43 5.3. ข้อเสนอแนะ 5.3.1. ข้อเสนอแนะทว่ั ไป 5.3.1.1 ควรมีการศกึ ษาการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์เพอื่ พฒั นาการเรียนการสอนในเน้ือหาสาระอื่น โดยคานึงถึงการพฒั นาดา้ นความรู้ ควบคู่กบั การพฒั นา ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในแต่ละดา้ นใหเ้ หมาะสมชุดกิจกรรมท่พี ฒั นาข้นึ สามารถ นาไปใชเ้ ป็นสื่อในการจดั กิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์สาหรับนกั เรียนในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 เพอื่ ส่งเสริมใหน้ กั เรียนรู้จกั การแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองจากการเรียนรูด้ ว้ ยชุดกิจกรรม 5.3.1.2 ควรมีการส่งเสริมใหม้ ีการจดั การเรียนรูค้ ณิตศาสตร์โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบโครงงานคณิตศาสตร์ใหม้ ากข้นึ โดยสอดแทรกเน้ือหาท่ีใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาความสามารถใน การคิด ตลอดจนทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จาเป็น 5.3.1.3 ครูผสู้ อนควรศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์แลว้ ไปใชใ้ น การจดั การเรียนรู้คณิตศาสตร์ในเน้ือหาสาระอ่ืน ๆ โดยคานึงถึงการพฒั นาดา้ นความรู้ ควบคู่กบั การ พฒั นาทกั ษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ในแต่ละดา้ นใหเ้ หมาะสม 5.3.1.4 การจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรูท้ ี่เนน้ ผเู้ รียนเป็ นสาคญั คานึงถึงความแตกต่างของผเู้ รียน ดงั น้นั ครูผสู้ อนตอ้ งรู้จกั ผเู้ รียนเป็ นรายบคุ คล เพอ่ื ออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ ความถนดั และศกั ยภาพของผเู้ รียน 5.3.1.5 ครูผสู้ อนควรจดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ้ มใหเ้ อ้ือต่อการเรียนรู้ จดั เตรียมส่ือ การเรียนรูท้ ี่เหมาะสม ช่วยเหลือดูแลผเู้ รียนใหม้ ีการพฒั นาการเรียนรู้ รวมทงั การประเมินผลการ เรียนรูข้ องผเู้ รียนตามสภาพจริง 5.3.2. ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั คร้ังต่อไป 5.3.2.1 ควรศกึ ษาวิจยั เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยใชช้ ุดกิจกรรม การเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์กบั วิธีการสอนแบบอื่น เพอ่ื ใหค้ รูสามารถตดั สินใจเลือกวธิ ี สอนทดี ีและมีความเหมาะสมมากท่สี ุดกบั เน้ือหาการเรียนแต่ละเรื่อง 5.3.2.2 ควรศึกษาวิจยั การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์เพอ่ื พฒั นา หรือแกป้ ัญหาการเรียนการสอนในเรื่องอ่ืน โดยจาแนกตามระดบั ความสามารถของผเู้ รียน 5.3.2.3 ควรศกึ ษาวิจยั การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ในการจดั การ เรียนรู้เพอ่ื พฒั นาทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในระดบั ช้นั อ่ืน ๆ
44 บรรณานุกรม กรมวชิ าการ. (2544). คูม่ ือการจดั สาระมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: องคก์ ารรบั ส่งสินคา้ ครุภณั ฑ.์ -------------. (2545). คู่มือการจดั การเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์. ในเอกสารประกอบหลกั สูตร การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544. กรุงเทพฯ : ศนู ยพ์ ฒั นาหนงั สือ. กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2544). หลกั สูตรการศึกษาพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544. กรุงเทพฯ : คุรุสภา ลาดพร้าว. -------------. (2545). หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน 2544. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพรา้ ว. จงจิตร เลิศวฒั นาพร . (2551). การพฒั นาทกั ษะการแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเองของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 ดว้ ยกิจกรรมโครงงานภาษาองั กฤษประกอบการประเมินตาสภาพจริง. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การวดั ผลการศกึ ษา). กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. ถ่ายเอกสาร. จิราภรณ์ ศิริทว.ี (2542, สิงหาคม). โครงงานทางเลือกใหม่ ของการสรา้ งปัญญาชน. วารสารวชิ าการ. 2(8): 33-38. เจียรนยั ทรงชยั สกุุล. (2532). “พฤตกิ รรมวยั รุ่น,” เอกสารการสอนมหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช หนวยท่ี 9-15. นนทบุรี: มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. ชยั ฤทธ์ิ ศลิ าเดช. (2544). เอกสารแบบฝึกหดั โครงงานคณิตศาสตร์ สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษา ปี ท่ี 3. กรุงเทพฯ: แม็ค. ชยั รตั น์ สุลานาจ. (2547). ผลของการจดั กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ท่ีมีตอ่ ทกั ษะ /กระบวนการ ทางคณิตศาตร์และความสามารถในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษา ปี ท่ี 3. ปริญญานพนธ์ กศ.ม. (การมธั ยมศกึ ษา). กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทร วโิ รฒ. ถ่ายเอกสาร. ชยั ศกั ด์ิ ลีลาจรสั กุล. (2541). โครงงานคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบนั พฒั นาคุณภาพวชิ าการ. ชูศรี วงศร์ ตั นะ. (2544). เทคนิคการใชส้ ถิติเพอื่ การวจิ ยั . พมิ พค์ ร้งั ท่ี 8.กรุงเทพฯ: เทพเนรมิต การพมิ พ์ -------------. (2550). เทคนิคการใชส้ ถิติเพอื่ การวิจยั . พมิ พค์ ร้ังท่ี 10. นนทบุรี: ไทเนรมิตกิจอินเตอร์ โปรเกรสซิฟ จากดั . ธญั ญณฐั ชาวเหนือ. (2543, มิถุนายน). การกาหนดโครงงานสาหรับนกั เรียนตามรายวชิ าภาษาไทย
45 ในหลกั สูตรมธั ยมศกึ ษา. วารสารวชิ าการ. 3(6): 61-62. 10 ยพุ นิ พพิ ธิ กุล. (2544). โครงงานคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: แม็ค. รุจิรัตน์ รุ่งหวั ไผ.่ (2549). การศึกษาความสามารถในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ทกั ษะการ แสวงหา ความรู้ดว้ ยตนเอง และเจตคตติ ่อวิชาคณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 จากการจดั กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (วจิ ยั และสถิติทางการศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒิ . ถ่ายเอกสาร อุดมศกั ด์ิ ธนะกิจรุ่งเรือง; และ ศริ ิอรอินทร์ ตลาดชุม. (2544). โครงงาน : ชุดเทคนิคการจดั การ เรียนรูท้ ่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั . กรุงเทพฯ: ศนู ยพ์ ฒั นาหนงั สือ. อารี พนั ธม์ ณี. (2542). จิตวทิ ยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: เลิฟแอนดล์ ิพเพรส จากดั . อุมาพร ตรังคสมบตั .ิ (2543). ปัญหาการเรียนและเทคนิคช่วยใหล้ ูกเรียนดี. พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. Allinger, Glenn D. and others. (1999). Mathematics Projects Handbook. Virginia : NCTM. Cohen, Marcus S. and others. (1991). Student Research Projects in Calculus. Washington, D.C. : The Mathematical Association of America. Lindgran, Hnry C. (1967). Education Psychology in the Classroom. New york : Wilney and Sons, Inc.
46 ภาคผนวก
47 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เช่ียวชาญ
1. นายยทุ ธศาสตร์ กงเพชร 48 2. นายจรัล รัตนบุญทา 3. นางอนุรกั ษ์ วรรณศรี รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 4. นางเอมอร สิทธิสงวนพนั ธ์ ผอู้ านวยการโรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น 5. นางประยรู สนั ดี รองผอู้ านวยการฝ่ายบุคคลและงบประมาณ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น วฒุ ิการศกึ ษา ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการสอนภาษาไทย มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น วฒุ ิการศกึ ษา ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาคณิตศาสตร์ ตาแหน่ง ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น วฒุ ิการศกึ ษา ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการวจิ ยั การศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั สารคาม
49 ภาคผนวก ข วเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรู้
50 ตาราง 6 โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ เร่ือง จานวน (ชั่วโมง) 1 2 2 ความรูเ้ กี่ยวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ 2 3 การคดิ จะเลือกหวั เรื่องและปัญหาทจ่ี ะศึกษา 2 4 การเขียนเคา้ โครงของโครงงานคณิตศาสตร์ 2 การเสนอเคา้ โครงและการประเมินผล 5 โครงงานคณิตศาสตร์ 2 การนาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอน 6 ของการเขยี นรายงาน 2 การนาเสนอและการประเมินผลโครงงาน คณิตศาสตร์ 12 รวม
51 ตาราง 7 วเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ แผนการจดั ตัวชี้วดั จดุ ประสงค์การ สาระสาคญั เวลา การเรียนรู้ เรียนรู้ (ชั่วโมง) สู่ตวั ชี้วดั 1. ความรู้ ค 6.5.1 มี - เพอื่ ใหน้ กั เรียน หาความหมายของโครงงาน 2 เก่ียวกับ ความคดิ ริเร่ิม มีความรู้ความ คณิตศาสตร์ โครงงาน สรา้ งสรรค์ เขา้ ใจเก่ียวกบั หาหลกั การของกิจกรรม คณติ ศาสตร์ การทาโครงงาน โครงงานคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ หาจุดมุ่งหมายของโครงงาน สามารถทีจ่ ะ คณิตศาสตร์ นาไปปฏบิ ตั ไิ ด้ หาประเภทของโครงงาน จริง คณิตศาสตร์ หาข้นั ตอนการทาโครงงาน คณิตศาสตร์ และการประเมินผลโครงงาน คณิตศาสตร์ 2. การคดิ จะ ค 6.1.3 ใช้ - นกั เรียน การใชแ้ หล่งขอ้ มูลเพอ่ื 2 เลือกหัวเร่ือง ความรู้ทกั ษะ สามารถคน้ ควา้ ประโยชนใ์ นการศกึ ษา และปัญหาทจี่ ะ กระบวนการ หาแหล่งขอ้ มูลท่ี คน้ ควา้ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนได้ ศึกษา ทาง เก่ียวกบั ความรู้ ศกึ ษาคน้ ควา้ หาความรู้ใน เทคโนโลยี และ เรื่องตา่ งๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั วชิ า คณิตศาสตร์ และ นวตั กรรมทาง คณิตศาสตร์จากแหล่งขอ้ มูล เทคโนโลยกี าร คณิตศาสตร์ จาก ท่ีมีอยหู่ ลากหลายและ แกป้ ัญหาได้ แหล่งขอ้ มูล สามารถดาเนินการไดจ้ ริง อนั อยา่ งเหมาะสม ตา่ งๆ อยา่ ง จะนามาซ่ึงปัญหา หรือ หลากหลาย ประเด็นที่นกั เรียนสนใจ เพอ่ื สนองความตอ้ งการของ ผเู้ รียน
52 ตาราง 7 วเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ (ตอ่ ) แผนการจัด ตวั ชี้วัด จดุ ประสงค์การ สาระสาคญั เวลา การเรียนรู้ เรียนรู้ (ช่ัวโมง) สู่ตัวชี้วัด 3. การเขยี นเค้า ค 6.1.3 ใช้ - นกั เรียนสามารถ นกั เรียนสามารถวางแผน 2 โครงของ ความรู้ทกั ษะ บอกหลกั การเขียน และดาเนินงานเขยี นเคา้ โครงงาน กระบวนการทาง เคา้ โครงของ โครงของโครงงาน คณติ ศาสตร์ คณิตศาสตร์ โครงงาน คณิตศาสตร์ได้ และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ได้ การแกป้ ัญหาได้ - นกั เรียนสามารถ ค 6.5.1 มี เขยี นเคา้ โครงของ ความคิดริเริ่ม โครงงาน สรา้ งสรรค์ คณิตศาสตร์ได้ 4. การเสนอเค้า ค 6.1.3 ใช้ นกั เรียนสามารถ การเสนอเคา้ โครงและ 2 โครงและการ ความรู้ทกั ษะ เสนอเคา้ โครงได้ การประเมินผลจดั ไดว้ า่ ประเมินผล กระบวนการทาง ถูกตอ้ ง ตาม เป็ นข้นั ตอนสาคญั อีก โครงงาน คณิตศาสตร์ หลกั เกณฑแ์ ละ ประการหน่ึงของการทา คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี ข้นั ตอนทไี่ ด้ โครงงานคณิตศาสตร์ เพอื่ การแกป้ ัญหาได้ กาหนดไว้ เป็ นการแสดงความคดิ อยา่ งเหมาะสม แผนงานและข้นั ตอนการ ทาโครงงานก่อนทจ่ี ะทา โครงงานคณิตศาสตร์ ต่อไป โดยอาจารยท์ ่ี ปรึกษาใหข้ อ้ คิดเห็น รวมท้งั ใหก้ าลงั ใจและ คาปรึกษากบั นกั เรียนที่ยงั ไม่สามารถจดั ทา โครงงานคณิตศาสตร์ได้
53 ตาราง 7 วเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรู้ (ตอ่ ) แผนการจัด ตวั ชี้วดั จุดประสงค์การ สาระสาคญั เวลา การเรียนรู้ (ชั่วโมง) เรียนรู้ ข้นั ตอนการดาเนินงาน 5. การนาเนิน ตามโครงงาน จดั ไดว้ า่ 2 งานตาม สู่ตวั ชี้วดั เป็ นข้นั ตอนสาคญั อีก โครงงานและ ประการหน่ึงของ ข้นั ตอนของ ค 6.1.3 ใช้ - สามารถลงมอื โครงงาน เรียกไดว้ า่ การเขยี น เป็ นข้นั ตอนท่ตี อ้ งลง รายงาน ความรู้ทกั ษะ ปฏบิ ตั ติ ามข้นั ตอนท่ี มือปฏบิ ตั ิตามเคา้ โครงงานท่วี างไว้ กระบวนการทาง ระบุไวใ้ นโครงงาน เพอ่ื ใหโ้ ครงงานน้นั เป็ นไปตามลาดบั ข้นั คณิตศาสตร์ ได้ และเทคโนโลยี - บอกหลกั การเขียน การ รายงานโครงงานได้ ค 6.5.1 มี - สามารถเขียน ความคิดริเริ่ม รายงานท่ีเก่ียวกบั สร้างสรรค์ โครงงานได้ 6. การนาเสนอ ค 6.1.3 ใช้ - นกั เรียนสามารถ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมี 2 และการ ความรู้ทกั ษะ อธิบายถึงหลกั และ ความรูค้ วามเขา้ ใจใน ประเมนิ ผล กระบวนการทาง วธิ ีการทางานทไี่ ด้ โครงงานท่ไี ดศ้ กึ ษา โครงงาน คณิตศาสตร์ อยา่ งชดั เจน คน้ ควา้ น้นั ๆ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี - นกั เรียนสามารถ การแกป้ ัญหาได้ บอกผลของการทา อยา่ งเหมาะสม โครงงานทที่ า - นกั เรียนสามารถ บอกขอ้ บกพร่องหรือ อุปสรรคในการทา โครงงานน้ีได้ พร้อม ท้งั ใหข้ อ้ เสนอแนะ ได้ รวม 12
54 ภาคผนวก ค การหาคณุ ภาพเครื่องมือ
55 สูตรที่ใช้ในการตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื 1. ค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง IOC IOC = R N เมื่อ IOC แทน ค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผทู้ รงคุณวฒุ ิท้งั หมด N แทน จานวนผทู้ รงคุณวฒุ ิ 2. คา่ ความยากง่าย (p) และคา่ อานาจจาแนก (r) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการ เรียนแบบทดสอบทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ P = HL N r = HL N 2 เม่ือ p แทน ค่าความยากงา่ ย ของคาถามแต่ละขอ้ r แทน ค่าอานาจจาแนก ของคาถามแตล่ ะขอ้ H แทน จานวนผตู้ อบถูกในกลุ่มสูง L แทน จานวนผตู้ อบถูกในกลุ่มต่า N แทน จานวนผเู้ ขา้ สอบท้งั หมด 3. คา่ ความเชื่อมนั _ (Reliability) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียน และ แบบทดสอบทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ ชส้ ูตร K.R.20 ของคูเดอร์ – ริชาร์ดสนั (Kuder - Richardson) rtt = n n 1 1 pq S2t เมื่อ rtt แทน ความเชื่อมนั _ ของแบบทดสอบ n แทน จานวนขอ้ สอบในแบบทดสอบ p แทน สดั ส่วนจานวนคนทต่ี อบถูกต่อจานวนคนท้งั หมด q แทน สดั ส่วนของผตู้ อบผดิ q = 1- p S 2 แทน ค่าความแปรปรวนของคะแนนท้งั ฉบบั t
56 4. ค่าความเชื่อมน่ั (Reliability) ของแบบวดั ความพงึ พอใจใชส้ ูตร สมั ประสิทธ์ิแอลฟา ( Coefficient) ของครอนบคั (Cronbach) = n n 1 1 Si2 S2t เมื่อ n แทน ค่าสมั ประสิทธ์ิแอลฟา แทน จานวนขอ้ สอบในแบบทดสอบ Si2 แทน ค่าความแปรปรวนของแต่ละขอ้ S 2 แทน ค่าความแปรปรวนของคะแนนท้งั ฉบบั t
57 แบบประเมินชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 คาชี้แจง โปรดพิจารณาวา่ รายการประเมินแต่ละขอ้ ตอ่ ไปน้ี มีระดบั ความเหมาะสมและตรง กบั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบโครงงาน คณิตศาสตร์ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3ในดา้ นต่าง ๆ และเขยี นผลการพจิ ารณาของท่าน โดยทา เคร่ืองหมาย ลงในช่องพจิ ารณาตามความคดิ เห็น ระดับความเหมาะสม รายการประเมนิ มาก มาก ปาน น้อย น้อย ท่สี ุด กลาง ที่สุด 1. ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์เหมาะสมกบั เน้ือหา 2. เป็นส่ือการเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมกบั ผเู้ รียน 3. มีความสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์ 4. ผเู้ รียนสามารถคน้ ควา้ ความรูไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง 5. มีการจดั กิจกรรมทีเ่ นน้ กระบวนการกลุ่ม 6. เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดแ้ กป้ ัญหาดว้ ยตนเอง 7. สร้างปฏิสมั พนั ธท์ ี่ดีระหวา่ งนกั เรียนกบั ครูผสู้ อน 8. สามารถนาความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณ์ที่ หลากหลาย 9. ใชเ้ ทคนิคการสอนทีห่ ลากหลาย เนน้ ผเู้ รียนเป็ น สาคญั 10. มีกิจกรรมที่ส่งเสริมดา้ นทกั ษะและกระบวนการ ทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม 11. การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลาทใ่ี ช้ 12. เน้ือหาเรียงลาดบั จากงา่ ยไปหายาก 13. ใชส้ ่ือการเรียนรู้ที่เหมาะสม 14. มีองคป์ ระกอบของชุดกิจกรรมครบถว้ น ชดั เจน 15. มีการวดั และประเมินผลตามสภาพจริง
58 ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (......................................................)
59 แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้คณติ ศาสตร์ โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 คาชี้แจง โปรดพจิ ารณาวา่ รายการประเมินแตล่ ะขอ้ ตอ่ ไปน้ี มีระดบั ความเหมาะสมและตรง กบั การจดั กิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 ในดา้ นต่าง ๆ และเขยี นผลการพจิ ารณาของท่าน โดยทาเคร่ืองหมาย ลงใน ช่องพจิ ารณาตามความคิดเห็น ระดบั ความเหมาะสม รายการประเมิน มาก มาก ปาน น้อย น้อย ที่สุด กลาง ท่สี ุด ด้านสาระสาคญั 1. สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2. ถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ 3. มีความชดั เจนเขา้ ใจงา่ ย 4. มีความสอดคลอ้ งกบั ตวั ชี*วดั ของหลกั สูต ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 5. สอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรู้ 6. ครอบคลุมพฤตกิ รรมการเรียนรูด้ า้ นความรู้ ทกั ษะและเจคติ 7. ระบุพฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เวลา เน้ือหา และวยั ของผเู้ รียน 8. สามารถประเมินผลได้ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ 9. สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 10. จงู ใจให้ผเู้ รียนกระตือรือร้นในการเรียนและ ร่วมกิจกรรม 11. เหมาะสมกบั เวลา สถานที่วสั ดุอุปกรณ์ 12. สรา้ งเสริมความรู้ ทกั ษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ และพฤตกิ รรมทก่ี าหนด
60 ระดบั ความเหมาะสม รายการประเมิน มาก มาก ปาน น้อย น้อย ท่ีสุด กลาง ทส่ี ุด ด้านส่ือการเรียนรู้ 13. สอดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้ 14. เหมาะสมกบั วยั ความสนใจและ ความสามารถของผเู้ รียน 15. ผเู้ รียนมีส่วนร่วมในการใชส้ ื่อการเรียนรู้ 16. เรา้ ความสนใจ ช่วยใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจบทเรียน ได้ ด้านการวดั และประเมนิ ผล 17. สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 18. วธิ ีการวดั และเครื่องมือสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาตขิ องวชิ า 19. เครื่องมือที่ใชเ้ หมาะสมกบั เวลา ความสามารถและวยั จองผเู้ รียน 20. ส่งเสริมการวดั ความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และเจตคติ ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (......................................................)
61 แบบประเมินข้อคาถามวัดความพงึ พอใจ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์คณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 คาชี้แจง โปรดพิจารณาความสอดคลอ้ งของขอ้ คาถามท่ีแสดงความพงึ พอใจของนกั เรียนที่ มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 แลว้ ขีดเคร่ืองหมาย ในช่องระดบั คะแนน ตามเกณฑ์ ดงั น้ี +1 หมายถึง แน่ใจวา่ ขอ้ สอบ กบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และระดบั พฤตกิ รรมท่ีวดั มีความ สอดคลอ้ งกนั 0 หมายถึง ไม่แน่ใจวา่ ขอ้ สอบ กบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และระดบั พฤติกรรมทีว่ ดั มีความสอดคลอ้ งกนั -1 หมายถึง แน่ใจวา่ ขอ้ สอบ กบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ และระดบั พฤตกิ รรมท่ีวดั ไม่มีความ สอดคลอ้ งกนั ข้อคาถาม คะแนน +1 0 -1 1. ชุดกิจกรรมทาใหน้ กั เรียนรู้สึกสนุกสนานในการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ 2. ชุดกิจกรรมส่งเสริมใหม้ ีการปฏบิ ตั ิกิจกรรมอยา่ งเตม็ ที่ 3. กิจกรรมแตล่ ะชุดน่าสนใจ เรียนรู้ไดง้ ่าย 4. เน้ือหาไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป 5. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 1 เร่ืองความรู้เก่ียวกบั โครงงาน 6 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 2 เรื่องการคดิ จะเลือก หวั ขอ้ เรื่องและปัญหาท่จี ะศึกษาเอกสาร 7. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 3 การเขียนเคา้ โครง โครงงาน 8. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 4 เร่ืองการนาเสนอ 9. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 5 เรื่องการดาเนินงาน ตามโครงงานและข้นั ตอนของการเขียนรายงาน 10. ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 6 เร่ืองการนาเสนอ และการประเมินโครงงานคณิตศาสตร์
62 ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................... ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมิน (......................................................)
63 ตาราง 8 ผลการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ชุดกิจกรรม ความคดิ เห็นผู้ทรงคณุ วุฒิคนท่ี X ระดบั คณุ ภาพ ความเหมาะสม ท่ี 1 2 3 4 5 1 4.60 4.47 4.60 4.87 4.53 4.61 มากทสี่ ุด 2 4.35 4.53 4.63 4.78 4.48 4.48 มาก 3 4.65 4.57 4.67 4.53 4.80 4.64 มากทส่ี ุด 4 4.67 4.60 4.67 4.47 4.47 4.58 มากทส่ี ุด 5 4.67 4.53 4.53 4.53 4.47 4.55 มากที่สุด 6 4.51 4.25 4.73 4.58 4.63 4.54 มากที่สุด รวมเฉลย่ี 4.57 มากท่ีสุด ตาราง 9 ผลการประเมินแผนการจดั การเรียนรู้คณิตศาสตร์ แผนการจดั 1 ความคดิ เห็นผู้ทรงคณุ วุฒิคนท่ี 5 X ระดับคณุ ภาพ 4.60 4.53 ความเหมาะสม การเรียนรู้ที 4.53 23 4 4.40 4.60 4.47 4.60 4.87 4.40 4.61 มากทส่ี ุด 1 4.67 4.53 4.73 4.87 4.47 4.61 มากทส่ี ุด 2 4.57 4.47 4.47 4.33 4.57 4.45 มาก 3 4.67 4.60 4.67 4.47 4.47 4.58 มากทส่ี ุด 4 4.73 4.63 4.87 4.76 มากทส่ี ุด 5 4.53 4.53 4.53 4.55 มากที่สุด 6 รวมเฉลย่ี 4.59 มากทสี่ ุด
64 ภาคผนวก ง คะแนนของกลุ่มทดลอง
65 สถิติท่ีใชใ้ นการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2545 : 155) E1 = X N 100 A เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ x แทน คะแนนรวมของแบบฝึกหดั หรืองาน A แทน คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหดั ทุกช้ิน หรืองาน N แทน จานวนผเู้ รียน E2 = F N 100 B เม่ือ E/2 แทน ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ F แทน คะแนนรวมของผลลพั ธห์ ลงั เรียน B แทน คะแนนเตม็ ของการสอบหลงั เรียน N แทน จานวนผเู้ รียน
66 ตาราง 10 คะแนนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 กลุ่มทดลอง กอ่ นและหลงั การจดั การเรียนรู้ คะแนนวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) คนที ก่อนเรียน หลงั เรียน D D2 1 10 21 11 121 2 11 20 9 81 3 15 25 10 100 4 14 24 10 100 5 12 24 12 144 6 13 25 12 144 7 14 24 10 100 8 15 25 10 100 9 12 24 12 144 10 10 20 10 100 11 14 24 10 100 12 15 25 10 100 13 9 26 17 289 14 9 25 16 256 15 8 29 21 441 16 14 29 15 225 17 14 24 10 100 18 15 25 10 100 19 12 23 11 121 20 14 25 11 121 21 10 24 14 196 22 10 25 15 225 23 10 25 15 225 24 14 30 16 256
67 คะแนนวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน (คะแนนเตม็ 30 คะแนน) คนที ก่อนเรียน หลงั เรียน D D2 25 18 26 8 64 26 10 21 11 121 27 11 20 9 81 28 15 25 10 100 29 14 24 10 100 30 12 24 12 144 31 13 25 12 144 32 14 24 10 100 33 15 25 10 100 34 12 24 12 144 35 10 20 10 100 36 14 24 10 100 37 15 25 10 100 38 9 26 17 289 39 9 25 16 256 40 8 29 21 441 41 14 29 15 225 42 14 24 10 100 43 15 25 10 100 44 12 23 11 121 45 14 25 11 121 46 10 24 14 196
68 คะแนนวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน (คะแนนเตม็ 30 คะแนน) คนที ก่อนเรียน หลงั เรียน D D2 47 10 25 15 225 48 10 25 15 225 49 14 30 16 256 50 18 26 8 64 x 624 1,234 610 7,906 X 10. 92 23.52 S.D. 2.47 2.33
69 ตาราง 11 คะแนนระหวา่ งเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ ของ นกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3 คะแนนระหว่างเรียนโดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรูแบบโครงงานคณติ ศาสตร์ รวม ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ชุดท่ี 4 ชุดที่ 5 ชุดที่ 6 (60คะแนน) 17 7 7 7 8 7 43 28 8 8 8 8 8 48 38 8 8 8 8 8 48 48 8 8 8 8 8 48 58 8 8 7 8 8 47 68 8 8 7 8 8 47 78 8 8 8 7 8 47 88 9 9 9 8 8 51 99 8 6 9 9 8 49 10 9 8 6 8 8 9 48 11 9 8 8 6 9 9 49 12 9 9 8 8 6 9 49 13 9 8 9 7 7 8 48 14 7 8 8 8 7 9 47 15 9 7 10 8 9 9 52 16 7 6 9 7 8 9 46 17 7 7 8 8 8 7 45 18 9 9 8 10 10 9 55 19 7 7 7 9 8 8 46 20 6 10 10 8 6 9 49 21 9 6 6 6 6 6 39 22 9 7 7 7 7 7 44 23 9 9 9 9 9 9 54 24 9 7 7 7 7 7 44
70 คนที คะแนนระหวา่ งเรียนโดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานคณิตศาสตร์ รวม ชุดท่ี 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ชุดที่ 4 ชุดท่ี 5 ชุดท่ี 6 (60คะแนน) 25 9 10 10 10 10 10 59 26 7 7 7 7 8 7 43 27 8 8 8 8 8 8 48 28 8 8 8 8 8 8 48 29 8 8 8 8 8 8 48 30 8 8 8 7 8 8 47 31 8 8 8 7 8 8 47 32 8 8 8 8 7 8 47 33 8 9 9 9 8 8 51 34 9 8 6 9 9 8 49 35 9 8 6 8 8 9 48 36 9 8 8 6 9 9 49 37 9 9 8 8 6 9 49 38 9 8 9 7 7 8 48 39 7 8 8 8 7 9 47 40 9 7 10 8 9 9 52 41 7 6 9 7 8 9 46 42 7 7 8 8 8 7 45 43 9 9 8 10 10 9 55 44 7 7 7 9 8 8 46 45 6 10 10 8 6 9 49 46 9 6 6 6 6 6 39 47 9 7 7 7 7 7 44 48 9 9 9 9 9 9 54 49 9 7 7 7 7 7 44 50 9 10 10 10 10 10 59
71 คนที คะแนนระหว่างเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงาน รวม คณติ ศาสตร์ (60คะแนน) ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ชุดท่ี 4 ชุดท่ี 5 ชุดที่ 6 x 410 396 400 394 394 410 2,404 48.08 X 8.20 7.92 8.00 7.88 7.88 8.20 3.97 S.D. 0.89 1.02 1.13 1.03 1.07 0.89 รอ้ ยละ 82.00 79.20 80.00 78.80 7.80 82.00 80.13
72 ตาราง 12 คะแนนวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3 ท่ีไดร้ ับการจดั การเรียนรู้ คนที่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (30 คะแนน) คนท่ี ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน(30 คะแนน) 1 21 26 21 2 20 27 20 3 25 28 25 4 24 29 24 5 24 30 24 6 25 31 25 7 24 32 24 8 25 33 25 9 24 34 24 10 20 35 20 11 24 36 24 12 25 37 25 13 26 38 26 14 25 39 25 15 29 40 29 16 29 41 29 17 24 42 24 18 25 43 25 19 23 44 23 20 25 45 25 21 24 46 24 22 25 47 25 23 25 48 25 24 30 49 30 25 26 50 26 คนท่ี ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน(30 คะแนน) x 1,234 24.68 x 2.31 S.D. 82.26 ร้อยละ
73 ตาราง 13 แสดงประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์โดยทดลองกบั นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 กลุ่มทดลองจานวน 50 คน ชุด ประสิทธิภาพกระบวนการ ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ E1 / E2 กจิ กรรม n (E1) (E2) ชุดที่ 1-6 x A E1 F B E2 50 2.404 60 80.13 1,234 30 82.26 80.13 / 82.26
74 ภาคผนวก จ เครื่องมือทใี ช้ในการวิจัย
75 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน เร่ือง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ********************************************************** คาสั่ง ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท x ทบั หวั ขอ้ ก ข ค หรือ ง ซ่ึงเป็นคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง ท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียวเทา่ น้นั ในแตล่ ะขอ้ 1. ชื่อโครงงานที่ดีควรมีลกั ษณะดงั น้ี ก. เป็ นขอ้ ความท่ีสละสลวยสะดุดตากบั ผพู้ บเห็น ข. เป็ นขอ้ ความท่ีเป็นปัญหาท่นี ่าสนใจ และสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้ ค. เป็ นขอ้ ความท่ีมีความกระชบั ไม่เยนิ่ เยอ้ ง. เป็นขอ้ ความที่มกี ารใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคทางคณิตศาสตร์ทท่ี นั สมยั 2. การระบุชื่อผทู้ าโครงงานน้นั ควรระบแุ บบใด ก. ระบุแต่ ชื่อ-นามสกลุ กพ็ อ เพราะถือวา่ เป็นท่ีทราบอยแู่ ลว้ วา่ ที่ใด ข. ระบชุ ื่อ-นามสกลุ และสถานท่ี ค. ระบุ ช่ือ-นามสกลุ สถานศึกษา ช้นั ทกี่ าลงั ศกึ ษา ง. ระบโุ ดยละเอียดท้งั ชื่อ-นามสกุล สถานศกึ ษา ช้นั และเลขท่ี 3. ลกั ษณะของที่ปรึกษาทดี่ ี ควรเป็นอยา่ งไร ก. เป็ นบุคคลที่เชียวชาญในเน้ือหาที่เราจดั ทาโครงงานก็พอ ข. เป็นบคุ คลท่ีมีเวลามากพอในการใหค้ าปรึกษา ค. เป็นบคุ คลท่มี ีความเขา้ ใจผจู้ ดั ทาโครงงาน ง. ต้งั แต่ ขอ้ ก-ค ถูกทุกขอ้ 4. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงานเป็นตวั บ่งช้ีขอ้ ใด ก. แนวคดิ พน้ื ฐาน และความเป็ นมาของโครงงาน ข. ความเขา้ ใจในการจดั ทาและดาเนินโครงงาน ค. ส่ิงทข่ี าดไม่ไดข้ องตวั โครงงานทีท่ าอยู่ ง. ต้งั แต่ ขอ้ ก-ค ไม่มีขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
76 5. ในการเขยี นจุดมุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ ควรเขยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั ขอ้ ใด ก. เขียนใหส้ ้นั ท่สี ุด ข. เขยี นเป็นประโยคคาตอบหรือประโยคปฏิเสธก็ได้ ค. ควรใชภ้ าษาทีแ่ จม่ ชดั เขา้ ใจง่าย ไม่วกวน ง. สามารถสรุปได้ 6. ในการต้งั สมมุตฐิ านของการศึกษาคน้ ควา้ น้นั มีประโยชน์อยา่ งไร ก. เพอื่ เป็นการบอกผลสรุปจากการทาโครงงานล่วงหนา้ ข. เพอ่ื เป็นการคาดคะเนผลสรุปที่ไดจ้ ากการทาโครงงาน ค. เพอ่ื เป็นการพสิ ูจน์ผลของปัญหาท่เี ราต้งั ข้นึ วา่ เป็ นอยา่ งไร ง. เพอ่ื เป็นแนวทางในการดาเนินโครงงานน้นั ๆ 7. ในการเขยี นวธิ ีดาเนินงาน จะตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนใดบา้ ง ก. แนวทางในการดาเนินโครงงาน ข. กลยทุ ธใ์ นการดาเนินโครงงาน ค. วธิ ีการทจ่ี ะกระทาในโครงงานน้นั ๆ โดยละเอียด ง. ต้งั แตข่ อ้ ก-ค ถูกทกุ ขอ้ 8. แผนปฏิบตั ิงานทีด่ ี ควรมีลกั ษณะแบบใด ก. เขยี นการจดั ทาและดาเนินงานโครงงานโดยสรุป ข. อธิบายข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงานจริง ๆ ค. มรการระบุข้นั ตอนการดาเนินงานในโครงงานเป็นข้นั ตอน ต้งั แต่เริ่มตน้ จนสิ้นสุด โครงงาน ง. ระบกุ ารดาเนินงาน งบประมาณ ผรู้ บั ผดิ ชอบ ต้งั แตก่ ่อนดาเนินงาน จนถึงการ ประเมินผล 9. การเขยี นผลทคี่ าดหวงั วา่ จะไดร้ ับ ควรเขียนแบบใด ก. มีการระบุผลทไี่ ดจ้ ากโครงงานน้ี ท้งั เชิงคุณภาพ และปริมาณ ข. มีการรุการนาไปใชโ้ ดยละเอียด ค. เขยี นบรรยายถึงผลของการดาเนินงานในแตล่ ะข้นั ตอน ง. ต้งั แต่ ขอ้ ก-ค ไมม่ ีขอ้ ใดถูกตอ้ ง
77 10. การเขยี นอา้ งอิง เชิงอรรถ จากหนงั สือ จะตอ้ งเขียนแบบใด ก. ระบชุ ื่อหนงั สือ และผแู้ ตง่ ตามลาดบั ข. ระบุช่ือผแู้ ต่ง ช่ือหนงั สือ ตามลาดบั ค. มีการระบเุ รียงลาดบั ชื่อผแู้ ต่ง ช่ือหนงั สือ และเลขหนา้ ง. ต้งั แต่ ขอ้ ก-ค ไมม่ ีขอ้ ใดถูกตอ้ ง 11. เม่ือดาเนินการทาโครงงานจนครบข้นั ตอนแลว้ ขอ้ ใดเป็ นข้นั ตอนทีจ่ ะตอ้ งดาเนินการตอ่ ก. การแสดลผลงงาน ข. การเขียนรายงาน ค. การเสนอผลงาน ง. การวเิ คราะหผ์ ลงาน 12. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของการเขยี นรายงาน ก. ภาษาทีใ่ ชต้ อ้ งเขา้ ใจและงา่ ยต่อการอ่าน ข. ขอ้ ความท่ีเขียนตอ้ งส้นั และชดั เจน ค. เขียนใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจถึงแนวคดิ ง. ถูกทุกขอ้ 13. การเขียนรายงานใหค้ รอบคลุมหวั ขอ้ ตา่ งๆขอ้ ใดไม่จาเป็ น ตอ้ งมีในการเขยี นรายงาน ก. เอกสารอา้ งอิง ข. ประเภทของโครงงาน ค. คาขอบคุณ ง. บทคดั ยอ่ 14. การเขยี นบทคดั ยอ่ ควรเขียนประมาณก่ีคา ก. 100-150 คา ข. 200-250 คา ค. 300-350 คา ง. ไม่จากดั จานวน
78 15. การเขยี นรายงานส่วนใดม่ีไม่สาคญั ในหวั ขอ้ ทีม่ าและความสาคญั ของโครงงาน ก. อธิบายความสาคญั ของโครงงาน ข. บอกเหตผุ ลในการทาโครงงาน ค. ภมู ิหลงั การทาโครงงาน ง. หลกั การและทฤษฎี 16. ขอ้ วธิ ีการดาเนินการควรอธิบายเก่ียวกบั เรื่องใด ก. วสั ดุอุปกรณ์ ข. ข้นั ตอนการดาเนินการ ค. รูปแบบการทาโครงงาน ง. ผลการดาเนินการ 17. ในการรายงาน ควรเขียนคาขอบคุณในลกั ษณะใด ก. เป็ นการบอกขอบคุณส้นั ๆ อะไรกไ็ ด้ ข. เป็ นการบรรยายถึงผมู้ ีส่วนร่วมอยา่ งละเอียด ค. เป็ นการเสริมบรรยากาศของความร่วมมือของบคุ คลทมี่ ีส่วนร่วม ง. เขียนสรุปเป็นคนๆ ไป 18. การเขียนขอ้ สรุป เสนอแนะ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ก. อธิบายผลสรุปท่ีไดจ้ ากการทาโครงงาน ข. อุปสรรคการทาโครงงานหรือขอ้ ผดิ พลาดบางประการทีเ่ กิดข้ึนจากการทาโครงงาน ค. ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื ปรบั ปรุงแกไ้ ขหากมคนทจี่ ะศกึ ษาต่อ ง. ถูกทุกขอ้ 19. การเขียนรายงาน แตกตา่ งจากการเขียนเคา้ โครงอยา่ งไร ก. การเขยี นรายงานตอ้ งมีการเขยี นจอบคุณ แตก่ ารเขยี นเคา้ โครงงานไม่ตอ้ งเขยี นขอบคุณ ข. การเขียนรายงานไม่ตอ้ งมีบทคดั ยอ่ แต่การเขียนเคา้ โครงงานมีการเขียนบทคดั ยอ่ ค. การเขียนรายงานไม่ตอ้ งมีขอ้ สรุป ขอ้ เสนอแนะ แต่การเขียนเคา้ โครงงานตอ้ งมีขอ้ สรุป ง. การเขียนรายงานไม่ตอ้ งถึงเอกสารอา้ งอิง แตต่ อ้ งมีการอา้ งอิงในตอนเขียนเคา้ โครงงาน
79 20. ส่ิงสาคญั ท่ีสุดท่ีผเู้ ขยี นรายงานควรตระหนกั ถึงขอ้ ใด ก. เขียนให้ชดั เจน ข. ใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคท่ีถูกตอ้ ง ค. ใชภ้ าษาท่ีเขา้ ใจง่าย ประเดน็ สาคญั ๆ ท้งั หมดของโครงงาน ง. ถูกทุกขอ้ 21. ข้นั ตอนใดเป็นข้นั ตอนทสี่ าคญั ท่สี ุดและยากทีส่ ุดในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ ก. การวางแผนในการทาโครงงาน ข. การลงมือทาโครงงาน ค. การคิดจะเลือกหวั ขอ้ เรื่องหรือปัญหาทจี่ ะศกึ ษา ง. การเขียนรายงานและการแสดงผลงาน 22. การคดั เลือกหวั ขอ้ เร่ืองทจ่ี ะทาโครงงาน ควรคานึงถึงส่ิงใดเป็ นสาคญั ก. เหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ ความสามารถของนกั เรียนทีจ่ ะทาโครงงาน ข. มีวสั ดุอุปกรณ์และงบประมาณเพยี งพอ ค. ถูกท้งั ก. และ ข. ง. ผดิ ท้งั ก. และ ข. 23. การเขียนเคา้ โครงของโครงงานซ่ึงเป็นการวางรูปโครงงานไวล้ ่วงหนา้ จดั อยใู่ นข้นั ตอนใด ของการทาโครงงานคณิตศาสตร์ ก. การวางแผนในการทาโครงงาน ข. การลงมือทาโครงงาน ค. การคิดจะเลือกหวั ขอ้ เร่ืองหรือปัญหาที่จะศึกษา ง. การเขียนรายงานและการแสดงผลงาน
80 24. ในข้นั “การเขยี นรายงานโครงงานคณิตศาสตร์”เป็นการเสนอผลการศกึ ษาคน้ ควา้ เพอ่ื ให้ ผอู้ ่ืนไดร้ ับรูใ้ นสิ่งใดตอ่ ไปน้ี 1. แนวคดิ ปัญหาที่จะศกึ ษา 2. วธิ ีดาเนินกาศกึ ษาขอ้ มูลตา่ ง ๆ 3. ผลการศกึ ษา 4. ประโยชนแ์ ละขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ ก. ขอ้ 2, 3 และ 4 ข. ขอ้ 1, 2 และ 3 ค. ขอ้ 1, 3 และ 4 ง. ขอ้ 1, 2, 3 และ 4 25. การแสดงผลงานมีหลากหลายรูปแบบ ในการจดั แสดงผลงานของโครงงานคณิตสาสตร์ น้นั ควรจดั ใหค้ รอบคลุมประเด็นใดดงั ต่อไปน้ี ก. ช่ือโครงงาน ชื่อผทู้ าโครงงาน ช่ือทป่ี รึกษาโครงงาน ข. คาขอบคุณ เอกสารอา้ งอิง ค. งบประมาณ ง. ระยะเวลาทใ่ี ชท้ าโครงงาน 26. เหตุใดจงึ ตอ้ งมีการประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ ก. เพอื่ รวบรวมขอ้ มูล ข. เพอ่ื เก็บคะแนน ค. เพอ่ สะดวกในการทาโครงงานต่อไป ง. เพอ่ื ปรับปรุงกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ 27. การพจิ ารณาวา่ “การคน้ ควา้ เอกสารอา้ งอิงถูกตอ้ งและเหมาะสมหรือไม่”น้นั ในการ ประเมินควรจดั อยใู่ นเกณฑก์ ารพจิ ารณาดา้ นใด ก. ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจในเรื่องที่ทา ข. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ที่ใชแ้ กป้ ัญหาทางการศกึ ษา ค. การเขียนรายงาน ง. การจดั แสดงโครงงานและการอภปิ รายปากเปล่า
81 28. การประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็นโครงงานที่ไดใ้ ชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์แกป้ ัญหา ทางการศกึ ษาหรือไม่น้นั ควรจะพจิ ารณาจากส่ิงใดต่อไปน้ี ก. การใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์ถูกตอ้ งและเหมาะสม ข. การอภปิ รายผลอยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ ค. การออกแบบการทดลองหรือการประดิษฐม์ ีความสอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรือ สมมุตฐิ านเพยี งใด ง. มีการคดิ และใชว้ ธิ ีการทาใหม่และแปลกๆ 29. ในการประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ วา่ เป็ นโครงงานท่ีมีความคิดสรา้ งสรรคห์ รือไม่น้นั ควรพจิ ารณาจากขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี ก. เสนอสาระในแตล่ ะหวั ขอ้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน รัดกมุ ข. มีการดดั แปลง เพมิ่ เตมิ แนวคิดท่ีแปลกใหม่ ค. มีความเขา้ ใจในหลกั การสาคญั ๆ ของเร่ืองทที่ า ง. การแปลความหมายและการสรุปผลมีความสอดคลอ้ งกนั 30. ในการจดั แสดงโครงงานและอภปิ รายปากเปล่า ซ่ึงเป็นเกณฑก์ ารพจิ ารณาการประเมินผล โครงงานคณิตศาสตร์เกณฑห์ น่ึงน้นั ควรจดั แสดงในลกั ษณะใดต่อไปน้ี 1. เขียนคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ชดั เจน เขา้ ใจง่าย 2. การออกแบบการนาเสนอขอ้ มูล ชดั เจน รัดกุม และเหมาะสม 3. การอภิปรายชดั เจน และใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง 4. การเลือกและนาวสั ดุอุปกรณม์ าใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ ก. ขอ้ 1 และ 3 ข. ขอ้ 1 และ 2 ค. ขอ้ 3 และ 4 ง. ขอ้ 2 และ 4 *******************************************************************
82 เฉลยสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ ********************************************************** 1 ข 16 ข 2 ง 17 ค 3 ง 18 ง 4 ก 19 ก 5 ค 20 ง 6 ข 21 ค 7 ง 22 ค 8 ง 23 ก 9 ก 24 ง 10 ค 25 ก 11 ข 26 ง 12 ง 27 ก 13 ข 28 ค 14 ค 29 ข 15 ค 30 ก
83 แบบวัดความพงึ พอใจของนักเรียนทีมีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 3 คาชีhแจง ใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความแสดงความพงึ พอใจ ตอ่ ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงาน คณิตศาสตร์ แลว้ ทาเคร่ืองหมาย ตามความรู้สึกของนกั เรียน ดงั น้ี ถา้ พงึ พอใจมาก ใหท้ าเครื่องหมาย ช่อง มาก (3) ถา้ พงึ พอใจปานกลาง ใหท้ าเครื่องหมาย ช่อง ปานกลาง (2) ถา้ พงึ พอใจนอ้ ย ใหท้ าเคร่ืองหมาย ช่อง นอ้ ย (1) ระดับความพงึ พอใจ ข้อ รายการ มาก ปาน น้อย (3) กลาง (2) (1) 1 ชุดกิจกรรมทาใหน้ กั เรียนรู้สึกสนุกสนานในการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ 2 ชุดกิจกรรมส่งเสริมใหม้ ีการปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งเตม็ ท่ี 3 กิจกรรมแตล่ ะชุดน่าสนใจ เรียนรู้ไดง้ ่าย 4 เน้ือหาไม่ยากหรืองา่ ยจนเกินไป 5 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 1 เรื่องความรู้เกี่ยวกบั โครงงาน 6 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 2 เร่ืองการคดิ จะเลือกหวั ขอ้ เร่ืองและปัญหาที่จะศึกษา เอกสาร 7 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 3 การเขียนเคา้ โครงโครงงาน 8 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดที่ 4 เร่ืองการนาเสนอ 9 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 5 เร่ืองการดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนของ การเขยี นรายงาน 10 ชุดกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบโครงงานคณิตศาสตร์ชุดท่ี 6 เร่ืองการนาเสนอและการประเมินโครงงาน คณิตศาสตร์
84 ภาคผนวก ฉ ตวั อย่างแผนการจดั การเรียนรู้และชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณติ ศาสตร์
85 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : ความรู้เกย่ี วกับโครงงานคณติ ศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน ค23101 จานวนเวลา 2 ช่ัวโมง ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ครูผู้สอน นางอมุ าพร พมิ พ์ภักดี ……………………………………………………………………………………………………... 1. สาระสาคญั เพอื่ ใหน้ กั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การทาโครงงานคณิตศาสตร์ และสามารถทีจ่ ะ นาไปปฏิบตั ไิ ดจ้ ริง 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 5.1 : เขา้ ใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิตใิ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้ มาตรฐาน ค 5.2 : ใชว้ ธิ ีการทางสถิติและความรู้เก่ียวกบั ความน่าจะเป็ นในการคาด การณ์ ไดอ้ ยา่ ง สมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 6.4 : มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรูต้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และ เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อ่ืน ๆได้ มาตรฐาน ค 6.5 : มีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 3. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงช้ัน ค 6.1.3 ใชค้ วามรูท้ กั ษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยกี ารแกป้ ัญหาได้ อยา่ งเหมาะสม ค 6.5.1 มีความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ค 6.6.2 นาความรูแ้ ละทกั ษะท่ไี ดจ้ ากการเรียนคณิตศาสตร์ ไปประยกุ ตใ์ นการเรียนรู้ และ ในการดารงชีวติ 4. สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ 2. หลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ 3. จดุ มุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ 4. ประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ 5. ข้นั ตอนการทาโครงงานคณิตศาสตร์ 6. การประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์
86 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถบอกความหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 2. นกั เรียนสามารถบอกหลกั การของกิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 3. นกั เรียนสามารถบอกจดุ มุ่งหมายของโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 4. นกั เรียนสามารถบอกประเภทของโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 5. นกั เรียนสามารถบอกข้นั ตอนในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 6. นกั เรียนสามารถประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ได้ 6. สาระการเรียนรู้ / เนือ้ หา 1. ความหมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ โครงงานคณติ ศาสตร์ หมายถึง กิจกรรมเสริมหลกั สูตรวชิ าคณิตศาสตร์ท่เี ปิ ดโอกาส ใหน้ กั เรียนไดศ้ กึ ษาเร่ืองใดเรื่องหน่ึงทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ตามความถนดั และ ความสนใจดว้ ยวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Method) ภายใตก้ ารแนะนาปรึกษาช่วยเหลือ และดูแลจากอาจารยท์ ี่ปรึกษาและ/หรือผทู้ รงคุณวฒุ ิ อาจจดั ในเวลาเรียนหรือนอกเวลาเรียนก็ได้ รวมท้งั สามารถดาเนินกิจกรรมไดท้ ้งั ในและนอกบริเวณโรงเรียน ซ่ึงอาจทาเป็ นรายบคุ คลหรือกลุ่ม ก็ได้ แลว้ จดั เขียนเป็ นรายงานและแสดงผลงานเพอ่ื เผยแพร่สาหรับเป็ นแนวทางการศกึ ษาต่อไป 2. หลักการของกจิ กรรมของโครงงานคณติ ศาสตร์ หลักการทส่ี าคญั ของกิจกรรมโรงงานคณติ ศาสตร์ ควรมลี กั ษณะดงั น้ี 1. เป็ นเรื่องเก่ียวกบั คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี หรือความจริงและการนาไปใช้ ประโยชน์ ซ่ึงหมายถึงโครงงานคณิตศาสตร์ทท่ี าข้นึ เองตอ้ งยดึ หลกั ความจริงท่ีเป็ นอยตู่ ามธรรมชาติ 2. เป็นการเสาะแสวงหารความรู้ดว้ ยตนเอง เพอ่ื เป็ นการฝึกใหน้ กั เรียนคิดเป็น ทาเป็น และแกป้ ัญหาเป็นโดยใชว้ ิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ 3. คานึกเสรีภาพและเศรษฐกิจ หมายถึง การใหเ้ สรีภาพแก่ผทู้ าโครงงานในเรื่องทจ่ี ะ ทา โดยคานึงถึงวสั ดุอุปกรณ์และเงนิ ทุนท่ีมีอยเู่ ป็ นองคป์ ระกอบ 3. จุดมุ่งหมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ จุดมุ่งหมายของโครงงานคณติ ศาสตร์ พอสรุปได้ดงั น้ี 1. เพอ่ื ส่งเสริมนกั เรียนใหเ้ กิดความรัก ความสนใจและมีเจตคตทิ ่ีดีตอ่ วชิ า คณิตศาสตร์ 2. เพอื่ พฒั นาความสามารถของนกั เรียนของนกั เรียนในการใชก้ ระบวนการทาง คณิตศาสตร์ในการแกป้ ัญหา 3. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนนาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั หรือ
87 ออกแบบสิ่งประดิษฐใ์ หม่ๆได้ โดยตระหนกั ถึงคุณค่าและประโยชนข์ องวชิ าคณิตศาสตร์ 4. เพอื่ พฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ 5. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนรูจ้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ 6. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออก พร้อมท้งั ไดม้ ีโอกาสเผยแพร่ผลงานของ ตนเอง 7. เพอ่ื พฒั นาความรบั ผดิ ชอบและสามารถทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นได้ 8. เพอ่ื ส่งเสริมการศกึ ษาคน้ ควา้ หรือวจิ ยั ทางคณิตศาสตร์ของนกั เรียนท่ีมีความสนใจ และมีความสามารถทางคณิตสาสตร์ โดยใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ 4. ประเภทของโครงงานคณติ ศาสตร์ โครงงานคณติ ศาสตร์จาแนกออกได้เป็ น 4 ประเภท ดงั น้ี 1. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภททดลอง เป็นการศึกษาหาคาตอบของปัญหาใด ปัญหาหน่ึง โดยการออกแบบทดลองและดาเนินการทดลอง เพอ่ื หาคาตอบของปัญหาและเพอื่ ตรวจสอบสมมุติฐานที่ไดต้ ้งั ไว้ ซ่ึงข้นั ตอนในการทางานประกอบดว้ ยการกาหนดปัญหา การต้งั สมมุติฐาน การออกแบบการทดลอง การแปลผลและสรุปผลการทดลอง 2. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทสารวจ เป็นกิจกรมการศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลจาก ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ศึกษาความรู้ท่ีมอี ยหู่ รือเป็ นอยใู่ นธรรมชาตแิ ละ ส่ิงแวดลอ้ มโดยใชว้ ธิ ีการสารวจและรวบรวมขอ้ มูล แลว้ นาขอ้ มูลเหล่าน้นั มาจดั กระทา แลว้ นาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 3. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทการพฒั นาหรือการประดิษฐ์ เป็นการประดิษฐส์ ่ิง ใหม่ที่ยงั ไม่เคยมีมาก่อนหรือการปรับปรุงอุปกรณ์ หรือส่ิงประดิษฐท์ ่ีมีอยแู่ ลว้ ใหใ้ ชง้ านไดด้ ีกวา่ เดิม หรืออาจเป็นการเสนอปรบั สรา้ งแบบจาลองทางความคิด เพอื่ แกป้ ัญหาใดปัญหาหน่ึง 4. โครงงานคณิตศาสตร์ประเภทการสรา้ งทฤษฎีหรือการอธิบาย เป็นโครงงานท่ผี ทู้ า จะตอ้ งเสนอแนวคดิ ใหม่ๆ ในการอธิบายเร่ืองใดเรื่องหน่ึงอยา่ งมีเหตุผล มีหลกั การทางคณิตศาสตร์ หรือมีทฤษฎีมาสนบั สนุน หรือเป็นการอธิบายปรากฏการณ์เก่าในแนวใหม่ อาจเสนอในรูป คาอธิบาย สูตร หรือสมการ โดยมีขอ้ มูลหรือทฤษฎีสนบั สนุน 5. ข้นั ตอนการทาโครงงานคณติ ศาสตร์ การทาโครงงานคณิตศาสตร์ มีการดาเนินงานหลายข้นั ตอน ดงั น้ี 1. การคดิ จะเลือกหวั ขอ้ ปัญหาท่จี ะศกึ ษา 2. การวางแผนในการทาโครงงาน 3. การลงมือทาโครงงาน 4. การเขียนรายงาน
88 5. การแสดงผลงาน 1. การเลือกหัวข้อปัญหาที่จะศึกษา เป็ นข้นั ตอนทส่ี าคญั ท่ีสุดและยากทสี่ ุด หวั ขอ้ เรื่องของโครงงานควรมีความ เฉพาะเจาะจงและชดั เจน และควรเป็ นเร่ืองแปลกใหม่ ซ่ึงแสดงถึงความคิดสรา้ งสรรคด์ ว้ ย หวั เรื่อง ควรไดม้ าจากความสนใจ ความสงสยั และความอยากรู้อยากเห็นท้งั ในหอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน ข้อควรคำนึงเกย่ี วกับกำรเลือกหัวข้อเร่ืองท่ีจะทำโครงงำน 1. เหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ 2. เหมาะสมกบั ความสามารถ 3. วสั ดุอุปกรณ์ท่จี าเป็นตอ้ งใช้ 4. งบประมาณเพยี งพอ 5. ระยะเวลาท่ีใชท้ าโครงงาน 6. มีอาจารยห์ รือผทู้ รงคุณวฒุ ิเป็นทีป่ รึกษา 7. ความปลอดภยั 8. มีแหล่งความรูห้ รือเอกสารเพยี งพอที่จะคน้ ควา้ 2. การวางแผนในการทางาน ข้นั ตอนน้ีเป็นการวางแผนในการทาโครงงาน รวมถึงการเขียนเคา้ โครงงานของ โครงงานเพอื่ ใหด้ าเนินการเป็ นไปอยา่ งรดั กมุ และรอบคอบ เคา้ โครงของโครงงานโดยทวั่ ไปๆ ไป เขียนข้ึนเพอื่ แสดงแนวคดิ แผนงานและข้นั ตอน ของการทาโครงงาน ซ่ึงประกอบดว้ ย 1. ชื่อโครงงาน 2. ชื่อผทู้ าโครงงาน 3. ชื่อท่ีปรึกษาโครงงาน 4. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน 5. จดุ มุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ 6. สมมุตฐิ านของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 7. วธิ ีดาเนินงาน - วสั ดุอุปกรณ์ทต่ี อ้ งใช้ - แนวการศึกษาคน้ ควา้ 8. แผนปฏิบตั งิ าน 9. ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
89 10. เอกสารอา้ งอิง 3. การลงมอื ทาโครงงาน เมื่อเคา้ โครงของโครงงานผา่ นความเห็นชอบของทป่ี รึกษาโครงงานแลว้ เริ่มลงมือทา โครงงาน โดยปฏบิ ตั ติ ามแผนดาเนินงาน อาจเปล่ียนแปลงหรือเพม่ิ เตมิ จากแผนงานทว่ี างไวใ้ นตอน แรกบา้ งก็ได้ เมื่อดาเนินงานครบถว้ นตามข้นั ตอนไดข้ อ้ มูลแลว้ ควรมีการตรวจสอบผลการทดลอง ดว้ ยการทดลองซ้า หลงั จากน้นั ทาการวเิ คราะหข์ อ้ มูล แปลผลและสรุปผลการศึกษาคน้ ควา้ พร้อม ท้งั อภิปรายผลการศกึ ษา 4. การเขยี นรายงาน การเขยี นรายงานควรใชภ้ าษาทีอ่ ่านเขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน ส้นั ๆ และตรงไปตรงมาโดยให้ ครอบคลุมหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ช่ือโครงงาน 2. ช่ือผทู้ าโครงงาน 3. ช่ือทปี่ รึกษาโครงงาน 4. บทคดั ยอ่ 5. ทม่ี าและความสาคญั ของโครงงาน 6. จุดมุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ 7. สมมุตฐิ านของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 8. วธิ ีดาเนินการ แยกเป็น 2 หัวขอ้ ยอ่ ย - วสั ดุอุปกรณ์ - วธิ ีดาเนินการ 9. ผลการศึกษาคน้ ควา้ 10. สรุปและขอ้ เสนอแนะ 11. คาขอบคุณ 12. เอกสารอา้ งอิง 5. การแสดงผลงาน การแสดงผลงานเป็นงานข้นั สุดทา้ ยและสาคญั อกี ประการหน่ึงของการทาโครงงาน การวางแผนการออกแบบเพอ่ื จดั แสดงโครงงานน้นั มีความสาคญั เทา่ ๆ กบั การทาโครงงานการ แสดงผลงานน้นั อาจทาไดใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ กนั เช่น การแสดงในรูปนิทรรศการ รูปของการรายงาย ปากเปล่า การแสดงผลควรใหค้ รอบคลุมประเดน็ สาคญั ดงั ต่อไปน้ี 1. ชื่อโครงงาน ช่ือผทู้ าโครงงาน ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน 2. คาอธิบายยอ่ ๆหรือเหตุจูงใจในการทาโครงงานและความสาคญั ของโครงงาน
90 3. วธิ ีดาเนินการ 4. การสาธิตหรือแสดงผลทไ่ี ดจ้ ากการทดลอง 5. ผลการสงั เกตหรือขอ้ มูลเด่น ๆ ที่ไดจ้ ากการทาโครงงาน การจดั นิทรรศการแสดงโครงงานคณิตศาสตร์น้ัน ใหค้ านึงถึงส่ิงตา่ ง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ความปลอดภยั ของการจดั แสดง 2. ความเหมาะสมกบั เน้ือหาทีท่ จ่ี ดั แสดง 3. คาอธิบายที่เขยี นแสดง ใหเ้ นน้ เฉพาะประเด็นทส่ี าคญั และน่าสนใจ 4. จดั รูปที่ดึงดูดความสนใจ 5. ใชต้ ารางและรูปภาพประกอบ 6. สิ่งท่แี สดงทุกอยา่ งตอ้ งถูกตอ้ ง 7. ในกรณีทีเ่ ป็นส่ิงประดิษฐส์ ิ่งน้นั ควรอยใู่ นสภาพทที่ างานไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ การแสดงผลงานผนู้ าเสนอผลงานจะตอ้ งอธิบายหรือรายงานปากเปล่าถึงขอ้ มูลเกี่ยวกบั โครงงานทจี่ ดั ทาข้นึ โดยในการอธิบายน้นั ใหค้ านึงถึงส่ิงตา่ ง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ตอ้ งทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั เร่ืองท่ีจะอธิบายเป็ นอยา่ งดี 2. คานึงถึงความเหมาะสมของภาษาท่ใี ชก้ บั ระดบั ของผฟู้ ัง ชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย 3. ควรรายงานอยา่ งตรงไปตรงมา ไม่วกวน 4. พยายามหลีกเล่ียงการอ่านรายงานใหผ้ ชู้ มฟัง 5. อยา่ ท่องจารายงาน เพราะจะทาใหไ้ ม่น่าสนใจและไม่เป็ นธรรมชาติ 6. ขณะท่รี ายงานน้นั ควรมองผฟู้ ัง 7. เตรียมตวั ตอบคาถามเก่ียวกบั เรื่องน้นั ๆ 8. เวลาตอบคาถามใหต้ อบอยา่ งตรงไปตรงมาในสิ่งท่ีถาม 9. หากตดิ ขดั ในการอธิบายควรยอมรับโยดี อยา่ กลบเกลื่อนหรือหลีกเล่ียง 10. ควรรายงานใหเ้ สร็จภายในระยะเวลาท่ีกาหนด 11. ควรใชส้ ่ือประเภทโสตทศั นป์ กรณ์ประกอบการรายงาน การทาแผงสาหรบั แสดงโครงงานคณิตศาสตร์ ใหจ้ ดั ทาแผงสาหรับแสดงโครงงานคณิตศาสตร์ตามขนาดดงั น้ี แผน่ ก1, ก2 ขนาด 60 ซม. X 60 ซม. แผน่ ข ขนาด 60 ซม. X 120 ซม. ติดบานพบั มีห่วงรบั และขอสบั ทามุมฉากกบั ตวั แผน่ กลาง ดงั รูป
91 6. การประเมนิ ผลโครงงานคณติ ศาสตร์ การประเมินผลโครงงานเป็นกิจกรรมท่จี าเป็ นและมีความสาคญั อีกกิจกรรมหน่ึงใน กระบวนการจดั แสดงโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียน ตามปกตคิ รุผสู้ อนจะเป็นผปู้ ระเมิน โครงงานโดยกาหนดเกณฑก์ ารพจิ ารณา 5 ดา้ น ดงั น้ี 1. ความรูค้ วามเขา้ ใจในเร่ืองท่ีจะทา 2. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ที่ใชแ้ กป้ ัญหาทางการศึกษา 3. ความคิดสร้างสรรค์ 4. การเขียนรายงาน 5. การจดั แสดงโครงงานและการอภิปรายปากเปล่า 1. ความรูค้ วามเขา้ ใจในเร่ืองท่ีจะทา โดยพจิ ารณาจาก 1.1 การใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม 1.2 การใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์ถูกตอ้ งและเหมาะสม 1.3 มีความเขา้ ใจในหลกั การสาคญั ๆ ของเร่ืองท่ีทา 1.4 การไดร้ บั ความรู้เพม่ิ เติมจากการทาโครงงานนอกเหนือจาก ท่เี รียนหลกั สูตรปกติ 2. การใชว้ ธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ใชแ้ กป้ ัญหาทางการศึกษา โดยพจิ ารณาจาก 2.1 การสงั เกตทนี่ ามาสู่ปัญหา 2.2 มีการศึกษาคน้ หาขอ้ มูลหรือขอ้ เทจ็ จริงตา่ ง ๆ เพื่อเป็น พ้นื ฐานเก่ียวกบั เรื่องท่กี าลงั ศึกษา เหมาะสมและต้งั สมมุตฐิ านที่ถูกตอ้ งชดั เจน 2.3 การออกแบบการทดลองหรือการประดิษฐม์ ีความสอดคลอ้ ง กบั ปัญหาหรือสมมุตฐิ านเพยี งใด
92 2.4 การวดั และการควบคุมตวั แปรตา่ ง ๆ กระทาไดค้ รบ ถูกตอ้ ง อุปกรณ์ และเครื่องมอื ทเ่ี ลือกใชเ้ หมาะสมการรวบรวมขอ้ มูล กระทาไดล้ ะเอียดถูกตอ้ งตรงจดุ ประสงคท์ ีต่ อ้ งการการศึกษา การบนั ทึกขอ้ มูลมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม 2.5 การแปลความหมายและการสรุปผลมีความสอดคลอ้ งกบั ผล ทไ่ี ดม้ าก-นอ้ ยเพยี งใด 3. ความคิดสรา้ งสรรค์ โดยพจิ ารณาจาก 3.1 ปัญหาหรือเร่ืองท่ีทามีความสาคญั และมีความแปลกใหม่ เพยี งใด 3.2 ไดม้ ีการดดั แปลง เปลี่ยนแปลงหรือเพมิ่ เตมิ แนวความคดิ ที่ แปลกใหม่ลงไปในโครงงานที่ทามาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.3 มีการคิดและใชว้ ธิ ีการทใ่ี หม่ แปลก ในการควบคุมหรือวดั ตวั แปร หรือเก็บรวบรวมขอ้ มูลตา่ ง ๆ มาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.4 การเลือกและนาวสั ดุอุปกรณ์มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 3.5 ความสามารถในการเสนอแนะประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จาก โครงงาน 4. การเขียนรายงาน โดยพจิ ารณาจาก 4.1 ความถูกตอ้ งของแบบฟอร์มครอบคลุมหวั ขอ้ ท่สี าคญั แบง่ เป็ นทลี่ ะหวั ขอ้ ออกอยา่ งชดั เจน 4.2 เสนอสาระในแต่ละหวั ขอ้ ถูกตอ้ ง ชดั เจน รดั กมุ สละสลวย 4.3 การแสดงหลกั ฐานการบนั ทกึ ขอ้ มูลอยา่ งเพยี งพอ ตอ่ เนื่อง และเป็ นระเบียบ 4.4 การออกแบบการนาเสนอขอ้ มูลชดั เจน รัดกมุ และเหมาะสม 4.5 การอภิปรายผลอยา่ งมีเหตุผล 5. การจดั แสดงโครงงานและการอภิปรายปากเปล่า โยพจิ ารณาจาก 5.1 การจดั แสดงโครงงานไดน้ ่าสนใจ ตลอดจนการออกแบบ และติดต้งั สวยงาม 5.2 การเขียนคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ชดั เจน เขา้ ใจง่าย 5.3 การจดั แสดงวสั ดุอุปกรณ์ครบถว้ น 5.4 การอภิปรายชดั เจนและใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง 5.5 การตอบคาถามถูกตอ้ งและคล่องแคล่ว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244