182 ตัวอยางรายงานประจำ 2 สัปดาห คำอธิบายทกั ษะ 1. การแกไขปญหาที่ซับซอน (Complex Problem Solving) คือ ความสามารถในการนำ ความรู ทักษะ และประสบการณที่มี มาใชในการวางแผนและจัดการแกไขปญหาภายใตเงื่อนไข ท่ีซบั ซอ นอยางเปนระบบใหลลุ ว ง ตัวอยางสถานการณ ไดแก - นกั ศกึ ษาตองรับผิดชอบงานท่เี กีย่ วของกับหลายกระบวนการ หลายแผนก เพ่ือจะ ทำใหสำเร็จ นักศึกษาวางแผนการทำงาน (อยางไร) ทำงานไปตามลำดับขั้นตอน (ใหแจกแจง) จนได ผลลัพธท่ีตอ งการ 2. การคิดวิพากษ (Critical Thinking) คือ ความสามารถในการใชเหตุผลที่ถูกตองเพื่อชวย ตัดสินใจ โดยพิจารณาทางเลือกที่หลากหลาย ประเมินแตละทางเลือกอยางระมัดระวังโดยใชเหตุผล แยกแยะความจริงกับขอคิดเห็น ไมเห็นคลอยตามขออางที่มีผูนำเสนอโดยงาย พยายามฝกตั้งคำถาม ตอขอสงสยั หรือคำกลาวอางใหต รงประเดน็ และเหมาะสมเสมอ ตัวอยา งสถานการณ ไดแ ก - ชิ้นงานที่ผลิตมีขอบกพรอง พนักงานคนหนึ่งเสนอทางแก (จากประสบการณ) เมื่อทำตามแลวความบกพรองลดลง นักศึกษาศึกษาขอมูลที่เกี่ยวของโดยเฉพาะกรรมวิธีการผลิต ชิ้นงาน แลวตั้งสมมติฐานวา สาเหตุของขอบกพรองมีอะไรบาง ประเมินความเปนไปไดของแตละ สาเหตุ จนพบวา ขอเสนอดังกลาวเปนสาเหตุหนึ่งจริง แตสาเหตุหลักยังไมไดรับการแกไข จงึ ขออนญุ าตศกึ ษาเพ่ือเปรียบเทยี บและสุดทายพบวา ความบกพรองหมดไป - หากนกั ศึกษาไดเขารว มประชุม เม่ือมีคนเสนอความคดิ เห็นเร่ืองใดกต็ าม นักศึกษา ไมไดปกใจเชื่อในทันที นักศึกษาจะพิจารณาตัดสินเรื่องนั้น ๆ โดยไมเห็นคลอยตามขอเสนอที่เขา นำเสนอ และพยายามตั้งคำถาม เพื่อนำไปสูการคนหาความจริง และเพื่อเปดโอกาสใหแก ความคดิ ใหมที่แตกตา ง อนั จะนำไปสคู ำตอบทสี่ มเหตุสมผลมากกวา ขอเสนอเดิม 3. การคิดสรางสรรค (Creativity) คือ ความสามารถในการริเริ่ม สรางสรรคแนวทาง ในการทำสิ่งตา ง ๆ เมือ่ คิดแลวไดลงมอื จนความคดิ ดงั กลา วเกดิ ขึ้นจริง เพอ่ื จะทำได นักศึกษาควร - หมั่นแสวงหาความรูที่หลากหลายดวยการอาน ศึกษางานใหเขาใจจากผูรู ฝกฝน จนเกดิ เปน ทักษะ - เปดใจกวางรบั แนวคดิ ใหมทแ่ี ตกตาง ตัวอยางสถานการณ ไดแก - นักศึกษาเสนอแนวคิดปรับปรุงวิธีทำงาน ปรับปรุงเครื่องจักรหรือเครื่องมือ สนับสนนุ หรอื เทคโนโลยี และนักศกึ ษารว มในทมี จนงานสำเรจ็
183 ตวั อยางรายงานประจำ 2 สัปดาห - เมื่อนักศึกษาไดเขารวมอบรมหรือประชุมตาง ๆ นักศึกษาไดรวมแลกเปลี่ยนและ ตอยอดไอเดียรวมกับพนักงานคนอื่นในแผนก เพื่อใหไดแนวทางใหม ๆ ในการทำงาน จนงานสำเร็จ ลลุ วงไปไดด วยดี 4. การจัดการบุคคล (People Management) คือ ความสามารถในการทำงานรวมกับผูอื่น ดว ยความเขา ใจ เคารพในความแตกตา ง และปรับพฤติกรรมตนเอง ตวั อยางสถานการณ ไดแก - พนักงานที่ปรึกษาของนักศึกษามีหนาที่รับผิดชอบหลายอยางจึงไมมีเวลาเลือก หัวขอโครงงานให นักศึกษาในระหวางทำงานที่ไดรับมอบหมาย นักศึกษาคอยหาขอมูลและนำมา พิจารณา กระทั่งเลือกได 3 เรื่องที่สามารถนำมาเปนหัวขอโครงงานได นักศึกษาจึงนำเสนอและ เปรียบเทียบทั้ง 3 เรื่อง ตอพนักงานที่ปรึกษา ที่ปรึกษาจึงเลือกให 1 เรื่อง โดยขอเพิ่มเติมขอบเขต เรอื่ งดงั กลา ว - นักศึกษาตระหนักวา พนักงานที่ปรึกษามีหนาที่รับผิดชอบหลายอยาง ทุกคร้ัง ทไ่ี ดรับมอบหมายงาน นักศกึ ษาจงึ ขออนุญาตสรุปประเด็นใหที่ปรกึ ษาฟงทกุ ครั้งเพื่อใหแนใ จวา เขาใจ ถูกตองครบถวน และระหวางดำเนินงาน นักศึกษาจะขออนุญาตรายงานความคืบหนาเปนระยะ ๆ สุดทายงานออกมาดีดังตอ งการ (ตรงขามกับการที่นักศึกษาเกรงใจท่ีปรึกษา เมื่อฟงจบไมกลารบกวน เวลาถาม ระหวางดำเนินงานก็ไมกลารบกวนเวลาถาม สุดทายงานผิดพลาด ตองเสียเวลาเพิ่มขึ้น เพ่ือแกไ ข และไมส ามารถทำงานแลว เสร็จภายในเวลาทตี่ องการ) - นักศึกษาไดรับมอบหมายใหทำงานเปนกลุม ซึ่งจะตองมีการหารือ และ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนจำนวนมากยอมมีทั้ง ความคิดเห็นที่ตรงกันและความคิดเห็นที่ตางกัน นักศึกษาจึงตองรับฟงและนำความคิดเห็นที่ได มาปรับเพื่อใหไดความคิดเห็นใหม ๆ ที่ดียิ่งขึ้นกวาเดิม ซึ่งการรับฟงและเคารพในความคิดเห็น ที่แตกตางกันเหลานี้จะทำใหนักศึกษาเปนคนที่มีมุมมองในการทำงานที่กวางขึ้น และทำใหไดไอเดีย หรือวธิ ีการในการทำงานและการแกป ญหามากข้ึนอีกดวย 5. การประสานงานกับผูอื่น (Coordinating with others) คือ ความสามารถในการ ประสานงานกบั ผอู นื่ ใหบ รรลเุ ปา หมายโดยปราศจากขอ ขัดแยง โดยนักศึกษาควร - ตระหนักวา แตละคนมีบุคลิกภาพที่ตางกัน นักศึกษาควรวิเคราะหหาจุดแข็งและ จุดออนของเพื่อนรวมงาน พยายามประสานความแตกตางนี้ โดยนักศึกษาควรเริ่มจากการสราง สัมพันธที่ดี เสนอตัวชวยเหลือ ปรับทัศนคติ มุมมอง แนวคิด และมองโลกในแงบวกเพื่อใหทำงาน รว มกบั ผูอืน่ ได - พัฒนาทักษะการสื่อสาร (ฟงอยางตั้งใจ อานจับใจความ พูด เขียนและนำเสนอ กระชับ ตรงประเดน็ สรา งความเขา ใจท่ตี รงกนั )
184 ตัวอยา งรายงานประจำ 2 สัปดาห ตวั อยา งสถานการณ ไดแก - นกั ศึกษาไดรับมอบหมายใหทำงานทตี่ องเก่ียวของกบั หลายแผนก ซงึ่ นักศึกษาตอง เปนผูประสานงานกับบางแผนก ดวยความสามารถในการประสานงาน (โปรดระบุ) นักศึกษาไดรับ การยอมรับจากทีมงาน สุดทายงานออกมาบรรลุวัตถุประสงค และนักศึกษาไดรูจักและ ถูกอธั ยาศยั กบั พ่อี ีกแผนกดวย - งานที่นักศึกษารับผิดชอบตองการขอมูลจากพนักงานอีกทานที่มีหนาทีร่ ับผิดชอบ หลายอยาง เขาจึงไมมีเวลาหาขอมูลใหนักศึกษา ดวยความสามารถในการประสานงาน (โปรดระบุ) สดุ ทาย นกั ศึกษากไ็ ดขอมลู และทำงานไดเสร็จภายในกำหนด 6. ความฉลาดทางอารมณ (Emotional Intelligence) คือ ความสามารถในการควบคุม อารมณและความตองการของตนเอง (รูอารมณและความตองการของตนเอง ควบคุมอารมณและ ความตองการได แสดงออกอารมณที่มีอยางเหมาะสม จูงใจ และใหกำลังใจตนเองได) เห็นใจผูอ่ืน (ใสใ จผอู นื่ เขาใจและยอมรับผอู ื่น แสดงความเห็นใจอยา งเหมาะสม) ปฏบิ ัตหิ นา ท่รี วมกับผูอ่ืนไดอยาง มีความสุข (รจู ักการให รจู ักการรับ รจู ักรบั ผิด รจู ักใหอ ภัย เหน็ แกป ระโยชนสวนรวม) ตวั อยา งสถานการณ ไดแก - นักศึกษาถูกพนักงานคนหนึ่งตอวาดวยความเขาใจผิดในที่ประชุม แตนักศึกษา ไมต อบโต รอจนพนักงานคนดังกลา วพูดเสร็จ นักศึกษาจึงขอชี้แจงโดยไมแ สดงอารมณโ กรธหรือพูดจา เสียดสี และกลาวขออภัยที่ทำใหเขาใจผิด และเมื่อเขาใจกันดีแลว นักศึกษายังไดเสนอตัวชวยงาน พนกั งานคนดังกลา วเมอ่ื นักศกึ ษามเี วลาวางดวย - นักศึกษาปฏิบัติหนาที่ผิดพลาดโดยที่สามารถโยนความผิดใหแกผูอื่นได แตน กั ศึกษาเลือกทจี่ ะยอมรับความผดิ พลาดดังกลาว - นักศึกษาไดรับขาวรายบางอยางหรือถูกหัวหนางานตอวาในชวงเชาของวัน ซ่ึงสง ผลให นกั ศึกษาอาจแสดงพฤติกรรมท่เี ปนลบกับผูอ่ืน (เชน พูดจาไมดีหรือไมชวยเหลือแมตนเอง ทำได) แตนักศกึ ษาสามารถควบคุมความรูสึกดงั กลาว ไมแสดงออกในทางลบ จนงานวนั ดังกลาวผาน ไปดว ยดี - นักศึกษาพบวามีพนักงานที่ปฏิบัติตอนักศึกษาไมดีอยางไมสมเหตุสมผล (เชน ไมเต็มใจใหบริการ แสดงความฉุนเฉียว หรือปลอยใหรอนาน) นักศึกษาเชื่อวาพนักงาน คนดังกลาวคงเจอเรื่องไมดีมาหรืองานยุงมาก จึงไมโกรธและแสดงความสุภาพตลอดการติดตอกับ พนักงานคนดงั กลาว - นักศึกษาไดรับมอบหมายงานที่เต็มไปดวยภาวะกดดัน ระหวางดำเนินการ นักศึกษามีความเครียดและความหงุดหงิดอยูเปนระยะ แตนักศึกษาพยายามมองในแงดีและสามารถ จูงใจตนเองใหทำงานตอไป จนงานสำเร็จ
185 ตวั อยา งรายงานประจำ 2 สัปดาห 7. รูจักประเมินและตัดสินใจ (Judgement and Decision Making) คือ ความสามารถใน การคนหาทางเลอื ก ประเมินทางเลือก แลวเลือกทางเลอื กที่ดีที่สุดเพื่อบรรลุวัตถุประสงคที่กำหนดไว นักศกึ ษาจะทำไดด ีเม่อื - เขา ใจวัตถปุ ระสงค และปญหาหรอื สถานการณ - หาขอมูลที่จำเปนตอการตัดสินใจอยางเพียงพอ (เชน ตนทุน ยอดขาย จำนวน พนกั งาน คาไฟฟา เทคโนโลยีทส่ี ามารถเลอื กใชไ ด เงอ่ื นไขของสถานประกอบการ) - วิเคราะหขอ มูล (อาจเขียนกราฟดว ย Excel เพอื่ เปรียบเทยี บหรือดแู นวโนม ) - สรางทางเลือก คาดคะเนความเปนไปไดของผลจากทางเลือกตาง ๆ แลวจึง ประเมินและตดั สนิ ใจ ตัวอยางสถานการณ ไดแ ก - นักศึกษาไดรับมอบหมายใหลดคาใชจา ยของกระบวนการหน่ึง หลังเขาใจงานแลว นักศึกษาศึกษากระบวนการดังกลาววามีคาใชจายจากอะไรบาง จากนั้น นักศึกษาจึงหาตัวเลข คาใชจาย หาวิธีทำงานและเทคโนโลยีที่อาจใชทดแทน แลวคาดคะเนผลและคาใชจายของ แตละทางเลือก โดยแสดงผลในรูปของกราฟและตาราง แลวนำเสนอตอหัวหนางานเพื่อเสนอ ทางเลอื กที่ นักศึกษาเห็นวา เหมาะสมทส่ี ดุ - นักศึกษาไดรับมอบหมายใหทำงานชิ้นหนึ่ง โดยสามารถใชโปรแกรมใดก็ได ในการสรางชิ้นงาน กอนลงมือทำ นักศึกษาจึงไดทำการศึกษาการทำงานของโปรแกรมจากหลาย ๆ โปรแกรมกอน เพื่อเปรียบเทียบวาโปรแกรมใดสามารถทำใหนักศึกษาสรางชิ้นงานออกมาไดอยาง มีประสทิ ธภิ าพ โดยใชเ วลาไมมาก จนในที่สุดนักศึกษากส็ ามารถทำงานสำเร็จลลุ วงไปไดดวยดี 8. มใี จรกั บรกิ าร (Service Orientation) คือ ความมงุ ม่นั ที่จะชวยเหลือผูอนื่ แสดงใหเห็นวา ความตองการของผูอื่น (ลูกคาหรือเพื่อนรวมงาน) คือ สิ่งสำคัญ คาดการณความตองการแลวเสนอ ความชวยเหลอื อยางกระตอื รือรน ซงึ่ การหมน่ั ทำขอ 8 จะสงผลใหนกั ศึกษาทำขอ 9 ไดดขี น้ึ ตวั อยางสถานการณ ไดแ ก - นักศึกษาไดรับมอบหมายใหทำงานรวมกับผูอื่น นักศึกษาประเมินวาสามารถ ทำงานในสวนของตนไดภายในเวลาที่กำหนดอยางมีคุณภาพ จึงไดเสนอตัวเพื่อชวยงานผูอื่นโดยที่ ไมไ ดมกี ารรองขอ - ทุกครั้งที่มีเวลา เวลาตองเขารวมประชุม นักศึกษาจะเสนอตัวชวยเตรียมเอกสาร แจกเอกสารและเคร่ืองดม่ื ในที่ประชุม แมไมใ ชงานทต่ี องทำ - พนักงานมีงานที่ตองรับผิดชอบหลายอยาง และมีงานดวนเขามาจึงขอความ ชวยเหลือจากนักศึกษา ซึ่งเมื่อนักศึกษาพิจารณาแลวพบวาตัวเองมีความรูและความสามารถ ทางดา นนี้ จงึ รูส ึกเต็มใจท่ีจะชวยเหลือ
