คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๐๐ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่อื พฒั นาสงั คม ประเมินผล ๑. ทาํ แบบทดสอบกอ่ น – หลงั เรียน ๒. จากการทาํ กจิ กรรมในหอ้ งเรยี น ๓. จากการสอบธรรมสนามหลวง ๔. ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ิตนตามหลกั เบญจธรรมได้ แบบทดสอบก่อนเรยี นเบญจธรรม สปั ดาหท์ ี่ ๑๒ คาํ สงั ่ : ใหท้ าํ เคร่ืองหมายกากบาท (x) หน้าคาํ ตอบที่ถูกท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดยี ว ๑. การจะรกั ษาศลี ใหบ้ ริบูรณ์ได้ ตอ้ งอาศยั หลักธรรมอะไรประกอบ ? ก. เบญจธรรม ข. สุจรติ ค. เบญจศีล ง. กลั ยาณมติ ร ๒. หน่ึงผลิตภณั ฑ์ หนึ่งตาํ บล สนับสนุนกลั ยาณธรรมขอ้ ใด ? ก. สมั มาสติ ข. สมั มาสมาธิ ค. สมั มาอาชีวะ ง. สมั มาวาจา ๓. ขอ้ ใด จดั เขา้ ในกลั ยาณธรรม ? ก. สมั มากมั มนั ตะ ข. สมั มาสงั กปั ปะ ค. สมั มาวายามะ ง. สมั มาอาชีวะ ๔. พอ่ คา้ ขายป๋ ยุ ปลอมไมม่ คี ุณภาพใหแ้ ก่ชาวนา ไดช้ อื่ วา่ ประพฤตไิ มเ่ ป็ นธรรม ในขอ้ ใด ? ก. ชาวนา ข. วตั ถุ ค. กิจการ ง. หน้าที่ ๕. คุณธรรมอะไร ที่ทาํ ใหผ้ ูม้ ศี ีลขอ้ ท่ี ๓ บรบิ ูรณด์ ว้ ยคุณสมบตั ยิ ่ิงข้ นึ ? ก. กามสงั วร ข. สมั มาอาชีวะ ค. เมตตา กรณุ า ง. สตสิ มั ปชญั ญะ ๖. ปตวิ ตั ร ตรงกบั ขอ้ ใด ก. บตุ รซ่ือสตั ยต์ อ่ บดิ า มารดา ข. ศษิ ยซ์ อ่ื สตั ยต์ ่อครู อาจารย์ ค. ภรรยาซ่ือสตั ยต์ อ่ สามี ง. สามซี อ่ื สตั ยต์ ่อภรรยา
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๐๑ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพื่อพฒั นาสงั คม ๗. คนรกั เดียวใจเดียว หากเป็ นสตรี เรียกวา่ อะไร ? ก. ปตวิ ตั ร ข. สทารสนั โดษ ค. รกั นวลสงวนตวั ง. ความมนี ้ําใจงาม ๘. สามภี รรยาท่คี รองคู่จนตลอดชีวติ ร่วมสขุ ร่วมทกุ ข์ดว้ ยกนั ไมน่ อกใจกนั เพราะต้งั ตนอยู่ในกลั ยาณธรรมขอ้ ใด ? ก. เมตตาสงสาร ข. ความกตญั �ู ค. อาชีพสจุ ริต ง. สาํ รวมในกาม ๙. ขอ้ ใด เป็ นเหตุเสื่อมเสยี จากการเท่ยี วสถานอาบ อบ นวด ? ก. เสียทรพั ย์ ข. เกดิ โรคติดตอ่ ค. เกิดการววิ าท ง. ถูกทกุ ขอ้ ๑๐.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความมีสตั ย์ ? ก. ประพฤติตรงตอ่ บคุ คลผูเ้ ป็ นมติ ร ข. ความรูอ้ ปุ การะทที่ า่ นทาํ แลว้ แก่ตน ค. ความรจู้ กั ประมาณในอาหารที่จะพึงบริโภค ง. ประพฤตเิ ป็ นธรรมในกิจอนั เป็ นหน้าที่ของตน ๑๑.อาการในขอ้ ใด ไมใ่ ช่ความมสี ัตย์ ? ค. สวามภิ กั ด์ิ ก. อดทน ข. ซอ่ื ตรง ง. เทย่ี งธรรม ๑๒.ความซือ่ ตรงตอ่ มติ ร เกยี่ วกบั ศลี ขอ้ วา่ ดว้ ย...? ก. เวน้ จากการ ฆ่าสตั ว์ ข. เวน้ จากการลกั ทรพั ย์ ค. เวน้ จากการพูดเท็จ ง. เวน้ จากการผิดประเวณี ๑๓.การไมช่ กั ชวนเพ่ือนไปในทางเสยี หาย เชน่ เสพยาบา้ จดั เขา้ ในขอ้ ใด ? ข. ความสวามภิ กั ด์ิ ก. ความเทยี่ งธรรม ค. ความซอื่ ตรง ง. ความกตญั �ู
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๐๒ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพอ่ื พฒั นาสงั คม ๑๔.ผูม้ คี วามประพฤติไมล่ ุอาํ นาจอคติ ๔ ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ? ก. มคี วามเที่ยงธรรม ข. มคี วามจงรกั ภกั ดี ค. มคี วามสตั ยซ์ ่อื ง. ถอื คุณธรรม ๑๕.ความมีสติรอบคอบ สนับสนุนศลี ขอ้ ใด ? ก. ขอ้ ท่ี ๒ ข. ขอ้ ท่ี ๓ ค. ขอ้ ที่ ๔ ง. ขอ้ ท่ี ๕ ๑๖.เยาวชนจะห่างไกลจากยาเสพยต์ ดิ ได้ ควรต้งั อยู่ในกลั ยาณธรรมขอ้ ไหน ? ก. มคี วามสตั ย์ ข. มสี ตริ อบคอบ ค. สาํ รวมในกาม ง. ขยนั เรยี น ๑๗.การพจิ ารณาเหน็ สภาพของสงั ขารตามความเป็ นจรงิ วา่ เรือ่ งแก่ เจบ็ ตาย เป็ นเรื่องธรรมดา ดงั น้ ี เรยี กวา่ อะไร ? ก. ความไมป่ ระมาทในสงั ขาร ข. ความไมป่ ระมาทในธรรม ค. ความมีสติสมั ปชญั ญะในสงั ขาร ง. ความมสี ตสิ มั ปชญั ญะในธรรม ๑๘.คนมสี ตริ อบคอบ ดอี ย่างไร ? ก. ทาํ อะไรไมผ่ ิดพลาด ข. พูดอะไรไมผ่ ดิ พลาด ค. คดิ อะไรไมผ่ ิดพลาด ง. ถูกทกุ ขอ้ ๑๙. ผูท้ ี่มเี บญจศลี – เบญจธรรม ควรไดช้ ่อื วา่ ......? ก. กลั ยาณชน ข. ปุถชุ น ค. สามญั ชน ง. อรยิ ชน ๒๐. มเี มตตาสงสาร การงานบริสุทธ์ิ พดู ความจริง ไมท่ ้ ิงคู่ครอง ครองสติมนั่ หมายถงึ ขอ้ ใด ? ข. เบญจธรรม ก. เบญจศีล ค. วริ ตั ิ ง. ถูกทุกขอ้
คมู่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๐๓ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพอื่ พฒั นาสงั คม กลั ยาณธรรมในสกิ ขาบทท่ี ๑ เมตตา กรุณา เมตตา หมายถึง ความรกั ความหวงั ดตี ่อผูอ้ ่ืน ไดแ้ กค่ วามคิดปรารถนา จะใหเ้ ขาเป็ นสุข ตนไดส้ ุขสาํ ราญแลว้ ก็อยากใหผ้ ูอ้ ่ืนไดบ้ า้ ง คุณขอ้ น้ ีเป็ นเหตุให้ สตั วค์ ดิ เก้ ือกูลกนั และกนั การแสดงเมตตาน้ันเป็ นหน้าทขี่ องมนุษยท์ กุ คนควรทาํ เพราะแต่แรกเรา ตอ้ งอาศยั ความเมตตาของผอู้ นื่ มากอ่ นจงึ มีชวี ติ ยืนยาวมาได้ เมอื่ เราโตแลว้ ก็ควร แสดงเมตตาแก่ผูอ้ ่ืนบา้ ง การแสดงเมตตา เมอื่ กล่าวโดยการแผไ่ ปในผูอ้ ื่น มลี ักษณะ ๒ อย่าง คือ ๑. โอทิสสผรณา ไดแ้ กก่ ารแผไ่ ปโดยเจาะจง คอื แผ่ไปโดยกาํ หนดสตั วต์ วั น้ัน ตวั น้ ี หรอื บคุ คลน้ัน บุคคลน้ ี กลุ่มน้ัน กลุ่มน้ ี ไมท่ วั่ ไป ๒. อโนทิสสผรณา ไดแ้ ก่การแผ่ไปโดยไม่เจาะจง คือแผ่ไปในสัตวไ์ ม่มี ประมาณไมม่ กี าํ หนด การแผล่ ักษณะน้ ีจงึ มอี านิสงสม์ ากกวา่ ลักษณะแรก คาํ แผเ่ มตตา ในการเจริญเมตตา พงึ แผไ่ มตรีจติ ไปยงั สรรพสตั วท์ ้งั หลายวา่ สพั เพ สตั ตา สตั วท์ ้งั หลายท้ังปวงท่ีเป็ นเพ่ือนทุกข์ เกิด แก่ เจบ็ ตาย ดว้ ยกนั ท้งั หมดท้งั ส้ ิน อะเวรา จงเป็ นสุขๆ เถิด อยา่ ไดม้ เี วรแกก่ นั และกนั เลย อพั ยาปัชฌา จงเป็ นสุขๆ เถิด อย่าไดเ้ บยี ดเบยี ดซ่งึ กนั และกนั เลย อะนีฆา จงเป็ นสขุ ๆ เถดิ อยา่ ไดม้ คี วามทกุ ขก์ ายทกุ ขใ์ จเลย สุขี อัตตานัง ปะริหะรนั ตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนใหพ้ น้ จาก ทุกขภ์ ยั ท้งั ส้ ินเถิด (การแผ่เมตตาลกั ษณะน้ ีเป็ นการแผ่แบบ อโนทสิ สผรณา)
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๐๔ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพอื่ พฒั นาสงั คม อานิสงสข์ องเมตตา เมอื่ บุคคลเจรญิ เมตตาสมาํ่ เสมอแลว้ ย่อมไดร้ บั อานิสงส์ ๑๑ ประการ คอื ๑. หลับเป็ นสุข ๒. ตื่นก็เป็ นสขุ ๓. ไมฝ่ ันรา้ ย ๔. เป็ นทรี่ กั ของมนุษยท์ ้งั หลาย ๕. เป็ นท่ีรกั ของอมนุษยท์ ้งั หลาย ๖. เทวดาย่อมรกั ษา ๗. ไฟ ยาพษิ ศสั ตราไมอ่ าจกล้าํ กรายได้ ๘. จติ ต้งั มนั่ เป็ นสมาธิเรว็ ๙. สีหน้าเบิกบานผอ่ งใส ๑๐. เมอ่ื ตาย มสี ตไิ มห่ ลงตาย ๑๑. เมอ่ื ยงั ไมอ่ าจบรรลุธรรมได้ ยอ่ มเกิดเป็ นพรหมอยใู่ นพรหมโลก กรุณา หมายถึงความสงสาร ไดแ้ ก่ความคิดปรารถนาจะใหเ้ ขาปราศจาก ทุกข์ เมอ่ื เหน็ ทกุ ขเ์ กดิ ข้ ึนแกผ่ ูอ้ นื่ ก็พลอยหวนั่ ใจไปดว้ ย คุณธรรมขอ้ น้ ีเป็ นเหตใุ ห้ สตั วค์ ิดช่วยเหลือกนั และกนั ธรรมทเี่ ป็ นปฏปิ ักษ์ต่อเมตตา คือ พยาบาท ความปองรา้ ยผอู้ นื่ ธรรมทเี่ ป็ นปฏิปักษ์ต่อกรุณา คอื วหิ ิงสา ความเบียดเบยี น เม่ ือชวี ติ ผดิ หวงั อยา่ นั่งทอ้ จงรบี ตอ่ สูเ้ ถดิ จะเกิดผล ผดิ เป็นครู รแู้ ก้ ใหแ้ กต่ น เกิดเป็ นคน คิดตอ่ สู้ จะอยดู่ ี.
คมู่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๐๕ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพือ่ พฒั นาสงั คม กลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๒ สมั มาอาชวี ะ สมั มาอาชวี ะ ไดแ้ ก่ การประกอบการเล้ ียงชวี ติ ในทางที่ชอบ ทางท่ ีชอบน้ัน กลั ยาณชนผูเ้ วน้ จากมิจฉาชีพแลว้ ตอ้ งประกอบดว้ ยการ ประพฤติเป็ นธรรมในการหาเล้ ียงชีพอีก ๓ ประการ คอื ๑. ความประพฤติเป็ นธรรมในกิจการ ไดแ้ ก่ การซ่ือตรงในกิจการงาน เช่น คนเป็ นลูกจา้ งก็ทํางานดว้ ยความอุตสาหะต้ังใจ ตรงตามเวลา ไม่บิดพล้ ิว หลีกเลี่ยงงาน เป็ นตน้ ๒. ความประพฤติเป็ นธรรมในบุคคล ไดแ้ ก่ การประพฤติที่ปราศจาก อคติ เช่น เป็ นพ่อคา้ ก็ขายสินคา้ เท่าที่ราคากําหนดไวแ้ ก่คนทุกช้นั ที่มาซ้ ือของ เสมอไป ไม่ประพฤติเห็นแก่ได้ เห็นคนซ้ ือเป็ นคนโง่เซอะซะก็ขายใหแ้ พงๆ เห็น เป็ นคนฉลาดกข็ ายตามตรง เป็ นตน้ ๓. ความประพฤติเป็ นธรรมในวตั ถุ ไดแ้ ก่ การไมเ่ อาวตั ถุท่ีไมจ่ ริง(ของ ปลอมหรือของเทียม)ไปหลอกขายใหผ้ ู้อื่น อีกอย่างหน่ึง ทําสัญญารับสร้าง บา้ นเรือน และกาํ หนดวา่ จะใชข้ องชนิดน้ัน ๆ ทาํ ตรงตามสญั ญาน้ันไมย่ กั เย้ ือง ไม่ ผ่อนใชข้ องช้นั ทีส่ องแทนช้นั ทีห่ นึ่ง ซ่ึงจะทาํ ใหบ้ า้ นเรือนน้ันไมค่ งทนเท่าทคี่ วร ผูท้ ี่เลือกหาการงาน ควรเวน้ งานที่ประกอบดว้ ยโทษเสีย เพราะทรัพย์ที่ เกดิ จากการงานอนั ประกอบดว้ ยโทษน้ัน ไมย่ งั ประโยชน์ใหส้ าํ เร็จเต็มที่ อกี อยา่ งหน่ึง การงานทต่ี อ้ งเสี่ยงโชค เช่น การพนัน กไ็ มค่ วรเลือก เพราะ เหตุพลาดทา่ ก็ฉิบหาย ถา้ ไดท้ รพั ยก์ ็ไมถ่ าวร ดว้ ยเหตุ ๒ ประการ คือ ๑. เป็ นของไดม้ าง่าย ความเสียดายมนี ้อย เกบ็ ไมอ่ ยู่ ๒. มคี วามอยากไมม่ ที สี่ ้ ินสุด ไดม้ าแลว้ คงอยากไดอ้ ีก เคยไดม้ าทางใด ก็ ตอ้ งหาทางน้ันอีก เมื่อเล่นการพนันไมห่ ยุด ก็คงมเี วลาพลาดท่าสักคราวหนึ่งก็ เป็ นได้ ผูป้ ระกอบการงาน พึงมีอุตสาหะอย่าทอ้ ถอย จงดูเยี่ยงแมลงผ้ ึงบินหา เกสรดอกไม้ นํามาทีละน้อยๆ ยังอาจจะทําน้ําผ้ ึงไวเ้ ล้ ียงตัวและลูกน้อยไดต้ ลอด ฤดูหนาวท่ีกนั ดารดว้ ยดอกไม้ เมื่อเขาหมนั่ ทําการงาน ไดท้ รัพยม์ าจบั จา่ ยเล้ ียง
