๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนแนวคดิ เกยี่ วกบั การทาสงครามของคนจีน • ความสาคญั ของนกั การทูต
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนแนวคดิ เกย่ี วกบั การทาสงครามของคนจนี • พลงั ของความสามคั คีช่วยใหบ้ า้ นเมืองอยรู่ อดปลอดภยั จากขา้ ศึกศตั รู o ในการทาสงครามถา้ มีความเป็นน้าหน่ึงใจเดียวกนั ยอ่ มเกิดพลงั ในการต่อสูข้ า้ ศึก o แต่หากขาดซ่ึงความสามคั คีแลว้ ยอ่ มเสียทีแก่ขา้ ศึกโดยง่าย o การที่อว้ นเส้ียวไม่ส่งทหารไปช่วยเล่าปี่ เป็นเหตุหน่ึงท่ีทาใหเ้ ล่าป่ี ปราชยั o การท่ีบิตก๊ บิฮอง กนั หยง ทิ้งเมืองเพราะคิดวา่ จะสูโ้ จโฉมิได้ และ ตนั เต๋งกลบั เปิ ดประตูรับโจโฉเป็นเหตุใหโ้ จโฉยดึ เมืองชีจ๋ิวไดง้ ่าย
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนค่านิยมในการประพฤตปิ ฏบิ ัตขิ องคนในสังคม • ค่านิยมเร่ืองความซ่ือสตั ย์
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนค่านิยมในการประพฤติปฏบิ ตั ขิ องคนในสังคม • ค่านิยมความจงรักภกั ดีต่อพระมหากษตั ริย์
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนค่านิยมในการประพฤตปิ ฏบิ ัตขิ องคนในสังคม • ค่านิยมความกตญั ญูรู้คุณ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนเรื่องความเช่ือของคนในสังคม • ความเช่ือในโชคลาง
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนเร่ืองความเชื่อของคนในสังคม • ความเช่ือในเร่ืองความฝัน
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนเร่ืองความเช่ือของคนในสังคม • ความเชื่อเรื่องบุญกรรมท่ีตนไดก้ ระทาไว้
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนเกยี่ วกบั ขนบธรรมเนียมประเพณตี ่างๆของสังคมจนี • การจดั เล้ียง
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนเกย่ี วกบั ขนบธรรมเนียมประเพณตี ่างๆของสังคมจีน • การใหข้ องกานลั
• สามก๊กตอนท่ีเรียนน้ีเป็นตอนที่เนน้ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรมของตวั ละคร o ความจงรักภกั ดี ความซื่อสตั ย์ ความกตญั ญู การยดึ ถือสจั จะ • ถือเป็นค่านิยมที่ทุกสงั คมยกยอ่ ง เพียงแต่ในแต่ละสงั คมใหค้ วามสาคญั มาก นอ้ ยต่างกนั • ขอ้ คิดและแนวคิดที่ไดจ้ ากพฤติกรรมของตวั ละครกเ็ ป็นลกั ษณะที่สงั คม ยอมรับและยงั คงทนั สมยั อยเู่ สมอ
๓หน่วยการเรียนรู้ท่ี กาพย์เห่เรือ กาพย์เห่เรือ พรรณนาถงึ รูปลกั ษณ์สวยงามแปลกตา สมรรถนะของเรือพระทนี่ ่ังและเรือลาต่างๆ กระบวนเห่เรือ ตลอดจนความสามคั คี พรักพร้อมของพลพายที่ร่วมกระบวน
๑ ความเป็ นมา • ประเพณีการเห่เรือ เป็นมรดกทางวฒั นธรรมของไทย ในปัจจุบนั กย็ งั ถือวา่ เป็น พระราชพิธีท่ีสาคญั อยา่ งหน่ึง • การเห่เรือหลวงจะใชก้ าพยเ์ ห่เรือประกอบการเห่ในพระราชพธิ ีทางชลมารค • การเห่เรือสาหรับพลพายในกระบวนเรือเสด็จ เพื่อเป็นเคร่ืองผอ่ นแรงและให้ เกิดความเพลิดเพลิน ตลอดจนทาใหเ้ กิดจงั หวะพายพร้อมเพรียงกนั • กาพยเ์ ห่เรือของเจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร เป็นพระนิพนธท์ ่ีมีค่ายง่ิ ในวรรณคดีไทย เพราะทรงนิพนธก์ าพยเ์ ห่เรือข้ึนเป็นพระองคแ์ รก จึงถือวา่ เป็นฉบบั ครู และ เป็นตน้ แบบใหก้ วใี นสมยั หลงั นิยมใชค้ าประพนั ธป์ ระเภทกาพยเ์ ห่เรือตามแบบ ของพระองค์
๒ ประวตั ผิ ู้แต่ง • เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร หรือเจา้ ฟ้ากงุ้ เป็นพระราชโอรสพระองค์ แรกในสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ พระราชชนนี คือ พระ พนั วสั สาใหญ่ กรมหลวงอภยั นุชิตผสู้ ืบเช้ือสายจากตระกูล พราหมณ์เพชรบุรี • ประสูติเม่ือ พ.ศ. ๒๒๔๘ เมื่อมีพระชนมายคุ รบ ๑๙ พรรษา ไดร้ ับการสถาปนาข้ึนเป็นเจา้ ฟ้ากรมขนุ เสนาพิทกั ษ์ • พระราชบิดาเอาพระทยั สนิทเสน่หากรมขนุ สุเรนทรพทิ กั ษผ์ ู้ เป็นพระราชนดั ดา เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรทรงไม่พอพระทยั จึง ใชพ้ ระแสงดาบฟันกรมขนุ สุเรนทรพิทกั ษ์ • พระราชชนนีจึงทรงจดั การใหเ้ จา้ ฟ้าธรรมธิเบศรผนวชท่ีวดั โคกแสงเพ่อื หนีราชภยั เม่ือ พ.ศ. ๒๒๗๘
๒ ประวตั ผิ ้แู ต่ง (ต่อ) • สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศทรงแต่งต้งั เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร เป็นกรมพระราชวงั บวรสถานมงคล และแต่งต้งั ใหเ้ ป็นพระ มหาอุปราชเสวยบวรราชสมบตั ิ หนา้ ที่ท่ีสาคญั คือการทานุ บารุงปฏิสงั ขรณ์พระอารามหลวงหลายแห่ง • เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรถูกลงพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ โดยพงศาวดารกล่าววา่ มีผกู้ ราบบงั คมทูลฟ้องวา่ ทรงเป็นชูก้ บั เจา้ ฟ้าสงั วาลยแ์ ละเจา้ ฟ้านิ่ม พระสนมในสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ
๓ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร มี ๒ ตอน • ตอนที่ ๑ กล่าวชมกระบวนเรือ ชมปลาชมไม้ ชมนก และแทรกบทคร่าครวญถงึ นางอนั เป็นท่ีรัก • ตอนท่ี ๒ เป็นบทเห่เรียกวา่ เห่กากีและเห่สงั วาส ซ่ึงเป็นบทคร่าครวญถึงนางอนั เป็นท่ีรักเพยี งอยา่ งเดียว ลกั ษณะการแต่งกาพย์เห่เรือประกอบด้วย • โคลงส่ีสุภาพ ๑ บท ใชเ้ ป็นบทนากระบวนความพรรณนาแต่ละตอน • กาพยย์ านี ๑๑ ไม่จากดั จานวนบทจนจบตอน • ข้ึนตน้ ตอนใหม่ดว้ ยโคลงสี่สุภาพอีก ๑ บท ตามดว้ ยกาพยย์ านี
๔ เร่ืองย่อ ตอนที่ ๑ • ชมกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค ต้งั แต่ “พระเสดจ็ โดยแดนชล ทรงเรือตน้ งาม เฉิดฉาย” • ต่อจากชมกระบวนเรือ วา่ ดว้ ยชมปลา ชมไม้ ชมนก เป็นลกั ษณะนิราศ • กาพยเ์ ห่เรือน้ีเห็นไดใ้ นสานวนวา่ เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรทรงนิพนธส์ าหรับเห่เรือ พระที่นง่ั ของพระองคเ์ อง เม่ือคร้ังตามเสดจ็ ไปนมสั การพระพทุ ธบาทในเวลาเชา้ พอตกเยน็ กถ็ ึงท่าเจา้ สนุก
๔ เร่ืองย่อ (ต่อ) ตอนท่ี ๒ • เป็นคาสงั วาสยกเรื่องพระยาครุฑลกั พานางกากีมาทาบทเห่กากีและบทเห่สงั วาส • ข้ึนตน้ วา่ “กางกรโอบอุม้ แกว้ เจา้ งามแพร้วสบสรรพางค”์ • แลว้ วา่ ต่อไปเป็นกระบวนสงั วาส จนจบ • ยกมาเพยี งบางตอน คือ บทเห่ครวญ ซ่ึงเป็นบทพรรณนาความอาลยั รักอยา่ งลึกซ้ึง
๔ เร่ืองย่อ (ต่อ) ความหมายเห่ชมกระบวนเรือ • เรือกระบวนพยหุ ยาตรา ท้งั เรือพระที่นง่ั เรือพระบรมวงศานุวงค์ เรือขนุ นาง ขา้ ราชการ o เรือครุฑจบั นาค (ครุฑยดุ นาค) หรือเรือไกรสมุข เรือศรีสรรถชยั เรือ สุพรรณหงส์ เรือชยั เรือคชสีห์ เรือมา้ เรืองสิงห์ เรือนาควาสุกรี เรือมงั กร เรือเลียงผา เรืออินทรี • ทรงพรรณนาความวจิ ิตรงดงามของเรือต่างๆ แสดงใหเ้ ห็นถึงแสงยานุภาพของ กระบวนเรือพยหุ ยาตรา
