Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรพลศึกษา

หลักสูตรพลศึกษา

Published by Thirasak Kanjanarak, 2021-01-19 06:22:47

Description: หลักสูตรพลศึกษา

Search

Read the Text Version

หลักสูตรสถานศกึ ษา ( ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ) พุทธศักราช 2564 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) โรงเรยี นเทศบาล 2 บ้านกะทู้ สงั กัดกองการศกึ ษา เทศบาลเมอื งกะทู้ จังหวัดภูเก็ต • ๒บา้ นกะทู้

รา่ ง ประกาศคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐาน เรื่อง ใหใ้ ช้หลักสตู รสถานศึกษา (ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย) พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรยี นเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมอื งกะทู้ จังหวัดภูเกต็ ……………………………………………………………………………………. อาศัยอานาจตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๓ และคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ เร่ืองให้ใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่ัง ณ วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ เพ่ือให้จัดการศึกษาข้ัน พื้นฐานสอดคล้องกับสภาพ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ ได้จัดทา (ร่าง) หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย) ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในส่วนของการใช้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ใน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตามคาสั่ง กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ และยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระท่ี ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปล่ียนชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.๙๒๑/๒๕๖๑ ทัง้ น้ีไดร้ บั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน โรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ เมอื่ วันที่ ..... เดอื น ……… พ.ศ.๒๕๖๑ จงึ ประกาศใชห้ ลกั สูตรโรงเรยี นตั้งแต่บัดน้ีเปน็ ตน้ ไป ประกาศ ณ วนั ท.ี่ .... เดือน ………พ.ศ.๒๕๖๑ ลงชือ่ ลงชอ่ื (นายอรรถาพงษ์ จันทรัตน์วงศ์) (นายสงั วรณ์ ภริงคาร) ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ผอู้ านวยการสถานศึกษา โรงเรยี นเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ • ๒บา้ นกะทู้

รา่ ง ประกาศโรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ เร่อื ง ใหใ้ ช้หลกั สูตรสถานศึกษา (ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ สงั กดั กองการศึกษา เทศบาลเมืองกะทู้ ……………………………………………………………………………………. อา ศัย อา น า จ ต า มร ะ เ บี ย บ กร ะทร ว งศึก ษา ธิ กา ร ว่ า ด้ ว ย คณ ะกร ร มก า ร ส ถา น ศึ กษา ข้ัน พ้ื น ฐ า น พุทธศักราช ๒๕๔๓ และคาส่ังกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.๒๙๓/๒๕๕๑ เร่ืองให้ใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สั่ง ณ วันท่ี ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ เพ่ือให้จัดการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานสอดคล้องกับสภาพ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาของโรงเรยี นเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ อยา่ งต่อเนือ่ ง ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ ได้จัดทา(ร่าง)หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในสว่ นของการใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ สาระภูมศิ าสตรใ์ นกลุ่มสาระ การเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตาม คาสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ และยกเลิกมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด สาระท่ี ๒ การ ออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระที่ ๓ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปล่ียนชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามคาสั่ง กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.๙๒๑/๒๕๖๑ ท้งั น้ีได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ เมอื่ วันท่ี ..... เดือน…………..พ.ศ.๒๕๖๑ จงึ ประกาศใช้หลกั สตู รโรงเรยี นต้ังแต่บัดนีเ้ ปน็ ต้นไป ประกาศ ณ วันท.่ี .... เดือน…………..พ.ศ.๒๕๖๑ ลงช่อื (นายสังวรณ์ ภริงคาร) ผู้อานวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ • ๒บา้ นกะทู้

คานา จากการที่กระทรวงศึกษาธิการ มีคาส่ังท่ี สพฐ.293/2551 เร่ืองให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และคาสง่ั ที่ สพฐ.1239/2560 เรื่อง การใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) และคาสง่ั กระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.๙๒๑/๒๕๖๑ เร่ือง ยกเลิก มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชีว้ ดั สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระท่ี ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอื่ สาร ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปลี่ยนชื่อกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจสงั คมและเจริญกา้ วหน้าทางวทิ ยาการ เป็นการสร้างกลยทุ ธ์ใหม่ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สามารถตอบสนองความต้องการของบุคคล สังคมไทย ผู้เรียน มีศักยภาพ ในการแข่งขันและร่วมมืออย่าง สร้างสรรคใ์ นสงั คมโลก ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปลกู ฝงั ใหผ้ ู้เรยี น มีจิตสานึกในความเป็นไทย มี ระเบียบวินัย คานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ ประมุข เป็นไปตามเจตนารมณม์ าตรา 80 ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และทแี่ กไ้ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ ได้จัดทาหลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ โดยการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน คณะกรรมการบริหาร หลักสูตร ครูผู้สอน ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ มาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๓ โดยได้นากรอบและแนวทางในการจัดทาหลักสูตร สถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตสาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ สาระภมู ศิ าสตร์ ในกล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เพิ่มเติมใน สว่ นของหลกั สูตรท้องถิน่ จุดเนน้ ของโรงเรียน และความตอ้ งการของโรงเรียนให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับ บริบทของสถานศกึ ษา ชมุ ชนและทอ้ งถิน่ และสามารถนาไปใชจ้ ดั การเรยี นรู้ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ฉบับนีส้ าเร็จลุลว่ งได้ด้วยคาแนะนาเป็นอย่างดีย่ิงจากคณะกรรมการ สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ผู้อานวยการสถานศึกษา คณะครู ตลอดท้ังผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่านที่ ได้อานวยความสะดวก ตลอดทั้งให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการ จัดทาหลักสูตรจนสาเร็จลลุ ่วงไปด้วยดี โรงเรียนขอขอบคุณทกุ ทา่ นเปน็ อยา่ งสูงมา ณ โอกาสนี้ งานหลกั สูตร ฝ่ายวิชาการ • ๒บา้ นกะทู้

สารบญั ความนา............................................................................................................................................... 1 วิสยั ทศั น์............................................................................................................................................... 1 พนั ธกจิ ….............................................................................................................................................. 1 จุดหมาย…............................................................................................................................................ 2 สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน…............................................................................................................... 2 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์…................................................................................................................ 3 สาระการเรียนรแู้ ละมาตรฐานการเรยี นรู้….......................................................................................... 3 สาระการเรยี นรู้…................................................................................................................................. 3 การจัดการเรยี นรู้….............................................................................................................................. 8 สือ่ การเรียนรู้…..................................................................................................................................... 10 การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้…...................................................................................................... 11 เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น….............................................................................................. 12 เกณฑ์การจบการศึกษา…..................................................................................................................... 13 ตวั ช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง................................................................................................. 14 โครงสรา้ งหลกั สูตรโรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้…............................................................................. 23 โครงสร้างสุขศึกษาละพลศึกษา........................................................................................................... 26 คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน ม.4............................................................................................................ 27 โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน ม.4............................................................................................................ 33 คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ม.5................................…………….....................................................…….. 44 โครงสรา้ งรายวชิ าพน้ื ฐาน ม.5........................................................................................................... 49 คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ม.6........................................................………………………………………….... 59 โครงสร้างรายวชิ าพ้นื ฐาน ม.6............................................................................................................ 65 คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ม.4...................................................................……………………………........ 77 โครงสร้างรายวิชาเพิ่มเตมิ ม.4........................................................................................................... 80 คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ ม.5.................................................………………………………………………….. 87 โครงสร้างรายวิชาเพม่ิ เติม ม.5........................................................................................................... 92 คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ม.6.....................…………………………………………………………………………… 104 โครงสร้างรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ม.6........................................................................................................... 108 คณะผูจ้ ดั ทา………………………………………………................................................................…………….... 112 • ๒บา้ นกะทู้

๑ ความนา การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๔ โรงเรียนได้กาหนดวิสัยทัศน์ เปูาหมาย พันธกิจของโรงเรียนไว้อย่างสอดคล้องกับ แผนพัฒนาการศกึ ษาของกรมสง่ เสริมการปกครองทอ้ งถ่ิน และแผนพัฒนาการศึกษาของเทศบาลเมืองกะทู้ ทั้ง สอดคล้องกับจุดเน้นของโรงเรียนและความต้องการของท้องถ่ิน มีการศึกษากรอบแนวคิดตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ด้านวิสัยทัศน์ หลักการ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของ ผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ จดั ทาหลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยมกี ารประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของโรงเรียน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ และกาหนดโครงสร้างเวลาเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ.2560) พรอ้ มกาหนดกจิ กรรมและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมให้สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรียน และตามความพร้อมและจุดเน้นหรือวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ท้ังได้ปรับกระบวนการวัดผลและประเมินผลการ เรียนรู้ เกณฑ์การจบการศึกษา และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ และมีความชัดเจนต่อการนาไปปฏิบัติ โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณภาพท้ัง ด้านความรู้ ทักษะที่จาเป็นสาหรับ การดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนา ตนเองอย่างต่อเน่ือง ตลอดชวี ติ ต่อไป วสิ ัยทัศน์ โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ มุ่งพัฒนาจัดการศึกษาโดยเน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความ เป็นเลิศด้านกีฬา มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพตามมาตรฐานการประกันคุณภาพทางการศึกษา พร้อมร่วมมือ ทุกภาคส่วนในการพัฒนาสถานศกึ ษา และนอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนนิ ชีวิต “วชิ าการเดน่ เนน้ สง่ิ แวดล้อม พร้อมความร่วมมือ พนั ธกิจ 1. พัฒนาผเู้ รียน 2. พฒั นาครูและบุคลากร 3. พฒั นาการบรหิ ารจดั การด้วยการประกนั คณุ ภาพ 4. พัฒนาสื่อเทคโนโลยี 5. พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ 6. พัฒนาการมีส่วนรว่ ม • ๒บา้ นกะทู้

