31 ความท้าทายสําคัญประการหนึ่งของ Operation Night Light คือการเอาชนะความไม่ ไว้วางใจซ่ึงกันและกันของตํารวจและพนักงานคุมประพฤติ ซ่ึงคุ้นเคยกับการแยกกันทํางานและมี แนวโน้มท่ีจะมี “ถิ่น” ของตน แต่ก็สามารถพัฒนาการทํางานร่วมกันได้ ปฏิบัติการนี้ได้รับการตอบ รับเป็นอย่างดี และแรงจูงใจ (incentives) ในรูปแบบต่างๆ สําหรับเจ้าหน้าท่ีในการทํางานช่วง กลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์ได้มีการกําหนดไว้ในข้อสัญญา และเกือบร้อยละ 45 ของเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดได้ตกลงเข้าร่วมโครงการ โดยการเปลี่ยนแปลงน้ีได้หยั่งรากและกลายเป็นส่วนหน่ึงของ DNA ขององค์กรในปัจจุบันแลว้ 3. โครงการรัฐเวอร์มอนท์ มหาชนต้ังต้นใหม่ ( Vermont: Starting with the Public) ชว่ งปี ค.ศ.1984–1994 จํานวนผตู้ ้องขงั ในมลรฐั เวอรม์ อนท์เพ่มิ มากขนึ้ ถึง 133% แต่ใน ขณะเดียวกัน เรือนจํามีพื้นทค่ี มุ ขังเพิ่มขึ้นเพยี ง 79% และตอ้ งเผชิญกบั ค่าใช้จ่ายท่ีสูงมากในการสรา้ ง เรือนจาํ เพมิ่ ขึ้น จึงมีการขอความเหน็ จากภาคประชาชน และพบวา่ 75% เหน็ ว่าควรมีการปฏิรูป กรมราชทณั ฑ์ (Vermont’s Department of Correction) ทง้ั ระบบ โดยประชาชนตอ้ งการเห็น ระบบท่สี ามารถให้ในส่งิ ทเ่ี ขาตอ้ งการ อาทิ ความปลอดภัยจากการไมต่ กเปน็ เหย่ือความรนุ แรง การ เหน็ ผกู้ ระทาํ ผดิ ในคดีท่ไี ม่เกย่ี วกับความรนุ แรงออกมาแสดงความรับผิดชอบ (accountability) มี ทางเลอื กท่ยี อมให้ประชาชนมสี ่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมมากข้ึน และเห็นด้วยกบั หลักการจัดตงั้ คณะกรรมการเยยี วยาผเู้ สยี หาย (reparative board) ถึง 92% รฐั จงึ รื้อโครงสรา้ งระบบคดที ั้งหมด ภายใต้นโยบายใหม่น้ี ผู้กระทาํ ผิดทก่ี อ่ คดไี ม่รุนแรง ซง่ึ อยู่ในกลมุ่ เสยี่ งตาํ่ เช่น พวกขโมยของในร้านคา้ (shoplifters) พวกที่ชอบขีดเขยี นในท่ีสาธารณะ (vandals) ผูป้ ลอมแปลงเชค็ (check forgers) จะมี โอกาสเลอื กทีจ่ ะเข้าประชมุ ร่วมกับ reparative board ในโปรแกรม Reparative Probation Program –โดยคณะกรรมการนคี้ ือกลุ่มอาสาสมัครในชมุ ชนทีท่ าํ หนา้ ทต่ี ดิ ตามการปฏบิ ัตติ ามคําสงั่ คมุ ประพฤติ (probation sentence) ในช่วง 90 วนั ทผ่ี ้กู ระทาํ ผิดตอ้ งปฏิบตั ติ ามสญั ญาทจ่ี ะชดเชย ความเสยี หายแทนการเข้าสกู่ ระบวนการคมุ ประพฤติปกติ หากพวกเขาไมป่ ฏบิ ัติตามที่ตกลงกจ็ ะต้อง กลับสมู่ าตรการคุมประพฤติปกติ ซึง่ สาํ หรับใน Vermont แลว้ อาจคอ่ นขา้ งหนกั โดยในบางคดี ผู้กระทาํ ผิดอาจถูกคมุ ประพฤตไิ ปตลอดชวี ิต โดยทว่ั ไป Reparative boards จะประกอบด้วยสมาชิก 3-6 คนในแต่ละ session และ จะมีการนัดประชุมทุกสัปดาห์หรือทุกสองสัปดาห์ หลักการคือผู้กระทําผิดได้ก่อความเสียหายขึ้นจึง ต้องชดใช้ และไม่ใช่เพียงการชดใช้ในรูปตัวเงิน แต่โดยการซ่อมแซมส่วนท่ีเสียหายให้กลับมาดีดังเดิม เชน่ กรณีท่ีหญงิ วยั 24 ปที ีข่ โมยเช็คมูลค่า 800 เหรยี ญ คณะกรรมการให้เธอได้เขียนจดหมายขอโทษ ผู้เสียหายและเนื่องจากเธอไม่มีงานทํา ไม่มีเงิน คณะกรรมการจึงให้เธอทํางานพิเศษในชุมชนเพื่อ ชดใช้เงินจํานวนน้ัน แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าผู้เสียหายยอมรับข้อตกลงดังกล่าว ซ่ึงเป็นการเน้น
32 ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง อีกกรณี คือคดีชายหนุ่มคนหนึ่ง ขับรถชนถังขยะกระเด็นไปถูกถังแก๊สขนาด ใหญ่ ทําให้เกิดระเบิดเป็นวงกว้าง นอกจากเขาต้องเสียค่าปรับเป็นจํานวนมากแล้ว ยังมีผลของ ข้อตกลงกับคณะกรรมการเยียวยา คือ ชายผู้นั้นต้องศึกษาและเขียนถึงประสบการณ์ ความรู้สึก รวมถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้เก่ียวกับการทํางานของตํารวจในการดําเนินการกรณีเมาแล้วขับ และการทํางาน ของตํารวจดับเพลิงในเหตุการณ์ฉุกเฉินลักษณะเดียวกับท่ีได้เกิดข้ึนเพ่ือที่จะเข้าใจผลกระทบของการ กระทําผิด และต้องเขียนจดหมายขอโทษไปยังเจ้าหน้าท่ีตํารวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ต้องเส่ียงภัยจาก เหตกุ ารณ์ครงั้ น้ี รวมถึงประชาชนท่ีต้องอพยพย้ายจากบ้านพักอาศัยขณะที่มีการเคลียร์พ้ืนที่ และเพื่อ เป็นการเยียวยาผู้เสียหายเขาต้องทํางานบริการสังคมเป็นนักออกแบบภายนอกอาคาร และเป็นช่าง หิน โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการวางแผนปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง และสถานท่ีสําคัญให้สวยงาม สําหรับ การป้องกันไม่ให้กระทําผิดซ้ําอีก เขาตกลงเข้าบําบัดการติดสุรา และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ สมํ่าเสมอตามที่กําหนด ปัจจุบัน คณะกรรมการเยียวยาผู้เสียหายมีคดีในความดูแลมากกว่าพนักงาน คมุ ประพฤตถิ ึงรอ้ ยละ 30 โดยมีอาสาสมัครเกินกว่า 350 คนในรูปของคณะกรรมการฯ กว่า 50 คณะ ท่ัวท้งั รฐั และมหี ลายเมืองที่เรยี กรอ้ งใหม้ ีคณะกรรมการฯ เช่นเดียวกันนี้ ในเมืองน้ันๆ การจัดต้ัง Reparative Boards ทําให้งานของพนักงานคุมประพฤติเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยนอกจากจะทําหน้าท่ีควบคุมและสอดส่อง (supervision) ผู้ถูกคุมความประพฤติท่ีไม่ได้เข้า โปรแกรม Reparative Probation แล้ว ยังต้องสนับสนุนการทํางานของ reparative boards หลาย ด้าน เช่น สร้างเครือข่ายการส่งต่อ (referral network) สําหรับผู้ถูกคุมความประพฤติ และ ประสานงานร่วมกับชุมชนเพื่อค้นหาผู้ท่ีสนใจท่ีจะเข้าร่วมกับ reparative boards โดยหลักการ เน่ืองจากผู้กระทําผิดในกลุ่มเสี่ยงตํ่าที่คณะกรรมการดูแลมีจํานวนมาก พนักงานคุมประพฤติจึงควรมี เวลาเหลอื มากข้ึนทจี่ ะมุง่ ไปที่คดีของกลุ่มเส่ียงสูง (high-risk cases) ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีอุกฉกรรจ์หรือ คดีท่ีมีความรุนแรง (felony or violent offenders) แต่น่ันยังไม่เกิดข้ึน ขณะที่ reparative boards ช่วยแบ่งเบาภาระงานของพนักงานคุมประพฤติไปแล้ว แต่ปริมาณคดี (caseload) ของพนักงาน คุมประพฤติก็ยังคงเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเน่ืองเช่นกัน เน่ืองจากมีความนิยมในมาตรการคุมประพฤติเพิ่มขึ้น ปริมาณคดีของเจ้าหน้าที่จึงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คือราว 200 คดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะท่ีพนักงาน คุมประพฤติยังคงหนักใจกับภาระปริมาณคดี แต่เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งพอใจท่ีได้หันมาทํางานร่วมกับ ชุมชนและผู้เสียหายมากย่ิงข้ึน การวัดผลโครงการในเวอร์มอนท์ ใช้วิธีสํารวจความพึงพอใจของ ประชาชนตอ่ ระบบการปฏบิ ัตติ อ่ ผู้กระทําผดิ ปรากฏว่าความพงึ พอใจของประชนเพมิ่ สูงข้นึ เรอื่ ยๆ 4. โครงการสรา้ งใหม่เคานต์ ้ีเดชูท (Deschutes County: Reinventing a Department) เคาน์ตเี้ ดชูท (Deschutes County) มลรฐั ออริกอน (Oregon) ได้บูรณาการงาน คุมประพฤติโดยอาศัยความรว่ มมอื ของชุมชนเข้ากบั ระบบศาลรปู แบบใหม่ จงึ เปน็ การเปลย่ี นแปลงที่
33 ก้าวกระโดดทเ่ี น้นหลกั การยตุ ิธรรมสมานฉันท์ (restorative justice) ซึ่งเปน็ นโยบายเชิงปอ้ งกัน โดย Deschutes County ได้รับทนุ จาก สถาบนั แก้ไขผูก้ ระทําผดิ แหง่ ชาติ เพือ่ ดาํ เนินโครงการยตุ ธิ รรม ชมุ ชนนาํ ร่อง และรฐั ไดอ้ อกกฎหมายใหมบ่ งั คับให้ county ปรับเปลี่ยนรูปแบบงานคมุ ประพฤติผูใ้ หญ่ ในขณะที่งานคมุ ประพฤตเิ ยาวชนไดม้ กี ารปฏริ ปู ไปแลว้ โดยพนกั งานคุมประพฤตจิ ะถูกแบง่ ออกเป็น 3 ทมี คอื 1) Accountability Team ทาํ หน้าท่ใี นการตดิ ต่อ ดูแล แกไ้ ขผ้กู ระทาํ ผดิ และประสานงานกับศาล 2) Community Outreach Team ลงพนื้ ทที่ าํ งานร่วมกบั ชมุ ชนเพ่อื พัฒนา โครงการต่างๆ สาํ หรับทง้ั ผู้ถกู คมุ ความประพฤติเองและเยาวชนกล่มุ เสี่ยง 3) Restoration Team ทําหน้าทด่ี าํ เนนิ การไกล่เกล่ียแทนศาลในคดี ความผดิ เล็กน้อยและพยายามท่ีจะทาํ ใหผ้ ้กู ระทาํ ผดิ ไดช้ ดใชค้ วามเสียหาย ต่อผู้เสียหายจากความผิดท่ีเขาไดท้ ําลงไป ภายใต้รูปแบบ (model) ใหม่นี้ ทําให้ขอบเขตความรับผิดชอบเดิมๆ ของพนักงาน คุมประพฤติได้เปลี่ยนไป ท้ัง “พนักงานคุมประพฤติ” probation officer ยังได้เปลี่ยนชื่อไปเป็น “พนักงานยุติธรรมชุมชน” community justice officer และหันมาบูรณาการงานชุมชนร่วมกับงาน คมุ ประพฤตเิ ดก็ และเยาวชน ท่ที ํางานเพ่ือแกป้ ัญหาชุมชน และงานคุมประพฤติกลายเป็นเพียงหนึ่งใน เครื่องมือของพวกเขาเท่านั้น (probation was but one of their tools) งานคุมประพฤติชุมชน (community-based probation) ได้ถูกนํามาบูรณาการสู่ระบบใหม่ในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น Restorative Team ซึ่งทําหน้าท่ีร่างข้อตกลงระหว่างผู้กระทําผิดและผู้เสียหายโดยมีจุดประสงค์ให้ ผู้กระทําผิดได้รับผิดชอบต่อการกระทําของเขา อาจจะโดยการทํางานให้กับผู้เสียหายจนกระท่ังได้ มูลคา่ ตามทเ่ี กิดความเสียหายน้ัน หรือ ผู้ถูกคุมความประพฤติอาจจะได้รับมอบหมายให้ทํางานบริการ สังคมที่เป็นโครงการท่ีร่วมพัฒนากับ Community Outreach Team และฝ่ายท่ีเก่ียวข้องในท้องถิ่น (local stakeholders) ลักษณะงานบริการสังคม อาทิ การช่วยสร้างบ้านให้กับครอบครัวของผู้ที่มี รายได้ต่ํา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการชดใช้ (pay back) ให้กับชุมชน รวมทั้งให้ผู้กระทําผิดได้เกิด ความร้สู ึกภูมิใจ บางกรณี ผ้กู ระทาํ ผิดอาจมีโอกาสไดเ้ ขา้ ร่วมโปรแกรมก้าวใหม่ (Fresh Start) ซึ่งพวก เขาจะสามารถได้รับค่าจ้างข้ันตํ่าจนกระทั่งพวกเขามีเงินพอท่ีจะจ่ายคืนให้กับผู้เสียหาย การป้องกัน อาชญากรรม (crime prevention) จะเกิดข้ึนได้ทุกเม่ือที่เราสามารถเช่ือมโยงผู้กระทําผิดเข้ากับ ชมุ ชนได้ ย่งิ ผกู้ ระทาํ ผิดรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมากขึ้นเท่าไหร่ ย่ิงได้ผลในเชิงป้องกันเผู้กระทํา ผดิ ท่จี ะหนั ไปกระทําผิดซา้ํ ไดม้ ากขน้ึ เทา่ นัน้ ผลการดําเนินโครงการของ Deschutes County พบว่า นอกจากการปฏิบัติตาม เงอื่ นไขของทป่ี ระชมุ คณะกรรมการเยยี วยา (reparative board) จะสงู มากอยู่ที่ร้อยละ 85 แล้ว จาก
34 การติดตามผู้กระทําผิดในการทํางานบริการสังคมซึ่งเคยเป็นสิ่งน่าเบ่ือสําหรับผู้ถูกคุมความประพฤติ กลับพบว่า เมื่อเขาได้ทํางานที่มีคุณค่าในชุมชน เช่น การสร้างศูนย์สําหรับเด็กท่ีถูกทารุณกรรม สวนสาธารณะ ฯลฯ ผู้กระทําผิดจะไม่ขาดงาน และมักทํางานล่วงเลยช่วงเวลาท่ีกําหนดให้ โดย ผู้กระทําผิดรับว่ามีความรู้สึกท่ีดีมากท่ีได้รู้ว่ากําลังได้ช่วยเหลือชุมชน ได้ชดเชยสิ่งท่ีทําผิดไป ใน ขณะเดยี วกันก็รู้สึกได้รับการยอมรับนับถือ ท้ังน้ีปรากฏว่าผู้กระทําผิดท่ีเป็นเด็กและเยาวชนในชุมชน ลดลงถงึ ร้อยละ 27 ในชว่ งเวลาสองปีนับตงั้ แต่มีการดําเนนิ โครงการนี้ในเขตเดชูท โดยสรุปแล้วโครงการทั้ง 4 เป็นโครงการที่ดําเนินต่อไปบนหลักการของยุติธรรมชุมชน แต่มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งสนิ้ เชงิ เน่ืองจากบริบททีต่ ่างกนั เช่น โครงการทีท่ ดลองท่ัวทั้งรัฐเวอร์มอนท์ ให้อํานาจอาสาสมัครชุมชน (community volunteers) ในการกําหนดและควบคุมดูแลเงื่อนไขการ คุมความประพฤติ โครงการในบอสตันเน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานคุมประพฤติและตํารวจใน การจัดการกับความรุนแรงในหมู่แก๊งค์วัยรุ่น โครงการของเดชูทในรัฐออเรกอน ได้ปรับโครงสร้าง องค์กรใหม่ท้ังหมด และเน้นเร่ืองการป้องกันอาชญากรรม และโครงการทดลองในมาริโคปา มลรัฐ อริโซน่า ให้ความสําคัญกับการส่งพนักงานคุมประพฤติลงพ้ืนท่ีสอดส่องและเยี่ยมเยียนผู้ถูกคุมความ ประพฤติในชุมชนอย่างประจํา สมํ่าเสมอ ในขณะท่ีโครงการท้ัง 4 แห่ง มีความแตกต่างกันอย่างมาก แต่ก็ทาํ งานภายใต้เปา้ หมายเดยี วกันคือ การเพิ่มประสทิ ธภิ าพงานคมุ ประพฤติ ดว้ ยการสรา้ งเครือข่าย กับชุมชน (building connections with local communities) เน้นให้ความสําคัญกับเป้าหมายที่ กว้างขึ้น นั่นคือการป้องกันอาชญากรรมและการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด และต่างเสาะแสวงหาหนทาง ทจ่ี ะให้พนักงานคมุ ประพฤติมที างเข้าถึงทรัพยากรท่ีมากข้ึน และมีปริมาณคดีที่ลดลง โครงการเหล่านี้ ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะฟื้นคืนความเชื่อมั่นในงานคุมประพฤติ ทั้งระหว่างเจ้าหน้าที่ในองค์กร รวมถึงจากประชาชนดว้ ย นอกจากการศึกษาของ Robin Campbell และ Robert Victor Wolf แลว้ ยังมี กรณศี ึกษาเกย่ี วกบั สาํ นกั งานคุมประพฤติ หรอื สาํ นักงานยุตธิ รรมชุมชนอกี ดงั นี้ กรมคุมประพฤตแิ ละยตุ ิธรรมชุมชนทอมปค์ นิ สเ์ คานต์ ี้ นครนวิ ยอร์ค (County Department of Probation and Community Justice, New York) พันธกิจ (Mission): แกไ้ ขฟ้ืนฟผู ้กู ระทาํ ผิดในชมุ ชนเปน็ รายบุคคลเพ่ือลดการใชเ้ รอื นจาํ และระบบงานศาล โดยมงุ่ ให้ใหผ้ ้กู ระทาํ ผดิ มีความรับผดิ ชอบ เสริมสร้างบทบาทหน้าทขี่ องครอบครัว ความมัน่ คงปลอดภยั ของชมุ ชน และเยียวยาผ้เู สียหาย หลักการท่ีมตี ่อกล่มุ ผรู้ บั บริการ 1. การปกปอ้ งชุมชน และความปลอดภยั ของชุมชน มีความสําคญั เป็นอันดับแรกใน การให้บรกิ ารงานด้านการแกไ้ ขฟื้นฟูผู้กระทาํ ผดิ
35 2. ผูก้ ระทําผดิ ควรไดแ้ สดงความรับผิดชอบต่อผเู้ สยี หายและชุมชน 3. ทุกคนมคี วามเข้มแข็งและมศี กั ยภาพท่ีจะสร้างการเปลยี่ นแปลงในทางบวกและมี ศักยภาพท่จี ะตดั สนิ ใจท่ีดกี วา่ ในชวี ิตของพวกเขา 4. ผู้กระทาํ ผิดสามารถเรยี นรู้ทจี่ ะแสดงความรบั ผิดชอบในการกระทาํ ของพวกเขา จากการไดร้ บั บทลงโทษตามระดับ หลกั การความเช่ือต่อเจา้ หนา้ ท่ีและองค์กร 1. เจ้าหนา้ ทจ่ี ะปฏบิ ตั หิ นา้ ที่อย่างสดุ ความสามารถด้วยความเป็นมืออาชีพ (professional excellence) เพอ่ื ตนเองและองค์กร 2. เจา้ หนา้ ท่ีจะปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ดว้ ยความซอ่ื สัตย์ (honesty) สามัคคี (Integrity) และ ทาํ งานในวิชาชีพโดยปราศจากอคตแิ ละการแบง่ แยกชนช้นั ในทุกรปู แบบ (free of any form of bias and discriminatory) 3. เจ้าหนา้ ทจี่ ะกระตอื รอื ร้นทจ่ี ะทาํ ความเขา้ ใจในเรือ่ งความหลากหลายทาง วฒั นธรรม (cultural diversity) ต่อกลมุ่ ผรู้ บั บรกิ ารและเจา้ หน้าที่ของเรา 4. เจ้าหน้าที่จะเป็นเจ้าพนกั งาน และผู้กระตนุ้ ให้ผู้กระทําผิดเกิดการเปลยี่ นแปลงใน ตัวเองดว้ ยแนวทางการคมุ ความประพฤติทมี่ ปี ระสิทธิภาพ เปา้ หมายองค์กร ปี 2012 ) 1. ประสบความสําเร็จในการฝกึ อบรมเจา้ หนา้ ท่แี ละใช้กฎการควบคุมและสอดสอ่ ง ฉบับใหม่ (supervision Rule) กฎฉบับใหมน่ ก้ี ําหนดจาํ นวนและคุณภาพของ การรายงานตัวของผู้ถูกคุมความประพฤติแต่ละราย ขึ้นอยกู่ ับความระดบั ความ เสย่ี งและความต้องการ (risk&need) รวมท้งั มีการใช้เทคนิคการวางแผนเพ่อื ให้ บรรลุเปา้ หมายเชงิ บวกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2. รว่ มมอื กบั คลนิ ิกสขุ ภาพจิตแห่งมลรฐั ทอมปค์ นิ ส์ ในการใชเ้ คร่ืองมอื ประเมนิ ความเสี่ยงในการควบคมุ และสอดส่องผู้กระทําผดิ ในคดเี กย่ี วกับเพศ เพอื่ สร้าง ความแมน่ ยาํ ในการจาํ แนกผกู้ ระทําผิด 3. ศึกษาตดิ ตามผลเกย่ี วกับประสทิ ธภิ าพของโครงการนําร่องเร่อื งเดก็ ถกู รังแกใน โรงเรียน 4. ทาํ งานร่วมกบั ฝา่ ยบรหิ ารมลรฐั และ ในการหาที่ตั้งสาํ นกั งานใหม่สําหรบั ศนู ย์ ยุติธรรมชุมชน (Community Justice Center) ซึง่ จะดูแลเร่อื งการรายงานตวั ตอนกลางวัน พนักงานคมุ ประพฤตศิ าลยาเสพตดิ (Drug Court Probation Officers) และโปรแกรมครอบครวั บําบดั
