Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอน 2/ 2563

แผนการสอน 2/ 2563

Published by Pandee Komala, 2021-09-02 05:30:50

Description: แผนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายภาคเรียนที่ 2/2563

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรยี นรู้ สาระความรู้ ทักษะดารดาเนนิ ช ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย คร้ัง วัน/เดือน/ปี หวั เร่อื ง/ตัวช้ีวัด เน้อื หาสาระวิชา ที่ ทศั นศิลป์ 1. ความหมาย ความสาํ คัญ ครนู ํา 8 24 มกราคม 1. อธบิ ายความหมาย และความเป็นมาของ ขนั้ ท 2564 ความสําคัญ ความเป็นมา ทัศนศิลป์สากลในด๎าน ครูแล ของทศั นศิลปส์ ากล ใน - จิตรกรรม ในท๎อ ดา๎ นตําง ๆ - ประติมากรรม โบรา 2. อธิบายเก่ยี วกับความ - สถาปตั ยกรรม ครแู ล ซาบซ้งึ ในงานทัศนศิลป์ - ภาพพมิ พ๑ และค สากล 2. วิพากษว๑ จิ ารณ๑ งาน - ปร 3.สามารถวิเคราะห๑ ทศั นศลิ ปส์ ากล วิพาก วพิ ากษ๑ วจิ ารณ๑ งาน 3. ความงามทางทศั นศิลป์ ควา ทศั นศลิ ป์สากลด๎านตํางๆ จุด เ สากล ทเี่ กิดจากการ การศ ขั้นท สร๎างสรรค๑ด๎วยจุด เส๎น สี . ครูใ ทศั น แสง – เงา รปู รําง และ 2.คร คน 4 รปู ทรงของวตั ถุจาก 2.1. ธรรมชาติ

ชีวิต รายวชิ าศิลปศกึ ษา รหสั วิชา ทช 31003 ย จานวน 2 หน่วยกติ กจิ กรรมการเรียนรู้ สือ่ /อุปกรณ์ การวดั ผล ประเมนิ ผล าผู๎เรียนสวดมนต๑ไหว๎พระ และทําสมาธิ 3 นาที -ใบความรู๎ -การมสี ํวนรวํ ม. ท่ี 1 กาหนดสภาพปญั หา ความตอ้ งการในการเรยี นรู้ กระบวนกลํมุ ละผ๎เู รียนรํวมกันสนทนากบั นักศึกษาเรื่องสถานท่สี ําคัญ แบบเรียน -ใบงาน องถิน่ ของตนเอง เชํน วดั มัสยิด โบราณสถาน รายวิชา าณวตั ถุ ฯลฯ ศิลปศกึ ษา - แบบสังเกต ละผเ๎ู รยี นรวํ มกนั วเิ คราะห๑ ความหมาย ความสําคัญ ความเปน็ มาของทัศนศิลป์สากลในดา๎ น - จติ รกรรม เครอื่ งฉาย ระติมากรรม- สถาปัตยกรรม- ภาพพิมพ๑. โนต๏ บ๏คุ กษ๑วจิ ารณ๑ งานทัศนศลิ ป์สากล เครอ่ื งเสยี งพรอ๎ ม ามงามทางทัศนศลิ ป์สากล ท่เี กดิ จากการสร๎างสรรคด๑ ๎วย ลําโพง เส๎น สี แสง – เงา รปู ราํ ง และรปู ทรงกําหนดกิจกรรมใน ศกึ ษาหาความร๎ู กระบวนการกลํมุ ที่ 2 ขน้ั แสวงหาข้อมูล ใหน๎ ักศึกษาดูยทู ปู ความสําคญั ความเป็นมาของเนื้อหา นศิลป์ และการวิพากษว๑ จิ ารณ๑งานทัศนศิลป์ รู แบงํ กลมุํ ผูเ๎ รยี น ออกเป็นกลุมํ ยํอย กลุํมละ 4 – 5 4 กลุมํ ศกึ ษาคน๎ คว๎าเรื่องท่คี รกู าํ หนดให๎ . ผเ๎ู รยี นศึกษาหาความรู๎ด๎วยตนเอง จากสื่อ 130

ครง้ั วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้อื หาสาระวชิ า ท่ี อินเท 2.2. แลกเ 2.3. นาํ เส 2.4 ขนั้ ท 1. ให ฟงั 2. ค และจ 3.1 งาน วางแ 3.2. ขน้ั ท 4.1. ผลงา 4.2. การป

กจิ กรรมการเรียนรู้ สอื่ /อปุ กรณ์ การวัดผล ประเมินผล ทอรเ๑ น็ต ภมู ปิ ญั ญาท๎องถ่ิน แหลงํ เรียนรอู๎ ื่น ๆ . ผ๎เู รยี นนาํ ความรทู๎ ่ไี ด๎จากการศึกษาค๎นคว๎ามา เปลีย่ นเรยี นรูก๎ บั เพือ่ นในกลุมํ . ผเ๎ู รยี นรํวมกันสรุปองคค๑ วามรู๎ และเขียนสรปุ รายงาน สนอครูผสู๎ อน ครูและผู๎เรียนรวํ มกนั สรุปองค๑ความรท๎ู ่ีได๎รบั ที่ 3 การปฏบิ ัตนิ าไปใช้ ห๎ตวั แทนกลุํมนาํ เสนอผลงานทีศ่ ึกษาคน๎ ควา๎ ให๎กลุํมอ่นื ครแู ละผูเ๎ รยี นชํวยกันสรุปเน้อื หาสาระสําคัญของเรื่อง 131 จดบันทึก ผูเ๎ รยี นนาํ ความร๎ทู ไ่ี ด๎รบั ไปปฏิบตั ใิ ชใ๎ นการทํา การ แผนขยายอาชีพ ในการดํารงชีวติ ประจําวัน . ผู๎เรียนรวบรวมผลการปฏิบตั ิ สรุป และจดั ทํารายงาน ที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ . ครูและผ๎ูเรียนรวํ มกนั สรุปองค๑ความรูจ๎ ากการนําเสนอ าน รายงานของผู๎เรียน . ผเ๎ู รียนนาํ ความรทู๎ ไ่ี ดจ๎ ากการสรุปองค๑ความร๎ูไปใช๎ใน ปรับปรงุ แกไ๎ ข ข๎อบกพรํองของตนเอง

ครง้ั วนั /เดอื น/ปี หวั เรื่อง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระวชิ า ท่ี 4.3. เอกส ตามส

กิจกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื /อุปกรณ์ การวดั ผล ประเมินผล . ครปู ระเมนิ ผลการเรียนรขู๎ องผ๎ูเรียนจากผลงาน สารรายงาน ใบงาน แบบทดสอบ. สงั เกตการมสี ํวนรวํ ม สภาพความเป็นจรงิ และธรรมชาติของผู๎เรยี น. 132

131 ใบงานที่ 1 เร่อื ง สรา้ งสรรค์งานศิลปะและความงามตามธรรมชาติ คาํ สัง่ ใหผ๎ ูเ๎ รยี นแตํละกลํมุ ทําการศึกษาคน๎ คว๎า ตามหัวข๎อตํอไปนี้แล๎วนําผลจากศึกษาค๎นคว๎ามาสรุปให๎ เพื่อนฟงั เพอื่ แลกเปลยี่ นร๎ูอยาํ งนอ๎ ย กลมํุ ละ 15 นาที กลมุํ ที่ 1 - ความหมายของศิลปะและทัศนศิลป์ - ความสมั พนั ธร๑ ะหวาํ งศลิ ปะกบั มนุษย๑ - ประเภทของงานทัศนศลิ ป์ กลํุมท่ี 2 - ความของการวเิ คราะห๑ วจิ ารณ๑งานศิลปะ - คุณสมบัตขิ องนักวิจารณท๑ ่ีดี - การวิเคราะห๑และประเมินคุณคําของงานศลิ ปะ กลํมุ ท่ี 3 - ความหมายของธรรมชาติและศิลปะ - องคป๑ ระกอบท่ีสาํ คญั ของศิลปะ - ประเภทการสรา๎ งสรรคง๑ านของศลิ ปนิ กลุํมท่ี 4 - การรับรค๎ู วามงามทางศลิ ปะของมนษุ ย๑ - วิวัฒนาการและความเชือ่ ในสร๎างผลงานทางศิลปะ - ศิลปะในสมัยตํางๆ

132 ใบงานท่ี 2 วิชาศิลปศึกษา รหัส ทช.31003 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื -สกุล..............................................................รหสั นกั ศึกษา................................กศน.ตําบล........................... 1. ใหน๎ ักศึกษาบอกความรูส๎ ึกทมี่ ตี ํอเส๎นในลักษณะตํางๆ ดังน้ี 1.1 เสน๎ ตรงแนวต้งั ……………………………………………………………………………………………………….………. 1.2 เสน๎ ตรงแนวนอน……………………………………………………………………………………………………….……. 1.3 เสน๎ ตรงแนวเฉียง……………………………………………………………………….………………..………………….. 1.4 เสน๎ โคง๎ ………………………………………………………………………………………….………………………………. 1.5 ให๎ความร๎ูสึก……………………………………………….………………………………. 1.6 ------------------------ ใหค๎ วามร๎สู ึก……………………………………………….………………………………. 1.7 ให๎ความรส๎ู ึก……………………………………………….………………………………. 1.8 ใหค๎ วามรูส๎ ึก……………………………………………….………………………………. 1.9 2. ให๎นกั ศึกษาสร๎างงานศิลปะจากเส๎นตาํ งๆ จาํ นวน 1 ภาพ 3. ใหน๎ ักศกึ ษา อธบิ ายวําสรี ๎อน และสีเย็น หมายถงึ อะไรและประกอบด๎วยสีอะไรบ๎าง ………………………………………………………………………………………………………..….………………………………. ………………………………………………………………………………………………………..….………………………………. ………………………………………………………………………………………………………..….………………………………. ………………………………………………………………………………………………………..….………………………………. 4. ให๎นกั ศกึ ษาวาดรปู โดยใชด๎ ินสอไลํนาํ้ หนกั ของแสงเงา

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คร้ังท่ี 9

แผนการจัดการเรียน ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ภา กศน.ตาบล..................... อาเภอ .....เมือง.....จังหวัด ร คร้ัง รายวิชา/หัว ตวั ชว้ี ัด เนื้อหาสาระวชิ า ที่ เรอื่ ง 9 ดนตรี 1. อธิบายประวัติความเปน็ มา 1. ประวตั ิความเป็ นมาและ ครนู าํ 1. ดนตรี และ วิวัฒนาการของเครื่อง วิวัฒนาการของเครอ่ื ง ขั้นท สากล - ดนตรีสากล ประเภทตาํ งๆ ดนตรีสากลประเภทตาํ งๆ 2.คุณคาํ ความ 2. อธิบายคุณคําและความ 2.คณุ คาํ และความไพเราะ ขนั้ ท ไพเราะ ของ ไพเราะ ของการเลํนเครอ่ื ง ของการเลนํ เครื่องดนตรี 1.คร เพลงสากล ดนตรีสากล และสามารถ สากล และการวเิ คราะห๑ จงั หว วิเคราะห๑ วิพากษ๑วิจารณ๑ วิพากษ๑ วิจารณ๑ 3. อธิบายถงึ คณุ คาํ และความ 3. คณุ คําของความไพเราะ 2. ท ไพเราะของเพลงสากล และ ของเพลงสากลและ สามารถ ทศั น สามารถวิเคราะหว๑ ิพากษ๑ วเิ คราะห๑วพิ ากษ๑ วจิ ารณ๑ 3.จดั วิจารณ๑ เพลงสากล เพลงสากล ดนต ไพเร เพิ่มเ ขน้ั ท -

นรู้ ครั้งที …9……. าคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563 ราชบุรี วันท่ี 31 เดือน มกราคม พ.ศ.2564 กิจกรรมการเรยี นรู้ สอื่ /อุปกรณ์ การวัดผล ประเมนิ ผล าผเ๎ู รยี นสวดมนต๑ไหว๎พระ และทาํ สมาธิ 3 นาที -ใบความร๎ู -การมสี ํวนรวํ ม. ท1่ี กาหนดปัญหาความ ตอ้ งการในการเรยี นรู้ กระบวนกลุํม - ครกู ับผเู๎ รียนสนทนาถงึ ภูมปิ ัญญาทอ๎ งถน่ิ ทางดา๎ น แบบเรียน -ใบงาน ดนตรที ่ีมี ในท๎องถิน่ รายวชิ า - แบบสงั เกต ที่ 2 แสวงหาข้อมลู และจัดการ เรียนรู้ ศลิ ปศึกษา รใู หผ๎ เ๎ู รียนทํากจิ กรรม นนั ทนาการโดยการตบมอื เปน็ วะ ทบทวน เน้ือหาท่ีเรยี นมาใน คร้งั ทีแ่ ลว๎ ในเรอื่ ง นศิลป์ ดกจิ กรรมการเรยี นรู๎ โดยครู ซักถามผเ๎ู รยี นในเรอื่ ง ตรสี ากล ดนตรีสากลประเภทตาํ งๆ และ คณุ คําความ ราะของเพลงสากล โดยการสุมํ ถาม และครอู ธิบาย เติม ท่ี 3 การปฏิบัตกิ ารและการนาไปใช้ - ครแู ละผ๎เู รยี นสรุปเนอื้ หา สาระสําคัญของเรื่อง และให๎ผู๎เรียน จดบันทึก 136

ครง้ั รายวิชา/หัว ตวั ชี้วดั เน้อื หาสาระวิชา ที่ เรื่อง ขนั้ ท - ผู๎เร

กจิ กรรมการเรยี นรู้ ส่อื /อปุ กรณ์ การวดั ผล ประเมินผล ท่ี 4. การประเมินผล รียนทําแบบประเมินผลความร๎ู หลังเรยี น (ใบงาน) 137

136 ใบงาน ท่ี 1 วชิ าศิลปศกึ ษา รหสั ทช.31003 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชื่อ-สกุล..............................................................รหสั นักศึกษา................................กศน.ตาํ บล........................... คาสง่ั ให๎ผู๎เรยี นทาํ การศึกษา คน๎ ควา๎ เพิ่มเตมิ ในเรื่องตํอไปนี้ 1. เคร่อื งดนตรีไทย แบํงออกเป็นกีป่ ระเภท และมีประเภทอะไรบ๎างพร๎อมทั้งยกตวั อยํางประกอบ อยําง นอ๎ ยประเภท ละ3 ชนดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงอธิบาย ความแตกตํางระหวํางเครอ่ื งดนตรีไทย และเครื่องดนตรสี ากล มาพอเข๎าใจ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. วงดนตรสี ากลแบงํ ออกเป็นก่ีประเภท และมปี ระเภทใดบ๎าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

137 ใบงาน ท่ี 2 วชิ าศิลปศึกษา รหสั ทช.31003 ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ชอ่ื -สกลุ ..............................................................รหสั นกั ศึกษา................................กศน.ตําบล........................... คาส่งั ใหผ๎ ู๎เรยี นทาํ การศึกษา คน๎ คว๎าเพ่ิมเติมในเร่ืองตํอไปนี้ 1. เคร่อื งดนตรีสากลประเภทเครื่องสาย มกี ่ีประเภท อะไรบา๎ ง 2. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เครือ่ งดนตรีสากลประเภทเคร่ืองเปุาลมไม๎ มีกป่ี ระเภท อะไรบ๎าง 3. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเปุาโลหะ มีอะไรบา๎ ง 4. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เครื่องดนตรีสากลประเภทคยี ๑บอรด๑ มีอะไรบ๎าง 5. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องตี มีกปี่ ระเภท อะไรบา๎ ง

138 ใบงาน ท่ี 3 วิชาศลิ ปศกึ ษา รหัส ทช.31003 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย ชื่อ-สกุล..............................................................รหสั นักศกึ ษา................................กศน.ตําบล........................... คาส่งั ใหผ๎ ๎ูเรยี นทาํ การศึกษา คน๎ คว๎าเพมิ่ เติมในเรื่องตํอไปนี้ 1. องค๑ประกอบของดนตรีสากลประกอบด๎วยอะไรบา๎ ง จงอธิบาย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. จงอธิบายความเป็นมาของดนตรคี ลาสสกิ ยุโรปยุคกลางมาพอเข๎าใจ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดนตรยี คุ คลาสสคิ เกิดขึน้ ในชํวงปใี ด และเป็นยุคทมี่ ีการเปล่ยี นแปลงอะไรเกยี่ วกับดนตรีในยุคน้ัน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คร้ังท่ี 10

142 การวิเคราะห์เน้ือหาในการจัดการเรียนรู้ รายวชิ า ประวัตศิ าสตรไ์ ทย รหัส สค32034 สาระการพฒั นาสงั คม ระดบั มธั ยมศกึ ษาปลาย จานวน 3 หน่วยกติ (120 ชั่วโมง) กศน.อาเภอเมอื งราชบุรี สานกั งาน กศน.จังหวัดราชบุรี มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดบั มคี วามรู๎ ความเขา๎ ใจ ตระหนักเกยี่ วกับภมู ิศาสตร๑ ประวตั ิศาสตร๑ เศรษฐศาสตร๑ การเมือง การปกครองในโลก และ นํามาปรบั ใชใ๎ นการดําเนนิ ชวี ติ เพอ่ื ความม่ันคงของชาติ ระดับความยากง่าย ลาดับที่ ตัวชวี้ ัด เนื้อหา เน้ือหา เนอ้ื หา เนอ้ื หา เร่อื ง งาํ ย ปาน ยาก (กรต.) กลาง (สอน 1. ความภูมิใจ 1. อธบิ ายความหมาย 1. สถาบันหลกั ของชาติ ในความเป็น ความสําคญั ของสถาบนั หลกั ของ 1.1 ชาติ (พบ เสรมิ ) ไทย ชาติ กลุํม) 2. อธิบายความเป็นมาของ ชน 1.1.1 ความหมาย ความสาํ คญั ( 15 ) ชาตไิ ทย ของชาติ 3 3. บอกพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษตั รยิ ไ๑ ทย กบั การ 1.1.2 ความเปน็ มาของ ชนชาติไทย รวมชาติ 1.1.3 การรวมไทยเปน็ ปึกแผนํ 1.1.4 พระมหากษัตรยิ ไ๑ ทย กับการรวม ชาติ 4. อธิบายความสําคญั ของ 2. ศาสนา 5 สถาบันศาสนา 2.1 ศาสนาพทุ ธ 4 2.2 ศาสนาครสิ ต๑ 5.อธบิ ายความสําคญั ของ 2.3 ศาสนาอสิ ลาม สถาบนั พระมหากษัตริย๑ 2.4 ศาสนาซกิ ส๑ 6.อธบิ ายและยกตัวอยาํ งทแี่ สดง 2.5 ศาสนาฮินดู ถึงความภาคภมู ใิ จในความเป็น ไทย 3.พระมหากษตั ริย๑ 3.1 องค๑อุปถัมภ๑ของศาสนา 3.2 การปกครอง 3.3 การเสียสละ 3.4 พระปรีชาสามารถ 7.บอกบญุ คณุ ของ 4. บทสรุปสถาบันพระมหากษตั รยิ ๑เปน็ ศนู ย๑ 3 พระมหากษตั รยิ ไ๑ ทยตัง้ แตสํ มัย รวมใจของคนในชาติ / สโุ ขทัย อยุธยา ธนบรุ ี และ 5. บญุ คณุ ของพระมหากษัตรยิ ไ๑ ทยตั้งแตํสมยั รัตนโกสินทร๑ สโุ ขทัย อยธุ ยา ธนบรุ ี และรตั นโกสินทร๑ 5.1 สมัยสโุ ขทยั 5.2 สมยั อยธุ ยา 5.3 สมยั ธนบุรี 5.4 สมยั รตั นโกสินทร๑