๒ จดุ หมาย หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ของโรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองกะทู้ มุ่งพัฒนาผูเ้ รียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพจึงกาหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดงั นี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนบั ถอื ยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้ ความสามารถในการส่อื สาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชวี ิต 3. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ท่ีดี มสี ุขนิสยั และรักการออกกาลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และ การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ 5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม มีจติ สาธารณะที่ม่งุ ทาประโยชน์และสร้างสง่ิ ที่ดีงามในสงั คม และอยู่ร่วมกนั ในสังคมอยา่ งมคี วามสุข สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ของโรงเรียนเทศบาล ๒ บา้ นกะทู้ สงั กดั กองการศกึ ษา เทศบาลเมืองกะทู้ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด มุ่ง ให้ผูเ้ รยี นเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี 1. ความสามารถในการสือ่ สาร เป็นความสามารถในการรบั และส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลด ปัญหาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลอื กใช้วิธกี ารส่ือสาร ทมี่ ปี ระสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบทม่ี ีตอ่ ตนเองและสงั คม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเก่ียวกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการ ปูองกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อตนเอง สังคม และสิง่ แวดล้อม • ๒บา้ นกะทู้

๓ 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนินชวี ติ ประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง ประสงคท์ ส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ ื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพฒั นาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ของโรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองกะทู้ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ดังน้ี 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2. ซือ่ สัตย์สจุ ริต 3. มีวินัย 4. ใฝเุ รียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. ม่งุ มั่นในการทางาน 7. รกั ความเปน็ ไทย 8. มจี ติ สาธารณะ กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ทาไมตอ้ งเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา สุขภาพ หรือ สุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และ ทางปญั ญาหรอื จติ วญิ ญาณ สุขภาพหรือสุขภาวะจึงเป็นเร่ืองสาคัญ เพราะเก่ียวโยงกับทุกมิติของชีวิต ซ่ึงทุก คนควรจะได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพ่ือจะได้มีความรู้ ความเข้าใจท่ีถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมท่ี เหมาะสม รวมทง้ั มที ักษะปฏบิ ัติดา้ นสุขภาพจนเป็นกิจนสิ ัย อนั จะสง่ ผลใหส้ ังคมโดยรวมมีคณุ ภาพ เรียนรอู้ ะไรในสขุ ศึกษาและพลศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพท่ีมีเปูาหมาย เพื่อการดารงสุขภาพ การสร้างเสริม สุขภาพและการพฒั นาคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชมุ ชนใหย้ ่ังยืน • ๒บา้ นกะทู้

๔ สุขศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และ การปฏบิ ตั ิเกยี่ วกับสขุ ภาพควบคู่ไปด้วยกนั พลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกมและกีฬา เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโดยรวมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมท้ังสมรรถภาพ เพ่ือสุขภาพและกีฬา สาระที่เป็นกรอบเนื้อหาหรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ประกอบด้วย  การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของการ เจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์เช่ือมโยงในการทางาน ของระบบต่างๆของรา่ งกาย รวมถึงวิธีปฏบิ ัติตนเพอื่ ใหเ้ จริญเติบโตและมีพัฒนาการท่สี มวยั  ชีวิตและครอบครัว ผู้เรียนจะได้เรียนรเู้ รื่องคุณค่าของตนเองและครอบครัว การปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกทางเพศ การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อ่ืน สุขปฏิบัติ ทางเพศ และทกั ษะในการดาเนนิ ชีวติ  การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรียนได้เรียนรู้เร่ือง การเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ท้ังประเภทบุคคล และประเภททีม อย่างหลากหลายท้ังไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรม ทางกาย และกฬี า และความมนี ้าใจนักกีฬา  การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักและ วิธีการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ และการ ปอู งกันโรคทัง้ โรคติดต่อและโรคไมต่ ิดตอ่  ความปลอดภยั ในชวี ิต ผู้เรียนจะได้เรยี นรู้เร่ืองการปูองกันตนเองจากพฤตกิ รรมเส่ยี งต่างๆ ทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใชย้ าและสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการ สรา้ งเสรมิ ความปลอดภัยในชีวติ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ สาระท่ี ๒ ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครวั เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนินชีวติ สาระที่ ๓ การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล มาตรฐาน พ ๓.๑ เขา้ ใจ มที ักษะในการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และกฬี า • ๒บา้ นกะทู้

๕ มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่างสม่าเสมอ มี วินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมใน สุนทรียภาพของการกฬี า สาระท่ี ๔ การสร้างเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การปูองกันโรคและ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพ่อื สขุ ภาพ สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชวี ิต มาตรฐาน พ ๕.๑ ปูองกันและหลีกเล่ียงปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สาร เสพตดิ และความรนุ แรง คณุ ภาพผ้เู รยี น จบช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓  มีความรู้ และเข้าใจในเร่ืองการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยท่ีมีผลต่อ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ วิธีการสร้างสมั พนั ธภาพในครอบครวั และกลมุ่ เพอื่ น  มีสุขนิสัยท่ีดีในเรื่องการกิน การพักผ่อนนอนหลับ การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของ รา่ งกาย การเล่นและการออกกาลังกาย  ปูองกันตนเองจากพฤติกรรมที่อาจนาไปสู่การใช้สารเสพติด การล่วงละเมิดทางเพศและรู้จัก ปฏิเสธในเรอื่ งท่ไี มเ่ หมาะสม  ควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ มีทักษะ การ เคลื่อนไหวข้ันพ้ืนฐานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพ่ือสุขภาพ และเกม ได้อยา่ งสนุกสนาน และปลอดภยั  มีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร ของเล่น ของใช้ ที่มีผลดีต่อสุขภาพ หลีกเล่ียงและปูองกัน ตนเองจากอุบตั ิเหตไุ ด้  ปฏิบัติตนไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสมเมื่อมีปญั หาทางอารมณ์ และปัญหาสขุ ภาพ  ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบยี บข้อตกลง คาแนะนา และข้ันตอนต่างๆ และให้ความร่วมมือกับผู้อื่น ดว้ ยความเต็มใจจนงานประสบความสาเร็จ  ปฏิบัติตามสทิ ธิของตนเองและเคารพสิทธขิ องผู้อน่ื ในการเล่นเปน็ กลุ่ม จบชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖  เข้าใจความสัมพันธ์เช่ือมโยงในการทางานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และรู้จักดูแลอวัยวะท่ี สาคญั ของระบบนั้น ๆ  เขา้ ใจธรรมชาตกิ ารเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม แรงขับทางเพศของชาย หญงิ เม่ือย่างเข้าสู่วัยแรกร่นุ และวยั รนุ่ สามารถปรับตัวและจัดการไดอ้ ยา่ งเหมาะสม  เข้าใจและเห็นคณุ ค่าของการมชี ีวติ และครอบครวั ที่อบอนุ่ และเปน็ สุข • ๒บา้ นกะทู้

๖  ภมู ใิ จและเหน็ คุณคา่ ในเพศของตน ปฏบิ ตั ิสุขอนามัยทางเพศไดถ้ กู ต้องเหมาะสม  ปูองกันและหลีกเล่ียงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพและการเกิดโรค อุบัติเหตุ ความ รนุ แรง สารเสพตดิ และการลว่ งละเมิดทางเพศ  มีทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานและการควบคุมตนเองในการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน  รู้หลักการเคลือ่ นไหวและสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย เกม การละเล่นพื้นเมือง กีฬา ไทย กีฬาสากลไดอ้ ย่างปลอดภยั และสนุกสนาน มีน้าใจนักกีฬา โดยปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ และหน้าท่ี ของตนเอง จนงานสาเรจ็ ลลุ ่วง  วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทางกาย กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพได้ตาม ความเหมาะสมและความตอ้ งการเปน็ ประจา  จัดการกบั อารมณ์ ความเครียด และปัญหาสุขภาพได้อย่างเหมาะสม  มที ักษะในการแสวงหาความรู้ ข้อมูลขา่ วสารเพ่อื ใชส้ ร้างเสริมสุขภาพ จบช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓  เข้าใจและเห็นความสาคัญของปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการท่ีมีต่อ สขุ ภาพและชีวติ ในช่วงวัยตา่ ง ๆ  เข้าใจ ยอมรบั และสามารถปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ สร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น และตัดสินใจแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีการ ที่เหมาะสม  เลือกกนิ อาหารทเ่ี หมาะสม ได้สดั ส่วน ส่งผลดตี อ่ การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการตามวัย  มีทักษะในการประเมินอิทธิพลของเพศ เพ่ือน ครอบครัว ชุมชนและวัฒนธรรมที่มีต่อเจตคติ ค่านิยมเก่ียวกับสขุ ภาพและชวี ติ และสามารถจดั การไดอ้ ยา่ งเหมาะสม  ปูองกนั และหลกี เลย่ี งปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพและการเกิดโรค อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพตดิ และความรุนแรง รู้จกั สรา้ งเสริมความปลอดภัยให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน  เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย กิจกรรมกีฬา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ ทางกายเพ่ือสุขภาพ โดยนาหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย สนุกสนาน และปฏิบัติเป็น ประจาสมา่ เสมอตามความถนัดและความสนใจ  แสดงความตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ การปูองกันโรค การดารง สุขภาพ การจดั การกบั อารมณ์และความเครียด การออกกาลังกายและการเลน่ กีฬากับการมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพ ดี  สานึกในคณุ คา่ ศักยภาพและความเปน็ ตัวของตวั เอง  ปฏบิ ัติตามกฎ กตกิ า หน้าทค่ี วามรับผดิ ชอบ เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น ให้ความร่วมมือ ในการแข่งขันกีฬาและการทางานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ด้วยความมุ่งม่ันและมีน้าใจนักกีฬา จนประสบ ความสาเรจ็ ตามเปาู หมายด้วยความช่ืนชม และสนกุ สนาน • ๒บา้ นกะทู้