36 สํานกั งานคมุ ประพฤตผิ ู้ใหญท่ ราวิสเคานต์ ้ี มลรัฐเท็กซสั (Travis County Adult Probation, Texas) พนั ธกิจ: ทาํ ใหช้ มุ ชนปลอดภัยและเปลี่ยนชวี ิตของผ้ถู กู คมุ ความประพฤติ สาํ นกั งานคมุ ประพฤติผูใ้ หญท่ ราวสิ เคานต์ ี้ กาํ หนดแผนยตุ ิธรรมชุมชนประจาํ ปี 2012- 2013 วา่ จะทาํ งานรว่ มกับชุมชน เพอ่ื ใหผ้ ถู้ กู คมุ ความประพฤติแตล่ ะคนประสบความสําเรจ็ ในการ: เยียวยาความเสยี หายให้แกช่ มุ ชน และผู้เสยี หาย ปฏิบัตติ ามเง่ือนไขการคุมความประพฤติ และเข้า รว่ มโปรแกรมและบริการอย่างครบถ้วนเพ่ือเปล่ียนชวี ติ ในทางบวก และปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย โดยมี เป้าหมายระยะยาว คือ 1. สนับสนนุ ให้การพจิ ารณาคดขี องศาลเน้นการมีสว่ นร่วมและความรับผิดชอบของ ผกู้ ระทาํ ผดิ มากขนึ้ โดยกําหนดไว้ในคําพิพากษาซึ่งเป็นการลงโทษผู้ต้องหาใน คดีอาญาทีม่ ีประสิทธภิ าพ 2. เพิม่ โอกาสให้กบั ผู้ตอ้ งหาในคดอี าญาที่จะชดเชยความเสยี หายใหก้ บั ผเู้ สยี หาย ด้วยเงนิ หรอื ด้วยการทํางานบรกิ ารสังคม 3. จัดทาํ เกณฑ์และวธิ ีการที่เป็นมาตรฐานในการติดตามและประเมนิ ผลการ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นการดูแลผกู้ ระทาํ ผิดในชุมชน ทม่ี ตี อ่ อตั ราการกระทําผดิ ซาํ้ 4. จัดทําโครงการและงานทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ชุมชนให้มาก 5. สนบั สนนุ โปรแกรมการปฏบิ ตั ิงานดูแลผกู้ ระทําผิดใน อย่างมีประสทิ ธภิ าพและ คุม้ ค่า โดยดาํ เนนิ งานให้บรรลุตามวัตถุประสงคด์ งั ทีบ่ ัญญตั ไิ วใ้ นกฎหมาย สาํ นกั งานยุติธรรมชุมชนแจคสนั เคานต์ ี้ (Department of Jackson County Community Justice, Oregon) สํานักงานยุติธรรมชุมชนแจคสันเคาน์ต้ี มลรัฐออเรกอน ดําเนินการคุมความประพฤติ และผู้ได้รับการพักการลงโทษท่ีเป็นผู้ใหญ่ การคุมความประพฤติเยาวชน สถานท่ีกักกันและกัก บริเวณต่างๆ (detention and residential facility) ตลอดจนดําเนินงานในศูนย์พักพิง (Transition Center) หนว่ ยงานท้งั หมดนไี้ ด้กําหนดกรอบการทํางานร่วมกนั ในการจัดการกับพฤติกรรมการกระทํา ผิดที่เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งทํางานร่วมกันในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดและการชดเชยความเสียหาย สํานักงานยุติธรรมชุมชนแจ๊คสันเคาน์ต้ีทํางานร่วมกับหน่วยงานภาคีอ่ืนๆ รวมทั้งชุมชนเพ่ือให้เกิดผล ในเชิงบวก และลดปัญหาการกระทําผิดซํ้า ผลการดําเนินงานของหน่วยงานประสบความสําเร็จตาม เป้าหมายเน่ืองจากการทํางานอย่างใกล้ชิดของทีมเจ้าหน้าที่ร่วมกับชุมชน องค์กรด้านการบําบัด (treatment organization) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ (law enforcement agencies) และด้วยโปรแกรมท่ีมีประสิทธิภาพ อาทิ โปรแกรมแก้ไขฟ้ืนฟูและการควบคุมและสอดส่องผู้กระทํา
37 ผิดในคดีทางเพศ การดําเนินงานด้านยาเสพติด หน่วยพิเศษด้านคดีความรุนแรงในครอบครัว (specialized domestic violence unit) โปรแกรมการกักขังและให้การศึกษาแก่เยาวชนในสถานที่ คมุ ขงั ซงึ่ จะเน้นการแก้ไขฟน้ื ฟผู ู้กระทําผิดและการรบั ผดิ ชอบต่อชุมชน ตลอดจนโปรแกรมการทํางาน บริการสังคมทั้งสําหรับผู้ใหญ่และเยาวชน ซ่ึงทํางานให้กับองค์กรกว่า 100 องค์กร ท้ังท่ีเป็นองค์กร ของรฐั และองคก์ รไมแ่ สวงหากาํ ไร พันธกิจ (mission) ของสํานักงานยุติธรรมชุมชนแจ๊คสันคาน์ต้ี คือ การช่วยเหลือ ประชาชนให้ปลอดภัย โดยการควบคุมและสอดส่อง คุมความประพฤติและผู้ได้รับการพักการลงโทษ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธภาพเพื่อปกป้องชุมชน เพ่ือให้ม่ันใจว่าพวกเขาไม่ได้ทําให้เกิด ผู้เสียหายรายใหม่ หรือก่อความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายรายเดิมซ้ํา สนับสนุนสิทธิของผู้เสียหาย ส่งเสรมิ การแสดงความรับผิดชอบของผู้กระทําผิด และช่วยเหลือผู้กระทําผิดให้เปล่ียนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้นโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ทาํ ใหช้ มุ ชนมีความปลอดภัยจากอาชญากรรม วิสัยทัศน์ (Vision) คือการดูแลชุมชนให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมและความไม่สงบ เรียบร้อย ภายในกรอบของสังคมท่ีมคี วามเป็นอสิ ระ แตภ่ ายใต้นิติรฐั เป้าหมาย (Goals) เพิ่มความปลอดภัยในชุมชนโดยการลดอาชญากรรม ให้ความรู้และ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน และสัมพันธภาพกับทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัย ของชุมชน สนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เสียหายในระบบความปลอดภัยของชุมชน คงไว้ ซึ่งทางเลือกในการลงโทษ ปฏิบัติ และแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดที่หลากหลาย พัฒนาประสิทธิภาพของ ระบบความปลอดภัยของโดยมีการประเมนิ ผล (evaluation) ควบคูไ่ ปดว้ ย งานคมุ ประพฤตผิ ้กู ระทําผดิ ท่เี ปน็ ผใู้ หญ่ (Adult Services) สํานักงานยุติธรรมชุมชนแจ๊คสันเคาน์ต้ี มีพนักงานคุมประพฤติ 21 ตําแหน่ง ทําหน้าท่ี ดูแลผู้กระทําผิดราว 1,750 คน พนักงานคุมประพฤติทุกคนจะได้เข้าฝึกที่สถาบันมาตรฐานความ ปลอดภัยชุมชนและการฝึกอบรม และได้รับประกาศนียบัตรจากรัฐออริกอน หน้าที่ของพนักงาน คุมประพฤติ ได้แก่ การออกเย่ียมผู้กระทําผิดท่ีบ้าน ที่ทํางาน และในชุมชน รับรายงานตัว ดูแลให้ ผู้กระทําผิดปฏิบัติตามเง่ือนไข เข้าร่วมและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ช่วย ปราบปรามการก่ออาชญากรรม เป็นทรัพยากรของชุมชนและสร้างความปลอดภัยในชุมชนโดยการ ประสานงานร่วมกับชุมชน ให้ความเห็นเกีย่ วกบั วิธีการลงโทษที่เหมาะสม การดําเนินงานมีการแบ่งออกเป็นหน่วยงานตามลักษณะคดี ซึ่งจะมีการแบ่งไปตามเขต พื้นที่ได้แก่ หน่วยผู้กระทําผิดทางเพศ (Sex Offender Unit) หน่วยความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence Unit) ทําหน้าท่ีดูแลผู้กระทําผิดที่ได้ก่อคดีความรุนแรงในครอบครัว โดย ร่วมมือกับหน่วยการบําบัดและชุมชน หน่วยควบคุมและสอดส่องแบบไม่เข้มงวด (Reduced Supervision Unit) ทาํ หนา้ ท่ีดูแลผ้กู ระทําผดิ กลุ่มท่ีมคี วามเส่ยี งตํ่า
38 งานบริการสังคม (Community Service) โปรแกรมการทํางานบริการสังคม (Community Service Program) มีพันธกิจคือการทํางานเพื่อให้ผู้กระทําผิดปฏิบัติตามเง่ือนไข ใน สภาพแวดล้อมท่ีก่อให้เกิดผลอันเป็นการชดเชยให้กับชุมชน ผู้กระทําผิดยังสามารถทํางานบริการ สังคมแทนค่าปรบั หากศาลเห็นชอบ อีกทงั้ งานบริการสังคมยังถือเป็นการลงโทษรูปแบบหนึ่งของศาล และพนกั งานคมุ ประพฤติ ลักษณะท่ีน่าสนใจเกี่ยวกับการทํางานบริการสังคมของสํานักงานยุติธรรมชุมชน มี 2 ประการ คือ กฎระเบยี บที่ผกู้ ระทาํ ผดิ ตอ้ งปฏบิ ัติ และค่าธรรมเนียมในการทํางาน 1) กฎระเบยี บทีผ่ กู้ ระทําผดิ ต้องปฏบิ ตั ิมดี ังน้ี (1) หา้ มใชอ้ ปุ กรณ์อเิ ลกทรอนกิ ส์ทุกชนิด (เชน่ ไอโฟน ไอแพด) (2) ผู้ทํางานบริการสงั คมต้องนําอาหารและเคร่อื งดื่มมารบั ประทานเอง (3) หา้ มนําเครอื่ งด่มื แอลกอฮอล์และ/หรือสารเสพติดเขา้ มาในบรเิ วณ (4) สวมใส่เสื้อผ้าท่เี หมาะสม หา้ มใสก่ างเกงขาสั้น เส้ือไม่มีปก หรือรองเท้าแตะ หากไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือคําสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมการทํางานบริการสังคม ผู้กระทําผิดจะไม่ได้รับชั่วโมงการทํางานในวันน้ัน และจะถูกส่งตัวกลับมาให้กับพนักงานคุมประพฤติ ดําเนนิ การต่อไป 2) ค่าธรรมเนียมในการทํางานบริการสังคม (Community Service Fees) ผู้กระทําผิดต้องเสียค่าธรรมเนียมในการทํางานบริการสังคม ซึ่งประกอบด้วยค่าลงทะเบียน 40 เหรียญสหรัฐ และค่าดําเนินการและติดตามผล (maintenance/monitoring fee) อีก 25 เหรียญ สหรัฐต่อเดือน รวม 65 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,080 บาท) ผู้กระทําผิดท่ีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและ ต้องมีการรายงานต่อศาล จะต้องชําระค่าธรรมเนียมเพ่ิมอีก จํานวน 73 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,336 บาท) งานควบคุมและสอดส่องเยาวชน (Juvenile Community Supervision) การคมุ ความประพฤติ หรอื การควบคุมและสอดส่องผู้กระทําผิดในชุมชน (community supervision or probation) คือการดําเนินการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้เสียหาย ชุมชน และผู้กระทําผิด โดยเน้นถึงความปลอดภัยของชุมชน (community safety) การแสดงความ รับผิดชอบ (accountability) และการพัฒนาความสามารถ (competency development) ของ ผู้กระทําผิด เยาวชนจะถูกส่งเข้าโปรแกรมต่างๆ ตามระดับความเส่ียงความต้องการ และเงื่อนไขการ คุมความประพฤติ เยาวชนท่ีถูกกําหนดให้ใช้การควบคุมและสอดส่องในชุมชน (community supervision) คือกลุ่มที่มีความเส่ียงสูงท่ีจะกระทําผิดอีกจึงต้องการการควบคุมดูแลในระดับที่สูงข้ึน การควบคุมและสอดส่องในชุมชนทําให้เยาวชนเหล่านี้สามารถดํารงชีวิตอยู่ในชุมชนแทนที่จะต้องถูก คุมขังในสถานทก่ี กั กัน
39 เม่ือพนักงานคุมประพฤติได้รับมอบหมายคดีจะมีการติดตามคดีตามเขตพื้นที่ท่ีเยาวชน พักอาศัย และพนักงานคุมประพฤติจะดําเนินการประเมินความเส่ียงซํ้า (Re-assessment of risk) จัดทําแผนและดําเนินการตามแผน (Developing and implementing case plan) ติดตามการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขศาล (Monitoring court ordered conditions) ให้คําปรึกษา และประเมินผล (Counseling, assessment and evaluations) ส่งต่อให้ทํางานบริการสังคม (Community service referrals) ดาํ เนนิ การเม่ือมีการฝ่าฝืนคาํ สัง่ ศาล (Responding to the violations of court order) ใหบ้ รกิ ารแกผ่ เู้ สยี หาย (Providing services to victims) ละใหบ้ ริการอื่นๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง เมื่อศาลส่ังคุมความประพฤติ เยาวชนต้องปฏิบัติตามเง่ือนไขทุกข้อ โดยศาลอาจเปล่ียน เง่ือนไขการคุมความประพฤติได้ ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเยาวชน และระดับความเส่ียงของ เยาวชนที่มีต่อชุมชน หากเยาวชนไม่ปฏิบัติตามเง่ือนไข ศาลอาจลงโทษเพ่ิมซ่ึงรวมถึงการคุมขังใน สถานท่ีกักขัง การกักบริเวณในสถานพักพิงท่ีกําหนด (residential facility) หรือ ส่งตัวเข้าสถาน ฝกึ อบรม (youth correctional facility) กไ็ ด้ ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลเยาวชนให้ปฏิบัติตามคําส่ังคุมความ ประพฤติที่ศาลกําหนด ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบเม่ือเยาวชนไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไข และต้องเป็นตัวอย่างในการแสดงความรับผิดชอบเอง ทั้งท่ีบ้านและในชุมชน ศาล หรือพนักงานคุมประพฤติอาจกําหนดให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลปฏิบัติตามเง่ือนไขบางประการร่วมกับ เยาวชน ซึ่งอาจรวมถึงการให้คําปรกึ ษา การใหค้ วามรู้แก่ผ้ปู กครอง (parent training) การบําบัดและ ตรวจวัดแอลกอฮอร์หรือสารเสพติด (alcohol/drug assessment and treatment) โดยความ ร่วมมือของผู้ปกครองจะช่วยให้เยาวชนสามารถพัฒนาพฤตินิสัยและพ้นจากการคุมประพฤติด้วยดี ผู้ปกครองท่ไี ม่ใหค้ วามรว่ มมอื อาจมีความผิดในฐานหมนิ่ ประมาทศาล งานยุตธิ รรมชมุ ชนสาํ หรับเยาวชน (Juvenile Community Justice) ยุติธรรมชุมชน (Community Justice) คือการสร้างความสมดุลท่ีสําคัญระหว่างความ ปลอดภัยของชุมชน (community safety) ความรับผิดชอบของผู้กระทําผิด (offender accountability) และการพัฒนาสมรรถนะของผู้กระทําผิด (offender competency development) สรุปไดด้ ังนี้ ความปลอดภัยของชุมชน (community safety) ประชาชนมีสิทธิที่จะอยู่ในชุมชนที่ เข้มแข็งและปลอดภัยจากอาชญากรรม และควรได้รับความคุ้มครองระหว่างท่ีเยาวชนถูกคุมความ ประพฤติ ความปลอดภัยของชุมชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยปราศจากการแสดงความรับผิดชอบ ต่อ ความเสียหาย ต่อผู้เสียหายและชุมชน และความรับผิดชอบเช่นน้ันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดย ปราศจากการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมการกระทําผิดของเยาวชน เพื่อป้องกันการก่อความ เสียหายในอนาคต
40 ความรับผิดชอบ (accountability) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทําผิดจะเกิด ประสิทธิภาพท่ีสุดเม่ือมีการปฏิบัติงานที่มีมาตรฐานและโปรแกรมท่ีสามารถทําให้ผู้กระทําผิดรู้สํานึก รับผิดชอบในพฤติกรรมการกระทําผิด และรับผิดชอบต่อความเสียหายท่ีตนก่อข้ึนกับผู้เสียหายและ ชุมชน ผู้กระทําผิดต้องเยียวยาความเสียหายนี้ด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ผู้ซ่ึงได้รับผลกระทบพึงพอใจ และ ความรับผิดชอบรวมถึงการทผ่ี ู้กระทําผิดก้าวออกมาเป็นพลเมืองที่ดี โดยชุมชนต้องมีบทบาทสําคัญใน การช่วยเหลือและให้โอกาสในการให้พวกเขากลับคืนสู่สังคม เมื่อพวกเขาได้แสดงความรับผิดชอบต่อ การกระทาํ ของตนและพยายามบรรเทาความเสียหายท่เี กดิ ขน้ึ การพัฒนาความสามารถ (competency development) ผู้กระทําผิดควรออกจาก กระบวนการยุตธิ รรม โดยเป็นคนดีและทําประโยชนต์ ่อชมุ ชนได้มากกว่าตอนท่ีเข้ามา ดังนั้น นอกจาก ผู้กระทําผิดจะต้องเข้ารับการบําบัด (treatment) เพื่อยับยั้งพฤติกรรมท่ีเป็นปัญหาแล้ว ยังต้องได้รับ การพัฒนาความสามารถ ซ่ึงสามารถทําการวัดผลได้ ในการทําหน้าท่ีเป็นพลเมืองท่ีดีมีความ รับผิดชอบ สาํ นกั งาน มัลท์นอมาท์ เคานต์ ี้ มลรฐั ออเรกอน (Department of Community Justice Multnomah County, OREGON) สํานักงานยุติธรรมชุมชน มีบทบาทสําคัญในการสร้างความปลอดภัยในชุมชนและสร้าง ชุมชนท่ีเข้มแข็ง โดยการทํางานเพ่ือยับย้ังการหันกลับมาก่ออาชญากรรมซํ้า ด้วยการทํางานร่วมกับ ครอบครัวผู้กระทําผิด และชุมชน เพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ปัญหาท่ีนําไปสู่การเกิดอาชญากรรม และ ควบคุมและสอดส่อง แก้ไขฟ้ืนฟู ผู้ถูกคุมความประพฤติ ท้ังท่ีเป็นเยาวชน และผู้ใหญ่ รวมถึงผู้รับการ พกั โทษ (rehabilitation) ให้พวกเขาปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมทีเ่ ป็นปญั หา วิสัยทัศน์ สรา้ งความปลอดภัยในชมุ ชนด้วยการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก (“Community Safety through Positive Change”) พันธกิจ บริหารทรัพยากรในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความปลอดภัยใน ชุมชน และลดการเกิดอาชญากรรม โดยการกระตุ้นให้ผู้กระทําผิดท่ีเป็นเยาวชนและผู้ใหญ่มีความ รับผิดชอบต่อการกระทําตน อย่างยุติธรรมและชอบธรรม และช่วยเหลือผู้กระทําผิดพัฒนาทักษะที่ จําเป็นเพื่อใหพ้ วกเขาประสบความสําเร็จในอนาคต ค่านิยม ประกอบด้วย ระบบที่เท่าเทียมและเป็นธรรม (A Just and Equitable System) ความร่วมมือ (Collaborative Relationships) – การสร้างความปลอดภัยในชุมชนต้อง ทํางานร่วมกับหุ้นส่วน จากทุกภาคส่วน รวมท้ังศาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โรงเรียน หน่วยงาน ด้านการแก้ไขฟื้นฟู และชุมชน การตระหนักถึงความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและเชื้อชาติ ครอบครัวที่อบอุ่น (Healthy Families) การตัดสินใจบนพ้ืนฐานของข้อมูล (Information-based Decision) นวตกรรม (Innovation) การลงทุนในเจ้าหน้าที่ (Envesting in Employees) ความ นับถือ (Respect) และการใหบ้ ริการ (Stewardship)
41 แผนยุทธศาสตร์ สาํ นักงานยตุ ธิ รรมชมุ ชน Multnomah County มแี ผนยุทธศาสตร์ปี 2011-2013 ซึ่งมเี ปา้ หมายการพฒั นาใน 5 ด้าน สรปุ ไดด้ ังน้ี 1. ด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้กระทําผิดท่ีเป็นผู้ใหญ่และเยาวชนเพื่อลดการ ก่ออาชญากรรมของ โดย: ดําเนินการควบคุมและสอดส่องตามหลักการจําแนกตามความเส่ียงและ ความต้องการ จัดทําโปรแกรมแก้ไขฟ้ืนฟูท่ีจําเป็น สร้างสัมพันธภาพและแรงจูงใจกับผู้กระทําผิด ทํางานรว่ มกับครอบครัว เด็ก และชุมชน 2. ด้านความรับผิดชอบ (Accountability) – การดําเนินการเพื่อให้ผู้กระทําผิดได้ แสดงความรับผิดชอบต่อผลการกระทําของตน โดย: เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมและสอดส่อง เพิ่มช่องทางการให้บริการกับกลุ่มซึ่งมีความเสี่ยงท่ีจะกระทําผิดซ้ํา ใช้รูปแบบการลงโทษและ มาตรการต่างๆ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ใชก้ ารคุมขงั เทา่ ทีจ่ ําเป็น 3. ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร เพ่ือให้บริการด้วยความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ ใช้ โดย:จัดหาทรัพยากรท่ีเพียงพอเพ่ือพัฒนาหรือคงไว้ซึ่งการดําเนินงานที่มี ประสิทธิภาพได้เป็น ผลสําเรจ็ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมลู ท่ีถูกตอ้ งในการตัดสินใจ ใช้งบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์ของ องค์กรและภายนอกองค์กรท่ีเกี่ยวข้อง ดําเนินการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเน่ือง ทั้งในส่วนการ ดําเนินงานขององค์กรและบริการท่ีวา่ จ้างองค์กรภายนอก สรรหา พัฒนา และบริหารบุคลากร รวมท้ัง อาสาสมัครตามสมรรถนะ ใช้ทรัพยากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพ้ืนฐานอย่างมีประสิทธิภาพและ ยง่ั ยืน 4. ด้านการเปลี่ยนแปลงระบบ – ใช้การสนับสนุนและนวตกรรมในการทํางาน รว่ มกับทุกฝ่ายท่ีเก่ยี วขอ้ งเพอื่ พฒั นาความปลอดภยั ของชมุ ชนและเพื่อสรา้ งระบบที่เป็นธรรมและชอบ ธรรม โดย : กําหนดและแก้ไข นโยบายและแนวปฏิบัติที่เก่ียวข้องกับการเลือกปฏิบัติ เข้าร่วมเป็น หุ้นส่วนเพ่ือพัฒนาความปลอดภัยของสาธารณชน สร้างความยุติธรรม รวมทั้งลดการกระทําผิดซ้ํา และการกระทําผิดของเยาวชน ร่วมมือกับหน่วยงานหรือหุ้นส่วนอื่นๆ เพ่ือแก้ปัญหาเร่ืองความไม่ เท่าเทียมในระบบ 5. ด้านความรับผิดชอบต่อผู้เสียหายและชุมชน ให้ความสําคัญต่อสิทธิและความ ต้องการของผู้เสียหาย และซ่อมแซมความเสียหายให้กับชุมชน (restore the community) โดย: ให้บริการอย่างเหมาะสมสําหรับแต่ละวัฒนธรรมเพื่อสร้างช่องทางในการเข้าถึงผู้เสียหายและสมาชิก ในชุมชน ร่วมมือกับหน่วยงานอ่ืนในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าท่ีอื่น และโรงเรียนในการ ตอบสนองความต้องการของผู้เสียหาย ให้บริการผู้เสียหาย และสนับสนุนความพยายามของชุมชนใน การให้บริการผู้เสียหายและครอบครัวของพวกเขา พยายามทุกทางในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศาล และเรยี กเกบ็ เงนิ ชดเชยสําหรบั ผเู้ สยี หาย