๔ เร่ืองย่อ (ต่อ) ความหมายเห่ชมปลา • เป็นการราพึงราพนั คิดถึงนางอนั เป็นที่รักเม่ืออยหู่ ่างไกลกนั • โดยช่ืนชมความงามของปลาชนิดต่างๆ เปรียบเทียบกบั ความงามของนางผเู้ ป็นท่ีรัก ความหมายเห่ชมไม้ • เป็นการพรรณนาชมพรรณไม้ ดอกไม้ ชนิดต่างๆ ถึงความหอมจากกล่ินดอกไม้ • เปรียบเทียบความงามของนางผเู้ ป็นที่รักและความระลึกถึงงานฝีมือทนี่ างเคยทาให้ เกบ็ ไวเ้ ชยชม
๔ เร่ืองย่อ (ต่อ) ความหมายเห่ชมนก • เป็นการพรรณนาความเดียวดายของตนเองที่ไม่ตอ้ งการจากนางผเู้ ป็นท่ีรัก • เปรียบเทียบความงามของนางและความระลึกถึงนางเมื่อคร้ังที่อยเู่ คียงกนั ความหมายเห่ครวญ • เป็นการพรรณนาในยามค่าคืน ถึงความเศร้า เสียใจและคิดถึงนางผเู้ ป็ นท่ีรัก ท่ีตอ้ งจากไกลมาต้งั แต่เชา้ จรดเยน็ แมน้ เพียง ๑ วนั กเ็ หมือนนาน ๑ ปี
๕ บทวเิ คราะห์ ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา รูปแบบ • เป็นบทร้อยกรองประเภทกาพยเ์ ห่ ใชค้ าประพนั ธ์ ๒ ประเภท • โคลงส่ีสุภาพกบั กาพยย์ านี ๑๑ • เน้ือหาแต่ละตอนข้ึนตน้ ดว้ ยโคลงสี่สุภาพ ๑ บท ตามดว้ ยกาพยย์ านี ๑๑ • แต่งเลียนความและขยายความโคลงบทนาจะแต่งอีกกี่บทกไ็ ดไ้ ม่จากดั จานวนบท • กาพยย์ านีบทแรกจะตอ้ งเลียนความจากโคลงสี่สุภาพบทท่ีข้ึนตน้ ทาใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจเน้ือหาไดอ้ ยา่ งชดั เจน เพราะไดส้ รุปใจความสาคญั ไวเ้ บ้ืองตน้ แลว้ มีการใหร้ ายละเอียดเพมิ่ เติม
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา รูปแบบ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเร่ือง (โครงเร่ือง) • มีการจดั ลาดบั ความ • เวลาเชา้ แสงแดดส่องประกายเรืองรอง กล่าวชมกระบวนเรือใน กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค • เวลากลางวนั ชมปลาและชมไมน้ านาชนิดในระหวา่ งทางเสดจ็ ฯ • เวลาเยน็ ช่วงนกกาเร่ิมบินกลบั รังจึงมีการชมนกมากมายหลายชนิด • เวลาค่าคืนมีบรรยากาศเงียบเหงาอา้ งวา้ ง เปล่าเปลี่ยวจึงเป็นการ พรรณนาคร่าครวญอารมณ์ความรู้สึก ความรัก ความทุกข์ อนั เกิดจาก การพลดั พรากจากนางผเู้ ป็นท่ีรัก
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๑. คุณค่าด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเร่ือง (กลวธิ ีการแต่ง) • เจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรทรงพระนิพนธส์ ่ิงท่ีพบเห็นในระหวา่ งทาง • ทรงพรรณนาราพึงราพนั ถึงนางผเู้ ป็นท่ีรักไปดว้ ย • มีการชมธรรมชาติระคนกบั การคร่าครวญ • มีการเปรียบเทียบอารมณ์กวกี บั ตวั เอกในวรรณคดี • กาพยเ์ ห่เรือเจา้ ฟ้าธรรมธิเบศรมีลกั ษณะเป็นนิราศ ซ่ึงกลวิธีการแต่ง เช่นน้ีใชเ้ ป็นแบบอยา่ งในการแต่งกาพยเ์ ห่เรือในสมยั ต่อมา
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การเลือกใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งตรงตามความหมายท่ีตอ้ งการ o กล่าวถึงนางผเู้ ป็นที่รัก จึงเลือกเฟ้นท้งั เสียงและความหมายให้ เหมาะแก่คณะและสมั ผสั ตามขอ้ บงั คบั ของฉนั ทลกั ษณ์
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การเลือกใชค้ าท่ีเหมาะสมแก่เน้ือเร่ืองและฐานะของบุคคลในเร่ือง
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การใชค้ าโดยคานึงถึงเสียง o การเล่นเสียงสมั ผสั ทาใหเ้ กิดความไพเราะ โดยใชส้ มั ผสั ในท้งั สมั ผสั สระและสมั ผสั พยญั ชนะ ทาใหเ้ สียงของกาพยร์ ่ืนหู มี สมั ผสั คลอ้ งจองกนั ใหค้ วามรู้สึกถึงความราบรื่น ไพเราะ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การใชค้ าโดยคานึงถึงเสียง o การเล่นคาพอ้ งเสียง เล่นคาในลกั ษณะพอ้ งรูปพอ้ งเสียง
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การใชค้ าโดยคานึงถึงเสียง o การใชค้ าเลียนเสียงธรรมชาติ เป็นการใชค้ าบ่งบอกหรือเลียน เสียงท่ีเกิดข้ึน ทาใหผ้ อู้ ่านและผฟู้ ังเห็นภาพและเกิดความรู้สึก
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การสรรคา • การใชค้ าโดยคานึงถึงเสียง o การซ้าคา เป็นการสร้างสุนทรียภาพใหเ้ กิดข้ึนท้งั ในดา้ นภาพ และเสียงโดย การใชค้ าๆ เดียวกนั แทรกไปเป็นระยะๆ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การใช้ภาพพจน์ • การใชภ้ าพพจน์อุปมา o เป็นการเปรียบเทียบส่ิงหน่ึงวา่ เหมือนอีกสิ่งหน่ึงโดยใชค้ าเช่ือมท่ี แสดงความหมายวา่ เหมือนกนั เช่น คาวา่ เหมือน ดงั เพียง
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ การใช้ภาพพจน์ • การใชภ้ าพพจนอ์ ุปลกั ษณ์ o เป็นการเปรียบเทียบโยงความคิดอยา่ งหน่ึงไปสู่ความคิดหน่ึง โดยใชค้ าวา่ คือ เป็น
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ลลี าการประพนั ธ์ • เสาวรจนี o บทชมความงามทางธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม o เป็นลกั ษณะเด่นของกาพยเ์ ห่เรือเจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร o เน้ือเรื่องมีท้งั บทเห่ชมกระบวนเรือ บทเห่ชมปลา บทเห่ชมไม้ บทเห่ชมนก ลว้ นแลว้ แต่ชมความงามไดอ้ ยา่ งไพเราะ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ลลี าการประพนั ธ์ • สลั ลาปังคพสิ ยั o บทแสดงความเศร้าโศก อาลยั อาวรณ์ o กวรี าพนั ความรู้สึก ความรักอาลยั ที่มีต่อนางผเู้ ป็นท่ีรัก
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนวถิ ชี ีวติ ความเป็ นอยู่ของคนในสังคม • ความสาคญั ของการคมนาคมทางน้า o สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความผกู พนั กบั สายน้า การคมนาคมทางน้า ทา ไดโ้ ดยสะดวก จึงอาศยั การคมนาคมทางน้าเป็นส่วนใหญ่
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนวถิ ีชีวติ ความเป็ นอยู่ของคนในสังคม • การเทียบเวลาในสมยั ก่อน o สมยั โบราณใชฆ้ อ้ งและกลองตีบอกเวลา ซ่ึงฆอ้ งบอกสญั ญาณ เป็น “โมง” คู่กบั กลองท่ีตีบอกสญั ญาณเป็น “ทุ่ม”
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย • ประเพณีการเห่เรือ o เรือตน้ หรือเรือก่ิง มี ๔ ลา
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย • ประเพณีการเห่เรือ o เรือชยั มีการกระทุง้ เส้าใหจ้ งั หวะประกอบการพายเรือ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย • ประเพณีการเห่เรือ o เรือรูปสตั ว์ หรือเรือเหล่าแสนยากร
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย • ประเพณีการเห่เรือ o เรือริ้ว คือ เรือประกอบกระบวนเห่ จดั เป็นหลายๆ สาย แล่นเรียง ขนานกนั
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย • การแต่งกายของสตรีไทยในอดีต o สตรีไทยในอดีตนิยมใชผ้ า้ สไบห่มคลุมไหล่ ทาดว้ ยผา้ ท่ีทอดว้ ย ไหมควบกบั ทองแล่งหรือเงินแล่ง แบบผา้ ทองหรือผา้ เงิน o คนท่ีจะสวมใส่ตอ้ งเป็นผมู้ ียศ มีศกั ด์ิ มีเช้ือสายชาติตระกลู สูง o สมยั โบราณใชผ้ า้ ไหมท่ีทอควบกบั เสน้ เงินหรือเสน้ ทองจริงๆ
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย • การไวท้ รงผมของสตรี o สตรีไทยในอดีตนิยมไวผ้ มยาวประบ่าและเกบ็ ไรผมหรือผม อ่อนท่ีลอ้ มกรอบหนา้ o คนโบราณนิยมกนั ไร คือจะถอนผมอ่อนที่ลอ้ มกรอบหนา้ ออก ทาใหห้ นา้ นวลผอ่ ง ดูเด่นชดั ยง่ิ ข้ึน
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย • การทาเครื่องหอมจากดอกไมช้ นิดต่างๆ o มะลิ กระดงั งา กหุ ลาบ ปรุงดว้ ยเครื่องหอม แลว้ บรรจุใส่ถุงผา้ โปร่งเลก็ ๆ ทาเป็นรูปร่างต่างๆ ใหก้ ลิ่นหอมติดกายและเส้ือผา้ ของหญิงสาว
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนไทย • การร้อยกรองดอกไม้ o สตรีจะมีลกั ษณะเป็นแม่บา้ นแม่เรือน มีฝีมือในการประดิษฐ์ o โดยเฉพาะงานดอกไมจ้ ะมีฝีมือในการร้อยกรองดอกไมเ้ ป็นอุบะ มาลยั และใชม้ าลยั แสดงความรักแทนตวั
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม • บทบาทของพระมหากษตั ริยต์ ่อประชาชนในสงั คมไทย o ทรงปฏิบตั ิพระองคอ์ ยา่ งเหมาะสม และทรงเมตตาครอบครัว ขนุ แผน เพราะเห็นแก่ความดีความชอบที่สร้างไวใ้ หแ้ ก่บา้ นเมือง o ตอ้ งแกป้ ัญหาระดบั ประเทศ ระดบั ครอบครัวของไพร่ฟ้าขา้ แผน่ ดิน o ตอ้ งจรรโลงไวซ้ ่ึงแบบแผนจริยธรรมอนั ดีงาม ปัจจยั ดา้ นค่านิยม ของสงั คม
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวฒั นธรรม • บทบาทของพระมหากษตั ริยต์ ่อประชาชนในสงั คมไทย
๕ บทวเิ คราะห์ (ต่อ) ๓. คุณค่าด้านสังคม สะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวฒั นธรรม • บทบาทของสตรีในสงั คมไทย o เมื่อตอ้ งรับบทพลเมืองกเ็ ป็นพลเมืองตามที่ผปู้ กครองพึงปรารถนา
• กาพยเ์ ห่เรือเจา้ ฟ้าธรรมธิเบศร เป็นกาพยเ์ ห่เรือม่ีคุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ เป็นอยา่ งยง่ิ • มีการใชถ้ อ้ ยคาบรรยายใหเ้ กิดภาพ เห็นความโอ่อ่าของกระบวนพยหุ ยาตราทาง ชลมารค • ใชค้ าพรรณนาใหเ้ กิดอารมณ์คลอ้ ยตาม ใชถ้ อ้ ยคากระชบั ชดั เจน ไพเราะท้งั เสียง และมีความหมายอนั ลึกซ้ึง • มีประโยชน์ใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั กระบวนเรือ ช่ือปลา ชื่อพรรณไม้ และพรรณนา ถึง ชื่อนกนานาชนิด • สอดแทรกใหเ้ ห็นสภาพสงั คมในสมยั ท่ีประพนั ธไ์ ดอ้ ยา่ งแนบเนียน
๔หน่วยการเรียนรู้ท่ี สามัคคเี ภทคาฉันท์ สามคั คเี ภทคาฉันท์ประกอบด้วยฉันท์หลากหลายชนิดใน การดาเนินเร่ือง มีเนื้อหาทเ่ี ป็ นคตสิ อนใจ เน้นให้เห็นสามคั คธี รรม เป็ นหลกั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214