131 ตารางท่ี 9การนาํ เสนอผลงาน การสงั เกต สมั ภาษณ์ ผูป้ ฏบิ ตั ิงานทมี บูรณาการชมุ ชนในพ้นื ท่ี (ต่อ 12) แหล่งข้อมูล ขอ้ มลู สนง.คป.จ.พัทลงุ - อยา่ ถามวา่ รฐั ใหอ้ ะไรแกเ่ ราบา้ ง ควรถามวา่ เราใหอ้ ะไรแกร่ ัฐได้ พนักงานคมุ ประพฤติ อาสาสมัครคมุ ประพฤติ บา้ ง อสค.ลขิ ติ เส้งนุ้ย - อยากเหน็ อสค.ที่ทํางานด้วยใจ ว่าเงินไม่สําคญั แตบ่ างคนเขา อสค. เรวฒั น์ รงุ่ เรือง เดินทางข้ามหมบู่ า้ นก็เสยี คา่ รถ คา่ นาํ้ มัน ถ้าไปประจําทุกสปั ดาห์ คงเดอื ดร้อน - อสค.มีความเช่ือว่าที่ผู้ถูกคุมฯ ทําผิดเพราะเขาควบคมุ ตัวเองไม่ได้ ฉะน้นั เราควรเรม่ิ จากการฝึกให้เขารจู้ ักตนและควบคมุ ตนเองใหไ้ ด้ เช่น การฝกึ ลมหายใจ ไหว้พระสวดมนต์ เขา้ วดั ฟงั ธรรม ฯลฯ ทกุ คนรู้ดีรู้ชว่ั แต่ทที่ าํ ไปเพราะบังคบั ตัวเองไม่ได้ - วนั รายงานตัว วันอังคารและพธุ ที่สองของทุกเดือน เรามีโอกาส พูดคยุ น่งั ล้อมวงคยุ กัน ว่าเป็นไงบา้ ง ชวี ติ เปน็ อยา่ งไร ฯลฯ ในวัน น้ันก็อาจทาํ กิจกรรมตา่ งๆ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ เช่น กจิ กรรมอบรม ธรรมะ ใหค้ วามรู้ เชน่ การทาํ ปยุ๋ หมกั ชวี ภาพ ฯลฯ - กจิ กรรมค่ายครอบครัวอบอ่นุ – เปน็ การจัดกิจกรรมสาํ หรับ ครอบครัวระหว่างพอ่ แม่และเยาวชน ให้พ่อแมล่ ูกนงั่ ดว้ ยกนั ปรกึ ษาหารอื กัน เปิดใจคุยกนั หรือบางครง้ั ก็ไปจดั กิจกรรมท่วี ดั มี พระสงฆ์ดว้ ย เกอื บทกุ ครั้งจะเหน็ ภาพประทับใจ ฯลฯ - พทั ลงุ มีองคก์ รท้องถน่ิ ให้การสนับสนนุ การจัดกิจกรรมอยา่ งดี เช่น สมาคมครอบครัวฯ - ทศั นศกึ ษาอาชีพ–เมอื่ ประชมุ กลมุ่ ย่อยกใ็ หอ้ ภิปรายกันวา่ เขาสนใจ อาชพี อะไรแลว้ พาไปทัศนศึกษาอาชีพ อาจไปด้วยรถจกั รยานยนต์ ไปดทู ่ีคนอาชีพน้ันเขาทํากัน เชน่ ศูนยอ์ าชีพตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง อาชีพเลย้ี งกุ้ง เชอ่ื วา่ พวกเขานา่ จะประทบั ใจอะไรบา้ ง แต่ก่อนจะหมดวนั กม็ าประชุมคยุ กนั วา่ ทีม่ าวันน้ีไดอ้ ะไรบ้าง - ครอบครัวเลกิ เหล้าได้รับการสนับสนุนอยา่ งดีจากทมี ครอบครวั อบอุ่นของพทั ลงุ - มีการจัด นิทรรศการแสดงผลงานคืนคนดีสสู่ ังคม
132 ตารางท่ี 9การนําเสนอผลงาน การสงั เกต สัมภาษณ์ ผูป้ ฏบิ ัตงิ านทีมบูรณาการชุมชนในพ้นื ท่ี (ตอ่ 13) แหล่งข้อมูล ข้อมูล สนง.คป.จ.พทั ลุง - กจิ กรรมเยีย่ มบา้ น– ดทู กุ ขส์ ุข ด้วยความเป็นมติ ร แรกๆ เขาปฏเิ สธ พนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคมุ ประพฤติ ไมย่ นิ ดี โกรธเราเวลาร้สู กึ ว่าเราไปจบั ผิดเขามากไป หลงั ๆ เขายนิ ดี อสค.ลิขติ เสง้ น้ยุ กลายเปน็ มิตรกนั เราก็พยายามเข้าใกล้ๆ ไว้ ก็จะไดร้ จู้ กั เขามากขน้ึ อสค. เรวัฒน์ ร่งุ เรอื ง รวู้ ่าทาํ ไมไปทําผดิ แตก่ ารให้เปล่ียนนิสยั ทนั ทเี ปน็ เร่อื งยาก ฯลฯ - หวิ้ ป่นิ โตไปวัด อสค.ชอบทาํ กจิ กรรมเกี่ยวกบั พระ เคยมผี ถู้ ูกคมุ ความประพฤตภิ ูมิใจที่ไดเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม ไดห้ ว้ิ ป่ินโตไปวัดครั้งแรก สนง.คป.จ สระบุรี ในชีวิต อสค.เองก็มีความประทบั ใจ ผู้บริหาร - กจิ กรรมทําบันทกึ ข้อตกลงระหว่างผูถ้ ูกคมุ ฯ ครอบครวั และชมุ ชน พนกั งานคมุ ประพฤติ - สว่ นใหญเ่ นน้ ชว่ ยเหลอื ตัวเอง เชน่ เร่อื งอาหารกลางวัน เว้นบางครง้ั มคี นมาชว่ ยเหลอื เรากย็ ินดี แตเ่ ราอยากเนน้ ใหเ้ ขาชว่ ยตนเอง - อสค.ขาดขวัญและกําลงั ใจเนอื่ งจากการช่วยงานคุมประพฤติมี ค่าใช้จ่าย เชน่ คา่ พาหนะ ค่าอาหารเมอื่ ตอ้ งออกมาทานขา้ วนอก บ้านเมอ่ื มาทาํ งานอาสา จึงอยากใหม้ กี ารจา่ ยค่าพาหนะให้แก่ อสค. ตามทีม่ กี ารตกลงไว้ โดยขอให้กรมคมุ ประพฤตขิ องบประมาณใน สว่ นนเ้ี พม่ิ ตามความเป็นจริง โดยเฉพาะในปจั จุบันมีค่าครองชพี ท่สี ูง - การทํางานในรปู แบบทีมบรู ณาการแม้จะมขี อ้ ดี มปี ระโยชนม์ าก แต่ มขี อ้ จํากัดดา้ นงบประมาณ และปริมาณ อสค.ทไี่ ม่ครอบคลุมทกุ พืน้ ท่คี ณุ ภาพอสค.ทไ่ี ม่ได้รบั การพัฒนา ทําใหเ้ กดิ ทีมปฏบิ ตั งิ าน น้อยต้องรบั ภาระมากจากการกาํ หนดกล่มุ เปา้ หมายมากเกินไป ทํา ให้อาจดแู ลไดไ้ มท่ ัว่ ถึง กําหนดเป้าหมายทั้งจงั หวัดกด็ ี คุมกันอยู่ แต่ คนทีท่ ําไดม้ นี ้อย ตอ้ งพฒั นาคนเพ่มิ - ดาํ เนินโครงการทมี บูรณาการใน 3 อาํ เภอ คอื แกง่ คอย พระพทุ ธ บาทและเสาไห้ แตล่ ะทม่ี ีแนวทางการจัดการต่างกนั ตามบรบิ ทของ พ้นื ที่ โดยมีหลกั แนวคิดในการบูรณาการเชน่ เดียวกัน - ทกุ พ้ืนทีด่ ําเนินการกบั ทุกกลมุ่ ภารกจิ ทง้ั ผู้ใหญ่ เด็กและเยาวชน ผรู้ ับการพักโทษ/ลดวันต้องโทษ ผรู้ บั การบําบดั ฟ้ืนฟูฯ โดยมี โปรแกรม/กิจกรรมพน้ื ฐานเหมือนกันแต่ใชโ้ ปรแกรมการควบคุม สอดส่องและแกไ้ ขฟน้ื ฟเู ฉพาะประเภทผู้กระทําผิดแตกตา่ งกัน
133 ตารางที่ 9การนาํ เสนอผลงาน การสงั เกต สัมภาษณ์ ผปู้ ฏิบัติงานทีมบรู ณาการชมุ ชนในพ้ืนที่ (ตอ่ 14) แหล่งข้อมลู ข้อมูล สนง.คป.จ สระบรุ ี - อสค.มคี วามสามารถ และดําเนินการตามข้ันตอนการควบคุม ผบู้ ริหาร สอดสอ่ งไดท้ กุ ขน้ั ตอน-ในอ.พระพทุ ธบาท เพราะประธานอสค. พนักงานคมุ ประพฤติ หวั หนา้ ทีมเป็นอดตี อาจารย์ฝ่ายปกครอง และเป็นทน่ี ับถอื ในชมุ ชน อาสาสมัครคมุ ประพฤติ อสค.อ.นงนชุ สอนราช - ทีมบรู ณาการสามารถแกไ้ ขปัญหาคดคี ัง่ ค้างของสํานกั งานได้แล้ว อสค.ลขิ ติ ฉัตรจนั ทร์ เสร็จภายใน 1 สปั ดาห์ โดยการออกตดิ ตามผู้ผดิ เง่อื นไข และชว่ ย ฯลฯ ทาํ รายงานท้งั การพ้นคมุ ความประพฤติ และรายงานผิดเงอื่ นไข และในบางคดี อสค.สามารถนาํ ตวั ผ้ผู ิดเง่ือนไขไปพบศาล และ รบั รองวา่ จะดูแลแกไ้ ขผู้ถูกคมุ ฯต่อไป ศาลจงึ มคี าํ สง่ั เพิกถอน หมายจับและมคี าํ สงั่ ใหข้ ยายเวลาการคุมความประพฤติ - ทีมอสค.สรา้ งระบบ แบบฟอรม์ ต่างๆ ข้ึนใช้เป็นการควบคุมภายใน โดย อ.พระพทุ ธบาทเป็นตน้ แบบให้แก่ทมี ต่างๆ - ระบบการทาํ งาน มีการทาํ หนงั สือ ไปยงั นายอาํ เภอ เพือ่ ใหท้ ราบถงึ งานบรกิ ารสงั คม และทางอําเภอจะกระจายไปยงั สว่ นตา่ งๆ ตอนนี้ หนว่ ยงานตา่ งๆต่างกต็ อ้ งการผ้ถู ูกคมุ ฯไปทาํ งานบริการสงั คม - ระบบการติดตามสอดส่อง อสค.แต่ละคนรบั ผดิ ชอบไมไ่ ด้ไปเป็นทมี ในเขตพระพุทธบาท ไปเปน็ ทมี ในเขตเสาไห้ - โปรแกรม/กิจกรรมของพระพทุ ธบาททน่ี า่ สนใจ คอื การนัดผถู้ กู คมุ ฯ และครอบครัวไปวนั ปฐมนเิ ทศ การฝึกอาชพี คา่ ยยาเสพติด กจิ กรรมตามประเพณี หรอื เทศกาล เช่น ตกั บาตรดอกไม้ - ออกสอดส่อง เดอื นละ 1 ครัง้ - จดุ เด่นคอื มเี ครือขา่ ยชมุ ชนและมีผนู้ ําชมุ ชนสนับสนุนการ ดาํ เนินงานของอสค.ซ่งึ เปน็ ศักยภาพท่อี สค.หาได้เอง - จุดเดน่ คือ ทีมในทกุ อาํ เภอมกี ารประสานความรว่ มมอื กนั มกี าร แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ - การมอบหมายให้ อสค.ออกสอดส่อง ผูก้ ระทาํ ผิดในพนื้ ทจ่ี าํ นวน มาก อาจสง่ ผลกระทบตอ่ งบประมาณดา้ นค่าคดีของสาํ นกั งานได้
134 ตารางที่ 9การนําเสนอผลงาน การสงั เกต สมั ภาษณ์ ผปู้ ฏิบัติงานทีมบูรณาการชุมชนในพืน้ ท่ี (ตอ่ 15) แหลง่ ข้อมลู ขอ้ มูล สนง.คป.จ สระบุรี - บางอําเภอมี อสค.นอ้ ยเกนิ ไป ควรจัดอบรมอาสาสมคั รคุมประพฤติ ผบู้ ริหาร เพมิ่ เตมิ พนกั งานคมุ ประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ - ชุมชนใหค้ วามร่วมมือ เขา้ มามสี ่วนรว่ ม และใหก้ ารสนบั สนนุ อสค.อ.นงนุช สอนราช - จัดสมั มนา อสค.ทไี่ ม่เขา้ ร่วมโครงการกบั ทีเ่ ข้ารว่ ม เพื่อแลกเปล่ยี น อสค.ลขิ ิต ฉัตรจันทร์ ประสบการณ์ และพฒั นางานน้ีใหด้ ีย่ิงข้นึ - เป็นอาจารยเ์ กษียณอายกุ อ่ นกําหนด อยากใช้เวลาท่มี ที ําประโยชน์ ให้คนรุ่นหลัง ให้ชุมชน เท่าท่ที ําได้ ตงั้ ใจว่าอยากทําด้านฝึกอาชพี พอคมุ ประพฤตมิ ีโครงการนี้ก็ตรงกบั ใจ ได้ใชเ้ งินท่ีไดเ้ กษยี ณอายุมา ปรบั ปรงุ บา้ นให้เปน็ ศนู ย์ประสานงาน อสค. รบั รายงานตัว จดั กิจกรรม และเป็นศนู ยฝ์ กึ อาชีพด้วย ก็ดึงพวกลกู ศษิ ยม์ าช่วยงานคุม ประพฤตทิ ี่ศูนยฯ์ ผูถ้ กู คมุ ฯ ไมม่ าก็ไปตามท่ีบา้ น หาบา้ นไม่เจอก็ไป ทอี่ ําเภอ ประสานงานกบั ฝา่ ยปกครอง ตามจนเจอ บางรายมี หมายจบั ไมร่ จู้ ะทาํ ยังไง ก็พาไปพบศาลไปรับรองวา่ จะดูแลใกลช้ ดิ - ศาลท่านก็เข้าใจใหค้ ุมประพฤตติ อ่ เปน็ ผลดีกบั ผถู้ ูกคุมฯ เราก็จะจดู แลเขาใกลช้ ิดไม่ให้ทําผิดอกี ทผี่ า่ นมาพคป.มีคดีเยอะดูแลไม่ทัว่ ถึง ตอนน้ีเรากม็ าชว่ ยกันเพราะเปน็ ลูกหลาน เป็นลกู ศษิ ยข์ องเราท้งั น้ัน สนง.คป.ประจาํ ศาล - ดําเนินการกับกล่มุ เปา้ หมายทกุ ประเภท แต่แยกผ้เู ข้ารบั การฟืน้ ฟู จงั หวดั พระโขนง - รับผดิ ชอบท้ังหมด 4 เขต บางนา พระโขนง ประเวศ สวนหลวง พนักงานคุมประพฤติ รวม 5 ทีม แตล่ ะทีมมอี สค. 6-7 คน - กิจกรรมแกไ้ ขฟ้ืนฟู แบ่งเป็น 6 กิจกรรม มี ปฐมนิเทศช้แี จง เงื่อนไข การใหค้ วามรกู้ ฎหมายทั่วไปและการคุมประพฤติ - ทกั ษะการควบคมุ ตนเอง ทกั ษะอาชพี ทักษะทางสงั คม จรยิ ธรรม กิจกรรมต่างๆ จะทําทุกเดือนๆละ 4 ครงั้ กาํ หนดปฏทิ ินไว้ทุกวนั พฤหสั ตอนเช้าจะมีกจิ กรรมเหลา่ น้หี มนุ เวยี นสับเปลีย่ นกนั ไป - คดเี ด็กจะจัดกิจกรรมทกุ วันองั คารบ่าย การปฐมนเิ ทศ การเหน็ คุณคา่ ตนเอง เสรมิ ทกั ษะทางสงั คม ปจั ฉมิ นเิ ทศ
135 ตารางท่ี 9การนาํ เสนอผลงาน การสังเกต สัมภาษณ์ ผปู้ ฏบิ ัตงิ านทมี บรู ณาการชุมชนในพืน้ ที่ (ตอ่ 17) แหลง่ ข้อมูล ขอ้ มลู สนง.คป.ประจาํ ศาล - กรณพี กั /ลด ปฐมนเิ ทศ การมองเห็นคุณคา่ ตนเอง มองโลก จังหวดั พระโขนง ทางบวก เสรมิ สร้างทักษะทางสงั คม ทักษะการแกป้ ญั หาการ พนกั งานคุมประพฤติ จดั การความเครยี ด จรยิ ธรรม ปจั ฉิมนิเทศ - โครงการน้ีชว่ ยจัดรปู แบบการทาํ งานให้ อ.ส.ค.มีส่วนร่วมอย่างเปน็ รปู ธรรมมากขน้ึ - อสค.อาจมสี ่วนรว่ มในทกุ ข้นั ตอนการสอดส่อง เชน่ การ ลงทะเบียนการเขียนปกสาํ นวน การสอบปากคาํ เบ้ืองตน้ การเกบ็ หลักฐาน การช้แี จงเงือ่ นไข การรบั รายงานตัว การสงเคราะหแ์ ละ การทํางานบริการสงั คม การใหค้ ําปรึกษา การรว่ มกจิ กรรมแกไ้ ข ฟนื้ ฟู เปน็ ต้น - การโอนประเด็น อ.ส.ค.จะเขียนคํารอ้ ง การเตือน ท้งั หนงั สือและ โทรศพั ท์ และออกสอดส่อง การเขยี นรายงาน การประเมินผล จัดเรยี งเอกสารต่างๆ - เน่อื งจากมี อ.ส.ค.เข้าร่วมโครงการจํานวนมาก จงึ กําหนดตารางการ ปฏิบตั งิ านให้อสค.ในคดเี ขา้ มาใหม่ การดาํ เนนิ การใหผ้ ้ถู กู คุมฯท่ี ต้องการโอนย้ายไปรายงานตัวท่ีอนื่ หรอื ตอ้ งการสงเคราะห์ โดยจะมี อ.ส.ค.มาประจาํ วันละ 2-3 คน - คดีเด็กและเยาวชนจะมกี ิจกรรมแก้ไขฟนื้ ฟทู กุ วนั อาคารตอนบา่ ย คดีมาตรา 56 ลดวนั ตอ้ งโทษพักการลงโทษ มที กุ วันพฤหสั ฉะน้ัน อ.ส.ค.จากเขตต่างๆ เขตละ 1 คน กจ็ ะสง่ ตวั แทนมาเขา้ รว่ ม กจิ กรรมน้ี โดย มารบั รายงานตวั รับลงทะเบยี น เป็นวิทยากร ทาํ สันทนาการ - มีการประชุมอย่างนอ้ ยเดอื นละ 1 ครง้ั เพ่อื หารือกันถงึ ปัญหาการ ทาํ งานว่าแต่ละคนมปี ัญหาอะไร ก็จะมีการนดั ทีมงานซึ่งมี อ.ส.ค. ในทีม ซ่ึงจะมี 6-7 คนมาประชุมร่วมกบั พนกั งานคุมประพฤติ หวั หนา้ ทมี เดือนละ 1 ครั้ง แบง่ กนั ประชุมแยกตามวันตามเขตพ้ืนที่
136 ตารางท่ี 9การนําเสนอผลงาน การสงั เกต สมั ภาษณ์ ผู้ปฏิบตั ิงานทมี บรู ณาการชมุ ชนในพนื้ ท่ี (ต่อ 18) แหลง่ ข้อมลู ข้อมูล สนง.คป.ประจาํ ศาล - การทํางานงานสํานวน สํานกั งานฯกําหนดวา่ ให้ อ.ส.ค.รบั ผิดชอบ จงั หวดั พระโขนง สาํ นวนตามกล่มุ เปา้ หมาย มกี ารแบง่ ให้ อ.ส.ค.ตามพ้นื ที่ใกลผ้ ้ถู ูกคมุ พนักงานคุมประพฤติ ฯติดตามเยยี่ มเยียน แตก่ ารทาํ สํานวน การรับรายงานตัว การ อาสาสมัครคมุ ประพฤติ ดําเนนิ กจิ กรรมแก้ไขฟ้นื ฟูตา่ งๆกจ็ ะทาํ รว่ มกันภายในทมี ของตนเอง อสค. กฤตภาส โพธ์ินิม่ แดง - ปญั หาอปุ สรรคของสาํ นักงานฯ คอื ความพรอ้ มของ อ.ส.ค. คอื ว่า ฯลฯ บางท่านตอ้ งประกอบอาชีพ ฉะนั้นการทํางานทสี่ าํ นักงานฯไม่ สามารถทําไดอ้ ย่างเต็มที บางทีมอาจตอ้ งหยุดชะงัก แตบ่ างทีม อ. ส.ค.อุทิศตน กไ็ ม่มปี ญั หาสามารถดาํ เนนิ การได้อย่างต่อเน่อื ง - ผลการดาํ เนนิ งาน เดมิ อ.ส.ค.ไม่ค่อยเขา้ มาสาํ นกั งานฯ จะมากแ็ ค่ การส่งคดีหรือมาทํางานเล็กนอ้ ย หลงั จากการดาํ เนนิ โครงการน้ี ปรากฏว่า อ.ส.ค.หลายท่านมาบ่อย มาช่วยงานร่วมมากขึน้ - เกดิ กระบวนการเรียนรรู้ ะหวา่ ง อ.ส.ค.กบั พคป. พคป.ได้มโี อกาส สอนงานใหก้ ับอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ ทาํ ใหท้ ่านมคี วามรคู้ วาม เข้าใจในการปฏิบตั งิ านเพม่ิ มากขึ้น ส่วนพคป.เองกไ็ ด้เรียนรู้การ เป็นวิทยากร อยา่ ง อ.ส.ค.วทิ ยาเป็นผทู้ ม่ี คี วามร้คู วามสามารถใน การเปน็ วทิ ยากร พคป.ไดเ้ รียนร้ไู ด้เหน็ และฝกึ ฝน - ปัจจบุ ันถงึ แม้โครงการวิจยั น้จี ะเสรจ็ แลว้ แตท่ างสาํ นกั งานฯกย็ ังคง รปู แบบการทาํ งานแบบนต้ี ่อไป คอื ตอนนพ้ี ระโขนงจัดรูปแบบการ ทํางานเปน็ 3 สาย ก็จะมีสายประเวศ สวนหลวง บางนา พระโขนง ท้ัง 3 สายจะมหี ัวหนา้ เขตเขตละ 1 คน ดแู ลคดฟี ้ืนฟแู ละสอดส่อง แตล่ ะเขตก็จะดูแลผู้ถกู คุมฯ ทมี่ พี นื้ ท่พี กั อาศยั ในเขตน้ันๆ เหน็ ว่า โครงการลักษณะนเี้ ปน็ การทาํ งานท่ีดี สามารถเข้าถงึ ผูถ้ กู คมุ ฯและผู้ ฟน้ื ฟูได้มากขึ้น - การดําเนินงานแบ่งเป็น ๔ เขต โดยมี พคป เปน็ พีเ่ ลยี้ งแตล่ ะเขต - พคป. จะเปน็ ผ้คู ดั คดแี ต่ละเขต ซง่ึ อสค. แบง่ คดีตามพื้นทีเ่ ปน็ หลกั การทํางานมีการแบ่งหนา้ ทภี่ ายในทีม
137 ตารางที่ 9การนําเสนอผลงาน การสังเกต สัมภาษณ์ ผู้ปฏิบัตงิ านทมี บูรณาการชุมชนในพนื้ ที่ (ตอ่ 19) แหลง่ ข้อมูล ข้อมลู สนง.คป.ประจําศาล - การทาํ งานเชงิ บรู ณาการจะทาํ สาํ เร็จไดก้ ต็ ้องอาศยั ท่าน จงั หวัดพระโขนง ผูอ้ าํ นวยการสํานักงานคุมประพฤตเิ ปน็ ผดู้ ูแลใหค้ าํ แนะนาํ และที่ อาสาสมัครคมุ ประพฤติ สาํ คัญทส่ี ุดคอื ตัวพนักงานคมุ ประพฤติ เราอย่กู นั แบบเครือญาติ อสค. กฤตภาส โพธ์ิน่ิมแดง อ.ส.ค.ยินดีทําทกุ อยา่ งทพ่ี นกั งานคมุ ประพฤตสิ ง่ มา ฯลฯ - การทํางานเชงิ บรู ณาการมกี ารปรึกษาหารอื กับเพือ่ นอาสาสมัคร คุมประพฤตดิ ว้ ยกัน - อ.ส.ค.จะร้จู ักชมุ ชนและประธานชุมชนในพน้ื ท่ีทุกชมุ ชน - บคุ ลกิ ภาพความเป็นกนั เองมีความสําคัญ การเป็น อ.ส.ค.ตอ้ งทํา ได้ทกุ อย่าง ใหผ้ มไปเต้นสันทนาการก็ทาํ ได้ ถา้ เราทาํ ได้ทุกอย่าง มันก็เปน็ กนั เอง - ต้องมีการให้เกียรตซิ งึ่ กนั และกนั ท้งั พคป.และผมู้ ารับบรกิ าร - การทํางานชุมชนต้องบูรณาการจริงๆโดยการเข้าถึงโรงเรียน วัด มัสยิด ศูนย์เครือข่ายยุติธรรมชุมชน (มี 1 ศูนย์) วัด มัสยิดให้ ความอนุเคราะห์บรรยายธรรม อ.ส.ค.ทํากิจกรรมนันทนาการ วิทยากรของเรามีครบ มัสยิดให้การอนุเคราะห์เครื่องด่ืมอาหาร ว่าง เพราะชมุ ชนตระหนักในปญั หายาเสพติด - การปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมฯต้องปฏิบัติเหมือนญาติ ถือคติความคุ้นเคย เป็นญาติอย่างยิ่ง จะต้องเดินไปหาผู้ถูกคุมให้เขายิ้มได้และพูดคุย กับเราได้ - กจิ กรรมบริการสังคม เอาความสะดวกผูถ้ กู คุมฯเปน็ หลกั - อ.ส.ค.พระโขนงมีการต้ังเป็นชมรมประมาณ 2-3 ปีแล้ว ผมก็มี ความคิดทําโครงการเข้าสู่ชุมชน โรงเรียนต่างๆ เช่น การต่อต้าน ยาเสพติด ฯลฯ กฎหมายทปี่ ระชาชนน่าจะรู้ - การหาวิทยากร คือ เครือข่ายที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย และ จากสาธารณสุข ฯลฯ - อ.ส.ค.ไม่ได้ทําเพ่ือเงินแต่ทําเพื่อความสุขของคน ประเทศชาติ สงั คม ครอบครัวเรา