๗ จบช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖  สามารถดูแลสุขภาพ สร้างเสรมิ สุขภาพ ปูองกนั โรค หลีกเลี่ยงปัจจัยเส่ียง และพฤติกรรมเส่ียง ต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางแผนอย่าง เปน็ ระบบ  แสดงออกถึงความรัก ความเออ้ื อาทร ความเข้าใจในอทิ ธพิ ลของครอบครัว เพื่อน สังคม และ วัฒนธรรมท่มี ีตอ่ พฤติกรรมทางเพศ การดาเนินชวี ติ และวิถีชวี ิตทม่ี สี ขุ ภาพดี  ออกกาลังกาย เล่นกีฬา เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ เพ่อื สุขภาพโดยนาหลักการของทกั ษะกลไกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง สมา่ เสมอด้วยความชนื่ ชมและสนกุ สนาน  แสดงความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ หลักความปลอดภัยใน การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทางกาย และเล่นกีฬาจนประสบความสาเรจ็ ตามเปาู หมายของตนเองและทีม  แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่น และการแข่งขัน ด้วยความมีน้าใจนักกีฬาและ นาไปปฏิบัตใิ นทกุ โอกาสจนเปน็ บคุ ลกิ ภาพท่ดี ี  วิเคราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อกาหนดกลวิธีลดความเส่ียง สร้างเสริมสุขภาพ ดารงสุขภาพ การปอู งกนั โรค และการจดั การกับอารมณแ์ ละความเครียดไดถ้ ูกต้องและเหมาะสม  ใช้กระบวนการทางประชาสงั คม สรา้ งเสริมใหช้ มุ ชนเขม้ แขง็ ปลอดภัย และมวี ิถชี วี ติ ทด่ี ี กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตาม ศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อ สังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข และโรงเรียนได้เพิ่มเติมในส่วนของ กิจกรรมลูกพระมงกุฎ ในการพัฒนาบุคลิกภาพของผู้เรียนตามแนวทางของโรงเรียนในเครือสังกัดเทศบาล โดยกาหนดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดังน้ี 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถคดิ ตดั สินใจ คิดแกป้ ญั หา กาหนดเปาู หมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตน ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม นอกจากน้ียงั ชว่ ยใหค้ รรู ู้จักและเข้าใจผูเ้ รยี น ทัง้ ยงั เป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษา แก่ผปู้ กครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผูเ้ รียน 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามที่ดี ความ รับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน กัน เอ้อื อาทร และสมานฉนั ท์ โดยจดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุง • ๒บา้ นกะทู้

๘ การทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบท ของสถานศึกษาและท้องถนิ่ กจิ กรรมนกั เรียนประกอบดว้ ย 2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยวุ กาชาด ผูบ้ าเพ็ญประโยชน์ และนักศกึ ษาวิชาทหาร 2.2 กจิ กรรมชุมนมุ ชมรม 3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดงี าม ความเสยี สละต่อสงั คม มีจติ สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กจิ กรรมสร้างสรรค์สังคม การจัดการเรียนรู้ หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ของโรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองกะทู้ พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560) ทใี่ หค้ วามสาคัญกับการจัดการเรียนรู้ซึ่ง เป็นกระบวนการสาคญั ในการนาหลกั สตู รสู่การปฏบิ ัติ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรท่ี มมี าตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเปูาหมายสาหรับพัฒนา เด็กและเยาวชน ในการพฒั นาผูเ้ รยี นให้มีคุณสมบัติตามเปูาหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จดั การเรียนร้โู ดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนร้ผู ่านสาระทก่ี าหนดไว้ในหลักสตู ร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสรมิ สร้างคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเปน็ สมรรถนะสาคัญใหผ้ เู้ รียนบรรลุตามเปาู หมาย 1. หลกั การจัดการเรียนรู้ การจดั การเรยี นรเู้ พอื่ ให้ผู้เรียนมี ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับ ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมอง เนน้ ให้ความสาคัญท้ังความรู้ และคณุ ธรรม 2. กระบวนการเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเคร่ืองมือท่ีจะนาพาตนเองไปสู่เปูาหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลง มอื ทาจรงิ กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรยี นรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนา ลกั ษณะนสิ ยั กระบวนการเหล่านเ้ี ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนร้ทู ่ผี เู้ รยี นควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเปูาหมายของหลักสูตร ดังนั้นผู้สอนจึงจาเป็นต้องศึกษาทา • ๒บา้ นกะทู้

๙ ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพ่ือให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ 3. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสาคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบ การจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ ผ้เู รียนไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเปาู หมายท่ีกาหนด 4. บทบาทของผู้สอนและผเู้ รียน การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเปูาหมายของหลักสูตร ท้ังผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้ 4.1บทบาทของผ้สู อน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ เรยี นรู้ ทที่ า้ ทายความสามารถของผเู้ รยี น 2) กาหนดเปูาหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมท้ังคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพอื่ นาผู้เรยี นไปสู่เปาู หมาย 4) จัดบรรยากาศท่เี อ้ือตอ่ การเรียนรู้ และดูแลชว่ ยเหลอื ผู้เรียนให้เกดิ การเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยี ทเี่ หมาะสมมาประยกุ ตใ์ ช้ในการจดั การเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติ ของวชิ าและระดบั พัฒนาการของผู้เรยี น 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมท้ังปรับปรุง การจดั การเรียนการสอนของตนเอง 4.2 บทบาทของผู้เรยี น 1) กาหนดเปาู หมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรขู้ องตนเอง 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรยี นรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคาถาม คิดหาคาตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้ เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง และนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ า่ ง ๆ 3) มีปฏิสัมพนั ธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกลุม่ และครู 4) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอย่างต่อเนือ่ ง • ๒บา้ นกะทู้

๑๐ ส่อื การเรยี นรู้ หลกั สูตรสถานศึกษา (ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ พฒั นาแนวทางการใช้สื่อการ เรียนรู้ ตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ท่ีให้ความสาคัญกับสื่อการเรียนรู้ที่เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ ส่ือส่ิงพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ ต่างๆ ท่ีมีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรู้ที่ หลากหลายของผเู้ รียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผเู้ รียนและผสู้ อนสามารถจดั ทาและพัฒนาขน้ึ เอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่าง มีคุณภาพจากส่ือต่าง ๆที่มีอยู่รอบตัวเพอื่ นามาใช้ประกอบในการจดั การเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและส่ือสารให้ ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศกึ ษาควรจดั ใหม้ ีอยา่ งพอเพียง เพอ่ื พัฒนาให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานที่เก่ียวข้องและผู้มีหน้าท่ีจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน ควรดาเนินการ ดงั น้ี 1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพ่ือการศึกษาค้นคว้าและการ แลกเปล่ียนประสบการณ์การเรยี นรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ทอ้ งถิน่ ชมุ ชน สังคมโลก 2. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง จัดหาส่ิงทีม่ ีอย่ใู นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้เป็นส่อื การเรียนรู้ 3. เลือกและใชส้ อื่ การเรยี นร้ทู ี่มีคณุ ภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ เรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลของผู้เรยี น 4. ประเมินคณุ ภาพของสอื่ การเรียนร้ทู เี่ ลือกใชอ้ ย่างเปน็ ระบบ 5. ศึกษาคน้ ควา้ วิจยั เพื่อพัฒนาสอื่ การเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรยี น 6. จัดให้มีการกากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับส่ื อและการใช้ส่ือ การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสมา่ เสมอ ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึง หลักการสาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความม่ันคง ของชาติ ไมข่ ดั ตอ่ ศีลธรรม มกี ารใช้ภาษาท่ถี ูกตอ้ ง รปู แบบการนาเสนอทเ่ี ข้าใจงา่ ย และน่าสนใจ โดยใช้วธิ ีการหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่าง เหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อย่าง ถูกต้องและชัดเจน เชือ่ มโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ไปเช่อื มโยงกับศาสตร์อืน่ ๆ มีความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ • ๒บา้ นกะทู้

๑๑ เพื่อใหเ้ กิดความร้คู วามเขา้ ใจ สามารถนาใช้ในการดาเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม บนพื้นฐาน ของความรักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ึงสตั ย์สจุ รติ มวี นิ ัย ใฝุเรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความ เปน็ ไทยและมจี ติ สาธารณะ การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ของโรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองกะทู้ กาหนดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวทางของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) โดยการวัดและ ประเมนิ ผลการเรียนร้ขู องผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและ เพื่อตดั สินผลการเรยี น ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จน้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับ การพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเปูาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผล การเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดง พัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการ ส่งเสริมให้ผเู้ รียนเกดิ การพัฒนาและเรียนรู้อยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดบั เขตพนื้ ท่ีการศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดงั นี้ 1. การประเมนิ ระดับชน้ั เรียน เปน็ การวัดและประเมนิ ผลที่อย่ใู นกระบวนการจดั การเรยี นรู้ ผ้สู อน ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมนิ ชิ้นงาน/ภาระงาน แฟูมสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมิน เพอ่ื น ผปู้ กครองร่วมประเมิน ในกรณีทไ่ี ม่ผ่านตัวช้วี ดั ใหม้ กี ารสอนซอ่ มเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าใน การเรยี นรู้ อนั เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรอื ไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้องได้รับ การพัฒนาปรับปรงุ และส่งเสริมในดา้ นใด นอกจากนีย้ งั เปน็ ข้อมูลใหผ้ สู้ อนใชป้ รบั ปรุงการเรียนการสอนของตน ดว้ ย ทัง้ น้ีโดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชวี้ ัด 2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียน ของผเู้ รียนเปน็ รายป/ี รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ เรียนรู้ของผู้เรียนตามเปูาหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียน ในสถานศกึ ษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศ เพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทา แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผล • ๒บา้ นกะทู้

๑๒ การจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา สานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ผูป้ กครองและชมุ ชน 3. การประเมินระดบั เขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา เปน็ การประเมินคณุ ภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา คณุ ภาพการศกึ ษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือด้วยความ ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากน้ียังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจาก การประเมนิ ระดับสถานศกึ ษาในเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา 4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียน ในช้ัน ประถมศึกษาปีที่ 3 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการ ประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ใน การวางแผนยกระดบั คุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของ ประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พฒั นาคุณภาพผู้เรียน ถอื เป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่ จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธ โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูล จากการประเมนิ จงึ เป็นหวั ใจของสถานศึกษาในการดาเนินการชว่ ยเหลือผเู้ รยี นไดท้ นั ท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้รบั การพัฒนาและประสบความสาเรจ็ ในการเรียน เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดเกณฑ์การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ ตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ดังนี้ การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรยี น 1. การตัดสินผลการเรยี น ในการตัดสนิ ผลการเรยี นของกลุม่ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะ อนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้อง เกบ็ ข้อมลู ของผู้เรียนทุกดา้ นอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนา จนเต็มตามศักยภาพ 1) ผเู้ รียนตอ้ งมเี วลาเรียนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นท้ังหมด 2) ผู้เรยี นต้องได้รบั การประเมินทุกตัวชว้ี ัด และผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด 3) ผู้เรียนต้องได้รบั การตัดสินผลการเรยี นทุกรายวชิ า • ๒บา้ นกะทู้

๑๓ 4) ผเู้ รยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษา กาหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน การพิจารณาเล่ือนชั้นระดับมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษา พิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เล่ือนช้ัน ได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้งั คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้าชั้นได้ ทั้งน้ีให้คานึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถ ของผ้เู รยี นเปน็ สาคัญ 2. การให้ระดับผลการเรียน ในการตดั สนิ เพ่อื ใหร้ ะดบั ผลการเรยี นรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ คุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้คาสาคัญ สะทอ้ นมาตรฐาน การประเมินการอา่ น คิดวิเคราะหแ์ ละเขยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์น้ัน ให้ระดับผลการ ประเมินเปน็ ดีเยี่ยม ดี และผ่าน การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผู้เรยี น ตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากาหนด และให้ผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผ่าน 3. การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการส่ือสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการ เรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น ระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการ ปฏบิ ตั ขิ องผูเ้ รียนที่สะท้อนมาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้ เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดเกณฑ์ เกณฑ์ การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามแนวทางของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดงั นี้ 1. ผู้เรียนเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานและเพิม่ เติม ไมน่ อ้ ยกวา่ ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพนื้ ฐาน ๔๑ หนว่ ยกิต และ รายวชิ าเพ่มิ เติม ตามสถานศึกษากาหนด 2. ผู้เรียนต้องได้หน่วยกติ ตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกวา่ ๗๗ หน่วยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๔๑ หน่วย กติ และ รายวชิ าเพม่ิ เติมไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกติ 3. ผูเ้ รยี นตอ้ งมผี ลการประเมนิ การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศึกษากาหนด 4. ผเู้ รียนตอ้ งมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับผา่ นเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษากาหนด • ๒บา้ นกะทู้

๑๔ 5. ผเู้ รยี นตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนและมีผลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่ สถานศึกษากาหนด สาหรับการจบการศกึ ษาสาหรับกลุ่มเปูาหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้ คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาหรับกลุ่มเปูาหมายเฉพาะ ตวั ชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระท่ี ๑ การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป.๑ ๑. อธบิ ายลกั ษณะและหน้าท่ี  ลักษณะและหนา้ ทีข่ องอวยั วะภายนอกท่ีมี ของอวยั วะภายนอก การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการไปตามวัย - ตา หู คอ จมกู ผม มือ เทา้ เลบ็ ผวิ หนัง ฯลฯ - อวยั วะในชอ่ งปาก (ปาก ลิ้น ฟนั เหงือก) ๒. อธิบายวิธดี แู ลรักษาอวยั วะ  การดูแลรกั ษาอวัยวะภายนอก ภายนอก - ตา หู คอ จมกู ปาก ลนิ้ ฟนั ผม มอื เท้า เลบ็ ผวิ หนงั ฯลฯ - อวัยวะในชอ่ งปาก (ปาก ลิ้น ฟัน เหงือก) ป. ๒ ๑. อธบิ ายลักษณะ และหน้าทีข่ อง  ลกั ษณะ และหน้าที่ของอวัยวะภายในท่มี กี าร อวัยวะภายใน เจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการไปตามวัย (สมอง หวั ใจ ตับ ไต ปอด กระเพาะอาหาร ลาไส้ ฯลฯ) ๒. อธบิ ายวิธีดแู ลรักษาอวัยวะ  การดแู ลรักษาอวัยวะภายใน ภายใน - การระมัดระวังการกระแทก - การออกกาลงั กาย - การกินอาหาร ๓. อธบิ ายธรรมชาติของชวี ิตมนุษย์  ธรรมชาตขิ องชวี ติ มนุษย์ตัง้ แต่เกดิ จนตาย ป.๓ ๑. อธิบายลักษณะและการ  ลกั ษณะการเจริญเตบิ โตของร่างกายมนุษย์ เจรญิ เตบิ โตของรา่ งกายมนษุ ย์ ทมี่ ีความแตกต่างกันในแต่ละบคุ คล - ลักษณะรูปรา่ ง - นา้ หนัก • ๒บา้ นกะทู้

๑๕ ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง - สว่ นสูง ๒. เปรียบเทยี บการเจริญเติบโตของ  เกณฑ์มาตรฐานการเจรญิ เตบิ โต ของเด็กไทย ตนเองกับเกณฑม์ าตรฐาน ๓. ระบปุ จั จัยทมี่ ผี ลต่อการ  ปจั จัยทม่ี ีผลต่อการเจริญเติบโต เจริญเติบโต - อาหาร - การออกกาลังกาย - การพกั ผอ่ น ป. ๔ ๑. อธบิ ายการเจรญิ เตบิ โตและ  การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของร่างกาย พัฒนาการของร่างกายและจิตใจ และจิตใจ ตามวัย (ในช่วงอายุ ๙ – ๑๒ ปี) ตามวัย ๒. อธิบายความสาคัญของกล้ามเน้อื  ความสาคญั ของกลา้ มเน้ือ กระดกู และข้อ กระดูกและข้อทมี่ ผี ลตอ่ สุขภาพ การ ท่มี ผี ลตอ่ สขุ ภาพ การเจริญเติบโตและ เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ พฒั นาการ ๓. อธบิ ายวธิ ีดแู ลกลา้ มเน้ือ กระดูก  วิธีดูแลรกั ษากลา้ มเนื้อ กระดกู และข้อให้ และข้อ ใหท้ างานอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ทางานอย่างมีประสิทธภิ าพ ป. ๕ ๑. อธบิ ายความสาคัญของระบบย่อย  ความสาคัญของระบบย่อยอาหารและระบบ อาหาร และระบบขบั ถา่ ยท่ีมีผลต่อ ขบั ถ่ายท่ีมีผลตอ่ สขุ ภาพ การเจรญิ เติบโต และ สขุ ภาพ การเจริญเติบโต และ พัฒนาการ พัฒนาการ ๒. อธบิ ายวิธดี แู ลระบบยอ่ ยอาหาร  วิธีดแู ลรักษาระบบย่อยอาหารและระบบ และระบบขับถ่ายใหท้ างานตามปกติ ขับถ่ายให้ทางานตามปกติ ป.๖ ๑. อธิบายความสาคัญของระบบ  ความสาคญั ของระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบ สืบพนั ธ์ุ ระบบไหลเวียนโลหติ และ ไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจทมี่ ผี ลตอ่ ระบบหายใจ ทม่ี ผี ลต่อสขุ ภาพ การ สขุ ภาพ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการ เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ ๒. อธบิ ายวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบ  วิธดี แู ลรกั ษาระบบสืบพนั ธ์ุ ระบบ สืบพันธุ์ ระบบไหลเวยี นโลหติ และ ไหลเวยี นโลหติ และระบบหายใจให้ทางาน ระบบหายใจใหท้ างานตามปกติ ตามปกติ ม.๑ ๑. อธบิ ายความสาคัญของระบบ  ความสาคัญของระบบประสาท และระบบ ประสาท และระบบต่อมไร้ท่อที่มีผล ตอ่ มไร้ท่อทม่ี ผี ลต่อสขุ ภาพ การเจรญิ เตบิ โต ตอ่ สุขภาพ การเจรญิ เตบิ โต และ และพฒั นาการของวยั รนุ่ พัฒนาการของวยั ร่นุ ๒. อธิบายวธิ ดี แู ลรกั ษาระบบ  วิธีดูแลรักษาระบบประสาท และระบบ • ๒บา้ นกะทู้

๑๖ ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ประสาท และระบบต่อมไร้ท่อให้ ตอ่ มไร้ท่อ ใหท้ างานตามปกติ ทางานตามปกติ ๓. วเิ คราะหภ์ าวะการเจรญิ เติบโตทาง  การวเิ คราะหภ์ าวะการเจรญิ เตบิ โต ร่างกายของตนเองกบั เกณฑ์มาตรฐาน ตามเกณฑ์มาตรฐานและปจั จัยท่เี กีย่ วข้อง ๔. แสวงหาแนวทางในการพัฒนา  แนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโต ตนเองใหเ้ จริญเติบโตสมวยั สมวยั ม. ๒ ๑. อธบิ ายการเปลีย่ นแปลงด้าน  การเปล่ยี นแปลงด้านรา่ งกาย จติ ใจ รา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และ อารมณ์ สังคม และสตปิ ัญญาในวยั รุน่ สติปญั ญาในวยั รุ่น ๒. ระบปุ จั จยั ที่มผี ลกระทบต่อการ  ปัจจัยท่มี ผี ลกระทบต่อการเจริญเตบิ โตและ เจรญิ เตบิ โต และพฒั นาการด้าน พัฒนาการดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ และสตปิ ญั ญา สตปิ ญั ญา ในวัยร่นุ - พันธกุ รรม - สิ่งแวดล้อม - การอบรมเลยี้ งดู ม. ๓ ๑. เปรียบเทียบการเปล่ยี นแปลง  การเปล่ียนแปลง ด้านรา่ งกาย จติ ใจ ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญาในแต่ละวัย สังคม และสติปญั ญา แตล่ ะชว่ ง - วยั ทารก ของชวี ติ - วยั ก่อนเรียน - วยั เรยี น - วยั รุ่น - วยั ผ้ใู หญ่ - วยั สูงอายุ ๒. วิเคราะห์อิทธิพลและความ  อทิ ธิพลและความคาดหวงั ของสังคมท่ีมตี ่อ คาดหวังของสังคมต่อการเปล่ียนแปลง การเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ของวยั รนุ่ ๓. วิเคราะห์ สอื่ โฆษณา ที่มี  ส่ือ โฆษณา ทีม่ ีอทิ ธพิ ลต่อการเจริญเติบโต อทิ ธิพลต่อการเจริญเตบิ โตและ และพัฒนาการของวยั รุน่ พัฒนาการของวยั ร่นุ - โทรทศั น์ - วทิ ยุ - สื่อสง่ิ พมิ พ์ - อินเทอร์เนต็ ม.๔–ม.๖ ๑. อธิบายกระบวนการสร้างเสริม  กระบวนการสรา้ งเสริมและดารง และดารงประสิทธภิ าพการทางาน ของ ประสทิ ธิภาพการทางานของระบบอวยั วะ • ๒บา้ นกะทู้

