ใบงาน หอ้ งสมดุ ในฝัน คาชี้แจง ให้ผูเ้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมวาดภาพห้องสมุดในฝันลงในกรอบ และตอบคาถามลงในใบงาน 1. ใหผ้ ู้เข้าร่วมกิจกรรมเขียนหนังสือทอ่ี ยากให้มใี นห้องสมุดมากที่สุด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คมู่ อื สง่ เสริมการอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 94
17. กจิ กรรมทีค่ นั่ หนงั สือความรู้ 1. กจิ กรรม ท่ีคน่ั หนังสอื ความรู้ 2. แนวคดิ การจดั กจิ กรรม กจิ กรรม ท่ีคั่นหนังสอื ความรู้ เป็นกิจกรรมสง่ เสริมการอ่านและการเรียนรู้ ซึ่งเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เด็ก (อายุ 6-12 ปี) ลักษณะกิจกรรมเป็นการส่งเสริมกลุ่มเป้าหมายประดิษฐ์ท่ีค่ันหนังสือ พร้อมเขียนคาคมที่ ชน่ื ชอบลงในทคี่ น่ั หนงั สอื 3. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหผ้ ู้เข้ารว่ มกิจกรรมค้นควา้ สานวนและคาคมได้ 2. เพอื่ ใหผ้ ู้เขา้ ร่วมกิจกรรมสามารถประดษิ ฐท์ ่คี ่ันหนงั สือได้ 4. กลมุ่ เป้าหมาย เดก็ (อายุ 6-12 ปี) 5. ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 30 นาที เวลาตามความเหมาะสม 6. สอ่ื /วสั ดุ/อุปกรณ์ 1. กระดาษชาร์ทแข็ง 2. สีไม้ 3. ปากกาหมกึ เจล คู่มอื สง่ เสรมิ การอา่ นตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 95
7. ข้นั ตอนการดาเนินการ 1. ใหผ้ เู้ ข้ารว่ มกิจกรรมอา่ นและค้นคว้าสานวน คาคม จดลงในใบงาน 2. ใหผ้ ูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมประดิษฐ์ที่คนั่ หนังสอื และเขยี นสานวน คาคม ลงในทคี่ ัน่ หนงั สือ 3. ให้ผูร้ ่วมกิจกรรมนาเสนองาน 8. ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับจากการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ น และการเรียนรู้ 1. ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมสามารถนาไปปรับใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ 2. ผู้ร่วมกจิ กรรมมคี วามคดิ จินตนาการผ่านงานศลิ ปะได้อย่างเตม็ ที่ 9. การประเมินผล 1. การสังเกตพฤติกรรม 2. ประเมินความพงึ พอใจ ใบงำน ทค่ี นั่ หนังสอื ควำมรู้ 1. ให้ผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมเลือก คาคม สานวน ทีช่ น่ื ชอบเขียนลงในงาน ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ให้ผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรมเขียนความหมายคาคม สานวน ทเี่ ลือกลงในใบงาน ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………… คมู่ ือสง่ เสริมการอา่ นตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 96
18.กจิ กรรมยกล้อเส่ยี งทาย 1.ชื่อกิจกรรม ยกลอ้ เส่ยี งทาย 2.แนวคิดการจัดกจิ กรรม เด็กไทยทกุ คนมคี วามสขุ กบั การอา่ นอย่างน้อย 12 เลม่ ต่อปี หรือ 60 นาทีต่อวัน 3.วตั ถปุ ระสงค์ -เพ่ือสร้างเสรมิ นิสยั รักการอ่านใหก้ ับผู้เข้าร่วมกิจกรรม -เพือ่ กระตุ้นจินตนาการ ฝกึ เป็นคนกล้าคดิ กล้าแสดงออก 4.กลุ่มเป้าหมาย เด็ก (อายุ 6 -12 ป)ี 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 20 - 30 นาที 6.สื่อ/วัสดุ/อปุ กรณ์ 1. วงล้อเสีย่ งทาย 2. คาถาม 3. ของรางวลั 7.ขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน ข้นั เตรยี ม 1. จดั ตั้งคาถามเป็นหมวดหมู่ 3 หมวดหมู่ - อาชพี - สขุ ภาพ - อาหาร 2. ทาวงลอ้ หมุน 3 หมวดหมู่ ข้นั ตอนการจัดกิจกรรม 97 1. ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมหมนุ วงล้อ 1 รอบ 2. วงล้อหยดุ ตรงตัวเลขอะไรก็นาคาถามหมวดหมู่นั้นมาถาม 3. ผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมตอบคาถามถกู ต้องพรอ้ มทัง้ รบั ของรางวัล คมู่ ือส่งเสริมการอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย
8.ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ น และการเรียนรู้ 1. ผ้เู ข้าร่วมกจิ กรรม กล้าคิด กล้าแสดงออก 2. ส่งเสรมิ จนิ ตนาการ ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ หก้ บั ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรม 9.การประเมนิ ผล 1. การสังเกตพฤติกรรม 2. ประเมนิ ความพึงพอใจ 10.ใบงาน คาชี้แจง : แบบสอบถามฉบบั น้มี ีจดุ มงุ่ หมาย เพอ่ื ศกึ ษาระดับความพึงพอใจของผู้รบั บรกิ ารท่มี ี ตอ่ การใหบ้ ริการ 1.เขียนคาถามและคาตอบจากการร่วมกจิ กรรม ……………………………………………….……………………………………….……………………………….………………….…………… ………………………………….……………………………………….……………………………….………………….………………………… …………………….……………………………………….……………………………….………………….……………………………………… ……….……………………………………….……………………………….………………….……………………………………………….…… ………………………………….……………………………….………………….……………………………………………….………………… …………………….……………………………….………………………………………………………………….……………………………… ……….……………………………….………………….……………………………………………….……………………………………….…… ………………………….……...........................................………………. 2.ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการร่วมกิจกรรม ……………………………………………….……………………………………….……………………………….………………….…………… ………………………………….……………………………………….……………………………….………………….………………………… …………………….……………………………………….……………………………….………………….……………………………………… ……….……………………………………….……………………………….………………….……………………………………………….…… ………………………………….……………………………….………………….……………………………………………….………………… …………………….……………………………….………………………………………………………………….……………………………… ……….……………………………….………………….……………………………………………….……………………………………….…… ………………………….…………………............................................…. คูม่ ือส่งเสริมการอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 98
19.กิจกรรมภาษาพาสนกุ 1.กจิ กรรม ภาษาพาสนุก 2.แนวคดิ การจัดกจิ กรรม เนื่องจากเด็ก 6 -12 ปี สามารถเรียนรู้และซึมซับได้อย่างรวดเร็ว กิจกรรม ภาษาพาสนุกจึงเป็น เคร่ืองมือที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เพราะในภาษาจะมีต่อคาต่อสานวน ต่อคา พังเพย ต่อวลี ฯลฯ ทช่ี ว่ ยกระตุ้นการทางานของสมองซีกขวาในด้านการจดจา ให้เด็กมีความเข้าใจในคาน้ัน ๆ ได้ง่ายยิ่งข้นึ เพ่อื เปน็ พนื้ ฐานของพฒั นาการดา้ นตา่ ง ๆ ในอนาคตของเดก็ ต่อไป 3.วัตถุประสงค์ 1. เปิดพจนานกุ รมได้ 2. รู้จักคาและความหมายกว้างข้ึน 4.กลุ่มเปา้ หมาย วัยรุ่น (อายุ 6 -12 ป)ี 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 1 เดือน 6.สือ่ /วัสด/ุ อุปกรณ์ 1. หนงั สอื พจนานกุ รมไทย 2. ใบงาน 3. เกมภาษาพาสนุก 7.ขั้นตอนการดาเนินงาน 1. สาธิตการเล่นเกม “ภาษาพาสนุก” - แบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 3-4 คน - ยกตัวอย่างคาบนกระดานเป็นคาหลัก - ตวั แทนกลุม่ ละ 1 คน ออกมาเขียนขยายคาหลกั ท่ีครูยกบนกระดานใหเ้ ป็นสานวน วลี ท่ีไมซ่ ้ากัน 2. แจกบตั รคาเพอ่ื เลน่ เกม “ภาษาพาสนุก” และหนงั สือพจนานุกรมใหน้ กั เรียนทาความเขา้ ใจร่วมกนั เก่ยี วกับกติกาการเลน่ เกม 3. ทกุ กลุ่มเล่นเกมภาษาพาสนุก 4. รว่ มกนั เฉลยหลักการแขง่ ขัน พรอ้ มให้เหตผุ ลในการเลือกคาและความหมาย พร้อมให้ขอ้ คิดในการ นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน 5. รวมคะแนน ทมี ทีช่ นะ รบั รางวลั คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 99
6. นักเรียนสนทนาเก่ียวกับ “เกมภาษาพาสนุก” ได้แก่ ความประทับใจ เทคนิคการเลือกคาและหา ความหมาย วิธีการคน้ หาคาต่าง ๆ ในพจนานุกรม 7. สรปุ ความสาคัญของการใชค้ าทมี่ ีความเก่ยี วข้องกนั โดยมีความหมายตา่ งกนั 8.ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั จากการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรยี นรู้ 1.ช่วยฝกึ ทกั ษะด้านการอ่านเขียน 2.ช่วยฝกึ การจดั ระเบียบความคิดในการคน้ นา 9.การประเมินผล 1. ตรวจผลงาน 2. สอบถามวิธีเปดิ พจนานุกรม 10.ใบงาน แจกใบงานโดยกาหนดคา 1 คาให้หาคาที่มคี วามหมายหรือเก่ยี วข้องกบั คาท่กี าหนด นามาเติมลงใน ช่องใหไ้ ด้มากทีส่ ดุ กติกา “ เกมภาษาพาสนุก” 1. กาหนดคาท่ีจะใช้เล่นเกม 1 คา ควรเปน็ คาทีส่ ามารถหาคา สานวน หรือวลอี ืน่ ๆ ทมี่ ีความสัมพนั ธ์ และเกยี่ วข้องกนั มาต่อเตมิ ได้อยา่ งกวา้ งขวาง และเขียนคาดงั กลา่ วเป็นคาหลกั ลงในใบงาน 2. เกมนี้เลน่ เป็นรายบุคคลหรอื เป็นกล่มุ ก็ได้ 3. ผู้เลน่ สลบั กันเขียนคา สานวนหรือวลี ทีม่ ีความสมั พนั ธ์หรือเกยี่ วข้องกันกบั คาหลักลงในใบงาน พรอ้ มเขียนความหมายสั้น ๆ ประกอบ (เขยี นในกรอบเล็ก ๆ) แล้วขีดเส้นเพ่ือเช่ือมโยงคาต่อไปเร่อื ย ๆ 4. เมือ่ ครบตามเวลา หรือไมส่ ามารถต่อคาได้แลว้ ใครต่อคาที่มคี วามหมายสมั พนั ธ์กันและถูกต้องได้ มากกวา่ เปน็ ผู้ชนะ 5. เพ่อื ใหผ้ ูเ้ ลน่ สามารถคน้ หาคา สานวน หรือวลีต่าง ๆ ได้อยา่ งถูกต้อง รวดเรว็ ควรนาหนังสือ พจนานกุ รมไทยมาใชป้ ระกอบการเล่นเกม คู่มือสง่ เสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 100
20.กจิ กรรมประกวดรอ้ งเพลงส่งเสรมิ การอา่ น 1.กจิ กรรม ประกวดร้องเพลงสง่ เสริมการอ่าน 2.แนวคดิ การจดั กิจกรรม กจิ กรรม ประกวดรอ้ งเพลงส่งเสริมการอ่าน เป็นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ซึ่งเหมาะกับ กลุ่มเป้าหมายเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ลักษณะกิจกรรมเป็นการส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้อ่าน เนื้อหาเพลงท่ีเก่ียวกับการส่งเสริมการอ่านฟังทานอง ฟังทานองแล้วฝึกร้องเพลง เพ่ือเข้าร่วม ประกวดร้อง เพลงส่งเสริมการอ่าน เป็นการส่งเสริมทักษะด้านการอ่าน การใช้ความสามารถทางดนตรี สร้างสรรค์ผลงาน การร้องเพลง ส่งเสริมให้กลา้ แสดงออก ได้รบั ความสนกุ สนานเพลิดเพลินพร้อมไดส้ าระและความรู้ 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้ผู้รว่ มกิจกรรมเกดิ การเรียนรู้ ทกั ษะดา้ นการอา่ น กล้าแสดงออกในทางสรา้ งสรรค์ 2. เพือ่ ให้ผรู้ ่วมกิจกรรมไดร้ ับความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน และใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ 4.กลุม่ เป้าหมาย เด็กอายุ 6-12 ปี 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 10-15 นาที 6.ส่ือ/วัสดุ/อุปกรณ์ 1.เน้ือเพลงส่งเสรมิ การอา่ น 2. ทานอง/ดนตรี 3. เกณฑ์การประกวดร้องเพลง 4. ของรางวัล 7.ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน 1. ผู้จดั กจิ กรรมแจกเนื้อเพลงส่งเสริมการอ่าน ให้ผ้รู ่วมกิจกรรมอา่ นและจดจา ทาความเขา้ ใจ 2. ผู้จัดกิจกรรมเปิดเพลงตวั อย่างให้ผ้รู ่วมกจิ กรรมฟังและให้ผู้จดั กจิ กรรมฝึกซ้อมเพลง 3. เรมิ การแขง่ ขนั ประกวดร้องเพลงส่งเสริมการอา่ น 8.ประโยชน์ท่ีได้รบั จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรยี นรู้ 1. ผู้รว่ มกิจกรรมเกิดการเรียนรู้ ทกั ษะดา้ นการอา่ น มีจติ นาการและกล้าแสดงออกในทางสรา้ งสรรค์ 2. ผรู้ ่วมกิจกรรมมนี ิสัยรกั การอ่าน 9.การประเมนิ ผล 1. การสังเกตและพฤตกิ รรม 2. ประเมนิ ความพงึ พอใจ ค่มู อื ส่งเสริมการอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 101
10. ใบความรู้ ใบความรู้ เพลง : ใกลร้ ่งุ ไดย้ นิ เสยี งแวว่ ดงั แผว่ มาแต่ ไกล ไกล ช่มุ ชื่นฤทัย หวานใดจะปาน ฟังเสียงบรรเลง ขบั เพลงประสาน จากทิพย์วิมาน ประทานกล่อมใจ * ใกลย้ ามเมอ่ื แสง ทอง ส่อง ฉันคอยมองจอ้ ง ฟ้าเรืองราไร ลมโบกโบยมา หนาว ใจ รอช้าเพียงไร ตะวนั จะมา ** เพลิดเพลนิ ฤทยั ฟงั ไกป่ ระสานเสียงกัน เร่อื งการบวกแส3งทดจจออาากงนโนนมอววะวใ้ นลนลนผยิว2่อลัาท0มงยเ่ีน์นปอขภ้ี ว็เน้อาพลเแลกลเสนิวลขนนิ่ลโหเราดพนะดลักค1ินหน0เอนมทรุนาณคาาสฑนทาาิครี กาญารนบั ครบสิบ *** หม่มู วลวหิ คบนิ ผกมาแต่ รัง นอน เฝา้ เชยชดิ ช้อน ลม้ิ ชมบัวบาน ยนิ เสียงบรรเลง ดังเพลงขบั ขาน สอดคลอ้ งกังวาน ซาบซ่านจับใจ * ใกลย้ ามเมอื่ แสง ทอง สอ่ ง ฉนั คอยมองจอ้ ง ฟา้ เรืองราไร ลมโบกโบยมา หนาว ใจ รอช้าเพียงไร ตะวันจะมา ** เพลดิ เพลินฤทัย ฟังไกป่ ระสานเสียงกัน ดอกมะลิวลั ย์ อวลกลน่ิ ระคนมณฑา โอใ้ นยามนี้ เพลนิ หนักหนา แสงทองนวลผ่องนภา แสนเพลนิ อรุ าสาราญ *** หม่มู วลวิหคบินผกมาแต่ รัง นอน เฝา้ เชยชิดช้อน ลิม้ ชมบวั บาน ยินเสยี งบรรเลง ดังเพลงขับขาน สอดคลอ้ งกังวาน ซาบซา่ นจบั ใจ ค่มู อื ส่งเสริมการอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 102
เกณฑ์การตดั สิน 30 คะแนน 1. น้าเสยี ง ความไพเราะของเสียง 20 คะแนน 2. เทคนิคการขับร้อง 20 คะแนน 3. จังหวะ ทานอง ถูกต้อง 20 คะแนน 4. อกั ขระวธิ ถี ูกต้อง 10 คะแนน 5.บุคลิก ลีลา อารมณ์ คู่มอื สง่ เสรมิ การอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 103
ชว่ งวัยท่ี 3 วัยรนุ่ (อายุ 13-19) ปี 1.กจิ กรรมเรื่องจากอดีตสู่ปัจจุบันบา้ นฉันบา้ นเธอ 1.ชื่อกจิ กรรม เร่อื งจากอดีตสปู่ ัจจบุ ันบา้ นฉันบา้ นเธอ 2.แนวคิดการจดั กจิ กรรม แหลง่ เรียนรู้ หรอื แหล่งการเรยี นรู้ ก็คอื แหล่งข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศ แหลง่ ความรู้ทางวชิ าการ ที่รวมความรู้ ใหแ้ นวคดิ เพอ่ื สนับสนนุ สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ ความรู้ และประสบการณ์ เกิดความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน แสวงหาความรูไ้ ด้ดว้ ยตนเอง อยา่ งกวา้ งขวางและตอ่ เน่ือง เพอื่ เสริมสรา้ งใหผ้ ู้เรยี นเกิดกระบวนการเรยี นรู้ 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ให้ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมเรียนร้ปู ระวัติความเปน็ มา และเรื่องราวชุมชน 2. เพื่อให้ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมอา่ น สรปุ และเขยี นเรือ่ งได้ 3. เพ่ือให้ผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรมเรียนรกู้ ารทาหนงั สือเลม่ เล็ก 4.กลุ่มเป้าหมาย วยั รุ่น (อายุ 13 - 19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม เวลา 30 - 60 นาที 6.สื่อ / วสั ดุ / อุปกรณ์ 1. ภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ 2. ตวั อย่างหนงั สอื เลม่ เล็ก 3. หนงั สือ/เอกสาร ข้อมูลของชุมชน 7.ขัน้ ตอนการจัดกิจกรรม 1. นาเสนอรปู ภาพประวตั ิศาสตรแ์ ละวัฒนธรรมของไทย ไดแ้ ก่ ภาพการเลิกทาส ภาพการเหเ่ รือ ภาพ บุญสารทเดือนสิบ 2. สนทนากบั นกั เรยี นถึงความรสู้ ึก และความภาคภูมิใจในชุมชน 3. นักเรียนแบง่ กลุม่ ละ 3 คน สารวจขอ้ มูลประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรมในชมุ ชนของผเู้ ขา้ รว่ ม กิจกรรม จากภมู ปิ ัญญา ท้องถิน่ หรอื ผูร้ ู้ จากน้นั นาเสนอหนา้ ห้อง เพื่อน ๆ ชว่ ยกันแสดงความคดิ เหน็ 4. อภิปรายประวัตคิ วามเปน็ มา เรือ่ งราว วัฒนธรรมในชมุ ชนของนกั เรยี นในแตล่ ะกลุ่มท่ีไปศึกษา คน้ ควา้ มา ค่มู ือส่งเสรมิ การอ่านตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 104
5. นาขอ้ มูลประวตั คิ วามเปน็ มา เรื่องราว วฒั นธรรมในชุมชนของผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมนามาแตง่ เปน็ รอ้ ย กรองหรือ ร้อยแกว้ และจัดทาเป็นหนงั สอื เล่มเลก็ 6. เม่ือทาหนังสือเล่มเล็กครบทุกกลมุ่ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนองาน 8.ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการอ่านละการเรยี นรู้ 1. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียนร้ปู ระวัติความเปน็ มา และเร่ืองราวชมุ ชน 2. ผูเ้ ข้าร่วมกจิ กรรมอา่ น สรปุ และเขยี นเรื่องได้ 3. ผเู้ ขา้ ร่วมกิจกรรมเรียนรู้การทาหนังสือเล่มเล็ก 9.การประเมินผล/ข้อเสนอแนะ 1. ตรวจผลงานของผู้เขา้ รว่ มกิจกรรม 2. ขอ้ เสนอแนะ สามารถปรบั เปล่ยี นเนื้อหาให้เหมาะสมได้ตามแตล่ ะทอ้ งถิน่ 10.ใบงาน ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการร่วมกจิ กรรม.................................................................................. ............................................................................................................................................ ..................................................................................................... ........................................ ................................................................................................................................ ............. ……………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………….. ค่มู อื ส่งเสริมการอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 105
2.กิจกรรมชวนเพอ่ื นล่องท่องอนิ เทอร์เนต็ 1.ชือ่ กจิ กรรม ชวนเพื่อนล่องท่องอินเทอร์เน็ต 2.แนวคิดการจดั กจิ กรรม เด็กๆ จาเปน็ ต้องพร้อมตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดเพ่ือใช้งานอินเทอรเ์ น็ตไดเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สุดชว่ ย สอนให้เดก็ ๆ ไดร้ ้จู ักกบั พ้ืนฐานสาคัญของการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลและความปลอดภยั เพอ่ื ให้พวกเขาออกไป ท่องโลกออนไลนไ์ ด้อยา่ งมน่ั ใจ 3.วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ ให้ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมค้นคว้าขอ้ มูลจากส่ือออนไลนไ์ ด้ 2. เพ่อื ให้ผู้เข้าร่วมกจิ กรรมเขียนสาระสาคญั ของเร่ืองได้ 4.กลุม่ เป้าหมาย (อายุ 13-19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม เวลา 30 - 60 นาที 6.สอื่ / วสั ดุ / อุปกรณ์ 1. ภาพขา่ วหรือบทความ 2. อนิ เทอรเ์ นต็ 3. คอมพิวเตอร์ ค่มู อื ส่งเสรมิ การอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 106
7.ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม 1. บรรณารักษ์กาหนดหวั ขอ้ ในการค้นควา้ ข้อมลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ และวิเคราะห์ขอ้ มูลข่าว เรื่องราว เหตกุ ารณ์ 2. ใหผ้ ู้เข้าร่วมกิจกรรมจบั คู่และชว่ ยกันสบื คน้ ข้อมลู เรอ่ื งท่ีบรรณารกั ษ์กาหนด 3. สรุปสาระสาคัญของเรอื่ งลงในใบงานท่ีครเู ตรยี มให้ 4. พ่ีและน้องช่วยกันบันทกึ ข้อคดิ ท่ีได้จากเรือ่ งทสี่ ืบค้นพร้อมเขยี นแหล่งข้อมลู 5. ผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมนาเสนอผลงานพรอ้ มบอกข้อคดิ ท่ีได้ 6. ให้รางวัลสาหรับผลงานดีเด่น โดยการใหค้ ะแนนเร่ืองท่ีนา่ สนใจท่ีสุด 8.ประโยชน์ทีไ่ ด้รบั จากการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ นละการเรยี นรู้ 1. ผู้เข้าร่วมกจิ กรรมคน้ ควา้ ข้อมลู จากสื่อออนไลน์ได้ 2. ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมเขยี นสาระสาคัญของเร่ืองได้ 9.การประเมนิ ผล/ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ 1. ปรับเน้อื หาในใบงานให้เหมาะสมกับผเู้ รยี น 2. นาผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมเข้าสู่โลกกวา้ งของส่ือเทคโนโลยอี ืน่ เชน่ เฟสบคุ๊ ไลน์ อินสตราแกรม เป็นตน้ 10.ใบงาน ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับจากการร่วมกจิ กรรม........................................................................................ ....................................................................................................... ............................................ .................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................... .................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................... .................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................... ............................................ .................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................... ............................................ ................................................................................................................................................... คู่มือส่งเสริมการอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 107
3.กิจกรรมตามรอยเจา้ ฟ้านักอา่ น 1.ชื่อกิจกรรม ตามรอยเจา้ ฟ้านักอา่ น 2.แนวคดิ การจัดกจิ กรรม การศกึ ษาพระราชประวตั ิและพระราชดารสั ของสมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทาให้ไดท้ ราบถงึ พระมหากรณุ าธิคณุ และนาแนวทางการดาเนนิ ชวี ิตไป ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง โดยเฉพาะเร่ืองการอ่านหนังสือ 3.วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหผ้ ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมเล่าเร่ืองราวจากหนังสือพระราชนิพนธข์ องสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารีทีเ่ ก่ียวกับการเสดจ็ ไปยังสถานทต่ี ่าง ๆ ได้ 2. เพือ่ ใหผ้ ้เู ข้าร่วมกิจกรรมเขียนสรุปจากเรอ่ื งท่อี ่านได้ 4.กลมุ่ เปา้ หมาย วัยรุ่น (อายุ 13 - 19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม เวลา 30 - 60 นาที 6.สอ่ื / วัสดุ / อปุ กรณ์ 1. หนังสอื พระราชนิพนธ์สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารีท่เี กย่ี วกับการเสด็จไปยงั สถานทีต่ า่ ง ๆ 2. วิดที ัศน์เกยี่ วกับสถานที่/เรื่องราวในหนังสือพระราชนพิ นธ์ คูม่ ือส่งเสริมการอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 108
7.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม 1. แนะนาหนงั สือพระราชนิพนธข์ องสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เสด็จไปยงั สถานท่ีตา่ ง ๆ และนาสนทนาเก่ยี วกับหนงั สอื พระราชนิพนธ์ 2. ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมแบ่งกล่มุ ศกึ ษาหนังสอื พระราชนพิ นธ์ 3. ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมเขยี นสรปุ เร่ืองและบันทึกขอ้ คดิ จากหนังสอื ท่ีอา่ น 8.ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านละการเรยี นรู้ 1. ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมเล่าเรื่องราวจากหนงั สอื พระราชนิพนธ์ของสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯสยาม บรมราชกุมารีท่ีเก่ยี วกบั การเสด็จไปยงั สถานท่ีตา่ ง ๆ ได้ 2. ผูเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมเขยี นสรุปจากเรือ่ งทอี่ า่ นได้ 9.การประเมินผล/ข้อเสนอแนะ 1. การนาเสนอผลงาน 2. การตรวจผลงานผู้เข้ารว่ มกิจกรรม ข้อเสนอแนะ บรรณารกั ษ์ควรเสนอแนะหนังสือพระราชนพิ นธ์อนื่ ๆ ใหผ้ ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมอา่ นตามความสนใจ 10.ใบงาน คมู่ อื ส่งเสริมการอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 109
4.กจิ กรรมคาไทยเขียนให้ถกู 1.ช่ือกิจกรรม คาไทยเขยี นให้ถูก 2.แนวคดิ การจัดกิจกรรม กิจกรรม คาไทยเขียนให้ถูก เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ ได้รับความรู้ ฝึก ความจา ฝึกสมาธิ และความสนุกสนานเพลิดเพลิน ลกั ษณะกิจกรรมใช้การเล่นเกมนาไปสู่การอ่านเพ่ือส่งเสริม ทักษะการใช้ภาษาไทยให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม โดยให้ผู้ร่วมกิจกรรม อ่านหนังสือ เรื่องคาไทยท่ีมักเขียนผิด และ หนังสือพจนานุกรม จากน้ันผู้จัดกิจกรรมจะให้เขียนตามคาบอก โดยผู้จัดกิจกรรมจะบอกความหมายของคา นนั้ ๆดว้ ย เพือ่ ให้ผรู้ ่วมกจิ กรรมเกิดการเรยี นรู้ หากผ้รู ่วมกจิ กรรมเขียนคาได้ถกู ต้องมากที่สดุ ก็จะไดข้ องรางวัล 3.วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือให้ผรู้ ่วมกิจกรรมฝกึ ทกั ษะดา้ นการฟัง การคิด ความกล้าแสดงออก 2. เพอ่ื ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รบั ความสนกุ สนาน เพลิดเพลิน และความรู้ 4.กล่มุ เป้าหมาย วัยรุ่น (อายุ 13-19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจดั กิจกรรม เวลา 45-60 นาที 6.สอ่ื / วสั ดุ / อปุ กรณ์ 1. หนังสือพจนานกุ รม หนังสือคาไทยท่ีมกั เขยี นผดิ 2. กระดาษบรฟู๊ 3. ปากกาเมจิก 4.ของรางวัล (ตัวอย่าง ของรางวัล) คู่มือสง่ เสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 110
7.ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม 1. แบง่ กลมุ่ ผูร้ ว่ มกจิ กรรม ให้อา่ นหนังสือพจนานุกรม หนงั สอื คาไทยทมี่ ักเขียนผิด 2. ผจู้ ัดกจิ กรรมแจกกระดาษบรู๊ฟและปากกาเมจิก พร้อมอธิบายการเลน่ 3. เร่มิ กิจกรรมโดยท่ีผ้จู ัดกจิ กรรมบอกคาแลว้ ใหผ้ ู้ร่วมกจิ กรรมช่วยกันเขียนคาท่ีถกู ต้องลงใน กระดาษบรูฟ๊ 4. ผู้จดั กจิ กรรมและผู้รว่ มกิจกรรม รว่ มกนั อภปิ รายและตรวจคาท่ถี ูกต้อง พรอ้ มบอกความหมายของ คาเพื่อใหเ้ กดิ การเรียนรู้ 5.มอบของรางวัลแกผ่ รู้ ว่ มกิจกรรมที่เขียนคาถูกต้องมากท่ีสุด 8.ประโยชนท์ ไ่ี ด้รับจากการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอา่ นละการเรียนรู้ 1. ผู้รว่ มกิจกรรมไดเ้ รียนรู้คา ความหมายของคาและเขียนคาไทยไดถ้ ูกต้อง 2. ผู้รว่ มกจิ กรรมมีสมาธิและความจาดขี ึ้น 3. ผ้รู ่วมกจิ กรรมมนี ิสัยรกั การอา่ นและไดร้ ับความสนุกสนานเพลิดเพลิน 9.การประเมนิ ผล/ข้อเสนอแนะ 1. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม 2. ประเมนิ ความพึงพอใจ 10.ใบงาน 1. คาอา่ นท่ีได้ คือคาวา่ ....................................................................................................... ............................................ .................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................... ............................................ .................................................................................................. ................................................. 2. ประโยชนท์ ี่ได้รับจากการร่วมกจิ กรรม ................................................................................................................................................... .................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................... ............................................ .................................................................................................. ................................................. คู่มือสง่ เสริมการอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 111
5.กจิ กรรมหนงั สอื ทามือ สอื่ หน้าสอง 1. ช่อื กิจกรรม หนงั สอื ทามือ ส่อื หนา้ สอง 2. แนวคดิ การจดั กิจกรรม \"หนังสอื ทามือ ส่ือหนา้ สอง\" เป็นกจิ กรรมส่งเสริมการอ่านและการเรยี นรู้ ซ่งึ เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ลกั ษณะกิจกรรมเปน็ กิจกรรมทใ่ี ห้ผู้รว่ มกิจกรรมนากระดาษA4 ทใี่ ชแ้ ล้วมา พับครึ่ง แลว้ นามาเข้าเลม่ เปน็ หนังสอื ในหนังสอื พิมพฉ์ บับล่วงเวลาทวี่ ารสาร นติ ยสาร ภาพการต์ นู จากสือ่ สิง่ พมิ พอ์ ื่นๆ มาตดั ขา่ ว/สาระนา่ รู้มาตดั และนาไปติดตกแต่งความสวยงามในสมุดบนั ทกึ จากกระดาษรยี ูสใหด้ ู น่าสนใจ เป็นการกระตุ้นใหเ้ กิดการเรยี นรู้จากการอ่าน 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อกระตนุ้ ให้อ่านและเรียนรู้ขา่ วสารจากหนงั สือพมิ พ์ 2. เพอื่ สรา้ งเสรมิ นิสยั รักการอา่ นและการใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ 4.กล่มุ เป้าหมาย วัยร่นุ (อายุ 13-19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม ใชเ้ วลา 45-60 นาที 6.สอื่ /วัสดุ/อปุ กรณ์ 1. หนงั สอื พมิ พ์เก่า/วารสารล่วงเวลา 2. กรรไกร/กาว 3. กระดาษรียสู 4. ดนิ สอสี ปากกาเมจิก 7.ขั้นตอนการดาเนนิ งาน 1. ผู้จดั กจิ กรรมอธบิ ายข้ันตอนวิธกี ารทากจิ กรรม 2. แจกใบความรู้ใหผ้ ูร้ ่วมกจิ กรรมอา่ นทาความเข้าใจรายละเอียด ขน้ั ตอนการทา และประโยชน์ จากการทากจิ กรรมนี้ 3. ผู้รว่ มกจิ กรรมลงมือทากจิ กรรมหนงั สือพมิ พฝ์ าผนัง 4. ผจู้ ดั กจิ กรรมและผู้ร่วมกิจกรรมแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และสรุปประโยชนท์ ไ่ี ด้จากการทากจิ กรรมนี้ 5. ผู้จัดกจิ กรรมคัดเลือกผลงานท่ีดที สี่ ดุ และมอบของรางวัล 8.ประโยชน์ท่ไี ด้รบั จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรียนรู้ 1. ผู้รว่ มกิจกรรมเกดิ ทกั ษะจากการอา่ น และมนี ิสัยรักการอ่าน 2.ผูร้ ่วมกจิ กรรมกล้าแสดงออก มจี ินตนาการและความคิดสรา้ งสรรคแ์ ละไดใ้ ช้เวลาประโยชน์ 9.การประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรม 2. ประเมนิ ความพึงพอใจ คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 112
10.ใบงาน การจดั ทาหนงั สือทามือ สื่อหนา้ สอง เปน็ การรวบรวมบทความ สาระความรู้หรอื เร่ืองทน่ี ่าสนใจ แลว้ นามาตดิ ตกแต่งความสวยงามในสมดุ บนั ทึกจากกระดาษรียูสให้ดูน่าสนใจ โดยมกี ารจดั เรียงเน้ือหาและตกแตง่ ให้สวยงาม การติดหนึ่งบอร์ดอาจจะมเี น้ือหาเรื่องเดยี วกนั หรือหลายเรอ่ื งกไ็ ด้ ค่มู อื สง่ เสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 113
6.กจิ กรรมคาราโอเกะพาเพลนิ 1.ชื่อกจิ กรรม คาราโอเกะพาเพลนิ 2.แนวคิดการจัดกิจกรรม เปน็ การสง่ เสริมการอ่านท้ังในและนอกหอ้ งสมุด และเป็นการนาเทคโนโลยมี าใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ ใน การส่งเสรมิ การอ่าน 3.วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สร้างความเพลิดเพลินจากการร้องเพลง 2. เพ่ือฝกึ ทกั ษะการอ่านและการคดิ จากเนื้อเพลง 4.กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา และประชาชนท่วั ไป อายุ 13-19 ปี 5.ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 1 ชวั่ โมง 6.ส่อื /วัสด/ุ อปุ กรณ์ 1. โนต๊ บ๊คุ ทลี่ งโปรแกรมคาราโอเกะเรยี บร้อยแลว้ 2. ไมโครโฟน และเครื่องเสยี ง 3. ใบงาน และปากกา 7.ข้นั ตอนการดาเนินงาน 114 1. ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมฟงั เพลงสมัยนิยมจากเครื่องเล่นคาราโอเกะ 2. ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมรว่ มกันอ่านเนือ้ เพลงจากเคร่อื งเล่นคาราโอเกะ 3. เจ้าหนา้ ท่ีเปดิ เพลงคาราโอเกะใหผ้ ู้เขา้ ร่วมกจิ กรรมรว่ มกันรอ้ งพร้อมกัน 4. ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมสรุปข้อคิดท่ไี ด้จากเพลง 5. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมช่วยกนั เตมิ คาในเน้ือเพลงใหส้ มบูรณ์ ค่มู ือส่งเสริมการอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย
8.ประโยชนท์ ี่ได้รบั จากการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการอ่าน และการเรยี นรู้ เกิดความสนกุ สนาน สนใจท่ีจะเรยี นรู้ และคน้ คว้าข้อมลู เพื่อตอบคาถามมากยิง่ ขึน้ 9.การประเมนิ ผล แบบสารวจความพึงพอใจ สงั เกตการเขา้ ร่วมกิจกรรม 10.ใบงาน คาสัง่ : ให้ผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมเขียนชอ่ื และเนื้อเพลงที่ตัวเองรอ้ งลงในใบงานด้านล่างนี้ ใบงาน “คาราโอเกะพาเพลิน” ชื่อเพลง..................................................................................................................... ....................... เนอ้ื เพลง.......................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... .................................................................................................................................... ............................... ................................................................................................... ................................................................ ............................................................................................................................. ...................................... คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 115
7.กิจกรรม Shopping Book ถูกใจใหเ้ ลย 1.ช่อื กิจกรรม Shopping Book ถูกใจให้เลย 2.แนวคิดการจัดกิจกรรม เปน็ การส่งเสรมิ การอ่านท้ังในและนอกห้องสมุด และเป็นการนาสอื่ สง่ เสรมิ การอ่านท่ีไดร้ ับบรจิ าคมา ให้บริการเพ่ือให้เกดิ ประโยชน์ ในการสง่ เสริมการอ่าน สาหรบั ผูส้ นใจในชุมชน หากตอ้ งการนากลับไปอ่านที่ บ้านสามารถนากลบั ไปได้เลย 3.วัตถปุ ระสงค์ เพื่อจงู ใจใหน้ ักศกึ ษา และประชาชนได้ใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น รักการอ่าน รักการเขยี น รกั การค้นคว้าและมี ความคดิ สรา้ งสรรค์ 4.กลมุ่ เป้าหมาย นักศึกษา และประชาชนทว่ั ไป อายุ 19-19 ปี 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 1 ช่ัวโมง 6.ส่อื /วัสด/ุ อปุ กรณ์ หนังสือท่ีได้รบั บริจาค หมวดหมู่ 000 – 900 , วารสาร , หนงั สือนิตยสาร , ส่อื วีดีทศั น์ , เครื่องขยาย เสียง , โปรเจ็คเตอร์ , คอมพวิ เตอร์ ,หนงั สือพิมพ์, แผ่นพับ, แผ่นความรู้ 7.ขัน้ ตอนการดาเนินงาน 1. จดั เปน็ ร้านท่ีมีชื่อต่างๆกนั แบ่งหนังสือตามช่ือรา้ น ในร้านมกี จิ กรรม มีเกมให้ร่วมสนุกชิงของ รางวลั ตา่ งๆ ดงั น้ี ร้านท่ี 1 หนังสอื หมวดหมู่ 000-300 รา้ นที่ 2 หนงั สอื หมวดหมู่ 400-600 รา้ นท่ี 3 หนังสอื หมวดหมู่ 700-900 ร้านท่ี 4 หนงั สือพิมพ์ วารสาร นติ ยสาร ร้านท่ี 5 แผน่ พบั แผ่นความรู้ และสาระความรู้อื่น ๆ 2. กาหนดวันเปดิ ร้าน จัดเดือนละ 1 ครั้ง โดยจดั ทาปฏิทนิ การจดั กิจกรรมหรอื ตามบริบทของพ้นื ท่ี 3. เชิญชวนนักศกึ ษาหรอื ประชาชนทสี่ นใจใหเ้ ขา้ มาร่วมกิจกรรม 8.ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการจัดกจิ กรรมส่งเสริมการอา่ นและการเรยี นรู้ สนใจทจี่ ะเรียนรู้ และค้นคว้าขอ้ มลู เพ่ือตอบคาถามมากย่งิ ขึ้น 9.การประเมนิ ผล แบบสารวจความพึงพอใจ สมุดบนั ทึกการอา่ น สมุดบันทกึ คะแนนเขา้ ร่วมกิจกรรม คู่มอื ส่งเสรมิ การอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 116
10.ใบงาน บญั ชรี ายรับ-รายจ่ายหนังสอื วป/ด/ ห้องสมุดประชาชน.................................................................... รายการ รบั จา่ ย คงเหลือ ลายมอื ชอื่ ค่มู อื สง่ เสริมการอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 117
8.กจิ กรรมภาษาไทยใครว่าง่าย 1.ชอื่ กจิ กรรม ภาษาไทยใครว่างา่ ย 2.แนวคิดการจัดกิจกรรม กจิ กรรมแฝดพแ่ี ฝดน้องเป็นการฝกึ ทกั ษะให้ผูร้ ่วมกิจกรรมไดท้ บทวนการใช้สระ, คาราชาศพั ท,์ คา ควบกลา้ , การใช้คาที่ถูกต้องในภาษาไทยและสร้างนสิ ัยรักการอา่ นให้กับวัยรุ่นไทย 3.วตั ถุประสงค์ 1.เพ่ือให้ผ้รู ่วมกิจกรรมไดร้ ู้จกั และทบทวนการใชส้ ระและการใชค้ าภาษาไทยให้ถูกต้อง 2.เพ่อื สรา้ งนิสยั รกั การอ่านให้กับวยั รุ่นไทย 4.กลุ่มเปา้ หมาย วัยรุน่ (อายุ 13 - 19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม ตามความเหมาะสม 6.ส่ือ/วัสดุ/อปุ กรณ์ 1.ใบงาน 2.ดนิ สอ/ปากกา คมู่ อื สง่ เสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 118
7.ข้ันตอนการดาเนินงาน 1.แจกใบงานให้กบั ผู้ร่วมกิจกรรม 2.จบั เวลาในการทาใบงาน 2 นาที / 1 ใบงาน ผูจ้ ัดกจิ กรรมให้สญั ญาณหยดุ เมื่อหมดเวลา 3.เฉลยใบงาน ใหผ้ รู้ ว่ มกจิ กรรมจบั คู่ตรวจใบงานของเพ่ือนและรวมคะแนน 4.ใหร้ างวลั สาหรบั ผ้ทู ่ที าใบงานเสรจ็ ภายในเวลาทีก่ าหนดและถกู ต้อง 3 ลาดับแรก 8.ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรียนรู้ ผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมได้ร้จู กั และทบทวนการใชส้ ระ ไอ ใอ ให้ถกู ต้องและวัยรุ่นมีนิสยั รักอ่าน 9.การประเมนิ ผล ตรวจจากใบงานในกจิ กรรม 10.ใบงาน คมู่ อื ส่งเสริมการอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 119
ค่มู อื ส่งเสรมิ การอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 120
9.กิจกรรมนกั สร้างเร่ือง 1.ช่ือกจิ กรรม นกั สร้างเร่อื ง 2.แนวคิดการจัดกจิ กรรม กจิ กรรม“นักสร้างเรื่อง”เปน็ กิจกรรมที่ตอ้ งการส่งเสริมทักษะการคิดจากคาสรา้ งสรรค์ใหเ้ ป็นประโยค ตามความคิดสรา้ งสรรค์และจิตนาการ และสรา้ งนสิ ยั รักการอ่านใหก้ บั วัยรนุ่ ไทย 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1.เพือ่ ให้ผรู้ ่วมกิจกรรมสามารถแต่งเร่ืองจากคาหรอื ภาพที่กาหนดให้ได้ 2.เพื่อใหผ้ รู้ ว่ มกิจกรรมฝึกทกั ษะการคดิ 3.เพอ่ื สรา้ งความสามคั คใี นกลมุ่ หม่คู ณะ 4.กลุ่มเป้าหมาย วัยรุ่น อายุ 13 – 19 ปี 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม ตามความเหมาะสม 6.ส่ือ/วัสด/ุ อปุ กรณ์ 1.บตั รคาศัพท์ 2.บัตรรูปภาพ 3.ใบงาน 4.ดนิ สอ/ปากกา/ปากกาเคมี 5.กระดาษชาร์ตแขง็ สีขาว 7.ข้ันตอนการดาเนินงาน 1. ให้ผู้ร่วมกจิ กรรมแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ่ 3 - 5 คน 2. ใหผ้ ู้ร่วมกจิ กรรมนาคาท่ีกาหนดให้ 3 - 5 บัตรคาหรอื ภาพท่กี าหนดให้ชว่ ยกนั แตง่ เร่ืองจากคาท่ีได้ ในใบงานพร้อมวาดภาพประกอบเรื่องลงกระดาษชารต์ แข็งสีขาว 3. ใหผ้ ู้ร่วมกจิ กรรมแต่ละกลุ่มนาเสนอเรื่องท่แี ตง่ ขน้ึ พรอ้ มทั้งวาดภาพประกอบ 8.ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรยี นรู้ ผู้รว่ มกิจกรรมมีทักษะการคิดและเรยี บเรยี งความคิดจากการทากิจกรรมและรูจ้ ักการทางานเปน็ กลุ่ม 9.การประเมินผล 1.จากการนาเสนอเรอ่ื งทแ่ี ต่งขึ้น 2.ผลงานการวาดภาพประกอบ คูม่ ือสง่ เสริมการอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 121
10.ใบงาน คำอธิบำย : ให้ผทู้ ำกจิ กรรม แต่งเรอ่ื งจำกบตั รคำที่ได้ลงในใบงำน เร่ือง............................................................. ......................................................................... .................................................................................. ..................... ............................................................................................................................. ................................................... ............................................................................................................................. ................................................... ...................................................... ..................................................................................................... ..................... ............................................................................................................................. ................................................... ............................................................................................................................. ................................................... ........................................................................................................................................................... ..................... .................................................................................................................. .............................................................. ............................................................................................................................. ................................................... ............................................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ............................................................ ..................... ............................................................................................................................. ................................................... ............................................................................................................................. ................................................... คูม่ ือส่งเสริมการอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 122
10. กิจกรรมสอยดาวสานวนสภุ าษติ คาพงั เพย 1.ชือ่ กจิ กรรม “สอยดาวสานวนสภุ าษิตคาพังเพย” 2.แนวคดิ การจัดกจิ กรรม ประชาชนทุกคนมคี วามสุขกบั การอ่านอย่างน้อย 12 เล่มต่อปี หรอื 60 นาทตี ่อวนั 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือใหผ้ ูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมมีนิสัยรักการอ่าน 2. เพ่อื ให้ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมฝึกสมาธิและฝกึ การคดิ 4.กลุ่มเป้าหมาย วยั รนุ่ (อายุ 12 -19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 15-30 นาที 6.ส่ือ/วัสด/ุ อุปกรณ์ 1.ชุดคาสภุ าษติ 2.อปุ กรณต์ กแต่งต้นสอยดาว 7.ข้นั ตอนการดาเนินงาน 1.จดั ทาชุดคาสานวนสุภาษติ คาพังเพย 2. นาชุดคาสุภาษิตตกแต่งพร้อมให้บริการกจิ กรรม - ข้ันจดั กจิ กรรม 1. ผจู้ ัดกิจกรรมอธิบายวิธีการรว่ มกจิ กรรม 2. ผูเ้ ข้าร่วมกจิ กรรมสอยดาว 3. ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมอ่านและแปลความหมายของสุภาษิตให้ถกู ต้อง 4. บรรณารกั ษ์รว่ มนาแนะกิจกรรม คมู่ ือสง่ เสริมการอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 123
8. ประโยชน์ท่ีได้รับจากการจดั กิจกรรมสง่ เสริมการอ่าน และการเรียนรู้ 1. ไดร้ ับความสนกุ สนาน ผ่อนคลาย 2. ส่งเสริมนิสยั รกั การอ่าน 3. ไดค้ วามรู้จากสานวนสภุ าษิตไทย 9. การประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม 2. ประเมินความพงึ พอใจ 10.ใบงาน คาสุภาษิตหมวด ก. กงเกวยี นกาเกวยี น หมายถึง ทาอะไรกบั ใครไว้ ยอ่ มได้รบั ผลกรรมน้นั กบในกะลาครอบ หมายถึง มีความรหู้ รือประสบการณ์น้อย แต่นกึ ว่าตวั เองรมู้ าก กรวดน้าคว่าขนั (ควา่ กะลา) หมายถงึ ตัดขาดไม่เกี่ยวข้องด้วย ชาตินอี้ ย่าได้เจอกนั กระเชอกน้ ร่ัว หมายถึง ใช้จ่ายเงนิ สรุ ยุ่ สรุ ่าย ไมป่ ระหยัด ไม่เก็บหอมรอมรบิ กระดี่ได้นา้ หมายถงึ ดอี กดีใจจนเกนิ งาม เนื้อตวั สัน่ กระตา่ ยขาเดยี ว หมายถึง ยืนกรานไมย่ อมรับผิด กระตา่ ยต่นื ตมู หมายถึง ต่นื ตกใจง่าย ยังไมท่ ันหาสาเหตุให้ชัดเจนเสยี ก่อนก็โวยวายแล้ว กระตา่ ยหมายจันทร์ หมายถึง ผู้ชายทห่ี มายปองหญิงสงู ศกั ดิ์ ฐานะดีกวา่ ตวั เอง กระโถนท้องพระโรง หมายถึง บุคคลทถี่ ูกใคร ๆ รมุ ใชอ้ ย่คู นเดียว กลบั เนือ้ กลับตัว หมายถงึ เลิกทาความชั่ว แล้วมาประพฤติตัวเปน็ คนดี กลับหนา้ มือเป็นหลังมือ หมายถึง เปล่ียนแปลงจากเดิมไปอย่างตรงกันข้าม คมู่ ือส่งเสรมิ การอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 124
กล้านักมักบิน่ หมายถงึ กล้าเกินไปมักจะเกดิ อนั ตรายได้ กว่าถ่ัวจะสุกงาก็ไหม้ หมายถงึ ทางาน 2 อยา่ ง แบบลังเลใจ แกป้ ญั หาไมท่ ันทว่ งทตี ้องเสยี งานไป 1 อยา่ ง กอ่ ร่างสร้างตวั หมายถงึ ทางานหาเงินเป็นกอบเป็นกา ตง้ั เนอ้ื ตัง้ ตัวได้เป็นหลกั ฐาน กาคาบพริก หมายถงึ คนผิวดาทีช่ อบแตง่ ตวั ด้วยเสื้อผา้ สีแดง ๆ หรอื สีสด ๆ กาขดี้ ีกวา่ กาตด หมายถึง ได้มาบา้ งดีกวา่ ไม่ได้อะไรเลย กาแพงมีหปู ระตมู ชี อ่ ง / กาแพงมีหู หมายถงึ จะพูดอะไรต้องระวัง อาจมีคนรู้ได้ กง่ิ ทองใบหยก หมายถงึ ชายหนุ่ม หญงิ สาวเหมาะสมกนั ดีที่จะแตง่ งาน กินท่ีลับไขท่ีแจ้ง หมายถึง เอาความลับหรอื เอาเรื่องทที่ ากนั ท่ีลับมาเปดิ เผยใหค้ นเขารู้ กนิ นา้ ใตศ้ อก หมายถงึ เมียน้อยตอ้ งยอมรับของเหลอื จากเมียหลวง ตกเป็นรองด้านศกั ด์ิศรี กนิ นา้ พริกถ้วยเก่า หมายถงึ อยู่กบั เมยี คนเดิม กนิ นา้ ไม่เผอื่ แล้ง หมายถึง มเี งิน มีของก็ใชจ้ นหมด ไม่หว่ งอนาคตข้างหน้า กนิ นา้ เห็นปลงิ หมายถึง ตะขิดตะขวงใจกบั คนชว่ั ท่ีรู้พดู หรือคบดว้ ยโดยร้วู า่ เขาไมด่ ี กินบนเรือนข้ีบนหลงั คา หมายถึง คนเนรคุณอาศัยบ้านเขาหรอื เขาให้ความช่วยเหลอื แต่กลบั ทาความไม่ดี เก็บเบ้ยี ใต้ถนุ รา้ น หมายถึง เกบ็ เล็กผสมนอ้ ย เกบ็ สว่ นเลก็ สว่ นน้อยจนเป็นรปู เปน็ รา่ งเป็น กอบเป็นกา เกลอื จิ้มเกลือ หมายถึง แก้แค้นให้สาสมกับท่ีทาไว้ ไมย่ อมเสียเปรียบกัน เกลือเปน็ หนอน หมายถงึ คนภายในกลุม่ ของเรา คิดทรยศไปบอกความลับฝ่ายตรงข้าม เก่ยี วแฝกมุงป่า หมายถงึ ทาอะไรเกนิ กาลังความสามารถของตัว แกวง่ เท้าหาเสีย้ น หมายถงึ อยู่ดไี มว่ ่าดี ไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว ไกแ่ ก่แมป่ ลาช่อน หมายถงึ หญิงมีอายุมาก มีมารยามาก เล่ห์เหลี่ยมมาก ไกลปืนเที่ยง หมายถงึ ไมค่ ่อยรู้ความเป็นไปของโลก เพราะอยหู่ า่ งไกลความเจรญิ ไกเ่ หน็ ตนี งู งูเหน็ นมไก่ หมายถงึ ตา่ งฝ่ายตา่ งรู้ความลับของกนั และกนั คาสภุ าษติ หมวด ข.-จ. ขนมผสมนา้ ยา หมายถงึ ทง้ั คู่ดเี ลวพอกัน จะบอกวา่ ใครดีกว่าใครไม่ได้ ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า หมายถงึ บงั คับฝนื ใจคนอ่นื ให้ทาตามทีใ่ จเราต้องการ ขวา้ งงูไม่พน้ คอ หมายถงึ ทาอะไรก็ตาม ผลรา้ ยยอ้ นกลับมาส่ตู ัวเอง ขวานฝ่าซาก หมายถงึ พดู จาตรง ๆ ไม่เกรงใจใครเลย ขายผา้ เอาหนา้ รอด หมายถงึ ยอมเสียสละของสาคญั ของตนเพ่อื รักษาชอื่ เสียงตนเอาไว้ ขงิ กร็ า ข่าก็แรง หมายถึง ต่างคนต่างอารมณร์ ้อนพอกัน ต่างคนตา่ งไม่ยอมกนั ขช่ี ้างจบั ตั๊กแตน หมายถงึ ลงทนุ มาก แต่กลับไดผ้ ลนิดเดยี ว คมู่ ือสง่ เสรมิ การอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 125
ขุดดว้ ยปาก ถากดว้ ยตา หมายถงึ เหยยี ดหยามท้ังคาพดู และสายตามองแบบดูถูก ขุดบ่อล่อปลา หมายถึง ทากลอบุ ายให้เขาเช่อื เพื่อหวังผลประโยชน์ เขน็ ครกขึน้ ภเู ขา หมายถงึ ทางานทย่ี ากลาบากต้องใชค้ วามเพยี รพยายามและอดทนมาก เข้าด้ายเข้าเขม็ หมายถงึ กาลงั คับขันเวลากาลังสาคัญ ถา้ พลาดหรอื มอี ะไรมาขัดจังหวะจะ เสียการเสียงาน เข้าตามตรอก ออกตามประตู หมายถึง ทาตามขนบธรรมเนียมประเพณี สว่ นใหญห่ มายถงึ การแต่งงาน เข้าเถ่ือนอยา่ ลืมพร้า หมายถงึ ให้รอบคอบ อยา่ ประมาท เข้าเมืองตาหลว่ิ ต้องหลิ่วตาตาม หมายถงึ ทาตัวใหเ้ หมาะกับสภาพแวดล้อมท่ีคนในสงั คมน้นั เขาทากนั เขียนเสอื ให้วัวกลวั หมายถึง หลอก ขู่ ให้ฝา่ ยตรงขา้ มเสยี ขวญั หรือเกรงขาม คดในข้อ งอในกระดกู หมายถึง คนไมซ่ ่อื สัตย์ นสิ ยั ชอบคดโกง คบคนให้ดูหนา้ ซื้อผา้ ใหด้ เู น้ือ หมายถึง จะคบเพ่ือนต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน คล่นื กระทบฝงั่ หมายถงึ เรื่องราวเกดิ ขึน้ แลว้ ก็เงยี บหายไปในทส่ี ดุ คลมุ ถงุ ชน หมายถึง การแต่งงานที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ต่างไม่ได้รกั กันมาก่อน โดนผใู้ หญ่จบั แตง่ งานกัน ความรู้ทว่ มหัว เอาตัวไมร่ อด หมายถงึ มีความร้มู ากแต่ไมร่ ู้จักใชค้ วามรใู้ ห้เป็นประโยชน์ คอหอยกบั ลกู กระเดือก หมายถงึ เข้ากันไดด้ ี แยกกันไม่ออก สนิทสนมกนั คางคกข้นึ วอ หมายถึง คนจนพอได้ดีข้ึนมา ก็ลืมตวั คาหนังคาเขา หมายถงึ จับได้ในขณะท่ีกาลังทาผดิ หรือพร้อมกบั หลกั ฐาน โคแกช่ อบกินหญ้าอ่อน หมายถึง ชายแกช่ อบหญิงสาวอายุนอ้ ยเป็นภรรยา ฆอ้ งปากแตก หมายถึง เกบ็ ความลับไม่อยู่ ชอบนาความลบั ของคนอ่นื ไปโพนทะนา ฆา่ ควายอยา่ เสียดายพริก หมายถึง จะทาการใหญ่ ไม่ควรตะหน่ี หรอื ข้งี ก งมเข็มในมหาสมุทร หมายถงึ คน้ หาสงิ่ หายากที่จะคน้ หาได้ เงยหนา้ อ้าปาก / ลืมตาอ้าปาก หมายถึง มีฐานะดขี ้ึนกวา่ เดิม จับงูขา้ งหาง หมายถงึ ทาส่ิงท่ีเสยี่ งตอ่ อันตราย จบั แพะชนแกะ หมายถึง ทาอย่างขอไปที ไม่ได้อย่างนกี้ เ็ อาอยา่ งนั้นเพ่อื ใหเ้ สรจ็ ๆ ไป จับเสอื มอื เปลา่ หมายถงึ หาผลประโยชนโ์ ดยตัวเองไม่ลงทุน จดุ ไต้ตาตอ หมายถึง พดู หรือทาบังเอิญไปโดนเจา้ ของเรื่องโดยผพู้ ูดนัน้ ไมร่ ตู้ ัว คู่มอื สง่ เสรมิ การอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 126
คาสุภาษิตหมวด ช.-ด. ชักใบใหเ้ รือเสีย หมายถึง พูดหรอื ขวางให้การสนทนาออกนอกเร่ือง ชักแม่น้าทงั้ ห้า หมายถึง พดู จาหว่านล้อม ยกยอคนอ่ืนวา่ เขาดเี ลิศ เพื่อใหไ้ ด้ในส่ิงท่ีเรา ตอ้ งการ ชักหน้าไมถ่ ึงหลงั หมายถงึ มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ชั่วชา่ งชี ดีช่างสงฆ์ หมายถึง พระสงฆจ์ ะประพฤตติ ัวอยา่ งไรกเ็ รือ่ งของท่าน ท่านก็ไดร้ บั ผลกรรมเอง ชา้ ๆ ได้พร้าสองเลม่ งาม หมายถึง คอ่ ย ๆ คิด ค่อย ๆ ทา พิจารณาใหด้ ี รอบคอบ เดีย๋ วจะสาเร็จเอง ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด หมายถงึ ความผดิ รา้ ยแรงทคี่ นรู้ทวั่ กันแล้ว จะปิดอยา่ งไรก็ไมม่ ดิ ผวั หาบ เมยี คอน หมายถึง ช่วยกนั ทามาหากนิ ทั้งผัวและเมีย ชน้ี กบนปลายไม้ หมายถึง หวงั ในส่ิงท่ีอยู่ไกลตวั มนั เปน็ ไปไดย้ าก ชุบมอื เปบิ หมายถึง ฉวยเอาผลประโยชน์ของผู้อน่ื โดยตวั เองไมไดล้ งทนุ ลงแรง ซอ่ื เหมือนแมวนอนหวด หมายถึง ทาเปน็ ซ่ือ ๆ ซื้อควายหน้านา ซื้อผา้ หน้าตรุษ หมายถึง ซ้ือของโดยไม่คดิ เวลาหรือฤดูกาล ยอ่ มได้ของแพง ดดี ลกู คดิ รางแกว้ หมายถงึ คิดถงึ ผลได้ ผลดีอยา่ งเดยี ว ได้ทีขี่แพะไล่ หมายถงึ ไปซ้าเตมิ เยาะเยย้ เมือ่ คนอ่นื เพลย่ี งพลา้ คาสุภาษิตหมวด ต. ตกกะไดพลอยโจน หมายถงึ จาเป็นต้องเข้าไปเก่ยี วข้องกับเหตุการณท์ ่ีเกดิ ข้ึนเมื่อไม่มีทางเลย่ี ง ตกั น้ารดหัวตอ หมายถงึ แนะนาเทา่ ไร พรา่ สอนเท่าไร ก็ไม่ได้ผล ตกั บาตรอย่าถามพระ หมายถึง จะให้อะไรแก่คนอนื่ อย่าไปถามเขาวา่ เอาไหม อยากไดไ้ หม ตัดหางปล่อยวดั หมายถงึ ตัดขาดไมเ่ กยี่ วข้อง ตาบอดคลาช้าง หมายถึง คนทร่ี อู้ ะไรดา้ นเดยี ว แล้วเข้าใจแต่อย่างนั้น สิง่ นนั้ ตาบอดได้แว่น หมายถึง คนท่ีมีส่ิงที่ตัวเองใชป้ ระโยชนไ์ ม่ได้ *มกั ใชค้ ่กู ับ หัวล้านได้หวี ตาลยอดดว้ น หมายถงึ คนท่ีไม่มีหนทางทามาหากินคนไมม่ ีบุตรสบื สกุล ตาขา้ วสารกรอกหม้อ หมายถึง ทาพอใหเ้ สรจ็ ไปแคค่ รงั้ หนึ่ง ๆ พอพรุง่ นีจ้ ะเอา ค่อยทาใหม่ ตาน้าพรกิ ละลายแมน่ ้า หมายถงึ เสียทรพั ยโ์ ดยไม่ได้รบั ประโยชน์อะไร ตเิ รอื ทง้ั โกลน หมายถึง ติพล่อย ๆ ตาหนใิ นส่ิงทเี่ ขายังทาไม่เสรจ็ ตงี ูให้กากนิ หมายถึง ทาสิ่งท่ีตนควรจะไดร้ ับประโยชน์ แตก่ ลับไม่ได้ ตกอยกู่ ับผู้อนื่ ตงี ูให้หลงั หัก หมายถึง ทาสิ่งใดแก่ศัตรูไมเ่ ด็ดขาดจรงิ จงั ย่อมไดร้ บั ผลรา้ ยภายหลัง ตีตนก่อนไข้ หมายถึง กังวลทุกข์ร้อนก่อนในเรอื่ งทย่ี ังไมเ่ กิดข้นึ ตีนถีบปากกัด / ปากกดั ตีนถีบ หมายถึง มานะพยายามทางานทกุ อย่างเพ่อื ปากท้อง โดยไม่ หว่ งคานึงถงึ ความลาบาก ตปี ลาหนา้ ไซ หมายถงึ พดู หรือทาให้กจิ การของผู้อ่นื ซง่ึ กาลังดาเนนิ ไปด้วยดีกลบั เสีย ค่มู ือส่งเสรมิ การอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 127
ตวี วั กระทบคราด หมายถึง โกรธคนหนึ่งแตท่ าอะไรเขาไม่ได้ ก็เลยรังควานอีกคนที่ตนเองสามารถทาได้ ตื่นแต่ดกึ สกึ แตห่ น่มุ หมายถึง เร่งรดั เกินไปในเวลาทีย่ ังไม่เหมาะสม เตย้ี อ้มุ ค่อม หมายถึง คนจนแต่รบั เลี้ยงดูคนทต่ี ่าตอ้ ย จนเหมือนกัน คาสภุ าษิตหมวด ถ.-ป. ถอดเขย้ี ว ถอดเลบ็ หมายถงึ เลิกแสดงฤทธ์เิ ดชอานาจอีก ถอยหลังเข้าคลอง หมายถงึ หวนกลับไปหาแบบเดิม ๆ ล้าสมยั ถล่ี อดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น หมายถึง ดเู หมือนจะรอบคอบถถี่ ้วน แตร่ อบคอบไม่จรงิ ทานาออมกล้า ทาปลาออมเกลือ หมายถงึ ทาการสง่ิ ใด ถ้ากลัวหมดเปลอื งย่อมไมไ่ ดผ้ ล นกสองหวั หมายถึง ทาตวั เขา้ กับท้ัง 2 ฝา่ ยทเ่ี ขาไมถ่ ูกกนั โดยหวังประโยชน์เพ่อื ตวั เอง นายว่าขี้ข้าพลอย หมายถึง พลอยพดู ผสมโรงตเิ ตยี นผู้อน่ื ตามเจา้ นาย น้าขนึ้ ใหร้ บี ตัก หมายถึง มโี อกาสดีกค็ วรรีบทา นา้ ซึมบ่อทราย หมายถงึ รายไดม้ าเรอ่ื ย ๆ น้าทว่ มทุง่ ผักบงุ้ โหรงเหรง หมายถงึ พูดมากไดส้ าระนอ้ ย นา้ ทว่ มปาก หมายถึง พูดไม่ได้ เกรงจะมภี ยั แก่ตนหรือผู้อนื่ น้าลดตอผดุ หมายถึง เมือ่ หมดอานาจ ความชัว่ ท่ที าไว้กป็ รากฏ บนขา้ วผี ตีข้าวพระ หมายถึง ขอร้องใหเ้ ทวดาผสี างนางไมช้ ่วยโดยการบน บอกหนงั สือสงั ฆราช หมายถงึ สอนสิง่ ท่ีเขารดู้ ีอยู่แลว้ เบี้ยบา้ ยรายทาง หมายถึง เงินที่ตอ้ งใชจ้ ่าย หรอื เสย่ี ไปเรื่อย ๆ ในขณะทาธรุ กิจให้สาเรจ็ ปลาตดิ ร่างแห (ตดิ หลังแห) หมายถึง คนท่ีพลอยรับเคราะห์กรรมกบั คนอนื่ ท้ัง ๆ ทไ่ี มไ่ ด้มสี ่วนพวั พัน ปากปราศรัย ใจเชือดคอ หมายถึง พูดดีแต่ใจคิดร้าย ปากวา่ ตาขยบิ หมายถงึ พูดอยา่ งหน่งึ แตท่ าอีกอยา่ งหน่ึง ปากกบั ใจไม่ตรงกัน ปากหวานก้นเปรย้ี ว หมายถึง พดู จาอ่อนหวาน แตไ่ มจ่ ริงใจ ปิดทองหลงั พระ หมายถึง ทาดแี ตไ่ ม่มีใครยกยอ่ ง เพราะมองไม่เหน็ คุณคา่ ไปไหนมา สามวาสองศอก หมายถึง ถามอย่างหนึ่ง ตอบไปอกี อย่างหน่ึง คาสภุ าษติ หมวด ผ.-ย. ผกั ชโี รยหนา้ หมายถงึ ทาความดเี พยี งผิวเผิน ผซี ้าด้าพลอย หมายถึง ถูกซ้าเตมิ เมอ่ื พลาดพลงั้ หรือเม่ือคราวเคราะหร์ า้ ย ผีถึงป่าช้า หมายถึง ต้องยอมทา เพราะจาใจหรือไม่มที างเลอื ก ฝนตกไม่ทั่วฟ้า หมายถงึ ให้หรือแจกจ่ายอะไรไม่ทัว่ ถึงกนั ฝนท่ังใหเ้ ป็นเขม็ หมายถึง เพียรพยายามสดุ ความสามารถจนสาเร็จ พบไมง้ ามเมอ่ื ขวานบ่ิน หมายถึง พบหญงิ สาวที่ถูกใจ เมอื่ แก่แล้ว พออ้าปากกเ็ ห็นล้ินไก่ หมายถึง รู้ทนั กัน ไม่มีทางจะโกหก หลอกกันได้ คูม่ อื ส่งเสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 128
พดู เปน็ ต่อยหอย หมายถงึ พูดฉอด ๆ ไม่หยุดปาก เมา้ ท์เก่ง พูดไปสองไพเบ้ยี น่ิงเสยี ตาลึงทอง หมายถึง พดู ไปไมม่ ปี ระโยชน์ น่ิงเสยี ดกี ว่า สงบสยบความเคลอ่ื นไหว มะนาวไมม่ ีน้า หมายถึง พูดห้วน ๆ มะกอกสามตะกรา้ ปาไม่ถูก หมายถงึ พูดจาตลบตะแลงพลิกแพลงไปมาจนจบั คาพดู ไมท่ ัน มากหมอมากความ หมายถึง มากคนก็มากเรอื่ ง วนุ่ วาย ตา่ งคนตา่ งกถ็ ือความคิดตวั เอง มือถือสาก ปากถือศลี หมายถึง ชอบแสดงตวั ตนว่าเปน็ คนมีศีล มีธรรม แตท่ าความเลวเป็นนิจ มอื หา่ ง ตีนห่าง หมายถงึ สุรุย่ สรุ า่ ย เลินเล่อ สะเพรา่ ไมร่ ะมดั ระวัง ไมด่ ูตาม้าตาเรือ หมายถงึ ไม่พิจารณารอบคอบดูให้ดี ไมร่ จู้ ักหวั นอนปลายตนี หมายถึง ไม่ร้วู ่าบ้านช่องอยู่ไหน เปน็ ลกู หลานใคร ไมร่ จู้ กั พืน้ เพ ไมเ่ หน็ นา้ ตัดกระบอก ไม่เหน็ กระรอกก่งหนา้ ไม้ หมายถงึ ด่วนตัดสนิ ใจทาอะไรเลยไปทง้ั ๆ ท่ียงั ไม่ถึงเวลาอันควร ไม้ใกล้ฝัง่ หมายถึง แกม่ าก ใกลห้ มดอายขุ ัย ไม่หลักปักไม้เลน หมายถึง โลเล ไม่แนน่ อน ยกตนข่มทา่ น หมายถงึ พดู ทับถมผอู้ ่นื แสดงใหเ้ ห็นวา่ ตัวเหนอื กวา่ ยกภูเขาออกจากอก หมายถึง โลง่ อก หมดวิตกกังวล ยืน่ แกว้ ให้วานร หมายถงึ เอาของมคี ่าให้คนที่ไมร่ ูจ้ ักค่าของส่งิ น้นั คาสภุ าษติ หมวด ร.-ส. รกั ยาวให้บ่ัน รักสั้นให้ต่อ หมายถึง รักจะคบกันนาน ๆ ให้ตัดความคิดอาฆาตพยาบาทออกไป รกั จะ อยสู่ ั้น ๆ ใหค้ ิดอาฆาต รดี เลอื ดกับปู หมายถงึ บงั คบั เอากับผยู้ ากจนท่ีไมม่ ีจะให้ ละเลงขนมเบื้องดว้ ยปาก หมายถึง ดแี ต่พดู แตท่ าจริง ๆ ทาไม่ได้ ลางเน้ือชอบลางยา หมายถงึ ของบางสิง่ อาจถกู เข้ากนั ได้ดี เหมาะกบั คนหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับอีกคน ลกู ขุนพลอยพยัก หมายถึง พวกประจบสอพลอ ผู้ท่ีคอยว่าตามผูใ้ หญ่ เจ้านาย ลกู ผีลูกคน หมายถงึ จะเอาแน่นอนไม่ได้ มักใชใ้ นกรณีสาคัญ ๆ ลูบหน้าปะจมกู หมายถึง จะทาอะไรเดด็ ขาดจรงิ จงั ลงไปไม่ได้ เพราะเกรงจะไปกระทบพวกพ้องตวั เอง เล่นเอาเถดิ เจา้ ล่อ หมายถงึ อาการหลบไปมาเพื่อไมใ่ ห้พบ เลอื ดข้นกว่านา้ หมายถึง ญาตพิ น่ี อ้ งย่อมดีกวา่ คนอ่ืน วัวใครเข้าคอกคนนัน้ หมายถึง กรรมที่ใครสรา้ งไว้ ยอ่ สง่ ผลให้แก่ผู้นน้ั ว่ายน้าหาจระเข้ หมายถึง เสี่ยงเข้าพบทัง้ ๆ ทร่ี ู้ว่าเป็นอันตราย ศรศลิ ปไ์ ม่กนิ กัน หมายถึง ไม่ถูกกัน ไม่ลงรอยกัน ไม่ชอบหนา้ กัน สร้างวิมานในอากาศ หมายถึง คดิ คาดหวงั จะมจี ะเปน็ อะไรอย่างเลิศลอย สวรรค์อยใู่ นอก นรกอยใู่ นใจ หมายถงึ ความสุขท่ีเกิดจาการทาดี ทาชว่ั อยทู่ ี่ใจท้ังนน้ั สองฝกั สองฝา่ ย หมายถึง ทาตวั เขา้ กบั 2 ฝ่ายท่ีไมถ่ ูกกนั โดยหวังประโยชน์เพื่อตน คู่มือสง่ เสริมการอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 129
สอนจระเข้ให้ว่ายน้า หมายถงึ สอนส่ิงที่เขารู้ดีหรือถนัดอยแู่ ล้ว สาวไสใ้ ห้กากนิ หมายถึง เอาความลบั ของตน หรอื พวกตนไปเผยใหค้ นอน่ื รู้ เปน็ การประจานตน สน้ิ ไรไ้ ม้ตอก หมายถงึ ยากไร้ ขดั สนถึงทีส่ ุด ไม่มีทรพั ยส์ มบัตติ ิดตวั สิบเบ้ยี ใกล้มอื หมายถงึ ของหรอื ประโยชนท์ ค่ี วรได้กเ็ อาไว้กอ่ น สุกเอาเผากิน หมายถงึ ทาลวก ๆ ทาพอเสร็จไปครงั้ ๆ หน่ึง เสน้ ผมบงั ภูเขา หมายถงึ เรื่องงา่ ย ๆ แต่คิดไม่ออก เหมอื นมีอะไรมาบงั อยู่ คาสภุ าษติ หมวด ห.-อ. หงิม ๆ หยบิ ชิน้ ปลามัน หมายถึง บุคลกิ ลักษณะเรียบรอ้ ย แต่ความจริงฉลาด เลอื กเอาดีๆ ไปได้ หญา้ ปากคอก หมายถึง สะดวก งา่ ย ไม่มีอะไรยุ่งยาก หนังหน้าไฟ หมายถึง ผูท้ ่ีคอยรับหน้า รับความเดอื ดร้อนก่อนผูอ้ ืน่ หนา้ เนือ้ ใจเสือ หมายถึง หนา้ ตาแสดงความเมตตา แต่ใจโหดเห้ยี ม หนามยอกเอาหนามบง่ หมายถึง ตอบโตห้ รือแก้ดว้ ยวิธีการทานองเดียวกัน หน้าสิ่วหน้าขวาน หมายถงึ อยใู่ นระยะอันตราย เพราะอกี ฝ่ายหนึง่ กาลงั โกรธ หมาในรางหญ้า หมายถงึ คนท่หี วงแหนสงิ่ ท่ตี นเองกินหรือใช้ไม่ได้ แตไ่ มย่ อมใหค้ นอนื่ กินหรอื ใช้ หมาสองราง หมายถงึ คนท่ที าตวั เข้าทง้ั 2 ฝ่ายท่เี ปน็ ศัตรูกัน โดยหวงั ประโยชน์เพอ่ื ตน หยกิ เล็บเจบ็ เนื้อ หมายถึง เมื่อทาความเดือดร้อนให้แกค่ นใกลช้ ิด ก็จะมผี ลกระทบถงึ ตัวผทู้ าหรือพวกพ้อง หอกข้างแคร่ หมายถึง คนใกล้ชดิ ท่จี ะคอยทารา้ ยเมื่อใดกไ็ ด้ หกั ด้ามพร้าดว้ ยเข่า หมายถึง หกั โหมเอาดว้ ยกาลัง ใช้อานาจบงั คบั เขา หวั แก้วหวั แหวน หมายถึง เป็นทร่ี กั ใคร่เอน็ ดมู าก หัวมังกุ ทา้ ยมังกร หมายถึง ไม่เข้ากนั ไม่กลมกลืนกนั หัวหลกั หวั ตอ หมายถึง บคุ คลท่นี ้อยใจ เพราะคนอื่นมองข้ามความสาคัญ ไม่ยอมมาปรกึ ษา เหยียบเรอื สองแคม หมายถึง ทาทเี ขา้ ดว้ ยทัง้ 2 ฝา่ ย หูผีจมกู มด หมายถงึ ไหวตวั ทันเหตุการณต์ ลอด หาเหาใส่หัว หมายถงึ รนหาเรอ่ื งเดือดร้อน ราคาญใสต่ น เอามะพรา้ วห้าวไปขายสวน หมายถึง แสดงความรู้หรอื อวดรกู้ บั ผทู้ รี่ ู้เรือ่ งดีกว่า เอาเนอ้ื หนูไปปะเน้ือช้าง หมายถึง เอาทรัพย์หรือสง่ิ ของจากคนที่มีน้อยไปใหผ้ ทู้ ี่มีมากกว่า เอามือซกุ หีบ หมายถงึ หาเร่ืองเดอื ดร้อนหรือความลาบากใส่ตัวโดยใช่ท่ี เอาไม้ซกี ไปงัดไม้ซุง หมายถึง คดั ค้านผ้มู ีอานาจ ฐานะสูงกวา่ หรือผู้ใหญ่กวา่ มักจะลม้ เหลว เอาหไู ปนา เอาตาไปไร่ หมายถงึ แสรง้ ทาเปน็ ไมร่ ู้ไม่เห็น ไม่สนใจ ค่มู อื สง่ เสรมิ การอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 130
11.กิจกรรม Book Market 1.ชอ่ื กจิ กรรม Book Market 2.แนวคิดการจดั กจิ กรรม ประชาชนทกุ คนมคี วามสขุ กบั การอ่านอย่างน้อย 12 เลม่ ต่อปี หรอื 60 นาทตี ่อวนั 3.วัตถุประสงค์ 1. เพอ่ื ให้ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมมีนิสัยรักการอ่าน 2. เพ่ือให้ผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรมฝึกสมาธแิ ละฝึกการคดิ ป้องกันการลมื หนังสอื 4.กลมุ่ เป้าหมาย วยั รนุ่ (อายุ 13 -19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 10-15 นาที 6.ส่อื /วัสด/ุ อปุ กรณ์ 1. กระดาษคาสงั่ ใหค้ ้นหาหนังสอื ตามรายการ 2.ซองคาสง่ั 3.กระเป๋าผ้าหรือตะกรา้ 7.ข้ันตอนการดาเนนิ งาน 1.จัดทาชดุ คาส่ัง Book Market ชอ้ ปปงิ้ หนังสือ โดยกาหนดให้หาหนังสอื ในห้องสมดุ ประชาชน 2. นาชดุ คาสงั่ ใสซ่ อง ใส่กระเปา๋ ผา้ /ตะกร้า สาหรับผู้รว่ มกิจกรรม รายบคุ คล/ทมี - ขน้ั จดั กิจกรรม 1. ผจู้ ดั กจิ กรรมอธบิ ายวิธีการร่วมกิจกรรมแบบรายบคุ คลหรอื แบบทีม 2. ผู้จดั กิจกรรมแจกกระเป๋าผา้ หรือตะกรา้ ใหผ้ ู้ร่วมกิจกรรม 3. รว่ มกิจกรรมรบั กระเปา๋ ผา้ เปดิ อ่านซองคาสั่ง และนาหนังสือที่หาได้ใส่กระเป๋าให้ครบ คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 131
4. ผรู้ ่วมกจิ กรรมท่หี าหนงั สอื ครบ คนแรก/ทมี แรก นามาส่ง อ่านคาสง่ั ทีละข้อ และอา่ นชื่อ หนังสอื ที่ หาได้ 5. ผู้รว่ มกิจกรรม คนแรก/ทีมแรก ท่ีนามาสง่ ถูกต้องตามคาสั่ง รบั รางวลั 8. ประโยชน์ที่ได้รบั จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรยี นรู้ 1. ผู้รว่ มกิจกรรมรบู้ ทบาทของหอ้ งสมุดและหนา้ ท่ีของบรรณารกั ษ์ 2. ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมสามารถใชบ้ ริการห้องสมดุ 3. ได้รบั ความสนุกสนาน ผา่ นคลาย 4. ส่งเสริมนิสยั รักการอ่าน 9. การประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วม 2. ประเมนิ ความพงึ พอใจ 10.ใบงาน คู่มือส่งเสรมิ การอา่ นตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 132
ค่มู อื ส่งเสรมิ การอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 133
12. บทกวี 3 บรรทัด 1.ชือ่ กจิ กรรม บทกวี 3 บรรทดั 2.แนวคดิ การจัดกิจกรรม หวั ใจสาคัญของการขดั เกลาความคดิ และวิธสี อ่ื สารความคดิ ใหเ้ รยี บงา่ ยและรวดเร็ว สามารถจดั ทาได้ โดยการเขียน ซ่งึ อาจมกี ารเลอื กภาพหรือรูปถา่ ยมาประกอบการเขียนไดด้ ว้ ย 3.วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือสอ่ื สารความคิดออกมาในรปู แบบการเขยี น 2. เพ่ือฝึกทักษะการอ่านและการคิด 4.กลุม่ เป้าหมาย นกั ศึกษา และประชาชนท่ัวไป อายุ 13-19 ปี 5.ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรม 1 ชั่วโมง 6.สือ่ /วัสดุ/อปุ กรณ์ 1. ใบงาน 2. ปากกา 3. บอรด์ สาหรับนาเสนอผลงาน 7.ขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน 1. ใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมเขยี นบทกวี จานวน 3 บรรทดั และแรงบันดาลใจในการเขยี นบทกวนี นั้ ลงใน ใบงานทแี่ จกให้ เพ่ือสอื่ สารแนวความคดิ ในส่วนทีต่ นเองสนใจและต้องการถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้ ซงึ่ ทงั้ นี้อาจมี การนาภาพมาประกอบด้วยก็ได้ 2. ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมนาเสนอบทกวี 3 บรรทดั ของตนเอง 3. ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมนาผลงานของตนเองไปแปะตดิ ทบ่ี อร์ด 4. ผู้จดั กจิ กรรมสรปุ เน้ือหาสาระจากการจัดกิจกรรม 8.ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นและการเรยี นรู้ ผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรมได้แสดงออกทางความคดิ อยา่ งเปน็ อสิ ระ และนาเสนอแนวคิดให้ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรม ได้รับทราบ คมู่ อื สง่ เสรมิ การอ่านตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 134
9.การประเมินผล 1. ใบงาน 2. แบบสารวจความพงึ พอใจ 3. สังเกตการเขา้ รว่ มกิจกรรม 10.ใบงาน ใบงาน “บทกวี 3 บรรทัด” ช่อื บทกวี..................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... .............................................................. ......................................................................................................... ....... ........................... แรงบันดาลใจในการเขียนบทกว.ี .................................................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................ คมู่ ือสง่ เสริมการอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 135
13. กิจกรรมแรลลร่ี ักการอา่ น 1.ชือ่ กจิ กรรม แรลลี่รกั การอา่ น 2. แนวคดิ การจัดกจิ กรรม การอา่ นเปน็ ทักษะทีม่ ีความสาคญั และมีคุณคา่ ยงิ่ ต่อการเรียนรู้ เป็นเคร่อื งมือสาคัญในการคน้ คว้า เพมิ่ เติม ทาใหเ้ กิดพัฒนาการไม่ว่าจะเปน็ ด้านสติปัญญา ความร้คู วามสามารถและประสบการณ์ การอา่ นมสี ่วน ชว่ ยปรับปรงุ ชวี ติ ใหส้ มบูรณ์ยง่ิ ข้นึ โดยเฉพาะเด็กท่ีอยวู่ ัยเรียน หากมีความสามารถในการอ่านดี ย่อมไดร้ ับการ ยอมรับ สามารถร่วมเรยี นร่วมเลน่ กับเพ่ือนๆไดด้ ี 3. วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือพัฒนาผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีนิสัยรักการอ่าน รักการค้นคว้า เกิดการใฝ่รู้และนาไปสู่ การปฏิบัติในชีวิตประจาวันเพ่ือส่งเสริมให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลห าความรู้จากหนังสือในห้องสมุดและ ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่องเพ่ือนักเรียนเร้าใจทาให้เกิดความอยากรู้อยากอ่านหนังสือ ด้วยกิจกรรมท่ี หลากหลาย 4. กลุม่ เปา้ หมาย เด็กเลก็ (อายุ 13-19 ปี) 5.ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 1 – 2 ชว่ั โมง 6. สือ่ /วัสดุ /อุปกรณ์ 1. สือ่ หอ้ งสมุดฯ 2. สมดุ วาดภาพ / สมดุ บันทึก 3.สอ่ื มัลตมิ ีเดีย 4. สมุนไพรไทยพ้ืนบ้าน 7. ขึน้ ตอนการดาเนนิ งาน การจดั กจิ กรรมแบ่งออกเป็น 2 ฐาน ดงั น้ี 1. ฐานการเรยี นรู้สงิ่ แวดลอ้ มและพชื พ้นื บ้าน 2. ฐานการเรียนรหู้ อ้ งสมุดฯ แต่ละฐานกใ็ ห้ความร้กู นั คนละอยา่ ง แตส่ ามารถนาเองความรู้ทไี่ ด้ในฐานศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเตมิ และตอ่ เน่ืองได้ เป็นอย่างดี ดังรายละเอียดดงั น้ี คู่มือส่งเสริมการอา่ นตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 136
ฐานที่ 1 การเรียนรู้สิง่ แวดลอ้ มและพืชสมนุ ไพรพนื้ บ้าน ให้ความรู้เกี่ยวกันสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย เช่น ภาวะโลกร้อน การตัดไม้ ทาลาย ป่า เปน็ ตน้ และให้นักเรียนไดป้ ลกู ตน้ ไม้คนละ 1 ต้น เพ่ือนปลูกจิตสานึก สร้างความเข้าใจและสร้างจิตในการ ร่วมกนั อนรุ ักษ์สงิ่ แวดล้อม ส่วนการเรียนร้พู ชื สมุนไพรพืชบา้ น ไดจ้ ดั กิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้จากของจริง โดย การสัมผัส การดม การดู และการชิมพืชสมุนไพรตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เพ่ือให้นักเรียน ได้เรียนรู้ และ รู้จักท้ังรูป รส และกลิ่น ของพืชสมุนไพรพร้อมท้ังมีกิจกรรมให้นักเรียนมีส่วนร่วมและกิจกรรม นันทนาการต่างๆ ด้วย เช่น การร้องเพลงกล้วย และเพลงโรตี ประกอบท่าทาง เป็นต้น ฐานน้ีจะมีใบงานที่ สามารถนาไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในฐานต่อไป เช่น การไปศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเรื่อง นานาสาระเกี่ยวกับกล้วย เป็นอยา่ งไร มีประโยชน์อะไรบ้าง เป็นต้น จากการเรียนรู่ในบ้านน้ี การประเมินการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียน จากการสังเกต การนาเสนอพืชสมุนไพรและใบงานที่เขียน นักเรียนได้รับความรู้ในข้ันมาก เพราะสังเกตจากการนาเสนอและ การตอบคาถามของนกั เรียน นักเรยี นสามารถตอบคาถามได้ถูกต้อง และมเี หตุผล ฐานท่ี 2 การเรียนรู้หอ้ งสมุดฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้การใช้ห้องสมุดและส่งเสริมการอ่านต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ห้องสมุด พยายามสรรหากิจกรรมที่เหมาะสมตามความรู้ความสามารถของนักเรียนในแต่ละระดับช่วงชั้นการศึกษาโดย แบ่งกจิ กรรมออกเปน็ 2 สว่ น คอื 1. กจิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ การเรียนรู้การใช้หอ้ งสมดุ เปน็ กจิ กรรมทเี่ น้นและสร้างความเข้าใจในวิธีการ กระบวนการการดาเนินงานของหอ้ งสมดุ และได้เข้ามาทดลองใช้ห้องสมุดตามความเป็นจริง ตามสถานการณ์ที่ เจ้าหน้าที่สร้างขึ้นมา เพ่ือพัฒนาทักษะและสร้างความคุ้นเคยการใช้ห้องสมุดของนักเรียนและส่งผลใน อนาคตให้เด็กนักเรียนรู้จักและเข้ามาใช้ห้องสมุดมากยิ่งข้ึน เช่น กิจกรรมนัก นักสืบน้อยแผน ที่ชวนสนุก มารยาทห้องสมดุ ชวนชนื่ เป็นต้น 2. กิจกรรมส่งเสริมการวาดภาพระบายสี เป็นกิจกรรมท่ีเน้นสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์ การสรา้ งจิตนาการ และกิจกรรมที่เนน้ ความรู้ เปน็ ต้น 8.ประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรยี นรู้ 1.ช่วยสง่ เสรมิ ทกั ษะการใช้ภาษาดา้ นการฟงั พูด อา่ น และเขยี น 2.ช่วยให้นักเรยี นเกดิ ความเพลิดเพลนิ และผอ่ นคลายความตึงเครียดในบทเรยี น 3.ชว่ ยส่งเสริมใหน้ ักเรยี นมคี วามสามัคคี รจู้ กั การเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน 4.เป็นการสรา้ งนสิ ยั ให้เด็กเป็นบคุ คลแหง่ การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ 9.การประเมนิ 1. แบบประเมินความพึงพอใจ 2. แบบสงั เกต 3. ใบงาน คมู่ ือสง่ เสรมิ การอ่านตามชว่ งวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 137
10.ใบงาน คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนบอกช่อื พืชสมนุ ไพรไทยพน้ื บ้านของตัวเอง พร้อมประโยชนข์ องสมุนไพรไทย มาอย่างละ 3 ข้อ 1.ช่อื สมุนไพร ................................................................................................................................................................... ประโยชน์ของสมุนไพรไทย ....................................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ........................... ............................................................................................................................................................................. . ............................................................................................................................. ............................ 2.ชือ่ สมุนไพร ............................................................................................................................. ...................................... ประโยชนข์ องสมุนไพรไทย ............................................................................................................................................................. ................. .................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................ 3.ชอ่ื สมนุ ไพร................................................................................................................ .............................. ประโยชน์ของสมนุ ไพรไทย ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ........................... คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 138
14. กจิ กรรม อ่านได้ เขยี นดี มรี างวัล 1. ชื่อกิจกรรม อา่ นได้ เขียนดี มีรางวัล 2. แนวคดิ การจดั กจิ กรรม เด็กไทยทุกคนมคี วามสขุ กบั การอา่ นอย่างนอ้ ย 12 เลม่ ตอ่ ปี หรือ 60 นาทตี ่อวัน 3. วัตถุประสงค์ - เพื่อใหน้ ักเรียนอ่านเขียนอย่างสมา่ เสมอ - เพอ่ื ให้นักเรียนบอกเล่าเรอ่ื งราวทอ่ี า่ นได้ 4. กลุ่มเป้าหมาย วยั รนุ่ (อายุ 13 -19 ปี) 5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 1 เดือน 6. สือ่ /วสั ด/ุ อุปกรณ์ - หนงั สือในห้องสมุด - ใบงานสะสมการอา่ น วันที่ ..............ศ.พ................................เดือน............... ชื่อหนังสือ.................................................................................................................... ใจความสาคัญของเร่ือง ........................................................................................................................................ ............................................................................................................................... ........ ........................................................................................................................................ ................................................................ คู่มอื ส่งเสริมการอา่ นตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 139
7. ขั้นตอนการดาเนินงาน - กาหนดใหอ้ า่ นหนงั สือทส่ี นใจ ภายใน 1 เดือน - กาหนดใหห้ ลงั จากอา่ นเสร็จ บนั ทกึ สาระสาคญั ของหนังสือท่ีอา่ นทุกครัง้ - ถงึ กาหนดส่ง (ใครอ่านไดม้ ากที่สุด รบั รางวัล) 8. ประโยชน์ทไี่ ด้รับจากการจดั กจิ กรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ - ชว่ ยฝกึ ทักษะด้านการอ่านเขยี น - ช่วยฝกึ การจดั ระเบียบความคดิ ในการเลา่ เร่ือง 9. การประเมินผล ตรวจสอบแบบบนั ทกึ การอ่านของเด็ก 10. ใบงาน วันที่ ..............ศ.พ................................เดอื น............... ชื่อหนังสือชื่อผู้แต่ง................................................................................ ......................................................................... ใจความสาคญั ของเรื่อง ...................................................................................................................................... .............. ..................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................... .............. ............................................................................................................................................................... วันท่ี ..........................ศ.พ................................เดือน............... ช่ือผแู้ ตง่ ................................................................................ชื่อหนังสือ ......................................................................... ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................. ... ................................... คูม่ ือส่งเสรมิ การอ่านตามชว่ งวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 140
15. บิงโกไทยแลนด์ 1. ช่อื กจิ กรรมบิงโกไทยแลนด์ 2. แนวคดิ การจัดกิจกรรม กิจกรรมส่งเสรมิ การอ่านบงิ โกไทยแลนด์ เกิดจากการนาเกมบิงโกมาบูรณาการใหม่ เพื่อใหเ้ กิดความ กระตือรือร้นในการเล่นมากกวา่ เกมบงิ โกแบบเดมิ ๆ ที่แคเ่ พยี งทายตวั เลข โดยกิจกรรมส่งเสริมการอา่ นบงิ โก ไทยเทีย่ วไทย ยงั เปน็ กจิ กรรมที่ใหผ้ เู้ ลน่ ไดม้ ีความรูเ้ ร่ืองสถานที่ท่องเท่ยี วมากยิ่งขนึ้ 3. วัตถุประสงค์ - เปน็ การวัดความสามารถของผเู้ รยี นไม่ว่าจะเปน็ ในด้านการสะกดคา - เพ่อื ให้ผู้เรียนมีทกั ษะการฟังท่ีดี 4. กลมุ่ เป้าหมาย วัยทางาน (อายุ 13 - 19 ปี) 5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม ไม่จากัดเวลา 6. สอื่ /วสั ดุ/อปุ กรณ์ 1. ใบงานบิงโกไทยเท่ยี วไทย (หลายรูปแบบคละกนั ไป) - 2. รายชื่อสถานทท่ี ่องเทย่ี ว 3.ปากกาหรือดินสอ คูม่ ือส่งเสรมิ การอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 141
7. ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน - แจ้งกติกาให้ผเู้ ล่นได้ทราบเกย่ี วกบั การเลน่ บิงโกไทยเที่ยวไทย - ครซู มุ่ อ่านรายชื่อสถานท่ีทอ่ งเทยี่ ว - ใหผ้ ู้เลน่ เขียน X ทับรายชอื่ สถานทที่ ่องเทีย่ วทีผ่ ฝู้ ึกอ่าน - ผเู้ ลน่ เขียน X ทับรายชอื่ สถานทีจ่ นถูกต้องตามกติกาใหย้ กมือขน้ึ แล้วพูดว่าบิงโก เปน็ อันชนะ 8. ประโยชน์ทไี่ ด้รบั จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น และการเรียนรู้ - ผู้เรยี นเกดิ ความสนุกสนานในการเลน่ กจิ กรรม - ผเู้ รยี นได้มสี ่วนร่วมในการทากิจกรรม - ช่วยฝกึ ให้ผเู้ รียนมีทกั ษะการฟังท่ีดี 9. การประเมนิ ผล - การสังเกตการมสี ว่ นรว่ มและการสนทนาโต้ตอบของผู้เรยี น 10. ใบงาน คาชีแ้ จง : ให้ผูเ้ ล่น X ทบั ช่ือสถานท่ีท่องเท่ยี วท่ผี ู้ฝึกอา่ นใหค้ รบถ้วนและถกู ต้อง คู่มือสง่ เสรมิ การอา่ นตามช่วงวยั ประจาปี 2565 สานักงาน กศน.จงั หวดั หนองคาย 142
16. กจิ กรรม เทีย่ วทั่วไทย ไปได้ทกุ ที่ 1. ชือ่ กิจกรรม เที่ยวทั่วไทย ไปไดท้ ุกท่ี 2. แนวคดิ การจดั กิจกรรม ปรศิ นาคาทาย เกดิ จากความตอ้ งการลองภูมิปัญญากัน จึงมีการทายปริศนา ในสมัยก่อนนิยมเล่นกัน ท้งั เดก็ และผใู้ หญ่ มักจะเลน่ กันในยามว่าง เป็นกิจกรรมทนี่ ่าสนใจ โดยกิจกรรมนไ้ี ด้นาเอกลักษณ์ของจงั หวัดใน ประเทศไทยมาประยุกต์เปน็ ปรศิ นาใหไ้ ด้ทายกนั ง่ายๆ และนาภาพปรศิ นาของแต่ละจงั หวดั มาประกอบการ ทาย ทาใหผ้ ้เู ล่นเกดิ ความกระตือรือร้นในการเข้ารว่ มกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 3. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ให้ผู้เล่นไดร้ ับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เป็นการพัฒนาจติ ใจให้แจ่มใส 2. เพื่อฝึกให้ผเู้ ลน่ เปน็ ผมู้ นี สิ ัยชา่ งสังเกต ชา่ งคดิ ฉลาดเฉลยี วในการฝึกปัญญาของผเู้ ล่น 3. เพ่ือให้ผู้เลน่ จะไดร้ บั ความรดู้ ้านต่าง ๆ เช่น สานวนภาษา สงั คมวทิ ยา และธรรมชาติวิทยา 4. เพอ่ื เป็นการฝึกพัฒนาการใช้ภาษา 5. เพ่ือเป็นการฝึกใหม้ ีไหวพริบ เชาวน์ ปญั ญาดี 4. กลมุ่ เปา้ หมาย วัยรุ่น (อายุ 13 -19 ปี) 5. ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรม 30 นามี 6. สือ่ /วสั ดุ/อปุ กรณ์ - กระดาษบตั รภาพปริศนา 7. ข้ันตอนการดาเนินงาน - เลือกบตั รภาพปริศนามาให้ผ้เู ลน่ ไดท้ าย - ใครตอบไดใ้ หย้ กมอื ขึน้ พร้อมกับทายวา่ คาหรือภาพปริศนานนั้ คืออะไร 8. ประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการจดั กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ 1. ผู้เลน่ ได้รบั ความสนกุ สนาน เพลิดเพลนิ เปน็ การพฒั นาจติ ใจใหแ้ จ่มใส 2. ฝกึ ให้ผเู้ ล่นเปน็ ผูม้ นี สิ ัยชา่ งสังเกต ช่างคดิ ฉลาดเฉลียวในการฝึกปญั ญาของผู้เล่น 3. ผเู้ ล่นจะไดร้ ับความรดู้ า้ นต่าง ๆ เชน่ สานวนภาษา สังคมวทิ ยา และธรรมชาติวิทยา 4. เปน็ การพัฒนาการใช้ภาษา 5. เป็นการฝึกให้มีไหวพรบิ เชาวน์ ปญั ญาดี 9. การประเมินผล - การสงั เกตการมีส่วนร่วมและการสนทนาโตต้ อบของผู้เลน่ คู่มือส่งเสรมิ การอ่านตามช่วงวัย ประจาปี 2565 สานกั งาน กศน.จงั หวัดหนองคาย 143
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254