138 ตารางที่ 9การนาํ เสนอผลงาน การสงั เกต สัมภาษณ์ ผูป้ ฏิบตั งิ านทีมบูรณาการชมุ ชนในพ้ืนท่ี (ต่อ 20) แหลง่ ข้อมูล ขอ้ มูล สนง.คป.ประจําศาล - จุดเด่น ได้รับความร่วมมือจากภาคีและได้ขอรับการสนับสนุน จังหวัดพระโขนง งบประมาณจากภาคี อาสาสมัครคมุ ประพฤติ - อุปสรรคด้านที่พักอาศัย การติดตามผู้ถูกคุมฯที่พักอยู่ในอพารต์ อสค. กฤตภาส โพธิน์ ิ่มแดง เม้นท์ คอนโดจะประสบปญั หาเขา้ พบไปไม่ได้ ติดต่อไมไ่ ด้ ฯลฯ สนง.คป.ประจําศาล - เริม่ จดั การอบรมอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 7-8 กนั ยายน 2554 จังหวัดมีนบรุ ี - มกี ารประชุมภายในสาํ นักงานฯวา่ จะนาํ รอ่ งในภารกจิ กลมุ่ เดก็ และ พนักงานคมุ ประพฤติ อสค. รฐั กจิ พงศ์ เจรญิ เยาวชน จาํ นวน 500-700 คดี ฯลฯ - มีการวางแผนปฏบิ ัตกิ ารและเตรียมการแลว้ แตเ่ กิดปัญหาน้ําท่วม ใหญใ่ นเดือนตลุ าคม-พฤศจกิ ายน 2554 หลงั จากนนั้ เป็นช่วงฟ้ืนฟู สภาพหลังน้าํ ท่วม ทัง้ เด็กและเยาวชน และอสค.ในโครงการตา่ ง ประสบกบั ปญั หาจึงไมส่ ามารถดาํ เนินการต่อใหท้ ันกําหนดเวลาได้ - แตส่ นง.คุมประพฤตไิ ดป้ รับเปลีย่ นแผนโดยการให้อาสาสมัครคุม ประพฤติท่ผี ่านการอบรมทมี บรู ณาการแล้ว นําหลกั ทมี บรู ณาการ ไปใชใ้ นการตดิ ตามสงเคราะหผ์ กู้ ระทําผดิ หลงั ปลอ่ ย ซงึ่ สํานักงาน คุมประพฤตยิ งั คา้ งดาํ เนินการอยู่ ปรากฏว่าไดผ้ ลเปน็ ทีน่ า่ พอใจ โดยผู้พ้นโทษไดร้ ับการฝกึ อาชีพ และมีการสอบถามความตอ้ งการ ในการขอรับความช่วยเหลือ - เจ้าหนา้ ทต่ี ้องยา้ ยเปล่ยี นงาน ความเขา้ ใจของเจา้ หน้าท่ีเก่ียวกบั โครงการฯ กย็ งั ไม่เตม็ ท่ี มงุ่ แต่งานเฉพาะหน้า
139 4.6 ผลการดาํ เนินการวิจยั ระยะท่ี 4 การสัมภาษณผ์ บู้ รหิ ารระดับสงู 4.6.1 จากการสัมภาษณ์ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยคณะวิจัย เมื่อ วันท่ี 9 กรกฎาคม 2555 ปรากฏขอ้ มลู สรุปได้ ตาม ตารางที่ 10 ดังนี้ ตารางท่ี 10 สมั ภาษณ์ปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม ข้อมลู ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุตธิ รรม ประเดน็ ยตุ ธิ รรมทางเลือก - แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาชนในระบบยุติธรรม และยุติธรรมชุมชน เป็นส่ิงท่ีได้รับการยอมรับในระดับสากล และมีมาช้านาน การทํางาน ทีมบูรณาการ คือการนํา ร่วมกันแบบเป็นหุ้นส่วนใด ๆ ระหว่างหน่วยงานในกระบวนการ อาสาสมัครคุมประพฤติมา ยุติธรรม และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งหลายกับชุมชน โดยยึดชุมชนเป็น ทํางานเป็นทีมร่วมกับ ศูนย์กลางเพ่ือป้องกันหรือควบคุมอาชญากรรมท้ังโดยตรงและโดย พนักงานคุมประพฤติใน อ้อม ในระดับเพ่ือนบ้านหรือในระดับชุมชน เป็นแนวทางท่ีกระทรวง การทํางานเชิงพ้ืนท่ี ทั้ง ยุติธรรมสนับสนุน และต้องการให้เกิดขึ้น หลักนิติธรรม (The Rule การรับรายงานตัว การจัด of Law) ในบา้ นเมืองเราดว้ ย...หลักนิติธรรมเป็นพ้ืนฐานของธรรมาภิ กิจกรรมแก้ไขฟื้นฟูงาน บาลหรือ “การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี” (Good บริการสังคม โดยมี อสค. Governance) ก็เป็นองค์ประกอบสําคัญของสังคมที่ยุติธรรม เป็น และเครือข่ายยุติธรรม ฐานสําคัญของความเจริญทุกด้าน ก็พยายามผลักดันให้มีเครือข่าย ชมุ ชนเปน็ แกนประสานกบั ยุติธรรมชมุ ชน กรมคมุ ประพฤติ ก็มสี ว่ นอย่างมาก งานยุติธรรมชุมชน อบต.และสถาบันต่างๆ ใน กส็ ง่ เสริมสนบั สนุนภารกิจของกรมคมุ ประพฤติด้วย ชุมชน เช่น ครอบครัว วัด - แนวคิดยุติธรรมชุมชน (community justice) เดิมชุมชนจะ โรงเรียน ฯลฯ โดยมีพคป. มรี ะบบ รูปแบบในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชุมชนเอง แตกต่าง เปน็ ผรู้ ับรองคุณภาพงาน กันไปตามวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ของแต่ละท้องถ่ิน เมื่อรัฐได้ เข้ามาดูแลก็จะมีลักษณะเชิงอํานาจ กําหนดหลักเกณฑ์ สั่งการ ส่วน ชุมชนมีหน้าท่ีทําตามและรอรับความช่วยเหลือจากรัฐ เม่ือเกิดปัญหา ข้อพิพาทในชุมชนก็นําเข้าสู่ระบบยุติธรรมหลัก แต่กระบวนการ ยุตธิ รรมของรัฐเปน็ รูปแบบเดียว ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมท่ีแตกต่าง กัน คดีความต่างๆ ก็คั่งค้างอยู่ในระบบยุติธรรมหลัก ท้ังท่ีบางคดีอาจ สามารถคลค่ี ลายได้อย่างสมานฉนั ท์ในระดบั ชมุ ชน ระดับทอ้ งถ่ิน
140 ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยตุ ธิ รรม ประเดน็ ข้อมลู - ทางเลือกของกระบวนการยุติธรรมก็คือ การคืนอํานาจการ แก้ไขปัญหากลับไปสู่ชุมชน โดยที่รัฐยังมีหน้าท่ีให้การสนับสนุนชุมชน ให้เกิดความแข็งแกร่งเพียงพอท่ีจะดูแลแก้ไขปัญหาท่ีเกิดในชุมชนได้ ขณะเดียวกันรัฐควรเปิดช่องทางให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการยุติธรรมทางอาญามากข้ึนในทุกข้ันตอน ตั้งแต่ก่อนการ ดาํ เนนิ คดแี ละภายหลังจากศาลมคี ําพพิ ากษา ยตุ ิธรรมทางเลือก - แนวทางยุติธรรมทางเลือก ยุติธรรมชุมชน ก็อยู่ในนโยบาย นโยบายกระทรวง ของกระทรวงชัดเจน มีในแผนยุทธศาสตร์กระทรวงยุติธรรม ที่ว่าจะ ยตุ ธิ รรม สร้างความเป็นธรรมทางสังคม (social justice) ท่ีเปิดโอกาสให้ แผนยุทธศาสตร์กระทรวง หน่วยงาน ผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ประชาชน ชุมชน ฯลฯ มีบทบาทและ ยุตธิ รรม ส่วนร่วมกําหนดแนวทาง หลักเกณฑ์ กลไก วิธีการ และร่วม (พ.ศ. 2552 – 2555) ปฏิบัติงานการป้องกันควบคุมอาชญากรรม จัดระเบียบชุมชน แก้ไข ปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาเด็กเยาวชนกระทําผิด และการกระทําผิด กฎหมายระดับที่ไม่ซับซ้อนรุนแรง เยียวยาเสริมพลังเหย่ือ อาชญากรรม และแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน โดยดําเนินการ ร่วมกับกระบวนการยุติธรรมหลัก หรือส่งเสริมสนับสนุนการ ดําเนินการของกระบวนการยุติธรรมหลัก เพ่ือความปลอดภัยในชีวิต และทรพั ย์สนิ ของประชาชน ความมน่ั คงของประเทศ - ยุติธรรมชุมชน เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามี ส่วนร่วมหรือเป็นหุ้นส่วนในการป้องกัน ควบคุม จัดการความขัดแย้ง เชิงสมานฉันท์ ลดและเยียวยาความเสียหายหรือความรุนแรงที่เกิด จากอาชญากรรมหรือการกระทําผิด ตลอดจนคืนคนดีกลับสู่ชุมชน ด้วยการพัฒนาระบบยุติธรรมชุมชน โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้ประชาชน รู้สึกมั่นคงปลอดภัยและเข้าถึงความยุติธรรม เพ่ือให้ชุมชนมีศักยภาพ และความสมานฉนั ท์ และมกี ลไกการ ทาํ งานตามระบบยุตธิ รรมชุมชน ที่เชื่อมโยงกับระบบยุติธรรมหลักอย่างมีประสิทธิภาพ งานคุม ประพฤติก็เป็นส่วนหน่ึงของยุติธรรมชุมชน ในต่างประเทศมีการ เปล่ียนชื่อกรมคมุ ประพฤตเิ ป็นกรมยตุ ธิ รรมชมุ ชนนานแล้ว
141 ดร.กติ ตพิ งษ์ กติ ยารกั ษ์ ปลัดกระทรวงยตุ ิธรรม ขอ้ มูลปลัด ประเดน็ เครือขา่ ยยตุ ธิ รรมชุมชน - การจัดต้ังเครือข่ายยุติธรรมชุมชน ก็มาจากแนวคิดยุติธรรม ชุมชนท่ีนํามาสู่ยุทธศาสตร์หน่ึงของกระทรวง(ยุติธรรมถ้วนหน้า กรมคุมประพฤติ ประชามีส่วนร่วม (Justice for all, all for justice) ในความเป็นจริง เครือข่ายยตุ ธิ รรมชมุ ชน ความเข้มแข็งยั่งยืนของยุติธรรมชุมชน..นโยบายทางการเมืองก็เป็น กับยุตธิ รรมจงั หวัด ปัจจัยสนับสนุนสําคัญ ทิศทางในอนาคตข้ึนอยู่หลายๆปัจจัย ในช่วงท่ี ผ่านมา เราเน้นในเร่ืองเครือข่ายท่ีเป็นการเอ็มพาวเวอร์ (เสริมพลัง) ช่วงปี 2544-2548 – ประชาชนซงึ่ ต่างจากเครือขา่ ยท่ัวไปทีท่ ํากนั ขณะทา่ นดาํ รงตําแหน่ง อธิบดกี รมคมุ ประพฤติ - การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างกรมคุมประพฤติกับยุติธรรม ทา่ นไดเ้ สนอแนวคิดขยาย จังหวัด มองในเชิงทางปฏิบัติว่ากรมคุมประพฤติเป็นหน่วยที่มีอยู่แล้ว กรอบงานคมุ ประพฤตเิ ข้า มีความคุ้นเคยกับเครือข่ายมากที่สุด ถ้าเริ่มจากการเอากรมคุม สมู่ ติ ขิ องยุตธิ รรมชมุ ชน ประพฤติเป็นผู้สร้างเครือข่ายยุติธรรมชุมชนน่าจะมีความสําเร็จ และเปลย่ี นชือ่ องค์กรให้ เพราะว่าองค์กรท่ีจะจัดการยุติธรรมจังหวัดไม่มีอยู่เลย ถ้ามีการที่จะ ครอบคลมุ ภารกจิ เพราะ ไปสร้างข้ึนมาใหม่โดยมีแนวคิดคล้ายๆ กับท่ีกรมคุมประพฤติสร้าง ช่ือหนว่ ยงานเดิมยังไม่ เครือข่ายยุติธรรมชุมชนโดยเข้าใจก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คิดว่ากรมคุม ครอบคลุมภารกจิ -เชน่ การ ประพฤติทําน่าจะดี ถ้าคุยกันว่าคุมประพฤติจะทําหรือไม่ มีความคิด สงเคราะห์หลังปล่อย การ หลากหลายมาโยงกันว่า ถ้าทําแล้วคุมประพฤติจะพัฒนาการจาก ทาํ งานบรกิ ารสงั คม-โดย องค์กรคุมประพฤติไปสู่เร่ืองของการเป็นองค์กรแก้ไขฟ้ืนฟูฯผู้กระทํา ผิดในชุมชนได้จริงไหม ต้องเร่ิมจากฐานคุมประพฤติไปสู่ความเข้าใจ เป็น manager ของยุตธิ รรมชมุ ชน - ตอนน้ันชวนคิดถึงข้ันเปล่ียนชื่อหน่วยงานใหม่ แต่ถ้า เปล่ียนช่ือหน่วยมันจะเปล่ียนภารกิจไปด้วยคนรุ่นใหม่ก็จะเข้าใจ ตราบใดท่ีใช้คําว่าคุมประพฤติน้ีก็ยังคุมประพฤติอยู่อย่างเดิม ถ้าใช้ คําว่ากรมยุติธรรมชุมชนก็ตรงตัวเลย ยุติธรรมชุมชนมีฐานหน่ึงคือ คุมประพฤติ
142 ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม ประเดน็ ขอ้ มูลปลัด ใชช้ ่ือหนว่ ยงานว่า “กรม แม้ขณะน้ีก็กําลังผลักดัน ยุติธรรมจังหวัด โดยหวังว่าจะหน้าท่ีนํา ยตุ ิธรรมชุมชน” หรือ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน แต่ถ้าเขาทําไม่สําเร็จ ก็จะกลับไปท่ีกรมคุม กรมคุมประพฤติและ ประพฤติ อยู่ท่ีว่ากรมมีศักยภาพพอไหม? มีวิสชั่นพอไหม? มีผู้นําท่ี ยตุ ธิ รรมชุมชน” และ เข้มแข็งในการที่เปลี่ยนงานของการคุมประพฤติไปสู่ชุมชน ซึ่งความ ขยายภารกจิ ออกไป จริงก็หนักอยู่เหมือนกันคุมประพฤติเป็นแค่ส่วนหนึ่งคร่ึงเดียว แต่ถ้า ครอบคลุมงานยตุ ิธรรม เดินไปทางน้ันมันสําเร็จค่อยข้างง่าย เพราะไปแล้วคร่ึงนึง แต่ถ้า ชมุ ชนท้ังระบบ ยุติธรรมจังหวัดมันเกิดก็จะช่วยแบ่งเบา คิดว่าถ้ามีคนทางคุมประพฤติ มีการพัฒนาต่อก็น่าจะไปได้ เพียงแต่ต้องการผู้นําที่เข้มแข็ง ทําให้คน คมุ ประพฤตซิ ่ึงมีศักยภาพอยูแ่ ลว้ เหน็ ดดี ้วย ทมี บูรณาการชมุ ชนเพ่อื - การแก้ปัญหาราชทัณฑ์- คนล้นคุก การแก้ปัญหาสังคมไทย การแก้ไขฟ้นื ฟูผ้กู ระทํา ตอ้ งกลบั ไปหาชมุ ชน การคิดเรอื่ งทมี บรู ณาการ มีโครงการทดลองเป็น ผิด การเข้าไปหาชุมชนอีกก้าว มีอาสาสมัคร มีเครือข่ายยุติธรรมชุมชน เขา้ มามีส่วนร่วมกับพนักงานคุมประพฤติ ทํางานในชุมชนร่วมกับภาค ประชาสังคม สถาบันต่างๆ ในชุมชน มาถูกทาง เราต้องรู้วิธีการ ทํางานร่วมกับชุมชนด้วยอาจจะไปหาต้นทุนทางสังคมทรัพยากรใน ชุมชนมาช่วยดแู ลได้อกี พสิ จู น์ใหเ้ หน็ ว่าคนท่ีมีศกั ยภาพหาได้ - งานชุมชนช่วยพนักงานคุมประพฤติให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ ช่วยลดงานและคุมประพฤติไม่ให้คนกลับไปกระทําผิดซํ้าอีก นอกจากน้ันการท่ีตัวเองเป็นเครือข่ายชุมชนแล้ว ชุมชนสามารถใช้ ประโยชน์ตรงอ่ืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ถ้ามีรูปธรรมของงานคุม ป ร ะ พ ฤ ติ ห ลั ก เ อ ง ก็ จ ะ ทํ า ใ ห้ ข้ อ ส ง สั ย ข อ ง เ ข า แ ล ะ แ น ว คิ ด จ ะ เปลี่ยนแปลงผิดหรือถูกจะช่วยได้มากขึ้น ช่วยให้คนท่ีเป็นนักยุติธรรม ชมุ ชนตง้ั แตต่ ้น เทรนการทาํ งานกบั ชุมชนใหร้ สู้ กึ วา่ เขามที างไป - อย่างเร่ืองวิชาการต่างประเทศแนวคิด การจัดประชุม สหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทาง อาญา สมัยท่ี 13 ซ่ึงจะจัดข้ึนที่กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ ในปี 2015 พระองค์ภาท่านเป็นหลักเป็นประธานท่านก็ส่งเสริมผลักดันทาง แคนาดาให้ไทยเปน็ เจ้าภาพรว่ ม
143 ดร.กติ ตพิ งษ์ กติ ยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุตธิ รรม ประเดน็ ข้อมลู ปลดั แนวคิด การป้องกันอาชญากรรมสิ่งที่เราทําก็ประมาณนี้ เรื่อง โครงการที่เราทําสําเร็จในการทําให้ชุมชนเป็นตัวอย่างที่ดีของการเกิด ข้อพิพาท ดูแลเหย่ือ ดูแลผู้กระทําความผิดรับกลับคืนสู่สังคมอย่าง เป็นระบบ โดยเป็นชุมชนเข้มแข็ง ช่วยลดเรื่องปัญหาความเล่ือมล้ํา ความยากจนโดยกลุ่มคน ซึ่งเราก็ได้ยกตัวอย่างในเรื่องของภัย เรื่องยา เสพติด ถ้าเราใช้ศักยภาพชุมชนมีการจัดการอย่างเหมาะสม ชุมชน สามารถพัฒนาในเร่ืองยาเสพติดได้โดยไม่ต้องเข้าไปเป็น ผู้กระทํา ความผิดซึ่งนน้ั คอื โมเดลยาเสพตดิ มคี วามซบั ซอ้ นระดบั หนงึ่ แตโ่ มเดล ท่วั ไปของสงั คมก็นาํ มาใชไ้ ด้ดว้ ย - การวิจัยน้ี และท่ีเก่ียวข้องกับการมีส่วนร่วมของอสค. ของ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ในกระบวนการยุติธรรมน่าจะมีการนําเสนอ เมอ่ื ทีมบูรณาการเขม้ แข็ง บนเวทสี ากล โดยมีอสค.ท่ีมคี วามรู้ ผ่าน - การทดลองใช้ทีมบูรณาการชุมชนก็เป็นส่ิงที่ดีในการแก้ไข การฝกึ อบรมเข้ามา ฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน และควรมีการแชร์น้ําหนักการทํางานที่ ชว่ ยงานควบคมุ สอดส่อง เหมาะสมระหว่างสืบเสาะ สอดส่อง และสงเคราะห์ต้องทํา แบ่งงาน และแกไ้ ขฟื้นฟู อาจมี สอดสอ่ งไปใหภ้ าคประชาสังคมมากข้ึน และเพิ่มพ้ืนที่ในการสืบเสาะก็ พคป.สว่ นหนึง่ กลับไป มคี วามเป็นไปได้ เสริมงานสืบเสาะฯ ให้ - เป็นข้อเรียกร้องอยู่แล้วว่าทําไมคดีเบาๆ ถึงสืบเสาะ คดี กลับสมู่ าตรฐานทค่ี วรเปน็ หนักๆ ก็ต้องมีข้อมูลมากขึ้นกว่าสืบเสาะ ตอนที่เป็นอธิบดีก็เป็นเรื่อง และรองรบั ปริมาณงาน ว่าเราจะบกุ งานไหน มันกม็ ีเหตุท่ีขยายไปดว้ ยซาํ้ ในขณะเดียวกนั เรื่อง สบื เสาะฯไดเ้ พิ่มข้ึน ชุมชนก็เป็นเร่ืองที่ท้าทาย เร่ืองยาเสพติดเข้ามาแล้วกต็ ้องตัดสนิ ใจ - ในเร่อื งคําพิพากษาทเ่ี หมาะสมกับกรณี พระองค์ภาท่านเคยมี รับส่ังว่าต้องเพ่ิมไปในสืบเสาะให้มีความชัดเจน น่ันก็เป็นทางเลือกอีก ทาง น่าเสียดายท่ีคนไม่เข้าใจวิสช่ันของทางเลือกท่ีแก้ปัญหาในระบบ ได้ ประคองไปเรื่อยๆไม่ได้มีอะไรใหม่ในเชิงแก้ปัญหาโครงสร้างใน ระบบยุตธิ รรม - เร่ืองทีมบูรณาการก็ พยายามผลักดันดูเพราะว่าอันนี้เป็น งานหลกั และเป็นทิศทางในอนาคตของเรา