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๐๖ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพอ่ื พฒั นาสงั คม ตนและครอบครัวบา้ ง เก็บไวเ้ พื่อเหตุการณ์ขา้ งหน้าบา้ งเสมอไป ถึงไม่มากแต่ เพยี งคราวละน้อยๆ ก็พอจะทาํ ตนใหเ้ ป็ นสุขสาํ ราญ และไมต่ อ้ งประกอบการทุจริต เพราะความเล้ ียงชีวิตเข้าบีบค้ัน เป็ นอันรักษาศีลให้บริสุทธ์ิได้ ดังน้ ี แล สมั มาอาชวี ะเป็ นคุณอุดหนุนศีลใหบ้ รสิ ุทธ์มิ นั่ คง จงึ ไดช้ ื่อวา่ เป็ นกลั ยาณธรรมใน สกิ ขาบทท่ี ๒ กลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๓ กามสงั วร กามสงั วร หมายถงึ ความสาํ รวมในกาม ไดแ้ ก่ กริ ยิ าท่รี ะมดั ระวงั ไม่ ประพฤติ มกั มากในกาม รจู้ กั ยบั ย้งั ควบคุมตนในทางกามารมณ์ ไมใ่ หห้ ลงใหล หมกมนุ่ ในรูป เสียง กลิ่น รส และสมั ผสั ธรรมขอ้ น้ ีแบ่งตามเพศของบุคคล ดงั น้ ี ๑. สทารสนั โดษ ความพอใจดว้ ยภรรยาของตน ๒. ปตวิ ตั ร ความจงรกั ในสามี ความซ่ือสตั ยแ์ ละภกั ดีตอ่ สามี ชายผูไ้ ม่สันโดษดว้ ยภรรยาของตน เท่ียวซุกซนคบหญิงแพศยา แมไ้ ม่ เป็ นกาเมสมุ จิ ฉาจาร ก็เป็ นเหตแุ ห่งความเส่อื มเสียมปี ระการตา่ งๆ คอื ๑. ตอ้ งเสียทรพั ยเ์ ป็ นคา่ บาํ เรอหญิงน้ันทกุ คราวไป ๒. ยอ่ มเกิดโรคอนั ทาํ ใหร้ า่ งกายวกิ ารไปตา่ งๆ เสียกาํ ลงั ไมแ่ ข็งแรง ทีส่ ุด เสยี ชีวติ และโรคน้ ีอาจติดต่อถึงภรรยาและบุตรได้ ๓. ใกลต้ ่ออันตรายต่างๆ เพราะหญิงแพศยาย่อมผูกสมัครรักกับชาย หลายคน ฝ่ ายชายตา่ งคนกจ็ ะเกิดหึงหวงเกลียดกนั ข้ ึนเอง เป็ นฐานะทีจ่ ะทาํ ใหเ้ ขา เกิดววิ าทกนั ข้ ึนแลว้ ทาํ รา้ ยกนั และกนั สรรพโทษเหล่าน้ ีมมี ลู มาแต่ความไมส่ นั โดษดว้ ยภรรยาของตน ฝ่ ายหญิง ไดส้ ามีแลว้ ก็เอาใจใส่บําเรอสามีของตนทุกอย่างไปตามที่ ภรรยาจะทาํ ไดด้ ที สี่ ุด ผกู สมคั รรกั ใคร่แต่ในสามขี องตน ความมกั มากในกามอีกอย่างหน่ึงท่ีไมค่ วรแก่หญิงท้ังหลาย คือประพฤติ ลงเป็ นหญิงแพศยา หาเล้ ียงชีวิตในทางกาม ขอ้ น้ ีเป็ นท่ีน่าบัดสี ดูเหมือนสตรีผู้
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๐๗ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่อื พฒั นาสงั คม ส้ ินคิดแลว้ จงึ ตอ้ งลงเป็ นอย่างน้ัน หญิงท้งั หลายควรขวนขวายหาเล้ ียงตวั ในทาง อืน่ ท่ีปราศจากโทษจนสุดกาํ ลงั ยงั ดีกวา่ ยอมตนลงเป็ นหญิงแพศยาทีน่ ่าบดั สีเช่นน้ ี ความสาํ รวมในกาม ส่องความประพฤติดีงามของชายหญิงผูม้ ศี ีลยิ่งข้ ึน จงึ ไดช้ ่ือวา่ กลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๓ กลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๔ สจั จะ สัจจะ ความมสี ัตย์ ไดแ้ ก่กิริยาท่ีประพฤติตนเป็ นคนตรง มี ๔ ประการ ดงั ตอ่ ไปน้ ี ๑. ความเท่ียงธรรม ๒. ความซื่อตรง ๓. ความสวามิภกั ดิ์ ๔. ความกตญั �ู ๑. ความเทยี่ งธรรม คอื ประพฤติเป็ นธรรมในกิจการอันเป็ นหน้าที่ของ ตน ไม่ทําให้ผิดกิจด้วยอํานาจอคติ ๔ ประการ ข้อน้ ี พึงเห็นตัวอย่างดังน้ ี ผู้ พิพากษาผูท้ ําการวนิ ิจฉัยอรรถคดีโดยเที่ยงธรรม ไม่เห็นแก่ฝ่ ายโจทย์ หรือฝ่ าย จาํ เลย ไมก่ ดคดที ่ีเขาไมน่ ิยมตน พิจารณาเหตผุ ล ตรวจคาํ กล่าวหา คาํ ใหก้ าร คาํ พยาน ดว้ ยปรชี าอนั สุขุม เพง่ ความยุติธรรมเป็ นใหญ่ ไมถ่ ือเอาความกลัวของฝ่ าย โจทก์ ฝ่ ายจําเลย เป็ นเหตุหักลา้ งความยุติธรรม ดังน้ ี จึงช่ือว่า เที่ยงธรรมใน หน้าท่ีเช่นน้ ีย่อมเป็ นที่สรรเสริญ ของคนท้ังหลายเม่ือถึงคราวท่ีโอกาสเปิ ดให้ ย่อมเจริญดว้ ย ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุขปราศจากโทษ เหมอื นพระจนั ทร์ ขา้ งข้ ึน ฉะน้ัน ๒. ความซื่อตรง คือความซื่อตรงต่อบุคคลท่ีเป็ นมิตร เม่ือตนไดร้ ับผูก ไมตรีกบั ผูใ้ ดแลว้ ก็ไมค่ ิดรา้ ยแกผ่ ูน้ ้ัน พึงเวน้ จากโทษ ๔ ประการ คือ ๑. ปอกลอกเพอ่ื น ๒. ดีแต่พดู ๓. ประจบสอพลอ ๔. ชกั ชวนในทางฉิบหาย
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๐๘ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพือ่ พฒั นาสงั คม และพงึ ประกอบดว้ ยคุณ ๔ ประการ คือ ๑. อุปการะเพอื่ น ๒. รว่ มทุกขร์ ่วมสุขดว้ ยกนั ๓. คอยตกั เตอื นใหส้ ตแิ นะนําสิง่ ที่เป็ นประโยชน์ ๔. มคี วามรกั ใคร่กนั จรงิ ๓. สวามิภกั ดิ์ คือความจงรกั ภกั ดตี ่อเจา้ นายของตน เมอ่ื ยอมยกใหใ้ คร เป็ นเจา้ นายของตนแลว้ ก็ประพฤติซื่อสตั ย์ต่อคนน้ัน มีใจจงรักภกั ดี เป็ นกาํ ลังใน การงานทกุ อย่าง และป้องกนั อนั ตราย เมอื่ ถึงเวลากอ็ าจสละชีวติ เพ่ือประโยชน์แก่ เจา้ นายของตนได้ ๔. ความกตญั �ู คือความรูอ้ ุปการะท่ีท่านไดท้ ําแลว้ แก่ตน เป็ นคู่กับ ความกตเวที คือความตอบแทนใหท้ ่านทราบวา่ ตนรอู้ ุปการะท่ที ่านไดท้ าํ แลว้ แต่ในท่ีน้ ี ไมไ่ ดห้ มายความทัว่ ไปอย่างน้ัน หมายเอาเฉพาะแต่ว่า บุคคล ไดร้ บั อปุ การะเชน่ น้ันจากท่านผูใ้ ดแลว้ ยกย่องท่านผูน้ ้ัน ต้งั ไวใ้ นทผ่ี ูม้ คี ุณ เชน่ พอ่ แม่ ครู อาจารย์ เป็ นตน้ ไมแ่ สดงอาการลบหลู่ดูหมน่ิ และยกตนเทียมท่าน ความมีสัตย์ ทําผูม้ ีศีลใหบ้ ริบูรณ์ดว้ ยคุณสมบัติย่ิงข้ ึนดังน้ ี จึงไดช้ ่ือว่า เป็ นกลั ยาณธรรมในสกิ ขาบทที่ ๔ รแู้ ลว้ คิด พชิ ติ ศตั รู รูแ้ ลว้ เงียบ ไดเ้ ปรยี บศัตรู รูแ้ ลว้ ปฏบิ ตั ิ ขจดั ศัตรู รแู้ ลว้ ทาํ หย่ ิง จะย่ ิงดว้ ยศัตร.ู
คมู่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๐๙ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพอื่ พฒั นาสงั คม กลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๕ สตสิ มั ปชญั ญะ สติสัมปชัญญะ คือความมีสติรอบคอบ ไดแ้ ก่ความมีสติตรวจตราไม่ ประมาทเลินเล่อ แยกเป็ น ๔ ประการ คอื ๑. ความรูจ้ กั ประมาณอาหารท่พี ึงบริโภค ๒. ความไมเ่ ลินเล่อในการงาน ๓. ความมสี ติสมั ปชญั ญะในการประพฤตติ วั ๔. ความไมป่ ระมาทในธรรม ๑. ความรูจ้ ักประมาณอาหารท่ีพึงบริโภค อาหารน้ัน โดยปกติมี ประโยชน์สาํ หรบั บาํ รุงร่างกาย แต่ถา้ กนิ โดยไมร่ ูจ้ กั ประมาณกใ็ หโ้ ทษ ถงึ ของอ่ืนก็ เหมอื นกัน ที่เป็ นของมีประโยชน์ใชไ้ ม่ระวงั กลับใหโ้ ทษ เช่น ไฟ เป็ นตน้ อาหาร เสียไม่ควรบริโภคทีเดียว ถึงอาหารไม่เสีย บางอย่างเป็ นของแสลง บริโภคแลว้ ไม่ สบาย หรือยามเจบ็ ไขบ้ รโิ ภคของบางอย่างเขา้ ไปแลว้ โรคกาํ เริบ บูดข้ ึนในกระเพาะ ทําใหเ้ กิดโรคต่างๆ มีลงทอ้ ง เป็ นตน้ ผูบ้ ริโภคอาหารเป็ นเวลา อาหารที่บริโภค เขา้ ไปน้ันจงึ มคี ุณ เป็ นเคร่อื งบาํ รุงร่างกาย ใหเ้ ป็ นสขุ สาํ ราญ รูจ้ กั ประมาณในการจบั จา่ ยอาหารบริโภค แต่กาํ ลังทรพั ยท์ ี่หามาได้ อย่า ใหฟ้ ่ ุมเฟื อยเกินไปจะไม่มีกินในวนั ขา้ งหน้า ถึงจะมที างหาไดก้ ็ไม่ควรปล่อยใหอ้ ด อยาก เพราะทรพั ยน์ ้ันก็เพอ่ื จบั จา่ ยเล้ ียงตวั เอง และคนอ่นื ใหไ้ ดร้ บั ความสขุ สาํ ราญ ๒. ความไม่เลินเล่อในการงาน คือ ไม่ทอดธุระเพิกเฉย เอาใจใส่ ประกอบการงานใหช้ อบแก่กาลเทศะ ไมป่ ล่อยใหก้ ารงานอาดูรเส่ือมเสียไป พึง เหน็ ตวั อย่าง เชน่ คนทาํ นากต็ อ้ งทาํ นาในฤดูทํานา เป็ นตน้ ผูป้ ระกอบการงานให้ ถกู กาลเทศะ ย่อมประกอบการงานมผี ลไพบูลย์ ๓. ความมีสติสมั ปชญั ญะในการประพฤติตวั ไดแ้ ก่ ความรูร้ อบคอบ รูจ้ กั ระวงั หน้าระวงั หลัง ช่ือวา่ สมั ปชญั ญะ พึงเห็นตวั อยา่ ง บุคคลผูป้ ระกอบกจิ การ ใดๆ ตริตรองใหเ้ ห็นก่อนว่ามีคุณหรือมโี ทษ ไดป้ ระโยชน์หรือเสียประโยชน์ ควร ทําหรือไม่ควรทํา ถา้ ไมค่ วรก็งดเวน้ เสีย ถา้ ควรจึงทาํ ลงไป เวลาจะพูดก็ตอ้ งระวงั
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๐ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพื่อพฒั นาสงั คม ไมไ่ ปทาํ ความเสียหายแก่ตวั เองและผูอ้ ื่น จะคิดอะไรก็อาศยั หลักฐาน ไม่ปล่อยให้ ความคิดขา้ มไป บุคคลมีสติสัมปชัญญะ ตรวจทางไดท้ างเสียก่อนแลว้ จึงทํากิจ น้ันๆ ยอ่ มมปี กติทาํ อะไรไมผ่ ดิ พลาด ๔. ความไมป่ ระมาทในธรรม ความเป็ นผูไ้ มอ่ ยปู่ ราศจากสติ เรยี กวา่ ความไมป่ ระมาท พงึ กาํ หนดรดู้ งั น้ ี คนผูเ้ กดิ มายอ่ มตกอยใู่ นวสิ ยั ของคนธรรมดา เมอื่ เกดิ แลว้ กม็ คี วามปรวนแปรไปตามปกติ มเี กดิ แก่ เจบ็ ตายไปเป็ นธรรมดา เหมอื นกนั หมด ท้งั เด็ก ผูใ้ หญ่ ผหู้ ยงั่ รธู้ รรมดาของสงั ขารวา่ เป็ นเชน่ น้ ีแลว้ ไมค่ วร ประมาทในวยั ในความสาํ ราญและในชวี ิต เมอื่ ยงั เดก็ ตอ้ งขยนั ศึกษาหาความรูไ้ ว้ เป็ นเครื่องมอื เมอื่ เติบใหญ่หมนั่ ทาํ งานสงั่ สมทรพั ยส์ มบตั ชิ อื่ เสยี งคุณความดีไว้ ทาํ กจิ สาํ หรบั คนภายหลังใหเ้ รียบรอ้ ย ยามพยาธคิ รอบงาํ ทาํ การงานไมไ่ หว จะได้ อาศยั ทรพั ยแ์ ละชื่อเสยี งคุณความดี เล้ ียงชพี ตลอดไปโดยผาสุก เมอื่ ความตาย มาถึงจะไดไ้ มห่ ่วงใย อยา่ งน้ ี ชอ่ื วา่ ไมป่ ระมาทในธรรม คือสภาวะอนั เป็ นอยูต่ าม ธรรมดาของโลก ความมสี ติสัมปชัญญะ ทําผูม้ ศี ีลใหบ้ ริบูรณ์ดว้ ยคุณสมบตั ิยิ่งข้ ึนดังน้ ี จึง ไดช้ ือ่ วา่ เป็ นกลั ยาณธรรมในสิกขาบทท่ี ๕ บุคคลผูต้ ้งั อยู่ในกลั ยาณธรรม ไดช้ ื่อว่า กลั ยาณชน คือคนที่ประพฤติดี งาม เป็ นท่นี ิยมนับถอื ของคนทวั่ ไป เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นเบญจธรรม สปั ดาหท์ ี่ ๑๒ ๑. ก ๒. ค ๓. ง ๔. ข ๕. ก ๖. ค ๗. ก ๘. ง ๙. ง ๑๐. ค ๑๑. ก ๑๒. ค ๑๓. ค ๑๔. ก ๑๕. ง ๑๖. ข ๑๗. ข ๑๘. ง ๑๙. ก ๒๐. ข
คูม่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๑ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพื่อพฒั นาสงั คม แบบทดสอบหลงั บทเรยี น วิชาเบญจศลี -เบญจธรรม คาํ สงั ่ : ใหท้ าํ เครอ่ื งหมายกากบาท (x) ทบั ขอ้ ที่ถูกที่สดุ เพยี งคาํ ตอบเดยี ว ๑. ขอ้ ใด หมายถงึ ศลี ? ข. พระราชบญั ญัติ ก. กฎหมาย ค. พิธกี รรม ง. บญั ญัตอิ นั ชอบธรรม ๒. ศลี ๕ จดั ไวส้ าํ หรบั บุคคลประเภทใด ? ก. พระภิกษุ ข. สามเณร ค. คนทวั่ ไป ง. อบุ าสกอุบาสกิ า ๓. หากจะเปรยี บศลี ๕ กบั ส่วนประกอบของบา้ น คอื ขอ้ ใด ? ก. หลังคา ข. เสา ค. ประตู ง. หน้าตา่ ง ๔. การรกั ษาศลี มปี ระโยชน์แกใ่ คร ? ก. ตนเอง ข. ครอบครวั ค. ประเทศชาติ ง. ถกู ทุกขอ้ ๕. เพราะเหตุไร ศลี จงึ เป็ นสง่ิ ทที่ กุ คนตอ้ งประพฤติปฏบิ ตั ิ ? ก. เพราะเป็ นขอ้ บงั คบั ของมนุษย์ ข. เพราะเป็ นพ้ นื ฐานของมนุษย์ ค. เพราะเป็ นส่ิงที่ทาํ ตามกนั มา ง. เพราะเป็ นสิ่งหลีกเล่ียงไมไ่ ด้ ๖. ความเบียดเบยี นกนั ในโลก เฉพาะทางกายทวารคืออะไร ? ก. ชวี ติ ร่างกาย ข. ทรพั ยส์ มบตั ิ ค. ประเวณี ง. ถูกทกุ ขอ้ ๗. การกระทาํ ใด เก่ียวขอ้ งกบั ศีลขอ้ ท่ี ๑ ? ก. เกบ็ สว่ ยรถบรรทุก ข. ฆ่านักทอ่ งเทยี่ ว ค. เล่นหวยบนดิน ง. งดเหลา้ เขา้ พรรษา ๘. ขอ้ ใด ถูกหา้ มดว้ ยศีลขอ้ ท่ี ๑ ? ก. กกั ขงั สตั วใ์ หห้ มดอิสรภาพ ข. ลักลอบส่งสตั วไ์ ปตา่ งประเทศ ค. บุกรุกพ้ นื ทอ่ี ุทยานแห่งชาติ ง. ทุบกระจกตยู้ ามของตาํ รวจ
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๑๒ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพ่ือพฒั นาสงั คม ๙. ขอ้ ใด เป็ นวตั ถุแหง่ ปาณาตบิ าต ? ค. การฆ่า ก. คนฆา่ ข. คนถูกฆา่ ง. เจตนาฆ่า ๑๐. ฆา่ ใคร ถือวา่ ไมเ่ ป็ นบาป ? ก. คนตา่ งชาติ ข. คนตา่ งศาสนา ค. สตั วเ์ ป็ นโรคติดต่อ ง. ไมม่ ขี อ้ ถูก ๑๑. การใชน้ ้ํากรดสาดหน้าจนเกิดแผลเป็ น เรยี กวา่ อะไร ? ก. พกิ าร ข. เสยี โฉม ค. บาดเจบ็ ง. ทรมาน ๑๒. ลูกหน้ ีถกู เจา้ หน้ ีใชม้ ดี ฟันจนแขนขาด เรียกวา่ อะไร ? ก. ทาํ ใหพ้ กิ าร ข. ทาํ ใหเ้ สยี โฉม ค. ทาํ ใหล้ ําบาก ง. ทาํ ใหเ้ สยี ชีวติ ๑๓. การกระทาํ ในขอ้ ใด เป็ นทรกรรมในเรอ่ื งปาณาติบาต ? ก. ทาํ รา้ ยรา่ งกายภรรยา ข. นําไกช่ นมาตีกนั ค. กกั ขงั ใชแ้ รงงานเดก็ ง. ฆา่ ไกท่ ่เี ป็ นหวดั นก ๑๔. ผมู้ กั จะเดอื ดรอ้ นเพราะมอี ุปนิสยั โหดรา้ ย ตอ้ งรกั ษาศีลขอ้ ใด ? ก. ศลี ขอ้ ๑ ข. ศลี ขอ้ ๒ ค. ศีลขอ้ ๓ ง. ศลี ขอ้ ๔ ๑๕. ศีลขอ้ ๑ บญั ญตั ิไวเ้ พือ่ ปลูกฝังคุณธรรมใด ? ก. เมตตา กรุณา ข. ความมสี ติต้งั มนั่ ค. ความซอ่ื สตั ย์ ง. ความกตญั �ู ๑๖. ขอ้ ใด เป็ นลักษณะอาการของศลี ขอ้ ที่ ๒ ? ก. โหดรา้ ย ข. ไมไ่ ดส้ ติ ค. มอื ไว ง. ข้ ปี ด ๑๗. ขอ้ ใด ไมเ่ ขา้ ลกั ษณะการเล้ ียงชีวติ ในทางท่ีชอบ ? ก. กูเ้ งนิ กองทนุ หมูบ่ า้ นทาํ ขนมขาย ข. คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหนุ้ ค. ทาํ ลําใยอบแหง้ ส่งต่างประเทศ ง. ทาํ งานเก็บกวาดขยะตามทอ้ งถนน
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๓ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่อื พฒั นาสงั คม ๑๘. เจา้ หน้าท่โี จรกรรมเงินในตกู้ ดเงินของธนาคารไป เรยี กวา่ อะไร ? ก. ยกั ยอก ข. ตระบดั ค. ลกั ลอบ ง. สมโจร ๑๙. การใชอ้ าวธุ ปื นบงั คบั เจา้ หน้าท่โี จรกรรมเงนิ ในธนาคารไป เรยี กวา่ อะไร ? ก. กรรโชก ข. ขนื ใจ ค. ปลน้ ง. ทาํ รา้ ย ๒๐. คาํ ใด ไมจ่ ดั เขา้ ในโจรกรรม ? ก. ฉอ้ ข. หยิบฉวย ค. ฉก ง. ฉวยโอกาส ๒๑. การกระทาํ ใด เป็ นฉายาโจรกรรมขอ้ วา่ “ ผลาญ ” ? ก. แกง๊ มอเตอรไ์ ซคท์ บุ กระจกตูย้ ามตาํ รวจ ข. เอาเงนิ พ่อแมไ่ ปใชโ้ ดยไมข่ ออนุญาต ค. เรียกเก็บส่วยจากพอ่ คา้ ไมเ้ ถื่อน ง. นักเรียนเทคนิคยกพวกตกี นั ๒๒. สุขเกิดจากการไมเ่ ป็ นหน้ ีคนอื่น ตรงกบั ขอ้ ใด ? ก. ไมม่ เี จา้ หน้ ีมาคอยรบกวนทวงใหร้ าํ คาญใจ ข. ไมต่ อ้ งคอยหลบหน้าซ่อนตวั กลัวเจา้ หน้ ีเห็น ค. ไมต่ อ้ งคอยหลบหน้าซ่อนตวั กลัวเขาจบั ได้ ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๒๓. ทกุ ขเ์ กดิ จากทรพั ยท์ ไ่ี ดม้ าดว้ ยการทาํ โจรกรรม ตรงกบั ขอ้ ใด ? ก. ตอ้ งซ่อนบรโิ ภคใชส้ อย ข. เกิดความรอ้ นใจแก่ผไู้ ด้ ค. ระวงั ไมใ่ หใ้ ครรเู้ ห็น ง. ถูกทกุ ขอ้ ๒๔. การบกุ รกุ พ้ นื ทอ่ี ุทยานแห่งชาติ เป็ นการลักทรพั ยป์ ระเภทใด ? ก. สงั หาริมทรพั ย์ ข. สวญิ ญาณกทรพั ย์ ค. อสงั หาริมทรพั ย์ ง. ถูกทกุ ขอ้
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๑๔ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพอ่ื พฒั นาสงั คม ๒๕. ศลี ขอ้ ท่ี ๓ บญั ญัติไวเ้ พอื่ มงุ่ หวงั เรือ่ งใดมากท่ีสดุ ? ก. เมตตาสงสาร ข. การงานบริสุทธ์ิ ค. พูดแต่ความจรงิ ง. ไมท่ อดท้ ิงคูค่ รอง ๒๖. สามภี รรยารกั ษาศีลขอ้ ใด จงึ เกดิ ความไวว้ างใจกนั และกนั ? ก. ศีลขอ้ ๑ ข. ศีลขอ้ ๒ ค. ศลี ขอ้ ๓ ง. ศลี ขอ้ ๕ ๒๗. คนทช่ี อบพดู แตเ่ ร่ืองเหลวไหลไรส้ าระ จดั วา่ ผิดศลี ขอ้ มุสาวาทลกั ษณะใด ? ก. พดู ปด ข. พดู เพอ้ เจอ้ ค. พูดสอ่ เสยี ด ง. พดู คาํ หยาบ ๒๘. การทาํ ลายประโยชน์คนอนื่ ดว้ ยคาํ พูด เกยี่ วขอ้ งกบั ศลี ขอ้ ใด ? ก. ปาณาติบาต ข. อทินนาทาน ค. กาเมสมุ จิ ฉาจาร ง. มุสาวาท ๒๙. ขอ้ ใด เป็ นลกั ษณะแห่งการพดู เท็จ ? ก. เห็นบอกวา่ ไมเ่ หน็ ข. ไดย้ ินบอกวา่ ไมไ่ ดย้ นิ ค. รูบ้ อกวา่ ไมร่ ู้ ง. ถกู ทุกขอ้ ๓๐. การโฆษณาคุณภาพสินคา้ เกินความจริง เพื่อตอ้ งการอะไร ? ก. เพอ่ื จะประชด ข. เพ่ือจะยกย่อง ค. เพื่อหวงั จะโกง ง. เพ่อื จะยุใหแ้ ตกกนั ๓๑. รบั ปากพ่อแมว่ า่ จะช่วยทาํ งานบา้ นทุกวนั ภายหลังกลับบิดพล้ ิว ไมท่ าํ ตามน้ัน เรียกวา่ อะไร ? ก. คืนคาํ ข. ผิดสญั ญา ค. ทนสาบาน ง. เสียสตั ย์ ๓๒. คาํ วา่ “ อมพระมาพดู ก็ไมเ่ ชื่อ ” กล่าวหมายเอาคนเชน่ ไร ? ก. คนส่อเสียด ข. คนโกหก ค. คนตลก ง. คนเพอ้ เจอ้ ๓๓. กิจกรรมใด จดั ข้ นึ เพือ่ ป้องกนั การละเมดิ ศีลขอ้ ท่ี ๕ ? ก. สมุนไพรเพ่อื สุขภาพ ข. บวชเพือ่ แม่ ค. ฉีดวคั ซนี ไก่ชน ง. เทเหลา้ เผาบุหร่ี
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๑๕ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพือ่ พฒั นาสงั คม ๓๔. โครงการทบู นี ัมเบอรว์ นั จดั ข้ ึนเพ่อื รณรงคเ์ รื่องใด ? ก. ยาเสพติด ข. โรคเอดส์ ค. ไขห้ วดั นก ง. ถูกทกุ ขอ้ ๓๕. กิจกรรมใด จดั ข้ นึ เพอ่ื รณรงคก์ ารลดอบุ ตั ิเหตุ ? ก. ดบั ไฟใต้ ข. งดเหลา้ เขา้ พรรษา ค. ประหยดั พลงั งานชว่ ยชาติ ง. ปิ ดสถานบนั เทิงก่อนเวลา ๓๖. สมจุ เฉทวริ ตั ิ ใครถอื ปฏิบตั ไิ มไ่ ด้ ? ก. ปถุ ชุ น ข. พระโสดาบนั ค. พระอนาคามี ง. พระอรหนั ต์ ๓๗. รบั ศีล ๕ จากพระสงฆม์ าแลว้ จึงไมพ่ ูดโกหก เพราะกลวั ศีลขาด จดั เป็ นวิรตั ิใด ? ก. สมั ปัตตวริ ตั ิ ข. สมาทานวริ ตั ิ ค. สมุจเฉทวริ ัติ ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๓๘. มคี นส่งสรุ ามาใหด้ ม่ื แตไ่ มย่ อมด่มื เพราะเห็นวา่ การดมื่ สุรา เป็ นการผิดศลี จดั เป็ นวริ ตั ใิ ด ? ก. สมั ปัตตวริ ตั ิ ข. สมาทานวริ ตั ิ ค. สมุจเฉทวริ ตั ิ ง. ถูกทกุ ขอ้ ๓๙. การบรจิ าคโลหิตช่วยเหลือผปู้ ่ วย เพราะมคี ุณธรรมใด ? ก. เมตตา ข. กรุณา ค. มุทติ า ง. อเุ บกขา ๔๐. นายจา้ งกกั ขงั หน่วงเหนี่ยว ใชแ้ รงงานเด็กตลอด ๒๔ ชวั่ โมง ไดช้ ื่อวา่ ประพฤติไมเ่ ป็ นธรรมในขอ้ ใด ? ก. กจิ การ ข. วตั ถุ ค. บคุ คล ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๔๑. การกระทาํ ใด ไดช้ อื่ วา่ ประพฤตไิ มเ่ ป็ นธรรมในวตั ถุ ? ก. กนิ เหลา้ เมายาขณะทาํ งาน ข. ไมล่ งทะเบียนแรงงานต่างดา้ ว ค. กกั ขงั บงั คบั ใชแ้ รงงานเด็ก ง. ขายลอตเตอร่ีเกนิ ราคา
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๑๖ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่ือพฒั นาสงั คม ๔๒. ผูเ้ กียจครา้ นไมร่ บั ผิดชอบในการทาํ งาน ไดช้ ่อื วา่ ประพฤตไิ มเ่ ป็ นธรรมใน อะไร ? ก. วตั ถุ ข. กจิ การ ค. บคุ คล ง. ถูกทกุ ขอ้ ๔๓. นโยบายใด สนับสนุนกลั ยาณธรรมขอ้ สมั มาอาชวี ะ ? ก. หนึ่งตาํ บลหน่ึงผลิตภณั ฑ์ ข. ส่งเสริมสินคา้ โอท็อป ค. จดั ต้งั กองทนุ หมบู่ า้ น ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๔๔. ขอ้ ใด เป็ นเหตเุ ส่อื มเสยี จากการไมส่ าํ รวมในกาม ? ก. เสยี ทรพั ย์ ข. เกิดโรคติดต่อ ค. เกดิ การววิ าท ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๔๕. ขอ้ ใด แสดงถึงวยั รนุ่ ไทยขาดความสาํ รวมในกาม ? ก. ซง่ิ รถมอเตอรไ์ ซคก์ วนเมอื ง ข. ปัญหาโรคเอดสใ์ นโรงเรียน ค. ตดิ เกมคอมพิวเตอร์ ง. เล่นอนิ เตอรเ์ น็ตทกุ วนั ๔๖. การปลดผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชาโดยไมม่ อี คติ เป็ นคุณธรรมขอ้ ใด ? ก. ความเทยี่ งธรรม ข. ความซื่อตรง ค. ความกตญั �ู ง. ความสวามภิ กั ด์ิ ๔๗. แนวทางป้องกนั การแพรร่ ะบาดของโรคไขห้ วดั นก ควรใชห้ ลักธรรมขอ้ ใด ? ก. ความเสียสละ ข. ความปรารถนาดี ค. ความมสี ติรอบคอบ ง. ความซอ่ื สตั ยต์ อ่ กนั ๔๘. ประพฤติเช่นไร เรียกวา่ มคี วามกตญั �ู ? ก. ไมฆ่ ่าน้อง ข. ไมฟ่ ้องนาย ค. ไมข่ ายเพอื่ น ง. ไมล่ กั เงนิ พอ่ แม่
คูม่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๗ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่ือพฒั นาสงั คม ๔๙. พฤตกิ รรมเช่นไร เรียกวา่ ขาดความซื่อตรง ? ก. นินทานาย ข. ขายเพือ่ น ค. เลื่อนนัด ง. ผดั วนั ประกนั พรุง่ ๕๐. การประกาศสงครามกบั คนทจุ ริตคอรปั ชนั่ แสดงจุดยืนเร่ืองใด ? ก. ความประหยดั ข. ความทุจรติ ค. ความเหน็ แกก่ นั ง. ความสุจริต ศพั ทค์ วรทราบ ๑. วตั ถุทใ่ี ชฆ้ า่ มี ๒ คือ ศาสตรา วตั ถทุ ่ีเป็ นเคร่ืองฟันแทง เช่น หอก ดาบ เป็ นตน้ และ อาวธุ วตั ถทุ ่มี คี ม เชน่ ไมพ้ ลอง เป็ นตน้ ๑. สจติ ตกะ = การกระทาํ ท่มี เี จตนา , อจติ ตกะ = การกระทาํ ท่ี ไมไ่ ดเ้ จตนา ๒. สงั หาริมทรพั ย์ ทรพั ยท์ เี่ คลื่อนที่ได้ เช่น แกว้ แหวน เงิน ทอง ฯลฯ ๓. อสงั หารมิ ทรพั ย์ ทรพั ยเ์ คล่ือนทีไ่ มไ่ ด้ เชน่ บา้ น ทีด่ ิน ฯลฯ ๔. สาณตั ตกิ ะ ลงมอื ทาํ เอง , อาณตั ตกิ ะ สงั่ ใหค้ นอ่ืนทาํ ๕. สมั มาอาชีวะ = การเล้ ียงชวี ติ ในทางทชี่ อบ ๖. ปตวิ ตั ร = ความจงรกั ภกั ดีต่อสามขี องตน ๗. สทารสนั โดษ = ความยินดีเฉพาะภรรยาของตน ๘. สวามภิ กั ด์ิ = ความจงรกั ภกั ดีในเจา้ นายของตน ๙. กลั ยาณชน = คนทีต่ ้งั อยใู่ นกลั ยาณธรรม
คูม่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๘ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพื่อพฒั นาสงั คม ๑๐. เมอื่ รกั ษาศลี ๕ แลว้ จะมอี านิสงสเ์ ป็ นประการใด ? ศีลขอ้ ๑ ศลี ขอ้ ๒ ศลี ขอ้ ๓ ศลี ขอ้ ๔ ศีลขอ้ ๕ ๑. มรี า่ งกายสมบูรณ์ ๑. มที รพั ยส์ มบตั ิ ๑. มคี นรกั นิยมนับถือ ๑. เป็ นคนพดู เสยี ง ๑. รอู้ ดีต อนาคต ๒. มีรูปพรรณสณั ฐาน บรบิ รู ณ์ มาก ไพเราะ ปัจจบุ นั ไดร้ วดเรว็ งดงาม ๒. มีชีวติ ไมฝ่ ืดเคือง ๒. ไมม่ ีคนปองรา้ ย ๒. มีฟันเรียบรอ้ ยดี ๒. มสี ติตง้ั มนั่ ทุกขณะ ๓. มีกาํ ลงั กายดี ๓.ไมม่ คี วามอดอยาก ๓. มีทรพั ยส์ มบตั ิบริบูรณ์ ๓. มีกล่นิ ปากหอม ๓. มปี ัญญาดี ๔. มกี าํ ลงั ปัญญาไว ๔. ยอ่ มไดส้ ิง่ ท่ีตน ๔. ไมม่ คี วามอดอยาก ๔. มไี อตวั สนิท ๔. มคี วามเห็นถกู ตอ้ ง ๕. เป็ นคนองอาจ ๕. ไมต่ อ้ งเกิดเป็ นสตรี (ไมม่ กี ลนิ่ ตวั แรง) ๕. ไมเ่ ป็ นคนบา้ ใบ้ ๖. ไมท่ าํ ลายตน ปรารถนา ๕.มีดวงตาสมสว่ น ๖. ไมเ่ ป็ นคนมวั เมา ๕. มีความเจริญ (ถา้ ไมป่ รารถนา) ๖. มีปกติพดู จา (ไมฆ่ า่ ตนเอง) หรือ ๖. ไมเ่ กิดเป็ นกระเทย ประมาท ถูกผูอ้ ่ืนทาํ ลาย กา้ วหนา้ ใน ๗. เกิดเป็ นบุรุษใน ดว้ ยความจรงิ ใจ ๗. ไมห่ วาดสะดุง้ กลวั ๗. ไมม่ โี รคภยั ไขเ้ จบ็ การคา้ ขาย ๗. มกี ิริยาท่าทาง ๘. ไมม่ ใี ครรษิ ยา เบียดเบียน ๖. ไมม่ ีความพินาศ ตระกูลสูง ๙. ไมเ่ กียจครา้ นทุก ๘. มบี ริวารมาก ดว้ ยภยั พบิ ตั ิ มี ๘. ไดร้ บั เกียรติอยูเ่ สมอ สงา่ ผ่าเผย ๙. มอี ายุยืน อคั คภี ยั เป็ นตน้ ๙. มรี า่ งกายสมบูรณ์ ๘. มจี ิตใจมนั่ คง คืนวนั ๑๐. ไมม่ ากไปดว้ ยความ ๑๐. มคี นยกยอ่ งนับถือ ๑๑. มีศลี บริสุทธ์ิ วิตกกงั กวล ๑๑. ไมต่ อ้ งพลดั พราก จากผูท้ ่ีตนรกั ๑๒. หลกั สาํ คญั ในเบญจธรรมแต่ละขอ้ มดี งั น้ ี เบญจธรรมขอ้ ๑ เบญจธรรมขอ้ ๒ เบญจธรรมขอ้ ๓ เบญจธรรมขอ้ ๔ เบญจธรรมขอ้ ๕ เมตตา กรุณา สมั มาอาชวี ะ กามสงั วร สจั จะ ความจรงิ สติรอบคอบ ความรกั ความ ๑. ความเท่ียงธรรม มีสติตรวจตรา ปรารถนาดตี อ่ กนั การเล้ ียงชีพขอบ ความสาํ รวมในกาม ปราศจากอคติ ไม่เลินเล่อ ๑. เมตตา ความคิด ๑. ประพฤติเป็นธรรม ๑. สทารสนั โดษ ๒. ความซ่ือตรง มีความ ปรารถนาใหเ้ ขา ในหนา้ ท่ีการงาน คือ ความยนิ ดีเฉพาะ จรงิ ใจตอ่ เพ่อื น ๑. รจู้ กั ประมาณใน เป็ นสุข ทาํ งานดว้ ยความ ภรรยาของตน ๓. สวามิภกั ด์ิ ความ อาหารท่ีจะบรโิ ภค ๒.กรณุ า ความคดิ สุจรติ ๒. ปติวตั ร ความ จงรกั ภกั ดีตอ่ เจา้ นาย ๒. ความไมเ่ ลินเลอ่ ปรารถนาจะให้ ๒. ประพฤตเิ ป็นธรรม จงรกั ภกั ดตี อ่ สามี ๔. ความกตญั �ู รู้ ในการงาน เขาปราศจาก ในบุคคล เชน่ ไมโ่ กง ของตน อุปการะที่ท่านไดท้ าํ แลว้ ๓. มีสมั ปชญั ญะใน ทุกข์ ราคาของเพราะเป็ น แก่ตน คูก่ บั กตเวที การ การประพฤติตวั คนแปลกหน้า ตอบแทนคุณทา่ น ๔. ความไมป่ ระมาท ๓. ประพฤตเิ ป็นธรรม ในธรรม คอื มีความ ในวตั ถุ เชน่ ไมห่ ลอก เขา้ ใจในสภาวะธรรม ขายของปลอม
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๑๙ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพอ่ื พฒั นาสงั คม เฉลยแบบทดสอบหลงั บทเรยี น วิชาเบญจศลี -เบญจธรรม ๑. ง ๑๑. ข ๒๑. ก ๓๑. ก ๔๑. ง ๒. ค ๑๒. ก ๒๒. ง ๓๒. ข ๔๒. ข ๓. ข ๑๓. ข ๒๓. ง ๓๓. ง ๔๓. ง ๔. ง ๑๔. ก ๒๔. ค ๓๔. ก ๔๔. ง ๕. ข ๑๕. ก ๒๕. ง ๓๕. ข ๔๕. ข ๖. ง ๑๖. ค ๒๖. ค ๓๖. ก ๔๖. ก ๗. ข ๑๗. ข ๒๗. ข ๓๗. ข ๔๗. ค ๘. ก ๑๘. ก ๒๘. ง ๓๘. ก ๔๘. ง ๙. ข ๑๙. ค ๒๙. ง ๓๙. ข ๔๙. ข ๑๐. ง ๒๐. ง ๓๐. ค ๔๐. ค ๕๐. ง
คมู่ อื ธรรมศึกษาตรี - -๒๒๐ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผธ่ รรมเพอ่ื พฒั นาสงั คม บรรณานุกรม คณาจารยแ์ ห่งโรงพมิ พเ์ ลี่ยงเชียง. คูม่ ือธรรมวิภาค น.ธ.ตรี. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พเ์ ล่ียงเชียง, ๒๕๓๗. ______________. คมู่ ือพุทธประวตั ิ น.ธ.ตรี. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พเ์ ล่ียงเชียง, ๒๕๓๗. ______________. พุทธประวตั ิ ฉบบั มาตรฐาน. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พเ์ ล่ียงเชียง, ๒๕๓๕. พระธรรมปิ ฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพทุ ธศาสน์ ฉบบั ประมวลศพั ท.์ กรงุ เทพฯ : โรงพิมพม์ หาจฬุ าลงณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๔๓. พทุ ธทาสภิกขุ. พทุ ธประวตั ิจากพระโอษฐ.์ กรงุ เทพฯ : สาํ นักพมิ พอ์ รณุ วทิ ยา, ๒๕๔๒. พนั เอกป่ิ น มทุ ุกนั ต.์ แนวสอนธรรมะ ตามหลกั สตู รนกั ธรรมตรี . กรงุ เทพฯ : อมรการพมิ พ์ , ๒๕๑๔. แมก่ องธรรมสนามหลวง. เรื่องสอบธรรมของสนามหลวงแผนกธรรม กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๔๓. ______________. เรือ่ งสอบธรรมของสนามหลวงแผนกธรรม กรุงเทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๔๔. ______________. เรือ่ งสอบธรรมของสนามหลวงแผนกธรรม กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๔๕. ______________. เรอ่ื งสอบธรรมของสนามหลวงแผนกธรรม กรุงเทพฯ : โรงพิมพก์ ารศาสนา, ๒๕๔๖. วชริ ญาณวโรรส, สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยา. ธรรมวิภาค ชน้ั ตร.ี กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์มหามกุฏราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๘.
คูม่ ือธรรมศึกษาตรี - -๒๒๑ ศูนยพ์ ระสงฆน์ ักเผยแผ่ธรรมเพ่ือพฒั นาสงั คม ______________. นวโกวาท. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์มหามกุฏราช วทิ ยาลยั , ๒๕๓๕. ______________. เบญจศีลและเบญจธรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพม์ หา มกุฏราชวิทยาลยั , ๒๕๓๘. ______________. พุทธประวตั ิ (เลม่ ๑, ๒). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ มหามกุฏราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๘. ______________. พทุ ธศาสนสภุ าษิต เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ มหามกุฏราชวิทยาลยั , ๒๕๓๕. วชิ ยั ธรรมเจรญิ . ธรรมศึกษาตรี. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, ๒๕๔๓. สมเด็จพระสงั ฆราช (สา). พุทธประวตั ิ (เลม่ ๓). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพม์ หา มกุฏราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๕. สุรีย์ มผี ลกจิ และวเิ ชยี ร มผี ลกิจ. พระพทุ ธกิจ ๔๕ พรรษา. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท คอมฟอรม์ จาํ กดั , ๒๕๔๕. องคก์ ารศกึ ษา. ศาสนพิธี เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพก์ ารศาสนา, ๒๕๔๒.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222