ค�ำนำ� “ภูมิพล” พระนามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความหมายว่า “พลังของแผ่นดิน” ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายเหลือคณานับด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อความสุขของพสกนิกร และทรงวางรากฐานการพัฒนาอย่างย่ังยืน โดยพระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับคนไทย และด้วย พลงั แห่งคุณธรรม ความดี ท่พี ระองค์ทรงถือปฏิบตั ติ ลอดพระชนม์ชพี จงึ เปน็ แบบอยา่ งและสรา้ งแรงบนั ดาลใจให้กบั ประชาชนคนไทย เฉกเช่นเดยี วกบั เรอื่ งราวของ 6 ชุมชน 3 โรงเรียน ทีไ่ ดร้ บั รางวลั Zero Waste ของกรมสง่ เสริมเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อม อนั เกิดจาก พลังท่ีสร้างสรรค์ของท้องถ่ิน ด้วยการลุกข้ึนมาจัดการขยะและดูแลรักษาส่ิงแวดล้อมของชุมชนให้น่าอยู่ ตามก�ำลังความสามารถและเหมาะสม ตามบริบทของสังคม ซึ่งทุกแห่งล้วนแล้วแต่น้อมน�ำหลักการทรงงานและมรดกทางความคิดของพระองค์ท่านมาเป็นหลักปฏิบัติ เช่น การน�ำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด�ำรงชีวิต เพ่ือลดปริมาณขยะต้ังแต่ต้นทาง รวมถึงการน�ำศาสตร์ของพระราชาท่ีพระองค์ท่านได้ พระราชทานไว้ในเรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้กับการสร้างสังคมขยะเหลือศูนย์ให้เกิดข้ึนอย่างเป็นรูปธรรม จนส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและ สุขภาวะของคนในชุมชน หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ เรอ่ื งราว 9 เรอื่ งเลา่ ทไี่ ดร้ บั แรงบนั ดาลใจจากพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ในหลวงรชั กาลที่ 9 น้ันจะชว่ ยส่งพลงั บวกและเสรมิ สร้างพลังของแผน่ ดนิ ให้ลกุ โชตชิ ว่ งต่อไปอยา่ งไมม่ วี นั ดับ กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสิ่งแวดล้อม
สารบญั 6 24 แกะรอยแก๊ง “ผู้กอ่ การด”ี 44 บา้ นท่งุ ศรี จ. แพร่ 58 76 “ด้อื จน เจ็บ” แต่ “เจง๋ 94 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 จ. เพชรบูรณ์ 108 126 พลงั ชมุ ชน จัดการขยะครบวงจร 144 บ้านควนโดน จ. สตลู ขยะสร้างคน ณ บ้านพอ่ โรงเรยี นเทศบาลบ่อฝา้ ย จ. ประจวบคีรีขันธ์ ชุมชนทหารปลอดขยะ โรงพยาบาลค่ายวภิ าวดรี ังสติ จ. สุราษฎรธ์ านี “บารโ์ ค้ดขัน้ เทพ” คนรุ่นใหมร่ ักษโ์ ลก โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตวนั จ. แพร่ “โปง่ ศรีนคร” ได้ด.ี ..โดง่ ดงั เพราะขายบา้ นขายเมือง บา้ นโป่งศรนี คร จ. เชยี งราย “บลุ �ำดวนใต”้ ชมุ ชนเลก็ ใจกลา้ ชุมชนบุล�ำดวนใต้ จ. บุรรี มั ย์ “หนองสะแกกวน” หมูบ่ ้านไร้ถังขยะ บา้ นหนองสะแกกวน จ. บุรีรัมย์
6
7 “แผกู้กะร่ออกยาแรกด๊ง”ี บา้ นทุ่งศรี จ. แพร่ เรอ่ื ง จารยา บุญมาก
8 การรวมตวั กันของกล่มุ ผู้กอ่ การดแี ละชาวบา้ นในเย็นวนั ที่นายอ�ำเภอเมืองแพรม่ าเยี่ยมเยยี นถึงถ่นิ
9 พลกิ อดตี เมืองแหง่ การเผา สพู่ นื้ ท่ีสีเขียว การท่องเท่ียวเชิงนิเวศ หรือ Ecotourism ก�ำลังได้รับ ความนิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลก ส�ำหรับประเทศไทยน้ันมี หลายแห่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ใน เขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าอนุรักษ์ แต่ที่จริงแล้วยังมีชุมชน หลายแหง่ กำ� ลงั พฒั นาการทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศทผ่ี สมผสานธรรมชาติ วถิ ีชีวิต และวฒั นธรรมเขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งทจี่ งั หวดั แพรเ่ มอ่ื ป ี 2560 ทางสำ� นกั งานวฒั นธรรม จงั หวดั ไดจ้ ดั กจิ กรรมประชาสมั พนั ธก์ ารทอ่ งเทย่ี วขนึ้ เพอ่ื จะยกระดบั การท่องเท่ียวเชิงนิเวศ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสุขภาพ ที่เน้น ให้เกิดการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตของชุมชนจากการท่องเท่ียว และมบี รกิ ารจดั การกนั เองในชมุ ชน โดยพน้ื ทท่ี ถ่ี กู คดั เลอื กในจงั หวดั มีอยู่ 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโป่งศรี ต�ำบลบ้านถ่ิน อ�ำเภอเมืองแพร่ บ้านแม่สูงเหนือ ต�ำบลนาพูน อ�ำเภอวังชิ้น บ้านดอนทราย ต�ำบล หว้ ยออ้ อำ� เภอลอง บา้ นทงุ่ ศร ี ตำ� บลทงุ่ ศร ี อำ� เภอรอ้ งกวาง และ บ้านพระหลวง ต�ำบลพระหลวง อ�ำเภอสูงเม่น โดยท้ัง 5 ชุมชน ก็ล้วนมีความโดดเด่นหลายด้านรวมถึงการรวมตัวกันเพ่ือประกอบ อาชพี ในวิสาหกิจชุมชน
10 “การดูแลองุ่นนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ให้น้�ำสม�่ำเสมอ และเข้าใจว่าต้นไม้ต้องการอะไร โดยเฉพาะปุ๋ยเราก็ใช้ปุ๋ยน้�ำจากมูลไส้เดือนผสมน�้ำ สว่ นถา้ มีโรคเรากม็ จี ุลนิ ทรียท์ เี่ ล้ยี งไว้เอง แคด่ ูแลเรอื่ งดนิ และนำ�้ อยา่ งทเ่ี ขาต้องการ” ผู้ใหญบ่ า้ นธีรวัฒน์ ตะ๊ วภิ าเลา่ ให้ฟังขณะก�ำลังดแู ล แปลงอง่นุ ทีเ่ รม่ิ ปลกู หลงั จากจากเขา้ รว่ มอบรมกบั มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้
11 กลุม่ เกษตรกรบ้านทงุ่ ศรีไดส้ ร้างโรงเรือนและเริ่มทดลองปลกู เมล่อนจากการเขา้ รว่ มอบรมกับมหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้ โดยใชว้ ธิ ี ระบบปลูกในดนิ ทรายในโรงเรือน และใชป้ ๋ยุ น�ำ้ จากมูลไสเ้ ดือนรวมถึงจลุ ินทรยี ท์ ี่ผลติ ข้ึนเอง
12 1 ใน 5 ชุมชนดังกล่าวคือ บ้านทุ่งศรี ต�ำบลทุ่งศรี ที่มีจุดเด่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องทุ่งนา และมีของท่ีระลึกที่ผลิตขึ้นจาก ขยะในชุมชน อีกท้ังยังข้ึนช่ือเรื่องความเข้มแข็ง และความสามัคคีภายในชุมชนเป็นอย่างมาก จนเห็นผลชัดเจนจากการได้รับรางวัล ในเรื่องชุมชนปลอดขยะและหมู่บ้านตัวอย่าง ซ่ึงท�ำให้หมู่บ้านทุ่งศรีแห่งน้ีมีทั้งหน่วยงาน องค์กร และโรงเรียนต่างๆ แวะเวียนเข้ามาศึกษา ดูงานอย่างไม่ขาดสาย ตลอดจนทางชุมชนก็ได้ปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมอย่างต่อเน่ือง เช่น จัดส่งเสริมการท่องเท่ียวด้วยการท�ำสปาแนวใหม่ นน่ั คือ “สปาไส้เดอื น”
13 เดิมหมู่บ้านทุ่งศรี มีช่ือว่าบ้านทุ่งเพอะ(ภาษาพ้ืนเมืองแปลว่ากระจัดกระจาย) เนื่องจากในอดีตมีทุ่งนาและบ้านเรือนตั้งอยู่ห่าง กระจัดกระจายกัน และได้เปลี่ยนช่ือเป็นบ้านทุ่งศรี เมื่อปี พ.ศ. 2500 ในสมัยก�ำนันเมืองจันทิ มีคนอยู่อาศัยจ�ำนวน 107 ครัวเรือน ประชากร 349 คน อาชพี สว่ นใหญท่ ำ� เกษตรกรรม และมกี ารทำ� กระเบอ้ื งดนิ เผาและเครอ่ื งจกั สาน ซง่ึ เมอ่ื กอ่ นชาวบา้ นไดร้ บั ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพ และชีวิตความเป็นอยู่จากปัญหาการเผาวัชพืชและผลิตผลท่ีเหลือทางการเกษตร รวมไปถึงการจัดการขยะที่ไม่ถูกหลักวิธี ชุมชนบ้านทุ่งศรี จงึ ไดร้ ว่ มกบั เทศบาลตำ� บลรอ้ งกวางและหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งประชมุ ระดมความคดิ เหน็ รว่ มกนั ใหใ้ ชห้ ลกั การ “ปน่ั เปลย่ี น ปรบั ปลอด ลดรอ้ น ท่ีทุ่งศรี” มาเป็นตัวขับเคลื่อนเพ่ือลดปัญหาท่ีเกิดข้ึนในชุมชน และเป็นฟันเฟืองที่จะช่วยให้เกิดการปรับวิถีเดิมในการใช้ชีวิตของชุมชน โดยเริ่มจาก “ปั่น” คือ รณรงค์ให้ประชาชนลดใช้พลังงานเช้ือเพลิง โดยได้ด�ำเนินกิจกรรม 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมเปลี่ยนการเดินทางจากรถยนต์ มาใช้จักรยานยนต์ในกรณีท่ีไปต่างหมู่บ้านหรือพื้นที่อื่น กิจกรรมการเดินทางในหมู่บ้านให้ใช้จักรยานเป็นหลัก กิจกรรมการไปร่วมงานต่างๆ ทง้ั งานศพ งานทำ� บญุ นอกพน้ื ทช่ี มุ ชนใหไ้ ปดว้ ยกนั เปน็ หมคู่ ณะ และกจิ กรรมการรณรงคใ์ หท้ กุ ครวั เรอื นปลกู ผกั ไวก้ นิ เอง ซง่ึ จะชว่ ยลดการเดนิ ทาง ไปซอื้ ผกั ทตี่ ลาด “เปล่ียน” ด�ำเนินกิจกรรมลดการใช้ไฟฟ้า 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเป็นหลอดประหยัดพลังงานอย่างน้อย ครวั เรอื นละ 1 ดวง กจิ กรรมการถอดหลอดไฟทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ ออก กจิ กรรมการปดิ สวติ ชแ์ ละถอดปลก๊ั ไฟทกุ ครงั้ เมอ่ื ไมใ่ ช ้ และกจิ กรรมการเลอื กใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีประหยัดไฟหรือมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดท�ำแบบบันทึกการใช้ไฟฟ้าให้ประชาชนได้บันทึกค่าไฟ ในแต่ละเดอื น เพือ่ เปรยี บเทยี บการใช้ไฟก่อนและหลงั ด�ำเนินกิจกรรม “ปรับ” ชุมชนบ้านทุ่งศรีไม่มีป่าในพ้ืนที่ชุมชน จึงได้เพ่ิมพ้ืนที่สีเขียวในชุมชนโดยใช้หลักการ “ห่มดิน บ่มน้�ำ สอยน้�ำ ส่งดิน” โดย ปลกู ตน้ ไมบ้ รเิ วณลำ� หว้ ยแมค่ ำ� ม ี ซง่ึ เปน็ ลำ� นำ�้ สาขาของแมน่ ำ�้ ยม ปลกู ตน้ ไมใ้ นพนื้ ทไ่ี ร ่ สวน นา และพนื้ ทส่ี าธารณะของชมุ ชน รวมถงึ การสง่ เสรมิ ให้ปลูกพืชสมุนไพรในครัวเรือน นอกจากน้ียังได้มีการรณรงค์ให้ท�ำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนโดยใช้ปุ๋ยหมักและสารชีวภัณฑ์แทนสารเคมี มีการ สรา้ งฝายชะลอนำ้� เพอ่ื กกั เกบ็ น้�ำไว้ใช้ และรณรงค์หมู่บ้านให้เปน็ ชุมชนปลอดการเผา “ปลอด” สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารคดั แยกขยะในครวั เรอื น อบรมใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั การจดั การขยะแบบครบวงจรโดยใชห้ ลกั 3Rs กจิ กรรมหมบู่ า้ น ปลอดถงั ขยะ กจิ กรรมเปลย่ี นขยะอนิ ทรยี เ์ ปน็ ปยุ๋ กจิ กรรมกองทนุ ขยะโดยรบั ซอ้ื ขยะในชมุ ชน จดั ทำ� เปน็ คปู องขยะแลกสนิ คา้ และนำ้� ดมื่ กจิ กรรม ธนาคารความดีของเยาวชน โดยเยาวชนร่วมกันปั่นจักรยานเก็บขยะทุกวันอาทิตย์ และเป็นตัวแทนรับซ้ือขยะของกองทุน ส่งเสริมให้ใช้พลังงาน ทดแทนจากบอ่ กา๊ ซชีวภาพ รวมถงึ การแปรรูปเศษกิง่ ไม้เปน็ ถา่ นอดั แทง่
