Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Published by kittipakorn, 2021-10-17 10:37:42

Description: การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคณิตศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

Search

Read the Text Version

193 7. กิจกรรมการเรียนการสอน คาบที่ 9 ข้นั นา ครูอธิบายถึงสิ่งท่ีควรคานึงถึงในการลงมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมใหน้ กั เรียนทราบ เพอ่ื เป็น แนวทางในการดาเนินงาน คือ 1. ข้นั ตอนการดาเนินงานตามโครงงาน จดั ไดว้ า่ เป็นข้นั ตอนสาคญั อีกประการหน่ึงของ โครงงานเรียกไดว้ า่ เป็ นข้นั ตอนทตี่ อ้ งลงมือปฏิบตั ิตามโครงงานท่ีวางไว้ เพอ่ื ให้โครงงานน้นั เป็นไปตามลาดบั ข้นั 2. ข้นั ตอนการเขียนรายงานทเี่ กี่ยวกบั โครงงาน เป็นวธิ ีส่ือที่มีประสิทธิภาพดว้ ยความเรียง ท่ีกะทดั รดั อ่านแลว้ เขา้ ใจงา่ ย ส้นั ๆ ตรงไปตรงมา โดยใหค้ รอบคลุมทกุ หวั ขอ้ ข้นั สอน ใหน้ กั เรียนแบ่งตามกลุ่มไปทากิจกรรมตามข้นั ตอนของแต่ละกลุ่ม 1. ครูนกั เรียนศกึ ษา ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 5 ใหศ้ ึกษา 2. ข้นั การเขียนรายงานท่ีเกี่ยวกบั โครงงาน มีอะไรบา้ ง ข้นั สรุป 1. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปวา่ ในการทาโครงงาน มีลาดบั ข้นั ตอนการดาเนินตาม โครงงาน และการเขยี นรายงานโครงงานอยา่ งไรบา้ ง 2. ก่อนหมดเวลา 5 นาที ครูใหต้ วั แทนออกมารับแบบประเมินความกา้ วหนา้ ในการ ดาเนินงานและใหน้ กั เรียนทาแบบประเมินน้นั เมื่อทาเสร็จแลว้ ส่งคืนใหค้ รูเพอื่ เก็บเขา้ แฟ้มตอ่ ไป คาบที่ 10 ข้นั นา 1. ครูนกั เรียนศกึ ษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 5 ให้ศกึ ษา ต่อ 2. ครูอธิบายและเนน้ ถึงเวลาท่นี กั เรียนวางไวใ้ นเคา้ โครงงาน ใหป้ ฏบิ ตั กิ ิจกรรมใหไ้ ด้ ตามทีก่ าหนดไว้ ข้นั สอน 1. ก่อนหมดเวลา 5 นาที ครูใหต้ วั แทนออกมารับแบบประเมินความกา้ วหนา้ ในการ ดาเนินงานและใหน้ กั เรียนทาแบบประเมินน้นั เม่ือทาเสร็จแลว้ ส่งคนื ใหค้ รูเพอ่ื เก็บเขา้ แฟ้มตอ่ ไป ข้นั สรุป ก่อนหมดเวลา 5 นาที ใหน้ กั เรียนทาแบบประเมินความกา้ วหนา้ ในการดาเนินงานของแต่ ละกล่มุ แลว้ ใหน้ กั เรียนส่งใหค้ รูเพอื่ เกบ็ เขา้ แฟ้มตอ่ ไป

194 8. ส่ือการเรียนการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 5 - ข้นั ตอนการดาเนินงานตามโครงงาน มีอะไรบา้ ง - ข้นั ตอนการเขยี นรายงานทเ่ี กี่ยวกบั โครงงาน มีอะไรบา้ ง - แบบทดสอบการเขยี นรายงานโครงงาน - แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ในการดาเนินงาน 9. การวดั ผลและประเมินผล 1. ครูควรเดินดูตามกลุ่มของนกั เรียนในขณะปฏิบตั ิกิจกรรมแลว้ สงั เกตการณ์ทากิจกรรม ของแต่ละกลุ่ม 2. แบบประเมินผลความกา้ วหนา้ ในการดาเนินงาน 3. แบบทดสอบการเขยี นรายงานโครงงานใน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน คณิตศาสตร์ ชุดท่ี 5 10. กจิ กรรมเสนอแนะ (เพ่มิ เตมิ ) .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. 11. บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. .................................................................................................................................... ลงชื่อ ครูผ้สู อน (นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ด)ี

195 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณติ ศาสตร์ ชุดท่ี 5 การดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนการเขียนรายงาน โดย นางอุมาพร พมิ พ์ภักดี ครูชานาญการพเิ ศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ อาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25

196 คานา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 5 การดาเนินงานตามโครงงานและ ข้ันตอนการเขียนรายงาน จดั ทาข้ึนเพือ่ ให้นักเรียนสามารถแสดงแนวคิดเรื่องการดาเนินงานตาม โครงงานและข้นั ตอนของการเขียนรายงาน โดยนกั เรียนสามารถแสวงหาความรู้เพิ่มเติม คิดเป็ น ทาเป็ น แกป้ ัญหาเป็ น เขา้ ใจวธิ ีการทาโครงงานคณิตศาสตร์ และสรุปองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ ง มีประสิทธิภาพ ผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยง่ิ ว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ จะเป็ น ประโยชน์ตอ่ นกั เรียนและผทู้ ี่สนใจเรียนรูเ้ ก่ียวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ผจู้ ดั ทา

สารบญั 197 คาช้ีแจงสาหรบั นกั เรียน หนา้ บทบาทของครูผสู้ อน 1 บทบาทของผเู้ รียน 2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 3 แบบฟอร์มการเขียนรายงานโครงงาน 4 แบบประเมินความกา้ วหนา้ ในการดาเนินงานตามเคา้ โครงงาน 5 ใบความรู้ท่ี 1 7 ใบความรู้ท่ี 2 8 ใบความรู้ที่ 3 9 แบบทดสอบ เรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน 10 เฉลยแบบทดสอบ เร่ือง การเขยี นรายงานโครงงาน 12 แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน 14 15

198 คาชี้แจงสาหรับนักเรียน คาชี้แจง 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดที่ 5 มีกิจกรรมใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิเป็ นรายบคุ คลและ กลุ่ม 2. ใบงานสาหรบั ทาเป็นรายบุคคล ใบกิจกรรมสาหรบั กิจกรรมกลุ่ม เม่ือนกั เรียน เขา้ กลุ่มเรียบรอ้ ยแลว้ ใหเ้ ลือกประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม สมาชิกท่เี หลือช่วยกนั ปฏิบตั ิ กิจกรรมกลุ่ม 3. ศกึ ษารายละเอียดของใบความรูใ้ หเ้ ขา้ ใจ เม่ือมีขอ้ สงสยั ควรวกั ถามครูผสู้ อน ก่อนที่จะดาเนินกิจกรรมตามลาดบั ข้นั ตอนในใบความรู้ 4. นกั เรียนควรปฏบิ ตั ติ นเป็ นผปู้ ฏิบตั ทิ ีด่ ี คอื ไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอ่ืนๆ ให้ ความร่วมมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมกลุ่มทกุ กิจกรรม และตอ้ งมีความซ่ือสตั ย์

