิ กรรม อธิบายคาํ ถามต่อไปนีในชนั เรียน 1. พฒั นาการทางเพศมกี ีขนั ตอน อะไรบา้ ง 2. อารมณ์ทางเพศอาจแบ่งตามความรุนแรงไดเ้ ป็น ระดบั มีอะไรบา้ ง 3. มวี ธิ ีจดั การอารมณ์ทางเพศอยา่ งไรบา้ ง 4. การจะมคี วามผดิ ฐานทาํ อนาจารได้ ตอ้ งมีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง 5. ตามขอ้ กฎหมายการพรากผเู้ ยาวห์ มายถึงอะไร
52 บทที อาหารและโภชนาการ สาระสําคญั มีความรู้ความเขา้ ใจถงึ ปัญหา สาเหตุและการป้ องกนั โรคขาดสารอาหาร ตลอดจนสามารถบอก หลกั การปฏิบตั ิตนตามหลกั สุขาภิบาลดา้ นอาหารไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสมและสามารถจดั โปรแกรม อาหารทีเหมาะสมได้ ผลการเรียนรู้ทคี าดหวงั 1. เขา้ ใจปัญหา สาเหตุและบอกวธิ ีการป้ องกนั โรคขาดสารอาหารได้ 2. อธิบายหลกั การสุขาภิบาลอาหารและนาํ ไปปฏบิ ตั ิเป็นกิจนิสยั 3. สามารถจดั โปรแกรมอาหารทีเหมาะสมสาํ หรับบุคคลกลุม่ ต่าง ๆ เช่น ผสู้ ูงอายุ ผปู้ ่ วยไดอ้ ย่าง เหมาะสม ขอบข่ายเนือหา เรืองที โรคขาดสารอาหาร เรืองที การสุขาภิบาลอาหาร เรืองที การจดั โปรแกรมอาหารใหเ้ หมาะสมกบั บุคคลในครอบครัว
53 เรืองที โรคขาดสารอาหาร ประเทศไทยแมจ้ ะไดช้ ือว่า เป็นดินแดนทีอดุ มสมบูรณ์ มีอาหารมากมายหลากหลายชนิด นอกจาก จะสามารถผลิตอาหารพอเลียงประชากรในประเทศไทยแลว้ ยงั มากพอทีจะส่งไปจาํ หน่ายต่างประเทศได้ ปี ละมาก ๆ อีกดว้ ย แต่กระนนั กต็ าม ยงั มรี ายงานว่า ประชากรบางส่วนของประเทศเป็นโรคขาดสารอาหาร อกี จาํ นวนไมน่ อ้ ยโดยเฉพาะทารกและเดก็ ก่อนวยั เรียน เด็กเหล่านีอยใู่ นสภาพร่างกายไม่เจริญเติบโตเต็มที มีความตา้ นทานต่อโรคติดเชือตาํ นอกจากนีนิสยั โดยส่วนตวั ของคนไทยเป็ นสาเหตุหนึงทีทาํ ใหโ้ รคขาด สารอาหาร ทงั นีเพราะคนไทยเลอื กกินอาหารตามรสปาก รีบร้อนกินเพอื ใหอ้ มิ ทอ้ ง หรือกินตามทีหามาได้ โดยไมค่ าํ นึงถงึ วา่ มสี ารอาหารทีใหค้ ุณคา่ โภชนาการตอ่ ร่างกายครบถว้ นหรือไม่พฤติกรรมเหลา่ นีอาจทาํ ให้ เกิดโรคขาดสารอาการไดโ้ ดยไมร่ ู้สึกตวั การเรียนรู้เกียวกบั สาเหตุและการป้ องกนั โรคขาดสารอาหารจะ ช่วยใหเ้ ด็กและเยาวชนมสี ุขภาพแขง็ แรงเติบโตเป็นผใู้ หญ่ทีสมบรู ณ์ต่อไป ทงั นี เมอื กินอาหารเขา้ สู่ร่างกายแลว้ และอาหารจะถกู ย่อยสลายโดยอวยั วะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ใหเ้ ป็นสารอาหารเพอื นาํ ไปทาํ หนา้ ทีต่าง ๆ ดงั นี 1. ให้พลงั งานและความร้อนเพือใช้ในการทาํ งานของอวยั วะต่าง ๆ ภายใน เช่น การหายใจ การยดื หดของกลา้ มเนือ การยอ่ ยอาหาร เป็นตน้ 2. สร้างความเจริญเติบโตสาํ หรับเด็ก และช่วยซ่อมแซมส่วนทีสึกหรอหรือชาํ รุดทรุดโทรมในผใู้ หญ่ 3. ช่วยป้ องกนั และสร้างภูมิตา้ นทานโรค ทาํ ใหม้ สี ุขภาพแขง็ แรงสมบรู ณ์ 4. ช่วยควบคุมปฏกิ ิริยาต่าง ๆ ภายในร่างกาย ดงั นนั ถา้ ร่างกายของคนเราไดร้ ับสารอาหารไม่ครบถว้ นหรือปริมาณไมเ่ พยี งพอกบั ความตอ้ งการ ของร่างกาย จะทาํ ใหเ้ กิดความผดิ ปกติและเกิดโรคขาดสารอาหารได้ โรคขาดสารอาหารทีสําคญั และพบบ่อยในประเทศไทย มีดงั นี 1. โรคขาดโปรตนี และแคลอรี โรคขาดโปรตีนและแคลอรีเป็ นโรคทีเกิดจากร่างกายไดร้ ับสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมนั ทีมคี ุณภาพดีไมเ่ พียงพอ เป็นโรคทีพบบ่อยในเดก็ ทีมีอายุตาํ กว่า ปี โดยเฉพาะ ทารกและเด็กก่อนวยั เรียน อนั เนืองจากการเลียงดูไม่เอาใจใส่ เร่งการกินอาหารหรือไม่มีความรู้ทาง โภชนาการดีพอ ลกั ษณะอาการของโรคมี รูปแบบ คือ ควาซิออร์กอร์ (Kwashiorkor) และมาราสมสั (Marasmus) 1.1 ควาซิออร์กอร์ (Kwashiorkor) เป็นลกั ษณะอาการทีเกิดจากการขาดสารอาหารประเภท โปรตีนอยา่ งมาก มกั เกิดกบั ทารกทีเลียงดว้ ยนมขน้ หวาน นมผงผสมและใหอ้ าหารเสริมประเภทขา้ วหรือ แป้ งเป็นส่วนใหญ่ ทาํ ใหร้ ่างกายขาดโปรตีน สาํ หรับการเจริญเติบโตและระบบต่างๆ บกพร่อง ทารกจะมี อาการซีดบวมทีหนา้ ขา และลาํ ตวั เสน้ ผลบางเปราะและร่วงหลดุ ง่าย ผวิ หนังแห้งหยาบ มีอาการซึมเศร้า มีความตา้ นทานโรคตาํ ติดเชือง่ายและสติปัญญาเสือม
54 1.2 มาราสมสั (Marasmus) เป็นลกั ษณะอาการทีเกิดจากการขาดสารอาหารประเภท โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมนั ผทู้ ีเป็ นโรคนีจะมีอาการคลา้ ยกบั เป็ นควาซิออร์กอร์แต่ไม่มีอาการบวมทีทอ้ ง หนา้ และขา นอกจากนีร่างกายจะผอมแหง้ ศีรษะโต พงุ โร ผวิ หนงั เหียวยน่ เหมอื นคนแก่ลอกออกเป็น ชนั ไดแ้ ละทอ้ งเสียบ่อย อยา่ งไรก็ตาม อาจมีผปู้ ่ วยทีมีลกั ษณะทงั ควาซิออร์กอร์และมาราสมสั ในคนเดียวกนั ได้ การป้ องกนั และรักษาโรคขาดโปรตนี และแคลอรี จากการสาํ รวจพบวา่ ทารกและเดก็ ก่อนวยั เรียนในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเป็ นโรคขาดโปรตีน และแคลอรีมากทีสุด นอกจากนีจากรายงานสถานภาพโภชนาการในประเทศไทยของกองโภชนาการ กรมอนามยั ยงั พบอีกว่าในหญิงมีครรภแ์ ละหญิงใหน้ มบุตรโดยเฉพาะในชนบทมีภาวะโภชนาการไม่ดี ตงั แต่ก่อนตังครรภ์ มีอาการตงั ครรภต์ ังแต่อายุยงั น้อยและขณะตงั ครรภ์งดกินอาหารประเภทโปรตีน เพราะเชือว่าเป็นของแสลง ทาํ ใหไ้ ดร้ ับพลงั งานเพียงร้อยละ และโปรตีนร้อยละ – ของปริมาณที ควรไดร้ ับ การขาดสารอาหารประเภทโปรตีนเป็นปัญหาสาํ คญั อยา่ งหนึงของประเทศไทย โดยเฉพาะ อยา่ งยงิ ในกลุ่มตงั แต่วยั ทารกจนถึงวยั รุ่น ดว้ ยเหตุนีเพือแกป้ ัญหาดงั กลา่ วจึงไดม้ ีการส่งเสริมใหเ้ ลียงทารก ดว้ ยนมมารดามากขึนและส่งเสริมใหเ้ ด็กดืมนมววั นาํ นมถวั เหลืองเพิมขึน เพราะนาํ นมเป็ นสารอาหารที สมบูรณ์ทีสุด เนืองจากประกอบดว้ ยสารอาหารต่าง ๆ ครบทงั ประเภท นอกจากนี ในปัจจุบนั ยงั มีหน่วยงานหลายแห่งไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ หาวิธีการผลิตอาหารทีใหค้ ุณค่า โปรตีน แต่มีราคาไม่แพงนัก ใหค้ นทีมีรายได้น้อยไดก้ ินกนั มากขึน สถาบนั คน้ ควา้ พฒั นาผลิตภัณฑ์ อาหาร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ไดค้ น้ ควา้ ทดลองผลิตอาหารโปรตีนจากพืชเพือทดแทนโปรตีนจาก สตั ว์ เช่น ใชผ้ ลิตภณั ฑ์จากถวั เหลืองทีเรียกว่าโปรตีนเกษตร ทีผลิตในรูปของเนือเทียมและโปรตีนจาก สาหร่ายสีเขียว เป็นตน้
55 2. โรคขาดวติ ามนิ นอกจากร่างกายจะตอ้ งการสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมนั แลว้ ยงั ตอ้ งการสารอาหารประเภทวิตามินและแร่ธาตุอีกดว้ ย เพือช่วยทาํ ให้ร่างกายสมบูรณ์ขึน คือ ช่วยควบคุม ใหอ้ วยั วะต่าง ๆ ทาํ หนา้ ทีไดต้ ามปกติถึงแมร้ ่างกายจะตอ้ งการสารอาหารประเภทนีในปริมาณนอ้ ยมาก แต่ถา้ ขาดไปจะทาํ ให้การทาํ งานของร่างกายไม่สมบูรณ์และเกิดโรคต่าง ๆ ได้ โรคขาดวิตามินทีพบใน ประเทศไทยส่วนมากเป็นโรคทีเกิดจากการขาดวติ ามนิ เอ วติ ามนิ บีหนึง วิตามนิ บีสอง และวิตามินซี ซึงมี รายละเอยี ดดงั นี โรคขาดวติ ามนิ เอ เกิดจากการรับประทานอาหารทีมีไขมนั ตาํ และมวี ิตามินเอน้อยคนทีขาด วิตามินเอ ถา้ เป็นเดก็ การเจริญเติบโตหยดุ ชะงกั สุขภาพอ่อนแอ ผวิ หนงั หยาบแหง้ มีตุ่มสาก ๆ เหมอื นหนงั คางคก เนืองจากการอกั เสบบริเวณกน้ แขน ขา ขอ้ ศอก เข่าและหนา้ อก นอกจากนีจะมีอาการอกั เสบใน ช่องจมกู หู ปาก ต่อมนาํ ลาย เยอื บุตาและกระจก ตาขาวและตาดาํ จะแหง้ ตาขาวจะเป็ นแผลเป็ น ทีเรียกว่า เกลด็ กระดี ตาดาํ ขุ่นหนาและอ่อนเหลว ถา้ เป็นรุนแรงจะมีผลทาํ ใหต้ าบอดได้ ถา้ ไม่ถึงกบั ตาบอดอาจจะ มองไม่เห็นในทีสลวั หรือปรับตาในความมืดไม่ได้ เรียกว่า ตาฟางหรือตาบอดกลางคืน การป้ องกนั และรักษาโรคขาดวติ ามนิ เอ ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมีไขมนั พอควรและอาหาร จาํ พวกผลไมผ้ กั ใบเขียว ผกั ใบเหลอื ง เช่น มะละกอ มะมว่ งสุก ผกั บุง้ คะนา้ ตาํ ลงึ มนั เทศ ไข่ นม สาํ หรับ ทารกควรไดก้ ินอาหารเสริมทีผสมกบั ตบั หรือไข่แดงบด โรคขาดวติ ามินบีหนึง เกิดจากการรับประทานอาหารทีมีวิตามินบีตาํ และกินอาหารทีไป ขดั ขวางการดดู ซึมวติ ามินบีหนึง คนทีขาดวิตามินบีหนึงเป็นโรคเหน็บชา ซึงจะมีอาหารชาทงั มือและเทา้ กลา้ มเนือแขนและขาไมม่ กี าํ ลงั ผปู้ ่ วยบางรายอาจมอี าการบวมร่วมดว้ ย ถา้ เป็นมากจะมอี าการใจสนั หวั ใจ โตและเตน้ เร็ว หอบ เหนือยและอาจตายไดถ้ า้ ไมไ่ ดร้ ับการรักษาทนั ท่วงที
56 การป้ องกนั และรักษาโรคขาดวิตามนิ บีหนึง ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมีวิตามินบีหนึงให้ เพียงพอและเป็ นประจาํ เช่น ขา้ วซอ้ มมือ ตบั ถวั เมล็ดแหง้ และเนือสัตว์ ควรหลีกเลียงอาหารทีทาํ ลาย วิตามินบีหนึง เช่น ปลาร้าดิบ หอยดิบ หมาก เมียง ใบชา เป็นตน้ โรคขาดวิตามินบีสอง เกิดจากการกินอาหารทีมีวิตามินบีสองไม่เพียงพอ คนทีขาด วิตามินบีสอง มกั จะเป็นแผลหรือรอยแตกทีมุมปากทงั สองขา้ งหรือซอกจมูกมีเกลด็ ใสเลก็ ๆ ลินมีสีแดง กว่าปกติและเจ็บ หรือมีแผลทีผนงั ภายในปาก รู้สึกคนั และปวดแสบปวดร้อนทีตา อาการเหล่านีเรียกว่า โรคปากนกกระจอก คนทีเป็นโรคนีจะมีอาการ อ่อนเพลีย เบืออาหารและอารมณ์หงุดหงิด การป้ องกันและรักษาโรคขาดวิตามินบีสอง ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมีวิตามินบีสองให้ เพยี งพอและเป็นประจาํ เช่น นมสด นมปรุงแต่ง นมถวั เหลือง นาํ เตา้ หู้ ถวั เมล็ดแห้ง ขา้ วซอ้ มมือ ผกั ผลไม้ เป็ นตน้ โรคขาดวิตามนิ ซี เกิดจากการกินอาหารทีมีวิตามินซีไม่เพียงพอ คนทีขาดวิตามินซี มกั จะเจบ็ ป่ วยบ่อย เนืองจากมคี วามตา้ นทานโรคตาํ เหงือกบวมแดง เลือดออกง่าย ถา้ เป็ นมากฟันจะโยก รวน และมีเลอื ดออกตามไรฟันง่าย อาหารเหลา่ นีเรียกวา่ เป็น โรคลกั ปิ ดลกั เปิ ด การป้ องกนั และรักษาโรคขาดวติ ามนิ ซี ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมวี ติ ามินซีให้เพียงพอและ เป็นประจาํ เช่น สม้ มะนาว มะขามป้ อม มะเขือเทศ ฝรัง ผกั ชี เป็นตน้ จากทีกลา่ วมาจะเห็นไดว้ า่ โรคขาดวิตามิน ส่วนมากมกั จะเกียวกบั การขาดวิตามินประเภท ละลายไดใ้ นนาํ เช่น วิตามนิ บี สาํ หรับวติ ามนิ ทีละลายในไขมนั เช่น วิตามนิ อีและวติ ามนิ เค มกั จะไม่ค่อย เป็นปัญหาโภชนาการ ทงั นีเพราะวิตามินเหล่านีบางชนิดร่างกายของเราสามารถสงั เคราะห์ขึนมาเองได้ เช่น วิตามินดี ผทู้ ีออกกาํ ลงั กายกลางแจ้งและไดร้ ับแสงอาทิตยเ์ พียงพอ รังสีอลั ตราไวโอเลตจาก แสงอาทิตยส์ ามารถเปลยี นสารทีเป็นไขมนั ชนิดหนึงใตผ้ วิ หนงั ใหเ้ ป็นวิตามินดีได้ ส่วนวิตามินเค ร่างกาย
57 สามารถสงั เคราะห์ไดจ้ ากแบคทีเรียในลาํ ไสใ้ หญ่ ยกเวน้ วิตามินเอ (A) ทีมีมากในผกั ผลไมส้ ีเหลือง แดง เขียว ทีมกั สูญเสียง่าย เมือถกู ความร้อน 3. โรคขาดแร่ธาตุ แร่ ธาตุนอกจากจะเป็ นสารอาหารทีช่วยในการควบคุมการทาํ งานของอวยั วะต่าง ๆ ในร่างกายใหท้ าํ หนา้ ทีปกติแลว้ ยงั เป็นส่วนประกอบทีสาํ คญั ของร่างกายอีกดว้ ย เช่น เป็ นส่วนประกอบ ของกระดูกและฟัน เลือด กลา้ มเนือ เป็นตน้ ดงั ทีกล่าวแลว้ ดงั นนั ถา้ ร่างกายขาดแร่ธาตุอาจจะทาํ ใหก้ าร ทาํ หนา้ ทีของอวยั วะผดิ ปกติ และทาํ ใหเ้ กิดโรคต่าง ๆ ไดด้ งั นี โรคขาดธาตแุ คลเซียมและฟอสฟอรัส เกิดจากการกินอาหารทีมแี คลเซียมและฟอสฟอรัสไม่ เพยี งพอ คนทีขาดแคลเซียมและฟอสฟอรัสจะเป็นโรคกระดูกอ่อน มกั เป็ นกบั เด็ก หญิงมีครรภแ์ ละหญิง ใหน้ มบุตร ทาํ ใหข้ อ้ ต่อกระดูกบวม ขาโคง้ โก่ง กลา้ มเนือหยอ่ น กระดกู ซีโครงดา้ นหน้ารอยต่อนูน ทาํ ให้ หนา้ อกเป็นสนั ทีเรียกว่าอกไก่ ในวยั เด็กจะทาํ ใหก้ ารเจริญเติบโตชา้ โรคกระดูดอ่อนนอกจากจะเกิดจาก การขาดแร่ธาตุทงั สองแลว้ ยงั เกิดจากการไดร้ ับแสงแดดไม่เพียงพออีกดว้ ย การป้ องกันและรักษาโรคขาดธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมี แคลเซียมและฟอสฟอรัสใหม้ ากและเป็นประจาํ เช่น นมสด ปลาทีกินไดท้ งั กระดูก ผกั สีเขียว นาํ มนั ตบั ปลา เป็ นตน้ โรคขาดธาตุเหลก็ เกิดจากการกินอาหารทีมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอหรือเกิดจากความผดิ ปกติ ในระบบการย่อยและการดูดซึม คนทีขาดธาตุเหล็กจะเป็ นโรคโลหิตจาง เนืองจากร่ างกายสร้าง เฮโมโกลบินไดน้ อ้ ยกว่าปกติ ทาํ ใหร้ ่างกายอ่อนเพลีย เบืออาหาร มีความตา้ นทานโรคตาํ เปลอื กตาขาวซีด ลนิ อกั เสบ เลบ็ บางเปราะและสมรรถภาพในการทาํ งานเสือม
58 การป้ องกนั และรักษาโรคขาดธาตุเหลก็ ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทีมีธาตุเหล็กและโปรตีนสูง เป็นประจาํ เช่น ตบั เครืองในสตั ว์ เนือสตั ว์ ผกั สีเขียว เป็นตน้ โรคขาดธาตไุ อโอดนี เกิดจากการกินอาหารทีมไี อโอดีนตาํ หรืออาหารทีมีสารขดั ขวางการใช้ ไอโอดีนในร่างกาย คนทีขาดธาตุไอโอดีนจะเป็นโรคคอหอยพอกและต่อมไทรอยด์บวมโต ถา้ เป็ นตงั แต่ เดก็ จะมผี ลต่อการพฒั นาทางร่างกายและจิตใจ ร่างกายเจริญเติบโตชา้ เตีย แคระแกร็น สติปัญญาเสือม อาจเป็นใบห้ รือหูหนวกดว้ ย คนไทยภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือจะเป็ นโรคนีกนั มาก บางที เรียกโรคนีวา่ โรคเอ๋อ การป้ องกนั และรักษาโรคขาดธาตุไอโอดีน ทาํ ไดโ้ ดยการกินอาหารทะเลใหม้ าก เช่น กุง้ หอย ปู ปลา เป็นตน้ ถา้ ไม่สามารถหาอาหารทะเลไดค้ วรบริโภคเกลอื อนามยั ซึงเป็นเกลอื สมุทรผสมไอโอดีนที ใชใ้ นการประกอบอาหารแทนได้ นอกจากนีควรหลีกเลียงอาหารทีมีสารขดั ขวางการใชไ้ อโอดีน เช่น พืชตระกลู กะหลาํ ปลี ซึงก่อนกินควรตม้ เสียก่อน ไมค่ วรกินดิบ ๆ สรุป การขาดสารอาหารประเภทใดประเภทหนึงหรือหลาย ๆ ประเภท นอกจากจะมีผลทาํ ให้ ร่างกายไมส่ มบรู ณ์แขง็ แรงและเป็นโรคต่าง ๆ ไดแ้ ลว้ ยงั ทาํ ใหเ้ ป็ นอุปสรรคต่อการดาํ รงชีวิต อีกทงั ยงั มี ผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรโดยตรง ซึงจะมีผลต่อการพฒั นาประเทศในทีสุด ดงั นนั จึงจาํ เป็นอยา่ ง ยงิ ทีทุกคนควรเลือกกินอาหารอยา่ งครบถว้ นตามหลกั โภชนาการ ซึงไม่จาํ เป็ นตอ้ งเป็ นอาหารทีมีราคา แพงเสมอไป แต่ควรกินอาหารใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถว้ นในปริมาณทีพอเพยี งกบั ร่างกายตอ้ งการในแต่ละ วนั นนั คือ หากกินใหด้ ีแลว้ จะส่งผลถึงสุขภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย ซึงกค็ ืออยดู่ ีดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม โรคทีเกียวกบั สารอาหารไม่ใช่มีเฉพาะโรคทีเกิดจากการขาดสารอาหารเท่านัน การทีร่างกายไดร้ ับสารอาหารบางประเภทมากเกินไปทาํ ใหเ้ กิดโรคไดเ้ ช่นเดียวกนั โรคทีเกิดจากการ ไดร้ ับสารอาหารมากเกินความตอ้ งการของร่างกายมีหลายโรคทีพบเห็นบ่อยในปัจจุบนั คือโรคอว้ น โรคอ้วน เป็นโรคทีเกิดจากการกนิ อาหารมากเกินความตอ้ งการของร่างกาย ทาํ ใหม้ กี ารสะสมของ ไขมนั ภายในร่างกายเกินความจาํ เป็ น คนทีเป็ นโรคอว้ นอาจมีอาการอืน ๆ ตามมา เช่น วิตกกงั วล ความ ตา้ นทานโรคตาํ เป็นสาเหตุใหเ้ กิดโรคหวั ใจ เบาหวาน ความดนั โลหิตสูง เป็นตน้
59 ปัจจุบนั สภาวะสงั คมไทยเปลยี นแปลงไป โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ทุกคนตอ้ งทาํ งานแข่งกบั เวลา ประกอบกบั การทีค่านิยมการบริโภคอาหารแบบตะวนั ตก เช่น พซิ ซ่า แซนดว์ ิส มนั ฝรังทอด ไก่ทอด เป็ นตน้ จึงทาํ ให้ไดร้ ับไขมนั จากสตั วท์ ีเป็ นกรดไขมนั อิมตวั และคลอเรสเตอรอลสูง จึงควรเลือกกินอาหารทีมี ไขมนั ใหพ้ อเหมาะเพือป้ องกนั โรคอว้ น โรคไขมนั และคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง ซึงจะมีผลใหเ้ ป็ นโรค อืน ๆ ต่อไป นอกจากนีการออกกาํ ลงั กายสมาํ เสมอเป็ นอีกวิธีหนึงทีช่วยป้ องกนั และรักษาโรคอว้ นได้ ถา้ อว้ นมาก ๆ ควรปรึกษาแพทย์ อยา่ ใชย้ า สบู่ ครีม หรือเครืองมือลดไขมนั ตลอดจนการกินยาลดความอว้ น ตามคาํ โฆษณา เพราะอาจทาํ ใหเ้ กิดอนั ตรายต่อร่างกายได้ เรืองที การสุขาภบิ าลอาหาร การสุขาภิบาลอาหาร (Food Sanitation) หมายถึง การดาํ เนินการด้วยวิธีการต่างๆ ทีจัดการ เกียวกบั อาหารทงั ในเรืองของการปรับปรุง การบาํ รุงรักษาและการแกไ้ ขเพอื อาหารทีบริโภคเขา้ ไปแลว้ มี ผลดีต่อสุขภาพอนามยั โดยใหอ้ าหารมคี วามสะอาด ปลอดภยั และมคี วามน่าบริโภค อาหาร หมายความว่า ของกินหรือเครืองคาํ จุนชีวติ ไดแ้ ก่ 1. วตั ถุทุกชนิดทีคนกิน ดืม อม หรือนาํ เขา้ สู่ร่างกายไม่ว่าดว้ ยวิธีใด ๆ หรือในรูปลกั ษณะใด ๆ แต่ไมร่ วมถงึ ยา วตั ถอุ อกฤทธิต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดใหโ้ ทษ 2. วตั ถทุ ีม่งุ หมายสาํ หรับใชห้ รือใชเ้ ป็ นส่วนผสมในการผลิตอาหาร รวมถึงวตั ถุเจือปนอาหาร สี และเครืองปรุงแต่งกลนิ - รส 2.1. ความสําคญั ของการสุขาภบิ าลอาหาร อาหารเป็นปัจจยั สาํ คญั ของมนุษย์ทุกคนตอ้ งบริโภคอาหารเพอื การเจริญเติบโตและการดาํ รงชีวติ อยไู่ ด้ แต่การบริโภคอาหารนนั ถา้ คาํ นึงถงึ คุณค่าทางโภชนาการ ความอร่อย ความน่าบริโภคและการกิน ใหอ้ มิ ถอื ไดว้ า่ เป็นการไมเ่ พยี งพอและสิงสาํ คญั ทีตอ้ งพิจารณาในการบริโภคอาหารนอกเหนือจากทีกล่าว แลว้ คือ ความสะอาดของอาหารและความปลอดภยั ต่อสุขภาพของผบู้ ริโภค ทงั นีเพราะว่าอาหารทีเราใช้ บริ โภคนัน แมว้ ่าจะมีรสอร่อยแต่ถ้าเป็ นอาหารสกปรกย่อมจะมีอนั ตรายต่อสุขภาพของผูบ้ ริโภค ก่อใหเ้ กิดอาการปวดทอ้ ง อุจจาระร่วง อาเจียน เวียนศรี ษะ หนา้ มืด ตาลาย เป็นโรคพยาธิทาํ ใหผ้ อม ซบู ซีด หรือแมแ้ ต่เกิดการเจ็บป่ วยในลกั ษณะเป็นโรคเรือรัง โรคทีเกิดนีเรียกว่า “โรคทีเกิดจากอาหารเป็ นสือนาํ ” ลกั ษณะความรุนแรงของการเป็นโรคนี ขึนอยกู่ บั ชนิดและปริมาณของเชือโรค หนอนพยาธิ หรือสารพิษ บริโภคเขา้ ไป ควรแกป้ ัญหาดว้ ยการใหค้ นเราบริโภคอาหารทีสะอาดปราศจากเชือโรค หนอนพยาธิและ สารพษิ นนั คือจะตอ้ งมกี ารจดั การและควบคุมอาหารใหส้ ะอาด เรียกว่า การสุขาภบิ าล
60 2.2. ปัจจยั ทเี ป็ นสาเหตุสําคญั ทําให้อาหารสกปรกและการเสือมคุณภาพของอาหาร ปัจจยั ทีเป็นสาเหตุสาํ คญั ทาํ ใหอ้ าหารสกปรก อาหารสกปรกได้เนืองจากมีสิงสกปรกปะปนลงสู่อาหาร สิงสกปรกทีสาํ คญั และมีพิษภยั ต่อ ผบู้ ริโภค คือ เชือโรค หนอนพยาธิและสารพิษ สิงเหลา่ นีสามารถลงสู่อาหารไดโ้ ดยมีสือนาํ ทาํ ใหป้ ะปนลง ไปในอาหาร ในกระบวนการผลิต การขนส่ง การเตรียม การปรุง การเก็บ การจาํ หน่าย การเสิร์ฟอาหาร เป็ น ตน้ ซึงลกั ษณะการทาํ ใหอ้ าหารสกปรกเกิดขึนได้ ดงั นี 1. สิงสกปรก เช่น เชือโรค หนอนพยาธิและสารพษิ 2. สือนาํ เช่น แมลง สตั ว์ บุคคล (ผสู้ มั ผสั อาหาร) ภาชนะและอปุ กรณ์สมั ผสั อาหาร สิงแวดลอ้ ม นาํ ดิน ป๋ ุย อากาศ ฝ่ นุ ละออง ฯลฯ 3. กระบวนการทีเกียวขอ้ งกับอาหาร เช่น การผลิต การขนส่ง การเตรียม การปรุง การเก็บ การจาํ หน่าย การเสิร์ฟ ฯลฯ 4. ผบู้ ริโภค 2.3. ปัญหาพนื ฐานการสุขาภิบาลอาหาร อาหารและนาํ ดืมเป็นสิงจาํ เป็นสาํ หรับชีวิตมนุษยแ์ ละเป็นทีทราบกนั ดีแลว้ ว่าปัจจุบนั โรคติดเชือ ของระบบทางเดินอาหารเป็ นสาเหตุของการป่ วยและตายทีสาํ คญั ของประชาชนในประเทศไทย เช่น อหิวาตกโรค บิด ไทฟอยด์และโรคทอ้ งร่วงชนิดต่าง ๆ ซึงนับว่าเป็ นโรคทีสาํ คญั บนั ทอนชีวิตและ เศรษฐกิจของประชาชน วิธีทีดีทีสุดทีจะแก้ปัญหานีก็คือ การป้ องกันโรค โดยทาํ การควบคุมการ สุขาภิบาลอาหารและสิงแวดลอ้ ม เพือป้ องกนั การแพร่โรคทีเกิดจากการติดเชือ ดงั นัน จึงควรควบคุม ปรับปรุงวิธีการลา้ งจานชามภาชนะใส่อาหาร ตลอดจนนาํ ดืมนาํ ใช้ การกาํ จดั อุจจาระ สิงโสโครกและ สิงปฏิกูลอืน ๆ ให้ถกู ตอ้ งสุขลกั ษณะในปัจจุบนั อตั ราการเพิมของประชากรไทยค่อนขา้ งจะสูงและ รวดเร็ว โดยเฉพาะในเขตชุมชนใหญ่ ๆ เช่น เขตสุขาภิบาล เขตเทศบาล กาํ ลงั วิวฒั นาการกา้ วหน้าขึน เป็ นลําดับ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องออกไปประกอบอาชีพและรับประทานอาหารนอกบ้าน ซึงถา้ ร้านจาํ หน่ายอาหารเหลา่ นนั ไม่ปรับปรุง ควบคุม หรือเอาใจใส่อยา่ งเขม้ งวดในเรืองความสะอาดแลว้ อาจก่อใหเ้ กิดการเจ็บป่ วยและการตายของประชากรทีมสี าเหตุมาจากโรคติดเชือของระบบทางเดินอาหาร เพมิ มากขึนตามไปดว้ ย 2.4. โรคทเี กดิ จากการบริโภคอาหารทไี ม่ถูกหลกั โภชนาการและสุขาภิบาลอาหาร เพือผลประโยชน์และความปลอดภัยในการเลือกใช้ผลิตภณั ฑ์ต่าง ๆ ในปัจจุบนั ผูบ้ ริโภค ทงั หลาย ควรจะไดศ้ กึ ษาและทาํ ความเขา้ ใจลกั ษณะธรรมชาติของผลิตภณั ฑท์ ีสาํ คญั ๆ โดยเฉพาะอย่างยงิ ในเรืองของ “อาหาร” เพือเป็นแนวทางในการเลือกปฏิบตั ิดงั นี 1. อาหารไม่บริสุทธิ ตามพระราชบญั ญตั ิอาหาร พุทธศกั ราช ไดใ้ หค้ วามหมายของอาหาร ทีไม่บริสุทธิ ไวด้ งั นี
61 1) อาหารทีมสี ิงทีน่ารังเกียจหรือสิงทีน่าจะเป็นอนั ตรายแก่สุขภาพเจือปนอยดู่ ว้ ย 2) อาหารทีมวี ตั ถเุ จือปนเป็ นเหตุใหค้ ุณภาพของอาหารนันเสือมถอย เวน้ แต่การเจือปนนนั จาํ เป็นต่อกรรมวธิ ีการผลติ และไดร้ ับอนุญาตจากเจา้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทีแลว้ 3) อาหารทีได้ผสมหรือปรุงแต่งดว้ ยวิธีใด ๆ โดยประสงค์จะปกปิ ดซ่อนเร้นความชาํ รุด บกพร่องหรือคุณภาพทีไม่ดีของอาหารนนั 4) อาหารทีไดผ้ ลติ บรรจุหรือเกบ็ รักษาไวโ้ ดยไม่ถกู สุขลกั ษณะ 5) อาหารทีผลิตจากสตั วท์ ีเป็นโรคอนั อาจติดต่อถงึ คนได้ 6) อาหารทีมีภาชนะบรรจุประกอบดว้ ยวตั ถทุ ีน่าจะเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ 2. อาหารปลอมปน พระราชบญั ญตั ิอาหารไดก้ าํ หนดลกั ษณะอาหารปลอมปน ไวด้ งั นี 1) อาหารทีไมม่ คี ุณภาพหรือมาตรฐานตามทีกาํ หนดไว้ 2) อาหารทีไดส้ ับเปลียนวตั ถุอืนแทนบางส่วนหรือคดั แยกวตั ถุทีมีคุณค่าออกเสียทงั หมด หรือบางส่วน แลว้ จาํ หน่ายเป็นอาหารแทห้ รือยงั ใชช้ ืออาหารนนั อยู่ 3) อาหารทีผลติ ขึนเทียมอาหารอยา่ งหนึงอยา่ งใดแลว้ จาํ หน่ายเป็นอาหารแท้ 4) อาหารทีมีฉลากเพือลวงหรือพยายามลวงผูซ้ ือให้เขา้ ใจผดิ ในเรืองปริมาณ คุณภาพหรือ ลกั ษณะพิเศษอยา่ งอนื ๆ หรือในสถานทีประเทศทีผลิต ปัจจุบนั ประเทศไทยมีการผลติ อาหารสาํ เร็จรูปกนั มากขึน รวมทงั มผี ผู้ ลติ จาํ นวนไม่น้อยทีทาํ การ ผลติ อาหารไม่บริสุทธิและอาหารปลอมปนเพือหลอกลวงประชาชนผบู้ ริโภค โดยใชส้ ารเคมีเจือปนใน อาหารเพราะตอ้ งการกาํ ไรและผลประโยชน์จากผบู้ ริโภคใหม้ ากขึน ถึงแมว้ ่ากระทรวงสาธารณสุขจะได้ ทาํ การควบคุมอาหาร โดยสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาไดจ้ ดั ใหส้ ารวตั รอาหารและยาออกตรวจ สถานทีประกอบธุรกิจเกียวกบั อาหาร พร้อมทงั ดาํ เนินการเก็บอาหารทีผลิตออกจาํ หน่ายในทอ้ งตลาด ส่งไปวเิ คราะห์คุณภาพเพอื ใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั ิอาหารแลว้ กต็ าม แต่ยงั มีอาหารทีไมบ่ ริสุทธิและ อาหารปลอมปนซึงใส่สารเคมีในอาหารขายอยใู่ นทอ้ งตลาดมากมาย ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี 1. อาหารผสมสี อาหารผสมสีทีประชาชนบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เช่น หมูแดง แหนม กุนเชียง ไสก้ รอก ลกู ชินปลา กุง้ แหง้ ขา้ วเกรียบกุง้ และซอสสีแดง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุขไดเ้ คยตรวจพบสีทีเป็ นอนั ตรายต่อสุขภาพถึงร้อยละ ซึงสีทีใชก้ นั มากนันเป็ นสีทีมีตะกวั และทองแดงผสมอยู่ 2. พริกไทยป่ น ใช้แป้ งผสมลงไปในพริ กไทยทีป่ นแล้ว เพือให้ได้ปริมาณมากขึน การซือ พริกไทย จึงควรซือพริกไทยเมด็ แลว้ นาํ มาป่ นเองจึงจะไดข้ องแท้ 3. เนือสตั วใ์ ส่ดินประสิว ทาํ ใหม้ สี ีแดงน่ารับประทานและทาํ ใหเ้ นือเปื อย นิยมใส่ในปลาเจ่า หมู เบคอน เนือววั ถา้ หากรับประทานเขา้ ไปมาก ๆ จะทาํ ใหเ้ ป็ นอนั ตรายได้ เนืองจากพบว่า ดินประสิวทีใส่ ลงไปในอาหารเป็นตวั การอนั หนึงทีทาํ ใหเ้ กิดโรคมะเร็ง
62 4. ซอสมะเขือเทศ ใชม้ นั เทศตม้ ผสมสีแดง ถา้ ตอ้ งการซอสมะเขือเทศควรซือมะเขือเทศสด ๆ มาเคียวทาํ เองจึงจะไดข้ องแทแ้ ละมคี ุณค่าทางอาหารทีตอ้ งการ 5. นาํ สม้ สายชปู ลอม ใชก้ รดอะซีติดหรือกรดนาํ สม้ แลว้ เติมนาํ ลงไปหรือใชห้ วั นาํ สม้ เติมนาํ 6. นาํ ปลา ใชห้ นงั หมหู รือกระดูกหมู กระดูกววั และกระดกู ควายนาํ มาตม้ แทนปลาโดยใส่เกลือ แต่งสี กลนิ รสของนาํ ปลา แลว้ นาํ ออกจาํ หน่ายเป็นนาํ ปลา 7. กาแฟและชา ใชเ้ มลด็ มะขามควั ผสมกบั ขา้ วโพดหรือขา้ วสารควั เป็นกาแฟสาํ เร็จรูป สาํ หรับ ชาใชใ้ บชาปนดว้ ยกากชา แลว้ ใส่สีลงไปกลายเป็นชาผสมสี 8. ลูกชินเนือววั ใชส้ ารบอแรกซ์หรือทีเรียกกนั ว่า นาํ ประสานทอง ผสมลงไปเพือใหล้ กู ชิน กรุบกรอบ กรมวิทยาศาสตร์การแพทยไ์ ดเ้ คยเก็บตวั อยา่ งลกู ชินเนือววั จากร้านจาํ หน่ายลกู ชินกรอบ ร้าน พบวา่ ตวั อยา่ ง ไดผ้ สมสารบอแรกซ์ ทาํ ใหอ้ าหารไม่บริสุทธิและไม่ปลอดภยั แก่ผบู้ ริโภค 9. นาํ มนั ปรุงอาหาร ส่วนมากสกัดมาจากเมล็ดยางพาราแลว้ นาํ ไปผสมกบั นาํ มนั ถวั นํามนั มะพร้าว นาํ มนั ดงั กล่าวจึงเป็นอาหารทีไมเ่ หมาะสมทีจะนาํ มาใชบ้ ริโภค เพราะมีวตั ถุทีอาจเป็ นอนั ตราย แก่สุขภาพเจือปนอยู่ 10. อาหารใส่วตั ถุกนั เสีย มีอาหารหลายอยา่ ง เช่น นาํ พริก นาํ ซอส ขนมเมด็ ขนุน ทองหยอด ฝอยทอง รวมทงั อาหารสาํ เร็จรูปบรรจุกล่องไดใ้ ส่วตั ถุกนั เสีย คือ กรดซาลิซีลิก (Salicylic Acid) ซึงเป็ น อนั ตรายแก่สุขภาพ วตั ถุกนั เสียทีกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ผผู้ ลิตอาหารทีมีความจาํ เป็ นตอ้ งใช้ ไดแ้ ก่ โซเดียมเบนโซเอต (Sodium Benzoate) โดยใชผ้ สมคิดเป็นร้อยละไมเ่ กิน . ของนาํ หนกั อาหาร 11. อาหารใส่สารกาํ จดั ศตั รูพืช มอี าหารบางอยา่ งทีมผี นู้ ิยมใส่สารกาํ จดั ศตั รูพืชบางประเภท เช่น ดีดีทีผสมกบั นาํ เกลือแช่ปลา ใชท้ าํ ลายหนอนทีเกิดขึนในปลาเค็ม เพือเกบ็ รักษาปลาเค็มใหอ้ ย่ไู ดน้ าน ซึงสารกาํ จดั ศตั รูพืชเหล่านียอ่ มเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพของผบู้ ริโภค 3. อนั ตรายจากอาหารไม่บริสุทธิและอาหารปลอมปน อาหารปลอมปนทีกล่าวมานี แมบ้ างอยา่ งอาจไม่มีอนั ตรายแต่จดั วา่ เป็นการหลอกลวง บางอยา่ งมี อนั ตรายนอ้ ย บางอยา่ งมอี นั ตรายมาก ทงั นียอ่ มขึนอยกู่ บั สมบตั ิและปริมาณของสิงทีเจือปนหรือผสมเขา้ ไปรวมทงั ปริมาณทีร่างกายไดร้ ับดว้ ย ดว้ ยเหตุนีกระทรวงสาธารณสุขจึงไดด้ าํ เนินการควบคุมเกียวกบั เรืองอาหาร และไดป้ ระกาศชีแจงใหป้ ระชาชนทราบถึงอนั ตรายเป็ นระยะ ๆ เกียวกบั เรืองอาหารไม่ บริสุทธิและอาหารปลอมปน ซึงพอสรุปได้ ดงั นี 1) อนั ตรายจากการใชส้ ารบอแรกซผ์ สมในอาหาร อาหารบางประเภท เช่น ลกู ชินเนือววั หมยู อ มกั มสี ่วนผสมของสารบอแรกซอ์ ยู่ ถา้ บริโภคเป็ นประจาํ จะไดร้ ับสารบอแรกซเ์ ขา้ ไปมากซึงอาจ เป็นอนั ตรายต่อร่างกายหรือถงึ แก่ชีวติ ได้ 2) อนั ตรายจากการใช้โซเดียมไซคลาเมต (Sodium Syclamate) หรือ ขณั ฑสกรผสมใน อาหาร โซเดียมไซคลาเมตทีใชผ้ สมในอาหารหรือเครืองดืมเพือให้ความหวานแทนนําตาลอาจทาํ ให้ ผบู้ ริโภคเป็นโรคมะเร็งได้
63 3) อนั ตรายจากพษิ ตกคา้ งของสารกาํ จดั ศตั รูพืช ส่วนมากมกั พบในผกั ผลไม้ และเนือสัตว์ เนืองจากสารฆ่าแมลงทีตกคา้ งอย่ใู นผกั ผลไมแ้ ละเนือสตั วท์ ีคนเราบริโภคเขา้ ไปครังละนอ้ ย ๆ จะไม่ แสดงอาการทนั ที แต่ถา้ มีขนาดมากพอหรือรับประทานติดต่อกนั นาน ๆ จะมอี นั ตรายเพิมมากขึน บางราย อาจถึงกบั เป็นอมั พาต หรือเป็นอนั ตรายถึงแก่ชีวติ ได้ 4) อนั ตรายจากการใชโ้ ซเดียมคาร์บอเนตผสมในอาหาร โซเดียมคาร์บอเนตหรือโซดาซกั ผา้ เมอื นาํ ไปใชเ้ ป็นส่วนผสมเพือทาํ ใหเ้ นือสดนุ่ม ก่อนทีจะนาํ ไปปรุงเป็ นอาหารรับประทาน อาจก่อให้เกิด อนั ตรายได้ เพราะโซเดียมคาร์บอเนตมีฤทธิกดั เยืออ่อนของระบบทางเดินอาหารทาํ ใหค้ ลืนไส้ อุจจาระ ร่วง อาเจียนและอาจรุนแรงถงึ แก่ชีวติ ไดถ้ า้ รับประทานตงั แต่ กรัมขึนไป สรุป การสุขาภิบาลอาหารเป็ นการดาํ เนินการดว้ ยวิธีการต่าง ๆ ทีจดั การเกียวกบั อาหารในดา้ นการ ปรับปรุง การบาํ รุงรักษา และแก้ไขเพือให้อาหารทีบริโภคเข้าสู่ร่างกายแลว้ มีผลดีต่อสุขภาพ ทังนี เนืองจากอาหารมีความสําคัญต่อสิงมีชีวิต โดยใช้ในการสร้างพลงั งาน ช่วยให้ร่ างกายเกิดความ กระปี กระเปร่า และช่วยใหร้ ่างกายมีความแขง็ แรงตา้ นทานโรคภยั ต่างๆ สามารถดาํ เนินชีวติ ไดอ้ ยา่ งปกติสุข อาหารแมจ้ ะมีประโยชนต์ ่อร่างกายเป็นอยา่ งมาก แต่ถา้ อาหารนนั สกปรก ปนเปื อนดว้ ยเชือโรคหรือ สารพิษก็ให้โทษต่อร่ างกายได้ เช่น โรคทีเกิดจากจุลินทรียป์ นเปื อนในอาหาร โรคทีเกิดจากอาหารมี หนอนพยาธิ และโรคทีเกิดจากอาหารทีมสี ารพษิ หรือสารเคมี จะมสี ่วนช่วยลดการเกิดโรคจากอาหารเป็ นสือ นาํ ได้
64 เรืองที การจดั โปรแกรมอาหารให้เหมาะสมกบั บุคคลในครอบครัว 1. อาหารสําหรับคนปกติ สารอาหารประเภทต่างๆ มคี วามจาํ เป็นต่อร่างกาย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมนั เป็นสารอาหารทีใหพ้ ลงั งาน และร่างกายมีความตอ้ งการเป็ นปริมาณมาก ส่วนวิตามินและแร่ธาตุ บางชนิดไม่ใหพ้ ลงั งานแต่จาํ เป็นสาํ หรับการทาํ งานของระบบต่างๆ ในร่างกายช่วยป้ องกนั โรคภยั ไขเ้ จ็บ ทาํ ใหด้ าํ รงชีวิตอยไู่ ดอ้ ยา่ งมีความสุข มนุษยแ์ ต่ละเพศแต่ละวยั แต่ละสภาพตอ้ งการพลงั งานและสารอาหาร ประเภทต่าง ๆ ในปริมาณไม่เท่ากนั ดงั นนั ในการเลอื กกินอาหาร จึงจะควรเลอื กให้พอเหมาะกบั เพศ วยั และ สภาพของแต่ละบุคคลดว้ ยเพอื ร่างกายจะไดเ้ ติบโตอยา่ งสมบรู ณ์ อย่างไรก็ตาม อาหารทีคนเรารับประทานกันเป็ นประจาํ มีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิด ประกอบดว้ ยสารอาหารต่างประเภทในปริมาณมากนอ้ ยต่างกนั โดยปกติในแต่ละวนั ร่างกายของคนเรา ตอ้ งการสารอาหารแต่ละประเภทในปริมาณต่างกนั ดงั ทีแสดงในตาราง ตารางแสดงปริมาณพลงั งานและสารอาหารบางอย่างทีคนไทยวยั ต่างๆ ต้องการในหนึงวนั ประเภท อายุ (ปี ) นําหนัก (kg) พลังงาน (kcal) โปรตนี (g) แร่ธาตุ (mg) วติ ามนิ (mg) C เดก็ แคลเซียม เหล็ก – , A B1 B2 – , ... ... เดก็ ชาย – , ... – , ... เดก็ หญิง – , ... – , ... ชาย – , ... – , ... – , ... – , ... – , ... + , ... หญงิ – , ... –, ... –, ... –, ... –, ... +, ... หญิงมคี รรภ์ ++ ... หญิงใหน้ มบุตร +, + ...
65 อาหารทีเรารับประทานแต่ละวนั นัน แต่ละประเภทให้ปริมาณของสารอาหารและให้พลงั งาน แตกต่างกนั ฉะนันในการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมือแต่ละวนั ควรเลือกรับประทานอาหาร สลบั กนั ไป เพือใหร้ ่างกายไดร้ ับสารอาหารเพียงพอและถกู สัดส่วน ถา้ ร่างกายไม่ไดร้ ับสารอาหารตาม ตอ้ งการ ทาํ ใหข้ าดสารอาหารบางอยา่ งได้ ตารางแสดงส่วนประกอบของอาหารและค่าพลงั งานในอาหารบางชนิดต่อมวล กรัม ค่า โปรตีน ไขมนั คาร์โบไฮเดรต เส้นใย แร่ธาตุ (mg) วิตามิน (mg) พลงั งาน (g) (g) (g) (g) A B1 B2 C อาหาร (kcal) แคล ฟอส เหลก็ (IU) (mg) (gm) (mg) เซียม ฟอรัส ประเภทแป้ ง . .- . - ** ** 0 ก๋วยเตยี ว (สุก) .. .. . 0.02 0.01 0 ขา้ วเจา้ (สุก) .. . . 0.06 0.03 0 ขา้ วเหนียวขาว ประเภทเมล็ดและ .. . . . .. . .. ผลติ ภณั ฑ์ .. .. . .. ถวั ลสิ ง (ตม้ ) ถวั เหลือง (สุก) ... มะพร้าว (นาํ กะท)ิ ประเภทผัก .. . . . .. . ตาํ ลึง .. . . . .. ผกั คะนา้ .. . . . .. มะละกอดบิ .. . . . ..- ผกั บงุ้ ไทย (ตน้ แดง) ประเภทผลไม้ .. .. . -. . กลว้ ยนาํ วา้ (สุก) . .. แตงโม .. . . . .. ฝรัง . .. มะม่วง (สุก) .. .. .,. . สม้ เขียวหวาน .. .. , ประเภทเนือสัตว์ . ..- เนือไก่ .. . . . -. . - เนือหมู (ไม่มีมนั ) . -. . ปลาทู .. .,. . ไขไ่ ก่ . .. นมถวั เหลอื ง(ไมห่ วาน) .. . .. นมววั .. . .. . .. . . .. .
66 2. อาหารสําหรับเดก็ วยั ก่อนเรียน เด็กก่อนวยั เรียนควรไดร้ ับอาหารใหค้ รบทุกกลมุ่ คือ ขา้ ว ผกั ผลไม้ เนือสตั วแ์ ละนม ซึงในแต่ ละกลุ่มควรฝึ กให้เด็กกินไดห้ ลายชนิด ไม่ควรเลือกเฉพาะอย่าง การประกอบอาหารควรคาํ นึงถึงความ สะอาดและตอ้ งเป็ นอาหารทียอ่ ยง่าย ถา้ อาหารแข็งหรือเหนียวจนเคียวยาก ควรจะสบั หรือตม้ ให้เปื อย และทีสาํ คญั ควรใหเ้ ดก็ กินนาํ ส่วนทีเหลอื จากการตม้ เนือหรือผกั ดว้ ย เพราะจะไดร้ ับวติ ามนิ และแร่ธาตุทีมี อยู่ ซึงถา้ เป็นเด็กเลก็ อาจใชเ้ ป็นผกั ตม้ และนาํ ผลไมก้ ่อน เมือเด็กโตขึนจึงให้เป็ นผกั และผลไมส้ ดปริมาณ อาหารทีเด็กก่อนวยั เรียนควรไดร้ ับในวนั หนึงก็คือ ขา้ ว หรือธญั พืชอืน ๆ – ทพั พี ไข่ ฟอง, ผกั ใบ เขียวและผกั อืน ๆ – ทพั พี หรืออาจเป็ น / – ทพั พีในแต่ละมือ, ผลไม้ – ชิน เช่น กลว้ ย ผล มะละกอสุก เสียว, เนือสตั ว์ – ชอ้ นแกง ควรจะกินไข่ ฟอง และกินเนือสัตวอ์ ืน ๆ – ชอ้ นแกง และควรดืมนมเป็ นประจาํ วนั หลกั ใหญ่ ๆ ก็คือควรจะจดั อาหารให้มีการหมุนเวียนกนั หลายชนิดดงั ที กล่าวมาแลว้ และเสริมดว้ ยตบั สปั ดาห์ละหนึงครัง เตรียมอาหารให้ปริมาณพอเหมาะ รสไม่จดั และเคียว ง่าย หลกี เลยี งของขบเคียว ขนมหวานจดั ลกู อม นาํ อดั ลม และอาหารไขมนั สูงมาก ๆ ใหเ้ ด็กไดก้ ินร่วม โต๊ะกบั ผใู้ หญ่ ระหว่างกินไม่ควรดุเดก็ หรือบงั คบั ใหเ้ ดก็ กินอาหาร เพราะจะทาํ ใหม้ ีปัญหาต่อไป หากเด็ก เพงิ ไปเลน่ มาไม่ควรใหก้ ินทนั ที ควรใหพ้ กั อยา่ งนอ้ ย นาทีก่อนจึงจะค่อยกินอาหาร 3. อาหารสําหรับผ้สู ูงอายุ การจดั อาหารใหผ้ สู้ ูงอายุ ควรคาํ นึงถึงผสู้ ูงอายเุ ป็ นรายบุคคล เพราะผสู้ ูงอายุแต่ละบุคคล อาจจะชอบอาหารไมเ่ หมือนกนั บางครังไม่จาํ เป็นวา่ ทุกมือจะตอ้ งไดร้ ับสารอาหารครบทุกประเภทอย่ใู น มอื เดียว 1) ในการจดั อาหารนีอาจจะตอ้ งแบ่งอาหารใหเ้ ป็ นอาหารมือย่อย – มือ เพือลดปัญหาการ แน่นทอ้ ง 2) อาหารทีจดั ควรจะเป็ นอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสไม่จดั ถา้ เป็ นผกั ควรจะหนั เป็ นชินเล็ก ๆ นึงหรือว่าตม้ ใหน้ ิม 3) พยายามหลกี เลยี งอาหารทีทาํ ใหเ้ กิดแกส๊ หรือทอ้ งอืด เช่น ถวั บางประเภท เป็นตน้ 4) อาหารควรเป็นอาหารทีมีคุณภาพ เช่น คาร์โบไฮเดรตในรูปเชิงชอ้ น คือไม่ไดผ้ า่ นขบวนการ ขดั สีและโปรตีนจากปลา เป็นตน้ 5) เนน้ ใหใ้ ชว้ ธิ ีการนึงมากกว่าทอด เพือลดปริมาณไขมนั ทีร่างกายจะไดร้ ับเกินเขา้ ไป 6) อาหารเสริมทีแนะนาํ ควรเสริมผกั และผลไมใ้ ห้มากขึน เช่น ตาํ ลึง ผกั บุง้ คะนา้ มะเขือเทศ สม้ เขียวหวาน กลว้ ยสุก มะละกอสุก เป็นตน้ จะช่วยเพมิ ใหผ้ สู้ ูงอายไุ ดร้ ับกากใย ช่วยใหร้ ะบบขบั ถา่ ยดี 7) พยายามกระตุน้ ใหผ้ สู้ ูงอายไุ ดท้ าํ กิจกรรม การไดอ้ อกกาํ ลงั กาย จะทาํ ให้ความอยากอาหาร เพมิ ขึน 8) การดูแลทางดา้ นจิตใจ การใหค้ วามเอาใจใส่กบั ผสู้ ูงอายุสมาํ เสมอ ไม่ปล่อยใหท้ ่านรู้สึกว่า ถกู ทอดทิง หรือท่านรู้สึกวา่ ท่านหมดความสาํ คญั กบั ครอบครัว
67 9) การจดั อาหารใหม้ สี ีสนั น่ากิน โดยพยายามใชส้ ีทีเป็ นธรรมชาติ ปรุงแต่งใหอ้ าหารมีหน้าตา น่ารับประทาน อาหารทีจดั ใหค้ วรจะอนุ่ หรือร้อนพอสมควร เพือเพมิ ความอยากอาหารใหม้ าก 10) ไมค่ วรใหผ้ สู้ ูงอายุรับประทานอาหารรสเผด็ จดั จะเกิดอาการปวดมวนทอ้ ง หรือทานแลว้ เกิดความรู้สึกไมส่ บายตวั อาจจะทาํ ใหเ้ กิดผลเสียต่อทางเดินอาหารได้ สรุปวยั สูงอายุ เรืองอาหารเป็ นเรืองทีสําคญั เราถือว่าอาหารเป็ นสิงสาํ คญั ทีจะทาํ ให้ผสู้ ูงอายุมี สุขภาพดี เพราะฉะนนั ลกู หลานหรือผดู้ ูแล หรือแมแ้ ต่ตวั ผสู้ ูงอายุเอง ควรเขา้ ใจในการเลือกรับประทาน อาหารทีมีประโยชนต์ ่อร่างกาย การบริโภคอาหารทีดีเพือส่งเสริมสุขภาพ เราควรจะตอ้ งเตรียมตวั ตงั แต่วยั หนุ่มสาว เพือเป็นผสู้ ูงอายทุ ีมีสุขภาพดีต่อไป 4. อาหารสําหรับผ้ปู ่ วย อาหารสําหรับผู้ป่ วย คนเราเมือเจ็บป่ วยย่อมจะตอ้ งดูแลเรืองสุขภาพอนามยั โดยเฉพาะ เรืองอาหารเป็นพิเศษ ผปู้ ่ วยมลี กั ษณะการเจ็บป่ วยทีแตกต่างกนั ยอ่ มตอ้ งการบริโภคอาหารทีแตกต่างกนั ดงั นี อาหารธรรมดา สาํ หรับผูป้ ่ วยธรรมดาทีไม่ได้เป็ นโรคร้ายแรงทีตอ้ งรับประทานอาหาร เฉพาะจะเป็นอาหารทีมลี กั ษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกบั อาหารปกติ เป็ นอาหารหลกั หมู่ ให้ได้ สารอาหารเพียงพอกบั ความตอ้ งการของร่างกาย อาหารอ่อน เป็นอาหารสาํ หรับผปู้ ่ วยทีไม่สามารถเคียวไดต้ ามปกติ ผปู้ ่ วยภายหลงั การพกั ฟื น หรือผปู้ ่ วยทีเป็นโรคเกียวกบั ทางเดินอาหารอยา่ งเฉียบพลนั เช่น ทอ้ งร่วง บิด เป็ นตน้ อาหารประเภท นีจะเป็นอาหารทีมีเนือนิม มรี สออ่ น ยอ่ ยง่าย ไมม่ ีกากแขง็ หยาบ ไม่มนั จดั เช่น นม ครีม ไข่ทุกชนิดทีไม่ ใชว้ ิธีทอด ปลานึงหรือยา่ ง เนือบด ไก่ตม้ หรือตุ๋น ซุปใส แกงจืด ผกั ทีมีกากนอ้ ยและไม่มีกลินฉุนตม้ สุก บดละเอยี ด นาํ ผลไมค้ นั กลว้ ยสุก เป็นตน้ อาหารเหลว เป็ นอาหารสาํ หรับผูป้ ่ วยทีพกั ฟื นหลงั ผ่าตัดและผูป้ ่ วยทีเป็ นโรคเกียวกับ กระเพาะอาหารและลาํ ไส้ เป็นอาหารทียอ่ ยง่าย ไม่มีกาก มี ชนิด คือ ( ) อาหารเหลว เช่น นาํ ชาใส่มะนาวและนาํ ตาล กาแฟใส่นาํ ตาล ซุปใสทีไม่มีไขมนั นาํ ขา้ ว ใส สารละลายนาํ ตาลหรือกลโู คส เป็นตน้ ซึงจะใหก้ ินทีละนอ้ ยทุก – ชวั โมง เมือผปู้ ่ วยกินไดม้ ากขึน จึงค่อยเพมิ ปริมาณ ( ) อาหารเหลวขน้ เป็นของเหลวหรือละลายเป็นของเหลว เช่น นาํ ขา้ วขน้ ขา้ วบดหรือเปี ยก ซุป นมทุกชนิด เครืองดืมผสมนม นาํ ผลไม้ นาํ ตม้ ผกั ไอศกรีม ตบั บดผสมซุป เป็นตน้ อาหารพิเศษเฉพาะโรค เป็ นอาหารทีจัดขึนตามคาํ สังแพทย์ สําหรับโรคบางชนิดทีตอ้ ง ระมดั ระวงั หรือควบคุมอาหารเป็นพิเศษ เช่น อาหารจาํ กดั โปรตีนสาํ หรับผปู้ ่ วยโรคตบั บางอยา่ งและโรค ไตเรือรัง อาหารกากนอ้ ยสาํ หรับผปู้ ่ วยอจุ จาระร่วงรุนแรง อาหารกากมากสาํ หรับผทู้ ีลาํ ไส้ใหญ่ไม่ทาํ งาน อาหารแคลอรีตาํ สาํ หรับผปู้ ่ วยโรคเบาหวาน อาหารโปรตีนสูงสาํ หรับผปู้ ่ วยทีขาดโปรตีนหรือหลงั ผา่ ตดั อาหารจาํ พวกโซเดียมสาํ หรับผปู้ ่ วยโรคหวั ใจ
68 การจดั การอาหารสําหรับผ้ปู ่ วยโรคเบาหวาน 1. ทานอาหารใหต้ รงเวลาและทานครบทุกมือในปริมาณใกลเ้ คียงกนั ไม่ทานจุกจิก 2. อาหารทีควรงด ไดแ้ ก่ ขนมหวาน ขนมเชือม นาํ หวาน นาํ อดั ลม นมหวาน เหลา้ เบียร์ ผลไม้ ทีมรี สหวานจดั ผลไมก้ ระป๋ อง ผลไมเ้ ชือม ผลไมแ้ ช่อมิ เป็นตน้ 3. อาหารทีควรควบคุมปริมาณ ไดแ้ ก่ อาหารพวกแป้ ง เช่น ขา้ ว ขนมปัง ขนมจีบ ส่วนผกั ทีมี นาํ ตาลและแป้ ง เช่น ฟักทองหรือพวกผลไมท้ ีมรี สหวาน เช่น ทุเรียน ลาํ ไย เป็นตน้ 4. อาหารทีควรรับประทาน ไดแ้ ก่ โปรตีน เช่น ไก่, ปู, ปลา, กุง้ , เนือ, หมู และโปรตีนจากพืช เช่น ถวั , เตา้ หู้ นอกจากนี ควรรับประทานอาหารทีมีกากใยมาก ๆ เช่น ขา้ วซอ้ มมือ, ถวั ฝักยาว, ถวั แขก ตลอดจนผกั ทุกชนิด ในคนไขเ้ บาหวานทีอว้ นมาก ๆ ควรงดอาหารทอด ลดไขมนั จากสตั วแ์ ละพืช บางชนิด เช่น กะทิ, นาํ มนั มะพร้าว, นาํ มนั ปาลม์ การจดั การอาหารสําหรับผ้ปู ่ วยไตวายเรือรัง 1. ควรไดร้ ับอาหารประเภทโปรตีนตาํ กรัมโปรตีนต่อวนั ร่วมกบั เสริมกรดอะมโิ น จาํ เป็น ชนิด หรืออาหารโปรตีนสูง – กรัมโปรตีนต่อวนั 2. พยายามใชไ้ ข่ขาวและปลาเป็นแหล่งอาหารโปรตีน 3. หลกี เลียงเครืองในสตั ว์ 4. หลีกเลยี งไขมนั สตั ว์ และกะทิ 5. งดอาหารเค็ม จาํ กดั นาํ 6. งดผลไม้ ยกเวน้ เชา้ วนั ฟอกเลอื ด 7. งดอาหารทีมีฟอสเฟตสูง เช่น เมลด็ พืช นมสด เนย ไข่แดง การจดั อาหารสําหรับผ้ปู ่ วยโรคมะเร็ง เนืองจากมะเร็งเป็ นเนืองอกร้ายทีเกิดในเนือเยือหรือเซลลข์ องอวยั วะต่าง ๆ อาการทีเกิดขึน โดยทวั ๆ ไปคือจะเบืออาหารและนาํ หนกั ตวั ลด แต่ถา้ เกิดขึนในหลอดอาหาร กระเพาะ หรือลาํ ไส้ ก็จะมี ปัญหาในการกินไดม้ ากกว่ามะเร็งในอวยั วะอืน ๆ เมือไดร้ ับการวินิจฉัยแลว้ ผปู้ ่ วยควรรับการรักษาจาก แพทยท์ ีชาํ นาญดา้ นมะเร็งและควรปรับจิตใจใหย้ อมรับว่าตอ้ งการเวลาในการรักษา ซึงอาจใชเ้ วลานาน และต่อเนือง การกินอาหารทีถกู ตอ้ งจะช่วยเสริมการรักษามะเร็ง และทาํ ใหภ้ าวะโภชนาการทีดี ถา้ ระบบ ทางเดินอาหารเป็นปกติ ควรเนน้ การกินขา้ วซอ้ มมือเป็นประจาํ ควบคู่กบั การกินปลา และพชื ผกั ผลไมเ้ ป็ น ประจาํ โดยเฉพาะอยา่ งยิงมะเขือเทศ ผกั สีเขียว มะละกอสุก ฝรัง เป็ นตน้ เพิมการกินอาหารทีมาจากถวั โดยเฉพาะถวั เหลือง เช่น ถวั งอกหวั โต เตา้ หูข้ าวและนมถวั เหลือง เป็นตน้ ควรหลีกเลียงอาหารทีมีไขมนั อาหารผดั ทอด การปรุงอาหารควรเนน้ การตม้ ตุ๋นหรือนึง ในกรณีทีผปู้ ่ วยมะเร็งไม่สามารถกินอาหารได้ อยา่ งปกติ อาจจะตอ้ งใชอ้ าหารทางการแพทยห์ รืออาหารทีตอ้ งให้ทางสายยาง ในกรณีเช่นนีผปู้ ่ วยหรือ ญาติควรปรึกษาแพทยห์ รื อนักกาํ หนดอาหาร เพือทาํ ความเข้าใจ ศึกษาเอกสารเพือให้เข้าใจยิงขึน
69 จะไดน้ าํ ไปปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งเหมาะสมต่อไป ผปู้ ่ วยมะเร็งควรจะติดตามและประเมินผลการรักษา ชงั นาํ หนกั ตวั เป็นระยะ ถา้ นาํ หนกั ตวั หรือเปลยี นแปลงไมม่ ากนกั แสดงวา่ ไดพ้ ลงั งานเพยี งพอ 5. อาหารสําหรับผ้ทู ีออกกาํ ลงั กาย คนทีออกกาํ ลงั กายโดยปกติตอ้ งใชพ้ ลงั งานจากร่างกายมาก จึงตอ้ งการอาหารทีให้พลงั งาน มากกวา่ ปกติ ดงั นนั ผทู้ ีออกกาํ ลงั กายจึงควรรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสม ดงั นี 1. อาหารก่อนออกกาํ ลงั กาย ก่อนออกกาํ ลงั กายคนเราไม่ควรรับประทานอาหารเพราะจะทาํ ให้ เกิดอาการจุก เสียด แน่นและไม่สามารถออกกาํ ลงั กายไดต้ ามแผนทีวางไว้ ก่อนการออกกาํ ลงั กายควรให้ อาหารยอ่ ยหมดไปก่อน ดงั นนั อาหารมอื หลกั ทีรับประทานควรรับประทานก่อนการออกกาํ ลงั กาย – ชวั โมง อาหารวา่ งควรรับประทานก่อนออกกาํ ลงั กาย – ชวั โมง อาหารทีรับประทานควรเป็ นอาหารที มีไขมนั ตํา และมีโปรตีนไม่มากนัก มีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง นอกจากนัน ควรหลีกเลียงการ รับประทานอาหารทีทาํ ใหเ้ กิดแก๊สในกระเพาะอาหาร เช่น ของหมกั ดอง อาหารรสจดั เป็นตน้ 2. อาหารระหว่างการออกกําลังกาย ปกติในระหว่างการออกกาํ ลงั กาย ร่างกายจะขบั เหงือ เพอื ระบายความร้อนและของเสียออกจากร่างกาย ผทู้ ีออกกาํ ลงั กายควรดืมนาํ หรือเครืองดืมทีมีเกลือแร่ เพอื ทดแทนนาํ และเกลือแร่ทีสูญเสียไปในระหวา่ งออกกาํ ลงั กาย และไม่รับประทานอาหาร เพราะจะทาํ ใหเ้ กิดอาการจุดเสียด แน่นและอาหารไม่ยอ่ ย ซึงเป็นอปุ สรรคใ์ นการออกกาํ ลงั กาย 3. อาหารหลังการออกกําลังกาย การออกกําลงั กายจะทําให้คนเราสูญเสียพลังงานไป ตามระยะเวลาและวิธีการออกกาํ ลงั กาย หลงั การออกกาํ ลงั กายจึงควรรับประทานอาหารทีใหพ้ ลงั งาน เพือชดเชยพลงั งานทีสูญเสียไป การออกกาํ ลงั กายบางประเภทตอ้ งการสารอาหารเพือชดเชยพลงั งาน ทีสูญเสียไปและสร้างเสริมพลงั งานทีจะใชใ้ นการออกกาํ ลงั กายในครังต่อไปดว้ ย จึงตอ้ งรับประทาน อาหารทีมสี ารอาหารเหมาะสมในปริมาณทีเพียงพอ 4. นํา นอกจากอาหารหลกั หมู่ ทีควรรับประทานอาหารใหเ้ หมาะสมทงั ก่อน ระหว่างและ หลงั การออกกาํ ลงั กายทีเหมาะสมแลว้ นาํ เป็ นสิงทีสาํ คญั อย่างมาก เพราะนาํ จะช่วยใหร้ ะบบการขบั ถ่าย ของร่างกายเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพและการออกกาํ ลงั กายนนั จะตอ้ งมีการสูญเสียนาํ ในปริมาณมาก จึงจาํ เป็นตอ้ งดืมนาํ ให้เพียงพอ เพือใหส้ ามารถชดเชยกบั นาํ ทีสูญเสียไป การออกกาํ ลงั กายบางประเภท ตอ้ งดืมนาํ ในระหวา่ งออกกาํ ลงั กายดว้ ย สรุป การทีคนเราจะมสี ุขภาพร่างกายสมบรู ณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บนนั ขึนอยกู่ บั องคป์ ระกอบ สาํ คญั ไดแ้ ก่ การเลือกบริโภคอาหารทีมีคุณภาพ สด สะอาดปราศจากสารปนเปื อนและควรรับประทาน อาหารใหห้ ลากหลาย แต่ครบทงั หมู่ ตามหลกั โภชนาการ นอกจากนี บุคคลยงั มีความแตกต่างทงั ดา้ นวยั และสภาพร่างกาย ดงั นัน จึงจาํ เป็ นตอ้ งเลือกบริโภคอาหารใหเ้ หมาะสมและมีสัดส่วนพอเหมาะกบั ความ ตอ้ งการของร่างกาย เพอื ใหไ้ ดส้ ารอาหารครบถว้ น นาํ ไปใชอ้ ยา่ งเพียงพอไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป ซึงจะทาํ ให้ ดาํ รงชีวิตอยา่ งมสี ุขภาพดีและมคี วามสุข
70 กจิ กรรม 1. แบ่งผเู้รียนออกเป็นกล่มุ ๆ ละ คน ทาํ my map ตามความเขา้ ใจ พร้อมทงั รายงานให้เพือนฟัง/ดูตามหวั ขอ้ ต่อไปนี กล่มุ ที สารอาหารทาํ หนา้ ทีอะไรบา้ ง กลุ่มที โรคจากโปรตีนและแคลอรีมีอาการอยา่ งไร กลมุ่ ที โรคขาดธาตุไอโอดีนมีอาการอยา่ งไร กลุ่มที โรคขาดวิตามนิ ซี มผี ลอยา่ งไรกบั ร่างกาย . ใหน้ กั ศกึ ษาเขียนเมนูอาหารสาํ หรับบุคคล ดงั นี แลว้ รายงานหนา้ ชนั เรียน เมนูอาหารสาํ หรับเดก็ ก่อนวยั เรียนทงั มอื เป็นเวลา วนั เมนูอาหารสาํ หรับผชู้ รา ทงั มอื เป็นเวลา วนั เขียนเมนูอาหารสาํ หรับผปู้ ่ วยโรคเบาหวานทงั มอื เป็นเวลา วนั
71 บทที การเสริมสร้างสุขภาพ สาระสําคญั มีความรู้ในเรืองการวางแผนพฒั นาและเสริมสร้างสุขภาพของตนเอง และครอบครัว ตลอดจนร่วม กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพของชุมชนอย่างสมาํ เสมอ และสามารถบอกถึงหลกั การและรูปแบบของวิธีการ ออกกาํ ลงั กายของตนเอง ผอู้ ืน และชุมชนไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม ผลการเรียนรู้ทคี าดหวงั 1. เรียนรู้วิธีการวางแผนพฒั นาเสริมสร้างสุขภาพตนเองและครอบครัว 2. อธิบายหลกั การจดั โปรแกรมการออกกาํ ลงั กายสาํ หรับตนเอง และผอู้ ืนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั บุคคลและวยั ต่างๆ ขอบข่ายเนือหา เรืองที การรวมกลุม่ เพอื เสริมสร้างสุขภาพในชุมชน เรืองที การออกกาํ ลงั กายเพือสุขภาพ
72 เรืองที การรวมกลุ่มเพอื เสริมสร้างสุขภาพในชุมชน 1.1 ความหมายของสุขภาพ มนุษยเ์ กิดมาย่อมปรารถนาทีจะมีชีวิตอย่อู ย่างมีความสุข ความสุขของมนุษย์ย่อมขึนอยู่กับ องคป์ ระกอบต่าง ๆ หลายประการ ทีสาํ คญั คือสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ หรือการมีสุขภาพ กายและสุขภาพจิตทีดีนนั เอง เมอื มนุษยม์ ีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ จะทาํ ใหม้ ีความสามารถในการปรับตวั มีความเชือมนั ในตนเอง ไร้ความกงั วล ไม่มีความเครียด และไม่มีความขดั แยง้ ภายใน สามารถใชช้ ีวิตอย่ใู น สงั คมร่วมกบั ผอู้ ืนได้ สามารถกระทาํ ตนเป็ นสมาชิกทีดีของสงั คม และมีสมรรถภาพในการทาํ งาน ดงั นนั ความหมายของคําว่า สุขภาพ (Health) ขององค์การอนามยั โลก คอื ภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกาย จติ ใจ และสามารถอย่ใู นสังคมได้อย่างเป็ นสุข มใิ ช่เพยี งความปราศจากโรคและความพกิ ารเท่านัน 1.2 ความสําคญั ของสุขภาพ สุขภาพมีความสาํ คญั ต่อการดาํ รงชีวิตของมนุษยเ์ ป็ นอย่างยิง เพราะความสุขหรือความทุกขข์ อง มนุษยข์ ึนอยกู่ บั สุขภาพเป็นสาํ คญั ความสาํ คญั ของสุขภาพสรุปไดเ้ ป็น ระดบั ดงั นี ) ความสําคญั ต่อตนเอง บุคคลจะมคี วามสุขหรือความทุกขย์ อ่ มขึนอยกู่ บั สุขภาพเป็ นสาํ คญั หากมี สุขภาพกายดี คือมรี ่างกายสมบูรณ์แขง็ แรง ไม่มีโรคภยั เบียดเบียนและมีสุขภาพจิตทีดี คือไม่คิดอิจฉาริษยา หรืออาฆาตมาดร้ายต่อผอู้ ืน ผนู้ นั ยอ่ มมีแต่ความสุขในทางตรงกนั ขา้ ม หากสุขภาพกายไม่ดี คือร่างกายไม่ แข็งแรง เจ็บไขไ้ ดป้ ่ วยเป็ นประจาํ และมีสุขภาพจิตไม่ดี คือจิตใจฟ้ ุงซ่านไม่มีทีสินสุด มีความริษยาอาฆาต มาดร้ายผอู้ นื ผนู้ นั จะมแี ต่ความทุกข์ สุขภาพกายและจิตจะเสือมโทรม หาความสุขในชีวติ ไม่ได้ ) ความสําคญั ต่อครอบครัว สุขภาพมสี ่วนสาํ คญั ในการสร้างความสาํ เร็จหรือความลม้ เหลวใหแ้ ก่ ครอบครัว เพราะครอบครัวย่อมประกอบดว้ ยสมาชิกทีเป็ นพืนฐานสาํ คญั คือ พ่อ แม่ ลูก การทีพ่อแม่ลกู มี สุขภาพกายและจิตทีดียอ่ มทาํ ใหค้ รอบครัวมีความสุข ในทางกลบั กนั หากสมาชิกในครอบครัวมีปัญหาทาง สุขภาพกายหรือสุขภาพจิต ความลม้ เหลวในชีวติ ครอบครัวยอ่ มจะเกิดขึนได้ ) ความสําคญั ต่อสังคม ในสงั คมหนึง ๆประกอบดว้ ยสมาชิกจาํ นวนมาก แต่ละคนมีความแตกต่างกนั ทงั ทางดา้ นร่างกายและจิตใจ ซึงจะทาํ ใหเ้ กิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอยา่ งมากมายทงั ปัญหาทีเกิดจากสุขภาพทาง กายและสุขภาพทางจิต อาจเกิดอาการเจ็บไขไ้ ดป้ ่ วย เช่น โรคทีเกิดจากความอว้ นจนเกินไป โรคทีเกิดจาก ความเครียดเพราะสภาพปัญหาทางสงั คม เป็นตน้ 1.3 ลกั ษณะของผ้ทู มี สี ุขภาพและจติ ทีดี ผทู้ ีมีสุขภาพทีดีจะตอ้ งมีทงั สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี จึงจะสามารถดาํ รงชีวติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ ง มีความสุข คนทีมีสุขภาพกายดี หมายถึง คนทีมีร่างกาย ทงั อวยั วะต่าง ๆ และระบบการทาํ งานอยใู่ นสภาพที สมบรู ณ์ แข็งแรง และสามารถทาํ งานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพเป็นปกติ
73 คนทีมีสุขภาพดีจะมีลกั ษณะ ดงั นี 1. มีร่างกายทีสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถทรงตวั ไดอ้ ยา่ งมนั คงและเคลือนไหวไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ 2. สามารถทาํ กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพไม่เหนือยเร็ว 3. อวยั วะและระบบทุกส่วนของร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงและทาํ งานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพเป็ น ปกติ 4. อตั ราการเจริญเติบโตของส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเป็นไปตามวยั อยา่ งเหมาะสม 5. ปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บต่าง ๆ และไมม่ โี รคประจาํ ตวั 6. สามารถพกั ผอ่ นไดอ้ ยา่ งเตม็ ทีและมหี นา้ ตาสดชืนแจ่มใส คนทีมสี ุขภาพจติ ดี หมายถงึ คนทีสามารถปรับตวั เขา้ กบั สิงแวดลอ้ มได้ สามารถควบคุมอารมณ์ ทาํ จิตใจใหเ้ บิกบานแจ่มใสและสามารถอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข คนทีมีสุขภาพจิตดีจะมีลกั ษณะ ดงั นี 1. สามารถปรับตวั เขา้ กับสงั คมและสิงแวดลอ้ มได้ ไม่ว่าจะอย่ใู นสภาพแวดลอ้ มใด เช่น ทีบา้ น ทีโรงเรียน ทีทาํ งาน เป็นตน้ 2. มคี วามเชือมนั ในตนเอง มีความคิดทีเป็ นอิสระกลา้ ตดั สินใจดว้ ยตนเองอย่างมีเหตุผล ยอมรับ ฟังความคิดเห็นของคนอนื ไมด่ ือรันและพร้อมทีจะเผชิญกบั ผลทีจะตามมา 3. สามารถเผชิญกบั ความเป็ นจริง โดยแสดงออกไดอ้ ย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะประสบความสาํ เร็จ หรือลม้ เหลว 4. สามารถควบคุมอารมณ์ไดด้ ี ไมแ่ สดงความโกรธ เกลียดหรือรัก เสียใจ ผดิ หวงั จนมากเกินไป 5. รู้จกั รักผอู้ ืนทีอยู่ใกลช้ ิดหรือผทู้ ีรู้จกั ไม่ใช่รักแต่ตวั เอง มีความปรารถนาและยินดีทีผูอ้ ืนมี ความสุขและประสบความสาํ เร็จ 6. มีความสุขในการทาํ งานดว้ ยความตงั ใจ ไมย่ อ่ ทอ้ และไมเ่ ปลยี นงานบ่อย ๆ 7. มคี วามกระตือรือร้น มีความหวงั ในชีวิต สามารถทนรอคอยในสิงทีม่งุ หวงั ได้ 8. มองโลกในแง่ดี ไมห่ วาดระแวงและพอใจในสภาพของตนเองทีเป็นอยู่ 9. มีอารมณ์ขนั หาความสุขไดจ้ ากทุกเรือง ไม่เครียดจนเกินไป สามารถพกั ผ่อนสมองและอารมณ์ ไดเ้ หมาะสมกบั เวลาและโอกาส 10. รู้จกั ผอ่ นคลายโดยการพกั ผอ่ นในเวลา สถานทีและโอกาสทีเหมาะสม 1.4 หลกั การดูแลรักษาสุขภาพและสุขภาพจติ การทีบุคคลจะมสี ุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตดี และเป็นทรัพยากรทีมคี ่าของสงั คมนนั จะตอ้ ง มคี วามรู้และสามารถปฏิบตั ิตามหลกั สุขภาพอนามยั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
74 หลกั การดูแลรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจติ มดี งั นี 1. มพี ฤตกิ รรมการบริโภคทดี ี โดยการรับประทานอาหารทีสะอาด ถกู หลกั อนามยั มีประโยชน์ต่อ ร่างกายและใหส้ ารอาหารครบถว้ น โดยควรรับประทานผลไมแ้ ละผกั สดทุกวนั ดืมนาํ ทีสะอาดใหเ้ พียงพอใน แต่ละวนั ซึงควรดืมนาํ อยา่ งนอ้ ยวนั ละ – แกว้ ไม่ควรดืมนาํ ชา กาแฟ หรือเสพสารเสพติดประเภทต่าง ๆ 2. รู้จกั ออกกาํ ลงั กายให้เหมาะสม การออกกาํ ลงั กายจะช่วยใหอ้ วยั วะและระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทาํ งานไดอ้ ยา่ งเตม็ ประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย จึงควรออกกาํ ลงั กายทุกวนั อย่างน้อยวนั ละ นาที การเลือกประเภทของการออกกาํ ลงั กายตอ้ งคาํ นึงถึงสภาพร่างกาย วยั สถานทีและความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของแต่ละบุคคลดว้ ย 3. รู้จกั รักษาความสะอาดของร่างกายให้เหมาะสม แต่ละบุคคลจะมีภารกิจในการทาํ กิจกรรม เพือการดาํ รงชีวติ แตกต่างกนั และระบบขบั ถ่ายจะขบั ถา่ ยของเสียออกจากร่างกายตามอวยั วะต่างๆ หากไม่ทาํ ความสะอาดจะทาํ ใหเ้ กิดของเสียต่างๆ หมกั หมมอยแู่ ละเป็นบ่อเกิดของโรคภยั ไขเ้ จ็บต่างๆ ได้ ดงั นัน ทุกคน จึงควรทาํ ความสะอาดร่างกาย โดยอาบนาํ อยา่ งน้อยวนั ละ ครัง แปรงฟันอยา่ งนอ้ ยวนั ละ ครัง สระผม อยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ ครัง ตดั เลบ็ มือเลบ็ เทา้ ใหส้ นั เสมอ สวมใส่เสือผา้ ทีสะอาด 4. ขับถ่ายให้เหมาะสมและเป็ นเวลา ทุกคนควรถ่ายอุจจาระให้เป็ นเวลา วนั ละ ครัง อยา่ กลนั อจุ จาระหรือปัสสาวะ เพราะจะทาํ ใหข้ องเสียหมกั หมมและเป็ นอนั ตรายต่อระบบขบั ถ่ายได้ เช่น อาจจะเป็ น โรคริดสีดวงทวาร โรคทอ้ งผกู หรือโรคทางเดินปัสสาวะอกั เสบ/เบาขดั ได้ เป็นตน้ 5. พกั ผ่อนให้เพยี งพอ การพกั ผอ่ นจะช่วยใหร้ ู้สึกผ่อนคลาย อวยั วะและระบบต่างๆ ในร่างกายมี เวลาพกั เพือจะเริมทาํ หน้าทีในวนั ต่อไปอย่างสดชืน นอกจากร่างกายจะไดพ้ กั ผ่อนแลว้ ยงั ทาํ ให้สมองได้ พกั ผอ่ นอกี ดว้ ย 6. ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ในชีวิตประจาํ วนั แต่ละบุคคลตอ้ งพบปะกบั ผคู้ นมากหน้า หลายตา ทงั ทีบา้ น ทีทาํ งาน ทีโรงเรียนและสถานทีราชการต่างๆ การทีจะดาํ รงชีวิตอยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งเป็ น ปกติสุข บุคคลย่อมตอ้ งเขา้ ใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถลดความขัดแยง้ ต่าง ๆ ได้ ใหค้ วามเห็นอกเห็นใจและเออื อาทรต่อผอู้ นื 7. ใช้บริการสุขภาพตามระยะเวลาทีเหมาะสม หากเกิดเจ็บป่ วย บุคคลตอ้ งรู้จักใชบ้ ริการทาง การแพทยท์ ีเหมาะสม เพอื ไม่ใหค้ วามเจบ็ ป่ วยลุกลามมากยงิ ขึน นอกจากการใชบ้ ริการทางสุขภาพเพือรักษา โรคแลว้ ยงั สามารถใชบ้ ริการทางสุขภาพเพือป้ องกนั โรคไดโ้ ดยการตรวจร่างกายเป็ นระยะๆ อยา่ งสมาํ เสมอ ตามความเหมาะสมกบั สภาพร่างกายและวยั กจิ กรรม ให้นักศึกษาสาํ รวจตวั เองดูว่าเป็ นคนทีมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีหรือไม่ มีส่วนใดทีจะตอ้ ง ปรับปรุงแกไ้ ข และควรทาํ อยา่ งไร โดยใหเ้ ขียนตอบ แลว้ ออกมาอภิปรายใหเ้ พือนไดร้ ับฟัง เพอื ร่วมกนั แกไ้ ข ปรับปรุงแนะนาํ
75 1.5 การรวมกล่มุ เพอื เสริมสร้างสุขภาพในชุมชน การดูแลรักษาและเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิตของแต่ละบุคคลเป็ นสิงสาํ คญั ทีควรปฏิบตั ิให้ เป็ นกิจนิสัย โดยปฏิบตั ิให้ครอบคลุมทุกองค์ประกอบทีสําคญั ไดแ้ ก่ การเลือกบริโภคอาหารใหถ้ ูกหลกั โภชนาการ การพกั ผอ่ นให้เพียงพอและออกกาํ ลงั กายสมาํ เสมอ เป็ นตน้ ทงั นีหากปฏิบตั ิไดอ้ ย่างครบถว้ น ถกู ตอ้ ง เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของร่างกายและสอดคลอ้ งกับวิถีชีวิตยอ่ มก่อให้เกิดความสมดุล สามารถดาํ เนินชีวิตไดอ้ ยา่ งมีความสุข ปฏบิ ตั ิภารกิจไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ อยา่ งไรก็ตาม การดูแลรักษาสุขภาพของตนเองเพยี งอยา่ งเดียวคงไมเ่ พียงพอ หากบุคคลในครอบครัว มปี ัญหาสุขภาพยอ่ มส่งผลกระทบต่อการดาํ เนินชีวิตของทุกคน เช่น เกิดภาวะในการดูแลภาระค่าใชจ้ ่ายใน การรักษา ฟื นฟูสุขภาพ เป็ นตน้ ทงั นีจึงควรส่งเสริมใหส้ มาชิกในครอบครัว และเพือนสมาชิกในชุมชนมี ความรู้ความเขา้ ใจเกียวกบั การดูแลรักษาสุขภาพอย่างถกู วิธี ตลอดจนเชิญชวน รวมกลุ่มกนั ปฏิบตั ิกิจกรรม ส่งเสริมสุขภาพต่างๆ ขึนในชุมชน อนั จะเป็ นการเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิตและความสัมพนั ธอ์ นั ดี ต่อกนั ซึงกิจกรรมทีจะก่อใหเ้ กิดการรวมกลมุ่ เพอื เสริมสร้างสุขภาพในชุมชน ไดแ้ ก่ 1. การรวมกลุม่ เพอื เรียนรู้ร่วมกนั เกียวกบั แนวปฏิบตั ิในการดูแลสุขภาพของกลุ่มบุคคลวยั ต่าง ๆ เช่น สตรีมคี รรภ์ มารดาหลงั คลอดเด็กทารก วยั รุ่น ผสู้ ูงอายุ หรือผปู้ ่ วย เป็นตน้ 2. การรวมกลุ่มเพือออกกําลงั และเล่นกีฬา ซึงปัจจุบันชุมชนท้องถินต่าง ๆ ให้ความสนใจ สนบั สนุนส่งเสริมกนั มาก เช่น การรวมกลุ่มเตน้ แอโรบิก การแข่งขนั กีฬาระหว่างชุมชน เป็นตน้ 3. การรวมกลมุ่ เพอื ร่วมกิจกรรมการพกั ผอ่ นและนนั ทนาการ เช่น การท่องเทียว การร้องเพลงเล่น ดนตรี การบาํ เพ็ญประโยชน์ การปลูกตน้ ไมใ้ นสถานทีสาธารณะ ฯลฯ ทงั นีมุ่งเนน้ การปฏิบตั ิทีไม่หนัก เกินไป แต่สร้างความเพลิดเพลินและความสมั พนั ธอ์ นั ดีในกลมุ่ สมาชิกเป็นหลกั 4. การรวมกลุ่มเพือปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทาํ บุญไหวพ้ ระ การปฏิบตั ิศาสนกิจ การฝึกสมาธิ ฯลฯ เป็นตน้ ทงั นี การรวมกลุ่มเพือปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ดงั กล่าวควรครอบคลุมหลกั การดูแลสุขภาพกายดา้ น อาหารและโภชนาการ การออกกาํ ลงั กาย การพกั ผ่อน นนั ทนาการ และการเสริมสร้างสุขภาพจิต โดยการ รวมกลุ่มสมาชิกในครอบครัว เพือนและคนในชุมชนจะก่อใหเ้ กิดความสนุกสนาน กระตือรือร้น ไม่เบือ หน่าย และเกิดความรู้เพิมขึน เนืองจากมีการแลกเปลียนประสบการณ์ต่อกนั อนั จะส่งผลใหเ้ กิดพลงั ความ เขม้ แขง็ ทงั ในระดบั บุคคล ครอบครัว ชุมชน และประเทศ
76 เรืองที การออกกําลงั กายเพอื สุขภาพ การออกกาํ ลงั กายเป็นองคป์ ระกอบสาํ คญั ทีช่วยใหผ้ เู้ รียนไดพ้ ฒั นาดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และ สงั คม กิจกรรมการออกกาํ ลงั กายสามารถทาํ ไดห้ ลายลกั ษณะดว้ ยกนั ตามวตั ถุประสงค์ ไดแ้ ก่ การออกกาํ ลงั กายเพือการนันทนาการ การออกกาํ ลงั กายเพือเสริมสร้างสมรรถภาพทางดา้ นร่างกาย การออกกาํ ลงั กาย เพอื การแข่งขนั กีฬา และการออกกาํ ลงั กายเพอื การบาํ บดั เป็นตน้ หลกั การออกกาํ ลงั กาย ไม่ว่าจะออกกาํ ลงั กายเพอื จุดประสงคใ์ ดก็ตาม ควรยดึ ขนั ตอนในการปฏิบตั ิ ดงั นี ขันที การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนการออกกาํ ลงั กาย แบ่งลกั ษณะการเตรียมออกเป็ น ส่วน ไดแ้ ก่ 1. การเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนออกกาํ ลงั กาย มีดงั นี - มสี ุขภาพสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรงและมีการพกั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ - ไมเ่ ป็นโรคทีเป็นอปุ สรรคต่อการออกกาํ ลงั กาย - มกี ารเตรียมพร้อมเรืองสถานทีและอุปกรณ์ - ไมร่ ับประทานอาหารจนอมิ - แต่งกายพร้อมและเหมาะกบั ชนิดและประเภทของกิจกรรมออกกาํ ลงั กาย - รู้จกั การใชแ้ ละเลน่ เครืองออกกาํ ลงั กายอยา่ งถกู ตอ้ ง 2. การเตรียมความพร้อมก่อนออกกาํ ลงั กาย หมายถงึ การอบอุ่นร่างกาย ซึงมีแนวทางใน การปฏบิ ตั ิดงั นี - บริหารทุกส่วนของร่างกายใหพ้ ร้อมทีจะออกกาํ ลงั กาย - ใชเ้ วลาในการบริหารร่างกายประมาณ – นาที และควรบริหารอวยั วะส่วนที จะใชใ้ นการออกกาํ ลงั กายใหม้ ากกวา่ ปกติ - เริมบริหารร่างกายจากเบา ๆ แลว้ จึงหนกั ขึน - ควรใหค้ วามสาํ คญั กบั การบริหารขอ้ ต่อในส่วนต่าง ๆ เป็นพเิ ศษ - ควรมกี ารบริหารร่างกายแบบยดื เหยยี ดกลา้ มเนือและขอ้ ต่อ (stretching) - มคี วามพร้อมทางดา้ นจิตใจ คือ มคี วามสุข มีความเตม็ ใจทีจะไดอ้ อกกาํ ลงั กาย ผลของการอบอ่นุ ร่างกาย จะส่งผลต่อร่างกายดังนี - ทาํ ใหส้ ภาพร่างกายโดยทวั ไปพร้อมจะออกกาํ ลงั กาย - ทาํ ให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายพร้อมทีจะทาํ หนา้ ที โดยเฉพาะการประสานงาน ระหว่างประสาทกบั กลา้ มเนือ - ช่วยปรับระดบั อุณหภูมขิ องร่างกายใหเ้ หมาะสมกบั การออกกาํ ลงั กาย - ช่วยลดและป้ องกนั การบาดเจ็บจากการออกกาํ ลงั กาย
77 - ทาํ ใหร้ ่างกายสามารถออกกาํ ลงั กายได้เต็มประสิทธิภาพหรือเต็มความสามารถ ไม่วา่ จะดว้ ยทกั ษะหรือสมรรถภาพและทางกลไก ขันตอนที การออกกาํ ลงั กาย โดยทวั ไปจะใชร้ ะยะเวลาประมาณ นาทีขึนไป ขีดจาํ กดั สูงสุดจะ ใชเ้ วลาเท่าใดนนั ขึนอยกู่ บั ปัจจยั อืน คือ ร่างกายและจิตใจของผนู้ นั กล่าวคือ ร่างกายไม่มีอาการเมือยลา้ หรือ ส่งผลต่อการบาดเจ็บ ส่วนสภาพจิตใจมีความพร้อมและมีความสนุกเพลิดเพลิน ถือเป็ นองคป์ ระกอบ สาํ คัญของการออกกาํ ลงั กายเพือสุขภาพ โดยทวั ไปแลว้ การออกกาํ ลงั กายเพือสุขภาพควรจะใชเ้ วลา ประมาณ – นาทีต่อวนั ขึนอยกู่ บั กิจกรรมทีใชใ้ นการออกกาํ ลงั กาย เช่น การเดิน การวิง การเล่นกีฬา การบริหารร่างกาย การเตน้ แอโรบิก เป็นตน้ หลกั การในการพจิ ารณาออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ มีดงั นี ความถขี องการออกกาํ ลงั กาย หมายถึง จาํ นวนวนั ในการออกกาํ ลงั กาย โดยทวั ไปแลว้ ควร ออกกาํ ลงั กายทุกวนั หรือยา่ งนอ้ ยวนั เวน้ วนั ความหนกั ของการออกกาํ ลงั กาย หมายถึงความพอเหมาะของการออกกาํ ลงั กายของแต่ละ บุคคล โดยทวั ไปมกั จะใชอ้ ตั ราการเตน้ ของชีพจรเป็นตวั กาํ หนด ความนานในการฝึกแต่ละครัง หมายถงึ ระยะเวลาในการออกกาํ ลงั กายแต่ละครังประมาณ – นาที รูปแบบการออกกาํ ลงั กาย หมายถึง วิธีการออกกาํ ลงั กายแบบต่าง ๆ ทีนาํ มาใชอ้ อกกาํ ลงั กาย เช่น กีฬา กิจกรรมการออกกาํ ลงั กาย เป็นตน้ ขันตอนที การปรับร่างกายเข้าสู่สภาพปกติหลังการออกกําลังกาย เป็ นขนั ตอนทีมีความจาํ เป็ น อยา่ งยงิ เพราะขณะทีร่างกายทาํ งานอยา่ งหนกั แลว้ หยดุ การออกกาํ ลงั กายทนั ทีทนั ใด อาจจะทาํ ใหเ้ กิดผลเสีย ต่อร่างกายได้ เช่น เกิดการเจ็บปวดกลา้ มเนือ เกิดอาการเป็ นไขเ้ นืองจากร่างกายปรับสภาพไม่ทนั เป็ นต้น ฉะนนั จึงจาํ เป็นตอ้ งมหี ลกั ปฏิบตั ิหลงั การออกกาํ ลงั กาย ดงั นี อยา่ หยดุ การออกกาํ ลงั กายทนั ทีทนั ใด ควรอบอุ่นร่างกายเบา ๆ จนถึงน้อยสุดแลว้ จึงหยดุ เวลาทีใชใ้ นการอบอนุ่ ร่างกายหลงั การออกกาํ ลงั กาย (cool down) ประมาณ – นาที ไมค่ วรดืมนาํ จาํ นวนมากหรือรับประทานอาหารทนั ที ควรพกั ใหร้ ่างกายมเี วลาปรับสภาพสู่ปกติพอสมควรก่อนอาบนาํ หลงั จากการออกกาํ ลงั กายแลว้ ควรเปลยี นชุดเครืองแต่งกายใหม่ เพราะชุดทีใชใ้ นการออก กาํ ลงั กายจะเปี ยกชุ่ม และทาํ ใหร้ ่างกายปรับสภาพไดไ้ ม่ดี อาจจะทาํ ใหเ้ ป็นไขไ้ ด้ ควรใชท้ ่าบริหารร่างกายแบบยืดเหยียดกลา้ มเนือ (stretching) จะช่วยให้กลา้ มเนือไดผ้ ่อน คลาย ช่วยลดอาการตกคา้ งของของเสียหลงั การออกกาํ ลงั กาย และทีสาํ คญั คือช่วยลดอาการบาดเจ็บจากการ ออกกาํ ลงั กาย
78 ผลการออกกาํ ลงั กายส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย 1. ผลการออกกาํ ลงั กายต่อระบบกล้ามเนือ ไดแ้ ก่ - กลา้ มเนือมขี นาดใหญ่ขึน (เสน้ ใยกลา้ มเนือหนาขึน) ทาํ ใหก้ ลา้ มเนือแขง็ แรงขึน - กลา้ มเนือมีประสิทธิภาพการทาํ งานดีขึน หรือสามารถทาํ งานให้มากหรือหนักเพิมขึน มีความทนทานมากขึนหรือทาํ งานไดน้ านขึน - ระบบการทาํ งานของกลา้ มเนือจะปรับตามลกั ษณะของการใชใ้ นการออกกาํ ลงั กาย - กลา้ มเนือสามารถทนความเจ็บปวดไดด้ ีขึน 2. ผลการออกกาํ ลงั กายต่อระบบกระดูกและข้อต่อ ไดแ้ ก่ - กระดกู จะมคี วามหนาและเพมิ ขนาดมากขึนโดยเฉพาะวยั เดก็ - กระดกู มคี วามเหนียวและแขง็ เพิมความหนาแน่นของมวลกระดกู 3. ผลการฝึ กต่อระบบหายใจ ไดแ้ ก่ - ทาํ ใหป้ ระสิทธิภาพการหายใจดีขึน - ขนาดของทรวงอกเพมิ ขึน - ปอดมขี นาดใหญ่และมีความจุเพมิ ขึน - อตั ราการหายใจลดลงเนืองจากการหายใจแต่ละครังมีประสิทธิภาพในการสูบฉีดโลหิตต่อ ครังมากขึน (อตั ราการหายใจของคนปกติ – ครังต่อนาที) 4. ผลการออกกาํ ลงั กายต่อระบบไหลเวยี น ไดแ้ ก่ - การสูบฉีดของระบบไหลเวียนดีขึน ทาํ ใหอ้ ตั ราการเตน้ ของหวั ใจลดลง - ขนาดของหวั ใจใหญ่ขึน กลา้ มเนือหวั ใจแข็งแรงขึน - หลอดเลือดมีความเหนียว ยดื หยนุ่ ดีขึน 5. ผลการออกกาํ ลงั กายต่อระบบอนื ๆ ระบบประสาทอตั โนมตั ิ ทาํ งานไดส้ มดุลกนั (Sympathetic and Parasympathetic) ทาํ ใหก้ าร ปรับตวั ของอวยั วะใหเ้ หมาะกบั การออกกาํ ลงั กายไดเ้ ร็วกวา่ การฟื นตวั เร็วกว่า ต่อมหมวกไตเจริญขึน มฮี อร์โมนสะสมมากขึน ตบั เพมิ ปริมาณและนาํ หนกั ไกลโคเจนและสารทีจาํ เป็นต่อการออกกาํ ลงั กายไปสะสม มากขึน 6. ช่วยป้ องกนั โรคอ้วน การออกกาํ ลงั กายทีถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายมีการใช้ พลงั งานทีไดร้ ับจากสารอาหารต่าง ๆ โดยไม่มีการสะสมไวเ้ กินความจาํ เป็ น แต่ถา้ ขาดการออกกาํ ลงั กายจะ ทาํ ใหส้ ารอาหารทีมีอยใู่ นร่างกายถูกสะสมและถูกเปลียนเป็ นไขมนั แทรกซึมอยตู่ ามเนือเยือทวั ร่างกาย ซึง เป็นสาเหตุหนึงของการเกิดโรคอว้ น
79 7. ผลต่อจติ ใจ อารมณ์ สตปิ ัญญาและสังคม ด้านจติ ใจ การออกกาํ ลงั กายอยา่ งสมาํ เสมอ นอกจากจะทาํ ใหร้ ่างกายแขง็ แรงสมบูรณ์แลว้ จิตใจ ก็ร่าเริงแจ่มใส เบิกบาน ซึงจะเกิดขึนควบคู่กนั เนืองจากเมือร่างกายปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บ ถา้ ไดอ้ อกกาํ ลงั กายร่วมกนั หลาย ๆ คน เช่น การเล่นกีฬาเป็ นทีมจะทาํ ใหเ้ กิดการเอือเฟื อ มีเหตุผล อดกลนั สุขุม รอบคอบ และมคี วามยตุ ิธรรม รู้แพร้ ู้ชนะ และใหอ้ ภยั กนั ด้านอารมณ์ มีอารมณ์เยอื กเยน็ ไม่หุนหันพลนั แล่น ช่วยคลายความเครียดจากการประกอบ อาชีพในชีวติ ประจาํ วนั จึงสามารถทาํ งานหรือออกกาํ ลงั กายไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ด้านสตปิ ัญญา การออกกาํ ลงั กายอยา่ งสมาํ เสมอ ทาํ ใหม้ คี วามคิดอา่ นปลอดโปร่ง มีไหวพริบ มีความคิดสร้างสรรค์ คน้ หาวิธีทีจะเอาชนะคู่ต่อสู้ในวิถีทางของเกมการแข่งขัน ซึงบางครังสามารถ นาํ ไปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ด้านสังคม สามารถปรับตวั เขา้ กบั ผรู้ ่วมงานและผอู้ นื ไดด้ ี เพราะการเล่นกีฬาหรือการออกกาํ ลงั กายรวมกนั เป็นหมมู่ ากๆ จะทาํ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจ และเรียนรู้พฤติกรรม มีบุคลิกภาพทีดี มีความเป็ นผนู้ าํ มีมนุษยสมั พนั ธท์ ีดี และสามารถอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข การออกกาํ ลงั กายมิใช่จะให้ประโยชน์แต่เพียงดา้ นเดียวเท่านัน บางครังอาจเกิดโทษได้ ถา้ การออกกาํ ลงั กายหรือการฝึกฝนทางร่างกายไม่เหมาะสมและไม่ถกู ตอ้ ง ซึงเป็ นสาเหตุแห่งการเกิดการ บาดเจ็บ ดงั นนั จึงมกั พบว่า จาํ นวนของการบาดเจ็บทีเกิดขึนจากการออกกาํ ลงั กาย หรือเล่นกีฬานันมี อตั ราค่อนข้างสูง ถึงแมว้ ่าจะเป็ นนักกีฬาทีเคยเข้ามาร่ วมแข่งขันในระดับชาติแลว้ ก็ตาม ความรู้ ความเขา้ ใจ ในเรืองของการออกกาํ ลงั กายหากมีไม่เพียงพอแลว้ ยอ่ มก่อให้เกิดการบาดเจ็บในขณะออก กาํ ลงั กายหรือเลน่ กีฬาได้ ข้อแนะนาํ ในการออกกาํ ลงั กาย 1. ควรเริมออกกาํ ลงั กายอยา่ งเบาๆ ก่อน แลว้ จึงค่อยๆ เพิมความหนักของการออกกาํ ลงั กายในวนั ต่อๆ ไปใหม้ ากขึนตามลาํ ดบั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ สาํ หรับผทู้ ีไมเ่ คยออกกาํ ลงั กายมาก่อน 2. ผทู้ ีเพงิ ฟื นจากไขห้ รือมีโรคประจาํ ตวั ตอ้ งปรึกษาแพทยก์ ่อนการออกกาํ ลงั กาย 3. ผทู้ ีประสงคจ์ ะออกกาํ ลงั กายหนกั ๆ โดยเฉพาะผทู้ ีอายตุ าํ กวา่ ปี จะตอ้ งปรึกษาแพทยก์ ่อน 4. ในระหว่างการออกกาํ ลงั กาย ถา้ รู้สึกผดิ ปกติ เช่น หนา้ มดื หอบมาก และชีพจรเตน้ เร็ว ตอ้ งหยุด การออกกาํ ลงั กายทนั ที และถา้ ตอ้ งการจะออกกาํ ลงั กายใหม่ ควรไดร้ ับคาํ แนะนาํ จากแพทยเ์ สียก่อน 5. การออกกาํ ลงั กายแต่ละครัง ควรเลือกกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกบั ตนเอง 6. การออกกาํ ลงั กายทีจะใหไ้ ดร้ ับประโยชนอ์ ยา่ งแทจ้ ริง ควรตอ้ งออกแรง โดยให้ส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกายทุกส่วนทาํ งานมากกว่าปกติหรือเพือใหร้ ู้สึกเหนือย เช่น หายใจถีขึน ชีพจรเตน้ เร็วขึน เป็นตน้ 7. ผทู้ ีมภี ารกิจประจาํ วนั ทีไม่สามารถแบ่งเวลาเพือการออกกาํ ลงั กายได้ ควรเลือกกิจกรรมทีง่าย และกระทาํ ไดใ้ นบริเวณบา้ น ใชเ้ วลาสนั ๆ เช่น เดินเร็ว ๆ กายบริหาร วิงเหยาะ ๆ กระโดดเชือก เป็นตน้
80 8. เครืองมือทีช่วยในการออกกาํ ลงั กาย เช่น เครืองเขยา่ สนั ดึง ดนั เพือใหร้ ่างกายไม่ตอ้ งออกแรง นนั มปี ระโยชนน์ อ้ ยมาก เพราะว่าการออกกาํ ลงั กายจะมีประโยชนห์ รือไม่เพยี งใดนนั ขึนอย่กู บั ว่าร่างกายได้ ออกกาํ ลงั กายแรงมากนอ้ ยเพียงใด 9. การออกกาํ ลงั กายควรกระทาํ ให้สมาํ เสมอทุกวนั อยา่ งน้อยวนั ละ - นาที เพราะร่างกาย ตอ้ งการอาหารเป็นประจาํ ทุกวนั ฉนั ใด ร่างกายตอ้ งการออกกาํ ลงั กายเป็นประจาํ ทุกวนั ฉนั นนั 10. เพือใหก้ ารออกกาํ ลงั กายมคี วามสนุกสนาน หรือมีแรงจูงใจมากยิงขึนควรทาํ สถิติเกียวกบั การ ออกกาํ ลงั กายเป็นประจาํ ควบคู่ไปดว้ ย เช่น จบั ชีพจร นบั อตั ราการหายใจ เป็นตน้ 11. การออกกาํ ลงั กายควรกระทาํ ใหส้ มาํ เสมอทุกวนั เป็ นเพียงปัจจยั อยา่ งหนึงในการปรับปรุงและ รักษาสุขภาพเท่านนั ถา้ จะใหไ้ ดผ้ ลดีตอ้ งมีการรับประทานอาหารทีดี และมีการพกั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอดว้ ย 12. พึงระวงั เสมอว่า ไม่มีวิธีการฝึ กหรื อออกกําลังกายวิธีลดั เพือจะให้ได้มาซึงสุขภาพและ สมรรถภาพทางกาย แต่การฝึกหรือการออกกาํ ลงั กายตอ้ งอาศยั เวลาค่อยเป็นค่อยไป เมอื ใดทไี ม่ควรออกกาํ ลงั กาย การออกกาํ ลงั กายจะทาํ ใหส้ ุขภาพแข็งแรงขึนทงั ร่างกายและจิตใจ ผทู้ ีออกกาํ ลงั กายเป็ นประจาํ สมาํ เสมอจะซาบซึงในความจริงขอ้ นีเป็นอยา่ งดี บางคนบอกวา่ การออกกาํ ลงั กายเหมือนยาเสพติดชนิดหนึง เพราะถา้ ประพฤติปฏบิ ตั ิจนเป็นกิจวตั รหรือเป็นนิสยั แลว้ หากไมไ่ ดอ้ อกกาํ ลงั กายสกั วนั จะรู้สึกไมค่ ่อย สดชืนเท่าทีควร ซึงเป็นความจริง (เพราะร่างกายไม่ไดห้ ลงั สารสุขเอนเดอร์ฟี น ออกมา) ขอ้ ควรระมดั ระวงั หรืองดออกกาํ ลงั กายชวั คราว ในกรณีต่อไปนี คือ 1. เจ็บป่ วยไม่สบาย โดยเฉพาะอย่างยิงถา้ เป็ นไข้หรือมีอาการอกั เสบทีส่วนใดส่วนหนึงของ ร่างกาย 2. หลงั จากฟื นไขใ้ หม่ ๆ ร่างกายยงั อ่อนเพลียอยู่ หากออกกาํ ลงั กายในช่วงนี จะทาํ ใหร้ ่างกายยงิ อ่อนเพลยี และหายชา้ 3. หลงั จากการกินอาหารอิมใหม่ ๆ เพราะจะทาํ ใหเ้ ลือดในระบบไหลเวียนถกู แบ่งไปใชใ้ นการ ย่อยอาหาร เพราะฉะนันเลือดทีจะไปเลียงกลา้ มเนือส่วนทีออกกาํ ลงั กายจะลดลงทาํ ให้กลา้ มเนือหย่อน สมรรถภาพ และเป็นตะคริวไดง้ ่าย 4. ช่วงเวลาทีอากาศร้อนจดั และอบอา้ วมาก เพราะร่างกายจะสูญเสียเหงือและนาํ มากกว่าปกติทาํ ให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนือยง่าย หรือเป็ นลมหมดสติได้ (ยกเวน้ นกั กีฬามืออาชีพทีมีความจาํ เป็ นตอ้ งออก กาํ ลงั กาย) อาการทีบ่งบอกว่าควรหยดุ ออกกาํ ลงั กาย ในบางกรณีทีร่างกายอาจออ่ นแอลงไปชวั คราว เช่น ภายหลงั อาการทอ้ งเสีย อดนอน การออกกาํ ลงั กายทีเคยทาํ อยปู่ กติอาจกลายเป็นกิจกรรมทีหนกั เกินไปได้ เพราะฉะนันถา้ หากมีอาการดงั ต่อไปนี แมเ้ พียง อาการนิดเดียวหรือหลายอาการ ควรจะหยดุ ออกกาํ ลงั กายทนั ที นนั คือ
81 1. รู้สึกเหนือยผดิ ปกติ 2. มีอาการใจเตน้ แรงและเร็วผดิ ปกติ 3. อาการหายใจขดั หรือหายใจไมท่ วั ทอ้ ง 4. อาการเวียนศีรษะ/ปวดศรี ษะ 5. อาการคลืนไส้ 6. อาการหนา้ มดื 7. ชีพจรเตน้ เร็วกวา่ ครังต่อนาที (ในผสู้ ูงอาย)ุ หรือ ครังต่อนาที (สาํ หรับหนุ่มสาว) จาํ ไวว้ า่ หากมอี าการอยา่ งใดอยา่ งหนึงเกิดขึน ตอ้ งหยดุ ออกกาํ ลงั กายทนั ที แลว้ นงั พกั หรือนอนพกั จนหายเหนือย และไม่ควรออกกาํ ลงั กายต่อไปอีกจนกว่าจะไดไ้ ปพบแพทย์ หรือจนกว่าร่างกายจะมีสภาพ แขง็ แรงตามปกติ รูปแบบการออกกาํ ลงั กายเพอื สุขภาพ 1. การเดิน เป็ นการออกกําลงั กายทีง่ายและสะดวกทีสุด แต่ให้ประโยชน์และสร้างเสริ ม สมรรถภาพทางกายไม่แพก้ ารออกกาํ ลงั กายและการเล่นกีฬาชนิดอืน ๆ การเดินสามารถทาํ ไดท้ ุกเวลาและ สถานที วิธีการเดินทีควรรู้และปฏิบตั ิตามมีดงั นี 1.1. ควรเริมจากท่ายนื ก่อน ปลอ่ ยตวั ตามสบาย และหายใจปกติ 1.2. ขณะเดินใหเ้ งยหนา้ และมองตรงไปใหไ้ กลทีสุด เพราะหากเดินกม้ หน้าจะทาํ ใหป้ วดคอ และปวดหลงั ได้ 1.3. เดินใหเ้ ตม็ เทา้ โดยเหยยี บใหเ้ ต็มฝ่ าเทา้ แลว้ ยกเทา้ ขึน ใหห้ วั แม่เทา้ ยกขึนจากพืนเป็ นส่วน สุดทา้ ย 1.4. ในการเดินควรเริมตน้ จากเดินชา้ ๆก่อนประมาณ นาที แลว้ จึงค่อย ๆ เพิมความเร็วจนหวั ใจ เต้นถึงอตั ราสูงสุดของมาตรฐาน คือ ครัง/นาที สาํ หรับผูท้ ีเริมออกกาํ ลงั กายอาจเริมเดินครังละ นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกหอบเหนือยเลก็ น้อย เวน้ ไป – วนั แลว้ ค่อย ๆ เพิมเวลาเดินแต่ละครังจน สามารถเดินติดต่อกนั ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย นาที โดยเดินสปั ดาหล์ ะ – ครัง 1.5. ขณะเดินมือทงั ขา้ ง ควรปล่อยตามสบายและเหวียงแขนไปทังแขนเพือเพิมแรงส่ง ถา้ หากเดินแลว้ หวั ใจยงั เตน้ ไมเ่ ร็วพอ ใหเ้ พิมความเร็วในการเดินหรือแกว่งแขนขาใหแ้ รงขึน ซึงจะช่วย เพมิ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจใหเ้ ร็วขึนได้ 1.6. รองเทา้ ใชใ้ ส่เดินควรเป็ นรองเท้าทีมีพืนกันกระแทกทีสน้ เทา้ และหัวแม่เทา้ สามารถ รองรับนาํ หนกั ไดเ้ ป็นอยา่ งดีเพอื ป้ องกนั การบาดเจบ็ ทีเทา้ 2. การวงิ การวิงเป็ นการออกกาํ ลงั กายทีคนนิยมกนั มากซึงง่ายและสะดวกพอ ๆ กบั การเดิน แต่การวิงมีใหเ้ ลอื กหลายแบบ การทีจะเลอื กวิงแบบใดนันขึนอย่กู บั ความสะดวกและความชอบส่วนตวั ของ แต่ละบุคคล เช่น การวิงเหยาะ ๆ การวิงเร็ว การวิงมาราธอน การวิงอยกู่ บั ที หรือการวิงบนสายพานตาม
82 สถานทีออกกาํ ลงั กายทวั ไป การวงิ ต่อครังควรมีระยะทาง – กิโลเมตร และสัปดาห์หนึงไม่เกิน ครัง ซึงมีเทคนิคง่าย ๆ ดงั นี 2.1. การวงิ อย่กู บั ที ตอ้ งยกเทา้ แต่ละขา้ งใหส้ ูงประมาณ นิว ซึงมีขอ้ จาํ กดั ทีมีการเคลือนไหว ของขอ้ ต่าง ๆ นอ้ ย ไม่มีการยดื หรือหดของกลา้ มเนืออยา่ งเตม็ ที ซึงถือเป็นขอ้ ดอ้ ยกวา่ การวิงแบบอืน ๆ 2.2. การวงิ บนสายพาน เป็นการวิงทีปลอดภยั กว่าการวงิ กลางแจง้ ไม่ตอ้ งเผชิญกบั สภาพทีมี ฝนตก แดดร้อน หรือมีฝ่ นุ ละอองต่างๆ และถา้ ใชส้ ายพานชนิดใชไ้ ฟฟ้ าจะมีระบบต่าง ๆ บนจอภาพ ทาํ ให้ ทราบวา่ การวงิ ของเรานนั มีความเร็วอยใู่ นระดบั ใด วิงไดร้ ะยะทางเท่าไร และมีอตั ราการเตน้ ของชีพจร เท่าใด เพอื ใชเ้ ป็นขอ้ มลู เบืองตน้ ในการปรับโปรแกรมออกกาํ ลงั กายในครังต่อไป การวิงบนสายพาน มขี อ้ เสียคือ ตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายเพราะเครืองมีราคาแพง และการใชบ้ ริการในสถานออกกาํ ลงั กายของเอกชน จะตอ้ งเสียค่าบริการ ซึงมีราคาแพงเช่นกนั ดงั นนั ควรใชบ้ ริการของภาครัฐทีให้บริการดา้ นนีโดยตรงคือ สถานทีออกกาํ ลงั กายทีจดั บริการโดยเทศบาล องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั สาํ นกั งานพฒั นาการกีฬาและ นันทนาการจังหวดั การท่องเทียวและกีฬาจงั หวดั และการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึงประชาชนทุกคน สามารถเขา้ ไปใชบ้ ริการได้ 2.3. การวงิ กลางแจ้ง เป็นการวิงทีทาํ ใหเ้ ราไดอ้ ากาศบริสุทธิ ถา้ วิงในสวนสาธารณะหรือวิง ออกไปนอกเมืองจะไดช้ มทิวทศั น์ ทาํ ใหไ้ ม่เบือและไม่ต้องเสียค่าใชจ้ ่าย ทีสาํ คญั ตอ้ งระมดั ระวงั เรือง ความปลอดภยั ในกรณีทีออกวิงเพยี งคนเดียว 3. การขีจักรยาน การขีจักรยานไปตามสถานทีต่าง ๆ เป็ นการออกกาํ ลงั กายทีใหป้ ระโยชน์ ดา้ นการทรงตวั ความคลอ่ งแคล่วว่องไว และเป็นการฝึกความอดทนดว้ ย การขีจกั รยานในสวนสาธารณะ หรือในทีไม่มีมลพิษนนั นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายแลว้ ยงั เป็ นการส่งเสริมสุขภาพจากความ เพลิดเพลินในการชมทิวทศั น์รอบดา้ นและอากาศทีบริสุทธิ ซึงแตกต่างจากการขีจกั รยานแบบตงั อยกู่ บั ที ในบา้ นหรือสถานทีออกกาํ ลงั กาย ในการขีจกั รยานมีเทคนิคง่าย ๆ ทีควรปฏบิ ตั ิดงั นี 3.1. ปรับทีนงั ของจกั รยานใหเ้ หมาะสม เพราะในการปันตอ้ งมีการโยกตวั ร่วมดว้ ย 3.2. ในการปันจกั รยานใหป้ ันดว้ ยปลายเทา้ ตรงบริเวณโคนนิว 3.3. ถา้ เป็นจกั รยานแบบตงั อยกู่ บั ที ในช่วงแรกของการฝึกควรตงั ความฝื ดใหน้ ้อยเพืออบอุ่น ร่างกายประมาณ – นาที แลว้ จึงค่อย ๆ ปรับเพิมความฝื ดของลอ้ มากขึนจนหวั ใจเตน้ เร็วถึงอตั ราที กาํ หนดไวใ้ นเป้ าหมาย แลว้ จึงค่อย ๆ ลดความฝื ดลงจนเขา้ สู่ระยะผ่อนคลาย เมือชีพจรเตน้ ชา้ ลงจนเป็ น ปกติจึงหยดุ ปันจกั รยานได้ 4. การเต้นแอโรบิก เป็ นการออกกาํ ลงั กายทีไดร้ ับความนิยมเป็ นอยา่ งมาก และเป็ นการออกกาํ ลงั กายทีไดเ้ คลอื นไหวทุกส่วนของร่างกาย ประโยชนจ์ ากการเตน้ แอโรบิก คือ การสร้างความแข็งแกร่งและ ความอดทนของกลา้ มเนือ โดยเฉพาะกลา้ มเนือหวั ใจเทคนิคในการเตน้ แอโรบิกมดี งั นี 4.1. ตอ้ งเคลอื นไหวร่างกายตลอดเวลา เพอื ใหก้ ารเตน้ ของหวั ใจอยใู่ นระดบั ทีตอ้ งการ 4.2. ใชเ้ วลาในการเตน้ แอโรบิก ครังละ – นาที สปั ดาหล์ ะ ครัง
83 4.3. สถานทีทีใชใ้ นการเตน้ แอโรบิก ควรมีอากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก และถา้ พืนทีใชเ้ ตน้ เป็ น พืนแข็งผูเ้ ต้นจะต้องใส่รองเท้าสําหรับเต้นแอโรบิกโดยเฉพาะ ซึงพืนรองเท้าจะช่วยรองรับแรง กระแทกได้ 4.4. ควรหลกี เลียงท่ากระโดด เพราะการกระโดดทาํ ใหเ้ ทา้ กระแทกกบั พนื กิจกรรมการออกกาํ ลงั กายดงั กลา่ ว เราสามารถเลอื กกิจกรรมไดต้ ามความเหมาะสมของเวลาและ สถานที ดังนันจึงควรหาเวลาว่างในแต่ละวนั ทาํ กิจกรรมออกกําลงั กายหรื อเล่นกีฬาเพือสร้างเสริ ม สมรรถภาพทางกายใหเ้ ป็นผมู้ สี ุขภาพดีทงั ร่างกายและจิตใจ นอกจากนียงั มกี ิจกรรมการออกกาํ ลงั กายรูปแบบอืน ๆ ทีผเู้ รียนสามารถเลือกปฏบิ ตั ิไดต้ ามความ สนใจและความพร้อมดา้ นร่างกาย เวลา สถานที อปุ กรณ์ ไดแ้ ก่ การวา่ ยนาํ กิจกรรมเขา้ จงั หวะ ลลี าศ ราํ วง การราํ ไมพ้ ลอง โยคะ ไทเกก๊ ฯลฯ ร่วมถึงกีฬาเพือสุขภาพอืน ๆ เช่น ฟุตบอล วอลเลยบ์ อล บาสเกตบอล เป็นตน้ ทงั นีกิจกรรมการออกกาํ ลงั กายและกีฬาทีกล่าวแลว้ สามารถเล่นเป็ นกลุ่มเพือเสริมสร้างสุขภาพ และความสมั พนั ธใ์ นชุมชนได้ การออกกาํ ลงั กายสําหรับผ้ปู ่ วย ผทู้ ีมีโรคภัยไขเ้ จ็บ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และผปู้ ่ วยทีมีโรค ประจาํ ตวั ทุกโรคทียงั สามารถเคลือนไหวร่างกายไดต้ ามปกติ หากไดม้ ีการเคลือนไหวร่างกายหรือออก กาํ ลงั กายทีถกู ตอ้ งตามสภาพและอาการของโรคจะช่วยใหโ้ รคทีเป็นอยหู่ ายเร็วขึน อยา่ งไรก็ตามการออก กาํ ลงั กายมีทังคุณและโทษ หากไม่รู้จกั วิธีทีถกู ตอ้ งอาจเกิดอนั ตรายไดโ้ ดยเฉพาะผทู้ ีมีโรคประจาํ ตวั จะตอ้ งคาํ นึงถึงสุขภาพความพร้อมของร่างกาย โดยควรปรึกษาแพทยเ์ พือตรวจร่างกายอย่างละเอียดและ ใหค้ าํ แนะนาํ การออกกาํ ลงั กายทีเหมาะสม ทงั นี ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ผเู้ ชียวชาญดา้ นพลศึกษาไดใ้ ห้ คาํ แนะนาํ ไวด้ งั นี หลกั ในการออกกาํ ลงั กายสําหรับผ้ปู ่ วย ผปู้ ่ วยทุกโรคทียงั สามารถเคลือนไหวไดต้ ามปกติ ควรปฏิบตั ิตนดงั ต่อไปนี 1. ควรค่อยทาํ ค่อยไปเริมตงั แต่น้อยไปหามากแลว้ ค่อยเพิมปริมาณขึนและเพิมความยากขึน ตามลาํ ดบั 2. ควรออกกาํ ลงั กายโดยสมาํ เสมอ อยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ วนั วนั ละ – นาที เป็นอยา่ งนอ้ ย 3. ตอ้ งใหท้ ุกส่วนของร่างกายไดเ้ คลือนไหว โดยเฉพาะกลา้ มเนือบริเวณสาํ คญั เช่น ทอ้ ง แขน ขา หลงั ลาํ ตวั กลา้ มเนือหวั ใจ และหลอดเลือด ตอ้ งทาํ งานหนกั 4. ผทู้ ีมคี วามดนั เลอื ดสูง ปรอทวดั ดา้ นบนเกิน มลิ ลเิ มตรปรอท ดา้ นล่างเกิน มิลลิเมตร ปรอท ตอ้ งใหแ้ พทยต์ รวจ และใหค้ วามดนั ดา้ นบนลดลงตาํ กวา่ มิลลเิ มตรปรอท และความดนั ล่างตาํ กว่า มลิ ลิเมตรปรอท เสียก่อนจึงออกกาํ ลงั กาย จะโดยวธิ ีรับประทานยาลดความดนั ก็ได้
84 5. สาํ หรับผทู้ ีเป็ นโรคเบาหวาน ทีมีระดบั นาํ ตาลในเลือดสูงเกิน มิลลิกรัมปรอท ตอ้ งให้ ระดบั นาํ ตาลในเลอื ดลดลงตาํ กว่า มิลลิกรัมปรอทเสียก่อน จึงค่อยออกกาํ ลงั กาย โดยวิธีรับประทานยา ทีหมอสังกินเป็ นประจาํ หรือลดอาหารพวกแป้ ง และนาํ ตาลลงมาก ๆ แลว้ กินผกั และผลไมท้ ีไม่หวาน จดั แทน 6. ผทู้ ีป่ วยเป็ นโรคหัวใจทุกชนิด ควรปรึกษาแพทยก์ ่อนออกกาํ ลงั กาย หรือวิงแข่งขนั ประเภท ต่างๆ 7. ผสู้ ูงอายุตงั แต่ ปี ขึนไป และผมู้ ีนาํ หนักเกินมาก ๆ ควรปรึกษาแพทยก์ ่อนจะเริมต้นออก กาํ ลงั กาย 8. ผปู้ ่ วยทุกคนหรือคนปกติทีมอี ายตุ งั แต่ ปี ขึนไป ควรไดร้ ับการตรวจสุขภาพและจิตใจก่อน ลงมอื อกกาํ ลงั กาย เมอื แพทยอ์ นุญาตใหอ้ อกกาํ ลงั กาย จึงค่อยๆ เริมไปออกกาํ ลงั กายทีละนอ้ ย ๆ สาํ หรับผปู้ ่ วยทุกโรค การออกกาํ ลงั กายควรเริมตน้ จากการเดินเป็ นวิธีทีปลอดภยั เป็ นโอกาสให้ ร่างกายไดท้ ดลองโดยเริมเดินประมาณ สปั ดาหก์ ่อน เพือใหร้ ่างกายปรับตวั ในการทีตอ้ งทาํ งานหนกั ขึน ควรสงั เกตตวั เองว่าถา้ ออกกาํ ลงั กายถูกตอ้ งแลว้ ร่างกายจะกระปรีกระเปร่า นอนหลบั สนิท จิตใจร่าเริง มเี รียวแรงมากขึน หลงั จากเดินชา้ ใน สัปดาห์แรกจึงค่อยเดินเร็วใหก้ า้ วเทา้ ยาว ๆ ขึนในสปั ดาห์ที – ถา้ ไม่ เจ็บป่ วยไมม่ ากนกั พอขึนสัปดาห์ที อาจจะเริมวิงเบา ๆ สลบั กบั การเดินก็ได้ ถา้ มีอาการผดิ ปกติเตือน เช่น วิงเวียน หัวใจเตน้ แรงมาก หรือเตน้ ถีสลบั เบา ๆ หายใจขดั รู้สึกเหนือยผดิ ปกติหรืออาการหนา้ มืด คลา้ ยจะเป็นลม ผทู้ ีมอี าการดงั กล่าวก็ควรหยดุ ออกกาํ ลงั กาย การวิงระยะตน้ ๆ ควรวิงเหยาะ ๆ ชา้ ๆ วนั ละ – นาที แลว้ ค่อยเพมิ ขึนทีละนอ้ ย การออกกาํ ลงั กายทีปลอดภยั ทีสุดอีกวิธีหนึง สาํ หรับผปู้ ่ วย คือ กายบริหาร ยดื เส้น ยดื สายให้ กลา้ มเนือ ขอ้ ต่อไดอ้ อกแรงโดยยดึ หลกั ดงั นี 1. กายบริหารวนั ละ นาทีทุกวนั 2. ท่าทีใชฝ้ ึกควรเป็น – ท่า ต่อวนั ใน สปั ดาหแ์ รกใหฝ้ ึกท่าละ – รอบ สปั ดาห์ – รอบ เพมิ เป็น รอบ 3. เปลียนท่าฝึ กไม่ให้เบือหน่าย เลือกท่าบริหารกลา้ มเนือมดั ใหญ่ๆ เช่น ท่อนขา ท่อนแขน ตน้ คอ หวั ไหล่ เป็นตน้ 4. ท่าซอยเทา้ อยกู่ บั ทีและท่ากระโดดเชือกถา้ เลือกทาํ ใหพ้ ึงระวงั เป็ นพิเศษ ในผปู้ ่ วยหนักและ ผสู้ ูงอายุ 5. ถึงแมว้ ่าจะรู้สึกวา่ แข็งแรง สดชืนก็ไมค่ วรฝึกหกั โหมออกกาํ ลงั กายมากเกินไป ท่าบริหารแต่ ละท่าไม่ควรฝึกเกินท่าละ รอบ และไมฝ่ ึกเกิน ท่า ในแต่ละวนั 6. ตรวจสอบความก้าวหน้าในการออกกาํ ลงั กายโดยการชังนําหนัก ส่วนคนทีมีรูปร่างได้ สดั ส่วนนาํ หนกั ไมค่ วรเปลยี นแปลงมากนกั
85 7. วดั ชีพจรทีซอกคอหรือขอ้ มือคนทวั ๆ ไป ถา้ ไม่เจ็บป่ วยเป็ นไข้ ผชู้ ายเฉลียอตั ราการเตน้ ของ หวั ใจหรือชีพจร – ตุบต่อนาที ผหู้ ญิง – ตุบต่อนาที ส่วนผปู้ ่ วยทีมพี ิษไขจ้ ะมีชีพจรสูงกว่าปกติ แต่ถา้ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงขึน ชีพจรควรลดลงอย่างนอ้ ยจากเดิม – ตุบต่อนาที แสดงว่าหัวใจ ทาํ งานดีขึน สรุป การออกกาํ ลงั กายแต่ละประเภทมีลกั ษณะเฉพาะทีผอู้ อกกาํ ลงั กายตอ้ งคาํ นึงถึง เช่น การขีจกั รยาน มีจุดทีควรระมดั ระวงั อยทู่ ีหวั เขา่ ผทู้ ีขอ้ เข่าไม่แขง็ แรงหรือมีการอกั เสบถา้ ออกกาํ ลงั กายดว้ ยการขีจกั รยาน จะทาํ ใหเ้ กิดการอกั เสบมากยงิ ขึน ฉะนนั การเลือกวิธีการออกกาํ ลงั กายจะตอ้ งคาํ นึงถึงขอ้ จาํ กดั ของสภาพ ร่างกาย โดยพยายามหลีกเลยี งการใชอ้ วยั วะส่วนทีเสียงอนั ตรายของตนเองให้น้อยทีสุดหรือรักษาให้หาย เสียก่อน จึงค่อยออกกาํ ลงั โดยเริมจากเบา ๆ แลว้ เพมิ ความหนกั ทีละนอ้ ย ส่วนบุคคลทีมีโรคประจาํ ตวั ควรปรึกษาแพทยก์ ่อนออกกาํ ลงั กายและตอ้ งสงั เกตอาการผิดปกติที เกิดขึนระหว่างการออกกาํ ลงั กายหรือหลงั การออกกาํ ลงั กายทุกครัง ทงั นีการออกกาํ ลงั กายทีถูกต้อง เหมาะสมควรอยใู่ นการดูแลของแพทย์ ยอ่ มก่อใหเ้ กิดประโยชน์มากกวา่ เป็นโทษอยา่ งแน่นอน นอกจากนี พงึ ระลึกว่าการออกกาํ ลงั กายทีเหมาะสมสาํ หรับคนหนึง อาจไม่ใช่การออกกาํ ลงั กายทีเหมาะสมสาํ หรับ อีกคนหนึง กิจกรรม 1. ฝึกการจบั ชีพจรทีคอและขอ้ มือ 2. ใหช้ ่วยกนั วเิ คราะห์เพอื นในกลุ่มว่า บุคคลใดมสี ุขภาพแขง็ แรงหรือออ่ นแอ แลว้ แบ่งกลุ่ม ตามความแขง็ แรง 3. จดั โปรแกรมออกกาํ ลงั กายสาํ หรับเพือนในแต่ละกล่มุ ใหม้ คี วามเหมาะสมกบั สภาพร่างกาย และความพร้อมของแต่ละกล่มุ ทีแบ่งไวใ้ นขอ้ 4. สาธิตการออกกาํ ลงั กายของทุกกล่มุ พร้อมอธิบายถงึ ประโยชนแ์ ละความเหมาะสมกบั วิธีการ ทีสาธิตวา่ เหมาะสมอยา่ งไร มีประโยชน์อยา่ งไร
86 บทที โรคทถี ่ายทอดทางพนั ธุกรรม สาระสําคญั มคี วามรู้และสามารถปฏบิ ตั ิตนในการป้ องกนั โรคทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมได้ สามารถแนะนาํ ขอ้ มลู ข่าวสาร และแหลง่ บริการเพอื ป้ องกนั โรคแก่ครอบครัว และชุมชนได้ ผลการเรียนรู้ทคี าดหวงั 1. อธิบายโรคทีทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม สาเหตุ อาการ การป้ องกนั และการรักษาโรคต่าง ๆ 2. อธิบายหลกั การและเหตุผลในการวางแผนร่วมกบั ชุมชน เพือป้ องกันและหลีกเลียงโรค ทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม 3. อธิบายผลกระทบของพฤติกรรม สุขภาพทีมีต่อการป้ องกนั โรค ขอบข่ายเนือหา เรืองที โรคทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม เรืองที โรคทางพนั ธุกรรมทีสาํ คญั 2.1 โรคทาลสั ซีเมีย 2.2 โรคฮีโมฟี เลีย 2.3 โรคเบาหวาน 2.4 โรคภมู แิ พ้
87 เรืองที โรคทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม โรคตดิ ต่อทางพนั ธุกรรมคอื อะไร การทีมนุษยเ์ กิดมามีลกั ษณะแตกต่างกนั เช่น ลกั ษณะ สีผวิ ดาํ ขาว รูปร่าง สูง ตาํ อว้ น ผอม ผมหยิก หรื อเหยียดตรง ระดับสติปัญญาสูง ตํา ลักษณะดังกล่าวจะถูกควบคุมหรื อกาํ หนดโดย “หน่วยพนั ธุกรรมหรือยนี ” ทีไดร้ ับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ นอกจากนีหากมีความผดิ ปกติใด ๆ ทีแฝงอยใู่ นหน่วยพนั ธุกรรม เช่น ความพกิ ารหรือโรคบางชนิด ความผดิ ปกตินนั กจ็ ะถกู ถ่ายทอดไปยงั รุ่น ลกู ต่อ ๆ ไปเรียกวา่ โรคติดต่อหรือโรคทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรม ความผดิ ปกติทีแฝงอยใู่ นหน่วยพนั ธุกรรม (ยนี ) ของบิดา มารดา เกิดขึนโดยไดร้ ับการถ่ายทอดมา จาก ป่ ู ยา่ ตา ยาย หรือบรรพบุรุษรุ่นก่อน หรือเกิดขึนจากการผา่ เหล่าของหน่วยพนั ธุกรรม ซึงพบในเซลล์ ทีมกี ารเปลยี นแปลงผดิ ไปจากเดิม โดยมีปัจจยั ต่าง ๆ เช่น การไดร้ ับรังสีหรือสารเคมีบางชนิด เป็นตน้ ทงั นี ความผิดปกติทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมสามารถเกิดขึนได้ทงั สองเพศ บางชนิดถ่ายทอด เฉพาะเพศชาย บางชนิดถ่ายทอดเฉพาะในเพศหญิง ซึงควบคุมโดยหน่วยพนั ธุกรรมหรือยีนเด่น และ หน่วยพนั ธุกรรมหรือยนี ดอ้ ย บนโครโมโซมของมนุษย์ โครโมโซมคอื อะไร โครโมโซม คือแหล่งบรรจุหน่วยพนั ธุกรรมหรือยนี ซึงอยภู่ ายในเซลลข์ องมนุษย์ ความผดิ ปกติ ของโครโมโซมจะก่อใหเ้ กิดความไมส่ มดุลของยนี ถา้ หากมีความผดิ ปกติมากหรือเกิดความไมส่ มดุลมาก ในขณะตงั ครรภจ์ ะทาํ ใหท้ ารกแทง้ หรือตายหลงั คลอดได้ ถา้ หากความผดิ ปกตินอ้ ยลง ทารกอาจคลอด และรอดชีวิตแต่จะมอี าการผดิ ปกติ พกิ ารแต่กาํ เนิด หรือสติปัญญาตาํ เป็นตน้ โครโมโซมของคนเรามี คู่ หรือ แท่ง แบ่งออกเป็ นสองชนิด คือ - ออโตโซม (Autosome) คือโครโมโซมร่างกาย มี คู่ หรือ แท่ง - เซก็ โครโมโซม(Sex Chromosome) คือโครโมโซมเพศ มี คู่ หรือ แท่ง - โครโมโซมเพศในหญิงจะเป็นแบบ XX - โครโมโซมเพศในชายจะเป็นแบบ XY ความผดิ ปกตทิ ถี ่ายทอดทางพนั ธกุ รรมในโครโมโซมร่างกาย (Autosome) - เกิดขึนไดท้ กุ เพศและแต่ละเพศมีโอกาสเกิดขึนเท่ากนั - ลกั ษณะทีถกู ควบคุมดว้ ยยนี ดอ้ ยบนโครโมโซม ไดแ้ ก่ โรคทารัสซีเมยี ผวิ เผอื ก เซลลเ์ มด็ เลอื ด แดงเป็ นรู ปเคียว - ลกั ษณะทีควบคุมโดยยนี เด่นบนโครโมโซม ไดแ้ ก่ โรคทา้ วแสนปม นิวมอื สนั คนแคระ เป็นตน้ ความผดิ ปกติทีถา่ ยทอดทางพนั ธุกรรมในโครโมโซมเพศ (Sex Chromosome) - เกิดขึนไดท้ ุกเพศ แต่โอกาสเกิดขนึ จะมมี ากในเพศใดเพศหนึง
88 - ลกั ษณะทีควบคุมโดยยนี ดอ้ ยบนโครโมโซม X ไดแ้ ก่ หวั ลา้ น ตาบอดสี พนั ธุกรรมโรคภาวะ พร่องเอนไซม์ จี- - พีดี (G-6-PD) โรคกลา้ มเนือแขนขาลบี การเป็นเกย์ เนืองจากควบคุมดว้ ยยนี ดอ้ ยบน โครโมโซม X จึงพบในเพศชายมากกว่าในเพศหญิง (เพราะผชู้ ายมี X ตวั เดียว) ความผดิ ปกตขิ องพนั ธุกรรมหรือโรคทางพนั ธกุ รรมมคี วามรุนแรงเพยี งใด 1. รุนแรงถึงขนาดเสียชีวิต ตงั แต่อยใู่ นครรภ์ เช่น ทารกขาดนาํ เนืองจากโรคเลือดบางชนิด เป็นตน้ 2. ไม่ถงึ กบั เสียชีวิตทนั ที แตจ่ ะเสียชีวติ ภายหลงั เช่น โรคกลา้ มเนือลบี เป็นตน้ 3. มรี ะดบั สติปัญญาตาํ พกิ าร บางรายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือช่วยเหลอื ตวั เองได้ นอ้ ย เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม เป็นตน้ 4. ไม่รุนแรงแต่จะทาํ ให้มีอุปสรรคในการดาํ รงชีวิตประจาํ วนั เพียงเล็กน้อย เช่น ตาบอดสี ตวั อยา่ ง ความผดิ ปกติทางพนั ธุกรรมทีพบบ่อย เช่น กล่มุ ดาวน์ซินโดรม โรคกลา้ มเนือลีบ มะเร็งเมด็ เลือด ขาวบางชนิด เป็นตน้ จะป้ องกนั การกาํ เนดิ บุตรทมี คี วามผดิ ปกตทิ างพนั ธุกรรมได้หรือไม่ ความผดิ ปกติทางพนั ธุกรรมบางชนิด สามารถตรวจพบไดต้ งั แต่ ก่อนตงั ครรภอ์ ่อน ๆ โดยการ ตรวจหาความผดิ ปกติของโครโมโซม และถา้ หากเป็ นโรคเลือดทาลสั ซีเมีย สามารถตรวจเลือดบิดาและ มารดาดูว่าเป็ นพาหนะของโรคหรื อไม่ เมือพบความผดิ ปกติประการใด จะตอ้ งไปพบแพทยท์ ีมีความเชียวชาญเฉพาะดา้ นเพือทาํ การวางแผน การมีบุตรอยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั กรณใี ดบ้างทีควรจะได้รับการวเิ คราะห์โครโมโซม 1. ก่อนตดั สินใจมบี ุตร ควรตรวจคดั กรองสภาพทางพนั ธุกรรมของคู่สมรส เพือทราบระดบั ความเสียง 2. กรณีมีบุตรยาก แทง้ ลกู บ่อย เคยมีบุตรตายหลงั คลอด หรือเสียชีวติ หลงั คลอดไมน่ าน เคยมี บุตรพกิ ารแต่กาํ เนิด หรือปัญญาอ่อน 3. กรณีทีมารดาตงั ครรภท์ ีมอี ายตุ งั แต่ ปี ขึนไป 4. กรณีทีไดร้ ับสารกมั มนั ตรังสีหรือสารพษิ ทีสงสยั วา่ จะเกิดความผดิ ปกติของโครโมโซม 5. กรณีเดก็ แสดงอาการผดิ ปกติตงั แต่กาํ เนิด หรือมีภาวะปัญญาออ่ น การตรวจหาความผดิ ปกตขิ องโครโมโซมสามารถตรวจได้จากอะไรบ้าง การตรวจความผดิ ปกติของโครโมโซม สามารถตรวจไดจ้ าก 1. เลือด 2. เซลลใ์ นนาํ ครํา 3. เซลลข์ องทารก 4. เซลลจ์ ากไขกระดกู 5. เซลลอ์ ืน ๆ
89 เรืองที โรคทางพนั ธุกรรมทีสําคญั โรคทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมทีพบโดยทวั ไป ไดแ้ ก่ โรคทาลสั ซีเมีย โรคฮีโมฟี เลีย โรคตาบอดสี โรคคนเผอื ก โรคเบาหวาน รวมถึงกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome) หรือ โรคปัญญาอ่อน เป็นตน้ ซึงโรคติดต่อทีถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมนี หากไม่มีการตรวจพบหรือคดั กรองก่อนการสมรส จะ เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น อาจทาํ ใหเ้ กิดพิการ หรือ เสียชีวิตในทีสุด รวมทงั เกิดปัญหาดา้ นภาวการณ์ เลยี งดูและการรักษา ขนั กระทบต่อการดาํ เนินชีวิตของผปู้ ่ วยและครอบครัวเป็ นอยา่ งมาก ดงั นันจึงควรมี การตรวจร่างกายเพอื หาความผดิ ปกติของคู่สมรส ก่อนแต่งงานหรือก่อนตงั ครรภโ์ ดยปัจจุบนั มีแพทยท์ ี สามารถใหค้ าํ ปรึกษาและตรวจรักษาไดถ้ กู โรงพยาบาล โรคทีถ่ายทอดพนั ธกุ รรมทสี ําคญั ไดแ้ ก่ 2.1 โรคทาลสั ซีเมยี โรคเลือดจางธาลสั ซีเมีย (Thalassemia) เป็ นโรคเลือดจางทีมีสาเหตุมาจากมีความผิดปกติทาง พนั ธุกรรม ทาํ ใหม้ กี ารสร้างโปรตีนทีเป็นส่วนประกอบสาํ คญั ของเมด็ เลอื ดผดิ ปกติ จึงทาํ ใหเ้ ม็ดเลือดแดง มีอายสุ ันกว่าปกติ แตกง่าย ถูกทาํ ลายง่าย ผปู้ ่ วยทีเป็ นโรคนีจึงมีเลือดจาง โรคนีพบไดท้ หั ญิงและชาย ปริมาณเท่าๆ กนั ถ่ายทอดมาจากพ่อและแมท่ างพนั ธุกรรมพบไดท้ วั โลก และพบมากในประเทศไทยดว้ ย เช่นกนั ประเทศไทยพบผปู้ ่ วยโรคนีร้อยละ และพบผทู้ ีมีพาหะนาํ โรคถึงร้อยละ - คือประมาณ - ลา้ นคน เมือคนทีเป็นพาหะแต่งงานกนั และพบยนี ส์ผิดปกติร่วมกนั ก็อาจมีลกู ทีเกิดโรคนีได้ ซึง ประมาณการณ์ว่าจะมีคนไทยเป็นมากถึง , คน โรคนีทาํ ใหเ้ กิดโลหิตจางโดยเป็ นกรรมพนั ธุ์ของ การสร้างเฮโมโกลบิน ซึงมีสีแดงและนาํ ออกซิเจนไปเลียงร่างกายส่วนต่าง ๆ ธาลสั ซีเมยี เกิดจากความผิดปกติทางพนั ธุกรรมของการสังเคราะห์เฮโมโกลบินทีเกิดจากความ เปลียนแปลงในอตั ราการสร้างสายโปรตีนเฮโมโกลบิน การทีมีอตั ราการสร้างสายเฮโมโกลบินชนิดหนึงๆ หรือหลายชนิดลดลงจะรบกวนการสร้างเฮโมโกลบินและทาํ ให้เกิดความไม่สมดุลในการสร้างสาย เฮโมโกลบินชนิดหนึง หรือหลายชนิดลดลงจะรบกวนการสร้างเฮโมโกลบินและทาํ ใหเ้ กิดความไม่สมดุล ในการสร้างสายเฮโมโกลบินปกติอืน เฮโมโกลบินปกติประกอบด้วยสายเฮโมโกลบินสองชนิด (แอลฟาและไม่ใช่แอลฟา) ใน อตั ราส่วน : สายเฮโมโกลบินปกติส่วนเกินจะตกคา้ งและสะสมอยใู่ นเซลลใ์ นรูปของผลผลติ ทีไมเ่ สถียร ทาํ ใหเ้ ซลลเ์ สียหายไดง้ ่าย
90 ชนิดและอาการ ธาลสั ซีเมีย แบ่งออกเป็น กลมุ่ ใหญ่ ไดแ้ ก่ แอลฟาธาลสั ซีเมยี และเบตา้ ธาลสั ซีเมีย ซึงก็คือ ถา้ มี ความผิดปกติของสายแอลฟา ก็เรียกแอลฟาธาลสั ซีเมีย และถา้ มีความผิดปกติของสายเบต้าก็เรียก เบตา้ ธาลสั ซีเมีย เบตา้ ธาลสั ซีเมีย เบตา้ ธาลสั ซีเมียจะเกิดขึนเมือสายเบตา้ ในเฮโมโกลบินนันสร้างไม่สมบูรณ์ ดงั นนั เฮโมโกลบินจึงขนส่งออกซิเจนไดล้ ดลง ในเบตา้ ธาลสั ซีเมยี สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็นหลายชนิดยอ่ ย ขึนอยกู่ บั ความสมบรู ณ์ของยนี ในการสร้างสายเบตา้ ถา้ มียนี ทีสร้างสายเบตา้ ไดไ้ ม่สมบรู ณ์ สาย (จากสายเบตา้ สาย) ภาวะซีดอาจมีความรุนแรงได้ ปานกลางถึงมาก ในกรณีนีเกิดจากการไดร้ ับยนี ส์ทีผดิ ปกติมาจากทงั พอ่ และแม่ ถา้ มีภาวะซีดปานกลาง จาํ เป็ นตอ้ งไดร้ ับเลือดบ่อย ๆ โดยปกติแลว้ สามารถมีชีวิตไดจ้ นถึงวยั ผใู้ หญ่ แต่ถา้ มีภาวะซีดทีรุนแรงมกั จะเสียชีวิตก่อนเนืองจากซีดมาก ถา้ เป็ นรุนแรงอาการมกั จะเริมต้น ตงั แต่อายุ เดือนแรกหลงั เกิด แต่ถา้ เดก็ ไดร้ ับเลือดอย่างสมาํ เสมอตงั แต่แรกเริมก็มกั จะมีชีวิตอย่ไู ดน้ าน มากขึน แต่อยา่ งไรกต็ ามกม็ กั จะเสียชีวิต เนืองจากอวยั วะต่าง ๆ ถกู ทาํ ลาย เช่น หวั ใจ และตบั เป็นตน้ แหล่งระบาดของเบตา้ ธาลสั ซีเมยี ไดแ้ ก่ เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ละแถบเมดิเตอร์เรเนียน แอลฟาธาลสั ซีเมีย แอลฟาธาลสั ซีเมีย เกิดขึนเนืองจากเฮโมโกลบินในสายแอลฟามีการสร้าง ผดิ ปกติ โดยปกติแลว้ จะมแี หล่งระบาดอยใู่ นแถบตะวนั ออกเฉียงใตเ้ ป็ นหลกั ไดแ้ ก่ ไทย จีน ฟิ ลิปปิ นส์ และบางส่วนของแอฟริกาตอนใต้ ความผดิ ปกติเกียวกบั การสร้างสายแอลฟา โดยปกติแลว้ สายแอลฟา สายจะกาํ หนดโดยยนี คู่ 2 แท่ง ดงั นี ถา้ มคี วามผดิ ปกติเกียวกบั ยนี ในการสร้างสายแอลฟา ยนี จะไม่มีอาการใด ๆ แต่จะเป็ นพาหะที ส่งยืนนีไปยงั ลูกหลาน ถา้ มีความผิดปกติเกียวกบั ยนี ในการสร้างสายแอลฟา ยีน จะมีภาวะซีดเพียง เลก็ นอ้ ย แต่ไม่จาํ เป็นตอ้ งไดร้ ับการรักษา ถา้ มีความผดิ ปกติเกียวกบั ยีนในการสร้างสายแอลฟา ยีน จะ เกิดภาวะซีดไดต้ งั แต่รุนแรงนอ้ ย จนถงึ รุนแรงมาก บางครังเรียกวา่ เฮโมโกลบิน H ซึงอาจจาํ เป็นตอ้ งไดร้ ับ เลือด ถา้ มีความผิดปกติเกียวกบั ยีนในการสร้างสายแอลฟา ยีนจะเสียชีวิตภายในระยะเวลาสัน ๆ ภายหลงั จากเกิดออกมา เรียกว่า เฮโมโกลบินบาร์ด อาการ จะมอี าการซีด ตาขาวสีเหลอื ง ตวั เหลือง ตบั โต มา้ มโต ผวิ หนงั ดาํ คลาํ กระดูกใบหน้าจะเปลียน รูป มจี มกู แบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแกม้ นูนสูง คางและขากรรไกรกวา้ ง ฟันบนยนื กระดูกบาง เปราะ หักง่าย ร่างกายเจริญเติบโตชา้ กว่าคนปกติ แคระแกร็น ทอ้ งป่ อง ในประเทศไทยมีผเู้ ป็ นโรค ประมาณร้อยละ ของประชากรหรือประมาณ แสนคน
91 โรคเลือดจางธาลสั ซีเมยี มีอาการตงั แต่ไมม่ อี าการใด ๆ จนถึงมีอาการรุนแรงมากทีทาํ ให้เสียชีวิต ตงั แต่อยใู่ นครรภห์ รือหลงั คลอดไม่เกิน วนั ผทู้ ีมอี าการจะซีดมากหรือมีเลือดจางมาก ตอ้ งใหเ้ ลือดเป็ น ประจาํ หรือมภี าวะติดเชือบ่อย ๆ หรือมีไขเ้ ป็ นหวดั บ่อย ๆ ได้ มากน้อยแลว้ แต่ชนิดของธาลสั ซีเมียซึงมี หลายรูปแบบ ทงั แอลฟา - ธาลสั ซีเมยี และเบตา้ - ธาลสั ซีเมยี ผ้ทู ีมโี อกาสเป็ นพาหะ - ผทู้ ีมีญาติพีนอ้ งเป็นโรคนีกม็ ีโอกาสทีจะเป็นพาหะหรือมียนี แฝงสูง - ผทู้ ีมลี กู เป็นโรคนี แสดงวา่ ทงั คู่สามีภรรยาเป็นพาหะหรือมยี นี ฝง - ผทู้ ีมีประวตั ิบุคคลในครอบครัวเป็นโรคธาลสั ซีเมีย - ถา้ ผปู้ ่ วยทีเป็นโรคธาลสั ซีเมยี และแต่งงานกบั คนปกติทีไม่มยี นี แฝง ลกู ทุกคนจะมยี นี แฝง - จากการตรวจเลอื ดดว้ ยวธิ ีพิเศษดูความผดิ ปกติของเฮโมโกลบิน โอกาสเสียงของการมลี กู เป็ นโรคธาลสั ซีเมยี ถา้ ทงั พอ่ และแม่เป็นโรคธาลสั ซีเมยี (ป่ วยทงั คู่) - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังลกู ทุกคนจะป่ วยเป็นโรคธาลสั ซีเมยี - ในกรณีนีจึงไม่มีลกู ทีเป็นปกติเลย ถา้ ทงั พ่อและแมม่ ียนี แฝง (เป็นพาหะทงั คู่) - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีลกู จะเป็นปกติ เท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีลกู จะมยี นี แฝง (เป็นพาหะ) เท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีจะมีลกู จะเป็นโรคธาลสั ซีเมยี เท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน ถา้ พอ่ หรือแม่เป็นยนี แฝงเพยี งคนเดียว (เป็นพาหะ คน ปกติ คน) - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีจะมีลกู ปกติเท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีลกู จะมยี นี แฝงเท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน ถา้ พอ่ หรือแมเ่ ป็นโรคธาลสั ซีเมียเพียงคนเดียวและอีกฝ่ ายมียนี ปกติ (เป็นโรค คน ปกติ คน) - ในการตงั ครรภแ์ ต่ละครังลกู ทุกคนจะมยี นี ฝง หรือเท่ากบั เป็นพาหะร้อยละ - ในกรณีนีจึงไม่มีลกู ทีป่ วยเป็นโรคธาลสั ซีเมยี
92 ถา้ พ่อหรือแมเ่ ป็นโรคธาลสั ซีเมียเพยี งคนเดียวและอีกฝ่ ายมียนี แฝง (เป็นโรค คน เป็นพาหะ คน) - ในการมคี รรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีลกู จะป่ วยเป็นโรคเท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน - ในการมคี รรภแ์ ต่ละครังโอกาสทีลกู จะมียนี แฝงเท่ากบั ร้อยละ หรือ ใน - ในกรณีนีจึงไม่มลี กู ทีเป็นปกติเลย การรักษา 1. ใหร้ ับประทานวติ ามนิ โฟลิควนั ละเมด็ . ใหเ้ ลอื ดเมือผปู้ ่ วยซีดมากและมีอาการของการขาดเลือด . ตดั มา้ มเมือตอ้ งรับเลอื ดบ่อย ๆ และมา้ มโตมากจนมีอาการอึดอดั แน่นทอ้ ง กินอาหารไดน้ อ้ ย . ไม่ควรรับประทานยาบาํ รุงเลือดทีมีธาตุเหลก็ . ผปู้ ่ วยทีอาการรุนแรงซีดมาก ตอ้ งใหเ้ ลอื ดบ่อยมากจะมภี าวะเหลก็ เกิน อาจตอ้ งฉีดยาขบั เหลก็ การปลูกถ่ายไขกระดูก โดยการปลกู ถา่ ยเซลลต์ น้ กาํ เนิดของเมด็ เลือด ซึงนาํ มาใชใ้ นประเทศไทยแลว้ ประสบความสาํ เร็จ เช่นเดียวกบั การปลูกถ่ายไขกระดูก ซึงทาํ สาํ เร็จในประเทศไทยแลว้ หลายราย เด็กๆ ก็เจริญเติบโตปกติ เหมือนเดก็ ธรรมดาโดยหลกั การ คือ นาํ ไขกระดกู มาจากพีน้องในพ่อแม่เดียวกนั (ต่างเพศก็ใชไ้ ด)้ นาํ มา ตรวจความเหมาะสมทางการแพทยห์ ลายประการ และดาํ เนินการช่วยเหลือ การเปลยี นยนี นอกจากนียงั มเี ทคโนโลยที นั สมยั ล่าสุดคือการเปลยี นยนี ซึงกาํ ลงั ดาํ เนินการวจิ ยั อยู่ แนวทางการป้ องกนั โรคธาลสั ซีเมยี - จดั ใหม้ ีการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ เพือจะไดม้ คี วามรู้ ความสามารถในการวินิจฉยั หรือใหค้ าํ ปรึกษาโรคธาลสั ซีเมียไดถ้ กู วธิ ี - จดั ใหม้ กี ารใหค้ วามรู้ประชาชน เกียวกบั โรคธาลสั ซีเมียเพือจะไดท้ าํ การคน้ หากลุ่มทีมีความ เสียง และใหค้ าํ แนะนาํ แก่ผทู้ ีเป็นโรคธาลสั ซีเมยี ในการปฏิบตั ิตวั ไดอ้ ยา่ งถกู วิธี - จดั ใหม้ กี ารใหค้ าํ ปรึกษาแก่คู่สมรส มกี ารตรวจเลอื ดคู่สมรส เพือตรวจหาเชือโรคธาลสั ซีเมีย และจะไดใ้ หค้ าํ ปรึกษาถงึ ความเสียง ทีจะทาํ ใหเ้ กิดโรคธาลสั ซีเมยี ได้ รวมถึงการแนะนาํ และการควบคุม กาํ เนิดทีเหมาะสมสาํ หรับรายทีมีการตรวจพบว่าเป็นโรคธาลสั ซีเมยี แลว้ เป็นตน้
93 . โรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็ นภาวะทีร่างกายมีระดบั นาํ ตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเนืองมาจากการขาด ฮอร์โมนอินซลู ิน หรือประสิทธิภาพของอินซลู นิ ลดลงเนืองจากภาวะดือต่ออนิ ซลู ิน ทาํ ใหน้ าํ ตาลในเลือด สูงขึนอยเู่ ป็นเวลานานจะเกิดโรคแทรกซอ้ นต่ออวยั วะต่าง ๆ เช่น ตา ไต และระบบประสาท เป็นตน้ ฮอร์โมนอนิ ซูลนิ มคี วามสําคญั ต่อร่างกายอย่างไร อินซูลินเป็ นฮอร์โมนสาํ คญั ตวั หนึงของร่ างกาย สร้างและหลังจากเบตา้ เซลล์ของตับอ่อน ทาํ หนา้ ทีเป็นตวั พานาํ ตาลกลโู คสเขา้ สู่เนือเยอื ต่าง ๆ ของร่างกาย เพือเผาผลาญเป็นพลงั งานในการดาํ เนิน ชีวิต ถา้ ขาดอินซูลินหรือการออกฤทธิไม่ดี ร่างกายจะใชน้ าํ ตาลไมไ่ ด้ จึงทาํ ให้นาํ ตาลในเลือดสูงมีอาการ ต่างๆของโรคเบาหวาน นอกจากมีความผิดปกติของการเผาผลาญอาหารคาร์โบไฮเดรตแลว้ ยงั มีความ ผดิ ปกติอนื ๆ เช่น มกี ารสลายของสารไขมนั และโปรตีนร่วมดว้ ย อาการของโรคเบาหวาน คนปกติก่อนรับประทานอาหารเชา้ จะมรี ะดบั นาํ ตาลในเลือดร้อยละ - มก. หลงั รับประทานอาหารแลว้ ชวั โมง ระดบั นาํ ตาลไมเ่ กินร้อยละ - มก. ผทู้ ีระดบั นาํ ตาลสูงไม่มาก อาจจะ ไมม่ ีอาการอะไร การวนิ ิจฉยั โรคเบาหวานจะทาํ ไดโ้ ดยการเจาะเลือด อาการทีพบบ่อย ได้แก่ 1. การมปี ัสสาวะบ่อย ในคนปกติมกั ไมต่ อ้ งลกุ ขึนปัสสาวะในเวลากลางคืน หรือปัสสาวะไม่เกิน ครัง เมือนาํ ตาลในกระแสเลือดมากกว่า มก. โดยเฉพาะในเวลากลางคืนนาํ ตาลจะถูกขบั ออกทาง ปัสสาวะ ทาํ ใหน้ าํ ถกู ขบั ออกมากขึนจึงมีอาการปัสสาวะบ่อยและเกิดสูญเสียนาํ และอาจพบว่าปัสสาวะ มีมดตอม 2. ผปู้ ่ วยจะหิวนาํ บ่อย เนืองจากตอ้ งทดแทนนาํ ทีถกู ขบั ออกทางปัสสาวะ 3. ผปู้ ่ วยจะกินเก่ง หิวเก่ง แต่นาํ หนกั จะลดลงเนืองจากร่างกายนาํ นาํ ตาลไปใชเ้ ป็นพลงั งานไม่ได้ จึงมีการสลายพลงั งานจากไขมนั และโปรตีนจากกลา้ มเนือแทน 4. ออ่ นเพลีย นาํ หนกั ลด เกิดจากร่างกายไม่สามารถใชน้ าํ ตาลจึงยอ่ ยสลายส่วนทีเป็ นไขมนั และ โปรตีนออกมา 5. อาการอืน ๆ ทีอาจเกิดขึนไดแ้ ก่ อาการคนั อาการติดเชือ แผลหายชา้ - คนั ตามผวิ หนงั มกี ารติดเชือรา โดยเฉพาะบริเวณช่องคลอดของผหู้ ญิง สาเหตุของอาการคนั เนืองจาก ผวิ แหง้ ไป หรือมีอาการอกั เสบของผวิ หนงั - เห็นภาพไม่ชดั ตาพร่ามวั ตอ้ งเปลียนแวน่ บ่อย เช่น สายตาสนั ตอ้ กระจก นาํ ตาลในเลือดสูง - ชาไมม่ ีความรู้สึก เจ็บตามแขน ขา บ่อย หยอ่ นสรรมภาพทางเพศ เนืองจากนาํ ตาลสูงนาน ๆ ทาํ ใหเ้ สน้ ประสาทเสือม - เกิดแผลทีเทา้ ไดง้ ่าย เพราะอาการชาไมร่ ู้สึก เมอื ไดร้ ับบาดเจ็บ
94 . โรคภูมแิ พ้ โรคภูมิแพ้ คือ โรคทีเกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้ ซึงในคนปกติไม่มีปฏิกิริยานี เกิดขึนผทู้ ีเป็ นโรคภูมิแพม้ ีปฏิกิริยาภูมิไวเกินต่อ ฝ่ นุ ตวั ไรฝ่ ุน เชือราในอากาศ อาหาร ขนสัตว์ เกสร ดอกไม้ เป็นตน้ สารทีก่อใหเ้ กิดปฏิกิริยาภูมิไวเกินนีเรียกว่า “สารก่อภูมิแพ”้ โรคภูมิแพ้ สามารถแบ่งได้ ตามอวยั วะทีเกิดโรคไดเ้ ป็น โรค คือ - โรคโพรงจมกู อกั เสบจากภูมแิ พ้ หรือโรคแพอ้ ากาศ - โรคตาอกั เสบจากภูมแิ พ้ - โรคหอบหืด - โรคผนื ภูมแิ พผ้ วิ หนงั โรคภมู แิ พ้ จดั เป็ นโรคทีพบบ่อยโรคหนึงในประเทศไทย จากการศึกษาอตั ราความชุกของโรค ในประเทศไทย มีอตั ราความชุกอยรู่ ะหว่าง - % โดยประมาณ โดยพบโรคโพรงจมกู อกั เสบจากภมู แิ พ้ มีอตั ราชุกสูงสุดในกลุ่มโรคภูมิแพ้ นันหมายความว่า ประชากรเกือบครึงหนึงของประเทศ มีปัญหา เกียวกบั โรคภมู ิแพอ้ ยู่ โรคภมู ิแพส้ ามารถถ่ายทอดทางกรรมพนั ธุ์ คือ ถา่ ยทอดจากพอ่ และแม่มาสู่ลกู เหมือนภาวะอืน ๆ เช่น หวั ลา้ น ความสูง สีของตา เป็นตน้ ในทางตรงกนั ขา้ ม แมว้ ่าพ่อแม่ของคุณเป็ นโรคภูมิแพ้ คุณอาจจะ ไมม่ อี าการใด ๆ เลยกไ็ ด้ โดยปกติ ถา้ พอ่ หรือแม่ คนใดคนหนึงเป็นโรคภูมิแพ้ ลกู จะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพป้ ระมาณ % แต่ถา้ ทงั พอ่ และแมเ่ ป็นโรคภูมิแพท้ งั คู่ ลกู ทีเกิดออกมามีโอกาสเป็นโรคภูมแิ พส้ ูงถึง % โดยเฉพาะโรค โพรงจมกู อกั เสบจากภมู ิแพ้ จะมีอตั ราการถ่ายทอดทางกรรมพนั ธุส์ ูงทีสุด โรคภมู ิแพ้ อาจหายไปไดเ้ องเมอื ผปู้ ่ วยโตเป็นผใู้ หญ่ แต่ส่วนใหญ่มกั ไม่หายขาด โดยอาการของ โรคภูมิแพอ้ าจสงบลงไปช่วงหนึง และมกั จะกลบั มาเป็นใหม่ สรุป โรคถ่ายทอดทางพนั ธุกรรมนับว่าเป็ นปัญหาทีสาํ คัญ ซึงอาจทาํ ให้ผปู้ ่ วยเสียชีวิตตงั แต่คลอด ออกมา หรือไดร้ ับความทรมานจากโรค เมือเกิดอาหารแลว้ ไม่มีทางรักษาใหห้ ายขาดได้ มีเพียงรักษา เพือบรรเทาอาการเท่านัน หรือควบคุมให้โรคแสดงอาการออกมา ดังนัน การตรวจสอบโรคทาง พนั ธุกรรม และการให้คาํ ปรึกษาทางด้านพนั ธุศาสตร์แก่คู่สมรส รวมทังการตรวจสุขภาพก่อนการ แต่งงานจึงมคี วามสาํ คญั อยา่ งยงิ เพราะจะเป็นการป้ องกนั ก่อนการตงั ครรภ์ ซึงแพทยต์ ามสถานพยาบาล สามารถใหค้ าํ แนะนาํ ปรึกษาได้
95 กจิ กรรม ตอบคาํ ถามต่อไปนี แลว้ บนั ทึกในแฟ้ มสะสมงานพร้อมอธิบายในชนั เรียน . โรคธาลสั ซีเมียเกิดจากสาเหตุอะไรและมีกีประเภทอะไรบา้ ง . โรคภูมแิ พเ้ กิดจากสาเหตุอะไรและมอี วยั วะใดบา้ งทีเกิดโรคภมู ิแพไ้ ด้ . สาํ รวจเพอื นในกล่มุ ว่าใครเป็นโรคภูมแิ พบ้ า้ ง เพือจะไดอ้ อกมาอภิปรายใหท้ ราบถงึ อาการที เป็นและสนั นิษฐานหาสาเหตุ และคน้ หาวธิ ีการป้ องกนั ร่วมกนั
96 บทที ความปลอดภยั จากการใช้ยา สาระสําคญั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เกียวกบั หลกั การและวธิ ีการใชย้ าทีถกู ตอ้ ง สามารถจาํ แนกอนั ตรายทีเกิด จากการใชย้ าได้ รวมทงั วิเคราะหค์ วามเชือและอนั ตรายจากยาประเภทต่าง ๆ เช่น ยาบาํ รุงกาํ ลงั ยาดองเหลา้ ตลอดจนการป้ องกนั และช่วยเหลือเมอื เกิดอนั ตรายจากการใชย้ าไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ผลการเรียนรู้ทีคาดหวงั 1. รู้และเขา้ ใจ หลกั การและวิธีการใชย้ าทีถกู ตอ้ ง 2. จาํ แนกอนั ตรายจากการใชย้ าประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 3. วเิ คราะหผ์ ลกระทบจากความเชือทีผดิ เกียวกบั การใชย้ าได้ 4. ปฐมพยาบาลและใหค้ วามช่วยเหลอื แก่ผทู้ ีไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ขอบข่ายเนอื หา เรืองที หลกั การและวิธีการใชย้ าทีถกู ตอ้ ง เรืองที อนั ตรายจากการใชย้ า เรืองที ความเชือเกียวกบั การใชย้ า
97 เรืองที หลกั การและวธิ ีการใช้ยาทีถูกต้อง การใช้ยาทถี ูกต้องมหี ลกั การดงั นี 1. อ่านฉลากยาให้ละเอียดก่อนการใช้ทุกครัง ซึงโดยปกติยาทุกขนาดจะมีฉลากบอกชือยา วิธีการใชย้ า ขอ้ หา้ มในการใชย้ า และรายละเอียดอืน ๆ ไวด้ ว้ ยเสมอ จึงควรอา่ นใหล้ ะเอียดและปฏิบตั ิตาม คาํ แนะนาํ อยา่ งเคร่งครัด 2. ใช้ยาให้ถูกชนดิ และประเภทของยา ซึงถา้ ผใู้ ชย้ าหยบิ ยาไม่ถกู ตอ้ งจะเป็ นอนั ตรายต่อผใู้ ชแ้ ละ รักษาโรคไม่หาย เนืองจากยาบางชนิดจะมีชือ สี รูปร่าง หรือภาชนะบรรจุคลา้ ยกนั แต่ตวั ยา สรรพคุณยาที บรรจุภายในจะต่างกนั 3. ใช้ยาให้ถูกขนาด เพราะการใชย้ าแต่ละชนิดในขนาดต่าง ๆ กนั จะมีผลในการรักษาโรคได้ ถา้ ไดร้ ับขนาดของยานอ้ ยกว่าทีกาํ หนดหรือไดร้ ับขนาดของยาเพียงครึงหนึง อาจทาํ ใหก้ ารรักษาโรคนนั ไมไ่ ดผ้ ลและเชือโรคอาจดือยาได้ แต่หากไดร้ ับยาเกินขนาดอาจเป็นอนั ตรายต่อร่างกายได้ ดงั นัน จึงตอ้ ง ใชย้ าให้ถกู ตอ้ งตามขนาดของยาแต่ละชนิด เช่น ยาแกป้ วดลดไข้ ตอ้ งใช้ครังละ – เม็ด ทุก ๆ – ชวั โมง เป็นตน้ 4. ใช้ยาให้ถูกเวลา เนืองจากยาบางชนิดตอ้ งรับประทานก่อนอาหาร เช่น ยาปฏิชีวนะพวก เพนนิซิลลนิ เพราะยาเหล่านีจะดูดซึมไดด้ ีในขณะทอ้ งว่าง ถา้ เรารับประทานหลงั อาหาร ยาจะถกู ดูดซึมได้ ไมด่ ี ซึงจะมีผลต่อการรักษาโรค ยาบางชนิดตอ้ งรับประทานหลงั อาหาร บางชนิดรับประทานก่อนอาหาร เพราะยาบางประเภทเมอื รับประทานแลว้ จะมีอาการง่วงซึม ร่างกายตอ้ งการพกั ผ่อน แพทยจ์ ึงแนะนาํ ให้ รับประทานก่อนนอนไมค่ วรรับประทานในขณะปฏิบตั ิงานเกียวกบั เครืองจกั รกล หรือขณะขบั ขีรถยนต์ เพราะอาจจะทาํ ใหเ้ กิดอนั ตรายได้ - ยาก่อนอาหาร ควรรับประทานก่อนอาหารประมาณครึงถงึ หนึงชวั โมง - ยาหลงั อาหาร ควรรับประทานหลงั อาหารทนั ที หรือไม่ควรจะนานเกิน นาที หลงั อาหาร - ยาก่อนนอน ควรรับประทานก่อนเขา้ นอน เพือใหร้ ่างกายไดร้ ับการพกั ผอ่ น 5. ใช้ยาให้ถูกวธิ ี เช่น ยาอมเป็นยาทีตอ้ งการผลในการออกฤทธิทีปาก จึงตอ้ งอมให้ละลายชา้ ๆ ไปเรือยๆ ถา้ เรากลนื ลงไปพร้อมอาหารในกระเพาะ ยาจะออกฤทธิผดิ ที ซึงไม่เป็นทีทีเราตอ้ งการใหร้ ักษา การรักษานนั จะไมไ่ ดผ้ ล ยาทาภายนอกชนิดอนื ๆ ก็เช่นกนั เป็ นยาทาภายนอกร่างกาย ถา้ เรานาํ ไปทาใน ปากหรือนาํ ไปกินจะไมไ่ ดผ้ ลและอาจใหโ้ ทษต่อร่างกายได้ 6. ใช้ยาให้ถูกกับบุคคล แพทยจ์ ะจ่ายยาตรงตามโรคของแต่ละบุคคลและจะเขียนหรือพิมพช์ ือ คนไขไ้ วห้ นา้ ซองยาทุกครัง ดงั นนั จึงไมค่ วรนาํ ไปแบ่งใหผ้ อู้ ืนใชเ้ พราะอาจไม่ตรงกบั โรคและมีผลเสียได้ เนืองจากยาบางชนิดหา้ มใชใ้ นเดก็ คนชรา และหญิงมีครรภ์ ยาบางชนิดมีขอ้ หา้ มใชใ้ นบุคคลทีป่ วยเป็ น โรคบางอยา่ ง ซึงถา้ นาํ ไปใชจ้ ะมีผลขา้ งเคียงและอาจเป็นอนั ตราต่อผใู้ ชย้ าได้
98 7. ไม่ควรใช้ยาทีหมดอายุหรือเสือมคุณภาพ ซึงเราอาจสังเกตไดจ้ ากลกั ษณะการเปลียนแปลง ภายนอกของยา เช่น สี กลิน รส และลกั ษณะทีผดิ ปกติไปจากเดิม ไม่ควรใชย้ านัน เพราะเสือมคุณภาพ แลว้ แต่ถงึ แมว้ า่ ลกั ษณะภายนอกของยายงั ไมเ่ ปลยี น เราก็ควรพจิ ารณาดูวนั ทีหมดอายุก่อนใช้ ถา้ เป็ นยาที หมดอายแุ ลว้ ควรนาํ ไปทิงทนั ที ข้อควรปฏิบตั ใิ นการใช้ยา 1. ยานาํ ทุกขนาดควรเขยา่ ขวดก่อนรินยา เพือใหต้ วั ยาทีตกตะกอนกระจายเขา้ เป็นเนือเดียวกนั ไดด้ ี . ยาบางชนิดยงั มขี อ้ กาํ หนดไวไ้ มใ่ หใ้ ชร้ ่วมกบั อาหารบางชนิด เช่น หา้ มดืมพร้อมนมหรือนาํ ชา กาแฟ เนืองจากมฤี ทธิตา้ นกนั ซึงจะทาํ ใหเ้ กิดอนั ตรายหรือไมม่ ผี ลต่อการรักษาโรคได้ . ไมค่ วรนาํ ตวั อยา่ งเมด็ ยา ขวดยา ซองยา หรือหลอดยาไปหาซือมาใชห้ รือรับประทานเอง หรือ ใชย้ าตามคาํ โฆษณาสรรพคุณยาจากผขู้ ายหรือผผู้ ลิต . เมือใชย้ าแลว้ ควรปิ ดซองยาใหส้ นิท ป้ องกนั ยาชืน และไม่ควรเก็บยาในทีแสงแดดส่องถึง หรือ เก็บในทีอบั ชืนหรือร้อนเกินไป เพราะจะทาํ ใหย้ าเสือมคุณภาพ . เมอื ลืมรับประทานยามอื ใดมือหนึง หา้ มนาํ ยาไปรับประทานรวมกบั มือต่อไป เพราะจะทาํ ให้ ไดร้ ับยาเกินขนาดได้ ใหร้ ับประทานยาตามขนาดปกติในแต่ละมอื ตามเดิม .หากเกิดอาการแพย้ าหรือใชย้ าผิดขนาด เช่น มีอาการคลืนไส้ อาเจียน บวมตามหน้าตาและ ร่างกาย มผี นื ขึนหรือแน่นหนา้ อก หายใจไม่ออก ใหห้ ยุดยาทนั ทีและรีบไปพบแพทยโ์ ดยด่วน พร้อมทงั นาํ ยาทีรับประทานไปใหแ้ พทยว์ นิ ิจฉยั ดว้ ย . ไม่ควรเก็บยารักษาโรคของบุคคลในครอบครัวปนกบั ยาอนื ๆ ทีใชก้ บั สตั วห์ รือพชื เช่น ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีอนื ๆ เพราะอาจเกิดการหยบิ ยาผดิ ไดง้ ่าย . ไมค่ วรเกบ็ ยารักษาโรคไวใ้ กลม้ ือเด็กหรือในทีทีเด็กเอือมถึง เพราะเด็กอาจหยิบยาไปใส่ปาก ดว้ ยความไมร่ ู้และอาจเกิดอนั ตรายต่อร่างกายได้ . ควรซือยาสามญั ประจาํ บา้ นไวใ้ ชเ้ องในครอบครัว เพือใชร้ ักษาโรคทวั ๆ ไปทีไม่ร้ายแรงใน เบืองตน้ เนืองจากมีราคาถกู ปลอดภยั และทีขวดยาหรือซองยาจะมคี าํ อธิบายสรรพคุณและวิธีการใชง้ ่าย ๆ ไวท้ ุกชนิด แต่ถา้ หากเมือใชย้ าสามญั ประจาํ บา้ นแลว้ อาการไมด่ ีขึน ควรไปพบแพทยเ์ พือตรวจรักษาต่อไป
99 เรืองที อันตรายจากการใช้ยา ยาทุกชนิดมีทังคุณและโทษ ดังนัน เพือหลีกเลียงอันตรายจากการใชย้ าจึงควรใช้ยาอย่าง ระมดั ระวงั และใชเ้ ท่าทีจาํ เป็นจริงๆ เท่านนั อนั ตรายจากการใชย้ ามสี าเหตุทีสาํ คญั ดงั นี . ผ้ใู ช้ยาขาดความรู้ในการใช้ยา แบ่งได้ ดงั นี . ใชย้ าไมถ่ กู ตอ้ ง เช่น ไม่ถกู โรค บุคคล เวลา วธิ ี ขนาด นอกจากทาํ ใหก้ ารใชย้ าไม่ไดผ้ ลใน การรักษาแลว้ ยงั ก่อใหเ้ กิดอนั ตรายจากการใชย้ าอกี ดว้ ย . ถอนหรือหยดุ ยาทนั ที ยาบางชนิดเมือใชไ้ ดผ้ ลในการรักษาแลว้ ตอ้ งค่อย ๆ ลดขนาดลง ทีละนอ้ ยจนสามารถถอนยาได้ ถา้ หยุดทนั ทีจะทาํ ใหเ้ กิดโรคขา้ งเคียงหรือโรคใหม่ตามมา ตวั อย่างเช่น ยาเพรดนิโซโลน ยาเดกซาเมธาโซน ถา้ ใชต้ ิดต่อกนั นานๆ แลว้ หยดุ ยาทนั ที จะทาํ ใหเ้ กิดอาการเบืออาหาร คลนื ไสอ้ าเจียน ปวดทอ้ ง ร่างกายขาดนาํ และเกลือ เป็นตน้ . ใชย้ ารวมกนั หลายขนาน การใชย้ าหลายๆ ชนิดรักษาโรคในเวลาเดียวกนั บางครังยาอาจ เสริมฤทธิกนั เอง ทาํ ให้ยาออกฤทธิเกินขนาด จนเกิดอาการพิษถึงตายได้ ในทางตรงกนั ขา้ ม ยาอาจตา้ น ฤทธิกนั เอง ทาํ ให้ไมไ้ ดผ้ ลต่อการรักษาและเกิดดือยา ตวั อย่างเช่น การใชย้ าปฏิชีวนะร่วมกันระหว่าง เพนิซิลลนิ กบั เตตราซยั คลนี นอกจากนี ยาบางอย่างอาจเกิดผลเสียถา้ ใชร้ ่วมกบั เครืองดืม สุรา บุหรี และ อาหารบางประเภท ผทู้ ีใชย้ ากดประสาทเป็นประจาํ ถา้ ดืมสุราดว้ ยจะยงิ ทาํ ใหฤ้ ทธิการกดประสาทมากขึน อาจถงึ ขนั สลบและตายได้ . คณุ ภาพยา แมผ้ ใู้ ชย้ าจะมีความรู้ในการใชย้ าไดอ้ ยา่ งถกู ขนาด ถกู วธิ ี และถกู เวลาแลว้ ก็ตาม แต่ถา้ ยาทีใชไ้ ม่มี คุณภาพในการรักษาจะก่อใหเ้ กิดอนั ตรายได้ สาเหตุทีทาํ ใหย้ าไมม่ ีคุณภาพ มดี งั นี . การเก็บ ยาทีผลติ ไดม้ าตรฐาน แต่เก็บรักษาไม่ถกู วิธีจะทาํ ให้ยาเสือมคุณภาพ เกิดผลเสีย ต่อผใู้ ช้ ตวั อยา่ งเช่น วคั ซีน ตอ้ งเก็บในตูเ้ ยน็ ถา้ เกบ็ ในตูธ้ รรมดายาจะเสือมคุณภาพ แอสไพรินถา้ ถกู ความชืน แสง ความร้อน จะทาํ ใหเ้ ปลยี นสภาพเป็นกรดซาลซิ ยั ลิก ซึงไมไ่ ดผ้ ลในการรักษาแลว้ ยงั กดั กระเพาะทะลุ อีกดว้ ย . การผลิต ยาทีผลิตแลว้ มีคุณภาพตาํ กว่ามาตรฐาน อาจเกิดขึนเนืองจากหลายสาเหตุ คือ ใช้วตั ถุดิบในการผลิตทีมีคุณภาพตาํ และมีวตั ถุอืนปนปลอม กระบวนการการผลิตไม่ถูกต้อง เช่น อบยาไม่แหง้ ทาํ ใหไ้ ดย้ าทีเสียเร็ว ขึนราง่าย นอกจากนีพบว่า ยาหลายชนิดมีการปะปนของเชือจุลินทรีย์ ตาํ รับยาบางชนิดทีใชไ้ ม่เหมาะสม เป็นสูตรผสมยาหลาย ๆ ตวั ในตาํ รับเดียว ทาํ ใหย้ าตีกนั เช่น คาโอลิน จะดูดซึมนีโอมยั ซินไมใ่ หอ้ อกฤทธิ เป็นตน้ . พยาธสิ ภาพของผ้ใู ช้ยา และองคป์ ระกอบทางพนั ธุก์ รรม ผปู้ ่ วยทีเป็นโรคเกียวกบั ตบั หรือไต จะมคี วามสามารถในการขบั ถ่ายยาลดลง จึงตอ้ งระวงั การใช้ ยามากยงิ ขึน นอกจากนี องคป์ ระกอบทางกรรมพนั ธุ์จะทาํ ให้ความไวในการตอบสนองต่อยาของบุคคล
100 แตกต่างกนั ตวั อยา่ ง คนนิโกรขาดเอนไซมท์ ีจะทาํ ลายยาไอโซนอาซิค ถา้ รับประทานยานีในขนาดเท่ากบั คนเชือชาติอนื จะแสดงอาการประสาทอกั เสบ นอนไม่หลบั เป็นตน้ ดงั นนั ผใู้ ชย้ าควรศึกษาเรืองการใชย้ าใหเ้ ขา้ ใจอย่างแทจ้ ริง และใชย้ าอยา่ งระมดั ระวงั เท่าทีจาํ เป็ น จริง ๆ เท่านัน โดยอย่ใู นความดูแลของแพทยห์ รือเภสัชกรอย่างใกลช้ ิด จะช่วยขจัดสาเหตุทีทาํ ให้เกิด อนั ตรายจากการใชย้ าไดอ้ ยา่ งไรก็ตาม ผใู้ ชย้ าควรตระหนกั ถงึ โทษหรืออนั ตรายจากการใชย้ าทีอาจเกิดขึนได้ ดงั ต่อไปนี . การแพ้ยา (Drug Allergy หรือ Drug Hypersensitivity) เป็นภาวะทีร่างกายเคยไดร้ ับยาหรือสารทีมสี ูตรคลา้ ยคลึงกบั ยานันมาก่อนแลว้ ยาหรือสารนันจะ กระตุน้ ใหร้ ่างกายสร้างภูมิคุม้ กนั ขึนเรียกว่า “สิงต่อตา้ น” (Antibody) โดยใชเ้ วลาประมาณ - วนั เมือ ไดร้ ับยาหรือสารนันอีก จะเกิดปฏิกิริยาไดส้ ารประกอบเชิงซอ้ นเป็ น “สิงเร่งเร้า” (Antigen) ให้ร่างกาย หลงั สารบางอย่างทีสําคญั เช่น ฮีสตามีน (Histamine) ทาํ ให้เกิดอาการแพข้ ึน ตัวอย่าง ผูท้ ีเคยแพย้ า เพนิซิลลนิ เมือรับประทานเพนิซิลลนิ ซาํ อีกครังหนึง จะถูกเปลียนแปลงในร่างกายเป็ นกรดเพนิซิลเลนิก ซึงทาํ หนา้ ทีเป็น “สิงเร่งเร้า” ใหร้ ่างกายหลงั ฮีสตามีน ทาํ ใหเ้ กิดอาการแพ้ เป็นตน้ การแพย้ าจะมีตงั แต่อาการเล็กน้อย ปานกลาง จนรุนแรงมาก ถึงขันเสียชีวิต ทังนีขึนอยู่กับ องคป์ ระกอบต่อไปนี 1. ชนิดของยา ยาทีกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ทีพบอยู่เสมอ ได้แก่ เพนิซิลลิน แอสไพริ น ซลั โฟนาด์ เซรุ่มแกบ้ าดทะยกั ยาชา โปรเคน นาํ เกลือ และเลอื ด เป็นตน้ 2. วธิ ีการใชย้ า การแพย้ าเกิดขึนไดจ้ ากการใชย้ าทุกแบบ แต่การรับประทานเป็ นวิธีทีทาํ ให้แพ้ นอ้ ยทีสุด ขณะทีการสมั ผสั หรือการใชย้ าทาจะทาํ ใหเ้ กิดอาการแพไ้ ดง้ ่ายทีสุด ส่วนการฉีด เป็ นวิธีการให้ ยาทีทาํ ใหเ้ กิดการแพอ้ ยา่ งรวดเร็ว รุนแรง และแกไ้ ขไดย้ าก 3. พนั ธุกรรม การแพย้ าเป็นลกั ษณะเฉพาะของบุคคล คนทีมีความไวในการถูกกระตุน้ ใหแ้ พย้ า หรือคนทีมีประวตั ิเคยเป็นโรคภมู แิ พ้เช่น หืด หวดั เรือรัง ลมพิษผนื คนั จะมโี อกาสแพย้ ามากกวา่ คนทวั ไป 4. การไดร้ ับการกระตุน้ มาก่อน ผปู้ ่ วยเคยไดร้ ับยาหรือสารกระตุน้ มาก่อนแลว้ ในอดีต โดยจาํ ไมไ่ ดห้ รือไม่รู้ตวั เมอื ไดร้ ับยาหรือสารนนั อกี ครัง จึงเกิดอาการแพ้ เช่นในรายทีแพเ้ พนิซิลลนิ เป็นครังแรก โดยมีประวตั ิว่าไม่เคยไดร้ ับยาทีแพม้ าก่อนเลย แทท้ ีจริงแลว้ ผปู้ ่ วยเคยไดร้ ับสารเพนิซิลลินมาก่อนแลว้ ในอดีต แต่อาจจาํ ไม่ได้หรื อไม่รู้ตัว เพราะผูป้ ่ วยใช้ยาทีไม่ทราบว่ามีเพนิซิลลินอยู่ด้วย หรื ออาจ รับประทานอาหารบางชนิดทีมีเชือเพนิซิลเลยี มอยดู่ ว้ ย การป้ องกนั และการแกไ้ ข การป้ องกนั มิใหเ้ กิดอาการแพย้ าเป็ นวิธีทีดีทีสุด เพราะถา้ อาการแพ้ รุนแรงมาก อาจแกไ้ ขไมท่ นั การ โดยทวั ไปการป้ องกนั อาจทาํ ไดด้ งั นี . งดใชย้ า ผปู้ ่ วยควรสงั เกต จดจาํ และงดใชย้ าทีเคยแพม้ าก่อน นอกจากนี ยงั ควรหลกี เลียงการใช้ ยาทีอยใู่ นกลุม่ เดียวกนั หรือมีสูตรโครงสร้างใกลเ้ คียงกนั ดว้ ย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162