186 ตัวอยา งรายงานประจำ 2 สปั ดาห 9. การเจรจาตอรอง (Negotiation) คือ ความสามารถในการโนมนาวใหผูอื่นซึ่งมี ความคิดเห็นแตกตางจากตนเอง ยอมรับหรือยินยอมเปลี่ยนตามอยางเต็มใจ สามารถควบคุม สถานการณใหเปนไปตามที่ตองการ โดยไมเกิดความแคนเคืองหรือตอตาน สามารถแสดงใหคูเจรจา เห็นวา ผลลัพธทจ่ี ะไดเปนบวกกับทั้งสองฝาย (Win-Win Situation) ซ่ึงนักศกึ ษาจะโนมนาวใจผูอื่นได นกั ศกึ ษาตองสรางความนา เชอ่ื ถือและความไววางใจจากผอู น่ื กอ น ตวั อยา งสถานการณ ไดแ ก - นักศึกษาพบวาตัวเองไมสามารถทำงานสงพนักงานที่ปรึกษาไดทันตามกำหนด ซึ่งถือวาเปนสิ่งที่ไมควรทำ แตเมื่อเกิดเหตุการณนี้ขึ้นแลวนักศึกษาจึงไปเจรจาตอรองกับพนักงาน ที่ปรึกษา เพื่อขอเลื่อนนัดหมายในการสงงานโดยตองทำการนัดหมายใหมและตองสงใหตรงเวลา ซึง่ การเจรจานี้สำเร็จลลุ ว งไปไดดว ยดี โดยท่พี นกั งานไมเ กดิ ความแคนเคือง หรอื ตอ วา นักศึกษา - นักศึกษาไดรับมอบหมายใหใชโปรแกรมหนึ่งในการทำงาน ซึ่งนักศึกษายังใช ไมชำนาญมากนัก สงผลใหอาจจะตองใชเวลาในการศึกษาคอนขางนานและงานอาจจะเสร็จชากวา กำหนดได นักศึกษาจึงเจรจาขออนุญาตพนักงานที่ปรึกษาใชอีกโปรแกรมหนึ่งที่สามารถทำงานได เหมือนกันมาใชในการทำงาน และกลบั ไปศกึ ษาการใชโ ปรแกรมท่ีไดรับมอบหมายในตอนแรกเพ่ิมเติม เพื่อใหเกิดความชำนาญ ผลลัพธออกมาคือนักศึกษาใชเวลาทำงานนอยลงและงานมีคุณภาพ ทำให นกั ศกึ ษาไดรับคำชมจากพนกั งานทป่ี รึกษา 10. ความยืดหยุนทางความคิด (Cognitive Flexibility) คือ ความสามารถในการปรับตัว อยางรวดเร็วเพื่อใหเขากับสถานการณที่เปลี่ยนไป แตยังคงเปาหมายเดิมไว อาจเปนการปรับวิธี ทำงาน เครื่องมือ เทคโนโลยี หรือจัดลำดับความสำคัญของงานใหเหมาะสมกับกลุมคนที่หลากหลาย ในหนว ยงาน โดยนกั ศึกษาสามารถจัดการอารมณของตวั เอง (เชน ความไมช อบใจท่ีมีการเปลี่ยนแปลง) และทำความเขาใจความรสู ึกของผอู ื่นรว มไปดวย ตัวอยา งสถานการณ ไดแก - นักศึกษาทำงานที่ไดรับมอบหมายไปเยอะแลว แตหัวหนาขอเปลี่ยนแปลง ทำให งานที่ทำมาสูญเปลา นักศึกษาก็ยินดที ำโดยไมไดแ สดงความไมพอใจ - นักศึกษามีวัตถุประสงคบางอยาง แตพนักงานที่เกี่ยวของไมใหความสะดวก นกั ศึกษาทำความเขา ใจปญ หาของเขา แลวปรบั วิธดี ำเนินงาน - นักศึกษามีนัดหมายกับพนักงานที่ปรึกษาเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องโครงงาน แตพนักงานขอเปลี่ยนแปลงการนัดหมาย และทำการนัดหมายใหมหลายครั้ง เนื่องมาจากพนักงาน มภี าระหนา ทแ่ี ละงานเรงดว นคอนขา งเยอะ จงึ ยงั ไมสะดวกในการใหคำปรกึ ษา ซงึ่ นกั ศกึ ษาก็พยายาม เขาใจและพยายามเตรียมขอมูลดานอื่น ๆ ไวรอ และทำการนัดหมายพนักงานใหมอีกครั้งในสัปดาห ถัดไป
187 ตัวอยางรายงานประจำ 2 สปั ดาห - ในตอนแรกนักศกึ ษาไดร ับมอบหมายใหไปเรยี นรงู านจากพนักงานคนหน่ึงในแผนก แตพนักงานที่ปรึกษาเปลี่ยนแปลงใหนักศึกษาเขารวมการอบรมแทน ซึ่งนักศึกษาก็ยินดีที่จะเขารวม การอบรม เพราะตระหนกั ไดว าทั้งการเรยี นรงู านและการเขาอบรมนนั้ ลว นทำใหนักศึกษาไดรับความรู ในการปฏบิ ัติงานเพมิ่ ข้ึนเชน กัน แบบวิเคราะหสะทอนคดิ การพฒั นาสมรรถนะ แบบวิเคราะหส ะทอนคิดในการปฏิบตั ิงาน CWIE สำหรับนกั ศกึ ษา ในการปฏิบัติงาน CWIE (Cooperative and Work-Integrated Education) ของนักศึกษา หลักสูตรไดกำหนดผลการเรียนรูที่คาดหวัง (Expected Learning Outcome, ELO) ในการ ปฏบิ ตั ิงาน CWIE ไว ซึ่งนักศกึ ษาสามารถเขาดูไดท่ี https://...(ผูใชงานเตมิ เอง) ผลลัพธที่คาดหวังน้ี มกั เปน สมรรถนะ (Competencies) ในรปู ของความรู (Knowledge) ทกั ษะ (Skills) และคณุ ลักษณะ (Attributes) ทน่ี ักศึกษาจะพัฒนาข้นึ ระหวา งการปฏิบตั ิงาน CWIE การฝกวิเคราะหสะทอนคิด (Reflection) เพื่อประเมินสมรรถนะของตนเองจะชวยให นักศึกษาสามารถเชือ่ มโยงสมรรถนะที่นกั ศึกษาพัฒนาข้ึนจากการเรียนในช้ันเรียนไปสูการปฏิบตั ิงาน CWIE และตระหนักรูถึงความแตกตางระหวาง “สิ่งที่นักศึกษาสามารถเปนได” กับ “สิ่งที่นักศึกษา กำลังเปน” ซงึ่ การฝก วิเคราะหส ะทอ นคิดจะชว ยลด “ความแตกตา ง” นี้ได การวิเคราะหสะทอนคิดนี้ควรทำ “กอน” “ระหวาง” และ “หลัง” การปฏิบัติงาน CWIE เพ่ือใหนกั ศึกษาไดพฒั นาตนเองอยางตอเน่ือง ซึง่ อาจใชแบบวิเคราะหส ะทอนคิดนปี้ ระกอบการทำได โดยการวเิ คราะหส ะทอ นคดิ “ระหวางการปฏิบัตงิ าน CWIE ” นนั้ ควรทำมากกวา 1 ครง้ั เชน อาจให ทำเดอื นละครงั้ โดยใหสงทุกสิ้นเดอื น
188 แบบวิเคราะหสะทอนคดิ การพัฒนาสมรรถนะ แบบวเิ คราะหส ะทอนคิด กอ นการปฏิบตั งิ าน CWIE จากผลการเรียนรูท ีค่ าดหวังในการปฏิบัตงิ าน CWIE ของหลกั สตู ร ( https://...(ผูใ ชง านเตมิ เอง)) 1. สมรรถนะท่ีตอ งการพัฒนาในการปฏิบัตงิ าน CWIE ใหทำเครอื่ งหมายกากบาทหนา สมรรถนะที่นักศึกษาตองการพฒั นาระหวางการปฏบิ ัติงาน CWIE ผลการเรียนรู ... 1 ผลการเรียนรู ... 2 ผลการเรยี นรู ... 3 ผลการเรียนรู ... 4 … 2. เหตผุ ลท่ีเลือก ใหเ ขยี นบรรยายเหตผุ ลทีเ่ ลือกพฒั นาสมรรถนะตามขอ 1 โดยใหเ หตผุ ลแยกทีละสมรรถนะทีเ่ ลือก 3. สถานะปจ จุบนั ของสมรรถนะท่ีเลือก ชอ่ื สมรรถนะ ระดบั ของสมรรถนะ ยอดเยย่ี ม ดีมาก ดี พอใช ควรปรบั ปรุง 4. เหตุผลทเ่ี ลือก “ระดับสมรรถนะ” ตามขอ 3 ใหเ ขียนบรรยายเหตผุ ลท่นี ักศกึ ษาเลอื กให “ระดับของสมรรถนะ” ตามขอ 3 ทีละสมรรถนะ โดย ใหยกตวั อยา งเหตกุ ารณป ระกอบการใหเหตผุ ลดว ย
189 แบบวิเคราะหสะทอนคิดการพฒั นาสมรรถนะ แบบวเิ คราะหส ะทอนคิด ระหวา งการปฏิบัตงิ าน CWIE จากที่นักศึกษาไดเลือกสมรรถนะที่ตองการพัฒนาไวกอนเริ่มปฏิบัติงาน CWIE จงวิเคราะห สะทอนคดิ (Reflection) ในประเด็นตอไปนี้ 1. สถานะปจ จบุ นั ของสมรรถนะทีเ่ ลอื ก ชอื่ สมรรถนะ ยอดเยีย่ ม ระดบั ของสมรรถนะ ควรปรับปรุง ดีมาก ดี พอใช 2. ใหเขียนบรรยายเหตุผลที่นักศึกษาเลือก “ระดับของสมรรถนะ”เปนตามขอ 1 ทีละ สมรรถนะ โดยใหยกตัวอยา งเหตกุ ารณทีน่ ักศึกษามโี อกาสไดแสดงสมรรถนะ 3. ใหระบุชองวางสมรรถนะจากขอ 1 ที่ยังต่ำกวาระดับความคาดหวัง พรอมยกตัวอยาง เหตุการณประกอบ ตัวอยาง สมมติวานักศึกษาเลือก 3 สมรรถนะ ไดแก การคิดวิเคราะห (Critical Thinking) การสื่อสาร (Communication) และการรวมมือ (Collaboration) ซึ่งจากการปฏิบัติงาน CWIE ที่ผานมาไดผลลัพธ คือ นักศึกษาไดรับคำชมจากพนักงานพี่เล้ียงวา นักศึกษามีทักษะ การสื่อสารทด่ี ีโดยประเมนิ จากการนำเสนอและการตอบคำถามในการรายงานความกาวหนาโครงงาน รอบลาสุด ขณะที่งานโครงงานที่ไดรับมอบหมายไดรับคำชมจากพี่หัวหนาโครงงานวา เกิดจากการ ที่นักศึกษารูบทบาทหนาที่และประสานงานกับผูอื่นไดดี อยางไรก็ตาม นักศึกษาพบวา โครงงาน ดังกลาวแกปญหาของเสียที่เกิดขึ้นไดนอยมาก ซึ่งนาจะเกิดจากการที่นักศึกษายังไมเขาใจ กระบวนการ ไมไดคิดหาเหตุผลและหลักฐานประกอบการตัดสินใจ ดังนั้น นักศึกษาจึงประเมินวา ทักษะการคิดวิเคราะหของตนเองยังต่ำกวาระดับที่คาดหวัง ซึ่งเปนชองวางระหวางสมรรถนะของ ตนเอง 4. ใหระบุแนวทางท่ีนกั ศึกษาจะใชเพ่ือพัฒนาสมรรถนะทย่ี ังต่ำกวา ระดบั ที่คาดหวงั (ทร่ี ะบุใน ขอ 3) มาเปน ขอ ๆ โดยใหบรรยายเหตุผลท่ีเลอื กแนวทางดังกลา วดวย
190 แบบวเิ คราะหสะทอนคดิ การพัฒนาสมรรถนะ แบบวเิ คราะหส ะทอนคดิ หลังการปฏิบตั ิงาน CWIE จากที่นักศึกษาไดเลือกสมรรถนะที่ตองการพัฒนาไวกอนเริ่มปฏิบัติงาน CWIE จงวิเคราะห สะทอ นคดิ (Reflection) ในประเดน็ ตอไปน้ี 1. สถานะปจ จบุ นั ของสมรรถนะทเ่ี ลือก ชอ่ื สมรรถนะ ระดบั ของสมรรถนะ ยอดเยี่ยม ดมี าก ดี พอใช ควรปรับปรุง 2. ใหยกตัวอยางเหตุการณที่นกั ศึกษามีโอกาสไดแสดงสมรรถนะตามขอ 1 ที่ประทับใจที่สุด สมรรถนะละ 1 ตัวอยาง โดยระบุสิ่งที่ไดทำ สิ่งที่ไดเรียนรูจากการทำดังกลาว และตัวอยางความ เปนไปไดข องการนำสิ่งท่ไี ดเรยี นรูไปใชประโยชนใ นอนาคต 3. จากขอ 1 ใหเขียนบรรยายเพื่อตอบคำถามตอ ไปนี้ - สมรรถนะใดที่นักศึกษาไดพัฒนาขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับกอนการปฏิบัติงาน CWIE เหตุผลคืออะไร - นกั ศกึ ษาม่นั ใจในสมรรถนะใดของตวั เองมากทีส่ ดุ เหตุผลคืออะไร - จากสมรรถนะท้ังหมดท่ีหลักสูตรคาดหวังใหนักศึกษามี นักศึกษาเห็นวา จากนี้ไปตนเอง ควรพฒั นาสมรรถนะใดมากที่สดุ เหตผุ ลคอื อะไร
191 5. การวัดและประเมินผลกอนและหลังการศกึ ษาออนไลน คำสั่ง ขอความตอไปนี้ ถาเห็นวาขอความใดถูกใหทำเครื่องหมาย ถาเห็นวาผิดใหทำ เครื่องหมาย หนาขอความ ( ..... ) 1. การวิเคราะหสะทอนคิด (Critical Reflection) เนนความสัมพันธเกี่ยวเนื่องของ 2 องคป ระกอบ ไดแก “นกั ศกึ ษา สถานประกอบการ” ( ..... ) 2. การวิเคราะหสะทอ นคดิ ในหลักสูตร CWIE ควรกระทำ 3 ชวง ไดแก (1) กอนไปปฏิบตั งิ าน CWIE (2) ระหวางการปฏิบตั งิ านในสถานประกอบการ (3) หลังจากการปฏิบัติงาน CWIE ( ..... ) 3. หนวยงานและบุคคลทร่ี บั ผดิ ชอบการวเิ คราะหส ะทอ นคดิ ประกอบดวย (1) ผนู ิเทศจากสถานประกอบการ (2) นักศึกษา CWIE ( ..... ) 4. ตัวอยางของการทำวิเคราะหสะทอนคิด คือ มอบหมายใหนักศึกษา CWIE เขียนบันทึก รายวัน (Journal) หรือรายสัปดาห (Blog) ( ..... ) 5. ผูนิเทศตองเปนผูกำหนดเนื้อหาสาระและประเด็นตาง ๆ รวมทั้งรูปแบบ (Template) พรอ มกรอบและแนวทางของบทวิเคราะหส ะทอนคิดของหลักสูตร CWIE ทีจ่ ะมอบหมาย ใหนกั ศึกษาทำ ( ..... ) 6. บทวิเคราะหส ะทอนคิดท่ีดี ควรมีลกั ษณะสำคัญอยางนอ ย 2 ประการ คือ (1) บรู ณาการทฤษฎีกบั การปฏิบัติ (2) ช้ีใหเ ห็นถงึ ผลลพั ธการเรยี นรจู ากประสบการณ ( ..... ) 7. การวเิ คราะหสะทอนคิดเปนกระบวนการทช่ี ว ยใหการเช่ือมโยงระหวางความรูเชิงทฤษฎี กับความรูเชิงปฏิบตั กิ ระชบั เปนรูปธรรม ( ..... ) 8. วงจรการทำ Reflective Learning Cycle คอื Plan > Act > Reflect ( ..... ) 9. การเขียนวิเคราะหสะทอนคิดอาจทำเพื่อคาดสิ่งที่จะไดรับหรือสิ่งกำลังเผชิญอยู หรือสง่ิ ทผ่ี านไปแลว ( ..... ) 10. การวิเคราะหสะทอนคิดเปนการรายงานเพื่อตอบคำถามใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม อยา งไร (5W1H) เฉลยแบบทดสอบ ขอ ความถกู ไดแ กขอ 2, 4, 6, 7, 9 ขอความผิด ไดแ กขอ 1, 3, 5, 8, 10
192 6. ส่อื และเอกสารประกอบโมดูล วจิ ติ ร ศรสี อา น. (2563). กรอบพฤติกรรมภาวะผนู ำ (กพภ) สถาบันพัฒนาภาวะผูนำและนวตั กรรม สงั คม. Advance H. E. (2011). The UK Professional Standards Framework for Teaching and Supporting Learning in Higher Education. Bishop, G. ฿Blake, J. (2007/8). Reflective Practice. A Guide to Reflective Practice with Workbook. University of Huddersfield. Drewery, D. UK. et.al. (2015). The Influence of Cooperative Education and Reflection upon Previous Work Experiences on University Graduates Vocational Self- Concept. University of Waterloo, Canada. Griffin, J., et.al. (2010). A Study of Outcomes-Oriented Student Reflection during Internships: The Integrated, Coordinated, and Reflection Based Model of Learning and Experiential Education. Journal of Cooperative Education and Internships. 44(2), 42-50. Harvey, M. et.al. (2010). Aligning Reflection in the Cooperative Education Curriculum. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education. 1(3), 137-152. Lucas, P, and Fleming. (2012). Reflection in Sport and Recreation Cooperative Education: Journal or Blogs? Asia-Pacific Journal of Cooperative Education. 13(1), 55-64. Lucas, P. (2017). Positioning Critical Reflection within Cooperative Education: A Traditional Model. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 18 (3), 257- 268. Lucas, P. (2019). Exploring Critical Reflection in Cooperative Education: A Case Study. Auckland University of Technology. Murdock, M. (2019). How to Reflect on Your Practice. Nursing in Practice. 29.01.2019. Practice-Based and Reflective Learning. (2019). Expert Guidance from Study Advise at the University of Reading, UK.