42 ก้าวต่อไป (Next Steps) สํานักงานยุติธรรมชุมชน ตระหนักว่าการสร้างความ เปลย่ี นแปลงให้เกิดขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ จําเป็นต้องมีการเปล่ียนผ่านช่วงการวางแผนยุทธศาสตร์ เข้าสู่ช่วงการนําไปปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ต้องมีการจัดทําคู่มือ เคร่ืองมือ และกระบวนการ ทาํ งานต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ประจําวันของเจ้าหน้าที่ ต้องพัฒนาระบบการประเมินผล การดาํ เนนิ งาน และประเมนิ กระบวนการทาํ งาน ซึ่งจะช่วยวัดความก้าวหนา้ และระดับความสําเรจ็ ได้ 2.5 การแก้ไขผกู้ ระทําผิดในชมุ ชนและอาสาสมคั รคมุ ประพฤติในประเทศไทย กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุตธิ รรม เปน็ หนว่ ยงานหลกั หนว่ ยงานเดียวในประเทศไทยที่ รบั ผดิ ชอบดแู ลแกไ้ ข ฟน้ื ฟู ผกู้ ระทําผดิ ทกุ วัย ทกุ ประเภททไ่ี มไ่ ดอ้ ยู่ในสถานควบคมุ ตัวของรัฐ หรอื อกี นยั หน่ึง คือ ผกู้ ระทําผดิ ทุกวัย ทกุ ประเภทที่อยู่ในชุมชนภายใต้บัญญตั ิของกฎหมาย ไดแ้ ก่ เดก็ และ เยาวชนท่ขี ัดแยง้ กับกฏหมาย (children and juvenile in conflict with the law) ผถู้ ูกคุมความ ประพฤตผิ ู้ใหญ่ ผถู้ ูกคมุ ความประพฤติท่ีได้รบั การพักโทษ หรอื ลดวนั ตอ้ งโทษ ผรู้ ับการบําบดั ฟ้ืนฟูฯ ตาม พรบ.ฟืน้ ฟูสมรรถภาพผตู้ ิดยาเสพติด พ.ศ.2545 กรมคุมประพฤติมีฐานรากมาจากสํานักงานคุมประพฤติกลาง หน่วยงานระดับกอง ที่ เปิดดําเนินการ เมื่อ พ.ศ. 2522 โดยร่ิมนําระบบคุมประพฤติมาใช้เฉพาะกับผู้กระทําผิดที่เป็นผู้ใหญ่ ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 มาตรา 56 ในเขตกรงุ เทพมหานคร ต่อมาจึงขยายออกสู่ส่วน ภูมิภาค และขยายภารกิจครอบคลุมไปถึงการดูแล แก้ไข และสงเคราะห์ผู้กระทําผิดทุกวัย ทุก ประเภทที่อยู่ในชุมชนตามทกี่ ฎหมายกาํ หนด ปจั จบุ นั กรมคมุ ประพฤตมิ สี าํ นักงานคุมประพฤตกิ ระจายอย่ทู ัว่ ประเทศ จํานวน 106 สํานักงาน พันธกิจในภาพรวมของการแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ูก้ ระทาํ ผิดในชมุ ชนประกอบดว้ ยภารกจิ สาํ คญั คือ การแสวงหาข้อเทจ็ จรงิ ทางสังคมเกี่ยวกบั ผ้กู ระทําผดิ การควบคมุ สอดส่องผู้ถูกคุมความประพฤตทิ ัง้ เดก็ เยาวชน และผใู้ หญ่ การบําบัดฟนื้ ฟู การตดิ ตามสงเคราะห์ และการทาํ งานบริการสงั คม ปรมิ าณ งานทกุ ภารกจิ ของกรมคุมประพฤตเิ พิม่ มากข้นึ เปน็ ลําดับโดยไม่สอดคลอ้ งกบั อตั รากําลังและการ พฒั นาศักยภาพของเจา้ หน้าที่ ดงั ปรากฏว่า ภารกจิ ด้านสืบเสาะและพนิ ิจจําเลยเพ่มิ จาก 81,058 คดี ในปี 2553 เปน็ 86,756 คดี ในปี 2554 คดิ เป็นเพิ่มขนึ้ รอ้ ยละ 7.03 ภารกจิ ดา้ นงานควบคุมและ สอดส่อง เพม่ิ ข้ึนจาก 172,403 คดี ในปี 2553 เป็น 197,799 คดี ในปี 2554 คดิ เป็น ร้อยละ 14.73 สําหรบั สถติ คิ ดขี อง พ.ร.บ.ฟื้นฟสู มรรถภาพผู้ตดิ ยาเสพติดปี 2545 ประกอบดว้ ย กระบวนการตรวจ พิสูจน์ จาํ นวน 130,402 คดี ในปี 2553 เพิ่มเป็น 193,558 คดี ในปี 2554 และ กระบวนการฟ้ืนฟู สมรรถภาพผ้ตู ดิ ยาเสพติด คือ 119,520 คดี ในปี 2553 เพิม่ เปน็ 177,582 คดี ในปี 2554 นอกจากน้นั กองแผนงานและสารสนเทศ กรมคมุ ประพฤตคิ าดว่า จะมีผู้ท่เี ข้าส่รู ะบบงานคุมประพฤติ เพ่มิ ขน้ึ ดังปรากฏตาม แผนภูมิท่ี 1 กราฟแสดงปริมาณผลการดําเนนิ งานของกรมคุมประพฤติ ประจําปงี บประมาณ 2546 - 2554 และแนวโนม้ การดําเนินงานท่คี าดไว้ปงี บประมาณ 2555–2560
43 แผนภูมทิ ี่ 1 ปรมิ าณผลการดําเนนิ งานของกรมคุมประพฤตปิ ระจําปีงบประมาณ 2546-2554 และ แนวโน้มการดาํ เนนิ งานทคี่ าดไวป้ ีงบประมาณ 2555 –2560 ปริมาณผลการดาํ เนนิ งานของกรมคุมประพฤติ ประจาํ ปีงบประมาณพ.ศ. 2546-2554 และแนวโนม้ ปีงบประมาณพ.ศ. 2555-2560 600,000 500,000 489,328 455,121 400,000 300,000 247,508 200,000 100,000 120,915 - 2546 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 สบื เสาะ สอดส่อง ตรวจพิสจู น์ ฟ้ืนฟู ทีม่ า: กองแผนงาน กรมคุมประพฤติ (2555) การเปิดพื้นท่ีให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟ้ืนฟู ผู้กระทําผิดในชมุ ชน นน้ั นอกจากจะมาจากแนวคดิ ทีว่ า่ สงั คมควรมีส่วนร่วมในระบบกลไกการป้องกัน ตนเองจากปญั หาอาชญากรรมและการกระทําผิดซา้ํ แล้ว ยังมาจากความพยามยามทจ่ี ะบรรเทาปัญหา ปริมาณงานเกินมาตรฐาน (over loaded) อีกด้วย โครงการอาสาสมัครคุมประพฤติ จึงได้เร่ิม ดําเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2529 โดยอาสาสมัครคุมประพฤติได้รับคาดหมายให้มีบทบาทหน้าที่ในการ ช่วยเหลือพนักงานคุมประพฤติในการออกสอดส่อง เย่ียมเยียน แก้ไขฟ้ืนฟู และสงเคราะห์ผู้ที่อยู่ ระหว่างถูกคุมความประพฤติ ติดตามสงเคราะห์ผู้กระทําผิดภายหลังปล่อย และช่วยปฏิบัติงานที่ กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของพนักงานคุมประพฤติ รวมท้ังช่วยเผยแพร่ความรู้และ ประชาสัมพันธ์ภารกิจของกรมคุมประพฤติ เม่ือภารกิจของกรมคุมประพฤติเพิ่มข้ึนอีกหลายด้าน อาสาสมคั รคุมประพฤติจึงไดร้ ับมอบให้มีบทบาทเพิ่มในการสืบเสาะข้อเท็จจริงของผู้ต้องขังในชั้นก่อน ได้รับการพักการลงโทษ หรือลดวันต้องโทษ ช่วยเจ้าหน้าที่ในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและ ตดิ ตามผลผตู้ ิดยาเสพติด ตามพรบ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพ.ศ.2545 และช่วยงานสงเคราะห์ ผู้กระทําผดิ ภายหลงั ปลอ่ ย ดังปรากฏตามตารางแสดงปริมาณงานด้านคดีท่ีดําเนินการโดยอาสาสมัคร คุมประพฤติ ตารางที่ 1 ดงั น้ี
44 ตาราง 1 ปริมาณงานดา้ นคดีทีด่ ําเนนิ การโดยอาสาสมัครคมุ ประพฤติ ปี พ.ศ. 2550-2554 ปี จํานวน อสค. ปรมิ าณงานโดย อสค. ปรมิ าณงานทงั้ หมด รอ้ ยละปริมาณคดีที่ (คน) (คดี) (คดี) ดาํ เนนิ การโดย อสค. 2550 9,429 26,680 235,256 11.34% 2551 9,447 24,429 249,004 9.81% 2552 11,771 39,650 297,358 13.33% 2553 11,356 55,240 307,358 17.97% 2554 13,460 48,878 462,136 10.58% สรปุ รายงานผลการดําเนนิ งานของกรมคุมประพฤติประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2554 (2555) จากตารางท่ี 1 ผลการปฏิบัติงานคดีของอาสาสมัครคุมประพฤติพบว่า อาสาสมัครคุม ประพฤติชว่ ยปฏบิ ัติงานด้านคดที งั้ คดีคุมความประพฤติ (เด็ก/เยาวชนผู้ใหญ่ พัก/ลดโทษ) คดีสืบเสาะ ข้อเท็จจริง และคดีฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จํานวน 48,878 คดี จากคดีท้ังหมดท่ีกรมคุม ประพฤติต้องดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ท้ังสิ้น 462,136 คดี คิด เป็นร้อยละ 10.58 โดย ลดลงจากปงี บประมาณ พ.ศ. 2553 ซ่ึงอยู่ที่ร้อยละ 17.96 ท่ีผ่านมาจนถึงปัจจุบันแม้ว่าจะยังมีผลงาน ด้านคดีไม่มากเท่าท่ีควร แต่อาสาสมัครคุมประพฤติก็มีบทบาทสําคัญในการเผยแพร่ความรู้และ ประชาสัมพันธ์ภารกิจของกรมคุมประพฤติ อย่างไรก็ตาม ในขณะท่ีปริมาณงานคุมประพฤติเพิ่มมาก ขึ้น ควรมีการดึงศักยภาพอาสาสมัครคุมประพฤติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และชุมชนให้ มากกวา่ ท่ีเป็นอยู่ 2.6 การศึกษาวจิ ยั ท่เี กี่ยวข้อง กรมคุมประพฤติ (2546) ดําเนินโครงการ “ประสานเครือข่ายชุมชนในการแก้ไข ผู้กระทําผิด” ซ่ึงเป็นก้าวแรกในการดําเนินงาน ยุติธรรมชุมชนเต็มรูปแบบ เพื่อในชุมชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิด ด้วยแนวคิดการเสริมสร้างพลังให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการยุติธรรมชุมชนแบบเป็นหุ้นส่วน โดยมีสํานักงานคุมประพฤตินําร่องโครงการ 9 แห่ง ได้แก่ สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยอง มหาสารคาม เชียงใหม่ กําแพงเพชร เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี พัทลุง และสํานักงานคุมประพฤติประจําศาลจังหวัดสีคิ้ว โดย มีเป้าหมายให้มีเครือข่ายชุมชนมีบทบาทช่วยแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน และบทบาทระงับข้อ พิพาทในชุมชน ร่วมกันเฝ้าระวังการเกิดอาชญากรรมในชุมชน การขยายตัวของโครงการน้ีมีข้อจํากัด ทั้งด้านงบประมาณ องค์ความรู้เกี่ยวกับการทํางานชุมชน ความพร้อมของบุคลากร ตลอดจนภาวะ
45 กดดันจากความรับผิดชอบต่อภารกิจมากมายหลายหลากของกรมคุมประพฤติ ที่สําคัญคือ ความไม่ ชัดเจนสอดคล้องระหว่างนโยบายกับสภาพความเป็นจริงในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม โครงการ ประสานงานเครือข่ายชุมชนในการแก้ไขผู้กระทําผิดนี้เป็นที่มาของโครงการพลังเครือข่ายยุติธรรม ชุมชนแก้ปัญหายาเสพตดิ ของกรมคุมประพฤติ อรนิตย์ บุณยรัตพันธ์ุ (2547) ศึกษาวจิ ัย เรอื่ ง “มาตรการทางกฎหมายในการใช้วิธีการ คุมประพฤติแบบเข้ม” ผลการวิจัยพบว่า วิธีการคุมประพฤติแบบเข้มเป็นวิธีการปฏิบัติต่อผู้กระทําผิด โดยไม่ใช้เรือนจําที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในคดีอาญาร้ายแรง แต่มีแนวโน้มที่ สามารถรับการแก้ไขฟื้นฟูภายนอกเรือนจําได้ เพ่ือลดผลเสียหายจากการจําคุก และไม่เป็นภาระของ รัฐ ในประเทศสหรัฐอเมริกามีการใช้มาตรการคุมประพฤติแบบเข้มเพื่อเป็นทางเลือกแก่ศาลแทนการ ลงโทษจําคุก ซ่ึงเป็นรูปแบบหน่ึงของมาตรการลงโทษระดับกลางที่มีลักษณะคาบเก่ียวระหว่าง มาตรการคุมประพฤติแบบปกติและการลงโทษจําคุก โดยศาลเป็นผู้พิจารณาออกคําสั่งภายใต้ บทบัญญัติของกฎหมายประกอบกับความสมัครใจของผู้กระทําผิด มาตรการคุมประพฤติแบบเข้มน้ีมี กระบวนการสอดส่องดูแลผู้ถูกคุมประพฤติอย่างเข้มงวดและเคร่งครัดมาก โดยเฉพาะเง่ือนไขคุม ประพฤตทิ ศ่ี าลกําหนดเวลาหา้ มออกจากเคหะสถานโดยใชเ้ ครือ่ งมืออิเลคทรอนิกส์ ในประเทศอังกฤษ ใช้การคุมประพฤติแบบเข้มเป็นมาตรการป้องกันภยันตรายแก่สังคมด้วยการทํางานร่วมกันแบบพหุ ภาคีกับหน่วยงานที่เก่ียวข้องในกระบวนการยุติธรรม เช่น ตํารวจ คุมประพฤติและราชทัณฑ์ เพื่อ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในสังคมว่าผู้กระทําผิดเหล่าน้ันจะไม่หวนกลับมากระทําผิดซํ้าอีก มาตรการคุมประพฤติแบบเข้มจึงมีความเหมาะสมท่ีจะนํามาใช้บังคับในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความ หลากหลายให้แก่ศาลในการพิจารณามาตรการลงโทษโดยไม่ใช้เรือนจํา ทั้งกรณีผู้กระทําผิดท่ีเป็น ผู้ใหญ่และผู้กระทําผิดที่เป็นเด็กหรือเยาวชนให้ได้รับโอกาสกลับตัวเป็นคนดีของสังคมและเป็น ทรัพยากรท่มี คี ณุ ค่าของประเทศต่อไป กรกช นาควิเชตร (2548) ศึกษาเร่ือง “Intensive Probation Supervision in Cabarrus County: Success and Failure” จากการศึกษาการดําเนินงานคุมประพฤติแบบเข้มของ เขตพื้นที่คาบาร์รัส มลรัฐนอร์ทคาโลไรน่า กฏหมายได้บัญญัติแนวทางการพิพากษาเป็น 3 แนวทาง คือ การลงโทษในชุมชน (community punishment) การลงโทษระดับกลาง (intermediate punishment) และการลงโทษจําคุก (active sentence in prison) การคุมประพฤติแบบเข้มเป็น มาตรการหนึ่งของการลงโทษระดับกลาง ดําเนินการโดยทีมเจ้าหน้าท่ีประกอบด้วยพนักงานคุม ประพฤติ (Intermediate supervision officer/ probation officer) เจ้าหน้าที่ควบคุมตรวจสอบ (surveillance officer) และพนกั งานสังคมสงเคราะห์ (social worker) รว่ มดาํ เนนิ การ โดยพนักงาน คุมประพฤติ จะดูแลผู้ถูกคุมความประพฤติท่ีได้รับการประเมินและถูกจําแนกว่าอยู่ในกลุ่มผู้กระทํา
46 ความผิดที่มีความเสี่ยงต่อการกระทําความผิดซํ้าสูงจํานวน ไม่เกิน 25 คดี ทีมเจ้าหน้าท่ีต้องเป็นผู้มี ประสบการณก์ ารทํางานสูง และไดร้ ับการฝกึ อบรมเป็นพิเศษ เง่อื นไขในการคมุ ประพฤติแบบเข้ม เช่น มีการพบกันระหว่างเจ้าหน้าท่ีกับผู้ถูกคุมความประพฤติ 5 คร้ังต่อสัปดาห์ ห้ามออกนอกที่พักยาม วิกาล ทํางานเป็นกิจจะลักษณะ แสดงความเคลื่อนไหวของทรัพย์สิน เป็นต้น อัตราการพ้นจากการ คุมความประพฤติไปด้วยดีของสํานักงานคุมประพฤติเขตคาบาร์รัส ในปี ค.ศ. 2004 คิดเป็นร้อยละ 62.5 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าเงื่อนไขท่ีมีการฝ่าฝืนมากคือ เง่ือนไขด้านการเงิน การห้ามออก นอกท่ีพักยามวิกาล ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อความสําเร็จ และความล้มเหลวในการคุมความประพฤติ คือ ความเคยชินดั่งเดิม ประสบการณ์ในการกระทําผิด (จํานวนคร้ังในการถูกจับกุม) โดยหน่วยงาน คุมประพฤติควรมีการปรับปรุงเกณฑ์เฉพาะการคุมประพฤติแบบเข้มสําหรับผู้กระทําผิดท่ีมีประวัติ การถูกจับกุมบ่อยครั้ง เจ้าหน้าท่ีควรให้ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาปัจจุบันท่ีอาจนําไปสู่การฝ่าฝืน เงื่อนไขท่ีเกิดจากความขัดข้องโดยไม่จงใจ (technical violation) สําหรับการฝ่าฝืนเงื่อนไขการ รายงานสถานะการเงิน และการห้ามออกนอกท่ีพักยามวิกาล หน่วยงานควรเพิ่มความสําคัญในการใช้ ประโยชนจ์ ากการประเมนิ ผลการทํางาน การศึกษาวิจัยเพ่อื การแก้ไขปัญหาอยา่ งเป็นรูปธรรม Levin Marc (2549) ศึกษาเร่ือง “ระบบงานคุมประพฤติรัฐเท็กซัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา” และพบว่า งานคุมประพฤติ ของรัฐเท็กซัส เป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความม่ันใจ ว่าผู้กระทําผิดต้องปรับเปลี่ยนตัวเองและผู้เสียหายต้องได้รับการชดเชย โครงสร้างของระบบงาน คุมประพฤตปิ ระกอบดว้ ยหน่วยงานคุมประพฤติ ตามเขตอํานาจของศาลมีจํานวนท้ังสิ้น 121 เขตศาล (Judicial Districts) มสี ํานักงานดาํ เนนิ การภายใตช้ ่ือ สํานกั งานแก้ไขผู้กระทาํ ผิดและควบคมุ สอดส่อง ในชุมชน (Community Supervision and Corrections Departments- CSCDs) สํานักงานคุม ประพฤติ มีหน้าที่ควบคุมอาชญากรรมในระบบคุมประพฤติครอบคลุม 254 เขตปกครอง (County) โดยเมืองขนาดใหญ่ก็จะมีสํานักงานคุมประพฤติประจําเมือง ในขณะท่ีเมืองขนาดเล็ก เช่น เมืองท่ีอยู่ ห่างไกลก็จะใช้สํานักงานคุมประพฤติร่วมกัน สํานักงานคุมประพฤติได้รับงบประมาณส่วนหน่ึงจาก มลรฐั (State Funds) เท็กซัสสําหรับผู้ถูกคุมความประพฤติในความผิดที่ร้ายแรง และบางส่วนได้จาก การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการคุมประพฤติ (Probation Fee) และการสนับสนุนของรัฐบาลท้องถิ่น (County Government) บางส่วนได้รับจากงบประมาณของมลรัฐ (State Government) ส่วนผู้ถูก ความประพฤติทีไ่ ม่ร้ายแรง และเมื่อผู้ถูกคุมความประพฤติในความผิดที่ไม่ร้ายแรงกระทําผิดเง่ือนไขก็ จะถูกส่งเข้าเรือนจําท่ีดําเนินการโดยรัฐบาลท้องถ่ิน หากผู้ท่ีกระทําผิดเง่ือนไขเป็นผู้กระทําผิดร้ายแรง ก็จะถูกส่งเข้าเรือนจําของมลรัฐ การเพิกถอนเง่ือนไขการคุมประพฤติทําให้รัฐต้องแบกรับภาระ งบประมาณเพ่ิมข้ึน นักนิติบัญญัติของรัฐหันมาสนใจการปฏิรูประบบการคุมประพฤติ แต่ผลจาก งานวิจัยพบว่า กรมคุมประพฤติมีบทบาทหน้าที่สําคัญในการสร้างแรงผลักดันให้ยุติธรรมชุมชน กลายเป็นส่วนสําคัญของชุมชน และชุมชนต่างให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐมากยิ่งขึ้น และ
