หนว่ ยที่ 8 ขอบงาน เครือ่ งจกั รที่ใชใ้ นงานโลหะแผ่นและการบัดกรี การพบั ขอบ คือ กำรพบั ขอบโลหะแผ่น ไม่ต้องกำรควำม แขง็ แรงมำก มี 2 วิธี 1.1 การพับขอบช้นั เดียว (Hem) เปน็ กำรพบั เพม่ิ ควำม แข็งแรงทีไ่ ม่มำกนกั ใหก้ ับงำนขนำดเลก็ ระยะเผ่อื กำรพับเท่ำกับ ควำมกว้ำงของขอบพับที่ต้องกำร สตู รทีไ่ ดค้ ือ A = W A = ระยะเผ่อื รวมของกำรพบั ขอบตะเขบ็ W = ควำมกว้ำงของตะเข็บ
1.2 การพบั ขอบสองชั้น (DOUBLE HEM) ลกั ษณะกำรพบั คล้ำยกบั ขอบชั้นเดียว แตต่ ้องพับ 2 ช้ันจะทำให้ควำมแข็งแรง เพม่ิ ขนึ้ มำกกว่ำกำรพบั ขอบช้ันเดียว สตู รที่ไดค้ ือ A = 2 W 2. การเข้าขอบลวด (Wire Edges) เปน็ กำรม้วนแผ่นโลหะเพื่อหมุ้ ลวดเปน็ กำรเพิ่มควำมแข็งแรงมี ควำมแขง็ แรงมำกกว่ำขอบช้ันเดียวและขอบสองช้ัน กำรเผอ่ื ควำมกว้ำงของกำรเข้ำขอบลวดเปลี่ยนแปลงตำมขนำดสั้นผ่ำน ศูนย์กลำงของลวด สตู รการเผือ่ การเขา้ ขอบลวด A = 2.5 D
ชนดิ ของตะเขบ็
การสรา้ งแบบบนโลหะชิ้นงาน (Lay-out on Sheet Metal) 1. การสร้างแบบจากมุมฉากของขอบชิ้นงาน 2. การสรา้ งแบบจากเส้นก่งึ กลาง
1. เครื่องตัดตรงชนิดใช้เทา้ เหยียบ (Foot Squaring Shears) เครื่องจักรชนิดนี้ต้องใช้แรงตัดจำกจำกกำรใช้เท้ำเหยียบ และตัดได้เปน็ เสน้ ตรงเท่ำนั้นเพรำะใบมีดบนและใบมีดล่ำงจะอยู่คู่ กันเปน็ เสน้ ตรง ใบมีดจะเอยี งทำมุม 10 – 15 เม่อื ใบมีดกดตัดจะ มีแรงเฉอื นเหมือนกรรไกรป้องกันใบมีดรบั แรงดนั สะท้อนคืนจำก กำรกดตดั สว่ นใหญจ่ ะใช้ตัดแผ่นโลหะหนำไม่เกินเบอร์ 16
2. เครือ่ งตัดตรงดว้ ยมอเตอร์ไฟฟ้า (Power Squaring Shear) เครือ่ งตัดตรงชนิดนี้หลักกำรและวิธีกำรทำงำนเหมอื นกับ เครือ่ งตัดชนิดใช้เท้ำเหยียบเพยี งแต่ใช้พลงั งำนมอเตอร์หมนุ แทน ใช้เทำ้ เหยียบ ขนำดของเครือ่ งจะใหญ่กว่ำสว่ นมำกจะใช้ขนำด 4 ฟุต (122 ซม.) ขนึ้ ไปทีน่ ิยมใช้คือ 8 ฟุต (244 ซม.)