143 ระดับความยากงาํ ย เร่ือง ตัวชวี้ ดั เนอื้ หา เนอ้ื หา เนอื้ หา เนือ้ หายาก งาํ ย ปานกลาง (สอนเสรมิ ) (กรต.) (พบกลมุํ ) 2. การ 1. อธิบายความหมาย 1. ความหมาย ความสําคญั และประโยชน๑ของ 18 6 ประยุกต๑ใช๎ ความสาํ คญั และประโยชน๑ วธิ ีการทางประวัติศาสตร๑ 18 วธิ ีการทาง ของวธิ กี ารทาง ประวัตศิ าสตร๑ ประวตั ศิ าสตร๑ 2. วิธีการทางประวัติศาสตร๑ 21 ( 36 ) 2.1 การกาํ หนดหวั เรอ่ื งท่จี ะศึกษา/การตง้ั 2. อธิบายวธิ ีการทาง ประเด็นทจี่ ะศกึ ษา 3.พระราช ประวตั ศิ าสตร๑ 2.2 การรวบรวมหลักฐาน/สืบคน๎ และรวบรวม กรณยี กิจของ 3. ประยุกต๑ใช๎วธิ กี ารทาง ข๎อมูล พระมหากษตั ริ ประวัตศิ าสตรใ๑ นการศกึ ษา 2.3 การประเมนิ คาํ ของหลักฐาน/การวเิ คราะห๑ ย๑ไทยสมยั เรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร๑ และตีความข๎อมลู ทางประวตั ิศาสตร๑ รตั นโกสินทร๑ ที่สนใจ 2.4 การวเิ คราะห๑ สังเคราะห๑ และ จัดหมวดหมํู ( 27 ) ข๎อมลู 1. อธบิ ายพระราชกรณยี 2.5 การเรยี บเรียงและนาํ เสนอขอ๎ มลู กจิ ของพระมหากษตั รยิ ๑ไทย 2.6 ตัวอยํางการนําวิธีการทางประวตั ศิ าสตรม๑ าใช๎ สมยั รตั นโกสินทร๑ ศกึ ษาประวตั ิศาสตร๑ไทย 1. พระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั รยิ ๑ไทยสมยั 2. อธิบายคุณประโยชน๑ รัตนโกสนิ ทร๑ ของบุคคลสาํ คญั ทม่ี ตี ํอ 2. คณุ ประโยชน๑ของบุคคลสําคัญ การพฒั นาชาติไทย 2.1 กรมพระราชวงั บวร มหาสรุ สิงหนาท 3. วเิ คราะหค๑ ณุ ประโยชน๑ 2.2 ทา๎ วสุรนารี ของบุคคลสาํ คญั ท่มี ผี ลตอํ 2.3 สมเดจ็ เจ๎าพระยามหาศรสี รุ ิยวงศ๑ (ชวํ ง การพัฒนาชาตไิ ทย บนุ นาค) 4. เขียนบรรยายคุณคาํ ที่ 2.4 กรมพระยาดารงราชานภุ าพ ได๎รับจากการศึกษา 2.5 กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ดิ์ ประวัติศาสตร๑ชาตไิ ทย 2.6 พระยาอนุมานราชธน

144 เร่อื ง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา ระดับความยากงา่ ย เน้อื หา เน้ือหา เนอ้ื หายาก งาํ ย ปานกลาง (สอนเสรมิ ) (กรต.) (พบกลมํุ ) 4. มรดกไทย 1. อธิบายความหมายและ 1. ความหมายและความสําคญั ของมรดกไทย 12 สมยั 12 รัตนโกสินทร๑ ความสําคญั ของมรดกไทย 2. มรดกไทยสมยั รตั นโกสนิ ทร๑ ( 24 ) 2. ยกตัวอยํางมรดกไทย 2.1 ด๎านสถาปัตยกรรม 5. การ เปลยี่ นแปลง สมัยรัตนโกสินทร๑ ไดอ๎ ยําง 2.2 ด๎านประตมิ ากรรม ของชาตไิ ทย สมัย น๎อย 3 เร่อื ง 2.3 ด๎านจติ รกรรม รตั นโกสนิ ทร๑ ( 18 ) 2.4 ดา๎ นวรรณกรรม 2.5 ด๎านดนตรี และนาฏศลิ ป์ 2.6 ด๎านประเพณี 2.7 ดา๎ นการแตงํ กายและอาหาร 2.8 ตวั อยํางการมีสวํ นรํวม การอนุรักษ๑มรดก ไทยสมยั รตั นโกสินทร๑ 3. วิเคราะหม๑ รดกไทยสมยั 3. มรดกไทยท่ีมผี ลตํอการพฒั นา ชาติไทย รัตนโกสนิ ทรท๑ ม่ี ผี ลตํอ การ พฒั นาชาติไทย 4. อธิบายความหมาย 4. การอนุรักษม๑ รดกไทย ความสาํ คญั ของการอนุรกั ษ๑ มรดกไทย 5. การมีสวํ นรํวมในการอนรุ ักษ๑ มรดกไทย 5. ยกตัวอยํางการมสี ํวน รวํ ม ในการอนรุ ักษ๑มรดก ไทย 1. วิเคราะหเ๑ หตกุ ารณ๑ 1. เหตกุ ารณส๑ าํ คญั ทางประวตั ิศาสตรท๑ มี่ ีผลตอํ การ 6 สาํ คัญ ทางประวตั ศิ าสตรท๑ ี่ พฒั นาชาตไิ ทย มผี ลตอํ การพฒั นาชาตไิ ทย 1.1 การสถาปนาอาณาจักรรตั นโกสินทร๑ 1.2 สนธสิ ัญญาเบาวร๑ ง่ิ 1.3 การปฏิรูปการปกครองในสมยั รชั กาลที่ 5 1.4 การเปลย่ี นแปลงการปกครอง 2475 1.5 ความเป็นชาติไทยสมัยจอมพล ป. พบิ ูล สงคราม 2. อภปิ รายและนาํ เสนอ 2. ตวั อยํางการวเิ คราะห๑และอภปิ รายเหตุการณ๑ เหตุการณส๑ ําคัญทาง สําคญั ทางประวัตศิ าสตร๑ ทม่ี ผี ลตอํ การพฒั นาชาติ 12 ประวัตศิ าสตรท๑ ่ีมีผลตอํ ไทย การพฒั นาชาติไทย 102 18

แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวิชา สาระการพฒั นาสงั คม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลา หัวเร่ือง ความภูมิใจในความเป็นไทย,พระราชกรณ คร้งั ที่ วัน/เดือน/ปี หัวเรอ่ื ง/ตัวช้ีวัด เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้ 10 7 ก.พ.64 เร่ืองความภมู ใิ จในความเปน็ 1. สถาบันหลกั ของชาติ ไทย 1.1 ชาติ 1. อธบิ ายความหมาย 1.1.1 ความหมาย ความสําคัญของสถาบนั หลัก ความสาํ คญั ของชาติ ของชาติ 1.1.2 ความเปน็ มาของ 2. อธบิ ายความเปน็ มาของ ชนชาติไทย ชนชาตไิ ทย 1.1.3 การรวมไทยเปน็ 3. บอกพระปรชี าสามารถ ปกึ แผนํ ของพระมหากษตั รยิ ๑ไทย กบั 1.1.4 พระมหากษัตรยิ ๑ การรวมชาติ ไทย กบั การรวมชาติ 7.บอกบุญคุณของ 4. บทสรปุ สถาบัน พระมหากษัตรยิ ไ๑ ทยตัง้ แตํ พระมหากษัตรยิ เ๑ ป็นศูนย๑รวม สมัยสโุ ขทยั อยธุ ยา ธนบุรี ใจของคนในชาติ และรตั นโกสินทร๑

รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ชาติไทย รหสั วชิ า สค32034 าย จานวน 3 หนว่ ยกติ ณียกิจของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยสมยั รัตนโกสินทร์ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหล่ง การวดั และ เรียนรู้ ประเมนิ ผล ขัน้ ท่ี ๑ กําหนดสภาพปญั หา 1. ครูแจ๎งตัวช้วี ดั การเรยี นรใู๎ หน๎ กั ศกึ ษาทราบ -หนังสอื เรียน -การสังเกต 2. ครูใหน๎ กั ศกึ ษาทําแบบทดสอบกํอนเรียน -ใบความรู๎ -การชกั ถาม 3. ครใู ห๎นกั ศกึ ษาดแู ผนท่ีทวปี เอเชีย แลว๎ ถามวํา คนไทยมา -อินเตอร๑เน็ต -การมสี วํ น จากไหน ถิน่ เดิมของชนชาติไทยอยํู ท่ีไหน พร๎อมทั้งให๎ -ห๎องสมดุ กศน. รวํ ม นกั ศกึ ษาออกมาชแ้ี ผนท่ปี ระกอบ จากน้นั ครูสรปุ เพ่ือ ตาํ บล -ใบงาน เช่อื มโยงเข๎าสูเํ นื้อหาที่จะเรยี น -แหลํงเรียนร๎ู ข้นั ท่ี ๒ แสวงหาความรู๎ ชมุ ชน ครูสนทนากับนักเรยี นเกีย่ วกับถน่ิ เดมิ ของชนชาตไิ ทย -แผนท่ี ครใู ห๎นักเรียนแบํงออกเปน็ 5 กลุมํ แตํละกลํุมสืบคน๎ ข๎อมูล -ยูทปู เรอ่ื งความ เก่ียวกบั เรอื่ งตอํ ไปนี้ -กลมํุ ท่ี 1 ชนชาตไิ ทยเป็นเชือ้ สายมองโกลมถี น่ิ เดิมอยแํู ถบ เปน็ มาของชน เทอื กเขาอัลไต -กลุํมท่ี 2 ถนิ่ เดิมของชนชาตไิ ทยอยํใู นประเทศไทย ชาตไิ ทย ปัจจบุ ัน - กลมุํ ท่ี 3 การรวมชาติไทยเปน็ ปึกแผํน 145

ครง้ั ท่ี วัน/เดอื น/ปี หัวเร่ือง/ตวั ชวี้ ัด เน้ือหาสาระการเรียนรู้ 10 7 ก.พ.64 5. บุญคณุ ของ ข พระมหากษัตรยิ ไ๑ ทยตัง้ แตํ -ก สมยั สุโขทยั อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร๑ ค ค 5.1 สมัยสุโขทัย 5.2 สมยั อยธุ ยา ไท 5.3 สมัยธนบรุ ี 5.4 สมยั รตั นโกสินทร๑ ค ค - ช - ส พ ท

การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ ประเมินผล ข้ันท่ี ๒ แสวงหาความร๎ู (ตํอ ) -หนังสือเรยี น กลุมํ ท่ี 4 พระมหากษตั รยิ ๑ไทยกับการรวมชาติ -ใบความรู๎ -การสังเกต ครูสมํุ ให๎นกั ศกึ ษาแตลํ ะกลํมุ สํงตวั แทนออกมานําเสนอ -อินเตอร๑เน็ต -การชกั ถาม ครใู ห๎นกั ศึกษาดู ยูทปู เรอื่ งความเป็นมาของชนชาติ -หอ๎ งสมดุ กศน.ตําบล -การมสี ํวนรวํ ม ทย -แหลงํ เรียนรช๎ู ุมชน -ใบงาน ครใู ห๎นักศึกษารํวมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช๎ คาํ ถาม ดังน้ี นกั ศึกษาเหน็ ดว๎ ยกบั แนวคดิ เรื่องถน่ิ กาํ เนดิ ของ ชนชาติไทยตามแนวคิดใด เพราะเหตใุ ด ครแู บํงกลมํุ ใหน๎ กั ศึกษาคน๎ คว๎าเรื่องพระปรชี า สามารถของพระมหากษัตรยิ ไ๑ ทยในสมยั ตาํ งๆแตลํ ะ พระองค๑วาํ แตํละพระองค๑มีความสามารถดา๎ นใดบ๎าง ทัง้ หมด 4 กลมํุ 1 สมัยสโุ ขทัย 2 สมัยอยธุ ยา 3 สมยั ธนบรุ ี 4 สมัยรตั นโกสนิ ทร๑ศึก 146

แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวิชา สาระการพฒั นาสงั คม ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลา หวั เรอ่ื ง ความภมู ใิ จในความเป็นไทย,พระราชกรณ คร้งั ท่ี วนั /เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตัวชี้วดั เน้ือหาสาระการเรียนรู้ 10 ข -ค พ ส ข -ค ข -ก -ก

รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย รหัสวิชา สค32034 าย จานวน 3 หน่วยกติ ณียกิจของพระมหากษตั รยิ ์ไทยสมยั รตั นโกสินทร์ การจัดกระบวนการเรียนรู้ สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ ประเมนิ ผล ขัน้ ท่ี ๓ การปฏบิ ตั ินาไปใช้ -หนังสือเรียน -การสังเกต ครรู ํวมสรปุ กบั นักศึกษาในเร่ืองทเี่ รยี นรู๎ -ใบความรู๎ -การชกั ถาม -ใบงาน -การมสี ํวนรวํ ม พระปรชี าสามารถของพระมหากษัตริย๑ไทยใน -อนิ เตอรเ๑ นต็ -การตรวจผลงาน สมยั ตาํ งๆ สรุปเปน็ Mind Mapping -ห๎องสมุด กศน.ตาํ บล -บนั ทึกการเรียนร๎ู ขน้ั ที่ ๔ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ -แหลงํ เรียนร๎ชู ุมชน ครูสงั เกตการณร๑ วํ มกจิ กรรม การมสี วํ นรวํ ม ของนักศึกษา การทาํ แบบทดสอบ การทาํ งานใบงาน 147

146 แบบทดสอนก่อนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย คาช้ีแจง ให๎นักศึกษาเลือกคาํ ตอบที่ถูกต๎องที่สุดเพียงข๎อเดียว 1. ยคุ สมยั ในประวตั ศิ าสตรไ๑ ทยยคุ ใดท่เี กําแกํทสี่ ดุ ๖..ข๎อใดกลําวถูกต๎อง ก. สมัยธนบรุ ี ก. ดินแดนของไทยไมํมีความอุดมสมบูรณ๑ ข. สมยั อยุธยา ข. ดินแดนของไทยเคยมีผู๎คนต้ังถ่ินฐานมากํอน ค. สมยั สโุ ขทยั ค. ภาคเหนือเป็นภาคที่มีหลักฐานทาง ง. สมัยรัตนโกสินทร๑ 2.การคน๎ พบโครงกระดกุ ที่บ๎านเกาํ กาญจนบุรี สนับสนนุ แนวคิด ประวัติศาสตร๑มากที่สุด ของชนชาตไิ ทยข๎อใด ง. รํองรอยการต้ังถิ่นฐานของผู๎คนในอดีตมีเฉพาะ ก. แนวความคดิ ถ่ินเดิมของชนชาติไทยอยทํู างแถบภูเขาอลั ไตใน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเทําน้ัน มองโกเลยี 7. การศึกษาประวตั พิ ระมหากษตั รยิ ๑ในสมยั ธนบรุ ี ต๎องศกึ ษา ข. แนวความคดิ ถนิ่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยูบํ รเิ วณตอนกลางของ ประวัตขิ องพระมหากษตั ริย๑องค๑ใด แมํน้าํ ฮวงโห ก. พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา๎ เจา๎ อยูํหัว ค. แนวความคดิ ถนิ่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยูบํ รเิ วณตอนใต๎ของ ข. สมเด็จพระเจ๎าตากสินมหาราช ประเทศจีน ค. สมเดจ็ พระนารายณ๑มหาราช ง. แนวความคดิ ถนิ่ เดิมของชนชาตไิ ทยอยูํบรเิ วณทีเ่ ป็นประเทศ ง. พอํ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ไทยในปจั จบุ ันน้ี 3.. หลกั ฐานใดเปน็ หลักฐานในยคุ กํอนประวัตศิ าสตรไ๑ ทย 8. ขอ๎ ใดไมใ่ ช่ลักษณะการดาํ รงชีวิตของคนในอดีต ก. พระธาตุพนม ก. ใช๎ชีวิตอยํางพอเพียง ข. พระธาตุหริภุญชัย ข. ทาํ การเพาะปลูกเป็นหลัก ค. พระปรางค๑สามยอด ค. นาํ เทคโนโลยีมาใช๎ในการผลิต ง.โครงกระดูกมนุษย๑พบที่บ๎านเชียง ง. อาศัยธรรมชาติในการดาํ รงชีวิต 9. อาณาจกั รสโุ ขทยั ตอนตน๎ มีการปกครองแบบใด 4. เคร่อื งใช๎สาํ รดิ ทพี่ บทีอ่ าํ เภอบ๎านเชยี ง จ.อุดรธานี ก. สมมตุ เิ ทพ เป็นชํวงเวลาในสมยั ใด ข. ประชาธิปไตย ก. สมยั สํารดิ ค. อํามาตยาธปิ ไตย ข. สมัยเหล็ก ง. พํอปกครองลูก ค. สมยั หินเกํา 10. ข๎อใดเป็นส่ิงของที่พบในยุคกํอนประวัติศาสตร๑ ง. สมัยหนิ ใหมํ ก. จารึก ข. กําไลเหลก็ ๕. เพราะเหตุใด กรุงสุโขทัยจึงเสื่อมอํานาจลง ค. พงศาวดาร ง. บันทึก ก. ถูกจีนเข๎ามารุกราน ข. ไมํมีกษัตริย๑ปกครองสุโขทัย ค. ชาวตํางชาติไมํเข๎ามาค๎าขายด๎วย 11. เพราะเหตใุ ดพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟาู จฬุ าโลกมหาราช ง. เกิดการแยํงชิงอํานาจภายในอาณาจักร จงึ ทรงย๎ายราชธานี ก. เมอื งธนบรุ ีไมํมที างออกทะเล ข. เมืองธนบรุ ีมีขนาดใหญํเกนิ ไป ค. เมอื งธนบุรมี ีประชากรอาศัยอยํูเบาบาง ง. พ้ืนท่ที างตะวนั ออกมคี วามอุดมสมบูรณ๑

