∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ·ºπ¿¡Ÿ ‘ Ú ๑๔๒ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°‘® π—∫ πÿπ ¿“√°®‘ °“√¡ ’ «à π√«à ¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ)) (μ“¡√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬§≥–°√√¡°“√μ√«® Õ∫ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«“à ¥â«¬ À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂π‘Ë μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– ·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® æ.».ÚıÙ˘) ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ª√–‡¡π‘ º≈°“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π¢Õß æ.».ÚıÙ˘) ∫™.π./¿.®«. μ“¡π‚¬∫“¬ - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß ¢Õß °.μ.™. ∫™.π./®—ßÀ«¥— / π./ ¿. ▼ ▼ - à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π - μ√«® Õ∫ 쥑 μ“¡·≈–„À§â ”·π–π” ¢Õߢâ“√“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® °“√ªØ‘∫—μ‘μ“¡≈—°…≥– √Ÿª·∫∫ ·≈– ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ «‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂Ë‘π·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– - √∫— §”√Õâ ߇√¬’ π¢Õߪ√–™“™π‡°¬’Ë «°∫— °“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß π./ ¿. „πæ◊Èπ∑Ë’ ¢Õßμ”√«® ª√–‡¡‘πº≈§«“¡ ”‡√Á® ¢Õßß“π - „Àâ¢âÕ¡Ÿ≈¢à“« “√·≈–‡ πÕªí≠À“§«“¡‡¥◊Õ¥√âÕπ - μ√«® Õ∫μ“¡§”√Õâ ߇√¬’ π ·≈–§«“¡μÕâ ß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæÈ◊π∑Ë’ - ·π–π” ™«à ¬‡À≈Õ◊ π∫— ππÿ °“√ª√–™“ ¡— æπ— ∏¢å Õß ∫™.π./®ß— À«¥— - μ—Èß§≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√◊Õ∑’˪√÷°…“
∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√. π./ ¿. ·ºπ¿¡Ÿ ‘ Û °μ.μ√. π./ ¿. ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°®‘ π—∫ ππÿ ¿“√°‘®°“√¡ ’ à«π√«à ¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ) (μ“¡√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬§≥–°√√¡°“√ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«“à ¥â«¬ μ√«® Õ∫·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂π‘Ë μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡ ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ·≈–ª√–‡¡‘πº≈°“√ æ.».ÚıÙ˘) æ.».ÚıÙ˘) ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß π./ ¿. μ“¡π‚¬∫“¬¢Õß - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π °”Àπ¥≈°— …≥– √ªŸ ·∫∫ ▼ °.μ.™. ¢Õß π./ ¿. ·≈–«‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂‘Ëπ ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ °®‘ °√√¡„π°“√¡ ’ «à π√à«¡ (¥â“π) ▼ - à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß ¢Õߢ“â √“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√À‘ “√ß“πμ”√«® π./ ¿. ‚¥¬§”π÷ß Ò) ¥â“π°“√ªÑÕß°—π·≈–ª√“∫ª√“¡ ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ ∂÷ ß ªí ® ®— ¬ ¥â “ π ÕË◊ π Ê Õ“™≠“°√√¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡ - √—∫§”√âÕ߇√’¬π¢Õߪ√–™“™π‡°’ˬ«°—∫°“√ ·≈–«‘∂’°“√¥”√ß™’«‘μ ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õßμ”√«® ¢ Õ ß · μà ≈ – ∑â Õ ß ∂Ë‘ π Ú) ¥“â π°“√√°— …“§«“¡ ß∫‡√¬’ ∫√Õâ ¬ · ≈ – ª √ – ‡ ¡‘ π º ≈ ·≈–™ÿ¡™π‡ªìπ ”§≠— ·≈–√°— …“§«“¡ª≈Õ¥¿¬— ¢Õß §«“¡ ”‡√Á®¢Õßß“π - „À¢â Õâ ¡≈Ÿ ¢“à « “√·≈–‡ πÕª≠í À“§«“¡‡¥Õ◊ ¥√Õâ π ª√–™“™π - μ√«® Õ∫μ“¡ ·≈–§«“¡μâÕß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæÈπ◊ ∑Ë’ §”√Õâ ߇√¬’ π Û) ¥â“π°“√ªÑÕß°—πª√“∫ª√“¡ - ·π–π” ™à«¬‡À≈◊Õ π—∫ πÿπ°“√ª√–™“ —¡æ—π∏å ¬“‡ æμ‘¥ ¢Õß π./ ¿. Ù) ¥â“π°“√®√“®√ - μ—ßÈ §≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√◊Õ∑ª’Ë √÷°…“ ı) ¥“â π°“√¥Ÿ·≈ “∏“√≥ ¡∫μ— ‘ ˆ) ¥â“π°“√æ—≤π“§ÿ≥¿“æ™’«‘μ ๑๔๓ ¢Õߪ√–™“™π„π∑Õâ ß∂Ë‘π
๑๔๔ ô. ËÅ¡Ñ à¡³±á ÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡Òü·ŒÙ ç¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹ ¡μ.μÃ.¡·Á. ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ áÅСÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. ô.ñ ¡μ.μÃ.¡·Á. ๔.๑.๑ ผทู รงคณุ วฒุ *ิ ดําเนนิ การสรรหาตามลาํ ดับดงั น้ี ๑) ใหก รรมการโดยตาํ แหนง ดาํ เนนิ การดังนี้ - กาํ หนดขนั้ ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม - พจิ ารณาสรรหาและคัดเลอื กผทู รงคุณวฒุ ิ จาํ นวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน รวม ๗ คน ๒) เมื่อสรรหาและคัดเลือกไดแลวใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. จัดทํา คาํ สง่ั ตามแบบทีก่ ําหนด นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม. ลงนามแตง ตง้ั ๔.๑.๒ ประชาชน ดาํ เนนิ การสรรหาตามลําดับดงั นี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.กทม. กาํ หนดวนั เวลาให กต.ตร.สน.ดาํ เนนิ การ พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนผทู เี่ คยเปน กรรมการใน กต.ตร.สน. และกาํ หนดวนั เสนอไปถงึ บก.ตน สงั กดั และถงึ ประธาน กต.ตร.กทม. ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.นาํ เสนอ กต.ตร.สน. (กรรมการโดยตาํ แหนง ) ประชุมพิจารณากาํ หนดแนวทางการสรรหาและคัดเลือกตามความเหมาะสม ๓) กต.ตร.สน.ประชุมพิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการ ใน กต.ตร.สน.ใหไ ดจํานวนหนึ่งคน แลว เสนอไปยงั บก.น.ตน สังกัด ๔) ผบก.น.๑-๙ แตละ บก.น. โดย ผบก.น. และรอง ผบก.น. ประชมุ พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูที่เคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. ท่ี กต.ตร.สน.ในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ เสนอใหไ ด บก.น.ละหนง่ึ คนแลวนาํ เรียนประธาน กต.ตร.กทม. (สงไปยงั เลขานกุ าร กต.ตร.กทม.) ๕) เลขานกุ าร กต.ตร.กทม. รวบรวมรายชอื่ ประชาชนผทู เ่ี คยเปน กรรมการ ใน กต.ตร.สน.ตามท่ี บก.น.๑-๙ เสนอ นําเสนอตอ ทปี่ ระชมุ กต.ตร.กทม. (โดยตําแหนง ) พจิ ารณาให ไดจาํ นวนสามคน ๖) เลขานกุ าร กต.ตร.กทม.จดั ทาํ คาํ สง่ั ตามแบบทก่ี าํ หนดเสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามแตงตง้ั *ก.ต.ช.ในการประชมุ ครงั้ ที่ ๕/๒๕๕๐ เมอื่ วนั ท่ี ๒๙ มถิ นุ ายน ๒๕๕๐ มมี ตแิ กไ ขใหผ ทู รงคณุ วฒุ ใิ น กต.ตร.กทม. ประกอบดว ยผทู รงคุณวุฒดิ า นตา งๆ จํานวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน ไดแก ดา นธรรมาภบิ าล ดา นความม่ันคง ดา นการจราจร และอุบัตภิ ัย ดานการพฒั นา ดา นเศรษฐกิจ ดา นสงั คม และดานการมสี วนรวมของประชาชนและชมุ ชน พรอ มทั้งไดอ อกระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตํารวจ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๑๐๗ง เม่ือวันท่ี ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๐ เรียบรอ ยแลว
๑๔๕ ๔.๑.๓ ระยะเวลาการดําเนนิ การ - ใหแลว เสร็จภายในสี่สบิ วนั นับแตวนั ท่กี รรมการพน จากตําแหนง - เฉพาะครงั้ แรกใหแ ลว เสรจ็ ภายในหกสบิ (๖๐) วนั นบั แตว นั ทร่ี ะเบยี บนี้ ใชบงั คบั (วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา) ô.ò ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ๔.๒.๑ ผูท รงคุณวฒุ ิ ดําเนินการสรรหาตามลําดบั ดงั น้ี ๑) ใหก รรมการโดยตาํ แหนง ดําเนินการดังน้ี - กาํ หนดขน้ั ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม - พิจารณาสรรหาและคดั เลอื กผทู รงคณุ วฒุ ิ จาํ นวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน รวม ๗ คน ๒) เมอ่ื สรรหาและคดั เลอื กไดแ ลว ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั จดั ทาํ คาํ สงั่ ตามแบบทกี่ ําหนด นาํ เสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด ลงนามแตง ตัง้ ๔.๒.๒ ประชาชน ดาํ เนินการสรรหาตามลําดบั ดังนี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั กาํ หนดวนั เวลา ให กต.ตร.สภ.ดาํ เนนิ การ พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สภ. และกําหนดวันเสนอไปถึงประธาน กต.ตร.จงั หวัด ๒) เลขานุการ กต.ตร.สภ.นาํ เสนอ กต.ตร.สภ. (กรรมการโดยตาํ แหนง) ประชุมพจิ ารณากาํ หนดแนวทางการสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม ๓) กต.ตร.สภ.ประชุมพิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการ ใน กต.ตร.สภ.ใหไ ดจํานวนหนง่ึ คน แลวนําเรยี นประธาน กต.ตร.จงั หวัด (สงไปยังเลขานุการ กต.ตร. จงั หวัด) ๔) เลขานุการ กต.ตร.จังหวัด รวบรวมรายช่ือประชาชนผูท่ีเคยเปน กรรมการใน กต.ตร.สภ.ตามท่ี กต.ตร.สภ. เสนอ นาํ เสนอตอ ทป่ี ระชุม กต.ตร.จงั หวัด (โดยตําแหนง ) พิจารณาใหไดจ ํานวนสามคน ๕) เลขานุการ กต.ตร.จังหวัด จัดทําคําสั่งตามแบบท่ีกําหนด เสนอ ประธาน กต.ตร.จงั หวัด ลงนามแตงตง้ั ๔.๒.๓ ระยะเวลาการดาํ เนนิ การ - ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสสี่ ิบหา วนั นบั แตวนั ทกี่ รรมการพนจากตําแหนง - เฉพาะครง้ั แรกใหแ ลว เสรจ็ ภายในหกสบิ (๖๐) วนั นบั แตว นั ทร่ี ะเบยี บนี้ ใชบังคบั (วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ô.ó ¡μ.μÃ.ʶҹตÕ าํ ÃǨ¹¤ÃºÒÅ (¡μ.μÃ.ʹ.) ๔.๓.๑ ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง
๑๔๖ ของหนว ยงานของรฐั หรอื รฐั วสิ าหกจิ ทป่ี ฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ในเขตพน้ื ท่ี สน. นนั้ จาํ นวนไมเ กนิ สามคน ดาํ เนนิ การตามลําดับดังนี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน. เสนอหวั หนา สน. (ซงึ่ ตามระเบยี บกาํ หนด ใหเปนประธาน กต.ตร.สน.ช่ัวคราว) กําหนดนัดประชุม กต.ตร.โดยตําแหนง เพ่ือกําหนดฃขั้นตอน และวิธกี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม ๒) กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง ประชมุ พจิ ารณาคดั เลอื กใหไ ดจ าํ นวนไมเ กนิ สามคน ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน. จัดทําคําสั่งตามรูปแบบท่ีกําหนดเสนอ หัวหนา สน. เพ่อื นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามในคาํ ส่ังแตงต้ัง ๔.๓.๒ ขา ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวนซงึ่ ดาํ รงตาํ แหนง และปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี น สน. นน้ั จาํ นวนหนึง่ คน ดาํ เนินการตามลําดบั ดงั น้ี ๑) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ บญั ชรี ายชอื่ ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวน ผมู ีสทิ ธติ ามแบบที่กําหนด แลวปดประกาศใหทราบท่วั กนั ๒) หัวหนา สน. กาํ หนดวันประชุม แลว เลขานกุ าร กต.ตร.สน. แจง ให ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนผมู สี ทิ ธติ ามรายชอ่ื ทปี่ ด ประกาศทราบ โดยอาจใชว ธิ กี ารปด ประกาศหรอื แจงเวียนเปนหนงั สอื ตามความเหมาะสม กอ นวันประชมุ ไมน อ ยกวาสามวนั ๓) จัดการประชุม โดยจะตองมีขาราชการตํารวจช้ันประทวนผูมีสิทธิ เขา ประชุมไมน อ ยกวากงึ่ หนึง่ จึงจะครบองคประชุม เพื่อใหม ีการเลอื กใหไดจ ํานวนหนึ่งคน ๔) ดาํ เนนิ การเลือก โดย - ใหขาราชการตํารวจช้ันประทวนผูมีสิทธิท่ีเขาประชุมเสนอ ชือ่ ขา ราชการตํารวจชั้นประทวนผูท่ีมคี วามเหมาะสมเปน กต.ตร.สน. - กรณีมีผูไ ดรับการเสนอชอื่ มากกวาหนึ่งคน ใหดําเนนิ การดงั น้ี (๑) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดเตรียมบัตรลงคะแนนตามแบบ ท่ีกาํ หนด และกลอ งรบั บตั รลงคะแนน (รปู แบบตามท่ีเห็นสมควร) (๒) จดั การใหข า ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวนผมู สี ทิ ธทิ เี่ ขา ประชมุ เขยี นช่อื ผูทตี่ นเลือกจํานวนหน่ึงคน แลว นาํ มาใสในกลอ งรับบตั รลงคะแนน ๕) ตรวจนับคะแนน ใหด ําเนินการดังน้ี - ใหเลขานุการ กต.ตร.สน.ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยหลังจาก ผเู ขาประชุมลงคะแนนเสรจ็ สน้ิ - ผไู ดร บั คะแนนมากทสี่ ดุ เปน ผไู ดร บั เลอื กเปน กรรมการใน กต.ตร.สน. - กรณีมีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหลงคะแนนเลือกเฉพาะ ผูท ีม่ ีคะแนนเทา กนั อกี ครงั้ ผูไดรบั คะแนนมากท่สี ุดเปน ผไู ดร บั เลอื กเปน กรรมการใน กต.ตร.สน.
๑๔๗ - หากยงั มคี ะแนนเทา กนั อกี ใหใ ชว ธิ จี บั สลาก โดยใหห วั หนา สน.เปน ผจู ับสลากจาํ นวนหนงึ่ รายชอ่ื และถอื วาผนู นั้ ไดร ับเลือกเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. ๖) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดทําคําสั่งตามรูปแบบที่กําหนดเสนอ หัวหนา สน. นําเสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามในคําส่ังแตงต้ัง (สงใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. เปนผูรวบรวมนําเสนอ) ๔.๓.๓ ประชาชนจํานวนไมนอยกวาหกคนแตไ มเ กินเกาคน ๔.๓.๓.๑ คดั เลอื กจากประชาชนผมู คี วามรคู วามสามารถจาํ นวนไมเ กนิ สามคนดาํ เนินการ ดงั นี้ ๑) ใหเลขานุการ กต.ตร.สน.เสนอหัวหนา สน. (ประธาน กต.ตร.สน.ชัว่ คราว) กําหนดนดั ประชมุ กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง เพือ่ กาํ หนดข้นั ตอนและวิธกี ารสรรหา และคัดเลอื กตามความเหมาะสม ๒) กต.ตร.สน.โดยตําแหนงประชุมพิจารณาคัดเลือกจาก ประชาชนผูทม่ี ีความรคู วามสามารถใหไ ดจํานวนไมเ กินสามคน ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดทาํ คาํ สัง่ ตามรูปแบบท่กี ําหนด เสนอหวั หนา สน. เพอื่ นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม. ลงนามในคาํ สงั่ แตงต้งั (สง ใหเ ลขานุการ กต.ตร. กทม.เปนผรู วบรวมนําเสนอ) ๔.๓.๓.๒ เลอื กโดยเปด รบั สมคั รจากประชาชนทว่ั ไปจาํ นวนไมน อ ยกวา สามคน แตไมเ กนิ หกคน ดาํ เนนิ การ ดงั น้ี (ñ) ¡ÒÃàμÃÕÂÁ¡Òà ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน.เสนอหวั หนา สน. (ประธาน กต.ตร.ชวั่ คราว) ประชมุ กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง เพอื่ กาํ หนดวนั รบั สมคั ร วนั เลอื ก สถานที่ รบั สมคั ร สถานที่ ที่จะทําการเลือกและออกคําส่ังมอบหมายเจาหนาที่ผูรับผิดชอบการจัดการรับสมัคร การตรวจสอบ คณุ สมบตั ิ การเลือกการตรวจนับคะแนน และการประชาสัมพนั ธ ๒) กําหนดวนั รบั สมัครไมนอ ยกวา ๗ วัน ๓) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั เตรยี มใบสมคั รแบบตา งๆ ตามท่กี าํ หนดและกลอ งรับบตั รลงคะแนน (ตามความเหมาะสม) ๔) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ บญั ชรี ายชอ่ื ขา ราชการ ตาํ รวจผูมีสิทธเิ ลือกตามแบบทก่ี าํ หนด แลวปดประกาศท่ีสถานีตํารวจใหท ราบทั่วไป ๕) หวั หนา สน.ประชมุ ชแ้ี จงขา ราชการตาํ รวจผมู สี ทิ ธิ เพอ่ื ซักซอ มความเขา ใจวิธีการลงคะแนนเลอื ก
๑๔๘ (ò) ¡ÒûÃСÒÈÃѺÊÁѤà ๑) ใหห วั หนา สน.ประกาศกาํ หนดวนั รบั สมคั ร วนั เลอื ก สถานที่รับสมัคร สถานท่ีที่จะทําการเลือก และสถานที่ปดประกาศรายชื่อผูสมัคร รวมทั้งคุณสมบัติ และลักษณะตองหามของประชาชนผูมีสิทธิสมัคร ใหประชาชนท่ัวไปทราบกอนวันเปดรับสมัคร ไมน อยกวาสบิ ส่วี ัน ๒) ดําเนินการประชาสัมพันธใหขาราชการตํารวจ และประชาชนไดท ราบโดยทั่วไป (ó) ¡ÒÃÃѺÊÁѤà ๑) เปดรับสมัครทุกวันติดตอกันไมนอยกวาเจ็ดวัน ต้งั แตเ วลา ๐๘.๓๐ น. ถงึ ๑๖.๓๐ น. ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.เปน ผรู บั ใบสมคั ร ตรวจสอบ คุณสมบัติ แลวจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครที่มีสิทธิไดรับเลือกและบัตรลงคะแนนเรียงลําดับตัวอักษร ตามแบบทก่ี ําหนด ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน.ปดประกาศบัญชีรายชื่อ ผสู มัครท่ีมสี ิทธิไดรบั เลอื กที่ สน. (ô) ¡ÒÃŧ¤Ðá¹¹ ในวนั เลือกดาํ เนินการ ดังนี้ ๑) กาํ หนดเวลาเลอื กตง้ั แตเ วลา ๐๘.๓๐ น. ถงึ ๑๓.๐๐ น. (ไมพักเท่ียง) ๒) ขา ราชการตํารวจผมู สี ทิ ธปิ ฏบิ ตั ิ ดังนี้ -แสดงบตั รประจาํ ตวั ขา ราชการตาํ รวจตอ เจา หนา ท่ี แลวลงลายมอื ชอ่ื รบั บัตรลงคะแนน -เลือกโดยทําเคร่ืองหมายกากบาท (X) หนาช่ือ ผสู มัครท่ีตนเลือกจํานวนไมเ กินหกคน -นาํ บตั รทท่ี าํ เครอื่ งหมายเลอื กแลว ใสก ลอ งรบั บตั ร (õ) ¡ÒÃμÃǨ¹ºÑ ¤Ðá¹¹ เมอ่ื ถงึ เวลา ๑๓.๐๐ น. ใหป ระกาศ ปด การลงคะแนน แลวดําเนนิ การดังนี้ ๑) กอนเปดกลองรับบัตรเพื่อตรวจนับคะแนน ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน. ตรวจนบั รายชอ่ื ขา ราชการตาํ รวจผมู สี ทิ ธวิ า มาลงคะแนนเลอื กเกนิ กวา กง่ึ หนง่ึ หรอื ไม แลวปฏบิ ัติ ดังนี้ -ถา มจี าํ นวนนอ ยกวา กงึ่ หนง่ึ ใหจ ดั ใหม กี ารเลอื กใหม -ถามีจํานวนตั้งแตกึ่งหน่ึงข้ึนไป ใหดําเนินการ นบั คะแนนตอไป
๑๔๙ ๒) ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยใหเสร็จส้ินภายในวัน เลอื กต้ังแตเวลา ๑๓.๐๐ น. เปน ตนไปจนกวา จะเสรจ็ ส้นิ ๓) จดั เรยี งลาํ ดบั ผไู ดค ะแนนจากมากไปหานอ ย กรณี มีผไู ดค ะแนนเทากัน ใหหัวหนา สน.จับสลากชือ่ ผูท ี่ไดคะแนนเทา กนั เพื่อเรยี งลําดบั ที่ ๔) จัดทําบัญชีรายช่ือผูสมัครที่ไดรับเลือกตามลําดับ คะแนนตามแบบที่กําหนด ๕) ผทู ไ่ี ดร บั คะแนนลาํ ดบั ทห่ี นง่ึ ถงึ หกเปน ผไู ดร บั เลอื ก (ö) ¡ÒûÃСÒȼšÒÃàÅ×Í¡áÅСÒÃÍÍ¡คําÊÑè§áμ‹§μéѧ ดาํ เนินการ ดงั นี้ ๑) กอ นประกาศผลการเลอื กให กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง พจิ ารณากอนวาผูทีไ่ ดรับเลอื กมีจํานวนถงึ หกคนหรอื ไม หากไมถ งึ หกคนใหพ จิ ารณาดาํ เนินการ ดังนี้ - จัดใหมีการรับสมัครและเลือกตามจํานวนที่ยัง ไมค รบหกคนอีกคร้ัง เชน มผี ูสมัคร ๘ คน เลือกได ๔ คน ยังเหลืออีก ๒ คนจงึ จะครบ ๖ คน กใ็ หม ี การรบั สมัครและเลือกใหมเพอ่ื ใหไ ดอ ีก ๒ คนที่ยังไมครบนั้น เปนตน หรอื - หากพิจารณาเห็นวาจํานวนผูไดรับเลือก เมื่อรวมกับประชาชนท่ีไดรับการคัดเลือกจาก กต.ตร.สน.โดยตําแหนงแลวมีจํานวนหกคนข้ึนไป ก็เปนการสมควรแลว จะไมดาํ เนินการเปดรบั สมัครและเลือกใหมก ไ็ ด ๒) เมื่อไดผทู ไี่ ดรับเลอื กแลว ดําเนินการ ดงั น้ี - เลขานุการ กต.ตร.สน.สง รายชอ่ื ผทู ่ีไดรับเลือก ตามแบบทีก่ ําหนดใหห วั หนา สน.ปดประกาศใหทราบโดยทัว่ ไปตามท่กี าํ หนดไว - เลขานุการ กต.ตร.สน.ตรวจสอบอีกครั้งวามี กรณีท่ีไมอาจเสนอชอื่ ผไู ดรับเลือกเพื่อแตงต้ังเปน กต.ตร.สน.หรือไม เชน ตาย ขอถอนตัว ขาดคณุ สมบัติ หรอื มลี ักษณะตองหา ม เปน ตน หากมีใหเ สนอรายช่อื ผทู ีไ่ ดรับคะแนนลําดับถัดไปแทน - เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ คาํ สง่ั แตง ตง้ั เสนอ หัวหนา สน.เพ่ือนําเสนอไปยังประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามตอไป (สงใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. เปนผูร วบรวมเสนอ) ô.ô ¡μ.μÃ.ʶҹตÕ ําÃǨÀ¸Ù à (¡μ.μÃ.ÊÀ.) ๔.๔.๑ ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง ของหนวยงานของรัฐหรอื รัฐวสิ าหกิจ ท่ปี ฏบิ ัติหนาทป่ี ระจําในเขตพน้ื ท่ี สภ.นนั้ จาํ นวนไมเ กินสามคน ดําเนนิ การทํานองเดยี วกนั กับ กต.ตร.สน. ๔.๔.๒ ขา ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวน จํานวนหนง่ึ คน ดําเนนิ การทํานองเดยี วกนั กับ กต.ตร.สน.
๑๕๐ ๔.๔.๓ นายกเทศมนตรีท่ีมีเขตพื้นที่สวนใดสวนหน่ึงอยูในเขตพ้ืนท่ี สภ. จํานวนหน่งึ คน ในกรณที พี่ ื้นท่ีมีนายกเทศมนตรีมากกวา หนง่ึ คน ดําเนินการ ดงั น้ี ๑) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ.เสนอหวั หนา สภ.กาํ หนด วนั เวลา และสถานท่ี ประชุมเพ่อื เลอื ก ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ.เตรยี มบตั รลงคะแนนตามแบบและกลอ งรบั บตั ร ลงคะแนน (ตามความเหมาะสม) เพอ่ื ใชใ นกรณที ี่ทีป่ ระชุมมีมตใิ หเลอื กดว ยวธิ ีลบั ๓) เชญิ นายกเทศมนตรปี ระชมุ โดยใหม ผี เู ขา ประชมุ ไมน อ ยกวา กงึ่ หนงึ่ เพ่ือดาํ เนนิ การลงมตเิ ลือก ดงั นี้ - ใหนายกเทศมนตรีที่เขาประชุมเสนอชื่อนายกเทศมนตรีคนหนึ่ง เปน กต.ตร.สภ. - กรณีมกี ารเสนอชื่อมากกวาหน่ึงคน ใหดําเนินการ ดังนี้ (๑) ใหม มี ติเลอื กใหเหลอื หนึง่ คน (๒) หากทป่ี ระชมุ มมี ตใิ หเ ลอื กดว ยวธิ ลี บั กใ็ หเ ลขานกุ าร กต.ตร. สภ.นาํ บตั รลงคะแนนทเี่ ตรยี มไวใ หน ายกเทศมนตรที เ่ี ขา ประชมุ เขยี นชอ่ื ผทู ต่ี นเลอื กหนงึ่ คน แลว นาํ ใส ไวในกลอ งรบั บตั รลงคะแนน (๓) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สภ. ตรวจนบั คะแนนโดยเปด เผยทนั ที หลงั จากผูเขา ประชมุ ลงคะแนนเสร็จ ผไู ดร บั คะแนนมากทสี่ ุดเปน ผูไดร ับเลอื ก (๔) กรณีมีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหลงคะแนน เลอื กเฉพาะผูทีม่ ีคะแนนเทากนั อีกคร้ัง ผูไ ดร ับคะแนนมากที่สดุ เปน ผไู ดรับเลือก (๕) หากคะแนนยังเทากันอีก ใหใชวิธีจับสลาก โดยใหหัวหนา สภ.เปน ผจู บั สลากจํานวนหนึ่งรายชอ่ื และถือวา ผนู ้ันเปน ผูไดร บั เลอื ก ๔) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ. สง รายชอื่ ให หวั หนา สภ.ปด ประกาศใหท ราบ ท่ัวไป ๕) เลขานุการ กต.ตร.สภ.จัดทําคําสั่งแตงต้ังเสนอหัวหนา สภ. เพอ่ื นาํ เสนอประธาน กต.ตร.จงั หวดั ลงนามตอ ไป (สง ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั เปน ผรู วบรวมเสนอ) ๖) ดําเนินการใหแลวเสร็จภายในส่ีสิบหาวันนับแตวันท่ีกรรมการ พนจากตําแหนง ยกเวนการดําเนินการครั้งแรกใหดําเนินการใหเสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแตวันที่ ระเบียบนใ้ี ชบ งั คับ (ใชบ งั คับตั้งแตว นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปนตน ไป) ๔.๔.๔ นายกองคก ารบรหิ ารสว นตาํ บลจาํ นวนหนง่ึ คนและกาํ นนั จาํ นวนหนง่ึ คน ดําเนินการทาํ นองเดียวกนั กบั การเลือกนายกเทศมนตรี
๑๕๑ õ. ¡ÒÃàÅ×Í¡»Ãиҹ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. เน่ืองจากระเบียบฯ กําหนดใหมีการเลือกหัวหนา สน./สภ. หรือกรรมการ กต.ตร.สน./ สภ.คนอื่น คนใดคนหนง่ึ เปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ. จงึ ใหด ําเนนิ การดังนี้ ๑) เมอ่ื มคี าํ สงั่ แตง ตง้ั กต.ตร.สน./สภ.ครบถว นแลว ใหห วั หนา สน./สภ. (ประธาน กต.ตร. สน./สภ.ช่ัวคราว) กําหนดการประชุม กต.ตร.สน./สภ. คร้ังแรกภายในสามสิบวันนับแตวันที่มีการ แตง ตงั้ กรรมการ กต.ตร.สน./สภ.ครบถว น (วันทคี่ าํ ส่งั แตงตัง้ กต.ตร.สน./สภ.มีผลใชบ งั คบั ) ๒) จัดวาระการประชุมใหมีวาระการเลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ.เปนวาระท่ี ๒ ถดั จากวาระที่ ๑ เรอื่ งทป่ี ระธานแจง ใหท ป่ี ระชมุ ทราบ (เปน หนา ทขี่ องหวั หนา สน./สภ. ซงึ่ เปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ.ชั่วคราว เปนผแู จงเรอ่ื งตา งๆ ใหท่ปี ระชมุ ทราบ) ๓) ในวาระการประชมุ เลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ. ให กต.ตร.สน./สภ. ทีม่ าประชุม เสนอชอื่ กรรมการอน่ื นอกจากหวั หนา สน./สภ.หนง่ึ คน เพอื่ ใหท ป่ี ระชมุ เลอื กเปน ประธาน กต.ตร.สน./ สภ. แลวให กต.ตร.สน./สภ.ที่มาประชมุ ลงมติเลอื ก สว นวิธกี ารลงมตอิ าจใชวธิ ีลงมตโิ ดยเปด เผยหรือ ลงมติลบั แลวแตค วามเหมาะสม ๔) เมอ่ื เลอื กไดผ เู ปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ.แลว ใหอ กี คนหนง่ึ เปน รองประธาน กต.ตร. สน./สภ. ๕) ใหเลขานุการ กต.ตร.สน./สภ. จัดทําเปนประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนประธาน กต.ตร.สน./สภ. (แบบประกาศใชตามระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ) เสนอหัวหนา สน./สภ. ลงนามแลวปดประกาศใหทราบทั่วไปที่ สน./สภ. แลวรายงานผลการเลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ. ให กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัดแลวแตกรณีทราบภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีที่ประชุมมีมติ (สงไปยงั เลขานุการ กต.ตร.กทม. หรอื กต.ตร.จังหวัด แลว แตกรณ)ี ö. ÇÒÃСÒÃดําçตาํ á˹§‹ ö.ñ ¡μ.μÃ.¡·Á./¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ ๖.๑.๑ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ แิ ละประชาชนใน กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั - มีวาระการดํารงตําแหนงสองป แตอาจไดรับการแตงตั้งใหมได แตจ ะดํารงตําแหนงเกนิ สองวาระตดิ ตอ กนั ไมไ ด - เมอื่ พน วาระแลว จะตอ งปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ อ ไปกอ นจนกวา กรรมการผทู รง คณุ วุฒแิ ละประชาชนซง่ึ ไดรับการแตงตัง้ ใหมเขารับหนา ท่ี - การพน จากตําแหนง ๑) พน ตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) ขาดคณุ สมบัตหิ รอื มีลกั ษณะตองหา ม
๑๕๒ ๕) ขาดการประชมุ เกนิ หกครั้งในรอบปนบั แตวนั ที่ไดร บั การแตงต้งั ๖) กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวา สองในสามของจํานวนกรรมการท้ังหมดใหพนจากตําแหนง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมกี ารกระทาํ ท่ไี มเหมาะสมตอการปฏิบัตหิ นา ที่กรรมการ ๖.๑.๒ กรณีลาออก ใหมีผลนับแตวันที่เลขานุการ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด ลงทะเบียนรับหนังสือลาออกนั้น และใหเลขานุการ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด รายงานประธาน กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด และ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด ตอไป ๖.๑.๓ กรณีพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหดําเนินการสรรหาและแตงต้ังบุคคล เปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงไมถึงเกาสิบวันจะไมสรรหาและแตงต้ังแทนก็ได และกรรมการผทู รงคณุ วฒุ หิ รอื ประชาชนซงึ่ ไดร บั การแตง ตง้ั ใหด าํ รงตาํ แหนง แทนอยใู นตาํ แหนง เพยี ง เทาวาระที่เหลืออยขู องผูที่ตนแทน ö.ò ¡μ.μÃ.ʹ./¡μ.μÃ.ÊÀ. ๖.๒.๑ ขา ราชการประจาํ อน่ื นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง ของหนว ยงานของรัฐ หรอื รฐั วสิ าหกิจและประชาชน - มวี าระการดาํ รงตําแหนงสองป และอาจไดรับการแตงต้งั ใหมได - เมอื่ พน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทต่ี อ ไปจนกวา กรรมการ ท่ไี ดรบั การแตง ตั้งใหมเ ขา รบั หนา ท่ี - การพน จากตําแหนง ๑) พน ตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) เฉพาะขาราชการประจํา พนักงาน หรือลูกจางหนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเม่ือโยกยายไปดํารงตําแหนงนอกพ้ืนที่ หรือพนจากความเปนขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางหนว ยงานของรัฐ หรอื รฐั วสิ าหกจิ ๕) เฉพาะประชาชน ขาดคุณสมบตั ิหรือมีลกั ษณะตอ งหาม ๖) ขาดการประชมุ เกนิ หกครงั้ ในรอบปน บั แตว ันท่ีไดรับการแตง ตัง้ ๗) กต.ตร.สน./สภ. มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสาม ของจํานวนกรรมการทง้ั หมดใหพ น จากตําแหนง เนือ่ งจากมคี วามประพฤตเิ สื่อมเสียหรือมีการกระทํา ท่ีไมเหมาะสมตอ การปฏิบัติหนา ทีก่ รรมการ ๖.๒.๒ ขาราชการตํารวจช้ันประทวน นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหาร สว นตาํ บลและกาํ นนั - มวี าระการดาํ รงตาํ แหนง คราวละสองป และอาจไดร บั การแตง ตงั้ ใหมไ ด
๑๕๓ - เมอ่ื พน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทต่ี อ ไปจนกวา กรรมการ ซึง่ ไดรบั การแตงต้งั ใหมเ ขารับหนาท่ี - การพน จากตาํ แหนง ๑) พนตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) พน จากการเปน ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนซง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง และ ปฏบิ ตั หิ นาทใี่ น สน./สภ. น้ัน พน จากตําแหนง นายกเทศมนตรี นายกองคก ารบริหารสวนตาํ บล หรอื กํานนั ๖.๒.๓ กรณีลาออก ใหมีผลนับแตวันท่ีเลขานุการ กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ. ลงทะเบียนรับหนงั สือลาออกนน้ั และใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ. รายงานประธาน กต.ตร. สน./กต.ตร.สภ. และ กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ.ตอ ไป ๖.๒.๔ กรณพี น จากตาํ แหนง กอ นวาระ ใหด าํ เนนิ การสรรหาและแตง ตง้ั บคุ คลเปน กรรมการแทน เวน แตว าระการดาํ รงตาํ แหนง เหลอื ไมถ งึ เกา สบิ วนั จะไมส รรหาและแตง ตง้ั แทนกไ็ ด และ กรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเพียงเทา วาระทีเ่ หลืออยขู องผูทีต่ นแทน ÷. ¡ÒûÃЪÁØ áÅÐŧÁμÔ ÷.ñ ͧ¤»ÃЪÁØ ๗.๑.๑ การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน./สภ. ตองมี กรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการท้ังหมด (รวมท้ังประธานกรรมการดวย) จงึ ครบองคประชมุ ๗.๑.๒ กรณีกรรมการโดยตําแหนงไมสามารถเขาประชุมได สามารถมอบหมาย เปนลายลักษณอักษรใหผูดํารงตําแหนงระดับรองเขาประชุมแทนได แตกรรมการผูทรงคุณวุฒิ และประชาชนไมส ามารถมอบหมายผอู ่ืนเขาประชุมแทนได เน่อื งจากเปนกรรมการเฉพาะตัว ÷.ò »Ãиҹ·èÕ»ÃЪÁØ ๗.๒.๑ กรณีประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดให รองประธานกรรมการเปน ประธานในทป่ี ระชมุ สาํ หรบั กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั มรี องประธาน หลายคนซึ่งไดจัดลําดับไวแลว ก็ใหรองประธานคนท่ีหนึ่งเปนประธานที่ประชุม ถาไมมาหรือไมอาจ ปฏิบัติหนา ที่ไดก ็ใหร องประธานลําดบั ถัดไปเปน ประธานทปี่ ระชุม ๗.๒.๒ ถาประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจ ปฏบิ ตั ิหนา ท่ีไดใ หกรรมการทม่ี าประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนง่ึ เปน ประธานทีป่ ระชุม
๑๕๔ ÷.ó ÃÐàºÕÂºÇ¸Ô Õ¡ÒûÃЪØÁáÅСÒÃŧÁμÔ ใหน าํ ขอ บงั คบั ก.ต.ช.วา ดว ยการประชมุ และการลงมตขิ อง ก.ต.ช. และ ของ อ.ก.ต.ช. มาใชบงั คับโดยอนุโลม ÷.ô กํา˹´ÃÐÂÐàÇÅÒ¡ÒûÃЪÁØ ๗.๔.๑ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ใหมีการประชมุ อยางนอยสามเดือนตอหน่งึ คร้งั ๗.๔.๒ กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหมีการประชมุ อยางนอ ยสองเดือนตอหนง่ึ คร้งั ø. ºμÑ ÃáÊ´§μ¹ ¡μ.μÃ.¡·Á. ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. ø.ñ ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤ บัตรแสดงตนตามระเบียบนี้ จัดใหมีขึ้นเพื่อใหประธานกรรมการและกรรมการ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใชแ สดงในขณะเมือ่ ดํารงตาํ แหนงอยู ทง้ั นี้ เพอ่ื ความสะดวกในการตดิ ตอ ประสานงานกับหนวยงานตางๆ ในสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ ø.ò ÇÔ¸Õ¡ÒÃÍÍ¡ºμÑ Ã กระบวนการ ขน้ั ตอน วธิ กี ารออกบตั รไดก าํ หนดไวใ นประกาศสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เรือ่ ง กําหนดรปู แบบ ขน้ั ตอน และวิธีการออกบัตรแสดงตน กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ดังนี้ ๘.๒.๑ การดาํ เนนิ การออกบตั รประจําตวั กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวัด ¬π◊Ë §”¢Õ¡∫’ μ— √ ºâŸ¡’ ‘∑∏‘ æ√âÕ¡√Ÿª∂à“¬ ▼ μ√«® Õ∫§«“¡∂Ÿ°μâÕß·≈â« ▼ ▼ ≈ß∑–‡∫’¬π§«∫§ÿ¡‡≈¢∑Ë’∫—μ√ 𔇠πÕª√–∏“πœ ‡æÕË◊ Õπ¡ÿ μ— ‘ ª√–∑—∫μ√“ ≈߇≈¢∑’Ë∫—μ√ §”¢Õ¡∫’ μ— √·≈–≈ßπ“¡„π∫μ— √ ‡≈¢“πÿ°“√ °μ.μ√.°∑¡./ «—πÕÕ°∫μ— √ ·≈–«—πÀ¡¥Õ“¬ÿ ®—ßÀ«—¥ ¡Õ∫∫—μ√∑’Ë¥”‡π‘π°“√‡ √Á® ·≈â«„Àâ°—∫‡®“â ¢Õß∫μ— √ ▼ Õπ¡ÿ μ— §‘ ”¢Õ¡∫’ μ— √ ª√–∏“π °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ·≈–≈ßπ“¡„π∫—μ√
๑๕๕ ๘.๒.๒ การดําเนินการออกบตั รประจาํ ตัว กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ¬π◊Ë §”¢Õ¡∫’ —μ√ ºŸâ¡’ ‘∑∏‘ æ√âÕ¡√Ÿª∂à“¬ ▼ μ√«® Õ∫ ▼ ▼ ≈ ß ∑ – ‡ ∫’ ¬ π § « ∫ §ÿ ¡ ° “ √ §«“¡∂Ÿ°μâÕß ▼ ®“à ¬∫μ— √ ¡Õ∫∫μ— √∑¥’Ë ”‡ππ‘ °“√ ‡≈¢“πÿ°“√ °μ.μ√. π./ ¿.▼ ‡ √®Á ·≈â«„Àâ°—∫‡®“â ¢Õß∫—μ√ √«∫√«¡π” à߇æ◊ËÕ ¥”‡ππ‘ °“√ÕÕ°∫μ— √ ▼ À«— Àπâ“ ∂“πμ’ ”√«® μ√«® Õ∫§«“¡∂Ÿ°μâÕß·≈â« ▼ ≈ß∑–‡∫’¬π§«∫§ÿ¡‡≈¢∑Ë’∫—μ√ 𔇠πÕª√–∏“πœ ‡æÕ◊Ë Õπ¡ÿ μ— ‘ ª√–∑—∫μ√“ ≈߇≈¢∑∫’Ë —μ√ «—π §”¢Õ¡∫’ μ— √·≈–≈ßπ“¡„π∫μ— √ ‡≈¢“π°ÿ “√ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ÕÕ°∫μ— √·≈–«—πÀ¡¥Õ“¬ÿ ▼ Õπ¡ÿ μ— §‘ ”¢Õ¡∫’ μ— √ ·≈–≈ßπ“¡„π∫—μ√ ª√–∏“π °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥
๑๕๖ ÃÐàºÂÕ º ¡.μ.ª. NjҴnj ¡ÒÃÃºÑ คําÃÍŒ §àÃÂÕ ¹ËÃÍ× ¢ŒÍàʹÍá¹Ð¢Í§»ÃЪҪ¹ ¾.È.òõôù ---------------- อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๘(๑) และ (๖) แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมคร้ังที่ ๖/๒๕๔๘ เม่ือวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ จึงออกระเบียบ ก.ต.ช. เพื่อวางแนวทางปฏิบัติเม่ือมีการรองเรียนหรือมีขอเสนอแนะตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานตี ํารวจ ไวด ังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนีเ้ รยี กวา “ระเบยี บ ก.ต.ช. วาดวยการรับคํารองเรียนหรอื ขอเสนอแนะ ของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙” ขอ ๒ ระเบียบนใี้ หใ ชบงั คับตัง้ แตวนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตนไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “กต.ตร.กทม.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ กรงุ เทพมหานคร “กต.ตร.จงั หวดั ” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ จงั หวดั “กต.ตร.สถานตี าํ รวจ” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตาํ รวจสถานีตํารวจนครบาล และสถานตี ํารวจภธู ร “ผรู อ งเรยี น” หมายความวา ผทู ไี่ ดร บั ความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หาย หรอื อาจจะเดอื ดรอ น หรอื เสยี หายโดยมอิ าจหลกี เลยี่ งได หรอื เปน ผพู บเหน็ ความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หาย อนั เนอ่ื งมาจาก การกระทําหรอื พฤตกิ ารณข องขาราชการตํารวจ “คํารองเรียน” หมายความวา คํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของ ขาราชการตํารวจที่ไดย่ืน หรือสงตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และใหหมายความรวมถึงคํารองเรียนท่ีไดย่ืนหรือสงตอประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และคํารองเรียน ทไ่ี ดยืน่ หรอื สง เพอื่ แกไขเพม่ิ เตมิ คํารอ งเรยี นเดมิ โดยมีประเด็นหรือขอ เท็จจรงิ ขน้ึ ใหมด ว ย “ขอเสนอแนะ” หมายความวา ขอคิดเห็นเชิงแนะนําที่เสนอเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ การบรหิ ารงานตาํ รวจ หรอื การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจทไ่ี ดย นื่ หรอื สง ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และใหหมายความรวมถึงขอเสนอแนะท่ีไดย่ืนหรือสงตอ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ
๑๕๗ “กฎหมาย” หมายความรวมถงึ กฎ ระเบียบ ขอบงั คบั คําสั่ง และมตคิ ณะรฐั มนตรี “หนว ยงานในความรบั ผดิ ชอบ” สําหรบั ก.ต.ช. หมายความวา สํานักงานตํารวจแหงชาติ กต.ตร.กทม. หมายความวา กองบัญชาการตาํ รวจนครบาล กต.ตร.จงั หวดั หมายความวา ตํารวจภธู ร จังหวดั และ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ หมายความวา สถานีตํารวจนครบาลหรือสถานตี าํ รวจภธู ร น้ันๆ “ผูบังคับบัญชาตนสังกัด” สําหรับ ก.ต.ช. หมายความวา ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ กต.ตร.กทม. หมายความวา ผูบญั ชาการกองบัญชาการตาํ รวจนครบาล กต.ตร.จังหวัด หมายความวา ผูบงั คับการตํารวจภธู รจังหวัด และ กต.ตร.สถานีตํารวจ หมายความวา หัวหนา สถานตี ํารวจนครบาล หรือสถานีตาํ รวจภูธรน้ันๆ ขอ ๔ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบนี้ และใหมีอํานาจวินิจฉัย ปญหาตคี วามเกีย่ วกับการปฏบิ ัติ รวมทง้ั กาํ หนดแนวทางปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี หมวด ๑ บททัว่ ไป _____________ ขอ ๕ ผูรองเรียนหรือผูเสนอแนะอาจนําคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะมาย่ืนดวยตน เองมอบใหผ อู น่ื มายนื่ แทน สง ทางไปรษณยี โทรสาร สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรอื โดยวธิ กี ารอน่ื ใดท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ กําหนดขึน้ ตามท่ีเห็นสมควรแลวแตกรณี ให ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ แลวแตกรณรี ับคาํ รอ ง เรียนหรือขอเสนอแนะที่สวนราชการอ่ืนแจงใหทราบไวพิจารณา หากเห็นวา มีลักษณะตามขอ ๙ และหรอื ขอ ๑๓ แลว แตก รณี ขอ ๖ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สถานตี าํ รวจ อาจพจิ ารณาแตง ตงั้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองคํารองเรยี นหรอื ขอเสนอแนะ แลวแตก รณี ขอ ๗ เมอ่ื ไดร ับคาํ รองเรยี นหรือขอ เสนอแนะให เลขานกุ าร ใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ แลว แตก รณี สง คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะใหค ณะอนกุ รรมการ กลั่นกรองคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะ หรือพิจารณานําเสนอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ เพ่ือดําเนินการโดยมิชักชา และแจงใหผูรองเรียนทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตไดร ับคาํ รอ งเรียน คํารองเรียนหรือขอเสนอแนะเก่ียวกับการบริหารงานตํารวจ หรือการปฏิบัติงาน ของขา ราชการตาํ รวจนอกสงั กดั หนว ยงานในความรบั ผดิ ชอบ ใหส ง คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะนนั้ ไป ยงั เลขานกุ ารใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรอื กต.ตร.สถานตี ํารวจ ท่รี บั ผิดชอบหนวยงาน น้นั ดําเนนิ การตามระเบียบน้ี
๑๕๘ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ อาจมอบหมายใหห นว ยงานใด หรือผใู ดผูหนึ่งในความรับผดิ ชอบทําการตรวจสอบขอเทจ็ จริงเบือ้ งตน ตามคาํ รอ งเรยี นกอ นได ขอ ๘ วิธีการประชุมและการลงมติของคณะอนุกรรมการกล่ันกรองคํารองเรียน หรือขอเสนอแนะใหนําขอบังคับ ก.ต.ช. วาดวยการประชุมและการลงมติของ ก.ต.ช. และของ คณะอนกุ รรมการ ก.ต.ช. มาใชบังคบั โดยอนุโลม หมวด ๒ คํารองเรียน _____________ ขอ ๙ คํารอ งเรยี นทจี่ ะรับไวพ ิจารณามลี กั ษณะดงั ตอ ไปน้ี (๑) เปนเร่ืองที่ผูรองเรียนไดรับความเดือดรอนหรือความเสียหาย หรืออาจจะ เดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได หรือเปนผูพบเห็นความเดือดรอนหรือความเสียหาย และความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หายนน้ั เนอ่ื งมาจากการกระทาํ หรอื พฤตกิ ารณข องขา ราชการตาํ รวจ ดงั ตอไปนี้ (ก) ละเลยตอหนาท่ีตามกฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาท่ี ดังกลาวลา ชาเกนิ สมควร (ข) กระทําการนอกเหนืออํานาจหนาที่ ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย หรอื มลี ักษณะเปนการเลอื กปฏบิ ัติ หรอื เปน การสรางภาระแกป ระชาชนโดยไมจ าํ เปน (ค) กระทาํ การไมถ กู ตอ งตามขน้ั ตอนอนั เปน สาระสาํ คญั ทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั การนน้ั หรือ (ง) กระทาํ การโดยไมส ุจรติ หรือโดยไมมีเหตผุ ลอนั สมควร (๒) กรณีอื่นๆ ท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ มีความเห็นใหร บั ไวพิจารณา ขอ ๑๐ คาํ รองเรียนใดมีลกั ษณะเปนบัตรสนเทห ม ใิ หรับไวพ ิจารณา เวนแต คาํ รอ งเรยี น นน้ั ระบขุ อ เทจ็ จรงิ พยานหลกั ฐานกรณแี วดลอ ม และหรอื ระบพุ ยานบคุ คล พยานวตั ถหุ รอื พยานเอกสาร ชี้แนะแนวทางเพียงพอท่ีจะดําเนนิ การสบื สวนได ขอ ๑๑ คณะอนกุ รรมการกล่นั กรองคาํ รองเรยี นตามขอ ๖ มอี ํานาจหนา ที่ ดังตอไปน้ี (๑) พิจารณากล่ันกรองคํารองเรียนตามลักษณะขอ ๙ หรือขอ ๑๐ เพ่ือสงให ผบู ญั ชาการตน สงั กดั พจิ ารณาสงั่ การใหม กี ารสบื สวนขอ เทจ็ จรงิ หรอื ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตาม ข้นั ตอนของกฎหมาย (๒) ตรวจสอบและตดิ ตามผลการดาํ เนนิ การของผบู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั ใหเ ปน ไปตาม ขนั้ ตอนของกฎหมาย ในการนอี้ าจเรยี กผบู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั หรอื ผแู ทนทร่ี บั ผดิ ชอบมาใหข อ มลู หรอื ชีแ้ จงผลการดําเนนิ การตามคํารองเรยี นได
๑๕๙ (๓) กรณีตรวจสอบพบการดําเนินการของผูบังคับบัญชาตนสังกัดไมเปนไปตาม ขนั้ ตอนของกฎหมายใหเ สนอความเหน็ ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ แลว แตกรณี เพอ่ื พจิ ารณาดาํ เนนิ การใหม ีการปฏิบตั ใิ หเปน ไปตามขัน้ ตอนของกฎหมาย (๔) ควบคมุ ใหม กี ารเกบ็ รวบรวมขอ มลู คาํ รอ งเรยี นเปน สถติ สิ าํ หรบั ศกึ ษา เพอื่ ใชเ ปน แนวทางในการแกไ ขปญ หาหรอื ปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจ รวมทงั้ จดั ใหม กี ารรายงาน ตอ สาธารณะทราบ (๕) ดาํ เนนิ การอื่นๆ ตามท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรือ กต.ตร.สถานี ตํารวจมอบหมาย ขอ ๑๒ การดําเนินการและระยะเวลาในการดําเนินการเกี่ยวกับคํารองเรียน ใหผ บู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั ถอื ปฏบิ ตั ติ าม กฎ ก.ตร. วา ดว ยการสบื สวนขอ เทจ็ จรงิ และกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ ง หมวด ๓ ขอ เสนอแนะ _____________ ขอ ๑๓ ขอ เสนอแนะทีจ่ ะรบั ไวพิจารณามีลกั ษณะดังตอ ไปนี้ (๑) เปน เรอ่ื งทนี่ า จะเปน ประโยชนต อ การพฒั นาขา ราชการตาํ รวจ ระบบการบรหิ าร งานตาํ รวจหรอื ประการอน่ื ๆ อันเปน ประโยชนตอสาธารณะ (๒) เปนเรื่องการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ หรือระบบการบริหารงานตํารวจ ทส่ี มควรแกการยกยอ งชมเชย หรือเหมาะสมท่จี ะนาํ ไปใชเปน แบบอยา งในการปฏบิ ตั ิงาน (๓) กรณีอื่นๆ ท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ มคี วามเห็นใหร บั ไวพ จิ ารณา ขอ ๑๔ คณะอนกุ รรมการกล่นั กรองขอ เสนอแนะตามขอ ๖ มีอาํ นาจหนาทีด่ งั ตอไปน้ี (๑) พิจารณากล่นั กรองขอ เสนอแนะตามลักษณะขอ ๑๓ เสนอความเห็นตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ แลวแตกรณี เพ่ือใหขอเสนอแนะหนวยงาน ในความรับผดิ ชอบพจิ ารณาดําเนินการ (๒) ติดตามผลการดําเนนิ การ ตาม (๑) และรายงานผลการดําเนินการในเร่อื งท่เี ห็น วา มคี วามสําคญั และหรอื เปนเรอื่ งที่นาสนใจของประชาชน ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ แลว แตกรณี (๓) ควบคมุ ใหม กี ารเกบ็ รวบรวมขอ มลู ขอ เสนอแนะเปน สถติ สิ าํ หรบั ศกึ ษาเพอ่ื ใชเ ปน แนวทางในการแกไ ขปญ หาหรอื ปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจ รวมทง้ั จดั ใหม กี ารนาํ เสนอ ตอ สาธารณะดวย
๑๖๐ (๔) ดําเนินการอืน่ ๆ ตามที่ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรอื กต.ตร.สถานี ตํารวจมอบหมาย ขอ ๑๕ กรณขี อเสนอแนะที่มลี กั ษณะตามขอ ๑๓ (๑) นอกจากพิจารณาใหขอเสนอแนะ หนวยงานในความรับผิดชอบดําเนนิ การแลว ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรือ กต.ตร.สถานี ตาํ รวจแลวแตก รณี อาจจัดใหม ีการประกาศชมเชย หรือใหรางวัลตอผเู สนอแนะตามความเหมาะสม กรณขี อ เสนอแนะทม่ี ลี กั ษณะตามขอ ๑๓(๒) ใหห นวยงานในความรบั ผดิ ชอบจดั ใหมีการ ประกาศชมเชย ใหม รี างวัล หรือพจิ ารณาบาํ เหนจ็ ความชอบตามควรแกก รณี หมวด ๔ การรายงาน _____________ ขอ ๑๖ ใหหนวยงานในความรับผิดชอบ แจงผลการรองเรียนใหกับผูรองเรียนหรือ สว นราชการทสี่ ง คาํ รอ งเรยี นมาใหน นั้ ทราบ พรอ มรายงานผลการรอ งเรยี นในเรอ่ื งนนั้ ๆ ไปยงั อนกุ รรมการ กล่นั กรองคาํ รอ งเรยี น หรอื ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ แลว แตกรณี เพ่อื ตรวจสอบผลการดําเนินการโดยมชิ กั ชา ภายใน ๑๕ วัน ขอ ๑๗ ใหหนวยงานในความรับผิดชอบ รายงานผลการพิจารณาดําเนินการตาม ขอเสนอแนะให ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ แลว แตกรณีทราบ ขอ ๑๘ ให กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ แลวแตก รณี รายงาน เกี่ยวกับการรับคํารองเรียนและหรือการรับขอเสนอแนะ การดําเนินการ และผลการดําเนินการ ดังกลาวรวมท้ังแนวทางหรือกิจกรรมที่จะดําเนินการตอไป โดยใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารตามทีส่ ํานักงานตาํ รวจแหง ชาตกิ ําหนด ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ พนั ตํารวจโท ทกั ษณิ ชินวัตร นายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ
๑๖๑ ÃÐàºÂÕ ºสาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ÇŒ ¡ÒÃʧ‹ àÊÃÁÔ ãË»Œ ÃЪҪ¹ ªÁØ ª¹ ·ÍŒ §¶¹Ôè áÅÐͧ¤¡ ÃÁÊÕ Ç‹ ¹ÃÇ‹ Á㹡¨Ô ¡ÒÃตาํ ÃǨ ¾.È.òõõñ ตามพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๘(๑) และมติคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติในการประชุมครั้งท่ี ๖/๒๕๔๘ เม่ือวันท่ี ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ ไดออกระเบียบ ก.ต.ช. วา ดวยหลกั เกณฑและวิธกี ารสงเสริมใหทอ งถิน่ และชุมชนมสี วนรว ม ในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ไปแลวน้ัน เพอ่ื ใหการสงเสริมใหป ระชาชน ชุมชนและทองถิน่ มสี ว นรว มในกจิ การตํารวจเปน ไปดว ย ความเรยี บรอ ยและมปี ระสทิ ธภิ าพ อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑(๔) แหง พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจ แหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ จึงออกระเบียบสาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ ดงั ตอ ไปนี้ ¢ŒÍ ñ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยการสงเสริม ใหประชาชน ชุมชน ทอ งถิ่น และองคก รมีสว นรวมในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑” ¢ÍŒ ò ระเบยี บนีใ้ หใ ชบังคบั ตง้ั แตว ันประกาศเปนตน ไป ¢ÍŒ ó ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบน้ี และใหมีอํานาจในการ วนิ จิ ฉยั และช้ีขาดปญหาเกยี่ วกับการดําเนนิ การตามระเบยี บนี้ ¢ŒÍ ô ในระเบียบน้ี “การสงเสริม” หมายความวา การริเร่ิม ชักนํา ผลักดัน ใหกําลังใจ กระตุน เชญิ ชวน และใหห มายรวมถึงการกระทําที่มีลักษณะคลา ยคลึงกนั นนั้ ดวย “ประชาชน” หมายความวา บคุ คลที่พาํ นกั หรอื เขามาทาํ งานในพื้นท่ี (ลกั ษณะ ประชากรแฝง) รวมตลอดถงึ ชาวตา งชาติที่สมรสกับคนไทยและมีถ่นิ ทอ่ี ยูอ าศยั ในประเทศไทย “ชมุ ชน” หมายความวา การอยูรวมกนั การเกาะเกี่ยวกันของประชาชน “ทอ งถนิ่ ” หมายความวา ชุมชนทมี่ กี ารบริหารการจดั การ และการปกครอง “องคกร” หมายถึง หนวยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ท่ีมีการรวมตัวกัน เพอ่ื ดําเนนิ ภารกิจหรอื กิจกรรม อันนาํ ไปสูเปา หมายหรอื วตั ถุประสงคท กี่ าํ หนดไว “เครือขายชุมชนลักษณะปฏิบัติการ” หมายความวา การเขามามีสวนรวม ในกิจการตํารวจของประชาชนในลักษณะของการเปดเผยแสดงตัว มีการกําหนดใหแตงเคร่ืองแบบ ชดั เจน มีบตั รประจาํ ตัวสมาชิกและรหสั สมาชกิ
๑๖๒ “เครือขายชุมชนลักษณะแนวรวม” หมายความวา การเขามามีสวนรวม ในกิจการตํารวจของประชาชน ท้ังในลักษณะของการเปดเผยแสดงตัว หรือในลักษณะที่ไมตองการ เปด เผยตวั โดยทไ่ี มต อ งกาํ หนดใหแ ตง เครอ่ื งแบบ อาจมหี รอื ไมม บี ตั รประจาํ ตวั สมาชกิ และรหสั สมาชกิ “อาสาสมคั รตาํ รวจบา น” หมายความวา แนวรว มประชาชนทเี่ ขา มามสี ว นรว มใน กจิ การตาํ รวจลกั ษณะปฏบิ ตั กิ าร เพอื่ การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม “อาสาจราจร” หมายความวา แนวรวมประชาชนที่เขามามีสวนรวมในกิจการ ตํารวจลกั ษณะปฏบิ ัตกิ าร เพอ่ื สนบั สนนุ การจดั การจราจร “กต.ตร.สน.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตํารวจสถานีตํารวจนครบาล ตามระเบียบ ก.ต.ช. วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการ บริหารงานตํารวจ “กต.ตร.สภ.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตาํ รวจสถานตี าํ รวจภูธร ตามระเบียบ ก.ต.ช. วา ดวยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหาร งานตาํ รวจ ËÁÇ´ ñ ¡ÒÃÁÕÊÇ‹ ¹Ã‹ÇÁ¢Í§»ÃЪҪ¹ ªÁØ ª¹ ·ŒÍ§¶èÔ¹áÅÐͧ¤¡ Ã㹡Ԩ¡ÒÃตาํ ÃǨ ¢ÍŒ õ รูปแบบการมีสว นรวม (๑) การมสี ว นรว ม แบง เปน ๓ รูปแบบท่สี ําคัญ คอื (๑.๑) การมสี ว นรวมของประชาชนท่วั ไป (๑.๑.๑) เครอื ขา ยชุมชนลกั ษณะปฏิบัตกิ าร (๑.๑.๒) เครือขา ยชุมชนลกั ษณะแนวรวม (๑.๒) การมีสวนรว มขององคก ร ไดแ ก องคก รหรือมลู นิธติ างๆ (๑.๓) การมีสว นรวมของพนักงานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน ¢ŒÍ ö วัตถปุ ระสงค (๑) เพ่ือสนับสนุนสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรในกิจการตํารวจ (๒) เพอื่ กาํ หนด ปรบั และยกระดบั ลกั ษณะการมสี ว นรว มตา งๆ ใหเ ปน รปู แบบ และมาตรฐานเดยี วกนั ทว่ั ประเทศ โดยเลือกใชร ูปแบบตามสถานการณ (๓) เพ่ือเสนอใหการมีสวนรวมแตละรูปแบบ มีกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ รองรบั อยางถกู ตอ ง
๑๖๓ (๔) เพ่ือใหการมีสวนรวมของสวนตางๆ ทั้ง ๓ รูปแบบ เปนเครือขายโยงใย ซึง่ กนั และกนั สามารถสนับสนนุ และเก้อื กูลกันไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล (๕) เพอ่ื ใหส ถานตี าํ รวจนาํ รปู แบบมาตรฐานทก่ี าํ หนดไวไ ปปรบั ใชใ หเ หมาะสม ตามสภาพของสถานีตํารวจ ¢ÍŒ ÷ การมสี ว นรวมของประชาชนทว่ั ไป เปน การแสวงหาความรวมมือจากประชาชนของสถานีตาํ รวจ แบง เปน ๒ สวน ไดแ ก (๑) เครอื ขา ยชมุ ชนลกั ษณะปฏบิ ตั กิ าร เปน การเขา มามสี ว นรว มของประชาชน ในการรวมปฏิบัติกับตํารวจเพื่อปองกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบรอยและรักษา ความปลอดภัยใหแกชมุ ชนและทอ งถนิ่ ชว ยเหลอื และสนบั สนุนการจัดการจราจร รวมถึงการเขารว ม ในการปอ งกันภยั ระงบั เหตแุ ละชวยเหลือหรอื กูภ ยั จากอุบัตภิ ยั ตา งๆ (๒) เครือขายชุมชนลักษณะแนวรวม เปนการเขามามีสวนรวมในการสงเสริม และสนับสนุนการปฏิบัตงิ านของเจา พนักงานตาํ รวจ ¢ŒÍ ø เครือขา ยชุมชนลกั ษณะปฏบิ ตั ิการ (๑) วัตถปุ ระสงค (๑.๑) เพอื่ แสวงหาความรว มมอื จากประชาชน/ชมุ ชน/ทอ งถนิ่ ใหม สี ว นรว ม ในการปฏิบัติงานเพ่อื ปอ งกนั และปราบปรามอาชญากรรม คมุ ครองตนเองและชุมชน (๑.๒) เพื่อเสริมสรางบทบาทของกลุมพลังในการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรยี บรอ ยของชุมชน/ทอ งถนิ่ (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดาํ เนินงาน (๒.๑) อาสาสมัครตํารวจบา น (๑) รูปแบบการจดั แนวรวมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เปนการแสวงหาความรวมมือจากประชาชนใหเขามารวม ปฏิบัติกับเจาพนักงานตํารวจในการปองกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และอุบัติภัยตางๆ รวมท้งั การตรวจตราของตาํ รวจสายตรวจ (๒) กลุมเปา หมาย (๒.๑) ประชาชนท่ัวไป ซึ่งมีภูมิลําเนาในเขตพ้ืนที่ของ สถานีตาํ รวจ (๒.๒) ผูนําชุมชน หรือผูนําทองถ่ิน และสมาชิกอาสาสมัคร ปองกันภยั ฝายพลเรือน (อปพร.) (๒.๓) บุคคลในสถาบันตางๆ ที่สมัครใจในการปฏิบัติหนาที่ และอุทิศเวลาใหกบั ชมุ ชนท่ตี นพักอาศัย หรือสามารถชวยเหลือทางราชการไดต ามสมควร
๑๖๔ (๓) บทบาทหนาทคี่ วามรับผดิ ชอบ (๓.๑) เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานตาํ รวจตามประมวลกฎหมาย วธิ ีพจิ ารณาความอาญา (๓.๒) เปนผูชวยเหลือเจาพนักงานตํารวจในการรักษา ความสงบเรยี บรอย การบรกิ ารและอํานวยความสะดวกดา นการจราจร (๓.๓) แจงเหตุดวนเหตุราย ขอมูลอาชญากรรม เบาะแส คนราย คดอี าญาทัว่ ไปและคดียาเสพติด (๓.๔) รว มกบั เจา หนา ทต่ี ํารวจต้ังจดุ ตรวจ จดุ สกดั ในพ้ืนท่ี (๓.๕) ประสานงานระหวางเจาหนาท่ีตํารวจกับผูนําชุมชน ในหมูบ า น รวมทั้งเปน เครอื ขายของฝายเจา หนา ท่ีตํารวจและเจา หนา ท่ฝี า ยปกครองในพืน้ ที่ (๓.๖) นอกเหนอื จาก (๓.๑) ถงึ (๓.๕) อํานาจในการจบั กุม ผกู ระทาํ ความผดิ ใหเปน ไปตามบทบญั ญตั ิแหงประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา (๔) วิธี/ข้นั ตอนการดาํ เนนิ งาน (๔.๑) ใหสถานีตํารวจรวมกับองคกรปกครองสวนทองถ่ิน กาํ นัน ผูใหญบ าน ผนู ําชุมชนคัดเลือกบคุ คลท่สี มัครใจเปนสมาชิกอาสาสมคั รตาํ รวจบาน โดยใชหลกั เกณฑก ารคดั เลือกสมาชกิ หมบู านละ ๕-๑๐ คน (๔.๒) ใหสถานีตํารวจจัดทําโครงการฝกอบรมใหมีความรู ทั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ (๔.๓) อาสาสมคั รตาํ รวจบา นทผี่ า นการฝก อบรมทง้ั ภาคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั ิ ใหห วั หนา สถานตี าํ รวจมอบวฒุ บิ ตั รและบตั รประจาํ ตวั อาสาสมคั รตาํ รวจบา นตามแบบ ทายระเบียบ พรอมทง้ั ออกคาํ ส่งั แตง ตง้ั เปน ผชู ว ยเหลือเจาพนักงานตาํ รวจ (๔.๔) ใหส ถานตี าํ รวจจดั ฝก ทบทวนในเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารแกส มาชกิ อาสาสมคั รตาํ รวจบา น ปล ะ ๑ ครง้ั และซกั ซอ มการปฏบิ ตั อิ ยา งตอ เนอ่ื งเพอ่ื เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งาน (๔.๕) ใหสถานีตํารวจจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงาน และอุปสรรค ปญ หา ขอ ขดั ขอ งทุก ๖ เดอื น (๒.๒) อาสาจราจร (๑) รูปแบบการจดั แนวรว มเชิงปฏบิ ัติการ เปนการดําเนินการจัดกลุมเยาวชน ราษฎรอาสาสมัคร ผูแทนชมุ ชน หนว ยงานเอกชน เปนตน โดยผานการฝก อบรมอาสาจราจรใหม คี วามรเู กยี่ วกบั ระเบียบ กฎหมายดานการจราจร ทกั ษะและการใชรถใชถนนที่ถูกตอง เพ่อื รว มแกไขปญหาจราจร โดยใหเ ปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนักงาน
๑๖๕ (๒) กลุมเปา หมาย (๒.๑) เยาวชนจากสถานศึกษาในพ้ืนท่ีรับผิดชอบของสถานี ตํารวจ (๒.๒) พนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชนของบริษัท หางรานตางๆ (๒.๓) เจา หนา ที่อาสาสมัครปอ งกันภัยฝายพลเรือน (๒.๔) หนว ยสารวตั รทหารในพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบของสถานตี าํ รวจ (๒.๕) ผูน าํ ชุมชน หรือผูนําทอ งถิน่ (๒.๖) บุคคลที่สมัครใจในการปฏิบัติหนาท่ีและอุทิศเวลา ใหแ ก ชุมชนทต่ี นพักอาศยั หรอื สามารถชว ยเหลอื ทางราชการไดต ามสมควร (๓) บทบาทหนาที่ความรบั ผดิ ชอบ เมอื่ เปน ผทู ผ่ี า นการฝก อบรมและทดสอบความรขู องหลกั สตู ร อาสาจราจรแลว จะไดรับการพิจารณาแตง ตัง้ เปน อาสาจราจร โดยใหหนว ยงานหรือสถานตี าํ รวจเปน ผูจ ดั การฝก อบรม จดั ทําทะเบียน ประวตั ิ กําหนดหมายเลขประจําตวั และทําหนา ท่ี ดังน้ี (๓.๑) การตรวจ ควบคุม และการจัดการจราจรบริเวณที่มี การจราจรติดขัด คับค่ัง ในกรณที เ่ี กิดเหตฉุ ุกเฉนิ หรอื กรณีพนักงานเจาหนาที่รอ งขอ เวนแตก รณีไมมี พนักงานเจาหนาท่ีอยูใ นทีน่ ้ันก็สามารถปฏิบัตหิ นา ที่ไดโ ดยลําพงั (๓.๒) ดูแล การหยุดรถ จอดรถ การขา มทาง ในบรเิ วณทม่ี ี การฝา ฝน กฎหมายจนการจราจรไมส ะดวก เพื่อใหการจราจรมีความสะดวก และปลอดภยั (๓.๓) ช้ีแจง ตักเตือน แนะนํา ตลอดจนประชาสัมพันธ ใหผ ใู ชรถใชถนนทราบถึงระเบียบวิธกี ารทถี่ กู ตอ งและปฏิบัตติ ามวินยั จราจร (๓.๔) รายงานการกระทําผิดของผูขับรถ การชํารุดเสียหาย ขอ ขดั ขอ งของเครอ่ื งหมายและสญั ญาณจราจรใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจทราบเพอื่ ดาํ เนนิ การในขน้ั ตอนตอ ไป (๓.๕) แจงอุบัติเหตุการจราจรใหพนักงานเจาหนาท่ีทราบ โดยมิชกั ชา (๔) วธิ ี/ข้ันตอนการดาํ เนนิ งาน (๔.๑) ใหสถานีตํารวจแตงต้ังคณะทํางานดําเนินการอาสา จราจรประกอบดวย (๔.๑.๑) ท่ีปรึกษา แบงเปน ๒ สวน คือ สวนกลาง กรุงเทพมหานคร ไดแก ผูแทนสถาบันการศึกษา ผูแทนสํานักงานเขต ผูแทนผูประกอบธุรกิจ กต.ตร.สน. สว นภมู ภิ าค ไดแ ก ผแู ทนนายอาํ เภอ นายกเทศมนตรี เทศบาล นายกองคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล ผูอ าํ นวยการสถานศึกษา ภาคเอกชน กต.ตร.สภ.
๑๖๖ (๔.๑.๒) คณะทาํ งาน ไดแ ก เจา หนา ทตี่ าํ รวจผปู ฏบิ ตั งิ าน จราจรประชาชนในพน้ื ที่ และอาสาจราจร (๔.๒) ใหสถานีตํารวจศึกษาขอมูล จัดประชุมคณะทํางาน เพ่อื วางแผนกําหนดแนวทางดาํ เนนิ การ ระยะเวลาการดาํ เนินการ และการประเมินผล (๔.๓) ใหส ถานตี ํารวจฝกอบรมอาสาจราจร (๔.๔) ใหสถานีตํารวจจัดทําบัตรประจําตัวอาสาจราจรตาม แบบทายระเบยี บ (๔.๕) ใหสถานีตํารวจจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงาน และ อุปสรรค ปญหา ขอขดั ขอ งทกุ ๖ เดือน ¢ŒÍ ù เครอื ขายชมุ ชนลกั ษณะแนวรว ม (๑) วัตถปุ ระสงค (๑.๑) เพื่อแสวงหาความรวมมือจากประชาชน/ชุมชน/ทองถ่ิน โดยการเขาถึงประชาชน สรา งศรัทธา ใหความรู และนาํ วิธีการปฏบิ ัติ (๑.๒) เพอื่ เสรมิ สรา งความรว มมอื ในการปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม การปอ งกันตัวเองของประชาชน และการปองกันอบุ ตั ิภัย (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดําเนนิ งาน (๒.๑) รปู แบบลักษณะแนวรวม เปนการแสวงหาความรวมมือจากประชาชนในพื้นที่ท่ีรับผิดชอบ เชน ตั้งเครือขายเพื่อติดตอส่ือสารระหวางสมาชิกเพื่อแจงขาวอาชญากรรม การสรางชุมชนเขมแข็ง และความรว มมอื ในลกั ษณะเพ่อื นบานเตอื นภยั เปน ตน (๒.๒) กลมุ เปาหมาย (๒.๒.๑) ประชาชนทัว่ ไป ทพี่ กั อาศยั ในเขตพ้ืนท่ีของสถานตี ํารวจ หรือ พื้นท่ใี กลเคยี ง หรือประกอบอาชพี ในพน้ื ทสี่ ถานีตํารวจ (๒.๒.๒) ผูน าํ /กรรมการชุมชน หรือผูนํา/กรรมการทองถนิ่ (๒.๒.๓) นักเรยี น นสิ ิต นักศกึ ษา พนักงานรฐั วิสาหกจิ ทสี่ มคั รใจ พรอมที่จะเขารวมกิจกรรมของตํารวจเพ่ือปองกันชุมชน/ทองถ่ินของตนเองใหปราศจากอาชญากรรม และยาเสพตดิ (๒.๒.๔) พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน (๒.๒.๕) ผขู ับขีร่ ถยนตส าธารณะและรถจักรยานยนตร ับจา ง (๒.๓) บทบาทหนา ท่ีความรับผดิ ชอบ (๒.๓.๑) ผูผ า นการอบรมเปน แกนนําใหคําปรึกษา ใหความรูด าน ตางๆ แกประชาชนในพืน้ ท่ีทีพ่ ักอาศยั หรือประกอบอาชพี
๑๖๗ (๒.๓.๒) เปนตัวแทนในการประชาสัมพันธ ขอความรวมมือจาก ชมุ ชน/ทองถ่นิ (๒.๓.๓) จดั ขอ มลู เบอื้ งตน ของชมุ ชน/ทอ งถนิ่ เกย่ี วกบั พฤตกิ ารณ ของบุคคลในพ้ืนที่ เพื่อใชป ระกอบการปฏิบตั งิ านรวมกบั เจาหนา ทีต่ ํารวจ (๒.๓.๔) แจงขอมูลเบาะแส ขาวสารเก่ียวกับอาชญากรรม ยาเสพติดและอุบัติภยั (๒.๔) วิธี/ข้นั ตอนการดําเนินงาน (๒.๔.๑) กต.ตร.สน./สภ. พิจารณาคัดเลือกผูเขารับการฝกอบรม โดยมที ่ีปรกึ ษา แบงเปน ๒ สว น คอื สว นกลาง กรงุ เทพมหานคร ไดแก ผแู ทนสํานักงานเขต ผูแทน สถาบนั การศกึ ษา หวั หนา สถานตี าํ รวจ กต.ตร.สน. สว นภมู ิภาค ไดแ ก ผูแ ทนฝา ยปกครอง หวั หนา สถานีตํารวจ ผบู รหิ ารองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ผแู ทนภาครฐั กต.ตร.สภ. และเอกชน (๒.๔.๒) ใหส ถานตี าํ รวจประชมุ วางแผนรว มกบั ผนู าํ ชมุ ชน/ทอ งถน่ิ ประชาชน และกลมุ เปาหมายเครือขายชุมชนลกั ษณะแนวรวม (๒.๔.๓) ใหสถานีตํารวจจัดใหมีการฝกอบรมสมาชิกอาสาสมัคร แนวรวม (๒.๔.๔) ใหส ถานตี าํ รวจจดั ทาํ ประวตั สิ มาชกิ อาสาสมคั รแนวรว ม ออกบัตรหมายเลขสมาชกิ บนั ทึกผลงาน ควบคมุ การตอ อายุ การเปลยี่ นแปลงบตั ร (๒.๔.๕) ใหสถานีตํารวจกําหนดระบบและแนวทางการประสาน งานระหวางสมาชกิ อาสาสมคั รแนวรวมกับเจาหนาทตี่ าํ รวจ (๒.๔.๖) ใหสถานีตํารวจควบคุม และติดตามผลการปฏิบัติงาน ของสมาชกิ อาสาสมัครแนวรว มท้ังในและนอกพื้นที่รบั ผิดชอบของสถานีตาํ รวจ ¢ŒÍ ñð การมสี วนรวมขององคกร เปนการประสานงาน ชวยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีแกเจาหนาท่ี ตาํ รวจ ขององคกรหรือมลู นิธิ ประกอบดวย องคกร ไดแก ศูนยกชู พี นเรนทร หนว ยกูภัยหรอื บรรเทา สาธารณภัยอาสาสมคั รปอ งกนั ฝายพลเรอื น เปนตน มูลนธิ ิ ไดแ ก ปอ เต็กตงึ๊ รวมกตัญู เปน ตน (๑) วตั ถุประสงค เพ่ือสรางเครือขายและแสวงหาความรวมมือจากองคกรหรือมูลนิธิตางๆ ใหม สี ว นรว ม หรอื สนบั สนนุ การปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และบรรเทา สาธารณภัย (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดาํ เนินงาน (๒.๑) รูปแบบลักษณะการมสี วนรวม
๑๖๘ เปน การแสวงหาความรว มมอื จากองคก รหรอื มลู นธิ ติ า งๆ ซงึ่ มคี วาม เก่ียวขอ งกบั งานในภารกจิ ของตาํ รวจ โดยการประสานงาน กาํ หนดแนวทางในลักษณะการปฏิบตั งิ าน รว มกนั กบั เจา หนาทตี่ ํารวจหรือการรักษาความสงบเรียบรอ ยรว มกนั (๒.๒) กลุมเปา หมาย องคกรหรือมูลนิธิของหนวยงานราชการ เชน กรมการปกครอง ทหาร ตาํ รวจ องคก รปกครองสว นทองถ่นิ เปน ตน รวมทง้ั องคกรเอกชน (๒.๓) บทบาทหนา ท่คี วามรบั ผดิ ชอบ (๒.๓.๑) ใหความรวมมือและสนับสนุนขาราชการตํารวจในการ ปองกนั ปราบปรามอาชญากรรม การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและบรรเทาสาธารณภัย (๒.๓.๒) แจง ขอ มลู เบาะแส ขา วสารเกย่ี วกบั อาชญากรรมยาเสพตดิ และอบุ ตั ิภยั (๒.๔) วิธ/ี ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน (๒.๔.๑) ใหส ถานตี าํ รวจประสานงานกบั องคก รหรอื มลู นธิ ทิ เี่ กย่ี วขอ ง ในการปฏบิ ตั หิ นา ทป่ี อ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และบรรเทาสาธารณภยั (๒.๔.๒) ใหส ถานตี าํ รวจประชมุ ปรกึ ษาหารอื เพอ่ื วางแผน กาํ หนด แนวทางการปฏบิ ัตงิ านและนําแนวทางที่ไดไ ปใชในการปฏิบตั ิงานรวมกนั (๒.๔.๓) ใหส ถานีตาํ รวจนําเสนอปญหา อุปสรรค รายงานตอผูมี อาํ นาจเพื่อส่งั การ แกไ ขปญ หา อุปสรรคและขอขดั ขอ งตอไป ¢ÍŒ ññ การมสี วนรว มของพนักงานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน เปนการแสวงหาความรวมมือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชน ทที่ าํ หนา ทร่ี กั ษาความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส นิ รกั ษาความสงบเรยี บรอ ยใหก บั บคุ คลและสถานที่ (๑) วัตถุประสงค (๑.๑) เพ่ือสรางเครือขายแนวรวมสนับสนุนตํารวจในการรักษา ความปลอดภัยใหก บั ประชาชน ชุมชน และทองถิ่น (๑.๒) เพ่ือสงเสริมการมีสวนรวมจากภาคเอกชนและธุรกิจการรักษา ความปลอดภยั ในการเสริมสรา งความสงบเรียบรอยในสงั คม (๒) ประเด็น/ขอบเขตการดําเนนิ งาน (๒.๑) รปู แบบลกั ษณะการมสี ว นรวม เปน การแสวงหาความรว มมอื จากผปู ระกอบธรุ กจิ รกั ษาความปลอดภยั และพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชน ใหสนับสนุนกิจการตํารวจในการรักษาความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบรอ ยในชมุ ชน/ทอ งถน่ิ
๑๖๙ (๒.๒) กลมุ เปา หมาย ผูประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษา ความปลอดภัยเอกชนทป่ี ฏบิ ตั งิ านในพน้ื ท่รี บั ผดิ ชอบของสถานีตํารวจ (๒.๓) บทบาทหนาทค่ี วามรับผดิ ชอบ (๒.๓.๑) เปนผูช ว ยเหลือเจาพนกั งานตามกฎหมาย (๒.๓.๒) แจง เหตดุ ว นเหตรุ า ย ขอ มลู อาชญากรรม เบาะแสคนรา ย คดอี าญาทั่วไปและคดยี าเสพตดิ (๒.๓.๓) ประสานงานระหวางเจาหนาที่ตํารวจกับพนักงานรักษา ความปลอดภัยเอกชนที่มีหนา ทร่ี กั ษาความสงบเรียบรอยใหก ับบคุ คลและสถานที่ (๒.๔) วิธี/ขัน้ ตอนการดาํ เนินงาน (๒.๔.๑) ใหส ถานตี าํ รวจเชญิ ผปู ระกอบธรุ กจิ การรกั ษาความปลอดภยั ท่ีมีสํานักงานอยูในเขตพื้นท่ีมารวมประชุมหารือ แลกเปล่ียนขอมูลและความรวมมืออยางสมํ่าเสมอ อยา งนอยเดอื นละ ๑ คร้งั (๒.๔.๒) ใหสถานีตํารวจประสานกับผูประกอบธุรกิจการรักษา ความปลอดภัย จัดอบรมใหความรูใหกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชนในเขตพ้ืนท่ี เพ่อื ใหช ว ยเหลอื สนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานของเจา พนกั งานตาํ รวจ
๑๗๐ เลม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๒๐๗ ง หนา ๓ ๑๕ กนั ยายน ๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษา ÃÐàºÂÕ º ¡.μ.ª. NjҴnj ÂËÅѡࡳ±á ÅÐÇÔ¸¡Õ Òè´Ñ Ãкº¡ÒúÃÔËÒà ¡Òû¯ÔºμÑ §Ô Ò¹´ÒŒ ¹¡Òû͇ §¡Ñ¹áÅлÃÒº»ÃÒÁ ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´·Ò§ÍÒÞÒ ¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁʧºàÃÕºÃÍŒ  áÅСÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ¢Í§»ÃЪҪ¹ãËàŒ ËÁÒÐÊÁ¡Ñº¤ÇÒÁμŒÍ§¡ÒâͧáμÅ‹ зŒÍ§¶¹Ôè áÅЪØÁª¹ ¾.È.òõõù เพื่อใหภารกิจของสํานักงานตํารวจแหงชาติในการปองกันและปราบปรามการกระทํา ความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบรอย และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ของประชาชนมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับความตองการของแตละทองถิ่นและชุมชน โดยให องคกรปกครองสวนทอ งถิ่นและองคกรภาคเอกชนสามารถเขา มามีสวนรว มในกจิ การตํารวจ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหงชาติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เร่ือง การแกไข เพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยตํารวจแหงชาติ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๘ (๑) แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมครั้งท่ี ๑/๒๕๕๙ เมือ่ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จงึ วางระเบียบไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบ ก.ต.ช. วาดวยหลักเกณฑและวิธีการจัดระบบ การบริหารการปฏิบัติงานดานการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา การรักษา ความสงบเรยี บรอ ยและการรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชนใหเ หมาะสมกบั ความตอ งการของแตล ะ ทองถนิ่ และชุมชน พ.ศ.๒๕๕๙” ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ” หมายความวา องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั เทศบาล องคก าร บรหิ ารสวนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพทั ยา รวมถึงองคก รปกครองสว นทองถนิ่ อ่ืน ท่มี ีกฎหมาย จัดตง้ั “องคกรภาคเอกชน” หมายความวา องคกรที่จัดตั้งและจดทะเบียนตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงองคกรที่จัดต้ัง หรือท่ีมีการรวมตัวกัน เพื่อดําเนินภารกิจหรือกิจกรรมตาม เปาหมายหรือวัตถุประสงคท่ีกําหนดไว เชน หอการคา สภาอุตสาหกรรม สมาคม ธุรกิจทองเท่ียว บรษิ ทั หา งหนุ สว นจาํ กดั ชมรม เปน ตน “อาสาสมคั ร” หมายความวา ประชาชน กลมุ บคุ คล เจา พนกั งานองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ บคุ คลในองคก รภาคเอกชน ทเี่ ขา มาชว ยเหลอื หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งานตาํ รวจ เชน
๑๗๑ เลม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๒๐๗ ง หนา ๔ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา อาสาสมคั รตาํ รวจบาน อาสาจราจร และอาสาสมัครในรูปแบบอืน่ ๆ ตามทส่ี าํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ กําหนด “ผบู รหิ ารองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ ” หมายความวา นายกองคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา รวมถึงผูบริหารองคก รปกครองสวนทองถิ่นอ่ืนทีม่ ีกฎหมายจัดตงั้ “การรักษาความสงบเรียบรอย” หมายถึง (๑) การจัดและอาํ นวยความสะดวกการจราจร (๒) การใชบ รกิ ารและชวยเหลือประชาชนในอาํ นาจหนาทข่ี องตํารวจ (๓) การอาํ นวยความยตุ ธิ รรมทางอาญา (๔) การแกไ ขปญหายาเสพตดิ (๕) การปฏบิ ตั กิ ารอน่ื ใดในการชว ยเหลอื สง เสรมิ หรอื สนบั สนนุ สว นราชการ หนว ยงาน ของรฐั หรือองคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ ในการดาํ เนินการ ซ่งึ เกีย่ วขอ งกับความสงบสขุ ของประชาชน ขอ ๔ เพอ่ื ใหก ารปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ในการปอ งกนั และปราบปรามการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และการรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชนของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เปนไปโดยเหมาะสมกับความตองการของแตละทองถิ่นและชุมชน ใหผูบัญชาการตํารวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั หวั หนา สถานตี าํ รวจ มหี นา ทเี่ ชญิ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ และองคก ร ภาคเอกชน มารว มใหข อ คิดเหน็ ในเรื่องนโยบาย แผน หรือโครงการ ตามภารกจิ ของสาํ นักงานตํารวจ แหง ชาติ ขางตน ขอ ๕ ในการจัดทําแผนหรือโครงการตามขอ ๔ ผูบัญชาการตํารวจนครบาล ผบู ังคบั การตํารวจภธู รจังหวดั หัวหนาสถานีตาํ รวจ อาจขอรับการสนับสนนุ งบประมาณ อาสาสมัคร วสั ดุ ครุภณั ฑ หรอื อ่ืนๆ จากองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ หรอื องคก รภาคเอกชนไดต ามความจาํ เปน และเหมาะสม โดยเสนอแผนหรือโครงการตอองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือองคกรภาคเอกชน ทจี่ ะขอรับการสนบั สนนุ ขอ ๖ เพื่อใหการเสนอแผนหรือโครงการตอองคกรปกครองสวนทองถ่ินเพ่ือขอรับ การสนับสนุนตามขอ ๕ สามารถดําเนินการไดภายในระยะเวลาการจัดทําคําของบประมาณรายจาย ประจาํ ปแ ละงบประมาณรายจา ยเพม่ิ เตมิ ขององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั หวั หนา สถานตี าํ รวจ ประสานงานกบั ผบู รหิ ารองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ เพอื่ ขอทราบกรอบแนวทางแผนพฒั นาทอ งถนิ่ และปฏทิ นิ การจดั ทาํ คาํ ของบประมาณรายจา ยประจาํ ป และงบประมาณรายจา ยเพิ่มเตมิ ลวงหนา กอ นการประชมุ พิจารณางบประมาณรายจา ยประจาํ ปแ ละ งบประมาณรายจา ยเพิ่มเติมของสภาองคก รปกครองสวนทองถ่ินไมนอยกวา ๖๐ วัน
๑๗๒ เลม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๒๐๗ ง หนา ๕ ๑๕ กนั ยายน ๒๕๕๘ ราชกิจจานเุ บกษา ขอ ๗ แผน หรอื โครงการทเี่ สนอตอ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ เพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ งบประมาณตามขอ ๕ จะตอ งเปน ภารกจิ ทส่ี อดคลอ งกบั อาํ นาจหนา ทข่ี ององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ผสู นับสนุน และตอ งมรี ายละเอยี ด ดังนี้ (๑) เหตผุ ลและรายละเอยี ดวา แผน หรอื โครงการมงี บประมาณไมเ พยี งพอ ในการดาํ เนนิ การ และมีความจําเปนตองไดร บั การสนบั สนุน (๒) ตองแสดงใหเห็นถึงกิจกรรมในแผน หรือโครงการที่เสนอ โดยแบงสวนที่ผูรับการ สนบั สนนุ มีงบประมาณของตนเอง และสวนท่ีจะขอรบั การสนบั สนนุ ใหชัดเจน (๓) หากมีความจําเปนเรงดวน หรือเปนกรณีฉุกเฉิน ใหระบุเพ่ิมเติมโดยแสดงเหตุผล ความจาํ เปนใหช ัดเจน แผน หรือโครงการตามวรรคหน่งึ ตอ งเปน ไปตามนโยบายของสวนราชการ ในสํานกั งาน ตาํ รวจแหง ชาติ และองคก รปกครองสว นทองถิ่นนน้ั ขอ ๘ เงินที่ไดรับสนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นและองคกรภาคเอกชน ใหน าํ ไปจา ยหรอื กอ หนผี้ กู พนั ไดต ามวตั ถปุ ระสงคภ ายในวงเงนิ ทไี่ ดร บั สาํ หรบั วธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นการใชจ า ยเงนิ การจดั ซอ้ื จัดจาง การรับเงิน การจายเงนิ การเบกิ เงนิ จากคลงั การนาํ เงินสง คลงั การเก็บรักษาเงิน หลักฐานการจายและเงนิ เหลือจา ย ใหถ อื ปฏิบตั ิตามระเบยี บหลกั เกณฑของทางราชการ ขอ ๙ ใหส ว นราชการในสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ ไ่ี ดร บั การสนบั สนนุ ตามขอ ๕ ดาํ เนนิ การตามแผนหรอื โครงการ แลว รายงานตอ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ และองคก รภาคเอกชนทใ่ี หก าร สนบั สนุนทราบ เพือ่ ตรวจสอบและประเมนิ ผลการดําเนนิ การ ขอ ๑๐ นอกจากผบู ญั ชาการตาํ รวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั และหวั หนา สถานีตํารวจแลว ใหสวนราชการในสํานักงานตํารวจแหงชาติ ที่มีหนาท่ีรักษาความสงบเรียบรอย ซึง่ ผบู ัญชาการตํารวจแหงชาติใหความเหน็ ชอบ สามารถดาํ เนินการทําความตกลงกบั องคกรปกครอง สว นทอ งถิ่นและองคก รภาคเอกชนตามระเบยี บนไ้ี ด ขอ ๑๑ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบนี้ และใหมีอํานาจในการ กาํ หนดแนวทางปฏิบตั เิ พอ่ื ใหเ ปนไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๙ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๕๙ พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ
๑๗๓ คําÊè§Ñ สํา¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ·èÕ õñó/òõõô àÃ×Íè § â¤Ã§¡ÒÃμíÒÃǨªÁØ ª¹ ---------------- ตามพระราชบัญญตั ิตาํ รวจแหง ชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๗ มาตรา ๗ บัญญัตใิ หส าํ นกั งาน ตํารวจแหงชาติสงเสริมใหทองถิ่น และชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ เพ่ือปองกันและปราบปราม การกระทาํ ความผดิ ทางอาญา รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชน ชมุ ชน ตามความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นท่ี ทง้ั น้ี การดาํ เนนิ การมสี ว นรวม ใหเปนไปตาม หลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติกําหนดและสํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดม คี าํ สงั่ ที่ ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวนั ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ ประกาศใชย ทุ ธศาสตรก ารสง เสรมิ ใหป ระชาชน ชมุ ชนทองถ่นิ และองคกร มสี วนรว มในกจิ การตาํ รวจ นน้ั เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านของตาํ รวจสามารถเขา ถงึ และสนองตอบความตอ งการของประชาชน สามารถแกไขปญหาอาชญากรรมท่ีเกิดข้ึนในชุมชนใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใหประชาชนเขามา มีสวนรวมในการดําเนินการ สํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงไดจัดทําโครงการตํารวจชุมชนข้ึนโดยมี หลักการใหประชาชนในชุมชนมีบทบาทในการปองกันอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบรอยใน ชมุ ชน และใหเ จา หนา ทตี่ าํ รวจทาํ หนา ทท่ี ปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงาน ทงั้ น้ี เพอ่ื ใหก ารดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การสง เสรมิ ใหป ระชาชนมีสว นรว มในกจิ การตํารวจเปนไปอยา งตอเนื่อง มีประสทิ ธิภาพ และมีความ เปนเอกภาพมากยงิ่ ขึ้น จงึ ใหท กุ หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ ง และสถานตี าํ รวจทกุ แหง นาํ โครงการตาํ รวจชมุ ชนไปดาํ เนนิ การ โดยใหทุกหนว ยงานของสาํ นกั งานตํารวจแหงชาติใหก ารสนบั สนุนในทุกๆ ดาน เพื่อใหการดําเนนิ การ ตามโครงการ ประสบผลสําเรจ็ ตามวตั ถุประสงคท ่ีไดตง้ั ไว โดยคําส่งั หรือบันทึกสง่ั การใดๆ ทแ่ี ยงกบั คาํ สั่งนใ้ี หย กเลกิ และใหถ อื ปฏิบัติตามคาํ สง่ั นี้ ทัง้ น้ี ต้ังแตบดั นี้เปนตนไป สัง่ ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ พลตํารวจเอก วเิ ชียร พจนโ พธิ์ศรี (วเิ ชยี ร พจนโพธิศ์ ร)ี ผูบัญชาการตํารวจแหง ชาติ
๑๗๔ â¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªØÁª¹ ñ. ËÅ¡Ñ ¡ÒÃáÅÐàËμØ¼Å การรักษาความสงบเรียบรอยและการปองกันปราบปรามอาชญากรรม เปนภารกิจหลัก ของเจาหนาที่ตํารวจ แตการที่จะดําเนินการไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น เจาหนาท่ีตํารวจไมสามารถ ดําเนินการไดเพียงลําพัง จําเปนที่จะตองอาศัยความรวมมือจากประชาชนหรือชุมชน โดยเจาหนาท่ี ตํารวจจะตองเขาไปดําเนินการเสริมสรางแนวความคิดการมีสวนรวมของประชาชน และสนับสนุน ชวยเหลือในการจัดตั้งองคกรชุมชน หรือประชาคมเพื่อความรวมมือในการปองกันอาชญากรรม โดยเจา หนา ทตี่ าํ รวจจะทาํ หนา ทเี่ ปน ทปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงานในการดาํ เนนิ การดงั กลา ว ตามสภาพ ปญ หาและความตอ งการของชมุ ชน โดยพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ บญั ญตั ใิ ห สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ สง เสรมิ ใหท อ งถน่ิ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจเพอื่ ปอ งกนั และปราบปราม การกระทาํ ความผดิ ทางอาญา รักษาความสงบเรียบรอยและรกั ษาความปลอดภัยของประชาชน ตาม ความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นท่ีการดําเนินการมีสวนรวมใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวธิ ีการทีค่ ณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาติ กําหนด ซึ่งคณะกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ ไดก าํ หนดระเบยี บวา ดว ยหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารสง เสรมิ ใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ โดยให คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ ระดับสถานีตํารวจ มีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในการกําหนดลักษณะรูปแบบและวิธีการ ใหทองถิ่นและชุมชน มสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยใหค าํ นงึ ปจ จยั ทางดา นอาํ นาจหนา ทต่ี ามกฎหมาย สภาพทางภมู ศิ าสตร เศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีการดํารงชีวิตของแตละทองถ่ิน และชุมชนเปนสําคัญ และระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวยการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกร มีสวนรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑ เพอื่ สง เสรมิ ใหป ระชาชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเปน แนวทางเดียวกัน ตามพระราชบัญญัตติ ํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ระเบยี บสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วาดวยการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๕๑ และคาํ สง่ั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ท่ี ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวนั ท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ เรอื่ ง ยทุ ธศาสตรก าร สงเสรมิ ใหประชาชน ชุมชน ทองถิน่ และองคกรมสี วนรวมในกจิ การตํารวจ สํานกั งานตํารวจแหง ชาติ จงึ จดั ทาํ โครงการตาํ รวจชมุ ชนขนึ้ โดยใหท กุ สถานตี าํ รวจสง เสรมิ ใหป ระชาชนมสี ว นรว ม ในการปอ งกนั อาชญากรรม ในชุมชนใหม ีประสทิ ธิภาพ ปฏบิ ตั งิ านรว มกับเครอื ขายชมุ ชนลกั ษณะปฏิบตั ิการในการ ปอ งกันอาชญากรรม การรักษาความสงบเรยี บรอ ยและรักษาความปลอดภัยใหแกชุมชนและทองถ่ิน ò. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ ๒.๑ เพอื่ แสวงหาความรว มมอื จากประชาชน ชมุ ชน ทอ งถนิ่ และองคก รตา งๆ ในชมุ ชน ใหเ ขา มามสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยการเขา ถงึ สรา งความเขา ใจ สรา งศรทั ธาและสรา งการมสี ว นรว ม
๑๗๕ ๒.๒ เพอ่ื สนับสนนุ สง เสรมิ ใหประชาชน ชุมชน ทอ งถนิ่ และองคก รใหเ ขามามสี วนรว ม ในกจิ การตาํ รวจ ๒.๓ เพอื่ ใหเ ครอื ขา ยชมุ ชนมเี จา หนา ทต่ี าํ รวจปฏบิ ตั หิ นา ทป่ี ระสานงาน และใหค าํ ปรกึ ษา ในการดําเนินงานเก่ียวกบั กิจการตาํ รวจ และการดาํ เนนิ งานดานอื่นๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง ๒.๔ เพอื่ ใหอ าสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานตาํ รวจไดต ามกฎหมาย ในขณะปฏบิ ตั หิ นา ที่ ๒.๕ เพ่ือสรางเครือขายการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชน ทองถิ่นและองคกรตางๆ ในพนื้ ท่ีใหม กี ารเช่ือมโยงการทาํ งานใหประสานสอดคลองซง่ึ กนั และกัน ซงึ่ จะทาํ ใหช ุมชนและทอ งถน่ิ มีความเขม แข็ง สามารถปองกันตนเองจากภัยอาชญากรรมได ๒.๖ เพอื่ เปน การสรา งขวญั กาํ ลงั ใจใหก บั ขา ราชการตาํ รวจ ทไี่ ดร บั มอบหมายใหป ฏบิ ตั งิ าน เปน ตาํ รวจชมุ ชน ó. ¡®ËÁÒ ÃÐàºÕºáÅÐคาํ ʧÑè ·èÕà¡ÂÕè Ç¢ŒÍ§ ๓.๑ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๘๗ บัญญัติใหรัฐตอง ดาํ เนินการตามแนวนโยบายดา นการมสี ว นรว มของประชาชน ดงั นี้ ๑) สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมทง้ั ในระดับชาตแิ ละระดับทอ งถิน่ ๒) สง เสรมิ และสนบั สนนุ การมสี ว นรว มของประชาชนในการตดั สนิ ใจทางการเมอื ง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม รวมทงั้ การจดั ทําบริการสาธารณะ ๓) สงเสริมและสนับสนุนการมีสวนรวมของประชาชนในการตรวจสอบการใช อาํ นาจรฐั ทกุ ระดับ ในรูปแบบขององคกรทางวชิ าชพี หรือตามสาขาอาชีพ หรอื รปู แบบอ่นื ๓.๒ พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผนดนิ (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๕ กําหนด หลักการบริหารราชการแผนดินวา ตองมีการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี โดยเนนการมีสวนรวม ของประชาชน เพือ่ ประโยชนส ขุ ของประชาชนและตอบสนองความตอ งการของประชาชน ๓.๓ พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการบานเมืองท่ีดี พ.ศ.๒๕๔๖ กําหนดใหประชาชนเขามามีสว นรวมในการบริหารกิจการชมุ ชนเมอื ง ๓.๔ พระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ บัญญัติใหสํานักงาน ตํารวจแหงชาติสงเสริมใหทองถิ่นและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจเพื่อปองกันและปราบปราม การกระทําความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบรอยและรักษาความปลอดภัยของประชาชน ตามความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นที่ ท้ังน้ีการดําเนินการมีสวนรวมใหเปนไป ตามหลกั เกณฑ และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาตกิ าํ หนด
๑๗๖ ๓.๕ ระเบียบคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ วาดวยหลักเกณฑและวิธีการ สงเสริมใหทองถ่ิน และชุมชน มีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ กําหนดให คณะกรรมการ ตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ ระดับสถานีตํารวจ มีอํานาจหนาท่ีและความรับผิดชอบ ในการกาํ หนดลกั ษณะรปู แบบและวธิ กี ารใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยใหค าํ นงึ ปจ จยั ทางดา นอํานาจหนาท่ีตามกฎหมาย สภาพทางภมู ศิ าสตร เศรษฐกิจ สงั คม ประเพณี วัฒนธรรม และวถิ กี ารดาํ รงชวี ติ ของแตละทองถ่ิน และชมุ ชนเปน สาํ คญั ๓.๖ ระเบียบสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ วา ดว ยการสง เสรมิ ใหป ระชาชน ชุมชน ทองถน่ิ และองคกรมีสวนรว มในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑ ๓.๗ คําสั่งสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ี ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวันท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ เร่ือง ยุทธศาสตรก ารสงเสรมิ ใหป ระชาชน ชมุ ชน ทอ งถิ่นและองคกรมีสว นรวมในกจิ การตํารวจ ô. คาํ ¹ÂÔ ÒÁμÒÁâ¤Ã§¡Òà ๔.๑ “ชมุ ชน” ตามระเบยี บ คณะกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยหลกั เกณฑแ ละ วิธีการสงเสริมใหทองถิ่นและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ หมายถึง กลุมประชาชนที่มีภูมิลําเนา พกั อาศัย หรือประกอบกิจการในเขตพื้นทีค่ วามรับผิดชอบของสถานีตาํ รวจนครบาลหรือสถานีตํารวจ ภูธรนน้ั ๔.๒ “ตํารวจชุมชน” หมายถึง ขาราชการตํารวจ ท่ีผานการคัดเลือกตามขั้นตอนที่ กาํ หนด และไดร บั มอบหมายใหป ฏบิ ตั งิ านเปน ตาํ รวจชมุ ชน เพอ่ื ทาํ หนา ทท่ี ปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงาน ตามโครงการตาํ รวจชมุ ชน เพอ่ื เสรมิ สรา งการมสี ว นรว มของประชาชนในชมุ ชน ใหส ามารถปอ งกนั และ แกไขปญ หาอาชญากรรม และปญหาอ่นื ๆ ที่เกดิ ข้ึนในชุมชน ๔.๓ “อาสาสมัครตาํ รวจชมุ ชน” หมายถงึ ประชาชนในชมุ ชนที่มีจติ อาสา เขารว มเปน อาสาสมคั รเพอ่ื สรา งความเขม แขง็ ใหก บั ชมุ ชน ในการรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและปอ งกนั อาชญากรรม õ. ໇ÒËÁÒÂâ¤Ã§¡Òà สถานีตํารวจทุกสถานีท่ัวประเทศ ตองดําเนินการตามโครงการตํารวจชุมชนอยางนอย สถานลี ะ ๑ ชมุ ชน ö. ÇÔ¸¡Õ ÒÃดําà¹¹Ô ¡Òà ๖.๑ การคดั เลอื กชมุ ชนในการดาํ เนนิ การตามโครงการ ใหเ ปน ไปตามทกี่ าํ หนด (¼¹Ç¡ ¡) ๖.๒ จัดใหมีเจาหนาที่ตํารวจ ๑ นาย ปฏิบัติหนาท่ีในชุมชนท่ีไดดําเนินการโครงการ ตาํ รวจชมุ ชน เรยี กวา ตาํ รวจชมุ ชน เพอื่ สง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชนในชมุ ชน การจดั ตง้ั องคก ร ชุมชน หรอื ประชาคมในการปองกันและแกไขปญ หาอาชญากรรม และปญหาอ่นื ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชน
๑๗๗ โดยหนาท่ีความรับผิดชอบ คุณสมบัติ และการพนจากหนาท่ีตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด (¼¹Ç¡ ¢) ๖.๓ ในชุมชนท่ีดําเนินการโครงการตํารวจชุมชน ควรสรรหาประชาชนในชุมชนท่ีมี จิตอาสา ใหทําหนาท่ีอาสาสมัครตํารวจชุมชน อยางนอยชุมชนละ ๑๐ คน ท้ังนี้ ตามความพรอม และความเหมาะสมของแตละสถานีตํารวจ โดยหนาท่ีความรับผิดชอบ คุณสมบัติ และการพนจาก หนาท่ขี องอาสาสมัครตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามทก่ี ําหนด (¼¹Ç¡ ¤) ๖.๔ ข้ันตอนในการสรางการมีสวนรวมของประชาชน องคกรชุมชน และประชาคม เพอ่ื ปอ งกนั อาชญากรรม ใหต าํ รวจชมุ ชนและอาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน ดาํ เนนิ การตามขนั้ ตอนทกี่ าํ หนด (¼¹Ç¡ §) ๖.๕ การรายงานผลการปฏิบัติงานตามโครงการตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด (¼¹Ç¡ ¨) ๖.๖ ดําเนินการฝกอบรมตํารวจชุมชน และอาสาสมัครตํารวจชุมชน ใหเปนไปตาม หลักสูตรการฝก อบรมที่กาํ หนด (¼¹Ç¡ ©) ÷. ÃÐÂÐàÇÅÒดําà¹¹Ô ¡Òà เรม่ิ ตง้ั แต ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ซงึ่ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตจิ ะมคี าํ สงั่ ใหด าํ เนนิ การ เปน คราวๆ ไป ø. ¼ÙÃŒ ºÑ ¼Ô´ªÍºâ¤Ã§¡Òà ๘.๑ ʶҹตÕ ําÃǨ·Ø¡Ê¶Ò¹Õ รบั ผดิ ชอบดาํ เนนิ การตามâ¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªÁØ ª¹ สรา งการมสี ว นรว มของประชาชน ในกิจการตํารวจภายในพ้ืนที่รับผิดชอบ ตามแนวทางท่ีกําหนด แลวรายงานผลให¡Í§ºÑ§¤Ñº¡ÒÃμŒ¹ Êѧ¡´Ñ ทราบ ตามแบบการรายงาน และระยะเวลาที่กําหนด ๘.๒ ¡Í§ºÑ§¤ºÑ ¡ÒÃตําÃǨ¹¤ÃºÒÅ áÅÐตําÃǨÀ¸Ù èѧËÇÑ´ รับผิดชอบตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติของ˹‹Ç§ҹã¹Êѧ¡Ñ´ ในการสรางการ มีสว นรว มของประชาชนในกิจการตาํ รวจ ใหเปน ไปตามแนวทางการปฏิบัตติ ามโครงการนี้ การติดตามประเมินผลและมาตรฐานการปฏิบัติ ใหเปนไปตามขอกําหนดของ สํานักงานตํารวจแหงชาติ แลวรายงานผลให¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃμŒ¹Êѧ¡Ñ´ทราบ ตามแบบการรายงาน และระยะเวลาทก่ี าํ หนด ๘.๓ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨ¹¤ÃºÒÅ ตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ-ù áÅÐÈٹ» ¯ÔºμÑ Ô¡ÒÃตําÃǨ ¨§Ñ ËÇÑ´ªÒÂá´¹ÀÒ¤ãμŒ รบั ผดิ ชอบกาํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั ขิ อง˹Nj §ҹã¹Ê§Ñ ¡´Ñ ในการสรา งการมสี ว นรว ม ของประชาชนในกจิ การตํารวจ ใหเปน ไปตามแนวทางการปฏบิ ตั ิตามโครงการนี้
๑๗๘ การติดตามประเมินผลและมาตรฐานการปฏิบัติ ใหเปนไปตามขอกําหนดของ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ แลว รายงานผลใหÊ Òí ¹¡Ñ §Ò¹μÒí ÃǨá˧‹ ªÒμทÔ ราบ ตามแบบการรายงานและ ระยะเวลาทีก่ าํ หนด ù. Ê·Ô ¸Ô»ÃÐ⪹ เจาหนา ท่ตี าํ รวจทปี่ ฏบิ ตั หิ นาทต่ี ํารวจชุมชน ทีม่ อี ายุไมนอ ยกวา ๕๐ ป และรว มปฏบิ ัติ หนา ทีต่ ามโครงการนเ้ี ปน ระยะเวลาไมนอ ยกวา ๕ ป (ใหร วมระยะเวลาท่เี คยปฏิบัติหนา ทีใ่ นโครงการ ตํารวจชมุ ชน ทีส่ ํานักงานตํารวจแหง ชาติ อนมุ ตั ิใหจ ดั ตงั้ โครงการฯ เม่ือป พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๔๒ ดวย) โดยมีผลงานอยางเปนรูปธรรม เปนท่ีประจักษ จะมีสิทธิที่จะสมัครเขารับการคัดเลือกเปนขาราชการ ตํารวจช้ันสัญญาบัตร ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีสํานักงานตํารวจแหงชาติ กําหนด ทั้งน้ี ภายใต เงื่อนไขทส่ี ํานักงานตาํ รวจแหง ชาติมอี ัตราเงินเดอื นและงบประมาณเพยี งพอทจ่ี ะสนบั สนนุ ในแตละป ñð. §º»ÃÐÁÒ³ ๑๐.๑ สํานักงานตํารวจแหงชาติใหการสนับสนุนงบประมาณการฝกอบรม และอาจจะ พิจารณาสนับสนนุ เบ้ียเลี้ยงและอน่ื ๆ ใหแกต ํารวจชุมชน และอาสาสมคั รตํารวจชุมชน หากไดรบั การ สนับสนนุ งบประมาณจากสาํ นักงบประมาณ ๑๐.๒ ผูบังคับบัญชาของสถานีตํารวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ แสวงหา ความรวมมอื และขอรบั การสนบั สนนุ จากองคก รปกครองทอ งถิ่น กรงุ เทพมหานคร หนวยงานภาครัฐ และเอกชน ดวยอกี สวนหนง่ึ ññ. ¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¼Å ใหสํานักงานยุทธศาสตรต ํารวจ (¡Í§Ç¨Ô ÂÑ ) ดําเนินการ ดงั นี้ ๑๑.๑ กาํ หนดรูปแบบและแนวทางการประเมินผลโครงการตํารวจชมุ ชน ๑๑.๒ ประเมนิ ผลโครงการตาํ รวจชมุ ชนปล ะ ๑ ครง้ั โดยใหเ สรจ็ สนิ้ ภายในเดอื นกนั ยายน ของทุกป เวน แตส าํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติจะไดมีคําส่งั เปนอยา งอน่ื ñò. »ÃÐ⪹·Õ¤è Ò´ÇÒ‹ ¨Ðä´ŒÃºÑ ๑๒.๑ ประชาชนในชมุ ชนมคี วามตนื่ ตวั ในการเขา มามสี ว นรว มในการแกไ ขปญ หาชมุ ชน ดวยแผนและโครงการของชมุ ชน ๑๒.๒ ชมุ ชนมแี ผนในการปอ งกนั อาชญากรรม และแกไ ขปญ หาอาชญากรรมของชมุ ชน ทีม่ ีคุณภาพสามารถดาํ เนินการไดจริงและตอเนือ่ ง
๑๗๙ ๑๒.๓ ประชาชนในชมุ ชนมวี ถิ ชี วี ติ ความเปน อยทู ด่ี ขี น้ึ ลดความหวาดกลวั ภยั ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชน ๑๒.๔ สามารถเสริมสรางความเขมแข็งใหเกิดข้ึนในชุมชน และดําเนินการปองกันแกไข ปญหาอาชญากรรมได ๑๒.๕ ชุมชนมีเครือขายการทํางานดานการปองกันอาชญากรรมท่ีประสานสอดคลอง และเช่ือมโยงกัน ตอบสนองตามยุทธศาสตรการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถ่ิน และองคกร มสี วนรว มในกจิ การตาํ รวจ
๑๘๐ ¼¹Ç¡ ¡ : ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡ªÁØ ª¹¢Í§Ê¶Ò¹ตÕ าํ ÃǨ㹡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡ÒÃâ¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. ¡Òä´Ñ àÅ×Í¡ªÁØ ª¹ ๑.๑ การคดั เลอื กชมุ ชน ควรพจิ ารณาจากความพรอ มของชมุ ชนและประชาชนในชมุ ชน ดงั นี้ ๑.๑.๑ มสี ถานทท่ี าํ การ ซงึ่ อาจไดร บั การสนบั สนนุ จากองคก ารบรหิ ารสว นทอ งถนิ่ องคกร ภาคเอกชนอื่นๆ หรือชุมชน สําหรับปฏิบัติงานไดอยางเหมาะสมท่ีจะใหประชาชนในชุมชน นัน้ ๆ สามารถใชบ รกิ ารไดอยางสะดวกและรวดเร็ว ๑.๑.๒ มวี สั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมอื เครอื่ งใช ทใ่ี ชใ นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซึ่งอาจขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนทองถ่ิน องคกร หรือภาคเอกชนอ่ืนๆ ไดแก เครื่องมือสอ่ื สาร รถจกั รยานยนต ตูเก็บเอกสาร และโตะทาํ งาน เปนตน ๑.๑.๓ มงี บประมาณ โดยสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ าจจะพจิ ารณาใหก ารสนบั สนนุ งบประมาณอบรมและเบ้ยี เลย้ี งใหแ กตํารวจชมุ ชน และอาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน หากไดร ับการจดั สรร งบประมาณจากสํานักงบประมาณ และอาจขอรับการสนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น กรุงเทพมหานคร หนวยงานภาครัฐ และเอกชนอ่นื ๆ ได ๑.๑.๔ มีประชาชนในชุมชนที่มีจติ อาสา มีความประพฤตดิ ี ไมนอยกวา ๑๐ คน เพอ่ื มอบหมายใหท าํ หนา ที่อาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน ๑.๑.๕ มีเจาหนาท่ีตํารวจตามคุณสมบัติที่กําหนด ที่สามารถปฏิบัติหนาท่ีตํารวจ ชมุ ชน โดยไมสงผลกระทบตอ ปญ หากําลงั พล ๑.๒ การคดั เลอื กชมุ ชนทมี่ คี วามพรอ มตามขอ ๑.๑ ควรพจิ ารณาตามสภาพภมู ลิ กั ษณะ และความสาํ คัญของปญหาของแตล ะชมุ ชน ตามลําดบั ความสําคญั เรงดวน ดังน้ี ๑.๒.๑ เปน ชุมชนท่มี ปี ญหาพิเศษทจี่ ะตองสรางภมู ิคุมกนั ใหก บั ชุมชน ๑.๒.๒ เปน ชุมชนท่มี ปี ญหาอาชญากรรมสงู ๑.๒.๓ เปนชมุ ชนยา นธรุ กจิ ลอแหลมตอการเกิดปญหาอาชญากรรม ๑.๒.๔ เปนชุมชนแออดั ของประชาชนผูมรี ายไดนอย ๑.๒.๕ เปนชุมชนทอ่ี ยใู นพื้นท่หี างไกล ò. ¢¹éÑ μ͹¡ÒäѴàÅÍ× ¡ªÁØ ª¹ ๒.๑ ใหสถานีตํารวจคัดเลือกชุมชนตามหลักเกณฑตามขอ ๑ จํานวน ๑ ชุมชน หรือ มากกวา แลว เสนอ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ สถานตี าํ รวจ พจิ ารณา ใหค วามเหน็ ชอบ แลวเสนอกองบงั คบั การตนสังกัด พรอ มช้แี จงเหตุผล ๒.๒ คณะกรรมการระดับกองบังคับการ ใหความเห็นชอบตามขอ ๒.๑ แลวเสนอ กองบัญชาการและสํานักงานตํารวจแหงชาติ เพ่ือทราบ พรอมท้ังสั่งใหสถานีตํารวจดําเนินการตาม โครงการในชมุ ชนท่ไี ดร บั การคดั เลอื ก ๒.๓ ในกรณที ก่ี องบญั ชาการ หรอื สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตมิ คี วามจาํ เปน หรอื ความเหน็ เปนอยา งอนื่ สามารถสงั่ ใหพจิ ารณาทบทวนได
๑๘๑ ¼¹Ç¡ ¢ : อาํ ¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·Õè ¤³Ø ÊÁºμÑ Ô ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡ áÅСÒþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·¢èÕ Í§ตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. อํา¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·è¢Õ ͧตาํ ÃǨªØÁª¹ ๑.๑ แสวงหาความรวมมือจากประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรในชุมชน ใหเ ขามามีสว นรวมในกิจการตํารวจ ๑.๒ ทําหนาท่ีใหคําปรึกษาแกอาสาสมัครตํารวจชุมชนและประชาชนในชุมชนในการ ดาํ เนนิ การตามโครงการตํารวจชมุ ชน ๑.๓ ทาํ หนา ทปี่ ระสานงานระหวา งสถานตี าํ รวจกบั อาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน และประชาชน ในชุมชน เพอ่ื ใหก ารดาํ เนนิ การตามโครงการตํารวจชมุ ชนเปน ไปอยางมปี ระสทิ ธิภาพ ๑.๔ ตอ งเขา ปฏิบัตหิ นา ท่ใี นชุมชนอยา งนอ ยสปั ดาหล ะ ๑ ครั้ง ๑.๕ สามารถทาํ หนาที่ตาํ รวจชุมชน ไดมากกวา ๑ ชมุ ชน ๑.๖ รายงานผลการปฏิบตั ใิ หห วั หนาสถานตี าํ รวจทราบตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด ò. ¤³Ø ÊÁºμÑ ¢Ô ͧ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ·¨èÕ Ðä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒÂãË»Œ ¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ÒŒ ·ตÕè าํ ÃǨªÁØ ª¹ μÍŒ §ÁÕ¤³Ø ÊÁºÑμÔ ´Ñ§¹Õé ๒.๑ เปนขาราชการตํารวจช้ันประทวน ยศ ด.ต. หรือ จ.ส.ต. มีอายุตัวไมนอยกวา ๔๕ ป และมอี ายรุ าชการไมนอยกวา ๑๕ ป ๒.๒ ปฏิบตั หิ นา ท่ีในสายงานปอ งกนั ปราบปราม มีความรคู วามชํานาญในพืน้ ที่ รวมทั้ง ควรพดู และเขา ใจภาษา วัฒนธรรมทอ งถนิ่ นัน้ ๆ ได ๒.๓ มีความประพฤติดีไมเคยถูกลงทัณฑทางวินัยสูงกวาโทษภาคภัณฑ ในรอบ ๒ ป นับถงึ วันพจิ ารณา ๒.๔ เปน ผทู ไ่ี ดร บั การยอมรบั และความเชอ่ื ถอื จากประชาชนในชมุ ชนนนั้ ๆ และสามารถ เขากับประชาชนไดเปน อยางดี ๒.๕ เปนผูท่ีสามารถแกไขปญหาและใหคําแนะนํากับประชาชนและประสานงานกับ องคก รปกครองทอ งถนิ่ องคก รภาครฐั และเอกชนในขอบเขตอาํ นาจหนา ทไี่ ดเ ปน อยา งดี มปี ระสทิ ธภิ าพ และทนั ตอเหตุการณ ๒.๖ สมัครใจปฏบิ ัตหิ นาทใี่ นโครงการตาํ รวจชมุ ชน ๒.๗ ผา นการอบรมหลักสตู รตามทสี่ ํานกั งานตํารวจแหงชาติกําหนด ó. ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ·¨èÕ Ðä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒÂãË»Œ ¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ÒŒ ·ตÕè าํ ÃǨªÁØ ª¹ ๓.๑ ใหหัวหนาสถานีตํารวจเสนอรายช่ือขาราชการตํารวจที่มีคุณสมบัติตามขอ ๒ และสมัครใจใหค ณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจ เปนผคู ัดเลอื ก โดยพิจารณาตามลาํ ดบั ดังน้ี
๑๘๒ ๓.๑.๑ ใหพิจารณาคัดเลือกจากขาราชการตํารวจท่ีปฏิบัติหนาที่ในโครงการ ตํารวจชุมชนเดิมเปนลําดับแรก หากมีหลายคน ใหพิจารณาผูที่มีระยะเวลาในการปฏิบัติหนาท่ีใน โครงการตาํ รวจชมุ ชนเดมิ มากกวา และหากมรี ะยะเวลาปฏบิ ตั งิ านเทา กนั ให คณะกรรมการตรวจสอบ และตดิ ตามการบริหารงานตาํ รวจ สถานตี ํารวจพิจารณาตามความเหมาะสม ๓.๑.๒ หากไมม ขี า ราชการตาํ รวจตามขอ ๓.๑.๑ ใหพ จิ ารณาคดั เลอื กจากขา ราชการ ตาํ รวจทปี่ ฏบิ ตั หิ นา ทใี่ นชดุ ปฏบิ ตั กิ ารชมุ ชนสมั พนั ธ เปน ลาํ ดบั แรกโดยพจิ ารณาตามความรคู วามสามารถ และความเหมาะสมของแตละพ้ืนที่ หากยังไมมี ใหพ จิ ารณาคดั เลอื กจากขาราชการตํารวจในสายงาน ปองกันปราบปราม ๓.๒ ใหหัวหนาสถานีตํารวจ แจงผลการพิจารณาใหขาราชการตํารวจท่ีสมัครใจปฏิบัติ หนาท่ีตํารวจชมุ ชนทุกคนทราบ พรอมท้ังอธบิ ายเหตุผล ô. ¡Òþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·èÕตําÃǨªØÁª¹ ๔.๑ ลาออก ๔.๒ ตาย ๔.๓ ออกจากราชการตาม พ.ร.บ.ตาํ รวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ๔.๔ ไดรบั การเล่ือนยศเปน ขา ราชการตํารวจชน้ั สัญญาบตั ร ๔.๕ ไดรบั การแตง ตั้งไปดํารงตาํ แหนง ในสถานีตาํ รวจแหงอืน่ ๔.๖ ขาดคณุ สมบตั ิอยา งใดอยางหนึง่ ที่กําหนดไวใ นขอ ๒ ๔.๗ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจมคี วามเหน็ เกนิ กวา กง่ึ หนงึ่ ใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจผนู น้ั พน จากหนา ทตี่ าํ รวจชมุ ชน เนอ่ื งจากมคี วามประพฤตไิ มเ หมาะสม
๑๘๓ ¼¹Ç¡ ¤ : ˹Ҍ ·¤èÕ ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº ¤³Ø ÊÁºμÑ Ô áÅСÒþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·¢èÕ Í§ÍÒÊÒÊÁ¤Ñ à ตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. ˹ŒÒ·¤Õè ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº¢Í§ÍÒÊÒÊÁѤÃตาํ ÃǨªØÁª¹ ๑.๑ ดําเนินการตามข้ันตอนในการสรางการมีสวนรวมของประชาชนเพื่อรักษา ความสงบเรียบรอยและปองกนั อาชญากรรมในชุมชน ตามทก่ี าํ หนดไวใน ผนวก ง ๑.๒ ปฏิบตั ิหนา ที่ในการปอ งกนั อาชญากรรมในชมุ ชน ๑.๓ แสวงหาความรวมมือจากประชาชนในชุมชนและสรางเครือขายประชาชน ในการรักษาความสงบเรียบรอยและปองกันอาชญากรรมในชุมชน ò. ¤³Ø ÊÁºÑμ¢Ô ͧÍÒÊÒÊÁ¤Ñ Ãตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ๒.๑ เล่ือมใสในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน พระประมขุ ๒.๒ มสี ัญชาตไิ ทย มีอายุไมตํา่ กวา ๒๐ ป และมีภมู ิลําเนา หรือถน่ิ ทีอ่ ยูในชมุ ชนนนั้ ๆ ๒.๓ มีความประพฤติดี ไมบกพรองในศีลธรรมอันดี หรือมีพฤติการณอันควรสงสัย วาพัวพันเกี่ยวของกับการทําผิดกฎหมาย หรือสรางความเดือดรอนแกประชาชน หรือกอใหเกิด ความเสยี หายตอสงั คมสว นรวม ๒.๔ สมัครใจและมีจิตอาสาท่ีจะเขามาชวยเหลอื ชุมชน/ทองถน่ิ ó. ¡Òþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ŒÒ·èÕÍÒÊÒÊÁ¤Ñ Ãตาํ ÃǨªØÁª¹ ๓.๑ ขาดคณุ สมบัตอิ ยางใดอยางหนงึ่ ตามท่ีกําหนดไวในขอ ๒ ๓.๒ ลาออก ๓.๓ ตาย ๓.๔ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ สถานตี าํ รวจมคี วามเหน็ เกินกวา ก่ึงหนึง่ ใหพ นจากหนา ทีอ่ าสาสมคั รตํารวจชุมชน เน่อื งจากมคี วามประพฤติไมเ หมาะสม
๑๘๔ º¹Ñ ·¡Ö ¢ÍŒ ¤ÇÒÁ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ......บ...ก...อ...ก...บ..ช...ต...ช..ด..........โ.ท..ร.....๐...๒...๒...๗..๙.....๙...๕..๒...๐..-..๓...๔.....ต..อ....๕...๑..๖...๐..๓...,..๕...๑..๑...๑..๓................... ·.Õè ...๐..๐...๓..๐....๑..(.พ...)/..................................................Ç¹Ñ ·.Õè ..............ธ..ัน..ว..า..ค..ม.....๒...๕...๖..๐............................... àÃÍè× §.....แ..จ..ง..ป...ร..ะ..ม..ว..ล..ร..ะ..เ..บ..ยี..บ...ก..า..ร..ต..ํา..ร..ว..จ..ไ..ม..เ..ก..ีย่ ..ว..ก..ับ...ค..ด...ี .ล..ัก...ษ..ณ...ะ...ท..ี่.๔...๑....(.เ.ด...ิม..)......................................... ผกก.ตชด.๑๓, ๑๔, ๒๑, ๒๔, ๓๒, ๓๔, ๔๒, ๔๓ และ ผกก.ฝสสน.๒ บก.สสน.บช.ตชด./ผอ.สถานี ดว ย สส.(ฝา ยเลขานกุ าร กนว.) มหี นงั สอื ที่ ๐๐๓๓.๒(๑๐)/๔๕๖๓ ลง ๑๒ ธ.ค. ๖๐ แจง วา ตร. ไดปรับปรุงระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๔๑ (เดิม) การสือ่ สาร พ.ศ.๒๕๖๐ เพอื่ ใหเปนไปตามโครงสรางสว นราชการของสํานกั งาน ตํารวจแหงชาติ และเหมาะสม สอดคลองกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ และอ่ืนๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง โดยมผี ลตงั้ แต ๑๐ ต.ค. ๖๐ เปน ตน ไป ซง่ึ ตามระเบยี บฯ ดงั กลา ว จะเกย่ี วขอ งกบั การดาํ เนนิ งาน สถานวี ทิ ยุกระจายเสยี งในเครอื ขาย ตร. ในบทที่ ๗ การรบั และจา ยเงินบํารุงสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี ง และสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น และบทท่ี ๘ การดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น ทัง้ นี้ สามารถดาวนโ หลดระเบยี บฯ ดังกลา วไดทางเวบ็ ไซต บช.ตชด. www.bpp.go.th จึงแจง มาเพื่อทราบและดาํ เนนิ การในสว นเกี่ยวของตอไป พล.ต.ต. ( ณัฐ สงิ หอ ดุ ม ) ผบก.อก.บช.ตชด./เลขานกุ าร คณะกรรมการดาํ เนินงานสถานวี ทิ ยุฯ ตชด.
๑๘๕ ÃÐàºÕºสาํ ¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨáË‹§ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ÇŒ »ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตําÃǨäÁà‹ ¡ÕÂè ǡѺ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð·Õè ôñ (à´ÔÁ) ¾.È.òõöð โดยทเี่ ปน การสมควรปรบั ปรงุ ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๔๑ (เดมิ ) การสอ่ื สาร เพอื่ ใหเ ปน ไปตามโครงสรา งสว นราชการของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ และเหมาะสมสอดคลอ ง กับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ และอ่ืน ๆ ท่เี กี่ยวของ ตลอดจนสถานการณปจจุบัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบญั ญัตติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรอื่ ง การกาํ หนดตาํ แหนง ของ ขา ราชการตาํ รวจซงึ่ มอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการสอบสวน ลงวนั ท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๙ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ จงึ วางระเบียบไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ใหยกเลิกความในลักษณะที่ ๔๑ (เดิม) การสื่อสาร แหงประมวลระเบียบการ ตํารวจไมเ กยี่ วกบั คดี และใหใชความทแ่ี นบทา ยระเบียบนี้แทน ขอ ๒ ใหใ ชระเบยี บนี้ ต้งั แตบดั น้ีเปน ตน ไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๖๐ พลตาํ รวจเอก ( จกั รทพิ ย ชยั จินดา ) ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ
๑๘๖ ลักษณะท่ี ๔๑ (เดิม) การส่อื สาร บทที่ ๗ การรับและจา ยเงนิ บํารงุ สถานวี ิทยกุ ระจายเสียงและสถานีวทิ ยโุ ทรทัศน ขอ ๑ ในบทนี้ “สถาน”ี หมายความวา สถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งหรอื สถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งาน ตาํ รวจแหง ชาติ ซงึ่ ใหบ รกิ ารตามกฎหมายวา ดว ยการประกอบกจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทศั น และหรอื กฎหมายวา ดว ยองคก รจดั สรรคลนื่ ความถแี่ ละกาํ กบั การประกอบกจิ การวทิ ยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยุ โทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม “เงินรายได” หมายความวา เงินท่ีสถานีไดรับไวเปนกรรมสิทธิ์เนื่องจากดําเนินงาน ในกจิ การสถานแี ละการประชาสัมพันธ รวมทงั้ ดอกผลนอกเหนือจากเงนิ งบประมาณ ดังน้ี (๑) เงินทไ่ี ดรบั จากการใหบรกิ ารถา ยทอดรายการ (๒) เงินท่ีไดรับจากการใหบริการโฆษณา และเงินท่ีไดรับจากการแบงเวลาใหผูอื่น ดําเนนิ รายการ (๓) เงนิ ท่ีไดรับจากการแสดงกจิ กรรมตา ง ๆ ทางสถานี (๔) เงินท่ไี ดรับจากการใหบ รกิ ารประชาสมั พันธ (๕) เงินทไี่ ดร ับจากการใหบ ริการอืน่ ๆ ที่เกยี่ วกับสถานี “คณะกรรมการดําเนินงานสถานี” หมายความวา คณะกรรมการดําเนินงานสถานีวิทยุ กระจายเสยี งหรอื คณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ซง่ึ แตง ตง้ั ตามระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตวิ า ดว ยการดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยุ โทรทัศน “ประธานกรรมการดาํ เนนิ งานสถาน”ี หมายความวา ประธานกรรมการดําเนินงานสถานี วทิ ยกุ ระจายเสยี งหรอื ประธานกรรมการดาํ เนนิ งานสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ซ่ึงแตงตั้งตามระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวยการดําเนินกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยโุ ทรทศั น ขอ ๒ การรบั และจายเงิน ๒.๑ เงนิ รายรบั ของสถานี ใหน าํ ไปเปน เงนิ หมนุ เวยี นตามคาํ สง่ั หวั หนา คณะปฏวิ ตั ิ ที่ ๓๑/๒๕๑๕ ลงวนั ท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๑๕ และนาํ สง ภาษีรายไดต ามระเบียบของกรมสรรพากร
๑๘๗ ๒.๒ การรับเงิน ใหออกใบเสรจ็ รับเงนิ ตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด โดยอนุโลม ๒.๓ การจายเงนิ ตองมีหลกั ฐานการจา ยเงิน โดยจดั ทําหลกั ฐานตามระเบยี บ ที่กระทรวงการคลงั กําหนดโดยอนุโลม ๒.๔ การเกบ็ รกั ษาเงนิ ใหแ ตล ะสถานเี กบ็ เงนิ สดไวห มนุ เวยี นไดไ มเ กนิ สถานลี ะ ๒๐,๐๐๐ บาท นอกนัน้ ใหนําฝากธนาคารรัฐวสิ าหกิจ ๒.๕ การบัญชี ๒.๕.๑ ใหทุกสถานีบันทึกรายการทางบญั ชตี ามหลกั การบญั ชีสากล ๒.๕.๒ ใหม กี ารตรวจสอบภายในเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ งาน การเงนิ การบญั ชี ๒.๕.๓ ใหจัดทาํ งบเทียบยอดเปนประจาํ ทุกเดือน ๒.๕.๔ ใหจัดทาํ แผนการรับจายเงินประจําป ๒.๕.๕ การคํานวณคาเสื่อมราคาและการตั้งสํารองคาเส่ือมใหเปนไป ตามหลักเกณฑท่กี ระทรวงการคลงั กําหนดโดยอนโุ ลม ๒.๕.๖ ใหท ุกสถานจี ดั ทาํ สถานภาพการเงินประจาํ เดือน รายงาน กนว. ผา นเลขานุการ กนว. ภายในวนั ท่ี ๑๐ ของเดอื นถัดไป ๒.๕.๗ ในรอบปบัญชีใหทําการปดบัญชีประจําปและจัดทํางบการเงิน ตามหลักบัญชีท่รี องรับทวั่ ไป รายงาน กนว. ผานเลขานุการ กนว. ภายในเกา สิบวนั นับแตวันปด บัญชี ๒.๕.๘ ใหสถานีจัดเก็บหลักฐานและเอกสารทางการเงินและบัญชีไวใน ทปี่ ลอดภัยตามระเบยี บของทางราชการ ๒.๖ การดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั พสั ดุ ใหป ฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั เกยี่ วกบั การจดั ซอ้ื จา งและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั รวมทง้ั มตคิ ณะรฐั มนตรที เ่ี กย่ี วกบั พสั ดุ การจดั ซอ้ื จดั จา ง หรอื การบริหารพัสดุของหนวยงานของรฐั ขอ ๓ หลักเกณฑก ารจายเงิน การจา ยเงนิ เปน คา ใชจ า ยในการดาํ เนนิ กจิ การของสถานหี รอื ทเ่ี กยี่ วเนอ่ื งกบั การดาํ เนนิ กจิ การ ของสถานีได ในกรณี ดงั น้ี ๓.๑ เปน คา สว นลดใหผ นู าํ โฆษณาเขา ไมเ กนิ รอ ยละยส่ี บิ หา ของการนาํ โฆษณา เขาน้ัน ๓.๒ เปน เงินรางวัล เบี้ยประชมุ หรอื คาตอบแทนอ่นื ๆ ใหแ กคณะกรรมการ ดําเนินงานสถานี ท่ปี รึกษา อนกุ รรมการ เจาหนา ที่ ลกู จา ง หรอื ผูทีป่ ฏิบัตงิ านใหแ กสถานี ๓.๓ เปนเงินบํารุงสวัสดิการขาราชการตํารวจในสังกัดหนวยงานท่ีเปนผูจัดต้ัง สถานตี ามทคี่ ณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานกี าํ หนด และจา ยเปน เงนิ บาํ รงุ สวสั ดกิ ารอน่ื ๆ ตามที่ กนว. กําหนด
๑๘๘ ๓.๔ เปน คา จดั ซอ้ื วสั ดุ ครภุ ณั ฑ คา จา งแรงงาน คา จา งเหมาบรกิ าร คา ซอ มแซม บาํ รุงรักษาครภุ ณั ฑและสิ่งกอ สรา ง ๓.๕ เปนคาใชจ ายในการเดนิ ทางไปราชการ ๓.๖ เปน คาอาหาร คาจดั เลีย้ ง คา รบั รอง และคาใชจ ายอ่นื ๆ ในการประชุม สัมมนาและกจิ กรรมของสถานี ๓.๗ เปน คา เชา ทรพั ยส นิ และคา ใชจ า ยอนื่ ๆ เพอ่ื ประโยชนใ นการดาํ เนนิ กจิ การ และบรหิ ารสถานี ๓.๘ เปนคาใชจายในการฝกอบรม ศึกษาดูงานของกรรมการ เจาหนาท่ี เพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพการดาํ เนนิ กิจการของสถานี ๓.๙ สํารองไวเปนคา ใชจ า ยอ่นื ๆ ตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด ๓.๑๐ เปนคาใชจายอื่นตามท่ีคณะกรรมการดําเนินงานสถานี กนว. หรือ ผูบ ัญชาการตาํ รวจแหงชาตใิ หค วามเห็นชอบ การเบิกจายตาม ๓.๔ ถึง ๓.๙ ใหใชหลักเกณฑการเบิกคาใชจายตามระเบียบของทาง ราชการ โดยอนุโลม ขอ ๔ อํานาจการจัดสรร การส่ังใช และการส่งั จายเงนิ ๔.๑ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจในการจัดสรรเงินรายได ตาม ๓.๑ ถึง ๓.๙ ใหเหมาะสมกับเงินรายไดประจําเดือนของสถานี โดยไดรับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการดําเนนิ งานสถานีนน้ั ๆ ๔.๒ อาํ นาจการสงั่ ใชเ งินตาม ๓.๑ ถงึ ๓.๙ มีดงั น้ี ๔.๒.๑ ประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจส่ังใชเงินไดภายใน วงเงินไมเ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๔.๒.๒ การสงั่ ใชเ งนิ เกนิ กวา ๑๐๐,๐๐๐ บาท แตไ มเ กนิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานีไมน อ ยกวา ก่งึ หน่งึ ๔.๒.๓ การสงั่ ใชเ งนิ เกนิ กวา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตอ งไดร บั ความเหน็ ชอบ จากคณะกรรมการดําเนินงานสถานีไมนอยกวากึ่งหน่ึงและไดรับความเห็นชอบจากผูบัญชาการ ตาํ รวจแหง ชาติ ๔.๓ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจส่ังจายเงินตามขอ ๓ เทา ทจี่ ายจรงิ ๔.๔ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจจายเงินยืมเพ่ือใชทดรอง จา ยในการปฏิบัติงานของสถานีภายในวงเงินไมเกนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๑๘๙ ๔.๕ สถานวี ทิ ยทุ มี่ หี นสี้ นิ ผกู พนั ทจ่ี ะตอ งจา ยตามสญั ญา ใหป ระธานกรรมการ ดาํ เนนิ งานสถานีมีอาํ นาจสง่ั จา ยได ขอ ๕ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติแตงต้ังเจาหนาท่ีตรวจสอบงบการเงินและบัญชี ของสถานีตามท่เี ห็นสมควร (ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๔๑ (เดิม) การสอื่ สาร พ.ศ.๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๖๐)
๑๙๐ ลักษณะท่ี ๔๑ (เดมิ ) การสอ่ื สาร บทที่ ๘ การดําเนินกิจการสถานวี ทิ ยุกระจายเสยี งและสถานวี ิทยุโทรทศั น ขอ ๑ ความหมายหรือคําจํากัดความใหเปนไปตามพระราชบัญญัติและหรือระเบียบ ประกาศท่เี ก่ียวขอ ง ดงั น้ี ๑.๑ พระราชบัญญัติวทิ ยคุ มนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ๑.๒ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๓ พระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถ่ีและกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสยี ง วทิ ยุโทรทศั น และกจิ การโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หมวด ๑ คณะกรรมการกาํ หนดนโยบายและควบคุมการบรหิ ารสถานวี ิทยกุ ระจายเสยี ง และสถานีวทิ ยโุ ทรทัศน สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ ๒ ใหมีคณะกรรมการข้ึนคณะหน่ึง เรียกวา “คณะกรรมการกําหนดนโยบาย และควบคุมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน สํานักงานตํารวจแหงชาติ” เรยี กโดยยอวา “กนว.” ประกอบดว ย ๒.๑ ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ เปน ประธานกรรมการ ๒.๒ รองผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ หรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย ใหรับผดิ ชอบงานสาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เปน รองประธานกรรมการ ๒.๓ ผชู ว ยผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ หรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย ใหรบั ผิดชอบงานสาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร เปนรองประธานกรรมการ ๒.๔ ผูบัญชาการสาํ นกั งานกฎหมายและคดี เปน กรรมการ ๒.๕ ผบู ัญชาการสํานกั งานงบประมาณและการเงนิ เปนกรรมการ ๒.๖ ผูบัญชาการหนวยงานที่มีสถานีวิทยุกระจายเสียงในความรับผิดชอบ เปน กรรมการ ๒.๗ ผบู ังคบั การกองกฎหมาย เปนกรรมการ
๑๙๑ ๒.๘ ผูบังคบั การกองคดปี กครองและคดีแพง เปน กรรมการ ๒.๙ ผูบังคบั การกองการเงิน เปนกรรมการ ๒.๑๐ ผูบ งั คับการกองสารนเิ ทศ เปนกรรมการ ๒.๑๑ ขาราชการตํารวจผูทรงคุณวุฒิ หรือขาราชการตํารวจที่มีความรู ความสามารถทีผ่ ูบ ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตเิ ห็นสมควร จํานวนไมเกินหาคน เปน กรรมการ ๒.๑๒ ผบู งั คับการกองตาํ รวจสื่อสาร เปนกรรมการและเลขานกุ าร ๒.๑๓ รองผูบังคับการกองตํารวจส่ือสาร ที่ไดรับมอบหมายใหรับผิดชอบงาน กลมุ งานระบบวิทยกุ ระจายเสียงและวิทยุโทรทศั น กองตาํ รวจสื่อสาร เปนผชู ว ยเลขานกุ าร ใหผูชวยเลขานุการไดรับเงินรางวัลเทากับคณะกรรมการกําหนดนโยบายและควบคุม การบรหิ ารสถานีวทิ ยกุ ระจายเสียงและสถานวี ิทยโุ ทรทศั น สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ ๓ ในการประชุม กนว. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวน กรรมการทงั้ หมดจงึ เปน องคป ระชมุ ถา ในการประชมุ คราวใดประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ไมอ ยใู นทป่ี ระชมุ หรอื ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ใหก รรมการทมี่ าประชมุ เลอื กกรรมการดว ยกนั คนหนงึ่ เปนประธานในท่ปี ระชมุ มติของที่ประชุม กนว. ใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหน่ึงใหมีเสียงหน่ึงเสียงในการ ลงคะแนน ถา มคี ะแนนเสยี งเทา กนั ใหป ระธานในทป่ี ระชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขน้ึ อกี หนงึ่ เสยี งเปน เสยี งชขี้ าด ขอ ๔ กนว. มอี าํ นาจหนาท่ี ดังนี้ ๔.๑ กาํ หนดนโยบายในการดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยุ โทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เพอ่ื ใหค ณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานใี ชใ นการบรหิ ารและ ดําเนินกจิ การสถานี ๔.๒ กาํ หนดเงอื่ นไขและพจิ ารณาคาํ ขอจดั ตง้ั หรอื ยา ยสถานใี นสงั กดั สาํ นกั งาน ตํารวจแหงชาติ ทั้งนี้ ภายใตหลักเกณฑและวิธีการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทศั น และกจิ การโทรคมนาคมแหง ชาติ (กสทช.) ๔.๓ กาํ หนดหลกั เกณฑใ นการกาํ กบั ดแู ลการดาํ เนนิ กจิ การสถานใี หเ ปน ไปตาม นโยบายท่สี าํ นกั งานตํารวจแหงชาติและตามกฎ ระเบยี บที่ กสทช. กาํ หนด ๔.๔ ตง้ั อนกุ รรมการเพอ่ื ดาํ เนนิ การควบคมุ ดแู ล และตรวจสอบการบรหิ ารงาน ดานรายการ ดา นการเงินของสถานี ใหเปน ไปตามนโยบายทส่ี าํ นกั งานตํารวจแหง ชาตกิ ําหนด ๔.๕ ใหค าํ แนะนาํ กาํ กบั ดแู ล และตรวจสอบการบรหิ ารงานของสถานี รวมทง้ั มีสิทธิเรียกคณะกรรมการดําเนินงานสถานีในสังกัดมาช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินกิจการวา เปนไป ดวยความเรียบรอย ถกู ตอง ตามเงื่อนไข ขอ บังคับท่ีสํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ และ กสทช. กาํ หนด หรือไม เพยี งใด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236