3. เครือ่ งพับโลหะแผน่ (Bending Sheet Machine) เปน็ เครือ่ งจักรที่ออกแบบมำสำหรับกำรพบั โลหะแผ่น รอยพบั ที่ได้จะคมสวยงำม เท่ยี งตรงกว่ำกำรพบั ดว้ ยมอื แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบโฟลเดอร์ (Folder) และแบบเบรค (Brake)
เครื่องพบั แบบโฟลเดอร์ เป็นเครือ่ งพบั ที่พบั ขอบได้ไมล่ ึก เพรำะว่ำด้ำนหลังของเครือ่ งพบั จะมี ตวั ปรบั ระยะติดต้ังและก้ันอยู่ ซึ่งเหมำะแก่กำรพับของแผ่นโลหะที่มคี วำมลกึ ไม่มำกนกั เครือ่ งพบั แบบเบรค (Brake) เป็นเครื่องพับทีส่ ำมำรถ พบั ขอบของแผ่นโลหะได้ลกึ โดยไมจ่ ำกัด เพรำะสำมำรถสอดแผ่น โลหะออกไปดำ้ นหลงั ได้
3.1 เครือ่ งพับโลหะแผน่ แบบบาร์โฟลเดอร์ (Bar Foldaer Bending Machine) เป็นเครื่องพบั ที่ใช้พับตะเขบ็ (Seam) และพับขอบ (Hem) พบั งำน ได้ไม่ลึก พับได้งำ่ ยและรวดเร็ว
3.2 เครอ่ื งพบั โลหะแผน่ แบบสแตนดารด์ แฮนด์ เบรก (Standdard–Hand Break Bending Machine) เปน็ เครือ่ งพับที่นิยมใช้กันมำก ปำกกดทบั จะทำเป็นชนิ้ ๆ มี ควำมแตกต่ำงกนั เพ่อื นำมำประกอบใช้ในกำรพับ สำมำรถพบั งำน ได้ลึก พับโลหะตำมควำมยำวได้ดี
3.3 เคร่อื งพบั โลหะแผ่นแบบบ็อกซแ์ อนดเ์ พนเบรค (Box and Pan Break Bending Machine) ส่วนประกอบต่ำง ๆ ของเครื่องคลำ้ ยกบั Standard Hand Break แตกต่ำงกนั ที่ใบกดพบั (Top nose bar) จะทำเป็นควำมยำวที่แยก ออกเป็นชิ้น มีจำนวนหลำยชนิ้ ซึ่งมีควำมยำวตำ่ งกนั หลำยขนำด
3.4 เครื่องพับแบบ Power Machine Press Break เป็นเครือ่ งพบั ซง่ึ มีวิธีกำรทำงำนคล้ำยกบั เครือ่ งพับ แบบบอ็ กซ์แอนด์เพนเบรค ผิดกันแต่ว่ำแรงทใ่ี ช้กดน้ันมำจำก เครือ่ งจกั ร (Machine) ใบพับสำมำรถถอดเปลี่ยนได้ ปำก ด้ำนล่ำงกส็ ำมำรถหมุนเปลีย่ นได้ตำมแบบที่ต้องกำรพบั ใช้ สำหรับพบั แผ่นโลหะที่มีควำมหนำ และมคี วำมยำวขอบของ แนวพบั มำก
4. เครือ่ งม้วนโลหะแผ่น (Roll Forming Machine) มหี น้ำที่ใช้ม้วนขึน้ รปู โลหะแผ่นให้เป็นลกั ษณะโค้งต่ำง ๆ เช่น ทรงกระบอก ท่องอ ทอ่ เรยี ว โดยทว่ั ไปมี 2 แบบ คือ Roll Forming Machine ซง่ึ เป็นแบบทล่ี กู กล้ิงยึดติดกับโครงเครือ่ งและ แบบ Slip Roll Forming Machine ชนดิ นี้นยิ มใช้มำกกว่ำแบบ Roll Forming Machine เครือ่ งมว้ น Slip Roll Forming Machine จะมี ลูกกลิง้ จำนวน 3 ลกู คือลกู กลิง้ บน (Upper Roll)
ลกู กลิง้ ล่ำง (Lower Roll) ลกู กล้งิ อีกตัวคือลูกกล้งิ หลงั (Rear Roll) ทำหน้ำทีโ่ ค้งขึน้ รปู แผ่นโลหะ ทั้งหมดประกอบอยู่ในโครงเหลก็ หลอ่ (Housing) ในกำรปฏิบัตงิ ำนใหท้ ำกำรต้ังลกู กลิ้ง โดยลูกกลงิ้ ด้ำนล่ำง ด้ำนหน้ำโดยหมุนสกรู 2 ตัวซึง่ อยู่ด้ำนหน้ำเครือ่ งจนกระทงั่ แผน่ โลหะสำมำรถสอดเขำ้ ไปได้ สอดแผ่นโลหะงำนเข้ำไปทำกำรหมุน ด้วยมือ ลูกกลิง้ ด้ำนหน้ำจะหมุนชิ้นงำนก็จะเคลือ่ นไปข้ำงหน้ำ เม่อื ถึงลูกกล้งิ ลูกที่ 3 จะเป็นตวั ดันให้แผ่นโลหะเกิดกำรโค้งงอ ต้องกำร โค้งงอมำกน้อยเพียงใดก็อยู่ที่กำรปรบั สกรู ทีด่ ้ำนทีด่ ้ำนหลงั ของ ลกู กลงิ้ ทำกำรหมนุ จนกระทั่งแผ่นโลหะออกจำกลูกกล้งิ
การบัดกรีออ่ น (Soldering) คือ กำรต่อยึดโลหะแผ่น 2 ชิ้นหรือมำกกว่ำให้ติดกันด้วยตัวประสำนโลหะซึ่งอยู่นอก กลุ่มเหล็กและใช้อุณหภูมิตำ่ กว่ำ 450C โดยทีโ่ ลหะแผ่นไม่ หลอมละลำย ตัวประสำนทีอ่ ยู่นอกกลุ่มเหล็กโดยส่วนมำกจะมี สว่ นผสมของธำตุตะกว่ั และดีบุกเป็นหลกั องค์ประกอบที่สาคญั ของการบัดกรีมอี ยู่ 4 อยา่ งคอื 1. ควำมร้อน (Heat) 3. โลหะบัดกรี (Solder) 2. หัวแร้งบดั กรี (Soldering Copper) 4. น้ำประสำน (Flux)
ความรอ้ นทีใ่ ชส้ าหรับการบดั กรี (Heat for Solder) 1. การให้ความร้อนบดั กรีโดยทางตรง หมำยถงึ กำรให้ ควำมร้อนกบั ชนิ้ งำนและตะก่วั บดั กรีโดยตรง ได้แก่ หวั แร้งไฟฟ้ำ หัวแร้งทีใ่ ช้แก๊ส หวั แร้งน้ำมัน นอกจำกนี้ยงั แบ่งตำมชนิด เช้ือเพลงิ ทีน่ ำมำใช้ เช่น แอลกอฮอล์ (Alcohol) เบนซิน และแก๊ส เช้ือเพลิงอ่นื ๆ
2. การให้ความรอ้ นบดั กรีโดยทางอ้อม หมำยถึง กำรให้ ควำมร้อนจำกแหล่งกำเนิดควำมร้อนไปยงั ชนิ้ งำนและตะกว่ั บัดกรี โดยผ่ำนตวั กลำงนำควำมร้อน ซึ่งไดแ้ ก่หัวแร้งส่งผ่ำนไปยังชนิ้ งำน และตะก่ัวบดั กรีจนตะก่ัวบัดกรีหลอมละลำย
หัวแรง้ บดั กรี (Soldering Copper) หัวแร้งแบ่งได้ 2 ชนิดคือ 1. หวั แรง้ ไฟฟา้ สำมำรถใช้งำนได้อย่ำงสะดวกรวดเรว็ สำมำรถรักษำอุณหภูมไิ ด้อย่ำงคงที่ แตข่ อ้ เสียคือควำมร้อนทีไ่ ด้ จำกหวั แร้งไฟฟ้ำไมค่ ่อยเหมำะสมกับงำนมำกนกั แหลง่ ควำม ร้อนทีไ่ ด้เกิดจำกลวดควำมต้ำนทำน ควำมกว้ำงของหัวแร้งกม็ ี หลำยแบบ
2. หัวแรง้ เผา หัวแร้งชนิดนี้ทำจำกโลหะ 2 ชนิด คือหวั แร้ง เหล็ก (Soldering Iron) และหัวแร้งทองแดง (Soldering Copper) รปู ร่ำงของหวั แร้งเผำก็มีหลำยแบบ เช่น เปน็ สีเ่ หลี่ยม ลิม่ เพ่อื ทีจ่ ะเลอื กใช้เวลำปฏิบตั ิงำนบดั กรีในทตี่ ่ำง ๆ ได้ น้ำหนักของ หวั แร้งกำหนดเป็นกรมั กำรใช้งำนของหวั แร้งเผำจะต้องใช้ ร่วมกบั แหล่งควำมร้อน เผำหัวแร้งใหร้ ้อนแดงพอเหมำะกับกำร หลอมละลำยของตะกว่ั เมื่อเลกิ ใช้กต็ ้องนำมำเผำในเตำต่อเพ่ือ สะสมควำมร้อนไว้สำหรบั ใช้งำนต่อไป
