93 7. กิจกรรมการเรียนการสอน คาบที่ 1 ข้นั นา ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั ความสาคญั ของวชิ าคณิตศาสตร์ ปัญหาใน การเรียนการสอนวชิ าคณิตศาสตร์อยา่ งกวา้ งๆ และแนวทางแกไ้ ข เพอื่ โยงเขา้ สู่โครงงาน คณิตศาสตร์ ข้นั สอน 1. ครูใหน้ กั เรียนศึกษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 2. หลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ จดุ มุ่งหมายของโครงงาน คณิตศาสตร์ และประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ โดยใหน้ กั เรียนศกึ ษา เน้ือหาจากใบความรู้ที่ 1, 2, 3 และ 4 จากชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน คณิตศาสตร์ ชุดที่ 1 ตามลาดบั 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายโดยครูเป็นผนู้ าในการอภปิ รายเก่ียวกบั ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ หลกั การของกิจกรรมโครงงาน คณิตศาสตร์ จดุ มุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ และประเภทของโครงงาน คณิตศาสตร์ หลงั จากทใ่ี หน้ กั เรียนศกึ ษาเน้ือหาจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 ข้ันสรุป 1. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปเกี่ยวกบั ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ หลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ จดุ มุ่งหมายของโครงงาน คณิตศาสตร์ และประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ 2. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบชุดท่ี 1 ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน คณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 คาบท่ี 2 ข้นั นา ครูทบทวนเน้ือหาทเี่ รียนไปในคาบท่ี 1 โดยการซกั ถามนกั เรียน
94 ข้นั สอน 1. ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 เก่ียวกบั ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์และการประเมินผลโครงงาน คณิตศาสตร์ โดยใหน้ กั เรียนไดศ้ กึ ษาจากใบความรูท้ ี่ 5 และ 6 ตามลาดบั 2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายโดยครูเป็นผนู้ าในการอภิปรายเกี่ยวกบั ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ และการประเมินผลโครงงาน คณิตศาสตร์ หลงั จากทีใ่ หน้ กั เรียนศกึ ษาเน้ือหาจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 ข้ันสรุป 1. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปเกี่ยวกบั ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ และการประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ 2. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบชุดท่ี 2 ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน คณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 8. สื่อการเรียนการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 - ใบความรูท้ ี่ 1 เร่ือง ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ - ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง หลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ - ใบความรู้ที่ 3 เร่ือง จุดมุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ - ใบความรู้ท่ี 4 เรื่อง ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ - แบบทดสอบชุดท่ี 1 - ใบความรู้ที่ 5 เรื่อง ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ - ใบความรูท้ ี่ 6 เร่ือง การประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ - แบบทดสอบชุดท่ี 2
95 9. การวัดผลและประเมินผล ด้าน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ความรู้ ตรวจ แบบทดสอบปรนยั 4 เกณฑก์ ารผา่ น ทาถูก แบบทดสอบ ตวั เลือก จานวน 10 ขอ้ รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป ทกั ษะ / สงั เกตการ แบบประเมินการ ความสามารถในการ กระบวนการ นาเสนอผลงาน นาเสนอผลงานกลุ่ม ใหเ้ หตุผลท่ีปรากฏ กลุ่ม ในระดบั ดีข้ึนไป คุณลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมิน - มีระเบยี บวนิ ยั ต้งั แต่ การปฏิบตั ิงาน พฤติกรรมกลุ่ม ระดบั ดี ข้นึ ไป กลุ่ม - ทางานอยา่ งเป็ น ระบบต้งั แต่ ระดบั ดี ข้ึนไป 10. กิจกรรมเสนอแนะ (เพมิ่ เตมิ ) ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... 11. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ลงช่ือ ครูผู้สอน
96 (นางอุมาพร พมิ พ์ภกั ดี) ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 ความรู้เก่ียวกับโครงงานคณติ ศาสตร์ โดย นางอุมาพร พมิ พ์ภักดี ครูชานาญการพเิ ศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ อาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 25
97 คานา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 1 ความรู้เก่ียวกับโครงงาน คณติ ศาสตร์ จดั ทาข้นึ เพอื่ ใหน้ กั เรียนไดร้ ูถ้ ึงความหมาย หลกั การของกิจกรรม จุดมุ่งหมาย ประเภท และข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ให้ นักเรียนไดเ้ รียนรู้อยา่ งมีความสุข สามารถแสวงหาความรู้เพิ่มเติม คิดเป็ น ทาเป็ น แกป้ ัญหาเป็ น เขา้ ใจวธิ ีการทาโครงงานคณิตศาสตร์ และสรุปองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยง่ิ ว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ จะเป็ น ประโยชนต์ อ่ นกั เรียนและผทู้ ส่ี นใจเรียนรู้เก่ียวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ผจู้ ดั ทา
98 สารบัญ หนา้ 1 คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน 2 บทบาทของครูผสู้ อน 3 บทบาทของผเู้ รียน 4 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 5 ใบความรูท้ ี่ 1 ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ 6 ใบความรูท้ ่ี 2 หลกั การของกิจกกรมโครงงานคณิตศาสตร์ 7 ใบความรู้ท่ี 3 จุดมุ่งหมายของโครงงานคณิตสาสตร์ 8 ใบความรู้ท่ี 4 ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ 9 ใบความรู้ที่ 5 ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ 13 ใบความรู้ท่ี 6 การประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ 15 แบบทดสอบชุดท่ี 1 17 แบบทดสอบชุดที่ 2 20 เฉลยแบบทดสอบชุดที่ 1 และ แบบทดสอบชุดที่ 2 2 แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน
99 คาชี้แจงสาหรับนักเรียน คาชี้แจง 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 1 มีกิจกรรมให้ นกั เรียนปฏิบตั ิเป็นรายบคุ คลและกลุ่ม 2. ใบงานสาหรบั ทาเป็นรายบุคคล ใบกิจกรรมสาหรับกิจกรรมกลุ่ม เมื่อนกั เรียน เขา้ กลุ่มเรียบร้อยแลว้ ใหเ้ ลือกประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม สมาชิกท่ีเหลือ ช่วยกนั ปฏิบตั กิ ิจกรรมกลุ่ม 3. ศกึ ษารายละเอียดของใบความรูใ้ หเ้ ขา้ ใจ เม่ือมีขอ้ สงสยั ควรวกั ถามครูผสู้ อน ก่อนทีจ่ ะดาเนินกิจกรรมตามลาดบั ข้นั ตอนในใบความรู้ 4. นกั เรียนควรปฏิบตั ิตนเป็ นผปู้ ฏบิ ตั ิทีด่ ี คอื ไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอื่นๆ ให้ ความร่วมมือปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่มทุกกิจกรรม และตอ้ งมีความซื่อสตั ย์
100 บทบาทของครูผู้สอน บทบาทของครูผสู้ อน มีดงั น้ี 1. ผสู้ อนเป็ นผจู้ ดั ทาให้เกิดการเรียนรู้ กาหนดบริบทของการเรียนรูใ้ หผ้ เู้ รียนใชค้ วามคิด ใหซ้ บั ซอ้ นยง่ิ ข้นึ กาหนดใหผ้ เู้ รียนเห็นปัญหาท่ีมีขอบเขตกวา้ งขวาง กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนเห็นวา่ ปัญหาน้นั เป็นปัญหาของเขา 2. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมโดยควบคุมกระบวนการการเรียนรู้ใหบ้ รรลุ เป้าหมายตามทีก่ าหนดไว้ 3. เป็ นผชู้ ้ีแนะไม่ใช่ช้ีนา แสดงความคดิ เห็นและให้ขอ้ มูลทเ่ี ป็ นประโยชนแ์ ก่ผเู้ รียนตาม โอกาสท่ีเหมาะสม (ตอ้ งคอยสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูข้ องผเู้ รียนและบรรยากาศการเรียน ทเี่ กิดข้ึนอยตู่ ลอดเวลา) 4. เปิ ดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนรู้จกั สงั เกต มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนโดยทวั่ ถึงกนั ตลอดจน รบั ฟัง และสนบั สนุนส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ผูเ้ รียนยอมรับฟังความคดิ เห็นของผเู้ รียนยอมรบั ความ แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล 5. มีปฏสิ มั พนั ธท์ ี่ดีกบั ผเู้ รียนทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนการสอนเกิดความเป็ นกนั เอง และมีความเป็นมิตรท่ดี ีต่อกนั คอยช่วยแกป้ ัญหาใหผ้ เู้ รียนครูจึงควรมีความเป็ นมิตร 6. ช่วยเชื่อมโยงความคดิ เห็นของผเู้ รียนและสรุปผลการเรียนรูต้ ลอดจนส่งเสริมและนา ทางใหผ้ เู้ รียนไดร้ ูว้ ธิ ีวเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมการเรียนรู้เพอื่ ผเู้ รียนจะไดน้ าไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ได้ 7. การจดั เวลาสอนควรจดั ใหย้ ดื หยนุ่ เหมาะสมกบั เวลาที่ใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั ิ กิจกรรมผสู้ อนตอ้ งพยายามเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมภายในเวลาทเ่ี หมาะสมไม่ มากหรือนอ้ ยไป
101 บทบาทของผู้เรียน บทบาทของผเู้ รียน มีดงั น้ี 1. ผเู้ รียนจะมีบทบาทเป็นผปู้ ฏบิ ตั ิและสร้างความรูไ้ ปพรอ้ ม ๆกนั 2. มีปฏิสมั พนั ธก์ บั ผเู้ รียนดว้ ยกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ยอมรับ ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น ฝึกความเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ดี ี 3. มีความกระตอื รือรน้ ในการเรียนรูม้ ีความยนิ ดีร่วมกิจกรรมทุกคร้ังดว้ ยความสมคั รใจ 4. เรียนรู้ไดเ้ องกลา้ แสดงออก กลา้ เสนอความคิดอยา่ งสรา้ งสรรคร์ ูจ้ กั แสวงหาความรูจ้ าก แหล่ง ความรู้ต่าง ๆที่มีอยดู่ ว้ ยตนเอง 5. ตดั สินปัญหาต่าง ๆอยา่ งมีเหตุผลเคารพกตกิ าทางสงั คม รับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม 6. มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้เดิมเขา้ กบั ความรู้ใหม่ มีผลงานท่ีสรา้ งสรรค์ 7. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมของตนเองและผอู้ ื่นได้ 8. ใหค้ วามช่วยเหลือกนั และกนั รูจ้ กั รบั ผดิ ชอบงานที่ตนเองทาอยแู่ ละท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
102 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถอธิบายแนวทางในการใหค้ วามรู้เก่ียวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ได้ ด้านทกั ษะ นกั เรียนสามารถแสดงแนวคดิ เร่ืองความรูเ้ กี่ยวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ได้ นกั เรียนใชภ้ าษาสื่อความหมาย และนาเสนอความรูเ้ กี่ยวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ ได้ นกั เรียนแสดงความคดิ สร้างสรรค์ การประเมิน วิเคราะห์ สงั เคราะห์ คาตอบและ นาเสนอความคดิ เห็นเกี่ยวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม นกั เรียนตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบทไี่ ด้ ด้านคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคติทด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ นกั เรียนทางานเป็นระบบ รอบคอบ นกั เรียนมีวจิ ารณญาณ นกั เรียนมีความเช่ือมนั่ ในตนเอง
103 ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ โครงงานคณิตศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมเสริมหลกั สูตรวชิ าคณิตศาสตร์ทเ่ี ปิ ดโอกาสให้ นกั เรียนไดศ้ กึ ษาเรื่องใดเรื่องหน่ึงทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์และเทคโนโลยตี ามความถนดั และ ความสนใจ ดว้ ยวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์(Scientific Method) ภายใตก้ ารแนะนาปรึกษาช่วยเหลือ และดูแลจากอาจารยท์ ี่ปรึกษาและ/หรือผทู้ รงคุณวฒุ ิ อาจจดั ในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนกไ็ ด้ รวมท้งั สามารถดาเนินกิจกรรมไดท้ ้งั ในและนอกบริเวณโรงเรียน ซ่ึงอาจทาเป็ นรายบคุ คลหรือกลุ่ม ก็ได้ แลว้ จดั เขียนเป็ นรายงานและแสดงผลงานเพอ่ื เผยแพร่สาหรบั เป็ นแนวทางการศึกษาต่อไป
104 ใบความรู้ที่ 2 เร่ือง หลักการของกิจกรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ หลักการท่สี าคญั ของกิจกรรมโรงงานคณติ ศาสตร์ ควรมีลักษณะดังนี้ 1. เป็ นเร่ืองเกี่ยวกบั คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี หรือความจริงและการนาไปใชป้ ระโยชน์ ซ่ึง หมายถึงโครงงานคณิตศาสตร์ทท่ี าข้นึ เองตอ้ งยดึ หลกั ความจริงท่ีเป็ นอยตู่ ามธรรมชาติ 2. เป็นการเสาะแสวงหารความรู้ดว้ ยตนเอง เพอื่ เป็ นการฝึกใหน้ กั เรียนคิดเป็น ทาเป็นและ แกป้ ัญหาเป็นโดยใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ 3. คานึงเสรีภาพและเศรษฐกิจ หมายถึง การใหเ้ สรีภาพแก่ผทู้ าโครงงานในเรื่องทจ่ี ะทา โดย คานึงถึงวสั ดุอุปกรณ์และเงนิ ทุนทมี่ ีอยเู่ ป็นองคป์ ระกอบ
105 ใบความรู้ท่ี 3 เร่ือง จุดม่งุ หมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ เพอื่ ใหก้ ารทาโครงงานคณิตศาสตร์บรรลุตามจดุ มุ่งหมายในการเรียนการสอนวชิ า คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ในการจดั ทาโครงงานคณิตศาสตร์น้นั จะตอ้ งมีจดุ มุ่งหมายที่แน่นอนและ ชดั เจน จุดม่งุ หมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ พอสรุปได้ดงั นี้ 1. เพอ่ื ส่งเสริมนกั เรียนใหเ้ กิดความรัก ความสนใจและมีเจตคตทิ ีด่ ีต่อวชิ า คณิตศาสตร์ 2. เพอ่ื พฒั นาความสามารถของนกั เรียนของนกั เรียนในการใชก้ ระบวนการทาง คณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหา 3. เพอื่ ใหน้ กั เรียนนาความรูท้ างคณิตศาสตร์ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั หรือ ออกแบบส่ิงประดิษฐใ์ หม่ๆได้ โดยตระหนกั ถึงคุณคา่ และประโยชนข์ องวชิ าคณิตศาสตร์ 4. เพอ่ื พฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ 5. เพอื่ ใหน้ กั เรียนรู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ 6. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออก พร้อมท้งั ไดม้ ีโอกาสเผยแพร่ผลงานของ ตนเอง 7. เพอ่ื พฒั นาความรบั ผดิ ชอบและสามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืนได้ 8. เพอ่ื ส่งเสริมการศึกษาคน้ ควา้ หรือวจิ ยั ทางคณิตศาสตร์ของนกั เรียนทมี่ ีความสนใจ และมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ โดยใชว้ ิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
106 ใบความรู้ที่ 4 เร่ือง ประเภทของโครงงานคณติ ศาสตร์ ประเภทขอโครงงานคณติ ศาสตร์ จาแนกประเภทออกได้เป็ น 4 ประเภท ดังนี้ 1. โครงงานคณติ ศาสตร์ประเภททดลอง เป็นการศกึ ษาหาคาตอบของปัญหาใดปัญหา หน่ึง โดยการออกแบบทดลองและดาเนินการทดลอง เพอ่ื หาคาตอบของปัญหาและเพอ่ื ตรวจสอบ สมมุตฐิ านที่ไดต้ ้งั ไว้ ซ่ึงข้นั ตอนในการทางานประกอบดว้ ยการกาหนดปัญหา การต้งั สมมุตฐิ าน การออกแบบการทดลอง การแปลผลและสรุปผลการทดลอง 2. โครงงานคณติ ศาสตร์ประเภทสารวจ เป็ นกิจกรมการศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลจาก ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ศึกษาความรูท้ ม่ี ีอยหู่ รือเป็ นอยใู่ น ธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ้ มโดยใชว้ ธิ ีการสารวจและรวบรวมขอ้ มูล แลว้ นาขอ้ มูลเหล่าน้นั มาจดั กระทา แลว้ นาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 3. โครงงานคณติ ศาสตร์ประเภทการพฒั นาหรือการประดษิ ฐ์ เป็ นการประดิษฐส์ ่ิงใหม่ที่ ยงั ไม่เคยมีมาก่อนหรือการปรบั ปรุงอุปกรณ์ หรือส่ิงประดิษฐท์ มี่ ีอยแู่ ลว้ ให้ใชง้ านไดด้ ีกวา่ เดิม หรือ อาจเป็นการเสนอหรือปรบั สร้างแบบจาลองทางความคิดเพอ่ื แกป้ ัญหาใดปัญหาหน่ึง 4. โครงงานคณติ ศาสตร์ประเภทสร้างทฤษฎหี รือการอธิบาย เป็นโครงงานทีผ่ ทู้ าจะตอ้ ง เสนอแนวคดิ ใหม่ๆในการอธิบายเรื่องใดเรื่องหน่ึงอยา่ งมีเหตุผล มีหลกั การทางคณิตศาสตร์หรือมี ทฤษฎีมาสนบั สนุน หรือเป็นการอธิบายปรากฏการณ์เก่าในแนวใหม่ อาจเสนอในรูปคาอธิบาย สูตร หรือสมการ โดยมีขอ้ มูลหรือทฤษฎีสนบั สนุน
107 ใบความรู้ท่ี 5 เรื่อง ข้นั ตอนในการทาโครงงานคณติ ศาสตร์ การทาโครงงานคณิตศาสตร์มีการดาเนินงานหลายข้นั ตอน ดงั น้ี 1. การคดิ จะเลือกหวั เรื่องหรือปัญหาท่ีจะศึกษา 2. การวางแผนในการทาโครงงาน 3. การลงมือทาโครงงาน 4. การเขียนรายงาน 5. การแสดงผลงาน 1. การคดิ จะเลือกหัวเรื่องหรือปัญหาที่จะศึกษา เป็ นข้นั ตอนทส่ี าคญั และยากทส่ี ุด หวั ขอ้ เร่ืองของโครงงานควรมีความเฉพาะเจาะจงและ ชดั เจน และควรเป็นเร่ืองแปลกใหม่ ซ่ึงแสดงถึงความคดิ สร้างสรรคด์ ว้ ย หวั เรื่องควรไดม้ าจาก ความสนใจ ความสงสยั และความอยากรูอ้ ยากเห็นท้งั ในหอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน ข้อควรคานึงเก่ยี วกบั การคดั เลอื กหัวเร่ืองทจี่ ะทาโครงงาน 1. เหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ 2. เหมาะสมกบั ระดบั ความสามารถ 3. วสั ดุอุปกรณ์ที่จาเป็นตอ้ งใช้ 4. งบประมาณเพยี งพอ 5. ระยะเวลาทใ่ี ชท้ าโครงงาน 6. มีอาจารยห์ รือผทู้ รงคุณวฒุ ิรับเป็นทปี่ รึกษา 7. มีความปลอดภยั 8. มีแหล่งความรู้หรือเอกสารเพยี งพอทีจ่ ะคน้ ควk้ 2. การวางแผนในการทาโครงงาน ข้นั ตอนน้ีเป็นการวางแผนในการทาโครงงาน รวมถึงการเขยี นเคา้ โครงของ โครงงานเพอ่ื ใหก้ ารดาเนินการเป็นไปอยา่ งรัดกุมและรอบคอบ
108 เคา้ โครงของโครงงานโดยทว่ั ๆ ไป เขยี นข้นึ เพอื่ แสดงแนวคิด แผนงานและ ข้นั ตอนการทาโครงงาน ซ่ึงประกอบดว้ ย 1. ช่ือโครงงาน 2. ช่ือผทู้ าโครงงาน 3. ชื่อทีป่ รึกษาโครงงาน 4. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน 5. จุดมุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ 6. สมมุติฐานของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 7. วธิ ีดาเนินการ - วสั ดุอุปกรณ์ทีต่ อ้ งใช้ - แนวการศึกษาคน้ ควา้ 8. แผนปฏบิ ตั งิ าน 9. ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั 10. เอกสารอา้ งอิง 3. การลงมอื ทาโครงงาน เมื่อเคา้ โครงของโครงงานผา่ นความเห็นชอบของท่ีปรึกษาโครงงานแลว้ เร่ิมลงมือ ทาโครงงานโดยปฏิบตั ติ ามแผนดาเนินงาน อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพมิ่ เตมิ จากแผนงานทีว่ าง ไวใ้ นตอนแรกบา้ งก็ได้ เมื่อดาเนินโครงงานครบถว้ นตามข้นั ตอนไดข้ อ้ มูลแลว้ ควรมีการ ตรวจสอบผลการทดลองดว้ ยการทดลองซ้า หลงั จากน้นั ทาการวเิ คราะห์ขอ้ มูล แปลผลและ สรุปผลการศกึ ษาคน้ ควา้ พร้อมท้งั อภปิ รายผลการศึกษา 4. การเขยี นรายงาน การเขยี นรายงานควรใชภ้ าษาท่ีอ่านเขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน ส้นั ๆ และตรงไปตรงมาโดย ใหค้ รอบคลุมหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ช่ือโครงงาน 2. ช่ือผทู้ าโครงงาน 3. ชื่อทป่ี รึกษาโครงงาน 4. บทคดั ยอ่
109 5. ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงาน 6. จุดมุ่งหมายของการศึกษาคน้ ควา้ 7. สมมุตฐิ านของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 8. วธิ ีดาเนินการ แยกเป็น 2 หวั ขอ้ ยอ่ ย - วสั ดุอุปกรณ์ทตี่ อ้ งใช้ - แนวการศกึ ษาคน้ ควา้ 9. ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ 10. สรุปและขอ้ เสนอแนะ 11. คาขอบคุณ 12. เอกสารอา้ งอิง 5. การแสดงผลงาน การแสดงผลงงานเป็ นงานข้นั สุดทา้ ยและสาคญั อีกประการหน่ึงของการทา โครงงาน การวางแผนออกแบบเพอื่ จดั แสดงผลงานน้นั มีความสาคญั เท่าๆ กบั การทา โครงงาน การแสดงผลงานน้นั อาจทาไดใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ กนั เช่น การแสดงในรูป นิทรรศการ รูปของการรายงานแบบปากเปล่า การแสดงผลงานควรจดั ใหค้ รอบคลุม ประเด็นสาคญั ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ช่ือโครงงาน ชื่อผทู้ าโครงงาน ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน 2. คาอธิบายยอ่ ๆ ถึงเหตุจงู ใจในการทาโครงงานและความสาคญั ของโครงงาน 3. วธิ ีดาเนินการ 4. การสาธิตหรือแสดงผลทไี่ ดจ้ ากการทดลอง 5. ผลการสงั เกตหรือขอ้ มูลเด่น ๆ ท่ีไดจ้ ากการทาโครงงาน การจดั นิทรรศการแสดงโครงงานคณิตศาสตร์น้ันใหค้ านึงถึงส่ิงต่าง ๆตอ่ ไปน้ี 1. ความปลอดภยั ของการจดั แสดง 2. ความเหมาะสมกบั เน้ือทีท่ จ่ี ดั แสดง 3. คาอธิบายท่เี ขยี นแสดง ใหเ้ นน้ เฉพาะประเดน็ ทสี่ าคญั และน่าสนใจ 4. จดั รูปทดี่ ึงดูดความสนใจ 5. ใชต้ ารางและรูปภาพประกอบ 6. ส่ิงทแ่ี สดงทุกอยา่ งตอ้ งถูกตอ้ ง 7. ในกรณีทเี่ ป็นสิ่งประดิษฐ์ ส่ิงน้นั ควรอยใู่ นสภาพทท่ี างานไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์
110 การแสดงผลงานผนู้ าเสนอผลงานจะตอ้ งอธิบาย หรือรายงานปากเปล่าถึงขอ้ มลู เก่ียวกบั โครงงานทจ่ี ดั ทาข้ึน โดยในการอธิบายน้นั ใหค้ านึงถึงสิ่งตา่ ง ๆ ต่อไปน้ี 1. ตอ้ งทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั เรื่องท่ีจะอธิบายเป็ นอยา่ งดี 2. คานึงถึงความเหมาะสมของภาษาทีใ่ ชก้ บั ระดบั ของผฟู้ ัง ชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย 3. ควรรายงานอยา่ งตรงไปตรงมา ไม่วกวน 4. พยายามหลีกเลี่ยงการอ่านรายงานใหผ้ ชู้ มฟัง 5. อยา่ ทอ่ งจารายงาน เพราะจะทาใหไ้ ม่น่าสนใจและไม่เป็ นธรรมชาติ 6. ขณะทร่ี ายงานน้นั ควรมอบผฟู้ ัง 7. เตรียมตวั ตอบคาถามเกี่ยวกบั เร่ืองน้นั ๆ 8. เวลาตอบคาถามใหต้ อบอยา่ งตรงไปตรงมาในสิ่งท่ถี าม 9. หากตดิ ขดั ในการอธิบายควรยอมรบั โดยดี อยา่ กลบเกล่ือนหรือหลีกเลี่ยง 10. ควรรายงานใหเ้ สร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด 11. ควรใชส้ ื่อประเภทโสตทศั นูปกรณ์ประกอบการรายงาน การทาแผงสาหรับแสดงโครงงานคณิตศาสตร์ ใหจ้ ดั ทาแผงสาหรับแสดงโครงงานคณิตศาสตร์ตามขนาดดงั น้ี แผน่ ก1, ก2 ขนาด 60 ซม. X 60 ซม. แผน่ ข ขนาด 60 ซม. X 120 ซม. ตดิ บานพบั มีห่วงรับและขอสบั ทามมุ ฉากกบั ตวั แผน่ กลาง ดงั รูป
111 ใบความรู้ท่ี 6 เร่ือง การประเมินผลโครงงานคณติ ศาสตร์ การประเมินผลโครงงานเป็นกิจกรรมทีจ่ าเป็ นและมีความสาคญั อีกกิจกรรมหน่ึงใน กระบวนการจดั แสดงโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียน ตามปกตคิ รูผสู้ อนจะเป็นผปู้ ระเมิน โครงงาน แบบประเมินผลโครงงานซ่ึงปรบั ปรุงรายละเอียดแตล่ ะดา้ นเพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพของ โรงเรียนและอาจารยผ์ สู้ อนโดยกาหนดกฎเกณฑก์ ารพจิ ารณา 5 ดา้ น ดงั น้ี 1. ความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองท่ีจะทา 2. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ที่ใชแ้ กป้ ัญหาทางการศกึ ษา 3. ความคดิ สรา้ งสรรค์ 4. การเขยี นรายงาน 5. การจดั แสดงโครงงานและการอภิปลายปากเปล่า รายละเอียดเก่ียวกบั เกณฑก์ ารพจิ ารณาประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ มีหลกั เกณฑ์ ดา้ นๆ ดงั น้ี 1. ความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองที่จะทา โดนพจิ ารณาจาก 1.1 การใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม 1.2 การใชห้ ลกั เกณฑท์ างคณิตศาสตร์ถูกตอ้ งและเหมาะสม 1.3 มีความเขา้ ใจในหลกั การสาคญั ๆ ของเร่ืองท่ีทา 1.4 การคน้ หาเอกสารอา้ งอิงถูกตอ้ งและเหมาะสม 1.5 การไดร้ บั ความรู้เพมิ่ เตมิ จากการทาโครงงานนอกเหนือจากที่เรียนหลกั สูตรปกติ 2. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ที่แกป้ ัญหาทางการศกึ ษา โดยพิจารณาจาก 2.1 การสงั เกตท่ีนามาสู่ปัญหา 2.2 มีการศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลหรือขอ้ เทจ็ จริงต่างๆ เพอื่ เป็ นพน้ื ฐานเก่ียวกบั เรื่องทกี่ าลงั ศกึ ษาเหมาะสมและต้งั สมมุติฐานทถี่ ูกตอ้ งชดั เจน 2.3 การออกแบบการทดลองหรือการประดิษฐม์ ีความสอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรือ สมมุติฐานเพยี งใด 2.4 การวดั และการควบคุมตวั แปรต่างๆ กระทาไดค้ รบ ถูกตอ้ ง อุปกรณ์และเคร่ืองมือ ที่เลือกใชเ้ หมาะสม การรวบรวมขอ้ มูลกระทาไดล้ ะเอียดถูกตอ้ งตามจดุ ประสงคท์ ีต่ อ้ งการศกึ ษา การบนั ทกึ ขอ้ มูลมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม
112 2.5 การแปลความหมายและการสรุปผลมีความสอดคลอ้ งกบั ผลทไี่ ด้ มาก-นอ้ ย เพยี งใด 3. ความคดิ สร้างสรรค์ โดยพจิ ารณาจาก 3.1 ปัญหาหรือเรื่องท่จี ะทามีความสาคญั และมีความแปลกใหม่เพยี งใด 3.2 ไดม้ ีการดดั แปลง เปลี่ยนแปลงหรือเพมิ่ เตมิ แนวความคดิ ที่แปลกใหม่ลงไปใน โครงงานท่ีทามาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.3 มีความคดิ และใชว้ ธิ ีการที่ใหม่ แปลกในการควบคุมหรือวดั ตวั แปร หรือเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตา่ ง ๆ มาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.4 การเลือกละนาวสั ดุอุปกรณ์มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 3.5 ความสามารถในการเสนอแนะประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั จากโครงงาน 4. การเขยี นรายงาน โดยพจิ ารณาจาก 4.1 ความถูกตอ้ งของแบบฟอร์มครอบคลุมหวั ขอ้ ที่สาคญั แบง่ เป็ นแตล่ ะหวั ออกอยา่ ง ชดั เจน 4.2 เสนอสาระในแตล่ ะหวั ขอ้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน รดั กมุ สละสลวย 4.3 การแสดงหลกั ฐานการบนั ทึกขอ้ มูลอยา่ งเพยี งพอ ตอ่ เน่ือง ระเป็ นระเบียบ 4.4 การออกแบบการนาเสนอขอ้ มูลชดั เจน รดั กุม และเหมาะสม 4.5 การอภิปรายผลอยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ 5. การจดั แสดงโครงงานและการอภปิ รายปากเปล่า โดยพจิ ารณาจาก 5.1 การจดั แสดงโครงงานไดน้ ่าสนใจ ตลอดจนการออกแบบและติดต้งั ไดส้ วยงาม 5.2 การเขยี นคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ชดั เจน เขา้ ใจง่าย 5.3 การจดั แสดงวสั ดุอุปกรณ์ครบถว้ น 5.4 การอภปิ รายชดั เจนและใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง 5.5 การตอบคาถามถูกตอ้ งและคล่องแคล่ว
113 แบบทดสอบชุดที่ 1 เร่ือง ความรู้เกี่ยวกับโครงงานคณติ ศาสตร์ ช่ือ..........................................................................................ช้ัน..........................เลขท.่ี ............... คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท x ทบั หัวขอ้ ก ข ค หรือ ง ซ่ึงเป็นคาตอบทีถ่ ูกตอ้ ง ทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดียวเท่าน้นั ในแตล่ ะขอ้ 1. ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี ขอ้ ใดเป็นจริงเกี่ยวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ 1 โครงงานคณิตศาสตร์จดั เป็ นกิจกรรมเสริมหลกั สูตรวชิ าคณิตศาสตร์อยา่ งหน่ึง 2 โครงงานคณิตศาสตร์สามารถดาเนินการไดท้ ้งั ในและนอกเวลาเรียน 3 โครงงานคณิตศาสตร์จดั ไดเ้ ฉพาะในเวลาเรียนเท่าน้นั ก. 1 และ 3 เท่าน้นั ทเี่ ป็ นจริง ข. 1 และ 2 เท่าน้นั ทเ่ี ป็ นจริง ค. เป็นเทจ็ ทกุ ขอ้ ง. เป็นจริงทกุ ขอ้ 2. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีกล่าวถึงหลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. ควรมีลกั ษณะทช่ี ่วยส่งเสริมการเสาะแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเองมากทสี่ ุด ข. ควรใหม้ ีอิสระแก่ผทู้ าโครงงานในการเลือกท่ีจะทาโครงงานในเรื่องทีต่ นเองมี ความรูแ้ ละความถนดั ค. ควรคานึงถึงวสั ดุอุปกรณ์ท่ีจะใชใ้ นการจดั ทาโครงงานใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะ ของโครงงาน ง. ถูกทกุ ขอ้ 3. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็ นจดุ มุ่งหมายของการจดั โครงงานคณิตศาสตร์ในโรงเรียน หรือใน สถานศึกษา 1 เป็ นการส่งเสริมใหน้ กั เรียนมีเจตคติท่ีดีตอ่ วชิ าคริตศาสตร์ 2 เป็ นการฝึกใหน้ กั เรียนไดใ้ ชก้ ระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหา 3 เป็ นการส่งเสริมและพฒั นาความสามารถในการทางานร่วมกบั ผอู้ ่ืน 4 เป็นการพฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์ ก. ขอ้ 1, 2 และ 4 ข. ขอ้ 1, 2 และ 3 ค. ขอ้ 1 และ 2 ง. ถูกทุกขอ้
114 4. ในการจาแนกประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์น้นั ในท่ีน้ีจาแนกไวห้ ลายประเภทโดย พจิ ารณาจากอะไร ก. ตาแหน่งของอาจารยท์ ป่ี รึกษา ข. ลกั ษณะของกิจกรรมทท่ี า ค. ระดบั การศึกษาของผทู้ าโครงงาน ง. ท่มี าของปัญหาท่จี ะทาโครงงาน 5. “โครงงานคร่ึงวงตรงชง่ั 2 ”เป็ นส่ิงประดิษฐท์ ่ีประกอบดว้ ยเศษวสั ดุท่ีพบไดท้ วั่ ไปใน บา้ นเรือน สรา้ งข้นึ เพอื่ อานวยความสะดวกในการชง่ั และวดั ใหง้ า่ ย และสะดวกในการ พกพา ประกอบดว้ ยตาชงั่ ทเี่ ป็ นแผน่ คร่ึงวงกลม 2 แผน่ คลอ้ งตดิ กนั ดว้ ยยางรัดผา่ นรอก ซ่ึง จะทาใหแ้ ผน่ คร่ึงวงกลม 2 แผน่ เคลื่อนทีส่ วนทางกนั เม่ือถูกแขวนดว้ ยน้าหนกั จาก ลกั ษณะดงั กล่าว “โครงงานคร่ึงวงตรงชง่ั 2 ”จดั เป็นโครงงานประเภทใด ก. การทดลอง ข. การสารวจรวบรวมขอ้ มูล ค. การพฒั นาหรือการประดิษฐ์ ง. การสร้างทฤษฎีหรือคาอธิบาย ******************************************************
115 แบบทดสอบชุดที่ 2 เรื่อง ความรู้เกยี่ วกบั โครงงานคณติ ศาสตร์ ช่ือ..........................................................................................ช้ัน..........................เลขท่.ี ............... คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท x ทบั หัวขอ้ ก ข ค หรือ ง ซ่ึงเป็นคาตอบทีถ่ ูกตอ้ ง ทีส่ ุดเพยี งคาตอบเดียวเทา่ น้นั ในแตล่ ะขอ้ 1. ข้นั ตอนใดเป็นข้นั ตอนท่ีสาคญั ที่สุดและยากทส่ี ุดในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ ก. การวางแผนในการทาโครงงาน ข. การลงมือทาโครงงาน ค. การคดิ จะเลือกหวั ขอ้ เร่ืองหรือปัญหาทีจ่ ะศกึ ษา ง. การเขียนรายงานและการแสดงผลงาน 2. การคดั เลือกหวั ขอ้ เร่ืองทีจ่ ะทาโครงงาน ควรคานึงถึงส่ิงใดเป็ นสาคญั ก. เหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ ความสามารถของนกั เรียนทีจ่ ะทาโครงงาน ข. มีวสั ดุอุปกรณ์และงบประมาณเพยี งพอ ค. ถูกท้งั ก. และ ข. ง. ผดิ ท้งั ก. และ ข. 3. การเขยี นเคา้ โครงของโครงงานซ่ึงเป็นการวางรูปโครงงานไวล้ ่วงหนา้ จดั อยใู่ นข้นั ตอนใด ของการทาโครงงานคณิตศาสตร์ ก. การวางแผนในการทาโครงงาน ข. การลงมือทาโครงงาน ค. การคดิ จะเลือกหวั ขอ้ เรื่องหรือปัญหาทจี่ ะศึกษา ง. การเขยี นรายงานและการแสดงผลงาน
116 4. ในข้นั “การเขียนรายงานโครงงานคณิตศาสตร์”เป็นการเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เพอ่ื ให้ ผอู้ ่ืนไดร้ บั รู้ในสิ่งใดตอ่ ไปน้ี 1. แนวคิด ปัญหาท่ีจะศึกษา 2. วธิ ีดาเนินกาศกึ ษาขอ้ มลู ตา่ ง ๆ 3. ผลการศกึ ษา 4. ประโยชนแ์ ละขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ ก. ขอ้ 2, 3 และ 4 ข. ขอ้ 1, 2 และ 3 ค. ขอ้ 1, 3 และ 4 ง. ขอ้ 1, 2, 3 และ 4 5. การแสดงผลงานมีหลากหลายรูปแบบ ในการจดั แสดงผลงานของโครงงานคณิตสาสตร์ น้นั ควรจดั ใหค้ รอบคลุมประเด็นใดดงั ต่อไปน้ี ก. ช่ือโครงงาน ช่ือผทู้ าโครงงาน ชื่อทปี่ รึกษาโครงงาน ข. คาขอบคุณ เอกสารอา้ งอิง ค. งบประมาณ ง. ระยะเวลาท่ีใชท้ าโครงงาน 6. เหตใุ ดจงึ ตอ้ งมีการประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ ก. เพอื่ รวบรวมขอ้ มูล ข. เพอื่ เก็บคะแนน ค. เพอ่ สะดวกในการทาโครงงานตอ่ ไป ง. เพอื่ ปรบั ปรุงกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ 7. การพจิ ารณาวา่ “การคน้ ควา้ เอกสารอา้ งอิงถูกตอ้ งและเหมาะสมหรือไม่”น้นั ในการ ประเมินควรจดั อยใู่ นเกณฑก์ ารพจิ ารณาดา้ นใด ก. ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจในเรื่องทท่ี า ข. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ท่ีใชแ้ กป้ ัญหาทางการศกึ ษา ค. การเขียนรายงาน ง. การจดั แสดงโครงงานและการอภปิ รายปากเปล่า
117 8. การประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็นโครงงานท่ไี ดใ้ ชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์แกป้ ัญหา ทางการศึกษาหรือไม่น้นั ควรจะพจิ ารณาจากสิ่งใดต่อไปน้ี ก. การใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์ถูกตอ้ งและเหมาะสม ข. การอภปิ รายผลอยา่ งมีเหตุผลและสร้างสรรค์ ค. การออกแบบการทดลองหรือการประดิษฐม์ ีความสอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรือสมมุติฐาน เพยี งใด ง. มีการคดิ และใชว้ ธิ ีการทาใหม่และแปลกๆ 9. ในการประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็ นโครงงานทม่ี ีความคดิ สร้างสรรคห์ รือไม่น้นั ควรพจิ ารณาจากขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี ก. เสนอสาระในแต่ละหวั ขอ้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน รดั กุม ข. มีการดดั แปลง เพม่ิ เตมิ แนวคิดท่ีแปลกใหม่ ค. มีความเขา้ ใจในหลกั การสาคญั ๆ ของเรื่องที่ทา ง. การแปลความหมายและการสรุปผลมีความสอดคลอ้ งกนั 10. ในการจดั แสดงโครงงานและอภปิ รายปากเปล่า ซ่ึงเป็นเกณฑก์ ารพจิ ารณาการประเมินผล โครงงานคณิตศาสตร์เกณฑห์ น่ึงน้นั ควรจดั แสดงในลกั ษณะใดตอ่ ไปน้ี 1. เขียนคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย 2. การออกแบบการนาเสนอขอ้ มลู ชดั เจน รัดกมุ และเหมาะสม 3. การอภิปรายชดั เจน และใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง 4. การเลือกและนาวสั ดุอุปกรณ์มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ ก. ขอ้ 1 และ 3 ข. ขอ้ 1 และ 2 ค. ขอ้ 3 และ 4 ง. ขอ้ 2 และ 4 **************************************************************
118 เฉลยแบบทดสอบชุดที่ 1 1. ข 2. ง 3. ง 4. ข 5. ค เฉลยแบบทดสอบชุดท่ี 2 1. ค 2. ค 3. ก 4. ง 5. ก 6. ง 7. ก 8. ค 9. ข 10. ก
119 แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ช้นั ........................................................................................................จานวน...................คน สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วนั ที.่ .............เดือน....................................................พ.ศ........................ พฤตกิ รรม ความ ความ การ ทางานทนั มสี ่วนร่วม รวม ต้งั ใจใน สนใจ ตอบ ตาม ในกจิ กรรม (20) เลขท่ี ช่ือ-สกลุ การ และการ คาถาม กาหนดเวล หรืองาน เรียน ซักถาม (4) า กลุ่ม (4) (4) (4) (4) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23
120 24 25. 26. 27. 28. 29. 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. 38. 39. 40. 41. 42. 43. 44. 45. 46. 47. 48 49 50 ลงชื่อ ......................................ผปู้ ระเมิน ............/............/..........
121 เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ มีดงั น้ี คะแนน 18 - 20 ดีมาก คะแนน 14 - 17 ดี คะแนน 10 - 13 พอใช้ คะแนน 0 - 9 ควรปรบั ปรุง มีเกณฑ์ให้คะแนนจากการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ คือ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทีต่ อ้ งการเป็นประจา สม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 คะแนน เมื่อนกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมตามทีต่ อ้ งการค่อนขา้ งจะสม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 2 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมตามทต่ี อ้ งการค่อนขา้ งนอ้ ย เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามท่ตี อ้ งการนอ้ ย เกณฑ์การประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน รายการประเมนิ ดมี าก(4) เกณฑ์การให้คะแนน ต้องปรับปรุง(1) ดี(3) พอใช้(2) 1.ความต้งั ใจในการ สนใจในการเรียนไม่ สนใจในการเรียนคุยกนั สนใจในการเรียนคุย ไม่สนใจในการ เรียน คุยหรือเล่นกนั เลก็ นอ้ ยในขณะเรียน กนั และเล่นกนั ในขณะ เรียนคุยและเล่น ในขณะเรียน เรียนเป็นบางคร้ัง กนั ในขณะเรียน 2.ความสนใจและ มีการถามในหวั ขอ้ ที่ มีการถามในหวั ขอ้ ท่ตี น มีการถามในหัวขอ้ ที่ ไม่ถามในหัวขอ้ ท่ี การซกั ถาม ตนไม่เขา้ ใจทุกเรื่อง ไมเ่ ขา้ ใจเป็นส่วนมาก ตนไม่เขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจและ และกลา้ แสดงออก และกลา้ แสดงออก บางคร้ังและไมค่ ่อย ไมก่ ลา้ แสดงออก กลา้ แสดงออก 3.การตอบคาถาม ร่วมตอบคาถามใน ร่วมตอบคาถามในเรื่อง ร่วมตอบคาถามใน ไมต่ อบคาถาม เรื่องทคี่ รูถามและ ทค่ี รูถามและตอบ เร่ืองท่คี รูถามเป็น 4.ทางานทนั ตาม ตอบคาถามถูกทุกขอ้ คาถามส่วนมากถูก บางคร้ ังและตอบ ส่งงานชา้ และไม่ กาหนดเวลา คาถามถูกเป็ นบางคร้ ัง ถูกตอ้ ง ทางานส่งตามเวลาท่ี ทางานส่งตามเวลาท่ี ส่งงานชา้ และไม่ค่อย 5.มีส่วนร่วม กาหนดและถูกตอ้ ง กาหนดและส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งชดั เจน ไม่มคี วามร่วมมือ ในกิจกรรมหรือ ชดั เจน ถูกตอ้ ง ในขณะทา งานกลุ่ม ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมือและช่วยเหลือ กิจกรรม เพื่อนในการทา เพ่ือนเป็ นส่วนใหญ่ใน เพ่อื นในการทา กิจกรรม การทากิจกรรม กิจกรรมเป็ นบางคร้ ัง
122 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : การเลือกหัวข้อเรื่องและปัญหาทีจ่ ะศึกษา รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน ค23101 จานวนเวลา 2 ชั่วโมง ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ครูผู้สอน นางอุมาพร พิมพ์ภักดี ………………………………………………………………………………………………………. 1. สาระสาคญั 1. การใชแ้ หล่งขอ้ มูลเพอ่ื ประโยชน์ในการศึกษาคน้ ควา้ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดศ้ ึกษา คน้ ควา้ หาความรู้ในเรื่องตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั วชิ าคณิตศาสตร์จากแหล่งขอ้ มูลทมี่ ีอยหู่ ลากหลาย และสามารถดาเนินการไดจ้ ริง อนั จะนามาซ่ึงปัญหา หรือประเด็นทนี่ กั เรียนสนใจ เพอื่ สนองความ ตอ้ งการในการเรียนรู้ของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล หรือเป็ นกลุ่มที่มีความสนใจ มีความตอ้ งการในสิ่ง ทค่ี ลา้ ยคลึงกนั 2. การพจิ ารณาปัญหาท่จี ะศกึ ษาคน้ ควา้ เกณฑใ์ นการเลือกปัญหามีดงั ตอ่ ไปน้ี 1. เป็ นปัญหาที่ตรงกบั ความสนใจของตนเอง 2. เป็ นปัญหาทต่ี รงกบั ระดบั ความรูแ้ ละความสามารถเป็ นอยา่ งดี 3. เป็ นปัญหาทแ่ี ปลกใหม่น่าสนใจ 4. เป็ นปัญหาที่มีแหล่งขอ้ มูลความรู้ ในการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งเพยี งพอ 5. เป็นปัญหาที่มีลกั ษณะเฉพาะเจาะจง 6. เป็ นปัญหาที่มีแนวทางในการแกไ้ ขอยา่ งชดั เจน 7. เป็ นปัญหาทีส่ ่งเสริมความรู้ และความคดิ สร้างสรรคท์ างคณิตศาสตร์ 3. การนาเสนอปัญหาทจี่ ะศกึ ษา 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 5.1 : เขา้ ใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิตใิ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้ มาตรฐาน ค 5.2 : ใชว้ ิธีการทางสถิตแิ ละความรู้เกี่ยวกบั ความน่าจะเป็ นในการคาด การณ์ไดอ้ ยา่ งสมเหตสุ มผล มาตรฐาน ค 6.4 : มีความสามารถในการเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อื่น ๆได้ มาตรฐาน ค 6.5 : มีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์
123 3.มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงช้ัน ค 6.1.3 ใชค้ วามรู้ทกั ษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยกี าร แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ค 6.5.1 มีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ค 6.6.2 นาความรู้และทกั ษะทไ่ี ดจ้ ากการเรียนคณิตศาสตร์ไปประยกุ ตใ์ นการ เรียนรู้และในการดารงชีวติ 4. สาระการเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถคน้ ควา้ หาแหล่งขอ้ มลู ทเ่ี กี่ยวกบั ความรู้ เทคโนโลยี และ นวตั กรรมทางคณิตศาสตร์ จากแหล่งขอ้ มูลต่างๆ อยา่ งหลากหลาย 2. นกั เรียนบอกไดว้ า่ ขอ้ มูลทเี่ ป็นปัญหาและประเดน็ ทนี่ ่าสนใจ ไดม้ าอยา่ งไร จาก แหล่งขอ้ มูลใดและมีรายละเอียดของแหล่งขอ้ มูลอยา่ งไร 3. นกั เรียนสามารถคิดและเลือกปัญหาทจ่ี ะศึกษาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และถูกตอ้ งตาม หลกั เกณฑก์ ารเลือกปัญหา พรอ้ มที่จะนาเสนอ 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สามารถใชแ้ หล่งขอ้ มูลทีม่ อี ยอู่ ยา่ งหลากหลายใหเ้ ป็ นประโยชน์ 2. สามารถบอกแหล่งขอ้ มูลและรายละเอียดของแหล่งขอ้ มูลได้ 3. ทาความเขา้ ใจกบั ขอ้ มูลได้ 4. สามารถแปลความหมายของขอ้ มูลทไ่ี ดม้ าใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการ 5. สามารถคดิ และเลอื กปัญหาทจ่ี ะศึกษาได้ 6. นาเสนอปัญหาได้ 6. สาระการเรียนรู้ / เนื้อหา 1. วธิ ีการศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลจากแหล่งขอ้ มูลตา่ ง ๆ 2. เกณฑใ์ นการเลือกปัญหาทตี่ อ้ งการศกึ ษาคน้ ควา้ 3. วธิ ีการนาเสนอปัญหาทีจ่ ะศกึ ษาคน้ ควา้ 7. กิจกรรมการเรียนการสอน คาบท่ี 3
124 ข้นั นา 1. ใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่มในช้นั เรียนตามความสมคั รใจ กลุ่มละ 3-4 คน 2. ใชค้ าถามเพอื่ ชกั จงู และกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนสนใจ และแสดงความคดิ เห็นที่ เก่ียวกบั ปัญหาคณิตสาสตร์ในบทเรียน หรือท่ีพบเห็นในชีวติ ประจาวนั อยา่ ง หลากหลาย 3. ใหน้ กั เรียนปรึกษากนั ในกลุ่มวา่ มีปัญหาใดบา้ งทนี่ ่าสนใจ ข้นั สอน 1. ครูใหน้ กั เรียนศึกษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 2. ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาถึงสิ่งท่สี มาชิกแต่ละคนในกลุ่มสนใจ ทมี่ ีความเก่ียวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์อยา่ งหลากหลาย (ไดม้ ากกวา่ 1 เรื่อง) ในกลุ่มของตนเองวา่ สามารถที่ จะศกึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมในรายละเอียดของปัญหา หรือประเด็นท่ีน่าสนใจจาก แหล่งขอ้ มูลทใ่ี ดบา้ ง โดยช่วยกนั ทาลงในใบงานท่ี 1 3. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนอแหล่งขอ้ มูลท่สี ามารถคน้ ควา้ ความรูท้ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์ โดยครูใชว้ ธิ ีสุ่มใหน้ กั เรียนมานาเสนอ 3-4 กลุ่ม ข้ันสรุป 1. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั สรุปจากการนาเสนอแหล่งขอ้ มูลของทกุ กลุม่ วา่ แหล่งขอ้ มลู ท้งั หมดมีอะไรบา้ ง พร้อมกบั เสนอแนะเพม่ิ เติม 2. ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 3. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มไปคน้ ควา้ ขอ้ มูลทีเ่ สนอแนะไวเ้ พอ่ื หาประเด็นหรือปัญหา ทางคณิตศาสตร์ท่กี ลุ่มของตนเองสนใจมากที่สุด พร้อมกบั รายละเอียดวา่ ไดม้ า อยา่ งไร และมีรายละเอียดของแหล่งขอ้ มูลอยา่ งไร เพอ่ื นาเสนอในคาบเรียนต่อไป คาบท่ี 4 (ใหน้ กั เรียนจดั กลุ่มนงั่ เรียนตามท่แี บง่ ไวเ้ ม่ือคาบที่แลว้ ) ข้นั นา ครูทบทวนความรู้ จากชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 2 และเร่ือง แหล่งขอ้ มูล โดยการซกั ถามคาถามต่อไปน้ี 1. นกั เรียนไดไ้ ปใชแ้ หล่งขอ้ มูลใดบา้ ง 2. ปัญหาทนี่ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มไดม้ าคอื อะไร (ครูเขยี นบนกระดานดา)
125 3. ปัญหาที่ไดม้ า นามาจากแหล่งขอ้ มูลใด ข้นั สอน 1. ครูอธิบายถึงการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 2 2. ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาปัญหาท่นี กั เรียนไดเ้ ลือกมา เมื่อคาบที่แลว้ (บนกระดาน ดา)วา่ เป็นปัญหาทเี่ หมาะสมในการทาโครงงานคณิตศาสตร์หรือไม่(โดยใช้ เกณฑใ์ นใบงานเป็นหลกั )พร้อมท้งั บอกเหตุผลประกอบ ข้นั สรุป ครูสรุปชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 เร่ืองการพจิ ารณา ปัญหาท่ีศึกษา แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มทา และนกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั เกณฑก์ ารพจิ ารณาปัญหาท่ีศกึ ษา 8. สื่อการเรียนการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 - ใบงานท่ี 1, 2, 3 - ใบความรู้ 9. การวัดผลและเมนิ ผล 1. สงั เกตจากการเขา้ ร่วมกิจกรรมในแต่ละข้นั ตอน เช่น การถาม – ตอบ ปัญหา ในขณะเรียน 2. พจิ ารณาผลงานของกล่มุ ทน่ี าเสนอหนา้ ช้นั เรียน 3. แบบประเมิน 10. กจิ กรรมเสนอแนะ (เพม่ิ เติม) ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. 11. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ลงชื่อ ครูผู้สอน (นางอมุ าพร พมิ พ์ภกั ด)ี
126 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 การเลือกหัวข้อและปัญหาท่ศี ึกษา โดย นางอมุ าพร พมิ พ์ภกั ดี ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบ้านไผ่ อาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25
127 คานา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 2 การเลือกหัวข้อและปญั หาทีศ่ ึกษา จดั ทาข้นึ เพอ่ื มุ่งหวงั ใหน้ กั เรียนไดร้ ูแ้ นวทางในการคิดจะเลือกหวั เร่ืองและปัญหาทจี่ ะศกึ ษาในการ ทาโครงงานคณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุด กิจกรรมเพอื่ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรูอ้ ยา่ งมีความสุข สามารถแสวงหาความรูเ้ พมิ่ เติม คิดเป็น ทาเป็น แกป้ ัญหาเป็น เขา้ ใจวิธีการทาโครงงานคณิตศาสตร์ และสรุปองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ จะเป็ นประโยชน์ ต่อนกั เรียนและผทู้ ี่สนใจเรียนรูเ้ ก่ียวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ผจู้ ดั ทา
สารบญั 128 คาช้ีแจงสาหรบั นกั เรียน หนา้ บทบาทของครูผสู้ อน 1 บทบาทของผเู้ รียน 2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 3 ใบความรู้เรื่อง แหล่งขอ้ มูล 4 ใบงานท่ี 1 5 ใบงานท่ี 2 6 ใบความรูเ้ รื่อง การคดิ จะเลือกหวั เร่ืองหรือปัญหาทีจ่ ะศกึ ษา 8 ใบงานที่ 3 10 แบบประเมินการนาเสนอปัญหาทจ่ี ะศึกษา - 13 เกณฑก์ ารพจิ ารณาปัญหาทจี่ ะศึกษา แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน 15 16
129 คาชี้แจงสาหรับนักเรียน คาชี้แจง 5. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 2 มีกิจกรรมใหน้ กั เรียน ปฏิบตั ิเป็นรายบคุ คลและกลมุ่ 6. ใบงานสาหรับทาเป็ นรายบุคคล ใบกิจกรรมสาหรบั กิจกรรมกลุ่ม เมื่อนกั เรียนเขา้ กลุ่มเรียบรอ้ ยแลว้ ใหเ้ ลือกประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม สมาชิกทเ่ี หลือช่วยกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่ม 7. ศกึ ษารายละเอียดของใบความรูใ้ หเ้ ขา้ ใจ เม่ือมีขอ้ สงสยั ควรวกั ถามครูผสู้ อนก่อนท่ี จะดาเนินกิจกรรมตามลาดบั ข้นั ตอนในใบความรู้ 8. นกั เรียนควรปฏิบตั ติ นเป็นผปู้ ฏบิ ตั ิทดี่ ี คอื ไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอ่ืน ๆ ใหค้ วาม ร่วมมือปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่มทกุ กิจกรรม และตอ้ งมีความซื่อสตั ย์
130 บทบาทของครูผู้สอน บทบาทของครูผสู้ อน มีดงั น้ี 4. ผสู้ อนเป็ นผจู้ ดั ทาใหเ้ กิดการเรียนรู้ กาหนดบริบทของการเรียนรูใ้ หผ้ เู้ รียนใชค้ วามคดิ ใหซ้ บั ซอ้ นยง่ิ ข้นึ กาหนดใหผ้ เู้ รียนเห็นปัญหาทม่ี ีขอบเขตกวา้ งขวาง กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนเห็นวา่ ปัญหาน้นั เป็นปัญหาของเขา 5. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมโดยควบคุมกระบวนการการเรียนรู้ใหบ้ รรลุ เป้าหมาย ตามที่กาหนดไว้ 6. เป็ นผชู้ ้ีแนะไม่ใช่ช้ีนา แสดงความคดิ เห็นและใหข้ อ้ มูลท่เี ป็ นประโยชน์แก่ผเู้ รียนตาม โอกาสทเี่ หมาะสม (ตอ้ งคอยสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรูข้ องผเู้ รียนและบรรยากาศการเรียน ทเ่ี กิดข้นึ อยตู่ ลอดเวลา) 4. เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนรู้จกั สงั เกต มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนโดยทวั่ ถึงกนั ตลอดจนรบั ฟัง และสนบั สนุนส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ผเู้ รียนยอมรับฟังความคดิ เห็นของผเู้ รียนยอมรบั ความ แตกต่างระหวา่ งบคุ คล 5. มีปฏสิ มั พนั ธท์ ีด่ ีกบั ผเู้ รียนทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนการสอนเกิดความเป็ นกนั เองและมี ความเป็นมิตรที่ดีตอ่ กนั คอยช่วยแกป้ ัญหาให้ผเู้ รียนครูจึงควรมีความเป็ นมิตร 6. ช่วยเชื่อมโยงความคดิ เห็นของผเู้ รียนและสรุปผลการเรียนรู้ตลอดจนส่งเสริมและนาทางให้ ผเู้ รียนไดร้ ูว้ ธิ ีวิเคราะห์พฤตกิ รรมการเรียนรูเ้ พอ่ื ผเู้ รียนจะไดน้ าไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ได้ 7. การจดั เวลาสอนควรจดั ใหย้ ดื หยนุ่ เหมาะสมกบั เวลาท่ีใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรม ผสู้ อนตอ้ งพยายามเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั กิ ิจกรรมภายในเวลาทเ่ี หมาะสมไม่ มากหรือนอ้ ยไป
131 บทบาทของผู้เรียน บทบาทของนกั เรียน มีดงั น้ี 1. ผเู้ รียนจะมีบทบาทเป็นผปู้ ฏิบตั ิและสร้างความรูไ้ ปพร้อม ๆกนั 2. มีปฏสิ มั พนั ธก์ บั ผเู้ รียนดว้ ยกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม แลกเปล่ียนเรียนรู้ ยอมรับความ คดิ เห็นของผอู้ ่ืน ฝึกความเป็นผนู้ าและผตู้ ามทดี่ ี 3. มีความกระตอื รือรน้ ในการเรียนรูม้ ีความยนิ ดีร่วมกิจกรรมทุกคร้ังดว้ ยความสมคั รใจ 7. เรียนรูไ้ ดเ้ องกลา้ แสดงออก กลา้ เสนอความคิดอยา่ งสรา้ งสรรคร์ ู้จกั แสวงหาความรู้ จากแหล่งความรู้ตา่ ง ๆทมี่ ีอยดู่ ว้ ยตนเอง 5. ตดั สินปัญหาต่าง ๆอยา่ งมีเหตผุ ลเคารพกติกาทางสงั คม รบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม 6. มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้เดิมเขา้ กบั ความรูใ้ หม่ มีผลงานท่ีสร้างสรรค์ 7. วเิ คราะหพ์ ฤตกิ รรมของตนเองและผอู้ ื่นได้ 8. ใหค้ วามช่วยเหลือกนั และกนั รูจ้ กั รบั ผดิ ชอบงานทต่ี นเองทาอยแู่ ละท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
132 จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถอธิบายแนวทางในการคิดจะเลือกหวั เรื่องและปัญหาทจี่ ะศกึ ษาได้ ด้านทกั ษะ นกั เรียนสามารถแสดงแนวคิดเรื่องการคดิ จะเลือกหวั เรื่องและปัญหาท่ีจะศกึ ษาได้ นกั เรียนใชภ้ าษาสื่อความหมาย และนาเสนอการคิดจะเลือกหัวเรื่องและปัญหาทีจ่ ะ ศึกษาได้ นกั เรียนแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ การประเมิน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คาตอบและ นาเสนอความคดิ เห็นเกี่ยวกบั การคิดจะเลือกหวั เร่ืองและปัญหาทจ่ี ะศกึ ษาไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม นกั เรียนตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบท่ีได้ ด้านคณุ ลักษณะ นกั เรียนตระหนกั ในคุณค่าและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณิตศาสตร์ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ นกั เรียนทางานเป็นระบบ รอบคอบ นกั เรียนมีวจิ ารณญาณ นกั เรียนมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง
133 ใบความรู้ เรื่อง แหล่งข้อมูล แหล่งข้อมูล เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดค้ น้ พบส่ิงท่ตี นเองสนใจไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง นอกเหนือจากการเรียนในช้นั เรียน และการอ่านหนงั สือแบบเรียนแลว้ นกั เรียนควรจะไดศ้ ึกษาหาความรู้จากแหล่งขอ้ มูลตา่ ง ๆ เพม่ิ เติมอีก ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. การอ่านหนงั สือตา่ ง ๆ เช่น ตารา หนงั สือพมิ พ์ วารสาร เป็นตน้ 2. การไปเยย่ี มชมสถานทตี่ า่ ง ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานวจิ ยั หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร คณิตศาสตร์ เป็นตน้ 3. การฟังบรรยายทางวชิ าการ การฟังและชมรายการทางวทิ ยุ โทรทศั น์ 4. จากกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน 5. งานอดิเรกของนกั เรียน 6. การเขา้ ชมนิทรรศการ หรืองานประกวดโครงงานคณิตศสาสตร์และเทคโนโลยี 7. การศึกษาโครงงานคณิตศาสตร์และเทคโนโลยที ี่มีผอู้ ่ืนทาไวแ้ ลว้ 8. การสนทนากบั ครูอาจารย์ เพอื่ นๆ หรือบุคคลอื่น ๆ 9. การสงั เกตปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ รอบ ๆ ตวั 10. จากคอมพวิ เตอร์และสิ่งสาคญั ท่คี วรจดบนั ทึกทกุ คร้ังเม่ือไดข้ อ้ มูลที่ตอ้ งการแลว้ คือ ทีม่ าของขอ้ มูลอนั ประกอบดว้ ย ช่ือเร่ือง ชื่อผเู้ ขียนหรือผแู้ ต่ง ช่ือหนงั สือ วนั เดือน ปี ทพี่ มิ พ์ และ สานกั พมิ พ์
134 ใบงานที่ 1 ช่ือ(กล่มุ )...........................................................ช้ัน.............................เลขท่.ี ................. คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนร่วมปรึกษาหารือกนั ในกลุม่ แลว้ ทากิจกรรมต่อไปน้ี 1. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั พจิ ารณาถึงหวั ขอ้ หรือส่ิงต่าง ๆ ทน่ี ่าสนใจทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั วชิ าคณิตศาสตร์ แลว้ สรุปเขียนเป็นขอ้ ๆ …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………
135 2. จากหวั ขอ้ และสิ่งทนี่ กั เรียนสนใจในขอ้ 1 ใหช้ ่วยกนั พจิ ารณาวา่ จะคน้ ควา้ หารายละเอียดเพม่ิ เติม ไดจ้ ากแหล่งขอ้ มูลใดบา้ ง …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………
136 ใบงานที่ 2 ชื่อ(กลุ่ม)...........................................................ช้ัน.............................เลขท.่ี ................. คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนไปช่วยกนั คน้ ควา้ หาหวั ขอ้ หรือเรื่องราวที่นกั เรียนสนใจเก่ียวกบั คณิตศาสตร์ จาก แหล่งขอ้ มูลจริงแลว้ เขยี นรายละเอียดที่คน้ ควา้ ไดล้ งในใบงานตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี หัวข้อ หรือเรื่องราวท่ีน่าสนใจเกยี่ วกบั คณติ ศาสตร์ เร่ืองที่ 1............................................................................................................................................... ช่ือผเู้ ขียน ........................................................................................................................................... จากแหล่งขอ้ มูล (ชื่อสถานที่ และช่ือหนงั สือ หรือวารสารฯ) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ฉบบั ท่.ี ............วนั ที่...............เดือน....................ปี ....................สานกั พมิ พ์ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... เร่ืองที่ 2................................................................................................................................................ ชื่อผเู้ ขยี น ............................................................................................................................................ จากแหล่งขอ้ มูล (ช่อื สถานที่ และชื่อหนงั สือ หรือวารสารฯ) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ฉบบั ที่.............วนั ท่ี...............เดือน....................ปี ....................สานกั พมิ พ์ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... เรื่องที่ 3................................................................................................................................................ ช่ือผเู้ ขียน ............................................................................................................................................ จากแหล่งขอ้ มูล (ชอื่ สถานที่ และชื่อหนงั สือ หรือวารสารฯ) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ฉบบั ท.่ี ............วนั ที่...............เดือน....................ปี ....................สานกั พมิ พ์ ..................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................
137 เร่ืองที่ 4................................................................................................................................................ ช่ือผเู้ ขยี น ............................................................................................................................................ จากแหล่งขอ้ มูล (ช่อื สถานที่ และช่ือหนงั สือ หรือวารสารฯ) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ฉบบั ที.่ ............วนั ท่ี...............เดือน....................ปี ....................สานกั พมิ พ์ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... เร่ืองที่ 5............................................................................................................................................... ช่ือผเู้ ขียน ..................................................................................................................................................... จากแหล่งขอ้ มูล (ช่ือสถานที่ และช่ือหนงั สือ หรือวารสารฯ) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ฉบบั ที่.............วนั ที.่ ..............เดือน....................ปี ....................สานกั พมิ พ์ ..................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................
138 ใบความรู้ เรื่อง การคดิ จะเลือกหัวข้อเร่ืองหรือปัญหาทีจ่ ะศึกษา การคดิ หวั ขอ้ เรื่องหรือปัญหาท่จี ะศกึ ษา เป็นข้นั ตอนแรกของการทาโครงงาน ดงั น้นั จงึ เป็นข้นั ตอนทส่ี าคญั ท่สี ุดและยากทีส่ ุด โดยทว่ั ไป หวั ขอ้ ของโครงงานมกั จะไดม้ าจากปัญหา คาถาม หรือความอยากรู้อยากเห็น เก่ียวกบั เร่ืองต่าง ๆ ของนกั เรียนเอง เพราะฉะน้นั หวั เรื่องหรือปัญหาทจ่ี ะศึกษาควรใหน้ กั เรียนเป็ นผคู้ ิด และเลือกดว้ ยตนเอง โดยที่หวั ขอ้ เร่ืองของโครงงานควรมีความเฉพาะเจาะจง และชดั เจน มุ่งชดั วา่ จะ ศกึ ษาส่ิงใดหรือตวั แปรใด และควรเป็ นเร่ืองทแ่ี ปลกใหม่ ซ่ึงแสดงถึงความคดิ สร้างสรรคด์ ว้ ย นอกจากน้นั หากคานึงถึงเร่ืองท่เี ป็นประโยชน์ดว้ ย ก็จะทาใหโ้ ครงงานน้นั มีคุณค่ายงิ่ ข้ึน แนวความคดิ ในการเลือกหัวข้อเร่ืองเพื่อทาโครงงานอาจได้มาจาก 1. จากการอ่านหนงั สือต่าง ๆ เช่น ตารา หนงั สือพมิ พ์ วารสารฯ 2. จากการไปเยยี่ มชมสถานศกึ ษาตา่ ง ๆเช่น วนอุทยาน สวนสตั ว์ พพิ ธิ ภณั ฑ์ โรงงาน อุตสาหกรรม หน่วยงานวจิ ยั หอ้ งปฏิบตั กิ าร ฯลฯ 3. จากการฟังคาบรรยายทางวชิ าการ การฟังและชมรายการทางวทิ ยุ และโทรทศั น์ 4. จากกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน 5. จากการอดิเรกของนกั เรียนเอง 6. จากการเขา้ ชมนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคณิตศาสตร์ทจี่ ดั ในปี ท่ผี า่ นมา 7. จากการศกึ ษาโครงงานคณิตศาสตร์ท่ีผอู้ ่ืนทาไวแ้ ลว้ 8. จากการสนทนากบั ครูอาจารย์ 9. จากการสงั เกตปรากฏการณ์รอบตวั หลงั จากนกั เรียนจะสามารถไดห้ วั ขอ้ เรื่องกวา้ งๆ ทสี่ นใจแลว้ ข้นั ตอนต่อไปคือ หาแหล่งขอ้ มูลท่นี กั เรียนจะสามารถศกึ ษาหาความรู้เพม่ิ เตมิ การศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ งจะ ใชใ้ หน้ กั เรียนไดแ้ นวความคิดทจี่ ะกาหนดขอบขา่ ยเร่ืองท่ีจะศึกษาคน้ ควา้ ใหเ้ ฉพาะเจาะจงมากข้ึน และได้ ความรูท้ ่จี ะศกึ ษาเพมิ่ เติมมากข้ึน จนสามารถออกแบบและวางแผนการดาเนินการทาโครงงานน้นั ได้ อยา่ งเหมาะสม นอกจากจะทราบแหล่งทีจ่ ะใหไ้ ดป้ ัญหาในการทาโครงงานแลว้ ผทู้ าควรทราบ หลกั เกณฑใ์ นการเลือกหวั ขอ้ ปัญหาประกอบดว้ ยจึงจะทาใหไ้ ดห้ วั ขอ้ เป็นปัญหาท่ดี ีและเหมาะสม ในการ ทาโครงงาน การพจิ ารณาปญั หาทจ่ี ะศึกษา อาศยั เกณฑก์ ารพจิ ารณาดงั ต่อไปน้ี
139 1. เลือกปัญหาโดยคานึงถึงความสนใจของตนเองเป็ นที่ต้งั เพราะความสนใจจะเป็ น แรงจงู ใจใหผ้ ทู้ าโครงงานไดส้ าเร็จ 2. เลือกปัญหาทตี่ รงกบั ความสามารถและระดบั ความรู้ของตน กล่าวคอื ควรเลือกปัญหาท่ี ตนเองมีพ้นื ฐานความรู้ เพราะการมีพ้นื ฐานความรูจ้ ะทาใหม้ ีแนวทางที่จะเสาะแสวงหา ความรูเ้ พม่ิ เติม เพอ่ื ใหก้ ารทาโครงงานน้นั สาเร็จลุล่วงไดอ้ ยา่ งดีและรวดเร็วยงิ่ ข้ึน 3. เลือกปัญหาทีม่ ีคณุ คา่ และเป็ นปัญหาใหม่ๆ เพอ่ื ผลการทาโครงงานทไี่ ดจ้ ะเป็ นการ เพมิ่ พนู ความรูใ้ หม่ๆ อนั จะนาไปเสริมสร้างทฤษฎี อีกท้งั นาไปใชใ้ หเ้ ป็ นประโยชน์ ในทาง ปฏิบตั ิได้ 4. เลือกปัญหาโดยคานึงถึงความเหมาะสมของเรื่องเวลา งบประมาณ และกาลงั แรงงาน ของตน ผทู้ าโครงงานจะตอ้ งวเิ คราะหส์ ถานของตนวา่ ควรทาโครงงานทมี่ ีขนาดใหญ่ สกั แคไ่ หน จงึ จะเหมาะสม เพราะการทาโครงงานเป็นงานที่ตอ้ งใชเ้ วลา เงนิ ทอง ละ แรงงาน 5. เลือกปัญหาโดยคานึงถึงสภาพแวดลอ้ มท่ีจะเอ้ืออานวยต่อการทาโครงงาน อนั ไดแ้ ก่ 5.1 ปัญหาน้นั จะไดร้ ับความร่วมมือจากผเู้ กี่ยวขอ้ งมาก-นอ้ ยแคไ่ หน 5.2 ปัญหาน้นั มีแหล่งความรูห้ รือเอกสารเพยี งพอทจ่ี ะคน้ ควา้ หรือไม่ ลักษณะของปัญหาท่ีดี 1. เป็ นเร่ืองท่ีมีความสาคญั มีประโยชน์ คือ ทาใหเ้ กิดความรู้ใหม่ๆ และนาไปใชป้ รบั ปรุง แกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ ได้ พรอ้ มท้งั เป็ นการส่งเสริมความคิดสรา้ งสรรคอ์ ีกดว้ ย 2. เป็ นปัญหาที่สามารถวางแผนการดาเนินงานตามข้นั ตอนต่าง ๆ ไวล้ ่วงหนา้ ได้ และเห็น ลู่ทางทจี่ ะทาไดส้ าเร็จ 3. เป็ นปัญหาทไี่ ม่เกินกาลงั ความสามารถของผทู้ าโครงงานท่จี ะทาใหส้ าเร็จแมจ้ ะมี อุปสรรคบางอยา่ งก็สามารถแกไ้ ขได้ 4. เป็นปัญหาทสี่ ามารถหาคาตอบไดโ้ ดยวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ 5. เป็นปัญหาทีส่ ามารถหาขอ้ มูลมาตรวจสอบสมมุตฐิ านเพอื่ หาขอ้ สรุปหรือยตุ ปิ ัญหาได้ 6. เป็นปัญหาทส่ี ามารถหาเคร่ืองมือหรือสรา้ งเคร่ืองมือท่ีมีคุณภาพเพอื่ รวบรวมขอ้ มูลได้ ***ข้อควรระวังในการเลือกหัวข้อปัญหา 1. อยา่ เลือกปัญหาทใ่ี หญ่โตเกินไป หรือปัญหาที่กวา้ งไม่มีขอบเขต ซ่ึงผทู้ าโครงงานอาจ ทาไม่สาเร็จภายในเวลาอนั จากดั 2. อยา่ เลือกปัญหาทหี่ าขอ้ ยตุ ไิ ม่ได้ 3. อยา่ เลือกปัญหาทไี่ ม่สามารถหาขอ้ มูลมาทดสอบได้ 4. อยา่ เลือกปัญหาทไี่ ม่มีสาระสาคญั
140 ใบงานที่ 3 เรื่อง การคดิ จะเลือกหัวข้อหรือปัญหาทจ่ี ะศึกษา ช่ือ(กล่มุ )...........................................................ช้ัน.............................เลขท.ี่ ................. จงเติมคาตอบลงในช่องว่าง ปัญหาหรือหัวข้อ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ทีม่ าของปญั หา ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ทฤษฎหี รือความรู้ท่ีเกย่ี วข้องในเร่ืองที่ทา ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... แนวทางการแก้ปัญหา ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ระยะเวลา ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... วสั ดุ / อปุ กรณ์ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................................
141 งบประมาณ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ประโยชน์ / ผลท่คี าดว่าจะได้รับ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... แหล่งข้อมูล ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................................
142 แบบประเมินการนาเสนอปัญหาทีจ่ ะศึกษา เกณฑ์การพิจารณาปญั หาท่จี ะศึกษา ดีมาก ดี ปาน น้อย หวั ข้อทพ่ี ิจารณา น้อย กลาง มาก 1. ตรงตามความสนใจของนักเรียน 2. ตรงตามระดบั ความรู้ และความสามารถของตน 3. มคี วามเหมาะสมในเรื่องเวลา งบประมาณ กาลงั คน 4. มแี หล่งข้อมลู ในการศึกษาค้าคว้า 5. มปี ระโยชน์ในการทาให้เกดิ ความรู้ใหม่ๆ หรือ นาไปใช้ปรับปรุงแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 6. มแี นวทางการดาเนนิ งาน หรือแนวทางการแก้ปัญหา 7. เป็ นปัญหาทม่ี คี วามเฉพาะเจาะจงชัดเจนและไม่ กว้างเกนิ ไป 8. เป็ นปัญหาทสี่ ่งเสริมด้ายความคดิ สร้างสรรค์ สรุป ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... .....................................................................................................................................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244