199 บทบาทของครูผู้สอน บทบาทของครูผสู้ อน มีดงั น้ี 1. ผสู้ อนเป็นผูจ้ ดั ทาให้เกิดการเรียนรู้ กาหนดบริบทของการเรียนรู้ใหผ้ เู้ รียนใชค้ วามคดิ ให้ ซบั ซอ้ นยงิ่ ข้ึนกาหนดใหผ้ เู้ รียนเห็นปัญหาที่มีขอบเขตกวา้ งขวาง กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนเห็นวา่ ปัญหาน้นั เป็นปัญหาของเขา 2. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมโดยควบคุมกระบวนการการเรียนรู้ใหบ้ รรลุ เป้าหมาย ตามท่กี าหนดไว้ 3. เป็ นผูช้ ้ีแนะไม่ใช่ช้ีนา แสดงความคดิ เห็นและใหข้ อ้ มูลทเ่ี ป็นประโยชนแ์ ก่ผเู้ รียนตาม โอกาสที่เหมาะสม (ตอ้ งคอยสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผเู้ รียนและบรรยากาศการเรียน ทเี่ กิดข้ึนอยตู่ ลอดเวลา) 4. เปิ ดโอกาสใหผ้ ูเ้ รียนรู้จกั สงั เกต มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนโดยทว่ั ถึงกนั ตลอดจน รบั ฟังและสนบั สนุนส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ผเู้ รียนยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผเู้ รียนยอมรับความ แตกต่างระหวา่ งบุคคล 5. มีปฏสิ มั พนั ธท์ ด่ี ีกบั ผเู้ รียนทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนการสอนเกิดความเป็ นกนั เอง และมี ความเป็ นมิตรทีด่ ีตอ่ กนั คอยช่วยแกป้ ัญหาใหผ้ ูเ้ รียนครูจึงควรมีความเป็ นมิตร 6. ช่วยเชื่อมโยงความคิดเห็นของผเู้ รียนและสรุปผลการเรียนรูต้ ลอดจนส่งเสริมและนา ทางให้ ผเู้ รียนไดร้ ู้วธิ ีวเิ คราะหพ์ ฤติกรรมการเรียนรู้เพอื่ ผเู้ รียนจะไดน้ าไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ 7. การจดั เวลาสอนควรจดั ใหย้ ดื หยนุ่ เหมาะสมกบั เวลาทใี่ หผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั ิ กิจกรรม ผสู้ อนตอ้ งพยายามเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมอื ปฏิบตั กิ ิจกรรมภายในเวลาทีเ่ หมาะสมไม่ มากหรือนอ้ ยไป

200 บทบาทของผู้เรียน บทบาทของผเู้ รียน มีดงั น้ี 1. ผเู้ รียนจะมีบทบาทเป็นผปู้ ฏบิ ตั ิและสร้างความรูไ้ ปพรอ้ ม ๆกนั 2. มีปฏิสมั พนั ธก์ บั ผเู้ รียนดว้ ยกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม แลกเปล่ียนเรียนรู้ ยอมรับ ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น ฝึกความเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ดี ี 3. มีความกระตอื รือร้นในการเรียนรูม้ ีความยนิ ดีร่วมกิจกรรมทุกคร้ังดว้ ยความสมคั รใจ 4. เรียนรู้ไดเ้ องกลา้ แสดงออก กลา้ เสนอความคิดอยา่ งสรา้ งสรรคร์ ู้จกั แสวงหาความรูจ้ าก แหล่ง ความรู้ต่าง ๆทม่ี ีอยดู่ ว้ ยตนเอง 5. ตดั สินปัญหาตา่ ง ๆอยา่ งมีเหตุผลเคารพกตกิ าทางสงั คม รับผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม 6. มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้เดิมเขา้ กบั ความรู้ใหม่ มีผลงานท่ีสรา้ งสรรค์ 7. วเิ คราะห์พฤติกรรมของตนเองและผอู้ ื่นได้ 8. ใหค้ วามช่วยเหลือกนั และกนั รูจ้ กั รบั ผดิ ชอบงานที่ตนเองทาอยแู่ ละท่ไี ดร้ ับมอบหมาย

201 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ นกั เรียนแนวทางในการดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนของการเขยี นรายงาน ไดส้ ามารถอธิบาย ด้านทกั ษะ นกั เรียนสามารถแสดงแนวคิดเร่ืองการดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนของ การเขียนรายงานได้ นกั เรียนใชภ้ าษาสื่อความหมาย และการดาเนินงานตามโครงงานและข้นั ตอนของ การเขยี นรายงานได้ นกั เรียนแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ การประเมิน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คาตอบและนาเสนอความคดิ เห็นเก่ียวกบั การเขียนเคา้ โครงงาน คณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม นกั เรียนตระหนกั ถึงความสมเหตุสมผลของคาตอบท่ไี ด้ ด้านคณุ ลักษณะ นกั เรียนตระหนกั ในคุณค่าและมีเจตคตทิ ด่ี ีตอ่ คณิตศาสตร์ นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบ นกั เรียนทางานเป็นระบบ รอบคอบ นกั เรียนมีวจิ ารณญาณ นกั เรียนมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง

202 แบบฟอร์มการเขยี นรายงานโครงงาน 1. ช่ือโครงงาน ................................................................................................................................... 2. ชื่อผทู้ าโครงงาน ................................................................................................................................... 3. ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน .................................................................................................................................. 4. บทคดั ยอ่ ........................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………… …………………………….……..………………………………………………………. …………………………………………………………………..………………………… 5. ทมี่ าและความสาคญั ของโครงงาน ............................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………. 6. จดุ มุ่งหมายของการศึกษาคน้ ควา้ ............................................................................................................................................ ……………………………………………………………………………………………. 7. สมมุตฐิ านของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี)................................................................................. ……………………………………………………………………………………………. 8. วธิ ีดาเนินการ อาจแบ่งเป็ น 2 ขอ้ ยอ่ ย คือ 8.1 วสั ดุอุปกรณ์ .................................................................................................................................... 8.2 วธิ ีดาเนินการทอดลอง ..................................................................................................................................... ....................................................................................................................................... .......................................................................................................................................

203 9. ผลการศึกษาคน้ ควา้ ........................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… 10. สรุปและขอ้ เสนอแนะ ............................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… 11. คาขอบคุณ ............................................................................................................................................ …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… 12. เอกสารอา้ งอิง ........................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………

204 แบบประเมนิ ความก้าวหน้าในการดาเนินงานตามเค้าโครงงาน กล่มุ ท.่ี ....................ห้อง.........อาจารย์ทปี่ รึกษา............................................................. ยังไม่ ดาเนินการ ดาเนินการ ดาเนินการ ดาเนินการ ปัญหาขณะ ดาเนินการ 30-50% 51-70% 71-90% 90% ขนึ้ ไป ดาเนินการ 1.การทดลองผล 2.การทาแผน่ ชาร์ต 3.การทาแผงแสดง โครงงาน 4.การทาโมเดล 5.การทาแผน่ พบั 6.การทารายงาน เป็ นรูปเล่ม ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ……………………………………………………………......…………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… …………………………………….……………………………………………………………

205 ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ข้นั ตอนการดาเนินงานตามโครงงาน ข้นั ตอนการดาเนินงานตามโครงงาน 1. เตรียมวสั ดุอุปกรณ์และสถานท่ใี หพ้ รอ้ มก่อนลงมือปฏิบตั ิ 2. มีสมุดบนั ทึกกิจกรรมประจาวนั วา่ ไดท้ าอะไรไป ไดผ้ ลอยา่ งไร มีปัญหาและขอ้ คิดเห็น อยา่ งไร 3. ปฏิบตั กิ ิจกรรมดว้ ยความรอบคอบ และบนั ทกึ ขอ้ มูลไวใ้ หเ้ ป็ นระเบียบและครบถว้ น 4. คานึงถึงความประหยดั และความปลอดภยั ในการทางาน 5. พยายามทาตามแผนงานท่ีวางไวใ้ นตอนแรก แต่อาจเปล่ียนแปลงหรือเพม่ิ เติมบา้ ง หลงั จากทไ่ี ดเ้ ริ่มตน้ ทางานไปแลว้ ถา้ คิดวา่ จะทาผลงานดีข้ึน 6. ควรปฏิบตั กิ ารทดลองซ้าเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลที่เชื่อถอื ไดม้ ากข้ึน 7. ควรแบง่ งานเป็นส่วนยอ่ ยๆ และทาแตล่ ะส่วนใหส้ าเร็จ ก่อนทาส่วนอ่ืนตอ่ ไป 8. ควรทางานส่วนที่เป็นหลกั สาคญั ๆ ใหเ้ สร็จก่อนแลว้ จงึ ทาส่วนที่เป็ นส่วนประกอบ หรือส่วนเสริมเพอื่ ตกแตง่ โครงงาน 9. อยา่ ทางานต่อเนื่องจนเหมื่อยลา้ จะทาใหข้ าดความระมดั ระวงั 10. ถา้ เป็ นโครงงานประเภทส่ิงประดิษฐ์ ควรคานึงถึงความคงทนแขง็ แรง และขนาดที่ เหมาะสมกบั สิ่งประดิษฐน์ ้นั

206 ใบความรู้ที่ 2 เร่ือง ข้นั ตอนการดาเนนิ งานเขยี นราบงานโครงงาน ข้นั ตอนการดาเนินงานเขยี นรายงานเกย่ี วกบั โครงงาน เมื่อดาเนินการทาโครงงานจนครบข้นั ตอน ไดข้ อ้ มูลแลว้ นามาทาการวเิ คราะหข์ อ้ มูล พร้อม ท้งั แปรผล และสรุปผล งานข้นั ตอ่ ไปท่ีตอ้ งทาคอื การเขียนรายงาน การเขียนรายงานท่เี ก่ียวกบั โครงงาน เป็นวธิ ีสื่อความหมายท่มี ีประสิทธิภาพวธิ ีหน่ึง เพอ่ื ใหค้ น อ่ืนๆ เขา้ ใจถึงแลว้ ความคดิ วธิ ีดาเนินการศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ผลทไ่ี ดต้ ลอดจนขอ้ สรุปและ ขอ้ เสนอแนะต่างๆ เก่ียวกบั โครงงานน้นั

207 ใบความรู้ที่ 3 เรื่อง การเขยี นรายงานโครงงาน การเขียนรายงาน ควรจะใชภ้ าษาท่อี ่านเขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน ส้นั ๆ และตรงไปตรงมา โดยใหค้ รอบคลุมหวั ขอ้ ตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปน้ี 1. ชื่อโครงงาน 2. ช่ือผทู้ าโครงงาน 3. ชื่อทป่ี รึกษาโครงงาน 4. บทคดั ยอ่ อธิบายถึงที่มาและความสาคญั ของโครงงาน วตั ถุประสงค์ วธิ ีดาเนินการ และผลทีไ่ ด้ ตลอดจนขอ้ สรุปตา่ ง ๆ อยา่ งยอ่ ๆ ประมาณ 300-350 คา 5. ท่มี าและความสาคญั ของโครงงาน อธิบายถึงความสาคญั ของโครงงาน เหตุผลทเี่ ลือกทาโครงงานน้ีและหลกั การหรือ ทฤษฎีท่ีเกี่ยวกบั โครงงานเรื่องท่ที าเป็ นเรื่องใหม่หรือมีผอู้ ่ืนเคยศึกษามาบา้ งแลว้ ถา้ มีผล เป็ นอยา่ งไร เรื่องทีท่ าน้ีไดข้ ยายเพม่ิ เติม หรือปรบั ปรุงจากเรื่องที่ผอู้ ื่นเคยทาไวอ้ ยา่ งไร บา้ ง หรือเป็นการทาซ้าเพอื่ ตรวจสอบผล 6. จุดมุ่งหมายของการศกึ ษาคน้ ควา้ 7. สมมุติฐานของการศึกษาคน้ ควา้ (ถา้ มี) 8. วธิ ีดาเนินการ อาจแบง่ เป็น 2 ขอ้ ยอ่ ย คือ 8.1 วสั ดุอุปกรณ์ 8.2 วธิ ีดาเนินการทดลอง 9. ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ นาเสนอขอ้ มูลหรือผลการทดลองต่างๆ ทสี่ งั เกตรวบรวมได้ รวมท้งั เสนอผลการ วเิ คราะห์ขอ้ มูลทว่ี เิ คราะห์ไวด้ ว้ ย 10. สรุปและขอ้ เสนอแนะ อธิบายผลสรุปทีไ่ ดจ้ ากการทาโครงงาน ถา้ มีการต้งั สมมุติฐานควรระบุดว้ ยวา่ ขอ้ มูลท่ีได้

208 สนบั สนุนคดั คา้ นสมมุตฐิ านทตี่ ้งั ไวห้ รือยงั สรุปไม่ได้ และควรกล่าวถึงการนาผลการทดลองไปใช้ ประโยชนอ์ ุปสรรคของโครงงานหรือขอ้ สงั เกตทีส่ าคญั หรือขอ้ ผดิ พลาดบางประการทเ่ี กิดข้นึ จาก การทาโครงงานน้ี รวมท้งั เสนอแนะเพอ่ื การปรบั ปรุงแกไ้ ขหากมีผศู้ กึ ษาคน้ ควา้ ในเรื่องทานองน้ี ตอ่ ไปในอนาคต 11. คาขอบคุณ โครงงานส่วนใหญม่ กั จะเป็นกิจกรรมที่ตอ้ งอาศยั ความร่วมมือจากหลายฝ่ าย ดงั น้นั เพอ่ื เป็นการเสริมสรา้ งบรรยากาศของความร่วมมือ จึงควรไดก้ ล่าวขอบคุณบคุ ลากรหรือหน่วยงานต่าง ๆท่ีมีส่วนช่วยใหโ้ ครงงานน้ีสาเร็จดว้ ยดี 12. เอกสารอา้ งอิง อา้ งอิงหนงั สือหรือเอกสารตา่ ง ๆ ท่ีผทู้ าโครงงานใชค้ น้ ควา้ หรืออ่านเพอ่ื ศึกษาหาขอ้ มูล และรายละเอียดตา่ ง ๆ ท่ีนามาใชป้ ระโยชน์ในการทาโครงงานน้ี สิ่งสาคญั ที่สุดในการเขยี นรายงานควรตระหนักไว้อยู่เสมอคอื ควรเขียนรายงานให้ ชัดเจน ใช้ศัพท์เทคนิคทีถ่ ูกต้อง ใช้ภาษาทเ่ี ข้าใจง่าย และครอบคลมุ ประเดน็ สาคญั ๆ ท้ังหมดของ โครงงาน

209 แบบทดสอบ เรื่อง การเขยี นรายงานโครงงาน ชื่อ..........................................................................................ช้ัน..........................เลขท่ี................ คาส่ัง ใหน้ กั เรียนทาเคร่ืองหมายกากบาท x ทบั หัวขอ้ ก ข ค หรือ ง ซ่ึงเป็นคาตอบท่ีถูกตอ้ ง ที่สุดเพยี งคาตอบเดียวเท่าน้นั ในแต่ละขอ้ 1. เม่ือดาเนินการทาโครงงานจนครบข้นั ตอนแลว้ ขอ้ ใดเป็ นข้นั ตอนท่จี ะตอ้ งดาเนินการตอ่ ข. การแสดลผลงงาน ข. การเขยี นรายงาน ค. การเสนอผลงาน ง. การวเิ คราะห์ผลงาน 2. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของการเขยี นรายงาน ก. ภาษาทใี่ ชต้ อ้ งเขา้ ใจและงา่ ยต่อการอ่าน ข. ขอ้ ความที่เขียนตอ้ งส้นั และชดั เจน ค. เขยี นให้ผอู้ ่านเขา้ ใจถึงแนวคิด ง. ถูกทกุ ขอ้ 3. การเขยี นรายงานใหค้ รอบคลุมหวั ขอ้ ต่างๆขอ้ ใดไม่จาเป็ น ตอ้ งมีในการเขียนรายงาน ก. เอกสารอา้ งอิง ข. ประเภทของโครงงาน ค. คาขอบคุณ ง. บทคดั ยอ่ 4. การเขียนบทคดั ยอ่ ควรเขียนประมาณกี่คา ข. 100-150 คา ข. 200-250 คา ค. 300-350 คา ง. ไม่จากดั จานวน

210 5. การเขยี นรายงานส่วนใดม่ีไม่สาคญั ในหวั ขอ้ ท่มี าและความสาคญั ของโครงงาน ก. อธิบายความสาคญั ของโครงงาน ข. บอกเหตุผลในการทาโครงงาน ค. ภูมิหลงั การทาโครงงาน ง. หลกั การและทฤษฎี 6. ขอ้ วธิ ีการดาเนินการควรอธิบายเกี่ยวกบั เร่ืองใด ก. วสั ดุอุปกรณ์ ข. ข้นั ตอนการดาเนินการ ค. รูปแบบการทาโครงงาน ง. ผลการดาเนินการ 7. ในการรายงาน ควรเขยี นคาขอบคุณในลกั ษณะใด ก. เป็ นการบอกขอบคุณส้นั ๆ อะไรก็ได้ ข. เป็ นการบรรยายถึงผมู้ ีส่วนร่วมอยา่ งละเอียด ค. เป็ นการเสริมบรรยากาศของความร่วมมือของบคุ คลที่มีส่วนร่วม ง. เขียนสรุปเป็นคนๆ ไป 8. การเขยี นขอ้ สรุป เสนอแนะ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ก. อธิบายผลสรุปทีไ่ ดจ้ ากการทาโครงงาน ข. อุปสรรคการทาโครงงานหรือขอ้ ผดิ พลาดบางประการทเี่ กิดข้นึ จากการทาโครงงาน ค. ขอ้ เสนอแนะเพอื่ ปรบั ปรุงแกไ้ ขหากมคนที่จะศกึ ษาตอ่ ง. ถูกทกุ ขอ้ 9. การเขยี นรายงาน แตกตา่ งจากการเขียนเคา้ โครงอยา่ งไร ก. การเขยี นรายงานตอ้ งมีการเขียนจอบคุณ แต่การเขียนเคา้ โครงงานไม่ตอ้ งเขียนขอบคุณ ข. การเขียนรายงานไม่ตอ้ งมีบทคดั ยอ่ แตก่ ารเขียนเคา้ โครงงานมีการเขียนบทคดั ยอ่ ค. การเขยี นรายงานไม่ตอ้ งมีขอ้ สรุป ขอ้ เสนอแนะ แต่การเขยี นเคา้ โครงงานตอ้ งมีขอ้ สรุป ง. การเขยี นรายงานไม่ตอ้ งถึงเอกสารอา้ งอิง แต่ตอ้ งมีการอา้ งอิงในตอนเขียนเคา้ โครงงาน

211 10. ส่ิงสาคญั ทีส่ ุดที่ผเู้ ขยี นรายงานควรตระหนกั ถึงขอ้ ใด ก. เขียนให้ชดั เจน ข. ใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคทถ่ี ูกตอ้ ง ค. ใชภ้ าษาที่เขา้ ใจงา่ ย ประเด็นสาคญั ๆ ท้งั หมดของโครงงาน ง. ถูกทกุ ขอ้ ******************************************************************************

212 เฉลยแบบทดสอบ เรื่อง การเขยี นรายงานโครงงาน 1. ข 2. ง 3. ข 4. ค 5. ค 6. ข 7. ค 8. ง 9. ก 10. ง

213 แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ช้นั ........................................................................................................จานวน...................คน สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ นั ท.่ี .............เดือน....................................................พ.ศ........................ พฤตกิ รรม เลข ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ทางานทนั มีส่ วนร่ วม รวม ที่ ในการ และการ คาถาม ตาม ในกจิ กรรม (20) เรียน ซักถาม หรืองานกล่มุ (4) กาหนดเวลา (4) (4) (4) (4) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23.

214 24. 25. 26. 27. 28. 29. 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. 38. 39. 40. 41. 42. 43. 44. 45. 46. 47. 48. 49. 50. ลงช่ือ ......................................ผปู้ ระเมนิ ............/............/..........

215 เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ มีดงั น้ี คะแนน 18 - 20 ดีมาก คะแนน 14 - 17 ดี คะแนน 10 - 13 พอใช้ คะแนน 0 - 9 ควรปรบั ปรุง มีเกณฑ์ให้คะแนนจากการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ คอื เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน เมื่อนกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมตามที่ตอ้ งการเป็นประจา สม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 คะแนน เมื่อนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทต่ี อ้ งการคอ่ นขา้ งจะสม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 2 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามท่ีตอ้ งการคอ่ นขา้ งนอ้ ย เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามที่ตอ้ งการนอ้ ย เกณฑ์การประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน รายการประเมิน ดมี าก(4) เกณฑ์การให้คะแนน ต้องปรับปรุง(1) ดี(3) พอใช้(2) 1.ความต้งั ใจในการ สนใจในการเรียนไม่คุย สนใจในการเรียนคุย สนใจในการเรียนคุยกนั ไม่สนใจในการ เรียน หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เลก็ นอ้ ยในขณะ เรียน เรียน และเล่นกนั ในขณะ เรียนคุยและเล่น เรี ยนเป็ นบางคร้ ัง กนั ในขณะเรียน 2.ความสนใจและการ มีการถามในหัวขอ้ ท่ตี น มกี ารถามในหวั ขอ้ ท่ี มีการถามในหัวขอ้ ทต่ี น ไม่ถามในหวั ขอ้ ซกั ถาม ไมเ่ ขา้ ใจเป็นบางคร้ัง ทตี่ นไม่เขา้ ใจ ไม่เขา้ ใจทุกเรื่องและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น และไม่ค่อยกลา้ และไม่กลา้ แสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก ส่วนมากและกลา้ แสดงออก 3.การตอบคาถาม ร่วมตอบคาถามในเรื่อง ร่วมตอบคาถามใน ร่วมตอบคาถามในเร่ือง ไม่ตอบคาถาม ทค่ี รูถามเป็นบางคร้ัง ทคี่ รูถามและตอบ เร่ืองท่ีครูถามและ และตอบคาถามถูกเป็ น คาถามถูกทกุ ขอ้ ตอบคาถามส่วนมาก ถูก บางคร้ัง 4.ทางานทนั ตาม ทางานส่งตามเวลาท่ี ทางานส่งตามเวลาท่ี ส่งงานชา้ และไม่ค่อย ส่งงานชา้ และไม่ กาหนดเวลา กาหนดและถูกตอ้ ง กาหนดและส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งชดั เจน ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง 5.มีส่วนร่วม ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมอื และช่วยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ ในกิจกรรมหรืองาน เพื่อนในการทากิจกรรม เพื่อนเป็ นส่วนใหญ่ เพื่อนในการทากิจกรรม ในขณะทา กลุ่ม ในการทากิจกรรม เป็ นบางคร้ ัง กิจกรรม

216 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ : การนาเสนอและการประเมนิ ผลโครงงานคณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พื้นฐาน ค23101 จานวนเวลา 2 ช่ัวโมง ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 3 ครูผู้สอน นางอุมาพร พิมพ์ภกั ดี ……………………………………………………………………………………………………… 1. สาระสาคญั การนาเสนอผลงานเป็ นข้นั ตอนหน่ึงทมี่ ีความสาคญั มากข้นั หน่ึง เป็ นการอธิบายถึงการทางาน ของโครงงานทีจ่ ดั ทาข้ึนและผลที่ไดร้ บั จากการศกึ ษาคน้ ควา้ ของโครงงานน้นั ๆ การเกบ็ ประเมินผลงานโครงงาน เป็นกิจกรรมหน่ึงในการนาเสนอผลงานซ่ึงในการประเมินน้ี เป็นไปเพอ่ื เกบ็ คะแนนและเป็ นส่วนหน่ึงของการประเมินผลการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ตามปกติ ถา้ ไดก้ าหนดการทาโครงงานเป็นส่วนหน่ึงของกิจกรรมการเรียนการสอนคณิตศาสตร์แบบปกติ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 5.1 : เขา้ ใจและใชว้ ธิ ีการทางสถิติในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้ มาตรฐาน ค 5.2 : ใชว้ ิธีการทางสถิตแิ ละความรูเ้ ก่ียวกบั ความน่าจะเป็นในการคาด การณ์ ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 6.4 : มีความสามารถในการเช่ือมโยงความรูต้ า่ งๆ ทางคณิตศาสตร์และ เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อื่นๆได้ มาตรฐาน ค 6.5 : มีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ 3. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงช้ัน ค 6.1.3 ใชค้ วามรู้ทกั ษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี การแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ค 6.5.1 มีความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ค 6.6.2 นาความรูแ้ ละทกั ษะท่ไี ดจ้ ากการเรยี นคณิตศาสตรไ์ ปประยกุ ตใ์ นการเรยี นรูแ้ ละ ในการดารงชีวติ

217 4. สาระการเรียนรู้ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจในโครงงานท่ีไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ น้นั ๆ 5. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถอธิบายถึงหลกั และวธิ ีการทางานที่ไดอ้ ยา่ งชดั เจน 2. นกั เรียนสามารถบอกผลของการทาโครงงานทท่ี า 3. นกั เรียนสามารถบอกขอ้ บกพร่องหรืออุปสรรคในการทาโครงงานน้ีได้ พรอ้ มท้งั ให้ ขอ้ เสนอแนะได้ 6. สาระการเรียนรู้ / เนื้อหา เป็นการนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ของนกั เรียน 7. กจิ กรรมการเรียนการสอน คาบท่ี 11-12 ข้นั นา 1. ครูใหน้ กั เรียนศึกษา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 6 2. เวลาในการนาเสนอโครงงานแตล่ ะกลุ่มประมาณ 5-7 นาที 3. ในขณะทม่ี ีการนาเสนอโครงงานใหน้ กั เรียนกลุ่มที่เหลือรับแบบประเมินไป ประเมิน ข้นั สอน ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ ข้นั สรุป ครูและนกั เรียน(กลุ่มทไ่ี มน่ าเสนอ)ร่วมกนั ชกั ถามและช้ีแนะ(เพม่ิ เติม)หลงั จากท่ี นาเสนอเสร็จแลว้ ในแต่ลกั ลุ่ม 8. ส่ือการเรียนการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 6 - แบบสอบถามความคดิ เห็นของผทู้ าโครงงานคณิตศาสตร์ - แบบประเมินความสามารถในการนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ 9. การวดั ผลและประเมนิ ผล พจิ ารณาจากแบบสอบถามและแบบประเมิน ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน คณิตศาสตร์ ชุดท่ี 6 10. กจิ กรรมเสนอแนะ (เพม่ิ เติม) ในข้นั สรุป อาจจะใชว้ ธิ ีสรุปทกุ คร้งั หลงั จากทแี่ ต่ละกลุ่มนาเสนอโครงงานเสร็จ หรือ อาจจะสรุปในตอนทา้ ยชว่ั โมงพรอ้ มกนั เลยโดยสรุปทีละกลุ่มๆ ไป

218 11. บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ลงช่ือ ครูผู้สอน (นางอมุ าพร พมิ พภ์ กั ดี)

219 ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์ ชุดท่ี 6 การนาเสนอและการประเมินโครงงานคณติ ศาสตร์ โดย นางอุมาพร พมิ พ์ภักดี ครูชานาญการพเิ ศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านไผ่ อาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 25

220 คานา ชุดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ครงงานคณิตศาสตร์ ชุดที่ 6 การนาเสนอและการประเมนิ โครงงาน คณติ ศาสตร์ จดั ทาข้ึนเพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถแสดงแนวคิดเรื่องการนาเสนอและประเมินโครงงาน คณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ สามารถประเมิน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คาตอบและนาเสนอความคดิ เห็น เกี่ยวกบั การนาเสนอและประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม อีกท้งั นกั เรียนไดเ้ รียนรู้อยา่ งมี ความสุข สามารถแสวงหาความรู้เพมิ่ เตมิ คดิ เป็ น ทาเป็ น แกป้ ัญหาเป็ น เขา้ ใจวธิ ีการทาโครงงาน คณิตศาสตร์ และสรุปองคค์ วามรูด้ ว้ ยตนเองไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยง่ิ วา่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานคณิตศาสตร์ จะเป็นประโยชน์ ต่อนกั เรียนและผทู้ สี่ นใจเรียนรู้เก่ียวกบั โครงงานคณิตศาสตร์ไดเ้ ป็ นอยา่ งดี นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี ผจู้ ดั ทา

สารบัญ 221 คาช้ีแจงสาหรับนกั เรียน หนา้ บทบาทของครูผสู้ อน 1 บทบาทของผเู้ รียน 2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 3 ใบความรู้ 4 แบบสอบถาม ความคดิ เห็นของผทู้ าโครงงานคณิตศาสตร์ 5 แบประเมินความสามารถในการนาเสนอโครงงานคณิตศาสตร์ 8 แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมนกั เรียน 10 1

222 คาชี้แจงสาหรับนักเรียน คาชี้แจง 9. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 6 มีกิจกรรมใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั เิ ป็นรายบคุ คลและ กลุ่ม 10. ใบงานสาหรบั ทาเป็นรายบุคคล ใบกิจกรรมสาหรบั กิจกรรมกลุ่ม เม่ือนกั เรียน เขา้ กลุ่มเรียบรอ้ ยแลว้ ใหเ้ ลือกประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม สมาชิกทีเ่ หลือ ช่วยกนั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่ม 11. ศกึ ษารายละเอียดของใบความรู้ใหเ้ ขา้ ใจ เมื่อมีขอ้ สงสยั ควรวกั ถามครูผสู้ อน ก่อนที่จะดาเนินกิจกรรมตามลาดบั ข้นั ตอนในใบความรู้ 12. นกั เรียนควรปฏิบตั ติ นเป็ นผปู้ ฏิบตั ทิ ่ดี ี คอื ไม่ส่งเสียงดงั รบกวนกลุ่มอื่นๆ ให้ ความร่วมมือปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุ่มทกุ กิจกรรม และตอ้ งมีความซื่อสตั ย์

223 บทบาทของครูผู้สอน บทบาทของครูผสู้ อน มีดงั น้ี 1. ผสู้ อนเป็ นผจู้ ดั ทาให้เกิดการเรียนรู้ กาหนดบริบทของการเรียนรูใ้ หผ้ เู้ รียนใชค้ วามคิดให้ ซบั ซอ้ นยง่ิ ข้ึนกาหนดใหผ้ เู้ รียนเห็นปัญหาท่ีมีขอบเขตกวา้ งขวาง กระตนุ้ ใหผ้ ูเ้ รียนเห็นวา่ ปัญหา น้นั เป็ นปัญหาของเขา 2. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ให้เหมาะสมโดยควบคุมกระบวนการการเรียนรูใ้ หบ้ รรลุเป้าหมาย ตามท่ีกาหนดไว้ 3. เป็ นผชู้ ้ีแนะไม่ใช่ช้ีนา แสดงความคดิ เห็นและใหข้ อ้ มูลทเ่ี ป็ นประโยชน์แก่ผเู้ รียนตาม โอกาสทเี่ หมาะสม (ตอ้ งคอยสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผเู้ รียนและบรรยากาศการ เรียนที่เกิดข้นึ อยตู่ ลอดเวลา) 4. เปิ ดโอกาสให้ผเู้ รียนรู้จกั สงั เกต มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนโดยทวั่ ถึงกนั ตลอดจน รบั ฟังและสนบั สนุนส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ผูเ้ รียนยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผเู้ รียน ยอมรบั ความ แตกต่างระหวา่ งบุคคล 5. มีปฏสิ มั พนั ธท์ ่ีดีกบั ผเู้ รียนทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนการสอนเกิดความเป็ นกนั เอง และมีความเป็นมิตรทดี่ ีต่อกนั คอยช่วยแกป้ ัญหาใหผ้ เู้ รียนครูจึงควรมีความเป็ นมิตร 6. ช่วยเชื่อมโยงความคดิ เห็นของผเู้ รียนและสรุปผลการเรียนรู้ตลอดจนส่งเสริมและนา ทางใหผ้ ูเ้ รียนไดร้ ู้วธิ ีวเิ คราะห์พฤตกิ รรมการเรียนรูเ้ พอื่ ผเู้ รียนจะไดน้ าไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนไ์ ด้ 7. การจดั เวลาสอนควรจดั ใหย้ ดื หยนุ่ เหมาะสมกบั เวลาทใี่ หผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏิบตั ิ กิจกรรมผสู้ อนตอ้ งพยายามเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมภายในเวลาที่ เหมาะสมไม่มากหรือนอ้ ยไป

224 บทบาทของผู้เรียน บทบาทของผเู้ รียน มีดงั น้ี 1. ผเู้ รียนจะมีบทบาทเป็นผปู้ ฏิบตั ิ และสรา้ งความรู้ไปพร้อม ๆกนั 2. มีปฏิสมั พนั ธก์ บั ผเู้ รียนดว้ ยกนั โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม แลกเปล่ียนเรียนรู้ ยอมรับ ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น ฝึกความเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ดี ี 3. มีความกระตือรือร้นในการเรียนรูม้ ีความยนิ ดีร่วมกิจกรรมทุกคร้งั ดว้ ยความสมคั รใจ 4. เรียนรูไ้ ดเ้ องกลา้ แสดงออก กลา้ เสนอความคิดอยา่ งสร้างสรรคร์ ู้จกั แสวงหาความรูจ้ าก แหล่งความรูต้ า่ ง ๆ ท่ีมีอยดู่ ว้ ยตนเอง 5. ตดั สินปัญหาตา่ ง ๆ อยา่ งมีเหตผุ ลเคารพกติกาทางสงั คม รับผดิ ชอบต่อส่วนรวม 6. มีความสามารถในการเช่ือมโยงความรู้เดิมเขา้ กบั ความรูใ้ หม่ มีผลงานทส่ี รา้ งสรรค์ 7. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมของตนเองและผอู้ ่ืนได้ 8. ใหค้ วามช่วยเหลือกนั และกนั รูจ้ กั รบั ผดิ ชอบงานที่ตนเองทาอยแู่ ละท่ีไดร้ บั มอบหมาย

225 จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถอธิบายแนวทางในการนาเสนอและประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ ได้ ด้านทกั ษะ นกั เรียนสามารถแสดงแนวคิดเร่ืองการนาเสนอและประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ ได้ นกั เรียนใชภ้ าษาส่ือความหมาย และการนาเสนอและประเมินโครงงาน คณิตศาสตร์ได้ นกั เรียนแสดงความคิดสรา้ งสรรค์ การประเมิน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ คาตอบและ นาเสนอความคิดเห็นเก่ียวกบั การนาเสนอและประเมินโครงงานคณิตศาสตร์ได้ อยา่ ง เหมาะสม นกั เรียนตระหนกั ถึงความสมเหตสุ มผลของคาตอบที่ได้ ด้านคุณลักษณะ นกั เรียนตระหนกั ในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศาสตร์ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ นกั เรียนทางานเป็นระบบ รอบคอบ นกั เรียนมีวจิ ารณญาณ นกั เรียนมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง

226 ใบความรู้ เรื่อง 1. การนาเสนอโครงงานคณติ ศาสตร์ 2. หลกั เกณฑ์การประเมนิ โครงงานคณติ ศาสตร์ การนาเสนอโครงงานคณติ ศาสตร์ การนาเสนอผลงานตอ้ งอธิบายหรือรายงานปากเปล่า หรือตอบคาถามต่าง ๆ ตอ่ ผชู้ มหรือกรรมการตดั สินโครงงาน การอธิบายตอบคาถามหรือรายงานปากเปล่าน้นั ควรไดค้ านึงถึง สิ่ง ตา่ ง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1. ตอ้ งทาความเขา้ ใจกบั เรื่องที่จะอธิบายเป็นอยา่ งดี 2. คานึงถึงความเหมาะสมของภาษาทใ่ี ชก้ บั ระดบั ผฟู้ ัง ควรใหช้ ดั จน และเขา้ ใจ งา่ ย 3. ควรรายงานอยา่ งตรงไปตรงมาไม่ออ้ มคอ้ ม 4. พยายามหลีกเลี่ยงการอ่านรายงาน แต่อาจจดหวั ขอ้ สาคญั ๆ ไดเ้ พอื่ ช่วยในการ รายงานเป็ นไปตามข้นั ตอน 5. อยา่ ทองจารายงาน เพราะทาใหด้ ูไม่เป็ นธรรมชาติ 6. ขณะรายงานควรมองตรงไปยงั ผฟู้ ัง 7. เตรียมตวั สาหรับการตอบคาถามท่เี ก่ียวกบั เรื่องน้นั ๆ 8. ตอบคาถามอยา่ งตรงไปตรงมา ไม่จาเป็ นตอ้ งกล่าวถึงสิ่งท่ีไม่ไดถ้ าม 9. หากติดขดั ในการอธิบายควรยอมรับโดยดี อยา่ กลบเกลื่อนหรือหาทางเล่ียง เป็ นอยา่ งอื่น 10. ควรรายงานใหเ้ สร็จภายในเวลาท่ีกาหนด 11. หากเป็นไปไดค้ วรใชส้ ่ือประเภทโสตทศั นูปกรณ์ประกอบการรายงานดว้ ย เช่น แผน่ ใส สไลด์ เป็นตน้

227 หลักเกณฑ์การประเมนิ โครงงานคณติ ศาสตร์ รายละเอียดเกี่ยวกบั เกณฑก์ ารพจิ ารณาประเมินผลโครงงานคณิตศาสตร์ หลกั เกณฑด์ า้ นตา่ ง ๆ ดงั น้ี 1. ความรู้ความเข้าใจในเร่ืองทที่ า พจิ ารณาจาก 1.1 การใชศ้ พั ทเ์ ทคนิคไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม 1.2 การใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์เหมาะสม 1.3 มีความเขา้ ใจหลกั การสาคญั ๆ ของเรื่องทีท่ า 1.4 การคน้ หาเอกสารอา้ งอิงถูกตอ้ งและเหมาะสม 1.5 การไดร้ บั ความรู้เพมิ่ เติมจากการทาโครงงาน นอกเหนือจากท่ีเรียน หลกั สูตรปกติ 2. การใช้วีการทางวิทยาศาสตร์ท่ใี ช้แก้ปญั หาทางการศึกษา พจิ ารณาจาก 2.1 การสงั เกตท่ีนามาสู่ปัญหา 2.2 มีการศึกษาคน้ ควา้ หาขอ้ มูลหรือขอ้ เทจ็ จริงต่าง ๆ เพอ่ื เป็ นพน้ื ฐานเก่ียวกบั เรื่องทกี่ าลงั ศกึ ษาเหมาะสมและต้งั สมมุตฐิ านถูกตอ้ งชดั เจน 2.3 การออกแบบการทดลองหรือการประดิษฐ์ มีความสอดคลอ้ งกบั ปัญหา หรือสมมุติฐานเพยี งใด 2.4 การวดั และการควบคุมตวั แปรตา่ ง ๆ กระทาไดค้ รบถูกตอ้ ง อุปกรณ์และ เครื่องมือทเ่ี ลือกใชเ้ หมาะสม การรวยรวมขอ้ มูลและกระทาไดอ้ ยา่ ง ถูกตอ้ งตรงจุดประสงคท์ ตี่ อ้ งการศกึ ษา การบนั ทกึ ขอ้ มูลมีความเป็น ระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม 2.5 การแปลความหมายและการสรุปผลมีความสอดคลอ้ งกบั ผลทไ่ี ดม้ าก- นอ้ ยเพยี งใด 3. ความคดิ สร้างสรรค์ พจิ ารณาจาก 3.1 ปัญหาหรือเรื่องที่ทาใหม้ ีความสาคญั และมีความแปลกใหม่เพยี งใด 3.2 ไดม้ ีการดดั แปลง เปลี่ยนแปลง หรือเพมิ่ เติมแนวคดิ ทแี่ ปลกใหม่ลงไปใน โครงการมาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.3 มีการคิดและใชว้ ธิ ีการท่ใี หม่ แปลก ในการควบคุมหรือวดั ตวั แปรหรือ เก็บรวบรวมขอ้ มูลต่าง ๆ มาก-นอ้ ยเพยี งใด 3.4 การเลือกและการนาวสั ดุอุปกรณ์มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 3.5 ความสามารถในการเสนอแนะประโยชน์ที่ไดร้ บั จากโครงงาน

228 4. การเขียนรายงาน พจิ ารณาจาก 4.1 ความถูกตอ้ งของแบบฟอร์ม ครอบคลุมหวั ขอ้ ทสี่ าคญั แบ่งแต่ละหวั ขอ้ ออกอยา่ งชดั เจน 4.2 เสนอสาระในแตล่ ะหวั ขอ้ ถูกตอ้ งชดั เจน รดั กุม 4.3 การแสดงหลกั ฐานการบนั ทกึ ขอ้ มูลเพยี งพอ ตอ่ เนื่องและเป็นระเบยี บ 4.4 การออกแบบการนาเสนอขอ้ มูล ชดั เจน รัดกุมและเหมาะสม 4.5 การอภิปรายผลอยา่ งมีเหตุผลและสรา้ งสรรค์ 5. การจดั แสดงโครงงานและการอภปิ รายปากเปล่า พจิ ารณาจาก 5.1 การจดั แสดงโครงงานไดน้ ่าสนใจ ตลอดจนการออกแบบและตดิ ต้งั ได้ สวยงาม 5.2 การเขียนคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย 5.3 การจดั แสดงวสั ดุอุปกรณ์ครบถว้ น 5.4 การอภปิ รายชดั เจนและใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง 5.5 การตอบคาถามถูกตอ้ งและคล่องแคล่ว

229 แบบสอบถาม ความคดิ เห็นของผู้ทาโครงงานคณติ ศาสตร์ คาชี้แจง แบบสอบถามน้ีแบง่ ออกเป็น 2 ตอน ดงั น้ี ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผทู้ าโครงงานคณิตศาสตร์ ตอนที่ 2 ความคดิ เห็นของผทู้ าโครงงานคณิตศาสตร์ ตอนที่ 1 ให้นักเรียนทาเครื่องหมาย  ลงในช่องท่ตี รงกบั ความเป็ นจริงมากท่สี ุด 1. เพศ ชาย หญงิ 2. อายุ .......................... ปี 3. ระดบั ช้นั ........................ 4. ประสบการณ์ในการทาโครงงานคณิตศาสตร์ มี ไม่มี ตอนท่ี 2 ให้นักเรียนทาเครื่องหมาย  ลงในช่องทตี่ รงกับความเป็ นจริงมากทีส่ ุด ข้อท่ี รายการพจิ ารณา มากทสี่ ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยมาก 1 ตรงกบั สิ่งทนี่ กั เรียนตอ้ งการรู้ 2 คิดวา่ จะสามารถนาความรู้ไปใชไ้ ด้ 3 มีคุณคา่ และมีประโยชน์ตอ่ การเรียน 4 ใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์ 5 ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 6 สามารถอธิบายเน้ือหาได้ 7 ความเหมาะสมของช่วงเวลาในการทา โครงงาน 8 มีอาจารยห์ รือผทู้ รงคุณวฒุ ิใหค้ วาม ช่วยเหลือได้ 9 ควรจดั ใหม้ ีการทาโครงงานอีก

230 ส่ิงที่ได้รับจากการทาโครงงานคณติ ศาสตร์ ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ข้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะในการทาโครงงาน ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. .

231 แบบประเมนิ ความสามารถในการนาเสนอโครงงานคณติ ศาสตร์ ชื่อโครงงาน ................................................................................................................................. ช้ัน / ห้อง .................................................................................................................................. ช่ือผู้ประเมนิ ................................................................................................................................ คาชี้แจง ให้นักเรียนทาเครื่องหมาย  ลงในช่องท่ีตรงกบั ความเป็ นจริงมากทส่ี ุด ลาดบั ที่ รายการพจิ ารณา ดมี าก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 1 ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทท่ี า 1.1 การใชศ้ พั ทเ์ ทคนิค 1.2 การใชห้ ลกั การทางคณิตศาสตร์ 1.3 ความเขา้ ใจในหลกั การทท่ี า 1.4 การไดร้ ับความรูเ้ พม่ิ เติม 1.5 การคน้ หาเอกสารอา้ งอิง 2 การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ทใี่ ช้ในการแก้ปัญหา 2.1 การสงั เกตการณ์นามาสู่ปัญหา 2.2 มีการศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลหรือขอ้ เทจ็ จริงต่างๆ 2.3 การออกแบบการทดลองหรือออกแบบประดิษฐ์ 2.4 การวดั และการควบคุมตวั แปรต่างๆ 2.5 การแปลความหมายและการสรุปผล 3 ความคดิ สร้างสรรค์ 3.1 ปัญหาหรือเรื่องมีความสาคญั 3.2 ไดม้ ีการดดั แปลง เปล่ียนแปลง หรือเพม่ิ เตมิ แนวคิดทแ่ี ปลกใหม่ 3.3 มีการคิดและใชว้ กี ารที่ใหม่แปลก 3.4 มีการเลือกและการนาวสั ดุมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ 3.5 มีความสามารถในการเสนอแนะประโยชน์ทไ่ี ด้

232 ลาดับที่ รายการพจิ ารณา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 การเขียนรายงาน 4.1 ความถูกตอ้ งของแบบฟอร์ม 4.2 เสนอสาระในแต่ละขอ้ 4.3 การแสดงหลกั ฐานทางการบนั ทกึ ขอ้ มูล 4.4 การออกแบบการนาเสนอขอ้ มูล 4.5 การอภิปรายผลอยา่ งมีเหตุผลและสร้างสรรค์ 5 การจกั แสดงโครงงานและการอภปิ รายปากเปล่า 5.1 การจดั แสดงโครงงาน 5.2 การเขยี นคาอธิบายในแผน่ โปสเตอร์ 5.3 การจดั แสดงวสั ดุอุปกรณ์ 5.4 การอธิบายและการใชภ้ าษาชดั เจน 5.5 การตอบคาถาม

233 แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ช้นั ........................................................................................................จานวน...................คน สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ นั ท.่ี .............เดือน....................................................พ.ศ........................ พฤตกิ รรม เลข ชื่อ-สกลุ ความต้งั ใจ ความสนใจ การตอบ ทางานทนั มีส่ วนร่ วม รวม ที่ ในการ และการ คาถาม ตาม ในกจิ กรรม (20) เรียน ซักถาม หรืองานกล่มุ (4) กาหนดเวลา (4) (4) (4) (4) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23.

234 24. 25. 26. 27. 28. 29. 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. 38. 39. 40. 41. 42. 43. 44. 45. 46. 47. 48. 49. 50. ลงชือ่ ......................................ผปู้ ระเมิน ............/............/..........

235 เกณฑ์การประเมนิ ในการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ มีดงั น้ี คะแนน 18 - 20 ดีมาก คะแนน 14 - 17 ดี คะแนน 10 - 13 พอใช้ คะแนน 0 - 9 ควรปรบั ปรุง มเี กณฑ์ให้คะแนนจากการสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ คือ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 4 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมตามทตี่ อ้ งการเป็นประจา สม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 3 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤตกิ รรมตามท่ีตอ้ งการค่อนขา้ งจะสม่าเสมอ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 2 คะแนน เมื่อนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทต่ี อ้ งการคอ่ นขา้ งนอ้ ย เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1 คะแนน เม่ือนกั เรียนแสดงพฤติกรรมตามทตี่ อ้ งการนอ้ ย เกณฑ์การประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมนักเรียน รายการประเมิน ดมี าก(4) เกณฑ์การให้คะแนน ต้องปรับปรุง(1) ดี(3) พอใช้(2) 1.ความต้งั ใจในการ สนใจในการเรียนไม่คุย สนใจในการเรียนคุย สนใจในการเรียนคุยกนั ไม่สนใจในการ เรียน หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เลก็ นอ้ ยในขณะ เรียน เรียน และเล่นกนั ในขณะ เรียนคุยและเล่น เรี ยนเป็ นบางคร้ ัง กนั ในขณะเรียน 2.ความสนใจและการ มีการถามในหัวขอ้ ทต่ี น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหัวขอ้ ทต่ี น ไม่ถามในหวั ขอ้ ซกั ถาม ไมเ่ ขา้ ใจเป็นบางคร้ัง ทตี่ นไม่เขา้ ใจ ไม่เขา้ ใจทกุ เรื่องและ ตนไม่เขา้ ใจเป็น และไม่ค่อยกลา้ และไม่กลา้ แสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก ส่วนมากและกลา้ แสดงออก 3.การตอบคาถาม ร่วมตอบคาถามในเรื่อง ร่วมตอบคาถามใน ร่วมตอบคาถามในเร่ือง ไม่ตอบคาถาม ท่ีครู ถามเป็ นบางคร้ ัง ที่ครูถามและตอบ เร่ืองท่ีครูถามและ และตอบคาถามถูกเป็ น คาถามถูกทกุ ขอ้ ตอบคาถามส่วนมาก ถูก บางคร้ัง 4.ทางานทนั ตาม ทางานส่งตามเวลาที่ ทางานส่งตามเวลาท่ี ส่งงานชา้ และไม่ค่อย ส่งงานชา้ และไม่ กาหนดเวลา กาหนดและถูกตอ้ ง กาหนดและส่วนใหญ่ ถูกตอ้ งชดั เจน ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง 5.มสี ่วนร่วม ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมอื และช่วยเหลือ ร่วมมอื และช่วยเหลือ ไม่มีความร่วมมือ ในกิจกรรมหรืองาน เพ่ือนในการทากิจกรรม เพื่อนเป็ นส่วนใหญ่ เพือ่ นในการทากิจกรรม ในขณะทา กลุ่ม ในการทากิจกรรม เป็ นบางคร้ ัง กิจกรรม

236 ชื่อผู้วิจัย ประวัตยิ ่อของผู้วจิ ยั ตาแหน่ง นางอุมาพร พมิ พภ์ กั ดี วนั เดือนปี เกิด ครู วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ ที่อยู่ปัจจบุ ัน โรงเรียนบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น 18 มกราคม 2513 E-mail Address 104/6 หมู่ 3 ถนนมิตรภาพซอย 2 ตาบลบา้ นไผ่ อาเภอบา้ นไผ่ วุฒิการศึกษา จงั หวดั ขอนแก่น 40110 [email protected] พ.ศ.2535 ศษ.บ. (ฟิสิกส์-คณิตศาสตร์) พ.ศ.2548 ศษ.ม. (บริหารการศกึ ษา)