โลหะบัดกรี (Solder) มีหน้ำที่เป็นตวั เกำะยึดให้โลหะ ทง้ั สองติดกัน ปกติจะมีโลหะหลกั 2 ชนิดผสมกนั คือตะกั่ว และดีบุก และบำงครงั้ อำจจะมีโลหะอื่นผสมอยู่ด้วยเพื่อเพิม่ คณุ สมบัติบำงอย่ำง ดังแสดงในตำรำง
ตารางแสดงสัดสว่ นผสมของตะกั่ว ชือ่ ย่อ อัตราส่วนผสม (%) อุณหภูมิที่หลอม ชนดิ ของงาน ละลาย (C) L-PbSn25Sb ตะก่ัว74%ดีบุก25%พลวง1% หม้อนำ้ รถ 260 L-PbSn40 ตะกั่ว60%ดีบุก40% 230 งำนโลหะแผ่น L-Sn60Pb ดบี กุ 60%ตะก่วั 40% 183 เหลก็ อำบสังกะสี L-Sn50PbCu ตะกั่ว50%ดีบกุ 49% 190 เครื่องใช้ไฟฟ้ำ ทองแดง1% L-Sn60PbAg ตะกว่ั 60%ดีบกุ 36%เงิน 4% 180 อเิ ล็กทรอนกิ ส์
น้าประสาน (Flux) มีหน้ำทีใ่ ช้ทำควำมสะอำดรอยบดั กรี และช่วยใหก้ ำรบัดกรียดึ แน่นติดกบั ชิน้ งำน น้ำประสำนมีหลำย ชนิด กำรเลือกใช้ข้ึนอยู่กับวัสดุที่จะทำกำรบดั กรี น้ำประสำน ควรมีคณุ สมบัติดงั นี้ 1. ช่วยทำควำมสะอำด ขจัดออกไซด์ทีผ่ วิ หน้ำโลหะ 2. ช่วยป้องกันไม่ใหเ้ กิดออกไซด์ข้นึ มำใหม่ 3.ช่วยในกำรบดั กรี ทำให้ตะกว่ั บดั กรีไหลผำ่ นเข้ำไปในรอยต่อได้ดี 4. ช่วยในกำรหลอมละลำยของตะกวั่ บัดกรีได้งำ่ ยขนึ้
ตารางการเลือกใชน้ า้ ประสานกบั ชนิดของโลหะ นา้ ประสาน ชนิดของโลหะ ยำงสน (Rosin) แผ่นดีบกุ , ทองแดง, ดีบกุ ผสมตะกัว่ แผ่นดีบกุ , แผ่นสงั กะสี, เหลก็ , ทองเหลือง กรดสังกะสีคลอไรด์ (Zinc Chloride) แผ่นเหลกเคลือบสังกะสี (Galvanizing) กรดไฮดรอคลอรกิ (Hydrochloric Acid) หรือกรดเกลือ (Muriatic Acid)
ยางสน (Rosin) เป็นน้ำประสำนชนดิ ไม่กัดกร่อน นำไป ผสมกับตะกวั่ ชนิดลวดเพือ่ ใช้บัดกรีทำงดำ้ นอุปกรณ์ไฟฟ้ำและ อเิ ลก็ ทรอนิกส์เหมำะสำหรบั กำรบดั กรีแผ่นดีบุกและทองแดง กรดสงั กะสีคลอไรด์ (Zinc Chloride) เปน็ น้ำประสำน ชนิดกดั กร่อน ใช้บัดกรีโลหะต่ำง ๆ เช่น เหลก็ ดบี ุก แผ่น สังกะสี ทองเหลือง คณุ สมบตั ิของน้ำประสำนชนิดนไี้ ม่มีกลิ่นไม่มี สี เวลำใช้งำนต้องระมดั ระวังไม่ให้โดนผิวหนัง หรือหำยใจสูดควนั เข้ำไป จะเป็นอนั ตรำย กรดไฮดรอคลอริกหรือกรดเกลือ (Hydrochloric Acid or Muriatic Acid) เป็นน้ำประสำนชนิดกดั กรอ่ น เหมำะ สำหรบั กำรบัดกรีเหล็กเคลือบสังกะสี
หน่วยที่ 9 การเขียนแบบแผน่ คลี่ด้วยเสน้ ขนานและเส้นรศั มี 1. การเขียนแบบแผน่ คลี่อยา่ งง่าย (Simply Development) 2. การเขยี นแบบแผ่นคลี่โดยใช้เสน้ ขนาน (Parallel Line Development) 3. การเขยี นแบบแผ่นคลีโ่ ดยใชเ้ สน้ รศั มี (Radial Line Development) 4. การเขยี นแบบแผ่นคลี่โดยใช้สามเหลี่ยม (Triangulation Line Development)
การเขียนแบบแผน่ คลีด่ ว้ ยเสน้ ขนาน (Parallel-line Method) รูปด้านหนา้ (Front View) เปน็ รปู ด้ำน ๆ หนึ่งเรำมองเข้ำไป ทำงดำ้ นหน้ำของวตั ถซุ งึ่ รูปนีจ้ ะแสดงให้เหน็ ควำมสงู และควำม กว้ำง (เส้นผ่ำนศูนย์กลำง) ของวตั ถุ รูปดา้ นบนหรือแปลน (Top or Plan View) เป็นรูปด้ำนที่ มองจำกดำ้ นบนของวตั ถุบำงทีเรียก ภาพหนา้ ตัด ซึง่ รปู นจี้ ะแสดง ให้เหน็ ควำมยำวและควำมกว้ำง (เส้นผ่ำนศนู ย์กลำง) ของวัตถุ เส้นฐาน (Base Line) เปน็ เสน้ ขอบดำ้ นลำ่ งของรูปด้ำนหน้ำ ซึง่ เปน็ เส้นที่จะนำไปคล่อี อกให้เท่ำกับควำมยำวจริงต่อไป
เส้นฉาย (Projection Line) เปน็ เสน้ ที่ลำกต่อถึงกันระหว่ำงรปู ด้ำนต่ำง ๆ สำหรบั ในทีเป็นเส้นทีต่ ่อจำกจุดต่ำง ๆ ของรูปด้ำนบนไป ยงั เส้นฐำนของรปู ดำ้ นหน้ำ และเสน้ ต่อจำกจดุ ต่ำง ๆ บนรปู ด้ำนหน้ำไปยังภำพคลี่ เสน้ ประกอบ (Element Line) เป็นเสน้ สมมติทีแ่ บ่งชนิ้ งำน ออกเป็นสว่ น ๆ ซึง่ นำไปคล่เี ป็นส่วน ๆ บนภำพคลี่ โดยทีเ่ สน้ ประกอบจะลำกต่อกับเสน้ ฉำยขนำนกับขอบชนิ้ งำนในรปู ดำ้ นหน้ำ และลำกจำกเสน้ แผ่ขนำนกับขอบงำนเพื่อหำควำมสูงส่วนต่ำง ๆ ของชิ้นงำนภำพคล่ี (เฉพำะวิธีเสน้ ขนำน)
เส้นแผ่ (Stretchout Line) เปน็ เสน้ แผ่หรือคลีข่ อบชิ้นงำน ออกมำโดยจะมีควำมยำวเท่ำกับเส้นรอบรูปของชนิ้ งำน เส้นแผ่นี้จะ ต่อออกมำจำกเสน้ ฐำนหรือเสน้ ดำ้ นบนของรูปดำ้ นหน้ำ เส้นนจี้ ะ เป็นสว่ นหนึ่งของภำพแผ่นคล่ี ระบบตัวเลข (Numbering System) เป็นตัวเลขที่ใช้ระบุหรือ กำกับส่วนต่ำง ๆ ของชิ้นงำนทแี่ บ่งไว้ในรปู ด้ำนต่ำง ๆ เพ่อื ถ่ำยทอด ไปยังภำพคลีใ่ หไ้ ด้จำนวนต่ำง ๆ ตรงกัน
ภาพคลี่ (Stretchout) เป็นรูปภำพที่คลช่ี นิ้ งำนจำกรูปทรงสำม มิติออกมำเป็นแผ่นแบนรำบซึ่งยงั ไมม่ ีกำรเผือ่ ตะเขบ็ และขอบงำน แบบแผน่ คลี่ (Pattern) เป็นภำพคลีช่ นิ้ งำนสำเร็จรปู ทั้งหมด แล้วมีทั้งกำรเผ่อื ขนำดตะเข็บ ขอบงำนรอยบำกพร้อมที่จะนำไป ตดั และขึน้ รปู ได้
การเขียนแบบแผ่นคลี่โดยใช้เสน้ รัศมี (Radial Line Development) โดยทัว่ ไปจะใช้กับงำนทีเ่ รียว (Taper) เชน่ กรวย (Cone) หรือปิรำมดิ (Pyramid) รวมท้ังกำรต่องำนในลักษณะแบบ ต่ำงๆ
การเขยี นแบบแผ่นคลี่อยา่ งงา่ ย (Simply Development) วิธกี ำรนเี้ ป็นกำรเขยี นแบบอย่ำงงำ่ ย ๆ สำหรบั งำนทีไ่ มซ่ ับซ้อน ซึ่งสำมำรถทีจ่ ะคลแ่ี บบออกมำได้เลย เช่น กล่องสี่เหลย่ี ม กระป๋อง ทรงกระบอก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184