12. พํอขุนศรีอินทราทิตย๑อยูํในราชวงศ๑ใด 147 ก. ราชวงศ๑อํูทอง ข. ราชวงศ๑สุโขทัย 17. ข๎อใดเป็นพระราชกรณียกิจที่สาํ คัญด๎านเศรษฐกิจ ของ ค. ราชวงศ๑พระรํวง พํอขุนรามคําแหงมหาราช ง. ราชวงศ๑สุพรรณภูมิ ก. ทรงสํงทูตไปจีน 13. พระมหากษัตริย๑พระองค๑ใด สถาปนาอาณาจักร ข. ทรงไมํเรียกเก็บภาษีจังกอบ สุโขทัย ค. ทรงคิดประดิษฐ๑อักษรไทย ง. ทรงปกครองแบบพํอปกครองลูก ก. พํอขุนบานเมือง ข. พํอขุนศรีอินทราทิตย๑ 18. พระมหากษัตริย๑พระองค๑ใด ที่ทรงปกครองสุโขทัย ค. พระมหาธรรมราชาที่ 1 แบบธรรมราชา ง. พํอขุนรามคําแหงมหาราช ก. พระยาเลอไทย ข. พํอขุนรามคําแหงมหาราช 14. พระมหากษัตริย๑พระองค๑ใด ทรงคิดประดิษฐ๑ ค. พํอขุนศรีอินทราทิตย๑ อักษรไทย ง. พระมหาธรรมราชาที่ 1 ก. พํอขุนบานเมือง 19. ข๎อใดเป็นเอกลักษณ๑ของไทยที่เกิดข้ึนในสมัย ข. พํอขุนศรีอินทราทิตย๑ พํอขุนรามคาํ แหงมหาราช ค. พํอขุนรามคําแหงมหาราช ก. สรีดภงส๑ ง. พระมหาธรรมราชาท่ี 1 ข. ลายสือไทย ค. พระพุทธศาสนา 15. พระมหากษัตริย๑พระองค๑ใด ทรงพระราชนิพนธ๑ ง. การส่ันกระด่ิงร๎องทุกข๑ หนังสือ เร่ือง ไตรภูมิพระรํวง 20. เพราะเหตุใดรชั กาลท4ี่ จงึ สรา๎ งความสมั พันธ๑กบั ชาตติ ะวนั ตก ก. พระมหาธรรมราชาท่ี 1 มากทีส่ ุด ข. พํอขุนรามคาํ แหงมหาราช ค. พํอขุนศรีอินทราทิตย๑ ก. เพอื่ นําวฒั นธรรมชาตติ ะวนั ตกมาใช๎ ง. พํอขุนบานเมือง ข. เพ่ือไมใํ ห๎ชาติตะวันตกเขา๎ มาคกุ คาม ค. เพอ่ื ไมใํ ห๎ชาติตะวันตกเหน็ วําปุาเถื่อน 16. ข๎อใดไม่ใช่พระราชกรณียกิจของพํอขุนรามคําแหง มหาง.รเาพช่อื ให๎ประชาชนได๎รับการศกึ ษาแบบตะวันตก ก. ประดิษฐ๑อักษรไทย ข. สร๎างทาํ นบเพ่ือกักเก็บน้าํ ค. ให๎ราษฎรค๎าขายได๎อยํางเสรี ง. พระราชนิพนธ๑ไตรภูมิพระรํวง ใบงาน วชิ าประวตั ิศาสตร์ชาติไทย

148 1. สถาบนั หลกั ของชาติ ประกอบดว๎ ย.............................................................................................. 2. จากการสนั นษิ ฐาน ถ่นิ กําเนดิ เดมิ ของคนไทย นําจะอยํูบรเิ วณใด เหตุผลเพราะ........................ ............................................................................................................................. ......................... .................................................................................................................................... .................. 3. ศนู ยร๑ วมจติ ใจของคนไทย ตงั้ แตอํ ดตี จนถงึ ปจั จุบันคือ.................................................................. 4. ในสมยั รัชกาลที่ 4 มีการทําสนธสิ ญั ญากับประเทศองั กฤษ คือสนธิสัญญาชื่อวาํ ......................... ............................................................................................................................. ......................... 5. อธบิ ายความสาํ คัญของ พุทธศาสนากับสงั คมไทยมีความเกี่ยวขอ๎ งสมั พนั ธก๑ ันอยํางไรบ๎าง ............................................................................................................................. ......................... ..................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................ 6. อธิบายความสําคัญของ ศาสนาครสิ ตก๑ บั สงั คมไทยมคี วามเกีย่ วขอ๎ งสัมพนั ธก๑ ันอยาํ งไรบา๎ ง ............................................................................................................................. ......................... .......................................................................................................................................... ........... ....................................................................................................................... .............................. 7. อธบิ ายความสําคัญของ ศาสนาอิสลามกบั สังคมไทยมีความเก่ยี วข๎องสัมพันธก๑ ันอยาํ งไรบา๎ ง ............................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................. ........................ .................................................................................................... ................................................. 8. อธบิ ายความสาํ คัญของ ศาสนาพราหมณ๑-ฮนิ ดูกับสงั คมไทยมีความเกย่ี วข๎องสัมพันธ๑กนั อยาํ งไรบ๎าง ...................................................................................................................... ................................ ............................................................................................................................. ........................ ..................................................................................................................................................... 9. อธิบายความสาํ คัญของสถาบันพระมหากษัตริย๑ ท่ีมีตํอสังคมไทยตั้งแตํอดตี ถึงปจั จบุ นั .............................................................................................. ....................................................... ……………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………. 10.อาณาจักรสโุ ขทัย เจรญิ รุํงเร่อื งท่ีสดุ ในรัชสมัยใด.........................................................................

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คร้ังท่ี 11

แผนการจดั การเรียนร้รู ายวิชา สาระการพฒั นาสงั คม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลา หวั เรอื่ ง พระราชกรณียกจิ ของพระ ครง้ั ท่ี วัน/เดือน/ปี หวั เรื่อง/ตวั ชี้วดั เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 11 14 ก.พ.64 เรอื่ งพระราชกรณยี กจิ ของ พระมหากษัตรยิ ๑ไทยสมัย รตั นโกสินทร๑ 1. อธบิ ายพระราชกรณียกิจ 1. พระราชกรณยี กจิ ของ ของพระมหากษตั รยิ ไ๑ ทยสมัย พระมหากษัตริย๑ไทยสมัย รตั นโกสนิ ทร๑ รตั นโกสนิ ทร๑

รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย รหสั วิชา สค32034 สอื่ /แหล่งเรียนรู้ การวัดและ าย จานวน 3 หน่วยกิต ประเมนิ ผล ะมหากษตั ริยไ๑ ทยสมัยรตั นโกสนิ ทร๑ -หนังสอื เรียน -การสังเกต การจดั กระบวนการเรียนรู้ -ใบความรู๎ -การชกั ถาม ขัน้ ที่ ๑ กาํ หนดสภาพปัญหา 1. ครแู จง๎ ตวั ช้วี ดั การเรยี นร๎ูใหน๎ กั ศกึ ษาทราบ -อินเตอรเ๑ นต็ -การมีสวํ น 2. ครูให๎นักศกึ ษาทาํ แบบทดสอบกํอนเรียน 3. ครนู ําภาพพระมหากษตั รยิ ๑สมยั รตั นโกสนิ ทร๑มาให๎นักศึกษาดู -หอ๎ งสมดุ กศน. รํวม แล๎วให๎ชวํ ยกันบอกตามประสบการณเ๑ ดิมวาํ แตลํ ะพระองค๑มี ความเกี่ยวข๎องกับการพฒั นาการของไทยอยาํ งไรบา๎ งจากน้ันครู ตําบล -ใบงาน สรปุ เพ่ือเชอื่ มโยงเข๎าสํูเน้ือหาทจี่ ะเรยี น ข้นั ท่ี ๒ แสวงหาความรู๎ -แหลงํ เรียนรู๎ -ครสู นทนากับนักศกึ ษาถึงเรอ่ื งเหตกุ ารณ๑สาํ คัญท่ีเกิดขึน้ ในสมยั ของพระมหากษัตริยไ๑ ทยรัชกาลท่ี 1 – 10 ให๎นกั ศกึ ษาชํวยกนั ชมุ ชน ยกตวั อยํางวาํ มเี หตกุ ารณส๑ าํ คัญใดบา๎ ง เกดิ ขนึ้ ในสมยั รัชกาลท่ี เทําไหรํ -แผนที่ -ครูใหศ๎ กึ ษาจากยูทูป เร่อื งเหตุการณส๑ ําคัญในสมัยรัชกาลท่ี 1 -ยูทปู เร่อื งความ เป็นมาของชนชาติ ไทย 152

ครง้ั ที่ วนั /เดอื น/ปี หัวเรอ่ื ง/ตวั ชว้ี ัด เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 11 ข ค ข -ค พ แ ส

การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและ ประเมนิ ผล ขัน้ ที่ ๒ แสวงหาความร๎ู (ตํอ ) -หนงั สือเรยี น ครูให๎นกั ศึกษาแบงํ ออกเป็น 10 กลุมํ แตลํ ะกลมํุ สืบคน๎ -ใบความรู๎ -การสงั เกต ขอ๎ มลู เกีย่ วกับเรื่องตํอไปน้ี -อนิ เตอร๑เนต็ -การชกั ถาม -หอ๎ งสมดุ กศน. -การมีสํวนรํวม 1. พระราชกรณียกิจในสมัยรัชกาลท่ี 1 ตาํ บล -ใบงาน 2. พระราชกรณยี กิจในสมัยรชั กาลท่ี 2 -แหลํงเรยี นร๎ูชมุ ชน 3. พระราชกรณยี กจิ ในสมัยรัชกาลที่ 3 -เกมส๑คาํ ถาม 4. พระราชกรณียกจิ ในสมยั รัชกาลท่ี 4 -ยูทปู เรื่อง 5. พระราชกรณยี กิจในสมัยรัชกาลที่ 5 เหตุการณ๑สาํ คัญใน 6. พระราชกรณียกิจในสมัยรชั กาลท่ี 6 สมยั รชั กาลที่ 1 7. พระราชกรณยี กจิ ในสมัยรัชกาลท่ี 7 8. พระราชกรณียกจิ ในสมยั รชั กาลที่ 8 9. พระราชกรณยี กิจในสมัยรัชกาลที่ 9 10.พระราชกรณียกิจในสมยั รัชกาลที่ 10 ให๎นาํ เสนอในรปู แบบ Mind Mapping ครูเลํนเกมส๑ใบ๎คํา ถาม-ตอบ เรอื่ งพระราชกรณียกิจของ พระมหากษัตริยส๑ มัยรตั นโกสินทร๑ ให๎แบํงกลํุมนักศึกษา แขงํ ตอบคําถามชิงรางวัล ยกตัวอยาํ งเชนํ สงครามเกา๎ ทพั เกิดข้นึ ในรัชกาลใด เปน็ ตน๎ 153

แผนการจัดการเรียนร้รู ายวิชา สาระการพัฒนาสงั คม ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลา หวั เรอ่ื ง พระราชกรณียกจิ ของพระ คร้งั ที่ วนั /เดอื น/ปี หัวเรอ่ื ง/ตวั ช้ีวดั เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้ 11

รายวิชาประวัติศาสตรช์ าตไิ ทย รหัสวชิ า สค32034 าย จานวน 3 หนว่ ยกิต ะมหากษตั รยิ ไ๑ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร๑ การจดั กระบวนการเรียนรู้ สื่อ/แหลง่ เรียนรู้ การวัดและ ประเมินผล ข้ันท่ี ๓ การปฏิบัตนิ าไปใช้ -ครูรํวมสรปุ กับนกั ศึกษาในเรื่องท่ีเรยี นรู๎เร่ือง -การสังเกต พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั รยิ ๑ไทย -การชกั ถาม สมยั รัตนโกสินทร๑ -การมสี ํวนรวํ ม ขั้นที่ ๔ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ -.ใบงาน -ครสู ังเกตการณ๑รํวมกิจกรรม การมีสวํ นรํวม -ทดสอบหลงั ของนักศึกษา เรียน -ทาํ ใบงาน -การทาํ ทดสอบหลังเรยี น 154

153 ใบงาน คําสง่ั ใหน๎ กั ศึกษาอธิบายและยกตวั อยํางให๎ถกู ต๎อง 1. พระราชกรณียกิจทส่ี าํ คัญในสมยั รชั กาลที่ 1 ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. พระราชกรณียกิจที่สาํ คัญในสมัยรชั กาลท่ี ๒ ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. พระราชกรณียกิจที่สําคญั ในสมัยรัชกาลท่ี 3 ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. พระราชกรณยี กิจท่สี าํ คญั ในสมยั รชั กาลที่ 4 ไดแ๎ กํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 5. พระราชกรณยี กิจที่สาํ คัญในสมยั รชั กาลท่ี 5 ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 6. พระราชกรณียกจิ ที่สําคญั ในสมยั รชั กาลที่ 6 ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 7. พระราชกรณียกจิ ที่สาํ คัญในสมยั รชั กาลท่ี 7 ไดแ๎ กํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 8. พระราชกรณยี กิจทส่ี ําคญั ในสมัยรัชกาลท่ี 8 ไดแ๎ กํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 9. พระราชกรณียกจิ ที่สาํ คญั ในสมยั รัชกาลที่ 9 ไดแ๎ กํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 10. พระราชกรณียกจิ ทส่ี ําคญั ในสมัยรัชกาลที่ 10 ได๎แกํ - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. - ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

154 แบบทดสอบหลังเรยี น คําสั่ง เลือกขอ๎ ท่ีถูกทส่ี ุด ขอ๎ ท่ี 1 ขอ๎ ใดไมใํ ชํพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 1 ก. ทาํ สงครามกบั พมาํ ข. สถาปนากรุงรัตนโกสินทร๑ ค. เสด็จเยีย่ มเยียนชาตติ ะวนั ตก ง. โปรดให๎ชําระกฎหมายตราสามดวง ขอ๎ ท่ี 2. ข๎อใดเป็นพระราชกรณียกจิ ท่สี ําคญั ด๎านสงั คมของรชั กาลที่ 5 ก. การเลกิ ทาส ข. การห๎ามกนิ หมาก ค. การตงั้ มหาวทิ ยาลัย ง. การฟ้นื ฟูพธิ ีพชื มงคล ข๎อท่ี 3 ข๎อใดเปน็ พระราชกรณียกจิ ของรชั กาลที่ 9 ก. การเลิกทาส ข. การฟื้นฟพู ธิ ีพืชมงคล ค. กงั หันนา้ํ ชัยพฒั นา ง. โปรดใหช๎ าํ ระกฎหมายตราสามดวง ขอ๎ ท่ี 4 โครงการแก๎มลิง เป็นแนวคดิ ในพระราชดาํ รขิ องพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพอ่ื แกป๎ ัญหาเร่อื งใด ง. อุทกภยั ข. การขาดแคลนนาํ้ ค. ปัญหาดนิ เปร้ยี วหรอื ดนิ เป็นกรด ง. การเสือ่ มโทรมและพังทลายของดิน ขอ๎ ท่ี 5 เมอื งจําลอง “ดุสิตธานี “ เกดิ ข้ึนในสมยั รชั กาลใด ก. รัชกาลท่ี 4 ข. รชั กาลที่ 5 ค. รชั กาลท่ี 6 ง. รัชกาลท่ี 7 ขอ๎ ท่ี 6 ในสมัยรชั กาลใดที่ทรงโปรดเกลา๎ ฯ ใหม๎ ีพธิ ีการถอื นา้ํ พิพัฒนส๑ ัตยา ก. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา๎ นภาลยั ข. พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกล๎าเจา๎ อยูํหัว ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล๎าเจา๎ อยูหํ ัว ง. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา๎ เจ๎าอยํหู วั ข๎อท่ี 7 พระมหากษตั รยิ ๑พระองคใ๑ ดเป็นพระองค๑แรกท่เี สด็จฯ ยังตํางประเทศ ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล๎านภาลัย ข. พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา๎ เจา๎ อยูหํ วั ค. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา๎ เจา๎ อยํูหวั ง. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล๎าเจ๎าอยหูํ ัว

155 ขอ๎ ที่ 8 องค๑การศกึ ษาวิทยาศาสตร๑และวฒั นธรรมแหํงสหประชาชาติ(UNESCO) ยกยอํ งพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล๎านภาลยั วาํ เป็น บคุ คลสาํ คญั ของโลกในสาขาใด ก. ด๎านการศกึ ษา ข. ด๎านวรรณกรรม ค. ด๎านการพฒั นาสังคม ง. ดา๎ นวทิ ยาศาสตร๑การแพทย๑ ขอ๎ ที่ 9 สงครามครงั้ สําคญั ที่สดุ ระหวาํ งไทยกับพมําสมยั รตั นโกสินทรต๑ อนตน๎ คอื ข๎อใด ก. สงครามเกา๎ ทพั ข. สงครามเชียงกราน ค. สงครามช๎างเผอื ก ง. สงครามบ๎านบางระจัน ข๎อที่ 10 เหตุใดท่ที าํ ใหร๎ ชั กาลที่ 4 ตดั สนิ พระทัยเปดิ ประเทศทําสนธิสญั ญากบั มหาอาํ นาจตะวนั ตก ก. เพอ่ื ให๎เกดิ ระบบการคา๎ เสรี ข. เพื่อความอยรํู อดของชาตบิ า๎ นเมือง ค. เพ่อื ประโยชนข๑ องชนชั้นปกครอง ง. เพ่ือจะได๎มีอาํ นาจอยาํ งประเทศตะวนั ตก ขอ๎ ที่ 11 การเปลยี่ นแปลงการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชมาเป็นระบอบประชาธิปไตยเกิดขน้ึ ใน สมัยรัชกาลใด ก. พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา๎ เจ๎าอยูํหวั ข. พระบาทสมเด็จพระนงั่ เกล๎าเจา๎ อยํหู วั ค. พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา๎ เจา๎ อยหูํ วั ง. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา๎ เจา๎ อยํหู วั ข๎อที่ 12 “เจ๎าสัว “ เปน็ สมญั ญานามของรัชกาลใด ก. พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลา๎ เจ๎าอยํหู วั ข. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล๎าเจา๎ อยูหํ วั ค. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา๎ เจ๎าอยหูํ วั ง. พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูหํ วั ข๎อท่ี 13 การกําหนดใหใ๎ ชเ๎ งินบาทเปน็ สือ่ กลางในการแลกเปลี่ยนสนิ ค๎าเกดิ ขึน้ ในสมยั พระมหากษัตรยิ พ๑ ระองคใ๑ ด ก. พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา๎ นภาลัย ข. พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกล๎าเจา๎ อยหูํ วั ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา๎ เจา๎ อยหูํ ัว ง. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา๎ เจา๎ อยูหํ ัว ข๎อท่ี 14 เหตุการณใ๑ ด ไมไํ ด๎ เกดิ ขนึ้ ในสมัยรัชกาลท่ี 5 ก. การตัง้ หอรษั ฎากรพพิ ัฒน๑ ข. การจดั ตั้งมณฑลเทศาภิบาล ค. การสถาปนาจุฬาลงกรณม๑ หาวทิ ยาลัย ง. การจดั ต้งั เคานซ๑ ลิ ออฟ เสตต (Council of state) ขอ๎ ท่ี 15 บริเวณเชิงเขาแกนํ จนั ทร๑ จงั หวัดราชบุรี เปน็ ทตี่ ง้ั ของพระบรมราชานุสาวรีย๑ รัชกาลใด ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจฬุ าโลก ข. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา๎ เจา๎ อยํหู วั ค. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา๎ เจา๎ อยูํหวั ง. พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล๎าเจา๎ อยํหู ัว

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คร้ังท่ี 12

แผนการจัดการเรยี นรูร้ ายวิชา สาระการพฒั นาสงั คม ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลา หัวเรือ่ ง การเปล่ยี นแปลงขอ ครัง้ ที่ วัน/เดือน/ปี หัวเรอ่ื ง/ตัวชว้ี ัด เน้ือหาสาระการเรยี นรู้ 12 21 ก.พ.64 เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงของ ข้นั ท่ี ๑ ชาติไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร๑ 1. ครแู 1. วิเคราะหเ๑ หตกุ ารณ๑ 1. เหตุการณส๑ ําคญั ทาง 2. ครแู สาํ คัญ ทางประวัตศิ าสตร๑ ประวัตศิ าสตร๑ที่มผี ลตํอการ ในสงั ค ทีม่ ีผลตอํ การพัฒนาชาติ พัฒนาชาตไิ ทย ให๎นักศ ไทย เช่ือมโย 1.1 การสถาปนา ขน้ั ท่ี ๒ อาณาจักรรัตนโกสินทร๑ -ครนู าํ นกั ศกึ ษ 1.2 สนธิสัญญาเบาว๑ริง่ ลักษณ 1.3 การปฏิรูปการ แตกตาํ ปกครองในสมยั รัชกาลที่ 5 1.4 การเปลีย่ นแปลงการ ปกครอง พ.ศ.2475 1.5 ความเป็นชาตไิ ทยสมัย -ครใู ห๎น จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ธนบรุ ีม และเก -ครใู หน๎ 1. ขอ๎ ด 2. การ

รายวชิ าประวตั ิศาสตรช์ าติไทย รหัสวชิ า สค32034 าย จานวน 3 หนว่ ยกิต องชาตไิ ทยสมัยรัตนโกสินทร๑ การจดั กระบวนการเรียนรู้ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ การวดั และ ประเมนิ ผล ๑ กาํ หนดสภาพปัญหา -หนังสอื เรยี น -การสงั เกต แจง๎ ตวั ชี้วดั การเรียนร๎ใู ห๎นกั ศกึ ษาทราบ -ใบความร๎ู -การชักถาม และนักศึกษารํวมพดุ คยุ ถงึ เหตุการณ๑ความวุนํ วายที่เกิดข้ึน -อินเตอรเ๑ นต็ -การมสี ํวน คมไทยในปจั จบุ ันนี้ เกิดขึ้นเพราะอะไรเพราะสาเหตุใดบ๎าง -หอ๎ งสมดุ กศน. รวํ ม ตาํ บล -ใบงาน ศึกษารวํ มกันแสดงความคดิ เห็น จากนนั้ ครสู รุปเพ่ือ -แหลงํ เรยี นรู๎ ยงเข๎าสํูเน้ือหาท่ีจะเรยี น ชุมชน ๒ แสวงหาความรู๎ -รูปภาพ าภาพแผนผังกรุงธนบรุ แี ละแผนผงั กรุงรัตนโกสนิ ทร๑มาให๎ ษาดูแลว๎ ใหน๎ ักศกึ ษาชวํ ยกนั แสดงความ คิดเหน็ วํา - ณะอาณาเขตของกรงุ ธนบรุ แี ละกรุงรัตนโกสินทร๑ มีความ างกันอยํางไร นกั ศึกษารํวมกนั วิเคราะหว๑ ํา การยา๎ ยเมืองหลวงจากฝง่ั มายงั ฝง่ั กรุงเทพมหานครมีความเหมาะสม หรือไมํอยํางไร กิดผลดหี รือผลเสยี ในปจั จุบันอยํางไร นักศึกษาแบํงกลํมุ ค๎นควา๎ เรอื่ ง ดี-ข๎อเสียของสนธิสัญญาเบาวร๑ งิ่ รปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลท่ี 5 159

ครง้ั ที่ วัน/เดอื น/ปี หัวเรือ่ ง/ตวั ชวี้ ดั เนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ 12

การจัดกระบวนการเรียนรู้ สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ การวดั และ ประเมนิ ผล ข้ันท่ี ๒ แสวงหาความรู๎ (ตอํ ) -หนังสอื เรียน -ใบความรู๎ -การสังเกต 4 การเปล่ยี นแปลงการปกครองในสมัย พ.ศ. -ใบงาน -การชักถาม 2475 -อนิ เตอรเ๑ น็ต -การมีสวํ นรวํ ม 5 การเมืองไทยในสมยั จอมพล ป. พบิ ูล -ห๎องสมดุ กศน. -แบบทดสอบ สงคราม ตาํ บล หลังเรยี น ใหแ๎ ตํละกลํุมออกมานําเสนอในรปู แบบ -แหลงํ เรียนรู๎ชมุ ชน เปน็ Mind Mapping -รปู ภาพ ขั้นท่ี ๓ การปฏบิ ัตนิ าไปใช้ -ครรู ํวมสรปุ กับนักศึกษาในเร่ืองเหตุการณ๑ สําคญั ทางประวัติศาสตรท๑ ี่มผี ลตอํ การพัฒนา ชาติไทย ขน้ั ท่ี ๔ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ -ครูสังเกตการณ๑รํวมกจิ กรรม การมสี วํ นรวํ ม ของนักศึกษา -การทําแบบทดสอบหลังเรยี น 160

159 แบบทดสอบหลังเรียน ขอ๎ ที่ 1 ใครเป็นผสู๎ ถาปนาราชวงศจ๑ กั รี ก. พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟาู จุฬาโลกมหาราช ข. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา๎ เจา๎ อยหํู ัว ค. พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล๎าเจ๎าอยหูํ ัว ง. พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา๎ เจา๎ อยหํู วั ขอ๎ ที่ 2 เพราะเหตใุ ดพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราชจึงทรงย๎ายราชธานี ก. เมอื งธนบรุ ไี มมํ ที างออกทะเล ข. เมอื งธนบรุ ีมขี นาดใหญํเกินไป ค. พื้นท่ฝี ง่ั ตะวันออกมคี วามอดุ มสมบรู ณ๑ ง. เมอื งธนบุรมี ปี ระชากรอาศัยอยเูํ บาบาง ข๎อท่ี 3. การปฏวิ ตั ิของคณะราษฎรเกิดขนึ้ ในสมยั ใด ก. สมัยรชั กาลที่ 7 ข. สมัยรชั กาลท่ี 8 ค. สมยั รชั กาลท่ี 9 ง. สมัยรชั กาลที่ 10 ข๎อที่ 4 .กบฏครั้งใดเปน็ แรงบันดาลใจใหก๎ บั คณะราษฎร ก. กบฏผบี ญุ หรอื กบฏผู๎มีบญุ ในอีสาน ข. กบฏชาวนา ในจีน ค. กบฏแมนฮดั ตัน ง. กบฏบวรเดช ในไทย จ. กบฏ ร.ศ.130 ในไทย ข๎อที่ 5. อะไรคือปัจจยั ท่ีทําใหเ๎ กิดการปฏวิ ัตเิ ปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก. เศรษฐกิจฝืดเคืองอยํางหนัก ข. เกิดชนชน้ั กลางและข๎าราชการรุนํ ใหมํ ค. ผลการปฏริ ปู การเมอื งในอดตี ง. ถกู ทุกข๎อขอ๎ ที่ ขอ๎ ที่ 6. ทําไมการรวมตัวคร้ังแรกของผูก๎ ํอตงั้ คณะราษฎรจึงเกดิ ขนึ้ ในฝรั่งเศส ก. กลํุมผ๎ูกํอต้ังพยายามออกนอกประเทศเพ่ือประชุมลับ ข. กลํุมผ๎กู อํ ต้ังไปทํองเท่ียวยุโรป ค. กลุมํ ผกู๎ อํ ตั้งเดินทางไปศึกษาตํอและทาํ งานอยํูในยุโรป ง. กลุํมผก๎ู อํ ตัง้ กําลงั อยูใํ นชวํ งถูกเนรเทศออกจากประเทศ ขอ๎ ท่ี 7 .หลัก 6 ประการของคณะราษฎร ประกอบด๎วยอะไรบ๎าง ก. เอกราช ปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรภี าพ การศกึ ษา ข. เอกราช ประชาธปิ ไตย เสมอภาค จรยิ ธรรม วินัย การศกึ ษา ค. ความม่นั คง คุณธรรม ปญั ญา เสรีภาพ ภราดรภาพ วฒั นธรรม ง. รฐั สวัสดกิ าร ความหลากหลาย เศรษฐกจิ วัฒนธรรม สิง่ แวดล๎อม

160 ข๎อท่ี 8 ปลกู ฝงั ให๎ประชาชนนิยมใช๎สนิ คา๎ ไทย ดว๎ ยคาํ ขวญั วํา \"ไทยทํา ไทยใช๎ ไทยเจรญิ \" เกดิ ข้นึ ในสมยั ใด ก. จอมพล ป.พบิ ลู สงคราม ข. จอมพลสฤษฎ๑ ธนะรัตน๑ ค. นายสัญญา ธรรมศกั ดื ง. นายทกั ษณิ ชินวตั ร ขอ๎ ที่ 9 จอมพล ป.พิบลู สงคราม ดํารงตาํ แหนงํ นายกรฐั มนตรีคนทเ่ี ทําไหรํ ก. นายกรัฐมนตรี คนที่ 1 ข. นายกรฐั มนตรี คนที่ 2 ค. นายกรัฐมนตรี คนท่ี 3 ง. นายกรฐั มนตรี คนท่ี 4 ข้อท่ี 10 มรดกทางการศึกษา ท่ีเกิดขน้ึ ในสมยั จอมพล ป.พิบลู สงคราม คอื ก. กอํ ตั้งโรงเรยี นอนุบาลละอออทุ ศิ ข. กอํ ต้ังโรงเรียนสามเสนวทิ ยาลัย ค. กํอตงั้ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร ง. กํอตั้งมหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมมาธิราช ข๎อที่ 11. พระราชกรณียกิจทส่ี าํ คญั ด๎านสังคมของรัชกาลที่ 5 คอื ขอ๎ ใด ก. การหา๎ มกนิ หมาก ข. การตง้ั มหาวทิ ยาลยั ค. การฟืน้ ฟพู ิธีพชื มงคล ง. การประกาศเลิกทาส ข๎อท่ี 12 การยกเลิกระบบทาสของรชั กาลที่ 5 มีผลดตี อํ การพัฒนาประเทศอยํางไร ก. ทาํ ใหค๎ นอพยพไปอยตูํ ามหัวเมือง ข. ประหยดั งบประมาณในการเลยี้ งดู ค. มรี ายได๎จากการเก็บภาษีมากขึ้น ง. ทาํ ใหเ๎ กดิ ความเทาํ เทยี มกันในสงั คม ข๎อที่ 13 ข๎อใดคอื จดุ ประสงคส๑ ําคญั ในการปฏริ ปู ประเทศ ก. เพอ่ื ให๎ไดร๎ บั การยอมรบั จากชาติตะวันตก ข. เพอ่ื สรา๎ งความม่นั คงและพัฒนาทางเศรษฐกจิ ค. เพือ่ สรา๎ งความมั่นคงและจัดระเบียบการบริหาร ง. เพ่อื พฒั นาทางเศรษฐกิจและความสะดวกสบาย ข๎อท่ี 14 การปฏริ ปู การปกครอง มจี ุดประสงคส๑ ําคญั ในเรอ่ื งใด ก. ลดคาํ ใชจ๎ ํายของรัฐ ข. การรวมอํานาจไว๎ทศี่ ูนย๑กลาง ค. กระจายอาํ นาจการปกครอง ง. ปอู งกันการรกุ รานของตํางชาติ ข๎อท.่ี 15 ข๎อใดคอื วิธกี ารเลิกทาสของไทย ก. ให๎ทาสมารับราชการทหารแทน ข. ให๎ทาสทาํ งานใช๎หนีไ้ ปจนหมดคําตัว ค. ประกาศเลิกทาสพร๎อมกันทว่ั ราชอาณาจักร ง. ให๎ลูกทาสมคี ําตัวลดลงไปเรือ่ ยๆ ตามพระราชบญั ญัตพิ ิกัดอายุลกู ทาสลกู ไท พ.ศ. 2417

161 ขอ๎ ใดที่ 16 ขอ๎ ใดเป็นสาเหตุใหร๎ ชั กาลที่ 5 ตอ๎ งเรงํ ปฏริ ปู การปกครองภายในประเทศ ก. การเสด็จประพาสยโุ รปถึง 2 ครัง้ ข. การกระตุ๎นของขุนนางไทยในราชสาํ นัก ค. ความยากจนของราษฎรเพม่ิ มากขึ้น ง. การคกุ คามของชาติมหาอํานาจตะวันตก ขอ๎ ที่ 17 ขอ๎ ใดคอื แนวพระราชดาํ ริการปฏริ ปู การปกครองในสมยั รชั กาลท่ี 5 ก. การกระจายอํานาจออกสภูํ มู ภิ าค ข. การให๎อํานาจแกเํ จา๎ เมอื งตําง ๆ ให๎มากข้นึ ค. การรวมอํานาจการปกครองเขา๎ สูสํ ํวนกลาง ง. การใหเ๎ สนาบดมี อี าํ นาจตัดสินปญั หาแทนพระองค๑ ข๎อท่ี 18 วันที่ 6 เมษายน ของทกุ ปเี ป็นวนั จกั รีซ่งึ เป็นวันท่เี กีย่ วข๎องกบั เหตกุ ารณใ๑ นข๎อใด ก. เป็นวันทมี่ ีการสถาปนากรุงรตั นโกสนิ ทร๑ ข. เป็นวันประกาศเอกราชและสถาปนาอาณาจกั รสยาม ค. เปน็ วนั ท่ีมีการปราบดาภเิ ษกปฐมกษตั รยิ ๑แหํงราชวงศจ๑ กั รี ง. เปน็ วนั ทีม่ ีการเปลยี่ นแปลงจากกรุงธนบุรเี ปน็ กรงุ รตั นโกสินทร๑ ข๎อที่ 19 สนธสิ ญั ญาเบาวร่งิ เป็นสนธสิ ญั ญาทไ่ี ทยทํากับประเทศใด ก. สเปน ข. อังกฤษ ค. ฝรั่งเศส ง. สหรัฐอเมริกา ข๎อที่ 20 ขอ๎ ใดคอื ผลกระทบของการทาํ สนธสิ ญั ญาเบาริง่ ดา๎ นการเมอื ง ก. ต๎องเพ่ิมการเกบ็ ภาษอี าการตาํ งๆ ข. ทําใหไ๎ ทยตอ๎ งเสยี สทิ ธิสภาพนอกอาณาเขต ค. สินคา๎ พื้นบ๎านถูกแทนทีด่ ๎วยสินค๎าอุตสาหกรรม ง. นายทุนชาวจนี เขา๎ มาตง้ั โรงงานอตุ สาหกรรมในไทย

162 :: ใบงาน การเมืองการปกครองสมัย ร.5-กอํ นเปลี่ยนแปลงการปกครอง :: 1. จงอธบิ ายกาํ เนดิ การเสด็จประพาสต๎นของรชั กาลท่ี 5 .......................................................................................................................................... ........................................ .......................................................................................... ........................................................................................ ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... 2. จงอธบิ ายความสําคญั ของการเสด็จประพาสต๎นของรัชกาลท่ี 5 ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................. ................ 3. ความมุงํ หมายของการเสด็จประพาสยโุ รปของรชั กาลที่ 5 คืออะไร .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .......................................................................................................................................................... ........................ .......................................................................................................... ........................................................................ ............................................................................................................................. ..................................................... 4. การเสดจ็ ประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ของรัชกาลที่ 5 มจี ดุ ประสงค๑อะไร ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................. ..................................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. 5. การเสดจ็ ประพาสหัวเมืองมีจุดมุงํ หมายเพอ่ื อะไร ................................................................................................. ................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. .....................................................

163 6. จงอธบิ ายเหตุการณส๑ าํ คญั ของคํากราบบังคมทลู ความเห็นจัดการเปล่ียนแปลงระเบยี บราชการแผํนดนิ ร.ศ.103 (พ.ศ.2427) ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................................ ...................................... ............................................................................................ ...................................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... 7. จงอธบิ ายกบฏ ร.ศ.130 ............................................................................................................................. ..................................................... ......................................................................................................................................................................... ......... ......................................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... 8. ดสุ ิตธานหี รือเมืองประชาธิปไตย คอื อะไร มีความสาํ คญั อยํางไร ............................................................................................................................. ..................................................... ................................................................................................................................................................. ................. ................................................................................................................. ................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... 9. การปลูกฝังลัทธชิ าตินิยมของรัชกาลท่ี 6 มีจุดมุงํ หมายเพ่อื ............................................................................................................................. ..................................................... ......................................................................................................................................................... ......................... ......................................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... 10. จงอธบิ ายการแกไ๎ ขสนธิสัญญาท่ีไมเํ ปน็ ธรรมกับตาํ งชาติในสมัยรชั กาลท่ี 6 ............................................................................................................................. ..................................................... ..................................................................................................................................... ............................................. .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... 11. การจัดระเบยี บบรหิ ารการปกครองสมัยรชั กาลท่ี 6 มีลักษณะอยาํ งไร ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................................... 12. การจดั ระเบยี บบรหิ ารการปกครองสมัยรัชกาลท่ี 7 มีลกั ษณะอยาํ งไร ............................................................................................................................. ..................................................... ............................................................................................................................. ..................................................... .................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................................................

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คร้ังท่ี 13


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook