ก-66 สำนกั งำนกองทุนหม่บู ้ำนและชุมชนเมืองแห่งชำติ
ภาคผนวก ข แบบประเมินผลการฝกึ อบรม
แบบประเมนิ ผลกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรคู้ วามเข้าใจของผฝู้ กึ อบรม คาแนะนา ขอใหอ้ ่านคาถามแลว้ ทาลงในกระดาษคาตอบทีแ่ จกให้ โดยให้กาเคร่อื งหมาย กากบาท (X) ทบั ข้อที่ถกู ทสี่ ดุ 1. ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาตนเอง 4. ข้อใดไม่ใชค่ วามหมายของการพฒั นาชมุ ชน ชมุ ชน สงั คมทีถ่ ูกตอ้ งที่สดุ ก. การพฒั นาท้องถ่ินให้เจริญขึน้ ก. การพัฒนาด้านความคิด ความรู้สึก และ ข. การทาให้กลุ่มพอ่ คา้ คนกลางในชมุ ชนร่ารวยข้ึน การกระทา ค. การพฒั นากลุ่มคนให้สามารถแก้ไขปัญหา ข. การปรับปรุงเปล่ียนแปลงให้ส่ิงท่ีเป็นอยู่ รว่ มกนั ของชมุ ชนไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ มีอยู่ ดีขนึ้ และกา้ วหนา้ ไปจากท่เี คยเป็น ง. การพัฒนากลุ่มคนใหม้ คี ุณภาพมากขึ้น ค. การพัฒนาในทุกๆ ด้านของตนเองเพื่อให้ 5. งานพัฒนาชุมชนมีลักษณะเป็นกระบวนการ สามารถทากิจกรรมที่พึงประสงค์ตาม ให้การศึกษานั้น หมายถงึ เป้าหมายที่ตนตัง้ ไว้ ก. การศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น ง. การพัฒนาในด้านคุณค่า จิตใจ อารมณ์ ข. การฝกึ อบรมคณุ ภาพชีวิต และสังคมของตนเอง ค. การเสรมิ สรา้ งประสบการณ์ชีวติ 2. ขอ้ ใดคอื ความสาคัญของการพฒั นาตนเอง ง. การเรยี นรู้โดยปฏิบตั ิของจริง ก. เพื่อให้สามารถปรับตนเองเข้ากับสังคม 6. ปรัชญาของการพัฒนาชุมชน คอื ข้อใด และส่งิ แวดลอ้ มทด่ี ี ก. มนษุ ยเ์ ป็นศนู ยก์ ลางของการพฒั นา ข. เพือ่ ให้ชุมชนยกยอ่ ง ข. มุ่งม่นั ทาใหก้ ล่มุ ชนเจรญิ ขึน้ ค. เป็นแบบอย่างการพัฒนาของคนใน ค. มนุษย์ทุกคนมีความตอ้ งการทห่ี ลากหลาย ครอบครวั ชุมชน และสงั คม แตกต่างกนั ง. ถกู ทั้งข้อ ก. และ ขอ้ ค. ง. การพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนให้มี 3. ข้อใดไมใ่ ชแ่ นวทางในการพัฒนาตนเอง กาไรเพมิ่ มากขนึ้ ก. การสารวจตนเอง 7. กระบวนการพัฒนาชุมชน ควรมีจุดเริ่มที่ ข. การหาตัวแบบที่ตนเองชน่ื ชม การปลูกฝัง ขนั้ ตอนใด คุณสมบตั ทิ ่ดี งี าม ก. การวิเคราะห์ปัญหาชุมชนและส่งเสริมให้ ค. การพัฒนาศักยภาพภายในของตนเอง คนมีส่วนร่วมในการดาเนินการทุก อย่างสมา่ เสมอ กจิ กรรม ง. การแสดงพฤติกรรมท่ีไม่เป็นที่ยอมรับของ ข. การจดั ลาดับความสาคัญของปัญหา บุคคล รอบข้างในครอบครัว ชุมชน และ ค. การส่งเสริมให้คนมีส่วนร่วมในการจัดทา สงั คม แผนชุมชน ง. การศึกษาชมุ ชน ข-2 สำนกั งำนกองทุนหมู่บำ้ นและชุมชนเมอื งแหง่ ชำติ
8. กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน 13. ข้อใดเป็นการสื่อสารโดยการพูด ที่ต้องใช้ ขนั้ ตอนใดท่ีมคี วามสาคัญมากท่ีสดุ ศลิ ปะและศาสตรใ์ นการพูดมากทสี่ ดุ ก. มสี ว่ นรว่ มในข้นั ตอนการดาเนนิ การพัฒนา ก. การประชาสัมพนั ธ์ ข. มีส่วนร่วมในข้ันระบุวิเคราะห์ปัญหาและ ข. การพูดเพ่อื การจูงใจ ความต้องการ ค. การพูดในโอกาสสาคัญตา่ งๆ ค. การมีส่วนรว่ มในขนั้ ประเมนิ ผลการพฒั นา ง. การพูดเพ่ือบรรยายวิชาการ ง. การมสี ่วนร่วมในการจัดทาแผนชมุ ชน 14. ขัน้ ตอนใดสาคัญทสี่ ุดในการพดู 9. ขอ้ ใดต่อไปน้ีถอื วา่ ไม่ใชก่ ารพัฒนาอาชีพ ก. ข้ันเตรยี ม ข. ขั้นพูดต่อหน้าชมุ ชน ก. การพัฒนาทักษะอาชีพด้านต่างๆ ให้ทัน ค. ข้นั นาเสนอสอื่ ง. ข้ันประเมนิ ผล ตอ่ การเปลีย่ นแปลงของตลาด 15. การพูดลักษณะใดส่งผลให้ผู้ฟังเกิดความคิด ข. การพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับ ยอมรบั ผพู้ ดู ไดด้ ีทสี่ ดุ ความต้องการของลูกค้าอยตู่ ลอดเวลา ก. พูดออ่ นน้อมถอ่ มตน ค. การใช้แรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ ข. พูดวจิ ารณ์และใหข้ อ้ คิด เคร่ืองมือ วิธีการเพอ่ื การผลติ สนิ คา้ ค. พดู แสดงเหตุผลและข้อเทจ็ จรงิ ง. การขดุ บอ่ เกบ็ กักน้าไว้ใช้ในครวั เรอื น ง. พดู ด้วยนา้ เสียงและลีลาที่นา่ ฟัง 10. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบและเง่ือนไขหลัก 16. “เรียงลาดับ – จับประเด็น – เน้นตอน ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาคัญ -- บีบคั้นอารมณ์ – เหมาะสมเวลา” ก. ความพอประมาณ ความมีเหตุผล มี คือกรอบแนวการพดู ส่วนใด ภูมคิ ุม้ กนั ทดี่ ี ก. ส่วนหวั ข. ส่วนกลาง ข. มคี วามขยนั มคี ณุ ธรรม ค. ส่วนทา้ ย ง. ส่วนสรุป ค. ความพอประมาณ ความมีเหตุผลมี 17. “แจ่มแจ้ง – จูงใจ –แกล้วกล้า – ร่าเริง” ภูมิคุ้มกันท่ีดี โดยต้องมีความขยัน มี คือแนวคิดท่ีเกยี่ วขอ้ งกับเร่อื งใดมากท่ีสดุ คุณธรรม ก. การพูด ง. ความพอประมาณ ความมีเหตุผลมี ข. การนาเสนอแนวใหม่ ภูมคิ มุ้ กันทดี่ ี โดยต้องมีความรู้ มคี ณุ ธรรม ค. การสร้างขวัญและกาลงั ใจ 11. การกลา่ วแสดงความยินดจี ะขาดลักษณะใดไมไ่ ด้ ง. การกาหนดเปา้ หมายโครงการ ก. พูดให้คิด ข. พดู ชมเชย 18. การออกแบบการนาเสนอด้วยคาพูด ควรมี ค. พูดเสนอแนะ ง. พดู ใหก้ าลงั ใจ สดั สว่ นอย่างไร 12. การพูดลกั ษณะใดจูงใจใหผ้ ู้ฟังยอมรับได้ดที ส่ี ดุ ก.ส่วนนา 5%ส่วนเน้อื หา 90% ส่วนสรปุ 5% ก. พูดอ่อนน้อมถ่อมตน ข.ส่วนนา10%สว่ นเนอื้ หา 80% ส่วนสรปุ 10% ข. พูดวจิ ารณ์และใหข้ ้อคิด ค.ส่วนนา20%สว่ นเน้ือหา 60% สว่ นสรุป20% ค. พูดแสดงเหตุผลและขอ้ เทจ็ จริง ง.ส่วนนา25%ส่วนเนือ้ หา 50% สว่ นสรปุ 25% ง. พดู ดว้ ยน้าเสยี งและลลี าทนี่ ่าฟัง หลกั สตู รกำรบรหิ ำรจัดกำร กำรเรียนรู้ สถำบนั กำรเรยี นรู้กองทนุ หมู่บ้ำนและชมุ ชน ข-3
19. องคป์ ระกอบของนักพูดท่ีดี ขอ้ ใดครอบคลมุ ท่ีสดุ 25. ขอ้ ใดเป็นทรัพยากรในการบริหารการจัดการ ก. เปน็ นกั ฟังท่ีดี และฝึกพดู อยา่ งสม่าเสมอ ก. คน เงิน วสั ดุ ตน้ ทุน ข. เป็นนักฟังท่ีดี เป็นนักอ่าน มีใจรัก ฝึกพูด ข. คน เงิน วสั ดุ เคร่อื งจักร อย่างสม่าเสมอ ค. คน เงิน วัสดุ กิจกรรม ค. ไม่หยดุ น่ิงชอบวพิ ากษ์วิจารณ์ ลบั ฝีปากอยเู่ สมอ ง. คน เงนิ วัสดุ การผลิต ง. เป็นนักประยุกต์ หยิบโน่นหยิบนี่ใหม่ๆมา 26. ข้อใดเป็นแผนท่ีกาหนดเค้าโครงกว้างๆ ว่า นาเสนออยา่ งไมซ่ ้าซาก ประเทศชาติของเราจะมที ศิ ทางพัฒนาไปอย่างไร 20. ปัจจัยต่อไปน้ี “พาดหัวข่าว-กล่าวคาถาม- ก. แผนพัฒนาระยะยาว ความสงสัย-ให้รื่นเริง-เชิงกวี-มีตัวอย่าง” ข. แผนพัฒนาระยะกลาง ควรจัดอยใู่ นข้ันตอนใด ค. แผนปฏิบัตกิ ารประจาปี ก. ซกั ซอ้ มใหด้ ี ข. เรื่องราวใหก้ ระชบั ง. แผนปฏิบัติการประจาไตรมาส ค. เรมิ่ ต้นใหโ้ นม้ น้าว ง. สรุปจบใหจ้ ับใจ 27. ข้อใดเป็นแผนท่ีกาหนดว่าจะมีโครงการพัฒนา 21. ข้อใดไม่ใช่บทบาทหน้าท่ีหลักในการบริหาร อะไร จะงบประมาณใชท้ รพั ยากรมากน้อยเท่าไร จดั การของสถาบนั การเรียนรฯู้ ก. แผนพัฒนาระยะยาว ก. การบรหิ ารทรพั ยากร ข. แผนพฒั นาระยะกลาง ข. การบรหิ ารวชิ าการ ค. แผนปฏิบัตกิ ารประจาปี ค. การบริหารบุคคล ง. แผนปฏิบัติการประจาไตรมาส ง. การบรหิ ารงานทั่วไป 28. การประเมินผลท่ีครบวงจร ประกอบด้วย 22. รูปแบบการบริหารจัดการสถาบนั การเรยี นรู้ฯ การประเมินกร่ี ะยะ ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพควรเป็นแบบใด ก. 2 ระยะ ข. 3 ระยะ ก. แบบบนลงลา่ ง ข. แบบล่างขนึ้ บน ค. 4 ระยะ ง. 5 ระยะ ค. แบบผสมผสาน ง. แบบการมีส่วนร่วม 29. ข้ันตอนใดเป็นข้ันตอนแรกของกระบวนการ 23. บุคคลที่ทาหน้าท่ีประสานงานระหว่าง ประเมนิ ผลโครงการ กจิ กรรมตา่ งๆ ขององค์การเพอื่ ใหด้ าเนนิ ไปสู่ ก. การวางแผนการประเมินผลโครงการ วัตถุประสงคท์ ่กี าหนดไว้ คอื ใคร ข. การดาเนินการประเมนิ ผลโครงการ ก. ผบู้ ริหาร ข. ผจู้ ดั การ ค. การรายงานและเผยแพรผ่ ลประเมิน ค. ผู้ประสานงาน ง. ทุกๆ คนทีเ่ กีย่ วขอ้ ง ง. การลงขอ้ สรุปและให้ข้อเสนอแนะ 24. ข้อใดไม่ใช่ความสามารถทางการจัดการของ 30. ขั้ น ต อ น ใ ด เ ป็ น ข้ั น ต อ น สุ ด ท้ า ย ข อ ง ผู้บริหารขององคก์ าร กระบวนการประเมินผลโครงการ ก. ความสามารถด้านความคิด ก. การวางแผนการประเมินผลโครงการ ข. ความสามารถด้านคน ข. การดาเนนิ การประเมินผลโครงการ ค. ความสามารถด้านงาน ค. การรายงานและเผยแพร่ผลประเมิน ง. ความสามารถด้านประกอบการ ง. การลงข้อสรุปและให้ขอ้ เสนอแนะ ข-4 สำนักงำนกองทุนหมู่บำ้ นและชุมชนเมอื งแหง่ ชำติ
31.บทเรียนและความรู้ต่างกันอยา่ งไร 37. แผนการเรยี นมีความสาคัญอย่างไร ก. บทเรยี นเกิดจากผลการปฏบิ ตั อิ ยา่ งเดียว ก. ทาให้ผลการสอนบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ข. ความรมู้ ที ่ีมาจากหลายวิธี ข. ทาใหผ้ ลการเรียนบรรลุวัตถปุ ระสงค์ ค. บทเรยี นมีความเฉพาะและความรู้กว้างกวา่ ค. ทาให้การเรียนการสอนมรี ะบบและตรงหลกั การ ง. บทเรียนและความรไู้ ม่แตกต่างกัน ง. ทาใหผ้ สู้ อนสร้างผลงานเผยแพร่ได้ 32. การถอดบทเรียนมีความสาคัญและ 38. ข้อใดที่มิใช่องค์องค์ประกอบสาคัญของ ประโยชนต์ ่ออยา่ งไร แผนการเรียน ก. ระยะสน้ั ได้ผลงาน ก.วัตถปุ ระสงค์ ข.สาระสาคัญ ข. ระยะกลางคนและองคก์ รมีความรู้ ค.สือ่ การเรยี น ง. แหล่งเรียนรู้ ค. ระยะยาวทาใหผ้ ลลพั ธ์การทางานดีขน้ึ 39. รูปแบบแผนการเรียนที่กระชบั ควรเป็นแบบ ง. ช่วยปรับปรุงการทางาน ใด 33. การเรียนรู้จากเพ่ือนเหมาะกับการถอด ก. แบบเรยี งหัวขอ้ ข. แบบตาราง บทเรียนชว่ งใด ค. แบบก่งึ ตาราง ง. แบบผสม ก.กอ่ นการทางาน ข.ระหวา่ งการทางาน 40. ขอ้ ใดมิใชร่ ายการประเมินแผนการเรียน ค.หลงั การทางาน ง.ชว่ งใดกไ็ ดไ้ ม่จากดั ก.ระดับชน้ั ท่ีสอน ข.ความยากง่ายเนือ้ หา 34. ควรบันทกึ ขอ้ มูลการถอดบทเรยี นอย่างไร ค.สื่อการเรยี น ง. กิจกรรมการเรียน ก. บันทกึ ดว้ ยเครื่องบันทึกเสยี ง 41. สือ่ การสอนหมายถงึ อะไร ข. บันทึกด้วยการจดจาของผู้ร่วมถอด ก. ตวั เชอ่ื มจากผสู้ อนไปสู่ผู้เรียน บทเรียน ข. พาหะนาความรสู้ ู่ผู้เรียน ค. บันทึกดว้ ยกระดาษฟลิบชารท์ ค. กิจกรรมกระบวนการสอนทงั้ หมด ง. บนั ทกึ ด้วยตารางหรือแบบบันทึกที่กาหนด ง. เทคโนโลยที ใี่ ช้ในชั้นเรยี น 35. มีแนวทางประยุกต์บทเรียนเพื่อการจัดการ 42. ประเภทส่ือการสอนจาแนกในท าง เรียนการสอนอย่างไร เทคโนโลยีการศกึ ษาไดแ้ กข่ อ้ ใด ก. ใชบ้ ทเรียนเพอ่ื การเรยี นรู้ ก. สื่อภาพ ข. ส่ือเสยี ง ข. ใช้บทเรียนพัฒนาบคุ คลากร ค. เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ ง. สอื่ ภาพและเสยี ง ค. ใชบ้ ทเรียนเพ่อื การแลกเปลย่ี น 43. การสาธติ การผสมเทียมโคควรเลือกสอ่ื ใด ง. ใชบ้ ทเรยี นเพือ่ การบรรลเุ ป้าหมายงาน ก. หนุ่ จาลอง ข. ของจริง 36. แผนการเรยี นคอื อะไร ค. วดี ิทัศน์ ง. วทิ ยากร ก. แผนกิจกรรมสาหรบั ผสู้ อน 44. เทคนิคสาคัญของการเลือกใช้สือ่ คือขอ้ ใด ข. แผนกิจกรรมสาหรบั ผู้เรียน ก. เลือกส่อื ท่ที ันสมัยและหาได้ ค. แผนจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ข. ควรใชส้ ือ่ ให้มากทส่ี ดุ เทา่ ท่จี ะหาได้ ง. พิมพ์เขยี วของผสู้ อน ค. ก่อนใชส้ ือ่ ควรปรึกษาผู้ร้ทู มี่ คี วามชานาญ ง. ให้ผเู้ รยี นมีสว่ นร่วมในการใช้ หลกั สตู รกำรบริหำรจัดกำร กำรเรยี นรู้ สถำบันกำรเรยี นรู้กองทุนหมู่บ้ำนและชมุ ชน ข-5
45. การสรา้ งส่อื มเี งอ่ื นไขอยา่ งไร 48. การวัดผลต่างจากการประเมนิ ผลอย่างไร ก. คานึงเศรษฐกิจปจั จุบัน ก. การวัดผลเป็นการหาปริมาณแต่การ ข. ประสบการณข์ องผูผ้ ลติ สอ่ื ประเมินเปน็ การตัดสิน ค. แผนการบรหิ ารจดั การของหนว่ ยงาน ข. การวัดผลเป็นการตัดสินแต่การประเมิน ง. ความสอดคล้องกับแผนการเรียน เป็นหาปรมิ าณ 46. การสอนคืออะไร ค. การวัดผลเป็นการสารวจแต่การประเมิน ก. การสอนคือการจดั ประสบการณใ์ หก้ บั ผูเ้ รยี น เป็นวิเคราะห์ ข. การสอนคอื การถ่ายทอดบทเรยี น ง. การวัดผลเป็นกาวิเคราะห์แต่การประเมิน ค. การสอนคือการแนะแนวประสบการณ์ เปน็ สารวจ การเรยี นรู้ 49. หลักการสาคัญของการวัดผลคือขอ้ ใด ง. การสอนคอื การสรา้ งความชานาญใหก้ ับผูเ้ รียน ก. วดั ตรงตามระยะเวลา 47. วิธีสอนที่ดีและเหมาะกับการจัดการเรียน ข. เลอื กใช้เครอื่ งมอื อย่างใดอย่างหนึ่ง ของสถาบันการเรยี นรู้ กทบ. คอื ข้อใด ค. วัดตรงจดุ ประสงค์ ก. วธิ ีสอนแบบจดั การเรียนรู้แบบมสี ่วนร่วม ง. วดั ใหค้ ุ้มค่ากบั การจัดกิจกรรม ข. วิธสี อนจากแหลง่ เรยี นรู้ 50. หลักการสาคัญของการประเมนิ ผลคอื ข้อใด ค. วธิ สี อนแบบการเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรยี น ก. ประเมนิ ดว้ ยวิธใี ดวธิ หี น่งึ ตามจุดประสงค์ ง. วธิ ีสอนแบบสาธิต ข. ใช้ข้อมลู จาการวดั ด้วยเครอ่ื งมือท่เี ลอื กสรร ค. ผ้ปู ระเมินตอ้ งมีความเทยี่ งธรรมไม่ลาเอียง ง. ใชเ้ กณฑก์ ารตัดสินทเ่ี หมาะสม ข-6 สำนักงำนกองทนุ หมูบ่ ้ำนและชมุ ชนเมอื งแห่งชำติ
เฉลยแบบประเมนิ ผลก่อนเรยี นและหลังเรียน 1. ค 31. ค 2. ง 32. ค 3. ง 33. ก 4. ข 34. ง 5. ก 35. ข 6. ก 36. ง 7. ง 37. ค 8. ข 38. ง 9. ง 39. ข 10. ค 40. ก 11. ข 41. ข 12. ค 42. ค 13. ข 43. ข 14. ก 44. ง 15. ง 45. ง 16. ข 46. ก 17. ข 47. ก 18. ข 48. ก 19. ข 49. ก 20. ค 50. ค 21. ก 22. ง 23. ก 24. ง 25. ข 26. ก 27. ข 28. ข 29. ก 30. ค หลกั สูตรกำรบรหิ ำรจัดกำร กำรเรียนรู้ สถำบันกำรเรียนรู้กองทนุ หมู่บำ้ นและชมุ ชน ข-7
แบบประเมนิ ผลการอบรม หลกั สูตรการบริหารจดั การ การจดั การเรยี นรู้ และการถ่ายทอดความรขู้ องวทิ ยากร สถาบันการเรยี นรู้กองทนุ หมบู่ ้านและชุมชนเมือง ระดับคณุ ภาพ ดา้ นท่ี รายการประเมิน มาก มาก ปาน น้อย น้อย ข้อสงั เกต ท่สี ุด กลาง ที่สุด 1 ความรู้ความเข้าใจ 1.1 การปฐมนเิ ทศหลกั สูตร 1.2 วชิ าการบริหารจัดการฯ 1.3 วิชาพัฒนาตนพัฒนาอาชีพและพัฒนาชุมชน 1.4 วิชาการจดั การเรยี นรู้ 1.5 วชิ าการถา่ ยทอดความรู้วทิ ยากร 2 การมสี ่วนรว่ ม 2.1 การร่วมคดิ 2.2 การร่วมแสดงออก 3 บรรยากาศท่วั ไป 3.1 ท่พี ัก 3.2 ที่ฝึกอบรม 3.3 อาหาร 4 ผูด้ าเนินรายการ 5 ความตอ่ เนอ่ื งของกระบวนการเรียนรู้ ข้อเสนอแนะและความเห็นท่ัวไป ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ข-8 สำนักงำนกองทุนหมูบ่ ำ้ นและชุมชนเมอื งแห่งชำติ
แบบประเมนิ แผนการเรียน แผนการเรียนวชิ า................................................. หนว่ ยการเรยี นท่ี......เรื่อง....................................................... รายการประเมนิ ระดับ หมายเหตุ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ใช้ไมไ่ ด้ 1. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ครอบคลมุ ชัดเจนและเหมาะสม 2. เนื้อหาสาระ ครอบคลมุ ถกู ต้อง ความยากงา่ ยและชัดเจน 3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน น่าสนใจ เหมาะสมและสร้างสรรค์ 4. สอื่ การเรยี นการสอน ตรงกับเน้อื หาน่าสนใจ เรียนรไู้ ดเ้ รว็ และประหยดั 5. การประเมินผล เที่ยงตรง เชอื่ ถอื ได้ สามารถประยกุ ตไ์ ด้ 6. ความสอดคล้อง จดุ ประสงคก์ บั เนอ้ื หา กจิ กรรมการเรยี นการสอน ส่อื การเรียนและ การวดั และประเมินผล 7.กาหนดเวลาเรยี นเหมาะสม รวม รวม หลักสตู รกำรบรหิ ำรจัดกำร กำรเรยี นรู้ สถำบนั กำรเรียนรู้กองทนุ หมู่บำ้ นและชุมชน ข-9
