Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ธรรมสารเทศนา

Description: ธรรมสารเทศนา

Search

Read the Text Version

๙ ซวํตวัฌนกถา เรือง หลักพัฒนาปีวต อัญเชิญมาเป็นนิกเฃปบทเบองต้นว่า หนชจฺโจปี เจ โหติ เป็นอาทิ ชง แปลเป็นกวามไทยไต้ว่า \"ถงแม้ว่าจรเมชาติกำเนิดทตาต้อย แด่นรซนผู้มความขยันหมั่นเพยร มปีญญาสมบูรณต้วยมารยาทแลร;ความปรร;พฤติก็่รุ่งเรืองไต้ เหมือนควง ไฟโนยามคาคึนฉร;นั้น\" คังนั้ พระ;บาลชากกข้อนั้แสกงให้เหี่นสารร:ว่ากนทเกิคมายากจนก็่สามารถยก รร;คับกนให้สูงส่งให้รุ่งเรืองก้าวหน้าชนไต้ต้วยคุณธรรม ๓ ปรร;การ กือ ความขยันหมั่นเพยร ๑ ยัญญา ๑ มารยาทแลร;ความปรร;พฤติ ๑ ชงจัก ใต้ชยายกวามพอเป็นแนวปฏิบัติโกยอังเฃปนัย เป็นทรู้แลร;ยอมรับกันโกยทั่วไปแล้วว่ากนเรานั้นเลือกเกิกไมใต้ เลือก ถนทเกิกแลร;เลือกยูให้เกิกลือพ่อแม่กี่ไมใต้ คนเราจึงมืสภาพด่างกันกั้งแก่เกิก บางกนมืชาติกำเนิกสูงลือเกิกในกรร;กูลสูง มืฐานร;ค แลร:อยูในถนทเจริญ อย่างทั่กส่าวกันว่าเกิกมาบนกองเงินกองทอง บางกนเกิกในกรร;กูลทั่กาต้อย ไม่มืซอเลืยง ชํ้ามฐานร:ยากจน แลร;อยูในถํ่นห่างไกลกวามเจริญกั้งแห้งแล้ง กันการ แด่ว่าจร:เกิกมาเป็นอย่างไรก็่กามก็่ยอมรับสภาพนั้นกันไต้เป็นส่วน ใหญ่ มข้อเทื่จจริงอยู่ว่า แม้คนเราจร;เลือกเกิดไมใต้ แด่สามารถเลือกทั่จร; เป็นไต้ ลือสามารถเลือกทจร;ทำคัวให้เป็นอย่างไรกี่ไต้กามทั่ปรารถนา เพราร; กนเรานั้นพลิกผันคัวเองทสูงส่งรุ่งเรืองมาแด่เกิกอยู่แล้วให้กกกาอับจนลงกี่ไต้ แลร;พัฒนาคัวเองทั่ฅาต้อยให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ให้พ้นภาวร;ยากแต้น ด่างๆ กี่ไต้ โกยเฉพาร;กนปรร;เภททั่มชาติกำเนิกกานั้นสามารถจร:พลิกผัน ซวิกให้รุ่งโรจน้โต้ ท่านเปรยบไว้ว่า ในยามกาลืน4งมืแด่กวามมืกมองอร;ไรไม่ เห็่น หากมืกวงไฟถูกจุกชนแม้จร;เป็นกวงไฟเล็่กๆ กี่คูสว่างชัก ยํ่งเป็นกวง ไฟกวงใหญ่กี่ยํ่งรุ่งโรจนสว่างไสวจนกำจักกวามมืกให้หมกไปไต้ ฉันไก กนท เกิกในกรร;ถูลทไม่มืซอเลืยงหรือเกิคในชนบทห่างไกล มืกวามลำบากยากจน www.kalyanamitra.org

LgilLgJ ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิฅฅิวงfi มาแต่เล็่กแต่น้อย หากเพยบพร้อมด้วยคุณธรรมส์าคัญ ๓ ประเการข้างด้น ประ;กายแห่งคุณธรรมนั้นก็่ส่งผลใหชวิฅฃองผู้นั้นสว่างไสว รุ่งโรจน ก้าวหน้า พ้นจากภาวะ;ฅาด้อยได้ฉันนั้น ในคุณธรรม คา ประ;การทเป็นเหตุให้กนเรารุ่งเรืองได้นั้น คุณธรรม ประ;การแรกกือ ความฃยนหมั่นเพยร นั้นหมายถงกวามเพยร กวามขยัน กวามพยายาม กวามบากบั่นไม่ย่อหย่อนท้อแท้ในการทำกิจการต่างๆ โกย มุ่งถึงสิ'มมาวิริยะ;กือกวามเพยรในทางทขอบ ประ;กอบด้วยธรรม ถูกด้องตาม ธรรม กวามเพยรนั้เป็นเกรึ๋องกำจักกวามเกยจกร้าน กวามหกหู่ท้อแท้ และ; กวามไม่กระ;สือรือร้นชงเป็นเกรองชักขวางกวามส่าเร็่จในหน้าทการงาน ใน ทางปฏิบัติได้แก่เพยรขยันในถึกษาเส่าเรืยนหาปิญญากวาม^ส่ฅน อันจะ;เป็น เกรํ่องมือสนับสนุนให้ทำมาหากินไคโกยสะ;กวก เพยรขยันในการทำมากินโกย สุจริต ในการหาทรัพย่เพอตั้งเนั้อตั้งตัว เพยรขยันในการดูแลรักษาทรัพย่ สมบัติทหามาได้แล้วมิใท้แตกหักสูญหายไปง่าย เพยรขยันในการดูแลเรอง การจับจ่ายใข้สอย มืกวามละ;เอยกละ;ออถก้วนในการบริหารทรัพย่ทหามาได้ เป็นด้น อันความขยันหมั่นเพยรนั้นเป็นสิงวิเศษ เป็นสิงทมืฤทธิ สามารถ บันดาลสิงทต้องประ;สงคโห้ส่าเร็่จไต้โดยไม่ยาก ท่านจังจัดเข้าในอิทธิบาท ธรรมคือคุณเครึ๋องให้บรรลุถึงความส่าเร็่จประ;การหนง คนทมืความเพ้ยรม ความขยันต้องการอร;ไรก็่ปอมไดโดยไม่ยาก ต้องการความรู้ย่อมไต้ความรู้ ต้องการทรัพย่ย่อมไต้ทรัพย่ ต้องการความส่าเร็่จย่อมไต้ความส่าเรึ๋จ แม้ ต้องการบรรลุธรรมก็่ย่อมไต้บรรลุธรรม อังนั้นผู้ทแม้จะ;ตั้าต้อยแม้จร;มื ปมต้อยในขวิดมาแต่เกิด ก็่สามารถผอักอันอัวเองให้เรืองโรจน มืซอเถึยง เกยรติยศ ไค้รับการยกย่อง และ;โดดเต่นสูงส่งอยูในระ;อับแนวหน้าไต้ต้วย ความขยันหมั่นเพยรนั้ www.kalyanamitra.org

s ปีวิตวฒนกถา เรื้องหลักพัฒนา^วิต คุณธรรมประการทสองคือ ร้เญญา นั้นหมายถึงความฉสาค^นศาสฅร และวิทยาการต่างๆ ทํ่เรยกว่าพาทุ?จจะคือกวามเ!เนผู้คงแก่เรยน แลร; หมายถึงความเชยวชาญในการใช้พาทุ?จจะให!ค้ผลเป็นรูปธรรมชงเรยกว่า คืลปะ กล่าวคือสามารถเรยนรู้คาสฅรต่างๆ ไค้ซาชองว่องไว จคจำไค้ คล่องแคล่ว และใช้ความรู้ทเล่าเรยนtเกฝนมาไปปฏิบัติการโคยสามารถจัค สามารถทำ คำ เนินการให้ภารกิจต่างๆ ล่าเร็่จเป็นผลคื ก่อให้เกิคประโยชน แก'คนและล่วนรวมไค้ กล่าวในทางปฏิบัติปิญญาในทนั้หมายถึงปาริหาริก ปีญญา ความฉลาค^นการเล็้ยงชพ ในการประกอบการ และในการบริหาร จัคการกิจการต่างๆ และหมายรวมไปถึงความฉลาครู้เรึ๋องบาปบุญคุณโทษ ประโยชนั้มิใช่ประโยชน จนสามารถแยกแยะคืซั่ว คุณโทษ ความควรไปควร ไคํซคเจน และสามารถเลือกเฟ้'นปฏิบัติจัคการเฉพาะล่วนทเป็นความคื เป็น คุณเป็นประโยชน!ค้อย่างถ่องแห้ ท่านแสคงไว้ว่าปีญญาเป็นแสงสว่างในโลก จึงช่วยล่องทางให้ ดำ เนินซวิตไปในทิศทางทถูกต้องไม่ผิดพลาด และแสดงว่าปีญญาเป็น รดนะคือแก้วสารพดนึกอนล่าต้ญของนรซนทั้งหลาย เป็นทปรารถนาของ คนทวไป จึงสามารถบนดาลสมบติไห้แก่ผู้มปีญญาไต้ทุกอย่างตามท ต้องการ คือบันคาลมนุษย่สมบัติให้ก็่ไค้ บันคาลสวรรคืสมบัติและนิพพาน สมบัติให้ก็่ไค้ อย่างเช่นยู้ทเป็นคนคงแก่เริยน ไค้คืกษาเล่าเริยนมามาก เมอใช้ความรู้นั้นไปประกอบอาช่พโคยทางสุจริต แสคงความสามารถในเชิง ความรู้คือติลปะทเหมาะสมและถูกกาลเทศะ ย่อมไค้รับลาภบ้าง ยศบ้าง สรรเสริญบ้าง สุชบ้าง คามควรแก่วิ?ย เป็นอันไค้ประสบความล่าเรื่จในชิวิฅ ทเป็นมนุษย่สมบัติ หรึอยู้ทฉลาครู้!นเรองบาปบุญคุณโทษ ประโยชนมิใช่ ประโยชน แล้วพยายามหลืกเว้นล่วนทเป็นบาปเป็นอกุศล ไม่เป็นประโยชน ทั้งแก'คนและผูอนเลืย ประกอบแค'ล่วนทเป็นบุญเป็นกุศล ประพฤติคนไหทั้ง อยู่ใน?มปรายิกประโยชนคามสมควรกี่เป็นเหคุให้1ค้สวรรคสมบัติแน่นอน หริอ www.kalyanamitra.org

mm ธรรมฟ้ารเทศนา... พรรธรทเกิคฅิวงส์ หากปT2กอบด้วยปิญญาอันฟ้นร'มมาทิฐและ;สิ'มมาร'งกัปป:! ปฏิบัฅิบำเพ็่ญ เพยรวิปิลสนาภาวนาไม่หยุคหย่อนท้อถอยเพึ๋อล๙เสิยชงกิเลdเกรองเศร้า หมองทั้งปวง กี่'จะลุล่วงถึงมรรคผลนิพพานไค!นทั้ศุค เพราะปิญญาเซ่นกัน นำ ปุถุชนให้เป็นอริยซนผู้บริลุทธิหมค'จคสินเซิงได้ คังพระบาลว่า ปฌ.ฌาย ปริลุชฺฌติ - คนย่อมบริลุทธื้!ค้ค้วยกัญญา จี้งปรากฏว่าในครั้งพุทธกาล ผู้เกิคในวรรณะฅํ่าเซ่นแพศย่หรือศูทรโคยทั้ลุคแมจณฑาลกี่ศามารถบรรลุธรรม เป็นอริยบุคคลระคับนั้นๆ ได้จำนวนไม่น้อยโคยอาคัยกัญญาระคับลุงเซ่นน คุณธรรมประการทศามคือ มารยาทและความประพฤติ กันหมายถึง ความเป็นผู้มกิริยามารยาทและความประพฤติทางกายและ;ทางวาจาทงคงาม มลมกัติผูค มสิ'มมาคารวะ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมคน รู้จักปฏิบัติคนถูกด้องคาม กาละและเทศะ กล่าวคือเป็นผูรักระเบยบวิกัย ปฏิบัติคามระเบยบวินัย ไม่ กักง่าย ไม่ย่อหย่อนประพฤติคามใจชอบ ไม่เห็่นแก่คัว มนำใจเอือเท้อเฝ็อ แผ่ ประกอบด้วยเมคคา ประกอบอาซิพในทางลุจริค พูคจาเป็นหลักฐาน เว้นพูคจามคเท็่จหยาบคาย และทำคัวห่างจากอบายบุฃทั้งปวง ผู้ทม มารยาทและความประพฤติทคืงามเซ่นนั้ย่อมเป็นคนน่ารัก เป็นคนมเลน่ห่ เป็นคนน่าคบหาน่าเช้าใกล้ ย่อมได้รับความเอ็่นคูจากผู้พบเห็่น ย่อมไครับ การลกับลนนยกย่องจากผู้!หญ่ทั้มจิคใจงคงาม และย่อมไครับความไว้วางใจ 'จากบุคคลคัวไป มคนเป็นจำนวนไม่น้อยทั้ได้รบความเจริญก้าวหน้าและความส์าเร็่จ ในซวิตเพราะเป็นคนมมารยาทค มลัมมาคารวะ อ่อนน้อมถ่อมตน เจํยม เนั้อเจํยมตว และประพฤติตวเริยบร้อยงดงาม ทำ ใหโค้รบแรงสน้บลนุนฺ จากลัปปุริสซนคนดทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นผู้น้อยหรือผู้!หญ่ ตลอดถึงคนท เกี่ยวข้องก้นโดยหน้าทั้การงาน เพราะคนทํมมารยาทและความประพฤติด นั้นเป็นคนมเสน่ห!นตว ย่อมเป็นทร้กทชอบใจของคนคัวไป ด้วยว่าคุณ ธรรมนั้มพลงดูดความรักความสนใจจากผู้พบเหึ๋นได้อย่างน่าอศจรรย่ แม้จะ www.kalyanamitra.org

๙๙ ชวิตวัฒนกถา เรํ่อง หอกพฒนาซวิต ไม่รู้จักกนมาก่อน เพยงเห็่นว่าผูนั้มมารยาทเรยบร้อย มจัมมาคารวร;ค หรือม่กิริยาอาการอ่อนน้อมถ่อมตน ก็่ให้ความสนใจ ติดตาม แลร;ต้องการ เข้าไปหาเข้าไปสนทนาต้วย ข้อนมเรองของพระอัสสซิกับพรร;สารบุตรเป็น ตัวอย่าง กล่าวกือพรร;สารืบุฅรยู้เป็นอักรสาวกส์าตัญของพระ:พุทธเจ้านั้น สมัยเมอเป็นอุปฅิสสร;ปริพาชกไค้พบพรร;อัสสซิกรั้งแรกในเมืองราชกฤหก็่ฅึ๋น ตามองตาม เหื่นท่านเคินบิณฑบาตค้วยอาการอันล่ารวมรร;วัง ทุกอิริยาบถ ช่างนมนวลชวนมองยงมัก ทั้งทยังไม่รู้จักเลยว่ามักบวชผู้นั้เป็นไกร เป็น มักบวชปรร;เภทไค แลร;อยู่ทล่ามักไหน ค้วยกวามชอบไจแลร;ต้องการรู้'กวาม จริงถึงกับฅิคตามไปเพํ่อชอสนทนาค้วย ท้ายทสุคก็่ไครับฟิงข้อธรรมนั้นๆ แต่ถึกชงกรอบกลมเนั้อหาพรร;พุทธพจนล่ากัญไว้ทั้งหมคจากพรร;อัสสซิ แล้ว ไค้ออกบวชไนพรร;พุทธศาสนาแลร;ไค้เป็นพรร;อักรสาวกล่ากัญไนเวลาต่อมา เรั้องนั้ซว่ากวามเป็นยู้มืมารยาทแลร;กวามปรร;พฤติทั้คงามนั้นเป็นมนฅเสน่หทั้ สามารถถึงคูคกวามสนไจจากผู้พบเห็่นไค้จริง คุณธรรม ๓ ปรร;การเหล่านั้ย่อมสามารถผลักตันผู้ทั้ปรร;กอบพร้อม มูลไนตนไห้ก้าวหน้าสูงล่งรุ่งเรืองไพโรจนใค้ ไม่ว่าผู้นั้นจร;มืซาติกำเนิคสูงตา อย่างไร มืพนเพมาจากไหน และ;อยู่ไนเพศภาวะไค ก็่ย่อมพัฒนาตนเองไห้ รุ่งเรืองไพโรจน้!ค้ล้าประกอบพร้อมมูลไนตน แม้จะมืคุณธรรมเหล่านั้เพยง ประการเถึยวกี่สามารถพัฒนาตัวเองไห้รุ่งเรืองไพโรจน้โคไนระตับหนงแล้ว หากมืพร้อมบริบูรณกรบทั้ง ๓ ประการ ถึอมืทั้งกวามชยันหมั่นเพยร มืทั้ง ปิญญา และมืมารยาทและกวามประพฤติถึค้วยแล้วก็่จะยั๋งรุ่งเรืองไพโรจน มากยั๋งฃน เหมือนควงไพั!นยามกํ่ากน ยํ่งเป็นควงไฟทไหญ่เท่าไรกี่ยํ่งสว่างไสว รุ่งเรืองมากขนเท่านั้นฉะนั้น มัยตรงกันข้าม ผู้ทปราศจากคุณธรรมเหล่านั้ย่อมเอาคไมใต้ ยงผู้ทั้มื ชาติกำเนิคฅํ่าต้อย มืพนฐานชวิตไม่ถึมาแต่เกิค แตกยังไม่รู้ถึกล่ามืกตน ไม่ กระถึอรือร้นทั้จะพัฒนายกระตับตัวเองไห้สูงฃ็้น ประพฤติแต่ลังททำไท้ตัวเอง www.kalyanamitra.org

Hi ธรรมสารเทศนา... พรรธรรมกิฅฅิวงเ^ ตกฅาลงเรอยๆ คือ๓ย'จกร้านในการสืกษาเล่าเรยน เกย'จกร้านในการหา ทรัพย1นการตั้งตัว ทำ งานก็่ทำเพยงให้พอกินพอใซ[ปวันๆ ไม่กิคท'จะตั้งตัว ให้เร็เนหลักเป็นฐานบ้าง ไม่ฟ้นใ'จในการคืกษาเล่าเร้ยน ไม่สร้างสมอบรม ปิญญากวามฉลาค^นวิชาการต่างๆ ไม่พัฒนาสมองให้ว่องไวในการกิคเพอ การบริหารจักการตัวเองและหน้าทของตัวบ้าง ขากการ'รกฝนอบรมในเรอง มารยาท เป็นกนแฃ็่งกระค้าง อ่อนน้อมไม่เป็น กราบไกรไม่เป็น ไหว้ใกรไม่ เป็น ขากสมบัติผูก ตั้งกวามประพฤติกี่เหลวไหล ใฝ่หาแต่ทางรกทางชั่ว ทำ ตัวให้เปรอะเปีอนค้วยบาปอกุสลและทุ'จริตต่างๆ บ้าง ผู้เป็นเซ่นนซวิตท ค้อยตามาแต่เกิกอยู่แล้วกี่ฅาค้อยลงเรํ่อยๆ ย่อมเอาคือะไรไมไค้ มองไม่เห็่น อนากต มองไม่เห็่นแสงสว่างในซวิต ย่อมประสบกวามลำบากไป'จนกว่าซวิต 'จะหาไม่ อย่าว่าแต่กนทมขาติกำเนิกตาค้อย มพั้นฐานซ่วิตไม่คืมาแต่ค้น'จะไม่ อา'จเอาคืทางใกไค้เลย แม้'จะเกิกมาในตระกูลทสูงล่งรุ่งเรือง แม้'จะเป็นอยู่สุข สบายมาแต่เกิก และไคืรับมรกกตกทอกมามากมาย แต่เกี่ย'จกร้านท'จะดูแล เอาใ'จใล่ทรัพย่รน ปล่อยปละละเลยไปตามเรอง และเกิย'จกร้านทจะเพมา{เน ให้มากขน กินใช้อย่าง•ฟ้มเทืเอยบ้าง ไม่กระคือรือร้นในการพัฒนาตัวเอง ขากปิญญาในการบริหารจักการทรัพย่ลันบ้าง ตั้งเป็นกนไม่มมารยาท หยาบ กายไร้สมบัติผู้คืค้วยอ่อนค้อยในการคืกษาอบรม และประพฤติตนไปในทาง ทุ'จริตเสือมเรย ติกสุรายาเมา ติกการพบัน ติคเทยวเตร่สนุกสนานหากวาม ลำ ราญในทางโลกิย่บ้าง ในไม่ช้ากี่'จะถงกราวตับอับแสง ทรัพย่มรกกทมอยู่กี่ จะก่อยๆ หมกไป และกลายเป็นกนอนาถาไปในทสุก ค้วยเหทุตังนแล ผู้ค้องการพัฒนาผลักตันซวิตให้รุ่งเรืองรุ่งโรจน ให้ สามารถพงพาตัวเองไค้ และให้อยู่ในฐานะอยู่คืกินคื ไม่อยู่ร้อนนอนทุกฃ จำ ค้องประพฤติตัวปฏิบัติตนให้พร้อมมูลค้วยทุณธรรม ๓ ประการเหล่าน คือ ขยันหมั่นเพัยรไม่เกิยจกร้านในการทำกิจทขอบประกอบค้วยธรรม มปิญหา www.kalyanamitra.org

ooo ซวิตวฒนกถา เรึ๋อง หลัก'พัฒนาขวิต อุปสรรคอันใคก็่ไม่ย่นย่อท้อแท้ อุตสาหะฝ่าฟินไป'จนกว่าจร;ถึงคๆามส์าเร็่จ ตามประสงก ในการทำกิจนั้นเล่ากี่ใซ้ปิญญากวามฉลาครู้ ความรอบคอบ และความพินิจใคร่ครวญโตยละเอยคเแยบคาย ทั้งแกฝนอบรมความรู้ ความ ชำ นาญ ประสบการณอย่างต่อเนั้องไม่ฃาคสาย จนสามารถบริหารจัดการ ภารกิจต่างๆ ไท้เป็นไปด้วยค และในซวิฅประ'จำวันกี่ประกอบพร้อมด้วย กิริยามารยาทงคงาม อ่อนน้อมถ่อมตน มอัมมาคารวะ รู้จักวางตัวให้เหมาะ สมแก'บุคคลและกาลเทศะ เว้นการประพฤติชั่วเถึยหายอันเป็นบาปทุจริตทั้ง ทางกายและวาจา มั่นคงอยูในหลักถึลธรรมอันค มพฤติกรรมทั้พิงประสงกี่ ตรงตามธรรมเนยมประเพณและหลักธรรมทางศาสนา กี่จะนำพาใหซวิตท อับเฉาเพราะชาติกำเนิดหริอพนเพเติมใท้ร่งโรจนํโชตนาการได้ ดวงไฟทั้ได้รับ เชอคุณธรรมเหล่านั้เข้าไปในชวิฅ เติมความขยนหมั่นเพิยรเข้าไป เติม ปีญญาความฉลาดเข้าไป เติมมารยาทแลร;ความประพฤติคงามเข้าไป ซวิตก็่จะสว่างไสวฃั้น และถ้าเติมไค้ปอยๆ เติมไค้มากเท่าใด ชวิตก็่จะ รุ่งโรจน์สว่างไสวมากขนเท่านั้นดงนั้แล ท่านเจ้าคุณพระธรรมบัณฑิตกี่อยู่ในข่ายแห่งเรองทแสดงมานั้ เพราะ ท่านมชาติกำเนิดในชนบททห่างไกลและขาดแคลนเหมือนคนทั่วไป แต่ท่านได้ อาตัยบุญวาสนาทลังสมอบรมมาดแล้วกระด้นไหตัดรนใจผันตัวเองจากท้องไร่ ท้องนาจากชํวิตเต็่กชนบทเข้ามาบวชเป็นสามเณร ป็กฝนชุบตัวอยู่ในตัว จังหวัดนครพนม ต่อด้วยจังหวัดอุดรธาน และกรุงเทพมหานครในทสุด และ ด้วยความชบันมั่นเพิยรไม่ท้อแท้ ต่อรูกบความยากลำบากในการถึกษาเล่า เริยน สร้างสมอบรมปีญญาใท้เจริญฃ็้นเรอยๆ จนสอบไคซนสูงสุดชองการ ถึกษาฃองคณะสงฆไทย และได้รักษารกชาวินัยเคร่งครัด ปฏิบัติตนใท้มื มารยาทและความประพฤติคงามถูกด้องตามระเบยบแบบแผนชองสมณะทด www.kalyanamitra.org

glfr ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิฅกิวงส์ จนเป็นทไว้วางใจให้คำรงตำแหน่งหน้าทสูงซนฅามลำคับดังแสคงมา หากว่า ท่านเจ้าคุณมิไค้ปร^กอบห้วยคุณธรรม ๓ ประการมกวามขยันหมั่นเพยร เป็นค้นแล้วไซร้ ฅอนเป็นเค็่กก็่กงจะเป็นเค็่กคามห้องทุ่งอยู่กับวัวควาย โคขน ก็่กงลำบากกายครากครำประกอบอาซพเหมือนชาวบ้านทั่วไฟ้นห้องท ไฉน เลยชวิคจะรุ่งเรองรุ่งโรจน่เหมือนควงไพ!นยามราคร้ จะไค้มืซํ่อเส์ยงเกยรติยศ มืตำ แหน่งหน้าทระดับสูง และโคคเค่นเป็นทเการพนับถือของภิกษสามเณร เหล่าติษยั และเหล่าอุบาสกอุบาสิกาทั่วไปเซ่นน ซ้อนเป็นเกรํ่องซและเป็น คัวอย่างให้เห็่นว่ากนเรานั้นสามารถพัฒนาซวิคพัฒนาคนให้รุ่งเรืองไค้[คยอาดัย จิคใจทมั่นกงปฏิบัติคุณธรรม ๓ ประการทแสคงมาไค้กรบถ้วนสมบูรถ4ใม่ บกพร่องดังรับพระราชทานวิสิ'ชนามา พระธรรมเทศนาเรองซวิควัฒนกถา ก็่สินเนั้อกวามลงแค่เพัยงเท่านั้ อิมินา กตปุฌฺเฌน ขออำนาจพระราชกุศลทั่สมเค็่จบรมบพิครพระ ราชสมภารพระองก สมเคี่จพระปรมินทรธรรมิกมหาราชาธิราชเจ้า ผู้ทรง ประสิทธิวิบากอันเป็นสุขสมบัติแก่ท่านเจ้าคุณพระธรรมบัณฑิค สมดังพระราช ปณิธานอุทิศโคยฐานะนิยมทุกประการ รับพระราชทานแสคงพระธรรมเทศนา ฉลองพระเคชพระคุณประดับพระป็ญญาบารมืโคยประสงก ขอยุติลงห้วย เวลาเพยงเท่านั้ เอวํ กี่มืค้วยประการฉะนั้ ฯ ขอถวายพระพร www.kalyanamitra.org

Jl.% \"fy ■-?ไ^ วาจากถา เรื่ผ คำ พูฅ ส์ห^ส์มปิ เจ วาจา อนตุถปทสฌฺหิตา เอกํ อฅฺถปทํ ifttjTu ยํ ^(^วา อุปfเม.มฅติ ฯ ข.ร. ko&/e9<ta/ba<ta. V V^ ^^^ ณ บัคนจักไค้เฟคงพระธรรมเทศนาในวา'ไเากถา เพํ่อฉลองศรัทธา เพั๋มพูนปีญญาบารมอันเป็นdวนแห่งธัมมัศศวนานิศงส์ ท'จะห่งผลโคยตรงให้ เกิคอัมมาทิฐแก่พุทธบริษัทรูใครในธรรมค้วยการน้อมนำไปปฏิบัติตามกำลัง แห่งตนและตามโอกาสอันลมควร ชงล้วนเป็นเหตุนำซวิฅฃองตนให้มความ สุฃมความร่มเย็่นทั้งในปี'จ'จุบันและอนาคต ปรากฏเป็นความผ่องใสอํ่มเอิบ ณ ภายใน ปลอค'จากเวรภัยทั้งในยามตนและยามหลับ พร้อมสรรพค้วย มํ่งมงคล ก่งผลเป็นความเ'จริญรุ่งเรืองในหน้าทการงานและซวิตครอบครัว เพราะรู้ทั่วถึงธรรมและปฏิบัติตามสมควรแก่ธรรมทรู้แล้วนั้น ตามพระพุทธ ประพันธภาษิตทสมเค็่'จพระพิชิตมารตรัสบรรหารไวในฃุททกนิกาย ธรรมบท พระธรรมกิฅฅิวง^ (ทองค ป.ธ.๕!0 วัเๆราชโอรสาราม กรุงเทพฯ แสคง ณ สถานวิทยุกระจาย เสืยงแห่งประเทส่ใทย กรมประซาสื'มพันธ์ วันธรรมสวนะท ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕0 เวลา OCm.OO น. www.kalyanamitra.org

ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิ?!คิวงส์ ทไคอ'ญเชิญมาเป็นอุเทสบทเทศนาว่า สหสฺสมปี เจ วาจา เป็นอาทิ ชง แปลMจกวามว่า \"หากวาจาทปรร;กอบด้วยข้อความทไม่เป็นประเโยซนแม้ตั้งพนคำ ข้อความทเป็นปรร;โยชนซงคนฟ้งแล้วสงบรร;งบได้แม้เพยงบทเดยว ยง ปรร;เสริฐกว่า\" คังนิ้ พระบาลพุทธพจนนสือความว่า วาจาหรือคำพูคนั้นหากประกอบด้วย ข้อความทเป็นประโยซน คือ?เงแล้วทำใหใจสงบ ทำ ให้ระงับความเร่าร้อน เพราะกิเลสทหมักหมม และทำให้ปล่อยวางอารมณททำให้ขุ่นมัวลงได้ คลอคถึงทำให้บรรลธรรมได้ทุกระคับ ย่อมคืกว่าประเสริฐกว่าคำพูคแมฅงพัน คำ พันประโยคแค่มข้อความทไมมประโยชน ไม่นำให้เกิคความสงบระงับ มแค่ นำ ให้เกิคโทษ เซ่นพังแล้วทำใหไม่สบายหูบ้าง ทำ ให้เกิคทุกฃกังวลบ้าง ปลก เร้าใจให้[กรธแด้นกันบ้าง ให้เกลยคชังขัคแย้งกันบ้าง ให้เกิคความวุ่นวายขน ในกังคมบ้าง เมอว่าโคยรวมแล้ว บุคคลทํ่พูคได้และมพูคกันอยู่โคยทั่วไปนั้นอาจ จำ แนกออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ d ประเภท คือ พูดเก่ง พูดค พูดจริง และ พูดถูก ชงบุคคลทั้ง <1 ประเภทนั้มกักษณะทั่แฅกค่างคังนั้ บุคคลประเภท \"พูดเก่ง\" นั้นคือ คนทม&ปากคมคารมกล้า ทำ ให้คน พังสบุก บางทิทำให้คนพังสะใจเพราะโคนใจ อยากพังเรอยไปเพราะเร้าใจ พังไม่เบอ กนพูคเก่งนั้นกล่าวกันว่ามพรสวรรคในการพูค แค่เรองทั่คนพูค เก่งพูคนั้นอาจจริงก็่ไค!ม่จริงก็่ได้ น่าเชอถึอก็่ไค!ม่น่าเชอถึอกี่ได้ กล่าวคือ คนบางคนพูคเก่งและมข้อความทั่เป็นเรองจริง เป็นข้อเท็่จจริง มหกักฐาน เซอถึอได้ สามารถพิสูจน!ด้ ทั้งมเหตุผลมนั้าหนัก เพราะผูพูคมจิฅใจทั่มั่น อยู่ในกัจจะเป็นพนฐาน คำ พูคฃองเขาย่อมควรแก่การพังและน่าเซอถึอ ล่าหรับคนบางคนพูคเก่ง แคในใจของเขามอคติ มเล่หเหลยม มความ www.kalyanamitra.org

00๕ วาจากถา เรอง คำ พูด อาฆาฅพยาบาท มกวามไม่ชอบกันแอบแฝงอยู่ หรอพูคโคยไม่รับผิคซอบ โคยไม่รู้ฃ้อเที่พิง ไม่มหลักฐาน ฃาคเหตุผลทน่าเชอถือ กำ พูคฃองเชาย่อม ไม่มก่าพอท'จะ?!งและเชํ่อถือ บางกรั้งกำพูคเซ่นนั้นผสมผสานไปพร้อมกับกำ โกหก ช้นนั้าเป็นคัว กำ หยาบคาย กำ ย่อเถืยค กำ เพ้อเ'จ้อไร้สาระ หรืออา'จ มาพร้อมกับกำหวาน กำ ไพเราะ แค่เชือคเฉือน กระแนะกระแหนให้เกิคกวาม เจ็่บใ'จ ให้เช้าใ'จผิค กนพูคทมลักษณะเซ่นนั้เรืยกว่า \"พูคเก่ง\" ซงมอยู่มาก ในทุกลังกม บุกกลประเภท \"พูดด\" นั้นคือ กนทพูคเพราะ พูคจ้บใ'จ ถกใ'จ 'จูงใ'จ ให้น่ากล้อยคาม มนํ้าหนักให้น่าเชอถือ แค่กำพูคของกนพูคคืนันอา'จเป็น เรั้อง'จริงหรือไม่'จริงก!ค้เซ่นเคืยวกับเรั้องของกนพูคเก่ง กย่าวคือกนพูคคืนั้น อา'จมกวามประสงกํร้ายหรือมเ'จฅนาไม่คืบางอย่างแอบแฝงอยู่ในใ'จ แค่เป็น กนฉลาคในการพูค รู้ว่ากนทั่วไปชอบกำพูคทอ่อนหวาน ไม่ชอบกำพูคท กระค้างหู คืงแสร้งพูคอ่อนหวานหว่านล้อมเพอให้ถูกใ'จ หรือออคอ้อนเพอให้ คายใ'จกล้อยคาม สรรหากำทคืท'จะไม่กระทบกระเทือนกวามรู้ถืกของยู?!งมา เ'จร'จา กำ พูคคืงออกมาคืและน่าฟิง กระทั่งเกิคกวามหลงใหลและคายใ'จโคย ไม่รู้คัว อันท'จริง กำ พูคทั่ไพเราะอ่อนหวานนั้นย่อมเป็นทซนชอบชองยู?!งเสมอ แม้'จะรู้ว่าเขาไมไค้พูค'จากใ'จ'จริงก็่ยังชอบ?!งอยู่ โบราณท่านจึงว่า \"ปากเป็น เอกเหมือนเสกมนตรืให้คนเชอ\" กวาม'จริงเป็นคังนั้จึงมืกนประเภทหฉืง ชอบใช้การมหวานหว่านไปทั่วหน้า หรือหาผลประโยชน่'จากกนอนค้วยกำ หวาน และก็่มืกนอกประเภทหนงทชอบและหลงใหลไค้ปลมกับการมหวาน อย่างนั้นถืงกับเชอและคายใ'จง่ายคาย 'จนยอมเถืยทรัพย่สิน ยอมเถืยกน แม้'จนกระทั่งยอมเถืยคัวให้เชาไป กว่า'จะรู้คัวก็่สายเถืยแล้ว อันกำหวานนั้น กี่เหมือนกับนํ้าคาล หากมากเกินไปกี่เป็นพิษไค้เหมือนกัน กำ หวานจึงเป็น สิงทพงระวัง ไม่พึงเทใ'จเชอสนิทในทันทื แค่กวรครองให้ถ้วนกรอบกอบ พิง www.kalyanamitra.org

เ^! ธรรมสารเทศนา... พระ;ธรรมกิ?เฅิวง ไปนานๆ ดูกันปอยๆ อย่างทพูคกันว่า \"ฟ้งหูไว้หูดูให้แน่\" จึงจร:ชอบด้วย ปรร:การทั้งปวง กนทปากหวานก้นเปรยวปรร:เภทน จัคว่าเป็นกนพูคค แฅ่ม เจฅนาไม่ค ซงก็่มอยูใม่น้อยในกังกม บุกกลปรร:เภท \"พูดจริง\" คือกนทพูคกวามจริง ไมโกหก พูคฅรงไป ฅรงมา รู้อย่างไรเห็่นอย่างไรกี่พูคไปดามนั้น ทั้งเรองนั้นก็่ฅรงกับข้อเท็่จจริง มหกักฐาน มเหตุผลแลร:กวามเป็นไปได้ แด่กนทพูคจริงนั้นอาจมโทษก็่ได้ กล่าวคือพูคฅรงเกินไป ไม่เป็นทถูกใจไม่เพราร:หูล่าหรับ งทไปสร:กิคแผล หรือไปกรร:ทบปมในใจอันเป็นกวามรู้คืกล่วนลึกของเขาบ้าง ไปขัคแย้งกับ กวามกิคของเขาบ้าง หรือไปพูคในสถานททไม่กวรพูค พูคในเวลาทไม่กวร พูคบ้าง จึงทำให้เกิคโทษแก'ผู้พูคแม้ว่าจร:พูคคืแลร:เป็นจริงกี่ดาม ดังนั้นท่าน จึงแนร:นำว่า คำ จริงแม้จร;คืมปรร;โยซน่ แตกต้องรู้จักพูดให้ถูกกับบุคคล ให้ถูกกับกาลเวลา ให้ถูกกับสถานทั้ แลร;ให้ถูกกับสถานการณ จึงจร;ดไมม โทษ ถึงกรร:นั้นกี่ดาม กำ พูดจริงย่อมมปรร:โยขน่มากกว่ามโทษ ท่านเปรืยบ กำ พูคจริงไว้เหมือนกับยาคืทสามารถบำบัดรักษาโรกได้ เช่นยาสมุนไพร โบราณ ล่วนใหญ่เป็นยาคืแด่ขมปาก คือทานยากเพราร:มืรสขม แด่ก้ากนไข้ ทนกลึนเข้าไปได้กี่จร:ได้ปรร:โยขนํจากยาคืแด'ขมปากนั้น โดยโรกบรรเทา เบาบางหรือหายไป กำ พูดจริงกี่เช่นกัน บางกรั้งอาจฟ้งไม่เพราร:หู อาจไม่ ถูกใจ อาจไม่ถูกกาลเทศร: แด'หากทนฟิงได้แล้วไดร่ดรองมืกคิดให้ค กี่จร: ทำ ใหได้สฅิจุกคิด เห็่นคืเหื่นงามดามไปด้วยกี่ได้ ทำ ให้แก้!ขสถานการณท เลวร้ายกลกลายไปในทางทคืหรือหมดไปกี่ได้ ทำ ให้!ม'ถึงกวามวิบัติล่มจมกี่ได้ กำ จริงของกนพูดจริงย่อมเป็นปรร:โยขน่ในรร:ยร:ยาวแลร:เป็นได้ดลอดไป กน พูดจริงกักษณร:เช่นนั้กี่มือยูในทุกกังกม กังกมทยังอยู่รวมกันได้กี่เพราร:ยังมื กนปรร:เภททพูดจริงเช่นนั้รวมอยู'ด้วย หากในกังกมไม่มืกนพูดจริงอยู่บ้างกี่ จร:อยู่กันอย่างเคือดร้อนหรืออยู่กันไมได้ ด้องย้ายหนไปข้างหนงกี่มืให้เหื่นกัน www.kalyanamitra.org

0ช๗ วาจากถา เรอง กำ ชุเค บุกกลประ;เภท \"พูดถูก\" กือกนทพูคถูกธรรม พูคเป็นธรรม อันเป็น ประ;โยชนฅ่อ^ง คัวยมหลักฐาน มเหตุผล และ;พูกคัวยจิฅประ:กอบคัวย เมฅฅากือกวามหวังคฅ่อกัน นำ ให้เกิกปิญญา นำ ให้เกิคสกี นำ ให้เกิคกวาม รูสืกทคฅ่อตุณธรรมกวามก กระ;คันเร้าใจให้ปรารถนาปฏิบักีกาม ทั้งพูกถูก บุกกล ถูกกาลเวลา ถกสถานทั้ และ;ถูกสถานการณ ยู้พูกเซ่นนั้นจักเป็นผู้ พูกถูก และ;กำพูคเซ่นนั้นเป็นกำพูกทั้ถูก อันกำพูคทั้ถูกนั้นก็่คือคำพูดทสมเค็่จพรร;ลัมมาลัมพุทธเจ้าตร้สไ^น มงคลสูตรว่าเป็นกำสุภาษิตนั่นเอง และ;กำพูกทั้จักว่าเป็นกำสุกาษิฅก็่คือกำ พูกทั้มลักษณะ; d ประ;การ คือ เป็นกำพูกทั้ก ไมใซ่กำพูกชั่ว ๑ เป็นกำ พูกทั้เป็นธรรม ไมโซ่กำพูกทั้เป็นอธรรม ๑ กำ พูกทั้น่ารักคือไพเราะ;น่าฟิง ไมโซ่กำพูกทั้ไม่น่ารัก ไมไพเราะ; ไม่น่าฟิง (ร) กำ พูกทั้จริง ไมโซ่กำพูกทั้ เหลาะ;แหละ;เหลวไหล ๑ อกอย่างหนั้งกำพูกทั้เป็นวจสุจริฅ d ประ;การ คือ ไม่เป็นกำเที่จ ๑ ไม่เป็นกำหยาบ (ร) ไม่เป็นกำdอเส์ยก ๑ ไม่เป็นกำ เพ้อเจ้อ (ร) กื่จักเป็นกำสุกาษิฅเซ่นกัน ผู้ทั้พูกวาจาสุการกหริอวจสุจริตเซ่น นั้จักเป็นบุกคลประ;เกทพูกถูกกามบรรยายนั้ ในบรรกากำพูกฃองบุกกล d ประ;เกทข้างคันนั้น กำ พูกฃองกนพูก เก่ง ของกนพูกคื และ;ของกนพูกจริง หากไม่ถูกธรรม ไม่เป็นธรรม ไม่ม เนั้อหาสาระ;ทเป็นประ;โยซน่ ไม่นำประ;โยชน่มาให้แก่ผูฟิง แม้จะ;พูกฅั้งพันกำ พันประ;โยกก็่ไม่ถือว่าเป็นวาจาสุการก เพราะ;ไม่มข้อกวามทั้เป็นประ;โยซน่ ยํ่งถ้าเป็นกำพูกทั้ไม่สร้างสรรกํ ไม่สมานสามักคื ไม่มข้อจูงใจให้รักลันกีใน ลังกม หริอผสมคัวยข้อกวามทั้ยุยงก่งเสริมให้กนทะ;เลาะ;บากหมางกัน ให้ เกลยคชังกัน ให้ระ;แวงกันคัวยแล้ว ยงเป็นกำพูกทั้ห่างไกลจากวาจาสุการก โกยร้นเชิง แม้ว่าจะ;ออกจากปากของกนพูกเก่ง ของกนพูกคื หริอของกน พูกจริงก็่กาม ก็่ไม่น่านิยมยกย่อง ไม่น่าพัง และ;ไม่น่าให้กวามก่ากัญ เพราะ; กำ พกเซ่นนั้นท่านกก่าวว่าเป็นวจทจริก เป็นกำแสลงห ทำ ให้ระ;กายห และ; www.kalyanamitra.org

.7)]] F>] สิ ธรรมฟ้ารเทศนา... พระธรรมกิฅฅิวงส์ ก่อให้เกิคทุกฟ้ทษแก่ผูฟิงไค้ ตรงกันข้าม หากคำพูคฃองกนพูคเก่ง ของกนพูคค หรือของกนพูคจริงนันมาระ!มประโยซน ก่อให้เกิคประโยซน เป็นวจสุจริต เป็นคำพูคทสร้างสรรก เป็นคำพูคทสมานสามักก และเป็นคำพุตทจูงใจก่ง เสริมให้กนรักกันให้อภัยกัน บุ่งให้เกิคกันฅิในกังกมเป็นหลัก คำ พูดเซ่นมัน แม้จะเพยงกันๆ เพยงคำเคยว หรือประโยกเคยว ย่อมประเสริฐกว่าตกว่า คำ ประเภทไม่สร้างสรรกข้างค้น และจัดว่าเป็นวาจาสุภาษิต เป็นอมตวาจา อยู่ยงกงกระพัน และเป็นคำมงกล อย่างทสมเค็่จพระทศพลกัมมมากัมพูทธ เจ้าตรัสไว่ในมงกลสูตรว่า สุภาสิตา จ ยา วาจา เอตม.มงฺคลมุต.ตมํ ซง แปลว่า วาจาทเป็นสุภาษิตเป็นมงคลอย่างสูงสุดประการหนง พระบรมราโชวาทฝางๆ ของพระบาทสมเศ็่จพระท้าอยู่หัวทพระราชทาน แก'คณะบฅคถ แก'ข้าราชการทกหมู่เหล่า ศถอดถื้งแก'พสกนิกรในโอกาส ฝางๆ ชึงมข้อความMนบ้างยาวบ้างนั้นถ้วนถูกธรรมคือเปีนหัวธรรม และ ถูกแก'บุคคล ถูกกาลเวลาสถานท ทุกข้อความและทกประโยคแห่งพระราช ดำ รัสถ้วนทรงหัดกรองถ้วนถแถ้ววงตรัส วื้งประกอบด้วยถ้อยพระราชดำรัส ทกระชับ แม่นยำ มเหตุผล เข้าไวง่าย และกินไว เปีนพระอมฅวาวา วง ยกย่องหันว'าเปีนพระวาวาสุภาษิตทวิเสษ เปีนเหตุไห้นำมาอ้างมาขยาย ความหันโดยทั่วไป ทตรงกันข้ามกับวาจาสุภาษิตและวจทุจริต ซงหมายกงคำพูคทชั่ว คำ พูคทเลว ไม่เป็นไปเพอประโยซนแกใกรๆ มแฅ่ทุกฃโทษโตยก่วนเคยว ไค้แก่ คำ พูคทเป็นเท็่จ ไม่เป็นกวามจริง ทำ ให้กนอํ่นเข้าใจผิตและเสิยหาย ๑ คำ พูด ทหยาบกายไม่สุภาพ ไม่ไพเราะหู เป็นคำค่าคำแซ่ง (ร) คำ พูคทก่อเสิยต ก่อกวามบาตหมางร้าวฉาน ไมใซ่คำสมานสามักก (ร) คำ พูคเพัอเจ้อ หาประโยซนมิไค้ จับประเค็่นสาระทนำไปไข้ปฏิบัติให้เกิคผลคไม่ไค้ (ร) ทคำเท็่จ คำ หยาบ คำ ก่อเก่ยค และคำเพ้อเจ้อ อย่างนท่านกก่าวว่าเป็น วาจาทุพภาษิตและเป็นวจทุจริตกี่เพราะให้ทุกฃใหโทษทั้งแก่ผู้^5งและผู้พูค www.kalyanamitra.org

00๙ วาจากถา เรอง คำ พูด โคยฅรง กล่าวกือพูเงเมอหลงเชํ่อคำเท็่'จ ย่อมเส์ยเวลาบ้าง เสิยของรกบ้าง หรือเมอฟิงคำหยาบคายแล้วย่อมไม่พอใจ ย่อมเกิคอารมณชุ่นแค้นโกรธเคือง บ้าง ทำ ให้ทนไมไค้ค้องโค้ฅอบบ้าง เมอเชึ๋อคามคำล่อเคืยคย่อมแฅกกันบ้าง ระแวงกันเองบ้าง ทะเลาะกันเองบ้าง หรือเมอฟงคำ เพ้อเจ้อย่อมเคืยเวลา โคยไมไค้ลาระอะไรบ้าง เคืยรู้ทหลงมาฟิงบ้าง ล่าหรับทุกฃโทษอันเป็นผลของการพูควาจาทุพภาษิฅและวจทุจริฅทยู้ พูคไ^บนั้นลมเค็่จพระผู้มพระภาคเจ้าฅรัลไว!นล้พพลหลลูฅร ซงมเนั้อหาพอ ลรุปไค้ว่า โทษของการพูคเที่จ พูคคำหยาบ พูคล่อเล่ยค และพูคเพ้อเจ้อนั้น อย่างหนักทลุคคือทำให้ผู้พูคไปเกิคในอบายภูมิ คือเกิคในนรก เกิคเป็นล้ฅว่ คิรัจฉาน หรือเกิคเป็นเปรค ล่วนโทษอย่างเบาทรงแลคงไว้ค่างกัน คือ โทษ ของการพูคเท็่จนั้นล่งผลให้ผู้พูดถูกกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง กล่าวคือถูกใล่ ร้ายชายสิบ้าง ถูกหลอกลวงบ้าง โทษของการพูดคำหยาบนั้นล่งผลให้ผู้ พูดได้พงแต่เสิยงทไม่น่าพงใจ กล่าวคือได้พงแต่คำหยาบคาย คำ ทร้อนหู ไม่สบายใจต่างๆ โทษของการพูดล่อเสิยดนั้นล่งผลให้ผู้พูดแตกจากมิตร ทั้งหลาย กล่าวคือมิเพึ๋อนก็่แตกแยกกัน มิตู่ครองก็่แตกแยกกัน โทษของ การพูดเพ้อเจ้อนั้นล่งผลให้บ้พูดไม่มึใครเชอถือคำของตน กล่าวคือพูดแล้ว ไม่มคนเซึ๋อ ไม่มิคนพง พูดไปก็่เปล่าประโยชน เหล่านั้คือทุกฃโทษค่างๆ อันเป็นผลทเกิคจากคำพูคเป็นวาจาทุพภาษิฅและเป็นวจทุจริฅ ซงมิทั้งผลใน ขณะทั้ยังมิซวิฅอยู่และผลทั้ฅิคคามไปผจญหลังจากสินซวิฅไปแล้ว เมํ่อทราบซัคถืงคุณและโทษแห่งคำพูคเซ่นนั้แล้ว ผู้มิปรืซาทั้งหลายจึง คระหนักทั้จะระนัคระวังคำพูคของคนในทุกขณะเวลา กล่าวคือเมอคนเป็นคน พูคเก่ง ซอบพูคชอบแลคงคารม ณ็่ก่งในทางลร้างลรรก คือพูคแค่คำทั้มิ ข้อความเป็นประโยซน ไค้เนั้อหาน่าเซํ่อถือเป็นความจริงและถูกธรรม เว้นคำ ทั้เป็นเท็่จ คำ หยาบคาย คำ ล่อเสิยค และคำ เพ้อเจ้อ หรือเมอคนเป็นคน ซอบพูคคื ก็่คืในทางลร้างลรรคํ คือพูคแค่คำเป็นประโยซน่ เป็นความจริง www.kalyanamitra.org

(McXX'ไ)-^Jๅ ธรรมส์ารเทศนา... พระธทมกิฅฅิวง แล2ถูกธรรม เว้นกำทเป็นเที่จเป็นต้นเส์ย หรือเมอฅนเป็นกนชอบพูคจริง กี่จริงในทางสร้างสรรกํ คือเว้นจากกำหยาบกาย ค่าว่าเคืยกสิ หรือกำค่อ เสิยคให้เขาเจ็่บใจ แม้ว่าเรองทพูคจะเป็นจริงเป็นเรํ่องจริง แกไม่เป็นประโยซน ทำ ให้เซาแฅกกัน ทำ ให้เกิกกวามเสิยหายแก่ส่วนรวมกี่งกเว้นไม่พูกเสิย หรือ พูกในโอกาสทเหมาะ ในสถานททเหมาะ ไม่พูกพส่ามไป หรือเมอฅนเป็นกน ชอบใ{เกถูก ซอบพูกเฉพาะเรองทถูกต้องเป็นธรรม กี่ถูกในทางสร้างสรรก กล่าวคือหูกเหมาะกับบุกกล เหมาะกับกาลโอกาส เหมาะกับสถานท และ หูกกระทักรัก เข้าใจง่าย ไค!จกวาม ไม่พล่ามเพ้อเจ้อจนน่าเบอเป็นต้น ยู้ม ปรืซาเมอกระหนักระมักระวังกำหูกเซ่นนย่อมมแค่ทางคื ไม่มทางเสิย ย่อมไต้ รับยกย่องว่าเป็นนักหูกชั้นแนวหน้า ทั้งหูกเก่ง หูคก หูกจริง และหูกถูก สามารถเป็นแบบอย่างแก่กนอนไต้ เพราะเหตุฉะนแล ยูใฟ้ในการหูกในการทังทั้งหลายพี้งฅระหนักทู้รอง ซองวาจาหรือกำหูกว่าเป็นส่ากัญอย่างไร ให้เกิกสุซเกิกประโยชนัอย่างไร และให้เกิกทุกซ่เกิคโทษ นำ กวามเสิยหายมาให้แก่กนและกนอนอย่างไร จะไต้ สามารถปฏิบัติกนไต้ถูกต้องไม่ให้เกิกกวามเสิยหายเพราะกำหูกซองกน และ สามารถพิจารณาเหล่าบุกกลทั้มาหูกโน้มน้าวเร้าใจให้เซอว่าเป็นบุกกล ประเภทใก เป็นกนหูกเก่ง เป็นกนหูกก เป็นกนหูกจริง หรือเป็นกนหูกถูก น่าเซ่อหรือไม่น่าเชั้ออย่างไร แล้วเลือกเซอเฉพาะบุกกลทั้เซอไต้ โกยยึกแนว พระพุทธพจน่ข้างต้นมาเป็นบรรทักฐานว่า ^ดกล่าววาจาทั้มฃ้อความท เป็นประโยซน แม้ว่าจะชั้น แต่นำให้เกิดความสงบเกิคสินติ และเป็นเหคุ ให้เวรภย ความอาฆาตมาดร้ายและความแตกแยกเป็นต้นระงับไปไค้จริง วาจาของผู้นั้นย่อมน่าเชอถือ ล่วนผู้!ดกล่าววาจาไต้มากเป็นร้อยเป็นพ้น คำ แดใมมข้อความทั้เป็นประโยซนํ ไม่นำให้เกิดสินติ ไม่อาจระงับเวรภย เป็นต้นให้หมดไปไต้จริง ชํ้าร้ายกลบสร้างความร้าวฉาน ความหวาด ระแวง และความวุ่นวายให้เกิดขั้น วาจาของผู้นั้นย่อมไม่น่าเชอถือ ทั้งนั้ www.kalyanamitra.org

.nodo วาจากถา เรื้อง คำ พค เพราร;วาจาทมข้อความฟ้นปรร;โยชน ก่อให้เกิดความสงบรร;งบ ทำ ให้เย็่น ลงไค้ แม้จร;ข้น ก็่ปรร;เส?เ^กว่าวาจาทมากคำมากปรร;โยคแตใมมข้อความ ทเม้นปรร;โยชน ทำ ให้ร้อนชน คังทไค้ขยายความมา พรร:ธรรมเทศนาเรอง วาจากถา สมควรแก่เวลา ขอยุติลงเพยงเท่าน็้ เอเดน สจฺจวชฺเชน ค้วยอำนาจการกล่าวคำข้ฅยโคยอ้างถึงธรรม บรรยายทไค้แสคงมาน สทา ใสฅฺถึ ภวนฺตุ โว ขอความสุขความสวัสค สุกมงคลมนุญผล แลร:ความเจริญก้าวหน้าในธรรมร'มมาปฏิบัติจงบังเกิคม แก่ท่านทั้งหลายให้ภิญโญยั๋งฃนไปคามเจฅจำนงหมายทุกปรร:การ รับปรร:ทาน แสคงพรร:ธรรมเทศนามาโคยปรร:สงคํ ขอยุติลงคงไว้แค่เพยงนิ้. เอวํ ก็่มค้วยปรร:การฉร:น ฯ www.kalyanamitra.org

\\j ไหว้ฟ่อไหว้แม่ยงทำไมใต้ 1 ก็่อปาคิดการณ!กลไปไหว้พรร; โ. C c ef พรรธรรมกฅคิวงศ .J www.kalyanamitra.org

ร ชุ^^เ^ \"K\" If d นฃิธดิกฉา เรื่อง สิงไม่เสิอมสิน รูป้ ชึรติ มจฺจานํ นามโคฤตํ น ชรคติ ฯ f?.ff. ®&/koe>o/&cf^. V^ บคน จักไค้แสคงพระธรรมเทศนาในนซรคิกถา พรรณนาถึงสิงทไม่ เถึอมสินไป เพํ่อฉลองศรัทธาประคับปีญญาบารม อนุโมทนาในกุศลปุพพ เปฅพลทักขิณานุปทานสมบัคิทคณะสงฆวัคสทัศนเทพวรารามและสิ'ปปุริสซน กนวัคผู้มจัฅศรัทธามั่นกงอยูในกคัญฌูกฅเวทิคาธรรม ซงมพระเคซพระคุณ พระวิสุทธาธิบคิ เจ้าอาวาสวัคสุทัศนเทพวราราม เจ้ากณะกาก d และ กรรมการมหาเถรสมากม เป็นประธาน ไค้มกุศลฉันทัพร้อมใจทันบำเพ็่ญให้ เป็นไป เพออุทิศทัลปนากุศลถวายให้เป็นธรรมพลปีจโจปการ แค่สมเค็่จพระ อริยวงศากคญาณ (แพ) คิสสเทวมหาเถระ สมเค็่จพระสิงฆราช และอคิฅ เจ้าอาวาสซองพระอารามทุกรูป มสมเค็่จพระวันรัต (แคง) ถึลวัฑฒนมหาเถระ พระธรรมกิ?เฅิวงส์ (ทองค อุรเ?เโซ ป.ธ.๕=0 วัคราชโอรอุาราม 11(1คงในการบำเพ็่ญกุศลวันอคค เจ้าอาวาศวัคอุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ วันจ้นทรท ๒^๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕0 เวลา ๑๕.00 น. www.kalyanamitra.org

[IpISl^o5i^ ธรรมสาททศนา... พระธรรมกิ?!คิวงf{ สมเค็่จพระ:พุฒาจารย (โฉม) ฉันนมหาเถระ: และ:สมเคี่จพระ:พุณาจารย (เสงยม) จันทสิริมหาเถระ: เป็นต้น ฅลอคจนถึงพระ:มหาเถระ:ผู้เป็นบุรพการ มคุณูปการแก่พระ:อารามในอคฅทังปาง ต้วยนำใจอันประ:เสริฐเ!)ยมล้นต้วย กทัญฌูกฅเวทิฅาธรรมและ:อปจายนธรรมอันงคงาม ต้วยว่าวันท ๒'๖ พฤศจิกายน เป็นคิถึกล้ายวันสินพระ:ซนมของเจ้า ประ:คุณสมเคี่จพระ:อริยวงศากฅญาณ ฅิสสเทวมหาเถระ: สมเค็่จพระ:สิ'งฆราช พระ:องก่นั้น จึงถึอนิมิตเป็นมงกลส์ากัญกำหนคให้เป็นวันบำเพ็่ญกุศลราสื บุพพเปฅพลทักขิณาบุปทานน้อมถวายแค่พระ:มหาเถระ:ผู้เป็นบุรพการนันๆ เป็นประ:จำทุกป็มา แท้จริงอคฅเจ้าอาวาสแห่งพระ:อารามนั้ทั้งปวงค่างก็่ทรงไว่ซึ่งคุณสมบัติ อันประ:เสริฐ สมควรเทิคไว้ในฐานะ:ปูซนํยบุกกลทสูงสิงโคยแท้ และ:สมกวร แก่กวามเป็นปูซนยภาชนะ:ส์าหรับรองรับการวะ:อปจายนกรรมแห่งกณะ:สงฆ และ:ประ:ธุมซนทุกประ:การ เพราะ:ผู้ทจะ:คำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสพระ:อาราม นั้[ต้นั้นต้องเป็นผู้ทบำเพ็่ญกุศลสมภารมาแล้วอย่างค จึงมบารมอุคหนุนให้มา ตำ รงตำแหน่งนั้!ต้ ทั้งต้องไคํรับกวามศรัทธาเลอมใสและ:กวามเคารพนับถึอ จากทั้งกฤทัสกซนและ:บรรพชิตฅลอคถึงพระ:บรมวงศานุวงกัต้วยค ทั้งนั้เพราะ: วัคสุทัศนเทพวรารามนั้เป็นพระ:อารามหลวงสิากัญชั้นเอกอุ ซนิคราซวรมหา วิหาร เป็นพระ:อารามอยู่ท่ามกลางพระ:นกร เป็นประ:หนั้งหัวใจซองเมืองหลวง ก็่อาจกสิาวไต้ ทั้งเป็นพระ:อารามใหญ่ทพระ:มหากษัตริย่เจ้าทรงสถาปนา กว่า จะ:ส์าเร็่จกี่นานช้าถึง ๓ รัชกาล นับแค่พระ:บาทสมเค็่จพระ:พุทธยอคฟ้าจุฟัา โลก รัชกาลท ๑ จวบถึงพระ:บาทสมเค็่จพระ:นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท ๓ จึงเป็นพระ:อารามทงามวิจิตรยั๋งใหญ่ ต้วยทั้งพระ:ราชหฤทัยให้เป็นวัคคู่ บ้านคู่เมืองและให้เจริญรุ่งเรืองเทยมเท่าวัคสมัยกรุงเก่าชงเป็นสมัย\"ครังบ้าน เมืองด\" แบบแปลนภูมิสถาปิตย่ชองพระ:อารามจึงมืกวามงคงามเป็นสิวนอัค แบ่งขัคเป็นเขตพุทธาวาสและ:เซตสิ'งฆาวาสไม่ปะ:ปนกัน สถาปีตยกรรมและ: www.kalyanamitra.org

-^๕ นชรติกถา เรํ่อง สิงไม่1สือมสิน รลปกรรมนันก็่ลำ เลิศเป็นศุคยอคในสยามแห่งหนงท'จรพึงอๆคชาๆโลกให้ ปรร;จักษ!ค้ว่าช่างไทยแลรกนไทยนันก็่fitเมือแลรลิลปรทไม่ทาห้อยห้อยหห้ๅ ประ:เทศทเจริญห้ๆยอารยธรรมแต่โบราณแม้แห่ห้อยนิค ทั้งแสคงถึงจิฅท ละ:มุนละ:ไมอ่อนโยนและ:เยือกเย็่น สมกับเป็นพุทธบุฅรแลรพุทธธิคาในสมเค็่จ พระ:ร'มมาลิ'มพุทธเจ้า และ:มิใช่เพึยงแกมบุญบารมืแต่อคฅสนับสนุนให้มาคำรงคำแหม่งเจ้า น..^..^^^^..^..ร:'^^3^. !ร _ l-.ii o a-/ ปฏิปทาจริยาๆฅรอันเสงยมงาม ทั้งอยู่ในกๆามเป็นรรเบยบเริยบร้อยคาม สมณสารูป สามารถเป็นแบบอย่างแก่สหธรรมิกในปกกรองไห้เป็นอย่างค ทั้ง มืปริซาสามารถอาจปกกรองบรรพซิฅแลรกฤหัสถในพรรอารามให้ทั้งอยู่ใน สานักกธรรมและ:มืกๆามอบอ่นสบายใจห้ๆยพรหมๆหารธรรม เๆนเถึยชงอกฅิ ลำ เอยงไม่เทยงฅรง คงเห้นกงๆาห้ๆยจิฅทหนักแน่นอยู่ในสุจริตธรรม มือักษณ^ เป็นยู้นำทั้ไคํรับกๆามเการพนับถึอห้ๆยใจจริงจากบุกกลทุกหมู่เหล่า เหล่าน จคเป็นอฅฅสมนัฅิซงมืพร้อมอยู่ และ:ยังเพึยบพร้อมห้ๆยปรหิตปฏิบติกือกิจ ททำอันเป็นประ:โยชน่แก่พระ:อารามแลร:ปริชนกนใกลิชคคลอคถึงปร:;ชุมชม จากทต่างๆ เป็นห้นว่าทำนุบำรุงปฏิอังฃรณพร^อารามให้งคงามมั่นกง เหมือนเดิมอยู่เสมอ หมั่นอบรมโอๆาทอังสอนให้ทั้งอยู่ในคุณธรรมกๆามค เป็นห้นว่าให้กังอยู่ในอัมมาการๆร!ในกคัญฌูกคเๆทิคาธรรม ชนำทางคำเนิน ชวิฅในทางทถูกทกๆร ชักชๆนในการบำเพ็่ญบุญต่างๆ อันเป็นทางนำคนให้ พ้นจากทุกฃกัย ใcflจในสุขทุกฃ กๆามเป็นอยู่ แลร:กๆามสร:คๆกสบายชอง บุกกลเหล่านั้นทั้งทอยู่ปรร:จำแลร;ทมาพักพิงซั่ๆร^ย:!เๆลาเช่นมาทำบุญ มา รักษาถึล หรอมาทัศนถึกษา กิจทั้งปๆงนั้ชํ่อว่าปริหิคปฏิบัคิ ชงเป็นงาน ประ:จำชองผู้เป็นเจ้าอาๆาสทุกวัคทุกพรร;อารามโคยครง www.kalyanamitra.org

IMiS ilgulgij ธร!มสารเทศนา... พระธรรมกิฅฅิวง เจ้าปร:;คุณสมเค็่จพร:{ร^งฆราซ ฅิสสเทวมหาเถร๙ แตะอคฅเจ้าอาวาส พระอารามนต่างสมบูรณค้วยอัฅฅสมบัติแตะ!ฟ้หิฅปฏิบัติ มากบ้างน้อยบ้าง ฅามยุคสมัย จึงบังอยูในห้วงกำนงของปี'จฉิมชนทั้งปวง แม้กาต'จะล่วงไป นานเท่าโคหรือแม้'จะไม่บันเหื่น แต่^ค้'จากกำบอกเล่าหรือจากการอ่าน ประวัติจึงทราบชัคถงคุณูปการแตะ!ปฏิปทาของแต่ถะ!รูปห้วยด คังนอาจกล่าว V| I ^ I _ ^antr^tr'a loT'o.ra axnelffilQAIOal แตะโคยฅรง เพร'าะเพยงร'งขารร่างกายของท่านเหล่านั้นเท่านั้นทสินไป แต่ ซอแตะเสิยงแซ่ซ้องสรรเสริญหรือกิคุติห้พทบังกงอยู่มิไห้สินไปอานบังชา^ ร่างกาย ซงก็่สมคามนัยแห่งพระบาตทพระจอมมุนบัมมาบัมพุทธเจ้าไห้ฅริสิไว้ โนนซ่รติสูฅร ร'งยุตตนิกาย สกาถวรรค ทไคอ'ญเชิญมาเป็นธุเทสบทเทศนา ซ้างค้นว่า Til ชรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชรติ ฯ แปตความว่า \"รูปร่างกายของสรรพสัตว้ย่อมเร่อมสลายไปได้ แต่ ชอสกุลวงส์หาเร่อมไปตามไม่\" คังนั้ อันบุกคตในโตกทั้งทบังมซวิฅอยู่แตะ!ทสินซวิตหรือท!.รืยถโอยศาบัญว่า คายไปแล้วนั้น เมอ'จำแนกโคยยกความปรากฏแห่งชอเสิยงเกยรติคุณความอ ของแต่ตะบุคคตฃ็้นมาเป็นฅัวซิ้วัคเพอแบ่งกตุ่มหรือประ!เภท ย่อมไห้เป็น <L กตุ่ม ประเภท คือ ประเภทปรากฏขณะมซวิฅอยู่ คายแล้วไม่ปรากฎ ๑ ประเภทไม่ปรากฏขณะมซวิฅอยู่ คายแล้วจึงปรากฏ ๑ ประเภทปรากฏทัง ขณะมซวิฅอยู่ แตะเมอคายแล้ว ๑ ประเภทไม่ปรากฏทั้งขณะมซวิคอยู่แตะ! เมํ่อคายแล้ว ๑ บุคคตทั้ง <L ประเภทนั้มความแคกต่างกันอย่างไร จักไห้ ขยายความพอมองเหื่นไปคามตำทับ บุคคตประเภท \"ปรากฏขณะมชวิตอปู ตายแล้วไม่ปรากฏ\" นั้น คือ บุกคตททำความคืเพอทัวเองเป็นหบัก หวังจะผบักทันทัวเองให้อยู่คืกินคืม ความสุข มยศตำแหน่งหน้าทสูง แบ้จะทำความคืให้แก่ชาติ ศาสนา แตะ! www.kalyanamitra.org

00๗ น^รติกถา เรอง สิงไม่เสือมร้น ร'งกม ณพือให?fวเองมเกยรฅิยศมซอเส์ยง ให้กนอึ๋นนิยมยกย่อง หรอ'จร; สืกษาหากวามรู้กวามสามารถก็่เพอพัฒนาเพํ่อยกร^คับปรบตัวไต่เต้าให้สูง เต่น มชอเรยงมยสมตำแหน่ง อันจะทำให้ยูอนรโรราบให้กวามเกรงกลัวแลร; เกรงใจ เมอทำไต้เซ่นนิ้ ซอเรยงเกยรติกุณก็่ย่อมปรากฏในลังกม เป็นทนิยม นับถือและรู้จักคันโกยทั่วไป แต่บางกนเมอไต้คมวาสนาคือมยศฐาน่อำนๆ'จ กำ แหน่งหรือฐานะทางลังกมกกว่าสูงกว่ายู้อึ๋นแล้วกลับกั้งอยู่ในกกาม ประมาท มัวเมาในยสตำแหน่ง ทำ ไหลมกนต้วยมานะว่าคืกว่ากนอน แล้วใช้ อำ นาจตำแหน่งในทางไม่ซอบ เซ่นซ่มเหงรังแกหรือกลั่นแกล้งกนอนทต้อย กว่าหรือไม่มทางล้บ้าง หาผลประโยซฟ้ห้คัวโกยทางมิซอบบ้าง หรือไม่คิกท จะสร้างร่งทเป็นกุณเป็นประโยซน่แก่รวนรวมแก'ปรร;เทศชาติ ทั้งทมฐานร; อำ นาจและโอกาสพอทจะปฏิบัติจักทำไกโกยไม่ยาก แต่เนองจากเป็นกนเห็่น แก่คัว ทำ อะไรเพอคัวและพวกพ้องของคัวเป็นทั่กั้ง จึงพลากโอกาสทจร; สร้างสรรกร่งทจะเป็นอนุสรณซวิฅไปอย่างน่าเถืยคาย บุกกลปรร;เภทนย่อม ปรากฏคือมซอเถืยงมกนนับหน้าถือกาเมอยังมลมหายใจ แต่เมํ่อกายไปแล้ว ผู้กนก็่จะก่อยๆ ลืมเลือนไม่!นทํ่สุก เมือกวามจริงเป็นคังนิอยู่ จึงเกิกมืกติธรรมเคือนใจซนมาว่า \"ทำด เพือตว คืแค่สินลม ทำ ดเพึอสิงคม ดช้วพัาดิน\" ซงมืกวามหมายว่า กนท ทำ กวามกทำประโยซน่เพือคัวเองนันย่อมไต้กแลร;มืซอเลืยงเกยรติคุtนเพัยง ชัวเวลาทํคัวเองบังมืซ่วิฅอยู่เท่านัน หลังจากร้นซวิฅไปแล้วผู้กนก!ม่มืกถืงต่อ ไป มิใซ่แก'กนอนจะลืมเลือนเท่านั้น แม้เหล่ากนทั่เป็นญาติ เป็นมิกร กลอก ลงกนสนิทรอบช้างเซ่นบุฅรภรรยาสามืก็่จร;ไม่มืกถืงเมอนานคันเช้าเหมืฎบกับ คุ้งนั้นกนจำนวนไม่น้อยทั่เกยมือำนาจวาสนา มืพวกพ้องบริวาร หรือมืฐานร; มังคังในอคืฅ ไต้ถูกโลกลืมไปแล้ว ไม่มืใกรเอ่ยถืงอก ทั้งนั้เพราะเซาเหล่านั้น ทำ คเพอคัว จึงคือยู่ใต้เพัยงแก่มืลมหายใจ เมอร้นลมไปแล้วโลกก็่ลืม บุกกล ประเภทนั้จึงจักอยู่ในประเภท \"ปรากฏฃณร;มืซวิตอยู่ ตายแล้วไม่ปรากฏ\" www.kalyanamitra.org

SXB ธทมสา!เทศนา... พระธ!!มกิฅคิวงส์ บุกกลประ:เภท \"ไม่ปรากฏขณฟ้ซวิตอยู่ ตายแล้วจงปรากฏ\" นั้น กือบุกกลประ:เภทปิคทองหลังพระ: กล่าวคึอขณะ:ทยังมชวิฅอยู่เป็นยู้มจิตใจ งคงาม ใจบุญ ชอบเลัย^เละ: และ:อุทิศตนให้แก่งานทเป็นประ:โยซน แต่ชอบ เป็นอิลระ: ลมถะ:เก็่บตัว ไม่ชอบปรากฏตัว และ:อยู่ในวงแกบ รู้กนเฉพาะใน หมู่ญาติหรือเพอนร่วมงานเท่านั้น บางกรังทำบุญกศล ลร้างลรรก่ผลงุาน โดยไม่เปิคเผยตัว บุ่งมั่นลร้างผลงานและ:ลร้างรงอันเป็นประ:โยชนั้ลุฃเพํ่อผู้ อนเป็นหลัก บุกกลเหล่านั้จึงไม่ก่อยมกนรู้จักไม่มใกรเอ่ยถึง ฝากแต่ผลงาน ไว้เป็นอนุลรณ แต่เมอร้นซวิตแล้วผู้กนรอบช้างจึงนำผลงานนำศวามศุนา เปิดเผยไห[ลกไคร้ประ:จักษ อย่างเซนนักวิทยาศาลตร่ทั้งหลายในอศฅทใช้ เวลาล่วนใหญ่อยูในห้องทคลองโคยไม่ปรากฏตัวเป็นรบป็หรือหลายรนป็ กว่าผลงานจะ:ปรากฏก็่หลังจากไค้คายไปแล้ว หรืออย่างบุกกลทไครับยกย่อง จากองกกรใหญ่ๆ ระ:ตับโลกว่าเป็นบุกกลล่ากัญชองโลกล่วนใหญ่กี่ไ^บหลัง จากหาซวิคไม่แล้วทั้งร้น อันบุกกลประ:เภทผูปิคทองหลังพระ:นั้เป็นนักลร้างบารมโคยแห้ แบ้จ^ ปรากฏเมํ่อคายไปแล้ว แต่กี่ซอว่า \"ตายแล้วไม่ตาย\" คือตัวคายแต่ผลงาน และ:กวามคืยังอยู่ เพราะ:เป็นผู้!ม่ประ:มาท ไม่ปล่อยเวลาและ:ซวิคให้ล่วงเลยไป โคยเปล่าประ:โยซนํ ชงบุกกลประ:เภทนั้ครงกับพระ:พุทธพจนํทั้ว่า อป.ปมต.ตา น มยติ แปลว่า ผูโม่ประ:มาทย่อมไม่ตาย ตังนํ บุกกลประ:เภท \"ปรากฏทั้งขณะ:มช้วิตอยู่ และ:เมั่อตายแล้ว\" นั้น คือผู้ทั้มชวิคทั้งคงาม มซวิคทั้ประ:เลริฐ โคยฃณะทั้ยังมซวิคอยู่!ค้ลุร้างลรรก ทั้งอัดคลมนัติและ:ปรหิคปฏิบัติกวบกู่กันไป กล่าวคือทำกวามคืเพือเองค้วย และ:บำเพ็่ญประ:โยซนํแก่ผู้อนค้วย โคยซยันหมั่นเพยรคืกษาหากวามรู้'จนพอ แก่กวามค้องการและ:พอทั้จะ:เป็นทุนอุคหนุนให้เจริญไค้แล้ๆกี่ใช้^ซ'ไศ^'ในรู้' และ:กวามลามารถทำงานและ:ปฏิบติหน้าทั้ค้วยศวามขยัน ซอลัฅย ลุจริค และ:กวามทั้งใจมั่นศงจนฅั้งตัวไค้ มกินมใซ!ม่ฃาคแกลน ทั้งเร้ยงคูบิคามารคา www.kalyanamitra.org

นชรคิกถา เรอง ร่งไม่เสือมสิน บุฅรธิคา และ:ปริซนคนรอบข้างให้อยู่เย็่นเป็นสุข แล้วยังมจิฅใจทงคงาม ยินคเส์ยส์ละ: ยินคั๋ในการบำเพ็่ญประ:ใยซนแก่ล้งกมส่วนรวม สร้างสรรรคร่ง ทเปนหลักฐานไว้เป็นอนสรณ เข้าทำนอง \"ทำดเพือรงคม\" เป็นเหตุให้มซอ เส่ยงเกยรติคุณ ไคริบยกย่องสรรเสริญและ;ความนับถือทั่วไป แมร้นชพวาย ซนร็เ!ปแล้วยู้คนก็่ยังระ:ถืกถืง ทำ นอง \"คนคตายเหมือนไทรร่มมาล้มห้ก มื คนริกร่าลกเฮานกถืง\" และ:เป็นยู้ทั่กส่าวไค้ว่า \"ดชั่วฟ้าดิน\" คือความค ผลงาน และ:ร่งทสร้างสรรก!ว้นั้นยังปรากฏอยู่แลร:ให้ปร::ใยซนัแก่ส่วนรวมอยู่ ไม่สินไปตามร่างกาย บุคคลประ:เภทน็้ก็่ฅรงกับพรร:บาลทว่า อปฺปมตฺตา น มืยดิ คือ \"ตายแล้วไม่ตาย\" เซ่นเคืยวกัน กังเซ่นบุคคลทเซาสร้างอนุสาวริย่ ไว้เป็นอนุสรณฅามจุคใหญ่ๆ ซองบ้านเมืองเพอให้มองเห็่นไค้ง่าย เพํ่อปรร;กาศ ถืงเกยรติคุณซองท่านเหส่านั้นให้อนุซนร่นหลังไค้เร้ยนรู้แลร;กร5ค้นความรู้ถืก ให้ค้องการเป็นค้องการทำเซ่นนั้นบ้าง ท่านเหส่านั้นจึงซึ๋อว่าปรากฏทั้งซณร: ยังมืชวิฅอยู่แลร:เมอคายแล้ว บุคคลปรร:เภท \"ไม่ปรากฏทั้งขณะ?มืชวิตอปูแอร;เมึ๋อตายแล้ว\" นั้น คือบุคคลทเกิคมามืซ่วิฅอยู่แบบปกติธรรมคา ปรร:กอบอาซพไปคามมืฅามเกิค พอเลยงอัคภาพแลร:กนไกลซิคไค้ มืชวิฅอยู่แบบเริยบง่าย อยู่อย่างสมถฟ้,ม' อยากข้องเกยวกับใคร แลร:ไม่สนใจทั่จร:ซ่วยเหลือเกอกูลคนอน ไม่สนใจเรอง บุญกศล ซวิคซองบุคคลปรร:เภทนั้แม้ว่าจร;ถูคื ไม่วุ่นวาย แค่ท่านก็่ภส่าวว่า เป็น \"ใมฆชวิต\" คือเป็นซ่วิฅทํ่สูญเปส่า คกอยู่ในลักษณร:ซาคทุน คือไค้ ใอกาสมาเป็นมนุษย่กับเซาแล้วแค่ไม่ใข้ความเป็นมนุyyสร้างสมฎบรมบุญ บารมืแลร:ความคือันจร;สนับสนุนให้เป็นมนุษย่ทั่สูงส่งหรือให้!ค้สุขสมบัคิทั่บง ฃ็้นไปคือสวรรคสมบัติแลร;นิพพานสมบัติ ยํ่งหากเกิคมาคาค้อยค้อยทั้ง ร่างกายทึ่ไม่สมปรร:กอบ ค้อยทั้งสฅิบัญญา แลร:ค้อยทั้งฐานร:ทางลัมคมค้วย ยากจนข้นแค้นอยู่ แคใม่รูลืกถืงปมค้อยซองคนแล้วคนรนซวนซวายพัคJนๆ คนให้สูงขนเป็นปมเค่น หรือไม่รืบสร้างสมอบรมปมเพาร;ความคือันจร:เป็น www.kalyanamitra.org

gfr^ ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิฅฅิวงส์ พลังส่งฅนให้พ้นสภาพนั้นแลฟ้.ห้มสุขในภพซาฅิต่อๆ ไปชงพอจะ:ทำไห้ แต่ กลับเพิกเฉยประ:มาทมัวเมาอยู่บ้าง ปส่อยซวิฅไปฅามยถากรรมบ้าง บุกกล ปรร:เภทนั้ฅรงกับพระ:บาลทว่า เย ปมตฺตา ยถา มตา แปลว่า ผู้ปรร:มาท แล้วก็่เหมือนคนตายแล้ว ลังนั้ ชงหมายกวามว่าบุกกลประ:เภทนั้เรนกน ประ:มาท แม้ว่าจ^ยังมืลมหายใจอยู่ แต่ก็่เหมือนกับกนทตายแล้วเพราะไมให้ ทำ อ^ไรทเป็นชนเป็นอันให้แก่ตนและ:&อืน ผู้กนทัวไปจื้งไม่รู้จักไม่เอ่ยถึง แบ้ ตายไปผู้กนก็่ไม่สนใจ จึงจัคอยู่ในข่ายบุกกลประ:เภท \"ไม่ปรากฏทั้งขณะมื ซวิตอยู่แถร;เมํ่อตายแล้ว\" ห้วยประ:การฉะ:นั้ ในบุกกล <i ประ:เภทนั้น ประ:เภทแรกกือผู้ปรากฏขณะ:มืชวิตอยู่ ตาย แล้วไม่ปรากฎ แม้จะ:เป็นกนคน่ายกย่อง แต่ก็่ยังมืฃ้อน่าตำหนิเพราะ:ยังเห็่น แก่ตัวไม่เกั้อหนุนใกร และ:บางกรั้งยังทั้งกวามเถึยหายไว้แก่อนุชนรุ่นหลังให้ แโใขอก ประ;เภททสองกือผู้!ม'ปรากฏขณะ:มืชวิตอยู่ ตายแล้วจึงปรากฏมัน มับว่าอยู่ในขั้นคใซ[ห้ แม้ว่าในขณะ:ทั้ยังมืซวิตอยู่ดูเหมือนว่าจะ:ไม่มืเกยรติมื ยfiอะ;ไรให้ยกย่องกัน แต่ก!ห้สร้างสรรก่ส่งทเป็นประ:โยชน่ฝากไว้แก่ชาวใลก เป็นเหตุให้ผู้กนระ:ลึกถึงและ:ยกย่องไมลมเลือน ประ:เภททั้สามกือผู้ปรากฏทั้ง ขณะ:มืจึวิตอยู่และ:เมอตายแล้วนั้นมับเป็นบุกกลทั้ประเสริฐสูงสุก เป็นปูชนย บุกกลผู้กวรแก'การบูชาและเกรั้องลักการะฅลอกกาล ส่วนประเภททั้^ลือผู้!ม' ปรากฏทั้งขณ่ะ;มืซวิตอยู่และเมือตายแล้วมันเป็มบุกกลทห้อยหสุกเมือเห^ร' กับบุกกลสามประ:เภทข้างห้น เป็นบุกกลทั้กวรแก'การถูกลืมสถานเกยว เมอเห็่นอำนาจอรรถประโยชน่ตังนั้ ผู้มืปร้ชาทั้งหลายเมอหวังพัณนา ตนให้คให้ประ:เสริฐไม่พิงประมาทขากสติ พิงตำริให้เกิกอุกมการณลืบสาน ปฏิปทาทั้จะ:ขวนขวายสร้างสมบ่มเพาะกุณธรรมกวามกทั้งทั้เป็นุอักก^บมัติ และ:ปรหิตปฏิมัฅิกวบกู่กันไป การอันไคหน้าทั้อันไกเป็นไปเพอประโยชน เกอถูล เพอกวามสุขกวามเจริญ และ;เพอกวามก้าวหน้ามั่นกงแห่งตนและ แห่งLกมประ;เทศชาติพระศาสนาโกยรวม ก็่พิงยินคเฅี่มใจปฏิบัติจักทำและ www.kalyanamitra.org

ob&o นซรคิกถา เรอง ร่งไม่เสือมสิน บริหารการอันนั้นหน้าทอันนั้นให้เป็นไปโคยถูกต้องเป็นธรรมค้วยวิริยธุฅฟ้าหะ: แลรต้วยจิฅโจทเข้มแฃ็่งมั่นกง ต้วยกวามเสิยสลร:แลรอดทน มุ่งผลไปทกวาม ส์าเร็่จแห่งการงานแลรหน้าทนั้นเป็นส์ากัญ ฝากผลงานทเป็นปรรโยซนแก่ อังกมแลรปฏิปทาทเป็นทิฏฐานุกฅิแก่อนุชนรุ่นหลังไว้เป็นอนุศรณ อันจรเป็น เหตุใหซึ่อเส์ยงเกยรติกณยังกงอยูไม่ถูกลืมเลือน เพรารไม่ฐั๋นเลือมไปเหมือน กับร่างกาย แลรเป็นเหตุให้ผู้ทรรลืกถึงเกิคกวามรูลืกนิยมยกย่อง พร้อมทจร บูชาอักการรแลรเล่าขานศตุคต้วยกวามภากภูมิใจแลรเฅี่มใจ พรรเดชพรรคุณเจ้าปรรคุณลมเค็่จพรรอังฆราช ติศศเทวมหาเถรร แลร อคฅเจ้าอาวาสแห่งพรรอารามนั้ล้วนมืปฏิปทาแลรคุณลมบัติแห่งกวามเป็น ^ I ... ^^ ^ ^ I , SLy I ลร้างลรรกปรรโยชนทั้งล่วนทเป็นอัดดลมบัติแลรปริหิดปฏิบัติกรบถ้วนลมบูรณ เกอหนุนให้ผู้อยู่หลังไครับอานิลงลืฅ่อเนองกันมาดราบเท่าทุกวันนั้ จึงกวรแก่ การกราบไหว้บูชาแลรกวรแก่การเป็นทิฏฐานุคติแบบอยางไต้เป็นอย่างด อย่างทกณรลงฆแลรอุบาลกอุบาสิกาแห่งพรรอารามไต้ถึอปฏิบัติกันอยูไม่ชาด ลายเพรารไต้แบบทดมาเป็นแนวทาง ลมกังกำทนักปราชญกล่าวไว้ว่า \"สายบัวยาวปงบอกว่านํ้าลืก ติษยติล่อว่ากรอาจารยค บุตรธิคาติล่อว่า มารดาบิดาติ\" กังนั้ แม้ว่าท่านทั้งหลายเหล่าบันจรลรอังฃารไปสินแล้ว กี่สิน ไปเฉพารซวิดอังฃารเท่านั้น แด'ซํ่อเลืยงเกยรติคุณแลรผลงานอันเป็นปรรโยชน หาไต้สูญไปดามอังฃารไม่ หากบังกงปรรทับอยูในกวามทรงจำชองกณรลงฆ แลรอัปมุ่ริลชนทั้งหลายแห่งพรรอารามนั้ดลอดมาแลรจร:เป็นเช่นนั้ดถอดไป จึงลมต้วยบัยแห่งพรรบาลืข้างต้นซงมือรรถาธิบายกังไต้พรรณนามาต้วย ปรรการฉรนั้ ขออำนาจแห่งกุศลบุญราติทบำเพ็่ญให้เป็นไปกรั้งนั้จงล่าเร็่จเป็นบุญนิธิ มืวิปาโกกาลลามารถอำนวยอิฏฐวิบากมนุญผลอันวิเศษทุกปรร;การ แด'ลมเค็่จ www.kalyanamitra.org

ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิคฅิวงส์ พรร!อริยวงศากฅญาณ ฅิสศเทวมหาเถรร! สมเก็่จพรร!สิ'งฆราชพรร!องกนั้น แสร!แก่อดฅเจ้าอาวาสแห่งพรร!อารามน็้ กลอกถึงบุรพการิมหาเถรร!ยู้ม คุณูปการแก่พรร!อารามในอกฅทุกรูป โกยสมกวรแก่สุกฅิภพ สมกังมโน ปณิธานอาทิสสนเจฅนาปรารภของกณร!สงฆวักสุทัศนเทพวรารามแสร! สิ'ปปุริสชนกนวักทั้งหสาย 4งมพรร!เกชพรร!คุณพรร!วิสุทธาธิบกเป็นต้นทุก ปรร!การ รับปรร!ทานแสกงพระ!ธรรมเทศนา ก็่พอสมกวรแก่เวสา ฃอยฺฅิสง กงไว้เพยงเท่าน เอวํ ก็่มต้วยปรร!การฉร!น ฯ www.kalyanamitra.org

\\( -k I s vv^ f ไ1> 'ปี^j สังฝโสภนกถา เรื่อง ทู้สง่างามในหมู่คผร โย โหติ พยฤโต จ วิสารโท จ พทุสุสุโต ธมมธโร จ โหติ ธม.มสส โหติ อนุธมฺมจาร ส ตาทิโส จุจฺจติ สง.ฆโสภโนติ ฯ อ^.fitก. kocn/t^/s>o. XXX บคน็้ จักรับพร::ราชทานแสคงพระธรรมเทศนาในร'งฆโสภนกถา ฉลอง พระเคซพระคุณประคับพระปิญญาบารม อนุรูปแก่พระราชกุศลปุพพเปฅพล ทักขิณานุปทานกิจทสมเค็่จบรมบพิฅรพระราชสมภารพระองก่ ผู้ทรงพระคุณ อันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรคพระราชทานพระบรมราชานุเกราะห ๕0 วัน พระราชทานศพ พระเคชพระคุณพระพรหมมังกลาจารย ปิญญานันท มหาเถระ อคฅเจ้าอาวาสวัคชลประทานรังสฤษฎ และอคฅทปรกษาเจ้ากณะ กาก ๑๘ ในวันน นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันยํ่งใหญ่แก่พระเคชพระคุณ พระ!ธรฒกิฅติวงส์ (ทองติ อุรเทโข ป.ธ.ร^ วัคราชโอรฟ้าราม แฟ้คงในการบำเพ็่ญพระราช กุฟ้ฟ้ปิญญาฟ้มวาร ๕0 วัน พระราชทานฟ้พ พระพรหมมังกฟ้าจารย์ อติคเจ้าอาวาฟ้วัค ซอประทานรงฟ้ฤษฏ วันพฤหัฟ้บติท ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕0 เวลา ๑0.00 น. www.kalyanamitra.org

ilColligH) ธรรมฟ้ารเทศนา... พระธรรมกิคติวงfl พรรพรหมมังคลา'จารย แล2คณ:;สงฆวัคชลประทานรังสฤษฏ รวมถึงกณะ สษยและมวลญาติมิฅรวิสสารกซนในพระเคซพระคุณทั้งปวง แท้'จริง พระเคซพระคุณพระพรหมมังกลา'จารย ปิญญานันทมหาเถระนั้น เร็เนพระมหาเถระรัฅฅัญฌู มพรรษายุกาลถึง ป็เศษ โคยถึอกำเนิคท อำ เภอเมือง จังหวัคพัทลุง เมอมื พ.ส. ๒<1๕<1 เข้ามาส่ร่มผ้ากาสวพัสฅร เป็นสามเณรทั้งแค่อายุ ๑๘ ป็ ใน พ.ศ. ๒<1๘๒ และไค้อุปสมบทเป็น พระภิกษุในป็ พ.ศ. ๒<1๘<1 'จวบถึงมรณภาพในป็ พ.ศ. ๒๕๕0 นั้ รวมเวลาทั้อยูในร่มผ้ากาสาวพัสฅรถึง ๗๘ ป็เศษ นับเป็นเวลาทั้ยาวนาน จงอยู่ในฐานะรัฅฅัญฌูมหาเกระ แค่การคำรงอยู่คลอคกาลยาวนานนั้นมิใช่ เพยงแค่มืลมหายเข้าหายใ'จออกเท่านั้น หากแค่พระเคชพระคุณไค้!ซ้ซวิฅทุก ลมหายใ'จสร้างสรรค่ร่งทั้เป็นประโยซน!ห้แก่คน แก่วัค แก่พระศาสนา และ แก่ร'งกมประเทศซาติอย่างมากมายมหาศาล ผลงานทั้พระเคซพระคุณไค้ รังสรรกฝากไว้แทนคัวในโลกนั้นมืนับไม่ถ้วน ซงล้วนเป็นงานทั้โคคเค่นเป็น อมคะและเห็่นซัคเป็นรูปธรรมสิ'มนัสไค้ทั้งร้น ทั้ประจักษซัคทั้สุคคืองานค้านการ เผยแผ่พระพุทธศาสนา งานสงเกราะหช่วยเหลือสิงกม และงานสนับสนุนสิง เสริมการคืกษาทั้งของพระสงฆและเยาวซน อันเป็นงานบำ เพ็่ญสาธารณ ประโยซนัสิวนรวม เป็นเหตุให้เป็นทั้ยอมรับกันทั้งในและค่างประเทศ และ เป็นเหตุใท้มืสกัญญานามทั้ใข้เริยกซานพระเคซพระคุณกันมากอย่าง เช่น เริยกว่า \"แม่ทพโลก\" บ้าง \"พระนักเขยแผ่\" บ้าง \"พระใจสิงห\" บ้าง แค่ ทั้เริยกขานกันติคปากโคยทั่วไปมาแค'เติมคือกำว่า \"ปีญญานันทภิกชุ\" และ \"หลวงพ่อปีญญานันทะ\" ข้อนั้เป็นเกรํ่องซใท้เห็่นว่าพระเคซพระคุณนั้น เป็นพระยอคนิยมแห่งยุก เป็นพระทั้มืเสน่ห่โคยเฉพาะกำพูค เหมือนกับเป็น ผ้มืวา'จาสิทธ พูคครงและ'จริง กงเถ้นกงวาเหมือนไม้บรรทัค ทำ ให้กำพูคมื นำ หนักน่าเซอถึอ พูคแล้วทำให้เกิคกวามสะเทือน ทำ ให้ผู้พังค้องเกี่บนำไป กิคไคร่ครองแล้วแกไซหากทำไม่ถกค้อง หรือพคแล้วทำให้กนเภิคศรัทธากล้า www.kalyanamitra.org

รงฆโฟ้ภนกถา เรอง ผูฟ้ง่างามในหยู่คณะ เสิยสลร;กล้าบำเพ็่ญปรฟ้ยซนแก่dวนรวมโดยทั่วกัน เพราร;ท่านนำทางเรย สล2ให้เห็่นเป็นตัวอย่างด้วยฅัวเองก่อน ซวิฅของพรร;เดชพรร;คุณนั้นน่าสืกษาแลร;น่าเอาอย่างเพอเป็นแนวทาง ดำ เนินซวิฅ โดยเฉพาร;ส์าหรับผู้เป็นศาสนทายาททั้งปวง ด้วยว่าพรร;เดช พระ;คุณนั้นเป็นผู้สร้างซํ่อเส์ยงให้แก่กังฆมณฑลไทย ทำ ให้วงการสงฆสง่า งามเป็นทํ่ยอมรับในกังดม ธงเป็นศรสง่าแห่งรถ ควนเป็นเครึ๋องปรากฏ แห่งไฟ พรร;ราชาเป็นศรสง่าแห่งแว่นแคว้น แดร;สามเป็นศรสง่าแห่ง ภรรยา ฉนโค พรร;เดชพรร;คุณก็่เป็นเครองปรากฏแดร;เป็นศรสง่าแห่ง วงการสงฆฉันนั้น จัดว่าเป็นผู้อยูในรร;ตับ\"กังฆโสภน\" คือเป็นผู้งดงามใน หมู่ฅณร;แลร;เป็นผู้ปรร;ตับหมู่กณร;ให้งดงาม เพราร;ปรร;กอบพร้อมด้วยคุณสมบัติ ทเป็นเหตุให้เป็นเช่นนั้นได้ ด้องดามนัยพรร:บาลทุทธพจน[น'จตุกกนิบาด อัง คุดดรนิกาย ทั่โด้ยกมาเป็นตุเทสบทเทศนาว่า โย โหติ พฺยตุโต จ วิสารโท จ เป็นอาทิ ชงแปลไคใ'จกวามว่า \"ยู[ดเป็นคนฉดาด เป็นยู้กด้าหาญ เป็นยู้สดมมาก เป็นผู้ทรงธรรม แดร;เป็นผู้ปรร;พฤติตามคดองธรรม ผู้เช่นนั้นเรัยกได้ว่าผู้งามในหมู่หรึอผู้ทำ หมู่ให้งาม\" ตังนั้ พรร;บาลพุทธพ'จน่นั้ทรงยกย่องผู้ปรร;กอบด้วยคุณธรรม ๕ ปรร;การ ว่าเป็นกังฆโสกน ทั้งในทางโลกแลร;ทางธรรม เมอนำมากล่าวส์าหรับเป็น วิธปฏิบัติแล้วย่อมได้คุณธรรมอันเป็นหลักทนำไปล่กวามเป็นกังฆโสกน ๕ ปรร;การคือ ความฉดาด ๑ ความกล้าหาญ ๑ ความเป็นผู้!ด้สด้มมาก ๑ ความเป็นผู้ทรงธรรม ๑ ความเป็นผู้ปรร;พฤติตามคดองธรรม ๑ ชง จักได้ชยายกวามโดยกังเฃปนัยไปดามลำตับ \"ความฉดาด\" นั้น ก็่คือปิญญาแลร;ปฏิกาณนั่นเอง ได้แก่ปรชากวาม รอบ^นเหตุผลด่างๆ เป็นด้นว่า ปรชารอบ^นเหตุแห่งกวามเ'จริญทั่เรยกว่า www.kalyanamitra.org

KgJiax! ธรรมฟ้ารเทศนา... พระธรรมกิฅคิวงfi อายโกศล กือรู้ว่าจะ;ฅ้องปฏิบัติจัคทำอะไรบ้างซวิฅจึงาะเ'จริญจึงจฟ้บกวาม ก้าวหน้า เกิครริมงกลแก่ตัว ปริซารอบ^นเหฅุแห่งกวามเสือมทเรยกว่า อปายโกศล กือรู้ว่าอะ:ไรบ้างเป็นศาเหฅใหซวิฅฅกฅาเสือมทราม อะ:ไรบ้าง เป็นศาเหฅุใหถึงกวามวิบัติล่มจมเป็นก้น และ:ปริซารอบ^นอุบายวิธทจะ:ทำให้ เกิคกวามเจริญและ:พ้นจากกวามเสือมทเริยกว่า อุปายโกศล ไก้แก่รู้วิธการรู้ รายละ:เอยคทจะ:ปฏิบัติจักการให้เจริญว่ากวรทำอย่างไร และ:รู้ว่าจะ:พ้นจาก อบายกวามกกฅํ่าไก้ก้วยวิธการอย่างไร ปริซาเหล่านเป็นเกรองปงซถึงกวาม ฉลากล่วนหนง และ:ยังรวมไปสืงกวามมไหวพริบรู้เท่าทันเหตุการณทเกิกฃน เฉพาะ:หน้าและ:ศถานการโนทกำลังเป็นไปอยู่ของโลก แล้วปฏิบัติจักการให้ถูก ก้องทันท่วงทหริอบ้องกันแก้!ซมิให้เกิกโทษแก่กน ผ้มกวามฉลากกือม อนให้รอกพ้นจากกัยพิบัติทั้งปวงไก้ ยํ่งหากมในยูใหโยู่ระ:ตับซาติระ:ตับศาศนา ย่อมจะ:นำพาซาติศาศนาให้รอกพ้นจากบัญหาอุปศรรกนานาประ:การทั้เกิกซน และ:ให้ถึงศวัศคมชัยไค!กยไปยากนัก ผู้ประ:กอบก้วยกวามฉลากเช่นนิ้ย่อม เป็นผู้ประ:ตับหมู่กณะให้งกงามและ:ทำให้หมู่กณะ:สง่างามไก้ \"ความกล้าหาญ\" นั้น กือกวามเป็นผู้มใจอกทนอกกลั้น บากบั่นไม่ ยอมท้อแท้ห้อถอยก่อกวามยากลำบาก ไม่ยอมแพ้ก่ออุปสรรกบัญหาและ:ภัย อันกรายนานาประ:การทถาโถมโจมกเข้ามาชักขวางการคำ เนินซวิกและ:การ ปฏิบัติงาน ผู้มกวามกล้าหาญเช่นนั้ย่อมมนิลัยทเคื่กเคยวบั่นกง มกำลังใจท เข้มแฃี่งทนทาน มกวามมุ่งบั่นสูง เมอลงมือทำอะ:ไรแล้วเป็นก้องเตินหน้าทำ เรอยไปจนลำเรี่จ ก้วยวิริยะ:อุกสาหะ:ทเสมอก้นเสมอปลาย จึงเป็นเหตุให้ถง นังแห่งกวามลำเร็่จไปกามลำตับ แก่กวามกล้าหาญนั้นมืทางให้เป็นไป ๒ ทาง กือใช!ปในทางทซอบเป็นธรรม ในทางทสร้างสรรก่ ซงเป็นคุณ นำ กวามสุฃมาให้ กับใซ!!/!นทางทผิกไม่เป็นธรรม ในทางททำลาย ซงเป็นโทษ www.kalyanamitra.org

รงฆโฝึภนกถา เรอง ผู้สง่างามในหยู่คฌร นำ ทุกขมาให้ ผู้มกวามกล้าหาญจึงจำห้องรร:มัคระ:วังและรอบคอบในการไซ้ กวามกล้าหาญของฅน ผู้ประ:กอบห้วยกวามกล้าหาญเซ่นนิ้ย่อมเป็นผู้ประคับ หมู่กณะทำให้หมู่กณะงกงามไห้เซ่นกัน \"ความเป็นผู1ด้สดบมาก\" นั้น คือกวามเป็นพหูลูก กวามเป็นผู้กงแก่ เรยน ไห้คืกษา ไห้ยินไห้พง และมประสบการณมามาก อันกณซ้อนั้ย่อม สนับสนุนให้มกวามฉลากและกวามกล้าหาญ เพราะผู้!ห้สคับมากย่อมม กวามรู้กว้างขวาง ยํ่งรู้ทงทางโลกและทางธรรมกวบกู่กันไปห้วยแล้วก็่ยํ่ง'จะ ทำ ให้เป็นกนฉลากรอบห้าน มกวามแหลมกม สามารถคิก สามารถพูก และ สามารถบริหารจักการเรืองต่างๆ ให้ส์าเร็่'จไปไห้ห้วยก เป็นทนิยมยกย่อง ของกนทั่วไป และจึฅใจก็่'จะแกล้วกล้าอา'จหาญห้วยมกวามมั่นใ'จในคัวเองลูง 'จะไปในอังกมใกๆ 'จะเ'จร'จากวามกับใกรกี่องอา'จผงผายไม่หวั่นกังวล ย่อม ยังผู้กนทพบเห็่นหรือเ'จร'จาห้วยเกิกกวามนิยมนับถอ ยกย่องให้เกี่ยรกิ และ สอบถามรายละเอยกถึงถนทั่อยู่และหมู่กณะทั่อังกักว่าอยู่ทใกอังกักใก อัน เป็นเหตุให้หมู่กณะพลอยมซอเถึยงเกยรติคุณไปห้วย บุกกลผู้ประกอบห้วย คุณธรรมซ้อนั้ย่อมเป็นผู้ประคับหมู่กณะทำให้หมู่กณะงกงามไกคังนั้ \"ความเป็นผู้ทรงธรรม\" นั้น คือกวามสามารถในการกำหนค'จกจำซ้อ ธรรมและรายละเอยคแห่งธรรมทั่!ห้สคับมาแล้วไห้ถูกห้องแม่นยำ ไม่แผกเ'พ็้ยน ผิกพลาก และสามารถขบซ้อธรรมไห้แฅกฉาน สามารถแยกแยะอธิบายขยาย กวามให^ห้เซ้าใ'จไห้อย่างถูกห้องกรงตามวัตถุประสงกํแห่งซ้อธรรม ซงเมอ นำ ไปไซ้ปฏิบัติ'จริงกี่'จะปฏิบัติไห้ถูกห้อง ไครับกวามส์าเร็่'จโกยง่าย หรือเมึ๋อ นำ ไปสอนกนอนกี่'จะสามารถทำให้กนอึ๋นรู้เหื่นกามและนำไปปฏิบัติไกรับผก เซ่นเคืยวกับกนเหมือนกัน กวามทรงจำธรรมจึงเป็นอัากัญ ผู้ททรงจำซ้อ ธรรมไห้เซ่นนั้ย่อมเป็นผู้องอาจกล้าหาญ สามารถเป็นกรูเป็นอาจารย่แนะนำ อังสอนคิษย่และผู้สนใจทั่วไปไห้อย่างถูกห้องถึกซ็้ง ถึงกับไกรับกวามเการพ www.kalyanamitra.org

ธรรมสารเทศนา... พระ!ธรทเกิฅคิวง^ และนิยมนับถือว่าเป็นผ้รพิฟ้นผ้ฉลาค'จริง กลายเป็น'จุคเด่นฃองหม่กณะ ข่'บิ 'บ จฃ ทำ ให้หมู่กณะงคงามไคอกทางหนง \"ความเป็นผู้ประพฤติตามคลองธรรม\" นั้น ถือการทนำข้อธรรมทํไค้ ทรง'จำไว[ค้นั้นมาประพฤติปฏิบัติโคยเหมาะมแก่ธรรมแค่ลร{อย่างซงแคกฅ่'ไง กันไป กล่าวถือประพฤติเหมาะแก่บุกกลและสถานการณเป็นค้น เซ่นอยู่ไน ฐานะยูใหญกประพฤติธรรมล่าหรับผูใหญ่ ถือประพฤติพรหมวิหารธรรม ม เมฅฅากรุณาค่อผู้น้อย เว้นเถืยชงอกติธรรมถือกวามล่าเอยงเป็นค้น อยู่ใน ฐานะเป็นผู้น้อยกี่ประพฤติธรรมล่าหรับผู้น้อย ถือมกัมมาการวะอป'จายน ธรรม เการพยำเกรงอ่อนน้อมก่อนคนเป็นค้น หรืออยูในฐานะเป็นพลเมืองกี่ ประพฤติธรรมล่าหรับพลเมือง เซ่นเสิยภาษอากร เการพกฎหมาย ใข้ล่ทธิ ใช้เถืยงตามระบอบการปกกรอง คลอคถืงประกอบอารพในทางสุ'จริฅ ไม่ ประพฤติทุ'จริคผิคกฎระเบยบและกฎหมายเป็นค้น เซ่นนั้ซอว่าประพฤติคาม กลองธรรม กวามเป็นผู้ประพฤติคามกลองธรรมนั้เป็นธรรมทปรร!กับประ{กอง กวามฉลากและกวามกล้าหาญให้เป็นไ!ในทางทถูกทกวร ไม่เกิคโทษและกัย เวร เพราะหากผู้ฉลาคและผู้กล้าหาญไม่ประพฤติคามกลองธรรมแล้วย่อมใช้ กวามฉลากและกวามกล้าหาญไปในทางทก่อทุกฃก่อโทษให้แก่คนแสะ{ผู้อน สถานเคยว กังนั้น ผู้ประพฤติคามกลองธรรมถืงมืพฤติกรรมเป็นกนกิคค พูคค ทำ ค เป็นทไว้วางใ'ๆฃองผู้กนทั่วไป ประชุมซนให้กวามเการพยกย่อง ผู้ประพฤติคามกลองธรรมไค้มาก ผู้กนกี่ให้กวามนับถือมากและยอมยกให้ เป็นผู้นำหมู่นำกณะ จึงกลายเป็นผู้งคงามในหมู่กณะและทำหมู่กณะ{ให้ งกงามไค้ค้วยประการฉะนั้ บุกกลผู้ประกอบค้วยคุณธรรมหลัก & ประการ ถือ ความฉลาด ความกล้าหาญ ความเป็นผู้!ด้สคบมาก ความเป็นผู้ทรงธรรม และ ความเป็นผู้ประพฤติตามคลองธรรม นั้ มือยูในบุกกลไก บุกกลนันสามารถ www.kalyanamitra.org

'0ไร!1๙ สิงฆโฟ้ภนกถา เรอง ผู้สง่างามในหยู่คณร จะ:ฟ้นรงฆโสภน ยู้งคงามในหม่กณะ;และ;ทำหมู่คณ:;ให้งคงามไค้ทุกกนไป ไม่ ว่าจะ;เป็นกฤหัสถหรือบรรพชิต อนึ๋ง เมอจ:เพิเคฑ:เหถึงพุทธประสงคแห่งพระบาลบทนย่อมไค้เป็น 1๓ ประการคอ ประการแรกมพุทธประสงค1ห่พุทรบริษัทปรับฅัวพัฒนาคนให้เปีน คนมๆฌสมบัติเหล่านิ้ให้สมบูรณ เพึ๋อจะไศ้เปีนร'งฆโสภนคือนู้งศงามในหมู่ คณะหรือองคกรและเปีนเครองประดับทำให้หมู่คณะหรือองคกรงคงาม ม^ สง่ามชอเถึยงเกยรติคุณ เหปีอนเพชรเปีนเครองประดับททำให้แหวนงคงาม ขนฉะนัน และมพุทธประสงคให้หมู่คณะหรือองคกรอบTมม่มเพาะสร้าง บุคลากรให้มคุณสมบัติห่างๆ ข้างค้น เพอจะไค้เปีนเครองประดับหมู่คณ:; หรืออง่ค้กรของคนให้สง่างามมดักติครืควรแก่การเคารพนับถึอหรือยกน่อง เชิศชูให้เปีนหลักเปีนผู้นำห่อไป พระ;เตชพระ;กุณพระ;พรหมมังกลาจารย ปีญญานันทมหาเถร:;นั้นเป็นผู้ เพยมพร้อมค้วยคุณสมบัติข้างค้นอย่างสมบูรณ กล่าวกือเป็นผู้ฉลาคในเรอง ของกวามเจริญแลรความเสือม ตลอดถงวิธทจะทำให้เกิคกวามเจริญแล^ให้ พ้นจากกวามเสือม ฉลาคในการแสคงธรรม แน:;นำให้เกิคสติเพอจุกกิค ให้ แสงสว่างทางชญญา ใหัรูจักบาปบุญคุณโทษต่างๆ เป็นผู้กล้าหาญนำเสนอ ข้อธรรมในแนวทางใหม่ๆ ทไม่เกยใข้กันมาก่อนเซ่นการยืนบรรยายธรรม เป็นค้น กล้าหาญในการซนำกวามถูกค้อง กล้าหาญทจ^ตำหนิติติงยู!หญท ทำ ไม่ถูกค้องโคยไม่เกรงว่าจ2ถูกเกลยคซังหรือกคกันมิให้มบทบาทต่อไป ตrง ไปตรงมาเหมือนไม้บรรหัคมาโคยตลอค เป็นยู!ค้สคับมาก คงแก่เรืยนมาแต่ กรั้งเป็นสามเณร แม้อายุมากแล้วก็่ไม่ทงในเรั้องการอ่าน การสคับตรับฟิง ตลอดถุงการหากวามรู้สมัยใหม่ ทำ ให้ทันโลกหันเหตุการณ รู้เรํ่องราวต่างๆ ทเกิดช'นในม้านเมืองไม่ล้าหลัง รู้เรํ่องราวการบ้านการเมืองอย่างถ่องแห้ ผสมกับกวามรู้กวามแตกฉานในทางธรรม จงเป็นเหตุให้แน^นำติติงชาวพุทธ และชาวโลกไค้อย่างถูกจุด นอกจากนั้นบังเป็นผู้ทรงธรรมโดยทรงตำเนั้อหา www.kalyanamitra.org

ธรรมสาททศนา... พระ!ธรรมกิฅฅิวงส์ อันฟ้นเฌ่นสารแห่งธรรมไค้อย่างประจักษซัคเจนและะถูกต้องฅามวัฅถุป^ร^^^งก แห่งข้อธรรมนั้นๆ แล5สามารถปฏิบัติขัคเกลาตัวเองและ5ปฏิบัติให้คูฟ้น ตัวอย่างทค สามารถเป็นผู้ \"แนฟ้.ห้ทำ นำ ให้ดู อยูให้เห็่น เป็นตัวอย่าง\" ไค้กรบกรัน เพราร;ฉะนั้น พระเคซพระ:กุณจงเป็นหลักของวงการสงฆ!นทาง เผยแผ่ธรรม เป็นลังฆโสกน เป็นเพชรเมี่คงามประตับวงการสงฆ ทังทำให้ วงการสงฆสง่างามมตักคิ้fit ทั้งขณะบังมชวิฅอยู่และถึงมรณภาพแล้ว และ; บังจะคำรงกงกวามเป็นลังฆโสกนกู่บับวงการสงฆวงการพระศาสนา ฅถอค ถึงประเทศขาติคลอคไปชั่วกาลนาน รับพระราชทานขยายกวามแห่งข้อธรรมอุเทสบทโคยลังเขปบัยมาก็่พอ สมสมัยไค้เวลา ค้วยประการฉะนั้ อิมินา กตปุญเฌน ขออำนาจพระราชกุศลทักขิณานุปทานกิจทั้สมเคี่จ บรมบพิฅรพระราชสมการพระองก ผู้ทรงพระกุณอันประเสริฐ ทรงปาเพี่ญ ให้เป็นไปและทั้งอยู่ค้วยคในสงฆแล้วพระ;ราชทานอุทิศถวายทั้งนั้ จงมผล ลัมฤทธผลิตวิบากสุขสมบัติอันวิเศษ ส์าเรี่จแค'พระเคชพระคุณพระพรหม บังกลาจารย่ บัญญาบันทมหาเถระ อคคเจ้าอาวาสวัคชลประทานรังสฤษฏ และอคฅทั้ปรึกษาเจ้ากณะกาก ๑ฟ สมตังพระราชปณิธานอุทิศเจฅนาโคย ฐานะนิยมทุกประการ รับพระราชทานแสคงพระธรรมเทศนาฉลองพระ!เคช พระคุณประตับพระปิญญาบารม ยุติลงค้วยเวลาเพยงเท่านั้. ขอถวายพระพร www.kalyanamitra.org

ยสุฟ้ ทาเนน ส์เลน ฟ้ฌฺฌเมน ทเมน จ นิธิ สนิหิโต โหฅิ อิตุถิยา วา ปุริสสฺส วาติ ฯ ช.ช. ko<^/e^/s)ltD. ^^ ^^ บคน จักไค้แสตงพระธรรมเทศนาในบุญนิธิกถา ฉลองศรัทธาเพํ่มพูน ปิญญาบารม อนุโมทนาในกุศลบุพพเปศพลทมูลนิธิมหารุฬ■าลงกรณราช วิทยาลัย ลันประ:กอบค้วยกณะ!กรรมการมลนิธิทั้งทเป็นกณะกรรมการตำเนิน การและกณะกรรมการกำกับมูลนิธิ ฅลอคทั้งเค้าหน้าทมูลนิธิและมหาวิทยาลัย มหา■รุฬ'าลงกรณราชวิทยาลัย ไค้บำเพี่ญให้เป็นไปเพออุทิศแค่เค้าของทุนแลi Iแ , ^ _ แ .เ^ A ^ A I e ^1 บุญกิริยาทน่ายกย่องและน่าถอเป็นแบบอย่างในทางปฏิบัติเพอจัคเพอทำชน โกยทั่วไป พระธรรมกิฅฅิวง!^ (ททงสื) แฝ็คงในงานวันมูลนิธิ มฯร. ปีท <1๓ ณ คกมหาธาคุวิทยาลัย วัคมหาธาคุยุราซรังฟ้ฤษฎํ่ วันท ๑๓ มกราคม ๒ว๕๕๑ www.kalyanamitra.org

ธทมสารเทศนา... พระ:ธรรมกิคคิวงเ^ แท้'จริงมูลนิธิมหาจุฬ'าลงกรณราชวิทยาลัยนมปรฟ้ฅิกวามเป็นมาทน่า ลนใ'จกวรแก่การ'จารึกไว้เป็นปรฟ้ทิศาสฅร กล่าวกือกว่าจรเมาเป็นมูลนิธิถูก ท้องลมบูรณโกยไครับอนุญาตจัคฅั้งฅามกฎหมายนั้นท้องใช้กวามพยายาม ชองผู้เกยวช้องนับสิบป็ นับแต่มหาวิทยาลัยมหา'จุฬาลงกรณราชวิทยาลัยไท้ คำ เนินการทิกษาในรูปของมหาวิทยาลัยลงฆเมอป็พ.ศ.๒<1๙0 จวบถึงป็ พ.ศ. ๒<i:oo เจ้าปรรเคุณลมเค็่จพรร;ทุฒาจารย อาลภมหาเถรร: ลนัยคำรง ลมณลักทิทพระ!พิมลธรรม องคทุทิยลภานายก อธิบคํลงฆวักมหาธาคุฯ แลร! ลังฆมนฅรึว่าการองก่การปกกรองลมัยนั้น ไครับถวายกำแนะ!นำจากท่านผู้หญิง ละ!เอยค พิบูลลงคราม ใท้ฅั้งมูลนิธิฃ็้นเพอหาเงินอุปถัมภการกํกษา จึงม บัญชาให้คำเนินการจัคตั้งมูลนิธิชน ในระ!ยะ!เรํ่มแรกเรึยกว่า \"เงินอุปถัมภ การสิกษา\" ต่อมาถึงป็ พ.ศ. ๒<1:๐๓) จึงไครับอนุญาฅจัคตั้งเป็น \"มูลนิธิ มหาจุฬาลงกรถรราชวิทยาลัย\" และ!พัฒนาลถาพรมาคราบเท่าทุกวันนั้ อันธรรมคามูลนิธิทั่วไปนั้นย่อมมวัตถุประ!ลงกํเฉพาะ!มูลนิธิ แตทั่เหมอน ถันโคยทั่วไปคือเพอบำเพี่ญประ!โยชน่ลาธารณรในท้านใคท้านหนงหรึอในหลายๆ ท้าน เช่น เพอการคืกษา เพอพัฒนาองกํกร เพอบำรุงล่งเลริมกิจการ ลาธารณประ!โยชน่ เป็นท้น และ!ล่วนใหญ่จฟ้.ช้เฉพาะ!คอกผลทเกิคฃนเท่านั้น มาคำเนินการตามวัตถุประ!ลงค ลังมกำทนิยมใซ้ถันว่า \"ฝากเงินไว้ ใช้ดอก ผล ต้นยงอยู่ ยู่อาราม\" หรึอ \"ยู่โรงเรึยน\" \"ยู่มหาวิทยาลัย\" เป็นท้น มั่นกงไปท้วย และ!ลมถับไท้ธอว่าเป็น\"นิธิ\"ทแปลว่าชุมทรัพย่ คือเป็นหลุม ใหญ่ทเก็่บรวมทรัพย่!ว้หรึอเป็นทนังเก็่บลมบัทิมก่าต่างๆไว้ตามคทินิยมชอง กนโบราณ ลนัยทบังไม่มธนาการและ!ระบบการบริหารจัคการทรัพย่ลมบัทิ อย่างลมัยปีจจุบัน ลังนั้นมูลนิธิจึงลร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ทั่จะนำทรัพย่มา ฝากโ!งไว้ ให้กวามไว้วางใจว่าจะลามารถเก็่บทรัพย่ของตนไว้1ท้และนำคอก www.kalyanamitra.org

9^๓ บุญนิธํฑโท เรอง ชุมบุญสมบัติ ผลมาใซ1ห้เป็นไปตามวัฅธุประ;สงก มูลนิธิต่างๆ จึงคำรงอยู่และ:ขยายตัว กว้างออกไป บำ เพ็่ญประ;โยซน!ค้มากฃึนตามล็าตับ แม้มูลนิธิมหา จุฬ'าลงกรณราชวิทยาลัยก็่อยู่ในลักษณะ;นัน กล่าวกือเจริญก้าวหน้าค้วยเงิน ต้นพอกพูนคอกผลเป็นประ:โยซนแก่กิจการพระ;พุทธศาสนาและ;การสืกษาฃอง พระภิกษุสามเณร ตลอคถงเยาวชนของชาติไต้มากขนตามลำตับ ถึงความ นับไต้ว่าเป็นมูลนิธิทหยั่งรากลึกต้วยฝากนิงไวิคแล้ว เมอกล่าวโคยภาพรวมแล้ว นิธิหรือขุมทรัพยั่นั้นจำแนกได้เป็น ๒ ปรรเการคือ โภคนิธิอย่างหนั้ง บุญนิธิอยางหนั้ง โภคนิธินั้นหมายถึง ขุมทรัพย่คือโภคะ; อันไต้แก่ทรัพยั่สมบัติทั้งทเป็นเครองอุปโภคแล::เครอง บริโภคหรอของกินของใช้ต่างๆ ชงเป็นเครองอุคหนุนซวิตให้คำรงอยู่ใต้ ใน สมัยโบราณโภคะ;บางอย่างเซ่นเงินทองเครื่องประ:ตับเป็นต้นอยู่ในสภาพเป็น นิธิคือถูก!!งหรือถูกเก็่บซ่อนไว้มิคซิคจนกลายเป็นขุนทรัพย่นหาศาล ช้อนั้น พระ;บาลึแสคงอ้างไวิในนิธิตัณฑสูตร ควานว่า นิเ นิเธติ ปุริโส คมภเร อุทกนฺติเก เป็นต้น ซงมเนั้อควานว่า \"บุคคลนังขุมทรืพย่ไว้!นทั้ลึกถึงรร;คบนํ้าด้วยตั้งใจว่า เมึ๋อม ความจำเป็น ทร้พย่นิจกเป็นปรร{โยซนแก่เรา ธรรมคาขุมทรัพย่ทั้เขา ฝังไว้!นโลกก็่เพึ๋อชองกนการถูกริบเป็นของหลวงบ้าง ชองกนโจร ปล้นบ้าง เอาไว้!ช้หนบ้าง เอาไว้!ช!นเวลาข้าวยากหมากแพงบ้าง เอาไว้!ช!นคราวเกิคภยอันตรายบ้าง\" ตังนั้ นิธิอกอย่างหนั้งคือบุญนิธินั้น ไต้แก่ขุนทรัพย่ทเกิคจากธรรนสนบัติ หรือคุณธรรนทเก็่บรวบรวนปลูก!!งไว้[นตน อนธรรนสนบัติตังกล่าวนั้นไต้แก่ ทาน คืล ลัญญนะ; และ;ทนะ; ช้อนั้กื่ต้องตานพระ;บาลึในนิธิกัณ•ทสูตรทั้อัญ เชิญมาเป็นนิกเขปบทเบองต้นว่า ยสฺส ทาเนน ลึเลน เป็นอาทิ ควานว่า \"ขุมทรืพย่คือบุญอันรูโคจร{เป็นหญิงก็่คามชายกี่คามฝังไว้ www.kalyanamitra.org

ธรรมฟ้ารเท?เนา... พรรธรรมกิคฅิวงส์ คแล้ว ด้วยทาน ด้วยสืล ด้วยล้ญญมร แลรเด้วยทมรเ ในเจดย์ ใน สงฆ์ ในบุคคล ในแขก ในบิดามารดา หรอในพชายกี่ตามท\" คังนิ้ เป็นด้น ในพรรเบาลนิ้มกำอธิบายว่า ทาน นันหมายถึงการให้แลร!การปรร5พฤติ ธรรม ถึล หมายถึงการไม่ล่วงล^เมิคกวามผิคทางกายแลร!ทางวาจา ได้แก่ ถึล ๕ ถึล ๘ ถึล ๑0 แลร!ถึลในพรร!ปาฏิโมกฃทั้งมวล ล่วน ล้ญญมรJ นั้น หมายถึงกวามส์ารวมรร!วังอินทรยกอดา หู จมูก เป็นด้น รวมถึงการ ล่ารวมระ!วังมือ ระ:วังเท้า และ!ระ!วังวาจา โดยปริยายอย่างสูง ร'ญญมร! นั้นหมายถึงการรร!วังป็'องกันจิดมิให้ห้งซ่านไปใมอารมฟ้ด่างๆ ซงกี่ได้แก่ สมาธินั้นเอง ล่าหรับ ทมร! นั้น หมายถึงการซ่มกิเลสกือการทำให้กิเลสสงบ ระ!งับไป ชงได้แก่ปิญญานั้นเอง เมอถึอเอาใจกวามอย่างนั้ย่อมได้สารร!ล่ากัญว่า ฃุมทรัพย่กอบุญนั้น ย่อมปลูก!!งร่'งสมให้พอกพูนได้ด้วยกุณธรรม ปรร!การกือทาน ถึล สมาธิ และ!ปิญญา และ!ในนิธิกัณฑสูดรนั้นเอง สมเค็่จพระ!ยู้มืพระ!กากเจ้าได้ดรัสถึงกวาม แดกด่างกันแห่งโภกนิธิกับบุญนิธิไว้ซดเจน ซงมืประ!เค็่นใจกวามโดยสรุปว่า โภกนิธิหรือทรัพย่สมบัติท!!งไว้อย่างดในตินหรักในทถึกถึง^-กับนำเพื'ร ประ!โยชนํด่างๆ เซ่นเก็่บไว้เพอใซIนยามจำเป็นด้นนั้น จะ!อำนวยปรร!โยซนํดาม ทด้องการได้ทุกกราวไปกี่หาไม่ เพราร!ว่าชุมทรัพย่นั้นเกลอนย้ายท!ปไม่อยู่ใน ทเติมบ้าง เจาของลืมสถานท!!งไว้เถึยบ้าง ถูกพวกนากพวกบักษลักไปเลืย บ้าง พวกทายาททไม่ถูกกันลักชุดเอาไปเลืยบ้าง และ!เมือบุญของเจ้าชองสิน ไปแล้ว ชุมทรัพย่ทั้งหมดกี่พลอยพินาสไปด้วย แด'บุญนิธิหาเป็นเซ่นบันไม่ กือเมอปลูก!!งลังสมไว้Iนดนมากฃ็้นด้วยการให้ทานบ้าง รักษากิลบ้าง บำ เพี่ญ สมาธิอบรมจิดบ้าง เจริญปิญญาบ้าง จนได้ทมืพลังเป็นบุญนิธิแล้ว ไกรๆ www.kalyanamitra.org

1ม่ญนธิฑถา \\รอง ชุม!^ญสมบฅํ กลักเอาไปไม่ไค้ เป็นของฅิคฅามผู้ทำป้าเพญไปในทุกภพทุกชาติ บรรคา ฟ้มบัติทบุกกอจร;ค้องล^ทงไปส่ปรโลก กื่มแค่บุญนิธินเท่านั้นทจร;นำติคฅัวไป ไค้ ทั้งบุญนิธินั้[ม่เป็นของลาธารณร;ทั่วไปแก'กนอํ่น แลร:ลามารถให้ลุฃลมบัติ ทั่น่าปรารถนาไค้ทุกอย่างทั้งมนุษยลมบัติ เซ่นกวามมรูปร่างผิวพรรณค กวาม เป็นใหญ่ กวามเป็นพรร;เจ้าแผ่นติน รวมถึงกวามเป็นพรร;เจ้าจักรพรรติ ให้ ทั้งลวรรกลมบัติกือกวามลุขอันเป็นทิพย่ คลอคถึงให้นิพพานลมบัติ กือปฏิ ลัมภิทา วิโมกข ลาวกบารมญาณ ปีจเจกโพธิญาณ แลร;พุทธภูมิ บุญนิธิม ผลมากมอานิลงส์มาก เป็นไปเพึ่อปรร;โยชนเกั้อภูลแลร;กวามลุขมากเซ่นนั้แล เพราร;เหตุนั้น ลมเคี่จพรร:บรมศาลคาจึงทรงซักชวนให้ธรชนผู้มปิญญา ทั้งหลายทำบุญนิธิชงไม่มใกรลักขโมยไปไค้แลร;ติคคามคนไปไค้ทุกหนแห่ง ในวิธการทำบุญนิธิ <i ปรร;การข้างค้นนั้น จักแลคงเฉพาร:ปรร;การ แรกกือทำบุญนิธิค้วยทานเฉพาร;ทั่หมายถึงการให้พอเป็นแนวทาง กล่าวกือ ทานหรึอการให้นั้นเป็นอุบายวิธถ่ายโอนโกกลมบัติทแยบยลถึกชง กือแทนทั่ จะ;นำไปผิงหรอนำไปเกื่บซ่อนไวิซงมภัยอันครายรอบค้าน จึงอาจวิบัติลูญหาย แลร:ไม่อาจนำติคฅัวไปไค้!ม่ว่าจ^ในโลกนั้หรือโลกหน้า ทั้งจร;ไม่ติคคามเจ้าชอง ไปล่ปรโลกเลย ท่านก็่แนร:นำให้ถ่ายโอนเถึยค้วยการให้ค้วยการบริจาก เมํ่อ ให้เมอบริจากแล้วโกกลมบัตินั้นกื่จร;กลายเป็นบุญนิธิไปโคยอัตโนมัติ เป็นการ เปลยนลกาพโกกร;ให้เป็นบุญ หรือเปลยนโกกนิธิให้เป็นบุญนิธิ เมอโกกร;ไค้ รับการถ่ายโอนแลร:เปลยนลกาพไปเป็นบุญแล้ว โกกะ:นั้นก็่จร;กลายเป็นร่งท ติคคามคนไปไค้ทุกหนแห่ง อำ นวยประ;โยชนให้[นชาติหน้าไค้ เท่าภับว่าไค้ ชนทรัพย่ทมอยูในโลกนั้[ปฝากไว่ในปรโลกล่วงหน้า รอท่าทเจ้าของจร;ไปใข้ลอย เลพเลวยเมอถึงเวลา ข้อนั้ท่านอุปมาไว้เหมือนภับบ้านทั่กำลังถูกไฟไหม้ เจ้าของบ้านขนลมบัติออกไปไค้มากเท่าไค ก็่จร:ไค้กินไค้!ข้ลมบัตินั้นค่อไป ล่วนทั่ขนออกไปไมไค้กจร:มอคไหม้เป็นเถ้าถ่าน ให้ประ;โยขนํอร;ไรอกไมไค้ คังมื ข้อกวามทปรากฏเป็นทั่ปรร;จักษในอาทิฅคลูคร ลังยุคคนิกาย ลกาถวรรก ว่า www.kalyanamitra.org

๒ฝ{รป ธรท!สารเทศนา... พรรธรรมกิฅฅิวงส์ \"เมอเรือนถูกไฟไหม้แล้ว เจ้าของเรือนขนเอาภาชนรใดออก ไปได้ ภาซนร;นั้นย่อมเ!เนปรร;โยซนแก่เขา ก่วนสิงของทมิได้ขนออก ไปย่อมถูกไฟไหม้ ฉนใด ล้ตวโอกผู้ถูกซราแอร;มรณร;เผาแล้วก็่ ฉนนั้น ควรนำโภคfเมบติออกไปด้วยการให้ทาน เพราร;สิงของทึ๋ให้!ป แล้วซอว่านำออกไปคแล้ว สิงทให้!ปแล้วนั้นย่อมมความสุขเ!เนผอ ก่วนสิงของทยงมิได้!ห้ย่อมไม่เป็นเหมือนเซ่นนั้น คือโจรยังปล้นได้ ราซการยังริบได้ ไฟยังไหม้!ด้ หรือยังสูญหายไปได้ อนง บุคคอจำ ด้องอร;ร่างกายพร้อมด้วยเครองอาด้ยนั้งปวงด้วยการตายจากไป ผู้มืยัญญาหยั่งเซดด้งนั้แล้วควรใช้สอยโภคสมยัติไปพร้อมกบให้ทาน เมอได้!ห้ทานแอร;ใช้สอยตามสมควรแล้ว จร่!ม่ถูกติฉิน พงเช้าถง สถานทอนเป็นแดนสวรรค!ด้\" คังนิ้ ดามเนอหาแห่งอาทิฅฅสูฅรนั้ย่อมให้ข้อพึงกิคทชัคเจนว่ายู้แสวงหาโภก สมบัฅิไค้แล้วควรบริหารจัคการโภกสมบัดินั้นค้วยการบรโภกใข้สอยแล^ให้ ทาน ทำ เช่นนั้จงจะ:เหมา:;สมแลร:ถูกต้องดามธรรม นอกจากนั้น ในหลาย พรร:สูดรแสดงเนอกวามว่าองคสมเค็่จพรร:ร'มมาล้มพุทธเจ้าไต้ดรัสถึงการ บริหารจัดการโภกสมบัติไว้ เป็นต้นว่าให้[ข้เลยงดนเอง เล็้ยงบิดามารดา เลิ้ยง ภรรยาบุดรธิดา เลิ้ยงปริซนกนรอบข้างให้เป็นสุข ใข้เลยงเพอนฝูงให้เป็นสุข ใข้บำบัดปิดเป่าอันดรายด่างๆ เป็นต้น ราหรับในอาทิดดสูดรนั้แนร:นำให้ขน ออกไปรวมกองไว้เพํ่อไปใข้สอยหลังร้นซพวายซนม่แล้วห้วยการให้ต้วยการ บริจาก เพราร:โภกสมบัติทให้คแล้วนั้นจร:กลายเป็นสมบัติทิพย่รอท่าเจ้าของ อยู่ในปรโลก เหมือนสมบัติทขนออกจากบ้านทกำลังถูกไฟไหม!ปกองรวมไว้ ข้างนอกรอห่าเจ้าของจร:ไต้กินไคใข้ด่อไปฉะ:นั้น ดรงกันข้าม หากมืโภกสมบัติ แล้วบริโกกไข้สอยเฉพาะ:ฅัวและ:กนรอบข้าง ไมกานงถึงการเออเ^อเผํ่อแผ่ กนอน ไมใรใจถึงการให้การบริจาก เฅ็่มไปห้วยกวามดรร:หนั้เถึยดาย บุ่งแด่ จร:รวบรวมเกื่บปรร:การเคืยว ไม่ข้องเกยวใฟ้ใจเรองการให้การบริจาก แม้ทรัพย่ www.kalyanamitra.org

apiai} 1^ญนํธฑถา เ7อง ชุมบุญสมบคิ จะ:พอกใ{เนฃ็้นจนมจำนวนมากเท่าไร กื่อำ นวยประ;โยซนไหไค้เฉพาะในชาติน เท่านั้น จะ;ไค้ฅิคฅามเจ้าซองไปเมอวายชนมแล้วก็่หาไม่ ทั้งนั้เพราะ:เจ้าของ มิไค้ซวนซวายซนออกไปกองรวมกันไว้ล่วงหน้าเพอรอท่าไปเสพเt^วยให้มชุซ หลังจากร้นฃพแล้ว เมอทราบชัคถึงประ:โยซนเซ่นนั้และ:กลัวทจะ:ไม่มอะ:ไรติคฅามฅนไปในภพ หน้าชาติหน้า ยู้มปิญญาเห็่นประ:จักษทั้งหลายจึงไค้ซวนซวายลังสมพอกพูน บุญนิธิกัน ค้วยการให้ทาน เถึยสละ:ทรัพยทฅนหามาไค้ค้วยกวามซยันหมั่น เพยร ค้วยกำลังแขน ค้วยหยาคเหงอแรงงาน เพอประ:โยซนเพํ่อกวามสุซแก่ ยู้อน เพออบุเกราะ:ห้แปงเบาทุกซ่ซองยู้อน และ:เพอกำจัดมัจฉริยะ:กวาม ดระ:หนและ:กวามเห็่นแก่ตัวซองฅนเป็นค้น หรือโดยทสุคแม้ค้วยการดั้งเป็น กองทุนมูลนิธิด่างๆไว้ เขาเหล่านั้นจึงไค้ประ:โยซน้ไค้อานิสงส์จากทานการให้ ซองฅนนั้น เซ่นไค้สุขทิพยไค้สมบัติทิพยัไนสุกติสวรรก ไค้มบุษยสมบัติเมอ เกิดมาในโลกนั้ กือไค้เกิดในดระ:กูลทมั่งมไม่เดือดร้อนค้วยทรัพยัสิน ทำ มา หากินอะ:ไรก็่ไค้ผลเต็่มท ไม่มกวามอัดตัดซาดแกลนหรือดกทุกฃไค้ยากค้วย ประ:การใดๆ นัยดรงกันข้าม ผู้ซาดบัญญาประ:จักษ ไม่เชึ๋อเรองบุญเรอง ทานสนิทใจ จึงมักดกอยูในอำนาจกวามดระ:หนเถึยดาย แม้ว่าพอทจะให้ทาน แปงบันกวามสุซให้กนอํ่นไค้ พอทจะ:ซ่วยเหลือเกอกูลกนอนไค้ แดกนํ่งเฉยไม่ สนใจทจะ:ให้ทจะ:ซ่วยเหลือใกร ไค้แก'เก็่บไวใข้เฉพาะ:ตัวและ:กนรอบข้าง เมอ ร้นชพแล้วนอกจากค้องทงสมบัติทหามาไค้นั้นไวในโลกทั้งหมดแล้ว เมึ๋อเกิด มาในภพใหม่ก็่จะ:ซาดแกลนไปเลืยทั้งหมด เป็นกนดกยากมาแด่เกิด ทำ มา หากินอะ:ไรกไมไค้ผลเฅ็่มท ดกอยูในทั้มั่งกนจนดลอคซ่วิด ทั้งนั้เพราะไม่มอะ:ไร ทั้จะ:อุปกัมภ!ห้ไปเกิดในทั้ดืๆหรือให้ไค้สมบัติทั้ดืๆเหมือนกนอน ค้วยไมไค้ก่าย โอนโภกนิธิให้เป็นบุญนิธิไว้แด่หนหลังเมอกรั้งเกิดเป็นมบุษยัทพอจะทำไค้แด่ ไมไค้ทำไว้เป็นประการล่ากัญ www.kalyanamitra.org

ธรรมสารเทศนา... พระธรรมกิคฅิวง^ การบริจากทรพย!ห้มูลนิธิมหา'รุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกี่ค มูลนิธิอึ๋น ใคก็่ค ก็่จัคว่าเป็นการนำออกชงโกกรเทมอยู่เพอรวมเป็นกองไว้เป็นนิธิสื'อุ ชุมทรัพยเพํ่อฅนเองในลัมปรายภพ เฉกเซ่นการชนทรัพยออกไป'อุากบ้านท กำ ลังไหม!ฟอยู่ แก่หาใซ่จะไค้รับผลเฉพาร;หลังจากสินซ่วิฅแล้วเท่านั้นไม่ แม้ ในชาฅิปีจ'จุบันนั้ฅนเองกี่ไค้คอกผลแห่งบุญกือกวามปลมปิฅิยินกในกองบุญ ของคนเป็นปรร;'จำ แลร;ผู้อนคือพรร;ภิกษุสามเณรเยาวชนกี่ไค้คอกผลจาก ทรัพยค้นทุนทฝากไว้!ปใช้สอยเป็นเกรองบำรุงสิงเสริมการคืกษาเสิาเริยนชอง คนๆ ทั้งพรร;ศาสนาแลร;ลังกมกี่ไค้คอกผลจากทรัพยค้นทุนนั้ค้วยเซ่นกันใน กรณทนำไปใช้เพอการเผยแผ่แลร;บำรุงสิงเสริมกิจการสาธารณปรร;โยชนคาม วัคถุปรร;สงก เป็นอันว่าทรัพยทั้!ห้หริอบริจากทั้งเป็นทุนไว้นั้นไค้กลายสภาพ เป็นบุญนิธิไปโคยปริยาย แลร:ย่อมให้ผลแก่ผู้ฝืงบุญนิธิค้วยการให้อย่างเฅ็่มเม็่ค เฅ็่มหน่วย แลร;บังจร;ฅิคคามให้ผลหาทสุคมิไค้คลอคไป กังทั้ใค้พรรณนามา เพราร;ฉร;นั้น บัณฑิตชนผู้เหี่น'อำนาจปรร;โยชนํแท่งบุญนิธิกังนั้ จงไค้ชวน ขวายถ่ายโอนโกกร;ทเป็นธนสมบัติชองคนทั้งเป็นทุนแก่มูลนิธิมหาจุฬ'าลงกรณ ราชวิทยาลัยไว้ ค้วยทั้งใจจะให้เป็นบุญนิธิทมหลักฐานมั่นกง อำ นวยประโยชนํ ทั้งแก่ตนและพระศาสนา คลอคทั้งพระภิกษุสามเณรและเยาวชนทั่วไป และเพํ่ม ทุนให้พอกพูนมากฃ็้นในโอกาสอันกวร ล้วนเป็นการบำเพื่ญบุญนิธิทั่ถูกหลัก ถูกธรรมในพระศาสนา ทั้งทำให้เป็นทิฏฐานุคติกัวอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังจะไค้ บำ เพี่ญคามคืบๆกันไป จึงสมกวรไค้รับการยกย่องนับคือค้วยการวจิฅ หากหา ซวิคไม่แล้วกี่สมกวรแก'กวามเป็นปูชนยบุกกลและสมกวรแก่ทักษิณานุประทาน กุศลปุพพเปคพลทกณะกรรมการมูลนิธิมหา'จุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทั้งผ่าย กฤทัสถและบรรพซิคไค้บำเพี่ญ'อุทิศถวายเป็นประ'จำทุกป็มา ค้วยประการฉะนั้ อิมินา กตปุฌ.เฌน ค้วยอำนาจบุญกุศลปูพพเปคพลทั่มูลนิธิมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อันประกอบค้วยกณะกรรมการมูลนิธิทั้งปวง คลอค ทั้งเจ้าหน้าทั่มูลนิธิ และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยไค้บำเพี่ญ www.kalyanamitra.org

%iiฟ้'' บุญนธิฑทา 17ธง บุมบุญทมบฅ ให้เป็นMนวันน็้ ขอจงส์าเร็่จร'มฤทธิผลเป็นวิบากสมบัติอันไพบูลยในสิ'มปราย ภพแค่เจ้าของทุนมูลนิธิและผูมธุปการคุณทวายชนมใปแล้ว อันประกอบไปห้วย เจ้าประคุณสมเค็่จพระพุฒาจารย อาสกมหาเถระ ผูรเรั๋มฅั้งมูลนิธิ ท่านผู้หญิง ละเอยค พิบูลสงกราม ผู้ถวายกำแนะนำเรองมูลนิธิเบองห้น พระธรรมวรนายก จันทกมหาเถระ อกฅอธิการบติมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้กำ เนินการ จัคฅั้งมูลนิธิพร้อมกณะ อาจารยเกษม บุญศร ผู้ขออบุญาฅจัคฅั้งมลนิธิ ฅลอคถงกรรมการและเจ้าหน้าทมูลนิธิในอติฅ ขอท่านทั้งหลายทั้งปวงบันจง ไห้อบุโมทนาและไติรับผลสุขสมบัติในสุกติภพ สมอังอาทิสสนเจฅนาปรารภของ กณะกรรมการมูลนิธิมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทุกประการ รับประทาน แสดงพระธรรมเทศนาในบุญนิธิกถาก็่พอสมกวรแก'เวลา ขอยุติลงกงไว้เพิยง เท่าน. เอวํ กี่มห้วยประการฉะน ฯ www.kalyanamitra.org

ส์านึกรูพรร;คุณของฟ่อเฌ่ A _J ก็่ต่อเมอท่านตายไปแล้ว จร;มปรร;โยชน์อร;ไร พระธรรมกิฅฅิวงfi www.kalyanamitra.org

จกกรมมกถา เรื่อง วงลอธรรม จตุตารมานิ ภิภฺขเว จกกานิ สมนฺนาคตานิ เทวมนุสุฟึานิ จตุจกฺกํ ปวตุฅติ เยหิ ฟ้มนฺนาคตา เทวมนุสฺส์า นจิรสฺเส์ว มหนฺตตุตํ เวปุลลตุตํ ปาปุณนุติ โภเคสูติ ฯ ปีงุ.'ร kos)/cns>/^s>. ^ บคน จกรบประ{ทานแศคงพระธรรมเทตุนๆในจักกธัมมกถา อนุโมทนา ส่วนกุตุลทักขิณานุปทานปุพพเปฅพลทกณะจัคมกุฎกษัคริยารามไค้พร้อม เพรยงกันบำเพ็่ญให้เป็นไป เพออุทิตุถวายเจ้าประกุณสมเคึ่จพระพุทธชินวงค้ กันคาจารมหาเถระ กรรมการมหาเถรสมาคม ยูรักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ คณะธรรมยุค และเจ้าอาวาสวัคมกุฎกษัฅริยาราม ในการบำเพ็่ญกุตุลกัฅคม วารท 1๓ วันน ทั้งน็้ ค้วยกุศลฉันทสาทัคคแสคงออกซงกฅัญฌูกคเวทิคา ธรรมในเจ้าประคุณสมเค็่จฯ ให้ปรากฏ ทั้งแสคงความเคารพกักการบูชาท่าน พระธรรมกิคคิวงส์ (ทองค) วัคราชโอรสาราม แสคงในการบำเพ็่ญกุสอสืฅคมวารท kD ธุทิสถวายเจ้าประกุณสมเคึ๋จพระพุทธเนวงf^ กันคาจารมหาเถระ ณ วัคมกฏกษั■คริยาราม กรุงเทพมหานกร วนท ๑๗ มกราคม พ.ส. ๒๕๕๑ www.kalyanamitra.org

ธรรมฟ้าททศนา... พระธรรมกิฅคิวงเ^ ยู้กวรบูชาทั้งในเวลาทท่านยังดำรงอยู่ ทังเมอท่านล่วงลับไปแล้ว กล่าวฅือ เมอท่านยังดำรงอยู่ มกวามรู้สืกกฅัญญรู้กุณแลร:ให้กวามเการพนับถือ อุปลัมภบำรุง ฅลอคถืงให้กวามใกลซคสนิทอย่างไร เมอท่านล่วงลับไปแล้วกี่ ยังปฏินัฅิจัคทำเซ่นนั้นเร็เนปกติไม่ขากพร่อง ซอว่าปฏิบัติก้องกามพระ:บาลท พระ:พุทธองกฅรัสไว้ว่า สป.ปุริโส จ โข ภิฦฃเว กตญญ โหติ กตเวท คังนั้ กล่าวกือไก้ชํ่อว่าไก้ปฏิบัติกิจทลัปปุริสชนกนกทั้งหลายเขาปฏิบัติกัน นนเอง แห้จริง เจ้าประ:คุณสมเคี่จพระ:พุทธชินวงกี่ กันกาจารมหาเถระ: ย่อม เป็นปูชารหบุกกลผู้กวรแก่การเการพบูชาและ:กวรแก'เกรึองลักกาTบูชามิใซ่ เฉพาะ:ชองเหล่าติษย่วิสสาสิกชนและ:กนวักมกุฎกบักริยารามเท่านั้น หากแก่ ย่อมเป็นผู้กวรแก่การบูชาและ:เกรองบูชาชองบรรพชิฅแลร:กฤหัสถใกยทัวไป ก้วย เพราะ:เจ้าประ:คุณสมเกื่จฯ เป็นพระ:มหาเถระ:ทํไก้บำเพ็่ญคุณูปการอัน เป็นประ:โยชนัก่อการพระ:พุทธสาสนา ก่อการกณะ:สงฆ ก่อพระ:อารามและ: บ้านเมืองไว้เป็นอเนกประ:การ ชงไม่อาจจะ:ยกมาบริหารแสกงให้หมกรันไก้ ก้วยเวลาและ:กถาอันน้อยเซ่นนั้ เจ้าประ:คุณสมเกี่จฯ จะ:มืคุณปการแก่พระ:พุทธสาสนาและ:บ้านเมือง อย่างไรนั้นย่อมเป็นทประ:จักษ์อยโกยหัวไปแล้ว อันการทเจ้าประ:คุณสมเกี่จฯ ไครับพระ:ราชทานสมณกักติสูงชนมาโกยลำกับจนถืงระ:กับสมเก็่จพTะ:ราชา กณะ: และไก้ดำรงตำแหน่งทลำกัญในการกณะ:สงฆ เป็นกรรมการมหาเถร สมากม เป็นยูรักษาการแทนเจ้ากณะ:ใหญ่กณะ:ธรรมบุก เป็นเจ้าอาวาสพระ: อารามหลวงลำกัญเป็นก้นนั้น ย่อมแสกงให้เห็่นถืงกวามรู้กวามสามารถและ: ปฏิปทาชองเจ้าประ:คุณสมเก็่จฯไก้เป็นอย่างกแล้ว จึงในทนั้จักขอแสกง เฉพาะ:ปกิฏปทาทน่ายกย่องเป็นกัวอย่างททราบและ:มองเห็่นกันโกยหัวไป กล่าวกอเมอว่าโกยอุปนิลัยล่วนกัว เจ้าประ:คุณสมเกี่จฯเป็นพระ:มหาเถระ:ผู้ นักน้อยลันโกษ เรึยบง่าย เป็นกันเอง ไม่ชอบกลุกกลก้วยหมู่กณะ: แก่ www.kalyanamitra.org

ร่^^'ะ รักกธ้มมทถา เรอง วงล้อธ!รม เกรงกรัคในพรร;ธรรมวินัย เพยบพร้อมค้วยสืลาจารวัฅร อคทนอคกลั้น น เ?)นdวนอัฅฅศมบัฅิภายใน dวนทแฟ้คงออกไค้เห็่นกันนั้น เจ้าประ;คุณฟ้มเค็่จฯ เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมคน ไม่โอ้อวค ไม่แสคงอาการยกคนข่มท่านไม่ว่าค้วย กายหรือค้วยวาจา ไห้เกัยรติผูอน เการพไนกวามติคเห็่นของยูอน มอัธยากัย เออเฟ้อเผอแผ่แกะ:มนํ้าไจต่อทุกกน ทำ ไห้!ครับกวามรักจากรูใหญ่ ไค้รับ กวามเการพยำเกรงจากผู้น้อย ทั้งเป็นผู้มั่นกงอยูในกฅัญฌูกตเวทิตาธรรม อย่างสูง โคยเฉพาะ;ต่อพระ;ธุปิซณาย่อาจารย่และ;ผู้มพระ:คุณทั้งปวง แม้จะ: เป็นกฤหัสถ่ก็่มิไค้ลึมบุญคุณ มกวามร้สิกไนบุญคุณและ;หาทางคอบสนอง คุณมิไค้ขาค รับสนองงานและ;ปรนนิบัติรับไซ้คลอคถึงเจริญรอยคามสืบสาน ปฏิปทาของสมเค็่จพระ;อบัซฌาย่กือเจ้าพระ;คุณสมเค็่จพระ;กังฆราช อุฎฐาย มหาเถระ;ไว[ค้อย่างกรบถ้วน ไม่ว่าจะ;เป็นเรํ่องการถึกษาและ;การเผยแผ่รวม ถึงการพัฒนาพระ;อารามทกรองอยู่ ปฏิปทาทั้น่ายกย่องยํ่งของเจ้าประ;คุณสมเคี่จฯ ถึอเป็นรูรักไนการถึกษา ไมอมไนการหากวามรู้ เป็นรูไผ่ไนวิชาการต่างๆ ไซ้เวลาว่างจากภารกิจทั้ น้อยนิคค้วยการอ่านหนังสือเป็นประ;จำ เพํ่มพูนกวามรู้!ห้แก่คัวเองอยู่คลอค เวลา ทำ ไห้มวิกัยทัศน้มกวามติคทแหลมกมและ;แยบยล แม้ว่าอายุจะ;มาก แล้วแต่กี่ไม่เป็นอุปสรรกไนการถึกษาเล่าเรืยน จนกระ;ทั่งสามารถถึกษาจบ ปริญญาเอกไค้เมออายุ ป็เศษ แสคงถึงกวามเป็นพหูสูตกงแก่เรืยน กวามวิริยอุตสาหะ: กวามขยันอตทน และ;กวามมั่นกงแห่งจิตไจ ทำ ไห้!ค้รับ กวามล่าเรืจไนการถึกษาและ;ไนการบริหารงานการถึกษาของกณะ;สงฆค้วยค คลอคมา นับไค้ว่าเจ้าประ;คุณสมเคี่จฯ ไค้รับกวามล่าเรี่จอย่างสูงสูตไนชวิฅ ชวิฅอย่างเจ้าประ;คุณสมเคี่จฯ นั้นเป็นชวิฅทั่ปรารถนาชองบุกกลทั่วไป แต่จะ; ไค้ล่าเร็่จคามปรารถนาทุกกนไปกี่หาไม่ ทั้งนั้ค้วยมเหตุบัจจัยทั้อบรมปมเพาะ;มา ต่างกันและ;มพฤติกรรมทั้แฅกต่างกัน www.kalyanamitra.org

ธรรมสารเทfiนา... พระธรรมกิฅคิวงเ^ การทบุกกล'จะไค้รบกวามเจริญ กวามสุฃ และกวามส์าเรี่'จในร่ง ปรารถนานั้นย่อมมเหคุปิ'จจัยหลายประการเข้ามาสนับสนนชักนำให้เป็นไป ใช่ว่าอยู่ๆ กึ๋ใค้กวามเ'จริญไค้กวามส์าเรี่'จกามต้องการกื่หาไม่ เหกปิ'จจัยทชัก พาไปยู่กวามส์าเรี่'จนั้นท่านเปรยบไว้เหมือนกับล้อของรถ d ล้อทหมุนพาให้ ตัวรถเองและรูโกยสารรวมทั้งล้มภาระทบรรทุกไว้1ปยู่'รุกหมายปลายทางไค้ สะกวกรวกเรี่วไมกกชัก หาก'จะเกินไปหรี่อแบกหามล้มภาระไปเองแม้'จะ สามารถถึง'รุกหมายปลายทางไค้ก'จริง แฅ่ก็่ต้องเหนี่กเหนอยมาก ต้องเถึย เวลาและร้นเปลองมาก ไม่รวกเรี่วทันใ'จเหมือนอย่างอาตัยเกรี่องทุ่นแรง อย่างล้อรถพาไป ข้อนั้ฉันไค บุกกลทจะไต้รับกวามเ'จริญและกวามส์าเรี่'จ กามปรารถนานั้นก็่'จำต้องอาตัยเหตุปิ'จจัยทมืล้กษณะเหมือนล้อรถหมุนพาไป ฉันนั้น เหฅุปิ'จจัยตังกล่าวนั้ทถึาตัญมื <1 ประการ กึอ ถนทั้อยู่ ๑ การ คบหาสมาคม ๑ การวางตัว ๑ บุญเก่า ๑ ทั้ง <i ประการนั้ท่านเรี่ยกว่า \"จกรธรรม\" กือธรรมททำหน้าทเหมือนล้อรถแก่ละล้อนำพายู้มือยู่พร้อมให้ บรรลุถึงรุกหมายปลายทางกือกวามเ'จริญกวามล่าเรี่จทปรารถนาไค[ม'ข้านัก สมต้วยพระบาลพุทธพจนํทปรากฏในจักกสูกร จตุกกนิบาก อังตุกกรนิกาย ทไต้ยกมาเป็นนิปปริยายล้งเขปบทเบองต้นว่า จตตารี่มานิ ภิฤขเว จก.กานิ เป็นอาทิ ใจกวามว่า \"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักรม <i ประการเหล่าน็้ จักร ปอมเป็น ไปแก่เทวดาและมนุษยทั้งหลายยู้ประกอบพร้อมแล้ว ชงเทวดาและมนุษย ผู้ประกอบพร้อมแล้วย่อมถึงความเป็นใหญ่ ถึงความไพบูลย่โนโภคะทั้งหลาย ต่อกาลไม่นานนัก จักร <1 ประการมอะไรบ้าง คือ ปฏิรูปเทสวาสะ 6) ล้ปปริสู!(สสยะ ๑ อตตล้มมาปณิธิ ร) บุพเพกตปุญญตา ร)\" ตังนั้ ในจักรธรรม <1 ประการนั้น ปฏิรูปเทสวาสะ ประการต้น หมายถึง การอยู่ในถนทเหมาะสมหรี่อในสถานททกวรเข้าไปอยู่อาตัย อันถนทเหมาะสม ถึงระตับเป็นปฏิรูปเทสนั้นไต้แก่ ถนทมืล้กบุรุษคือกนกมืคืลธรรมอาตัยอยู่ www.kalyanamitra.org