47 สามารถแกไ้ ขปัญหาของชุมชนการดาํ เนินงานยุตธิ รรมชมุ ชนจงึ เป็นมาตรการเชงิ รุก หรือยทุ ธวิธีในการ ลดและป้องกันอาชญากรรม และให้โอกาสชุมชนเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน ในการแก้ปัญหาทางปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุผลในการป้องกัน ควบคุม ลด และเยียวยาความรุนแรงที่เกิดจากอาชญากรรม โดยมี เป้าหมายเพ่ือสร้างและรักษาความปลอดภัย ความเข้มแข็งมีชีวิตชีวา และความยุติธรรมของชุมชน รวมทั้งพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน กรมคมุ ประพฤติ (2549) “ค้นเส้นทาง สร้างความรู้ ก้าวสู่ยุติธรรมชุมชน” เป็นการถอด บทเรียนรวบรวมองคค์ วามรจู้ ากโครงการพลังเครอื ข่ายยตุ ิธรรมชุมชนแก้ปัญหายาเสพติด ของกรมคุม ประพฤติ ท่ีนําแนวคิดยุติธรรมชุมชนมาใช้แก้ปัญหา และป้องกันอาชญากรรมโดยการมีส่วนร่วมกับ ชุมชน โดยมุ่งไปที่การแก้ปัญหายาเสพติดของสํานักงานคุมประพฤติร่วมกับภาคประชาชนใน 8 จังหวัด 18 ชุมชน ผลท่ีได้รับจากการดําเนินโครงการทําให้ค้นพบบทเรียนของเจ้าหน้าที่รัฐในการ ทํางานร่วมกับภาคประชาชนท่ีต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่โดยลงไปเรียนรู้ และสัมผัสปัญหา ของประชาชน ร่วมกันคิดหาทางออกของปัญหาต่างๆ โดยใช้พลังชุมชนเป็นตัวขับเคล่ือนให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง สาระสําคัญของการศึกษาคร้ังน้ีครอบคลุมเน้ือหาเกี่ยวกับกระบวนการทัศน์ยุติธรรม ชุมชน ท่ีมุ่งแก้ปัญหาในระดับชุมชน ท่ีมุ่งคุณภาพชีวิตท่ีดีของชุมชน และการเยียวยาแก่เหย่ือ อาชญากรรม การสร้างความเข้มแข็งให้กับบรรทัดฐานชุมชน และบูรณาการเพื่อคืนผู้กระทําผิดท่ี พร้อมจะกลับตนเป็นพลเมืองดีสู่ชุมชน ภายใต้ยุทธศาสตร์ยุติธรรมถ้วนหน้าประชามีส่วนร่วม ของ กระทรวงยตุ ิธรรม และการนํากระบวนการชมุ ชนมาใช้ในงานคุมประพฤติ ซงึ่ ต้องมกี ารเรียนรู้หลักการ เทคนิค และเคร่ืองมือต่างๆ สาํ หรับผทู้ าํ งานชุมชน จุฑารัตน์ เอื้ออํานวย และคณะ (2551) ได้นําเสนอรายงานการวิจัย เร่ือง “ยุติธรรม ชุมชน : การเปิดพื้นท่ีของชุมชนในการอํานวยความยุติธรรม” ซึ่งเน้นเก่ียวกับหลักการ ความหมาย ความสําคัญ แนวคิดและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้อง รวมทั้งระบบรูปแบบและกิจกรรมของงานยุติธรรมชุมชน ในต่างประเทศ และการดําเนินงานยุติธรรมชุมชนในสังคมไทย และนําเสนอการวิเคราะห์ปัจจัย เงื่อนไขความสําเร็จของชุมชนที่มีประสิทธิภาพ ผลจากการศึกษาพบว่า การที่ระบบยุติธรรมไม่ให้ ความสําคญั กับชุมชน หรือชุมชนเข้าถึงระบบยุติธรรมได้ยาก มีสาเหตุเนื่องมาจากความสัมพันธ์ที่แยก กระบวนการยุติธรรมออกจากประชาสังคม ซึ่งทําให้ประชาชนมีบทบาทในการรักษาความสงบ ปลอดภยั ในสังคมน้อยลง หรือไม่มเี ลย จงึ เป็นการผลักภาระในการรักษาความสงบและความปลอดภัย ไปให้เจ้าหน้าที่ ดังน้ัน ยุติธรรมชุมชน จึงเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกที่สนับสนุนให้ประชาชน เขา้ มามสี ่วนร่วมเปน็ หนุ้ สว่ นในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยมีปัจจัยสําคัญที่ผลักดัน ให้ยุติธรรมชุมชนเกิดความสําเร็จในสังคมไทย 5 ประการ คือ หน่ึง ปัจจัยเงื่อนไขเชิงนโยบายอาญา และทศิ ทางการพัฒนาระบบยุติธรรมแห่งอนาคตโดยรัฐต้องมีทิศทางที่ชัดเจนและต้องกําหนดนโยบาย
48 อาญาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล สอง ปัจจัยเงื่อนไขด้านการบริหารจัดการระบบยุติธรรม รัฐ ต้องให้ความสําคัญกับแผนแม่บทกระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ สาม ปัจจัยเง่ือนไขเก่ียวกับสารัตถะ ของยุติธรรมชุมชน โดยกรอบและสารัตถะของยตุ ิธรรมชุมชน ต้องชัดเจนและเหมาะสมกับชุมชน เช่น มีรูปแบบ โครงสร้าง ความสัมพันธ์ ที่เหมาะสม มีแบบจําลองยุติธรรมชุมชนท่ีเหมาะสมกับสังคมไทย สี่ ปัจจัยเงื่อนไขเชิงคุณลักษณะของชุมชน ซ่ึงต้องนําคุณลักษณะที่ดีของชุมชนมาใช้ประโยชน์ โดย สามารถใช้กฎหมายให้เกิดสมั ฤทธิผ์ ลในงานยตุ ธิ รรมชุมชนไดใ้ นทุกระดับ กรมคมุ ประพฤติ (2551) ศกึ ษาเก่ียวกับ“ยุติธรรมชุมชนในประเทศแคนาดา” สรุปได้ว่า เป้าหมายของงานยุติธรรมชุมชน คือ การบริหารจัดการโปรแกรมยุติธรรมชุมชนตามกฎหมายและ ข้อกําหนดของงานยุติธรรมชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานยุติธรรมชุมชนมี หน้าทีร่ ายงานตรงตอ่ พนักงานคุมประพฤติอาวุโส และรับผิดชอบการบริหารจัดการโปรแกรมยุติธรรม ชุมชน การให้คําแนะนํา สนับสนุนคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทําการวิจัยเพ่ือแนะนํารูปแบบ และทางเลือกเกี่ยวกับงานยุติธรรมชุมชน และบริหารเงินทุนยุติธรรมชุมชน ดูแลให้โปรแกรมยุติธรรม ชุมชนมปี ระสทิ ธภิ าพ มคี วามเปน็ ธรรม รับผิดชอบการจัดตั้งโปรแกรมยุติธรรมชุมชนข้ึนในชุมชน การ ประสานโปรแกรมยุติธรรมชุมชน ศึกษาภูมิหลังของผู้รับบริการและทางเลือกในคําพิพากษา บริหาร จัดการกองทุนยุติธรรมชุมชน จัดทําแบบฟอร์มและงานเอกสารต่างๆ รักษาความลับเก่ียวกับประวัติ และบนั ทกึ คาํ ชข้ี าดเกย่ี วกับผรู้ บั บรกิ าร ตดิ ตามผลการปฏิบัติตามคําพิพากษา และใหก้ ารสนบั สนุนแก่ คณะกรรมการยุติธรรมชุมชนเพื่อให้การตัดสินใจของคณะกรรมการเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม ทําหน้าทเ่ี ป็นประธานท่ปี ระชมุ กระบวนการยุติธรรมชมุ ชนและกระบวนการยุติธรรมเชงิ สมานฉันท์ ให้ ความช่วยเหลือคณะกรรมการยตุ ธิ รรมชุมชนในการพัฒนาโครงการป้องกันอาชญากรรม วางแผนและ พัฒนาแผนยุติธรรมชุมชนประจําปีร่วมกับคณะกรรมการยุติธรรมชุมชน ประเมินคณะกรรมการ ยุตธิ รรมชุมชน บรหิ ารจดั การเงนิ กองทนุ ยตุ ิธรรมชุมชน โดยผู้ประสานงานยุติธรรมชุมชนต้องเป็นผู้ท่ี มคี วามรู้ ความสามารถ และทักษะ เกี่ยวกับระบบของกระบวนการยุติธรรมชุมชน ความยุติธรรมตาม ประเพณี กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ วิธีพิจารณาและกฎหมายของเขตปกครองน้ันๆ ทางเลือกและโปรแกรมท่ีกําหนดในคําพิพากษา มีความเข้าใจสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง สามารถแปลงโปรแกรมยุติธรรมชุมชนไปสกู่ ารปฏบิ ัตไิ ด้ อรพินธ์ สุวัณณปุระ และคณะ (2551) ใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมใน รูปแบบของงานวิจัยเพ่ือท้องถิ่น ดําเนินการศึกษา เร่ือง “โครงการยุติธรรมชุมชน โดยชุมชน เพ่ือ ชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ และลําพูน” ผลการศึกษา 4 ชุมชนในพ้ืนที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ปัจจุบัน ชุมชนยังมีฐานความเชอื่ ทางด้านศาสนา จารตี ประเพณี วัฒนธรรมที่รอ้ ยรดั คนในชมุ ชน มีกลไกในการ ป้องกันและจัดการความขัดแย้งและอาชญากรรมที่ไม่มีความซับซ้อน มีการปรับโครงสร้างของส่วน
49 ราชการที่เก่ียวข้องกับการอํานวยความยุติธรรม และมีการแก้ไขกฎหมายให้ประชาชนเข้ามามีส่วน ร่วมในการอํานวยความยุติธรรมมากข้ึน และการรักษาความสงบเรียบร้อยข้ึนในชุมชนเองด้วยความ เชื่อและภูมิปัญญาและการมีส่วนร่วมของชุมชนกับหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ตาม บุคลากรต้องมี ความรู้ความเข้าใจในหลักการและแนวคิดยุติธรรมชุมชนและความเชื่อมโยงกับงานคุมประพฤติ ปัจจุบันการจัดการความยุติธรรมโดยภาครัฐประสบปัญหาจึงได้เบี่ยงเบนคดีออกมาใช้กระบวนการ ยุติธรรมทางเลือก และเร่งพัฒนาความร่วมมือของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการความยุติธรรม ขณะเดียวกันชุมชนได้พัฒนาการมีส่วนร่วมขึ้นมาจัดการความยุติธรรมด้วยตนเอง การมีส่วนร่วมใน การอํานวยความยตุ ธิ รรมระหว่างภาครฐั และภาคประชาชนจงึ เป็นความตอ้ งการของท้งั สองฝา่ ย ศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธ์ (2551) ศึกษาเร่ือง “การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ใน การนํามาตรการลงโทษระดับกลางมาใช้เพื่อเป็นมาตรการทางเลือกแทนการจําคุกในการลงโทษ ผู้กระทําผิดในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย” ผลการวิจัยพบว่า มีความเป็นไปได้ในการนํา มาตรการลงโทษระดับกลางมาใช้ในประเทศไทยเพ่ือประโยชน์ในการลดผลกระทบ และข้อจํากัดอัน อาจเกิดขึ้นต่อผู้กระทําความผิด มาตรการท่ีควรนํามาใช้ได้แก่ การทํางานบริการสังคม การคุมประพฤติแบบเข้มงวด (Intensive Supervision), การกักขังท่ีบ้าน (Home Arrest), ศูนย์เล่ียงโทษจําคุก (Diversion Center) และ การเข้าค่ายฝึกแบบทหาร (Boot Camp) โดยควรจะ ปรับใช้กฎหมายเท่าท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน หากยังไม่สามารถแก้ไขบทบัญญัติในกฎหมาย ควรมีการ คัดกรองผู้กระทําผิดโดยกระบวนการสืบเสาะและพินิจและกําหนดเงื่อนไขในมาตรการลงโทษ ระดบั กลางให้มคี วามสมั พันธร์ ะหว่างอัตราโทษจาํ คกุ และควรสง่ เสริมให้มีการทดลองใช้บางมาตรการ ทีส่ ามารถกระทําได้ กรกช นาควิเชตร และคณะ (2552) ดําเนินการวิจัยเชิงเชิงทดลอง เรื่อง “การศึกษา ผลสัมฤทธ์ิของการนําเครือข่ายยุติธรรมชุมชนมาใช้ในการคุมประพฤติแบบเข้มข้นในประเทศไทย” โดยมวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาสร้างรูปแบบและการดําเนินโครงการทดลองการคุมประพฤติแบบเข้มข้น โดยใช้แนวคิดจากผลการศึกษา เรื่อง Intensive Probation Supervision in Cabarrus County: Success and Failure (กรกช, 2548) ผลการศึกษาเบ้ืองต้นทําให้ได้รูปแบบ (model) ในการควบคุมสอดส่องผู้กระทําผิดในกลุ่มเส่ียงด้วยทีมร่วมระหว่างพนักงานคุมประพฤติและ อาสาสมคั รคมุ ประพฤติโดยใช้การปรับรูปแบบจากวิธีการคุมประพฤติของสํานักงานคุมประพฤติในรัฐ นอร์ทแคโรไลน่าที่ดูแลผู้กระทําผิดกลุ่มท่ีมีความเส่ียงสูงด้วยทีมเจ้าหน้าท่ี อันประกอบด้วย พนักงาน คุมประพฤติ (probation officer) เจ้าหน้าท่ีเฝ้าระวัง (surveillance officer) และเจ้าหน้าที่สังคม สงเคราะห์ (social worker) มาใช้อาสาสมัครคุมประพฤติร่วมดําเนินการกับพนักงานคุมประพฤติ แทน เพ่ือประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของชุมชนและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอัตรากําลังภาครัฐ จากน้ันการวิจัยระยะที่สอง คือ การทดลองนํารูปแบบทีมบูรณาการมาใช้ในการคุมความประพฤติ
50 แบบเข้มข้นในประเทศไทย ผลการศึกษาทดลองใช้รูปแบบใหม่พบว่า ผู้กระทําผิดท่ีผ่านโครงการ ทดลองฝ่าฝืนเงื่อนไขเพ่ือการคุมความประพฤติเพียงร้อยละ 2 น้อยกว่าผู้กระทําผิดในระบบการ คุมประพฤติปกติซ่ึงผิดเงื่อนไขร้อยละ 9 นอกจากน้ัน ยังพบว่าผู้กระทําผิดในโครงการทดลองมี พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีข้ึนร้อยละ 93 พฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลง ร้อยละ 4 พฤติกรรมไม่ น่าพึงพอใจร้อยละ 1 ในขณะที่ผู้ถูกคุมความประพฤติกลุ่มเปรียบเทียบซ่ึงอยู่ในระบบคุมประพฤติ ปกติ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้นร้อยละ 19 พฤติกรรมไม่เปล่ียนแปลง ร้อยละ 71 พฤติกรรมไม่น่าพึงพอใจร้อยละ 2 และผลจากการประเมินความพึงพอใจของครอบครัวและผู้ใกล้ชิด ของผู้กระทําผิดที่ผ่านโครงการคุมประพฤติเข้มข้น พบว่าครอบครัวและผู้ใกล้ชิดของผู้กระทําผิด พึงพอใจต่อการดําเนินโครงการในระดับสูง พนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ และ เครือข่ายยตุ ธิ รรมชมุ ชน มคี วามพงึ พอใจต่อการนําโครงการคุมประพฤติแบบเข้มข้นในรูปแบบทีมงาน คุมประพฤติมาใชใ้ นประเทศไทย ดังนัน้ จึงควรมีการขยายโครงการทดลองคุมประพฤติแบบเข้มข้นไป ดําเนินการในเขตพื้นที่ และทดลองนํารูปแบบทีมบูรณาการร่วมระหว่าง พนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ และ เครือข่ายยุติธรรมชุมชนไปใช้ในการดําเนินงานควบคุมสอดส่องและ แกไ้ ขฟ้นื ฟูผกู้ ระทาํ ผดิ ทกุ ประเภทในชมุ ชน อังคณา บุญสิทธ์ิ และคณะ (2553) ศึกษาวิจัย เร่ือง “มิติของงานคุมประพฤติในงาน ยุติธรรมชุมชน” โดยศึกษาโครงการพัฒนาระบบงานยุติธรรมชุมชนในจังหวัดนําร่อง 17 จังหวัด ของ กระทรวงยุติธรรม เม่ือปี พ.ศ.2549 ผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมในชุมชนส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิต ซ่ึงเป็นการป้องกันอาชญากรรมในแนวทางของงานยุติธรรมชุมชนเป็นกิจกรรมที่ ชุมชนทําอยู่ก่อนแล้ว โดยหลายกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเกี่ยวข้อง สําหรับการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้แก่เครือข่ายโดยสํานักงานคุมประพฤตินั้น พบว่าเป็น ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างย่ิงโดยเฉพาะความรู้ด้านกฎหมาย นอกจากนั้นยังพบว่า ชุมชนส่วนใหญ่มี กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมมากท่ีสุด ทั้งที่เป็นการป้องกันอาชญากรรมในแนวทางของ งานยุติธรรมอาญา และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นการป้องกันอาชญากรรมในแนวทางของงาน ยุติธรรมชุมชน รองลงมาคือการระงับข้อพิพาท แต่มีข้อมูลบ่งช้ีว่า วิธีการระงับข้อพิพาทท่ีใช้ในชุมชน มักเป็นการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ไม่ใช่วิธีการระงับข้อพิพาทในแนวทางยุติธรรมชุมชนเสมอไป บางชุมชนต้องจดั กจิ กรรมเพื่อสร้างความสามคั คหี รือประสานรอยร้าวท่เี กิดจากการไกล่เกล่ีย ประเด็น ท่ีสําคัญคือ ไม่มีชุมชนใดเลยที่มีการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในแนวทางยุติธรรมชุมชน โดยมีเพียง กิจกรรมการรบั รายงานตัวและจดั กจิ กรรมภายใต้การบริหารจัดการของสํานักงานคุมประพฤติ ซ่ึงเป็น การทํางานในฐานะที่ชุมชนทํางานให้กับรัฐเท่าน้ัน ในด้านขอบเขตหน้าที่ของสํานักงานคุมประพฤติ ในงานยุติธรรมชุมชน พบว่า สํานักงานคุมประพฤติรับนโยบายจากกระทรวงยุติธรรมในการ ดําเนินการตามโครงการ แต่ยังไม่ปรากฏชัดว่ามีการเสริมพลังชุมชนในการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทําผิดใน
51 แนวทางยตุ ธิ รรมชมุ ชน และการทํางานประสานงานความรว่ มมอื กับ ภาคส่วนต่างๆที่ทํางานกับชุมชน แบบบูรณาการ ในลกั ษณะ สว่ นบทบาทของพนกั งานคุมประพฤตใิ นกิจกรรมชุมชน อรพินธ์ สุวัณณปุระและคณะ (2554) การศึกษาเรื่อง “กลยุทธ์การส่งเสริมการมี ส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิด” ผลการศึกษาพบว่า การแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทําผิดโดยมุ่งเน้นการทํางานบริการสังคมร่วมกับกับภาคประชาสังคม มี ๔ รูปแบบ คือ หน่ึง รูปแบบการประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ สอง รูปแบบการรวมตัวกันของอาสาสมัครคุมประพฤติ สมาชิกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนและองค์กรเอกชนท่ีมีความต้องการจัดกิจกรรมแก้ไขฟ้ืนฟู สาม รูปแบบการสร้างแรงจูงใจ ส่ี รูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการท่ีผ่านกระบวนการร่วมคิด ร่วม วางแผนระหว่างสํานักงานคุมประพฤติ ผู้กระทําผิด ครอบครัว และภาคประชาสังคม ปัจจัยท่ีมีผลต่อ การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมแบบหุ้นส่วนในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดโดยมุ่งเน้นการทํางาน บริการสังคม พบว่า เมื่อผู้มีส่วนร่วมมีความพึงพอใจเพ่ิมขึ้นจะมีส่วนร่วมเพ่ิมข้ึน ผู้ท่ีรับรู้บทบาท มากกว่ามีส่วนร่วมมากกว่าผู้ที่รับรู้บทบาทน้อย และเมื่อผู้มีส่วนร่วมมีความพร้อมการมีส่วนร่วม เพิ่มขึ้น โดยสรุปความสัมพันธ์ต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดโดยมุ่งเน้นการทํางาน บริการสังคมมากที่สุด คือ ความพึงพอใจและความพร้อม ซึ่งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาค ประชาสังคมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดโดยมุ่งเน้นการทํางานบริการสังคม ทําได้โดยการนําแนวคิด พ้ืนฐานของการทํางานบริการสังคมมากําหนดเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจน มีการทบทวนโครงสร้างและ อัตรากําลังบุคลากรในงานกิจกรรมชุมชนของสํานักงานคุมประพฤติ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านการ ทํางานกับชุมชน การคัดเลือกบุคลากรผู้ปฏิบัติงานกิจกรรมชุมชนควรคํานึงถึงความรู้ ความ สามารถ และเจตคติต่อการทํางานกับชุมชน มีระยะเวลาปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะในการ ทํางาน การคัดเลือกและสรรหาภาคประชาสังคม ควรพิจารณาถึงความพร้อมในการปฏิบัติงาน และ ควรมีภาคประชาสังคมให้ครอบคลุมทุกพ้ืนท่ี ควรสร้างความพร้อมด้านความรู้ ความเข้าใจในการ แก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชนให้กับภาคประชาสังคม จัดให้มีช่องทางเข้าถึงข้อมูลความรู้ที่ หลากหลาย และส่งเสรมิ ใหภ้ าคประชาสังคมมสี ่วนร่วมในงานแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดทุกขั้นตอน จัดให้ มฐี านขอ้ มลู และงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์การสนับสนุนการทํางานอย่างตอ่ เน่ือง สุณีย์ กัลยะจิตร และคณะ (2554) “ศึกษาโครงการวิจัยการติดตามและประเมินผลงาน ยุติธรรมชุมชน” ผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมที่กรมคุมประพฤติดําเนินการมากเป็นอันดับแรกตาม นโยบายของกระทรวงยุติธรรม คือ การจัดต้ังและดําเนินการศูนย์ยุติธรรมชุมชน การเสริมสร้างการมี ส่วนร่วมและบทบาทของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม การลดความขัดแย้ง การฟื้นฟู และ ช่วยเหลือผู้กระทําผิดในชุมชน ซ่ึงพบว่าประชาชนมีส่วนร่วมในระดับมาก มีการขยายเครือข่าย ยตุ ิธรรมชมุ ชนไปยังชุมชน มากขึน้ ชุมชนเกดิ ความเขม้ แข็ง ดา้ นปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินงาน พบว่ามปี ัญหาวัสดอุ ปุ กรณ์ไม่เพียงพอ งบประมาณไมส่ อดคลอ้ งกับงาน ไมม่ ีกฎหมายรองรับ เครือข่าย
52 ยุติธรรมชุมชนไม่เข้าใจบทบาทหน้าท่ีของตนเองชัดเจน ด้านการจัดต้ังหน่วยงานรับผิดชอบหลัก พบว่า หน่วยงานที่มีความเหมาะสมคือ สํานักงานยุติธรรมจังหวัด โดย กระทรวงยุติธรรมจะต้อง กําหนดแผนการขยายศูนย์ยุติธรรมชุมชน และกฎหมายรองรับการดําเนินงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ส่งเสริมการฝึกอบรม ให้ความรู้สมาชิกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนในงานด้านยุติธรรมชุมชน การป้องกัน อาชญากรรม และกฎหมายเพิ่มมากข้ึน สนับสนุนการช่วยเหลือเหย่ืออาชญากรรม การไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท และการมสี ่วนรว่ มในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด ในระดับหน่วยงาน กรมคุมประพฤติ ควรมี นโยบายให้การฝึกอบรมความรู้แก่เครือข่ายยุติธรรมชุมชน และกําหนดนโยบายหลักในการขยายศูนย์ ยุติธรรมชุมชนให้ประชาชนเข้าถึงศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้ได้มากที่สุด โดยเน้นประชาชนแทนการเน้น จํานวนศูนย์ยุติธรรมชุมชนและเน้นการเพ่ิมปริมาณเครือข่ายยุติธรรมชุมชน ประชาสัมพันธ์โครงการ และตดิ ตามประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งานของศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน ส่วนกรมคุ้มครองสิทธแิ ละเสรภี าพ ควร มนี โยบายจดั ส่งเจา้ หนา้ ทท่ี มี่ คี วามรู้ความสามารถในดา้ นต่างๆ ทก่ี รมคุมประพฤติ ร้องขอความรว่ มมือ จดั สง่ วิทยากรให้ความรูก้ ฎหมายด้านสทิ ธแิ ละหน้าที่ของประชาชน แก่สมาชกิ เครือข่ายยุตธิ รรมชุมชน และประชาชน สํานักนโยบายและยุทธศาสตร์ สํานักงานปลัดกระทรวง ควรมีนโยบายในการ ปฏิบัติงานยุติธรรมชุมชนโดยกําหนดดัชนีช้ีวัดความสําเร็จในการดําเนินงาน กําหนดนโยบายและ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนางานด้านยุติธรรมชุมชนให้มีความเป็นธรรมและเข้าถึงประชาชนให้ได้มาก ที่สดุ ออกกฎหมายรองรบั การปฏิบตั งิ านของสํานกั งานยุตธิ รรมจงั หวัด และศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชมุ ชน อรทัย ก๊กผล (2554) การวิจัย “โครงการนําร่องเพื่อเตรียมความพร้อมในการขยาย บทบาทและภารกิจงานยุติธรรมสู่ท้องถิ่น” การศึกษาพบว่า ภารกิจงานยุติธรรมที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน (อปท.) สามารถดําเนินการร่วมกับกระทรวงยุติธรรมได้มี 4 ภารกิจ คือ 1) ภารกิจด้าน การป้องกัน เฝ้าระวังการกระทําความผิด เป็นภารกิจที่ อปท.สามารถดําเนินการเองได้ทันทีและมี อํานาจหน้าที่อยู่แล้ว 2) ภารกิจที่ด้านการให้ความรู้ คําปรึกษาแนะนําเกี่ยวกับกฎหมายเป็นส่ิงท่ี อปท.สามารถดําเนินการได้ทันที ส่วนการให้บริการด้านยุติธรรม เป็นภารกิจที่ อปท. สามารถ ดําเนินการได้บ้าง แต่บางอย่างผู้ให้บริการต้องเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย 3) ภารกิจด้านการ จัดการความขัดแย้งและการไกล่เกล่ียประนอมข้อพิพาทต่างๆ อยู่ในอํานาจหน้าที่ของ อปท. แต่น้ีผู้ท่ี ดําเนินการต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะเก่ียวกับการไกล่เกลี่ยมาก่อน ภารกิจด้านการแก้ไขฟื้นฟูและ พัฒนาพฤตินิสัยผู้กระทําผิดแม้จะสอดคล้องกับอํานาจหน้าที่ของ อปท.ด้านการส่งเสริมและดูแล คุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส แต่ดําเนินการยาก ต้องใช้ความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะจากทีมสหวิชาชีพ นอกจากนั้นยังพบว่า ปัจจัยท่ีส่งผลต่อระดับความมีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการดําเนินภารกิจ ร่วมกันระหว่างส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้แก่ การเอื้อ และเปิดโอกาสให้ดําเนินการของกฎหมาย ประสบการณ์ในการดําเนินงานของ อปท. ความสนใจและ ผลประโยชนท์ างการเมอื งสภาพปญั หาในพืน้ ที่ และความต้องการของประชาชน
บทท่ี 3 วธิ ีการวิจัย การวิจัยเร่ือง “การศึกษารูปแบบการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชนโดยการมีส่วนร่วม ของชุมชน” เป็นการวิจัยและพัฒนาเชิงคุณภาพ (qualitative research and development) ท่ี พัฒนาต่อเนื่องจากการศึกษาเรื่อง Intensive Probation Supervision in Cabarrus County: Success and Failure (2548) และ การวิจัยเชิงทดลอง เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธ์ิของการนํา เครือข่ายยุติธรรมชุมชนมาใช้ในการคุมประพฤติแบบเข้มข้นในประเทศไทย (2552) การศึกษาคร้ังนี้ ใช้วิธีการวิจัยเอกสาร (documentary research) เพื่อรวบรวมข้อมูลท้ังจากทฤษฎี และ วิธีการ ปฏิบัติงาน หรือกระบวนการทํางาน“ท่ีดีที่สุด” (best practice) ท้ังในประเทศและต่างประเทศ เพ่ือ สร้างรูปแบบใหม่ในการควบคุมสอดส่องและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชน ควบคู่กับการเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสังเกต การสนทนากลุ่ม (focus group) การสัมภาษณ์เชิงลึก และการ ประชุม การสัมมนาทางวิชาการ ในระหว่างการดําเนินโครงการทดลองนํารูปแบบการคุมความ ประพฤตทิ ี่ไดจ้ ากการวิจยั เบ้อื งต้นไปทดลองใช้ โดยมีระเบียบวธิ กี ารวจิ ัยและขัน้ ตอนการวิจัย ดังตอ่ ไปนี้ 3.1 ขัน้ ตอนการศกึ ษาวจิ ยั 3.2 ข้อมลู และแหลง่ ข้อมูล 3.3 ประชากร และ กลุม่ ตัวอยา่ ง 3.4 เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการวิจัย 3.5 การเกบ็ รวบรวมและวิเคราะหข์ ้อมูล 3.1 ขนั้ ตอนการศึกษาวิจัย ผู้วจิ ัยได้กาํ หนดข้นั ตอนการวจิ ัยเปน็ 4 ระยะ ดังตอ่ ไปนี้ ระยะท่ี 1 การศึกษาปญั หาและความต้องการในการพฒั นาการปฏิบัติงานคมุ ประพฤติ 1. ศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์งานคุมประพฤติ ปัญหาในการ ดําเนินงาน แนวโน้มของความรุนแรงของปัญหาในอนาคต ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ในการดําเนินการบําบัด ฟื้นฟสู มรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดใหโ้ ทษตามพระราชบญั ญตั ผิ ตู้ ิดยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ.2545 2. ศึกษาและการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการดําเนินงานของอาสาสมัครคุมประพฤติใน งานควบคมุ และสอดสอ่ ง และ งานบําบดั ฟืน้ ฟูสมรรถภาพผูเ้ สพ/ผูต้ ดิ ยาเสพตดิ ให้โทษตามพระราชบัญญัติ ผตู้ ิดยาเสพตดิ ฯ และปัญหาในการดาํ เนินงานของอาสาสมัครคมุ ประพฤติ 3. ศึกษาทิศทางในการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การ พฒั นาระบบราชการ นโยบายและยทุ ธศาสตรแ์ หง่ รัฐ นโยบายกระทรวงยุติธรรม และกรมคุมประพฤติ
54 4. ศึกษาหลักการ แนวคิด และทฤษฎีทางอาชญาวิทยา และแนวคิด “ยุติธรรมชุมชน” รวมถงึ การนํายตุ ิธรรมชุมชนสูก่ ารปฏิบตั ิ ทงั้ จากขอ้ มลู ในประเทศ และต่างประเทศ 5. ศึกษาการพัฒนาของระบบการคุมประพฤติ และการนํานวตกรรมมาใช้ในงานคุม ประพฤตใิ นประเทศสหรฐั อเมริกา 6. วิเคราะห์ และบูรณการองค์ความรู้ที่ได้จากเพ่ือสร้าง หลักการ กรอบแนวคิดในการ กาํ หนดรูปแบบใหม่ในการคุมประพฤติ (ระบบการควบคุมและสอดส่อง และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด) ท่ี เหมาะสมกบั บริบทของสังคมไทย ระยะที่ 2 การนาํ หลกั การ แนวคดิ เกี่ยวกบั รปู แบบใหมใ่ นการแกไ้ ขฟื้นฟผู ้กู ระทําผิดใน ชุมชนสกู่ ารปฏิบัติในรูปแบบของโครงการทดลอง ผู้วจิ ยั ได้กําหนดแนวทางการดําเนินการ ดังนี้ 1. จดั ทาํ เอกสาร และสอื่ เพือ่ เผยแพร่ และดําเนนิ การเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับ หลักการ แนวคิด เก่ียวกับการพัฒนาระบบงานควบสอดส่อง และการแก้ไขฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนใน รปู แบบทีมบรู ณาการร่วมกบั อาสาสมคั รคุมประพฤติ แกผ่ ู้บริหาร และผปู้ ฏบิ ตั ิงานคมุ ประพฤติ 2. คัดเลือกสํานักงานคุมประพฤติเข้าโครงการ โดยใช้เกณฑ์ ความสมัครใจ และความ พร้อมใน 3 ด้าน คือ ความพร้อมและความสมัครใจของผู้บริหารสํานักงานคุมประพฤติ ของพนักงานคุม ประพฤติ และของอาสาสมัครคุมประพฤติ โดยคัดเลือกสํานักงานคุมประพฤติเข้าร่วมโครงการ 8 สํานักงาน ประกอบด้วย สํานักงานคุมประพฤติในภาคกลาง คือ สํานักงานคุมประพฤติประจําศาลจังหวัด พระโขนง สํานักงานคุมประพฤติประจําศาลจังหวัดมีนบุรี สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดสระบุรี สํานักงานคุมประพฤติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม สํานักงานคุมประพฤติในภาคเหนือ มี สํานักงานคุมประพฤติ จังหวัดเชียงราย สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดลําปาง สํานักงานคุมประพฤติในภาคใต้ มี สํานักงาน คุมประพฤติจังหวดั พัทลุง 3. จัดการประชุมนิเทศก์ แนวคิด หลักการ แนวทางการดําเนินงาน เกี่ยวกับรูปแบบ ใหม่ในการควบสอดส่อง และการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในรูปแบบ ทีมบรู ณาการรว่ มกับอาสาสมคั รคุมประพฤติ ให้แกส่ ํานกั งานทีเ่ ขา้ ร่วมโครงการทดลองเป็นรายสาํ นักงาน 4. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันกับสํานักงานในโครงการทดลองเพื่อกําหนดแนว ทางการดําเนินงาน และจัดทําแผนการดําเนินงานของแต่ละสํานักงาน รวมถึงเพื่อจัดทําหลักสูตรในการ อบรมอาสาสมัครคุมประพฤติที่สมคั รใจเข้ารว่ มโครงการทดลอง ท้ังนี้ ผู้ดําเนินโครงการในแต่ละสํานักงานท่ีเข้าร่วมโครงการทดลอง จะยึดหลักการ และแนวคิดการทํางานเป็นทีมบูรณาการร่วมกับอาสาสมัครเป็นหลัก ส่วนรายละเอียด เช่น พ้ืนที่ ดําเนินการ อัตราส่วนของพนักงานคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติที่ประกอบข้ึนเป็นทีม ปฏิบัติการ ประเภท และจํานวนคดีที่เข้าร่วมโครงการ ลักษณะงานท่ีอาสาสมัครคุมประพฤติดําเนินการ
55 ได้ในฐานะสมาชิกทีม ฯลฯ จะมีความแตกต่างกันไปตามความพร้อมของสํานักงาน และบริบทของท้องท่ี ท้ังนี้เพื่อประโยชน์ในความคล่องตัวในการบริหารจัดการของสํานักงานคุมประพฤติ และประโยชน์ต่อการ วิจัยเปรียบเทียบระหว่างสํานักงานทดลองเพ่ือกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําของการดําเนินงานคุมประพฤติ รูปแบบใหมใ่ นการศกึ ษาวิจยั ตอ่ ไป 5. จัดการฝึกอบรมผู้ร่วมโครงการทดลองทุกคนโดยเน้นความจําเป็นในการปรับระบบ การแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน และหลักการแนวคิดในการดําเนินการคุมประพฤติรูปแบบใหม่ บทเรียนจากประเทศที่เป็นต้นแบบในการริเริ่ม และการพัฒนางานคุมประพฤติในต่างประเทศ การทํางาน รว่ มกบั ภาคประชาสงั คม การบรหิ ารจดั การทรัพยากรชมุ ชน และเทคนคิ การทาํ งานเปน็ ทมี เป็นต้น 6. สนับสนุนให้สํานักงานคุมประพฤติแต่ละแห่งจัดทําคู่มือการปฏิบัติงานตามโครงการ ทดลองสําหรับอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 7. สนับสนุนการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครคุมประพฤติท่ีเข้าร่วมโครงการโดยการ ดาํ เนินการของสาํ นักงานคุมประพฤตแิ ตล่ ะแหง่ โดยใชห้ ลกั สูตรการฝึกอบรมกลางทสี่ าํ นักงานคมุ ประพฤติ ในโครงการร่วมกนั กําหนดโดยสอดแทรกบริบททแ่ี ตกตา่ งกันในแต่ละพ้ืนที่ ระยะที่ 3 การดาํ เนินโครงการทดลองรูปแบบใหม่ในการแก้ไขฟ้นื ฟผู ูก้ ระทําผดิ ในชุมชน ในข้ันตอนนี้ใช้ระยะเวลาในการดําเนินโครงการเป็นเวลานาน 6เดือน ต้ังแต่ เดือนตุลาคม 2554 ถึง เดอื นเมษายน 2555 โดยมีการกาํ หนดแนวทางการดาํ เนินการ ดงั น้ี 1. สํานักงานคุมประพฤติกําหนดพื้นที่ ทีมปฏิบัติการ จัดสรรอสค.ร่วมทีมปฏิบัติการ สร้างเครอ่ื งมอื เช่น คู่มือการปฏบิ ัตงิ าน แบบฟอร์มท่ใี ชใ้ นการปฏิบัติงาน กาํ หนดประเภทคดี ฯลฯ 2. สํานกั งานคุมประพฤตริ ายงานความคบื หนา้ ของโครงการทดลองเปน็ ระยะ 3. หัวหน้าโครงการวิจัย ตรวจเย่ียม และสังเกตการดําเนินโครงการทดลองในแต่ละ พ้ืนท่ี พร้อมท้ังเก็บข้อมูลภาคสนาม จากการสังเกต สัมภาษณ์ และสนทนากลุ่มย่อยผู้บริหารและทีม ปฏิบัติการเปน็ ระยะ ระยะท่ี 4 การถอดบทเรียนและสรปุ ผลการวจิ ยั ในข้นั ตอนนีผ้ ู้วจิ ัยได้ดาํ เนนิ การดังนี้ 1. กําหนดแนวทางการถอดบทเรยี น และประเดน็ การสนทนากลุ่ม 2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเก็บข้อมูลจากการแลกเปล่ียนเรียนรู้ การถอดบทเรียน และการประเมินโครงการจากพนกั งานคมุ ประพฤติ และอาสาสมัครคมุ ประพฤตทิ ีเ่ ขา้ รว่ มโครงการทดลอง 3. วเิ คราะห์และแปลผลขอ้ มลู การวิจัย 4. จัดทํารา่ งสรุปรายงานการศึกษาวิจยั เพ่ือนําเสนอในการสมั มนาผลการวิจัย 5. จัดสัมมนาผลการวิจัยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ และผู้เก่ียวข้องเพื่อใช้ ปรับปรุงโครงการ และประมวลแนวโนม้ ความเปน็ ไปไดใ้ นการนํารูปแบบทีมบูรณาการมาใชใ้ นประเทศไทย 6. จัดทาํ รายงานการวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์ และเผยแพร่ผลการวิจยั
56 3.2 ขอ้ มูลและแหล่งข้อมลู ขอ้ มลู ที่ทาํ การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary data) ได้จากการค้นคว้ารวบรวมข้อมูล เอกสาร ตํารา วิชาการ บทความทางวิชาการ วิทยานิพนธ์ ผลการวิจัย ข้อมูลทางสถิติจาก หนว่ ยงานของรัฐบาล เอกชนและอื่นๆ รวมท้ังค้นหาข้อมูลเพ่ิมเติมจากเว็บไซด์ต่างๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ 2. ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ (primary data) ได้จาก 1. การประชุมเชิงปฏิบัติการเพือ่ เตรยี มโครงการทดลอง 2. การเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่างดําเนินโครงการ ได้จาก การสังเกต การ สนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ทีมบูรณาการในพื้นที่ และการจัดสัมนาเพ่ือการ ถอดบทเรยี นโครงการทีมบรู ณาการ 3. การสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง ของกระทรวงยุติธรรม และการจัดสัมมนา ผลการวิจัย 3.3 ประชากร และ กลุ่มตวั อย่าง ประชากรเป้าหมายในการศกึ ษาแบง่ ไดเ้ ปน็ 3 กลุ่ม คือ 1. ผูบ้ รหิ ารและพนักงานคุมประพฤตใิ นโครงการทดลองทงั้ หมด จํานวน 40 คน 2. อาสาสมคั รคมุ ประพฤติในโครงการทดลอง จาก 8 สํานักงาน จาํ นวน 80 คน 3. ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม 2 คน 4. ผ้เู ข้าร่วมการสัมมนา 40 คน รวมประชากรในการศกึ ษาทั้งหมดโดยไมม่ ีการส่มุ ตัวอยา่ งจํานวน 162 ราย 3.4 เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการวิจัย เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจัยคร้งั น้ีประกอบดว้ ย 1. แบบรายงานความคืบหน้าของโครงการทดลองจากสํานกั งานคมุ ประพฤติ 2 ประเดน็ การสนทนากลุ่ม เพอ่ื ถอดบทเรียนการดาํ เนินโครงการทดลอง 3.5 การเกบ็ รวบรวมและวเิ คราะห์ข้อมูล การเกบ็ รวบรวมข้อมูลคณะผู้วจิ ยั ได้ดําเนนิ การดงั น้ี 1. เก็บข้อมูลจากเอกสาร จากข้อมูลอิเลคทรอนิค เพื่อศึกษาสถานการณ์งานควบคุม สอดส่อง และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด งานบําบัดฟ้ืนฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
57 ของกรมคุมประพฤติ เพ่ือรวบรวมปัญหาและวิเคราะห์แนวโน้มของผลกระทบของ ปัญหาหากไมไ่ ดร้ ับการแกไ้ ข 2. เก็บข้อมูลจากเอกสาร จากข้อมูลอิเลคทรอนิค เพื่อค้นคว้าหาความรู้ และ ประสบการณ์เก่ียวกับ งานยุติธรรมชุมชน ท้ังในประเทศ และต่างประเทศ เป็น แนวทางพัฒนาการควบคมุ สอดสอ่ ง และการแก้ไขฟน้ื ฟูผู้กระทําผิดในชุมชน 3. เก็บข้อมูลจากเอกสาร จากข้อมูลอิเลคทรอนิค เพ่ือค้นคว้าหาความรู้เก่ียวกับ นวตกรรมในงานคุมประพฤติ ท้ังในประเทศ และต่างประเทศ เพ่ือ เรียนรู้บทเรียน และวิเคราะห์ทางเลือกในการพัฒนา ระบบการคุมประพฤติโดยการมีส่วนร่วมของ ชุมชน 4. เก็บข้อมูลจากแบบรายงานการดําเนินโครงการทดลองของสํานักงานคุมประพฤติ เพอื่ ติดตามความก้าวหน้า ปญั หา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขปัญหาในโครงการ ทดลอง 5. เกบ็ ข้อมูลจากการสงั เกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การประชมุ เชิงปฏบิ ตั ิการ ของทีมบูรณาการ ท้ังในระยะการเตรียมการ ระยะทดลอง และหลังการทดลอง โดย ใช้เทคนิคผังมโนภาพ (mind map) เป็นเครื่องมือเพ่ือช่วยในการทําความเข้าใจกับ ปัญหาท่ีหลากหลายมุมมอง และเป็นข้อมูลที่สามารถนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหา เพื่อการพฒั นาโครงการ สรา้ งมาตรฐาน และจดั ทําคมู่ อื ท่ใี ชใ้ นการปฏบิ ัตงิ าน 6. ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบไร้โครงสร้างในการเก็บข้อมูลความเห็นของผู้บริหาร กระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม และรองปลัดกระทรวง ยุติธรรม 7. จดั สัมมนาการวิจัยเพือ่ เกบ็ รวบรวมความเหน็ จากนกั วิชาการและผู้เกี่ยวขอ้ ง คณะผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพที่เก็บรวบรวมท้ังหมดด้วยวิธีการตีความสร้างข้อสรุป โดยใช้หลักตรรกวิทยาเชิงอุปนัย (induction) ตามรูปแบบ ความหมาย ความสัมพันธ์ และผลกระทบของ ปรากฏการณท์ ี่รับรูแ้ ละท่เี กดิ ข้นึ รวมถงึ การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยการจบั ประเด็นสําคัญโดยใช้ประสบการณ์ ของผวู้ ิจัยทถ่ี อื ว่าเป็นเครื่องมือทส่ี ําคญั ในการวิจัย
58
บทที่ 4 ผลการศึกษาวจิ ยั การศึกษารูปแบบการแก้ไขฟนื้ ฟูผู้กระทําผดิ ในชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนคร้งั น้ี เปน็ การนําผลการศึกษาเกยี่ วกับ ทฤษฎที างอาชญาวทิ ยา แนวคิดยุตธิ รรมชุมชน และพัฒนาการ รปู แบบ แนวทางการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทาํ ผิดในชมุ ชนของหนว่ ยงานคมุ ประพฤติทง้ั ในประเทศไทยและ ต่างประเทศ มาสร้างเปน็ เคา้ โครงรูปแบบ แนวทางใหม่ (structure of neo-model and proceeding) ในการบรหิ ารจัดการงานควบคุมสอดสอ่ ง การแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ้กู ระทาํ ผดิ ในชมุ ชน ท่ี สอดคลอ้ งกบั ทศิ ทางการพฒั นางานคมุ ประพฤตสิ ากล และตอบสนองต่อนโยบายของรัฐ นโยบายของ กระทรวงยตุ ธิ รรม และเจตนารมณข์ องกรมคุมประพฤตใิ นการแกไ้ ขปัญหาปรมิ าณงานโดยเกิดผลลัพธ์ ทม่ี ีคณุ ภาพ เมอ่ื ได้ รูปแบบ แนวทาง (model & proceeding) ดงั กล่าวแล้ว จึงนาํ รูปแบบ แนวทาง น้ัน มาทดลองใชใ้ นสํานกั งานคมุ ประพฤตินาํ ร่องในแตล่ ะภมู ภิ าค และดําเนินการเก็บข้อมลู การวิจัย เป็นระยะต่อเนื่อง โดยปรากฏผลการศึกษา ดงั น้ี 4.1 ผลการดาํ เนนิ การวิจยั ระยะท่ี 1 การศกึ ษาความต้องการในการพัฒนางานคมุ ประพฤติ จากการศึกษาพบว่าการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดในชุมชนที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการมี ส่วนร่วมของชุมชนตามแนวคิดยุติธรรมชุมชน (community justice) ซ่ึงได้รับการยอมรับทั้งทางทฤษฎี และการนําสปู่ ฏบิ ัติ ผลจากการศึกษาจึงได้รูปแบบ แนวทางการ โครงสร้าง (model& proceeding) ของ ทีมปฏิบัติการบูรณาการเพื่อการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชน (Operation Community-Based Correction Integrated Team Model – OCITl) ท่ีนําไปทดลองใชใ้ น ในสํานกั งานคุมประพฤติ ดังน้ี 4.1.1 รูปแบบของทีมบรู ณาการ หรอื OCIT ทีม รูปแบบของทีมบูรณาการ เกิดจากการนําแนวคิดมาจากรูปแบบของทีมเจ้าหน้าท่ีคุม ประพฤติแบบเข้ม ในรัฐนอร์ทคาโลไรน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซ่ึงประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ี 3 คน คือ พนักงานคุมประพฤติ (probation officer) เจ้าหน้าท่ีเฝ้าระวัง (surveillance officer) และนักสังคม สงเคราะห์ (social worker) ทําหน้าที่ร่วมกันดูแลผู้กระทําผิดกลุ่มเสี่ยงในอัตรา 1 ทีมต่อผู้กระทําผิด 25 คน และจากการนํารูปแบบทีมคุมประพฤติแบบเข้มข้นในประเทศไทย (Thai Intensive probation Model -TIP) ตามโครงการทดลองคุมประพฤติแบบเข้มข้น ของสํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา มาใช้ โดยรูปแบบทีมบูรณาการ ประกอบด้วยพนักงานคุมประพฤติ 1 คน อาสาสมัครคุมประพฤติ 3 คน ทําหนา้ ทด่ี แู ลผถู้ ูกคุมความประพฤตใิ นพน้ื ที่ ภายใต้สมมตุ ฐิ านว่าพนกั งานคุมประพฤติ 1 คน มีปริมาณคดี 500 คดี (ดูแผนภาพท่ี 2) ซึ่งสามารถเปรียบเทียบการปฏิบัติงานคุมประพฤติแบบเดิมที่ดําเนินการใน ปจั จบุ ัน (ดูแผนภาพที่ 1)
60 แผนภาพท่ี 1 รูปแบบการดําเนนิ งานคุมประพฤตแิ บบเดมิ ท่ดี ําเนนิ การในปัจจุบนั แผนภาพที่ 2 รูปแบบใหม-่ ทมี ปฏิบตั ิการบรู ณาการเพอื่ การแกไ้ ขฟื้นฟูผ้กู ระทาํ ผดิ ในชมุ ชน (OCIT Model)
61 แผนภาพที่ 1 แสดงการทํางานควบคุมสอดส่องของพนักงานคุมประพฤติในปัจจุบัน ซึ่ง ตั้งอยู่บนอัตราส่วนการรับงานคดีควบคุมสอดส่องโดยเฉล่ียของพนักงานคุมประพฤติ 1 คน ต่อผู้ถูกคุม ความประพฤติ 500 คน (ปัจจุบัน พนักงานคุมประพฤติรับคดีคนละ 200 -1,000 คดีต่อคน) ในแผนภาพ จะประกอบด้วยพนักงานคุมประพฤติ 1 คน (ในวงกลมสีฟ้า) ส่วนใหญ่ประจําอยู่ท่ีสํานักงานคุมประพฤติ ผู้ถูกคุมความประพฤติ (ผถค.ในวงกลมสีเหลือง) จํานวน 500 คน อาสาสมัครคุมประพฤติ (ในวงกลมสี ชมพู) นอกจากน้ันมีชุมชน (ในวงกลมสีเขียว) และภาคประชาสังคม ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบใน กระบวนการคุมประพฤติเห็นได้ว่าลูกศรแสดงทางเดินช้ีจากผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าหาพนักงาน คุมประพฤติฝ่ายเดียว แทนความหมายว่าผู้ถูกคุมความประพฤติมาพบพนักงานคุมประพฤติเพ่ือการ รายงานตัวท่ีสํานักงานคุมประพฤติ หรือที่ศูนย์ประสานงานฯ มากกว่าที่พนักงานคุมประพฤติจะออกไป สอดส่องผู้ถูกคุมความประพฤติในชุมชน ซ่ึงในปัจจุบันโอกาสท่ีผู้ถูกคุมความประพฤติจะได้พบพนักงาน คุมประพฤติเจ้าของคดีก็มีน้อยเพราะหลายสํานักงานที่มีปริมาณคดีมากจะใช้วิธีรับรายงานตัวแบบกลุ่ม และพนักงานคุมประพฤติจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับงานเอกสาร เช่น การจัดทําบันทึกแบบต่างๆ การทํา รายงาน การออกเอกสาร การประสานงาน การนัดหมาย การเตือนให้ผู้ถูกคุมความประพฤติมารายงานตัว ตามกําหนด การจัดส่งคดีให้อาสาสมัครคุมประพฤติ ฯลฯ เนื่องจากพนักงานคุมประพฤติมีปริมาณคดี มากกว่ามาตรฐาน ดังน้ัน จึงต้องลด หรือละเว้นบางขั้นตอน เช่น การไปสอดส่องผู้กระทําผิดในชุมชน การลด ยกเลิกการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ การลดรูปแบบรายงาน ฯลฯ นอกจากน้ัน ยังมีการเพ่ิม การทํางานเปน็ กลุ่มเพ่ือรองรับปริมาณคดี เช่น การปฐมนิเทศแบบกลุ่ม การรับรายงานตัวแบบกลุ่ม การ ทํางานบริการสังคมแบบกลุ่ม การให้คําปรึกษาแนะนําแบบกลุ่ม ทําให้ปรัชญาการแก้ไขผู้กระทําผิดตาม สภาพปัญหาและความจําเปน็ เปน็ รายบคุ คลเลือนหายไป ด้านการส่งคดีให้อาสาสมัครคุมประพฤติช่วยดําเนินการนั้น เส้นประใช้แสดงความสัมพันธ์ ว่ามีการส่งคดีให้แก่ อสค.ไม่สม่ําเสมอ และไม่มากเท่าที่ควร โดยในปี พ.ศ. 2554 สํานักงานคุมประพฤติ ท่ัวประเทศ จัดส่งคดีให้อาสาสมัครคุมประพฤติช่วยดําเนินการในบางข้ันตอน เพียงร้อยละ 10.58 ของ ปริมาณคดที งั้ หมด (กรมคมุ ประพฤต,ิ 2555) โดยสว่ นใหญ่เป็นการส่งคดีเพ่ือขอให้อาสาสมัครคุมประพฤติ ไปติดตามให้ผู้ถูกคุมความประพฤติมารายงานตัว หรือให้การออกสอดส่องตามขั้นตอนก่อนเขียนรายงาน การคุมประพฤติต่อไป โดยความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานคุมประพฤติเจ้าของคดีและอาสาสมัครคุม ประพฤติผู้รับคดีเป็นความสัมพันธ์ทางเอกสาร เพราะมีส่วนน้อยมากที่ท้ังสองฝ่ายจะมาพบปะหารือกัน เพ่ือการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้ถูกคุมความประพฤติ และมีส่วนน้อยมากท่ีอาสาสมัครคุมประพฤติจะได้ดูแลผู้ถูกคุม ความประพฤติแตล่ ะรายจนตลอดกระบวนการคุมความประพฤติ ด้วยสภาพการณ์ในปัจจุบันดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติจึงไม่สามารถดูแลแก้ไขผู้กระทํา ผิดได้อย่างท่ัวถึง อาสาสมัครคุมประพฤติยังไม่ได้ใช้ศักยภาพในสถานะความเป็นสมาชิกชุมชน และ ศักยภาพส่วนตนได้อย่างเต็มท่ี ชุมชนและภาคประชาสังคมยังขาดการมีส่วนร่วมเท่าท่ีควร จึงทําให้ผู้ถูก
62 คุมความประพฤตไิ ด้รับการดูแลไม่ทวั่ ถึง ซ่งึ เปน็ ผลกระทบสว่ นหน่ึงของการเกดิ ปญั หาปริมาณคดคี ั่งคา้ งใน บางสาํ นักงาน นอกจากนัน้ ยังมีผลกระทบทงั้ ในระยะสน้ั และระยะยาวต่อการกระทําผิดซํา้ จากแผนภาพที่ 2 การปฏิบัติงานคุมประพฤติตามรูปแบบทีมบูรณาการฯ (OCIT Model) ภายใต้อัตราส่วนพนักงานคุมประพฤติ 1 คนต่อปริมาณคดี 500 คดีเช่นเดิม พนักงานคุมประพฤติ สามารถแบ่งคดีออกตามโซนพ้ืนท่ีในความรับผิดชอบ พื้นท่ีละ 100 คดี โดยประมาณ รวม 5 โซน แต่ละ ทมี ประกอบด้วยอาสาสมคั รคมุ ประพฤติทม่ี ละ 3 คน ชว่ ยกนั ดแู ลแก้ไขผ้ถู กู คุมความประพฤติ 100 คน ใน ชุมชนของตน จึงเท่ากับมีผู้ทําหน้าที่ควบคุมสอดส่อง 16 คน ต่อ ผู้ถูกคุมความประพฤติ 500 คน แทนท่ี จะเป็นพนักงานคุมประพฤติคนเดียวดูแลผู้ถูกคุมความประพฤติ 500 คน และเส้นทางหัวลูกศรท้ังหมดท่ี มุ่งเข้าหาผู้ถูกคุมความประพฤติแสดงว่าผู้กระทําผิดเป็นศูนย์กลาง โดยมีอาสาสมัครคุมประพฤติทําหน้าที่ ผปู้ ระสานงานในชุมชนให้สาํ นกั งานคุมประพฤติ โดยกระบวนการคุมประพฤติส่วนใหญ่จะเกิดข้ึนในชุมชน (ความสัมพันธ์ของทุกองค์ประกอบอยู่ในวงกลมสีเขียวซ่ึงเป็นสัญลักษณ์แทนชุมชน) การทํางานในรูปทีม บูรณาการเป็นการทํางานร่วมกันทั้งพนักงานคุมประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ และสถาบันต่างๆใน ชุมชนอยา่ งเปน็ ระบบ ซง่ึ ช่วยทําให้การจัดการบริหารงานคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพโดยการใช้ วิธีการประชุมทีมเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการคดี (case conference ) เป็นเคร่ืองมือใน การวางแผนการควบคุมสอดส่อง และแผนการแก้ไขฟื้นฟูรายคดีและเพื่อเป็นการขับเคล่ือนงานคดีอย่างมี พลวตั นอกจากการนํารูปแบบทีมบูรณาการไปใช้เชิงพ้ืนที่ คือ ให้ทีมดูแลผู้กระทําผิดเฉพาะในเขต พื้นท่ีโดยเน้นการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการนัดรายงานตัว กิจกรรมแก้ไขฟ้ืนฟู และการทํางานบริการสังคม ในพื้นแล้ว ยังสามารถนําทีมบูรณาการไปใช้กับผู้กระทําผิดท่ีมีลักษณะพิเศษ โดยไม่ติดอยู่กับการทํางาน เฉพาะในพ้ืนที่ เช่น ผู้กระทําผิดที่เป็นเด็กและเยาวชน ผู้กระทําผิดในคดียาเสพติด หรือผู้กระทําผิดท่ีมี ความเสี่ยงสูงต่อการกระทําผิดซ้ํา โดยทั้งพนักงานคุมประพฤติ และอาสาสมัครคุมประพฤติท่ีอยู่ในทีม บูรณาการพิเศษ จะต้องผ่านการคัดเลือกเป็นพิเศษ เพื่อจัดเข้ารับการฝึกอบรมให้เป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านท่ปี ระจาํ อยู่ในพืน้ ท่ตี ่อไป 4.1.2 โครงสร้างของทีมบรู ณาการฯ ในสาํ นักงานคุมประพฤติ แผนภาพท่ี 3 แสดงภาพจําลองของโครงสร้างของทีมบูรณาการฯ ในสํานักงานคุมประพฤติ และระดับการบริหารจัดการ หรือขั้นตอนการบังคับบัญชา กํากับดูแลการปฏิบัติงาน โดยสถานที่ทําการ ของแตล่ ะทีมไมต่ ดิ ยึดอยู่ภายในทตี่ ้ังของสํานักงานคมุ ประพฤติ
63 แผนภาพที่ 3 โครงสรา้ ง ทมี ปฏิบตั ิการบรู ณาการ ในสาํ นกั งานคมุ ประพฤติ 4.2 ผลการดําเนินการวิจัยระยะท่ี 2 การนํารูปแบบ แนวทางใหม่ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิดใน ชมุ ชนสู่การปฏิบตั ใิ นรปู โครงการทดลอง ผลผลิตจากการศึกษาที่ได้จากประชุมเชิงปฏิบัติการสํานักงานคุมประพฤตินําร่องเพื่อ เตรยี มการนํารปู แบบทีมบูรณาการแกไ้ ขฟ้ืนฟไู ปสกู่ ารปฏิบตั ิ มี ดงั น้ี 1. ขั้นตอนการดําเนินงาน ในโครงการทดลองทีมปฏิบัติการบูรณาการเพ่ือการแก้ไขฟ้ืนฟู ผกู้ ระทําผดิ ในชมุ ชน (OCIT Model) 2. กรอบแนวคิดการดาํ เนินโครงการทดลอง 3. หลักสตู รการฝึกอบรมพนักงานคมุ ประพฤตผิ บู้ ริหารและผูป้ ฏบิ ัตกิ ารทีมบูรณาการ 4. หลกั สตู รการฝกึ อบรมอาสาสมัครคมุ ประพฤติในทีมบูรณาการ 5. ร่างคู่มือพนักงานคุมประพฤติ ในการปฏิบัติการตามโครงการทดลองทีมปฏิบัติการ บูรณาการเพื่อการแก้ไขฟืน้ ฟูผู้กระทําผิดในชมุ ชน (OCIT Model) 6. ร่างคู่มืออาสาสมัครคุมประพฤติในการปฏิบัติการตามโครงการทดลองทีมปฏิบัติการ บูรณาการเพื่อการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทาํ ผิดในชมุ ชน (OCIT Model)
64 แผนภาพที่ 4 ขน้ั ตอนการดําเนนิ งานทมี ปฏบิ ัตกิ ารบรู ณาการเพอ่ื การแกไ้ ขฟ้ืนฟูผู้กระทําผดิ ในชุมชน กจิ กรรมช่วงเดอื นแรกของการคุมความ กจิ กรรมระหว่างการคุมความประพฤต ิ ประพฤติ 1 ประชมุ ทีมบูรณาการเพอ่ื กาํ หนดแผนการ 1 ลงทะเบียน ควบคมุ สอดสอ่ งและแก้ไขฟ้ืนฟู. เดอื นละ 1 2 ปฐมนเิ ทศ ครง้ั 3 แจง้ เงอื่ นไขและกาํ หนดรายงานตัว 4 เขยี นแผนท่ีบา้ นพิมพ์ลายนว้ิ มอื - 2 สง่ ตรวจสุขภาพกาย-จิต-(ส่งตอ่ ) 3 สอดสอ่ งผถู้ กู คมุ ความประพฤติ ตามแผน เกบ็ ปสั สาวะ 5 บันทกึ ถอ้ ยคาํ เบ้ืองตน้ และการปรบั แผน 6 ประเมิน-จําแนก 4 ประสานครอบครวั ผู้กระทําผิด 5 รบั รายงานตัว ตามเงอื่ นไขคุมประพฤติ กจิ กรรมช่วงสุดท้ายของการคุมความ 6 จัดกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟนื้ ฟแู บบ ประพฤติ รายบคุ คล 1. กรณฝี า่ ฝนื เง่ือนไขคุมประพฤติ 7 จดั กิจกรรมเพือ่ การแก้ไขฟืน้ ฟูแบบกล่มุ ติดตาม สอบถาม และแจง้ ใหป้ ฏิบัติ (เช่น เยี่ยมเรือนจํา การทํางานบรกิ ารสงั คม ตามเงอื่ นไขและปรบั แผน การอบรม การฝึกอาชพี ฯลฯ) 2. ประชุมทีมงานเพือ่ ประเมนิ ผลและ 8 ใหก้ ารสงเคราะห์ตามแผน จัดทาํ รายงาน 9 ประชมุ ทีมบรู ณาการเพือ่ ประเมินผลและ ปรบั แผนฯ. รายงานพฤติการณ์ เปลี่ยนแปลงไป รายงานการพ้นคุมความ ประพฤติ 3. สงเคราะห์หลงั ปลอ่ ย
65 แผนภาพที่ 5 กรอบแนวคดิ การดําเนินโครงการทดลอง 1. พบทมี บรู ณาการตามผลการประเมนิ และแผนการแกไ้ ขฟนื้ ฟู 2. Attitude test/ pre-test & post test/Self 3. เย่ยี มเรอื นจาํ (ถา้ มี) 4. โครงการอบรม เชน่ อบรมธรรมะ อบรมวิชาชีพ ฯลฯ 5. การแก้ไขฟื้นฟูเฉพาะทาง เช่น แนะแนวรายบุคคล กล่มุ บาํ บัด วถิ พี ุทธ ฯลฯ 7. ทํางานบรกิ ารสังคม ตามประเภทการกระทําผิดและ/ความจําเป็นของผ้กู ระทาํ ผิด 8. การใหก้ ารสงเคราะห์ ผา่ น 9. ประเมนิ พฤติกรรม ไม่ผา่ น เปลี่ยนเป็นคุม พน้ การคุม ขยายเวลาคมุ ประพฤติ ประพฤตแิ บบปกติ ประพฤตดิ ว้ ยดี แบบเข้มงวด และ/หรอื เพ่มิ ความเขม้ งวดในการ คมุ ประพฤติ รายงานผดิ เง่ือนไข
66 คู่มือพนกั งานคุมประพฤติ และอาสาสมคั ร คู่มือพนักงานคุมประพฤติ และอาสาสมัคร ในการปฏิบัติงานตามโครงการทดลองทีมบูรณา การเพือ่ การแกไ้ ขฟน้ื ฟผู ูก้ ระทาํ ผิดในชมุ ชน (OCIT Model) ประกอบด้วยหลกั การปฏิบตั ิ ดังน้ี 1. ภารกจิ ของทีมบูรณาการฯ 1) การประชุมทีม ไมน่ อ้ ยกวา่ เดอื นละ 1 ครง้ั โดยมวี ตั ถเุ พอ่ื 1) วางแผนบรหิ ารจดั การ และดําเนนิ งานรายคดี (case conference) 2) แบ่งหน้าที่ความรับผิดชองของสมาชิกแต่ละคนในทีม โดยการแบ่ง หน้าทนี่ ี้สามารถเปล่ยี นแปลงได้ตามมติของทมี 3) ประเมินผลการดําเนินงานโดยทีมบูรณาการ และประเมินสมาชิกทีม ว่าควรมกี ารแกไ้ ข ปรบั ปรงุ อยา่ งไร 2) ดําเนินการตามแผนท่ีเป็นข้อสรุปจากการประชุมทีม โดยดําเนินการเชิงพ้ืนท่ี ในเขตความรบั ผิดชอบของทีม ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 2. บทบาทของพนกั งานคุมประพฤตใิ นฐานะหัวหน้าทีมบรู ณาการ มดี ังน้ี 1) เป็นผู้สอนงาน (tutor) ให้แก่อาสาสมัครคุมประพฤติในทีม ท้ังภาคทฤษฎี แนวคิด หลักการ กฎหมาย กฎระเบียบการปฏิบัติงาน และการฝึก ปฏิบัตงิ าน ประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน 2) กําหนดพื้นท่ี และคดั สรรคดีในความรับผิดชอบให้แต่ละทีมรับไปดําเนินการใน ปริมาณ และระดบั ความยากของคดีตามความเหมาะสมกับศักยภาพของทีม 3) นําการประชุมทีมโดยยึดหลักการมีส่วนร่วม ท้ังร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วม ตดั สินใจ ร่วมทํา และรว่ มประเมินผลในการบริหารจดั การงานคดีเชงิ พ้นื ที่ 4) เป็นผู้ประสานงานระหว่างทีมในความดูแลกับกลุ่มงาน ต่างๆ ในสํานักงาน คุมประพฤติ และหน่วยงานภายนอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขฟ้ืนฟู และสงเคราะหผ์ ู้กระทําผิด 5) ให้คาํ ปรึกษาแนะนาํ ในการดําเนนิ งานคุมประพฤติแก่สมาชิกทมี 6) ตรวจสอบและควบคมุ คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิงานของสมาชกิ ทมี 7) รบั รองคณุ ภาพ และรบั ผิดชอบผลการปฏบิ ัตงิ านของทีมในความรับผดิ ชอบ 8) รวบรวม เอกสาร หรือบันทึกสรุปผลการดําเนินงานของอาสาสมัครคุม ประพฤติในทีม ส่งให้ฝ่ายกิจกรรมชุมชนเพื่อเป็นผลงานในการนํามาใช้เป็น ฐานการคํานวณค่าพาหนะ และใช้เป็นข้อมูลคัดเลือกเป็นอาสาสมัครดีเด่น และการพจิ ารณารบั เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์ และใช้ในการประเมินสมมรรถนะ อาสาสมคั รคุมประพฤติขนึ้ เปน็ หวั หน้าทมี บูรณาการ ต่อไป
67 3. อาสาสมัครคมุ ประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ ทําหน้าที่ในการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมทํา และร่วมประเมินผลในการบริหารจัดการงานคดีเชิงพ้ืนท่ี หรือคดีพิเศษ และดําเนินการปฏิบัติงานตามมติ ของทีม –การทํางานเชิงพื้นที่ หมายถึงกิจกรรมต่างๆ ท่ีจัดขึ้นในชุมชนที่ทีมรับผิดชอบ เช่น การรับ รายงานตัว การเยี่ยมบ้าน การฝึกอาชีพ กิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟ้ืนฟู และการทํางานบริการสังคม เป็นต้น โดยทําหน้าท่ีเป็นผู้ประสานงานกับสถาบัน องค์กร และบุคลากรต่างๆ ในชุมชน เช่น ครอบครัวผู้กระทํา ผิด วัด โรงเรียน อบต. เป็นต้น เพื่อระดมทรัพยากรในชุมชนในการแก้ไขฟ้ืนฟูผู้กระทําผิดในชุมชนของ ตนเอง ในการดาํ เนินงานตามขั้นตอนการควบคุมสอดส่องและแก้ไขฟ้ืนฟู น้ัน มีเกณฑ์ 3 ประการที่บ่งชี้ว่า อาสาสมคั รคมุ ประพฤติจะดาํ เนนิ งานในขนั้ ตอนนั้นได้ หรอื ไม่ คือ 1) อาสาสมัครคมุ ประพฤตติ ้องสมคั รใจดําเนนิ ภารกิจน้นั 2) อาสาสมัครคุมประพฤติต้องมีความรู้ ความสามารถในการทําภารกิจน้ัน โดย ผ่านการรบั รองจากสาํ นกั งานคุมประพฤติ 3) อาสาสมัครคุมประพฤติต้องได้รับมอบหมายให้ดําเนินการจากพนักงานคุม ประพฤตเิ จา้ ของคดี หรือจากมตขิ องทีมบูรณาการ 4.3 ผลดาํ เนินการวิจยั ระยะท่ี 3 การดําเนนิ โครงการทดลองรปู แบบใหม่ในการแกไ้ ขฟืน้ ฟผู กู้ ระทาํ ผดิ ในชุมชน ผลการวิจยั ท่ไี ดจ้ ากการเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยการสังเกต สนทนากลมุ่ การสัมภาษณท์ ีม บูรณาการ และจากแบบรายงานทมี บรู ณาการ ระหวา่ งดาํ เนินโครงการทดลองของสํานกั งานนําร่อง 8 สาํ นกั งาน คอื สํานักงานคุมประพฤตจิ งั หวัดนครราชสมี า สํานกั งานคมุ ประพฤติจังหวัดมหาสารคาม สํานักงานคุมประพฤตจิ ังหวัดเชยี งราย สาํ นักงานคมุ ประพฤติจงั หวดั ลาํ ปาง สาํ นักงานคุมประพฤติจงั หวัด พทั ลุง สาํ นกั งานคุมประพฤติจังหวดั สระบุรี สาํ นกั งานคมุ ประพฤติประจาํ ศาลจังหวดั พระโขนง และ สํานกั งานคมุ ประพฤตปิ ระจาํ ศาลจงั หวัดมนี บุรี ปรากฏผลการวจิ ยั ดังนี้ 4.3.1 สํานกั งานคุมประพฤตจิ งั หวดั นครราชสมี า ข้อมูลท่ัวไป: จังหวัดนครราชสีมาตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเมือง ประวตั ิศาสตร์ และเป็นประตูสภู่ าคอสิ าน นับเปน็ จงั หวัดทมี่ พี ้ืนที่มากที่สุดในประเทศไทย มีประชากร มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ แบ่งปกครองแบ่งออกเป็น 32 อําเภอ 289 ตําบล 3743 หมู่บ้าน เนื้อที่รวม 20,493.968 ตร.กม สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมาเป็นสํานักงานขนาดใหญ่ พิเศษ เปิดดําเนินการเม่ือ 11 สิงหาคม 2531 มีสํานักงานสาขา 2 แห่งคือ สํานักงานคุมประพฤติ จังหวัดนครราชสีมาสาขาสีค้ิว และสํานักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมาสาขาบัวใหญ่ สํานักงาน จังหวัดนครราชสีมาเป็นอาคารเช่า 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยจํานวน 2 ไร่ มีอัตรากําลังรวม 66 อัตรา เป็น
68 ข้าราชการ 26 คน พนักงานราชการ 36 คน และลูกจ้างช่ัวคราว 8 คน มีอาสาสมัครคุมประพฤติ จํานวน 245 คน มีเครือข่ายยุติธรรมชุมชน คน โดย ในปี 2555 มีปริมาณคดีบําบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ยาเสพตดิ 2 ,759 คดี ปรมิ าณคดสี อดส่อง 5,296 คดี วันเริม่ ดําเนนิ โครงการทดลอง: 16 พฤศจกิ ายน 2554 ทีมบูรณาการ พ้ืนที่ดาํ เนินการและผเู้ ข้ารว่ มโครงการ: ทมี บรู ณาการในโครงการทดลองมีทงั้ สิ้น 4 ทีม ประกอบดว้ ย ทมี ท่ี 1 คดีบาํ บดั ฟน้ื ฟทู ี่มคี วามเสย่ี งสงู ( 01) เขตพนื้ ที่อําเภอพิมาย ทมี ที่ 2 คดีควบคมุ สอดสอ่ ง ทม่ี คี วามเส่ียงปานกลาง (02) เขตอําเภอเมือง ทีมท่ี 3 คดีควบคุมสอดส่อง ท่ีมคี วามเส่ยี งปานกลาง (02)เขตอําเภอเมือง ทมี ท่ี 4 คดคี วบคุมสอดสอ่ ง ท่มี ีความเสีย่ งตํ่า (03) เขตอาํ เภอเมอื ง ผกู้ ระทาํ ผิดในโครงการ: ผ้ถู กู คุมความประพฤติผใู้ หญ่ 380 คน ผูร้ บั การฟ้ืนฟูสมรรถภาพผตู้ ดิ ยาเสพติด 80 คน รวมผกู้ ระทาํ ผดิ 460 คน เข้าส่สู าํ นักงาน ต้ังแตว่ ันท่ี 1 กรกฎาคม 2554 – 30 ธันวาคม 2554 ผู้ปฏิบัติการ: พนกั งานคุมประพฤติ 7 คน อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 16 คน รวม 23 คน อัตราส่วน พนกั งานคมุ ประพฤต:ิ อาสาสมคั รคุมประพฤต:ิ ผ้กู ระทาํ ผดิ : กลุม่ ความเส่ียงสูง ใช้ พคป 1 : อสค 4 : ผกู้ ระทาํ ผดิ 80 คน กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ใช้ พคป 1: อสค 4: ผ้กู ระทาํ ผิด 100 คน กลุ่มความเสี่ยงตํา่ ใชพ้ คป 1: อสค 4: ผ้กู ระทําผดิ 200 คน กระบวนงาน ข้นั ตอน: คร้งั ท่ี 1 ปฐมนเิ ทศกลมุ่ สรา้ งสัมพนั ธภาพ ทาํ ความเข้าใจ และขอความรว่ มมอื จาก ผูป้ กครอง บุคคลในครอบครวั ชี้แจงเงื่อนไข ทาํ ข้อตกลง รบั รายงานตัว ครั้งท่ี 2 สร้างความสัมพนั ธเ์ ปน็ กลุ่ม ใหค้ วามรเู้ ป็นกลุ่ม เรือ่ ง ความเปน็ จรงิ ของชีวติ รบั รายงานตวั และใหค้ ําปรกึ ษาแนะนํารายบุคคล ตั้งคําถามเพื่อให้มคี ําตอบ ในครัง้ ตอ่ ไป ครงั้ ท่ี 3 สร้างความสมั พันธ์ ตอบคําถามจากครั้งทีแ่ ล้วใหค้ วามรู้ เรอื่ งการอยรู่ ่วมกันใน สงั คม รับรายงานตวั รายบคุ คล-ให้มองปญั หาของตนเอง สรปุ ใหข้ ้อคดิ เปน็ กลุม่ ตงั้ คําถามครั้งตอ่ ไป คร้ังท่ี 4 สรา้ งความสมั พนั ธ์ ให้ความรู้เป็นกลมุ่ เรอ่ื งการทําความดี รบั รายงานตัวแบบ รายบุคคล ใหค้ าํ ปรึกษาแนะนํา และหาวธิ ีแกป้ ญั หา สรุปให้ขอ้ คดิ เป็นกล่มุ
69 ครงั้ ท่ี 5 สร้างความสมั พนั ธ์ ให้ความรเู้ ปน็ กล่มุ เร่อื งความพอเพียง อบรมธรรมะ รับ รายงานตวั รายบุคคล และแนะนําการวางแผนอนาคต สรุปให้ข้อคดิ เป็นกลุม่ คร้ังท่ี 6 สร้างความสมั พันธ์ ระหว่างทีมฯ กบั ผ้กู ระทาํ ผดิ ในความดูแล ปัจฉมิ นิเทศเปน็ กลมุ่ - อบรมความรู้ จัดทําการใหค้ าํ มน่ั สญั ญา ปฏิญาณตน ออกกาํ หนดนดั ในการตดิ ตามสงเคราะห์ การดําเนินโครงการทมี บูรณาการฯ เขตอําเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา อําเภอเมอื งนครราชสีมา มพี ้ืนท่ี 755.596 ตร.กม. ประกอบดว้ ย 25 ตาํ บล 243 หมบู่ า้ น มปี ระชากร 454,647 คน เปน็ อาํ เภอทม่ี ีจํานวนประชากรมากเป็นลําดับที่ 1 ของภาค ตะวันออกเฉยี งเหนอื สภาพสังคมเปน็ ชุมชนเมือง ศนู ย์กลางการค้า อาชีพหลักของประชากร ได้แก่ การเกษตร การปศุสตั วอ์ ุตสาหกรรม และการพาณชิ ย์ ในพนื้ น้มี ี อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 33 คน มี ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครคมุ ประพฤติ 1 ศูนย์ มีสมาชิกเครือข่ายยุตธิ รรมชมุ ชน 429 คน และมี ศูนยย์ ตุ ิธรรมชมุ ชน 2 ศนู ย์ มีผถู้ ูกคมุ ความประพฤติ 2,307 คน เป็นเดก็ 110 คน ผ้รู ับการพักโทษ 37 คน ลดวันตอ้ งโทษ 116 คน ผรู้ บั การฟนื้ ฟูสมรรถภาพ 961 คน ทมี บรู ณาการ ทีมที่ 1พื้นที่ อาํ เภอเมอื งนครราชสมี า เขตที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ถูกคมุ ความประพฤตผิ ู้ใหญ่ กลมุ่ มคี วามเสี่ยงสูง จาํ นวน 80 คน ผ้รู บั ผิดชอบ: พนกั งานคุมประพฤติปฏิบตั กิ าร นายกติ ตพิ งษ์ ศรีจนั ทรพ์ รม อาสาสมัครคุมประพฤติ นางอนงค์ ศศธิ รานนท์ ข้าราชการบาํ นาญ นางสาวรงุ่ ทิวา บญุ มีไชย นายแสนปรีดา บุญหาญณรงค์ อาชพี รับจา้ ง นางลัดดา เหรยี ญมงคลชยั แมบ่ า้ น กจิ กรรม: รบั รายงานตวั รายบคุ คล ออกสอดสอ่ ง 1-2 เดือนตอ่ คร้งั ไม่น้อยกว่า 6 ครงั้ ประชุม case conference ใน 3 เดือน แก้ปัญหาเฉพาะราย ตรวจปัสสาวะเดือนละครั้งในคดยี าเสพ ตดิ พบกบั ผู้กระทาํ ผิดเดอื นละคร้ัง จดั กิจกรรมอย่างน้อย 3 กิจกรรม ติดตอ่ ประสานกบั บคุ คลผู้ ใกลช้ ิด ประชุมทมี งาน 3เดอื นต่อครงั้ ให้การสงเคราะห์ ทาํ เรอ่ื งส่งคดีให้ อสค.นอกทีมรว่ มดาํ เนนิ การ ทีมบรู ณาการ ทีมที่ 2 พ้ืนท่ี อาํ เภอเมอื งนครราชสีมา จังหวดั นครราชสีมา เขตที่ 2 กลุม่ เปา้ หมาย: ผู้ถูกคุมความประพฤติผู้ใหญ่ กลมุ่ มคี วามเสี่ยงปานกลาง 100 คน ผรู้ บั ผิดชอบ: พนกั งานคมุ ประพฤติปฏบิ ตั ิการ นายปิยพงศ์ อาสาสมคั รคุมประพฤติ นายณรงค์กรดวงเนตรอ อาชพี รับจา้ ง นางสทุ า วัดอิ่ม ข้าราชการบํานาญ นายสอ้ิง เขม็ พุดซา อาชพี รบั จ้าง นางนภาพร ขนุ กระโทก อาชีพ รับจา้ ง กจิ กรรมการ: รบั การรายงานตัวรายบุคคลตามเงอ่ื นไขของศาล ออกสอดส่อง 3-4 เดอื น/ต่อครั้งไมน่ อ้ ยกวา่ 4 ครงั้ ประชุม case conference ภายใน 3 เดอื นแรก พบกนั 2 เดอื นคร้งั
70 ตดิ ตอ่ ประสานบคุ คลผใู้ กล้ชดิ ให้เข้าร่วมกจิ กรรมอย่างน้อย 2 กิจกรรม ประชุมทมี งาน ใหก้ าร สงเคราะห์ ส่มุ ตรวจปัสสาวะ ทีมบูรณาการ ทีมท่ี 3 พื้นที่ อาํ เภอเมืองนครราชสีมา จงั หวัดนครราชสีมา เขตที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย: ผถู้ กู คมุ ความประพฤติผ้ใู หญ่ กลมุ่ มีความเส่ยี งต่าํ (03) จํานวน 200 คน ผ้รู ับผิดชอบ: พนกั งานคุมประพฤตปิ ฏบิ ัติการ นางช่อเพชร สุวรรณะ อาสาสมคั รคุมประพฤติ นายนรินทร์ ย่ิงจอหอ อาชีพรับจ้าง นายอานนท์ ญาติดอน อาชีพรับจ้าง นายภาคภมู ิ มุง่ พันกลางอาชีพรบั จ้าง นายบญุ เอก ไกลก่ ลาง อาชพี รับจา้ ง กิจกรรม: รับการรายงานตวั แบบกลุ่ม ออกสอดสอ่ งไม่น้อยกว่า 2 ครงั้ (3 เดือนแรก 1 คร้ัง) พบกัน ๓ เดือนครั้ง ตดิ ตอ่ ประสานกบั บคุ คลผใู้ กลช้ ิด เขา้ รว่ มกจิ กรรม 1 กจิ กรรม ประชมุ 1 ครั้ง (ภายใน 3 เดอื นแรก) ประชมุ ทีมงาน ใหก้ ารสงเคราะห์ สมุ่ ตรวจปัสสาวะ (คดียาเสพติด) 1 คร้งั ทมี บรู ณาการ ทีมที่ 4 พ้นื ที่ อาํ เภอพิมาย จังหวดั นครราชสมี า บรบิ ทพนื้ ท:ี่ อําเภอพิมาย เดิมเปน็ เมืองสําคัญของอาณาจกั รเขมรโบราณมีปราสาท หินพิมาย ศาสนสถานทางพุทธศาสนานกิ ายมหายานเป็นโบราณสถานสาํ คญั อาํ เภอพิมาย มีพ้ืนท่ี 966.834 ตร.กม. พืน้ ท่สี ่วนใหญ่เปน็ พนื้ ทเ่ี กษตร ทรี่ าบลมุ่ สองฝ่งั แมน่ ้าํ มูล แบง่ การปกครองเปน็ 12 ตําบล 211 หมูบ่ า้ น มปี ระชากร 129,899 มีโรงงานอตุ สาหกรรมหลายแห่ง เช่น โรงงานนาํ้ ตาล โรงงานผลติ เคร่ืองอุปโภค ฯลฯ ประชากรประกอบอาชพี เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ค้าขาย ในเขต อําเภอพิมาย มอี าสาสมคั รคมุ ประพฤติ รวม 21 คน มศี นู ย์ประสานงานอาสาสมัครคมุ ประพฤติ 1 ศนู ย์ มสี มาชิกเครือขา่ ยยุติธรรมชมุ ชน 104 คน และมศี นู ยย์ ุตธิ รรมชุมชน 2 ศูนย์ มีผ้ถู ูกคุมความ ประพฤติ 429 คนผู้รับการพกั โทษ/ 35 คน ผู้รบั การฟ้ืนฟูสมรรถภาพ 224 คน กล่มุ เปา้ หมาย: ผู้รบั การฟื้นฟูสมรรถภาพ กลุ่มเสยี่ งสูง (01) จาํ นวน 80 คน ผรู้ ับผิดชอบ: พนกั งานคมุ ประพฤตปิ ฏิบตั กิ าร นายกฤษ ทพิ ย์นางรอง อาสาสมคั รคุมประพฤติ นายปรัชญา ยอดสรุ นิ ทร์ ทาํ ธรุ กจิ สว่ นตวั นางพชั นี เลก็ พมิ าย ทําธุรกจิ ส่วนตวั นายปราโมช จา๋ พิมาย สมาชกิ อบต. ทาํ ธุรกจิ นางสาววาสนา บญุ ส่ง อาชพี รบั จ้าง กิจกรรม: รบั รายงานตวั รายบคุ คล ออกสอดส่อง 1–2 เดือนต่อคร้งั (ไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง) ประชุม case conference ใน 3 เดือน ตรวจปสั สาวะเดือนละคร้ัง พบกนั เดือนละครง้ั เขา้ รว่ มกิจกรรมอย่างน้อย 2 กจิ กรรม ตดิ ตอ่ ประสานกับบคุ คลผูใ้ กลช้ ิด ประชุมทมี งาน 3 เดือนตอ่ ครั้ง ให้การสงเคราะห์ ผลการดาํ เนนิ งาน 1. ผลการดําเนินงานด้านคดี ปรากฏตามผลการคมุ ความประพฤติ ตารางที่ 2
71 ตารางท่ี 2 ผลการคุมความประพฤติตามโครงการทดลองทีมบรู ณาการฯ จงั หวดั นครราชสีมา จํานวน ประพฤติเสือ่ มเสีย รอ้ ยละ ประพฤติตนดี ร้อยละ ประเภทคดี คดี ผดิ เง่อื นไข ถูกจบั ใหม่ ประพฤตเิ สีย ระหว่างคมุ ฯ พ้นคมุ ฯ ประพฤตดิ ี บําบดั ฟ้นื ฟู 80 - 1 1.25% 10 69 98.75% เสี่ยงสงู 80 - 1 1.25% - 79 98.75% เสย่ี งปานกลาง 100 19 1 20% - 80 80% เสย่ี งต่ํา 200 16 - 8% - 184 92% รวม 460 35 3 8.26% 10 412 91.74% จากตารางที่ 2 แสดงผลการคุมความประพฤติ พบวา่ ผ้ถู ูกคุมความประพฤตแิ ละผรู้ บั การบําบัดฟืน้ ฟสู มรรถภาพผตู้ ิดยาเสพตดิ ท่ีผา่ นการคุมประพฤตโิ ดยทมี บรู ณาการพน้ จากการคุมความ ประพฤตไิ ปด้วยดจี ํานวน 412 ราย และผทู้ ย่ี งั อยู่ในระหว่างการคมุ ประพฤตทิ ง้ั 10 ราย ไมป่ รากฏ พฤตกิ ารณ์ผิดเง่ือนไข รวมเป็นผู้ถกู คมุ ประพฤตทิ ี่มคี วามประพฤติดี ร้อยละ 91.74 และมผี ถู้ ูกคมุ ความประพฤตทิ ม่ี คี วามประพฤตเิ สื่อมเสยี คอื เป็นผฝู้ า่ ฝืนเงือ่ นไขการคมุ ประพฤติ และถูกจบั กมุ ดําเนนิ คดใี หมร่ วม 38 ราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 8.26 2. ผลด้านความพงึ พอใจและประโยชนท์ เี่ กิดจากการดาํ เนนิ งานของทีมบูรณาการ 1) พนกั งานคุมประพฤติและอาสาสมัครคมุ ประพฤติมีความใกล้ชดิ กนั เข้าใจ กันมากขน้ึ ทาํ ให้เกิดความสมั พันธท์ ่ีดี มีทัศนคติทดี่ ีต่อกัน และมกี าร ช่วยเหลอื เกือ้ กูลกัน 2) พนกั งานคมุ ประพฤติ และอาสาสมคั รคมุ ประพฤตสิ ามารถเข้าถงึ ผถู้ ูกคมุ ความประพฤติและครอบครวั ได้มากขนึ้ ทาํ ให้สามารถวางแผน และแก้ไข ผถู้ ูกคุมฯ ได้ตรงตอ่ ปัญหา และความต้องการ 3) อาสาสมคั รคุมประพฤตไิ ด้รบั ความไวว้ างใจจากผู้ถูกคมุ ฯ และครอบครัว 4) อาสาสมัครคุมประพฤติช่วยแกไ้ ขปัญหาให้กบั ผู้ถูกคุมฯและครอบครัวไดด้ ี ปัจจัยส่คู วามสาํ เรจ็ ปจั จยั สคู่ วามสาํ เรจ็ ในการดาํ เนินโครงการทมี บรู ณาการ คอื ความสามารถในการบรหิ าร จดั การงานคดีและวางแผนการทาํ งานอย่างเปน็ ระบบ ความทา้ ทาย หรือปัญหา อปุ สรรค 1. ถา้ คดีอย่ใู นพนื้ ทีห่ ่างไกลทําให้ไม่ทันตามกําหนดเวลาเน่อื งจากในกลุ่มผถู้ กู ความ ประพฤตมิ ภี ูมลิ าํ เนากระจายไปตาํ บลต่างๆ ซึง่ ยากแก่การออกพืน้ ที่
72 2. อาสาสมัครคุมประพฤติตอ้ งประสานงานกับพนักงานคมุ ประพฤตอิ ยู่ตลอด 3. พนักงานคมุ ประพฤตติ อ้ งร้วู ิธีการบรหิ ารจดั การ คน คดี และเวลา 4. ผู้ถกู คมุ ความประพฤตอิ ย่หู า่ งไกล และมีจาํ นวนมากเกนิ ไป ทําให้ดแู ลไม่ท่วั ถงึ โอกาส หรอื ข้อดี คือ 1. สามารถดูแลผู้ถูกคุมความประพฤติได้ใกล้ชิดครอบครัว จะได้ช่วยกันนําแนวทาง ในการป้องปราม ทาํ ใหผ้ ้ถู กู คุมประพฤติพน้ คมุ ไปไดด้ ้วยดี 2. ผู้ถูกคมุ ความประพฤติมีความเข้าใจและไวใ้ จ ท่จี ะขอคําแนะนาํ จาก อ.ส.ค. 3. ผ้เู ข้าร่วมโครงการวจิ ยั ฯ ไดร้ ่วมกันการสะท้อนความรสู้ ึกในการคมุ ประพฤติ 4. ได้พูดคุยสอบถามข้อมูลผู้ถูกคุมความประพฤติในเชิงลึก เพื่อนําข้อมูลไปสู่การ วิเคราะหห์ าแนวทางแกไ้ ข ตลอดจนการปอ้ งกัน เพอื่ มใิ หก้ ระทาํ ผิดซํ้า 5. เกดิ การทาํ งานเปน็ ทมี มกี ารวางแผนงานร่วมกนั ระหวา่ ง อ.ส.ค. และพคป. ขอ้ เสนอแนะ 1. ควรจําแนกคดีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติเป็นกลุ่มเสี่ยงท่ีจะกระทําผิดซํ้าหรือเป็นผู้ ที่มปี ญั หาที่จะตอ้ งไดร้ ับการชว่ ยเหลอื หรือแนะนาํ 2. ควรคดั แยกคดีในเขตพืน้ ทใ่ี กลเ้ คียงกนั และจํานวนไม่มากเกินไป 3. ควรให้ อ.ส.ค. รับผดิ ชอบ 20 คดตี ่อคน เพ่ือสามารถดแู ลคดีไดท้ ว่ั ถึง 4. ควรจดั แบ่งกลุม่ ผ้กู ระทําผิดเป็นกลุ่ม 15-20 คน ให้ อ.ส.ค. ดูแลอย่างใกล้ชิดเน้น ให้อย่ใู นพืน้ ท่ใี กล้เคยี งกัน ใกล้กบั ทพี่ ักของ อ.ส.ค. 5. อ.ส.ค.ออกสอดส่องอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ต่อคดี ใน 3 เดือนแรกเพ่ือให้คําปรึกษา แนะนํา และใหเ้ ขา้ รว่ มกิจกรรมอย่างน้อย 2 กิจกรรม 4.3.2 สาํ นกั งานคมุ ประพฤตจิ ังหวดั มหาสารคาม ข้อมูลทวั่ ไป จังหวัดมหาสารคาม “สะดืออสี าน” อยู่ใจกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี เนื้อที่ 5,291.68 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 470 กิโลเมตร ได้ช่ือว่าเป็น “ตักศิลา แห่งอีสาน” เน่ืองจากมีสถาบันการศึกษาอยู่มากมายหลายแห่ง ภูมิประเทศเป็นที่ราบลูกคล่ืนไม่มี ภูเขา มีแม่นํ้าชีไหลผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา มีอาณาเขตติดต่อกับ จังหวัดกาฬสินธ์ุ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคามมีประชากร 940,402 คน แบ่งการปกครองแบ่งออกเป็น 13 อําเภอ อาชีพสําคัญของประชากร คือ การเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงไหมและทอผ้าไหม พืชเศรษฐกิจทส่ี าํ คัญ ไดแ้ ก่ ข้าว มนั สาํ ปะหลงั ยาสบู ออ้ ย มนั แกว ปอแก้ว และไม้ผล อุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก สํานักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม เป็นสํานักงานคุม
73 ประพฤตขิ นาดกลาง เปดิ ดําเนนิ การเม่อื 4 พฤษภาคม 2535 ท่ีสถานท่ีต้งั อย่ทู ่ี 4 ถนนศรีสวัสด์ิดําเนิน ตําบลตลาด อําเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สภาพสํานักงานเป็นอาคารคอนกรีต 1 ชั้น บนพ้ืนที่ 2 ไร่ 2 งาน มีอัตรากําลังรวมทั้งสิ้น 24 อัตรา เป็นข้าราชการ 12 คน พนักงานราชการ 10 คน ลูกจ้างช่ัวคราว 2 คน โดยมีอาสาสมัครคุมประพฤติ ท้ังหมดรวม 188 คน มีศูนย์ประสานงาน อาสาสมัครคุมประพฤติ 7 ศูนย์ มีสมาชิกเครือข่ายยุติธรรมชุมชน 707 คน และมีศูนย์ยุติธรรมชุมชน 6 ศูนย์ มีปริมาณงานในปี 2554 คือ คดีตรวจพิสูจน์ผู้ติดยาเสพติด 996 ราย คดีบําบัดฟ้ืนฟูผู้ติดยา เสพตดิ 863 ราย คดสี ืบเสาะและพินจิ จาํ เลย 1,217 ราย คดคี วบคมุ และสอดส่อง 2,223 ราย วันเรม่ิ ดาํ เนินโครงการทีมบูรณาการ 26 พฤศจกิ ายน 2554 ขัน้ ตอนการเตรยี มการ และดําเนินโครงการทีมบูรณาการชมุ ชน 1. กําหนดผกู้ ระทาํ ผิดกลมุ่ เปา้ หมายและคัดเลอื ก อสค. ในเขตพืน้ ท่ี 2. จดั โครงการอบรมทมี งานบรูณาการแกไ้ ขฟ้นื ฟูผูก้ ระทาํ ผิดในชมุ ชน 3. จดั โปรแกรมการแกไ้ ขฟื้นฟตู ามประเภทกลมุ่ เปา้ หมาย 4. จดั ทาํ คูม่ ือและประชมุ อาสาสมคั รคุมประพฤติ ในเขตพืน้ ท่อี ําเภอต่างๆ การดาํ เนนิ โครงการทมี บรู ณาการเพอื่ การแกไ้ ขฟืน้ ฟูผูก้ ระทําผดิ ในชุมชน โครงการทมี บูรณาการ จงั หวัดมหาสารคามดาํ เนินงานครอบคลมุ ทงั้ จงั หวัด โดยมผี ูร้ ่วม ปฏิบตั ิการ คอื พนกั งานคมุ ประพฤติ 15 คน อาสาสมัครคมุ ประพฤติ และสมาชิกเครือขา่ ยยตุ ิธรรม ชมุ ชน 80 คน รวมผปู้ ฏบิ ัติการทั้งสน้ิ 95 คน โดยมีการจดั ทมี ปฏิบัติการในพน้ื ท่รี วม 24 ทีม ดงั นี้ 1. อําเภอโกสมุ พิสัย แบ่งเปน็ 4 ทมี 2. อาํ เภอเมอื ง แบ่งเป็น 6 ทมี 3. อําเภอกนั ทรวิชยั แบง่ เปน็ 5 ทมี 4. อาํ เภอบรบอื แบ่งเป็น 2 ทีม 5. นอกเหนอื จากนัน้ แบ่งเป็นอาํ เภอละ 1 ทีม กลมุ่ ผกู้ ระทาํ ผดิ ในโครงการ จาํ นวน 70 คน ผถู้ กู คุมความประพฤติผู้ใหญ่ กลุ่มเส่ยี งสงู (01) จาํ นวน 51 คน ผู้ถกู คมุ ความประพฤตเิ ดก็ และเยาวชน จาํ นวน 122 คน ผูถ้ ูกคมุ ความประพฤติพักการลงโทษ/ลดวนั ต้องโทษ จาํ นวน 55 คน ผู้รบั การบาํ บดั ฟนื้ ฟสู มรรถภาพฯ จํานวน 298 คน รวมประชากรกลมุ่ ผกู้ ระทาํ ผดิ
74 กระบวนงาน/ขัน้ ตอนการทาํ งาน 1. แจง้ เงอื่ นไขการคุมความประพฤติทาํ บันทึกขอ้ ตกลงระหว่างผูถ้ ูกคมุ ความ ประพฤตกิ บั ครอบครวั และชมุ ชน 2. ปฐมนเิ ทศ---ปจั ฉิมนเิ ทศ 3. รับรายงานตัวรายบุคคล/รายกลุม่ และตรวจปสั สาวะ 4. การออกสอดสอ่ งระหวา่ งและหลังพน้ การคมุ ความประพฤติและฟ้ืนฟฯู 5. ประชมุ อสค.เพ่อื รบั ทราบ อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะหลงั การสอดส่อง โปรแกรมสําหรบั ผูก้ ระทําผิด/กิจกรรมเพอื่ การแก้ไขฟ้นื ฟู 1. กล่มุ ผใู้ หญ-่ -เยยี่ มบ้าน 15 วนั /ครง้ั อบรมธรรมะหรอื เขา้ คา่ ยจรยิ ธรรม 2 ครง้ั โปรแกรมพื้นฐาน 3 ฐาน 2. กลมุ่ เด็กและเยาวชน กลุ่มพกั การลงโทษ-ลดวันตอ้ งโทษ กลุม่ ฟืน้ ฟสู มรรถภาพผู้ ติดยาเสพติด - เยยี่ มบา้ น 15วนั /คร้งั – อบรมธรรมะ หรอื เขา้ ค่ายการให้ คําปรึกษาทางจติ วทิ ยา 2 ครงั้ โปรแกรมพน้ื ฐาน 1-5 3. ใหค้ วามรดู้ ้านกฎหมายและใหค้ ําปรึกษาจิตวทิ ยาแก่ครอบครวั ในการดูแลบตุ ร วัยรุ่นกฎหมายเกยี่ วกับเดก็ และเยาวชน ผลจากการดําเนนิ งาน (ความสําเรจ็ /ประโยชน)์ 1. ผูก้ ระทาํ ผิดในโครงการ ปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไข ไมไ่ ดถ้ กู จับดาํ เนนิ คดใี หมใ่ นระหวา่ ง การดําเนนิ โครงการประกอบอาชพี เปน็ กิจจะลักษณะ และมีการดํารงชวี ิตทีด่ ขี นึ้ 2. ความพึงพอใจ และประโยชน์ 1) กลุม่ ผ้ปู กครองพบว่ามีแนวทางและกําลังใจในการแก้ไขปัญหาครอบครัว มากข้ึนจากการแลกเปลย่ี น เรียนรู้ และนําไปปรับใช้ในชวี ติ ประจาํ วนั 2) กล่มุ เดก็ และเยาวชน พบว่าเดก็ และเยาวชน มีแนวทางทจี่ ะแก้ไขปญั หา ของตนเอง ความท้าทาย/ปัญหา อุปสรรค 1. นํา้ ท่วม ขณะออกไม่มผี ใู้ ดอาศัยอยู่ขณะเย่ียมเยียน 2. อาสาสมคั รคมุ ประพฤตกิ รอกข้อมลู ไม่ละเอยี ด 3. ขาดงบประมาณคา่ พาหนะของอาสาสมัครคุมประพฤติ
75 4.3.3 สํานกั งานคมุ ประพฤตจิ ังหวัดเชยี งราย ขอ้ มูลทั่วไป จังหวดั เชยี งราย \"เมอื งแห่งเจ็ดสายน้ํา\" ต้ังอย่เู หนือสุดของประเทศไทย ห่างจากกรงุ เทพ 785 กโิ ลเมตร รายลอ้ มดว้ ยสามสบิ หา้ ดอย เป็นประตไู ปสูภ่ มู ภิ าคลุ่มแมน่ าํ้ โขง ตอนบนหรือเขตสเ่ี หล่ียมเศรษฐกิจ เป็นเมอื งหนา้ ด่านติดตอ่ กับประเทศพม่าและลาว เปน็ ดนิ แดนแหง่ ประวัตศิ าสตร์ยคุ แรกของอาณาจักรชาติไทย เป็นดนิ แดนแหง่ วฒั นธรรม มคี วามอดุ มสมบรู ณด์ ว้ ย ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แรธ่ าตุ และพชื ผักผลไม้เมอื งหนาว เป็นแหล่งและตลาดอัญมณจี ากพมา่ อากาศก็เยน็ สบายจนได้รบั การขนานนามให้เปน็ สวิสเซอรแ์ ลนดเ์ มอื งไทย เชยี งรายแบง่ การปกครอง ออกเปน็ 16 อาํ เภอ 2 กงิ่ อาํ เภอ มเี นื้อที่ทงั้ หมด 11,678.369 ตารางกโิ ลเมตร สูงกวา่ ระดบั นํ้าทะเล 416 เมตร มปี ระชากร 1,222,402 คน ทหี่ ลากหลายทางวฒั นธรรมเช้ือชาติ ชนเผ่า สภาพเศรษฐกจิ ข้ึนอยู่กบั สนิ คา้ เกษตร ประชากรส่วนใหญม่ อี าชีพทางการเกษตร พืชเศรษฐกจิ เช่น ข้าว ข้าวโพด ขิง กระเทียม ถวั่ เหลอื ง ลน้ิ จ่ี ลาํ ไย ยาสบู พนั ธุ์เวอร์จเิ นยี มีโรงสีขนาดใหญ่ เปน็ แหลง่ เพาะเลีย้ งปลาใหญ่ ทส่ี ดุ ของภาคเหนือ มีโรงงานแปรรปู สินคา้ ทางการเกษตร และโรงงานอตุ สาหกรรมมากมาย การค้า บรเิ วณชายแดน และการทอ่ งเท่ียว เปน็ ธุรกจิ สาํ คัญ (www.chiangraiinfo.com) สาํ นกั งานคมุ ประพฤติจงั หวดั เชียงรายเปดิ ดําเนนิ การเม่อื วนั ที่ 12 มนี าคม 2528 มี สํานักงานสาขา 1 แหง่ คอื สาขาเทิง สาํ หรบั สํานักงานคมุ ประพฤตจิ งั หวัดเชยี งรายเปน็ สาํ นกั งาน ขนาดใหญ่ ต้ังอยู่ท่ี ถนนศูนยร์ าชการ ตาํ บลริมกก อําเภอเมือง จังหวดั เชียงราย สภาพสาํ นักงานเป็น อาคารคอนกรตี สองช้นั จาํ นวน 2 อาคาร บนพนื้ ที่ 7 ไร่ ปัจจุบนั สํานกั งานคุมประพฤตจิ งั หวัด เชียงรายมอี ตั รากาํ ลงั รวม 37 อตั รา เปน็ ข้าราชการ 13 คน พนกั งานราชการ 20 คน และลูกจ้าง ชั่วคราว 4 คน มอี าสาสมคั รคมุ ประพฤตจิ าํ นวน 245 คน มีเครอื ข่ายยตุ ธิ รรมชุมชน คน และมีมี ปรมิ าณคดคี วบคุมและสอดส่อง 1,678 คดี ทมี บรู ณาการและผู้ร่วมโครงการ ทีมบรู ณาการในโครงการทดลองของสํานกั งานคมุ ประพฤตจิ งั หวดั เชยี งราย มรี วม 6ทมี เปน็ ทมี ของสํานักงานคมุ ประพฤติจงั หวดั 3 ทีม แบง่ เปน็ ทีม A ทีม B และทีม C ทัง้ 3 ทมี ปฏบิ ัตงิ าน อยู่ในพืน้ ทอี่ ําเภอแมส่ าย และมที ีมของสํานกั งานคมุ ประพฤตจิ งั หวดั เชียงรายสาขาเทิง อีก 3 ทีม ผปู้ ฏิบตั กิ ารโครงการ ประกอบด้วยพนักงานคมุ ประพฤติ 3 คน อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 6 คน สมาชิก เครอื ขา่ ยยุตธิ รรมชมุ ชน จํานวน 3 คน รวมผปู้ ฏบิ ตั ิการโครงการทงั้ สน้ิ 12 คน กลุม่ ผกู้ ระทําผดิ ในโครงการ ผถู้ ูกคุมความประพฤตผิ ู้ใหญ่ (ป.อาญา มาตรา 56) จํานวน 67 คน ผ้ถู กู คุมความประพฤติเดก็ และเยาวชน จํานวน 7 คน
76 ผถู้ กู คมุ ความประพฤติพกั โทษ / ลดโทษ จาํ นวน 6 คน รวมประชากรกลุม่ ผู้กระทําผดิ จาํ นวน 80 คน โดยเปน็ คดที ่เี ข้าสูส่ าํ นกั งานฯ ตัง้ แต่เดือน เมษายน 2554 เปน็ ตน้ ไป วนั เรมิ่ ดําเนนิ โครงการทดลองทมี บูรณาการชมุ ชน วันที่ 3 ตุลาคม 2554 บทบาทของอาสาสมัครคมุ ประพฤติและเครือข่ายยุติธรรมชมุ ชน อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ และเครอื ขา่ ยยตุ ธิ รรมชุมชนในทีมบรู ณาการฯ จะได้รบั มอบหมายให้ชว่ ยดาํ เนนิ งานภายใตเ้ งื่อนไข 3 ประการ คอื 1) อาสาสมคั รมคี วามสมคั รใจที่จะดําเนิน ภารกิจน้ัน 2) อาสาสมคั รมีความรู้ ความสามารถ และฝกึ ปฏิบัตจิ นได้รับการรบั รองแล้ว 3) อาสาสมัครได้รับมอบหมายให้ดาํ เนินการไดภ้ ายใตค้ วามรบั ผิดชอบของพนักงานคุมประพฤติ โดย กิจกรรมทก่ี าํ หนดให้ อาสาสมัครดําเนนิ การไดภ้ ายใตเ้ ง่ือนไขดังกล่าว ได้แก่ การลงทะเบยี น การ ปฐมนเิ ทศ การเขียนแผนท่ีบา้ น การเก็บปัสสาวะ การประชมุ กลมุ่ (Case conference) การรับ รายงานตัว กิจกรรมบริการสังคม การมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมแก้ไขฟนื้ ฟู การสอดสอ่ งเย่ยี มเยียนบ้าน ตาม/เตือน การใหก้ ารสงเคราะห์ การประสานงานในชมุ ชน การให้คาํ ปรกึ ษาเชงิ จติ วทิ ยา การดําเนินโครงการปฏบิ ตั ิการทมี บรู ณาการฯในพืน้ ทอ่ี าํ เภอแม่สาย บริบทอําเภอแม่สาย เดมิ เปน็ ที่ต้ังของเมอื ง \"เวยี งศรีทวง\" เมืองขน้ึ ของอาณาจักรโยนก นครราชธานีไชยบรุ ีศรชี ้างแสน อําเภอแมส่ ายมพี ้ืนที่ 285 ตร.กม. ประกอบด้วย 8 ตาํ บล 87 หมบู่ า้ น มีประชากร 80,578 คน สว่ นใหญ่ประกอบอาชพี การเกษตร คา้ ขายบรเิ วณดา่ นพรมแดนไทย-พมา่ เลยี้ งสัตว์ หัตถกรรมพื้นบ้าน สินค้าการเกษตรได้แก่ขา้ วเหนยี ว ขา้ วจา้ ว กระเทียม หอมแดง ยาสบู ถั่วเหลือง สตอรเ์ บอรี่ แตงโม สับปะรด ลนิ้ จี่ ลําไย ดอกเบญจมาศ มโี รงงานอุตสาหกรรมหลายแหง่ ในเขตอาํ เภอแมส่ ายมอี าสาสมคั รคมุ ประพฤติ 10 คน ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครคมุ ประพฤติ 1 ศูนย์ มีเครอื ขา่ ยยตุ ธิ รรมชมุ ชน 93 คน และมศี ูนย์ยตุ ิธรรมชมุ ชน 2 ศูนย์ มผี ถู้ ูกคมุ ความประพฤติ 167 คน ผรู้ บั การพกั โทษ/ลดวนั ตอ้ งโทษ 80 คน ผรู้ ับการฟนื้ ฟสู มรรถภาพ 327 คน เหตทุ ีก่ ําหนดให้แม่สายเป็นพน้ื ท่ที ดลองเพราะพ้ืนที่น้ีมี อ.ส.ค. และเครือขา่ ยยตุ ธิ รรม ชมุ ชนทม่ี ศี ักยภาพ มบี ทบาทในการทาํ งานกบั ชุมชนอยู่แลว้ และพร้อมท่ีจะทํางานเช่อื มต่องานกับ ชมุ ชน โดยมีศูนย์ยุติธรรมชมุ ชนทเ่ี ป็นสัดส่วน สะดวกตอ่ การเป็นศนู ยก์ ลางในการทํางานเชงิ พ้นื ที่ ทมี บูรณาการ อําเภอแมส่ าย ทมี A รับผิดชอบ ตาํ บลเกาะช้าง ตําบลแม่สาย ตาํ บลโปง่ ผา ตาํ บลเวียงพางคํา ตําบลศรีเมอื ง ชุม และตาํ บลหว้ ยไคร้ โดยรับผดิ ชอบผ้ถู ูกคุมความประพฤตทิ กุ ประเภทคดี ยกเวน้ ในคดียาเสพติด อตั ราสว่ นทมี : พคป.1 คน: อ.ส.ค. 3 คน: ผกู้ ระทาํ ผิด 38 คน
77 ผูป้ ฏิบัติการ: พนกั งานคมุ ประพฤติ นางสาวภาวศุทธิ เตชะพันธุ์ และ นางพัชรี สทุ ธนู อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ นายอํานาจ วรรณวตั อาชีพธุรกจิ สว่ นตวั นายวิชาญ ปนิ่ ทอง อาชพี ค้าขาย นายสมเพชร พรมเทพ อาชีพค้าขาย ทีมบรู ณาการ อําเภอแมส่ าย ทมี B รับผดิ ชอบทุกประเภทคดยี กเว้นคดยี าเสพตดิ ในเขต ตําบลห้วยไครศ้ รเี มอื งชมุ แม่สาย อัตราสว่ น: พคป.1 คน: อ.ส.ค. 2 คน เครอื ข่ายฯ 1 คน: ผ้กู ระทําผดิ 26 คน ผู้ปฏิบัติการ: พนกั งานคุมประพฤติ นางสาวภทั รนนั ท์ เวยี งวฒั นา อาสาสมคั รอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ นางนีรช วรรณวัต รบั ราชการครู นายอิน่ แก้ว หมอช้าง ข้าราชการบํานาญ นายสมยศ พรมบตุ ร สมาชกิ เครือข่ายยุตธิ รรมชมุ ชน อาชพี ค้าขาย ทมี บรู ณาการ อาํ เภอแมส่ าย ทีม C รบั ผิดชอบทกุ ประเภทคดียกเว้นคดยี าเสพตดิ ในเขตตําบลแมส่ าย ห้วยไคร้ โปง่ งาม อัตราส่วน: พคป.1 คน: อ.ส.ค.1 คน เครอื ข่ายฯ 2 คน : ผกู้ ระทาํ ผิด 16 คน ผู้ปฏิบัติการ: พนกั งานคุมประพฤติ นายวฒุ ิกร คําหลา้ ทราย อาสาสมัครคุมประพฤติ นางประภากร พลสทิ ธิ์ ผใู้ หญบ่ ้าน นายเกรยี งศักด์ิ กนั ชนะ เครอื ขา่ ยฯ อาชีพค้าขาย นางปภาดา เนมนิ ทอน เครอื ข่ายฯ ตําแหน่งผใู้ หญ่บ้าน กระบวนงาน และการกําหนดโปรแกรม สาํ หรบั ผ้กู ระทาํ ผิดกลุม่ ความเสย่ี งระดบั สูง (01) มกี ารกําหนด ดงั นี้ - รายงานตวั 1 ครั้ง : เดือน - เยยี่ มเยียนสอดสอ่ ง 1 ครั้ง : เดอื น - กิจกรรมแกไ้ ขฟน้ื ฟอู ย่างน้อย 6 กิจกรรม สาํ หรบั ผกู้ ระทาํ ผดิ กลุ่มความเสยี่ งระดบั ปานกลาง (02) มกี ารกาํ หนด ดังนี้ - รายงานตวั ๒ เดอื น : ครัง้ - เยีย่ มเยยี นสอดสอ่ ง ๒ เดือน : ครง้ั - กิจกรรมแกไ้ ขฟ้นื ฟูอย่างนอ้ ย ๔ กจิ กรรม สําหรบั ผกู้ ระทาํ ผดิ กล่มุ ความเสยี่ งระดบั ตา่ํ (03) - รายงานตัว 3 เดือน : ครัง้ - เยี่ยมเยยี นสอดสอ่ ง 3 เดอื น : ครัง้ - กจิ กรรมแกไ้ ขฟื้นฟอู ยา่ งนอ้ ย 2 กจิ กรรม
78 ทุกโปรแกรมสาํ หรบั ทกุ กลุม่ ความเสีย่ งและมกี ารประชุมคดี (Case conference) ทกุ วนั พธุ สปั ดาห์ที่ 1 และ 2 ของเดือน กจิ กรรมเพื่อการแกไ้ ขฟ้ืนฟู ประกอบดว้ ย 1. โปรแกรมพนื้ ฐาน: กราฟชีวติ การเหน็ คุณคา่ ในตนเอง การวางแผนชวี ิต 2. การอบรมธรรมะ การอบรมความรู้เกี่ยวกบั ยาเสพติด 3. การทาํ งานบริการสงั คม ผลการดําเนนิ งาน (ความสาํ เรจ็ /ประโยชน)์ 1. ผลการคุมความประพฤติ ของผู้ถูกคุมความประพฤติในโครงการทดลองทมี บูรณา การของสาํ นกั งานคุมประพฤติจังหวัดเชียงรายมผี ปู้ ฏบิ ตั ิตามเงอื่ นไขร้อยละ 85 มีผู้ฝา่ ฝนื เง่อื นไขร้อย ละ 25 ดงั ปรากฏตามตารางท่ี 3 ตารางท่ี 3 ผลการคุมความประพฤติตามโครงการทดลองทมี บรู ณาการฯ จงั หวัดเชียงราย ประเภทคดี พ้นคุม ปฏิบัตติ ามเงือ่ นไข ไมป่ ฏิบตั ิตามเง่ือนไข ถูกจับใหม่ รวม ประพฤติ อยูร่ ะหวา่ งคุมฯ ไม่รายงานตัว บรกิ ารสงั คม (ราย) (ราย) ผู้ถูกคุมประพฤติ (ราย) (ราย) 5 67 ผูใ้ หญ่ (ราย) ไม่ครบ (ราย) - ผถู้ ูกคมุ ประพฤติ 52 3 34 - 7 เด็ก/เยาวชน 65% 5 5 ผู้ถูกคมุ ประพฤติ -- 5 1 ลดวันต้องโทษ 61 80 ผู้ถูกคมุ ประพฤติ 85% -- พกั การลงโทษ 5- -- รวม 100% ปฏิบตั ติ ามเงื่อนไข 34 1- ไมป่ ฏิบตั ิตามเง่ือนไข 5% 100% 64 4 68 ราย 85% 2. ความพึงพอใจ และประโยชน์ ทีมผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ทงั้ พนักงานคมุ ประพฤติ และ อาสาสมัครคมุ ประพฤติ มีความพงึ พอใจทีไ่ ดร้ ับการพฒั นาศกั ยภาพในการทํางานแบบบรู ณาการแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ูก้ ระทาํ ผิดในชมุ ชน (OCIT) และไดด้ ูแลแกไ้ ขฟื้นฟูผกู้ ระทาํ ผิดในชมุ ชนได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เปน็ การใช้หลักการมสี ่วนรว่ มของ
79 ชุมชน โดยชุมชน เพ่อื ชุมชน อนั จะก่อใหเ้ กดิ การแก้ไขปญั หาในรปู แบบการแกไ้ ขฟ้นื ฟผู ู้กระทําผิดท่ี เป็นรปู ธรรม และมีความย่ังยืนต่อไป ปัจจยั สู่ความสาํ เร็จ 1. มี อ.ส.ค. และสมาชิกเครือขา่ ยุติธรรมชุมชนที่มีศักยภาพ และพร้อมทจ่ี ะทํางาน 2. อ.ส.ค. และเครอื ข่ายยตุ ธิ รรมชมุ ชนบางทา่ น มีบทบาทในการทาํ งานกบั ชุมชนอยู่ แลว้ ทาํ ใหง้ า่ ยต่อการเชอ่ื มต่องานกับชุมชน 3. มีศนู ยย์ ตุ ธิ รรมชุมชนท่เี ป็นสดั ส่วน และสะดวก ต่อการเปน็ ศนู ยก์ ลางในการ ทาํ งานเชิงพืน้ ที่ ความทา้ ทาย/ปัญหา อปุ สรรค 1. อ.ส.ค. บางคนมีภาระหนา้ ทีห่ ลายดา้ น ทาํ ใหไ้ มส่ ามารถออกไปสอดสอ่ งผู้ถูกคมุ ความประพฤตไิ ดต้ ามท่ที มี กําหนด ดังนั้น ผรู้ ว่ มทมี จงึ ต้องรบั ดําเนนิ การแทน 2. สมาชิกเครือข่ายยตุ ิธรรมชุมชนทรี่ ว่ มทีม ยงั ขาดความมนั่ ใจในการทํางาน ดงั น้นั ทีมงานท่ีมีประสบการณ์ จงึ ใหค้ าํ แนะนาํ เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา และรว่ ม ลงพ้ืนท่ีในการสอดส่องเย่ียมเยยี น 3. เนื่องจากสํานักงานเลอื กพ้นื ที่ดาํ เนนิ การเฉพาะอําเภอแม่สายทาํ ให้พนกั งานคมุ ประพฤตทิ ีอ่ ยูใ่ นทมี บูรณาการมีภาระมากกวา่ พนกั งานคมุ ประพฤตอิ น่ื ขอ้ เสนอแนะ 1. การแกไ้ ขฟืน้ ฟผู ู้กระทําผดิ ในชุมชนด้วยทมี บูรณาการเป็นประโยชน์อย่างย่ิง และ ก่อให้เกิดความรว่ มมือในการดแู ลชว่ ยเหลอื อยา่ งเป็นรปู ธรรม 2. การดาํ เนินโครงการทีมงานบูรณาการฯ สง่ ผลใหง้ านคมุ ประพฤตมิ ปี ระสิทธิภาพ และแบ่งเบาภาระของพนกั งานคมุ ประพฤติจงึ ควรมีแนวปฏิบัติ เครอื่ งมือ และ ประกาศเป็นนโยบายใหท้ กุ พ้ืนทดี่ ําเนนิ การ โครงการทดลองทมี บูรณาการสาํ นักงานคมุ ประพฤตจิ ังหวดั เชียงรายสาขาเทิง ข้อมลู ท่วั ไป อาํ เภอเทิง เดิมคือ \"กงิ่ แขวงเมืองเทิง\" ยกฐานะเป็นอําเภอเมอ่ื พ.ศ. 2457 พืน้ ท่สี ่วนใหญเ่ ปน็ พ้นื ท่ีปา่ มีป่าสงวนแห่งชาติ 8 แหง่ มพี ้นื ท่ี 795.5 ตร.กม. แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 10 ตาํ บล 156.หมบู่ า้ น มีประชากร 84,284 คน ความหนาแน่นของประชากร 106 คน/ตร. กม.มอี าชีพหลกั ทางการเกษตร ทาํ ไร่ ทํานา ปลูกพืชสวน เลีย้ งสตั ว์ ทอผา้ จักรสาน แปรรูปอาหาร สาํ นักงานคุมประพฤตจิ งั หวัดเชยี งรายสาขาเทงิ เปน็ สํานักงานขนาดเลก็ ตง้ั อยู่ที่ เลขท่ี 220-221 หมทู่ ่ี 2 ตําบลเวียง อําเภอเทิง จังหวดั เชียงราย สภาพสาํ นกั งานเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชน้ั 2 คหู า บนพืน้ ท่ี 1 ไร่ ในเขตอาํ เภอเทงิ มีอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 14 คน มศี ูนย์ประสานงาน
80 อาสาสมคั รคมุ ประพฤติ 1 ศนู ย์ มีเครอื ขา่ ยยตุ ธิ รรมชุมชน 93 คน และมีศนู ยย์ ุติธรรมชุมชน 1 ศนู ย์ ปจั จุบนั (สงิ หาคม 2555) สาํ นักงานคุมประพฤติจงั หวดั เชียงรายสาขาเทงิ มีปรมิ าณคดสี อดส่อง 565 คดี คดีพกั การลงโทษ/ลดวนั ต้องโทษ 148 คดี คดบี ําบัดฟื้นฟูสมรรถภาพยาเสพติด 746 คดี วันเร่มิ ดําเนนิ โครงการทดลองทมี บรู ณาการชุมชน เดอื น ตลุ าคม 2554 ผปู้ ฏบิ ัติการโครงการ ประกอบด้วยพนักงานคุมประพฤติ 3 คน อาสาสมคั รคุมประพฤติ 6 คน รวมผปู้ ฏบิ ตั กิ ารโครงการทง้ั ส้นิ 9 คน กล่มุ ผู้กระทาํ ผดิ ในโครงการ ผู้ถกู คมุ ความประพฤติผ้ใู หญ่ (ป.อาญา มาตรา 56) จํานวน 32 คน ผู้ถกู คุมความประพฤติเดก็ /เยาวชน จาํ นวน 20 คน ผูถ้ ูกคมุ ความประพฤตพิ กั การลงโทษ/ ลดวันตอ้ งโทษ จาํ นวน 8 คน ผู้รบั การบําบดั ฟื้นฟสู มรรถภาพฯ จํานวน 20 คน รวมประชากรกล่มุ ผู้กระทําผดิ จํานวน 80 คน โดยเปน็ คดีทเ่ี ขา้ สู่สาํ นกั งานฯ ตงั้ แต่เดอื น มีนาคม 2554 เปน็ ต้นไป อัตราส่วน: พนกั งานคมุ ประพฤติ 3 คน: อสค. 6 คน: ผู้กระทาํ ผิด 80 คน บทบาทของพนกั งานคุมประพฤติ: มบี ทบาทหลกั 2 ด้าน ได้แก่ หนง่ึ บทบาทในการให้ คาํ แนะนาํ แกอ่ าสาสมัครคมุ ประพฤตใิ นการดําเนนิ งานตามโครงการฯ สอง บทบาทในการจัดประชุม ทีมงานเพ่อื หารอื รายคดี Case Conference เดอื นละ 1 ครง้ั บทบาทของอาสาสมคั รคมุ ประพฤติ: อาสาสมคั รคมุ ประพฤติในทีมบรู ณาการฯ สามารถ ดําเนินกิจกรรมต่างๆ ภายใตค้ วามรับผดิ ชอบของพนักงานคมุ ประพฤติ ได้แก่ การลงทะเบยี น การ ปฐมนิเทศ การแจง้ เงือ่ นไข และกาํ หนดนัดรายงานตัว การเขียนแผนทบี่ า้ น การเกบ็ ปัสสาวะ การ ประชุมกลุม่ (case conference) การรับรายงานตัว การมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมบรกิ ารสังคม การมี ส่วนรว่ มในกิจกรรมแก้ไขฟืน้ ฟู การสอดสอ่ งเยย่ี มเยยี นบ้าน ตาม/เตือน การใหก้ ารสงเคราะห์ การ ประสานงานในชุมชน การให้คําปรึกษาเชิงจิตวทิ ยา โครงการทมี บูรณาการ อาํ เภอเทงิ ทีม A ผ้รู ับผิดชอบ: นายพัฒน์พงษ์ ธนะชัยขนั ธ์ พนกั งานคุมประพฤตชิ าํ นาญการ หัวหน้าทีม นายบุญตนั เสนคาํ ประธาน อ.ส.ค. อําเภอเทิง นายบุญเต่ียม ยว่ั ยวน อสค. ไม่ไดป้ ระกอบอาชพี โครงการทีมบูรณาการ อาํ เภอเทิง ทีม B ผูร้ ับผิดชอบ: นายเดโชพล ไชยถา พนกั งานคมุ ประพฤติชาํ นาญการ หัวหนา้ ทีม นายภานุภาค ยอดพังเทยี ม อสค. อาชพี ทาํ ธุรกิจสว่ นตัว ว่าทีร่ ้อยตรีภญิ โญ โปนสวุ รรณ์ อสค. ไมไ่ ด้ประกอบอาชีพ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222