พระมหาอเุ ทน ปญญาปรทิ ตั ต ประการ พวกอมนุษยบาง สัตวอสรพิษรายท้ังหลายบาง บุญกุศลท่ี กระทําบําเพ็ญมาดีแลวน้ันจะติดตามมาคอยสงผลชวยอํานวยความ สวัสดีปลอดภัยใหไดเอง ตัวอยางของพระเวสสันดรโพธิสัตวผูเต็มเปยมดวยบุญญา- ธิการ ดวยอานุภาพแหงบุญกุศลนั้น ปรากฏวาตนไมที่ยืนตนเรียง รายอยูในปาใหญก็โนมนอมก่ิงกานลงมาถวายพระชาลีราชกุมาร พระกัณหาราชกุมารีขณะท่ีทรงหิวกรรแสงใหทรงปลิดผลไมลูกสุก เหลืองอรามเอามาเสวยไดเอง และเทวดาทั้งหลายก็ชวยกันยนยอ ระยะทางยาวไกลประมาณ ๓๐ โยชนที่ควรเดินทางหลายคืนหลาย วันลัดส้ันลงเหลือเพียงประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ถวายใหพระเวสสันดร พรอมพระชายาพระโอรสและพระธิดาเสด็จถึงมาตุลนคร ณ เจตรัฐ ภายในวันเดียวเทาน้ัน แมในกัณฑทานท่ีผานมาน้ัน เทพบุตร ๔ องคก็พากันจําแลง แปลงกายเปน ละมงั่ สที อง ๔ ตวั เดนิ เขา มาสวมแอกรถพระทน่ี ง่ั ชว ยกนั ลากพาไป เมื่อมาสินธพ ๔ ตัวที่เทียมกับรถพระที่นั่งน้ันถูกพราหมณ ๔ คนมาทูลขอเอาไปเปนสมบัติของตนๆ แลว นี้คือสาระสําคัญของการเดินทางไกลที่เต็มไปดวยภัยอันตราย ตางๆ (ชาติภัย พยาธิภัย ชราภัย มรณภัย) เสบียงที่ดีที่สุดจะตองนํา มาใหพรอมเพียงพอจริงๆ คือ “บุญกุศล” บุญกุศลนั้นตองส่ังสมไวให มากๆ จึงจะอํานวยชวยใหรอดพนจากภัยอันตรายตางๆ ซึ่งจะเกิดขึ้น ในระหวางทางนั้นๆ ๗๗
พระเวสสนั ดรเจา แหงทาน ดังนั้น กอนออกเดินทางไกล (เดินทางไปสูสัมปรายภพเบ้ือง หนา ) เราจะตอ งมน่ั ใจกบั เสบยี งเดนิ ทางคอื บญุ กศุ ลนว้ี า มากพอสมควร แลว หากไมมั่นใจก็อยาเพิ่งออกเดินทางเลย ควรอยูส่ังสมเสบียงเดิน ทางไวใหไดมากๆ ดีกวา เพราะ “ปุานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏา โหนฺติ ปาณินํ : บุญเปนที่พ่ึงใหแกสัตวทั้งหลายในปรโลกเบื้องหนา” และ เปนที่พึ่งใหแกสัตวทั้งหลายในโลกน้ีดวย เสบียงบุญมากที่บริสุทธิ์นั้น จะพาเราไปรอดปลอดภัยทั้งในโลกน้ีและในโลกหนาอยางแนนอน “บุญดียอมอยูกับคนดี” เสบียงบุญท่ีติดตามมากับการเดิน ทางนั้นจะแสดงอานุภาพอํานวยชวยใหรอดพนจากภัยอันตรายได จริงๆ ตอเม่ือมาอยูกับกัลยาณชนคนจริตอัธยาศัยใจคอดีงาม กอปร สุจริตกระทําบําเพ็ญบุญกุศลอยางบริสุทธิ์ใจ หากไปอยูกับบาปชน คนต่ําทรามทําบุญแบบทุจริตเปนมิจฉาทิฐิ บุญก็เปนบุญมิจฉาทิฐิ สมาธิก็เปนสมาธิมิจฉาทิฐิ ซ่ึงอัธยาศัยไปทางอยากไดมากๆ โลภเอา มามากๆ เสบียงบุญนั้นจะไมสามารถแสดงอานุภาพอํานวยชวยให รอดพนจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงไดเลย (ขาพเจารูสึกประหลาดใจมากๆ กับพระบางรูปหรือวัดบาง แหงท่ีทํายอดเปาเงินทําบุญเอาไวมากๆ จํานวนรอยลานพันลาน ทีเดียว ทานรับเช็คเงินสดไดเปนรอยๆ ลาน โดยไมคํานึงวาตนสาย ปลายเหตุมาอยางไร สุจริตหรือไม ไมพิจารณาเลยวาคนถวายทายก ทายิกาเปนใครมาจากไหน ขอใหตนไดรับและรับทีละมากๆ เทาน้ันก็ พอใจแลว อัธยาศัยของพระหรือวัดน้ันมิไดนอมไปในเนกขัมมะจริงๆ เลยใชหรือไม) ๗๘
พระมหาอุเทน ปญญาปรทิ ตั ต สําหรับอัธยาศัยของพระเวสสันดรโพธิสัตวใชแตเพียงเปน อัธยาศัยของกัลยาณชนคนดีงามท่ีไมละโมบโลภมากแลว หากแต เปนอัธยาศัยนอมไปในเนกขัมมะสละทุกอยางปรารถนาปลีกตัวออก จากกามไปทําความเพียรเพ่ือสลัดออกจากทุกขทั้งปวง บุญกุศลของ ผูมีอัธยาศัยดีงามนอมไปทางเนกขัมมะดังพระเวสสันดรโพธิสัตว เมื่อ ติดตามมายอมอํานวยชวยใหรอดพนจากอุปทวันตรายทุกอยาง และ พาเดินทางไปถึงท่ีหมายไดโดยสวัสดิภาพ อัธยาศัยนอมไปในเนกขัมมะน้ัน ควรที่เราชาวพุทธจะอบรม บม เพาะใหเ กดิ ขนึ้ ภายในใจประทบั กบั กมลสนั ดานของตนจรงิ ๆ เพราะ จะนําความสงบสุขรมเย็นสวัสดีปลอดภัยมาใหแกตนแกคนรอบขาง และคนที่รวมอยูในสังคมเดียวกัน ดังคติธรรมท่ีไดจากอัธยาศัยนอมไป ในเนกขัมมะของพระเวสสันดรโพธิสัตว ขาพเจาเคยเขียนไวในกัณฑ วนปเวสนกอนไปเทศนมหาชาติเวสสันดรชาดกปากเปลาตลอด ๑๓ กัณฑ ๑,๐๐๐ พระคาถาวา พระยาเจตราชทราบขาววาพระเวสสันดรถูกเนรเทศโดย ไมมีโทษความผิดใดๆ จึงขอเดินทางไปเชตุดรราชธานีเขาเฝาพระเจา สญชัยมหาราชกราบทูลใหทรงทราบ และขอถวายการอารักขาตาม เสด็จไปสงถึงเชตุดรราชธานีโดยสวัสดิภาพ พระเวสสันดรไมทรงยินดี ใหทําอยางน้ัน พระยาเจตราชและประชาชนชาวเจตรัฐจึงขอถวาย สวามิภักด์ิมอบตัวเปนขาราชบริพารของพระเวสสันดร ทูลเชิญขอ ใหเสด็จข้ึนเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติปกครองแผนดินโดยธรรมใน มาตุลนคร ณ เจตรัฐนี้ แมกระนั้น พระเวสสันดรก็ไมทรงยินดีจะเสด็จ ข้ึนครองราชยเลย ๗๙
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน เพราะเหตุไร พระเวสสันดรจึงไมเสด็จข้ึนครองราชยเสวยสุข ในมาตุลนคร เพราะเกรงวาจะเกิดความไมปรองดองราวฉานข้ึน ระหวางชาวพระนครสีพีและประชาชนชาวเจตรัฐ ประชาชนชาวสีพี มาชุมนุมกอม็อบรวมใจกันเนรเทศพระองคออกจากพระนครตองการ ใหไปเสวยทุกขทรมานอยูในปาใหญ ณ เวิ้งเขาวงกตตามลําพัง หาก พระองคมาเสพเสวยสุขอยู ณ มาตุลนครน้ีเสียแลว ประชาชน ชาวพระนครสีพีก็จะยิ่งโกรธแคน ถึงขนาดจะทําสงครามรบพุงกับ ประชาชนชาวเจตรัฐ ประชาชนก็จะลมตายกันโดยใชเหตุ “เมื่อเราไมมีความผิด ไมมีโทษ แตพวกเขาก็ยังอยากใหเรา ทนทุกขทรมาน เราก็จงไปทนทุกขทรมานตามความปรารถนาของ พวกเขาเถิด” ขา พเจาเชือ่ วานีค้ อื พระดํารขิ องพระเวสสันดรท่ไี มประสงคจะ แข็งขืนตอตานทัดทานอะไรๆ เลย เต็มเปยมดวยน้ําพระหฤทัยท่ีเสีย สละอยางเย่ียมยอด พระองคทรงเห็นแกประโยชนสุขของบานเมือง ประชาชนจะไดอยูรมเย็นเปนสุขไมทะเลาะวิวาทบาดหมางกันน่ันเอง จากคําทูลลาพระชนนีของพระเวสสันดรขอเสด็จออกผนวช เปน พระฤาษี และกส็ มพระมโนรถปรารถนาอยทู เ่ี วง้ิ เขาวงกต เมอื่ เสดจ็ ถงึ อาศรมสถาน ครนั้ ทรงเพศเปน พระฤาษแี ลว กเ็ ปลง พระอทุ านวา “โอ บรรพชาเปนสุข สุขจริงๆ สุขอยางยิ่ง เราไดอยูในเพศบรรพชิตแลว” ขาพเจาขอบอกในที่นี้วา พระเวสสันดรโพธิสัตวมีพระหฤหทัย ใฝสงบรักสันติสันโดษยินดีพอใจกับส่ิงท่ีอยูตรงหนา มิไดมีพระหฤทัย ๘๐
พระมหาอุเทน ปญญาปรทิ ตั ต เต็มดวยกิเลสตัณหาความทะเยอทะยานอยากได คนที่มีอัธยาศัย ใฝสงบรักสันติสันโดษเชนนี้ยอมเปนไปไมไดท่ีจะออกไปทํารายใคร หรือกอความไมสงบ ณ ท่ีใดๆ เลย พระหฤทัยของพระเวสสันดรใฝสงบรักสันติสันโดษเปนอยาง น้ันจริงๆ เพราะตลอดเวลาของการเปนพระโพธิสัตวบําเพ็ญบารมี เกือบทุกพระชาติก็มักจะเสด็จออกเนกขัมมะผนวชเปนบรรพชิต พระองคส่ังสมเนกขัมมบารมีมาเกือบทุกภพทุกชาตินั่นเอง เหตุการณบานเมืองกลับมาวุนวายสับสนอลมานคร้ังแลว คร้ังเลา อดีตก็มี ปจจุบันก็มา และจะมีมาตอไปในอนาคต ไมจบไมสิ้น หากทุกคนไมใฝสงบรักสันติสันโดษสั่งสมเนกขัมมบารมีกันไวเลย ขาพเจาไมไดมองวา เนกขัมมะการออกจากกามมาคบคุนกับ วิเวกความสงบสงัดเปนเร่ืองที่ควรทํา หากแตมองวาเปนเร่ืองจําเปน และจําเปนอยางย่ิง จําเปนท่ีเราจะตองส่ังสมอบรมบมเพาะอุปนิสัย ใฝสงบรักสันติในทางเนกขัมมะกันเอาไวบาง สั่งสมอบรมบมเพาะ กันเอาไวอยูเนืองๆ เพราะเนกขัมมะนี้คือภูมิคุมกันภูมิตานทานภายใน ที่เข็มแข็งท่ีสุดท่ีจะรักษาตัวเราใหอยูรอดปลอดภัยไมออกไปกอหวอด กอความไมสงบทําเร่ืองเลวรายใดๆ นักการเมืองคนใดคนหนึ่งที่เราประชาชนมองเห็นวามักกอ ความไมสงบใหกับประเทศชาติบานเมืองอยูเร่ือยๆ หากเขาคิดวา ตน ทําประโยชนใหแกประชาชนประเทศชาติบานเมืองไดดีแลว ถึงชวง บ้ันปลายชีวิต เขาก็ปลีกออกจากกามสูเนกขัมมะอยูในเพศบรรพชิต ๘๑