193 โมดลู 7 การใชเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพอ่ื การดำเนนิ งาน สหกิจศึกษาและการศึกษาเชงิ บูรณาการกับการทำงาน ผูช วยศาสตราจารย ดร.สถิตยโชค โพธิ์สะอาด
194 โมดลู 7 การใชเ ทคโนโลยีดจิ ิทลั เพอ่ื การดำเนินงานสหกิจศกึ ษา และการศกึ ษาเชงิ บรู ณาการกบั การทำงาน โดย ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.สถติ ยโ ชค โพธิ์สะอาด 1. หลักการและเหตุผล การเปลี่ยนผานสูดิจิทัล (Digital Transformation) หรือการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเขา กับทุกภาคสวนและกระบวนการทำงานขององคการ เปนการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานและ ตอบสนองความตองการของผูใชบริการอยางเห็นไดชัด ซึ่งการทราบถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม ขั้นตอนการบูรณาการและขับเคลื่อนการใชดิจิทัล ตลอดจนขอควรคำนึงถึงที่สำคัญ จะทำให การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเขากับการดำเนินงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับ การทำงาน (Cooperative and Work-Integrated Education: CWIE) นั้นประสบความสำเร็จ และ ขับเคล่อื นการดำเนนิ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ 2. วัตถปุ ระสงคเ ชิงพฤตกิ รรม ผเู รยี นตระหนักถึงความสำคัญของการบูรณาการกระบวนการจัด CWIE กับเทคโนโลยีดิจิทัล เขาดวยกัน มีความรู สามารถอธิบาย และสามารถระบุเทคโนโลยีดิจทิ ัลที่ใชในกระบวนการจัด CWIE สำหรับแตละขั้นตอนไดอยางถูกตอง บงบอกถึงขั้นตอนของการขับเคลือ่ นการใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพอ่ื บูรณาการเขากับการดำเนนิ งานการจัด CWIE วิเคราะหขอกำหนดของแอปพลิเคชันโดยใชพิมพเขียว การบริการ ตลอดจนการระบุฐานขอมลู และรายละเอียดของขอมูลที่สำคัญในการจัด CWIE ได 3. ผลลพั ธก ารเรยี นรูและสมรรถนะท่ีพึงประสงค ผลลพั ธก ารเรยี นรแู ละสมรรถนะที่พงึ ประสงคที่ผเู ขา รับการศึกษาอบรมตามโมดูล 7 พงึ ไดรับ ประกอบดวย 1) เขา ใจการบรู ณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงาน CWIE 2) เลือกใชเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพ่อื การดำเนินงาน CWIE ได 3) อธบิ ายขนั้ ตอนของการวางแผนและขับเคลื่อนการใชเทคโนโลยีดิจทิ ลั เขากบั การดำเนินงาน CWIE 4) วิเคราะหความตองการการสนับสนนุ ดานเทคโนโลยีดิจิทัล 5) ระบฐุ านขอ มูลและรายละเอียดขอ มลู ทส่ี ำคญั ในงาน CWIE
195 4. หัวเรื่อง: สาระความรู - นำสกู ารปฏบิ ตั ิ สาระความรสู ำหรับการใชเ ทคโนโลยดี จิ ิทลั เพ่ือการดำเนินงาน CWIE ประกอบดว ย 1) เทคโนโลยดี จิ ิทลั ทใ่ี ชในการจัด CWIE 2) การขับเคลื่อนการใชเ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพ่ือการจดั CWIE 3) ฐานขอ มูล CWIE สำหรบั สาระความรูในแตละเร่ืองมีรายละเอียด ดังตอ ไปนี้ 4.1 เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลท่ใี ชในการจัด CWIE เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำมาบูรณาการเขากับกระบวนการการจัด CWIE ทงั้ กระบวนการ ตง้ั แตกอน ระหวาง และหลังการปฏบิ ตั งิ าน ดังนี้ 1) กระบวนการกอนการปฏิบตั ิงาน 1.1) การเตรียมความพรอ มใหน กั ศึกษา การเตรียมความพรอมใหนักศึกษากอนไปปฏิบัติงาน CWIE เกี่ยวของกับ การเตรียมความพรอมทางวิชาการ และความพรอมทางทักษะอาชีพ ซึ่งการจัด CWIE สามารถนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในการชวยวางแผน และจัดการการเตรียมความพรอมโดยใชโปรแกรม ประยุกตหรือแอปพลิเคชัน (Application) แพลตฟอรม (Platform) และการวิเคราะหขอมูล (Data Analytics) ที่เหมาะสม เชน ระบบทะเบียนและประเมินผล และระบบบริหารจัดการการอบรมและ สะสมสมรรถนะ ทั้งนี้ ระบบทะเบียนและประเมินผลของแตละสถาบันอุดมศึกษา สามารถ รองรับการเตรียมความพรอมดานวิชาการของนักศึกษาไดสมบูรณในระดับหนึ่ง การใชระบบบริหาร จัดการการอบรมและสะสมสมรรถนะโดยเฉพาะในการเตรียมความพรอมทางทักษะอาชีพจะทำให การจัด CWIE มีประสิทธิภาพและสมบูรณมากยิ่งขึ้น สถาบันอุดมศึกษาสามารถกำหนดรายการ ของทักษะที่จำเปน เชน ทักษะการเขียนจดหมายสมัครงาน เทคนิคการสัมภาษณงานอาชีพ ฯลฯ จัดหาผูอบรมในเรื่องดังกลาว และเปดใหนักศึกษาเขารับการอบรมในเรื่องนั้น ๆ แลวเก็บสะสมไวใน ระบบ ซึ่งระบบบริหารจัดการการอบรมและสะสมสมรรถนะนี้ สถาบันอุดมศึกษาสามารถพิจารณา นำระบบทะเบียนและประเมินผลที่มีอยูแลวมาขยายความสามารถ หรือปรับใชกับกระบวนการ ในการเตรียมความพรอมใหนักศกึ ษากอนไปปฏิบัตงิ าน CWIE ได นอกจากนี้ การวิเคราะหขอมูลเชิงลึกตาง ๆ เชน การพิจารณาความพรอมทางทักษะอาชีพ บางทักษะมีความจำเปนสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาใดมากเปนพิเศษ หรือทักษะใดของนักศึกษา ที่สถานประกอบการประเมินแลวไดแตกตางจากทักษะอื่นอยางมีนัยสำคัญ เปนตน ซึ่งการวิเคราะห
196 เชิงลึกเหลานี้แตกตางกันไปตามบริบทของแตละสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะสามารถนำมาชวยวางแผน ในการจัด CWIE ไดเปนอยา งดี 1.2) การพจิ ารณาคุณสมบัตนิ ักศกึ ษา CWIE โดยทั่วไปแลว สถาบันอุดมศึกษาสามารถพิจารณาคุณสมบัติของนักศึกษา CWIE ไดจากขอ มูลของระบบทะเบยี นและประเมินผลของแตล ะสถาบนั อุดมศึกษา เชน การพิจารณา เกรดเฉลี่ย รายวิชากอนออกปฏิบัติงาน CWIE สถานะของนักศึกษา และประวัติการลงโทษทางวินยั เปนตน 1.3) การจดั หางานคณุ ภาพ สถาบันอุดมศึกษาควรมอบใหคณาจารยหรือบุคลากรที่ทำหนาที่เกี่ยวกับ CWIE ดำเนินการประชาสัมพันธหลักสูตร CWIE กับสถานประกอบการโดยการวางแผน การประชาสัมพันธ และดำเนินการประชาสัมพันธผานชองทางตาง ๆ ที่เหมาะสม ทั้งชองทางดั้งเดิม เชน จดหมาย และชองทางดิจิทัล เชน e-mail, YouTube หรือ Facebook ซึ่งสถาบันอุดมศึกษา ควรพิจารณาใหมีการโตตอบสองทาง กรณีสถานประกอบการมีขอสงสัยในการรวมกันจัด CWIE ในกรณีที่ตองมีการหารือกันในรายละเอียด การใชเทคโนโลยีในการประชุมทางไกลจะชวยอำนวย ความสะดวกไดอยางมีประสิทธิภาพ สถาบันอุดมศึกษาควรเก็บสถิติและขอมูลของสถานประกอบ ท่เี คยรวมจัด CWIE กบั สถาบนั อุดมศึกษา เพอ่ื ใชประกอบการคัดเลือกงานท่ีมีคณุ ภาพใหกับนักศึกษา สถาบันอุดมศึกษาควรพิจารณาใหสถานประกอบการเสนองานผานแบบฟอรมอิเล็กทรอนิกส หรือ ระบบเสนองาน และจับคูงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการพิจารณาคุณภาพของงาน เพื่อประสิทธิภาพ ในการดำเนินการตอไป ดังแสดงตัวอยา งหนาจอของระบบในแผนภาพที่ 7.1
197 แผนภาพท่ี 7.1 ตัวอยางหนา จอของระบบเสนองาน และจับคงู าน ทม่ี า: ศูนยส หกจิ ศึกษาและพัฒนาอาชพี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนาร,ี 2563 1.4) การประชาสัมพนั ธง านที่ผานการรบั รองใหนกั ศกึ ษาทราบ นอกจากการประกาศงานที่ผานการรับรองทางชองทางตาง ๆ ใหนักศึกษา ทราบแลว สถาบันอุดมศึกษาควรพิจารณาประยุกตใชระบบเสนองาน และจับคูงานในการอำนวย ความสะดวกใหกบั ท้ังสถานประกอบการ สถาบนั อุดมศกึ ษา และนักศึกษาในการสมัครงาน CWIE 1.5) การสมคั รงาน CWIE สถาบันอุดมศึกษาควรพิจารณาประยุกตใชระบบเสนองาน และจับคูงาน ในการอำนวยความสะดวกนกั ศึกษาในการสมัครงานและสงเอกสารตาง ๆ ทั้งนี้ ระบบเสนองาน และ จับคูงานควรมีความสามารถเพิ่มเติมในการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องตนของผูสมัครใหตรงกับคุณสมบัติ ทส่ี ถานประกอบการตองการ
198 1.6) การจับคูระหวา งนกั ศกึ ษากับสถานประกอบการ สถาบันอุดมศึกษาควรสนับสนุนใหสถานประกอบการดำเนินการคัดเลือก นักศึกษาอยางอิสระ และตรงกับความตองการของสถานประกอบการอยางแทจริง และไดประโยชน รว มกนั ทุกฝาย ซง่ึ สถาบนั อดุ มศึกษาสามารถอำนวยความสะดวกในการใชระบบสอบออนไลน รวมถึง การใชเทคโนโลยีการประชุมทางไกลเพอื่ สัมภาษณแ ละคดั เลอื กผสู มคั ร นอกจากนี้ สถาบันอุดมศึกษาสามารถพิจารณาใชการวิเคราะหขอมูล (Data Analytics) และการเรียนรูของเครื่อง (Machine Learning) ในการจับคูทักษะที่สัมพันธกัน (Skill Matching) ระหวา งงานและนกั ศกึ ษา 1.7) การประกาศผลการสมัครงาน CWIE สถาบันอุดมศึกษาสามารถใชชองทางดิจิทัลในการประกาศผลการสมัครงาน ตลอดจนผานทางระบบเสนองาน และจบั คงู าน 1.8) การประชุมรวมกันระหวางคณาจารยน ิเทศ ผูนิเทศงาน และนกั ศกึ ษา ในกรณีท่ีสถาบันอุดมศึกษาประสงคจะประชุมรวมกันระหวางคณาจารย นิเทศ ผูนิเทศงาน และนักศึกษา กอนสงนักศึกษาไปปฏิบตั ิงานเพ่ือใหนักศึกษาทราบถึงงานที่ตนตอง ปฏิบัติ และสรางความคุนเคยระหวางกัน สามารถพิจารณาใชการประชุมทางไกลเพื่ออำนวยความ สะดวกได 1.9) การสง จดหมายสงตวั นักศึกษา การบริหารจัดการการออกปฏิบัติงาน CWIE นั้น จะมีประสิทธิภาพและ มีความสะดวกเปนอยางมากหากสถาบันอุดมศึกษาใชโปรแกรมประยุกตและแพลตฟอรมในการ จัดการ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาควรพิจารณาใชระบบจัดการการออกปฏิบัติงาน CWIE ที่อำนวยความ สะดวกตั้งแตการสงตัวนักศึกษา หรือบูรณาการเขากับระบบจัดหา และจับคูงานในกระบวนการ กอนหนา ซึ่งจดหมายสงตัวสามารถสงผานทางชองทางดั้งเดิมที่เปนเอกสารไปพรอมกับนักศึกษา ทางอเี มล ตลอดจนผานระบบจดั การการออกปฏบิ ตั งิ าน CWIE 1.10) การทำประกนั สุขภาพและอุบัติเหตุใหน กั ศึกษา เพื่อคุมครองการเจ็บปวยและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นทั้งจากการปฏิบัติงาน และจากการเดินทางตลอดระยะเวลาการปฏบิ ัติงาน 2) กระบวนการระหวา งการปฏิบตั ิงาน CWIE 2.1) การรายงานตวั ปฏิบตั ิงาน CWIE ของนกั ศึกษา ณ สถานประกอบการ นักศกึ ษาตองเขา รายงานตัวกบั สถานประกอบการ พรอมท้ังสงขอมูลเก่ียวกับ ทีพ่ กั ระหวา งปฏิบัติงาน และบุคคลและท่ีอยูทสี่ ามารถตดิ ตอไดในกรณีฉุกเฉนิ และขอมูลรายละเอียด
199 งาน ตำแหนงงาน ผนู ิเทศงาน มายังสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งสามารถสงไดทางแบบฟอรมอิเล็กทรอนิกส หรอื ระบบจดั การการออกปฏบิ ตั งิ าน CWIE 2.2) การสงแผนการทำงานของนกั ศึกษา นักศึกษาตองประชุมรว มกับผูน ิเทศงาน เพ่อื กำหนดแนวทางและแผนการทำ โครงงานเปนรายสัปดาห พรอมสงแผนการทำงานนี้ใหสถาบันอุดมศึกษาจัดทำเปนเอกสารประกอบ ใหคณาจารยนิเทศใชประโยชนในการใหคำปรึกษาและนิเทศงาน ซึ่งสามารถสงไดทางแบบฟอรม อิเล็กทรอนิกส หรอื ระบบจดั การการออกปฏิบัตงิ าน CWIE 2.3) การนิเทศงาน CWIE การที่คณาจารยประจำสาขาวิชาเดินทางไปเยี่ยม ใหคำปรึกษาแนะนำ เกี่ยวกับการทำงานแกนักศึกษาทั้งทางดานวิชาการและทักษะการทำงาน ณ สถานประกอบการ รวมทั้งติดตามความกาวหนาในการทำงานและการเขียนรายงานวิชาการของนักศึกษานั้น จะประกอบดวยขัน้ ตอนทางเอกสาร และระเบียบตาง ๆ ของสถาบนั อดุ มศึกษา โดยสถาบันอุดมศึกษา ควรพิจารณาใชระบบจัดการการออกปฏิบัติงานที่มีความสามารถในการอำนวยความสะดวก ในการวางแผนและนัดหมายการนิเทศ การขออนุญาตไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ของคณาจารยนิเทศ การวางแผนและใหขอมูลการเดินทาง โดยเฉพาะการระบุตำแหนงที่แมนยำและการนำทาง ขอมูล ที่เกี่ยวของกับงานของนักศึกษา ตลอดจนขอมูลอื่น ๆ อันจะเปนประโยชนในการนิเทศนักศึกษา ซึ่งแสดงตัวอยางของระบบในแผนภาพท่ี 7.2 ในกรณีที่มีความจำเปน คณาจารยสามารถนิเทศ นกั ศึกษาผานการประชมุ ทางไกลได
200 แผนภาพท่ี 7.2 ตัวอยา งหนา จอแสดงขอมลู เพ่อื การนิเทศงานของระบบจัดการการปฏบิ ัติงาน CWIE ที่มา: ศูนยส หกจิ ศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยสี ุรนาร,ี 2563 2.4) การใหคำปรกึ ษาของคณาจารยน ิเทศ คณาจารยนิเทศอาจใหคำปรึกษาเพิ่มเติมแกนักศึกษานอกเหนือจากการไป นิเทศ ซึ่งอาจทำไดโดยการใชสื่อตาง ๆ อาทิ แอปพลิเคชันไลน เฟซบุค โทรศัพท อีเมล และการ ประชุมทางไกล เปนตน 2.5) การติดตามความกาวหนาในการปฏบิ ตั งิ านของนักศกึ ษา หากสถาบันอุดมศึกษาประสงคจะใหมีการติดตามความกาวหนาในการ ปฏิบัติงานของนักศึกษา เชน การเขียนรายงานผลการปฏิบัติงานประจำสัปดาห หรือทุก 2 สัปดาห ผานระบบจัดการการออกปฏิบัติงาน หรือจัดประชุมทางไกลเพื่อนำเสนอความกาวหนา ในการปฏบิ ัติงานโดยมหี รือไมมอี าจารยรวมอยูก ็ได
201 2.6) การนำเสนอผลการปฏิบตั ิงาน CWIE ของนักศึกษา ในกรณีที่สถานประกอบการมีความประสงคจะใหสถาบันอุดมศึกษารวมใน การนำเสนอผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา อาจพิจารณาใชการจัดประชุมทางไกลเพื่ออำนวย ความสะดวกในการมีสว นรวมของคณาจารยแ ละสถาบนั อุดมศึกษา 2.7) การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านของนักศกึ ษาโดยผูนเิ ทศงาน สถาบันอุดมศึกษาสามารถพิจารณาใชแบบฟอรมอิเล็กทรอนิกส หรือระบบ จัดการการออกปฏิบัติงาน CWIE ในการใหคณาจารยและสถานประกอบการประเมินการปฏิบัติงาน ของนกั ศกึ ษา เพอ่ื ความสะดวกของผปู ระเมิน และการเก็บขอ มูลท่ีสามารถนำไปวเิ คราะหไ ดทันที 3) กระบวนการหลังการปฏิบตั ิงาน CWIE 3.1) การจดั กิจกรรมสัมมนา สถาบันอุดมศึกษาสามารถอาศัยขอมูลจากระบบจัดการการออกปฏิบัติงาน CWIE ในการอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมสัมมนาหลังกลับจากสถานประกอบการ ของนักศึกษา นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาจัดเก็บการนำเสนอและรายงานในรูปแบบดิจิทัลเพื่อใช ในโอกาสตอ ไป 3.2) การแจงผลประเมนิ การปฏบิ ตั ิงานโดยผูนิเทศงานใหน ักศกึ ษาทราบ ค ณ า จ า ร ย น ิ เ ท ศ ส า ม า ร ถ แ จ ง ใ ห น ั ก ศ ึ ก ษ า ท ร า บ ถ ึ ง ผ ล ก า ร ป ร ะ เ มิ น การปฏบิ ตั งิ านและรายงานวิชาการไดทางระบบจัดการการออกปฏบิ ัติงาน CWIE หรือระบบทะเบียน และประเมนิ ผล 3.3) การแจงขอมลู ยอนกลบั ใหส ถานประกอบการทราบ สถาบันอุดมศึกษาควรแจงขอมูลยอนกลับใหสถานประกอบการทราบ อาจแจงโดยตรง หรือแจงเปนภาพรวมผานทางจดหมายขาว ชองทางดิจิทัล หรือระบบจัดการ การออกปฏบิ ตั งิ าน CWIE กไ็ ด 3.4) การจดั สัมมนาเชิงปฏบิ ัตกิ ารและการแลกเปลี่ยนประสบการณระหวาง คณาจารยนิเทศ ผูน เิ ทศงาน และนกั ศกึ ษา เพื่อระดมความคิดเห็นในการดำเนินงาน CWIE ของสถาบันการศึกษา โดยควรดำเนินการอยางนอยปละหนึ่งครั้ง ซ่ึงสามารถใชเทคโนโลยีการประชุมทางไกลเพื่ออำนวย ความสะดวกได 3.5) การเกบ็ ขอ มูลผลสมั ฤทธิข์ องการดำเนินงาน CWIE ขอมูลจากการประเมินผลโดยผูเกี่ยวของจะถูกจัดเก็บไวในระบบจัดการ การออกปฏบิ ตั ิงานโดยอัตโนมตั ิ สามารถนำมาวเิ คราะหด ว ยการวเิ คราะหข อมูลตาง ๆ ไดต อไป
202 การบรู ณาการเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั กับกระบวนการ CWIE สามารถแสดงไดด ังตารางที่ 7.1 ตารางที่ 7.1 การบรู ณาการเทคโนโลยดี ิจิทัลกบั กระบวนการ CWIE กระบวนการหลัก ข้นั ตอน เทคโนโลยีดิจทิ ลั ทใ่ี ช ในการจดั CWIE ของกระบวนการจัด CWIE กอน การเตรียมความพรอมใหนักศึกษา • ระบบบรหิ ารจดั การการอบรมและ ปฏิบัติ CWIE สะสมสมรรถนะ • ระบบทะเบียนและประเมินผล การพจิ ารณาคุณสมบตั นิ กั ศึกษา • การวิเคราะหขอ มูล (Data Analytics) สรรถนะที่สำคัญ ระบบทะเบยี นและประเมนิ ผล การจดั หางานคุณภาพ • ชอ งทางดิจิทลั ในการส่ือสารและ การประกาศงานใหน กั ศกึ ษาทราบ ประชาสัมพันธ การคัดเลือกนักศกึ ษา การประกาศผลการคัดเลือก • ระบบเสนองาน และจับคูงาน • การวเิ คราะหขอ มูล (Data Analytics) การจบั คทู กั ษะ ท่สี ัมพนั ธกัน (Skill Matching) ระหวา ง การประชุมระหวา งคณาจารยนิเทศ • การประชมุ ทางไกลเพ่ือคัดเลือก ปฏบิ ัติ CWIE ผูนเิ ทศงานและนักศึกษา (ถาม)ี นกั ศกึ ษา การประกนั อบุ ัติเหตใุ หนกั ศกึ ษา การทำจดหมายสงตวั นกั ศึกษา การประชมุ ทางไกล การรายงานตวั ของนกั ศกึ ษา ณ สถานประกอบการ ระบบจดั การการออกปฏบิ ตั ิงาน การสงแผนการทำงานของนักศึกษา ระบบจัดการการออกปฏิบตั งิ าน การนิเทศงาน การรายงานความกาวหนา (ถามี) ระบบจดั การการออกปฏบิ ตั ิงาน การนำเสนอผลการปฏิบัติงาน ระบบจัดการการออกปฏบิ ัติงาน ระบบจดั การการออกปฏิบตั ิงาน การประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน ระบบจดั การการออกปฏิบัตงิ าน การประชุมทางไกล ระบบจัดการการออกปฏบิ ัติงาน
203 ตารางท่ี 7.1 การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทลั กับกระบวนการ CWIE (ตอ) กระบวนการหลัก ข้นั ตอน เทคโนโลยดี ิจิทัลทใ่ี ช ในการจดั CWIE ของกระบวนการจัด CWIE หลงั กจิ กรรมหลังกลับจาก CWIE ระบบจดั การการออกปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัติ CWIE การประเมินผล ระบบจัดการการออกปฏิบัติงาน ระบบทะเบียนและประเมินผล การแจง ขอมลู ยอนกลบั ให ชองทางดจิ ิทัลในการส่ือสารและ สถานประกอบการทราบ ประชาสมั พนั ธ การสมั มนาระหวาง การประชุมทางไกล สถานประกอบการ-สถาบนั อุดมศึกษา การเกบ็ ขอ มลู ผลสมั ฤทธิ์ การวเิ คราะหขอ มลู (Data Analytics) ของการดำเนนิ งาน CWIE 4) สรปุ ภาพรวมของกลมุ เทคโนโลยีดจิ ทิ ัลทใ่ี ชใ นการจัด CWIE จากแนวปฏิบัติในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัด CWIE ที่ไดกลาวมาแลว สามารถสรุปกลุมของเทคโนโลยที ่ใี ชไ ดด ังน้ี แอปพลิเคชัน (Apps) และดิจิทัลแพลตฟอรม – ระบบบริหารจัดการการอบรม และสะสมสมรรถนะ ระบบเสนองาน และจับคูงาน ระบบการจดั การการปฏบิ ตั งิ าน CWIE การวิเคราะหขอมูล (Data Analytics) – การจับคูทักษะที่สัมพันธกัน (Skill Matching) การวิเคราะหเชิงลึกดานสมรรถนะและการดำเนินงานของหนวยงานที่ดำเนินการ ดา น CWIE ชองทางการสื่อสารดิจิทัล – Website, E-mail, Facebook, Twitter, LINE, โทรศัพท, ระบบประชุมทางไกล โครงสรางพืน้ ฐาน – Computer, Network, Office Automation, Cloud เทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ เชน ระบบการระบุตำแหนง (Google Maps), E-Form (Google Form), Machine Learning จ า ก ภ า พ ร ว ม ข า ง ต น ส า ม า ร ถ ส ร ุ ป แ อ ป พ ล ิ เ ค ช ั น แ ล ะ แ พ ล ต ฟ อ ร ม ท ี ่ ใ ช ตามกระบวนการ CWIE ไดดังแผนภาพที่ 7.3 ซึ่งทั้งกระบวนการอาศัยโครงสรางพื้นฐาน ชองทาง การสื่อสารดิจทิ ัล และเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั อน่ื ๆ ประกอบการดำเนนิ งาน
204 กอน ระหวาง หลัง • ระบบบรหิ าร • ระบบการจดั การ • ระบบการจดั การ จดั การการอบรม การปฏบิ ตั งิ าน การปฏิบตั ิงาน และสะสม • ระบบประชุม • ระบบประชุม สมรรถนะ ทางไกล ทางไกล • ระบบเสนองาน • ระบบการระบุ • การวเิ คราะหขอมูล และจับคูงาน ตําแหนง • ระบบการจัดการ การปฏบิ ตั งิ าน • ระบบประชุม ทางไกล • การวเิ คราะหขอ มลู แผนภาพที่ 7.3 แอปพลเิ คชันและแพลตฟอรมที่ใชต ามกระบวนการ CWIE 4.2 การขับเคล่ือนการใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่อื การจัด CWIE 1) ขั้นตอนท่ีสำคัญของการขับเคลอื่ นการใชเ ทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพือ่ การจดั CWIE การขับเคลื่อนการใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัด CWIE สามารถดำเนินการ ตามขั้นตอนหลัก ไดแก การวางแผนปฏิบัติการดิจิทัล การออกแบบสถาปตยกรรมองคกร และ การจดั หาและใชง านเทคโนโลยดี ิจทิ ัล ดังแผนภาพที่ 7.4 การวางแผนปฏบิ ตั ิการ การออกแบบ การจัดหาและใชง าน ดจิ ิทัล สถาปต ยกรรมองคกร เทคโนโลยดี ิจิทัล แผนภาพท่ี 7.4 ขนั้ ตอนทส่ี ำคญั ของการขับเคล่ือนการใชเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพื่อการจัด CWIE สำหรับรายละเอยี ดสำคญั ในแตละขั้นตอนมีดงั นี้
205 1.1) การวางแผนปฏบิ ตั กิ ารดจิ ิทัล การขับเคลื่อนการใชเ ทคโนโลยีดิจิทัลใหมีประสิทธิภาพสูงสุด จะตองเริ่มจาก ทิศทางที่ถูกตอง ซึ่งจะตองมีการวางแผนที่เหมาะสม มีวิสัยทัศน พันธกิจ ยุทธศาสตร และแผนงาน โครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลของหนวยงาน โดยมุงที่จะประยุกตใชเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสราง มาตรฐานการใชและใหบรกิ ารดจิ ิทลั ภายในองคกร ตลอดจนเพิ่มศักยภาพของบุคลากร เพื่อปรับปรงุ องคกรใหเปนองคกรที่มีขีดสมรรถนะสูงสามารถดำเนินการและใหบริการการจัด CWIE ไดอยางมี ประสิทธภิ าพ เนอ่ื งจากการบริหารจัดการดา นดจิ ทิ ัลของแตล ะหนว ยงานแตกตา งกันออกไป ตามแตละบริบท หนวยงานที่มีหนาที่รับผิดชอบในการจัด CWIE ควรจัดทำแผนดิจิทัลรวมกับ หนวยงานหลักที่รับผิดชอบดานการใชดิจิทัลของสถาบันอุดมศึกษาหรือองคกร เพื่อใหการขับเคลื่อน การใชเทคโนโลยีดจิ ิทัลในการจัด CWIE ประสบความสำเร็จ การวางแผนปฏิบัติการดิจทิ ัลมีขั้นตอนหลักดังแสดงตามแผนภาพท่ี 7.5 ซ่ึงมี รายละเอียดดังน้ี การประเมิน กาํ หนดวสิ ยั ทัศน กําหนดประเดน็ สภาพแวดลอมภายใน พนั ธกจิ ทิศทาง ยุทธศาสตร และภายนอกองคกร ของยทุ ธศาสตร เปาประสงค ตัวชี้วดั คาเปาหมาย กลยทุ ธ แผนภาพท่ี 7.5 ขั้นตอนหลกั ของการวางแผนปฏิบัตกิ ารดิจิทลั 1.1.1) การประเมนิ สภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคกร การวิเคราะหสภาพแวดลอมที่เกี่ยวของกับ CWIE โดยรอบดานนิยม ใช SWOT เปนเครื่องมือหลักในการวิเคราะหจุดแข็ง (Strength) และจุดออน (Weakness) ภายใน องคกร วิเคราะหปจจัยที่เปนโอกาส (Opportunity) และอุปสรรค (Threat) ภายนอกองคกร ซึง่ ประกอบไปดวยปจ จยั ดา นการเมือง (Political) เศรษฐกิจ (Economic) สงั คม (Social) เทคโนโลยี (Technological) สิ่งแวดลอม (Environment) และกฎหมาย (Legal) หรือที่เรียกวา PESTEL เพอ่ื นำเปนขอ มูลในการวางแผนปฏิบตั กิ ารดิจทิ ัลในขัน้ ตอนตอไป
206 1.1.2) กำหนดวิสยั ทัศน พนั ธกิจ ทิศทางของยุทธศาสตร เปนขั้นตอนในการกำหนดเปาหมายแหงความสำเร็จในการใช เทคโนโลยีดิจิทลั ในภาพรวมของการจัด CWIE 1.1.3) กำหนดประเด็นยุทธศาสตร เปาประสงค ตวั ช้ีวัด คา เปา หมาย กลยทุ ธ เปนขนั้ ตอนในการกำหนดเปาหมายและรายละเอยี ดของกลยุทธท่ีจะ ทำใหการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการจดั CWIE เปนไปตามวิสยั ทศั น 2) การออกแบบสถาปต ยกรรมองคกร กลยุทธในการใชเทคโนโลยีดิจิทัลขององคกร นั้นจะตองบูรณาการเขากับ เทคโนโลยีดิจิทัล โดยสามารถอาศัยสถาปตยกรรมองคกร (Enterprise Architecture หรือ EA) บูรณาการและการขับเคลื่อน ซึ่งรูปแบบของสถาปตยกรรมองคกรที่นิยมนั้นเปนแนวคิดของ Zachman TOGAF และ FEA (The Open Group, 2011; Zachman, 2020) โดยไดพัฒนาใหอยู ในรูปอยางงาย ประกอบไปดวยมิติ 5 ดาน ไดแก มิติทางดานธุรกิจ (Business) แอปพลิเคชัน (Application) ขอมูล (Data) โครงสรางพื้นฐาน (Infrastructure) และความมั่นคงปลอดภัย (Security) ดังแผนภาพที่ 7.6
