Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 ตัวจริง9

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 ตัวจริง9

Published by weeradech.mapaet, 2020-07-09 12:54:32

Description: หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2563

Keywords: หลักสูตรวิชาสังคม

Search

Read the Text Version

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 101 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม ชัน้ มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย

หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธิ์พัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 102 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวิชำหน้ำทีพ่ ลเมือง1 รหสั วิชำ ส30241 กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษำปีท่ี 4 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต เวลำ 20 ชวั่ โมง/ภำคเรียน มสี ่วนร่วมและแนะนาผู้อื่นให้อนุรักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะในเรื่องการแสดงความ เคารพการสนทนา การแตง่ กาย การมีสมั มาคารวะเหน็ คณุ คา่ อนุรกั ษ์ สืบสาน ประยกุ ต์และเผยแพร่ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทยปฏบิ ัตติ นเป็นผมู้ ีวนิ ยั ในตนเองในเรื่องความอดทน ใฝห่ าความรู้ และตงั้ ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่าง มีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรม และสนบั สนนุ ให้ผอู้ ื่นแสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ ปฏิบัตติ นเปน็ แบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท ในเรื่องการมรี ะเบยี บวินยั ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเรื่องระเบิดจากข้างใน ไม่ตดิ ตารา บรกิ ารรวมทจี่ ุดเดยี ว ใช้อธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้มี วนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สจุ รติ ขยนั หมนั่ เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ต้งั ใจปฏิบัติหน้าที่ ยอมรบั ผลท่ี เกดิ จากการกระทาของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหากระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนมลี กั ษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ ม่ัน ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ เปน็ พลเมืองดีในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รง เปน็ ประมุข มสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งการปกครอง มวี จิ ารณญาณในการเลือกต้งั และการวิพากษน์ โยบาย สาธารณะ อยูร่ ่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ จดั การความขดั แย้งด้วยสันติวิธี และมีวินัยในตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 1. มีส่วนรว่ มและแนะนาผู้อน่ื ใหอ้ นรุ กั ษ์ และเผยแพรม่ ารยาทไทยสสู่ าธารณะ 2. เห็นคุณค่า อนรุ ักษ์ สืบสาน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และ ภูมปิ ัญญาไทย 3. เป็นแบบอยา่ ง มสี ่วนร่วมในการจดั กิจกรรม และสนบั สนนุ ใหผ้ ้อู ื่นแสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ 4. เปน็ แบบอย่าง ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง รวมทั้งหมด 4 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธพ์ิ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 103 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวิชำหน้ำท่ีพลเมือง 2 รหสั วิชำ ส30242 กล่มุ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษำปที ี่ 4 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรียน ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่างและส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้ผู้อน่ื เปน็ พลเมอื งดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ในเรอื่ งการ เป็นผนู้ าและการเป็นสมาชิกท่ีดี การใช้สทิ ธแิ ละหน้าท่ี การใช้เสรภี าพอยา่ งรบั ผิดชอบ ความกล้าหาญทาง จรยิ ธรรม การเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาสงั คมต่อสาธารณะ การติดตามและประเมินข่าวสารทางการเมือง และการรเู้ ท่าทันสือ่ การมสี ่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง ประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการประชาธปิ ไตยในการ วิพากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะทีต่ นสนใจ มสี ่วนร่วมและตัดสนิ ใจเลือกตั้งอย่างมีวจิ ารณญาณ รู้ทันข่าวสารและร้ทู ันส่ือคาดการณ์เหตุการณ์ ล่วงหนา้ บนพื้นฐานของข้อมลู ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตยส์ จุ ริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจปฏิบตั หิ นา้ ท่ี และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง ยอมรับในอตั ลักษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม เห็นคุณคา่ ของการอย่รู ว่ มกันอย่างสันติ และพง่ึ พาซึ่งกันและกนั ด้วยการเคารพซ่ึงกันและกัน ไม่แสดงกริ ยิ าและวาจาดหู มิน่ ผ้อู ่ืน ช่วยเหลือซึ่งกันและ กัน แบง่ ปนั ปฏิบัติตนเป็นผูม้ ีวินัยในตนเอง ในเรื่องความอดทน ใฝ่หาความรู้ และยอมรับผลทเ่ี กิดจากการ กระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นมลี ักษณะทด่ี ีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มนั่ ใน ศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมขุ มีสว่ นรว่ มทางการเมอื งการปกครอง มวี ิจารณญาณในการเลอื กตงั้ และการวพิ ากษน์ โยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกบั ผู้อ่ืนอย่างสันติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสันตวิ ิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลกำรเรยี นรู้ 5. เป็นแบบอย่างและสง่ เสริมสนบั สนุนให้ผูอ้ ่ืนเปน็ พลเมืองดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย 6. ประยุกตใ์ ช้กระบวนการประชาธปิ ไตยในการวพิ ากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ 7. มีสว่ นรว่ มและตดั สินใจเลือกต้งั อย่างมีวจิ ารณญาณ 8. รทู้ นั ข่าวสารและรูท้ นั สอื่ 9. คาดการณเ์ หตุการณล์ ่วงหนา้ บนพ้นื ฐานของข้อมลู 10. ยอมรบั ในอตั ลกั ษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสงั คมพหุวฒั นธรรม 11. เห็นคณุ ค่าของการอยรู่ ่วมกันอย่างสันติ และพึ่งพาซ่ึงกันและกัน 12. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง รวมท้ังหมด 8 ผลกำรเรียนรู้

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธิ์พฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 104 คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวิชำหนำ้ ทพี่ ลเมือง 3 รหสั วชิ ำ ส30243 กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 5 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรียน มสี ่วนร่วมและแนะนาผู้อื่นให้อนุรกั ษ์และเผยแพร่มารยาทไทยส่สู าธารณะในเร่ืองการแสดงความ เคารพการสนทนา การแต่งกาย การมสี มั มาคารวะเหน็ คณุ คา่ อนุรักษ์ สืบสาน ประยกุ ต์และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทยปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ วี ินยั ในตนเองในเร่ืองความอดทน ใฝ่หาความร้แู ละตั้งใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอย่าง มสี ว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรม และสนบั สนนุ ให้ผ้อู ่ืนแสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่พระบรม ราโชวาท ในเรื่องการมีระเบียบวินัย ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเร่อื งระเบดิ จากข้างใน ไม่ติดตารา บรกิ ารรวมท่จี ดุ เดยี ว ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบตั ิตนเปน็ ผมู้ ีวินยั ใน ตนเอง ในเรื่องความซ่อื สตั ย์สุจริต ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ ยอมรบั ผลท่ีเกิดจาก การกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ มัน่ ใน ศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รง เป็นประมขุ มสี ว่ นร่วมทางการเมืองการปกครอง มีวจิ ารณญาณในการเลือกตง้ั และการวิพากษน์ โยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสนั ติ จัดการความขดั แย้งด้วยสันตวิ ิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 1. มีสว่ นร่วมและแนะนาผู้อน่ื ให้อนุรกั ษ์ และเผยแพร่มารยาทไทยสสู่ าธารณะ 2. เห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และ ภูมิปญั ญาไทย 3. เปน็ แบบอยา่ ง มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนบั สนนุ ใหผ้ ู้อ่ืนแสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ 4. เป็นแบบอยา่ ง ประยุกตแ์ ละเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง รวมท้ังหมด 4 ผลกำรเรียนรู้

หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 105 คำอธิบำยรำยวชิ ำ รำยวชิ ำหน้ำท่พี ลเมือง 4 รหัสวิชำ ส30244 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี 5 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรยี น ปฏิบตั ิตนเปน็ แบบอยา่ งและส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้ผูอ้ ่ืนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ปี ระชาธิปไตย ในเร่อื งการ เปน็ ผูน้ าและการเป็นสมาชิกท่ีดี การใชส้ ทิ ธแิ ละหนา้ ท่ี การใช้เสรภี าพอยา่ งรบั ผิดชอบ ความกลา้ หาญทาง จรยิ ธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปญั หาสังคมต่อสาธารณะ การติดตามและประเมินข่าวสารทางการเมือง และการร้เู ทา่ ทนั ส่อื การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมทางการเมือง ประยกุ ต์ใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการ วพิ ากษป์ ระเด็นนโยบายสาธารณะทต่ี นสนใจ มสี ว่ นรว่ มและตัดสนิ ใจเลอื กต้ังอยา่ งมีวิจารณญาณ รู้ทันขา่ วสาร และรู้ทนั ส่อื คาดการณเ์ หตุการณ์ลว่ งหนา้ บนพ้ืนฐานของข้อมลู ปฏิบตั ิตนเปน็ ผ้มู วี นิ ยั ในตนเอง ในเร่ืองความ ซื่อสตั ย์สุจริต ขยันหมัน่ เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหนา้ ท่ี และยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทาของ ตนเองยอมรับในอัตลกั ษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหวุ ฒั นธรรม เห็นคุณค่าของการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ และพึ่งพาซ่งึ กนั และกนั ด้วยการเคารพซงึ่ กันและกนั ไมแ่ สดงกิรยิ าและวาจาดูหม่นิ ผูอ้ ่ืน ช่วยเหลือ ซึง่ กันและกัน แบง่ ปนั ปฏบิ ัติตนเป็นผูม้ ีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความอดทน ใฝ่หาความรู้ และยอมรบั ผลที่เกิด จากการกระทาของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแก้ปญั หากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพ่ือให้ผเู้ รยี นมลี กั ษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยดึ มั่นใน ศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ เป็นพลเมอื งดีในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมขุ มสี ว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครอง มวี ิจารณญาณในการเลือกตง้ั และการวิพากษ์นโยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกบั ผู้อื่นอย่างสันติ จัดการความขดั แย้งด้วยสันตวิ ิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 5. เปน็ แบบอย่างและส่งเสรมิ สนบั สนุนให้ผอู้ ืน่ เปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย 6. ประยุกตใ์ ชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะท่ตี นสนใจ 7. มสี ่วนร่วมและตัดสนิ ใจเลือกตงั้ อย่างมีวิจารณญาณ 8. รทู้ ันข่าวสารและรู้ทนั สอ่ื 9. คาดการณ์เหตุการณล์ ว่ งหนา้ บนพ้นื ฐานของข้อมลู 10. ยอมรับในอตั ลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหวุ ัฒนธรรม 11. เหน็ คุณคา่ ของการอยูร่ ว่ มกันอย่างสันติ และพง่ึ พาซงึ่ กันและกัน 12. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง รวมท้ังหมด 8 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 106 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวิชำหน้ำท่ีพลเมือง 5 รหสั วิชำ ส30245 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ 6 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน มีสว่ นร่วมและแนะนาผู้อ่ืนให้อนรุ ักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสสู่ าธารณะในเร่ืองการแสดงความ เคารพการสนทนา การแต่งกาย การมสี มั มาคารวะเห็นคณุ ค่า อนุรกั ษ์ สืบสาน ประยุกต์และเผยแพร่ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มีวินยั ในตนเองในเรื่องความอดทน ใฝ่หาความร้แู ละต้ังใจปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ ง มีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรม และสนับสนนุ ให้ผอู้ น่ื แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ ปฏบิ ัติตนเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่พระบรม ราโชวาท ในเรือ่ งการมีระเบียบวนิ ัย ความสามคั คี หลักการทรงงาน ในเรือ่ งระเบิดจากข้างใน ไมต่ ิดตารา บริการรวมทีจ่ ดุ เดยี ว ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ ีวินัยใน ตนเอง ในเรื่องความซอื่ สตั ยส์ ุจริต ขยันหมน่ั เพียร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตัง้ ใจปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ ยอมรับผลท่เี กดิ จาก การกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมลี ักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมน่ั ใน ศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ เปน็ พลเมอื งดีในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รง เปน็ ประมุข มสี ่วนรว่ มทางการเมืองการปกครอง มวี จิ ารณญาณในการเลือกตั้ง และการวิพากษน์ โยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกบั ผู้อน่ื อย่างสนั ติ จัดการความขัดแยง้ ด้วยสันตวิ ิธี และมีวนิ ยั ในตนเอง ผลกำรเรยี นรู้ 1. มีส่วนร่วมและแนะนาผู้อนื่ ใหอ้ นรุ กั ษ์ และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะ 2. เห็นคณุ คา่ อนรุ ักษ์ สืบสาน ประยุกต์ และเผยแพร่ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และ ภูมิปญั ญาไทย 3. เปน็ แบบอย่าง มสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรม และสนบั สนุนให้ผอู้ น่ื แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 4. เป็นแบบอยา่ ง ประยกุ ต์และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง รวมท้ังหมด 4 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธ์พิ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 107 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวชิ ำหน้ำทีพ่ ลเมอื ง 6 รหสั วชิ ำ ส30246 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชัว่ โมง/ภำคเรยี น ปฏิบัตติ นเปน็ แบบอย่างและส่งเสริมสนบั สนุนให้ผู้อ่ืนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย ในเร่ืองการ เปน็ ผนู้ าและการเป็นสมาชิกที่ดี การใชส้ ิทธแิ ละหนา้ ท่ี การใช้เสรีภาพอย่างรับผดิ ชอบ ความกล้าหาญทาง จรยิ ธรรม การเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาสงั คมต่อสาธารณะ การตดิ ตามและประเมินขา่ วสารทางการเมือง และการร้เู ทา่ ทนั ส่อื การมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมทางการเมือง ประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการประชาธปิ ไตยในการ วิพากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะทตี่ นสนใจ มีสว่ นร่วมและตดั สินใจเลือกตั้งอยา่ งมวี ิจารณญาณ รูท้ นั ขา่ วสาร และรู้ทันสือ่ คาดการณ์เหตุการณล์ ่วงหนา้ บนพืน้ ฐานของข้อมลู ปฏิบัตติ นเป็นผ้มู ีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความ ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต ขยันหมน่ั เพยี ร อดทน ใฝห่ าความรู้ ตง้ั ใจปฏิบตั หิ นา้ ที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของ ตนเองยอมรับในอัตลกั ษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสังคมพหวุ ฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่าของการอยู่รว่ มกัน อยา่ งสันติ และพึง่ พาซ่ึงกนั และกันดว้ ยการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกริ ิยาและวาจาดูหม่ินผอู้ ืน่ ชว่ ยเหลือ ซ่ึงกนั และกัน แบ่งปนั ปฏบิ ตั ิตนเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความอดทน ใฝ่หาความรู้ และยอมรบั ผลทีเ่ กิด จากการกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแก้ปญั หากระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เพ่ือให้ผเู้ รยี นมลี กั ษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ เป็นพลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข มสี ่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง มวี จิ ารณญาณในการเลือกต้ัง และการวพิ ากษ์นโยบายสาธารณะ อยรู่ ว่ มกับผูอ้ ่นื อยา่ งสันติ จัดการความขัดแย้งดว้ ยสันตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 5. เปน็ แบบอยา่ งและส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ อู้ ่นื เปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย 6. ประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์ประเดน็ นโยบายสาธารณะท่ตี นสนใจ 7. มสี ่วนรว่ มและตัดสนิ ใจเลอื กต้งั อย่างมีวจิ ารณญาณ 8. รทู้ ันข่าวสารและร้ทู นั ส่ือ 9. คาดการณเ์ หตุการณ์ลว่ งหน้าบนพนื้ ฐานของข้อมูล 10. ยอมรับในอตั ลักษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม 11. เหน็ คุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพึง่ พาซึ่งกันและกนั 12. ปฏิบัติตนเป็นผู้มวี ินัยในตนเอง รวมท้ังหมด 8 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 108 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวิชำกำรป้องกนั กำรทุจริต 1 รหัสวชิ ำ ส31201 กล่มุ สำระกำรเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 4 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรยี น ศกึ ษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG : จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ รู้หน้าท่ขี องพลเมืองและรับผดิ ชอบต่อ สังคม ในการต่อต้านการทุจริต โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแกป้ ัญหา ทักษะการอ่านและการเขียนเพื่อใหม้ ี ความตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการต่อตา้ นและการป้องกันการทจุ รติ ผลกำรเรียนรู้ 1 มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม 2 มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต รวม 2 ผลกำรเรยี นรู้ คำอธิบำยรำยวชิ ำ รำยวชิ ำกำรปอ้ งกนั กำรทจุ รติ 2 รหสั วชิ ำ ส31202 กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 4 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ช่ัวโมง/ภำคเรยี น ศกึ ษาเกย่ี วกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ รติ STRONG : จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจรติ รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ในการตอ่ ต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบตั จิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการเขยี นเพื่อให้มี ความตระหนักและเห็นความสาคัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทจุ ริต ผลกำรเรยี นรู้ 3 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG : จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ 4 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับพลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสงั คม รวม 2 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทบั โพธิพ์ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 109 คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวิชำกำรป้องกนั กำรทุจรติ 3 รหสั วิชำ ส32201 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ช่วั โมง/ภำคเรียน ศกึ ษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ รติ STRONG : จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ รหู้ นา้ ท่ขี องพลเมืองและรับผดิ ชอบตอ่ สังคม ในการตอ่ ต้านการทจุ ริต โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัตจิ รงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแกป้ ญั หา ทกั ษะการอา่ นและการเขียนเพ่ือใหม้ ี ความตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการต่อตา้ นและการป้องกันการทจุ รติ ผลกำรเรยี นรู้ 5 สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้ 6 ปฏิบัติตนเป็นผ้ลู ะอายและไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ทุกรปู แบบ รวม 2 ผลกำรเรยี นรู้ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวชิ ำกำรป้องกนั กำรทจุ ริต 4 รหัสวิชำ ส32202 กลุม่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปที ่ี 5 ภำคเรียนท่ี 2 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรยี น ศึกษาเก่ียวกบั การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชนส์ ว่ นรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ ริต STRONG : จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทจุ ริต รหู้ น้าทข่ี องพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สงั คม ในการตอ่ ตา้ นการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบตั ิจรงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแกป้ ัญหา ทักษะการอ่านและการเขยี นเพื่อใหม้ ี ความตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทจุ รติ ผลกำรเรยี นรู้ 7 ปฏบิ ัติตนเป็นผู้ท่ี STRONG : จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจริต 8 ปฏิบัตติ นตามหน้าท่ีพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม 9 ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการต่อต้านและปอ้ งกันการทจุ ริต รวม 3 ผลกำรเรียนรู้

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธพ์ิ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 110 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวิชำกำรปอ้ งกันกำรทจุ ริต 5 รหัสวิชำ ส33201 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศึกษำปีที่ 6 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ช่ัวโมง/ภำคเรียน ศึกษาเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์สว่ นรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ ริต STRONG : จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจริต รู้หน้าทขี่ องพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคม ในการต่อตา้ นการทจุ ริต โดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝึกปฏบิ ตั ิจรงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกป้ ญั หา ทกั ษะการอ่านและการเขยี นเพื่อใหม้ ี ความตระหนักและเห็นความสาคญั ของการต่อตา้ นและการปอ้ งกนั การทุจรติ ผลกำรเรียนรู้ 1 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับการแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม 2 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ 4 มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม 5 สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์สว่ นรวมได้ 6 ปฏบิ ตั ิตนเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทุจรติ ทกุ รปู แบบ รวม 5 ผลกำรเรยี นรู้

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 111 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวิชำกำรปอ้ งกันกำรทุจริต 6 รหสั วชิ ำ ส33202 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 6 ภำคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต เวลำ 20 ช่วั โมง/ภำคเรียน ศกึ ษาเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม ความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ ริต STRONG : จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ ร้หู นา้ ที่ของพลเมืองและรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ในการต่อต้านการทุจริต โดยใชก้ ระบวนการคิด วเิ คราะห์ จาแนก แยกแยะ การฝกึ ปฏบิ ัติจรงิ การทาโครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแกป้ ญั หา ทักษะการอ่านและการเขยี นเพื่อให้มี ความตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของการต่อต้านและการปอ้ งกนั การทจุ ริต ผลกำรเรยี นรู้ 3 มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ STRONG : จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต 7 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผ้ทู ่ี STRONG : จติ พอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต 8 ปฏิบตั ิตนตามหน้าท่ีพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม 9 ตระหนักและเหน็ ความสาคัญของการต่อตา้ นและป้องกนั การทุจริต รวม 4 ผลกำรเรยี นรู้

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 112 คำอธิบำยรำยวชิ ำ รำยวิชำอำเซียนศกึ ษำ 1 รหัสวชิ ำ ส31281 กล่มุ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศึกษำปที ่ี 4 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชวั่ โมง/ภำคเรียน ศกึ ษาพฒั นาการรวมกลุม่ ของอาเซียน บา้ นเกิดอาเซยี น หลักการพื้นฐานและจุดมุ่งหมายของอาเซยี น กลไกสูค่ วามสาเรจ็ ของอาเซียน ประวตั ศิ าสตรเ์ อเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ ความหลากหลายของอาเซยี น การ ท่องเทย่ี วในเซียนกับการแลกเปล่ียนเรียนรู้กับท้องถ่นิ การสรา้ งสมั พันธไมตรกี ับภาคนี อกอาเซียน กลไกการนา อาเซียนไปสู่ความเสมอภาคและยตุ ธิ รรม การรวมพลงั นาสันตภิ าพสู่อาเซียน การจัดตงั้ ประชาคมอาเซยี น และ การเตรยี มความพร้อมเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนทีย่ ดึ ผู้เรยี นเปน็ ศูนย์กลาง (Child-Centered) เน้นให้ผ้เู รียนไดศ้ กึ ษา คน้ ควา้ ไดฝ้ ึกทักษะการคิดที่หลากหลาย โดยเน้นการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์ ทักษะการ ใช้เทคโนโลยี ทักษะการแก้ปัญหา ทกั ษะการเรียนร้แู ละการพัฒนาตน ทกั ษะพลเมืองในประชาคมอาเซียน เพอื่ ให้ผูเ้ รียนตระหนกั ในอัตลักษณ์อาเซยี นรว่ มกัน เคารพในความแตกตา่ งและหลากหลาย ภมู ิใจในความ เป็นไทยและความเปน็ อาเซียน มีวถิ ชี ีวิตประชาธปิ ไตยและสนั ตวิ ัฒนธรรม และสามารถปรบั ตวั และดาเนิน ชวี ิตอยใู่ นประชาคมอาเซียนได้ ตลอดจนมคี วามรบั ผดิ ชอบทางสังคมในฐานะพลเมืองไทยและพลเมืองอาเซียน ผลกำรเรยี นรู้ 1. อธิบายพฒั นาการ บ้านเกิด หลักการพื้นฐาน และจุดมุง่ หมายของอาเซียนได้ 2. วิเคราะห์ประเดน็ ทีน่ า่ สนใจทางประวตั ิศาสตรข์ องเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ได้ 3. วเิ คราะห์กลไกการดาเนินงานของอาเซยี นกบั ความสาเร็จในการจัดตงั้ ประชาคมอาเซียนได้ 4. วเิ คราะห์ความหลากหลายของอาเซียนที่สง่ ผลตอ่ ความเจรญิ และการดาเนินชวี ิตของชาวอาเซยี นได้ 5. วิเคราะหผ์ ลกระทบของการท่องเท่ียวรูปแบบตา่ งๆ ท่ีส่งผลต่อเศรษฐกิจและสงั คมของอาเซียนได้ รวมท้ังหมด 5 ผลกำรเรียนรู้

หลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธ์ิพัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 113 คำอธิบำยรำยวชิ ำ รำยวิชำอำเซียนศกึ ษำ 2 รหสั วชิ ำ ส31282 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ 4 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรยี น ศึกษา วเิ คราะห์ กาเนิดสมาคมอาสา พฒั นาการของอาเซยี นตง้ั แต่อดีตจนถงึ ปัจจบุ นั ข้อมลู ของประเทศ สมาชิกอาเซียน โครงสรา้ งองคก์ รและกลไกการดาเนนิ งานของอาเซียน 3 เสาหลกั ของประชาคมอาเซยี น การ เตรยี มความพรอ้ มของอาเซยี นในการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียน อปุ สรรคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น บทเรียน จากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศอน่ื บทบาททางการเมือง เศรษฐกจิ ของอาเซียนในสังคมโลก ปัญหา ของอาเซยี นและความพยายามแก้ปญั หาตา่ งๆ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมลู กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการ เผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา เพอื่ ใหเ้ กิดความรูค้ วามเข้าใจ ตระหนักในความสาคญั ของการรวมกลุ่มประเทศสมาชกิ อาเซยี น มีส่วนรว่ มใน การเตรียมความพร้อมของสังคมและประเทศชาตใิ นการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซยี น และปฏิบัตติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ี ของประชาคมอาเซยี นและอยู่รว่ มกนั ในสังคมอาเซยี นอยา่ งปกตสิ ุข ผลกำรเรยี นรู้ 6. อธบิ ายกาเนดิ สมาคมอาสาและพัฒนาการของอาเซยี นตง้ั แตอ่ ดตี จนถึงปจั จบุ นั 7. อธบิ ายเกีย่ วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านตา่ งๆ โครงสร้างองค์กรและกลไกการดาเนินงาน ของอาเซยี นภายใต้กฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น 3 เสาหลกั 8. อธิบายการเตรยี มความพร้อมของอาเซียนในการเขา้ ส่ปู ระชาคมอาเซียน 9. อธบิ ายลกั ษณะสาคญั ของการดาเนินงานตาม 3 เสาหลกั ของประชาคมอาเซียน 10. วเิ คราะหอ์ ปุ สรรคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และแนวทางแก้ไข 11. วเิ คราะหบ์ ทเรียนจากการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของประเทศอื่นเพ่อื เปน็ แนวทางในการพัฒนา ประชาคมอาเซยี น 12. วเิ คราะหบ์ ทบาทของอาเซียนในสังคมโลกในด้านต่างๆ ปญั หาของอาเซียน และแนวทางแกไ้ ข รวมท้ังหมด7 ผลกำรเรียนรู้

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 114 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวิชำอำเซียนศกึ ษำ 3 รหสั วชิ ำ ส32283 กลุม่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 5 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน ศกึ ษา วเิ คราะห์ความรู้เก่ยี วกับอาเซียน (โครงสรา้ งสมาชิกภาพ ความม่งุ ประสงค์ และแนวทาง ปฏบิ ัติ) และการสารวจลกั ษณะทส่ี าคัญ ความสาเร็จ และสิ่งทา้ ทายในอนาคต อตั ลกั ษณ์และความหลากหลาย ของอาเซยี น วฒั นธรรมและความเชอ่ื ความแข็งแกร่งซ่งึ มีอยใู่ นความเหมือนของประชาชน (รายบุคคลหรือ กลมุ่ ) เช่นเดียวกับลักษณะเฉพาะที่แตกตา่ งกัน การเชื่อมโยงโลกและท้องถน่ิ การพัฒนาและแนวโนม้ ของโลก เหตุการณใ์ นท้องถน่ิ ในอาเซยี นท่สี ง่ ผลต่อสภาพการณ์ของโลก ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม หลักการของ ความเสมอภาคและความยตุ ธิ รรม การทางานรว่ มกนั เพ่ืออนาคตทยี่ ่ังยนื ความกดดนั ท่ีเกดิ จากทรัพยากรทีม่ ี อยา่ งจากัดและการเพมิ่ จานวนประชากร และผลกระทบต่อความยั่งยืน บทบาทของผูห้ ญิงอาเซยี น จานวน ประชากรหญิงในอาเซยี น ความเช่อื ทีม่ ผี ลต่อคุณภาพชวี ิตของผหู้ ญงิ และบทบาทของแรงงานหญิงในอาเซยี น ตอ่ ความกา้ วหนา้ ของประเทศ โดยใชก้ ระบวนการการสบื ค้นขอ้ มูล คดิ วเิ คราะห์ กระบวนการกล่มุ กระบวนการแก้ปัญหา และการ อธิบาย ผา่ น 4 ชอ่ งทาง ได้แก่ ประชาชน คอื รายบุคคล กลุ่มชาตพิ นั ธุ์ มรดกทางวฒั นธรรม รฐั บาลและพล เรือน สุขภาพ ความปลอดภัย บทบาททางเพศ และบทบาทระหวา่ งชน้ั อายุ ภายในครอบครวั และสงั คม สถานที่ คอื ลักษณะทางกายภาพ ลกั ษณะภมู ิประเทศ ระบบนเิ วศ ภูมิอากาศ ผลกระทบจากพลังธรรมชาติ ต่างๆ สอื่ คือ สิ่งท่ีเปน็ รปู ธรรม เชน่ เครอื่ งอุปโภคบรโิ ภค สิง่ ประดษิ ฐ์ งานหตั ถกรรม งานศลิ ป์ และ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ แนวคิด คอื ศาสนา ระบบความเช่อื ปรชั ญา คา่ นิยม โลกทัศน์ รูปแบบการปกครอง เทคโนโลยี การยอมรบั และการปรบั ตัว เพือ่ ใชว้ เิ คราะหส์ ถานการณ์ท่ีซับซอ้ นและสามารถตอบสนองไดอ้ ย่างเหมาะสม สามารถสร้างอนาคตท่ี มงั่ ค่งั สนั ติสุข และยัง่ ยืนของอาเซียน ปฏบิ ตั ติ ่อกนั ด้วยหลักธรรมาภิบาล ยอมรับความแตกตา่ ง เห็นคุณค่า ของอัตลักษณ์และความหลากหลายของอาเซียน ผลกำรเรียนรู้ 1. อธบิ ายขอ้ มูลพ้นื ฐานเก่ยี วกบั ประชาคมอาเซียนได้ 2. เห็นคณุ คา่ ของอัตลกั ษณ์และความหลากหลายของประชาคมอาเซียน 3. วิเคราะห์ความเชือ่ มโยงของโลกและท้องถน่ิ ได้ 4. วเิ คราะหค์ วามเสมอภาคและความยุตธิ รรมที่เกิดขึน้ ในประชาคมอาเซียน 5. วิเคราะหก์ ารทางานร่วมกันเพ่ืออนาคตท่ยี ่ังยืนของอาเซียน 6. วิเคราะหบ์ ทบาทของผหู้ ญิงท่มี สี าคัญต่อความกา้ วหนา้ ของประเทศในประชาคมอาเซียน รวม 6 ผลกำรเรียนรู้

หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 115 คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวิชำอำเซียนศึกษำ 4 รหสั วชิ ำ ส32284 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ 5 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรียน ศึกษา วเิ คราะห์ กาเนดิ สมาคมอาสา พัฒนาการของอาเซยี นตัง้ แต่อดีตจนถึงปัจจบุ ัน ข้อมูลของ ประเทศสมาชิกอาเซียน โครงสรา้ งองค์กรและกลไกการดาเนินงานของอาเซียน 3 เสาหลักของประชาคม อาเซยี น การเตรยี มความพร้อมของอาเซยี นในการเข้าสปู่ ระชาชนอาเซียน อุปสรรคในการเขา้ ส่ปู ระชาคม อาเซียน บทเรียนจากการรวมกล่มุ เศรษฐกิจของประเทศอ่ืน บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซยี นใน สงั คมโลก ปญั หาของอาเซียนและความพยายามแก้ปัญหาต่างๆ โดยใช้กระบวานการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมลู กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแก้ไขปัญหา เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรแู้ ละความเข้าใจ ตระหนกั ในความสาคญั ของการรวมกลุ่มประเทศสมาชกิ อาเซยี น มสี ว่ นร่วมในการเตรยี มความพร้อมของสังคมและประเทศชาตใิ นการเขา้ สปุ่ ระชาคมอาเซยี น และปฏิบตั ติ น เปน็ สมาชิกทีด่ ีขแงประชาคมอาเซียน และอยูร่ ่วมกนั ในสังคมอาเซียนอย่างปกติสุข ผลกำรเรียนรู้ 1. อธบิ ายข้อมูลพ้นื ฐานเกยี่ วกับประชาคมอาเซยี นได้ 2. เหน็ คณุ ค่าของอตั ลักษณแ์ ละความหลากหลายของประชาคมอาเซยี น 3. วิเคราะหค์ วามเชอ่ื มโยงของโลกและท้องถ่ินได้ 4. วเิ คราะหค์ วามเสมอภาคและความยุตธิ รรมท่ีเกิดขึน้ ในประชาคมอาเซยี น 5. วิเคราะห์การทางานร่วมกันเพ่อื อนาคตทยี่ ่ังยนื ของอาเซียน 6. วิเคราะหบ์ ทบาทของผู้หญิงท่ีมีสาคัญต่อความกา้ วหนา้ ของประเทศในประชาคมอาเซียน รวม 6 ผลกำรเรียนรู้

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธ์ิพัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 116 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวิชำอำเซียนศกึ ษำ 5 รหัสวิชำ ส33285 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ 6 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรียน ศึกษา สืบค้นประวตั ิความเป็นมา พัฒนาการประชาคมอาเซียน กลไกอาเซยี น กฎบัตรอาเซียน วิสยั ทศั น์ วตั ถุประสงค์ เปา้ หมาย โครงสร้าง กลไกการบริหารงาน ความเปน็ มาของชาตสิ มาชิกในเรอื่ ง การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สงั คมและวัฒนธรรม อาเซยี นกบั การรวมตัวเปน็ ประชาคมอาเซยี น ความ รว่ มมือในการกา้ วไปสูก่ ารเป็นประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน หรอื AECและ อาเซียนกับความสมั พนั ธ์ภายนอก อาเซยี น โดยการบูรณาการ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการทางาน กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด กระบวนการสบื ค้นจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยใชส้ ื่อเทคโนโลยี เพือ่ ใหเ้ กิดค่านยิ ม ตระหนัก เจตนคติในการเปน็ สมาชิกทด่ี ี การเขา้ มามีสว่ นรว่ มเป็นสว่ นหนึง่ ของ ประชาคมอาซียน รู้แนวโนม้ ทิศทางการเปลย่ี นแปลงทางประชาสังคมวัฒนธรรม ปรับตนในการเปน็ พลเมืองท่ี ดภี ายใตก้ ฎบัตรของอาเซียนสามารถดารงชวี ิตในยุคโลกาภวิ ตั น์ไดอ้ ย่างเหมาะสม ผลกำรเรียนรู้ 1.มีความรู้เขา้ ใจประวัตคิ วามเป็นมา ความสาคัญ ววิ ัฒนาการ ของกล่มุ อาเซียนสกู่ ารพฒั นาเป็น ประชาคมอาเซยี น 2.มีความรเู้ ขา้ ใจกลไกอาเซียน กฎบตั รอาเซียน การประชุมสดุ ยอดผ้นู าอาเซยี นซง่ึ เปน็ การกาหนดทิศ ทางการดาเนนิ งานของประชาคมอาเซยี น 3.มคี วามรู้เข้าใจ วิเคราะหก์ ารดาเนนิ งานของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (ASEAN Economic Community-AEC) เพื่อใหภ้ ูมภิ าคอาเซียนมีความมนั่ คง ม่ังคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมภิ าคอน่ื ๆ ได้ 4.มีความรูเ้ ข้าใจ เก่ียวกับอาเซยี นกบั ความสัมพันธ์ภายนอกอาเซียน หลกั การและเหตุผลของ ประเทศค่เู จรจา ทงั้ อาเซยี น +3 อาเซียน +6 และความสมั พนั ธ์ของอาเซียนกับองคก์ รอ่ืนๆ รวมท้ังหมด 4 ผลกำรเรียนรู้

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธ์พิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 117 คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวชิ ำอำเซียนศึกษำ 6 รหสั วิชำ ส33286 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชวั่ โมง/ภำคเรียน ศึกษา วิเคราะห์ กาเนิดสมาคมอาสา พฒั นาการของอาเซียนต้ังแตอ่ ดีตจนถงึ ปจั จบุ นั ข้อมูลของ ประเทศสมาชิกอาเซยี น โครงสรา้ งองค์กรและกลไกการดาเนนิ งานของอาเซียน 3 เสาหลักของประชาคม อาเซยี น การเตรยี มความพร้อมของอาเซียนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อปุ สรรคในการเขา้ ส่ปู ระชาคม อาเซยี น บทเรียนจากการรวมกลมุ่ เศรษฐกิจของประเทศอื่น บทบาททางการเมือง เศรษฐกิจของอาเซียนใน สังคมโลก ปัญหาของอาเซียนและความพยายามแก้ปญั หาต่างๆ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสบื คน้ ข้อมลู กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแกป้ ญั หา เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ ตระหนักในความสาคญั ของการรวมกลมุ่ ประเทศสมาชิกอาเซยี น มสี ว่ น ร่วมในการเตรยี มความพร้อมของสงั คมและประเทศชาติในการเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียน และปฏบิ ัตติ นเป็น สมาชกิ ทีด่ ขี องประชาคมอาเซียนและอย่รู ่วมกันในสงั คมอาเซยี นอย่างปกติสุข ผลกำรเรียนรู้ 1. อธบิ ายกาเนดิ สมาคมอาสาและพฒั นาการของอาเซียนตง้ั แตอ่ ดตี จนถึงปจั จบุ ัน 2. อธิบายเกยี่ วกบั ประเทศสมาชิกอาเซยี นในดา้ นต่างๆ โครงสรา้ งองค์กรและกลไกการดาเนินงาน ของอาเซียนภายใต้กฎบตั รอาเซียน และประชาคมอาเซยี น 3 เสาหลัก 3. อธิบายการเตรยี มความพรอ้ มของอาเซยี นในการเขา้ ส่ปู ระชาคมอาเซียน 4. อธบิ ายลกั ษณะสาคญั ของการดาเนนิ งานตาม 3 เสาหลักของประชาคมอาเซยี น 5. วิเคราะห์อปุ สรรคในการเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น และแนวทางแก้ไข 6. วิเคราะหบ์ ทเรียนจากการรวมกลุม่ เศรษฐกจิ ของประเทศอ่ืนเพือ่ เป็นแนวทางในการพฒั นา ประชาคมอาเซียน 7. วเิ คราะห์บทบาทของอาเซียนในสงั คมโลกในดา้ นต่างๆ ปัญหาของอาเซียน และแนวทางแก้ไข รวมทั้งหมด7 ผลกำรเรยี นรู้

หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 118 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำพน้ื ฐำน ชนั้ มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 119 โครงสร้ำงรำยวชิ ำ รำยวิชำสงั คมศกึ ษำ 1 รหสั วิชำ ส31101 กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ่ี 4 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลำ 40 ช่วั โมง/ภำคเรยี น ท่ี ช่อื หน่วยกำรเรียนรู้ มฐ. ตัวช้ีวดั สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลำ นำ้ หนัก (ช่ัวโมง) คะแนน 1 ปฐมนิเทศ - -ชี้แจงขอ้ ตกลงเกี่ยวกบั โครงสร้าง 1 - รายวชิ า -ข้อตกลงระหวา่ งเรียน -การเกบ็ คะแนน 2 ประวัตแิ ละ ส1.1 ม.4- - วเิ คราะหส์ ังคมชมพทู วีป และคติ 2 2 ความสาคญั ของ 6/1 ความเชอ่ื ทางศาสนาสมัยก่อน พระพุทธศาสนา พระพุทธเจา้ หรอื สงั คมสมยั ของ ศาสดาทตี่ นนบั ถอื -วเิ คราะห์ พระพุทธเจ้าในฐานะ 3 2 ส1.1ม.4-6/2 เปน็ มนุษย์ผ้ฝู กึ ตนได้อย่างสูงสดุ ใน การตรสั รู้ การกอ่ ตั้ง วิธีการสอน และการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา หรอื วเิ คราะหป์ ระวตั ศิ าสดาที่ตน นับถือ ตามท่ีกาหนด -วิเคราะห์ข้อปฏิบตั ิทางสายกลางใน พระพทุ ธศาสนา หรือแนวคดิ ของ 3 2 ส1.1ม.4-6/4 ศาสนาทต่ี นนับถือ ตามทกี่ าหนด - วเิ คราะห์การพัฒนาศรทั ธา และ ปญั ญาทถี่ ูกต้องในพระพุทธศาสนา หรอื แนวคิดของศาสนาทต่ี นนับถือ ตามทก่ี าหนด 3 - พทุ ธประวัติ พทุ ธ ส1.1ม.4- -วเิ คราะห์ข้อคิดและแบบอย่าง การ 4 6 สาวก พทุ ธสาวกิ า 6/14 ดาเนินชวี ติ จากประวตั สิ าวก ชาดก ชาดกและชาวพุทธ เรอ่ื งเลา่ และศาสนิกชนตัวอย่าง ตัวอย่าง ตามท่ีกาหนด

หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 120 ที่ ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ มฐ. ตัวชี้วดั สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลำ นำ้ หนัก (ชว่ั โมง) คะแนน 4 หลักธรรมทาง ส1.1 ม.4- -วิเคราะหห์ ลกั ธรรมในกรอบ พระพุทธศาสนา 6/13 4 8 อรยิ สัจ 4 หรือหลกั คาสอนของ 3 4 5 พุทธศาสนสุภาษิต ส1.1 ม.4 ศาสนาท่ีตนนับถือ 1 20 คาศัพท์ทาง -6/15 -วเิ คราะห์คุณค่าและความสาคัญ 5 4 ของการสงั คายนา พระไตรปิฎก พระพุทธศาสนา และ หรอื คมั ภรี ข์ องศาสนาทตี่ นนับถอื 4 4 และการเผยแผ่ พระไตรปฎิ ก ทบทวนและทดสอบกลำงภำค 6 สังคมและวฒั นธรรม ส 2.1 ม.4-6 - โครงสร้างทางสังคม /2 - การจดั ระเบยี บทางสังคม ส 2.1 ม.4-6 - สถาบนั ทางสังคม /5 -การขัดเกลาทางสงั คม -การเปลี่ยนแปลงทางสงั คม -การแก้ปัญหาและแนวทางการ พัฒนาทางสังคม - ความหมายและความสาคัญของ วฒั นธรรม - ลักษณะและ ความสาคญั ของ วัฒนธรรมไทยทส่ี าคัญ - การปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงและ อนรุ กั ษ์วฒั นธรรมไทย - ความแตกต่างระหว่างวฒั นธรรม ไทยกบั วัฒนธรรมสากล -แนวทางการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรม ไทยทด่ี ีงาม -วิธีการเลือกรบั วฒั นธรรมสากล -แนวทางการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรม ไทยทีด่ ีงาม -วธิ ีการเลอื กรับวฒั นธรรมสากล

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 121 ท่ี ชือ่ หน่วยกำรเรียนรู้ มฐ. ตัวชี้วดั สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลำ น้ำหนัก (ชัว่ โมง) คะแนน 7 สงั คมประชาธปิ ไตย ส 2.1 - คุณลกั ษณะพลเมืองดีของ 4 8 และสทิ ธิมนุษยชน ม.4-6 /3 ประเทศชาติ และสงั คมโลก เชน่ 10 -เคารพกฎหมาย และกตกิ าสังคม 30 100 -เคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเอง และบุคคลอนื่ -มีเหตผุ ล รบั ฟังความคิดเหน็ ของ ผู้อืน่ -มคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง สงั คม ชมุ ชน ประเทศชาตแิ ละ สงั คม -เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางการเมือง การปกครอง -มีสว่ นร่วมในการป้องกนั แก้ไข ปัญหาเศรษฐกจิ สังคมการเมือง การปกครอง ส่งิ แวดล้อม - มคี ุณธรรมจริยธรรม ใชเ้ ปน็ ตัวกาหนดความคิด - ความหมาย ความสาคัญ แนวคดิ และหลักการของสทิ ธิ มนษุ ยชน ส 2.1 - บทบาทขององคก์ รระหว่าง 5 ม.4-6 /4 ประเทศในเวทีโลกทม่ี ีผลต่อประ ทศไทย - สาระสาคัญของปฏญิ ญาสากลวา่ ด้วยสิทธมิ นุษยชน - บทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจั จบุ ัน เกย่ี วกบั สทิ ธิมนุษยชน ปญั หาสทิ ธิ มนุษยชนในประเทศ และแนวทาง แก้ปัญหาและพัฒนา ทบทวนและทดสอบปลายภาค 1 รวมตลอดปี/ภาค 40

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทบั โพธ์พิ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 122 โครงสร้ำงรำยวิชำ รำยวชิ ำสังคมศึกษำ 2 รหสั วิชำ ส31102 กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศกึ ษำปีที่ 4 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลำ 40 ช่ัวโมง/ภำคเรียน ท่ี ชือ่ หน่วยกำร มฐ. ตัวชี้วัด สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลำ น้ำหนัก เรยี นรู้ - (ชั่วโมง) คะแนน ส 1.2 -ชีแ้ จงข้อตกลงเกย่ี วกบั โครงสรา้ ง 1 ปฐมนเิ ทศ ม.4-6/1 รายวชิ า 1 - -ขอ้ ตกลงระหว่างเรยี น 2 4 2 หนา้ ทช่ี าวพุทธ ส1.2 -การเก็บคะแนน และมารยาทชาว ม.4-6/3 1 2 พุทธ - ปฏบิ ัตติ นเปน็ ชาวพทุ ธท่ดี ตี ่อ พระภกิ ษุ - การเขา้ ใจในกิจของพระภิกษุ เช่น การศกึ ษา การปฏิบัติธรรม และ การเปน็ นักบวชท่ีดี - คณุ สมบัติทายกและปฏคิ าหก - การปกป้องคมุ้ ครอง พระพุทธศาสนาของพุทธบรษิ ัทใน สงั คมไทย - การปฏบิ ตั ิตนต่อพระภกิ ษุทางกาย วาจา และใจ ท่ปี ระกอบด้วยเมตตา - การปฏิสันถารทีเ่ หมาะสมต่อ พระภิกษุ ในโอกาสตา่ ง ๆ - ปฏิบตั ิตนเป็นสมาชกิ ท่ีดีของ ครอบครัวและสังคม - การรกั ษาศลี 8 - การเขา้ ร่วมกจิ กรรมและเปน็ สมาชกิ ขององค์กรชาวพุทธ - การเปน็ ชาวพุทธทดี่ ี ตามหลักทศิ เบื้องบน ในทิศ 6 - การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธ์ิพัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 123 ที่ ชือ่ หน่วยกำร มฐ.ตัวช้ีวดั สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลำ น้ำหนักก เรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ส 1.2 - ประเภทของศาสนพธิ ีใน 3 วันสาคัญทาง ม.4-6/2 พระพุทธศาสนา 4 4 ส 1.2 - ศาสนพิธีเนอ่ื งด้วยพทุ ธบัญญตั ิ พระพุทธศาสนา ม.4-6/4 เช่น พิธแี สดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ 3 4 พธิ เี วียนเทียน ถวายสังฆทาน ถวาย และศาสนพธิ ี ผา้ อาบนา้ ฝน พธิ ีทอดกฐิน พิธี 4 8 ปวารณา เป็นต้น 4 การบรหิ ารจติ และ ส1.2 - ศาสนพิธีท่ีนาพระพุทธศาสนา การเจรญิ ปญั ญา ม.4-6/20 เขา้ ไปเก่ียวเน่ือง เชน่ การทาบญุ เลย้ี งพระในโอกาสตา่ งๆ - ความหมาย ความสาคญั คติธรรม ในพิธีกรรม บทสวดมนตข์ อง นักเรียน งานพิธี คุณคา่ และ ประโยชน์ - คณุ ค่าและประโยชนข์ องศาสนพิธี - หลกั ธรรม/คติธรรมทเ่ี ก่ียวเนือ่ ง กับวันสาคัญ และเทศกาลทส่ี าคญั ใน พระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาอ่ืน - การปฏิบตั ิตนทีถ่ กู ต้องในวัน สาคญั และเทศกาลที่สาคัญใน พระพุทธศาสนา หรือศาสนาอนื่ - สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา - รูแ้ ละเขา้ ใจวธิ ปี ฏิบตั ิและ ประโยชน์ของการบริหารจิตและ เจรญิ ปัญญา - ฝึกการบริหารจติ และเจริญ ปญั ญาตามหลกั สตปิ ัฎฐาน - นาวธิ ีการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปญั ญาไปใช้ในการพฒั นาการเรยี นรู้ คุณภาพชีวติ และสังคม

หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธิพ์ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 124 ที่ ชอ่ื หน่วยกำร มฐ.ตัวช้ีวดั สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลำ นำ้ หนกั เรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน ส1.2 พฒั นาการเรียนร้ดู ้วยวิธคี ดิ แบบ 5 พระพทุ ธศาสนา ม.4-6/19 โยนโิ สมนสิการ 10 วธิ ี (เนน้ วิธคี ิด 3 4 แบบแยกแยะสว่ นประกอบ แบบ กบั การแก้ปัญหา สามญั ลักษณะ แบบเปน็ อยู่ 1 20 ในขณะปัจจุบนั และแบบวภิ ัชชวาท 4 8 และการพฒั นา ) 2 2 ทบทวนและทดสอบกลางภาค 2 4 6 การเมืองการ ส2.2 - การปกครองตามระบอบ ปกครอง ม.4-6/3 ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ ทรงเปน็ ประมุข - รปู แบบของรฐั - ฐานะและพระราชอานาจของ พระมหากษัตริย์ - ปัญหาการเมืองสาคญั ท่เี กดิ ขึน้ ส2.2 ภายในประเทศ ม.4-6/1 - สถานการณก์ ารเมืองการ ปกครอง ของสงั คมไทย - อิทธพิ ลของระบบการเมืองการ ปกครองทม่ี ีผลต่อการดาเนินชวี ิต - การประสานประโยชนร์ ่วมกนั ระหว่างประเทศ เช่น การสร้าง ส2.2 ความสมั พนั ธร์ ะหว่างไทยกับ ม.4-6/1 ประเทศต่าง ๆ - การแลกเปลย่ี นเพื่อช่วยเหลือ และส่งเสรมิ ด้านวัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกจิ สงั คม

หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธพิ์ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 125 ท่ี ช่ือหน่วยกำร มฐ.ตัวชี้วดั สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลำ นำ้ หนัก เรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน 7 ความรู้เบ้ืองตน้ ส2.1 - กฎหมายเพ่งเกีย่ วกบั นิตกิ รรม 12 10 เกี่ยวกบั กฎหมาย ม.4-6/1 สัญญา เช่น ซ้อื ขาย ขายฝาก เช่าทรัพย์ เช่าซ้อื กู้ยืมเงิน จานา จานอง - กฎหมายอาญา เช่น ความผิด เกย่ี วกบั ทรัพยค์ วามผิดเก่ียวกับชีวิต และร่างกาย - กฎหมายอื่นทีส่ าคัญ เชน่ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปจั จบุ นั กฎหมายการรับ ราชการทหาร กฎหมายภาษีอากร กฎหมายคมุ้ ครองผู้บริโภค - ข้อตกลงระหวา่ งประเทศ เชน่ ปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสทิ ธิมนษุ ยชน กฎหมายมนุษยธรรมระหว่าง ประเทศ ส 2.2 - การตรวจสอบการใชอ้ านาจรัฐ ม.4-6 /4 ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร ไทย ฉบบั ปจั จบุ นั ทีม่ ีผลตอ่ การ เปลย่ี นแปลงทางสงั คม เชน่ การ ตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ การตรวจสอบโดยประชาชน ทบทวนและทดสอบปลายภาค 1 30 รวมตลอดป/ี ภาค 40 100

หลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธพิ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 126 โครงสร้ำงรำยวชิ ำ รำยวิชำสงั คมศกึ ษำ 3 รหสั วชิ ำ ส32101 กลุ่มสำระกำรเรียนรูส้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชัน้ มัธยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลำ 40 ชั่วโมง/ภำคเรียน ที่ ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลำ นำ้ หนกั 1 พระพทุ ธ เรยี นร้ตู ัวชี้วัด ( ชั่วโมง) คะแนน 2 หลักธรรมทาง ส1.1ม.4-6/2 -ลกั ษณะประชาธิปไตยใน 42 พระพุทธศาสนา ส1.1ม.4-6/6 พระพุทธศาสนากบั หลัก ส1.1ม.4-6/7 วิทยาศาสตร์ การฝกึ ฝน ส1.1ม.4-6/8 และการพฒั นาตนเอง การ พ่งึ ตน เองและการมงุ่ อสิ รภาพ -การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า 2 4 การก่อต้ังพระพุทธศาสนา และชาดก(มโหสถชาดก) ส1.1ม.4-6/13 -พระรัตนตรยั และอริยสัจ4 2 4 เช่น :ทุกข์(ขนั ธ5์ ,โลกธรรม8) :สมทุ ยั (กรรมนยิ าม,มจิ ฉา วณิชชา5) :นโิ รธ(วิมุตติ5) :มรรค(อปรหิ า,นยิ ธรรม7, ปาปณกิ ธรรม3, ทิฏฐธมั มกิ ัตถ, สงั วัตตนกิ ธรรม4, โภคอาทยิ ะ5,อรยิ วัฑฒ5ิ และมงคล38)

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธิพ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 127 ท่ี ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลำ น้ำหนัก เรียนร้ตู ัวช้ีวัด ( ช่ัวโมง) คะแนน 3 โครงสรา้ งทาง ส3.1ม.4-6/1 -ระบบเศรษฐกจิ ของโลก 22 เศรษฐกิจ ปจั จุบัน -ตลาดและประเภทของ 24 ตลาด -อปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน 24 -การกาหนดค่าจา้ ง บทบาท 2 2 ของรฐั ในการแทรกแซงราคา 4 การพฒั นาเศรษฐกิจ ส3.1ม.4-6/2 -ปญั หาการพฒั นาประเทศ 2 4 กบั แผนพัฒนาฉบับปัจจุบนั กบั ปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง ทบทวนและทดสอบกลางภาค 1 20 5 พุทธศาสนสุภาษิต ส1.1ม.4-6/13 -พุทธศาสนาสภุ าษิตเช่น 2 4 :ปฏริ ูปการี ธุรวา อฏุ ฺ ฐาตา 2 4 6 พุทธสาวกและชาว วนิ ฺทเต ธน 2 4 พุทธตัวอยา่ ง :วายเมเถว ปุริโส ยาว อตฺถสสฺ นปิ ฺปาทา 7 พระไตรปฎิ ก :สนตฺ ฏุ ฐี ปรม ธน :อิณาทาน ทุกขฺ โลเก ส1.1ม.4-6/14 -พุทธสาวก พุทธสาวกิ า เช่น พระอนรุ ทุ ธะ,พระองคุลี มาล,พระธัมมทินนาเถรี, จิตตคหบดี,สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช พทุ ธทาสภิกขุ, พระปัญญานันทภกิ ขุ, ดร.เอม็ เบดการ์ ส1.1ม.4-6/15 -วิธกี ารศึกษาและคน้ คว้า พระไตรปิฎก การสงั คายนา และการเผยแพร่ พระไตรปฎิ ก

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธ์พิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 128 ที่ ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลำ นำ้ หนกั เรยี นรตู้ ัวชี้วดั ( ช่ัวโมง) คะแนน 8 เหตนุ ากรรมสง่ ส1.1ม.4-6/16 -ตัวอยา่ งผลที่เกดิ จากการทา 2 2 ความดคี วามชัว่ 9 เศรษฐกิจพอเพียง ส3.1ม.4-6/2 -การวางแผนพฒั นา 2 2 2 2 เศรษฐกิจและสังคมฉบบั 2 2 ปัจจบุ ันกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจ 2 2 2 2 พอเพยี ง 1 30 -การะประยุกตใ์ ชเ้ ศรษฐกิจ พอเพียง 10 สหกรณ์ กบั การ ส3.1ม.4-6/3 -วิวฒั นาการของสหกรณ์ พัฒนาเศรษฐกจิ ความหมาย ความสาคัญ หลักการของสหกรณ์ ตัวอยา่ งประเภทของ สหกรณใ์ นประเทศไทย 11 ปญั หาเศรษฐกิจ ส3.1ม.4-6/4 -ปญั หาเศรษฐกิจและ แนวทางในการพฒั นา เศรษฐกจิ ในชมุ ชน -การรวมกล่มุ ที่ประสบ ความสาเร็จในการ แกป้ ญั หาทางเศรษฐกจิ ใน ชมุ ชน ทบทวนและทดสอบปลายภาค รวมท้ังหมด 40 100

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 129 โครงสร้ำงรำยวชิ ำ รำยวชิ ำสังคมศกึ ษำ 4 รหสั วิชำ ส32102 กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 5 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลำ 40 ชั่วโมง/ภำคเรียน ลาดับที่ ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐาน สาระสาคัญ/ เวลา นา้ หนกั เรยี นรู้ การเรียนรู้ ความคดิ รวบยอด ( ชวั่ โมง) คะแนน ตัวชว้ี ัด -หลกั ธรรม คติธรรม การ 2 4 1 วันสาคัญทาง ส1.2ม.4- ปฏิบัติตนทถี่ กู ต้องในวนั 2 2 สาคญั และเทศกาลใน พระพทุ ธศาสนา 6/4 พระพทุ ธศาสนา 4 4 2 โยนิโสมนสกิ าร ส1.1ม.4- -พฒั นาการเรยี นรูด้ ว้ ยวธิ คี ิด 2 2 6/19 แบบโยนิโสมนสิการ(เนน้ 4 4 วธิ คี ิดแบบแยกแยะ 3 การบรหิ ารจิต ส1.1ม.4- ส่วนประกอบและแบบ 2 2 และการเจรญิ 6/20,21 วภิ ัชชวาท ปญั ญา -ร้แู ละเขา้ ใจวธิ ปี ฏบิ ัตแิ ละ 4 หน้าท่ชี าวพทุ ธ ส1.2ม.4- ประโยชน์ของการบรหิ าร 6/1 จติ และการเจรญิ ปญั ญา หลักธรรมสาคัญในการอยู่ 5 เศรษฐกิจ ส3.2ม.4- รว่ มกนั อย่างสนั ติสุข ภาครฐั บาล 6/1 -การปฏบิ ัตติ นเปน็ ชาว พทุ ธทดี่ ีต่อพระภกิ ษแุ ละ ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ดี ี ของครอบครัวและสังคม -นโยบายการเงนิ การคลัง ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ของ ประเทศบทบาทนโยบาย การเงนิ การคลงั ของรัฐ และแนวทางการแกป้ ญั หา ของนโยบาย การเงนิ การคลงั -รายรบั -รายจา่ ยของรัฐท่มี ี ผลต่องบประมาณ หน้ี สาธารณะการพฒั นาทาง เศรษฐกิจและคุณภาพ ของประชาชน

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธ์ิพัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 130 -ความหมาย สาเหตุ 2 4 ผลกระทบที่เกดิ จากภาวะ เศรษฐกจิ เชน่ เงินฝืด 1 2 เงินเฟ้อ 1 20 -ตัวชวี้ ดั ความเจริญเติบโต 4 4 ทางเศรษฐกิจเชน่ GDP,GNP 1 2 ทบทวนและทดสอบกลำงภำค 6 ศาสนพิธี ส1.2ม.4- -ความสาคัญและคติธรรม 7 พทุ ธมามกะ 6/2 ในศาสนพธิ ี บทสวดมนต์ ของนักเรยี น งานพธิ ี คุณคา่ ส1.2ม.4- และประโยชน์ พธิ ี 6/3 บรรพชาอปุ สมบท -การแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ 8 สมั มนา ส1.1ม.4- -ความสาคญั ของ 2 4 2 2 พระพุทธศาสนา 6/12 พระพทุ ธศาสนากับ 1 2 1 2 การเมืองและสันติภาพ 2 2 4 4 ส1.2ม.4- -การปลกู จิตสานกึ และการ 1 2 6/5 มสี ว่ นรว่ มในสงั คมพุทธ 9 การเปิดเสรีทาง ส1.2ม.4- -ววิ ัฒนาการปจั จัยทาง เศรษฐกิจในยุค 6/2 เศรษฐกจิ ที่มีผลตอ่ การเปิด โลกาภวิ ัฒน์ เสรที างเศรษฐกิจของ ประเทศ -ผลกระทบของการเปดิ เสรี ทางเศรษฐกิจ -การคา้ การลงทนุ ระหวา่ ง ประเทศ บทบาทของ องค์กรระหวา่ งประเทศใน เวทีการเงินโลก 10 เศรษฐกจิ ส3.2ม.4- -แนวคดิ ทีเ่ กย่ี วข้องกบั ระหว่างประเทศ 6/3 การคา้ ระหว่างประเทศและ บทบาทขององค์การความ รว่ มมือทางเศรษฐกิจที่ สาคัญในภมู ภิ าคตา่ งๆของ โลก -ปัจจยั ต่างๆและตัวอยา่ ง

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธ์พิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 131 เหตุการณท์ ่ีนาไปสกู่ าร 12 พ่ึงพา การแข่งขนั การ 1 30 ขดั แยง้ การประสานงาน 40 100 ประโยชน์ทางเศรษฐกจิ -ผลกระทบจากการดาเนิน กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และ วิธีการกดี กันทางการคา้ ใน การค้าระหวา่ งประเทศ ทบทวนและทดสอบปลายภาค รวมทงั หมด

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธิ์พัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 132 โครงสร้ำงรำยวิชำ รำยวชิ ำสงั คมศกึ ษำ 5 รหัสวิชำ ส33101 กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ 6 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลำ 40 ชวั่ โมง/ภำคเรยี น ท่ี ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มฐ.ตวั ช้วี ดั สาระสาคญั / เวลา นา้ หนัก ความคิดรวบยอด (ชั่วโมง) คะแนน 1 ประวตั ิและความสาคัญ ส1.2 - ประวตั ิและความสาคญั ของ 68 ของพระพทุ ธศาสนา มาตรฐาน 1.3 พระพุทธศาสนา ทเ่ี ปน็ ศาสตร์แห่ง การศกึ ษา วธิ ีการแก้ปัญหา 2 ประวัติพุทธสาวก พุทธ มาตรฐาน 1.2 - ประวัตพิ ระอานนท์ พระปฏาจาราเถรี 4 4 สาวกิ า มาตรฐาน 1.3 นางจูฬสภุ ัททา นายสุมนมาลาการ 4 4 3 ประวตั ชิ าวพุทธตัวอย่าง มาตรฐาน 1.2 -พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้า 2 4 มาตรฐาน 1.3 เจ้าอยหู่ ัว พระโพธญิ าณเถร 1 20 (ชา สภุ ทโฺ ท) พระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยตุ โต) ทา่ นอนาคาริก ธรรมปาละ 4 ชาดกเรื่อง มหาชนก มาตรฐาน 1.2 - ศกึ ษามหาชนกชาดก มาตรฐาน 1.3 ทบทวนและสอบกลางภาค 5 พฒั นาการและเคร่ืองมือ มาตรฐาน 5.1 - พฒั นาการทางภูมศิ าสตร์ 4 6 6 8 ที่ใชใ้ นการศึกษาทาง - เครอื่ งมือทใ่ี ช้ในการศึกษาทาง 6 8 ภูมศิ าสตร์ ภูมศิ าสตร์ 6 8 6 ภูมิลกั ษณข์ องโลก มาตรฐาน 5.2 - ความรเู้ บื้องตน้ ปัจจัยท่ีทาให้เกดิ ลักษณะทางภมู ลิ ักษณ์ของโลก - ทร่ี าบ ที่ราบสงู ภูเขา หบุ เขา 7 ภูมิลักษณ์ของประเทศ มาตรฐาน 5.2 - ความร้เู บอื้ งตน้ ทาเลที่ตั้ง ขนาดพืน้ ที่ ไทย การแบ่งเขตการปกครอง ภมู ิศาสตร์ ภาคเหนือ 8 เขตภมู ลิ กั ษณใ์ นภาค มาตรฐาน 5.2 ความรเู้ บอ้ื งต้น ทาเลท่ีตั้ง ขนาดพน้ื ที่ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื การแบ่งเขตการปกครอง ภมู ิศาสตร์ภาค ตะวันออกเฉียงเหนอื สอบปลายภาค 1 30 รวมทั้งหมด 40 100

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 133 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวชิ ำสงั คมศึกษำ 6 รหัสวชิ ำ ส33102 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ช้นั มธั ยมศึกษำปที ี่ 6 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต เวลำ 40 ชว่ั โมง/ภำคเรยี น ที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มฐ.ตัวชวี้ ดั สาระสาคญั / เวลา น้าหนกั ความคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน 1 หลักธรรมทางพุทธ ส1.1 ม.4-6/11 - พระรัตนตรยั อรยิ สจั 4 ขันธ์ 5 4 4 ศาสนา ส1.1 ม.4-6/12 อธปิ ไตย 3 สาราณียธรรม 6 ทศพธิ ราชธรรม 10 วปิ ัสสนาญาณ 9 2 มงคลชีวติ 38 ส1.1 ม.4-6/13 - ความเพยี รเผากเิ ลส ประพฤติ- 4 4 พทุ ธศาสนสภุ าษิต ส1.1 ม.4-6/14 พรหมจรรย์ คาศัพท์ทางพทุ ธ - พทุ ธศาสนสภุ าษติ ศาสนา คาศัพท์ทางพุทธศาสนา 3 พระตรัยปิฎกและ ส1.1 ม.4-6/15 - พระสทั ธรรม 3 44 เรอ่ื งนา่ ร้จู ากพระ ส1.1 ม.4-6/16 - เรอ่ื งนา่ รู้เกยี่ วกบั มหาสาโรปม ตรัยปฎิ ก สูตร 4 การบรหิ ารจิตและ ส1.1 ม.4-6/17 - การบริหารจิตเพื่อพฒั นาคุณภาพ 6 6 การเจริญปญั ญา ส1.1 ม.4-6/18 ชีวิตตามหลกั สติปฏั ฐาน 4 การคดิ แบบโยนิโสฯ - การเจริญปญั ญา หลกั โยนิโส มนสกิ าร 5 หน้าทช่ี าวพุทธ ส1.1 ม.4-6/19 - บทบาทของพุทธบริษทั 4 44 มารยาทชาวพุทธ ส1.1 ม.4-6/20 - ทศิ 6 การปฏบิ ัติตนตอ่ พระสงฆ์ - การเขา้ ค่ายคุณธรรม 6 พระพุทธศาสนากับ ส1.2 ม.4-6/1 - ผลกระทบจากการพฒั นาท่ีขาด 4 4 การพฒั นาที่ย่ังยนื พทุ ธธรรม ทบทวนและสอบกลางภาค 1 20 7 เขตภูมลิ กั ษณ์ใน ส1.2ม.4-6/2ส1.2 ความรเู้ บือ้ งต้น ทาเลท่ตี ง้ั ขนาด 4 6 ภาคกลาง ม.4-6/4 พน้ื ที่ การแบ่งเขตการปกครอง ภมู ิศาสตร์ภาคกลาง 8 เขตภมู ลิ ักษณ์ใน ส1.2ม.4-6/5 ความรเู้ บอ้ื งต้น ทาเลทตี่ ั้ง ขนาด 4 6 ภาคตะวนั ออก ส5.2ม.4-6/1 พื้นที่ การแบ่งเขตการปกครอง ภมู ศิ าสตรภ์ าคตะวันออก

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 134 ท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ มฐ.ตัวชี้วดั สำระสำคัญ/ เวลำ นำ้ หนกั ควำมคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) คะแนน 9 เขตภมู ลิ ักษณ์ใน ส5.2ม.4-6/2 ความร้เู บ้ืองต้น ทาเลทตี่ ัง้ ขนาด 46 ภาคตะวันตก ส5.2ม.4-6/3 พ้ืนที่ การแบง่ เขตการปกครอง ภมู ศิ าสตร์ภาคตะวนั ตก 46 1 30 10 เขตภูมิลักษณ์ใน ส5.2ม.4-6/4 ความรู้เบื้องต้น ทาเลทต่ี ัง้ ขนาด 40 100 ภาคใต้ ส5.2ม.4-6/5 พ้นื ที่ การแบง่ เขตการปกครอง ภมู ิศาสตรภ์ าคใต้ ทบทวนและสอบปลายภาค รวมตลอดภาค

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธ์พิ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 135 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวชิ ำประวตั ศิ ำสตร์สำกล 1 รหัสวิชำ ส33161 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ่ี 5 ภำคเรียนที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชัว่ โมง/ภำคเรียน ลำดบั มำตรฐำน เวลำ นำ้ หนกั ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน ช่ือหนว่ ยกำรเรยี น กำรเรยี นรู้ / สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด 2 12 ตัวช้ีวดั 2 12 1 เวลาและการแบ่งยุค ส 4.1 ม.4- เวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตรข์ อง สมัยทาง 6 12 ประวตั ศิ าสตร์สากล 6/1 สังคมมนษุ ย์ทม่ี ีปรากฏในหลักฐานทาง 1 20 ประวัติศาสตร์สากล ทาให้ได้ข้อมูลท่ีแสดง 4 8 ถงึ การเปลีย่ นแปลงของมนุษยชาติ 4 6 2 การสรา้ งองคค์ วามรู้ ส 4.1 ม.4- การสร้างองคค์ วามรู้ใหมท่ าง 1 30 ใหมท่ าง 20 100 ประวตั ศิ าสตร์สากล 6/2 ประวัติศาสตร์สากล โดยใช้วิธีการทาง ประวตั ิศาสตรอ์ ย่างเป็นระบบ ย่อมทา ใหผ้ ลการศึกษาน้ันมีคณุ คา่ และเป็นท่ี ยอมรบั ในวงวิชาการ 3 อารยธรรมของโลก ส 4.2 ม.4- อารยธรรมลุ่มแมน่ ้าไทกรีส-ยูเฟรทสี ไนล์ ยคุ โบราณ 6/1 หวางเหอ สินธุ และอารยธรรมกรีก โรมนั และการตดิ ต่อระหว่างโลกตะวนั ออกและ ตะวันตก มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมตอ่ กัน และมีผลต่อ การพฒั นาและเปลีย่ นแปลงของโลก สอบกลางภาค 4 เหตุการณส์ าคัญทาง ส 4.2 ม.4- เหตุการณส์ าคัญในโลกตะวันตกและ ประวัติศาสตรท์ ่ีมีผล ตอ่ โลกปัจจุบนั 6/2 ตะวันออก การขยายและการลา่ อาณา 5 สถานการณส์ าคญั ม.4-6/3 นคิ มของประเทศในยุโรปไปยังทวปี ของโลกใน คริสต์ศตวรรษ อเมริกา แอฟรกิ า และเอเชียส่งผลตอ่ การ ท่ี 21 เปลยี่ นแปลงทางสงั คม เศรษฐกจิ และ การเมืองเข้าสโู่ ลกสมัยปจั จุบัน ส 4.2 ม.4- สถานการณ์ของโลกยุคปจั จบุ ันมีปัญหาท้งั 6/4 ทางด้านการเมอื ง การขาดแคลน ทรัพยากร การก่อการร้าย และการต่อต้าน การก่อการรา้ ย ความขดั แย้งทางศาสนา สง่ ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยขู่ อง มนษุ ย์ สอบปลายภาค รวมทัง้ หมด

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทบั โพธ์พิ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 136 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวิชำประวัติศำสตร์สำกล 2 รหัสวชิ ำ ส33162 กลุม่ สำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรยี นท่ี 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ช่ัวโมง/ภำคเรยี น ลาดบั มาตรฐานการ เวลา น้าหนัก ที่ (ชว่ั โมง) คะแนน ช่อื หน่วยการเรียน เรยี นรู้ / สำระสำคัญ/ควำมคดิ รวบยอด 2 12 ตวั ช้ีวัด 2 12 1 เวลาและการแบง่ ยุค ส 4.1 เวลาและยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตรข์ อง 6 12 สมัยทาง ประวัตศิ าสตรส์ ากล ม.4-6/1 สงั คมมนุษย์ทม่ี ปี รากฏในหลักฐานทาง 1 20 4 8 ประวัตศิ าสตร์สากล ทาให้ได้ขอ้ มลู ท่ีแสดง 4 6 ถึงการเปลีย่ นแปลงของมนุษยชาติ 1 30 2 การสรา้ งองคค์ วามรู้ ส 4.1 การสร้างองค์ความรู้ใหมท่ าง 20 100 ใหม่ทาง ประวตั ศิ าสตร์สากล ม.4-6/2 ประวตั ิศาสตร์สากล โดยใช้วธิ กี ารทาง ประวตั ิศาสตร์อย่างเปน็ ระบบ ย่อมทา ใหผ้ ลการศึกษานนั้ มีคุณคา่ และเป็นท่ี ยอมรบั ในวงวชิ าการ 3 อารยธรรมของโลก ส 4.2 อารยธรรมลมุ่ แมน่ า้ ไทกรสี -ยเู ฟรทีส ไนล์ ยุคโบราณ ม.4-6/1 หวางเหอ สนิ ธุ และอารยธรรมกรกี โรมนั และการติดต่อระหวา่ งโลกตะวนั ออกและ ตะวนั ตก มีอิทธพิ ลทางวฒั นธรรมตอ่ กนั และมผี ลต่อ การพัฒนาและเปล่ยี นแปลงของโลก สอบกลางภาค ส 4.2 เหตุการณ์สาคัญในโลกตะวนั ตกและ ม.4-6/2 ตะวนั ออก การขยายและการลา่ อาณา 4 เหตุการณ์สาคัญทาง ม.4-6/3 นิคมของประเทศในยโุ รปไปยังทวปี ประวตั ิศาสตร์ อเมริกา แอฟริกา และเอเชียสง่ ผลต่อการ 5 สถานการณ์สาคญั เปล่ยี นแปลงทางสงั คม เศรษฐกิจ และ ของโลก การเมืองเข้าสโู่ ลกสมยั ปจั จุบัน ส 4.2 สถานการณ์ของโลกยุคปจั จบุ ันใน ม.4-6/4 ครสิ ต์ศตวรรษที่ 21 มปี ญั หาทงั้ ทางดา้ น การเมือง การขาดแคลนทรพั ยากร การก่อ การรา้ ย และการต่อต้านการกอ่ การรา้ ย ความขัดแย้งทางศาสนา สง่ ผลกระทบต่อ สภาพความเป็นอยู่ของมนษุ ย์ สอบปลายภาค รวมทัง้ หมด

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธพ์ิ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 137 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวิชำประวตั ศิ ำสตรไ์ ทย 1 รหัสวิชำ ส33163 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 6 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชัว่ โมง/ภำคเรียน ลาดบั ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐาน สำระสำคญั /ควำมคิดรวบยอด เวลา น้าหนัก ที่ เรยี น การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน / ตวั ช้ีวดั 1 เวลา และยุคสมยั ส 4.1 ม. การกาหนดเวลา ยุคสมัย การนบั และเทียบ 2 12 ทาง 4-6/1 ศกั ราชในประวัติศาสตรไ์ ทย ทาใหส้ ามารถ ประวตั ศิ าสตร์ ศึกษาและเรยี งลาดบั เหตกุ ารณต์ า่ งๆ ใน ไทย ประวัติศาสตรไ์ ด้ รวมท้ังมีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงจากอดตี สปู่ จั จุบนั และคาดการณใ์ น อนาคตเข้าดว้ ยกนั ได้ 2 การสร้างองค์ ส 4.1 ม. การสรา้ งองค์ความรู้ใหมท่ างประวตั ิศาสตร์ 2 12 ความรู้ใหม่ทาง 4-6/2 ไทย โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัตศิ าสตรอ์ ยา่ งเป็น ประวัตศิ าสตร์ ระบบ ยอ่ มทาใหผ้ ลการศกึ ษาน้ันมีคุณค่าและ ไทย เปน็ ทยี่ อมรบั ในวงวิชาการ 3 วิเคราะห์ประเดน็ ส 4.3 ม. การศึกษาประเดน็ ทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย 6 12 สาคญั ทาง 4-6/1 นอกจากฝึกกระบวนการวิเคราะหแ์ ลว้ ยังทา 1 20 4 8 ประวตั ศิ าสตร์ ม. 4-6/2 ให้เกดิ องค์ความรูใ้ หมท่ างประวัติศาสตร์ และ 4 6 ไทย ตระหนักถึงความสาคัญของสถาบัน 1 30 พระมหากษัตรยิ ์ตอ่ ชาติไทย 20 100 สอบกลางภาค 4 ผลงานของบุคคล ส 4.3 ม. บุคคลสาคญั ที่มสี ่วนสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทย สาคญั ในการ 4-6 /4 และประวัตศิ าสตร์ไทย มีทงั้ ชาวไทยและชาว สรา้ งสรรค์ ตา่ งประเทศ ชาวไทยทุกคนควรศึกษาผลงาน ชาตไิ ทย และยกย่องทา่ น และนาไปเป็นแบบอยา่ งใน การปฏิบตั ิตน 5 การสรา้ งสรรค์ ส 4.3 ม. วิถีการดารงชีวติ และภูมปิ ญั ญาของคนไทยใน วัฒนธรรมและ 4-6 /3 แต่ละยุคสมัย มกี ารปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงให้ ภูมิปัญญาไทย ม. 4-6 /5 เขา้ กับสภาพแวดลอ้ ม ซ่ึงมีผลต่อการ สร้างสรรคภ์ มู ิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย จึงมีความจาเป็นทชี่ าวไทย จะต้องรว่ มมอื กนั อนุรกั ษภ์ ูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย สอบปลายภาค รวมทงั้ หมด

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทบั โพธิพ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 138 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวิชำประวัติศำสตร์ไทย 2 รหัสวชิ ำ ส33164 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 6 ภำคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชัว่ โมง/ภำคเรียน ลาดั ช่ือหน่วยการ มาตรฐาน สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนัก บท่ี เรียน การเรยี นรู้ / (ช่ัวโมง) คะแนน 1 เวลา และยคุ ตวั ช้วี ัด 2 12 สมยั ทาง ประวตั ศิ าสตร์ ส 4.1 การกาหนดเวลา ยคุ สมยั การนับ และเทยี บ 2 12 ไทย ม. 4-6/1 ศักราชในประวัติศาสตร์ไทย ทาให้สามารถศกึ ษา 6 12 2 การสร้างองค์ ความรใู้ หมท่ าง และเรียงลาดับเหตุการณต์ ่างๆ ในประวตั ิศาสตร์ 1 20 ประวตั ิศาสตร์ 4 8 ไทย ได้ รวมท้ังมีความสมั พันธ์เชอ่ื มโยงจากอดีตสู่ 4 6 3 วิเคราะห์ ปจั จุบัน และคาดการณ์ในอนาคตเข้าด้วยกนั ได้ ประเด็นสาคัญ 1 30 ทาง ส 4.1 การสร้างองคค์ วามรู้ใหมท่ างประวัติศาสตร์ไทย 20 100 ประวตั ศิ าสตร์ ไทย ม. 4-6/2 โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างเปน็ ระบบ สอบกลางภาค ย่อมทาใหผ้ ลการศึกษานน้ั มีคุณค่าและเป็นที่ 4 ผลงานของ บคุ คลสาคญั ใน ยอมรบั ในวงวชิ าการ การสร้างสรรค์ ชาตไิ ทย ส 4.3 การศกึ ษาประเดน็ ทางประวัติศาสตรไ์ ทย 5 การสรา้ งสรรค์ ม. 4-6/1 นอกจากฝึกกระบวนการวเิ คราะห์แล้ว ยงั ทาให้ วัฒนธรรมและ ภมู ปิ ญั ญาไทย ม. 4-6/2 เกิดองคค์ วามรู้ใหม่ทางประวัตศิ าสตร์ และ ตระหนักถึงความสาคัญของสถาบัน พระมหากษัตรยิ ์ตอ่ ชาติไทย ส 4.3 บุคคลสาคัญทมี่ สี ่วนสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมไทย ม. 4-6 /4 และประวตั ศิ าสตร์ไทย มีทั้งชาวไทยและชาว ตา่ งประเทศ ชาวไทยทุกคนควรศึกษาผลงานและ ส 4.3 ยกย่องท่าน และนาไปเป็นแบบอยา่ งในการ ม. 4-6 /3 ปฏิบตั ติ น ม. 4-6 /5 วิถีการดารงชีวติ และภูมปิ ญั ญาของคนไทยในแต่ ละยุคสมยั มีการปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงใหเ้ ข้ากบั สภาพแวดลอ้ ม ซ่งึ มผี ลต่อการสร้างสรรคภ์ มู ิ ปญั ญาไทยและวัฒนธรรมไทย จึงมคี วามจาเป็นท่ี ชาวไทย จะต้องรว่ มมือกันอนุรักษภ์ ูมิปญั ญาและ วฒั นธรรมไทย สอบปลายภาค รวมท้ังหมด

หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 139 โครงสร้ำงรำยวิชำเพม่ิ เติม ช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธ์พิ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 140 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวชิ ำหนำ้ ที่พลเมือง 1 รหัสวิชำ ส30241 กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี 4 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ช่ัวโมง/ภำคเรยี น ลำดับ ชื่อหน่วยกำร ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน นำ้ หนัก ท่ี เรียนรู้ ควำมคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) (คะแนน) 1 ยุวทตู มารยาท 1.มีส่วนรว่ มและ มารยาทไทย 4 20 ไทย แนะนาผู้อน่ื ใหอ้ นุรักษ์ การแสดงความเคารพ และเผยแพร่มารยาท การสนทนา ไทยสู่สาธารณะ การแตง่ กาย การมสี มั มาคารวะ 2 สืบสานมรดก 2.เหน็ คณุ ค่าอนุรักษ์ ขนบธรรมเนียม 5 20 ไทย สบื สานประยุกต์และ ประเพณี เผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมและภูมิ ขนบธรรมเนียม ปัญญาไทย ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและภมู ิ ปัญญาไทย 3 รวมใจภักดิ์รัก 3.เปน็ แบบอย่าง มี การปฏบิ ตั ิตนท่ี 5 25 ชาติ ศาสน์ ส่วนรว่ มในการจดั แสดงออกถึงความรัก กษัตรยิ ์ กจิ กรรมและสนบั สนนุ ชาติ การยึดมน่ั ใน ใหผ้ ู้อ่นื แสดงออกถึง ศาสนา การเทิดทูน ความรักชาตยิ ดึ มน่ั ใน สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 4 ตามรอยพ่อ 4.เปน็ แบบอย่าง 1.พระบรมราโชวาท 5 25 หลวง ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่ -การมีระเบยี บวนิ ัย พระบรมราโชวาท - ความสามัคคี หลกั การทรงงานและ 2. หลกั การทรงงาน หลกั ปรชั ญาของ - ระเบิดจากขา้ งใน เศรษฐกิจพอเพียง - ไมต่ ดิ ตารา - บรกิ ารรวมท่ีจุดเดยี ว - ใชอ้ ธรรมปราบ อธรรม รวมระหว่างปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) 19 90 ปลายภาค/ปลายป(ี ทดสอบคุณลักษณะ) 1 10 20 100 รวมท้ังหมด

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทับโพธิ์พฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 141 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวิชำหน้ำท่พี ลเมือง 2 รหสั วิชำ ส30242 กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปที ี่ 4 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน ลำดับที่ ช่ือหน่วยกำร ผลกำร สำระสำคญั / จำนวน นำ้ หนกั เรียนรู้ เรยี นรู้ ควำมคิดรวบยอด (ช่ัวโมง) (คะแนน) 1 พลเมอื งดีตาม ข้อ5. พลเมืองดตี ามวิถีประชาธิปไตย 5 25 วิถี - การเป็นผู้นาและการเป็นสมาชิก ประชาธิปไตย ทีด่ ี - การใชส้ ิทธิและหนา้ ท่ี - การใช้เสรีภาพอยา่ งรับผดิ ชอบ - ความกลา้ หาญ - การเสนอแนวทาง ติดตาม ข่าวสาร และมสี ่วนร่วมทางการ เมือง 2 กระบวนการ ขอ้ 6. กระบวนการประชาธิปไตย 5 25 ประชาธิปไตย ข้อ7 - การประยุกต์ใช้กระบวนการ ขอ้ 8 ประชาธปิ ไตย - การมสี ่วนร่วมและตัดสินใจ เลอื กตั้ง - การรู้ทันขา่ วสารและการรเู้ ทา่ ทนั สื่อ - การคาดการณ์เหตุการณล์ ่วงหน้า 3 ความ ข้อ9 ความปรองดองสมานฉนั ท์ 4 20 ปรองดอง ขอ้ 10 -อตั ลกั ษณใ์ นสังคมพหุวัฒนธรรม สมานฉันท์ ข้อ 11 -การอยู่ร่วมกนั ในสงั คมพหุ วฒั นธรรม 4 การแก้ปัญหา ข้อ 11 การแก้ปัญหาโดยสนั ตวิ ิธี 4 10 โดยสันตวิ ิธี -การแก้ปัญหาความขัดแยง้ โดย สนั ติวธิ ี -การสร้างเครอื ขา่ ย 5 ความมีวนิ ยั ใน ข้อ 12 คุณลกั ษณะของผูม้ ีวินยั ในตนเอง 2 10 ตนเอง (บูรณาการ 4 หน่วย) รวมระหวา่ งปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) 19 90 ปลายภาค/ปลายป(ี ทดสอบคุณลกั ษณะ) 1 10 รวมทั้งหมด 20 100

หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นทับโพธิ์พัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 142 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวิชำหน้ำทพี่ ลเมอื ง 3 รหัสวชิ ำ ส30243 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 5 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรียน ลำดับ ชื่อหน่วยกำร ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน น้ำหนกั ที่ เรยี นรู้ ควำมคดิ รวบยอด (ช่วั โมง) (คะแนน) 1 สร้างสรรคส์ ังคม ขอ้ 1 ความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่ 6 30 6 30 และเสยี สละต่อสังคม 7 30 2 รักความเปน็ ไทย ขอ้ 2 - การปฏิบตั ิตนที่ 19 90 ขอ้ 3 แสดงออกถึง 1 10 20 100 - ความรกั ชาติ - การยดึ มนั่ ในศาสนา - การเทดิ ทูนสถาบัน พระมหากษัตรยิ ์ 3 คาพ่อสอน ขอ้ 4 - พระบรมราโชวาท - การมีระเบียบวนิ ัย - ความสามัคคี - หลกั การทรงงาน - ระเบดิ จากขา้ งใน - ไม่ติดตารา - บรกิ ารรวมท่จี ุดเดยี ว - ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม รวมระหวา่ งปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) ปลายภาค/ปลายป(ี ทดสอบคุณลกั ษณะ) รวมท้งั หมด

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 143 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวชิ ำหน้ำทพ่ี ลเมือง 4 รหัสวชิ ำ ส30244 กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ี่ 5 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน ลำดบั ช่อื หน่วยกำร ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน น้ำหนกั ท่ี เรียนรู้ ควำมคดิ รวบยอด (ช่ัวโมง) (คะแนน) 1 พลเมอื งดีตามวถิ ี ขอ้ 5 1.พลเมอื งดตี ามวิถี 3 20 ประชาธปิ ไตย ประชาธิปไตย 2 ประชาธปิ ไตยใน ข้อ 6 2.การประยกุ ต์ใช้ 4 20 ฝัน กระบวนการประชาธปิ ไตย ในการวพิ ากษป์ ระเด็น นโยบายสารธารณะ 3 การเลอื กต้ัง ขอ้ 7 3.การมีสว่ นรว่ มและการ 4 15 ตัดสนิ ใจเลอื กตั้งอยา่ งมี วิจารญาณ 4 เหตุการณโ์ ลก ขอ้ 8,9,10 4. รเู้ ท่าทนั ข่าวสารและการ 4 15 ร้ทู ันสือ่ 5. การคาดการณ์ เหตกุ ารณล์ ่วงหน้าบน พ้นื ฐานของข้อมูล 5 สนั ตวิ ธิ ี ข้อ 11,12 6. การแกป้ ัญหาความ 4 20 ขดั แย้งโดยสันตวิ ิธี - การเจรจาไกลเ่ กล่ีย - การเจรจาตอ่ รอง - การระงับความขัดแย้ง 7. การสร้างเครอื ข่ายการ ปอ้ งกนั ปัญหาความขัดแย้ง รวมระหวา่ งปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) 19 90 ปลายภาค/ปลายปี(ทดสอบคุณลักษณะ) 1 10 รวมทง้ั หมด 20 100

หลักสูตรกลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 144 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวิชำหน้ำทพ่ี ลเมอื ง 5 รหัสวิชำ ส30245 กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้สู งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 6 ภำคเรยี นที่ 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรยี น ลำดบั ชือ่ หน่วยกำร ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคญั / จำนวน น้ำหนกั ท่ี เรยี นรู้ ควำมคดิ รวบยอด (ชั่วโมง) (คะแนน) 1 สร้างสรรคส์ ังคม 1. มสี ว่ นร่วมและแนะนาผู้อื่น ความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ 6 30 6 30 ใหอ้ นุรักษ์ และเผยแพร่ และเสียสละต่อสังคม 7 30 มารยาทไทยสสู่ าธารณะ 2 รักความเป็น 2. เหน็ คุณคา่ อนุรักษ์ สืบ - การปฏิบัตติ นท่ี ไทย สาน ประยุกต์ และเผยแพร่ แสดงออกถึง ขนบธรรมเนียม ประเพณี - ความรักชาติ ศิลปวฒั นธรรม และภูมิ - การยึดมัน่ ในศาสนา ปญั ญาไทย - การเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ 3 คาพ่อสอน 3. เป็นแบบอยา่ ง มสี ว่ นรว่ ม - พระบรมราโชวาท ในการจัดกจิ กรรม และ - การมรี ะเบยี บวินยั สนับสนุนใหผ้ อู้ นื่ แสดงออกถึง - ความสามัคคี ความรักชาติ - หลักการทรงงาน ยึดม่นั ในศาสนา และเทิดทูน - ระเบดิ จากข้างใน สถาบันพระมหากษตั ริย์ - ไม่ตดิ ตารา 4. เปน็ แบบอยา่ ง ประยุกต์ - บรกิ ารรวมท่ีจุดเดียว และเผยแพร่ พระบรม - ใช้อธรรมปราบอธรรม ราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง รวมระหว่างปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) 19 90 ปลายภาค/ปลายป(ี ทดสอบคุณลกั ษณะ) 1 10 20 100 รวมท้ังหมด

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทบั โพธิพ์ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 145 โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ รำยวชิ ำหน้ำทพ่ี ลเมือง 6 รหัสวชิ ำ ส30246 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 6 ภำคเรยี นที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรยี น ลำดบั ชื่อหน่วยกำร ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคญั / จำนวน นำ้ หนัก ที่ เรยี นรู้ ควำมคิดรวบยอด (ชั่วโมง) (คะแนน) 1 พลเมอื งดตี าม ขอ้ 5 พลเมอื งดีตามวถิ ี 3 20 วถิ ี ประชาธปิ ไตย ประชาธิปไตย 2 ประชาธปิ ไตยใน ขอ้ 6 การประยุกต์ใช้กระบวนการ 4 20 ฝัน ประชาธปิ ไตยในการ วพิ ากษ์ประเดน็ นโยบาย สารธารณะ 3 การเลือกตงั้ ขอ้ 7 การมสี ว่ นร่วมและการ 4 15 ตัดสินใจเลอื กตั้งอย่างมี วิจารญาณ 4 เหตุการณโ์ ลก ขอ้ 8,9,10 1. รเู้ ทา่ ทันข่าวสารและการ 4 15 รู้ทันสอื่ 2. การคาดการณ์ เหตกุ ารณ์ลว่ งหนา้ บน พืน้ ฐานของข้อมลู 5 สนั ติวธิ ี ขอ้ 11,12 1. การแก้ปัญหาความ 4 20 ขัดแย้งโดยสนั ตวิ ธิ ี - การเจรจาไกล่เกลย่ี - การเจรจาตอ่ รอง - การระงบั ความขดั แย้ง 2. การสร้างเครือข่ายการ ป้องกนั ปัญหาความขดั แยง้ รวมระหวา่ งปี(สอบกลางภาคนอกตาราง) 19 90 ปลายภาค/ปลายปี(ทดสอบคุณลักษณะ) 1 10 รวมท้ังหมด 20 100

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทบั โพธิพ์ ัฒนวิทย์ พ.ศ.2563 146 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวิชำกำรป้องกนั กำรทุจรติ 1 รหัสวิชำ ส31201 กล่มุ สำระกำรเรียนร้สู ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี 4 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกติ เวลำ 20 ช่ัวโมง/ภำคเรยี น ลำ ชื่อหน่วยกำร ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน น้ำหนกั ดับท่ี เรียนรู้ ควำมคดิ รวบยอด ช่ัวโมง คะแนน 1 การคดิ แยกแยะ ขอ้ 1 มคี วามรู้ ความ การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ 10 25 ระหวา่ ง เข้าใจเกี่ยวกับการ สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชนส์ ่วน แยกแยะระหว่าง - การคดิ แยกแยะ ตนและ ผลประโยชน์สว่ นตน - ระบบคิดฐาน 2 ผลประโยชน์ กบั ผลประโยชน์ - ระบบคิดฐาน 10 สว่ นรวม ส่วนรวม - ความแตกตา่ งระหว่างจรยิ ธรรม และการทุจริต (สงั คม) สอบกลางภาค 1 20 8 25 2 ความละอายและ ขอ้ 2 มคี วามรู้ ความ ความละอายและความไมท่ นต่อการ ความไม่ทนตอ่ เข้าใจเกยี่ วกับความ ทุจรติ การทุจริต ละอายและความไม่ - การทาการบา้ น/ชิ้นงาน ทนต่อการทุจริต - การทาเวร/การทาความสะอาด - การสอบ - กจิ กรรมนักเรยี น (โรงเรียน) สอบปลายภาค 1 30 รวมทงั้ หมด 20 100

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนทับโพธพิ์ ฒั นวทิ ย์ พ.ศ.2563 147 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวชิ ำกำรป้องกนั กำรทุจริต 2 รหัสวิชำ ส31202 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ 4 ภำคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน ลำ ชื่อหน่วยกำร ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคญั / จำนวน น้ำหนกั ดับท่ี เรียนรู้ ควำมคดิ รวบยอด ชวั่ โมง คะแนน 3 STRONG / จิต 3 มีความรู้ ความ STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้าน 10 25 พอเพียงต่อต้าน เข้าใจเกย่ี วกับ การทจุ ริต - ความพอเพยี ง การทุจรติ STRONG : จติ พอเพียงต่อตา้ นการ - ความโปรง่ ใส ทจุ รติ - ความตืน่ รแู้ ละความรู้ - การตอ่ ต้านทจุ ริต - มุง่ ไปข้างหน้า - ความเอื้ออาทร สอบกลางภาค 1 20 4 พลเมอื งกับความ 4 มีความรู้ ความ พลเมอื งกับความรับผิดชอบต่อ 8 25 รบั ผิดชอบต่อ เขา้ ใจเกีย่ วกับ สงั คม สงั คม พลเมืองและมคี วาม - การเคารพสิทธิหนา้ ท่ีต่อ รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ตนเองและผู้อื่น - ระเบยี บ กฎ กติกา กฎหมาย - ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและ ผอู้ น่ื - ความเปน็ พลเมือง - ความเปน็ พลโลก * สัมมนา สุนทรพจน์ สอบปลายภาค 1 30 รวมทั้งหมด 20 100

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทบั โพธ์พิ ฒั นวิทย์ พ.ศ.2563 148 โครงสร้ำงรำยวิชำ รำยวิชำกำรปอ้ งกันกำรทุจรติ 3 รหสั วิชำ ส32201 กลุม่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 5 ภำคเรียนท่ี 1 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชวั่ โมง/ภำคเรียน ลำ ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน นำ้ หนกั ดับที่ ควำมคดิ รวบยอด ช่วั โมง คะแนน 1 การคดิ แยกแยะ การคิดแยกแยะระหวา่ ง 10 25 ผลประโยชน์ส่วนตนและ ระหว่างผลประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนรวม - การคิดแยกแยะ สว่ นตนและ - ระบบคดิ ฐาน 10 กับ ฐาน 2 - การขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนรวม ส่วนบคุ คลและผลประโยชน์ ส่วนรวม (สังคม ประเทศชาติ โลก) - ผลประโยชนท์ บั ซ้อน (สังคม ประเทศชาติ โลก) - รปู แบบของผลประโยชน์ทบั ซ้อน (สงั คม ประเทศชาติ โลก) 2 ความละอายและความ สอบกลางภาค 1 20 ไม่ทนต่อการทจุ รติ 8 25 ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต - การทาการบ้าน/การทาเวร/การ ทาความสะอาด - การสอบและการเลอื กตง้ั - การแตง่ กาย - การเข้าแถว - กิจกรรมนักเรียน (ชุมชน) สอบปลายภาค 1 30 รวมท้งั หมด 20 100

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนทับโพธิ์พัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 149 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวชิ ำกำรปอ้ งกนั กำรทุจริต 4 รหสั วชิ ำ ส32202 กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ช้นั มธั ยมศึกษำปีท่ี 5 ภำคเรียนที่ 2 จำนวน 0.5 หนว่ ยกติ เวลำ 20 ชว่ั โมง/ภำคเรยี น ลำ ชือ่ หน่วยกำร ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคญั / จำนวน นำ้ หนกั ดบั ท่ี เรียนรู้ ควำมคิดรวบยอด ชั่วโมง คะแนน 7 ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ 3 STRONG / จติ STRONG : จติ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้าน 10 25 พอเพยี งต่อต้าน พอเพยี งต่อต้านการ การทุจรติ การทจุ ริต ทุจริต - ความพอเพยี ง - ความโปรง่ ใส - ความตน่ื รู้และความรู้ - ต่อตา้ นทุจรติ - มุง่ ไปข้างหน้า - ความเออื้ อาทร สอบกลางภาค 1 20 4 พลเมืองกบั ความ 8 ปฏบิ ตั ิตนตาม พลเมอื งกบั ความรับผดิ ชอบต่อ 8 25 รับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่พลเมืองและมี สังคม สงั คม ความรบั ผดิ ชอบต่อ - การเคารพสิทธหิ น้าท่ีตอ่ สังคม ตนเองและผู้อน่ื 9 ตระหนกั และเหน็ - ระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย ความสาคัญของการ - พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบ ตอ่ ต้านและป้องกนั ต่อสงั คม การทุจริต - แนวทางการปฏิบตั ิตนเป็น พลเมอื งทด่ี ี - ความเป็นพลเมืองของ ประเทศ - ความเปน็ พลเมืองของโลก * สัมมนา เสวนา สอบปลายภาค 1 30 รวมทง้ั หมด 20 100

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรยี นทบั โพธพ์ิ ัฒนวทิ ย์ พ.ศ.2563 150 โครงสรำ้ งรำยวิชำ รำยวิชำกำรปอ้ งกนั กำรทุจริต 5 รหัสวิชำ ส33201 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 6 ภำคเรยี นท่ี 1 จำนวน 0.5 หน่วยกิต เวลำ 20 ชั่วโมง/ภำคเรียน ลำ ชอ่ื หน่วยกำร ผลกำรเรยี นรู้ สำระสำคัญ/ จำนวน นำ้ หนกั ดบั ที่ เรยี นรู้ ควำมคิดรวบยอด ชัว่ โมง คะแนน 1 การคดิ แยกแยะ 1 มคี วามรู้ ความ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ 10 25 ระหว่าง เข้าใจเกยี่ วกับการ ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม ผลประโยชน์สว่ น แยกแยะระหวา่ ง - ความแตกต่างระหวา่ งจริยธรรม ตนและ ผลประโยชนส์ ่วนตน และการทุจริต (โลก) ผลประโยชน์ กบั ผลประโยชน์ - ประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ ส่วนรวม ส่วนรวม สว่ นรวม (โลก) 4 มคี วามรู้ ความ - การขดั กนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ น เขา้ ใจเกี่ยวกับ ตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (โลก) พลเมืองและมคี วาม - ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น (โลก) รบั ผิดชอบตอ่ สังคม - รูปแบบของผลประโยชน์ทับซ้อน 5 สามารถคดิ (โลก) แยกแยะระหว่าง ผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชน์ ส่วนรวมได้ สอบกลางภาค 1 20 8 25 2 ความละอายและ 2 มคี วามรู้ ความ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การ ความไม่ทนตอ่ เข้าใจเกี่ยวกับความ ทจุ รติ การทุจริต ละอายและความไม่ - การสอบ ทนตอ่ การทจุ ริต - การเลือกตัง้ 6 ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ - กิจกรรมนักเรียน ละอายและไม่ทนต่อ การทุจริตทุกรปู แบบ สอบปลายภาค 1 30 รวมทงั้ หมด 20 100