๑๗ ชั้น ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ระบบอวยั วะต่าง ๆ ต่าง ๆ - การทางานของระบบอวัยวะต่างๆ - การสร้างเสรมิ และดารงประสิทธิภาพของ อวยั วะต่างๆ (อาหาร การออกกาลังกาย นนั ทนาการ การตรวจสขุ ภาพ ฯลฯ) ๒. วางแผนดแู ลสุขภาพตาม  การวางแผนดแู ลสขุ ภาพของตนเองและ ภาวะการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการ บคุ คลในครอบครัว ของตนเองและบคุ คลในครอบครัว สาระท่ี ๒ ชวี ิตและครอบครวั มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศกึ ษา และมีทักษะในการดาเนนิ ชีวติ ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป. ๑ ๑. ระบุสมาชกิ ในครอบครวั และ  สมาชกิ ในครอบครัว ความรักความผูกพนั ของสมาชิกท่มี ตี ่อ  ความรกั ความผกู พนั ของสมาชิกใน กนั ครอบครวั ๒. บอกสง่ิ ท่ีชืน่ ชอบ และภาคภูมิใจ  ส่ิงทช่ี ื่นชอบและความภาคภูมใิ จ ในตนเอง ในตนเอง (จดุ เดน่ จดุ ดอ้ ยของตนเอง) ๓. บอกลักษณะความแตกต่าง  ลักษณะความแตกต่างของเพศชาย เพศ ระหวา่ งเพศชาย และเพศหญิง หญิง - รา่ งกาย - อารมณ์ - ลักษณะนิสัย ป. ๒ ๑. ระบุบทบาทหนา้ ทีข่ องตนเอง  บทบาทหนา้ ทข่ี องสมาชิกในครอบครัว และสมาชกิ ในครอบครัว - ตนเอง - พ่อ แม่ - พ่นี ้อง - ญาติ ๒. บอกความสาคญั ของเพื่อน  ความสาคัญของเพ่ือน (เช่น พูดคุย ปรึกษา เล่น ฯลฯ) ๓. ระบุพฤติกรรมทีเ่ หมาะสมกับเพศ  พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับเพศ - ความเป็นสุภาพบรุ ษุ - ความเปน็ สุภาพสตรี ๔. อธบิ ายความภาคภมู ิใจในความ  ความภาคภูมิใจในเพศหญิง หรือเพศชาย เป็นเพศหญิง หรอื เพศชาย ป. ๓ ๑. อธบิ ายความสาคัญ และความ  ความสาคัญของครอบครัว ความแตกตา่ ง • ๒บา้ นกะทู้

๑๘ ชนั้ ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง แตกตา่ งของครอบครัวท่มี ตี ่อตนเอง ของแตล่ ะครอบครัว - เศรษฐกิจ - สังคม - การศึกษา ๒. อธิบายวิธีสร้างสมั พันธภาพใน  วธิ ีการสร้างสัมพนั ธภาพในครอบครัวและ ครอบครวั และกลุ่มเพื่อน กล่มุ เพื่อน ๓. บอกวิธีหลกี เลี่ยงพฤติกรรมที่  พฤติกรรมที่นาไปส่กู ารล่วงละเมดิ ทางเพศ นาไปสู่การล่วงละเมดิ ทางเพศ (การแต่งกาย การเท่ยี วกลางคนื การคบเพื่อน การเสพสารเสพติด ฯลฯ) ป. ๔ ๑. อธิบายคุณลักษณะของความเป็น  วิธหี ลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นาไปสู่การล่วง เพือ่ นและสมาชิกท่ดี ขี องครอบครัว ละเมดิ ทางเพศ (ทักษะปฏเิ สธและอื่น ๆ ) ๒. แสดงพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสมกับ  คุณลกั ษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชกิ เพศของตนตามวัฒนธรรมไทย ที่ดีของครอบครัว ๓. ยกตวั อยา่ งวธิ ีการปฏเิ สธการ  พฤติกรรมทเ่ี หมาะสมกับเพศของตนตาม กระทาที่เปน็ อนั ตรายและไม่เหมาะสม วฒั นธรรมไทย ในเรือ่ งเพศ  วธิ กี ารปฏเิ สธการกระทาที่เป็นอันตรายและ ไมเ่ หมาะสมในเร่ืองเพศ ป. ๕ ๑. อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางเพศ และปฏิบัติตนได้เหมาะสม  การเปลยี่ นแปลงทางเพศ การดแู ลตนเอง  การวางตัวทเ่ี หมาะสมกับเพศตาม ๒. อธิบายความสาคัญของการมี วัฒนธรรมไทย ครอบครัวที่อบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย  ลกั ษณะของครอบครวั ท่อี บอุน่ ตาม วัฒนธรรมไทย (ครอบครวั ขยาย การนบั ถือ ๓. ระบุพฤตกิ รรมทพ่ี ึงประสงค์ และ ญาต)ิ ไมพ่ ึงประสงค์ในการแก้ไขปญั หาความ  พฤติกรรมท่พี ึงประสงคแ์ ละไม่พึงประสงค์ ขดั แย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ในการแกไ้ ขปญั หาความขัดแยง้ ในครอบครัว ป. ๖ ๑. อธบิ ายความสาคัญของการสร้าง และรกั ษาสมั พนั ธภาพกับผู้อ่ืน  ความสาคัญของการสร้างและรกั ษา สมั พันธภาพกับผู้อนื่ • ๒บา้ นกะทู้

๑๙ ช้นั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง  ปจั จัยทชี่ ่วยให้การทางานกลมุ่ ประสบ ความสาเรจ็ - ความสามารถส่วนบคุ คล - บทบาทหนา้ ทขี่ องสมาชกิ ในกลุม่ - การยอมรบั ความคิดเหน็ และความแตกตา่ ง ระหว่างบคุ คล - ความรับผิดชอบ ๒. วเิ คราะห์พฤติกรรมเส่ียงที่อาจ  พฤติกรรมเสยี่ งทน่ี าไปสกู่ ารมเี พศสัมพันธ์ นาไปสูก่ ารมีเพศสัมพนั ธ์ การตดิ เชื้อ การติดเชื้อเอดส์ และการตงั้ ครรภ์กอ่ นวยั เอดส์ และการตงั้ ครรภก์ ่อนวัยอันควร อนั ควร ม. ๑ ๑. อธบิ ายวิธีการปรับตวั ตอ่ การ  การเปลย่ี นแปลงทางร่างกาย จิตใจ เปล่ยี นแปลงทางร่างกายจติ ใจ อารมณ์ อารมณ์ และพฒั นาการทางเพศ และพฒั นาการทางเพศอย่างเหมาะสม - ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศ - การยอมรับและการปรับตัวตอ่ การ เปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ และ พฒั นาการทางเพศ - การเบ่ียงเบนทางเพศ ๒. แสดงทักษะการปฏิเสธเพอื่  ทกั ษะปฏิเสธเพื่อปูองกันการถกู ล่วงละเมิด ปอู งกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิด ทางเพศ ทางเพศ ม. ๒ ๑. วิเคราะหป์ ัจจยั ท่ีมีอิทธิพลตอ่ เจต  ปัจจัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อเจตคติในเรอื่ งเพศ คตใิ นเรอ่ื งเพศ - ครอบครวั - วฒั นธรรม - เพื่อน - ส่ือ ๒. วิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบท่ี  ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการมี เกิดจากการมเี พศสัมพันธใ์ นวัยเรยี น เพศสัมพันธใ์ นวยั เรยี น ๓. อธิบายวิธีปอู งกนั ตนเองและ  โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ หลกี เลยี่ งจากโรคติดต่อทาง  โรคเอดส์ เพศสัมพันธ์ เอดส์ และการตัง้ ครรภ์  การต้ังครรภ์โดยไมพ่ งึ ประสงค์ โดยไม่พงึ ประสงค์ • ๒บา้ นกะทู้

๒๐ ชน้ั ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ๔. อธบิ ายความสาคัญของความ  ความสาคญั ของความเสมอภาคทางเพศ เสมอภาคทางเพศ และวางตวั ได้อยา่ ง  การวางตวั ตอ่ เพศตรงขา้ ม เหมาะสม  ปญั หาทางเพศ  แนวทางการแก้ไขปญั หาทางเพศ ม.๓ ๑. อธบิ ายอนามัยแม่และเด็ก  องค์ประกอบของอนามยั เจรญิ พันธ์ุ การวางแผนครอบครัว และวิธกี าร - อนามัยแมแ่ ละเด็ก ปฏบิ ตั ิตนทีเ่ หมาะสม - การวางแผนครอบครวั ๒. วิเคราะห์ปัจจยั ที่มผี ลกระทบตอ่  ปัจจยั ทม่ี ีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ การตั้งครรภ์ - แอลกอฮอล์ - สารเสพติด - บุหรี่ - สภาพแวดลอ้ ม - การตดิ เชื้อ - โรคที่เกดิ จากภาวะการต้งั ครรภ์ ๓. วิเคราะหส์ าเหตุ และเสนอ  สาเหตคุ วามขดั แย้งในครอบครัว แนวทางปูองกัน แก้ไขความขัดแยง้ ใน  แนวทางปูองกัน แก้ไขความขัดแยง้ ใน ครอบครวั ครอบครัว ม.๔–ม.๖ ๑. วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว  อิทธพิ ลของครอบครวั เพื่อน สงั คม และ เพื่อน สงั คม และวฒั นธรรมที่มผี ลต่อ วัฒนธรรมทมี่ ีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการ พฤติกรรมทางเพศและการดาเนินชวี ิต ดาเนินชีวิต ๒. วเิ คราะห์ค่านิยมในเร่ืองเพศ  คา่ นิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทย ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรม อ่ืน และวฒั นธรรมอืน่ ๆ ๆ ๓. เลอื กใชท้ ักษะท่ีเหมาะสมในการ  แนวทางในการเลือกใชท้ ักษะต่าง ๆ ในการ ปูองกัน ลดความขดั แย้งและแก้ปัญหา ปอู งกนั ลดความขดั แย้ง และแกป้ ัญหาเรื่องเพศ เร่ืองเพศและครอบครวั และครอบครัว - ทักษะการสื่อสารและสรา้ งสมั พันธภาพ - ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏเิ สธ - ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ - ทกั ษะการตัดสนิ ใจ และแก้ไขปัญหา • ๒บา้ นกะทู้

๒๑ ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ฯลฯ ๔. วิเคราะหส์ าเหตแุ ละผลของความ  ความขัดแย้งที่อาจเกดิ ขน้ึ ระหว่างนกั เรียน ขดั แย้งท่ีอาจเกดิ ขน้ึ ระหวา่ งนักเรยี น หรือเยาวชนในชุมชน หรือเยาวชนในชุมชน และเสนอแนว - สาเหตขุ องความขดั แยง้ ทางแก้ไขปัญหา - ผลกระทบที่เกิดจากความขัดแยง้ ระหว่าง นักเรียน หรอื เยาวชนในชมุ ชน - แนวทางในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดจากความ ขดั แย้งของนักเรียนหรอื เยาวชนในชมุ ชน • ๒บา้ นกะทู้

๒๒ โครงสร้างเวลาเรียน หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียน ดงั น้ี กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ เวลาเรียน กจิ กรรม ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย 120 120 120 240 (6 นก.) (3นก.) (3นก.) (3นก.) คณิตศาสตร์ 120 120 120 240 (6 นก.) (3นก.) (3นก.) (3นก.) วิทยาศาสตร์ 120 120 120 240 (6 นก.) (3นก.) (3นก.) (3นก.) สงั คมศึกษา ศาสนาและ 160 160 160 320 (8 นก.) วฒั นธรรม (4นก.) (4นก.) (4นก.) ประวตั ิศาสตร์ 80 (2 นก.) ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) 40 (1 นก.) หน้าทีพ่ ลเมือง วฒั นธรรม 240 (6นก.) และการดาเนินชวี ิตในสงั คม 120 (3 120 (3 120 เศรษฐศาสตร์ นก.) นก.) (3นก.) ภูมิศาสตร์ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3นก.) ศลิ ปะ 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3นก.) การงานอาชีพและเทคโนโลยี 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 80 (2 นก.) 120 (3นก.) ภาษาต่างประเทศ 120 120 120 240 (6 นก.) (3นก.) (3นก.) (3นก.) รวมเวลาเรียนพื้นฐาน 880 (22 880 (22 880 (22 1640 (41 นก.) นก.) นก.) นก.) กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน (IS) 120 120 120 360 รายวิชา/กจิ กรรมที่ สถานศกึ ษาจดั เพ่ิมเตมิ ปีละไม่น้อยกว่า 200 ชัว่ โมง ไม่น้อยกว่า 1,600 ชวั่ โมง ตามความพรอ้ มและจุดเน้น รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ปีละไมน่ ้อยกวา่ 1,200 ชว่ั โมง รวม 3 ปีไม่น้อยกว่า 3,600 ช่วั โมง • ๒บา้ นกะทู้

๒๓ โครงสร้างหลกั สตู ร ระดับช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย ปีการศกึ ษา 2564-2566 แผนการเรียน ศลิ ป์-ภาษาตา่ งประเทศ (จุดเนน้ การกีฬาและการท่องเที่ยว,จดุ เนน้ การท่องเท่ยี วและเทคโนโลย)ี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 รหสั วิชา ภาคเรยี นท่ี 1 นก. ชม./สป. รหสั วิชา ภาคเรยี นที่ 2 นก. ชม./สป. รายวิชาพื้นฐาน 8.0 320 รายวชิ าพืน้ ฐาน 80 320 ท31101 1.0 40 ค31101 ภาษาไทย 1 1.0 40 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 40 ว31101 1.0 40 ว31181 คณติ ศาสตร์ 1 1.0 40 ค31102 คณิตศาสตร์ 2 1.0 40 ส31101 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 1 1.0 40 ว31102 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 2 1.0 40 ส31102 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 40 ว31182 วิทยาการคานวณ 1 0.5 20 พ31101 0.5 20 ศ31101 สังคมศกึ ษาฯ 1 1.0 40 ส31102 สงั คมศกึ ษาฯ 2 0.5 20 ง31101 0.5 20 อ31101 ประวตั ศิ าสตร์ 1 0.5 20 ส31104 ประวัติศาสตร์ 2 1.0 40 ท30207 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 1 0.5 20 พ31102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 2 6.0 240 อ31201 ศลิ ปะ 1 0.5 20 ศ31102 ศลิ ปะ 2 1.0 40 อ31203 การงานอาชพี 1 0.5 20 ง31102 การงานอาชพี 2 1.0 40 อ31201 ภาษาอังกฤษ 1 1.0 40 อ31102 ภาษาองั กฤษ 2 1.0 40 ว30201 1.0 40 รายวชิ าเพิ่มเติม รายวชิ าเพ่มิ เติม 1.0 40 พ31101 ส30283 -สถานศกึ ษากาหนด 6.0 240 -สถานศกึ ษากาหนด 1.0 40 1.0 40 การพูดในงานอาชีพ 1.0 40 ท30208 การเขยี นในงานอาชพี การเขยี นในชวี ติ ประจาวนั 1.0 40 อ31202 การอ่านสอื่ สง่ิ พมิ พ์ในชวี ติ ประจาวนั - ภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 1.0 40 อ31204 ภาษาอังกฤษฟงั -พูด 2 - - ภาษาจีนพ้ืนฐาน 1 1.0 40 อ31202 ภาษาจีนพนื้ ฐาน 2 - 14.0 ระบบคอมพวิ เตอร์และสว่ นประกอบ 1.0 40 ว33206 ระบบปฏิบตั ิการและโปรแกรมอรรถประโยชน์ -จุดเน้นของโรงเรียน -จดุ เน้นของโรงเรียน ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั กฬี า 1.0 อตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ยี ว 1.0 40 พ31102 กฬี าเพอ่ื สขุ ภาพและสมรรถภาพทางกาย 40 ส30284 ทรัพยากรทอ่ งเทย่ี ว กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน ลูกเสอื -เนตรนาร/ี นศท. - ลูกเสอื -เนตรนาร/ี นศท. แนะแนว - แนะแนว ชุมนมุ - ชมุ นุม กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ - กิจกรรมสาธารณประโยชน์ รวม 14.0 รวม • ๒บา้ นกะทู้

๒๔ โครงสรา้ งหลักสตู ร ระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย ปกี ารศึกษา 2564-2566 แผนการเรยี น ศลิ ป์-ภาษาต่างประเทศ (จดุ เนน้ การกฬี าและการท่องเทยี่ ว,จดุ เนน้ การท่องเที่ยวและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5 รหสั วิชา ภาคเรยี นท่ี 1 นก. ชม./สป. รหัสวิชา ภาคเรยี นท่ี 2 นก. ชม./สป. รายวชิ าพ้นื ฐาน 8.0 320 รายวชิ าพ้นื ฐาน 80 320 ท32101 1.0 40 ค32101 ภาษาไทย 3 1.0 40 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 40 ว32101 1.0 40 ว32181 คณิตศาสตร์ 3 1.0 40 ค32102 คณิตศาสตร์ 4 1.0 40 ส32101 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 1 1.0 40 ว32102 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ 2 1.0 40 ส32102 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 40 ว32182 วทิ ยาการคานวณ 2 0.5 20 พ32101 0.5 20 ศ32101 สงั คมศกึ ษาฯ 3 1.0 40 ส32103 สงั คมศกึ ษาฯ 4 0.5 20 ง32101 0.5 20 อ32101 ประวัติศาสตร์ 3 0.5 20 ส32104 ประวตั ิศาสตร์ 4 1.0 40 อ32201 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0.5 20 พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 6.0 240 อ32203 ศิลปะ 3 0.5 20 ศ32102 ศลิ ปะ 4 1.0 40 จ32201 การงานอาชพี 3 0.5 20 ง32102 การงานอาชพี 4 1.0 40 ท30101 ภาษาองั กฤษ 3 1.0 40 อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 40 ว32207 1.0 40 รายวชิ าเพมิ่ เติม รายวิชาเพมิ่ เติม 1.0 40 พ32101 ส30285 -สถานศกึ ษากาหนด 6.0 240 -สถานศกึ ษากาหนด 1.0 40 1.0 40 ภาษาอังกฤษในชีวติ จริง 1 1.0 40 อ32202 ภาษาอังกฤษในชวี ติ จริง 2 ภาษาองั กฤษเพ่อื การทอ่ งเทยี่ ว 1.0 40 อ32204 ภาษาองั กฤษธุรกจิ - ภาษาจีนฟัง-พดู 1 1.0 40 จ32202 ภาษาจีนฟัง-พดู 2 - - เพศวถิ ี 1.0 40 ส30225 กฎหมายเบ้อื งตน้ - 14.0 การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์เบอื้ งต้น 1.0 40 ว33202 โปรแกรมจาลองการทางานคอมพิวเตอร์ -จุดเนน้ ของโรงเรยี น -จดุ เน้นของโรงเรียน กฬี าประเภทบคุ คล-ทมี การทอ่ งเทยี่ วเชงิ วัฒนธรรม 1.0 40 ง30202 อาหารและเคร่ืองดมื่ เพอื่ การกฬี า 1.0 40 ง30203 การจดั การอาหารทอ้ งถนิ่ และนานาชาติ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ลกู เสอื -เนตรนาร/ี นศท. - ลูกเสอื -เนตรนาร/ี นศท. แนะแนว - แนะแนว ชุมนุม - ชมุ นุม กิจกรรมสาธารณประโยชน์ - กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ รวม 14.0 รวม • ๒บา้ นกะทู้

๒๕ โครงสร้างหลกั สตู ร ระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศกึ ษา 2564-2566 แผนการเรียน ศลิ ป์-ภาษาตา่ งประเทศ (จุดเน้นการกีฬาและการท่องเที่ยว,จุดเนน้ การทอ่ งเท่ียวและเทคโนโลยี) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 รหสั วิชา ภาคเรยี นท่ี 1 นก. ชม./สป. รหสั วิชา ภาคเรยี นท่ี 2 นก. ชม./สป. รายวิชาพ้ืนฐาน 8.0 320 รายวชิ าพื้นฐาน 8.0 320 ท33101 1.0 40 ค33101 ภาษาไทย 5 1.0 40 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 40 ว33181 1.0 40 ส33101 คณิตศาสตร์ 5 1.0 40 ค33102 คณิตศาสตร์ 6 1.0 40 พ33101 วทิ ยาการคานวณ 3 1.0 40 ว33161 วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ 0.5 20 ศ33101 สงั คมศกึ ษาฯ 5 1.0 40 ส33103 สงั คมศกึ ษาฯ 6 0.5 20 ง33101 0.5 20 อ33101 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 5 0.5 20 พ33102 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 6 1.0 40 ศลิ ปะ 5 0.5 20 ศ33102 ศลิ ปะ 6 การงานอาชีพ 5 0.5 20 ง33102 การงานอาชพี 6 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 40 อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 รายวิชาเพมิ่ เติม รายวิชาเพ่ิมเติม -สถานศกึ ษากาหนด ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอื่ สาร1 6.0 240 -สถานศกึ ษากาหนด 8.0 320 ภาษาอังกฤษเทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.0 40 อ33201 ภาษาจนี เพอ่ื การสอ่ื สาร1 1.0 40 อ33202 ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร2 1.0 40 อ33203 ความร้เู ก่ียวกับอาชพี 1.0 40 จ33201 ปฏบิ ัตงิ านการพฒั นาคอมพิวเตอร์ 1.0 40 อ33305 ภาษาองั กฤษเตรียมความพรอ้ มเพอ่ื การทางาน 1.0 40 ง30201 -จุดเน้นของโรงเรียน 1.0 40 ว30205 กฬี าประเภทบคุ คล-ทมี 1.0 40 จ33202 ภาษาจนี เพอื่ การส่อื สาร2 ผลติ ภัณฑพ์ ้ืนเมืองและของทร่ี ะลกึ 2.0 80 พ32101 1.0 40 ส30207 โครงการ 2.0 80 ง30208 กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ลูกเสอื -เนตรนาร/ี นศท. 1.0 40 ว30202 คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ืออาชพี - แนะแนว - ชมุ นุม -จดุ เน้นของโรงเรยี น - กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ - 1.0 40 ง30204 การจดั ประชมุ สัมมนาทางการกฬี า 16.0 รวม 1.0 40 ง30206 ธรุ กจิ MICE กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน - ลูกเสอื -เนตรนาร/ี นศท. - แนะแนว - ชมุ นุม - กิจกรรมสาธารณประโยชน์ 14.0 รวม • ๒บา้ นกะทู้

๒๖ โครงสร้างสุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4-6 สาระการเรยี นรู้พนื้ ฐาน พ31101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 1 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต พ31102 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 2 จานวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกติ พ32101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 3 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ พ32102 สุขศึกษาและพลศึกษา 4 จานวน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกติ พ33101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 5 จานวน 20 ช่วั โมง 0.5 หนว่ ยกติ พ33102 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 6 จานวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกติ สาระการเรียนรู้เพม่ิ เตมิ พ31101 ความรู้เบ้อื งตน้ เก่ยี วกบั กีฬา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต พ31102 กีฬาเพือ่ สุขภาพและสมรรถภาพทางกาย จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต พ30101 เพศวถิ ีศกึ ษา จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ พ32101 กีฬาประเภทบุคคล-ทีม จานวน 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกิต • ๒บา้ นกะทู้

๒๗ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน รหสั วชิ า พ31101 วชิ า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศกึ ษากระบวนการสรา้ งเสรมิ ระบบอวัยวะต่าง ๆ ในรา่ งกาย อิทธพิ ลตา่ ง ๆ ท่ีมีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการดาเนินชวี ิต บทบาทและความรบั ผดิ ชอบของบคุ คลที่มตี อ่ การสรา้ งเสรมิ สุขภาพและการปูองกันโรคใน ชุมชน อทิ ธิพลของส่อื โฆษณาเก่ียวกับสขุ ภาพเพ่ือการเลือกบรโิ ภค ความปลอดภยั ในชุมชน สารเสพตดิ การใช้ยา และความรนุ แรง โดยให้ผู้เรียนได้เขา้ กลุ่ม เพ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นาข้อมูลมาใชว้ เิ คราะห์อย่างมเี หตุผล จัดกิจกรรมให้ผเู้ รยี นไดแ้ สดงออก เนน้ การลงมือปฏิบัตจิ ริงจนเกดิ เป็นความร้ตู ิดตัวผ้เู รียน เพอ่ื นาไปทา ประโยชนต์ ่อชมุ ชนและสังคม เห็นคณุ ค่าและความสาคญั ของการดูแลสขุ ภาพ เพื่อนาไปเป็นแนวทางการปฏบิ ัตติ นในชีวติ ประจาวนั เพื่อใชใ้ นการดูแลรักษา และสรา้ งเสรมิ สุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสงั คมในชีวิตประจาวัน รหสั ตัวช้ีวัด พ 1.1 ม.4-6/1 พ 2.1 ม.4-6/1 พ 4.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2 พ 5.1 ม.4-6/1, ม.4-6/4 รวมทั้งหมด 6 ตวั ชี้วดั • ๒บา้ นกะทู้

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรยี นรรู้ ายชวั่ โมง รายวชิ าพื้นฐาน สขุ ศึกษา กลุ่มสาระการเรียนร มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด สาระท่ี 1 สาระที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้ พ 1.1 พ 2.1 121234 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 กระบวนการสรา้ งเสรมิ ระบบอวยั วะต่าง  ๆ ในร่างกาย  • แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1   เรื่อง หลกั การสร้างเสรมิ ระบบการทางาน ของระบบอวยั วะตา่ ง ๆ ในร่างกาย • แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 เรอ่ื ง กระบวนการสรา้ งเสรมิ การทางานของระบบผวิ หนัง ระบบกระดูกและข้อ และระบบกลา้ มเนื้อ • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง กระบวนการสร้างเสรมิ การทางาน ของระบบไหลเวียนโลหติ ระบบทางเดินหายใจ และระบบย่อยอาหาร • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 เรอื่ ง กระบวนการสร้างเสรมิ การทางาน ของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ ระบบตอ่ มไร้ทอ่ ระบบขบั ถ่ายปสั สาวะ • ๒บา้ นกะทู้

๒๘ งท่ีสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วดั รสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 สาระท่ี สาระท่ี 4 สาระที่ 5 3 พ พ พ 4.1 พ 5.1 3.1 3.2 4 12345671234567 สาระที่ 3 อยู่ใน แผนการ จดั การ เรยี นรู้ พลศกึ ษาใน ระดับชน้ั ม.4

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจัดการเรยี นร้รู ายชั่วโมง รายวิชาพนื้ ฐาน สขุ ศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนร มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วดั สาระท่ี 1 สาระท่ี 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ พ 1.1 พ 2.1 121234 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 อิทธพิ ลต่าง ๆ ท่ีมตี ่อพฤติกรรมทางเพศ  และการดาเนินชวี ิต  • แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1 เร่ือง อทิ ธพิ ลของครอบครวั และเพอื่ นที่มตี ่อพฤตกิ รรม ทางเพศและการดาเนินชวี ิต • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง อิทธิพลของสังคมและวัฒนธรรมท่ีมตี อ่ พฤตกิ รรม ทางเพศและการดาเนินชีวิต หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคล ทม่ี ดี ตี ่อการสรา้ งเสรมิ สุขภาพและการป้องกนั โรคในชมุ ชน • แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 1 เรื่อง ความหมายของสุขภาพ การสร้างเสรมิ สุขภาพ และการปูองกันโรค • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เร่ือง แนวรว่ มในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพและการปูองกันโรค ในชุมชน • ๒บา้ นกะทู้

๒๙ งที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด รู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 สาระที่ สาระท่ี 4 สาระที่ 5 3 พ พ พ 4.1 พ 5.1 3.1 3.2 4 12345671234567 สาระท่ี 3 อยู่ใน แผนการ จัดการ เรียนรู้ พลศึกษาใน ระดบั ชั้น ม.4  

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรยี นรรู้ ายช่วั โมง รายวชิ าพ้นื ฐาน สขุ ศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนร มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ดั สาระท่ี 1 สาระท่ี 2 แผนการจัดการเรียนรู้ พ 1.1 พ 2.1 121234 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 อทิ ธพิ ลของสือ่ โฆษณาเกยี่ วกับสุขภาพ เพือ่ การเลอื กบริโภค • แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง ส่อื โฆษณาทีม่ ีอทิ ธิพลต่อการเลอื กบรโิ ภค • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง ข้อควรปฏบิ ัติในการเลือกซ้อื สินคา้ หรอื บรกิ าร หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 ความปลอดภยั ในชุมชน • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง การวางแผนและกาหนดแนวทางในชมุ ชน เพอื่ ลดอุบตั เิ หตุและการสรา้ งเสรมิ ความปลอดภยั ในชมุ ชนเพื่อปูองกันอบุ ัติเหตจุ ากการจราจร • แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 2 เร่อื ง การสรา้ งเสริมความปลอดภัยในชมุ ชนเพ่ือปูองกนั ภยั ธรรมชาติ ความปลอดภยั ในชมุ ชนทีม่ แี หล่งท่องเทีย่ ว และปูองกันปญั หาอาชญากรรม • ๒บา้ นกะทู้

๓๐ งที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั ร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4 สาระที่ สาระท่ี 4 สาระที่ 5 3 พ พ พ 4.1 พ 5.1 3.1 3.2 4 12345671234567 สาระที่ 3  อยู่ใน  แผนการ จดั การ  เรียนรู้  พลศกึ ษาใน ระดบั ช้ัน ม.4

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจัดการเรียนร้รู ายช่ัวโมง รายวิชาพ้ืนฐาน สุขศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นร มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ัด สาระที่ 1 สาระที่ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ พ 1.1 พ 2.1 121234 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 สารเสพติด • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 เรื่อง สารเสพตดิ และการแพรร่ ะบาดของสารเสพตดิ ในประเทศไทย • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การใช้สารเสพตดิ ของวัยรุ่นและการปูองกันการใช้ สารเสพตดิ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 การใชย้ า • แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง ยา รูปแบบ และประเภทของยา • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง ยาปลอม ยาผดิ มาตรฐาน และยาเสอื่ มคุณภาพ • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง ความเสย่ี งกับอนั ตราย และหลกั การประเมนิ พิษท่ีพบ จากการใช้ยา • แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 4 เรื่อง หลกั การใช้ยา และการมีสว่ นร่วมในการปูองกัน ความเสยี่ งต่อการใช้ยา • ๒บา้ นกะทู้

