๙๒ ¡Ô¨¡ÃÃÁ·ÒŒ º· ทา นคิดวาการใหบรกิ ารและจิตสาธารณะควรจะตองดําเนนิ การอยางไรบา ง àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §ÍÔ§ - ไพบลู ย วฒั นศริ ธิ รรม และสงั คม สญั จร. (๒๕๔๓). สาํ นกึ ไทยทพี่ งึ ปรารถนา. กรงุ เทพฯ : สํานักพิมพเดือนตลุ า - วรวธุ มาฆะศริ านนท และเสาวลกั ษ อัศวเทววิช. (๒๕๕๑). จิต ๕ ปนยอดมนษุ ย. กรงุ เทพฯ : บริษทั เอกซเปอรเน็ท - ดวงเดอื น พันธมุ นาวิน. (๒๕๒๔). พฤติกรรมศาสตร เลม ๒. จติ วทิ ยาจรยิ ธรรมและ จติ วิทยาภาษา. กรุงเทพฯ : บรษิ ัท สํานกั พิมพไ ทยวัฒนาพานชิ จํากดั .
º··Õè ù ¡ÒÃÊèÍ× ÊÒÃã¹Ë¹ŒÒ·Õèตาํ ÃǨ ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃչ̻٠ÃÐจาํ º· ๑. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตํารวจมีความรเู กีย่ วกบั หลกั การสื่อสารทั่วไป ๒. เพื่อใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความเขา ใจเกี่ยวกับหลกั ารสื่อสารทั่วไป ๓. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจนําความรูเก่ียวกับหลักการส่ือสารท่ัวไป สามารถ นาํ ไปปฏิบัตไิ ดถูกตอง และบรรลวุ ัตถุประสงคข องทางราชการ ʋǹนาํ การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องตาํ รวจ เพอ่ื ใหท นั ตอ สถานการณแ ละแกไ ขปญ หาไดถ กู ตอ ง จะตอ ง มกี ารสอื่ สารทเี่ ขา ใจและรวดเรว็ โดยมเี ครอื่ งมอื สอ่ื สารเปน ตวั กลางนาํ สาร ในปจ จบุ นั การตดิ ตอ สอ่ื สาร มีหลายชอ งทาง และทเ่ี จาหนา ทตี่ ํารวจยึดถือปฏบิ ัติคือการติดตอ สอื่ สารทางวิทยุ ซงึ่ สะดวก รวดเรว็ และทันตอสถานการณ จึงจําเปนตองศึกษา เรียนรู ฝกอบรมในการใชใหเกิดทักษะและบํารุงรักษา ใหถูกตอ งตามระเบยี บของทางราชการ
๙๔ ËÅ¡Ñ ¡ÒÃÊÍè× ÊÒ÷ÑÇè ä» ปจ จบุ นั ววิ ฒั นาการในดา นการสอื่ สารไดเ จรญิ รดุ หนา ไปอยา งรวดเรว็ ไดม กี ารนาํ เทคโนโลยี สมยั ใหมม าใชก บั ระบบสอื่ สาร ในการรบั สง ขา วสารและขอ ความตา งๆ ทงั้ ภาครฐั และเอกชนประกอบกบั สภาพแวดลอมในเมืองหลวงของประเทศไทยมีปญหาในเร่ืองการจราจรติดขัด การส่ือสารจึงมี ความจาํ เปน อยา งมากทจี่ ะอาํ นวยความสะดวกในการตดิ ตอ ประสานงานซง่ึ กนั และกนั มที งั้ วทิ ยสุ อื่ สาร โทรศัพท โทรเลข โทรพิมพ เทเลก็ ซ เปนตน ในสวนของสํานักงานตํารวจแหงชาติจะมีกองบัญชาการหรือกองบังคับการเปนแมขาย ควบคมุ การตดิ ตอ สอื่ สารของลกู ขา ยและสามารถตดิ ตอ สอ่ื สารระหวา งกองบญั ชาการตอ กองบญั ชาการ ท่ใี กลเคยี งได Ãкº¡ÒÃμÔ´μÍ‹ ÊÍè× ÊÒà แบง ออกตามความสามารถการโตต อบได ๒ ประเภท คือ ñ. Ãкº¡ÒÃÊ×èÍÊÒ÷ҧà´ÕÂÇ (ONE WAY DIRECTION) เปนการติดตอส่ือสารในทิศทางเดียวโดยที่ผูรับไมสามารถสงขาวสารโตตอบไปยัง ผสู ง ได เชน โทรทัศน วทิ ยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยุเรยี กตัว ò. ÃкºÊÍè× ÊÒà ò ·Ò§ (TWO WAY DIRECTION) เปนการติดตอส่ือสารท่ีสามารถโตตอบกันไดระหวางผูรับกับผูสง เชน วิทยุส่ือสาร โทรศพั ท เปน ตน ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคําNjҡÒÃÊ×èÍÊÒà มผี ูใหค ําจํากัดความของคําวา “¡ÒÃÊÍ×è ÊÒÔ หลายคน เชน “การส่ือสาร หมายถึง บรรดาเคร่ืองมือที่ใชในการรับ-สง หรือนําขาวสารแมเราจะอยู หา งไกลเกนิ กวา เสยี งมนษุ ยต ดิ ตอ ไดย นิ แตเ รากส็ ามารถสง ขา วใหถ งึ กนั ไดโ ดยใชต วั แทนหรอื สญั ญาณ” (จันทรศริ ิ มลู ศาสตร, ๒๕๓๕ : ๑) “การส่ือสาร หมายถึง ระบบการอันหนึ่งซึ่งหมายถึงการจัดและการใชเครื่องมือ คนหรือสัตวนําการรับ-สงขาว รายงาน คําส่ัง หรือขอความใดๆ ท่ีตองการใหอีกฝายหน่ึงทราบ” (สุนทร บางทาไม ม.ป.ป. : ๔๓) “วิศวกรรมการส่ือสาร หมายถึง การเปลี่ยนขาวสารทุกรูปแบบท่ีผูใชตองการสงขาวสาร แปลเปน สญั ญาณไฟฟา เปน ตวั แทนของขา วนนั้ ไปยงั จดุ หมายปลายทางทตี่ อ งการและปลายทางนจี้ ะ แปลงสัญญาณไฟฟาเปนขาวสารใหค นท่ัวไปเขา ใจ” (พงษช าย เจรญิ ธนะจินดา, ๒๕๒๔ : ๓) รวมความแลวคําวา “¡ÒÃÊ×èÍÊÒÔ หมายถึง “วิธีการใดๆ ท่ีสามารถรับหรือสงขาวสาร ถึงกันและกันไดถึงแมจะอยูไกลกันเกินกวาเสียงมนุษยจะไดยินถึงโดยการใชตัวแทนหรือสัญญาณ สง ไปยังอีกฝายหนึง่ และเขา ใจความหมายตรงกัน” (กติ ติชัย รว้ิ วริ ยิ ะ, ๒๕๓๕ : ๘)
๙๕ ÃÐàºÕº¡ÃÁตําÃǨÇÒ‹ ´ÇŒ Âà¤Ã×Íè §ÃºÑ -ʧ‹ Ç·Ô Â¢Ø Í§¡ÃÁตาํ ÃǨ ¾.È.òõò÷ ¢ŒÍ ñ ผใู ชเ ครอื่ งมอื สอ่ื สารจะตอ งมคี วามรคู วามเขา ใจเกยี่ วกบั ระเบยี บการสอ่ื สารของ กรมตํารวจ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรักษาความปลอดภัยแหงชาติกับการส่ือสาร พ.ศ.๒๕๒๕ ¢ŒÍ ò ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ ตองมีนามเรียกขานตามท่ีกรมตํารวจกําหนดให หรือ ที่หนวยงานในสงั กัดกรมตาํ รวจกาํ หนดขนึ้ โดยไดรบั ความเหน็ ชอบจากกองตํารวจสือ่ สาร ¢ŒÍ ó ผูใชเครื่องรับ-สงวิทยุ จะตองเปนผูไดรับอนุญาตจากหัวหนาหนวยงานตั้งแต ช้นั สารวัตรหรือเทียบเทา ขน้ึ ไป ¢ÍŒ ô ในการตดิ ตอ สอื่ สารจะตอ งใชป ระมวลลบั นามเรยี กขานทกี่ าํ หนดหรอื หนว ยงาน ในสังกัดกรมตํารวจกําหนดขนึ้ โดยไดร ับความเหน็ ชอบจากกองตํารวจสื่อสาร ¢ÍŒ õ การติดตอสื่อสารกันโดยตรงจะตองไดรับอนุญาตจากสถานีบังคับขายกอน เมอ่ื ไดร บั อนุญาตแลว จงึ จะทําการติดตอกนั ได และเมือ่ การติดตอจะตองแจง สถานบี ังคับขา ยใหทราบ ¢ÍŒ ö การตดิ ตอส่อื สารทางเครอื่ งมอื -สงวิทยุ หากกรมตํารวจหรือหนวยงานในสงั กดั กรมตาํ รวจ มไิ ดกําหนดประมวลลับในการตดิ ตอ ส่ือสาร จะตองใชถอยคําที่สภุ าพ ขอความท่จี ะติดตอ ตอ งส้ัน กะทัดรัด ไดใจความ ¢ÍŒ ÷ หามใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ พูดจาหลอกลอหรือติดตอกันในเร่ืองสวนตัวหรือ เร่ืองอืน่ ๆ อนั ไมเ ก่ยี วขอ งกบั ราชการ ¢ŒÍ ø ผูใชเครื่องมือส่ือสารตองใชความถ่ีใหถูกตองภายในขายการสื่อสารของ หนว ยงานนัน้ ตามทีก่ รมตาํ รวจกาํ หนด ¢ŒÍ ù กรณีขาวการติดตอ ความถี่นั้นมีการติดตอส่ือสารกันอยู หามเรียกสอดแทรก เขา ไป ยกเวนมเี หตเุ รงดว นฉกุ เฉิน ขÍ ñð ผใู ชเ ครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ จะตอ งรกั ษาความลบั ในขอ ความทตี่ ดิ ตอ สอื่ สารหรอื ไดย นิ จากทอี่ ่ืนติดตอราชการกันอยูโดยเครง ครดั ¢ŒÍ ññ ผูใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ จะตองเรงความดังของเครื่องรับวิทยุพอสมควรที่ตนเอง จะไดย นิ เทานนั้ ¢ÍŒ ñò การติดตอ สื่อสารขอความทีเ่ ปนความลับ ใหเขารหสั ในการตดิ ตอ สื่อสาร ¢ÍŒ ñó หา มนาํ เครอ่ื งรบั -สง วทิ ยุ ของกรมตาํ รวจไปใหบ คุ คลภายนอกเกบ็ ใช หรอื ทาํ การ ตรวจซอมเปนอนั ขาด ¢ŒÍ ñô เครื่องรับ-สงวิทยุ ของกรมตํารวจท่ีอยูในความรับผิดชอบ เมื่อเกิดชํารุด เสียหายจะตองรายงานใหผ บู งั คับบญั ชาทราบโดยดวน
๙๖ ¢ŒÍ ñõ หามพกพาเครื่องรับ-สงวิทยุ เขาไปในสถานที่อันไมบังควรเปยเผย และมิไดมี ราชการสาํ คัญ ¢ŒÍ ñö ผูใชเคร่ืองรับ-สงวิทยุ จะตองปฏิบัติตามคําส่ังหรือขอเสนอแนะของ กองตํารวจส่ือสารอันเกยี่ วดว ยการปฏิบตั ิการส่อื สาร ¢ŒÍ ñ÷ ใหกองตํารวจสอื่ สาร กรมตาํ รวจ ปฏิบัตแิ ละตรวจสอบการใชเคร่อื งรับ-สง วทิ ยุ ของหนวยงานใหเปนไปตามระเบยี บน้ี ¢ŒÍ ñø เม่ือมีการฝาฝน ระเบียบน้ี ใหผ ูบ ังคบั บญั ชาพิจารณาโทษตามควรแกกรณี ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÇÔ¸¡Õ ÒÃÊ‹§¢‹ÒÇ ซึง่ มลี าํ ดับความปลอดภัยจากมากไปหานอ ย ดังนี้ ๑. เจาหนาท่นี ําสาร ๒. ไปรษณยี ล งทะเบียน ๓. วงจรสายทีร่ ับรองแลว ๔. ไปรษณยี ธรรมดา ๕. วงจรสายท่ีไมรับรอง ๖. ทัศนสัญญาณ ๗. สตั วนาํ สารที่ฝก และขึน้ ทะเบียนของทางราชการแลว ๘. เสยี งสญั ญาณ ๙. วทิ ยุ ¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ã¹¡ÒÃàμÃÕÂÁทาํ ¢‹ÒÇ ผเู ขียนขาวและผอู นมุ ตั ิขาวจะตองปฏบิ ัติ ดังนี้ ๑. ผูเขียนขาวตองเขยี นขาวในกระดาษขา วตามตวั อยา งทแ่ี สดงไวทา ยระเบยี บ ๒. ขา วทจี่ ะสง ทางวทิ ยุตอ งสนั้ กะทดั รดั ชัดเจน และไมส ามารถสง โดยวธิ อี ื่นใด ๓. ผใู หข า วเปน ผกู าํ หนดชนั้ ความลบั ของขา วโดยใหป ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา ความปลอดภัยแหงชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ ๔. ผูใหขาวตองกําหนดช้ันความเรงดวนของขาวใหเหมาะสม เพื่อสงถึงผูรับทันเวลา และตามความจาํ เปนของสถานการณ ¡ÒÃกาํ ˹´¹ÒÁàÃÂÕ ¡¢Ò¹áÅлÃÐÁÇÅÅºÑ ¡ÒÃกํา˹´¹ÒÁàÃÂÕ ¡¢Ò¹ ตามระเบียบวาดวยเคร่ืองรับ-สงวิทยุของสํานักงานตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๒๗ ระบุไว ในขอ ๒ วา “ผใู ชเ ครอื่ งรบั -สง วทิ ยตุ อ งมนี ามเรยี กขานตามทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดใหห รอื ที่ หนว ยงานในสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตกิ าํ หนดขน้ึ โดยไดร บั ความเหน็ ชอบจากกองตาํ รวจสอื่ สาร” ฉะนั้นการติดตอสื่อสารภายในหนวยงานตางๆ ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงจําเปนตองกําหนดนามเรียกขานแทนชื่อของหนวยงานและของบุคคลเพื่อใหการปฏิบัติหนาที่ เปนไปดวยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การกําหนดนามเรียกขานสวนใหญในหนวยงานตางๆ
๙๗ ของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ ขี่ อมวี ทิ ยสุ อ่ื สารจะเปน ผกู าํ หนดนามเรยี กขานขน้ึ เองและขออนมุ ตั จิ าก สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เมอื่ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ นมุ ตั แิ ลว จงึ แจง ไปยงั กองตาํ รวจสอ่ื สารใหท ราบ เชน ศฝร.ภ.๖ กําหนดนามเรียกขานของหนว ยงานวา “สวรรค” การกําหนดตัวเลขแทนชือ่ บุคคล สว นมากนิยมใชเ ลขหลักหนว ย หลักสบิ และหลกั รอ ย จากผบู ังคบั บัญชาสูงสดุ ของหนว ยจนถึงตําแหนง ตํ่าสุดคอื ลกู แถว เชน ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๑ มนี ามเรยี กขานวา ภผู า ๑ รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๒ มนี ามเรยี กขานวา ภผู า ๒ รอง ผบก.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๓ มีนามเรียกขานวา ภผู า ๓ ผกก.ฝอ.ศฝร.ภ.๖ ใชหมายเลข ๔ มีนามเรยี กขานวา ภูผา ๔ ผกก.บศ.ศฝร.ภ.๖ ใชห มายเลข ๕ มนี ามเรียกขานวา ภูผา ๕ ¡ÒÃàÃÕ¡¢Ò¹ การเรียกขาน คือ การที่สถานีแมขายและลูกขายทดสอบความชัดเจนของวิทยุ ซงึ่ กนั และกนั วา มคี วามชดั เจนเพยี งใด (ว.๑๖ ใด) และลกู ขา ยอยปู ฏบิ ตั หิ นา ทห่ี รอื ไม ตอ จากนน้ั ถา ลกู ขา ย มคี วามประสงคจ ะติดตอ กับผอู ่ืนใหกดคีย (PTT) แลวเรยี กขานเขา สถานีแมข า ยท่เี ราตอ งการพูดดว ย ๑ ครงั้ แลว ตามดว ยคาํ วา “จาก” หรอื “เรียก” และนามเรยี กขานของผูเ รยี ก เชน ศฝร.ภ. ๖ มีสถานี แมข ายใชน ามเรยี กขานวา “สวรรค” และมีลูกขายใชน ามเรยี กขานวา “ภูผาและครี ี” (ภูผาหมายถงึ ผูที่ ทาํ งานท่กี องกาํ กับ คีรีหมายถึงผูที่ทาํ งานทก่ี องรอ ย) ʶҹáÕ Á‹¢‹Ò คือ ศูนยการส่อื สารของหนวยงานนน้ั ๆ มีหนา ที่คอยรับ-สงขาวหรือคําสง่ั ไปยังหนว ยงานรองและลูกขา ย š٠¢Ò‹  คอื หนว ยงานรองจากสถานแี มข า ยและผรู บั ปฏบิ ตั คิ อยรบั คาํ สงั่ จากผบู งั คบั บญั ชา ทส่ี ่ังการจากสถานแี มข า ยไปยงั ลกู ขา ย μÑÇÍ‹ҧ¡ÒÃàÃÂÕ ¡ ลูกขาย : สวรรคจ ากภูผา ๐๒ ว.๒ เปลี่ยน ถา แมข ายไดย ินจะตอบวา สถานีแมขาย : สวรรค ว.๒ เปล่ียน แสดงวา สถานไี ดย นิ ภผู า ๐๒ เรยี ก แลว ตอบรบั ถา ลกู ขา ยมธี รุ ะหรอื มรี าชการจะขอตดิ ตอ กับลูกขายโดยผา นศนู ยห รือสถานแี มขา ย กจ็ ะพดู ตอไปวา ลกู ขาย ภผู า ๐๒ : ขอ ว.๖ กบั ภูผา ๐๑ สถานีแมขายจะตอบวา : ทราบ ว.๖ โดยผานสถานีแมขายรับรูและตอบรับ ภูผา ๐๒ ก็สามารถพูดติดตอกับภูผา ๐๑ ได ถาภูผา ๐๒
๙๘ พูดติดตอกับ ภผู า ๐๑ เสรจ็ เรยี บรอ ยแลว ภผู า ๐๒ จะแจงเขาสถานแี มขา ย คอื “สวรรค” บอกเลิก ว.๖ “สวรรค” กจ็ ะแจง วา “เลิก ว.๖” และตอดวยเวลาในขณะนนั้ เชน เลกิ พดู เม่ือ เวลา ๑๐.๓๐ น. ก็จะพูดวา “เลิก ว.๖ สิบจุดสามศูนย” เปนการเสร็จสิ้นการพูดของลูกขายท้ังสอง ลูกขายคนอ่ืนๆ ก็สามารถแจงเขาสถานีแมขายเพื่อติดตอกับบุคคลอื่นหรือลูกขายไดตอไป การพูดวิทยุติดตอกัน จะตองขออนุญาตตอ สถานีแมข ายทุกคร้งั กอ นเสมอ ในกรณีที่ลูกขายกําลังพูดติดตอกับสถานีแมขายแตตองการใชคําพูดแบบบุคคลธรรมดา ไมใ ชป ระมวลรหสั ลบั ตอ งเปลย่ี นชอ งความถไ่ี ปใชช อ งอนื่ ทต่ี กลงกนั ไว (ว.๓๒) เชน สถานแี มข า ย ใชค ลน่ื ความถ่ี ๔๑๕ เปน ความถปี่ ระจาํ ศนู ย ตอ งเปลย่ี นเปน ๔๒๕ เปน ตน เพอ่ื เปด โอกาสใหล กู ขา ยคนอน่ื ๆ ใชช อ งเรียกขาน ๔๑๕ บาง หา มการตดิ ตอสนทนา ทไ่ี มใชประมวลรหัสลับในชองความถ่ปี ระจําศนู ย ประมวลสญั ญาณ ว. มีทั้งหมด ๔๕ ตวั ในการติดตอสอ่ื สารจริงจะใชป ระมาณ ๓๐ ตวั นอกน้ันนานๆ จะใชส ักครั้ง »ÃÐÁÇÅÅѺ »ÃÐÁÇÅÅºÑ ·ãèÕ ªŒã¹ÃÒª¡ÒÃสํา¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ Ç.ð หมายความวา ขอรับคาํ ส่งั , ตอ งทราบ, ใหบอกมาดว ย Ç.ðð หมายความวา คอยกอ น, คาํ สงั่ หรอื เรอื่ งทตี่ อ งการทราบจะแจง มาภายหลงั Ç.ñ หมายความวา ขอทราบทีอ่ ยู, ขณะนีอ้ ยทู ี่ไหน Ç.ò หมายความวา ไดยนิ หรือไม, ไดยินแลวตอบดว ย, ไดย นิ แลว ตาม ว.๒ Ç.ó หมายความวา ใหท บทวนขอความซํ้าอกี Ç.ô หมายความวา การปฏบิ ตั งิ าน, ออกปฏบิ ัติงาน, ไปปฏบิ ตั งิ าน ว.õ หมายความวา ปฏบิ ัติราชการลับ Ç.ö หมายความวา ขออนญุ าตตดิ ตอ กนั โดยตรง ระหวา ง.....กบั .....โดยขออนญุ าต “Èٹ” Ç.÷ หมายความวา ประสบเหตุคับขนั ทต่ี อ งการความชว ยเหลอื Ç.ø หมายความวา สง ขอความแบบยาว รายงานเพราะเนือ่ งจากรายงานมายงั “Èٹ” วางหรือไมหรือกําลังติดตอกับสถานีใด เพราะถาไมทราบอาจจะรายงานทับกัน ๒ สถานี ฟง ไมร เู รอื่ งและตอ งรายงานใหมท าํ ใหเ สยี เวลา ฉะนนั้ จงึ ไดก าํ หนดประมวลสญั ญาณ ว.๘ ขน้ึ ซง่ึ กาํ หนด หมายความวา สถานอี นื่ เรยี กศนู ยแ ละเรยี ก ว.๘ ตอ งการรายงานเหตขุ อ ความยาว “ȹ٠” วา งหรอื ไม เม่ือ ว.๘ ศูนยวาง จะตอบ ว.๘ และเรียกเขามาก็รายงานเขามาได สถานีอ่ืนท่ีไดยิน ศูนย ว.๘ ทุกสถานีหามเรียกแซงเขาไป ใหรอจนกวาศูนยจะเสร็จสิ้นการติดตอ ยกเวนมีขาวดวนท่ีจะตองรีบ รายงานก็เรยี กแซงเขา ไปไดใ นระหวาง ว.๘ พัก
๙๙ Ç.ù หมายความวา มเี หตฉุ กุ เฉนิ หรอื เหตดุ ว นสาํ คญั ถา ศนู ยฯ ประกาศใชป ระมวลลบั ว.๙ หมายความวา ศูนยฯ ตองการใหรถทุกคันหรือสถานีตางๆ ระงับการติดตอช่ัวคราวและ ใหคอยรับคําส่ังจากศูนยฯ ไดทันที แตถารถวิทยุแจงประมวลลับน้ี หมายถึง รถวิทยุมีเหตุฉุกเฉิน หรือเหตุดวนที่จะตองรีบเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุหรือที่ใดที่หนึ่งขออนุญาตใชสัญญาณไฟแดง และเสียงไซเรน หรือเมื่อศูนยฯ ส่ังรถวิทยุคันใดใหใชประมวลลับนี้ หมายถึง ศูนยตองการใหรถวิทยุ คนั นน้ั ใชส ัญญาณไฟแดงหรือเสียงไซเรนเพื่อใหรบี เดินทางไปทห่ี น่ึงท่ีใด Ç.ñð หมายความวา หยุดรถเพื่อปฏิบัติงานและติดตอทางวิทยุได เชน หยุดรถ เพ่ือสังเกตการณเหตุการณ ณ ท่ีหนึ่งท่ีใด ก็ใหแจง “ว.๑๐ สังเกตการณท่ี...(แจงสถานท่ี)” หรือ หยุดปฏิบัตงิ านทเ่ี กดิ เหตใุ หแ จง “ว.๑๐ ที่เกิดเหต.ุ ..(แจงเหตุหรือสถานท)ี่ ” Ç.ññ หมายความวา หยดุ พกั หรอื จอดรถ โดยไมเ กยี่ วกบั การปฏบิ ตั หิ นา ทแ่ี ละวทิ ยุ ยังสามารถติดตอ ได Ç.ñò หมายความวา หยดุ รถปฏบิ ตั ิงานหรอื หยดุ พกั รถหรอื จอดรถ โดยปด เครื่อง รับ-สงวทิ ยุ ไมสามารถตดิ ตอทางวิทยุได Ç.ñó หมายความวา ใหติดตอทางโทรศัพท Ç.ñô หมายความวา เลิกตรวจ เลกิ ปฏิบัติงาน หรือปฏิบตั งิ านเสร็จสนิ้ แลว Ç.ñõ หมายความวา ใหไ ปพบ, ขอพบกัน Ç.ñö หมายความวา ทดลองเคร่ืองรับ-สงวทิ ยุ โดยมคี วามชัดเจนของเสยี งดงั น้ี ว.๑๖-๑ หมายความวา รับฟง ไมรูเรื่อง มกี ารรบกวนมาก ว.๑๖-๒ หมายความวา รบั ฟง ไมช ัดเจน ว.๑๖-๓ หมายความวา รบั ฟงชัดเจนพอใชไ ด ว.๑๖-๔ หมายความวา รบั ฟง ไดช ดั เจนดี ว.๑๖-๕ หมายความวา รับฟงไดชดั เจนดมี าก เชน ถาม ว.๑๖ ตอบ ว.๑๖-๕ Ç.ñ÷ หมายความวา มเี หตอุ นั ตราย ณ จดุ ใดจดุ หนง่ึ หา มผา น การใชป ระมวลลบั นี้ จะตอ งแจงชื่อสถานีหรอื เสนทางตอ ทายประมวลลับนี้ใหท ราบดว ย Ç.ñø หมายความวา นํารถออกทดลองเคร่ืองยนต Ç.ñù หมายความวา สถานีวิทยุอยูในภาวะคับขัน ถูกยึด หรือถูกโจมตี และ ไมสามารถปอ งกนั ตนเองได Ç.òð หมายความวา ตรวจคน คนหา ตรวจสอบ ว.òñ หมายความวา ออกจาก Ç.òò หมายความวา ถึง Ç.òó หมายความวา ผา น หรือระหวา งการเดินทาง
๑๐๐ Ç.òô หมายความวา ถา ใชเ ปนคาํ ถาม หมายความวา ขอเทียบเวลาหรือขอทราบ เวลา ถาใชเปน คําตอบ หมายความวา แจงเวลา Ç.òõ หมายความวา ถา เปน คาํ ถาม หมายความวา จะไปทใี่ ดหรอื ทห่ี มายอยทู ไ่ี หน ถาเปน คําตอบ หมายความวา จะไปยงั หรอื ทีห่ มายคอื โดยใหร ะบชุ อ่ื ที่หมายไวท า ย Ç.òö หมายความวา ใหพ ยายามติดตอ กนั ทางวทิ ยุใหน อยทส่ี ดุ หากจาํ เปน ใหใ ช ประมวลลับหรือรหัส (ประมวลลับ ว.๒๖ นี้ควรใชสําหรับภารกิจในพ้ืนที่ท่ีสถานการณไมนาไววางใจ ฝายตรงขา มอาจดกั ฟงการตดิ ตอทางวิทยุของฝา ยเราได) Ç.ò÷ หมายความวา การตดิ ตอทางโทรพมิ พ Ç.òø หมายความวา ประชุม Ç.òù หมายความวา มีราชการอะไร Ç.óð หมายความวา ขอทราบจํานวน (ใชก บั คน สิง่ ของ อาวธุ ) Ç.ó๑ หมายความวา เปล่ยี นความถชี่ อง ๑ Ç.óò หมายความวา เปลีย่ นความถี่ชอง ๒ Ç.óó หมายความวา เปลยี่ นความถช่ี อง ๓ Ç.óô หมายความวา เปลี่ยนความถีช่ อ ง ๔ Ç.óõ หมายความวา ใหเ ตรยี มพรอ มออกปฏิบตั งิ าน Ç.óö หมายความวา เตรยี มพรอ มเต็มอตั รา Ç.ó÷ หมายความวา เตรยี มพรอมครงึ่ อัตรา Ç.óø หมายความวา เตรียมพรอม ๑ ใน ๓ Ç.ó๙ หมายความวา การจราจรคบั คง่ั (แลวบอกสถานที่) Ç.ôð หมายความวา มีอุบัติเหตรุ ถยนตช นกนั หรือรถยนตชนคน (แลวบอก สถานท่ี) Ç.ôñ หมายความวา สญั ญาณไฟเสีย (แลว บอกสถานที)่ Ç.ô๒ หมายความวา ยานพาหนะนําขบวน Ç.ôó หมายความวา จดุ ตรวจยานพาหนะ (แลว บอกสถานที)่ Ç.ôô หมายความวา FAX หรือ โทรสาร Ç.ôõ หมายความวา ตรวจสอบประวัติบุคคลหรอื รถ Ç.ôõ-ñ หมายความวา พบประวัติหรือขอ มลู (ว.สีส่ บิ หา-หน่งึ ) Ç.ôõ-๒ หมายความวา ไมพบประวตั หิ รอื ขอ มูล (ว.สสี่ บิ หา -สอง) ࢌÒÁÒä´Œ หมายความวา ใหส งขาวทีต่ องการสง นั้นได àÅ¡Ô หมายความวา เปนการจบขอความท่ีสง (ถาศูนยใหบอกเวลาแทน) และ ไมต อ งการตอบรับอีก
๑๐๑ à»ÅèÂÕ ¹ หมายความวา จบขอความท่ีสงวิทยุตอนหน่ึงๆ และตองการตอบรับ อีกฝายหนง่ึ เร่ิมสง ได ·ÃÒº หมายความวา ไดท ราบขอความครง้ั สดุ ทา ยดีแลว ÃѺ»¯ºÔ ตÑ ิ หมายความวา ไดทราบขอความดแี ลว และจะปฏบิ ตั ิ ȹ٠º͡àÇÅÒ หมายความวา เมื่อรับ-สงเสร็จ ศูนยจะแจงเวลาทุกครั้งไป แสดงวา ศูนยฯ ตดิ ตอวทิ ยกุ บั สถานหี รอื รถคันอืน่ เสรจ็ แลว ตวั เลขทใี่ ชใ นการเรยี กขาน ถา เปน ตวั เลขของประมวลลบั ว. ใหอ า นออกเสยี งเปน จาํ นวน เชน ว.๒๒ ใหอานวา ว.ยี่สิบสอง ถาเปนตัวเลขของนามเรียกขานใหอานตามเสียงของตัวเลข เชน กส.๒๒ ใหอานวา กส.สองสอง เลข ๒ ใหอา นวา สองไมใหอา นวา โท สวนเลข ๑ เชน เลข ๑๑, ๒๑ ฯลฯ ใหอานวา สบิ หนึ่ง, ย่ีสิบหนึ่ง หรือ หนง่ึ , หน่งึ , สองหนงึ่ เปน ตน คําวา ๑ หา มอานวา เอด็ เพราะคาํ วา เจ็ดมีเสียงคลา ยคลงึ กัน อาจทําใหเขา ใจผิดได ¡Òû¯ÔºμÑ ÔÀÒÂã¹È¹Ù ¡ ÒÃÊÍè× ÊÒà แนวการปฏิบัติท่ีจะกลาวตอไปน้ี เปนการปฏิบัติการการส่ือสารกลางกับสวนภูมิภาค หรือภูมิภาคกับภูมิภาคดวยกัน แตสําหรับการปฏิบัติของหนวยงานท่ีมีการติดตอสื่อสารภายในทองที่ เชน นครบาล กองปราบปราม สันติบาล ดับเพลงิ ฯลฯ อาจจะมีการจดั รปู แบบท่ผี ิดแผกแตกตา งกัน ออกไป »ÃÐÁÇÅÅѺ·èÕ㪌ã¹ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ (¾ÔàÈÉ) ÊÒÂμÃǨ»¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒþÔàÈÉ (ñùñ) การแจง เหตุทางวิทยุ เหตุ ๑๐๐ มเี หตปุ ระทุษรา ยตอทรพั ยสนิ เหตุ ๑๑๑ ลกั ทรัพย เหตุ ๑๒๑ ว่งิ ราวทรัพย เหตุ ๑๓๑ ชิงทรัพย เหตุ ๑๔๑ ปลน ทรพั ย เหตุ ๒๐๐ มเี หตปุ ระทษุ รายตอรางกาย เหตุ ๒๑๑ ทํารา ยรา งกายกัน ไมไดรับบาดเจบ็ เหตุ ๒๒๑ ทาํ รายรางกายกนั ไดร ับบาดเจบ็ เหตุ ๒๓๑ ทํารา ยรางกายกัน ไดรบั บาดเจ็บสาหสั เหตุ ๒๔๑ ฆา คนตาย เหตุ ๓๐๐ การพนันเปน บอน เหตุ ๕๑๐ วตั ถตุ องสงสยั เกี่ยวกบั ระเบดิ เหตุ ๕๑๑ ไดเกิดระเบดิ ข้ึนแลว เหตุ ๕๑๒ วตั ถุระเบิดไดต รวจสอบแลวไมร ะเบิด
๑๐๒ เหตุ ๖๐๐ นักเรยี นจะกอเหตุทะเลาะวิวาท เหตุ ๖๐๑ นักเรยี นรวมกลุมมีสิ่งบอกเหตเุ ชือ่ วาจะกอ เหตุ เหตุ ๖๐๒ นักเรยี นกอเหตหุ ลบหนไี ปแลว เหตุ ๖๐๓ นักเรยี นกอ เหตยุ กพวกทํารา ยซง่ึ กนั และกัน เหตุ ๖๐๔ นักเรยี นกอ เหตุยกพวกทํารา ยกันถึงตาย เหตุ ๖๐๕ นกั เรยี นกอเหตยุ กพวกทาํ รายกันมวี ัตถรุ ะเบิด ¡ÒÃ㪌áÅСÒÃบําÃ§Ø ÃÑ¡ÉÒà¤ÃÍ×è §ÁÍ× Ê×èÍÊÒà ÇÔ¸¡Õ ÒÃãªáŒ ÅСÒÃบาํ ÃØ§ÃÑ¡ÉÒà¤Ã×Íè §ÃѺ-Ê‹§Ç·Ô ÂÊØ ×èÍÊÒà เครอ่ื งมือและอุปกรณก ารส่ือสารตา งๆ ที่ใชใ นราชการประจําศูนยก ารสอื่ สารและสถานี วทิ ยคุ มนาคม เปน เครอื่ งมอื สาํ คญั ทจ่ี ะอาํ นวยความสะดวกและรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั งิ านเปน อยา งมาก เคร่ืองมือและอุปกรณเหลานี้หากมีการตรวจสอบบํารุงรักษาอยูเสมอจะมีอายุการใชงานทนทาน และมีประสิทธิภาพสูงที่ตองถือปฏบิ ตั ิดงั ตอ ไปน้ี ๑. หมัน่ ดูแลทําความสะอาดเครอ่ื งเปน ประจาํ กอ นเปดและปดสถานี ๒. อยา ติดตัง้ เครอ่ื งใหไ ดร ับความรอ นหรือช้ืนเกินควร ๓. ทาํ การตรวจสอบและทดลองเครอื่ งเปน ประจาํ ทกุ วนั หากมสี ง่ิ ใดผดิ สงั เกตใหร ายงาน เจา หนาที่ชางหรอื ผูบ งั คบั บญั ชาตามระดับชั้นทราบ ๔. ใหปฏิบัติตามหนังสือคูมือประจําเคร่ืองและอุปกรณการสื่อสารท่ีวาดวยการบํารุง รักษาประจาํ วัน สปั ดาห เดือน ป ไวโ ดยเครงครัด หามใชเ คร่ืองมอื ท่ไี ดร บั มาใหมโ ดยมไิ ดอ า นคมู อื ๕. อยาปลอยเจาหนาที่ท่ีไมมีความรูความชํานาญในการซอมเครื่องมือประเภทนั้น ดวยตนเองเพราะจะทาํ ใหเครือ่ งชาํ รุดมากยิง่ ขน้ึ ๖. สายอากาศภายในชนิด Telescopic เวลาใชจ ะตอ งดงึ สายอากาศออกใหย าวท่สี ุด และอยใู นแนวดง่ิ และอยา ถอดสายอากาศออกโดยไมจ าํ เปน เพราะจะทาํ ใหเ คร่ืองเสีย ๗. ควรใชวิทยุในที่โลงแจง ใหหางจากอาคารตนไม และสิ่งกีดขวางอ่ืนๆ อยางนอย ๕ เมตร (๑๕ ฟุต) โดยเฉพาะเมื่ออาคารและส่ิงกีดขวางนั้นมีหลังคาเปนโลหะ มีโครงสรางเหล็ก และการกอ สราง ๘. การใชงานในเมือง ตองระวังอยาใหสายอากาศอยูใตสายไฟฟาแรงสูงหรือ สายโทรศพั ท หรอื อยูภายในรศั มี ๑๐ เมตร (๓๐ ฟุต) ๙. ในการตดิ ตอ สอื่ สารภายในเมือง ตองระวังไมค วรยนื ใกลอ าคารมากนกั ควรเลื่อน ออกไปยืนอยูกลางถนน (ถาทําได) หรือบนอีกดานหนึ่งของถนนท่ีอยูตรงขามกับทิศทางของสถานที่ ท่จี ะทาํ การติดตอดว ย ๑๐. กดคยี เ มอ่ื พดู ปลอ ยคยี เ มอื่ ฟง ไมค วรกดคยี ส ง สญั ญาณเกนิ กวา ๑ นาที เพอื่ เปน การ รกั ษาเครื่องและยืดอายุของแบตเตอรี่
๑๐๓ ๑๑. การรบั -สงวิทยุ ถาเคร่อื งสงติดตง้ั สายอากาศในแนวดงิ่ ตองรับในแนวด่ิงหรือสงใน แนวนอนตอ งรบั ในแนวนอน เพ่อื ประสิทธิภาพในการรับ-สง ๑๒. แบตเตอรี่ใหมหรือแบตเตอร่ีที่ไมไดใชงานนานๆ จะตองนําไปชารจไฟกอนใช การชารจไฟครัง้ แรกตองชารจ อยา งตอเนอ่ื งไมนอยกวา ๑๖ ชั่วโมง (แมเคร่ืองชารจ จะเปล่ยี นจากไฟ สีแดงเปนสีเขียวแลวกไ็ มต อ งเอาออกจากเครอ่ื งชารจ) แตตองไมเกิน ๒๔ ช่ัวโมง ๑๓. การใชง านตอ งใชจ นแบตเตอรอ่ี อ นเกอื บหมดไฟ โดยสงั เกตจากมเี สยี งเตอื น และเมอ่ื กดคยี ไ ฟแดงจะกะพรบิ (ถา แบตเตอรเี่ ตม็ ไฟแดงจะตดิ ตลอดเวลาทกี่ ดคยี ) ถา ชารจ กอ นแบตเตอรอี่ อ น จะเกิดอาการ MEMORY EFFECT ทาํ ใหอ ายกุ ารใชง านของแบตเตอร่สี ัน้ ลง (เสยี เร็ว) ๑๔. การใชงานจนแบตเตอรี่ออน ทานจะตองนําแบตเตอร่ีกอนสํารองของทาน (ถามี) ซงึ่ ชารจ ไฟเต็มตดิ ตัวไปดวย เพอื่ สับเปลี่ยนเมอื่ กอ นท่ใี ชอยอู อ นกาํ ลัง ๑๕. ในระหวางชารจแบตเตอร่ีควรปดเคร่ืองวิทยุถาจะเปดสแตนดบายตองใชเฉพาะ รับฟงเทา น้นั ๑๖. อยา กดคียสงสญั ญาณขณะชารจ ไฟ เพราะจะทาํ ใหก ารประจไุ ฟฟาไมตอเนื่อง ๑๗. โปรดรกั ษาความสะอาดเครอ่ื งชารจ และขว้ั แบตเตอรจ่ี ดุ สมั ผสั การรบั -จา ยกระแสไฟ ๑๘. หา มเปด ฝาหลงั หรอื ปรับจูนในตัวเคร่ือง ๑๙. หา มปรบั ขั้วแบตเตอรีแ่ ละหยอดนาํ้ มันเครื่อง ๒๐. หามสงซอมตามรานซอมวิทยุโดยทั่วไปตองสงซอมที่ศูนยส่ือสารของสํานักงาน ตํารวจแหงชาติเทา น้นั à¤ÃèÍ× §Á×ÍÊ×èÍÊÒ÷Õãè ªŒã¹ÃÒª¡ÒÃตําÃǨ ñ. à¤Ã×èͧÃѺ-ʧ‹ Ç·Ô ÂªØ ¹´Ô Á×ͶÍ× กําลงั สง ๒-๕ วัตตแจกจายใหเจา หนาทท่ี ุกลําดับช้นั มหี ลายชนดิ เชน วนิ สัน P.G.S.-๑๕๒ โมโตโรลา รุน MH-๗๐, รุน P ๒๐๐, รุน GP ๓๐๐ FM๑
๑๐๔ ò. à¤Ãè×Í§ÃºÑ -ʧ‹ ª¹´Ô ËéÇÔ ¶Í× ËÃÍ× μԴö¹μ กาํ ลังสง ๕-๑๐ วัตต โดยปกตจิ ะต้ังประจาํ หนว ยงานหรอื ตดิ รถยนตม ี L.V.B., FM ๕, โมโตโรลา รนุ SPECTRA ตดิ รถยนตท ส่ี าํ นกั งานสง กาํ ลงั บาํ รงุ กรมตาํ รวจใหพรอมกบั รถยนต Ç·Ô ÂμØ ´Ô ö¹μ ÇÔ·ÂªØ ¹´Ô ËÔÇé ¶Í× FMõ ó. à¤Ãè×ͧÃѺ-Ê‹§ÇÔ·ÂØ»ÃÐจํา·Õè กําลังสง ๒๕ วัตตข้ึนไป สวนมากจะตั้งตามศูนยวิทยุ ตางๆ มี L.V.B. รุน ๘๕๒๖ โมโตโรลา รนุ SUPER CONSOLETTE เปน ตน
๑๐๕ Å¡Ñ É³Ð¢Í§à¤ÃÍè× §ÃºÑ -Ê‹§Ç·Ô ÂâØ ´Â·èÑÇä» ๑. ปมุ VOLUME หมายถงึ ปมุ ทมี่ หี นา ทเ่ี รง -ลดเสยี ง ของวทิ ยนุ น้ั บางชนดิ อาจมสี วติ ช ปด-เปด อยใู นตวั ๒. ปุม SQUELCH หมายถึง ปุมท่ีมีหนาที่ในการตัดสัญญาณเสียงรบกวนตางๆ ออกไป โดยปกตจิ ะปรบั ใหอ ยใู นระดับทเ่ี งยี บใกลเ คยี งเสียงซา ๓. ปมุ PTT ปุมกดเพ่อื สงสัญญาณ กดแลวพดู ปลอ ยแลวฟง ๔. ปุมปรับชอ งมไี วสาํ หรบั เลือกชอ งความถท่ี ี่จะใช เชน ชองที่ ๑ หรอื ชอ งที่ ๒ ๕. HI, LOW เปนตวั กําหนดกาํ ลังสง HI เปน การสง เตม็ กาํ ลงั LOW เปน การสง เพียง เล็กนอ ยในกรณีการรับสง อยูใกลก บั สถานแี มขาย นอกนั้นยังมีปุมตางๆ ท่ีสําคัญที่จะตองศึกษาจากคูมือการใช ฉะนั้นถาไมรูจริง อยาไป ปรับแตง ดว ยตนเอง »¯ºÔ μÑ ¡Ô ÒÃʶҹÇÕ ·Ô ÂØ การเปดสถานีวิทยุเพื่อทํางานตามขายท่ีกําหนดไว จําเปนจะตองมีการทดลองการตรวจ และการปรบั ปรงุ เครอ่ื งใหอ ยใู นสภาพใชง านได รวมทงั้ การดแู ลรกั ษาความสะอาดของเครอ่ื งและสถานท่ี ทําการทดลองจนการเตรียมเครอ่ื งเขียนแบบพิมพส าํ หรับการรบั -สงขาว ใหเ รยี บรอ ยกอ นเวลาในขา ย ไมน อ ยกวา ๕ นาที และเมอ่ื ถงึ เวลาทก่ี าํ หนดไวใ หเ รมิ่ ทาํ การเรยี กขานกบั คสู ถานไี ดท นั ทแี ละเมอื่ ไดร บั ตอบแลว ในบางกรณสี งสยั วา จะเปนสถานอี น่ื สอดแทรกมา ก็ใหใ ชร ะบบบอกฝายทดสอบกบั คสู ถานี ดวยและพนักงานวิทยุจะตองถือหลักปฏิบัติงานใหตรงเวลาอยูเสมอ ทั้งน้ีจะกระทําไดโดยการเทียบ เวลาของนาฬก าซงึ่ ใชภายในสถานีวันละไมน อยกวา ๒ คร้ัง คอื ๐๘.๐๐ น. และ ๒๐.๐๐ น. โดยเทียบ เวลากบั สถานวี ทิ ยุกระจายเสียงแหงประเทศไทย
๑๐๖ μÇÑ ÍÂÒ‹ §Ç·Ô Â«Ø Ö§è ãªàŒ ¤Ãè×ͧáÁ‹àËÅ¡ç ä¿¿Ò‡ 㹡ÒÃʧ‹ -ÃºÑ ¢Ò‹ Ç áºº»ÃÐจาํ ·ËèÕ ÃÍ× μÔ´μÑ駺¹ÂÒ¹¾Ò˹РẺÁ×ͶÍ× μ´Ô μÑÇ
๑๐๗ ¡ÒÃầ‹ ¡ÅÁØ‹ ÊÞÑ ÞÒ³àÃÂÕ ¡¢Ò¹μÒÁ¾¹×é ·Õè ¢Í§ตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ - ù Ÿ
๑๐๘ ¡ÒÃầ‹ ¡Å‹ÁØ áÅШ§Ñ ËÇ´Ñ μ‹Ò§æ ¢Í§¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ñ-ù áÅРȪμ. ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ò ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ó ๑. พระนครศรอี ยธุ ยา ๑. ชลบุรี ๑. นครราชสีมา ๒. อา งทอง ๒. ฉะเชิงเทรา ๒. ชยั ภูมิ ๓. สระบุรี ๓. ปราจีนบุรี ๓. บุรีรมั ย ๔. ปทุมธานี ๔. นครนายก ๔. สรุ นิ ทร ๕. สงิ หบรุ ี ๕. ระยอง ๕. ศรสี ะเกษ ๖. ลพบรุ ี ๖. จันทบุรี ๖. อุบลราชธานี ๗. นนทบุรี ๗. ตราด ๗. ยโสธร ๘. ชยั นาท ๘. สระแกว ๘. อาํ นาจเจรญิ ๙. สมทุ รปราการ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตําÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ô ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ õ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀÙ¸ÃÀÒ¤ ö ๑. ขอนแกน ๑. เชียงใหม ๑. พิษณุโลก ๒. อุดรธานี ๒. เชยี งราย ๒. สุโขทยั ๓. เลย ๓. แมฮ องสอน ๓. กําแพงเพชร ๔. มหาสารคาม ๔. ลําปาง ๔. อุตรดิตถ ๕. กาฬสินธุ ๕. ลําพูน ๕. พจิ ิตร ๖. รอยเอด็ ๖. แพร ๖. เพชรบูรณ ๗. มกุ ดาหาร ๗. นา น ๗. นครสวรรค ๘. นครพนม ๘. พะเยา ๘. อุทัยธานี ๙. สกลนคร ๑๐. หนองคาย ๑๑. หนองบวั ลาํ ภู ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ÷ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ø ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ù ๑. นครปฐม ๑. สุราษฎรธ านี ๑. สงขลา ๒. กาญจนบุรี ๒. ชมุ พร ๒. ตรัง ๓. ราชบรุ ี ๓. ระนอง ๓. พทั ลุง ๔. เพชรบรุ ี ๔. พังงา ๔. สตูล ๕. สพุ รรณบุรี ๕. ภูเกต็ ๕. ปตตานี ๖. สมทุ รสงคราม ๖. กระบ่ี ๖. ยะลา ๗. สมทุ รสาคร ๗. นครศรธี รรมราช ๗. นราธิวาส ๘. ประจวบคีรขี ันธ
º··Õè ñð ¡ÒþѲ¹ÒºØ¤Å¡Ô ÀÒ¾ ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤ เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการพัฒนาบุคลิกภาพ และสามารถพัฒนา บุคลิกภาพของตนเองใหเ ปน ผูทีม่ ีบุคลิกภาพท่ดี ี สามารถสรางภาพลกั ษณทีด่ ีใหก ับองคกรได º·นาํ การดาํ เนนิ ชวี ติ หรอื การประกอบอาชพี ตา งๆ ในปจ จบุ นั ทงั้ หนว ยงานราชการ เอกชน ธรุ กจิ บุคคลไดใหความสําคัญเร่ืองบุคลิกภาพมากทีเดียว ดังจะเห็นไดจากการรับสมัครบุคคลเขาทํางาน ในตาํ แหนง ตา งๆ มกั กาํ หนดคณุ สมบตั ขิ องบคุ ลกิ ภาพไวเ ปน ประการสาํ คญั จากการวจิ ยั วศิ วกรกลมุ หนงึ่ ในสหรัฐอเมริกา พบวา วศิ วกรสมองดี ความรดู ี และบคุ ลิกภาพทีด่ ี สามารถหาเงนิ และปฏิบตั หิ นา ท่ี ไดด กี วาถึง ๖ เทา ของวิศวกรทม่ี ีสมองดี ความรูดแี ตห ยอนบคุ ลกิ ภาพ บุคลิกภาพจึงสงผลตอ “ความสําเร็จ” และ “ความลมเหลว” ของตนเองและองคกร เพราะบุคคลท่ีมีความสามารถและตําแหนงสูงยอมตองทํางานรวมกับคนอ่ืนๆ ได สามารถโนมนาว จิตใจใหผูท่ีติดตอดวยรูสึกพอใจเกิดความนิยมชมชอบ รูสึกประทับใจ ยินดีรวมมือดวยความเต็มใจ ก็จะทําใหการทํางานรวมกันประสบความสําเร็จไดรับการสนับสนุนอยางเต็มที่ เกิดประโยชนรวมกัน ตอ ตนเอง เพื่อนรว มงาน และองคกร งานแตล ะประเภทใหค วามสาํ คญั เกย่ี วกบั บคุ ลกิ ภาพทแ่ี ตกตา งกนั ออกไป เชน งานบรกิ าร งานขายสินคา สวนใหญจะตองมีบุคลิกภาพดี สะอาด พูดจาสุภาพ ก็จะทําใหมีโอกาสขายสินคาได สูงขึ้น งานประเภทใชกําลังกายบุคลิกภาพของผูประกอบอาชีพน้ีก็จะตองมีลักษณะความแข็งแรง ทางรางกายสูง งานประเภทคาขายสินคาอาหารตางๆ บุคลิกภาพของคนประกอบอาชีพนี้ก็ควรมี บุคลิกภาพที่เหมาะสมคือ แตงตัวสะอาด รัดกุม เรียบรอย ก็จะทําใหมีโอกาสขายสินคาหรืออาหาร ไดดีกวาคนท่ีแตงตวั สกปรก เสือ้ ผา เกา ๆ ไมเ รยี บรอ ย เปนตน ดังนั้น บุคลิกภาพท่ีดีที่ไดรับการปรับปรุงแลวเปรียบเหมือนขุมทรัพยขุมพลังอันย่ิงใหญ ท้ังในดานสวนตัวและการประกอบอาชีพ กอใหเกิดประโยชนและความสําเร็จทั้งทางดานการเงิน ตําแหนงและสังคม บุคลิกภาพจึงเปนเร่ืองที่ควรแกการศึกษา เพ่ือจะไดใชขุมทรัพยใหเกิดประโยชน ตอตนเองและสังคม
๑๑๐ ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧº¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾ บุคลิกภาพตรงกับภาษาอังกฤษวา Personality มีรากศัพทเต็มมาจากภาษากรีก คือ Persona (Per + Sonar) ซึ่งหมายถึง Mask แปลวา หนากากท่ีตัวละครใชสวมใสในการเลนเปน บทบาทแตกตางกันไปตามทไ่ี ดรบั นกั จติ วิทยาหลายทา นไดใ หค วามหมายของคาํ วา บุคลกิ ภาพไว ดังน้ี ¤ÅÑ¡ÎÍ˹ (Kluckhohn) ไดกลาววาบุคลิกภาพของมนุษยท่ัวไปจะมีลักษณะรวม ที่เหมือนกันในฐานะเปนมนุษย และจะมีลักษณะสวนหนึ่งที่คลายกับทุกคนในสังคมและวัฒนธรรม ท่ีตนเปนสมาชิก แตขณะเดียวกันจะมีคุณสมบัติที่พิเศษเปนเอกลักษณไมเหมือนใคร เชน คนไทย คนใดคนหนึง่ จะมบี คุ ลกิ ภาพสวนตวั รว มกับ “มนษุ ย” โดยท่ัวไป และจะมีบุคลิกภาพของตนโดยเฉพาะ ¨Õ àÁÍÿ ,‚ áÍÅ àÁÍÿ ‚ áÅÐ ·Õ ¹ÇÔ ¤ÍÁº (G. Murphy, L. Murphy and T. Newcomb) กลา ววา บคุ ลิกภาพ คอื ความเดนประจาํ ตัวของแตละบุคคล ซ่ึงอาจบอกถึงความแตกตางกับบคุ คล อืน่ ๆ ได ในรปู ของปริมาณและคุณภาพในลกั ษณะเดนๆ น้ัน ªä¹à´Íà (Schneider) กลาววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง กระบวนการสรา งหรอื การรวม คุณลักษณะท้ังดานรางกายและจิตใจของบุคคล ตลอดจนความสามารถ ความโนมเอียง นิสัย อากัปกิริยาของแตละบุคคล โดยเฉพาะและบุคลิกภาพจะเปนเครื่องกําหนดปฏิกิริยาของบุคคลที่มี ตอตนเองและผูอ่ืน และเปนผลตอความรูสึกนึกคิดที่มีตอส่ิงแวดลอม วัตถุ บุคคล และวัฒนธรรม ของสงั คมทีเ่ ขาอาศัยอยู àºÍù Òô (Bernard) ไดใ หค วามหมายของบคุ ลกิ ภาพวา หมายถงึ ผลรวมทงั้ หมดของ ทาทาง รูปรา ง ลักษณะทางกาย พฤตกิ รรมทแี่ สดงออก แนวโนมการกระทํา ขอบเขตความสามารถ ทงั้ ที่ซอ นเรนอยภู ายในและทแี่ สดงออกมา
๑๑๑ ÁÍÃá ¡¹ (Morgan) ใหท ศั นะวา บคุ ลกิ ภาพ คอื คณุ สมบตั แิ ละคณุ ลกั ษณะเดน ของบคุ คล รวมทั้งการปรับตัวของบคุ คลและสง่ิ แวดลอ มตา งๆ ÎÒ÷áÁ¹ (Hartman) ไดใหความหมายของบุคลิกภาพวาหมายถึง สวนรวมท้ังหมด ที่บุคลิกแสดงออกโดยกิริยาอาการ ความนึกคิด อารมณ นิสัยใจคอ ความสนใจ การติดตอกับผูอ่ืน ตลอดจนรปู รา งหนาตา การแตงกาย และความสามารถในการอยูรวมกบั บคุ คลอน่ื ÎÅÔ ¡Òô (Hilgard) กลา ววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง ลักษณะสว นรวมของบุคคลแตละคน อันเปนแนวทางในการปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอม ซึ่งแตละคนมีรูปแบบของการแสดงออกทาง พฤตกิ รรมตางๆ กัน μÒÁ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ©ºÑºÃÒªºÑ³±μÔ Âʶҹ ¾.È.òõòõ ไดใ หความหมายไววา บคุ ลิกภาพ หมายถึง สภาพนิสยั จาํ เพาะคนหรอื ลกั ษณะเฉพาะประจาํ ตวั ของแตละบคุ คลทป่ี รากฏใหเห็น นอกจากนี้ยังมีความเห็นจากนักจิตวิทยาอีกหลายทานไดใหคําจํากัดความของคําวา บคุ ลิกภาพ ซ่ึงมีความหมายทคี่ ลา ยคลงึ กัน จากคาํ จาํ กัดความของบคุ ลิกภาพดังที่กลาวมาแลวขา งตน จึงสามารถสรปุ ความหมายของคาํ วาบคุ ลิกภาพไดด งั นี้ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾ หมายถงึ แบบแผนพฤตกิ รรมของบคุ คลซงึ่ เปน ลกั ษณะเอกลกั ษณท แ่ี สดงออก ทั้งทางดานความคิด ความรูสึก ความสนใจ สติปญญา รวมท้ังทางดานสรีระ บุคลิกภาพภายนอก และภายใน ทําใหสามารถแยกแยะความแตกตางระหวางบุคคลได บุคลิกภาพของบุคคลเปนผล มาจากพันธกุ รรม (Heredity) และสง่ิ แวดลอม (Environment) ¤ÇÒÁสํา¤Ñޢͧº¤Ø ÅÔ¡ÀÒ¾ การมีบุคลิกภาพท่ีดีจะทําใหบุคคลมีลักษณะสําคัญที่เปนประโยชนตอการดําเนินชีวิต ในแงมุมตางๆ เชน การมีความสามารถในการรับรูและเขาใจในสภาพความเปนจริงไดอยางถูกตอง การแสดงอารมณจะอยูในลักษณะและขอบเขตท่ีเหมาะสม มีความสามารถในการสรางความสัมพันธ กับผูอื่นและสังคมไดดี มีความรัก และความผูกพันตอผูอื่น มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง การพัฒนาทางการแสดงออกของตนตอ ผอู ่นื ไดดี บุคลิกภาพจึงเปนส่ิงสําคัญในการสรางความสัมพันธระหวางบุคคล ทั้งในดานของการ ดาํ เนนิ ชวี ติ การยอมรบั ความแตกตา งระหวา งบคุ คล การปฏบิ ตั หิ นา ทกี่ ารงาน การเขา สงั คม ซงึ่ สง่ิ เหลา น้ี ลว นแลว แตม ผี ลตอ ความเจรญิ กา วหนา ของบคุ คล การมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ที าํ ใหบ คุ คลไดร บั ประโยชน ดงั นี้ ñ. ¤ÇÒÁÁÑè¹ã¨ (Confident) ผูที่มีบุคลิกภาพท่ีดี จะทําใหรูสึกมั่นใจในการแสดงออก มากขึ้น กลาแสดงความคิดเห็น แสดงความรูสึก และกลาที่จะทํากิจกรรมตางๆ ซ่ึงมักจะเปนการ แสดงออกท่ดี ที ําใหผพู บเห็นใหค วามสนใจซึ่งนาํ ไปสคู วามเชื่อมั่นในตนเองของบุคคลผูน ั้น เชน การมี บคุ ลกิ ภาพทด่ี ี เมอื่ ไดร บั คดั เลอื กใหเ ปน ตวั แทนกลมุ ในการนาํ เสนอผลงาน กส็ ามารถนาํ เสนอผลงานไดด ี เพราะมีความมั่นใจ และกลาแสดงออก
๑๑๒ ò. ¤ÇÒÁสาํ àÃç¨ (Success) บคุ คลที่มบี คุ ลกิ ภาพที่ดี สามารถสรางความเช่ือถือศรทั ธา ประกอบกบั ความเชอื่ มนั่ ในตนเอง จงึ สามารถทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถสรา งความศรทั ธา ใหผ รู ว มงานใหค วามรว มมือ ทาํ ใหไ ดรับความสะดวกพรอ มเพรียงและปฏิบตั ิงานใหส าํ เรจ็ ดวยดี ó. ¤ÇÒÁ໚¹μÑǢͧμÇÑ àͧ (Self-confident) ผทู ่มี บี ุคลิกภาพดี จะมีลักษณะเฉพาะตัว และเปนตัวของตัวเองสามารถแสดงออกไดอยางเต็มศักยภาพ ท้ังดานการแสดงออกการแสดง ความคดิ เหน็ เมอื่ เขารว มกจิ กรรมตางๆ ô. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¤ÇÒÁáμ¡μ‹Ò§ÃÐËNjҧºØ¤¤Å (Individual differences) ผูท่ีมี บคุ ลกิ ภาพทดี่ จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา งของบคุ คลวา คนแตล ะคนมคี วามแตกตา งกนั ทงั้ ดา นรปู รา งและสตปิ ญ ญา จงึ ทาํ ใหผ พู บเหน็ ยอมรบั และแยกความแตกตา งของบคุ คลได ชว ยใหส ามารถ รูจ ักและเขา ใจบคุ คลแตละคนไดด ีขนึ้ õ. ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ (Adaptation) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา ง ระหวา งบคุ คลจงึ สามารถปรบั ตวั ใหเ ขา กบั บคุ คลและสถานการณไ ดด ขี นึ้ สามารถสรา งสมั พนั ธภาพกบั บคุ คลท่ีแวดลอ มและเก่ยี วของได ö. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¢Í§¡ÅØ‹Á (Acceptance) ผูท่ีมีบุคลิกภาพดียอมเปนท่ีตองตาตองใจ นิยมชมชอบศรัทธา เชื่อม่ัน และไดรับการยอมรับจากกลุมเปนอยางดี ทําใหรูสึกพอใจ ยินดี และมคี วามมน่ั คงทางดานจติ ใจ เสริมสรา งใหไ ดรับความสําเรจ็ ท้ังสวนตนและองคกร ÷. ¡ÒäҴËÁÒ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ (The expected behavior) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดที ตี่ า งกนั ทาํ ใหส ามารถทาํ นายพฤตกิ รรมของบคุ คลนน้ั ได เชน บคุ คลทย่ี มิ้ แยม แจม ใสมกั เปน คนทม่ี มี นษุ ยส มั พนั ธด ี บคุ คลทีม่ คี วามกระตอื รอื รน มกั เปนผใู ฝร ู ใฝเ รียน เปน ตน ÅѡɳСÃÔ ÂÔ Ò·Ò‹ ·Ò§ ÊÒÁÒöºÍ¡¶Ö§ºØ¤Å¡Ô ÀÒ¾¢Í§ºØ¤¤Åä´Œ
๑๑๓ ¾Ñ²¹Ò¡ÒôŒÒ¹º¤Ø ÅÔ¡ÀÒ¾ บคุ ลิกภาพท่หี ลอหลอมเร่ือยมาตงั้ แตเ กดิ จนตายนัน้ มีพฒั นาการตามความเจรญิ เติบโต ตามชว งอายุหรอื ตามวัย ดังตอ ไปน้ี ñ. ÇÂÑ ·Òá (Infant) อายแุ รกเกิดถึง ๒ ขวบ เปนพัฒนาการดา นบคุ ลกิ ภาพของมนุษยในการวางรากฐาน ของชวี ติ ซงึ่ ไดร บั อทิ ธพิ ลจากครอบครวั โดยเฉพาะผเู ลย้ี งดู เวน แตท ารกทไี่ ดร บั การเลย้ี งดจู ากสถานเลย้ี งดู (Nursery) พฤติกรรมก็จะตางออกไป อิทธพิ ลท่มี ผี ลตอบคุ ลกิ ภาพของทารกมดี ังนี้ ๑. ความสัมพันธของบุคคลในครอบครัว เชน ระหวางพอแมท่ีมีตอลูก ระหวางพอ และแมเอง ถาเดก็ พบวาครอบครัวมีการทะเลาะเบาะแวงเปน ประจาํ ขดั แยงและทํารายซง่ึ กนั และกัน หรอื พอ แมเ ลกิ กนั เดก็ จะเกดิ ความเครยี ดในจติ ใจ ปราศจากความสขุ ขาดความอบอนุ กจ็ ะมพี ฤตกิ รรม แสดงออกเรียกรอ งความสนใจดว ยพฤติกรรมตา งๆ ไมเคารพพอแมหรือเฝา สงสารตัวเอง ๒. วิธเี ลีย้ งดูและการอบรมในวัยเดก็ บางครอบครัวเล้ยี งดบู ุตรดว ยวิธเี ผด็จการเขมงวด คือ รับคําส่ังและทําตามอยางเดียวไมใหแสดงความคิดเห็น บางครอบครัวเลี้ยงดูแบบประชาธิปไตย บางครอบครัวเลย้ี งดูแบบปลอยปละละเลย ผลทมี่ ีตอเดก็ คือ ๒.๑ การเลย้ี งดแู บบเขม งวดหรอื เผดจ็ การ เดก็ จะรสู กึ วา พอ แมไ มร กั ตน เดก็ จะกลายเปน คนข้ีกลวั คอื กลัวผูปกครองจนลนลานหรือตอตา นอํานาจหรอื วา ฝน คําสั่งจนกลายเปน คนดอ้ื ดาน ๒.๒ การเล้ียงดแู บบประชาธปิ ไตย คือ ผปู กครองเขาใจความตอ งการและใหอสิ ระ ตามสมควร ไมล งโทษดว ยวิธเี ฆีย่ นตีมากนัก เดก็ จะมกี ารปรับตวั ทดี่ ี เปน ตวั ของตวั เอง กลาแสดงออก และเช่อื มัน่ ในตวั เอง ๒.๓ การเลยี้ งดแู บบปลอ ยปละละเลย พอ แมม กั ตามใจเดก็ ทกุ เรอื่ ง ผลทเี่ กดิ กบั เดก็ คอื เด็กจะเปน คนเอาแตใจตวั เอง ทําอะไรเองไมไ ด ตองพ่งึ พาคนอ่นื เสมอ ไมม รี ะเบียบวินยั เปน ตน ๓. ความสมา่ํ เสมอในการเลยี้ งดู พอ แมค วรปฏบิ ตั ติ อ เดก็ สมาํ่ เสมอ เชน การใหค วามรกั ความเอาใจใส ถาทําบางไมทําบางจนเด็กจับสังเกตไมได เด็กจะเกิดไมแนใจวาตนเปนท่ีรักที่ตองการ ของพอแมห รือไม ๔. พอ แมค วรใหค วามรกั ความเอาใจใสต อ ลกู เทา กนั ถา มลี กู หลายคน การเลอื กทรี่ กั มกั ทชี่ งั จะทําใหเดก็ เกิดปมดอยและความอจิ ฉาริษยา ๕. พอแมควรหาโอกาสใหเด็กไดคุนเคยกับคนแปลกหนาบาง เด็กจะไดไมขี้อาย กลาแสดงออก ซง่ึ เปนการสรางพัฒนาการทางสงั คมแกเ ด็ก
๑๑๔ ¡ÒôÙáÅàÍÒã¨ãÊ¢‹ ͧ¾Í‹ áÅÐáÁ‹μ§éÑ áμ‹·Òá Ê‹§¼ÅμÍ‹ º¤Ø Å¡Ô ÀÒ¾¢Í§ºØ¤¤Å (·ÕèÁÒ : http:/www.thisisfamily.org) ò. ÇÂÑ à´ç¡μÍ¹μ¹Œ (Children) เดก็ อายรุ ะหวา ง ๓-๕ ป เปน วยั ทเ่ี ดก็ จะลอกเลยี นแบบพอ แมห รอื บคุ คลในครอบครวั เชน พฤตกิ รรม ทศั นคติ อารมณ คา นยิ ม เปน วยั ทเี่ ดก็ ผกู พนั กบั ครอบครวั มาก โดยเฉพาะอยา งยงิ่ พอ แม ถา เดก็ ประสบปญ หาครอบครวั ในวยั นี้ เชน พอ หรอื แมจ ากเดก็ ไปนานๆ พอ แมเ ลกิ กนั จะมผี ลตอ จติ ใจ ของเดก็ มาก เดก็ จะมอี าการขาดความสขุ กา วรา วเรยี กรอ งความสนใจ หรอื เงยี บไมพ ดู จากบั ใคร เปน ตน ความคิดเห็นของเด็กวัยนี้คอนขางจะมีความคิดเห็นตอตัวเองวาตนมีความสามารถ มากนอยแคไหน ตนเปนคนดีหรือไม ผูปกครองตองไมตั้งระดับความหวังตอเด็กไวสูงเกินไป ถาเด็ก ไมสามารถทําได เด็กจะทอใจและหมดกําลังใจ เด็กเปนปมดอย หากพอแมฝกหัดใหเด็กทําตัวเปน ตัวอยางที่ดีของนอง หรือชวยเหลือครอบครัวดวยการเล้ียงดูนอง จะทําใหเด็กมีความรูสึกเปนผูใหญ มีความรบั ผดิ ชอบ เปน ตน ความแตกตา งระหวา งบคุ คลทีป่ รากฏชัดในวยั น้ี คือ ลกั ษณะการเปน ผนู าํ การเปน ผูตาม ชอบสังคม หนีสังคม และบุคลิกภาพตามเพศของตัวเอง จากการอบรมของครอบครัว เชน เดก็ ผชู ายใหล กั ษณะผนู าํ ปราดเปรยี ว เดก็ ผหู ญงิ ใหว า งา ย เชอ่ื ฟง ออ นหวาน เรยี บรอ ย ถา เดก็ ในวยั น้ี ไดรับประสบการณทไี่ มดี เชน เพอื่ นแกลง จะทําใหเ ขาเกลียดสงั คมและกลายเปนคนเกบ็ ตัวไปในท่ีสุด
๑๑๕ à´ç¡·Õèä´ŒÃºÑ ¡ÒôÙáÅàÍÒã¨ãÊ‹¨Ò¡¤Ãͺ¤ÃÇÑ ¨ÐÁ¾Õ ÄμÔ¡ÃÃÁ¡ÅÒŒ áÊ´§ÍÍ¡ (·ÕÁè Ò : http://board.postjung.com) ó. ÇÑÂËعμÍ¹μ¹Œ (Early Adolescence) เดก็ วยั ๑๓-๑๖ ป ถอื วา เขา สวู ยั รนุ เดก็ ในวยั นม้ี เี รอื่ งบคุ ลกิ ภาพเกยี่ วกบั ความคดิ เหน็ ท่มี ตี อตนเอง เชน ความไมพ อใจ ไมเ ขา ใจตัวเอง เพราะพฒั นาการทางดา นรางกายยังไมพฒั นาไปถึง ขีดสุด เดก็ มักจะกงั วลอยูก ับการเปลยี่ นแปลงของรา งกายและอารมณจ ากวัยเดก็ เขาสูว ัยรนุ ซ่ึงเด็กจะ ตองปรบั ตัวอกี ระดับหนงึ่ จึงทําใหก ิริยาอาการเปลีย่ นแปลงไป บางคร้ังจะโดนผใู หญดุวา โตแลวจะทํา เปน เดก็ เขาจงึ วา วนุ และสงสยั วา อะไรคอื ความพอดี การทเี่ ดก็ วยั นมี้ ปี ญ หาสว นตวั และสงั คม ทาํ ใหเ ขา ขาดความเช่ือมั่นในตัวเองในเร่ืองความสามารถ การยอมรับจากผูอ่ืน จึงทําใหวัยรุนแสดงพฤติกรรม ออกมาในรูปแบบปฏิเสธ ไมยอมรบั สิง่ ตางๆ พยายามขดั คําส่งั และหาขอ แกต วั มาอางเสมอ ô. ÇÂÑ Ã¹Ø‹ μ͹»ÅÒ (Late Adolescence) อายุตั้งแต ๑๗-๒๑ ป บุคลิกภาพโดยทั่วๆ ไป จะเริ่มดีข้ึน เลิกกังวลกับตัวเอง ลงเพราะผปู กครองเร่ิมใหอสิ ระมากขึน้ ตวั เขาก็เริม่ มวี ิจารณญาณทีด่ ขี ึน้ เขา ใจผูอ่ืนมากขนึ้ มเี หตุผล รจู กั เปล่ียนแปลง ปรับปรุง และแกไขบุคลกิ ภาพของตวั เองใหด ขี ึน้ สงิ่ ทีม่ สี ว นในการปรบั ปรงุ บคุ ลิกภาพของวัยรุนตอนปลาย คอื ๑. การรจู กั ตวั เองมากขนึ้ และยอมรบั ความเปน จรงิ พรอ มจะแกไ ขขอ บกพรอ งและรกั ษา สวนท่ดี ีของตัวเอง ๒. การมคี วามเชอื่ มน่ั ในตวั เอง คอื ความคดิ เหน็ ทม่ี ตี อ ตนเองทมี่ นั่ คงขนึ้ ไมใ ชเ ปลยี่ นแปลง ตามอารมณตลอดเวลา ๓. การมคี วามภาคภมู ิใจในตัวเองดวยเหตผุ ลวา ประสบความสาํ เรจ็ ตามความสามารถ ของตน และการทผี่ ใู หญพ ยายามเปด โอกาสใหเ ดก็ ไดท าํ ในสง่ิ ทเ่ี หมาะกบั ความถนดั ความสามารถและ ความสนใจของเขา
๑๑๖ ÅѡɳТͧºØ¤ÅÔ¡ÀÒ¾·Õè´Õ ลักษณะของบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดีนั้นเปนท่ีปรารถนาของสังคม บุคคลท่ีมีบุคลิกภาพ ท่ีสมบูรณยอมเปนบุคคลที่เปนที่ยอมรับของบุคคลในสังคมสามารถอยูในสังคมไดอยางมีความสุข และทัศนคติของคนโดยทั่วไปเห็นวา บคุ คลที่มบี คุ ลิกภาพทดี่ ีนั้น จะตอ งมีองคป ระกอบตางๆ ซ่งึ สถิต สงศส วรรค (๒๕๕๑ : ๒๑๕) ไดส รุปลักษณะของบคุ ลกิ ภาพทีด่ ี ดงั นี้ ๑. ทาทางสงางาม มีลักษณะทาทางท่ีดี มีลักษณะทางรางกายสงา กระฉับกระเฉง คลองแคลว วองไว ๒. มสี ุขภาพท่ดี รี างกายสมบูรณแขง็ แรง ๓. ปรบั ตวั เขา กบั สง่ิ แวดลอ มและสงั คมไดด ใี นทกุ กาลเทศะ เปน บคุ คลทมี่ คี วามสามารถ สรางความสมั พันธอ นั ดีกบั บุคคลท่ัวไป และเปนบคุ คลท่ปี รบั ตวั เขากบั บคุ คลอนื่ ไดดี ๔. เปนคนท่ีมีเหตุมผี ลละเอียดออน สขุ ุมรอบคอบ ๕. เปนคนมีความอดทน มีกําลังใจกลาเผชิญกับอุปสรรคและภาวะคับขัน สามารถ ที่จะเผชิญกับเหตุการณต างๆ โดยไมห วัน่ ไหว ๖. เปน ตวั ของตวั เอง กลา ตดั สนิ ใจ กลา คดิ ไมค อยแตจ ะพง่ึ พาผอู นื่ รจู กั ชว ยเหลอื ตวั เอง เม่ือเกิดสถานการณคับขัน กลาพูดความจริง กลายอมรับความจริง ยิ้มไดเม่ือมีภัยมา กลาเผชิญ ความจริงและเขา ใจถงึ ธรรมชาติของมนุษย ๗. มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไมเปนคนขี้อายเปนคนที่มีความสามารถตัดสินใจไดอยาง ฉับพลัน ไมมีจิตใจเรรวน สิ่งเหลานี้จะทําใหมีลักษณะของความเปนผูนําเปนท่ีเช่ือถือและไววางใจ ของผูอ่นื ๘. ไมมองโลกในแงราย เปน บคุ คลท่มี องโลกในแงดอี ยเู สมอ ๙. ไมเห็นแกต ัวเอาเปรยี บผูอนื่ รจู ักชว ยเหลือผอู ื่น ๑๐. มีความเห็นอกเหน็ ใจผูอ่ืน เอาใจเขามาใสใจเรา ๑๑. มคี วามกระตือรอื รน ใฝห าความรแู ละรักความกา วหนา ๑๒.มคี วามสภุ าพเรยี บรอ ย กริ ยิ ามารยาทดี วาจาทา ทางทแ่ี สดงออก มวี าทศลิ ปใ นการพดู พดู จาไพเราะไมหยาบคาย ใหเกียรตผิ ูอ ืน่ ถือวา เปนเสนหแกผ พู บเหน็ ๑๓.มคี วามสงบเสงย่ี ม รจู กั อดกลน้ั รจู กั ควบคมุ อารมณ ไมต นื่ เตน ไมห วน่ั ไหวตอ เหตกุ ารณ ตา งๆ งายเกนิ ไป มีสตทิ ีด่ ีและรจู ักบังคับจติ ใจตนเอง ๑๔.มีความราเริงสดช่ืนแจมใสอยูเสมอ เปนคนที่มีอารมณดี จิตใจดี ปรับตัวใหเขากับ บุคคลทกุ ระดับ ใครๆ ก็พอใจอยากพบเหน็ และคบหาสมาคมดวย ๑๕.รจู กั กาลเทศะ รจู ักจังหวะเวลาและสถานที่ ๑๖. มคี วามซอื่ สตั ยสจุ ริต ๑๗.ย้ิมเปน สหี นา ยมิ้ แยม แจม ใสเปน นิจ ๑๘.มปี ระสบการณทหี่ ลากหลาย ตอ งเขาใจโลก เขาใจชวี ติ
๑๑๗ ÊÃ»Ø การมีบุคลิกภาพท่ีดีจะทําใหบุคคลมีลักษณะสําคัญที่เปนประโยชนตอการดําเนินชีวิต ในแงมุมตางๆ เชน การมีความสามารถในการรับรูและเขาใจในสภาพความเปนจริงไดอยางถูกตอง การแสดงอารมณจะอยูในลักษณะและขอบเขตที่เหมาะสม มีความสามารถในการสรางความสัมพันธ กับผูอ่ืนและสังคมไดดี มีความรักและความผูกพันตอผูอื่น มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง การพฒั นาทางการแสดงออกของตนตอ ผูอ ่ืนไดด ี บุคลิกภาพจึงเปนสิ่งสําคัญในการสรางความสัมพันธระหวางบุคคลท้ังในดานของการ ดาํ เนนิ ชวี ติ การยอมรบั ความแตกตา งระหวา งบคุ คล การปฏบิ ตั หิ นา ทก่ี ารงาน การเขา สงั คม ซง่ึ สง่ิ เหลา นี้ ลว นแลว แตม ผี ลตอ ความเจรญิ กา วหนา ของบคุ คล การมบี คุ ลกิ ภาพทดี่ ที าํ ใหบ คุ คลไดร บั ประโยชน ดงั น้ี ñ. ¤ÇÒÁÁ¹Ñè 㨠(Confident) ผทู ม่ี บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะทาํ ใหร สู กึ มน่ั ใจในการแสดงออกมากขนึ้ กลาแสดงความคิดเห็นแสดงความรูสึกและกลาที่จะทํากิจกรรมตางๆ ซึ่งมักจะเปนการแสดงออกที่ดี ทาํ ใหผูพ บเหน็ ใหค วามสนใจซึ่งนาํ ไปสคู วามเชอ่ื มน่ั ในตนเองของบุคคลผนู ั้น เชน การมบี ุคลิกภาพทีด่ ี เมอื่ ไดร บั คดั เลอื กใหเ ปน ตวั แทนกลมุ ในการนาํ เสนอผลงาน กส็ ามารถนาํ เสนอผลงานไดด ี เพราะมคี วามมน่ั ใจ และกลา แสดงออก ò. ¤ÇÒÁสําàÃç¨ (Success) บุคคลท่ีมีบุคลิกภาพที่ดีสามารถสรางความเชื่อม่ันศรัทธา ประกอบกบั ความเชอ่ื มน่ั ในตนเองจงึ สามารถทาํ งานไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถสรา งความศรทั ธา ใหผ รู ว มงานใหค วามรวมมอื ทําใหไ ดร บั ความสะดวกพรอ มเพรยี งและปฏบิ ัติงานใหส าํ เรจ็ ดว ยดี ó. ¤ÇÒÁ໹š μÇÑ ¢Í§μÇÑ àͧ (Self-confident) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพดจี ะมลี กั ษณะเฉพาะตวั และ เปน ตวั ของตวั เอง สามารถแสดงออกไดอ ยา งเตม็ ศกั ยภาพทง้ั ดา นการแสดงออก การแสดงความคดิ เหน็ เมอ่ื เขา รว มกิจกรรมตา งๆ ô. ¡ÒÃÂÍÁÃºÑ ¤ÇÒÁáμ¡μÒ‹ §ÃÐËÇÒ‹ §º¤Ø ¤Å (Individual differences) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพ ทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา งของบคุ คลวา คนแตล ะคนมคี วามแตกตา งกนั ทง้ั ดา นรปู รา ง และสติปญญา จงึ ทําใหผูพบเห็นยอมรับและแยกความแตกตา งของบุคคลได ชว ยใหส ามารถรูจ กั และ เขาใจบุคคลแตล ะคนไดดขี นึ้ õ. ¡ÒÃ»ÃºÑ μÇÑ (Adaptation) ผทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพทด่ี จี ะมองเหน็ และยอมรบั ในความแตกตา ง ระหวางบุคคล จึงสามารถปรับตัวใหเขากับบุคคลและสถานการณไดดีขึ้น สามารถสรางสัมพันธภาพ กับบคุ คลท่แี วดลอมและเกย่ี วของได ö. ¡ÒÃÂÍÁÃѺ¢Í§¡Å‹ØÁ (Acceptance) บุคคลท่ีมีบคุ ลกิ ภาพดยี อมเปนท่ตี อ งตาตอ งใจ นิยมชมชอบ ศรัทธา เชื่อมั่น และไดรับการยอมรับจากกลุมเปนอยางดี ทําใหรูสึกพอใจ ยินดี และ มีความมน่ั คงทางดานจติ ใจ เสริมสรา งใหไดร ับความสาํ เรจ็ ท้งั สว นตนและองคก ร ÷. ¡ÒäҴËÁÒ¾Äμ¡Ô ÃÃÁ (The expected behavior) บคุ คลทม่ี บี คุ ลกิ ภาพดที ต่ี า งกนั ทาํ ใหส ามารถทาํ นายพฤตกิ รรมของบคุ คลนนั้ ได เชน บคุ คลทยี่ ม้ิ แยม แจม ใสมกั เปน คนทม่ี มี นษุ ยส มั พนั ธด ี บคุ คลทม่ี คี วามกระตือรือรน มกั เปน ผูใฝร ูใฝเ รยี น เปนตน
๑๑๘ ¡¨Ô ¡ÃÃÁ·ŒÒº· ทานคดิ วา การที่มบี ุคลกิ ภาพที่ดจี ะสงผลตอ การปฏิบัติหนาท่อี ยางไรบา ง àÍ¡ÊÒÃÍÒŒ §Í§Ô http://theirowndevelopment.blogspot.com http://www.baanjomyut.com/library/personality/๒๐.html http://board.postjung.com
ÀÒ¤¼¹Ç¡
1
๑๒๑ ÃÐàºÕº ¡.μ.ª. ÇÒ‹ ´ŒÇ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตาํ ÃǨ ¾.È.òõôù อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๑๘ (๖) แหง พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดย มติ ก.ต.ช. ในการประชมุ ครั้งท่ี ๔/๒๕๔๘ เมื่อวันท่ี ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมครงั้ ท่ี ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ก.ต.ช.จงึ ออกระเบียบไวด ังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบยี บนเี้ รียกวา “ระเบียบ ก.ต.ช. วาดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตาม การบรหิ ารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙” ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ใหผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบน้ี ËÁÇ´ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ ÒçҹตําÃǨ ʋǹ·èÕ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã *ขอ ๔ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจกรุงเทพมหานคร เรยี ก โดยยอ วา “กต.ตร.กทม.” ประกอบดวย (๑) ผูบัญชาการตํารวจแหง ชาติ เปน ประธานกรรมการ (๒) ปลัดกรุงเทพมหานคร เปนรองประธานกรรมการคนที่ ๑ *ขอ ๔ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ ขอ ๒ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๑๐๗ ง วันที่ ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๐)
๑๒๒ (๓) อธิบดอี ยั การฝายคดอี าญา เปนรองประธานกรรมการคนที่ ๒ (๔) ผูบัญชาการกองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล เปนรองประธานกรรมการคนท่ี ๓ (๕) รองผูบัญชาการกองบัญชาการตํารวจนครบาล จํานวนสามคน ที่ผูบัญชาการ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาลมอบหมาย เปนกรรมการ (๖) ผอู าํ นวยการสาํ นกั ปอ งกนั และแกไ ขปญ หาการคา หญงิ และเดก็ กระทรวงการพฒั นา สงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย เปนกรรมการ (๗) กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิท่ปี ระธาน กต.ตร.กทม. แตงตั้งจากผแู ทนดา นตาง ๆ ดงั นี้ (ก) ดานธรรมาภิบาล จํานวนหน่ึงคน (ข) ดา นความมัน่ คง จํานวนหนึง่ คน (ค) ดานการจราจรและอบุ ตั ภิ ัย จาํ นวนหนง่ึ คน (ง) ดานการพัฒนา จํานวนหน่ึงคน (จ) ดา นเศรษฐกิจ จํานวนหนึ่งคน (ฉ) ดา นสงั คม จาํ นวนหนึ่งคน (ช) ดา นการมีสว นรวมของประชาชนและชมุ ชน จํานวนหนึง่ คน (๘) ประชาชนโดยพจิ ารณาแตง ตงั้ จากผทู เ่ี คยเปน กต.ตร.สถานตี าํ รวจ และมปี ระสบการณ ดานใดดา นหน่งึ ตามขอ ๔(๗) โดยอนุโลม จาํ นวนสามคน เปนกรรมการ ใหผูบังคับการกองบังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจนครบาล เปนเลขานุการ รองผบู งั คบั การ กองบงั คบั การอาํ นวยการ กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล จาํ นวนหนง่ึ คน และขา ราชการ ตาํ รวจระดบั ผกู าํ กบั การขน้ึ ไปในสงั กดั กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล จาํ นวนหนงึ่ คน ทปี่ ระธาน กต.ตร. กทม. แตงต้ัง เปน ผูช ว ยเลขานกุ าร” ขอ ๕ กรรมการผูท รงคุณวุฒแิ ละประชาชน ตอ งมคี ณุ สมบตั ิและไมมลี ักษณะตอ งหา ม ดงั ตอไปนี้ (๑) มีสญั ชาตไิ ทย (๒) ไมเปนขา ราชการการเมือง สมาชกิ รัฐสภา หรอื ผูดํารงตําแหนงในพรรคการเมอื ง (๓) ไมเ ปน ขา ราชการประจาํ พนกั งานและลกู จา งของหนว ยงานของรฐั หรอื รฐั วสิ าหกจิ ยกเวนกรรมการตามขอ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค) (๔) ไมเปนผูบ กพรองในศีลธรรมอันดี (๕) ไมเปน บคุ คลลม ละลาย (๖) ไมเ ปนคนไรความสามารถ หรือเสมือนไรความสามารถ (๗) ไมเปนผเู คยไดรบั โทษจําคุกโดยคาํ พพิ ากษาถงึ ทส่ี ดุ ใหจําคกุ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรับ ความผดิ ทีไ่ ดกระทําโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
๑๒๓ ขอ ๖ กรรมการผูทรงคุณวุฒิและประชาชนมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสองป และอาจไดรั บั แตงต้งั ใหมได แตจ ะดาํ รงตําแหนง เกินสองวาระติดตอ กันไมได ใหก รรมการผทู รงคุณวฒุ แิ ละประชาชนซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระ ปฏบิ ตั หิ นาท่ีตอ ไป จนกวากรรมการผูท รงคณุ วุฒแิ ละประชาชนซ่งึ ไดรับการแตง ต้ังใหมเ ขา รับหนาท่ี ขอ ๗ นอกจากการพน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว กรรมการผทู รงคณุ วฒุ แิ ละประชาชน พนจากตาํ แหนงเมอื่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคณุ สมบัติหรือมีลกั ษณะตองหา มตามขอ ๕ (๔) ขาดการประชมุ เกนิ หกคร้ังในรอบป นบั แตว ันทไี่ ดร บั การแตงต้งั (๕) กต.ตร.กทม. มมี ตดิ วยคะแนนเสยี งไมนอยกวา สองในสามของจํานวนกรรมการ ท้ังหมด ใหพนจากตําแหนง เน่ืองจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทํา ท่ไี มเหมาะสมตอ การปฏิบตั ิหนาทก่ี รรมการ ในกรณีที่กรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหดําเนินการ สรรหาและแตงต้ังบุคคลเปน กรรมการแทน เวนแต วาระการดาํ รงตาํ แหนง ของกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ หรือประชาชนจะเหลือไมถึงเกา สบิ วนั ในกรณีนีจ้ ะไมด าํ เนนิ การใหม ีการสรรหาและแตงต้งั กไ็ ด ใหกรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตาม วรรคสอง อยูในตําแหนง เพียงเทา วาระท่เี หลอื อยขู องผซู งึ่ ตนแทน *ขอ ๘ กต.ตร.กทม. มีอาํ นาจหนาทีด่ ังตอไปนี้ (๑) รบั แนวทางและนโยบายการพฒั นาและการบรหิ ารงานตํารวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบัติ เพ่ือใหเ กิดผลตามนโยบาย (๒) ใหคําปรึกษาและขอเสนอแนะการปฏิบัติงานของกองบัญชาการตํารวจนครบาล และ กต.ตร.สน. ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบริหารงานตาํ รวจ (๔) ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด กองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล และดาํ เนนิ การใหเ ปน ไปตามระเบยี บ ก.ต.ช. วา ดว ยการรบั คาํ รอ งเรยี น ของประชาชนเกีย่ วกบั การปฏิบัติหนา ท่ีของขา ราชการตํารวจ *ขอ ๘ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตารํ วจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๒ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๕๙ ง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑)
๑๒๔ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพนื้ ที่ (๗) ใหคําแนะนําและชวยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธงานของกองบัญชาการ ตํารวจนครบาล (๘) เสรมิ สรา งความเขา ใจและความสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา ง กต.ตร.กทม. กบั ขา ราชการตาํ รวจ ผปู ฏบิ ัตหิ นาที่และประชาชนในพนื้ ที่ (๙) แตง ตงั้ คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทป่ี รกึ ษา เพอื่ ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามที่ กต.ตร.กทม. มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏิบตั ิงานให ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนาทอี่ นื่ ตามท่ี ก.ต.ช. มอบหมาย ʋǹ·Õè ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨ¨Ñ§ËÇÑ´ ขอ ๙ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจจงั หวดั ... โดยออกนาม ตามช่ือจงั หวดั น้นั เรยี กโดยยอ วา “ กต.ตร.จังหวัด ...” ประกอบดวย (๑) ผูว า ราชการจงั หวัด เปน ประธานกรรมการ (๒) ผูบงั คับการตํารวจภธู รจงั หวดั เปน รองประธานกรรมการคนท่ี ๑ (๓) อยั การจงั หวดั เปน รองประธานกรรมการคนท่ี ๒ (๔) พฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษยจ งั หวัด เปนกรรมการ (๕) นายกองคการบรหิ ารสว นจังหวัด เปน กรรมการ (๖) ผูบงั คับการกองบังคับการอํานวยการ ตาํ รวจภธู รภาค หรอื ผแู ทน เปน กรรมการ (๗) รองผบู งั คบั การตํารวจภธู รจังหวัด เปน กรรมการ (๘) ขาราชการตํารวจซึ่งเปนหัวหนาหนวยงานในสังกัดสํานักงานตรวจคนเขาเมือง กองบังคับการตํารวจทองเที่ยว กองบังคับการตํารวจทางหลวง กองบังคับการตํารวจน้ํา ซ่ึงปฏิบัติ ราชการประจาํ อยูในจังหวดั นั้น เปน กรรมการ กรณมี ีหัวหนา หนวยงานหลายระดับในสังกัดเดยี วกนั ใหผ บู งั คับการหรอื รองผบู ังคบั การ ทีท่ าํ หนาทห่ี วั หนาหนวยงานมอบหมายหวั หนา หนวยงานดงั กลาวจาํ นวนหนงึ่ คน เปนกรรมการ (๙) กรรมการผทู รงคุณวุฒทิ ปี่ ระธาน กต.ตร.จังหวัด แตงตง้ั จากผูแทนดา นตาง ๆ ดังน้ี (ก) การศาสนา หรือวฒั นธรรมซ่ึงดําเนนิ กิจกรรมอยใู นจังหวดั น้ัน จาํ นวนหน่ึงคน (ข) การศกึ ษาซ่ึงปฏบิ ตั หิ นา ที่หรือประกอบการในจงั หวดั นนั้ จํานวนหนึ่งคน (ค) การแพทย หรือการสาธารณสขุ ซงึ่ ปฏบิ ัตหิ นา ที่หรือประกอบการในจงั หวดั น้นั จาํ นวนหน่งึ คน
๑๒๕ (ง) การทองเที่ยว ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจบริการซ่ึงประกอบการในจังหวัดน้ัน จาํ นวนหนงึ่ คน (จ) พาณิชยกรรมอุตสาหกรรม หัตถกรรมหรือธุรกิจการเงินซ่ึงประกอบการ ในจงั หวัดน้ัน จาํ นวนหน่ึงคน (ฉ) องคก รเอกชนสาธารณประโยชนซ งึ่ จดั ตงั้ ขน้ึ โดยไมแ สวงหากาํ ไร และมวี ตั ถปุ ระสงค สว นใดสว นหนง่ึ หรอื ทงั้ หมดในการดาํ เนนิ กจิ กรรม เพอ่ื สาธารณประโยชนใ นจงั หวดั นนั้ จาํ นวนหนงึ่ คน (ช) เกษตรกรรมซึง่ ประกอบการในจงั หวดั น้นั จาํ นวนหนึง่ คน (๑๐) ประชาชน จาํ นวนสามคน เปน กรรมการ ใหผูกํากับการซ่ึงทําหนาที่ดานอํานวยการของตํารวจภูธรจังหวัด เปนเลขานุการ รองผูกํากับการ ซ่ึงทําหนาที่ดานอํานวยการของตํารวจภูธรจังหวัด จํานวนหน่ึงคน และขาราชการ ตาํ รวจระดบั สารวตั รขนึ้ ไปในสงั กดั ตาํ รวจภธู รจงั หวดั จาํ นวนหนง่ึ คน ทป่ี ระธาน กต.ตร.จงั หวดั แตง ตงั้ เปนผชู ว ยเลขานุการ ขอ ๑๐ ใหน าํ ความในขอ ๕ ขอ ๖ และขอ ๗ มาใชก ับ กต.ตร.จังหวัด โดยอนุโลม กรณี ท่ีบทบัญญัติตามขอ ๕ (๓) กลาวถึงยกเวนกรรมการตามขอ ๔ (๗) (ก) ถึง (ค) ใหหมายถึงยกเวน กรรมการตามขอ ๙ (๙) (ก) ถงึ (ค) และกรณที บ่ี ทบญั ญตั ติ ามขอ ๗ (๕) กลา วถงึ กต.ตร.กทม. ใหห มายถงึ กต.ตร.จังหวัด *ขอ ๑๑ กต.ตร.จงั หวัดมอี าํ นาจหนา ท่ดี ังตอไปน้ี (๑) รับแนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตาํ รวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบตั ิ เพอ่ื ใหเ กิดผลตามนโยบาย (๒) ใหคําปรึกษาและใหขอเสนอแนะการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในเขตพ้ืนท่ี จงั หวัดนน้ั และ กต.ตร.สภ. ใหเ ปน ไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบรหิ ารงานตาํ รวจ (๔) ตรวจสอบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในเขตพื้นที่ จงั หวัดนั้นใหเ ปน ไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสังกัด ตาํ รวจภธู รจงั หวดั และดาํ เนนิ การใหเ ปน ไปตามระเบยี บ ก.ต.ช. วา ดว ยการรบั คาํ รอ งเรยี นของประชาชน เก่ียวกับการปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องขาราชการตาํ รวจ *ขอ ๑๑ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๓ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันที่ ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)
๑๒๖ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพ้นื ที่ (๗) ใหคําแนะนาํ และชว ยเหลอื สนับสนุนการประชาสัมพันธงานของตํารวจภธู รจงั หวัด (๘) เสริมสรา งความเขาใจและความสัมพันธอันดีระหวา ง กต.ตร.จงั หวัด กบั ขา ราชการ ตาํ รวจ ผูปฏิบัตหิ นาทแี่ ละประชาชนในพ้ืนที่ (๙) แตง ตง้ั คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทปี่ รกึ ษา เพอ่ื ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามท่ี กต.ตร.จังหวดั มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านให ก.ต.ช.ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนาท่อี ืน่ ตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย ʋǹ·Õè ó ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨʶҹÕตําÃǨ ขอ ๑๒ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจนครบาล ... โดยออกนามตามชอื่ สถานีตํารวจน้นั เรียกโดยยอวา “กต.ตร.สน....” ประกอบดว ย (๑) หวั หนาสถานตี ํารวจนครบาล เปน กรรมการ (๒) ผอู าํ นวยการเขต หรอื ผูชว ยผอู าํ นวยการเขตทผี่ อู ํานวยการเขตมอบหมายซงึ่ มีพน้ื ที่ รบั ผิดชอบสวนใดสวนหนง่ึ อยูในเขตพื้นที่ของสถานีตาํ รวจนั้นจํานวนเขตละหนึ่งคน เปน กรรมการ (๓) ขาราชการตาํ รวจซง่ึ ปฏิบตั หิ นาทใ่ี นแตละงานของสถานีตาํ รวจ ตามทีห่ วั หนาสถานี ตาํ รวจมอบหมาย จาํ นวนไมเ กนิ สค่ี น เปน กรรมการ (๔) ขาราชการตํารวจช้ันประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาที่ในสถานีตํารวจน้ัน ท่ีไดร ับการเลอื กจากขา ราชการตาํ รวจช้ันประทวนดว ยกันเอง จาํ นวนหนง่ึ คน เปน กรรมการ (๕) ขา ราชการประจาํ อน่ื นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา งของหนว ยงาน ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ท่ีปฏิบัติหนาที่ประจําในเขตพื้นที่สถานีตํารวจน้ัน จํานวนไมเกินสามคน เปน กรรมการ (๖) ประชาชน จํานวนไมน อ ยกวา หกคนแตไ มเกินเกา คน เปน กรรมการ * ใหขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตรท่ีทําหนาท่ีหัวหนางานธุรการของสถานีตํารวจนั้น เปน เลขานกุ าร และขา ราชการตาํ รวจของสถานตี าํ รวจนนั้ ทห่ี วั หนา สถานตี าํ รวจมอบหมาย จาํ นวนสองคน เปน ผชู วยเลขานกุ าร *ขอ ๑๒ วรรคสอง แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๔ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วนั ท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑)
๑๒๗ ขอ ๑๓ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจภธู ร ... โดยออกนามตามชอ่ื สถานีตํารวจนน้ั เรียกโดยยอ วา “กต.ตร.สภ....” ประกอบดว ย (๑) หัวหนาสถานตี าํ รวจภูธร เปน กรรมการ (๒) นายอําเภอหรอื ปลดั อําเภอท่ีนายอาํ เภอมอบหมาย จาํ นวนหนึ่งคน เปนกรรมการ ยกเวนสถานีตํารวจภูธรตําบลพัทยา ใหปลัดเมืองพัทยาหรือรองปลัดเมืองพัทยาที่ปลัดเมืองพัทยา มอบหมายจํานวนหนึง่ คน เปน กรรมการ (๓) ขาราชการตาํ รวจซึ่งปฏบิ ตั หิ นา ที่ในแตล ะงานของสถานตี าํ รวจ ตามที่หวั หนาสถานี ตาํ รวจมอบหมายจํานวนไมเกนิ สคี่ น เปน กรรมการ (๔) นายกเทศมนตรี ท่ีมีเขตพ้ืนท่ีสวนใดสวนหน่ึงอยูในเขตพื้นที่สถานีตํารวจนั้น เปน กรรมการ หากในเขตพนื้ ทส่ี ถานตี าํ รวจนนั้ มนี ายกเทศมนตรหี ลายคนใหน ายกเทศมนตรเี ลอื กกนั เอง ใหไ ดจ ํานวนหนงึ่ คน เปนกรรมการ (๕) นายกองคการบริหารสวนตําบล ท่ีมีเขตพื้นท่ีสวนใดสวนหนึ่งอยูในเขตพื้นที่สถานี ตํารวจนั้น เปนกรรมการ หากในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจนั้นมีนายกองคการบริหารสวนตําบลหลายคน ใหนายกองคก ารบรหิ ารสวนตําบลเลือกกนั เองใหไดจ าํ นวนหนง่ึ คน เปนกรรมการ (๖) กํานัน ท่ีมีเขตพื้นที่สวนใดสวนหนึ่งอยูในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจน้ัน เปนกรรมการ หากในเขตพนื้ ทส่ี ถานตี าํ รวจนนั้ มกี าํ นนั หลายคน ใหก าํ นนั เลอื กกนั เองใหไ ด จาํ นวนหนงึ่ คน เปน กรรมการ (๗) ขาราชการตํารวจชั้นประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาท่ีในสถานีตํารวจน้ัน ที่ไดร บั การเลอื กจากขาราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนดว ยกนั เองจํานวนหนง่ึ คน เปนกรรมการ (๘) ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา งของหนว ยงาน ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ปฏิบัติหนาท่ีประจําในเขตพ้ืนที่สถานีตํารวจนั้น จํานวนไมเกินสามคน เปนกรรมการ (๙) ประชาชนจาํ นวนไมนอ ยกวา หกแตไ มเกินเกา คน เปน กรรมการ *ใหขาราชการตํารวจชั้นสัญญาบัตรที่ทําหนาที่หัวหนางานธุรการของสถานีตํารวจนั้น เปน เลขานกุ าร และขา ราชการตาํ รวจของสถานตี าํ รวจนน้ั ทห่ี วั หนา สถานตี าํ รวจมอบหมาย จาํ นวนสองคน เปนผูชวยเลขานุการ ในกรณีสถานีตํารวจภูธรใดไมมีขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตร ทําหนาที่ หัวหนางานธุรการ ใหหัวหนาสถานีตํารวจมอบหมายขาราชการตํารวจช้ันสัญญาบัตรของสถานี ตํารวจนั้นคนหนง่ึ เปน เลขานกุ าร” ขอ ๑๔ วิธีการเลือกขาราชการตํารวจช้ันประทวน ตามขอ ๑๒ (๔) และขอ ๑๓ (๗) และการเลือกนายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบลและกํานัน ตามขอ ๑๓ (๔) ถึง (๖) เปน กรรมการ กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. แลว แตก รณี ใหเ ปน ไปตามวธิ กี ารทสี่ าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ กาํ หนด *ขอ ๑๓ วรรคสอง และขอ ๑๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงาน ตํารวจ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๕ และขอ ๖ (ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)
๑๒๘ ใหหัวหนาสถานีตํารวจประกาศผลการเลือกใหทราบโดยทั่วไป และเสนอประธาน กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวดั มีคําสง่ั แตง ตงั้ พรอมกบั การแตง ตั้งกรรมการ ตามขอ ๑๒ (๕) ถงึ (๖) หรือ ขอ ๑๓ (๘) ถงึ (๙) แลว แตกรณี *ขอ ๑๕ ใหม กี ารประชมุ เพอื่ ลงมตเิ ลอื กประธานกรรมการ โดยใหเ ลอื กจากกรรมการอน่ื ซ่ึงไมเปนขา ราชการตํารวจ ใหดําเนินการประชุมเพื่อลงมติเลือกประธานกรรมการตามวรรคหน่ึงภายในสามสิบวัน นับแตวันที่มีการแตงต้ังกรรมการครบถวนแลว สําหรับวิธีการประชุมและลงมติใหเปนไปตามวิธีการ ประชุมและลงมติ ตามขอ ๓๒ เม่ือเลือกผูใดเปนประธานกรรมการแลว ใหหัวหนาสถานีตํารวจประกาศใหทราบท่ัวไป และรายงานให กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัด แลวแตกรณีทราบ ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ี ท่ปี ระชมุ มมี ติ ใหประธานกรรมการสิ้นสุดวาระลงพรอมกับวาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ ตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) หรือ ขอ ๑๓ (๘) ถงึ (๙)” ขอ ๑๖ กรรมการตามขอ ๑๒ (๖) และขอ ๑๓ (๙) ตอ งมีคุณสมบตั แิ ละไมม ลี ักษณะ ตอ งหาม ดงั ตอ ไปน้ี (๑) มสี ัญชาตไิ ทย (๒) มภี มู ลิ าํ เนาหรอื ถน่ิ ทอี่ ยปู ระจาํ หรอื ประกอบอาชพี ในเขตพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบของสถานี ตํารวจน้ัน ๆ (๓) ไมเ ปน ผบู กพรอ งในศลี ธรรมอนั ดี (๔) ไมเ ปน ขา ราชการการเมอื ง สมาชกิ รฐั สภา ผดู าํ รงตาํ แหนง ในพรรคการเมอื ง สมาชกิ สภาทอ งถ่นิ หรือผูบ ริหารทองถน่ิ (๕) ไมเปนขาราชการประจํา หรือพนักงาน หรือลูกจางของหนวยงานของรัฐ หรอื รฐั วิสาหกิจ (๖) ไมเ ปน บุคคลลม ละลาย (๗) ไมเ ปน คนไรความสามารถ หรอื เสมอื นไรความสามารถ (๘) ไมเปน ผูเคยไดร ับโทษจาํ คกุ โดยคาํ พิพากษาถงึ ทีส่ ุดใหจ าํ คุก เวนแตเปนโทษสาํ หรบั ความผดิ ที่ไดกระทําโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ *ขอ ๑๓ วรรคสอง และขอ ๑๕ แกไขเพม่ิ เติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วา ดวยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหารงาน ตาํ รวจ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๕ และขอ ๖ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)
๑๒๙ ขอ ๑๗ กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และขอ ๑๓(๘) ถึง (๙) มีวาระการดํารง ตาํ แหนง คราวละสองป และอาจไดร ับแตงตั้งใหมไ ด แตจะดาํ รงตาํ แหนง เกินสองวาระตดิ ตอ กันไมไ ด กรรมการ ตามขอ ๑๒ (๔) และ ขอ ๑๓ (๔) ถึง (๗) ท่ีมาจากการเลือก ใหมีวาระ การดํารงตําแหนงคราวละสองป และอาจไดร ับการแตง ต้งั ใหมไ ด ใหกรรมการตามวรรคหน่ึงและวรรคสองซ่ึงพนจากตําแหนงตามวาระปฏิบัติหนาที่ตอไป จนกวา กรรมการซ่ึงไดร บั การแตง ต้งั ใหมเขา รับหนาท่ี * ขอ ๑๘ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระแลว กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) ถึง (๖) และขอ ๑๓ (๘) ถึง (๙) พนจากตาํ แหนงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สาํ หรบั กรรมการตามขอ ๑๒ (๕) และขอ ๑๓ (๘) เมอื่ ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ในเขตพ้ืนท่ีสถานตี าํ รวจน้นั ได (๔) สําหรับกรรมการตามขอ ๑๒(๖) และขอ ๑๓(๙) ซ่ึงขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ตอ งหา มตามขอ ๑๖ (๕) ขาดการประชมุ เกนิ หกครัง้ ในรอบป นบั แตว นั ทไี่ ดรับการแตงตั้ง (๖) กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. แลวแตกรณี มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวา สองในสาม ของจํานวนกรรมการทั้งหมดใหพนจากตําแหนง เนื่องจากมีความประพฤติเส่ือมเสีย หรือมกี ารกระทาํ ที่ไมเหมาะสมตอ การปฏิบตั หิ นา ทก่ี รรมการ” ในกรณที กี่ รรมการพน จากตาํ แหนง กอ นวาระตามวรรคหนงึ่ ใหด าํ เนนิ การสรรหาและแตง ตง้ั บุคคลอ่ืนเปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงจะเหลือไมถึงเกาสิบวัน ในกรณีน้ี จะไมด ําเนนิ การใหม ีการสรรหาและแตงตั้งกไ็ ด ใหกรรมการซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตามวรรคสองอยูในตําแหนง เพยี งเทาวาระทเ่ี หลอื อยูของผูซ่ึงตนแทน ขอ ๑๙ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระแลวกรรมการตามขอ ๑๒(๔) และ ขอ ๑๓(๔) ถงึ (๗) ทีม่ าจากการเลือก พนจากตาํ แหนง เมอ่ื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) พนจากการเปนขาราชการตํารวจชั้นประทวนซ่ึงดํารงตําแหนงและปฏิบัติหนาท่ี ในสถานีตํารวจนนั้ หรอื พน จากตําแหนง นายกเทศมนตรี นายกองคการบรหิ ารสวนตาํ บล หรือกาํ นัน แลว แตกรณี *ขอ ๑๘ วรรคหน่ึง แกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๕๓ ขอ ๔ (ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง วันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๕๕๓)
๑๓๐ ในกรณที กี่ รรมการพน จากตาํ แหนง กอ นวาระตามวรรคหนงึ่ ใหด าํ เนนิ การเลอื กและแตง ตง้ั ผูดํารงตําแหนงคนอ่ืนเปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงจะเหลือไมถึงเกาสิบวัน ในกรณนี ้ีจะไมดําเนนิ การใหม กี ารเลอื กและแตง ตั้งกไ็ ด ใหกรรมการซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนตามวรรคสองอยูในตําแหนง เพยี งเทา วาระทเี่ หลืออยูของผซู งึ่ ตนแทน * ขอ ๒๐ ให กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. มอี ํานาจหนาท่ดี ังตอไปนี้ (๑) รบั แนวทางและนโยบายการพัฒนาและการบริหารงานตาํ รวจจาก ก.ต.ช. ไปปฏิบตั ิ เพ่ือใหเกดิ ผลตามนโยบาย (๒) ใหค าํ ปรกึ ษาและขอ เสนอแนะการปฏบิ ตั งิ านของสถานตี าํ รวจใหเ ปน ไปตามนโยบาย ก.ต.ช. (๓) สงเสริมใหมีการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบริหารงานตํารวจ (๔) ตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจในสถานตี าํ รวจ ใหเ ปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. (๕) รับคํารองเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจในสถานี ตํารวจ และดําเนินการใหเ ปนไปตามระเบียบ ก.ต.ช.วาดว ยการรับคาํ รอ งเรียนของประชาชนเกย่ี วกบั การปฏบิ ัติหนา ทขี่ องขา ราชการตาํ รวจ (๖) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของประชาชน ในเขตพนื้ ที่ (๗) ใหคําแนะนําและชวยเหลอื สนบั สนุนการประชาสมั พนั ธง านของสถานีตํารวจ (๘) เสริมสรางความเขาใจและความสัมพันธอ ันดีระหวา ง กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. กับขาราชการตํารวจผูป ฏบิ ัติหนา ท่ีและประชาชนในพืน้ ที่ (๙) แตง ตง้ั คณะอนกุ รรมการ คณะทาํ งาน หรอื ทปี่ รกึ ษา เพอื่ ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตามที่ กต.ตร.สน. หรอื กต.ตร.สภ. มอบหมาย (๑๐) รายงานผลการปฏบิ ัติงานให ก.ต.ช. ทราบ ตามที่ ก.ต.ช. กาํ หนด (๑๑) อํานาจหนา ทอ่ี ื่นตามที่ ก.ต.ช. มอบหมาย *ขอ ๒๐ แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๗ (ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๒๕ ตอนพเิ ศษ ๑๕๙ ง วันท่ี ๓๐ กนั ยายน ๒๕๕๑)
๑๓๑ ËÁÇ´ ò ËÅѡࡳ±á ÅÐÇÔ¸Õ¡ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒüŒÙ·Ã§¤Ø³ÇزÔáÅлÃЪҪ¹ ʋǹ·èÕ ñ ËÅѡࡳ±áÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒüŒ·Ù ç¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹¡μ.μÃ.¡·Á. ขอ ๒๑ ใหกรรมการตามขอ ๔ (๑) ถึง (๖) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ผูทรงคุณวฒุ ิ ตามขอ ๔ (๗) (ก) ถงึ (ช) ดานละหนึ่งคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคําสงั่ แตงตง้ั โดยใหก ําหนด ขัน้ ตอนและวิธกี ารสรรหาและคัดเลือกไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๒ การคดั เลอื กกรรมการจากประชาชนตามขอ ๔ (๘) ใหด ําเนนิ การ ดังน้ี (๑) กต.ตร.สน. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูที่เคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. จํานวนหนึ่งคน แลวนําเสนอตอ ผบู งั คับการ กองบังคบั การตํารวจนครบาล ตนสังกดั (๒) ใหกองบังคับการตํารวจนครบาล ๑ ถึง ๙ แตละกองบังคับการ โดยผูบังคับการ และรองผบู งั คบั การ พจิ ารณาคดั เลอื กผแู ทนประชาชนที่ กต.ตร.สน. ในเขตพนื้ ทรี่ บั ผดิ ชอบเสนอใหไ ด กองบังคบั การละหนึง่ คน แลว นําเสนอตอ กต.ตร.กทม. (๓) กรรมการตามขอ ๔ (๑) ถงึ (๖) พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนทกี่ องบงั คบั การเสนอตาม (๒) ใหไ ดจาํ นวนสามคนแลว เสนอประธาน กต.ตร. กทม. มีคาํ สงั่ แตง ต้งั ขอ ๒๓ ใหด าํ เนนิ การสรรหา และแตง ตงั้ กรรมการตามขอ ๒๑ และขอ ๒๒ ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสส่ี ิบหา วนั นบั แตว ันท่กี รรมการพน จากตําแหนง ÊÇ‹ ¹·èÕ ò ËÅ¡Ñ à¡³±á ÅÐÇÔ¸Õ¡ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡Òüٌ·Ã§¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹ ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ขอ ๒๔ ใหกรรมการตามขอ ๙ (๑) ถึง (๘) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ผทู รงคุณวุฒิ ตามขอ ๙ (๙) (ก) ถงึ (ช) ดา นละหนง่ึ คน เสนอประธาน กต.ตร.จังหวดั มีคําส่ังแตงตัง้ โดยใหก ําหนดข้นั ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคัดเลอื กไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๕ การคดั เลอื กกรรมการจากประชาชนตามขอ ๙ (๑๐) ใหดาํ เนินการ ดังน้ี (๑) ให กต.ตร.สภ. พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สภ. จาํ นวนหนึ่งคน แลว นําเสนอ กต.ตร.จงั หวัด (๒) กรรมการตามขอ ๙ (๑) ถงึ (๘) พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนท่ี กต.ตร.สภ. เสนอใหไ ด จํานวนสามคน แลว เสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด มีคําสั่งแตงตัง้ ขอ ๒๖ ใหด าํ เนนิ การสรรหา และแตง ตงั้ กรรมการตามขอ ๒๔ และขอ ๒๕ ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสีส่ ิบหา วนั นับแตวนั ทกี่ รรมการพน จากตาํ แหนง
๑๓๒ ʋǹ·Õè ó ËÅ¡Ñ à¡³±áÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ʹ. μÒÁ¢ÍŒ ñò (õ) áÅÐ (ö) áÅСÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ÊÀ.μÒÁ¢ÍŒ ñó (ø) áÅÐ (ù) ขอ ๒๗ ใหกรรมการตามขอ ๑๒ (๑) ถึง (๓) พิจารณาสรรหาและคัดเลือกกรรมการ ตาม ขอ ๑๒ (๕) จํานวนไมเกินสามคน เสนอประธาน กต.ตร.กทม. มีคําส่ังแตงต้ัง โดยใหกําหนด ขั้นตอน และวธิ กี ารสรรหาและคดั เลือกไดต ามความเหมาะสม ขอ ๒๘ ใหกรรมการตามขอ ๑๒(๑) ถึง (๓) พจิ ารณาสรรหากรรมการตามขอ ๑๒(๖) ดังน้ี (๑) คดั เลือกจากประชาชนผูทีม่ ีความรูความสามารถจํานวนไมเ กินสามคน (๒) เลือกโดยเปดรับสมัครจากประชาชนท่ัวไป แลวใหขาราชการตํารวจที่ปฏิบัติหนาท่ี ประจําสถานตี ํารวจนนั้ ลงคะแนนเสียงเลอื กใหไ ดจ าํ นวนไมน อ้ ยกวาสามคนแตไ มเ กินหกคน สําหรับ วธิ ีการเลอื กใหเปน ไปตามทสี่ าํ นักงานตํารวจแหงชาติกําหนด ขอ ๒๙ ใหหัวหนาสถานีตํารวจนํารายชื่อผูที่ไดรับคัดเลือก และเลือกตามขอ ๒๗ และขอ ๒๘ เสนอ ประธาน กต.ตร.กทม. มีคาํ สงั่ แตงต้งั ขอ ๓๐ ใหก รรมการตามขอ ๑๓ (๑) ถงึ (๓) นําความในขอ ๒๗ ขอ ๒๘ และขอ ๒๙ มาใชก ับการสรรหากรรมการตามขอ ๑๓(๘) และ (๙) โดยอนโุ ลม กรณีทบี่ ทบัญญัตใิ ดกลา วถงึ กต.ตร. กทม. ใหหมายถึง กต.ตร.จังหวัด และกรรมการตามขอ ๑๒(๑) ถึง (๓) ใหหมายถึง กรรมการตาม ขอ ๑๓(๑) ถงึ (๓) ขอ ๓๑ ใหดําเนินการสรรหา และแตงตั้งกรรมการตามขอ ๒๗ ขอ ๒๘ ขอ ๒๙ และขอ ๓๐ ใหแลว เสร็จภายในสี่สิบหา วนั นบั แตว ันที่กรรมการพนจากตําแหนง ËÁÇ´ ó ¡ÒûÃЪÁØ áÅÐŧÁμÔ ขอ ๓๒ การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ. ตองมกี รรมการมาประชุมไมน อ ยกวากึง่ หนง่ึ ของจาํ นวนกรรมการท้งั หมด จึงจะเปน องคป ระชมุ สําหรับระเบียบวิธีการประชุมและการลงมติ ใหนําขอบังคับ ก.ต.ช. วาดวยการประชุม และการลงมติของ ก.ต.ช.และของคณะอนุกรรมการ ก.ต.ช. มาใชบังคับแกการประชุมของ กต.ตร. กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. โดยใหอ ํานาจหนาทข่ี องประธาน ก.ต.ช. ประธาน ในที่ ประชมุ ก.ต.ช. เลขานกุ าร ก.ต.ช. และผูชว ยเลขานุการ ก.ต.ช. เปนอํานาจหนา ท่ีของประธาน กรรมการ ประธานในทป่ี ระชมุ เลขานกุ าร และผชู ว ยเลขานกุ ารของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร. สน. และ กต.ตร.สภ. โดยอนโุ ลม
๑๓๓ ขอ ๓๓ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ใหม กี ารประชมุ อยา งนอ ยสามเดอื นตอ หนงึ่ ครงั้ กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหมีการประชุมอยา งนอยสองเดอื นตอหนึ่งครัง้ *ËÁÇ´ ô ºμÑ ÃáÊ´§μ¹ à¡ÂÕ ÃμÔºÑμà áÅÐμÃÒÊÞÑ Å¡Ñ É³¢ ͧ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺ áÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ ขอ ๓๔ ใหม บี ตั รแสดงตนของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหป ระธาน กต.ตร.กทม. เปน ผอู อกบตั รแสดงตน กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.สน. และใหป ระธาน กต.ตร. จังหวัดเปนผอู อกบตั รแสดงตน กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สภ. รูปแบบบัตรแสดงตน ขั้นตอน และวิธีการในการออกบัตรแสดงตนใหเปนไปตามท่ี สํานักงานตํารวจแหงชาตกิ ําหนด ขอ ๓๔/๑ ใหมีเกียรติบัตรสําหรับ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. กต.ตร.สภ. อนกุ รรมการ คณะทาํ งานหรือทปี่ รกึ ษา และเกียรตบิ ัตรสาํ หรบั บคุ คล หนว ยงาน องคก รทม่ี ีสว นรว ม หรอื ใหก ารสนบั สนนุ ในกจิ การตาํ รวจดา นตา งๆ ที่ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร. สภ. กําหนด ใหประธาน กต.ตร.กทม. และ ประธาน กต.ตร.จังหวัด เปนผูลงนามในเกียรติบัตร แลวแตก รณี รูปแบบใบเกียรติบัตร เง่ือนไข และวิธีการในการออกเกียรติบัตรใหเปนไปตามที่ สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติกําหนด ขอ ๓๔/๒ใหมีตราสัญลักษณของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหาร งานตํารวจ เพ่ือเปนเครื่องหมายสําหรับใชในกิจการของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. รูปแบบและเงื่อนไขการใชตราสัญลักษณของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตาม การบริหารงานตํารวจใหเ ปน ไปตามท่ีสํานักงานตํารวจแหงชาติกําหนด” *หมวด ๔ แกไขเพ่ิมเติมโดยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๕๓ ขอ ๕ (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๑๖ ง วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๓)
๑๓๔ º·à©¾ÒСÒÅ ขอ ๓๕ ในวาระเริ่มแรก ใหดําเนินการดังตอ่ ไปนี้ (๑) ใหกรรมการตามขอ ๔ (๑) ถงึ (๖) ทําหนา ท่ี กต.ตร.กทม. กรรมการตามขอ ๙ (๑) ถึง (๘) ทําหนา ท่ี กต.ตร.จงั หวดั กรรมการตามขอ ๑๒ (๑) ถึง (๓) ทําหนาที่ กต.ตร.สน. และกรรมการ ตามขอ ๑๓ (๑) ถงึ (๓) ทาํ หนา ท่ี กต.ตร.สภ. ไปพลางกอ นจนกวา จะมกี ารแตง ตง้ั กรรมการอน่ื ครบถว น (๒) ใหดําเนินการสรรหา และแตงตั้งกรรมการอ่ืนตามระเบียบน้ีใหเสร็จส้ินภายใน หกสบิ วัน นบั แตวันท่ีระเบียบน้ีใชบังคบั (๓) ในระหวา งทไ่ี มม ปี ระธานกรรมการใน กต.ตร.สน.และ กต.ตร.สภ. ใหห ัวหนาสถานี ตาํ รวจ ทาํ หนา ทป่ี ระธานกรรมการไปพลางกอ นจนกวา จะมกี ารประชมุ และลงมตเิ ลอื กประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ พนั ตาํ รวจโท ทักษิณ ชินวัตร (นายทกั ษณิ ชินวตั ร) นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ ระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๓๑ ง วนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพันธ ๒๕๔๙
๑๓๕ ò. ͧ¤» ÃСͺ ò.ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã (¡μ.μÃ.¡·Á.) จาํ แนกตามกลมุ และการไดมาของกรรมการ ดังน้ี กรรมการผูท รงคุณวุฒิ ¡μ.μÃ.¡·Á. ประชาชน (÷ ¤¹) จํา¹Ç¹ ñø ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ (ó ¤¹) กรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ (÷ ¤¹) ๑. ผบ.ตร. ประธานฯ ๘. ดา นธรรมาภบิ าล โดยพจิ ารณาแตง ตงั้ จากผทู เ่ี คยเปน กต.ตร.สน. และมีประสบการณ ๒. ปลัด กทม. ๙. ดา นความมั่นคง ดานใดดา นหนึง่ ตามขอ ๔ (๗) รองประธานฯ (๑) ๑๐. ดา นการจราจรและอบุ ตั ภิ ยั ๓. อธิบดีอยั การฝา ยคดอี าญา ๑๑. ดานการพฒั นา รองประธานฯ (๒) ๑๒. ดา นเศรษฐกจิ ๔. ผบช.น. รองประธานฯ (๓) ๑๓. ดา นสังคม ๕.-๗. รอง ผบช.น. จํานวน ๓ คน ๑๔. ดานการมีสว นรว มของ ท่ี ผบช.น.มอบหมาย ประชาชนและชุมชน ๘. ผอ.สํานักปองกันและแกไข ปญหาการคาหญิงและเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมนั่ คงของมนษุ ย ¡ÒÃä´ŒÁҢͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการ กรรมการโดยตําแหนงคดั เลือก กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื กจาก ท่ีระเบียบฯ กําหนดใหเปน กลุมบุคคลที่เคยเปน กต.ตร.สน. กรรมการฯ ซึ่งผานการคัดเลือกตามลําดับช้ัน จาก กต.ตร.สน. และ บก.น.๑-๙ แลว
๑๓๖ ò.ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨ¨§Ñ ËÇ´Ñ (¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ ) จําแนกตามกลุมและการไดม าของกรรมการ ดังน้ี ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ จาํ ¹Ç¹ÃÐËÇÒ‹ § ñù-òó ¤¹ »ÃСͺ´ÇŒ  กรรมการโดยตําแหนง กรรมการผทู รงคณุ วุฒิ ตัวแทนประชาชน (ù-ñó ¤¹) (÷ ¤¹) (ó ¤¹) ๑. ผวจ. ประธานฯ ๙. ดา นการศาสนา ๒. ผบก.ภ.จว. หรือวฒั นธรรม รองประธานฯ (๑) ๑๐. ดานศึกษา ๓. อยั การจังหวัด ๑๑. ดา นการแพทย รองประธานฯ (๒) ๑๒. ดา นการทองเท่ยี ว ๔. พัฒนาสังคมและความม่ันคง ธรุ กิจโรงแรม ของมนษุ ยจงั หวัด หรอื ธุรกิจบริการ ๕. นายก อบจ. ๑๓. ดานพาณชิ ยกรรม ๖. ผบก.อก.ภ. อตุ สาหกรรม หตั ถกรรม หรอื ๗. รอง ผบก.ภ.จว. ธุรกจิ การเงิน ๘. หัวหนาหนวยงานใน สตม., ๑๔. องคกรเอกชนสาธารณ ทท., ทล. และ รน. ซง่ึ ปฏิบัติ ประโยชน ราชการประจําอยูใน จว.นั้น ๑๕. ดานเกษตรกรรม ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เมื่อดํารงตําแหนงทางราชการ กรรมการโดยตําแหนงคัดเลือก กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื กจาก ที่ระเบียบฯ กําหนดใหเปน กลุมบุคคลที่เคยเปน กต.ตร.สภ. กรรมการฯ ซ่ึงผานการคัดเลือกจาก กต.ตร. สภ. แลว
๑๓๗ ò.ó ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμ´Ô μÒÁ¡ÒúÃËÔ Òçҹตาํ ÃǨʶҹμÕ Òí ÃǨ¹¤ÃºÒÅ (¡μ.μÃ.ʹ.) จําแนกตามกลมุ และการไดม าของกรรมการ ดงั นี้ ¡μ.μÃ.ʹ. จาํ ¹Ç¹ÃÐËNjҧ ù-ñù ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ กรรมการโดยตําแหนง กรรมการจากการเลือก กรรมการจากการคัดเลอื ก (ó-ö ¤¹) (ô-÷ ¤¹) (ò-ö ¤¹) ๑. หน.สน. ขา ราชการตาํ รวจ ประชาชน ประชาชน ขาราชการอื่นฯ ๒. ผอ.เขต หรือ ผช.ผอ.เขต ช้นั ประทวน (ó-ö ¤¹) (äÁ‹à¡¹Ô ó ¤¹) (äÁà‹ ¡Ô¹ ó ¤¹) ๓. ขาราชการตํารวจในแตละ (ñ ¤¹) งานที่ หน.สน.มอบหมาย (äÁà‹ ¡¹Ô ô ¤¹) ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการ ขา ราชการตํารวจ ขาราชการ กรรมการโดยตาํ แหนงคัดเลอื ก ท่ีระเบียบฯ กําหนดใหเปน ชัน้ ประทวน ตํ า ร ว จ ใ น กรรมการฯ และ/หรือ เม่ือไดรับ ในแตละ สน. แตละ สน. มอบหมาย เลือกกนั เอง เลอื ก
๑๓๘ ò.ô ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÃǨÊͺáÅÐμÔ´μÒÁ¡ÒúÃÔËÒçҹตําÃǨʶҹÕตําÃǨÀٸà (¡μ.μÃ.ÊÀ.) จําแนกตามกลมุ และการไดม าของกรรมการ ดังนี้ ¡μ.μÃ.ÊÀ. จาํ ¹Ç¹ÃÐËÇÒ‹ § ñò-òò ¤¹ »ÃСͺ´ŒÇ กรรมการจากการเลือก กรรมการจากการคดั เลือก (÷-ñ𠤹) (ò-ö ¤¹) กรรมการโดยตําแหนง ขา ราชการ นายกเทศ ประชาชน ประชาชน ขา ราชการอน่ื ฯ (ó-ö ¤¹) ตํารวจ มนตรี (ó-ö (äÁà‹ ¡Ô¹ ó ¤¹) (äÁà‹ ¡¹Ô ó ¤¹) ชั้น นายก อบต. ¤¹) ๑. หน.สภ. ประทวน กาํ นนั ๒. นอภ. หรอื ปลัดอําเภอ (ñ ¤¹) อยา งละ ๓. ขา ราชการตาํ รวจในแตล ะงานที่ ๑ คน หน.สภ.มอบหมาย (ÃÇÁ ó ¤¹) (äÁà‹ ¡Ô¹ ô ¤¹) (กรณี มคี นเดยี ว ไมตอ งเลอื ก) ¡ÒÃä´ÁŒ Ңͧ¡ÃÃÁ¡Òà เม่ือดํารงตําแหนงทางราชการที่ เลือกกันเอง ขาราชการ กรรมการโดยตาํ แหนง คดั เลอื ก ระเบยี บฯ กาํ หนดใหเ ปน กรรมการฯ ตํารวจ และ/หรอื เมื่อไดรับมอบหมาย ในแตละ สภ. เลอื ก ó. º·ºÒ·ÀÒáԨ บทบาทภารกิจของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั และ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ ถกู กาํ หนดไว ตาม พ.ร.บ.ตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๑๘(๖) ระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการ ตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยหลกั เกณฑแ ละวธิ กี าร สงเสริมใหทองถ่ินและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ และระเบียบ ก.ต.ช.วาดวย การรบั คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙ ซงึ่ สามารถจาํ แนกไดเ ปน ๓ กลมุ ดงั น้ี
๑๓๙ ó.ñ ÀÒá¨Ô ËÅ¡Ñ ตามมาตรา ๑๘(๖) แหง พ.ร.บ.ตาํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ กาํ หนดให กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด และ กต.ตร.สถานีตํารวจ มีบทบาทภารกิจในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานของ บช.น./ภ.จว. ใหเปนไปตามนโยบายของ ก.ต.ช. และการบริหารราชการตํารวจ ใหเปนไปตาม พ.ร.บ.ตํารวจแหงชาติ และกฎหมายอ่ืน ซ่ึง ก.ต.ช.ไดกําหนดอํานาจหนาที่ของ กต.ตร.กทม./จังหวัด และสถานีตํารวจในเรื่องดังกลาว ไวในระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการ ตรวจสอบและติดตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ นอกจากนที้ งั้ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด และ กต.ตร.สถานตี ํารวจยังมีภารกจิ ในการตรวจสอบติดตามผลตามคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะตามนัยระเบียบ ก.ต.ช.วาดวย การรับคาํ รอ งเรียนหรือขอเสนอแนะของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙ อีกสวนหน่งึ ดว ย ó.ò ÀÒáԨʹѺʹع เปนภารกิจตามท่ีระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตาม การบรหิ ารงานตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ กาํ หนดเปนภารกิจในการ ๑) ใหค าํ ปรกึ ษาและขอ เสนอแนะการปฏบิ ตั งิ านของกองบญั ชาการตาํ รวจนครบาล ตํารวจภธู รจงั หวดั สถานีตํารวจนครบาลและสถานีตํารวจภธู ร แลว แตกรณี ๒) สงเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ และการบรหิ ารงานตาํ รวจ ๓) ใหขอมูลขาวสารและเสนอปญหาความเดือดรอนและความตองการของ ประชาชนในเขตพ้ืนท่ี ๔) แนะนํา และชวยเหลือสนับสนุนการประชาสัมพันธงานของ บช.น./จังหวัด หรือสถานตี าํ รวจ แลวแตก รณี ๕) ต้งั คณะอนกุ รรมการ คณะทํางาน หรอื ทป่ี รกึ ษา ó.ó ÀÒáԨ¡ÒÃÁÕʋǹËÇÁ เน่ืองจากองคกร กต.ตร.ในปจจุบันเปนองคกรที่มีประชาชนในทองถ่ิน/ชุมชน เปนกรรมการในสัดสวนที่เทาๆ กันกับขาราชการ ดังนั้นตามระเบียบ ก.ต.ช.วาดวยหลักเกณฑ และวธิ กี ารสง เสรมิ ใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ จงึ กาํ หนดให กต.ตร. เปน องคก รสาํ คญั มบี ทบาทเปน แกนนาํ ในการใหท อ งถน่ิ /ชมุ ชน เขา มามสี ว นรว มในการปอ งกนั ปราบปราม อาชญากรรมและการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน โดยกําหนดบทบาท ภารกจิ ของ กต.ตร.สน./สภ. กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ไวด ังน้ี ๓.๓.๑ กต.ตร.สน./สภ. กาํ หนดให กต.ตร.สน./สภ. มบี ทบาทในการกาํ หนดลกั ษณะ รปู แบบและ วธิ ีการใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมีสว นรวมในกิจการตาํ รวจของ สน./สภ. ดา นตา งๆ รวม ๖ ดา น ๑) ดานการปอ งกันและปราบปรามอาชญากรรม ๒) ดานการรักษาความสงบเรียบรอยและรักษาความปลอดภัยของ ประชาชน
๑๔๐ ๓) ดานการปองกันปราบปรามยาเสพตดิ ๔) ดานการจราจร ๕) ดานการดูแลสาธารณสมบัติ และ ๖) ดา นการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของประชาชนในทองถนิ่ โดยคํานึงถึงปจจัยทางดานอํานาจหนาที่ตามกฎหมาย สภาพทางภูมิศาสตร เศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีการดํารงชีวิตของแตละทองถ่ินและชุมชนเปนสําคัญ ทงั้ ยังกาํ หนดลักษณะของการมสี วนรวมในกจิ การตาํ รวจ ๕ ลักษณะดวยกนั คอื ๑) มสี ว นรว มในการคดิ ศกึ ษาและคน ควา หาสภาพและสาเหตขุ องปญ หา ตลอดจนความตอ งการของทอ งถน่ิ และชมุ ชน ๒) มสี ว นรว มในการรเิ รมิ่ และตดั สนิ ใจกาํ หนดกจิ กรรมเพอ่ื ลดและแกไ ข ปญ หาของทอ งถน่ิ และชมุ ชน ๓) มสี ว นรวมในการปฏิบัติ และ/หรือการใหความรวมมือในการปฏบิ ตั ิ และ/หรือการสนับสนุนทรัพยากรตางๆ เพื่อใชในการปฏิบัติตามกิจกรรมเพื่อลดและแกไขปญหาของ ทอ งถ่ินและชุมชน ๔) มสี ว นรว มในการตรวจสอบและติดตามการดําเนินกิจกรรม ๕) มสี ว นรวมในการเสนอแนะและปรับปรงุ ๓.๓.๒ กต.ตร.กทม./จงั หวดั กําหนดให กต.ตร.กทม./จังหวัด มีบทบาทในการตรวจสอบ ติดตาม และใหคําแนะนําการปฏิบัติตามลักษณะ รูปแบบและวิธีการใหทองถ่ินและชุมชนมีสวนรวมในกิจการ ตํารวจของสถานตี าํ รวจนครบาลและสถานีตาํ รวจภธู รในพื้นท่ี สาํ หรบั ลกั ษณะรปู แบบและวธิ กี ารใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การ ตาํ รวจ อาจดาํ เนนิ การไดห ลายรปู แบบ เชน การจดั ใหม อี าสาสมคั รตาํ รวจบา น อาสาสมคั รจราจร หรอื กาวไปถึงการสรางความเขมแข็งของชุมชนหรือหมูบานในการปองกันตนเอง ใหมีความปลอดภัยจาก ภัยอาชญากรรมตา งๆ นอกจากน้ี สํานักงานตํารวจแหงชาติไดวางระเบียบวาดวยการสงเสริม ใหประชาชน ชุมชน ทองถ่ินและองคกรมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๕๑ กําหนดรูปแบบ การมีสวนรวมรูปแบบตางๆ เพ่ือเปนแนวทางให กต.ตร.สน./สภ. พิจารณาดําเนินการไปในแนวทาง เดยี วกนั บทบาทภารกจิ ของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สถานตี าํ รวจ ปจ จุบันปรากฏตามแผนภูมิท่ี ๒ และ ๓ สว นกระบวนการตรวจสอบ ตดิ ตามและประเมนิ ผลในภาพ รวมปรากฏตามแผนภูมิ ๔
∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ·ºπ¿Ÿ¡‘ Ò °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°‘® π—∫ πÿπ ¿“√°‘®°“√¡ ’ «à π√à«¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ) (μ“¡√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«“à ¥«â ¬§≥–°√√¡°“√μ√«® Õ∫ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬ À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂πË‘ μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– ·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® æ.».ÚıÙ˘) ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ª√–‡¡π‘ º≈°“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π¢Õß æ.».ÚıÙ˘) ∫™.π./¿.®«. μ“¡π‚¬∫“¬ - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß ¢Õß °.μ.™. ∫™.π./®—ßÀ«¥— / π./ ¿. ▼ ▼ - à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π - μ√«® Õ∫ 쥑 μ“¡·≈–„Àâ§”·π–π” ¢Õߢâ“√“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√À‘ “√ß“πμ”√«® °“√ªØ‘∫—μ‘μ“¡≈—°…≥– √Ÿª·∫∫ ·≈– ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ «‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂Ë‘π·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– - √∫— §”√Õâ ߇√¬’ π¢Õߪ√–™“™π‡°¬Ë’ «°∫— °“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß π./ ¿. „πæπ◊È ∑Ë’ ¢Õßμ”√«® ª√–‡¡‘πº≈§«“¡ ”‡√Á® ¢Õßß“π - „Àâ¢âÕ¡Ÿ≈¢à“« “√·≈–‡ πÕªí≠À“§«“¡‡¥◊Õ¥√âÕπ - μ√«® Õ∫μ“¡§”√Õâ ߇√¬’ π ·≈–§«“¡μÕâ ß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæπÈ◊ ∑’Ë - ·π–π” ™«à ¬‡À≈Õ◊ π∫— ππÿ °“√ª√–™“ ¡— æπ— ∏¢å Õß ๑๔๑ ∫™.π./®ß— À«¥— - μ—Èß§≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√Õ◊ ∑’ªË √÷°…“
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236