แบบประเมนิ ผลงานการปฏบิ ัติงานกลุ่ม ชื่อชิ้นงาน.................................................................รายวิชา.................................................................................... ผสู้ อนหรือผูป้ ระเมนิ บนั ทกึ คะแนนทีส่ งั เกตได้จากผลงานในตารางตามระดับคณุ ภาพ 4 ช่อง ชือ่ กลุ่ม ผลงานควร ผลงานพอใช้ ผลงานปานกลาง ผลงานดี ปรับปรุง(1) (2) (3) (4) 1. 2. 3. 4. 5. ข-10 สำนกั งำนกองทุนหมู่บำ้ นและชมุ ชนเมอื งแหง่ ชำติ
แบบประเมนิ ผลการสอน ชื่อผู้สอน (นกั จัดการเรยี นร)ู้ .............................................................สถาบันการเรียนรู้ ……………………………... หน่วยการเรียนรทู้ ่ี..................................แผนการเรยี นเร่อื ง…………………..................…………………………………….. ด้านท่ี พฤติกรรมการเสนอ 5 ระดบั คุณภาพ 1 ข้อสงั เกต 432 1 การนาเขา้ สู่บทเรยี น 2 การดาเนินการสอน 3 การยกตัวอย่าง 4 การอธบิ ายและเลา่ เรอื่ ง 5 การใช้คาถาม 6 การใช้สอ่ื การสอน 7 การแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ 8 การเสรมิ สร้างบรรยากาศการเรยี น 9 การเสรมิ ความสนใจและเสรมิ กาลงั ใจผเู้ รยี น 10 การสรปุ บทเรยี นและการประเมินผล หลกั สูตรกำรบริหำรจดั กำร กำรเรียนรู้ สถำบนั กำรเรยี นรู้กองทนุ หมู่บำ้ นและชุมชน ข-11
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอ ชือ่ ผู้สอน(นกั จดั การเรยี นร)ู้ ................................................................สถาบันการเรียนรู้ …………………………… หน่วยท.่ี .................................แผนการนาเสนอเร่อื ง………………………………………………...............................……….. ด้านท่ี พฤติกรรมการเสนอ 5 ระดบั คณุ ภาพ 1 ข้อสงั เกต 432 1 การนาเขา้ สู่บทเรยี น 2 การดาเนนิ การสอน 3 การยกตวั อยา่ ง 4 การอธิบายและเลา่ เรอ่ื ง 5 การใชค้ าถาม 6 การใช้สอื่ 7 การแก้ปญั หาเฉพาะหนา้ 8 การเสรมิ สรา้ งบรรยากาศ 9 การเสรมิ ความสนใจและเสรมิ กาลังใจผฟู้ งั 10 การสรปุ ข-12 สำนกั งำนกองทนุ หมูบ่ ้ำนและชมุ ชนเมอื งแห่งชำติ
เอกสารอ้างอิง Nonaka I. and Takeuchi.H. (1995). The Knowledge-Creating Company: How Japanese Companies Create the Dynamic of Innovation; New York: Oxford University Press. เขียน วันทนียตระกูล.(2551). หลักการและวิธีการสอน. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วทิ ยาลัย วทิ ยาเขตลา้ นนา. ชยั ยงค์ พรหมวงศ.์ (2525). การวางแผนการสอน. นนทบุร:ี มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. - - - - - - - - - - - . ( 2 5 3 2 ) . ก า ร ว า ง แ ผ น ก า ร ส อ น แ ล ะ เ ขี ย น แ ผ น ก า ร ส อ น . น น ท บุ รี : มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช. -----------. (มปป). เอกสารการบรรยายเรื่องส่ือการเรียนการสอน. ฝ่ายส่อื การเรียนการสอนสานกั ทิวัตถ์ มณีโชติ.(2549). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรงุ เทพฯ :สานกั พิมพ์ศูนย์สง่ เสรมิ วชิ าการ. ประภาพรรณ รักเลี้ยง.(2556). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. พิษณุโลก: บัณฑิต วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยพิษณโุ ลก. ม ณ ฑ า เ ก่ ง ก า ร พ า นิ ช . (2556). “ ก า ร ถ อ ด บ ท เ รี ย น .” [ ร ะ บ บ อ อ น ไ ล น์ ] . แ ห ล่ ง ที่ ม า www.ph.mahidol.ac.th/sos/group6/lesson_learned.pdf (25 ธันวาคม 2556) มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น.(2557) “หลากหลายรูปแบบการสอน”. [ระบบออนไลน์]. แหล่งท่ีมา www.stjohn.ac.th/polytechnic/stpoly/ (1 ตลุ าคม 2557). เรืองวิทย์ นนทภา.(2557) ศิลปะการพูดและการนาเสนอ.เอกสารประกอบการบรรยายวิชาวิชาการ ถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรหลักสูตรหลักการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และ การถ่ายทอดความรู้ของวิทยากร สถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง. เชยี งใหม่: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา. วีรวุธ มาฆะศริ านนท์. (2542). องคก์ รเรยี นรสู้ ู่องค์กรอัจฉริยะ. กรุงเทพมหานคร: เอ็กซเปอร์เนท็ . ศึกษาธิการ,กระทรวง.(2551). หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิชา การพัฒนาอาชีพให้มี ความมั่นคงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551.กรุงเทพฯ: สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอก ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ. ศภุ วัลย์ พลายนอ้ ย. (2556). นานาวิธีวทิ ยาการถอดบทเรยี นและสังเคราะห์องค์ความรู้. (พิมพ์คร้งั ท่ี 6). กรงุ เทพฯ:บรษิ ัท พ.ี เอ.ลฟิ วิง่ จากดั . สมพงษ์ บุญเลิศ. (2550). การส่ือสารเพื่อการพัฒนาท้องถ่ิน. เชียงใหม่: คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชยี งใหม่. ข-14 สำนักงำนกองทนุ หมูบ่ ้ำนและชุมชนเมืองแห่งชำติ
-----------. (2549). หลักการโฆษณา (Principle of Advertising). เชยี งใหม่: คณะวิทยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เชยี งใหม.่ -----------. (2554). เอกสารประกอบการบรรยายเร่ืองการจัดการความรู้เพ่ือพัฒนาพ้ืนท่ีสูง. เชียงใหม่: สถาบนั วิจยั และพฒั นา มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงใหม.่ สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2534). คู่มือการอบรมครูแนวการใช้หลักสูตร ประถมศึกษา พุทธศักราช 2521 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2533) วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พก์ ารศาสนา. สุรพล เศรษฐบุตร.(2558).เอกสารประกอบการบรรยายหลักสูตรการบริหารจัดการการจัดการเรียนรู้ และการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรสถาบันการเรียนรู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชน เมือง (กลุ่มวิชาพ้ืนฐาน) รุ่นที่ 2 วันท่ี 27 ตุลาคม 2557ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลล้านนา (ดอยสะเก็ด) สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตรและพัฒนาชนบท ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร และส่งเสริมเผยแพร่การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่. หนูม้วน ร่มแก้ว. (2558). หลักสูตรการบริหารจัดการความรู้สาหรับนักบริหารจัดการความรู้. เอกสาร การบรรยายวิชาการบริหารจัดการสถาบันการเรยี นรู้.กองทุนหมูบ่ ้านและชุมชนเมอื ง. เชียงใหม่: มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา. อาภรณ์ ใจเทีย่ ง. (2546). หลักการสอน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร.์ หลกั สตู รกำรบริหำรจดั กำร กำรเรยี นรู้ สถำบนั กำรเรยี นรู้กองทุนหมู่บ้ำนและชมุ ชน ข-15
คณะผู้จัดทำ ท่ปี รึกษำ รองศาสตราจารย์ ดร.นายทุ ธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธกิ ารบดมี หาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยป์ ระพัฒน์ เชอ้ื ไทย รองอธิการบดีด้านบริหารยุทธศาสตร์และแผนพฒั นา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ดร.ภาสวรรธน์ วชั รดารงคศ์ กั ดิ์ รองอธกิ ารบดดี า้ นวิจัยและการถา่ ยทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา นายศุภมติ ร ชลประเสรฐิ ผูอ้ านวยการฝ่ายจัดการความรแู้ ละสารสนเทศ สานกั งานกองทุนหมู่บา้ นและชมุ ชนเมอื งแห่งชาติ คณะทำงำนพฒั นำหลกั สูตร มหาวิทยาลัยราชภฏั เชยี งใหม่ รองศาสตราจารยส์ มพงษ์ บุญเลิศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชยี งใหม่ ดร.เรืองวิทย์ นนทภา มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ รองศาสตราจารย.์ ดร.สุรพล เศรษฐบตุ ร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นายภฤศพงศ์ เพชรบลุ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ยทุ ธนา เขาสเุ มรุ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ว่าทีร่ อ้ ยตรรี ชั ต์พงษ์ หอชยั รตั น์ พมิ พต์ น้ ฉบับ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา นางสาวรัตนาภรณ์ สารภี ออกแบบรูปเล่ม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา นายเจษฎา สุภาพรเหมนิ ทร์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271