Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผ้อำนวยการสถานศึกษา

คู่มือหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผ้อำนวยการสถานศึกษา

Description: คู่มือหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผ้อำนวยการสถานศึกษา

Search

Read the Text Version

คู่มอื หลกั สตู รการพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๙๔ ขั้นตอนกำรจัดทำแผนกลยุทธข์ องสถำนศกึ ษำ ขั้นตอนกำรดำเนินงำน เหตผุ ลและควำมสำคญั ๑. จัดต้ังคณะกรรมการและคณะทางานจัดทาแผนกล ๑. เพ่ือให้มีบุคลากรหลักท่ีรับผิดชอบประสานงาน ยุทธ์ซึ่งควรจะเป็นบุคลากรท่ีมีความรู้ ความเข้าใจใน วิเคราะหข์ อ้ มลู ประมวลผลยกร่างแผน ระบบการวางแผนและระบบการจัดการศึกษา ๒.ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ให้ความรู้แก่บุคลากรและ ๒.เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจเห็นความจาเปน็ ผูเ้ ก่ยี วข้อง ในการจัดทาแผนกลยุทธ์ ๓.รวบรวมข้อมูลพ้ืนฐาน จัดทาฐานข้อมูลและระบบ ๓.เพื่อให้โรงเรียนมีข้อมูลสารสนเทศท่ีเป็นพื้นฐานในการ สารสนเทศเกี่ยวกับสภาพโรงเรียนสภาพแวดล้อมทาง วางแผนกลยทุ ธ์ เศรษฐกิจ สังคมการศึกษาในระดับมหภาค ชุมชนและ ทอ้ งถน่ิ ๔.ศึกษาสภาพขององคก์ รและจดั ทาภาพรวม ๔.เพ่ือสะท้อนให้เห็นภาพรวมที่สาคัญของโรงเรียนในดา้ น ของโรงเรียน (School Profile) ศึกษาแนวทาง ภมู หิ ลงั ความพรอ้ มพฒั นาการการจดั การศึกษา ผลสาเรจ็ เป้าหมายการดาเนนิ งานโรงเรียน ท่ีผา่ นมา สภาพแวดลอ้ มและความต้องการ ของชุมชน และเพอื่ เป็นข้อมูลพนื้ ฐานในการวิเคราะห์และ ประเมนิ สถานภาพของโรงเรียน ๕.วเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มของโรงเรยี นท้ัง ๕.เพ่ือให้ทราบปัจจัยที่เป็นโอกาส/อุปสรรคจุดแข็ง/ สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดลอ้ มภายใน จดุ อ่อนในการดาเนินการจดั การศกึ ษาของโรงเรียน ๖.ประเมินสถานภาพของโรงเรียน โดยการ ๖.เพ่อื ใหท้ ราบสถานภาพปจั จุบันของโรงเรียน ประเมินความรนุ แรงของผลกระทบจาก ว่าสภาพและแนวโน้มเปน็ อย่างไรสภาพแวดล้อมภายนอก สง่ิ แวดล้อมและสมรรถนะของโรงเรยี น และภายในมีส่วนเออ้ื อานวยมากนอ้ ยเพยี งใดหรอื ไม่ ๗.จดั วางทศิ ทางของโรงเรียน โดยการกาหนด ๗.เพื่อกาหนดสภาพความสาเรจ็ ของโรงเรยี น วิสยั ทัศน์ ค่านยิ ม พันธกจิ และเปา้ ประสงค์ ผู้รับประโยชน์จากการดาเนินงานตามแนวทางที่โรงเรียน ของโรงเรยี น จะดาเนนิ การ ๘.กาหนดกลยุทธ์ โดยสร้างกลยทุ ธ์ทางเลือก ๘ . เ พ่ื อ ใ ห้ มี ท า ง เ ลื อ ก ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น ที่ เ ห ม า ะ ส ม ในระดับโรงเรียน ระดับแผนงาน ระดับ มีประสิทธิภาพตอบสนองต่อทิศทางการดาเนินงานของ โครงการ และจดั ทากรอบแผนกลยุทธ์ โรงเรยี น ๙.ตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรงุ แผนกลยทุ ธ์ ๙.เพื่อให้ม่ันใจว่าแผนกลยุทธ์เป็นที่ยอมรับและนาไป ปฏบิ ตั ิได้จริง ๑๐.เผยแพร่ ประชาสัมพนั ธ์แผนกลยทุ ธ์ ๑๐.เพ่ือให้ผู้เกีย่ วข้องตระหนกั ใหค้ วามรว่ มมอื และมุ่งมนั่ ดาเนนิ การ ข้นั ตอนการจดั ทาแผนกลยทุ ธ์ของโรงเรียน

คู่มอื หลกั สตู รการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๙๕ ใบควำมร้กู ิจกรรมที่ ๓ เร่ืองท่ี ๒ กำรเขียนแผนงำน/โครงกำร ........................................................................................................ ควำมหมำยของโครงกำร พจนานกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ใหค้ วามหมายของคาโครงการว่า หมายถึง \"แผนหรือเค้า โครงการตามที่กะกาหนดไว\"้ โครงการเปน็ ส่วนประกอบส่วนหนง่ึ ในการวางแผนพฒั นา ซงึ่ ชว่ ยให้เห็นภาพ และทิศทางใน การพฒั นา ซึ่งมีขอบเขตในการทจี่ ะสามารถตดิ ตาม และประเมินผลได้ โครงการเกิดจากลักษณะความพยายามที่จะจัดกิจกรรม หรือดาเนินการใหบ้ รรจวุ ตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือบรรเทา หรือ ลด หรือขจัดปัญหา และความต้องการท้ังในสภาวการณ์ปัจจบุ ัน และอนาคต โครงการโดยท่ัวไป สามารถแยกได้หลาย ประเภท เชน่ โครงการเพื่อสนองความต้องการโครงการพัฒนาทั่วๆ ไป โครงการตามนโยบายเร่งดว่ น เป็นต้น องค์ประกอบของโครงกำร องค์ประกอบพ้ืนฐานในโครงการแต่ละโครงการน้นั ควรจะมี ดังน้ี ๑. ชือ่ โครงกำร การต้งั ช่อื โครงการน้ันต้องมีความชัดเจน เหมาะสม และเฉพาะเจาะจง เปน็ ทเ่ี ข้าใจได้ง่ายสาหรับ ผ้นู าโครงการไปใช้ หรอื ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยชอื่ โครงการจะต้องบ่งบอกว่าจะทาส่ิงใดบา้ ง โครงการที่จดั ข้ึนนน้ั ทา เพือ่ อะไร โดยช่ือโครงการทั่วไปนนั้ จะตอ้ งแสดงถึงลักษณะงานท่ตี ้องปฏบิ ัติ ๒. หลกั กำรและเหตุผล เปน็ สว่ นสาคัญที่แสดงถึงปัญหา สาเหตุ ความจาเปน็ หรือความตอ้ งการ ทต่ี ้องมีการ จัดทาโครงการข้ึน เพื่อแก้ปญั หา หรอื สนองความต้องการขององค์กร ชมุ ชน หรือทอ้ งถ่นิ นน้ั ๆ โดยผู้เขียนโครงการ จาเปน็ ต้องเขียนแสดงใหเ้ ห็นถงึ ปญั หา หรือความต้องการ พรอ้ มทง้ั ระบเุ หตผุ ล และข้อมูล ที่เกย่ี วขอ้ งกบั โครงการ เพอ่ื สนบั สนุนการจดั ทา โครงการอยา่ งชัดเจน - ระบุความเป็นมาของโครงการ - ระบุสภาพ หรือสถานการณ์ปัจจบุ นั - ระบุสภาพปัญหา หรือความต้องการ รวมท้ังสาเหตตุ า่ งๆ - ระบุโอกาส ถ้ามีการลงทุนในโครงการน้ี - ระบุข้อจากดั หากไม่มีโครงการนี้ - ระบุความสาคัญของโครงการท่จี ะมตี ่อนโยบาย หรือแผนยทุ ธศาสตร์ ระดับประเทศ / ระดับจงั หวัด / ระดับองค์กร ๓. วัตถปุ ระสงค์ เปน็ การบอกให้ทราบวา่ การดาเนนิ งานตามโครงการนน้ั มีความต้องการให้อะไรเกดิ ขน้ึ วัตถปุ ระสงค์ที่ควรจะระบุไวค้ วรเป็นวตั ถุประสงคท์ ชี่ ัดเจน ปฏบิ ตั ไิ ดแ้ ละวัดและประเมินผลได้ ในระยะหลงั ๆ ผเู้ ขยี น โครงการทม่ี ผี ูน้ ิยมชมชอบมักจะเขียนวตั ถุประสงค์ เปน็ วตั ถุประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม คือเขียนใหเ้ ป็นรปู ธรรมมากกว่า เขียนเป็นนามธรรม การทาโครงการหน่ึงๆ อาจจะมวี ัตถปุ ระสงค์ มากกว่า ๑ ข้อได้ แต่ทั้งนี้การเขียนวัตถุประสงค์ไว้ มากๆ อาจจะทาให้ผปู้ ฏิบตั ิมองไมช่ ดั เจน และอาจจะดาเนินการใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ไม่ได้

คมู่ ือหลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๙๖ ๔. เปำ้ หมำย ระบวุ ่าจะดาเนินการสิง่ ใด โดยพยายามแสดงใหป้ รากฏเปน็ รปู ตัวเลข หรอื จานวนท่ีจะทาไดภ้ ายใน ระยะเวลาท่ีกาหนด การระบเุ ปา้ หมาย ระบเุ ป็นประเภทลักษณะ และปรมิ าณ ให้สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์และ ความสามารถในการทางานของผู้รับผดิ ชอบโครงการ ๕. ผลผลติ /ผลลพั ธ์ กำรกำหนดผลผลิต (Outputs) เป็นการบง่ บอกสิง่ ของหรือการใหบ้ ริการท่ีจัดหรือดาเนินการให้โดยตรงแก่ ผูร้ บั บริการ เปน็ การตอบคาถามวา่ \"อะไร คือ ส่ิงท่ีไดร้ ับ จากการดาเนินการหรือให้บริการ\" ที่เป็นรูปธรรมและวดั ได้ กำรกำหนดผลลัพธ์ (Outcomes) เปน็ การบ่งบอกผลประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นเนื่องจากการนาผลผลิตไปใช้ หรือ ผลประโยชน์ท่ีเกิดสืบเนื่องจากผลผลิตเปน็ การตอบคาถามว่า “จะนาเอาผลผลิตไปใช้ประโยชนอ์ ย่างไร” ๖. ตวั ช้ีวัด การกาหนดตัวช้วี ดั เป็นการกาหนดผลงานทต่ี ้องการให้เกิดจากการดาเนินงานตามแผนกลยุทธ์ เป็นกิจกรรม ต่อเน่ืองจากการกาหนดกลยุทธร์ ะดับองค์กรกลยุทธร์ ะดับแผนงานและการกาหนดวัตถุประสงค์เชงิ จุดมุ่งหมาย ผลกำรดำเนินงำน = ผลผลิต + ผลลัพธ์ ตวั ชี้วดั ผลผลิต (Outputs) จะปรากฏข้อความหรือตัวเลขที่แสดงผลการดาเนินงานที่เปน็ รูปธรรม เช่น มี ได้ ได้รับ ตัวช้ีวัดผลลัพธ์ (Outcomes) จะปรากฏข้อความ เชน่ ความพึงพอใจ และการประยุกต์ใช้ความรขู้ อง ผูร้ บั บริการ ๗. วิธดี ำเนนิ กำร หรือกิจกรรม หรอื ขน้ั ตอนกำรดำเนินงำน คอื งานหรือภารกิจซ่ึงจะต้องปฏบิ ัติในการดาเนิน โครงการใหบ้ รรลุตามวัตถุประสงค์ ในระยะการเตรยี มโครงการจะรวบรวมกจิ กรรมทุกอย่างไวแ้ ล้ว นามาจัดลาดับวา่ ควรจะทาสิง่ ใดก่อน-หลงั หรือพร้อมๆ กัน แลว้ เขียนไว้ตามลาดบั จนถึงขน้ั ตอนสุดท้ายท่ีทาให้โครงการบรรลุ วัตถปุ ระสงค์ ๘. ระยะเวลำกำรดำเนินงำนโครงกำร คอื การระบุระยะเวลาตงั้ แตเ่ รม่ิ ต้นโครงการจนเสร็จส้นิ โครงการนิยมระบุ วัน-เดือน-ปี ท่เี ริม่ ต้นและเสรจ็ สนิ้ การระบจุ านวน ความยาวของโครงการเชน่ ๖ เดือน ๒ ปี โดยไม่ระบุเวลาเริม่ ตน้ - ส้ินสุด เป็นการกาหนดระยะเวลาทไี่ ม่สมบูรณ์ ๙. งบประมำณ เปน็ ประมาณการคา่ ใช้จา่ ยทั้งสิน้ ของโครงการ ซงึ่ ควรจาแนกรายการค่าใชจ้ ่ายไดอ้ ย่างการระบยุ อด งบประมาณ ควรระบแุ หล่งท่ีมาของงบประมาณด้วย นอกจากนห้ี วั ข้อนสี้ ามารถระบทุ รัพยากรอน่ื ท่ตี ้องการ เชน่ คน วัสดุ ฯลฯ ๑๐. เจ้ำของโครงกำรหรือผรู้ ับผดิ ชอบโครงกำร เป็นการระบุเพื่อให้ทราบว่าหน่วยงานใดเปน็ เจ้าของ หรือ รับผิดชอบโครงการ ระบุเปน็ ชื่อบคุ คลผูร้ ับผิดชอบเป็นรายโครงการได้

ค่มู อื หลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๙๗ ๑๑. กำรตดิ ตำมและประเมินผล เป็นการแสดงถงึ การติดตาม การควบคุม การประเมนิ ผล โครงการเพื่อใหโ้ ครงการ บรรลุวัตถปุ ระสงคท์ ี่ไดก้ าหนดอยา่ งมีประสิทธิภาพ ควรระบุวิธีการทใ่ี ชใ้ นการประเมินผลโครงการไว้ใหช้ ัดเจนอาจ ต้องระบุบคุ คล หรือหน่วยงานท่รี ับผิดชอบประเมินโครงการพร้อมทัง้ บอกรูปแบบการประเมนิ ผลโครงการ ใช้ เคร่ืองมืออะไรในการประเมนิ ผล ระยะเวลาในการประเมนิ ผล ใครเปน็ ผ้ปู ระเมิน ๑๒. ผลทีค่ ำดว่ำจะได้รบั เปน็ การบอกถึงวา่ เมื่อสิ้นสดุ โครงการ จะมีผลกระทบในทางท่ีดที ่ีคาดว่าจะเกดิ ขน้ึ โดยตรง และโดยอ้อม โดยระบใุ ห้ชดั เจนวา่ ใครเป็นผ้ไู ดร้ บั ผลประโยชน์จากโครงการบา้ ง ไดร้ บั ประโยชนอ์ ยา่ งไร ท้ังในเชงิ ปริมาณ และคุณภาพ

คูม่ ือหลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้ังให้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๙๘ รำยวชิ ำท่ี ๓.๑ กิจกรรมที่ ๓ สถำนกำรณ์ปัญหำ กรณตี วั อย่ำงที่ ๑ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ้เู ขา้ รบั การอบรมศึกษารายละเอียดของโรงเรียนท่ีกาหนดให้ และใหน้ าไปวิเคราะหเ์ พ่ือใช้เป็น ข้อมูลในการจัดทาแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาต่อไป โรงเรยี นกลยทุ ธ์ ตัง้ อยู่ตาบลแผนดี อาเภอดีแผน จังหวดั แผนปฏบิ ัติ เป็นโรงเรยี นขยายโอกาสทาง การศึกษาเปิดสอนตงั้ แตร่ ะดับกอ่ นประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นโรงเรียนขนาดกลางมจี านวน นักเรียน ๓๘๕ คน ข้าราชการครจู านวน ๒๕ คน ครูธรุ การจานวน ๑ คน ครพู เ่ี ลี้ยงเดก็ พิเศษเรียนรว่ ม จานวน ๑ คน นักการภารโรง ๑ คน จานวนห้องเรียน ๑๒ หอ้ งเรยี น อาคารเรียนจานวน ๔ หลงั รวม ๓๒ หอ้ งเรยี น มีพื้นที่ จานวน ๔๐ ไร่ ใชเ้ ป็นพื้นที่สาหรับอาคารเรยี นและสนามกีฬา จานวน ๑๓ ไร่ ใชเ้ ป็นพน้ื ทท่ี างการเกษตรปลูกผกั และไมผ้ ล จานวน ๒ ไร่ ทเ่ี หลอื เปน็ ป่าละเมาะ และหญา้ คา ซงึ่ โรงเรียนยงั ไม่ได้ใชป้ ระโยชน์แต่อยา่ งใด โรงเรยี น กลยทุ ธ์เป็นโรงเรยี นท่จี ดั การศกึ ษาภาคบงั คบั ของกระทรวงศึกษาธิการ เปน็ โรงเรยี นทีเ่ ปิดสอนถงึ ระดับมัยมศึกษา ตอนต้นโรงเรยี นเดียวของตาบล ในปีการศึกษาที่ผา่ นมา ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน คะแนน O-NET วชิ าคณิตศาสตร์ และวิชาภาษาองั กฤษ ตา่ กว่าเกณฑ์มาตรฐานของจังหวดั ทั้งระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ และชัน้ มัธยมศกึ ษาปี่ท่ี ๓ ตาบลแผนดมี ีโรงเรยี นระดบั ประถมศึกษาในตาบลเดยี วกันจานวน ๗ โรงเรยี น และมีโรงเรยี นมัธยมศกึ ษาประจา ตาบล ๑ โรงเรยี น ตงั้ อย่หู า่ งประมาณ ๕ กิโลเมตร โรงเรียนมัธยมศึกษาประจาอาเภอ หา่ งประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งนักเรยี นทีจ่ บช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ จากโรงเรยี นกลยทุ ธ์ คิดเป็นร้อยละ๓๐ ท่ีจบช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ผู้ปกครองส่งลูกไปเรียนตอ่ ระดับ ม. ๑ ของท้ังสองโรงเรียนนี้ เนื่องจากคมนาคมสะดวก และผ้ปู กครองมีความ เช่อื มัน่ ในการจดั การศึกษาระดบั มัธยมศึกษา โรงเรยี นกลยทุ ธ์ตงั้ อยหู่ า่ งจากสานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประมาณ ๖๕ กโิ ลเมตร การคมนาคมสะดวก ประชาชนในชมุ ชนมีอาชีพเกษตรกร โดยทาสวนยางพาราร้อยละ ๔๐ ทานาข้าวรอ้ ยละ ๓๐ ทาสวนผลไมร้ ้อยละ ๒๐ และรับจ้างท่วั ไปร้อยละ ๑๐ รายได้ประชากรคดิ เฉลยี่ ครวั เรอื นละ ๓๕,๐๐๐บาท/ปี ประชาชนนบั ถือศาสนา พุทธร้อยละ ๑๐๐ ชมุ ชนมวี ดั จานวน ๒ แห่ง มที ้งั นิกายมหานิกาย และนกิ ายธรรมยุติ มีเจ้าอาวาสเปน็ ทเี่ คารพ นับถือของชมุ ชน หมู่บ้านตัง้ อย่ตู ิดแหลง่ น้าทเี่ ป็นบึงขนาดใหญ่ มเี นอ้ื ท่ปี ระมาณ ๑๐๐ไร่ ชาวบา้ นใชแ้ หลง่ นา้ ในการ ทาการเกษตรและเปน็ ทห่ี าปลานา้ จดื เพ่ือบรโิ ภคในครัวเรือนและจาหนา่ ยให้กนั เองในชมุ ชน ผ้ปู กครองนักเรยี นยัง อพยพไปขายแรงงานและประกอบอาชพี ตา่ งจังหวัด ปลอ่ ยให้บตุ รหลานอยู่กบั ปู่ยา่ ตายายหรืออยู่กันตามลาพัง นกั เรียนส่วนหนงึ่ ขาดความรับผดิ ชอบในการศึกษาเล่าเรียน มีฐานะยากจน ติดยาเสพติดบหุ รี่ สุรา และมนี กั เรียน ทชี่ อบขาดเรยี นคิดเป็นร้อยละ ๑๕ โรงเรียนมพี ื้นทีส่ ว่ นหน่ึงตดิ กบั แหล่งน้านี้ และได้ใช้นา้ เพื่อฝึกทักษะทางการ เกษตร เช่น ปลูกผักตามฤดูกาลและปลูกไมด้ อกไมป้ ระดับในโรงเรียนเปน็ ต้น องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลแผนดี มีนโยบายม่งุ เน้นในการพัฒนาสาธารณูปโภคขัน้ พ้ืนฐาน เพ่อื ความ เจริญของชุมชน นายก อบต.มีความมุง่ มน่ั ตัง้ ใจทจ่ี ะเสนอยกฐานะตาบลใหเ้ ปน็ อาเภอในอนาคตต่อไป และให้การ สนบั สนนุ การจัดการศึกษาระดบั ก่อนประถมศึกษาของโรงเรียนในสงั กดั (ศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ ) อย่างเพียงพอ แต่ให้ การสนับสนุนงบประมาณสาหรับโรงเรียน ในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการประถมศกึ ษายังไม่เทา่ ที่ควร ยกเวน้ การโอนงบประมาณอาหารกลางวนั และอาหารเสริม(นม)ให้โรงเรยี นตามปกติ แต่สมาชิกสภาองค์การบรหิ ารส่วน ตาบลมคี วามตงั้ ใจท่ีจะพฒั นาการศึกษาในชุมชนมีคณุ ภาพย่งิ ข้ึน สว่ นองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดจัดสรรงบประมาณ

คมู่ อื หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๙๙ สนบั สนุนโรงเรียนในจังหวดั เปน็ วัสดกุ ารศกึ ษาและโสตทัศนูปกรณ์ทจ่ี าเปน็ คดิ เปน็ ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณ ทั้งหมดท่ีไดร้ บั โรงเรยี นตอ้ งบริหารงบประมาณตามท่ีไดร้ ับจดั สรรจากสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้น พน้ื ฐาน ประชาชนในจงั หวัดมีความเชือ่ ทางการเมอื งแบง่ เป็นสามกลมุ่ คือฝ่ายกา้ วหนา้ ฝา่ ยอนรุ ักษ์นิยม และฝ่ายที่ เป็นกลาง แตป่ ระชาชนกอ็ ยรู่ ่วมกันอยา่ งมคี วามสุข สภาพภมู ศิ าสตร์ของจังหวดั มพี ืน้ ที่ติดเขตชายแดนท่ีมปี ัญหา การลกั ลอบขนผ่านยาเสพติดและการจาหนา่ ยยาเสพติดในชมุ ชน จงั หวัดกาลังมแี ผนอนาคตในการขยายเปน็ เขต เศรษฐกิจใหม่ มโี ครงการสร้างสนามบนิ พานชิ ย์ และทางเชื่อมรถไฟความเรว็ สงู ผา่ นจังหวดั ไปตา่ งประเทศภายใน ๗-๑๐ ปขี ้างหนา้ ประกอบกับในจังหวัดมแี หลง่ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติท่สี าคัญหลายแหง่ และมีแผนพัฒนาให้ เปน็ จังหวดั แห่งการท่องเที่ยวท่ีสาคญั ในภูมภิ าคที่ชดั เจน กระทรวงศกึ ษาธิการ ของประเทศสำระดี ต้องการพัฒนาโรงเรียนในสังกัดเป็นโรงเรียนดวี ิถีคุณภาพ ตามมาตรฐานระดบั สากล สามารถผลติ ประชากรใหม้ ีขดี ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ .........................................................................................

คมู่ ือหลกั สูตรการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๐๐ รำยวชิ ำที่ ๓.๑ กิจกรรมที่ ๓ สถำนกำรณป์ ญั หำ กรณีตวั อยำ่ งท่ี ๒ คำช้แี จง : ใหผ้ เู้ ข้ารับการอบรมศกึ ษารายละเอยี ดของโรงเรียนท่ีกาหนดให้ และใหน้ าไปวิเคราะหเ์ พ่ือใช้เป็น ขอ้ มูลในการจดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาต่อไป โรงเรียนพุทธศิ กึ ษำ ตงั้ อย่ตู าบลสามัคคี อาเภอคนบุญมาก จงั หวดั ร่มเย็น เป็นโรงเรยี นประถมศึกษา ขนาดเลก็ เปิดสอนตงั้ แตช่ ้ันอนบุ าลปีท่ี ๓ ถึงชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ มจี านวนนักเรยี น จานวน ๖๒ คน มีข้าราชการ ครู จานวนครู ๔ คน (รวมทั้งผู้บรหิ ารสถานศึกษา) ครธู ุรการ ๑ คน ครูสว่ นมากเปน็ ครูหนุ่มสาวบรรจุใหม่ ทมี่ คี วาม ต้ังใจในการปฏิบตั หิ นา้ ที่ แตไ่ มไ่ ด้อาศัยอยใู่ นหมูบ่ ้าน โรงเรยี นเปดิ ทาการเรียนการสอน จานวน ๗ ห้องเรียน มีอาคารเรียน จานวน ๒ หลัง ๑๒ ห้องเรียน อาคารอเนกประสงค์ ๑ หลงั ปรบั เปน็ หอ้ งเรียนปฐมวยั มีพื้นทีจ่ านวน ๑๒ ไร่ มบี ่อน้าจานวน ๑ บ่อ ขนาด ๒ ไร่ น้าจะแห้งในเดือนมีนาคม-เมษายน โรงเรยี นใช้น้าเพอื่ ให้นักเรียนปลูกผัก ในชว่ งเดือนพฤศจกิ ายน-ธนั วาคม นกั เรียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นตา่ ผล O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ตา่ กวา่ เกณฑ์ระดับจงั หวดั ตดิ ต่อกันมาแล้ว ๓ ปี การศึกษาในรายวชิ า ภาษาไทย และภาษาองั กฤษ โรงเรยี นต้ังอยใู่ นชุมชนชนบทที่ห่างไกลจากตัวอาเภอและจังหวัด การคมนาคมค่อนข้างสะดวก ถนนบางช่วงรอการปรบั ปรุงเป็นถนนคอนกรตี สภาพชมุ ชนเป็นชนบท ตงั้ อยู่หา่ งจากองค์การบิหารสว่ นตาบล ประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ผู้ปกครองมฐี านะยากจน รายไดเ้ ฉลีย่ ๒๙,๐๐๐ บาทตอ่ ปี มอี าชีพทานาและรบั จ้างทว่ั ไป ส่วนมากจะอพยพแรงงานไปประกอบอาชีพที่ตา่ งจงั หวัด หลังฤดูการปักดาและการเกบ็ เก่ยี ว ปลอ่ ยให้บตุ รหลานอยู่ กบั ผสู้ งู อายุ หรอื อยูต่ ามลาพงั นักเรียนมีความอดทนและขยนั ในการช่วยผูป้ กครองประกอบอาชีพ ชุมชนมคี วาม สามัคคีและใหค้ วามร่วมมือในการพฒั นาชุมชนใหเ้ ปน็ ชมุ ชนท่ีนา่ อยูท่ ้ังในดา้ นการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม และ วัฒนธรรมที่ดี มีผู้นาชุมชนที่มีความซ่ือสตั ย์ สุจรติ เปน็ ที่เคารพนบั ถือของชาวบ้านตลอดมา องคก์ ารบริหารส่วนตาบล และองค์การบริหารส่วนจงั หวัดให้การสนบั สนนุ การจดั การศึกษาของโรงเรียน ขนาดเล็กในจงั หวดั เป็นอยา่ งดี และมแี นวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ แตผ่ ู้ปกครองมแี รงตา้ น และไม่เห็นด้วยในการยบุ หรอื เรยี นรวมของโรงเรียนขนาดเล็ก มีความต้องการใหม้ ีโรงเรียน ประจาหม่บู ้านตลอดไป ท้ังๆ ทม่ี ีโรงเรียนขนาดกลางทีม่ ีคุณภาพและมคี วามพร้อมทัง้ ทางดา้ นวัสดอุ ุปกรณ์ และ จานวนครูทเ่ี พียงพอต้ังอยหู่ ่างจากชมุ ชนประมาณ ๔ กโิ ลเมตร จังหวดั มนี โยบายพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนใน พื้นทเ่ี ป็นโรงเรยี นท่ีมีทกั ษะการใช้ภาษาตา่ งประเทศ อยา่ งนอ้ ยสองภาษา คอื ภาษาอังกฤษและภาษาจีน เพ่ือ เตรยี มประชากรสู่ AEC แตป่ ัญหาท่ีจงั หวัดเฝ้าระวังเป็นพเิ ศษคือ การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรสั COVID ๑๙ เนอื่ งจากมีแรงงานจากประเทศเพ่ือนบา้ นเข้ามาทางานเปน็ จานวนมาก ภายในปี ๒๕๖๘ จงั หวดั ไดร้ บั งบประมาณ จากรัฐบาลในการจดั ตัง้ เขตโรงงานอุตสาหกรรม และผลกั ดนั ใหเ้ ปน็ จงั หวดั อตุ สาหกรรมในอนาคต กระทรวงศึกษาธิการ ของประเทศสำระดี ต้องการพัฒนาโรงเรียนในสังกัดเป็นโรงเรยี นคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล สามารถผลติ ประชากรให้มขี ีดความสามารถในการแขง่ ขนั ด้านเศรษฐกิจกบั ต่างประเทศได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ....................................................................................................................

คูม่ ือหลักสตู รการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๐๑ รำยวิชำที่ ๓.๑ กจิ กรรมที่ ๓ สถำนกำรณป์ ญั หำ กรณตี ัวอยำ่ งท่ี ๓ คำชแี้ จง : ใหผ้ ูเ้ ข้ารบั การอบรมศกึ ษารายละเอียดของโรงเรยี นทีก่ าหนดให้ และใหน้ าไปวิเคราะห์เพื่อใชเ้ ป็น ข้อมลู ในการจัดทาแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาตอ่ ไป โรงเรียนประชำสำมัคคี ตัง้ อย่ตู าบลชมุ ชนเจรญิ อาเภอเศรษฐกิจ จงั หวดั พัฒนา เป็นโรงเรียน มธั ยมศึกษาประจาอาเภอขนาดใหญ่ เปดิ สอนตัง้ แตช่ ัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑-๖ มนี กั เรียน จานวน ๑,๑๒๐ คน มีครแู ละบุคลากรทางการศึกษาจานวน ๙๐ คน จดั การเรียนการสอนจานวน ๒๘ ห้องเรยี นนักเรียนท่เี ข้าเรยี นเปน็ นกั เรียนในเขตบริการคดิ เปน็ ร้อยละ ๗๕ นักเรียนนอกเขตบริการ ร้อยละ ๒๕ คา่ เฉลีย่ อายุของครู ๔๑ ปี ส่วนมาก เป็นคนครใู นท้องถิน่ มีอปุ กรณ์การเรียนการสอนครบครัน ทันสมัย อาคารเรยี น อาคารประกอบเพยี งพอต่อความ ต้องการ โรงเรยี นมีสมาคมผู้ปกครองท่ีเข้มแข็ง และมีงบประมาณในการจัดการศึกษาอย่างเพยี งพอ แต่ในทางลับ ครมู คี วามขดั แย้งกนั ในการทางาน และครมู ีการแบ่งกันเปน็ กลมุ่ ๆ ตามความเช่ือและวัฒนธรรมท่แี ตกตา่ ง เคยมี คดกี ารฟ้องร้องระหวา่ งครูผูป้ ฏบิ ตั กิ ารสอนและผบู้ ริหารในเรื่องการใชจ้ ่ายงบประมาณไม่โปรง่ ใส และการขาดภาวะ ผนู้ าทางวชิ าการของผู้บริหารสถานศึกษา และนักเรียนบางสว่ นมีความขดั แยง้ กันภายในโรงเรยี น และกับสถาบนั อ่ืน มกี ารยกพวกตีกันอยูบ่ ่อยครั้ง ซ่งึ เป็นปญั หาท่โี รงเรียนต้องเฝ้าระวังอยา่ งใกลช้ ิด แต่โรงเรียนมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการ เรยี นดี ผา่ นการประเมินมาตรฐานในระดบั ดี ผู้ปกครองส่วนมากฐานะดี มีความสนใจในการศึกษาเล่าเรยี นของ บตุ รหลาน และมคี ่านยิ มในการสง่ ลกู เขา้ ศึกษาเลา่ เรียนในระดบั สูง ๆ และโรงเรยี นทีม่ ีชอื่ เสียงระดบั ประเทศ อาเภอเศรษฐกจิ เปน็ ชมุ ชนทีม่ ีอาคารบา้ นเรอื นทม่ี ีสถาปตั ยกรรมอันเปน็ เอกลักษณค์ วรค่าแก่การอนุรกั ษ์ เปน็ อาเภอทีม่ ีแหลง่ ท่องเท่ียวทางธรรมชาติ แหลอ่ งท่องเที่ยวทางประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรมอยู่หลายแหง่ มีความ เคล่อื นไหวทางธรุ กจิ การค้าสงู ประกอบกบั เป็นอาเภอท่ีมกี ารผสมผสานทางวฒั นธรรมเชน่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ตา่ ง ๆ ภาษาชาติพันธ์ุทีห่ ลากหลาย อกี ท้ังเปน็ เมืองทางธรรมชาติทีส่ วยงามจงึ ทาใหอ้ าเภอเศรษฐกจิ เป็นอาเภอทม่ี ี นักท่องเที่ยวจากในประเทศและประเทศเพ่ือนบ้านมาท่องเทยี่ วเป็นจานวนมาก ประชากรนับถอื ศาสนา ๓ ศาสนา อตั ราส่วนร้อยละ ๕๐ ร้อยละ ๔๘ และ รอ้ ยละ ๒ ประชาชนอย่รู ่วมกันอย่างสันติ แม้จะมีความเชื่อทางศาสนาที่ แตกตา่ ง แต่มีขา่ วคราวความขัดแยง้ เรื่องศาสนาในประเทศเพอื่ นบา้ นอยูเ่ ป็นประจา จังหวัดพฒั นา เป็นจังหวัดทส่ี ่งผลผลติ ทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้เปน็ สนิ ค้าออกท้งั ใน และ ต่างประเทศ หารายไดเ้ ข้าประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท แต่มปี ญั หาเรอื่ งขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร ตอ้ งนาเขา้ จากประเทศเพ่ือนบ้าน เน่ืองจากแรงงานไทยไม่นยิ มทางานรับจา้ งโดยเฉพาะภาคการเกษตร และการ แพรร่ ะบาดของยาเสพติดยังเป็นปญั หาตอ่ ความมัน่ คงระดับประเทศ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ของประเทศสำระดี ต้องการพัฒนาโรงเรยี นในสังกัดเปน็ โรงเรยี นคุณภาพ มาตรฐานระดบั สากล สามารถผลติ ประชากรให้มีขีดความสามารถในการแขง่ ขันด้านเศรษฐกจิ กับต่างประเทศได้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ .....................................................................................................................

คู่มอื หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๐๒ รำยวิชำที่ ๓.๑ กจิ กรรมท่ี ๔ แบบฝึกกำรปฏิบตั กิ ิจกรรม กำรจดั ทำ ปร.๔-๖ เมอ่ื โรงเรียนของท่ำนไดร้ ับงบประมำณ จำนวน ๔๕๐,๐๐๐ บำท ให้ปรบั ปรุงอำคำรเรียน อำคำรประกอบ หรือบ้ำนพกั ครู ทำ่ นจะดำเนนิ กำรออกแบบปรับปรุงอย่ำงไรได้บ้ำง รายการปริมาณงานและราคา แบบ ปร. 4(ก) งานปรับปรงุ / ซอ่ มแซม สพป./สพม. สถานท่กี อ่ สรา้ ง ประมาณราคาเม่ือวนั ที่ ประมาณราคาโดย รายการ จานวน หนว่ ย ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน รวมค่าวสั ดุ หมายเหตุ ลาดับท่ี ราคาต่อหนว่ ย จานวนเงิน ราคาต่อหนว่ ย จานวนเงิน และค่าแรงงาน รวม - -- - -- (ลงช่ือ)........................................ผปู้ ระมาณราคา - -- (..............................................) - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- - -- (ลงช่ือ)........................................รับรองถกู ตอ้ ง (..............................................) ผอู้ านวยการโรงเรียน ................................

คู่มือหลักสูตรการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๐๓ สรุปคา่ ปรับปรุง ซอ่ มแซม แบบ ปร.5(ก)  งานกอ่ สร้าง อาเภอ/เขต  สถานทก่ี อ่ สร้าง  หนว่ ยงาน จำนวน แผน่  แบบ ปร.4 ทแี่ นบ  ประมำณรำคำเมอื่ วันที่ คา่ งานตน้ ทนุ Factor F คา่ กอ่ สร้าง หมายเหตุ หนว่ ย : บาท 1.2726 หนว่ ย : บาท ลาดบั ที่ รายการ - - 1 ส่วนคำ่ งำนตน้ ทุน (ศนู ย์บำทถ้วน) รวมคำ่ ก่อสร้ำง - ยอดสุทธิ - ** ผ้ปู ระมำณรำคำ ............................................................................................... ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน รับรองควำมถูกตอ้ ง รับรองควำมถูกตอ้ ง (………………………………………………..) นักวเิ ครำะห์นโยบำยและแผน ตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง สพป./สพม. ............................................................... ............................................................................................... ผอู้ ำนวยกำรกลมุ่ นโยบำยและแผน สพป./สพม. ............................................................... (………………………………………………..) ............................................................................................... (………………………………………………..) ............................................................................................... (………………………………………………..)

คูม่ อื หลักสตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๐๔ สรุปคา่ ปรับปรุง ซ่อมแซม อาเภอ/เขต 0 แบบ ปร. 6 จำนวน งานกอ่ สร้าง แผ่น สถานทกี่ อ่ สร้าง หน่วยงาน แบบ ปร.4 ปร.5 ปร.6 และ Factor F ทง้ั หมด ประมำณรำคำเมอื่ วนั ท่ี ลาดบั ท่ี รายการ คา่ กอ่ สร้าง หมายเหตุ หน่วย : บาท สรุป 1 ส่วนคำ่ งำน - สรุป รวมคำ่ ก่อสร้ำงเป็นเงนิ ทง้ั สิน้ - ** ผปู้ ระมำณรำคำ (ศนู ย์บำทถ้วน) รับรองควำมถูกตอ้ ง รับรองควำมถูกตอ้ ง ........................................................................................... ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน ตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง (................................................................................) นักวเิ ครำะห์นโยบำยและแผน สพป./สพม. ............................................................... ........................................................................................... ผูอ้ ำนวยกำรกลุ่มนโยบำยและแผน (................................................................................) สพป./สพม. ............................................................... ........................................................................................... (................................................................................) ........................................................................................... (................................................................................)

ค่มู ือหลักสตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๐๕ รายวชิ าท่ี ๓.๒ การบรหิ ารงานวิชาการ เวลำ ๔ ชวั่ โมง วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ใหผ้ ู้เข้ารับการพฒั นามีความรู้ ความเข้าใจการบรหิ ารงานวิชาการและสามารถนาความร้คู วามเข้าใจไป ใชใ้ นการบริหารสถานศึกษาได้ เน้อื หำ ๑. ขอบข่ายและภาระงานการบริหารงานวชิ าการ ๑.๑ การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ๑.๒ การพฒั นากระบวนการเรียนรู้ ๑.๓ การวัดผล ประเมินผล และดาเนนิ การเทยี บโอนผลการเรยี น ๑.๔ การวิจยั เพ่อื พฒั นาคุณภาพการศึกษา ๑.๕ การพัฒนาส่อื นวตั กรรม และเทคโนโลยีทางการศกึ ษา ๑.๖ การพฒั นาแหลง่ เรียนรู้ ๑.๗ การนิเทศการศึกษา ๑.๘ การแนะแนวการศึกษา ๑.๙ การพฒั นาระบบประกันภายในสถานศกึ ษา ๑.๑๐ การสง่ เสริมความรู้วชิ าการแกช่ ุมชน ๑.๑๑ การประสานความร่วมมอื พฒั นางานวชิ าการกับสถานศึกษาอ่ืน ๑.๑๒ การสง่ เสริมและสนับสนุนงานวชิ าการแกบ่ ุคคล ครอบครัว องค์กรหน่วยงาน สถานศกึ ษา สถานประกอบการและสถาบันอื่นท่จี ดั การศึกษา ๒. แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน กจิ กรรม จัดกจิ กรรมในรปู แบบ Learning by Shopping Lish โดยใหโ้ รงเรียนท่มี ผี ลงานเชิงประจักษ์ ในการ บรหิ ารงานท้ัง ๔ งาน ในสถานศึกษาทเ่ี ปน็ ต้นแบบ และแบบอย่างการบรหิ ารงานที่ดี จดั แสดงนิทรรศการและ กิจกรรมต่างๆ ทแ่ี สดงรายละเอยี ดการบรหิ ารงานทัง้ ๔ งาน เพอ่ื ให้ผูเ้ ขา้ รับการพัฒนาได้ซกั ถามแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ หรือมีกจิ กรรมให้ได้เลอื กศึกษา ตามเคสกรณีต่างๆ ท้ังในรปู แบบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การซกั ถาม หรอื การทา กจิ กรรม โดยผู้เข้ารับการพฒั นาตอ้ งสะสมเวลานอกตารางการอบรมในการเข้าไปศกึ ษาเรยี นรใู้ หค้ รบตามจานวนท่ี กาหนด กำรวดั และประเมินผล ๑. การตรวจช้ินงาน ๒. นบั เวลาเข้าศึกษานอกเวลาเรยี นจรงิ จานวน ๔ ชั่วโมง ๓. สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม

คมู่ อื หลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๐๖ รายวิชาท่ี ๓.๓ การบรหิ ารงบประมาณ เวลำ ๔ ชั่วโมง วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ใหผ้ ู้เข้ารบั การพฒั นา มคี วามรู้ ความเข้าใจ การบรหิ ารงบประมาณและสินทรพั ย์ในสถานศึกษา และสามารถนาความรู้ความเขา้ ใจไปใช้การบรหิ ารสถานศึกษา เนอ้ื หา ๑. การวางแผนและการบรหิ ารงบประมาณสถานศึกษา ๑.๑ การจัดทาและแนวทางของบประมาณ ๑.๒ การจัดสรรงบประมาณ ๑.๓ การตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล และรายงานผลการใช้เงนิ และผลการดาเนินงาน ๑.๔ การระดมทรพั ยากรและระดมทนุ เพื่อการศึกษา ๒. งานการเงนิ และบัญชี ๓. พระราชบญั ญัตกิ ารจดั ซ้ือจดั จา้ งและการบรหิ ารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๔. ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ด้วยการจดั ซือ้ จดั จา้ งและบรหิ ารงานพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. ๒๕๖๐ กจิ กรรม จัดกิจกรรมในรปู แบบ Learning by Shopping Lish โดยใหโ้ รงเรียนทม่ี ีผลงานเชงิ ประจกั ษ์ ในการ บริหารงานท้ัง ๔ งาน ในสถานศึกษาท่เี ปน็ ตน้ แบบ และแบบอยา่ งการบริหารงานที่ดี จัดแสดงนิทรรศการและ กิจกรรมตา่ งๆ ที่แสดงรายละเอยี ดการบรหิ ารงานทัง้ ๔ งาน เพื่อให้ผู้เขา้ รบั การพฒั นาได้ซักถามแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ หรอื มีกิจกรรมให้ได้เลอื กศึกษา ตามเคสกรณตี ่างๆ ทั้งในรปู แบบการแลกเปล่ียนเรียนรู้ การซักถาม หรอื การทา กิจกรรม โดยผู้เขา้ รบั การพฒั นาต้องสะสมเวลานอกตารางการอบรมในการเข้าไปศกึ ษาเรยี นรใู้ ห้ครบตามจานวนที่ กาหนด กำรวดั และประเมินผล ๑. การตรวจช้นิ งาน ๒. นบั เวลาเขา้ ศึกษานอกเวลาเรยี นจริง จานวน ๔ ช่ัวโมง ๓. สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม

คมู่ ือหลกั สูตรการพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๐๗ รายวิชาท่ี ๓.๔ การบรหิ ารงานท่วั ไป เวลำ ๓ ชวั่ โมง วตั ถุประสงค์ เพื่อให้ผเู้ ข้ารบั การพฒั นามีความรู้ ความเขา้ ใจการบรหิ ารงานทั่วไปและสามารถนาความรู้ความเข้าใจ ไป ใช้ในการบรหิ ารสถานศกึ ษา และเสริมสร้าง ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษาสู่คุณภาพ เนือ้ หำ ๑. ขอบข่ายและภาระงานการบริหารงานท่วั ไป ๑.๑ การดาเนนิ งานธรุ การ ๑.๒ งานเลขานกุ ารคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ๑.๓ การพฒั นาระบบเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ ๑.๔ การประสานงานและพัฒนาเครอื ข่ายการศึกษา ๑.๕ การจัดระบบการบรหิ ารและพฒั นาองค์กร ๑.๖ งานเทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา ๑.๗ การสง่ เสริมสนับสนุนดา้ นวชิ าการ งบประมาณ บคุ ลากรและบริหารท่วั ไป ๑.๘ การจดั การอาคารสถานท่ีและสภาพแวดล้อม ๑.๙ การจัดทาสามะโนผ้เู รยี น ๑.๑๐ การรับนกั เรยี น ๑.๑๑ การสง่ เสริมและประสานงานการจัดการศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ๑.๑๒ การสง่ เสรมิ กิจการนกั เรยี น ๑.๑๓ . การประชาสัมพันธ์ ๑.๑๔ การส่งเสรมิ สนบั สนนุ และประสานจดั การศึกษาของบคุ คลชมุ ชนองค์กรและหนว่ ยงานอืน่ ๑.๑๕ การจดั ระบบควบคมุ ภายในหน่วยงาน ๑.๑๖ งานบรกิ ารสาธารณะ ๑.๑๗ งานท่ีไม่ไดร้ ะบไุ วใ้ นงานอน่ื ๒. แนวทางการบรหิ ารจัดการสถานศึกษาสคู่ ณุ ภาพและภาพความสาเรจ็ กจิ กรรม จดั กจิ กรรมในรปู แบบ Learning by Shopping Lish โดยให้โรงเรียนทีม่ ีผลงานเชิงประจักษ์ ในการ บรหิ ารงานทง้ั ๔ งาน ในสถานศึกษาท่ีเปน็ ตน้ แบบ และแบบอยา่ งการบริหารงานที่ดี จัดแสดงนิทรรศการและ กจิ กรรมตา่ งๆ ท่ีแสดงรายละเอียดการบรหิ ารงานทง้ั ๔ งาน เพือ่ ให้ผเู้ ขา้ รับการพฒั นาได้ซกั ถามแลกเปล่ียนเรียนรู้ หรือมกี จิ กรรมให้ไดเ้ ลอื กศึกษา ตามเคสกรณีต่างๆ ทั้งในรปู แบบการแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ การซักถาม หรอื การทา กิจกรรม โดยผู้เข้ารบั การพัฒนาตอ้ งสะสมเวลานอกตารางการอบรมในการเข้าไปศกึ ษาเรียนรใู้ หค้ รบตามจานวนท่ี กาหนด กำรวัดและประเมนิ ผล ๑. การตรวจช้นิ งาน ๒. นบั เวลาเขา้ ศกึ ษานอกเวลาเรียนจรงิ จานวน ๓ ชวั่ โมง ๓. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม

คูม่ อื หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๐๘ รายวิชาท่ี ๓.๕ การบริหารงานบคุ คล เวลำ ๔ ช่ัวโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนามีความรู้ ความเข้าใจ การบริหารงานบุคคลและสามารถนาความรู้ความเข้าใจไป ใช้ในการบรหิ ารสถานศึกษาได้ เน้ือหำ ๑. ขอบข่ายและภาระงานการบรหิ ารงานบคุ คล ๑.๑ การวางแผนอตั รากาลงั และกาหนดตาแหน่ง ๑.๒ การสรรหาและการบรรจุแต่งตัง้ ๑.๓ การเสรมิ สร้างประสิทธิภาพในการปฏบิ ตั ริ าชการ ๑.๔ วินัยและการรกั ษาวินยั ๑.๕ การออกจากราชการ ๒. ระเบียบ กฎหมาย ทเี่ กย่ี วขอ้ งการบรหิ ารงานบุคคล และหลกั ธรรมาภิบาล ๓. การจัดทาภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา กจิ กรรม จดั กจิ กรรมในรูปแบบ Learning by Shopping Lish โดยใหโ้ รงเรยี นทมี่ ผี ลงานเชิงประจักษ์ ในการ บริหารงานท้งั ๔ งาน ในสถานศึกษาท่ีเปน็ ต้นแบบ และแบบอยา่ งการบรหิ ารงานทีด่ ี จดั แสดงนทิ รรศการและ กิจกรรมต่างๆ ท่แี สดงรายละเอยี ดการบริหารงานทง้ั ๔ งาน เพ่อื ให้ผ้เู ขา้ รับการพฒั นาได้ซักถามแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ หรือมกี ิจกรรมให้ไดเ้ ลอื กศึกษา ตามเคสกรณีต่างๆ ทั้งในรปู แบบการแลกเปล่ียนเรียนรู้ การซักถาม หรอื การทา กิจกรรม โดยผ้เู ข้ารับการพฒั นาต้องสะสมเวลานอกตารางการอบรมในการเขา้ ไปศึกษาเรียนรู้ใหค้ รบตามจานวนที่ กาหนด กำรวัดและประเมินผล ๑. การตรวจชิ้นงาน ๒. นับเวลาเข้าศกึ ษานอกเวลาเรียนจรงิ จานวน ๔ ช่วั โมง ๓. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม

ค่มู ือหลักสตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๐๙ รายวิชาท่ี ๓.๖ การบริหารจัดการสถานศึกษาสู่ความเปน็ เลิศ เวลำ ๗ ช่ัวโมง โดยใช้ชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ทางวชิ าชพี (PLC) วัตถุประสงค์ ๑. เพอ่ื ให้ผู้เขา้ รับการอบรม มีความรู้ เกีย่ วกับการบรหิ ารจดั การสถานศึกษาส่คู วามเปน็ เลศิ ดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้ OBECQA Framework ๒. เพ่อื ใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรม มคี วามรู้ เกย่ี วกบั การบรหิ ารจดั การสถานศึกษา สู่ความเปน็ เลิศ โดยใช้ ชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ ( Professional Learning Community ) ๓. เพ่ือใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรม ได้นา การบริหารจัดการสถานศึกษาส่คู วามเปน็ เลศิ ดว้ ยระบบคณุ ภาพ โดยใช้ OBECQA Framework ส่กู ารปฎิบัตจิ รงิ ในโรงเรียนท่ปี ฎิบตั ิหนา้ ท่ี ๔. เพ่ือให้ผ้เู ขา้ รบั การอบรมได้สร้าง/จดั ชุมชนแห่งการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ในโรงเรียนทป่ี ฎบิ ัติหนา้ ที่ เนอ้ื หา ๑. หลักการ แนวคดิ การบรหิ ารสถานศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศ ดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้ OBECQA Framework ๒. การกาหนดวิสยั ทศั น์ พันธกิจ กลยทุ ธ์ และวัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธ์สู่ความเปน็ เลศิ ๓. การออกแบบตวั ชี้วัด และคา่ เปา้ หมาย สูค่ วามเปน็ เลิศ ๔. การสรา้ งชมุ ชนการเรียนรู้ในทางวิชาชพี ระดับโรงเรียน ระดบั กลุ่มงาน และระดบั กลุ่มสาระ-ชน้ั เรียน สู่นวัตกรรม เพ่อื พัฒนาความเปน็ เลิศ ๕. การเขยี นโครงการพฒั นาโรงเรยี น ครู และนกั เรียน สู่ความเปน็ เลศิ ๖. การสรุปรายงานนวัตกรรม จากชุมชนการเรยี นรู้ในทางวชิ าชพี การวดั ผลและประเมินผล ๑. ตรวจช้นิ งาน ๒. ตรวจสรุปองค์ความรู้ ๓. สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ นรว่ มการ PLC ๔. กากบั ตดิ ตาม การนาหลักการ แนวคดิ การบรหิ ารสถานศกึ ษาสูค่ วามเปน็ เลศิ ไปปฎิบตั จิ ริงในโรงเรยี นท่ีปฎิบัตหิ น้าท่ี

คู่มอื หลักสูตรการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๑๐ รายละเอยี ดกจิ กรรมทั้งหมด ( จานวน ๗ ชั่วโมง) ๑. กิจกรรม Classroom “การบรหิ ารจัดการสถานศึกษาสู่ความเป็นเลศิ ดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้ OBECQA Framework ” ( ๒ ชั่วโมง) รายละเอยี ดการจัดกจิ กรรม ๑.๑ Pre-test เกีย่ วกบั ระบบคุณภาพ และ OBECQA Framework ๑.๒ บรรยายให้ความรู้ การบรหิ ารจดั การสถานศึกษาสู่ความเปน็ เลิศ ดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้ OBECQA Framework (สื่อประกอบใช้ Powerpoint Active Learning) ๒. กิจกรรม Intensive Workshop “เป้า-แผน-ผล”. ( ๒ ช่ัวโมง) รายละเอียดกจิ กรรม ๒.๑ ฝึกปฎิบัติงาน แบบ Active Learning กลมุ่ ๆละ ๒๕ คน ในการกาหนดวิสยั ทัศน์ สู่ผลลพั ธ์ความเปน็ เลศิ ๒.๒ นาเสนอผลการปฎิบัติงานกลมุ่ โดยใช้กิจกรรม “ Learning Street ” ๒.๓ Pos-test เก่ียวกับระบบคุณภาพ และ OBECQA Framework ๓. กิจกรรม Classroom “ การบริหารจัดการสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศโดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community) “ (๑ ชัว่ โมง) รายละเอยี ดกิจกรรม ๓.๑ Pre-test เก่ยี วกบั ชุมชนแหง่ การเรียนรู้ (Professional Learning Community) ๓.๒ บรรยายใหค้ วามรู้ การบริหารจัดการสถานศึกษาสู่ความเป็นเลศิ โดยใช้ การสร้างชมุ ชนแห่งการ เรียนรู้ (ส่ือประกอบใช้ Powerpoint Active Learning) ๔. กิจกรรม Intensive Workshop “ PLC : นวัตกรรมสู่ความเปน็ เลิศ ” ( ๒ ชั่วโมง) รายละเอยี ดกิจกรรม ๔.๑ ฝึกปฎิบตั งิ าน แบบ Active Learning กล่มุ ๆละ ๒๕ คน ในการสร้างชุมชนแหง่ การเรียนรู้ ระดับโรงเรียน /ระดับกลมุ่ งาน/ระดบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้-ชัน้ เรียน “ นวัตกรรมสูค่ วามเป็นเลิศ” ๔.๒ โครงการระดบั โรงเรียน /ระดบั กลุ่มงาน/ระดบั กลมุ่ สาระฯ -ชน้ั เรียน สู่ความเปน็ เลศิ ๔.๓ นาเสนอผลการปฎิบตั งิ านกลุ่ม โดยใช้กจิ กรรม “ Learning Street ” ๔.๔ Post-test เกี่ยวกบั ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community)

คมู่ อื หลักสตู รการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๑๑ รายวชิ าที่ ๓.๖ การบริหารสถานศกึ ษาสคู่ วามเป็นเลิศ กิจกรรมท่ี ๑ การบริหารสถานศึกษาสู่ความเปน็ เลิศโดยใช้ ระบบคณุ ภาพ : OBECQA Framework ลาดับ ผรู้ บั ผดิ ชอบ เน้ือหา/กรอบคิด/กจิ กรรม/รายละเอยี ด เวลา สอื่ อปุ กรณ์ ๑ ๑.เกริ่นนาสรู่ ายวชิ า ๓.๖ การบรหิ ารสถานศึกษาสู่ ๕ นาที ส่ือสารวาจา พธิ ีกร ประจาวชิ า ความเป็นเลศิ ๒ วิทยากรประจาวชิ า ๒.การบริหารสถานศึกษาสคู่ วามเป็นเลิศ ๑๒๐ นาที ห้องประชมุ รวม โดยใช้ ระบบคณุ ภาพ @OBECQA Framework ๓ นาที เวลา ๐๙.๐๐- - ๑) Pre-test : ระบบคุณภาพ ๖๐ นาที ๑๑.๐๐ น. ๔๐ นาที แบบทดสอบ @ OBECQA Framework ๑๒ นาที QR Code ๒) ระบบคณุ ภาพ @ OBECQA Framework ส่อื วาจา/PPT/VTR : ๗ หมวด & ค่านิยม สอ่ื วาจา/PPT/VTR ๓) การนา ระบบคุณภาพ @ OBECQA Framework ส่คู วามเปน็ เลศิ ผา่ นตัวช้วี ดั /คา่ เป้าหมาย/โครงการ ส่อื วาจา/PPT/VTR ๔) สร้างความเขา้ ใจ การเตรยี มสู่ Intensive Workshop ๓ วิทยากรประจาห้อง ๓.Intensive Workshop @ ปฎิบตั ิการ ๑๒๐ นาที ๑๒๐ นาที - หอ้ งประชมุ และพเ่ี ลี้ยง ๑) วทิ ยากรประจาห้อง แนะนาสู่ใบงานที่ ๑ ยอ่ ย ๔ หอ้ งๆ @“การนา OBECQA Framework สูก่ ารปฎบิ ตั ิ” ๑๐ นาที ละ ๑๒๕ คน ๑.๑ ผเู้ ขา้ อบรมจัดกลุ่มๆ ละ ๒๕ คน - สือ่ วาจา/PPT ๑.๒ ใบงานท่ี ๑ มจี านวน ๒ ขอ้ ข้อ ๑ จานวน ๑ หวั ขอ้ และ ข้อ ๒ จานวน ๖ ข้อย่อย ๑.๓ ปฎิบัติการกลมุ่ แลกเปล่ยี นคดิ ใชเ้ วลา ตามใบงานที่ ๑ ใชเ้ วลา ๘๐ นาที ๑.๔ การนาเสนอผลงานกลุ่ม โดย - สรปุ ข้อ ๑/ข้อ ๒,๕ บนกระดาษชารท์ ร่วมจดั ถนนแหง่ การเรยี นรู้ Learning Street ใน เวลา ๑๓.๓๐ น. - ผอู้ บรม ทุกคนเรยี นรู้ Learning Street Model เป้า – แผน-ผล สรปุ ลงในใบงานท่ี ๓ ข้อ ท่ี ๑ ของแต่ละคน - สง่ ใบงานที่ ๑ ของกล่มุ ใหว้ ทิ ยากรหลักภายใน เวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันทีอ่ บรม/ปฎิบัติ ทาง mail และ Line -๒–

คู่มือหลักสตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๑๒ ลาดบั ผู้รับผดิ ชอบ เนื้อหา/กรอบคดิ /กจิ กรรม/รายละเอยี ด เวลา สือ่ /อุปกรณ์ ๘๐ นาที - กระบวนการกลุ่ม พเ่ี ลยี้ งประจากล่มุ ๒) ผูเ้ ขา้ อบรม ปฎบิ ัติการ @ Intensive ผเู้ ขา้ อบรมราย Workshop ตามใบงานท่ี ๑ - กระดาษชารท์ กล่มุ /ผ้เู ขา้ อบรม ๓) ผเู้ ขา้ อบรม นากระดาษชาร์ท สรุปผลงาน กลมุ่ ละ ๒ แผ่น ทกุ คน กล่มุ นาเสนอผลงาน โดยตดิ ในพ้นื ที่ ทวี่ ทิ ยากร - ปากกาเมจิก ประจาหอ้ ง กาหนด ในเวลาที่กาหนด บนถนน กลมุ่ ละ ๕ แท่ง แหง่ การเรยี นรู้ ...Learning Street ๔) Post-test: ระบบคณุ ภาพ - ฝาผนัง/สถานที่ จัดติดเสนอผลงาน @ OBECQA Framework ๕ นาที กลุ่ม ๔) ผู้เข้าอบรมทุกคน เรียนรู้บนถนนแหง่ การ - กระดาษกาว/เขม็ เรยี นรู้ และสรุป KM/Model และ Practices หมุด ระบบคณุ ภาพ ทีต่ นเองสนใจ และสามารถ นาไปสู่การปฎิบัติไดล้ งในใบงานท่ี ๓ ข้อที่ ๑ ๒๕ นาที ๕) ผเู้ ขา้ อบรม นาส่งใบงานท่ี ๑ กลุม่ ๆ ละ ๑ ชดุ ภายในเวลา ๒๔.๐๐ น. สง่ เขา้ mail วิทยากร [email protected] หรอื Line ID Line : artsri๒๕๐๑ ๓ ๔. การบรหิ ารสถานศกึ ษาสคู่ วามเปน็ เลิศ ๑๘๐ นาที หอ้ งประชมุ รวม โดยใช้ชมุ ชนแหง่ การเรียนรูทางวชิ าชพี : PLC เวลา ๑๔.๐๐น. (Professional Learning Community) -๑๕.๐๐ น. พธิ กี ร ประจาวชิ า ๑) เกรน่ิ นา สู่ การเรยี นรู้กระบวนการPLC ๓ นาที ๒) Pre-test @ PLC และการบริหาร วิทยากรประจาวิชา สถานศึกษาสู่ความเปน็ เลิศและการจัดการเรยี น ๑๐นาที การสอน/การเรียนรู้ ใน ศต.๒๑@ ๔ มมุ เดนิ / ส่ือสารวาจา ๓) การบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลศิ ๔๐นาที /PPT / โดยใชก้ ระบวนการ PLC :Professional ถาม-ตอบ Learning Commumity ๗ นาที ๔) สร้างความเข้าใจ การเตรยี มสู่ Intensive Workshop : PLC -๓-

คู่มอื หลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศึกษา ๑๑๓ ลาดับ ผ้รู บั ผิดชอบ เน้อื หา/กรอบคดิ /กจิ กรรม/รายละเอยี ด เวลา ส่อื อุปกรณ์ ๑๒๐ นาที ๕ วทิ ยากร ๕.Intensive Workshop @ ปฎบิ ตั ิการ ๑๒๐ นาที ๑๐ นาที ประจาหอ้ ง ๑ )วิทยากรประจาห้อง แนะนาสู่ ใบงานท่ี ๒ ส่ือสาร วาจา/PPT และพเ่ี ล้ยี ง @ “ PLC : นวตั กรรมสู่ความเปน็ เลศิ ” ๑.๑ ผูเ้ ขา้ อบรมจัดกลมุ่ ๆ ละ ๒๕ คน ๑.๒ ใบงานท่ี ๒ มีประเด็น ๓ สว่ น คอื การวเิ คราะหป์ ัญหา/การกาหนดแนวทางการแก้ปัญหา / การสะท้อนความคดิ เหน็ ๑.๓ ปฎบิ ัติการกล่มุ แลกเปลยี่ นคิดใช้เวลา ตามใบงานที่ ๑ ใช้เวลา ๘๐ นาที ๑.๔ การนาเสนอผลงานกลมุ่ โดยสรปุ ปัญหาที่เลือก แนว ปฎบิ ัติทีน่ า่ สนใจ ตามส่วนที่ ๒ ร่วมนาเสนอ Learning Street โดยออกแบบการนาเสนออยา่ งสรา้ งสรรค์ บนพ้นื ที่ วสั ดุ ท่ีกาหนดให้ ในเวลา - ผอู้ บรม ทกุ คนเรียนรู้ Learning Street นวัตกรรมสู่ ความเปน็ เลิศ สรุปลงในใบงานท่ี ๓ ข้อ ท่ี ๒ ของแต่ละคน - ส่งใบงานท่ี ๒ ของกลุ่ม ให้วิทยากรหลกั ภายในเวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันทีอ่ บรม/ปฎิบัตทิ าง mail และ Line พี่เลยี้ งประจา ๒) ผูเ้ ข้าอบรม ปฎิบัติการ @ Intensive Workshop ตาม ๘๐ นาที -กระบวน ๕ นาที การกลุม่ กล่มุ ใบงานที่ ๒ -กระดาษ ๒๕ นาที ชารท์ ผเู้ ขา้ อบรม ๓) ผู้เขา้ อบรม นากระดาษชาร์ท สรุปผลงานกลมุ่ นาเสนอ กลมุ่ ละ ๒ แผ่น รายกลมุ่ /ผ้เู ข้า ผลงาน โดยตดิ ในพื้นที่ ทวี่ ทิ ยากรประจาห้อง กาหนด ใน -ปากกา เมจกิ อบรมทุกคน เวลาท่ีกาหนด บนถนนแหง่ การเรยี นรู้ ...Learning Street กลมุ่ ละ ๕ แทง่ ๔) Post-test : PLC ๔) ผู้เข้าอบรมทุกคน เรียนรู้บนถนนแหง่ การเรียนรู้ และ สรปุ KM/Model และ Practices ระบบคุณภาพ ทต่ี นเองสนใจ และสามารถนาไปสู่การ ปฎิบัตไิ ดล้ งในใบงานท่ี ๓ ขอ้ ที่ ๒ ๕) ผเู้ ขา้ อบรม นาส่งใบงานท่ี ๒ กลมุ่ ๆละ ๑ ชดุ และใบ งานที่ ๓ ภายในเวลา ๒๔.๐๐ น. ส่งเขา้ mail วทิ ยากร [email protected] ID Line: Artsri๒๕๐๑ ๖ วิทยากร -นาขอ้ มลู กรายบุคคลประสานการกากบั ติดตาม ขอ้ มลู /ICT ประจาวชิ า

คู่มือหลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๑๔ หมายเหตุ ๑) จดั เตรียมประชมุ ห้องย่อย สาหรบั ผ้เู ข้าอบรมห้องละ ๖ กลุม่ ๆ ละ ๒๕ คน ๒) วิทยากรประจาห้อง (จานวน ๔ หอ้ ง) ๓) วทิ ยากรพเี่ ลี้ยง

คู่มอื หลักสตู รการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๑๕ ใบงานท่ี ๑ รายวิชาที่ ๓.๖ การบริหารจดั การสถานศึกษาสู่ความเปน็ เลศิ เรื่อง “ การนา OBECQA Framework ส่กู ารปฎบิ ัติ ” กลุม่ ที.่ ........................ ............... คาช้ีแจง ๑. กลมุ่ ของท่าน จะนาแนวคดิ การบรหิ ารจดั การดว้ ยระบบคุณภาพ โดยใช้ OBECQA Framework ไปออกแบบระบบบริหารจดั การสถานศกึ ษาสคู่ วามเปน็ เลิศอย่างไร ? (ใหน้ าเสนอในรปู Model การบรหิ าร และ นาเสนอเพือ่ ร่วมจดั Learning Street ) -๒-

คูม่ ือหลักสูตรการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ตั้งให้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๑๖ ๒. ให้กลมุ่ ของท่าน ร่วมกันกาหนดวิสยั ทัศน์ สู่ผลลพั ธ์ความเปน็ เลศิ ตามเสน้ ทางสู่ความเป็นเลิศ ๒.๑ วสิ ยั ทัศน์ “............................................................................................................................ .. ................................................................................................................. ............. ............................................................................................................................. . ................................................................................................... ...........................” ๒.๒ พันธกจิ “............................................................................................................................ .. .............................................................................................................................. ............................................................................................................................. . ..............................................................................................................................” ๒.๓ กลยุทธ์ “............................................................................................................................ .. .............................................................................................................................. ............................................................................................................................. . ..............................................................................................................................” ๒.๔ ตวั ชว้ี ัดและคา่ เปา้ หมาย กลยุทธ์ จดุ ประสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ ตวั ชว้ี ัด คา่ เปา้ หมาย -๓-

ค่มู ือหลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศึกษา ๑๑๗ กลยทุ ธ์ จดุ ประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธ์ ตวั ช้วี ดั ค่าเปา้ หมาย -๔-

ค่มู ือหลกั สตู รการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๑๘ ๒.๕ สรุปรูปแบบแสดงการไดม้ าซึง่ ตัวช้ีวดั และค่าเปา้ หมาย (ใหน้ าเสนอในรูป Model และ นาเสนอเพื่อร่วมจดั Learning Street ) ๒.๖ ใหก้ ลุ่มทา่ นเขยี น โครงการพฒั นาโรงเรยี น กลุม่ งาน ครู และนกั เรยี น สคู่ วามเป็นเลศิ โดยมีรายละเอยี ดในการเขยี นโครงการ ดังนี้ ๑) ช่อื โครงการ ๒) หลกั การและเหตุผล ๓) วตั ถุประสงค์โครงการ ๔) ตวั ชวี้ ัดและคา่ เปา้ หมาย. ๕) กิจกรรมการดาเนินการ ๖) งบประมาณ ๗) สถานที่ /ระยะเวลา ๘) การประเมนิ ความสาเร็จ ๙) ผูเ้ สนอ/ผู้เหน็ ชอง/ผ้อู นุมตั ิ -๕-

คู่มอื หลักสตู รการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๑๙ ใบงานท่ี ๒ รายวิชาท่ี ๓.๖ การบรหิ ารจดั การสถานศึกษาสคู่ วามเปน็ เลศิ เรอ่ื ง “ PLC : นวัตกรรมสูค่ วามเป็นเลศิ ” ระดับโรงเรยี น ระดบั กล่มุ งาน ระดบั ห้องเรียน ......................... แบบบันทกึ การปฏบิ ตั ิกิจกรรม พัฒนางานผา่ นกระบวนการ “การสร้างชมุ ชนแห่งการเรียนรูท้ างวชิ าชีพครู (PLC)” Professional Learning Community คาชี้แจง แบบบันทึกนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้เข้าอบรมใช้ในการดาเนินกิจกรรมเพ่ือพัฒนาผ่าน กระบวนการ PLC โดยมกี ารวิเคราะหป์ ญั หา รว่ มกันหาแนวทางในการแก้ปัญหา และสะท้อนความคิดเห็น เพื่อสรปุ เปน็ แนวปฏบิ ัติที่น่าสนใจ ๑. โดยแบบบันทกึ การปฏบิ ัติกิจกรรมน้ี แบง่ ออกเปน็ ๓ ส่วน ดงั น้ี ๑.๑ การวิเคราะห์ปัญหา ๑.๒ การกาหนดแนวทางการแก้ปญั หา ๑.๓ การสะทอ้ นความคดิ เหน็ ๒. สรุปปัญหาที่เลอื ก แนวปฎบิ ัติทนี่ ่าสนใจ ตามส่วนที่ ๒ รว่ มนาเสนอ Learning Street โดยออกแบบการนาเสนออย่างสร้างสรรค์ บนพนื้ ที่ วสั ดุ ท่กี าหนดให้ ชื่อกลุ่ม............................................................................................................ สมาชิกกลุ่ม -๑-

คู่มือหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๒๐ สว่ นท่ี ๑ การวเิ คราะห์ จดุ ประสงค์ ใปหญัส้ มหาาชิกกลุม่ วเิ คราะห์ปญั หา สาเหตขุ องปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึน้ ในงาน เพอ่ื กาหนดปญั หา หรือสง่ิ ทต่ี ้องการพฒั นารว่ มกันภายในกลุ่ม PLC ๑. ปัญหาที่พบ ปญั หาท่พี บ สาเหตุของปัญหา ๑. ปัญหา............................................... คอื .......................................................... ............................................................... ๒. ปญั หา............................................... คือ.......................................................... ............................................................... ๓. ปญั หา................................................ คือ.......................................................... ............................................................... ๒. จากผลการวิเคราะห์ปญั หา สาเหตขุ องปญั หา และผลกระทบท่เี กิดขนึ้ ในข้อที่ ๑ กลุม่ ของท่านต้องการแก้ไข ปรับปรุงปัญหาใดบ้าง เพราะเหตุใด - ปญั หา........................................................................................................................ ........................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. - เพราะอะไรถงึ เลือกปญั หาน้ี................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ส่วนที่ ๒ การกาหนดแนวทางการแก้ปญั หา จุดประสงค์ เพ่ือใหส้ มาชิกกลุ่มคดิ และวางแผนร่วมกนั ในการกาหนดแนวทางการแกป้ ญั หา ๑. แนวทางที่นามาใช้ในการแก้ปัญหาคือ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. . ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. - ๒-

คู่มอื หลักสูตรการพฒั นาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๒๑ ๒. ช่อื กจิ กรรม....................................................................................................................................................... ๓. ขน้ั ตอนในการดาเนินการแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวทางท่ีเลอื ก ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๔. เครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล ที่ เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การเก็บรวบรวมข้อมูล ๑ ๒ ๓ ๔ สว่ นท่ี ๓ การสะท้อนความคดิ เหน็ ๑. สมาชิกกลุ่มรว่ มสะท้อนผลการแลกเปลี่ยนเรียนรซู้ ึง่ กนั และกนั สมาชิก จุดเดน่ ท่คี วรนาไปปฎิบตั ิ ข้อคดิ -๓-

คู่มอื หลักสูตรการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๒๒ ๒. สรปุ ผลท่ีได้จากการปฏบิ ัตริ ว่ มกนั ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................................................... ........ .......................................................................................................................... .................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ๓. การนาผลทไี่ ด้ไปใช้ ส่ิงที่ดี ท่ีควรนาไปใช้ตอ่ ส่ิงท่ีควรแก้ไข/พัฒนา -๔-

ค่มู อื หลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๒๓ ใบงานท่ี ๓ รายวิชาที่ ๓.๖ การบริหารจัดการสถานศกึ ษาสู่ความเปน็ เลิศ การเรยี นรู้ “ Learning Street ” เป้า-แผน-ผล PLC : นวตั กรรมสู่ความเป็นเลศิ ................................ ชอื่ ..........................................นามสกุล......................................... ๑. การเรียนรู้ “ Learning Street : เป้า-แผน-ผล” กลุ่มท่ีนา่ สนใจ เรอ่ื งท่ีนา่ สนใจนาไปใช้ แนวคิดทไ่ี ด/้ การนาไปใช้ -๑-

คมู่ อื หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๒๔ ๒. การเรยี นรู้ “ Learning Street: PLC : นวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ ” กลมุ่ ที่น่าสนใจ เรอ่ื งทีน่ ่าสนใจนาไปใช้ แนวคดิ ทีไ่ ด้/การนาไปใช้ -๒-

คู่มือหลักสูตรการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๒๕ รำยวชิ ำที่ ๓.๗ พระบรมรำโชบำยในหลวงรัชกำลท่ี ๑๐ เวลำ ๓ ชวั่ โมง วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพือ่ เสรมิ สร้างเจตคติและจิตสานกึ ที่ดตี ่อพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ด้านการศึกษา แก่ผไู้ ดร้ บั การพฒั นา ๒. เพอ่ื ใหผ้ ู้ไดร้ บั การพฒั นามีความรแู้ ละความเขา้ ใจในแนวทางการบรหิ ารสถานศึกษาเพื่อสนองพระราช ประสงค์และพระประสงค์ดา้ นการศึกษาสูก่ ารปฏิบตั ิจริง เน้ือหำ 1. กระแสรบั ส่งั ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ๒. พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษาในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ๓. การดาเนนิ การ ๓ เสาหลัก ด้านการศกึ ษา ๔. การดาเนนิ การและการบริหารสถานศกึ ษาโรงเรียนในโครงการพระราชดาริ ๕. การถา่ ยทอดมวลประสบการณ์การบริหารสถานศกึ ษาโรงเรยี นในโครงการพระราชดาริ กำรวดั และประเมนิ ผล ๑. ตรวจใบกิจกรรม ๒. ตรวจใบสรุปองคค์ วามรู้ ๓. การสงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม

คมู่ อื หลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศึกษา ๑๒๖ หนว่ ยท่ี ๓ กำรบรหิ ำรและกำรจดั กำรในสถำนศึกษำ รำยวชิ ำท่ี ๓.๗ พระบรมรำโชบำยในหลวงรัชกำลท่ี ๑๐ กจิ กรรมท่ี ๑ พระมหำกรณุ ำธคิ ณุ ดำ้ นกำรศึกษำ (เวลำในกำรพัฒนำ) ๑ ช่ัวโมง ลำดบั ผู้รบั ผดิ ชอบ เนอื้ หำ/กจิ กรรม เวลำ สอื่ /อปุ กรณ์ ๕ นาที Power Point ๑ วทิ ยากร - เกรนิ่ นา ประจาวชิ า ๒ วทิ ยากร - สรา้ งความตระหนกั และสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ๓๕ วีดทิ ัศน์ ประจาวชิ า จากการทรงงานของในหลวงรัชกาลท่ี ๙ นาที - ความเป็นมาของกระแสรับส่ังและพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลท่ี ๙ - พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาล ๑๐ Power Point ที่ ๑๐ และ ๓ เสาหลักดา้ นการจัดการศึกษา นาที ๓ วทิ ยากร ถอดบทเรียนและสะท้อนองคค์ วามรู้ ๑๐ พี่เลีย้ ง วิทยากรพี่เลี้ยงสุ่มให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสะท้อน นาที แนวคิด มุมมอง และแนวทางที่ได้จากการศึกษา วดี ทิ ศั น์ทนี่ าเสนอในท่ีประชุม วิทยากรพ่ีเล้ียงร่วมสรุปบทเรียนกับผู้เข้ารับการ พฒั นา

คมู่ ือหลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๒๗ หนว่ ยที่ ๓ กำรบริหำรและกำรจดั กำรในสถำนศึกษำ รำยวิชำท่ี ๓.๗ พระบรมรำโชบำยในหลวงรชั กำลที่ ๑๐ กิจกรรมท่ี ๒ โรงเรยี นในโครงกำรพระรำชดำริและโรงเรียนเฉลิมพระเกยี รติ (เวลำในกำรพัฒนำ) ๓๐ นำที ลำดับ ผู้รบั ผิดชอบ เนอื้ หำ/กจิ กรรม เวลำ ส่อื /อปุ กรณ์ ๕ Power Point ๑ วิทยากร - เกร่นิ นาความเปน็ มา ประจาวิชา โรงเรยี นในพระราชดารแิ ละโรงเรยี นเฉลมิ พระเกยี รติ ๒ วิทยากร - กจิ กรรมเช่อื มโยงวตั ถุประสงค์ความสาคัญของ ๒๐ ใบกจิ กรรม ประจาวิชา โรงเรียนในโครงการพระราชดารแิ ละโรงเรยี นเฉลิม พระเกียรติ ๓ วทิ ยากร - สรปุ ๕ Power Point

ค่มู อื หลกั สูตรการพัฒนาขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๒๘ หน่วยที่ ๓ กำรบริหำรและกำรจัดกำรในสถำนศกึ ษำ รำยวชิ ำท่ี ๓.๗ พระบรมรำโชบำยในหลวงรัชกำลที่ ๑๐ กจิ กรรมท่ี ๓ ถ่ำยทอดประสบกำรณก์ ำรบรหิ ำรสถำนศกึ ษำโรงเรยี นในโครงกำรพระรำชดำริ (เวลำในกำรพัฒนำ) ๙๐ นำที ลำดบั ผรู้ บั ผดิ ชอบ เนอ้ื หำ/กจิ กรรม เวลำ สื่อ/อุปกรณ์ ๕ นาที Power Point ๑ วิทยากรผู้ - เกริน่ นาแนวทางในการเสวนาและแนะนาผรู้ ว่ ม ๑๕ Power Point ดาเนนิ เสวนา นาที รายการ ๒ วทิ ยากร การดาเนนิ การเกีย่ วกับการรับเสด็จฯ ประจาวิชา ๓ วทิ ยากร กิจกรรมโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ฯ ๑๕ Power Point ประจาวชิ า นาที ๔ วทิ ยากร สถานศึกษาพอเพยี ง ๑๕ Power Point ประจาวชิ า นาที ๕ วทิ ยากร - การจดั ต้ังงบประมาณ โรงเรียนในโครงการฯ ๑๕ Power Point ประจาวชิ า - การใช้แนวคิด หลกั การจากโครงการพระราชดาริ นาที พิเศษตา่ งๆ สกู่ ารบรหิ ารโรงเรียนอย่างมีคุณภาพ เช่น โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี นตามพระราชดาริ โรงเรยี นรางวัลพระราชทาน รางวลั บัณณาสสมโภช โครงการส่อื ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพฯ การจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ๖ วิทยากร สรปุ องค์ความรแู้ ละสะท้อนความคิด ๒๕ ใบกจิ กรรม ประจาวชิ า นาที

คูม่ อื หลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๒๙ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๓ การบริหารและการจดั การในสถานศกึ ษา ชอ่ื รายวิชา ๓.๗ เรอ่ื ง พระบรมราโชบายในหลวงรชั กาลท่ี ๑๐ กจิ กรรมที่ ๒ โรงเรยี นในโครงกำรพระรำชดำริและโรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรติ ชือ่ ผู้รายงาน.......................................................................กลมุ่ ท.่ี ...................เลขท่.ี ................... ๑. การสรุปองคค์ วามรู้ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ........................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................. .................. ................................................................................................................ ................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ....................................................................................................................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ๒. การนาไปประยุกตใ์ ช้ ๒.๑ พฒั นาตนเอง ............................................................................................................................................. ...................... ................................................................................................................ ................................................... ............................................................................................ ........................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................. .................. ................................................................................................................ ................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ....................................................................................................................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ๒.๒ พัฒนาหนว่ ยงาน ............................................................................................................................. ...................................... ....................................................................................................................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ........................................................... ............ ............................................................................................................................. ......................................

ค่มู อื หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๓๐ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๓ การบริหารและการจดั การในสถานศึกษา ชือ่ รายวชิ า ๓.๗ เร่อื ง พระบรมราโชบายในหลวงรชั กาลท่ี ๑๐ กิจกรรมท่ี ๓ ถำ่ ยทอดประสบกำรณก์ ำรบริหำรสถำนศึกษำโรงเรียนในโครงกำรพระรำชดำริ ชือ่ ผรู้ ายงาน.......................................................................กลุ่มท.ี่ ...................เลขท.่ี ................... ๑. การสรปุ องค์ความรู้ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ........................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................. .................. ................................................................................................................ ................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ....................................................................................................................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ๒. การนาไปประยุกต์ใช้ ๒.๑ พฒั นาตนเอง ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ....................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................. .................. ................................................................................................................ ................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ....................................................................................................................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ๒.๒ พัฒนาหน่วยงาน ............................................................................................................................................... .................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................ ........................................................... ............ ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................. ..................

คมู่ อื หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษากอ่ นแตง่ ตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑๓๑ ขอบขา่ ยงานการจดั กิจกรรมนนั ทนาการ ระยะที่ ๑ การเสรมิ สรา้ งสมรรถนะ - ในชว่ งเวลา ๕.๓๐ – ๐๖.๓๐ น วันท่ี ๘ กิจกรรมการฝึกสติ ประสาน โยคะข้ันพื้นฐาน วันที่ ๙ ดนตรบี าบัดจติ วันที่ ๑๐ กิจกรรม WALK RALLY วนั ท่ี ๑๑ กิจกรรม แอโรบคิ แดนซ์ วนั ที่ ๑๒ กิจกรรม โยคะ วนั ท่ี ๑๓ กิจกรรม นาฏยศิลปะ วันที่ ๑๔ กิจกรรม นาฏยศลิ ปะ - ในชว่ งเวลา ๐๘.๔๕ -๐๙.๐๐น ของทุกๆวัน - ใหต้ วั แทนของแตก่ ลมุ่ ถอดบทเรยี นท่ีไดร้ ับการอบรมของวนั ท่ผี ่านมาและนาเสนอต่อท่ีประชุม - เสริมกิจกรรมเพลงสรา้ งสรรค์ เช่น เพลงข้าราชการท่ดี ี เพลงกอ้ นหนิ กอ้ นนนั้ และเพลงอน่ื ๆ ประกอบ VTR ภาพกิจกรรมของผเู้ ข้าอบรม - สาหรบั ในทุกๆช่วงที่มีการอบรม ก่อนเร่มิ การอบรม ใหต้ ัวแทนแต่ละกลุ่มไดก้ ล่าวแนะนาประวตั วิ ทิ ยากร หลงั การอบรมเสร็จ ใหต้ วั แทนแตล่ ะกลุ่มได้กลา่ วขอบคุณวทิ ยากร - กจิ กรรมนนั ทนาการในวนั ท่ี ๑ ของการอบรม ช่วงเวลา ๑๘.๐๐-๒๑.๐๐ น กจิ กรรมที่ ๑ KAHOOD ตอบคาถามทั่วไป ๑๐ คาถาม วตั ถปุ ระสงคข์ องกิจกรรม : เพ่อื สง่ เสรมิ ให้ผู้บริหารสามารถใชเ้ ทคโนโลยไี ดอ้ ย่างดี กิจกรรมสะทอ้ นสมรรถนะ มุ่งผลสัมฤทธ์ิ การพัฒนาตนเอง การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ใชเ้ วลาดาเนนิ การ ๓๐ นาที กจิ กรรมที่ ๒ กจิ กรรมทักทายบันเทิง ๔ ภาษา วตั ถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรม : เพ่ือละลายพฤติกรรมของผเู้ ข้าอบรมและสรา้ งความสนกุ สนาน กิจกรรมสะท้อนสมรรถนะ : การส่อื สารและการจงู ใจ ใชเ้ วลาดาเนินการ ๒๐ นาที กิจกรรมที่ ๓ กจิ กรรมจบั คู่หรรษา วตั ถุประสงค์ของกิจกรรม : เพื่อสร้างพฤติกรรมอันพง่ึ ประสงค์ผู้เข้าอบรม กิจกรรมสะท้อนสมรรถนะ : การสื่อสารและการจงู ใจ การทางานเปน็ ทีม การบริการที่ดี ใช้เวลาดาเนนิ การ ๓๐ นาที กิจกรรมท่ี ๔ กจิ กรรมแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ my passion วตั ถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรม : เพ่ือสร้างความสมั พนั ธ์อนั ดใี หแ้ กผ่ ู้เข้าอบรม กจิ กรรมสะท้อนสมรรถนะ : การส่อื สารและการจูงใจ การทางานเปน็ ทมี การบริการทีด่ ี การพฒั นาตนเอง การพฒั นาบุคลากร การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ใชเ้ วลาดาเนนิ การ ๓๐ นาที

ค่มู ือหลักสูตรการพฒั นาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๓๒ กิจกรรมที่ ๕ กจิ กรรม my school vision วตั ถปุ ระสงคข์ องกิจกรรม : เพื่อสรา้ งทกั ษะการส่ือสารดใี ห้แก่ผ้เู ข้าอบรม กิจกรรมสะท้อนสมรรถนะ : การสือ่ สารและการจูงใจ การทางานเป็นทมี ใชเ้ วลาดาเนนิ การ ๓๐ นาที กิจกรรมที่ ๖ กิจกรรม Innovator วตั ถุประสงค์ของกิจกรรม : เพ่ือสรา้ งความเปน็ นวัตกรให้แกผ่ ู้เขา้ อบรม กิจกรรมสะท้อนสมรรถนะ : การสื่อสารและการจงู ใจ การทางานเปน็ ทีม การบริการท่ีดี การพัฒนาตนเอง การพัฒนาบุคลากร การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ใช้เวลาดาเนินการ ๔๐ นาที - กิจกรรมนันทนาการในวนั ท่ี ๒ ของการอบรม ชว่ งเวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. ทบทวนกจิ กรรมสวดมนต์ไหว้พระ - กิจกรรมนันทนาการในวนั ท่ี ๓ ของการอบรม ช่วงเวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. ทบทวนกิจกรรมสวดมนตไ์ หว้พระ - กจิ กรรมนนั ทนาการในวันที่ ๔ ของการอบรม ช่วงเวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. ทบทวนกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ - กิจกรรมนนั ทนาการในวันที่ ๕ ของการอบรม ช่วงเวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. ทบทวนกจิ กรรมสวดมนต์ไหว้พระ - กจิ กรรมนันทนาการในวันท่ี ๖ ของการอบรม ช่วงเวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. “cowboys night party ” วตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรม : เพื่อสร้างความรกั ความผูกพนั ธใ์ ห้แก่ผู้เข้าอบรม THEME : cowboys and cowgirls การดาเนินกจิ กรรม ให้ประธานและคณะกรรมการรนุ่ เปน็ ผู้จดั ดาเนินการ

ค่มู ือหลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้ังใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๓๓ สว่ นท่ี ๒ การเรียนรูใ้ นสภาพจรงิ ไมน่ ้อยกว่า ๙๐ ชัว่ โมง คาอธิบาย ผ้เู ขา้ รับการพัฒนาได้เรยี นรู้การบริหารจดั การตามสภาพจรงิ ในสถานศึกษา ที่มีนวัตกรรมหรือมีการปฏิบัติท่ี เปน็ เลศิ องค์กร หนว่ ยงาน ชมุ ชน แหล่งเรยี นร้ตู า่ งๆ มีผ้ทู รงคุณวฒุ ิหรือผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านให้ความรู้ แนะนา โดย การเรียนรแู้ ละประเมนิ ผลจากสภาพจริง วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาได้เรียนรู้การบริหารจัดการจากสถานศึกษาท่ีประสบผลสาเร็จและผลการ ปฏบิ ตั งิ านที่เป็นเลิศ ๒. เพ่ือให้ผู้เข้ารับการพัฒนาได้เรียนรู้การบริหารจัดการแนวใหม่ท่ีประสบความสาเร็จจากองค์กร หนว่ ยงาน ชมุ ชน แหลง่ เรยี นร้ตู ่างๆ ๓. เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์การเรียนรู้ตามสภาพจริงมาประยุกต์ใช้ในการ พฒั นาการบริหารและจัดการศึกษาในสถานศึกษา กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. เรียนรู้ตามสภาพจริงในสถานศึกษา ท่ีมีนวัตกรรมการบริหาร และหรือมีการจัดการศึกษาประสพ ผลสาเรจ็ และผลการปฏบิ ัตงิ านท่เี ปน็ เลิศ ๒. เรยี นรู้ในองค์กร หนว่ ยงาน ชมุ ชน แหลง่ เรยี นรูต้ า่ งๆ ๓. สรุปและแลกเปล่ียนเรียนรู้สถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ที่มีนวัตกรรม หรือมกี ารปฏิบตั ิทเี่ ปน็ เลิศ แนวทางการจัดกจิ กรรม ๑. เรียนรู้และฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน ชุมชน และแหล่งเรยี นร้ตู า่ งๆ ทมี่ ี นวตั กรรมหรอื มีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ โดยจัดกลุ่มผู้เขา้ รับการพัฒนาเปน็ กลุม่ ยอ่ ย (กลมุ่ ละไมเ่ กิน ๑๐ คน) ๑.๑ หลกั เกณฑ์การคดั เลือกสถานศกึ ษา องคก์ ร หนว่ ยงาน ชมุ ชน และแหล่งเรยี นรตู้ า่ งๆ ทมี่ ี นวตั กรรมหรือมกี ารปฏิบตั ทิ เ่ี ปน็ เลิศ ๑.๑.๑ คัดเลือกสถานศึกษาท่มี ีผลสมั ฤทธทิ์ างการทดสอบ O-NET / NT ท่มี ีคา่ เฉลี่ยสูงกวา่ ระดบั ชาติอยา่ งต่อเน่อื งหรือที่ได้รบั รางวลั ต่างๆ หรือสถานศึกษาที่มีนวตั กรรมดีเด่น และแนวปฏิบัตทิ เ่ี ปน็ เลิศ ตามขนาดของสถานศึกษา ประกอบด้วย ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก กาหนดเป็นสถานที่ ฝึกประสบการณ์ ๑.๑.๒ คัดเลือกองค์กร หน่วยงาน ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ท่ีมีนวัตกรรมดีเด่นและแนว ปฏบิ ัตทิ ่เี ปน็ เลศิ มีผทู้ รงคณุ วุฒทิ ี่มคี วามรู้ความสามารถในการบริหารจัดการ มีวิสยั ทัศน์องคก์ ร กระบวนการบริหาร จัดการ รูปแบบการพัฒนาองค์การ ปัจจัยความสาเร็จด้านการประสานงาน ความร่วมมือ การส่งเสริมสนับสนุน งบประมาณ กาหนดเป็นสถานท่ีฝึกประสบการณ์

คู่มอื หลกั สตู รการพัฒนาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๓๔ ๑.๒ กจิ กรรมศกึ ษาดงู านสถานศึกษา ท่มี นี วตั กรรมดเี ด่นและแนวปฏบิ ัตทิ เี่ ป็นเลิศ โดยแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ ๑๐ คน โดยมกี จิ กรรมดังน้ี วันท่ี กิจกรรม หมายเหตุ ๑-๕ ๑.๑ ฟังบรรยายสรปุ สภาพปจั จุบนั ของสถานศกึ ษา ๑.๒ ศึกษางานของกลมุ่ ต่าง ๆ ในสถานศึกษาโดยศึกษาแบบเจาะลกึ ใน กระบวนการทางาน นวตั กรรม หรอื แนวปฏบิ ตั ิทีเ่ ป็นเลิศและการศกึ ษา รายกรณี (Case Study) ๖-๘ ศกึ ษาดูงานองค์กร หน่วยงาน ชมุ ชน และแหลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ ที่กาหนด ๙-๑๐ สรุปผลการศกึ ษาดูงานและจัดทารายงานผลการศึกษาดงู านและนาเสนอ แลกเปลีย่ นเรียนรู้ ๑.๓ ช้นิ งาน/คะแนน งาน/ชน้ิ งาน รายละเอยี ด คะแนน ผูป้ ระเมิน พฤติกรรมการเรียนรู้และการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ๔๐ ผอ.ต้นแบบ/ การเขา้ รว่ มกจิ กรรม กลุ่ม เช่น การตรงต่อเวลา ความเปน็ ผนู้ า ผตู้ าม วิทยากรพี่เลี้ยง และการให้ความรว่ มมือ ตอ่ กิจกรรม งานกลุ่ม รายงานผลการศกึ ษาดูงานประกอบดว้ ยภาพรวม ๔๐ วทิ ยากรพีเ่ ล้ียง ของสถานศกึ ษา บทเรียนที่ได้รับจากการศึกษา นวตั กรรม การปฎิบัตทิ เ่ี ปน็ เลิศ จานวน ๒๐ - ๓๐ หน้า รายบุคคล รายงานการศึกษารายกรณี (Case Study) ๔๐ วทิ ยากรพ่ีเลีย้ ง ประกอบดว้ ย สภาพปญั หา และวธิ กี ารแก้ปัญหา ของสถานศกึ ษา การวเิ คราะห์ และข้อเสนอแนะ ของผศู้ ึกษาดูงาน จานวน ๕ - ๑๐ หนา้ งานกลุ่ม การนาเสนอผลการฝึกประสบการณแ์ ละ ๘๐ วิทยากรพี่เลย้ี ง การศกึ ษาดงู าน ด้วย power point หรอื วิธกี าร อ่ืน ๆ ๑.๔ ผ้อู านวยการสถานศึกษา องค์กร หน่วยงาน ชมุ ชน และแหลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ ซึ่งเป็นสถานที่ ฝกึ ประสบการณ์บรรยายสรปุ ถา่ ยทอดประสบการณ์ อานวยความสะดวก กาหนดสถานท่ีศกึ ษาดูงาน และ ประเมนิ ผลผเู้ ขา้ รับการพฒั นา สอื่ และแหล่งเรียนรู้ ๑. สถานศึกษา ท่มี นี วัตกรรม และการปฎิบัติที่เป็นเลศิ ๒. องคก์ ร หนว่ ยงาน ชุมชน และแหล่งเรียนร้ตู า่ งๆ ทมี่ นี วตั กรรม และการบรหิ ารทีเ่ ป็นเลศิ

คมู่ อื หลักสตู รการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๓๕ การวัดและประเมนิ ผล ๑. การมสี ่วนร่วมในกิจกรรม ๒. สงั เกตพฤตกิ รรม ๓. งานกลมุ่ ๔. งานรายบุคคล ๕. การนาเสนอผลงาน/นทิ รรศการ

คมู่ อื หลกั สตู รการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๓๖ ส่วนที่ ๓ การจัดทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธ์พัฒนาการศกึ ษาในสถานศึกษา ไม่น้อยกวา่ ๒๗ ช่ัวโมง คาอธบิ าย ผู้เข้ารบั การพฒั นาจดั ทาแผนกลยทุ ธ์พัฒนาการศึกษาในสถานศึกษา โดยศึกษาวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ผลการเรยี นรู้ท่ไี ดจ้ ากการเสริมสร้างสมรรถนะและการเรยี นรู้ในสภาพจรงิ แลว้ นาเสนอเพอื่ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการจดั การความรู้ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพือ่ ใหผ้ ้เู ข้ารับการพัฒนามีความสามารถวิเคราะห์ สงั เคราะห์ การจัดทาแผนกลยทุ ธ์พฒั นาการศึกษา ในสถานศึกษา ๒. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การพัฒนานาผลการเรยี นรูใ้ นการเสริมสร้างสมรรถนะและเรยี นรู้สภาพจริง มาประยกุ ต์ใชใ้ นการจัดทาแผนกลยทุ ธพ์ ัฒนาการศกึ ษาในสถานศึกษา ๓. เพอื่ ให้ผู้เขา้ รับการพัฒนามที กั ษะการนาเสนอผลงาน และการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. วิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการเรียนรู้ท่ีได้จากการเสริมสร้างสมรรถนะในส่วนที่ ๑ และการเรียนรู้ ในสภาพจริงในสว่ นที่ ๒ ๒. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการฝึกประสบการณ์และศึกษาดูงาน โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้ ในเรือ่ งประสทิ ธิภาพการบริหารจดั การในสถานศกึ ษา องคก์ ร หน่วยงาน ชมุ ชน และแหล่งเรยี นร้ตู า่ งๆ ท่มี นี วัตกรรม และการบริหารทีเ่ ปน็ เลิศ ๓. จดั ทาและนาเสนอแผนกลยุทธพ์ ัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา

คมู่ ือหลักสูตรการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตัง้ ใหด้ ารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๓๗ แนวทางการจัดกจิ กรรม ผู้เขา้ รับการพัฒนานาความรูจ้ ากการเสริมสร้างสมรรถนะและการเรยี นรู้จากสภาพจริงมาแลกเปลีย่ นเรียนรู้ และจัดทากจิ กรรมดงั นี้ วนั ท่ี กจิ กรรม หมายเหตุ ๑ ๑. นาเสนอภาพรวมการไปศกึ ษาดูงานในสถานศึกษา โดยจัดนทิ รรศการและ นาเสนอดว้ ย Power Point กลมุ่ ละประมาณ ๑๐ – ๑๕ นาที ๒. จัดกลมุ่ ผู้เข้ารับการพัฒนาใหม่ เพื่อการแลกเปลีย่ นเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ จดั การความรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เจาะลกึ กรอบงานในสถานศึกษา จากทกุ กลุม่ นวัตกรรม ผลสาเร็จ จุดเด่น จุดด้อย การปฏบิ ตั ทิ ี่เปน็ เลศิ และการศึกษารายกรณี ๒ ๑. วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ความรทู้ ี่มาบรู ณาการเพือ่ จัดเรยี งลาดบั ความสาคัญของปัญหาแล้ว เลอื กปญั หาท่ีสาคัญท่สี ดุ มาจัดทาแผนกลยุทธ์หรือแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา ๒. จัดทาแผนกลยุทธจ์ ากปัญหาที่สาคัญที่สดุ เพ่ือแกป้ ัญหา หรือการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จัดทาบอรด์ แสดงกระบวนการการจัดทาแผนกลยุทธ์หรอื แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ๓ นาเสนอแผนกลยุทธ์หรอื แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา กลุ่มละประมาณ ๑๕ นาที ชนิ้ งาน/คะแนน งาน/ชนิ้ งาน รายละเอียด คะแนน ผู้ประเมิน ๕๐ การนาเสนอและการทางานเปน็ ทมี (งานกลุ่ม) วทิ ยากรพ่ีเล้ยี ง - กระบวนการกลมุ่ ๕๐ วิทยากรพ่ีเลย้ี ง การนาเสนอกระบวนการจดั ทาแผนกลยุทธ์ - ขน้ั ตอนการจดั ทาแผนกลยุทธ์ ๕๐ วทิ ยากรพ่ีเลย้ี ง โดยใชก้ ระบวนการจัดการความรู้ (KM) การนาเสนอและการจดั นิทรรศการ - นิทรรศการ - การนาเสนอ การจัดทาแผนพฒั นาการศึกษาเพือ่ ความเป็นเลิศ (รายบุคคล) แผนพฒั นาการศกึ ษาเพื่อความเปน็ เลิศ - จดั ทาแผนพัฒนาการศึกษาเพ่ือ ความเป็นเลิศ

ค่มู อื หลกั สูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งต้งั ให้ดารงตาแหนง่ ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา ๑๓๘ สอื่ และแหล่งเรียนรใู้ นการพัฒนา ๑. เอกสาร/ใบงาน ๒. สอ่ื เทคโนโลยี ๓. นิทรรศการ/บอร์ด การวดั และประเมินผล ๑. สังเกตพฤติกรรม ๒. การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรม ๓. งานรายบคุ คล/กลุม่ ๔. นาเสนอผลงาน

คมู่ ือหลักสูตรการพัฒนาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ต้ังให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๓๙ บทท่ี ๓ การวัดและประเมินผล การประเมนิ ผล การประเมินผลการพัฒนาเป็นกระบวนการเพื่อปรับปรุง พัฒนา โดยกาหนดให้มีการประเมินก่อนพัฒนา ระหว่างการพัฒนา และเมื่อส้ินสุดการพัฒนา มุ่งเน้นการประเมินตามสภาพจริงด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย โดยยึด วตั ถุประสงค์ที่ ก.ค.ศ. กาหนด ดังน้ี ๑. กำรประเมนิ กอ่ นกำรพฒั นำ ผ้เู ขา้ รบั การพฒั นาต้องเข้ารับการประเมินความรู้ก่อนเข้ารับการพัฒนาดว้ ยการทดสอบความรู้ ที่เก่ียวข้องกับการเสริมสร้างสมรรถนะของตาแหน่งที่เข้ารบั การพัฒนา ๒. กำรประเมนิ ผล (๕๓๐ คะแนน) ๒.๑ ประเมินระหวำ่ งกำรพัฒนำ (๕๐๐ คะแนน) สว่ นที่ ๑ กำรเสรมิ สรำ้ งสมรรถนะของผอู้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำ (๑๕๐ คะแนน) ส่วนท่ี ๒ กำรเรยี นรใู้ นสภำพจรงิ (๒๐๐ คะแนน) การเรียนร้ใู นสถานศกึ ษา องคก์ ร หน่วยงาน ทัง้ ภาครัฐและเอกชน โดยสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ และการสรุปองค์ความรหู้ รอื ชนิ้ งานท่ีกาหนด สว่ นท่ี ๓ กำรจดั ทำและนำเสนอแผนกลยทุ ธ์พัฒนำกำรศึกษำในสถำนศกึ ษำ (๑๕๐ คะแนน) ประเมนิ จากคณุ ภาพชนิ้ งาน การนาเสนอ และการทางานเป็นทมี ๒.๒ ประเมินหลงั การพฒั นา (๓๐ คะแนน) แบบทดสอบ จานวน ๓๐ ข้อ ๓. เกณฑ์กำรผ่ำนกำรพัฒนำก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยกำรสถำนศกึ ษำ ผู้เข้ำรับกำรพัฒนำต้องมี คะแนนกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์ ทีก่ ำหนด ดังนี้ ๑. มรี ะยะเวลาในการเขา้ รับการพฒั นา ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๙๐ ของระยะเวลาการพัฒนาทง้ั หมด ๒. ได้คะแนนประเมินระหว่างการพัฒนาในแต่ละส่วน ไมต่ ่ากวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ๓. ได้คะแนนประเมินความรู้เม่ือสิ้นสุดการพัฒนา ไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ ๘๐ กรอบการประเมนิ ๑. ดา้ นระยะเวลา ๑.๑ มรี ะยะเวลาในการเขา้ รับการพัฒนาไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๙๐ ของระยะเวลาการพัฒนาท้งั หมด ๑.๒ ผูเ้ ข้ารับการพัฒนาจะตอ้ งมรี ะยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการพฒั นาท้งั ๓ สว่ น ดงั นี้ สว่ นท่ี ๑ การเสริมสร้างสมรรถนะของผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ ๙๐ ส่วนที่ ๒ การเรยี นรใู้ นสภาพจรงิ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๙๐ สว่ นที่ ๓ การจดั ทาและนาเสนอแผนกลยุทธพ์ ัฒนาการศึกษาในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า รอ้ ยละ ๙๐

คู่มือหลกั สตู รการพฒั นาขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๔๐ ๒. ด้ำนกำรประเมนิ ผลระหวำ่ งกำรพัฒนำและเม่ือส้นิ สดุ กำรพัฒนำ รายละเอียด ดังน้ี ๒.๑ การประเมินระหว่างการพัฒนา (๕๐๐ คะแนน) ส่วนท่ี ๑ การเสรมิ สร้างสมรรถนะของผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา (Competency) (๑๕๐ คะแนน) การเสรมิ สรา้ งสมรรถนะของรองผู้อานวยการสถานศึกษา ประเมินจากการสังเคราะหอ์ งค์ความรู้ การนาไปประยกุ ตใ์ ช้ หรือชิ้นงานท่กี าหนด ๓ หน่วยการเรียนรู้และการมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรยี นรู้ ประเมินจาก ๑) สรปุ องค์ความรู้จากการศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Strategy Formulation) ๒๐ คะแนน ๒) สรุปองค์ ความรู้ จากการอบรมพฒั นา ๑๐๐ คะแนน ๓) ประเมนิ พฤตกิ รรมการมีส่วนร่วม ๓๐ คะแนน สว่ นท่ี ๒ การเรยี นร้ใู นสภาพจรงิ (๒๐๐ คะแนน) การเรียนรู้และฝึกประสบการณ์ตามสภาพจริงการบริหารจัดการสถานศึกษา หน่วยงาน องค์กร ภาครัฐและเอกชน ที่มีนวัตกรรม โดยสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และการสรุปองค์ความรู้หรือช้ินงานท่ีกาหนด (๒๐๐ คะแนน) ประเมินจาก ๑) พฤตกิ รรมการเรียนรูแ้ ละการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๔๐ คะแนน ๒) รายงานการศกึ ษารายกรณี (Case Study) (รายบุคคล) ๔๐ คะแนน ๓) รายงานผลการศึกษาดงู าน (งานกลมุ่ ) ๔๐ คะแนน ๔) การนาเสนอผลการศึกษาดูงาน (งานกลมุ่ ) ๘๐ คะแนน ส่วนที่ ๓ การจดั ทาและนาเสนอแผนกลยทุ ธพ์ ฒั นาการศึกษาในสถานศึกษา (๑๕๐ คะแนน) ๑) การนาเสนอและการทางานเป็นทีม (๑๐๐ คะแนน) ประเมินจาก (๑) การนาเสนอกระบวนการการจดั ทาแผนกลยทุ ธ์ ๕๐ คะแนน พัฒนาการศกึ ษาในสานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษา (๒) การจดั นิทรรศการและการนาเสนอ ๕๐ คะแนน ๒) ประเมนิ จากแผนกลยุทธพ์ ฒั นาการศกึ ษา ในสานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษา (รายบุคคล) (๕๐ คะแนน)

คู่มอื หลกั สตู รการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษากอ่ นแต่งตัง้ ให้ดารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา ๑๔๑ ๒.๒ คะแนนประเมินระหว่างการพัฒนาในแต่ละส่วน ไม่ตา่ กว่าร้อยละ ๘๐ ๓. การประเมนิ เม่ือสิน้ สุดการพัฒนา (๓๐ คะแนน) ผลการประเมินจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินเมื่อสนิ้ สุดการพัฒนาโดยทาแบบทดสอบความรู้เมื่อสน้ิ สุดการ พฒั นา จานวน ๓๐ ข้อ มีผลการประเมินไมต่ า่ กว่าร้อยละ ๘๐ สรปุ เม่ือสน้ิ สุดการพัฒนาผ้เู ข้ารับการพฒั นาต้องมผี ลการประเมิน จากกระบวนการ พฒั นา ทั้ง ๓ สว่ น และประเมนิ ความสามารถในการประมวลผลองค์ความรไู้ ปสู่การพัฒนา โดยกาหนดเกณฑ์ การผา่ นการพฒั นากอ่ นแต่งต้ังให้ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศึกษา ดังน้ี ๑. มรี ะยะเวลาในการเข้ารบั การพฒั นา ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๙๐ ของระยะเวลาการพฒั นาทง้ั หมด ๒. ได้คะแนนประเมินระหว่างการพัฒนาในแต่ละส่วน ไม่ต่ากวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ๓. ได้คะแนนประเมินความรู้เม่ือส้ินสุดการพัฒนา ไม่ต่ากวา่ ร้อยละ ๘๐

ค่มู อื หลกั สตู รการพฒั นาขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษากอ่ นแตง่ ต้งั ใหด้ ารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๑๔๒ แนวทางการวัดและประเมนิ ผล

คู่มือหลกั สูตรการพฒั นาข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาก่อนแตง่ ตั้งใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศกึ ษา ๑๔๓ การดาเนนิ การวดั และประเมินผล ๑. คณะกรรมการวัดและประเมินการพัฒนาฯ จะต้องศึกษาหลักสูตร คู่มือการวัดและประเมินผลการ พัฒนาและแบบประเมินต่าง ๆ ที่กาหนดไว้ในหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาก่อน แตง่ ตงั้ ใหด้ ารงตาแหน่งผอู้ านวยการสถานศกึ ษา ๒. ภาระงานของคณะกรรมการวดั และประเมนิ ผลการพัฒนาฯ มดี ังน้ี ๒.๑ จดั ทาแบบประเมนิ ต่าง ๆ แยกเปน็ แบบประเมินกิจกรรม และแบบประเมนิ การจัดการพัฒนา โดยตอ้ งสัมพันธก์ ับตารางการพัฒนา ๒.๒. จัดทาตารางการประเมินในการสง่ งาน โดยแยกได้ดงั นี้ ที่ รายการ แบบ ผ้ปู ระเมนิ ๑ การประเมินพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม แบบ ปผ ๑.๑ วทิ ยากรพ่เี ลี้ยง ๒ การประเมินการสรุปองค์ความรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๑-๓ แบบ ปผ ๑.๒ วทิ ยากรพี่เล้ียง ๓ แบบบนั ทกึ การทดสอบหลงั การพฒั นา แบบ ปผ ๑.๓ ฝา่ ยประเมนิ ผล แบบ ปผ ๑.๔ ผ้เู ข้ารับการพัฒนา ๔ แบบสอบถามความคิดเห็นเกยี่ วกบั วิทยากร ๕ แบบสอบถามความคิดเห็นเกย่ี วกบั การดาเนนิ การพฒั นา แบบ ปผ ๑.๕ ผเู้ ข้ารับการพัฒนา ๖ แบบสรุปเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนา แบบ ปผ ๑.๖ วทิ ยากรพเ่ี ลี้ยง ๗ แบบสรปุ การประเมนิ เอกสารการศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง แบบ ปผ ๑.๗ วทิ ยากรพีเ่ ลย้ี ง ๘ แบบสรปุ คะแนนรายงานผลการพฒั นา ฝา่ ยประเมนิ ผล แบบ ปผ ๑.๘ ๙ แบบสรุปเวลาการเข้าร่วม แบบ ปผ ๒.๑ ผอ.รร.ตน้ แบบ/วิทยากรพ่ีเลยี้ ง ๑๐ แบบประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรกู้ ารพฒั นา แบบ ปผ/๒.๒ .๑ ผอ.รร.ตน้ แบบ/วิทยากรพเ่ี ลี้ยง ๑๑ แบบประเมินการนาเสนอผลการศกึ ษาดูงาน แบบ ปผ๒.๒/๒ . ผอ.รร.ต้นแบบ/วทิ ยากรพี่เล้ยี ง ๑๒ แบบประเมินการสรุปองค์ความร้จู ากการเรยี นรสู้ ภาพจรงิ และ แบบ ปผ/๒.๓ .๑ วทิ ยากรพี่เล้ียง การนาไปประยกุ ตใ์ ช้ ๑๓ แบบประเมินการพัฒนาฯ รายงานการศึกษารายกรณี (Case แบบ ปผ ๒/๓.๒ วทิ ยากรพี่เลี้ยง Study) (รายบุคคล) ๑๔ ใบสรุปองค์ความรใู้ นสภาพจริงการพัฒนาฯ แบบ ปผ๒.๓/๓. วิทยากรพเ่ี ลย้ี ง ๑๕ แบบประเมินการเรียนร้กู ารฝึกประสบการณ์ในสถานศึกษา แบบ ปผ.๒.๔/๑ ผูร้ บั การพฒั นาฯ ต้นแบบ ๑๖ แบบประเมินการเรยี นรู้ในองค์กรภาครฐั เอกชนและการนาไป/ แบบ ปผ.๒.๔/๒ ผู้รับการพัฒนาฯ ประยกุ ต์ใช้ในการพฒั นาฯ ๑๗ แบบสรุปเวลาการเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาฯ แบบ ปผ.๓.๑ วทิ ยากรพเ่ี ลยี้ ง ๑๘ แบบประเมินการนาเสนอและการจัดนิทรรศการ (งานกลุ่ม) แบบ ปผ. ๒.๓ วทิ ยากรพเ่ี ลย้ี ง ๑๙ แบบประเมินกระบวนการจัดทาแผนกลยุทธ์ (งานกลุ่ม) แบบ ปผ. ๓.๓ วทิ ยากรพเ่ี ลี้ยง วทิ ยากรพ่เี ล้ียง ๒๐ แบบประเมนิ การจดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาเพื่อความ แบบ ปผ.๔.๓ เป็นเลศิ (รายบุคคล) ๒๑ แบบสารวจความคิดเหน็ การดาเนนิ การการพัฒนาฯ แบบ ปผ๓.๕ . ผู้รับการพฒั นาฯ ๒๒ แบบรายงานผลการพฒั นา ต.๒ข ฝา่ ยประเมนิ ผล