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน ท่ีสงบสํารวมกาย วาจา ใจ และไมยอนกลับไปสูความสับสนวุนวาย ทางการเมืองอีกเลย นักการเมืองคนน้ันที่ประพฤติปฏิบัติเสียสละตนไดถึงขนาดนี้ เช่ือเถิดวา เขาจะตองไดรับการยกยองสรรเสริญจากคนทั้งโลก และ โลกใบนี้ประเทศไทยน้ีก็เจริญขึ้นมากกวาเดิมเปนทวีคูณ “แผนดินสูง ข้ึน”. ๘๒
¡Ñ³±ทÕè ô วนปเวสน
เม่ือกษัตริยท้ัง ๔ พระองค พระเวสสันดร พระนางมัทรี พระ ชาลีราชกุมาร และพระกัณหาราชกุมารีเสด็จพระราชดําเนินไป ทอด พระเนตรคนทั้งหลายที่เดินสวนทางมา ตรัสถามวา “เขาวงกตอยู ท่ีไหน” คนพวกนั้นดูหนาตาบงบอกถึงความทุกขวิตกกังวลคร่ําครวญ อยางนาสงสาร ทูลตอบวา “พระราชบุตรเจา เขาวงกตยังอยูอีกไกล พระเจาขา” ขณะที่กําลังเสด็จพระราชดําเนินไปอยูน้ัน พระชาลีราชกุมาร พระกัณหาราชกุมารีทรงทอดพระเนตรรุกขชาติออกผลอยูในปาใหญ ลกู สกุ เหลอื งอรา มนา เสวย ทรงกนั แสงประสงคเ สวย รกุ ขชาตทิ ง้ั หลาย ทย่ี นื ตน อยใู นปา มากมายประหนง่ึ มองเหน็ พระราชกมุ ารพระราชกมุ ารี วา ทรงกนั แสงประสงคเ สวย ตา งกอ็ าทรรอ นใจรบี นอ มโนม กง่ิ กา นลงมา หาพระราชกุมารพระราชกุมารีใหปลิดผลไมมาเสวยเอง พระนางมัทรี ราชบุตรีผูทรงโฉมทอดพระเนตรเหตุอัศจรรยนั้นซ่ึงไมเคยปรากฏมา กอน พระโลมชาติก็ลุกชูชันขึ้นพรอมกัน เปลงพระวาจาวา “สาธุๆ” โอ ดวยบุญญานุภาพของพระเวสสันดรโพธิสัตว จึงเกิดเหตุอัศจรรย รุกขชาตินอมผลลงมาเอง ไมเคยมีในโลก ตงั้ แตเ ชตดุ รนครถงึ ภเู ขาสวุ รรณครี ตี าละสนิ้ ระยะทาง ๕ โยชน ตั้งแตภูเขาสุวรรณคีรีตาละถึงแมน้ําโกนติมาราสิ้นระยะทาง ๕ โยชน
พระเวสสันดรเจา แหง ทาน ตั้งแตแมนํ้าโกนติมาราถึงภูเขาอัญชนคีรีส้ินระยะทาง ๕ โยชน ตั้งแต ภูเขาอัญชนคีรีถึงหมูบานพราหมณตุณณวิถนาลิทัณฑส้ินระยะทาง ๕ โยชน ตั้งแตหมูบานพราหมณตุณณวิถนาลิทัณฑถึงมาตุลนคร สิ้นระยะทาง ๑๐ โยชน ต้ังแตเชตุดรนครถึงมาตุลนครรวมเปนระยะ ทางทั้งหมด ๓๐ โยชน เพ่ือชวยเหลือพระราชกุมารพระราชกุมารี มิใหเสด็จพระราชดําเนินไปลําบากมากนัก เทวดาจึงยนยอระยะทาง ยาวไกลน้ันใหส้ันลง กษัตริยทั้ง ๔ พระองคเสด็จถึงมาตุลนครภายใน วันเดียวเทาน้ัน กษัตริยทั้ง ๔ พระองคน้ันเสด็จพระราชดําเนินตั้งแตเวลา เสวยพระกระยาหารเชากระทั่งถึงยามเย็นอาทิตยใกลจะอัสดงก็ ลุถงึ มาตุลนครในเจตรฐั ซงึ่ เปน เมอื งม่งั คัง่ พร่งั พรอม สรุ ามังสาขาวปลา อาหารอุดมสมบูรณ สมัยน้ันมีพวกเจาครองมาตุลนครอยูในเจตรัฐประมาณ ๖ หม่ืนองค พระเวสสันดรโพธิสัตวมิไดเสด็จเขาไปภายในพระนคร พบพวกเจาเหลานั้น ประทับอยูที่ศาลาพักรอนใกลประตูเมือง พระ นางมัทรีทรงปดฝุนละอองท่ีฉลองพระบาทของพระเวสสันดรโพธิสัตว ถวายงานการนวดพระบาทอยูใกลๆ ทรงดําริวา “เราควรใหประชาชนชาวเจตรัฐรูวาพระเวสสันดรเสด็จมา” จึงเสด็จออกจากศาลาพักรอนมาประทับยืนอยูใกลๆ ประตู ทางเขาเมือง พวกสตรีชาวเจตรัฐที่เดินเขาเมืองและออกจากเมือง เห็นพระนางมัทรีผูทรงโฉมประทับยืนอยู ตางเขามาหอมลอม ปริวิตก กังวลใจวา ๘๖
พระมหาอุเทน ปญญาปริทัตต “พระนางเจาผูสุขุมาลชาตินี้เสด็จพระราชดําเนินดวย พระบาทมายาวไกล ปกติพระนางเจาจะเสด็จไปไหนมาไหนดวย วอทองหรือรถพระที่นั่ง แตวันนี้เสด็จพระราชดําเนินจากปามาดวย พระบาท จะทรงลําบากสักเพียงใดหนอ” ประชาชนชาวเจตรัฐเห็นพระเวสสันดรพระนางมัทรีและ พระโอรสพระธิดาเสด็จมาอยางอนาถาเปนกษัตริยตกยาก จึงรีบไป แจงบอกแกพระยาเจตราชทั้งหลาย พระยาเจตราชประมาณหก หม่ืนองคไดทราบขาวน้ันแลวตางก็รํ่าไหพิไรรําพันพากันมาเฝา พระเวสสันดรถึงที่ประทับ กราบทูลวา “ขอเดชะ องคพระสมมุติเทพ พระองคทรงพระเกษมสําราญ ไรพระโรคาพาธแลหรือ พระราชบิดาของพระองคทรงพระเกษม สําราญไรพระโรคาพาธแลหรือ ประชาชนชาวพระนครสีพีอยูรมเย็น เปนสุขแลหรือ ขอเดชะ พระผูเปนจอมชน พลนิกายของพระองคอยู ที่ไหน รถพระที่นั่งของพระองคอยูที่ไหน พระองคไมมีชางทรง ไมมี มาทรง เสด็จพระราชดําเนินทางไกลมากระท่ังถึงพระนครนี้ คงถูก ปจจามิตรรุกรานกระมัง” พระเวสสันดรโพธิสัตวไดตรัสบอกความจริงซึ่งเหตุใหตอง เสด็จมาแกพระยาเจตราชทั้งหลายวา “สหายท้ังหลาย เราสบายดีไมมีโรคภัยไขเจ็บเบียดเบียน พระราชบิดาของเราทรงพระเกษมสําราญดีไรพระโรคาพาธ และ ประชาชนชาวพระนครสีพีก็อยูรมเย็นเปนสุข แตเพราะเราไดมอบ ๘๗
พระเวสสนั ดรเจาแหง ทาน ราชหัตถีซึ่งมีงางามดุจงอนไถเปนราชพาหนะประเสริฐรูชัยภูมิกลยุทธ ทุกอยาง ขาวงามท่ัวสรรพางคกายดุจดังภูเขาไกรลาส นับเปนชาง ราชหัตถีอุดมคลุมดวยผากัมพลเน้ือละเอียดสีเหลือง ซับมัน สามารถ ยางเย้ืองลงสูสมรภูมิรบยํ่ายีอริราชศัตรูได พรอมดวยพระเศวตฉัตร และพัดวาลวีชนี ท้ังเคร่ืองลาดงดงามและคนเล้ียงท้ังหมด ใหเปนทาน แกพราหมณท้ัง ๘ คนท่ีมาทูลขอจากแควนกาลิงคะ ดวยเหตุน้ี ชาว พระนครสีพีจึงพากันแคนเคืองเรา และพระราชบิดาก็กร้ิวทรงเนรเทศ เราออกจากรัฐ เราจะขอไปอยูที่เขาวงกต สหายทั้งหลาย จงรูนิวาส สถานที่พวกเราจะพากันไปอยูในปาเถิด” พระยาเจตราชทั้งหลายกราบทูลวา “ขอเดชะ พระผูเปนจอมชน พระองคเสด็จมาดีแลว พระองค เสด็จมาจากที่ไกลก็เหมือนใกล พระองคผูเปนอิสราธิบดีเสด็จมาถึง ที่น่ีแลว ทรงพระประสงคส่ิงใด โปรดรับสั่งใหทราบดวยเถิด ขอทูล เชิญพระองคเสวยขาวสุก ขาวสาลีบริสุทธ์ิ ผักผลไม เหงาบัว นํ้าผึ้ง และมงั สาหาร พระองคเ สดจ็ มาเปน พระราชอาคนั ตกุ ะของขา พระบาท ทั้งหลาย พระเจาขา” พระเวสสันดรโพธิสัตวตรัสวา “สิ่งท้ังปวงที่ทานท้ังหลายไดมอบใหแกเรา เราขอรับไวดวย ไมตรีจิต บรรณาการทุกอยางทานท้ังหลายกระทําไดอยางเหมาะสม พระราชบิดาทรงเนรเทศเราออกจากรัฐ เราจะขอไปอยูท่ีเขาวงกต สหายท้ังหลาย จงรูนิวาสสถานที่พวกเราจะพากันไปอยูในปาเถิด” ๘๘
พระมหาอเุ ทน ปญญาปริทตั ต พระยาเจตราชทั้งหลายกราบทูลวา “ขอเดชะ พระผทู รงพระคณุ ประเสรฐิ ขอทลู เชญิ เสดจ็ ประทบั อยู ณ เจตรฐั นก้ี อ นเถดิ พระยาเจตราชทงั้ หลายจะพากนั เดนิ ทางไปเฝา พระเจาสญชัยมหาราชกราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษแดพระองค และกราบทูลใหทรงทราบวา พระองคหาความผิดมิได ขอพระองค ประทับยับยั้งร้ังรอจนกวาพระยาเจตราชทั้งหลายจะกลับมา พระยา เจตราชท้ังหลายจะเอิบอ่ิมใจไดที่พึ่งพิง ถวายการอารักขาแวดลอม พระองคตามเสด็จไปสงจนถึงพระนครสีพี พระเจาขา” พระเวสสันดรตรัสวา “สหายท้ังหลาย อยาชอบใจการเดินทางไปเฝาพระเจาสญชัย มหาราชพระราชบิดาของเรา เพื่อกราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษ และกราบทลู ใหท รงทราบวา เราหาความผดิ มไิ ดเ ลย เพราะวา พระราช บิดาของเรามิไดเปนใหญในเพราะเรื่องน้ัน ชาวพระนครสีพี เหลาพล นิกาย และไพรฟาประชาชนตางหากท่ีพากันแคนเคืองเรา หากทาน ท้ังหลายกระทําอยางนั้นจะเปนการยุยงสงเสริมใหพวกเขาคิดกอการ จราจลกําจัดพระราชบิดาของเราออกจากพระราชสมบัติเสีย” พระยาเจตราชท้ังหลายทูลวา “ขอเดชะ พระผูทรงพระคุณประเสริฐ ถาสถานการณจะเลว รายถึงเพียงน้ัน ชาวเจตรัฐท้ังหมดขอถวายตัวเปนขาราชบริพารของ พระองค ขอทูลเชิญพระองคเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติเถิด เจตรัฐนี้มั่งคั่งพรั่งพรอม อุดมสมบูรณทุกอยาง พระราชอาณาเขตก็ ๘๙
พระเวสสนั ดรเจา แหง ทาน กวางใหญ ขอพระองคทรงปลงพระหฤทัยเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยสิริราช สมบัติเถิด พระเจาขา” พระเวสสันดรตรัสวา “พระยาเจตบุตรทั้งหลาย ความพึงใจหรือความคิดเพ่ือครอง สิริราชสมบัติหาไดมีแกเราผูซ่ึงพระชนกนาถทรงเนรเทศออกจาก รัฐไม ขอทานทั้งหลายจงฟงเรากอนเถิด ชาวพระนครสีพี เหลาพล นิกาย และไพรฟาประชาชนคงไมยินดีแนๆ หากรูวาพระยาเจตราช ทั้งหลายอภิเษกเราผูซึ่งถูกเนรเทศออกจากรัฐข้ึนเถลิงถวัลยสิริราช สมบัติ ความไมปรองดองราวฉานจะเกิดแกพวกทาน เพราะตัวเรา เปนตนเหตุ อน่ึง ความทะเลาะวิวาทบาดหมางระหวางพวกทานกับ ชาวพระนครสีพีก็จะเกิดข้ึนได เราไมชอบใจเลย ใชแตเพียงเทาน้ัน ความทะเลาะวิวาทบาดหมางอาจลุกลามรุนแรงขึ้นไปเร่ือยๆ กระท่ัง เกิดสงครามช่ัวราย ผูคนจํานวนมากจะเขนฆากันเสียเอง สิ่งทั้งปวงท่ี ทานท้ังหลายไดมอบใหแกเรา เราขอรับไวดวยไมตรีจิต บรรณาการ ทุกอยางทานท้ังหลายกระทําไดอยางเหมาะสม พระราชบิดาทรง เนรเทศเราออกจากรัฐ เราจะขอไปอยูที่เขาวงกต สหายทั้งหลาย จง รูนิวาสสถานที่พวกเราจะพากันไปอยูในปาเถิด” แมพวกพระยาเจตราชทั้งหลายทูลวิงวอนขอโดยอเนกปริยาย พระเวสสันดรก็ไมทรงปรารถนาจะเสด็จข้ึนเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติ เลย พระยาเจตราชท้ังหลายไดถวายสักการะอยางย่ิงใหญ พระ เวสสันดรไมทรงประสงคเสด็จเขาไปภายในพระนคร พระยาเจตราช ท้ังหลายจึงตกแตงศาลาพักรอนน้ันก้ันพระวิสูตรต้ังแทนพระบรรทม ๙๐
พระมหาอเุ ทน ปญญาปรทิ ัตต ชวยกันแวดลอมถวายการอารักขา พระเวสสันดรประทับพักคางแรม อยูหน่ึงราตรี พระยาเจตราชท้ังหลายท่ีอยูถวายการอารักขาก็พากัน หลับนอนที่ศาลานั่นเอง ถึงรุงเชาพระเวสสันดรพระนางมัทรีและ พระโอรสพระธิดาทรงสรงสนานพระวรกาย เสวยพระกระยาหาร โภชนาการเลิศรสท่ีพระยาเจตราชท้ังหลายนํามาทูลถวาย สวน พระยาเจตราชท้ังหลายก็พากันอาบน้ําชําระรางกายรับประทาน โภชนาหารเรียบรอยแลว ก็ออกจากศาลาพักรอนมาแวดลอมพระ เวสสันดรตามเสด็จไปสงส้ินระยะทาง ๑๕ โยชน หยุดอยูที่ประตูปา ทูลบอกระยะทางที่จะเสด็จพระราชดําเนินไปอีก ๑๕ โยชนวา “ขอเดชะ พระผูทรงพระคุณประเสริฐ ขอทูลเชิญพระองค เสด็จพระราชดําเนินไปขางหนาเถิด พวกขาพระบาทขอกราบทูลให ทรงทราบวาเสลบรรพตซ่ึงเปนภูมิสถานเงียบสงัดเหมาะสําหรับปวง ฤๅษี ผูถือการบูชาไฟเปนวัตร มีจิตต้ังมั่น ออกจากเรือนบวชเปน บรรพชิตบําเพ็ญพรต โนนที่เห็นอยูไกลๆ คือภูเขาคันธมาทน พระองค พรอมพระชายาและพระโอรสพระธิดาจะประทับพักพระอิริยาบถ บรรเทาความเหน็ดเหนื่อยอยู ณ ท่ีตรงน้ันกอน” พระยาเจตราชท้ังหลายรูสึกอาวรณสะทอนใจอยางบอกไม ถูกรองไหน้ําตานองหนาพร่ําพูดกราบทูลตอไปอีกวา “ขอเดชะ พระผูทรงพระคุณประเสริฐ เมื่อพระองคทรง บายพระพักตรมุงตรงตอทิศอุดรเสด็จจากท่ีนั้นไปแลว ก็จะไดทอด พระเนตรวิปุลบรรพตซึ่งปกคลุมดวยพฤกษชาติตางๆ รมครึ้มนา ๙๑
พระเวสสนั ดรเจา แหงทาน ร่ืนรมยใจ พอพระองคเสด็จพนเขตวิปุลบรรพตน้ันไปอีก ก็จะไดทอด พระเนตรแมน าํ้ เกตมุ ดซี ง่ึ ลกึ ไหลมาแตซ อกเขา ดารดาษดว ยมจั ฉาชาติ ตา งๆ ทา สะอาดดี มนี า้ํ ใสอยเู ตม็ เปย ม ขอพระองคจ งลงเสวยสรงสนาน ใหสําราญพระหฤทัย และทรงใหพระชายาและพระโอรสพระธิดาลง เสวยสรงสนานใหสําราญพระหฤทัยเถิด ตอ จากนน้ั พระองคจ ะไดท อดพระเนตรตน ไทรมผี ลสกุ รสหวาน ฉํ่าเปนพิเศษ รมเงาเย็นนาร่ืนรมย ซ่ึงเกิดอยูที่สานุบรรพต ตอจากน้ันพระองคจะไดทอดพระเนตรนาลิกบรรพตซึ่ง เปนภูเขาศิลาลวน เกลื่อนกลนดวยสกุณชาติตางๆ ดารดาษดวยฝูง กินนรกินนรีมากมาย มีสระน้ําช่ือมุจลินทอยูทางดานทิศอีสานแหง นาลิกบรรพตนั้น ดารดาษดวยดอกบุณฑริกและอุบลขาวมากมาย ละอองเกสรหอมฟุงกระจาย ตอจากนั้นพระองคจะไดเสด็จถึงวนประเทศคลายหมอกมี หญาแพรกเขียวขึ้นอยูตลอดแนว และจะไดเสด็จเขาสูไพรสณฑซ่ึง ดารดาษดวยบุปผชาติและผลไมตางๆ ดังราชสีหมองหาเหย่ือเดิน ยางเย้ืองเขาสูไพรสณฑ ฉะนั้น ฝูงสกุณาท่ีเกาะอยูตามกิ่งพฤกษชาติ ซึ่งออกดอกบานตามฤดูกาลนั้นมีสีสันสวยงามมาก ตางรองกลอม ประสานเสียงกันดังอ้ืออึง ตอจากนั้นพระองคจะไดเสด็จลงซอกเขาเปนทางขรุขระเดิน ลําบากสักหนอย ซ่ึงเปนแหลงเกิดของแมน้ําท้ังหลาย พระองคจะ ไดทอดพระเนตรสระโบกขรณีสี่เหลี่ยมที่ดารดาษดวยสลอดน้ําและ ๙๒
พระมหาอเุ ทน ปญญาปรทิ ตั ต กุมบก มีหมูมัจฉาชาติแหวกวายอยูมากมาย ทาสะอาดราบเรียบดี น้ําใสเต็มตล่ิงรสจืดไมมีกล่ินเหม็น ขอพระองคจงสรางบรรณศาลา อาศรมทางดานทิศอีสานของสระโบกขรณีส่ีเหลี่ยมนั้นเถิด คร้ันทรง สรางบรรณศาลาอาศรมเสร็จเรียบรอยแลว ก็ขอจงประทับพักพระ อิริยาบถใหสําราญพระหฤทัยเสด็จเท่ียวไปแสวงหาผลไมนอยใหญ ในปานํามาเสวยเองเถิด พระเจาขา” พระยาเจตราชท้ังหลายทูลช้ีบอกสถานที่ตางๆ ตามระยะ ทาง ๑๕ โยชน แดพระเวสสันดรอยางน้ีแลว คิดวา “พวกปจจามิตร อยา ไดก ลาํ้ กรายทาํ รา ยพระเวสสนั ดรพระชายาและพระโอรสพระธดิ า เลย” เพื่อปองกันมิใหภัยอันตรายเกิดขึ้น จึงใหเรียกพรานลาเนื้อคน หน่ึงชื่อเจตบุตรเปนคนฉลาดเรียนรูมาดีมาสั่งความวา “พอนายพรานเจตบุตร เจาจงสํารวจตรวจตราคนท่ีเดินผาน ไปผานมาใหดี ระมัดระวังอยาใหเกิดภัยอันตรายแดพระเวสสันดร พระชายาและพระโอรสพระธิดาอยางเด็ดขาด” พระยาเจตราชทั้งหลายเรียกนายพรานเจตบุตรมาสั่งความ แตงต้ังใหอยูถวายการอารักขาท่ีประตูปาระวังภัยอันตรายอยางนี้แลว ก็ถวายบังคมทูลลาพากันเดินทางกลับมาพระนครของตนตามเดิม ฝายพระเวสสันดรโพธิสัตวพรอมพระชายาและพระโอรส พระธิดา ก็เสด็จถึงภูเขาคันธมาทนตามลําดับ ประทับยับยั้งอยู ณ ที่ นั่นจนดวงตะวันเคล่ือนคลอยลงตํ่า ตอจากนั้นก็ทรงบายพระพักตรมุง ตรงตอทิศอุดร เสด็จลุถึงเชิงภูเขาวิปุลบรรพต ประทับน่ังที่ฝงแมน้ํา ๙๓
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน เกตุมดี เสวยเนื้อมีรสอรอยท่ีนายพรานปาคนหน่ึงนํามาทูลถวาย พระราชทานเข็มทองคําเปนรางวัลตอบแทนแกนายพรานคนนั้น ทรง ลงสรงสนานท่ีแมนํ้านั้นระงับความกระวนกระวายแลว ก็เสด็จขึ้นจาก แมน้ําเสด็จไปประทับนั่ง ณ รมตนไทรซ่ึงเกิดอยูที่สานุบรรพตครูหนึ่ง เสวยผลไทรทมี่ รี สหวานฉาํ่ นน้ั แลว กท็ รงลกุ ขน้ึ เสดจ็ ไปถงึ นาลกิ บรรพต เมื่อเสด็จตอไปอีกก็ถึงสระมุจลินท เสด็จลัดเลาะตามชายฝงสระ มุจลินทถึงมุมดานทิศอีสาน เสด็จเขาสูไพรสณฑโดยทางที่เดินได เพียงคนเดียว ตอจากน้ันก็ทรงลุถึงสระโบกขรณีสี่เหลี่ยมตามที่พระยา เจตราชท้ังหลายทูลชี้บอกทุกประการ กอนที่พระเวสสันดรพระชายาและพระโอรสพระธิดาจะเสด็จ ถึงสระโบกขรณีส่ีเหลี่ยมนั้น พิภพของทาวสักกอมรินทราธิราชสําแดง อาการรอน บัณฑุกัมพลศิลาอาสนแข็งกระดาง ทาวสักกอมรินทรา- ธิราชพิจารณาตรวจตราดูก็ทรงลวงรูความจริง ทรงดําริวา “พระ เวสสันดรโพธิสัตวเสด็จเขาสูหิมวันตประเทศแลว ควรไดประทับใน นิวาสสถานท่ีเหมาะสม” จึงตรัสเรียกพระวิสสุกรรมเทพบุตรมาสั่ง ความวา “พอวิสสุกรรมเทพบุตร บัดน้ีพระเวสสันดรโพธิสัตวพรอม พระชายาและพระโอรสพระธิดาเสด็จเขาสูหิมวันตประเทศแลว ควร ไดประทับในนิวาสสถานท่ีเหมาะสม อยากระนั้นเลย ทานจงไปเนรมิต บรรณศาลาอาศรมในสถานที่รื่นรมยใกลๆ สระโบกขรณีส่ีเหลี่ยม ณ เวิ้งเขาวงกต ถวายเปนนิวาสสถานที่ประทับแดพระเวสสันดรโพธิสัตว พรอมพระชายาและพระโอรสพระธิดาโดยเร็วเถิด” ๙๔
พระมหาอุเทน ปญ ญาปรทิ ัตต พระวิสสุกรรมเทพบุตรทูลรับสนองเทวบัญชาแลวลงจาก เทวโลกมาเนรมิตบรรณศาลาอาศรม ๒ หลัง สถานที่เดินจงกรม ๒ แหง และท่ีพักกลางคืนที่พักกลางวัน ใหประดับดวยพุมไมสีสันตางๆ อยางสวยงาม และใหแวดลอมดวยดงกลวย ตกแตงบรรพชิตบริขาร พรอ มจารึกตวั อักษรไววา “ทา นผใู ดประสงคบรรพชา ผูนนั้ กจ็ งใชสอย บรรพชติ บรขิ ารเหลานต้ี ามอธั ยาศยั เถดิ ” พรอมกับขับไลเหลา อมนุษย หมูเน้ือรายและฝูงสกุณาที่รองสงเสียงดังนากลัวออกไป ฝายพระเวสสันดรโพธิสัตวทอดพระเนตรทางเดินไดเพียง คนเดียวแลว ทรงกําหนดวาจะตองมีสถานที่สําหรับพํานักของเหลา บรรพชิตอยู จึงทรงใหพระนางมัทรีและพระโอรสพระธิดายับย้ังรอ อยูท่ีประตูทางเขาบรรณศาลาอาศรมกอน สวนพระองคก็เสด็จเขาสู บรรณศาลาอาศรมทอดพระเนตรเห็นอักษรท้ังหลาย ทรงทราบสักก- ทัตติยภาพวาทาวสักกอมรินทราธิราชประทานไว ทรงดําริวา “ทาว สกั กอมรนิ ทราธริ าชทอดพระเนตรเราแลว ” ทรงชกั พระแสงขรรคแ ละ พระแสงศรที่เหน็บอยูท่ีพระภูษาออก ทรงเปลื้องฉลองพระองคออก ครองผาเปลือกไมสีแดง พาดหนังเสือบนพระอังสาซาย เกลามณฑล ชฎา ทรงอธิษฐานบรรพชาผนวชเปนพระฤๅษี ทรงจับธารพระกรเสด็จ ออกจากบรรณศาลา ยงั สริ แิ หง บรรพชติ ใหร งุ เรอื ง ทรงเปลง พระอทุ าน วา “โอ สุขหนอ สุขอยางยิ่ง เราไดอยูในเพศบรรพชิตแลว” เสด็จขึ้น สูที่เดินจงกรมเสด็จจงกรมไปมาอยูสองสามรอบ เสด็จออกมาพบพระ ชายาและพระโอรสพระธิดาดวยพระอาการสงบงามดุจพระปจเจก พุทธเจา ๙๕
พระเวสสนั ดรเจาแหง ทาน ฝายพระนางมัทรีราชเทวีทอดพระเนตรทรงพระสัญญาจําได แลว ก็หมอบกราบแทบพระยุคลบาทของพระเวสสันดรโพธิสัตวพระ ภัสดา ถวายอภิวาทแลวทรงกันแสงเสด็จเขาสูบรรณศาลาอาศรมของ พระนาง ทรงเปลื้องฉลองพระองคออกครองผาเปลือกไมสีแดง พาด หนังเสือบนพระอังสาซาย เกลามณฑลชฎา ทรงอธิษฐานบรรพชา ผนวชเปนพระฤๅษิณี และทรงใหพระโอรสพระธิดาทรงเพศเปนกุมาร ฤๅษีกุมารีฤๅษิณี พระนางมัทรีราชฤๅษิณีทูลขอพรจากพระเวสสันดรราชฤๅษีวา “ขาแตสมมุติเทพ พระองคไมตองเสด็จไปสูปาแสวงหาผลไม นอยใหญดอก ขอจงประทับอยู ณ บรรณศาลาอาศรมพรอมดวย พระโอรสพระธิดาเถิด หมอมฉันเพียงผูเดียวจะออกไปแสวงหาผลไม นอยใหญในปานํามาถวายเอง” นับแตน้ันพระนางมัทรีราชฤๅษิณีก็เสด็จเท่ียวแสวงหาผลไม นอยใหญในปานํามาถวายความบํารุงแดพระสวามีและพระโอรส พระธิดาเพียงพระองคเดียว ฝายพระเวสสันดรราชฤๅษีก็ทรงขอพรจากพระนางมัทรีราช ฤๅษิณีวา “พระนองนางมัทรี เราท้ังสองไดอยูในเพศบรรพชิตแลว ชื่อ วาสตรีเปนความมัวหมองของพรหมจรรย ต้ังแตน้ีไป ขอพระนองนาง อยามาหาเราในเวลาไมสมควร” พระนางมัทรีทูลรับวา “สาธุ” ๙๖
พระมหาอุเทน ปญญาปริทตั ต เมื่อพระเวสสันดรโพธิสัตวประทับอยู ณ นิวาสสถานนั้น ดวย อานุภาพแหงพระเมตตาของโพธิสัตว ปรากฏวาพวกสิงสาราสัตวนอย ใหญท่ีอาศัยอยูในอาณาบริเวณประมาณ ๓ โยชนโดยรอบ ตางก็ได เมตตาจิตตอกันและกัน ไมเบียดเบียนซ่ึงกันและกันเลย ทุกๆ วัน พระนางมัทรีจะทรงต่ืนบรรทมแตเชาตรู ต้ังน้ําฉันนํ้า ใชนํ้าบวนพระโอษฐ จัดเตรียมน้ําสรงพระพักตรและไมชําระพระทนต ไว ปดกวาดบรรณาศาลาอาศรม ทรงใหพระโอรสพระธิดาท้ังสองอยู กับพระสวามี ถือเสียมกระเชาและตะขอสอยผลไมเสด็จเขาไปสูปา แสวงหาผลไมนอยใหญไดมาจนเต็มกระเชาแลว ก็เสด็จกลับบรรณ ศาลาในยามเย็น ทรงเก็บผลไมนอยใหญไวในบรรณศาลา สรงน้ํา และ ทรงใหพระโอรสพระธิดาสรงนํ้า พระเวสสันดรราชฤๅษีพระนางมัทรี ราชฤๅษิณีพระชาลีกุมารฤๅษีพระกัณหากุมารีฤๅษิณีประทับน่ังเสวย ผลไมนอยใหญแทบทวารบรรณศาลานั่นเอง ตอจากนั้นพระนางมัทรี ราชฤๅษิณีพระชาลีกุมารฤๅษีและพระกัณหากุมารีฤๅษิณีก็เสด็จเขาไป ประทับในบรรณศาลาอาศรม เวลาคอยๆ หมุนเคลื่อนลวงกาลผาน ไปๆ กษัตริยท้ัง ๔ พระองค ประทับอยู ณ เวิ้งเขาวงกตตลอดระยะ เวลา ๗ เดือนแลว ดวยประการฉะน้ีแล. จบกัณฑวนปเวสน ๙๗
พระเวสสนั ดรเจา แหง ทาน เทพเจาแหงการขอ “ขอทาน” คําพูดท่ีส่ือความหมายใหเขาใจงายๆ วา “ขอเอา ไปกิน” (ขอใหเขาทําทาน, ขอจากท่ีเขาทาน, ขอจากที่เขาเหลือ รับประทาน) กลายเปนอาชีพอยางหนึ่งท่ียึดถือทํามาแตบรรพกาล ยาจกพราหมณชูชกนั่นเองเปนตัวอยางที่ควรศึกษาอัตชีวประวัติ ชายชราวาทศิลปในการขอเปนเลิศ ลองไดเอยปากขอทรัพยกับใคร ไมเคยพลาด เศรษฐีคนร่ํารวยที่เขาพูดกันวา “ดันอูฐเขารูเข็มงาย กวาบอกใหเศรษฐีทําทานบริจาค” ยังมอบทรัพยไมมากก็นอยใหแก พราหมณชูชกเลย พราหมณชูชกคนโกหกเกงขอจนชํานาญกลายเปนตํานาน แหงการขอต้ังแตคร้ังน้ัน และถึงกับถูกยกยองใหเปนเทพเจาแหงการ ขอคร้ังปจจุบันน้ี เกจิหัวหมอมองเห็นความออนแอของคนท่ีอยาก ได อยากไดแตไมอยากทํา เอาแตน่ังขอรอความหวังวาจะสมความ ปรารถนาอยางเดียว เหมือนรอราชรถมาเกย ก็เลยทําเหรียญชูชกเปน เครื่องรางของขลังชนิดหน่ึงออกมา อวดอางอิทธิฤทธ์ิความศักด์ิสิทธิ์ วา ถาใครนําเอาไปแขวนคอบูชาสักการะอยูเนืองๆ อยากไดสิ่งใดก็ จะขอเอามาไดสมความปรารถนา พระเทศนมหาชาติเวสสันดรชาดก ก็บอกอานิสงสทานวา ทายกทายิการับเปนเจาภาพกัณฑเทศนชูชกก็ จะประสบโชคลาภร่ํารวยม่ังมีศรีสุข ๙๘
พระมหาอเุ ทน ปญญาปรทิ ัตต “ขอทาน” แมจ ะกลายเปน อาชพี หนง่ึ ทสี่ ามารถทาํ รายไดใ หแ ก ยาจกอยางเชน พราหมณชูชกเทีย่ วขอทานตามหมูบ า นตา งๆ จนไดเงนิ มาเก็บรวบรวมไวถึง ๑๐๐ กหาปณะ ขอจนไดเงินจํานวนหน่ึงมาฝาก ธนาคารไว แตขอทานก็เปนอาชีพท่ีต่ําตอยดอยคาท่ีสุด ทิ้งศักดิ์ศรีของ ความเปนมนุษยหมดส้ิน คนมีแขนขามือเทาครบเร่ียวแรงกําลังวังชาดี สตปิ ญ ญาพอคดิ อา นทาํ อะไรได แตก ลบั มานง่ั ขอทานอยรู มิ ถนน ไมเ หลอื อะไรแลว ในชวี ติ น้ี ขอทานใหเ ขามองดว ยสายตานา สมเพชเวทนาทาํ ไม “ภกิ ษ”ุ แปลตามรปู ศพั ทว า “ผขู อ” (ภกิ ขฺ ตตี ิ ภกิ ขฺ )ุ มองผา นๆ อาจจะไมแ ตกตา งจากขอทานมากนกั คอื “ขอรบั อาหารบณิ ฑบาตจาก ชาวบานมาขบฉัน” แตก็ไมไดชื่อวา “ขอทาน” หากประพฤติดีปฏิบัติ ชอบทาํ ตนใหเ ปน เสมอื นผนื ไรน าอดุ มทชี่ าวเกษตรกรรมโปรยหวา นพชื ขาวกลาลงไปเพาะปลูกผลิดอกออกผลเต็มรวงเมล็ดขาวมากยิ่งกวา เดิม (ปลูกหน่ึงเมล็ดงอกออกมารอยเมล็ด) ยอมไดช่ือวา “ผูใหมิใช ผูขอ” ทุกรุงเชาของวันใหมพระสงฆเดินออกไปรับอาหารบิณฑบาต คือการโปรดสัตว รับอาหารบิณฑบาตของทายกทายิกาอนุเคราะหให เขาไดถวายทานทํากุศล มิใชไปขอใหทายกทายิกามาโปรดอนุเคราะห ใสบาตรแกตน ความสําคัญของพระภิกษุช่ือวา “ผูใหมิใชผูขอ” อยูที่ความ ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ประพฤติแบบผูไมโลภ ไมโกรธ ไมหลงน่ันเอง (คําวา “อยาก” เปนศัพทสําหรับชาวบานพูดไดตามปกติ แตเปน ศัพทแสลงสําหรับพระ พูดคําวา “อยาก” ผิดปกติวิสัยของความ เปนพระ) ความประพฤติปฏิบัติศีลาจารวัตรของพระจะตองมั่นใจ ๙๙
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน วาสามารถทําใหกุศลผลบุญเกิดข้ึนมากแกทายกทายิกาผูถวายทาน อาหารบิณฑบาต หากไมมั่นใจวาจะสามารถทําใหกุศลผลบุญเกิด มากแกญาติโยมผูถวายทานอาหารบิณฑบาตหรือไม ก็ไดชื่อวา “ขอทาน” พระขอฉันขอทานดีๆ นี่เอง “มอื ของผขู อรอรบั อยตู าํ่ กวา มอื ของผยู น่ื มอบให” สถานะของ ผขู อกบั ผใู หถ กู ขดี เสน แบง ไวช ดั เจนอยา งน้ี ผขู อรบั ดว ยความนอบนอ ม ยอมเปนที่นาชอบใจของผูมอบให (พระพุทธองคทรงบอกใหพระภิกษุ นอมรับอาหารบิณฑบาตดวยความเคารพเอ้ือเฟอ) ผูมอบใหรูสึกยินดี ที่ผูขอรับดวยความเต็มใจ ผูขอรับส่ิงที่เขาอยากให ผูใหมอบสิ่งท่ีเขา อยากรับ ความสุขโสมนัสเปนบุญกุศลสัมพันธกันระหวางทายกผูให กับปฏิคาหกผูรับยอมเกิดข้ึน แตถาผูขอออกปากขอส่ิงท่ีเขาไมอยากให ผูใหก็ใหสิ่งท่ีเขาไม อยากรับ (จะใหก็ใหแตของดีๆ จะขอก็ขอของเขาเหลือกินเหลือใช) จะไดช่ือวาเบียดเบียนความรูสึกของกันและกันเสียเปลา ไมทําใหเกิด ความสุขโสมนัสระหวางทายกผูใหและปฏิคาหกผูรับเลย “ผูขอยอ มไมเปน ที่รกั ของผถู ูกขอ ฝายผถู ูกขอ เมอื่ ไมใ หก ็ยอ ม ไมเปนที่รักของผูขอ เพราะฉะน้ัน พระลูกจึงไมขอโยมพอนะอยาให พระลูกตองเปนท่ีเกลียดชังของโยมพอเลย” คําพูดของพระรัฐบาล กุลบุตรผูมีฐานะกลับบานมากลาวกับเศรษฐีบิดาของตนที่พูดวา “พอ รัฐบาล คนจํานวนมากที่พากันมาขอพอ พอไมรูจักเลย แตก็ยังให สง่ิ ของแกเ ขาได พอ รฐั บาลเปน พระลกู ชายแทๆ ทาํ ไมไมข อพอ บา งละ ” ๑๐๐
พระมหาอุเทน ปญญาปรทิ ัตต เ ร่ื อ ง ร า ว ร ะ ห ว า ง ส อ ง พ อ ลู ก ผู มี ฐ า น ะ ช า ติ ต ร ะ กู ล ดี ท่ี พระพทุ ธเจา นาํ มาตรสั บอกเปน นยั ธรรมวา “การขอคอื การเบยี ดเบยี น ไมเปนท่ีชอบใจของคนท่ีถูกขอ” เพ่ือตําหนิพระภิกษุชาวเมืองอาฬวี กลมุ หนึ่งโดยเฉพาะ พระภิกษชุ าวเมอื งอาฬวกี ลมุ นั้นสรางกุฏเิ สนาสนะ ที่อยูอาศัยใหญเกินขนาด งบประมาณบานปลาย สุดทายไปตอไมไหว ก็ตองเท่ียวออกปากขอชาวบาน “ขอทานท้ังหลาย จงใหแรงงาน จง ใหโค จงใหเกวียน จงใหมีด จงใหขวาน จงใหผ่ึง จงใหจอบ จงใหส่ิว จงใหเถาวัลย จงใหไมไผ จงใหหญามุงกระตาย” เจอที่ไหนขอมันท่ีน้ัน จนชาวบานเขาหวาดผวา เห็นพระภิกษุ เดินมาแตไกลก็รีบหลบเขาบานไป เห็นโคอยูไกลๆ สีคลายๆ พระนึก วาเปนพระก็รีบหลบหนีทันที เร่ืองออกปากขอจนสยองขวัญน้ีมาถึงพระพุทธเจา พระพุทธ องคจึงทรงเรียกประชุมสงฆสอบถามและตรัสตําหนิวา “ภกิ ษทุ ง้ั หลาย โภคสมบตั ขิ องคฤหสั ถร วบรวมไดย าก แมไ ดม า แลวก็ยังยากท่ีจะตามรักษา โมฆบุรุษท้ังหลาย เมื่อโภคสมบัติน้ันท่ีพวก คฤหสั ถร วบรวมไดย าก แมเขาไดม าแลว กย็ ังยากท่จี ะตามรกั ษาอยา งนี้ แตพวกเธอไดมีการวิงวอนออกปากขอเขาหลายครั้งหลายคราววา ขอทานทั้งหลายจงใหคน จงใหแรงงาน จงใหโค จงใหเกวียน จงใหมีด จงใหขวาน จงใหผึ่ง จงใหจอบ จงใหสิ่ว จงใหเถาวัลย จงใหไมไผ จงให หญามุงกระตาย จงใหหญาปลอง จงใหหญาสามัญ จงใหดิน การกระทําของพวกเธอน่ันไมเปนไปเพื่อความเล่ือมใสของ ชุมชนท่ียังไมเล่ือมใส เพ่ือความเลื่อมใสย่ิงของชุมชนท่ีเลื่อมใสแลว ๑๐๑
พระเวสสันดรเจาแหง ทาน โดยท่ีแทเพ่ือความไมเล่ือมใสของชุมชนที่ยังไมเล่ือมใส เพื่อความ เปนอยางอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแลว” “สิ่งที่ไดมาดวยการขอมีคานักหรือ” คําพูดของอาจารยสุชีพ ปุญญานุภาพ ผูอานพระไตรปฎกจบ ๔๕ เลม รวบรวมเรียบเรียงเขียน สรุปยนยอเปนพระไตรปฎกฉบับประชาชนเลมเดียว สมัยหน่ึงบอก เตือนกลุมลูกศิษยหนึ่งซึ่งไปรวบรวมผลงานเขียนหนังสือของทาน เพื่อเอาไปขอตําแหนงดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ จริงทีเดียว ศักด์ิศรีคุณคาจะลดลงทันที หากเราออกปากขอ ตองสงช่ือ อัตชีวประวัติ ผลงาน ไปชิงชัย ศักดิ์ศรีคุณคาจะไมลดลง เลยและเพิ่มมากยิ่งข้ึน หากเราไมออกปากขอ ทําคุณงามความดีเต็ม เปยมบําเพ็ญบารมีเต็มรอบ จนเขาตองนํารางวัลของกํานัลลํ้าคามา มอบใหเอง รูหรือไมวา ส่ิงเดียวที่ทําใหเขาแพ เทวดาและมนุษยตองยอม แพ นั่นคือวิริยะความเพียร เม่ือมนุษยทําความเพียร แมแตเทวดาก็ ปราชัย เทวดาส่ิงศักดิ์สิทธ์ิเขาไมอยากใหคนชอบกราบไหววิงวอนขอ เซนสรวงบูชานักหรอก แตจําเปนตองให เพราะปดความรําคาญเสีย มากกวา คนคนนส้ี ง เสยี งพรา่ํ บน รอ งขอจงั เลย ใหม นั ไปเถอะจะไดห ยดุ พรํ่าขอเสียที ความจริง เทวดาสิ่งศักด์ิสิทธ์ิทานจะชวยใหสําเร็จ มอบ รางวลั แหง ความสาํ เรจ็ ใหท นั ที เมอื่ มนษุ ยป ระกอบวริ ยิ ะขยนั หมน่ั เพยี ร จริงจังจนถึงท่ีสุด “สิ่งท่ีขอไดมามีคานักหรือ” ประโยคคําพูดของอาจารยสุชีพ ปุญญานุภาพนี้มาอยูกับจิตถือเปนคติธรรมของขาพเจาอยูเหมือนกัน ๑๐๒
พระมหาอเุ ทน ปญญาปริทตั ต แทจริงขาพเจามีฉันทะอัธยาศัยชอบทําความเพียรมากกวา ชอบทํา ไมชอบขอ ทําอะไรอยูในอํานาจของตน ตนกําหนดเวลาทําใหสําเร็จ ไดจริงๆ เชน เขียนหนังสือ ทําวิดีโอธรรมะ มิใชทําอะไรตองไปอยูใน อํานาจของคนอ่ืน ข้ึนอยูกับการกําหนดเวลาของคนอ่ืน จะสมความ ปรารถนากต็ อ เมอ่ื คนอน่ื เขานาํ มอบให ตอ งสง ชอ่ื ไปขอใหเ ขาพจิ ารณา เขาใหก็ได เขาไมใหก็ไมได อยางน้ีไมเอาดวยแลว ขาพเจาขออนุญาตเขียนถึงเรื่องตัวเองสักหนอยดีไหม มิได คดิ วา จะยกตนขนึ้ เหนอื คนอนื่ ดอก เพยี งเพอ่ื ใหท ราบวา “พระมหาอเุ ทน ปญญาปริทัตต ก็มีคุณงามความดีพอที่จะทําเร่ืองขอรับตําแหนง พระราชาคณะเปนทานเจาคุณกับเขาอยูเหมือนกัน” จะไดเขียน เปนอัตชีวประวัติชวงหน่ึงใหยอนกลับมาเลาขํากันเลนๆ บันทึกไว บนหนากระดาษนี้วา พระมหาอุเทน ปญญาปริทัตต ชวด ฉลู ขาล เถาะ พระราชาคณะมไิ ดเ ปนทานเจาคณุ ทาํ เรือ่ งขอแลว หายลับไปกบั สายลม เรอ่ื งมอี ยวู า นายตํารวจตระกูลดังไดโทรศัพทตอสายพูดคุยกับขาพเจา โดยตรงวา “ทานอาจารยครับ ผมขอทราบนามสกุลจริงของทานอาจารย หนอยครับ” “เจริญพร คุณจะเอาไปทําอะไรเหรอ” ขาพเจาถาม ๑๐๓
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน “เออๆ ผมจะเอาไปทําเรื่องขอเจาคุณนะครับ เปนเจาคุณ นอกระบบ ผมอยากใหทานอาจารยเปนเจาคุณนะครับ” เสียงตาม สายตอบ “เหรอ” ขาพเจาบอกนามสกุลจริงไปวา “สัจจัง” “แตก็ตองลองดูกอนนะครับทานอาจารย ไมรูจะไดจริงหรือ เปลา” นํ้าเสียงของเขาบงบอกความวิตกกังวล ขาพเจาจับนํ้าเสียง นั้นได พูดตอทันทีวา “คุณสบายใจไดนะ ไมตองวิตกกังวล อาตมาสมัยท่ีอยูใน ระบบสนองงานเจาประคุณสมเด็จฯ (พระมหาธีราจารยสมเด็จ วัดชนะ) ความรูสึกตอการเปนเจาคุณของอาตมาสมัยนั้นบอกวา ‘เปน ก็ดี ไมเปนก็ได’ แตพอลวงกาลผานไปๆ อาตมาออกนอกระบบเปน อิสระพระนอกคอกเต็มตัว เปนตนไมโตนอกกระถางทํางานอิสระ เผยแผพระศาสนา และมีความสุขกับการเผยแผพระศาสนาไดแลว ความรูสึกตอความเปนเจาคุณของอาตมาบอกกับตนเองวา ‘เปนก็ได ไมเปนก็ดี’” “ครับๆ ลองดูนะครับ” นายตํารวจตระกูลดังผูปรารถนาดี ตอขาพเจาอยากใหเปนพระราชาคณะทานเจาคุณรูปหนึ่งรับเร่ือง (รูเฉพาะนามสกุลสัจจัง) ไปดําเนินการ ขาพเจาก็รูสึกไมคอยดีกับ คําพูดแบบหย่ิงยโสโอหังนั้น “เขาหรือปรารถนาดีแทๆ เราก็ไมนาพูด อยางนั้น” แตความรูสึกจริงๆ ที่ผุดข้ึนในวันนั้นคือ “น่ีเราจะเปล่ียนชื่อ ‘อุเทน’ ท่ีพอกับแมต้ังให ฉายา ‘ปฺาปริทตฺโต’ ที่พระอุปชฌายต้ัง ๑๐๔
พระมหาอเุ ทน ปญ ญาปรทิ ัตต ใหแลวหรือ ชื่อเดิม ‘พระมหาอุเทน ปญญาปริทัตต' ก็ดีอยูแลวนี่’” ขาพเจายังรูสึกดีกับความรูสึกสลดใจน้ี มิใชรูสึกยินดีราเริง วา “คราวนี้แหละ เราจะไดเปล่ียนชื่อนามสกุลเปนพระราชาคณะ ราชทินนามวา ‘พระศรีวิสุทธิกวีวงศ’ เสียที” นับแตน้ันขาพเจาก็ปลอยใหกาลเวลาลวงผานไปๆ แบบมิได ใจจดใจจอมากนัก ความรูสึกตอการเปนเจาคุณก็รบกวนใจอยูบาง จนราํ คาญ แตท ร่ี สู กึ จรงิ ๆ คอื รสู กึ ไมค อ ยดที พ่ี ดู กบั นายตาํ รวจตระกลู ดงั แบบยโสโอหังนั้นไป พอถึงชวงใกลเห็นเขาเงียบหายไมติดตอมาเลย ขาพเจาจึงถือโอกาสโทรถึงสอบถามสักหนอย เสียงตามสายของ นายตํารวจตระกูลดังตอบมาวา “ผมสงเร่ืองไปแลวครับ เด๋ียวจะตาม ดูนะครับ” วันตอมาเสียงตามสายของนายตํารวจตระกูลดังบอกวา “ไม ไดครับ ทานอาจารย เสนสายเยอะมาก” “เหรอ อาตมาทราบอยูแลว” ขาพเจาอุทานตอบ “ทานอาจารยก็ทราบเร่ืองแบบน้ีอยูเหมือนกันหรือครับ” เสียงตามสายถามมา “ทราบสิ ทราบมาตั้งนานแลว ถือเปนเรื่องปกติ พอแลวนะ ขอครั้งแรกและคร้ังสุดทายไมขออีก” “อาว ทําไมหรือครับทานอาจารย” เสียงตามสายถาม “อาตมากไ็ มไ ดม ศี กั ดศิ์ รอี ะไรมากนกั ดอก เพยี งแตร สู กึ ประทบั ใจกับคําพูดของอาจารยสุชีพ ปุญญานุภาพวา ‘สิ่งท่ีขอไดมามีคา ๑๐๕
พระเวสสันดรเจาแหงทาน นักหรือ’ ทราบจากสมัยที่กลุมลูกศิษยของทานทําเร่ืองรวบรวม ผลงานเอาไปขอดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิมาใหแกทาน แตทานพูดออก มาทํานองน้ี เรื่องขอเปนเร่ืองที่เขาใหมา เขาใหเราก็ได เขาไมใหเราก็ ไมได แตทางท่ีดีท่ีสุดคือ ถาเขาอยากให เขาก็ควรจะใหมาเอง ไมใช ใหเราไปขอเขา” เรื่องการขอเปนเจาคุณนอกระบบสําหรับพระนอกคอกเชน ขาพเจาก็เอวังจบลงดวยประการฉะนี้ จะชาติน้ี ชาติหนา หรือชาติ ไหนก็ไมมีวาสนาเปนเจาคุณกับเขาดอก เรื่องทํานองคนละเรื่องเดียวกันน้ี ทราบวา พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระกระแสรับสั่งกับ พระภิกษุเถรานุเถระคร้ังหนึ่งวา “พระคุณทานปรารถนาสิ่งหนึ่ง ประการใด ขอโยมไดนะ โยมสามารถจัดถวายใหไดทุกอยาง แตขอ อยางเดียว ‘สมณศักด์ิ’ โยมจะถวายใหเอง ไมตองทําเรื่องขอมา” บทสรุปเร่ืองนี้คือจงทําความเพียรเพื่อมาเปนผูใหมากกวา เปนผูขอ จงเพียรพยายามทําส่ิงหน่ึงขึ้นมาสงมอบใหกับมือซ่ึงใชกําลัง มากกวาย่ืนมือออกมาแบขอรับ หากทําความเพียรแตเพียรพรํ่าบน วิงวอนขอก็จะสําเร็จไดเหมือนกัน สําเร็จเปนเหมือนพราหมณชูชก ผสู รา งตาํ นานแหง การขอ บชู าเทพเจา แหง การขอนนั้ สิ ชาตนิ ี้ ชาตหิ นา หรือชาติไหนจะไดขอ ขอ และขอ ไมสามารถทําสําเร็จดวยสมอง และสองมือของตนเลย. ๑๐๖
¡Ñ³±ทèÕ õ ชูชก
สมัยนั้นมีพราหมณแกคนหนึ่งช่ือชูชกเปนขอทานมืออาชีพ มีวาทศิลปในการขอเปนเลิศ อาศัยอยูในหมูบานพราหมณช่ือทุน นวิฏฐะ แควนกาลิงคะ พราหมณชูชกเที่ยวขอทานแสวงหาทรัพยตาม หมูบานตางๆ ไปเรื่อยๆ จนไดทรัพยมารวบรวมไวถึง ๑๐๐ กหาปณะ กลัวสูญหายจึงนําไปฝากไวกับสกุลพราหมณหน่ึงซ่ึงเปนเพื่อนสนิทกัน และออกเท่ียวขอทานแสวงหาทรัพยตอไปอีก พราหมณชูชกหายหนา หายตาไปนานทีเดียว ไมเห็นกลับมาสักที สกุลพราหมณน้ันเขาใจ วาพราหมณชูชกคงลมหายตายจากไปแลวก็เลยใชสอยทรัพยนั้น จนหมด ตอมาภายหลังพราหมณชูชกยอนกลับมาทวงทรัพยคืน สกุลพราหมณน้ันไมสามารถชดใชใหได จําตองยกลูกสาวคนสวย ชื่ออมิตตตาปนาใหพราหมณชูชกนั้นไปแทน พราหมณชูชกพา นางอมิตตตาปนาไปอยูในหมูบานพราหมณทุนนวิฏฐะ แควนกาลิงคะ นั้น นางไดปรนนิบัติพราหมณชูชกตามหนาท่ีภรรยาเปนอยางดี พวกพราหมณหนุมๆ เห็นนางอมิตตตาปนาประพฤติตัว เรียบรอยปรนนิบัติพราหมณแกชูชกดี จึงตอวาตอขานกระทบ กระเทียบภรรยาของตนวา “ดูสิ พวกเธอ นางอมิตตตาปรนนิบัติพราหมณแกชูชกเปน อยางดี แตพวกเธอกลับพากันเล่ินเลอกระเฌอกนร่ัว ไมเอาไหนเลย ทําไมไมเอาอยางนางอมิตตตาบาง”
พระเวสสนั ดรเจา แหง ทาน ภรรยาของพวกพราหมณหนุมถูกตําหนิติเตียนแลวก็โกรธ แคนปรึกษาหารือกันวา “พวกเราจะใหนางอมิตตตาน้ีหนีออกจาก หมบู า นนไี้ ปเสยี ” เวลานางอมติ ตตาไปตกั นา้ํ ทท่ี า นาํ้ กท็ าํ ทเี ปน แตกตนื่ เดินไปทาน้ําจับกลุมรุมช้ีน้ิวดาวานางอมิตตตาตางๆ นานา “นี่อีนางอมิตตตา เจายังเปนสาวอยูแทๆ แตพอกับแมของ เจากลับยกตัวเจาใหเปนเมียอีตาพราหมณแกชูชกเสีย พวกญาติๆ มอบตัวเจาใหพราหมณแกท้ังๆ ที่ยังเปนสาวน้ีนะ ชางนาสมเพชจริงๆ คนเขาอยูในท่ีลับแอบปรึกษากันทําเร่ืองชั่วๆ เร่ืองลามกจกเปรต เรื่อง ที่ไมแชมชื่นใจ เจาอยูกับผัวแกยิ่งไมแชมช่ืนใจเลย เจาอยูกับผัวแก ตายเสียยังดีกวามีชีวิตอยู พอกับแมของเจาคงไมมีปญญาหาชาย หนุมดีๆ มาใหเปนผัวเจาละสิ จึงตองยกตัวเจาทั้งที่ยังเปนสาวใหเปน เมียผัวแก เจาคงบูชายัญไวไมดี ในดิถีท่ี ๙ เจาคงไมไดบวงสรวงบูชาไฟ เจาคงเคยดาวาสมณพราหมณผูมั่นประพฤติพรหมจรรย ทรงศีลา- จารวัตรไวแนๆ จึงไดมาอยูกับผัวแกอยางนี้ ฮะฮะ ชางนาหัวรอ ถูก งูกัดก็ไมทุกข ถูกหอกแทงก็ไมทุกข แตอยูกับผัวแกน่ีสิทุกขสุดๆ แย เอามากๆ การหยอกลอเลนหัวไมมีหรอกกับผัวแกนั่นนะ มันชางนา หัวเราะขบขันท่ีเห็นกระซิกกระซี้หยอกลอเลนหัวกัน เมื่อใดผัวหนุม เมียสาวอยูในท่ีลับกระเซาเยาหยอกกันอยางมีความสุข เม่ือน้ันความ ทุกขความเศราโศกที่รุมเราจิตใจก็สรางคลายจนหมดสิ้น เจายังเปน สาวเปนแสรูปรางหนาตาดี พวกผูชายกระเห้ียนกระหือรือกันนัก เจา จงกลบั ไปอยบู า นเกา เสยี เถอะ คนแกจ ะทาํ ใหเ จา มคี วามสขุ ไดอ ยา งไร” ๑๑๐
พระมหาอเุ ทน ปญญาปริทตั ต นางอมิตตตาถูกพวกนางพราหมณีรุมดาวาเอาเจ็บๆ ก็เสียใจ รองหมรองไหแบกหมอนํ้าเดินกมหนากมตากลับบาน พราหมณชูชก เหน็ นางอมติ ตตาหนา ตาเศรา สรอ ยเดนิ ตอ ยๆ รอ งไหก ลบั บา นมา ถามวา “แมนางอมิตตตา เธอรองไหทําไม” เลาใหฟงวา “พอพราหมณ ฉันไมไปตักนํ้ามาใหทานแลวนะ พวกนาง พราหมณีรุมดาวาฉันอยางสาดเสียเทเสีย ไมมีชิ้นดีเลย หาวาทานเปน ตาแกหนังเหี่ยวไรสมรรถภาพ” พราหมณชูชกปลอบโยนวา “แมน างอมติ ตตาเอย อยาไดเสียใจไปเลย พวกเขาอจิ ฉาริษยา เธอนะ ถาเหตุการณเปนอยางน้ี ไมเปนไร เธอก็ไมตองไปตักน้ํามาให ฉันหรอก ฉันจะไปตักนํ้าเอาเอง แมอมิตตตาอยาไดขัดเคืองนะจะ” นางอมิตตตากลาววา “พอพราหมณ ฉันไมไดเกิดในตระกูลท่ีใชใหสามีไปตักนํ้า ฟงนะ ฉันจะไมอยูในบานหลังนี้ ถาทานไมพาตัวทาสหรือทาสีมารับใช ฉัน รับรองเลย ฉันจะไมอยูกับทานอยางเด็ดขาด” ชูชกกลาววา “แมน างอมติ ตตา ฉนั ไมร เู รอื่ งศลิ ปวทิ ยาใดๆ เลย ทง้ั ทรพั ยส นิ ศฤงคารขาวสารขาวเปลือกก็ไมมี ฉันไมรูจะไปหาทาสหรือทาสีจาก ที่ไหนมาใหเธอ ฉันจะดูแลเธอเอง เธออยาไดขัดเคืองเลย” ๑๑๑
พระเวสสนั ดรเจา แหงทาน นางอมิตตตาเกิดความคิดช่ัวราย ถูกเทวดาดลใจ กลาวกับ พราหมณชูชกวา “ไมรูละพอพราหมณ ฉันจะไมอยูกับทานแนๆ ถาไมไดทาส หรือทาสี ฉันจะบอกใหทานรู พระเวสสันดรเสด็จไปประทับอยูที่ เขาวงกต พอพราหมณเอย ทานจงเดินทางไปทูลขอพระราชโอรส พระราชธิดาของพระองคมาเปนทาสชวงใชเถิด ถาทานทูลขอแลว เช่ือวา พระเวสสันดรผูเปนขัตติยราชชาติกษัตริยพระราชอัธยาศัย กวางใหญจะตองพระราชทานพระราชโอรสพระราชธิดาแกทานให มาเปนทาสและทาสีอยางแนนอน” ชูชกกลาววา “แมพราหมณี ฉันเปนคนแกนะ เร่ียวแรงกําลังวังชาถดถอย ท้ังหนทางก็ยาวไกลและยากจะไปถึง เธออยานอยอกนอยใจพิร้ีพิไร ใหมากนักเลย ฉันจะดูแลเธอเอง เธออยาไดขัดเคืองนะจะ” นางพราหมณีอมิตตตากลาววา “คนขลาดไปไมถึงสนามรบก็หวาดกลัว ยังไมทันไดรบเลยก็ ยอมแพยกธงขาวเสียแลว ฉันใด พอพราหมณ ทานก็ฉันนั้นเหมือน กัน ยังไมทันไดไปเลย ก็ยอมแพยกธงขาวเสียแลว ฟงนะ ฉันจะไมอยู ในบานหลังน้ี ถาทานไมพาตัวทาสหรือทาสีมาใหฉัน รับรองเลย ฉัน จะไมอยูกับทานอยางเด็ดขาด เม่ือใดทานเห็นฉันแตงตัวสวยงามละ เลนอยูในงานมหรสพร่ืนเริง เมื่อนั้นทานจะตองเสียใจเปนทุกข ยิ่ง ฉันรื่นเริงอยูกับชายอื่น ทานก็ย่ิงตองเสียใจเปนทุกขหนัก ขอบอกนะ ๑๑๒
พระมหาอุเทน ปญญาปริทัตต ขอบอก ทานแกมากแลว เวลาที่ไมไดเห็นฉันก็จะคร่ําครวญหา หลังที่ โคง งอกจ็ ะโคง งอมากยง่ิ ขน้ึ ผมทหี่ งอกกจ็ ะหงอกขาวโพลนมากยงิ่ ขน้ึ ” พราหมณชูชกไดฟงอยางน้ันก็ตระหนกตกใจกลัว ตกอยูใน อํานาจของนางพราหมณีอมิตตตา ถูกกามราคะบีบรัดหัวใจ พูดวา “แมนางพราหมณี ถา อยา งน้ัน เธอจงจดั เตรียมเสบียงเดนิ ทาง ใหฉันโดยเร็ว จัดขนมปรุงดวยงา ขนมปรุงดวยน้ําตาล ขนมเปนกอน ผสมน้ําผ้ึง และขาวพอก จัดเตรียมใหเพียงพอเลยนะ ฉันจะไปพาตัว พ่ีนองสองศรีพระราชกุมารพระราชกุมารีมาเปนทาสและทาสีให เธอเอง พระราชกุมารพระราชกุมารีทั้งสองพระองคนั้นคงไมเกียจคราน ปรนนิบัติรับใชเธอใหอยูดีสุขสบายเปนแน” นางอมิตตตารีบจัดเตรียมเสบียงเดินทางใหแกพราหมณชูชก ทันที พราหมณชูชกก็ซอมประตูเรือน ทําท่ีชํารุดใหแข็งแรง หาฟนมา เก็บกักตุนไวใตถุนบาน ไปตักนํ้ามาใสหมอน้ําไวเต็ม นุงหมเปลี่ยนเปน เพศดาบสเอาเอง ส่ังสอนนางอมิตตตาวา “แมนางอมิตตตา นับต้ังแตวันน้ีเปนตนไป เวลามืดค่ําเธอ อยาออกนอกบานนะ อยาประมาทพล้ังเผลอ รอจนกวาฉันจะกลับ มานะจะ Dear ที่รัก” สวมรองเทายกถุงยามท่ีบรรจุเสบียงจนเต็มข้ึนสะพายบา ประทักษิณเวียนรอบนางอมิตตตา รองไหนํ้าตานองหนาออกจาก บานเดินด้ันดนจนไปถึงพระนครสีพีท่ีเจริญรุงเรือง ถามชาวพระนคร ที่ชุมนุมกันอยูวา ๑๑๓
พระเวสสนั ดรเจาแหง ทาน “พระเวสสันดรเจาเสด็จไปประทับอยูที่ไหนจะ ฉันอยากขอ เขาเฝาพระองค” พวกชาวพระนครสีพีพูดวา “ตาพราหมณเฒา พระเวสสันดรบรมกษัตริยถูกพวกเจา เบียดเบียน เพราะทรงใหทานมากไป จึงถูกเนรเทศออกจากรัฐ จําตอง เสด็จปลีกไปประทับอยูท่ีเขาวงกต ตาพราหมณเฒา พระเวสสันดร บรมกษัตริยถูกพวกเจาเบียดเบียน เพราะทรงใหทานมากไป จําตอง พาพระชายาและพระโอรสพระธิดาเสด็จปลีกไปประทับอยูท่ีเขาวงกต พวกเจาทําใหพระเวสสันดรบรมกษัตริยของพวกเราลําบากมากแลว ยังจะเบียดเบียนอะไรพระองคอีก มายืนอยูที่น่ีทําไม ไปเลย ไปใหพน” วาแลวก็จับกอนดินกอนหินไมคอนขวางปาไลพราหมณชูชก พราหมณชูชกรีบเผนหนีออกจากพระนครสีพี ถือไมเทาสีดังผล มะตูมสุก เครื่องบูชาไฟและหมอนํ้า เดินเขาสูปาใหญท่ีเกลื่อนกลน ดวยพาลมฤคดุราย ราชสีห เสือโครง เสือเหลือง แกหลงเดินออกนอก ทางเขาวงกต รองไหเที่ยวหาทางไปใหม ถูกฝูงสุนัขไล รีบปนขึ้นไป น่ังบนตนไม สุนัขฝูงน้ันลอมเอาไวเหาเสียงดัง แกพรํ่าเพอพูดไปตางๆ นานา “ใครจะทูลแจงขาวแดพระเวสสันดรราชบุตรผูประเสริฐ ทรงเอาชนะมัจฉริยะความตระหนี่ไมกลับปราชัย ประทานความสวัสดี ยามมีภัยอันตราย พระองคทรงเปนท่ีพึ่งพิงของเหลายาจก ดังผืนปฐพี เปนที่พึ่งพิงของเหลาผองสัตว ๑๑๔
พระมหาอุเทน ปญญาปริทัตต ใครจะทูลแจงขาวแดพระเวสสันดรผูเปรียบเสมือนผืนปฐพี ของพวกเรา พระองคทรงเปนท่ีตองการเขาเฝาของเหลายาจก ดัง หวงสาครเปนธารที่รวมไหลของสายน้ํานอยใหญ ใครจะทูลแจงขาวแดพระเวสสันดรผูเปรียบเสมือนหวงสาคร ของพวกเรา พระองคทรงเปนดังสระโบกขรณีมีทาสะอาดราบเรียบดี ลงด่ืมไดงาย น้ําใสเต็มขอบสระ นาร่ืนรมย ดารดาษดวยดอกบุณฑริก และดอกบัวขาว ละอองเกสรหอมฟุงกระจาย ใครจะทูลแจงขาวแดพระเวสสันดรผูเปรียบเสมือนสระ โบกขรณีของพวกเรา พระองคทรงเปนดังตนไทร ตนมะมวง ตนรัง ตนไมใหญอยูริมทาง ใบดกรมคร้ึมนารื่นรมยใจ ซ่ึงเปนท่ีหลบรอนของ คนเดินทางที่ออนลาเดินมาทามกลางแสงแดดแผดรอน ใครจะทูลแจงขาวแดพระเวสสันดรผูทรงพระคุณอันประเสริฐ เมื่อขาเขามาสูปาใหญพรํ่าเพออยูอยางนี้ ผูใดบอกวา ฉันรูทางไป พบพระเวสสันดร ผูน้ันช่ือวายังความโสมนัสใหเกิดแกขา เมื่อขาเขา มาสูปาใหญพรํ่าเพออยูอยางน้ี ผูใดบอกวา ฉันรูจักนิวาสสถานของ พระเวสสันดร ผูน้ันชื่อวาประสบบุญมิใชนอย” พรานลาเน้ือช่ือเจตบุตรท่ีเหลาพระยาเจตราชแตงตั้งไวเพ่ือ ถวายการอารักขาแดพระเวสสันดร เท่ียวอยูในปาไดยินเสียงพรํ่าเพอ ของพราหมณชูชก คิดวา “ตาพราหมณเฒาคนนี้อยากเขาเฝาพระเวสสันดร พรํ่าเพอ พูดออกมาอยางน้ีแสดงวาไมไดมาเฉยๆ ไมประสงคดีแนๆ จะตองมา ๑๑๕
พระเวสสันดรเจา แหง ทาน ขอพระนางมัทรีหรือพระชาลีราชกุมารและพระกัณหาราชกุมารี เรา จะฆาแกท้ิงเสีย” รีบเดินเขาไปใกลๆ พูดวา “ตาพราหมณเฒา พระเวสสันดรบรมกษัตริยถูกพวกเจา เบียดเบียน เพราะทรงใหทานมากไป จึงถูกเนรเทศออกจากรัฐ จําตอง เสด็จปลีกไปประทับอยูท่ีเขาวงกต ตาพราหมณเฒา พระเวสสันดร บรมกษัตริยถูกพวกเจาเบียดเบียน เพราะทรงใหทานมากไป จําตอง พาพระชายาและพระโอรสพระธิดาเสด็จปลีกไปประทับอยูที่เขาวงกต แกเปนคนปญญาทราม ทําสิ่งที่ไมควรทํา ออกจากหมูบานเขามาสูปา แสวงหาพระราชบตุ ร ดจุ นกกระยางเทยี่ วหาปลากนิ เจา เลห ช วั่ รา ยมาก ตาเฒาเอย ขาจะไมไวชีวิตแก ลูกศรนี้ที่ขายิงออกไปจะดื่มเลือดแก ขา จะตัดเอาหัวแกมาเสียบประจาน ขาจะเฉือนเอาเนื้อของแกชําแหละ ลากไสมาใหฝูงแรงกิน ขาจะเชือดหัวใจและสมองของแกมาบูชายัญ ตาเฒาเอย ขาจะไมยอมใหแกพาพระเทวีและพระโอรสพระธิดาของ พระเวสสันดรเจาออกจากปาไปอยางเด็ดขาด” พรานเจตบุตรขมขูอยางนี้แลวก็ยกหนาไมข้ึนสายเตรียมยิง พราหมณชูชกตระหนกตกใจมากกลัวตาย รีบหาทางเอา ตัวรอด กลาวเท็จรองบอกวา “ชากอนๆ อยาเพ่ิงยิงๆ ขาเปนพราหมณทูตที่ไมสมควรฆา เจาจงฟงขากอน คนทั้งหลายยอมไมฆาทูต นี้เปนธรรมเนียมเกา บัดนี้ ชาวพระนครสพี ที ้งั หลายหายแคน เคอื งแลว พระราชชนกทรงประสงค ๑๑๖
พระมหาอุเทน ปญญาปรทิ ัตต จะพบพระเวสสันดร ทั้งพระราชชนนีก็ทรงมีพระเรี่ยวแรงกําลังวังชา ถดถอย พระเนตรทั้งสองขางเร่ิมฝาฟาง พอนายพราน พระราชา พระราชินีทรงสงขามาเปนทูตทูลเชิญพระเวสสันดรพระชายาและ พระโอรสพระธิดาเสด็จนิวัติพระนคร ถาเจารูทางก็จงบอกขาเถิด” พรานเจตบุตรไดฟงความนั้นแลวก็ปลาบปล้ืมใจ “โอ ลุง พราหมณน้ีเปนทูตมาทูลเชิญพระเวสสันดรเสด็จนิวัติพระนคร” จงึ ผกู ฝงู สนุ ขั ไวท ขี่ า งทาง เชญิ พราหมณช ชู กใหล งมาจากตน ไม ใหน่ังบนท่ีปูลาดดวยใบไม นําขาวปลาอาหารมาเลี้ยง ทําปฏิสันถารวา “ลุงพราหมณ ลุงเปนทูตของพระเวสสันดรผูเปนท่ีรักของขา ขาขอมอบกระบอกนํ้าผ้ึงและขาเน้ือยางนี้เปนเคร่ืองบรรณาการแก ลุง และจะบอกนิวาสสถานที่ประทับของพระเวสสันดรให ขอลุงจง เดินทางไปทําหนาท่ีพราหมณทูตทูลเชิญพระเวสสันดรพระชายาและ พระโอรสพระธิดาเสด็จนิวัติพระนครเถิด.” จบกัณฑชูชก ๑๑๗
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน เรื่องปานอยปาใหญ ปาคือแดนดินถ่ินมาตุภูมิของมนุษย เดิมทีมนุษยอยูในปามา เปน มนษุ ยป า มนษุ ยถ า้ํ มากอ น ภายหลงั จงึ ลงมาสพู น้ื ราบทาํ การเกษตร ปลูกบานอยูอาศัย กลาวอยางนี้อาจไมตรงตามอัคคัญญสูตรเร่ืองตนกําเนิดของ มนุษยท่ีพระพุทธเจาตรัสแสดงไว อัคคัญญสูตรน้ันเริ่มมที่งวนดิน กะปดิน เครือดิน และขาวสาลี ไมไดบอกวามีปา มนุษยตนกัปอยูใน ปามากอน แตยุคปจจุบันนี้ก็ยังมีมนุษยปาหลายเผาอาศัยอยูทางลุม น้ําอเมซอนทางตอนใตของอเมริกา มนุษยปาหลายเผานั้นไมคิดจะ ออกมาสูพื้นราบเลย วนเวียนอาศัยอยูแตในปาอยางเดียว แสดงวา ปามีมนตเสนหไมเส่ือมคลาย มนุษยปาจึงไมอยากมาเปนมนุษยเมือง อยูในปาคอนกรีต ขาพเจาเคยเดินทางไปอยูสวนโมกขพลารามสถานท่ีจํา พรรษาของหลวงพอพุทธทาส (พระธรรมโฆษาจารย) ประมาณรวม เดือนทีเดียว ยังระลึกจําไดดีวา กอนเดินเขาไปในสวนโมกขพลาราม บรรยากาศภายนอกชวงเดือนมีนา-เมษาออกจะรอนอบอาวมาก แต พอยางกาวเขาไปภายในสวนโมกขเทาน้ันก็รูสึกชุมเย็นทันที ขาพเจาไดเขาไปอยูอาศัยในกุฏินอยกลางปาแหงหนึ่ง ลอม รอบดวยปาไมมากมายหลายชนิด ท้ังไมใหญ ไมเล็ก และไมเล้ือยที่ ๑๑๘
พระมหาอุเทน ปญ ญาปรทิ ัตต เกิดอยูตามธรรมชาติเกี่ยวพันกันแผปกคลุมรมคร้ึมชนิดแหงนมอง ไมเห็นทองฟา เวลามืดคํ่าทําวัตรเย็นเสร็จ เดินกลับกุฏิลองปดตะเกียง สองทางดู ปรากฏวามืดมนอนธการกาวยางไปไมไดเลย (อยูในกุฏินอย กลางปารูปเดียว กลางค่ํากลางคืนวันแรกรูสึกกลัวมากๆ แตครั้นวัน ตอมาก็ปกติไมกลัวอะไร) สมยั นน้ั ประมาณเกอื บ ๒๐ ปท แ่ี ลว ขา พเจา เขา ไปพกั อยอู าศยั สวนโมกขพลารามอบอวลดวยกลิ่นอายธรรมชาติจริงๆ พลังงานศักย ก็เยอะมาก (พลังงานศักยเสถียรหยุดน่ิง มิใชพลังงานจลนเคลื่อนไหว) จึงมิใชเรื่องแปลกท่ีหลวงพอพุทธทาสเทศนเทศนาธรรมเขียนหนังสือ ออกมาเปนชุดธรรมโฆษณไดมากกวาพระไตรปฎก ๔๕ เลม ขาพเจาปฏิบัติทํากรรมฐานตักตวงเอาความอบอวลกลิ่นอาย ของธรรมชาติพลังงานศักยนั้นไว ไดสัมผัสสภาวธรรมชัดเจน (ถามี กุฏิที่พักกวางกันยุงไดสักหนอย ยุงท่ีสวนโมกขนากลัวมาก มีคนสง อาหารให และไมมีใครรบกวน ขาพเจาจะอยูเก็บอารมณทํากรรมฐาน แนๆ) เม่ือกลับจากสวนโมกขพลาราม (สถานรมรื่นอยูในความทรงจํา ยังอยากยอนกลับไปอีก) มาอยูกุฏิที่พักในกรุงเทพฯ ขาพเจาทํางาน เขียนหนังสือเลมหน่ึงรวดเดียวจบภายใน ๕ วันเทาน้ัน ภายในปน้ันขาพเจาอยูในกรุงเทพฯ สักพักก็ขออนุญาตทาง วัดไปอยทู ว่ี ดั ญาณเวสกวนั นครปฐมตอ ทันที สถานทอ่ี ยูจาํ พรรษาของ พระพรหมคุณาภรณ ประมาณ ๒๔ วัน ขออยูในฐานะพระอาคันตุกะ พักอาศัยศึกษาปฏิบัติธรรม แตกลายเปนวาขาพเจาตองไปชวยงานวัด ๑๑๙
พระเวสสนั ดรเจาแหงทาน ทั้งแสดงธรรม กลาวสัมโมทนียกถา อนุโมทนาญาติโยมที่มาถวายเพล พาพระใหมทํากรรมฐาน อยูสวนโมกขก็ไดแสดงธรรมท่ีลานหินโคง ตอนบายเกือบทุกวันเหมือนกัน ครั้งนั้นขาพเจาไดเจอปาในวัดญาณเวสกวัน แตเปนปาท่ีทาง วัดจัดปรับแตงไว นําไมใหญท้ังตนมาปลูกเพาะชําลงกับพื้นดินเลย ทเี ดยี ว ดรู ม รน่ื เปน ระเบยี บเรยี บรอ ยงามตามาก ถามตนเองวา ระหวา ง ปาธรรมชาติกับปาที่มนุษยจัดปรับแตงไว เราจะเลือกอยูในปาใด คําตอบตอนน้ันบอกวา ปาที่มนุษยจัดปรับแตงไวสิ ดูงดงามเปน ระเบียบเรียบรอยดี แตคร้ันขาพเจากลับมาที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ อยูในกุฏิ ท่ีพักของตนเหมือนเดิม ใจของขาพเจากลับไปอยูที่สวนโมกขพลาราม ความรมร่ืนอบอวลดวยกล่ินอายของปาธรรมชาติดิบๆ ไหลพรั่งพรู เขามาอยูในหวงคํานึงทันที ทําใหรูสึกถวิลหาอยากกลับไปอยูที่ สวนโมกขพลาราม วัดธารนํ้าไหลอีกคร้ัง (ระลึกถึงตอนไปนั่งแชตัวอยู ที่ธารน้ําไหล ปลอยใหนํ้าใสไหลผานรางกายชางชุมเย็นดีจริงๆ) พระพุทธเจาประสูติท่ีปาสวนลุมพินีวัน ทําความเพียรกับผืน ปาอุรุเวลาเสนานิคม ตรัสรูท่ีปาใตรมตนพระศรีมหาโพธ์ิ แสดงธรรม ที่ปาอิสิปตนมฤคทายวัน และเสด็จดับขันธปรินิพพานท่ีปาใตรมตนไม สาละคมู ใิ ชห รอื แมด าํ รงพระชนมชพี อยเู สดจ็ จารกิ ไปแสดงธรรมโปรด คนมีอุปนิสัยในทางธรรมตามคามนิคมเมืองนอยใหญ แตพระหฤทัย ของพระพุทธองคก็ยังทรงยินดีอยูในปาเหมือนเดิม ๑๒๐
พระมหาอเุ ทน ปญญาปริทตั ต ดังขอความปรากฏอยูในพระไตรปฎกตอนหนึ่งวา “อนึ่ง พระผูมีพระภาคทรงซองเสพเสนาสนะอันเปนปา ละเมาะ และปาทึบท่ีสงัด มีเสียงนอย ปราศจากเสียงอึกทึกครึกโครม ชนผูสัญจรไปมา เปนที่ควรทํากรรมลับของมนุษย สมควรแกวิเวก เพราะฉะนั้น จึงชื่อวา ภควา” พระอัธยาศัยยินดีนอมไปในปาสงัดสมควรแกการเสพคุนกับ วเิ วกเชน นี้ มเี ฉพาะชว งทเ่ี ปน พระพทุ ธเจา เทา นนั้ หรอื ขอตอบวา ไมใ ช สมัยที่เสวยพระชาติเปนพระโพธิสัตว เชน พระเตมีย พระมหาชนก พระสวุ รรณสาม ลว นประทบั อยภู ายในปา ทาํ สมาธบิ าํ เพญ็ ฌานสมาบตั ิ เพียงพระองคเดียว แมกอนไดรับพุทธพยากรณก็เปนสุเมธดาบสอยู ท่ีภูเขาธรรมิกบรรพตบําเพ็ญฌานสมาบัติเหมือนกัน มนตเสนหของปาอยูที่ความรื่นรมยอบอวลดวยกลิ่นอายแหง ธรรมชาติท่ีชุมเย็นอยูตลอดเวลา เมื่อพระภิกษุคิดจะปลีกวิเวกไปอยู ในปาตามราวไพร (อยูในความคิดของขาพเจาอยากไปอยูกับพระตอม ที่เชียงราย) อยูใตรมตนไม กุฏิเล็กๆ กลางปาตามลําพัง จะนําบริขาร ไปมากไมไดเลย (กลอง sony a7 a7s นําไปดวยไมไดแนๆ) เพราะ จะกลายเปนความกังวลรบกวนจิตใหฟุงซาน ปาที่รื่นรมยน้ันจึงกลาย เปนสถานท่ีฝกจิตใหพระช่ืนชมยินดีกับความวิเวก กายวิเวก จิตวิเวก และอุปธิวิเวก เสพคุนกับความสงบสงัด ประกอบดวยธรรมเปน เคร่ืองสงบใจ สําคัญยิ่งไปกวาน้ันจะทําใหอัธยาศัยนอมไปในความไม โลภ รูจักสันโดษ มักนอย สมถะสงบเรียบงาย น้ีแหละคือเปาหมาย ของการอยูตามวถิ ีแหงพุทธะจรงิ ๆ มิใชชวี ติ พรหมจรรยท ่ีฟุงเฟอมวี ตั ถุ ๑๒๑
พระเวสสนั ดรเจาแหง ทาน นาปล้ืมใจรถหรูอยูในความครอบครอง วัตถุนาปล้ืมใจมีครอบครองไว แตดูวาหางไกลออกไปจากวิถีแหงพุทธะแลว ชาดกเร่ืองท่ีเคยเกิดขึ้นในอดีตของพระพุทธเจาจึงมีเรื่องราว ของปาเขามาเก่ียวของเสมอ แตนาแปลกใจมากวา การพรรณาปา ในกัณฑจุลพน ปาเล็ก มหาพน ปาใหญของนายพรานเจตบุตรและ อัจจุตฤาษี กัณฑที่ ๖ กัณฑที่ ๗ ในมหาชาติเวสสันดรชาดกนี้ ลวน อบอวลดวยสุคนธชาติตางๆ ดารดาษดวยพฤษชาตินานาชนิด ร่ืนรมย งดงามดุจสวนนันทวันอุทยานของทาวสักกอมรินทราธิราช ฝูง มัจฉาชาติในสระโบกขรณี มคฤชาติ ปกษีชาติในปาก็มากมาย นาอยู นาอาศัยมากๆ พระเวสสันดรโพธิสัตวผูมีอัธยาศัยนอมไปในทางสันติ สงบวิเวกแทๆ แตเพราะเหตุไรจึงไมประทับอยูบําเพ็ญญานสมาบัติ ตลอดไปเหมือนพระมหาชนกอยูในปาหิมพานตเพียงพระองคเดียว ไมเสด็จนิวัติหวนกลับมาสูถิ่นมนุษยอีกเลย คําตอบคือ พระเวสสันดร ยังมีพระชายามัทรี พระโอรสชาลี และพระธิดากัณหาชินา และท่ี สําคัญประสงคจะบําเพ็ญทานบารมีตอไป จึงเสด็จนิวัติพระนครกลับ มาครองราชยเปนพระราชาปกครองรัฐสีพีเหมือนเดิม อยางไรก็ตาม เร่ืองของปา พฤกษชาติ สุคนธชาติ มูลผลาหาร มฤคชาติ ปกษีชาติที่ปรากฏอยูในจุลพนปาเล็ก มหาพนปาใหญ ทั้ง ๒ กัณฑนี้ แมมองวาไมคอยมีธรรมะเทาท่ีควร แตผูแสดงเทศนมหาชาติ เวสสันดรชาดกดังขาพเจาก็เวนไมได ตองแสดงใหครบทั้งหมด ทั้งนี้ เพ่ือใหตองตามอานิสงสของผูฟงจบครบทั้ง ๑๓ กัณฑวาจะไดไปเกิด พบพระศรีอริยเมตไตรยพระพุทธเจาองคสุดทายในภัทรกัปน้ี ๑๒๒
พระมหาอุเทน ปญ ญาปรทิ ัตต ขาพเจากําหนดจดจําไดหมดท้ัง ๑๓ กัณฑครบบริบูรณ แตเหลือไวเพียงหนาสุดทายหน่ึงเดียวในกัณฑมหาพน เพราะชื่อ สิงสาราสัตวเยอะเหลือเกินจําไมไหว ตองอาศัยอานใหญาติโยมไดรับ ฟงกัน อานมาหลายรอบก็คลองบางแลว เหตุที่เหลือไวเพียงหนาเดียวก็เพ่ือใหพระรูปตอไปในอนาคต มาทําความเพียรกําหนดจดจําไดครบท้ังหมด จะมีพระรูปใดไหมหนอ ถาปาเขามาอยูในใจจิตสํานึกของทาน ทานนอมใจยินดีความสงบสงัด วิเวก ปรารถนาปรารภความเพียร บําเพ็ญธรรมสันตุฏฐิความสันโดษ มักนอย อยูอยางสมถะเรียบงาย ประกอบดวยธรรมเปนเครื่องสงบใจ จริงๆ และท่ีสําคัญเห็นอานิสงสแหงการเทศนมหาชาติเวสสันดรชาดก สืบสานวัฒนธรรมประเพณีของไทย เช่ือวา ทานยอมทําความเพียร กําหนดจดจําไดอยางแนนอน. ๑๒๓
“อนึ่ง พระผูมีพระภาคทรงซองเสพเสนาสนะ อันเปนปาละเมาะ และปาทึบท่ีสงัด มีเสียงนอย ปราศจากเสียงอึกทึกครึกโครมชนผูสัญจรไปมา เปนท่ีควรทํากรรมลับของมนุษย สมควรแกวิเวก เพราะฉะนั้น จึงชื่อวา ภควา”
¡Ñ³±ทÕè ö จุลพน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304