๖๙ นโยบายของคณะกรรมการโครงการและแผนงานที่จะจัดทําในภายหนาประกอบกัน๒๙นอกจากน้ี องค@การ มหาชนยังมีหนาท่ีตามกฎหมายในการจัดทํางบดุลงบการเงินและบัญชีทําการสงผูสอบบัญชีภายในหนึ่งรอย ย่ีสิบวันนับแตวันส้ินปGบัญชีทุกปGและใหสํานักงานตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการ แตงต้ังดวยความเห็นชอบของสํานักงานตรวจเงินแผนดินเปNนผูสอบบัญชีและประเมินผลการใชจายเงินและ ทรัพย@สินขององค@การมหาชนโดยใหแสดงความคิดเห็นเปNนขอวิเคราะห@วาการใชจายดังกลาวเปNนไปตาม วัตถุประสงค@ประหยัดและไดผลตามเปpาหมายเพียงใดแลวทําบันทึกรายงานผลการสอบบัญชีตอคณะ กรรมการบริหารในทกุ รอบปGอกี ดวย๓๐ ๓.๒.๒.๒ การจัดการศึกษาโดยโรงเรียนนิติบุคคลที่มีสถานะเป4นองค3การมหาชนตามกฎหมาย กับกระทรวงศึกษาธกิ ารในฐานะผูมอี าํ นาจตามกฎหมายในการจัดการศึกษา เมอื่ พิจารณาจากโครงสรางการบริหารจัดการองค@การมหาชนดังกลาวขางตน พบวาการจัดการศึกษา โดยสถานศึกษาท่ีมีความคลองตัวสูงในลักษณะขององค@การมหาชนนั้น เปNนรูปแบบที่ใชกับ “โรงเรียนมหิดล วิทยานุสรณ3”ซ่ึงเดิมเปNนโรงเรียนในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการและตอมาไดมีการตราพระราชกฤษฎีกา กําหนดใหมีสถานะเปNนองค@การมหาชนตามพระราชบัญญัติองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซ่ึงถือไดวาเปNน โรงเรยี นตนแบบของการจดั การศึกษาท่ีมคี วามคลองตวั และเปNนอิสระแยกออกจากกระทรวงศึกษาธิการซึ่งการ ศึกษาวิจัยน้ีจะขอนําการจัดต้ัง โครงสราง และระบบการบริหารงานของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@เปNน กรณีศึกษาเพื่อประกอบการทําความเขาใจเก่ียวกับการจัดการศึกษาโดยสถานศึกษาท่ีเปNนองค@การมหาชน ดังรายละเอียดตอไปนี้ ๑. การจดั ตง้ั โรงเรยี นมหดิ ลวิทยานุสรณ3ใหเปน4 องค3การมหาชนตามกฎหมาย แมขอเทจ็ จรงิ ปรากฏวาโรงเรียนมหดิ ลวิทยานุสรณ@จะเปNนสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ตาม หากแตภายใตการบริหารจัดการการศึกษาโดยคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน และภายใตอํานาจในการ บริหารจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบกับการท่ีรัฐบาลไดมีนโยบายสงเสริมการจัด การศกึ ษาสําหรบั ผมู ีความสามารถพเิ ศษดานคณติ ศาสตร@และวทิ ยาศาสตรข@ นึ้ จึงไดมีการตราพระราชกฤษฎีกา จดั ต้งั โรงเรยี นมหิดลวทิ ยานสุ รณด@ าํ เนนิ การนาํ รองจดั การศึกษาสําหรบั ผมู คี วามสามารถพิเศษดานคณิตศาสตร@ และวทิ ยาศาสตร@เพ่อื ตอบสนองนโยบายการพฒั นากําลังคนดานคณิตศาสตร@ วิทยาศาสตร@ และเทคโนโลยีของ รัฐบาล ซ่ึงกระทรวงศึกษาธิการไดประกาศจัดต้ังใหโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@เปNนสถานศึกษาท่ีเปqดสอน เฉพาะสายวิทยาศาสตร@ภายใตเหตุผล “เพื่อส&งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร3และคณิตศาสตร3ใน โรงเรียน” โดยรัฐบาลมีนโยบายที่จะใหเด็กและเยาวชนท่ีมีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร@และ คณิตศาสตร@ไดพัฒนาอยางเต็มศักยภาพ ซึ่งเหตุผลดังกลาวจําเปNนตองมีวิธีการและหลักสูตรที่มีลักษณะพิเศษ อันแตกตางจากการเรียนการสอนในโรงเรียนปกติ กระทรวงศึกษาธิการจึงไดจัดใหมีโรงเรียนวิทยาศาสตร@ขึ้น เปNนการเฉพาะ เพื่อใหเปNนโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร@อยางเขมขนใหแกนักเรียนท่ีมี ความสามารถเปNนพิเศษในทางวิทยาศาสตร@และคณิตศาสตร@เพื่อเปNนการเตรียมพ้ืนฐานสําหรับบุคคลที่มี คุณภาพสูงเพ่ือการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในการที่จะสรางนักวิชาการอันยอดเยี่ยมของประเทศ ๒๙พระราชบัญญตั ิองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๔๒ ๓๐มาตรา๔๐ใหองคก@ ารมหาชนจดั ทํางบดลุ งบการเงนิ และบญั ชที าํ การสงผสู อบบญั ชีภายในหนง่ึ รอยย่ีสบิ วนั นบั แตวันสน้ิ ปบG ัญชที กุ ปG ในทุกรอบปGใหสํานักงานตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงตั้งดวยความเห็นชอบของสํานักงานตรวจเงิน แผนดินเปNนผูสอบบัญชีและประเมินผลการใชจายเงินและทรัพย@สินขององค@การมหาชนโดยใหแสดงความคิดเห็นเปNนขอวิเคราะห@วาการใชจาย ดังกลาวเปนN ไปตามวตั ถปุ ระสงคป@ ระหยัดและไดผลตามเปpาหมายเพยี งใดแลวทําบนั ทกึ รายงานผลการสอบบญั ชีตอคณะกรรมการ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพ่ือพฒั นาคุณภาพการศึกษา
๗๐ และเพอื่ ท่จี ะใหโรงเรียนทจ่ี ัดต้ังข้นึ มกี ารบริหารและการจัดการเรียนการสอนที่มีความเปNนอิสระ คลองตัว และ มปี ระสทิ ธิภาพ จงึ ไดมีการตราพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ใหเปNนโรงเรียนท่ีมีฐานะเปNน องค@การมหาชนตามกฎหมายวาดวยองค@การมหาชนเพื่อเปNน“โรงเรียนตนแบบ”เมื่อพิจารณาจากพระราช กฤษฎกี าจัดตั้งโรงเรยี นมหิดลวิทยานุสรณ@จะพบวา กฎหมายไดกําหนดใหจัดต้ังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ข้ึน โดยมีวัตถุประสงค@“เพ่ือบริหารจัดการและดําเนินการจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาที่ม&ุงเนน ความเป4นเลิศทางดานวิทยาศาสตร3และคณิตศาสตร3สําหรับนักเรียนที่มีศักยภาพสูงทางวิทยาศาสตร3และ คณิตศาสตร3”๓๑ โดยมีอํานาจหนาท่ีในการดําเนินการเรียนการสอนท่ีมุงเนนความเขมขนของการเรียน การสอนทางดานวิทยาศาสตร@และคณิตศาสตร@สําหรับนักเรียนท่ีมีศักยภาพสูงทางวิทยาศาสตร@และ คณิตศาสตร@หนาที่ในการจัดทําหลักสูตรวิธีการเรียนการสอน สื่อและอุปกรณ@การเรียนการสอนสําหรับใชใน โรงเรียนหนาที่ในการดําเนินการและสงเสริมใหหนวยงานที่เก่ียวของและภาคเอกชนเขามามีสวนรวมใน การพัฒนามาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนและหนาท่ีในการใหบริการพิเศษทางดานการเรียนการสอน วิทยาศาสตร@และคณิตศาสตร@และอยูภายใตการกํากับดูแลของรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ๓๒ ซ่ึงภายใตอํานาจหนาท่ีในการกํากับดูแลดังกลาว กฎหมายกําหนดใหรัฐมนตรีมีอํานาจหนาท่ีกํากับดูแล การดาํ เนนิ กจิ การของโรงเรียนใหเปNนไปตามกฎหมายและใหสอดคลองกับวัตถุประสงค@ของการจัดตั้งโรงเรียน นโยบายของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีท่ีเก่ียวกับโรงเรียนและเพ่ือใหการดําเนินการดังกลาวบรรลุ วัตถุประสงค@ของการจัดตั้งโรงเรียน กฎหมายจึงกําหนดใหรัฐมนตรีมีอํานาจส่ังใหโรงเรียนชี้แจงแสดงความ คิดเห็น ทํารายงานหรือยับยั้งการกระทําของโรงเรียนท่ีขัดตอวัตถุประสงค@ของการจัดตั้งโรงเรียนนโยบายของ รัฐบาล หรือมติคณะรฐั มนตรที ีเ่ กี่ยวกบั โรงเรยี น ตลอดจนส่ังสอบสวนขอเท็จจรงิ เกยี่ วกับการดาํ เนนิ การได๓๓ ๒. สถานะทางกฎหมายของโรงเรียนมหิดลวทิ ยานุสรณ3 โดยผลของการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดใหจัดต้ังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ใหเปNนองค@การ มหาชนตามบทบัญญัตขิ องพระราชกฤษฎกี าจัดตั้งโรงเรยี นมหิดลวิทยานุสรณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่ออกตามความใน กฎหมายวาดวยองค@การมหาชนท่ีไดกําหนดใหองค@การมหาชนมีสถานะเปNน “หน&วยงานของรัฐและเป4น นิติบุคคล” ซ่ึงความเปNนนิตบิ คุ คลโดยผลทางกฎหมายนน้ั ยอมสงผลใหโรงเรียนมหดิ ลวิทยานุสรณ@มีสถานะเปNน บุคคลตามกฎหมายที่จะสามารถเปNนผูทรงสิทธิ์ในทางกฎหมาย ซ่ึงยอมสามารถใชสิทธิเขาทํานิติกรรมเพื่อ ผูกพันไดในนามของตนเอง สามารถถือครองกรรมสิทธ์ิในทรัพย@สินไดในนามของตนเอง ตลอดจนสามารถเปNน โจทก@หรือถูกฟpองคดีไดในนามตนเอง อันเปNนสถานะท่ีบุคคลตามกฎหมายเทาน้ันที่พึงมี๓๔และโดยที่โรงเรียน ๓๑มาตรา๗ ใหโรงเรียนมีวัตถุประสงคเ@ พือ่ บรหิ ารจดั การและดาํ เนินการจดั การเรยี นการสอนในระดบั มัธยมศกึ ษาที่มงุ เนนความเปNนเลิศ ทางดานวทิ ยาศาสตรแ@ ละคณติ ศาสตรส@ ําหรบั นกั เรียนทม่ี ศี กั ยภาพสงู ทางวทิ ยาศาสตรแ@ ละคณติ ศาสตร@ ๓๒มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการรกั ษาการตามพระราชกฤษฎีกาน้ี ๓๓มาตรา ๓๙ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจหนาท่ีกํากับดูแลการดําเนินกิจการของโรงเรียนใหเปNนไปตามกฎหมายและใหสอดคลองกับ วัตถุประสงค@ของการจัดตัง้ โรงเรียนนโยบายของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวกับโรงเรียนเพื่อการนี้ใหรัฐมนตรีมีอํานาจสั่งใหโรงเรียนช้ีแจง แสดงความคิดเห็น ทํารายงานหรือยับย้ังการกระทําของโรงเรียนที่ขัดตอวัตถุประสงค@ของการจัดต้ังโรงเรียนนโยบายของรัฐบาล หรือมติ คณะรฐั มนตรีท่ีเกย่ี วกบั โรงเรียน ตลอดจนสงั่ สอบสวนขอเทจ็ จรงิ เก่ียวกับการดําเนินการได ๓๔มาตรา ๙ นอกจากอาํ นาจหนาทีต่ ามมาตรา ๘ ใหโรงเรยี นมอี าํ นาจทํากิจการดงั ตอไปนด้ี วย (๑) ถือกรรมสทิ ธิ์ มีสทิ ธคิ รอบครองและมที รพั ยสิทธติ าง ๆ (๒) กอตงั้ สิทธิ หรอื ทํานิติกรรมใดๆ เกยี่ วกบั ทรพั ย@สิน (๓)ทาํ ความตกลงและรวมมือกับองค@การหรอื หนวยงานในประเทศและตางประเทศหรอื องค@กรปกครองสวนทองถ่ินในกิจการท่ีเก่ียวกับ การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตรแ@ ละคณิตศาสตรข@ องโรงเรยี น (๔)จัดใหมีและใหทุนเพอื่ สนับสนนุ การศกึ ษาของนกั เรียนและการดาํ เนนิ งานของโรงเรียน (๕)เขารวมทุนกับนติ บิ คุ คลอ่ืนในกจิ การทเ่ี ก่ยี วกบั วัตถุประสงคข@ องโรงเรยี น รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๗๑ มหิดลวทิ ยานุสรณ@เปNนหนวยงานของรัฐที่มหี นาที่ในการจัดทาํ บริการสาธารณะดานการศึกษา ดังน้ัน กฎหมาย จึงไดกําหนดใหโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@เปNนหนวยงานท่ีไดรับเงินงบประมาณจากรัฐในลักษณะของ “เงิน อุดหนุนทั่วไป”๓๕และเพ่ือใหมีความคลองตัวในการใชจายสูงเนื่องจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@เปNน สถานศึกษาของรัฐที่มีหนาท่ีจัดทําบริการสาธารณะดานการศึกษา และโดยท่ีภารกิจนั้นมิใชภารกิจท่ีมี วัตถุประสงค@ในการแสวงหาผลกําไร ดังนั้น ในพระราชกฤษฎีการจัดต้ังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@จึงได กําหนดการรับรองสถานะและการคุมครองทรัพย@สินของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ที่เปNนทรัพย@สินของรัฐไว ดวย ดงั จะเห็นไดจากกรณที ก่ี ฎหมายไดกําหนดใหอสังหาริมทรัพย@ซึ่งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ไดมาจากการ ใหหรือซ้ือดวยเงินรายไดของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ใหตกเปNนกรรมสิทธ์ิของโรงเรียน และใหโรงเรียน มหิดลวิทยานุสรณ@มีอํานาจในการปกครองดูแลบํารุงรักษาใชจําหนายและจัดหาประโยชน@จากทรัพย@สินของ โรงเรยี นดวยตนเอง๓๖นอกจากนี้ หากมกี ารฟpองรองคดกี ฎหมายยังกําหนดใหทรพั ย@สนิ ของโรงเรียนมหิดลวิทยา นุสรณ@ไมอยูในความรับผิดชอบแหงการบังคับคดี๓๗และในกรณีท่ีมีการยุบเลิกโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ กฎหมายกําหนดใหมีเจาหนาที่ทําการตรวจสอบทรัพย@สินและชําระบัญชีรวมท้ังการโอนหรือการจําหนาย ทรัพยส@ ินทีย่ ังคงเหลืออยูและการจัดการเกี่ยวกับบุคลากรของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ@ วธิ กี ารและเงือ่ นไขท่คี ณะรฐั มนตรกี าํ หนดอีกดวย๓๘ ๓. การบรหิ ารจัดการการศึกษาของโรงเรียนมหดิ ลวทิ ยานุสรณ3 กฎหมายวาดวยองค@การมหาชนกําหนดใหองค@การมหาชนมีระบบการบริหารงานท่ีมีความคลองตัว และเปNนอสิ ระภายใต “คณะกรรมการบริหาร” ขององคก@ ารมหาชนแตละแหง โดยจะมีจํานวนกรรมการตามที่ กําหนดไวในพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังองค@การมหาชนแตละแหง แตท้ังน้ีจะตองมีจํานวนไมเกิน ๑๑ คนโดย จะตองมีกรรมการท่ีมาจากผูทรงคุณวุฒิซึ่งมิใชขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐรวมเปNน กรรมการอยูดวย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@แลวพบวากฎหมาย กําหนดใหโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@อยูภายใตการบริหารจัดการการศึกษาของ “คณะกรรมการบริหาร โรงเรยี นมหิดลวิทยานสุ รณ3”๓๙ อันประกอบดวย (๖) กยู ืมเงินเพื่อประโยชน@ในกจิ การท่ีเก่ียวกบั การเรียนการสอนวทิ ยาศาสตรแ@ ละคณิตศาสตร@ของโรงเรยี น (๗) ใหกูยมื เงินเพ่ือเปNนทุนการศกึ ษาแกนกั เรียนของโรงเรียนซง่ึ ขาดแคลนทนุ ทรพั ย@โดยมหี ลกั ประกนั ดวยบุคคลหรือทรพั ย@ (๘) เรยี กเกบ็ คาธรรมเนียมคาบาํ รงุ คาตอบแทน หรอื คาบรกิ ารในการดําเนินกิจการ (๙) ใหประกาศนียบัตรหนงั สือรบั รอง และเคร่อื งหมายวทิ ยฐานะในกจิ กรรมทเ่ี ปNนไปตามวตั ถุประสงค@และอาํ นาจหนาทีข่ องโรงเรียน (๑๐) กระทําการอน่ื ใดทจี่ าํ เปนN หรอื ตอเนอื่ งเพ่อื ใหบรรลวุ ัตถปุ ระสงค@ของการเรียนการสอนวทิ ยาศาสตร@และคณติ ศาสตรข@ องโรงเรียน การเขารวมทนุ กบั นติ ิบคุ คลอื่นตาม (๕) และการกยู ืมเงนิ ตาม (๖) ใหเปนN ไปตามหลกั เกณฑ@ท่ีคณะรฐั มนตรกี ําหนด ๓๕มาตรา ๑๐ ทนุ และทรพั ยส@ ินในการดําเนนิ กจิ การของโรงเรียนประกอบดวย (๑) เงินหรือทรัพย@สนิ ทไ่ี ดรับโอนมาตามมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๖ วรรคหก (๒) เงนิ ทร่ี ฐั บาลจายใหเปNนทุนประเดมิ (๓) เงินอดุ หนนุ ทวั่ ไปทีร่ ฐั บาลจัดสรรใหตามความเหมาะสมเปNนรายปG (๔) เงินอุดหนุนจากภาคเอกชนและองค@กรปกครองสวนทองถิ่นหรือองค@กรอื่นรวมท้ังจากตางประเทศหรือองค@การระหวาง ประเทศ และเงนิ หรอื ทรพั ยส@ นิ ที่มผี อู ุทศิ ให (๕) คาธรรมเนยี ม คาบาํ รงุ คาตอบแทน คาบรกิ าร หรอื รายไดจากการดาํ เนินการ (๖) ดอกผลของเงนิ หรือรายไดจากทรพั ยส@ ินของโรงเรยี น ๓๖มาตรา ๑๒ ใหอสงั หาริมทรพั ยซ@ ึ่งโรงเรยี นไดมาจากการใหหรือซ้ือดวยเงินรายไดของโรงเรยี นเปNนกรรมสทิ ธ์ขิ องโรงเรียน ใหโรงเรยี นมอี าํ นาจในการปกครองดูแล บาํ รุงรกั ษา ใช จําหนาย และจัดหาประโยชน@จากทรพั ย@สินของโรงเรียน ๓๗พระราชบญั ญัติองคก@ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๑๕ ๓๘พระราชบัญญตั ิองคก@ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๔๕ ๓๙พระราชกฤษฎกี าจดั ตั้งโรงเรยี นมหิดลวทิ ยานุสรณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๑๔ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวดั เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๗๒ - ประธานกรรมการหน่ึงคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงต้ังจากผูทรงคุณวุฒิซ่ึงมีความรูความเช่ียวชาญและ ประสบการณส@ ูงทางดานวิทยาศาสตรค@ ณติ ศาสตร@ หรอื เทคโนโลยี - กรรมการโดยตําแหนงท่ีมาจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ อธิบดี กรมสามัญศึกษาผูอํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร@และเทคโนโลยีแหงชาติและผูอํานวยการสถาบัน สงเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ@ ละเทคโนโลยี - กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิซึ่งคณะรัฐมนตรีแตงต้ังจากผูซึ่งมีความรูความเชี่ยวชาญและความจัดเจนเปNน ท่ปี ระจักษ@ในทางวิทยาศาสตร@ คณิตศาสตร@ หรือสาขาอื่นที่เก่ียวของและเปNนประโยชน@ตอกิจการของโรงเรียน จํานวนไมเกินส่ีคน โดยจะตองเปNนสาขาวิทยาศาสตร@หรือคณิตศาสตร@ไมนอยกวาสองคนทั้งน้ี บุคคลหนึ่งตอง เปNนบุคคลซึ่งมิใชขาราชการหรือผูปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐและกรรมการผูทรงคุณวุฒิดังกลาวขางตน จะตองแตงต้ังจากบัญชีรายชื่อท่ีเจาหนาท่ีที่โรงเรียนเสนอหนึ่งคนและจากบัญชีรายชื่อที่ผูปกครองนักเรียน เสนอหนงึ่ คนโดยมีผูอํานวยการเปนN กรรมการและเลขานุการโดยตาํ แหนง เม่ือพิจารณาจากพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@พบวา กฎหมายกําหนดให กรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@มีอํานาจหนาท่ีในการควบคุมดูแลโรงเรียนใหดําเนินกิจการให เปนN ไปตามวตั ถุประสงค@ท่กี ําหนดไว๔๐โดยอํานาจเชนนี้รวมถึงอํานาจในการกําหนดนโยบายการบริหารงานและ ใหความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของโรงเรียน อํานาจในการอนุมัติแผนการลงทุนและแผนการเงินของ โรงเรียน อํานาจในการควบคุมดูแลการดําเนินงานและการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบขอบังคับ ประกาศหรอื ขอกาํ หนดเกีย่ วกบั โรงเรียนในเร่ืองดงั ตอไปนี้ ๑. การบริหารงานท่ัวไปในโรงเรียนการจัดแบงสวนงานของโรงเรียนและขอบเขตหนาท่ีของสวนงาน ดังกลาว ๒. การกาํ หนดตาํ แหนงคุณสมบตั ิเฉพาะตาํ แหนง อตั ราเงนิ เดอื น คาจางและเงินอื่นของเจาหนาท่ีและ ลูกจาง ๓. การคัดเลือก การบรรจุการแตงตั้ง การประเมินผลงาน การถอดถอนวินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตําแหนงการรองทุกข@และการอุทธรณ@การลงโทษของเจาหนาท่ีและลูกจางรวมทั้งวิธีการและ เงอื่ นไขในการจางลกู จาง ๔. การบริหารและจัดการการเงินการพัสดุ และทรัพย@สินของโรงเรียนรวมทั้งการบัญชีและการ จาํ หนายทรัพยส@ ินจากบัญชีเปนN สญู ๕. การจัดสวสั ดิการและสิทธิประโยชน@อื่นแกเจาหนาท่แี ละลกู จาง ๖. ขอบเขตอาํ นาจหนาทห่ี ลักเกณฑ@และวิธีการเกย่ี วกบั การปฏบิ ัติหนาทขี่ องผูตรวจสอบภายใน ๗. วิธีการและหลักเกณฑ@ในการจัดทําบัญชีรายช่ือของเจาหนาที่โรงเรียนและบัญชีรายช่ือของ ผูปกครองนักเรียนเพ่ือเสนอคัดเลือกเปNนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ซึ่งในกรณีของเจาหนาที่โรงเรียนนั้น คณะกรรมการอาจพิจารณากาํ หนดระดบั ของเจาหนาทขี่ องโรงเรยี นท่ีจะมสี ทิ ธิเสนอดวยก็ได นอกจากน้ี กฎหมายกําหนดใหโรงเรียนมี “ผูอํานวยการโรงเรียน” คนหนึ่งท่ีไดรับการแตงตั้งจาก คณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@๔๑ โดยผูอํานวยการมีหนาท่ีบริหารกิจการของโรงเรียนให เปNนไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค@ของโรงเรียนระเบียบ ขอบังคับ ขอกําหนด นโยบาย มติ และประกาศของ คณะกรรมการ และเปNนผูบังคับบัญชาเจาหนาท่ีและลูกจางทุกตําแหนง๔๒รวมท้ังมีอํานาจในการบรรจุ แตงต้ัง ๔๐พระราชกฤษฎกี าจดั ต้ังโรงเรียนมหดิ ลวทิ ยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๑๙ ๔๑พระราชกฤษฎีกาจดั ตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๒๓ ๔๒พระราชกฤษฎกี าจดั ตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๒๗ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๗๓ เล่ือน ลดตัดเงินเดือน หรือคาจาง ลงโทษทางวินัยเจาหนาท่ีและลูกจางตลอดจนใหเจาหนาท่ีและลูกจางออก จากตําแหนง ท้ังน้ี ตามขอบังคับที่คณะกรรมการกําหนด ตลอดจนอํานาจหนาที่ในการวางระเบียบเก่ียวกับ การดําเนินงานของโรงเรียนโดยไมขัดหรือแยงกับระเบียบ ขอบังคับขอกําหนด นโยบาย มติ หรือประกาศที่ คณะกรรมการกําหนด๔๓ และในกิจการท่ีเกี่ยวกับบุคคลภายนอก กฎหมายกําหนดใหผูอํานวยการเปNนผูแทน ของโรงเรียน๔๔ซึ่งอยูภายใตเง่ือนไขเดียวกันตามที่กําหนดในกฎหมายวาดวยองค@การมหาชน กลาวคือ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@จะมีอํานาจในการออกระเบียบ ขอบังคับประกาศหรือ ขอกําหนดเก่ียวกับการกําหนดตําแหนงคุณสมบัติเฉพาะตําแหนงอัตราเงินเดือนคาจาง และเงินอ่ืนของ เจาหนาที่และลูกจางของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ตลอดจนการคัดเลือกการบรรจุการแตงต้ังการถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัยการออกจากตําแหนงการรองทุกข@และการอุทธรณ@การลงโทษของเจาหนาท่ีและ ลกู จางของโรงเรยี นรวมทง้ั วธิ กี ารและเงอ่ื นไขในการจางลกู จางของโรงเรียนขึ้นใชบังคับไดเองโดยมิไดเก่ียวของ กับระบบกลางที่ใชกับสวนราชการโดยทั่วไป และภายใตการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียนมหิดลวิทยา นุสรณ@ กฎหมายกําหนดใหผูปฏิบัติงานในโรงเรียนมีสถานะเปNน “เจาหนาที่ขององค3การมหาชน” มิใช ขาราชการแตอยางใด ทั้งน้ี เจาหนาที่จะไดรับเงินเดือนคาตอบแทนหรือสิทธิประโยชน@อื่นอยางไรน้ัน ยอมเปNนไปตามท่ีคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@กําหนดนอกจากนี้ กฎหมายยังไดกําหนด กรณีการพนจากตําแหนงของผูปฏิบัติงานเอาไววาจะพนจากตําแหนงเมื่อ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติหรือมี ลักษณะตองหามอยางหน่ึงอยางใดตามที่กฎหมายกําหนด “และถูกใหออกเพราะไม&ผ&านการประเมินผลงาน ตามหลักเกณฑแ3 ละวิธกี ารทค่ี ณะกรรมการกําหนดไวในขอบังคบั ” ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากกฎหมายวา ดวยองค@การมหาชนจะพบวา กฎหมายกําหนดใหเจาหนาท่ีของรัฐหรือลูกจางของสวนราชการรัฐวิสาหกิจหรือ หนวยงานอื่นของรัฐหากสมัครใจจะเปลี่ยนไปเปNนเจาหนาท่ีหรือลูกจางขององค@การมหาชนใหแจงความจํานง เปNนหนังสือตอผูบังคับบัญชาและจะตองผานการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ@ที่คณะรัฐมนตรี กําหนด ถาเจาหนาที่ของรัฐซ่ึงเปลี่ยนไปเปNนเจาหนาที่ขององค@การมหาชนใหถือวาเปNนการออกจากราชการ เพราะเลกิ หรือยุบตําแหนงตามกฎหมายวาดวยบําเหนจ็ บาํ นาญขาราชการหรือกฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จ บํานาญขาราชการแลวแตกรณีและหากเจาหนาท่ีของรัฐซ่ึงเปลี่ยนไปเปNนเจาหนาท่ีขององค@การมหาชนเปNน ลูกจางของสวนราชการใหถือวาออกจากงานเพราะทางราชการยุบเลิกตําแหนงหรือเลิกจางโดยไมมีความผิด และใหไดรับบําเหน็จตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยบําเหน็จลูกจางเพื่อประโยชน@ในการนับเวลา การทํางานสําหรบั คํานวณสิทธปิ ระโยชน@ตามขอบังคับขององค@การมหาชนในกรณีท่ีขาราชการหรือลูกจางของ สวนราชการผูใดเปลี่ยนไปเปNนเจาหนาท่ีหรือลูกจางขององค@การมหาชนตามมาตราน้ีประสงค@จะใหนับเวลา ราชการหรือเวลาทํางานในขณะที่เปNนขาราชการหรือลูกจางตอเนื่องกับเวลาทํางานของเจาหนาท่ีหรือลูกจาง ขององค@การมหาชนแลวแตกรณีก็ ใหมีสิทธิกระทําไดโดยแสดงความจํานงวาไมขอรับบําเหน็จหรือบํานาญ การไมขอรับบําเหน็จหรือบาํ นาญจะตองกระทาํ ภายในสามสบิ วนั นับแตวันที่โอน สาํ หรับกรณีของขาราชการให ดําเนินการตามกฎหมายวาดวยบําเหนจ็ บาํ นาญ ๔๓พระราชกฤษฎกี าจดั ต้งั โรงเรยี นมหิดลวิทยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๒๘ ๔๔พระราชกฤษฎกี าจดั ตัง้ โรงเรียนมหดิ ลวิทยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๒๙ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวดั เพื่อพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๗๔ ๔. การกํากับดูแลการดาํ เนนิ การของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ3 เมอ่ื พจิ ารณาจากพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งพบวา กฎหมายกําหนดใหโรงเรียนมีสถานะเปNนนิติบุคคลตาม กฎหมายและอยูภายใตการกํากับดูแลจากรัฐ โดยเปNนการกํากับดูแลการดําเนินกิจการของของโรงเรียนให เปNนไปตามกฎหมายและใหสอดคลองกับวัตถุประสงค@ของการจัดต้ังโรงเรียน นโยบายของรัฐบาล และมติ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของอันสงผลใหโรงเรียนเปNนหนวยงานที่มีความคลองตัวภายใตการกํากับดูแลของ รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการมีระบบการบริหารจัดการภายในท่ีเปNนอิสระท้ังดานการบริหารทั่วไป การบริหารงบประมาณ ตลอดจนการบริหารงานบุคคลเปNนของตนเองภายใตระบบบริหารงานท่ีอยูในรูปของ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@เปNนการเฉพาะ อยางไรก็ตาม แมกฎหมายจะไดกําหนดให โรงเรียนมีความเปNนอิสระและสามารถดําเนินการไดอยางคลองตัวในดานตาง ๆ ก็ตาม แตภายใตการเปNน สถานศึกษาของรฐั ที่ไดรับเงนิ งบประมาณจากรฐั สงผลใหโรงเรยี นตกอยูภายใตระบบการควบคุมตรวจสอบจาก รัฐไปพรอมๆ กัน โดยใหโรงเรียนมหิดลวิทยานสุ รณอ@ ยภู ายใตระบบการประเมินผลการดําเนินงานของโรงเรียน ตามระยะเวลาท่ีคณะกรรมการกาํ หนดแตตองไมนานกวาสามปGทงั้ นี้ เพอ่ื ประโยชน@ในการสงเสริมประสิทธิภาพ และการตรวจสอบการดําเนินงานของโรงเรียนใหเปNนไปตามวัตถุประสงค@โครงการ และแผนงานท่ีไดจัดทําไว โดยการประเมินดังกลาวตองจัดทําโดยสถาบันหรือองค@กรที่เปNนกลางและมีความเช่ียวชาญในดานการ ประเมินผลกิจการโรงเรียนท่ีผานการการคัดเลือกตามวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด ซึ่งกรณีน้ีโรงเรียนมี หนาท่ีตองแสดงขอเท็จจริงใหปรากฏในดานตางๆ ใหครบถวนทั้งในดานประสิทธิผล คือ ระดับผลสัมฤทธิ์ของ นักเรียน คุณภาพของหลักสูตรการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียน ในดานประสิทธิภาพ คือ ความพรอม ในการดําเนินงานของโรงเรียนการบริหารการเงิน บุคลากร และทรัพย@สิน และในดานการพัฒนาองค@กร คอื คุณภาพของแผนงานการดําเนินงานตามแผนงาน และคุณภาพของการบริการและในรายละเอียดอื่นตามท่ี คณะกรรมการจะไดกําหนดเพิม่ เตมิ ขึน้ นอกจากนี้ ในกรณีที่มีเหตุผลจําเปNนเปNนการเฉพาะกฎหมายกําหนดให อาจจะจัดใหมีการประเมินเปNนครั้งคราวข้ึนภายใตเง่ือนไขดังกลาวขางตนดวยก็ได๔๕ท้ังยังกําหนดใหโรงเรียน มหิดลวิทยานุสรณ@มีหนาท่ีจัดทํารายงานประจําปG โดยรายงานจะตองระบุถึงผลงานของโรงเรียนในปGท่ีลวง มาแลวบัญชีทําการ พรอมทั้งรายงานของผูสอบบัญชี รวมทั้งคําช้ีแจงเก่ียวกับนโยบายของคณะกรรมการ โครงการ และแผนงานที่จะจัดทําในภายหนาเพื่อเสนอตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการดวย๔๖ท้ังยังมี หนาที่ตามกฎหมายในการจัดทาํ งบดลุ งบการเงนิ และบัญชที าํ การสงผูสอบบัญชีภายในเกาสิบวันนับแตวันสิ้น ปGบัญชีทุกปG และใหสํานักงานการตรวจเงินแผนดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการแตงต้ังดวยความ เห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน เปNนผูสอบบัญชีและประเมินผลการใชจายเงินและทรัพย@สินของ โรงเรียน โดยใหแสดงความคิดเห็นเปNนขอวิเคราะห@วาการใชจายดังกลาวเปNนไปตามวัตถุประสงค@ประหยัด และไดผลตามเปาp หมายเพยี งใด แลวทาํ บนั ทึกรายงานผลการสอบบัญชีเสนอตอคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ในทุกรอบปอG กี ดวย๔๗ ๔๕พระราชกฤษฎีกาจัดตงั้ โรงเรยี นมหิดลวทิ ยานุสรณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา ๓๘ ๔๖มาตรา ๓๗ ใหโรงเรียนทํารายงานประจําปGเสนอรัฐมนตรี รายงานนี้ใหกลาวถึงผลงานของโรงเรียนในปGท่ีลวงมาแลวบัญชีทําการ พรอมทง้ั รายงานของผูสอบบญั ชี รวมทงั้ คาํ ช้แี จงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการโครงการ และแผนงานท่จี ะจดั ทําในภายหนา ๔๗พระราชกฤษฎีกาจดั ต้งั โรงเรียนมหิดลวทิ ยานสุ รณ@ พ.ศ. ๒๕๔๓ : มาตรา๓๖ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๗๕ เมื่อพจิ ารณาจากรูปแบบการบรหิ ารจัดการของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ในลักษณะองค@การมหาชน ขางตน จะพบวา รูปแบบการบริหารจัดการในลักษณะเช&นนี้เป4นลักษณะการบริหารจัดการท่ีมีความเป4น อสิ ระสงู สดุ อนั สงผลใหโรงเรยี นสามารถกาํ หนดหลกั เกณฑ@การบรหิ ารของตนเองไดภายใตความเหมาะสมและ งบประมาณท่ีเพียงพอโดยอยูภายใตการกํากับดูแลของคณะกรรมการบริหารตามกฎหมาย อยางไรก็ตาม เม่ือพิจารณาจากรูปแบบของการจัดการศึกษาโดยโรงเรียนนิติบุคคลท่ีมีสถานะเปNนองค@การมหาชนกรณีของ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@จะพบวาการปรับเปล่ียนสถานศึกษานิติบุคคลที่เปNนสวนราชการในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการปSจจุบัน ไปสูการเปNนองค@การมหาชนน้ัน นอกจากจะข้ึนอยูกับ“นโยบายของรัฐบาล” แลว สถานศึกษาเหลานจ้ี าํ ตองมี“ความพรอมในการที่รองรับระบบการบริหารจัดการการศึกษารูปแบบใหม& ที่แตกต&างจากการบริหารจัดการการศึกษาในฐานะที่เป4นส&วนราชการอย&างสิ้นเชิง” ท้ังดานวิชาการ ดานงบประมาณ ดานการบรหิ ารงานบุคคล และดานการบริหารงานทั่วไป ดังนี้ ๑. ความพรอมดานวิชาการ กรณีของความพรอมดานวิชาการนั้น สถานศึกษาดังกลาวจําตองเปNนสถานศึกษาท่ีมีความพรอมดาน วิชาการสูง ซึ่งความพรอมดานวิชาการดังกลาวนั้น มิไดหมายความถึงเฉพาะกรณีที่สถานศึกษาน้ันเปNน สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาท่ีโดดเดนดานผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาของนักเรียนแตเพียงประการเดียวไม หากแตความพรอมดานวิชาการน้ียังหมายความรวมถึงความพรอมดานสถานศึกษา รวมทั้งดานส่ิงสนับสนุน ทางการศึกษาอื่นๆ ประกอบกันดวย ซ่ึงจากขอเท็จจริงปรากฏวาสถานศึกษานิติบุคคลขนาดใหญหรือขนาด ใหญพิเศษท่ีมีความพรอมในลกั ษณะดงั กลาว ลวนแลวแตเปNนสถานศึกษาที่ไดรับความนิยมและมีช่ือเสียง ทั้งน้ี เนื่องจากความนิยมและช่อื เสยี งของสถานศึกษาเหลานีล้ วนแลวแตนาํ มาสูการใหความยอมรับดานมาตรฐานใน การจัดการศึกษา สงผลใหสถานศึกษาเหลาน้ีสามารถรับนักเรียนเขาศึกษาในสถานศึกษามากข้ึน ซึ่งการมี นักเรียนจํานวนมากน้ันก็ยอมสงผลใหสถานศึกษามีรายไดมากข้ึนและสามารถระดมทรัพยากรจากผูปกครอง หรือชุมชนมาเพ่ือใชในการสนับสนุนการจัดการศึกษาไดมากข้ึนตามไปดวย ซ่ึงรายไดที่เพ่ิมขึ้นนี้ยอมสงผลให สถานศึกษาเหลาน้ีสามารถพึ่งพาตนเองได อันนํามาสูการท่ีสถานศึกษาสามารถที่จะจัดระบบการบริหาร จัดการการศึกษาท้ังดานวิชาการ การงบประมาณ การบริหารงานบุคคล ตลอดจนการบริหารงานทั่วไปของ ตนเองอยางเหมาะสมกับสถานศึกษานั้น ๆ ไดมากข้ึนตามไปดวย ซ่ึงความพรอมดานวิชาการน้ีจัดไดวาเปNน พ้ืนฐานหลักของความพรอมของสถานศึกษาท่ีมีสวนอยางสําคัญในการท่ีจะสงเสริมใหสถานศึกษานั้น ๆ สามารถปรับเปลี่ยนไปสกู ารบริหารจัดการการศึกษาในลักษณะองคก@ ารมหาชนได ๒. ความพรอมดานงบประมาณ หากสถานศึกษานิติบุคคลมีความพรอมดานวิชาการ ก็จะนํามาสูการมีช่ือเสียงและความนิยมของ ประชาชนอันสงผลใหสถานศึกษารับนักเรียนไดมากขึ้น ซ่ึงยอมหมายความวาสถานศึกษาแหงน้ันก็จะมีรายได มากขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองไดโดยไมตองอาศัยเงินอุดหนุนรายหัวจากรัฐบาลนั่นเอง เพราะฉะน้ัน ความพรอมดานงบประมาณของสถานศึกษาจึงเปNนอีกปSจจัยหน่ึงท่ีมีความสําคัญตอการพัฒนาระบบการ บรหิ ารจัดการการศกึ ษาไปสูองค@การมหาชน เพราะฉะนั้น สถานศึกษานิติบุคคลขนาดใหญหรือใหญพิเศษที่มี ความพรอมในการพัฒนาไปสกู ารเปNนองค@การมหาชนจําตองมีรายไดท่ีมากเพียงพอท่ีจะสามารถบริหารจัดการ การศกึ ษาไดโดยไมตองพ่งึ พาเงินงบประมาณรายหวั ทไ่ี ดรบั การสนับสนุนจากรัฐ ประกอบกับจะตองมีทรัพย@สิน ท่ีเพียงพอตอการใชประโยชน@และจัดหารายไดหรือประโยชน@จากทรัพย@สินของตนเองตามความเหมาะสม และสามรถบริหารจัดการทรัพย@สินและแสวงประโยชน@จากทรัพย@สินของตน ตลอดจนสามารถท่ีจะระดม รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวดั เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๗๖ ทรพั ยากรอืน่ เพือ่ นาํ มาใชในการสงเสริมการจัดการศึกษาไดอยางเพียงพอตอการจัดการศึกษาของสถานศึกษา นั้นๆ เพือ่ นาํ ไปสูการจดั การศึกษาท่ีมคี ุณภาพมาตรฐานตามเจตนารมณ@ของกฎหมายวาดวยการศึกษาแหงชาติ นัน่ เอง ๓. ความพรอมดานบุคลากร โดยที่การจัดการศึกษาและบริหารจัดการการศึกษาในลักษณะองค@การมหาชนน้ันเปNนรูปแบบท่ี แตกตางจากการบริหารจัดการการศึกษาในรปู แบบของสวนราชการในสังกดั ของกระทรวงศึกษาธิการ และโดย ทก่ี ารบรหิ ารจัดการการศึกษาในสถานศึกษานิติบุคคลจะมีบุคลากรสองระดับ กลาวคือ บุคลากรกลุมผูบริหาร สถานศึกษา และบุคลากรกลุมครูคณาจารย@และบุคลากรทางการศึกษาอ่ืนประกอบกัน ซ่ึงการปรับเปล่ียน สถานศึกษานิติบุคคลไปสูองค@การมหาชนน้ันจะเปNนการปรับเปล่ียนระบบการบริหารงานบุคคลทั้งระบบของ สถานศกึ ษาจากระบบราชการไปเปNนระบบการท่ีมีความคลองตัวสูงในลักษณะองค@การมหาชนน้ัน ความพรอม ของบคุ ลากรของสถานศึกษาทั้งสองกลุมจึงมีความจาํ เปนN อยางยงิ่ กลาวคือ บุคลากรกลุมผูบริหารสถานศึกษา จะตองมคี วามรคู วามเขาใจระบบการบริหารจดั การการศึกษาระบบใหมภายใต “คณะกรรมการบริหาร” ท่ีเปNน ผูมีบทบาทในการกําหนดนโยบายในการบริหารจัดการการศึกษาของสถานศึกษา ตลอดจนอํานาจในการสง ระเบยี บกฎเกณฑ@อันเก่ยี วกบั การบรหิ ารจัดการการศึกษาของสถานศึกษาเองโดยไมไดเปNนการรับนโยบายจาก สวนกลางมาปฏิบัติดังท่ีระบบราชการที่เปNนอยูในปSจจุบัน สวนบุคลากรในระดับครู คณาจารย@และบุคลากร ทางการศึกษาอื่นก็จําตองมีการปรับเปล่ียนสถานะจาก “ขาราชการ” เปNน “พนักงานของรัฐ” ที่อยูภายใต ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อตัดสินใจจางงานตอเมื่อครบกําหนดสัญญาจาง และสิทธิประโยชน@อ่ืน ที่เคยไดรับในระบบราชการก็จะเปล่ียนแปลงไปโดยขึ้นอยูแบแนวทางที่คณะกรรมการบริหารโรงเรียนจะได กาํ หนดข้ึนตอไป ความเปลีย่ นแปลงในลกั ษณะดังกลาวน้ีจาํ ตองอาศัยการเตรยี มความพรอมและเปNนหนาท่ีของ ผูบรหิ ารทจี่ ะตองการทาํ ความเขาใจกับบุคลากรในสถานศึกษาเพ่อื ใหสามารถเขาใจและปฏิบัติตามเง่ือนไขใหม ทจ่ี ะเกดิ ข้นึ ภายหลงั การปรบั เปลย่ี นสถานะของสถานศึกษาเปนN องคก@ ารมหาชนแลวอีกดวย ๔. ความพรอมดานการบรหิ ารงานท่วั ไป ภายใตวตั ถปุ ระสงคข@ องการปรบั เปล่ยี นสถานศกึ ษานติ บิ คุ คลขนาดใหญหรือใหญพิเศษใหเปNนองค@การ มหาชน เพื่อใหสถานศึกษาเหลานี้สามารถบริหารจัดการการศึกษาไดอยางอิสระและมีความคลองตัวสูงนั้น ปSจจัยสําคัญท่ีจําเปNนตอการบริหารจัดการการศึกษาที่ตองอาศัยความคลองตัวสูงน้ี สถานศึกษาจําเปNนตองมี ความพรอมในการบริหารงานทั่วไปดวย ทั้งน้ี เน่ืองจากการท่ีสถานศึกษามีความพรอมดานการบริหารงาน ท่ัวไปไมวาจะเปNนการวางแผนการบริหารงานการศึกษา การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค@กรการพัฒนา มาตรฐานการปฏิบัติงานการดําเนินงานธุรการตาง ๆ หรือการบริหารงานท่ัวไปดานอ่ืน ๆ ยอมสงผลให สถานศึกษาสามารถที่จะวางแผนการจัดการศึกษาเพ่ือเตรียมความพรอมเขาสูการเปNนองค@การมหาชนภายใต รูปแบบการบริหารจัดการการศึกษาท่ีมีความคลองตัวสูง ท้ังยังสงผลใหสถานศึกษาสามารถท่ีจะการระดม ทรัพยากรเพื่อการสนับสนุนการจัดการศึกษา การประชาสัมพันธ@งานการศึกษา การสงเสริมสนับสนุนและ ประสานการจัดการศึกษาของบุคคลชุมชนองค@กรหนวยงานและสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาและสามารถ ประสานงานการจัดการศึกษากับสวนภูมิภาคและสวนทองถ่ินไดเปNนอยางดี อันจะสงผลใหสถานศึกษาไดรับ ความรวมมือและการสนับสนุนจากชุมชนประชาชนและผูปกครองของนักเรียนในสถานศึกษา ในการใหความ ชวยเหลือและสนับสนุนการปรับเปล่ียนไปสูองค@การมหาชนเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพื่อพฒั นาคุณภาพการศึกษา
๗๗ โดยเฉพาะการสนับสนนุ งบประมาณการระดมทุนในการจัดการศึกษาใหแกสถานศึกษาอันเปNนปSจจัยที่สงเสริม ใหการปรับเปลย่ี นเปนN องคก@ ารมหาชนของสถานศึกษานั้นๆ เกิดข้นึ ไดเรว็ ขึ้นอกี ดวย เพราะฉะนั้นผูวิจัยเห็นว&าการท่ีจะพัฒนาสถานศึกษานิติบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการไปเป4น องค3การมหาชนน้ัน ไม&อาจเกิดขึ้นไดกับสถานศึกษานิติบุคคลทุกแห&งพรอมกันทั้งประเทศ ในทางตรงกัน ขามจะมีสถานศึกษาเพียงบางแห&งเท&าน้ันที่มีความพรอมสูงมากพอท้ังดานวิชาการ ดานงบประมาณ ดานการบริหารงานบุคคล และดานการบริหารงานทั่วไป ที่จะแยกระบบการบริหารออกมาตางหากให สามารถบริหารจัดการการศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพในลักษณะขององค@การมหาชนได อยางไรก็ตาม กรณคี วามสัมพันธ@ระหวางสถานศึกษานิติบคุ คลที่เปNนองค@การมหาชนกับกระทรวงศึกษาธิการนั้น เม่ือพิจารณา จากดกฎหมายวาดวยองค@การมหาชนจะพบวา สถานศึกษานิติบุคคลเหล&าน้ีแมจะมีสถานะเป4นองค3การ มหาชนก็ตาม หากแต&จะยังคงอย&ูภายใต “การกํากับดูแล” จาก “รัฐมนตรีว&าการกระทรวงศึกษาธิการ” ดังเดิมในฐานะท่ีเป4นผูรักษาการตามกฎหมายซึ่งยอมหมายความตอไปอีกวา สถานศึกษาอ่ืนท่ียังไม&มีความ พรอมเพียงพอก็จะยังคงมีสถานะเป4น “ส&วนราชการ” ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการในสังกัดของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเขตพ้ืนที่การศึกษาดังเดิม ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการในฐานะ ผมู ีอํานาจจัดการศกึ ษาตามกฎหมาย อยางไรก็ตาม เมื่อกระทรวงศึกษาธิการไดดําเนินการแยกสถานศึกษาใด แลวพัฒนาใหเปNนการบริหารจัดการการศึกษาในรูปแบบองค@การมหาชนแลว กระทรวงศึกษาธิการยอม สามารถท่จี ะพจิ ารณาคดั เลอื กสถานศึกษาอื่นทมี่ คี วามพรอมสูงพัฒนาใหมีรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษา ทม่ี ีความคลองตัวในลกั ษณะขององค@การมหาชนเพ่มิ เตมิ ไดอกี ในภายหลงั ไดเชนกัน ๓.๒.๓ การจัดการศึกษาโดยโรงเรียนนิติบุคคลท่ีมีระบบบริหารจัดการการศึกษาที่เป4นอิสระ คล&องตวั ในรปู แบบ “มหาวิทยาลยั ในกํากบั ของรัฐ” เม่ือพิจารณาจากลักษณะการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐในปSจจุบันจะพบวาเปNน ระบบการบรหิ ารจัดการที่ถูกออกแบบใหมีความเปนN อสิ ระและคลองตวั สูงมากท้งั ดานวิชาการ ดานงบประมาณ ดานการบริหารงานบุคคล และดานการบริหารงานท่ัวไป ซึ่งความเปNนอิสระน้ีสงผลใหมหาวิทยาลัยในกํากับ ของรัฐสามารถจัดการเรียนการสอนใหเปNนไปตามวัตถุประสงค@ไดอยางมีประสิทธิภาพ อยางไรก็ตาม หากจะ นําเอาระบบการบริหารจัดการในลักษณะของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐมาใชการการบริหารจัดการ การศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคลในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการเพียงเพ่ือใหสถานศึกษาดังกลาวมีระบบ การบริหารจัดการท่ีคลองตัวและแกปSญหาการบริหารจัดการท่ีเปNนอยูในปSจจุบันดังท่ีปรากฎเปNนขอเสนอที่มี การเสนอตอสภาปฏิรูปแหงชาติเพื่อที่จะปฏิรูปการศึกษาแลว การพิจารณาความเปNนไปไดของขอเสนอ ดังกลาวก็จําตองพิจารณารปู แบบการรบริหารจดั การของมหาวทิ ยาลยั ในกาํ กบั ที่มอี ยูในปSจจุบันเปNนกรณีศึกษา เพ่ือนํามาพิจารณาความเปNนไปไดของขอเสนอดังกลาวเสียกอน ซึ่งรายงานการศึกษาวิจัยน้ีจะนําเอาระบบ โครงสรางการบริหารจัดการของจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยซึ่งเปNนมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐยกเปNน กรณีศึกษาเพอื่ วิเคราะหค@ วามเปNนไปไดของขอเสนอตอไป ดงั นี้ ๓.๒.๓.๑ โครงสรางการบริหารจัดการที่เป4นอิสระและคล&องตัวของมหาวิทยาลัยในกํากับ : ศึกษา เฉพาะกรณจี ฬุ าลงกรณม3 หาวิทยาลยั โดยท่จี ฬุ าลงกรณ@มหาวิทยาลัยนั้นไดถูกจัดต้ังข้ึนโดยผลของพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ภายใตวัตถุประสงค@เพื่อเปNนสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ภายใตวัตถุประสงค@ เพื่อท่ีจะใหเปNนแหลงบุกเบิก แสวงหาและเปNนคลังความรู ใหการศึกษา สงเสริม ประยุกต@และพัฒนาวิชาการ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพ่ือพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๗๘ และวิชาชีพชั้นสงู สรางบณั ฑติ วิจยั เปNนแหลงรวมสติ ปญS ญา และบริการทางวิชาการแกสังคม รวมท้ังสืบสาน ทะนุบํารุงศลิ ปวฒั นธรรม๔๘ โดยมีสถานะเปNน “นิติบคุ คล” และเปNน “หน&วยงานในกํากับของรัฐ” ซึ่งไมเปNน สวนราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน กฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายวาดวยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไมเปNนรัฐวิสาหกิจตาม กฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอ่ืน๔๙ และอยูภายใตการบริหารจัดการของ “สภา มหาวิทยาลัย”อันเป4นการความเป4นอิสระและคล&องตัวขององค3กรผ&านกระบวนการกําหนดแต&งตั้ง กรรมการผูทรงคุณวุฒิที่มีความเหมาะสมเป4นการเฉพาะของตนเอง ซ่ึงประกอบไปดวยนายกสภา มหาวิทยาลัยซึ่งจะไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงต้ัง “กรรมการสภามหาวิทยาลัยผูทรงคุณวุฒิจํานวน ๑๕ คน ซึ่งจะไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แต&งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย” อธิการบดี ประธานสภาคณาจารย@ และนายกสมาคมนิสิตเกาจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ@ อยางละ ๑ คน กรรมการซึ่งเลือกจากผูปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยท่ีมิใชคณาจารย@และดํารงตําแหนงไมตํ่ากวา หัวหนาสวนงานหรือเทียบเทาจํานวน ๑ คน กรรมการอีกจํานวน ๑๐ คนซึ่งเลือกตั้งจากคณาจารย@ประจํา จํานวน ๕ คนและหัวหนาสวนงานหรือเทียบเทาจํานวน ๕ คนท้ังนี้ กฎหมายกําหนดใหตองสรรหากรรมการ สภาหาวิทยาลัยผูทรงคุณวุฒิจากรายชื่อท่ีคณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจํานวน ๑ คนอีกดวย เมื่อดําเนินการแลวเสร็จคณะกรรมการสรรหาจะตองนํารายช่ือท่ีสรรหาไดตามเงื่อนไขดังกลาวเสนอตอ “นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยท่ีมิใช&กรรมการสภามหาวิทยาลัยผูทรงคุณวุฒิ” เพื่อพิจารณาคัดเลือกและเรียงลําดับรายช่ือไมนอยกวา ๑๕ คนหรือไมนอยกวา ๒ เทาของจํานวนกรรมการ ที่วางอยูแลวแตกรณี พรอมทั้งจัดทําบัญชีรายช่ือเรียงตามลําดับผูสมควรดํารงตําแหนงกรรมการสภา มหาวทิ ยาลยั ผูทรงคณุ วุฒิเพ่อื ให “อธิการบดี” เปNนผทู าบทามความสมัครใจของผูทม่ี ีชื่อปรากฏในบัญชีรายชื่อ ดังกลาวเรียงตามลําดับจนกวาจะครบจํานวน และเมื่อไดรายชื่อผูสมควรดํารงตําแหนงกรรมการสภา มหาวิทยาลัยผูทรงคุณวุฒิแลว มหาวิทยาลัยมีหนาท่ีดําเนินการเพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงต้ังตอไป โดยกฎหมายกําหนดใหสภามหาวิทยาลัยมีอํานาจในการกําหนดกฎเกณฑ@ท่ีเก่ียวของกับการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยไดอยางเปNนอิสระโดยไมจําตองปฏิบัติตามกฎระเบียบท่ีใชกับหนวยงานราชการทั่วไปไดอีกดวย ดังจะเห็นไดจากอํานาจในการออกขอบังคับวาดวยการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย๕๐ อํานาจในการ ออกขอบงั คับเกีย่ วกบั การบรหิ ารการเงนิ การพัสดุ และทรพั ยส@ นิ ของมหาวิทยาลัย๕๑ อํานาจในการอนุมัติ การ กูยืมเงินและใหกูยืมเงินและการลงทุนหรือการรวมลงทุน โดยมีหลักประกันดวยบุคคลหรือทรัพย@สินและการ ลงทุนหรือการรวมลงทนุ ท้ังน้ี เพื่อประโยชน@แกกิจการของมหาวิทยาลัย๕๒ อํานาจในการอนุมัติการจัดต้ังหรือ รวมกับบุคคลอ่ืนในการจัดตั้งองค@กรท่ีเปNนนิติบุคคล หรือยกเลิกนิติบุคคลที่จัดตั้งข้ึน หรือรวมกับบุคคลอื่นใน การจดั ตงั้ องคก@ รที่เปนN นติ บิ คุ คล รวมตลอดถึงลงทุนหรอื รวมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใดเพ่ือดําเนินกิจการ ทเี่ กย่ี วกบั หรือตอเนอื่ งกับกจิ การของมหาวิทยาลัย หรอื นาํ ผลการคนควาวิจัยไปเผยแพร หรือหาประโยชน@เพ่ือ เปNนรายไดของมหาวิทยาลัย๕๓ เปNนตน นอกจากความเปNนอิสระของจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยจะสะทอนผาน การกําหนดแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิท่ีมีความเหมาะสมเปNนการเฉพาะแลว กฎหมายจัดตั้งยังได กําหนดใหเป4นอํานาจของสภามหาวิทยาลัยในฐานะผูบริหารเป4นผูมีอํานาจในการตรากฎ ระเบียบ ๔๘พระราชบัญญตั จิ ฬุ าลงกรณม@ หาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๗ ๔๙พระราชบัญญตั จิ ฬุ าลงกรณ@มหาวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑ : มาตรา ๕ ๕๐พระราชบัญญัตจิ ุฬาลงกรณม@ หาวิทยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๒๑(๓) ๕๑ พระราชบญั ญตั จิ ุฬาลงกรณ@มหาวทิ ยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๒๑(๔) ๕๒ พระราชบัญญัตจิ ฬุ าลงกรณม@ หาวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๒๑(๑๓) ๕๓ พระราชบัญญัตจิ ฬุ าลงกรณ@มหาวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๒๑(๑๔) รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๗๙ ขอบงั คบั เพื่อใชบงั คบั เปน4 การภายในของหนว& ยงานไดเองโดยไม&จําตองผูกพันหรือใชกฎเกณฑ3เดียวกับกับ ท่ีกําหนดไวสําหรับหน&วยราชการท่ัวไป ท้ังนี้ เพ่ือใหการดําเนินงานของสํานักงานมีความเป4นอิสระ คลอ& งตวั น่ันเอง๕๔ สําหรับกรณีของอํานาจในการตราขอบังคับ กฎ หรือระเบียบท่ีเก่ียวของกับการเงินและ การงบประมาณน้ัน ไดมีการประกาศใชขอบังคับที่เก่ียวของกับการเงินและงบประมาณเพ่ือใชบังคับเปNนการ ภายในอันไดแก “ขอบังคับจุฬาลงกรณ3มหาวิทยาลัย ว&าดวยการบริหารการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๒” กฎหมาย กําหนดใหเปNนอํานาจของ “อธิการบดี”โดยความเห็นชอบของ“คณะกรรมการนโยบายการเงิน สภาจุฬาลงกรณ3มหาวทิ ยาลยั ”๕๕ ซึ่งแตงต้งั โดยสภามหาวิทยาลัยเปNนผูมีอํานาจในการออกระเบียบ ประกาศ คําสั่งตาง ๆ เพ่ือปฏิบัติใหเปNนไปตามระเบียบ/ขอบังคับนี้โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินมีอํานาจหนาที่ และความรบั ผิดชอบในการเสนอนโยบายเกี่ยวกับการเงินและการจัดหาผลประโยชน@จากเงินรายได ซ่ึงรวมถึง นโยบายเก่ียวกับการหาเงินรายได ตลอดจนวางระบบติดตามและประเมินผลการบริหารการเงินและจัดหา ผลประโยชน@จากเงินรายได อํานาจในการกลั่นกรองงบประมาณประจําปGรวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณ และรายงานทางการเงินเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณา อํานาจอนุมัติการโอนยายหรือเปล่ียนแปลง งบประมาณขามแผนตามพนั ธกจิ ในวงเงินท่เี กนิ กวาหน่งึ รอยลานบาทอํานาจกลั่นกรองการจําหนายหนี้สูญจาก บญั ชีลกู หน้หี รอื การตง้ั หน้สี งสยั จะสญู ตามระเบยี บมหาวทิ ยาลยั อาํ นาจในการกลนั่ กรองงานตาง ๆ อันเกี่ยวกับ การเงินท่ีตองเสนอตอสภามหาวิทยาลัยอํานาจกําหนดหลักเกณฑ@และวิธีการดําเนินการอยางหนึ่งอยางใดอัน จําเปNนเกี่ยวกับการเงินตามขอบังคับนี้โดยจัดทําเปNนระเบียบมหาวิทยาลัย อํานาจแตงต้ังคณะอนุกรรมการ ค ณ ะ ทํ า ง า น ห รื อ บุ ค ค ล ใ ด บุ ค ค ล ห นึ่ ง เ พ่ื อ ก ร ะ ทํ า ก า ร อ ย า ง ห นึ่ ง อ ย า ง ใ ด อั น อ ยู ใ น อํ า น า จ ห น า ที่ ข อ ง คณะกรรมการนโยบายการเงนิ แทนได แลวใหรายงานตอคณะกรรมการนโยบายการเงินตลอดจนปฏิบัติหนาท่ี ตามที่กําหนดในขอบังคับน้ีหรือขอบังคับอ่ืนหรือตามท่ีสภามหาวิทยาลัยมอบหมายนอกจากน้ี กฎหมายยัง กําหนดใหมี “คณะกรรมการการเงิน” ซึ่งมาจากท่ปี ระชุมคณบดีซงึ่ มีอํานาจหนาท่ีในการดําเนินการอยางหนึ่ง อยางใดเกีย่ วกบั การบรหิ ารการเงินตามขอบังคับหรือระเบียบมหาวิทยาลัยโดยจัดทําเปNนประกาศมหาวิทยาลัย อํานาจในการแตงตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทํางาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพ่ือกระทําการใด ๆ อันอยูใน อํานาจหนาที่ของคณะกรรมการการเงิน รวมท้ังมอบอํานาจใหคณะอนุกรรมการ คณะทํางาน หรือบุคคล ดังกลาวทําการแทนแลวรายงานตอคณะกรรมการการเงิน ตลอดจนปฏิบัติหนาที่อื่นตามท่ีสภามหาวิทยาลัย หรอื คณะกรรมการนโยบายการเงินมอบหมาย สวนรายไดของมหาวิทยาลัยน้ันมาจาก“เงินอุดหนุนท่ัวไป”ที่รัฐบาลจัดสรรใหเปNนรายปGท่ีรัฐบาลพึง จัดสรรใหแกมหาวิทยาลัยโดยตรงเปNนจํานวนท่ีเพียงพอสําหรับคาใชจายที่จําเปNนในการดําเนินการตาม วัตถุประสงค@ของมหาวิทยาลัยและการพัฒนามหาวิทยาลัย เพื่อการจัดการและประกันคุณภาพการศึกษา เงินและทรัพย@สินซ่ึงมีผูอุทิศใหแกมหาวิทยาลัยเงินกองทุนท่ีรัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดต้ังขึ้นและรายไดหรือ ผลประโยชน@จากกองทุนดังกลาวเงินคาธรรมเนียม คาบํารุง คาตอบแทน เบ้ียปรับ และคาบริการตางๆ ของมหาวิทยาลัยเงินรายไดหรือผลประโยชน@ที่ไดจากการลงทุนหรือการรวมลงทุนและจากทรัพย@สินของ มหาวิทยาลัยเงินรายไดหรือผลประโยชน@ที่ไดจากการใชที่ราชพัสดุหรือจัดหาประโยชน@ในท่ีราชพัสดุซึ่ง มหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล ใช หรือจัดหาประโยชน@ ตลอดจนรายไดหรือผลประโยชน@อ่ืน โดยกฎหมาย กําหนดใหรายไดของมหาวิทยาลัยไม&เป4นรายไดที่ตองนําส&งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว&าดวยเงิน คงคลังและกฎหมายวา& ดวยวธิ ีการงบประมาณและในกรณีท่ีรายไดตามวรรคหน่ึงมีจํานวนไมเพียงพอสําหรับ ๕๔พระราชบัญญตั จิ ุฬาลงกรณม@ หาวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑ : : มาตรา ๒๑ ๕๕ขอบังคับจฬุ าลงกรณม@ หาวทิ ยาลัย วาดวยการบรหิ ารการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๒:ขอ ๘ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
๘๐ คาใชจายในการดําเนินการของมหาวิทยาลัยและคาภาระตางๆ ท่ีเหมาะสม และมหาวิทยาลัยไมสามารถหาเงิน จากแหลงอื่นได รัฐบาลพึงจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมใหแกมหาวิทยาลัยตามความจําเปNนของ มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ กฎหมายยังกําหนดใหที่ดินท่ีมหาวิทยาลัยไดมาตามพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ ท่ีดินอันเปNนทรัพย@สินสวนพระมหากษัตริย@ ตําบลปทุมวัน อําเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร ใหจุฬาลงกรณ@ มหาวิทยาลัย พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๒ และบรรดาอสังหาริมทรัพย@ที่มหาวิทยาลัยไดมาจากการยกให หรือซ้ือดวย เงินรายไดของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปล่ียนกับทรัพย@สินของมหาวิทยาลัย หรือไดมาโดยวิธีอ่ืนไมถือเปNน ที่ราชพัสดุและใหเปNนกรรมสิทธ์ิของมหาวิทยาลัยและเพ่ือเปNนหลักประกันวาทรัพย@สินเหลาน้ันจะถูกใชเพ่ือ ประโยชนข@ องมหาวทิ ยาลยั กฎหมายกําหนดใหทรพั ย@สนิ ของมหาวทิ ยาลัยท่ใี ชเพือ่ ประโยชน@เกี่ยวกับการศึกษา การวิจัยการบริการทางวิชาการ และการทะนุบํารุงศิลปวัฒนธรรมโดยตรงไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับ คดีท้งั ปวง รวมท้ังการบังคับทางปกครอง และบุคคลใดจะยกอายุความข้ึนเปNนขอตอสูกับมหาวิทยาลัยในเร่ือง ทรัพย@สินของมหาวิทยาลัยมิไดสวนการนําทรัพย@สินของมหาวิทยาลัยไปลงทุนหรือใชประโยชน@น้ัน กฎหมาย กําหนดใหบรรดารายไดและทรัพย@สินของมหาวิทยาลัยตองจัดการเพ่ือใหบรรลุวัตถุประสงค@ของมหาวิทยาลัย และตามเงอื่ นไขทีผ่ ูอทุ ิศใหกําหนดไวเทานั้น แตหากมีความจําเปNนตองเปลี่ยนแปลงเง่ือนไขดังกลาว ตองไดรับ ความยินยอมจากผูอุทิศใหหรือทายาท หากไมมีทายาทหรือทายาทไมปรากฏตองไดรับอนุมัติจาก สภามหาวิทยาลัยกอนจึงจะดําเนินการได โดยกฎหมายกําหนดใหมหาวิทยาลัยสามารถซื้อ ขาย จาง รับจาง สราง จัดหา โอน รับโอน เชา ใหเชา เชาซ้ือ ใหเชาซื้อ แลกเปลี่ยน และจําหนาย หรือทํานิติกรรมใดๆ ตลอดจนถือกรรมสิทธ์ิ มีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิตางๆ ในทรัพย@สินของมหาวิทยาลัย หรือมีสิทธิใน หรือหาประโยชน@จากทรัพย@สินทางปSญญา และจําหนายทรัพย@สินทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย@สินท่ีมีผูอุดหนุนหรืออุทิศใหการรับคาธรรมเนียม คาบํารุง คาตอบแทน เบ้ียปรับ และคาบริการในการใหบริการภายในอาํ นาจหนาท่ีของมหาวิทยาลัย รวมทั้งทําความตกลงและกําหนดเง่ือนไข เกี่ยวกับการน้ันการทําความรวมมือกับหนวยงานอื่นท้ังของรัฐหรือของเอกชน หรือกับองค@การหรือหนวยงาน ตางประเทศหรอื ระหวางประเทศ ในกจิ การที่เกีย่ วกับการดาํ เนินการตามวัตถุประสงค@ การกูยืมเงินและใหกูยืม เงนิ โดยมหี ลกั ประกนั ดวยบคุ คลหรือทรพั ย@สนิ และการลงทุนหรือการรวมลงทุน ทั้งนี้ เพ่ือประโยชน@แกกิจการ ของมหาวทิ ยาลยั การกยู มื เงิน การใหกยู ืมเงิน และการลงทนุ หรือการรวมลงทุน อยางไรก็ตาม หากเปNนจํานวน เงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกําหนดตองไดรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีกอนอํานาจในการปกครอง ดูแล บาํ รงุ รกั ษา จัดการ ใช และจัดหาประโยชน@จากทรัพย@สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุตามกฎหมายวาดวย ทร่ี าชพสั ดุ ตลอดจนสามารถจัดต้ังหรอื รวมกบั บุคคลอ่ืนในการจัดต้ังองค@กรท่ีเปNนนิติบุคคล รวมตลอดถึงลงทุน หรือรวมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด เพื่อดําเนินกิจการท่ีเกี่ยวกับหรือตอเนื่องกับกิจการของมหาวิทยาลัย หรอื นาํ ผลการคนควาวจิ ยั ไปเผยแพร หรือหาประโยชน@ เพ่ือเปNนรายไดของมหาวิทยาลัยไดอีกดวย สําหรับการ บัญชีและการงบประมาณพบวากฎหมายกําหนดให“สภามหาวิทยาลัย”เป4นผูมีอํานาจในการอนุมัติการตั้ง งบประมาณรายรับและอนุมัติงบประมาณรายจ&ายของมหาวิทยาลัย๕๖ โดยกําหนดใหมหาวิทยาลัยจะตองมี การจัดทํางบประมาณของมหาวิทยาลัยโดยกําหนดเปNนรายปGบัญชีแยกประเภทประมาณการรายรับและ ประมาณการรายจายตามโครงสรางแผนงานที่มหาวิทยาลัยกําหนดในระบบงบประมาณตามหลักการ การงบประมาณแบบ แผนงาน โดยมีแผนยุทธศาสตร@การพัฒนามหาวิทยาลัยและแผนปฏิบัติงานประจําปGเปNน แผนงานหลักประกอบการอนุมัติและจัดสรรงบประมาณประจําปG๕๗ และเม่ือคณะกรรมการนโยบายการเงิน ๕๖พระราชบัญญตั จิ ฬุ าลงกรณม@ หาวทิ ยาลยั พ.ศ. ๒๕๕๑: มาตรา ๒๑(๑๕) ๕๗รายละเอียดการลงรายการรบั และจายเงิน สนิ ทรพั ยแ@ ละหน้สี ิน ปรากฏในขอบงั คบั จฬุ าลงกรณม@ หาวทิ ยาลยั วาดวยการบริหาร การเงิน พ.ศ. ๒๕๕๒ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพ่อื พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
๘๑ กลั่นกรองงบประมาณประจําปGแลวใหเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ งบประมาณท่ีไดจัดสรรและ อนุมตั ิสําหรบั แผนตามพันธกจิ ใด ใหใชสําหรับแผนตาม/พันธกิจนั้นเทานั้นการโอนยายหรือเปลี่ยนแปลงวงเงิน งบประมาณขามแผนตามพันธกิจจะทําไดเฉพาะกรณีที่จําเปNนและโดยอนุมัติของอธิการบดี ในกรณีที่วงเงิน ไมเกิน ๑๐๐ ลานบาทหรือโดยอนุมัติของคณะกรรมการนโยบายการเงินในกรณีที่วงเงินเกินกวา ๑๐๐ ลาน บาท สวนการโอนยายและการเปล่ียนแปลงรายการงบประมาณรายจาย การกันเงินไวเบิกจายเหลื่อมปGบัญชี ตลอดจนกรณีงบประมาณเหลือจาย ใหเปNนไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยอยางไรก็ตาม ในกรณีจําเปNนอยางย่ิง ที่ตองเบิกจายจากเงินรายไดโดยมิไดตั้งงบประมาณเพ่ือการน้ันไว ใหอยูในดุลพินิจของอธิการบดีหรือคณบดี แลวแตกรณีที่จะอนุมัติ โดยใหโอนงบประมาณจากกองทุนสํารองไปยังกองทุนท่ีจําเปNนตองใชเงินเพ่ือการนั้น แลวรายงานใหคณะกรรมการนโยบายการเงนิ ทราบ สวนดานการพัสดุน้ัน พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ กําหนดใหเปNนอํานาจ ของสภามหาวิทยาลัยในการออกขอบังคับเก่ียวกับการบริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย@สินของ มหาวิทยาลัย๕๘ เพื่อใหการบริหารจัดการภายในของมหาวิทยาลัยเปNนไปอยางมีประสิทธิภาพและเกิดความ คลองตวั ซ่ึงเม่ือพิจารณาจากขอบังคับจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยวาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒พบวาไดกําหนด ข้ันตอนว&าดวยการจัดซื้อจัดจางและการพัสดุข้ึนเป4นการเฉพาะเชนเดียวกับสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร@ และเทคโนโลยีแหงชาติ (สวทช.) โดยกําหนดใหเปNนอํานาจของ “อธิการบดี” โดยความเห็นชอบของ “คณะกรรมการการพัสดุ” มีอํานาจออกระเบียบหรือประกาศมหาวิทยาลัย รวมท้ังกําหนดแนวปฏิบัติเพื่อ ดําเนินการตามขอบังคับนี้๕๙ โดยเปNนอํานาจของสภามหาวิทยาลัยในการแตงตั้งคณะกรรมการพัสดุ โดยมี อํานาจหนาที่ในลักษณะเดียวกับคณะกรรมการวาดวยการพัสดุตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวย การพัสดุน่ันเอง นอกจากน้ี ยังกําหนดใหเปNนอํานาจของ “คณบดี”ในการอนุมัติและรับผิดชอบการพัสดุท่ีใช งบประมาณรายจายของคณะในวงเงินไมเกินหาสบิ ลานบาท และในกรณีที่การจัดหาพัสดุจะผูกพันงบประมาณ รายจายของคณะเกินกวาวาระการดาํ รงตาํ แหนงของคณบดตี องใหคณะกรรมการบริหารคณะใหความเห็นชอบ ดวย เวนแตขอบังคับน้ีจะกําหนดไวเปNนอยางอื่นสวนการดําเนินการการพัสดุนั้น ขอบังคับนี้กําหนดใหตอง ดําเนินการในระบบจัดการทรัพยากรมหาวิทยาลัยเปNนหลัก เวนแตจะมีกําหนดไวเปNนอยางอ่ืนโดยตอง กอใหเกิดประโยชน@สูงสุดแกมหาวิทยาลัยและสวนงาน คุมคา โปรงใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได ทัง้ น้ี ไมจาํ เปนN ตองเปNนราคาตํ่าสุดอีกดวยสําหรับวิธีการในการจัดหาพัสดุน้ันสามารถกระทํา ไดสองวิธีคือ วิธีตกลงราคา ซึ่งหมายความถึงการตกลงราคากับผูประกอบการรายหนึ่งรายใดท่ีมีคุณสมบัติ ตรงตามเง่ือนไขท่ีกําหนด และวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปอันเปNนการเชิญชวนใหผูประกอบการทั่วไปที่มี คุณสมบัติตรงตามเง่ือนไขที่กําหนดเขาย่ืนขอเสนอ ซ่ึงหลักเกณฑ@ เงื่อนไข และการดําเนินการจัดหาแตละวิธี น้ันใหเปNนไปตามระเบยี บมหาวทิ ยาลัยกาํ หนดโดยในกรณีการจัดหาพัสดุท่ีมีกิจการ โครงการ หรือการกอสราง ทมี่ ีวงเงินเกนิ กวาสองลานบาทนนั้ ขอบังคับน้ีกาํ หนดใหดําเนินการจัดหาพัสดุดวยวิธีการอิเล็กทรอนิกส@ แตหาก ไมสามารถดําเนินการจัดหาพัสดุดวยวิธีการอิเล็กทรอนิกส@ หรือในกรณีที่ดําเนินการวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส@ ตามวรรคหนึ่งแลวไมไดผลดี ใหดาํ เนนิ การจัดหาพัสดุดวยวธิ ที ีค่ ณะกรรมการการพสั ดุกําหนด สวนรายละเอียด เกี่ยวกับการพัสดุไมวาจะเปNนกระบวนการจัดหาพัสดุคณะกรรมการดําเนินการจัดหาพัสดุคณะกรรมการ ดําเนินการจัดหาพัสดุหลักประกันสัญญาและการบริหารสัญญาการลงโทษผูท้ิงงานของมหาวิทยาลัยและการ เพิกถอนตลอดจนการบริหารพัสดุนั้นลวนแลวแตเปNนไปตามเงื่อนไขท่ีระเบียบน้ีกําหนดขึ้นเปNนการเฉพาะ ทัง้ สิน้ โดยไมจาํ ตองใชหลกั เกณฑท@ ก่ี ําหนดไวในระเบียบสาํ นักนายกรัฐมนตรวี าดวยการพัสดุแตอยางใด ๕๘ พระราชบัญญตั จิ ุฬาลงกรณม@ หาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ : มาตรา ๒๑(๔) ๕๙ขอบังคับจุฬาลงกรณม@ หาวทิ ยาลยั วาดวยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๕๒ :ขอ ๖ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพือ่ พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๘๒ เม่ือพิจารณาจากลักษณะของการบริหารจัดการของจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยท่ีเปNนมหาวิทยาลัย ในกํากับของรัฐขางตน พบวาจุฬาลงกรณ@มหาวิทยาลัยนั้นถูกจัดตั้งขึ้นโดย “พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ@ มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑” ซึ่งเปNนกฎหมายจัดต้ังในระดับ “พระราชบัญญัติ” เปNนการเฉพาะ ซ่ึงกฎหมาย ดังกลาวไดมีบทบัญญัติกําหนดความเปNนอิสระของหนวยงานเอาไวเปNนการเฉพาะท่ีถูกออกแบบเพื่อใหจัดทํา บริการสาธารณะไดอยางคลองตวั และเปNนอิสระแตกตางจากสวนราชการและรัฐวิสาหกิจ ซ่ึงลักษณะดังกลาวนี้ เอาในระบบกฎหมายถือวาหนวยงานท่ีมีลักษณะเชนน้ีมีสถานะเปNน “องค3การมหาชน” อยางไรก็ตาม องค@การมหาชนในลักษณะนี้กลับมิไดมีลักษณะเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ@ที่เกิดข้ึนโดยกฎหมายใน ลําดับพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความในพระราชบัญญัติองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตอยางใด ทั้งน้ี เน่ืองจากปVจจุบันการจัดตั้งองค3การมหาชนสามารถกระทําไดภายใตเงื่อนไขของกฎหมาย อันไดแก& การตราพระราชบัญญัติจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ หรือ การจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาท่ีออกโดยอาศัยอํานาจ ตามความในพระราชบัญญัติองค3การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ซ่ึงกรณีของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐรวมท้ัง จุฬาลงกรณ3มหาวิทยาลัยน้ัน จัดเป4น “องค3การมหาชนท่ีจัดต้ังข้ึนโดยกฎหมายเฉพาะ” โดยการ ตรากฎหมายจัดต้ังเปNนการเฉพาะเปNนรายกรณีไปตามความจําเปNน โดยกฎหมายจัดตั้งเหลานี้ไดกําหนด หลักเกณฑ@ในเร่ืองของวัตถุประสงค@และภารกิจขององค@กร โครงสรางการบริหารงาน การบริหารบุคลากร การเงินการบัญชี ตลอดจนระบบงบประมาณและความสัมพันธ@กับรัฐของแตละองค@กรไวเปNนการเฉพาะ โดยไมมรี ปู แบบหรอื แนวทางที่เปนN มาตรฐานเดียวกัน ซ่ึงภายหลังการจัดตั้งองค@กรเหลาน้ีข้ึน พบวาองค@กรของ รัฐเหลานี้จํานวนหนึ่งไดรับการยืนยันและปฏิบัติตอจากสวนราชการทั้งหลายวามีสถานะท่ีมิใชท้ังสวนราชการ และมิใชท้งั รัฐวิสาหกิจ หากแตเปNนองคก@ รของรัฐ “รูปแบบพิเศษ” ดังเชนกรณีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุร นารี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ@ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เปNนตน ในขณะที่อีกหลายองค@กรที่มิไดมี วตั ถุประสงค@ในการดาํ เนนิ กจิ กรรมอตุ สาหกรรมหรอื การคาและไมมีลักษณะการประกอบกิจการในเชิงพาณิชย@ กลับไดรับการปฏิบัติตอโดยหนวยราชการที่เก่ียวของในลักษณะเดียวกับ “รัฐวิสาหกิจ” ดังกรณีของการกีฬา แหงประเทศไทย การทองเที่ยวแหงประเทศไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร@และเทคโนโลยีแหงประเทศไทย เปNนตน๖๐อยางไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากกฎหมายที่จัดต้ังองค@การเหลาน้ีพบวา องค@การมหาชนเหลาน้ีไมไดมี สถานะทางกฎหมายแตกตางไปจากองค@การมหาชนท่ีจัดต้ังข้ึนโดยพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความใน พระราชบัญญัติองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยสิ้นเชิงแตอยางใด ตรงกันขามองค@การเหลาน้ีตางมีอํานาจ หนาท่ีเฉพาะ มีสถานะเปNนหนวยงานของรัฐและเปNนนิติบุคคลเชนเดียวกัน หากแตองค@การมหาชนที่จัดต้ังข้ึน โดยพระราชกฤษฎกี าท่อี อกตามความในพระราชบญั ญตั อิ งค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดถูกกําหนดสถานะทาง กฎหมาย ความสมั พันธ@กับรฐั ในดานงบประมาณ การกํากับดูแล การตรวจสอบและประเมินผล โครงสรางการ บริหารองค@การท่ีมีระบบบริหารงาน บริหารการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล ตลอดจนหลักเกณฑ@อื่น ๆ ที่มีลักษณะเป4นอย&างเดียวกันท้ังหมดภายใตกรอบมาตรฐานของกฎหมาย เดียวกันเทาน้ัน ในขณะที่องค@การมหาชนที่จัดตั้งข้ึนโดยกฎหมายเฉพาะน้ันจะมีลักษณะรวมกันประการหน่ึง คอื “การเป4นนิตบิ ุคคลทจี่ ัดต้งั ขนึ้ ตามกฎหมาย”ที่สง& ผลใหองค3กรเหลา& น้ีมคี วามเป4นอิสระคล&องตัวแตกต&าง กันไปตามภารกิจของแต&ละองค3กรที่ไดกําหนดไวในกฎหมายจัดต้ังเป4นการเฉพาะ โดยไม&จําตองยึดโยงกับ มาตรฐานอยา& งหนึ่งอย&างใดของระบบราชการ ทั้งดานโครงสรางการบริหารงาน ระบบการบริหารงานบุคคล ระบบการเงินการบญั ชี ระบบงบประมาณตลอดจนความสัมพันธ@ระหวางองค@การกับรัฐ ท่ีหลากหลายแตกตาง ๖๐สุรพล นติ ไิ กรพจน@. องค@การมหาชน แนวคดิ รปู แบบ และวิธีการบริหารงาน.สํานักงานคณะกรรมการปฏริ ูประบบราชการ สาํ นักงาน ก.พ.. กรงุ เทพ ๒๕๔๒ .หนา๑๔ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวดั เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๘๓ กันไป ซ่ึงสามารถกําหนดใหเหมาะสมแตกตางกันไปตามภารกิจขององค@กรไดประกอบกับเม่ือพิจารณาจาก กฎหมายจัดต้ังองค@การมหาชนเหลานี้ พบวาภารกิจของแตละองค@การท่ีกฎหมายกําหนดน้ันลวนแลวแตเปNน ภารกจิ ทตี่ องการ “อํานาจตามกฎหมาย” ในการดําเนินการเพอื่ ใหเจาหนาท่ีของหนวยงานหรือตัวหนวยงานมี อํานาจในการดําเนินการ กํากับตรวจสอบ หรือแทรกแซงกิจการอ่ืนอันอาจเปNนกิจการของรัฐหรือเอกชน รวมท้ังประชาชนผูรับบริการ ซ่ึงอํานาจเชนนั้นเปNน “อํานาจมหาชน” ท่ีจําเปNนตองมีกฎหมายระดับ พระราชบัญญตั ริ องรบั จึงจะสามารถดําเนินการใหบรรลุภารกิจตามวัตถุประสงค@ที่ไดรับการจัดต้ังขึ้นไดเทาน้ัน และเม่ือพิจารณาเปรียบเทียบกับองค@การมหาชนท่ีจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความใน พระราชบญั ญตั ิองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ แลว “พบวา& องคก3 ารมหาชนทจี่ ัดตงั้ โดยกฎหมายเฉพาะเหล&านี้ จะมีความเป4นอิสระในการบริหารจัดการมากกว&า” แมวากฎหมายจัดตั้งจะกําหนดใหองค@การมหาชนตาม พระราชบญั ญตั ิเฉพาะเหลานอ้ี ยูภายใตการกํากับของรัฐมนตรีตนสังกัดในลักษณะเชนเดียวกับองค@การมหาชน ท่ีจัดต้ังโดยพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความในพระราชบัญญัติองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็ตาม หากแต อาํ นาจในการบริหารจดั การองค@การจะเปNนของ “คณะกรรมการ” ที่มีอํานาจหนาที่ในการควบคุมดูแลกิจการ ทั่วไปขององค@การ อํานาจในการวางนโยบาย การออกระเบียบและขอบังคับเพื่อใชในการบริหารงาน รวมทั้ง การอนุมัติงบประมาณรายจายขององค@การดวยตนเอง โดยมีผูบริหารคนหน่ึงเปNนผูรับผิดชอบการบริหารงาน นอกจากนี้ แมกฎหมายจะกําหนดใหองค@การมหาชนที่จัดตั้งโดยกฎหมายเฉพาะเหลาน้ีจะอยูภายใตการกํากับ ดูแลของรัฐมนตรีผูรักษาการตามกฎหมาย โดยมีอํานาจกํากับและควบคุมโดยทั่วไปซึ่งกิจการใหเปNนไปตาม วัตถุประสงค@และสอดคลองกับนโยบายหรือมติคณะรัฐมนตรี อยางไรก็ตาม การบริหารงานดังกลาวก็จะ ไมตกอยูภายใตการกํากับตามหลักเกณฑ@ท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนดข้ึนเพ่ือใชกํากับกับองค@การมหาชนที่จัดต้ัง โดยพระราชกฤษฎกี าที่ออกตามความในพระราชบัญญตั อิ งคก@ ารมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ แตอยางใด ตัวอยางเชน การกูยืมเงิน การถือหุนหรือการเขารวมทุนในกิจการของนิติบุคคลอื่นขององค@การมหาชนจะตองเปNนไปตาม หลักเกณฑ@ท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนด แตสําหรับหนวยงานในกํากับหรือองค@การมหาชนท่ีเกิดโดยมี พระราชบัญญัติจัดต้ังเปNนการเฉพาะน้ัน กฎหมายจะกําหนดใหคณะกรรมการบริหารเปNนผูมีอํานาจในการวาง ระเบยี บเพอ่ื กําหนดหลกั เกณฑ@ เงอ่ื นไขของการลงทุน การเขารวมกิจการหรอื ถือหนุ ไดดวยตนเอง เปนN ตน นอกจากน้ี ความแตกตางอีกประการหน่ึงระหวางองค@การมหาชนที่จัดตั้งข้ึนโดยกฎหมายเฉพาะกับ องค@การมหาชนท่ีจัดต้ังโดยพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามความในพระราชบัญญัติองค@การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ คือ กรณที ีก่ ฎหมายวาดวยองคก@ ารมหาชนน้นั กําหนดใหองค@การมหาชนน้ันสามารถยุบเลิกไดในกรณีอยางหนึ่ง อยางใดดังตอไปน้ี กลาวคือ เมื่อส้ินสุดระยะเวลาการดําเนินกิจการขององค@การมหาชนตามที่กําหนดไวใน พระราชกฤษฎีกาจัดต้ัง หรือเมื่อการดําเนินกิจการตามวัตถุประสงค@ท่ีกําหนดไวในพระราชกฤษฎีกาจัดต้ัง องค@การมหาชนน้ันเสร็จสิ้นลง และรัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค@การมหาชนน้ันได ประกาศยุติการดําเนินกิจการน้ันในราชกิจจานุเบกษา หรือเปNนกรณีที่รัฐบาลเห็นสมควรท่ีจะยุบเลิกองค@การ มหาชนนัน้ โดยไดดาํ เนินการตราพระราชกฤษฎกี ายุบเลิกแลวกไ็ ด อันเปนN กรณีท่ีกฎหมายกําหนดใหเปNนอํานาจ โดยสมบูรณ@ของฝPายบริหารในการจัดตั้งและยุบเลิกตามความเหมาะสม ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากภารกิจของ องค@การมหาชนท่ีจัดต้ังขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ จะพบวาภารกิจขององค@การมหาชนเหลาน้ีมิใชภารกิจที่สิ้นสุด ลงไดตามระยะเวลาหรือตามเง่ือนไขของการหมดลงของภารกิจแตอยางใด หากแตเปNนภารกิจท่ีตอเน่ืองและ เปNนภารกิจที่รัฐจําตองจัดใหมีองค@กรของรัฐไปรับผิดชอบดําเนินการอยางถาวร อาทิเชน ภารกิจในการจัด การศกึ ษาโดยสถาบนั การศึกษาของรัฐ ภารกจิ ดานการใหบริการดานสาธารณสุข หรือการจัดต้ังหนวยงานเพื่อ การคนควาวิจัยทางวิทยาศาสตร@และเทคโนโลยี เปNนตน กรณีเชนนี้ อันเปNนภารกิจที่ตองมีความตอเนื่อง รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
๘๔ สม่ําเสมอไมส้ินสุดอันแตกตางจากภารกิจเฉพาะกาลหรือเฉพาะเร่ืองที่มีกรอบการดําเนินงานท่ีจํากัดอยาง ชัดเจน ๓.๒.๓.๒ การพฒั นาโรงเรียนนติ ิบคุ คลในสังกัดกระทรวงศึกษาธกิ ารไปสูก& ารเป4นโรงเรยี นนิติบุคคล ท่มี ีความคล&องตัวและเปน4 อิสระในลกั ษณะเดยี วกบั มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ เ มื่ อ พิ จ า ร ณ า โ ค ร ง ส ร า ง ก า ร บ ริ ห า จั ด ก า ร ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง จุ ฬ า ล ง ก ร ณ@ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ข า ง ต น พบวากฎหมายไดกําหนดความเปNนอิสระและคลองตัวในการบริหารจัดการเอาไวหลายกรณีท้ังดานการ บรหิ ารงานท่ัวไป การบริหารงานบุคคล การบริหารวิชาการ และการบริหารงานทั่วไป อันสงผลใหจุฬาลงกรณ@ มหาวิทยาลัยเปNนหนวยงานของรัฐท่ีมีความคลองตัวสูงมาก ซ่ึงรูปแบบการบริหารจัดการดังกลาวไดนําไปสู ขอเสนอใหปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการของสถานศึกษานิติบุคคลในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการไป เปNนสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐข้ึน จนนํามาสูการยกราง “ร&างพระราชบัญญัติส&งเสริมสถานศึกษา นิติบุคคลในกํากับ พ.ศ. ...” โดย“คณะอนุกรรมการปฏิรูปกฎหมายการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ”ขึ้น ซึ่งเม่ือพิจารณาจากรางกฎหมายดังกลาวพบวา ไดนําเอาแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดต้ังองค@การมหาชนโดย กฎหมายเฉพาะมาประยุกต@ใช ซึ่งเพื่อใหเกิดความชัดเจนเก่ียวกับขอเสนอนี้ ผูวิจัยจะขอนําเอารายละเอียด ของรางพระราชบญั ญัติสงเสริมสถานศกึ ษานิตบิ ุคคลในกํากับ พ.ศ. ... มาวิเคราะห@๖๑ เพื่อนําไปสูการพิจารณา ความเปNนไปไดหรือความเหมาะสมของขอเสนอดงั กลาวตอไป ดังรายละเอยี ดตอไปนี้ (๑) การจดั ตงั้ สถานศึกษานิติบุคคลในกาํ กับ ภายใตเจตนารมณ@เพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศ โดยมีเปpาหมายเพ่ือยกระดับคุณภาพและ มาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาท่ีต่ํากวาปริญญาสมควรให สอดคลองกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ดวยการสงเสริมใหสถานศึกษาของรัฐและเอกชนท่ีจัด การศึกษาในระดับดังกลาวพัฒนาไปสูการเปNนสถานศึกษาที่ไมเปNนสวนราชการแตอยูในกํากับของรัฐเพ่ือ ประโยชน@ในการบริหารจัดการที่เปNนอิสระและมีความคลองตัวสามารถบริหารจัดการศึกษาไดอยางมีคุณภาพ และมีประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ข้นึ จงึ ไดกําหนดใหการจัดต้ังสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐนั้นเปNนอํานาจของ “คณะกรรมการส&งเสริมสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับ”๖๒ ท่ีจัดตั้งข้ึนตามรางกฎหมายน้ีในการจัดต้ัง สถานศึกษาหนง่ึ สถานศกึ ษาใดใหเปนN สถานศึกษาท่ีไมเปNนสวนราชการแตอยูในกํากับของรัฐ หรือ สถานศึกษา นติ บิ คุ คลในกาํ กบั ตามความในรางพระราชบัญญัติน้ีได โดยครอบคลุมเฉพาะสถานศึกษาในระบบโรงเรียนดังน้ี กลาวคือ สถานศึกษาที่สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานโรงเรียนเอกชนท่ีสังกัดสํานักงาน คณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษาท่ีสังกัดสํานักงาน ๖๑รางพระราชบัญญัตสิ งเสริมสถานศกึ ษานิติบคุ คลในกาํ กบั พ.ศ. ... ฉบับคณะอนุกรรมการปฏริ ปู กฎหมายการศึกษา๑๙ มี.ค.๕๘ ๖๒มาตรา ๖ใหมคี ณะกรรมการสงเสรมิ สถานศกึ ษานิตบิ คุ คลในกาํ กับ ประกอบดวย (๑)รฐั มนตรวี าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เปNนประธานกรรมการ (๒)กรรมการโดยตําแหนง ไดแก ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน เลขาธกิ ารคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา เลขาธกิ ารคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย@ อธิบดีกรมสงเสริมการปกครองทองถิ่น ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ และอธิบดกี รมบญั ชกี ลาง (๓)กรรมการผทู รงคณุ วุฒจิ าํ นวนส่ีคนซง่ึ รฐั มนตรีแตงตงั้ จากผูมคี วามรูความเชีย่ วชาญและประสบการณ@สูงในดานกฎหมาย ดานการวจิ ัย และประเมนิ ผล ดานการศึกษา และดานบรหิ ารจดั การ ดานละหนงึ่ คน ใหเลขาธกิ ารคณะกรรมการสงเสรมิ การศึกษานติ บิ คุ คลในกาํ กบั เปนN กรรมการและเลขานุการ หลกั เกณฑแ@ ละวธิ กี ารคดั เลอื กบุคคลเพอ่ื แตงตัง้ เปนN กรรมการตาม (๓) ใหเปนN ตามระเบยี บที่รฐั มนตรีกาํ หนด รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศึกษา
๘๕ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสถานศกึ ษาทีส่ งั กดั องค@กรปกครองสวนทองถ่นิ ๖๓ทงั้ น้ี สถานศึกษาที่จะเปNน สถานศึกษานิติบุคคลในกํากับตามรางกฎหมายนี้จะตองผาน “เกณฑ3ประเมินความพรอมและมีความสมัครใจ” ตามท่ีกฎหมายกําหนดอีกดวย๖๔ และกําหนดใหเปNนอํานาจของ “รัฐมนตรีว&าการกระทรวงศึกษาธิการ” ประกาศรายช่ือสถานศึกษาท่ีผานเกณฑ@ประเมินความพรอมและมีความสมัครใจใหเปNนสถานศึกษานิติบุคคล ในกํากับตามรางพระราชบัญญัติน้ี โดยการตราเปNนกฎหมายระดับ “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ” จัดต้ัง ซ่ึงรางกฎหมายกําหนดใหสถานศึกษาดังกลาวมีสถานะตามกฎหมายเปNน “นิติบุคคลในกํากับของรัฐ”๖๕ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไมเปNนสวนราชการตามกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการแผนดิน กฎหมายวา ดวยระเบียบบรหิ ารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายวาดวยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และ ไมเปNนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวาดวยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่นโดยสถานศึกษานิติบุคคลอาจออก ขอบงั คบั กําหนดใหมีประกาศนียบัตรและหนังสือรับรองการศึกษาหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนของ สถานศึกษานิติบุคคล และอาจกําหนดใหมีเคร่ืองหมายวิทยฐานะ การกําหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และ สวนประกอบของเครอื่ งหมายวิทยฐานะ โดยการตราเปนN “ประกาศของสถานศึกษานิติบุคคล” และประกาศ ในราชกิจจานเุ บกษาไดอีกดวย๖๖ นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากรางกฎหมายพบวาไดกําหนดใหสถานศึกษานิติบุคคลมีวัตถุประสงค@ใน การจัดการเรียนการสอน และสงเสริมการเรียนรูของผูเรียนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานทั้งสายสามัญและ สายอาชีพ หรอื การศกึ ษาระดับอดุ มศกึ ษาทีต่ าํ่ กวาปริญญาใหมีคุณภาพ และมีอํานาจหนาที่หลักในการจัดการ เรียนการสอนและสงเสริมการเรียนรูท่ีมุงเนนคุณภาพของผูเรียนการจัดทําหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน ส่ือและอุปกรณ@การเรียนการสอนสําหรับใชในสถานศึกษานิติบุคคลการดําเนินการและสงเสริมใหหนวยงานท่ี เก่ียวของและภาคเอกชนเขามามีสวนรวมในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา นิติบุคคลนั้น ๆ๖๗ นอกจากอํานาจหนาท่ีดังกลาวแลวสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับยังมีอํานาจในการ ถือกรรมสทิ ธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรพั ยสทิ ธติ าง ๆการกอต้ังสิทธิ หรือทํานิติกรรมใด ๆ เก่ียวกับทรัพย@สิน การทาํ ความตกลงและรวมมือกับองค@การหรือหนวยงานในประเทศและตางประเทศ หรือองค@กรปกครองสวน ทองถ่ิน ในกิจการท่ีเกี่ยวกับการเรียนการสอนและสงเสริมการเรียนรูของสถานศึกษานิติบุคคลการจัดใหมีทุน เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนนักศึกษาและการดําเนินงานของสถานศึกษานิติบุคคลการเขารวมทุนกับ นิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค@ของสถานศึกษานิติบุคคลการกูยืมเงินเพื่อประโยชน@ในกิจการที่ เกยี่ วกบั การเรียนการสอนและสงเสรมิ การเรียนรขู องสถานศึกษานติ บิ คุ คลการใหกยู ืมเงนิ เพ่ือเปNนทุนการศึกษา แกนักเรียนนักศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคลซ่ึงขาดแคลนทุนทรัพย@ โดยมีหลักประกันดวยบุคคลหรือทรัพย@ การเรียกเก็บคาธรรมเนียม คาบํารุง คาตอบแทน หรือคาบริการในการดําเนินกิจการการใหประกาศนียบัตร หนังสือรับรอง และเครื่องหมายวิทยฐานะในกิจกรรมที่เปNนไปตามวัตถุประสงค@และอํานาจหนาท่ีของ ๖๓รางพระราชบญั ญัตสิ งเสรมิ สถานศึกษานติ บิ ุคคลในกํากบั พ.ศ. ... : มาตรา ๓ ๖๔รางพระราชบญั ญตั สิ งเสรมิ สถานศกึ ษานิตบิ คุ คลในกํากบั พ.ศ. ... : มาตรา ๑๔ ๖๕มาตรา ๑๒ สถานศกึ ษานิติบคุ คลตามพระราชบัญญัตินีแ้ บงเปนN (๑) สถานศึกษาของรฐั ที่จดั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐานและการศึกษาระดับอดุ มศึกษาท่ีตํ่ากวาปรญิ ญา (๒) โรงเรยี นเอกชนที่จัดการศึกษาข้นั พื้นฐานและการศกึ ษาระดับอดุ มศกึ ษาทต่ี าํ่ กวาปริญญา (๓) สถานศกึ ษาขององคก@ รปกครองสวนทองถิ่นท่จี ัดการศึกษาขั้นพ้นื ฐานและการศึกษาระดบั อดุ มศึกษาทตี่ ํ่ากวาปริญญา ใหสถานศึกษาตาม (๑) (๒) และ (๓) มีฐานะเปNนนิติบุคคลในกํากับของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ท่ีไมเปNนสวนราชการตามกฎหมายวา ดวยระเบียบบรหิ ารราชการแผนดนิ กฎหมายวาดวยระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ และกฎหมายวาดวยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม และไมเปนN รฐั วสิ าหกิจตามกฎหมายวาดวยวิธกี ารงบประมาณและกฎหมายอื่น ๖๖รางพระราชบญั ญัติสงเสริมสถานศึกษานติ บิ คุ คลในกาํ กบั พ.ศ. ... : มาตรา ๕๑ ๕๒ และมาตรา ๕๓ ๖๗รางพระราชบญั ญัติสงเสริมสถานศึกษานติ บิ คุ คลในกํากับ พ.ศ. ... : มาตรา ๑๖ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๘๖ สถานศึกษานิติบุคคลและกระทําการอ่ืนใดที่จําเปNนหรือตอเน่ืองเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงค@ของสถานศึกษา นติ ิบคุ คล การเขารวมทุนกับนิติบุคคลอ่ืนตามและการกูยืมเงินตามหลักเกณฑ@ท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนดอีกดวย๖๘ ทั้งน้ี ทุนและทรพั ยส@ ินในการดําเนินกิจการของสถานศึกษานิติบุคคลจะมาจากเงินหรือทรัพย@สินท่ีไดรับโอนมา เงินท่ีรัฐบาลจายใหเปNนทุนประเดิมเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรใหตามความเหมาะสมเปNนรายปGเงิน อดุ หนุนจากภาคเอกชน และองค@กรปกครองสวนทองถ่ิน หรือองค@กรอื่น รวมท้ังจากตางประเทศหรือองค@การ ระหวางประเทศ และเงินหรือทรัพย@สินท่ีมีผูอุทิศใหคาธรรมเนียม คาบํารุง คาตอบแทน คาบริการ หรือรายได จากการดําเนินการตลอดจนดอกผลของเงินหรือรายไดจากทรัพย@สินของสถานศึกษานิติบุคคลนอกจากนั้น เพอื่ ความคลองตัวและเปนN อสิ ระของสถานศึกษา รางกฎหมายยังไดกําหนดใหรายไดของสถานศึกษานิติบุคคล ไมเปNนรายไดท่ีตองนําสงกระทรวงการคลังตามกฎหมายวาดวยเงินคงคลังและกฎหมายวาดวยวิธีการ งบประมาณอีกท้ังกําหนดใหสถานศึกษานิติบุคคลมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช จําหนาย และ จัดหาประโยชน@จากทรัพย@สินของสถานศึกษานิติบุคคลและอสังหาริมทรัพย@ซ่ึงสถานศึกษานิติบุคคลไดมาจาก การใหหรือซ้ือดวยเงินรายไดของสถานศึกษานิติบุคคลเปNนกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษานิติบุคคลดวย สําหรับ หลักเกณฑ@การใชจายเงินของสถานศึกษานิติบุคคลน้ัน รางกฎหมายกําหนดใหใชจายไปเพื่อกิจการของ สถานศึกษานิติบุคคลโดยเฉพาะ และกรณีการเก็บรักษาและเบิกจายเงินของสถานศึกษานิติบุคคล ใหเปNนไป ตามขอบังคับที่คณะกรรมการบริหารสถานศึกษากาํ หนดดวย (๒) โครงสรางการบริหารงานภายในของสถานศึกษานติ บิ ุคคลในกํากบั ของรัฐ ภายใตโครงสรางการบริหารจัดการท่ีถูกออกแบบมาใหมีความคลองตัวและเปNนอิสระ รางกฎหมาย จึงไดกําหนดใหการบริหารจัดการสถานศึกษาอยูภายใต “คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา” โดยออกนาม สถานศึกษานิติบุคคลแตละแหงตอทาย๖๙ โดยมีอํานาจหนาที่ในการควบคุมดูแลสถานศึกษานิติบุคคลให ดําเนินกิจการใหเปNนไปตามวัตถุประสงค@ที่กําหนดไว อํานาจหนาท่ีเชนวาน้ีใหรวมถึงอํานาจในการกําหนด นโยบายการบริหารงาน และใหความเห็นชอบแผนการดาํ เนินงานของสถานศึกษานิติบุคคลการอนุมัติแผนการ ลงทุนและแผนการเงินของสถานศึกษานิติบุคคลการควบคุมดูแลการดําเนินงานและการบริหารงานท่ัวไป ตลอดจนออกระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ หรือขอกําหนดเกี่ยวกับสถานศึกษานิติบุคคลในเรื่องเกี่ยวกับการ บริหารงานทั่วไปในสถานศึกษานิติบุคคล การจัดแบงสวนงานของสถานศึกษานิติบุคคล และขอบเขตหนาท่ี ของสวนงานดังกลาวการกําหนดตําแหนง คุณสมบัติเฉพาะตําแหนง อัตราเงินเดือน คาจาง และเงินอ่ืนของ เจาหนาทีแ่ ละลูกจางการคดั เลอื ก การบรรจุ การแตงต้ัง การประเมนิ ผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษ ๖๘รางพระราชบญั ญัตสิ งเสริมสถานศกึ ษานติ ิบคุ คลในกาํ กบั พ.ศ. ... : มาตรา ๑๗ ๖๙มาตรา ๒๒ ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกวา \"คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา\" โดยออกนามสถานศึกษานิติบุคคลแตละแหง ตอทาย ประกอบดวย (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรฐั มนตรแี ตงตั้งจากผูทรงคุณวฒุ ิ (๒) กรรมการโดยตําแหนง จํานวนหกคน ไดแก ผูวาราชการจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด อัยการจังหวัด ประธาน หอการคาจังหวดั ประธานสภาอตุ สาหกรรมจงั หวดั (๓) กรรมการท่ีมาจากผูแทนองค@กร จํานวนสี่คน ไดแก ผูแทนสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา ผูแทน สถาบนั อดุ มศึกษาในจงั หวดั ผแู ทนสถานศึกษาอาชีวศกึ ษาในจงั หวดั ผแู ทนสถานศกึ ษาเอกชนในจงั หวัด (๔) กรรมการผูทรงคุณวุฒิ จํานวนหกคน ซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซ่ึงมิใชขาราชการประจําหรือผูปฏิบัติงานในหนวยงานของรัฐทีมี ความรู ความเชี่ยวชาญ และความจัดเจนเปNนทปี่ ระจกั ษ@ทางการศึกษา กฎหมาย เศรษฐกิจ การเงนิ และงบประมาณ การพฒั นาสงั คม และสาขาอื่น ท่เี ก่ียวของและเปนN ประโยชน@ตอกิจการของสถานศึกษานิติบคุ คล ซง่ึ จะตองเปNนทางดานการศึกษาไมนอยกวาสองคน กรรมการผูทรงคุณวุฒิดงั กลาวขางตนตองแตงตั้งจากบัญชรี ายชอื่ ท่ีเจาหนาท่ีสถานศึกษานิติบุคคลเสนอจํานวนหนึ่งคน และจากบัญชี รายชื่อทีผ่ ปู กครองนักเรยี นนกั ศึกษาเสนอจาํ นวนหนงึ่ คน ทัง้ น้ี ตามระเบียบทคี่ ณะกรรมการบริหารสถานศึกษากําหนดตามมาตรา ๒๖ ใหผอู าํ นวยการบริหารสถานศึกษาเปนN กรรมการและเลขานกุ ารโดยตําแหนง และใหผอู ํานวยการแตงตง้ั เจาหนาที่เปNนผชู วยเลขานกุ าร รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพ่อื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๘๗ ทางวินัย การออกจากตําแหนง การรองทุกข@และการอุทธรณ@การลงโทษของเจาหนาที่และลูกจาง รวมทั้ง วิธีการและเงื่อนไขในการจางลูกจางการบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย@สินของสถานศึกษา นิติบุคคล รวมทั้งการบัญชี และการจาํ หนายทรัพย@สินจากบัญชีเปNนสูญการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน@อ่ืน แกเจาหนาทีแ่ ละลูกจางขอบเขตอํานาจหนาท่ี หลักเกณฑ@และวิธีการเกี่ยวกับการปฏิบัติหนาท่ีของผูตรวจสอบ ภายในวิธกี ารและหลักเกณฑ@ในการจดั ทําบญั ชีรายชื่อของเจาหนาทีส่ ถานศกึ ษานิติบุคคลและบัญชี รายชื่อของ ผูปกครองนักเรียนนักศึกษา เพ่ือเสนอคัดเลือกเปNนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการกระทําอ่ืนใดที่จําเปNน หรอื ตอเนอื่ งเพ่ือใหบรรลวุ ัตถุประสงค@ของสถานศึกษานติ บิ ุคคล๗๐ นอกจากน้ี รางกฎหมายกาํ หนดใหสถานศึกษานิติบุคคลตองมี “ผูอํานวยการบริหารสถานศึกษา”๗๑ คนหน่ึงมีหนาท่ีบริหารกิจการของสถานศึกษานิติบุคคลใหเปNนไปตามกฎหมาย และวัตถุประสงค@ของ สถานศึกษานิติบุคคล รวมท้ังระเบียบ ขอบังคับ ขอกําหนด นโยบาย มติ และประกาศของคณะ กรรมการบริหารสถานศึกษาและเปNน “ผูแทนของสถานศึกษา” ในกิจการท่ีเกี่ยวของกับบุคคลภายนอก โดยมีหนาท่ีในการเสนอเปpาหมาย แผนงาน และโครงการตอคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา เพ่ือใหการ ดําเนินงานของสถานศึกษานิติบุคคลบรรลุตามวัตถุประสงค@การเสนอรายงานประจําปGเกี่ยวกับผลการ ดําเนนิ งานดานตาง ๆ ของสถานศึกษานิติบุคคล รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนการเงิน และงบประมาณของปGตอไป ตอคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาเพื่อพิจารณาและการเสนอความเห็น เกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดําเนินงานของสถานศึกษานิติบุคคลใหมีประสิทธิภาพและเปNนไปตาม วตั ถุประสงค@ตอคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาท้ังจะตองรับผิดชอบตอคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาใน การบริหารกิจการของสถานศึกษานิติบุคคลดวย นอกจากนี้ ยังเปNน “ผูบังคับบัญชา” เจาหนาที่และลูกจาง ทุกตาํ แหนงโดยมอี ํานาจในการบรรจุ แตงต้ัง เล่ือน ลด ตัดเงินเดือนหรือคาจาง ลงโทษทางวินัยเจาหนาที่และ ลูกจาง ตลอดจนใหเจาหนาท่ีและลูกจางออกจากตําแหนง ท้ังน้ี ตามขอบังคับท่ีคณะกรรมการบริหาร สถานศึกษากําหนดตลอดจนการวางระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานของสถานศึกษานิติบุคคล โดยไมขัดหรือ แยงกับระเบียบ ขอบังคบั ขอกาํ หนด นโยบาย มติ หรอื ประกาศทีค่ ณะกรรมการบริหารสถานศกึ ษากําหนด สําหรับดานบุคลากรน้ัน พบวารางกฎหมายกําหนดให “ผูปฏิบัติงาน”ของสถานศึกษานิติบุคคลมี สามประเภท ไดแก กลุมเจาหนาท่ีหรือลูกจาง ไดแก ผูซ่ึงปฏิบัติงานโดยรับเงินเดือนหรือคาจางจาก งบประมาณของสถานศึกษานิติบุคคลกลุมท่ีปรึกษาหรือผูเชี่ยวชาญ ไดแก ผูซึ่งสถานศึกษานิติบุคคลจางให ปฏิบัติหนาท่ีเปNนท่ีปรึกษาหรือผูเช่ียวชาญโดยมีสัญญาจางและกลุมเจาหนาที่ของรัฐซ่ึงมาชวยปฏิบัติงานของ สถานศกึ ษานิตบิ ุคคลเปNนการชว่ั คราวโดยรางกฎหมายกําหนดใหกิจการของสถานศึกษานิติบุคคลไมอยูภายใต บังคับแหงกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ@ กฎหมายวาดวยการ ประกันสังคม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทน ท้ังน้ี ผูอํานวยการ เจาหนาที่ และลูกจางของสถานศึกษา นิติบุคคลตองไดรับประโยชน@ไมนอยกวาที่กําหนดไวในกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวย การประกันสงั คม และกฎหมายวาดวยเงินทดแทนอีกดวย (๓) การกํากับดแู ลและการตรวจสอบการดําเนนิ การของสถานศกึ ษานติ ิบุคคล โดยที่แมรางพระราชบัญญัติสงเสริมสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐ พ.ศ. ... กําหนดให สถานศกึ ษาท่ีถูกจัดตัง้ เปNนสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐมีสถานะเปNนนิติบุคคลในกํากับของรัฐท่ีมีความ คลองตัวและเปนN อิสระกต็ าม หากแตความคลองตัวและเปNนอิสระดังกลาวหมายความถงึ ความคลองตัวและเปNน ๗๐รางพระราชบญั ญตั ิสงเสรมิ สถานศึกษานติ บิ คุ คลในกาํ กบั พ.ศ. ... : มาตรา ๒๖ ๗๑รางพระราชบัญญัตสิ งเสรมิ สถานศึกษานิติบคุ คลในกาํ กับ พ.ศ. ... : มาตรา ๓๐ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๘๘ อิสระภายใตการกํากับดูแลจากรัฐ ซ่ึงในที่น้ียอมหมายความถึง “รัฐมนตรีว&าการกระทรวงศึกษาธิการ” ซึ่งเปNนผูรักษาการตามกฎหมายน่ันเอง หาไดหมายความถึงความเปNนอิสระท่ีปราศจากการควบคุมแตอยางใด นอกจากน้ี รางกฎหมายยังกําหนดให “คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา” มีอํานาจหนาท่ีกํากับดูแล การดําเนนิ กจิ การของสถานศึกษานิติบุคคลใหเปNนไป ตามกฎหมาย และใหสอดคลองกับวัตถุประสงค@ของการ จดั ตั้งสถานศึกษา นโยบายของรฐั บาล และมติคณะรัฐมนตรที เ่ี ก่ียวกับสถานศึกษา เพือ่ การน้ี ใหคณะกรรมการ มีอํานาจส่ังใหสถานศึกษาช้ีแจงแสดงความคิดเห็น ทํารายงาน หรือยับย้ังการกระทําของสถานศึกษาที่ขัดตอ วัตถุประสงค@ของการจัดตั้งสถานศึกษา นโยบายของรัฐบาล หรือมติคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวกับสถานศึกษา ตลอดจนส่ังสอบสวนขอเทจ็ จริงเกย่ี วกบั การดําเนนิ การไดท้ังนี้ เม่ือพิจารณาประกอบกับหลักการตรวจสอบอื่น ที่กําหนดในรางกฎหมายจะพบวา กฎหมายกําหนดใหสถานศึกษานิติบุคคลจะตองจัดทําบัญชีของสถานศึกษา นติ บิ ุคคลตามหลักสากล ตามแบบและหลักเกณฑ@ท่ีคณะกรรมการบริหารสถานศึกษากําหนด และตองจัดใหมี การตรวจสอบภายในเก่ียวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถานศึกษานิติบุคคล ตลอดจนรายงานผล การตรวจสอบใหคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาทราบอยางนอยปGละคร้ังนอกจากนี้ สถานศึกษานิติบุคคลมี หนาท่ีจะตองจัดทํางบดุล งบการเงิน และบัญชีทําการสงผูสอบบัญชีภายในเกาสิบวันนับแตวันสิ้นปGบัญชีทุกปG ในทุกรอบปGเพ่อื ใหสํานักงานการตรวจเงนิ แผนดิน หรือบุคคลภายนอกตามท่ีคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา แตงตงั้ ดวยความเหน็ ชอบของสาํ นกั งานการตรวจเงนิ แผนดนิ เปNนผูสอบบญั ชีและประเมนิ ผลการใชจายเงินและ ทรพั ย@สนิ ของสถานศึกษานิติบคุ คล โดยใหแสดงความคิดเห็นเปNนขอวิเคราะห@วาการใชจายดังกลาวเปNนไปตาม วัตถุประสงค@ ประหยัด และไดผลตามเปpาหมายเพียงใด แลวทําบันทึกรายงานผลการสอบบัญชีเสนอตอ คณะกรรมการบริหารสถานศึกษาและเพ่ือใหเปNนไปตามวัตถุประสงค@ดังกลาว ผูสอบบัญชีมีอํานาจตรวจสอบ สรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของสถานศึกษานิติบุคคล สอบถามผูอํานวยการบริหาร สถานศึกษา ผูตรวจสอบภายใน ผูปฏิบัติงานและเรียกใหสงสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานตางๆ ของสถานศึกษานิติบุคคลเปNนการเพิ่มเติมไดตามความจําเปNนไดอีกดวย ทั้งนี้ สถานศึกษานิติบุคคลมีหนาท่ี จะตองทํารายงานประจําปGเสนอรัฐมนตรี รายงานนี้ใหกลาวถึงผลงานของสถานศึกษานิติบุคคลในปGท่ีลวง มาแลว บัญชีทําการ พรอมทั้งรายงานของผูสอบบัญชี รวมท้ังคําช้ีแจงเก่ียวกับนโยบายของคณะ กรรมการบริหารสถานศึกษา โครงการ และแผนงานที่จะจัดทําในภายหนา และเพ่ือประโยชน@ในการสงเสริม ประสทิ ธิภาพ และการตรวจสอบการดําเนนิ งานของสถานศึกษานิติบุคคลใหเปNนไปตามวัตถุประสงค@ โครงการ และแผนงานที่ไดจัดทําไว ใหสถานศึกษานิติบุคคลจัดใหมีการประเมินผลการดําเนินงานของสถานศึกษา นิติบุคคล ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการบริหารสถานศึกษากําหนด แตตองไมนานกวาสามปG โดยจะตอง แสดงขอเท็จจริงใหปรากฏท้ังในดานประสิทธิผล คือ ระดับผลสัมฤทธ์ิของนักเรียน คุณภาพของหลักสูตรการ เรียนการสอนและกิจกรรมการเรียน ในดานประสิทธิภาพ คือ ความพรอมในการดําเนินงานของสถานศึกษา นติ ิบุคคล การบริหารการเงิน บุคลากร และทรัพย@สิน และในดานการพัฒนาองค@กร คือ คุณภาพของแผนงาน การดําเนินงานตามแผนงาน และคุณภาพของการบริการ และในรายละเอียดอื่นตามท่ีคณะกรรมการบริหาร สถานศึกษาจะไดกาํ หนดเพม่ิ เติมข้นึ อยางไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากโครงสรางการบริหารจัดการสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐ ดังปรากฏในรางพระราชบัญญัติสงเสริมสถานศึกษานิติบุคคลในกํากับของรัฐขางตน พบวาไดนําเอา แนวความคิดการจัดโครงสรางองค@กรในลักษณะของ “องค3การมหาชนท่ีมีกฎหมายจัดต้ังเป4นกรณีเฉพาะ” มาใชกบั การจัดต้ังสถานศึกษา โดยกําหนดใหรางกฎหมายดังกลาว มีสถานะเปNน “กฎหมายกลาง” ท่ีกําหนด หลักเกณฑ@เกี่ยวกับการยกฐานะสถานศึกษาใด ๆ ท่ีมีความพรอมตามเกณฑ@ท่ีกําหนดใหมีสถานะเปNนองค@การ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวดั เพือ่ พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๘๙ มหาชนตามกฎหมายนี้ โดยเปNนอํานาจของรัฐมนตรีในการออกเปNน “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ” ซึ่งยอม แสดงใหเห็นอยูเองวาการพัฒนาสถานศึกษานิติบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการไปเปNนองค@การมหาชนน้ัน ไมอาจเกิดขึ้นไดกับสถานศึกษานิติบุคคลทุกแหงพรอมกันทั้งประเทศ ในทางตรงกันขามจะมีสถานศึกษาเพียง บางแหงเทาน้ันที่มีความพรอมทั้งดานวิชาการ ดานงบประมาณ ดานการบริหารงานบุคคล และดานการ บริหารงานทั่วไป ที่จะสามารถบริหารจัดการการศึกษาไดอยางมีประสิทธิภาพในลักษณะขององค@การมหาชน ได อยางไรก็ตาม กรณีความสัมพันธ@ระหวางสถานศึกษานิติบุคคลท่ีเปNนองค@การมหาชนกับ กระทรวงศึกษาธิการน้ัน จะพบวาสถานศึกษานิติบุคคลเหลานี้แมจะมีสถานะเปNนองค@การมหาชนก็ตาม หากแตจะยงั คงอยภู ายใต “การกํากบั ดูแล” จาก “รฐั มนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ” ดังเดิมในฐานะท่ีเปNน ผูรักษาการตามกฎหมาย ซ่ึงยอมหมายความตอไปอีกวา สถานศึกษาอ่ืนท่ียังไมมีความพรอมเพียงพอก็จะ ยังคงมสี ถานะเปนN “สว& นราชการ” ในสังกดั ของกระทรวงศึกษาธิการในสังกัดของคณะกรรมการการศึกษาข้ัน พ้ืนฐานและเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาดงั เดมิ ซึ่งกระทรวงศึกษาธกิ ารในฐานะผูมีอาํ นาจจดั การศึกษาตามกฎหมาย รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
บทที่ ๔ การบริหารจดั การการศกึ ษาโดยสถานศึกษานติ ิบุคคลในปจจุบัน และบทวิเคราะหท\" างกฎหมาย เกีย่ วกบั ความเปน& ไปไดใ( นการบริหารจดั การสถานศกึ ษานติ ิบคุ คล ภายใต(ข(อเสนอตามกรอบการปฏริ ูปประเทศ โดยที่การจัดการศึกษาโดยสถานศึกษานิติบุคคลในปจจุบันนั้นประกอบดวยการจัดการศึกษาโดย ส!วนกลาง คือ กระทรวงศึกษาธิการโดยผ!านโครงสรางการบริหารจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ อันไดแก! เขตพ้ืนท่ีการศึกษาและสถานศึกษาเป,นหลัก กับการจัดการศึกษาโดยองค-กรปกครองส!วนทองถิ่น ซึ่งการจัดการศึกษาทั้งสองแบบกระจายย!ูเต็มพื้นที่ของประเทศเน้ือหาในรายงานการวิจัยส!วนนี้จะไดนําเสนอ ขอเท็จจริงเก่ียวกับขอมูลการจัดการศึกษาท้ังสองรูปแบบเพื่อประกอบ“การพิจารณาความเป&นไปได(ในการ ปรับเปลยี่ นระบบการบริหารจดั การการศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคล”ตามขอเสนอภายใตกรอบการปฏิรูป ประเทศตอ! ไป ดงั น้ี ๔.๑ ข(อมูลเก่ียวกับการบริหารจัดการสถานศึกษานิติบุคคลที่จัดการศึกษาระดับการศึกษา ข้นั พ้นื ฐานในปจจุบนั การพิจารณาขอมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานศึกษานิติบุคคลที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานในปจจุบัน จําตองพิจารณาจําแนกสถานศึกษาตามตนสังกัดของสถานศึกษานั้น ๆ ซ่ึงในรายงาน การวจิ ยั นไ้ี ดจําแนกออกเป,นสองกล!มุ ไดแก! สถานศกึ ษานติ ิบคุ คลในสังกัดของสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ และสถานศึกษานิติบคุ คลในสงั กัดขององค-กรปกครองสว! นทองถนิ่ ดังนี้ ๔.๑.๑ ข(อมูลของสถานศึกษานิติบุคคลในสังกัดของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร ภายใตกรอบมาตรา ๓๑ แห!งพระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กําหนดใหกระทรวงศึกษาธิการมีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับ“การส9งเสริม และกํากับดูแล การศึกษาทุกระดับและทุกประเภท” การกําหนดนโยบาย แผนและมาตรฐานการศึกษา การสนับสนุน ทรัพยากรเพื่อการศึกษา การส!งเสริมและประสารงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและการกีฬาเพ่ือการศึกษา รวมทั้งการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาและราชการอื่นตามที่กฎหมายกําหนดใหเป,น อํานาจหนาที่ของกระทรวงหรอื ส!วนราชการท่ีสังกัดกระทรวง ซ่ึงจะเห็นไดว!ากฎหมายมิได(มีเจตนารมณ\"มุ9งที่จะ ให(กระทรวงศึกษาธิการมีอํานาจหน(าที่หลักในการจัดการศึกษาหากแต9มุ9งหมายให(มีการกระจายอํานาจ การจัดการศึกษาออกไป โดยลดบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการท่ีเป&นหน9วยงานกลาง ไปทําหน(าท่ีในการ ส9งเสริมและกํากับดูแลการศึกษาทุกระดับและทกุ ประเภทซ่ึงรวมถึงการศึกษาขั้นพ้ืนฐานซ่ึงอย9ูในอํานาจของ สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานแทนแมแต!บทบาทของคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานก็ตาม ในมาตรา ๓๔ แหง! พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ท่ีกําหนดใหคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานมีหนาท่ีเฉพาะในการพิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐานและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีสอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห!งชาติ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพ่ือพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๙๑ และแผนการศึกษาแห!งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานเท!านั้น โดยมิไดมีเจตนารมณ-ใหทําหนาที่หลักในการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานแต!อย!างใดเช!นกันหาก แต!จากขอมูลของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ณ ปจจุบัน (กุมภาพันธ- ๒๕๕๙) พบว!า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานส9วนใหญ9ล(วนแล(วแต9เป&นสถานศึกษาในสังกัด สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานทั้งสิ้นซึ่งการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของสถานศึกษา ตามที่กาํ หนดในมาตรา ๓๗ แห!งพระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง! ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกอบกับมาตรา ๓๓ แห!งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แกไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ไดกําหนดใหการบริหารและการจัดการศึกษา ข้ันพื้นฐาน “จะต(องยึดเขตพื้นที่การศึกษาเป&นหลัก” โดยคํานึงถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน สถานศกึ ษา จาํ นวนประชากร วัฒนธรรมและความเหมาะสมดานอ่ืนประกอบกัน ซ่ึงปจจุบันไดมีการจัดแบ!งเขต พ้ืนท่ีการศึกษาออกเป,นจํานวนทั้งสิ้น ๒๒๕ เขต โดยแบ!งเป,นสํานักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑๘๓เขตและสํานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาจาํ นวน ๔๒ เขต ครอบคลมุ อยู!ทุกจังหวัดของประเทศ (๑) ขอ( มลู จํานวนสถานศึกษา จากขอมลู ณ ปจจบุ นั (กมุ ภาพนั ธ- ๒๕๕๙) สถานศึกษาในสังกัดของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพื้นฐานจะตั้งอย!ูในเขตพื้นที่การศึกษาและกระจายอยู!ท่ัวทุกภูมิภาคของทั้งประเทศ ทั้งน้ี เพ่ือประโยชน- ของการกําหนดหลักเกณฑ-และวิธีการยายผูบริหารสถานศึกษาในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานจึงไดกําหนดแบ!งสถานศึกษาออกเป,น ๗ ขนาด ตามจํานวน นกั เรียนดังน้ี ๑.ขนาดท่ี ๑ มีจํานวนนักเรียนตั้งแต! ๑ – ๑๒๐ คนซึ่งแบ!งย!อยออกเป,น ๗ ขนาดย!อยคือ (๑) จาํ นวน ๐ คน (๒) จํานวน ๑ – ๒๐ คน (๓) จํานวน ๒๑ – ๔๐ คน (๔) จํานวน ๔๑ – ๖๐ คน (๕) จํานวน ๖๑ – ๘๐ คน (๖) จาํ นวน ๘๑ – ๑๐๐ คน และ (๗) จาํ นวน ๑๐๑ – ๑๒๐ คน ๒. ขนาดที่ ๒ มีจํานวนนักเรียนตั้งแต! ๑๒๑ – ๒๐๐ คน ๓. ขนาดที่ ๓ มีจาํ นวนนักเรยี นต้ังแต! ๒๐๑ – ๓๐๐ คน ๔. ขนาดท่ี ๔ มีจํานวนนักเรียนตั้งแต! ๓๐๑ – ๔๙๙ คน ๕. ขนาดท่ี ๕ มีจาํ นวนนักเรียนต้ังแต! ๕๐๐ – ๑๔๙๙ คน ๖. ขนาดท่ี ๖ มีจาํ นวนนกั เรยี นตั้งแต! ๑๕๐๐ – ๒๔๙๙ คนและ ๗. ขนาดท่ี ๗ มีจํานวนนกั เรยี นต้ังแต! ๒๕๐๐ คนขนึ้ ไป ดงั รายละเอียดปรากฎตามตาราง ต!อไปนี้ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพ่ือพฒั นาคุณภาพการศึกษา
๙๒ จํานวนสถานศึกษาจาํ แนกตามขนาดจํานวนนักเรียน ประจาํ ป>การศึกษา ๒๕๕๘ ๑ ขนาดสถานศกึ ษา จาํ นวนนักเรยี น จํานวน รอ( ยละ สถานศกึ ษา ขนาดท่ี ๑ นอยกว!า ๒๐ คน ๓.๔๔ ๑,๐๕๙ ขนาดที่ ๒ ๒๑ – ๔๐ คน ๘.๐๗ ขนาดที่ ๓ ๔๑ – ๖๐ คน ๒,๔๘๘ ๑๐.๙๙ ขนาดท่ี ๔ ๖๑ – ๘๐ คน ๓,๓๘๘ ๑๑.๔๑ ขนาดที่ ๕ ๘๑ – ๑๐๐ คน ๓,๕๑๕ ๘.๙๘ ขนาดที่ ๖ ๑๐๑ – ๑๒๐ คน ๒,๖๘๐ ๒.๖๖ ขนาดที่ ๗ ๒,๓๕๙ ๕๐.๕๕ รวม ๑๕,๕๗๗ ๒๒.๐๔ ๑๒๑ – ๒๐๐ คน ๖,๗๙๑ ๑๑.๕๑ ๒๐๑ - ๓๐๐ คน ๓,๕๔๗ ๗.๕๐ ๓๐๑ – ๔๙๙ คน ๒,๓๑๐ ๖.๑๖ ๕๐๐ – ๑,๔๙๙ คน ๑,๘๙๙ ๑.๒๗ ๑,๕๐๐ - ๒,๔๙๙ คน ๓๙๐ ๐.๙๘ ต้งั แต! ๒,๕๐๐ คนข้ึนไป ๓๐๒ ๑๐๐.๐๐ ๓๐,๘๑๖ รวมท้ังส้ิน จากขอมูลจํานวนสถานศึกษาท่ีจําแนกตามขนาดจํานวนนักเรียน ประจําปOการศึกษา ๒๕๕๘ จะเห็นไดว!า สถานศกึ ษาขนาดท่ี ๑ ซ่ึงมีจํานวนนักเรียนนอยกว!า ๒๐ – ๑๒๐ คนมีสัดส!วนมากท่ีสุดไปอันดับหน่ึงโดยคิดเป,น รอยละ ๕๐.๕๕ ในขณะท่ีสถานศึกษาขนาดท่ี ๖ ซ่ึงมีจํานวนนักเรียน ๑,๕๐๐ – ๒,๔๙๙ คน ซ่ึงถูกกําหนดให เป,นสถานศึกษาขนาดใหญ!มีสัดส!วนเพียงรอยละ ๑.๒๗ และสถานศึกษาขนาดที่ ๗ ซึ่งมีจํานวนนักเรียนต้ังแต! ๒,๕๐๐ คนซึ่งคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกําหนดใหเป,นสถานศึกษาขนาดใหญ!พิเศษมีสัดส!วนเพียง รอยละ ๐.๙๘เท!าน้นั จาํ นวนสถานศึกษาจําแนกประเภท ปก> ารศกึ ษา ๒๕๕๘๒ ประถม สามัญ ประเภทสถานศึกษา พเิ ศษ รวม ๒๘,๓๕๘ ๒,๓๖๑ สงเคราะห\" ๔๖ ๓๐,๘๑๖ ๕๑ ขอมูลตามตารางขางตนเป,นขอมูลที่แสดงถึงจํานวนสถานศึกษาโดยจําแนกตามประเภทการ จัดการศึกษา ปOการศึกษา ๒๕๕๘ สามารถจําแนกเป,น ระดับประถมศึกษาจํานวนท้ังส้ิน ๒๘,๓๕๘ แห!ง สถานศึกษาสายสามญั จาํ นวนทั้งสนิ้ ๒,๓๖๑ แห!ง สถานศึกษาสงเคราะห-จาํ นวนทง้ั ส้นิ ๕๑ แห!ง และสถานศึกษา พิเศษอกี จาํ นวนท้งั สน้ิ ๔๖ แหง! รวมทั้งสน้ิ ๓๐,๘๑๖ แห!ง ๑ขอมูลอางองิ จาก http://www.bopp-obec.info/home/?page_id=18308 ตามตารางท่ี ๗ จาํ นวนสถานศกึ ษาจาํ แนกตามขนาด จาํ นวนนกั เรียนปOการศึกษา ๒๕๕๘ ๒ขอมลู อางอิงจาก http://www.bopp-obec.info/home/?page_id=18308 ตามตารางที่ ๙ จําแนกตามประเภท ปO ๒๕๕๘ รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๙๓ (๒) ข(อมลู จาํ นวนนักเรยี นและจาํ นวนครู ขอมูล ณ ปO พ.ศ. ๒๕๕๘ ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานสามารถจําแนกขอมูล จํานวนนักเรียนและจํานวนครูในสังกัดของสถานศึกษาท่ีขึ้นอย!ูกับสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ออกเปน, ๖ ภาคดงั น้ี ภาค ๑ : สํานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาภาคเหนือ คลอบคลุมพ้ืนที่ ๙ จังหวัด ไดแก! เชียงราย น!าน พะเยา เชียงใหม! แม!ฮ!องสอน แพร! ลําปาง ลําพูน และอตุ รดติ ถ- ประกอบดวย (๑) เชียงรายมีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๔ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๙๘,๔๗๓ คน และจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทั้งส้ิน ๖,๐๖๐ คน (๒) นา! น มีสํานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับ ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๓๖,๑๗๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๘๖๔ คน (๓) พะเยา มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๖,๔๓๒ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมท้ังส้นิ ๒,๒๐๑ คน (๔) เชียงใหม! มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๖ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑๒๕,๘๖๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทง้ั ส้ิน ๗,๒๗๙ คน (๕) แม!ฮ!องสอน มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓๓,๓๙๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทั้งสน้ิ ๒,๐๗๔ คน (๖) แพร!มสี ํานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับ ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๒,๙๑๒ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๑,๙๗๗ คน (๗) ลําปาง มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓๖,๗๒๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทัง้ สน้ิ ๒,๘๓๔ คน (๘) ลําพูน มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั ก!อนประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒๒,๓๗๓ คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศึกษา
๙๔ จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทงั้ สิ้น ๑,๗๐๑ คน (๙) อุตรดิตถ-มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๒๙,๗๘๗ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทงั้ ส้ิน ๒,๒๖๒ คน ภาค ๒ : สาํ นกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาภาคกลาง คลอบคลุมพืน้ ที่ ๒๒ จงั หวดั ไดแก! กรุงเทพมหานคร พษิ ณโุ ลก สุโขทยั เพชรบูรณ- พจิ ติ ร กําแพงเพชร นครสวรรค- ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี สิงห-บุรี อ!างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก ปทมุ ธานี นนทบรุ ี นครปฐม สมุทรปราการ สมทุ รสาคร และสมุทรสงครามประกอบดวย (๑) กรุงเทพมหานคร มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๒๙,๐๙๙ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทงั้ สนิ้ ๑,๑๖๘ คน (๒) พิษณุโลกมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๖๔,๗๖๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทั้งสน้ิ ๔,๑๖๗ คน (๓) สุโขทัยมีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๒,๖๐๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมท้ังสิ้น ๒,๙๘๗ คน (๔) เพชรบรู ณ- มีสํานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๖๙,๗๕๗ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมท้งั สนิ้ ๔,๙๙๗ คน (๕) พิจิตรมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๓๖,๑๖๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทง้ั สิ้น ๒,๕๘๒ คน (๖) กําแพงเพชรมีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๕๖,๖๑๔ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้งั สนิ้ ๓,๘๐๔ คน (๗) นครสวรรค-มสี ํานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาจาํ นวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๗,๐๘๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมทง้ั ส้ิน ๔,๕๐๐ คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพอื่ พฒั นาคุณภาพการศึกษา
๙๕ (๘) ลพบุรี มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั ก!อนประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔๘,๕๘๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓,๑๐๕ คน (๙) ชัยนาทมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๓,๒๔๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑,๕๕๕ คน (๑๐) อทุ ัยธานีมีสํานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๙,๐๘๒ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมท้งั สนิ้ ๑,๘๘๖ คน (๑๑) สิงห-บุรีมีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั กอ! นประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๕,๒๐๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑,๑๒๑ คน (๑๒) อ!างทองมสี ํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั ก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๑,๑๓๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑,๓๐๙ คน (๑๓) สระบุรีมีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั กอ! นประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔๕,๓๐๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๕๕๐ คน (๑๔) พระนครศรีอยุธยามีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวน รวมท้ังส้ิน ๒๙,๗๘๗ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษา ตอนปลายจาํ นวนรวมทงั้ ส้ิน ๒,๒๖๒ คน (๑๕) สุพรรณบุรีมีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๖๓,๙๔๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทงั้ สิ้น ๓,๘๔๗ คน (๑๖) นครนายกมีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๒๐,๘๙๙ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทงั้ สิ้น ๑,๒๗๔ คน (๑๗) ปทุมธานีมสี าํ นักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๖๓,๖๑๔ คน รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๙๖ จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๕๓๘ คน (๑๘) นนทบุรีมีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๔๐,๗๙๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑,๗๗๒ คน (๑๙) นครปฐมมสี ํานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๖๓,๒๓๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๓,๐๗๕ คน (๒๐) สมุทรปราการมีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๗,๐๘๖ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๒,๔๖๗ คน (๒๑) สมุทรสาครมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๑๑,๖๐๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทง้ั สิน้ ๖๖๗ คน (๒๒) สมุทรสงครามมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๓๖,๓๖๗ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทัง้ สนิ้ ๑,๕๘๗ คน ภาค ๓ : สาํ นักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ครอบคลุมพื้นท่ี ๒๐ จังหวัด ไดแก! หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลําภู เลย มุกดาหาร กาฬสินธุ- ขอนแก!น อํานาจเจริญ ยโสธร รอยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย- สุรินทร- ศรสี ะเกษอุบลราชธานี และบึงกาฬประกอบดวย (๑) หนองคาย มีสํานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๔๐,๓๖๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๕๒๘ คน (๒) นครพนม มสี าํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๖๙,๗๔๗ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๔,๑๙๗ คน (๓) สกลนคร มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั ก!อนประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๑๑๐,๕๐๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๖,๗๓๓ คน รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวดั เพ่อื พฒั นาคุณภาพการศึกษา
๙๗ (๔) อุดรธานี มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๔ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๓๐,๔๓๒ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๘,๓๐๒ คน (๕) หนองบัวลําภู มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔๗,๐๐๐ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมท้ังสนิ้ ๓,๐๕๑ คน (๖) เลย มสี ํานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับ ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๐,๘๘๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓,๖๕๗ คน (๗) มุกดาหาร มสี าํ นักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓๒,๖๓๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๒๐๑ คน (๘) กาฬสินธ-ุ มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๗๔,๐๗๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๕,๗๑๔ คน (๙) ขอนแก!น มสี ํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๕ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดบั กอ! นประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑๒๑,๑๔๘ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๘,๖๙๙ คน (๑๐) อํานาจเจริญ มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓๑,๓๕๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทั้งสนิ้ ๒,๑๘๕ คน (๑๑) ยโสธร มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๑,๖๕๘ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๓,๓๕๗ คน (๑๒) รอยเอด็ มีสาํ นกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๙๗,๐๐๘ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๗,๖๖๓ คน (๑๓) มหาสารคาม มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๙๘ ๖๙,๕๒๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทงั้ สน้ิ ๕,๑๗๕ คน (๑๔) ชัยภูมิ มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับกอ! นประถมศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๙๗,๑๙๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๖,๓๙๗ คน (๑๕) นครราชสีมา มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๗ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๑๘,๔๙๐ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๓,๕๕๒ คน (๑๖) บรุ รี มั ย- มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๔ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑๕๔,๙๖๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๙,๔๐๙ คน (๑๗) สุรินทร- มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๑๔๒,๔๕๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๘,๒๓๘ คน (๑๘) ศรีสะเกษ มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๔ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๓๕,๗๕๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมท้งั ส้ิน ๘,๖๖๓ คน (๑๙) อุบลราชธานี มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๕ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๖๗,๗๘๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทั้งส้ิน ๑๐,๑๔๙ คน (๒๐) บงึ กาฬ มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔๒,๑๑๐ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๔๔๘ คน ภาค ๔ : สาํ นักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาภาคตะวนั ออก ครอบคลุมพื้นที่ ๗ จังหวัด ไดแก! สระแกว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ประกอบดวย (๑) สระแกว มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๕๑,๕๐๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๙๘๗ คน รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๙๙ (๒) ปราจนี บุรีมีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓๕,๔๔๗ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๑๓๐ คน (๓) ฉะเชงิ เทรามีสาํ นกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๖๑,๔๙๘ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓,๐๓๖ คน (๔) ชลบุรีมีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๕๐,๒๘๐ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๓๖๔ คน (๕) ระยอง มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๖๓,๒๗๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒,๗๐๐ คน (๖) จันทบุรี มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๑,๐๔๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๒๔๑ คน (๗) ตราด มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๑,๗๓๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑,๑๐๒ คน ภาค ๕ : สาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาภาคตะวนั ตก ครอบคลมุ พ้นื ที่ ๕ จงั หวัด ไดแก! ตาก กาญจนบุรี ราชบรุ ี เพชรบรุ ี และประจวบคิริขนั ธ-ประกอบดวย (๑) ตากมีสาํ นกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับ ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๖๒,๗๓๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๙๖๖ คน (๒) กาญจนบุรีมีสาํ นกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๔ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๘๓,๕๓๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔,๖๒๕ คน (๓) ราชบุรีมีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๕๙,๘๘๒ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๓,๓๗๙ คน รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพื่อพฒั นาคุณภาพการศึกษา
๑๐๐ (๔) เพชรบุรีมีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๙,๐๔๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑,๘๗๑ คน (๕) ประจวบคีรีขันธ-มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๓๙,๖๓๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้นิ ๒,๑๒๖ คน ภาค ๖ : สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาภาคใต( ครอบคลุมพ้ืนที่ ๑๔ จังหวัด ไดแก! ชุมพร ระนอง สุราษฏร-ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต พัทลุง ตรัง ปตตานี สงขลา สตลู นราธวิ าส และยะลา ประกอบดวย (๑) ชุมพร มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๔๖,๖๘๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๒,๔๗๑ คน (๒) ระนอง มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑๗,๒๙๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๙๖๐ คน (๓) สุราษฏร-ธานี มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๘๑,๒๘๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทง้ั สิน้ ๔,๔๘๙ คน (๔) นครศรีธรรมราช มีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑๐๘,๒๙๔ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทงั้ ส้ิน ๖,๙๗๑ คน (๕) กระบี่ มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๔๐,๘๑๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๒,๒๒๙ คน (๖) พังงา มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒๔,๓๘๙ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑,๔๒๗ คน (๗) ภูเก็ต มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๘,๐๓๓คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวัด เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา
๑๐๑ จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๗๓๕ คน (๘) พัทลุง มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๓๗,๕๘๗คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังส้ิน ๒,๕๐๓ คน (๙) ตรงั มสี ํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับ ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๐,๒๘๐ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๕๒๗ คน (๑๐) ปตตานี มีสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๒ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๑,๑๕๓ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๓,๖๑๔ คน (๑๑) สงขลา มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๘๗,๑๑๖ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๓,๗๕๕ คน (๑๒) สตูล มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๑ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๘,๒๕๑ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๑,๖๙๐ คน (๑๓) นราธิวาส มีสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวน นักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๘๔,๑๐๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมท้ังสน้ิ ๔,๓๔๕ คน (๑๔) ยะลา มีสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจํานวน ๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียน ระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๕๕,๑๙๕ คน จํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๒,๖๓๖ คน สาํ หรับขอมลู จํานวนนกั เรียนและจํานวนครทู ีอ่ ย!ูในสงั กัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา๓ ซ่ึง มีเขตบรกิ ารแตกต!างจากสํานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา มีดงั นี้ (๑) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๑ ซึ่งเขตบริการอย!ูในกรุงเทพมหานคร ๒๓ เขต ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งส้ิน ๑๑๖,๗๔๑ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทั้งสน้ิ ๕,๐๐๔ คน ๓ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ งการกําหนดเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา ประกาศ ณ วันที ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๐๒ (๒) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒ ซึ่งเขตบริการอย!ูในกรุงเทพมหานคร ๒๘ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสิ้น ๑๒๘,๙๗๔ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทง้ั สิน้ ๕,๑๔๔ คน (๓) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดนนทบุรี และ พระนครศรีอยุธยา ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๕,๕๑๗ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมท้ังส้นิ ๒,๘๙๙ คน (๔) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๔ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดปทุมธานี และสระบุรี ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๓,๖๑๔ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทง้ั สิน้ ๒,๖๓๘ คน (๕) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๕ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดสิงห-บุรี ลพบุรี ชัยนาท และอ!างทอง ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๓,๖๓๑ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทง้ั สิ้น ๒,๘๘๗ คน (๖) สํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๖ ซ่งึ เขตบรกิ ารอย!ูในจังหวัดฉะเชงิ เทรา สมุทราปราการ ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๗๔,๔๐๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ สิ้น ๓,๐๑๖ คน (๗) สาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษาท่ี ๗ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และ สระแกว ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษา ตอนปลายจํานวนรวมทัง้ สิน้ ๓๙,๒๕๑ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสนิ้ ๑,๙๓๓ คน (๘) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๘ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๕๖,๔๔๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทั้งสิ้น ๒,๖๔๒ คน (๙) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๙ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดสุพรรณบุรี และนครปฐม ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๙,๙๕๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทง้ั ส้ิน ๓,๓๗๔ คน (๑๐) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๐ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ- สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๕,๐๗๕ คนจํานวนครูระดับก!อน ประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ ส้นิ ๒,๖๗๔ คน (๑๑) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๑ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดสุราษฎร-ธานี และชุมพร ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๐๓ จํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๖,๐๕๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ ส้ิน ๒,๗๙๔ คน (๑๒) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๒ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พัทลุง ประกอบดวยจาํ นวนนกั เรียนระดบั กอ! นประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอน ปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๗๖,๐๔๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทงั้ ส้นิ ๔,๔๘๔ คน (๑๓) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๑๓ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดตรัง และกระบ่ี ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งส้ิน ๔๓,๒๘๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทงั้ ส้ิน ๒,๑๗๖ คน (๑๔) สํานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษาที่ ๑๔ ซง่ึ เขตบริการอยใู! นจงั หวัดพังงา ภูเก็ต และระนอง ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๒๗,๘๗๘ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๑,๔๐๘ คน (๑๕) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๕ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดนราธิวาส ปตตานี ยะลา ประกอบดวยจํานวนนกั เรียนระดบั ก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอน ปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๒๘,๖๕๓ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้งั สิน้ ๑,๕๓๙ คน (๑๖) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๑๖ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดสงขลา และสตูล ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๕๔,๘๐๖ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ ส้ิน ๒,๙๙๐ คน (๑๗) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๗ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดจันทบุรี และตราด ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๒๗,๗๗๖ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งสนิ้ ๑,๔๓๔ คน (๑๘) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๑๘ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดชลบุรี และระยอง ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสิ้น ๗๖,๘๕๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้งั ส้ิน ๓,๑๔๑ คน (๑๙) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๑๙ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดเลย หนองบัวลําภู ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๐,๙๕๑ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมท้งั สิ้น ๒,๐๐๔ คน (๒๐) สํานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒๐ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดอุดรธานี ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ท้ังสิ้น ๕๓,๙๒๐ คนจาํ นวนครูระดบั กอ! นประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสน้ิ ๒,๘๑๘ คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๑๐๔ (๒๑) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒๑ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดหนองคาย ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๒,๑๘๔ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทงั้ สิ้น ๑,๘๔๔ คน (๒๒) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๒๒ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดนครพนม และ มุกดาหาร ประกอบดวยจํานวนนกั เรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษา ตอนปลายจาํ นวนรวมทง้ั สิน้ ๔๙,๗๖๑ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ ส้นิ ๒,๓๗๑ คน (๒๓) สํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาท่ี ๒๓ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดสกลนคร ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทั้งสิ้น ๔๔,๐๓๑ คนจาํ นวนครูระดบั ก!อนประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทงั้ สน้ิ ๒,๑๒๗ คน (๒๔) สํานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาท่ี ๒๔ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดกาฬสินธุ- ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทั้งสิน้ ๓๗,๒๗๓ คนจํานวนครูระดบั กอ! นประถมศึกษา ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทง้ั สนิ้ ๒,๑๗๒ คน (๒๕) สาํ นักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาที่ ๒๕ ซง่ึ เขตบริการอยู!ในจังหวัดขอนแก!น ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทงั้ ส้ิน ๖๔,๙๗๕ คนจาํ นวนครรู ะดับก!อนประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทัง้ ส้นิ ๓,๕๗๒ คน (๒๖) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒๖ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสิ้น ๓๖,๔๒๖ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ สนิ้ ๑,๘๖๙ คน (๒๗) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๒๗ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดรอยเอ็ด ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ท้ังส้นิ ๕๐,๘๙๖ คนจาํ นวนครรู ะดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทั้งสิน้ ๒,๘๒๕ คน (๒๘) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒๘ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดศรีสะเกษ และยโสธร ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสิ้น ๗๐,๗๐๙ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทงั้ สน้ิ ๓,๒๕๔ คน (๒๙) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๒๙ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดอุบลราชธานี และ อํานาจเจริญ ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทั้งส้ิน ๗๗,๑๕๙ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทง้ั สนิ้ ๓,๖๔๖ คน (๓๐) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓๐ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดชัยภูมิ ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวดั เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
๑๐๕ ทงั้ สน้ิ ๓๓,๖๓๗ คนจํานวนครรู ะดับกอ! นประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมท้งั สน้ิ ๑,๗๑๓ คน (๓๑) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓๑ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดนครราชสีมา ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๖๘,๕๑๒ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมท้ังส้นิ ๓,๓๔๗ คน (๓๒) สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๓๒ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดบุรีรัมย- ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทัง้ ส้ิน ๖๓,๕๒๒ คนจํานวนครรู ะดบั ก!อนประถมศกึ ษา ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลาย จาํ นวนรวมทั้งสน้ิ ๒,๙๑๕ คน (๓๓) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓๓ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจังหวัดสุรินทร- ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทั้งส้นิ ๖๐,๔๗๕ คนจํานวนครรู ะดับกอ! นประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทัง้ สน้ิ ๒,๖๘๖ คน (๓๔) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๓๙ ซึ่งเขตบริการอยู!ในจังหวัดเชียงใหม! แม!ฮ!องสอน ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๔,๗๖๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทง้ั สิน้ ๒,๓๐๒ คน (๓๕) สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาที่ ๓๕ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดลําปาง และลําพูน ๒๓ เขต ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอน ปลายจํานวนรวมท้ังสิ้น ๓๕,๓๓๗ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมท้งั สิน้ ๒,๒๘๒ คน (๓๖) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓๖ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดเชียงราย และพะเยา ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๕๑,๓๘๕ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมทัง้ ส้นิ ๒,๘๙๗ คน (๓๗) สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๓๗ ซ่ึงเขตบริการอย!ูในจงหวัดแพร! และน!าน ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๓๓,๒๕๒ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศกึ ษาตอนปลายจาํ นวนรวมทั้งส้ิน ๒,๐๗๑ คน (๓๘) สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษาท่ี ๓๘ ซึ่งเขตบริการอย!ูในจังหวัดสุโขทัย และตาก ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งสิ้น ๓๖,๙๐๙ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวมท้ังสนิ้ ๑,๘๗๙ คน (๓๙) สาํ นักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาท่ี ๓๙ ซง่ึ เขตบริการอย!ูในจังหวัดพิษณุโลก และอุตรดิตถ- ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังส้ิน ๔๓,๔๔๐ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมทง้ั สน้ิ ๒,๕๕๒ คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพอ่ื พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๑๐๖ (๔๐) สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษาท่ี ๔๐ ซงึ่ เขตบริการอยู!ในจังหวัดเพชรบูรณ-ประกอบดวย จํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจํานวนรวม ทง้ั สิ้น ๒๙,๕๔๓ คนจาํ นวนครรู ะดบั กอ! นประถมศกึ ษา ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมท้ังสน้ิ ๑,๖๓๓ คน (๔๑) สํานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษาที่ ๔๑ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดกําแพงเพชร และพิจิตร ประกอบดวยจาํ นวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลาย จํานวนรวมทั้งส้ิน ๔๗,๑๗๒ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวนรวมท้งั สน้ิ ๒,๓๖๐ คน (๔๒) สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ ๔๒ ซ่ึงเขตบริการอยู!ในจังหวัดนครสวรรค- และ อุทัยธานี ประกอบดวยจํานวนนักเรียนระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษา ตอนปลายจํานวนรวมทัง้ ส้นิ ๔๖,๑๖๔ คนจํานวนครูระดับก!อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน มัธยมศึกษาตอนปลายจาํ นวนรวมทัง้ ส้นิ ๔,๘๖๘ คน ๔.๑.๒ ข(อมลู ของสถานศึกษานิตบิ คุ คลในสังกัดขององคก\" รปกครองส9วนท(องถิ่น สภาพของการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่สังกัดองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินไดแก! เทศบาล แบ!งเป,น เทศบาลนคร เทศบาลเมอื งและเทศบาลตําบลซง่ึ มอี าํ นาจหนาทีต่ ามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และท่ี แกไขเพ่ิมเติมองค-การบริหารส!วนจังหวัดซึ่งมีอํานาจหนาที่ตามพระราชบัญญัติองค-การบริหารส!วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๒และที่แกไขเพิ่มเติม องค-การบริหารส!วนตําบลมีอํานาจหนาท่ีตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและ องค-การบริหารส!วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗และที่แกไขเพิ่มเติม กรุงเทพมหานครซึ่งมีอํานาจหนาท่ีตาม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘และที่แกไขเพิ่มเติม และเมืองพัทยาซึ่งมี อาํ นาจหนาที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒และที่แกไขเพิ่มเติมจากขอมูล ของกรมการปกครอง ณ ปจจุบัน (กุมภาพันธ- ๒๕๕๙)แสดงถึงขอมูลทั่วไปเก่ียวกับการจัดการศึกษาของ สถานศกึ ษาสังกดั องคก- รปกครองส!วนทองถน่ิ ดังน้ี๔ ขอ( มูลการจดั การศึกษาของสถานศึกษาสังกัดองค\"กรปกครองส9วนท(องถน่ิ องคก\" ารบริหารสว9 นจงั หวดั องค\"การบรหิ ารส9วนตําบลและ ๗๑๘ แห9ง ๑ เทศบาลทมี่ กี องการศกึ ษาและมสี ถานศกึ ษาในสังกดั ๕๖ แหง! ๑๓๓ แหง! ๑.๑ องค-การบรหิ ารสว! นจังหวดั ๒๙ แหง! ๑.๒ องค-การบรหิ ารส!วนตาํ บล ๑๓๘ แหง! ๑.๓ เทศบาลนคร ๓๖๒ แห!ง ๑.๔ เทศบาลเมอื ง ๑.๕ เทศบาลตาํ บล ๑,๕๑๐ สถานศึกษา ๓๔๕ โรงเรยี น ๒ จํานวนสถานศกึ ษา ๑๔๘ โรงเรียน ๒.๑ สงั กัดองค-การบรหิ ารสว! นจังหวัด ๑๙๑ โรงเรยี น ๒.๒ สังกัดองค-การบริหารสว! นตาํ บล ๔๑๖ โรงเรยี น ๒.๓ สงั กัดเทศบาลนคร ๔๑๐ โรงเรยี น ๒.๔ สังกัดเทศบาลเมือง ๒.๕ สังกดั เทศบาลตําบล ๔ขอมูลจากกรมสง! เสรมิ การปกครองส!วนทองถิน่ ประจําปO ๒๕๕๘ รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพอ่ื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๑๐๗ ๓ จํานวนนักเรียนทุกระดบั การศกึ ษา ๗๐๐๐,๙๙๐0 คน ๓.๑ ระดับกอ! นประถมศกึ ษา ๑๕๒,๒๘๕ คน ๓.๒ ระดับประถมศึกษา ๓๐๑,๘๑๗ คน ๓.๓ ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ๑๖๓,๘๘๔ คน ๓.๔ ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๗๙,๕๐๘ คน ๓.๕ ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ คน ๓.๖ ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู ๓,๑๔๑ คน ๓๓๕ ๔. จํานวนห(องเรียน ห(อง ๔.๑ ระดับก!อนประถมศกึ ษา ๒๔,๖๒๒ หอง อนุบาล ๑ ๖.๐๒๔ หอง อนบุ าล ๒ ๒,๒๒๕ หอง อนบุ าล ๓ ๒,๓๑๗ หอง ๔.๒ ระดบั ประถมศกึ ษา ๑,๔๘๒ หอง ประถมศกึ ษาปทO ี่ ๑ ๑๐,๕๗๔ หอง ประถมศึกษาปทO ี่ ๒ ๑,๙๐๕ หอง ประถมศึกษาปทO ่ี ๓ ๑,๘๒๙ หอง ประถมศึกษาปทO ี่ ๔ ๑,๗๘๓ หอง ประถมศึกษาปทO ี่ ๕ ๑,๗๒๑ หอง ประถมศึกษาปOที่ ๖ ๑,๖๗๘ หอง ๔.๓ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ๑,๖๕๖๘ หอง มัยธยมศกึ ษาปOที่ ๑ ๕,๑๓๙ หอง มยั ธยมศกึ ษาปOที่ ๒ ๑,๗๙๒ หอง มยั ธยมศกึ ษาปOที่ ๓ ๑,๖๘๖ หอง ๔.๔ ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๑,๖๖๑ หอง มยั ธยมศกึ ษาปOท่ี ๔ ๒,๗๑๓ หอง มยั ธยมศกึ ษาปOที่ ๕ หอง มัยธยมศกึ ษาปทO ่ี ๖ ๙๑๔ หอง ๔.๕ ระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี ๘๙๔ หอง ปวช. ๑ ๙๐๕ หอง ปวช. ๒ ๑๕๓ หอง ปวช. ๓ ๕๕ หอง ๔.๖ ระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ชนั้ สงู ๔๙ หอง ปวส. ๑ ๔๙ หอง ปวส. ๒ ๑๙ หอง ๑๒ ๕ จํานวนพนกั งานครู /ครูจ(างสอน /ผู(ชว9 ยครูทีส่ อนจรงิ คน ๕.๑ พนกั งานงานครู ๗ คน ๕.๒ ครูจางสอน /ผูช!วยครู คน ๕.๓ พนกั งานงานครู (ระดับอาชีวะศึกษา) ๓๕,๙๙๘ คน ๕.๔ ครจู างสอน /ผชู !วยครู (ระดบั อาชวี ะศึกษา) ๓๑,๓๖๘ คน ๑๔๗ ๔,๔๓๙ ๔๔ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพือ่ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
๑๐๘ เมื่อพิจารณาจากขอมูลท่ัวไปเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดองค-กรปกครองส!วน ทองถิน่ จากตารางขางตน สามารถจําแนกไดดงั น้ี ๑. องค-การบริหารส!วนจังหวัดที่มีกองการศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดจํานวน ๕๖ แห!ง องค-การ บริหารส!วนตําบล ๑๓๓ แห!ง เทศบาลนคร ๒๙ แห!ง เทศบาลเมือง ๑๓๘ แห!ง เทศบาลตําบล ๓๖๒ แห!ง รวมทง้ั สิ้น ๗๑๘ แห!ง ๒. จํานวนสถานศึกษาท่ีสังกัดองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินรวมทั้งส้ิน ๑,๕๑๐ แห!ง โดยแยกเป,น สถานศกึ ษาทีส่ ังกัดองค-การบริหารสว! นจงั หวดั จํานวน ๓๔๕ แหง! สังกดั องคก- ารบริหารส!วนตําบลจํานวน ๑๔๘ แห!ง สงั กดั เทศบาลนครจํานวน ๑๙๑ แห!ง สงั กดั เทศบาลเมืองจํานวน ๔๑๖ แห!ง สงั กัดเทศบาลตําบล ๔๑๐ แห!ง ๓. จํานวนนักเรียนทุกระดับการศึกษาท้ังสิ้นจํานวน ๗๐๐,๙๙๐ คน โดยแยกเป,น ระดับก!อน ประถมศึกษาจํานวน ๑๕๒,๒๘๕ คน ระดับประถมศึกษาจํานวน ๓๐๑,๘๑๗ คน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน จํานวน ๑๖๓,๘๘๔ คน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจํานวน ๗๙,๕๐๘ คน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจํานวน ๓,๑๔๑ คน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจํานวน ๓๕๕ คน โดยมีจํานวนนักเรียนทุกระดับการศึกษา ท้ังสน้ิ จาํ นวน ๗๐๐,๙๙๐ คน ๔. จํานวนหองเรียนแยกตามระดับการศึกษาประกอบดวย ระดับก!อนประถมศึกษารวมท้ังสิ้นจํานวน ๖,๐๒๔ คน โดยอนุบาล ๑ มีจํานวน ๒,๒๒๕ หอง อนุบาล ๒ มีจํานวน ๒,๓๑๗ หอง อนุบาล ๓ มีจํานวน ๑,๔๘๒ หอง ระดับประถมศึกษารวมท้ังส้ินจํานวน ๑๐,๕๗๔ หอง โดยช้ันประถมศึกษาปOที่ ๑ มีจํานวน ๑,๙๐๕ หอง ชั้นประถมศึกษาปOท่ี ๒ มีจํานวน ๑,๘๒๙ หอง ช้ันประถมศึกษาปOที่ ๓ มีจํานวน ๑,๗,๘๓ หอง ประถมศกึ ษาปOท่ี ๔มจี ํานวน ๑,๗๒๑ หอง ประถมศึกษาปOที่ ๖ มีจํานวน ๑,๖๕๘ หอง ระดับมัธยมศึกษาตอนตน รวมทง้ั สน้ิ ๕.๑๓๙ หอง โดยมธั ยมศึกษาปทO ี่ ๑ มจี ํานวน ๑,๗๙๒ หอง มธั ยมศึกษาปทO ี่ ๒ มีจํานวน ๑,๖๘๖ หอง มัธยมศกึ ษาปOที่ ๓ มจี าํ นวน ๑,๖๖๑ หอง ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลายรวมทั้งส้ิน๒,๗๑๓ หอง โดยมัธยมศึกษาปO ที่ ๔ มีจาํ นวน ๙๑๔ หอง มัธยมศึกษาปOท่ี ๕ มีจํานวน ๘๙๔ หองมัธยมศึกษาปOท่ี ๖ มีจํานวน ๙๐๕ หอง ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพรวมท้ังสิ้นจํานวน ๑๕๓ หอง โดยปวช. ๑ มี จํานวน ๕๕ หอง ปวช. ๒ มีจํานวน ๔๙ หอง ปวช. ๓ มีจาํ นวน ๔๙ หอง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูงรวมทั้งส้ินจํานวน ๑๙ หองโดยมีปวส. ๑ มี จาํ นวน ๑๒ หอง ปวส. ๒ มีจาํ นวน ๗ หอง ๕. พนักงานครูจํานวน ๓๑,๓๖๘ คน ครูจางสอน/ผูช!วยครูจํานวน ๑๔๗ คน พนักงานครู (ระดับ อาชีวศกึ ษา) จาํ นวน ๔,๔๓๙ คน ครูจางสอน/ผูช!วยครู (ระดบั อาชวี ศกึ ษา) ๔๔ คน ๔.๑.๓ ขอ( มลู ของสถานศึกษานติ บิ คุ คลท่ตี ั้งอยูใ9 นพน้ื ทีจ่ งั หวัดเชียงใหม9 (กรณีศึกษา) โดยที่จังหวัดเชียงใหม!เป,นจังหวัดที่ไดมีการเผยแพร!แนวคิดว!าดวยการจัดการศึกษาโดยจังหวัดจัดการ ตนเองสู!สาธารณะและมีการต้ังคณะทํางานและดําเนินการอย!างเป,นรูปธรรมมากท่ีสุดในขณะนี้ ดังน้ัน ผูวิจัยจึง ไดนําเอาจังหวัดเชียงใหม!ท่ีสะทอนการจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินเป,นกรณีศึกษาในรายงาน การวิจัยนี้ โดยที่เชียงใหม!เป,นจังหวัดท่ีตั้งอยู!ทางภาคเหนือของประเทศไทยที่มีศักยภาพการพัฒนาซึ่งมี ความสําคัญต!อการกําหนดตําแหน!งการพัฒนาของจังหวัดไดแก! ๑) เมืองศูนย-กลางการท!องเที่ยวและบริหารใน ระดบั สากล : MICE City, Medical/Health Hub ๒) เมอื งศนู ย-กลางการคา การลงทุน และการคมนาคมขนส!ง : Northern Landport๓) เมืองแห!งเกษตรปลอดภัย : Northern Food Valley ๔.เมืองศูนย-กลางการศึกษา นานาชาตสิ ส!ู ากล : Education Hub ๕. เมืองนา! อย!ู : Eco-Town Eco-Viiage๕ภายใตศกั ยภาพดังกล!าวในช!วงปO ๕เอกสารทางวิชาการ “ตัวอย!างกรณีศึกษาขอมูลศักยภาพจังหวัดเชียงใหม! (แผนยุทธศาสตร-ปO ๕๘ – ๖๑) เร่ืองท!องเท่ียว จาก www.pad.moi.go.th/DATA/TRAIN2710121157/chiangmai.pdf รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรอื่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๐๙ ๒๕๕๒ -๒๕๕๔เครือข!ายบานชุม! เมืองเยน็ องค-กรภาคประชาชนในเชยี งใหม! และคณะทาํ งานเครอื ขา! ยประชาชน เชียงใหม!เพื่อการจัดการตนเอง จึงไดยกร!างร!างพระราชราชบัญญัติระบียบบริหารราชการเชียงใหม!มหานคร พ.ศ. … และไดนําเสนอเพื่อใหประชาชนร!วมกันเสนอความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงก!อนจะร!วมลงช่ือเพื่อเสนอเป,น กฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนต!อไปร!างกฎหมายฉบับนี้มีหลักการสําคัญคือ การยกเลิกการบริหารราชการ ส!วนภูมิภาคใหเหลือเพียงราชการส!วนกลางและราชการส!วนทองถิ่น โดยมีอํานาจในการกําหนดแนวนโยบาย ระเบียบ ขอบัญญัติ การจัดงบประมาณการคลัง การจัดการบริหารบุคลากรและกลไกโครงสรางการบริหารงาน ภายในทองถิ่น เวนแต!เร่ืองสําคัญสี่เร่ืองหลัก ไดแก! การทหาร ระบบเงินตรา การต!างประเทศและการศาลทั้น ทั้งนี้ การบริหารจัดการจังหวัดจะอยู!ภายใตโครงสรางใหม!สามส!วนคือ ผูว!าราชการเชียงใหม!มหานคร สภาเชียงใหม!มหานคร และสภาพลเมือง โดยมีอํานาจหนาท่ีในการตรวจสอบและปรับโครงสรางดานภาษีและ ส!งคืนภาษีทุกชนิดท่ีเก็บไดในพื้นท่ีใหรัฐบาลส!วนกลางเป,นจํานวนรอยละ ๓๐และคงไวที่เชียงใหม!มหานครอีก รอยละ ๗๐๖ซึ่งเมื่อพิจารณาเฉพาะกรณีการจัดการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม!ภายใตโครงสรางของจังหวัด เชยี งใหม!จัดการตนเอง สามารถจําแนกวิเคราะห-ไดในสองสว! น ดังนี้ กรณีที่ ๑ : สถานศกึ ษานติ ิบคุ คลในสงั กัดสํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน จากสภาพการบริหารจัดการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม!ท่ีมีจํานวนสถานศึกษาซึ่งจําแนกขนาดตาม นักเรียน ที่สงั กัดสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ที่อย!ูในสังกัดสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!รวมจํานวนทั้งส้ิน ๗๑๖ แห!งโดยแบ!งเขตพื้นท่ีการศึกษาระดับ ประถมศึกษาเชยี งใหม!เป,น ๖ เขตดังน้ี ๑. สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๑ มีจํานวนสถานศึกษาท้ังสิ้น ๙๓ แห!ง แบ!งเป,นสถานศึกษาขนาดที่ ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๔๗ แห!ง ขนาดท่ี ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๑๗ แห!ง ขนาดที่ ๓ (๒๐๑ –๓๐๐ คน) จํานวน ๑๓ แห!ง ขนาดท่ี ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๙ แห!ง ขนาดที่ ๕ (๕๐๐-๑๔๙๙คน) จํานวน ๕ แห!ง ขนาดที่ ๖ (๑,๕๐๐-๒,๔๙๙คน) จํานวน ๒ แห!ง มีจํานวนนักเรียนรวมท้ังส้ิน ๑๙,๙๐๙ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๒,๕๔๗ คน ระดับประถมศึกษา ๑๕,๑๖๙ คน ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนตนจํานวน ๒,๑๙๓ คน มจี าํ นวนครู ๑,๐๙๔ คน ๒. สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๒ มีจํานวนสถานศึกษาท้ังส้ิน ๑๕๔ แห!ง แบ!งเป,นสถานศึกษาขนาดที่ ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๘๐ แห!ง ขนาดที่ ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๓๕ แห!ง ขนาดที่ ๓ (๒๐๑ –๓๐๐ คน) จํานวน ๑๙ แห!ง ขนาดที่ ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๖ แห!ง ขนาดที่ ๕ (๕๐๐-๑๔๙๙คน) จํานวน ๑๔ แห!ง ขนาดที่ ๖ (๑,๕๐๐-๒,๔๙๙คน) จํานวน ๑ แห!ง มีจํานวนนักเรียนท้ังส้ิน ๒๒,๖๖๘ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๒,๗๔๔ คน ระดับประถมศึกษา ๑๖,๕๖๔ คน ระดับ มธั ยมศึกษาตอนตนจํานวน ๓,๓๑๗ คน ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ๔๓ คน มจี าํ นวนครู ๑,๐๙๔ คน ๓. สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๓ มีสถานศึกษาทั้งสิ้น ๑๕๕ แห!งแบ!งเป,น สถานศึกษาขนาดที่ ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๔๗ แห!ง ขนาดท่ี ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๓๘ แห!ง ขนาดที่ ๓ (๒๐๑-๓๐๐ คน) จํานวน ๒๔ แห!ง ขนาดท่ี ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๓๑ แห!ง ขนาดท่ี ๕ (๕๐๐- ๑๔๙๙คน) จาํ นวน ๑๔ แห!ง ขนาดที่ ๖ (๑,๕๐๐-๒,๔๙๙คน) จํานวน ๑ แห!งมีจํานวนนักเรียนท้ังส้ิน ๓๘,๓๒๐ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๖,๔๐๗ คน ระดับประถมศึกษา ๒๕,๔๘๗ คน ระดับมัธยมศึกษา ตอนตนจาํ นวน ๖,๒๕๘ คน ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ๑๕๘ คน มจี าํ นวนครู ๑,๙๓๒ คน ๖บทความเรอื่ ง “จังหวัดจัดการตัวเอง” จากwww.hiso.or.th/hiso5/report/download.php?name=thai2013_24 รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๑๐ ๔. สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๔ มีสถานศึกษาทั้งสิ้น ๑๑๑ แห!งแบ!งเป,น สถานศึกษาขนาดที่ ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๖๘ แห!ง ขนาดที่ ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๒๖ แห!ง ขนาดท่ี ๓ (๒๐๑-๓๐๐ คน) จาํ นวน ๑๓ แห!ง ขนาดที่ ๕ (๕๐๐-๑๔๙๙คน) จาํ นวน ๓ แหง! ขนาดท่ี ๖ (๑,๕๐๐- ๒,๔๙๙คน) จํานวน ๑ แห!งมีจํานวนนักเรียนทั้งส้ิน ๑๕,๓๙๓ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๒,๓๑๓ คน ระดับประถมศกึ ษา ๑๑,๐๐๙ คน ระดับมัธยมศึกษาตอนตนจํานวน ๑,๙๗๗ คน ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ๙๔ คน มีจํานวนครู ๑,๐๒๕ คน ๕. สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๕ มีสถานศึกษาทั้งสิ้น ๑๐๒ แห!งแบ!งเป,น สถานศึกษาขนาดที่ ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๕๓ แห!ง ขนาดท่ี ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๒๒ แห!ง ขนาดท่ี ๓ (๒๐๑-๓๐๐ คน) จํานวน ๑๗ แห!ง ขนาดท่ี ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๕ แห!ง ขนาดท่ี ๕ (๕๐๐- ๑๔๙๙คน) จํานวน ๓ แห!งมีจํานวนนักเรียนทั้งส้ิน ๑๕,๘๓๕ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๒,๕๕๖ คน ระดับประถมศกึ ษา ๑๐,๔๒๖ คน ระดับมัธยมศึกษาตอนตนจํานวน ๒,๗๙๕ คน ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ๕๘ คน มจี ํานวนครู ๙๐๔ คน ๖.สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม!เขต ๖ มีสถานศึกษาทั้งส้ิน ๑๐๑ แห!งแบ!งเป,น สถานศึกษาขนาดท่ี ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๖๑ แห!ง ขนาดที่ ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๒๗ แห!ง ขนาดท่ี ๓ (๒๐๑-๓๐๐ คน) จํานวน ๘ แห!ง ขนาดท่ี ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๓ แห!ง ขนาดที่ ๕ (๕๐๐- ๑๔๙๙คน) จํานวน ๒ แห!ง มีจํานวนนักเรียนทั้งสิ้น ๑๓,๗๔๓ คน แบ!งเป,นระดับก!อนประถมศึกษาจํานวน ๒,๒๑๖ คน ระดับประถมศึกษา ๙,๑๘๕ คน ระดับมัธยมศึกษาตอนตนจํานวน ๒,๑๓๓ คน ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ๒๐๙ คน มจี ํานวนครู ๘๖๘ คน นอกจากนี้ สําหรับสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต ๓๓ท่ีประกอบดวยจังหวัดเชียงใหม! และแม!ฮ!องสอนน้ัน มีจํานวนสถานศึกษาท้ังสิ้น ๔๒ แห!ง โดยจําแนกเป,นสถานศึกษาขนาดท่ี ๑ (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) ๙๙ แห!ง สถานศกึ ษาขนาดท่ี ๒ (๑๒๑ – ๒๐๐ คน) จํานวน ๒๕๙ แหง! สถานศกึ ษาขนาดที่ ๓ (๒๐๑- ๓๐๐ คน) จํานวน ๓๑๙ แหง! สถานศึกษาขนาดที่ ๔ (๓๐๑-๔๙๙คน) จํานวน ๓๗๐ แห!ง สถานศึกษาขนาดที่ ๕ (๕๐๐-๑๔๙๙คน) จํานวน ๗๙๙ แห!งสถานศึกษาขนาดที่ ๖ (๑๕๐๐ – ๒๔๙๙ คน) จํานวน ๒๗๒ และ สถานศกึ ษาขนาดที่ ๗ (๒๕๐๐คนข้ึนไป)มีจาํ นวนนักเรียนทัง้ สิน้ ๔๔,๗๖๐ คน ในจํานวนนี้ เป,นสถานศึกษาที่จัด การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนตนโดยมีจํานวนนักเรียนทั้งสั้น ๒๑,๒๓๔ คน และในระดับมัธยมศึกษาตอน ปลาย ๒๓,๕๒๖ คน มีจํานวนครู ๒,๓๐๒ คน กรณีท่ี ๒: สถานศึกษาในสงั กัดขององคก\" รปกครองส9วนท(องถิน่ จากขอมลู ของกรมการปกครองทองถนิ่ ปO ๒๕๕๘ พบวา! มีสถานศกึ ษาท่ีสังกัดองค-ปกครองส!วนทองถ่ินใน จงั หวัดเชียงใหม!รวมจาํ นวนท้งั สิน้ ๖๐ แหง! ดังน้ี ๑. เทศบาลเมือง จํานวน ๒ แห!ง มีจํานวนนักเรียนทั้งสิ้น ๔๕๙ คน แบ!งเป,น ระดับก!อนประถมศึกษา จาํ นวน ๒๔๔ คน ระดบั ประถมศึกษาจาํ นวน ๒๑๕ คน มจี ํานวนครู ๑๓ คน ๒. เทศบาลนครจาํ นวน ๑๑ แหง! มีจํานวนนักเรียนท้ังส้ิน ๓,๗๔๐ คน แบ!งเป,น ระดับก!อนประถมศึกษา จํานวน ๙๑๒ คน ระดับประถมศกึ ษาจาํ นวน ๒,๓๓๗ คน มจี าํ นวนครู ๒๑๓ คน ๓. เทศบาลตําบลจํานวน ๒๙ แห!งมีจํานวนนักเรียนทั้งสิ้น ๔,๐๓๔ คน แบ!งเป,น ระดับก!อน ประถมศึกษาจํานวน ๒,๐๕๒ คน ระดับประถมศึกษาจํานวน ๑,๗๓๕ คน ระดับมัธยมศึกษาตอนตนจํานวน ๒๔๗ คน มีจํานวนครู ๑๐๑ คน รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวดั เพ่อื พฒั นาคุณภาพการศกึ ษา
๑๑๑ ๔. องค-การบริหารส!วนจังหวัดจํานวน ๔ แห!งมีจํานวนนักเรียนทั้งส้ิน ๒,๔๖๑ คน แบ!งเป,น ระดับก!อน ประถมศึกษาจํานวน ๒๔๖ คน ระดบั ประถมศกึ ษาจํานวน ๙๔๕ คน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตนจํานวน ๘๑๔ คน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๔๕๖ คน มจี าํ นวนครู ๗๕ คน ๕. องค-การบริหารส!วนตาํ บลจาํ นวน ๑๔ แห!งมีจาํ นวนนักเรียนท้ังสิ้น ๒,๔๖๑ คน แบ!งเป,น ระดับก!อน ประถมศึกษาจํานวน ๙๐๐ คน ระดบั ประถมศกึ ษาจํานวน ๒๓๒ คน มีจาํ นวนครู ๖๙ คน เม่ือพิจารณาจากขอมูลขางตนพบว!าแมว!าจังหวัดเชียงใหม!จะมีความพรอมในดานต!างๆ สูงมากก็ตาม หากแต!เม่ือพิจารณาจากสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาในพ้ืนท่ีจังหวัดเชียงใหม! ลวนแลวแต!เป,นสถานศึกษาที่อย!ูใน สังกัดของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการเป,นผูบริหารจัดการศึกษาท้ังส้ิน ซง่ึ เปน, การจัดการศึกษาทงั้ ในระดับกอ! นประถมศึกษา ระดับประถมศกึ ษาและมธั ยมศึกษา ๔.๒ บทวิเคราะห\"ทางกฎหมายเก่ียวกับความเป&นไปได(ในการพัฒนาให(สถานศึกษานิติบุคคลมี ระบบบรหิ ารจดั การที่เป&นอิสระและคลอ9 งตวั ตามแนวทางการปฏิรูปประเทศ เม่ือพิจารณาจากขอมูลพ้ืนฐานเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคลท่ีอย!ูในสังกัดของ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กับสถานศึกษานิติบุคคลท่ีอย!ูในสังกัดของ องค-กรปกครองส!วนทองถ่ินในปจจุบัน ประกอบกับหลักกฎหมายที่เกี่ยวของจะพบว!าการบริหารจัดการ การศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคลทั้งสองกลุ!มจะอย!ูภายใตกฎเกณฑ-ทางกฎหมายที่มีแตกต!างกัน อันส!งผลให ความสัมพันธ-ทางกฎหมายระหว!างสถานศึกษานิติบุคคลท่ีมีต!อกระทรวงศึกษาธิการ และความสัมพันธ-ทาง กฎหมายระหว!างสถานศึกษานิติบุคคลในสังกัดขององค-กรปกครองส!นทองถ่ินกับกระทรวงศึกษาธิการมีความ แตกตา! งกนั ตามไปดวย ซึ่งเน้ือหาในส!วนน้ีผวู ิจยั จะไดนาํ เสนอเกยี่ วกบั การจัดการศึกษาของสถานศึกษานิติบุคคล ทั้งสองกลุ!ม กับ การมีส!วนร!วมในการจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินในระดับการบริหารและการ จัดการศึกษาระหว!างกระทรวงศึกษาธิการ หน!วยงานภายในกระทรวงศึกษาธิการ และการมีส!วนร!วมในการจัด การศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา ตลอดจนอํานาจในการจัดการศึกษา เพอ่ื นําไปสก!ู ารวเิ คราะหใ- นทางกฎหมายถงึ ความเป,นไปไดในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษา ของสถานศึกษานิตบิ คุ คลตามกรอบการปฏริ ูปประเทศตอ! ไป ๔.๒.๑ การมีส9วนร9วมในการจัดการศึกษาขององค\"กรปกครองส9วนท(องถิ่นในระดับเขตพื้นที่ การศึกษา แมว!าสถานศึกษาส!วนใหญ!ซ่ึงใหบริการการศึกษาซึ่งครอบคลุมอยู!ทั่วประเทศไทยยังอย!ูในความ รับผิดชอบของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากแต!องค-กรปกครองส!วน ทองถ่นิ ยังคงมีสว! นรว! มในการกาํ หนดนโยบายการจดั การศกึ ษาเช!นกันโดยองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินจะมีผูแทน อยู!ในคณะกรรมการในหน!วยงานภายในของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสภาการศึกษาซ่ึงมีหนาที่หลักในการ พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห!งชาติที่บูรณาการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและกีฬากับการศึกษาทุกระดับ๗ หรือคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ีมีหนาท่ีพิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานและหลักสูตร ๗พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแห!งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และทแ่ี กไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕: มาตรา ๓๓ (๑) รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเรือ่ ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศกึ ษาในระดบั จังหวดั เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา
๑๑๒ แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานที่สอดคลองกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห!งชาติ การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบและประเมนิ ผลการจดั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน๘ดังน้ี (๑) สภาการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๓ วรรคสาม กําหนดให คณะกรรมการสภาการศึกษาประกอบดวยผูแทนจากองค-กรต!างๆ ทเ่ี กย่ี วของรวมถงึ ผแู ทนจากองค-กรปกครองสว! นทองถิน่ ดวย (๒) คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไข เพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๓๔ และพระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓๕ กําหนดใหองค-ประกอบของคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานประกอบดวยผูแทนองค-กรต!างๆ รวมถึง ผูแทน องคก- รปกครองส!วนทองถ่นิ รวมอย!ดู วย การมีส!วนร!วมในการจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินในระดับเขตพื้นที่การศึกษาสามารถ พจิ ารณาแยกเปน, ๒ กรณี ดังน้ี กรณที ี่ ๑: การมสี !วนร!วมในการจดั การศกึ ษาขององคก- รปกครองส!วนทองถ่ินในระดับคณะกรรมการเขต พ้ืนที่การศึกษาในสาํ นักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา การบริหารและการจัดการศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๓๘ กําหนดใหมีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประกอบดวย ผูแทนองค-กรชุมชน ผูแทนองค-กรเอกชน “ผ(ูแทนองค\"กรปกครองส9วนท(องถ่ิน”ผูแทนสมาคม ผูปกครองและครูและผูทรงคุณวุฒิดานการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม และกําหนดใหการดูแล สถานศึกษาในแต!ละพ้ืนท่ีน้ัน ใหแต!ละเขตพ้ืนที่การศึกษามีคณะกรรมการและสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามี อํานาจหนาท่ีในการกํากับดูแล จัดต้ัง ยุบรวม หรือเลิกสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประสาน ส!งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา “ประสานและส9งเสริมองค\"กรปกครองส9วน ท(องถนิ่ ใหส( ามารถจัดการศกึ ษาสอดคล(องกับนโยบายและมาตรฐานการศกึ ษา” ส!งเสริมและสนับสนุนการจัด การศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค-กรชุมชน องค-กรเอกชน องค-กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสงั คมอื่นท่ีจัดการศึกษาในรูปแบบท่ีหลากหลายในเขตพ้ืนที่การศึกษา อีกท้ังกําหนดใหองค-ประกอบ ของคณะกรรมการเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประกอบดวยผูแทนจากองค-กรตา! งๆ รวมถึงผูแทนจากองค-กรปกครองส!วน ทองถิ่น เพราะฉะน้ัน ผ(ูวิจัยเห็นว9าความสัมพันธ\"ขององค\"กรปกครองส9วนท(องถ่ินกับคณะกรรมการเขตพ้ืนที่ การศกึ ษา และสาํ นักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาจึงเป&นไปในลักษณะท่ีกฎหมายว9าด(วยการศึกษาแห9งชาติได(เปPด ช9องทางให(องค\"กรปกครองส9วนท(องถิน่ เข(ามาสว9 นรว9 มการในบริหารและจัดการศึกษาโดยผ9านการเป&นผ(ูแทน ของคณะกรรรมการเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษานัน่ เองแมองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินจะไม!ไดอย!ูในฐานะผูจัดการศึกษา หากแต!ยังคงมีอํานาจหนาที่ภายใตคณะกรรมการเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในการประสานและส!งเสริมองค-ปกครอง ส!วนทองถิน่ ใหสามารถจดั การศึกษาสอดคลองกบั นโยบายและมาตรฐานการศกึ ษาของชาตดิ วย กรณีที่ ๒ : การมีส!วนร!วมในการจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินในระดับสถานศึกษา ขัน้ พน้ื ฐานซ่ึงใหบรกิ ารการศกึ ษาที่เขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา (๑) คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน การบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่ แกไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กาํ หนดใหมีคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานในแต!ละสถานศึกษาโดย ประกอบดวยผแู ทนผูปกครอง ผูแทนครู ผูแทนชมุ ชน “ผ(ูแทนองค\"กรปกครองส9วนท(องถ่ิน” ผูแทนศิษย-เก!าของ ๘พระราชบญั ญัติการศึกษาแหง! ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแกไขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕: มาตรา ๓๔ วรรคสอง รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จงั หวดั เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา
๑๑๓ สถานศึกษา ผูแทนพระภิกษุสงฆ- ผูแทนองค-กรศาสนาอื่นในพื้นท่ีและผูทรงคุณวุฒิ เพ่ือทําหนาที่กํากับ ส!งเสริม สนับสนุนกิจการของสถานศึกษา เพราะฉะน้ัน ความสัมพันธ-ขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินกับคณะกรรมการ สถานศึกษาข้ันพื้นฐานจึงเป,นไปในลักษณะท่ีกฎหมายว!าดวยการศึกษาแห!งชาติเปƒดช!องทางใหองค-กรปกครอง ส!วนทองถ่ินเขามาส!วนร!วมการในบริหารและจัดการศึกษาโดยผ!านการเป,นผูแทนของคณะกรรรมการ สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานนั่นเอง แมองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินจะไม!ไดอย!ูในฐานะผูจัดการศึกษา แต!ก็มีอํานาจ หนาท่ีของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานในการกํากับและส!งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา แต!ละแหง! ในเขตพื้นที่การศึกษาดงั กลา! ว (๒) การจดั การศึกษาของสถานศกึ ษาท่ีอยใู! นเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา โดยท่ีการบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษาองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินนั้นนอกจากจะมี ส!วนร!วมกับสถานศึกษาในฐานะการเขาเป,นผูแทนในคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานแต!ละแห!งแลว พระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแกไขเพิ่มเติมยังไดกําหนดในองค-กรปกครองส!วนทองถิ่น มีส!วนร!วมในการบริหารและจัดการศึกษาอีกหลายช!องทาง ทั้งดานระบบ โครงสราง และกระบวนการจัด การศึกษาที่กําหนดใหการจัดระบบ โครงสราง และกระบวนการจัดการศึกษาตองยึดหลักการมีส!วนร!วมของ ทุกภาคส!วนในสังคมรวมถงึ องค-กรปกครองส!วนทองถิ่น๙ดานแนวทางการจัดการศึกษาที่กําหนดใหสถานศึกษามี แนวจัดการศกึ ษา โดยยึดหลกั การมีส!วนร!วมของทกุ ภาคสว! นในสังคม รวมถึงองคก- รปกครองส!วนทองถิ่น ส!งเสริม ความเขมแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรูภายในชุมชนเพื่อใหชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม มีการ แสวงหาความรู ขอมูล ข!าวสาร และรูจักเลือกสรรภูมิปญญาและวิทยาการต!างๆ เพ่ือพัฒนาชุมชนใหสอดคลอง กับสภาพปญหาและความตองการ รวมท้ังหาวิธีการสนับสนุนใหมีการแลกเปล่ียนประสบการณ-การพัฒนา ระหว!างชุมชน๑๐ดานการระดมทรัพยากรที่กําหนดใหมีการระดมทรัพยากรและการลงทุนดานงบประมาณ การเงินและทรัพย-สินจากองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินใชในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดเก็บภาษีตามที่ กฎหมายกําหนด การเป,นผูจัดและมีส!วนร!วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย-สินและทรัพยากรอ่ืนใหแก! สถานศึกษา และมสี !วนรว! มรับภาระคา! ใชจ!ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจําเป,น ใหส!งเสริมและ ใหจงู ใจในการระดมทรพั ยากรโดยการสนบั สนุน การอดุ หนนุ และใชมาตรการลดหย!อนหรือยกเวนภาษีตามความ จาํ เปน, และความเหมาะสมตามทกี่ ฎหมายกําหนด๑๑ ภายใตหลักการดังกล!าว ผูวิจัยเห็นว!า ความสัมพันธ-ขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินกับสถานศึกษา เปน, ไปในลักษณะที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห!งชาติเปƒดช!องทางใหองค-กรปกครองส!วนทองถิ่นเขามาส!วนร!วม การในบริหารและจัดการศึกษาโดยผ!านแนวทางจัดการศึกษาของสถานศึกษา และการระดมทรัพยากรเพื่อการ จดั การศกึ ษาของสถานศกึ ษาน่ันเอง ๔.๒.๒ องค\"กรปกครองส9วนทอ( งถน่ิ กบั อาํ นาจในการจัดการศกึ ษา โดยที่องค-กรปกครองส!วนทองถ่ินของไทยมีหลายรูปแบบ อันไดแก! เทศบาล องค-กรบริหารส!วนตําบล องค-กรบริหารส!วนจังหวัด กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพราะฉะนั้น การจัดการศึกษาขององค-กรปกครอง ส!วนทองถ่ินของแต!ละรูปแบบจะอย!ูภายใตกฎหมายหลายฉบับ ทั้งกฎหมายเฉพาะของแต!ละทองถิ่นตลอดจน กฎหมายอืน่ ที่เกีย่ วของดังต!อไปนี้ ๙พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห!งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ : มาตรา ๙ (๖) ๑๐พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแหง! ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๒๙ ๑๑พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแหง! ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๕๙ รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณเรอ่ื ง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศึกษาในระดบั จังหวดั เพือ่ พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา
๑๑๔ ๑. กฎหมายเฉพาะเมื่อพิจารณาจากอํานาจในการจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถิ่นตาม กฎหมายเฉพาะของแต!ละทองถิ่น พบว!าไดกําหนดอํานาจหนาที่ขององค-กรปกครองส!วนทองถิ่นแต!ละองค-กรมี ดงั ตอ! ไปนี้ ๑.๑ เทศบาล๑๒ไดแบ!งเทศบาลออกเปน, สามรปู แบบ ดังนี้ ๑) เทศบาลตําบล ไดแก! ทองถิ่นซ่ึงมีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะข้ึนเป,นเทศบาลตําบล ประกาศกระทรวงมหาดไทยนน้ั ใหระบชุ ือ้ และเขตเทศบาลไวดวย๑๓ซงึ่ มหี นาท่ี ดงั ต!อไปนี้๑๔ (๑) รักษาความสงบเรยี บรอย (๒) ใหมีและบาํ รุงทางบกและทางนาํ้ (๓) รักษาความสะอาดของถนน หรอื ทางเดนิ และท่สี าธารณะ รวมทั้งการกําจัดมูลฝอยและส่ิงปฏิกลู (๔) ป…องกนั และระงับโรคติดต!อ (๕) ใหมเี ครอื่ งใชในการดับเพลิง (๖) ใหมีราษฎรไดรบั การศกึ ษาอบรม (๗) ส!งเสรมิ การพฒั นาสตรี เดก็ เยาวชน ผูสูงอายุ และผพู กิ าร๑๕ (๘) บาํ รงุ ศิลปะ จารตี ประเพณี ภูมปิ ญญาทองถ่นิ และวัฒนธรรมอนั ดีของทองถิน่ ๑๖ (๙) หนาท่ีอน่ื ตามทีก่ ฎหมายบัญญัติใหเปน, หนาทีข่ องเทศบาล๑๗ ๒) เทศบาลเมือง ไดแก! ทองถ่ินอันเป,นท่ีตั้งศาลากลางจังหวัด หรือทองถ่ินชุนชนที่มีราษฎรตั้งแต! หมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายไดพอควรแก!การที่จะปฏิบัติหนาท่ีอันตองทําตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และท่แี กไขเพิ่มเติม และซ่ึงมปี ระกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป,นเทศบาลเมืองประกาศกระทรวงมหาดไทย น้ันใหระบุชือ่ และเขตของเทศบาลไวดวย๑๘มหี นาทต่ี องทําในเขตเทศบาล๑๙ ดงั ตอ! ไปน้ี (๑) กจิ การการท่รี ะบไุ วในมาตรา ๕๐ (๒) ใหมีนาํ้ สะอาดหรอื การประปา (๓) ใหมโี รงฆ!าสัตว- (๔) ใหมีและบํารงุ สถานท่ีทาํ การพิทกั ษ-และรกั ษาคนไข (๕) ใหมีและบาํ รงุ ทางระบานํา้ (๖) ใหมีและบาํ รุงสวมสาธารณะ (๗) ใหมีและบํารงุ การไฟฟา… หรือแสงสวา! งโดยวธิ ีอ่นื (๘) ใหมกี ารดําเนินกจิ การโรงรบั จํานาํ หรือสถานสินเช่ือทองถนิ่ ๓) เทศบาลนคร ไดแก! ทองถ่ินชุมชนที่มีราษฎรตั้งแต!หาหม่ืนคนขึ้นไปทั้งมีรายไดพอควรแก!การท่ีจะ ปฏิบัติหนาท่ีอันตองทําตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖และที่แกไขเพ่ิมเติม และซ่ึงมีประกาศ ๑๒พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และทแ่ี กไขเพิม่ เตมิ ๑๓พระราชบัญญัตเิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และทแ่ี กไขเพิม่ เติม (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖: มาตรา ๙ ๑๔พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และท่ีแกไขเพม่ิ เติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๖ ลงวนั ที่ ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๑๕: มาตรา ๕๐ ๑๕พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และที่แกไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๕๐ (๗) ๑๖พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และที่แกไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๕๐ (๘) ๑๗พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และทแี่ กไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ : มาตรา ๕๐ (๙) ๑๘ พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และท่ีแกไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖มาตรา ๑๐ ๑๙ พระราชบัญญตั ิเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และทแ่ี กไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๓ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จงั หวดั เพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๑๕ กระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป,นเทศบาลนคร ประกาศกระทรวงมหาดไทยน้ันใหระบุชื่อและเขตของเทศบาล ไวดวย๒๐มหี นาที่ตองทาํ ในเขตเทศบาลดงั ต!อไปน้ี๒๑ (๑) กจิ การตามทร่ี ะบุมาตรา ๕๓ (๒) ใหมแี ละบาํ รงุ การสงเคราะห-มารดาและเดก็ (๓) กจิ การอยา! งอืน่ ซง่ึ จาํ เปน, เพอื่ การสาธารณสุข (๔) การควบคุมสุขลกั ษณะและอนามยั ในกรานจําหนา! ยอาการ โรงมหรสพ และถานบริการอ่นื ๒๒ (๕) จดั การเกีย่ วกบั ท่อี ยอ!ู าศัยและการปรับปรงุ แหลง! เส่อื มโทรม๒๓ (๖) จดั ใหมีและควบคุมตลาด ท!าเทยี บเรือ ท!าขาม และทจ่ี อดรถ๒๔ (๗) การวางผังเมอื งและการควบคมุ การกอ! สราง๒๕ (๘) การสง! เสริมกจิ การการทอ! งเทย่ี ว๒๖ ๑.๒ องค-การบริหารส!วนจังหวัด๒๗กฎหมายกําหนดใหจังหวัดหน่ึงมีองค-การบริหารส!วนจังหวัด ประกอบดวยสภาองค-การบริหารส!วนจังหวัด และมีอํานาจหนาที่ตามที่บัญญัติไวพระราชบัญญัติน้ีหรือตาม กฎหมายอื่น๒๘ มีฐานะเป,นนิติบุคคลและเป,นราชส!วนทองถ่ิน โดยเขตขององค-การบริหารส!วนจังหวัดไดแก! เขตจงั หวดั ๒๙ ซึง่ มีอํานาจหนาที่ดําเนนิ การกจิ การภายในเขตองค-การบริหารสว! นจังหวดั ดงั ต!อไปนี้๓๐ (๑) ตราขอบัญญตั ิโดยไมข! ดั ตอ! กฎหมาย (๒) จัดทาํ แผนพัฒนาองคก- ารบริหารส!วนจังหวัด และประสานการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบ ทีค่ ณะรฐั มนตรกี ําหนด (๓) สนับสนุนสภาตําบลและราชการส!วนทองถ่นิ อ่นื ในการพฒั นาทองถน่ิ (๔) ประสานและใหความรว! มมอื ในการปฏบิ ัติหนาทีข่ องสภาตําบลและราชการสว! นทองถน่ิ อนื่ (๕) แบ!งสรรเงนิ ซง่ึ ตามกฎหมายจะตองแบง! ใหสภาตําบลและราชการส!วนทองถนิ่ อ่ืน (๖) อํานาจหนาที่ของจังหวัดตราพระราชบัญญัติระเบียบราชการส!วนจังหวัด พ.ศ. ๒๔๙๘ เฉพาะ ภายในเขตตาํ บล (๗) คมุ ครอง ดูแล และบํารงุ รกั ษาทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม (๗ทวิ) บํารงุ รกั ษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภูมิปญญาทองถิน่ และวัฒนธรรมอันดีของทองถน่ิ (๘) จัดทํากิจการใดๆ อันเป,นอํานาจหนาที่ของส!วนราชการส!วนทองถ่ินอื่นที่อยู!ในเขตองค-การบริหาร ส!วนจังหวัด และกิจกรรมนั้นเป,นการสมควรใหราชการส!วนทองถิ่นอื่นร!วมดําเนินการหรือใหองค-การบริหาร ส!วนจงั หวัดทํา ทัง้ นี้ ตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง ๒๐ พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖และที่แกไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖มาตรา ๑๑ ๒๑ พระราชบัญญตั เิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ มาตรา ๕๖ ๒๒ พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และทแ่ี กไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๖ (๔) ๒๓ พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และทแ่ี กไขเพิ่มเติม (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๖ (๕) ๒๔ พระราชบัญญตั เิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และที่แกไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๖ (๖) ๒๕ พระราชบญั ญตั ิเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และที่แกไขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๖ (๗) ๒๖ พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ และท่ีแกไขเพิ่มเติม (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๕๖ (๗) ๒๗พระราชบญั ญัติองคก- ารบรหิ ารสว! นจงั หวดั พ.ศ. ๒๕๔๐และที่แกไขเพ่ิมเตมิ ๒๘พระราชบญั ญัตอิ งคก- ารบรหิ ารส!วนจังหวดั พ.ศ. ๒๕๔๐: มาตรา ๗ ๒๙พระราชบญั ญตั อิ งคก- ารบริหารสว! นจงั หวัด พ.ศ. ๒๕๔๐: มาตรา ๘ ๓๐พระราชบญั ญตั ิระเบยี บบริหารราชการเมอื งพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๖๒ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเรื่อง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพื่อพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
๑๑๖ (๙) จัดทํากิจการอ่ืนใดตามท่ีกําหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกําหนดใหเป,นอํานาจหนาท่ี ขององค-การบรหิ ารส!วนจังหวดั นอกจากนั้นยังมีอํานาจหนาที่ของราชการส!วนกลางหรือราชการส!วนภูมิภาค หากราชการส!วนกลาง หรือราชการภูมิภาคมอบใหองค-การบริหารสว! นจงั หวัดปฏบิ ตั ไิ ด ตามท่กี ําหนดไวในในกฎกระทรวง ๑.๓ องคก- ารบริหารส!วนตําบล๓๑กฎหมายกําหนดใหในตาํ บลใหมสี ภาตําบลสภาหน่ึงมอี ํานาจหนาท่ีตาม พระราชบัญญัติและใหสภาตาํ บลมฐี านะเป,นนติ บิ ุคคล โดยมอี ํานาจหนาทใ่ี นการพัฒนาตําบลท้ังในดานเศรษฐกิจ สงั คม และวฒั นธรรม๓๒ รวมทัง้ มีหนาท่ตี องทาํ ในเขตองคก- ารบรหิ ารส!วนตําบลดงั ตอ! ไปน้ี๓๓ (๑) จัดใหมแี ละบาํ รุงทางนํา้ และทางบก (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ํา ทางเดนิ และทีส่ าธารณะ รวมทั้งกาํ จดั มลู ฝอยและสง่ิ ปฏกิ ลู (๓) ป…องกันโรคและระงับโรคติดตอ! (๔) ปอ… งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (๕) ส!งเสริมการศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (๖) ส!งเสรมิ การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพกิ าร (๗) คุมครอง ดูแล และบาํ รงุ รักษาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม (๘) บํารุงรักษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภมู ิปญญาทองถนิ่ และวัฒนธรรมอนั ดขี องทองถ่ิน (๙) ปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามท่ีทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรใหตามความ จาํ เปน, ๑.๔ กรุงเทพมหานคร๓๔กฎหมายกําหนดใหกรุงเทพมหานครมีฐานะเป,นนิติบุคคลและเป,นราชการ บริหารส!วนทองถ่ิน๓๕มอี าํ นาจหนาท่ีดาํ เนนิ กิจการในเขตกรุงเทพมหานครดงั ตอ! ไปน้ี๓๖ (๑) การรักษาความสงบเรียบรอยของประชาชน ทั้งนี้ตามขอบัญญัติกรุงเทพมหานครและตามกฎหมาย อ่ืนที่กาํ หนดใหเปน, หนาทีข่ องกรงุ เทพมหานคร (๒) การทะเบยี นตามท่ีกฎหมายกาํ หนด (๓) การปอ… งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (๔) การรักษาความสะอาดและความเปน, ระเบยี บเรยี บรอยของบานเมือง (๕) การผังเมอื ง (๖) การจัดใหมแี ละการบาํ รงุ ทางบก ทางนาํ้ และทางระบายนาํ้ (๗) การวศิ วกรรมจราจร (๘) การขนสง! (๙) การจัดใหมแี ละควบคุมตลาด ท!าเทยี บเรอื ทา! ขามและท่จี อดรถ (๑๐) การดแู ลรักษาที่สาธารณะ (๑๑) การควบคุมอาคาร ๓๑พระราชบัญญตั ิสภาตําบลและองค-การบริหารสว! นตาํ บล พ.ศ. ๒๕๓๗ ๓๒พระราชบญั ญตั สิ ภาตําบลและองค-การบรหิ ารส!วนตาํ บล พ.ศ. ๒๕๓๗: มาตรา ๖๖ ๓๓พระราชบัญญตั สิ ภาตําบลและองค-การบรหิ ารสว! นตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗: มาตรา ๖๗ ๓๔พระราชบัญญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ๓๕พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘: มาตรา ๖ ๓๖พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘: มาตรา ๖๒ รายงานวิจยั ฉบบั สมบูรณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จังหวัด เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
๑๑๗ (๑๒) การปรบั ปรุงแหล!งชุมชนแออัดและจดั การเกี่ยวกบั ทอี่ ยอ!ู าศยั (๑๓) การจัดใหมีและบาํ รุงสถานที่พกั ผอ! นหย!อนใจ (๑๔) การพฒั นาและอนุรกั ษส- ่ิงแวดลอม (๑๔ทวิ) บาํ รงุ รักษาศลิ ปะ จารตี ประเพณี ภมู ปิ ญญาทองถิน่ และวัฒนธรรมอันดขี องทองถ่ิน (๑๕) การสาธารณปู โภค (๑๖) การสาธารณสุข การอนามยั ครอบครัว และการรักษาพยาบาล (๑๗) การจดั ใหมแี ละควบคมุ สสุ านและฌาปนสถาน (๑๘) การควบคมุ การเลย้ี งสัตว- (๒๐) การควบคุมความปลอดภัย ความเป,นระเบียบเรียบรอยและการอนามัยในโรงมหรสพ และสาธารณสถานอ่นื ๆ (๒๑) การจดั การศึกษา (๒๒) การสาธารณูปการ (๒๓) การสังคมสงเคราะห- (๒๔) การส!งเสริมการกฬี า (๒๕) การสง! เสรมิ การประกอบอาชีพ (๒๖) การพาณิชย-ของกรุงเทพมหานคร (๒๗) หนาท่ีอ่ืนๆ ตามที่กฎหมายระบุใหเป,นอํานาจหนาท่ีของผูว!าราชการจังหวัด นายอําเภอ เทศบาล นคร หรือท่ีคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว!าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย หรือกฎหมายระบุ เปน, หนาทขี่ องกรงุ เทพมหานคร นอกจากนั้นยงั อาจมีอํานาจของราชาการสว! นกลางหรอื ราชการสว! นภูมภิ าคหากไดรับมอบหมาย โดยให ทําเป,นพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ขอบังคับ กฎกระทรวง ขอบังคับ หรือประกาศแลวแต!กรณี ในกรณีท่ีทํา เป,นขอบงั คบั หรือประกาศตองไดรับความเห็นจากรฐั มนตรวี !าการกระทรวงมหาดไทย ๑.๕ เมืองพัทยา๓๗กฎหมายกําหนดใหจัดต้ังเมืองพัทยาเป,นองค-กรปกครองส!วนทองถิ่นมีฐานะเป,น นิตบิ คุ คล๓๘ และมอี าํ นาจหนาที่ดงั ต!อไปน้ี๓๙ (๑) การรกั ษาความสบเรียบรอย (๒) การส!งเสรมิ และรักษาคุณภาพสง่ิ แวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ (๓) การคุมครองและดูแลรักษาทรพั ยส- นิ อนั เปน, สาธารณสมบัตขิ องแผน! ดิน (๔) การวางผังเมืองและการควบคุมการกอ! สราง (๕) การจัดการเก่ยี วกบั ที่อยอ!ู าศัยและการปรับปรุงแหลง! เสอ่ื มโทรม (๖) การจดั การจราจร (๗) การรักษาความสะอาดและความเป,นระเบียบเรยี บรอยของบานเมอื ง (๘) การกําจัดมลู ฝอยและสงิ่ ปฏกิ ลู และการบาํ บดั นํา้ เสยี (๙) การจัดใหมนี า้ํ สะอาดหรือการประปา (๑๐) การจดั ใหมกี ารควบคมุ ตลาด ท!าเทยี บเรือ และทจ่ี อดรถ ๓๗พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการเมอื งพทั ยา พ.ศ. ๒๕๔๒ ๓๘พระราชบัญญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการเมอื งพทั ยา พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๗ วรรคสอง ๓๙พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการเมอื งพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๖๒ รายงานวิจยั ฉบบั สมบรู ณเร่อื ง การกระจายอาํ นาจการบริหารการศึกษาในระดบั จงั หวัด เพอื่ พัฒนาคุณภาพการศึกษา
๑๑๘ (๑๑) การควบคุมอนามยั และความปลอดภัยในรานจาํ หนา! ยอาหาร โรงมหรสพ และสถานนบรกิ ารอ่ืน (๑๒) การควบคมุ และสง! เสรมิ การทอ! งเท่ียว (๑๓) การบาํ รงุ รักษาศิลปะ จารตี ประเพณี ภมู ปิ ญญาทองถิน่ และวัฒนธรรมอันดีของทองถ่นิ (๑๔) อํานาจหนาทอ่ี ่ืนตามกฎหมายกําหนดใหเปน, ของเทศบาลนครหรอื ของเมืองพทั ยา ซึ่งเมอ่ื พจิ ารณาจากกฎหมายเฉพาะขององค-กรปกครองทองถ่ินแต!ละแห!งแลว พบว!า กรณีของเทศบาล องค-การบริหารส!วนจังหวัด และกรุงเทพมหานครนั้น กฎหมายของแต!ละแห!งลวนแลวแต!ไดกําหนดใหอํานาจ แก!ทองถ่ินในการจัดการศึกษาไดดวย เวนแต!กรณีขององค-การบริหารส!วนตําบลและเมืองพัทยาเท!านั้น ที่กฎหมายกําหนดองค-การบริหารส!วนตําบลมีอํานาจใหเพียงแต!ส!งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม๔๐ เทา! น้ัน ๒. กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข(องนอกเหนือจากกฎหมายเฉพาะของแต!ละทองถ่ินท่ีไดกําหนดอํานาจในการ จัดการศึกษาแก!องค-กรปกครองส!วนทองถ่ินแลว การจัดการศึกษาขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินยังเป,นไป ตามกฎหมายอืน่ ทีเ่ กย่ี วของ ดงั น้ี ๒.๑ พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแก!องค-กรปกครองส!วนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภายใตหลักการของรัฐธรรมนูญแห!งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๘๔ ไดบัญญัติใหมี กฎหมายกําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจเพื่อพัฒนาการกระจายอํานาจใหแก!ทองถิ่นเพิ่มขึ้นอย!าง ต!อเน่อื งโดยมีสาระสาํ คญั เก่ียวกบั การกําหนดอํานาจหนาที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะและการจัดสรร สัดส!วนภาษีและอากรขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินและใหมีคณะกรรมการการกระจายอํานาจใหแก!องค- ปกครองส!วนทองถ่ินซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป,นประธานและมีองค-ประกอบดวย ผูแทนของหน!วยราชการที่เก่ียวของผูแทนขององค-กรปกครองส!วนทองถ่ินและผูทรงคุณวุฒิ๔๑ ซึ่งการจัดทํา ระบบบริการสาธารณะน้ีรวมถึงการถ!ายโอนอํานาจในการจัดการศึกษาใหกับองค-กรปกครองส!วนทองถ่ินได บริหารจดั การศึกษาดวย โดยที่มาตรา ๑๖๔๒ ไดกําหนดใหเทศบาล เมืองพัทยา และองค-กรบริหารส!วนตําบลมี หนาที่ในการจัดระบบการบริหารสาธารณะเพ่ือประโยชน-ของประชาชนในทองถิ่นในการจัดการศึกษา ดังน้ัน เทศบาลนอกจากจะมอี าํ นาจในการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๕๙๖ แลวยังมีอํานาจการ จดั การศึกษาตามมาตราน้ีของพระราชบญั ญตั กิ าํ หนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแก!องค-กรปกครอง ส!วนทองถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ส!วนองค-กรบริหารส!วนตําบลแมพระราชบัญญัติสภาตําบลและองค-การบริหารส!วน ตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ กําหนดองค-การบริหารส!วนตําบลมีอํานาจใหเพียงแต!ส!งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม แต!ภายใตหลักการของกฎหมายนี้องค-กรบริหารส!วนตําบลย!อมมีอํานาจและหนาที่ในการจัด การศกึ ษา สว! นกรณขี องเมอื งพัทยาแมพระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๔๒ จะไม!ได ใหอํานาจแก!เมืองพัทยาในการจัดการศึกษาเป,นการเฉพาะ หากแต!ภายใตหลักการของกฎหมายน้ีเมืองพัทยา ยอ! มมอี ํานาจและหนาที่ในการจดั การศกึ ษาเชน! เดียวกับองคก- ารบรหิ ารส!วนตําบล ๔๐พระราชบัญญตั สิ ภาตําบลและองคก- ารบรหิ ารสว! นตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗: มาตรา ๖๗ ๔๑พระราชบญั ญตั กิ าํ หนดแผนและขน้ั ตอนการกระจายอํานาจใหแกอ! งค-กรปกครองส!วนทองถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๑๖ ๔๒พระราชบญั ญัติกาํ หนดแผนและขัน้ ตอนการกระจายอาํ นาจใหแกอ! งค-กรปกครองสว! นทองถน่ิ พ.ศ. ๒๕๔๒: มาตรา ๑๖ (๙) “ ใหเทศบาล เมืองพทั ยา และองค-กรบริหารสว! นตําบลมอี าํ นาจและหนาที่ในการจดั ระบบการบรหิ ารสาธารณะเพอื่ ประโยชนข- องประชา ชานในทองถนิ่ ของตนเองดงั น้ี ... (๙) การจดั การศกึ ษา” รายงานวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณเร่ือง การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารการศกึ ษาในระดบั จังหวัด เพื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268