14 นอกจากน้ันยังเกิดการรวมตัวกันในนาม “ผู้ก่อการดีบ้านทุ่งศรี” เป็นการรวมตัวกันของคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านทุ่งศรี เร่ิมต้นจาก คนกลุ่มเล็กๆ ท่ีมีจิตส�ำนึกรักบ้านเกิด พร้อมที่จะพัฒนาชุมชนให้เกิดการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดี น่าอยู่ และเป็นชุมชนที่สามารถพึ่งตนเองได้ ตอ่ มามกี ารขยายแนวคดิ การพฒั นาชมุ ชนไปยงั คนทมี่ จี ติ รกั และจติ อาสาในชมุ ชนบา้ นทงุ่ ศรเี พมิ่ มากขน้ึ เพอื่ รว่ มกนั กำ� หนดแผนพฒั นาชมุ ชนเปน็ แนวทางในการก�ำหนดวิถีชีวิตและอนาคตของชุมชนบ้านทุ่งศรี จนประสบความส�ำเร็จ ด้วยแนวทาง “ปั่น เปล่ียน ปรับ ปลอด ลดร้อนที่ทุ่งศรี” เป็นตัวขบั เคลื่อน และตอ่ ยอดดว้ ยการลดปริมาณขยะ ตามความตอ้ งการของคนในชมุ ชนท่ีช่วยกันคิดและร่วมกนั ท�ำ ปัจจุบันชุมชนทุ่งศรีเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านการจัดการขยะซึ่งท่ีผ่านมาเคยได้รับรางวัลมากมาย จึงเหมาะเป็นสถานท่ีศึกษาดูงาน ด้านการจดั การขยะ การนำ� ขยะไปรีไซเคลิ รวมถงึ แนวเกษตรวถิ พี อเพียง ซ่งึ มวี ธิ ีการทำ� งานแบบเรียบง่าย สงั เกตไดจ้ ากวิสัยทัศน์กบั การพฒั นา ของหมบู่ า้ นท่กี ลา่ วไวว้ ่า “ครอบครัวอบอนุ่ ชมุ ชน เข้มแข็ง ธรรมชาติยัง่ ยืน” นอกจากนกี้ ารรวมตวั กนั ทำ� ดขี องเหลา่ จติ อาสารกั บา้ นเกดิ อยา่ ง “ผกู้ อ่ การดบี า้ นทงุ่ ศร”ี ดว้ ยความมงุ่ มน่ั จะพฒั นาชมุ ชนใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลง ไปในทางท่ีดีและน่าอยู่ ท�ำให้ชาวบ้านหลายคนต่ืนตัวและร่วมกันคิดช่วยกันท�ำจนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งจากการเดินตามแผนของ “ปั่น เปล่ยี น ปรบั ปลอด ลดร้อนทที่ งุ่ ศร”ี ทเี่ คล่ือนไหวมาอยา่ งต่อเน่ืองในชุมชน และต่อยอดด้วยการลดปริมาณขยะ ปัจจบุ ันชุมชนทงุ่ ศรีมีการก่อตั้งศนู ย์เรียนรู้เกษตรชุมชน มีการจดั กิจกรรมที่ได้นําแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ และรวบรวม องค์ความรู้จากในหลวงรัชกาลที่ 9 และความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านมาไว้ เพ่ือเผยแพร่ให้ผู้ท่ีจะมาศึกษาดูงานได้เรียนรู้ เช่น การผลิตปุ๋ยพืชสด การปรบั ปรงุ ดนิ ผลติ ภณั ฑช์ วี วถิ แี มบ่ า้ น (สนิ คา้ ชมุ ชน) สบอู่ าบนำ�้ สมนุ ไพร แชมพสู มนุ ไพร การทำ� นำ�้ หมกั ชวี ภาพจากเศษผกั และผลไมใ้ นทอ้ งถนิ่ การผลติ ปยุ๋ หมกั ระบบเติมอากาศ การผลติ ถา่ นอัดแทง่ โดยกิจกรรมท้ังหมดได้รับการสนบั สนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนมาโดยตลอด ธีรวัฒน์ ต๊ะวิภา ผู้ใหญ่บ้านทุ่งศรี เล่าว่า ในอดีตหมู่บ้านทุ่งศรีไม่มีที่ดินสาธารณะแม้เพียงนิดเดียว การประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่นี่ คิดเปน็ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ของพื้นท ี่ ตอ้ งซ้อื ท้ังปยุ๋ หรอื สารเคมีเพื่อใชใ้ นการเพาะปลูก มกี ารเผาขยะและกิง่ ไมท้ ุกเย็น โดยไม่มใี ครตระหนักถึงสารพษิ หรอื มลภาวะทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ และพวกเรากำ� ลงั ตายผอ่ นสง่ จนครง้ั หนง่ึ ตอ้ งยา้ ยศนู ยเ์ ดก็ เลก็ ออกนอกพนื้ ทจ่ี ากปญั หามลพษิ หลงั จากทม่ี ปี ระชาคม หมบู่ า้ นและสรา้ งกระบวนการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในการพฒั นาเมอ่ื ปี 2550 ไดเ้ กดิ กลมุ่ วสิ าหกจิ ชมุ ชนในการผลติ ปยุ๋ หมกั จากเศษวสั ดทุ เ่ี หลอื ทงิ้ จนกลาย เป็นโรงก�ำจัดขยะขนาดใหญ่ท่ีน�ำทุกอย่างมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีศูนย์จัดการศัตรูพืช ส่งเสริมการเป็นแหล่งเกษตรปลอดสารพิษ โดยท่ีคน ในบา้ นทงุ่ ศรเี ปน็ เจา้ ของเอง ซอื้ ใชเ้ อง ปนั ผลเอง บรโิ ภคเอง และกลายเปน็ ภมู คิ มุ้ กนั ทเี่ กดิ ขน้ึ ในชมุ ชน ทกุ วนั นไี้ ดก้ า้ วเปน็ ชมุ ชนตน้ แบบในการจดั การ ส่งิ แวดล้อมและการพฒั นาการทอ่ งเที่ยวตามวิถีชุมชน “สงิ่ ทเี่ รามใี นอดตี กบั สงิ่ ทเ่ี ราไมม่ ใี นอดตี มนั สวนทางกนั หมดเลย เมอ่ื กอ่ นทงั้ เกดิ มลภาวะจากการเผาในทอ้ งทงุ่ จากการเผาในครวั เรอื น จนอากาศเป็นพิษ เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เรามีปัญหาจากการท้ิงขยะหน้าบ้าน ที่ทิ้งขยะแล้วเกิดการเน่าเหม็น ท้ังหนอน แมลงวัน นี่คือ
15 ...การพัฒนาหม่บู ้านและชมุ ชนหยุดรอไม่ได้ เราไมจ่ �ำเปน็ ต้องหยุดเพอื่ รองบประมาณ ทกุ อย่างตอ้ งท�ำไป อยา่ งตอ่ เนอื่ ง เราโชคดที ่มี ีเครอื ข่ายภาคสว่ นต่างๆ ทมี่ าหนนุ เสริม น่นั เลยเกิดเป็นผลประโยชนร์ ว่ ม ของหลายภาคสว่ น... นายธรี วฒั น์ ต๊ะวภิ า ผู้ใหญบ่ า้ น บา้ นทงุ่ ศรี สิ่งที่เดิมที่เรามี กับส่ิงที่เราไม่มีคือ เราไม่มีแม้แต่ห้องประชุม ไม่มีเงินกองกลาง ไม่มีที่ดินสาธารณะท่ีใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่ชาวบ้านเขาเห็น เขาเรยี นรมู้ าอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพราะเขาไดร้ บั ผลกระทบตรง จนทกุ วนั นเ้ี ราไดเ้ ปลย่ี นและกา้ วขา้ มปญั หาเหลา่ นนั้ จนสามารถยกมาตรฐานคณุ ภาพชวี ติ และสงิ่ แวดลอ้ มใหด้ ยี งิ่ ขนึ้ ทำ� ใหเ้ ราไดร้ บั รางวลั และเงนิ สนบั สนนุ จากหลายภาคสว่ นทม่ี าชว่ ยหนนุ เสรมิ และตอนนเ้ี รามหี อ้ งประชมุ มที ด่ี นิ สาธารณะ ท่ีใช้ประโยชน์ร่วมกัน มีกองทุนกลางหมู่บ้าน เกิดการขับเคล่ือนของวิสาหกิจชุมชน เพราะการลุกขึ้นไปจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบนั่นเอง สงิ่ สำ� คญั ท่ีเอ้ือใหเ้ กดิ ผลประโยชนเ์ ชิงประจักษ์คือ พ่ีนอ้ งและชาวบ้านทุกคนตอ้ งเดินไปด้วยกนั เหน็ พ้องต้องกันในทิศในทางเดยี วกนั ท่งุ ศรถี งึ มี การจัดการท่ีเร่ิมจากครัวเรือนเป็นหลัก เราพยายามสร้างกิจกรรมร่วมกัน แต่ไม่ใช่ใครเป็นคนคิด ทุกอย่างนั้นจะเกิดจากการมีส่วนร่วมโดย
16 การประชาคมหมบู่ า้ น มกี ารเสนอแผนและขบั เคลอื่ นอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยใชย้ ทุ ธศาสตรห์ รอื นโยบายของหนว่ ยงานรฐั มาชว่ ยหนนุ เสรมิ งบประมาณ จากหลายส่วนต่างเข้ามาช่วยในพ้ืนที่ โดยเมื่อปี 2554 ได้รับรางวัลเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งในหนึ่งจังหวัดก็จะมี 1 แห่ง และพอ ปี 55 ก็เข้าสู่การประกวด Zero waste คร้ังแรกและก็สามารถชนะเลิศในระดับประเทศ ได้รับถ้วยพระราชทานพร้อมกับเงินรางวัล” นายธีระวฒั น ์ เลา่ จากจุดเริม่ ตน้ จนเหน็ ภาพท่ีเกดิ ขน้ึ ในปจั จบุ นั กว่า 10 ปีที่ผ่านมาในการเคล่ือนตัวของชุมชนนั้นก็มีบ้างที่ต้องติดหล่มกับอุปสรรคหลายอย่าง จนกระทั่งเม่ือปี 2549 ถึงปี 2550 ก็เกิดแผนและทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งผู้ใหญ่ธีระวัฒน์ เล่าต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่บ้านทุ่งศรีขับเคลื่อนมา 10 ปี ก็เริ่มจากเร่ืองปากท้องมาก่อน เพราะวา่ สง่ิ หนงึ่ ตอนนน้ั ทเี่ ราชว่ ยกนั กเ็ กดิ กลมุ่ ผกู้ อ่ การด ี ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ คนสงู วยั ทต่ี อ้ งการเปลยี่ นแปลงและเหน็ บา้ นของพวกเขาพฒั นาใหด้ ขี น้ึ “ตอนนัน้ กม็ ปี ระมาณสกั 7-8 คน ทเ่ี ราไดค้ ุยกนั ว่าเราจะท�ำกจิ กรรมกบั พวกเรากนั เองนแ่ี หละ เราไมส่ ามารถตัง้ เปา้ ท่ี 100 ใหไ้ ด ้ 100 เพราะฉะน้ันโจทย์ของเราคือท�ำกับคน เราจะเอา 100 ไม่ได้ แล้วตัวชี้วัดมันอาจจะใช้กับพี่น้องชาวบ้านไม่ได้ด้วยครับ เป้าหมายกับตัวช้ีวัด เหมือนของราชการแบบนั้น เราอาจจะเอามาใช้กับชาวบ้านเขาอาจจะไม่เข้าใจและไม่ยอมรับ สิ่งเดียวที่เรามีก็คือความต้ังใจ ท่ีกลายเป็น เร่ืองเล่าของผู้ก่อการดีแล้วก็เร่ืองของจิตอาสาเกิดข้ึน เพราะว่าเราเข้าใจว่าชาวบ้านเขามีวิถีที่จะต้องท�ำมาหากิน เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง วิถีคนส่วนใหญ่น้ันเป็นชาวไร่ชาวนา ทุกคนต้องเลี้ยงครอบครัว ฉะนั้นเราจึงเน้นในเร่ืองของกิจกรรมท่ีน�ำมาสู่การตอบสนองเพื่อให้เกิดรายได้ เพราะเราคิดว่าถ้าปากท้องไม่อิ่ม จิตส�ำนึกร่วมมันก็จะไม่เกิด ตรงนี้แหละเป็นจุดเริ่มต้น โดยเม่ือปี 2550 น้ันเราท�ำโรงน�้ำด่ืมหมู่บ้านเพ่ือเป็น สวสั ดกิ ารของชมุ ชน ใหช้ าวบา้ นไดด้ ม่ื นำ้� ทมี่ คี ณุ ภาพ จากชาวบา้ นทำ� เอง และรว่ มกนั ดแู ลเอง จนกระทง่ั มาตง้ั กลมุ่ วสิ าหกจิ ผลติ ปยุ๋ หมกั มโี รงผลติ ปุ๋ยหมักขึ้น ถ้าเราย้อนไป 10 ปี โรงผลิตปุ๋ยหมักนี่น่าจะเป็นจุดท่ีสร้างกระบวนการคิดและการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะก่อนหน้าน้ันชาวบ้านต่างคนต่างอยู่และก็ต่างคนต่างท�ำ แต่พอเราพาชาวบ้านมาอบรมอย่างต่อเน่ือง ท้ังภาคราชการต่างๆ ที่เข้ามาเป็น พ่ีเลี้ยงและเสริมให้ชาวบ้านได้ท�ำกิจกรรมร่วมกัน ท�ำให้พวกเขาเกิดความรักและเข้าใจซึ่งกันและกัน มันเลยเป็นจุดก�ำเนิดท่ีเกิดขึ้น ของพนี่ อ้ งบา้ นทงุ่ ศรเี มอ่ื 10 ปที ผี่ า่ นมา วตั ถดุ บิ ของการผลติ ปยุ๋ หมกั กเ็ กดิ จากวถิ ชี วี ติ ของพวกเขาเอง เพราะวา่ ชาวบา้ นปลกู ขา้ ว ขา้ วโพด ยาสบู เขาสามารถใช้เศษฟางเหลือท้ิง เปลือกข้าวโพด หรือเศษใบไม้ และยาสูบมาเป็นปุ๋ยหมักได้ นี่คือส่วนหน่ึงที่เราส่งเสริมในเรื่องของการจัดการ ส่ิงแวดลอ้ ม โดยท่ที ำ� ใหพ้ วกเขาไม่ตอ้ งเผา แตก่ ลบั สร้างมูลคา่ เพิม่ จากเศษใบไมท้ ีร่ ่วงทิ้งเหลา่ นั้น” นายมอ้ น ทะกา ฝา่ ยประชาสมั พนั ธแ์ ละกลมุ่ ดแู ลปยุ๋ บอกวา่ สาเหตจุ ากการสรา้ งโรงปยุ๋ อนิ ทรยี ห์ มบู่ า้ น ครง้ั แรกเกดิ จากแนวคดิ ทตี่ อ้ งการ จะกำ� จดั เศษใบไม ้ เศษฟางขา้ ว เศษพวกนมี้ มี ากมายและไมร่ จู้ ะทำ� อยา่ งไรกเ็ ลยนำ� มาหมกั แลว้ รอ่ นบรรจกุ ระสอบขายกระสอบละ 20 กโิ ลกรมั ถา้ ขายใน หมบู่ า้ นคิด 4 บาท ขายคนนอก 5 บาท เกษตรกรสว่ นใหญเ่ อาไปใชใ้ ส่ในแปลงขา้ วโพดและนาข้าว โรงงานปยุ๋ จดั ตงั้ เมอื่ ป ี พ.ศ. 2550 โดยใชง้ บประมาณจากโครงการอยดู่ มี สี ขุ เพอื่ ใหบ้ รกิ ารกบั สมาชกิ เกษตรกรในหมบู่ า้ น เพอื่ ชว่ ยลดตน้ ทนุ ในการผลิตและช่วยรณรงค์ส่งเสริมในเรื่อง การผลิตพืชปลอดสาร ซ่ึงก็ได้เศษก่ิงไม้ ต้นกล้วย มะละกอ เศษหญ้า ฯลฯ จากชุมชน และได้รับ การสนับสนุนจากทางเทศบาลต�ำบลร้องกวาง และส�ำนักงานเกษตรอ�ำเภอร้องกวางมาอย่างต่อเนื่อง ได้จดจัดต้ังเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เม่อื วันท ี่ 15 สงิ หาคม พ.ศ. 2551 และสมาชกิ ในปัจจบุ ัน จ�ำนวน 26 ครวั เรือน มกี ารซอ้ื หุ้นจากสมาชิกและออมเงนิ ทกุ เดอื น
17
18
19 ตอ่ มาเมอื่ ปี 2554 ชมุ ชนทงุ่ ศรไี ดเ้ ขา้ รว่ มโครงการประกวดชมุ ชนปลอดขยะ (Zero Waste) แตข่ ณะนน้ั ชมุ ชนยงั มปี ญั หาเศษกระดาษชำ� ระ และเศษกระดาษเลก็ ๆ นอ้ ยๆ อยู่ ซงึ่ ทางชมุ ชนจงึ ไดไ้ ปเรยี นรนู้ อกพนื้ ทแ่ี ลว้ นำ� มาปรบั ใช ้ นน่ั คอื การใชไ้ สเ้ ดอื นเพอ่ื การยอ่ ยสลายเศษกระดาษชำ� ระ จนนำ� มาสกู่ ารพัฒนามาเป็นนำ้� หมักมูลไส้เดอื นที่มปี ระโยชน์มากในการปลูกพชื ผักต่างๆ “เรอื่ งนำ้� หมกั มลู ไสเ้ ดอื นนน้ั มปี ระโยชนม์ ากๆ เราสามารถนำ� มาพน่ ผกั ไมด้ อก ไมป้ ระดบั ได้ พวกนใ้ี หส้ ารอาหารเยอะทเี ดยี ว และเราทดลอง ใช้ดูก็เห็นว่า พืชผักน้ันแตกยอดและก็แข็งแรง ส่วนผลผลิตท่ีออกมาก็ปลอดภัย เพราะว่าสารเหล่านี้เป็นสารที่เราดักได้จากวงบ่อไส้เดือน ซึ่งไส้เดือนจะขับเมือกออกมา และเกิดจุลินทรีย์ขึ้นหลายร้อยสายพันธุ์ และที่มากกว่านั้นก็คือเราทดลองเอาไปใส่เพ่ือดับกล่ินเหม็นของเศษผัก ท่ีเน่าหรือซากสัตว์ที่ตาย ปล่อยท้ิงไว้ 3 ชั่วโมง ท้ังกลิ่น หนอน และแมลงวันจะหายเกลี้ยง เราก็พยายามต่อยอดนะ เพราะปุ๋ยมูลไส้เดือนนี่ ก็ให้ชาวบ้านเก็บไปใส่พืชผักสวนครัว พันธุ์ไส้เดือนท่ีเราเล้ียงก็จะมีพันธุ์ไทเกอร์ และแอฟริกาไนท์ มันเป็นพันธุ์ท่ีเหมาะส�ำหรับการย่อยขยะและ เศษอาหาร เราสามารถจัดการขยะเองได้ตัง้ แต่ต้นทาง และเรากย็ งั ขายได้ถึงกโิ ลละ 700 บาท ถา้ เปน็ ปุย๋ มูลไส้เดอื นกจ็ ะโลละ 50 บาท แต่ถา้ เป็น นำ�้ หมกั มลู ไสเ้ ดอื นกล็ ติ รละ 20 บาท นเ่ี ปน็ สง่ิ ทเี่ ราเหน็ และเกดิ การเรยี นรมู้ าอยา่ งตอ่ เนอื่ ง และเรากย็ งั ไดร้ บั การคดั เลอื กใหเ้ ปน็ หมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียงเฉลิมพระเกียรต ิ ในหลวงรัชการท่ี 9 ฉลองครองราชย์ ครบ 60 ปี น่ันก็ได้เงินรางวัล มา 150,000 บาท ก็น�ำมาปรับปรุงศูนย์เรียนรู้ ตา่ งๆ จากทบ่ี อกวา่ 10 ปที แ่ี ลว้ เราเรม่ิ จากหมบู่ า้ นทต่ี ดิ ลบ ไมม่ หี อ้ งประชมุ ไมม่ ที ดี่ นิ สาธารณะ ไมม่ เี งนิ กองกลางหมบู่ า้ นแมแ้ ตบ่ าทเดยี ว” ผใู้ หญบ่ า้ น เล่าถงึ การเรยี นรทู้ เ่ี กดิ ขึ้นมาอยา่ งต่อเนื่องของชมุ ชนบา้ นทุง่ ศรี ผใู้ หญไ่ ดอ้ ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ “ในชมุ ชนทงุ่ ศรนี น้ั ทำ� ปยุ๋ หมกั เอง ทง้ั ไวใ้ ชแ้ ละแจกจา่ ยใหช้ าวบา้ น โดยมขี อ้ ตอ่ รองครบั คอื ถา้ ใครไมเ่ ผาตลอดปี จะได้รับการสนับสนุนปุ๋ยหมัก 1 ตัน น่ีคือข้อต่อรองของหมู่บ้าน ใครท่ีไม่เผาทุกปีพัฒนาที่ดินก็จะสนับสนุนงบให้เราไม่ว่าจะเป็น เปลือกข้าวโพด ซังข้าวโพด ให้เอามาเก็บไว้ มีการจ้างแรงงานในการขน แล้วให้เรามาท�ำ พอได้ก็แจกจ่ายให้กับสมาชิกที่ไม่เผา วันน้ีได้เกิดระบบการจัดการ ที่เช่ือมโยงเข้าหากัน อย่างโรงผลิตปุ๋ยหมัก การผลิตปุ๋ยหมัก ชุมชนทุ่งศรีใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น พวกใบไม้ เศษกิ่งไม้ ฟางข้าว เปลือกข้าวโพด ต้นยาสูบ สามารถหมักท�ำปุ๋ยได้หมด ทุกวันนี้เรามีฟาร์มวัวของเราเองฟาร์มวัวขายมูลวัวให้โครงการปุ๋ยหมักกระสอบละ 15 บาท การเลี้ยง ไส้เดือนเป้าหมายเพื่อก�ำจัดขยะ แต่ว่ากลุ่มปลูกเมล่อนก็ซ้ือมูลไส้เดือน และก็เอาน�้ำหมักมูลไส้เดือนมาพ่นแปลงเมล่อน และองุ่นได้อีกด้วย เพราะว่าเราท�ำระบบปิด โรงองุ่นกับเมล่อนของเราเป็นระบบปิดมีหลังคาพลาสติกและตาข่ายคลุม ที่จริงแล้วเป็นระบบอินทรีย์อยู่แล้ว ซึ่งก็ใช้ ป๋ยุ มูลไสเ้ ดอื นและกน็ �ำ้ หมกั มูลไส้เดือน” ด้านนายสิงห์แก้ว กองหล้าอายุ 73 ปี สมาชิกกลุ่มก่อการดีรุ่นแรก นับเป็นรุ่นบุกเบิกและทุกวันน้ีได้ท�ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนขาย จากที่เขารู้มาว่า ปุ๋ยน้ีจะช่วยเพ่ิมปริมาณอินทรีย์วัตถุ เพิ่มความพรุนของผิวหน้าดิน ลดการจับตัวเป็นแผ่นแข็งของหน้าดิน และยังเพิ่มความ ต้านทานในการเปล่ียนแปลงระดับความเป็นกรดด่างในดิน โดยเขาท�ำปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนมานานแล้วและได้ผลดีมาตลอด ขายดีจนไม่พอขาย
20 “ในชุมชนมีกลุ่มปลูกองนุ่ และมคี นแอบทดลองปยุ๋ มูลไส้เดอื นแลว้ ไดผ้ ลด ี เขาก็มกั จะมาจองไว้ ซึ่งตอนนี้ผใู้ หญบ่ า้ นกจ็ องป๋ยุ ไว้ใชต้ ลอด ปยุ๋ นมี้ นั ด ี ลงุ เพาะไสเ้ ดอื นเสรจ็ กป็ รบั ปรงุ บอ่ ไปเรอ่ื ย วนั นป้ี ยุ๋ ไสเ้ ดอื นเปน็ ทต่ี อ้ งการของทง้ั คนในหมบู่ า้ น และคนบา้ นอน่ื แลว้ กจ็ ลุ นิ ทรยี ไ์ สเ้ ดอื น มีประโยชน์หลายอย่าง ไส้เดือนที่ลุงเลี้ยงมันชอบกินกระดาษทิชชู กินกระดาษหนังสือพิมพ์ ย่อยเร็ว แป๊บเดียวมันกินหมด เวลาเลี้ยงไส้เดือน ก็ใส่ทั้งเศษอาหารลงไป ใส่เปลือกผลไม้ลงไป อะไรท่ีย่อยสลายได้มันย่อยหมด ถ้าเป็นน้�ำแกงก็เอาน้�ำท้ิงก่อน แป๊บเดียวย่อยเสร็จเรียบร้อยเลย” ลงุ สงิ ห์แกว้ เล่าถึงความมหัศจรรย์ของไสเ้ ดือนที่ช่วยจัดการขยะให้กลายเป็นปุ๋ยได้เปน็ อยา่ งดี ความส�ำเร็จในการก�ำจัดขยะครบทั้ง 4 ประเภทของชุมชนเล็กๆ แห่งนี้เกิดข้ึนแล้ว อย่างเช่น ขยะอินทรีย์--แต่ละคุ้มจะมีจุดรองรับขยะ อนิ ทรยี ไ์ วบ้ รกิ ารเพอ่ื ทำ� ปยุ๋ หมกั ขยะรไี ซเคลิ --มกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการกองทนุ ขยะหมบู่ า้ น เพอื่ รบั ซอื้ ขยะจากคนในชมุ ชน ขยะทวั่ ไป--มกี ารนำ� ไปท�ำเปน็ ส่ิงประดิษฐต์ า่ งๆ และขยะอนั ตราย--ต้ังจุดรวบรวมของหมบู่ ้านไว้บริการก่อนส่งไปก�ำจัดอย่างถกู วธิ ี ขณะที่พ่ีอักษร ขันทอง หรือ พี่แมว ตัวแทนคนต่างถ่ินจากกรุงเทพมหานครท่ีย้ายมาอยู่บ้านทุ่งศรี เล่าว่า พี่ไม่ใช่คนท่ีน่ี จริงๆ แล้ว พี่เป็นคนกรุงเทพฯ ย้ายมาอยู่ที่น่ีราว 10 กว่าปี ซ่ึงพอเข้ามาก็ได้มาเข้าร่วมกลุ่มผู้ก่อการดี โดยเริ่มแรกขอชาวบ้าน ขอผู้ใหญ่เข้าไปประชุม ไปฟัง นโยบายลดขยะดว้ ย แลว้ กไ็ ดร้ บั เลอื กเปน็ สมาชกิ ผกู้ อ่ การดใี หเ้ ขา้ มาชว่ ยทำ� งานในกลมุ่ ปจั จบุ นั มที งั้ รนุ่ สงู อาย ุ วยั ทำ� งาน และเยาวชน ทรี่ ว่ มมอื กนั พฒั นาชมุ ชน ในกลุ่มผกู้ อ่ การดีน้นั ตัง้ คณะกรรมการบริหารคลา้ ยกระทรวง แล้วกแ็ บง่ หนา้ ท่คี วามรบั ผดิ ชอบกันเหมือนรัฐมนตร ี มีการวางโครงสรา้ ง ในการบริหารงานแต่ละด้าน คือ ด้านอ�ำนวยการ การปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย แผนพัฒนาหมู่บ้าน ส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในส่วนของ “อักษร” น้ันท�ำหน้าที่ในการพาคณะดูงานและนักท่องเที่ยว เพ่ือศึกษาเรยี นรูอ้ งคค์ วามรู้ในชมุ ชนหรือเป็นฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่งานประชาสมั พันธข์ องกลุ่ม “พ่ีท�ำหน้าท่ีเป็นวิทยากร คือน�ำคนมาชมพื้นท่ีและไปศึกษาดูงานในต่างถิ่น เพ่ือน�ำความรู้มาเผยแพร่ บอกต่อ ทีแรกรู้สึกแปลกๆ เพราะเราไม่ใช่คนท่ีน่ี แต่เป็นคนต่างถ่ินท่ีเข้ามาอยู่ ส่วนใหญ่ในชุมชนเป็นคนพื้นเพออกไปท�ำงานต่างจังหวัดแล้วกลับเข้ามาใหม่ เช่น สมาชิก ในกลมุ่ บา้ นสมนุ ไพร เขาเคยไปทำ� งานทอ่ี นื่ แลว้ กลบั มาผลติ สมนุ ไพร ตอนนเ้ี ขามผี ลติ ภณั ฑ์ อยา่ งเชน่ ยาสฟี นั จากใบพล ู ปรากฏการณห์ นงึ่ ทพี่ เ่ี หน็ คอื กจิ กรรมลดขยะไดช้ ว่ ยคนื คนทอ้ งถน่ิ กลบั บา้ นเกดิ เพราะระยะหลงั มานช่ี มุ ชนเรามชี อ่ื เสยี งมากขนึ้ เราเหน็ คนพน้ื ถน่ิ กลบั คนื จากเมอื งมาทำ� อาชพี ในหมู่บ้าน มที ั้งกลุ่มเลีย้ งววั กลมุ่ ปลูกเมลอ่ น กลมุ่ เลี้ยงไสเ้ ดอื น กลุม่ ท�ำนำ�้ หมัก กลมุ่ แปรรปู ขยะ อาชพี ดังกลา่ วสร้างรายไดแ้ มไ้ มม่ ากแต่คมุ้ ค่า เพราะบางคนทีม่ ารว่ มกันท�ำก็เปน็ ผ้สู งู วัย ที่ต่างรสู้ ึกไดว้ ่าเขาอย่อู ย่างมคี ุณค่า และอีกอย่างคือเขาดใี จทเ่ี ห็นนกั ทอ่ งเที่ยวมาเยือนบ้านเขา นัน่ คอื ความสุขอีกรูปแบบหน่ึงที่สัมผัสได้” พีอ่ ักษร อธบิ าย
21 ปุย๋ มลู ววั ก�ำลังเปน็ ท่ีต้องการของ บรรดาเกษตรกร ถงึ ขนาดกบั ต้อง ส่ังจองกันล่วงหนา้ ท�ำให้กล่มุ เกษตรกร บา้ นทุ่งศรที ่ีได้รบั มอบวัวมาจากทาง จงั หวัดแพรม่ รี ายได้จากการบรรจุ มูลวัวขายเป็นกระสอบราคา กระสอบละ 25-30 บาท ตะกร้าสานจากถุงพลาสติกเหลอื ใช้ อย่างถงุ น้�ำยาปรบั ผ้าน่มุ ทก่ี ลุ่มแปรรปู ขยะ ชว่ ยกันท�ำเพื่อน�ำขยะกลบั มาใชใ้ หมใ่ นชุมชน
22 สำ� หรบั คมู่ อื การพฒั นาชมุ ชนนนั้ ไมม่ สี ง่ิ ใดซบั ซอ้ น เพราะทางชมุ ชนไดว้ างโครงสรา้ งของกฎหมบู่ า้ นทไี่ มถ่ งึ กบั เปน็ กฎเหลก็ แตก่ ม็ กี ารลงโทษ อย่างเหมาะสมพอทีจ่ ะชว่ ยกระตุ้นจติ ส�ำนึกของการอย่รู ว่ มกันในชมุ ชนดว้ ยการดูแลและจดั การสิ่งแวดลอ้ ม คอื 1. ดา้ นถนนสะอาดและปลอดภยั แบง่ เปน็ การรักษาความสะอาดในส่วนของ 1.1 มลู สตั ว ์ เชน่ ขวี้ วั ขคี้ วาย เปน็ ตน้ ทตี่ กบนถนนใหเ้ จา้ ของเกบ็ ครงั้ ท ่ี 1 (ตกั ตอื น) ครง้ั ท ี่ 2 และครง้ั ตอ่ ไป (ปรบั กองละ 20 บาท) 1.2 รถไถเพ่ือการเกษตรทเ่ี ดินตามถนน ขอความรว่ มมอื ใหช้ ว่ ยกันรักษาความสะอาด 1.3 สตั วท์ ตี่ ายในบ้าน เชน่ ตุ๊กแก หน ู หอยทาก คางคก หา้ มท้งิ บนถนน ให้ฝงั กลบเอง 2. ดา้ นสภาพแวดล้อมและการควบคมุ มลภาวะของชมุ ชน 2.1 ขอความรว่ มมือในการงดการเผาขยะในครัวเรอื น 2.2 ใหท้ ้ิงขยะ เช่น เศษพืช/หญา้ กิ่งไมเ้ ลก็ ๆ เป็นต้น ไว้ตามจดุ ที่ก�ำหนดเพอ่ื ใช้เป็นปุย๋ หมัก 3. ดา้ นเสยี งรบกวน การกระทำ� อนั ใดทใี่ หเ้ กดิ เสยี งดงั รบกวนเพอ่ื นบา้ น เชน่ ยงิ ปนื จดุ ประทดั เปดิ เพลง (นอกจากเทศกาล) จะถกู ปรบั เป็นเงนิ จ�ำนวนเงนิ 500 บาท/คร้งั ผู้ใหญ่ได้กล่าวถึงการเดินทางตามค�ำสอนของในหลวงรัชกาลท่ี 9 ไว้อย่างมุ่งมั่นว่า “ที่ส�ำคัญเรามีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ ท่ีมา หนุนเสริม น่ันเลยเกิดเป็นผลประโยชน์ร่วมของหลายภาคส่วน และที่ส�ำคัญพวกเราได้น้อมน�ำเอาศาสตร์ของพระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านมองใน 4 มิติของการพัฒนา คือ เศรษฐกิจดี สังคมน่าอยู่ มีวัฒนธรรมที่ม่ันคง มีส่ิงแวดล้อมที่น่าอยู่ เราตอบไม่ได้ว่าเราใช้ ศาสตร์พระราชาไปกี่เปอร์เซ็นต์ และใช้ในระดับไหน แต่เราค่อยๆ คิดและน�ำมาลงมือท�ำโดยตลอดเราไม่เคยหยุดนะ การพัฒนาหมู่บ้านและ ชมุ ชนหยุดรอไม่ได้ เราไม่จำ� เป็นตอ้ งหยุดเพ่อื รองบประมาณ ทุกอยา่ งต้องท�ำไปอย่างตอ่ เน่ือง” โดยการด�ำเนินการผ่านโครงสร้างบริหารและแผนการด�ำเนินงานต่างๆ นั้น ท�ำให้ชุมชนสามารถเป็นพ้ืนท่ีหน่ึงในการร่วมลดเมืองร้อน และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 818 kgCO2e ถือเป็นผลการประเมินทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดข้ึนพร้อมกับความภาคภูมิใจจาก การพัฒนาสังคมในองคร์ วมของบ้านท่งุ ศรี
23 คปวามรรทอะชกุ ไามขชไ่ข์ดนอ้นง้ัน กระแสรับส่ังของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั รชั กาลท่ี 9 ที่รับสั่งใหบ้ รรดาบคุ คลที่ท�ำงานรับใชใ้ ตเ้ บือ้ งพระยคุ ลบาท ในโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริตา่ งๆ อยู่เสมอ
24 “ดแอื้ ต่จ“นเจง๋เจ”บ็ ” โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 57 จ. เพชรบูรณ์ เรือ่ ง จารยา บุญมาก
25
26 เด็กชายคนหนึ่งก�ำลังซ่อมท่อน้�ำบริเวณแปลงผักที่เขาดูแล โดยกิจวัตรประจ�ำวันของโรงเรียนแห่งนี้จะเริ่มต้ังแต่ตีส่ีครึ่ง ซ่ึงทุกคนจะต้อง ออกก�ำลงั กาย และท�ำงานตามที่ไดร้ ับมอบหมายจากหอนอนของตัวเอง
27 บา้ นหลงั ใหญ่กับภารกจิ นักสงิ่ แวดล้อมรุ่นใหม่ “หากนำ� แกว้ หรอื ภาชนะใสน่ ำ�้ มาเอง ลดทนั ที 2 บาท หรอื ตามปริมาตรของแกว้ ” ป้ายเชิญชวนให้ลูกค้าที่จะมาจิบกาแฟในร้านของโรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ 57 จ.เพชรบูรณ์ ได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ที่จะลดการใช้แก้วพลาสติก นับเป็นเพียงส่วนหน่ึงของนโยบาย ลดขยะและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนที่โรงเรียนได้ท�ำมา อย่างต่อเนื่อง ท�ำให้โรงเรียนแห่งน้ีได้กลายเป็นโรงเรียนต้นแบบ ดา้ นการจดั การขยะและการจดั ภมู ทิ ศั น ์ ทแ่ี หง่ นก้ี ำ� ลงั สรา้ งและเปดิ โอกาสให้เด็กหลายคน รวมทั้งบุคลากรในโรงเรียนได้จุดประกาย ความคิดสร้างสรรค์หลายแขนง เพ่ือเปล่ียนสังคมด้านมืดที่เคย ผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขาหลายคนให้ปรากฏเป็นแสงสว่าง และพร้อมก้าวต่อในชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกท่ีจะเป็นได้อย่าง ภาคภูมิใจ
28 โรงเรียนราชประชานเุ คราะหฯ์ แหง่ นจี้ ัดใหม้ ีการเรียนร้ใู นหลายดา้ นวิชาชพี สู่การปฏิบตั ิแบบศูนยก์ ารเรียนร้ตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไม่ว่าจะเล้ียงสัตว์ทั้ง ไก่ ปลา หมู แพะ ฯลฯ นอกจากน้ียังมีการฝึกอาชีพบาริสต้าให้กับนักเรียน เพ่ือให้เด็กทุกคนสามารถน�ำไป ประกอบอาชีพเองได้เม่อื พวกเขาจบการศกึ ษา
29
30 เด็กๆ ก�ำลังลงแปลงผกั เพ่ือถอนหญา้ และเก็บผลผลิตปอ้ นสู่โรงครัวของโรงเรยี น โรงเรียนราชประชานเุ คราะหฯ์ เปิดสอนตงั้ แต่ระดบั ช้ันอนบุ าลถงึ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ ี 6 ภายใตส้ ังกดั กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยบู่ รเิ วณ ท่ีดินสงวนสาธารณประโยชน์ โคกฟ้าผ่า ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เดิมช่ือโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เพชรบูรณ์ ต้ังเมื่อปี พ.ศ. 2512 เพื่อรับนักเรียนชาวเขาและสงเคราะห์เด็กยากจน ด้อยโอกาสทางการศึกษาในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดใกล้เคียงเข้าเรียนและเป็น โรงเรียนอยปู่ ระจ�ำ
31 ปจั จุบนั มนี ักเรียนในความดูแลประมาณ 800 คน 7. เด็กในชนกลุ่มน้อย หมายถึง เด็กท่ีเป็นบุตรหลานของบุคคลท่ีมี เป็นนกั เรยี นกลุม่ ผดู้ อ้ ยโอกาสแบ่งออกเปน็ 10 ประเภท วัฒนธรรมแตกต่างไปจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ มีปัญหา เกี่ยวกับการถือสัญชาติไทย จนเป็นสาเหตุให้ไม่มีโอกาสได้รับ 1. เด็กถกู บงั คบั ใหข้ ายแรงงาน การศกึ ษา 2. เด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ไม่มีท่ีอยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอน หรือ 8. เดก็ ทีม่ ปี ัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด ด�ำรงชีวิตอยอู่ ย่างไรท้ ิศทาง 9. เด็กท่ีได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อร้ายแรงท่ีสังคม 3. เด็กท่ีอยู่ในธุรกิจทางเพศ หมายถึง เด็กชาย–เด็กหญิง ท่ีมีอายุ รงั เกยี จ ไมค่ รบ 18 ปบี รบิ รู ณ ์ มคี วามสมคั รใจ หรอื ถกู บงั คบั ลอ่ ลวงใหข้ าย บริการทางเพศ หรือตกอยู่ในสภาพท่ีเสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ 10. เด็กในสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน หมายถึง เด็กท่ี ประกอบอาชพี ขายบริการทางเพศ กระทำ� ผิดกฎหมายและถกู ควบคมุ อยู่ ในสถานพนิ จิ ฯ ตลอดถงึ เดก็ ที่ต้ังครรภ์นอกสมรส ซ่ึงมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น 4. เด็กถกู ทอดทง้ิ หมายถงึ เด็กที่ถกู มารดาคลอดท้งิ ไวท้ ่ีโรงพยาบาล การท�ำแทง้ การฆ่าตัวตาย การทอดทิง้ ทารก หรือตามสถานที่ต่างๆ รวมไปถึงเด็กที่พ่อแม่ปล่อยทิ้งไว้ให้มีชีวิต อยู่ตามลำ� พัง หรอื กบั บุคคลอืน่ โดยไม่ไดร้ บั การเลีย้ งดจู ากพ่อแม่ และระยะหลังทางโรงเรียนเริ่มเปิดรับเด็กท่ีมีปัญหาด้านสมาธิส้ัน และอารมณ์เข้ามาเพ่ิม โดยเด็กกลุ่มนี้จะได้รับการบ�ำบัดตามหลักการ 5. เด็กที่ถูกท�ำร้ายทารุณ หมายถึง เด็กท่ีถูกกล่าวละเมิดทางร่างกาย บริการสาธารณสุขและจติ วทิ ยาท่ถี ูกตอ้ ง ทางเพศ หรอื ทางจติ ใจ มีชวี ติ อยอู่ ยา่ งไมเ่ ปน็ สขุ ระแวง หวาดกลัว 6. เดก็ ยากจน หมายถงึ เดก็ ซง่ึ เปน็ บตุ รหลานของคนยากจนทมี่ รี ายได้ ไมเ่ พยี งพอตอ่ การเลย้ี งชพี ครอบครวั อยรู่ ว่ มกนั หลายคน ขาดแคลน ปจั จยั พนื้ ฐาน มชี วี ติ อยอู่ ยา่ งลำ� บาก ซง่ึ กลมุ่ นมี้ จี ำ� นวนมากเปน็ พเิ ศษ ในโรงเรียนแหง่ นี้
32 หลกั สตู รการสอนยคุ โลกร้อน ทกุ วิชาต้องมีเร่ือง “ขยะและสิง่ แวดล้อม” บรรยากาศแรกเข้าในโรงเรียนราชประชานุเคราะหฯ์ จงึ ให้ความรสู้ ึกเหมอื นชมุ ชนเล็กๆ แหง่ หน่งึ มากกว่าโรงเรยี นประจ�ำ นายวุฒิศักด์ิ เหลก็ คำ� ผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน เล่าว่า ส�ำหรบั นโยบายและแผนการดำ� เนนิ งานดา้ นสง่ิ แวดล้อมน้ัน ทางโรงเรยี นได้รว่ มมอื กบั กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม เรม่ิ โครงการประกวดธนาคารขยะรไี ซเคลิ เฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี มาต้ังแต่ปี 2549 เพ่ือส่งเสริมการสร้างจิตส�ำนึก การคัดแยกขยะรีไซเคิล การประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ การลดภาวะโลกร้อน การส่งเสริม การออมให้กับนักเรียน จนก้าวไปสู่โครงการประกวดโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ในปี 2556 โดยจัดการขยะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นขยะอนิ ทรยี ์ ขยะรีไซเคลิ ขยะทัว่ ไป และขยะอนั ตราย ตลอดจนมีกิจกรรมต่างๆ ท่ีส่งผลใหโ้ รงเรียนปลอดขยะอย่างยัง่ ยืน การจัดการส่ิงแวดล้อมในโรงเรียนเริ่มจากการสร้างจิตส�ำนึกง่ายๆ ทั้งการลดปริมาณขยะและการคัดแยกขยะรีไซเคิล การประหยัด ทรัพยากรธรรมชาติ โดยน�ำขยะมารีไซเคิล การลดภาวะโลกร้อนโดยการรณรงค์การประหยัดไฟฟ้า ประหยัดน�้ำ การส่งเสริมการออมให้กับ
33 ผู้เรียน คณะครู และบุคลากรภายในโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน รวมถึงน�ำกิจกรรมการเกษตรผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามา ใช้บรหิ ารโรงเรยี น ซง่ึ เกิดประโยชนท์ ั้งในแงอ่ ยู่อาศยั และบริโภคกันเองในโรงเรียน จนเกดิ การขายแบบแบง่ ปนั ในชมุ ชน ไม่ใช่ขายเชิงพาณชิ ย์ “เดิมทีโรงเรียนเรามี 1,983 ไร่ เป็นท่ีดินราชพัสดุ ต่อมาถูกชาวบ้านบุกรุกจนเหลือประมาณ 1,000 ไร่ ทางโรงเรียนก็แบ่งให้องค์การ บรหิ ารสว่ นตำ� บลใช ้ 100 ไร ่ และแบง่ ทด่ี นิ ใหโ้ รงเรยี นโสตศกึ ษา จ.เพชรบรู ณไ์ ปใช ้ 200 ไร ่ โดยมที ด่ี นิ วา่ งเปลา่ ราว 100 ไร ่ สว่ นตอนนโ้ี รงเรยี น เหลือใช้ที่ดินแค่ 600 ไร่ ซ่ึงแบ่งเป็น 6 ส่วน คือ เขตอาคารเรียน อาคารบริหาร หอพัก พ้ืนท่ีเกษตรพืชและเกษตรสัตว์ พ้ืนท่ีอุตสาหกรรม อยา่ งโรงหลอ่ อฐิ บลอ็ ก พนื้ ทค่ี วามคดิ สรา้ งสรรค ์ เชน่ งานฝมี อื ตา่ งๆ และพน้ื ทพี่ าณชิ ย ์ มตี ง้ั แตร่ า้ นกาแฟ รา้ นนวด ไปจนถงึ รา้ นขายของทร่ี ะลกึ โดยจะแตกต่างจากเม่ือก่อนราว 15 ปีท่ีแล้วนะครับ โรงเรียนสกปรกมาก มีพื้นที่รกร้างเป็นแหล่งม่ัวสุมกันมาก เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมเป็น อย่างนั้นท�ำให้เด็กๆ ไม่สามารถก้าวพ้นปัญหาที่พวกเขาเคยผ่านมาได้ เราจึงต้องจัดการใหม่ คือ ปรับสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นพ้ืนท่ีเสี่ยงของการ มั่วสมุ ต่อไป” นายวุฒศิ กั ด ิ์ เล่า หลังจากได้ปรับภูมิทัศน์จากป่ารกร้างแล้วทางโรงเรียนก็เริ่มส่งเสริมเร่ืองวินัยในการจัดการขยะ โดยเริ่มวางแผนการด�ำเนินงาน อยา่ งเป็นระบบ แลว้ จงึ ค่อยประกาศเป็นนโยบายร่วมกนั นโยบายทวี่ า่ เรมิ่ ตงั้ แตก่ ำ� หนดขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นหอพกั นกั เรยี น โดยทกุ ระดบั ชน้ั ตอ้ งจดั เวรทำ� ความสะอาดหอพกั ตอ่ มาเปน็ กจิ กรรมเวรเดนิ เกบ็ ขยะ ตามอาคารเรยี น การตั้งธนาคารขยะ เพื่อแยกขยะก่อนจะสำ� รวจรา้ นรบั ซื้อของเก่าแล้วนำ� ไปจ�ำหนา่ ยเพ่ือนำ� เงินมาใชใ้ นการบ�ำรุงอาคาร สถานที่ และใชจ้ ่ายยามจ�ำเป็นในรปู แบบกองทนุ รวม จนสง่ ผ่านใหเ้ ป็นเงนิ ปนั ผลสว่ นบคุ คล เมอ่ื เดก็ เรมิ่ แยกขยะเป็นแลว้ ทางโรงเรียนกเ็ รมิ่ ขยายผลไปสู่นโยบายด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยง่ั ยืน ตลอดจนการฝกึ อาชพี ตา่ งๆ เพอ่ื เปน็ ความรู้และเตรยี มพร้อมก่อนท่พี วกเขาจะก้าวออกจากรว้ั โรงเรยี นแห่งนี้ “เราลงทุนดา้ นศูนย์ฝึกอาชีพใหน้ กั เรยี น เพ่ือชดเชยโอกาสทางการใช้ชีวติ ที่ปญั หาของเด็กๆ ส่วนใหญ่แลว้ เดก็ ของเราจึงต้องแกรง่ และ มีความมั่นคงในชีวิต ท่ีนี่เหมือน “มหาลัยชีวิต” พวกเขาจะต้องมีอาชีพ เขาต้องมีจริยธรรม คุณธรรม สมกับเป็นลูกในหลวงท่ีต้องท�ำตัวเป็น แบบอย่างท่ีดีของสังคม ซึ่งวินัยนั้น เราฝึกให้รับผิดชอบตัวเอง ตั้งแต่ท�ำความสะอาดร่างกายของเด็กเล็ก ไปจนท�ำความสะอาดเสื้อผ้า จานชาม ของใช้ และดูแลอาคารหอพักของแต่ละคน แล้วค่อยๆ แทรกซึมเร่ืองจัดการขยะเข้าไปในทักษะชีวิต และวิชาเรียนหลายระดับช้ัน เช่น การสอน คณิตศาสตร์ก็ต้องสอนวิธีตวงขยะ ภาษาอังกฤษก็สอนค�ำศัพท์เกี่ยวกับขยะ วิทยาศาสตร์ก็สอนเรื่องของอันตราย ประโยชน์ โทษของขยะ บางชนิด ฯลฯ ต่อมาก็พัฒนาทักษะอาชีพให้เด็กท�ำอาชีพท่ีค�ำนึงถึงการใช้พลาสติกหรือวัสดุอุปกรณ์ท่ีคุ้มค่า ลดขยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากท่ีสุด แต่ทุกการเรียนการสอนน้ันจะเร่ิมจากการฝึกวินัยและสร้างจิตสำ� นึกจากตัวเอง มาเป็นจิตส�ำนึกในห้องเรียน ในหอพัก ในโรงเรียน และสชู่ มุ ชน ซงึ่ มนั อาจจะยากในชว่ งแรก แตเ่ ราตอ้ งทำ� ใหเ้ ดก็ มฐี านทดี่ กี อ่ น” ผอู้ ำ� นวยการไดเ้ ลา่ ถงึ แผนการสอนชวี ติ ประจำ� วนั ของเดก็ สกู่ ารจดั การ ขยะและสง่ิ แวดล้อมอย่างย่งั ยนื
34 “ครปู อย” หรอื “รจุ ี จนั ทรเ์ ปา” ผทู้ ำ� หนา้ ทดี่ แู ลธนาคารขยะ เผยวา่ การดำ� เนนิ การของธนาคารขยะนนั้ ทางโรงเรยี นไดส้ ำ� รวจขอ้ มลู และ ประสานงานรา้ นรบั ซอ้ื ของเกา่ ใหเ้ ขา้ มารบั ซอ้ื ขยะ ซง่ึ ราคาทเ่ี รารบั ซอื้ ในโรงเรยี นสว่ นใหญค่ ดิ ท ่ี 30 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องราคาทไี่ ดม้ าจากรา้ นรบั ซอ้ื ของเกา่ จากน้ันกก็ �ำหนดเวลาที่จะรบั ซอื้ ขยะ จดั เตรียมรวบรวมขยะ แลว้ นำ� ไปขาย ธนาคารขยะของโรงเรียนเริม่ จากใหเ้ ดก็ ๆ และผู้สนใจสมัครสมาชิก และทกุ คนจะไดส้ มุดคูฝ่ ากเพ่อื ลงรายละเอียดเมื่อน�ำขยะมาฝากและ ถอนเงิน โดยปัจจุบนั ธนาคารมรี ายได้หมนุ เวยี นจากการจำ� หนา่ ยขยะรไี ซเคิลประมาณภาคเรยี นละกว่า 30,000 บาท “ขยะรไี ซเคลิ มนั คอื รายไดก้ จ็ รงิ แตห่ ากเรามจี ำ� นวนมาก กแ็ ปลวา่ เราลดการใชข้ ยะไดน้ อ้ ย ดงั นน้ั เมด็ เงนิ ในการขายขยะ ไมใ่ ชค่ วามสำ� เรจ็ ของการจดั การขยะ ทางโรงเรยี นจงึ มองขา้ มไป และมาวดั กนั ทค่ี วามสามารถในการแยกขยะของนกั เรยี นแทน จนดถู งึ เรอื่ งความสะอาดในแตล่ ะวนั ซ่ึงใน 4-5 ปีที่ผ่านมานน้ั เราพูดไดว้ ่าโรงเรียนแยกขยะได ้ 100 เปอรเ์ ซ็นต์ และลดใชถ้ ังขยะไดจ้ รงิ และเขา้ ใจถงึ บริบทของการจดั การขยะมากขน้ึ โดยเฉพาะในหอพักนี่ไม่มีเศษขยะให้เห็นเลยในเด็กโต ส่วนเด็กเล็กก็ยังมีอยู่บ้าง เราจึงต้องส่งรุ่นพี่ไปสอนน้อง ในรูปแบบกรรมการหอพักเพ่ือ ส่งเสรมิ เรอื่ งขยะใหแ้ ก่เดก็ รุ่นใหม่” ครปู อยช้แี จง ด้อยโอกาส ไม่ด้อยคุณคา่ “ ศาสตรพ์ ระราชา ” เกราะป้องกนั ความล้มเหลวของหนู ด้วยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ฯ เป็นโรงเรียนที่น้อมน�ำร�ำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชเปน็ สำ� คัญ ครูและนักเรยี นจึงเลือกจะเดินตามรอยเทา้ พอ่ ในหลายๆ ดา้ น โดยเฉพาะเรื่องโครงการพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิชาชีพสู่การปฏิบัติแบบศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดให้มี การเรยี นการสอนใหเ้ หมาะสมตามหลกั สตู รการจดั การศกึ ษาเพอ่ื การมงี านทาํ ในคาบเรยี นท ่ี 8 ซง่ึ เปน็ ชว่ั โมงเรยี นสดุ ทา้ ยของวนั เพอื่ ใหผ้ เู้ รยี นได้ เลอื กเรยี นตามความถนดั และความสนใจ และสามารถนำ� ไปประกอบอาชพี ของตนได ้ ครผู สู้ อนมกี ารพฒั นากระบวนการจดั การเรยี นการสอนทแี่ ตกตา่ ง จากการเรยี นการสอนในหอ้ งเรยี น ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษามกี ารบรหิ ารจดั การอยา่ งมคี ณุ ภาพ มกี ารกระจายอาํ นาจการปฏบิ ตั งิ านสผู่ ปู้ ฏบิ ตั งิ าน และ พัฒนาสถานศึกษาให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงนับเป็นแหล่งเรียนรู้แบบใหม่ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ตลอดเวลา จัดให้มี โครงการและกิจกรรมพิเศษ เพ่ือสนองนโยบาย จุดเน้นและตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่ โครงการศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง สําหรับการจัดการศึกษาของผู้ด้อยโอกาสโดยใช้กิจกรรมอย่างเช่น ปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ ปลูกพืชสวนครัวปลอดสารพิษ ปลกู พชื ไมผ้ ลกินได้ และการเล้ยี งสัตวห์ ลายอย่าง ไปจนถึงงานอุตสาหกรรม คหกรรม งานบริหารธุรกิจ เพอื่ น�ำไปยังชีพได้
35
36 “พื้นฐานโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนเพื่อเด็กด้อยโอกาส ท่ีเกิดใต้ร่มแผ่นดินกษัตริย์ไทย พวกเราเป็นลูกในหลวง พวกเราเคารพและ รู้สึกซาบซ้ึงในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ดังนั้น โรงเรียนของเราจึงเลือกเดินตามรอย พระยุคลบาท และน้อมน�ำคำ� สอนมาประยกุ ต์ใชห้ ลายอย่าง ถา้ เราดูในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นตน้ แบบแล้วนนั้ จะเหน็ วา่ ท่านเป็นผ้นู ำ� ในการสร้าง คณุ คา่ ในตัวเองและของท่มี ีอยู่ แมใ้ นช่วงสถานการณท์ ่ีเราคิดว่าเราไม่มอี ะไรเหลือในชีวิตแล้วก็ตาม” ครสู ังคม นกแกว้ รองผู้อ�ำนวยการโรงเรยี น ราชประชานุเคราะหฯ์ เกรน่ิ น�ำถงึ แรงบันดาลใจในการปฏิบตั ติ นของนักเรียนและครใู นโรงเรยี น สู่ความยง่ั ยนื ในโรงเรยี นกลุ่มดอ้ ยโอกาส องคค์ วามรทู้ ส่ี ำ� คญั ทสี่ ดุ คอื เศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอด ี และการประหยดั เพอื่ อนาคต เชน่ เรอ่ื งเลา่ ของในหลวงเกยี่ วกบั การซอ่ มรองเทา้ หลายๆ ครั้ง แทนการซ้ือใหม่เมื่อรองเท้าเส่ือมสภาพ โดยหลักคิดการประหยัดเร่ืองน้ีน้ัน นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนเป็นเด็กยากจน หากไม่มี การประหยดั ก็ย่อมไปถึงเปา้ หมายความม่นั คงทางการเงนิ ในชีวติ ไม่ได ้ เดก็ นักเรยี นจงึ ต้องประหยัด และอดออมไว้ “เรากส็ อนวิชาการซอ่ มผ้า ซอ่ มอุปกรณ์การเรียน อปุ กรณ์ใชส้ ว่ นตวั และการส่งตอ่ เส้ือผ้าจากรุ่นพ่ีส่รู ุ่นน้อง รวมถงึ การใช้น้�ำไฟ อย่าง คุม้ ค่าด้วย เช่น น้�ำลา้ งจานเอาไปรดต้นไมต้ อ่ ” ครสู ังคม นกแก้ว เลา่ ต่อ ในขณะที่ศาสตร์เรื่องพอเพียง คือ การสร้างแหล่งอาหารเอง และการใช้ส่ิงของเท่าที่จ�ำเป็น อย่างเด็กนักเรียนท่ีน่ีจะไม่มีใครสามารถ ใช้โทรศัพท์เคล่ือนที่ได้ เพราะเด็กๆ บางรายไม่มีรายได้ หากปล่อยให้เด็กใช้ คนท่ีไม่มีก็จะอยากมี อยากได้ หรืออย่างการสร้างความเท่าเทียม ในการใชเ้ งนิ ตอ่ วนั ทนี่ ม่ี กี ฎเหลก็ วา่ หา้ มใชเ้ งนิ เกนิ 50 บาทตอ่ วนั จะมมี ากมนี อ้ ยกต็ อ้ งหา้ มเกนิ น ้ี ครแู ละพเี่ ลยี้ งจะตรวจเขม้ มากในเรอื่ งการใชจ้ า่ ย และห้ามคนภายนอกน�ำสง่ิ ของมาขายให้เด็กในโรงเรยี น “เรอ่ื งเศรษฐกจิ พอเพยี งนน้ั หลายคนคดิ วา่ มนั คอื เกษตรอยา่ งเดยี ว แตเ่ ดก็ ราชประชานเุ คราะหร์ วู้ า่ ไมใ่ ชแ่ คน่ นั้ แตห่ มายถงึ การประหยดั เวลา และทรพั ยากรทกุ ประเภท รวมทงั้ การใหค้ ณุ คา่ กบั ทรพั ยากรทม่ี ี ทไ่ี มใ่ ชแ่ คเ่ รอื่ งเกษตร ซงึ่ พอเดก็ เขา้ ใจจดุ นเ้ี ขากจ็ ะตระหนกั ถงึ คณุ คา่ สง่ิ ที่ พวกเขาม ี และเรื่องนเ้ี กี่ยวกับขยะด้วย เช่น เด็กบางคนใช้เสือ้ ผา้ ซ้ำ� ๆ ไมซ่ อ้ื ใหม่ ผา้ ขาด ไมเ่ อาทิ้ง แต่เอามาซ่อมใช้แทน” ส่วนเรือ่ งการทำ� เกษตรอินทรยี ์ผสมผสาน ท้งั การจัดการท่ดี ินและการผลิตอาหารบริโภคเอง อย่างปลกู ผกั และเล้ียงสตั ว์ ซ่ึงนอกจาก จะบรโิ ภคในโรงเรยี นแลว้ ยงั มไี วจ้ ำ� หนา่ ยเพอ่ื นำ� รายไดม้ าเขา้ สว่ นกลางและแบง่ ปนั สนู่ กั เรยี นดว้ ย เชน่ โครงการปลกู ผกั ใชใ้ นโครงการอาหารกลางวนั เลี้ยงสตั ว์ท้ัง เป็ด ไก่ ปลา แพะ ววั ม้าฯลฯ เพอ่ื ศึกษาวิชาการเกษตรและเพื่อสร้างรายไดร้ ะหวา่ งเรียน ศาสตร์ต่อมา ครูสังคม เล่าว่า เป็นศาสตร์เกี่ยวกับป่า ดิน น�้ำ ท่ีทางโรงเรียนสอนพุทธศาสตร์ และพฤกษศาสตร์และการใช้ประโยชน์ จากท่ีดินในสภาพเดิมของโรงเรยี น โดยดนิ เดมิ ของโรงเรียน คือ ดนิ แหง้ แล้ง และนำ�้ น้อย เจาะน้�ำบาลดาลไมไ่ ด้ เราต้องขดุ สระผิวดนิ ไว้เกบ็ น้�ำเอง เพอื่ ใชใ้ นการเพาะปลูก และเพื่อใช้ในหอพกั
37 เราลงทนุ ดา้ นศูนยฝ์ ึกอาชีพให้นักเรียน เพอื่ ชดเชย โอกาสทางการใช้ชีวิตท่ปี ัญหาของเด็กๆ ส่วนใหญแ่ ลว้ เดก็ ของเราจึงต้องแกร่งและมคี วามมนั่ คงในชวี ิต ทีน่ ่ี เหมอื น “มหาลัยชีวิต” พวกเขาจะต้องมีอาชีพ เขาต้อง มจี ริยธรรม คณุ ธรรม สมกับเป็นลูกในหลวงทตี่ ้อง ทำ� ตวั เปน็ แบบอยา่ งทดี่ ขี องสังคม... ดร.วุฒิศักดิ์ เหล็กคำ� ผอู้ ำ� นวยการโรงเรยี น โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 57 เพชรบรู ณ์
38 “เป็นวยั รุน่ บางทีกอ็ ายนะครับ จะใช้ ตะกร้า มนั เขนิ นดิ ๆ แตห่ ลังๆ ผมไม่อายครับ ผมหิ้วแบบสบายๆ มาก ทำ� มาได้ 2 ปีแลว้ แมก่ บั ยายกแ็ ซว แต่ผมไมส่ น ผมกบ็ อก เขาวา่ ขยะมันอันตรายเราต้องช่วยกัน ซ่ึงแมผ่ มก็รบั ฟงั และท�ำตาม” แบงก์ นักเรียนหนมุ่ อธิบายถึงหลักการลด ขยะงา่ ยๆ ในชวี ิตประจำ� วนั และ การถ่ายทอดสู่ครอบครัว การสร้างแหล่งอาหาร และใช้สิง่ ของ อยา่ งจ�ำเป็นถกู ฝกึ ปฏบิ ัติมาโดยตลอด ในบา้ นหลงั ใหญแ่ หง่ นี้ พวกเขาดแู ล ซ่งึ กนั และกนั จากรุ่นสรู่ ุ่น
39 “พื้นที่ของเราหาน้�ำบาดาลยากมาก เราลองผิด ลองถูก ให้หลายหน่วยงานมาลองขุดใช้ก็ขุดไม่ได้ เราจึงต้องบอกเด็กว่า น�้ำเราหายาก และสอนให้เด็กรู้จักท่ีมาของแหล่งน�้ำในโรงเรียน ดังนั้นเราจะท�ำให้น้�ำเน่าเสีย ปล่อยของเสียลงน�้ำไม่ได้ ซ่ึงส่วนน้ีเด็กเข้าใจและปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัด น�้ำทุกหยดจึงมีค่า และเพียงพอส�ำหรับการใช้ในหอพัก อาคารเรียน รวมทั้งพ้ืนที่การเกษตร ซ่ึงเราจะมีเวลาเปิด ปิดน้�ำประปาของ โรงเรยี นชดั เจน โดยชว่ งแรกทโี่ รงเรยี นมปี ญั หานำ�้ แลง้ เดก็ ๆ ตอ้ งขดุ สระเอง ทำ� งานหนกั ระยะหลงั เขากร็ วู้ า่ รนุ่ พลี่ ำ� บากในการขดุ สระ บอ่ สรา้ งเอง ท�ำให้เกดิ ความเหน็ ใจกนั และใชเ้ ทา่ ท่ีจำ� เป็น” ครหู นุ่มบอกเล่าโดยสรุปถงึ การน้อมน�ำศาสตร์พระราชามาใช้ในโรงเรยี น “วรกานต ์ พน้ื ทะเล” หรอื “แบงค”์ นกั เรยี นหนมุ่ ชนั้ ม.6 ยอ้ นความถงึ ฝนั รา้ ยชว่ งทเ่ี กดิ ปญั หาครอบครวั วา่ แมข่ องเขาหลบหนพี อ่ เนอื่ งจาก พอ่ ใชค้ วามรนุ แรงกบั เขาและเธอ เขาจงึ กลายเปน็ เดก็ ทย่ี า้ ยโรงเรยี นบอ่ ย แตด่ ว้ ยแมไ่ มม่ รี ายไดท้ แ่ี นน่ อน จงึ ตอ้ งจำ� ใจสง่ แบงคเ์ ขา้ โรงเรยี นประจำ� เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย แบงค์จึงได้เข้าเรียนที่นี่ต้ังแต่ ป.3 เมื่อเขาอายุ 12 ปี จนตอนนี้เขาใกล้จะจบการศึกษาจากที่น่ี โดยแบงค์ใฝ่ฝันไว้ว่าอยาก ศึกษาต่อด้านศึกษาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เพราะอยากเป็นครูด้านดังกล่าว เน่ืองจากมีความถนัดในด้านคอมพิวเตอร์และการออกแบบกราฟิก การยา้ ยมาอยโู่ รงเรยี นประจำ� ทำ� ใหแ้ บงคเ์ ปน็ คนเขม้ แขง็ และมวี นิ ยั ในการใชเ้ งนิ ประหยดั อดออม และเขม้ แขง็ ในการฝกึ อาชพี และมตี น้ แบบอยา่ ง ในหลวงรชั กาลท ี่ 9 ในการใชช้ วี ติ แบงคบ์ อกวา่ เปน็ เรอ่ื งทสี่ ามารถประยกุ ตใ์ ชไ้ ดต้ ลอด เพราะการใชท้ กุ อยา่ งแบบพอด ี ชว่ ยใหเ้ รามขี องกนิ ของใช้ เหลอื ส�ำหรับแบ่งปันผู้อืน่ “ผมไม่เคยรู้ว่า ศาสตร์พระราชา คืออะไร แต่ผมได้อ่านว่า ท่านเก่งหลายด้าน ผมอยากเก่งแบบท่าน ผมจึงไปศึกษาความสามารถและ ค�ำสอนของท่านก็พบว่า เทคโนโลยีท่านท�ำได้ดี ดนตรีก็เก่ง เกษตรก็ถนัด ผมก็เริ่มเข้าห้องซ้อมดนตรี กีฬา และศึกษาวิชาอ่ืน แต่ก็ค้นพบว่า ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราต้องเริ่มใช้ชีวิตอย่างพอดีก่อน เมื่อก่อนผมอยากจะได้น่ัน ได้นี่ตลอด แต่พอได้เรียนรู้ความพอเพียง ผมต้องหยุดคิดว่า ผมไมม่ ีเงินมากมายขนาดนัน้ อยา่ งคอมพิวเตอร์ ผมกอ็ ยากไดน้ ะ แตผ่ มตอ้ งใชข้ องโรงเรียนกอ่ น เพราะผมไม่มเี งนิ และไมอ่ ยากเป็นหนี้ แตผ่ มกใ็ ช้ ชว่ งเรียน ใช้ความสามารถรบั จ้างท�ำงานออกแบบทางเฟสบุ๊คด้วย และทำ� เกษตรกบั เพอื่ นในโรงเรียนดว้ ย ตอนนี้มเี งนิ เกบ็ มีเงินส่งแม่ ผมก็ดีใจ แล้วครับ สว่ นเร่ืองเรยี น ผมตงั้ ใจว่าจะเก็บเงินอกี นดิ หน่อยเพอ่ื หาท่เี รียนต่อ” แบงค์ เลา่ ถงึ เป้าหมายของเขา จากศาสตรพ์ ระราชา สู่การลดขยะอย่างยงั่ ยืน – เช่อื มสัมพันธ์กับชุมชน “แบงค์” เป็นนักเรียนท่ีมีทักษะคอมพิวเตอร์ท่ีดี สามารถออกแบบและซ่อมบ�ำรุงคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนได้ แต่ในอีกบทบาทหน่ึง เขาคือนักเรียนหนุ่มไฟแรงที่ค�ำนึงถึงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างแยบยล ด้วยการน�ำ CPU คอมพิวเตอร์มาประดิษฐ์เป็นตู้ปลาสวยงาม ประดบั อาคารเรียน ก่อนจะพังลงไปเปน็ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทีส่ ่งต่อร้านรับซือ้ ของเกา่ “พอเรารู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากๆ เวลาคอมพิวเตอร์เสีย เราจะไม่ถอดชิ้นส่วนทิ้งนะครับ แต่จะแยกออกมาปรับใช้ประกอบเครื่องอ่ืนๆ เพ่ือทดแทนช้ินส่วนท่ีเส่ือมสภาพ หรือคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามาช�ำแหละ แยกส่วน สอนให้น้องๆ รุ่นหลังรู้จักส่วนประกอบคอมพิวเตอร์แทน การน�ำไปทิ้ง และหากมันขนึ้ สนมิ มากๆ ผมจะเอาไปไวธ้ นาคารขยะเพ่ือไว้ขาย แตส่ ว่ นมากไม่คอ่ ยมี เพราะผมซ่อมซ้ำ� ๆ ใชแ้ ลว้ ใชอ้ ีกใหค้ มุ้ ค่า ตรงนี้ ผมมพี ระองคท์ ่านเป็นแบบอย่าง อยากใหพ้ ระองคท์ า่ นรูว้ า่ ถงึ ท่านไม่อยู่ความรู้ของท่านยังอย”ู่ แบงคเ์ ล่าทัง้ น้ำ� ตา
40 นอกจากการบรู ณาการศาสตรพ์ ระราชามาใชใ้ นเรอ่ื งการจดั การขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ลว้ แบงคย์ งั ปฏบิ ตั ติ วั ใหเ้ ขา้ กบั นโยบายของโรงเรยี น ดว้ ย เชน่ เรอื่ งการลดขยะในชวี ติ ประจำ� วนั หลงั จากเรยี นในโรงเรยี นมาเปน็ เวลาหลายป ี แบงคเ์ รมิ่ ตระหนกั ถงึ การใชถ้ งุ พลาสตกิ ประจำ� วนั เพราะ ทุกคร้ังท่ีกลับไปเย่ียมบ้าน เขาพบว่า คนในชุมชนใช้ถุงพลาสติกจ�ำนวนมาก ทุกคร้ังท่ีเขากลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการไปเย่ียมยายใน อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ หรือเย่ียมแม่ท่ี จ.ลพบุรี แบงค์จะอาสาไปตลาดเพ่ือไปซ้ือของใช้จ�ำเป็น โดยการหิ้วตะกร้าสานไม้ไผ่ หรือตะกร้าหวาย แทนการใช้ ถงุ พลาสติก แบงค์ บอกว่าหลังจากลดใช้พลาสติกส�ำเร็จ เขาก็เร่ิมสอนคนทางบ้านให้ปลูกมะนาวในวงล้อ ด้วยการใช้ยางรถยนต์เก่าๆ มาปลูก ซ่ึง ปัจจุบันหลายคนในหมู่บ้านน�ำไปท�ำตาม ส่วนตัวเมื่อเห็นชุมชนให้ความส�ำคัญกับความรู้ที่เขาแนะน�ำ เขายอมรับว่า มีความภูมิใจเล็กๆ และมี กำ� ลงั ใจสานตอ่ หลักการลดขยะเพ่อื ชุมชน ไม่ต่างจาก วดิ ารัตน์ แซ่ลี หรอื อญั ชัน อายุ 15 ปี นักเรยี นหญงิ ชาวมง้ ชนั้ ม.3 ทีบ่ อกวา่ หลงั จากเธอเข้ามาอยใู่ นโรงเรียนและไดเ้ รยี นรู้ วิธกี ารแยกขยะทุกประเภท แต่หลกั การทีน่ ำ� ไปใช้ คอื การแยกขยะอนิ ทรยี ม์ าทำ� ปุ๋ยหมกั เพอื่ เอาน�ำ้ หมกั กลับไปบา้ น ให้พอ่ แม่ใชแ้ ทนปุ๋ยเคมี และ การน�ำเศษอาหารทีม่ ีในบา้ นมาก�ำจัดดว้ ยการใช้เล้ยี งสัตว์ เชน่ หมู ไก่ “พ่อแม่หนูปลูกมันส�ำปะหลัง สตรอเบอรี่ และปลูกผักกาด ช่วงแรกเขาก็ใช้สารเคมีค่ะ แต่พอรู้จากคุณครูว่าสารเคมีอันตราย หนูก็ กลับไปบอกเขา ทีแรกเขาไม่ฟัง แต่ตอนนี้เขาก็เริ่มเช่ือเราแล้ว ดีใจท่ีได้มาโรงเรียนนี้ เพราะนอกจากมีอาชีพสร้างรายได้แล้ว มีความรู้ไปบอก พอ่ แมด่ ้วย” อญั ชัน อธิบายถึงความสำ� เรจ็ เลก็ ๆ ท่เี กดิ ข้ึนในครัวเรอื น ขณะท่ี “ปัทมา สาครรัตน์” หรอื “ฉตั ร” นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 อดตี นกั เรยี นวัยรุน่ ท่ีดอื้ ต่ืนสาย และไมร่ จู้ ักการเกษตร มองว่า ทกั ษะชวี ติ เปน็ เรอื่ งทย่ี าก แตก่ ารมาเรยี นโรงเรยี นแหง่ น ้ี ทำ� ใหเ้ ธอสามารถเขา้ ใจบรบิ ทสงั คมมากขนึ้ ไมว่ า่ จะเปน็ การทำ� งานและรบั ผดิ ชอบตวั เอง ในแต่ละวัน เช่น การต่ืนเช้ามาดูแลรุ่นน้อง การออกก�ำลังกายต้ังแต่เวลา 05.00 น. และการปลูกผัก ท�ำเกษตรรูปแบบอื่น รวมท้ังการแยกขยะ ที่ในชีวติ ไม่เคยทำ� มาก่อน ฉตั ร เปน็ นกั เรยี นหญงิ ทเ่ี ตบิ โตมาพรอ้ มความสบาย กบั ขา้ วไมเ่ คยทำ� จานไมต่ อ้ งลา้ ง แตเ่ วลา 3 ปที ผ่ี ปู้ กครองสง่ มาเรยี น ชวี ติ ฉตั รเปลยี่ นไป เธอเรียนรูก้ ารจดั การทดี่ ินด้วยเกษตรผสมผสาน และการกำ� จดั ขยะเบอื้ งตน้ ท�ำใหป้ ัจจบุ ันฉตั รมคี วามรบั ผดิ ชอบมากข้ึน ทง้ั เรอื่ งการรกั ษาความ สะอาดในหอพัก การท�ำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตร การปลูกผักเพ่ือจ�ำหน่ายให้โรงครัวของโรงเรียน ท�ำให้โรงเรียนและเธอมีรายได้จาก การจำ� หนา่ ยผกั ตลอดจนแนวทางการจดั การขยะอนิ ทรยี ท์ มี่ าจากเศษผกั และอาหารปรงุ สำ� เรจ็ ซงึ่ เธอจะตอ้ งนำ� ไปสง่ ใหแ้ ผนกทำ� ปยุ๋ หมกั ทกุ ครงั้ ท่ีเธอเข้าเวร และหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าที่ไปเรียนรู้วิชาชีพอ่ืนๆ เพ่ิมเติม ท�ำให้ปัจจุบันฉัตรเป็นท่ีรักของครอบครัว และสามารถท�ำหน้าท่ีได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรอื่ งการใชอ้ ปุ กรณ์เหลือใชป้ ลูกผักสวนครวั และการจัดการเศษอาหารในครวั เรือน
41 ฉตั รเลา่ วา่ การทำ� เกษตรในโรงเรยี นนนั้ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งมาก เชน่ เมอื่ ทำ� โครงการไกไ่ ขอ่ ารมณด์ สี ำ� เรจ็ ทางโรงเรยี นไดบ้ รู ณาการโดยการ จดั “โครงการขยะแลกไข่” ทีต่ อ้ งเอาไข่ไก ่ ซงึ่ เปน็ ผลผลติ จากโรงเรอื นเลี้ยงไกข่ องโรงเรยี น ไปแลกขยะรไี ซเคลิ จากชมุ ชน ซงึ่ โครงการน้ีไมไ่ ดก้ ำ� ไร เปน็ เมด็ เงิน แต่ไดใ้ จชุมชนเพราะทกุ คนเรม่ิ ใหค้ วามสำ� คัญในการแยกขยะเพอ่ื ไข่ไก่ นักเรียนหญงิ คนหนึง่ เปรียบเทียบไข่สองฟองวา่ ฟองทีแ่ ม่ไกถ่ ูกเลยี้ งระบบเปิดและได้ฟงั เพลงทุกวนั สีจะเขม้ กว่าฟองที่เลีย้ งในระบบปิดแบบทั่วไป พวกเขาเช่อื วา่ เสยี งเพลงจะช่วยลดความเครยี ดใหก้ บั ไก่ และสง่ ผลให้ได้คุณภาพไข่ทีด่ ี ปจั จบุ ันเขาสามารถขายไข่ไดใ้ นราคาท่ีสูงกว่าท้องตลาด
42 พ่สี อนนอ้ ง ฝึกทักษะลดขยะเพื่อสุขภาวะ – สร้างพ้ืนท่ีสีเขียว การใชช้ ีวิตในโรงเรียนประจำ� แตกต่างจากโรงเรยี นท่ัวไป ดงั น้นั เดก็ ในราชประชานุเคราะหฯ์ จงึ มคี วามผกู พนั ฉนั พีน่ อ้ ง และมีความรสู้ กึ ใกลช้ ิดกันเหมอื นครอบครวั การเรยี นรทู้ กุ อยา่ งจงึ เปน็ ไปในลกั ษณะพง่ึ พาอาศยั กนั เดก็ โตตอ้ งวางตวั เปน็ รนุ่ พถ่ี า่ ยทอดวชิ าความรสู้ นู่ อ้ งได ้ ตงั้ แตก่ ารดแู ลความสะอาด ของรา่ งกาย รบั ผดิ ชอบเสอื้ ผ้าของตน ไปจนถึงการท�ำความสะอาดห้องพกั “เดก็ หญงิ ณฐั ชยา โพธอิ์ บุ ล” หรอื “ชมพ”ู่ อาย ุ 12 ป ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เขา้ มาโรงเรยี นนตี้ อนอาย ุ 11 ป ี ระบวุ า่ เธอเปน็ เดก็ ใหม่ ทตี่ อ้ งปรบั ตวั หลายอยา่ ง เพราะอยบู่ า้ นไมต่ อ้ งทำ� หนา้ ทแี่ ยกขยะ แตพ่ อมาเรยี นรนุ่ พจี่ ะบอกกอ่ นวา่ ขยะม ี 3 ถงั แยกเปน็ ขยะ1.ถงั ขยะสเี ขยี ว คอื ถงั ขยะ ท่ีย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ก่ิงไม้ ใบไม้ ผัก และขยะอีกมากมายท่ีสามารถย่อยสลายได้ 2. ถังขยะสีเหลือง คือ ถังขยะท่ีสามารถน�ำกลับ มาใชไ้ ด ้ เชน่ กระดาษ ขวดนำ�้ แกว้ นำ�้ เศษเหลก็ 3. ถงั ขยะสนี ำ�้ เงนิ คอื ถงั ขยะทไี่ มส่ ามารถนำ� กลบั มาใชไ้ ด ้ เชน่ โฟม ถงุ ขนม พลาสตกิ สว่ นขยะ มพี ิษจะไม่มวี นั ไปอยู่ในหอพักได้ “แรกๆ หนูก็งง แต่พออยู่ไป รุ่นพี่เขาจะเดินมาบอกค่ะ ว่าถังไหนเราท้ิงได้บ้าง ตอนมาเดือนที่ 1 หนูไม่เคยแยก พี่เขาก็มาเตือน แล้วก็ บอกเรอื่ งการลดใช้กระดาษ เชน่ หนเู คยท�ำผดิ พลาด ท�ำนำ้� หกบนโตะ๊ แลว้ เอากระดาษทิชชู่มาเช็ด พีเ่ ขาบอกวา่ ใหเ้ อาผา้ ขีร้ ้ิวมาเช็ดแทน ตอนน้ัน กเ็ ลยจ�ำมาใช้ แลว้ ไม่ท�ำผิดอีก ไมพ่ กกระดาษทชิ ชู่ดว้ ยค่ะ” ชมพู่ อธบิ าย สถานศึกษาแห่งนี้ได้รองรับเด็กด้อยโอกาส และก�ำลังเป็นบ้านหลังท่ี 2 ของนักเรียนและครูหลายคนท่ีอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ โดยแปลงสภาพสถานท่ีตงึ เครยี ดอยา่ งโรงเรยี นประจำ� ใหเ้ ป็นชมุ ชนทีม่ ีทักษะการใชช้ ีวติ อย่างพอเพียง เรยี บง่าย และปลอดขยะ จนเป็นตน้ แบบ ทที่ �ำใหห้ ลายต่อหลายหน่วยงานทงั้ ในประเทศและประเทศเพอื่ นบ้านอยา่ งลาวตอ้ งมาศกึ ษาเรียนรู้ ครูสงั คม นกแกว้ เล่าทิง้ ทา้ ยวา่ นอกจากเด็กด้อยโอกาสแล้วทางโรงเรียนยงั มีความภูมใิ จทีไ่ ด้เลยี้ งดูเด็กพิเศษ กลมุ่ สมาธิสนั้ เรียนรูช้ า้ และได้ฟูมฟักให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตประจ�ำวันอย่างถูกสุขลักษณะอีกด้วย ท่ีส�ำคัญเป็นความร่วมไม้ร่วมมือของเด็กๆ กันเอง ท่ีพวกเขาไม่เคย ทอดทง้ิ กนั “เด็กพิเศษบางคนเราต้องพูดซ้�ำ เราจะบอกเด็กคนอ่ืนว่าให้พูดและสอนให้เพ่ือนช้าๆ ให้บอกซ้�ำๆ ว่าจะท้ิงขยะแบบไหน จนปัจจุบัน ทกุ คนน้นั เข้าใจถงึ การจดั การขยะได้เปน็ อย่างดี และท�ำใหส้ ภาพแวดล้อมทดี่ ชี ว่ ยสรา้ งบรรยากาศโรงเรียนทดี่ ีได”้ พลังความุม่งมั่นของพวกเขา ทั้งต่างถิ่น ต่างวัฒนธรรม ต่างครอบครัว แต่มีน�้ำหนึ่งใจเดียวกันช่วยเหลือ แบ่งปัน และต่างรับผิดชอบ ในบ้านหลังที่ 2 จนจดั การให้เป็นบา้ นหลังใหญ่ทปี่ ลอดขยะอยา่ งรูปธรรมไดเ้ กดิ ขึ้นแลว้
43 “...เดก็ ๆ ตอ้ งฝกึ หัดอบรมทงั้ กายทัง้ ใจใหเ้ ข้มแข็งเปน็ ระเบยี บ และสุจริตเพอื่ ประโยชนข์ องตนในภายหนา้ เพราะคนท่ีไม่เข้มแขง็ ไม่สามารถควบคุมกายใจใหอ้ ยู่ ระเบียบและความดี ยากนัก ทจ่ี ะได้ประสบความสำ� เร็จและความเจริญอยา่ งแท้จริงในชีวิต...” ความตอนหน่งึ ในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลที่ 9 พระราชทานเน่ืองในวนั เด็กแห่งชาติ ปี 2526
44 จัดกาพรลขงัยชะคุมรชบนวงจร บา้ นควนโดน จ. สตูล เร่ือง อโนชา พิชัยศิริ
45
46 บรรยากาศรา้ นนำ้� ชาของพี่บญั ชา มาลนิ ี ประธานชุมชนควนโดน ที่มกั จะพดู คุยถึงประเด็นการแก้ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ ม รวมถึงเร่อื งการจดั การขยะ ของชมุ ชน นบั เปน็ ตน้ ทนุ ทท่ี �ำให้เกิดความรว่ มมอื และชมุ ชนเข้มแขง็ อยา่ งแท้จรงิ
47 จบิ ชายามเชา้สชู่ ุมชนต้นแบบการจัดการขยะ ยามเช้าทีต่ ลาดควนโดนขวักไขวไ่ ปด้วยชาวมสุ ลมิ ทอี่ อกมา จับจ่ายซื้อของกันแต่เช้าตรู่ ตลาดคึกคักเพราะต้ังอยู่ในแหล่งชุมชน ทุกเช้าและเย็นคนในชุมชมจะมารวมตัวกันที่ร้านน้�ำชา นั่งจิบชา กันไป กินโรตีกันไป พูดคุยกันเร่ืองสัพเพเหระ ถือเป็นสภาน�้ำชา ที่พี่น้องมุสลิมจะใช้เป็นเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน จนมีคนบอกว่า มาท่ีอ�ำเภอควนโดน ถ้าอยากรู้เร่ืองอะไรให้มาที่ร้านน�้ำชา ใครเจ็บ ใครตาย มาท่ีร้านน้�ำชาก็จะรู้แน่นอนเพราะเป็นแหล่งกระจายข่าว ของชุมชน วันน้ีเราเลยใช้ร้านน้�ำชาที่บ้านควนโดนในเป็นท่ีนัดหมาย เราอยากรู้ว่า ชุมชนท่ีใครๆ พากันบอกว่า เป็นต้นแบบในการจัดการ ขยะ เขาทำ� อยา่ งไร
48 ยามเชา้ ทต่ี ลาดควนโดนขวกั ไขวไ่ ปดว้ ยชาวมสุ ลมิ ทอ่ี อกมาจบั จา่ ยซอื้ ของกนั แตเ่ ชา้ ตร ู่ ตลาดคกึ คกั เพราะตง้ั อยใู่ นแหลง่ ชมุ ชน ทกุ เชา้ และเยน็ คนในชมุ ชมจะมารวมตวั กนั ทร่ี า้ นนำ้� ชา นงั่ จบิ ชากนั ไป กนิ โรตกี นั ไป พดู คยุ กนั เรอ่ื งสพั เพเหระ ถอื เปน็ สภานำ้� ชาทพ่ี นี่ อ้ งมสุ ลมิ จะใชเ้ ปน็ เวทพี ดู คยุ แลกเปลี่ยนกัน จนมีคนบอกว่า มาท่ีอ�ำเภอควนโดน ถ้าอยากรู้เรื่องอะไรให้มาท่ีร้านน�้ำชา ใครเจ็บ ใครตาย มาท่ีร้านน้�ำชาก็จะรู้แน่นอนเพราะ เป็นแหล่งกระจายข่าวของชุมชน วันนี้เราเลยใช้ร้านน�้ำชาที่บ้านควนโดนในเป็นที่นัดหมาย เราอยากรู้ว่า ชุมชนที่ใครๆ พากันบอกว่า เป็นต้นแบบ ในการจดั การขยะ เขาทำ� อยา่ งไร ชุมชนควนโดนใน เป็น 1 ใน 10 ชุมชนของเทศบาลต�ำบลควนโดน จ.สตูล ตั้งอยู่ห่างจากเทศบาลต�ำบลควนโดนประมาณ 2 กิโลเมตร เปน็ ชมุ ชนมสุ ลมิ ขนาด 144 ครวั เรอื น เมอื่ เขา้ มาในชมุ ชนจะพบวา่ บา้ นแตล่ ะหลงั ไมม่ รี วั้ กน้ั เพราะทนี่ เี่ ขาอยกู่ บั แบบพแี่ บบนอ้ งในลกั ษณะของเครอื ญาติ มีคลองดูสนไหลผ่านชุมชน เป็นล�ำคลองสายส�ำคัญของจังหวัดสตูล ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวควนโดน ความอดุ มสมบรู ณข์ องดนิ และนำ�้ ทำ� ใหช้ าวควนโดนในยดึ อาชพี เกษตรกรรมตามแบบวถิ ชี นบทภาคใต ้ ทงั้ ทำ� สวนยางพารา สวนปาลม์ และสวนผลไม้ จำ� พวก ทเุ รยี น เงาะ ลองกอง จำ� ปาดะ ฯลฯ และยงั เปน็ ชมุ ชนทนี่ อ้ มนำ� หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชส้ รา้ งความเขม้ แขง็ ใหช้ มุ ชนสามารถ พ่งึ พาตนเองได้ เรามุ่งหน้ามาท่ีร้านน�้ำชาของพี่บัญชา มาลินี ประธานชุมชนควนโดน ในสถานที่ท่ีเราจะได้รู้ทุกเร่ืองของชุมชน ร้านน้�ำชาเล็กๆ ที่ร่มรื่น ไปดว้ ยตน้ ไมใ้ หญร่ มิ คลองดสู นและลมเยน็ ๆ โชยเออ่ื ย ทำ� ใหบ้ รรยากาศการจบิ ชายามเชา้ ชา่ งละเมยี ดละไม เชา้ นมี้ ชี าวบา้ น 3–4 คน มานง่ั จบิ ชา คอยพวกเราอยกู่ อ่ นแลว้ สงสยั เราจะมาสายไปซกั หนอ่ ย รา้ นนำ�้ ชาจงึ มคี นบางตา ไมไ่ ดค้ กึ คกั อยา่ งทคี่ ดิ ไว ้ เพราะชาวบา้ นสว่ นใหญอ่ อกไปกรดี ยาง กนั หมดแล้ว กะ (พี่สาว) เจา้ ของรา้ น นำ� นำ�้ ชากาแฟและขนมลามาเสริฟใหท้ ี่โต๊ะ กอ่ นที่บทสนทนาของผู้มาเยือนจะเริม่ ต้นขน้ึ “ทำ� ไมถงึ ลกุ ขึ้นมาจดั การขยะในชมุ ชน เป็นเพราะแต่ก่อนมปี ัญหาขยะหรอื เปล่า” “แตเ่ ดมิ บา้ นควนโดนในของเรากไ็ มไ่ ดม้ ปี ญั หาขยะนะครบั ทเ่ี ราเรม่ิ ทำ� เรอื่ งขยะกเ็ พราะเราอยากมกี จิ กรรมทค่ี นในชมุ ชนทำ� รว่ มกนั มากกวา่ เปน็ กจิ กรรมทเี่ ดก็ ผใู้ หญ ่ และผสู้ งู อายสุ ามารถทำ� รว่ มกนั ได ้ สมยั กอ่ นการจดั การขยะของชาวบา้ นงา่ ยนดิ เดยี ว แคจ่ ดั การใหข้ ยะออกจากตวั เอง กถ็ อื วา่ หมดหนา้ ทขี่ องเขาแลว้ ใครอยใู่ กลค้ ลอง กท็ ง้ิ ลงคลอง ใครอยใู่ กลถ้ นน กเ็ อาใสถ่ งั ขยะ เดย๋ี วเทศบาลกม็ าเกบ็ เสยี เงนิ แคเ่ ดอื นละ 30 บาท แค่นี้เรื่องขยะก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว แต่ก็มีขยะบางประเภทที่เราเห็นว่ามันสามารถน�ำมาสร้างรายได้ให้กับชุมชน อย่างขยะรีไซเคิล เราเห็นเทศบาล เกบ็ ขยะจากชมุ ชน เอาไปคดั แยก แลว้ นำ� ไปขาย ไดเ้ งนิ วนั ละ 7- 8 รอ้ ยบาท เรากเ็ รมิ่ เกดิ แนวคดิ ทจี่ ะนำ� ขยะมาทำ� ใหเ้ กดิ ประโยชนบ์ า้ ง ประกอบกบั ชว่ งนน้ั ป ี 2549 เทศบาลตำ� บลควนโดนเขา้ มาสนบั สนนุ งบประมาณ 3,900 บาท ใหช้ มุ ชนนำ� ไปจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม พวกเราเลยเปดิ เวทพี ดู คยุ กนั ในชุมชนว่าจะท�ำเรื่องอะไรดี มติที่ประชุมก็ออกมาว่าจะท�ำเรื่องขยะ กิจกรรมแรกท่ีเราท�ำ คือ ขยะแลกไข่ เราน�ำเงินที่ได้จากเทศบาลไปซ้ือไข่ แล้วให้ชาวบ้านน�ำขยะมาแลกเป็นไข่กลับไป ตอนนั้นไข่ฟองละ 2 บาท ถ้าขยะราคากิโลกรัมละ 4 บาท น�ำขยะมาขาย 4 กิโลกรัม คิดเป็นเงิน 16 บาท สามารถแลกไขไ่ ด้ 8 ฟอง มบี างคนไดไ้ ข่กลับไป 30-40 ฟอง จากนน้ั กน็ �ำขยะทร่ี วบรวมได้จากชาวบา้ น ไปขายให้กับรา้ นรบั ซอ้ื ของเกา่ อกี ทีหน่ึง หลงั จากน้ันไมน่ าน เรากเ็ ปลย่ี นมาเป็นธนาคารวสั ดุรไี ซเคิล” พ่บี ัญชา เลา่ ถึงจุดเร่ิมตน้ ในการจัดการขยะของชมุ ชน
49 จะวา่ ไปการจดั ตงั้ ธนาคารขยะถอื เปน็ ปลายทางของการจดั การขยะในชมุ ชน เพราะสงิ่ สำ� คญั ไมไ่ ดอ้ ยทู่ ก่ี ารนำ� ขยะรไี ซเคลิ มาขายใหธ้ นาคาร ขยะ แต่ชาวบ้านต้องรู้ว่าจะจัดการขยะแต่ละประเภทในครัวเรือนของตนเองอย่างไรให้ถูกวิธี ดังนั้นส่ิงแรกท่ีประธานชุมชนท�ำก็คือ สร้างการ มีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะของตนเอง โดยได้แบ่งพ้ืนท่ีย่อยในชุมชนออกเป็น 6 โซน และให้คณะท�ำงาน ซ่ึงประกอบไปด้วยคนกลุ่ม ต่างๆ ในชุมชน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจ�ำหมู่บ้าน และคณะกรรมการชุมชน ร่วมกันจัดการขยะในพ้ืนท่ีแต่ละโซนท่ีตนเองรับผิดชอบ มกี ารประชาสมั พนั ธเ์ สยี งตามสายในหมบู่ า้ นเกยี่ วกบั การลดปรมิ าณขยะมลู ฝอยในชมุ ชน รวมถงึ วธิ กี ารคดั แยกและจดั การกบั ขยะแตล่ ะประเภท นอกจากน้ียังออกประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แบบเคาะประตูบ้าน มีการแจกสติกเกอร์รณรงค์และเอกสารความรู้ต่างๆ ให้กับทุกครัวเรือน อีกหนึ่ง กจิ กรรมทสี่ ง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชนในการจดั การขยะมลู ฝอยคอื ใหแ้ ตล่ ะครวั เรอื นสง่ คำ� ขวญั เขา้ รว่ มประกวด และมกี ารนำ� คำ� ขวญั เหลา่ นนั้ ไปติดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ในชมุ ชน
50 พม่ี สั นา มาลนิ ี คณะกรรมการจดั การขยะ กำ� ลงั ตรวจสขุ ภาพเบื้องต้นและวดั ความดนั ใหก้ ับสมาชกิ ท่นี ำ� ขยะมาขาย ช่วงเรม่ิ ตน้ ของธนาคารขยะ เมือ่ สมาชิกน�ำขยะมาขาย จะไดร้ ับคปู อง เพื่อเกบ็ ไวซ้ ้ือของใช้ ในรา้ นศนู ยบ์ าท รวมถึงรา้ นตัดผม และร้านน�้ำชา แต่ปัจจุบันนิยมใช้ เปน็ เงินสดมากกว่า
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160