144 4.6.2 จากการสัมภาษณ์ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รับผิดชอบ กลุ่มภารกิจพัฒนาพฤตินิสัย เมื่อวันท่ี 16 กรกฎาคม 2555 ปรากฏข้อมูล สรุปได้ ตาม ตารางที่ 11 ดังน้ี ตารางที่ 11 สัมภาษณ์ รองปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม กล่มุ ภารกิจพัฒนาพฤตินิสัย นายชาญเชาวน์ ไชยานกุ ิจ รองปลัดกระทรวงยุตธิ รรม ประเดน็ ขอ้ มูลรองปลดั โครงการทีมบรู ณาการ - การดําเนินงานในทิศทางเข้าหาชุมชน ตามแนวคิดยุติธรรม ชุมชนเพอื่ การแกฟ้ ืน้ ฟู ชุมชนมันป้องกันอาชญากรรมในเชิงท่ีว่าถ้าชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้กระทําผดิ ในชมุ ชน เริม่ ตัวเองได้แล้ว ทํางานในชุมชนของตัวเองได้แทนท่ีจะรอให้คน ดําเนินการในระหวา่ งที่ ส่วนกลางอย่างเราเข้าไปแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในพ้ืนท่ีเขา เช่น ท่านรองปลดั ฯ ดํารง ปัญหาโซนนิ่งเขาสามารถทําเองได้โซนนิ่งสิ่งอบายมุข โซนสิ่งแวดล้อม ตาํ แหนง่ อธิบดีกรมคมุ การจราจร ปัญหาเด็กเยาวชน ถ้าเขาพัฒนาได้ไปถึงตรงนั้นโดย ประพฤติ ร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา อัยการ นี้คือแนวคิด ยุติธรรมชุมชนจะยกระดับหรือแนวคิดทําอย่างไรให้เขาหลุดจากการ ไกล่เกล่ียข้อพิพาทและเร่ืองราวร้องทุกข์ไปถึงการทําให้หน่วยงาน ต่างๆ มองเขาเป็นศูนย์กลาง เป็นส่ิงที่คิดและต้องการทํา และ สนบั สนุนมาโดยตลอด - กระทรวงพยายามผลักดันงานยุติธรรมชุมชน และโครงสร้าง ยุติธรรมจังหวัดมาตลอด โดยต้องการให้บริการของกระทรวงเข้าถึง ชุมชนได้เป็น step แรก และมีแผนงานว่าทําก่ีปี เมื่อเขารู้จัก กระทรวง แล้วstepต่อไปถึงขั้นว่าเขาป้องกันอาชญากรรมได้จริง ทํางานแบบเห็นปัญหาของชุมชนเองได้ ถ้าเขารู้จักกระทรวงแล้วเรา เชื่อมโยงต่อไปตรงนน้ั ไดไ้ หม เชื่อมโยงกับ อบต.เองได้ไหมทําให้ อบต. มาเห็นปญั หาการปอ้ งกันอาชญากรรมได้ แล้วให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและระบบอํานวยความยุติธรรมในจังหวัดในท้องถิ่นมาทํางาน กับเขา ถ้าให้ประชาชนทําอย่างเดียว เขาก็ต้องการงบประมาณ แต่ จริงๆ แล้วถ้าได้ตามconcept แบบนี้ไม่ต้องใช้งบประมาณเพราะ งบประมาณอยู่กับหน่วยต่างๆ แล้วตีความคําว่าการอํานวยความ ยตุ ธิ รรมในชุมชนกวา้ งข้นึ อยั การกม็ าเป็นวิทยากรชมุ ชน
145 นายชาญเชาวน์ ไชยานุกจิ รองปลัดกระทรวงยตุ ิธรรม ประเดน็ ขอ้ มลู รองปลดั ทีมบรู ณาการชุมชน ไม่ต้องรอให้กรมคุ้มครองสิทธิ์หรือสํานักกฎหมายหรือเราออกมา บรรยายกฎหมายทุกอย่างอยู่ในพื้นที่ ผู้พิพากษาก็ยกประเด็นข้ึนมาว่า คดีเหล่าน้ีสูงขึ้น ยุติธรรมชุมชนทั้งจังหวัดจะช่วยอย่างไรหรืออําเภอนี้ จะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างไร ปปส.ก็มีอยู่ในพื้นที่ เพราะฉะน้ันการท่ี จะทาํ ใหย้ ุตธิ รรมชุมชนเขา้ ใจแนวคดิ นี้ไมต่ อ้ งใช้งบ งบอยู่กับหน่วยงาน ต่างๆ เพียงแต่ว่าเราจะดึงดูดอย่างไรให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนสามารถใช้ งบประมาณและหน่วยงานตามฟั่งชั่น น่ันเป็นภาพรวมและทิศทาง ของกระทรวงยตุ ธิ รรม ในสว่ นของกรมคุมประพฤติ การทํางานเป็นทีม ร่วมกบั อาสาสมคั รคุมประพฤติและเครือข่ายยุติธรรมชุมชนก็มาถูกทิศ สอดรบั กบั นโยบายและแผนกลยทุ ธข์ องกระทรวง - ดังน้ัน ในขณะท่ีเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติก็สนับสนุนเต็มที่ และต้องการให้มีการใช้ระบบรูปแบบของทีมบูรณาการโดยให้มี เป้าหมาย 80 สาํ นกั งาน แทนที่จะเป็น 8 สํานักงานอย่างทุกวันน้ี เดิม ตามโครงการวิจัยเห็นว่าจะทดลองที่เดียว แต่คณะกรรมการวิจัยของ กระทรวงอยากให้ทดลองท้ัง 4 ภาคใช่ไหม? กรมคุมประพฤติก็ให้ งบประมาณเพ่ิม ก็ขึ้นมาเป็น 8 สํานักงาน แต่ผมเองก็ยังอยากให้ขึ้น ได้มากกว่าน้ี เร็วกว่าน้ี แต่ก็ยังติดปัญหา เรื่องการสร้างคน ให้ความรู้ พนักงานคุมประพฤติ การเพ่ิมปริมาณ อสค.ให้ครบทุกพื้นท่ี ผมก็มี นโยบาย “1 ตําบล 1 อสค.” แต่ในด้านคุณภาพก็ต้องพัฒนา อสค. ให้มีความสามารถทํางานได้ ท่ีสําคัญ แม้ยุติธรรมชุมชน ผมว่าไม่ต้อง ใช้งบประมาณ แต่การให้อาสาสมัครมาช่วยงานเราอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องก็เหมือนงาน full time เขาเสียสละแล้ว และยังมีค่าใช้จ่าย อั น นี้ เ ร า ก็ ค ว ร ต้ อ ง ใ ห้ เ ข า ต า ม สิ ท ธิ ต า ม ท่ี เ ร า ไ ด้ ไ ป ต ก ล ง กั บ กระทรวงการคลังเอาไวแ้ ล้ว ทผี่ ่านมาเราใชง้ าน อสค.น้อยไป งบก็เลย นอ้ ย แต่ถ้าเราใช้รูปแบบทีมที่ว่า ก็ใช้ อสค.มากข้ึน งบประมาณก็ต้อง ขอต้ังเพม่ิ ตามผลงาน - ในเร่ืองหลักการ เหตุผลของทีมบูรณาการชุมชน ท่ีผมเห็น ด้วยมาตลอดเพราะมันสอดคล้องกับนโยบายทุกระดับ และก็เป็น แนวทางยุตธิ รรมสากล แตค่ นของเราขาดความรู้ ไมเ่ ข้าใจ
146 นายชาญเชาวน์ ไชยานกุ ิจ รองปลัดกระทรวงยุตธิ รรม ประเดน็ ขอ้ มลู รองปลดั ทมี บรู ณาการชุมชนท่ีเร่ิม เราไปสร้างก่อนเลย ถ้าตรงน้ีทําได้จะลดปัญหาอาชญากรรมและลด จากอสค. กบั การพฒั นา งานเราไดจ้ ริงแตพ่ ดู แล้วอาจจะเข้าใจยาก เครอื ข่ายยุตธิ รรมชมุ ชนควร เครอื ข่ายยตุ ิธรรมชุมชนซึง่ มีบทบาทส่วนหนง่ึ ในการแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ู้กระทําผดิ ในชมุ ชนอย่แู ล้ว ตอนน้ชี ะงกั ไปเพราะรอ โดยเฉพาะเรื่องวิสัยทัศน์อย่าลืม เรื่องความเป็นมืออาชีพคืออะไรเป็น ความชดั เจนของยตุ ิธรรม สําคัญ มืออาชีพของคุมประพฤติ-ทําอย่างไรให้สามารถทําให้สังคม จังหวัด ปลอดภัยจากการกระทําผิดซํ้า-ยุติธรรมชุมชนยืนยันว่าเป็นประโยชน์ กับเรามากที่สุด พัฒนาคนอย่างไร ทั้งตัวประชาชน ตัวเราเอง มอง โครงสร้างให้ชัดเพราะโครงสร้างมีอยู่แล้ว คณะกรรมการพัฒนา กระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ สนง.กิจการยุติธรรม สป. 2 หน่วยจน มาถึงระดับกรมทุกกรมยึดแนวคิดยุติธรรมชุมชนก็ไปสู่ สนง.ยุติธรรม จงั หวดั ลงสู่ประชาชนทศี่ นู ย์ยุตธิ รรมชมุ ชน การขับเคลื่อนให้มกี ารนาํ - การขับเคลื่อน สร้างความรู้ ความเข้าใจ ส่วนหน่ึงก็ต้องใช้การ วิธกี ารทมี บรู ณาการไปใช้ ประชาสัมพันธ์ เข้าช่วย เพราะคนส่วนใหญ่ ทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติอง ทางแกข้ องการตอ่ ต้าน คุมประพฤติเอง และคนทั่วไปขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดความ ความเปลย่ี นแปลง ยอมรับอะไรท่ีมันแตกต่างไปจากเดิม ผมถึงเคยมอบหมายให้ ผอ.ทํา แผนร่วมกับ ปชส.ให้ออกข่าว มีบทความ ข้อเขียน เก่ียวกับความ เคล่ือนไหวของโครงการน้ีให้เป็นประจํา สมํ่าเสมอ ถ้าคนเข้าใจผลดี เขากจ็ ะยอมเปลยี่ นแปลง 4.6.3 สรุปความคดิ เห็นจากการสมั มนาทางวิชาการ การสัมมนาผลการวิจัย เรื่อง การศึกษารูปแบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน โดยการมี สว่ นร่วมของชุมชน วนั ที่ 7 กนั ยายน 2555 ณ โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชน่ั กรงุ เทพมหานคร นางอภิรดี โพธิพ์ รอ้ ม ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 หัวหนา้ โครงการวิจยั ฯ เร่ือง \"การ จดั ทําฐานข้อมลู องค์กรเครอื ขา่ ยและพฒั นาองคก์ รในชุมชนเพื่อรองรับเดก็ และเยาวชนตามคาํ ส่งั หรือ คําพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครวั \" มีความเห็น และขอ้ เสนอแนะโดยสรปุ ในประเด็นต่างๆ ดงั น้ี - งานวจิ ยั ชิ้นนี้ เป็นการพฒั นาระบบขึ้นมาเพือ่ ทลายสภาวะการแบกรบั งานทีม่ ัน อาจจะไมม่ ที างออกอื่น หวงั พ่งึ รัฐบาลเพิ่มอัตรากําลงั ไม่ได้ โดยพยายามกระจายงานออกส่สู ง่ิ ท่ีมอี ยู่
147 เครื่องมอื เครอื่ งไม้ ทเ่ี คยพัฒนาข้ึน คิดวา่ เปน็ การคดิ รเิ ริม่ ทด่ี ี ริเรมิ่ ใช้เครื่องมือทม่ี อี ยูแ่ ลว้ คืออันหนึ่ง อสค. และยุติธรรมชุมชน เป็นตัวเสรมิ สนับสนุนในโปรแกรมการแกไ้ ขบาํ บัด แต่กเ็ นน้ การพัฒนา ระบบการทาํ งาน โดยยงั ไมเ่ ห็นภาพของงานแก้ไขบาํ บดั ฟนื้ ฟโู ดยชุมชน และ บทบาทของยตุ ธิ รรม ชมุ ชนชัดเจน จะมคี วามสัมพนั ธ์เชอ่ื มโยงเฉพาะพนักงานคุมประพฤตกิ ับ อสค. เท่านัน้ ฉะนน้ั อยากให้ เสรมิ จุดน้ีเข้าไป - สิง่ ทีท่ ํา คือ ปฏริ ูประบบงานล้นมอื จากพนกั งานคุมประพฤตไิ ด้สาํ เร็จ แต่ว่า เปา้ หมายของงานคุมประพฤตหิ วั ใจสําคญั อยู่ทก่ี ารแกไ้ ขพฤติกรรมคนเคยกระทาํ ความผดิ ชุมชนมี ศักยภาพสงู รขู้ อ้ มลู ของคนในชมุ ชนเปน็ อยา่ งดที ีจ่ ะบอกได้ว่าจะแก้ปัญหาคนเหลา่ นั้นอย่างไร เราต้อง ใช้ศักยภาพตรงนี้ให้เต็มที่ ทาํ ยังไงจะดึงเอายตุ ธิ รรมชมุ ชนมาออกแบบทาํ งานคูข่ นานบูรณาการดว้ ยที เดียวกนั มองภาพบูรณาการท้งั ระบบจากทุกอยา่ งท่ีเรามอี ยู่ในมอื ท่เี ปน็ ปจั จัยของเรามาดใู ห้รอบแล้ว คอ่ ยๆ เสริมระบบทเี่ รามอี ยแู่ ล้ว คอื อสค. เราตอ้ งใหค้ วามรใู้ ห้เขาเข้าใจบทบาทตรงนแ้ี ตถ่ ้าเราไม่ สามารถพฒั นาไปถึงจุดทเี่ ขาควรจะรู้แลว้ เราใหบ้ ทบาทเขามากเกินไป เราคงตอ้ งมองมมุ กลบั วา่ ผลรับ ท่อี อกมาอาจจะเลวรา้ ยหรอื เปน็ ผลดีกบั ผ้กู ระทําความผดิ อยากให้มกี ารเชื่อมโยง มกี ลไกการส่งต่อ - เร่ืองของ RJ เร่ืองของกระบวนการยตุ ิธรรมชุมชนสมานฉนั ทใ์ ชไ้ ดก้ บั ทกุ บรบิ ททัง้ เด็กและผู้ใหญ่ แล้วตรงนัน้ มันไมม่ ีแบบสําเร็จรูปคอื กระบวนการที่ใชถ้ ้าใช้ไปได้ถกู RJ วา่ เปน็ กระบวนการถอดหวั ใจมาคยุ กนั แลว้ มนั จะได้ขอ้ สรุปทมี่ ันลงตวั ทกุ ฝ่าย เพราะฉะนน้ั เคร่อื งไม้ เครื่องมอื ไม่ต้องใช้เยอะไมต่ ้องใช้ความร้อู ะไร แคใ่ ช้หัวใจดวงเดียวกนั เป้าหมายเดียวกัน อยู่กนั อย่างมี ความสุข เพราะฉะนัน้ ใชเ้ ป็นเคร่ืองมอื ในการแกไ้ ขผ้กู ระทาํ ความผิดโดยที่ท่านไมต่ อ้ งลงทุน ถา้ คุยกัน แลว้ รูเ้ รื่อง มแี ผนเรียบร้อย กระบวนการมนั เกดิ ในพื้นทีเ่ องไมต่ อ้ งอาศยั คนนอกด้วย คนในชุมชนนั่น แหละมศี กั ยภาพทีจ่ ะชว่ ยกนั ๆ แล้วเราก็เป็นตัวประสานที่ดใี นการดงึ ส่วนราชการอื่น ๆ ท่ีทํางาน เปา้ หมายเดียวกนั มาเสริมทพั ซ่ึงกนั และกัน ทอ้ งถิน่ กม็ ีหนา้ ทีด่ ูแลคนในพน้ื ที่ของเขา - ตรงนค้ี ําว่าบรู ณาการ ตอ้ งทําตรงนี้ให้เกดิ ใหไ้ ดแ้ ล้วมนั จะทาํ ให้งานทกุ ชิ้นสําเรจ็ ในเบ้อื งตน้ อย่าไปมองเน้นพฒั นาเอกชนเขา้ มาอยู่ในระบบข้าราชการ แต่เราจะทํายังไงให้คนทอี่ ยใู่ น ชุมชนทํางานเปน็ เคร่อื งไมเ้ ครือ่ งมือทาํ งานเป็นเน้ือเดยี วกับเราโดยยังอยู่ในวิถขี องความเปน็ ชมุ ชนอยู่ เหมอื นเดิมน่าจะประสบความสําเร็จ และอยากใหเ้ หน็ ถงึ ความจาํ เปน็ ในการพฒั นางานของกรมน้ี โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชนซ่งึ เปน็ หัวใจหลกั ในการแก้ไขบําบัดฟืน้ ฟูในระบบเปิด รองศาสตราจารย์ ดร.จฑุ ารัตน์ เอ้อื อํานวย ภาควชิ าสงั คมวิทยาและมานษุ ยวิทยา คณะ รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั - มองในแง่ของรฐั ยคุ สมยั เดิมเรียกวา่ รฐั สงเคราะห์ รัฐใหก้ ารสงเคราะห์ประชาชน เมอ่ื มีเร่อื งเดือดร้อนใจ ตอ่ มาปรับเป็นรัฐสวัสดิการ ช่วงน้ผี ูกกบั โครงการประชานยิ มด้วย จากนั้นไปสู่
148 ยคุ ใหม่คือรฐั บริการ เปน็ เรอ่ื งที่รฐั เปลย่ี นบทบาทมาเปน็ คนออกระเบยี บ กลไกควบคมุ แล้วสง่ ให้ ชุมชนหรือคนอนื่ หรอื เอกชนตา่ งๆ เป็นคนจัดการเองเปน็ คนทาํ คอื รบั บทบาทรฐั ลงไปอีกช้ัน - เราเป็น centralization หรือ de-centralization ถา้ เป็น de-centralization ตอนน้เี ราก็ให้ อบต. หรอื ใหช้ ุมชน ให้ทอี่ นื่ ทาํ แนวคิดนีจ้ งึ มองว่าช่ือเรือ่ งสอดคลอ้ งกับการทีจ่ ะใหค้ น อืน่ เข้ามามีสว่ นรว่ มหรือทํามากขน้ึ การศึกษาครง้ั น้ี อาจจะเปน็ ลักษณะทยี่ ังคดิ แบบ centralization คอื เราทําเองแต่จะทํายงั ไงกับ อสค. และเครือขา่ ย มีสว่ นรว่ ม ยงั คดิ ในบริบทเดมิ ก็คือกรมหรอื วา่ พนักงานคมุ ประพฤตยิ งั เปน็ หลักแล้วก็ดึงงานมาแต่ทํางานใหค้ ล่องตัวด้วยการลดกฎระเบียบหรอื สรา้ ง กฎเกณฑช์ ุดใหม่ซง่ึ คดิ วา่ จะทาํ ใหเ้ กดิ คณุ ภาพดีขนึ้ กบั output หรือ ลกู คา้ ก็คอื พวกถกู ควบคุม เพียงแต่วา่ เรายงั คิด paradigm เก่างานมันก็ยงั รุงรงั อยู่ท่ีเรา มนั ยังไมข่ ้าม paradigm ออกไปหรือวา่ ยงั ไปไมถ่ ึงรัฐบรกิ าร - สว่ นแนวคิดท่ี 3 เปน็ แนวคิดที่เชอ่ื วา่ มตี น้ แบบแลว้ พอต้นแบบแบบเดียวทที่ ํา ขึ้นมากท็ ําให้ทง้ั ประเทศว่งิ เข้าไปเกาะตน้ แบบ แต่บริบทสังคมแต่ละทมี่ ปี ัญหาตา่ งกนั หากมตี น้ แบบ อันเดยี วกันจะเป็นปญั หา แตม่ อี กี แนวคดิ หน่งึ คอื ตัวแบบเข้าใจวา่ เร่อื งนพี้ ยายามให้เป็นตวั แบบ ถา้ เป็นตัวแบบความตา่ งของมนั ตรงทีไ่ มไ่ ดม้ องวา่ จะตอ้ งทาํ แบบสระบรุ ี หรือวา่ แบบ setting ทที่ า่ น ตงั้ ขน้ึ แต่ต้องเอาตรงนน้ั มาเปน็ พน้ื ทีท่ ดลองเพ่อื ท่ีจะดึงอีกชัน้ หน่ึงท่บี อกวา่ ถอดบทเรียน แต่บทเรยี น ทถ่ี อดตอ้ งถอดในเชิงของโครงสรา้ งหรอื bi-function ว่ามี function อะไรเป็นตวั เกาะเก่ียวใหต้ ัว แบบเหลา่ น้ันมนั ยดึ ไดใ้ นพืน้ ที่น้นั เพ่อื ท่จี ังหวัดอ่ืนทไ่ี ม่ใช่สระบุรีจะไดด้ จู ากโครงสร้างตรงน้ันและเอา ไปประยกุ ต์ ในพนื้ ที่ตวั เองมันจะมคี วามต่างกนั ในเร่ืองน้ี ดงั นั้นพอเราเชื่อตัวแบบต้นแบบเรากจ็ ะถือว่า มันมีหนึ่งเดียวแลว้ ทัง้ หมดก็มาใชต้ ้นแบบนี้เสร็จหลังจากนแี้ ลว้ ต้องมคี ําส่งั กรมรเึ ปล่าทกุ หน่วยทุกกรม ทุกออฟฟิศจะต้องทําตามแบบ pattern นี้ และแก้ปญั หาของกรมได้ส่วนหน่ึงแตม่ นั จะแกแ้ ลว้ ไม่ข้าม paradigm ฉะนั้นอีก 2 ปเี ราจะเข้า AEC ถา้ เรายังอยใู่ นแบบนอ้ี าจจะทําให้เราทํางานไดย้ ากข้ึน - ในงานวจิ ยั 4 บทเท่าทีไ่ ด้รับซึง่ กเ็ ปน็ เรือ่ งทน่ี ่าคิดแลว้ กน็ ่าติดตาม อย่างเช่น พูด ถึงรปู แบบการแกไ้ ขฟ้ืนฟู แสดงว่ามองลกู คา้ เป็นหลกั แตว่ า่ แก้ไขแบบทม่ี ีกระบวนการท่ีมีกลไกคอื การ มสี ่วนรว่ มของชมุ ชน แลว้ พอดขู า้ งในไดน้ ิยามคําว่าการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนว่าต้องมกี ารคิดร่วมกนั วางแผนรบั ผลเปน็ pattern สาํ เร็จทเี่ ราพูดถึง แลว้ ก็พูดถึงอาสาสมัคร กล่มุ เครือข่าย และองค์กรทกุ ภาคสว่ นในชมุ ชน ฉะน้ันตัวนเี้ ป็นความละเอียดลกึ ลงไปอกี วา่ ถ้าทา่ นต้องการเครือขา่ ยสองสามคนท่ี วางรปู pattern ไว้ ตัวองคก์ รทกุ ภาคสว่ นในชุมชนเขา้ มามสี ่วนรว่ มแคไ่ หนอยา่ งไร - ยงั มี pattern ที่ยงั ไม่บวกตอ่ กค็ อื อบต. หรือองคก์ รอ่ืนๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งใน pattern ของชุมชนคอื อบต. จะเรม่ิ เปน็ centralization จะมีการผกู โยงความคดิ อื่นๆ อยา่ งเชน่ งานคุม ประพฤติใหท้ อ้ งถิน่ ดาํ เนินการเพราะเขาจะร้วู ่ามนั มีปัญหาอะไรในพืน้ ทขี่ องเขาแล้วสเกลมนั เลก็ ลง เช่น งานบรกิ ารสงั คมบางอย่าง เขาจา้ งเหมาเลยเขากจ็ ะมหี น่วยต้งั ขน้ึ มาเพอ่ื รับไปหาหน่วยงาน
