Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Published by thanatphat2606, 2020-04-16 07:55:58

Description: Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Keywords: Book17_หลักการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

Search

Read the Text Version

∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ·ºπ¿¡Ÿ ‘ Ú ๑๔๒ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°‘® π—∫ πÿπ ¿“√°®‘ °“√¡ ’ «à π√«à ¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ)) (μ“¡√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬§≥–°√√¡°“√μ√«® Õ∫ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«“à ¥â«¬ À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂π‘Ë μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– ·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® æ.».ÚıÙ˘) ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ª√–‡¡π‘ º≈°“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π¢Õß æ.».ÚıÙ˘) ∫™.π./¿.®«. μ“¡π‚¬∫“¬ - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß ¢Õß °.μ.™. ∫™.π./®—ßÀ«¥— / π./ ¿. ▼ ▼ -  à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π - μ√«® Õ∫ 쥑 μ“¡·≈–„À§â ”·π–π” ¢Õߢâ“√“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® °“√ªØ‘∫—μ‘μ“¡≈—°…≥– √Ÿª·∫∫ ·≈– ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ «‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂Ë‘π·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡·≈– - √∫— §”√Õâ ߇√¬’ π¢Õߪ√–™“™π‡°¬’Ë «°∫— °“√ªØ∫‘ μ— ß‘ “π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß  π./ ¿. „πæ◊Èπ∑Ë’ ¢Õßμ”√«® ª√–‡¡‘πº≈§«“¡ ”‡√Á® ¢Õßß“π - „Àâ¢âÕ¡Ÿ≈¢à“« “√·≈–‡ πÕªí≠À“§«“¡‡¥◊Õ¥√âÕπ - μ√«® Õ∫μ“¡§”√Õâ ߇√¬’ π ·≈–§«“¡μÕâ ß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæÈ◊π∑Ë’ - ·π–π” ™«à ¬‡À≈Õ◊  π∫—  ππÿ °“√ª√–™“ ¡— æπ— ∏¢å Õß ∫™.π./®ß— À«¥— - μ—Èß§≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√◊Õ∑’˪√÷°…“

∫∑∫“∑¿“√°®‘ °μ.μ√. π./ ¿. ·ºπ¿¡Ÿ ‘ Û °μ.μ√. π./ ¿. ▼ ▼ ▼ ¿“√°‘®À≈—° ¿“√°®‘  π—∫ ππÿ ¿“√°‘®°“√¡ ’ à«π√«à ¡ (¡“μ√“ Ò¯(ˆ) (μ“¡√–‡∫¬’ ∫ °.μ.™.«à“¥«â ¬§≥–°√√¡°“√ (¡“μ√“ ˜ ·≈–√–‡∫’¬∫ °.μ.™.«“à ¥â«¬ μ√«® Õ∫·≈–쥑 μ“¡°“√∫√‘À“√ß“πμ”√«® À≈°— ‡°≥±å·≈–«∏‘ °’ “√ ßà ‡ √¡‘ „À∑â Õâ ß∂π‘Ë μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡ ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡„π°‘®°“√μ”√«® ·≈–ª√–‡¡‘πº≈°“√ æ.».ÚıÙ˘) æ.».ÚıÙ˘) ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õß  π./  ¿. μ“¡π‚¬∫“¬¢Õß - „Àâ§”ª√÷°…“·≈–¢âÕ‡ πÕ·π–°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π °”Àπ¥≈°— …≥– √ªŸ ·∫∫ ▼ °.μ.™. ¢Õß  π./ ¿. ·≈–«‘∏’°“√„Àâ∑âÕß∂‘Ëπ ·≈–™ÿ¡™π¡’ à«π√à«¡ °®‘ °√√¡„π°“√¡ ’ «à π√à«¡ (¥â“π) ▼ -  à߇ √‘¡°“√æ—≤π“ª√– ‘∑∏‘¿“æ°“√ªØ‘∫—μ‘ß“π „π°‘®°“√μ”√«®¢Õß ¢Õߢ“â √“™°“√μ”√«®·≈–°“√∫√À‘ “√ß“πμ”√«®  π./ ¿. ‚¥¬§”π÷ß Ò) ¥â“π°“√ªÑÕß°—π·≈–ª√“∫ª√“¡ ·π«∑“ß°“√μ√«® Õ∫ ∂÷ ß ªí ® ®— ¬ ¥â “ π ÕË◊ π Ê Õ“™≠“°√√¡ - μ√«® Õ∫ μ‘¥μ“¡ - √—∫§”√âÕ߇√’¬π¢Õߪ√–™“™π‡°’ˬ«°—∫°“√ ·≈–«‘∂’°“√¥”√ß™’«‘μ ªØ‘∫—μ‘ß“π¢Õßμ”√«® ¢ Õ ß · μà ≈ – ∑â Õ ß ∂Ë‘ π Ú) ¥“â π°“√√°— …“§«“¡ ß∫‡√¬’ ∫√Õâ ¬ · ≈ – ª √ – ‡ ¡‘ π º ≈ ·≈–™ÿ¡™π‡ªìπ ”§≠— ·≈–√°— …“§«“¡ª≈Õ¥¿¬— ¢Õß §«“¡ ”‡√Á®¢Õßß“π - „À¢â Õâ ¡≈Ÿ ¢“à « “√·≈–‡ πÕª≠í À“§«“¡‡¥Õ◊ ¥√Õâ π ª√–™“™π - μ√«® Õ∫μ“¡ ·≈–§«“¡μâÕß°“√¢Õߪ√–™“™π„π‡¢μæÈπ◊ ∑Ë’ §”√Õâ ߇√¬’ π Û) ¥â“π°“√ªÑÕß°—πª√“∫ª√“¡ - ·π–π” ™à«¬‡À≈◊Õ π—∫ πÿπ°“√ª√–™“ —¡æ—π∏å ¬“‡ æμ‘¥ ¢Õß  π./ ¿. Ù) ¥â“π°“√®√“®√ - μ—ßÈ §≥–Õπÿ°√√¡°“√ §≥–∑”ß“π À√◊Õ∑ª’Ë √÷°…“ ı) ¥“â π°“√¥Ÿ·≈ “∏“√≥ ¡∫μ— ‘ ˆ) ¥â“π°“√æ—≤π“§ÿ≥¿“æ™’«‘μ ๑๔๓ ¢Õߪ√–™“™π„π∑Õâ ß∂Ë‘π

๑๔๔ ô. ËÅ¡Ñ à¡³±á ÅÐÇ¸Ô ¡Õ ÒÃÊÃÃËÒ¡ÃÃÁ¡Òü·ŒÙ ç¤³Ø Ç²Ø áÔ ÅлÃЪҪ¹ã¹ ¡μ.μÃ.¡·Á. ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ áÅСÃÃÁ¡ÒÃã¹ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. ô.ñ ¡μ.μÃ.¡·Á. ๔.๑.๑ ผทู รงคณุ วฒุ *ิ ดําเนนิ การสรรหาตามลาํ ดับดงั น้ี ๑) ใหก รรมการโดยตาํ แหนง ดาํ เนนิ การดังนี้ - กาํ หนดขนั้ ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม - พจิ ารณาสรรหาและคัดเลอื กผทู รงคุณวฒุ ิ จาํ นวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน รวม ๗ คน ๒) เมื่อสรรหาและคัดเลือกไดแลวใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. จัดทํา คาํ สง่ั ตามแบบทีก่ ําหนด นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม. ลงนามแตง ตง้ั ๔.๑.๒ ประชาชน ดาํ เนนิ การสรรหาตามลําดับดงั นี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.กทม. กาํ หนดวนั เวลาให กต.ตร.สน.ดาํ เนนิ การ พจิ ารณาคดั เลอื กประชาชนผทู เี่ คยเปน กรรมการใน กต.ตร.สน. และกาํ หนดวนั เสนอไปถงึ บก.ตน สงั กดั และถงึ ประธาน กต.ตร.กทม. ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.นาํ เสนอ กต.ตร.สน. (กรรมการโดยตาํ แหนง ) ประชุมพิจารณากาํ หนดแนวทางการสรรหาและคัดเลือกตามความเหมาะสม ๓) กต.ตร.สน.ประชุมพิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการ ใน กต.ตร.สน.ใหไ ดจํานวนหนึ่งคน แลว เสนอไปยงั บก.น.ตน สังกัด ๔) ผบก.น.๑-๙ แตละ บก.น. โดย ผบก.น. และรอง ผบก.น. ประชมุ พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูที่เคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. ท่ี กต.ตร.สน.ในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ เสนอใหไ ด บก.น.ละหนง่ึ คนแลวนาํ เรียนประธาน กต.ตร.กทม. (สงไปยงั เลขานกุ าร กต.ตร.กทม.) ๕) เลขานกุ าร กต.ตร.กทม. รวบรวมรายชอื่ ประชาชนผทู เ่ี คยเปน กรรมการ ใน กต.ตร.สน.ตามท่ี บก.น.๑-๙ เสนอ นําเสนอตอ ทปี่ ระชมุ กต.ตร.กทม. (โดยตําแหนง ) พจิ ารณาให ไดจาํ นวนสามคน ๖) เลขานกุ าร กต.ตร.กทม.จดั ทาํ คาํ สง่ั ตามแบบทก่ี าํ หนดเสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามแตงตง้ั *ก.ต.ช.ในการประชมุ ครงั้ ที่ ๕/๒๕๕๐ เมอื่ วนั ท่ี ๒๙ มถิ นุ ายน ๒๕๕๐ มมี ตแิ กไ ขใหผ ทู รงคณุ วฒุ ใิ น กต.ตร.กทม. ประกอบดว ยผทู รงคุณวุฒดิ า นตา งๆ จํานวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน ไดแก ดา นธรรมาภบิ าล ดา นความม่ันคง ดา นการจราจร และอุบัตภิ ัย ดานการพฒั นา ดา นเศรษฐกิจ ดา นสงั คม และดานการมสี วนรวมของประชาชนและชมุ ชน พรอ มทั้งไดอ อกระเบยี บ ก.ต.ช.วา ดว ยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตํารวจ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๑๐๗ง เม่ือวันท่ี ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๕๐ เรียบรอ ยแลว

๑๔๕ ๔.๑.๓ ระยะเวลาการดําเนนิ การ - ใหแลว เสร็จภายในสี่สบิ วนั นับแตวนั ท่กี รรมการพน จากตําแหนง - เฉพาะครงั้ แรกใหแ ลว เสรจ็ ภายในหกสบิ (๖๐) วนั นบั แตว นั ทร่ี ะเบยี บนี้ ใชบงั คบั (วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา) ô.ò ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ๔.๒.๑ ผูท รงคุณวฒุ ิ ดําเนินการสรรหาตามลําดบั ดงั น้ี ๑) ใหก รรมการโดยตาํ แหนง ดําเนินการดังน้ี - กาํ หนดขน้ั ตอนและวธิ กี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม - พิจารณาสรรหาและคดั เลอื กผทู รงคณุ วฒุ ิ จาํ นวน ๗ ดา นๆ ละ ๑ คน รวม ๗ คน ๒) เมอ่ื สรรหาและคดั เลอื กไดแ ลว ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั จดั ทาํ คาํ สงั่ ตามแบบทกี่ ําหนด นาํ เสนอประธาน กต.ตร.จังหวัด ลงนามแตง ตัง้ ๔.๒.๒ ประชาชน ดาํ เนินการสรรหาตามลําดบั ดังนี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั กาํ หนดวนั เวลา ให กต.ตร.สภ.ดาํ เนนิ การ พิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการใน กต.ตร.สภ. และกําหนดวันเสนอไปถึงประธาน กต.ตร.จงั หวัด ๒) เลขานุการ กต.ตร.สภ.นาํ เสนอ กต.ตร.สภ. (กรรมการโดยตาํ แหนง) ประชุมพจิ ารณากาํ หนดแนวทางการสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม ๓) กต.ตร.สภ.ประชุมพิจารณาคัดเลือกประชาชนผูท่ีเคยเปนกรรมการ ใน กต.ตร.สภ.ใหไ ดจํานวนหนง่ึ คน แลวนําเรยี นประธาน กต.ตร.จงั หวัด (สงไปยังเลขานุการ กต.ตร. จงั หวัด) ๔) เลขานุการ กต.ตร.จังหวัด รวบรวมรายช่ือประชาชนผูท่ีเคยเปน กรรมการใน กต.ตร.สภ.ตามท่ี กต.ตร.สภ. เสนอ นาํ เสนอตอ ทป่ี ระชุม กต.ตร.จงั หวัด (โดยตําแหนง ) พิจารณาใหไดจ ํานวนสามคน ๕) เลขานุการ กต.ตร.จังหวัด จัดทําคําสั่งตามแบบท่ีกําหนด เสนอ ประธาน กต.ตร.จงั หวัด ลงนามแตงตง้ั ๔.๒.๓ ระยะเวลาการดาํ เนนิ การ - ใหแ ลว เสรจ็ ภายในสสี่ ิบหา วนั นบั แตวนั ทกี่ รรมการพนจากตําแหนง - เฉพาะครง้ั แรกใหแ ลว เสรจ็ ภายในหกสบิ (๖๐) วนั นบั แตว นั ทร่ี ะเบยี บนี้ ใชบังคบั (วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา) ô.ó ¡μ.μÃ.ʶҹตÕ าํ ÃǨ¹¤ÃºÒÅ (¡μ.μÃ.ʹ.) ๔.๓.๑ ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง

๑๔๖ ของหนว ยงานของรฐั หรอื รฐั วสิ าหกจิ ทป่ี ฏบิ ตั หิ นา ทปี่ ระจาํ ในเขตพน้ื ท่ี สน. นนั้ จาํ นวนไมเ กนิ สามคน ดาํ เนนิ การตามลําดับดังนี้ ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน. เสนอหวั หนา สน. (ซงึ่ ตามระเบยี บกาํ หนด ใหเปนประธาน กต.ตร.สน.ช่ัวคราว) กําหนดนัดประชุม กต.ตร.โดยตําแหนง เพ่ือกําหนดฃขั้นตอน และวิธกี ารสรรหาและคดั เลอื กตามความเหมาะสม ๒) กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง ประชมุ พจิ ารณาคดั เลอื กใหไ ดจ าํ นวนไมเ กนิ สามคน ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน. จัดทําคําสั่งตามรูปแบบท่ีกําหนดเสนอ หัวหนา สน. เพ่อื นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามในคาํ ส่ังแตงต้ัง ๔.๓.๒ ขา ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวนซงึ่ ดาํ รงตาํ แหนง และปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี น สน. นน้ั จาํ นวนหนึง่ คน ดาํ เนินการตามลําดบั ดงั น้ี ๑) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ บญั ชรี ายชอื่ ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวน ผมู ีสทิ ธติ ามแบบที่กําหนด แลวปดประกาศใหทราบท่วั กนั ๒) หัวหนา สน. กาํ หนดวันประชุม แลว เลขานกุ าร กต.ตร.สน. แจง ให ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนผมู สี ทิ ธติ ามรายชอ่ื ทปี่ ด ประกาศทราบ โดยอาจใชว ธิ กี ารปด ประกาศหรอื แจงเวียนเปนหนงั สอื ตามความเหมาะสม กอ นวันประชมุ ไมน อ ยกวาสามวนั ๓) จัดการประชุม โดยจะตองมีขาราชการตํารวจช้ันประทวนผูมีสิทธิ เขา ประชุมไมน อ ยกวากงึ่ หนึง่ จึงจะครบองคประชุม เพื่อใหม ีการเลอื กใหไดจ ํานวนหนึ่งคน ๔) ดาํ เนนิ การเลือก โดย - ใหขาราชการตํารวจช้ันประทวนผูมีสิทธิท่ีเขาประชุมเสนอ ชือ่ ขา ราชการตํารวจชั้นประทวนผูท่ีมคี วามเหมาะสมเปน กต.ตร.สน. - กรณีมีผูไ ดรับการเสนอชอื่ มากกวาหนึ่งคน ใหดําเนนิ การดงั น้ี (๑) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดเตรียมบัตรลงคะแนนตามแบบ ท่ีกาํ หนด และกลอ งรบั บตั รลงคะแนน (รปู แบบตามท่ีเห็นสมควร) (๒) จดั การใหข า ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวนผมู สี ทิ ธทิ เี่ ขา ประชมุ เขยี นช่อื ผูทตี่ นเลือกจํานวนหน่ึงคน แลว นาํ มาใสในกลอ งรับบตั รลงคะแนน ๕) ตรวจนับคะแนน ใหด ําเนินการดังน้ี - ใหเลขานุการ กต.ตร.สน.ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยหลังจาก ผเู ขาประชุมลงคะแนนเสรจ็ สน้ิ - ผไู ดร บั คะแนนมากทสี่ ดุ เปน ผไู ดร บั เลอื กเปน กรรมการใน กต.ตร.สน. - กรณีมีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหลงคะแนนเลือกเฉพาะ ผูท ีม่ ีคะแนนเทา กนั อกี ครงั้ ผูไดรบั คะแนนมากท่สี ุดเปน ผไู ดร บั เลอื กเปน กรรมการใน กต.ตร.สน.

๑๔๗ - หากยงั มคี ะแนนเทา กนั อกี ใหใ ชว ธิ จี บั สลาก โดยใหห วั หนา สน.เปน ผจู ับสลากจาํ นวนหนงึ่ รายชอ่ื และถอื วาผนู นั้ ไดร ับเลือกเปนกรรมการใน กต.ตร.สน. ๖) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดทําคําสั่งตามรูปแบบที่กําหนดเสนอ หัวหนา สน. นําเสนอประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามในคําส่ังแตงต้ัง (สงใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. เปนผูรวบรวมนําเสนอ) ๔.๓.๓ ประชาชนจํานวนไมนอยกวาหกคนแตไ มเ กินเกาคน ๔.๓.๓.๑ คดั เลอื กจากประชาชนผมู คี วามรคู วามสามารถจาํ นวนไมเ กนิ สามคนดาํ เนินการ ดงั นี้ ๑) ใหเลขานุการ กต.ตร.สน.เสนอหัวหนา สน. (ประธาน กต.ตร.สน.ชัว่ คราว) กําหนดนดั ประชมุ กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง เพือ่ กาํ หนดข้นั ตอนและวิธกี ารสรรหา และคัดเลอื กตามความเหมาะสม ๒) กต.ตร.สน.โดยตําแหนงประชุมพิจารณาคัดเลือกจาก ประชาชนผูทม่ี ีความรคู วามสามารถใหไ ดจํานวนไมเ กินสามคน ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน.จัดทาํ คาํ สัง่ ตามรูปแบบท่กี ําหนด เสนอหวั หนา สน. เพอื่ นาํ เสนอประธาน กต.ตร.กทม. ลงนามในคาํ สงั่ แตงต้งั (สง ใหเ ลขานุการ กต.ตร. กทม.เปนผรู วบรวมนําเสนอ) ๔.๓.๓.๒ เลอื กโดยเปด รบั สมคั รจากประชาชนทว่ั ไปจาํ นวนไมน อ ยกวา สามคน แตไมเ กนิ หกคน ดาํ เนนิ การ ดงั น้ี (ñ) ¡ÒÃàμÃÕÂÁ¡Òà ๑) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน.เสนอหวั หนา สน. (ประธาน กต.ตร.ชวั่ คราว) ประชมุ กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง เพอื่ กาํ หนดวนั รบั สมคั ร วนั เลอื ก สถานที่ รบั สมคั ร สถานที่ ที่จะทําการเลือกและออกคําส่ังมอบหมายเจาหนาที่ผูรับผิดชอบการจัดการรับสมัคร การตรวจสอบ คณุ สมบตั ิ การเลือกการตรวจนับคะแนน และการประชาสัมพนั ธ ๒) กําหนดวนั รบั สมัครไมนอ ยกวา ๗ วัน ๓) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั เตรยี มใบสมคั รแบบตา งๆ ตามท่กี าํ หนดและกลอ งรับบตั รลงคะแนน (ตามความเหมาะสม) ๔) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ บญั ชรี ายชอ่ื ขา ราชการ ตาํ รวจผูมีสิทธเิ ลือกตามแบบทก่ี าํ หนด แลวปดประกาศท่ีสถานีตํารวจใหท ราบทั่วไป ๕) หวั หนา สน.ประชมุ ชแ้ี จงขา ราชการตาํ รวจผมู สี ทิ ธิ เพอ่ื ซักซอ มความเขา ใจวิธีการลงคะแนนเลอื ก

๑๔๘ (ò) ¡ÒûÃСÒÈÃѺÊÁѤà ๑) ใหห วั หนา สน.ประกาศกาํ หนดวนั รบั สมคั ร วนั เลอื ก สถานที่รับสมัคร สถานท่ีที่จะทําการเลือก และสถานที่ปดประกาศรายชื่อผูสมัคร รวมทั้งคุณสมบัติ และลักษณะตองหามของประชาชนผูมีสิทธิสมัคร ใหประชาชนท่ัวไปทราบกอนวันเปดรับสมัคร ไมน อยกวาสบิ ส่วี ัน ๒) ดําเนินการประชาสัมพันธใหขาราชการตํารวจ และประชาชนไดท ราบโดยทั่วไป (ó) ¡ÒÃÃѺÊÁѤà ๑) เปดรับสมัครทุกวันติดตอกันไมนอยกวาเจ็ดวัน ต้งั แตเ วลา ๐๘.๓๐ น. ถงึ ๑๖.๓๐ น. ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สน.เปน ผรู บั ใบสมคั ร ตรวจสอบ คุณสมบัติ แลวจัดทําบัญชีรายชื่อผูสมัครที่มีสิทธิไดรับเลือกและบัตรลงคะแนนเรียงลําดับตัวอักษร ตามแบบทก่ี ําหนด ๓) เลขานุการ กต.ตร.สน.ปดประกาศบัญชีรายชื่อ ผสู มัครท่ีมสี ิทธิไดรบั เลอื กที่ สน. (ô) ¡ÒÃŧ¤Ðá¹¹ ในวนั เลือกดาํ เนินการ ดังนี้ ๑) กาํ หนดเวลาเลอื กตง้ั แตเ วลา ๐๘.๓๐ น. ถงึ ๑๓.๐๐ น. (ไมพักเท่ียง) ๒) ขา ราชการตํารวจผมู สี ทิ ธปิ ฏบิ ตั ิ ดังนี้ -แสดงบตั รประจาํ ตวั ขา ราชการตาํ รวจตอ เจา หนา ท่ี แลวลงลายมอื ชอ่ื รบั บัตรลงคะแนน -เลือกโดยทําเคร่ืองหมายกากบาท (X) หนาช่ือ ผสู มัครท่ีตนเลือกจํานวนไมเ กินหกคน -นาํ บตั รทท่ี าํ เครอื่ งหมายเลอื กแลว ใสก ลอ งรบั บตั ร (õ) ¡ÒÃμÃǨ¹ºÑ ¤Ðá¹¹ เมอ่ื ถงึ เวลา ๑๓.๐๐ น. ใหป ระกาศ ปด การลงคะแนน แลวดําเนนิ การดังนี้ ๑) กอนเปดกลองรับบัตรเพื่อตรวจนับคะแนน ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน. ตรวจนบั รายชอ่ื ขา ราชการตาํ รวจผมู สี ทิ ธวิ า มาลงคะแนนเลอื กเกนิ กวา กง่ึ หนง่ึ หรอื ไม แลวปฏบิ ัติ ดังนี้ -ถา มจี าํ นวนนอ ยกวา กงึ่ หนง่ึ ใหจ ดั ใหม กี ารเลอื กใหม -ถามีจํานวนตั้งแตกึ่งหน่ึงข้ึนไป ใหดําเนินการ นบั คะแนนตอไป

๑๔๙ ๒) ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยใหเสร็จส้ินภายในวัน เลอื กต้ังแตเวลา ๑๓.๐๐ น. เปน ตนไปจนกวา จะเสรจ็ ส้นิ ๓) จดั เรยี งลาํ ดบั ผไู ดค ะแนนจากมากไปหานอ ย กรณี มีผไู ดค ะแนนเทากัน ใหหัวหนา สน.จับสลากชือ่ ผูท ี่ไดคะแนนเทา กนั เพื่อเรยี งลําดบั ที่ ๔) จัดทําบัญชีรายช่ือผูสมัครที่ไดรับเลือกตามลําดับ คะแนนตามแบบที่กําหนด ๕) ผทู ไ่ี ดร บั คะแนนลาํ ดบั ทห่ี นง่ึ ถงึ หกเปน ผไู ดร บั เลอื ก (ö) ¡ÒûÃСÒȼšÒÃàÅ×Í¡áÅСÒÃÍÍ¡คําÊÑè§áμ‹§μéѧ ดาํ เนินการ ดงั นี้ ๑) กอ นประกาศผลการเลอื กให กต.ตร.สน.โดยตาํ แหนง พจิ ารณากอนวาผูทีไ่ ดรับเลอื กมีจํานวนถงึ หกคนหรอื ไม หากไมถ งึ หกคนใหพ จิ ารณาดาํ เนินการ ดังนี้ - จัดใหมีการรับสมัครและเลือกตามจํานวนที่ยัง ไมค รบหกคนอีกคร้ัง เชน มผี ูสมัคร ๘ คน เลือกได ๔ คน ยังเหลืออีก ๒ คนจงึ จะครบ ๖ คน กใ็ หม ี การรบั สมัครและเลือกใหมเพอ่ื ใหไ ดอ ีก ๒ คนที่ยังไมครบนั้น เปนตน หรอื - หากพิจารณาเห็นวาจํานวนผูไดรับเลือก เมื่อรวมกับประชาชนท่ีไดรับการคัดเลือกจาก กต.ตร.สน.โดยตําแหนงแลวมีจํานวนหกคนข้ึนไป ก็เปนการสมควรแลว จะไมดาํ เนินการเปดรบั สมัครและเลือกใหมก ไ็ ด ๒) เมื่อไดผทู ไี่ ดรับเลอื กแลว ดําเนินการ ดงั น้ี - เลขานุการ กต.ตร.สน.สง รายชอ่ื ผทู ่ีไดรับเลือก ตามแบบทีก่ ําหนดใหห วั หนา สน.ปดประกาศใหทราบโดยทัว่ ไปตามท่กี าํ หนดไว - เลขานุการ กต.ตร.สน.ตรวจสอบอีกครั้งวามี กรณีท่ีไมอาจเสนอชอื่ ผไู ดรับเลือกเพื่อแตงต้ังเปน กต.ตร.สน.หรือไม เชน ตาย ขอถอนตัว ขาดคณุ สมบัติ หรอื มลี ักษณะตองหา ม เปน ตน หากมีใหเ สนอรายช่อื ผทู ีไ่ ดรับคะแนนลําดับถัดไปแทน - เลขานกุ าร กต.ตร.สน.จดั ทาํ คาํ สง่ั แตง ตง้ั เสนอ หัวหนา สน.เพ่ือนําเสนอไปยังประธาน กต.ตร.กทม.ลงนามตอไป (สงใหเลขานุการ กต.ตร.กทม. เปนผูร วบรวมเสนอ) ô.ô ¡μ.μÃ.ʶҹตÕ ําÃǨÀ¸Ù à (¡μ.μÃ.ÊÀ.) ๔.๔.๑ ขา ราชการประจาํ อนื่ นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง ของหนวยงานของรัฐหรอื รัฐวสิ าหกิจ ท่ปี ฏบิ ัติหนาทป่ี ระจําในเขตพน้ื ท่ี สภ.นนั้ จาํ นวนไมเ กินสามคน ดําเนนิ การทํานองเดยี วกนั กับ กต.ตร.สน. ๔.๔.๒ ขา ราชการตาํ รวจชนั้ ประทวน จํานวนหนง่ึ คน ดําเนนิ การทํานองเดยี วกนั กับ กต.ตร.สน.

๑๕๐ ๔.๔.๓ นายกเทศมนตรีท่ีมีเขตพื้นที่สวนใดสวนหน่ึงอยูในเขตพ้ืนท่ี สภ. จํานวนหน่งึ คน ในกรณที พี่ ื้นท่ีมีนายกเทศมนตรีมากกวา หนง่ึ คน ดําเนินการ ดงั น้ี ๑) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ.เสนอหวั หนา สภ.กาํ หนด วนั เวลา และสถานท่ี ประชุมเพ่อื เลอื ก ๒) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ.เตรยี มบตั รลงคะแนนตามแบบและกลอ งรบั บตั ร ลงคะแนน (ตามความเหมาะสม) เพอ่ื ใชใ นกรณที ี่ทีป่ ระชุมมีมตใิ หเลอื กดว ยวธิ ีลบั ๓) เชญิ นายกเทศมนตรปี ระชมุ โดยใหม ผี เู ขา ประชมุ ไมน อ ยกวา กงึ่ หนงึ่ เพ่ือดาํ เนนิ การลงมตเิ ลือก ดงั นี้ - ใหนายกเทศมนตรีที่เขาประชุมเสนอชื่อนายกเทศมนตรีคนหนึ่ง เปน กต.ตร.สภ. - กรณีมกี ารเสนอชื่อมากกวาหน่ึงคน ใหดําเนินการ ดังนี้ (๑) ใหม มี ติเลอื กใหเหลอื หนึง่ คน (๒) หากทป่ี ระชมุ มมี ตใิ หเ ลอื กดว ยวธิ ลี บั กใ็ หเ ลขานกุ าร กต.ตร. สภ.นาํ บตั รลงคะแนนทเี่ ตรยี มไวใ หน ายกเทศมนตรที เ่ี ขา ประชมุ เขยี นชอ่ื ผทู ต่ี นเลอื กหนงึ่ คน แลว นาํ ใส ไวในกลอ งรบั บตั รลงคะแนน (๓) ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สภ. ตรวจนบั คะแนนโดยเปด เผยทนั ที หลงั จากผูเขา ประชมุ ลงคะแนนเสร็จ ผไู ดร บั คะแนนมากทสี่ ุดเปน ผูไดร ับเลอื ก (๔) กรณีมีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหลงคะแนน เลอื กเฉพาะผูทีม่ ีคะแนนเทากนั อีกคร้ัง ผูไ ดร ับคะแนนมากที่สดุ เปน ผไู ดรับเลือก (๕) หากคะแนนยังเทากันอีก ใหใชวิธีจับสลาก โดยใหหัวหนา สภ.เปน ผจู บั สลากจํานวนหนึ่งรายชอ่ื และถือวา ผนู ้ันเปน ผูไดร บั เลอื ก ๔) เลขานกุ าร กต.ตร.สภ. สง รายชอื่ ให หวั หนา สภ.ปด ประกาศใหท ราบ ท่ัวไป ๕) เลขานุการ กต.ตร.สภ.จัดทําคําสั่งแตงต้ังเสนอหัวหนา สภ. เพอ่ื นาํ เสนอประธาน กต.ตร.จงั หวดั ลงนามตอ ไป (สง ใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.จงั หวดั เปน ผรู วบรวมเสนอ) ๖) ดําเนินการใหแลวเสร็จภายในส่ีสิบหาวันนับแตวันท่ีกรรมการ พนจากตําแหนง ยกเวนการดําเนินการครั้งแรกใหดําเนินการใหเสร็จสิ้นภายในหกสิบวันนับแตวันที่ ระเบียบนใ้ี ชบ งั คับ (ใชบ งั คับตั้งแตว นั ถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปนตน ไป) ๔.๔.๔ นายกองคก ารบรหิ ารสว นตาํ บลจาํ นวนหนง่ึ คนและกาํ นนั จาํ นวนหนง่ึ คน ดําเนินการทาํ นองเดียวกนั กบั การเลือกนายกเทศมนตรี

๑๕๑ õ. ¡ÒÃàÅ×Í¡»Ãиҹ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. เน่ืองจากระเบียบฯ กําหนดใหมีการเลือกหัวหนา สน./สภ. หรือกรรมการ กต.ตร.สน./ สภ.คนอื่น คนใดคนหนง่ึ เปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ. จงึ ใหด ําเนนิ การดังนี้ ๑) เมอ่ื มคี าํ สงั่ แตง ตง้ั กต.ตร.สน./สภ.ครบถว นแลว ใหห วั หนา สน./สภ. (ประธาน กต.ตร. สน./สภ.ช่ัวคราว) กําหนดการประชุม กต.ตร.สน./สภ. คร้ังแรกภายในสามสิบวันนับแตวันที่มีการ แตง ตงั้ กรรมการ กต.ตร.สน./สภ.ครบถว น (วันทคี่ าํ ส่งั แตงตัง้ กต.ตร.สน./สภ.มีผลใชบ งั คบั ) ๒) จัดวาระการประชุมใหมีวาระการเลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ.เปนวาระท่ี ๒ ถดั จากวาระที่ ๑ เรอื่ งทป่ี ระธานแจง ใหท ป่ี ระชมุ ทราบ (เปน หนา ทขี่ องหวั หนา สน./สภ. ซงึ่ เปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ.ชั่วคราว เปนผแู จงเรอ่ื งตา งๆ ใหท่ปี ระชมุ ทราบ) ๓) ในวาระการประชมุ เลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ. ให กต.ตร.สน./สภ. ทีม่ าประชุม เสนอชอื่ กรรมการอน่ื นอกจากหวั หนา สน./สภ.หนง่ึ คน เพอื่ ใหท ป่ี ระชมุ เลอื กเปน ประธาน กต.ตร.สน./ สภ. แลวให กต.ตร.สน./สภ.ที่มาประชมุ ลงมติเลอื ก สว นวิธกี ารลงมตอิ าจใชวธิ ีลงมตโิ ดยเปด เผยหรือ ลงมติลบั แลวแตค วามเหมาะสม ๔) เมอ่ื เลอื กไดผ เู ปน ประธาน กต.ตร.สน./สภ.แลว ใหอ กี คนหนง่ึ เปน รองประธาน กต.ตร. สน./สภ. ๕) ใหเลขานุการ กต.ตร.สน./สภ. จัดทําเปนประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนประธาน กต.ตร.สน./สภ. (แบบประกาศใชตามระเบียบฯ วาดวยงานสารบรรณฯ) เสนอหัวหนา สน./สภ. ลงนามแลวปดประกาศใหทราบทั่วไปที่ สน./สภ. แลวรายงานผลการเลือกประธาน กต.ตร.สน./สภ. ให กต.ตร.กทม. หรือ กต.ตร.จังหวัดแลวแตกรณีทราบภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีที่ประชุมมีมติ (สงไปยงั เลขานุการ กต.ตร.กทม. หรอื กต.ตร.จังหวัด แลว แตกรณ)ี ö. ÇÒÃСÒÃดําçตาํ á˹§‹ ö.ñ ¡μ.μÃ.¡·Á./¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇ´Ñ ๖.๑.๑ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ แิ ละประชาชนใน กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั - มีวาระการดํารงตําแหนงสองป แตอาจไดรับการแตงตั้งใหมได แตจ ะดํารงตําแหนงเกนิ สองวาระตดิ ตอ กนั ไมไ ด - เมอื่ พน วาระแลว จะตอ งปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ อ ไปกอ นจนกวา กรรมการผทู รง คณุ วุฒแิ ละประชาชนซง่ึ ไดรับการแตงตัง้ ใหมเขารับหนา ท่ี - การพน จากตําแหนง ๑) พน ตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) ขาดคณุ สมบัตหิ รอื มีลกั ษณะตองหา ม

๑๕๒ ๕) ขาดการประชมุ เกนิ หกครั้งในรอบปนบั แตวนั ที่ไดร บั การแตงต้งั ๖) กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวา สองในสามของจํานวนกรรมการท้ังหมดใหพนจากตําแหนง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมกี ารกระทาํ ท่ไี มเหมาะสมตอการปฏิบัตหิ นา ที่กรรมการ ๖.๑.๒ กรณีลาออก ใหมีผลนับแตวันที่เลขานุการ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด ลงทะเบียนรับหนังสือลาออกนั้น และใหเลขานุการ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด รายงานประธาน กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด และ กต.ตร.กทม./กต.ตร.จังหวัด ตอไป ๖.๑.๓ กรณีพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหดําเนินการสรรหาและแตงต้ังบุคคล เปนกรรมการแทน เวนแตวาระการดํารงตําแหนงไมถึงเกาสิบวันจะไมสรรหาและแตงต้ังแทนก็ได และกรรมการผทู รงคณุ วฒุ หิ รอื ประชาชนซงึ่ ไดร บั การแตง ตง้ั ใหด าํ รงตาํ แหนง แทนอยใู นตาํ แหนง เพยี ง เทาวาระที่เหลืออยขู องผูที่ตนแทน ö.ò ¡μ.μÃ.ʹ./¡μ.μÃ.ÊÀ. ๖.๒.๑ ขา ราชการประจาํ อน่ื นอกจากขา ราชการตาํ รวจ หรอื พนกั งาน หรอื ลกู จา ง ของหนว ยงานของรัฐ หรอื รฐั วสิ าหกิจและประชาชน - มวี าระการดาํ รงตําแหนงสองป และอาจไดรับการแตงต้งั ใหมได - เมอื่ พน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทต่ี อ ไปจนกวา กรรมการ ท่ไี ดรบั การแตง ตั้งใหมเ ขา รบั หนา ท่ี - การพน จากตําแหนง ๑) พน ตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) เฉพาะขาราชการประจํา พนักงาน หรือลูกจางหนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเม่ือโยกยายไปดํารงตําแหนงนอกพ้ืนที่ หรือพนจากความเปนขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางหนว ยงานของรัฐ หรอื รฐั วสิ าหกจิ ๕) เฉพาะประชาชน ขาดคุณสมบตั ิหรือมีลกั ษณะตอ งหาม ๖) ขาดการประชมุ เกนิ หกครงั้ ในรอบปน บั แตว ันท่ีไดรับการแตง ตัง้ ๗) กต.ตร.สน./สภ. มีมติดวยคะแนนเสียงไมนอยกวาสองในสาม ของจํานวนกรรมการทง้ั หมดใหพ น จากตําแหนง เนือ่ งจากมคี วามประพฤตเิ สื่อมเสียหรือมีการกระทํา ท่ีไมเหมาะสมตอ การปฏิบัติหนา ทีก่ รรมการ ๖.๒.๒ ขาราชการตํารวจช้ันประทวน นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหาร สว นตาํ บลและกาํ นนั - มวี าระการดาํ รงตาํ แหนง คราวละสองป และอาจไดร บั การแตง ตงั้ ใหมไ ด

๑๕๓ - เมอ่ื พน จากตาํ แหนง ตามวาระแลว ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทต่ี อ ไปจนกวา กรรมการ ซึง่ ไดรบั การแตงต้งั ใหมเ ขารับหนาท่ี - การพน จากตาํ แหนง ๑) พนตามวาระ ๒) ตาย ๓) ลาออก ๔) พน จากการเปน ขา ราชการตาํ รวจชน้ั ประทวนซง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง และ ปฏบิ ตั หิ นาทใี่ น สน./สภ. น้ัน พน จากตําแหนง นายกเทศมนตรี นายกองคก ารบริหารสวนตาํ บล หรอื กํานนั ๖.๒.๓ กรณีลาออก ใหมีผลนับแตวันท่ีเลขานุการ กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ. ลงทะเบียนรับหนงั สือลาออกนน้ั และใหเ ลขานกุ าร กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ. รายงานประธาน กต.ตร. สน./กต.ตร.สภ. และ กต.ตร.สน./กต.ตร.สภ.ตอ ไป ๖.๒.๔ กรณพี น จากตาํ แหนง กอ นวาระ ใหด าํ เนนิ การสรรหาและแตง ตง้ั บคุ คลเปน กรรมการแทน เวน แตว าระการดาํ รงตาํ แหนง เหลอื ไมถ งึ เกา สบิ วนั จะไมส รรหาและแตง ตง้ั แทนกไ็ ด และ กรรมการผูทรงคุณวุฒิหรือประชาชนซึ่งไดรับการแตงต้ังใหดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงเพียงเทา วาระทีเ่ หลืออยขู องผูทีต่ นแทน ÷. ¡ÒûÃЪÁØ áÅÐŧÁμÔ ÷.ñ ͧ¤»ÃЪÁØ ๗.๑.๑ การประชุมของ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน./สภ. ตองมี กรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการท้ังหมด (รวมท้ังประธานกรรมการดวย) จงึ ครบองคประชมุ ๗.๑.๒ กรณีกรรมการโดยตําแหนงไมสามารถเขาประชุมได สามารถมอบหมาย เปนลายลักษณอักษรใหผูดํารงตําแหนงระดับรองเขาประชุมแทนได แตกรรมการผูทรงคุณวุฒิ และประชาชนไมส ามารถมอบหมายผอู ่ืนเขาประชุมแทนได เน่อื งจากเปนกรรมการเฉพาะตัว ÷.ò »Ãиҹ·èÕ»ÃЪÁØ ๗.๒.๑ กรณีประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดให รองประธานกรรมการเปน ประธานในทป่ี ระชมุ สาํ หรบั กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั มรี องประธาน หลายคนซึ่งไดจัดลําดับไวแลว ก็ใหรองประธานคนท่ีหนึ่งเปนประธานที่ประชุม ถาไมมาหรือไมอาจ ปฏิบัติหนา ที่ไดก ็ใหร องประธานลําดบั ถัดไปเปน ประธานทปี่ ระชุม ๗.๒.๒ ถาประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจ ปฏบิ ตั ิหนา ท่ีไดใ หกรรมการทม่ี าประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนง่ึ เปน ประธานทีป่ ระชุม

๑๕๔ ÷.ó ÃÐàºÕÂºÇ¸Ô Õ¡ÒûÃЪØÁáÅСÒÃŧÁμÔ ใหน าํ ขอ บงั คบั ก.ต.ช.วา ดว ยการประชมุ และการลงมตขิ อง ก.ต.ช. และ ของ อ.ก.ต.ช. มาใชบงั คับโดยอนุโลม ÷.ô กํา˹´ÃÐÂÐàÇÅÒ¡ÒûÃЪÁØ ๗.๔.๑ กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวดั ใหมีการประชมุ อยางนอยสามเดือนตอหน่งึ คร้งั ๗.๔.๒ กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใหมีการประชมุ อยางนอ ยสองเดือนตอหนง่ึ คร้งั ø. ºμÑ ÃáÊ´§μ¹ ¡μ.μÃ.¡·Á. ¡μ.μÃ.¨§Ñ ËÇÑ´ ¡μ.μÃ.ʹ. áÅÐ ¡μ.μÃ.ÊÀ. ø.ñ ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤ บัตรแสดงตนตามระเบียบนี้ จัดใหมีขึ้นเพื่อใหประธานกรรมการและกรรมการ กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ใชแ สดงในขณะเมือ่ ดํารงตาํ แหนงอยู ทง้ั นี้ เพอ่ื ความสะดวกในการตดิ ตอ ประสานงานกับหนวยงานตางๆ ในสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ ø.ò ÇÔ¸Õ¡ÒÃÍÍ¡ºμÑ Ã กระบวนการ ขน้ั ตอน วธิ กี ารออกบตั รไดก าํ หนดไวใ นประกาศสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เรือ่ ง กําหนดรปู แบบ ขน้ั ตอน และวิธีการออกบัตรแสดงตน กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ดังนี้ ๘.๒.๑ การดาํ เนนิ การออกบตั รประจําตวั กต.ตร.กทม. และ กต.ตร.จงั หวัด ¬π◊Ë §”¢Õ¡∫’ μ— √ ºâŸ¡’ ‘∑∏‘ æ√âÕ¡√Ÿª∂à“¬ ▼ μ√«® Õ∫§«“¡∂Ÿ°μâÕß·≈â« ▼ ▼ ≈ß∑–‡∫’¬π§«∫§ÿ¡‡≈¢∑Ë’∫—μ√ 𔇠πÕª√–∏“πœ ‡æÕË◊ Õπ¡ÿ μ— ‘ ª√–∑—∫μ√“ ≈߇≈¢∑’Ë∫—μ√ §”¢Õ¡∫’ μ— √·≈–≈ßπ“¡„π∫μ— √ ‡≈¢“πÿ°“√ °μ.μ√.°∑¡./ «—πÕÕ°∫μ— √ ·≈–«—πÀ¡¥Õ“¬ÿ ®—ßÀ«—¥ ¡Õ∫∫—μ√∑’Ë¥”‡π‘π°“√‡ √Á® ·≈â«„Àâ°—∫‡®“â ¢Õß∫μ— √ ▼ Õπ¡ÿ μ— §‘ ”¢Õ¡∫’ μ— √ ª√–∏“π °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥ ·≈–≈ßπ“¡„π∫—μ√

๑๕๕ ๘.๒.๒ การดําเนินการออกบตั รประจาํ ตัว กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ¬π◊Ë §”¢Õ¡∫’ —μ√ ºŸâ¡’ ‘∑∏‘ æ√âÕ¡√Ÿª∂à“¬ ▼ μ√«® Õ∫ ▼ ▼ ≈ ß ∑ – ‡ ∫’ ¬ π § « ∫ §ÿ ¡ ° “ √ §«“¡∂Ÿ°μâÕß ▼ ®“à ¬∫μ— √ ¡Õ∫∫μ— √∑¥’Ë ”‡ππ‘ °“√ ‡≈¢“πÿ°“√ °μ.μ√. π./ ¿.▼ ‡ √®Á ·≈â«„Àâ°—∫‡®“â ¢Õß∫—μ√ √«∫√«¡π” à߇æ◊ËÕ ¥”‡ππ‘ °“√ÕÕ°∫μ— √ ▼ À«— Àπâ“ ∂“πμ’ ”√«® μ√«® Õ∫§«“¡∂Ÿ°μâÕß·≈â« ▼ ≈ß∑–‡∫’¬π§«∫§ÿ¡‡≈¢∑Ë’∫—μ√ 𔇠πÕª√–∏“πœ ‡æÕ◊Ë Õπ¡ÿ μ— ‘ ª√–∑—∫μ√“ ≈߇≈¢∑∫’Ë —μ√ «—π §”¢Õ¡∫’ μ— √·≈–≈ßπ“¡„π∫μ— √ ‡≈¢“π°ÿ “√ °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«¥— ÕÕ°∫μ— √·≈–«—πÀ¡¥Õ“¬ÿ ▼ Õπ¡ÿ μ— §‘ ”¢Õ¡∫’ μ— √ ·≈–≈ßπ“¡„π∫—μ√ ª√–∏“π °μ.μ√.°∑¡./®ß— À«—¥

๑๕๖ ÃÐàºÂÕ º ¡.μ.ª. NjҴnj ¡ÒÃÃºÑ คําÃÍŒ §àÃÂÕ ¹ËÃÍ× ¢ŒÍàʹÍá¹Ð¢Í§»ÃЪҪ¹ ¾.È.òõôù ---------------- อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๘(๑) และ (๖) แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมคร้ังที่ ๖/๒๕๔๘ เม่ือวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ จึงออกระเบียบ ก.ต.ช. เพื่อวางแนวทางปฏิบัติเม่ือมีการรองเรียนหรือมีขอเสนอแนะตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานตี ํารวจ ไวด ังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนีเ้ รยี กวา “ระเบยี บ ก.ต.ช. วาดวยการรับคํารองเรียนหรอื ขอเสนอแนะ ของประชาชน พ.ศ.๒๕๔๙” ขอ ๒ ระเบียบนใี้ หใ ชบงั คับตัง้ แตวนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตนไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “กต.ตร.กทม.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ กรงุ เทพมหานคร “กต.ตร.จงั หวดั ” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ จงั หวดั “กต.ตร.สถานตี าํ รวจ” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตาํ รวจสถานีตํารวจนครบาล และสถานตี ํารวจภธู ร “ผรู อ งเรยี น” หมายความวา ผทู ไี่ ดร บั ความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หาย หรอื อาจจะเดอื ดรอ น หรอื เสยี หายโดยมอิ าจหลกี เลยี่ งได หรอื เปน ผพู บเหน็ ความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หาย อนั เนอ่ื งมาจาก การกระทําหรอื พฤตกิ ารณข องขาราชการตํารวจ “คํารองเรียน” หมายความวา คํารองเรียนของประชาชนเก่ียวกับการปฏิบัติงานของ ขาราชการตํารวจที่ไดย่ืน หรือสงตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และใหหมายความรวมถึงคํารองเรียนท่ีไดย่ืนหรือสงตอประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และคํารองเรียน ทไ่ี ดยืน่ หรอื สง เพอื่ แกไขเพม่ิ เตมิ คํารอ งเรยี นเดมิ โดยมีประเด็นหรือขอ เท็จจรงิ ขน้ึ ใหมด ว ย “ขอเสนอแนะ” หมายความวา ขอคิดเห็นเชิงแนะนําที่เสนอเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ การบรหิ ารงานตาํ รวจ หรอื การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจทไ่ี ดย นื่ หรอื สง ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ และใหหมายความรวมถึงขอเสนอแนะท่ีไดย่ืนหรือสงตอ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการ ใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ

๑๕๗ “กฎหมาย” หมายความรวมถงึ กฎ ระเบียบ ขอบงั คบั คําสั่ง และมตคิ ณะรฐั มนตรี “หนว ยงานในความรบั ผดิ ชอบ” สําหรบั ก.ต.ช. หมายความวา สํานักงานตํารวจแหงชาติ กต.ตร.กทม. หมายความวา กองบัญชาการตาํ รวจนครบาล กต.ตร.จงั หวดั หมายความวา ตํารวจภธู ร จังหวดั และ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ หมายความวา สถานีตํารวจนครบาลหรือสถานตี าํ รวจภธู ร น้ันๆ “ผูบังคับบัญชาตนสังกัด” สําหรับ ก.ต.ช. หมายความวา ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ กต.ตร.กทม. หมายความวา ผูบญั ชาการกองบัญชาการตาํ รวจนครบาล กต.ตร.จังหวัด หมายความวา ผูบงั คับการตํารวจภธู รจังหวัด และ กต.ตร.สถานีตํารวจ หมายความวา หัวหนา สถานตี ํารวจนครบาล หรือสถานีตาํ รวจภูธรน้ันๆ ขอ ๔ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบนี้ และใหมีอํานาจวินิจฉัย ปญหาตคี วามเกีย่ วกับการปฏบิ ัติ รวมทง้ั กาํ หนดแนวทางปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บน้ี หมวด ๑ บททัว่ ไป _____________ ขอ ๕ ผูรองเรียนหรือผูเสนอแนะอาจนําคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะมาย่ืนดวยตน เองมอบใหผ อู น่ื มายนื่ แทน สง ทางไปรษณยี  โทรสาร สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส หรอื โดยวธิ กี ารอน่ื ใดท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ กําหนดขึน้ ตามท่ีเห็นสมควรแลวแตกรณี ให ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ แลวแตกรณรี ับคาํ รอ ง เรียนหรือขอเสนอแนะที่สวนราชการอ่ืนแจงใหทราบไวพิจารณา หากเห็นวา มีลักษณะตามขอ ๙ และหรอื ขอ ๑๓ แลว แตก รณี ขอ ๖ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั และ กต.ตร.สถานตี าํ รวจ อาจพจิ ารณาแตง ตงั้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองคํารองเรยี นหรอื ขอเสนอแนะ แลวแตก รณี ขอ ๗ เมอ่ื ไดร ับคาํ รองเรยี นหรือขอ เสนอแนะให เลขานกุ าร ใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ แลว แตก รณี สง คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะใหค ณะอนกุ รรมการ กลั่นกรองคํารองเรียนหรือขอเสนอแนะ หรือพิจารณานําเสนอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ เพ่ือดําเนินการโดยมิชักชา และแจงใหผูรองเรียนทราบภายใน ๑๕ วัน นับแตไดร ับคาํ รอ งเรียน คํารองเรียนหรือขอเสนอแนะเก่ียวกับการบริหารงานตํารวจ หรือการปฏิบัติงาน ของขา ราชการตาํ รวจนอกสงั กดั หนว ยงานในความรบั ผดิ ชอบ ใหส ง คาํ รอ งเรยี นหรอื ขอ เสนอแนะนนั้ ไป ยงั เลขานกุ ารใน ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรอื กต.ตร.สถานตี ํารวจ ท่รี บั ผิดชอบหนวยงาน น้นั ดําเนนิ การตามระเบียบน้ี

๑๕๘ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ อาจมอบหมายใหห นว ยงานใด หรือผใู ดผูหนึ่งในความรับผดิ ชอบทําการตรวจสอบขอเทจ็ จริงเบือ้ งตน ตามคาํ รอ งเรยี นกอ นได ขอ ๘ วิธีการประชุมและการลงมติของคณะอนุกรรมการกล่ันกรองคํารองเรียน หรือขอเสนอแนะใหนําขอบังคับ ก.ต.ช. วาดวยการประชุมและการลงมติของ ก.ต.ช. และของ คณะอนกุ รรมการ ก.ต.ช. มาใชบังคบั โดยอนุโลม หมวด ๒ คํารองเรียน _____________ ขอ ๙ คํารอ งเรยี นทจี่ ะรับไวพ ิจารณามลี กั ษณะดงั ตอ ไปน้ี (๑) เปนเร่ืองที่ผูรองเรียนไดรับความเดือดรอนหรือความเสียหาย หรืออาจจะ เดือดรอนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได หรือเปนผูพบเห็นความเดือดรอนหรือความเสียหาย และความเดอื ดรอ นหรอื ความเสยี หายนน้ั เนอ่ื งมาจากการกระทาํ หรอื พฤตกิ ารณข องขา ราชการตาํ รวจ ดงั ตอไปนี้ (ก) ละเลยตอหนาท่ีตามกฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาท่ี ดังกลาวลา ชาเกนิ สมควร (ข) กระทําการนอกเหนืออํานาจหนาที่ ขัดหรือไมถูกตองตามกฎหมาย หรอื มลี ักษณะเปนการเลอื กปฏบิ ัติ หรอื เปน การสรางภาระแกป ระชาชนโดยไมจ าํ เปน (ค) กระทาํ การไมถ กู ตอ งตามขน้ั ตอนอนั เปน สาระสาํ คญั ทกี่ าํ หนดไวส าํ หรบั การนน้ั หรือ (ง) กระทาํ การโดยไมส ุจรติ หรือโดยไมมีเหตผุ ลอนั สมควร (๒) กรณีอื่นๆ ท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ มีความเห็นใหร บั ไวพิจารณา ขอ ๑๐ คาํ รองเรียนใดมีลกั ษณะเปนบัตรสนเทห ม ใิ หรับไวพ ิจารณา เวนแต คาํ รอ งเรยี น นน้ั ระบขุ อ เทจ็ จรงิ พยานหลกั ฐานกรณแี วดลอ ม และหรอื ระบพุ ยานบคุ คล พยานวตั ถหุ รอื พยานเอกสาร ชี้แนะแนวทางเพียงพอท่ีจะดําเนนิ การสบื สวนได ขอ ๑๑ คณะอนกุ รรมการกล่นั กรองคาํ รองเรยี นตามขอ ๖ มอี ํานาจหนา ที่ ดังตอไปน้ี (๑) พิจารณากล่ันกรองคํารองเรียนตามลักษณะขอ ๙ หรือขอ ๑๐ เพ่ือสงให ผบู ญั ชาการตน สงั กดั พจิ ารณาสงั่ การใหม กี ารสบื สวนขอ เทจ็ จรงิ หรอื ดาํ เนนิ การอยา งใดอยา งหนง่ึ ตาม ข้นั ตอนของกฎหมาย (๒) ตรวจสอบและตดิ ตามผลการดาํ เนนิ การของผบู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั ใหเ ปน ไปตาม ขนั้ ตอนของกฎหมาย ในการนอี้ าจเรยี กผบู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั หรอื ผแู ทนทร่ี บั ผดิ ชอบมาใหข อ มลู หรอื ชีแ้ จงผลการดําเนนิ การตามคํารองเรยี นได

๑๕๙ (๓) กรณีตรวจสอบพบการดําเนินการของผูบังคับบัญชาตนสังกัดไมเปนไปตาม ขนั้ ตอนของกฎหมายใหเ สนอความเหน็ ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวดั หรอื กต.ตร.สถานตี าํ รวจ แลว แตกรณี เพอ่ื พจิ ารณาดาํ เนนิ การใหม ีการปฏิบตั ใิ หเปน ไปตามขัน้ ตอนของกฎหมาย (๔) ควบคมุ ใหม กี ารเกบ็ รวบรวมขอ มลู คาํ รอ งเรยี นเปน สถติ สิ าํ หรบั ศกึ ษา เพอื่ ใชเ ปน แนวทางในการแกไ ขปญ หาหรอื ปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจ รวมทงั้ จดั ใหม กี ารรายงาน ตอ สาธารณะทราบ (๕) ดาํ เนนิ การอื่นๆ ตามท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรือ กต.ตร.สถานี ตํารวจมอบหมาย ขอ ๑๒ การดําเนินการและระยะเวลาในการดําเนินการเกี่ยวกับคํารองเรียน ใหผ บู งั คบั บญั ชาตน สงั กดั ถอื ปฏบิ ตั ติ าม กฎ ก.ตร. วา ดว ยการสบื สวนขอ เทจ็ จรงิ และกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ ง หมวด ๓ ขอ เสนอแนะ _____________ ขอ ๑๓ ขอ เสนอแนะทีจ่ ะรบั ไวพิจารณามีลกั ษณะดังตอ ไปนี้ (๑) เปน เรอ่ื งทนี่ า จะเปน ประโยชนต อ การพฒั นาขา ราชการตาํ รวจ ระบบการบรหิ าร งานตาํ รวจหรอื ประการอน่ื ๆ อันเปน ประโยชนตอสาธารณะ (๒) เปนเรื่องการปฏิบัติงานของขาราชการตํารวจ หรือระบบการบริหารงานตํารวจ ทส่ี มควรแกการยกยอ งชมเชย หรือเหมาะสมท่จี ะนาํ ไปใชเปน แบบอยา งในการปฏบิ ตั ิงาน (๓) กรณีอื่นๆ ท่ี ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ มคี วามเห็นใหร บั ไวพ จิ ารณา ขอ ๑๔ คณะอนกุ รรมการกล่นั กรองขอ เสนอแนะตามขอ ๖ มีอาํ นาจหนาทีด่ งั ตอไปน้ี (๑) พิจารณากล่นั กรองขอ เสนอแนะตามลักษณะขอ ๑๓ เสนอความเห็นตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ แลวแตกรณี เพ่ือใหขอเสนอแนะหนวยงาน ในความรับผดิ ชอบพจิ ารณาดําเนินการ (๒) ติดตามผลการดําเนนิ การ ตาม (๑) และรายงานผลการดําเนินการในเร่อื งท่เี ห็น วา มคี วามสําคญั และหรอื เปนเรอื่ งที่นาสนใจของประชาชน ตอ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรือ กต.ตร.สถานีตํารวจ แลว แตกรณี (๓) ควบคมุ ใหม กี ารเกบ็ รวบรวมขอ มลู ขอ เสนอแนะเปน สถติ สิ าํ หรบั ศกึ ษาเพอ่ื ใชเ ปน แนวทางในการแกไ ขปญ หาหรอื ปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านของขา ราชการตาํ รวจ รวมทง้ั จดั ใหม กี ารนาํ เสนอ ตอ สาธารณะดวย

๑๖๐ (๔) ดําเนินการอืน่ ๆ ตามที่ ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จงั หวัด หรอื กต.ตร.สถานี ตํารวจมอบหมาย ขอ ๑๕ กรณขี อเสนอแนะที่มลี กั ษณะตามขอ ๑๓ (๑) นอกจากพิจารณาใหขอเสนอแนะ หนวยงานในความรับผิดชอบดําเนนิ การแลว ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรือ กต.ตร.สถานี ตาํ รวจแลวแตก รณี อาจจัดใหม ีการประกาศชมเชย หรือใหรางวัลตอผเู สนอแนะตามความเหมาะสม กรณขี อ เสนอแนะทม่ี ลี กั ษณะตามขอ ๑๓(๒) ใหห นวยงานในความรบั ผดิ ชอบจดั ใหมีการ ประกาศชมเชย ใหม รี างวัล หรือพจิ ารณาบาํ เหนจ็ ความชอบตามควรแกก รณี หมวด ๔ การรายงาน _____________ ขอ ๑๖ ใหหนวยงานในความรับผิดชอบ แจงผลการรองเรียนใหกับผูรองเรียนหรือ สว นราชการทสี่ ง คาํ รอ งเรยี นมาใหน นั้ ทราบ พรอ มรายงานผลการรอ งเรยี นในเรอ่ื งนนั้ ๆ ไปยงั อนกุ รรมการ กล่นั กรองคาํ รอ งเรยี น หรอื ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ แลว แตกรณี เพ่อื ตรวจสอบผลการดําเนินการโดยมชิ กั ชา ภายใน ๑๕ วัน ขอ ๑๗ ใหหนวยงานในความรับผิดชอบ รายงานผลการพิจารณาดําเนินการตาม ขอเสนอแนะให ก.ต.ช. กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวดั หรือ กต.ตร.สถานีตาํ รวจ แลว แตกรณีทราบ ขอ ๑๘ ให กต.ตร.กทม. กต.ตร.จังหวัด หรอื กต.ตร.สถานีตํารวจ แลวแตก รณี รายงาน เกี่ยวกับการรับคํารองเรียนและหรือการรับขอเสนอแนะ การดําเนินการ และผลการดําเนินการ ดังกลาวรวมท้ังแนวทางหรือกิจกรรมที่จะดําเนินการตอไป โดยใชระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารตามทีส่ ํานักงานตาํ รวจแหง ชาตกิ ําหนด ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ พนั ตํารวจโท ทกั ษณิ ชินวัตร นายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ

๑๖๑ ÃÐàºÂÕ ºสาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ÇŒ ¡ÒÃʧ‹ àÊÃÁÔ ãË»Œ ÃЪҪ¹ ªÁØ ª¹ ·ÍŒ §¶¹Ôè áÅÐͧ¤¡ ÃÁÊÕ Ç‹ ¹ÃÇ‹ Á㹡¨Ô ¡ÒÃตาํ ÃǨ ¾.È.òõõñ ตามพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๘(๑) และมติคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติในการประชุมครั้งท่ี ๖/๒๕๔๘ เม่ือวันท่ี ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๘ ไดออกระเบียบ ก.ต.ช. วา ดวยหลกั เกณฑและวิธกี ารสงเสริมใหทอ งถิน่ และชุมชนมสี วนรว ม ในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ ไปแลวน้ัน เพอ่ื ใหการสงเสริมใหป ระชาชน ชุมชนและทองถิน่ มสี ว นรว มในกจิ การตํารวจเปน ไปดว ย ความเรยี บรอ ยและมปี ระสทิ ธภิ าพ อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑(๔) แหง พระราชบญั ญตั ติ าํ รวจ แหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ จึงออกระเบียบสาํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ ดงั ตอ ไปนี้ ¢ŒÍ ñ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยการสงเสริม ใหประชาชน ชุมชน ทอ งถิ่น และองคก รมีสว นรวมในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑” ¢ÍŒ ò ระเบยี บนีใ้ หใ ชบังคบั ตง้ั แตว ันประกาศเปนตน ไป ¢ÍŒ ó ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบน้ี และใหมีอํานาจในการ วนิ จิ ฉยั และช้ีขาดปญหาเกยี่ วกับการดําเนนิ การตามระเบยี บนี้ ¢ŒÍ ô ในระเบียบน้ี “การสงเสริม” หมายความวา การริเร่ิม ชักนํา ผลักดัน ใหกําลังใจ กระตุน เชญิ ชวน และใหห มายรวมถึงการกระทําที่มีลักษณะคลา ยคลึงกนั นนั้ ดวย “ประชาชน” หมายความวา บคุ คลที่พาํ นกั หรอื เขามาทาํ งานในพื้นท่ี (ลกั ษณะ ประชากรแฝง) รวมตลอดถงึ ชาวตา งชาติที่สมรสกับคนไทยและมีถ่นิ ทอ่ี ยูอ าศยั ในประเทศไทย “ชมุ ชน” หมายความวา การอยูรวมกนั การเกาะเกี่ยวกันของประชาชน “ทอ งถนิ่ ” หมายความวา ชุมชนทมี่ กี ารบริหารการจดั การ และการปกครอง “องคกร” หมายถึง หนวยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชน ท่ีมีการรวมตัวกัน เพอ่ื ดําเนนิ ภารกิจหรอื กิจกรรม อันนาํ ไปสูเปา หมายหรอื วตั ถุประสงคท กี่ าํ หนดไว “เครือขายชุมชนลักษณะปฏิบัติการ” หมายความวา การเขามามีสวนรวม ในกิจการตํารวจของประชาชนในลักษณะของการเปดเผยแสดงตัว มีการกําหนดใหแตงเคร่ืองแบบ ชดั เจน มีบตั รประจาํ ตัวสมาชิกและรหสั สมาชกิ

๑๖๒ “เครือขายชุมชนลักษณะแนวรวม” หมายความวา การเขามามีสวนรวม ในกิจการตํารวจของประชาชน ท้ังในลักษณะของการเปดเผยแสดงตัว หรือในลักษณะที่ไมตองการ เปด เผยตวั โดยทไ่ี มต อ งกาํ หนดใหแ ตง เครอ่ื งแบบ อาจมหี รอื ไมม บี ตั รประจาํ ตวั สมาชกิ และรหสั สมาชกิ “อาสาสมคั รตาํ รวจบา น” หมายความวา แนวรว มประชาชนทเี่ ขา มามสี ว นรว มใน กจิ การตาํ รวจลกั ษณะปฏบิ ตั กิ าร เพอื่ การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม “อาสาจราจร” หมายความวา แนวรวมประชาชนที่เขามามีสวนรวมในกิจการ ตํารวจลกั ษณะปฏบิ ัตกิ าร เพอ่ื สนบั สนนุ การจดั การจราจร “กต.ตร.สน.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตํารวจสถานีตํารวจนครบาล ตามระเบียบ ก.ต.ช. วาดวยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการ บริหารงานตํารวจ “กต.ตร.สภ.” หมายความวา คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงาน ตาํ รวจสถานตี าํ รวจภูธร ตามระเบียบ ก.ต.ช. วา ดวยคณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหาร งานตาํ รวจ ËÁÇ´ ñ ¡ÒÃÁÕÊÇ‹ ¹Ã‹ÇÁ¢Í§»ÃЪҪ¹ ªÁØ ª¹ ·ŒÍ§¶èÔ¹áÅÐͧ¤¡ Ã㹡Ԩ¡ÒÃตาํ ÃǨ ¢ÍŒ õ รูปแบบการมีสว นรวม (๑) การมสี ว นรว ม แบง เปน ๓ รูปแบบท่สี ําคัญ คอื (๑.๑) การมสี ว นรวมของประชาชนท่วั ไป (๑.๑.๑) เครอื ขา ยชุมชนลกั ษณะปฏิบัตกิ าร (๑.๑.๒) เครือขา ยชุมชนลกั ษณะแนวรวม (๑.๒) การมีสวนรว มขององคก ร ไดแ ก องคก รหรือมลู นิธติ างๆ (๑.๓) การมีสว นรวมของพนักงานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน ¢ŒÍ ö วัตถปุ ระสงค (๑) เพ่ือสนับสนุนสงเสริมการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรในกิจการตํารวจ (๒) เพอื่ กาํ หนด ปรบั และยกระดบั ลกั ษณะการมสี ว นรว มตา งๆ ใหเ ปน รปู แบบ และมาตรฐานเดยี วกนั ทว่ั ประเทศ โดยเลือกใชร ูปแบบตามสถานการณ (๓) เพ่ือเสนอใหการมีสวนรวมแตละรูปแบบ มีกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ รองรบั อยางถกู ตอ ง

๑๖๓ (๔) เพ่ือใหการมีสวนรวมของสวนตางๆ ทั้ง ๓ รูปแบบ เปนเครือขายโยงใย ซึง่ กนั และกนั สามารถสนับสนนุ และเก้อื กูลกันไดอยางมปี ระสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล (๕) เพอ่ื ใหส ถานตี าํ รวจนาํ รปู แบบมาตรฐานทก่ี าํ หนดไวไ ปปรบั ใชใ หเ หมาะสม ตามสภาพของสถานีตํารวจ ¢ÍŒ ÷ การมสี ว นรวมของประชาชนทว่ั ไป เปน การแสวงหาความรวมมือจากประชาชนของสถานีตาํ รวจ แบง เปน ๒ สวน ไดแ ก (๑) เครอื ขา ยชมุ ชนลกั ษณะปฏบิ ตั กิ าร เปน การเขา มามสี ว นรว มของประชาชน ในการรวมปฏิบัติกับตํารวจเพื่อปองกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบรอยและรักษา ความปลอดภัยใหแกชมุ ชนและทอ งถนิ่ ชว ยเหลอื และสนบั สนุนการจัดการจราจร รวมถึงการเขารว ม ในการปอ งกันภยั ระงบั เหตแุ ละชวยเหลือหรอื กูภ ยั จากอุบัตภิ ยั ตา งๆ (๒) เครือขายชุมชนลักษณะแนวรวม เปนการเขามามีสวนรวมในการสงเสริม และสนับสนุนการปฏิบัตงิ านของเจา พนักงานตาํ รวจ ¢ŒÍ ø เครือขา ยชุมชนลกั ษณะปฏบิ ตั ิการ (๑) วัตถปุ ระสงค (๑.๑) เพอื่ แสวงหาความรว มมอื จากประชาชน/ชมุ ชน/ทอ งถนิ่ ใหม สี ว นรว ม ในการปฏิบัติงานเพ่อื ปอ งกนั และปราบปรามอาชญากรรม คมุ ครองตนเองและชุมชน (๑.๒) เพื่อเสริมสรางบทบาทของกลุมพลังในการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรยี บรอ ยของชุมชน/ทอ งถนิ่ (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดาํ เนินงาน (๒.๑) อาสาสมัครตํารวจบา น (๑) รูปแบบการจดั แนวรวมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เปนการแสวงหาความรวมมือจากประชาชนใหเขามารวม ปฏิบัติกับเจาพนักงานตํารวจในการปองกันปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด และอุบัติภัยตางๆ รวมท้งั การตรวจตราของตาํ รวจสายตรวจ (๒) กลุมเปา หมาย (๒.๑) ประชาชนท่ัวไป ซึ่งมีภูมิลําเนาในเขตพ้ืนที่ของ สถานีตาํ รวจ (๒.๒) ผูนําชุมชน หรือผูนําทองถ่ิน และสมาชิกอาสาสมัคร ปองกันภยั ฝายพลเรือน (อปพร.) (๒.๓) บุคคลในสถาบันตางๆ ที่สมัครใจในการปฏิบัติหนาที่ และอุทิศเวลาใหกบั ชมุ ชนท่ตี นพักอาศัย หรือสามารถชวยเหลือทางราชการไดต ามสมควร

๑๖๔ (๓) บทบาทหนาทคี่ วามรับผดิ ชอบ (๓.๑) เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานตาํ รวจตามประมวลกฎหมาย วธิ ีพจิ ารณาความอาญา (๓.๒) เปนผูชวยเหลือเจาพนักงานตํารวจในการรักษา ความสงบเรยี บรอย การบรกิ ารและอํานวยความสะดวกดา นการจราจร (๓.๓) แจงเหตุดวนเหตุราย ขอมูลอาชญากรรม เบาะแส คนราย คดอี าญาทัว่ ไปและคดียาเสพติด (๓.๔) รว มกบั เจา หนา ทต่ี ํารวจต้ังจดุ ตรวจ จดุ สกดั ในพ้ืนท่ี (๓.๕) ประสานงานระหวางเจาหนาท่ีตํารวจกับผูนําชุมชน ในหมูบ า น รวมทั้งเปน เครอื ขายของฝายเจา หนา ท่ีตํารวจและเจา หนา ท่ฝี า ยปกครองในพืน้ ที่ (๓.๖) นอกเหนอื จาก (๓.๑) ถงึ (๓.๕) อํานาจในการจบั กุม ผกู ระทาํ ความผดิ ใหเปน ไปตามบทบญั ญตั ิแหงประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา (๔) วิธี/ข้นั ตอนการดาํ เนนิ งาน (๔.๑) ใหสถานีตํารวจรวมกับองคกรปกครองสวนทองถ่ิน กาํ นัน ผูใหญบ าน ผนู ําชุมชนคัดเลือกบคุ คลท่สี มัครใจเปนสมาชิกอาสาสมคั รตาํ รวจบาน โดยใชหลกั เกณฑก ารคดั เลือกสมาชกิ หมบู านละ ๕-๑๐ คน (๔.๒) ใหสถานีตํารวจจัดทําโครงการฝกอบรมใหมีความรู ทั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ (๔.๓) อาสาสมคั รตาํ รวจบา นทผี่ า นการฝก อบรมทง้ั ภาคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั ิ ใหห วั หนา สถานตี าํ รวจมอบวฒุ บิ ตั รและบตั รประจาํ ตวั อาสาสมคั รตาํ รวจบา นตามแบบ ทายระเบียบ พรอมทง้ั ออกคาํ ส่งั แตง ตง้ั เปน ผชู ว ยเหลือเจาพนักงานตาํ รวจ (๔.๔) ใหส ถานตี าํ รวจจดั ฝก ทบทวนในเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารแกส มาชกิ อาสาสมคั รตาํ รวจบา น ปล ะ ๑ ครง้ั และซกั ซอ มการปฏบิ ตั อิ ยา งตอ เนอ่ื งเพอ่ื เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งาน (๔.๕) ใหสถานีตํารวจจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงาน และอุปสรรค ปญ หา ขอ ขดั ขอ งทุก ๖ เดอื น (๒.๒) อาสาจราจร (๑) รูปแบบการจดั แนวรว มเชิงปฏบิ ัติการ เปนการดําเนินการจัดกลุมเยาวชน ราษฎรอาสาสมัคร ผูแทนชมุ ชน หนว ยงานเอกชน เปนตน โดยผานการฝก อบรมอาสาจราจรใหม คี วามรเู กยี่ วกบั ระเบียบ กฎหมายดานการจราจร ทกั ษะและการใชรถใชถนนที่ถูกตอง เพ่อื รว มแกไขปญหาจราจร โดยใหเ ปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนักงาน

๑๖๕ (๒) กลุมเปา หมาย (๒.๑) เยาวชนจากสถานศึกษาในพ้ืนท่ีรับผิดชอบของสถานี ตํารวจ (๒.๒) พนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชนของบริษัท หางรานตางๆ (๒.๓) เจา หนา ที่อาสาสมัครปอ งกันภัยฝายพลเรือน (๒.๔) หนว ยสารวตั รทหารในพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบของสถานตี าํ รวจ (๒.๕) ผูน าํ ชุมชน หรือผูนําทอ งถิน่ (๒.๖) บุคคลที่สมัครใจในการปฏิบัติหนาท่ีและอุทิศเวลา ใหแ ก ชุมชนทต่ี นพักอาศยั หรอื สามารถชว ยเหลอื ทางราชการไดต ามสมควร (๓) บทบาทหนาที่ความรบั ผดิ ชอบ เมอื่ เปน ผทู ผ่ี า นการฝก อบรมและทดสอบความรขู องหลกั สตู ร อาสาจราจรแลว จะไดรับการพิจารณาแตง ตัง้ เปน อาสาจราจร โดยใหหนว ยงานหรือสถานตี าํ รวจเปน ผูจ ดั การฝก อบรม จดั ทําทะเบียน ประวตั ิ กําหนดหมายเลขประจําตวั และทําหนา ท่ี ดังน้ี (๓.๑) การตรวจ ควบคุม และการจัดการจราจรบริเวณที่มี การจราจรติดขัด คับค่ัง ในกรณที เ่ี กิดเหตฉุ ุกเฉนิ หรอื กรณีพนักงานเจาหนาที่รอ งขอ เวนแตก รณีไมมี พนักงานเจาหนาท่ีอยูใ นทีน่ ้ันก็สามารถปฏิบัตหิ นา ที่ไดโ ดยลําพงั (๓.๒) ดูแล การหยุดรถ จอดรถ การขา มทาง ในบรเิ วณทม่ี ี การฝา ฝน กฎหมายจนการจราจรไมส ะดวก เพื่อใหการจราจรมีความสะดวก และปลอดภยั (๓.๓) ช้ีแจง ตักเตือน แนะนํา ตลอดจนประชาสัมพันธ ใหผ ใู ชรถใชถนนทราบถึงระเบียบวิธกี ารทถี่ กู ตอ งและปฏิบัตติ ามวินยั จราจร (๓.๔) รายงานการกระทําผิดของผูขับรถ การชํารุดเสียหาย ขอ ขดั ขอ งของเครอ่ื งหมายและสญั ญาณจราจรใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจทราบเพอื่ ดาํ เนนิ การในขน้ั ตอนตอ ไป (๓.๕) แจงอุบัติเหตุการจราจรใหพนักงานเจาหนาท่ีทราบ โดยมิชกั ชา (๔) วธิ ี/ข้ันตอนการดาํ เนนิ งาน (๔.๑) ใหสถานีตํารวจแตงต้ังคณะทํางานดําเนินการอาสา จราจรประกอบดวย (๔.๑.๑) ท่ีปรึกษา แบงเปน ๒ สวน คือ สวนกลาง กรุงเทพมหานคร ไดแก ผูแทนสถาบันการศึกษา ผูแทนสํานักงานเขต ผูแทนผูประกอบธุรกิจ กต.ตร.สน. สว นภมู ภิ าค ไดแ ก ผแู ทนนายอาํ เภอ นายกเทศมนตรี เทศบาล นายกองคก ารบรหิ ารสว นตาํ บล ผูอ าํ นวยการสถานศึกษา ภาคเอกชน กต.ตร.สภ.

๑๖๖ (๔.๑.๒) คณะทาํ งาน ไดแ ก เจา หนา ทตี่ าํ รวจผปู ฏบิ ตั งิ าน จราจรประชาชนในพน้ื ที่ และอาสาจราจร (๔.๒) ใหสถานีตํารวจศึกษาขอมูล จัดประชุมคณะทํางาน เพ่อื วางแผนกําหนดแนวทางดาํ เนนิ การ ระยะเวลาการดาํ เนินการ และการประเมินผล (๔.๓) ใหส ถานตี ํารวจฝกอบรมอาสาจราจร (๔.๔) ใหสถานีตํารวจจัดทําบัตรประจําตัวอาสาจราจรตาม แบบทายระเบยี บ (๔.๕) ใหสถานีตํารวจจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงาน และ อุปสรรค ปญหา ขอขดั ขอ งทกุ ๖ เดือน ¢ŒÍ ù เครอื ขายชมุ ชนลกั ษณะแนวรว ม (๑) วัตถปุ ระสงค (๑.๑) เพื่อแสวงหาความรวมมือจากประชาชน/ชุมชน/ทองถ่ิน โดยการเขาถึงประชาชน สรา งศรัทธา ใหความรู และนาํ วิธีการปฏบิ ัติ (๑.๒) เพอื่ เสรมิ สรา งความรว มมอื ในการปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม การปอ งกันตัวเองของประชาชน และการปองกันอบุ ตั ิภัย (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดําเนนิ งาน (๒.๑) รปู แบบลักษณะแนวรวม เปนการแสวงหาความรวมมือจากประชาชนในพื้นที่ท่ีรับผิดชอบ เชน ตั้งเครือขายเพื่อติดตอส่ือสารระหวางสมาชิกเพื่อแจงขาวอาชญากรรม การสรางชุมชนเขมแข็ง และความรว มมอื ในลกั ษณะเพ่อื นบานเตอื นภยั เปน ตน (๒.๒) กลมุ เปาหมาย (๒.๒.๑) ประชาชนทัว่ ไป ทพี่ กั อาศยั ในเขตพ้ืนท่ีของสถานตี ํารวจ หรือ พื้นท่ใี กลเคยี ง หรือประกอบอาชพี ในพน้ื ทสี่ ถานีตํารวจ (๒.๒.๒) ผูน าํ /กรรมการชุมชน หรือผูนํา/กรรมการทองถนิ่ (๒.๒.๓) นักเรยี น นสิ ิต นักศกึ ษา พนักงานรฐั วิสาหกจิ ทสี่ มคั รใจ พรอมที่จะเขารวมกิจกรรมของตํารวจเพ่ือปองกันชุมชน/ทองถ่ินของตนเองใหปราศจากอาชญากรรม และยาเสพตดิ (๒.๒.๔) พนกั งานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน (๒.๒.๕) ผขู ับขีร่ ถยนตส าธารณะและรถจักรยานยนตร ับจา ง (๒.๓) บทบาทหนา ท่ีความรับผดิ ชอบ (๒.๓.๑) ผูผ า นการอบรมเปน แกนนําใหคําปรึกษา ใหความรูด าน ตางๆ แกประชาชนในพืน้ ท่ีทีพ่ ักอาศยั หรือประกอบอาชพี

๑๖๗ (๒.๓.๒) เปนตัวแทนในการประชาสัมพันธ ขอความรวมมือจาก ชมุ ชน/ทองถ่นิ (๒.๓.๓) จดั ขอ มลู เบอื้ งตน ของชมุ ชน/ทอ งถนิ่ เกย่ี วกบั พฤตกิ ารณ ของบุคคลในพ้ืนที่ เพื่อใชป ระกอบการปฏิบตั งิ านรวมกบั เจาหนา ทีต่ ํารวจ (๒.๓.๔) แจงขอมูลเบาะแส ขาวสารเก่ียวกับอาชญากรรม ยาเสพติดและอุบัติภยั (๒.๔) วิธี/ข้นั ตอนการดําเนินงาน (๒.๔.๑) กต.ตร.สน./สภ. พิจารณาคัดเลือกผูเขารับการฝกอบรม โดยมที ่ีปรกึ ษา แบงเปน ๒ สว น คอื สว นกลาง กรงุ เทพมหานคร ไดแก ผแู ทนสํานักงานเขต ผูแทน สถาบนั การศกึ ษา หวั หนา สถานตี าํ รวจ กต.ตร.สน. สว นภมู ิภาค ไดแ ก ผูแ ทนฝา ยปกครอง หวั หนา สถานีตํารวจ ผบู รหิ ารองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ผแู ทนภาครฐั กต.ตร.สภ. และเอกชน (๒.๔.๒) ใหส ถานตี าํ รวจประชมุ วางแผนรว มกบั ผนู าํ ชมุ ชน/ทอ งถน่ิ ประชาชน และกลมุ เปาหมายเครือขายชุมชนลกั ษณะแนวรวม (๒.๔.๓) ใหสถานีตํารวจจัดใหมีการฝกอบรมสมาชิกอาสาสมัคร แนวรวม (๒.๔.๔) ใหส ถานตี าํ รวจจดั ทาํ ประวตั สิ มาชกิ อาสาสมคั รแนวรว ม ออกบัตรหมายเลขสมาชกิ บนั ทึกผลงาน ควบคมุ การตอ อายุ การเปลยี่ นแปลงบตั ร (๒.๔.๕) ใหสถานีตํารวจกําหนดระบบและแนวทางการประสาน งานระหวางสมาชกิ อาสาสมคั รแนวรวมกับเจาหนาทตี่ าํ รวจ (๒.๔.๖) ใหสถานีตํารวจควบคุม และติดตามผลการปฏิบัติงาน ของสมาชกิ อาสาสมัครแนวรว มท้ังในและนอกพื้นที่รบั ผิดชอบของสถานีตาํ รวจ ¢ŒÍ ñð การมสี วนรวมขององคกร เปนการประสานงาน ชวยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติหนาท่ีแกเจาหนาท่ี ตาํ รวจ ขององคกรหรือมลู นิธิ ประกอบดวย องคกร ไดแก ศูนยกชู พี นเรนทร หนว ยกูภัยหรอื บรรเทา สาธารณภัยอาสาสมคั รปอ งกนั ฝายพลเรอื น เปนตน มูลนธิ ิ ไดแ ก ปอ เต็กตงึ๊ รวมกตัญู เปน ตน (๑) วตั ถุประสงค เพ่ือสรางเครือขายและแสวงหาความรวมมือจากองคกรหรือมูลนิธิตางๆ ใหม สี ว นรว ม หรอื สนบั สนนุ การปอ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และบรรเทา สาธารณภัย (๒) ประเดน็ /ขอบเขตการดาํ เนินงาน (๒.๑) รูปแบบลักษณะการมสี วนรวม

๑๖๘ เปน การแสวงหาความรว มมอื จากองคก รหรอื มลู นธิ ติ า งๆ ซงึ่ มคี วาม เก่ียวขอ งกบั งานในภารกจิ ของตาํ รวจ โดยการประสานงาน กาํ หนดแนวทางในลักษณะการปฏิบตั งิ าน รว มกนั กบั เจา หนาทตี่ ํารวจหรือการรักษาความสงบเรียบรอ ยรว มกนั (๒.๒) กลุมเปา หมาย องคกรหรือมูลนิธิของหนวยงานราชการ เชน กรมการปกครอง ทหาร ตาํ รวจ องคก รปกครองสว นทองถ่นิ เปน ตน รวมทง้ั องคกรเอกชน (๒.๓) บทบาทหนา ท่คี วามรบั ผดิ ชอบ (๒.๓.๑) ใหความรวมมือและสนับสนุนขาราชการตํารวจในการ ปองกนั ปราบปรามอาชญากรรม การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและบรรเทาสาธารณภัย (๒.๓.๒) แจง ขอ มลู เบาะแส ขา วสารเกย่ี วกบั อาชญากรรมยาเสพตดิ และอบุ ตั ิภยั (๒.๔) วิธ/ี ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน (๒.๔.๑) ใหส ถานตี าํ รวจประสานงานกบั องคก รหรอื มลู นธิ ทิ เี่ กย่ี วขอ ง ในการปฏบิ ตั หิ นา ทป่ี อ งกนั ปราบปรามอาชญากรรม รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และบรรเทาสาธารณภยั (๒.๔.๒) ใหส ถานตี าํ รวจประชมุ ปรกึ ษาหารอื เพอ่ื วางแผน กาํ หนด แนวทางการปฏบิ ัตงิ านและนําแนวทางที่ไดไ ปใชในการปฏิบตั ิงานรวมกนั (๒.๔.๓) ใหส ถานีตาํ รวจนําเสนอปญหา อุปสรรค รายงานตอผูมี อาํ นาจเพื่อส่งั การ แกไ ขปญ หา อุปสรรคและขอขดั ขอ งตอไป ¢ÍŒ ññ การมสี วนรว มของพนักงานรกั ษาความปลอดภยั เอกชน เปนการแสวงหาความรวมมือจากพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชน ทที่ าํ หนา ทร่ี กั ษาความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ยส นิ รกั ษาความสงบเรยี บรอ ยใหก บั บคุ คลและสถานที่ (๑) วัตถุประสงค (๑.๑) เพ่ือสรางเครือขายแนวรวมสนับสนุนตํารวจในการรักษา ความปลอดภัยใหก บั ประชาชน ชุมชน และทองถิ่น (๑.๒) เพ่ือสงเสริมการมีสวนรวมจากภาคเอกชนและธุรกิจการรักษา ความปลอดภยั ในการเสริมสรา งความสงบเรียบรอยในสงั คม (๒) ประเด็น/ขอบเขตการดําเนนิ งาน (๒.๑) รปู แบบลกั ษณะการมสี ว นรวม เปน การแสวงหาความรว มมอื จากผปู ระกอบธรุ กจิ รกั ษาความปลอดภยั และพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชน ใหสนับสนุนกิจการตํารวจในการรักษาความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบรอ ยในชมุ ชน/ทอ งถน่ิ

๑๖๙ (๒.๒) กลมุ เปา หมาย ผูประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษา ความปลอดภัยเอกชนทป่ี ฏบิ ตั งิ านในพน้ื ท่รี บั ผดิ ชอบของสถานีตํารวจ (๒.๓) บทบาทหนาทค่ี วามรับผดิ ชอบ (๒.๓.๑) เปนผูช ว ยเหลือเจาพนกั งานตามกฎหมาย (๒.๓.๒) แจง เหตดุ ว นเหตรุ า ย ขอ มลู อาชญากรรม เบาะแสคนรา ย คดอี าญาทั่วไปและคดยี าเสพตดิ (๒.๓.๓) ประสานงานระหวางเจาหนาที่ตํารวจกับพนักงานรักษา ความปลอดภัยเอกชนที่มีหนา ทร่ี กั ษาความสงบเรียบรอยใหก ับบคุ คลและสถานที่ (๒.๔) วิธี/ขัน้ ตอนการดาํ เนินงาน (๒.๔.๑) ใหส ถานตี าํ รวจเชญิ ผปู ระกอบธรุ กจิ การรกั ษาความปลอดภยั ท่ีมีสํานักงานอยูในเขตพื้นท่ีมารวมประชุมหารือ แลกเปล่ียนขอมูลและความรวมมืออยางสมํ่าเสมอ อยา งนอยเดอื นละ ๑ คร้งั (๒.๔.๒) ใหสถานีตํารวจประสานกับผูประกอบธุรกิจการรักษา ความปลอดภัย จัดอบรมใหความรูใหกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเอกชนในเขตพ้ืนท่ี เพ่อื ใหช ว ยเหลอื สนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานของเจา พนกั งานตาํ รวจ

๑๗๐ เลม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๒๐๗ ง หนา ๓ ๑๕ กนั ยายน ๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษา ÃÐàºÂÕ º ¡.μ.ª. NjҴnj ÂËÅѡࡳ±á ÅÐÇÔ¸¡Õ Òè´Ñ Ãкº¡ÒúÃÔËÒà ¡Òû¯ÔºμÑ §Ô Ò¹´ÒŒ ¹¡Òû͇ §¡Ñ¹áÅлÃÒº»ÃÒÁ ¡ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼Ô´·Ò§ÍÒÞÒ ¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁʧºàÃÕºÃÍŒ  áÅСÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ ¢Í§»ÃЪҪ¹ãËàŒ ËÁÒÐÊÁ¡Ñº¤ÇÒÁμŒÍ§¡ÒâͧáμÅ‹ зŒÍ§¶¹Ôè áÅЪØÁª¹ ¾.È.òõõù เพื่อใหภารกิจของสํานักงานตํารวจแหงชาติในการปองกันและปราบปรามการกระทํา ความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบรอย และการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ของประชาชนมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับความตองการของแตละทองถิ่นและชุมชน โดยให องคกรปกครองสวนทอ งถิ่นและองคกรภาคเอกชนสามารถเขา มามีสวนรว มในกจิ การตํารวจ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแหงชาติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เร่ือง การแกไข เพ่ิมเติมกฎหมายวาดวยตํารวจแหงชาติ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๘ (๑) แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ และมติ ก.ต.ช. ในการประชุมครั้งท่ี ๑/๒๕๕๙ เมือ่ วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จงึ วางระเบียบไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบ ก.ต.ช. วาดวยหลักเกณฑและวิธีการจัดระบบ การบริหารการปฏิบัติงานดานการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา การรักษา ความสงบเรยี บรอ ยและการรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชนใหเ หมาะสมกบั ความตอ งการของแตล ะ ทองถนิ่ และชุมชน พ.ศ.๒๕๕๙” ขอ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ ” หมายความวา องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวดั เทศบาล องคก าร บรหิ ารสวนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพทั ยา รวมถึงองคก รปกครองสว นทองถนิ่ อ่ืน ท่มี ีกฎหมาย จัดตง้ั “องคกรภาคเอกชน” หมายความวา องคกรที่จัดตั้งและจดทะเบียนตามกฎหมาย และหมายความรวมถึงองคกรที่จัดต้ัง หรือท่ีมีการรวมตัวกัน เพื่อดําเนินภารกิจหรือกิจกรรมตาม เปาหมายหรือวัตถุประสงคท่ีกําหนดไว เชน หอการคา สภาอุตสาหกรรม สมาคม ธุรกิจทองเท่ียว บรษิ ทั หา งหนุ สว นจาํ กดั ชมรม เปน ตน “อาสาสมคั ร” หมายความวา ประชาชน กลมุ บคุ คล เจา พนกั งานองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ บคุ คลในองคก รภาคเอกชน ทเี่ ขา มาชว ยเหลอื หรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั หิ นา ทข่ี องเจา พนกั งานตาํ รวจ เชน

๑๗๑ เลม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๒๐๗ ง หนา ๔ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา อาสาสมคั รตาํ รวจบาน อาสาจราจร และอาสาสมัครในรูปแบบอืน่ ๆ ตามทส่ี าํ นกั งานตาํ รวจแหงชาติ กําหนด “ผบู รหิ ารองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ ” หมายความวา นายกองคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั นายกเทศมนตรี นายกองคการบริหารสวนตําบล ผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา รวมถึงผูบริหารองคก รปกครองสวนทองถิ่นอ่ืนทีม่ ีกฎหมายจัดตงั้ “การรักษาความสงบเรียบรอย” หมายถึง (๑) การจัดและอาํ นวยความสะดวกการจราจร (๒) การใชบ รกิ ารและชวยเหลือประชาชนในอาํ นาจหนาทข่ี องตํารวจ (๓) การอาํ นวยความยตุ ธิ รรมทางอาญา (๔) การแกไ ขปญหายาเสพตดิ (๕) การปฏบิ ตั กิ ารอน่ื ใดในการชว ยเหลอื สง เสรมิ หรอื สนบั สนนุ สว นราชการ หนว ยงาน ของรฐั หรือองคก รปกครองสว นทอ งถ่นิ ในการดาํ เนินการ ซ่งึ เกีย่ วขอ งกับความสงบสขุ ของประชาชน ขอ ๔ เพอ่ื ใหก ารปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ในการปอ งกนั และปราบปรามการกระทาํ ความผดิ ทางอาญา การรกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และการรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชนของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เปนไปโดยเหมาะสมกับความตองการของแตละทองถิ่นและชุมชน ใหผูบัญชาการตํารวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั หวั หนา สถานตี าํ รวจ มหี นา ทเี่ ชญิ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ และองคก ร ภาคเอกชน มารว มใหข อ คิดเหน็ ในเรื่องนโยบาย แผน หรือโครงการ ตามภารกจิ ของสาํ นักงานตํารวจ แหง ชาติ ขางตน ขอ ๕ ในการจัดทําแผนหรือโครงการตามขอ ๔ ผูบัญชาการตํารวจนครบาล ผบู ังคบั การตํารวจภธู รจังหวดั หัวหนาสถานีตาํ รวจ อาจขอรับการสนับสนนุ งบประมาณ อาสาสมัคร วสั ดุ ครุภณั ฑ หรอื อ่ืนๆ จากองคก รปกครองสวนทอ งถ่นิ หรอื องคก รภาคเอกชนไดต ามความจาํ เปน และเหมาะสม โดยเสนอแผนหรือโครงการตอองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือองคกรภาคเอกชน ทจี่ ะขอรับการสนบั สนนุ ขอ ๖ เพื่อใหการเสนอแผนหรือโครงการตอองคกรปกครองสวนทองถ่ินเพ่ือขอรับ การสนับสนุนตามขอ ๕ สามารถดําเนินการไดภายในระยะเวลาการจัดทําคําของบประมาณรายจาย ประจาํ ปแ ละงบประมาณรายจา ยเพม่ิ เตมิ ขององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั หวั หนา สถานตี าํ รวจ ประสานงานกบั ผบู รหิ ารองคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ เพอื่ ขอทราบกรอบแนวทางแผนพฒั นาทอ งถนิ่ และปฏทิ นิ การจดั ทาํ คาํ ของบประมาณรายจา ยประจาํ ป และงบประมาณรายจา ยเพิ่มเตมิ ลวงหนา กอ นการประชมุ พิจารณางบประมาณรายจา ยประจาํ ปแ ละ งบประมาณรายจา ยเพิ่มเติมของสภาองคก รปกครองสวนทองถ่ินไมนอยกวา ๖๐ วัน

๑๗๒ เลม ๑๓๓ ตอนพเิ ศษ ๒๐๗ ง หนา ๕ ๑๕ กนั ยายน ๒๕๕๘ ราชกิจจานเุ บกษา ขอ ๗ แผน หรอื โครงการทเี่ สนอตอ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ เพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ งบประมาณตามขอ ๕ จะตอ งเปน ภารกจิ ทส่ี อดคลอ งกบั อาํ นาจหนา ทข่ี ององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ ผสู นับสนุน และตอ งมรี ายละเอยี ด ดังนี้ (๑) เหตผุ ลและรายละเอยี ดวา แผน หรอื โครงการมงี บประมาณไมเ พยี งพอ ในการดาํ เนนิ การ และมีความจําเปนตองไดร บั การสนบั สนุน (๒) ตองแสดงใหเห็นถึงกิจกรรมในแผน หรือโครงการที่เสนอ โดยแบงสวนที่ผูรับการ สนบั สนนุ มีงบประมาณของตนเอง และสวนท่ีจะขอรบั การสนบั สนนุ ใหชัดเจน (๓) หากมีความจําเปนเรงดวน หรือเปนกรณีฉุกเฉิน ใหระบุเพ่ิมเติมโดยแสดงเหตุผล ความจาํ เปนใหช ัดเจน แผน หรือโครงการตามวรรคหน่งึ ตอ งเปน ไปตามนโยบายของสวนราชการ ในสํานกั งาน ตาํ รวจแหง ชาติ และองคก รปกครองสว นทองถิ่นนน้ั ขอ ๘ เงินที่ไดรับสนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นและองคกรภาคเอกชน ใหน าํ ไปจา ยหรอื กอ หนผี้ กู พนั ไดต ามวตั ถปุ ระสงคภ ายในวงเงนิ ทไี่ ดร บั สาํ หรบั วธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นการใชจ า ยเงนิ การจดั ซอ้ื จัดจาง การรับเงิน การจายเงนิ การเบกิ เงนิ จากคลงั การนาํ เงินสง คลงั การเก็บรักษาเงิน หลักฐานการจายและเงนิ เหลือจา ย ใหถ อื ปฏิบตั ิตามระเบยี บหลกั เกณฑของทางราชการ ขอ ๙ ใหส ว นราชการในสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตทิ ไ่ี ดร บั การสนบั สนนุ ตามขอ ๕ ดาํ เนนิ การตามแผนหรอื โครงการ แลว รายงานตอ องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ และองคก รภาคเอกชนทใ่ี หก าร สนบั สนุนทราบ เพือ่ ตรวจสอบและประเมนิ ผลการดําเนนิ การ ขอ ๑๐ นอกจากผบู ญั ชาการตาํ รวจนครบาล ผบู งั คบั การตาํ รวจภธู รจงั หวดั และหวั หนา สถานีตํารวจแลว ใหสวนราชการในสํานักงานตํารวจแหงชาติ ที่มีหนาท่ีรักษาความสงบเรียบรอย ซึง่ ผบู ัญชาการตํารวจแหงชาติใหความเหน็ ชอบ สามารถดาํ เนินการทําความตกลงกบั องคกรปกครอง สว นทอ งถิ่นและองคก รภาคเอกชนตามระเบยี บนไ้ี ด ขอ ๑๑ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติรักษาการตามระเบียบนี้ และใหมีอํานาจในการ กาํ หนดแนวทางปฏิบตั เิ พอ่ื ใหเ ปนไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วนั ที่ ๒๙ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๕๙ พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ

๑๗๓ คําÊè§Ñ สํา¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨáË‹§ªÒμÔ ·èÕ õñó/òõõô àÃ×Íè § â¤Ã§¡ÒÃμíÒÃǨªÁØ ª¹ ---------------- ตามพระราชบัญญตั ิตาํ รวจแหง ชาติ พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๗ มาตรา ๗ บัญญัตใิ หส าํ นกั งาน ตํารวจแหงชาติสงเสริมใหทองถิ่น และชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ เพ่ือปองกันและปราบปราม การกระทาํ ความผดิ ทางอาญา รกั ษาความสงบเรยี บรอ ย และรกั ษาความปลอดภยั ของประชาชน ชมุ ชน ตามความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นท่ี ทง้ั น้ี การดาํ เนนิ การมสี ว นรวม ใหเปนไปตาม หลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติกําหนดและสํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดม คี าํ สงั่ ที่ ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวนั ที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ ประกาศใชย ทุ ธศาสตรก ารสง เสรมิ ใหป ระชาชน ชมุ ชนทองถ่นิ และองคกร มสี วนรว มในกจิ การตาํ รวจ นน้ั เพอื่ ใหก ารปฏบิ ตั งิ านของตาํ รวจสามารถเขา ถงึ และสนองตอบความตอ งการของประชาชน สามารถแกไขปญหาอาชญากรรมท่ีเกิดข้ึนในชุมชนใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใหประชาชนเขามา มีสวนรวมในการดําเนินการ สํานักงานตํารวจแหงชาติ จึงไดจัดทําโครงการตํารวจชุมชนข้ึนโดยมี หลักการใหประชาชนในชุมชนมีบทบาทในการปองกันอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบรอยใน ชมุ ชน และใหเ จา หนา ทตี่ าํ รวจทาํ หนา ทท่ี ปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงาน ทงั้ น้ี เพอ่ื ใหก ารดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การสง เสรมิ ใหป ระชาชนมีสว นรว มในกจิ การตํารวจเปนไปอยา งตอเนื่อง มีประสทิ ธิภาพ และมีความ เปนเอกภาพมากยงิ่ ขึ้น จงึ ใหท กุ หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ ง และสถานตี าํ รวจทกุ แหง นาํ โครงการตาํ รวจชมุ ชนไปดาํ เนนิ การ โดยใหทุกหนว ยงานของสาํ นกั งานตํารวจแหงชาติใหก ารสนบั สนุนในทุกๆ ดาน เพื่อใหการดําเนนิ การ ตามโครงการ ประสบผลสําเรจ็ ตามวตั ถุประสงคท ่ีไดตง้ั ไว โดยคําส่งั หรือบันทึกสง่ั การใดๆ ทแ่ี ยงกบั คาํ สั่งนใ้ี หย กเลกิ และใหถ อื ปฏิบัติตามคาํ สง่ั นี้ ทัง้ น้ี ต้ังแตบดั นี้เปนตนไป สัง่ ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔ พลตํารวจเอก วเิ ชียร พจนโ พธิ์ศรี (วเิ ชยี ร พจนโพธิศ์ ร)ี ผูบัญชาการตํารวจแหง ชาติ

๑๗๔ â¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªØÁª¹ ñ. ËÅ¡Ñ ¡ÒÃáÅÐàËμØ¼Å การรักษาความสงบเรียบรอยและการปองกันปราบปรามอาชญากรรม เปนภารกิจหลัก ของเจาหนาที่ตํารวจ แตการที่จะดําเนินการไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น เจาหนาท่ีตํารวจไมสามารถ ดําเนินการไดเพียงลําพัง จําเปนที่จะตองอาศัยความรวมมือจากประชาชนหรือชุมชน โดยเจาหนาท่ี ตํารวจจะตองเขาไปดําเนินการเสริมสรางแนวความคิดการมีสวนรวมของประชาชน และสนับสนุน ชวยเหลือในการจัดตั้งองคกรชุมชน หรือประชาคมเพื่อความรวมมือในการปองกันอาชญากรรม โดยเจา หนา ทตี่ าํ รวจจะทาํ หนา ทเี่ ปน ทปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงานในการดาํ เนนิ การดงั กลา ว ตามสภาพ ปญ หาและความตอ งการของชมุ ชน โดยพระราชบญั ญตั ติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ บญั ญตั ใิ ห สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ สง เสรมิ ใหท อ งถน่ิ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจเพอื่ ปอ งกนั และปราบปราม การกระทาํ ความผดิ ทางอาญา รักษาความสงบเรียบรอยและรกั ษาความปลอดภัยของประชาชน ตาม ความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นท่ีการดําเนินการมีสวนรวมใหเปนไปตามหลักเกณฑ และวธิ ีการทีค่ ณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาติ กําหนด ซึ่งคณะกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ ไดก าํ หนดระเบยี บวา ดว ยหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารสง เสรมิ ใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๔๙ โดยให คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ ระดับสถานีตํารวจ มีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในการกําหนดลักษณะรูปแบบและวิธีการ ใหทองถิ่นและชุมชน มสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยใหค าํ นงึ ปจ จยั ทางดา นอาํ นาจหนา ทต่ี ามกฎหมาย สภาพทางภมู ศิ าสตร เศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมและวิถีการดํารงชีวิตของแตละทองถ่ิน และชุมชนเปนสําคัญ และระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวยการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกร มีสวนรว มในกจิ การตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑ เพอื่ สง เสรมิ ใหป ระชาชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ และเปน แนวทางเดียวกัน ตามพระราชบัญญัตติ ํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ระเบยี บสํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วาดวยการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรมีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๕๑ และคาํ สง่ั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ท่ี ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวนั ท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ เรอื่ ง ยทุ ธศาสตรก าร สงเสรมิ ใหประชาชน ชุมชน ทองถิน่ และองคกรมสี วนรวมในกจิ การตํารวจ สํานกั งานตํารวจแหง ชาติ จงึ จดั ทาํ โครงการตาํ รวจชมุ ชนขนึ้ โดยใหท กุ สถานตี าํ รวจสง เสรมิ ใหป ระชาชนมสี ว นรว ม ในการปอ งกนั อาชญากรรม ในชุมชนใหม ีประสทิ ธิภาพ ปฏบิ ตั งิ านรว มกับเครอื ขายชมุ ชนลกั ษณะปฏิบตั ิการในการ ปอ งกันอาชญากรรม การรักษาความสงบเรยี บรอ ยและรักษาความปลอดภัยใหแกชุมชนและทองถ่ิน ò. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ ๒.๑ เพอื่ แสวงหาความรว มมอื จากประชาชน ชมุ ชน ทอ งถนิ่ และองคก รตา งๆ ในชมุ ชน ใหเ ขา มามสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยการเขา ถงึ สรา งความเขา ใจ สรา งศรทั ธาและสรา งการมสี ว นรว ม

๑๗๕ ๒.๒ เพอ่ื สนับสนนุ สง เสรมิ ใหประชาชน ชุมชน ทอ งถนิ่ และองคก รใหเ ขามามสี วนรว ม ในกจิ การตาํ รวจ ๒.๓ เพอื่ ใหเ ครอื ขา ยชมุ ชนมเี จา หนา ทต่ี าํ รวจปฏบิ ตั หิ นา ทป่ี ระสานงาน และใหค าํ ปรกึ ษา ในการดําเนินงานเก่ียวกบั กิจการตาํ รวจ และการดาํ เนนิ งานดานอื่นๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง ๒.๔ เพอื่ ใหอ าสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน เปน ผชู ว ยเหลอื เจา พนกั งานตาํ รวจไดต ามกฎหมาย ในขณะปฏบิ ตั หิ นา ที่ ๒.๕ เพ่ือสรางเครือขายการมีสวนรวมของประชาชน ชุมชน ทองถิ่นและองคกรตางๆ ในพนื้ ท่ีใหม กี ารเช่ือมโยงการทาํ งานใหประสานสอดคลองซง่ึ กนั และกัน ซงึ่ จะทาํ ใหช ุมชนและทอ งถน่ิ มีความเขม แข็ง สามารถปองกันตนเองจากภัยอาชญากรรมได ๒.๖ เพอื่ เปน การสรา งขวญั กาํ ลงั ใจใหก บั ขา ราชการตาํ รวจ ทไี่ ดร บั มอบหมายใหป ฏบิ ตั งิ าน เปน ตาํ รวจชมุ ชน ó. ¡®ËÁÒ ÃÐàºÕºáÅÐคาํ ʧÑè ·èÕà¡ÂÕè Ç¢ŒÍ§ ๓.๑ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๘๗ บัญญัติใหรัฐตอง ดาํ เนินการตามแนวนโยบายดา นการมสี ว นรว มของประชาชน ดงั นี้ ๑) สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการกําหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมทง้ั ในระดับชาตแิ ละระดับทอ งถิน่ ๒) สง เสรมิ และสนบั สนนุ การมสี ว นรว มของประชาชนในการตดั สนิ ใจทางการเมอื ง การวางแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม รวมทงั้ การจดั ทําบริการสาธารณะ ๓) สงเสริมและสนับสนุนการมีสวนรวมของประชาชนในการตรวจสอบการใช อาํ นาจรฐั ทกุ ระดับ ในรูปแบบขององคกรทางวชิ าชพี หรือตามสาขาอาชีพ หรอื รปู แบบอ่นื ๓.๒ พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผนดนิ (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๕ กําหนด หลักการบริหารราชการแผนดินวา ตองมีการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี โดยเนนการมีสวนรวม ของประชาชน เพือ่ ประโยชนส ขุ ของประชาชนและตอบสนองความตอ งการของประชาชน ๓.๓ พระราชกฤษฎีกาวาดวยหลักเกณฑและวิธีการบริหารกิจการบานเมืองท่ีดี พ.ศ.๒๕๔๖ กําหนดใหประชาชนเขามามีสว นรวมในการบริหารกิจการชมุ ชนเมอื ง ๓.๔ พระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ มาตรา ๗ บัญญัติใหสํานักงาน ตํารวจแหงชาติสงเสริมใหทองถิ่นและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจเพื่อปองกันและปราบปราม การกระทําความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบรอยและรักษาความปลอดภัยของประชาชน ตามความเหมาะสมและความตองการของแตละพื้นที่ ท้ังน้ีการดําเนินการมีสวนรวมใหเปนไป ตามหลกั เกณฑ และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาตกิ าํ หนด

๑๗๖ ๓.๕ ระเบียบคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหงชาติ วาดวยหลักเกณฑและวิธีการ สงเสริมใหทองถ่ิน และชุมชน มีสวนรวมในกิจการตํารวจ พ.ศ.๒๕๔๙ กําหนดให คณะกรรมการ ตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจ ระดับสถานีตํารวจ มีอํานาจหนาท่ีและความรับผิดชอบ ในการกาํ หนดลกั ษณะรปู แบบและวธิ กี ารใหท อ งถนิ่ และชมุ ชนมสี ว นรว มในกจิ การตาํ รวจ โดยใหค าํ นงึ ปจ จยั ทางดา นอํานาจหนาท่ีตามกฎหมาย สภาพทางภมู ศิ าสตร เศรษฐกิจ สงั คม ประเพณี วัฒนธรรม และวถิ กี ารดาํ รงชวี ติ ของแตละทองถ่ิน และชมุ ชนเปน สาํ คญั ๓.๖ ระเบียบสาํ นักงานตํารวจแหง ชาติ วา ดว ยการสง เสรมิ ใหป ระชาชน ชุมชน ทองถน่ิ และองคกรมีสวนรว มในกิจการตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑ ๓.๗ คําสั่งสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ี ๒๔๘/๒๕๕๔ ลงวันท่ี ๑๑ เมษายน ๒๕๕๔ เร่ือง ยุทธศาสตรก ารสงเสรมิ ใหป ระชาชน ชมุ ชน ทอ งถิ่นและองคกรมีสว นรวมในกจิ การตํารวจ ô. คาํ ¹ÂÔ ÒÁμÒÁâ¤Ã§¡Òà ๔.๑ “ชมุ ชน” ตามระเบยี บ คณะกรรมการนโยบายตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยหลกั เกณฑแ ละ วิธีการสงเสริมใหทองถิ่นและชุมชนมีสวนรวมในกิจการตํารวจ หมายถึง กลุมประชาชนที่มีภูมิลําเนา พกั อาศัย หรือประกอบกิจการในเขตพื้นทีค่ วามรับผิดชอบของสถานีตาํ รวจนครบาลหรือสถานีตํารวจ ภูธรนน้ั ๔.๒ “ตํารวจชุมชน” หมายถึง ขาราชการตํารวจ ท่ีผานการคัดเลือกตามขั้นตอนที่ กาํ หนด และไดร บั มอบหมายใหป ฏบิ ตั งิ านเปน ตาํ รวจชมุ ชน เพอ่ื ทาํ หนา ทท่ี ปี่ รกึ ษาและผปู ระสานงาน ตามโครงการตาํ รวจชมุ ชน เพอ่ื เสรมิ สรา งการมสี ว นรว มของประชาชนในชมุ ชน ใหส ามารถปอ งกนั และ แกไขปญ หาอาชญากรรม และปญหาอ่นื ๆ ที่เกดิ ข้ึนในชุมชน ๔.๓ “อาสาสมัครตาํ รวจชมุ ชน” หมายถงึ ประชาชนในชมุ ชนที่มีจติ อาสา เขารว มเปน อาสาสมคั รเพอ่ื สรา งความเขม แขง็ ใหก บั ชมุ ชน ในการรกั ษาความสงบเรยี บรอ ยและปอ งกนั อาชญากรรม õ. ໇ÒËÁÒÂâ¤Ã§¡Òà สถานีตํารวจทุกสถานีท่ัวประเทศ ตองดําเนินการตามโครงการตํารวจชุมชนอยางนอย สถานลี ะ ๑ ชมุ ชน ö. ÇÔ¸¡Õ ÒÃดําà¹¹Ô ¡Òà ๖.๑ การคดั เลอื กชมุ ชนในการดาํ เนนิ การตามโครงการ ใหเ ปน ไปตามทกี่ าํ หนด (¼¹Ç¡ ¡) ๖.๒ จัดใหมีเจาหนาที่ตํารวจ ๑ นาย ปฏิบัติหนาท่ีในชุมชนท่ีไดดําเนินการโครงการ ตาํ รวจชมุ ชน เรยี กวา ตาํ รวจชมุ ชน เพอื่ สง เสรมิ การมสี ว นรว มของประชาชนในชมุ ชน การจดั ตง้ั องคก ร ชุมชน หรอื ประชาคมในการปองกันและแกไขปญ หาอาชญากรรม และปญหาอ่นื ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชน

๑๗๗ โดยหนาท่ีความรับผิดชอบ คุณสมบัติ และการพนจากหนาท่ีตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด (¼¹Ç¡ ¢) ๖.๓ ในชุมชนท่ีดําเนินการโครงการตํารวจชุมชน ควรสรรหาประชาชนในชุมชนท่ีมี จิตอาสา ใหทําหนาท่ีอาสาสมัครตํารวจชุมชน อยางนอยชุมชนละ ๑๐ คน ท้ังนี้ ตามความพรอม และความเหมาะสมของแตละสถานีตํารวจ โดยหนาท่ีความรับผิดชอบ คุณสมบัติ และการพนจาก หนาท่ขี องอาสาสมัครตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามทก่ี ําหนด (¼¹Ç¡ ¤) ๖.๔ ข้ันตอนในการสรางการมีสวนรวมของประชาชน องคกรชุมชน และประชาคม เพอ่ื ปอ งกนั อาชญากรรม ใหต าํ รวจชมุ ชนและอาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน ดาํ เนนิ การตามขนั้ ตอนทกี่ าํ หนด (¼¹Ç¡ §) ๖.๕ การรายงานผลการปฏิบัติงานตามโครงการตํารวจชุมชน ใหเปนไปตามท่ีกําหนด (¼¹Ç¡ ¨) ๖.๖ ดําเนินการฝกอบรมตํารวจชุมชน และอาสาสมัครตํารวจชุมชน ใหเปนไปตาม หลักสูตรการฝก อบรมที่กาํ หนด (¼¹Ç¡ ©) ÷. ÃÐÂÐàÇÅÒดําà¹¹Ô ¡Òà เรม่ิ ตง้ั แต ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๔ เปน ตน ไป ซงึ่ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตจิ ะมคี าํ สงั่ ใหด าํ เนนิ การ เปน คราวๆ ไป ø. ¼ÙÃŒ ºÑ ¼Ô´ªÍºâ¤Ã§¡Òà ๘.๑ ʶҹตÕ ําÃǨ·Ø¡Ê¶Ò¹Õ รบั ผดิ ชอบดาํ เนนิ การตามâ¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªÁØ ª¹ สรา งการมสี ว นรว มของประชาชน ในกิจการตํารวจภายในพ้ืนที่รับผิดชอบ ตามแนวทางท่ีกําหนด แลวรายงานผลให¡Í§ºÑ§¤Ñº¡ÒÃμŒ¹ Êѧ¡´Ñ ทราบ ตามแบบการรายงาน และระยะเวลาที่กําหนด ๘.๒ ¡Í§ºÑ§¤ºÑ ¡ÒÃตําÃǨ¹¤ÃºÒÅ áÅÐตําÃǨÀ¸Ù èѧËÇÑ´ รับผิดชอบตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติของ˹‹Ç§ҹã¹Êѧ¡Ñ´ ในการสรางการ มีสว นรว มของประชาชนในกิจการตาํ รวจ ใหเปน ไปตามแนวทางการปฏิบัตติ ามโครงการนี้ การติดตามประเมินผลและมาตรฐานการปฏิบัติ ใหเปนไปตามขอกําหนดของ สํานักงานตํารวจแหงชาติ แลวรายงานผลให¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃμŒ¹Êѧ¡Ñ´ทราบ ตามแบบการรายงาน และระยะเวลาทก่ี าํ หนด ๘.๓ ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨ¹¤ÃºÒÅ ตําÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ-ù áÅÐÈٹ» ¯ÔºμÑ Ô¡ÒÃตําÃǨ ¨§Ñ ËÇÑ´ªÒÂá´¹ÀÒ¤ãμŒ รบั ผดิ ชอบกาํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั ขิ อง˹Nj §ҹã¹Ê§Ñ ¡´Ñ ในการสรา งการมสี ว นรว ม ของประชาชนในกจิ การตํารวจ ใหเปน ไปตามแนวทางการปฏบิ ตั ิตามโครงการนี้

๑๗๘ การติดตามประเมินผลและมาตรฐานการปฏิบัติ ใหเปนไปตามขอกําหนดของ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ แลว รายงานผลใหÊ Òí ¹¡Ñ §Ò¹μÒí ÃǨá˧‹ ªÒμทÔ ราบ ตามแบบการรายงานและ ระยะเวลาทีก่ าํ หนด ù. Ê·Ô ¸Ô»ÃÐ⪹ เจาหนา ท่ตี าํ รวจทปี่ ฏบิ ตั หิ นาทต่ี ํารวจชุมชน ทีม่ อี ายุไมนอ ยกวา ๕๐ ป และรว มปฏบิ ัติ หนา ทีต่ ามโครงการนเ้ี ปน ระยะเวลาไมนอ ยกวา ๕ ป (ใหร วมระยะเวลาท่เี คยปฏิบัติหนา ทีใ่ นโครงการ ตํารวจชมุ ชน ทีส่ ํานักงานตํารวจแหง ชาติ อนมุ ตั ิใหจ ดั ตงั้ โครงการฯ เม่ือป พ.ศ.๒๕๔๑-๒๕๔๒ ดวย) โดยมีผลงานอยางเปนรูปธรรม เปนท่ีประจักษ จะมีสิทธิที่จะสมัครเขารับการคัดเลือกเปนขาราชการ ตํารวจช้ันสัญญาบัตร ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีสํานักงานตํารวจแหงชาติ กําหนด ทั้งน้ี ภายใต เงื่อนไขทส่ี ํานักงานตาํ รวจแหง ชาติมอี ัตราเงินเดอื นและงบประมาณเพยี งพอทจ่ี ะสนบั สนนุ ในแตละป ñð. §º»ÃÐÁÒ³ ๑๐.๑ สํานักงานตํารวจแหงชาติใหการสนับสนุนงบประมาณการฝกอบรม และอาจจะ พิจารณาสนับสนนุ เบ้ียเลี้ยงและอน่ื ๆ ใหแกต ํารวจชุมชน และอาสาสมคั รตํารวจชุมชน หากไดรบั การ สนับสนนุ งบประมาณจากสาํ นักงบประมาณ ๑๐.๒ ผูบังคับบัญชาของสถานีตํารวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ แสวงหา ความรวมมอื และขอรบั การสนบั สนนุ จากองคก รปกครองทอ งถิ่น กรงุ เทพมหานคร หนวยงานภาครัฐ และเอกชน ดวยอกี สวนหนง่ึ ññ. ¡ÒûÃÐàÁ¹Ô ¼Å ใหสํานักงานยุทธศาสตรต ํารวจ (¡Í§Ç¨Ô ÂÑ ) ดําเนินการ ดงั นี้ ๑๑.๑ กาํ หนดรูปแบบและแนวทางการประเมินผลโครงการตํารวจชมุ ชน ๑๑.๒ ประเมนิ ผลโครงการตาํ รวจชมุ ชนปล ะ ๑ ครง้ั โดยใหเ สรจ็ สนิ้ ภายในเดอื นกนั ยายน ของทุกป เวน แตส าํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติจะไดมีคําส่งั เปนอยา งอน่ื ñò. »ÃÐ⪹·Õ¤è Ò´ÇÒ‹ ¨Ðä´ŒÃºÑ ๑๒.๑ ประชาชนในชมุ ชนมคี วามตนื่ ตวั ในการเขา มามสี ว นรว มในการแกไ ขปญ หาชมุ ชน ดวยแผนและโครงการของชมุ ชน ๑๒.๒ ชมุ ชนมแี ผนในการปอ งกนั อาชญากรรม และแกไ ขปญ หาอาชญากรรมของชมุ ชน ทีม่ ีคุณภาพสามารถดาํ เนินการไดจริงและตอเนือ่ ง

๑๗๙ ๑๒.๓ ประชาชนในชมุ ชนมวี ถิ ชี วี ติ ความเปน อยทู ด่ี ขี น้ึ ลดความหวาดกลวั ภยั ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ในชมุ ชน ๑๒.๔ สามารถเสริมสรางความเขมแข็งใหเกิดข้ึนในชุมชน และดําเนินการปองกันแกไข ปญหาอาชญากรรมได ๑๒.๕ ชุมชนมีเครือขายการทํางานดานการปองกันอาชญากรรมท่ีประสานสอดคลอง และเช่ือมโยงกัน ตอบสนองตามยุทธศาสตรการสงเสริมใหประชาชน ชุมชน ทองถ่ิน และองคกร มสี วนรว มในกจิ การตาํ รวจ

๑๘๐ ¼¹Ç¡ ¡ : ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡ªÁØ ª¹¢Í§Ê¶Ò¹ตÕ าํ ÃǨ㹡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡ÒÃâ¤Ã§¡ÒÃตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. ¡Òä´Ñ àÅ×Í¡ªÁØ ª¹ ๑.๑ การคดั เลอื กชมุ ชน ควรพจิ ารณาจากความพรอ มของชมุ ชนและประชาชนในชมุ ชน ดงั นี้ ๑.๑.๑ มสี ถานทท่ี าํ การ ซงึ่ อาจไดร บั การสนบั สนนุ จากองคก ารบรหิ ารสว นทอ งถนิ่ องคกร ภาคเอกชนอื่นๆ หรือชุมชน สําหรับปฏิบัติงานไดอยางเหมาะสมท่ีจะใหประชาชนในชุมชน นัน้ ๆ สามารถใชบ รกิ ารไดอยางสะดวกและรวดเร็ว ๑.๑.๒ มวี สั ดุ อปุ กรณ เครอื่ งมอื เครอื่ งใช ทใ่ี ชใ นการปฏบิ ตั งิ านไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ซึ่งอาจขอรับการสนับสนุนจากองคการบริหารสวนทองถ่ิน องคกร หรือภาคเอกชนอ่ืนๆ ไดแก เครื่องมือสอ่ื สาร รถจกั รยานยนต ตูเก็บเอกสาร และโตะทาํ งาน เปนตน ๑.๑.๓ มงี บประมาณ โดยสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ าจจะพจิ ารณาใหก ารสนบั สนนุ งบประมาณอบรมและเบ้ยี เลย้ี งใหแ กตํารวจชมุ ชน และอาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน หากไดร ับการจดั สรร งบประมาณจากสํานักงบประมาณ และอาจขอรับการสนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น กรุงเทพมหานคร หนวยงานภาครัฐ และเอกชนอ่นื ๆ ได ๑.๑.๔ มีประชาชนในชุมชนที่มีจติ อาสา มีความประพฤตดิ ี ไมนอยกวา ๑๐ คน เพอ่ื มอบหมายใหท าํ หนา ที่อาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน ๑.๑.๕ มีเจาหนาท่ีตํารวจตามคุณสมบัติที่กําหนด ที่สามารถปฏิบัติหนาท่ีตํารวจ ชมุ ชน โดยไมสงผลกระทบตอ ปญ หากําลงั พล ๑.๒ การคดั เลอื กชมุ ชนทมี่ คี วามพรอ มตามขอ ๑.๑ ควรพจิ ารณาตามสภาพภมู ลิ กั ษณะ และความสาํ คัญของปญหาของแตล ะชมุ ชน ตามลําดบั ความสําคญั เรงดวน ดังน้ี ๑.๒.๑ เปน ชุมชนท่มี ปี ญหาพิเศษทจี่ ะตองสรางภมู ิคุมกนั ใหก บั ชุมชน ๑.๒.๒ เปน ชุมชนท่มี ปี ญหาอาชญากรรมสงู ๑.๒.๓ เปนชมุ ชนยา นธรุ กจิ ลอแหลมตอการเกิดปญหาอาชญากรรม ๑.๒.๔ เปนชุมชนแออดั ของประชาชนผูมรี ายไดนอย ๑.๒.๕ เปนชุมชนทอ่ี ยใู นพื้นท่หี างไกล ò. ¢¹éÑ μ͹¡ÒäѴàÅÍ× ¡ªÁØ ª¹ ๒.๑ ใหสถานีตํารวจคัดเลือกชุมชนตามหลักเกณฑตามขอ ๑ จํานวน ๑ ชุมชน หรือ มากกวา แลว เสนอ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ สถานตี าํ รวจ พจิ ารณา ใหค วามเหน็ ชอบ แลวเสนอกองบงั คบั การตนสังกัด พรอ มช้แี จงเหตุผล ๒.๒ คณะกรรมการระดับกองบังคับการ ใหความเห็นชอบตามขอ ๒.๑ แลวเสนอ กองบัญชาการและสํานักงานตํารวจแหงชาติ เพ่ือทราบ พรอมท้ังสั่งใหสถานีตํารวจดําเนินการตาม โครงการในชมุ ชนท่ไี ดร บั การคดั เลอื ก ๒.๓ ในกรณที ก่ี องบญั ชาการ หรอื สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตมิ คี วามจาํ เปน หรอื ความเหน็ เปนอยา งอนื่ สามารถสงั่ ใหพจิ ารณาทบทวนได

๑๘๑ ¼¹Ç¡ ¢ : อาํ ¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·Õè ¤³Ø ÊÁºμÑ Ô ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡ áÅСÒþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·¢èÕ Í§ตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. อํา¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·è¢Õ ͧตาํ ÃǨªØÁª¹ ๑.๑ แสวงหาความรวมมือจากประชาชน ชุมชน ทองถิ่น และองคกรในชุมชน ใหเ ขามามีสว นรวมในกิจการตํารวจ ๑.๒ ทําหนาท่ีใหคําปรึกษาแกอาสาสมัครตํารวจชุมชนและประชาชนในชุมชนในการ ดาํ เนนิ การตามโครงการตํารวจชมุ ชน ๑.๓ ทาํ หนา ทปี่ ระสานงานระหวา งสถานตี าํ รวจกบั อาสาสมคั รตาํ รวจชมุ ชน และประชาชน ในชุมชน เพอ่ื ใหก ารดาํ เนนิ การตามโครงการตํารวจชมุ ชนเปน ไปอยางมปี ระสทิ ธิภาพ ๑.๔ ตอ งเขา ปฏิบัตหิ นา ท่ใี นชุมชนอยา งนอ ยสปั ดาหล ะ ๑ ครั้ง ๑.๕ สามารถทาํ หนาที่ตาํ รวจชุมชน ไดมากกวา ๑ ชมุ ชน ๑.๖ รายงานผลการปฏิบตั ใิ หห วั หนาสถานตี าํ รวจทราบตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด ò. ¤³Ø ÊÁºμÑ ¢Ô ͧ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ·¨èÕ Ðä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒÂãË»Œ ¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ÒŒ ·ตÕè าํ ÃǨªÁØ ª¹ μÍŒ §ÁÕ¤³Ø ÊÁºÑμÔ ´Ñ§¹Õé ๒.๑ เปนขาราชการตํารวจช้ันประทวน ยศ ด.ต. หรือ จ.ส.ต. มีอายุตัวไมนอยกวา ๔๕ ป และมอี ายรุ าชการไมนอยกวา ๑๕ ป ๒.๒ ปฏิบตั หิ นา ท่ีในสายงานปอ งกนั ปราบปราม มีความรคู วามชํานาญในพืน้ ที่ รวมทั้ง ควรพดู และเขา ใจภาษา วัฒนธรรมทอ งถนิ่ นัน้ ๆ ได ๒.๓ มีความประพฤติดีไมเคยถูกลงทัณฑทางวินัยสูงกวาโทษภาคภัณฑ ในรอบ ๒ ป นับถงึ วันพจิ ารณา ๒.๔ เปน ผทู ไ่ี ดร บั การยอมรบั และความเชอ่ื ถอื จากประชาชนในชมุ ชนนนั้ ๆ และสามารถ เขากับประชาชนไดเปน อยางดี ๒.๕ เปนผูท่ีสามารถแกไขปญหาและใหคําแนะนํากับประชาชนและประสานงานกับ องคก รปกครองทอ งถนิ่ องคก รภาครฐั และเอกชนในขอบเขตอาํ นาจหนา ทไี่ ดเ ปน อยา งดี มปี ระสทิ ธภิ าพ และทนั ตอเหตุการณ ๒.๖ สมัครใจปฏบิ ัตหิ นาทใี่ นโครงการตาํ รวจชมุ ชน ๒.๗ ผา นการอบรมหลักสตู รตามทสี่ ํานกั งานตํารวจแหงชาติกําหนด ó. ¡Òä´Ñ àÅÍ× ¡¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ·¨èÕ Ðä´ÃŒ ºÑ ÁͺËÁÒÂãË»Œ ¯ºÔ μÑ ËÔ ¹ÒŒ ·ตÕè าํ ÃǨªÁØ ª¹ ๓.๑ ใหหัวหนาสถานีตํารวจเสนอรายช่ือขาราชการตํารวจที่มีคุณสมบัติตามขอ ๒ และสมัครใจใหค ณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบริหารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจ เปนผคู ัดเลอื ก โดยพิจารณาตามลาํ ดบั ดังน้ี

๑๘๒ ๓.๑.๑ ใหพิจารณาคัดเลือกจากขาราชการตํารวจท่ีปฏิบัติหนาที่ในโครงการ ตํารวจชุมชนเดิมเปนลําดับแรก หากมีหลายคน ใหพิจารณาผูที่มีระยะเวลาในการปฏิบัติหนาท่ีใน โครงการตาํ รวจชมุ ชนเดมิ มากกวา และหากมรี ะยะเวลาปฏบิ ตั งิ านเทา กนั ให คณะกรรมการตรวจสอบ และตดิ ตามการบริหารงานตาํ รวจ สถานตี ํารวจพิจารณาตามความเหมาะสม ๓.๑.๒ หากไมม ขี า ราชการตาํ รวจตามขอ ๓.๑.๑ ใหพ จิ ารณาคดั เลอื กจากขา ราชการ ตาํ รวจทปี่ ฏบิ ตั หิ นา ทใี่ นชดุ ปฏบิ ตั กิ ารชมุ ชนสมั พนั ธ เปน ลาํ ดบั แรกโดยพจิ ารณาตามความรคู วามสามารถ และความเหมาะสมของแตละพ้ืนที่ หากยังไมมี ใหพ จิ ารณาคดั เลอื กจากขาราชการตํารวจในสายงาน ปองกันปราบปราม ๓.๒ ใหหัวหนาสถานีตํารวจ แจงผลการพิจารณาใหขาราชการตํารวจท่ีสมัครใจปฏิบัติ หนาท่ีตํารวจชมุ ชนทุกคนทราบ พรอมท้ังอธบิ ายเหตุผล ô. ¡Òþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·èÕตําÃǨªØÁª¹ ๔.๑ ลาออก ๔.๒ ตาย ๔.๓ ออกจากราชการตาม พ.ร.บ.ตาํ รวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ๔.๔ ไดรบั การเล่ือนยศเปน ขา ราชการตํารวจชน้ั สัญญาบตั ร ๔.๕ ไดรบั การแตง ตั้งไปดํารงตาํ แหนง ในสถานีตาํ รวจแหงอืน่ ๔.๖ ขาดคณุ สมบตั ิอยา งใดอยางหนึง่ ที่กําหนดไวใ นขอ ๒ ๔.๗ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจสถานตี าํ รวจมคี วามเหน็ เกนิ กวา กง่ึ หนงึ่ ใหเ จา หนา ทต่ี าํ รวจผนู น้ั พน จากหนา ทตี่ าํ รวจชมุ ชน เนอ่ื งจากมคี วามประพฤตไิ มเ หมาะสม

๑๘๓ ¼¹Ç¡ ¤ : ˹Ҍ ·¤èÕ ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº ¤³Ø ÊÁºμÑ Ô áÅСÒþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ÒŒ ·¢èÕ Í§ÍÒÊÒÊÁ¤Ñ à ตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ñ. ˹ŒÒ·¤Õè ÇÒÁÃºÑ ¼´Ô ªÍº¢Í§ÍÒÊÒÊÁѤÃตาํ ÃǨªØÁª¹ ๑.๑ ดําเนินการตามข้ันตอนในการสรางการมีสวนรวมของประชาชนเพื่อรักษา ความสงบเรียบรอยและปองกนั อาชญากรรมในชุมชน ตามทก่ี าํ หนดไวใน ผนวก ง ๑.๒ ปฏิบตั ิหนา ที่ในการปอ งกนั อาชญากรรมในชมุ ชน ๑.๓ แสวงหาความรวมมือจากประชาชนในชุมชนและสรางเครือขายประชาชน ในการรักษาความสงบเรียบรอยและปองกันอาชญากรรมในชุมชน ò. ¤³Ø ÊÁºÑμ¢Ô ͧÍÒÊÒÊÁ¤Ñ Ãตาํ ÃǨªÁØ ª¹ ๒.๑ เล่ือมใสในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปน พระประมขุ ๒.๒ มสี ัญชาตไิ ทย มีอายุไมตํา่ กวา ๒๐ ป และมีภมู ิลําเนา หรือถน่ิ ทีอ่ ยูในชมุ ชนนนั้ ๆ ๒.๓ มีความประพฤติดี ไมบกพรองในศีลธรรมอันดี หรือมีพฤติการณอันควรสงสัย วาพัวพันเกี่ยวของกับการทําผิดกฎหมาย หรือสรางความเดือดรอนแกประชาชน หรือกอใหเกิด ความเสยี หายตอสงั คมสว นรวม ๒.๔ สมัครใจและมีจิตอาสาท่ีจะเขามาชวยเหลอื ชุมชน/ทองถน่ิ ó. ¡Òþ¹Œ ¨Ò¡Ë¹ŒÒ·èÕÍÒÊÒÊÁ¤Ñ Ãตาํ ÃǨªØÁª¹ ๓.๑ ขาดคณุ สมบัตอิ ยางใดอยางหนงึ่ ตามท่ีกําหนดไวในขอ ๒ ๓.๒ ลาออก ๓.๓ ตาย ๓.๔ คณะกรรมการตรวจสอบและตดิ ตามการบรหิ ารงานตาํ รวจ สถานตี าํ รวจมคี วามเหน็ เกินกวา ก่ึงหนึง่ ใหพ นจากหนา ทีอ่ าสาสมคั รตํารวจชุมชน เน่อื งจากมคี วามประพฤติไมเ หมาะสม

๑๘๔ º¹Ñ ·¡Ö ¢ÍŒ ¤ÇÒÁ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ......บ...ก...อ...ก...บ..ช...ต...ช..ด..........โ.ท..ร.....๐...๒...๒...๗..๙.....๙...๕..๒...๐..-..๓...๔.....ต..อ....๕...๑..๖...๐..๓...,..๕...๑..๑...๑..๓................... ·.Õè ...๐..๐...๓..๐....๑..(.พ...)/..................................................Ç¹Ñ ·.Õè ..............ธ..ัน..ว..า..ค..ม.....๒...๕...๖..๐............................... àÃÍè× §.....แ..จ..ง..ป...ร..ะ..ม..ว..ล..ร..ะ..เ..บ..ยี..บ...ก..า..ร..ต..ํา..ร..ว..จ..ไ..ม..เ..ก..ีย่ ..ว..ก..ับ...ค..ด...ี .ล..ัก...ษ..ณ...ะ...ท..ี่.๔...๑....(.เ.ด...ิม..)......................................... ผกก.ตชด.๑๓, ๑๔, ๒๑, ๒๔, ๓๒, ๓๔, ๔๒, ๔๓ และ ผกก.ฝสสน.๒ บก.สสน.บช.ตชด./ผอ.สถานี ดว ย สส.(ฝา ยเลขานกุ าร กนว.) มหี นงั สอื ที่ ๐๐๓๓.๒(๑๐)/๔๕๖๓ ลง ๑๒ ธ.ค. ๖๐ แจง วา ตร. ไดปรับปรุงระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๔๑ (เดิม) การสือ่ สาร พ.ศ.๒๕๖๐ เพอื่ ใหเปนไปตามโครงสรางสว นราชการของสํานกั งาน ตํารวจแหงชาติ และเหมาะสม สอดคลองกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ และอ่ืนๆ ทเี่ กย่ี วขอ ง โดยมผี ลตงั้ แต ๑๐ ต.ค. ๖๐ เปน ตน ไป ซง่ึ ตามระเบยี บฯ ดงั กลา ว จะเกย่ี วขอ งกบั การดาํ เนนิ งาน สถานวี ทิ ยุกระจายเสยี งในเครอื ขาย ตร. ในบทที่ ๗ การรบั และจา ยเงินบํารุงสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี ง และสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น และบทท่ี ๘ การดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น ทัง้ นี้ สามารถดาวนโ หลดระเบยี บฯ ดังกลา วไดทางเวบ็ ไซต บช.ตชด. www.bpp.go.th จึงแจง มาเพื่อทราบและดาํ เนนิ การในสว นเกี่ยวของตอไป พล.ต.ต. ( ณัฐ สงิ หอ ดุ ม ) ผบก.อก.บช.ตชด./เลขานกุ าร คณะกรรมการดาํ เนินงานสถานวี ทิ ยุฯ ตชด.

๑๘๕ ÃÐàºÕºสาํ ¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨáË‹§ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ÇŒ »ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃตําÃǨäÁà‹ ¡ÕÂè ǡѺ¤´Õ Å¡Ñ É³Ð·Õè ôñ (à´ÔÁ) ¾.È.òõöð โดยทเี่ ปน การสมควรปรบั ปรงุ ประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๔๑ (เดมิ ) การสอ่ื สาร เพอื่ ใหเ ปน ไปตามโครงสรา งสว นราชการของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ และเหมาะสมสอดคลอ ง กับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอบังคับ และอ่ืน ๆ ท่เี กี่ยวของ ตลอดจนสถานการณปจจุบัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบญั ญัตติ าํ รวจแหง ชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ เรอื่ ง การกาํ หนดตาํ แหนง ของ ขา ราชการตาํ รวจซงึ่ มอี าํ นาจหนา ทใ่ี นการสอบสวน ลงวนั ท่ี ๕ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๕๙ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ จงึ วางระเบียบไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ใหยกเลิกความในลักษณะที่ ๔๑ (เดิม) การสื่อสาร แหงประมวลระเบียบการ ตํารวจไมเ กยี่ วกบั คดี และใหใชความทแ่ี นบทา ยระเบียบนี้แทน ขอ ๒ ใหใ ชระเบยี บนี้ ต้งั แตบดั น้ีเปน ตน ไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๖๐ พลตาํ รวจเอก ( จกั รทพิ ย ชยั จินดา ) ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ

๑๘๖ ลักษณะท่ี ๔๑ (เดิม) การส่อื สาร บทที่ ๗ การรับและจา ยเงนิ บํารงุ สถานวี ิทยกุ ระจายเสียงและสถานีวทิ ยโุ ทรทัศน ขอ ๑ ในบทนี้ “สถาน”ี หมายความวา สถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งหรอื สถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งาน ตาํ รวจแหง ชาติ ซงึ่ ใหบ รกิ ารตามกฎหมายวา ดว ยการประกอบกจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทศั น และหรอื กฎหมายวา ดว ยองคก รจดั สรรคลนื่ ความถแี่ ละกาํ กบั การประกอบกจิ การวทิ ยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยุ โทรทัศน และกิจการโทรคมนาคม “เงินรายได” หมายความวา เงินท่ีสถานีไดรับไวเปนกรรมสิทธิ์เนื่องจากดําเนินงาน ในกจิ การสถานแี ละการประชาสัมพันธ รวมทงั้ ดอกผลนอกเหนือจากเงนิ งบประมาณ ดังน้ี (๑) เงินทไ่ี ดรบั จากการใหบรกิ ารถา ยทอดรายการ (๒) เงินท่ีไดรับจากการใหบริการโฆษณา และเงินท่ีไดรับจากการแบงเวลาใหผูอื่น ดําเนนิ รายการ (๓) เงนิ ท่ีไดรับจากการแสดงกจิ กรรมตา ง ๆ ทางสถานี (๔) เงินท่ไี ดรับจากการใหบ รกิ ารประชาสมั พันธ (๕) เงินทไี่ ดร ับจากการใหบ ริการอืน่ ๆ ที่เกยี่ วกับสถานี “คณะกรรมการดําเนินงานสถานี” หมายความวา คณะกรรมการดําเนินงานสถานีวิทยุ กระจายเสยี งหรอื คณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ซง่ึ แตง ตง้ั ตามระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตวิ า ดว ยการดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยุ โทรทัศน “ประธานกรรมการดาํ เนนิ งานสถาน”ี หมายความวา ประธานกรรมการดําเนินงานสถานี วทิ ยกุ ระจายเสยี งหรอื ประธานกรรมการดาํ เนนิ งานสถานวี ทิ ยโุ ทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ซ่ึงแตงตั้งตามระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติวาดวยการดําเนินกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยโุ ทรทศั น ขอ ๒ การรบั และจายเงิน ๒.๑ เงนิ รายรบั ของสถานี ใหน าํ ไปเปน เงนิ หมนุ เวยี นตามคาํ สง่ั หวั หนา คณะปฏวิ ตั ิ ที่ ๓๑/๒๕๑๕ ลงวนั ท่ี ๘ มิถุนายน ๒๕๑๕ และนาํ สง ภาษีรายไดต ามระเบียบของกรมสรรพากร

๑๘๗ ๒.๒ การรับเงิน ใหออกใบเสรจ็ รับเงนิ ตามระเบียบท่ีกระทรวงการคลงั กําหนด โดยอนุโลม ๒.๓ การจายเงนิ ตองมีหลกั ฐานการจา ยเงิน โดยจดั ทําหลกั ฐานตามระเบยี บ ที่กระทรวงการคลงั กําหนดโดยอนุโลม ๒.๔ การเกบ็ รกั ษาเงนิ ใหแ ตล ะสถานเี กบ็ เงนิ สดไวห มนุ เวยี นไดไ มเ กนิ สถานลี ะ ๒๐,๐๐๐ บาท นอกนัน้ ใหนําฝากธนาคารรัฐวสิ าหกิจ ๒.๕ การบัญชี ๒.๕.๑ ใหทุกสถานีบันทึกรายการทางบญั ชตี ามหลกั การบญั ชีสากล ๒.๕.๒ ใหม กี ารตรวจสอบภายในเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ งาน การเงนิ การบญั ชี ๒.๕.๓ ใหจัดทาํ งบเทียบยอดเปนประจาํ ทุกเดือน ๒.๕.๔ ใหจัดทาํ แผนการรับจายเงินประจําป ๒.๕.๕ การคํานวณคาเสื่อมราคาและการตั้งสํารองคาเส่ือมใหเปนไป ตามหลักเกณฑท่กี ระทรวงการคลงั กําหนดโดยอนโุ ลม ๒.๕.๖ ใหท ุกสถานจี ดั ทาํ สถานภาพการเงินประจาํ เดือน รายงาน กนว. ผา นเลขานุการ กนว. ภายในวนั ท่ี ๑๐ ของเดอื นถัดไป ๒.๕.๗ ในรอบปบัญชีใหทําการปดบัญชีประจําปและจัดทํางบการเงิน ตามหลักบัญชีท่รี องรับทวั่ ไป รายงาน กนว. ผานเลขานุการ กนว. ภายในเกา สิบวนั นับแตวันปด บัญชี ๒.๕.๘ ใหสถานีจัดเก็บหลักฐานและเอกสารทางการเงินและบัญชีไวใน ทปี่ ลอดภัยตามระเบยี บของทางราชการ ๒.๖ การดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั พสั ดุ ใหป ฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ บงั คบั เกยี่ วกบั การจดั ซอ้ื จา งและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั รวมทง้ั มตคิ ณะรฐั มนตรที เ่ี กย่ี วกบั พสั ดุ การจดั ซอ้ื จดั จา ง หรอื การบริหารพัสดุของหนวยงานของรฐั ขอ ๓ หลักเกณฑก ารจายเงิน การจา ยเงนิ เปน คา ใชจ า ยในการดาํ เนนิ กจิ การของสถานหี รอื ทเ่ี กยี่ วเนอ่ื งกบั การดาํ เนนิ กจิ การ ของสถานีได ในกรณี ดงั น้ี ๓.๑ เปน คา สว นลดใหผ นู าํ โฆษณาเขา ไมเ กนิ รอ ยละยส่ี บิ หา ของการนาํ โฆษณา เขาน้ัน ๓.๒ เปน เงินรางวัล เบี้ยประชมุ หรอื คาตอบแทนอ่นื ๆ ใหแ กคณะกรรมการ ดําเนินงานสถานี ท่ปี รึกษา อนกุ รรมการ เจาหนา ที่ ลกู จา ง หรอื ผูทีป่ ฏิบัตงิ านใหแ กสถานี ๓.๓ เปนเงินบํารุงสวัสดิการขาราชการตํารวจในสังกัดหนวยงานท่ีเปนผูจัดต้ัง สถานตี ามทคี่ ณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานกี าํ หนด และจา ยเปน เงนิ บาํ รงุ สวสั ดกิ ารอน่ื ๆ ตามที่ กนว. กําหนด

๑๘๘ ๓.๔ เปน คา จดั ซอ้ื วสั ดุ ครภุ ณั ฑ คา จา งแรงงาน คา จา งเหมาบรกิ าร คา ซอ มแซม บาํ รุงรักษาครภุ ณั ฑและสิ่งกอ สรา ง ๓.๕ เปนคาใชจ ายในการเดนิ ทางไปราชการ ๓.๖ เปน คาอาหาร คาจดั เลีย้ ง คา รบั รอง และคาใชจ ายอ่นื ๆ ในการประชุม สัมมนาและกจิ กรรมของสถานี ๓.๗ เปน คา เชา ทรพั ยส นิ และคา ใชจ า ยอนื่ ๆ เพอ่ื ประโยชนใ นการดาํ เนนิ กจิ การ และบรหิ ารสถานี ๓.๘ เปนคาใชจายในการฝกอบรม ศึกษาดูงานของกรรมการ เจาหนาท่ี เพ่ือเพ่ิมประสทิ ธิภาพการดาํ เนนิ กิจการของสถานี ๓.๙ สํารองไวเปนคา ใชจ า ยอ่นื ๆ ตามทีก่ ฎหมายกาํ หนด ๓.๑๐ เปนคาใชจายอื่นตามท่ีคณะกรรมการดําเนินงานสถานี กนว. หรือ ผูบ ัญชาการตาํ รวจแหงชาตใิ หค วามเห็นชอบ การเบิกจายตาม ๓.๔ ถึง ๓.๙ ใหใชหลักเกณฑการเบิกคาใชจายตามระเบียบของทาง ราชการ โดยอนุโลม ขอ ๔ อํานาจการจัดสรร การส่ังใช และการส่งั จายเงนิ ๔.๑ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจในการจัดสรรเงินรายได ตาม ๓.๑ ถึง ๓.๙ ใหเหมาะสมกับเงินรายไดประจําเดือนของสถานี โดยไดรับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการดําเนนิ งานสถานีนน้ั ๆ ๔.๒ อาํ นาจการสงั่ ใชเ งินตาม ๓.๑ ถงึ ๓.๙ มีดงั น้ี ๔.๒.๑ ประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจส่ังใชเงินไดภายใน วงเงินไมเ กิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๔.๒.๒ การสงั่ ใชเ งนิ เกนิ กวา ๑๐๐,๐๐๐ บาท แตไ มเ กนิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานีไมน อ ยกวา ก่งึ หน่งึ ๔.๒.๓ การสงั่ ใชเ งนิ เกนิ กวา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตอ งไดร บั ความเหน็ ชอบ จากคณะกรรมการดําเนินงานสถานีไมนอยกวากึ่งหน่ึงและไดรับความเห็นชอบจากผูบัญชาการ ตาํ รวจแหง ชาติ ๔.๓ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจส่ังจายเงินตามขอ ๓ เทา ทจี่ ายจรงิ ๔.๔ ใหประธานกรรมการดําเนินงานสถานีมีอํานาจจายเงินยืมเพ่ือใชทดรอง จา ยในการปฏิบัติงานของสถานีภายในวงเงินไมเกนิ ๑๐๐,๐๐๐ บาท

๑๘๙ ๔.๕ สถานวี ทิ ยทุ มี่ หี นสี้ นิ ผกู พนั ทจ่ี ะตอ งจา ยตามสญั ญา ใหป ระธานกรรมการ ดาํ เนนิ งานสถานีมีอาํ นาจสง่ั จา ยได ขอ ๕ ใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาติแตงต้ังเจาหนาท่ีตรวจสอบงบการเงินและบัญชี ของสถานีตามท่เี ห็นสมควร (ระเบยี บสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ วา ดว ยประมวลระเบยี บการตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๔๑ (เดิม) การสอื่ สาร พ.ศ.๒๕๖๐ ลงวันท่ี ๑๐ ตลุ าคม พ.ศ.๒๕๖๐)

๑๙๐ ลักษณะท่ี ๔๑ (เดมิ ) การสอ่ื สาร บทที่ ๘ การดําเนินกิจการสถานวี ทิ ยุกระจายเสยี งและสถานวี ิทยุโทรทศั น ขอ ๑ ความหมายหรือคําจํากัดความใหเปนไปตามพระราชบัญญัติและหรือระเบียบ ประกาศท่เี ก่ียวขอ ง ดงั น้ี ๑.๑ พระราชบัญญัติวทิ ยคุ มนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ๑.๒ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน พ.ศ.๒๕๕๑ ๑.๓ พระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถ่ีและกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสยี ง วทิ ยุโทรทศั น และกจิ การโทรคมนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หมวด ๑ คณะกรรมการกาํ หนดนโยบายและควบคุมการบรหิ ารสถานวี ิทยกุ ระจายเสยี ง และสถานีวทิ ยโุ ทรทัศน สาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ ๒ ใหมีคณะกรรมการข้ึนคณะหน่ึง เรียกวา “คณะกรรมการกําหนดนโยบาย และควบคุมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน สํานักงานตํารวจแหงชาติ” เรยี กโดยยอวา “กนว.” ประกอบดว ย ๒.๑ ผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ เปน ประธานกรรมการ ๒.๒ รองผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ หรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย ใหรับผดิ ชอบงานสาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร เปน รองประธานกรรมการ ๒.๓ ผชู ว ยผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ หรอื ตาํ แหนง เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย ใหรบั ผิดชอบงานสาํ นกั งานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร เปนรองประธานกรรมการ ๒.๔ ผูบัญชาการสาํ นกั งานกฎหมายและคดี เปน กรรมการ ๒.๕ ผบู ัญชาการสํานกั งานงบประมาณและการเงนิ เปนกรรมการ ๒.๖ ผูบัญชาการหนวยงานที่มีสถานีวิทยุกระจายเสียงในความรับผิดชอบ เปน กรรมการ ๒.๗ ผบู ังคบั การกองกฎหมาย เปนกรรมการ

๑๙๑ ๒.๘ ผูบังคบั การกองคดปี กครองและคดีแพง เปน กรรมการ ๒.๙ ผูบังคบั การกองการเงิน เปนกรรมการ ๒.๑๐ ผูบ งั คับการกองสารนเิ ทศ เปนกรรมการ ๒.๑๑ ขาราชการตํารวจผูทรงคุณวุฒิ หรือขาราชการตํารวจที่มีความรู ความสามารถทีผ่ ูบ ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตเิ ห็นสมควร จํานวนไมเกินหาคน เปน กรรมการ ๒.๑๒ ผบู งั คับการกองตาํ รวจสื่อสาร เปนกรรมการและเลขานกุ าร ๒.๑๓ รองผูบังคับการกองตํารวจส่ือสาร ที่ไดรับมอบหมายใหรับผิดชอบงาน กลมุ งานระบบวิทยกุ ระจายเสียงและวิทยุโทรทศั น กองตาํ รวจสื่อสาร เปนผชู ว ยเลขานกุ าร ใหผูชวยเลขานุการไดรับเงินรางวัลเทากับคณะกรรมการกําหนดนโยบายและควบคุม การบรหิ ารสถานีวทิ ยกุ ระจายเสียงและสถานวี ิทยโุ ทรทศั น สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ ขอ ๓ ในการประชุม กนว. ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวน กรรมการทงั้ หมดจงึ เปน องคป ระชมุ ถา ในการประชมุ คราวใดประธานกรรมการและรองประธานกรรมการ ไมอ ยใู นทป่ี ระชมุ หรอื ไมส ามารถปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ใหก รรมการทมี่ าประชมุ เลอื กกรรมการดว ยกนั คนหนงึ่ เปนประธานในท่ปี ระชมุ มติของที่ประชุม กนว. ใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหน่ึงใหมีเสียงหน่ึงเสียงในการ ลงคะแนน ถา มคี ะแนนเสยี งเทา กนั ใหป ระธานในทป่ี ระชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขน้ึ อกี หนงึ่ เสยี งเปน เสยี งชขี้ าด ขอ ๔ กนว. มอี าํ นาจหนาท่ี ดังนี้ ๔.๑ กาํ หนดนโยบายในการดาํ เนนิ กจิ การสถานวี ทิ ยกุ ระจายเสยี งและสถานวี ทิ ยุ โทรทศั นใ นสงั กดั สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เพอ่ื ใหค ณะกรรมการดาํ เนนิ งานสถานใี ชใ นการบรหิ ารและ ดําเนินกจิ การสถานี ๔.๒ กาํ หนดเงอื่ นไขและพจิ ารณาคาํ ขอจดั ตง้ั หรอื ยา ยสถานใี นสงั กดั สาํ นกั งาน ตํารวจแหงชาติ ทั้งนี้ ภายใตหลักเกณฑและวิธีการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทศั น และกจิ การโทรคมนาคมแหง ชาติ (กสทช.) ๔.๓ กาํ หนดหลกั เกณฑใ นการกาํ กบั ดแู ลการดาํ เนนิ กจิ การสถานใี หเ ปน ไปตาม นโยบายท่สี าํ นกั งานตํารวจแหงชาติและตามกฎ ระเบยี บที่ กสทช. กาํ หนด ๔.๔ ตง้ั อนกุ รรมการเพอ่ื ดาํ เนนิ การควบคมุ ดแู ล และตรวจสอบการบรหิ ารงาน ดานรายการ ดา นการเงินของสถานี ใหเปน ไปตามนโยบายทส่ี าํ นกั งานตํารวจแหง ชาตกิ ําหนด ๔.๕ ใหค าํ แนะนาํ กาํ กบั ดแู ล และตรวจสอบการบรหิ ารงานของสถานี รวมทง้ั มีสิทธิเรียกคณะกรรมการดําเนินงานสถานีในสังกัดมาช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินกิจการวา เปนไป ดวยความเรียบรอย ถกู ตอง ตามเงื่อนไข ขอ บังคับท่ีสํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ และ กสทช. กาํ หนด หรือไม เพยี งใด