Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนการบริหารคุณภาพภายในองค์การ

แผนการสอนการบริหารคุณภาพภายในองค์การ

Published by mu.kenika, 2020-05-29 03:23:25

Description: วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนออนไลน์เพื่อใช้สำหรับประกอบการเรียนวิชาการบริหารคุณภาพภายในองค์การ

Keywords: e-book,pubhtml5

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรยี นรหู้ น่วยที่ 9 จานวน 3 ชั่วโมง รหัส 3001 - 1001 วิชา กำรบริหำรงำนคุณภำพในองค์กำร หน่วยกิต 3 ชอ่ื หน่วย กจิ กรรมกำรพฒั นำตนเองเพ่ือเพ่ิมประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน 1. สาระสาคญั กำรพัฒนำตนเองเพ่ือเพิ่มประสิทธิภำพกำรทำงำน ต้องพฒั นำให้เกดิ ประสิทธภิ ำพ ควำมสำมำรถและ ทักษะกำรทำงำน (Competency) ซึง่ ประกอบดว้ ยทกั ษะ (Skill) ควำมรู้ (Knowledge) และทศั นคติ (Attitude) พฒั นำร่ำงกำย อำรมณ์ และสตปิ ญั ญำ ซึ่งมีควำมสมั พันธก์ นั และมีผลต่อประสิทธิภำพกำรทำงำน กำรพฒั นำ ด้ำนควำมคิด คอื กำรคิดรเิ ร่มิ สร้ำงสรรค์ (Creative Thinking) กำรคิดประยุกตใ์ ช้ กำรแก้ปญั หำ และกำรตดั สินใจ ทำใหเ้ กดิ กำรสร้ำงสรรคผ์ ลงำนใหมท่ มี่ ีคุณคำ่ และเปน็ ประโยชน์ และยังชว่ ยใหก้ ำรแกป้ ญั หำ และกำรปรับปรุง งำนมีประสทิ ธภิ ำพมำกขึ้น กำรพฒั นำทักษะทำงสังคม ช่วยเพิม่ ประสทิ ธิภำพดำ้ นกำรติดต่อ สมั พนั ธ์กบั ผู้อื่น และกำรทำงำนร่วมกบั ผอู้ ืน่ ดียิง่ ข้นึ 2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้ 1. กำรพัฒนำดำ้ นควำมสำมำรถและทักษะกำรทำงำน 2. กำรพฒั นำด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์ และสติปัญญำ 3. กำรพฒั นำด้ำนควำมคิด 4. กำรพัฒนำทักษะทำสงสงั คม 4. คุณธรรม/จรรยาบรรณวชิ าชพี ( Profession Ethic ) ตามคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ 1. มกี จิ นสิ ยั ในกำรทำงำน 2. มคี วำมละเอียดรอบคอบ 3. มีควำมรับผิดชอบ 4. มคี วำมซอื่ สัตย์

ตารางวเิ คราะห์จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยบรู ณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ทางสายกลาง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3 ห่วง 2 เง่ือนไข หนว่ ยท่ี 9 ควำมรู้ คณุ ธรรม พอประมำณ เร่ือง กจิ กรรมกำรพฒั นำตนเองเพื่อเพิม่ ีมเหตุผล ีมภู ิม ุ้คมกัน ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน รอบรู้ รอบคอบ ระ ัมดระวัง ่ืซอสัตย์ ุสจริต ขยันอดทน ีมส ิต ัปญญำ แบ่ง ัปน รวม ลาดับความสา ัคญ 1. กำรพฒั นำดำ้ นควำมสำมำรถและทักษะกำร    33 ทำงำน    62 2. กำรพฒั นำดำ้ นร่ำงกำย อำรมณ์ และ 71 สติปัญญำ    3. กำรพัฒนำดำ้ นควำมคิด 4. กำรพฒั นำทักษะทำสงสังคม     6 2 รวม 2 3 - 3 2 - 3 1 2 - ลาดับความสาคัญ 21 - 12 - 132 -

แบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยที่ 9 เร่ือง กจิ กรรมกำรพฒั นำตนเองเพ่ือเพมิ่ ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน ตอนท่ี 1 ให้เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งขอ้ เดียว 1. ประสิทธภิ ำพกำรทำงำนและประสิทธิผลทเี่ กดิ ขึ้นน้นั ยอ่ มขึน้ อยูก่ บั ส่ิงใด ก. ควำมสำมำรถในกำรทำงำนหลกั ข. ควำมรใู้ นกำรทำงำนหลัก ค. ควำมสำมำรถและทักษะในกำรทำงำนหลัก ง. ควำมชำนำญในกำรทำงำนหลกั 2. ขอ้ ใดถือเปน็ ทักษะในกำรทำงำน ก. สุระมีควำมรู้เรื่องคอมพวิ เตอร์ ข. สุชำมีควำมชำนำญในกำรใช้คอมพิวเตอร์ ค. สชุ ำดำมคี วำมสำมำรถใชค้ อมพวิ เตอร์ ง. สดุ ำนำเอำคอมพิวเตอรม์ ำทำงำน 3. กำรเร่ิมต้นของประสิทธภิ ำพกำรทำงำน ควรเรม่ิ ต้นจำกข้อใด ก. กำรตั้งเปำ้ หมำยควำมสำเร็จของผลงำนที่มคี ุณภำพสงู สุด ข. กำรวำงแผนงำน กำหนดเป้ำหมำย และวัตถุประสงค์ ค. กำรกำหนดนโยบำยหลักของงำน ง. กำรสำรวจ กำรวิเครำะห์ และติดตำมผลงำน 4. หลกั กำรพฒั นำด้ำนควำมสำมำรถและทักษะกำรทำงำน ควรจะเริ่มตน้ ก่อนและเรม่ิ ต้นจำกควำมพรอ้ ม อย่ำงไร ก. กำรตง้ั เปำ้ หมำยเพื่อเป็นเจ้ำของธุรกิจ ข. กำรมจี ิตสำนึกในควำมรับผิดชอบตอ่ งำน ค. กำรแกป้ ัญหำให้งำนผ่ำนพ้นไปได้ ง. กำรกำหนดแนวทำงในกำรทำงำน 5. ข้อใดเปน็ กำรพฒั นำทกั ษะดำ้ นกำรใช้มำรยำททำงสังคม ก. กำรแสดงออกทำงสหี น้ำ ข. กำรมีควำมคิดริเร่มิ สรำ้ งสรรค์ ค. ควำมสงำ่ งำม ง. ควำมเท่ียงตรง และสภุ ำพ 6. ข้อใดเป็นบุคลกิ ภำพของผนู้ ำ ก. ควำมสำมำรถดำ้ นกำรประสำนงำน ข. ควำมเชอื่ มั่นในตนเอง ค. กำรเสนอข้อคิดเหน็ ในกำรประชุม ง. กำรพูดแนะนำบุคคลสำคัญ 7. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของกำรสือ่ สำร ก. ผสู้ ่งสำรและผ้รู ับสำร ข. ข่ำวสำร และผรู้ ับสำร ค. วธิ ีกำรส่ือสำร และผรู้ บั สำร ง. ผู้ส่งสำรข่ำวสำรผูร้ บั สำร สอื่ และวิธีกำรส่อื

8. แนวทำงกำรตดั สินใจโดยใชอ้ ำนำจนน้ั มผี ลเสียอย่ำงไร ก. ขำดควำมรอบคอบ ผดิ พลำดไดง้ ำ่ ย ข. ใชเ้ วลำนำน อำจจะทำใหง้ ำนอ่ืนหยดุ ชะงัก ค. บคุ ลำกรขำดโอกำสพัฒนำแนวคิดของตนเอง ง. ขำดกำรติดต่อสื่อสำรอยำ่ งแทจ้ รงิ 9. ขอ้ ใดเป็นหลักกำรสำคัญท่ีใชป้ ระกอบในกำรตัดสินใจ ก. หลักกำรแหง่ คุณภำพ ข. หลกั กำรแหง่ ควำมรวดเร็ว ค. หลักกำรแห่งพันธหนำ้ ที่ ง. เป็นไปไดท้ ้ังสำมข้อ 10. ควำมล้มเหลวในกำรแก้ปัญหำเกดิ จำกสำเหตุใด ก. สภำพปญั หำมำก กำรวำงแผนขำดประสิทธิภำพ ข. ระยะเวลำในกำรแก้ปัญหำเรง่ ดว่ นเกนิ ไป ค. กำรเสนอแนวทำงแกป้ ญั หำไม่ค่อยได้รบั กำรแก้ไข ง. มกี ำรประเมนิ ผลงำนผดิ พลำดบอ่ ย

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 9 เรือ่ ง กจิ กรรมกำรพัฒนำตนเองเพ่ือเพมิ่ ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน ควำมหมำยและลกั ษณะของควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ ดงั น้ี กำรคดิ รเิ ร่มิ สรำ้ งสรรค์ (Creative thinking) คอื กำรคดิ สิ่งใหม่ วิธีกำรใหม่ เกิดจำกกำรขยำย ขอบเขตทำงควำมคดิ ที่มีอยู่เดิม ออกไปสู่แนวควำมคิดใหม่ทย่ี ังไมเ่ คยคิดมำก่อน กำรคิดสร้ำงสรรค์ ยงั หมำยถึง ควำมคิดในแงบ่ วก คิดในสิง่ ทด่ี ีงำม หรือมองโลกในแง่ดี นอกจำกนัน้ กำรคดิ สรำ้ งสรรค์ยังหมำยถึง กำรคิดทจ่ี ะทำหรือดำเนนิ กำร โดยมเี ปำ้ หมำยในกำรสร้ำงผลงำนใหเ้ กดิ ประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผอู้ ื่น ลักษณะของกำรคดิ สรำ้ งสรรค์ มี 3 ลกั ษณะดังนี้ - เป็นควำมคิดใหม่ทผี่ ูค้ ดิ ไมเ่ คยคดิ มำก่อน แม้วำ่ ควำมคิดที่ค้นพบใหมข่ องเรำจะซ้ำกับผู้อ่ืน (ซง่ึ ทรำบภำยหลัง) ก็ยงั เปน็ ควำมคิดใหม่ของเรำ - เปน็ ควำมคดิ ทเ่ี ปน็ จริงไดห้ รือสำมำรถสรำ้ งสรรคเ์ ป็นผลงำนที่ใชป้ ระโยชนไ์ ด้ - เป็นควำมคดิ ทมี่ ีคณุ คำ่ และเกดิ ประโยชน์ต่อตนเองและผอู้ ่ืนพรอ้ มกัน ผลงำนทีค่ ิดได้ ไม่ ก่อให้เกดิ ปัญหำแก่ตนเองและผูอ้ น่ื แมว้ ่ำจะเปน็ ควำมคดิ ท่ีแปลกแหวกแนวสกั เพียงใดก็ตำม เชน่ กำรคิดยำฆ่ำ แมลง โดยสำมำรถบรรลุเป้ำหมำยทำลำยศตั รูพืช และผลที่ได้กลับกลำยเปน็ สำรเคมที ่ีทำลำยมนษุ ย์ยง่ิ กว่ำ แมลง ดงั นนั้ ยำฆำ่ แมลงท่ีใชอ้ ยูแ่ ม้จะมีประโยชน์ แตก่ เ็ ปน็ ประโยชนท์ ี่ไม่สร้ำงสรรค์ กจิ กรรมกำรพฒั นำควำมคดิ รเิ ร่มิ สรำ้ งสรรค์ มีข้ันตอนดังนี้ 1). เร่มิ จำกกำรจินตนำกำร คอื กำรคิดใหแ้ ตกต่ำงจำกท่ีเรำเคยคิด เคยเหน็ เคยทำ เคยรู้ เช่น - คิดใหไ้ กลออกไปจำกทเ่ี รำเคยอยูห่ รือเคยไป - คดิ ตอบสนองควำมต้องกำรหรือแกป้ ัญหำตำ่ งๆ 2). คิดจำกควำมร้ทู ่มี ีอยูแ่ ลว้ คดิ ต่อยอดออกไป ข้อมลู เดิมยงั มคี วำมสำคัญและมีส่วนทำให้เกดิ ควำมคดิ ใหม่ได้ กำรคิดต่อยอดเกดิ จำก - กำรปรับปรุงของเดิมหรือแนวคดิ เดิมที่เห็นว่ำยงั ไม่สมบรู ณ์ ยงั ไมต่ อบสนองเป้ำหมำย - กำรสรำ้ งเอกลักษณห์ รือรูปแบบท่ีเปน็ ของเรำอยำ่ งแท้จริง 3). ปรับเปลี่ยนทศั นคติ ถ้ำยงั ไมส่ ำมำรถจะจนิ ตนำกำรหรอื คิดตอ่ ยอดได้ ใหก้ ลับมำพจิ ำรณำ ทัศนคติและปรบั เปลีย่ นทัศนคตกิ ่อน จึงกลบั ไปจนิ ตนำกำรหรอื คิดต่อยอด ทัศนคตทิ มี่ ีผลต่อกำรคิดริเร่ิม สร้ำงสรรค์ ไดแ้ ก่ - กำรเปดิ ใจและให้โอกำสแก่ตวั เองในกำรค้นหำและคน้ พบส่ิงใหมๆ่ ดว้ ยกำรอ่ำนหนงั สอื ดูโทรทศั น์ เปดิ อินเทอร์เน็ตอยำ่ งหลำกหลำย ย่ิงดูมำกรำยกำรก็ย่ิงทำให้เรำมปี ระสบกำรณม์ ำกข้นึ - กลำ้ เขำ้ รว่ มกจิ กรรมใหม่ๆ เม่อื มโี อกำส เช่น กำรแข่งขันทำงวิชำกำร กำรดลู ะครเวที กำรเทย่ี วชม พิพิธภณั ฑ์ ไปท่องเท่ียวสถำนทต่ี ำ่ งๆ หรือกำรเขำ้ ค่ำยต่ำงๆ เปน็ ต้น กจิ กรรมใหมๆ่ ทำให้เรำได้พบปะสังสรรค์

กบั บคุ คลใหม่ๆ ทใี่ หว้ ิสยั ทัศน์ (Vision) ทแี่ ตกต่ำงจำกเพ่ือนที่เรำเคยร้จู กั มำแลว้ วิสัยทัศน์ใหมๆ่ ทำให้เรำได้ แนวคดิ ใหม่ๆ ด้วย กำรคิดประยุกต์ใช้ ซ่ึงมขี ั้นตอนดงั นี้ 1). ขั้นกำรวิเครำะห์ ไมว่ ำ่ จะเปน็ ทฤษฎี แนวควำมคิด หลกั กำร วชิ ำกำร สง่ิ ของ หรือวธิ กี ำรทำงำน เรำตอ้ งบอกได้วำ่ - คอื อะไร มรี ำยละเอียดส่วนประกอบอะไรบ้ำง - ใชท้ ำอะไรได้บ้ำง ให้ประโยชนอ์ ะไรบ้ำง - เปรยี บเทยี บหรอื คล้ำยกับอะไร 2). ขั้นกำรคิดประยุกต์ เม่ือมองเหน็ ภำพเดิมจำกกำรวิเครำะหไ์ ดช้ ัดเจนแล้ว นำไปสู่กำรคดิ ประยุกต์ คือ คิดว่ำจะเปล่ียนแปลงไปใช้อย่ำงไร ใชก้ บั อะไร ใช้เพอื่ อะไร และใช้วธิ ีใด 3). ข้ันประยกุ ต์ใช้ คือ กำรนำเอำผลจำกกำรคดิ ประยุกต์ไปใช้ตำมแนวควำมคิดใหม่ 4). ขัน้ ประเมนิ ผล กำรประยุกตใ์ ช้สิ่งใหมท่ ่ีเกิดข้ึนดีกวำ่ เดิม เทำ่ เดมิ หรอื แยก่ ว่ำเดิม 5). ขั้นกำรสรุปและหำแนวทำงใหมท่ ีด่ ีย่ิงกวำ่ เดิม กำรแกป้ ัญหำและกำรตดั สนิ ใจ โดยใช้สื่อ Power Point ประกอบ ซง่ึ มีกิจกรรมดำเนินกำร 9 ข้ันตอน ได้แก่

1). กำรวเิ ครำะห์สภำพปญั หำ ต้องมีข้อมูลเพียงพอเก่ียวกับสภำพปัญหำที่เป็นจริง ลักษณะของ เหตกุ ำรณ์หรือปญั หำที่เกิดขน้ึ แหล่งข้อมูลต้องเชอื่ ถือได้ เพื่อนำมำประมวลและ สังเครำะหใ์ หเ้ กิดควำมเขำ้ ใจ ต่อสภำพปัญหำอย่ำงถกู ต้อง 2). สรปุ สภำพปัญหำเปน็ แผนภมู ิ สถติ ิ หรือแผนผังประกอบกำรบรรยำยดว้ ยข้อควำมที่ ส้นั และ ชัดเจน 3). ดำเนนิ กำรค้นหำสำเหตุของปัญหำดว้ ยแผนภมู ิกำ้ งปลำ ทำกำรค้นหำต้นเหตุในแต่ละ ดำ้ น เชน่ บคุ ลำกร วตั ถดุ ิบ เครอ่ื งจักร วิธกี ำรทำงำน สภำพแวดลอ้ ม เปน็ ต้น 4). เสนอแนวทำงแกป้ ญั หำตำมสำเหตุท่ีคน้ พบ ซ่ึงมีหลำยแนวทำง 5). พิจำรณำเลือกแนวทำงกำรแกป้ ญั หำท่ีมคี วำมเป็นไปได้ และทำไดผ้ ลมำกท่สี ดุ 6). วำงแผนปฏบิ ัตกิ ำรแกป้ ัญหำเปน็ ขน้ั ตอนอยำ่ งชัดเจน เพื่อเสนอผู้บงั คับบัญชำขอ ดำเนินกำร แกป้ ญั หำ 7). ปฏบิ ตั กิ ำรแก้ปัญหำ 8). ประเมนิ ผลกำรแกป้ ญั หำ ดว้ ยหลักกำรสถิติ 9). สรปุ ผลกำรแกป้ ญั หำและทำรำยงำนเสนอต่อผบู้ งั คบั บัญชำ หลกั กำรสำคัญท่ีใชป้ ระกอบกำรตดั สนิ ใจและแนวทำงกำรตัดสินใจ ซ่งึ มีสำระสำคัญ ดังน้ี หลกั การสาคัญทีใ่ ช้ประกอบการตัดสนิ ใจ 1). หลกั กำรแหง่ คณุ ภำพ (Quality) คณุ ภำพถือเปน็ เป้ำหมำยสำคญั ของกำรทำงำน ทำธุรกจิ และ กำรผลิต ดงั นั้นกำรตดั สนิ ใจใดๆ ต้องคำนงึ ถึงคณุ ภำพเปน็ ลำดบั แรกวำ่ ส่งิ ท่เี ลือกนั้นตอบสนองหรอื ก่อให้เกดิ คณุ ภำพตำมเป้ำหมำยท่ตี งั้ ไว้หรือไม่ 2). หลกั กำรแหง่ ควำมรวดเร็ว ทันเหตกุ ำรณ์ หรือทนั เวลำ (Speed) เพรำะเวลำเป็น เง่ือนไขสำคญั เง่ือนไขหนึง่ ของกำรประกอบธุรกิจและกำรสง่ มอบผลงำน ดังนั้นกำรตดั สนิ ใจใดๆ ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลำ กำรสง่ มอบผลงำน ต้องไมเ่ กดิ ควำมล่ำชำ้ (Zero Delay) 3). หลักกำรแห่งพนั ธะหน้ำที่ (Mission) พันธะหน้ำที่ คอื ส่งิ ท่ีต้องยึดมั่นเพือ่ มใิ หเ้ กดิ กำรผิดสัญญำ หรอื ข้อกำหนดที่ได้ตกลงกันไว้ ดังน้นั กำรตัดสนิ ใจใดๆ จงึ ตอ้ งคำนึงถงึ พนั ธะหน้ำที่เป็นสำคญั กำรเปล่ยี นแปลง และปรับปรงุ งำนท่ีเกิดข้นึ ไมก่ ระทบตอ่ พนั ธะหนำ้ ท่ีที่ได้ตกลงกนั ไว้ แนวทางการตัดสนิ ใจ มี 3 แนวทางได้แก่ 1). กำรตัดสนิ ใจโดยใชอ้ ำนำจ ผูใ้ ชอ้ ำนำจตดั สินใจมี 2 แบบ คือ ผมู้ ีอำนำจตำมตำแหนง่ หน้ำที่ และ ผู้มอี ำนำจตำมบุคลกิ ภำพ (โดยไมม่ ีหนำ้ ที่) ไมว่ ำ่ จะเป็นบุคคลในแบบใด กำรตัดสนิ ใจแบบนีเ้ ป็นกำรตัดสนิ ใจ จำกบคุ คลเพียงคนเดยี ว ทำให้มีท้ังผลดแี ละผลเสีย ผลดี คอื มคี วำมรวดเร็ว และลดปญั หำควำมขดั แยง้ ผลเสีย คอื ขำดควำมรอบคอบ ผิดพลำดได้งำ่ ย แมว้ ่ำผลกำรตดั สนิ ใจจะถูกต้อง แตก่ ็อำจจะเกิดกำร ตอ่ ต้ำนไมย่ อมรบั ภำยหลงั

2). กำรตัดสนิ ใจโดยใชก้ ำรระดมควำมคิด เปน็ กำรตดั สนิ ใจโดยกลุม่ หรือคณะกรรมกำร บริหำรหรอื คณะทำงำน ซ่ึงต้องมีกำรประชุมนำเสนอข้อมูล พจิ ำรณำข้อมูล พิจำรณำตัวเลือกหรือแนวทำงตำ่ งๆ ทแ่ี ตล่ ะ คนเสนอ ทำใหก้ ำรตัดสินใจแบบนี้ตอ้ งใช้เวลำ บำงครงั้ ประชุมคร้งั เดียวยังไม่ได้ขอ้ ยุติ ตอ้ งหำขอ้ มูลเพมิ่ เติม เพอื่ ยืนยนั ข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ำยท่ียงั มีควำมขดั แยง้ กันอยู่ ทำให้กำรทำงำนอำจจะต้องหยดุ ชะงัก เพื่อรอ กำรตดั สนิ ใจ ดงั นั้นกำรตัดสนิ โดยใช้กำรระดม ควำมคิดกม็ ีขอ้ จำกดั กบั ปัญหำที่ต้องแกไ้ ขอยำ่ งเรง่ ด่วน ผลดขี องกำรตดั สนิ ใจโดยใช้กำรระดมควำมคิด คอื จะไดผ้ ลกำรตัดสินใจทมี่ ีคุณภำพมำกทสี่ ดุ จำก กำรร่วมกนั คดิ และคัดสรรแนวทำง อยำ่ งไรกต็ ำมผลของกำรระดมควำมคดิ ยังข้ึนอยู่กบั ประสิทธิภำพของ ประธำนในท่ีประชมุ ท่ีสำมำรถควบคมุ กำรระดมควำมคดิ ให้อยูใ่ นแนวทำงทีต่ ้องกำรได้ โดยใช้เวลำไม่มำก เกินไป 3). กำรตดั สินใจโดยใชก้ ำรเสนอแนะปรับปรุงงำน เปน็ กำรผสมผสำน 2 แบบแรก คอื ใหบ้ คุ คลหรอื หน่วยงำนเสนอแนวทำงแก้ปัญหำข้นึ ไปให้ฝ่ำยบรหิ ำรเป็นผู้พิจำรณำคดั เลอื กและตดั สินใจเองว่ำจะใช้แนวทำง ใด ซ่งึ จะทำให้ผู้ใช้อำนำจตัดสนิ ใจมีทำงเลือกมำกกวำ่ กำรตัดสนิ ใจด้วยตนเอง ผลดี คอื ได้แนวทำงกำรแก้ปัญหำหลำกหลำย โดยไมส่ ร้ำงควำมขัดแย้ง ผลเสยี คือ บคุ ลำกรขำดโอกำสพัฒนำแนวคิดของตนเองจำกกระบวนกำรระดมควำมคดิ จดั กำรเรยี นรแู้ บบรว่ มมือ (Cooperative Learning) หมำยถึงกระบวนกำรเรยี นรู้ทจ่ี ัดใหผ้ ู้เรยี นได้ ร่วมมอื และชว่ ยเหลอื กนั ในกำรเรยี นร้โู ดยแบง่ กลุ่มผ้เู รยี นท่ีมีควำมสำมำรถต่ำงกันออกเป็นกลุ่มเลก็ ซึง่ เป็น ลักษณะกำรรวมกลมุ่ อย่ำงมโี ครงสร้ำงทช่ี ดั เจน มกี ำรทำงำนรว่ มกนั มีกำรแลกเปลีย่ นควำมคิดเหน็ มีกำร ชว่ ยเหลอื พง่ึ พำอำศยั ซงึ่ กันและกนั มคี วำมรับผิดชอบรว่ มกนั ทั้งในส่วนตนและสว่ นรวมเพื่อให้ตนเองและ สมำชิกทกุ คนในกลุ่มประสบควำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำยทีก่ ำหนดไว้ ดงั นี้ 8.1 แบ่งผู้เรยี นเป็นกล่มุ ๆ ละ 3 คน 8.2 ครกู ำหนดวัตถปุ ระสงคห์ รือสิ่งของหรือสถำนกำรณ์ขน้ึ มำ 1 อยำ่ ง และใหผ้ เู้ รยี นคิด ปรบั เปลย่ี น โดยใชก้ ิจกรรมกำรพฒั นำควำมคดิ ริเรม่ิ สร้ำงสรรค์ แลว้ นำผลกำรคิดรเิ ร่ิมสร้ำงสรรคน์ ั้นมำ นำเสนอหนำ้ ชนั้ เรยี น โดย 1. จำลองแบบท่ีคดิ ขึน้ หรอื 2. เขยี นแบบแสดงรำยละเอียดของกำรคิดรเิ ริ่มสร้ำงสรรค์ 3. บอกประโยชน์ของสงิ่ ที่คดิ ได้ 4. ควำมเปน็ ไปไดก้ ำรสรำ้ งผลงำนใหญ่ 5. ตน้ ทุนที่คำดว่ำต้องใช้ ขัน้ ตอนกำรคดิ ประยุกต์ใชท้ ั้ง 5 ขั้นตอน ตำมแนวคิดที่ครูกำหนด เช่น เศรษฐกิจพอเพียง หรือกำหนด เปน็ วสั ดุ อปุ กรณ์ แลว้ นำผลกำรคิดประยุกตใ์ ช้มำนำเสนอในชั้นเรยี น เปน็ ผงั มโนทศั น์กำรคดิ ประยุกต์ใช้ พร้อมเขยี นรปู หรอื รำยละเอียดประกอบ

จำลองปัญหำหรือนำปัญหำที่พบในระหว่ำงกำรทำงำนมำแสดงรำยละเอียดให้ผเู้ รยี นทำกำรแกไ้ ขปัญหำ และตัดสินใจเลอื กวธิ กี ำรแก้ปัญหำ โดยดำเนนิ กำรตำมกจิ กรรม 9 ขัน้ ตอน แล้วใหท้ ำรำยงำน พร้อมท้ัง นำเสนอรำยละเอียดกำรดำเนินกจิ กรรมทั้ง 9 ขั้นตอน ควำมหมำยของกำรพัฒนำทักษะทำงสงั คม คือ กำรพัฒนำพฤติกรรมกำรติดต่อสัมพนั ธ์กับผูอ้ ่นื ให้ สำมำรถทำกำรส่อื สำรอยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ มบี ุคลกิ ภำพเป็นผ้นู ำ เพื่อสร้ำงประสทิ ธิผลสูงสุดใน กำรทำงำน และใช้มำรยำทสังคมอย่ำงถูกต้อง ทำใหก้ ำรตดิ ต่อสัมพันธ์เป็นไปอย่ำงรำบร่ืน และเกดิ ควำมสมั พนั ธ์ท่ีดี ตอ่ กัน กำรพัฒนำทกั ษะดำ้ นกำรสือ่ สำร 1). องคป์ ระกอบของกำรสื่อสำร ประกอบดว้ ย - ผู้ส่งสำร - ขำ่ วสำร ข้อมลู - ผู้รบั สำร - สอ่ื เช่น ภำษำพดู ภำษำเขียน รปู ภำพ สญั ลกั ษณ์ - วธิ ีกำรสือ่ เช่น เจรจำ ประชุม โทรศพั ท์ จดหมำย ใบสัง่ งำน ระบบอนิ เทอรเ์ น็ต ฯลฯ 2). กระบวนกำรส่ือสำร 3). กำรพฒั นำทักษะดำ้ นกำรสือ่ สำร โดยพัฒนำตำมขั้นตอนต่อไปน้ี 3.1 ข้นั ประมวลควำมคิด ควำมต้องกำร ฝกึ โดยกำรตงั้ คำถำม ดังนี้ ตอ้ งกำรสอ่ื เรื่องอะไร สอ่ื ทำไม สือ่ แล้วจะบังเกดิ ผลอย่ำงไร คดิ ก่อนพูด” ยอ่ มดีกวำ่ “พูดกอ่ นคิด” 3.2 ข้นั เรียบเรียงข้อควำม เร่อื งรำว และข่ำวสำร ให้มีควำมแจม่ ชดั เข้ำใจง่ำย เหมำะสมกบั คน ฟังหรอื คนรับสำร เหมำะกบั สถำนกำรณ์ในขณะทีส่ ่ือด้วย เชน่ กำรพูดกบั ผูบ้ งั คับบัญชำ กำรส่ือสำรคอื กำรรำยงำน กำรพูดคยุ กบั เพื่อน กำรสื่อสำรคือ กำรตอ้ งกำรข้อมูลย้อนกลบั กำรพูดในที่ประชุม กำรสอ่ื สำรคือ กำรสร้ำงควำมรแู้ กค่ นจำนวนมำก

ข้อควำมทีใ่ ชก้ ับกำรพูด 3 ลกั ษณะข้ำงต้น จะแตกต่ำงกนั แม้จะเปน็ เรื่องเดียวกนั 3.3 ข้นั ฝกึ วิธกี ำรสอื่ สำร-กำรถำ่ ยทอดวธิ ีกำรส่ือสำร เชน่ กำรพูด กำรเขียน หรอื กำรแสดง เป็น ทักษะที่ต้องฝกึ ฝน เรยี นรู้ ปรบั ปรงุ จนเป็นกำรสื่อสำรท่ีได้รับกำรยอมรับ เช่น - ให้เรียนร้ขู ้อควำมทใี่ ช้พดู จำกกำรอำ่ นและกำรฟงั - สรุปผลกำรอ่ำนและกำรฟัง ประมวลเป็นกำรพดู ของเรำ - ใหฝ้ กึ พูดเรือ่ งที่สนใจมำกทส่ี ุดกอ่ น - ฝกึ พดู กบั ตัวเอง อัดเสยี งใส่เทป ลองฟังเอง - ฝึกพดู กับเพอื่ นดูปฏิกิรยิ ำควำมสนใจจำกเพื่อน - ฝึกพูดในทช่ี ุมชน เชน่ ในหอ้ งเรยี น ในกำรประชมุ กำรพัฒนำทักษะด้ำนกำรเป็นผ้นู ำ 1). ควำมหมำยของผ้นู ำ คอื ผทู้ ่เี ปน็ ต้นแบบ เป็นผู้ทที่ ำให้ผู้อ่ืนยอมรบั และทำตำม หรอื เป็นผู้ ประสำนงำนต่ำงๆ ให้กลำยเป็นงำนทมี่ เี อกภำพและมีประสิทธิภำพ 2). บคุ ลกิ ภำพของผูน้ ำ ไดแ้ ก่ - ควำมเชือ่ ม่นั ในตนเอง พึ่งตนเอง และมคี วำมมุง่ มน่ั ในควำมสำเรจ็ - ควำมสงำ่ งำม เป็นควำมภำคภมู ใิ จท่ถี ูกถ่ำยทอดออกเป็นบคุ ลกิ ภำพ - ควำมเทีย่ งตรง ผู้นำทีไ่ ดร้ บั กำรยอมรับ คอื คนท่ียดึ เอำผลประโยชน์ของสว่ นรวมเป็นหลกั กำร สำคัญ - ควำมซอ่ื สตั ย์ คือ ส่ิงทีผ่ ู้ร่วมงำนยอมรบั และไวว้ ำงใจ - ควำมสภุ ำพ คือ บคุ ลิกภำพทม่ี ผี ลดีตอ่ กำรประสำนงำน 3). ควำมสำมำรถหรือทักษะของผู้นำ ไดแ้ ก่ - ควำมสำมำรถด้ำนกำรจดั กำร ซ่งึ ประกอบดว้ ย กำรแบง่ งำน แบ่งทรพั ยำกร กำหนดเป้ำหมำย ของงำน ส่งั งำน-ตดิ ตำมงำน และประเมินผลงำน - ควำมสำมำรถด้ำนกำรประสำนงำน ซงึ่ ประกอบดว้ ยกำรสื่อสำรระดบั เดยี วกนั สอ่ื สำรกับระดบั ท่สี ูงกว่ำ และกำรขอควำมร่วมมือจำกหนว่ ยงำนอืน่ ๆ นอกองค์กร และกำรสร้ำงทีมงำน - ควำมสำมำรถในกำรคดิ วเิ ครำะห์ และแก้ปัญหำตำ่ งๆ - มคี วำมคดิ ริเริม่ สรำ้ งสรรค์ กล้ำคิด กลำ้ ทำ กล้ำนำผ้อู ่ืน - มีควำมยืดหยนุ่ และปรับตัวไดร้ วดเรว็ 4). กำรพัฒนำทกั ษะดำ้ นกำรเปน็ ผ้นู ำ ใหน้ ักศึกษำฝึกโดยจำลองสถำนกำรณใ์ น ชั้นเรยี น กำหนด กิจกรรมหลำยๆ กจิ กรรม แล้วแบ่งกันรบั ผดิ ชอบให้มผี นู้ ำกิจกรรม และดำเนนิ กจิ กรรมนั้นจนสำเร็จ จำกนนั้ ใหเ้ พื่อนช่วยกนั ประเมินบุคลิกภำพและควำมสำมำรถในกำรเป็นผู้นำก่อน เพอื่ ใหผ้ ูน้ ำกจิ กรรมปรับปรงุ ตนเอง กอ่ นจะใหอ้ ำจำรยป์ ระเมิน

เพมิ่ เติมเกีย่ วกบั กำรพฒั นำทักษะดำ้ นกำรใชม้ ำรยำททำงสังคม 1). กำรใชม้ ำรยำททำงสังคม หมำยถงึ กำรแสดงออกและกำรปฏิบัติตอ่ ผู้อืน่ อย่ำงเหมำะสม ไม่ สรำ้ งควำมเดือดร้อนรำคำญใจให้แกผ่ ู้ใด มีกริ ยิ ำ วำจำ และแสดงนำ้ ใจต่อผู้อืน่ อย่ำงประทบั ใจ เมอื่ ได้มำตดิ ต่อ สมั พันธ์ ซ่ึงควำมประทบั ใจนี้ คือ กำรสรำ้ งประสิทธิภำพของงำนบรกิ ำรและกำรทำงำนเป็นทีม 2). กำรแสดงออกด้วยบุคลิกภำพที่น่ำประทับใจ ไดแ้ ก่ - กำรแสดงสหี น้ำ เมือ่ มีควำมรู้สึกท่ีพอใจหรือไม่พอใจก็ตำม ควรแสดงแตเ่ พยี งเลก็ น้อย ควร เก็บควำมรู้สึกไวใ้ ห้มำกที่สุด - กำรใหเ้ กยี รตแิ ก่ผู้อนื่ มนุษย์ทกุ คนมคี วำมเท่ำเทียมกัน ในแง่ของกฎหมำย รัฐธรรมนูญและ ศำสนำ ดงั น้ันไม่วำ่ บคุ คลจะอยู่ในฐำนะเชน่ ใด เจ้ำนำย เพอื่ น หรือลูกนอ้ ง ย่อมมีเกียรติและศักด์ิศรขี องควำม เป็นคน ดงั นน้ั กำรแสดงออกเรำจึงต้องแสดงออกด้วยกำรใหเ้ กียรติมำกน้อยตำมฐำนะอยำ่ งเหมำะสม - “กำรแสดงอำกำรเหยียดหยำมหรอื เยำะเย้ย เปน็ กำรสรำ้ งศัตรู” - กำรแสดงออกดว้ ยควำมสุภำพอ่อนโยน ทงั้ ด้ำนท่ำทำงและกำรพดู จำเปน็ เสน่ห์ทีส่ ร้ำงได้โดย ไม่ต้องมีค่ำใช้จ่ำยเลย - กำรแตง่ กำยอยำ่ งเหมำะสม เหมำะกบั โอกำส เหมำะกับฐำนะ หน้ำที่กำรงำน เปน็ กำรแสดง ถึงควำมมวี ุฒภิ ำวะทำงอำรมณ์และสังคม - กำรควบคมุ อำรมณ์ เม่ือประสบกบั เหตุกำรณห์ รือบุคคลท่ีไม่พงึ พอใจ ตอ้ งไม่แสดงออกและ หำโอกำสหลีกเล่ียงจำกสถำนกำรณน์ ัน้ 3). กำรปฏิบตั ิต่อผู้อื่นอยำ่ งเหมำะสมและสร้ำงควำมประทับใจ - กำรชมอย่ำงจรงิ ใจ ชมด้วยกำรยกข้อดีท่ีปรำกฏ และเปน็ ควำมดีท่ีมปี ระโยชน์ตอ่ บุคคลอ่นื ๆ - กำรติ ควรใช้คำพูดท่ีฟังแลว้ ไม่เสยี หำยมำก แตเ่ ป็นกำรบอกให้เห็นแนวทำงกำรแก้ไขสิ่งที่ ผิดพลำด - กำรให้ คือน้ำใจทีค่ นไทยถือวำ่ เปน็ ส่งิ ที่ยิ่งใหญ่ เรำควรเป็นผู้ให้ เช่น ให้ควำมรู้ ให้โอกำส ให้ เวลำ ให้คำปรึกษำ ให้ควำมร่วมมอื - กำรรบั คอื กำรแสดงถงึ ควำมสัมพันธ์อนั ดี แต่เรำควรจะรับในส่งิ ท่ีควรจะได้ เช่น รบั คำ่ ตอบแทน รบั ของขวัญ รับควำมช่วยเหลือ เป็นตน้ - กำรช่วยเหลอื ผอู้ ื่นตำมกำลังควำมสำมำรถ และโอกำสทเี่ รำควรแสดงน้ำใจ ช่วยเหลือ ไมว่ ำ่ จะเป็นเพ่ือนรว่ มงำนหรือลกู ค้ำ - “เสน่หข์ องคนไทยท่ีชำวต่ำงชำติประทบั ใจ คือ น้ำใจ” - กำรทักทำยดว้ ยคำพูดทีส่ ุภำพ เชน่ สวสั ดีครบั สวัสดคี ะ่ และดว้ ยใบหน้ำท่ียมิ้ แยม้ แจ่มใส ชว่ ยใหก้ ำรเริม่ ต้นติดต่อสัมพันธเ์ ป็นกำรเรม่ิ ต้นทีส่ ดชนื่ ประดุจดอกไม้บำน - กำรกลำ่ วคำขอบคุณ เมอ่ื ได้รบั ควำมชว่ ยเหลอื และควำมรว่ มมือ ทำให้เรำไดส้ ง่ิ เหล่ำน้นั อีก

- กำรกลำ่ วคำขอโทษ ขออภยั ต่อสิ่งท่ผี ดิ พลำด ยอ่ มทำให้อำรมณ์ของผู้เสยี หำยลดลง - กำรรักษำเวลำหรือตรงตอ่ เวลำท่นี ัดหมำย คอื กำรแสดงถึงควำมรบั ผิดชอบของบุคคล บุคคลที่ตรงต่อเวลำย่อมไดร้ ับควำมไวว้ ำงใจมำกกว่ำคนทไี่ ม่รกั ษำเวลำกำรนัดหมำย - กำรใช้โทรศัพท์ ควรเปน็ กำรตดิ ต่อด้วยข้อควำมที่กระชบั ชัดเจน ระบุสิ่งท่ีต้องกำร วนั ท่ี และเวลำ ควรใหช้ อ่ื และเบอร์โทรกลบั เพ่อื ให้บคุ คลท่รี บั โทรศัพทส์ ำมำรถตดิ ต่อกลบั ได้ถ้ำมปี ัญหำ กำรพูดทำง โทรศัพท์ควรคำนงึ ถึง ผ้รู บั อำจจะมีกิจธรุ ะอนื่ ๆ ท่ีตอ้ ง แบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยที่ 9 เร่อื ง กิจกรรมกำรพฒั นำตนเองเพื่อเพ่ิมประสทิ ธิภำพกำรทำงำน ตอนท่ี 1 ให้เลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว 1. ประสิทธภิ ำพกำรทำงำนและประสทิ ธผิ ลท่เี กดิ ข้ึนน้นั ยอ่ มขึ้นอยกู่ ับสิ่งใด ก. ควำมสำมำรถในกำรทำงำนหลัก ข. ควำมรู้ในกำรทำงำนหลกั ค. ควำมสำมำรถและทักษะในกำรทำงำนหลัก ง. ควำมชำนำญในกำรทำงำนหลกั 2. ขอ้ ใดถือเป็นทักษะในกำรทำงำน ก. สุระมีควำมรูเ้ ร่ืองคอมพิวเตอร์ ข. สชุ ำมีควำมชำนำญในกำรใช้คอมพวิ เตอร์ ค. สชุ ำดำมีควำมสำมำรถใช้คอมพวิ เตอร์ ง. สุดำนำเอำคอมพวิ เตอร์มำทำงำน 3. กำรเร่มิ ต้นของประสิทธภิ ำพกำรทำงำน ควรเรม่ิ ตน้ จำกข้อใด ก. กำรตัง้ เปำ้ หมำยควำมสำเร็จของผลงำนที่มีคุณภำพสงู สุด ข. กำรวำงแผนงำน กำหนดเป้ำหมำย และวัตถุประสงค์ ค. กำรกำหนดนโยบำยหลักของงำน ง. กำรสำรวจ กำรวเิ ครำะห์ และตดิ ตำมผลงำน 4. หลกั กำรพัฒนำด้ำนควำมสำมำรถและทักษะกำรทำงำน ควรจะเร่ิมต้นก่อนและเริ่มต้นจำกควำมพรอ้ ม อย่ำงไร ก. กำรตง้ั เป้ำหมำยเพื่อเปน็ เจ้ำของธุรกิจ ข. กำรมจี ติ สำนึกในควำมรบั ผดิ ชอบต่องำน ค. กำรแก้ปัญหำใหง้ ำนผำ่ นพ้นไปได้ ง. กำรกำหนดแนวทำงในกำรทำงำน 5. ขอ้ ใดเปน็ กำรพฒั นำทักษะดำ้ นกำรใชม้ ำรยำททำงสงั คม ก. กำรแสดงออกทำงสหี น้ำ ข. กำรมคี วำมคดิ รเิ ร่มิ สรำ้ งสรรค์ ค. ควำมสงำ่ งำม ง. ควำมเทีย่ งตรง และสุภำพ 6. ขอ้ ใดเปน็ บุคลิกภำพของผู้นำ ก. ควำมสำมำรถดำ้ นกำรประสำนงำน ข. ควำมเชอื่ ม่ันในตนเอง ค. กำรเสนอข้อคดิ เหน็ ในกำรประชุม ง. กำรพดู แนะนำบุคคลสำคัญ

7. ขอ้ ใดเป็นองค์ประกอบของกำรสอ่ื สำร ข. ขำ่ วสำร และผู้รับสำร ก. ผู้สง่ สำรและผูร้ ับสำร ง. ผ้สู ่งสำรขำ่ วสำรผรู้ ับสำร สอ่ื และวิธีกำรส่อื ค. วธิ ีกำรสอื่ สำร และผู้รบั สำร 8. แนวทำงกำรตดั สนิ ใจโดยใชอ้ ำนำจน้ัน มีผลเสยี อยำ่ งไร ก. ขำดควำมรอบคอบ ผดิ พลำดได้งำ่ ย ข. ใชเ้ วลำนำน อำจจะทำให้งำนอนื่ หยดุ ชะงัก ค. บุคลำกรขำดโอกำสพฒั นำแนวคิดของตนเอง ง. ขำดกำรติดต่อสอื่ สำรอยำ่ งแทจ้ ริง 9. ขอ้ ใดเป็นหลักกำรสำคัญท่ีใช้ประกอบในกำรตดั สินใจ ก. หลักกำรแห่งคุณภำพ ข. หลักกำรแหง่ ควำมรวดเร็ว ค. หลักกำรแห่งพนั ธหนำ้ ท่ี ง. เป็นไปไดท้ ั้งสำมข้อ 10. ควำมล้มเหลวในกำรแก้ปัญหำเกิดจำกสำเหตุใด ก. สภำพปญั หำมำก กำรวำงแผนขำดประสิทธิภำพ ข. ระยะเวลำในกำรแกป้ ญั หำเร่งดว่ นเกินไป ค. กำรเสนอแนวทำงแก้ปญั หำไม่ค่อยไดร้ ับกำรแก้ไข ง. มีกำรประเมนิ ผลงำนผดิ พลำดบ่อย

กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน - สอบถำมผู้เรยี นถึงกิจกรรมกำรพฒั นำตนเองเพื่อเพม่ิ ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน 2. ขนั้ สอน - ครอู ธบิ ำยถงึ กำรพัฒนำด้ำนควำมสำมำรถและทักษะกำรทำงำน - ครอู ธบิ ำยถงึ กำรพฒั นำด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์ และสตปิ ัญญำ - ครอู ธบิ ำยถงึ กำรพัฒนำด้ำนควำมคิด - ครอู ธิบำยถึงกำรพฒั นำทักษะทำสงสังคม 3. ขั้นสรุป - ครูให้ผู้เรียนรำยงำนส่ิงที่ได้สังเกตเห็นแลกเปลี่ยนกัน เปิดโอกำสให้ผู้เรียนซักถำม ผู้สอนเตรียม คำถำมไวก้ ระตุน้ ใหผ้ ู้เรยี นคิดดว้ ยผ้เู รียนอภปิ รำยแลกเปลี่ยนควำมรู้ควำมคดิ ทแี่ ต่ละคนได้รับจำกกำรสำธิตของ ผสู้ อนและร่วมกนั สรปุ กำรเรียนร้ทู ไ่ี ด้รับ

งานทม่ี อบหมาย/ผลงาน/ชิน้ งาน 1. กอ่ นเรยี น - ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเร่ือง กำรพฒั นำตนเองเพ่ือเพ่มิ ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน 2. ขณะเรยี น - ศึกษำเนื้อหำหน่วยที่ 9 กำรพัฒนำตนเองเพื่อเพ่มิ ประสิทธภิ ำพกำรทำงำน - ถำม – ตอบ ข้อคำถำมระหว่ำงเรยี น 3. หลงั เรียน - ทำแบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง กำรพฒั นำตนเองเพ่ือเพิม่ ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน - ศึกษำเพม่ิ เติมจำกบทเรยี นออนไลน์ ( E-Learning ) ทเ่ี วบ็ ไซต์ E-Library วทิ ยำลัยเทคนิคจนั ทบรุ ี ) 4. ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเรจ็ ของผ้เู รียน - สมดุ จดบนั ทึกเนื้อหำสำระกำรเรยี นรใู้ นชนั้ เรยี น - ทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง กำรพัฒนำตนเองเพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน ผ่ำนเกณฑ์ร้อย ละ 80 เปอร์เซ็นต์ ของแบบทดสอบ สือ่ การเรยี น/การสอน - Power Point เรอ่ื ง กำรพัฒนำตนเองเพ่อื เพิม่ ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน - ใบควำมรู้ เร่อื ง กำรพัฒนำตนเองเพอ่ื เพ่มิ ประสิทธภิ ำพกำรทำงำน - สื่อกำรสอนออนไลน์ ( E-Learning )

แหลง่ การเรียนรู้ /สถานที่ - สำนกั งำนบัญชี - สถำนประกอบกำร - สือ่ กำรสอนออนไลน์ ( E-Learning ) เวบ็ ไซต์ E-Library วทิ ยำลยั เทคนิคจนั ทบรุ ี การบรู ณาการ/ความสัมพันธ์กับวิชาอน่ื - กำรบญั ชีเบ้ืองตน้ 2 - กำรบญั ชสี ินค้ำ - กำรบัญชีอตุ สำหกรรม การวดั และประเมินผล 1. ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรยี นเรื่อง กำรพัฒนำตนเองเพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภำพกำรทำงำน 2. ขณะเรียน - แบบสังเกตขณะเรียน - แบบประเมนิ พฤติกรรมผูเ้ รียนตำมค่ำนยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประกำร 3. หลังเรียน - ทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง กำรพัฒนำตนเองเพื่อเพ่มิ ประสทิ ธิภำพกำรทำงำน ผำ่ นเกณฑร์ ้อย ละ 80 เปอรเ์ ซน็ ต์ ของแบบทดสอบ กจิ กรรมเสนอแนะ 1. ทำกจิ กรรม แบบฝึกปฏบิ ตั ิ เพอ่ื นำไปใช้ได้จริง 2. อ่ำนและทบทวนเนอื้ หำ

แผนการจัดการเรยี นรู้หนว่ ยที่ 10 จานวน 3 ชั่วโมง รหัส 3001 - 1001 วิชา กำรบริหำรงำนคุณภำพในองค์กำร หน่วยกิต 3 ชือ่ หน่วย กจิ กรรมกำรพัฒนำทีมงำน 1. สาระสาคญั กำรพฒั นำทมี งำนให้เกดิ ประสทิ ธภิ ำพ ทำงำนดว้ ยระบบควำมสมั พนั ธท์ ี่ดี ทำใหบ้ ุคลำกรทำงำนอย่ำงมี ควำมสุข และทำไดเ้ ต็มศักยภำพ หนว่ ยงำนมีควำมภำคภมู ใิ จและมคี วำม ก้ำวหน้ำของผลงำน องค์กรมคี วำม มนั่ คง ในกำรพัฒนำทีมงำนต้องคำนึงถึงองค์ประกอบท่ีสำคัญ ได้แก่ เปำ้ หมำยของกำรทำงำน ผูน้ ำทมี งำน สมำชกิ ของทมี งำน โครงสรำ้ งแผนงำน ทรัพยำกร ระบบกำรประเมนิ ผล และกำรแบง่ ปันผลประโยชน์ ซง่ึ องคป์ ระกอบเหล่ำน้ีอำจจะกลำยเปน็ สำเหตุแหง่ ควำมขัดแยง้ ของทีมงำนได้ กำรพฒั นำทีมงำนใหเ้ กิด ควำมสมั พนั ธ์อันดีและลดควำมขดั แยง้ ทำได้หลำยวธิ ี ได้แก่ กจิ กรรมกลุม่ สัมพันธ์ กิจกรรมกล่มุ คุณภำพ กำร ประชุมสัมมนำ และกำรเรียนร้เู พอื่ กำรสรำ้ งควำมเขำ้ ใจผู้อื่น 2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้ 1. แสดงควำมร้เู กย่ี วกับหลักกำรจดั กำรองคก์ ำร กำรบริหำรงำนคุณภำพและเพิม่ ผลผลิต กำรจัดกำร ควำมเสย่ี ง กำรจัดกำรควำมขัดแย้ง กำรเพ่มิ ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน 2. วำงแผนกำรจดั กำรองค์กำร และเพ่มิ ประสทิ ธภิ ำพขององคก์ ำรตำมหลักกำร 3. กำหนดแนวทำงจดั กำรควำมเสีย่ ง และควำมขัดแย้งในงำนอำชพี ตำมสถำนกำรณ์ 4. เลอื กกลยทุ ธ์เพอ่ื เพมิ่ ประสิทธิภำพกำรทำงำนตำมหลักกำรบรหิ ำรงำนคุณภำพและเพ่ิมผลผลติ 5. ประยกุ ตใ์ ชก้ จิ กรรมระบบคณุ ภำพและเพิ่มผลผลติ ในกำรจัดกำรงำนอำชีพ 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ควำมหมำยและควำมสำคัญของทมี งำนและกำรทำวำนเป็นทมี 2. องคป์ ระกอบของกำรทำงำนเปน็ ทมี 3. ควำมขดั แย้งของทมี งำน 4. เทคนคิ กำรพัฒนำทีมงำน 4. คุณธรรม/จรรยาบรรณวชิ าชพี ( Profession Ethic ) ตามค่านยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ 1. มกี จิ นสิ ัยในกำรทำงำน 2. มีควำมละเอยี ดรอบคอบ 3. มีควำมรบั ผิดชอบ

4. มีควำมซอ่ื สตั ย์ ตารางวเิ คราะห์จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ โดยบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ทางสายกลาง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ควำมรู้ คุณธรรม จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ พอประมำณ ีมเหตุผล หนว่ ยที่ 10 ีมภู ิม ุ้คมกัน รอบรู้ เร่อื ง กจิ กรรมกำรพฒั นำทีมงำน รอบคอบ ระ ัมดระวัง ่ืซอสัตย์ ุสจริต ขยันอดทน ีมส ิต ัปญญำ แบ่ง ัปน รวม ลาดับความสา ัคญ 1. ควำมหมำยและควำมสำคัญของทีมงำนและ   33 กำรทำวำนเป็นทีม 2. องคป์ ระกอบของกำรทำงำนเปน็ ทีม     6 2 3. ควำมขดั แยง้ ของทีมงำน    7 1 4. เทคนคิ กำรพัฒนำทีมงำน    7 1 รวม 56 - 65 - 645 - ลาดบั ความสาคญั 21 - 12 - 132 -

แบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยที่ 10 เรอื่ ง กิจกรรมกำรพัฒนำทีมงำน ตอนที่ 1 ให้เลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว 1. ข้อใดจดั เป็นกลมุ่ บคุ คลท่มี ีจุดมงุ่ หมำยรว่ มกันและต้องทำงำนร่วมกัน เพอ่ื ให้จุดม่งุ หมำยขององค์กำรประสบ ควำมสำเรจ็ ก. กำรทำงำนเปน็ ทมี ข. กำรสร้ำงทีมงำน ค. ประสิทธิภำพทมี งำน ง. ทมี งำนที่ดี 2. ข้อใดมลี ักษณะทีมงำนท่ีดี ก. งำนทม่ี ีคุณภำพ ข. พฒั นำควำมคิดสรำ้ งสรรค์ ค. กำรส่ือสำรเปน็ แบบเปดิ ง. สร้ำงมิตรสัมพนั ธ์ 3. “Positive Thinking” สอดคลอ้ งกับข้อใด ก. ควำมคดิ เชงิ บวก ข. ควำมคิดสุดยอด ค. ควำมคิดควำมจำ ง. ควำมดคี วำมงำม 4. ลกั ษณะพิเศษของแต่ละบุคคลทจี่ ะทำให้บุคคลน้นั แตกต่ำงไปจำกบุคคลอน่ื ๆ หมำยถึงข้อใด ก. บุคลกิ ภำพ ข. ลกั ษณะพเิ ศษของบุคคล ค. ลักษณะทำงสังคม ง. บคุ ลกิ ทำงอำรมณ์ 5. กำรพฒั นำปรบั ปรงุ บุคลิกภำพของตนเอง สง่ิ แรกทจ่ี ะต้องกระทำคอื ขอ้ ใด ก. ปรับปรุงแกไ้ ข ข. กำรวิเครำะหต์ นเอง ค. แสดงออกใหม่ ง. ประเมนิ ผล 6. “คนเรำเกิดมำแลว้ ไม่สำมำรถอยู่ตำมลำพังได้แต่จะต้องเริม่ สัมพนั ธก์ ับผู้อื่นเพ่ือควำมสุขสว่ นตัว” สอดคลอ้ ง กับข้อใด ก. ควำมสำมำรถในกำรสร้ำงคำ่ นยิ มทำงสงั คม ข. ควำมสำมำรถในกำรแสดงอำรมณ์ในขอบเขตท่เี หมำะสม ค. ควำมสำมำรถในกำรรับร้แู ละเข้ำใจสภำพควำมจรงิ ง. ควำมสำมำรถในกำรสรำ้ งควำมสัมพันธท์ ำงสังคม 7. ข้อใดต่อไปนเี้ ป็นกำรพัฒนำทมี งำน ก. ให้กำรยอมรับ และควำมเคำรพควำมเป็นสมำชกิ ในองค์กำร ข. มีควำมสมัครใจ และร่วมใจทำงำนอยำ่ งตอ่ เนอื่ ง ค. ให้โอกำสทุกคนได้แสดงควำมคดิ เหน็ ง. ใชก้ ำรประชมุ รว่ มกันในกำรทำงำน 8. ข้อใดมีลักษณะกำรทำงำนเพอ่ื พัฒนำกำรทำงำนส่คู วำมสำเร็จ

ก. กำรทำงำนเปน็ กลุม่ ข. ควำมร่วมมือ ค. กำรทำงำนเป็นทมี ง. ควำมสำมคั คี 9. ข้อใดคือหวั ใจสำคัญของกำรทำงำนเปน็ ทีม ก. ควำมไวว้ ำงใจกัน ข. ควำมสำมำรถในกำรทำงำน ค. ควำมรับผดิ ชอบในงำนของตนเอง ง. ควำมกล้ำแสดงออก 10. กำรพัฒนำทีมงำนในขั้นใดเปน็ แนวทำงใหผ้ ู้บรหิ ำรสำมำรถกำหนดกลยทุ ธ์กำรทำงำนของทีมงำนไดช้ ัดเจน ก. กำรประชุมปฏิบตั ิงำน ข. กำรวำงแผนทีมงำน ค. กำรมอบหมำยงำน ง. ถกู ทุกขอ้

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 10 เรื่อง กิจกรรมกำรพัฒนำทีมงำน ควำมสำคัญของทีมงำนและกำรทำงำนเปน็ ทีม ดงั นี้ ทีมงานมคี วามสาคญั ต่อการทางานเปน็ ทีม เนอ่ื งจำกประสทิ ธิภำพของทมี งำน จะทำใหก้ ำรทำงำน เป็นทีมบรรลุเป้ำหมำยที่ตงั้ ไว้ ดังนั้น กำรจัดทมี งำนจงึ ต้องมงุ่ จัดสรรบคุ ลำกรที่มลี ักษณะดงั นี้ - มคี วำมสำมำรถและทักษะในกำรทำงำนสูง (High Competency) - มีควำมเขำ้ ใจและต้องกำรควำมสำเรจ็ ตำมเป้ำหมำยของทีมงำน - มบี คุ ลิกภำพของควำมร่วมมือรว่ มใจในกำรทำงำน - เห็นควำมสำคัญของผ้รู ่วมทีมงำน - เห็นผลประโยชน์ของทมี งำนสำคัญกว่ำผลประโยชนข์ องตนเอง การทางานเปน็ ทมี มีความสาคญั ต่อบคุ คลหรอื สมาชิกของทีม ดังนี้ - สมำชกิ ของทีมงำนมีโอกำสแสดงควำมสำมำรถและทกั ษะในกำรทำงำน - สมำชิกของทมี งำนมีโอกำสสรำ้ งควำมสัมพันธ์กับเพ่ือนร่วมทมี งำน ควำมสัมพนั ธ์ท่ีดีตอ่ กันทำให้เกดิ ควำมเปน็ เพื่อน (Frendship) ซง่ึ มีควำมสำคัญตอ่ บุคคลอย่ำงย่งิ ตำมธรรมชำตขิ องมนุษย์ ซง่ึ เปน็ สัตวส์ ังคม มนษุ ยจ์ ะร้สู ึกอบอนุ่ และปลอดภยั เม่ือรสู้ ึกวำ่ ตนเองมเี พ่อื น - สมำชกิ มโี อกำสหรือมีสว่ นรว่ มทุกข้ันตอนกำรทำงำน ต้ังแต่กำรกำหนดเป้ำหมำย วำงแผนงำน ดำเนนิ งำน และประเมินผลงำน ทำให้สมำชิกเห็นควำมสำคัญของตนเองและของผู้อ่ืน นอกจำกนีย้ งั เข้ำใจ ลักษณะกำรทำงำนของผู้อืน่ ด้วย - สมำชกิ มโี อกำสชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกนั ทำให้สมำชิกเกิดกำรเรียนรูง้ ำนบุคคลและสภำพกำรทำงำน - สมำชกิ มโี อกำสพัฒนำตนเอง จำกสงิ่ ทส่ี มำชกิ มโี อกำสทำ 4 ข้อแรก ทำใหผ้ ลงำนของสมำชิกเป็น ผลงำนคุณภำพ ตำมควำมมุ่งหวงั ของทีมงำน การทางานเปน็ ทมี มีความสาคัญตอ่ ทีมงาน หนว่ ยงานหรือองคก์ ร คือ - สรำ้ งประสทิ ธิภำพและประสทิ ธผิ ล - สร้ำงภำพลักษณ์ที่ดใี ห้ปรำกฏถงึ ควำมรกั สำมัคคี - สร้ำงควำมภำคภมู ิใจแก่บุคคล หนว่ ยงำนและองค์กำร - เพิ่มควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน - เพ่ิมควำมเช่อื มน่ั ให้กบั ลูกค้ำ องค์ประกอบของกำรทำงำนเป็นทีม ประกอบดว้ ย 1). เปำ้ หมำยของทีมงำน กำรตั้งเป้ำหมำยของทมี งำน คือหัวใจของกำรทำงำนเปน็ ทีมเป้ำหมำยของ กำรทำงำนเป็นทมี มี 3 ระดบั ไดแ้ ก่ 1.1 กำรตงั้ เปำ้ หมำยคณุ ภำพของผลงำน เปน็ กำรตงั้ เป้ำหมำยโดย - ลูกค้ำกำหนดคุณภำพ คณุ สมบตั ิ หรอื เป็นควำมต้องกำรของลูกค้ำ

- กำรตอบสนองควำมต้องกำรของลูกค้ำ โดยคำนงึ ถงึ ทรัพยำกรหรอื ตน้ ทุน - มีมำตรฐำนของสินค้ำและกำรบรกิ ำร เปน็ เกณฑท์ ่ีต้องดำเนนิ กำรใหไ้ ด้ - ตอ้ งกำรเพ่มิ ผลผลติ ให้กบั องคก์ ำรหรือหนว่ ยงำน 1.2 กำรต้ังเปำ้ หมำยคุณภำพของทมี งำน เปน็ กำรกำหนดประสิทธภิ ำพของทีมงำนในด้ำนต่ำงๆ เช่น - ควำมรว่ มมือรว่ มใจของทีมงำน - ควำมเป็นเอกภำพของทีมงำน - ผรู้ ่วมงำนทุกคนมีโอกำสแสดงศกั ยภำพของตนเอง - ผลงำนท่ีไดใ้ หป้ ระโยชน์และคณุ ค่ำแกผ่ ู้ร่วมทีมงำนทุกคน 1.3 กำรตง้ั เป้ำหมำยคุณภำพของหนว่ ยงำนหรือองคก์ ำร เป็นกำรกำหนดระดับควำมสำเร็จของ หน่วยงำนหรอื องค์กำร เชน่ - ควำมสำมำรถในกำรแข่งขันกบั ค่แู ข่งในตลำดกำรคำ้ - ภำพลักษณ์ที่ดีขององคก์ ำร - ผลกำไรที่องค์กำรได้รับ 2). ผูน้ ำทีมงำน เปน็ บุคคลทถ่ี ูกแตง่ ต้งั เลือกต้งั หรอื เป็นผ้จู ัดตงั้ ทมี งำนขึน้ มำ ประสทิ ธิภำพของกำร ทำงำนเปน็ ทีมข้ึนอยู่กบั ควำมสำมำรถและบุคลิกภำพของผู้นำทมี งำน ดงั นี้ 2.1 บุคลกิ ภำพของผู้นำทีมงำนท่ีมีประสิทธภิ ำพสงู ไดแ้ ก่ - มีควำมรับผดิ ชอบ - ตรงต่อเวลำ - เสยี สละ - รกั เพือ่ น มนี ้ำใจใหเ้ พ่อื น - มีควำมมัน่ คง ยึดม่ันในเปำ้ หมำยควำมสำเร็จ - มีควำมอดทน ไม่แสดงควำมทอ้ แท้ อ่อนแอ - มคี วำมยุติธรรม - ใช้แนวทำงประชำธิปไตย - มคี วำมซ่อื สตั ย์และจริงใจ - มีควำมฉลำดทำงอำรมณ์ 2.2 ควำมสำมำรถของผนู้ ำทมี งำนที่มีประสิทธภิ ำพสงู ได้แก่ - ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร ทง้ั กำรพูด เจรจำตอ่ รอง กำรเขยี นและกำรประชุม ปจั จบุ ัน ต้องมีควำมสำมำรถสอ่ื สำรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ - ควำมสำมำรถในเชงิ บรหิ ำรจดั กำร ทั้งด้ำนบุคลำกรและทรพั ยำกร - ควำมสำมำรถในกำรประสำนงำนกบั หน่วยงำนอนื่ ๆ

- ควำมสำมำรถในกำรวินจิ ฉยั ปัญหำและแกป้ ัญหำ - มีควำมคิดรเิ ร่ิมสร้ำงสรรค์ - มคี วำมร้แู ละควำมสำมำรถในงำนทีร่ ับผิดชอบพอสมควร - มอี ทิ ธพิ ลต่อกลุ่ม แต่เปน็ อิทธิพลแฝง เชน่ บคุ ลกิ นำ่ เกรงขำม เสยี งมีอำนำจ เคยให้ควำม ชว่ ยเหลือเพ่อื นร่วมงำนทุกคน เปน็ ต้น - มกี ำรตดั สนิ ใจที่ถกู ต้องแมน่ ยำ ด้วยประสบกำรณแ์ ละสัญชำตญำณ - มคี วำมสำมำรถในกำรขจัดปัญหำควำมขดั แย้งภำยในทีมงำน - มที ักษะด้ำนมนุษยสัมพันธ์ 3). สมำชิกของทมี งำน ทชี่ ่วยกนั สร้ำงประสิทธภิ ำพให้กับทีมงำน มีลักษณะดังน้ี - มเี ปำ้ หมำยกำรทำงำนตรงกับเป้ำหมำยของทีมงำน - มีควำมต้องกำรทำงำนร่วมกับทีมงำน เพรำะเห็นควำมสำคญั และเหน็ ประโยชน์ทจ่ี ะได้รบั ร่วมกนั - ยอมรับและยึดม่ันในอุดมกำรณแ์ ละเป้ำหมำยของทีมงำน - ทำงำนด้วยควำมตง้ั ใจและทำสดุ ควำมสำมำรถหรือเตม็ ศักยภำพ - ยินดใี ห้ควำมรว่ มมอื ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทมี งำน - มนี ้ำใจ ไมตรีต่อเพ่ือนร่วมทีมงำน - พร้อมรับปญั หำและชว่ ยกันแก้ปญั หำ - พร้อมเรยี นรสู้ ิง่ ใหม่และปรบั ปรงุ งำนของตนเอง - พรอ้ มทจี่ ะเข้ำใจผอู้ ่ืนและให้อภยั ในควำมผดิ พลำดของผู้อื่น 4). โครงสร้ำงของทมี งำน คือ กำรแบง่ แยกหน้ำที่ควำมรับผิดชอบเพื่อใหเ้ กิดประสทิ ธภิ ำพกำร ทำงำนมำกทีส่ ุด ควรเขยี นโครงสรำ้ งและหน้ำท่ีให้ชดั เจน และให้ทุกคนเขำ้ ใจข้นั ตอนกำรทำงำน 5). แผนกำรดำเนินงำน เพอื่ ให้สมำชกิ ทุกคนเข้ำใจข้นั ตอนกำรทำงำนและควำมรับผดิ ชอบของแต่ ละบุคคล กำรเขยี นแผนกำรดำเนนิ งำนควรให้ทีมงำนทุกคนมสี ่วนรว่ มในกำรวำงแผน เพื่อใหไ้ ดแ้ ผนงำนท่ี ครอบคลุมงำนทุกๆ ดำ้ น และมีรำยละเอยี ดชัดเจนพอท่ที ุกคนจะเข้ำใจและทำงำนประสำนกนั ได้ 6). ทรัพยำกรทใ่ี ชใ้ นกำรดำเนินงำน เป็นสว่ นหนง่ึ ของกำรวำงแผนดำเนินงำน ทำใหท้ รำบวำ่ จะใช้ ทรพั ยำกรอะไรบ้ำง จดั หำได้อย่ำงไร 7). ระบบกำรประเมินผลกำรดำเนินงำน ซงึ่ ประกอบดว้ ย - วิธกี ำรประเมนิ ผล และเกณฑก์ ำรประเมินผล - เครอื่ งมือที่ใช้ประเมินผล - ระยะเวลำหรอื กำหนดเวลำ ประเมินผล 8). กำรแบง่ ปันผลประโยชน์ ซึ่งประกอบดว้ ย - หลกั เกณฑ์กำรแบง่ ปัน

- วิธีกำรแบ่งปัน - ระยะเวลำหรอื กำหนดเวลำกำรแบง่ ปัน กำรพัฒนำทีมงำน โดยใชส้ อ่ื Power Point ประกอบดว้ ย มสี ำระสำคัญดังนี้ กำรสรำ้ งสมั พนั ธภำพอันดรี ะหว่ำงผรู้ ่วมงำน หรอื ทมี งำน โดยมเี ป้ำหมำยสำคัญ คอื กำรเพมิ่ ประสิทธิภำพกำรทำงำนน้นั เกดิ จำกกำรพฒั นำระบบควำมสมั พันธด์ ว้ ยกจิ กรรมต่อไปน้ี 1). กิจกรรมกลุ่มสัมพนั ธ์ (Group Dynamics) คอื กิจกรรมเน้นกระบวนกำรกลมุ่ ในกำรทำงำนอย่ำง มีประสิทธิภำพ โดยเน้นระบบควำมสัมพันธข์ องกล่มุ มขี ั้นตอนกำรฝกึ ดงั น้ี 1.1 ข้นั กำรแบง่ กล่มุ หรือจดั กล่มุ มี 2 ลักษณะ ไดแ้ ก่ - แบ่งกลุ่มตำมควำมสนใจ ตำมควำมสำมำรถ - แบ่งกล่มุ จำกควำมหลำกหลำย 1.2 ขั้นต้งั เป้ำหมำย เป้ำหมำยคือ หวั ใจของกิจกรรมกลุ่มสัมพนั ธ์ ดงั น้นั ในกำรฝกึ จึงควรมเี พียง 1 เป้ำหมำยเทำ่ น้ัน 1.3 ข้นั กำหนดตำแหน่งของสมำชกิ ใหส้ มำชิกในแต่ละทีมงำนเร่ิมกำรประชุมกำหนดตำแหน่ง ภำยในทมี งำนของตนเอง ได้แก่ ประธำน รองประธำน เลขำนุกำร เหรญั ญิก และอืน่ ๆ ตำมควำมต้องกำรของ ทมี งำน โดยระบุหนำ้ ท่ีของตำแหนง่ ตำ่ งๆ ให้ชัดเจน 1.4 ข้ันวำงแผนดำเนินงำน ใหส้ มำชกิ ร่วมประชมุ วำงแผนดำเนินงำนให้บรรลุ เป้ำหมำยตำมเวลำ ทกี่ ำหนด 1.5 ขั้นดำเนินงำน ให้สมำชกิ ทกุ คนปฏิบตั งิ ำนตำมแผนแ 1.6 ขน้ั สรุปและเสนอแนวทำงกำรปรับปรุงงำน ให้สมำชิกร่วมกนั สรุปผลกำรดำเนินงำนและแนว ทำงกำรปรับปรุงงำน 2). กิจกรรมกล่มุ คุณภำพ คือ กำรรวมตวั ของบุคลำกรเพื่อกำรพจิ ำรณำงำนในหน่วยงำนของตนเอง ใหม้ คี ณุ ภำพ ประสิทธิภำพ และสนองตอบควำมตอ้ งกำรของลูกค้ำได้มำกขึ้น ซ่ึงมี กิจกรรมทีพ่ ัฒนำและปฏิบัติ มำแล้วอย่ำงไดผ้ ลในประเทศญป่ี ุน่ ได้แก่ 2.1 กจิ กรรม 5 ส. 2.2 กิจกรรม QCC 2.3 กจิ กรรมข้อเสนอแนะปรับปรุงงำน 2.4 กิจกรรมกำรบำรุงรกั ษำแบบมสี ว่ นร่วม 3). กำรประชุมสัมมนำ (Meeting/Seminar) 3.1 มีกำรกำหนดหวั ขอ้ หรือหัวเร่ือง ตรงตำมเป้ำหมำยและวตั ถปุ ระสงค์ของกำรพฒั นำทีมงำน 3.2 มีกำรเตรียมรำยละเอียดและเนื้อหำกำรประชุม ครอบคลมุ ทุกเรื่องที่ต้องกำรพัฒนำทีมงำน ถ้ำมีเอกสำรประกอบด้วยจะดีมำก

3.3 มีวิทยำกรหรือประธำนกำรประชมุ ทม่ี ที ักษะควำมชำนำญในกำรสรำ้ งบรรยำกำศกำร ประชมุ ให้น่ำสนใจ น่ำตดิ ตำม และเหน็ ควำมสำคัญ 3.4 มีสถำนทท่ี เ่ี หมำะสมกับกำรประชุมหรือกำรสมั มนำ เช่น ถำ้ เป็นกำรประชุมกล่มุ ย่อย ควรใช้ หอ้ งขนำดเล็กพอเหมำะกบั จำนวนคน ไม่ควรใช้ห้องใหญ่เกิน 3.5 กำหนดเปำ้ หมำยกำรประชมุ และกำรสัมมนำ ใหท้ ุกคนรับทรำบอย่ำงชดั เจน พรอ้ มกบั กำ หนดเกณฑ์กำรประเมินผลกำรประชมุ และสัมมนำด้วย 3.6 ทำกำรประเมินผลและแจง้ ผลกำรประชุม- สัมมนำ ให้สมำชิกทรำบ 3.7 ถ้ำป็นสมั มนำหลำยวนั ควรจัดช่วงเวลำนนั ทนำกำรใหส้ มำชกิ ได้คลำยเครียด 3.8 ควรมกี ำรติดตำมผล หลังกำรประชมุ สัมม 4). เทคนคิ กำรเรยี นรูเ้ พื่อกำรสร้ำงควำมเขำ้ ใจผู้อื่น ควำมเข้ำใจผ้อู นื่ เกิดจำกกำรรับรู้ทำงสงั คม (Social Perception) ซึง่ หมำยถึง กระบวนกำรสรุปตคี วำมหมำย ตอ่ พฤติกรรมของบุคคลในเหตุกำรณต์ ำ่ งๆ ท่ผี ำ่ นระบบประสำทกำรรบั รู้และประสำทสมั ผัส ได้แก่ ตำ หู จมูก ปำก ผวิ หนัง และกล้ำมเนื้อ

แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 10 เรอ่ื ง กิจกรรมกำรพัฒนำทีมงำน ตอนที่ 1 ให้เลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งที่สดุ เพียงขอ้ เดียว 1. ขอ้ ใดจดั เป็นกล่มุ บคุ คลทีม่ ีจุดมงุ่ หมำยร่วมกนั และต้องทำงำนร่วมกนั เพอ่ื ใหจ้ ดุ ม่งุ หมำยขององค์กำรประสบ ควำมสำเร็จ ก. กำรทำงำนเป็นทีม ข. กำรสรำ้ งทมี งำน ค. ประสิทธภิ ำพทมี งำน ง. ทมี งำนท่ีดี 2. ขอ้ ใดมลี ักษณะทีมงำนท่ีดี ก. งำนท่มี ีคุณภำพ ข. พัฒนำควำมคิดสร้ำงสรรค์ ค. กำรสอื่ สำรเปน็ แบบเปิด ง. สรำ้ งมิตรสมั พนั ธ์ 3. “Positive Thinking” สอดคล้องกบั ข้อใด ก. ควำมคดิ เชิงบวก ข. ควำมคดิ สดุ ยอด ค. ควำมคิดควำมจำ ง. ควำมดีควำมงำม 4. ลกั ษณะพิเศษของแตล่ ะบุคคลทจ่ี ะทำให้บุคคลนนั้ แตกต่ำงไปจำกบคุ คลอนื่ ๆ หมำยถึงขอ้ ใด ก. บคุ ลิกภำพ ข. ลกั ษณะพิเศษของบุคคล ค. ลักษณะทำงสงั คม ง. บคุ ลิกทำงอำรมณ์ 5. กำรพฒั นำปรบั ปรุงบุคลกิ ภำพของตนเอง ส่ิงแรกที่จะต้องกระทำคอื ข้อใด ก. ปรับปรุงแกไ้ ข ข. กำรวิเครำะห์ตนเอง ค. แสดงออกใหม่ ง. ประเมนิ ผล 6. “คนเรำเกิดมำแลว้ ไมส่ ำมำรถอยูต่ ำมลำพังได้แตจ่ ะต้องเร่ิมสัมพนั ธ์กบั ผู้อน่ื เพื่อควำมสุขสว่ นตัว” สอดคล้อง กบั ข้อใด ก. ควำมสำมำรถในกำรสร้ำงค่ำนิยมทำงสงั คม ข. ควำมสำมำรถในกำรแสดงอำรมณ์ในขอบเขตทเ่ี หมำะสม ค. ควำมสำมำรถในกำรรับร้แู ละเข้ำใจสภำพควำมจรงิ ง. ควำมสำมำรถในกำรสรำ้ งควำมสัมพนั ธท์ ำงสงั คม 7. ข้อใดต่อไปน้ีเป็นกำรพัฒนำทีมงำน ก. ใหก้ ำรยอมรบั และควำมเคำรพควำมเปน็ สมำชิกในองค์กำร ข. มีควำมสมคั รใจ และร่วมใจทำงำนอย่ำงตอ่ เน่อื ง

ค. ให้โอกำสทุกคนไดแ้ สดงควำมคดิ เหน็ ง. ใช้กำรประชมุ ร่วมกันในกำรทำงำน 8. ขอ้ ใดมลี ักษณะกำรทำงำนเพ่ือพฒั นำกำรทำงำนสู่ควำมสำเร็จ ก. กำรทำงำนเปน็ กลมุ่ ข. ควำมร่วมมอื ค. กำรทำงำนเปน็ ทีม ง. ควำมสำมัคคี 9. ขอ้ ใดคือหัวใจสำคญั ของกำรทำงำนเปน็ ทีม ก. ควำมไว้วำงใจกนั ข. ควำมสำมำรถในกำรทำงำน ค. ควำมรบั ผดิ ชอบในงำนของตนเอง ง. ควำมกล้ำแสดงออก 10. กำรพัฒนำทีมงำนในขน้ั ใดเป็นแนวทำงใหผ้ บู้ ริหำรสำมำรถกำหนดกลยุทธ์กำรทำงำนของทีมงำนได้ชดั เจน ก. กำรประชุมปฏิบตั งิ ำน ข. กำรวำงแผนทมี งำน ค. กำรมอบหมำยงำน ง. ถูกทุกข้อ

กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น - สอบถำมผ้เู รยี นถงึ กิจกรรมกำรพฒั นำทมี งำน 2. ข้ันสอน - ครอู ธิบำยถึงควำมหมำยและควำมสำคัญของทีมงำนและกำรทำวำนเปน็ ทีม - ครอู ธบิ ำยถึงองคป์ ระกอบของกำรทำงำนเปน็ ทมี - ครอู ธิบำยถึงควำมขัดแย้งของทมี งำน - ครูอธบิ ำยถึงเทคนคิ กำรพฒั นำทีมงำน 3. ขัน้ สรปุ - ครูให้ผู้เรียนรำยงำนสิ่งท่ีได้สังเกตเห็นแลกเปล่ียนกัน เปิดโอกำสให้ผู้เรียนซักถำม ผู้สอนเตรียม คำถำมไวก้ ระตุ้นใหผ้ ู้เรียนคิดด้วยผูเ้ รียนอภปิ รำยแลกเปลี่ยนควำมรคู้ วำมคิดท่ีแตล่ ะคนได้รบั จำกกำรสำธิตของ ผสู้ อนและรว่ มกนั สรปุ กำรเรยี นรู้ทีไ่ ดร้ ับ

งานท่ีมอบหมาย/ผลงาน/ช้นิ งาน 1. กอ่ นเรยี น - ให้ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรอื่ ง กิจกรรมกำรพัฒนำทีมงำน 2. ขณะเรยี น - ศึกษำเนื้อหำหนว่ ยที่ 10 กจิ กรรมกำรพฒั นำทีมงำน - ถำม – ตอบ ข้อคำถำมระหวำ่ งเรยี น 3. หลังเรียน - ทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง กิจกรรมกำรพฒั นำทีมงำน - ศกึ ษำเพิ่มเติมจำกบทเรียนออนไลน์ ( E-Learning ) ทีเ่ ว็บไซต์ E-Library วทิ ยำลัยเทคนคิ จันทบรุ ี ) 4. ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเรจ็ ของผ้เู รยี น - สมดุ จดบันทกึ เนื้อหำสำระกำรเรียนร้ใู นช้นั เรียน - ทำแบบทดสอบหลงั เรียน เร่ือง กจิ กรรมกำรพฒั นำทีมงำน ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ 80 เปอร์เซน็ ต์ ของ แบบทดสอบ สอื่ การเรยี น/การสอน - Power Point เรอ่ื ง กจิ กรรมกำรพฒั นำทมี งำน - ใบควำมรู้ เรื่อง กิจกรรมกำรพฒั นำทีมงำน - สอ่ื กำรสอนออนไลน์ ( E-Learning ) แหล่งการเรียนรู้ /สถานท่ี

- สำนักงำนบัญชี - สถำนประกอบกำร - ส่ือกำรสอนออนไลน์ ( E-Learning ) เวบ็ ไซต์ E-Library วิทยำลยั เทคนิคจนั ทบุรี การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กบั วชิ าอ่นื - กำรบญั ชเี บอ้ื งตน้ 2 - กำรบัญชสี ินคำ้ - กำรบัญชอี ตุ สำหกรรม การวดั และประเมินผล 1. ก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง กิจกรรมกำรพฒั นำทีมงำน 2. ขณะเรียน - แบบสังเกตขณะเรียน - แบบประเมินพฤติกรรมผ้เู รียนตำมคำ่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประกำร 3. หลังเรียน - ทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง กจิ กรรมกำรพฒั นำทีมงำน ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ ของ แบบทดสอบ กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทำแบบใบงำน แบบฝึกหัด 2. อำ่ นและทบทวนเนือ้ หำ

แผนการจดั การเรยี นรหู้ นว่ ยท่ี 11 จานวน 3 ช่ัวโมง รหัส 3001 - 1001 วิชา กำรบรหิ ำรงำนคุณภำพในองค์กำร 1 หน่วยกิต 3 ช่ือหน่วย ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน 1. สาระสาคญั กำรวำงแผน คอื กำรกำหนดรำยละเอยี ดของกำรทำงำน โดยมกี ำรตงั้ เป้ำหมำยและวัตถปุ ระสงค์อย่ำง ชัดเจน กำรวำงแผนพฒั นำงำน คือกำรวำงแผนปรับเปลีย่ นหรือปรบั ปรงุ งำนให้เกิดคุณภำพหรือประสทิ ธิภำพ ตำมเปำ้ หมำย โดยมีกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำนถงึ 9 ข้นั ตอนทสี่ ำคญั คือ กำรสำรวจสภำพปญั หำ กำร วิเครำะหป์ ัญหำ ซ่งึ มีเทคนิคกำรวิเครำะห์ทหี่ ลำกหลำย เช่น แผนภูมกิ ้ำงปลำ แผนภูมิทำงควำมคดิ และ SWOT เม่อื ทำกำรวเิ ครำะห์ปัญหำจนพบประเดน็ สำคญั แล้ว ก่อนเขียนแผนงำนต้องตัดสินใจเลอื กแนวทำงกำร แกไ้ ขปญั หำ แตม่ ีข้อจำกัดในกำรสร้ำงสรรค์สง่ิ ใหม่ กำรทดสอบหรอื กำรทดลอง ทำให้เกิดควำมม่นั ใจใน แนวทำงที่เลอื ก แต่มขี อ้ จำกดั ดำ้ นเงินทุน ระยะเวลำ และบุคลำกร สุดท้ำยคอื กำรวเิ ครำะหด์ ้วยกำรใหค้ ะแนน ซึ่งเปน็ วิธีกำรทผ่ี ู้เลือกมคี วำมเข้ำใจแนวทำงกำรแก้ปญั หำอย่ำงถ่องแทแ้ ล้ว แต่มีขอ้ เด่นข้อด้อยต่ำงกัน จงึ ต้อง วิเครำะหด์ ว้ ยกำรให้คะแนน 2. สมรรถนะประจาหน่วยการเรยี นรู้ 1. แสดงควำมรู้เกี่ยวกับหลักกำรจัดกำรองคก์ ำร กำรบริหำรงำนคณุ ภำพและเพิม่ ผลผลิต กำรจัดกำร ควำมเสยี่ ง กำรจัดกำรควำมขัดแย้ง กำรเพมิ่ ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน 2. วำงแผนกำรจัดกำรองค์กำร และเพ่มิ ประสทิ ธิภำพขององค์กำรตำมหลกั กำร 3. กำหนดแนวทำงจัดกำรควำมเสีย่ ง และควำมขดั แย้งในงำนอำชพี ตำมสถำนกำรณ์ 4. เลอื กกลยทุ ธเ์ พ่ือเพม่ิ ประสิทธภิ ำพกำรทำงำนตำมหลักกำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพและเพ่ิมผลผลิต 5. ประยุกตใ์ ชก้ ิจกรรมระบบคณุ ภำพและเพิ่มผลผลิตในกำรจดั กำรงำนอำชพี 3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรวำงแผน 2. กระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน 3. กำรตดั สนิ ใจเลอื กแนวทำงกำรแกป้ ัญหำ

4. คณุ ธรรม/จรรยาบรรณวิชาชีพ ( Profession Ethic ) ตามคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ 1. มกี ิจนิสัยในกำรทำงำน 2. มคี วำมละเอยี ดรอบคอบ 3. มีควำมรับผิดชอบ 4. มคี วำมซ่อื สตั ย์ ตารางวเิ คราะห์จดุ ประสงค์การเรียนรู้ โดยบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ทางสายกลาง จุดประสงค์การเรียนรู้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข หน่วยที่ 11 ควำมรู้ คณุ ธรรม พอประมำณ เรื่อง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผน มีเห ุตผล มีภูมิ ุ้คมกัน พัฒนำงำน รอบรู้ รอบคอบ ระ ัมดระวัง ื่ซอ ัสตย์สุจ ิรต ขยันอดทน ีมส ิตปัญญำ แบ่งปัน รวม ลาดับความสา ัคญ 1. ควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรวำงแผน    33 2. กระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน     6 2 3. กำรตัดสินใจเลอื กแนวทำงกำรแกป้ ัญหำ        7 1 รวม 7 8 - 8 7 - 8 6 7 - ลาดับความสาคญั 21 - 12 - 132 -

แบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยที่ 11 เร่ือง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน ตอนท่ี 1 ให้เลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงขอ้ เดียว 1. ข้อใดต่อไปน้ีไม่ใชแ่ ผนงำนตำมลกั ษณะกำรใช้งำน ก. แผนงำนหลัก ข. แผนกำรปฏบิ ตั กิ ำร ค. แผนกลยุทธ์ ง. แผนกำรทำงำนประจำวัน 2. ข้อใดเปน็ แผนกำรปฏบิ ตั ิงำนเฉพำะของหน่วยงำน ก. แผนงำนประจำ ข. แผนงำนหลัก ค. แผนปฏบิ ตั ิงำน ง. แผนงำนประจำไตรมำส 3. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปจั จยั ที่ทำให้กำรปฏิบัตงิ ำนตำมแผนประสบควำมสำเรจ็ ก. มแี ผนท่ดี ีสำมำรถปฏบิ ตั ิได้จริง ข. มีผ้รู บั ผดิ ชอบกำรบรหิ ำรแผนงำน ค. มีทักษะควำมสำมำรถของผปู้ ฏบิ ัตงิ ำน ง. มีทรัพยำกรทใี่ ช้ในกำรปฏบิ ัตงิ ำน 4. กำรวำงแผนมีบทบำทในกำรบรหิ ำรขององค์กำรอย่ำงไร ก. กำหนดทศิ ทำงและเปำ้ หมำยร่วมขององค์กำร ข. ประสำนควำมพยำยำมของกลุ่มต่ำงๆ ภำยในองคก์ ำร ค. สำมำรถวดั ผลควำมสำเร็จของผลแตล่ ะบุคคลของกล่มุ ในองค์กำร ง. ถกู ทกุ ขอ้ 5. หลักสำคัญที่สุดของกำรวำงแผนอยู่ท่ีขอ้ ใด ก. กำหนดวตั ถุประสงค์ ข. กำรกำหนดแนวทำงปฏบิ ัติ ค. กำรจัดทำแผนปฏิบตั ติ ำมวตั ถุประสงค์ ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดคือวิธีกำรตดั สนิ ใจล่วงหนำ้ เพ่ืออนำคตขององค์กำร ก. Planning ข. Plan ค. Project ง. Objective 7. กำรใชแ้ ผนภูมกิ ำ้ งปลำวเิ ครำะหส์ ำเหตขุ องปญั หำ มีวัตถุประสงค์ทสี่ ำคัญคืออะไร ก. มองเห็นปญั หำได้อย่ำงชดั เจนและเป็นระบบ ข. คนสว่ นใหญ่ชอบกนิ ปลำและปลำมีกำ้ งมำก ค. ทำใหก้ ำรแสดงปัญหำนำ่ สนใจมำกข้นึ ง. เพรำะปลำมีมำกในเมืองไทย 8. ข้อใดถือวำ่ เปน็ จุดแขง็ (Strengths) ขององค์กำร

ก. ชุมชนอยูใ่ กลก้ บั โรงงำน ข. ลูกคำ้ มีทัศนคติท่ดี ีต่อโรงงำน ค. องค์กรมฐี ำนะทำงกำรเงินดี ง. รัฐบำลสนับสนุนกำรเงนิ ให้แกอ่ งคก์ ำร 9. ข้อใดถือวำ่ เป็นโอกำส (Opportunities) ขององค์กำร ก. รัฐบำลเปิดตลำดกำรค้ำเสรใี นอำเซยี น ข. ผลติ ภณั ฑ์ดี มีคุณภำพ และรำคำถูก ค. เปน็ โรงงำนผลิตทม่ี เี งนิ ทนุ หมนุ เวยี นดี ง. ถูกทกุ ข้อ 10. อปุ สรรคขององค์กำรคือข้อใด ก. ตรำยหี่ อ้ ของสินค้ำยังไมเ่ ป็นทร่ี จู้ กั ของลูกคำ้ ข. กำรแขง่ ขันในตลำดสนิ ค้ำเดียวกันมีมำก ค. ทำเลทต่ี ้ังอยู่ห่ำงไกลจำกวัตถุดิบ ง. รัฐบำลเข้ำมำสนับสนุนแหลง่ เงินทุน

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 11 เรือ่ ง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน แผนงำน ประกอบดว้ ยเรื่องสำคญั ดังน้ี 1). ระยะเวลำ ช่วงเวลำ หรือกำหนดวันทเี่ รมิ่ ทำงำนและวันทเี่ สร็จงำน 2). กิจกรรมท่ีต้องทำ ซ่ึงจะแบง่ เป็นข้ันตอนกำรทำ หรอื แบ่งตำมระยะเวลำก็ได้ โดยเรียงตำมลำดบั ควำมสำคัญ หรอื เรยี งตำมขั้นตอนของกิจกรรม 3). ผรู้ ับผดิ ชอบงำนหรือบุคคลท่เี ก่ียวขอ้ ง 4). สถำนทที่ ่ีไปทำงำน 5). งบประมำณ 6). ผลกำรดำเนินงำน เปน็ กำรบนั ทึกต่อทำ้ ยกจิ กรรมแตล่ ะช่อง เพ่ือใหท้ รำบวำ่ กำรดำเนนิ งำน เปน็ ไปตำมเป้ำหมำยหรือไม่ 5ควำมสำคญั กำรวำงแผนต่อกำรปฏิบัตงิ ำนอย่ำงไร 1). กำรวำงแผนเปน็ กำรกำหนดกิจกรรม หรือขั้นตอนกำรทำงำนลว่ งหน้ำ ทำให้เกดิ กำรเตรียมงำน กอ่ นกำรลงมือปฏิบัติ กำรเตรียมงำนก่อนยอ่ มทำใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงำนมคี วำมพร้อม 2). กำรวำงแผนงำนเกิดจำกกำรตั้งเป้ำหมำยและวตั ถุประสงค์ ทำให้กิจกรรมท่ีถกู กำหนดขน้ึ มที ศิ ทำง หรือมจี ุดม่งุ หมำยสคู่ วำมสำเร็จตำมเปำ้ หมำย 3). กำรวำงแผนงำน ต้องใช้ข้อมลู ทถี่ ูกต้องและแมน่ ยำ ในเร่อื งทีเ่ กี่ยวกับ - ปญั หำที่เคยพบมำก่อนกำรทำงำน - สำเหตุแหง่ ปญั หำนน้ั จงึ ตอ้ งมีกำรวิเครำะห์ปญั หำกอ่ นลงมือเขยี นแผนงำน - ข้อมูลอนื่ ๆ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั กำรทำงำน เช่น บุคลำกร เครื่องจักร อปุ กรณ์ เครื่องใช้ - วัตถุดิบ ฯลฯ 4). กำรวำงแผนงำน ทำใหเ้ กิดกำรจนิ ตนำกำรลักษณะงำน และผลงำน ทำใหม้ องเหน็ องคป์ ระกอบ อ่นื ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับกำรทำงำน ไดแ้ ก่ - สภำพแวดล้อมของกำรทำงำน มคี วำมพร้อมหรือไม่ - บคุ ลำกรมีควำมพรอ้ มหรอื เพียงพอหรอื ไม่ - เครือ่ งมือ อปุ กรณเ์ ปน็ อยำ่ งไร - วัตถุดบิ จะหำหรือซื้อจำกไหน - ต้องใช้งบประมำณเท่ำใด 5). กำรวำงแผนงำนเป็นกำรพิจำรณำกำหนดกจิ กรรม ขน้ั ตอนกำรทำงำน และอน่ื ๆ ร่วมกันระหว่ำง บุคลำกรของกลุ่มกจิ กรรม/หน่วยงำน หรือระหวำ่ งหน่วยงำน เพอื่ ใหเ้ กิดควำมสมั พนั ธข์ องระบบงำน ดังนัน้ แผนงำนที่ได้ย่อมได้รับกำรยอมรับจำกผู้ทปี่ ฏบิ ัติงำนและผู้เกย่ี วข้อง กระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน ซ่ึงประกอบดว้ ย

1). สำรวจสภำพปัญหำ เพื่อกำหนดประเด็นปัญหำ ทท่ี ำให้ประสทิ ธิภำพกำรทำงำนไมเ่ ป็นไปตำม เป้ำหมำย และเปน็ กำรรวบรวมขอ้ มูลท่ีเกย่ี วข้องกบั ปญั หำ ลกั ษณะของข้อมลู มี 2 ลักษณะ คอื ข้อมูลดิบ และข้อมูลดัดแปลง 2). กำรวเิ ครำะหป์ ัญหำ เมอ่ื ไดป้ ระเด็นปัญหำแล้ว นำมำวิเครำะหห์ ำสำเหตุท่แี ทจ้ รงิ ของ ปญั หำว่ำ เกิดจำกอะไรบ้ำง เทคนิคกำรวิเครำะห์ประเดน็ ปัญหำมหี ลำยแนวคิดและหลำยวธิ ี ท่ีใช้กันมำกคือเทคนคิ ต่อไปน 2.1. แผนภูมิกำ้ งปลำ (Fishbone diagram) หรอื Ishikawa diagram 2.2. แผนภมู ทิ ำงควำมคิด (Mind Mapping) 2.3. SWOT Analysis กำรวเิ ครำะหส์ ภำพแวดล้อมภำยในและภำยนอก 3). แนวทำงกำรแกป้ ญั หำ และเลือกแนวทำงทีเ่ หมำะสมท่ีสุด 4). กำหนดกระบวนกำรหรอื ขั้นตอนกำรแกป้ ัญหำ 5). กำหนดทรัพยำกรที่จำเป็นตอ้ งใช้ในกำรแกป้ ัญหำ 6). กำหนดระยะเวลำหรอื ชว่ งเวลำ 7). ปฏบิ ัตกิ ำรแก้ปัญหำ 8). ตดิ ตำมผลกำรแก้ปญั หำ 9). สรปุ และกำหนดมำตรฐำนกำรทำงำนใหม่ กำรตัดสนิ ใจเลือกแนวทำงกำรแกป้ ญั หำ ซงึ่ กำรตดั สนิ ใจเลือกแนวทำงกำรแกป้ ัญหำมี 3 วธิ ี ดังนี้ วิธีที่ 1 : ใชป้ ระสบกำรณ์ ผทู้ พ่ี บกบั ปัญหำ ส่วนใหญจ่ ะใช้ประสบกำรณเ์ ดมิ ในกำรแก้ปัญหำ จงึ ใชว้ ธิ ีกำรแก้ปัญหำแบบเดมิ ท่ี เคยใช้มำแลว้ แม้วำ่ กำรแกป้ ัญหำครงั้ ก่อนจะได้ผลมำกหรือนอ้ ยกต็ ำม กำรใชป้ ระสบกำรณ์เดิมมสี ่วนทด่ี ี คือ ทำใหต้ ดั สนิ ใจได้รวดเรว็ มองเห็นสภำพกำรณ์ทีจ่ ะนำไปเขยี นเปน็ แผนงำนได้ โดยไม่ตอ้ งสบื ค้นข้อมูลเพิ่มเตมิ วธิ ที ่ี 2 : ใช้กำรทดสอบ

กำรทดสอบหรือกำรทดลอง เปน็ วธิ ีกำรทำงวิทยำศำสตร์ โดยกำรตง้ั สมมตฐิ ำนวำ่ “วธิ ี กำรแก้ปญั หำ (ก)” คือ วธิ กี ำรที่ดีท่สี ุด แตก่ อ่ นนำไปใช้จรงิ ทำกำรจำลองสถำนกำรณ์และทดสอบวิธีกำรแกป้ ัญหำ (ก) กอ่ น เพอื่ จะได้ทรำบผลดงั นี้ - ควำมเหมำะสมของวธิ กี ำรแกป้ ญั หำกบั สภำพปญั หำ - อปุ สรรคของกำรใช้วธิ กี ำรแกป้ ัญหำ เช่น ชว่ งเวลำ กำรจัดหำวัสดุ ฯลฯ - ข้นั ตอนกำรแกป้ ญั หำเหมำะสมหรือไม่ - เครือ่ งมือและอุปกรณท์ ่ีใชเ้ หมำะสมหรือไม่ - บคุ ลำกรมีควำมพร้อมหรือไม วธิ ีท่ี 3 : กำรวเิ ครำะหด์ ว้ ยกำรใหค้ ะแนน ในกรณที ่ีพบว่ำมวี ธิ ีกำรแก้ปัญหำหลำกหลำยวธิ ี แต่ละวิธมี ขี ้อดขี ้อเสยี แตกตำ่ งกัน ดงั นน้ั กำร ตดั สนิ ใจเลือกแนวทำงกำรแก้ปญั หำจึงต้องกำรวเิ ครำะหด์ ้วยกำรใหค้ ะแนน (Criteria Rating) มีขั้นตอนดังนี้ 1). เขียนชือ่ แนวทำงกำรแก้ปัญหำแต่ละแนวทำง โดยแนวทำงกำรแกป้ ัญหำทีเ่ ปน็ ตวั เลอื ก มี รำยละเอียดของวธิ กี ำรดำเนินงำน ผลกระทบ และส่วนประกอบตำ่ งๆ พร้อม 2). กำหนดเกณฑ์กำรเลอื ก คือ กำรกำหนด 2.1 เปำ้ หมำยคุณภำพท่ีต้องกำร 2.2 งบประมำณที่จัดหำได้ 2.3 ระยะเวลำของกำรแก้ปัญหำและช่วงเวลำท่เี หมำะสม 2.4 จำนวนบคุ ลำกรทม่ี ีอยหู่ รือท่ีสำมำรถปฏิบตั ิกำรแกป้ ัญหำได้ 2.5 ข้อจำกัดด้ำนเทคโนโลยี อุปกรณ์ และวัตถุดิบ 3). ใหน้ ำ้ หนักของเกณฑ์ท้งั 5 ขอ้ รวมเท่ำกบั 100% แตล่ ะข้อจะใหข้ ้อละกเ่ี ปอร์เซน็ ต์ 4).ให้คะแนนกบั วธิ กี ำรแกป้ ัญหำแตล่ ะวธิ กี ำร โดยกำหนดใหน้ ำ้ หนักเปอร์เซ็นต์ท่ีตง้ั ไว้ คือ 10 คะแนน ถ้ำตรงกับเกณฑท์ ่ีกำหนด คือ 10 คะแนน ถ้ำไมต่ รงใหล้ ดลงตำมสัดส่วน

แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยท่ี 11 เร่ือง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน ตอนท่ี 1 ใหเ้ ลือกคาตอบทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดต่อไปน้ีไม่ใช่แผนงำนตำมลักษณะกำรใช้งำน ก. แผนงำนหลกั ข. แผนกำรปฏิบัติกำร ค. แผนกลยทุ ธ์ ง. แผนกำรทำงำนประจำวนั 2. ข้อใดเป็นแผนกำรปฏิบัตงิ ำนเฉพำะของหนว่ ยงำน ก. แผนงำนประจำ ข. แผนงำนหลกั ค. แผนปฏิบตั ิงำน ง. แผนงำนประจำไตรมำส 3. ขอ้ ใดต่อไปนี้ไม่ใชป่ ัจจัยทีท่ ำใหก้ ำรปฏบิ ัติงำนตำมแผนประสบควำมสำเรจ็ ก. มีแผนที่ดสี ำมำรถปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ ข. มผี ู้รับผิดชอบกำรบริหำรแผนงำน ค. มีทกั ษะควำมสำมำรถของผู้ปฏิบตั ิงำน ง. มที รัพยำกรที่ใชใ้ นกำรปฏบิ ัติงำน 4. กำรวำงแผนมบี ทบำทในกำรบรหิ ำรขององค์กำรอยำ่ งไร ก. กำหนดทศิ ทำงและเป้ำหมำยรว่ มขององค์กำร ข. ประสำนควำมพยำยำมของกลุ่มตำ่ งๆ ภำยในองค์กำร ค. สำมำรถวดั ผลควำมสำเร็จของผลแตล่ ะบุคคลของกลุ่มในองค์กำร ง. ถกู ทุกข้อ 5. หลักสำคญั ที่สดุ ของกำรวำงแผนอยทู่ ี่ข้อใด ก. กำหนดวัตถปุ ระสงค์ ข. กำรกำหนดแนวทำงปฏิบัติ ค. กำรจดั ทำแผนปฏบิ ตั ิตำมวัตถุประสงค์ ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดคือวิธีกำรตัดสินใจล่วงหนำ้ เพื่ออนำคตขององค์กำร ก. Planning ข. Plan ค. Project ง. Objective 7. กำรใช้แผนภูมกิ ้ำงปลำวิเครำะหส์ ำเหตขุ องปญั หำ มวี ตั ถุประสงค์ทส่ี ำคญั คืออะไร ก. มองเหน็ ปัญหำได้อยำ่ งชัดเจนและเปน็ ระบบ ข. คนสว่ นใหญช่ อบกนิ ปลำและปลำมีก้ำงมำก ค. ทำใหก้ ำรแสดงปญั หำน่ำสนใจมำกขน้ึ ง. เพรำะปลำมีมำกในเมืองไทย 8. ขอ้ ใดถือว่ำเป็นจดุ แข็ง (Strengths) ขององค์กำร ก. ชุมชนอยใู่ กล้กับโรงงำน ข. ลูกคำ้ มที ัศนคติที่ดีต่อโรงงำน

ค. องคก์ รมีฐำนะทำงกำรเงนิ ดี ง. รัฐบำลสนบั สนนุ กำรเงินให้แกอ่ งค์กำร 9. ข้อใดถือว่ำเป็นโอกำส (Opportunities) ขององค์กำร ก. รัฐบำลเปิดตลำดกำรค้ำเสรใี นอำเซียน ข. ผลิตภัณฑด์ ี มีคณุ ภำพ และรำคำถกู ค. เปน็ โรงงำนผลติ ทีม่ เี งินทุนหมนุ เวยี นดี ง. ถูกทกุ ข้อ 10. อุปสรรคขององค์กำรคือข้อใด ก. ตรำยห่ี ้อของสนิ คำ้ ยังไม่เป็นทีร่ ู้จักของลูกคำ้ ข. กำรแข่งขันในตลำดสินค้ำเดียวกนั มมี ำก ค. ทำเลทีต่ ้งั อยู่ห่ำงไกลจำกวัตถุดิบ ง. รัฐบำลเข้ำมำสนบั สนุนแหลง่ เงนิ ทนุ

กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น - สอบถำมผเู้ รียนถงึ ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน 2. ขนั้ สอน - ครอู ธิบำยถึงควำมหมำยและควำมสำคัญของกำรวำงแผนงำน - ครอู ธิบำยถงึ กระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน - ครอู ธิบำยถงึ กำรตัดสินใจเลือกแนวทำงกำรแกป้ ญั หำ 3. ขน้ั สรุป - ครูให้ผู้เรียนรำยงำนสิ่งที่ได้สังเกตเห็นแลกเปลี่ยนกัน เปิดโอกำสให้ผู้เรียนซักถำม ผู้สอนเตรียม คำถำมไว้กระต้นุ ใหผ้ ู้เรยี นคิดดว้ ยผู้เรียนอภิปรำยแลกเปล่ียนควำมรู้ควำมคิดที่แต่ละคนได้รบั จำกกำรสำธิตของ ผู้สอนและรว่ มกันสรปุ กำรเรียนรู้ทไ่ี ดร้ ับ

งานท่ีมอบหมาย/ผลงาน/ชน้ิ งาน 1. ก่อนเรยี น - ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่อง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน 2. ขณะเรยี น - ศกึ ษำเน้ือหำหน่วยท่ี 11 ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน - ถำม – ตอบ ข้อคำถำมระหวำ่ งเรียน 3. หลังเรียน - ทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน - ศึกษำเพิม่ เติมจำกบทเรยี นออนไลน์ ( E-Learning ) ท่เี วบ็ ไซต์ E-Library วิทยำลยั เทคนิคจันทบรุ ี ) 4. ผลงาน/ชน้ิ งาน/ความสาเรจ็ ของผเู้ รียน - สมดุ จดบันทึกเน้ือหำสำระกำรเรยี นรู้ในช้ันเรียน - ทำแบบทดสอบหลงั เรียน เรื่อง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน ผำ่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ ของแบบทดสอบ ส่ือการเรยี น/การสอน - Power Point เรอื่ ง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน - ใบควำมรู้ เรอื่ ง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน - สอื่ กำรสอนออนไลน์ ( E-Learning ) แหลง่ การเรียนรู้ /สถานท่ี - สำนกั งำนบญั ชี - สถำนประกอบกำร - สื่อกำรสอนออนไลน์ ( E-Learning ) เว็บไซต์ E-Library วทิ ยำลัยเทคนคิ จนั ทบรุ ี

การบรู ณาการ/ความสัมพันธก์ บั วชิ าอื่น - กำรบญั ชีเบื้องต้น 2 - กำรบัญชสี นิ ค้ำ - กำรบัญชอี ุตสำหกรรม การวัดและประเมนิ ผล 1. ก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรยี นเร่ือง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพฒั นำงำน 2. ขณะเรยี น - แบบสังเกตขณะเรยี น - แบบประเมินพฤติกรรมผู้เรียนตำมคำ่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประกำร 3. หลงั เรียน - ทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน ผำ่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 เปอรเ์ ซ็นต์ ของแบบทดสอบ กจิ กรรมเสนอแนะ - เพือ่ เพิม่ ควำมน่ำสนใจในเนื้อหำเก่ยี วกบั ควำมหมำยและกระบวนกำรวำงแผนพัฒนำงำน ครผู สู้ อนควรใช้สือ่ กำรสอนประเภท CAI หรือ VDO ประกอบคำบรรยำยใหผ้ ู้เรียนเกดิ ควำมสนใจและสำมำรถ จดจำเน้ือหำสำระได้ดยี ่งิ ขึ้น - หลังจำกจบกำรเรียน กำรสอนในช้ันเรียนแล้วควรให้นักเรียน นักศึกษำได้มีโอกำส ทำกำรศึกษำทบทวน เพิ่มเตมิ จำกแหลง่ กำรเรียนรู้ภำยนอก หรอื แหลง่ เรียนรู้ประเภท E-Learning ทสี่ ำมำรถ โตต้ อบกบั ผู้เรยี นได้ ซึ่งทำใหผ้ เู้ รียนนน้ั สำมำรถทรำบผลควำมคืบหนำ้ ของตนเองเกย่ี วกับกำรเรียนในแตล่ ะครงั้ - ผเู้ รยี นศึกษำรูปแบบธรุ กจิ จำกบรษิ ัท ห้ำงหุ้นสว่ นอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง เพือ่ สร้ำงประสบกำรณ์ เรียนรูต้ ำมสภำพจริง - ทำใบงำนและแบบประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้

แผนการจัดการเรยี นร้หู นว่ ยท่ี 12 จานวน 3 ชว่ั โมง รหสั 3001 - 1001 วิชา กำรบรหิ ำรงำนคุณภำพในองค์กำร หน่วยกติ 3 ชอ่ื หน่วย หลักกำรและกระบวนกำรบริหำรงำนคุณภำพ 1. สาระสาคญั กำรบริหำรงำนคุณภำพมีหลักกำรพ้นื ฐำนสำคัญ 8 หลกั กำร ไดแ้ ก่ เป็นองค์กำรท่ีมุ่งเน้นลูกคำ้ เปน็ สำคญั กำรบริหำรดว้ ยควำมเป็นผู้นำ กำรมีส่วนร่วมของบุคลำกร กำรดำเนนิ งำนอย่ำงเป็นกระบวนกำร กำร บริหำรงำน อย่ำงเป็นระบบ กำรปรบั ปรุงงำนอยำ่ งต่อเนื่อง กำรใช้ข้อเทจ็ จริงเปน็ พืน้ ฐำนในกำรตดั สนิ ใจและ กำรสร้ำง สัมพันธภำพกบั ตัวแทนจำหนำ่ ยด้วยพนื้ ฐำนของผลประโยชนท์ ่เี สมอภำคกัน โดยกำรบรหิ ำรคุณภำพ ทงั้ กระบวนกำร คือ ปจั จัยนำเขำ้ กระบวนกำรดำเนนิ งำน และผลลัพธส์ ุดทำ้ ยคือควำมพึงพอใจของลูกคำ้ ทงั้ นย้ี ังให้ ควำมสำคญั กับกำรบริหำรงำนคุณภำพทวั่ ทง้ั องค์กำรด้วย 2. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้ 1. แสดงควำมรเู้ กย่ี วกบั หลักกำรจัดกำรองค์กำร กำรบริหำรงำนคณุ ภำพและเพิ่มผลผลติ กำรจดั กำร ควำมเส่ยี ง กำรจัดกำรควำมขัดแย้ง กำรเพิม่ ประสิทธิภำพกำรทำงำน 2. วำงแผนกำรจัดกำรองค์กำร และเพม่ิ ประสทิ ธภิ ำพขององคก์ ำรตำมหลักกำร 3. กำหนดแนวทำงจดั กำรควำมเสยี่ ง และควำมขัดแย้งในงำนอำชีพตำมสถำนกำรณ์ 4. เลือกกลยทุ ธ์เพ่ือเพมิ่ ประสิทธภิ ำพกำรทำงำนตำมหลักกำรบริหำรงำนคณุ ภำพและเพิ่มผลผลิต 5. ประยุกต์ใชก้ จิ กรรมระบบคุณภำพและเพ่ิมผลผลติ ในกำรจดั กำรงำนอำชพี 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. หลกั กำรบรหิ ำรงำนคุณภำพ 2. กระบวนกำรบรหิ ำรงำนคุณภำพ 3. กำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพทวั่ ทั้งองคก์ ำร 4. คุณธรรม/จรรยาบรรณวชิ าชพี ( Profession Ethic ) ตามคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ 1. มกี ิจนสิ ยั ในกำรทำงำน 2. มคี วำมละเอียดรอบคอบ 3. มคี วำมรับผิดชอบ 4. มคี วำมซ่ือสัตย์

ตารางวิเคราะหจ์ ุดประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง จุดประสงค์การเรียนรู้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข หนว่ ยที่ 12 ควำมรู้ คุณธรรม พอประมำณ เร่ือง หลักหำรและกระบวนกำรบริหำรงำน ีมเหตุผล ีมภู ิม ุ้คมกัน คุณภำพ รอบรู้ รอบคอบ ระ ัมดระวัง ่ืซอสัตย์ ุสจริต ขยันอดทน ีมส ิต ัปญญำ แบ่ง ัปน รวม ลาดับความสา ัคญ 1. หลักกำรบริหำรงำนคุณภำพ   33 2. กระบวนกำรบรหิ ำรงำนคุณภำพ     6 2 3. กำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพทว่ั ทง้ั องค์กำร    7 1 รวม 78 - 87 - 867 - ลาดับความสาคัญ 21 - 12 - 132 -

แบบทดสอบกอ่ นเรียนหน่วยที่ 12 เรือ่ ง หลกั กำรและกระบวนกำรบริหำรงำนคณุ ภำพ ตอนท่ี 1 ใหเ้ ลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสดุ เพยี งขอ้ เดียว 1. ขอบขำ่ ยของกำรบริหำรงำนคณุ ภำพในองคก์ ำรขอ้ ใดถูกต้อง ก. เป็นกำรบรหิ ำรงำนท่ีเกี่ยวข้องกับลกู ค้ำเปน็ หลัก ข. เปน็ กำรบริหำรงำนทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ตัวสินคำ้ ค. เปน็ กำรบรหิ ำรงำนทเ่ี กี่ยวกับลกู ค้ำ และองค์กำรท้ังหมด ง. เปน็ กำรบรหิ ำรงำนท่ีเกย่ี วข้องกับสนิ ค้ำและบริหำร 2. กำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพในองค์กำรข้อใดท่ีมุ่งเน้นให้กับสังคม ก. คณุ ภำพของสินค้ำ กำรสง่ มอบ ข. ตน้ ทนุ สนิ คำ้ คณุ ภำพ ค. ควำมปลอดภัย และคณุ ภำพของสนิ คำ้ ง. สง่ แวดลอ้ ม และจรรยำบรรณ 3. กำรบริหำรงำนต้ังแต่ปจั จัยนำเขำ้ กระบวนกำรดำเนนิ กำร และผลลพั ธจ์ ำกกำรดำเนนิ กำรเปน็ กำร บรหิ ำรงำนในด้ำนใด ก. กำรบรหิ ำรงำนอย่ำงเปน็ ผู้นำ ข. กำรมสี ่วนร่วมของพนกั งำน ค. กำรบริหำรโดยกระบวนกำร ง. กำรบริหำรงำนอย่ำงเปน็ ระบบ 4. ข้อใดต่อไปนเี้ ปน็ ระบบกำรบริหำรงำนคุณภำพ ก. กำรบรหิ ำรผลิตภัณฑใ์ หม้ ีคุณภำพดี ข. กำรบริหำรคนใหท้ ำงำนอย่ำงมคี วำมสุข ค. กำรบริหำรลกู คำ้ ให้พึ่งพอใจ ง. กำรบริหำรงำนองค์กำรให้มีคุณภำพ 5. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กำรดำเนินงำนบริหำรงำนคณุ ภำพทว่ั ทั้งองค์กำร ก. กำหนดนโยบำยบริหำรแบบมสี ว่ นร่วม ข. กำหนดควำมเหมำะสมของพนักงำน ค. จดั ฝกึ อบรมให้พนกั งำนทุกระดบั ง. จดั โครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรให้มีช้ันบริหำรงำนนอ้ ย 6. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของกำรบริหำรงำนคณุ ภำพท่วั ทัง้ องคก์ ำร ก. พนักงำนไดร้ ับผลตอบแทนในกำรทำงำนที่คุ้มคำ่ ข. พนกั งำนทกุ ระดบั มสี ่วนร่วมในกำรรับผดิ ชอบและสรำ้ งผลงำนคณุ ภำพ ค. หน่วยงำนทกุ หนว่ ยงำนเห็นควำมสำคญั ของตนเองจำกกำรเช่ือมควำมสมั พันธ์ ง. กำรรบั ฟังข้อเสนอแนะ ปรับปรุงงำนจำกพนกั งำนเป็นกำรบริหำรงำนแบบมสี ่วนรว่ ม 7. เหตใุ ดจงึ ตอ้ งมกี ำรจัดสรรทรัพยำกร ก. เพ่อื ให้ใช้งำนได้อย่ำงทวั่ ถงึ ข. เพอื่ ควำมเสมอภำคในกำรทำงำน ค. เพื่อใหฝ้ ่ำยบรหิ ำรได้ใชก้ ่อน ง. เพื่อให้กำรดำเนนิ งำนมคี ณุ ภำพสเู่ ปำ้ หมำย

