2. ด้านการทหาร ได้ทรงตัง้ สภาป้องกนั ราชอาณาจกั ร กระทรวงทหารเรอื ตัง้ กองบนิ กองทพั บก (ได้พฒั นาจนกลายมาเป็นกองทพั อากาศในปัจจุบนั ) สรา้ งเรอื รบและจดั หายุทโธปกรณ์ อนั ทนั สมยั มาใช้ 3. ด้านการศึกษา ไดท้ รงปรบั ปรุงโรงเรยี นขา้ ราชการพลเรอื นจนเจรญิ ก้าวหน้าเป็นจฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั ในปัจจบุ นั โปรดใหต้ งั้ กรมมหาวทิ ยาลยั เพอ่ื จดั การศกึ ษาขนั้ อุดมศกึ ษา ตงั้ โรงเรยี นเพาะช่าง โรงเรยี นพาณิชยการ โรงเรยี นฝึกหดั ครูกสกิ รรม ตราพระราชบญั ญตั ิประถมศึกษา พระราชบญั ญัติ โรงเรยี นราษฎร์ 4. ด้านการสาธารณสุข โปรดให้ตัง้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตัง้ สถานเสาวภา ตัง้ กรม สาธารณสขุ เปิดการประปา 5. ด้านการคมนาคม โปรดให้ตัง้ กรมรถไฟหลวง เปิดสถานีวิทยุโทรเลขเปิดการรับส่ง จดหมายทางอากาศ 6. ด้านการศาล ทรงจดั วางระเบยี บบรหิ ารราชการกระทรวงยุตธิ รรม ประกาศใช้ประมวล กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ 7. ด้านการต่างประเทศ ทรงนาประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครัง้ ท่ี 1 ร่วมกับฝ่ าย สมั พนั ธมติ รโดยส่งทหารไทยไปสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กบั ทหารของชาติมหาอานาจหลังจาก สงครามโลกยุติลงสมั พนั ธมติ รเป็นฝ่ายชนะประเทศไทยจงึ มเี กยี รตภิ ูมติ ามไปดว้ ยพระองคท์ รงเหน็ เป็น จงั หวะดี จงึ ไดข้ อเจรจาแก้ไขสนธสิ ญั ญาซง่ึ เราเป็นฝ่ายเสยี เปรยี บมาก ทช่ี าตติ ะวนั ตก 10 ชาติ ไดเ้ คย ทาไว้กบั ประเทศสยาม (ประเทศไทย) ทส่ี าคญั ได้แก่ เร่อื งการพจิ ารณาคดคี นต่างชาตทิ ่มี าทาผดิ ใน เมอื งไทย เร่อื งการจดั เก็บภาษีศุลกากร การเจรจาได้ใช้เวลาหลายปี แต่ในท่สี ุดก็สาเร็จได้ด้วยความ ยากเยน็ 8. ด้านการวรรณคดี ทรงมพี ระทยั ฝักใฝ่ทางอกั ษรศาสตรม์ าก ไดท้ รงพระราชนิพนธห์ นังสอื บทความ บทกวี บทละคร เรอ่ื งสนั้ ทงั้ รอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรอง เป็นจานวนประมาณ 200 เรอ่ื ง ดว้ ยพระ ปรชี าสามารถดา้ นน้ี ประชาชนจงึ ถวายสมญานามแด่พระองคว์ า่ \"สมเดจ็ พระมหาธีรราชเจ้า\" การกาเนิดลกู เสือไทย ยคุ ก่อตงั้ (พ.ศ. 2454-2468) รวม 14 ปี ในรชั กาลท่ี 6 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนาการเสอื ป่า 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนาลกู เสอื ไทย โดยตราขอ้ บงั คบั ลกั ษณะการปกครองลกู เสอื และตงั้ สภากรรมการกลางจดั การลกู เสอื แห่งชาตขิ น้ึ โดยพระองคท์ รงดารงตาแหน่งสภานายก หลงั จาก นัน้ พระมหากษตั รยิ อ์ งคต์ ่อ ๆ มา ทรงเป็นสภานายกสภาลูกเสอื แห่งชาตติ ลอดมาจนถงึ ปี พ.ศ.2490 ในยคุ น้มี เี หตุการณ์สาคญั ๆ เชน่ พ.ศ.2454 ตงั้ ลกู เสอื กองแรกทโ่ี รงเรยี นมหาดเลก็ หลวง (คอื โรงเรยี นวชริ าวธุ ปัจจุบนั ) เป็นกองลกู เสอื ในพระองค์ เรยี กวา่ กองลกู เสอื กรงุ เทพฯท่ี 1 พ.ศ.2458 พระราชทานเหรยี ญราชนิยมใหแ้ ก่ลกู เสอื โท ฝ้าย บุญเลย้ี ง 50 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
พ.ศ.2459 ตงั้ โรงเรยี นผกู้ ากบั ลกู เสอื ในพระบรมราชูปถมั ภข์ น้ึ ณ สโมสรเสอื ป่า จงั หวดั พระนคร หลกั สตู ร 2 เดอื น เปิดได้ 4 ปี กล็ ม้ เลกิ ไป พ.ศ. 2463 สง่ ผแู้ ทนลกู เสอื ไทยไปชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 1 ณ กรงุ ลอนดอน โดยมนี ายสวสั ดิ ์สมุ ติ ร เป็นหวั หน้าคณะ พ.ศ. 2465 คณะลกู เสอื ไทยสมคั รเขา้ เป็นสมาชกิ ของสมชั ชาลกู เสอื โลก เป็นกลุ่มแรกมี ประเทศ ต่างๆ รวม 31 ประเทศและถอื วา่ เป็นสมาชกิ ผรู้ เิ รมิ่ จดั ตงั้ คณะลกู เสอื โลก พ.ศ. 2467 สง่ ผแู้ ทนไปรว่ มการชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 2โดยพระยาภรตราชา เป็นหวั หน้าคณะ พ.ศ. 2468 การลกู เสอื ไทยสญู เสยี พระผพู้ ระราชทานกาเนดิ ลกู เสอื ไทย รชั กาลท่6ี บทพระราชนิพนธ์ ของ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู วั ท่ีเก่ียวกบั ลกู เสือ “ใครมาเป็นเจา้ เขา้ ครอง คงตอ้ งบงั คบั ขบั ไส เคย่ี วเขญ็ เยน็ ค่ากราไป ตามวสิ ยั เชงิ เช่นผเู้ ป็นนาย เขาจะเหน็ แก่หน้าคา่ ชอ่ื จะนบั ถอื พงศพ์ นั ธุน์ นั้ อยา่ หมาย ไหนจะตอ้ งเหน่อื ยยากลาบากกาย ไหนจะอายทวั่ ทงั้ โลกา” “ขา้ ไม่ตอ้ งการตาราเรยี นทเ่ี ดนิ ได้ ทข่ี า้ อยากไดน้ นั้ คอื เยาวชนทเ่ี ป็นสุภาพบุรุษ ซ่ือสตั ย์ สุจรติ มี อุปนสิ ยั ใจคอด”ี “ลกู เสอื บใ่ ช่ เสอื สตั วไ์ พร เรายมื ช่อื มาใช้ ดว้ ยใจกลา้ หาญปานกนั ใจกลา้ มใิ ช่กลา้ อาธรรม์ เช่นเสอื อรญั สญั ชาตชิ นคนพาล ใจกลา้ ตอ้ งกลา้ อยา่ งทหาร กลา้ กอรป์ กจิ การแห่งชาตปิ ระเทศเขตตน” แบบสงั่ สอนเสอื ป่ าและลูกเสอื เป็นบทพระราชนิพนธ์ทถ่ี อื ว่าเป็นหวั ใจสาคญั ของเสอื ป่ าและ ลกู เสอื เป็นตาหรบั ทองของลกู เสอื เพ่อื ใชใ้ นการฝึกอบรมในยคุ นนั้ ซง่ึ ประกอบดว้ ยบทต่างๆ ดงั น้ี - บทท่ี 1 การสบื ขา่ วและการเดนิ ทาง - บทท่ี 2 อาณตั สิ ญั ญาณ - บทท่ี 3 การช่างและความรเู้ บด็ เตลด็ - บทท่ี 4 การตงั้ คา่ ยและทพ่ี กั แรม - บทท่ี 5 การอยคู่ ่ายและทพ่ี กั แรม (ต่อ) - บทท่ี 6 ยามและด่าน - บทท่ี 7 การพจิ ารณาสงั เกตและจา - บทท่ี 8 การสะกดรอย - บทท่ี 9 การสนั นิษฐาน - บทท่ี 10 การแฝงกายและเกล่อื นรอย คู่มือการจัดกิจกรรมลกู เสอื สามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 51
- บทท่ี 11 รายงานและแจง้ เหตุ - บทท่ี 12 กาบงั - บทท่ี 13 ตงั้ รบั - บทท่ี 14 ป้องกนั ตวั - บทท่ี 15 จบั ผรู้ า้ ย - บทท่ี 16 ช่วยชวี ติ และกนั ภยั - บทท่ี 17 ปัจจบุ นั พยาบาล - บทท่ี 18 ปัจจบุ นั พยาบาล (ต่อ) 52 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลูกเสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 3 ความร้เู กี่ยวกบั ขบวนการลูกเสือ เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมที่ 6 วิวฒั นาการของขบวนการลกู เสือไทยและลกู เสือโลก 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ลกู เสอื สามารถเล่าววิ ฒั นาการของขบวนการลกู เสอื ไทยและลกู เสอื โลกพอสงั เขปได้ 2. เนื้อหา ววิ ฒั นาการของขบวนการลูกเสอื ไทยและลกู เสอื โลก 3. สื่อการเรียนรู้ 3.1 แผนภูมเิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบความรู้ 3.3 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนาถงึ การกาเนดิ ลกู เสอื ไทยและลกู เสอื โลก 2) ผู้กากบั ลูกเสอื ใหล้ ูกเสอื แต่ละหม่ไู ดศ้ กึ ษาเร่อื งววิ ฒั นาการของขบวนการลูกเสอื ไทย และลกู เสอื โลกจากใบความรู้ และสรปุ เป็นแผนผงั ความคดิ 3) ผู้กากบั ลูกเสอื และลูกเสอื ช่วยกันอภปิ รายถึงความสมั พนั ธ์ระหว่างลูกเสอื ไทยและ ลกู เสอื โลก 4) ผูก้ ากบั ลูกเสอื และลูกเสอื ช่วยกนั สรุปความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ววิ ฒั นาการของขบวนการ ลกู เสอื ไทยและลกู เสอื โลก 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 ตรวจสอบแผนผงั ความคดิ เรอ่ื งววิ ฒั นาการของขบวนการลกู เสอื ไทยและลกู เสอื โลก คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสอื สามญั เสรมิ สรา้ งทักษะชีวิต ลูกเสอื ตรี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 53
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั การจดั กิจกรรมที่ 6 เพลง ลกู เสืออบรม ทานองเพลงสนี วล เสยี งเพลงครน้ื เครงในอารมณ์ เมอ่ื มาอบรมลกู เสอื เปรมปรดี ิ ์ สุขฤทยั สมใจเหลอื ที ดว้ ยบารมธี รี ราชเจา้ ไทย ท่านคงดลฤดเี ราให้ สขุ ใจทไ่ี ดเ้ หน็ ฝึกอบรมรบั ความร่มเยน็ ลว้ นแต่เป็นผมู้ นี ้าใจ ลกู เสอื กา้ วหน้าพฒั นาชาตไิ ทย พรอ้ มเพรยี งกายใจ ลกู เสอื ไทยรงุ่ เรอื ง เกม เกม “สวสั ดี” วิธีท่ี 1 แบ่งลูกเสอื ออกเป็นหมๆู่ ละเท่าๆ กนั ใหล้ กู เสอื แต่ละหมยู่ นื เป็นแถวตอนลกึ หนั หน้า ไปทางผกู้ ากบั เมอ่ื เรม่ิ เล่นใหค้ นท่ี 1 ของแต่ละหม่กู ลบั หลงั หนั พบกบั คนท่ี 2 แลว้ กล่าวคาว่า “สวสั ด”ี ทาความเคารพและจบั มอื กนั คนที่ 2 เมอ่ื ทากบั คนที่ 1 แลว้ กก็ ลบั หลงั หนั มาพบกบั คนที่ 3 แลว้ กล่าวคาว่า “สวสั ด”ี ทาความเคารพและจบั มอื กนั ทาไปเช่นน้ีจนหมดแถวหมใู่ ดเสรจ็ ก่อนหม่นู นั้ ชนะ วิธีท่ี 2 ให้ลูกเสอื เขา้ แถวเป็นวงกลม หนั หน้าเขา้ ศูนยก์ ลางทุกคน ให้ลูกเสอื คนหน่ึงเป็นคน เรมิ่ ต้นวงิ่ รอบวงกลมด้านนอกไปแตะหลงั ผู้ทย่ี นื เป็นวงกลมคนใดคนหน่ึง คนท่ถี ูกแตะต้องออกวง่ิ สวน ทศิ ทางกบั คนแรก เม่อื วงิ่ ไปพบกนั ทใ่ี ดให้ทาวนั ทยหตั ถ์และจบั มอื เขย่าพร้อมกบั กล่าวคาว่า “สวสั ด”ี ดงั ๆ แลว้ ปลอ่ ยมอื ชงิ กนั วง่ิ เขา้ ทผ่ี ใู้ ดเขา้ ทไ่ี มไ่ ดเ้ ป็นผเู้ รม่ิ ตน้ ใหม่ เรื่องสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ การฆาตกรรมท่ีเอลสตนั ขณะท่ี โรเบริ ต์ ไฮนดม์ ารช์ เดก็ เลย้ี งและกาลงั เดนิ ทางกลบั บา้ น ไดส้ งั เกตเหน็ ชายผหู้ น่ึงกาลงั นัง่ แยกเท้าและกินอาหารอยู่บนพ้นื ดนิ เขาได้สงั เกตรูปร่างและชายผู้นัน้ โดยเฉพาะตะปูท่มี ลี กั ษณะ พเิ ศษบนพ้นื รองเทา้ โดยท่ชี ายผูน้ ัน้ ไม่รสู้ กึ ตวั เม่อื เขาจะถงึ บา้ นไดเ้ หน็ คนมุงดูศพของนางมารก์ าเรต โครเธียร์ หญิงชราตายอยู่หน้ากระท่อม เขาสงั เกตเห็นรอยเท้าท่มี ลี กั ษณะพิเศษในสวนเล็กๆ ข้าง กระท่อมหญงิ ชรา ซง่ึ เหมอื นกบั ลกั ษณะตะปทู ่รี องเทา้ ของชายทเ่ี ขาพบ จงึ มนั่ ใจว่าชายคนนัน้ ต้องเป็น คนรา้ ย จงึ ตดั สนิ ใจแจง้ ตารวจ หลงั จากชายคนนนั้ ไดถ้ ูกนาตวั ขน้ึ ศาล สอบสวนดแู ลว้ ว่าไดท้ าความผดิ จรงิ จงึ ไดถ้ ูกแขวนคอ ทเ่ี มอื งนวิ คสั เซลิ ปรากฏว่าคนรา้ ยช่อื วลิ ล่ี วนิ เตอร์ เป็นชาวยปิ ซี จากเรอ่ื งน้พี อสรปุ ไดว้ า่ 1. เดก็ เลย้ี งแกะสามารถใชว้ ชิ าความรทู้ างลกู เสอื ดว้ ยการพจิ ารณา สงั เกต และจา จงึ ทาให้ เขาไดช้ ว่ ยเหลอื เจา้ หน้าทจ่ี บั ผกู้ ระทาผดิ มาลงโทษ 54 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
2. การเป็นผตู้ ดั สนิ ใจไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง คอื นาตารวจไปจบั คนรา้ ยได้ โดยไมห่ วนั่ ภยั อนั ตรายท่ี จะมาถงึ ตวั เป็นการกระทาทน่ี ่าสรรเสรญิ เรื่องนี้สอนให้ร้วู ่า การเป็นคนชา่ งสงั เกตจดจา ยอ่ มนามาใชป้ ระโยชน์ในภายหน้าได้ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ณุ ธรรมทไ่ี ด้ 1. ความรบั ผดิ ชอบ 2. กตญั ญู 3. อุดมการณ์ คุณธรรม ใบความรู้ วิวฒั นาการลกู เสือโลก วิวฒั นาการลกู เสือโลก ลอรด์ เบเดน โพเอลล์ (บ.ี พ.ี ) เป็นผกู้ ่อตงั้ กจิ การลกู เสอื ของโลกเป็นครงั้ แรก และไดร้ บั คดั เลอื ก เป็นประธานคณะลกู เสอื ทวั่ โลก เมอ่ื พ.ศ.2461 สาเหตุท่ี บ.ี พ.ี คดิ ตงั้ กองลูกเสอื ขน้ึ เมอ่ื พ.ศ.2442 บ.ี พ.ี ถูกส่งไปรกั ษาเมอื งมาฟอคี งิ เมอื งขน้ึ ขององั กฤษในแอฟรกิ าใต้ เน่อื งจากสงครามบวั ร์ เมอื งมาฟอคี งิ ถูกลอ้ มนานถงึ 213 วนั ในระหวา่ งน้ี บ.ี พ.ี ไดจ้ ดั กองทหารเดก็ ซง่ึ มอี ายุตงั้ แต่ 9 ปีขน้ึ ไป มเี ดก็ หนุ่มเป็นผบู้ งั คบั บญั ชา มเี คร่อื งแบบและไดร้ บั การอบรมในการส่อื สารกบั รฐั มนตรี กระทรวงกลาโหมขององั กฤษ เดก็ เหล่าน้ีมคี วามสามารถและกลา้ หาญมาก เขาไดร้ บั เหรยี ญกลา้ หาญในสงครามครงั้ น้ดี ว้ ย พ.ศ. 2447 - ไดเ้ ขยี นโครงการอบรมเดก็ ซง่ึ มหี ลกั การคลา้ ยลกู เสอื ใหเ้ ซอร์ วลิ เลยี ม สมธิ นาไป ทดลอง ตงั้ สมาคมเดก็ ขน้ึ ในสกอตแลนด์ พ.ศ. 2450 - บ.ี พ.ี ถกู ปลดเป็นทหารกองหนุน หลงั จากนนั้ ทา่ นไดน้ าเดก็ 20 คน ไปอยคู่ า่ ยพกั แรมท่ี เกาะบราวน์ซี ซง่ึ อยทู่ างตอนใตข้ ององั กฤษเป็นเวลา 9 คนื และไดป้ ระสบผลสาเรจ็ ตามความมงุ่ หมาย คอื (1) การจดั แบง่ เดก็ เป็นหมู่ ๆ ละ 5 คน มนี ายหมรู่ บั ผดิ ชอบในเรอ่ื งความประพฤติ และ การปฏบิ ตั ใิ นหมขู่ องตน ปรากฏไดผ้ ลดมี ากในทางปฏบิ ตั ิ เดก็ รจู้ กั หน้าทร่ี บั ผดิ ชอบ แสดงใหเ้ หน็ ว่า ระบบหมเู่ ป็นวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ งในการอบรมเดก็ (2) เดก็ ทกุ คนไมว่ ่าจะมาจากครอบครวั มฐี านะใด ต่างชอบการอยคู่ า่ ยพกั แรม และ กจิ กรรมกลางแจง้ (3) วธิ ที ไ่ี ดผ้ ลทส่ี ดุ ในการศกึ ษาวชิ าลกู เสอื คอื กรปฏบิ ตั จิ รงิ และโดยการเลน่ เกม พ.ศ. 2451 - แต่งตาราชแ้ี จงวตั ถุประสงค์ สาระสาคญั คาปฏญิ าณ และกฎ คติ รหสั การแสดง ความเคารพ การจบั มอื เครอ่ื งแบบ แนวการฝึกอบรมลกู เสอื คู่มือการจัดกิจกรรมลูกเสือสามัญเสริมสร้างทักษะชีวิต ลกู เสือตรี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 55
- มกี ารชุมนุมตงั้ ลกู เสอื องั กฤษครงั้ แรกทค่ี รสิ ตลั แพเลช ( Crystal Palace ) ใน กรงุ ลอนดอน ในวนั ท่ี 4 กนั ยายน พ.ศ. 2452 - ตงั้ สานกั งานลกู เสอื และในวนั ท่1ี 0 ธนั วาคม พ.ศ.2452 จดั ตงั้ กรรมการบรหิ าร ลกู เสอื ชดุ แรก โดยมี บ.ี พ.ี เป็นประธานกรรมการ - บ.ี พ.ี ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ ์ป็นชนั้ เซอร์ ( Sir ) เรยี กชอ่ื เตม็ วา่ เซอรโ์ รเบริ ต์ เบเดน โพเอลล์ พ.ศ. 2453 - มกี ารจดั ตงั้ ลกู เสอื หญงิ ( Girl Guide ) โดยมี แอกนิส น้องสาวของ บ.ี พ.ี เป็นหวั หน้า พ.ศ. 2454 - ตงั้ กองลกู เสอื สมทุ ร พ.ศ. 2455 - บ.ี พ.ี เดนิ ทางรอบโลก เยย่ี มการลกู เสอื ในประเทศต่าง ๆ - บ.ี พ.ี สมรสกบั มสี โอลาฟ เซนตแ์ คลร์ โซมส์ เมอ่ื 30 ตุลาคม พ.ศ. 2455 พ.ศ. 2457 - เกดิ สงครามโลกครงั้ แรก บ.ี พ.ี มอบลกู เสอื ใหท้ าหน้าทช่ี ่วยทหาร เชน่ รกั ษาสะพาน และสายโทรศพั ท์ ทาหน้าทผ่ี สู้ อ่ื ขา่ ว ชว่ ยงานในโรงพยาบาล พ.ศ. 2459 - ตงั้ กองลกู เสอื สารอง พ.ศ. 2460 - เลด้ี เบเดน โพเอลล์ ไดร้ บั เลอื กใหเ้ ป็นประมขุ ของกองลกู เสอื หญงิ พ.ศ. 2461 - ตงั้ กองลกู เสอื วสิ ามญั หรอื Rover Scout ขน้ึ พ.ศ. 2462 - ตงั้ กลิ เวลลป์ ารค์ และเรม่ิ ดาเนินการอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื ขนั้ วดู แบดจ์ พ.ศ. 2463 - ชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ แรกทโ่ี อลมิ เปีย ในกรงุ ลอนดอน ทา่ นไดร้ บั การสถาปนา เป็นประมขุ ของลกู เสอื โลก ( Chief Scout of the World ) - ทป่ี ระชมุ มมี ตใิ หม้ กี ารประชุมสมชั ชาลกู เสอื โลกทกุ 2 ปี และจดั ตงั้ สานกั งานลกู เสอื นานาชาตขิ น้ึ ทก่ี รงุ ลอนดอน พ.ศ. 2465 - เขยี นหนงั สอื ( Rover to Succes ) ซง่ึ เป็นค่มู อื สาหรบั ลกู เสอื วสิ ามญั พ.ศ. 2467 - มกี ารชุมนุมลูกเสอื โลกครงั้ ท่ี 2 ณ เมอื งเออเมลนั เดน ( Ermelunden ) ในประเทศเดนมารก์ พ.ศ. 2469 - ตงั้ กองลกู เสอื พกิ าร พ.ศ. 2472 - มกี ารชมุ นุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 3 ณ อารโ์ รวป์ ารค์ เมอื งเบอรเ์ ดนแฮค ในประเทศองั กฤษ - พระเจา้ ยอรช์ ท่ี 5 พระราชทานบรรดาศกั ดชิ ์ นั้ บารอน เรยี กช่อื เตม็ วา่ ลอรด์ เบเดน โพเอลล์ แหง่ กลิ เวลล์ พ.ศ. 2476 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 4 ณ เมอื งเกอะเดอะเลอะ ประเทศฮงั การี พ.ศ. 2480 - บ.ี พ.ี อายุ 80 ปี พระเจา้ ยอรช์ ท่ี 6 พระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์ พ.ศ. 2481 - บ.ี พ.ี ไปอยทู่ เ่ี มอื งไนเยอรี ประเทศเคนยา พ.ศ.2484 - บ.ี พ.ี ถงึ แก่อนิจกรรม เมอ่ื อายไุ ด้ 84 ปี ณ บา้ นพกั เมอื งไนเยอรี เมอ่ื 8 มกราคม พ.ศ. 2484 56 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
คาว่า SCOUT มาจาก S ยอ่ มาจาก SINCERITY แปลวา่ ความจรงิ ใจ C ยอ่ มาจาก COURTESY แปลวา่ ความสภุ าพอ่อนโยน O ยอ่ มาจาก OBEDIENCE แปลวา่ การเช่อื ฟัง U ยอ่ มาจาก UNITY แปลวา่ ความเป็นใจเดยี วกนั T ยอ่ มาจาก THRIFTY แปลวา่ ความมธั ยสั ถ์ องคก์ ารลกู เสอื โลก เกดิ ขน้ึ ทอ่ี งั กฤษเมอ่ื ปี พ.ศ. 2451 โดยอาศยั ความคดิ เหน็ และหนงั สอื \" การ ลกู เสอื สาหรบั เดก็ ชาย \" 1. สมชั ชาลกู เสือโลก สมชั ชาลกู เสอื โลก คอื ทป่ี ระชุมของผแู้ ทนคณะลกู เสอื ต่าง ๆ ปัจจบุ นั มสี มาชกิ อยู่ 119 ประเทศ เป็นผแู้ ทนลกู เสอื ประมาณ 16 ลา้ นคน ประเทศสมาชกิ ส่งผแู้ ทนเขา้ รว่ มประชุมไดป้ ระเทศละ 6 คน เง่อื นไข การเขา้ ประชุม คอื การยอมรบั และปฏบิ ตั ติ ามจุดหมาย และหลกั การลกู เสอื โลกอยา่ งอสิ ระ และไมเ่ ก่ยี วกบั การเมอื ง สมชั ชาลูกเสอื โลก ประชุมกนั ทุก 3 ปี ในประเทศใดประเทศหน่ึงตามมตขิ องทป่ี ระชุม สมชั ชาลกู เสอื โลก 2. คณะกรรมการลกู เสือโลก คณะกรรมการลกู เสอื โลก ประกอบดว้ ยบุคคล 12 คน จากสมาชกิ 12 ประเทศ เลอื กตงั้ โดย ท่ปี ระชุมสมชั ชาลูกเสอื โลก กรรมการลูกเสือโลกอยู่ในตาแหน่งคราวละ 6 ปี และเลอื กตงั้ กนั เองเป็น ประธานและรองประธานในการประชุมสมชั ชาลกู เสอื โลกทุก ๆ 3 ปี จะมกี รรมการพน้ จากตาแหน่ง 4 คน และจะเลอื กตงั้ กรรมการลกู เสอื เขา้ แทนทโ่ี ดยวธิ ลี งคะแนนนบั จากทป่ี ระชุมใหญ่ ซง่ึ มผี แู้ ทนมาจาก 19 ประเทศ โดยปกตคิ ณะกรรมการลูกเสอื โลกจะมกี ารประชุมอย่างน้อยปีละครงั้ ณ เมอื งเจนีวา ประเทศ สวติ เซอรแ์ ลนด์ 3. สานักงานลกู เสือโลก สานักงานลูกเสอื โลก ทาหน้าท่เี ป็นสานักงานเลขาธกิ ารการปฏิบตั ิตามคาสงั่ หรอื มติของ สมชั ชาลกู เสอื โลกและคณะกรรมการลูกเสอื โลก มเี ลขาธกิ ารเป็นหวั หน้าสานกั งานและมเี จา้ หน้าทอ่ี กี 40 คนเป็นผชู้ ่วย พ.ศ. 2463 - ตงั้ ขน้ึ เป็นครงั้ แรกทก่ี รงุ ลอนดอน ประเทศองั กฤษ พ.ศ. 2501 - ยา้ ยไปอย่ทู ก่ี รงุ ออตตาวา ประเทศแคนาดา พ.ศ. 2504 - การประชุมสมชั ชาครงั้ ท่ี 18 ณ กรงุ ลสิ บอน ประเทศโปรตุเกส พ.ศ. 2511 - ยา้ ยไปอยเู่ มอื เจนวี า ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนดจ์ นถงึ ปัจจบุ นั นอกจากน้ยี งั มสี านกั งานอกี 5 เขต คอื 1. เขตอนิ เตอร-์ อเมรกิ า ตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งซานโฮเซ ประเทศ สวติ เซอรแ์ ลนด์ 2. เขตเอเชยี -แปซฟิ ิก ตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งมะนิลา ประเทศฟิลปิ ปินส์ คูม่ ือการจัดกิจกรรมลกู เสอื สามญั เสริมสร้างทักษะชีวิต ลกู เสอื ตรี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 57
3. เขตอาหรบั ตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งไคโร ประเทศอยี ปิ ต์ 4. เขตยโุ รป ตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งเจนวี า ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ 5. เขตแอฟรกิ า ตงั้ อยทู่ เ่ี มอื งไนโรบี ประเทศเคนยา การประชุมสมั มนาลูกเสือเขตเอเชีย-แปซิฟิ ก ประชุมครงั้ แรกเมอ่ื ปี พ.ศ. 2501 หลงั จากนนั้ ไดม้ กี ารประชุมทกุ 2 ปี และไดเ้ ปลย่ี นเป็นทุก 3 ปี ในปี พ.ศ. 2532 ในปีท่ไี ม่มกี ารประชุมสมชั ชาลูกเสอื โลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ได้ เปล่ยี นช่อื เป็น \" Asia-Pacific Scout Conference \" วิวฒั นาการลูกเสือไทย แบ่งออกเป็น 5 ยคุ ดงั น้ี 1. ยคุ ก่อตงั้ (พ.ศ. 2454-2468) รวม 14 ปี ในรชั กาลท่ี 6 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ทรงสถาปนาการเสอื ป่า ทรงสถาปนาลูกเสอื ไทย โดยตราขอ้ บงั คบั ลกั ษณะการปกครองลูกเสอื และตงั้ สภากรรมการ กลางจัดการลูกเสือแห่งชาติข้ึน โดยพระองค์ทรงดารงตาแหน่งสภานายก และหลังจากนั้น พระมหากษตั รยิ อ์ งคต์ ่อมา ทรงเป็นสภานายกสภาลูกเสอื แหง่ ชาตติ ลอดมาจนถงึ ปี พ.ศ. 2490 ในยุคน้ี มเี หตุการณ์สาคญั ๆ เชน่ พ.ศ. 2454 ตงั้ ลูกเสือกองแรกท่ีโรงเรยี นมหาดเล็กหลวง(คือโรงเรียน วชริ าวธุ ปัจจบุ นั ) เป็นกองลกู เสอื ในพระองค์ เรยี กวา่ กองลกู เสอื กรงุ เทพฯท่ี 1 พ.ศ.2458 - พระราชทานเหรยี ญราชนิยมใหแ้ ก่ลกู เสอื โท ฝ้าย บุญเลย้ี ง พ.ศ. 2459 - ตงั้ โรงเรยี นผกู้ ากบั ลกู เสอื ในพระบรมราชปู ถมั ภข์ น้ึ ณ สโมสรเสอื ป่า จงั หวดั พระนครหลกั สตู ร 2 เดอื น เปิดได้ 4 ปี กล็ ม้ พ.ศ. 2463 - สง่ ผแู้ ทนลกู เสอื ไทยไปชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 1 ณ กรงุ ลอนดอน โดยมี นายสวสั ดิ ์สุมติ ร เป็นหวั หน้าคณะ พ.ศ. 2465 - คณะลกู เสอื ไทยสมคั รเขา้ เป็นสมาชกิ ของสมชั ชาลกู เสอื โลก เป็นกลมุ่ แรกมี ประเทศต่างๆ รวม 31 ประเทศและถอื วา่ เป็นสมาชกิ ผรู้ เิ รมิ่ จดั ตงั้ คณะลกู เสอื โลก พ.ศ. 2467 - ส่งผแู้ ทนไปรว่ มการชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 2โดยพระยาภรตราชา เป็นหวั หน้า คณะ พ.ศ. 2468 - การลกู เสอื ไทยสญู เสยี พระผพู้ ระราชทานกาเนิดลกู เสอื ไทยรชั การท่ี 6 2. ยคุ ส่งเสริม (พ.ศ.2468-2482) สมยั รชั กาลท่ี 7 จนถงึ สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 ยคุ น้แี บ่งออกเป็น 2 ตอนคอื 2.1 ก่อนเปลย่ี นแปลงการปกครอง รชั กาลท่ี 7 ยงั ทรงเป็นสภานายกสภากรรมการกลาง จดั การลกู เสอื แห่งชาตอิ ยู่ 58 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
พ.ศ. 2470 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 1 ณ พระราชอุทยานสราญรมย์ กรงุ เทพฯ พ.ศ.2472 - สง่ ผแู้ ทนไปรว่ มชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 3 ณ ประเทศองั กฤษ พ.ศ.2473 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แห่งชาตคิ รงั้ ท่ี 2 ณ พระรามราชนิเวศน์ จงั หวดั เพชรบุรี หลกั สตู ร2 เดอื น ดาเนินการได้ 2 ปีกเ็ ลกิ ลม้ เพราะเปลย่ี นการปกครอง 2.2 ภายหลงั การเปลย่ี นแปลงการปกครอง รชั กาลท่ี 7 ก่อนสละราชสมบตั แิ ละรชั กาลท่ี 8 จนถงึ สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 (พ.ศ. 2475-2482) พ.ศ. 2476 - ตงั้ กรมพลศกึ ษาขนั ในกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยมกี องลกู เสอื อยใู่ นกรมพล ศกึ ษา และส่งผแู้ ทนไปรว่ มชมุ นุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 4 ประเทศฮงั การี โดยมนี ายอภยั จนั ทวมิ ล เป็นหวั หน้าคณะ - ประกาศใชต้ ราประจาคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ และกฎลกู เสอื 10 ขอ้ - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื ซง่ึ เรยี กในทางราชการว่า การฝึกอบรม วชิ าพลศกึ ษา(ว่าดว้ ยลกู เสอื ) ประจาปี 2478 เป็นเวลา 1 เดอื น - ประกาศตงั้ การลกู เสอื สมทุ รเสนา พ.ศ. 2479 ประกาศใชห้ ลกั สตู รลกู เสอื เสนา และสมทุ รเสนา - พระราชบญั ญตั ธิ ง พ.ศ. 2479 กาหนดลกั ษณะธงประจากองคณะลกู เสอื แห่งชาติ และธงประจากองลกู เสอื พ.ศ. 2482 - พระราชบญั ญตั ิ ลกู เสอื ตงั้ สภากรรมการกลางจดั การลูกเสอื แหง่ ชาติ จงั หวดั ลกู เสอื อาเภอลูกเสอื และแบง่ ลกู เสอื ออกเป็น 2 เหล่า คอื ลกู เสอื เสนา และลูกเสอื สมทุ ร เสนา - พระราชบญั ญตั ใิ หท้ รพั ยส์ นิ กองเสอื ป่าเป็นของคณะลกู เสอื แห่งชาติ 3. ยคุ ประคบั ประคอง (พ.ศ. 2483-2489) ระยะน้ีการลกู เสอื ซบเซาลงมากเน่อื งจากอยใู่ นภาวะ สงคราม พ.ศ. 2488 - สงครามโลกครงั้ ท่ี 2 สน้ิ สุด การลกู เสอื เรมิ่ ฟ้ืนฟูทวั่ โลก - รชั กาลท่ี 8 เสดจ็ นิวตั สิ ่พู ระนคร และถูกลอบปลงพระชนม์ 4. ยคุ ก้าวหน้า (พ.ศ. 2489-2514) เรม่ิ ตน้ รชั กาลท่ี 9แบ่งออกเป็น2 ระยะคอื 4.1 ระยะเริ่มก้าวหน้า (พ.ศ.2489-2503) พ.ศ. 2496 - เรม่ิ ดาเนนิ การสรา้ งค่ายลูกเสอื วชริ าวุธตาบลบางพระ อาเภอศรรี าชา จงั หวดั ชลบุรี พ.ศ. 2497 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แห่งชาตคิ รงั้ ท่ี 3 ณ สนามกฬี าแห่งชาติ พ.ศ. 2500 - ส่งผแู้ ทนจากประเทศไทยไปรว่ มชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 9 ณ ประเทศองั กฤษ เพอ่ื เฉลมิ ฉลองอายคุ รบ 100 ปี ของลอรด์ เบเดน โพเอลล์ พ.ศ. 2501 - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื สารอง ขนั้ ความรเู้ บอ้ื งตน้ เป็นครงั้ แรกใน ประเทศไทยตามหลกั สตู รกลิ เวลลป์ ารค์ ค่มู ือการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามัญเสริมสร้างทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 59
- จดั ตงั้ กองลกู เสอื สารองกองแรกขน้ึ ในประเทศไทย 5 สงิ หาคม 2501 พ.ศ.2503 - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื สารองขนั้ วดู แบดจ์ ครงั้ ท่ี 1 ณ พระตาหนงั อ่างศลิ า จงั หวดั ชลบุรี - ส่งผแู้ ทนไปรว่ มประชุมสมชั ชาลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 2 ณ ประเทศพมา่ 4.2 ระยะก้าวหน้า (พ.ศ. 2504-2514) พ.ศ. 2504 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 4 ณ สวนลมุ พนิ ี พระนคร เพอ่ื เฉลมิ ฉลองท่ี คณะลกู เสอื ไทยมอี ายคุ รบรอบ 50 ปี - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื สามญั ขนั้ วดู แบดจร์ ุน่ ท่ี 1 ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวุธ - วางศลิ าฤกษศ์ าลาวชริ าวุธ พ.ศ. 2505 - พลเอกถนอม กติ ขิ จร นายกรฐั มนตรี เปิดค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ - 1 กรกฎาคม 2505 รชั กาลท่ี 9 ทรงประกอบพธิ เี ปิดประชุมกองศาลาวชริ าวุธ พ.ศ. 2506 - เปิดการฝึกอบรมผกู้ ากบั ลกู เสอื กเสอื วสิ ามญั ขนั้ วดู แบดจ์ รนุ่ ท่ี 1 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ - จดั ตงั้ กองลกู เสอื วสิ ามญั วนั ท่ี 18 มนี าคม พ.ศ. 2506 พ.ศ. 2507 - ประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื พ.ศ. 2507 - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ขนั้ วดู แบดจ์ ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวุธ พ.ศ. 2508 - ประชุมสภาลกู เสอื แหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 1 ณ ศาลาสนั ตธิ รรม กรงุ เทพฯ(ประชุมทกุ ปี) - จดทะเบยี นลกู เสอื สามญั ร่นุ ใหญ่เหล่าสมทุ รกองแรก ณ โรงเรยี นสตั หบี - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาติ ครงั้ ท่ี 5 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ.2509 - คณะลกู เสอื ไทยบรจิ าคเงนิ สรา้ งพทุ ธศาลา ณ กลิ เวลลป์ ารค์ - จดทะเบยี นกองลกู เสอื สามญั รนุ่ ใหญ่กองแรก ณ โรงเรยี นเทพศริ นิ ทร์ พ.ศ. 2511 - กลิ เวลลป์ ารค์ ถวายเครอ่ื งหมายวดู แบดจ์ กติ ตมิ ศกั ดแิ ์ ดร่ ชั กาลท่ี 9 พ.ศ. 2512 - มกี ารชมุ นุมลกู เสอื แห่งชาติ ครงั้ ท่ี 6 ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวุธ พ.ศ.2514 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แห่งชาติ ครงั้ ท่ี 7 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวุธ - เปิดการฝึกอบรมวชิ าผู้กากบั ลูกเสอื ขนั้ ผู้ให้ความรูแ้ ห่งชาติ ครงั้ ท่ี 1 ณ ค่ายลูกเสอื วชริ าวุธ - ส่งผแู้ ทนคณะลกู เสอื ไทยเขา้ ไปรว่ มงานชุมนุมลกู เสอื โลก ครงั้ ท่ี 13 ณ ประเทศ ญป่ี ่นุ 5. ยคุ ประชาชน ( พ.ศ. 2514-ปัจจุบนั ) เน่อื งจากปี 2514 เป็นปีทม่ี กี ารฝึกอบรมลกู เสอื ชาวบา้ นเป็นครงั้ แรก พ.ศ. 2516 - รบั กจิ การลกู เสอื ชาวบา้ นเป็นส่วนหน่งึ ของคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ 60 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
- กระทรวงศกึ ษาธกิ ารมคี าสงั่ ใหน้ าวชิ าลกู เสอื เขา้ อยหู่ ลกั สตู รของโรงเรยี น - รชั กาลท่ี 9 ทรงประกอบพธิ เี ปิดประชุมกองการชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ ท่8ี ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ.2518 - ส่งผแู้ ทนไปรว่ มการชุมนุมลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 14 ณ ประเทศเดนมารก์ - สง่ ผแู้ ทนเขา้ รว่ มประชุมสมชั ชาลกู เสอื โลกครงั้ ท่ี 14 ณ ประเทศเดนมารก์ พ.ศ.2519 - มกี ารอบรมผบู้ รหิ ารลกู เสอื อาชพี รนุ่ ท่ี 1 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ.2520 - มกี ารชมุ นุมลกู เสอื แห่งชาตคิ รงั้ ท่ี 9 ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ.2521 - ไดป้ ระกาศยกเลกิ หลกั สตู รการฝึกอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสอื สารองและสามญั ของ กลิ เวลลป์ ารค์ และใชข้ องสานกั งานลกู เสอื โลก เขตเอเชยี -แปซฟิ ิก พ.ศ. 2524 - มกี ารชมุ นุมลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ ท่ี 10 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวุธ เพอ่ื เฉลมิ ฉลองวนั พระราชสมภพครบรอบ 100 ปี ของรชั กาลท่ี 6 - นายแพทยบ์ ุญสม มาตนิ ไดร้ บั เลอื กตงั้ เป็นกรรมการลกู เสอื โลกจากการ ประชมุ สมชั ชาลกู เสอื โลก ครงั้ ท่ี 28 ณ เมอื งดาการ์ ประเทศเซเนกลั พ.ศ. 2528 - มกี ารชมุ นุมลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ ท่ี 11 ณ ค่ายลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ. 2532 - มกี ารชุมนุมลกู เสอื แหง่ ชาตคิ รงั้ ท่ี 12 ณ คา่ ยลกู เสอื วชริ าวธุ พ.ศ. 2545 - ประเทศไทยเป็นเจา้ ภาพจดั งานชมุ นุมลกู เสอื โลก ครงั้ ท่ี 20 ทค่ี ่ายหาดยาว ตาบล แสมสาร อาเภอสตั หบี จงั หวดั ชลบรุ ี ซง่ึ จดั เมอ่ื วนั ท่ี 28 ธนั วาคม พ.ศ. 2545 ถงึ วนั ท่ี 10 มกราคม พ.ศ. 2546 คมู่ อื การจดั กจิ กรรมลูกเสอื สามัญเสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ ลกู เสือตรี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 61
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลูกเสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 3 ความร้เู ก่ียวกบั ขบวนการลกู เสือ เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมท่ี 7 การทาความเคารพ การแสดงรหสั การจบั มือซ้าย และคติพจน์ของลกู เสือสามญั 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.1 ลกู เสอื ทาความเคารพ แสดงรหสั และการจบั มอื ซา้ ย ไดถ้ ูกตอ้ ง 1.2 ลกู เสอื บอกคตพิ จน์ของลกู เสอื สามญั และความหมายของคตพิ จน์ได้ 2. เนื้อหา .21 การทาความเคารพ ทามอื เปล่าและ ท่าถอื ไมพ้ ลอง 2.2 การแสดงรหสั 2.3 การจบั มอื ซา้ ย 4.2 คตพิ จน์ของลกู เสอื สามญั 3. สื่อการเรียนรู้ 3.1 แผนภูมเิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบความรู้ 3.3 ไมพ้ ลอง 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก) 4.2 เพลงหรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนาอธบิ ายพรอ้ มทงั้ สาธติ วธิ กี ารทาความเคารพ การแสดงรหสั การจบั มอื ซา้ ย แลว้ ใหล้ กู เสอื ฝึกปฏบิ ตั ติ าม 2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ใหน้ ายหมลู่ กู เสอื นาสมาชกิ ในหมขู่ องตนเอง ฝึกปฏบิ ตั กิ ารทาความ เคารพ การแสดงรหสั การจบั มอื ซา้ ย จนสามารถปฏบิ ตั ไิ ดท้ ุกคน 3) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนาเกย่ี วกบั ความหมายของคตพิ จน์ และใหล้ กู เสอื บอกวธิ ปี ฏบิ ตั ิ ตนตามคตพิ จน์ของลกู เสอื สามญั 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 62 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
5. การประเมินผล 5.1 สงั เกต การทาความเคารพ การแสดงรหสั และการจบั มอื ซา้ ยแบบลกู เสอื 5.2 ซกั ถามความหมายคตพิ จน์ของลกู เสอื สามญั ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 7 เพลง ลกู เสือจบั มือ ลกู เสอื เขาไมจ่ บั มอื ขวา ยน่ื ซา้ ยมาจบั มอื กนั มนั่ มอื ขวาใชเ้ คารพกนั (ซ้า) ยน่ื ซา้ ยออกมาพลนั จบั มอื จบั มอื เหมอื นญาตสิ นิทควรคดิ ยดึ ถอื จบั มอื นนั้ หมายถงึ มติ ร เพราะพวกเราคอื ลกู เสอื ดว้ ยกนั ยม้ิ ดว้ ยเวลาจบั มอื ( ซ้า ) เกม เกมผวู้ ิเศษ เลอื กลกู เสอื ออกมา 3 – 4 คน สมมตวิ ่าเป็นผวู้ เิ ศษ เมอ่ื แตะถกู ผใู้ ดแลว้ คนนนั้ จะตอ้ ง กลายเป็นหนิ ยนื อยกู่ บั ท่ี สาหรบั คนอ่นื ๆ ตอ้ งพยายามหนีในเขตทก่ี าหนดไวอ้ ย่าใหถ้ ูกแตะตวั ได้ การตดั สนิ 1. เมอ่ื หมดเวลาผทู้ ไ่ี มถ่ ูกแตะใหก้ ลายเป็นหนิ เป็นผชู้ นะ 2. การเล่นควรแบ่งเป็นหมู่ หมใู่ ดเหลอื ผเู้ ล่นทไ่ี มโ่ ดนแตะมากเป็นทมี ชนะ เร่ืองสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ กระต่ายกบั เพ่ือน กระต่ายตวั หน่งึ ภาคภมู ใิ จนกั หนาทส่ี ตั วท์ กุ ตวั ในป่าต่างกเ็ ป็นเพ่อื นรกั ของมนั วนั หน่งึ เมอ่ื ไดย้ นิ เสยี งหมาป่าดงั มาจากชายทุ่งกระต่ายจงึ ไปหามา้ เพอ่ื ขอใหม้ า้ พามนั ขห่ี ลงั หนีจากอนั ตราย “วนั น้ีข้าไม่ว่าจรงิ ๆ เพ่อื นเอ๋ย” ม้าปฏเิ สธ “เจ้าลองไปขอความช่วยเหลอื จากเจ้าววั ดูเถอะ” กระต่ายขอใหว้ วั ช่วยไล่ขวดิ ขบั ไล่พวกหมาป่าแต่ววั กอ็ า้ งว่าตดิ ธุระสาคญั เพราะนางววั สาวนัดใหม้ นั ไป พบ “ลองไปหาเจา้ แพะดซู ิ มนั คงชว่ ยพาเจา้ หนไี ดแ้ น่” ววั แนะนา “แต่ขนของขา้ แขง็ และหยาบ อาจจะตากน้ ของเจา้ ใหบ้ าดเจบ็ ไดน้ ะ” แพะบ่ายเบย่ี ง “ไปขอใหเ้ จา้ แกะชว่ ยดกี ว่า เพราะขนของมนั ทงั้ ยาวและน่ิม” คูม่ ือการจดั กจิ กรรมลกู เสอื สามญั เสริมสรา้ งทักษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 63
“ข้าก็อยากจะช่วยเจ้าเหมือนกัน” แกะพูดเอาใจ “แต่เจ้าก็รู้น่ีว่าหมาป่ ามันก็ชอบกินแกะ เหมอื นกนั เอาไวข้ อความช่วยเหลอื อย่างอ่นื ดกี วา่ นะ” ขณะนนั้ หมาป่าฝงู ใหญ่ไดว้ ง่ิ พน้ ชายป่าเขา้ ใกลม้ ามากแลว้ กระต่ายจงึ ตดั สนิ แผ่นหนีดว้ ยขาของ ตนและโชคดที ห่ี นพี น้ อนั ตรายไปไดอ้ ย่างหวดุ หวดิ เรอื่ งนี้สอนให้รวู้ ่า ถงึ แมจ้ ะมเี พ่อื นมากมาย แต่การทาสงิ่ ใดกต็ ามควรหวงั พง่ึ ตนเองดที ส่ี ุด ประเดน็ การวิเคราะหค์ ณุ ธรรมท่ีได้ 1. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 2. กตญั ญู 3. ความรบั ผดิ ชอบ 4. อุดมการณ์ คณุ ธรรม ใบความรู้ การทาความเคารพของลูกเสือ การทาความเคารพแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมรี ะเบยี บวนิ ยั และเป็นผมู้ มี ารยาทเรยี บรอ้ ย ซง่ึ ทาให้ เกดิ ความรกั ใคร่นบั ถอื ซง่ึ กนั และกนั การทาความเคารพของลกู เสอื มี 2 วธิ ี คอื 1.1 การแสดงความเคารพท่ามอื เปล่าหรอื การทาวนั ทยหตั ถ์ การฝึ กขนั้ ต้น คาบอก \" วนั ทยหตั ถ์ \" การปฏิบตั ิ ยกมอื ขวาขน้ึ โดยเรว็ และแขง็ แรง น้วิ ช้ี น้วิ กลางและน้วิ นางเหยยี ดชดิ ตดิ กนั ใช้น้ิวหวั แม่มอื กดน้ิวก้อยไว้ ใหป้ ลายน้ิวชแ้ี ตะทห่ี างค้วิ ขวา หรอื ถ้าสวมหมวกใหเ้ อาปลายน้ิวชแ้ี ตะท่ี ขอบล่างของหมวกค่อนขา้ งหน้าเลก็ น้อย เปิดฝ่ามอื ขน้ึ ประมาณ 30 องศา ขอ้ มอื ไม่หกั แขนขวาท่อน บนย่นื ไปขา้ งหน้าประมาณแนวไหล่ เม่อื อย่ใู นท่แี คบให้ลดขอ้ ศอกลงไดต้ ามความเหมาะสม ร่างกาย สว่ นอ่นื ตอ้ งไมเ่ สยี ลกั ษณะทา่ ตรง เมอ่ื ไดย้ นิ คาบอก \"มอื ลง \" ใหล้ ดมอื ลงอยใู่ นทา่ ตรงโดยเรว็ และแขง็ แรง (ทา่ วนั ทยหตั ถโ์ ดย ปกตติ ่อจากท่าตรงเป็นท่าเคารพ เมอ่ื อยตู่ ามลาพงั นอกแถว 1.2 การแสดงความเคารพท่าถือไมพ้ ลอง หรอื วนั ทยาวธุ เป็นทา่ แสดงความเคารพ คาบอก \" วนั ทยา-วุธ \" การปฏิบตั ิ ลกู เสอื อยใู่ นท่าตรง มอื ขวาถอื ไมพ้ ลอง ใหโ้ คนพลองอยปู่ ระมาณโคนน้วิ กอ้ ย เทา้ ขวา ปลายพลองอยใู่ นรอ้ งไหลแ่ นบชดิ ตดิ กบั ลาตวั ยกแขนซา้ ยขน้ึ มาเสมอแนวไหล่ ศอกงอไป ขา้ งหน้าใหต้ งั้ ฉากกบั ลาตวั ฝ่ามอื แบคว่า รวบน้วิ หวั แมม่ อื กบั น้วิ กอ้ ยจรดกนั น้วิ ช้ี น้วิ กลาง น้วิ นาง เหยยี ดชดิ ตดิ กนั ใหข้ อ้ แรกปลายน้วิ ชแ้ี ตะไมพ้ ลองไว้ เมอ่ื ไดย้ นิ คาวา่ \" เรยี บ-อาวุธ \" ใหล้ กู เสอื ลดแขนซา้ ยลงมาอย่ทู เ่ี ดมิ โดยเรว็ 64 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
โอกาสแสดงความเคารพดงั นี้ 1. แสดงความเคารพต่อธงสาคญั ๆ เช่น ธงชาติ ธงคณะลกู เสอื แห่งชาติ ธงลกู เสอื ประจาจงั หวดั ฯลฯ ในขณะทเ่ี ชญิ ธงขน้ึ หรอื ลง หรอื มผี เู้ ชญิ ธงผา่ นไป 2. แสดงความเคารพ เมอ่ื มกี ารบรรเลงเพลงชาติ และเพลงสรรเสรญิ พระบารมี เพลง มหาฤกษ์ เพลงมหาชยั 3. ถวายความเคารพแด่องคพ์ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั สมเดจ็ พระบรมราชนิ ีนาถ และพระ บรมวงศานุวงศ์ ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื และบคุ คลทค่ี วรเคารพ 4. แสดงความเคารพต่อลกู เสอื ดว้ ยกนั ในขณะทพ่ี บกนั เป็นครงั้ แรกในวนั หน่งึ ๆ การแสดงรหสั รหสั แปลว่า เหตุลบั หรอื ความลบั เป็นเครอ่ื งหมายทแ่ี สดงใหร้ ใู้ หเ้ ขา้ ใจในพวกเดยี วกนั เป็นการ แสดงกริ ยิ าท่าทาง เสยี ง หรอื เครอ่ื งหมายใดๆ กไ็ ด้ วธิ แี สดงรหสั ของลกู เสอื มี 2 แบบ คอื 1. วิธีแสดงรหสั แบบอเมริกาโดยยนื อยใู่ นท่าตรง ยกแขนขวาเสมอไหล่ งอศอกตงั้ ฉากกบั ตน้ แขนหนั ฝ่ามอื ไปขา้ งหน้า น้วิ หวั แมม่ อื งอกดปลายน้วิ กอ้ ยไว้ ทาเป็นรปู วงกลม เหยยี ด น้วิ ช้ี น้วิ กลาง น้วิ นางตรง ชข้ี น้ึ ขา้ งบน 2. วิธีแสดงรหสั แบบองั กฤษเป็นวธิ ที ล่ี กู เสอื ไทยใชอ้ ยู่ โดยยนื อย่ใู นท่าตรง งอพบั ขอ้ ศอกขวา ขน้ึ แนบขอ้ ศอกอย่ขู า้ งลาตวั หนั ฝ่ ามอื ออก เหยยี ดน้ิวช้ี น้ิวกลาง น้ิวนาง ช้ขี น้ึ ขา้ งบน เอา น้วิ หวั แมม่ อื งอกดปลายน้ิวกอ้ ยไว้ การแสดงรหสั ของลกู เสือเป็นการแสดงเพื่อให้ทราบว่า 1. เป็นการแสดงเพ่อื ใหร้ บั รู้ และเขา้ ใจกนั ระหวา่ งพวก 2. เพ่อื แสดงวา่ เป็นพวกเดยี วกนั 3. หมายถงึ คาปฏญิ าณของลกู เสอื 3 ขอ้ การใช้และโอกาสท่ีจะใช้รหสั 1. ใชแ้ สดงเมอ่ื ลกู เสอื กลา่ วคาปฏญิ าณต่อผู้กากบั ลกู เสอื ในการเขา้ ประจากอง และทบทวน คาปฏญิ าณ 2. เมอ่ื พบลกู เสอื ชาตเิ ดยี วกนั หรอื ต่างชาติ เป็นการรบั รวู้ ่าเป็นพวกเดยี วกนั การจบั มอื ของลูกเสือ การจบั มอื ทกั ทายกนั ของลกู เสอื ใหจ้ บั ดว้ ยมอื ซา้ ย เพอ่ื เตอื นลกู เสอื ว่าเป็นพวกเดยี วกนั ทวั่ โลก มอี ุดมคติ หมนั่ ประพฤตคิ วามดี เพอ่ื จะไดเ้ ป็นประโยชน์ทงั้ ต่อตนเองและผอู้ ่นื วิธีการจบั มอื ของลกู เสือมี 2 แบบ คอื 1. การจบั มอื แบบองั กฤษ โดยการยน่ื มอื ซา้ ยออกไปจบั มอื ซา้ ยของอกี ฝ่ายหน่งึ เหมอื นกบั การจบั มอื ขวาธรรมดา คมู่ อื การจัดกิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 65
2. การจบั มอื แบบอเมรกิ า โดยการยน่ื มอื ซา้ ยออกไปจบั โดยใหน้ ้วิ กอ้ ยแยกออกแลว้ ให้ น้วิ กอ้ ยกบั น้วิ หวั แม่มอื สอดเขา้ หากนั น้วิ ช้ี น้วิ กลาง และน้วิ นางแนบประกบกนั (ในประเทศไทยนิยมใชแ้ บบองั กฤษ) คติพจน์ของลูกเสือ คตพิ จน์ คอื ถอ้ ยคาอนั เป็นคติ ซง่ึ เป็นความจรงิ เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี ลกู เสอื พงึ รกั ษาและนามาใช้ เพ่อื ยดึ ถอื ปฏบิ ตั ิ คติพจน์ของลกู เสือทวั่ ไปใชค้ ตพิ จน์วา่ เสียชีพอย่าเสียสตั ยม์ คี วามหมายว่า ใหล้ กู เสอื รกั ษา ความซ่อื สตั ย์ มสี จั จะยงิ่ ชวี ติ จะไมย่ อมละความสตั ย์ ถงึ แมจ้ ะถูกบบี บงั คบั จนเป็นอนั ตรายถงึ ชวี ติ กต็ าม กย็ อ่ มไมเ่ สยี สจั จะ เพ่อื เกยี รตคิ ุณคาปฏญิ าณและคามนั่ สญั ญาของลกู เสอื คติพจน์ของลกู เสือสามญั ใชค้ ตพิ จน์ว่า จงเตรียมพร้อมหมายความว่า ลกู เสอื ตอ้ งเป็นผู้ รอบคอบไมป่ ระมาท เตรยี มพรอ้ มอยเู่ สมอทจ่ี ะปฏบิ ตั กิ จิ อนั เป็นประโยชน์ เพอ่ื ช่วยเหลอื ผอู้ ่นื เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมของลกู เสอื ดว้ ยความห่วงใย โดยไมป่ ระมาทและผดิ พลาดเสยี หาย 66 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลูกเสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 3 ความร้เู ก่ียวกบั ขบวนการลกู เสือ เวลา 2 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมที่ 8 เวลาในขวดแก้ว 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.1 ลกู เสอื สามารถทบทวนการใชเ้ วลาของตนเองในแต่ละวนั ได้ 1.2 ลกู เสอื สามารถเรยี งลาดบั ความสาคญั ของกจิ กรรมประจาวนั ได้ 1.3 ลกู เสอื สามารถบอกวธิ กี ารใชเ้ วลาอยา่ งคุม้ ค่าได้ 2. เนื้อหา การใชเ้ วลาอยา่ งคุม้ ค่า 3. ส่ือการเรยี นรู้ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบงาน 3.3 วสั ดุอุปกรณ์ ไดแ้ ก่ ขวดใสทรงสงู ไม่น้อยกวา่ 24 ซม.จานวนเท่ากบั จานวนลูกเสอื , ไมบ้ รรทดั , กระดาษแขง็ ชน้ิ ขนาดทาเป็นกรวยสาหรบั กรอกเมด็ ทรายหรอื เมลด็ พชื ลง ขวด , ทรายหรอื เมลด็ พชื ขนาดเลก็ หลากสี 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม เตรยี มการก่อนวนั กจิ กรรม โดยผกู้ ากบั ลกู เสอื มอบหมายใหล้ กู เสอื จดบนั ทกึ เวลาทใ่ี ชใ้ นแต่ละ วนั ตลอด 1 สปั ดาห์ ตามตารางในใบกจิ กรรม 4.1 กิจกรรมครงั้ ท่ี 1 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) ลูกเสอื นัง่ เป็นหมู่ ผูก้ ากบั ลูกเสอื แจกขวดใสทรงสูงขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 24 ซม. ใหล้ ูกเสอื คนละ 1 ใบพรอ้ มกบั ไมบ้ รรทดั กระดาษแขง็ ทใ่ี ช้ทาเป็นกรวย สาหรบั กรอกเมด็ ทรายหรอื เมลด็ พชื และทรายหรอื เมลด็ พชื ขนาดเลก็ หลายๆ สี (ควรจะมที ราย 6 สี หรอื เมลด็ พชื 6 ชนดิ เชน่ ถวั่ เขยี ว ถวั่ เหลอื ง ถวั่ ดา ถวั่ แดง เมด็ ขา้ วโพด เมลด็ ลกู เดอื ย เป็นตน้ ) (2) ใหล้ กู เสอื แต่ละคนเตมิ ทรายหรอื เมลด็ พชื สตี ่าง ๆ ผา่ นกรวยกระดาษลงขวดของ ค่มู อื การจดั กจิ กรรมลูกเสือสามัญเสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสอื ตรี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4 67
ตนเองเป็นชนั้ ๆ 6 ชนั้ สลี ะ 1 ชนั้ (เมลด็ พชื 6 ชนดิ ) แทนกจิ กรรมทงั้ 6 อยา่ ง (นอน เวลาทโ่ี รงเรยี นรวมการเดนิ ทางไปกลบั ดหู นงั สอื ทบ่ี า้ น กจิ วตั รประจาวนั ดโู ทรทศั น์ และกฬี าและนนั ทนาการอ่นื นอกโรงเรยี น) แลว้ ใชไ้ มบ้ รรทดั วดั ความสงู ของทรายหรอื เมลด็ พชื 1 ซม. เทา่ กบั เวลา 1 ชวั่ โมง ตวั อยา่ ง เช่น - นอน ทราย - เวลาทโ่ี รงเรยี นรวมการเดนิ ทางไปกลบั เมลด็ ลกู เดอื ย - ดหู นงั สอื ทบ่ี า้ น เมลด็ ถวั่ เขยี ว - กจิ วตั รประจาวนั ขา้ วเปลอื ก - ดโู ทรทศั น์ เมลด็ ถวั่ แดง - กฬี าและนนั ทนาการอ่นื นอกโรงเรยี น เมลด็ ถวั่ เหลอื ง (3) ลกู เสอื เขยี นชอ่ื ตนเองลงกระดาษ ผกู เชอื กคลอ้ งปากขวดตงั้ ไว้ (4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ใหล้ กู เสอื ไดแ้ ลกเปลย่ี นกนั ดใู นหมู่ สมาชกิ ผลดั กนั วจิ ารณ์ความ เหมาะสมในการใชเ้ วลาของตนเอง มผี ลด/ี ผลเสยี อยา่ งไร คดิ วา่ จะปรบั ปรงุ การใช้ เวลาของตนเองอยา่ งไรจงึ จะเกดิ ประโยชน์มากขน้ึ และตงั้ เป้าหมายการใชเ้ วลาของ ตนเองใหม่ (5) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มสรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 4.2 กิจกรรมครงั้ ท่ี 2 (ห่างจากครงั้ แรก 4 สปั ดาห)์ 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) เตรยี มการ ผกู้ ากบั ลกู เสอื มอบหมายใหล้ กู เสอื เตรยี มขอ้ มลู โดยจดบนั ทกึ เวลาท่ี ใชใ้ นแต่ละวนั ตลอด 1 สปั ดาห์ ตามตารางในใบกจิ กรรม (2) วนั กจิ กรรม ลกู เสอื นงั่ เป็นหมู่ ใหล้ กู เสอื แต่ละคน เตมิ ทราย/เมลด็ พชื สตี ่าง ๆ แทนกจิ กรรมทงั้ 6 อยา่ ง ลงขวดใสทรงสงู ขนาดความสงู ไมน่ ้อยกวา่ 24 ซม. เหมอื นใน กจิ กรรมครงั้ ท่ี 1 โดยใชไ้ มบ้ รรทดั วดั ความสูงของทราย 1 ซม.เทา่ กบั 1 ชวั่ โมง ใสผ่ ่านกรวย เป็นชนั้ ๆ รวม 6 ชนั้ (3) ลกู เสอื เปรยี บเทยี บขวดของตนเองทงั้ 2 ครงั้ เพอ่ื ตดิ ตามผลการปรบั ปรงุ ตนเอง (4) ลกู เสอื แลกเปลย่ี นกนั ดใู นหมู่ และประเมนิ ตนเองวา่ บรรลุเป้าหมายทต่ี งั้ ไวห้ รอื ไม่ (5) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั สรปุ บทเรยี น 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 68 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 ตรวจสอบการใชเ้ วลาในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมประจาวนั 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม คอื การคดิ วเิ คราะหแ์ ละเกดิ ความตระหนกั รถู้ งึ ความสาคญั ของการใชเ้ วลาอย่างมคี ุณค่า ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมที่ 8 เพลง เวลาไมค่ อยใคร วนั เวลานาทมี รี าคา มากยง่ิ กว่าสง่ิ ใดๆ หากวา่ ใครไมเ่ สยี ดายเวลา ปลอ่ ยเวลาใหเ้ ลยไป วนั เวลาเรยี กคนื มาไมไ่ ด้ เวลาสน้ิ ไปเพราะใครกนั ลกู เสือตรงเวลา ………………ลกู เสอื ……………………. อยไู่ หน มวั ทาอะไรรบี มา อยา่ ไดช้ กั ชา้ ใหเ้ นิ่นนานไป พวกเราลกู เสอื ชาตเิ ชอ้ื พนั ธเ์ ผา่ พงศไ์ ทย ทาอะไรตรงเวลา ชชิ ชิ ะชะทาเป็นเดนิ อยา่ มวั หลงเพลนิ ชมพฤกษ์ไพร กม้ กม้ เงยเงยทาอะไร รไู้ หมเพ่อื นคอย เกม เกม “ขี่ม้าวงกลม” อปุ กรณ์ 1. สนาม 2. นกหวดี หรอื สญั ญาณอ่นื วิธีเล่น 1. จดั ผเู้ ลน่ นงั่ เป็นหมู่ เป็นรปู วงกลมทุกคนหนั หน้าไปตามเขม็ นาฬกิ า 2. เมอ่ื สญั ญาณเรมิ่ ใหร้ องนายหมวู่ งิ่ ไปหานายหมแู่ ลว้ กระโดดขห่ี ลงั นายหมู่ นายหมแู่ บกวง่ิ วนไปตามเขม็ นาฬกิ ารอบวงกลม 1 รอบจนถงึ ทเ่ี ดมิ ( ทน่ี ายหมู่ ) 3. รองนายหมลู่ งจากหลงั นายหมู่ แลว้ ทาหน้าทแ่ี บกคนต่อไป ( คนทอ่ี ยหู่ ลงั นายหมู่ ) วงิ่ วนไป 1 รอบ แลว้ นามาสง่ ทเ่ี ดมิ รองนายหม่นู งั่ แทนคนท่ี 2 4. คนท่ี 3 ทาหน้าทแ่ี บกคนท่ี 4 หมนุ เวยี นกนั ไปตามลาดบั จนหมด 5. ผกู้ ากบั ตรวจความเรยี บรอ้ ยประกาศผล คูม่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสอื สามัญเสริมสรา้ งทักษะชีวติ ลูกเสือตรี ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 69
เกมนักโทษแหกคกุ แบง่ ลกู เสอื เป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหน่งึ เป็นนกั โทษทห่ี ลบหนี อกี ฝ่ายหน่งึ เป็นตารวจ ขดี วงกลมทา เป็นคุก เรมิ่ เล่นตารวจไล่จบั นักโทษมาเขา้ คุก แลว้ มคี นมาเฝ้า นักโทษกส็ ามารถมาช่วยเพ่อื นได้โดย ฉุดออกจากวงกลม การเลน่ ผลดั กนั ใครจบั นกั โทษไดม้ ากกว่ากนั เป็นฝ่ายชนะ ตามกาหนดเวลา เร่ืองสนั้ ที่เป็นประโยชน์ มดกบั ตกั๊ แตน ตกั๊ แตนเจา้ สาราญตวั หน่ึง มนี ิสยั เกยี จครา้ นชอบความสะดวกสบาย ตลอดช่วงฤดูรอ้ นทส่ี ตั ว์ อ่นื ๆพากนั หาอาหารไปเกบ็ สะสมไวใ้ นรงั มนั มวั แต่รอ้ งทาเพลงสนุกสนานไปวนั ๆ ครนั้ ถงึ ฤดหู นาวหมิ ะตกหนกั ตกั๊ แตนไมส่ ามารถหาอาหารกนิ ไดต้ อ้ งทนหวิ อยู่หลายวนั ในทส่ี ดุ ตอ้ งซมซานมาทร่ี งั มด ขอรอ้ งมดว่า “ไดโ้ ปรดเถดิ เพ่อื น ขออาหารใหฉ้ นั ประทงั ชวี ติ สกั หน่อย หลงั พน้ ฤดหู นาวอนั แสนทารณุ น้แี ลว้ ฉนั สญั ญาว่าจะหามาใชค้ นื ใหเ้ ป็นเท่าตวั เลย ” แต่มดกลบั ยอ้ นถามมนั ว่า “อา้ ว…กเ็ มอ่ื ตอนฤดรู อ้ นทใ่ี ครๆเขาพากนั ทามาหากนิ ตวั เป็นเกลยี ว เจา้ มวั ทาอะไรอยลู่ ะ่ ” “ฉนั ไม่ไดอ้ ย่เู ปล่าๆหรอกนะ ฉันรอ้ งราทาเพลงตลอดเวลาใหพ้ วกเธอไดม้ คี วามสุข เม่อื ตอนท่ี เธอและเพ่อื นๆขนอาหารผา่ นมากไ็ ดย้ นิ มใิ ชห่ รอื ” เจา้ ตกั๊ แตนตอบ “ไดย้ นิ ซ.ิ .ในเม่อื เจา้ มวั แต่รอ้ งเพลงตลอดฤดรู อ้ น เม่อื ถงึ ฤดหู นาวกจ็ งเตน้ ราใหส้ นุ กเถดิ ”กล่าว จบมดกป็ ิดประตรู งั ทนั ที เรอ่ื งนี้สอนให้ร้วู ่า ผทู้ ป่ี ล่อยเวลาใหผ้ ่านไปอย่างไรค้ ่า ชวี ติ ยอ่ มพบแต่ความวา่ งเปล่า กวางกบั เสือ กวางตวั หน่งึ ออกเทย่ี วหากนิ อย่ทู ช่ี ายป่าในขณะทแ่ี ละเลม็ หญ้ากนิ เพลนิ อยกู่ วางเหลอื บไปเหน็ นายพรานถอื หน้าไมเ้ ดนิ ดอ้ มเขา้ มาทางหม่ไู มก้ ต็ กใจกลวั กระโดดหนีเขา้ ไปในป่ านายพรานจงึ สะกด รอยตามรกุ เขา้ ไปจนกวางจวนตวั จะหนีไปไหนกไ็ มร่ อดจงึ วง่ิ เขา้ ไปซอ่ นตวั อยใู่ นถ้าเสอื เ ม่ื อ เ สื อ เหน็ กวางวงิ่ เขา้ ไปในถ้าเสอื จงึ หมอบฟุบลงท่ขี า้ งกอ้ นหนิ ใหญ่ไม่ให้กวางเหน็ ปล่อยใหก้ วางวงิ่ เขา้ ไป จนถงึ กน้ ถ้าเป็นทางตนั แลว้ เสอื กก็ ระโจนเขา้ งบั คอกวางลม้ ตายอยู่ ณ ทซ่ี ่อนนนั้ เอง กวางในเวลาจะ สน้ิ ใจกร็ อ้ งขน้ึ ว่า “ดเู ถอะ อนั ตรายยอ่ มมอี ยไู่ มว่ ่าทไ่ี หนเราหนคี นพ้นแลว้ กย็ งั มาปะเสอื เขา้ อกี ” เรอื่ งนี้สอนให้รวู้ ่า การทห่ี ลบหลกี อนั ตราย จงคดิ ดเู สยี ใหร้ อบคอบก่อนระวงั อยา่ วง่ิ เขา้ ไปหาอนั ตราย อ่นื ๆ อกี ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ุณธรรมทไ่ี ด้ 70 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
1. ความพอเพยี ง 2. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ 3. กตญั ญู 4. ความรบั ผดิ ชอบ 5. อุดมการณ์คณุ ธรรม คู่มือการจัดกจิ กรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 71
ใบงาน ใหล้ กู เสอื แต่ละคนจดบนั ทกึ เวลาทต่ี นเองใชใ้ นแต่ละวนั ตลอด 1 สปั ดาห์ ใน 6 เรอ่ื งต่อไปน้ี และหาค่าเฉลย่ี ใน 1 วนั สาหรบั แต่ละกจิ กรรมเป็นจานวนชวั่ โมง ลงในตารางดา้ นล่าง 1. นอน 2. เวลาทโ่ี รงเรยี นรวมการเดนิ ทางไปกลบั 3. ดหู นงั สอื /ทบทวนบทเรยี น/ทาการบา้ น(ทบ่ี า้ น) 4. กจิ วตั รประจาวนั เช่น อาบน้า แปรงฟัน กนิ อาหาร ลา้ งจาน กวาดบา้ น ถบู า้ น ฯลฯ 5. ดู โทรทศั น์หรอื ภาพยนตรท์ บ่ี า้ น 6. กฬี าและนนั ทนาการอ่นื ๆ นอกโรงเรยี น เช่น เกม การออกกาลงั กาย ไปดภู าพยนตร์ นอกบา้ น ไปเทย่ี ว อ่านการต์ ูน หนงั สอื อ่านเล่น ฯลฯ วนั /เวลา จนั ทร์ องั คาร พธุ พฤหสั ศกุ ร์ เสาร์ อาทิตย์ เฉล่ีย เวลา กิจกรรม (ชวั่ โมง) 1. นอน 2.เวลาทโ่ี รงเรยี นรวม การเดนิ ทางไปและ กลบั 3. ดหู นงั สอื /ทบทวน บทเรยี น/ทาการบา้ น (ทบ่ี า้ น) 4. กจิ วตั รประจาวนั 5. ดโู ทรทศั น์หรอื ภาพยนตรท์ บ่ี า้ น 6. กฬี าหรอื นนั ทนาการ 7. กจิ กรรมอ่นื ๆ รวมเวลา 72 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4 หน่วยที่ 3 ความร้เู ก่ียวกบั ขบวนการลูกเสือ เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมท่ี 9 นาทีวิกฤต 1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ลกู เสอื ฝึกการคดิ วเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจและแกป้ ัญหา ในสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ 2. เนื้อหา การตดั สนิ ใจ และแกป้ ัญหาเฉพาะหน้า ในสถานการณ์ “เหน็ คนขโมยของในหา้ งสรรพสนิ คา้ ” 3. ส่ือการเรียนรู้ 3.1 แผนภูมเิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบงาน 3.3 ใบความรู้ 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื อธบิ ายขนั้ ตอนของการตดั สนิ ใจและแกป้ ัญหา 2) มอบหมายใหล้ กู เสอื แต่ละหมู่ รว่ มกนั แก้ปัญหาเฉพาะหน้า กรณี “จะทาอยา่ งไรถ้าเหน็ คนกาลงั ขโมยของในหา้ งสรรพสนิ คา้ ”โดยวเิ คราะหต์ ามขนั้ ตอนการแกป้ ัญหา เขยี นลง ตารางในใบกจิ กรรม แลว้ สง่ ตวั แทนนาเสนอในกองลกู เสอื 3) สมุ่ ตวั แทนหมลู่ กู เสอื รายงาน ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ ราย วเิ คราะหข์ อ้ ดี/ขอ้ เสยี ของ ทางเลอื ก ทแ่ี ต่ละหมรู่ ว่ มกนั คดิ และเหตุผลในการเลอื กทางออกของแต่ละหมู่ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ ราย สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ และการนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ของลกู เสอื 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5.การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ ในการแก้ปัญหาของหม่ลู ูกเสอื 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ท่ีเกิดจากกิจกรรม การตดั สนิ ใจและการแกไ้ ขปัญหา คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามัญเสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 73
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 9 เพลง เพลงลกู เสือช่วยกนั ( พม่าราขวาน ) เราเป็นลกู เสอื ตอ้ งช่วยเหลอื กนั และกนั ทางานอะไรตอ้ งเขา้ ไปชว่ ยกนั เพ่อื ความสมั พนั ธ์ น้าใจไมตรี อยา่ ทาเมนิ เฉยนิ่งอยเู่ ลยไมด่ ี ตอ้ งช่วยกนั ซี พน่ี ้องลกู เสอื ช่วยกนั เกม ยิงเรือ วิธีเล่น 1. ลกู เสอื แต่ละหมตู่ งั้ ช่อื หม่ขู องตนเองเป็นช่อื เรอื ต่างๆ เช่น เรอื สาราญ เรอื เดนิ สมทุ ร เรอื สนิ คา้ ..เป็นตน้ และเลอื กสมาชกิ 3 คน เป็นคนออกคาสงั่ โดยคนแรกสงั่ บรรจกุ ระสุน คนท่ี 2 สงั่ เตรยี ม ยงิ และคนท่ี 3 สงั่ ยงิ โดยรอ้ งวา่ ยงิ เรอื ...........(ช่อื เรอื ทจ่ี ะยงิ ) 2. ผกู้ ากบั ลกู เสอื ใหส้ ญั ญาณเรม่ิ เล่นทลี ะหมู่ ใหส้ มาชกิ ทเ่ี ป็นคนออกคาสงั่ สงั่ ในเรอื ของตนเอง ทกุ คนในเรอื ตอ้ งชไ้ี ปทเ่ี รอื ทเ่ี รยี กชอ่ื ลาเดยี วกนั และพรอ้ มกนั 3. หมใู่ ดพรอ้ มเพรยี ง และชไ้ี ดถ้ กู ตอ้ งทุกคน ถอื ว่าผา่ น เร่ืองสนั้ ที่เป็นประโยชน์ มดง่ามกบั นกพิราบ มดงา่ มตวั หน่งึ เหน็ นายพรานยกปืนขน้ึ มาเพอ่ื ส่องยงิ่ นกพริ าบแต่มดงา่ มไมอ่ ยากใหน้ กพริ าบ ตอ้ งถูกลกู ปืนของนายพรานจงึ ไต่ขน้ึ ไปบนขาของนายพรานแลว้ คอยทที น่ี ายพรานจะเหน่ยี วไกปืนมด งา่ มกก็ ดั ขาของนายพรานทาใหน้ ายพรานสะดงุ้ ยงิ ปืนพลาดไปถกู กง่ิ ไมน้ กพริ าบจงึ ไมถ่ ูกยงิ ต่อมาไม่นานมดงา่ มรสู้ กึ กระหายน้าจงึ เดนิ ไปทบ่ี ่อน้าแต่ขณะทจ่ี ะกนิ น้ากพ็ ลดั ตกลงไปในบอ่ น้ามดงา่ มจงึ ตะโกนรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื นกพริ าบซง่ึ เกาะอยกู่ งิ่ ไมใ้ กลๆ้ ไดย้ นิ เสยี งกเ็ ลยเอาปากคาบ ใบไมม้ าทง้ิ ไวใ้ กลม้ ดง่ามมดงา่ มจงึ รบี ปีนขน้ึ บนใบไมท้ นั ทที าใหร้ อดตายไดใ้ นทส่ี ดุ ส่วนนกพริ าบนนั้ กด็ ี ใจทไ่ี ดม้ โี อกาสตอบแทนบุญคณุ ของมดงา่ ม เรอื่ งนี้สอนให้รวู้ ่า การช่วยเหลอื ผอู้ ่นื ยอ่ มก่อใหเ้ กดิ ผลดตี ่อตนเองอยเู่ สมอ 74 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ณุ ธรรมทไ่ี ด้ 1. ความพอเพยี ง 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 3. ความรบั ผดิ ชอบ 4. อุดมการณ์ คณุ ธรรม ใบงาน ใหล้ ูกเสอื แต่ละหมู่ ร่วมกนั แกป้ ัญหาเฉพาะหน้า กรณี “จะทาอยา่ งไรถา้ เหน็ คนกาลงั ขโมยของ ในหา้ งสรรพสนิ ค้า” โดยวเิ คราะหต์ ามขนั้ ตอนการแก้ปัญหา เขยี นลงในตารางขา้ งล่าง และส่งตวั แทน นาเสนอในกองลกู เสอื 1. ระบุปัญหา : จะทาอยา่ งไรถา้ เหน็ คนกาลงั ขโมยของในหา้ งสรรพสนิ คา้ 2. วเิ คราะหท์ างเลอื ก : ลกู เสอื มที างเลอื กดงั น้ี 2.1 2.2 2.3 2.4 3. วเิ คราะหข์ อ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของแต่ละทางเลอื ก ทางเลอื ก ขอ้ ดี ขอ้ เสยี 2.1 2.2 2.3 2.4 4. ตดั สนิ ใจเลอื กทางเลอื กทม่ี ขี อ้ ดมี ากทส่ี ดุ และขอ้ เสยี น้อยทส่ี ดุ ลกู เสอื ตดั สนิ ใจเลอื กทางเลอื กขอ้ ...................... 5. จะแกไ้ ขขอ้ เสยี ทเ่ี กดิ จากทางเลอื กโดย ...................................................................................................... คู่มือการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามญั เสรมิ สร้างทกั ษะชีวติ ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 75
ใบความรู้ การตดั สินใจและการแก้ไขปัญหา การตดั สินใจใชใ้ นสถานการณ์ทม่ี ที างเลอื กอยแู่ ลว้ มี 4 ขนั้ ตอนคอื 1. กาหนดทางเลอื กทม่ี อี ยู่ 2. วเิ คราะหข์ อ้ ดี และขอ้ เสยี ของแต่ละทางเลอื ก 3. เลอื กทางเลอื กทม่ี ขี อ้ ดมี ากทส่ี ดุ และขอ้ เสยี น้อยทส่ี ุด 4. หาทางแกข้ อ้ เสยี ของทางเลอื กทเ่ี ลอื กไว้ และนาทางเลอื กไปปฏบิ ตั ิ การแก้ไขปัญหา ใชใ้ นสถานการณ์ทย่ี งั ไม่มที างออกในการแกป้ ัญหา มี 5 ขนั้ ตอนคอื 1. ระบุว่าอะไรคอื ปัญหา ถา้ มหี ลายปัญหาใหเ้ ลอื กปัญหาทส่ี าคญั และเรง่ ดว่ นมาแกไ้ ขก่อน 2. วเิ คราะหว์ า่ มที างเลอื กอะไรบา้ งทน่ี ามาแกไ้ ขปัญหาน้ีได้ 2. วเิ คราะหข์ อ้ ดี และขอ้ เสยี ของแต่ละทางเลอื ก 3. เลอื กทางเลอื กทม่ี ขี อ้ ดมี ากทส่ี ดุ และขอ้ เสยี น้อยทส่ี ุด 4. หาทางแกข้ อ้ เสยี ของทางเลอื กทเ่ี ลอื กไว้ และนาทางเลอื กไปปฏบิ ตั ิ 76 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยท่ี 3 ความร้เู กี่ยวกบั ขบวนการลกู เสือ เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมท่ี 10 ส่ิงดีๆ ของฉัน 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ลกู เสอื สามารถอธบิ ายถงึ คุณคา่ ของตนเองและผอู้ ่นื ได้ 2. เนื้อหา การเหน็ คณุ ค่าของตนเองและผอู้ ่นื 3. ส่ือการเรยี นรู้ 3.1 แผนภูมเิ พลง 3.2 เกม 3.2 กระดาษ เอ 4 ชนดิ แผน่ หนา ปากกาสตี ่าง ๆ 3.3 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) หมลู่ กู เสอื นงั่ ลอ้ มวงผกู้ ากบั ลกู เสอื แจกกระดาษ คนละ 1 แผ่น ลกู เสอื ทุกคนเขยี นชอ่ื ตนเอง และวางมอื ซ้ายทาบบนกระดาษ ใช้ปากกาหรอื ดนิ สอขดี ตามรูปมอื ลงใน กระดาษ 2) ลกู เสอื ส่งกระดาษของตนใหเ้ พอ่ื นทน่ี งั่ อยดู่ า้ นขวามอื เขยี นความดหี รอื สงิ่ ดี ๆ ของ เพ่อื นทม่ี ชี ่อื ในกระดาษนนั้ โดยไมต่ อ้ งลงช่อื เมอ่ื เขยี นเสรจ็ ใหส้ ง่ ต่อคนทอ่ี ยทู่ างขวามอื เขยี นต่อ เวยี นกระดาษนนั้ ไปจนครบรอบถงึ เจา้ ของกระดาษ 3) ลกู เสอื เจา้ ของกระดาษอ่านดงั ๆ ทลี ะคน พรอ้ มบอกความรสู้ กึ ว่าตรงกบั ทต่ี นเองคดิ หรอื ไมอ่ ยา่ งไร จนครบทกุ คน 4) ลกู เสอื กลา่ วขอบคุณทเ่ี พ่อื น ๆ เหน็ สงิ่ ดี ๆ ในตวั เขา ซง่ึ บางเรอ่ื งลกู เสอื เองกไ็ มร่ ตู้ วั 5) รวมกอง ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ รายถามความรสู้ กึ ต่อกจิ กรรมและขอ้ คดิ ทไ่ี ด้ 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม คู่มือการจัดกิจกรรมลกู เสอื สามัญเสริมสรา้ งทักษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 77
5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม คอื เขา้ ใจตนเอง และเหน็ คุณค่าตนเอง ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมที่ 10 เพลง สขุ ฤทยั สุขฤทยั เพลนิ ใจเพลนิ ตา สขุ อุราเพลนิ ตาเพลนิ ใจ โอล้ ะเน้อ โอล้ ะเน้อ ฉนั ไดเ้ จอเพ่อื นใจ เพอ่ื นใจ (ซา้ ) ฉันคือคนเก่ง (ทานอง Holiday…ของ Bony M) ฉนั กเ็ ก่ง เธอกเ็ ก่ง เรากเ็ จ๋ง ลกู เสอื สามญั เราน้องพ่ี มคี วามฝัน ลกู เสอื สามญั คนดี คนเก่ง ฉันมดี ี มอื ของฉนั นัน้ สะอาดดี เสอ้ื ของฉนั นนั้ กส็ วยดี กระโปรง/กางเกง ของฉนั สวมใส่พอดี ดู ดู ซี ฉนั งามไหมเอ่ย เกม เกมแข่งห่นุ วิธีเล่น ทส่ี นามมเี สน้ เรมิ่ และเสน้ ชยั ห่างกนั 30 เมตร ผเู้ ล่นทกุ คนยนื พรอ้ มทเ่ี สน้ เรม่ิ เลอื กผเู้ ล่น คนหน่ึงเป็นผนู้ า หลบั ตาพรอ้ มกนั นบั 1 - 8 ผเู้ ลน่ ทุกคนวง่ิ ไปทเ่ี สน้ ชยั ทนั ที เมอ่ื ผนู้ านับถงึ 8 จะลมื ตาขน้ึ ผเู้ ล่นทุกคนจะตอ้ งหยดุ วงิ่ และอยใู่ นลกั ษณะนนั้ คลา้ ยหุ่น ถา้ ผนู้ าเหน็ ผเู้ ล่นคนใดขยบั ตวั ผเู้ ล่น คนนัน้ ต้องออกจากการแข่งขนั ผู้นาหลับตาใหม่และนับ 7 – 8 ใหม่ ผู้เล่นก็ว่ิงต่อไป ทาเช่นน้ี จนกระทงั่ ผเู้ ล่นถงึ เสน้ ชยั การตดั สิน ผทู้ ว่ี งิ่ ถงึ เสน้ ชยั ก่อนเป็นผชู้ นะ 78 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
เรื่องสนั้ ที่เป็นประโยชน์ (เรอ่ื งน้ผี กู้ ากบั ลกู เสอื อาจพจิ ารณาหาตวั อยา่ งตวั อยา่ งบุคคลอ่นื ไดต้ ามความเหมาะสม) สมศกั ด์ิ เหมรญั นักกีตารม์ ือเดียว สมศกั ด์ิ เล่าว่า เขาชอบเล่นดนตรมี าก โดยเฉพาะกตี าร์ แมจ้ ะอ่านตวั โน้ตไม่ออกแต่กฝ็ ึกเล่น ดนตรดี ว้ ยใจรกั ต่อมาเขาประสบอุบตั เิ หตุจนต้องใชช้ วี ติ อยดู่ ว้ ยแขนเพยี งขา้ งเดยี วทาใหเ้ ขารสู้ กึ ทอ้ แท้ ใจเป็นอยา่ งมากทไ่ี มส่ ามารถเล่นดนตรไี ดด้ งั ใจฝัน จนเม่อื ผ่านเหตุการณ์อนั เลวร้ายครงั้ นัน้ ไปได้หน่ึงปีประกอบกบั ไดก้ าลงั ใจอนั เต็มเป่ียมจาก พ่ชี าย กท็ าให้ สมศกั ดิ ์เหมรญั กลา้ ลุกขน้ึ สอู้ กี ครงั้ ตงั้ แต่นัน้ มาเขากเ็ พยี รฝึกเล่นกตี ารม์ อื เดยี วมา ตลอดจนคลอ่ งแคล่ว และเม่อื สมศกั ดิ ์ ทราบข่าวว่ารายการ Thailand's Got Talentเปิดรบั สมคั รประกวดผู้ท่ีมี ความสามารถ สมศกั ดิ ์ เหมรญั จงึ ไม่รอช้ารบี ย่นื ใบสมคั รทนั ที โดยหวงั จะโชว์ความสามารถพเิ ศษท่ี เกดิ จากความตงั้ ใจ และท่มุ เทเพ่อื ส่งผ่านความหวงั และกาลงั ใจต่อไปยงั เพ่อื นรว่ มโลกคนอ่นื ๆทก่ี าลงั ทอ้ แทใ้ นชวี ติ ใหด้ ชู วี ติ และความมงุ่ มนั่ ของเขาเป็นตวั อยา่ ง เร่อื งนี้สอนให้รวู้ ่า ความหวงั และกาลงั ใจเป็นพลงั สรา้ งความสาเรจ็ ประเดน็ การวิเคราะหค์ ณุ ธรรมที่ได้ 1. ความพอเพยี ง 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 3. กตญั ญู 4. ความรบั ผดิ ชอบ 5. อุดมการณ์ คณุ ธรรม คมู่ ือการจัดกจิ กรรมลกู เสอื สามัญเสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ ลูกเสอื ตรี ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 79
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 4 คาปฏิญาณและกฎลกู เสือสามญั เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมที่ 11 คิดเชิงบวก 1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ลกู เสอื สามารถอธบิ ายความหมายและประโยชน์ของการคดิ เชงิ บวกได้ 2. เนื้อหา ประโยชน์ และวธิ กี ารคดิ เชงิ บวก 3. สื่อการเรียนรู้ 3.1 แผนภูมเิ พลง เกม 3.2 เกม 3.2 ใบงาน 3.3 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนา ถงึ การเล่นเกม “ทาตรงกนั ขา้ ม” ทล่ี กู เสอื เพง่ิ เล่นไป และ ตงั้ คาถามว่า “ทาไมลกู เสอื จงึ เผลอทาตามผนู้ า หรอื ทาไดช้ า้ เป็นเพราะอะไร” (เพราะคนเรามกั จะคดิ และทาตามความเคยชนิ แบบเดมิ เมอื่ ตอ้ งฝืนทาตรงกนั ขา้ มจงึ ทา ไดช้ า้ ) 2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ใหล้ กู เสอื แต่ละหมทู่ ากจิ กรรม “คดิ ลบคดิ บวก” ใหห้ ลากหลายมากทส่ี ุด ตามใบกจิ กรรม เพอ่ื ใหล้ กู เสอื ไดฝ้ ึกฝนการคดิ ทห่ี ลากหลาย ซง่ึ เป็นรากฐานสาคญั ในการหาทางออกเพ่อื การแก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวนั และส่งตวั แทนรายงานในกอง ลกู เสอื 3) สมุ่ ตวั แทนหมลู่ กู เสอื รายงานหมลู่ ะ 1 ขอ้ ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ รายใหห้ มอู่ ่นื เพมิ่ เตมิ และสรปุ ว่าวธิ กี ารคดิ เชงิ บวกคอื การคดิ ทน่ี าความสขุ มาส่ตู นเอง มที างออกใน การแกป้ ัญหา และไมท่ าใหค้ นอ่นื เดอื ดรอ้ น 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ตงั้ คาถามใหล้ กู เสอื ชว่ ยกนั ตอบในประเดน็ (1) ความคดิ ทางลบมปี ระโยชน์ต่อลกู เสอื อยา่ งไรบา้ ง (2) ความคดิ ทางบวกมปี ระโยชน์ต่อลกู เสอื อยา่ งไรบา้ ง 80 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
5) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ รายสรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรม (ความคดิ ทางลบนาไปสู่ ความรสู้ กึ และพฤตกิ รรมตอบสนองทางลบ ในขณะทคี่ วามคดิ ทางบวกนาไปส่คู วามรสู้ กึ ทดี่ แี ละ พฤตกิ รรมทางบวก ทาใหไ้ มเ่ สยี สมั พนั ธภาพทดี่ กี บั ผอู้ นื่ และตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาได้ เหมาะสมกว่าความคดิ ทางลบ) 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม การคดิ วเิ คราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และเขา้ ใจตนเอง คมู่ ือการจัดกิจกรรมลกู เสอื สามญั เสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสอื ตรี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4 81
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 11 เพลง อย่ไู หนกส็ ขุ อยทู่ น่ี ่ี มสี ขุ อยทู่ น่ี นั่ มสี ุข อยทู่ ไ่ี หนๆ ๆ กม็ สี ุขทุกเวลา ...... (ซา้ ) ลา ลา ดีสซีนี ดสี ซนี ซี าฟัง ดสิ ซานาซานงั ดสิ มานา มานา ฮาตกิ ูซานงั (ซา้ ) ลา ลา เกม ทาตรงกนั ข้าม วิธีเล่น เลอื กผนู้ ามา 1 คน โดยใหผ้ นู้ าทาท่าทางต่าง ๆ ผเู้ ลน่ คนอ่นื นัน้ จะตอ้ งทาตรงกนั ขา้ มกบั ทผ่ี นู้ า ทา เช่น ผนู้ าหวั เราะ – ลกู เสอื ทกุ คนตอ้ งรอ้ งไห้ ผนู้ านงั่ ลง – ลกู เสอื ตอ้ งยนื ขน้ึ ผนู้ ากา้ วเทา้ ซา้ ย – ลกู เสอื กา้ วเทา้ ขวา ฯลฯ การทาจะเรว็ ขน้ึ ไปเรอ่ื ย ๆ การตดั สิน ลกู เสอื ทท่ี าตามผนู้ าไมท่ าตรงขา้ ม หรอื ทาชา้ จะตอ้ งออกจากการแขง่ ขนั หรอื เปลย่ี นมาเป็น ผนู้ า 82 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
เร่ืองสนั้ ที่เป็นประโยชน์ คนเลีย้ งแพะ วนั หน่ึงขณะเกดิ พายุแรงมาก คนเล้ยี งแพะจงึ พาฝงู แพะของตนไปหลบพายุในถ้า เม่อื เขา้ ไป แลว้ เขากพ็ บฝงู แพะป่าฝงู ใหญ่หลบอยใู่ นถ้าดว้ ยเช่นกนั จงึ ราพงึ กบั ตวั เองวา่ \"ฝงู แพะป่าน้ีมจี านวนแพะ มากกว่าฝงู แพะของเราหลายเท่านักเราน่าจะเอาแพะป่ าฝงู ใหญ่น้ีไปเล้ยี งเเทนฝงู เดมิ คงจะดกี ว่า\"เม่อื คนเลย้ี งแพะคดิ ไดด้ งั นนั้ จงึ นาเอาใบไมท้ เ่ี ตรยี มมาไวใ้ หฝ้ งู แพะเดมิ ของตน ไปใหฝ้ งู แพะป่ากนิ จนหมด เม่อื พายุสงบลงฝงู แพะป่ากพ็ ากนั วงิ่ ออกจากถ้าเขา้ ป่าไปอย่างรวดเรว็ ส่วนฝงู แพะเดมิ ของตน กค็ อ่ ยๆ ตายไปจนหมดเพราะอดอาหาร คนเลย้ี งแพะจงึ ไดแ้ ต่นงั่ รอ้ งไหใ้ หเ้ พอ่ื นบา้ นหวั เราะเยาะต่อไป เรื่องนี้สอนให้ร้วู ่า เหน็ แก่มติ รใหม่จนทอดทง้ิ มติ รเก่า ในทส่ี ุดกจ็ ะไมเ่ หลอื ใครเลย ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ุณธรรมทไ่ี ด้ 1. ความพอเพยี ง 2. ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ 3. ความรบั ผดิ ชอบ 4. กตญั ญู คมู่ อื การจัดกจิ กรรมลูกเสือสามญั เสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ ลูกเสือตรี ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 83
ใบงาน ใหล้ กู เสอื แต่ละหมรู่ ะดมสมองความคดิ ทางลบ และความคดิ ทางบวก ทม่ี ตี ่อขอ้ ความแต่ละขอ้ ใหไ้ ดห้ ลากหลายมากทส่ี ดุ เขยี นลงในตาราง และสง่ ตวั แทนรายงานในกองลกู เสอื ข้อความ ความคิดทางลบ ความคิดทางบวก ทาถุงขนมตกพน้ื ขนมหล่นออกจากถุง ตกพน้ื ไปครง่ึ หน่งึ เพอ่ื นยมื หนงั สอื ไปอ่านแลว้ ทาขาด อยากไดเ้ กมกด แต่แมไ่ มซ่ อ้ื ให้ 84 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลูกเสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยท่ี 4 คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามญั เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมที่ 12 ความซื่อสตั ย์ 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ลกู เสอื สามารถอธบิ ายพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกถงึ ความซ่อื สตั ยไ์ ด้ 2. เนื้อหา พฤตกิ รรมของความซ่อื สตั ย์ ซง่ึ เป็นผมู้ เี กยี รติ เช่อื ถอื ได้ 3. สื่อการเรียนรู้ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 บตั รคา 3.3 ใบความรู้ 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก) 4.2 เพลงหรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ใหล้ กู เสอื แต่ละหมเู่ รยี งคาในบตั รคาทไ่ี ดร้ บั วเิ คราะหค์ วามหมายของ ขอ้ ความทเ่ี รยี งได้ และยกตวั อยา่ งบคุ คลในประวตั ศิ าสตร์ / ละคร / นทิ าน 1 ตวั อยา่ ง สง่ ตวั แทนรายงานในกองลกู เสอื 2) ตวั แทนหมลู่ กู เสอื รายงานทลี ะหมู่ ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื หมอู่ ่นื รว่ มกนั ซกั ถาม เพอ่ื ความเขา้ ใจ ผกู้ ากบั ลกู เสอื ช่วยสรปุ จนครบทกุ หมู่ 3) ผู้กากับลูกเสอื ตงั้ คาถาม “เพราะเหตุใดบุคคลท่มี คี วามซ่อื สตั ย์ จงึ เป็นผู้มเี กียรติ เช่อื ถอื ได”้ (บุคคลทมี่ คี วามซอื่ สตั ย์ เป็นบุคคลทคี่ นทวั่ ไปยกย่อง สรรเสรญิ จงึ เป็นผู้มเี กียรติ เชอื่ ถอื ได)้ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ ราย สรปุ และเพม่ิ เตมิ ตามใบความรู้ 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) คมู่ อื การจัดกจิ กรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ ลกู เสือตรี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 85
5.การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม การคดิ วเิ คราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของความซ่อื สตั ย์ ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 12 เพลง ความซ่ือสตั ย์ ความซ่อื สตั ย์ เป็นสมบตั ขิ องคนดี หากว่าใครไมม่ ี ชาตนิ ้เี อาดไี มไ่ ด้ มคี วามรทู้ ว่ มหวั เอาตวั ไมร่ อดถมไป คดโกงแลว้ ใคร จะรบั ไวใ้ หร้ ว่ มทางาน บตั รคา เสีย ชีพ อย่า เสีย สตั ย์ ซ่ือ กิน ไม่ หมด คด กิน ไม่ นาน มี เกียรติ เชื่อ ถอื ได้ ถา้ ซ่ือ สตั ย์ ผู้ สญู เสีย ความ ซื่อ สตั ย์ เหมอื น สญู เสีย แล้ว ทกุ สิ่ง ทุก อย่าง 86 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
เร่ืองสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ ปกู บั งู ปกู บั งเู ป็นเพอ่ื นทค่ี บหากนั มานาน ปนู นั้ ซอ่ื ตรงต่องไู มเ่ คยทรยศหกั หลงั ตรงกนั ขา้ มกบั งซู ง่ึ มกั ไม่ซ่อื ตรง ทาใหป้ ไู ดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นอย่เู สมอ แมจ้ ะพยายามตกั เตอื นอย่างไรแต่งกู ไ็ ม่ยอมกลบั ตวั จนในทส่ี ุดปหู มดความอดทนจงึ ใชก้ ้ามหนบี งจู นตาย “ถ้าจติ ใจของเจา้ ซ่อื ตรงเหมอื นร่างของเจา้ ทน่ี อนยาวเหยยี ดอยเู่ ช่นน้ี เจา้ กค็ งไม่ตอ้ งพบจุดจบ ในวนั น้ี” ปกู ล่าวกบั งกู ่อนทจ่ี ะกลบั ลงรขู องมนั ไปตามลาพงั เรื่องนี้สอนให้ร้วู ่า คนเลวไรค้ วามซ่อื สตั ย์ ยากทจ่ี ะสานึกตวั ไดแ้ มเ้ มอ่ื ตายจากโลกน้ีไปแลว้ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ณุ ธรรมทไ่ี ด้ 1. ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. กตญั ญู 4. อุดมการณ์ คณุ ธรรม คมู่ อื การจัดกจิ กรรมลูกเสอื สามญั เสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวิต ลกู เสือตรี ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 87
ใบความรู้ ความซื่อสตั ย์ ความซ่อื สตั ย์ หมายถงึ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ทิ ต่ี รงต่อความเป็นจรงิ มคี วามจรงิ ใจ และถูกต้อง ตามทานองคลองธรรมทงั้ กายวาจาใจทงั้ ต่อตนเองผอู้ ่นื หน้าทก่ี ารงานและคามนั่ สญั ญารวมไปถงึ การไม่ คดิ คดทรยศไมค่ ดโกงและไมห่ ลอกลวง ตวั อย่าง - ซ่อื ตรงต่อเวลา งาน การนดั หมาย คามนั่ สญั ญาระเบยี บประเพณี กฎหมาย - ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีการงานของตนเองด้วยความรบั ผดิ ชอบและด้วยความซ่อื สตั ย์ไม่แสวงหา ผลประโยชน์ใหแ้ ก่ตนเองและพวกพอ้ งโดยการใชอ้ านาจหน้าทโ่ี ดยมชิ อบ - ประกอบสมั มาชพี ทาหน้าทข่ี องตนเองใหส้ าเรจ็ ลุล่วงดว้ ยความระมดั ระวงั และเกดิ ผลดตี ่อ ตนเองและสงั คม - ไมพ่ ดู ปด ฉ้อฉล สบั ปลบั กลบั กลอก ไมค่ ดโกงไมใ่ หร้ า้ ยผอู้ ่นื กลา้ ทจ่ี ะรบั ความจรงิ เรามกั ใช้คาพดู รวม ๆ ว่า “ความซือ่ สตั ยส์ ุจริต” ซื่อสตั ยต์ ่อหน้าท่ี คอื ทาหน้าทข่ี องตนอยา่ งดแี ละเหมาะสม ไมห่ ลกี เลย่ี งหรอื บดิ พลว้ิ ซื่อสตั ยต์ ่อการงาน คอื ทางานอะไรกต็ งั้ ใจทาใหจ้ รงิ ใหส้ าเรจ็ ประโยชน์ ซ่ือสตั ยต์ ่อเวลา คอื เป็นคนรกั ษาคามนั่ สญั ญา ตรงตามเวลาทน่ี ดั หมาย ซื่อสตั ยต์ ่อบคุ คล คอื มคี วามจรงิ ใจต่อมติ ร ต่อค่คู รอง ต่อผมู้ พี ระคณุ เป็นตน้ ซ่ือสตั ยต์ ่อความดี คอื ยดึ มนั่ อยใู่ นทางดี ทงั้ ต่อหน้าและลบั หลงั ผอู้ ่นื ส่วนคาวา่ \"สจุ ริต\" หมายถงึ การประพฤตชิ อบซง่ึ จะแสดงออกใหเ้ หน็ ทางพฤตกิ รรม 3 ทาง คอื ประพฤติชอบทางกาย เรยี กวา่ กายสุจรติ ไดแ้ ก่การไมเ่ บยี ดเบยี นผอู้ ่นื ทงั้ ชวี ติ /ร่างกาย/ ทรพั ยส์ นิ /กรรมสทิ ธิ ์และไม่เบยี ดเบยี นผอู้ ่นื ทางดา้ นคคู่ รอง และการไมน่ อกใจคคู่ รอง ประพฤติชอบทางวาจา เรยี กวา่ วจสี ุจรติ ไดแ้ ก่การไมก่ ลา่ วใหร้ า้ ยผอู้ ่นื ดว้ ยการพดู คาเทจ็ ไมก่ ลา่ วใหร้ า้ ยผอู้ ่นื ดว้ ยการพดู ยยุ งใหแ้ ตกสามคั คกี นั ไม่กล่าวใหร้ า้ ยผอู้ ่นื ดว้ ยการพดู คาหยาบและไม่ กล่าวใหร้ า้ ยผอู้ ่นื ดว้ ยการพูดเหลวไหล ประพฤติชอบทางใจ เรยี กว่า มโนสจุ รติ อนั ไดแ้ ก่ การไมโ่ ลภ อยากไดข้ องคนอ่นื ในทางทผ่ี ดิ การไม่คดิ ปองรา้ ยคนอ่นื และการเหน็ ชอบตามหลกั แห่งเหตุและผล เช่น เหน็ ว่าทาดไี ด้ดี ทาชวั่ ไดช้ วั่ เป็นตน้ 88 คมู่ อื การจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลูกเสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4 หน่วยท่ี 4 คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมท่ี 13 สิทธิส่วนบคุ คล 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ลกู เสอื สามารถอธบิ ายถงึ ผลเสยี ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการลว่ งละเมดิ สทิ ธขิ องผอู้ ่นื ได้ 2. เนื้อหา สทิ ธสิ ว่ นบุคคลทไ่ี มค่ วรลว่ งละเมดิ 3. สื่อการเรยี นรู้ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบความรู้ 3.3 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนา เกย่ี วกบั สทิ ธสิ ว่ นบคุ คล และการเคารพสทิ ธขิ องผอู้ ่นื และ แจกใบความรู้ 2) มอบหมายใหห้ มลู่ กู เสอื แสดงบทบาทสมมติ หมลู่ ะ 1 กรณี ดงั น้ี หมทู่ ่ี 1 ไมเ่ คารพสทิ ธทิ างกาย หมทู่ ่ี 2 ไมเ่ คารพสทิ ธทิ างวาจา หมทู่ ่ี 3 ไมเ่ คารพสทิ ธขิ องคนทม่ี าก่อน/หลงั หมทู่ ่ี 4 ไมเ่ คารพสทิ ธใิ นความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื โดยกาหนดให้แสดงบทบาทสมมติ 2 รอบ รอบแรกเป็น “การไม่เคารพสทิ ธผิ ู้อ่นื ” รอบท่ี 2 แกไ้ ขในกรณเี ดยี วกนั ใหเ้ ป็น “การเคารพสทิ ธผิ อู้ ่นื ” แลว้ นาเสนอในกองลกู เสอื (ตวั อยา่ งเช่น กรณหี ยบิ ยางลบของเพอื่ นไปใช้ รอบแรก หยบิ ไปใช้โดยไม่ขออนุญาต และรอบ 2 ขออนุญาตก่อนเมอื่ ได้รบั อนุญาตแลว้ จงึ นายางลบของเพอื่ นไปใช้ และรบี นามาคนื ) 3) ลกู เสอื แต่ละหมแู่ สดงบทบาทสมมติ ประกอบคาอธบิ าย เมอ่ื แสดงบทบาทสมมตจิ บ ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาอภปิ รายใหห้ มอู่ ่นื แสดงความคดิ เหน็ จนครบทุกหมู่ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรม คู่มือการจัดกิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสร้างทักษะชีวิต ลกู เสือตรี ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 89
4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม การเขา้ ใจตนเอง เหน็ ใจผอู้ ่นื และความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมที่ 13 เพลง ขอโทษ เนื้อเพลง ท่าทางประกอบเพลง เพ่อื นจา๋ เพ่อื นจา๋ สวมกอดหรอื จบั มอื หรอื สะกดิ แขนของเพ่อื น โกรธหรอื ไร ไมย่ ม้ิ เลย ยม้ิ มองหน้าแลว้ เอยี งคอพรอ้ มยกน้วิ กอ้ ยใหเ้ พอ่ื น ขอโทษเถอะเพอ่ื นเอ๋ย เราเคยเลน่ ดว้ ยกนั ยกมอื ไหว้ พลงั้ ไปอภยั โดยพลนั จบั มอื แลว้ กา้ วเทา้ สไลดไ์ ปขา้ งหน้า ยกโทษใหฉ้ นั เถดิ เอย ทงั้ สองคนยกน้วิ มาเกย่ี วกอ้ ยกนั ทงั้ ค่ตู ่างยกมอื ไหวแ้ ละรบั ไหวซ้ ง่ึ กนั และกนั เร่ืองสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ อฐู กบั เทพเจ้า ในสมยั ท่สี ตั วท์ งั้ หลายยงั สามารถพูดจาตดิ ต่อกบั เทพเจา้ ได้ ยงั มอี ูฐตวั หน่ึงได้รอ้ งเรยี นต่อ เทพเจา้ ผยู้ งิ่ ใหญ่วา่ “ไมย่ ตุ ธิ รรมเลย ทาไมท่านจงึ สรา้ งตวั ขา้ ขน้ึ มาไมเ่ หมอื นกบั สตั วอ์ ่นื ๆ ขา้ ไมม่ แี มแ้ ต่ เขาไวป้ ้องกนั ตวั ไรเ้ ขย้ี วอนั แหลมคม อุ้งเลบ็ ทท่ี รงพลงั หรอื สง่ิ อันใดทพ่ี อทจ่ี ะปกป้องตวั เองจากศตั รูก็ ไมม่ เี ลย ขอใหท้ า่ นโปรดมอบสงิ่ เหลา่ น้แี ก่ขา้ ดว้ ยเถดิ ” เทพเจา้ ไดย้ นิ ดงั นนั้ กพ็ โิ รธ ดว้ ยเหน็ อูฐมอี วยั วะหลายอย่างทด่ี กี ว่าสตั วอ์ ่นื อยแู่ ลว้ เช่น ขายาว มจี มกู ทส่ี ามารถเปิดปิดป้องกนั ทรายได้ ส่วนตานนั้ กม็ สี องชนั้ เม่อื ปิดเปลอื กตาชนั้ แรกป้องกนั ฝ่นุ ทราย กย็ งั มองเหน็ ทาง นอกจากนนั้ กระเพาะยงั จุน้าได้มาก ทาใหส้ ามารถเดนิ ทางในทะเลทรายโดยไม่ต้อง 90 คมู่ ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
กนิ น้าไดเ้ ป็นเวลานานหลายๆวนั แต่อูฐกย็ งั ไมพ่ อใจในสง่ิ ทต่ี นเองมอี ยู่ ดว้ ยเหตุน้ีเทพเจา้ จงึ สาปให้หู ของมนั เลก็ ลงไปกว่าเดมิ เพอ่ื เป็นการลงโทษ เรอื่ งนี้สอนให้ร้วู ่า จงพอใจในสงิ่ ทต่ี นมี และเป็นอยู่ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ุณธรรมทไ่ี ด้ 1. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. อุดมการณ์ คุณธรรม ใบความรู้ สิทธิส่วนบคุ คล และการเคารพสิทธิของผอู้ ่ืน บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธอิ นั ชอบธรรมซง่ึ เป็นทย่ี อมรบั ตามธรรมชาติ และตามกฎหมาย การเคารพสทิ ธขิ องผอู้ ่นื จงึ หมายถงึ การไมล่ ่วงละเมดิ สทิ ธขิ องผอู้ ่นื ในทกุ ดา้ น ซง่ึ จดั เป็นวถิ ี ชวี ติ ประชาธปิ ไตยทเ่ี ป็นพน้ื ฐาน ไดแ้ ก่ 1. การเคารพสทิ ธทิ างกาย ไดแ้ ก่ - การตอ้ นรบั ทกั ทาย - การใหเ้ กยี รตผิ อู้ ่นื - การแสดงความเคารพแก่บุคคลซง่ึ อาวุโสกวา่ - การแสดงความเออ้ื เฟ้ือซง่ึ กนั และกนั 2. การเคารพสทิ ธทิ างวาจา ไดแ้ ก่ - การพดู ใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ - การใชค้ าพดู เหมาะสมตามฐานะของบุคคล - การพดู จาสุภาพไมก่ า้ วรา้ ว ส่อเสยี ด ไมพ่ ดู ในสงิ่ ทจ่ี ะทาใหผ้ อู้ ่นื เกดิ ความเดอื ดรอ้ น - ไมน่ าความลบั ของบุคคลอ่นื ไปเปิดเผย - ไมพ่ ดู นินทาหรอื โกหกหลอกลวง 3. การรจู้ กั เคารพในสทิ ธขิ องคนทม่ี าก่อนหลงั เชน่ การเขา้ ควิ 4. การเคารพในความเป็นเจา้ ของสง่ิ ของเครอ่ื งใช้ 5. การรจู้ กั ขออนุญาต เมอ่ื ล่วงลา้ เขา้ ไปในทอ่ี ยอู่ าศยั ของบคุ คลอ่นื 6. เคารพในความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื เมอ่ื มผี พู้ ูดเสนอความ คดิ เหน็ ควรฟังดว้ ยความตงั้ ใจและใคร่ครวญดว้ ยวจิ ารญาณ หากเหน็ ว่าเป็นการเสนอแนวความคดิ ท่ี ดมี ปี ระโยชน์มากกวา่ ความคดิ เหน็ ของตนเองกค็ วรยอมรบั และปฏบิ ตั ติ าม คู่มือการจดั กิจกรรมลกู เสอื สามัญเสรมิ สรา้ งทักษะชีวิต ลกู เสือตรี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 91
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยที่ 4 คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั เวลา 2 ชวั่ โมง แผนการจดั กิจกรรมที่ 14 ต้นตระกลู ไทย 1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ลกู เสอื สามารถบอกถงึ ความสาคญั ของสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ 2. เนื้อหา ประวตั บิ ุคคลสาคญั หรอื วรี บุรษุ ผปู้ กป้องชาตไิ ทยในอดตี 3. สื่อการเรยี นรู้ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบความรู้ 3.3 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 กิจกรรมครงั้ ท่ี 1 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) ผกู้ ากบั ลกู เสอื นาสนทนาในกองลกู เสอื ถงึ วรี บรุ ษุ ทป่ี กป้องชาตไิ ทยใหค้ นไทยไดอ้ ยู่ อาศยั อยา่ งมคี วามสุขมาจนถงึ ปัจจบุ นั (2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั ขบั รอ้ งเพลง “ตน้ ตระกลู ไทย” (3) หมลู่ กู เสอื รว่ มกนั วเิ คราะหค์ วามหมายของเพลงและวรี บุรษุ ทก่ี ล่าวถงึ ในบทเพลงวา่ มคี วามสาคญั อย่างไรในประวตั ศิ าสตรไ์ ทย และระดมสมองว่านอกจากน้ยี งั มบี ุคคล สาคญั คนไหนอกี บา้ งทล่ี กู เสอื เคยรู้ หรอื เคยไดย้ นิ และบุคคลนนั้ มคี วามสาคญั ต่อ ชาตไิ ทยอยา่ งไร (4) รวมกอง ผกู้ ากบั ลกู เสอื รวบรวมช่อื บุคคล/กลุม่ บุคคล ทห่ี มลู่ กู เสอื ไดร้ ะดมสมองเพมิ่ เตมิ (5) ใหล้ กู เสอื แต่ละหมเู่ ลอื กทาตานานประวตั บิ ุคคลสาคญั หมลู่ ะ 1 เรอ่ื งทไ่ี ม่ซ้ากนั มาเลา่ ใหเ้ พอ่ื นฟังในกองลกู เสอื โดยจะมกี ารแขง่ ขนั กนั วา่ ลกู เสอื หมใู่ ดเลา่ ได้ สนุกสนานและน่าสนใจมากทส่ี ุด 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 92 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลูกเสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
4.2 กิจกรรมครงั้ ที่ 2 1) พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก) 2) เพลง หรอื เกม 3) กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (1) ตวั แทนหมลู่ กู เสอื เล่าใหเ้ พอ่ื นฟังทลี ะหมู่ ผกู้ ากบั ลูกเสอื และลกู เสอื หมอู่ ่นื รว่ มกนั ซกั ถามเพอ่ื ความเขา้ ใจ จนครบทกุ หมู่ (2) กองลกู เสอื รว่ มกนั โหวตว่าชอบเรอ่ื งใดมากทส่ี ดุ ผกู้ ากบั ลกู เสอื ชมเชย ความสามารถ ของทุกหมู่ (3) หมลู่ กู เสอื รว่ มกนั เขยี นคาขวญั รณรงคใ์ หร้ กั ชาติ ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ศาสนา และจงรกั ภกั ดตี ่อพระมหากษตั รยิ ์ หมลู่ ะ 1 ขอ้ ความ นาไปตดิ บอรด์ 4) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 5) พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5.การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม การคดิ วเิ คราะห์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ตระหนกั และมจี ติ สานึกรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ คู่มอื การจัดกจิ กรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ ลกู เสอื ตรี ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 93
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 14 เพลง สยามานุสติ หากสยามยงั อยู่ ยงั้ ยนื ยง เรากเ็ หมอื นอยคู่ ง ชพี ดว้ ย หากสยามพนิ าศลง ไทยอยไู่ ดฤ้ ๅ เรากเ็ หมอื นมอดมว้ ย หมดสน้ิ สกุลไทย ไทยรบจนสุดใจ ขาดดน้ิ ใครรานใครรกุ ดา้ วแดนไทย ยอมสละสน้ิ แล เสยี เน้อื เลอื ดหลงั่ ไหล กอ้ งเกยี รตงิ าม เสยี ชพี ไป่ เสยี สน้ิ ชอ่ื รกั เมืองไทย * รกั เมอื งไทย ชชู าตไิ ทย ทะนุบารงุ ใหร้ งุ่ เรอื งสมเป็นเมอื งของไทย * รกั เมอื งไทย ชชู าตไิ ทย ทะนุบารงุ ใหร้ งุ่ เรอื งสมเป็นเมอื งของไทย เราชาวไทยเกดิ เป็นไทยตายเพอ่ื ไทย (ซ้า) ไมเ่ คยอ่อนน้อมเราไมย่ อมแพใ้ คร (ซา้ ) ศตั รใู จกลา้ มาแต่ทศิ ใดถา้ ขม่ เหงไทยคงไดเ้ หน็ ดี (ซ้า *) เราชาวไทยเกดิ เป็นไทยตายเพอ่ื ไทย (ซา้ ) เรารกั เพอ่ื นบา้ นเราไม่รานรกุ ใคร (ซา้ ) แต่รกั ษาสทิ ธอิ สิ ระของไทยใครทาช้าใจไทยจะไมถ่ อยเลย (ซา้ *) เราชาวไทยเกดิ เป็นไทยตายเพอ่ื ไทย (ซ้า) ถา้ ถูกขม่ เหง แลว้ ไม่เกรงผใู้ ด (ซา้ ) ดงั่ งตู วั นดิ มพี ษิ เหลอื ใจเรารกั เมอื งไทยยง่ิ ชพี เราเอย (ซ้า*) ต้นตระกลู ไทย (สรอ้ ย) ตน้ ตระกูลไทยใจท่านเหย้ี มหาญ รกั ษาดนิ แดนไทยไวใ้ หล้ กู หลาน สจู้ นสญู เสยี แมช้ วี ติ ของทา่ น เพ่อื ถนอมบา้ นเมอื งไวใ้ หเ้ รา ลกุ ขน้ึ เถดิ พน่ี ้องไทย อย่าใหช้ วี ติ สญู เปลา่ รกั ชาตยิ งิ่ ชพี ของเรา เหมอื นดงั พงศเ์ ผ่าตน้ ตระกลู ไทย ท่านพระยารามผมู้ คี วามแขง็ ขนั สรู้ บป้องกนั มไิ ดย้ อมแพพ้ ่าย พระราชมนูทหารสมยั กชู้ าติ แสดงความสามารถ ไดช้ ยั ชนะมากหลาย 94 ค่มู อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
เจา้ พระยาโกษาเหลก็ ท่านเป็นแมท่ พั ชนั้ เอก ของสมเดจ็ พระนารายณ์ สหี ราชเดโช ผจญสงครามใหญ่โต ต่อตสี ตั รแู พพ้ า่ ย เจา้ คณุ พชิ ยั ดาบหกั ผกู้ ลา้ หาญยง่ิ นกั ลว้ นเป็นตน้ ตระกูลไทย หมบู่ คุ คลสาคญั หวั หน้าชาวบางระจนั ทเ่ี ราหาช่อื ได้ นายแท่น นายดอก นายอนิ นายเมอื ง ขนุ สรรพนั เรอื ง นายทองแสงใหญ่ นายโชติ นายทองเหมน็ ท่านเหลา่ น้ลี ว้ นเป็น ผกู้ ลา้ หาญชาญชยั นายจนั หนวดเขย้ี วกบั นายทองแกว้ ทาชอ่ื เสยี งเพรดิ แพรว้ ไวล้ ายเลอื ดไทย ชาวบางระจนั สาคญั ยง่ิ ใหญ่ เป็นตน้ ตระกูลของไทย ทค่ี วรระลกึ ตลอดกาล องคพ์ ระสุรโิ ยทยั ยอดยงิ่ หญงิ ไทย สละพระองคเ์ พ่อื ชาติ ทา้ วเทพสตรี ทา้ วศรสี ุนทร ป้องกนั ถลางนคร ไวด้ ว้ ยความสามารถ ทา้ วสรุ นารี ผเู้ ป็นนกั รบสตรี กลา้ หาญองอาจ ป้องกนั อสิ านต้านสตั รขู องชาติ ลว้ นเป็นสตรสี ามารถ ตน้ ตระกูลของไทย เรื่องสนั้ ที่เป็นประโยชน์ หมีกบั ผงึ้ กาลครงั้ หน่ึง นานมาแลว้ มหี มตี วั หน่ึงกาลงั หวิ โซเดนิ เขา้ ไปในสวน มนั ไดพ้ บกบั รงั ผง้ึ รงั ใหญ่ มากอย่ทู ก่ี งิ่ ไมใ้ หญ่ มนั จงึ จบั มาฉีกกนิ อย่างเอรด็ อร่อย โดยเฉพาะน้าผง้ึ เป็นสงิ่ ท่หี มโี ปรดปรานท่สี ุด พวกผง้ึ พยายามช่วยกนั ต่อสโู้ ดยใชเ้ หลก็ ในเป็นอาวธุ แต่ไมส่ ามารถเจาะทะลุขนอนั หนาและปกปุยของ หมไี ด้ แต่ในเวลาไม่นาน พวกผง้ึ กค็ ดิ หาหนทางใหม่ดว้ ยการพรอ้ มใจกนั บนิ เขา้ ไปต่อยตรงบรเิ วณ หน้าและตาของหมี เมอ่ื หมไี ดร้ บั ความเจบ็ ปวดไมส่ ามารถทนอยไู่ ดจ้ งึ วงิ่ หนีเขา้ ป่าไป เรอ่ื งนี้สอนให้ร้วู ่า ผทู้ ารา้ ยผอู้ ่นื ยอ่ มไดร้ บั การลงโทษและความสามคั คยี อ่ มนามาซง่ึ ความสาเรจ็ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ุณธรรมทไ่ี ด้ 1. ความพอเพยี ง 2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 3. กตญั ญู 4. ความรบั ผดิ ชอบ 5. อุดมการณ์ คุณธรรม คู่มอื การจัดกจิ กรรมลูกเสือสามญั เสรมิ สรา้ งทักษะชีวิต ลูกเสือตรี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 95
ใบความรู้ ตานาน บ้านบางระจนั ในปี พ.ศ.2308 พมา่ ไดส้ ่งกองทพั มาตกี รงุ ศรอี ยธุ ยา เมอ่ื ยกทพั ถงึ เมอื งวเิ ศษชยั ชาญ มคี นไทย กลุ่มหน่งึ ไดช้ ว่ ยกนั ต่อสกู้ บั ทพั พมา่ ฆา่ พมา่ ตายไป 20 คน แลว้ หนมี าทบ่ี า้ นบางระจนั คนกลุ่มน้ีไดเ้ ขา้ ร่วมกบั ชาวบ้านบางระจนั ซง่ึ รวมตวั กนั ได้ประมาณ 400 คน มขี ุนสรรค์ พนั เรอื ง นายทองเหมน็ นายจนั ทรห์ นวดเขย้ี ว และนายทองแสงใหญ่ เป็นแกนนา นิมนตพ์ ระอาจารยธ์ รรม โชติ (วดั เขานางบวช) ทาการปลุกเสกคาถาอาคมใหห้ นงั เหนียวมกี าลงั ใจสศู้ กึ กบั พมา่ พมา่ ยก ทพั มาตี ถงึ 7 ครงั้ กม็ อิ าจเอาชนะชาวบา้ นบางระจนั ได้ ทพั พมา่ จงึ ยกกาลงั มาเสรมิ โดยมอี าวธุ สาคญั คอื ปืนใหญ่ ชาวบา้ นบางระจนั รบั ศกึ ไมไ่ หวจงึ ส่ง นายเมอื ง นายอนิ เดนิ ทางไปกรุงศรอี ยุธยา เพ่อื ขอปืนใหญ่แต่ไดร้ บั การปฏเิ สธ ชาวบา้ นจงึ รวบรวม ทรพั ยส์ นิ ทม่ี ที งั้ หมด ทาการหลอ่ ปืนใหญ่ใชเ้ องแต่กร็ า้ วใชก้ ารไมไ่ ด้ ยามนัน้ พม่าไดแ้ ต่งตงั้ นายกองคนใหม่นามว่า สุก้ี เขา้ ตบี า้ นบางระจนั ทพั สุก้คี รงั้ น้ีมกี องปืน ใหญ่มาดว้ ย ชาวบา้ นบางระจนั เอาปืนใหญ่เขา้ สู้ ทงั้ ๆ ทร่ี า้ วอยา่ งไมม่ ที างเลอื ก โดยทุกคนต่างรชู้ ะตา กรรมวา่ น่คี งเป็นครงั้ สดุ ทา้ ยของบา้ นบางระจนั แลว้ แต่ทกุ คนกส็ จู้ นตวั ตายไมเ่ สยี ดายชวี ติ ชาวบ้านบางระจนั ประวตั ศิ าสตร์ จารกึ บนั ทกึ ไว้ มเี หลา่ ไทย ทเ่ี ป็นไท ในไพศาล จารกึ ช่อื เลอื ดเน้อื ตา้ นภยั พาล เรอ่ื งเล่าขาน ตานาน บางระจนั แผ่นดนิ น้ี กูเกดิ กูตอ้ งสู้ ไมอ่ ดสู สละชพี เพ่อื ลกู หลาน โดยไมร่ ู้ ความตาย จะแผว้ พาน ถูกสงั หาร สน้ิ แลว้ บางระจนั ถงึ ลกู หลาน เลอื ดเน้อื ณ วนั น้ี ผยู้ งั มี ลมหายใจ อยา่ งสุขสนั ต์ รหู้ รอื ไม่ อยไู่ ด้ เพราะใครกนั ควรยดึ มนั่ บางระจนั เป็นบทเรยี น ฤาลมื แลว้ วรี กรรม ทท่ี าไว้ บางระจนั เป็นเพยี งหน่งึ ทท่ี กุ ขท์ น ฤาลมื ได้ การสญู เสยี ทกุ แห่งหน ไทยทกุ คน ควรตระหนกั จกั เขา้ ใจ ประพนั ธโ์ ดย : ธรรมรฐั 96 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4
แผนการจดั กิจกรรมลกู เสือ หลกั สตู รลกู เสือสามญั (ลกู เสือตรี) ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 4 หน่วยท่ี 4 คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั แผนการจดั กิจกรรมที่ 15 ความเป็นสภุ าพบรุ ษุ กลุ สตรี เวลา 1 ชวั่ โมง 1. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.1 ลกู เสอื สามารถบอกความหมายของคาว่าสุภาพบุรษุ และกุลสตรไี ด้ 1.2 ลกู เสอื สามารถบอกคุณคา่ ของการปฏบิ ตั ติ วั ใหเ้ ป็นสุภาพบุรษุ และกุลสตรไี ด้ 2. เนื้อหา การทล่ี กู เสอื มคี วามเขา้ ใจความหมายและเหน็ คณุ ค่าของการปฏบิ ตั ติ วั ใหเ้ ป็นสุภาพบุรษุ และ กุลสตรี จะช่วยสรา้ งภาพลกั ษณ์ทด่ี ขี องลกู เสอื ต่อคนทวั่ ไปและส่งเสรมิ บรรยากาศการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ ง มคี วามสุข 3. ส่ือการเรยี นรู้ 3.1 แผนภมู เิ พลง 3.2 เกม 3.2 ใบความรู้ 3.3 กระดาษปรฟู๊ ปากกาเคมี 3.4 เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4. กิจกรรม 4.1 พธิ เี ปิดประชุมกอง (ชกั ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก) 4.2 เพลง หรอื เกม 4.3 กจิ กรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) หมลู่ กู เสอื วาดโครงรา่ งภาพคนในกระดาษปรฟู๊ ครง่ึ ดา้ นซา้ ยแต่งใหเ้ ป็นหญงิ และครง่ึ ดา้ นขวาแต่งใหเ้ ป็นชาย จากนนั้ ช่วยกนั เขยี นคณุ สมบตั ขิ องกุลสตรแี ละสภุ าพบุรษุ ตามความคดิ ของหมู่ ลงทด่ี า้ นขา้ งของภาพแต่ละดา้ น ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุด 2) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เดนิ ดตู ามหมู่ เมอ่ื ทุกหมทู่ าเสรจ็ ใหช้ ว่ ยกนั คดิ และเลอื กเฉพาะ คณุ สมบตั ทิ จ่ี าเป็นจรงิ ๆ เพศละ 5 ขอ้ 3) ผกู้ ากบั ลกู เสอื เดนิ ดตู ามหมู่ เมอ่ื ทกุ หมทู่ าเสรจ็ ขอใหช้ ่วยกนั ตดั เหลอื คณุ สมบตั ิ ทส่ี าคญั ทส่ี ุดเพยี ง 3 ขอ้ พรอ้ มบอกเหตุผล และส่งตวั แทนรายงานในกองลกู เสอื 4) ลกู เสอื รายงานทลี ะหมจู่ นครบ 5) ผกู้ ากบั ลกู เสอื และลกู เสอื รว่ มกนั สรปุ คณุ สมบตั ทิ ่สี าคญั ของสภุ าพบรุ ษุ และกุลสตรี คมู่ อื การจดั กจิ กรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ ลกู เสือตรี ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 97
และเพมิ่ เตมิ ว่าในคุณสมบตั ทิ ค่ี วรมที งั้ หมด เมอ่ื พจิ ารณาแลว้ กย็ งั มคี ุณสมบตั บิ างประการ ทส่ี าคญั และจาเป็นกว่าคุณสมบตั อิ ่นื ๆ 6) ผกู้ ากบั ลกู เสอื ชวนคดิ ว่า ลูกเสอื ไดข้ อ้ คดิ อะไรบา้ ง และจะนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อยา่ งไร 4.4 ผกู้ ากบั ลกู เสอื เลา่ เรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ป็นประโยชน์ 4.5 พธิ ปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจเครอ่ื งแบบ ชกั ธงลง เลกิ ) 5. การประเมินผล 5.1 สงั เกตความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5.2 สงั เกตกระบวนการคดิ จากการอภปิ ราย 6. องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิตสาคญั ที่เกิดจากกิจกรรม ความตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าของการเป็นสุภาพบรุ ษุ และกุลสตรี ภาคผนวกประกอบแผนการจดั กิจกรรมท่ี 15 เพลง เกียรติศกั ด์ิลูกเสือ ลกู เสอื ลกู เสอื ไวศ้ กั ดลิ ์ กู ผชู้ าย ลกู เสอื ลกู เสอื ไวล้ ายซลิ กู เสอื ไทย รกั เกยี รติ รกั วนิ ยั แขง็ แรงและอดทน เราจะบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อผอู้ ่นื แมล้ าบากตรากตรา กต็ อ้ งทาใหส้ าเรจ็ ทา ทา ทา ขา้ สญั ญาว่าจะทา “เสยี ชพี อยา่ เสยี สตั ย”์ รกั ชาตใิ หม้ นั่ ไวด้ งั นามอนั เกรยี งไกร พระมงกุฎทรงประทาน เกม เกมไหวพริบ แบ่งผเู้ ล่นอกเป็น 2 ทมี ๆ ละเท่าๆ กนั ผเู้ ล่นทงั้ สองทมี เขา้ แถวเป็นวงกลม แลว้ จะยนื หรอื นงั่ ก็ ได้ ผูเ้ ล่นแต่ละคนของแต่ละทมี จะมเี บอรข์ องตวั เอง ดงั นัน้ ผู้เล่นทงั้ สองทมี จะมเี บอรเ์ หมอื นกนั นาลูก วอลเลยบ์ อลวางไวต้ รงกลางวงกลม การเล่นกโ็ ดยใหผ้ นู้ าเรยี กหมายเลขหน่งึ ขน้ึ มา ผเู้ ล่นทม่ี หี มายเลข ประจาตวั ของแต่ละทมี รบี วง่ิ มาแยง่ ลกู บอลตรงกลางสนาม เมอ่ื ผใู้ ดแยง่ ลกู บอลไดจ้ ากจดุ ทแ่ี ยง่ กใ็ หป้ า ลกู บอลไปยงั ผทู้ แ่ี ยง่ ลกู บอลไมไ่ ด้ ผเู้ ลน่ ทจ่ี ะถูกปาตอ้ งหลบใหด้ อี ยใู่ นวงกลม การตดั สิน 1. ใชเ้ วลา 3 นาที 2. ทมี ใดแยง่ ลกู บอลไดม้ ากครงั้ ทส่ี ุดเป็นฝ่ายชนะ อปุ กรณ์ ลกู วอลเลยบ์ อล 1 ลกู 98 ค่มู ือการจดั กิจกรรมลกู เสือสามญั เสริมสรา้ งทกั ษะชีวิต ลูกเสือตรี ชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 4
เร่ืองสนั้ ท่ีเป็นประโยชน์ สองคนเพ่ือนตาย ในอดตี ทผ่ี ่านมา มกี าฝงู หน่ึงบนิ มาจากจงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ มาพบกบั กาของจงั หวดั เพชรบุรี กาเพชรบุรกี ถ็ ามว่า “จะรบี ไปไหน ๆ” กาจากประจวบครี ขี นั ธ์ กต็ อบว่า “จะไปหากนิ ท่ี กรงุ เทพฯ” กาเพชรบุรกี ใ็ หก้ าประจวบครี ขี นั ธท์ ดสอบวทิ ยายทุ ธ์ โดยใหบ้ นิ ไปขโมยปลาสดของแมค่ า้ คน หน่งึ ทก่ี าลงั พายเรอื มาขายปลา ทแ่ี ม่น้าเมอื งเพชร กาประจวบครี ขี นั ธบ์ นิ โผลงไปจะจกิ เอาปลาสด แมค่ า้ รทู้ นั เงอ้ื ไมพ้ ายตกี า ชว่ งจงั หวะนนั้ กาเมอื งเพชรบรุ ไี ดโ้ อกาสจงึ โฉบเขา้ ไปทางดา้ นหลงั ของ แมค่ า้ ขณะเผลอ แลว้ กาทงั้ สองตวั กบ็ นิ ไปเกาะตน้ ไมเ้ ดยี วกนั กาเมอื งเพชรบรุ กี ถ็ ามว่า “เป็นไงเลา่ ขโมยปลายงั ทาไมไ่ ด้ แลว้ ไปอยกู่ รงุ เทพฯ จะไหวเหรอ ผคู้ นกรงุ เทพฯ ลว้ นแต่หไู ว ตาไว ไปหากนิ ไม่ รอดหรอก กาประจวบครี ขี นั ธ์ ไตรต่ รองดแู ลว้ กเ็ หน็ ดว้ ยกบั คาพดู ของกาเมอื งเพชรบรุ ี จงึ ขออย่เู ป็นเพ่อื น กนั ทเ่ี มอื งเพชรบุรตี งั้ แต่นนั้ มา กาทงั้ สองจงึ อยหู่ ากนิ ดว้ ยกนั ทเ่ี มอื งเพชรดว้ ยความเป็นมติ รทด่ี ตี ่อกนั เร่ืองนี้สอนให้ร้วู ่า ความจรงิ ใจเป็นบอ่ เกดิ แหง่ มติ รภาพทด่ี ี การจะเป็นเพ่อื นทด่ี ตี ่อกนั ตอ้ งมี ความจรงิ ใจ หวงั ดตี ่อกนั เป็นทย่ี ดึ มนั่ ประเดน็ การวเิ คราะหค์ ณุ ธรรมทไ่ี ด้ 1. ซ่อื สตั ย์ สุจรติ 2. ความรบั ผดิ ชอบ 3. กตญั ญู 4. อุดมการณ์ คุณธรรม คมู่ อื การจดั กิจกรรมลกู เสือสามัญเสรมิ สร้างทักษะชีวิต ลูกเสอื ตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 99
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213