๓๑ งท่ีสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัด รสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4 สาระที่ สาระที่ 4 สาระที่ 5 3 พ พ พ 4.1 พ 5.1 3.1 3.2 4 12345671234567 สาระท่ี 3  อยู่ใน  แผนการ  จัดการ  เรยี นรู้   พลศกึ ษาใน ระดับชนั้ ม.4

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรียนร้รู ายช่ัวโมง รายวิชาพืน้ ฐาน สุขศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนร มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชี้วดั สาระท่ี 1 สาระท่ี 2 แผนการจัดการเรียนรู้ พ 1.1 พ 2.1 121234 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 ความรนุ แรง • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง ความรุนแรงในครอบครัว และการปูองกนั การใช้ ความรนุ แรงในครอบครัว • แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่อง ความรนุ แรงในสงั คม และการปอู งกันการใช้ ความรุนแรงในสงั คม สรปุ   • ๒บา้ นกะทู้

๓๒ งท่ีสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั รู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 สาระท่ี สาระที่ 4 สาระที่ 5 3 พ พ พ 4.1 พ 5.1 3.1 3.2 4 12345671234567 สาระที่ 3  อยู่ใน แผนการ  จัดการ  เรียนรู้ พลศกึ ษาใน ระดับชัน้ ม.4 

๓๓ โครงสร้างรายวิชา รายวิชาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา รหสั วิชา (พ๓๑๑๐๑) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นท๑่ี เวลา ๒๐ ชั่วโมง เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห์ จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ลาดับ ชือ่ หนว่ ย มาตรฐาน สาระสาคญั ชิ้นงาน/ เวลา คะแนน ท่ี การเรียนรู้ การเรียนรู้/ตัวช้ีวัด ภาระงาน ชั่วโมง K P A ๑ กระบวนการ พ ๑.๑ ม.๔-๖/๑  กระบวนการสร้างเสริม - ๔ ๕๓ ๒ สร้างเสรมิ และดารงประสทิ ธภิ าพ - ๒ ๒๒ ๑ - ๒ ๒๒ ๑ ระบบอวัยวะ การทางานของระบบ ต่าง ๆ ใน อวัยวะต่าง ๆ ร่างกาย - การทางานของระบบ อวัยวะ ตา่ ง ๆ - การสรา้ งเสรมิ และดารง ประสิทธิภาพของ อวัยวะตา่ ง ๆ (อาหาร การออกกาลัง กาย นันทนาการ การตรวจ สขุ ภาพ ฯลฯ) ๒ อิทธพิ ลตา่ ง ๆ พ 2.1 ม.4-6/1  อิทธิพลของครอบครัว เพ่ือน ทมี่ ตี อ่ สังคม และวัฒนธรรมทมี่ ี พฤติกรรมทาง ตอ่ เพศและการ พฤติกรรมทางเพศและ ดาเนินชีวิต การดาเนนิ ชีวติ ๓ บทบาทและ พ 4.1 ม.4-6/1  บทบาทและความ ความ รับผดิ ชอบ รับผดิ ชอบ ของบุคคลท่ีมตี ่อการสรา้ ง ของบุคคลที่ เสรมิ มตี อ่ การ สขุ ภาพและการปูองกัน • ๒บา้ นกะทู้

สรา้ งเสริม โรค - ๓๔ สขุ ภาพและ ในชุมชน การปูองกัน - ๒ ๒๒ ๑ โรค 1. อิทธิพลของสื่อโฆษณา - ในชุมชน เกีย่ วกบั สุขภาพ - ๒ ๒๒ ๑ ๔ อิทธิพลของ พ 4.1 ม.4-6/2 2. แนวทางการเลอื ก ๒ ๒๒ ๑ สื่อโฆษณา บรโิ ภค ๔ ๕ ๓๒ เกยี่ วกับ อย่างฉลาดและปลอดภัย ๒ ๒ ๒๑ สุขภาพเพ่ือ ๒๐ ๒๒ ๑๘ ๑๐ การเลือก  การวางแผน กาหนด บริโภค แนวทาง ๕ ความปลอดภยั พ 5.1 ม.4-6/4 ลดอบุ ตั ิเหตุ และสร้าง เสรมิ ในชุมชน ความปลอดภยั ในชมุ ชน ๖ สารเสพตดิ พ 5.1 ม.4-6/1  การจัดกิจกรรมปูองกัน ความเส่ียงต่อการใช้ยา ๗ การใชย้ า พ 5.1 ม.4-6/1 สารเสพติด และความ รนุ แรง ๘ ความรนุ แรง พ 5.1 ม.4-6/1  การจดั กิจกรรมปูองกัน รวม ความเสยี่ งต่อการใช้ยา สารเสพติด และความ รนุ แรง  การจดั กิจกรรมปูองกนั ความเสี่ยงต่อการใชย้ า สารเสพติด และความ รนุ แรง • ๒บา้ นกะทู้

๓๕ อัตราสว่ นคะแนน คะแนนเก็บระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ K : P : A = ๑๖ : ๑๖ : ๘ รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเกบ็ ก่อนสอบกลางภาค = ๒๐ คะแนน สอบกลางภาค = ๒๐ คะแนน คะแนนเกบ็ หลงั สอบกลางภาค = ๓๐ คะแนน สอบปลายภาค = ๒๐ คะแนน ช้ินงาน / ภาระงาน = ๑๐ คะแนน รวม 100 คะแนน ] • ๒บา้ นกะทู้

๓๖ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน รหัสวิชา พ31102 วชิ า สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศึกษาการเคลื่อนไหวรา่ งกายเพอ่ื สุขภาพ การเล่นกีฬาไทยและกฬี าสากล การเคลือ่ นไหว อย่างสร้างสรรคแ์ ละกจิ กรรมนันทนาการ และการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย โดยใช้กระบวนการอภิปราย แลกเปล่ยี นความคิดเห็น ลงมือฝกึ ปฏบิ ัติทงั้ แบบกลุม่ และแบบเดี่ยว มกี ารบนั ทึกจากการปฏบิ ัติ เพือ่ นาขอ้ มลู ไปวิเคราะห์และออกแบบ หรือสร้างทางเลือก เพื่อนาไปพฒั นาการปฏบิ ตั ใิ ห้ดขี ึ้นกว่าเดมิ เหน็ คุณค่าและความสาคัญของการเคลื่อนไหวท่มี ีผลต่อการทากจิ กรรมประจาวนั การออกกาลังกาย และเลน่ กีฬาท่มี ีผลต่อสขุ ภาพร่างกายและจติ ใจ รวมทง้ั เห็นคณุ คา่ ของการเล่นกีฬาไทยและกฬี าสากล จนเกิดค่านิยมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคต์ ดิ ตวั ผ้เู รียน เพ่อื เป็นแนวทางในการสรา้ งเสริมสุขภาพ ของบุคคลในครอบครวั ชุมชน และสงั คม รหสั ตวั ชีว้ ดั พ 3.1ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3 พ 3.2ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 รวมทั้งหมด 7 ตัวชีว้ ัด • ๒บา้ นกะทู้

ตารางวเิ คราะห์แผนการจดั การเรยี นรู้รายชั่วโมง รายวิชาพน้ื ฐาน พลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นร มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชีว้ ัด สาระที่ 1 สาระท่ี 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ พ 1.1 พ 2.1 12 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การเคลือ่ นไหวร่างกายเพื่อสขุ ภาพ  • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 สาระที่ 1 สาระที่ 2  เรอื่ ง การเคลอ่ื นไหวพน้ื ฐานของมนุษยแ์ ละระบบอวัยวะ ท่ีมคี วามสาคัญในการเคลอ่ื นไหว อยูใ่ น อยู่ใน • แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 แผนการ แผนการ  เร่อื ง การออกกาลังกายเพื่อสขุ ภาพ จัดการ จดั การ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรียนรู้ เรยี นรู้ สขุ ศึกษา สขุ ศึกษา  เรือ่ ง การลลี าศ ม.4 ม.4  • แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่ือง การลลี าศจงั หวะบกี นิ  • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3  เรื่อง ประวตั คิ วามเป็นมาและกติกาบาสเกตบอล • แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 เรอ่ื ง ทักษะเบือ้ งต้นของการเลน่ กฬี าบาสเกตบอล • แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 5 เรอ่ื ง การเลน่ บาสเกตบอลเปน็ ฝาุ ยรกุ และฝาุ ยรับ • ๒บา้ นกะทู้

๓๗ งที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วัด รู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 สาระที่ 3 สาระท่ี 4 สาระท่ี 5 พ 3.1 พ 3.2 พ 4.1 พ 5.1 234512341234567   สาระที่ 5   อยู่ใน  แผนการ   จัดการ   เรยี นรู้  สขุ ศกึ ษา  ม.4 

ตารางวิเคราะห์แผนการจดั การเรยี นรรู้ ายช่วั โมง รายวชิ าพนื้ ฐาน พลศึกษา กล่มุ สาระการเรียนร มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั สาระท่ี 1 สาระที่ 2 แผนการจดั การเรยี นรู้ พ 1.1 พ 2.1 12 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล สาระท่ี 1 สาระที่ 2  • แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 อยู่ใน อยใู่ น  แผนการ แผนการ  เรอ่ื ง การแข่งขันบาสเกตบอล จดั การ จัดการ เรียนรู้ เรียนรู้ • แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 สขุ ศกึ ษา สขุ ศกึ ษา เร่ือง กฬี าไทย : มวยไทย ม.4 ม.4 • แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 8 เรอ่ื ง การเลน่ กีฬามวยไทย หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การเคล่ือนไหวอย่างสร้างสรรค์ และกจิ กรรมนันทนาการ • แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง การเคลอ่ื นไหวอย่างสร้างสรรค์ด้วยกจิ กรรม เขา้ จงั หวะ • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การเคลอ่ื นไหวร่างกายประกอบเพลงสยามานสุ ติ • แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่อง การเคลื่อนไหวรา่ งกายประกอบเพลงอย่างสร้างสรรค์ • ๒บา้ นกะทู้

๓๘ งท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั รู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 สาระท่ี 3 สาระท่ี 4 สาระที่ 5 พ 3.1 พ 3.2 พ 4.1 พ 5.1 234512341234567   สาระท่ี 5   อยู่ใน   แผนการ จดั การ  เรียนรู้  สุขศึกษา  ม.4


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook