Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Published by thanatphat2606, 2020-04-16 07:55:58

Description: Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Keywords: Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Search

Read the Text Version

๙๒ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·ÒŒ º· ทา นคิดวาการใหบรกิ ารและจิตสาธารณะควรจะตองดําเนนิ การอยางไรบา ง àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ - ไพบลู ย วฒั นศริ ธิ รรม และสงั คม สญั จร. (๒๕๔๓). สาํ นกึ ไทยทพี่ งึ ปรารถนา. กรงุ เทพฯ : สํานักพิมพเดือนตลุ า - วรวธุ มาฆะศริ านนท และเสาวลกั ษ อัศวเทววิช. (๒๕๕๑). จิต ๕ ปนยอดมนษุ ย. กรงุ เทพฯ : บริษทั เอกซเปอรเน็ท - ดวงเดอื น พันธมุ นาวิน. (๒๕๒๔). พฤติกรรมศาสตร เลม ๒. จติ วทิ ยาจรยิ ธรรมและ จติ วิทยาภาษา. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท สํานกั พิมพไ ทยวัฒนาพานชิ จํากดั .

º··Õè ù ¡ÒÃÊèÍ× ÊÒÃã¹Ë¹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨ ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจาํ º· ๑. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตํารวจมีความรเู กีย่ วกบั หลกั การสื่อสารทั่วไป ๒. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขา ใจเกี่ยวกับหลกั ารสื่อสารทั่วไป ๓. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจนําความรูเก่ียวกับหลักการส่ือสารท่ัวไป สามารถ นาํ ไปปฏิบัตไิ ดถูกตอง และบรรลวุ ัตถุประสงคข องทางราชการ ʋǹนาํ การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องตาํ รวจ เพอ่ื ใหท นั ตอ สถานการณแ ละแกไ ขปญ หาไดถ กู ตอ ง จะตอ ง มกี ารสอื่ สารทเี่ ขา ใจและรวดเรว็ โดยมเี ครอื่ งมอื สอ่ื สารเปน ตวั กลางนาํ สาร ในปจ จบุ นั การตดิ ตอ สอ่ื สาร มีหลายชอ งทาง และทเ่ี จาหนา ทตี่ ํารวจยึดถือปฏบิ ัติคือการติดตอ สอื่ สารทางวิทยุ ซงึ่ สะดวก รวดเรว็ และทันตอสถานการณ จึงจําเปนตองศึกษา เรียนรู ฝกอบรมในการใชใหเกิดทักษะและบํารุงรักษา ใหถูกตอ งตามระเบยี บของทางราชการ

๙๔ ËÅ¡Ñ ¡ÒÃÊÍè× ÊÒ÷ÑÇè ä» ปจ จบุ นั ววิ ฒั นาการในดา นการสอื่ สารไดเ จรญิ รดุ หนา ไปอยา งรวดเรว็ ไดม กี ารนาํ เทคโนโลยี สมยั ใหมม าใชก บั ระบบสอื่ สาร ในการรบั สง ขา วสารและขอ ความตา งๆ ทงั้ ภาครฐั และเอกชนประกอบกบั สภาพแวดลอมในเมืองหลวงของประเทศไทยมีปญหาในเร่ืองการจราจรติดขัด การส่ือสารจึงมี ความจาํ เปน อยา งมากทจี่ ะอาํ นวยความสะดวกในการตดิ ตอ ประสานงานซง่ึ กนั และกนั มที งั้ วทิ ยสุ อื่ สาร โทรศัพท โทรเลข โทรพิมพ เทเลก็ ซ เปนตน ในสวนของสํานักงานตํารวจแหงชาติจะมีกองบัญชาการหรือกองบังคับการเปนแมขาย ควบคมุ การตดิ ตอ สอื่ สารของลกู ขา ยและสามารถตดิ ตอ สอ่ื สารระหวา งกองบญั ชาการตอ กองบญั ชาการ ท่ใี กลเคยี งได Ãкº¡ÒÃμÔ´μÍ‹ ÊÍè× ÊÒà แบง ออกตามความสามารถการโตต อบได ๒ ประเภท คือ ñ. Ãкº¡ÒÃÊ×èÍÊÒ÷ҧà´ÕÂÇ (ONE WAY DIRECTION) เปนการติดตอส่ือสารในทิศทางเดียวโดยที่ผูรับไมสามารถสงขาวสารโตตอบไปยัง ผสู ง ได เชน โทรทัศน วทิ ยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยุเรยี กตัว ò. ÃкºÊÍè× ÊÒà ò ·Ò§ (TWO WAY DIRECTION) เปนการติดตอส่ือสารท่ีสามารถโตตอบกันไดระหวางผูรับกับผูสง เชน วิทยุส่ือสาร โทรศพั ท เปน ตน ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคําNjҡÒÃÊ×èÍÊÒà มผี ูใหค ําจํากัดความของคําวา “¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÔ หลายคน เชน “การส่ือสาร หมายถึง บรรดาเคร่ืองมือที่ใชในการรับ-สง หรือนําขาวสารแมเราจะอยู หา งไกลเกนิ กวา เสยี งมนษุ ยต ดิ ตอ ไดย นิ แตเ รากส็ ามารถสง ขา วใหถ งึ กนั ไดโ ดยใชต วั แทนหรอื สญั ญาณ” (จันทรศริ ิ มลู ศาสตร, ๒๕๓๕ : ๑) “การส่ือสาร หมายถึง ระบบการอันหนึ่งซึ่งหมายถึงการจัดและการใชเครื่องมือ คนหรือสัตวนําการรับ-สงขาว รายงาน คําส่ัง หรือขอความใดๆ ท่ีตองการใหอีกฝายหน่ึงทราบ” (สุนทร บางทาไม ม.ป.ป. : ๔๓) “วิศวกรรมการส่ือสาร หมายถึง การเปลี่ยนขาวสารทุกรูปแบบท่ีผูใชตองการสงขาวสาร แปลเปน สญั ญาณไฟฟา เปน ตวั แทนของขา วนนั้ ไปยงั จดุ หมายปลายทางทตี่ อ งการและปลายทางนจี้ ะ แปลงสัญญาณไฟฟาเปนขาวสารใหค นท่ัวไปเขา ใจ” (พงษช าย เจรญิ ธนะจินดา, ๒๕๒๔ : ๓) รวมความแลวคําวา “¡ÒÃÊ×èÍÊÒÔ หมายถึง “วิธีการใดๆ ท่ีสามารถรับหรือสงขาวสาร ถึงกันและกันไดถึงแมจะอยูไกลกันเกินกวาเสียงมนุษยจะไดยินถึงโดยการใชตัวแทนหรือสัญญาณ สง ไปยังอีกฝายหนึง่ และเขา ใจความหมายตรงกัน” (กติ ติชัย รว้ิ วริ ยิ ะ, ๒๕๓๕ : ๘)

๙๕ ÃÐàºÕº¡ÃÁตําÃǨÇÒ‹ ´ÇŒ Âà¤Ã×Íè §ÃºÑ -ʧ‹ Ç·Ô Â¢Ø Í§¡ÃÁตาํ ÃǨ ¾.È.òõò÷ ¢ŒÍ ñ ผใู ชเ ครอื่ งมอื สอ่ื สารจะตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั ระเบยี บการสอ่ื สารของ กรมตํารวจ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติกับการส่ือสาร พ.ศ.๒๕๒๕ ¢ŒÍ ò ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ ตองมีนามเรียกขานตามท่ีกรมตํารวจกําหนดให หรือ ที่หนวยงานในสงั กัดกรมตาํ รวจกาํ หนดขนึ้ โดยไดรบั ความเหน็ ชอบจากกองตํารวจสือ่ สาร ¢ŒÍ ó ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ จะตองเปนผูไดรับอนุญาตจากหัวหนาหนวยงานตั้งแต ช้นั สารวัตรหรือเทียบเทา ขน้ึ ไป ¢ÍŒ ô ในการตดิ ตอ สอื่ สารจะตอ งใชป ระมวลลบั นามเรยี กขานทกี่ าํ หนดหรอื หนว ยงาน ในสังกัดกรมตํารวจกําหนดขนึ้ โดยไดร ับความเหน็ ชอบจากกองตํารวจสื่อสาร ¢ÍŒ õ การติดตอสื่อสารกันโดยตรงจะตองไดรับอนุญาตจากสถานีบังคับขายกอน เมอ่ื ไดร บั อนุญาตแลว จงึ จะทําการติดตอกนั ได และเมือ่ การติดตอจะตองแจง สถานบี ังคับขา ยใหทราบ ¢ÍŒ ö การตดิ ตอส่อื สารทางเครอื่ งมอื -สงวิทยุ หากกรมตํารวจหรือหนวยงานในสงั กดั กรมตาํ รวจ มไิ ดกําหนดประมวลลับในการตดิ ตอ ส่ือสาร จะตองใชถอยคําที่สภุ าพ ขอความท่จี ะติดตอ ตอ งส้ัน กะทัดรัด ไดใจความ ¢ÍŒ ÷ หามใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ พูดจาหลอกลอหรือติดตอกันในเร่ืองสวนตัวหรือ เร่ืองอืน่ ๆ อนั ไมเ ก่ยี วขอ งกบั ราชการ ¢ŒÍ ø ผูใชเครื่องมือส่ือสารตองใชความถ่ีใหถูกตองภายในขายการสื่อสารของ หนว ยงานนัน้ ตามทีก่ รมตาํ รวจกาํ หนด ¢ŒÍ ù กรณีขาวการติดตอ ความถี่นั้นมีการติดตอส่ือสารกันอยู หามเรียกสอดแทรก เขา ไป ยกเวนมเี หตเุ รงดว นฉกุ เฉิน ขÍ ñð ผใู ชเ ครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ จะตอ งรกั ษาความลบั ในขอ ความทตี่ ดิ ตอ สอื่ สารหรอื ไดย นิ จากทอี่ ่ืนติดตอราชการกันอยูโดยเครง ครดั ¢ŒÍ ññ ผูใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ จะตองเรงความดังของเครื่องรับวิทยุพอสมควรที่ตนเอง จะไดย นิ เทานนั้ ¢ÍŒ ñò การติดตอ สื่อสารขอความทีเ่ ปนความลับ ใหเขารหสั ในการตดิ ตอ สื่อสาร ¢ÍŒ ñó หา มนาํ เครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ ของกรมตาํ รวจไปใหบ คุ คลภายนอกเกบ็ ใช หรอื ทาํ การ ตรวจซอมเปนอนั ขาด ¢ŒÍ ñô เครื่องรับ-สงวิทยุ ของกรมตํารวจท่ีอยูในความรับผิดชอบ เมื่อเกิดชํารุด เสียหายจะตองรายงานใหผ บู งั คับบญั ชาทราบโดยดวน

๙๖ ¢ŒÍ ñõ หามพกพาเครื่องรับ-สงวิทยุ เขาไปในสถานที่อันไมบังควรเปยเผย และมิไดมี ราชการสาํ คัญ ¢ŒÍ ñö ผูใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ จะตองปฏิบัติตามคําส่ังหรือขอเสนอแนะของ กองตํารวจส่ือสารอันเกยี่ วดว ยการปฏิบตั ิการส่อื สาร ¢ŒÍ ñ÷ ใหกองตํารวจสอื่ สาร กรมตาํ รวจ ปฏิบัตแิ ละตรวจสอบการใชเคร่อื งรับ-สง วทิ ยุ ของหนวยงานใหเปนไปตามระเบยี บน้ี ¢ŒÍ ñø เม่ือมีการฝาฝน ระเบียบน้ี ใหผ ูบ ังคบั บญั ชาพิจารณาโทษตามควรแกกรณี ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÇÔ¸¡Õ ÒÃÊ‹§¢‹ÒÇ ซึง่ มลี าํ ดับความปลอดภัยจากมากไปหานอ ย ดังนี้ ๑. เจาหนาท่นี ําสาร ๒. ไปรษณยี ล งทะเบียน ๓. วงจรสายทีร่ ับรองแลว ๔. ไปรษณยี ธรรมดา ๕. วงจรสายท่ีไมรับรอง ๖. ทัศนสัญญาณ ๗. สตั วนาํ สารที่ฝก และขึน้ ทะเบียนของทางราชการแลว ๘. เสยี งสญั ญาณ ๙. วทิ ยุ ¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ã¹¡ÒÃàμÃÕÂÁทาํ ¢‹ÒÇ ผเู ขียนขาวและผอู นมุ ตั ิขาวจะตองปฏบิ ัติ ดังนี้ ๑. ผูเขียนขาวตองเขยี นขาวในกระดาษขา วตามตวั อยา งทแ่ี สดงไวทา ยระเบยี บ ๒. ขา วทจี่ ะสง ทางวทิ ยุตอ งสนั้ กะทดั รดั ชัดเจน และไมส ามารถสง โดยวธิ อี ื่นใด ๓. ผใู หข า วเปน ผกู าํ หนดชนั้ ความลบั ของขา วโดยใหป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา ความปลอดภัยแหงชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ ๔. ผูใหขาวตองกําหนดช้ันความเรงดวนของขาวใหเหมาะสม เพื่อสงถึงผูรับทันเวลา และตามความจาํ เปนของสถานการณ ¡ÒÃกาํ ˹´¹ÒÁàÃÂÕ ¡¢Ò¹áÅлÃÐÁÇÅÅºÑ ¡ÒÃกํา˹´¹ÒÁàÃÂÕ ¡¢Ò¹ ตามระเบียบวาดวยเคร่ืองรับ-สงวิทยุของสํานักงานตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๒๗ ระบุไว ในขอ ๒ วา “ผใู ชเ ครอื่ งรบั -สง วทิ ยตุ อ งมนี ามเรยี กขานตามทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดใหห รอื ที่ หนว ยงานในสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดขน้ึ โดยไดร บั ความเหน็ ชอบจากกองตาํ รวจสอื่ สาร” ฉะนั้นการติดตอสื่อสารภายในหนวยงานตางๆ ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงจําเปนตองกําหนดนามเรียกขานแทนชื่อของหนวยงานและของบุคคลเพื่อใหการปฏิบัติหนาที่ เปนไปดวยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การกําหนดนามเรียกขานสวนใหญในหนวยงานตางๆ

๙๗ ของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ ขี่ อมวี ทิ ยสุ อ่ื สารจะเปน ผกู าํ หนดนามเรยี กขานขน้ึ เองและขออนมุ ตั จิ าก สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เมอื่ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ นมุ ตั แิ ลว จงึ แจง ไปยงั กองตาํ รวจสอ่ื สารใหท ราบ เชน ศฝร.ภ.๖ กําหนดนามเรียกขานของหนว ยงานวา “สวรรค” การกําหนดตัวเลขแทนชือ่ บุคคล สว นมากนิยมใชเ ลขหลักหนว ย หลักสบิ และหลกั รอ ย จากผบู ังคบั บัญชาสูงสดุ ของหนว ยจนถึงตําแหนง ตํ่าสุดคอื ลกู แถว เชน ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๑ มนี ามเรยี กขานวา ภผู า ๑ รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๒ มนี ามเรยี กขานวา ภผู า ๒ รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๓ มีนามเรียกขานวา ภผู า ๓ ผกก.ฝอ.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๔ มีนามเรยี กขานวา ภูผา ๔ ผกก.บศ.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๕ มนี ามเรียกขานวา ภูผา ๕ ¡ÒÃàÃÕ¡¢Ò¹ การเรียกขาน คือ การที่สถานีแมขายและลูกขายทดสอบความชัดเจนของวิทยุ ซงึ่ กนั และกนั วา มคี วามชดั เจนเพยี งใด (ว.๑๖ ใด) และลกู ขา ยอยปู ฏบิ ตั หิ นา ทห่ี รอื ไม ตอ จากนน้ั ถา ลกู ขา ย มคี วามประสงคจ ะติดตอ กับผอู ่ืนใหกดคีย (PTT) แลวเรยี กขานเขา สถานีแมข า ยท่เี ราตอ งการพูดดว ย ๑ ครงั้ แลว ตามดว ยคาํ วา “จาก” หรอื “เรียก” และนามเรยี กขานของผูเ รยี ก เชน ศฝร.ภ. ๖ มีสถานี แมข ายใชน ามเรยี กขานวา “สวรรค” และมีลูกขายใชน ามเรยี กขานวา “ภูผาและครี ี” (ภูผาหมายถงึ ผูที่ ทาํ งานท่กี องกาํ กับ คีรีหมายถึงผูที่ทาํ งานทก่ี องรอ ย) ʶҹáÕ Á‹¢‹Ò คือ ศูนยการส่อื สารของหนวยงานนน้ั ๆ มีหนา ที่คอยรับ-สงขาวหรือคําสง่ั ไปยังหนว ยงานรองและลูกขา ย š٠¢Ò‹  คอื หนว ยงานรองจากสถานแี มข า ยและผรู บั ปฏบิ ตั คิ อยรบั คาํ สงั่ จากผบู งั คบั บญั ชา ทส่ี ่ังการจากสถานแี มข า ยไปยงั ลกู ขา ย μÑÇÍ‹ҧ¡ÒÃàÃÂÕ ¡ ลูกขาย : สวรรคจ ากภูผา ๐๒ ว.๒ เปลี่ยน ถา แมข ายไดย ินจะตอบวา สถานีแมขาย : สวรรค ว.๒ เปล่ียน แสดงวา สถานไี ดย นิ ภผู า ๐๒ เรยี ก แลว ตอบรบั ถา ลกู ขา ยมธี รุ ะหรอื มรี าชการจะขอตดิ ตอ กับลูกขายโดยผา นศนู ยห รือสถานแี มขา ย กจ็ ะพดู ตอไปวา ลกู ขาย ภผู า ๐๒ : ขอ ว.๖ กบั ภูผา ๐๑ สถานีแมขายจะตอบวา : ทราบ ว.๖ โดยผานสถานีแมขายรับรูและตอบรับ ภูผา ๐๒ ก็สามารถพูดติดตอกับภูผา ๐๑ ได ถาภูผา ๐๒

๙๘ พูดติดตอกับ ภผู า ๐๑ เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว ภผู า ๐๒ จะแจงเขาสถานแี มขา ย คอื “สวรรค” บอกเลิก ว.๖ “สวรรค” กจ็ ะแจง วา “เลิก ว.๖” และตอดวยเวลาในขณะนนั้ เชน เลกิ พดู เม่ือ เวลา ๑๐.๓๐ น. ก็จะพูดวา “เลิก ว.๖ สิบจุดสามศูนย” เปนการเสร็จสิ้นการพูดของลูกขายท้ังสอง ลูกขายคนอ่ืนๆ ก็สามารถแจงเขาสถานีแมขายเพื่อติดตอกับบุคคลอื่นหรือลูกขายไดตอไป การพูดวิทยุติดตอกัน จะตองขออนุญาตตอ สถานีแมข ายทุกคร้งั กอ นเสมอ ในกรณีที่ลูกขายกําลังพูดติดตอกับสถานีแมขายแตตองการใชคําพูดแบบบุคคลธรรมดา ไมใ ชป ระมวลรหสั ลบั ตอ งเปลย่ี นชอ งความถไ่ี ปใชช อ งอนื่ ทต่ี กลงกนั ไว (ว.๓๒) เชน สถานแี มข า ย ใชค ลน่ื ความถ่ี ๔๑๕ เปน ความถปี่ ระจาํ ศนู ย ตอ งเปลย่ี นเปน ๔๒๕ เปน ตน เพอ่ื เปด โอกาสใหล กู ขา ยคนอน่ื ๆ ใชช อ งเรียกขาน ๔๑๕ บาง หา มการตดิ ตอสนทนา ทไ่ี มใชประมวลรหัสลับในชองความถ่ปี ระจําศนู ย ประมวลสญั ญาณ ว. มีทั้งหมด ๔๕ ตวั ในการติดตอสอ่ื สารจริงจะใชป ระมาณ ๓๐ ตวั นอกน้ันนานๆ จะใชส ักครั้ง »ÃÐÁÇÅÅѺ »ÃÐÁÇÅÅºÑ ·ãèÕ ªŒã¹ÃÒª¡ÒÃสํา¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ Ç.ð หมายความวา ขอรับคาํ ส่งั , ตอ งทราบ, ใหบอกมาดว ย Ç.ðð หมายความวา คอยกอ น, คาํ สงั่ หรอื เรอื่ งทตี่ อ งการทราบจะแจง มาภายหลงั Ç.ñ หมายความวา ขอทราบทีอ่ ยู, ขณะนีอ้ ยทู ี่ไหน Ç.ò หมายความวา ไดยนิ หรือไม, ไดยินแลวตอบดว ย, ไดย นิ แลว ตาม ว.๒ Ç.ó หมายความวา ใหท บทวนขอความซํ้าอกี Ç.ô หมายความวา การปฏบิ ตั งิ าน, ออกปฏบิ ัติงาน, ไปปฏบิ ตั งิ าน ว.õ หมายความวา ปฏบิ ัติราชการลับ Ç.ö หมายความวา ขออนญุ าตตดิ ตอ กนั โดยตรง ระหวา ง.....กบั .....โดยขออนญุ าต “Èٹ” Ç.÷ หมายความวา ประสบเหตุคับขนั ทต่ี อ งการความชว ยเหลอื Ç.ø หมายความวา สง ขอความแบบยาว รายงานเพราะเนือ่ งจากรายงานมายงั “Èٹ” วางหรือไมหรือกําลังติดตอกับสถานีใด เพราะถาไมทราบอาจจะรายงานทับกัน ๒ สถานี ฟง ไมร เู รอื่ งและตอ งรายงานใหมท าํ ใหเ สยี เวลา ฉะนนั้ จงึ ไดก าํ หนดประมวลสญั ญาณ ว.๘ ขน้ึ ซง่ึ กาํ หนด หมายความวา สถานอี นื่ เรยี กศนู ยแ ละเรยี ก ว.๘ ตอ งการรายงานเหตขุ อ ความยาว “ȹ٠” วา งหรอื ไม เม่ือ ว.๘ ศูนยวาง จะตอบ ว.๘ และเรียกเขามาก็รายงานเขามาได สถานีอ่ืนท่ีไดยิน ศูนย ว.๘ ทุกสถานีหามเรียกแซงเขาไป ใหรอจนกวาศูนยจะเสร็จสิ้นการติดตอ ยกเวนมีขาวดวนท่ีจะตองรีบ รายงานก็เรยี กแซงเขา ไปไดใ นระหวาง ว.๘ พัก

๙๙ Ç.ù หมายความวา มเี หตฉุ กุ เฉนิ หรอื เหตดุ ว นสาํ คญั ถา ศนู ยฯ ประกาศใชป ระมวลลบั ว.๙ หมายความวา ศูนยฯ ตองการใหรถทุกคันหรือสถานีตางๆ ระงับการติดตอช่ัวคราวและ ใหคอยรับคําส่ังจากศูนยฯ ไดทันที แตถารถวิทยุแจงประมวลลับน้ี หมายถึง รถวิทยุมีเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุดวนที่จะตองรีบเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุหรือที่ใดที่หนึ่งขออนุญาตใชสัญญาณไฟแดง และเสียงไซเรน หรือเมื่อศูนยฯ ส่ังรถวิทยุคันใดใหใชประมวลลับนี้ หมายถึง ศูนยตองการใหรถวิทยุ คนั นน้ั ใชส ัญญาณไฟแดงหรือเสียงไซเรนเพื่อใหรบี เดินทางไปทห่ี น่ึงท่ีใด Ç.ñð หมายความวา หยุดรถเพื่อปฏิบัติงานและติดตอทางวิทยุได เชน หยุดรถ เพ่ือสังเกตการณเหตุการณ ณ ท่ีหนึ่งท่ีใด ก็ใหแจง “ว.๑๐ สังเกตการณท่ี...(แจงสถานท่ี)” หรือ หยุดปฏิบัตงิ านทเ่ี กดิ เหตใุ หแ จง “ว.๑๐ ที่เกิดเหต.ุ ..(แจงเหตุหรือสถานท)ี่ ” Ç.ññ หมายความวา หยดุ พกั หรอื จอดรถ โดยไมเ กยี่ วกบั การปฏบิ ตั หิ นา ทแ่ี ละวทิ ยุ ยังสามารถติดตอ ได Ç.ñò หมายความวา หยดุ รถปฏบิ ตั ิงานหรอื หยดุ พกั รถหรอื จอดรถ โดยปด เครื่อง รับ-สงวทิ ยุ ไมสามารถตดิ ตอทางวิทยุได Ç.ñó หมายความวา ใหติดตอทางโทรศัพท Ç.ñô หมายความวา เลิกตรวจ เลกิ ปฏิบัติงาน หรือปฏิบตั งิ านเสร็จสนิ้ แลว Ç.ñõ หมายความวา ใหไ ปพบ, ขอพบกัน Ç.ñö หมายความวา ทดลองเคร่ืองรับ-สงวทิ ยุ โดยมคี วามชัดเจนของเสยี งดงั น้ี ว.๑๖-๑ หมายความวา รับฟง ไมรูเรื่อง มกี ารรบกวนมาก ว.๑๖-๒ หมายความวา รบั ฟง ไมช ัดเจน ว.๑๖-๓ หมายความวา รบั ฟงชัดเจนพอใชไ ด ว.๑๖-๔ หมายความวา รบั ฟง ไดช ดั เจนดี ว.๑๖-๕ หมายความวา รับฟงไดชดั เจนดมี าก เชน ถาม ว.๑๖ ตอบ ว.๑๖-๕ Ç.ñ÷ หมายความวา มเี หตอุ นั ตราย ณ จดุ ใดจดุ หนง่ึ หา มผา น การใชป ระมวลลบั นี้ จะตอ งแจงชื่อสถานีหรอื เสนทางตอ ทายประมวลลับนี้ใหท ราบดว ย Ç.ñø หมายความวา นํารถออกทดลองเคร่ืองยนต Ç.ñù หมายความวา สถานีวิทยุอยูในภาวะคับขัน ถูกยึด หรือถูกโจมตี และ ไมสามารถปอ งกนั ตนเองได Ç.òð หมายความวา ตรวจคน คนหา ตรวจสอบ ว.òñ หมายความวา ออกจาก Ç.òò หมายความวา ถึง Ç.òó หมายความวา ผา น หรือระหวา งการเดินทาง

๑๐๐ Ç.òô หมายความวา ถา ใชเ ปนคาํ ถาม หมายความวา ขอเทียบเวลาหรือขอทราบ เวลา ถาใชเปน คําตอบ หมายความวา แจงเวลา Ç.òõ หมายความวา ถา เปน คาํ ถาม หมายความวา จะไปทใี่ ดหรอื ทห่ี มายอยทู ไ่ี หน ถาเปน คําตอบ หมายความวา จะไปยงั หรอื ทีห่ มายคอื โดยใหร ะบชุ อ่ื ที่หมายไวท า ย Ç.òö หมายความวา ใหพ ยายามติดตอ กนั ทางวทิ ยุใหน อยทส่ี ดุ หากจาํ เปน ใหใ ช ประมวลลับหรือรหัส (ประมวลลับ ว.๒๖ นี้ควรใชสําหรับภารกิจในพ้ืนที่ท่ีสถานการณไมนาไววางใจ ฝายตรงขา มอาจดกั ฟงการตดิ ตอทางวิทยุของฝา ยเราได) Ç.ò÷ หมายความวา การตดิ ตอทางโทรพมิ พ Ç.òø หมายความวา ประชุม Ç.òù หมายความวา มีราชการอะไร Ç.óð หมายความวา ขอทราบจํานวน (ใชก บั คน สิง่ ของ อาวธุ ) Ç.ó๑ หมายความวา เปล่ยี นความถชี่ อง ๑ Ç.óò หมายความวา เปลีย่ นความถี่ชอง ๒ Ç.óó หมายความวา เปลยี่ นความถช่ี อง ๓ Ç.óô หมายความวา เปลี่ยนความถีช่ อ ง ๔ Ç.óõ หมายความวา ใหเ ตรยี มพรอ มออกปฏิบตั งิ าน Ç.óö หมายความวา เตรยี มพรอ มเต็มอตั รา Ç.ó÷ หมายความวา เตรยี มพรอมครงึ่ อัตรา Ç.óø หมายความวา เตรียมพรอม ๑ ใน ๓ Ç.ó๙ หมายความวา การจราจรคบั คง่ั (แลวบอกสถานที่) Ç.ôð หมายความวา มีอุบัติเหตรุ ถยนตช นกนั หรือรถยนตชนคน (แลวบอก สถานท่ี) Ç.ôñ หมายความวา สญั ญาณไฟเสีย (แลว บอกสถานที)่ Ç.ô๒ หมายความวา ยานพาหนะนําขบวน Ç.ôó หมายความวา จดุ ตรวจยานพาหนะ (แลว บอกสถานที)่ Ç.ôô หมายความวา FAX หรือ โทรสาร Ç.ôõ หมายความวา ตรวจสอบประวัติบุคคลหรอื รถ Ç.ôõ-ñ หมายความวา พบประวัติหรือขอ มลู (ว.สีส่ บิ หา-หน่งึ ) Ç.ôõ-๒ หมายความวา ไมพบประวตั หิ รอื ขอ มูล (ว.สสี่ บิ หา -สอง) ࢌÒÁÒä´Œ หมายความวา ใหส งขาวทีต่ องการสง นั้นได àÅ¡Ô หมายความวา เปนการจบขอความท่ีสง (ถาศูนยใหบอกเวลาแทน) และ ไมต อ งการตอบรับอีก

๑๐๑ à»ÅèÂÕ ¹ หมายความวา จบขอความท่ีสงวิทยุตอนหน่ึงๆ และตองการตอบรับ อีกฝายหนง่ึ เร่ิมสง ได ·ÃÒº หมายความวา ไดท ราบขอความครง้ั สดุ ทา ยดีแลว ÃѺ»¯ºÔ ตÑ ิ หมายความวา ไดทราบขอความดแี ลว และจะปฏบิ ตั ิ ȹ٠ºÍ¡àÇÅÒ หมายความวา เมื่อรับ-สงเสร็จ ศูนยจะแจงเวลาทุกครั้งไป แสดงวา ศูนยฯ ตดิ ตอวทิ ยกุ บั สถานหี รอื รถคันอืน่ เสรจ็ แลว ตวั เลขทใี่ ชใ นการเรยี กขาน ถา เปน ตวั เลขของประมวลลบั ว. ใหอ า นออกเสยี งเปน จาํ นวน เชน ว.๒๒ ใหอานวา ว.ยี่สิบสอง ถาเปนตัวเลขของนามเรียกขานใหอานตามเสียงของตัวเลข เชน กส.๒๒ ใหอานวา กส.สองสอง เลข ๒ ใหอา นวา สองไมใหอา นวา โท สวนเลข ๑ เชน เลข ๑๑, ๒๑ ฯลฯ ใหอานวา สบิ หนึ่ง, ย่ีสิบหนึ่ง หรือ หนง่ึ , หน่งึ , สองหนงึ่ เปน ตน คําวา ๑ หา มอานวา เอด็ เพราะคาํ วา เจ็ดมีเสียงคลา ยคลงึ กัน อาจทําใหเขา ใจผิดได ¡Òû¯ÔºμÑ ÔÀÒÂã¹È¹Ù ¡ ÒÃÊÍè× ÊÒà แนวการปฏิบัติท่ีจะกลาวตอไปน้ี เปนการปฏิบัติการการส่ือสารกลางกับสวนภูมิภาค หรือภูมิภาคกับภูมิภาคดวยกัน แตสําหรับการปฏิบัติของหนวยงานท่ีมีการติดตอสื่อสารภายในทองที่ เชน นครบาล กองปราบปราม สันติบาล ดับเพลงิ ฯลฯ อาจจะมีการจดั รปู แบบท่ผี ิดแผกแตกตา งกัน ออกไป »ÃÐÁÇÅÅѺ·èÕ㪌ã¹ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ (¾ÔàÈÉ) ÊÒÂμÃǨ»¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒþÔàÈÉ (ñùñ) การแจง เหตุทางวิทยุ เหตุ ๑๐๐ มเี หตปุ ระทุษรา ยตอทรพั ยสนิ เหตุ ๑๑๑ ลกั ทรัพย เหตุ ๑๒๑ ว่งิ ราวทรัพย เหตุ ๑๓๑ ชิงทรัพย เหตุ ๑๔๑ ปลน ทรพั ย เหตุ ๒๐๐ มเี หตปุ ระทษุ รายตอรางกาย เหตุ ๒๑๑ ทํารา ยรา งกายกัน ไมไดรับบาดเจบ็ เหตุ ๒๒๑ ทาํ รายรางกายกนั ไดร ับบาดเจบ็ เหตุ ๒๓๑ ทํารา ยรางกายกัน ไดรบั บาดเจ็บสาหสั เหตุ ๒๔๑ ฆา คนตาย เหตุ ๓๐๐ การพนันเปน บอน เหตุ ๕๑๐ วตั ถตุ องสงสยั เกี่ยวกบั ระเบดิ เหตุ ๕๑๑ ไดเกิดระเบดิ ข้ึนแลว เหตุ ๕๑๒ วตั ถุระเบิดไดต รวจสอบแลวไมร ะเบิด

๑๐๒ เหตุ ๖๐๐ นักเรยี นจะกอเหตุทะเลาะวิวาท เหตุ ๖๐๑ นักเรยี นรวมกลุมมีสิ่งบอกเหตเุ ชือ่ วาจะกอ เหตุ เหตุ ๖๐๒ นักเรยี นกอเหตหุ ลบหนไี ปแลว เหตุ ๖๐๓ นักเรยี นกอ เหตยุ กพวกทํารา ยซง่ึ กนั และกัน เหตุ ๖๐๔ นักเรยี นกอ เหตุยกพวกทํารา ยกันถึงตาย เหตุ ๖๐๕ นกั เรยี นกอเหตยุ กพวกทาํ รายกันมวี ัตถรุ ะเบิด ¡ÒÃ㪌áÅСÒÃบําÃ§Ø ÃÑ¡ÉÒà¤ÃÍ×è §ÁÍ× Ê×èÍÊÒà ÇÔ¸¡Õ ÒÃãªáŒ ÅСÒÃบาํ ÃØ§ÃÑ¡ÉÒà¤Ã×Íè §ÃѺ-Ê‹§Ç·Ô ÂÊØ ×èÍÊÒà เครอ่ื งมือและอุปกรณก ารส่ือสารตา งๆ ที่ใชใ นราชการประจําศูนยก ารสอื่ สารและสถานี วทิ ยคุ มนาคม เปน เครอื่ งมอื สาํ คญั ทจ่ี ะอาํ นวยความสะดวกและรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั งิ านเปน อยา งมาก เคร่ืองมือและอุปกรณเหลานี้หากมีการตรวจสอบบํารุงรักษาอยูเสมอจะมีอายุการใชงานทนทาน และมีประสิทธิภาพสูงที่ตองถือปฏบิ ตั ิดงั ตอ ไปน้ี ๑. หมัน่ ดูแลทําความสะอาดเครอ่ื งเปน ประจาํ กอ นเปดและปดสถานี ๒. อยา ติดตัง้ เครอ่ื งใหไ ดร ับความรอ นหรือช้ืนเกินควร ๓. ทาํ การตรวจสอบและทดลองเครอื่ งเปน ประจาํ ทกุ วนั หากมสี ง่ิ ใดผดิ สงั เกตใหร ายงาน เจา หนาที่ชางหรอื ผูบ งั คบั บญั ชาตามระดับชั้นทราบ ๔. ใหปฏิบัติตามหนังสือคูมือประจําเคร่ืองและอุปกรณการสื่อสารท่ีวาดวยการบํารุง รักษาประจาํ วัน สปั ดาห เดือน ป ไวโ ดยเครงครัด หามใชเ คร่ืองมอื ท่ไี ดร บั มาใหมโ ดยมไิ ดอ า นคมู อื ๕. อยาปลอยเจาหนาที่ท่ีไมมีความรูความชํานาญในการซอมเครื่องมือประเภทนั้น ดวยตนเองเพราะจะทาํ ใหเครือ่ งชาํ รุดมากยิง่ ขน้ึ ๖. สายอากาศภายในชนิด Telescopic เวลาใชจ ะตอ งดงึ สายอากาศออกใหย าวท่สี ุด และอยใู นแนวดง่ิ และอยา ถอดสายอากาศออกโดยไมจ าํ เปน เพราะจะทาํ ใหเ คร่ืองเสีย ๗. ควรใชวิทยุในที่โลงแจง ใหหางจากอาคารตนไม และสิ่งกีดขวางอ่ืนๆ อยางนอย ๕ เมตร (๑๕ ฟุต) โดยเฉพาะเมื่ออาคารและส่ิงกีดขวางนั้นมีหลังคาเปนโลหะ มีโครงสรางเหล็ก และการกอ สราง ๘. การใชงานในเมือง ตองระวังอยาใหสายอากาศอยูใตสายไฟฟาแรงสูงหรือ สายโทรศพั ท หรอื อยูภายในรศั มี ๑๐ เมตร (๓๐ ฟุต) ๙. ในการตดิ ตอ สอื่ สารภายในเมือง ตองระวังไมค วรยนื ใกลอ าคารมากนกั ควรเลื่อน ออกไปยืนอยูกลางถนน (ถาทําได) หรือบนอีกดานหนึ่งของถนนท่ีอยูตรงขามกับทิศทางของสถานที่ ท่จี ะทาํ การติดตอดว ย ๑๐. กดคยี เ มอ่ื พดู ปลอ ยคยี เ มอื่ ฟง ไมค วรกดคยี ส ง สญั ญาณเกนิ กวา ๑ นาที เพอื่ เปน การ รกั ษาเครื่องและยืดอายุของแบตเตอรี่

๑๐๓ ๑๑. การรบั -สงวิทยุ ถาเคร่อื งสงติดตง้ั สายอากาศในแนวดงิ่ ตองรับในแนวด่ิงหรือสงใน แนวนอนตอ งรบั ในแนวนอน เพ่อื ประสิทธิภาพในการรับ-สง ๑๒. แบตเตอรี่ใหมหรือแบตเตอร่ีที่ไมไดใชงานนานๆ จะตองนําไปชารจไฟกอนใช การชารจไฟครัง้ แรกตองชารจ อยา งตอเนอ่ื งไมนอยกวา ๑๖ ชั่วโมง (แมเคร่ืองชารจ จะเปล่ยี นจากไฟ สีแดงเปนสีเขียวแลวกไ็ มต อ งเอาออกจากเครอ่ื งชารจ) แตตองไมเกิน ๒๔ ช่ัวโมง ๑๓. การใชง านตอ งใชจ นแบตเตอรอ่ี อ นเกอื บหมดไฟ โดยสงั เกตจากมเี สยี งเตอื น และเมอ่ื กดคยี ไ ฟแดงจะกะพรบิ (ถา แบตเตอรเี่ ตม็ ไฟแดงจะตดิ ตลอดเวลาทกี่ ดคยี ) ถา ชารจ กอ นแบตเตอรอี่ อ น จะเกิดอาการ MEMORY EFFECT ทาํ ใหอ ายกุ ารใชง านของแบตเตอร่สี ัน้ ลง (เสยี เร็ว) ๑๔. การใชงานจนแบตเตอรี่ออน ทานจะตองนําแบตเตอร่ีกอนสํารองของทาน (ถามี) ซงึ่ ชารจ ไฟเต็มตดิ ตัวไปดวย เพอื่ สับเปลี่ยนเมอื่ กอ นท่ใี ชอยอู อ นกาํ ลัง ๑๕. ในระหวางชารจแบตเตอร่ีควรปดเคร่ืองวิทยุถาจะเปดสแตนดบายตองใชเฉพาะ รับฟงเทา น้นั ๑๖. อยา กดคียสงสญั ญาณขณะชารจ ไฟ เพราะจะทาํ ใหก ารประจไุ ฟฟาไมตอเนื่อง ๑๗. โปรดรกั ษาความสะอาดเครอ่ื งชารจ และขว้ั แบตเตอรจ่ี ดุ สมั ผสั การรบั -จา ยกระแสไฟ ๑๘. หา มเปด ฝาหลงั หรอื ปรับจูนในตัวเคร่ือง ๑๙. หา มปรบั ขั้วแบตเตอรีแ่ ละหยอดนาํ้ มันเครื่อง ๒๐. หามสงซอมตามรานซอมวิทยุโดยทั่วไปตองสงซอมที่ศูนยส่ือสารของสํานักงาน ตํารวจแหงชาติเทา น้นั à¤ÃèÍ× §Á×ÍÊ×èÍÊÒ÷Õãè ªŒã¹ÃÒª¡ÒÃตําÃǨ ñ. à¤Ã×èͧÃѺ-ʧ‹ Ç·Ô ÂªØ ¹´Ô Á×ͶÍ× กําลงั สง ๒-๕ วัตตแจกจายใหเจา หนาทท่ี ุกลําดับช้นั มหี ลายชนดิ เชน วนิ สัน P.G.S.-๑๕๒ โมโตโรลา รุน MH-๗๐, รุน P ๒๐๐, รุน GP ๓๐๐ FM๑

๑๐๔ ò. à¤Ãè×Í§ÃºÑ -ʧ‹ ª¹´Ô ËéÇÔ ¶Í× ËÃÍ× μÔ´Ã¶Â¹μ กาํ ลังสง ๕-๑๐ วัตต โดยปกตจิ ะต้ังประจาํ หนว ยงานหรอื ตดิ รถยนตม ี L.V.B., FM ๕, โมโตโรลา รนุ SPECTRA ตดิ รถยนตท ส่ี าํ นกั งานสง กาํ ลงั บาํ รงุ กรมตาํ รวจใหพรอมกบั รถยนต Ç·Ô ÂμØ ´Ô Ã¶Â¹μ ÇÔ·ÂªØ ¹´Ô ËÔÇé ¶Í× FMõ ó. à¤Ãè×ͧÃѺ-Ê‹§ÇÔ·ÂØ»ÃÐจํา·Õè กําลังสง ๒๕ วัตตข้ึนไป สวนมากจะตั้งตามศูนยวิทยุ ตางๆ มี L.V.B. รุน ๘๕๒๖ โมโตโรลา รนุ SUPER CONSOLETTE เปน ตน

๑๐๕ Å¡Ñ É³Ð¢Í§à¤ÃÍè× §ÃºÑ -Ê‹§Ç·Ô ÂâØ ´Â·èÑÇä» ๑. ปมุ VOLUME หมายถงึ ปมุ ทมี่ หี นา ทเ่ี รง -ลดเสยี ง ของวทิ ยนุ น้ั บางชนดิ อาจมสี วติ ช ปด-เปด อยใู นตวั ๒. ปุม SQUELCH หมายถึง ปุมท่ีมีหนาที่ในการตัดสัญญาณเสียงรบกวนตางๆ ออกไป โดยปกตจิ ะปรบั ใหอ ยใู นระดับทเ่ี งยี บใกลเ คยี งเสียงซา ๓. ปมุ PTT ปุมกดเพ่อื สงสัญญาณ กดแลวพดู ปลอ ยแลวฟง ๔. ปุมปรับชอ งมไี วสาํ หรบั เลือกชอ งความถท่ี ี่จะใช เชน ชองที่ ๑ หรอื ชอ งที่ ๒ ๕. HI, LOW เปนตวั กําหนดกาํ ลังสง HI เปน การสง เตม็ กาํ ลงั LOW เปน การสง เพียง เล็กนอ ยในกรณีการรับสง อยูใกลก บั สถานแี มขาย นอกนั้นยังมีปุมตางๆ ท่ีสําคัญที่จะตองศึกษาจากคูมือการใช ฉะนั้นถาไมรูจริง อยาไป ปรับแตง ดว ยตนเอง »¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒÃʶҹÇÕ ·Ô ÂØ การเปดสถานีวิทยุเพื่อทํางานตามขายท่ีกําหนดไว จําเปนจะตองมีการทดลองการตรวจ และการปรบั ปรงุ เครอ่ื งใหอ ยใู นสภาพใชง านได รวมทงั้ การดแู ลรกั ษาความสะอาดของเครอ่ื งและสถานท่ี ทําการทดลองจนการเตรียมเครอ่ื งเขียนแบบพิมพส าํ หรับการรบั -สงขาว ใหเ รยี บรอ ยกอ นเวลาในขา ย ไมน อ ยกวา ๕ นาที และเมอ่ื ถงึ เวลาทก่ี าํ หนดไวใ หเ รมิ่ ทาํ การเรยี กขานกบั คสู ถานไี ดท นั ทแี ละเมอื่ ไดร บั ตอบแลว ในบางกรณสี งสยั วา จะเปนสถานอี น่ื สอดแทรกมา ก็ใหใ ชร ะบบบอกฝายทดสอบกบั คสู ถานี ดวยและพนักงานวิทยุจะตองถือหลักปฏิบัติงานใหตรงเวลาอยูเสมอ ทั้งน้ีจะกระทําไดโดยการเทียบ เวลาของนาฬก าซงึ่ ใชภายในสถานีวันละไมน อยกวา ๒ คร้ัง คอื ๐๘.๐๐ น. และ ๒๐.๐๐ น. โดยเทียบ เวลากบั สถานวี ทิ ยุกระจายเสียงแหงประเทศไทย

๑๐๖ μÇÑ ÍÂÒ‹ §Ç·Ô Â«Ø Ö§è ãªàŒ ¤Ãè×ͧáÁ‹àËÅ¡ç ä¿¿Ò‡ 㹡ÒÃʧ‹ -ÃºÑ ¢Ò‹ Ç áºº»ÃÐจาํ ·ËèÕ ÃÍ× μÔ´μÑ駺¹ÂÒ¹¾Ò˹РẺÁ×ͶÍ× μ´Ô μÑÇ

๑๐๗ ¡ÒÃầ‹ ¡ÅÁØ‹ ÊÞÑ ÞÒ³àÃÂÕ ¡¢Ò¹μÒÁ¾¹×é ·Õè ¢Í§ตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ - ù Ÿ

๑๐๘ ¡ÒÃầ‹ ¡Å‹ÁØ áÅШ§Ñ ËÇ´Ñ μ‹Ò§æ ¢Í§¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ-ù áÅРȪμ. ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ò ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ó ๑. พระนครศรอี ยธุ ยา ๑. ชลบุรี ๑. นครราชสีมา ๒. อา งทอง ๒. ฉะเชิงเทรา ๒. ชยั ภูมิ ๓. สระบุรี ๓. ปราจีนบุรี ๓. บุรีรมั ย ๔. ปทุมธานี ๔. นครนายก ๔. สรุ นิ ทร ๕. สงิ หบรุ ี ๕. ระยอง ๕. ศรสี ะเกษ ๖. ลพบรุ ี ๖. จันทบุรี ๖. อุบลราชธานี ๗. นนทบุรี ๗. ตราด ๗. ยโสธร ๘. ชยั นาท ๘. สระแกว ๘. อาํ นาจเจรญิ ๙. สมทุ รปราการ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ô ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ õ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ö ๑. ขอนแกน ๑. เชียงใหม ๑. พิษณุโลก ๒. อุดรธานี ๒. เชยี งราย ๒. สุโขทยั ๓. เลย ๓. แมฮ องสอน ๓. กําแพงเพชร ๔. มหาสารคาม ๔. ลําปาง ๔. อุตรดิตถ ๕. กาฬสินธุ ๕. ลําพูน ๕. พจิ ิตร ๖. รอยเอด็ ๖. แพร ๖. เพชรบูรณ ๗. มกุ ดาหาร ๗. นา น ๗. นครสวรรค ๘. นครพนม ๘. พะเยา ๘. อุทัยธานี ๙. สกลนคร ๑๐. หนองคาย ๑๑. หนองบวั ลาํ ภู ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ÷ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ø ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ù ๑. นครปฐม ๑. สุราษฎรธ านี ๑. สงขลา ๒. กาญจนบุรี ๒. ชมุ พร ๒. ตรัง ๓. ราชบรุ ี ๓. ระนอง ๓. พทั ลุง ๔. เพชรบรุ ี ๔. พังงา ๔. สตูล ๕. สพุ รรณบุรี ๕. ภูเกต็ ๕. ปตตานี ๖. สมทุ รสงคราม ๖. กระบ่ี ๖. ยะลา ๗. สมทุ รสาคร ๗. นครศรธี รรมราช ๗. นราธิวาส ๘. ประจวบคีรขี ันธ

º··Õè ñð ¡ÒþѲ¹ÒºØ¤Å¡Ô ÀÒ¾ ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤ เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการพัฒนาบุคลิกภาพ และสามารถพัฒนา บุคลิกภาพของตนเองใหเ ปน ผูทีม่ ีบุคลิกภาพท่ดี ี สามารถสรางภาพลกั ษณทีด่ ีใหก ับองคกรได º·นาํ การดาํ เนนิ ชวี ติ หรอื การประกอบอาชพี ตา งๆ ในปจ จบุ นั ทงั้ หนว ยงานราชการ เอกชน ธรุ กจิ บุคคลไดใหความสําคัญเร่ืองบุคลิกภาพมากทีเดียว ดังจะเห็นไดจากการรับสมัครบุคคลเขาทํางาน ในตาํ แหนง ตา งๆ มกั กาํ หนดคณุ สมบตั ขิ องบคุ ลกิ ภาพไวเ ปน ประการสาํ คญั จากการวจิ ยั วศิ วกรกลมุ หนงึ่ ในสหรัฐอเมริกา พบวา วศิ วกรสมองดี ความรดู ี และบคุ ลิกภาพทีด่ ี สามารถหาเงนิ และปฏิบตั หิ นา ท่ี ไดด กี วาถึง ๖ เทา ของวิศวกรทม่ี ีสมองดี ความรูดแี ตห ยอนบคุ ลกิ ภาพ บุคลิกภาพจึงสงผลตอ “ความสําเร็จ” และ “ความลมเหลว” ของตนเองและองคกร เพราะบุคคลท่ีมีความสามารถและตําแหนงสูงยอมตองทํางานรวมกับคนอ่ืนๆ ได สามารถโนมนาว จิตใจใหผูท่ีติดตอดวยรูสึกพอใจเกิดความนิยมชมชอบ รูสึกประทับใจ ยินดีรวมมือดวยความเต็มใจ ก็จะทําใหการทํางานรวมกันประสบความสําเร็จไดรับการสนับสนุนอยางเต็มที่ เกิดประโยชนรวมกัน ตอ ตนเอง เพื่อนรว มงาน และองคกร งานแตล ะประเภทใหค วามสาํ คญั เกย่ี วกบั บคุ ลกิ ภาพทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป เชน งานบรกิ าร งานขายสินคา สวนใหญจะตองมีบุคลิกภาพดี สะอาด พูดจาสุภาพ ก็จะทําใหมีโอกาสขายสินคาได สูงขึ้น งานประเภทใชกําลังกายบุคลิกภาพของผูประกอบอาชีพน้ีก็จะตองมีลักษณะความแข็งแรง ทางรางกายสูง งานประเภทคาขายสินคาอาหารตางๆ บุคลิกภาพของคนประกอบอาชีพนี้ก็ควรมี บุคลิกภาพที่เหมาะสมคือ แตงตัวสะอาด รัดกุม เรียบรอย ก็จะทําใหมีโอกาสขายสินคาหรืออาหาร ไดดีกวาคนท่ีแตงตวั สกปรก เสือ้ ผา เกา ๆ ไมเ รยี บรอ ย เปนตน ดังนั้น บุคลิกภาพท่ีดีที่ไดรับการปรับปรุงแลวเปรียบเหมือนขุมทรัพยขุมพลังอันย่ิงใหญ ท้ังในดานสวนตัวและการประกอบอาชีพ กอใหเกิดประโยชนและความสําเร็จทั้งทางดานการเงิน ตําแหนงและสังคม บุคลิกภาพจึงเปนเร่ืองที่ควรแกการศึกษา เพ่ือจะไดใชขุมทรัพยใหเกิดประโยชน ตอตนเองและสังคม

๑๑๐ ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧº¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾ บุคลิกภาพตรงกับภาษาอังกฤษวา Personality มีรากศัพทเต็มมาจากภาษากรีก คือ Persona (Per + Sonar) ซึ่งหมายถึง Mask แปลวา หนากากท่ีตัวละครใชสวมใสในการเลนเปน บทบาทแตกตางกันไปตามทไ่ี ดรบั นกั จติ วิทยาหลายทา นไดใ หค วามหมายของคาํ วา บุคลกิ ภาพไว ดังน้ี ¤ÅÑ¡ÎÍˏ¹ (Kluckhohn) ไดกลาววาบุคลิกภาพของมนุษยท่ัวไปจะมีลักษณะรวม ที่เหมือนกันในฐานะเปนมนุษย และจะมีลักษณะสวนหนึ่งที่คลายกับทุกคนในสังคมและวัฒนธรรม ท่ีตนเปนสมาชิก แตขณะเดียวกันจะมีคุณสมบัติที่พิเศษเปนเอกลักษณไมเหมือนใคร เชน คนไทย คนใดคนหนึง่ จะมบี คุ ลกิ ภาพสวนตวั รว มกับ “มนษุ ย” โดยท่ัวไป และจะมีบุคลิกภาพของตนโดยเฉพาะ ¨Õ àÁÍÿ ,‚ áÍÅ àÁÍÿ ‚ áÅÐ ·Õ ¹ÇÔ ¤ÍÁº (G. Murphy, L. Murphy and T. Newcomb) กลา ววา บคุ ลิกภาพ คอื ความเดนประจาํ ตัวของแตละบุคคล ซ่ึงอาจบอกถึงความแตกตางกับบคุ คล อืน่ ๆ ได ในรปู ของปริมาณและคุณภาพในลกั ษณะเดนๆ น้ัน ªä¹à´ÍÏ (Schneider) กลาววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง กระบวนการสรา งหรอื การรวม คุณลักษณะท้ังดานรางกายและจิตใจของบุคคล ตลอดจนความสามารถ ความโนมเอียง นิสัย อากัปกิริยาของแตละบุคคล โดยเฉพาะและบุคลิกภาพจะเปนเครื่องกําหนดปฏิกิริยาของบุคคลที่มี ตอตนเองและผูอ่ืน และเปนผลตอความรูสึกนึกคิดที่มีตอส่ิงแวดลอม วัตถุ บุคคล และวัฒนธรรม ของสงั คมทีเ่ ขาอาศัยอยู àºÍù ÒÏ´ (Bernard) ไดใ หค วามหมายของบคุ ลกิ ภาพวา หมายถงึ ผลรวมทงั้ หมดของ ทาทาง รูปรา ง ลักษณะทางกาย พฤตกิ รรมทแี่ สดงออก แนวโนมการกระทํา ขอบเขตความสามารถ ทงั้ ที่ซอ นเรนอยภู ายในและทแี่ สดงออกมา

๑๑๑ ÁÍÃᏠ¡¹ (Morgan) ใหท ศั นะวา บคุ ลกิ ภาพ คอื คณุ สมบตั แิ ละคณุ ลกั ษณะเดน ของบคุ คล รวมทั้งการปรับตัวของบคุ คลและสง่ิ แวดลอ มตา งๆ ÎÒÏ·áÁ¹ (Hartman) ไดใหความหมายของบุคลิกภาพวาหมายถึง สวนรวมท้ังหมด ที่บุคลิกแสดงออกโดยกิริยาอาการ ความนึกคิด อารมณ นิสัยใจคอ ความสนใจ การติดตอกับผูอ่ืน ตลอดจนรปู รา งหนาตา การแตงกาย และความสามารถในการอยูรวมกบั บคุ คลอน่ื ÎÅÔ ¡ÒÏ´ (Hilgard) กลา ววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง ลักษณะสว นรวมของบุคคลแตละคน อันเปนแนวทางในการปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอม ซึ่งแตละคนมีรูปแบบของการแสดงออกทาง พฤตกิ รรมตางๆ กัน μÒÁ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ©ºÑºÃÒªºÑ³±μÔ Âʶҹ ¾.È.òõòõ ไดใ หความหมายไววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง สภาพนิสยั จาํ เพาะคนหรอื ลกั ษณะเฉพาะประจาํ ตวั ของแตละบคุ คลทป่ี รากฏใหเห็น นอกจากนี้ยังมีความเห็นจากนักจิตวิทยาอีกหลายทานไดใหคําจํากัดความของคําวา บคุ ลิกภาพ ซ่ึงมีความหมายทคี่ ลา ยคลงึ กัน จากคาํ จาํ กัดความของบคุ ลิกภาพดังที่กลาวมาแลวขา งตน จึงสามารถสรปุ ความหมายของคาํ วาบคุ ลิกภาพไดด งั นี้ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾ หมายถงึ แบบแผนพฤตกิ รรมของบคุ คลซงึ่ เปน ลกั ษณะเอกลกั ษณท แ่ี สดงออก ทั้งทางดานความคิด ความรูสึก ความสนใจ สติปญญา รวมท้ังทางดานสรีระ บุคลิกภาพภายนอก และภายใน ทําใหสามารถแยกแยะความแตกตางระหวางบุคคลได บุคลิกภาพของบุคคลเปนผล มาจากพันธกุ รรม (Heredity) และสง่ิ แวดลอม (Environment) ¤ÇÒÁสํา¤Ñޢͧº¤Ø ÅÔ¡ÀÒ¾ การมีบุคลิกภาพท่ีดีจะทําใหบุคคลมีลักษณะสําคัญที่เปนประโยชนตอการดําเนินชีวิต ในแงมุมตางๆ เชน การมีความสามารถในการรับรูและเขาใจในสภาพความเปนจริงไดอยางถูกตอง การแสดงอารมณจะอยูในลักษณะและขอบเขตท่ีเหมาะสม มีความสามารถในการสรางความสัมพันธ กับผูอื่นและสังคมไดดี มีความรัก และความผูกพันตอผูอื่น มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง การพัฒนาทางการแสดงออกของตนตอ ผอู ่นื ไดดี บุคลิกภาพจึงเปนส่ิงสําคัญในการสรางความสัมพันธระหวางบุคคล ทั้งในดานของการ ดาํ เนนิ ชวี ติ การยอมรบั ความแตกตา งระหวา งบคุ คล การปฏบิ ตั หิ นา ทกี่ ารงาน การเขา สงั คม ซงึ่ สง่ิ เหลา น้ี ลว นแลว แตม ผี ลตอ ความเจรญิ กา วหนา ของบคุ คล การมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ที าํ ใหบ คุ คลไดร บั ประโยชน ดงั นี้ ñ. ¤ÇÒÁÁÑè¹ã¨ (Confident) ผูที่มีบุคลิกภาพท่ีดี จะทําใหรูสึกมั่นใจในการแสดงออก มากขึ้น กลาแสดงความคิดเห็น แสดงความรูสึก และกลาที่จะทํากิจกรรมตางๆ ซ่ึงมักจะเปนการ แสดงออกท่ดี ที ําใหผพู บเห็นใหค วามสนใจซึ่งนาํ ไปสคู วามเชื่อมั่นในตนเองของบุคคลผูน ั้น เชน การมี บคุ ลกิ ภาพทด่ี ี เมอื่ ไดร บั คดั เลอื กใหเ ปน ตวั แทนกลมุ ในการนาํ เสนอผลงาน กส็ ามารถนาํ เสนอผลงานไดด ี เพราะมีความมั่นใจ และกลาแสดงออก

๑๑๒ ò. ¤ÇÒÁสาํ àÃç¨ (Success) บคุ คลที่มบี คุ ลกิ ภาพที่ดี สามารถสรางความเช่ือถือศรทั ธา ประกอบกบั ความเชอื่ มนั่ ในตนเอง จงึ สามารถทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถสรา งความศรทั ธา ใหผ รู ว มงานใหค วามรว มมือ ทาํ ใหไ ดรับความสะดวกพรอ มเพรียงและปฏิบตั ิงานใหส าํ เรจ็ ดวยดี ó. ¤ÇÒÁ໚¹μÑǢͧμÇÑ àͧ (Self-confident) ผทู ่มี บี ุคลิกภาพดี จะมีลักษณะเฉพาะตัว และเปนตัวของตัวเองสามารถแสดงออกไดอยางเต็มศักยภาพ ท้ังดานการแสดงออกการแสดง ความคดิ เหน็ เมอื่ เขารว มกจิ กรรมตางๆ ô. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¤ÇÒÁáμ¡μ‹Ò§ÃÐËNjҧºØ¤¤Å (Individual differences) ผูท่ีมี บคุ ลกิ ภาพทดี่ จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา งของบคุ คลวา คนแตล ะคนมคี วามแตกตา งกนั ทงั้ ดา นรปู รา งและสตปิ ญ ญา จงึ ทาํ ใหผ พู บเหน็ ยอมรบั และแยกความแตกตา งของบคุ คลได ชว ยใหส ามารถ รูจ ักและเขา ใจบคุ คลแตละคนไดด ีขนึ้ õ. ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ (Adaptation) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา ง ระหวา งบคุ คลจงึ สามารถปรบั ตวั ใหเ ขา กบั บคุ คลและสถานการณไ ดด ขี นึ้ สามารถสรา งสมั พนั ธภาพกบั บคุ คลท่ีแวดลอ มและเก่ยี วของได ö. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¢Í§¡ÅØ‹Á (Acceptance) ผูท่ีมีบุคลิกภาพดียอมเปนท่ีตองตาตองใจ นิยมชมชอบศรัทธา เชื่อม่ัน และไดรับการยอมรับจากกลุมเปนอยางดี ทําใหรูสึกพอใจ ยินดี และมคี วามมน่ั คงทางดานจติ ใจ เสริมสรา งใหไ ดรับความสําเรจ็ ท้ังสวนตนและองคกร ÷. ¡ÒäҴËÁÒ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ (The expected behavior) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดที ตี่ า งกนั ทาํ ใหส ามารถทาํ นายพฤตกิ รรมของบคุ คลนน้ั ได เชน บคุ คลทย่ี มิ้ แยม แจม ใสมกั เปน คนทม่ี มี นษุ ยส มั พนั ธด ี บคุ คลทีม่ คี วามกระตอื รอื รน มกั เปนผใู ฝร ู ใฝเ รียน เปน ตน ÅѡɳСÃÔ ÂÔ Ò·Ò‹ ·Ò§ ÊÒÁÒöºÍ¡¶Ö§ºØ¤Å¡Ô ÀÒ¾¢Í§ºØ¤¤Åä´Œ

๑๑๓ ¾Ñ²¹Ò¡ÒôŒÒ¹º¤Ø ÅÔ¡ÀÒ¾ บคุ ลิกภาพท่หี ลอหลอมเร่ือยมาตงั้ แตเ กดิ จนตายนัน้ มีพฒั นาการตามความเจรญิ เติบโต ตามชว งอายุหรอื ตามวัย ดังตอ ไปน้ี ñ. ÇÂÑ ·Òá (Infant) อายแุ รกเกิดถึง ๒ ขวบ เปนพัฒนาการดา นบคุ ลกิ ภาพของมนุษยในการวางรากฐาน ของชวี ติ ซงึ่ ไดร บั อทิ ธพิ ลจากครอบครวั โดยเฉพาะผเู ลย้ี งดู เวน แตท ารกทไี่ ดร บั การเลย้ี งดจู ากสถานเลย้ี งดู (Nursery) พฤติกรรมก็จะตางออกไป อิทธพิ ลท่มี ผี ลตอบคุ ลกิ ภาพของทารกมดี ังนี้ ๑. ความสัมพันธของบุคคลในครอบครัว เชน ระหวางพอแมท่ีมีตอลูก ระหวางพอ และแมเอง ถาเดก็ พบวาครอบครัวมีการทะเลาะเบาะแวงเปน ประจาํ ขดั แยงและทํารายซง่ึ กนั และกัน หรอื พอ แมเ ลกิ กนั เดก็ จะเกดิ ความเครยี ดในจติ ใจ ปราศจากความสขุ ขาดความอบอนุ กจ็ ะมพี ฤตกิ รรม แสดงออกเรียกรอ งความสนใจดว ยพฤติกรรมตา งๆ ไมเคารพพอแมหรือเฝา สงสารตัวเอง ๒. วิธเี ลีย้ งดูและการอบรมในวัยเดก็ บางครอบครัวเล้ยี งดบู ุตรดว ยวิธเี ผด็จการเขมงวด คือ รับคําส่ังและทําตามอยางเดียวไมใหแสดงความคิดเห็น บางครอบครัวเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย บางครอบครัวเลย้ี งดูแบบปลอยปละละเลย ผลทมี่ ีตอเดก็ คือ ๒.๑ การเลย้ี งดแู บบเขม งวดหรอื เผดจ็ การ เดก็ จะรสู กึ วา พอ แมไ มร กั ตน เดก็ จะกลายเปน คนข้ีกลวั คอื กลัวผูปกครองจนลนลานหรือตอตา นอํานาจหรอื วา ฝน คําสั่งจนกลายเปน คนดอ้ื ดาน ๒.๒ การเล้ียงดแู บบประชาธปิ ไตย คือ ผปู กครองเขาใจความตอ งการและใหอสิ ระ ตามสมควร ไมล งโทษดว ยวิธเี ฆีย่ นตีมากนัก เดก็ จะมกี ารปรับตวั ทดี่ ี เปน ตวั ของตวั เอง กลาแสดงออก และเช่อื มัน่ ในตวั เอง ๒.๓ การเลยี้ งดแู บบปลอ ยปละละเลย พอ แมม กั ตามใจเดก็ ทกุ เรอื่ ง ผลทเี่ กดิ กบั เดก็ คอื เด็กจะเปน คนเอาแตใจตวั เอง ทําอะไรเองไมไ ด ตองพ่งึ พาคนอ่นื เสมอ ไมม รี ะเบียบวินยั เปน ตน ๓. ความสมา่ํ เสมอในการเลยี้ งดู พอ แมค วรปฏบิ ตั ติ อ เดก็ สมาํ่ เสมอ เชน การใหค วามรกั ความเอาใจใส ถาทําบางไมทําบางจนเด็กจับสังเกตไมได เด็กจะเกิดไมแนใจวาตนเปนท่ีรักที่ตองการ ของพอแมห รือไม ๔. พอ แมค วรใหค วามรกั ความเอาใจใสต อ ลกู เทา กนั ถา มลี กู หลายคน การเลอื กทรี่ กั มกั ทชี่ งั จะทําใหเดก็ เกิดปมดอยและความอจิ ฉาริษยา ๕. พอแมควรหาโอกาสใหเด็กไดคุนเคยกับคนแปลกหนาบาง เด็กจะไดไมขี้อาย กลาแสดงออก ซง่ึ เปนการสรางพัฒนาการทางสงั คมแกเ ด็ก

๑๑๔ ¡ÒôÙáÅàÍÒã¨ãÊ¢‹ ͧ¾Í‹ áÅÐáÁ‹μ§éÑ áμ‹·Òá Ê‹§¼ÅμÍ‹ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾¢Í§ºØ¤¤Å (·ÕèÁÒ : http:/www.thisisfamily.org) ò. ÇÂÑ à´ç¡μÍ¹μ¹Œ (Children) เดก็ อายรุ ะหวา ง ๓-๕ ป เปน วยั ทเ่ี ดก็ จะลอกเลยี นแบบพอ แมห รอื บคุ คลในครอบครวั เชน พฤตกิ รรม ทศั นคติ อารมณ คา นยิ ม เปน วยั ทเี่ ดก็ ผกู พนั กบั ครอบครวั มาก โดยเฉพาะอยา งยงิ่ พอ แม ถา เดก็ ประสบปญ หาครอบครวั ในวยั นี้ เชน พอ หรอื แมจ ากเดก็ ไปนานๆ พอ แมเ ลกิ กนั จะมผี ลตอ จติ ใจ ของเดก็ มาก เดก็ จะมอี าการขาดความสขุ กา วรา วเรยี กรอ งความสนใจ หรอื เงยี บไมพ ดู จากบั ใคร เปน ตน ความคิดเห็นของเด็กวัยนี้คอนขางจะมีความคิดเห็นตอตัวเองวาตนมีความสามารถ มากนอยแคไหน ตนเปนคนดีหรือไม ผูปกครองตองไมตั้งระดับความหวังตอเด็กไวสูงเกินไป ถาเด็ก ไมสามารถทําได เด็กจะทอใจและหมดกําลังใจ เด็กเปนปมดอย หากพอแมฝกหัดใหเด็กทําตัวเปน ตัวอยางที่ดีของนอง หรือชวยเหลือครอบครัวดวยการเล้ียงดูนอง จะทําใหเด็กมีความรูสึกเปนผูใหญ มีความรบั ผดิ ชอบ เปน ตน ความแตกตา งระหวา งบคุ คลทีป่ รากฏชัดในวยั น้ี คือ ลกั ษณะการเปน ผนู าํ การเปน ผูตาม ชอบสังคม หนีสังคม และบุคลิกภาพตามเพศของตัวเอง จากการอบรมของครอบครัว เชน เดก็ ผชู ายใหล กั ษณะผนู าํ ปราดเปรยี ว เดก็ ผหู ญงิ ใหว า งา ย เชอ่ื ฟง ออ นหวาน เรยี บรอ ย ถา เดก็ ในวยั น้ี ไดรับประสบการณทไี่ มดี เชน เพอื่ นแกลง จะทําใหเ ขาเกลียดสงั คมและกลายเปนคนเกบ็ ตัวไปในท่ีสุด

๑๑๕ à´ç¡·Õèä´ŒÃºÑ ¡ÒôÙáÅàÍÒã¨ãÊ‹¨Ò¡¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¨ÐÁ¾Õ ÄμÔ¡ÃÃÁ¡ÅÒŒ áÊ´§ÍÍ¡ (·ÕÁè Ò : http://board.postjung.com) ó. ÇÑÂËعμÍ¹μ¹Œ (Early Adolescence) เดก็ วยั ๑๓-๑๖ ป ถอื วา เขา สวู ยั รนุ เดก็ ในวยั นม้ี เี รอื่ งบคุ ลกิ ภาพเกยี่ วกบั ความคดิ เหน็ ท่มี ตี อตนเอง เชน ความไมพ อใจ ไมเ ขา ใจตัวเอง เพราะพฒั นาการทางดา นรางกายยังไมพฒั นาไปถึง ขีดสุด เดก็ มักจะกงั วลอยูก ับการเปลยี่ นแปลงของรา งกายและอารมณจ ากวัยเดก็ เขาสูว ัยรนุ ซ่ึงเด็กจะ ตองปรบั ตัวอกี ระดับหนงึ่ จึงทําใหก ิริยาอาการเปลีย่ นแปลงไป บางคร้ังจะโดนผใู หญดุวา โตแลวจะทํา เปน เดก็ เขาจงึ วา วนุ และสงสยั วา อะไรคอื ความพอดี การทเี่ ดก็ วยั นมี้ ปี ญ หาสว นตวั และสงั คม ทาํ ใหเ ขา ขาดความเช่ือมั่นในตัวเองในเร่ืองความสามารถ การยอมรับจากผูอ่ืน จึงทําใหวัยรุนแสดงพฤติกรรม ออกมาในรูปแบบปฏิเสธ ไมยอมรบั สิง่ ตางๆ พยายามขดั คําส่งั และหาขอ แกต วั มาอางเสมอ ô. ÇÂÑ Ã¹Ø‹ μ͹»ÅÒ (Late Adolescence) อายุตั้งแต ๑๗-๒๑ ป บุคลิกภาพโดยทั่วๆ ไป จะเริ่มดีข้ึน เลิกกังวลกับตัวเอง ลงเพราะผปู กครองเร่ิมใหอสิ ระมากขึน้ ตวั เขาก็เริม่ มวี ิจารณญาณทีด่ ขี ึน้ เขา ใจผูอ่ืนมากขนึ้ มเี หตุผล รจู กั เปล่ียนแปลง ปรับปรุง และแกไขบุคลกิ ภาพของตวั เองใหด ขี ึน้ สงิ่ ทีม่ สี ว นในการปรบั ปรงุ บคุ ลิกภาพของวัยรุนตอนปลาย คอื ๑. การรจู กั ตวั เองมากขนึ้ และยอมรบั ความเปน จรงิ พรอ มจะแกไ ขขอ บกพรอ งและรกั ษา สวนท่ดี ีของตัวเอง ๒. การมคี วามเชอื่ มน่ั ในตวั เอง คอื ความคดิ เหน็ ทม่ี ตี อ ตนเองทมี่ นั่ คงขนึ้ ไมใ ชเ ปลยี่ นแปลง ตามอารมณตลอดเวลา ๓. การมคี วามภาคภมู ิใจในตัวเองดวยเหตผุ ลวา ประสบความสาํ เรจ็ ตามความสามารถ ของตน และการทผี่ ใู หญพ ยายามเปด โอกาสใหเ ดก็ ไดท าํ ในสง่ิ ทเ่ี หมาะกบั ความถนดั ความสามารถและ ความสนใจของเขา

๑๑๖ ÅѡɳТͧºØ¤ÅÔ¡ÀÒ¾·Õè´Õ ลักษณะของบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดีนั้นเปนท่ีปรารถนาของสังคม บุคคลท่ีมีบุคลิกภาพ ท่ีสมบูรณยอมเปนบุคคลที่เปนที่ยอมรับของบุคคลในสังคมสามารถอยูในสังคมไดอยางมีความสุข และทัศนคติของคนโดยทั่วไปเห็นวา บคุ คลที่มบี คุ ลิกภาพทดี่ ีนั้น จะตอ งมีองคป ระกอบตางๆ ซ่งึ สถิต สงศส วรรค (๒๕๕๑ : ๒๑๕) ไดส รุปลักษณะของบคุ ลกิ ภาพทีด่ ี ดงั นี้ ๑. ทาทางสงางาม มีลักษณะทาทางท่ีดี มีลักษณะทางรางกายสงา กระฉับกระเฉง คลองแคลว วองไว ๒. มสี ุขภาพท่ดี รี างกายสมบูรณแขง็ แรง ๓. ปรบั ตวั เขา กบั สง่ิ แวดลอ มและสงั คมไดด ใี นทกุ กาลเทศะ เปน บคุ คลทมี่ คี วามสามารถ สรางความสมั พันธอ นั ดีกบั บุคคลท่ัวไป และเปนบคุ คลท่ปี รบั ตวั เขากบั บคุ คลอนื่ ไดดี ๔. เปนคนท่ีมีเหตุมผี ลละเอียดออน สขุ ุมรอบคอบ ๕. เปนคนมีความอดทน มีกําลังใจกลาเผชิญกับอุปสรรคและภาวะคับขัน สามารถ ที่จะเผชิญกับเหตุการณต างๆ โดยไมห วัน่ ไหว ๖. เปน ตวั ของตวั เอง กลา ตดั สนิ ใจ กลา คดิ ไมค อยแตจ ะพง่ึ พาผอู นื่ รจู กั ชว ยเหลอื ตวั เอง เม่ือเกิดสถานการณคับขัน กลาพูดความจริง กลายอมรับความจริง ยิ้มไดเม่ือมีภัยมา กลาเผชิญ ความจริงและเขา ใจถงึ ธรรมชาติของมนุษย ๗. มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไมเปนคนขี้อายเปนคนที่มีความสามารถตัดสินใจไดอยาง ฉับพลัน ไมมีจิตใจเรรวน สิ่งเหลานี้จะทําใหมีลักษณะของความเปนผูนําเปนท่ีเช่ือถือและไววางใจ ของผูอ่นื ๘. ไมมองโลกในแงราย เปน บคุ คลท่มี องโลกในแงดอี ยเู สมอ ๙. ไมเห็นแกต ัวเอาเปรยี บผูอนื่ รจู ักชว ยเหลือผอู ื่น ๑๐. มีความเห็นอกเหน็ ใจผูอ่ืน เอาใจเขามาใสใจเรา ๑๑. มคี วามกระตือรอื รน ใฝห าความรแู ละรักความกา วหนา ๑๒.มคี วามสภุ าพเรยี บรอ ย กริ ยิ ามารยาทดี วาจาทา ทางทแ่ี สดงออก มวี าทศลิ ปใ นการพดู พดู จาไพเราะไมหยาบคาย ใหเกียรตผิ ูอ ืน่ ถือวา เปนเสนหแกผ พู บเหน็ ๑๓.มคี วามสงบเสงย่ี ม รจู กั อดกลน้ั รจู กั ควบคมุ อารมณ ไมต นื่ เตน ไมห วน่ั ไหวตอ เหตกุ ารณ ตา งๆ งายเกนิ ไป มีสตทิ ีด่ ีและรจู ักบังคับจติ ใจตนเอง ๑๔.มีความราเริงสดช่ืนแจมใสอยูเสมอ เปนคนที่มีอารมณดี จิตใจดี ปรับตัวใหเขากับ บุคคลทกุ ระดับ ใครๆ ก็พอใจอยากพบเหน็ และคบหาสมาคมดวย ๑๕.รจู กั กาลเทศะ รจู ักจังหวะเวลาและสถานที่ ๑๖. มคี วามซอื่ สตั ยสจุ ริต ๑๗.ย้ิมเปน สหี นา ยมิ้ แยม แจม ใสเปน นิจ ๑๘.มปี ระสบการณทหี่ ลากหลาย ตอ งเขาใจโลก เขาใจชวี ติ

๑๑๗ ÊÃ»Ø การมีบุคลิกภาพท่ีดีจะทําใหบุคคลมีลักษณะสําคัญที่เปนประโยชนตอการดําเนินชีวิต ในแงมุมตางๆ เชน การมีความสามารถในการรับรูและเขาใจในสภาพความเปนจริงไดอยางถูกตอง การแสดงอารมณจะอยูในลักษณะและขอบเขตที่เหมาะสม มีความสามารถในการสรางความสัมพันธ กับผูอ่ืนและสังคมไดดี มีความรักและความผูกพันตอผูอื่น มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง การพฒั นาทางการแสดงออกของตนตอ ผูอ ่ืนไดด ี บุคลิกภาพจึงเปนสิ่งสําคัญในการสรางความสัมพันธระหวางบุคคลท้ังในดานของการ ดาํ เนนิ ชวี ติ การยอมรบั ความแตกตา งระหวา งบคุ คล การปฏบิ ตั หิ นา ทก่ี ารงาน การเขา สงั คม ซง่ึ สง่ิ เหลา นี้ ลว นแลว แตม ผี ลตอ ความเจรญิ กา วหนา ของบคุ คล การมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ที าํ ใหบ คุ คลไดร บั ประโยชน ดงั น้ี ñ. ¤ÇÒÁÁ¹Ñè 㨠(Confident) ผทู ม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะทาํ ใหร สู กึ มน่ั ใจในการแสดงออกมากขนึ้ กลาแสดงความคิดเห็นแสดงความรูสึกและกลาที่จะทํากิจกรรมตางๆ ซึ่งมักจะเปนการแสดงออกที่ดี ทาํ ใหผูพ บเหน็ ใหค วามสนใจซึ่งนาํ ไปสคู วามเชอ่ื มน่ั ในตนเองของบุคคลผนู ั้น เชน การมบี ุคลิกภาพทีด่ ี เมอื่ ไดร บั คดั เลอื กใหเ ปน ตวั แทนกลมุ ในการนาํ เสนอผลงาน กส็ ามารถนาํ เสนอผลงานไดด ี เพราะมคี วามมน่ั ใจ และกลา แสดงออก ò. ¤ÇÒÁสําàÃç¨ (Success) บุคคลท่ีมีบุคลิกภาพที่ดีสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา ประกอบกบั ความเชอ่ื มน่ั ในตนเองจงึ สามารถทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถสรา งความศรทั ธา ใหผ รู ว มงานใหค วามรวมมอื ทําใหไ ดร บั ความสะดวกพรอ มเพรยี งและปฏบิ ัติงานใหส าํ เรจ็ ดว ยดี ó. ¤ÇÒÁ໹š μÇÑ ¢Í§μÇÑ àͧ (Self-confident) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพดจี ะมลี กั ษณะเฉพาะตวั และ เปน ตวั ของตวั เอง สามารถแสดงออกไดอ ยา งเตม็ ศกั ยภาพทง้ั ดา นการแสดงออก การแสดงความคดิ เหน็ เมอ่ื เขา รว มกิจกรรมตา งๆ ô. ¡ÒÃÂÍÁÃºÑ ¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËÇÒ‹ §º¤Ø ¤Å (Individual differences) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพ ทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา งของบคุ คลวา คนแตล ะคนมคี วามแตกตา งกนั ทง้ั ดา นรปู รา ง และสติปญญา จงึ ทําใหผูพบเห็นยอมรับและแยกความแตกตา งของบุคคลได ชว ยใหส ามารถรูจ กั และ เขาใจบุคคลแตล ะคนไดดขี นึ้ õ. ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ (Adaptation) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา ง ระหวางบุคคล จึงสามารถปรับตัวใหเขากับบุคคลและสถานการณไดดีขึ้น สามารถสรางสัมพันธภาพ กับบคุ คลท่แี วดลอมและเกย่ี วของได ö. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¢Í§¡Å‹ØÁ (Acceptance) บุคคลท่ีมีบคุ ลกิ ภาพดยี อมเปนท่ตี อ งตาตอ งใจ นิยมชมชอบ ศรัทธา เชื่อมั่น และไดรับการยอมรับจากกลุมเปนอยางดี ทําใหรูสึกพอใจ ยินดี และ มีความมน่ั คงทางดานจติ ใจ เสริมสรา งใหไดร ับความสาํ เรจ็ ท้งั สว นตนและองคก ร ÷. ¡ÒäҴËÁÒ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ (The expected behavior) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดที ต่ี า งกนั ทาํ ใหส ามารถทาํ นายพฤตกิ รรมของบคุ คลนนั้ ได เชน บคุ คลทยี่ ม้ิ แยม แจม ใสมกั เปน คนทม่ี มี นษุ ยส มั พนั ธด ี บคุ คลทม่ี คี วามกระตือรือรน มกั เปน ผูใฝร ูใฝเ รยี น เปนตน

๑๑๘ ¡¨Ô ¡ÃÃÁ·ŒÒº· ทานคดิ วา การที่มบี ุคลกิ ภาพที่ดจี ะสงผลตอ การปฏิบัติหนาท่อี ยางไรบา ง àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §Í§Ô http://theirowndevelopment.blogspot.com http://www.baanjomyut.com/library/personality/๒๐.html http://board.postjung.com

ÀÒ¤¼¹Ç¡

1

๑๒๑ ÃÐàºÕº ¡.μ.ª. ÇÒ‹ ´ŒÇ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตาํ ÃǨ ¾.È.òõôù อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๑๘ (๖) แหง พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดย มติ ก.ต.ช. ในการประชมุ ครั้งท่ี ๔/๒๕๔๘ เมื่อวันท่ี ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมครงั้ ท่ี ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ก.ต.ช.จงึ ออกระเบียบไวด ังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบยี บนเี้ รียกวา “ระเบียบ ก.ต.ช. วาดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตาม การบรหิ ารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙” ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ใหผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบน้ี ËÁÇ´ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ ÒçҹตําÃǨ ʋǹ·èÕ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã *ขอ ๔ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจกรุงเทพมหานคร เรยี ก โดยยอ วา “กต.ตร.กทม.” ประกอบดวย (๑) ผูบัญชาการตํารวจแหง ชาติ เปน ประธานกรรมการ (๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร เปนรองประธานกรรมการคนที่ ๑ *ขอ ๔ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ ขอ ๒ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง วันที่ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๐)

๑๒๒ (๓) อธิบดอี ยั การฝายคดอี าญา เปนรองประธานกรรมการคนที่ ๒ (๔) ผูบัญชาการกองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล เปนรองประธานกรรมการคนท่ี ๓ (๕) รองผูบัญชาการกองบัญชาการตํารวจนครบาล จํานวนสามคน ที่ผูบัญชาการ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาลมอบหมาย เปนกรรมการ (๖) ผอู าํ นวยการสาํ นกั ปอ งกนั และแกไ ขปญ หาการคา หญงิ และเดก็ กระทรวงการพฒั นา สงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย เปนกรรมการ (๗) กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิท่ปี ระธาน กต.ตร.กทม. แตงตั้งจากผแู ทนดา นตาง ๆ ดงั นี้ (ก) ดานธรรมาภิบาล จํานวนหน่ึงคน (ข) ดา นความมัน่ คง จํานวนหนึง่ คน (ค) ดานการจราจรและอบุ ตั ภิ ัย จาํ นวนหนง่ึ คน (ง) ดานการพัฒนา จํานวนหน่ึงคน (จ) ดา นเศรษฐกิจ จํานวนหนึ่งคน (ฉ) ดา นสงั คม จาํ นวนหนึ่งคน (ช) ดา นการมีสว นรวมของประชาชนและชมุ ชน จํานวนหนึง่ คน (๘) ประชาชนโดยพจิ ารณาแตง ตงั้ จากผทู เ่ี คยเปน กต.ตร.สถานตี าํ รวจ และมปี ระสบการณ ดานใดดา นหน่งึ ตามขอ ๔(๗) โดยอนุโลม จาํ นวนสามคน เปนกรรมการ ใหผูบังคับการกองบังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจนครบาล เปนเลขานุการ รองผบู งั คบั การ กองบงั คบั การอาํ นวยการ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล จาํ นวนหนง่ึ คน และขา ราชการ ตาํ รวจระดบั ผกู าํ กบั การขน้ึ ไปในสงั กดั กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล จาํ นวนหนงึ่ คน ทปี่ ระธาน กต.ตร. กทม. แตงต้ัง เปน ผูช ว ยเลขานกุ าร” ขอ ๕ กรรมการผูท รงคุณวุฒแิ ละประชาชน ตอ งมคี ณุ สมบตั ิและไมมลี ักษณะตอ งหา ม ดงั ตอไปนี้ (๑) มีสญั ชาตไิ ทย (๒) ไมเปนขา ราชการการเมือง สมาชกิ รัฐสภา หรอื ผูดํารงตําแหนงในพรรคการเมอื ง (๓) ไมเ ปน ขา ราชการประจาํ พนกั งานและลกู จา งของหนว ยงานของรฐั หรอื รฐั วสิ าหกจิ ยกเวนกรรมการตามขอ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค) (๔) ไมเปนผูบ กพรองในศีลธรรมอันดี (๕) ไมเปน บคุ คลลม ละลาย (๖) ไมเ ปนคนไรความสามารถ หรือเสมือนไรความสามารถ (๗) ไมเปนผเู คยไดรบั โทษจําคุกโดยคาํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ใหจําคกุ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรับ ความผดิ ทีไ่ ดกระทําโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ

๑๒๓ ขอ ๖ กรรมการผูทรงคุณวุฒิและประชาชนมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสองป และอาจไดรั บั แตงต้งั ใหมได แตจ ะดาํ รงตําแหนง เกินสองวาระติดตอ กันไมได ใหก รรมการผทู รงคุณวฒุ แิ ละประชาชนซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระ ปฏบิ ตั หิ นาท่ีตอ ไป จนกวากรรมการผูท รงคณุ วุฒแิ ละประชาชนซ่งึ ไดรับการแตง ต้ังใหมเ ขา รับหนาท่ี ขอ ๗ นอกจากการพน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว กรรมการผทู รงคณุ วฒุ แิ ละประชาชน พนจากตาํ แหนงเมอื่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคณุ สมบัติหรือมีลกั ษณะตองหา มตามขอ ๕ (๔) ขาดการประชมุ เกนิ หกคร้ังในรอบป นบั แตว ันทไี่ ดร บั การแตงต้งั (๕) กต.ตร.กทม. มมี ตดิ วยคะแนนเสยี งไมนอยกวา สองในสามของจํานวนกรรมการ ท้ังหมด ใหพนจากตําแหนง เน่ืองจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทํา ท่ไี มเหมาะสมตอ การปฏิบตั ิหนาทก่ี รรมการ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหดําเนินการ สรรหาและแตงต้ังบุคคลเปน กรรมการแทน เวนแต วาระการดาํ รงตาํ แหนง ของกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ หรือประชาชนจะเหลือไมถึงเกา สบิ วนั ในกรณีนีจ้ ะไมด าํ เนนิ การใหม ีการสรรหาและแตงต้งั กไ็ ด ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตาม วรรคสอง อยูในตําแหนง เพียงเทา วาระท่เี หลอื อยขู องผซู งึ่ ตนแทน *ขอ ๘ กต.ตร.กทม. มีอาํ นาจหนาทีด่ ังตอไปนี้ (๑) รบั แนวทางและนโยบายการพฒั นาและการบรหิ ารงานตํารวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติ เพ่ือใหเ กิดผลตามนโยบาย (๒) ใหคําปรึกษาและขอเสนอแนะการปฏิบัติงานของกองบัญชาการตํารวจนครบาล และ กต.ตร.สน. ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบริหารงานตาํ รวจ (๔) ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล และดาํ เนนิ การใหเ ปน ไปตามระเบยี บ ก.ต.ช. วา ดว ยการรบั คาํ รอ งเรยี น ของประชาชนเกีย่ วกบั การปฏิบัติหนา ท่ีของขา ราชการตํารวจ *ขอ ๘ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตารํ วจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๒ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๕๙ ง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑)

๑๒๔ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพนื้ ที่ (๗) ใหคําแนะนําและชวยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธงานของกองบัญชาการ ตํารวจนครบาล (๘) เสรมิ สรา งความเขา ใจและความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา ง กต.ตร.กทม. กบั ขา ราชการตาํ รวจ ผปู ฏบิ ัตหิ นาที่และประชาชนในพนื้ ที่ (๙) แตง ตงั้ คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทป่ี รกึ ษา เพอื่ ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามที่ กต.ตร.กทม. มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏิบตั ิงานให ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนาทอี่ นื่ ตามท่ี ก.ต.ช. มอบหมาย ʋǹ·Õè ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨ¨Ñ§ËÇÑ´ ขอ ๙ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจจงั หวดั ... โดยออกนาม ตามช่ือจงั หวดั น้นั เรยี กโดยยอ วา “ กต.ตร.จังหวัด ...” ประกอบดวย (๑) ผูว า ราชการจงั หวัด เปน ประธานกรรมการ (๒) ผูบงั คับการตํารวจภธู รจงั หวดั เปน รองประธานกรรมการคนท่ี ๑ (๓) อยั การจงั หวดั เปน รองประธานกรรมการคนท่ี ๒ (๔) พฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษยจ งั หวัด เปนกรรมการ (๕) นายกองคการบรหิ ารสว นจังหวัด เปน กรรมการ (๖) ผูบงั คับการกองบังคับการอํานวยการ ตาํ รวจภธู รภาค หรอื ผแู ทน เปน กรรมการ (๗) รองผบู งั คบั การตํารวจภธู รจังหวัด เปน กรรมการ (๘) ขาราชการตํารวจซึ่งเปนหัวหนาหนวยงานในสังกัดสํานักงานตรวจคนเขาเมือง กองบังคับการตํารวจทองเที่ยว กองบังคับการตํารวจทางหลวง กองบังคับการตํารวจน้ํา ซ่ึงปฏิบัติ ราชการประจาํ อยูในจังหวดั นั้น เปน กรรมการ กรณมี ีหัวหนา หนวยงานหลายระดับในสังกัดเดยี วกนั ใหผ บู งั คับการหรอื รองผบู ังคบั การ ทีท่ าํ หนาทห่ี วั หนาหนวยงานมอบหมายหวั หนา หนวยงานดงั กลาวจาํ นวนหนงึ่ คน เปนกรรมการ (๙) กรรมการผทู รงคุณวุฒทิ ปี่ ระธาน กต.ตร.จังหวัด แตงตง้ั จากผูแทนดา นตาง ๆ ดังน้ี (ก) การศาสนา หรือวฒั นธรรมซ่ึงดําเนนิ กิจกรรมอยใู นจังหวดั น้ัน จาํ นวนหน่ึงคน (ข) การศกึ ษาซ่ึงปฏบิ ตั หิ นา ที่หรือประกอบการในจงั หวดั นนั้ จํานวนหนึ่งคน (ค) การแพทย หรือการสาธารณสขุ ซงึ่ ปฏบิ ัตหิ นา ที่หรือประกอบการในจงั หวดั น้นั จาํ นวนหน่งึ คน

๑๒๕ (ง) การทองเที่ยว ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจบริการซ่ึงประกอบการในจังหวัดน้ัน จาํ นวนหนงึ่ คน (จ) พาณิชยกรรมอุตสาหกรรม หัตถกรรมหรือธุรกิจการเงินซ่ึงประกอบการ ในจงั หวัดน้ัน จาํ นวนหน่ึงคน (ฉ) องคก รเอกชนสาธารณประโยชนซ งึ่ จดั ตงั้ ขน้ึ โดยไมแ สวงหากาํ ไร และมวี ตั ถปุ ระสงค สว นใดสว นหนง่ึ หรอื ทงั้ หมดในการดาํ เนนิ กจิ กรรม เพอ่ื สาธารณประโยชนใ นจงั หวดั นนั้ จาํ นวนหนงึ่ คน (ช) เกษตรกรรมซึง่ ประกอบการในจงั หวดั น้นั จาํ นวนหนึง่ คน (๑๐) ประชาชน จาํ นวนสามคน เปน กรรมการ ใหผูกํากับการซ่ึงทําหนาที่ดานอํานวยการของตํารวจภูธรจังหวัด เปนเลขานุการ รองผูกํากับการ ซ่ึงทําหนาที่ดานอํานวยการของตํารวจภูธรจังหวัด จํานวนหน่ึงคน และขาราชการ ตาํ รวจระดบั สารวตั รขนึ้ ไปในสงั กดั ตาํ รวจภธู รจงั หวดั จาํ นวนหนง่ึ คน ทป่ี ระธาน กต.ตร.จงั หวดั แตง ตงั้ เปนผชู ว ยเลขานุการ ขอ ๑๐ ใหน าํ ความในขอ ๕ ขอ ๖ และขอ ๗ มาใชก ับ กต.ตร.จังหวัด โดยอนุโลม กรณี ท่ีบทบัญญัติตามขอ ๕ (๓) กลาวถึงยกเวนกรรมการตามขอ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค) ใหหมายถึงยกเวน กรรมการตามขอ ๙ (๙) (ก) ถงึ (ค) และกรณที บ่ี ทบญั ญตั ติ ามขอ ๗ (๕) กลา วถงึ กต.ตร.กทม. ใหห มายถงึ กต.ตร.จังหวัด *ขอ ๑๑ กต.ตร.จงั หวัดมอี าํ นาจหนา ท่ดี ังตอไปน้ี (๑) รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตาํ รวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหเ กิดผลตามนโยบาย (๒) ใหคําปรึกษาและใหขอเสนอแนะการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในเขตพ้ืนท่ี จงั หวัดนน้ั และ กต.ตร.สภ. ใหเ ปน ไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบรหิ ารงานตาํ รวจ (๔) ตรวจสอบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในเขตพื้นที่ จงั หวัดนั้นใหเ ปน ไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด ตาํ รวจภธู รจงั หวดั และดาํ เนนิ การใหเ ปน ไปตามระเบยี บ ก.ต.ช. วา ดว ยการรบั คาํ รอ งเรยี นของประชาชน เก่ียวกับการปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องขาราชการตาํ รวจ *ขอ ๑๑ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๓ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)

๑๒๖ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพ้นื ที่ (๗) ใหคําแนะนาํ และชว ยเหลอื สนับสนุนการประชาสัมพันธงานของตํารวจภธู รจงั หวัด (๘) เสริมสรา งความเขาใจและความสัมพันธอันดีระหวา ง กต.ตร.จงั หวัด กบั ขา ราชการ ตาํ รวจ ผูปฏิบัตหิ นาทแี่ ละประชาชนในพ้ืนที่ (๙) แตง ตง้ั คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทปี่ รกึ ษา เพอ่ื ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามท่ี กต.ตร.จังหวดั มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านให ก.ต.ช.ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนาท่อี ืน่ ตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย ʋǹ·Õè ó ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨʶҹÕตําÃǨ ขอ ๑๒ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจนครบาล ... โดยออกนามตามชอื่ สถานีตํารวจน้นั เรียกโดยยอวา “กต.ตร.สน....” ประกอบดว ย (๑) หวั หนาสถานตี ํารวจนครบาล เปน กรรมการ (๒) ผอู าํ นวยการเขต หรอื ผูชว ยผอู าํ นวยการเขตทผี่ อู ํานวยการเขตมอบหมายซงึ่ มีพน้ื ที่ รบั ผิดชอบสวนใดสวนหนง่ึ อยูในเขตพื้นที่ของสถานีตาํ รวจนั้นจํานวนเขตละหนึ่งคน เปน กรรมการ (๓) ขาราชการตาํ รวจซง่ึ ปฏิบตั หิ นาทใ่ี นแตละงานของสถานีตาํ รวจ ตามทีห่ วั หนาสถานี ตาํ รวจมอบหมาย จาํ นวนไมเ กนิ สค่ี น เปน กรรมการ (๔) ขาราชการตํารวจช้ันประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาที่ในสถานีตํารวจน้ัน ท่ีไดร ับการเลอื กจากขา ราชการตาํ รวจช้ันประทวนดว ยกันเอง จาํ นวนหนง่ึ คน เปน กรรมการ (๕) ขา ราชการประจาํ อน่ื นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา งของหนว ยงาน ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ท่ีปฏิบัติหนาที่ประจําในเขตพื้นที่สถานีตํารวจน้ัน จํานวนไมเกินสามคน เปน กรรมการ (๖) ประชาชน จํานวนไมน อ ยกวา หกคนแตไ มเกินเกา คน เปน กรรมการ * ใหขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตรท่ีทําหนาท่ีหัวหนางานธุรการของสถานีตํารวจนั้น เปน เลขานกุ าร และขา ราชการตาํ รวจของสถานตี าํ รวจนนั้ ทห่ี วั หนา สถานตี าํ รวจมอบหมาย จาํ นวนสองคน เปน ผชู วยเลขานกุ าร *ขอ ๑๒ วรรคสอง แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๔ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วนั ท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑)

๑๒๗ ขอ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจภธู ร ... โดยออกนามตามชอ่ื สถานีตํารวจนน้ั เรียกโดยยอ วา “กต.ตร.สภ....” ประกอบดว ย (๑) หัวหนาสถานตี าํ รวจภูธร เปน กรรมการ (๒) นายอําเภอหรอื ปลดั อําเภอท่ีนายอาํ เภอมอบหมาย จาํ นวนหนึ่งคน เปนกรรมการ ยกเวนสถานีตํารวจภูธรตําบลพัทยา ใหปลัดเมืองพัทยาหรือรองปลัดเมืองพัทยาที่ปลัดเมืองพัทยา มอบหมายจํานวนหนึง่ คน เปน กรรมการ (๓) ขาราชการตาํ รวจซึ่งปฏบิ ตั หิ นา ที่ในแตล ะงานของสถานตี าํ รวจ ตามที่หวั หนาสถานี ตาํ รวจมอบหมายจํานวนไมเกนิ สคี่ น เปน กรรมการ (๔) นายกเทศมนตรี ท่ีมีเขตพ้ืนท่ีสวนใดสวนหน่ึงอยูในเขตพื้นที่สถานีตํารวจนั้น เปน กรรมการ หากในเขตพนื้ ทส่ี ถานตี าํ รวจนนั้ มนี ายกเทศมนตรหี ลายคนใหน ายกเทศมนตรเี ลอื กกนั เอง ใหไ ดจ ํานวนหนงึ่ คน เปนกรรมการ (๕) นายกองคการบริหารสวนตําบล ท่ีมีเขตพื้นท่ีสวนใดสวนหนึ่งอยูในเขตพื้นที่สถานี ตํารวจนั้น เปนกรรมการ หากในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจนั้นมีนายกองคการบริหารสวนตําบลหลายคน ใหนายกองคก ารบรหิ ารสวนตําบลเลือกกนั เองใหไดจ าํ นวนหนง่ึ คน เปนกรรมการ (๖) กํานัน ท่ีมีเขตพื้นที่สวนใดสวนหนึ่งอยูในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจน้ัน เปนกรรมการ หากในเขตพนื้ ทส่ี ถานตี าํ รวจนนั้ มกี าํ นนั หลายคน ใหก าํ นนั เลอื กกนั เองใหไ ด จาํ นวนหนงึ่ คน เปน กรรมการ (๗) ขาราชการตํารวจชั้นประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาท่ีในสถานีตํารวจน้ัน ที่ไดร บั การเลอื กจากขาราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนดว ยกนั เองจํานวนหนง่ึ คน เปนกรรมการ (๘) ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา งของหนว ยงาน ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ปฏิบัติหนาท่ีประจําในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจนั้น จํานวนไมเกินสามคน เปนกรรมการ (๙) ประชาชนจาํ นวนไมนอ ยกวา หกแตไ มเกินเกา คน เปน กรรมการ *ใหขาราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรที่ทําหนาที่หัวหนางานธุรการของสถานีตํารวจนั้น เปน เลขานกุ าร และขา ราชการตาํ รวจของสถานตี าํ รวจนน้ั ทห่ี วั หนา สถานตี าํ รวจมอบหมาย จาํ นวนสองคน เปนผูชวยเลขานุการ ในกรณีสถานีตํารวจภูธรใดไมมีขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตร ทําหนาที่ หัวหนางานธุรการ ใหหัวหนาสถานีตํารวจมอบหมายขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตรของสถานี ตํารวจนั้นคนหนง่ึ เปน เลขานกุ าร” ขอ ๑๔ วิธีการเลือกขาราชการตํารวจช้ันประทวน ตามขอ ๑๒ (๔) และขอ ๑๓ (๗) และการเลือกนายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลและกํานัน ตามขอ ๑๓ (๔) ถึง (๖) เปน กรรมการ กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. แลว แตก รณี ใหเ ปน ไปตามวธิ กี ารทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กาํ หนด *ขอ ๑๓ วรรคสอง และขอ ๑๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ตํารวจ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๕ และขอ ๖ (ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)

๑๒๘ ใหหัวหนาสถานีตํารวจประกาศผลการเลือกใหทราบโดยทั่วไป และเสนอประธาน กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวดั มีคําสง่ั แตง ตงั้ พรอมกบั การแตง ตั้งกรรมการ ตามขอ ๑๒ (๕) ถงึ (๖) หรือ ขอ ๑๓ (๘) ถงึ (๙) แลว แตกรณี *ขอ ๑๕ ใหม กี ารประชมุ เพอื่ ลงมตเิ ลอื กประธานกรรมการ โดยใหเ ลอื กจากกรรมการอน่ื ซ่ึงไมเปนขา ราชการตํารวจ ใหดําเนินการประชุมเพื่อลงมติเลือกประธานกรรมการตามวรรคหน่ึงภายในสามสิบวัน นับแตวันที่มีการแตงต้ังกรรมการครบถวนแลว สําหรับวิธีการประชุมและลงมติใหเปนไปตามวิธีการ ประชุมและลงมติ ตามขอ ๓๒ เม่ือเลือกผูใดเปนประธานกรรมการแลว ใหหัวหนาสถานีตํารวจประกาศใหทราบท่ัวไป และรายงานให กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัด แลวแตกรณีทราบ ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ี ท่ปี ระชมุ มมี ติ ใหประธานกรรมการสิ้นสุดวาระลงพรอมกับวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ ตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) หรือ ขอ ๑๓ (๘) ถงึ (๙)” ขอ ๑๖ กรรมการตามขอ ๑๒ (๖) และขอ ๑๓ (๙) ตอ งมีคุณสมบตั แิ ละไมม ลี ักษณะ ตอ งหาม ดงั ตอ ไปน้ี (๑) มสี ัญชาตไิ ทย (๒) มภี มู ลิ าํ เนาหรอื ถน่ิ ทอี่ ยปู ระจาํ หรอื ประกอบอาชพี ในเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบของสถานี ตํารวจน้ัน ๆ (๓) ไมเ ปน ผบู กพรอ งในศลี ธรรมอนั ดี (๔) ไมเ ปน ขา ราชการการเมอื ง สมาชกิ รฐั สภา ผดู าํ รงตาํ แหนง ในพรรคการเมอื ง สมาชกิ สภาทอ งถ่นิ หรือผูบ ริหารทองถน่ิ (๕) ไมเปนขาราชการประจํา หรือพนักงาน หรือลูกจางของหนวยงานของรัฐ หรอื รฐั วิสาหกิจ (๖) ไมเ ปน บุคคลลม ละลาย (๗) ไมเ ปน คนไรความสามารถ หรอื เสมอื นไรความสามารถ (๘) ไมเปน ผูเคยไดร ับโทษจาํ คกุ โดยคาํ พิพากษาถงึ ทีส่ ุดใหจ าํ คุก เวนแตเปนโทษสาํ หรบั ความผดิ ที่ไดกระทําโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ *ขอ ๑๓ วรรคสอง และขอ ๑๕ แกไขเพม่ิ เติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วา ดวยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหารงาน ตาํ รวจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๕ และขอ ๖ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)

๑๒๙ ขอ ๑๗ กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และขอ ๑๓(๘) ถึง (๙) มีวาระการดํารง ตาํ แหนง คราวละสองป และอาจไดร ับแตงตั้งใหมไ ด แตจะดาํ รงตาํ แหนง เกินสองวาระตดิ ตอ กันไมไ ด กรรมการ ตามขอ ๑๒ (๔) และ ขอ ๑๓ (๔) ถึง (๗) ท่ีมาจากการเลือก ใหมีวาระ การดํารงตําแหนงคราวละสองป และอาจไดร ับการแตง ต้งั ใหมไ ด ใหกรรมการตามวรรคหน่ึงและวรรคสองซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวา กรรมการซ่ึงไดร บั การแตง ต้งั ใหมเขา รับหนาท่ี * ขอ ๑๘ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระแลว กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และขอ ๑๓ (๘) ถึง (๙) พนจากตาํ แหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สาํ หรบั กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) และขอ ๑๓ (๘) เมอื่ ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ในเขตพ้ืนท่ีสถานตี าํ รวจน้นั ได (๔) สําหรับกรรมการตามขอ ๑๒(๖) และขอ ๑๓(๙) ซ่ึงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ตอ งหา มตามขอ ๑๖ (๕) ขาดการประชมุ เกนิ หกครัง้ ในรอบป นบั แตว นั ทไี่ ดรับการแตงตั้ง (๖) กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. แลวแตกรณี มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวา สองในสาม ของจํานวนกรรมการทั้งหมดใหพนจากตําแหนง เนื่องจากมีความประพฤติเส่ือมเสีย หรือมกี ารกระทาํ ที่ไมเหมาะสมตอ การปฏิบตั หิ นา ทก่ี รรมการ” ในกรณที กี่ รรมการพน จากตาํ แหนง กอ นวาระตามวรรคหนงึ่ ใหด าํ เนนิ การสรรหาและแตง ตง้ั บุคคลอ่ืนเปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงจะเหลือไมถึงเกาสิบวัน ในกรณีน้ี จะไมด ําเนนิ การใหม ีการสรรหาและแตงตั้งกไ็ ด ใหกรรมการซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตามวรรคสองอยูในตําแหนง เพยี งเทาวาระทเ่ี หลอื อยูของผูซ่ึงตนแทน ขอ ๑๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระแลวกรรมการตามขอ ๑๒(๔) และ ขอ ๑๓(๔) ถงึ (๗) ทีม่ าจากการเลือก พนจากตาํ แหนง เมอ่ื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) พนจากการเปนขาราชการตํารวจชั้นประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาท่ี ในสถานีตํารวจนนั้ หรอื พน จากตําแหนง นายกเทศมนตรี นายกองคการบรหิ ารสวนตาํ บล หรือกาํ นัน แลว แตกรณี *ขอ ๑๘ วรรคหน่ึง แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๕๓ ขอ ๔ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง วันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๕๕๓)

๑๓๐ ในกรณที กี่ รรมการพน จากตาํ แหนง กอ นวาระตามวรรคหนงึ่ ใหด าํ เนนิ การเลอื กและแตง ตง้ั ผูดํารงตําแหนงคนอ่ืนเปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงจะเหลือไมถึงเกาสิบวัน ในกรณนี ้ีจะไมดําเนนิ การใหม กี ารเลอื กและแตง ตั้งกไ็ ด ใหกรรมการซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตามวรรคสองอยูในตําแหนง เพยี งเทา วาระทเี่ หลืออยูของผซู งึ่ ตนแทน * ขอ ๒๐ ให กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. มอี ํานาจหนาท่ดี ังตอไปนี้ (๑) รบั แนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตาํ รวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบตั ิ เพ่ือใหเกดิ ผลตามนโยบาย (๒) ใหค าํ ปรกึ ษาและขอ เสนอแนะการปฏบิ ตั งิ านของสถานตี าํ รวจใหเ ปน ไปตามนโยบาย ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบริหารงานตํารวจ (๔) ตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจในสถานตี าํ รวจ ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสถานี ตํารวจ และดําเนินการใหเ ปนไปตามระเบียบ ก.ต.ช.วาดว ยการรับคาํ รอ งเรียนของประชาชนเกย่ี วกบั การปฏบิ ัติหนา ทขี่ องขา ราชการตาํ รวจ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพนื้ ที่ (๗) ใหคําแนะนําและชวยเหลอื สนบั สนุนการประชาสมั พนั ธง านของสถานีตํารวจ (๘) เสริมสรางความเขาใจและความสัมพันธอ ันดีระหวา ง กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. กับขาราชการตํารวจผูป ฏบิ ัติหนา ท่ีและประชาชนในพืน้ ที่ (๙) แตง ตง้ั คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทปี่ รกึ ษา เพอื่ ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามที่ กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏบิ ัติงานให ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนา ทอ่ี ื่นตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย *ขอ ๒๐ แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๗ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)

๑๓๑ ËÁÇ´ ò ËÅѡࡳ±á ÅÐÇÔ¸Õ¡ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒüŒÙ·Ã§¤Ø³ÇزÔáÅлÃЪҪ¹ ʋǹ·èÕ ñ ËÅѡࡳ±áÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒüŒ·Ù ç¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹¡μ.μÃ.¡·Á. ขอ ๒๑ ใหกรรมการตามขอ ๔ (๑) ถึง (๖) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ผูทรงคุณวฒุ ิ ตามขอ ๔ (๗) (ก) ถงึ (ช) ดานละหนึ่งคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคําสงั่ แตงตง้ั โดยใหก ําหนด ขัน้ ตอนและวิธกี ารสรรหาและคัดเลือกไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๒ การคดั เลอื กกรรมการจากประชาชนตามขอ ๔ (๘) ใหด ําเนนิ การ ดังน้ี (๑) กต.ตร.สน. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูที่เคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. จํานวนหนึ่งคน แลวนําเสนอตอ ผบู งั คับการ กองบังคบั การตํารวจนครบาล ตนสังกดั (๒) ใหกองบังคับการตํารวจนครบาล ๑ ถึง ๙ แตละกองบังคับการ โดยผูบังคับการ และรองผบู งั คบั การ พจิ ารณาคดั เลอื กผแู ทนประชาชนที่ กต.ตร.สน. ในเขตพนื้ ทรี่ บั ผดิ ชอบเสนอใหไ ด กองบังคบั การละหนึง่ คน แลว นําเสนอตอ กต.ตร.กทม. (๓) กรรมการตามขอ ๔ (๑) ถงึ (๖) พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนทกี่ องบงั คบั การเสนอตาม (๒) ใหไ ดจาํ นวนสามคนแลว เสนอประธาน กต.ตร. กทม. มีคาํ สงั่ แตง ต้งั ขอ ๒๓ ใหด าํ เนนิ การสรรหา และแตง ตงั้ กรรมการตามขอ ๒๑ และขอ ๒๒ ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสส่ี ิบหา วนั นบั แตว ันท่กี รรมการพน จากตําแหนง ÊÇ‹ ¹·èÕ ò ËÅ¡Ñ à¡³±á ÅÐÇÔ¸Õ¡ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡Òüٌ·Ã§¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹ ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ขอ ๒๔ ใหกรรมการตามขอ ๙ (๑) ถึง (๘) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ผทู รงคุณวุฒิ ตามขอ ๙ (๙) (ก) ถงึ (ช) ดา นละหนง่ึ คน เสนอประธาน กต.ตร.จังหวดั มีคําส่ังแตงตัง้ โดยใหก ําหนดข้นั ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคัดเลอื กไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๕ การคดั เลอื กกรรมการจากประชาชนตามขอ ๙ (๑๐) ใหดาํ เนินการ ดังน้ี (๑) ให กต.ตร.สภ. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สภ. จาํ นวนหนึ่งคน แลว นําเสนอ กต.ตร.จงั หวัด (๒) กรรมการตามขอ ๙ (๑) ถงึ (๘) พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนท่ี กต.ตร.สภ. เสนอใหไ ด จํานวนสามคน แลว เสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด มีคําสั่งแตงตัง้ ขอ ๒๖ ใหด าํ เนนิ การสรรหา และแตง ตงั้ กรรมการตามขอ ๒๔ และขอ ๒๕ ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสีส่ ิบหา วนั นับแตวนั ทกี่ รรมการพน จากตาํ แหนง

๑๓๒ ʋǹ·Õè ó ËÅ¡Ñ à¡³±áÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ʹ. μÒÁ¢ÍŒ ñò (õ) áÅÐ (ö) áÅСÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ÊÀ.μÒÁ¢ÍŒ ñó (ø) áÅÐ (ù) ขอ ๒๗ ใหกรรมการตามขอ ๑๒ (๑) ถึง (๓) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ตาม ขอ ๑๒ (๕) จํานวนไมเกินสามคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคําส่ังแตงต้ัง โดยใหกําหนด ขั้นตอน และวธิ กี ารสรรหาและคดั เลือกไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๘ ใหกรรมการตามขอ ๑๒(๑) ถึง (๓) พจิ ารณาสรรหากรรมการตามขอ ๑๒(๖) ดังน้ี (๑) คดั เลือกจากประชาชนผูทีม่ ีความรูความสามารถจํานวนไมเ กินสามคน (๒) เลือกโดยเปดรับสมัครจากประชาชนท่ัวไป แลวใหขาราชการตํารวจที่ปฏิบัติหนาท่ี ประจําสถานตี ํารวจนนั้ ลงคะแนนเสียงเลอื กใหไ ดจ าํ นวนไมน อ้ ยกวาสามคนแตไ มเ กินหกคน สําหรับ วธิ ีการเลอื กใหเปน ไปตามทสี่ าํ นักงานตํารวจแหงชาติกําหนด ขอ ๒๙ ใหหัวหนาสถานีตํารวจนํารายชื่อผูที่ไดรับคัดเลือก และเลือกตามขอ ๒๗ และขอ ๒๘ เสนอ ประธาน กต.ตร.กทม. มีคาํ สงั่ แตงต้งั ขอ ๓๐ ใหก รรมการตามขอ ๑๓ (๑) ถงึ (๓) นําความในขอ ๒๗ ขอ ๒๘ และขอ ๒๙ มาใชก ับการสรรหากรรมการตามขอ ๑๓(๘) และ (๙) โดยอนโุ ลม กรณีทบี่ ทบัญญัตใิ ดกลา วถงึ กต.ตร. กทม. ใหหมายถึง กต.ตร.จังหวัด และกรรมการตามขอ ๑๒(๑) ถึง (๓) ใหหมายถึง กรรมการตาม ขอ ๑๓(๑) ถงึ (๓) ขอ ๓๑ ใหดําเนินการสรรหา และแตงตั้งกรรมการตามขอ ๒๗ ขอ ๒๘ ขอ ๒๙ และขอ ๓๐ ใหแลว เสร็จภายในสี่สิบหา วนั นบั แตว ันที่กรรมการพนจากตําแหนง ËÁÇ´ ó ¡ÒûÃЪÁØ áÅÐŧÁμÔ ขอ ๓๒ การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. ตองมกี รรมการมาประชุมไมน อ ยกวากึง่ หนง่ึ ของจาํ นวนกรรมการท้งั หมด จึงจะเปน องคป ระชมุ สําหรับระเบียบวิธีการประชุมและการลงมติ ใหนําขอบังคับ ก.ต.ช. วาดวยการประชุม และการลงมติของ ก.ต.ช.และของคณะอนุกรรมการ ก.ต.ช. มาใชบังคับแกการประชุมของ กต.ตร. กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. โดยใหอ ํานาจหนาทข่ี องประธาน ก.ต.ช. ประธาน ในที่ ประชมุ ก.ต.ช. เลขานกุ าร ก.ต.ช. และผูชว ยเลขานุการ ก.ต.ช. เปนอํานาจหนา ท่ีของประธาน กรรมการ ประธานในทป่ี ระชมุ เลขานกุ าร และผชู ว ยเลขานกุ ารของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร. สน. และ กต.ตร.สภ. โดยอนโุ ลม

๑๓๓ ขอ ๓๓ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ใหม กี ารประชมุ อยา งนอ ยสามเดอื นตอ หนงึ่ ครงั้ กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหมีการประชุมอยา งนอยสองเดอื นตอหนึ่งครัง้ *ËÁÇ´ ô ºμÑ ÃáÊ´§μ¹ à¡ÂÕ ÃμÔºÑμà áÅÐμÃÒÊÞÑ Å¡Ñ É³¢ ͧ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺ áÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ ขอ ๓๔ ใหม บี ตั รแสดงตนของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหป ระธาน กต.ตร.กทม. เปน ผอู อกบตั รแสดงตน กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.สน. และใหป ระธาน กต.ตร. จังหวัดเปนผอู อกบตั รแสดงตน กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สภ. รูปแบบบัตรแสดงตน ขั้นตอน และวิธีการในการออกบัตรแสดงตนใหเปนไปตามท่ี สํานักงานตํารวจแหงชาตกิ ําหนด ขอ ๓๔/๑ ใหมีเกียรติบัตรสําหรับ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. กต.ตร.สภ. อนกุ รรมการ คณะทาํ งานหรือทปี่ รกึ ษา และเกียรตบิ ัตรสาํ หรบั บคุ คล หนว ยงาน องคก รทม่ี ีสว นรว ม หรอื ใหก ารสนบั สนนุ ในกจิ การตาํ รวจดา นตา งๆ ที่ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร. สภ. กําหนด ใหประธาน กต.ตร.กทม. และ ประธาน กต.ตร.จังหวัด เปนผูลงนามในเกียรติบัตร แลวแตก รณี รูปแบบใบเกียรติบัตร เง่ือนไข และวิธีการในการออกเกียรติบัตรใหเปนไปตามที่ สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติกําหนด ขอ ๓๔/๒ใหมีตราสัญลักษณของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหาร งานตํารวจ เพ่ือเปนเครื่องหมายสําหรับใชในกิจการของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. รูปแบบและเงื่อนไขการใชตราสัญลักษณของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตาม การบริหารงานตํารวจใหเ ปน ไปตามท่ีสํานักงานตํารวจแหงชาติกําหนด” *หมวด ๔ แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๕๓ ขอ ๕ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๓)

๑๓๔ º·à©¾ÒСÒÅ ขอ ๓๕ ในวาระเริ่มแรก ใหดําเนินการดังตอ่ ไปนี้ (๑) ใหกรรมการตามขอ ๔ (๑) ถงึ (๖) ทําหนา ท่ี กต.ตร.กทม. กรรมการตามขอ ๙ (๑) ถึง (๘) ทําหนา ท่ี กต.ตร.จงั หวดั กรรมการตามขอ ๑๒ (๑) ถึง (๓) ทําหนาที่ กต.ตร.สน. และกรรมการ ตามขอ ๑๓ (๑) ถงึ (๓) ทาํ หนา ท่ี กต.ตร.สภ. ไปพลางกอ นจนกวา จะมกี ารแตง ตง้ั กรรมการอน่ื ครบถว น (๒) ใหดําเนินการสรรหา และแตงตั้งกรรมการอ่ืนตามระเบียบน้ีใหเสร็จส้ินภายใน หกสบิ วัน นบั แตวันท่ีระเบียบน้ีใชบังคบั (๓) ในระหวา งทไ่ี มม ปี ระธานกรรมการใน กต.ตร.สน.และ กต.ตร.สภ. ใหห ัวหนาสถานี ตาํ รวจ ทาํ หนา ทป่ี ระธานกรรมการไปพลางกอ นจนกวา จะมกี ารประชมุ และลงมตเิ ลอื กประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ พนั ตาํ รวจโท ทักษิณ ชินวัตร (นายทกั ษณิ ชินวตั ร) นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ ระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๓๑ ง วนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพันธ ๒๕๔๙

๑๓๕ ò. ͧ¤» ÃСͺ ò.ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã (¡μ.μÃ.¡·Á.) จาํ แนกตามกลมุ และการไดมาของกรรมการ ดังน้ี กรรมการผูท รงคุณวุฒิ ¡μ.μÃ.¡·Á. ประชาชน (÷ ¤¹) จํา¹Ç¹ ñø ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ (ó ¤¹) กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ (÷ ¤¹) ๑. ผบ.ตร. ประธานฯ ๘. ดา นธรรมาภบิ าล โดยพจิ ารณาแตง ตงั้ จากผทู เ่ี คยเปน กต.ตร.สน. และมีประสบการณ ๒. ปลัด กทม. ๙. ดา นความมั่นคง ดานใดดา นหนึง่ ตามขอ ๔ (๗) รองประธานฯ (๑) ๑๐. ดา นการจราจรและอบุ ตั ภิ ยั ๓. อธิบดีอยั การฝา ยคดอี าญา ๑๑. ดานการพฒั นา รองประธานฯ (๒) ๑๒. ดา นเศรษฐกจิ ๔. ผบช.น. รองประธานฯ (๓) ๑๓. ดา นสังคม ๕.-๗. รอง ผบช.น. จํานวน ๓ คน ๑๔. ดานการมีสว นรว มของ ท่ี ผบช.น.มอบหมาย ประชาชนและชุมชน ๘. ผอ.สํานักปองกันและแกไข ปญหาการคาหญิงและเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมนั่ คงของมนษุ ย ¡ÒÃä´ŒÁҢͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการ กรรมการโดยตําแหนงคดั เลือก กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื กจาก ท่ีระเบียบฯ กําหนดใหเปน กลุมบุคคลที่เคยเปน กต.ตร.สน. กรรมการฯ ซึ่งผานการคัดเลือกตามลําดับช้ัน จาก กต.ตร.สน. และ บก.น.๑-๙ แลว

๑๓๖ ò.ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ¨§Ñ ËÇ´Ñ (¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ ) จําแนกตามกลุมและการไดม าของกรรมการ ดังน้ี ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ จาํ ¹Ç¹ÃÐËÇÒ‹ § ñù-òó ¤¹ »ÃСͺ´ÇŒ  กรรมการโดยตําแหนง กรรมการผทู รงคณุ วุฒิ ตัวแทนประชาชน (ù-ñó ¤¹) (÷ ¤¹) (ó ¤¹) ๑. ผวจ. ประธานฯ ๙. ดา นการศาสนา ๒. ผบก.ภ.จว. หรือวฒั นธรรม รองประธานฯ (๑) ๑๐. ดานศึกษา ๓. อยั การจังหวัด ๑๑. ดา นการแพทย รองประธานฯ (๒) ๑๒. ดา นการทองเท่ยี ว ๔. พัฒนาสังคมและความม่ันคง ธรุ กิจโรงแรม ของมนษุ ยจงั หวัด หรอื ธุรกิจบริการ ๕. นายก อบจ. ๑๓. ดานพาณชิ ยกรรม ๖. ผบก.อก.ภ. อตุ สาหกรรม หตั ถกรรม หรอื ๗. รอง ผบก.ภ.จว. ธุรกจิ การเงิน ๘. หัวหนาหนวยงานใน สตม., ๑๔. องคกรเอกชนสาธารณ ทท., ทล. และ รน. ซง่ึ ปฏิบัติ ประโยชน ราชการประจําอยูใน จว.นั้น ๑๕. ดานเกษตรกรรม ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เมื่อดํารงตําแหนงทางราชการ กรรมการโดยตําแหนงคัดเลือก กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื กจาก ที่ระเบียบฯ กําหนดใหเปน กลุมบุคคลที่เคยเปน กต.ตร.สภ. กรรมการฯ ซ่ึงผานการคัดเลือกจาก กต.ตร. สภ. แลว

๑๓๗ ò.ó ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨʶҹμÕ Òí ÃǨ¹¤ÃºÒÅ (¡μ.μÃ.ʹ.) จําแนกตามกลมุ และการไดม าของกรรมการ ดงั นี้ ¡μ.μÃ.ʹ. จาํ ¹Ç¹ÃÐËNjҧ ù-ñù ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ กรรมการโดยตําแหนง กรรมการจากการเลือก กรรมการจากการคัดเลอื ก (ó-ö ¤¹) (ô-÷ ¤¹) (ò-ö ¤¹) ๑. หน.สน. ขา ราชการตาํ รวจ ประชาชน ประชาชน ขาราชการอื่นฯ ๒. ผอ.เขต หรือ ผช.ผอ.เขต ช้นั ประทวน (ó-ö ¤¹) (äÁ‹à¡¹Ô ó ¤¹) (äÁà‹ ¡Ô¹ ó ¤¹) ๓. ขาราชการตํารวจในแตละ (ñ ¤¹) งานที่ หน.สน.มอบหมาย (äÁà‹ ¡¹Ô ô ¤¹) ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการ ขา ราชการตํารวจ ขาราชการ กรรมการโดยตาํ แหนงคัดเลอื ก ท่ีระเบียบฯ กําหนดใหเปน ชัน้ ประทวน ตํ า ร ว จ ใ น กรรมการฯ และ/หรือ เม่ือไดรับ ในแตละ สน. แตละ สน. มอบหมาย เลือกกนั เอง เลอื ก

๑๓๘ ò.ô ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨʶҹÕตําÃǨÀٸà (¡μ.μÃ.ÊÀ.) จําแนกตามกลมุ และการไดม าของกรรมการ ดังนี้ ¡μ.μÃ.ÊÀ. จาํ ¹Ç¹ÃÐËÇÒ‹ § ñò-òò ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ กรรมการจากการเลือก กรรมการจากการคดั เลือก (÷-ñ𠤹) (ò-ö ¤¹) กรรมการโดยตําแหนง ขา ราชการ นายกเทศ ประชาชน ประชาชน ขา ราชการอน่ื ฯ (ó-ö ¤¹) ตํารวจ มนตรี (ó-ö (äÁà‹ ¡Ô¹ ó ¤¹) (äÁà‹ ¡¹Ô ó ¤¹) ชั้น นายก อบต. ¤¹) ๑. หน.สภ. ประทวน กาํ นนั ๒. นอภ. หรอื ปลัดอําเภอ (ñ ¤¹) อยา งละ ๓. ขา ราชการตาํ รวจในแตล ะงานที่ ๑ คน หน.สภ.มอบหมาย (ÃÇÁ ó ¤¹) (äÁà‹ ¡Ô¹ ô ¤¹) (กรณี มคี นเดยี ว ไมตอ งเลอื ก) ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการที่ เลือกกันเอง ขาราชการ กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื ก ระเบยี บฯ กาํ หนดใหเ ปน กรรมการฯ ตํารวจ และ/หรอื เมื่อไดรับมอบหมาย ในแตละ สภ. เลอื ก ó. º·ºÒ·ÀÒáԨ บทบาทภารกิจของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั และ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ ถกู กาํ หนดไว ตาม พ.ร.บ.ตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๑๘(๖) ระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการ ตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยหลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร สงเสริมใหทองถ่ินและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ และระเบียบ ก.ต.ช.วาดวย การรบั คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙ ซงึ่ สามารถจาํ แนกไดเ ปน ๓ กลมุ ดงั น้ี

๑๓๙ ó.ñ ÀÒá¨Ô ËÅ¡Ñ ตามมาตรา ๑๘(๖) แหง พ.ร.บ.ตาํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาํ หนดให กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด และ กต.ตร.สถานีตํารวจ มีบทบาทภารกิจในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานของ บช.น./ภ.จว. ใหเปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. และการบริหารราชการตํารวจ ใหเปนไปตาม พ.ร.บ.ตํารวจแหงชาติ และกฎหมายอ่ืน ซ่ึง ก.ต.ช.ไดกําหนดอํานาจหนาที่ของ กต.ตร.กทม./จังหวัด และสถานีตํารวจในเรื่องดังกลาว ไวในระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการ ตรวจสอบและติดตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ นอกจากนที้ งั้ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด และ กต.ตร.สถานตี ํารวจยังมีภารกจิ ในการตรวจสอบติดตามผลตามคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะตามนัยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวย การรับคาํ รอ งเรียนหรือขอเสนอแนะของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙ อีกสวนหน่งึ ดว ย ó.ò ÀÒáԨʹѺʹع เปนภารกิจตามท่ีระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตาม การบรหิ ารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ กาํ หนดเปนภารกิจในการ ๑) ใหค าํ ปรกึ ษาและขอ เสนอแนะการปฏบิ ตั งิ านของกองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ตํารวจภธู รจงั หวดั สถานีตํารวจนครบาลและสถานีตํารวจภธู ร แลว แตกรณี ๒) สงเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบรหิ ารงานตาํ รวจ ๓) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของ ประชาชนในเขตพ้ืนท่ี ๔) แนะนํา และชวยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธงานของ บช.น./จังหวัด หรือสถานตี าํ รวจ แลวแตก รณี ๕) ต้งั คณะอนกุ รรมการ คณะทํางาน หรอื ทป่ี รกึ ษา ó.ó ÀÒáԨ¡ÒÃÁÕʋǹËÇÁ เน่ืองจากองคกร กต.ตร.ในปจจุบันเปนองคกรที่มีประชาชนในทองถ่ิน/ชุมชน เปนกรรมการในสัดสวนที่เทาๆ กันกับขาราชการ ดังนั้นตามระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยหลักเกณฑ และวธิ กี ารสง เสรมิ ใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ จงึ กาํ หนดให กต.ตร. เปน องคก รสาํ คญั มบี ทบาทเปน แกนนาํ ในการใหท อ งถน่ิ /ชมุ ชน เขา มามสี ว นรว มในการปอ งกนั ปราบปราม อาชญากรรมและการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน โดยกําหนดบทบาท ภารกจิ ของ กต.ตร.สน./สภ. กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ไวด ังน้ี ๓.๓.๑ กต.ตร.สน./สภ. กาํ หนดให กต.ตร.สน./สภ. มบี ทบาทในการกาํ หนดลกั ษณะ รปู แบบและ วธิ ีการใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมีสว นรวมในกิจการตาํ รวจของ สน./สภ. ดา นตา งๆ รวม ๖ ดา น ๑) ดานการปอ งกันและปราบปรามอาชญากรรม ๒) ดานการรักษาความสงบเรียบรอยและรักษาความปลอดภัยของ ประชาชน

๑๔๐ ๓) ดานการปองกันปราบปรามยาเสพตดิ ๔) ดานการจราจร ๕) ดานการดูแลสาธารณสมบัติ และ ๖) ดา นการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของประชาชนในทองถนิ่ โดยคํานึงถึงปจจัยทางดานอํานาจหนาที่ตามกฎหมาย สภาพทางภูมิศาสตร เศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีการดํารงชีวิตของแตละทองถ่ินและชุมชนเปนสําคัญ ทงั้ ยังกาํ หนดลักษณะของการมสี วนรวมในกจิ การตาํ รวจ ๕ ลักษณะดวยกนั คอื ๑) มสี ว นรว มในการคดิ ศกึ ษาและคน ควา หาสภาพและสาเหตขุ องปญ หา ตลอดจนความตอ งการของทอ งถน่ิ และชมุ ชน ๒) มสี ว นรว มในการรเิ รมิ่ และตดั สนิ ใจกาํ หนดกจิ กรรมเพอ่ื ลดและแกไ ข ปญ หาของทอ งถน่ิ และชมุ ชน ๓) มสี ว นรวมในการปฏิบัติ และ/หรือการใหความรวมมือในการปฏบิ ตั ิ และ/หรือการสนับสนุนทรัพยากรตางๆ เพื่อใชในการปฏิบัติตามกิจกรรมเพื่อลดและแกไขปญหาของ ทอ งถ่ินและชุมชน ๔) มสี ว นรว มในการตรวจสอบและติดตามการดําเนินกิจกรรม ๕) มสี ว นรวมในการเสนอแนะและปรับปรงุ ๓.๓.๒ กต.ตร.กทม./จงั หวดั กําหนดให กต.ตร.กทม./จังหวัด มีบทบาทในการตรวจสอบ ติดตาม และใหคําแนะนําการปฏิบัติตามลักษณะ รูปแบบและวิธีการใหทองถ่ินและชุมชนมีสวนรวมในกิจการ ตํารวจของสถานตี าํ รวจนครบาลและสถานีตาํ รวจภธู รในพื้นท่ี สาํ หรบั ลกั ษณะรปู แบบและวธิ กี ารใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การ ตาํ รวจ อาจดาํ เนนิ การไดห ลายรปู แบบ เชน การจดั ใหม อี าสาสมคั รตาํ รวจบา น อาสาสมคั รจราจร หรอื กาวไปถึงการสรางความเขมแข็งของชุมชนหรือหมูบานในการปองกันตนเอง ใหมีความปลอดภัยจาก ภัยอาชญากรรมตา งๆ นอกจากน้ี สํานักงานตํารวจแหงชาติไดวางระเบียบวาดวยการสงเสริม ใหประชาชน ชุมชน ทองถ่ินและองคกรมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๕๑ กําหนดรูปแบบ การมีสวนรวมรูปแบบตางๆ เพ่ือเปนแนวทางให กต.ตร.สน./สภ. พิจารณาดําเนินการไปในแนวทาง เดยี วกนั บทบาทภารกจิ ของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สถานตี าํ รวจ ปจ จุบันปรากฏตามแผนภูมิท่ี ๒ และ ๓ สว นกระบวนการตรวจสอบ ตดิ ตามและประเมนิ ผลในภาพ รวมปรากฏตามแผนภูมิ ๔

∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ·ºπ¿Ÿ¡‘ Ò °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°‘® π—∫ πÿπ ¿“√°‘®°“√¡ ’ «à π√à«¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ) (μ“¡√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«“à ¥«â ¬§≥–°√√¡°“√μ√«® Õ∫ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬ À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂πË‘ μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– ·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® æ.».ÚıÙ˘) ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ª√–‡¡π‘ º≈°“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π¢Õß æ.».ÚıÙ˘) ∫™.π./¿.®«. μ“¡π‚¬∫“¬ - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß ¢Õß °.μ.™. ∫™.π./®—ßÀ«¥— / π./ ¿. ▼ ▼ -  à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π - μ√«® Õ∫ 쥑 μ“¡·≈–„Àâ§”·π–π” ¢Õߢâ“√“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√À‘ “√ß“πμ”√«® °“√ªØ‘∫—μ‘μ“¡≈—°…≥– √Ÿª·∫∫ ·≈– ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ «‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂Ë‘π·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– - √∫— §”√Õâ ߇√¬’ π¢Õߪ√–™“™π‡°¬Ë’ «°∫— °“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß  π./ ¿. „πæπ◊È ∑Ë’ ¢Õßμ”√«® ª√–‡¡‘πº≈§«“¡ ”‡√Á® ¢Õßß“π - „Àâ¢âÕ¡Ÿ≈¢à“« “√·≈–‡ πÕªí≠À“§«“¡‡¥◊Õ¥√âÕπ - μ√«® Õ∫μ“¡§”√Õâ ߇√¬’ π ·≈–§«“¡μÕâ ß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæπÈ◊ ∑’Ë - ·π–π” ™«à ¬‡À≈Õ◊  π∫—  ππÿ °“√ª√–™“ ¡— æπ— ∏¢å Õß ๑๔๑ ∫™.π./®ß— À«¥— - μ—Èß§≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√Õ◊ ∑’ªË √÷°…“