207 แผนภาพท่ี 7.6 ตัวอยางกรอบสถาปต ยกรรมองคก ร (Enterprise Architecture) ทมี่ า: สำนกั งานรัฐบาลอิเล็กทรอนกิ ส, 2558 โดยปกติแลวหนวยงานหลักที่ทำหนาที่บริหารจัดการดานดิจิทัลขององคกรหรือ สถาบันอุดมศึกษา จะรับผิดชอบในมิติทางดานเทคนิคของเครื่องมือในการบริหารจัดการขอมูล โครงสรางพื้นฐาน ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัย สำหรับหนวยงานที่มีหนาที่ในการจัด CWIE จะมีบทบาทสำคัญ ในการทำงานรวมกับหนวยงานบริการเทคโนโลยีดิจิทัลขององคกรเพื่อบูรณาการ กลยุทธ (Strategy) และกระบวนการการดำเนินงาน (Business Process) เขากับมิติอื่น ๆ ของ สถาปตยกรรมองคกร โดยเฉพาะแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอรมที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อน การดำเนนิ งาน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและสถาปตยกรรม องคกร สามารถยกตัวอยา งได เชน หนวยงานจัด CWIE ตองการใหกระบวนการ CWIE ทั้งหมดอยูใน รูปแบบของดิจิทัลแพลตฟอรม ไมมีการใชกระดาษอีกตอไป ดังนั้น หนวยงานจะตองวิเคราะหวา
208 จะตองจัดหาเทคโนโลยีดิจิทัลและแอปพลิเคชันใดบางในการดำเนินงานดังกลาว เชน ระบบจัดการ การปฏิบตั งิ าน CWIE สำหรับการขับเคลื่อนกลยุทธของการจัด CWIE โดยเทคโนโลยีดิจิทัลและ สถาปต ยกรรมองคกร สามารถยกตวั อยางได เชน หนวยงานมเี ปาหมายในการจัดหางานคุณภาพท่ีตรง กบั ทักษะและความสามารถของนกั ศึกษา 100% หนวยงานจัด CWIE สามารถใชก ลยุทธการวเิ คราะห ขอมูลจากระบบการจับคูทักษะในการทำการจับคูระหวางนักศึกษาและความตองการของ สถานประกอบการได นอกจากนี้กลยุทธดานดิจิทัลของหนวยงานที่จัด CWIE มักจะมีการครอบคลุม การพัฒนาบคุ ลากรใหม คี วามรูและทกั ษะดา นเทคโนโลยดี จิ ทิ ัลรวมอยดู ว ย 3) การจดั หาและใชง านเทคโนโลยดี จิ ิทัล จากที่ไดกลาวไววาหนวยงานที่มีหนาที่ในการจัด CWIE จะมีบทบาทสำคัญในการ ทำงานรวมกันกับหนวยงานบริการดิจิทัลขององคกรเพื่อบูรณาการกลยุทธ (Strategy) และ กระบวนการการดำเนินงาน (Business Process) เขากับมิติอื่น ๆ ของสถาปตยกรรมองคกร โดยเฉพาะแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอรมที่จะพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน หนวยงานจัด CWIE จะตองมีความสามารถในการวิเคราะหความตองการของระบบเพื่อจัดหาเทคโนโลยีดิจิทัลและ แอปพลิเคชันทีร่ องรับการดำเนนิ งาน ไมวาการพัฒนาระบบน้ัน จะใชบคุ ลากรของหนวยงานเอง หรือ มอบหมายหนวยงานภายในสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบดานการพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือแมแตใช ผูรับเหมาจากภายนอก การวิเคราะหความตองการของผูใชและขอกำหนดของระบบ สามารถทำไดโดย การรวบรวมจากเอกสาร แบบสอบถาม การสัมภาษณ การสังเกต ซึ่งเปนกระบวนการดั้งเดิมใชกัน นอกจากนี้ ในปจจุบัน ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่นิยมนำมาประกอบการวิเคราะหและออกแบบระบบ ไดแก การใชก ารคดิ เชงิ ออกแบบ (Design Thinking) หรอื การออกแบบการบรกิ าร (Service Design) ตลอดจนการอาศัยพิมพเ ขียวการบรกิ าร (Service Blueprint) เปนตน ทั้งนี้ พิมพเขียวการบริการเปนเครื่องมือที่เขาใจไดงายในการชวยวิเคราะหระบบ อยางครบถวนและมีความรวดเร็ว ซึ่งสามารถยกตัวอยา งพิมพเขียวการบริการของการจัดงานสัมมนา ไดดังแผนภาพที่ 7.7 จากภาพดังกลาวจะพบวาการวิเคราะหองคประกอบของการบริการจะอาศัย การเดินทางของผูใชบริการเปนหลัก (Customer Journey) ซึ่งการเดินทางของผูใชบริการ จะกอ ใหเกดิ การมีปฏิสัมพันธ (Actions) กบั รูปแบบการใหบริการ ซึง่ เราสามารถระบผุ รู ับผิดชอบและ องคประกอบของการใหบริการในแตละขั้นตอนได การวิเคราะหเชนนี้ สามารถนำมาปรับใชกับ การวเิ คราะหข อ กำหนดของระบบไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
209 แผนภาพที่ 7.7 ตวั อยา งพิมพเ ขยี วการบริการ (Service Blueprint) ที่มา: Schauer, 2020 4.3 ฐานขอมูล CWIE การจัดการขอมูล CWIE นอกจากจะเพื่อประโยชนในการดำเนินการจัด CWIE ระหวา งสถาบนั อุดมศึกษาและสถานประกอบการผูเ ปนเจา ของขอ มูลแลว การจัดการขอ มลู ทีค่ รบถวน เพื่อการแลกเปลี่ยนขอมูลระหวางสถาบันอุดมศึกษาและหนวยงานดานนโยบายของการจัด CWIE จะชวยในการจัดสรรทรัพยากรและผลักดันการสนับสนุนตาง ๆ ในการจัด CWIE ในภาพรวม ของประเทศ นอกจากนี้ การจดั การขอมูลยังควรคำนึงถงึ มาตรฐานและกฎหมายตาง ๆ ทเี่ ก่ียวของดวย โดยเฉพาะขอมลู สว นบคุ คลและขอมูลท่ไี มควรเปด เผยของสถานประกอบการ การจัดการและประมวลผลขอมูลเพื่อใหสามารถนำมาใชในการดำเนินงาน ของหนวยงานและการตัดสินใจของผูบริหาร จำเปนตองอาศัยการรวบรวมและจัดทำเปนฐานขอมูล ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส เพื่อใหสามารถเรียกใชงานขอมูลดังกลาวผานระบบเครือขายคอมพิวเตอร ไดตลอดเวลา ฐานขอมูลที่จำเปนสำหรับการดำเนินงาน CWIE มีดังน้ี (วิจิตร ศรีสอาน และคณะ, 2552)
210 1) ระบบฐานขอมลู ระดบั นโยบายสว นกลาง ระบบฐานขอ มลู สหกจิ ศึกษาและการศึกษา เชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work-Integrated Education Database: CWIE Database) ของกระทรวงการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร วจิ ัยและนวตั กรรม (อว.) เปน ระบบสารสนเทศ ที่จัดทำขึ้นเพื่อเปนฐานขอมูลกลาง ในการรวบรวมจัดเก็บผลการดำเนินงานดานสหกิจศึกษาและ การศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ใหบริการดาน CWIE แบบครบวงจร (One Stop Service) และเปนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางการสงเสริม CWIE โดยระบบสารสนเทศนี้ จะชวย อำนวยความสะดวก ใหแก สถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ และนักศึกษา อันไดแก การใช ระบบชวยในการจับคูตำแหนงงาน ระหวางสถานประกอบการและสถาบันอุดมศึกษา การติดตาม ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ CWIE ต้ังแตเ ริม่ และระหวางการปฏิบัติ CWIE จนถงึ การติดตามภาวะการมีงานทำ หลังสำเร็จการศึกษา นอกจากนี้สารสนเทศที่ไดจากระบบ สามารถนำไปใชเปนขอมูลเพื่อชวยในการ สนบั สนนุ การวางแผนและการดำเนนิ งานดานการจัดการศึกษาแบบ CWIE ได ซึ่งสามารถเขา ใชงานได ท่ี https://cwie.mua.go.th แผนภาพที่ 7.8 ระบบฐานขอมลู ระดบั นโยบายสวนกลาง ท่ีมา: https://cwie.mua.go.th
211 2) ฐานขอ มูลระดับสถาบันอดุ มศึกษา 2.1) ฐานขอมูลการดำเนินงาน เปนสถิติขอมูลทั่วไป เชน ขอมูลการจัดสงนักศึกษา ไปปฏบิ ัติงาน จำแนกตามภาควชิ า/คณะ ขอมูลการนเิ ทศงานของคณาจารยนิเทศ ขอมูลความพึงพอใจ ตอ การใหบ รกิ ารดา นตา ง ๆ ของหนวยงาน CWIE เปน ตน 2.2) ฐานขอมูลนักศึกษา เชน ขอมูลสวนตัว รหัสประจำตัว ภาพถาย ขอมูล การลงทะเบียนเรียนและผลการศึกษา ซึ่งขอมูลเหลานี้สามารถเชื่อมโยงกับงานทะเบียนนักศึกษาได โดยไมจำเปน ตองจัดทำขึน้ ใหม 2.3) ฐานขอ มลู สถานประกอบการ เชน ช่อื สถานทีต่ ้ังพรอมแผนที่ ประเภทและ ขนาดของสถานประกอบการ ตลอดจนรายนามผูที่สามารถติดตอประสานงานได ขอมูลการรับ นักศึกษาปฏิบัติงาน หัวขอและรายละเอียดการปฏิบัติงานที่นักศึกษาทำในอดีต คาตอบแทนและ สวัสดิการที่นักศึกษาไดรับ เปนตน 2.4) ฐานขอมูลการรับนักศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา (สำหรับสถาน ประกอบการ) เชน ขอมูลการรับนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาตาง ๆ จำแนกเปนรายปการศึกษา สาขาวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา ขอมูลหัวขอและรายละเอียดการปฏิบัติงานที่นักศึกษาเคยทำแลว ในอดีต ตลอดจนขอมูลแหลงติดตอประสานงานกับสถาบันอุดมศึกษาเพ่ือรับนักศึกษามาปฏิบัติงาน ซึ่งจะเปนประโยชนในการรับสมัครพนักงานของฝายพัฒนาทรพั ยากรมนุษยไดในอนาคต 2.5) ฐานขอมูลการปฏิบัติงาน CWIE รายละเอียดขอมูลการออกปฏิบัติงาน ของนกั ศึกษาท้ังหมด รายละเอยี ดงาน การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ฯลฯ โดยการจัดทำฐานขอมูลระดับสถาบันอุดมศึกษาดังกลาวสถาบันอุดมศึกษา ควรออกแบบใหสามารถเชื่อมโยงหรือสงตอขอมูลเขาสูระบบฐานขอมูลกลางของ อว. ได เพื่อลด ความซำ้ ซอ นของการกรอกขอมลู ในระบบ
212 5. การวัดและประเมนิ ผลกอนและหลงั การศึกษาออนไลน คำส่ัง เลอื กคำตอบทีท่ านเหน็ วา ถูกตอ งทส่ี ุดเพยี ง 1 ขอ 1. เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลควรนำมาใชไดใ นกระบวนการใดของการจัด CWIE ก. กอนการปฏิบตั งิ าน CWIE ข. ระหวา งการปฏบิ ตั งิ าน CWIE ค. หลังการปฏบิ ตั งิ าน CWIE ง. ควรนำมาใชใ นทุกกระบวนการ 2. เทคโนโลยดี ิจทิ ัลขอใดไมเ กี่ยวขอ งกบั การเตรยี มความพรอ มใหน ักศึกษากอ นออกปฏบิ ตั ิงาน CWIE ก. ระบบทะเบียนและประเมินผล ข. ระบบบรหิ ารจัดการการอบรมและสะสมสมรรถนะ ค. การวเิ คราะหขอ มูล (Data Analytics) ง. ไมม ีคำตอบทีถ่ ูกตอง 3. เทคโนโลยดี จิ ิทลั ขอใดไมเ กยี่ วของการกบั การจดั หางานคณุ ภาพใหก ับนักศึกษา ก. เฟซบุค ข. อีเมล ค. ระบบเสนอและจบั คงู าน ง. ไมม ีคำตอบท่ีถูกตอง 4. เทคโนโลยีดจิ ิทลั ขอ ใดไมเ กีย่ วขอ งการกบั การจับคูร ะหวางนักศกึ ษากับสถานประกอบการ ก. การประชมุ ทางไกล ข. ระบบเสนอและจบั คงู าน ค. การเรียนรูของเครื่อง (Machine Learning) ง. ไมมีคำตอบที่ถูกตอง
213 5. เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ขอ ใดไมเ ก่ียวของการกับการนเิ ทศงานนักศึกษา CWIE ก. ระบบ GPS ข. ระบบจดั การการออกปฏิบตั งิ าน CWIE ค. ระบบประชุมทางไกล ง. ไมม ีคำตอบทถ่ี ูกตอง 6. เทคโนโลยีดจิ ทิ ัลขอใดไมเ กี่ยวขอ งกบั การประเมนิ ผลการออกปฏบิ ัตงิ าน CWIE ของนักศึกษา ก. ระบบทะเบยี นและประเมินผล ข. ระบบบริหารจัดการการอบรมและสะสมสมรรถนะ ค. การวิเคราะหขอมลู (Data Analytics) ง. ไมมีคำตอบทถี่ ูกตอง 7. ขอ ใดเปน ขั้นตอนหลกั ในการขับเคล่ือนการใชเ ทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการจดั CWIE ก. การวางแผนปฏิบัตกิ ารดิจิทัล > การออกแบบสถาปต ยกรรมองคก ร > การจดั หาและใช งานเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล ข. ประเมินสภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคกร > กำหนดวิสัยทัศน พันธกจิ ทิศทาง ของยทุ ธศาสตร > กำหนดประเดน็ ยุทธศาสตร เปาประสงค ตัวชี้วัด คา เปา หมาย กลยุทธ ค. การออกแบบกระบวนการทางธุรกิจ > การออกแบบแอปพลิเคชัน่ > การออกแบบ ฐานขอ มูล ง. ไมมีคำตอบทถี่ ูกตอง 8. ขอ ใดเปนขั้นตอนหลักในการวางแผนปฏิบตั ิการดจิ ิทัล ก. การวางแผนปฏิบัตกิ ารดจิ ิทัล > การออกแบบสถาปต ยกรรมองคก ร > การจัดหาและใช งานเทคโนโลยดี ิจิทลั ข. ประเมนิ สภาพแวดลอมภายในและภายนอกองคกร > กำหนดวิสัยทศั น พันธกจิ ทศิ ทาง ของยทุ ธศาสตร > กำหนดประเดน็ ยุทธศาสตร เปา ประสงค ตัวช้ีวัด คา เปา หมาย กลยทุ ธ ค. การออกแบบกระบวนการทางธุรกิจ > การออกแบบแอปพลเิ คช่นั > การออกแบบ ฐานขอ มูล ง. ไมมีคำตอบท่ีถูกตอง
214 9. การออกแบบการบริการ (Service Design) และพิมพเขียวการบริการ (Service Blueprint) สามารถนำมาชวยในกจิ กรรมในขอ ใด ก. การประเมินสภาพแวดลอ มภายในและภายนอกองคกร ข. การวิเคราะหขอ มูล (Data Analytics) ค. การวเิ คราะหความตองการของผูใชและขอ กำหนดของระบบ ง. ไมม ีคำตอบทีถ่ ูกตอง 10. ขอ ใดกลา วไมถกู ตองเกีย่ วกับฐานขอมลู CWIE ก. การจัดการขอมลู CWIE ควรคำนึงถึงมาตรฐานและกฎหมายตา ง ๆ ท่ีเกย่ี วของดว ย เชน ขอมลู สวนบคุ คลและขอมูลที่ไมค วรเปด เผยของสถานประกอบการ ข. ฐานขอมลู CWIE แบงออกไดเปน 3 กลุม ไดแ ก ฐานขอมูลนักศึกษา ฐานขอมูลสถาน ประกอบการ และฐานขอมลู การปฏิบตั ิงาน CWIE ค. การแลกเปลีย่ นขอมูลระหวา งหนว ยงานทจ่ี ัด CWIE กบั หนวยงานดานนโยบายของการ จดั CWIE จะมสี ว นชวยในการจัดสรรทรพั ยากรและผลกั ดันการสนบั สนนุ ตา ง ๆ ในการ จดั CWIE ในภาพรวมของประเทศ ง. ไมม ีคำตอบทถี่ ูกตอง เฉลยแบบทดสอบ ขอ 1. ง ขอ 2. ง ขอ 3. ง ขอ 4. ง ขอ 5. ง ขอ 6. ง ขอ 7. ก ขอ 8. ข ขอ 9 ค ขอ 10 ข
215 6. สอ่ื และเอกสารประกอบโมดูล วิจิตร ศรสี อาน และคณะ. (2552). ประมวลสาระชุดฝกอบรมสหกจิ ศึกษา. กรงุ เทพฯ: สมาคม สหกจิ ศกึ ษาไทย. ศูนยสหกิจศกึ ษาและพฒั นาอาชพี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนาร.ี (2563). ระบบสหกจิ ศกึ ษา ออนไลน. Retrieve from http://coop.sut.ac.th สำนกั งานปลัดกระทรวงการอุดมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร วิจยั และนวตั กรรม. (2564). CWIE DATABASE ออนไลน. Retrieve from. https://cwie.mua.go.th/ สำนกั งานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส. (2558). สถาปต ยกรรมองคก รของสำนกั งานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส. กรงุ เทพฯ : สำนักงานรฐั บาลอิเลก็ ทรอนิกส (องคการมหาชน). Schauer, B. (2020). A service blueprint for the organization of a Conference. Retrieve from https://www.flickr.com/photos/brandonschauer/3363169836 The Open Group (2011). The Open Group Architecture Framework (TOGAF) Version 9.1. Retrieved from https://www.dga.or.th/th/content//3925/890 Zachman, A. J. (2020). The Zachman Framework for Enterprise Architecture Version 3.0. Retrieved from http://www.zachman.com/about-the-zachman-framework.
216 สาระความรูเฉพาะ
217 โมดูล 8 บทบาทและภาระหนา ทข่ี องผดู ำเนนิ การดาน CWIE ผูชวยศาสตราจารย ดร.อาทิตย คณู ศรีสุข
218 โมดลู 8.1 บทบาทหนา ท่ขี องผูบรหิ าร ผูชว ยศาสตราจารย ดร.อาทิตย คณู ศรีสขุ
219 โมดลู 8.1 บทบาทหนาท่ีของผบู รหิ าร โดย ผชู วยศาสตราจารย ดร.อาทติ ย คูณศรีสุข 1. หลักการและเหตุผล กระบวนการ CWIE เนนการบูรณาการการศึกษากับการทำงาน (Work-Integrated Education) ที่รวมกันจัดระหวางสถาบันอุดมศึกษากับสถานประกอบการทั้งภาครัฐ เอกชน และ ชุมชน ในลักษณะพหุภาคีรวม 4 ฝาย ที่ประกอบดวย ฝายผูจัด ไดแก สถาบันอุดมศึกษากับ สถานประกอบการ และฝายนโยบายและสนบั สนนุ การจดั ไดแ ก รฐั บาล องคก ารภาครัฐ และองคการ เอกชน สมาคมวิชาการและวิชาชีพ เพือ่ จะทำใหการจัด CWIE เปน ไปอยางย่ังยืน ความรวมมือตองเปน ในลกั ษณะ “รวมคิด รวมทำ รวมไดประโยชน” จึงมคี วามจำเปน ที่ตองมสี าระความรูท่ีทำใหผูบริหาร ของพหภุ าคีไดเ ขา ใจบทบาทและหนาที่ของตน 2. วตั ถปุ ระสงคเ ชิงพฤตกิ รรม เพื่อใหผูเ ขารบั การศึกษาอบรมสามารถใชสาระความรูใ นโมดูลนี้เปนหลักในการประเมินและ เลอื กแนวทางสนบั สนนุ CWIE ทีเ่ หมาะสมกับบทบาทและหนา ทีด่ า น CWIE ขององคกรได รวมทง้ั เปน การเห็นคณุ คา ของการสนบั สนุนการดำเนินงาน CWIE 3. ผลลัพธก ารเรยี นรแู ละสมรรถนะที่พึงประสงค ผลลัพธการเรียนรูและสมรรถนะที่พึงประสงคที่ผูไดรับการศึกษาอบรมตามโมดูล 8.1 พงึ ไดรับ ประกอบดว ย 1) เพือ่ ใหผเู ขา รบั การอบรมสามารถอธิบายบทบาทหนา ท่ีของตนเองได 2) เพ่อื ใหผเู ขารบั การอบรมสามารถออกแบบนโยบายสนับสนนุ การจัด CWIE ทเ่ี หมาะสมได 4. หัวเร่ือง: สาระความรู - นำสกู ารปฏบิ ัติ สาระความรูท เี่ ปนพ้นื ฐานของการนำสูการปฏิบัติ CWIE ประกอบดวย 1) บทบาทหนา ทข่ี องผูบริหารสถาบนั อุดมศึกษา 2) บทบาทหนา ท่ีของผูบรหิ ารสถานประกอบการ 3) บทบาทหนาทขี่ องผบู รหิ ารรัฐบาล องคการภาครฐั 4) บทบาทหนา ท่ขี องผูบ ริหารองคการเอกชน สมาคมวชิ าการและวชิ าชพี 5) ตวั อยา งของแนวปฏบิ ัตทิ ดี่ ี (Best Practice)
220 การจดั CWIE ของสถาบนั อุดมศึกษาจะสำเร็จไดตองรวมมือกับพันธมิตรในลักษณะท่ีเรียกวา “รวมคิด รวมทำ รวมไดประโยชน” ซึ่งการรวมมือนี้จะยั่งยืนไดตองมาจากการมีวิสัยทัศนรวมกัน (Shared Vision) การใหเกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน (Mutual Respect) ความมุงมั่นทุมเท ตามสญั ญา (Commitment) รว มกันทำงาน (Collaboration) ความเชื่อใจ (Trust) การประสานงาน (Coordination) การปรับแนวปฏิบัติ (Adaptive Practices) และการเรียนรูอยางสรางสรรครวมกัน (Co-generative Learning) (Sachs & Clark, 2017; Cooper & Orrell, 2016) ทั้งนี้ ความรวมมือดังกลาวอยูในลักษณะพหุภาคี ที่ประกอบดวย สถาบันอุดมศึกษา สถานประกอบการ องคการภาครัฐ และองคการเอกชน สมาคมวิชาการและวิชาชีพ โดยบทบาท หนา ที่ท่ีผูบริหารของแตละภาคีพงึ กระทำมดี ังนี้ 4.1 บทบาทหนา ท่ีของผูบริหารสถาบนั อดุ มศกึ ษา การดำเนินการ CWIE จะสำเร็จไดสถาบันอุดมศึกษาตองมีกระบวนการดำเนินงาน ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม มีการประกันคุณภาพ และสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ รวมทั้งไดรับความรวมมือจากคณาจารย ขณะเดียวกัน ก็ตองไดรับการสนับสนุนจาก สถานประกอบการในดานการมอบหมายงาน การติดตามดูแลนักศึกษา การประเมินผล อยางเปนระบบ รวมทั้งการสนับสนุนดานงบประมาณเพื่อเปนคาตอบแทนและสวัสดิการ ใหแกนักศึกษา ซึ่งผูเรียนอาจศึกษาตัวอยางความสำเร็จจากความรวมมือดาน CWIE ระหวางบริษัท อินเทล Intel Corporation) ในประเทศสหรัฐอเมริกากับมหาวิทยาลัยสหกิจศึกษา University of Cooperative Education) ในประเทศเยอรมันไดจากการศึกษาของ Reinhard et al. (2008; 2010) โดยบทบาทหนาทข่ี องผูบรหิ ารสถาบนั อุดมศกึ ษามดี ังนี้ - กำหนดนโยบายใหการเรียนการสอนมีการปฏิบัติงาน CWIE ในหลักสูตร โดยใช กระบวนการที่มีมาตรฐานและมีการประกันคุณภาพการดำเนินงานรวมดวย ซึ่งอาจศึกษาตัวอยาง ของการประกันคุณภาพจากคูมือมาตรฐานและการประกันคุณภาพการดำเนินงานสหกิจศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสมาคมสหกิจศึกษาไทย, 2552) รวมทั้งศึกษา ขอเสนอแนะที่ไดจากการสนทนากลุม (Focus Group) ของผูเกี่ยวของดาน CWIE จากประเทศไทย แอฟริกาใต สาธารณรัฐนามิเบีย และแคนาดา เพื่อพัฒนากรอบมาตรฐานดาน CWIE นานาชาติ (Khampirat & McRAE, 2016) - กำหนดนโยบายใหแตละหลักสูตร (เชน ภาควิชาหรือคณะ) จัดหลักสูตร CWIE ที่เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยคำนึงถึงประโยชนที่สถานประกอบการและนักศึกษาจะไดรับ เชน การกำหนดจำนวนภาคการศึกษา CWIE ทีอ่ าจมีแบบขัน้ ตำ่ กับแบบตามความสนใจ (เชน ไปอยางนอย 1 ภาคการศึกษา) การกำหนดคุณสมบัติของนักศึกษาที่จะไปปฏิบัติงาน CWIE โดยควรคำนึงถึง
221 ความสามารถ วุฒิภาวะ และความรับผิดชอบของนักศึกษาที่สามารถสรางความไววางใจและ ประทับใจจากสถานประกอบการได ซ่งึ จะนำไปสคู วามรวมมือทยี่ ่งั ยืนกบั สถานประกอบการ - มีนโยบาย “เคารพความหลากหลายของผูเรียนและความแตกตางของ สถานประกอบการ” ซึ่งอาจอยูในรูปของการอนุญาตใหนักศึกษามีสิทธิเลือกสถานประกอบการ ได การจัดหางาน CWIE ที่หลากหลายและมีจำนวนงานมากกวาจำนวนนักศึกษา การมีแนวปฏิบัติ ที่ยืดหยุนตามประเภทและขนาดของสถานประกอบการ เปนตน - มนี โยบายใหนักศึกษาที่มเี หตุผลความจำเปน สามารถเลือกไมไปปฏบิ ัติงาน CWIE ได - สนับสนุนใหมีการเตรียมความพรอมนักศึกษากอนไปปฏิบัติงาน CWIE ในหัวขอ ท่ีทนั สมยั และสอดคลองกบั ความตองการของสถานประกอบการ - มีนโยบายใหการประเมินผลการจัด CWIE เปนลักษณะ 360 องศา กลาวคือ การประเมนิ กระทำโดยผูเก่ยี วขอ งทง้ั หมด เชน ผูท ปี่ ระเมนิ ผลนกั ศกึ ษาไดแก ผูนิเทศ คณาจารยนิเทศ และตัวนักศกึ ษาเอง - สนับสนุนใหมีแหลงทรัพยากรเพื่อการคนควาและเรียนรูดานการพัฒนาอาชีพ (Career Development) เพือ่ ใหน กั ศึกษาและผูเก่ียวของไดใชประโยชน - จัดใหมีชองทางสื่อสารเกี่ยวกับการจัด CWIE และปรัชญาการดำเนินงาน ดาน CWIE ของสถาบัน ทั้งเพื่อสื่อสารนโยบายและขอมูลไปยังบุคลากรภายในสถาบันและเพื่อ ประชาสัมพันธไปยงั หนวยงานภายนอกสถาบัน ซึ่งตัวอยางของชองทางสื่อสาร ไดแก การสงหนังสอื การวางขอ มลู บนเว็บไซต การใชโซเชยี ลมเี ดีย เชน เฟซบุก กลุมใน LinkedIn และการใชบ ล็อก (Blog) - ควรมีนโยบายใหระยะเวลาของการไปปฏิบัติงาน CWIE ยาวนานเพียงพอ ที่นักศึกษาจะไดเรียนรูงาน ไดฝกปฏิบัติงานจนเกิดทักษะและความชำนาญ จนสามารถทำงาน ท่เี ปนประโยชนก ับสถานประกอบการได ซ่ึงจะชว ยใหค วามรว มมอื กับสถานประกอบการมีความยัง่ ยนื - จัดทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุใหแกนักศึกษา ซึ่งจะชวยจูงใจ สถานประกอบการใหร ับนกั ศกึ ษาจากสถาบนั ของตน - สนับสนุนงบประมาณเพื่อการดำเนินการ CWIE ของสถาบันที่เพียงพอ เพื่อใหมี พนักงานประจำดูแลงาน เพื่อการประชาสัมพันธและนิเทศงาน ซึ่งจะชวยใหสถาบันอุดมศึกษา เปนทีร่ ูจ ักในตลาดแรงงานและบณั ฑิตไดรบั การจา งงาน - จัดใหมีกลไกใหคำปรึกษาและสนับสนุนการจดสิทธิบัตรใหแกนักศึกษาและ คณาจารย กรณีทีค่ วามรว มมอื ดาน CWIE ไดผ ลลัพธเปน ทรพั ยสินทางปญ ญา - จัดใหมีขอตกลงในการยอมรับมาตรฐานวิชาชีพตาง ๆ (Mutual Recognition Agreement)
222 - กำหนดนโยบายและสนับสนุนการจัด CWIE นานาชาติ และควรจัดใหมีการ เทียบเคียงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา (Harmonization of Standard and Quality of Education) ระหวางประเทศเปาหมาย - จัดใหมีระบบฐานขอมูลดาน CWIE เพื่อใหสถาบันมีขอมูลสำหรับสนับสนุน การดำเนนิ งาน การประกันคณุ ภาพ และการพฒั นางาน - พัฒนาความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษา หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการเพ่อื รวมกนั จัด CWIE ใหแ พรหลายย่งิ ขนึ้ - จัดใหมีขอตกลงระหวางประเทศในการสงเสริมและใหความสะดวกแกนักศึกษา และคณาจารยในการปฏิบัตงิ าน CWIE นานาชาติ - จัดตั้งกองทุนเงินยืมหรือใหเปลาสนับสนุนนักศึกษาที่มีความเดือดรอน ดา นคา ใชจ ายในการไปปฏิบตั งิ าน CWIE โดยเฉพาะ CWIE นานาชาติ - จัดใหมีการอบรมเพื่อพัฒนางานแกผูเกี่ยวของ เชน การเก็บและวิเคราะหขอมูล การทำวจิ ัยเพื่อพัฒนางานประจำ การจัดการลูกคาสัมพันธ (Customer Relationship Management, CRM) กระบวนการคิดเชงิ ออกแบบ (Design Thinking) เปน ตน 4.2 บทบาทหนาทีข่ องผูบ ริหารสถานประกอบการ จากการดำเนินงานสหกิจศึกษาในประเทศไทยนับตั้งแตป พ.ศ. 2536 เปนตนมา พบวา สถานประกอบการสามารถใชประโยชนจากการรับนักศึกษาสหกิจศึกษาในหลากหลายดาน (Srisa-an, 2014) เชน ผลจากการปฏิบัตงิ านของนักศึกษาทำใหไดวิธีการทำงานใหมท ี่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ไดวิธีแกปญหา ไดผลิตภัณฑใหม (Reinhard et al., 2012) รวมทั้งใชเปนชองทางในการ คัดเลือกพนักงาน เปนตน ซึ่งการที่สถานประกอบการจะไดรับประโยชนเชนนี้ได ตองไดรับ การสนับสนนุ จากผบู ริหาร ขณะเดยี วกัน ผูน ิเทศและพนักงานทเี่ ก่ยี วของในสถานประกอบการก็ตองมี ความรูความเขาใจอยางเพียงพอ รวมทั้งการจัดโครงสรางการจัดการที่สอดคลอง เหมาะสม เพ่อื รองรบั การดำเนนิ งาน ดังนั้น การที่สถานประกอบการจะไดรับประโยชนสูงสุดจากการรวมจัด CWIE กับ สถาบันอุดมศึกษาจึงมีความจำเปนที่ผูเกี่ยวของในสถานประกอบการนับตั้งแตผูบริหาร ผูนิเทศ และ ผปู ฏิบัติงานทราบบทบาทและหนาท่ขี องตน โดยบทบาทหนาทีข่ องผูบ ริหารสถานประกอบการมดี งั น้ี - จัดระบบใหมีพนักงานพเ่ี ล้ยี ง (หรอื นิยมเรียกวา ผนู เิ ทศ) ทีม่ คี ุณวุฒิเหมาะสมกับ ระดับการศึกษาและสาขาวิชาของนักศึกษา ซึ่งจะชวยใหการมอบหมายงานและการติดตาม ความกา วหนาของงานมีประสทิ ธิภาพ เกดิ ประโยชนแ กส ถานประกอบการ - จัดระบบที่ทำใหผูนิเทศตองเขียนคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) ของตำแหนงที่ตองการใหนักศึกษา CWIE รับผิดชอบ คุณสมบัติของนักศึกษาที่ตองการได (เชน
223 สาขาวิชา ชั้นป รายวิชาที่ตองเรียนผาน ความสามารถเฉพาะ ความสามารถดานภาษา) รวมท้ัง กำหนดหัวขอ โครงงานทค่ี าดวา จะมอบหมายท่มี ีคุณภาพตรงกบั สาขาวชิ าของนักศึกษาท่ีตอ งการรับ ขั้นตอนนี้เปนขั้นตอนสำคัญเพราะเมื่อนักศึกษาไดทราบรายละเอียดที่ “ชัดเจนและ เจาะจง” กอนสมัคร ก็มีความนาจะเปนสูงที่ผูนิเทศจะไดรับนักศึกษาที่มีเปาหมาย (Purpose) และ แรงผลักดัน (Passion) ในงาน สงผลใหนักศึกษาพยายามใชศักยภาพในตัวและทุมเทใหงาน (Commitment) (Love and Cugnon, 2009) การทำเชนนี้จะชวยใหสถานประกอบการไดใช ประโยชนจ ากนักศึกษาอยางเต็มที่ สามารถแบงเบางานประจำของพนักงานได รวมทั้งยงั เปนการฝก ทกั ษะการเปนหวั หนางานใหแ กพ นักงานดังกลาวดว ย - มีนโยบายสนับสนุน CWIE ที่ชัดเจนและสื่อสารไปยังพนักงานฝายทรัพยากร บุคคลและพนกั งานท่ที ำหนา ท่ีผนู ิเทศ - มีนโยบายใหคาตอบแทนและสวัสดิการที่จูงใจนักศึกษาใหสนใจสมัคร มาปฏิบัติงาน CWIE มากขึ้น ซึ่งจะสงผลใหสถานประกอบการสามารถคัดเลือกผูสมัครที่มีคุณสมบัติ ตรงกบั ความตอ งการได ซ่งึ สามารถดตู ัวอยา งสวสั ดิการเพม่ิ เตมิ ไดจาก ผลสำรวจเรอื่ ง “10 สวัสดกิ าร ที่คนทำงานตอ งการจากองคก รมากท่สี ดุ ” (jobthai.com, 19 พฤศจกิ ายน 2561) ได - จัดใหมีการอบรมเพื่อพัฒนางานแกผูเกี่ยวของ เชน ทักษะการเปนหัวหนางาน และการสอนงาน การเกบ็ และวเิ คราะหขอ มลู เปน ตน - มอบหมายผูรับผิดชอบใหศึกษาและใชประโยชนจากมาตรการสนับสนุนการจัด CWIE ของรัฐ รวมทั้งสรางขวัญและกำลังใจใหแกพนักงานที่เกี่ยวของดวยการสนับสนุนใหเขารวม การคัดเลือก ประกวดแขงขัน ที่มีการจัดเพื่อยกยองชมเชยและเผยแพรนวัตกรรมและวิธีปฏิบัติ ท่เี ปน เลิศ (best practices) ดาน CWIE 4.3 บทบาทหนาท่ขี องผบู ริหารรัฐบาลและองคการภาครัฐ ตัวอยางขององคการภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญตอการพัฒนา CWIE ไดแก สำนักงาน คณะกรรมการสงเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (สกพอ.) กรมพัฒนาฝมือแรงงาน กรมการพัฒนาชุมชน และสำนักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เปนตน และเพื่อที่จะทำใหการพัฒนา ทรัพยากรมนุษยผานกระบวนการของ CWIE ประสบความสำเร็จ ผูบริหารองคการภาครัฐ พึงมบี ทบาทหนาที่ดังนี้ - มีนโยบายและมาตรการสนับสนนุ ดา น CWIE ทช่ี ัดเจน แลว สอ่ื สารไปยังบุคลากร ภายในหนวยงานใหเขาใจและประชาสัมพันธไปยังหนวยงานภายนอก โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา และสถานประกอบการ
224 - มีนโยบายและมาตรการสนบั สนุนใหอ งคกรผูใชบัณฑติ รับนักศึกษามาปฏบิ ตั ิงาน CWIE และสนใจรว มกบั สถาบนั อดุ มศึกษาเพ่ือจัดการเรยี นการสอนแบบที่มี CWIE - พัฒนากลไกเพื่อสนับสนุนใหเกิดความรวมมือระหวางสถาบันอุดมศึกษา หนว ยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถานประกอบการเพอ่ื รวมกนั จัด CWIE ใหแพรหลายยิง่ ข้นึ - จัดใหมีการคัดเลือก ประกวดแขงขัน เพื่อยกยองชมเชยและเผยแพรนวัตกรรม และวิธีปฏิบัตทิ ี่เปนเลิศ (Best Practices) ดาน CWIE ทั้งในระดบั นักศกึ ษา คณาจารยนิเทศ ผูนิเทศ ผูปฏบิ ัตงิ าน สถาบนั อดุ มศึกษา สถานประกอบการ รวมทง้ั ผเู กย่ี วขอ งอ่นื ๆ - จัดใหมีขอตกลงระหวางประเทศในการสงเสริมและใหความสะดวกแกสถาบัน การศกึ ษาในการจดั CWIE นานาชาติและการเคลอ่ื นยา ยแรงงานความรขู า มประเทศ โดยบทบาทหนาทเ่ี ฉพาะของ สป.อว. ไดแก - ถายทอดนโยบายการสงเสริม CWIE ใหแก สถาบันอุดมศึกษา หนวยงาน ทเี่ กีย่ วของทง้ั ภาครัฐ ภาคเอกชน และชมุ ชน เพอ่ื รวมกนั ขบั เคลอื่ น CWIE - ประสาน สงเสริม และสนับสนุนใหสถาบันอุดมศึกษา หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน บูรณาการความรว มมอื ในการจัด CWIE เพม่ิ ขึ้นและมีมาตรฐาน - ประสานและสงเสริมใหหนวยงานใหความรวมมือในการนำเขาขอมูลในระบบ ฐานขอ มูล CWIE - กำกบั ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานการจดั CWIE - เปนศูนยประสานงานและใหบริการขอมูลดาน CWIE แกหนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชมุ ชนทีเ่ ก่ียวขอ ง 4.4 บทบาทหนาที่ของผูบริหารองคการเอกชน สมาคมวชิ าการและวิชาชีพ ตัวอยางขององคการเอกชน สมาคมวิชาการและวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญ ตอการพัฒนา CWIE ไดแก สภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย หอการคาไทยและสภาหอการคา แหงประเทศไทย Young Entrepreneur Chamber of Commerce (YEC) สมาคมสหกิจศึกษาไทย สภาวิศวกร เปนตน และเพื่อที่จะทำใหการพัฒนาทรัพยากรมนุษยผานกระบวนการของ CWIE ประสบความสำเรจ็ ผูบรหิ ารขององคการเอกชน สมาคมวชิ าการและวชิ าชีพพงึ มีบทบาทหนา ทีด่ งั นี้ - รวมพัฒนาแนวปฏิบัติ กรอบและ/หรือมาตรฐานที่เกี่ยวของกับการจัด CWIE เชน มาตรฐานการดำเนินงาน CWIE มาตรฐานวชิ าชพี ผูนิเทศ CWIE เปน ตน - พฒั นาหลักสูตรอบรมดาน CWIE และจัดอบรมเพ่อื ใหความรูแกผเู ก่ียวของ - รวมกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนที่มี CWIE เปนสวนหน่ึง ของหลกั สูตรทีส่ อดคลองกับความตอ งการของตลาดแรงงาน
225 - ทำวิจัยหรือสนับสนุนใหมีการทำวิจัยเพื่อปรับปรุงมาตรฐานและวิธีดำเนินงาน CWIE ใหท นั สมยั และสอดคลองกับความตอ งการของตลาดแรงงาน 4.5 ตวั อยางของแนวปฏบิ ตั ิทีด่ ี (Best Practice) ผสู นใจสามารถศึกษาแนวปฏบิ ัติทดี่ ีไดจากตวั อยางตอ ไปนี้ - การศึกษาของ Jackson (2014) ที่สัมภาษณนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 131 คนจากหลากหลายสาขาวิชา เพื่อหาแนวปฏิบัตทิ ี่ดีที่นักศึกษาเหน็ วาเปน ประโยชนตอการสมคั ร งาน CWIE - การศึกษาของ Ferns and Lilly (2015) ท่ีนำเสนอแผนกลยุทธ 3 ปของโครงการ CWIE ของสถาบันการศึกษา พรอมยุทธศาสตรเพื่อนำแผนสูการปฏิบัติ และผลที่ไดรับ รวมทั้งแนว ปฏบิ ตั ิเพอ่ื ใหการดำเนนิ การมีความยง่ั ยืน - การศึกษาของ Ferns et al. (2014) ที่นำเสนอหลักฐานเชงิ ประจกั ษท ่ีไดจ ากการ ปฏิบัติงาน CWIE หลายรูปแบบของนักศึกษาหลากหลายสาขาวิชาจาก 14 สถาบันการศึกษาใน ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเก็บขอมูลทั้งจากนักศึกษา บัณฑิต และสถานประกอบการเพื่อเปนแนวทาง ในการจัดทำหลกั สตู รและการดำเนินงาน CWIE 5. การวดั และประเมินผลกอนและหลงั การศกึ ษาออนไลน คำสั่ง จงเลือกคำจากรายการทางขวามือที่มีความสัมพันธกันมากที่สุดกับขอความทางซายมือ แลวนำตัวอักษรหนา คำทางขวามือเขยี นลงในชอ งวา งทางซายมือ 1. กำหนดนโยบายใหก ารเรียนการสอนมีการ ก. ผูบรหิ ารสถาบนั อดุ มศกึ ษา ปฏิบตั ิงาน CWIE ในหลกั สูตร ข. ผบู ริหารสถานประกอบการ ค. ผูบริหารรฐั บาล องคก าร 2. พฒั นาหลกั สตู รอบรมและใหบริการจัดอบรม เพอื่ ใหค วามรูแ กผ เู กีย่ วของดาน CWIE ภาครัฐ ง. ผบู ริหารองคการเอกชน 3. จัดใหมกี ารอบรมเพือ่ พัฒนางานแกผูน ิเทศและ พนักงานท่ีเกีย่ วของกับการดูแลนกั ศกึ ษา เชน สมาคมวิชาการและวชิ าชพี ทกั ษะการเปน หวั หนางานและการสอนงาน การ เกบ็ และวเิ คราะหข อมลู เปน ตน 4. จดั ระบบใหม ีพนักงานพี่เล้ยี ง (ผูนเิ ทศ) ที่มคี ุณวุฒิ เหมาะสมกับระดับการศึกษาและสาขาวชิ าของ นกั ศกึ ษา 5. จดั ทำประกันสขุ ภาพและประกันอบุ ัตเิ หตุใหแก นักศึกษา 6. กำหนดนโยบายสนบั สนุน CWIE ท่ีชดั เจนและ สอ่ื สารไปยังพนกั งานฝา ยทรัพยากรบุคคลและ พนักงานทที่ ำหนาที่ผนู เิ ทศ
226 7. กำหนดนโยบายจดั ใหมีการคัดเลือก ประกวด แขง ขนั เพ่อื ยกยอ งชมเชยแกผเู กีย่ วขอ งทกุ ฝาย และเผยแพรนวตั กรรมและวธิ ีปฏบิ ัตทิ เ่ี ปนเลศิ (best practices) ดาน CWIE 8. พฒั นากลไกเพ่อื สนับสนุนใหเ กดิ ความรวมมือ ระหวา งสถานศึกษา หนว ยงานภาครฐั ภาคเอกชน และสถานประกอบการเพ่ือรวมกันจดั CWIE ให แพรหลายย่งิ ข้นึ 9. กำหนดกลไกใหคำปรึกษาและสนบั สนนุ การจด สทิ ธิบตั รใหแกน กั ศกึ ษาและคณาจารย 10. จดั ใหมีขอตกลงระหวา งประเทศในการสง เสริม และใหค วามสะดวกแกส ถาบันการศกึ ษาในการจดั CWIE นานาชาตแิ ละการเคล่ือนยายแรงงาน ความรูข ามประเทศ เฉลยแบบทดสอบ ขอ 1. ก ขอ 2. ง ขอ 3. ข ขอ 4. ข ขอ 5. ก ขอ 6. ข ขอ 7. ค ขอ 8. ค ขอ 9. ก ขอ 10. ค 6. สอ่ื และเอกสารประกอบโมดูล สำนกั งานคณะกรรมการการอดุ มศึกษา, และ สมาคมสหกิจศึกษาไทย. (2552). มาตรฐานและการ ประกันคุณภาพการดำเนินงานสหกจิ ศกึ ษา. นครราชสีมา: สมาคมสหกจิ ศกึ ษาไทย. JobThai. (19 พฤศจิกายน 2561). 10 สวัสดกิ ารท่ีคนทำงานตอ งการจากองคก รมากที่สุด. สบื คน จาก https://blog.jobthai.com/hr/10-สวัสดกิ ารทีค่ นทำงานตอ งการจากองคก รมากที่สดุ . Cooper, L., & Orrell, J. (2016). University and community engagement: Towards a partnership based on deliberate reciprocity. In F. Trede & C. McEwen (Eds.), Educating the deliberate professional: Preparing for future practices (pp. 107- 123). Springer: New York. Ferns, S., & Lilly, L. (2015). Driving institutional engagement in WIL: Enhancing graduate employability. Journal of Teaching and Learning for Graduate Employability, 6(1), 126-143. Ferns, S., Smith, C., & Russell, L. (2014). Complex problem complex research design: researching the impact of WIL on employability. In Proceedings of WACE’s 10th International Symposium on Cooperative and Work-Integrated Education, June 2 – 4, 2014. Sweden.
227 Jackson, D. (2014). Employability skill development in work-integrated learning: Barriers and best practice. Studies in Higher Education, 40(2), 350-367. Khampirat, B., & McRAE, N. (2016). Developing global standards framework and quality integrated models for cooperative and work-integrated education programs. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 17(4), 349-362. Love, A., & Cugnon, M. (2009). The Purpose Linked Organization: How Passionate Leaders Inspire Winning Teams and Great Results. McGraw-Hill. Reinhard, K., Osburg, T., & Townsend, R. (2008). The sponsoring by industry of universities of cooperative education: A case study in Germany. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 9(1), 1-13. Reinhard, K., Osburg, T., & Townsend, R. (2010). Introducing corporate social responsibility as component in Cooperative Education: Results from a student research project in Germany and the United States supported by Intel Corporation. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 11(1), 1-12. Reinhard, K., Satow, L., & Fadil, P. (2012). Assessing the power of social media marketing: A cooperative educational learning experience. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 13(1), 39-53. Sachs, J., & Clark, L. (2017). Imagining a curriculum for an engaged university. In J. Sachs & L. Clark (Eds.), Learning through community engagement: Vision and practice in higher education (pp. 81-98). Singapore: Springer Science+Business Media. Srisa-an, W. (2014). Development of Cooperative and Work-Integrated Education (CWIE) in Thailand and ASEAN. Thai Association for Cooperative Education.
228 โมดูล 8.2 บทบาทหนาทข่ี องคณาจารยน เิ ทศและผนู เิ ทศ ผชู ว ยศาสตราจารย ดร.อาทิตย คูณศรีสขุ
229 โมดลู 8.2 บทบาทหนาทขี่ องคณาจารยนเิ ทศและผนู เิ ทศ โดย ผูชวยศาสตราจารย ดร.อาทิตย คูณศรสี ุข 1. หลกั การและเหตุผล การดำเนินการ CWIE เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตใหมีความรู ทักษะ สมรรถนะและเจตคติ ตรงกับความตองการและใชประโยชนไดจริง รวมทั้ง การประยุกต ปรับปรุง และพัฒนาระบบและ วิธีการจัดการ CWIE ใหเหมาะสมกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการที่รวมจัด จำเปนที่คณาจารยนิเทศและผูนิเทศตองทราบบทบาทและหนาที่ของตนที่พึงกระทำ เพื่อที่จะรวมกัน จัด CWIE อยางถูกตองเหมาะสมและตอบสนองความตองการขององคกรผูใชบัณฑิตในประเทศไทย และในประชาคมโลกไดเปนอยางดี มีคุณภาพและแขงขันได จึงมีความจำเปนที่ตองมีสาระความรู ทีท่ ำใหคณาจารยน ิเทศและผนู ิเทศไดเ ขาใจบทบาทและหนา ท่ีของตน 2. วตั ถุประสงคเ ชิงพฤตกิ รรม เพื่อใหผูเขารับการศึกษาอบรมสามารถใชสาระความรูในโมดูลนี้เพื่อกำหนดบทบาทหนาท่ี ที่คณาจารยนิเทศและผูนิเทศ ในสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการพึงกระทำ รวมทั้งเปน ปจจัยสำคัญในการพัฒนาตนเองใหเกิดทักษะและสมรรถนะที่จำเปนตองมีในการนำสาระความรูไปสู การปฏบิ ตั ิในลกั ษณะ “รแู ลว ทำได” 3. ผลลัพธก ารเรยี นรแู ละสมรรถนะท่ีพงึ ประสงค ผลลัพธการเรียนรูและสมรรถนะท่ีพึงประสงคที่ผูไดรับการศึกษาอบรมตามโมดูล 8.2 พึงไดร ับ ประกอบดวย 1) เพื่อใหผูเขารับการศึกษาอบรมสามารถอธิบายบทบาทหนาที่ของคณาจารยนิเทศและ ผนู ิเทศได 2) เพื่อใหผูเขารับการศึกษาอบรมสามารถบอกความแตกตางของหนาทีค่ ณาจารยน ิเทศและ ผูนเิ ทศได 3) เพื่อใหผูเขารับการศึกษาอบรมสามารถประเมินและเลือกแนวทางปฏิบัติงานที่เหมาะสม กับบรบิ ทของตนเองได
230 4. หวั เร่ือง: สาระความรู - นำสกู ารปฏบิ ตั ิ สาระความรูทีเ่ ปนพ้ืนฐานของการนำสูการปฏิบตั ิ CWIE ประกอบดว ย 1) บทบาทหนา ที่ของคณาจารยนเิ ทศ 2) บทบาทหนา ทข่ี องผนู เิ ทศ 3) ตวั อยา งของแนวปฏิบตั ทิ ่ีดี (Best Practice) สมาคมสหกิจศึกษาโลก (World Association for Cooperative and Work-Integrated Education: WACE) ไดนยิ าม CWIE ใหร วมทกุ รปู แบบของการเรียนรจู ากประสบการณ (Experiential Learning) ในระดับอุดมศึกษา โดยเนนที่การเรียนรูที่สถานประกอบการ (Workplace Learning) และท่ีไดพัฒนาความรกู ับทกั ษะเพ่ือยกระดบั บัณฑิตใหพ รอมทำงาน (Development of knowledge and skills that enhance employability) (WACE, 2019) ดังนั้น บทบาทหนาที่ในโมดูลนี้จึงเนน สำหรับรูปแบบที่นักศึกษาไปปฏิบัติงาน CWIE ที่สถานประกอบการ อยางไรก็ตาม ผูเรียนอาจ ประยุกตเนื้อหาไปใชกับรูปแบบอื่น เชน แบบที่ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษา แบบที่ปฏิบัติงาน ในสถานการณจำลอง และแบบออนไลน ซึ่งสามารถศึกษาตัวอยางของรูปแบบไดจากการศึกษา ของ Rowe et al. (2012) และ Calway and Murphy (2011) 4.1 บทบาทหนาทขี่ องคณาจารยนิเทศ หนาที่หลักของคณาจารยนิเทศ คือ สนับสนุนทางวิชาการ ใหคำปรึกษา นิเทศงาน และประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยอาจแบงบทบาทหนาที่เปนชวงกอน ระหวาง และหลังการ ปฏบิ ัตงิ าน CWIE ไดด ังนี้ 4.1.1 กอนการปฏิบตั งิ าน CWIE - จัดทำหลักสูตรและกำหนดภาคการศึกษาที่จะใหนักศึกษาไปปฏิบัติงาน CWIE โดยอาจศึกษาตัวอยางของการออกแบบหลักสูตรเฉพาะกลุม (Niche Program) ที่ใช CWIE เปนกลไกใหนักศึกษามีทักษะที่ตองการไดจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแหงซิดนีย ( University of Technology Sydney) ม ห า ว ิ ท ย า ล ั ย แ ม ค ค ว อ ร ี ( Macquarie University) มหาวทิ ยาลัยโมนาช (Monash University) และ มหาวทิ ยาลัยเมลเบริ น (University of Melbourne) ในรายงานของ Sachs et al. (2017) - รวมกับเจาหนาที่ดาน CWIE ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบ การประเมินผลการปฏบิ ัติงาน CWIE - กำหนดคุณสมบัติของนักศึกษาที่จะไปปฏิบัติงาน CWIE โดยควรมีเงื่อนไข ทางวิชาการดวย (เชน เกรดเฉลี่ยและวิชาที่ตองเรียนผาน) จากนั้นควรพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข
231 ทางวิชาการอยางนอยปละ 1 ครั้ง เพื่อใหทันสมัยและสอดคลองกับความตองการของ สถานประกอบการ - รวมกบั เจาหนาที่ดาน CWIE ของสถาบนั อุดมศึกษาเพ่ือวางแผนการหางาน CWIE ใหแกน กั ศกึ ษา - เมื่อสถานประกอบการแจงรายละเอียดงาน CWIE ที่ตองการใหนักศึกษา ไปปฏิบัติมาที่สถาบันอุดมศึกษา คณาจารยนิเทศตองประเมินคุณภาพงาน แลวอนุญาตใหนักศึกษา สมคั รไดเ ฉพาะงานท่ตี รงกบั สาขาวชิ าชีพของนักศึกษาเทานน้ั - ใหคำปรึกษานักศึกษาในการเลือกงานและสถานประกอบการที่ตรงกับ ความสนใจของนักศึกษา โดยกระบวนการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแตละสาขาวิชาชีพสามารถ เลือกงานไดหลากหลาย เชน บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตรสามารถเลือกทำงานดานซอมบำรุง หรือดานกระบวนการผลิต หรือดานวิจัยและพฒั นาก็ได ขณะที่บัณฑิตจากคณะอักษรศาสตรสามารถ เลือกทำงานเปนนักแปลภาษา เปนมัคคุเทศก หรือเปนอาจารยก็ได และจากที่การปฏิบัติงาน CWIE ชวยสรา งโอกาสใหนกั ศกึ ษามปี ระสบการณทำงานการดแู ลใหนักศกึ ษาไดไปปฏิบัติงานที่ตรงกับความ สนใจที่จะชวยใหนักศึกษามีเปาหมาย (Purpose) แรงผลักดัน (Passion) และทุมเทใหกับงานที่ทำ (Commitment) (Love and Cagnon, 2009) - พยายามจัดสงนักศึกษาไปยังสถานประกอบการที่เคยมีนักศึกษาไป ปฏบิ ัติงาน CWIE และพบวา คณุ ภาพงานและการดแู ลนักศกึ ษาเปนไปตามความตองการ - ใหคำปรึกษาเรื่องการเตรียมความพรอมทั้งดานวิชาการและวิชาชีพ แกนักศึกษาหลังนักศึกษาไดรับการตอบรับใหไปปฏิบัติงาน CWIE โดยอาจมีการจัดฝกอบรม ในหัวขอเฉพาะใหแ กน ักศึกษาบางกลมุ ทม่ี ีความจำเปน 4.1.2 ระหวา งการปฏิบตั ิงาน CWIE - ไปนเิ ทศงานนักศึกษาอยางนอย 1 ครงั้ โดยควรมหี ัวขอในการนิเทศ ไดแก ตรวจสอบคุณภาพงานและหัวขอโครงงาน ติดตามการปฏิบัติงานและความกาวหนาของโครงงาน รวมท้ังใหค ำปรกึ ษาและชว ยแกป ญหาทั้งดานวิชาการ การปรบั ตัว และการพฒั นาตนเองของนักศึกษา นอกจากน้ี ควรแลกเปล่ียนขอคิดเห็นกับผนู ิเทศเพ่ือการปรับปรุงการดำเนนิ งาน CWIE และหลักสูตร ที่สอน และควรหาโอกาสชี้แจงปรัชญา CWIE ของสถาบันอุดมศึกษาของตนเองใหผูนิเทศทราบ ระหวางการนิเทศ นอกจากนี้ ในการนิเทศควรมีชวงที่พบนักศึกษาโดยไมมีผูนิเทศ และชวงที่พบ ผนู เิ ทศโดยไมม นี ักศกึ ษา เพ่อื เปดโอกาสใหแตล ะฝา ยสามารถใหขอมลู ไดอยา งเตม็ ที่ - ควรตดิ ตามความกาวหนาของการปฏิบัติงานโดยการสอบถามจากนักศึกษา โดยเฉพาะรายที่พบปญ หาจากการนเิ ทศ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275