149 บริการสงั คม คุมประพฤตเิ พยี งแต่ไปทาํ สัญญากบั เขา แลว้ เขาไปตามดหู มดเลย อบต. ของเรายงั ไมม่ ี ยังไม่เข้มแขง็ ตอนน้ีดขี น้ึ เรื่อยๆ - ท่ีไปทําสญั ญากบั อบต. รูปแบบของการมสี ่วนร่วมเปน็ pattern ท่ี 2 เพม่ิ มาจาก pattern ท่ี 1 ท่กี ําลงั ทํากนั อยทู่ ่เี ราเปน็ แค่ อสค. เครือข่าย กับคุมประพฤติ pattern ท่ี 3 ให้นกึ ถงึ เครือข่ายอน่ื ๆ เชน่ กรรมการสงเคราะห์ ผ้ไู กล่เกลี่ยคดีในศาล อสม. หรอื พวกอื่นซง่ึ เขามีอยทู่ ่วั ไปแลว้ นี้เป็นเรื่องที่ดิฉันคดิ วา่ มันจะทําใหค้ มุ ประพฤติกลนื เขา้ ไปในระบบไดเ้ ร็ว คิดอยา่ งนีด้ ิฉันมองว่าตวั แบบ ทีจ่ ะเอามาต้งั หรอื โมเดลมันนา่ จะเปน็ ตวั แบบทจ่ี ะผกู กับใครอย่างไรถ้าเปน็ กรมผกู กับ อบต. ผกู กับ เครือขา่ ยอืน่ ๆ ในกระทรวงหรือนอกกระทรวงแลว้ มองงานของทา่ นเป็นภาพตดั ขวาง การมสี ว่ นรว่ มก็ มตี ั้งแตส่ เกลท่เี ลก็ ๆ ไปจนถึงจ้างเหมา สามารถเอามาเปน็ มติ ทิ ่ี 3 ดร.ยศวนั ต์ บรบิ รู ณธ์ นา ผ้อู าํ นวยการศนู ย์วิจัยและพัฒนา กรมคุมประพฤติ - ในส่วนทีใ่ หข้ อ้ สงั เกตก็คอื ว่าพอเราไดโ้ มเดลอันนข้ี ึน้ มาแลว้ เรียกว่า OCIT เปน็ ทีม บรู ณาการอยากจะใหใ้ ส่ไปนิดหนงึ่ เกณฑ์ของคดีที่เหมาะสมสําหรบั โมเดลนค้ี ือคดปี ระเภทไหน คือว่า เดิมเคยใช้ทีมบรู ณาการกบั คมุ ประพฤตเิ ขม้ ข้นมาแลว้ ในงานวิจยั ก่อนหน้าน้ี ก็อยากจะรูว้ า่ มองโมเดล อันน้ีมนั จะเหมาะกับคดแี บบไหน เพราะครง้ั ทแี่ ล้วเหมือนกบั คดีทม่ี ีความรุนแรงระดบั หน่งึ ต้องดูแล แบบเข้มข้น แล้วแบบนถ้ี ้าสาํ นักงานคมุ ประพฤติจะเอาไปใช้มนั เหมาะกบั คดแี บบไหนนา่ จะมบี อกเพอื่ เขาจะได้เอาไปใช้ไดถ้ กู แล้วก็เห็นด้วยว่าทเี่ วลาประเมินในเมือ่ ปัญหาของเรากค็ อื วา่ เรามภี าระงาน เยอะกเ็ ลยคดิ โมเดลนีข้ ้นึ มา เพราะฉะนัน้ เวลาประเมินๆ แค่ตรงจดุ น้ใี ห้เหน็ ก่อนวา่ ลดภาระไดไ้ หม อาจจะไปถามจากผ้ปู ฏบิ ัติงานวา่ เขามคี วามรู้สกึ ยงั ไง พงึ พอใจแคไ่ หน เหน็ ว่ามันลดภาระงานจรงิ รึ เปล่า ตรงนน้ี า่ จะเป็นผลการประเมนิ อาจจะไมใ่ ชเ่ รื่องการกระทําผดิ ซํา้ นางสาวอัจฉรา ทองตนั รกั ษาการในตําแหน่งผเู้ ช่ยี วชาญเฉพาะดา้ นการควบคุมและ สอดส่อง กรมคมุ ประพฤติ - ในฐานะที่เคยทําโครงการโรงซ่อมสามีหรือครอบครัวสมานฉันท์ ต้องมองในเร่ือง ของ What และก็ how ส่ิงท่ีจะต้องทํามีอะไรบ้างท่ีจะให้อาสาสมัครคุมประพฤติช่วย เป็นเรื่องอะไร แค่ไหนอย่างไร คดีประเภทไหน เพราะถ้าคดีท่ียากๆ ที่จะให้เขาดูแล เราต้องวางแผนบริหารจัดการ คดหี รือว่าชุมชนทีจ่ ะลงไปต้องเป็นชุมชนลกั ษณะไหน แต่ถา้ ตัวอาสาสมคั รคมุ ประพฤติได้รับการอบรม มา หรือมีความรู้ความเขา้ ใจหรอื วา่ ในส่วนน้ันเป็นอาจารย์อย่แู ล้วกไ็ มต่ ้องเตรยี มอะไรกนั มาก แตถ่ ้ายงั ไม่ได้อบรมเราก็ต้องทําความเข้าใจกันแต่ก็ต้องมีคู่มือหรือแนวทาง ที่สํานักงานปฏิบัติทั้งในส่วนของ สํานักงานเองท่ีจะต้องไปดําเนินการกับ อสค. และในส่วนของคู่มือ อสค. ที่จะเป็นแนวทางในการ ทํางานว่าทําเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วผู้กระทําผิดในส่วนที่เป็นเคสที่เป็น ความเสี่ยงตํ่าท่ีเราไม่ต้อง แก้ไขอะไรเขามากเรากอ็ าจจะแคค่ วบคุมดแู ลใหค้ ําปรกึ ษาหรอื ให้ ความช่วยเหลอื ทางด้านอาชีพได้แต่ ถา้ เป็นเคสท่หี นกั ๆ กว่านัน้ พนกั งานคุมประพฤติก็จะต้องดูแลเองเพราะวา่ มคี วามเส่ยี งปานกลางซ่ึงเรา
150 อาจจะให้การแก้ไขฟ้ืนฟูเขามากข้ึนหรือถ้าจะส่งคดีให้อาสาสมัครคุมประพฤติเราก็ต้องอบรมหรือมี คู่มือให้อาสาสมัครคุมประพฤติทําเหมือนกัน ในส่วนของตัวเองตอนอยู่สํานักงานคุมประพฤติจังหวัด ปทุมธานีก็มองเหมือนกันว่าคู่มือแนวทางในการปฏิบัติงานของ อสค. เราก็จะมีเป็นเล่มๆ ใหญ่หรือ อบรมกนั ไปแลว้ จริงๆ ควรจะมีเล่มเลก็ ๆ อาจจะทําหลายรูปแบบวา่ รบั คดตี อ้ งทําอะไรบ้าง น้องๆ ที่มา จากสํานักงานว่าในส่วนตรงนี้อยากให้ทําอะไรต่อเพราะว่าเราต้องเอาไปต่อยอดต่อเพราะว่าเป็น งานวิจัยที่ทําแล้วได้ประโยชน์กับชุมชนมากหรือทางด้านอาสาสมัครคุมประพฤติอยากได้คู่มือหรือ แนวทางประเภทไหนทา่ นกแ็ จ้งมาในส่วนทีต่ ัวเองดแู ลอยู่ถ้าสามารถทําใหไ้ ดก้ ็ดว้ ยความยนิ ดี นายปรีชา อาสาสมัครนนทบุรี : งานวิจัยสอดคล้องกับกรมอย่างมาก ปัจจุบัน อสค. ยัง ทํางานน้อยเพราะว่าเจ้าหน้าท่ีไม่ค่อยได้ส่งให้ เนื่องจากว่างบประมาณค่าพาหนะมีไม่เพียงพอ ส่วน ใหญ่เจ้าหนา้ ท่ีจะทาํ เองแลว้ อีกส่วนหนึ่งกค็ ืออาสาสมัครทม่ี อี ยปู่ ฏิบัติงานจริงๆ ไม่ถึง ฉะน้ันการท่ีท่าน แนะนําให้ทํางานเป็นทีมถือว่าเป็นส่ิงท่ีดีจะแก้ไขวิกฤตของกรมได้ ในฐานะท่ีผมเป็นประธานเครือข่าย ของอาสาสมัครเห็นว่าอันนี้เป็นโมเดลที่ดี แต่กรมก็ต้องปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่พนักงานพยายามท่ี จะให้อาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมเยอะๆ แล้วก็ปรับจํานวนอาสาสมัครด้วยคืออาสาสมัครท่ีไม่ได้ ทาํ งานตอ้ งพยายามลด ให้แก้ไขแล้วหาอาสาสมัครเพ่ิม เร่ืองค่าพาหนะไม่เพียงพอ ผมก็ให้อาสาสมัคร มาลงความเห็นว่าใครท่ีจะทํางานโดยไม่ต้องคิดค่าพาหนะบ้างทํางานรวมกัน แล้วผมก็นําเสนอว่า จะต้องทํางานเป็นกลุ่มเนื่องจากว่าอาสาสมัครเราจะมีเป็นสมาคม อาสาสมัครจังหวัด มีประธาน จงั หวัด คณะกรรมการจังหวัด คณะกรรมการอําเภอ ระบบน้ีเราต้องไป ลงที่อําเภอก่อนแต่ละอําเภอ เขาจะมปี ระธานอาสาสมัครของเขาแล้วใหเ้ ขาทํางานเปน็ ทีมแบบนี้ - ไม่ตอ้ งจาํ กัดว่าเราต้องมที มี ละ 3 คน พยายามสรรหาเครอื ข่ายในชุมชน ปจั จุบนั นม้ี พี ระราชบัญญัตเิ ก่ียวกบั เรือ่ งสภาตําบลมีสว่ นเกี่ยวขอ้ งดว้ ยเครอื ขา่ ยต่างๆ เราพยายามดึงพวกน้ี เขา้ มาชว่ ยจะทําใหง้ านของคมุ ประพฤติได้กว้างขน้ึ แล้วก็สอดคล้องกับงานวจิ ยั คดิ วา่ อันนเ้ี ป็น ประโยชนอ์ ยา่ งมาก ที่จะแก้ไขปญั หาดา้ นการฟน้ื ฟผู ตู้ ดิ ยาเสพติด ในการทํางานทีมบรู ณาการก็จะ กอ่ ให้เกดิ ศักยภาพทสี่ ูงขน้ึ การทํางานโดยตวั เอง - เคสหนง่ึ ลกั ทรพั ย์ ปลน้ ฆ่า มปี ระวัติเก่าต้องดแู ลเข้มขน้ ทมี บรู ณาการใชป้ ระโยชน์ ไดม้ หาศาล เร่มิ ตอบโจทยห์ ลายตัว ชุมชนมีพลังมากในการแก้ไขปญั หาในชุมชนเนือ่ งจากชุมชนรู้ บรบิ ทวา่ บ้านไหนทะเลาะกนั บ้านไหนค้ายา บ้านไหนเลน่ การพนนั บา้ นไหนเป็นญาตกิ บั บา้ นไหน คน ในชุมชนเขาจะร้หู มดฉะน้ันวธิ ีการอย่างนกี้ ารใหช้ ุมชนเขา้ มามีสว่ นร่วมมนั มพี ลงั มหาศาล แต่งานวิจยั ของเราจบั ไปไมถ่ งึ ตวั ชุมชน ใชอ้ าสาสมคั รกบั เครือขา่ ยเป็นขอ้ หลัก จึงนา่ จะมผี ลงานศกึ ษาต่อไปว่า การนําชุมชนอย่างแทจ้ ริงเข้ามาใชจ้ ะเกดิ ประโยชน์อะไรบา้ ง แล้วถ้าศกึ ษาต่อจริงผมมองว่าสุดท้าย พลงั มหาศาล
151 - ผมคิดวา่ หากทกุ ชมุ ชนเป็นทมี งานอาสาสมัครทั้งหมด อสค. ไปดูแลผกู้ ระทําผิด ในชุมชนอีกทหี นง่ึ ถ้าเป็นอย่างนัน้ ได้มนั จะระเบดิ ออกไปมหาศาล แลว้ งาน อสค. หมนื่ สองหมน่ื คนทาํ ได้เพราะว่า อสค. คนหนึง่ สามารถไปเชือ่ มกบั ชุมชนได้เป็นร้อยชุมชนแลว้ ตวั ชุมชนเองเขาดูแลเขาเอง แต่ อสค. เปน็ คนคมุ สแตนดาร์ดที่ทํางานรว่ มกบั คุมประพฤติ อสค. ได้ไปฝกึ อบรมไดพ้ ฒั นาศกั ยภาพ คุมประพฤตกิ ม็ หี น้าที่ในการพฒั นาศักยภาพและสแตนดารด์ ให้อสค.ถ้าเราไปถึงงานจะลดลงมากๆ - แต่ทิศทางของงานวิจัยมนั ค่อนขา้ งชัดเจนมาเรอื่ ยๆ วา่ ชุมชนถกู ตอ้ งแล้ว แต่ ชุมชนทเ่ี ป็นแทจ้ รงิ ๆ มนั น่าจะถูกตอ้ งท่สี ุดแต่ อสค. กจ็ ะเป็นทมี ท่ียงิ่ ใหญ่ในการทที่ าํ ใหช้ มุ ชนสามารถ มีศักยภาพได้ การแปลความวา่ อสค. เปน็ ชุมชนโดยตรงมันอาจจะยังไมต่ รงเท่าไรอยา่ งทเ่ี รียนถ้านอก พนื้ ทีเ่ รากไ็ มใ่ ช่คนในชุมชนแลว้ กจ็ ะเกิดปญั หาเรอ่ื งเลก็ นอ้ ย แตโ่ ดยภาพรวมแลว้ มองวา่ งานวจิ ยั ก็ถือ วา่ คลอดออกมาเป็นโมเดลท่ใี ห้เราเหน็ และจบั ตอ้ งได้ในระดบั หนง่ึ พอสมควรเพียงแตว่ า่ มันตอ้ งได้รับ การพัฒนา งานวิจัยชน้ิ นที้ ่ีเหน็ ภาพทิศทางมาถกู หมดแลว้ เพยี งแตร่ อเวลา นายณรงค์ กิติกานต์ อสค. ประจําศาลแขวงดุสติ : เปน็ แนวทางที่ดี ผมคิดว่าเปน็ อสค.ก็ เพ่อื ตอ้ งการใหผ้ กู้ ระทาํ ผิดไมก่ ลบั มากระทําผดิ ใหผ้ ้กู ระทาํ ผดิ เกดิ การสํานึก เหน็ คา่ ของเขา ปฏมิ า นฉิ มิ พนกั งานคุมประพฤติ: พดู เรื่องสมรรถนะของ พคป. คณุ ลกั ษณะเฉพาะงาน ถ้าเราไดม้ กี ารจาํ แนกงานของ พคป. เหมือนกับท่ีเราจาํ แนกกบั ผ้ถู ูกคุมฯ และผู้กระทาํ ความผิด ถ้าเรา จําแนก พคป. ในเร่อื งความรู้ ความสามารถ คือ จัดคนให้เหมาะกับงานจะไดส้ อดคลอ้ งกบั สภาพต่างๆ ไม่ว่าจะของ อสค. ท่ไี ด้ทาํ งานรว่ มกนั ไดต้ อ่ ยอดภารกจิ ท่เี ราได้รับชว่ งกันมาตลอดอาจจะได้รับรูป้ ญั หา สภาพของ อสค. เจ้าหนา้ ท่ภี ายในสํานกั งานฯ ในฐานะผปู้ ฏบิ ัติงานร่วมกนั ในส่วนของเจา้ หนา้ ที่ของ เรายงั ไม่เขม้ แข็งเทา่ ทค่ี วร ก่อนทจี่ ะขบั เคลื่อนในเรอ่ื งต่างๆ อยากจะใหภ้ ายในของเราเข้มแขง็ ก่อน เพอ่ื จะได้คล่ีคลายปญั หาในขบั เคลอ่ื นงานในทุกภารกจิ ของเรา นางกรรณกิ าร์ แสงทอง รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ - ในสว่ นทจี่ ะทําให้เร่ืองนี้เกิดความสําเรจ็ การทจ่ี ะพดู ถงึ ภาพเล็ก มนั กต็ ้องโยง ภาพใหญ่เช่นกนั การทภี่ าพเลก็ จะสําเร็จไดก้ ต็ ้องไปเกย่ี วกับเรือ่ งภาพใหญ่ เลยเชอื่ มโยงใหเ้ หน็ เชน่ ในเรื่องของนโยบาย เป้าหมาย วัตถปุ ระสงค์ของผ้บู ริหารตั้งแตร่ ะดบั กรมฯ ไปถึงระดบั สํานักงาน การ มอบหมายงานตอ้ งมีความชัดเจน ต้องมกี ารทาํ แผนยทุ ธศาสตร์ ซึง่ จะใหไ้ ด้มางบประมาณ การทํางาน ให้เปน็ ระบบ การออกเปา้ หมาย วธิ กี ารโครงการต่างๆ ในการท่จี ะใหป้ ระชาชนเข้ามามีส่วนรว่ ม ต้อง ให้ความสาํ คญั กบั ข้อมูล เรอื่ งของการจดั การความรู้ เร่อื งของการสรา้ งขบวนงานหลกั ขบวนงาน สนับสนนุ ทีเ่ ออ้ื ตอ่ การทํางาน ซงึ่ กจ็ ะมีกระบวนงานแกไ้ ขฟ้นื ฟู โดยการเอาประชาชนเข้ามามสี ว่ นรว่ ม ขบวนการสนับสนนุ ซงึ่ จะทาํ ใหข้ บวนงานหลักสามารถทจี่ ะเดินไปได้ หรือเร่อื งของการประเมินผล เรือ่ งของการบรหิ ารงานบคุ คลทง้ั หลายจะตอ้ งสามารถทเ่ี ออื้ หรือตอบสนอง
152 - ในสว่ นของการแก้ไขผู้กระทาํ ผิดเป็นเร่อื งท่ีจะต้องทาํ ระยะสน้ั ระยะยาว หลาย ทา่ นพูดถึงสมรรถนะ เปน็ เรอ่ื งลักษณะพิเศษ ลักษณะสาํ คัญ เปน็ เรอื่ งของบุคลกิ นสิ ยั ซ่งึ เปน็ เรือ่ งที่ จําเปน็ ในการทาํ งาน ในส่วนของงานคมุ ประพฤติ เชน่ ประสานชมุ ชนเกง่ รอบคอบเร่ืองการเงนิ นคี่ ือ ลกั ษณะพิเศษของบคุ คล ในการทํางานขององค์กรตอ้ งมีการกําหนดความต้องการ คนของเราต้องมี ลกั ษณะพเิ ศษอะไรซง่ึ จะทาํ ใหง้ านเราประสบความสาํ เร็จ - สําหรบั การแกไ้ ขฟืน้ ฟูจะมีวธิ ีการเยอะมากหลายรปู แบบ การแก้ไขฟ้ืนฟจู ริง จะตอ้ งวิเคราะหต์ ามหลักการของผ้กู ระทาํ ผดิ ขณะเดยี วกันต้องจําแนกผูก้ ระทาํ ผดิ ให้ไดว้ ่าเขาเป็นคน อาการหนกั หรืออาการเบา ถา้ อาการหนกั กต็ อ้ งดูแลเข้มงวด ถา้ ไมห่ นักมากอาจจะไม่ต้องเข้มงวดมาก ใชห้ ลกั 2 หลกั คอื หาต้นเหตุของปญั หาคืออะไร เช่น ปญั หาอาจจะเกดิ จากพ่อ แม่ การไมม่ ีอาชพี แลว้ ก็แก้ไปตามนน้ั สาํ หรับเวทีนค้ี ือการแสวงหาระบบของการแก้ไขฟืน้ ฟูผูก้ ระทาํ ผดิ ทเี่ ปน็ ลูกค้าของ กรมฯ โดยการนาํ ชุมชนเข้ามามสี ว่ นรว่ มจะใชว้ ธิ ีการไหนดี ซงึ่ ผู้ทร่ี ับผดิ ชอบก็ไปศกึ ษาเรอ่ื งของการ ทาํ งานเปน็ ทีม วิธีการท่ีทํางานน้ีตอ้ งมาจากการออกแบบแนวทาง ตอ้ งศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่ เกย่ี วขอ้ ง ออกแบบ ออกข้อมลู พื้นที่การทดลอง และต้องนํามาเปรยี บเทยี บเพื่อท่ีจะนํามาประเมนิ ผล การทํางานอะไรก็ตามจะต้องมกี ารประเมนิ ผลว่ามคี วามคมุ้ คา่ ท่จี ะทําต่อหรอื เปล่า แลว้ ออกแนวทาง แล้วลงทําจรงิ แล้วมีการตามผล ประเมนิ ผลเพ่ือจะนาํ วธิ ีการท่ดี ีท่ีสดุ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความยั่งยนื แล้วจะ ไดผ้ ลท่เี กิดขึ้นแลว้ ตอ่ ยอดไปท่อี ่นื แลว้ อาจจะเกิดข้อเสนอแนะวา่ เพ่ือจะให้วิธีการทด่ี ีที่สดุ จะตอ้ ง ปรับปรุงตรงไหนบา้ ง - สิง่ ท่ีน่าเป็นห่วงลกั ษณะของการทาํ งานกับชมุ ชนในทางทฤษฎีทีด่ ที ส่ี ุดคอื ผู้ที่ ทํางานร่วมกับเราคอื จะเป็นชุมชน จะเป็น อสค. หรือเครอื ข่ายกต็ าม จะต้องเกดิ กระบวนการการมี ส่วนรว่ มวา่ สงิ่ น้เี ป็นสง่ิ ที่เขาเป็นเจา้ ของ ไมใ่ ช่เกดิ จากรฐั ทส่ี ง่ั การมาใหต้ อ้ งทําก็เลยตอ้ งทํา มันต้องเปน็ ความต้องการของเขาเอง ถึงจะประสบผลสําเรจ็ ต้องไปค้นหาว่าทฤษฎที ่จี ะหวา่ นลอ้ มใหค้ นเกดิ ความรสู้ ึกเปน็ เจา้ ของใช้หลักการอะไรที่จะให้เขาเข้ามารว่ มมอื หรอื อาจจะประชาสัมพันธ์จาก ภายนอก ประชาสมั พันธใ์ ห้คนเหน็ ให้เกิดการอยากจะทาํ หรอื ชวนไปดูจงั หวดั ทีท่ ําอยู่แล้ว เขาจะได้ เกิดความคิด ถ้าสาํ นกั งานเอาไปใส่ให้เขาเลย เขาจะไม่รู้สกึ เป็นเจ้าของ กอ็ าจจะไปทาํ KM เพื่อทําให้ คนเขามามีส่วนร่วมและใหเ้ ขาเกดิ ความเป็นเจา้ ของจะทาํ อย่างไร ผู้วิจัยก็ทํากันต่อ จะขอเพิม่ ประเด็น อํานาจหนา้ ท่ขี องเครอื ข่าย - กรมกม็ ีหนา้ ทท่ี จ่ี ะตอ้ งประทบทวนการทาํ งานว่ามสี ่ิงใดบ้างทต่ี ้องแก้กฎหมายท่ี เปน็ อปุ สรรค แตว่ ่าเราอยา่ ไปคิดวา่ กฎหมายเปน็ ปัญหาถึงกบั ทาํ งานไม่ได้ เพราะบางอย่างเป็นเรอ่ื งท่ี สามารถทจี่ ะคยุ กันไดก้ บั ระบบสมัครใจ พนกั งานคุมประพฤตกิ ็ควรจะปฏบิ ัติในการทีจ่ ะขออนญุ าต กอ่ น ถ้าไปทําอะไรในการทจ่ี ะอาํ นาจ กลุ่มคนท่เี ขาไดร้ ับเขาจะเกดิ ความเจบ็ ชํา้ ว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐแต่ไปอาํ นาจเหนอื เขา เขาอาจจะไม่ไดร้ บั ความสุขจากการทํางานร่วมกัน ตัวผูก้ ระทําผิดก็จะรู้
153 วา่ ตนเองตํา่ ต้อยดอ้ ยค่า ถ้าหากว่าคยุ กนั ดีๆ ใหเ้ กยี รตกิ นั ก็จะเกิดความสุขในการทาํ งานรว่ มกันเขา ยินดีจะใหค้ วามรว่ มมือ - เร่ืองของหลกั คดิ เรอ่ื งคา่ พาหนะของ อสค. ของเครอื ข่าย ก็เปน็ เรือ่ งเข้าใจกันคา่ ปว่ ยการทั้งหลาย จะเป็นเรื่องท่สี นบั สนุน ทาํ ให้การทํางานเกิดความคล่องตัว แต่ไมใ่ ช่เรื่องของรายได้ ถอื ว่ามภี าระเกินกว่าวิถชี วี ิตตามปกตขิ องเขา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของหลักคิดในการใหค้ ่าตอบแทน เพอื่ จะชดเชยสง่ิ ที่เสยี ไปมากกว่าวถิ ชี ีวิตปกติของเขากเ็ ลยตอ้ งมีเรื่องของคา่ พาหนะ ค่าใชจ้ า่ ยต่างๆ ซึง่ ไมใ่ ชเ่ รื่องของรายได้ แต่ว่ากต็ อ้ งมาทบทวนว่าค่าครองชีพมนั สูงข้ึน คา่ นา้ํ มนั สงิ่ ของตา่ งๆ มนั สงู ข้นึ มนั ควรจะมกี ารเพมิ่ ข้ึนสกั เทา่ ไหร่ - ตอ้ งมีความชัดเจนกบั ระบบ อสค. กบั ระบบการจา้ งเหมาบรกิ าร ส่ิงพดู มนั ตา่ งกัน เอาค่า อสค. กบั ค่าจ้างเหมามารวมกนั อสค. ก็คือเร่ืองของจิตอาสา ราชการตอ้ งใหค้ ่าตอบแทน พิเศษนอกเหนอื จากการทํางาน เพราะฉะนนั้ เครือข่าย อสค. จะตอ้ งไดร้ ับคา่ ตอบแทนตรงนี้ขน้ึ มา เวลานาํ เสนอขอตัง้ งบประมาณเพ่ิม แต่มนั ไม่ใช่เร่ืองของรายได้ ส่วนเร่อื งระบบจา้ งเหมาเป็นเรอ่ื งท่จี ะ ทําให้เกดิ รายไดข้ ึน้ มา ซึ่งกรมฯ กต็ ้องตอ่ ยอดต่อ ระบบจ้างเหมาจะเปน็ ระบบอยา่ งไร ระบบ อสค. จะ เป็นระบบอยา่ งไร
154
บทท่ี 5 สรปุ ผลการวจิ ยั อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การวิจัยเร่ือง “การศึกษารูปแบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของ ชุมชน” เป็นการวิจัยและพัฒนาเชิงปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือค้นหารูปแบบการแก้ไขฟ้ืนฟู ผู้กระทําผิดในชมุ ชนท่สี ามารถรองรับปริมาณคดีควบคุมสอดส่อง คดีบําบัดฟ้ืนฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพ ติดให้โทษได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยวิธีการศึกษาแนวคิดยุติธรรมชุมชน และรูปแบบ แนวทาง การ ทํางานร่วมกันระหว่างหน่วยงานคุมประพฤติและชุมชนในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน ท้ังใน ประเทศ และต่างประเทศ เพื่อนําความรู้ท่ีได้รับมาสร้างเป็นรูปแบบจําลอง (model) ในการแก้ไข ฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน แล้วนํามาทดลองใช้ และศึกษาผลการนําไปใช้โดยมี เปา้ หมายเพ่ือเรยี นรวู้ ่าพนกั งานคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติจะสามารถบูรณาการร่วมกัน ในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ปัจจัยขับเคล่ือนสู่ความสําเร็จ ปัจจัยใด และมีสมมุติฐานสําหรับการทดลองใช้รูปแบบ แนวทางการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน ตามแนวคิดยุติธรรมชมุ ชน ดงั น้ี 1. ผู้กระทําผิดท่ีเข้าโครงการทดลองได้รับการสอดส่องดูแล แก้ไขอย่างท่ัวถึงเพิ่ม มากข้นึ 2. ผู้กระทําผิดท่ีเข้าโครงการทดลองปฏิบัติตามเง่ือนไขเพื่อการคุมความประพฤติ หรือคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 3. พนกั งานคุมประพฤตบิ รหิ ารจัดการงานคดไี ดโ้ ดยไมม่ ีสํานวนคดคี า้ งดําเนนิ การ 4. อาสาสมัครคุมประพฤติมีความพึงพอใจในการมีส่วนร่วมในการแก้ไขฟ้ืนฟู ผกู้ ระทาํ ผดิ ในชมุ ชนของตนเพมิ่ มากขึน้ การศกึ ษาเพ่ือคน้ หาคําตอบขา้ งตน้ มขี นั้ ตอนในการนําเสนอ ดงั นี้ 5.1 สรปุ ผลการวิจยั 5.2 อภิปรายผลการวจิ ยั 5.3 ขอ้ เสนอแนะจากการวจิ ัย 5.1 สรุปผลการวิจยั จากการวิจัยและพัฒนาเชิงคุณภาพ ท่ีใช้วิธีการวิจัยเอกสาร ร่วมกับการทดลอง ท่ีใช้วิธีการ สังเกต การสัมภาษณ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสนทนากลุ่ม และการสัมมนาทางวิชาการ ได้ผล จากการวิจยั ดงั นี้
156 5.1.1 ได้รูปแบบทีมบูรณาการเพื่อการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน (Community-Based Correction Integrated Team Model-OCIT Model) สําหรับใช้เป็นหลักในการดําเนินโครงการทดลอง เพ่ือค้นหาคําตอบ เกี่ยวกับ รูปแบบ แนวทางทื่เหมาะสมในการนําไปใช้ให้ได้ผลดีในแต่ละบริบทของพื้นที่ โดยรูปแบบทีมบูรณาการท่ีเป็นพื้นฐานการทดลอง มีลักษณะเป็นทีมที่บูรณาการทํางานร่วมกันระหว่าง อาสาสมคั รประพฤติ และพนกั งานคมุ ประพฤติในการควบคุมสอดส่อง และแกไ้ ขฟนื้ ฟผู กู้ ระทําผิดในชมุ ชน ประกอบดว้ ยพนกั งานคุมประพฤติ 1 คน ท่ีรับ ผดิ ชอบคดีในเขตพ้ืนที่ 1 เขต และอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ ในเขตพืน้ ทีท่ มี ละ 3 คน แตล่ ะพื้นที่ สามารถมที มี บูรณาการได้หลายทีม ขนึ้ อยกู่ บั ปริมาณ และ ประเภทของ คดี โดยกิจกรรมการแก้ไขฟนื้ ฟู ตา่ งๆ รวมทัง้ งานบรกิ ารสงั คม จะ ดาํ เนนิ การในพื้นทโี่ ดยมีอาสาสมคั ร คมุ ประพฤติ เป็นแกนประสานงาน กับสถาบัน หรือภาคประชาสังคมต่างๆ ในพ้ืนท่ี เช่น ครอบครัวผู้กระทําผิด วัด โรงเรียน อบต.เพ่ือระดม ทรัพยากรในชุมชนในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด อาสาสมัครคุมประพฤติในทีมบูรณาการจะมีบทบาทสูง โดยการมีส่วนร่วมครบทุกข้ันตอนของการปฏิบัติงานคุมประพฤติแต่ละคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของทีม ฯ พนักงานคุมประพฤติท่ีทําหน้าท่ีหัวหน้าทีมต้องเพ่ิมบทบาทสําคัญในการทําหน้าท่ีเป็นผู้ฝึกสอนงาน (tutor) ผู้อํานวยความสะดวก (facilitator) และควบคุม รับรองคุณภาพงาน (monitor & quality guarantee officer ) 5.1.2 เกิดแนวทาง และขั้นตอนการดําเนินงานของสํานักงานคุมประพฤติในการเตรียม โครงการทดลอง ทีมปฏิบัติการบูรณาการเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน (OCIT Model) ซ่ึง สํานักงานนําร่องท้ัง 8 แห่งได้นําไปจัดทําเป็นระเบียบวิธีปฏิบัติ หรือคู่มือการทํางานเป็นทีมสําหรับ พนักงานคุมประพฤติ และอาสาสมคั รคมุ ประพฤตใิ นโครงการทดลองทีมบรู ณาการ หลักปฏิบัติท่ีสําคัญคือ อาสาสมัครคุมประพฤติ มีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมทํา และร่วมประเมินผลในการ บริหารจัดการงานคดีเชิงพ้ืนท่ี และดําเนินการปฏิบัติงานตามมติของทีม โดยมีเกณฑ์ 3 ประการที่บ่งช้ีว่า อาสาสมัครคุมประพฤติจะดําเนินงานในขั้นตอนน้ันได้ หรือ ไม่ คือ อาสาสมัครคุมประพฤติต้องสมัครใจ ดําเนินภารกิจ อาสาสมัครคุมประพฤติต้องมีความรู้ ความสามารถในการทําภารกิจน้ันโดยผ่านการรับรอง จากสํานักงานคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติต้องได้รับมอบหมายจากพนักงานคุมประพฤติ เจ้าของคดี หรือจากมตขิ องทีมบูรณาการ
157 5.1.3 บทสรปุ จากการทดลองนํารูปแบบทมี บรู ณาการไปใช้ในสาํ นักงานนาํ รอ่ ง จากการนํารูปแบบทีมบูรณาการไปทดลองใช้ในสํานักงานคุมประพฤติ 8 สํานักงาน คือ สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม สํานักงานคุม ประพฤติจังหวัดเชียงราย สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดลําปาง สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดพัทลุง สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดสระบุรี สํานักงานคุมประพฤติประจําศาลจังหวัดพระโขนง สํานักงานคุม ประพฤติประจําศาลจังหวัดมีนบุรี โดยมีผู้ทําหน้าท่ีในทีมบูรณาการรวม 427 คน แบ่งเป็นพนักงานคุม ประพฤติ 57 คน อาสาสมัครคุมประพฤติและเครือข่ายยุติธรรมชุมชน 367 คน มีผู้กระทําผิดเข้าร่วม โครงการ ท้ังผู้ถูกคุมความประพฤติท่ีเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ถูกคุมความประพฤติผู้ใหญ่ ผู้ถูกคุมความ ประพฤติที่ได้รับการพักโทษ หรือลดวันต้องโทษ รวม 2,076 คน ผู้รับการบําบัดฟ้ืนฟู ตาม พรบ.ฟื้นฟู สมรรถภาพผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ ฯ 869 คน และผู้รบั การตดิ ตามสงเคราะห์ภายหลงั ปล่อย 50 คน รวมมีผู้กระทํา ผดิ ในโครงการทดลอง ท้ังสิ้น 2,995 คน ผลจากโครงการทดลองในสภาพการณ์จริงสรุปได้ ดังน้ี ตารางที่ 12 สรุปกระบวนงาน วิธีการ และปัจจัยความสําเร็จของทีมบูรณาการของสํานักงานคุมประพฤติ นาํ รอ่ งในการดําเนินงานของพนักงานคุมประพฤติ กระบวนงาน วิธกี ารทาํ งาน/เครื่องมือ ปจั จยั ความสําเรจ็ ของทมี บรู ณา การ 1. การเตรียม 1.1 การเตรยี มการของสนง.คุมประพฤติ - ผู้ บ ริ ห า ร สํ า นั ก ง า น ต้ อ ง เ ห็ น ความพร้อม - ป ร ะ ชุ ม ที ม ง า น โ ด ย คั ด เ ลื อ ก ความสําคัญให้ความร่วมมือเข้าใจและ (P) เจา้ หน้าทที่ ีเ่ ก่ียวข้อง ใหก้ ารสนับสนนุ โครงการทมี บูรณาการ - สนง.คป. 1.2 การเตรยี มความพร้อมของอาสาสมัคร - วิธีคิดทัศนคติของผู้ปฏิบัติงานท่ีมีต่อ - อสค. คมุ ประพฤติ โครงการนี้ และ อสค. ต้องเป็นไปในเชิง - ประเมินความพร้อมและความ บวก เข้มแข็งของ อสค. - การสรรหาศูนย์ประสานงาน อสค. และเครอื ข่ายยตุ ิธรรมชุมชนทเ่ี ขม้ แข็ง 2. ก า ร ว า ง - ให้ความรู้เกี่ยวกับการทํางานในทีม - ความชัดเจนและเป็นมาตรฐาน แผนระบบ บูรณาการท้ังในส่วนของ อสค. และ เดียวกันของโปรแกรม การทํางาน พนักงานคุมประพฤติ - ความร่วมมือ ร่วมแรงของพนักงานคุม ข อ ง ส น ง . - การกาํ หนดทีม/จาํ นวนคนในทีม ประพฤตแิ ละอาสาสมัคร (P) - การกําหนดแผนงานแก้ไขฟื้นฟูฯ เช่น ความถี่การออกสอดสอ่ ง ลกั ษณะการ
158 ตารางที่ 12 สรุปกระบวนงาน วิธีการ และปัจจัยความสําเร็จของทีมบูรณาการของสํานักงานคุมประพฤติ นําร่องในการดําเนนิ งานของพนกั งานคมุ ประพฤติ (ตอ่ ) กระบวนงาน วธิ ีการทาํ งาน/เครอ่ื งมือ ปัจจยั ความสําเร็จของทมี บูรณา การ 2.การวาง แผน ออกไปสอดสอ่ งเป็นทีมหรือเป็น ระบบการ รายบุคคล ทาํ งานของสนง. - การกาํ หนดประเภทและลักษณะคดี (P) - การกําหนดเครือข่ายทางสังคมที่จะ เข้ามาช่วยเหลือ เช่น กํานัน วัด ชุมชน ฯลฯ 3. การดําเนิน - การออกสอดสอ่ งเยยี่ มเยอื น - ความรว่ มมอื ของชุมชน - สํานักงาน อสค. และชุมชนทํางาน การตาม - การประสานชมุ ชน รว่ มกันได้ แผน (D) - การจดั กจิ กรรมแก้ไขฟนื้ ฟู - ความใส่ใจและต้ังใจของ อสค. กับ พคป. - การประชุมกลมุ่ เพอื่ แลกเปลี่ยนความ - การตดิ ตาม ตรวจสอบ ของผู้บริหาร - การดาํ เนนิ การตอ่ เนอ่ื งตามแผน คดิ เห็น - ความต้ังใจ มุ่งมั่นท่ีจะเห็นผู้กระทํา - การสง่ คดี ผดิ พน้ จากการคุมประพฤติด้วยดี - การตดิ ตาม 4. ก า ร ต ร ว จ - การประชุมร่วมกนั ระหวา่ ง สอบ อสค. + พคป. ติ ด ต า ม - การปรับแผนการทาํ งาน หรอื - การประชุมหารือเก่ยี วกับ case การทบทวน และปรับรูปแบบการชว่ ยเหลือ (C) 5. การดาํ เนนิ การ - ทําเพิ่มข้ึนหรอื ปรบั ใหเ้ หมาะสม ตามแผนท่ี ปรับเปลี่ยนใหม่ อ ย่ า ง ต่ อ เ น่ื อ ง (A)
159 ตารางท่ี 13 สรุป การเร่ิมดาํ เนนิ งาน พื้นที่ และผูม้ สี ว่ นร่วมในโครงการทมี บูรณาการเพอ่ื การแกไ้ ข ฟื้นฟูผู้กระทําผดิ ในชุมชนของสาํ นกั งานนําร่อง สนง.คป. เร่ิมดําเนนิ งาน พน้ื ที่ ผ้รู ว่ มโครงการ ผรู้ บั บริการ นครราชสีมา 16 พ.ย.2554 อ.เมอื ง รวม 23 คน รวม 460 คน อ.อาํ เภอพมิ าย รวม 4 ทมี -พคป. 7 คน -ผูถ้ กู คมุ ฯผใู้ หญ่ 380 คน มหาสารคาม 26 พ.ย.2554 ท้ังจังหวัด 13 อําเภอ -อสค. 16 คน -ผรู้ บั การฟ้นื ฟู 80 คน รวม 24 ทมี รวม 95คน รวม 298 คน -พคป. 15 คน ผถู้ ูกคมุ ฯผใู้ หญ่ 70 คน -อสค.และ ผถู้ ูกคมุ ฯเยาวชน 51คน เครอื ขา่ ยยตุ ิธรรม พัก/ลดโทษ 122 คน ชมุ ชน 80 คน ผู้รบั การฟ้ืนฟู 55 คน เชยี งราย 3 ต.ค. 2554 อ.แมส่ าย 3 ทมี รวม 23 คน รวม 160 คน อ.เทิง -3 ทมี รวม 6 ทมี อ.แม่สาย อ.แม่สาย พคป. 5 คน ผถู้ ูกคุมฯผใู้ หญ่ 67คน อสค. 6 คน ผถู้ กู คมุ ฯเยาวชน 7คน เครือขา่ ย 3 คน พกั /ลดโทษ 6 คน เทิง อ.เทิง พคป. 3 คน ผู้ถูกคมุ ฯผใู้ หญ่ 31คน อสค. 6 คน ผู้ถกู คมุ ฯเยาวชน 20คน พัก/ลดโทษ 8 คน ผรู้ บั การฟ้ืนฟู 20 คน ลาํ ปาง อ.เมือง อ.เมือง รวม 55 คน รวม 159 คน มกราคม 5 ทีม พคป. 12 คน ผูถ้ ูกคุมฯผใู้ หญ่ 135 คน 2555 อ.งาว อสค.และ ผู้ถกู คุมฯเยาวชน 17 คน งาว 5 ทมี เครอื ข่าย 43 คน พัก/ลดโทษ 7 คน พฤศจิกายน รวม 10 ทมี 2554
160 ตารางท่ี 13 สรปุ การเริม่ ดําเนินงาน พน้ื ท่ี และผู้มสี ว่ นร่วมในโครงการทมี บูรณาการเพ่อื การแกไ้ ข ฟ้นื ฟผู ูก้ ระทําผิดในชมุ ชนของสาํ นักงานนาํ รอ่ ง (ตอ่ ) สนง.คป. เรม่ิ ดําเนนิ การ พ้ืนที่ ผรู้ ว่ มโครงการ ผู้รับบรกิ าร พทั ลงุ ตลุ าคม ทง้ั จังหวัด รวม 172 คน รวม 1,359 คน 2554 รวม 11 อาํ เภอ พคป. 7 คน ผูถ้ ูกคุมฯผใู้ หญ่ 642คน รวม 24 ทมี อสค. และ ผู้ถกู คมุ ฯเยาวชน 97คน เครอื ข่าย 165 คน พัก/ลดโทษ 36คน ผรู้ ับการฟ้นื ฟู 584คน สระบุรี 1 ตุลาคม 2554 1. อําเภอแก่งคอย รวม 22 คน รวม 268คน 2. อาํ เภอพระพุทธ พคป. 3 คน ผถู้ กู คุมฯผใู้ หญ่ บาท อสค. 19 คน เยาวชน 3. อําเภอเสาไห้ เครอื ข่าย คน พกั /ลดโทษ 170 คน รวม 3 ทมี ผู้รบั การฟน้ื ฟู 80 คน พระโขนง 1 ตลุ าคม 2554 เขตบางนา รวม 37 คน รวม 241 คน เขตพระโขนง พคป.5 คน ผูถ้ กู คมุ ฯผใู้ หญ่ เขตประเวศ อสค.29 คน เยาวชน เขตสวนหลวง เครอื ข่าย- คน พกั /ลดโทษ 191 คน รวม 5 ทีม ผรู้ บั การฟน้ื ฟู 50 คน มนี บรุ ี 7 กันยายน เขตมนี บุรี รวม - คน รวม 50 คน 2554 เขตคลองสามวา * ปรับเปา้ หมาย เปน็ เขตลาดกระบัง ภารกิจการสงเคราะห์ เขตหนองจอก ผูก้ ระทําผิดหลงั ปล่อย * ไมไ่ ด้ดาํ เนนิ การ ตามแผนเน่ืองจาก ประสบปญั หามหา อุทกภัย
161 ตารางท่ี 14 สรปุ รปู แบบ ขนั้ ตอน โปรแกรม และกจิ กรรมในโครงการทมี บูรณาการเพอื่ การแกไ้ ข ฟน้ื ฟูผ้กู ระทาํ ผิดในชมุ ชนของสาํ นักงานนาํ ร่อง สนง.คป. รูปแบบ ข้ันตอน โปรแกรม/กิจกรรม นครราชสมี า หัวหนา้ ทมี อสค. - ปฐมนเิ ทศกลมุ่ ขอความ - โปรแกรมแกไ้ ขฟ้ืนฟูตาม พร้อมลกู ทีม ๓ คน ร่วมมือจากครอบครัว ระดบั ความเสยี่ งและ - ชี้แจงเง่ือนไข ทาํ ขอ้ ตกลง ความต้องการ - รับรายงานตัวรายบคุ คล - ใหค้ วามรเู้ กย่ี วกับชวี ติ สรปุ กลุม่ ใหข้ ้อคิด และการอยู่รว่ มกันใน - สอดสอ่ งผูถ้ ูกคมุ ฯ ความถี่ สังคม มองปัญหาของ ขึน้ อยู่กับการจาํ แนกความ ตนเอง เส่ยี งและความตอ้ งการ - ใหค้ าํ ปรกึ ษาแนะนาํ - ประชมุ รว่ มกบั สนง.เดือน รายบคุ คล/กลมุ่ ละครงั้ หรอื เมอื่ พบปัญหา - อบรมธรรมะ - ปจั ฉิมนเิ ทศ- ปฏญิ าณตน - ตรวจปสั สาวะเฉพาะคดี - ออกกําหนดนัดสงเคราะห์ ยาเสพตดิ มหาสารคาม พคป.1 คน ต่อ ทีม - ประชุมทมี อสค. จ่ายคดี โปรแกรมสาํ หรับผ้ใู หญ่ อสค..6 คน ตามความเสีย่ ง หวั หนา้ --เยยี่ มบ้าน 15 วนั /ครั้ง (หัวหนา้ ทีม 1 คน ทมี 01;ลกู ทีม 02-03 โปรแกรมพ้นื ฐาน 3 ฐาน ลูกทมี 5 คน) - อสค.เย่ียมบ้าน หากมี อบรมธรรมะ หรือเข้าค่าย มีเครอื ขา่ ยยุติธรรม ปญั หาจะปรกึ ษาหัวหน้า จริยธรรม 2 ครัง้ ชมุ ชนช่วย ทมี หรือให้หวั หน้าทีมลง โปรแกรมเดก็ เยาวชน ผู้ ดาํ เนนิ การ พน้ื ที่ กรณแี กป้ ญั หาไม่ได้ พัก/ลดโทษ ผรู้ บั การฟนื้ ฟฯู หัวหนา้ ทีมจะ หารอื พคป - เย่ียมบ้าน 15วัน/คร้ัง - .ประชมุ ร่วมกบั สํานกั งาน – อบรมธรรมะ หรอื เข้าคา่ ย ทกุ สน้ิ เดอื น ปรกึ ษาทางจติ วิทยา 2 ครัง้ - โปรแกรมพืน้ ฐาน 1-5 - ใหค้ วามรู้ด้านกฎหมาย ให้คาํ ปรกึ ษาจติ วทิ ยาแก่ ครอบครัว
162 ตารางท่ี 14 สรุป รูปแบบ ขน้ั ตอน โปรแกรม และกจิ กรรมในโครงการทมี บูรณาการเพอื่ การแก้ไข ฟน้ื ฟผู ู้กระทําผดิ ในชุมชนของสาํ นักงานนาํ รอ่ ง (ตอ่ ) สนง.คป. รปู แบบ ข้ันตอน โปรแกรม/กิจกรรม เชยี งราย แม่สาย - ประชมุ ทีมอสค. 10 วนั / โปรแกรมกลมุ่ เส่ยี งสงู พคป.1 คน โดยมี คร้ัง - รายงานตัว 1 คร้งั /เดือน ทมี อสค.4 คน โดย - อสค.ออกสอดสอ่ ง - สอดส่อง 1 ครง้ั / เดือน ทาํ งานร่วมกับภาคี - อสค.ร่วมกบั สนง.คป.รบั - กจิ กรรมแกไ้ ขฟน้ื ฟูอย่าง เครือข่ายชมุ ชน รายงานตวั ในพนื้ ทเี่ ดอื น นอ้ ย 6 กิจกรรม เทิง ละครัง้ พร้อมกิจกรรม โปรแกรมกลมุ่ เส่ียงปานกลาง พคป.1 คน โดยมี แกไ้ ขฟ้ืนฟู และงาน - รายงานตัว2 เดอื น/ครัง้ ทมี อสค.2 คน มี 3 บริการสงั คม โดยเนน้ - สอดส่อง 2 เดอื น/ ครั้ง ทีม การบูรณาการกบั ชุมชน - กิจกรรมแกไ้ ขฟน้ื ฟอู ยา่ ง ทกุ ภาคส่วน นอ้ ย 4 กจิ กรรม - ประชมุ ร่วมกับสนง. ทกุ โปรแกรมกลมุ่ เสี่ยงต่ํา เดอื น - รายงานตวั 3 เดือน/ครง้ั - การประชมุ คดี (Case - สอดส่อง 3 เดอื น/ ครั้ง conference) ทกุ วันพุธ - กิจกรรมแกไ้ ขฟน้ื ฟูอยา่ ง สัปดาห์ท่ี 1 และ 2 ของ น้อย 2 กิจกรรม เดือน กิจกรรมการแก้ไขฟืน้ ฟู มี 1. โปรแกรมพืน้ ฐาน: กราฟ ชวี ติ การเห็นคุณค่าใน ตนเอง การวางแผนชวี ิต 2. อบรมธรรมะ/ความรู้ เก่ียวกับยาเสพติด 3. การทํางานบริการสงั คม ลําปาง - พคป.ทํางานเป็น - จดั ทาํ คมู่ ือปฏิบตั ิงาน โปรแกรมกลมุ่ เสย่ี งสงู (01) ทีมรว่ มกนั โดยมี พร้อมตัวอย่างเอกสารทใี่ ช้ - รายงานตัว 1 เดอื น/คร้งั ทีม อสค.รองรับ - ปฏิบตั ิตามคมู่ อื .แตม่ กี าร ออกสอดสอ่ ง 1 เดือน/คร้งั ในแต่ละพน้ื ที่ ปรับตามความเหมาะสม รว่ มกิจกรรมแกไ้ ขฟนื้ ฟ/ู โดยผา่ นการประชุม บริการสงั คม 5 กจิ กรรม รว่ มกบั ทีม
163 ตารางที่ 14 สรปุ รปู แบบ ขนั้ ตอน โปรแกรม และกิจกรรมในโครงการทมี บูรณาการเพอ่ื การแก้ไข ฟื้นฟผู ้กู ระทาํ ผิดในชุมชนของสาํ นักงานนาํ รอ่ ง (ตอ่ ) สนง.คป. รปู แบบ ขนั้ ตอน โปรแกรม/กจิ กรรม ลาํ ปาง - ทมี .พคป.จะ - เนน้ การมีส่วนร่วมของ โปรแกรมกลมุ่ เสย่ี งปานกลาง ประสานกบั แกน ภาคประชาชนโดยให้ - รายงานตวั 2 เดือน/คร้งั นําอสค.ในแตล่ ะ บทบาท อ.ส.ค. และ ออกสอดส่อง 2 เดอื น/ครงั้ ทมี อย่างใกลช้ ิด เครือข่ายยตุ ิธรรมชุมชน รว่ มกิจกรรมแก้ไขฟน้ื ฟู/ - หัวหนา้ ทมี อสค. ทํางานเต็มท่ี และบาง บรกิ ารสังคม 3 กจิ กรรม นาํ เครอื ขา่ ย พ้นื ท่มี ีการนาํ กลุม่ แกนนํา โปรแกรมกลมุ่ เสยี่ งต่ํา (03) ยตุ ธิ รรมชมุ ชน และผ้นู ําชมุ ชนมาร่วมดว้ ย -รายงานตัว 3 เดือน/ครัง้ เขา้ มามีส่วนร่วม - เน้นการมีสว่ นร่วมของ ออกสอดส่อง 3 เดอื น/คร้งั และทําหนา้ ที่ ผกู้ ระทําผิด ครอบครัว รว่ มกิจกรรมแกไ้ ขฟนื้ ฟู/ บรหิ ารจดั การใน และชมุ ชน โดยให้ อ.ส.ค. บริการสังคม 1 กจิ กรรม พน้ื ท่ี ภายใตก้ าร และเครอื ข่ายฯเช่ือมโยง - กจิ กรรมปฐมนเิ ทศ มี ดแู ลของ พคป. ความสัมพนั ธ์ของ อสค.อาวโุ ส ดําเนนิ การ ครอบครัวและชมุ ชน โดย สนง.จัดทาํ คู่มอื และ - ทบทวนถอดบทเรียน หา Power Point ให้ แนวทางทด่ี ขี น้ึ โดยมกี าร - รบั รายงานตวั ทุกวนั พุธที่ ประชุมพดู คุยรว่ มกับทมี 2 ของเดือน สมุ่ ตรวจ บูรณาการอยา่ งสมาํ่ เสมอ ปัสสาวะ (โดยพคป.) เดอื นละ 1 ครัง้ เพ่ือปรบั พรอ้ มจดั กิจกรรม หาแนวทางปฏิบัตทิ ่ดี ี - กิจกรรมทาํ งาน - ไปพบผู้ถูกคุมฯ เพือ่ สาธารณะประโยชน์ แนะนําตัว แจ้งกําหนด โครงการปลูกป่า รกั ษา ปฐมนเิ ทศทศี่ นู ย์ฯและ ส่ิงแวดล้อม ตรวจสอบข้อมลู ผู้ถกู คมุ ฯ - ประชุมรว่ มกบั สํานกั งานฯ ทกุ เดือนและบางคร้งั ใช้ การประสานงานทาง โทรศัพท์
164 ตารางท่ี 14 สรุป รปู แบบ ขน้ั ตอน โปรแกรม และกจิ กรรมในโครงการทมี บรู ณาการเพื่อการแกไ้ ข ฟื้นฟผู ู้กระทาํ ผิดในชมุ ชนของสาํ นักงานนาํ รอ่ ง (ต่อ) สนง.คป. รูปแบบ ข้นั ตอน โปรแกรม/กิจกรรม ลาํ ปาง - ประชมุ เจ้าหน้าทีท่ ุกวัน - พทั ลุง ศกุ ร์แรกของเดือน - ประชมุ ทมี บรู ณาการถอด บทเรยี นร่วมกนั เดอื นละ 1 ครงั้ หลังเสรจ็ กจิ กรรม รบั รายงานตัว - พคป.ทํางานเป็น - หัวหน้าทมี อสค.จา่ ยคดีให้ - งานบริการสงั คม เชน่ ทีมและประสาน ลูกทมี ตามพน้ื ท่ี กิจกรรมรณรงคด์ ่มื ไมข่ บั กบั แกนนําทมี - อสค.ออกสอดส่อง - กิจกรรมทางศาสนา เช่น อสค.ในแตล่ ะ - รบั รายงานตัวท่ีศูนยฯ์ ห้วิ ปิ่นโตไปวัด บา้ นก่ึง พนื้ ท่ีอย่างใกล้ชิด เดอื นละครงั้ วถิ ีธรรม - หวั หนา้ ทมี อสค. - ประชมุ รว่ มกับสํานกั งานฯ - โปรแกรมยาเสพตดิ นาํ เครอื ข่าย ทกุ เดอื น - กิจกรรมครอบครวั เช่น ยุตธิ รรมชมุ ชน - จัดทาํ บนั ทึกข้อตกลง คา่ ยครอบครัวอบอุ่น เขา้ รว่ ม และทาํ ระหว่างผู้ถูกคมุ ฯ กับ ครอบครวั เลกิ เหลา้ หน้าท่บี รหิ าร ครอบครัวและชุมชน - ทศั นศึกษาอาชพี จดั การในพ้นื ท่ี - รับรายงานตวั รายบคุ คล/ - บนั ทึกข้อตกลงระหวา่ งผู้ ภายใต้การดูแล รายกลมุ่ และตรวจ ถูกคุมความประพฤติกบั ของ พคป. ปสั สาวะ ครอบครวั และชุมชน - พคป.1 คน มี ทมี - ออกสอดส่องระหว่างและ - นทิ รรศการแสดงผลงาน อสค.8 คน ภายหลงั พน้ การคมุ ความ คนื คนดสี ู่สังคม - อสค 2 คน มี ประพฤตแิ ละฟื้นฟฯู ศูนยป์ ระสานงาน (ตดิ ตามสงเคราะห์หลงั ฯ 1-2 ศนู ย์ ปล่อย) ครอบคลมุ พื้นท่ี อําเภอละ 3-4 ตาํ บล
165 ตารางที่ 14 สรปุ รูปแบบ ขน้ั ตอน โปรแกรม และกจิ กรรมในโครงการทมี บรู ณาการเพือ่ การแกไ้ ข ฟื้นฟูผ้กู ระทําผดิ ในชมุ ชนของสํานักงานนาํ รอ่ ง (ตอ่ ) สนง.คป. รปู แบบ ข้ันตอน โปรแกรม/กจิ กรรม สระบรุ ี พคป.มที มี อสค. - มกี ารจัดลําดับความวกิ ฤต - การปฐมนิเทศ รับ พระโขนง รองรบั ในแตล่ ะ ของคดแี ละเรม่ิ ทกี่ าร รายงานตัว เดือนละครั้ง พื้นที่ และประสาน สะสางคดีคงั่ ค้างท้งั หมด - สอดส่อง เดอื นละครั้ง กบั แกนนาํ อสค. - มกี ารประสานงานกบั - เนน้ การฝึกอาชีพ อย่างใกล้ชิดหวั หนา้ หน่วยงานในเขตพ้ืนที่ เช่น - ค่ายยาเสพติด ทีม อสค.ทําหนา้ ที่ อาํ เภอ ศาล วดั โรงเรยี น - งานบรกิ ารสังคม บริหารจดั การใน ฯลฯ อยา่ งใกลช้ ดิ กจิ กรรมตามประเพณี พ้ืนท่ี ภายใตก้ าร - ลงพนื้ ทเี่ ดือนละคร้งั ตอ่ คดี เชน่ ตกั บาตรดอกไม้ ดแู ลของ พคป. - รายงานตวั ทกุ วนั อังคารท่ี รณรงคป์ ลอดยาเสพติด - อสค.สร้าง 2 ของทุกเดือน ทีมงานของตนเอง - ประชุมรว่ มกบั สนง.ทุกสนิ้ โดยนาํ ประชาชนใน เดอื น พื้นทม่ี ารว่ มงาน ทีมท่ี 1 เขตบางนา - กาํ หนดกล่มุ เปา้ หมาย โปรแกรมแก้ไขฟ้ืนฟสู ําหรับ พคป 1: อสค 7: - คัดเลอื ก อสค. ในเขต ผถู้ กู คมุ ฯ ผู้ใหญ่ ผ้ถู กู คุมฯ 38 คน พ้นื ที่ เขา้ รว่ มการอบรม ประกอบด้วย ปฐมนิเทศ ทมี ท่ี 2 เขตบางนา - จดั ทําค่มู อื และประชุม อบรมกฎหมาย โปรแกรม พคป 1: อสค 3: อาสาสมคั รคุมประพฤติ ทักษะการควบคุมตนเอง ผรู้ บั การฟ้ืนฟู 50คน - จัดโปรแกรมการแกไ้ ข ทกั ษะอาชีพ ทกั ษะสังคม ทมี ที่ 3 เขตพระ ฟ้ืนฟูตามประเภท จรยิ ธรรม และปัจฉิมนเิ ทศ โขนง กลุ่มเป้าหมาย - โปรแกรมแก้ไขฟนื้ ฟเู ด็ก พคป 1: อสค 7: - จัดอบรมทีมงานบรูณาการ และเยาวชน ผถู้ กู คมุ ฯ 38 คน การแกไ้ ขฟ้นื ฟูผ้กู ระทาํ ผิด ประกอบด้วย การ ในชมุ ชน ปฐมนเิ ทศ การเหน็ - พคป.สง่ คดีทางไปรษณยี ์ คณุ คา่ ในตนเอง ทกั ษะ หรอื อสค.ไปรบั ท่ีสนงคป. ทางสงั คม และการ ปัจฉมิ นิเทศ
166 ตารางที่ 14 สรปุ รปู แบบ ขน้ั ตอน โปรแกรม และกจิ กรรมในโครงการทมี บูรณาการเพ่ือการแก้ไข ฟ้นื ฟผู ูก้ ระทาํ ผดิ ในชุมชนของสาํ นกั งานนาํ ร่อง (ตอ่ ) สนง.คป. รูปแบบ ขั้นตอน โปรแกรม/กิจกรรม พระโขนง ทีมท่ี 4 เขตสวน - อสค.ออกสอดสอ่ งคดีที่ มนี บุรี หลวง ได้รับ โปรแกรมแก้ไขฟ้นื ฟผู ู้รบั พคป 1: อสค 6: - ประชุมรว่ มกับสาํ นักงานฯ การพกั โทษ/ลดวันต้องโทษ ผถู้ ูกคุมฯ 51 คน อย่างสม่ําเสมอ มี การปฐมนิเทศ การ ทมี ที่ 5 เขต มองเหน็ คุณค่าในตนเองและ ประเวศ การมองโลกทางบวก การ พคป 1: อสค 6: เสรมิ สรา้ งความรับผิดชอบ ผถู้ ูกคมุ ฯ 64 คน ตอ่ สงั คม การเสริมทกั ษะใน การแก้ปญั หาและจัดการ ความเครียด แบ่งเป็น 8 ทมี - ให้การสงเคราะห์ การติดตามสงเคราะห์ ครอบคลมุ 4 เขต ชว่ ยเหลือให้ผพู้ น้ โทษ ผู้กระทําผิดหลงั ปลอ่ ย แต่ไม่สามารถ ดํารงชีพได้ตามสภาพ - การฝึกอาชีพ ดําเนินการตามแผน - ทาํ ความเขา้ ใจกบั ชุมชนให้ - เนือ่ งจากนํ้าท่วม เกิดการยอมรับผู้พ้นโทษ ใหญจ่ ึงปรบั ลด เหลอื เพียงเขต คลองสามวาทาํ ภารกจิ สงเคราะห์ ภายหลงั ปลอ่ ย
167 ตารางท่ี 15 สรปุ ผลการดาํ เนินโครงการทมี บูรณาการเพื่อการแก้ไขฟื้นฟผู กู้ ระทําผดิ ในชุมชน สนง. ผลคดี คมุ ประพฤติ ความพงึ พอใจ โอกาส/ประโยชน์ ปจั จยั สคู่ วามสําเรจ็ นครราชสีมา - ปฏบิ ัติตาม - พคป.และ อสค.ใกล้ชิดและ - ความสามารถในการ เงอื่ นไข 91.74% เข้าใจกนั มากขน้ึ มที ัศนคติ บรหิ ารจดั การงานคดี - ผิดเงอ่ื นไข/จับ ความสัมพันธ์ท่ดี ตี อ่ กนั และวางแผนการ ใหม่ 8.26% ชว่ ยเหลือเกื้อกลู กนั ทํางานอยา่ งเป็น - พคป.และอสค.สามารถเขา้ ถึง ระบบ ผู้ถกู คมุ ฯ ได้มากขนึ้ ทําให้ วางแผน และแกไ้ ขผ้ถู ูกคุมฯ ได้ตรงตอ่ ปญั หา และความ ตอ้ งการ - อสค.ไดร้ บั ความไว้วางใจจาก ผ้ถู ูกคุมฯ และครอบครวั - อสค.สรา้ งความสมั พนั ธ์กับ ครอบครัวถกู คมุ ฯและร่วมกัน ดแู ลแกไ้ ขผู้ถกู คุมฯ ได้ใกลช้ ิด ทําใหผ้ ถู้ ูกคมุ ประพฤติพน้ คุม ไปไดด้ ้วยดี - ผถู้ ูกคมุ ฯ ไวใ้ จทจี่ ะขอ คาํ แนะนําจาก อ.ส.ค. มหาสารคาม ผถู้ ูกคุมฯ ใน - ครอบครวั ผถู้ กู คุมฯมีกาํ ลงั ใจ โครงการ ปฏิบัติ ในการแก้ไขผู้ถกู คุมฯ และ ตามเงอ่ื นไข ไมถ่ ูก แกป้ ญั หาครอบครวั มากข้ึน จบั คดีใหมใ่ น โดยการแลกเปลยี่ นเรียนรกู้ ับ ระหวา่ งดาํ เนนิ การ ทีมฯ และนาํ ไปปรับใชใ้ น ประกอบอาชพี เป็น ชวี ติ ประจาํ วัน กิจจะลกั ษณะ และ - ผู้ถูกคุมฯ โดยเฉพาะเดก็ และ มีการดํารงชีวิตท่ีดี เยาวชน มีแนวทางแก้ไข ขึน้ ปญั หาของตนเอง
168 ตารางท่ี 15 สรปุ ผลการดาํ เนินโครงการทมี บรู ณาการเพ่อื การแก้ไขฟ้นื ฟูผูก้ ระทําผิดในชมุ ชน (ตอ่ ) สนง. ผลคดี คมุ ประพฤติ ความพึงพอใจ โอกาส/ประโยชน์ ปัจจยั สคู่ วามสําเร็จ เชยี งราย แมส่ าย - รปู แบบทมี ฯเป็นประโยชน์ - อ.ส.ค. และเครอื ข่าย ประพฤติดี 85% อย่างยง่ิ และก่อใหเ้ กิดความ ยุตธิ รรมชุมชนทีม่ ี ผิดเง่อื นไข 5% ร่วมมอื ในการดูแลช่วยเหลอื ความพรอ้ มและ เทิง ผกู้ ระทาํ ผิดอยา่ งเป็นรูปธรรม ศักยภาพ ประพฤตดิ ี 72.5% - ลดภาระการบรหิ ารสํานวน - อ.ส.ค.และเครอื ข่ายฯ ผดิ เงื่อนไข 27.5% คดีของพนักงานคมุ ประพฤติ ท่มี บี ทบาทในชมุ ชน - เกิดการบรู ณาการร่วมกนั อยูแ่ ลว้ จะเช่ือมตอ่ กับ - ทงั้ พคป.และ ระหวา่ งหน่วยงานต่างๆ และ ชุมชนไดด้ ี อาสาสมัครคมุ ภาคประชาชน - มีสถานทที่ าํ การใน ประพฤติ มคี วาม - อาํ นวยความสะดวกให้แก่ พน้ื ท่ที เี่ ป็นสัดส่วน พงึ พอใจ ผรู้ ับบริการในด้านการ - มีการวางแผนการ เดนิ ทาง ทํางาน และทาํ ตาม - เจ้าหน้าทที่ มี งานเกดิ การ แผนท่วี างไว้ เรียนรู้ในดา้ นการบรหิ าร - มีการศึกษาจากสนง.ที่ จดั การ นําร่องก่อนแลว้ นาํ มา ปรับใช้ ลาํ ปาง ผู้กระทาํ ผดิ ใน - อ.ส.ค.เหน็ ประโยชน์ มคี วาม - ความตั้งใจ มงุ่ ม่ัน โครงการประพฤติดี ตง้ั ใจขอเข้ารว่ มโครงการเพมิ่ เรียนรู้ และพรอ้ ม โดยไม่ฝ่าฝืน - พน้ื ท่ตี ้ัง อ.งาวห่างจากเมอื ง ช่วยเหลือสงั คมด้วย เงอื่ นไข 94.23% 90 กม. ทําให้ ผถค.สะดวก จิตอาสาอยา่ งแทจ้ รงิ ผิดเงื่อนไขร้อยละ ต่อการเดินทางมารายงานตัว - ความพรอ้ มของ 5.77% - ผถู้ ูกคมุ ฯ และครอบครัวให้ อสค. และ การยอมรับทําใหไ้ ดร้ บั รูค้ วาม สถานภาพทางสงั คม เคลือ่ นไหวผถู้ กู คุมฯ ตอ่ เนือ่ ง ทีเ่ ออ้ื ตอ่ การทํางาน - อ.ส.ค./เครือขา่ ยมีทกั ษะใน - มีการทํางานเป็นทีม การปฏบิ ตั ิงานดีขึน้ ท่ีเปน็ ระบบ ชดั เจน
169 ตารางที่ 15 สรุปผลการดําเนนิ โครงการทีมบูรณาการเพอื่ การแก้ไขฟนื้ ฟผู กู้ ระทําผิดในชุมชน (ต่อ) สนง. ผลคดี โอกาส/ประโยชน์ ปจั จยั สคู่ วามสําเรจ็ คุมประพฤติ ความพงึ พอใจ - อสค.มคี วามภูมใิ จในการ - ความรู้ ความเขา้ ใจ ลําปาง ผูก้ ระทําผดิ ปฏิบตั ิ ชว่ ยเหลอื ไดร้ บั การยอมรับ ทศั นคติทด่ี ขี อง พทั ลงุ ตามเงือ่ นไข จากผถู้ กู คุมฯ และครอบครัว พนกั งานคมุ ประพฤติ 86.17% ผดิ ชุมชน ในการเปน็ ที่พ่งึ และ ต่องานยุติธรรม สระบรุ ี เงอ่ื นไขการคมุ ช่วยให้ชุมชนสงบสุข ชุมชน ความประพฤติ - อสค.สามารถคดิ กิจกรรมเพอ่ื - นโยบายกรมคมุ 13.83 % การแก้ไขโดยใชว้ ถิ ีชมุ ชน ประพฤติควรมีความ - สามารถสะสาง - ผู้กระทําผิดไดร้ บั การดูแล ชัดเจน และควรให้ คดีค้างได้ 106 คดี อยา่ งใกล้ชดิ และครอบครวั การสนบั สนุนการ - ศาลใหก้ าร ใหค้ วามร่วมมอื กบั อสค. ดาํ เนินงานอย่าง ยอมรับตามคํา จรงิ จงั รับรองของทีม - พคป.และอสค.ทํางาน - มกี ารคดั สรรอสค.ท่มี ี อสค.โดยถอน ร่วมกันมากข้ึน ความพรอ้ ม เสยี สละ หมายจับและมี - ความสมั พันธ์ทด่ี ี คาํ สั่งขยายเวลา - ผถู้ กู คมุ ฯ มีอสค.ดูแลอย่าง ระหวา่ ง อสค. และ การคุมประพฤติ ใกล้ชดิ ทาํ ใหต้ ระหนกั ถึงผล พคป. - สถิติคดผี ิด จากการกระทําของตนเอง - มีระบบการทาํ งาน เง่อื นไขไม่เกิน เป็นทมี ทด่ี ี รอ้ ยละ 10 - สามารถดาํ เนนิ การตาม - ชมุ ชนและฝ่าย โปรแกรมไดต้ ามการจําแนก ปกครองให้ความ ร่วมมอื เขา้ มามีสว่ น - เจา้ หนา้ ท่บี ริหารเวลาและ รว่ ม ให้การสนบั สนนุ งานคดไี ดด้ ีข้ึน - เจ้าหน้าท่ีมเี วลาวิเคราะห์ ภาพรวมใช้หลักวิชาชีพได้ อย่างเหมาะสม - อสค.พัฒนาการทาํ งานมาก ขึน้ สามารถชว่ ยงานได้อยา่ งมี ประสิทธิภาพ
170 ตารางท่ี 15 สรุปผลการดําเนินโครงการทีมบูรณาการเพ่ือการแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ู้กระทาํ ผดิ ในชมุ ชน (ตอ่ ) สนง. ผลคดี คุมประพฤติ ความพงึ พอใจ โอกาส/ประโยชน์ ปัจจัยสคู่ วามสาํ เร็จ พระโขนง ผูถ้ ูกคมุ ฯ - ผกู้ ระทาํ ผิดและครอบครวั - การบริหารจดั การ ประพฤติดี 89.8% พบว่ามีแนวทางแกป้ ัญหาของ ทมี งาน การวางแผน ผดิ เงือ่ นไข 9.22% ครอบครวั มากข้ึน มีการ การมอบหมายงาน ผูร้ ับการฟ้นื ฟฯู แลกเปล่ียนเรยี นรกู้ าร การกํากบั ดแู ลทเี่ ป็น ผา่ นการฟ้นื ฟู 40% แกป้ ัญหา และนําไปปรบั ใช้ ระบบทําใหก้ าร ผิดเง่อื นไข 40% ในชวี ิตประจําวันได้ ดาํ เนนิ งานเป็นไป มีคดอี นื่ 2% - อสค.มคี วามพึงพอใจท่ไี ดม้ ี ตามวัตถุประสงค์ อยู่ระหว่าง 18% สว่ นรว่ ม และไดร้ ับการ - อสค.มีความตงั้ ใจ ยอมรบั ในการแก้ไขผกู้ ระทํา และมีศักยภาพใน ผิดในชมุ ชนของตนเอง การทาํ งาน - สมั พนั ธภาพอันดี ระหว่าง พคป.และ อสค. มนี บรุ ี การตดิ ตาม - พคป.และอสค.ได้เรียนรู้การ - ความสามคั คที งั้ ใน สงเคราะห์หลงั ทํางานร่วมกัน และรว่ มกนั กลมุ่ ของอาสาสมคั ร ปล่อยเป็นไปด้วยดี แกไ้ ขปัญหา - ความพร้อมของพืน้ ที่ มผี พู้ น้ โทษสนใจ - ปญั หาเฉพาะหนา้ ของ และชุมชน เขา้ ร่วมโครงการ สํานกั งานได้รับการแกไ้ ขโดย - การวางแผน การ ตามเป้าหมาย ทมี อสค.ท่มี ศี กั ยภาพ บรหิ ารบคุ ลากรท่ดี ี - ผพู้ น้ โทษ และองค์กรใน ชมุ ชนใหก้ ารยอมรบั และให้ ความร่วมมือสนบั สนนุ การ ทํางานของทมี
171 ตารางท่ี 16 สรปุ ความทา้ ทาย ความเส่ยี ง และขอ้ เสนอแนะในการดาํ เนินโครงการทมี บรู ณาการเพอื่ การแก้ไขฟน้ื ฟูผกู้ ระทําผิดในชุมชน สนง.คป. ความท้าทาย/ความเส่ยี ง ขอ้ เสนอแนะ 1. ควรจําแนกคดที ีผ่ ู้ถกู คมุ ฯ เปน็ กลุ่ม นครราชสมี า 1. ถา้ เลอื กคดีทีอ่ ย่ใู นพ้ืนท่หี า่ งไกลทาํ เสี่ยงที่จะกระทําผิดซํา้ หรอื เป็นผ้ทู ีม่ ี ใหไ้ มท่ นั ตามกาํ หนดเวลาเนอ่ื งจาก ปญั หาท่จี ะตอ้ งไดร้ ับการช่วยเหลือ 2. ควรคัดแยกคดีในเขตพนื้ ท่ีใกล้เคียง ในกลุม่ ผถู้ กู ความประพฤตมิ ี กัน และจํานวนไม่มากเกนิ ไป 3. ควรให้ อ.ส.ค. รบั ผิดชอบ 20 คดีต่อ ภมู ลิ าํ เนากระจายไปตาํ บลต่างๆ ซึ่ง คน เพื่อสามารถดูแลคดีได้ท่ัวถึง 4. อ.ส.ค.ออกสอดสอ่ งอยา่ งน้อย 2-3 ยากแก่การออกพื้นท่ี ครงั้ ตอ่ คดี ใน 3 เดอื นแรกเพอื่ ให้ คาํ ปรึกษาแนะนํา และใหเ้ ข้าร่วม 2. อาสาสมคั รคมุ ประพฤตติ อ้ ง กจิ กรรมอยา่ งน้อย 2 กจิ กรรม ประสานงานกับพคป.อยู่ตลอด 3. พคป.ต้องรวู้ ิธีการบริหารจัดการ คน คดี และเวลา 4. ผถู้ กู คมุ ฯอยหู่ า่ งไกล และมจี าํ นวน มากเกนิ ไป ทําใหด้ แู ลไม่ทัว่ ถงึ มหาสารคาม 1. อสค.กรอกขอ้ มลู ไม่ละเอยี ด 1. พคป.หัวหนา้ ทีมตอ้ งทําหนา้ ที่ผู้ 2. สนง.ดาํ เนินโครงการทงั้ จงั หวัด และ ฝึกสอนงาน และควบคุมคุณภาพ ไดร้ ับความรว่ มมอื จาก อสค.และ งาน เครอื ขา่ ยยุตธิ รรมชุมชนด้วยดีโดยไม่ 2. กรมควรจัดสรรงบประมาณใหไ้ ด้ มีปญั หาค่าพาหนะในการดาํ เนนิ การ ตามทต่ี กลงกับกระทรวงการคลงั โดย แต่ถ้าปรับจากโครงการเปน็ การ อสค.ควรได้รบั การชดเชยค่าพาหนะ ปฏิบัติงานประจํา อสค.และ ไม่ตํ่ากวา่ คนละ 2,000 บาทต่อเดือน เครอื ข่ายจะประสบความเดอื ดร้อน 3. เครือขา่ ยยุตธิ รรมชุมชน และภาค เพราะต้องทํางานเหมอื นเต็มเวลา ประชาสงั คมอืน่ ๆ ทม่ี สี ว่ นร่วม ควร และมคี า่ ใช้จ่ายเพิ่มขน้ึ มาก ได้รบั การชดเชยค่าพาหนะเช่นกัน 3. นํา้ ทว่ ม ขณะออกไมม่ ีผใู้ ดอาศัยอยู่ 4. ควรมคี ่าอาหารให้แก่อาสาสมคั ร ขณะเย่ียมเยียน ปจั จุบนั ได้รบั จากสนง.พัฒนาสังคม และความมัน่ คงของมนษุ ยจ์ งั หวัด
172 ตารางท่ี 16 สรปุ ความท้าทาย ความเส่ียง และข้อเสนอแนะในการดําเนนิ โครงการทีมบูรณาการเพ่ือ การแก้ไขฟนื้ ฟูผ้กู ระทาํ ผดิ ในชุมชน (ตอ่ ) สนง.คป. ความท้าทาย/ความเสี่ยง ขอ้ เสนอแนะ เชยี งราย 1. อ.ส.ค. บางคนมภี าระหน้าท่ีหลาย 1. โครงการทีมงานบรู ณาการฯ สง่ ผล ลําปาง ด้าน ไม่สามารถไปสอดสอ่ งผ้ถู กู คมุ ฯ ใหง้ านคุมประพฤติมปี ระสิทธภิ าพ ไดต้ ามทีท่ มี กาํ หนด ผรู้ ว่ มทมี จึงต้อง แบ่งเบาภาระพคป. จึงควรมีแนว ดําเนนิ การแทน ปฏิบัติ เป็นนโยบายให้ทกุ พนื้ ท่ี 2. เครือข่ายยตุ ิธรรมชุมชนทรี่ ว่ มทีม ยงั ดําเนินการ ขาดความมน่ั ใจในการทํางาน 2. ควรนาํ ภาคสว่ นในพื้นทเี่ ข้ามามีส่วน 3. เนอื่ งจากสํานักงานเลือกพนื้ ท่ี ร่วมดําเนนิ การเชน่ อปท. อบต.ฯลฯ ดาํ เนินการเฉพาะอาํ เภอแมส่ ายทํา 3. การเลอื กดําเนินการในพ้ืนท่ที มี่ กี าร ใหพ้ คป.ทอี่ ยู่ในทีมบูรณาการมีภาระ ผิดเงอื่ นไขสูง มากกวา่ พคป.อื่น 4. สํานักงานควรมกี ารประชุมช้ีแจง 4. บางพ้ืนทมี่ ีปริมาณคดีจาํ นวนมากท่ี โครงการใหเ้ จา้ หนา้ ท่ีทุกคนทราบ จะใชท้ ดลอง แต่ไมม่ ี อ.ส.ค. อย่ใู น 5. การคัดเลือก อ.ส.ค. จะต้องพิจารณา พนื้ ที่ คณุ สมบัติ เช่น การอทุ ศิ เวลา องค์ ความรู้ เป็นตน้ 6. สํานกั งานควรทดลองนําร่องในพน้ื ที่ ท่ี อ.ส.ค. มศี ักยภาพ ก่อน 7. ควรทดลองในคดสี อดส่องกอ่ น เพราะเงอื่ นไขไม่เข้มงวดเท่าคดฟี ้นื ฟู 1. อ.ส.ค. เครอื ข่ายมาไมส่ มาํ่ เสมอ การ 1. ควรนาํ คดีฟื้นฟมู าเข้าโครงการ เรยี นร้แู ละฝกึ ปฏบิ ัตจิ ึงไม่ตอ่ เนือ่ ง เพราะการติดตามใกล้ชดิ ของ อ.ส.ค. 2. สาํ นวนคดเี กบ็ ไว้ทห่ี ัวหน้าทีม จะเปน็ ประโยชน์ต่อการปรับ (พคป.) เอกสารไม่ไดร้ บั การเติมให้ พฤตกิ รรม สมบรู ณ์ 2. วิถีทีมบรู ณาการเป็นประโยชนท์ าํ ให้ 3. สถานะทางสังคมของ อ.ส.ค.และ ดแู ลผูถ้ กู คมุ ฯ ได้ท่ัวถึงเปน็ ท่ี เครือข่าย แตกต่างกัน ทัง้ ดร. กํานัน ประจักษ์ จึงเสนอให้ใชว้ ธิ ีการนี้กับ ศลิ ปินแหง่ ชาติ NGO เมอื่ ร่วมทีม กลมุ่ ผูก้ ระทําผดิ ทุกกลมุ่ ประเภท มักเกิดความเกรงใจกนั
173 ตารางท่ี 16 สรปุ ความทา้ ทาย ความเส่ียง และขอ้ เสนอแนะในการดาํ เนินโครงการทีมบรู ณาการเพอ่ื การแกไ้ ขฟื้นฟูผู้กระทําผดิ ในชุมชน (ต่อ) สนง.คป. ความทา้ ทาย/ความเสี่ยง ข้อเสนอแนะ ลําปาง 4. ผถค.บางรายที่เรียนและทํางานใน 3. หากมนี โยบายนํามาปฏบิ ตั ิจริง พทั ลุง เมืองไม่สะดวกเข้าร่วมโครงการ พคป.จะไม่ต้องเสียเวลาจัดการ สระบรุ ี 5. พนื้ ท่ใี นตาํ บลเลก็ มผี ถค. ไมม่ ากการ เอกสารในคดี ทาํ ใหส้ ามารถบรหิ าร จัดกจิ กรรมตอ้ งใช้งบประมาณเพ่มิ จัดการงานคดีตวั เองได้ดี ไมม่ ีคดีค่ัง 6. มี อ.ส.ค.ไม่ครอบคลมุ ทกุ พน้ื ที่ และ ค้าง พนกั งานคุมประพฤติจะได้ มี อสค.ในพื้นท่ีนอ้ ย หากอสค.ติด พฒั นาศกั ยภาพตนเองสู่การทํางาน ภารกิจจะไม่มีใครปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีแทน อยา่ งมืออาชีพ 4. การจดั กจิ กรรมสามารถจัดรว่ มกันใน พ้นื ทีท่ ี่มคี วามพร้อมได้ 1. ปริมาณคดีมีมากเมื่อเทียบกับ 1. ควรอบรม อสค.เพมิ่ ท้ัง อสค.ใหม่ เจ้าหน้าท่ีและ อสค.ที่ปฏิบตั ิงาน และ อสค.เดมิ 2. อสค.มบี ทบาทในการปฏบิ ัติงาน 2. หากกรมสนับสนุนการมสี ว่ นร่วมของ หลายหน้าที่ ประชาชนอย่างจริงจังควรมีนโยบาย 3. อสค.บางส่วนขาดขวัญกําลังใจ ทช่ี ดั เจนในการสนบั สนุ โครงการนี้ เพราะการทํางานมคี ่าใชจ้ ่ายขณะที่ และมกี ารจดั สรรงบประมาณใหต้ าม มีค่าครองชีพสงู ความเหมาะสม 4. มกี ารกาํ หนดกลมุ่ เป้าหมายมากไป 1. การให้ อ.ส.ค.ออกสอดส่อง 1. ควรอบรมอ.ส.ค.เพิม่ และจดั สมั มนา ผู้กระทําผิดจํานวนมาก อาจสง่ ผล อ.ส.ค.ที่ไม่เข้ารว่ มโครงการกับท่ีเขา้ กระทบตอ่ งบประมาณคา่ พาหนะ ร่วมเพ่อื แลกเปลย่ี นประสบการณ์ 2. การนดั ใหผ้ ู้ถกู คุมฯเขา้ ร่วม และพัฒนางานนใ้ี หด้ ยี ิ่งขึ้น โครงการถเ่ี กนิ ไป โดยไม่ตรงตาม 2. เพ่ิมทักษะการทาํ งานตามโครงการนี้ เงือ่ นไขศาล หรือแผนการฟืน้ ฟูฯ ให้พคป.ทุกคนเห็นถงึ ข้อดีในการ ทาํ ใหผ้ ถู้ ูกคุมฯบางรายไมใ่ ห้ความ สร้างทีมบรู ณาการ ประโยชนท์ ่ีจะ ร่วมมอื ไดร้ บั และแนวคดิ ทีต่ ่อยอดในการ ทํางาน
174 ตารางท่ี 16 สรปุ ความท้าทาย ความเส่ียง และขอ้ เสนอแนะในการดําเนนิ โครงการทมี บรู ณาการเพื่อ การแกไ้ ขฟ้ืนฟูผกู้ ระทําผดิ ในชมุ ชน (ต่อ) สนง.คป. ความทา้ ทาย/ความเสย่ี ง ขอ้ เสนอแนะ พระโขนง มนี บุรี 3. ดาํ เนินการเฉพาะพคป.งาน 3. ปรบั เปลี่ยนทัศนคตใิ นการทาํ งาน สอดส่อง/ฟ้ืนฟูฯ ทงั้ ทง่ี านสบื เสาะ/ ของเจา้ หน้าทตี่ ้ังแต่ระดับนโยบาย ตรวจพิสูจน์ น่าจะมีส่วนรว่ มในการ หัวหน้างานถงึ ผูป้ ฎิบตั ิว่าไม่ใช่เปน็ มอบหมายงานให้ทมี อ.ส.ค.ได้ แต่ไม่ การเพ่ิมภาระ ซึ่งหากผู้ปฎบิ ตั ิเข้าใจ ดําเนนิ การ จะทําใหบ้ รหิ ารจัดการคดไี ดง้ ่ายข้ึน 4. อ.ส.ค.ทม่ี คี วามพร้อมไมม่ าก แต่ละ พ้นื ท่ี อสค.มศี กั ยภาพแตกตา่ งกัน 1. ขาดการเสริมขวญั กําลงั ใจใหอ้ สค. 1. ควรเพิม่ คา่ ตอบแทน หรือมอบ เขา้ มาร่วมงานอย่างตอ่ เนื่อง รางวัลเชิดชูเกียรติ สาํ หรับอสค.เพ่ือ สมํ่าเสมอ เปน็ ขวญั และกาํ ลังใจแก่อสค. 2. การขาดความรู้ ความเข้าใจตอ่ การ 2. พัฒนาศกั ยภาพของพคป.และอสค. พฒั นางานของพนักงานคมุ ประพฤติ เสริมสรา้ งองค์ความรใู้ นงานคมุ ประพฤตกิ อ่ นเขา้ รว่ มทมี 3. ทีมต้องทํางานไปในทศิ ทางเดยี วกัน มกี ารประชุมเตรยี มความพร้อม แกป้ ญั หาการปฏบิ ตั ิงานเป็นประจํา 1. มีการปรับเปลี่ยนพนักงานคุม 1. ตอ้ งมกี ารวางแผนคน และแผนงานท่ี ประพฤตใิ นโครงการ ทาํ ใหก้ าร ดีก่อนเริ่มโครงการ บรหิ ารโครงการมีจดุ ออ่ น ไมต่ ่อเนอื่ ง 2. ต้องมกี ารชี้แจง บทบาท หนา้ ทีข่ อง อสค.เกดิ ความสับสน กังวล อสค.แต่ละสว่ น แตล่ ะบทบาทให้ 2. อสค.ขาดความสามัคคี โดยนํา ชัดเจน วา่ การทาํ งานลักษณะทีม ตาํ แหนง่ การเปน็ ประธานเขต มาใช้ บรู ณาการ ข้ึนอยกู่ ับพนกั งานคมุ ในการทํางานคดีและกจิ กรรมเชิง ประพฤตหิ ัวหน้าทีมและอาสาสมัคร พื้นท่ี ในแต่ละทมี แต่ละพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ 3. เกดิ ภาวะน้ําทว่ มใหญใ่ นพ้นื ทด่ี าํ เนนิ เท่าน้นั โครงการ
175 5.2 อภปิ รายผลการวิจยั การวิจัยครั้งนี้ มุ่งที่จะค้นหาและทดลองใช้รูปแบบใหม่ในการดําเนินงานควบคุมและ สอดส่อง และแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพงาน และแก้ไขปัญหาปริมาณงานโดยใช้แนวทางเคลื่อนสู่ทิศทางยุติธรรมชุมชน อย่างไรก็ตาม การ ดําเนินงานคุมประพฤติ เป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ เทคนิค ทักษะการทํางานแบบสหวิชาการ มี กฎหมาย กฎระเบียบ รองรับการดําเนินงานและผลการดําเนินงานเป็นผลกระทบต่อความม่ันคง ปลอดภัยของชุมชน ดังน้ัน สมาชิกในชุมชนท่ีจะเข้ามามีส่วนร่วมทํางานเป็นทีมบูรณาการใน ระบบงานคุมประพฤติ จึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและวิธีการดําเนินงานคุม ประพฤติ นอกจากน้ัน “การมีส่วนร่วม” ที่ประสงค์ในที่น้ี คือ การมีส่วนร่วมในทุกข้ันตอนของ กระบวนงานควบคุมสอดส่อง ทั้งในด้านการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดําเนินการ ร่วมตรวจสอบ ประเมินผล และร่วมรับประโยชน์ ตามเงื่อนไขที่ความรู้ความสามารถของอาสาสมัครคุมประพฤติจะ กระทําได้ภายใต้แนวทางท่ีสํานักงานคุมประพฤติกําหนด ดังน้ัน การออกแบบการวิจัยจึงมุ่งไปท่ี สมาชิกชุมชนท่ีเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติก่อน และกําหนดวิธีการวิจัยเป็น 4 ระยะ คือ ระยะท่ี 1 การศึกษาปัญหาและความต้องการในการพัฒนาการปฏิบัติงานคุมประพฤติ ระยะท่ี 2 การนํา หลักการ แนวคิด เก่ียวกับรูปแบบใหม่ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชนสู่การปฏิบัติในรูปแบบของโครงการ ทดลอง ซง่ึ เป็นระยะเตรยี มการ เชน่ การสอบถามความสมคั รใจของสํานกั งานคมุ ประพฤตินําร่อง ความ สมัครใจของอาสาสมัครคุมประพฤติ การจัดอบรมความรู้เพิ่มเติมให้แก่พนักงานคุมประพฤติ และ อาสาสมัครคุมประพฤติ การจัดทําแนวทาง คู่มือดําเนินโครงการทดลองของสํานักงานคุมประพฤตินํา ร่อง การศึกษาพ้ืนท่ี และคดีในพ้ืนท่ีดําเนินการ ระยะที่ 3 การดําเนินโครงการทดลองรูปแบบใหม่ใน การแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน และระยะท่ี 4 การถอดบทเรียนและสรุปผลการวิจัย ซึ่งได้ ดําเนินการมาเป็นลําดับ และในการอภิปรายผลการวิจัย เพื่อตอบปัญหาการวิจัย และสรุปการพิสูจน์ สมมตุ ฐิ าน มปี ระเด็นการอภิปราย ดังน้ี 5.2.1 การนาํ รปู แบบทีมบรู ณาการชมุ ชนมาใชใ้ นระบบงานคุมประพฤติ ในกระแสโลกานวุ ตั ร ทปี่ ระชากรโลกอยใู่ นสภาวะเช่ือมต่อท้ังกระบวนการทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมวัฒนธรรม และการเมือง ร่วมกันที่เกิดข้ึนอย่างรวดเร็วด้วยพัฒนาการของ ระบบส่ือสารไร้พรมแดน กระแสวิวัฒน์ทางสังคมรวมถึงของทฤษฎีทางอาชญาวิทยา และการแก้ไข ฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดได้หวนกลับคืนสู่ประชาชน และชุมชนอีกครั้งหนึ่งในนามของยุติธรรมทางเลือก หรือ ยุตธิ รรมชมุ ชน เพือ่ ใหป้ ระชาชนได้มีส่วนรับผิดชอบ และมีอํานาจในการพัฒนาชุมชนเอง ซ่ึง สมาคม คุมประพฤติและพักการลงโทษสหรัฐอเมริกา (American Probation and Parole Association- APPA, 2009) ให้ความหมายว่า ยุติธรรมชุมชน คือยุทธวิธีในการลดและป้องกันอาชญากรรม ด้วย การสร้าง หรือพัฒนาการทํางานร่วมกันในลักษณะหุ้นส่วนภายในชุมชน โดยดําเนินกิจกรรมเชิงรุกใน
176 การลงมือแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันสังคมจากอาชญากรรม ควบคุม ลด และเยียวยา ความเสียหายที่ เกดิ จากอาชญากรรม ใหเ้ กดิ ความเข้มแขง็ ปลอดภยั ในชุมชน และมีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุก คนในชุมชน โดยยุทธวิธียุติธรรมชุมชนครอบคลุมถึงกระบวนการและวิธีการปฏิบัติการยุติธรรมเชิง สมานฉนั ท์ และการแกไ้ ขฟน้ื ฟูผู้กระทําผิดทง้ั ที่เป็นผู้ใหญ่ และเยาวชน ดว้ ย ในประเทศไทย เม่อื พจิ ารณาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ ฉบับ พ.ศ.2540 จนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จะเห็นว่ามีบทบัญญัติหลายข้อที่วางหลักการพ้ืนฐาน ให้ ชุมชน ประชาชน มีส่วนร่วมในการดําเนินงานของภาครัฐมากข้ึน และสร้างกลไกเพ่ือให้ กระบวนการบริหารราชการมีความโปร่งใส ส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่ชุมชน และท้องถิ่น ร่วม ทั้งการดําเนินงานในส่วนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา นอกจากน้ัน การมีส่วนร่วมของ ประชาชนในกิจการภาครัฐ ยังสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และ หลักธรรมาภิบาล 6 ประการ โดยเฉพาะหลักการมีส่วนร่วม หลักความโปร่งใส และหลักความรับผิดชอบซ่ึงกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วม ของประชาชนโดยกําหนดเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของกระทรวง คือ ยุทธศาสตร์ “ยุติธรรมถ้วนหน้า ประชามีส่วนร่วม”(Justice for All,All for Justice) อีกทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล ตาํ รวจเอกประชา พรหมนอก ไดม้ อบนโยบายแก่กรมคุมประพฤติเม่ือ วันที่ 25 ตุลาคม 2555 สรุปได้ ว่า กรมคุมประพฤติ เป็นหน่วยงานหลักที่ร่วมดําเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านการ แก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดซ่ึงเป็น“วาระแห่งชาติ” จึงขอให้ดําเนินการคุมประพฤติ และบังคับ บําบัด แสวงหาข้อเท็จจริง มีการติดตาม ดูแลช่วยเหลือและพัฒนาผู้กระทําผิด ส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วม และนําระบบคุมประพฤติมาใช้แก้ปัญหาผู้ต้องขังท่ีล้นคุกด้วยโดยให้ทํางานเชิงรุกตาม นโยบายหลัก ๆ 5 ด้านคอื 1. เป็นเจ้าภาพหลักในการดําเนินงานบําบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดในระบบบังคับ บาํ บัด 2. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับและความเข้มแข็งของชุมชน โดยเฉพาะโครงการอาสาสมัครคมุ ประพฤติและเครอื ขา่ ยยุติธรรมชุมชน 3. การทําให้ผู้กระทําผิดกลับตนเป็นคนดีและมีวิถีชีวิตเป็นปกติสุข ให้พัฒนา ระบบงาน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทําผิดให้สามารถกลับตนเป็นคนดีและดําเนิน ชวี ิตทเี่ ปน็ สุขต่อไป 4. การนําระบบคมุ ประพฤติมาใช้แก้ปัญหาผตู้ อ้ งขังล้นคุก 5. การเตรียมความพรอ้ มเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน
177 ในขณะที่กระแสความเคล่ือนไหวของโลก และงานคุมประพฤติสากล ตลอดจนนโยบาย ภายในประเทศแห่งรัฐ และกระทรวงยุติธรรม เปิดรับแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชน กรมคุม ประพฤติยังคงต้องรับภาระหนักอย่างต่อเน่ืองจากภารกิจที่เพ่ิมข้ึนหลายด้าน จากการรับผิดชอบ เฉพาะจาํ เลยและผูถ้ กู คมุ ความประพฤตทิ เี่ ปน็ ผู้ใหญ่ตามคําสง่ั ศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาเป็นการรับผิดชอบดูแลแก้ไขผู้กระทําผิดในชุมชนในทุกช่วงวัย และทุกประเภท รวมถึงผู้เสพ ผู้ ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 แล้ว ยังมีภารกิจในการ สงเคราะหผ์ กู้ ระทําผดิ ภายหลังปล่อยตามมติของคณะรฐั มนตรี พ.ศ.2544 :ซง่ึ จํานวนผู้กระทาํ ผิดที่เข้า สู่ระบบการคุมประพฤติในทุกภารกิจต่างเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ืองโดยไม่สอดคล้องกับอัตรากําลังที่ถูก จํากัดด้วยนโยบายปรับลดขนาดกําลังคนภาครัฐตามแผนแม่บทการปฏิรูประบบราชการ ซึ่ง สภาพการณน์ ส้ี ง่ ผลกระทบตอ่ การบรหิ ารจัดการคดขี องสาํ นักงานคุมประพฤติที่ต้องดําเนินการให้แล้ว เสร็จภายในเวลาที่กําหนด ทําให้ต้องมีการลดข้ันตอนที่ไม่จําเป็น เลยไปถึงการลดขั้นตอนเชิงคุณภาพ บางขั้นตอนลง และเพ่ิมวิธีการให้บริการเป็นกลุ่ม ลดการปฏิบัติกับผู้กระทําผิดเป็นรายบุคคล เพ่ือ ประหยัดเวลา ในการพลักดนั งานออกจากระบบให้ได้ตามทก่ี ําหนด อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ก็ยังเกิด ปัญหาสํานวนคดีคั่งค้าง ปัญหาสํานวนคดีสูญหาย และผลกระทบท้ังในระยะสั้น และระยะยาวที่อาจ ตามมาในภายหลัง คอื ปญั หาการกระทําผิดซํา้ ค นอกจากน้นั ในดา้ นบคุ ลากรของกรมคมุ ประพฤติ พนักงานคุมประพฤติผู้พยายามรักษา ขั้นตอนตามมาตรฐานของงานคุมประพฤติจะตกอยู่ในภาวะเครียด ขาดขวัญกําลังใจ ในขณะท่ีมี พนักงานคุมประพฤติบางส่วนพึงพอใจกับการลดขั้นตอนท้ังหลายท่ีลดภาระการทํางาน จนกระทั่ง กลายเป็นความเคยชินที่จะละเลยมาตรการเพ่ือคุณภาพและมีการสั่งสอนสืบต่อมาให้พนักงานคุม ประพฤติรุ่นหลัง จนกลายเป็นรูปแบบของการปฏิบัติงานประจําคือไม่ว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤติหรือไม่ก็ ใช้การปรับลดขั้นตอนเช่นเดียวกัน สถานการณ์ด้านปริมาณและคุณภาพงานเช่นน้ีสอดคล้องกับที่ ปรากฏในระบบงานคุมประพฤติในประเทศสหรัฐอเมริกาโดย Dr. Michael Jacobson ผู้อํานวยการ สถาบัน Vera Institute of Justice อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย City University of New York และ John Jay College of Criminal Justice ซ่ึงเคยเป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า เมื่อพนักงานคุมประพฤติต้องเผชิญกับปริมาณคดี (case load) ที่เพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็ว ซ่ึง ยากที่จะคงคุณภาพงาน จึงทําให้อัตราการกระทําผิดซ้ํา (recidivism rates) เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ ความเช่ือม่ันของประชาชน ต่อประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม และงานคุมประพฤติลดลง ใน เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหานี้ จอห์น เจ ดิลูลิโอ จูเนียร์ จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย กล่าวว่า “ยุติธรรมชุมชน” (community justice) ได้กลับมาเป็นความหวังท่ีจะทําให้กระบวนการยุติธรรมมี ประสิทธิภาพมากข้ึนด้วยการฟ้ืนคืนความเช่ือมโยงระหว่างหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมและชุมชน และมุ่งเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของประชาชนว่าอาชญากรรม ไม่ใช่แค่เรื่องที่ต้องดําเนินการโดยภาครัฐ
178 เทา่ นน้ั แตเ่ ป็นปญั หาของชุมชนท่ีต้องแก้ไข ซึ่งสอดคล้องกับบทสรุปของการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของ ผู้ทรงคุณวุฒิในสหรัฐอเมริกาว่า แนวคิดยุติธรรมชุมชนเป็นรูปแบบวิธีการเชิงกลยุทธ์ ในการลดและ ป้องกันอาชญากรรมด้วยการเสริมสร้างการทํางานร่วมกันแบบหุ้นส่วนภายในชุมชน โดยนโยบายของ รัฐตามแนวความคิดยุติธรรมชุมชนจะเน้นการทํางานในเชิงรุก(proactive) และความสามารถในการ แก้ปัญหา (problem-solving) โดยมุ่งไปที่การป้องกันอาชญากรรม, ควบคุมอาชญากรรม ลดปัญหา อาชญากรรม และเยียวยาความเสียหายท่ีเกิดจากอาชญากรรม (U.S. Department of Justice, 2000) ซึ่งแนวทางยุติธรรมชุมชนน้ีถูกนําเสนอสู่ประเทศไทยโดยผู้บริหารระดับสูงของกรมคุม ประพฤติ เม่ือประมาณ พ.ศ. 2547-2548 แต่เนื่องจากบุคลากรกรมคุมประพฤติยังขาดความรู้ ความ เข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและแนวโน้มทิศทางอาชญวิทยาร่วมสมัย ประกอบกับมีการเปล่ียนผู้บริหาร ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม ดังน้ัน กระแสการเปล่ียนแปลงของกรมคุมประพฤติจึงหยุดชะงัก ดัง ปรากฏตามความเห็นของ ดร.กิตตพิ งษ์ กติ ยารกั ษ์ ปลัดกระทรวงยตุ ธิ รรม ว่า “คุมประพฤติจะพัฒนาการจากองค์กรคุมประพฤติไปสู่เรื่องของการเป็นองค์กรแก้ไข ฟื้นฟูฯผู้กระทําผิดในชุมชนได้จริงไหม ต้องเร่ิมจากฐานคุมประพฤติไปสู่ความเข้าใจเป็น manager ของยุติธรรมชุมชน ตอนน้ันชวนคิดถึงข้ันเปลี่ยนชื่อหน่วยงานใหม่ แต่ถ้าเปล่ียนช่ือหน่วยมันจะเปล่ียน ภารกิจไปด้วยคนรุ่นใหม่กจ็ ะเขา้ ใจ ตราบใดทีใ่ ช้คาํ ว่าคุมประพฤตนิ ี้กย็ ังคมุ ประพฤติอยู่อย่างเดิม ถ้าใช้ คําว่ากรมยุตธิ รรมชุมชนก็ตรงตวั เลย ยตุ ิธรรมชุมชนมีฐานหนึง่ คือคุมประพฤต”ิ โดย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กลุ่มภารกิจพัฒนาพฤติ นสิ ัย อดตี อธบิ ดกี รมคมุ ประพฤติ ใหค้ วามเห็นวา่ “ในขณะท่ีเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ ผมให้ความสนับสนุนเต็มที่และต้องการให้มีการ ใช้ระบบรูปแบบของทีมบูรณาการไปเลย โดยให้มีเป้าหมาย 80 สํานักงาน แทนท่ีจะเป็น 8 สํานักงาน อย่างทุกวันนี้ อยากให้ขึ้นได้มากกว่าน้ี เร็วกว่านี้ แต่ก็ยังติดปัญหา เรื่องความพร้อม ความเข้าใจของ คนคุมประพฤติ สําหรับการเพิ่มปริมาณ อสค. ผมก็มีนโยบาย “1 ตําบล 1 อสค.” ...เหตุผลของการ ใช้ทีมบูรณาการชุมชนผมเห็นด้วยมาตลอดเพราะมันสอดคล้องกับนโยบายทุกระดับ และก็เป็น แนวทางยุตธิ รรมสากล” ดังน้นั จากนโยบายของท่านรฐั มนตรวี ่าการกระทรวงยุตธิ รรม และผ้บู ริหารระดับสงู ทีม บูรณาการ ซึ่งเปน็ การทํางานในชุมชนร่วมกันระหว่างพนักงานคุมประพฤติกับอาสาสมัครคุมประพฤติ จากการศึกษาครั้งนี้น่าจะเป็นหนทางหน่ึงที่สอดคล้องกับเส้นทางสู่ยุติธรรมชุมชน และเป็นแนวทางท่ี พิสูจน์ได้ว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาของกรมคุมประพฤติได้มากกว่าที่ผ่านๆ มาและยังสอดคล้องกับ
179 นโยบายแห่งรัฐ และนโยบาย ตลอดจนแผนกลยุทธ์ของกระทรวงยุติธรรม และความเคลื่อนไหวของ กระแสโลกภายใต้บรบิ ทของสงั คมไทย 5.2.2 ผลการดาํ เนนิ งานการดาํ เนนิ โครงการทมี บรู ณาการชมุ ชน จากการดําเนินโครงการทดลองทีมบูรณาการชุมชน ของสํานักงานคุมประพฤตินําร่อง ใน 4 ภูมิภาค 8 สํานักงานคือ สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา สํานักงานคุมประพฤติ จังหวัดมหาสารคาม สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดลําปาง สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดพัทลุง สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดสระบุรี สํานักงานคุมประพฤติ ประจําศาลจังหวัดพระโขนง สํานักงานคุมประพฤติประจําศาลจังหวัดมีนบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งผู้ถูกคุมความประพฤติท่ีเป็นเด็กและเยาวชน ผู้ถูกคุมความประพฤติที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้ถูกคุมความ ประพฤติที่ได้รับการพักโทษ หรือลดวันต้องโทษ จํานวน 2,076 ราย และผู้รับการบําบัดฟ้ืนฟู สมรรถภาพ ตาม พรบ.ฟ้ืนฟูสมรรถภาผู้ติดยาเสพติดฯ จํานวน 869 ผู้รับการติดตามสงเคราะห์หลัง ปล่อย จํานวน 50 คน รวมมีผู้กระทําผิดในโครงการทดลอง ทั้งสิ้น 2,995 ราย พบว่า สํานักงานคุม ประพฤติเริ่มโครงการทดลองในช่วงเดือน ตุลาคม และ พฤศจิกายน 2554 แต่มีการประเมินผล ร่วมกันในเดือน มิถุนายน 2555 อย่างไรก็ตาม หลังจากจบโครงการทดลองแล้วทุกสํานักงานยังคง ดําเนินงานในรูปแบบทีมบูรณาการชุมชนต่อไป และบางสํานักงานได้ขยายการใช้ทีมบูรณาการชุมชน ในเขตพื้นท่ีเพิ่มเติมจากพ้ืนที่เดิม ผลการดําเนินงานตามโครงการทดลอง จําแนกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ผลการดาํ เนินงานเชิงปริมาณ และผลการดาํ เนินงานเชงิ คุณภาพ สรปุ ได้ดังนี้ 1. ผลการดาํ เนินงานเชงิ ปรมิ าณ ผลงานเชิงปริมาณ คือ จํานวนผู้กระทําผิดในโครงการทดลองที่ปฏิบัติตามเง่ือนไขเพ่ือ การคมุ ความประพฤติ หรอื ตามคําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการฟ้นื ฟสู มรรถภาพผ้ตู ดิ ยาเสพติด พบว่า สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา มีผู้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ร้อยละ 91.74 ผู้ผิดเงื่อนไขร้อยละ 8.26 สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม พบว่าผู้กระทําผิดในโครงการทั้ง 298 คน ยังปฏิบัติ ตามเงื่อนไขและไม่ได้ถูกจับดําเนินคดีใหม่ สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย ท่ีอําเภอแม่สาย มี ผู้ปฏบิ ัตติ ามเง่อื นไข ร้อยละ 85 ผู้ผิดเงื่อนไขร้อยละ 5 แต่ที่อําเภอเทิง มีผู้ปฏิบัติตามเง่ือนไขมีร้อยละ 72.5 ผิดเง่ือนไขร้อยละ 27.5 โดยมีอัตราการผิดเง่ือนไขมากกว่าของอําเภอแม่สาย ทั้งน้ีส่วนหน่ึง เน่ืองมาจากสภาพพื้นท่ีเป็นเทือกเขาการคมนาคมไม่สะดวก และประชากรเป็นกลุ่มชนเผ่ามีปัญหา การสื่อสาร ซ่ึงพนักงานคุมประพฤติแจ้งว่าอัตราการผิดเงื่อนไขลดลงจากเดิมเพราะสมาชิกทีมบูรณา การในพนื้ ที่ชว่ ยไดม้ าก สาํ นกั งานคมุ ประพฤติจังหวัดลําปาง มีผู้ปฏิบัติตามเง่ือนไข ร้อยละ 94.23 มีผู้ ผิดเง่ือนไขร้อยละ 5.77 สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดพัทลุง มีผู้ผิดเงื่อนไขร้อยละ 13.83 สํานักงาน คมุ ประพฤติจงั หวัดสระบุรี ทีมช่วยสะสางคดีเดิมท่ีคั่งค้างได้ 106 คดีใน 1 สัปดาห์ การนําโครงการนี้ ไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายทําให้สถิติคดีผิดเง่ือนไขลดลง โดยมีผู้ผิดเง่ือนไขร้อยละ 10 สํานักงานคุม
180 ประพฤติประจําศาลจังหวัดพระโขนง มีผู้ถูกคุมฯปฏิบัติตามเง่ือนไข ร้อยละ 89.8 มีผู้ผิดเง่ือนไขร้อย ละ 9.22 ผู้ฟื้นฟูฯผ่านการฟื้นฟูฯร้อยละ 40 อยู่ระหว่างการฟื้นฟูฯ และยังปฏิบัติตามคําวินิจฉัยร้อย ละ 18 ผิดเงื่อนไขร้อยละ 40 ตรวจสอบพบว่ามีคดีอื่นก่อนเข้าสู่ระบบร้อยละ 2 สํานักงานคุม ประพฤติประจําศาลจังหวัดมีนบุรีปรากฏว่าทั้งอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมความประพฤติ ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วมใหญ่ จึงไม่สามารถดําเนินการตามแผนได้ แต่ได้มีการปรับแผนโดย นําทีมบูรณาการชุมชนไปใช้ในภารกิจการติดตามสงเคราะห์หลังปล่อย มีผู้พ้นโทษเข้าร่วมโครงการ ครั้งแรกท่ีศูนย์ประสานงานคุมประพฤติคลองสามวาตามเป้าหมายประมาณ 50 คน ในภาพรวมของ สํานักงานทดลองมีผู้กระทําผิดที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ หรือปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ คณะอนุกรรมการฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดคิดเป็นร้อยละ 85.49 ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานการ วิจัยท่ีว่าผู้กระทําผิดท่ีเข้าโครงการทดลองจะปฏิบัติตามเง่ือนไขเพื่อการคุมความประพฤติ หรือคํา วินิจฉยั ของคณะอนุกรรมการฟ้ืนฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติดไมต่ า่ํ กวา่ ร้อยละ 80 2. ผลการดําเนินงานเชิงคุณภาพ สามารถประมวลได้จากประสบการณ์และ มุมมองของพนักงานคุมประพฤติ และอาสาสมคั รคุมประพฤติ ดังนี้ ดา้ นการบรหิ ารจดั การ การดําเนินงานทีมบูรณาการช่วยด้านการบริหารจัดการงานคดี โดยทีมบูรณาการ จงั หวดั ลาํ ปางกล่าวว่า “ทมี บรู ณาการ ทําให้ทกุ คดีมกี ารเคล่อื นไหวเพราะทุกทีมจะประชุม case conference ทุกเดือน และประชุมร่วมกับสํานักงาน ทุก 3 เดือน ทําให้ พคป.ไม่ลืมคดีท่ีรอ เตือน ตาม อ.ส.ค.จะ ช่วยรวบรวมหลกั ฐาน และเขยี นรายงานบางประเภท จึงปอ้ งกันปญั หาคดคี ้างไดท้ างหนง่ึ ” ทีมบูรณาการจังหวัดสระบุรี เป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาคดีท่ีค้างการติดตาม สอดส่องผู้ถูกคุมความประพฤติก่อนการเสนอรายงานต่อศาล ท้ังรายท่ีพ้นระยะเวลาการคุมประพฤติ ไปแล้วแต่ยงั ไมอ่ อกรายงาน และรายท่ยี ังอยู่ระหว่างการคมุ ประพฤติ จํานวน 100 กว่าคดีได้แล้วเสร็จ สิ้นจนสามารถเสนอรายงานได้ท้ังหมดภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ นอกจากนั้น ยังมีบทเรียนจากบาง สํานักงานวา่ “เดิม อ.ส.ค.ไม่ค่อยเข้ามาสํานักงาน จะมาก็แค่ส่งคดีหรือมาทํางานเล็กน้อย หลังจาก การมโี ครงการน้ี อ.ส.ค.หลายคนมาบ่อย ชว่ ยงานไดม้ าก เกิดการเรียนรู้ระหว่าง อ.ส.ค.กับพคป. อสค. เรยี นรูก้ ารปฏิบัตงิ านคมุ ประพฤตมิ ากขนึ้ พคป.เองก็ไดเ้ รียนรูแ้ ละฝกึ การเป็นวิทยากรจาก อ.ส.ค.” การนาํ อาสาสมคั รคุมประพฤตมิ าร่วมทีมบูรณาการ เป็นการเพ่ิมอัตรากําลังรูปแบบหน่ึง ในระบบงานคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติท่ีมีความสามารถ (ผู้อํานวยการโรงเรียน) ได้ ถ่ายทอดความรู้ใหแ้ กอ่ าสาสมัครในพื้นทีต่ ่อไป
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222