8. กำรบริหำรงำนคุณภำพในองค์กำรเป็นกำรทำเพ่อื ใหเ้ กิดประโยชนใ์ ห้กบั คนกลมุ่ ใด ก. องค์กำร นโยบำยองค์กำร ข. ลูกคำ้ พนักงำน สงั คม ค. นโยบำย และเป้ำหมำยขององค์กำร ง. กำรวำงแผน ระบบกำรบริหำร 9. ข้อใดไม่ใชก่ ิจกรรมท่ีม่งุ ตอนสนองให้กบั ลูกคำ้ ก. กำรสำรวจและทดสอบควำมต้องกำรของลูกค้ำ ข. ใหค้ วำมคำดหวงั และควำมพงึ พอใจ ค. ประเมินควำมพงึ พอใจและควำมควำมหวงั ง. กำหนดเป้ำหมำยและวิสัยทศั น์ให้ชัดเจน 10. ข้อใดเปน็ หลักกำรบริหำรองค์กำรทเ่ี นน้ ลกู คำ้ เป็นสำคัญ ก. บริกำรลกู ค้ำให้ดที ีส่ ุดโดยคนทง้ั องค์กำร ข. ผลติ สินค้ำท่ีสวยงำมตรงกับควำมตอ้ งกำรของลูกค้ำ ค. ตอบสนองควำมต้องกำรด้วยควำมพงึ พอใจ ง. บริกำรให้กับลกู คำ้ เกิดควำมคำดหวงั

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 12 เรือ่ ง หลักกำรและกระบวนกำรบรหิ ำรงำนคุณภำพ หลกั กำรบรหิ ำรงำนคุณภำพ (Quality Management Principle : QMP) ซึ่งมีหลักกำรพื้นฐำนสำคัญ 8 หลักกำร ดังน้ี หลกั กำรที่ 1 เปน็ องค์กำรท่ีมุ่งเน้นลูกคำ้ เป็นสำคัญ (Customer Focus Organization) หลักกำรท่ี 2 กำรบรหิ ำรดว้ ยควำมเปน็ ผู้นำ (Leadership) หลกั กำรที่ 3 กำรมีส่วนรว่ มของบุคลำกร (Involvement of People) หลักกำรที่ 4 กำรดำเนินงำนอย่ำงเป็นกระบวนกำร (Process Approach) หลกั กำรที่ 5 กำรบริหำรงำนอยำ่ งเป็นระบบ (System Approach to Management) หลักกำรท่ี 6 กำรปรบั ปรุงงำนอยำ่ งต่อเนื่อง (Continual Improvement) หลกั กำรท่ี 7 กำรใชข้ ้อเทจ็ จริงเปน็ พน้ื ฐำนในกำรตดั สนิ ใจ หลักกำรท่ี 8 กำรสรำ้ งสัมพันธภำพกบั ตวั แทนจำหนำ่ ย หรือองคก์ ำรท่เี กีย่ วข้องด้วยพนื้ ฐำนของ ผลประโยชน์ท่ีเสมอภำคกัน กระบวนกำรบริหำรงำนคุณภำพ ซ่งึ มีสำระสำคญั ดงั น้ี กระบวนการบรหิ ารงานคุณภาพ คอื กระบวนกำรทีป่ ระกอบดว้ ย 1). ปจั จัยนำเข้ำ (Input) เพ่ือบริหำรงำนคณุ ภำพขององค์กำร คือกำรตอบสนองควำมต้องกำรของ ลกู คำ้ ดังนน้ั ปัจจัยนำเข้ำ คอื ขอ้ มูลควำมต้องกำรของลูกค้ำ ขอ้ กำหนดทล่ี กู ค้ำกำหนดขึ้น หรือควำมคำดหวงั ของลูกค้ำ 2). กระบวนกำรดำเนินงำน (Process) เพ่ือใหบ้ รรลุเป้ำหมำยคุณภำพขององคก์ ำรมีกระบวนกำร หลัก 4 กระบวนกำร ดังนี้

- ควำมรับผิดชอบของผ้บู ริกำร - กำรบรหิ ำรทรพั ยำกรหรอื ปัจจัยกำรผลติ - กำรผลติ หรือกำรใหบ้ ริกำร - กำรวัดวิเครำะห์และปรับปรงุ กระบวนกำรดำเนนิ งำน 3). ผลกำรดำเนนิ งำน (Output) ไมว่ ่ำจะเป็นผลติ ภัณฑ์หรอื กำรให้บริกำรผลกำรดำเนินงำน ตอ้ งบรรลุ เปำ้ หมำย คือ ควำมพึงพอใจของลูกค้ำ ทัง้ น้ีกำรตรวจสอบผลกำรดำเนนิ งำน ตอ้ งมี กระบวนกำรตรวจสอบ ต้ังแต่เรมิ่ ดำเนนิ กำรจนถึงขัน้ สดุ ท้ำย คอื ผลงำนหรอื ผลผลิตหรอื ผลิตภัณฑ์ ซงึ่ ต้องมรี ะบบกำรตรวจสอบอีก คร้งั ก่อนสง่ มอบลกู คำ้ หลังจำกกำรสง่ มอบลกู ค้ำแลว้ องคก์ ำรยงั ต้องจดั ระบบติดตำมควำมพึงพอใจของลกู ค้ำ อกี คร้ัง เพื่อนำข้อมลู ท่ีไดร้ บั ไปปรับปรงุ คณุ ภำพอย่ำง ตอ่ เน่อื ง กำรบรหิ ำรงำนคุณภำพท่วั ท้ังองค์กำร (Total Quality Management : TQM) ว่ำเปน็ กำรบรหิ ำรแบบ มสี ่วนรว่ มของบุคลำกรภำยในองค์กำรทุกระดบั ในกำรสรำ้ งผลงำนคุณภำพตำมควำมต้องกำรของลูกค้ำภำยใต้ ปรชั ญำ “สำมคั คีคือพลัง” ควำมสำมัคคภี ำยในองค์กำรทำใหเ้ กดิ ควำมเป็นเอกภำพ กำรดำเนินงำนสูเ่ ป้ำหมำย ขององค์กำรกส็ ำมำรถทำได้อย่ำงรำบรืน่ ทัง้ นอ้ี งคก์ ำรตอ้ งมรี ะบบกำรบริหำรแบบมีส่วนรว่ ม โดยสร้ำงจิตสำนกึ “ควำมเป็นเจำ้ ขององค์กำร” ให้กบั บคุ ลำกรทุกคน รวมถงึ กำรสร้ำงบรรยำกำศกำรทำงำน ทีก่ ่อใหเ้ กิดทัศนคติ ทดี่ ีตอ่ องค์กำร กำรบรหิ ำรคุณภำพท่ัวท้ังองค์กำรประกอบดว้ ย 1). หลกั กำรบริหำรคุณภำพท่ัวท้งั องค์กำร คือ Quality : ควำมมุ่งม่ันตอบสนองควำมต้องกำรของลกู คำ้ ด้วยคุณภำพ Cost : กำรบริหำรตน้ ทุนให้เกดิ ประสิทธิภำพสูงทีส่ ุด เพื่อใหไ้ ด้สนิ คำ้ คุณภำพดี รำคำถูก และ องค์กำรมีกำไร Delivery : กำรสง่ มอบทันเวลำสรำ้ งควำมประทับใจใหก้ ับลูกคำ้ ลูกคำ้ พงึ พอใจเม่ือไดร้ ับสนิ คำ้ หรอื บรกิ ำร Morale : กำรสรำ้ งขวญั และกำลงั ใจให้กับบคุ ลำกรทุกคน Safety : กำรสร้ำงระบบรักษำควำมปลอดภยั ในกำรทำงำน Environment : กำรรักษำสภำพแวดลอ้ มท้งั ภำยในและภำยนอกองค์กำร คอื กำรประกอบกำรท่ี ไม่สรำ้ งควำมเดือดร้อนแก่ชุมชน Ethics : กำรดำเนินธรุ กจิ อย่ำงมีจรรยำบรรณ ไมป่ ระกอบธุรกจิ ผิดกฎหมำย หรอื เอำเปรียบสังคม หรอื ใช้กลอบุ ำยทำลำยคู่แขง่ ทำงกำรค้ำ เปน็ ตน้ 2). กำรดำเนนิ งำนในกำรบริหำรงำนคณุ ภำพทง้ั องค์กำร มขี ้นั ตอนดงั นี้ 2.1 กำหนดนโยบำยกำรบริหำรงำนแบบมีส่วนรว่ ม เป็นนโยบำยทีไ่ ดร้ ับกำรยอมรับจำกระดับ ผู้บริหำร ผ้ถู อื หนุ้ หัวหนำ้ หนว่ ย จนถึงพนกั งำน

2.2 จัดโครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนให้มีกำรแบ่งชน้ั ในกำรสั่งกำรและดูแลกำกับงำนน้อยทสี่ ุด วำง โครงสรำ้ งกำรบริหำรงำนแบบระนำบและสรำ้ งควำมเช่ือมโยงของฝ่ำยต่ำงๆ อยำ่ งชดั เจน แสดงให้เห็นระบบ ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงหน่วยงำน และผลประโยชน์ท่ีได้รับรว่ มกัน 2.3 สรำ้ งควำมเชื่อมนั่ ให้กับพนักงำน ทำให้พนกั งำนมคี วำมเชอ่ื มน่ั ตอ่ ระบบกำรบริหำรแบบมสี ่วน รว่ ม ซ่ึงจะสง่ ผลใหพ้ นักงำนกล้ำคดิ กลำ้ ทำ และกลำ้ แสดงควำมคดิ ริเร่มิ สรำ้ งสรรค์ของตนเอง กล้ำชห้ี รอื บอก ถึงจุดบกพร่องในระบบกำรทำงำน 2.4 สรำ้ งควำมเชอ่ื มน่ั ใหก้ บั หนว่ ยงำน คอื ให้หนว่ ยงำนมีควำมเป็นอสิ ระในกำรทำงำนเพื่อสำมำรถ แก้ไข ปรบั ปรงุ งำนดว้ ยตวั เองโดยไมม่ ีควำมกังวลวำ่ จะขัดแย้งกับฝ่ำยบริหำร ขณะเดียวกันหน่วยงำนก็ตอ้ งกำร กำรสนบั สนุนจำกฝำ่ ยบรหิ ำรในด้ำนปจั จยั และทรัพยำกรเพื่อใหก้ ำรปรบั ปรุงงำนบงั เกดิ ผล 2.5 มีกำรจัดฝึกอบรมพนกั งำนทุกระดับ เพื่อพฒั นำควำมรู้ควำมสำมำรถ ทศั นคติตอ่ องค์กร พฒั นำกระบวนกำรคิดกำรแก้ปัญหำอย่ำงมีเหตุผล และเป็นกระบวนกำร พร้อมท้ังสร้ำงควำมสำมคั คีภำยใน องค์กำร 2.6 กำหนดอำนำจ หนำ้ ที่ และควำมรับผดิ ชอบให้หนว่ ยงำน สำมำรถประสำนควำมร่วมมือของ พนกั งำนและผลักดันให้พนักงำนแสดงศักยภำพสร้ำงสรรคผ์ ลงำนให้มำกทสี่ ดุ 2.7 สร้ำงทีมงำนประสิทธภิ ำพดว้ ยกิจกรรมกล่มุ คุณภำพ คือ กิจกรรม 5 ส. กิจกรรม QCC ขอ้ เสนอแนะปรบั ปรุงงำนและกำรบำรงุ รักษำแบบมสี ว่ นร่วม 2.8 ให้ทุกหนว่ ยงำนทำงำนโดยยึดกระบวนกำรดำเนนิ งำนท้ังระบบ ใหค้ วำมสำคญั ต้งั แต่ปัจจยั นำ เขำ้ (Input) วิธีกำรทำงำน (Process) และผลงำน (Output)

แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยท่ี 12 เร่อื ง หลักกำรและกระบวนกำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพ ตอนที่ 1 ใหเ้ ลือกคาตอบทถี่ ูกต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว 1. ขอบข่ำยของกำรบริหำรงำนคณุ ภำพในองค์กำรขอ้ ใดถูกต้อง ก. เปน็ กำรบรหิ ำรงำนท่ีเกยี่ วขอ้ งกับลกู ค้ำเป็นหลัก ข. เป็นกำรบริหำรงำนทเ่ี กย่ี วข้องกับตวั สนิ ค้ำ ค. เปน็ กำรบริหำรงำนทเี่ ก่ียวกับลูกคำ้ และองค์กำรทัง้ หมด ง. เปน็ กำรบรหิ ำรงำนท่เี ก่ยี วข้องกบั สนิ ค้ำและบรหิ ำร 2. กำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพในองค์กำรข้อใดที่ม่งุ เนน้ ให้กับสังคม ก. คณุ ภำพของสินค้ำ กำรส่งมอบ ข. ตน้ ทนุ สนิ คำ้ คณุ ภำพ ค. ควำมปลอดภยั และคุณภำพของสนิ ค้ำ ง. ส่งแวดล้อม และจรรยำบรรณ 3. กำรบริหำรงำนตัง้ แตป่ จั จัยนำเข้ำ กระบวนกำรดำเนนิ กำร และผลลพั ธ์จำกกำรดำเนนิ กำรเป็นกำร บริหำรงำนในดำ้ นใด ก. กำรบริหำรงำนอย่ำงเปน็ ผู้นำ ข. กำรมสี ่วนรว่ มของพนกั งำน ค. กำรบรหิ ำรโดยกระบวนกำร ง. กำรบริหำรงำนอยำ่ งเป็นระบบ 4. ขอ้ ใดต่อไปนเี้ ป็นระบบกำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพ ก. กำรบรหิ ำรผลิตภณั ฑใ์ ห้มีคุณภำพดี ข. กำรบรหิ ำรคนใหท้ ำงำนอย่ำงมคี วำมสุข ค. กำรบรหิ ำรลูกค้ำให้พ่งึ พอใจ ง. กำรบริหำรงำนองค์กำรให้มีคณุ ภำพ 5. ข้อใดไม่ใช่กำรดำเนนิ งำนบรหิ ำรงำนคณุ ภำพท่วั ทั้งองค์กำร ก. กำหนดนโยบำยบริหำรแบบมีส่วนร่วม ข. กำหนดควำมเหมำะสมของพนักงำน ค. จดั ฝกึ อบรมให้พนกั งำนทุกระดับ ง. จัดโครงสร้ำงกำรบริหำรให้มชี ้ันบริหำรงำนนอ้ ย 6. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องกำรบรหิ ำรงำนคณุ ภำพทั่วทัง้ องคก์ ำร ก. พนักงำนได้รบั ผลตอบแทนในกำรทำงำนท่ีคุ้มค่ำ ข. พนักงำนทุกระดับมีส่วนร่วมในกำรรบั ผดิ ชอบและสรำ้ งผลงำนคณุ ภำพ ค. หนว่ ยงำนทกุ หนว่ ยงำนเห็นควำมสำคญั ของตนเองจำกกำรเชือ่ มควำมสัมพนั ธ์ ง. กำรรับฟงั ข้อเสนอแนะ ปรับปรุงงำนจำกพนกั งำนเปน็ กำรบริหำรงำนแบบมีส่วนรว่ ม 7. เหตุใดจงึ ต้องมีกำรจดั สรรทรัพยำกร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook