Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 4.aephnluukesuuethaksachiiwit_p.4-com

Description: 4.aephnluukesuuethaksachiiwit_p.4-com

Search

Read the Text Version

6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ท่ีเกิดจากกิจกรรม การคดิ วเิ คราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตระหนกั รถู้ งึ ความสาคญั ของการออกกาลงั กาย ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 24 เพลง ออกกาลงั กาย ออกกาลงั ดว้ ยการรอ้ งรา ทาเพลง ใหค้ รน้ื เครง เสยี งเพลงบรรเลงจบั ใจ รารอ้ งกนั ไป ไม่มหี ม่นหมองฤทยั เพราะเราดใี จ ดว้ ยการรอ้ งราทาเพลง กระโดด กระโดด กระโดด กระโดด กระโดดใหพ้ รอ้ มเพรยี งกนั กระโดด เพอ่ื สรา้ งพลงั กาลงั ใหก้ บั พวกเรา ลา ลนั้ ล่า ลาลนั้ ลา ลา่ ลา ลา ล่า (ซ้า) เกม เกมจบั ข้ามแม่น้า ขดี เส้นขนาน 2 เส้น บนพ้นื สนามห่างกนั ประมาณ 50 เซนตเิ มตร เส้น 2 เส้นน้ีเปรยี บเสมอื น สายน้า แต่ละดา้ นของเสน้ ขนาน 2 เสน้ น้ี ขดี เสน้ อกี 1 เสน้ ขนานกนั ห่างกนั ประมาณ 5 เมตร ซง่ึ เปรยี บเสมอื นฝัง่ น้า แบ่งลูกเสอื ออกเป็น 2 ทมี ๆ ละเท่าๆ กนั หนั หน้าเขา้ หากนั ยนื เหยยี บเสน้ แม่น้า เมอ่ื ไดร้ บั สญั ญาณเรมิ่ แข่งขนั ลูกเสอื แต่ละขา้ งต้องพยายามดงึ และจบั ลูกเสอื ฝ่ ายตรงขา้ มใหไ้ ดพ้ รอ้ ม ทงั้ ลากขน้ึ มาไวบ้ นฝัง่ แม่น้าของตนเอง ผทู้ ถ่ี ูกจบั ไวบ้ นฝัง่ ตรงขา้ มสามารถจะไดร้ บั การช่วยเหลอื จาก ฝ่ายของตนเอง โดยทฝ่ี ่ายของตนเองว่ายน้า ( วง่ิ ) ขา้ มฝัง่ มาดงึ ลูกเสอื อกี ฝ่ายหน่ึงกต็ อ้ งป้องกนั ไว้ และพยายามจบั ฝ่ายตรงขา้ มใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุด 150 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

เร่ืองสนั้ ที่เป็นประโยชน์ คนตาบอดกบั ลูกสนุ ัขป่ า กาลครงั้ หน่งึ นานมาแลว้ มคี นตาบอดอยากไดส้ ุนัขไวใ้ นการนาทาง มคี นนาลกู สุนขั ป่าตวั หน่ึง มามอบให้ คนตาบอดใช้มอื ลูกคลาสมั ผสั ไปทวั่ ตวั แล้วจงึ ราพงึ ว่า “เราไม่แน่ใจหรอกว่ามนั เป็นลูกสุนัขบา้ น หรอื ลกู สุนขั ป่า แต่มนั่ ใจไดเ้ ลยวา่ ไมอ่ าจไวใ้ จมนั ได้ หากปลอ่ ยใหเ้ ขา้ ไปอยใู่ นฝงู แกะ เรอ่ื งนี้สอนให้รวู้ ่า คนไมด่ ยี อ่ มแสดงธาตุแทอ้ อกมาถ้าขาดการควบคมุ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ณุ ธรรมทไ่ี ด้ 1. ความพอเพยี ง 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 3. ความรบั ผดิ ชอบ 4. อุดมการณ์ คณุ ธรรม ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามัญเสรมิ สร้างทักษะชีวิต ลูกเสอื ตรี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 151

แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 5 กิจกรรมกลางแจ้ง เวลา 2 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมท่ี 25 น้าดื่มสะอาดและปลอดภยั 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ลกู เสอื สามารถเลอื กด่มื น้าทส่ี ะอาด และปลอดภยั ได้ 2. เนื้อหา น้าด่มื ทส่ี ะอาดและปลอดภยั 3. ส่ือ วสั ดอุ ปุ กรณ์ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 แบบงาน 3.3 ใบความรู้ 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 กิจกรรมครงั้ ที่ 1 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื แบ่งงานใหล้ ูกเสอื แต่ละหมู่ ออกสารวจแหล่งน้าด่มื ในโรงเรยี น โดย ใชแ้ บบสารวจ ดงั น้ี - ความสะอาดของแหล่งน้าด่มื - ตกู้ ดน้าหรอื ตนู้ ้าเหยยี บมกี ารทาความสะอาดบอ่ ยแค่ไหน - แหล่งน้าดม่ื มเี พยี งพอหรอื ไม่ - ความสะอาดของแหลง่ น้าดม่ื และน้าดม่ื ทร่ี า้ นคา้ อาหารนามาบรกิ าร - มกี ารเกบ็ ตวั อยา่ งน้าเพ่อื สง่ ตรวจคณุ ภาพน้าด่มื หรอื ไม่ ฯลฯ (2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เรยี กรวมกอง ตวั แทนหมลู่ กู เสอื รายงานผลการสารวจทลี ะหมู่ (3) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รวบรวมผลการสารวจ และวางแผนดาเนินการแก้ไขในส่วนท่ี ลูกเสอื ดาเนินการไดเ้ อง และแจง้ ผู้เก่ยี วขอ้ งดาเนินการในส่วนท่เี หลอื เช่น การเก็บ 152 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

ตัวอย่างน้าส่งตรวจตามมาตรฐานของกรมอนามยั การแก้ไขแหล่งน้าด่ืมท่ีชารุด เสยี หาย เป็นตน้ (4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 4.2 กิจกรรมครงั้ ที่ 2 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื แบง่ งานใหล้ กู เสอื แต่ละหมู่ ดาเนินการแกไ้ ขในส่วนทล่ี กู เสอื ดาเนนิ การไดเ้ อง เช่นการทาความสะอาดแหลง่ น้าดม่ื ถว้ ยน้าด่มื การรณรงคใ์ ห้ ช่วยกนั ดแู ลรกั ษาความสะอาด เป็นตน้ (2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั ตดิ ตามผลการตรวจคุณภาพน้าดม่ื และการแกไ้ ข จากหน่วยงานเกย่ี วขอ้ ง (3) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เรยี กรวมกอง ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6.องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ท่ีเกิดจากกิจกรรม การคดิ วเิ คราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตระหนกั รถู้ งึ ความสาคญั ของน้าด่มื ทส่ี ะอาด และ ปลอดภยั คู่มอื การจัดกจิ กรรมลกู เสือสามัญเสริมสร้างทักษะชีวิต ลกู เสอื ตรี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 153

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 25 เพลง น้า แสงแดดแผดรอ้ น น้ากลายเป็นไอ ลอยไปส่ทู อ้ งฟ้า รวมกนั เป็นเมฆา ตกมาเป็นฝนฉ่าใจ ฮอ้ื ฮอื ฮอื ฮอื ฝนพรมผนื ป่า กลายมาเป็นลาธาร รวมกนั เป็นแมน่ ้า ไหลลงสทู่ ะเล ฮอ้ื ฮอื ฮอื ฮอื (รอ้ งซา้ ) จบ น้าดี น้าดๆี นนั้ เรากม็ มี ากมาย ถา้ ไมร่ กั ษาไวน้ ้ากเ็ สยี ไดเ้ สยี ดี ไปซอ้ื กนิ ราคากแ็ พงหฉู ่ี น้าด่มื ตอนน้ีราคาแพงกวา่ น้ามนั หากรวู้ ธิ กี กั เกบ็ น้าฝน ลกู เสอื ทกุ คนประหยดั เงนิ ทนั ที เอาน้าเสยี มาทาเป็นน้าดี ทายากทาเยน็ แถมยงั ไมค่ อ่ ยสะอาดซิ เราตอ้ งหาวธิ ี .....เกบ็ กกั รกั ษาน้าดเี อย......(จบ) เรื่องสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ แพะอยากกินน้า กาลครงั้ หน่ึง นานมาแลว้ มแี พะตวั หน่ึงเดนิ มาทบ่ี ่อน้า เม่อื ชะโงกหน้าลงไปกเ็ หน็ สุนขั จง้ิ จอก ตวั หน่งึ อยใู่ นบ่อ จงึ เอ่ยถามวา่ “เพอ่ื นเอ๋ย บ่อน้นี ้าลกึ มากหรอื ไม่” สนุ ขั จง้ิ จอกซง่ึ พลดั ตกลงมาในบอ่ แลว้ หาทางขน้ึ ไปไมไ่ ด้ จงึ โป้ปดออกไปดว้ ยความเจา้ เล่หว์ ่า “ไมล่ กึ เลยเพ่อื นเอ๋ย น้าในบ่อน้ีก็ ใสและเยน็ ช่นื ใจดจี รงิ ๆ เจา้ ลงมากนิ น้าเถดิ ” แพะไม่ทนั คดิ ให้รอบคอบก็รบี กระโดดลงไปในบ่อทนั ที สุนขั จง้ิ จอกจงึ เหยยี บเขาแพะแลว้ ปีนขน้ึ มาทป่ี ากบ่อไดส้ าเรจ็ แลว้ กห็ นั มาหวั เราะเยาะในความโงเ่ ขลา เบาปัญญาของแพะ ก่อนจากไป เร่ืองนี้สอนให้ร้วู ่า ก่อนทจ่ี ะเช่อื สง่ิ ใดหรอื เช่อื ใคร ใหค้ ดิ พจิ ารณาใหร้ อบคอบก่อน 154 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

การดื่มน้า ด่มื ไดท้ งั้ น้าเยน็ น้ารอ้ น หรอื น้าอุณหภมู ปิ กติ ไม่เป็นปัญหาอะไรทงั้ สน้ิ หลกั การง่ายๆ คอื น้า เยน็ ควรด่มื เวลาออกกาลงั กาย จะดูดซมึ เรว็ แต่มขี อ้ ห้ามในผู้หญงิ ทม่ี ปี ระจาเดอื น ไม่ควรด่มื น้าเยน็ เพราะจะยง่ิ ทาใหป้ วดทอ้ งมากขน้ึ ส่วนน้าอุ่น ควรด่มื เพ่อื กระตุ้นลาไส้ ทาใหล้ าไส้บบี ตวั ดี เช่น เวลาทอ้ งเสยี เจบ็ คอ เป็นหวดั สาหรบั เรอ่ื งทห่ี ลายคนสงสยั ว่า การด่มื น้ามาก ๆ ไตจะทางานหนกั หรอื ไม่ คาตอบกค็ อื ตอ้ งด่มื มากเป็น 10 ลติ รตดิ ต่อกนั จงึ จะเป็นพษิ ต่อรา่ งกาย สว่ นคนทวั่ ไปดม่ื น้าอย่างมากกไ็ ดแ้ ค่ 5 ลติ ร จงึ ไม่มี อนั ตรายแต่อยา่ งใด การด่มื น้ายงั ช่วยใหผ้ วิ หนังชุ่มชน้ื และช่วยทาใหส้ มองปลอดโปร่งอกี ดว้ ย ในคนทม่ี อี าการคล้าย จะเป็นหวดั เช่น ปากแห้ง ตาแห้ง ควรด่มื น้ามาก ๆ จะช่วยให้หายเรว็ ขน้ึ ไดแ้ ต่ละวนั เราควรด่มื น้ามาก น้อยแค่ไหน ? คาตอบคอื ควรด่มื น้าตามน้าหนักตวั คอื ด่มื น้า 1 ออนซ์ ต่อน้าหนักตวั 1 กก. เช่น ถ้า น้าหนักตวั 60 กก.กต็ ้องด่มื น้า 60 ออนซโ์ ดยน้า 1 ออนซก์ ป็ ระมาณ 30 ซซี ี คนน้าหนัก 60 กก.กต็ ้องด่มื น้าประมาณ 1,800 ซซี .ี เป็นตน้ เร่อื งนี้สอนให้รวู้ ่า การดม่ื น้าเป็นประโยชน์ต่อรา่ งกาย ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ุณธรรมทไ่ี ด้ 1. ความพอเพยี ง 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. กตญั ญู 4. อุดมการณ์ คณุ ธรรม ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสอื สามญั เสรมิ สร้างทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 155

ใบงาน แบบสารวจ หมลู่ กู เสอื รว่ มกนั สารวจแหลง่ น้าด่มื ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย โดยใชแ้ บบสารวจดา้ นล่างน้ี 1. ตาแหน่งที่สารวจ ....................................................................................................................................... 2. ข้อมลู ที่สารวจ หวั ข้อการสารวจ ผลการสารวจ 2.1 สภาพของแหลง่ น้าด่มื ทพ่ี บ และความสะอาด 2.2 ผรู้ บั ผดิ ชอบทาความสะอาด และความถใ่ี นการทาความ สะอาด 2.3 ความเพยี งพอของแหล่งน้า ดม่ื 2.4 สมั ภาษณ์ความตอ้ งการให้ ปรบั ปรงุ ของนกั เรยี นทม่ี าด่มื น้า 2.5 เกบ็ ตวั อยา่ งน้าส่งตรวจ คณุ ภาพหรอื ไม่ 2.6 หมายเหตุ 156 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

ใบความรู้ น้าดื่ม ชนิ ดของน้าดื่ม 1) น้าประปาด่ืมได้ ปัจจุบนั น้าประปาของการประปานครหลวงผ่านการผลติ และควบคุมคุณภาพทุกขนั้ ตอน ตามมาตรฐานขององคก์ ารอนามยั โลก จงึ ดม่ื ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั แต่ทงั้ น้ขี น้ึ อยกู่ บั ระบบเดนิ ท่อประปา ท่อ เหลก็ มอี ายใุ ชง้ านไมเ่ กนิ 5 ปี ทป่ี ลอดภยั คอื ท่อพลาสตกิ เพราะไมเ่ ป็นสนิมการต้มน้าประปาจะช่วยฆ่า เชอ้ื โรค ลดความกระดา้ งและลดกลน่ิ คลอรนี ไดด้ ว้ ย ส่วนการกรองจะขน้ึ อยกู่ บั ตวั กรองทเ่ี ลอื กใช้ บาง บ้านอาจใช้ตวั กรองถ่าน(Activated carbon) และเรซนิ (Resin) ซ่งึ ก็สะอาดเพยี งพอใกล้เคยี งน้าด่มื บรรจขุ วดเวน้ แต่ไมไ่ ดผ้ ่านขนั้ ตอนการฆา่ เชอ้ื ดว้ ยรงั สอี ุลตรา้ ไวโอเลตหรอื โอโซน แหลง่ น้าประปาปลายท่อสาหรบั ด่มื เช่น ทอ่ ประปา ตอ้ งไมเ่ ป็นสนิมหรอื มรี อยแตกรวั่ เพราะสงิ่ สกปรกจะปนเป้ือนง่าย นอกจากน้คี วรตอ้ งรกั ษาความสะอาด ก๊อกน้า ตกู้ ดน้า ตนู้ ้าพถุ ว้ ยสาหรบั ด่มื น้า และบรเิ วณโดยรอบอยเู่ สมอ 2) น้าฝนที่กกั เกบ็ ไว้ตามบ่อหรอื ถงั เกบ็ น้า จาเป็นตอ้ งตรวจสภาพแหล่งเกบ็ น้าฝนซง่ึ อาจมฝี ่นุ ผงหรอื ใบไมป้ นเป้ือนลงไปได้ เช่น ฝา อาจปิดไม่สนิท แตกรา้ ว และท่อท่ตี ่อออกมาสาหรบั ด่มื ไม่ควรเป็นสนิม ไม่แตกร้าว ถ้วยน้าด่มื และ สภาพแวดลอ้ มตอ้ งสะอาดเช่นกนั 3) น้าดื่มบรรจขุ วด ไดม้ าจากแหลง่ น้าบาดาลและน้าประปาผ่านการกรองชนั้ ถ่านเพ่อื ดดู กลนิ่ และผ่านสาร เรซนิ เพ่อื ลดความกระดา้ งขนั้ ตอนสุดทา้ ยคอื การฆ่าเชอ้ื จุลนิ ทรยี ท์ อ่ี าจปนเป้ือนในน้าดว้ ยการผ่านแสง อุลตรา้ ไวโอเลตหรอื ก๊าซโอโซน ทเ่ี ราเรยี กกนั จนคนุ้ เคยวา่ น้า UV หรอื น้าโอโซนนนั่ เอง 4) น้าธรรมชาติ ไดแ้ ก่ น้าพุน้าแร่น้าบอ่ และน้าพุทเ่ี จาะขน้ึ มาจากแหล่งใตด้ นิ ไมร่ วมแหล่งน้าสาธารณะและ น้าประปาในการผลติ น้าธรรมชาตจิ ะกรองเศษฝ่นุ ละอองและการฆ่าเชอ้ื โรคเท่านนั้ ทาใหน้ ้าแรบ่ รรจุขวด มคี วามใกลเ้ คยี งกบั น้าจากแหล่งกาเนิด และมคี ุณสมบตั แิ ตกต่างกนั ตามแหล่งน้าธรรมชาตทิ ใ่ี ชผ้ ลติ จงึ ต้องมกี ารกาหนดค่าปรมิ าณเกลอื แร่ซง่ึ อาจเกดิ ผลกระทบต่อสุขภาพของเดก็ และสตรมี คี รรภท์ ม่ี รี ะบบ ย่อยอาหารไม่ดเี ท่าคนทวั่ ไป เพราะน้าแร่จะออกฤทธเิ ์ ป็นยาระบาย หากมปี รมิ าณซลั เฟตมากกว่า 600 มลิ ลกิ รมั ต่อลติ ร (ยกเวน้ แคลเซยี มซลั เฟต) ขวดใส่น้าดื่ม ขวดทน่ี ิยมใชบ้ รรจนุ ้าด่มื มี 4 ชนิด คอื ขวดแกว้ ใส ขวดพลาสตกิ ใสและแขง็ ขวดพลาสตกิ เพท ซง่ึ มลี กั ษณะใสและกรอบ และสุดทา้ ย ขวดพลาสตกิ ขาวขนุ่ คูม่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสรมิ สร้างทักษะชีวิต ลกู เสือตรี ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 4 157

ขวด 3 ชนิดแรกใชบ้ รรจุน้าด่มื ไดด้ กี ว่าขวดพลาสตกิ สขี าวขุ่นเคยมกี ารทดลองนาน้าด่มื บรรจุ ขวดสขี าวขนุ่ ไปตงั้ กลางแดดนาน ๆจะมกี ลน่ิ ของพลาสตกิ ปนมากบั น้า แมไ้ มเ่ ป็นอนั ตรายต่อผบู้ รโิ ภค แต่กท็ าใหค้ ุณภาพของน้าลดลง ขอ้ เสยี อกี ประการหน่ึงคอื ขวดขาวขุ่นไม่เหมาะท่จี ะนามารไี ซเคลิ ต่าง จากขวดอกี สามชนิดท่รี ไี ซเคลิ ง่ายและใช้ได้ทนทานกว่าส่วนวนั หมดอายุของน้าด่มื บรรจุขวดนัน้ คอื ประมาณ 2 ปีนบั จากวนั ผลติ ทร่ี ะบไุ วบ้ นฉลาก การเลือกซื้อผลิตภณั ฑน์ ้าด่ืมในภาชนะบรรจปุ ิ ดสนิท เพ่อื ความปลอดภยั ในการบรโิ ภค แมจ้ ะเป็นเพยี งน้าด่ืมธรรมดา ๆ ก็ควรอ่านฉลากก่อนซอ้ื โดยสงั เกตรายละเอยี ด เช่นช่อื และทต่ี งั้ ของผผู้ ลติ ปรมิ าตรสุทธิ และตอ้ งมเี คร่อื งหมาย อย.พรอ้ มเลข ทะเบยี น 13 หลกั นอกจากน้คี วรใหค้ วามสาคญั กบั ภาชนะทบ่ี รรจนุ ้าด่มื ตอ้ งสะอาด ไมร่ วั่ ซมึ ฝาปิดผนึก ไมม่ รี อ่ งรอยการเปิดใช้ หากเป็นน้าชนดิ ถงั ขนาดใหญ่ (แกลลอน)ควรตรวจสอบฉลากพลาสตกิ ทร่ี ดั ปาก ถงั ตามรายละเอยี ดทก่ี ล่าวขา้ งต้น และควรสงั เกตลกั ษณะของน้าต้องใสสะอาด ไม่มตี ะกอน กลน่ิ หรอื รสชาตทิ ผ่ี ดิ ปกตอิ กี ดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม หากพบเหน็ การผลติ น้าด่มื ทน่ี ่าสงสยั ว่าจะไม่มคี ุณภาพมาตรฐาน หรอื ไม่ผ่าน การพจิ ารณาอนุญาตจาก อย. ควรแจ้งร้องเรยี นท่หี มายเลขโทรศพั ท์ 0-2590-7354 – 5 หรอื ทาง จดหมายท่ี ตู้ ปณ. 52 ปทจ. นนทบุรี 11000 สาหรบั ในส่วนภูมภิ าคสามารถแจ้งได้ท่สี านักงาน สาธารณสุขจงั หวดั นนั้ หรอื สาธารณสุขอาเภอ และเบอรค์ ุม้ ครองผบู้ รโิ ภค 158 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 6 ประเมินผล แผนการจดั กิจกรรมท่ี 26 การประเมินผล เวลา 2 ชวั่ โมง 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.1 เพ่อื ใหล้ กู เสอื เขา้ ใจการประเมนิ ผลเพ่อื การตดั สนิ ผลการผ่าน ไมผ่ ่านกจิ กรรม 1.2 เพ่อื ใหล้ กู เสอื เขา้ ใจการประเมนิ พฤตกิ รรมทกั ษะชวี ติ ทล่ี กู เสอื ไดร้ บั การพฒั นา 1.3 เตรยี มความพรอ้ มรบั การประเมนิ ตามวธิ กี ารของผกู้ ากบั กองลกู เสอื 2. เนื้อหา 2.1 เกณฑก์ ารตดั สนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นตามหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 2.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมทกั ษะชวี ติ 3. ส่ือการเรียนรู้ 3.1 Flow Chart การประเมนิ เพอ่ื ตดั สนิ ผลการเลอ่ื นชนั้ ของลกู เสอื และจบการศกึ ษา 3.2 แบบประเมนิ ทกั ษะชวี ติ ของลกู เสอื รายบุคคลหรอื รายหมลู่ กู เสอื 3.3 แบบประเมนิ ตนเองของลกู เสอื ประจาปีการศกึ ษา 3.4 ใบความรู้ 4. กิจกรรม 4.1 ผกู้ ากบั ลกู เสอื อธบิ ายหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามทห่ี ลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 กาหนดเพ่อื ตดั สนิ การจบการศกึ ษา 4.2 ผกู้ ากบั ลกู เสอื อธบิ ายถงึ พฤตกิ รรมของลกู เสอื ทไ่ี ดร้ บั การเสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ ผา่ น กจิ กรรมลกู เสอื 4.3 ลกู เสอื ประเมนิ ความพรอ้ มของตนเองเพอ่ื รบั การประเมนิ และวางแผนพฒั นาตนเองใน ส่วนทไ่ี ม่มนั่ ใจ 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื กาหนดขอ้ ตกลงรว่ มกนั ถงึ ช่วงเวลาการประเมนิ 4.5 ผกู้ ากบั ลกู เสอื นดั หมายและดาเนินการประเมนิ 5. การประเมินผล 5.1 จากผลการประเมนิ ตนเองของลูกเสอื 5.2 สงั เกตความมนั่ ใจและการยนื ยนั ความพรอ้ มของลกู เสอื คู่มอื การจัดกจิ กรรมลูกเสือสามัญเสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 159

ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 26 1. แนวทางการประเมินผลตามเกณฑข์ องหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พ .ศ.2551 Flow Chart กระบวนการประเมินผลลูกเสือ จดั กิจกรรม เกณฑ์การประเมนิ ตามค่มู ือการจดั กจิ กรรมลกู เสือท่ี 1. เวลาเขา้ รว่ มกิจกรรม 2. การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม เสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ 3. ผลงาน / ช้ินงาน 4. พฤตกิ รรม/คณุ ลักษณะของ ผูก้ ากบั ประเมินผลเรยี นของ ลกู เสือ ลูกเสือทร่ี ว่ มกจิ กรรม ผลการประเมนิ ไมผ่ า่ น - ซ่อมเสรมิ - พัฒนาซา้ ผ่าน ผา่ น ตัดสินผลการเรยี นร้ผู ่านเกณฑ์ รบั เครื่องหมายช้นั ลกู เสือ ตามประเภทลูกเสอื 160 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

แบบประเมินตนเองของลกู เสือประจาปี การศึกษา...................................... ชื่อลกู เสือ................................................... ลูกเสือ................. ชนั้ ................. ปี การศึกษา.............. การ รายการที่รบั การประเมิน เกณฑท์ ี่ การประเมินตนเอง ข้อคิดเหน็ ที่ สถานศึกษา ครบ/ ไม่ครบ/ การพฒั นา ผา่ น ไมผ่ า่ น กาหนด 1 1. เขา้ รว่ มกจิ กรรมลกู เสอื 1.1 รว่ มกจิ กรรมการฝึกอบรม 30 ชวั่ โมง/ปี 1.2 รว่ มกจิ กรรมวนั สาคญั - วนั สถาปนาลกู เสอื 1 ครงั้ / ปี - วนั ถวายราชสดุดี 1 ครงั้ / ปี - วนั พ่อแห่งชาติ 1 ครงั้ / ปี - วนั แมแ่ หง่ ชาติ 1 ครงั้ / ปี - วนั ตา้ นยาเสพตดิ 1 ครงั้ / ปี - กจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์อ่นื ๆ 1 ครงั้ / ปี - กจิ กรรมวฒั นธรรม/ ประเพณี 2 ครงั้ / ปี 1.3 เดนิ ทางไกล/ อยคู่ า่ ยพกั แรม 1 ครงั้ / ปี 2 2. มผี ลงานชน้ิ งานจากการเรยี นรู้ / กจิ กรรมลกู เสอื 2.1 ผลงานการบรกิ าร 1 รายการ/ปี 2.2 ชน้ิ งาน/ งานทค่ี ดิ สรา้ งสรรค์ 1 รายการ/ปี 2.3 อ่นื ๆ เช่น รายงานฯ 1 รายการ/ปี 3 3. มคี วามพรอ้ มเขา้ รบั การทดสอบเพ่อื รบั เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษตามประเภท ของลกู เสอื 3.1............................................. 3.2............................................. 3.3............................................. 3.4............................................. 3.5……………………………….. ผา่ นและพรอ้ ม สรปุ ผลการประเมินตนเอง  ฉนั พอจะมคี วามพรอ้ มรบั ประเมนิ  ตอ้ งการความช่วยเหลอื จากผกู้ ากบั ลกู เสอื  ฉนั มนั่ ใจวา่ ผ่านแน่นอน  ฉนั ยงั ไมพ่ รอ้ มรบั การประเมนิ คูม่ อื การจัดกิจกรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สร้างทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 4 161

แบบประเมินพฤติกรรมทกั ษะชีวิตของลกู เสือสาหรบั ผกู้ ากบั ลกู เสือสามญั ชื่อลกู เสือ................................................... ลูกเสือ................. ชนั้ ................. ปี การศึกษา............. พฤติกรรมลกู เสือสามญั ท่ีคาดหวงั ใช่ ไม่ใช่ รายการประเมิน 1. ลกู เสอื มที กั ษะในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมกลางแจง้ 2. ลกู เสอื รว่ มกจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์ 3. ลกู เสอื ช่วยตนเองและครอบครวั ได้ 4. ลกู เสอื ไมม่ ปี ัญหาทนั ตสุขภาพ ไมด่ ม่ื น้าอดั ลม ขนมกรบุ กรอบ ไม่ รบั ประทาน ขนมหวานเป็นประจา 5. ลกู เสอื ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์และไมต่ ดิ เกม 6. ลกู เสอื ประพฤตติ นเหมาะสมกบั เพศและวยั มที กั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพ และการสอ่ื สารไมก่ ้าวรา้ วรนุ แรง 7. ลกู เสอื แสดงออกถงึ ความซ่อื สตั ย์ รจู้ กั แกป้ ัญหา หรอื ใหค้ วามช่วยเหลอื ผอู้ ่นื 8. ลกู เสอื มนี ้าหนกั และสว่ นสงู ตามเกณฑม์ าตรฐาน สรปุ แบบการประเมินตนเอง ☺ มที กั ษะชวี ติ จะมที กั ษะชวี ติ ดหี าก ตอ้ งพฒั นาตนเอง ไมแ่ น่ใจชวี ติ พรอ้ มเผชญิ ไดแ้ กไ้ ขปรบั ปรุง บางเรอ่ื ง (มปี ัญหาแลว้ นะ) อยา่ งรอดปลอดภยั พฤตกิ รรม จงึ จะมที กั ษะชวี ติ ทด่ี ี (เสย่ี งนะเน่ยี ) เรื่องที่ฉันจะต้องปรบั ปรงุ 1) .................................................................................................................................................. 2) .................................................................................................................................................. 3) ................................................................................................................................................... 4) ................................................................................................................................................... 162 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

ใบความรู้ ผลการผา่ นเกณฑ์ การประเมินกิจกรรมลกู เสือ 1. การประเมินผลการเรยี นร้ตู ามแนวทางหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน 2551 หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน กาหนดใหก้ จิ กรรมลูกเสอื เป็นกิจกรรมท่มี ุ่งปลูกฝัง ระเบยี บวนิ ัยและกฎเกณฑเ์ พ่อื การอย่รู ่วมกนั รจู้ กั การเสยี สละ บาเพญ็ ประโยชน์แก่สงั คมและดาเนิน วถิ ชี วี ติ ในระบอบประชาธปิ ไตย ตลอดจนมที กั ษะชวี ติ เป็นภมู คิ ุม้ กนั ปัญหาสงั คมตามช่วงวยั ของลกู เสอื การจัดกิจกรรมลูกเสือ ยังต้องเป็นไปตามข้อบังคับของสานักงานลูกเสือแห่งชาติ และ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานอกี ดว้ ย 2. การประเมินผลการตดั สินการผา่ นกิจกรรมลูกเสือ กจิ กรรมลูกเสอื เป็นกจิ กรรมนักเรยี นทล่ี กู เสอื ทุกคนตอ้ งเขา้ รว่ มกจิ กรรมลูกเสอื 40 ชวั่ โมงต่อ ปีการศกึ ษาในระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา การประเมนิ การจดั กจิ กรรมลูกเสอื ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานมปี ระเด็นต้อง ประเมนิ ดงั น้ี 2.1 เวลาในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด 2.2 การเรยี นรผู้ ่านกจิ กรรมหรอื การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมอย่างต่อเน่ือง มุ่งเน้นการพฒั นาศกั ยภาพ ของตนและการทางานกล่มุ 2.3 ผลงานท่ปี รากฏจากการเรยี นรู้ หรอื คุณลกั ษณะของผู้เรยี น/ พฤตกิ รรม/ ช้นิ งาน/ การ เปลย่ี นแปลงตนเอง 3. การประเมินกิจกรรมลูกเสือ มี 2 แนวทาง คือ 1) การประเมินกิจกรรมลกู เสือรายกิจกรรมมีแนวปฏิบตั ิดงั นี้ 1.1) ตรวจสอบเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมของลกู เสอื ใหเ้ ป็นไปตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด 1.2) ประเมนิ กจิ กรรมการเรยี นรจู้ ากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและผลงาน คุณลกั ษณะ / ช้นิ งาน/ ของผเู้ รยี นตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนดไว้ ดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย เน้นการมสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ กจิ กรรม 1.3) ลูกเสอื ท่มี เี วลาการเขา้ ร่วมกิจกรรม มกี ารปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและผลงาน / ชิิิ้นงาน / คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนดเป็นผผู้ ่านการประเมนิ รายกจิ กรรมและนาผลการประเมนิ ไป บนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น 1.4) ลูกเสือท่มี ผี ลการประเมนิ ไม่ผ่านในเกณฑ์เวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบตั ิ กจิ กรรมและผลงาน คุณลกั ษณะตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด ลกู เสอื ตอ้ งดาเนินการซอ่ มเสรมิ และประเมนิ คูม่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสรมิ สร้างทกั ษะชีวิต ลกู เสอื ตรี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 163

จนผ่าน ทงั้ น้ีควรดาเนินการให้เสรจ็ ส้นิ ในปีการศกึ ษานัน้ ๆ ยกเวน้ มเี หตุสุดวสิ ยั ใหอ้ ย่ใู นดุลพินิจของ สถานศกึ ษา 2) การประเมินกิจกรรมลกู เสือเพ่ือการตดั สินใจ การประเมนิ กจิ กรรมลกู เสอื เพอ่ื ตดั สนิ ควรไดร้ บั เครอ่ื งหมายและเล่อื นระดบั ทางลกู เสอื และ จบการศกึ ษาเป็นการประเมนิ การผ่านกจิ กรรมลกู เสอื เป็นรายปี เพ่อื สรปุ ผลการผา่ นในแต่ละ/ รายภาค/ สรุปผลรวมเพ่อื เล่อื นชนั้ ระดบั ลูกเสอื และกจิ กรรม สรุปผลรวมเพ่อื สรุปผลการผ่านในแต่ละกิจกรรม ประมวลผลรวมในปีสุดท้ายเพ่อื การจบแต่ละระดบั การศกึ ษา โดยการดาเนินงานดงั กล่าว มแี นวทาง ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี 2.1) กาหนดใหม้ ผี รู้ บั ผดิ ชอบในการรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั การเขา้ รว่ มกจิ กรรมลกู เสอื ของ ลกู เสอื ทกุ คนตลอดระดบั การศกึ ษา 2.2) ผู้รบั ผดิ ชอบสรุปและตดั สนิ ใจผลการร่วมกจิ กรรมลูกเสอื ของลูกเสอื เป็นรายบุคคล รายหมู่ ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด 164 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

Flow chart ขนั้ ตอน แนวทางการประเมินผลการเรียนร้กู ิจกรรมลูกเสือ แผนการจดั กิจกรรมลูกเสือ จัดกิจกรรมลูกเสอื เกณฑ์การประเมนิ ตามคมู่ อื การจดั กจิ การลกู เสือที่ 1. เวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม เสรมิ สรา้ งทักษะชวี ติ 3. ผลงาน / ชนิ้ งาน 4. คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ ประเมินผลการเรียนรู้ ผลการประเมิน ไมผ่ า่ น ซ่อมเสรมิ ผา่ น ผ่าน สรุปผลการประเมิน/ ตัดสินผลการเรียนรู้ รายงาน / สารสนเทศ จัดพธิ ีประดับเครื่องหมายลกู เสอื ตามประเภทลูกเสือ ค่มู อื การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามญั เสริมสร้างทกั ษะชีวติ ลูกเสือตรี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 165

4. เกณฑก์ ารตดั สิน 4.1 กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานกาหนดไว้ 2 ระดบั คอื ผา่ น และ ไมผ่ า่ น 4.2 เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการประเมนิ รายกจิ กรรม ผ่าน หมายถึง ลูกเสอื มเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบตั ิกิจกรรมและมี ผลงาน / คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนด/ ชน้ิ งาน ไมผ่ า่ น หมายถงึ ลกู เสอื มเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมไมค่ รบตามเกณฑ์ ไมผ่ า่ นการปฏบิ ตั ิ 4.3 เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการประเมนิ กจิ กรรมลกู เสอื รายปี / รายภาค ผ่าน หมายถงึ ลูกเสอื มผี ลการประเมนิ ระดบั “ผ่าน” ในกจิ กรรมสาคญั ตามหลกั สูตร ลกู เสอื แต่ละประเภทกาหนดรวมถงึ หลกั สตู รลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ ไม่ผา่ น หมายถงึ ลูกเสอื มผี ลการประเมนิ ระดบั “ไม่ผ่าน” ในกจิ กรรมสาคญั ท่หี ลกั สูตร ลกู เสอื แต่ละประเภทกาหนดและลกู เสอื ทกั ษะชวี ติ 4.4 เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลการประเมนิ กจิ กรรมลกู เสอื เพ่อื จบหลกั สตู รลกู เสอื แต่ละประเภทเป็นรายชนั้ ปี ผ่าน หมายถงึ ลูกเสอื มผี ลการประเมนิ ระดบั ”ผ่าน“ทุกชนั้ ปีในระดบั การศึกษานัน้ ไม่ผา่ น หมายถงึ ลกู เสอื มผี ลการประเมนิ ระดบั “ไมผ่ ่าน” บางชนั้ ปีในระดบั การศกึ ษานนั้ (หมายเหตุ การประเมนิ ผลอาจเขยี นแยกการประเมนิ ผลแต่ละกจิ กรรม หรอื เขยี นรวมการ ประเมนิ รวบยอดกจิ กรรมลกู เสอื ทม่ี พี ฤตกิ รรมต่อเน่อื งหรอื เมอ่ื สน้ิ สดุ กจิ กรรมรายปี) เอกสารอ้างอิง กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั . 2551. 166 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

2. การประเมินพฤติกรรมทกั ษะชีวิตและคณุ ลกั ษณะทางลกู เสือ 2.1 ความสามารถท่ีคาดหวงั ให้เกิดขึ้นกบั ลูกเสือโดยรวม คือ 1) ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2) ความสามารถในการคดิ สรา้ งสรรค์ 3) ความสามารถในการเหน็ ใจผอู้ ่นื 4) เหน็ คณุ ค่าตนเอง 5) รบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 6) ความสามารถในการสอ่ื สารเพอ่ื สรา้ งสมั พนั ธภาพ 7) ความสามารถในการตดั สนิ ใจ 8) ความสามารถในการจดั การแกไ้ ขปัญหา 9) ความสามารถในการจดั การกบั อารมณ์ 10) ความสามารถในการจดั การกบั ความเครยี ด 2.2 พฤติกรรมที่คาดหวงั ให้เกิดขึน้ กบั ลกู เสือแต่ละชนั้ ปี 1) ลกู เสือสารอง (1) มที กั ษะในการสงั เกตและจดจา (2) พง่ึ ตนเอง ดแู ลตนเองได้ (3) รจู้ กั รกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม (4) ไมเ่ จบ็ ป่วยดว้ ยโรคตดิ ต่อตามฤดกู าล (5) ปฏเิ สธสง่ิ เสพตดิ ทุกชนิด (6) พดู จาสอ่ื สารเชงิ บวก ไม่กา้ วรา้ วรุนแรง (7) แกป้ ัญหาเฉพาะหน้าได้ (8) ใหค้ วามช่วยเหลอื เพอ่ื นในภาวะวกิ ฤติ 2) ลูกเสือสามญั (1) มที กั ษะในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมกลางแจง้ (2) รว่ มกจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์ดว้ ยจติ อาสา (3) พง่ึ ตนเองและช่วยเหลอื ครอบครวั (4) ไมด่ ม่ื น้าอดั ลม (5) ไมร่ บั ประทานขนมหวานและขนมกรบุ กรอบ (6) ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ (7) รจู้ กั พดู เชงิ บวก ไมพ่ ดู กา้ วรา้ วรุนแรง (8) มคี วามซ่อื สตั ย์ ไมโ่ กหก (9) รจู้ กั แก้ปัญหาดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี (10) มนี ้าหนกั สว่ นสงู ตามเกณฑม์ าตรฐาน คมู่ ือการจัดกิจกรรมลูกเสอื สามญั เสรมิ สร้างทกั ษะชีวติ ลกู เสือตรี ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 167

3) ลูกเสือสามญั ร่นุ ใหญ่ (1) มที กั ษะในการทากจิ กรรมตามความสนใจ (2) มจี ติ อาสาทาประโยชน์/ ไมก่ ่อความเดอื ดรอ้ น ใหก้ บั ครอบครวั สถานศกึ ษา ชุมชน สงั คม (3) ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ (4) รว่ มกจิ กรรมส่งเสรมิ อนุรกั ษ์ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมไทย (5) มที กั ษะการคดิ วเิ คราะห์ การยบั ยงั้ ไมเ่ ป็นทาสของส่อื โฆษณา (6) มที กั ษะการใชป้ ระโยชน์จาก Internet (7) มผี ลงาน/ โครงการการประหยดั พลงั งาน/ ทรพั ยากร (8) มกี ารออมหรอื ทาบญั ชรี ายรบั รายจา่ ยของตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง (9) มที กั ษะการหลกี เลย่ี ง ลอดพน้ และไมเ่ กดิ อุบตั เิ หตุจากการใชย้ านพาหนะ (10) ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั สงิ่ เสพตดิ ทุกประเภท 4) ลกู เสือวิสามญั (1) มผี ลงาน/ โครงการเฉพาะทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อตวั เอง/ สงั คม (2) มจี ติ อาสาและบรกิ าร (3) รวู้ ธิ ปี ้องกนั / และหลกี เลย่ี งความเสย่ี งทางเพศ (4) ใชเ้ วลากบั สอ่ื IT อยา่ งเหมาะสม ไมเ่ กดิ ความเสยี หายต่อวถิ ชี วี ติ ปกตขิ อง ตนเอง (5) ไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั สงิ่ เสพตดิ (6) มคี า่ นิยมดา้ นสุขภาพอยา่ งเหมาะสม ไมเ่ กดิ ผลเสยี ตามมา (7) มคี ่านยิ มดา้ นการรบั ประทานอาหารทเ่ี หมาะสม ไมเ่ กดิ ผลเสยี หายตามมา (8) มคี ่านิยมดา้ นความงามทเ่ี หมาะสมไมเ่ กดิ ผลเสยี หายตามมา (9) ไมม่ พี ฤตกิ รรมก้าวรา้ วและก่อเหตุรนุ แรง อ้างอิงจาก คมู่ อื การเทยี บระดบั (Benchmarking) กจิ กรรมลกู เสอื เสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ 2558 168 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4 หน่วยท่ี 7 พิธีการ แผนการจดั กิจกรรมที่ 27 พิธีเข้าประจากองลกู เสือสามญั และการประดบั เครื่องหมายลูกเสือตรี จานวน 1 ชวั่ โมง 1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพอ่ื รบั รองลกู เสอื สารองไวเ้ ป็นลกู เสอื สามญั อยา่ งสมบรู ณ์ 2. เนื้อหา พธิ เี ขา้ ประจากองลกู เสอื สามญั 3. ส่ือการเรียนรู้ 3.1 โต๊ะหมูบ่ ูชา (กรณีลกู เสอื นบั ถอื ศาสนาพุทธทงั้ กอง) (ไมจ่ าเป็นตอ้ งมโี ต๊ะหมู่บูชากไ็ ด้ เพราะในพธิ กี ารไมม่ พี ธิ ที างศาสนา อา้ งองิ ตามหลกั สตู รการฝึกอบรมผูก้ ากบั ลูกเสอื สามญั ขนั้ ความรู้ เบอ้ื งตน้ ในบทเรยี นท่ี 4 เร่อื งพธิ กี ารลกู เสอื สามญั ) 3.2 ลกู เสอื เก่า และลกู เสอื ใหม่ 3.3 เครอ่ื งหมายลกู เสอื ตรี เท่าจานวนลกู เสอื ใหม่ 4. กิจกรรม 4.1 จดั เตรยี มสถานทใ่ี นหอ้ งประชมุ หรอื สนามกลางแจง้ ทเ่ี ป็นสถานทท่ี เ่ี หมาะสม 4.2 ผกู้ ากบั และลกู เสอื พรอ้ มกนั ในหอ้ งประชุม 4.3 ผกู้ ากบั เป็นประธานจดุ ธปู เทยี นบชู าพระรตั นตรยั และถวายสกั การแดพ่ ระรปู รชั กาลท่ี 6 ผกู้ ากบั และลกู เสอื รว่ มกนั ถวายราชสดุดี (ในพธิ กี ารทอ่ี า้ งองิ ไมม่ ขี นั้ ตอนน้ี จงึ ควรตดั ออก) 4.4 ผกู้ ากบั กลา่ วถงึ การไดร้ บั อนุมตั กิ ารผ่านกจิ กรรมตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากาหนดไว้ และ ตอ้ นรบั ใหเ้ ขา้ ประจากองลกู เสอื พรอ้ มทงั้ ประดบั เครอ่ื งหมายลกู เสอื ตรี 4.5 ดาเนินกจิ กรรม/พธิ กี ารเขา้ ประจากองลกู เสอื สามญั และมอบเครอ่ื งหมายลกู เสอื ตรใี หก้ บั ลกู เสอื ทกุ คน 4.6 ผกู้ ากบั ลกู เสอื และผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื ตลอดจนลูกเสอื รนุ่ พแ่ี สดงความชน่ื ชม (ดว้ ยการ สมั ผสั มอื แบบลกู เสอื ) ยนิ ดกี บั ลกู เสอื ตรที กุ นาย 5. การประเมินผล จดั ทาสารสนเทศลกู เสอื ทุกคน คูม่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสอื สามญั เสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสอื ตรี ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 169

กิจกรรมพิธีเข้าประจากองลกู เสือสามญั เม่อื ลูกเสอื สอบได้วชิ าลูกเสอื ตรแี ลว้ กองลูกเสอื แต่ละกองต้องจดั ทาพธิ ปี ฏญิ าณตวั ข้นึ เพ่อื รบั รองลกู เสอื ไวเ้ ป็นลกู เสอื อยา่ งสมบรู ณ์ อนั มหี ลกั ปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปน้ี พิธีเข้าประจากองลูกเสือสามญั พธิ เี ขา้ ประจากองลูกเสอื หรอื เรยี กว่าพธิ ปี ฏญิ าณตนน้ี ใหเ้ ป็นหน้าทข่ี องกองลูกเสอื ต่างกอง ต่างจดั ทาและใหป้ ฏบิ ตั ดิ งั น้ี 1. จดั ลูกเสอื เก่า (คอื ลูกเสอื ท่ไี ด้ปฏญิ าณตนแล้ว) อย่างน้อย 6 คน เป็นผู้แทนคณะลูกเสือ แห่งชาติ เข้าแถวหน้ากระดานและลูกเสือใหม่ (คือลูกเสอื ท่จี ะปฏิญาณตน) เข้าแถวหน้ากระดาน เหมอื นกนั อยหู่ ลงั ลกู เสอื เก่า (ลกู เสอื เก่าและลกู เสอื ใหมม่ พี ลอง) 2. ผกู้ ากบั ยนื อยู่หน้าแถว มรี องผกู้ ากบั 2 คน ยนื อยดู่ า้ นขวามอื ของผกู้ ากบั เพ่อื รบั ฝากพลอง กบั หมวกของลกู เสอื ใหม่ 3. ผู้กากบั เรยี กลูกเสอื ใหม่ (สมมุตวิ ่าลูกเสอื ใหม่ช่อื นายแดง รกั ไทย) ว่า “นายแดง รกั ไทย มาแลว้ หรอื ยงั ” (ถ้านายแดง รกั ไทย เคยเป็นลูกเสอื สารองมาก่อน กใ็ ห้เรยี กว่า “ลูกเสอื แดง รกั ไทย” นายหม่ทู อ่ี ย่หู วั แถวลูกเสอื ผู้นัน้ ก้าวออกมาขา้ งหน้า 1 ก้าว ทาวนั ทยาวุธ พรอ้ มกบั ขานว่า “มาแล้ว” และใหน้ ายหม่เู รยี กช่อื ซ้าอกี ว่า นายแดง รกั ไทย นายแดง รกั ไทย ขานรบั ว่า “อย่”ู แลว้ วง่ิ ออกมามอบ พลองกบั หมวกไวท้ ร่ี องผกู้ ากบั (เวลาวงิ่ ใหว้ ง่ิ ไปดา้ นซา้ ยของแถว) แลว้ ไปยนื หน้าผกู้ ากบั เป็นแถวหน้า กระดานทลี ะคนจนหมดหมู่ (ครงั้ หน่ึงๆ ไม่ควรเกนิ 8 คน) เมอ่ื หมดคนในหมแู่ ลว้ ใหน้ ายหม่วู งิ่ ไปอย่หู วั แถว (นายหมวู่ ง่ิ ตรงไปหน้าผกู้ ากบั เลย) 4. ผกู้ ากบั เรมิ่ ทาการสอบถาม ดงั น้ี ผกู้ ากบั “เขา้ ใจหรอื ไมว่ ่า คามนั่ สญั ญาของเจา้ คอื อะไร” ลกู เสอื ใหม่ “ขา้ เขา้ ใจว่า คอื ขา้ สญั ญาวา่ จะทาอย่างไรแลว้ ตอ้ งทาเหมอื นปากพูดทกุ อยา่ ง” ผกู้ ากบั “ถา้ เช่นนนั้ จะใหเ้ ช่อื ไดห้ รอื ไมว่ ่า” “ขอ้ 1. เจา้ จะจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ”์ “ขอ้ 2. เจา้ จะช่วยเหลอื ผอู้ ่นื ทุกเมอ่ื ” “ขอ้ 3. เจา้ จะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลกู เสอื ” ลกู เสอื ใหมแ่ สดงรหสั แลว้ กล่าวว่า “ดว้ ยเกยี รตขิ องขา้ ขา้ สญั ญาว่า” “ขอ้ 1. ขา้ จะจงรกั ภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ”์ “ขอ้ 2. ขา้ จะช่วยเหลอื ผอู้ ่นื ทุกเมอ่ื ” “ขอ้ 3. ขา้ จะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลกู เสอื ” (ขณะทล่ี ูกเสอื ใหม่กล่าวคาปฏญิ าณตนน้ี ลกู เสอื เก่าและลูกเสอื ใหม่ทอ่ี อกมาปฏญิ าณตนแล้ว ให้ยกพลองมาวางไวก้ ่งึ กลางระหว่างเท้าทงั้ สอง พลองส่วนบนพงิ แขนซ้ายซ่งึ งอเป็นมุมฉากรอรบั อยู่ แลว้ แสดงรหสั ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื และลกู เสอื ทอ่ี ยใู่ นบรเิ วณนนั้ แสดงรหสั ดว้ ย) 170 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

ผกู้ ากบั “เจา้ จงรกั ษาคามนั่ สญั ญาของเจา้ ไวใ้ หม้ นั่ ต่อไป บดั น้ีเจา้ ไดเ้ ขา้ เป็นลกู เสอื สามญั และ เป็นสมาชกิ ผหู้ น่งึ ของคณะพน่ี ้องลกู เสอื แหง่ โลกอนั ยง่ิ ใหญ่แลว้ ” 5. เม่อื สน้ิ คาผู้กากบั ใน ขอ้ 4. ใหร้ องผูก้ ากบั ทงั้ สองคนนาพลองและหมวกไปมอบให้ลูกเสอื ใหม่ 6. เม่อื ลกู เสอื ใหมร่ บั พลองและหมวกเรยี บร้อยแลว้ นายหมู่สงั ่ ว่า “ลูกเสอื ใหม่กลบั หลงั หนั ” ลูกเสอื ใหมร่ วมทงั้ นายหมู่ทากลบั หลงั หนั แลว้ นายหมู่สงั ่ ต่อ “ลกู เสอื ใหม่ ทาความเคารพลูกเสอื เก่า วนั ทยาวุธ” ทงั้ ลกู เสอื ใหม่และลกู เสอื เก่าทาวนั ทยาวุธพรอ้ มกนั นายหมูส่ งั ่ “เรยี บอาวุธ” เมอ่ื ทุกคน เรยี บอาวุธแลว้ 7. ผกู้ ากบั สงั่ ว่า “ลูกเสอื ใหม่ เขา้ ประจาหมู่ – วงิ่ ” ใหน้ ายหมพู่ าลูกเสอื ใหม่วงิ่ เขา้ ประจาท่ี (ท่ี เดมิ ) 8. เมอ่ื ทกุ คนไดท้ าพธิ ปี ฏญิ าณตนหมดแลว้ ผกู้ ากบั จดั ใหแ้ ถวหนั หน้าไปทางกรุงเทพฯ ถา้ เป็น กรุงเทพฯ ให้หนั หน้าไปทางพระบรมมหาราชวงั ผู้กากบั วงิ่ ไปอยู่หน้าแถว แล้วสัง่ ว่า “ลูกเสอื ถวาย ความเคารพแดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั วนั ทยา-วธุ ” ลกู เสอื ทกุ คนทาวนั ทยาวธุ ผกู้ ากบั กลา่ วนาว่า “พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงพระเจรญิ ” ใหล้ กู เสอื ทกุ คนในทน่ี นั้ รบั “ไชโย” พรอ้ มกนั 3 ครงั้ แลว้ จงึ สงั่ “เรยี บ-อาวธุ ” และสงั่ แถวลกู เสอื หนั กลบั ท่เี ดมิ แลว้ จงึ สงั่ เลกิ แถว ประเดน็ การวิเคราะหค์ ณุ ธรรมที่ได้ 1. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 2. กตญั ญู 3. ความรบั ผดิ ชอบ 4. อุดมการณ์ คุณธรรม คู่มอื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามัญเสรมิ สร้างทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 171

ภาคผนวก 172 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

ภาคผนวก ก แนวคิดเรือ่ งทกั ษะชีวิต ความหมายและองคป์ ระกอบทกั ษะชีวิต ทกั ษะชีวิต เป็นความสามารถของบุคคล ทจ่ี าเป็นต่อการปรบั ตวั ในการเผชญิ ปัญหาต่าง ๆ และสามารถดาเนินชวี ติ ท่ามกลางสภาพสงั คมทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลงทงั้ ในปัจจุบนั และเตรยี มพรอ้ ม สาหรบั การเผชญิ ปัญหาในอนาคต องค์ประกอบทกั ษะชีวิต มี 12 องค์ประกอบ จดั เป็น 6 คู่ โดยแบ่งตามพฤติกรรมการเรยี นรู้ 3 ดา้ น ดงั น้ี อhงghคjhป์ gรfgะjjกhgอffบjhทhgกั ffษdsะdsชdวีs ติ◆6 คู่ 3 ด้าน ความตระหนัก การสร้าง สัมพันธภาพและ รู้ในตน การสอ่ื สาร ความเหน็ ใจ ความคดิ การ ผอู้ นื่ สรา้ งสรรค์ ตดั สนิ ใจ พุทธพิ ิสัย จติ พิสัย และแกไ้ ข ทกั ษะพสิ ยั ปญหา ความ ความคดิ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ ภาคภมู ใิ จ ในตวั เอง ความ การจดั การกับ อารมณแ์ ละ รับผิดชอบ ความเครียด ตอ่ สังคม แผนภาพที่ 1 องคป์ ระกอบของทกั ษะชวี ติ 1. ด้านพทุ ธิพิสยั จดั ไวต้ รงกลางของแผนภาพ เพราะเป็นองคป์ ระกอบรว่ มและเป็นพน้ื ฐาน ของทกุ องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ - ความคิดวิเคราะหว์ ิจารณ์ เป็นความสามารถทจ่ี ะวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ประเมนิ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ปัญหา และสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตวั - ความคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการคดิ ออกไปอยา่ งกวา้ งขวางโดยไมย่ ดึ ตดิ อยใู่ นกรอบ และการสรา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหม่ คมู่ ือการจดั กจิ กรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 173

2. ด้านจิตพิสยั หรอื เจตคติ มี 2 คู่ คอื ค่ทู ่ี 1 ความตระหนกั รใู้ นตนเอง และ ความเขา้ ใจ/เหน็ ใจผอู้ ่นื คทู่ ่ี 2 เหน็ คุณคา่ /ภูมใิ จตนเอง และ ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม - ความตระหนักร้ใู นตนเอง เป็นความสามารถในการคน้ หาและเขา้ ใจในจุดดจี ุดดอ้ ย ของตนเอง ยอมรบั ความแตกต่างของตนเองกบั บุคคลอ่นื ไมว่ ่าจะในแงค่ วามสามารถ เพศ วยั อาชพี ระดบั การศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกจิ ฐานะทางสงั คม ศาสนา สผี วิ ทอ้ งถน่ิ สุขภาพ ฯลฯ - ความเข้าใจ/เหน็ ใจผอู้ ่ืน เป็นความสามารถในการเขา้ ใจความรสู้ กึ ของผอู้ ่นื เหน็ อก เหน็ ใจและยอมรบั ตวั ตนของบุคคลอ่นื ท่แี ตกต่างกบั เรา ไม่ว่าจะในแง่ความสามารถ เพศ วยั อาชพี ระดบั การศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกจิ ฐานะทางสงั คม ศาสนา สผี วิ ทอ้ งถนิ่ สขุ ภาพ ฯลฯ - เหน็ คุณค่า/ภมู ิใจตนเอง เป็นการค้นพบ คุณสมบตั เิ ฉพาะตวั ของตนเอง รู้สกึ ว่า ตนเองมคี ุณค่า เชน่ เป็นคนมนี ้าใจ ซ่อื สตั ย์ ยตุ ธิ รรม และภมู ใิ จในความสามารถดา้ นต่าง ๆ ของตนเอง เชน่ ดา้ นสงั คม ดนตรี กฬี า ศลิ ปะ การเรยี น ฯลฯ - ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม เป็นความรู้สกึ ว่าตนเองเป็นส่วนหน่ึงของสงั คมและมี ส่วนรบั ผดิ ชอบในความเจรญิ หรอื เส่อื มของสงั คมนัน้ คนทเ่ี หน็ คุณค่าตนเองจะมแี รงจูงใจทจ่ี ะทาดกี บั ผอู้ ่นื และสงั คมส่วนรวมมากขน้ึ จงึ จดั เขา้ ค่กู บั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 3. ด้านทกั ษะพิสยั หรือทกั ษะ ประกอบดว้ ย 3 คู่ คอื ค่ทู ่ี 1 การสอ่ื สารและการสรา้ งสมั พนั ธภาพ ค่ทู ่ี 2 การตดั สนิ ใจและการแกไ้ ขปัญหา ค่ทู ่ี 3 การจดั การกบั อารมณ์และความเครยี ด - ทกั ษะการการส่ือสารและการสร้างสมั พนั ธภาพ เป็นความสามารถในการใช้ คาพดู และภาษาท่าทาง เพ่อื สอ่ื สารความรสู้ กึ นกึ คดิ ของตนเอง และสามารถรบั รคู้ วามรสู้ กึ นึกคดิ ความ ตอ้ งการ ของอกี ฝ่ายหน่งึ มกี ารตอบสนองอย่างเหมาะสมและเกดิ สมั พนั ธภาพทด่ี ตี ่อกนั - ทกั ษะการตดั สินใจและการแก้ไขปัญหา การตดั สนิ ใจใชใ้ นกรณที ม่ี ที างเลอื กอยู่ แลว้ จงึ เรมิ่ ตน้ ดว้ ยการวเิ คราะหข์ อ้ ดขี อ้ เสยี ของแต่ละทางเลอื กเพ่อื หาทางเลอื กทด่ี ที ส่ี ุดและนาไป ปฏบิ ตั ิ ส่วนการแกไ้ ขปัญหาเป็นความสามารถในการรบั รปู้ ัญหาและสาเหตุของปัญหา หาทางเลอื ก ไดห้ ลากหลาย วเิ คราะหข์ อ้ ดขี อ้ เสยี ของแต่ละทางเลอื ก ตดั สนิ ใจเลอื กทางเลอื กในการแกป้ ัญหาท่ี เหมาะสมทส่ี ุดและนาไปปฏบิ ตั ิ - ทกั ษะการจดั การกบั อารมณ์และความเครียด เป็นความสามารถในการรบั รู้ อารมณ์ตนเอง ประเมนิ และรเู้ ท่าทนั วา่ อารมณ์จะมอี ทิ ธพิ ลต่อพฤตกิ รรมของตนอยา่ งไร และเลอื กใชว้ ธิ ี จดั การกบั อารมณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ส่วนการจดั การความเครยี ดเป็นความสามารถในการรบั รู้ ระดบั ความเครยี ดของตนเอง รสู้ าเหตุ หาทางแกไ้ ข และมวี ธิ ผี อ่ นคลายความเครยี ดของตนเองอยา่ ง เหมาะสม 174 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

ความแตกต่างระหว่างทกั ษะชีวิตทวั่ ไปและทกั ษะชีวิตเฉพาะ ทักษะชีวิตทัว่ ไป เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม สาหรบั ปัญหาทัว่ ๆ ไปใน ชวี ติ ประจาวนั ดว้ ยทกั ษะชวี ติ 12 องคป์ ระกอบ ใหก้ บั เดก็ ทุกคน ทกั ษะชีวิตเฉพาะ เป็นการประยกุ ตใ์ ชท้ กั ษะชวี ติ 12 องคป์ ระกอบ ทม่ี เี น้อื หาเกย่ี วกบั การป้องกนั ปัญหาเฉพาะเร่อื งสาหรบั เดก็ กลุ่มเสย่ี ง โดยมคี รทู ป่ี รกึ ษาและระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี น รองรบั ทกั ษะชีวิตกบั การพฒั นาเยาวชน เมอ่ื แบ่งเยาวชนออกเป็น 3 กลุ่ม คอื เดก็ ปกติ เดก็ กลุ่มเสย่ี ง และเดก็ ทม่ี ปี ัญหา ทกั ษะ ชวี ติ จะเป็นกลยทุ ธส์ าคญั ในการส่งเสรมิ ภูมคิ ุม้ กนั ทางสงั คม ใหก้ บั เดก็ ปกติ และเดก็ ทุกคน สาหรบั เดก็ กลุ่มเส่ียงต้องมกี ารสอนทกั ษะชีวิตเฉพาะในแต่ละปัญหา มคี รูท่ีปรึกษาและระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียนรองรับ ส่วนเด็กท่ีมีปัญหาแล้วใช้การดูแลใกล้ชิดเพ่ือหาทางแก้ปัญหา ท่ีเหมาะสมเป็น รายบคุ คล และมรี ะบบส่งต่อยงั วชิ าชพี เฉพาะทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามัญเสริมสรา้ งทักษะชีวติ ลูกเสือตรี ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 175

ตวั อย่างทกั ษะชีวิตเฉพาะ 176 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

ความแตกต่างระหว่างทกั ษะชีวิต และทกั ษะการดารงชีวิต ทกั ษะชีวิต (Life Skills) เป็นความสามารถทางจติ สงั คม อนั ประกอบ ดว้ ย ความรู้ เจตคติ และทกั ษะ ทจ่ี าเป็นในการดาเนินชวี ติ ทา่ มกลางสภาพสงั คมทเ่ี ปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ในปัจจบุ นั และ เตรยี มพรอ้ มสาหรบั การเผชญิ ปัญหาในอนาคต มี 6 คู่ 12 องคป์ ระกอบ ทกั ษะการดารงชีวิต (Living Skills) เป็นทกั ษะทใ่ี ชใ้ นกจิ วตั รประจาวนั ในเรอ่ื งพน้ื ฐานของ ชวี ติ มกั เป็นทกั ษะทางกายภาพ เช่น อาบน้า แต่งตวั ซกั เสอ้ื ผา้ ปรงุ อาหาร ขจ่ี กั รยาน ว่ายน้า ผกู เงอ่ื นเชอื ก การจดั กระเป๋ าเดนิ ทาง การใชแ้ ผนทเ่ี ขม็ ทศิ ฯลฯ ความเช่ือมโยงระหว่างทกั ษะชีวิต และทกั ษะการดารงชีวิต ทกั ษะชวี ติ และทกั ษะการดารงชวี ติ มกั ถูกใชผ้ สมผสาน เช่อื มโยงกนั ทงั้ ในกิจวตั รประจาวนั ปกติ และในสถานการณ์ต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไมแ่ ยกส่วน โดยทกั ษะชวี ติ จะเป็นตวั ชว่ ยในการเลอื กและใช้ ทกั ษะการดารงชวี ติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ถูกท่ี ถูกเวลา และเกดิ ผลลพั ธท์ ด่ี ี สถานการณ์ทางจติ สงั คม มกั ใชท้ กั ษะชวี ติ เป็นหลกั ตวั อยา่ ง เชน่ การจดั การกบั อารมณ์โกรธ ความขดั แยง้ และ ความรุนแรง ตระหนกั รแู้ ละหลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมเสย่ี งต่าง ๆ รวมถงึ การป้องกนั อุบตั เิ หตุ การชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื และรบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวม การส่อื สารเชงิ บวกและสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี กจิ วตั รทท่ี าเป็นประจา ใชท้ กั ษะการดารงชวี ติ เป็นหลกั เชน่ อาบน้า แต่งตวั แปรงฟัน ซกั เสอ้ื ผา้ ปรงุ อาหาร ขจ่ี กั รยาน ว่ายน้า ผกู เงอ่ื นเชอื ก ใชแ้ ผนทเ่ี ขม็ ทศิ ฯลฯ คู่มอื การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามัญเสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 177

ทกั ษะชีวิตสร้างได้อย่างไร สรา้ งดว้ ย 2 วธิ กี ารใหญ่ ๆ คอื 1. เรยี นรเู้ องตามธรรมชาติ ซง่ึ ขน้ึ กบั ประสบการณ์และการมแี บบอยา่ งทด่ี ี จงึ ไมม่ ที ศิ ทางท่ี แน่นอน และกว่าจะเรยี นรกู้ อ็ าจชา้ เกนิ ไป 2. สรา้ งโดยกระบวนการเรยี นการสอนทย่ี ดึ ผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลาง ใหเ้ ดก็ เรยี นรรู้ ว่ มกนั ในกลุ่ม ผา่ นกจิ กรรมรปู แบบต่าง ๆ ทเ่ี ดก็ ตอ้ งมสี ่วนรว่ มทงั้ ทางรา่ งกายคอื ลงมอื ปฏบิ ตั ิ และทางความคดิ คอื การ อภปิ รายแลกเปลย่ี นความคดิ และประสบการณ์ เพ่อื สรา้ งองคค์ วามรใู้ หมร่ ว่ มกนั การสอนทย่ี ดึ ผเู้ รยี นเป็ นศนู ยก์ ลาง • สรา้ งความรู้ (Construction) กจิ กรรมทใ่ี หผ้ เู ้ รยี นมสี ว่ นรว่ มทาง สตปิ ัญญา คน้ พบความรดู ้ ว้ ยตนเอง • ปฏสิ มั พนั ธ์ (Interaction) กจิ กรรมตอ้ งสง่ เสรมิ ปฏสิ มั พันธก์ บั ผอู ้ นื่ และแหลง่ ความรทู ้ หี่ ลากหลาย • เป็ นกระบวนการ (Process Learning) • มสี ว่ นรว่ ม (Physical Participation) มสี ว่ นรว่ มดา้ นรา่ งกาย ลง มอื กระทากจิ กรรมในลกั ษณะตา่ ง ๆ • มกี ารประยกุ ตใ์ ช้ (Application) การมสี ่วนรว่ มทางสตปิ ัญญาทาใหเ้ กดิ ทกั ษะชวี ติ 2 องคป์ ระกอบแกนหลกั คอื ความคดิ วเิ คราะห์ และความคดิ วจิ ารณ์ ปฏสิ มั พนั ธใ์ นกลุ่มเพ่อื ทากจิ กรรมรว่ มกนั ทาใหเ้ ดก็ ไดฝ้ ึกองคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ ดา้ นทกั ษะทงั้ 3 คู่ คอื การสรา้ งสมั พนั ธภาพและการสอ่ื สาร การตดั สนิ ใจและการแก้ไขปัญหา การจดั การอารมณ์และ ความเครยี ด การรบั ฟังความคดิ เหน็ ของคนอ่นื ทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจคนอ่นื มากขน้ึ ขณะเดยี วกนั กเ็ กดิ การ ไตรต่ รองทาความเขา้ ใจและตรวจสอบตนเอง จดั เป็นองคป์ ระกอบทกั ษะชวี ติ ดา้ นเจตคตคิ อื การเขา้ ใจ ตนเอง และเขา้ ใจ/เหน็ ใจผอู้ ่นื การได้รบั การยอมรบั จากกลุ่ม การทางานสาเรจ็ ได้รบั คาชม ทาให้เกิดความภูมใิ จและเห็น คุณคา่ ตนเอง นาไปส่คู วามรบั ผดิ ชอบมากขน้ึ ทงั้ ต่อตนเองและสงั คม กระบวนการและการมสี ่วนร่วม ช่วยให้กิจกรรมสนุกสนานน่าสนใจ และนาไปสู่จุดประสงค์ ทต่ี งั้ ไว้ รวมทงั้ การประยกุ ต์ใชเ้ ป็นการเปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นได้เช่อื มองคค์ วามรใู้ หม่ท่เี กดิ ขน้ึ เขา้ สู่ชวี ติ จรงิ วา่ ไดเ้ กดิ การเรยี นรอู้ ะไรและนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างไร 178 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

8 ความหมายของกระบวนการลกู เสือ (Scout movement) ตามคานิยามของลูกเสอื โลก หมายถึง กระบวนการเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่ือง สาหรบั เยาวชน เพ่อื สรา้ งเยาวชนทม่ี จี ติ ใจเสยี สละ รบั ผดิ ชอบ และอุทศิ ตนแก่สงั คม ดว้ ยวธิ กี ารลกู เสอื ตามแนวทางการจดั กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น 2522 (สพฐ.) หมายถงึ กระบวนการทางการศกึ ษา ส่วนหน่ึง ซ่งึ มุ่งพฒั นาสมรรถภาพของบุคคล ทงั้ ทางสมอง ร่างกาย จติ ใจ และศลี ธรรม เพ่อื ให้เป็น บุคคลทม่ี คี วามประพฤตดิ งี าม ไม่กระทาตนเป็นปัญหาสงั คม และดารงชวี ติ อยา่ งมคี วามหมาย และสุข สบาย หลกั การลกู เสือ (Scout principle) หลกั การลกู เสอื โลกเน้นทห่ี น้าทห่ี ลกั 3 ประการ คอื 1.หน้าทต่ี ่อพระเจา้ /ศาสนา ไดแ้ ก่ การแสวงหาและดาเนนิ ชวี ติ อยา่ งมคี ณุ คา่ และความหมาย 2.หน้าท่ตี ่อผู้อ่ืน ได้แก่ การเคารพ ให้เกียรติ ช่วยเหลือผู้อ่ืน รวมถึงการดูแลสงั คมและ สงิ่ แวดลอ้ ม 3.หน้าท่ีต่อตนเอง ได้แก่ พัฒนาตนเองทัง้ ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ จติ วญิ ญาณ หลกั การลกู เสือไทย มี 5 ข้อ คือ 1. มศี าสนาเป็นหลกั ยดึ ทางใจ คู่มอื การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามญั เสรมิ สร้างทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 179

2. จงรกั ภกั ดตี ่อพระมหากษตั รยิ แ์ ละประเทศชาติ 3. เข้าร่วมพฒั นาสงั คม ยอมรบั เคารพในเกียรตแิ ละศกั ดิศ์ รผี ู้อ่นื และเพ่ือนมนุษย์ทุกคน รวมทงั้ ธรรมชาติ และสรรพสง่ิ ทงั้ หลายในโลก 4. รบั ผดิ ชอบต่อการพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเน่อื ง 5. ยดึ มนั่ ในคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื วิธีการลกู เสือ (Scout method) วธิ กี ารลกู เสอื โลก มี 8 องคป์ ระกอบ โดยแบง่ ออกเป็น 3 กลมุ่ คอื กลุ่มท่ี 1 ผใู้ หญ่มหี น้าทช่ี ว่ ยเหลอื และส่งเสรมิ เยาวชนใหเ้ กดิ การเรยี นรใู้ นกลุ่ม กลมุ่ ท่ี 2 มกี จิ กรรมทบ่ี รรลวุ ตั ถุประสงคใ์ นการพฒั นาเยาวชนอยา่ งต่อเน่อื งและเป็นระบบ กลุ่มท่ี 3 เป็นลกั ษณะกจิ กรรมทใ่ี ช้ มี 6 องคป์ ระกอบ 1. ยดึ มนั่ ในคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื 2. ใชร้ ะบบสญั ลกั ษณ์เป็นแรงกระตุน้ ไปส่เู ป้าหมายในการพฒั นาตนเอง 3. ระบบหมู่ (กลุ่มเรยี นรรู้ ว่ มกนั ) 4. เรยี นรใู้ กลช้ ดิ ธรรมชาติ 5. เรยี นรจู้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั ิ / เกม 6. เรยี นรจู้ ากการบรกิ ารผอู้ ่นื วธิ กี ารลกู เสอื ไทย ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน 2551 มี 7 องคป์ ระกอบ คอื 1. ความกา้ วหน้าในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 2. การสนบั สนุนโดยผใู้ หญ่ 3. ยดึ มนั่ ในคาปฏญิ าณและกฎ 4. การใชส้ ญั ลกั ษณ์รว่ มกนั 5. ระบบหมู่ 6. การศกึ ษาธรรมชาติ 7. เรยี นรจู้ ากการกระทา วิธีการลกู เสือสร้างทกั ษะชีวิตได้อย่างไร วธิ กี ารลูกเสอื มอี งคป์ ระกอบครบทงั้ 5 ประการ ของกระบวนการเรยี นการสอนทย่ี ดึ ผูเ้ รยี น เป็นศนู ยก์ ลาง การสรา้ งทกั ษะชวี ติ ทงั้ 12 องคป์ ระกอบ เกดิ ขน้ึ ดว้ ยกจิ กรรมดงั ตารางต่อไปน้ี 180 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

วตั ถปุ ระสงคค์ ณะลกู เสือแห่งชาติ (พระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื พ.ศ. 2551 มาตรา 8) เพ่ือพัฒนาลูกเสือทัง้ ทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความ รบั ผดิ ชอบ และชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหเ้ กดิ ความสามคั คี และมคี วามเจรญิ กา้ วหน้า ทงั้ น้เี พ่อื ความสงบ สขุ และความมนั่ คงของประเทศชาติ ตามแนวทางดงั ต่อไปน้ี 1. ใหม้ นี สิ ยั ชา่ งสงั เกต จดจา เช่อื ฟัง และพง่ึ ตนเอง 2. ใหซ้ ่อื สตั ยส์ ุจรติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ ่นื 3. ใหร้ จู้ กั บาเพญ็ ตนเพอ่ื สาธารณประโยชน์ 4. ใหร้ จู้ กั ทาการฝีมอื และฝึกฝนใหท้ ากจิ การต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. ใหร้ จู้ กั รกั ษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมนั่ คงของประเทศชาติ หลกั สตู รลกู เสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต หลกั สตู รลกู เสอื เสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ ไดใ้ ช้ขอ้ บงั คบั คณะลกู เสอื แห่งชาตวิ ่าด้วยการปกครอง หลกั สูตรและวชิ าชพี พเิ ศษลกู เสอื สารอง สามญั สามญั รุน่ ใหญ่ และวสิ ามญั เป็นหลกั และเพมิ่ เน้ือหาท่ี สอดคลอ้ งกบั ปัญหาตามวยั และพฒั นาการด้านต่าง ๆ ของลกู เสอื โดยจดั หน่วยกจิ กรรมตามทร่ี ะบุใน หลกั สตู รของลกู เสอื แต่ละประเภท ดงั นนั้ ช่อื หน่วยกจิ กรรม และจานวนหน่วยกจิ กรรมของลกู เสอื แต่ละ ประเภทจงึ แตกต่างกนั แผนการจดั กิจกรรมลูกเสอื เสรมิ สร้างทกั ษะชีวติ ในคู่มอื ชุดน้ี ได้ออกแบบโดยบูรณาการ กจิ กรรมทเ่ี สรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ เขา้ กบั วธิ กี ารลูกเสอื คอื การใชร้ ะบบหม่หู รอื กลุ่มย่อย โดยให้เดก็ เป็น ค่มู อื การจดั กจิ กรรมลูกเสือสามัญเสริมสรา้ งทักษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 181

ศูนยก์ ลาง และมผี ใู้ หญ่ทาหน้าทช่ี ่วยเหลอื และส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ กระบวนการเรยี นรใู้ นกลุ่ม แนะนา สงั่ สอน และฝึกอบรมให้สามารถพง่ึ ตนเองได้ มจี ติ อาสา รบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม ยดึ มนั่ ในคาปฏญิ าณและกฎ ของลูกเสอื เสรมิ สร้างคุณค่าในตนเอง รวมทงั้ ใช้ระบบเคร่อื งหมายหรอื สญั ลกั ษณ์ทางลูกเสอื และ เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ เป็นแรงกระตุน้ ไปสเู่ ป้าหมายในการพฒั นาตนเอง องค์ประกอบในการประชุมกอง เน้นการใช้ชวี ติ กลางแจง้ นอกหอ้ งเรยี น ใกลช้ ดิ ธรรมชาติ เรยี นรจู้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง เกม และการบรกิ ารผอู้ ่นื ซง่ึ ถอื เป็นหวั ใจของกจิ กรรมลกู เสอื ทุก ประเภท โดยกจิ กรรมทใ่ี ช้ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คอื การแสดงออก การรายงานและการสารวจ การ วเิ คราะห์และการประเมนิ เกมและการแข่งขนั การบาเพ็ญประโยชน์ การออกแบบกิจกรรมเพ่อื ให้ ลูกเสอื ใชก้ ระบวนการกลุ่มในการแลกเปลย่ี นประสบการณ์ แลกเปล่ยี นความคดิ ความเช่อื สรา้ งองค์ ความรแู้ ละสรปุ ความคดิ รวบยอด รวมทงั้ เปิดโอกาสใหล้ กู เสอื ไดป้ ระยกุ ตใ์ ชส้ ง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรอู้ กี ดว้ ย เน้อื หาสาระในแผนการจดั กจิ กรรมแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 กลุม่ ประกอบดว้ ย 1.กจิ กรรมตามขอ้ บงั คบั ของคณะลกู เสอื แห่งชาติ (ไมร่ วมกจิ กรรมทดสอบเพ่อื รบั เครอ่ื งหมาย หรอื สญั ลกั ษณ์ทางลกู เสอื และเครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ) 2. กจิ กรรมตามขอ้ บงั คบั ของคณะลูกเสอื แห่งชาตทิ ่ชี ่วยเสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ความภาคภมู ใิ จในตนเอง ความรบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม 3.กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ เพ่อื สรา้ งภูมคิ ุม้ กนั ทางสงั คมต่อเหตุการณ์และสภาพปัญหา ของเดก็ แต่ละวยั สาหรบั กิจกรรมลูกเสือตามข้อบังคับ เพ่ือการขอรับเคร่ืองหมายลูกเสือชัน้ พิเศษ และ เครอ่ื งหมายลกู เสอื หลวง ไมไ่ ดน้ ามารวบรวมไวใ้ นคมู่ อื การจดั กจิ กรรมลกู เสอื ชดุ น้ี คู่มอื มจี านวน 11 เล่ม ตามชนั้ ปีของลูกเสอื 4 ประเภท แต่ละเล่ม ได้จดั ทาตารางหน่วย กิจกรรม และแผนการจดั กิจกรรมครบ 40 ชวั่ โมง เพ่อื ให้เห็นภาพรวมของการจดั กิจกรรมลูกเสอื เสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ ของลกู เสอื ในแต่ละระดบั ชนั้ และมหี มายเหตุบอกไวใ้ นตารางช่องขวาสุด ว่าเป็น แผนการจดั กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ แผนการจดั กจิ กรรมประกอบดว้ ย จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เน้อื หา ส่อื การเรยี นรู้ กจิ กรรม การ ประเมนิ ผล องค์ประกอบทกั ษะชวี ติ สาคญั ท่เี กิดจากกิจกรรม และภาคผนวกประกอบแผนการจดั กจิ กรรม (เพลง เกม ใบงาน ใบความรู้ เร่อื งทเ่ี ป็นประโยชน์) ภาพรวมการพฒั นาหลกั สตู รลกู เสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต 1. เรม่ิ จากการศกึ ษาเอกสาร งานวจิ ยั หลกั สตู รลกู เสอื ไทยและต่างประเทศ รวมทงั้ สมั ภาษณ์ ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นลกู เสอื 2. สมั มนาครู ผู้ปกครอง นักพฒั นาเยาวชน และผู้เช่ยี วชาญด้านกิจกรรมเดก็ และเยาวชน เพอ่ื รว่ มกนั คน้ หาปัญหาจรงิ ของเดก็ แต่ละวยั และออกแบบกจิ กรรมทเ่ี หมาะสม 182 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

3. จดั ทาคู่มอื การจดั กจิ กรรมลูกเสอื เสรมิ สรา้ งทกั ษะชวี ติ 4 ประเภท ได้แก่ ลูกเสอื สารอง ลูกเสือสามญั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่และลูกเสือวิสามญั รวมทงั้ ส้ิน 11 เล่ม โดยผ่านการประเมิน ปรบั ปรงุ และพฒั นา จนเป็นทย่ี อมรบั และนาไปใชใ้ นสถานศกึ ษาจานวนมาก 4. จดั ทาหลกั สูตรการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลูกเสอื สารอง ลกู เสอื สามญั ลกู เสอื สามญั รุน่ ใหญ่และ ลูกเสือวสิ ามญั ขนั้ ความรู้เบ้อื งต้น และขนั้ ความรู้ชนั้ สูง รวม 8 ประเภท โดยได้รบั การอนุมตั ิจาก คณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาติ ในการประชุม ครงั้ ท่ี 2/2557 เม่อื วนั ท่ี 22 กนั ยายน 2557 ใหใ้ ช้ เป็นหลกั สตู รการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลกู เสอื ของสานกั งานลกู เสอื แห่งชาติ 5. จดั ทา คู่มอื ฝึกอบรมวิทยากรลูกเสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต เพ่ือขยายผลในการสร้าง วทิ ยากรและฝึกอบรมผกู้ ากบั ลกู เสอื ในสถานศกึ ษาทวั่ ประเทศ คมู่ อื การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามญั เสริมสร้างทักษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 183

ภาคผนวก ข กิจกรรมลกู เสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต การจดั กิจกรรมลูกเสอื เสรมิ สร้างทกั ษะชวี ติ นัน้ ยงั คงหลกั การ และวธิ กี ารของลูกเสือไว้ ทุก ประการ แต่เน้นการสอดแทรกการเรยี นรทู้ กั ษะชวี ติ เพมิ่ เขา้ ไปดว้ ยเพ่อื ตอบสนองวตั ถุประสงคท์ ร่ี อบด้าน และครอบคลมุ การดารงชวี ติ ในปัจจบุ นั คณุ ค่าของส่ือการเรียนการสอนประเภทกิจกรรม ส่อื การเรยี นการสอนประเภทกิจกรรม เป็นกระบวนการเรยี นการสอนท่ใี ห้ผู้เรยี นได้ มโี อกาส เรยี นรปู้ ระสบการณ์ต่างๆ ดว้ ยตนเอง ผา่ นการทากจิ กรรมรว่ มกนั ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณ์ของ เพ่อื นในกลุ่ม ทาใหส้ ามารถเรยี นรไู้ ด้มากขน้ึ โดยใชเ้ วลาน้อยลง การออกแบบกจิ กรรมจะตอ้ งกระตุ้นให้ ผเู้ รยี นเกดิ ความสนใจ และร่วมมอื ในการทากจิ กรรมทก่ี าหนดใหอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี จงึ จะ เกดิ การเรยี นรไู้ ดอ้ ย่าง มปี ระสทิ ธภิ าพ ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ ต่อผเู้ รยี นมดี งั น้ี 1. ส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นกลา้ แสดงออกและทางานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้ 2. เกดิ ความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ ซง่ึ เป็นลกั ษณะเฉพาะของส่อื การสอนประเภทกจิ กรรม 3. เปิดโอกาสใหผ้ เู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในการกาหนดขอบขา่ ย เน้อื หา และวตั ถุประสงค์ 4. ผเู้ รยี นไดฝ้ ึกฝน พฤตกิ รรมการเรยี นรทู้ งั้ ทางด้านความรู้ เจตคติ และทกั ษะ รวมทงั้ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และจนิ ตนาการดว้ ย ประเภทของกิจกรรมลกู เสือเสริมสร้างทกั ษะชีวิต เมอ่ื จดั ประเภทตามทกั ษะ/ความสามารถ ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม แบ่งออกไดเ้ ป็น 5 ประเภท คอื 1. กจิ กรรมการแสดงออก เป็นกจิ กรรมทเ่ี ปิดโอกาสใหล้ กู เสอื ไดใ้ ชค้ วามสามารถในการแสดงออก แสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ จนิ ตนาการในรูปแบบต่าง ๆ ซ่งึ มกั จะเป็นการจาลองประสบการณ์ต่าง ๆ มา เพ่อื การเรยี นรไู้ ดง้ า่ ยและสะดวกขน้ึ หรอื เป็นสงิ่ ทใ่ี ชแ้ ทนประสบการณ์จรงิ เพราะศาสตรต์ ่างๆ ในโลก มี มากเกนิ กว่าทจ่ี ะเรยี นรไู้ ดห้ มดสน้ิ จากประสบการณ์ตรงในชวี ติ และบางกรณกี อ็ ยใู่ นอดตี หรอื ซบั ซอ้ นเรน้ ลบั หรอื เป็นอนั ตราย ไมส่ ะดวกต่อการเรยี นรจู้ ากประสบการณ์จรงิ ตวั อยา่ งกจิ กรรม เช่น 1.1 สถานการณ์จาลอง เป็นการจดั สภาพแวดล้อมให้ใกล้เคยี งกบั สภาพความเป็นจรงิ มากท่สี ุด เพ่อื ให้ผู้เรยี นไดฝ้ ึกฝน แก้ปัญหาและตดั สนิ ใจจากสภาพการณ์ท่กี าลงั เผชญิ อย่นู ัน้ แลว้ นาประสบการณ์ แห่งความสาเรจ็ ไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา 1.2 การสาธติ กระบวนการท่ผี ู้สอนช่วยให้ผู้เรยี นได้เกดิ การเรยี นรูต้ ามวตั ถุประสงค์ โดยการ แสดงหรอื กระทาใหด้ เู ป็นตวั อย่าง ใหค้ วามสาคญั กบั กระบวนการทงั้ หมดทผ่ี เู้ รยี นจะตอ้ งเฝ้าสงั เกตอยโู่ ดย ตลอด 1.3 เล่านิทาน 184 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

1.4 ละคร ห่นุ จาลอง 1.5 เพลง ดนตรี การเคล่อื นไหวตามจงั หวะดนตรี หมายถงึ กจิ กรรมทเ่ี น้นการใชด้ นตรเี ป็นส่อื ใน การเรยี นรทู้ งั้ ในแงเ่ น้อื หาและความบนั เทงิ ผ่อนคลาย และเขา้ ถงึ วฒั นธรรมต่าง ๆ 1.6 ศลิ ปะ แขนงอ่นื ๆ เชน่ การวาดรปู การปัน้ ดนิ เหนียว งานหตั ถกรรม การรอ้ ยดอกไม้ 1.7 การโตว้ าที ฯลฯ 2. กจิ กรรมการการสารวจและการรายงาน เป็นกจิ กรรมทเ่ี น้นใหล้ ูกเสอื ไดเ้ รยี นรจู้ ากความเป็น จรงิ /เหตุการณ์จรงิ ในชีวิตประจาวัน ผ่านประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง ซ่งึ เป็นรากฐานสาคัญของ การศกึ ษา เช่น การทาแผนท่ี การสารวจ หมายถงึ การเรยี นรผู้ ่านสถานการณ์จรงิ ดว้ ยการลงพน้ื ทส่ี ารวจ และจาลองสง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรสู้ ่แู ผนท่ี ภาพ หรอื สญั ลกั ษณ์ เพอ่ื แสดงความคดิ รวบยอดของสงิ่ ทไ่ี ดเ้ รยี นรนู้ นั้ ตวั อยา่ งกจิ กรรม เช่น การสมั ภาษณ์ การเป็นผูส้ ่อื ข่าว การทาสารคดี การศกึ ษานอกสถานท่ี ชุมชนศกึ ษา การผลติ ส่ือ การทา ปมู ชวี ติ บคุ คลตวั อยา่ ง การจดั นทิ รรศการ การสอดแนม การสารวจ การทาแผนท่ี การเขยี นเรยี งความการ เลา่ เรอ่ื ง ฯลฯ 3. กจิ กรรมการวเิ คราะห์และการประเมนิ เป็นการเรยี นรทู้ ่เี กดิ จากการแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ และรว่ มกนั วเิ คราะห/์ ประเมนิ สง่ิ ต่างๆทเ่ี กดิ ขน้ึ ตวั อยา่ งกจิ กรรม เชน่ การเปรยี บเทยี บคณุ ค่า การประเมนิ ความเสย่ี ง การทาแผนทค่ี วามคดิ ฯลฯ 4. การเล่นเกมและการแขง่ ขนั 4.1 เกม เป็น กจิ กรรมทม่ี กี ฎกตกิ า และลาดบั ขนั้ ตอน ทเ่ี ออ้ื ใหล้ กู เสอื เกดิ การเรยี นรผู้ ่าน การเลน่ เกม ใหข้ อ้ คดิ ทส่ี อดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรทู้ ต่ี อ้ งการ เช่น เกมกระซบิ เป็นตน้ 4.2 การแข่งขนั เป็นกจิ กรรมทม่ี กี ตกิ าในการแขง่ ขนั และมกี ารตดั สนิ หาผชู้ นะ เช่น การ ตอบปัญหาในเรอ่ื งต่าง ๆ เพ่อื กระตุน้ ใหเ้ กดิ ความสนใจใฝ่รมู้ ากขน้ึ ฯลฯ 5. กจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์ เป็นกจิ กรรมสรา้ งสรรคท์ เ่ี น้นการฝึกความเสยี สละของลกู เสอื ไดแ้ ก่ การจดั กจิ กรรมการกุศล การซอ่ มของเล่นใหน้ ้อง การดแู ลทาความสะอาดสถานท่ี การปลกู และดแู ลต้นไม้ การเกบ็ ผกั จากแปลงไปประกอบอาหารเลย้ี งน้อง ฯลฯ หลกั การออกแบบกิจกรรม 1. การเลอื กประเภทของกจิ กรรม ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรทู้ ต่ี อ้ งการ เชน่ ผลการเรียนร้ดู ้านพทุ ธิพิสยั มกั เลอื กใช้ กจิ กรรมการวเิ คราะห์และการประเมนิ การรายงาน และการแขง่ ขนั ตอบปัญหาในเรอ่ื งเน้อื หาทต่ี อ้ งการใหเ้ รยี นรู้ เป็นตน้ ผลการเรียนร้ดู ้านจิตพิสยั มกั เลอื กกจิ กรรมท่สี ร้างความรสู้ กึ ทส่ี อดคล้องกบั ผลการเรยี นรู้ท่ี ตอ้ งการ เช่น กจิ กรรมการแสดงออก เกม กจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์ เป็นตน้ ผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะพิสยั ถ้าเป็นทกั ษะทางสตปิ ัญญานิยมใช้กจิ กรรมการวเิ คราะห์ และ ประเมนิ ส่วนทกั ษะทางกายภาพ เลอื กไดเ้ กอื บทกุ ประเภท คมู่ ือการจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามัญเสริมสร้างทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 185

2. การตงั้ ประเด็นอภปิ ราย เพ่อื ให้ลูกเสอื ได้ร่วมอภิปรายแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น ในเร่อื งท่ี สอดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรทู้ ต่ี อ้ งการ เชน่ ผลการเรียนรดู้ ้านพทุ ธิพิสยั ตงั้ ประเดน็ ให้ วเิ คราะห์ /สงั เคราะห์ /ประเมนิ เน้อื หาทต่ี อ้ งการให้ ผเู้ รยี นเกดิ ความเขา้ ใจอยา่ งถ่องแท้ เกดิ ความคดิ รวบยอดทช่ี ดั เจน และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ดจ้ รงิ ผลการเรียนร้ดู ้านจิตพิสยั ตงั้ ประเดน็ ให้เกดิ การโต้แยง้ กนั ดว้ ยเหตุผลในเร่อื งความคดิ ความ เช่อื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั เจตคตทิ ต่ี อ้ งการ เพ่อื ใหส้ มาชกิ แต่ละคนได้มโี อกาสตรวจสอบความคดิ ความเช่อื ของ ตนเอง ทแ่ี ตกต่างจากคนอ่นื ทาใหเ้ กดิ การปรบั เปลย่ี นความคดิ ความเช่อื จากการโต้แยง้ กนั ดว้ ยเหตุผลใน กระบวนการกลุม่ ผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะพิสยั ตงั้ ประเด็นให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในขนั้ ตอนการทา ทกั ษะ นนั้ ๆ เชน่ การวเิ คราะหค์ วามครบถว้ นในการทาตามขนั้ ตอนของทกั ษะ การวเิ คราะหจ์ ดุ อ่อน ท่ี มกั จะทาทกั ษะนนั้ ๆ ไมส่ าเรจ็ เป็นตน้ 3. การสรปุ ความคดิ รวบยอดและประยกุ ตใ์ ช้ ทุกกจิ กรรมควรมกี ารสรุปความคดิ รวบยอดทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหช้ ดั เจน และเปิดโอกาสใหไ้ ดล้ องประยกุ ตใ์ ช้ ไดแ้ ก่ ผลการเรียนรู้ด้านพุทธิพิสยั ความคดิ รวบยอดคือเน้ือหา องค์ความรู้ท่ตี ้องการให้เกิดข้นึ ประยกุ ตใ์ ชโ้ ดยผลติ ซา้ ความคดิ รวบยอดในรปู แบบทต่ี ่างจากเดมิ เชน่ การทารายงาน ทาสรปุ ยอ่ ฯลฯ ผลการเรียนร้ดู ้านจิตพิสยั ความคดิ รวบยอดไม่มเี น้ือหา แต่เป็นความรสู้ กึ และความคดิ ความ เช่อื ทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในตวั ผเู้ รยี น ประยกุ ต์โดยการแสดงออกทส่ี อดคลอ้ งกบั เจตคตทิ เ่ี กดิ เช่น การกระทาท่ี แสดงออกถงึ ความซอ่ื สตั ย์ การกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความเป็นสุภาพบุรษุ สภุ าพสตรี เป็นตน้ ผลการเรียนร้ดู ้านทกั ษะพิสยั ความคดิ รวบยอดทเ่ี กดิ คอื ความเขา้ ใจขนั้ ตอนและทาทกั ษะนัน้ ๆ ได้ ประยกุ ตโ์ ดยการฝึกฝนทกั ษะนนั้ จนชานาญ 186 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

ภาคผนวก ค แนวปฏิบตั ิการสอบวิชาพิเศษ ใหโ้ รงเรยี นดาเนนิ การแต่งตงั้ กรรมการ เพอ่ื ดาเนนิ การสอนและสอบวชิ าพเิ ศษ โดยออกคาสงั่ ในนามโรงเรยี น เมอ่ื ทาการสอนแลว้ ใหจ้ ดั สอบภาคทฤษฎี และ ภาคปฏบิ ตั ิ จากนนั้ ใหท้ าเรอ่ื งขอ อนุมตั ผิ ลการสอบ และขอประดบั เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ ไปยงั เลขาธกิ ารคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แหง่ ชาติ หรอื ผอู้ านวยการลกู เสอื จงั หวดั แลว้ แต่กรณี ดงั น้ี 1. รายช่อื ผเู้ ขา้ สอบ 2. ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื ขออนุญาตสอบวชิ าพเิ ศษต่อผอู้ านวยการลกู เสอื โรงเรยี น 3. โรงเรยี นออกคาสงั่ แต่งตงั้ คณะกรรมการดาเนินการสอบ 4. สอบภาคทฤษฎี 5. สอบภาคปฏบิ ตั ิ 6. รายชอ่ื ลกู เสอื ทส่ี อบได้ - ตก แต่ละรายวชิ า 7. หนงั สอื ขออนุมตั ผิ ลการสอบและขอประดบั เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ สง่ ไปยงั สานกั งาน ลกู เสอื เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาเพ่อื อนุมตั ิ 8. โรงเรยี นออกหนงั สอื รบั รองใหก้ บั ลกู เสอื ตามรายวชิ าทส่ี อบได้ คมู่ ือการจัดกิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 187

หนังสือขออนุมตั ิผลการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ – เนตรนารี สามญั ท่ี …………../…………………. โรงเรยี น……………………………… วนั ท…่ี …..เดอื น……………………….พ.ศ………… เรอ่ื ง ขออนุมตั ผิ ลการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื – เนตรนารสี ามญั และประดบั เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ เรยี น เลขาธกิ ารคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาติ / ผอู้ านวยการลกู เสอื จงั หวดั …………….. สง่ิ ทส่ี ง่ มาดว้ ย 1. คาสงั่ แต่งตงั้ คณะกรรมการสอบวชิ าพเิ ศษ 2. รายช่อื ลกู เสอื – เนตรนารี ทส่ี อบวชิ าพเิ ศษ 3. ขอ้ สอบภาคทฤษฎี 4. ขอ้ สอบภาคปฏบิ ตั ิ 5. โครงการ (ถา้ ม)ี ดว้ ยโรงเรยี น……………………………ไดท้ าการอบรมและสอบวชิ าพเิ ศษ ลกู เสอื – เนตรนารี สามญั ใหแ้ ก่ลกู เสอื สามญั จานวน ………คน เนตรนารสี ามญั จานวน……..คน รวมทงั้ สน้ิ …………คน ตงั้ แต่วนั ท…่ี ……….เดอื น……………………พ.ศ. …………….ถงึ วนั ท…่ี .. เดอื น……………………พ.ศ…………….. โดยทาการสอบวชิ าพเิ ศษ จานวน………….วชิ า ดงั น้ี 1. วชิ า………………………….. 2. วชิ า………………………….. 3. วชิ า………………………….. บดั น้ี คณะกรรมการไดด้ าเนินการสอบวชิ าพเิ ศษ ลกู เสอื – เนตรนารสี ามญั เป็นทเ่ี รยี บรอ้ ย แลว้ ดงั รายละเอยี ดทส่ี ่งมาพรอ้ มน้ี จงึ เรยี นมาเพ่อื ขอไดโ้ ปรดพจิ ารณาอนุมตั ดิ ว้ ย จะเป็นพระคณุ ยง่ิ ขอแสดงความนับถอื ( ……………………………………. ) ผอู้ านวยการโรงเรยี น………………………………. 188 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

คมู่ ือการจัดกิจกรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 189 ………………………. โรงเรยี น……………………………………. (………………………..) รายช่อื ลกู เสอื – เนตรนารสี ามญั ทส่ี อบวชิ าพเิ ศษ กรรมการ ลาดบั ช่อื –นามสกลุ ………………………… วชิ า…………….…… (………………………….) …วชิ …า………………………….…… ……วชิ……า…..…………………………………….………… ประธานกรรมการ ……วชิ……า….….……………………………………………….……………….. ……วชิ……า….….………………………………………………….……………….. ……………………….. ……วชิ……า….….………………………………………………….……………….. (………………………..) ……วชิ……า….….………………………………………………….……………….. ……วชิ……า….….………………………………………………….……………….. กรรมการ ……วชิ……า….….………………………………………………….……………….. ………….….……………………………………………………….. …….….…………………………………….. …………………………..

คาสงั่ โรงเรยี น……………………………….. ท…่ี ………………./…………………. เรอ่ื ง แต่งตงั้ คณะกรรมการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื – เนตรนารสี ามญั ********************************************** เพ่อื ใหก้ ารสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื – เนตรนารี สามญั ร่นุ ใหญ่ จานวน………………วชิ า ของ โรงเรยี น………………………………………….ซง่ึ ดาเนินการสอบ ณ……………………………… ระหว่างวนั ท…่ี …….เดอื น………………….พ.ศ. ถงึ วนั ท…่ี ……เดอื น…………………พ.ศ……… เป็นไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย และไดผ้ ลสมความมงุ่ หมายทกุ ประการ จงึ แต่งตงั้ ใหผ้ มู้ นี ามต่อไปน้ี เป็น คณะกรรมการ คอื 1. …………………………………………………. ประธานกรรมการ 2. …………………………………………………. รองประธานกรรมการ 3. …………………………………………………. กรรมการสอบวชิ า……………… 4. …………………………………………………. กรรมการสอบวชิ า……………… 5. …………………………………………………. กรรมการสอบวชิ า……………… 6. …………………………………………………. กรรมการสอบวชิ า……………… 7. …………………………………………………. กรรมการสอบวชิ า……………… 8. …………………………………………………. กรรมการและเลขานุการ ทงั้ น้ตี งั้ แต่บดั น้เี ป็นตน้ ไป สงั่ ณ วนั ท่ี ………. เดอื น ……………………………………..พ.ศ………………. (ลงชอ่ื ) ………………………………………….. (………………………………………...) ผอู้ านวยการลกู เสอื โรงเรยี น…………………………. 190 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

หนังสือรบั รองผลการสอบวิชาพิเศษลกู เสือสามญั ท่ี ………………./……………………. โรงเรยี น……………………………… วนั ท…่ี ………เดอื น………………..พ.ศ……... ขอรบั รองว่า …………………………………….เป็นลกู เสอื โรงเรยี น…………………………… สอบไดว้ ชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่โดยการอนุมตั ผิ ลการสอบของสานกั งานคณะกรรมการบรหิ าร ลกู เสอื แห่งชาติ ท่ี ………………./…………….ลงวนั ท่ี ………………………………………………… และไดแ้ นบสาเนาหนงั สอื อนุมตั ผิ ลมาดว้ ยแลว้ โดยสอบไดว้ ชิ าพเิ ศษ ดงั น้ี 1. …………………………………………… 2. …………………………………………… 3. …………………………………………… 4. …………………………………………… 5. …………………………………………… 6. …………………………………………… 7. …………………………………………… 8. …………………………………………… 9. …………………………………………… (ลงชอ่ื )……………………………………. (…………………………………) ……………………………………………… คู่มอื การจดั กจิ กรรมลูกเสอื สามญั เสรมิ สร้างทักษะชีวติ ลกู เสือตรี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 191

การประชุมกองลกู เสือสามญั (1) พิธีเปิ ดประชุมกอง 1. การชกั ธงขึน้ 1.1 ผกู้ ากบั ยนื ตรงหน้าเสาธง ห่างจากเสาธงประมาณ 3 กา้ ว รองผกู้ ากบั ลกู เสอื ยนื หลงั เสาธง หา่ งประมาณ 1 กา้ ว 1.2 ผกู้ ากบั เรยี กแถว \"กอง\" พรอ้ มกบั ใชส้ ญั ญาณมอื เรยี กแถวรปู ครง่ึ วงกลม (มอื แบทงั้ สองขา้ งเหยยี ดตรงลงขา้ งลา่ ง คว่าฝ่ามอื เขา้ หาลาตวั แกว่งประสานกนั ดา้ นหน้าชา้ ๆ เป็นรปู ครง่ึ วงกลม) 1.3 ลูกเสอื ทุกคนรบี วงิ่ มาเขา้ แถวรูปครง่ึ วงกลม (ลูกเสอื หม่แู รกยนื ดา้ นซ้ายมอื ของ ผู้กากบั ฯ โดยนายหมู่หมู่แรกยนื เป็นแนวเดยี วกบั ผู้กากบั ฯ หมู่ท่ี 2 และหมู่ต่อ ๆ ไปอยู่ ทางด้านซ้ายมอื ของหมู่แรกตามลาดบั รองนายหมู่ของหมู่สุดท้ายยนื อยู่เป็นเส้นตรงแนวเดยี วกบั ผกู้ ากบั ฯ และนายหม่หู ม่แู รก โดยถอื ว่าผกู้ ากบั ฯ เป็นจดุ ศูนยก์ ลาง ทุกคนอย่ใู นท่าจดั แถว โดยการ ยกขอ้ ศอกซา้ ยขน้ึ มอื ทาบสะโพก น้ิวทงั้ หา้ เรยี งชดิ ตดิ กนั ชล้ี งล่าง และสะบดั หน้าทางขวา ยกเวน้ รอง นายหมหู่ มสู่ ุดทา้ ยไมต่ อ้ งยกขอ้ ศอกซา้ ย) 1.4 ผกู้ ากบั สงั่ \"นิ่ง\" ลูกเสอื ทุกคนลดแขนลงพรอ้ มกบั สะบดั หน้ามาอย่ใู นท่าตรง ระยะเคยี งระหว่างบคุ คล 1 ช่วงศอก ระยะเคยี งระหวา่ งหมู่ 1 ช่วงแขน 1.5 ผกู้ ากบั สงั่ \"ตามระเบียบ, พกั \" (ลกู เสอื ทุกคนแยกเทา้ ซ้ายออกไปทางขา้ ง ประมาณ 30 เซนตเิ มตร หรอื ประมาณเกอื บครง่ึ กา้ วปกตอิ ยา่ งแขง็ แรงและองอาจ มอื ขวาทถ่ี อื ไม้พลอง ใหเ้ ล่อื น ขน้ึ มาเสมอเอว แลว้ ดนั ไม้พลองไปขา้ งหน้า เฉียงไปขา้ งขวาประมาณ 45 องศา มอื ซา้ ยไพล่ หลงั โดยมอื แบตามธรรมชาตนิ ้วิ เรยี งชดิ ตดิ กนั ) 1.6 ผกู้ ากบั สงั่ \"กอง, ตรง\" และผกู้ ากบั กา้ วถอยหลงั มายนื ทางซา้ ยหรอื ขวามอื และหนั หน้าเขา้ หาเสาธง ลูกเสอื ทุกคนดงึ ไม้พลองเขาหาลาตวั มอื ขวาอยรู่ ะดบั เอว แลว้ เล่อื นมอื ลงมา อยใู่ นทา่ ตรง พรอ้ มกบั ยกเทา้ มาชดิ เทา้ ขวา 1.7 ผกู้ ากบั สงั่ \"หม่บู ริการชกั ธงข้ึน\" หมบู่ รกิ ารฝากไมพ้ ลองไวก้ บั คนขา้ งเคยี ง แลว้ วงิ่ ออกไปพรอ้ มกนั (ลูกเสอื ออกวงิ่ ดว้ ยเทา้ ซา้ ยก่อน วางปลายเทา้ ลงบนพน้ื พรอ้ มกนั นนั้ ยกมอื ขน้ึ เสมอราวนมกามอื และหนั ฝ่ามอื เขา้ หาตวั ยดื อกและศรี ษะตงั้ ตรง ขณะวง่ิ แกว่งแขนทง่ี อตามจงั หวะ กา้ วไดพ้ อสมควร 1.8 ลูกเสอื ผู้ชกั ธงชาตทิ งั้ สองวง่ิ ออกไปพร้อมกนั และหยุดยนื ตรงหน้าเสาธง ประมาณ 3 กา้ ว วนั ทยหตั ถ์และลดมอื ลงพรอ้ มกนั ลกู เสอื คนทางขวามอื กา้ วไปขา้ งหน้า 2 ก้าวและชดิ เทา้ แก้เชอื กธง แลว้ กา้ วถอยหลงั 2 กา้ วกลบั มายนื ทเ่ี ดมิ และชดิ เทา้ ยนื ตรง แยกเชอื กส่งใหล้ กู เสอื คน ทางซ้ายมอื (ธงชาตอิ ย่ทู างขวามอื ของคนชกั ธงชาตเิ สมอ อย่าใหส้ ่วนหน่ึงส่วนใดของธงชาตแิ ตะพน้ื เป็นอนั ขาด) คนทางซา้ ยมอื เป็นคนชกั ธงชาติ คนทางขวามอื เป็นคนปล่อยเชอื ก ลกู เสอื ทงั้ สองคนยนื ตรง ในขณะทช่ี กั ธงชาตเิ ชอื กทงั้ สองดา้ นตงึ ตลอดเวลา จนกว่าธงชาตจิ ะขน้ึ สยู่ อดเสา 192 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

1.9 ผู้กากับสงั่ \"กอง, วนั ทยา-วุธ\" ผู้กากับและรองผู้กากับลูกเสือทุกคน วนั ทยหตั ถ์ ลกู เสอื ทกุ คนวนั ทยาวธุ (ลกู เสอื ทาจงั หวะเดยี ว โดยยกแขนซา้ ยขน้ึ มาเสมอไหล่ ศอกงอไป ขา้ งหน้าใหต้ งั้ ฉากกบั ลาตวั ฝ่ามอื แบคว่า รวบน้วิ หวั แมม่ อื กดทบั น้วิ กอ้ ยไว้ คงเหลอื น้วิ ช้ี น้วิ กลาง และ น้วิ นาง เหยยี ดตรงและชดิ กนั ใหข้ อ้ แรกของน้วิ ชแ้ี ตะไมพ้ ลองในรอ่ งไหลข่ วา 1.10 ลูกเสอื หมู่บรกิ ารคนหน่ึงนารอ้ งเพลงชาติ \"ประเทศไทยรวมเลือดเน้ือ ชาติเช้ือไทย\" ผูบ้ งั คบั บญั ชาลูกเสอื และลูกเสอื ทุกคนรอ้ งเพลงพรอ้ มกนั \"เป็ นประชารฐั ผไทของ ไทยทุกส่วน…..\" จนจบเพลง พอเรมิ่ รอ้ งเพลงชาตใิ ห้ลูกเสอื คนทางซ้ายมอื ดงึ เชอื กใหธ้ งชาติข้นึ สู่ ยอดเสาอย่างช้า ๆ ให้เชือกตึง ส่วนคนทางขวามอื ค่อย ๆ ผ่อนเชือกให้ธงชาติข้นึ และเชือกตึง เช่นเดียวกัน ผู้ชกั ธงชาติจะต้องกะระยะว่าพอเพลงชาติจบ ให้ธงชาติถึงปลายเสาพอดี เม่อื เสร็จ เรยี บรอ้ ยแลว้ ลกู เสอื คนทางขวามอื รบั เชอื กจากลกู เสอื ทางซา้ ยมอื มารวมกนั แลว้ กา้ วออกไปขา้ งหน้า 2 กา้ ว และชดิ เทา้ ยนื ตรงผกู เชอื กธง กา้ วถอยหลงั 2 กา้ ว และชดิ เทา้ กลบั มายนื ตรงทเ่ี ดมิ ลกู เสอื ทงั้ สอง ยนื ตรงวนั ทยหตั ถแ์ ละลดมอื ลงพรอ้ มกนั (ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื ทกุ คนลดมอื ลง) ลกู เสอื ทงั้ สองกลบั หลงั หนั วงิ่ กลบั มาเขา้ แถวในหม่ขู องตน และรบี นาไม้พลองทฝ่ี ากมาทาท่าวนั ทยาวุธอย่าง แขง็ แรงและ องอาจเชน่ เดยี วกบั ลกู เสอื ในกอง (การกา้ วเขา้ ไปผกู และแกเ้ ชอื กธง เรม่ิ ตน้ ดว้ ยเทา้ ซา้ ย) 1.11 ผู้กากับสงั่ \"เรียบ-อาวุธ\" ลูกเสอื ทุกคนลดแขนซ้ายลงมาอยู่ในท่าตรง โดยเรว็ 2. สวดมนต์ 2.1 ผกู้ ากบั สงั่ ”ถอดหมวก“ 2.2 ผู้กากบั สงั่ \"หม่บู รกิ ารนาสวดมนต์\" ลูกเสอื นาไม้พลองมาไว้ระหว่างปลาย เทา้ ทงั้ สอง แลว้ พงิ ท่อนบนไวก้ บั แขนซา้ ยดา้ นในซง่ึ งอตรงศอกเสรจ็ แลว้ ใชม้ อื ขวาจบั ทห่ี มวกดา้ นหน้า แลว้ ถอดหมวก พร้อมกบั ยกมอื ซ้ายขน้ึ มาประกบกบั มอื ขวาในท่าพนมมอื ใหด้ ้านในของหมวกหนั ไป ทางซา้ ย หน้าหมวกหนั เขา้ หาตวั ใหห้ มวกอยรู่ ะหว่างฝ่ามอื ทงั้ สองและหนีบหมวกไว้ ผบู้ งั คบั บญั ชาทุก คนถอดหมวกดว้ ย 2.2 ลูกเสอื หม่บู รกิ ารคนหน่ึงท่ไี ด้รบั มอบหมาย นาสวดมนต์ย่อ ผู้บงั คบั บญั ชา ลกู เสอื และลกู เสอื ทุกคนสวดมนต์ตามพรอ้ มกนั (สวดนา) \"อรห สมมา สมพทุ โธ ภควา\" (สวดตาม) \"อรห สมมา สมพทุ โธ ภควา\" สวดนาและสวดตามจนจบ 3. สงบน่ิง 3.1 ผกู้ ากบั สงั่ \"สงบนิ่ง\" (ลูกเสอื ลดมอื ขวาทถ่ี อื หมวกไปอยกู่ ่งึ กลางลาตวั แขน เหยยี ดตรง พรอ้ มกบั วางฝ่ามอื ซา้ ยทบั ลงบนหลงั มอื ขวา กม้ หน้าเลก็ น้อย) สงบน่งิ ประมาณ 1 นาที 3.2 ผกู้ ากบั สงั่ \"สวมหมวก\" ลกู เสอื เงยหน้าขน้ึ สวมหมวก แลว้ ใชม้ อื ขวาจบั ไม้ พลอง มาอยใู่ นท่าตรง 3.3 ผูก้ ากบั สงั่ \"กอง, ตามระเบียบ, พกั \" ผูก้ ากบั ก้าวเดนิ ไปยนื ตรงท่หี น้าเสา ธงเชน่ เดมิ ค่มู อื การจัดกิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทักษะชีวิต ลูกเสือตรี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 193

4. ตรวจ การตรวจมี 2 ประเภท คอื รองผกู้ ากบั ตรวจและนายหมตู่ รวจ โดยมขี อ้ เสนอแนะ ในการตรวจ ดงั น้ี ก. ถ้าเป็นการตรวจในตอนเปิดประชุมกอง จะตรวจในเร่อื งความสะอาด สขุ ภาพของรา่ งกาย อุปกรณ์ทผ่ี กู้ ากบั สงั่ ใหเ้ อามาในการเรยี นการสอน ข. ถา้ เป็นการตรวจในตอนปิดประชุมกอง จะตรวจเครอ่ื งแบบเครอ่ื งแต่งกาย เพราะลูกเสอื จะต้องเดนิ ผ่านชุมชน ตลาด หากแต่งตวั ไมเ่ รยี บรอ้ ยอาจจะ ถูกตาหนิแก่คนพบเหน็ ได้ 4.1 รองผกู้ ากบั 4.1.1 ผู้กากับสงั่ \"รองผ้กู ากบั ตรวจ เชือก \" รองผู้กากับทุกคนว่ิง ออกไปหาผกู้ ากบั วนั ทยหตั ถแ์ ละลดมอื ลง ผกู้ ากบั รบั การเคารพดว้ ยวนั ทยหตั ถแ์ ละลดมอื ลงเม่อื รองผู้ กากบั ลดมอื ลง (รองผกู้ ากบั วง่ิ ไปทาความเคารพผกู้ ากบั ก่อนตรวจนนั้ จะตอ้ งพจิ ารณาจงั หวะใหด้ ี อยา่ ทาความเคารพพรอ้ มกนั ) รองผกู้ ากบั วงิ่ ไปตรวจหมลู่ กู เสอื ทนั ที 4.1.2 รองผกู้ ากบั หยุดยนื ตรงขา้ มนายหมู่ ห่างจากนายหม่ปู ระมาณ 3 กา้ ว นายหมสู่ งั่ \"หม…ู่ ..ตรง, วนั ทยา-วธุ \" ลกู เสอื ทุกคนวนั ทยาวธุ นายหมเู่ รยี บอาวุธ กา้ วออกไป 1 กา้ ว วนั ทยาวุธ พรอ้ มกบั กล่าวรายงาน \"หมู่…..พร้อมทีจ่ ะรบั การตรวจแล้วครบั \" (รองผู้กากบั รบั การ เคารพด้วยวนั ทยหตั ถเ์ ม่อื นายหม่รู ายงาน และลดมอื ลงเม่อื รายงานจบ) นายหม่เู รยี บอาวุธ ก้าวถอย หลงั 1 กา้ วและชดิ เทา้ มายนื ตรงทเ่ี ดมิ นายหมวู่ นั ทยาวุธและสงั่ ลกู เสอื ในหมตู่ ่อไป \"เรียบ-อาวธุ \" 4.1.3 รองผู้กากับก้าวออกไปข้างหน้า 1 ก้าว และชิดเท้า ตรวจนายหมู่ เป็นคนแรก 4.1.4 รองผู้กากบั สงั่ นายหมู่ \"เดินตามข้าพเจ้า\" ตรวจลูกเสอื คนแรกและ คน ต่อ ๆ ไป การเดนิ ตรวจ รองผกู้ ากบั กา้ วเทา้ ขวาไปทางขา้ งขวา 1 กา้ ว แลว้ ชกั เทา้ ซา้ ยไปชดิ อยา่ ง แขง็ แรง ก่อนนายหม่กู ้าวไปทางขา้ งขวา ใหย้ กไม้พลองขน้ึ ประมาณ 1 คบื กา้ วเทา้ ขวาไปทางขา้ งขวา 1 ก้าว แลว้ ชกั เท้าซา้ ยไปชดิ อย่างแขง็ แรง แล้วตงั้ ไม้พลองลงกบั พ้นื ยนื ในแนวเดยี วกบั รองผู้กากบั ก้าว 1 ก้าวตรวจลูกเสอื 1 คน เม่อื ตรวจลูกเสอื ถึงคนสุดท้ายแล้ว ให้นายหมู่ลูกเสอื และรองผู้กากบั ลูกเสอื เดนิ ย้อนกลบั ท่เี ดมิ เหมอื นตอนแรก นายหมู่ยนื ตรงสงั่ \"วนั ทยา-วุธ\" และกล่าวว่า \"ขอบคุณ ครบั \" (ยนื อย่กู บั ทไ่ี มต่ อ้ งก้าวออกไป) รองผกู้ ากบั รบั การเคารพดว้ ยวนั ทยหตั ถแ์ ละลดมอื ลง นายหมู่ สงั่ ต่อไป \"เรียบ-อาวธุ , ตามระเบียบ, พกั \" 4.2 นายหมตู่ รวจ ในการประชุมกองลูกเสอื บางครงั้ รองผู้กากบั ไม่มาจาเป็นต้องให้นายหมู่ ตรวจแทน แนวปฏบิ ตั ิ คอื ผู้กากบั สงั่ \"นายหมู่ตรวจ\" นายหมู่ทุกคนก้าวออกไปข้างหน้าหมู่ของ 194 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

ตนเอง 3 ก้าว รองนายหม่วู ง่ิ อ้อมหลงั หม่มู ายนื แทนทน่ี ายหมู่ และทาหน้าทน่ี ายหมู่ และทาการตรวจ แบบรองผกู้ ากบั ในขอ้ 4.1.4 โดยทาเหมอื นกบั รองผกู้ ากบั ทุกประการ 4.3 การรายงานการตรวจ 4.3.1 รองผกู้ ากบั รายงาน เม่อื นายหมู่ลูกเสอื ของคุณรองผู้กากบั ภายหลงั การตรวจเรยี บร้อย แล้ว รองผู้กากบั กลบั หลงั หนั ทาวนั ทยหตั ถ์ พร้อมกบั กล่าวรายงานต่อผู้กากับว่า \"ข้าพเจ้าได้รบั มอบหมายจากผกู้ ากบั ให้ไปตรวจ เชือก หมู่ ปรากฎว่า และได้ตกั เตือนแล้ว, ครบั \" เสรจ็ แลว้ วง่ิ กลบั มาดา้ นหลงั เสาธง รองผกู้ ากบั คนต่อไปกร็ ายงานต่อ ๆ ไป (รองผกู้ ากบั เม่อื ตรวจเสรจ็ แลว้ ใหร้ ายงานผลการตรวจไดเ้ ลย ไม่ต้องรอให้เสรจ็ ทกุ หมกู่ ่อนจึงค่อยรายงาน) 4.3.2 นายหมลู่ กู เสือรายงาน เม่อื นายหม่ลู ูกเสอื คนใดตรวจเสรจ็ แล้ว ให้ยนื ตรงหน้าหม่ขู องตนเอง โดยหนั หน้าไปหาผู้กากบั และรอให้นายหมู่ลูกเสอื ทุกหมู่ตรวจเสรจ็ เรยี บรอ้ ยเสียก่อน เม่อื นายหมู่ ลูกเสอื ตรวจเสรจ็ เรยี บรอ้ ยทุกหม่แู ลว้ นายหม่ลู ูกเสอื ทุกคนวง่ิ ออกไปเขา้ แถวหน้ากระดานแถวเดย่ี ว ตรงขา้ มผกู้ ากบั พรอ้ มกนั หา่ งจากผกู้ ากบั ประมาณ 3 กา้ ว นายหมลู่ กู เสอื หมบู่ รกิ ารยนื หวั แถว นายหมู่ ลกู เสอื หมอู่ ่นื ๆ เรยี งไปตามลาดบั โดยอยใู่ นทา่ ตามระเบยี บพกั ผกู้ ากบั ยนื กง่ึ กลางของแถว ผกู้ ากบั สงั่ \"นายหมู่รายงาน\" นายหมลู่ ูกเสอื หมบู่ รกิ ารรายงานผลการตรวจเป็นคนแรก นายหมู่ลูกเสอื ยนื ตรง, วนั ทยาวุธและเรยี บอาวุธ ก้าวออกไปข้างหน้า 1 ก้าว หนั หน้าไปหาผู้กากบั วนั ทยาวุธ พรอ้ มกบั กล่าวรายงาน \"ข้าพเจ้าได้รบั มอบหมายจากผกู้ ากบั ให้ไปตรวจ เชือก หมู่ ปรากฎว่า และได้แนะนาให้ปรบั ปรงุ แก้ไขแล้ว, ครบั \" เม่อื จบการรายงาน นายหมู่เรยี บอาวุธ ถอยกลบั เข้าท่ี แล้วทาวนั ทยาวุธ แล้วเรียบอาวุธ, ตามระเบียบพัก นายหมู่คนอ่ืน ๆ ให้ปฏิบตั ิ เช่นเดยี วกนั จนกระทงั่ การรายงานผลการตรวจเสรจ็ เรยี บรอ้ ย ผกู้ ากบั สงั่ \"กลบั ทีเ่ ดิม-วิง่ \" นายหมู่ ทุกคนทาวนั ทยาวุธและเรยี บอาวุธพรอ้ มกนั กลบั หลงั หนั มายนื ในหม่ขู องตนเองในตาแหน่งเดมิ รอง นายหมวู่ งิ่ ออ้ มหลงั หมกู่ ลบั มายนื ทาหน้าทร่ี องนายหมตู่ ามเดมิ 5. แยก ผู้กากับสงั่ \"กอง-ตรง, กอง-แยก\" ลูกเสือทุกคนขวาหันแล้วแยกไปปฏิบัติ กจิ กรรมอ่นื ต่อไป (2) เกม-เพลง เกมหรอื การเลน่ ของลกู เสอื เป็นอุปกรณ์ทส่ี าคญั ทส่ี ุดอยา่ งหน่งึ ในการฝึกอบรมลกู เสอื ทุกประเภท ทงั้ ในทางจติ ใจและในการบรหิ ารร่างกาย เกมช่วยพฒั นาเดก็ ในเร่อื งนิสยั ใจคอ อารมณ์ดี น้าใจ นักกฬี า การรกั หมู่คณะ ความอดทน ระเบยี บวนิ ัย และความไม่เหน็ แก่ตวั ทุกครงั้ ท่ีมกี าร ประชมุ กองจะตอ้ งมกี ารจดั การใหเ้ ดก็ เล่นเกมเพ่อื บรหิ ารรา่ งกายเป็นการฝึกอบรมเดก็ ในทางจติ ใจไปใน ตวั เกมทใ่ี ชจ้ ะต้องเลอื กเกมทเ่ี หมาะสมต่อวยั ของเดก็ ดว้ ย หรอื การรอ้ งเพลงเพ่อื เป็นการปลกุ ใจ คลาย คมู่ ือการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามัญเสรมิ สร้างทักษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 195

อารมณ์ ก่อให้เกดิ ความร่าเรงิ บนั เทงิ ใจ และการรอ้ งเพลงเป็นเพลงหม่หู รือรอ้ งพรอ้ ม ๆ กนั เพ่อื เป็น การสง่ เสรมิ ความสามคั คี (3) การสอนตามเนื้อหา ผกู้ ากบั ลกู เสอื จะกาหนดเน้อื หาตามหลกั สตู ร ซง่ึ เขยี นเป็นแผนการสอนหรอื โครงการ สอน ในแต่ละคาบจะกาหนดเน้อื หาสาหรบั เขยี นไวใ้ นการประชุมกอง การสอนอาจจะสอนเป็นฐาน แลว้ มกี ารเปล่ยี นฐาน โดยกาหนดเวลาให้ อาจจะมี 1 ฐานหรอื มากกว่าก็ได้ ข้นึ อยู่กบั ลูกเสอื และความ เหมาะสมต่าง ๆ ส่วนเทคนิคการสอนอาจจะเป็นแบบบรรยาย อภปิ ราย สาธติ หรอื ปฏบิ ตั จิ รงิ แลว้ แต่ เน้อื หาทก่ี าหนด หรอื อาจจะใหน้ ายหมสู่ อนภายในหมตู่ นเองกไ็ ด้ การรายงานเพื่อเข้าฝึ กตามฐาน การฝึกลูกเสือตามฐานต่าง ๆ นัน้ ให้จัดฐานแต่ละฐานเป็นวงกลมหรือรูปเหล่ียมมี ศูนยก์ ลาง ระยะทางระหว่างฐานควรเท่ากนั เสน้ ทางการเดนิ ทางใหส้ ะดวก บางฐานอาจมเี สน้ ทางเขา้ สู่ ฐานไม่ต้องตรงอ้อมส่ิงปลูกสร้าง พุ่มไม้ หรอื บ่อน้า ก็จงคานึงถึงเวลาเดินทางให้เท่ากบั ฐานอ่นื ๆ มฉิ ะนนั้ แลว้ ลกู เสอื จะเสยี เวลาเดนิ ทางมาก ไมไ่ ดร้ บั ความรใู้ นฐานนัน้ เตม็ ท่ี การเคล่อื นทเ่ี ขา้ ฐานนิยมเคลอ่ื นโดยเวยี นขวา คอื ไปตามเขม็ นาฬกิ า ฉะนนั้ ผอู้ ย่ปู ระจา ฐาน (วทิ ยากร) จะต้องหนั หน้าเขา้ ส่จู ดุ ศูนยก์ ลางของวงใหญ่ เมอ่ื ลูกเสอื ฝึกครบเวลามสี ญั ญาณปล่อย ตวั แลว้ จะ เขา้ แถวหน้ากระดาน ทาขวาหนั แลว้ เคล่อื นทต่ี ามนายหมไู่ ดเ้ ลย การเขา้ ฐานครงั้ ละหลายหมู่ แต่ละหม่นู ัน้ นายหม่ตู ้องรายงานเองทุกหมู่ แต่รายงานทลี ะ หมู่ มบิ งั ควรทจ่ี ะให้หมใู่ ดหมหู่ น่ึงรายงานรวมหนเดยี ว เพราะนายหม่จู ะสงั่ การไดเ้ ฉพาะลกู หม่ตู นเอง เทา่ นนั้ หากมกี ารเขา้ ฐานมากหม่จู นเกนิ ไปจะเสยี เวลามาก กเ็ ปลย่ี นการเขา้ ฐานแบบวทิ ยากรเคล่อื นท่ี ไปหาลกู เสอื ซง่ึ แบบน้จี ะสามารถมผี แู้ ทนสงั่ เคารพคนเดยี วไดเ้ สมอื นครเู ขา้ หอ้ งสอน 1. การรายงานกรณีทกุ คนมีอาวธุ เม่อื นายหม่นู าลูกหม่ไู ปถงึ ผู้ประจาฐานให้เขา้ แถวหน้ากระดาน โดยนายหม่ยู นื ตรงหน้าผูป้ ระจาฐาน นายหมนู่ งั่ \"หมู่…..ตรง, วนั ทยา-วธุ \" เฉพาะนายหม่เู รยี บอาวุธ ก้าวเขา้ ไป หาผู้ประจาฐาน 1 ก้าว ทาวันทยาวุธ แล้วรายงานว่า \"หมู่…..พร้อมทีจ่ ะรบั การฝึ กแล้วครบั \" รายงานเสรจ็ ทาเรยี บอาวุธ แลว้ ถอยหลงั 1 ก้าวเขา้ มาในแถว ทาวนั ทยาวุธไวใ้ หเ้ หมอื นลูกหมู่ แลว้ สงั่ \"เรียบ-อาวธุ \" และสงั่ \"ตามระเบียบ-พกั \" (ชว่ งน้วี ทิ ยากรประจาฐานควรสงั่ \"พกั แถว\" ก่อนกไ็ ด)้ จากนัน้ ผู้ประจาฐานจะเรม่ิ สอนหรอื ฝึก ทางท่ดี ผี ู้ประจาฐานควรจะสงั่ \"ตรง\" และสงั่ \"พกั แถว\" ก่อนจงึ เรมิ่ สอนก็จะเป็นการเหมาะสมมาก เพราะการสอนนัน้ ลูกเสอื ย่อมอยู่ในท่าพกั ตาม ระเบยี บไมไ่ ด้ สาหรบั ผูป้ ระจาฐานเม่อื นายหม่สู งั่ \"วนั ทยา-วธุ \" ก็รบั การเคารพดว้ ยวนั ทยหตั ถ์ และก็ คา้ งอยอู่ ยา่ งนนั้ จนกว่านายหม่จู ะกา้ วออกมาและรายงานจบ เมอ่ื นายหม่รู ายงานจบเรยี บอาวุธ ผกู้ ากบั จะลดมอื ลงพรอ้ มกนั ตอนน้ี (มใิ ช่คอยลดมอื ลงพรอ้ มลกู เสอื ในแถว) 196 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4

2. การรายงานกรณีมอี าวธุ เฉพาะนายหมู่ การเขา้ เรยี นตามฐานบางกรณนี นั้ เพ่อื ความสะดวกผกู้ ากบั หรอื ผสู้ อนวชิ าอาจสงั่ ให้ ลูกเสอื รวมอาวุธไว้ ใหน้ าตดิ ตวั ไปเฉพาะนายหม่กู ไ็ ด้ หรอื การเขา้ ค่ายพกั แรมกรณีทน่ี าอาวุธไป เฉพาะนายหมู่ เพราะไมส่ ามารถนาพลอง ไมพ้ ลอง จานวนหลายรอ้ ยอนั ไปได้ กรณนี ้ีนายหม่สู งั่ \"หมู่…..ตรง\" สาหรบั ตวั นายหม่นู ัน้ เม่อื ตรงแลว้ ใหท้ าวนั ทยาวุธ-เรยี บ อาวุธ กา้ วเขา้ ไปหาผปู้ ระจาฐาน 1 กา้ ว แลว้ ทาวนั ทยาวุธอกี รายงาน เม่อื รายงานจบเรยี บอาวุธ แลว้ ถอยหลงั เขา้ ทใ่ี นแถวอยใู่ นท่าตรงเหมอื นลกู หมู่ แลว้ สงั่ \"ตามระเบยี บ-พกั \" ทงั้ น้ี ไมต่ อ้ งทาวนั ทยาวุธ อกี ครงั้ เพราะขณะนนั้ อยใู่ น ท่าตรงเหมอื นลกู หมแู่ ลว้ สาหรบั ผู้ประจาฐาน ใหร้ บั การเคารพด้วยวนั ทยหตั ถ์ พรอ้ มกบั ลูกเสอื ในแถวเคารพดว้ ย ท่าตรง และวนั ทยหตั ถ์คา้ งอยู่จนกว่านายหม่จู ะรายงานจบ จงึ เอามอื ลงพรอ้ มกบั นายหม่เู รยี บอาวุ ธ ตอนรายงานจบ 3. การรายงานกรณีไม่มีอาวธุ ทงั้ หมด นายหม่จู ะสงั่ \"หมู่…..ตรง\" เฉพาะนายหม่นู ายหม่เู ม่อื ตรงแลว้ ก็ทาวนั ทยหตั ถ์ ลดมอื ลง กา้ วเขา้ ไปรายงาน ขณะรายงานกท็ าวนั ทยหตั ถ์ รายงานว่า \"หม่…ู ..พร้อมทีจ่ ะรบั การฝึ ก แล้วครบั \" รายงานแล้วลดมอื ลงถอยหลงั เข้าไปในแถว อยู่ในท่าตรงเหมอื นลูกหมู่ แล้วสงั่ \"ตาม ระเบียบ-พกั \" (ถอยเขา้ ไปในแถวแลว้ ไมต่ อ้ งทาวนั ทยหตั ถอ์ กี ) สาหรบั ผู้ประจาฐานใหร้ บั การเคารพดว้ ยวนั ทยหตั ถ์ ตอนท่ลี ูกเสอื เคารพด้วยท่า ตรง ทาวนั ทยหตั ถค์ า้ งไวจ้ นกว่านายหมจู่ ะรายงานจบและลดมอื ลง จงึ ลดมอื ลงพรอ้ มกบั นายหมู่ 4. การเข้าฐานกรณีผปู้ ระจาฐานเคล่ือนที่เอง การสอนแบบน้ีเหมาะสาหรบั มลี ูกเสอื จานวนมาก เม่อื แบ่งฐานแล้วจะไดฐ้ านละ หลายหมู่ หากจะใหล้ กู เสอื เคลอ่ื นทจ่ี ะเสยี เวลามาก จงึ ควรจดั ใหล้ กู เสอื อยเู่ ป็นกลุม่ กล่มุ ละหลาย ๆ หมู่ กรณีน้ีไม่ต้องมกี ารรายงาน ให้ทาเหมอื นครูเดนิ เข้าห้องสอน เม่อื ผู้ประจาฐานเข้าไป ลูกเสอื ก็ทาความเคารพ โดยผู้กากบั จะแต่งตงั้ หวั หน้านายหมู่ชวั่ คราวไว้เป็นผู้สงั่ เคารพ โดยสงั่ ว่า \"ลกู เสือ-ตรง, วนั ทยา-วธุ , เรียบ-อาวธุ , ตามระเบียบ-พกั \" แต่ถา้ ในสนามมอี าวธุ เฉพาะนายหมู่ (หลายหม)ู่ กส็ งั่ วา่ \"ลกู เสือ-ตรง\" เฉย ๆ แต่นายหมู่ ทกุ คนทม่ี อี าวุธอยแู่ ลว้ เมอ่ื ตรงแลว้ กท็ าวนั ทยาวุธ เรยี บอาวุธเองโดยไมม่ ใี ครสงั่ สาหรบั ผปู้ ระจาฐาน เม่อื เขา้ ไปเขาสงั่ เคารพก็รบั การเคารพตามธรรมดา (วนั ทยหตั ถ์ ลด มอื ลงเลย เพราะไมม่ กี ารรายงาน) จะเหมอื นกบั ครเู ขา้ สอนในหอ้ งเรยี น 5. การลาฐานเมือ่ หมดเวลา นายหม่เู ป็นผูส้ งั่ โดยออกคาสงั่ ว่า \"หมู่…..ตรง, วนั ทยา-วธุ (นายหม่คู นเดยี ว กล่าวว่า \"ขอบคณุ -ครบั \") เรียบ-อาวธุ , ขวา-หนั , ตามข้าพเจ้า\" แต่หากมอี าวุธเฉพาะนายหมู่ กเ็ พยี งสงั่ \"หมู่…..ตรง (ตนเองทาวนั ทยาวุธ แลว้ กล่าวว่า \"ขอบคณุ ครบั , เรยี บอาวธุ \") ขวาหนั , ตามข้าพเจ้า\" (4) ผกู้ ากบั เล่าเรอื่ งสนั้ ที่เป็นประโยชน์ ค่มู อื การจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญเสริมสร้างทักษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 197

ผู้กากบั ควรจะหาเร่อื งสนั้ หรอื นิทานมาเล่าให้ลูกเสอื ฟัง เพ่อื แทรกคตธิ รรมต่าง ๆ โดยท่ี ลูกเสอื ได้รบั ไปปฏบิ ตั ิโดยไม่รู้ตวั ทงั้ น้ี เพ่ือให้เกิดความนับถือ ความสนิทสนม ความเป็น กนั เอง เพอ่ื ใหล้ กู เสอื เกดิ ความกลา้ ความสามคั คี เกดิ ความรกั ชาติ เสยี สละ กตญั ญู (5) พิธีปิ ดประชุมกอง 1. นัดหมาย 1.1 ผกู้ ากบั ยนื ตรงหน้าเสาธง ห่างจากเสาธงประมาณ 3 กา้ ว รองผกู้ ากบั ลูกเสอื ทกุ คนยนื หลงั เสาธง ห่างประมาณ 1 กา้ ว 1.2 ผกู้ ากบั เรยี กแถว สงั่ \"กอง\" พรอ้ มกบั ใชส้ ญั ญาณมอื เรยี กแถวรปู ครง่ึ วงกลม (มอื แบทงั้ สองขา้ ง เหยยี ดตรงลงขา้ งล่าง คว่าฝ่ามอื เขา้ หาลาตวั แกว่งแขนประสานกนั ด้านหน้าชา้ ๆ เป็นรปู ครง่ึ วงกลม) 1.3 ลูกเสอื ทุกคนรบี วง่ิ มาเขา้ แถวรปู ครง่ึ วงกลม (ลูกเสอื หมแู่ รกยนื ดา้ นซา้ ยของ ผกู้ ากบั ลกู เสอื โดยนายหมหู่ มแู่ รกยนื อย่เู ป็นแนวเดยี วกบั ผกู้ ากบั ลกู เสอื หม่ทู ่ี 2 และหมตู่ ่อ ๆ ไปอยู่ ทางดา้ นซา้ ยมอื ของหม่แู รกตามลาดบั รองนายหมขู่ องหมสู่ ุดทา้ ยอย่เู ป็นเสน้ ตรงแนวเดยี วกบั ผูก้ ากบั ลกู เสอื และนายหม่หู ม่แู รก โดยถอื ว่าผกู้ ากบั ลูกเสอื เป็นจุดศูนยก์ ลาง ทุกคนอยใู่ นท่าจดั แถว โดยการ ยกขอ้ ศอกซา้ ยขน้ึ มาทาบสะโพก น้ิวทงั้ หา้ เรยี งชดิ ตดิ กนั ชล้ี งล่าง และสะบดั หน้าทางขวา ยกเวน้ นาย หมขู่ องหมแู่ รกไมต่ อ้ งสะบดั หน้า และรองนายหมหู่ มสู่ ุดทา้ ยไมต่ อ้ งยกขอ้ ศอกซา้ ย) 1.4 ผกู้ ากบั สงั่ \"นิ่ง\" (ลกู เสอื ทุกคนลดแขนลงพรอ้ มกบั สะบดั หน้ามาอยใู่ นท่าตรง ระยะเคยี งระหว่างบคุ คล 1 ชว่ งศอก ระยะเคยี งระหว่างหมู่ 1 ชว่ งแขน) 1.5 ผู้กากบั สงั่ \"กอง, ตามระเบียบ, พกั \" (ลูกเสอื ทุกคนแยกเท้าซ้ายออกไป ทางซา้ ยประมาณ 30 เซนตเิ มตร หรอื ประมาณเกอื บครง่ึ กา้ วปกตอิ ยา่ งแขง็ แรงและองอาจ มอื ขวาทถ่ี อื ไมพ้ ลองให้เล่อื นขน้ึ มาเสมอเอว แล้วดนั ไมพ้ ลองไปขา้ งหน้า เฉียงไปขา้ งหน้าประมาณ 45 องศา มอื ซา้ ยไพล่หลงั โดยตวั มอื แบตามธรรมชาติ น้วิ เรยี งชดิ ตดิ กนั 1.6 ผกู้ ากบั นัดหมาย เร่อื งทน่ี ัดหมาย คอื เรอ่ื งทจ่ี ะต้องใหล้ ูกเสอื เตรยี มอุปกรณ์ ในการฝึกอบรมครงั้ ต่อไป เช่น ครงั้ ต่อไปจะฝึกอบรมเร่อื งเงอ่ื นลกู เสอื เตรยี มเชอื ก 2. ตรวจ สาหรบั การตรวจตอนปิดประชุมกองจะตรวจเคร่อื งแบบ เคร่อื งแต่งกาย เพราะ ลกู เสอื จะตอ้ งเดนิ ผา่ นชมุ ชน ตลาด ถา้ หากแต่งตวั ไมเ่ รยี บรอ้ ยอาจจะถูกตาหนแิ ก่ผทู้ พ่ี บเหน็ ได้ 2.1 รองผกู้ ากบั ตรวจ 2.1.1 ผู้กากับสงั่ \"รองผ้กู ากบั ตรวจเครือ่ งแบบ\" รองผู้กากับทุกคนวิง่ ออกไปหาผกู้ ากบั วนั ทยหตั ถ์ และลดมอื ลง ผกู้ ากบั รบั การเคารพดว้ ยวนั ทยหตั ถแ์ ละลดมอื ลง เมอ่ื รอง ผกู้ ากบั ลดมอื ลง รองผกู้ ากบั วง่ิ ไปตรวจหมลู่ กู เสอื ทนั ที 2.1.2 รองผกู้ ากบั หยุดยนื ตรงขา้ มนายหมู่ ห่างจากนายหม่ปู ระมาณ 3 กา้ ว นายหม่สู งั่ \"หม่…ู ..ตรง, วนั ทยา-วธุ \" ลกู เสอื ทุกคนวนั ทยาวุธ นายหมเู่ รยี บอาวุธ ก้าวออกไป 1 ก้าว วนั ทยาวุธ พรอ้ มกบั กล่าวว่า \"หมู่…..พร้อมทีจ่ ะรบั การตรวจแล้วครบั \" (รองผกู้ ากบั รบั การเคารพ 198 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4

ดว้ ยวนั ทยหตั ถ์ เมอ่ื นายหม่รู ายงานและลดมอื ลงเมอ่ื นายหม่รู ายงานจบ) นายหม่เู รยี บอาวุธ ก้าว ถอยหลงั 1 ก้าว และชดิ เท้ากลบั มายนื ในท่าตรง ทาวนั ทยาวุธ และสงั่ ลูกเสอื ในหมู่ต่อไป \"เรียบ- อาวธุ \" 2.1.3 รองผกู้ ากบั กา้ วออกไปขา้ งหน้า 1 กา้ ว และชดิ เทา้ ตรวจนายหม่เู ป็น คนแรก โดยมขอ้ เสนอแนะในการตรวจ ดงั น้ี การตรวจเคร่อื งแบบ นายหมู่เป็นคนแรกจะต้องถูกตรวจด้านหน้า ซ่งึ จะตรวจในเร่อื ง ต่อไปน้ี 1) หมวก ทรงอ่อนสเี ลอื ดหมู มตี ราหน้าหมวกรูปตราคณะลูกเสอื แห่งชาติ ทาด้วยโลหะสที อง เวลา สวมหมวกใหต้ ราหน้าหมวกอยเู่ หนอื คว้ิ ซา้ ย หมวกตอ้ งมขี นาดเหมาะสมกบั ศีรษะ และสวมปิดไร ผมทงั้ หมด 2) เสื้อ เป็นเส้อื เชต้ิ แขนสนั้ สกี ากี คอมปี ก ผ่าอกตลอด มดี ุมตดิ ตลอด มสี าบท่หี น้าอก เหนือ กระดุมเมด็ ทห่ี น่ึงนับจากคอเส้อื ลงมาเลก็ น้อย มกี ระเป๋ าสองกระเป๋ าตดิ ทอ่ี กเส้อื ทงั้ สองขา้ ง ก่งึ กลาง กระเป๋ ามีจีบ จีบอยู่ในแถวยนื ถึงปากกระเป๋ า เคร่ืองหมายนายหมู่มแี ถวผ้าสีเลือดหมู่กว้าง 1.5 เซนตเิ มตร ยาวเท่ากระเป๋ าเสอ้ื 2 แถบ ตดิ อยรู่ มิ กระเป๋ าตามแนวยาวกระเป๋ าซา้ ย กระเป๋ ามปี ก รปู มนกลางแหลม เจาะรูรงั ดุมสาหรบั กลดั ดุมท่ตี ดิ อย่ทู ่กี ระเป๋ า บนไหล่มอี นิ ทรธนูสเี ลอื ดหมู ปลาย อินทรธนูมอี ักษร \"ล.ญ.\" ป้ายช่อื โรงเรยี นเป็นผ้าโค้งไปตามตะเข็บไหล่ ติดต่ากว่าไหล่ข้างขวา 1 เซนตเิ มตร แผ่นป้ายบอกช่อื กลุ่ม กอง ตดิ อยกู่ ลางป้ายชอ่ื โรงเรยี น (ตวั ขาวพน้ื แดง) สว่ นเครอ่ื งหมาย หม่ทู าด้วยผ้าส่เี หล่ยี มจตั ุรสั ยาวด้านละ 3.5 เซนตเิ มตร มรี ูปสามเหลย่ี ม 2 รูป สตี ามสปี ระจาหมู่ ลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ ขลบิ สเี ลอื ดหมู ตดิ ทไ่ี หลเ่ สอ้ื ขา้ งซา้ ยใตต้ ะเขบ็ 1 เซนตเิ มตร กระดุมเสอ้ื กลดั หมด ผา้ ผกู คอเป็นรปู สามเหลย่ี มมว้ นพบั ตามแนวทะแยงใหเ้ รยี บ มว้ นเหลอื ชายประมาณหน่งึ ฝ่ามอื ใหร้ อย พบั อยดู่ า้ นใน รวบชายผา้ ผกู คอไวด้ า้ นหน้า แลว้ สวมปลอกตราคณะลกู เสอื แห่งชาติ ใหป้ ลอก ห่างจาก คางระยะ 1 กามอื ของตนเอง สายนกหวดี สเี หลอื งสวมทบั ผา้ ผกู คอ เกบ็ นกหวดี ไวก้ ระเป๋ าซา้ ย 3) กางเกง สกี างเกงเช่นเดยี วกบั เสอ้ื ขาสนั้ แบบไทย รมิ ขอบขาห่างจากก่งึ กลางสะบ้าหวั เข่า 5 เซนตเิ มตร มกี ระเป๋ าสองกระเป๋ าตรงดา้ นหน้าทผ่ี ่ามซี ปิ ซ่อนไวข้ า้ งในและรดู ซปิ เรยี บรอ้ ย เวลาสวมเอา ขอบกางเกงทบั ชายเสอ้ื มหี ูกางเกงดว้ ย เขม็ ขดั สนี ้าตาลแก่ หวั เขม็ ขดั ทาดว้ ยโลหะสที อง ต้องขดั ให้ สะอาดเป็นเงาเสมอ มลี ายดุนรปู เฟลอรเ์ ดอลสี ป์ ระกอบหน้าอยใู่ นกรอบช่อชยั พฤกษ์ ตรงส่วนล่างของ กรอบมคี ตพิ จน์ว่า \"เสียชีพอย่าเสียสตั ย\"์ เวลาคาดเขม็ ขดั ทบั ขอบกางเกง ไมป่ ลอ่ ยใหห้ วั เขม็ ขดั หอ้ ย ยาน 4) ถงุ เท้า ถุงเท้ายาวสีกากี มีสายรัดถุงกันย่น เวลาสวมให้พับขอบอยู่ใต้เข่าประมาณ 5 เซนตเิ มตร หรอื 4 น้วิ ฝ่ามอื ตนเอง ขอบพบั กวา้ งประมาณ 4 น้วิ ฝ่ามอื ตนเอง ลายของถุงเทา้ ตรง คมู่ อื การจัดกิจกรรมลกู เสอื สามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ ลูกเสือตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 199