Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ม.2-2562

แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ม.2-2562

Published by Arpaporn Sonprasert, 2019-09-14 00:47:02

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ม.2-2562

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหสั วชิ า ส 22102 ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2562 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม จัดทาโดย นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสรฐิ ตาแหน่ง พนกั งานราชการ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 ตาบลชา่ งเคิ่ง อาเภอแมแ่ จ่ม จังหวดั เชียงใหม่ สานักบริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ สานักงานการศึกษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เร่ือง หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ แผนจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง การประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหัสวชิ า ส 22102 ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2562 น้าหนักเวลาเรียน 0.5 (นน./นก.) เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลาทใ่ี ช้ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1 ช่วั โมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสาคัญ (ความเขา้ ใจทค่ี งทน) การศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จําเป็นต้องประเมินความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้วย วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ เพือ่ ให้ไดข้ อ้ เท็จจรงิ เก่ียวกบั อดตี ท่ีถูกต้องมากทสี่ ุด 2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัดชัน้ ป/ี ผลการเรียนรู้/เปา้ หมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวัตศิ าสตรม์ าวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ ง ๆ อย่างเปน็ ระบบ ตัวชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ ส 4.1 ม.2/1 ประเมนิ ความน่าเช่อื ถอื ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นลกั ษณะต่าง ๆ ส 4.1 ม.2/2 วิเคราะห์ความแตกตา่ งระหว่างความจรงิ กบั ข้อเทจ็ จริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ส 4.1 ม.2/3 เหน็ ความสาํ คญั ของการตคี วามหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ น่ี ่าเชื่อถือ 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 อธิบายหลักฐานทางประวัติศาสตรก์ ับการศึกษาประวัติศาสตร์ 3.2 จําแนกหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ 3.3 เหน็ ความสาํ คัญในการศึกษาเรียนรหู้ ลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ เพือ่ ใช้ประเมินความน่าเช่ือถือในการศกึ ษา วิชาประวตั ศิ าสตร์ 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คณุ ลักษณะของวชิ า 5.1 ความรับผดิ ชอบ 5.2 ความตงั้ ใจ

6. คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ใฝเุ รยี นรู้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน 4. รกั ความเป็นไทย 7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน : ศกึ ษาแผนภาพประเภทของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครูเขียนแถบขอ้ ความ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ให้นักเรียนสรุปความหมายเพ่ือเปน็ พืน้ ฐานความรู้และใช้ คําถามให้นกั เรยี นแสดงความคิดเห็นเพ่ือนําเข้าสบู่ ทเรียน  หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์มีการจัดแบง่ ประเภทอย่างไร ครูประมวลคาํ ตอบของนักเรียนสรุปเปน็ แผนภาพบนกระดาน 2. ให้นักเรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง หลักฐานทางประวัติศาสตรก์ ับการศึกษาประวัติศาสตร์ โดยครูกาํ หนดหัวขอ้ หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ให้นกั เรียนศกึ ษา ดงั น้ี  หลักฐานข้ันปฐมภมู ิ  หลักฐานขัน้ ทตุ ิยภมู ิ 3. ครูตงั้ ประเด็นคําถามให้นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ ดงั นี้  หลกั ฐานขน้ั ปฐมภูมิ หมายถึง หลกั ฐานในลกั ษณะใด (ตัวอย่างคาตอบ หลกั ฐานทเี่ กิดข้ึนใน เหตุการณห์ รือช่วงเวลาท่ีต้องการศกึ ษาเป็นเอกสารดั้งเดิมที่เกย่ี วข้องกับเหตุการณ์ในอดีต หลักฐานขั้นปฐมภูมิมีท้ัง หลักฐานประเภทลายลักษณอ์ กั ษรและหลักฐานประเภทโบราณคด)ี  หลักฐานขั้นทุตยิ ภูมิ หมายถึง หลักฐานในลักษณะใด (ตัวอยา่ งคาตอบ หลักฐานท่ี นักประวัติศาสตร์ วเิ คราะห์ ตีข้อความ เรียบเรยี งขึน้ ในภายหลงั โดยอาศัยการศึกษาจากหลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ)  หลักฐานขนั้ ปฐมภูมิได้แก่อะไรบ้าง (ตัวอยา่ งคาตอบ พงศาวดาร จดหมายเหตุ สนธิสญั ญา กฎหมาย ภาพเขียน เครื่องประดบั โบราณคดี ฯลฯ)  หลกั ฐานขน้ั ทตุ ิยภมู ิได้แก่อะไรบ้าง (ตัวอย่างคาตอบ เอกสาร ตาราทางประวตั ศิ าสตร์ตา่ ง ๆ ข่าวจากหนงั สือพิมพ์ วารสาร สารคดี ฯลฯ) 4. ครูต้ังประเด็นคาํ ถามเกยี่ วกับวิธกี ารศึกษาประวัตศิ าสตร์ ใหน้ กั เรยี นนําไปคดิ เปน็ การบา้ นเพื่อศึกษาใน ช่วั โมงเรยี นต่อไป ดังน้ี การประเมินความนา่ เชอื่ ถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรม์ หี ลักเกณฑ์อย่างไร

5. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี  การศึกษาเหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตรจ์ ําเปน็ ต้องประเมนิ ความน่าเชื่อถือของ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรด์ ว้ ยวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้ได้ขอ้ เท็จจริงเกี่ยวกบั อดีตถูกต้อง 6. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาํ ถามทา้ ทาย ดังน้ี  หากขาดการประเมินความนา่ เชือ่ ถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตรจ์ ะสง่ ผลเสียอยา่ งไร 9. ส่อื การเรยี นการสอน / แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สือ่ 1 ชดุ ขั้นตรวจสอบความร้เู ดิม รายการส่อื 1. แผนภาพประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ 10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วธิ ีวดั เคร่อื งมอื วดั ฯ ประเด็น/ เกณฑ์การใหค้ ะแนน การเรียนรู้ ชิน้ งาน/ภาระงาน 1.สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ ของนกั เรยี นในการ เขา้ รว่ มกิจกรรม 1. การประเมนิ 1.อธบิ ายหลักฐานทาง 1.ศึกษาแผนภาพประเภท เขา้ รว่ มกิจกรรม พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ ม กิจกรรม ประวตั ิศาสตรก์ ับ ของหลกั ฐานทาง - ผา่ นตั้งแต่ 2 รายการ ถอื การศกึ ษาประวัตศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ วา่ ผ่าน - ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ 2. จําแนกหลกั ฐานทาง ไมผ่ ่าน ประวตั ิศาสตร์ 3.เห็นความสาํ คญั ใน การศึกษาเรยี นรู้ หลักฐานทาง ประวัตศิ าสตร์ เพ่ือใช้ ประเมินความน่าเชื่อถือ ในการศึกษาวิชา ประวตั ิศาสตร์

11. การบรู ณาการตามจุดเนน้ ของโรงเรียน หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ครู ผู้เรยี น 1. ความพอประมาณ พอดดี ้านเทคโนโลยี พอดีด้านจติ ใจ รูจ้ ักใชเ้ ทคโนโลยีมาผลติ สื่อที่ มจี ติ สาํ นกึ ที่ดี เอ้ืออาทร เหมาะสมและสอดคลอ้ งเน้อื หาเป็น ประนีประนอม นึกถงึ ประโยชน์ ประโยชน์ตอ่ ผู้เรียนและพัฒนาจากภมู ิ ส่วนรวม/กลุ่ม ปญั ญาของผูเ้ รียน 2. ความมีเหตผุ ล - ยดึ ถือการประกอบอาชพี ด้วยความ - ไมห่ ยดุ น่งิ ทห่ี าหนทางในชีวติ หลดุ ถกู ต้อง สุจริต แม้จะตกอยใู่ นภาวะขาด พน้ จากความทุกขย์ าก (การค้นหา แคลน ในการดํารงชีวติ คาํ ตอบเพ่ือให้หลุดพน้ จากความไม่รู้) 3. มภี มู ิคุมกนั ในตวั ท่ดี ี - ภมู ิปญั ญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ - ภมู ปิ ัญญา : มคี วามรู้ รอบคอบ และ ระมัดระวงั ระมัดระวัง สรา้ งสรรค์ 4. เง่อื นไขความรู้ - ความรอบรู้ เรื่อง หลักฐานทาง - ความรอบรู้ เรอ่ื ง หลกั ฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ ทเี่ กย่ี วขอ้ งรอบดา้ น ประวตั ิศาสตร์ สามารถนาํ ความรู้ ความรอบคอบท่จี ะนําความรู้เหลา่ น้นั เหลา่ นน้ั มาพิจารณาให้เช่อื มโยงกัน มาพิจารณาใหเ้ ช่ือมโยงกัน เพื่อ สามารถประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาํ วัน ประกอบการวางแผน การดําเนนิ การ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ใหก้ ับผ้เู รียน 5. เงื่อนไขคุณธรรม - มคี วามตระหนักใน คณุ ธรรม มคี วาม - มีความตระหนักใน คณุ ธรรม มีความ ซื่อสัตยส์ จุ รติ และมีความอดทน มี ซอื่ สัตย์สุจริตและมคี วามอดทน มี ความเพียร ใชส้ ตปิ ัญญาในการดาํ เนิน ความเพยี ร ใช้สติปัญญาในการดําเนนิ ชวี ิต ชวี ิต สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ครู ผู้เรยี น ประวตั ิศาสตร์ ประวัตศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ - ประวัตขิ องพชื - ปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ การปลูกพืช - ระบุปัจจยั ท่ีมผี ลต่อการปลกู พชื ส่ิงแวดล้อม ครู ผูเ้ รียน ประวัติศาสตร์ ประวตั ิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ - การนาํ พชื มาปลูกใน - การเลือกใช้ต้นไม้ท่จี ะนํามาปลกู ใน - ยกตวั อยา่ งการเลือกใช้ต้นไมท้ ีจ่ ะ โรงเรยี น โรงเรยี น นาํ มาปลกู ในโรงเรยี น ลงชอ่ื ..................................................ผู้สอน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ)

ใบความรู้ เร่อื ง ประเภทของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์  หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ หมายถึง รอ่ งรอยการ กระทํา การพดู การเขียน การประดษิ ฐ์ การอยู่อาศยั ของมนษุ ย์ ประเพณี สิ่งท่ีมนุษย์จบั ต้องได้ ซ่ึงปรากฏอยใู่ นธรรมชาติ และในวัฒนธรรมของมนษุ ย์ ประเภทของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ ประเภทของหลกั ฐานตามลักษณะ ประเภทของหลกั ฐานตามลาดบั ความสาคัญ 1. หลักฐานประเภทลายลักษณอ์ กั ษร ได้แก่ 1. หลกั ฐานชนั้ ตน้ หรอื หลกั ฐานปฐมภมู ิ เชน่ จารกึ ตํานาน พงศาวดาร สนธิสญั ญา จดหมายเหตุ กฎหมาย เจดีย์ 2. หลกั ฐานที่ไมเ่ ปน็ ลายลักษณ์อกั ษร ได้แก่ ภาพเขียน เครอ่ื งประดบั 2. หลกั ฐานชัน้ รองหรือหลกั ฐานทุติยภูมิ คือ หลกั ฐานโบราณคดี ทงั้ ก่อนประวัติศาสตร์ หลักฐานทีว่ ิเคราะห์ตีความ เชน่ เอกสาร และสมัยประวัตศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตรต์ า่ ง ๆ ประเภทของหลักฐานตามยคุ สมยั 1. หลักฐานสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์ ไม่มีการ บันทกึ เป็นอกั ษร 2. หลักฐานสมยั ประวตั ิศาสตร์ มนุษยส์ ามารถ ประดิษฐต์ ัวอักษรและบันทึกในวัสดุตา่ ง ๆ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอ่ื ง การประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ครูผู้สอน นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ ********************* คาช้ีแจง แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ ฉบับนี้ มีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ให้ท่านซง่ึ เปน็ ผนู้ เิ ทศได้กรณุ าพจิ ารณาความเหมาะสม และความ สอดคลอ้ งระหว่างองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจดั การเรียนรู้ แบบประเมนิ แบง่ เป็น 2 ตอน คือ ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรเู้ ปน็ การพจิ ารณาองค์ประกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ วา่ มีความเหมาะสมเพียงใด ตอนท่ี 2 แบบประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรู้ เปน็ การพจิ ารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจดั การ เรยี นรวู้ า่ มีความสอดคล้องกันเพยี งใด ตอนท่ี 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ คาชีแ้ จง โปรดทําเครื่องหมาย √ ในช่องระดับความเหมาะสมท่ตี รงกบั ความคิดเห็นของท่าน และขอความกรณุ าเขยี นขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ เพอื่ เปน็ แนวทางในการปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรตู้ อ่ ไป ข้อ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เหน็ ใช่ ไม่ใช่ 1 แผนการจดั การเรยี นรูม้ อี งคป์ ระกอบสาํ คญั ครบถว้ นตามแบบฟอร์มทีโ่ รงเรยี นกาํ หนด √ 2 การเขยี นสาระสําคญั ในแผนการจดั การเรียนรมู้ คี วามถูกต้อง √ 3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรรู้ ะบพุ ฤตกิ รรมชดั เจน สามารถวดั ได้ √ 4 สาระการเรยี นรคู้ รบถ้วน สมั พนั ธ์กบั ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ √ 5 ระบวุ ธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลอยา่ งชดั เจน √ 6 ระบุเครอ่ื งมือสาํ หรบั การวดั ผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 7 ระบุเกณฑ์การวัดผลประเมินผลอยา่ งชัดเจน √ 8 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความเหมาะสม ครบถ้วนทกุ ขน้ั ตอนตามวิธสี อน หรอื กระบวนการ หรอื เทคนคิ การ √ สอนทร่ี ะบไุ ว้ในแผนการจดั การเรยี นรู้ √ 9 ระบกุ ารใช้สื่อ นวตั กรรม/แหลง่ เรยี นรสู้ มั พนั ธส์ อดคลอ้ งกับกจิ กรรมการเรยี นรู้ √ 10 มีหลกั ฐานประกอบ เชน่ สอื่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เคร่ืองมอื วัด ฯ ทปี่ รากฏใน แผนการจดั การเรียนรคู้ รบถ้วน

ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งองค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชี้แจง โปรดทําเคร่ืองหมาย / ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ความคดิ เห็นของทา่ น ขอ้ ที่ รายการประเมิน สอดคลอ้ ง ไม่แนใ่ จ ไม่สอดคล้อง (1) (0) (-1) 1 การเขียนสาระสาํ คญั มีความสัมพนั ธส์ อดคลอ้ งกบั ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นร้/ู 1 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรมู้ คี วามสอดคลอ้ งสัมพนั ธก์ ับ 1 สาระการเรียนรู้ 3 หลกั ฐานการเรียนรู้มีความสัมพนั ธ์ สอดคลอ้ งกับสาระ การเรยี นรู้ 1 ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรียนรู้ 4 วิธีการวัดผลประเมินผลมคี วามสัมพนั ธ์กับสาระการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด/ผลการ 1 เรยี นรู้ 5 เคร่ืองมือวดั ผลประเมินผล มคี วามสัมพนั ธก์ บั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1 ของผเู้ รียน 6 เครอ่ื งมือวัดผลประเมนิ ผล มคี วามสมั พนั ธ์กับสมรรถนะท่สี ําคัญของ 1 ผเู้ รยี น 7 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามสมั พนั ธส์ อดคล้องกบั สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั / 1 ผลการเรยี นรู้ 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ ีความสัมพนั ธส์ อดคล้องกับคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1 ของผูเ้ รยี น 9 กิจกรรมการเรียนรมู้ คี วามสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งสมรรถนะท่ีสาํ คัญของผเู้ รยี น 1 10 สื่อ-นวัตกรรม/อปุ กรณ/์ แหลง่ เรียนรู้ มีความสมั พันธ์สอดคลอ้ งกับ 1 กิจกรรมการเรยี นรู้ 11 แผนการจดั การเรียนรู้มกี ิจกรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ 1 โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกิจกรรมบรู ณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ 1 พอเพยี ง 13 แผนการจดั การเรียนรู้มกี จิ กรรมบรู ณาการกบั งานส่ิงแวดล้อม 1 ลงช่อื ผู้ประเมนิ (นางสาวศริ มิ า เมฆปจั ฉาพิชิต) เกณฑก์ ารประเมิน ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรู้ (ตอนท่ี 1) ความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ (ตอนที่ 2) คะแนนระหวา่ ง 1 - 4 ระดบั คุณภาพ ต้องปรบั ปรงุ คา่ ความสอดคลอ้ งตอ้ งมคี า่ ต้งั แต่ 0.50 ขึน้ ไป คะแนนระหวา่ ง 5 - 8 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ คะแนนระหวา่ ง 9 - 13 ระดบั คณุ ภาพ ดี

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ แผนจดั การเรยี นรูท้ ี่ 2 เร่อื ง วธิ กี ารประเมนิ ความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ รายวิชา ประวัตศิ าสตร์ รหัสวชิ า ส 22102 ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 น้าหนกั เวลาเรียน 0.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ เวลาท่ใี ชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1 ช่วั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาคญั (ความเขา้ ใจทค่ี งทน) การศึกษาเหตุการณท์ างประวัติศาสตร์จาํ เป็นต้องประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ดว้ ย วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ เพ่ือให้ได้ข้อเทจ็ จริงเก่ยี วกับเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ ทถี่ ูกต้อง 2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัดชนั้ ป/ี ผลการเรียนรู้/เปา้ หมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวตั ิศาสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้ ส 4.1 ม.2/1 ประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ของหลักฐานทางประวตั ิศาสตรใ์ นลักษณะตา่ ง ๆ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 อธิบายวธิ กี ารประเมนิ ความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ 3.2 ศึกษาจําแนกวิธกี ารประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ 3.3 เห็นความสาํ คญั ในการใชว้ ธิ กี ารประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์มาประยกุ ตใ์ ชใ้ น การดาเนินชีวติ ประจาวนั 4. สมรรถนะสาคัญของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คุณลกั ษณะของวชิ า 5.1 ความรับผิดชอบ 5.2 ความตั้งใจ

6. คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ใฝเุ รยี นรู้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทาํ งาน 4. รักความเปน็ ไทย 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน : 7.1 แผนภาพความคิด วิธกี ารประเมนิ ความน่าเช่ือถอื ของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ 7.2 ชนิ้ งานท่ี 1 เร่ือง การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ 8. กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั วธิ กี ารศึกษาประวัตศิ าสตร์ โดยตอบคําถามตามพ้นื ฐานความรูแ้ ละประสบการณ์ของตนเอง ดังน้ี  การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรม์ หี ลักเกณฑอ์ ย่างไร 2. ให้นักเรยี นศกึ ษาความรู้เรื่อง วิธีการประเมินความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ โดยแบ่งนักเรียน ออกเปน็ 4 กลุม่ จบั สลากคาํ ถามและศึกษา วเิ คราะหส์ รุปความรู้ แล้วส่งผู้แทนกลมุ่ นําเสนอและตอบคาํ ถามหนา้ ช้นั เรยี น ดังนี้ กลุ่มท่ี 1 การประเมินความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานขัน้ ปฐมภมู ิแบบการประเมินภายนอกมีวิธกี ารอย่างไร กลมุ่ ที่ 2 การประเมนิ ภายในเก่ยี วกับความนา่ เชื่อถือของหลกั ฐานข้ันปฐมภมู ิหมายถึงการใชว้ ธิ ีการอยา่ งไร กลมุ่ ท่ี 3 การประเมินความน่าเช่อื ถอื ของหลักฐานขัน้ ทตุ ิยภมู แิ บบการประเมนิ ภายนอกมวี ิธีการอยา่ งไร กล่มุ ท่ี 4 การประเมนิ ภายในเกย่ี วกบั ความนา่ เชื่อถือของหลกั ฐานขนั้ ทตุ ิยภมู ิหมายถงึ การใช้วธิ ีการอยา่ งไร 3. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรเู้ รอ่ื ง วิธกี ารประเมินความนา่ เชอ่ื ถือหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ บันทึกเป็น แผนภาพบนกระดาน 4. ครูนําตวั อย่างหลักฐานทางประวัตศิ าสตรเ์ มืองนครราชสีมา จากเอกสารเรือ่ ง เท่ยี วตามทางรถไฟ พระนิพนธ์ ของสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพมาใหน้ ักเรยี นศึกษาเป็นกรณตี วั อยา่ ง เพ่อื ประเมินความ น่าเช่ือถอื หลักฐานทางประวัติศาสตร์ จากนั้นครูใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ประเมินความนา่ เช่ือถือหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ โดยใชค้ ําถาม ดงั นี้  หลักฐานนจี้ ัดเปน็ หลักฐานประเภทใด เพราะเหตุใด (หลักฐานข้ันทตุ ิยภูมิ เพราะเป็น หลกั ฐานท่ผี เู้ ขียนบนั ทกึ ขึ้นมาภายหลงั จากเหตุการณท์ ีเ่ คยเกิดข้ึนในอดีต)  ความน่าเชื่อถือหลักฐานทางประวัตศิ าสตรม์ ีมากน้อยเพียงใด เพราะอะไร (เปน็ หลักฐาน ขอ้ มูลทางประวัติศาสตรท์ ีน่ ่าเช่อื ถือ แม้จะเป็นหลกั ฐานขน้ั ทุตยิ ภมู ิ เพราะผู้ทรงนพิ นธ์ไดศ้ ึกษาข้อมูลอย่าง กวา้ งขวาง มีการวเิ คราะหแ์ ละเชอ่ื มโยงหลกั ฐานตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั )

5. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้  การศึกษาเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์จาํ เป็นต้องประเมินความนา่ เชือ่ ถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ดว้ ยวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ เพอื่ ให้ได้ข้อเท็จจริงเกย่ี วกับเหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตรท์ ่ีถูกต้อง 6. ใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ ําถามทา้ ทาย ดงั นี้  นกั เรยี นจะรู้ได้อย่างไรว่าเหตกุ ารณ์ทางประวัตศิ าสตร์ท่ีลว่ งเลยมาเปน็ พนั ปนี นั้ นา่ เชื่อถือมากน้อยเพยี งใด 7. ให้นกั เรียนทาํ ชิน้ งานที่ 1 เรื่อง การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ 9. สอื่ การเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ รายการสอ่ื จานวน สภาพการใช้สื่อ 1. แผนภาพวธิ กี ารประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานทาง 1 ชดุ ประวตั ิศาสตร์ 1 ชุด ขน้ั ขยายความรู้ 1 ชุด ขนั้ ขยายความรู้ 2. ประวตั เิ มอื งนครราชสมี า ขั้นสรา้ งความสนใจ 3. ชิ้นงานท่ี 1 เรอื่ ง การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของหลกั ฐานทาง ประวตั ศิ าสตร์ 10. การวัดผลและประเมนิ ผล เป้าหมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วิธีวัด เครอื่ งมือวดั ฯ ประเด็น/ การเรียนรู้ ช้ินงาน/ภาระงาน เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1. อธบิ ายวิธีการ 1. แผนภาพวิธีการประเมิน 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการ 1. การประเมินพฤตกิ รรมการ ประเมนิ ความ ความน่าเชื่อถือของหลกั ฐาน ของนักเรียนในการ เข้าร่วมกิจกรรม เข้ารว่ มกิจกรรม น่าเชือ่ ถือของหลกั ฐาน ทางประวัติศาสตร์ เขา้ รว่ มกิจกรรม 2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ - ผา่ นตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ทางประวตั ิศาสตร์ 2. ประวตั ิเมืองนครราชสีมา 2. สังเกตพฤติกรรม เขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม ผ่าน 2. ศึกษาจาํ แนก 3. ชิ้นงานท่ี 1 เร่อื ง การ ของนกั เรียนในการ - ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไม่ วิธีการประเมินความ ประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของ เข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ ผา่ น น่าเชื่อถือของหลกั ฐาน หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ 3 .ตรวจชิ้นงาน 2. การประเมินพฤตกิ รรมการ ทางประวัติศาสตร์ ท่ี 1 เขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 3. เห็นความสําคัญใน - คะแนน 12-15 ระดัย ดี การใช้วธิ ีการประเมิน - คะแนน 8-11 ระดับ พอใช้ ความนา่ เช่ือถอื ของ - คะแนน ตา่ํ กว่า 8 ระดับ หลักฐานทาง ปรับปรุง ประวัติศาสตร์มา ประยกุ ตใ์ ชใ้ น การดาเนิน ชีวติ ประจาวนั ลงชื่อ..................................................ผ้สู อน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ)

ใบความรู้ เรือ่ ง ประวัตเิ มอื งนครราชสีมา ประวัตเิ มืองนครราชสีมา “...ระยะทางห่างจากเมอื งพมิ ายมาทางทศิ ตะวันตก ประมาณ ๘๐ กิโลเมตรแห่ง ๑ เมืองอันอยู่ในท้องท่ี อําเภอสูงเนินที่กล่าวมานี้เป็นสองเมืองเรียกกันว่า “เมืองเสมาร้าง” (เห็นจะเป็นเมืองต้ังก่อน) อยู่ทาง ฝั่งใต้ลําตะคอง เมือง ๑ อีกเมือง ๑ (เห็นจะสร้างภายหลัง) เรียกกันว่าเมืองโคราชหรือเมืองเก่า (สันนิษฐานว่าเดิมจะช่ือเมืองโคราชบุรี ตามชื่อเมืองในอินเดียเช่นเดียวกับเมืองอโยธยา เมืองลพบุรี เมืองเพชรบุรีและเมืองราชบุรี)...มาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช...ให้ย้ายเมืองโคราชจาก เมอื งเดมิ ซ่ึงอยูช่ ายดง ไปสร้างเป็นปูอมปราการข้ึนใหม่ในท่ีเมืองเด๋ียวนี้เอานามเมืองเดิมท้ังสองคือเมือง โคราชกับเมืองเสมา มาผูกเป็นนามเมืองใหม่ว่า เมืองนครราชสีมาแต่คนท้ังหลายยังเรียกนามตามเคย จึงคงเรียกกันว่าเมอื งโคราชจนทกุ วันน้ี...” แผนภาพวิธกี ารประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ หลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ หลักฐานขน้ั ทุติยภมู ิ  วธิ ีการประเมินภายนอก วิธกี ารประเมิน  วธิ ีการประเมินภายนอก  ประเมินผู้เขียน/ผบู้ นั ทกึ ความน่าเช่อื ถอื  ประสบการณ์ของผ้เู ขยี น/ผู้วิจยั  อายุของหลักฐานที่อยู่ใน ของหลักฐานทาง สมยั ประวตั ศิ าสตรน์ น้ั ประวตั ิศาสตร์ ผลงานนัน้  ความระมดั ระวัง/ความเป็นกลาง  วิธกี ารประเมนิ ภายใน ไมม่ อี คต/ิ เปน็ บคุ คลน่าเชื่อถอื  ข้อมลู ทีป่ ราศจากอคติ หรือไม่  วิธีการประเมนิ ภายใน  ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ กลางหรือไม่  การเสนอผลงานตรงกบั ขอ้ เท็จจรงิ หรือบดิ เบือนข้อมูล หรอื ไม่  นําความคดิ ของตนใส่ในผลงาน หรอื ไม่

ชิ้นงานท่ี 1 เร่ือง การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ให้นักเรียนประเมนิ ความน่าเชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ทอี่ ย่ใู นจังหวดั ของตนเองลงในแบบบนั ทกึ แบบบนั ทกึ ประเมินความน่าเชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ 1. หลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิมีอะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ ง 1 ชนิด__________________________________________________ __________________________________________________________________________________________ __________________________________________________________________________________________ 2. หลกั ฐานในขอ้ 1 มีความน่าเช่ือถือหรือไม่__________________________________________________________ เพราะเหตุใด_________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ 3. หลกั ฐานข้นั ทุติยภูมิมีอะไรบา้ ง ยกตวั อยา่ ง 1 ชนิด ___________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ 4. หลกั ฐานในขอ้ 3 มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ _________________________________________________________ เพราะเหตุใด_________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________________ ช่ือ...................................................... นามสกุล................................................... ชั้น................... เลขท่.ี .............

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ กล่มุ .......................................................................................................... สมาชกิ ในกลุ่ม 1. 2....................................................................... ...................................................................... 3. 4....................................................................... ...................................................................... 5. 6....................................................................... ...................................................................... คาชี้แจง: ให้นักเรียนทําเครื่องหมาย  ในช่องทีต่ รงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมที่สังเกต 3 คะแนน 1 2 1. มสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มคี วามกระตือรือรน้ ในการทํางาน 3. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รับมอบหมาย 4. มขี น้ั ตอนในการทํางานอย่างเป็นระบบ 5. ใชเ้ วลาในการทํางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมทีท่ ําเปน็ ประจํา ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทที่ ําเป็นบางครงั้ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทาํ นอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง วิธกี ารประเมินความน่าเชือ่ ถือของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ครผู ู้สอน นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ ********************* คาช้ีแจง แบบประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ฉบบั น้ี มีวตั ถปุ ระสงค์เพอ่ื ให้ทา่ นซึ่งเป็นผ้นู ิเทศไดก้ รณุ าพิจารณาความเหมาะสม และความ สอดคลอ้ งระหวา่ งองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินแบง่ เป็น 2 ตอน คือ ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรเู้ ปน็ การพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรยี นรู้ วา่ มีความเหมาะสมเพยี งใด ตอนที่ 2 แบบประเมินความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้ เป็นการพจิ ารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจดั การ เรยี นรูว้ า่ มีความสอดคล้องกันเพียงใด ตอนที่ 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ คาชแ้ี จง โปรดทําเครอื่ งหมาย √ ในช่องระดับความเหมาะสมทต่ี รงกับความคิดเหน็ ของทา่ น และขอความกรณุ าเขยี นขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ตอ่ ไป ข้อ รายการประเมิน ระดบั ความคดิ เหน็ ใช่ ไมใ่ ช่ 1 แผนการจดั การเรยี นรู้มีองคป์ ระกอบสาํ คัญครบถ้วนตามแบบฟอร์มทีโ่ รงเรยี นกําหนด √ 2 การเขียนสาระสาํ คญั ในแผนการจดั การเรยี นรมู้ คี วามถกู ตอ้ ง √ 3 จุดประสงคก์ ารเรียนรรู้ ะบพุ ฤติกรรมชัดเจน สามารถวัดได้ √ 4 สาระการเรียนรคู้ รบถ้วน สมั พนั ธก์ ับตวั ชี้วดั /ผลการเรียนร/ู้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ √ 5 ระบุวธิ ีการวัดผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 6 ระบุเครื่องมือสาํ หรบั การวดั ผลประเมนิ ผลอย่างชัดเจน √ 7 ระบเุ กณฑ์การวัดผลประเมินผลอยา่ งชดั เจน √ 8 กจิ กรรมการเรยี นรมู้ คี วามเหมาะสม ครบถว้ นทุกข้ันตอนตามวธิ สี อน หรือกระบวนการ หรือเทคนิคการ √ สอนท่รี ะบไุ วใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้ 9 ระบกุ ารใช้ส่อื นวตั กรรม/แหลง่ เรยี นรสู้ มั พนั ธ์สอดคล้องกับกจิ กรรมการเรยี นรู้ √ 10 มีหลักฐานประกอบ เช่น สอื่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เครื่องมือวัด ฯ ทป่ี รากฏใน √ แผนการจดั การเรียนรู้ครบถ้วน

ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ สอดคลอ้ ง ไมแ่ น่ใจ ไมส่ อดคล้อง คาชแ้ี จง โปรดทําเครอื่ งหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของทา่ น (1) (0) (-1) 1 ข้อท่ี รายการประเมิน 0 1 0 1 การเขยี นสาระสาํ คญั มคี วามสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งกบั ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นร/ู้ 0 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 2 จุดประสงคก์ ารเรียนรมู้ คี วามสอดคล้องสมั พนั ธ์กับ 1 สาระการเรยี นรู้ 1 3 หลกั ฐานการเรียนร้มู คี วามสัมพันธ์ สอดคล้องกับสาระ การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรียนรู้ 1 4 วธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลมคี วามสัมพันธก์ ับสาระการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั /ผลการ 1 เรยี นรู้ 1 5 เครือ่ งมือวัดผลประเมินผล มคี วามสัมพันธก์ บั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1 ของผเู้ รียน 1 6 เครื่องมอื วดั ผลประเมนิ ผล มีความสัมพันธก์ ับสมรรถนะทีส่ าํ คญั ของ ผูเ้ รยี น 7 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความสมั พันธส์ อดคล้องกบั สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั / ผลการเรยี นรู้ 8 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งกับคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ของผูเ้ รียน 9 กิจกรรมการเรียนรมู้ ีความสัมพันธส์ อดคล้องสมรรถนะทสี่ าํ คัญของผเู้ รียน 10 สอื่ -นวัตกรรม/อปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้ มีความสัมพันธส์ อดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้ 11 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกิจกรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรียนรู้มกี จิ กรรมบรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 13 แผนการจดั การเรยี นรู้มกี ิจกรรมบรู ณาการกบั งานส่ิงแวดลอ้ ม ลงชอื่ ผู้ประเมนิ (นางสาวศริ ิมา เมฆปัจฉาพิชติ ) เกณฑก์ ารประเมิน ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ (ตอนที่ 1) ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้ (ตอนท่ี 2) คะแนนระหวา่ ง 1 - 4 ระดับคุณภาพ ตอ้ งปรับปรงุ คา่ ความสอดคลอ้ งตอ้ งมีคา่ ตั้งแต่ 0.50 ขึน้ ไป คะแนนระหว่าง 5 - 8 ระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนนระหว่าง 9 - 13 ระดบั คณุ ภาพ ดี

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ แผนจัดการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง ความจริงกับข้อเทจ็ จริงเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ รายวชิ า ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นา้ หนักเวลาเรียน 0.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ เวลาทใ่ี ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1 ชว่ั โมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสาคัญ (ความเข้าใจทค่ี งทน) ข้อเท็จจรงิ ทางประวัตศิ าสตร์ เปน็ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั เหตุการณ์ทีเ่ กิดขึน้ ในอดีตทั้งข้อมูลจากเอกสารหลักฐานทาง โบราณคดีทีผ่ ่านการวเิ คราะห์และตรวจสอบยืนยันอ้างอิงข้อมูลน้นั ๆ ความจรงิ ทางประวัติศาสตร์ เปน็ ข้อเทจ็ จริง เกยี่ วกบั เหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขึน้ ในอดตี ซ่งึ ยอมรับว่าเปน็ “ความจรงิ ” โดยมหี ลกั ฐานปฐมภมู ทิ ่ีกล่าวถึงยืนยันความถูกต้องของ เหตกุ ารณน์ ั้น ๆ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป/ี ผลการเรียนรู้/เป้าหมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวั ติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวตั ศิ าสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ ตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้ ส 4.1 ม.2/2 วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งระหว่างความจริงกับขอ้ เท็จจรงิ ของเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 อธิบายความจรงิ กบั ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ 3.2 ศกึ ษาวิเคราะหจ์ ําแนกความแตกตา่ งระหว่างความจรงิ กบั ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ 3.3 เหน็ ความสาํ คัญในการศึกษาเรียนรูก้ ารศึกษาคน้ ควา้ วชิ าประวัติศาสตรอ์ ย่างถูกต้องตามหลกั วชิ าการ 4. สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คณุ ลกั ษณะของวิชา 5.1 ความรบั ผดิ ชอบ 5.2 ความต้ังใจ

6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ใฝเุ รยี นรู้ 3. มุง่ มั่นในการทาํ งาน 4. รกั ความเป็นไทย 7. ช้นิ งาน/ภาระงาน : 7.1 แผนภาพความจรงิ กับข้อเทจ็ จรงิ ของเหตุการณท์ างประวัตศิ าสตร์ 7.2 ชน้ิ งานท่ี 2 เรือ่ ง ความจรงิ กบั ข้อเท็จจรงิ ของเหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์ 8. กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูเขยี นแถบประโยคคําถามบนกระดานใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเพ่ือนําเข้าสูบ่ ทเรียน ดงั นี้ อะไรคอื ข้อเท็จจริง อะไรคอื ความจริง 2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาความรู้เรื่อง ความจริงกับขอ้ เท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ โดยครูกําหนด หัวข้อความสาํ คัญเป็นประเด็นคําถามให้นักเรยี นรว่ มกันศึกษาวเิ คราะห์หาคาํ ตอบ ดังน้ี  ข้อเท็จจริงของเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์คืออะไร  ความจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์คืออะไร โดยครูใหน้ กั เรียนศึกษาสบื ค้นขอ้ มลู ใกลต้ วั เช่น หนังสือเรียนหรือขอ้ มลู ที่มี จากนัน้ ครูสุ่มเลือกนักเรยี นออกมา ตอบคาํ ถาม 3. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้เปน็ แผนภาพบนกระดานเกีย่ วกบั ความจริงกับขอ้ เทจ็ จริงเหตกุ ารณ์ทาง ประวัตศิ าสตร์ เป็นความรรู้ ่วมกัน 4. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันศึกษาวธิ ีการวิเคราะห์ความแตกตา่ งระหวา่ งความจริงกับขอ้ เทจ็ จรงิ ของเหตุการณ์ทาง ประวตั ิศาสตร์ โดยครนู ําบันทึกเหตกุ ารณท์ างประวตั ิศาสตร์สมัยอยุธยาของชาวต่างชาติ มาใหน้ ักเรยี นวเิ คราะห์ความจริง กับข้อเท็จจริง จากน้ัน ครูอธบิ ายสรุปว่า หลักฐานท้ัง 2 ฉบับได้ให้ข้อเท็จจริงซ่งึ ตรงกับความจรงิ ของเหตุการณท์ าง ประวัตศิ าสตร์คือชาวไทยสมยั อยุธยามีศรัทธาต่อพระพทุ ธศาสนามาก โดยปรากฏเปน็ ความนิยมสร้างวดั /อุโบสถ/พระพทุ ธรปู การทําบุญกศุ ล การมจี ิตเมตตาและการถวายสงิ่ ของมคี ่าเปน็ พทุ ธบูชา ซึ่งปรากฏหลกั ฐานใหเ้ ห็นอยจู่ ํานวนมาก  หลักฐานบางช้นิ สะทอ้ นข้อมลู ที่เป็นข้อเท็จจริงเหตุการณท์ างประวัตศิ าสตร์ โดยมขี ้อคิดเหน็ / การวิเคราะห์ของผูบ้ นั ทึกซึ่งอาจไมใ่ ชค่ วามจริงของเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ จากนนั้ ครูอธิบายสรปุ วา่ เอกสารทง้ั 2 ฉบับข้างตน้ ใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั เหตุการณท์ างประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี ตอนต้นตรงกันคือ ความอดอยากของราษฎรหลงั การเสียกรงุ ศรีอยุธยา ทาํ ใหจ้ ดหมายเหตขุ องบาทหลวงฝร่ังเศสที่ยกมานี้ ไดร้ บั การยอมรบั เร่ืองการนาํ เสนอขอ้ เทจ็ จริงของเหตุการณท์ างประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ข้อคิดเหน็ ของผูบ้ ันทึกท่ี

กล่าวว่า เงนิ ทนุ ทง้ั หมดทน่ี าํ มาใช้ฟนื้ ฟูการค้าสมยั ธนบรุ ีได้มาจากเงินทีแ่ อบลักลอบขดุ ตามสถานท่ตี า่ ง ๆ โดยเฉพาะจาก วดั วาอารามนัน้ ยังไม่มีหลักฐานพสิ จู น์ และไม่สามารถสรุปไดว้ า่ เปน็ ความจริงของเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ 5. ให้นกั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้  ข้อเท็จจริงทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นข้อมูลเก่ียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งข้อมูลจากเอกสารหลักฐาน ทางโบราณคดีท่ีผ่านการวิเคราะห์และตรวจสอบยืนยันอ้างอิงข้อมูลนั้น ๆ ความจริงทางประวัติศาสตร์ เป็นข้อเท็จจริง เกย่ี วกบั เหตุการณท์ เี่ กิดข้ึนในอดีตซึง่ ยอมรับว่าเป็น “ความจรงิ ” โดยมีหลักฐานปฐมภูมิท่ีกล่าวถึงยืนยันความถูกต้องของ เหตกุ ารณ์น้ัน ๆ 6. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาํ ถามท้าทาย ดังน้ี  นกั เรียนจะร้ไู ด้อยา่ งไรวา่ เหตกุ ารณใ์ ดเป็นขอ้ เท็จจริงและเหตุการณ์ใดเป็นความจริงทาง ประวตั ิศาสตร์ 7. ใหน้ ักเรยี นทาํ ช้นิ งานที่ 2 เรือ่ ง ความจริงกบั ข้อเทจ็ จรงิ ของเหตกุ ารณ์ทางประวัติศาสตร์ 9. ส่อื การเรียนการสอน / แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สือ่ รายการส่ือ 1 ชุด ข้ันขยายความรู้ 1. แผนภาพความจรงิ กับข้อเทจ็ จรงิ ของเหตุการณ์ทาง ประวัตศิ าสตร์ 1 ชุด ขั้นขยายความรู้ 2. ตวั อยา่ งบนั ทกึ เหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ 3. ช้นิ งานที่ 2 เรือ่ ง ความจรงิ กบั ข้อเทจ็ จริงของเหตกุ ารณท์ าง 1 ชดุ ขนั้ สรา้ งความสนใจ ประวตั ศิ าสตร์ 10. การวัดผลและประเมินผล เปา้ หมาย หลักฐานการเรียนรู้ วธิ วี ดั เครื่องมอื วัดฯ ประเดน็ / การเรียนรู้ ช้นิ งาน/ภาระงาน เกณฑก์ ารให้คะแนน 1. อธิบายความจรงิ 1. แผนภาพความจรงิ กับ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการ 1. การประเมินพฤติกรรม กบั ขอ้ เทจ็ จริงของ ข้อเท็จจรงิ ของเหตกุ ารณ์ ของนกั เรียนในการ เขา้ ร่วมกจิ กรรม การเข้าร่วมกจิ กรรม เหตุการณ์ทาง ทางประวตั ศิ าสตร์ เข้าร่วมกจิ กรรม ประวัติศาสตร์ 2. ตัวอยา่ งบันทกึ 2 .ตรวจชิ้นงาน - ผา่ นตง้ั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า 2. ศึกษาวเิ คราะห์ เหตุการณท์ าง ที่ 2 ผา่ น จาํ แนกความ ประวตั ศิ าสตร์ - ผ่าน 1 รายการ ถอื วา่ ไม่ผา่ น แตกต่างระหว่าง 3. ชิ้นงานท่ี 2 เรือ่ ง ความ ความจรงิ กบั จรงิ กับขอ้ เท็จจรงิ ของ ขอ้ เทจ็ จรงิ ของ เหตกุ ารณท์ าง เหตุการณ์ทาง ประวตั ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์

3. เห็นความสาํ คัญ ในการศึกษาเรียนรู้ การศึกษาค้นควา้ วชิ าประวัตศิ าสตร์ อยา่ งถกู ต้องตาม หลักวชิ าการ ลงช่อื ..................................................ผสู้ อน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสรฐิ )

ใบความรู้ เร่อื ง แผนภาพความจริงกับขอ้ เท็จจริงของเหตกุ ารณ์ทางประวัตศิ าสตร์ ความจรงิ กับขอ้ เท็จจริงของเหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ ขอ้ เทจ็ จรงิ : ข้อมูลเก่ยี วกบั เหตุการณ์ท่ีเกดิ ขึน้ ในอดีตทไ่ี ด้จากเอกสาร หลักฐาน โบราณคดี ผ่านการวเิ คราะห์ตรวจสอบ โดยมีหลักฐานยนื ยัน / อ้างอิงขอ้ มูลน้นั ๆ ความจริง : เหตกุ ารณ์ท่เี กิดขึ้นในอดตี ซ่ึงยอมรับวา่ เปน็ ความจริง โดยมหี ลักฐาน ขั้นปฐมภมู ิท่ีกล่าวถึงยนื ยนั เหตุการณท์ ่เี กดิ ขึน้ และมหี ลักฐานประเภทลายลักษณ์ อ่ืน ๆ ร่วมตรวจสอบความถูกตอ้ งและความน่าเชื่อถือ

ตัวอยา่ งบนั ทึกเหตกุ ารณ์ทางประวัติศาสตร์  หลักฐานท่ีใหข้ ้อมูลทีเ่ ป็นความจรงิ และเปน็ ข้อเทจ็ จรงิ  บันทึกเรื่อง : ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม (ในแผ่นดินสมเด็จพระ-นารายณ์มหาราช) โดยนิโก ลาส์ แชร์แวส ...ชนชาวสยามมีศรัทธากล้าแข็งนกั ส่วนใหญ่ยอมฉบิ หายขายตัวในการสรา้ งวดั วาอารามสรา้ งพระประธาน อ ง ค์ ใ ห ญ่ ม หึ ม า แ ล ะ ป ร ะ ดั บ ป ร ะ ด า อ ย่ า ง ง ด ง า ม ผู้ ที่ ไ ม่ มี ทุ น ท รั พ ย์ พ อ ส ร้ า ง กุ ศ ล ใ ห ญ่ เ ช่ น นั้ น ไ ด้ ก็ จ ะ ไ ป ใ น ที่ หา่ งผู้คนไกลสักหน่อย สร้างกระท่อมไม้มุงใบตองตึงถวายเป็นกุฎีสงฆ์ สืบต่อจากการสักการบูชาพระผู้เป็นเจ้าแล้ว สิ่งท่ีพวกเขาพึงถือปฏิบัติ เ ป็ น ข้ อ ใ ห ญ่ คื อ บํ า เ พ็ ญ ป ร ะ โ ย ช น์ แ ก่ ผู้ อื่ น มี ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ค น ย า ก จ น ไ ป เ ยี่ ย ม ค น ท่ี เ จ็ บ ไ ข้ ไ ด้ ปุ ว ย ส ร้ า ง ศ า ล า ท่ี พั ก ใ น ท่ี ห่ า ง ไ ก ล ใ ห้ เ ป็ น ท า น แ ก่ ผู้ สั ญ จ ร ไ ป ม า อั น นั บ ว่ า เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ แ ก่ ผเู้ ดินทางมาก เพราะระบบการโรงแรมไมม่ ใี นประเทศน้ี และเขาตกั นํ้าใส่ต่มุ ไวห้ น้าบา้ นใหด้ ่มื กินด้วย...  บันทกึ จดหมายเหตุ ลา ลแู บร์ : ราชอาณาจกั รสยาม ...ถ้าชาวสยามผู้ใดมั่งมีพอแล้ว ก็ไม่มีเว้นที่จะสร้างพระอุโบสถและฝังทรัพย์สมบัติอันมีค่าบรรดาท่ีเหลือใช้เหลือสอยไว้ พระอุโบสถนั้ นเป็น ส ถ า น ที่ อั น เ ป็ น ที่ เ ค า ร พ สั ก ก า ร ะ ผู้ ใ ด จ ะ ล ะ เ มิ ด มิ ไ ด้ . . . พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ส ย า ม ก็ทํานองเดียวกับเอกชนทั้งปวงย่อมนําเอาธนสารสมบัติมาฝากฝังไว้กับพระอุโบสถ...ชาวสยามบรรดาที่ไม่มีปัญญาจะสร้างพระอุโบสถได้ อยา่ งนอ้ ยก็ขวนขวายสร้างพระพทุ ธรูปขน้ึ แล้วมอบให้แก่พระอุโบสถทม่ี ผี ู้สรา้ งขนึ้ แลว้  หลักฐานบางช้ินสะท้อนข้อมูลท่ีเป็นข้อเท็จจรงิ เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ โดยมีขอ้ คิดเหน็ / การวเิ คราะห์ของผ้บู นั ทึกซงึ่ อาจไมใ่ ชค่ วามจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์  จดหมายของบาทหลวงชาวฝรัง่ เศส มองซิเออร์คอร์ ถึงมองซิเออร์เลอฟิศกาลเดอมาลากา ในระหว่างท่พี ระยาตาก พระเจ้าแผน่ ดินใหม่ของกรงุ สยาม ได้ทรงทําให้บา้ นเมอื งใกล้เคยี งสะทกสะท้าน กลัวเดชานุภาพไปหมดน้ัน พวกไพร่ฟูาขา้ แผน่ ดินตอ้ งรับความเดือดรอ้ นล้มตายวันละมาก ๆ เพราะอาหารการกนิ อัตคัดกันดารอย่างที่สุด ในปีน้ีได้มีคนตายจาํ นวนมากกวา่ เมอื่ ครัง้ พม่าเขา้ มาตกี รงุ ศรีอยธุ ยา ... เมือ่ ปกี อ่ นและในปนี ี้ พวกจีนและไทยไม่ได้กินอยา่ งอนื่ นอกจากเท่ียวทําลายพระพุทธรูปและ พระเจดีย์ พวกจีนได้ทําใหเ้ งนิ ทองในเมอื งไทยไหลไปเทมา และการท่ีประเทศสยามกลบั ตง้ั ตวั ได้รวดเรว็ เชน่ นี้ก็เพราะความหม่ันเพียรของ พวกจนี ...เพราะฉะน้ันการทไ่ี ด้มีการค้าขายกนั ในทุกวันนี้ กเ็ ป็นด้วยพวกจนี ไดเ้ ท่ยี วขุดเงินทองทฝี่ งั ไว้ตามดินและบรรจุไว้ตามพระเจดีย์ น่นั เอง วัดต่าง ๆ ในเวลานจี้ ะเปรยี บก็เทา่ กับเตาไฟ ฝาผนังก็ดําหมดและตามลานวดั ก็เตม็ ไปดว้ ยถา่ นและพระพทุ ธรูปหกั พงั เป็นช้ินเล็กช้ินน้อย พระเจ้ากรงุ สยามองคใ์ หมห่ าไดจ้ ัดการปูองกนั สาสนาไทยตามท่ีควรทาํ ไม่เพราะเหตุว่าทรงเกรงว่าคนจะเอาใจออกหา่ ง...  พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบรุ ี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) พ.ศ. 2311 ...ด้วยขตั ตยิ วงศา สมณาจารยเ์ สนาบดอี าณาประชาราษฎรยาจกวณพิ กคนโซอนาถาทั่วทกุ เสมามณฑล เกลือ่ นกลน่ กนั มารบั พระราชทาน มากกว่า 10,000 ฝุายข้าราชการทหารพลเรือนไทยจีนนั้นพระราชทานข้าวสารเสมอคนละถงั กินคนละ 20 วัน ครงั้ น้ันยังหาผูจ้ ะทาํ นามิได้ อาหารกนั ดาร ข้าวสารสาํ เภาขายถังละ 3 บาทบ้าง ถังละตาํ ลงึ หน่งึ บ้าง ถงั ละ 5 บาทบา้ ง...จนทุกข์พระทยั ออกพระโอษฐ์ว่า บุคคลผ้ใู ดเป็นอาทิ คือเทวดาบุคคลผมู้ ฤี ทธ์ิ มาประสิทธ์ิ มากระทําใหข้ า้ วปลาอุดมสมบรู ณ์ ขึ้น ให้สตั ว์โลกเป็นสุขได้ แม้นผู้น้นั จะปรารถนาพระพาหาแห่งเราข้างหน่ึง ก็อาจตดั บริจาคให้แกผ่ นู้ ้ันได้ ความกรณุ าเปน็ ความสตั ยฉ์ ะนี้

ชิ้นงานที่ 2 เร่ือง ความจริงกบั ข้อเทจ็ จริงของเหตุการณ์ ให้นักเรียนค้นคว้าเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ไทยทส่ี นใจ 1 เร่ือง แล้ววเิ คราะห์ความแตกต่างระหว่างความจริงกบั ข้อเทจ็ จริงของเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ ชื่อเหตุการณ์ _________________________________________________________________________________ รายละเอยี ด____________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ _____________________________________________________________________________________________ ____________________________________________________________________________________________ วเิ คราะห์เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ ความจริง ขอ้ เท็จจรงิ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ _________________________________ ______________ ______________

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 เร่อื ง ความจริงกบั ข้อเท็จจริงเหตุการณท์ างประวัติศาสตร์ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ รหสั วิชา ส 22102 ช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ครผู ู้สอน นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ ********************* คาช้แี จง แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้ ฉบบั น้ี มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ใหท้ า่ นซึ่งเปน็ ผ้นู เิ ทศได้กรณุ าพิจารณาความเหมาะสม และความ สอดคล้องระหว่างองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรยี นรู้ แบบประเมินแบง่ เปน็ 2 ตอน คอื ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรเู้ ปน็ การพจิ ารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ วา่ มีความเหมาะสมเพียงใด ตอนท่ี 2 แบบประเมินความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรยี นรู้ เปน็ การพจิ ารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจดั การ เรยี นรู้วา่ มคี วามสอดคล้องกนั เพียงใด ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ คาชแี้ จง โปรดทาํ เครอ่ื งหมาย √ ในชอ่ งระดับความเหมาะสมทต่ี รงกับความคดิ เห็นของทา่ น และขอความกรณุ าเขยี นข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ เพอื่ เป็นแนวทางในการปรับปรงุ แผนการจดั การเรยี นรู้ตอ่ ไป ข้อ รายการประเมิน ระดับความคิดเหน็ ใช่ ไม่ใช่ 1 แผนการจดั การเรียนรู้มีองค์ประกอบสาํ คญั ครบถ้วนตามแบบฟอรม์ ท่ีโรงเรียนกาํ หนด √ 2 การเขียนสาระสําคัญในแผนการจดั การเรียนรูม้ ีความถูกตอ้ ง √ 3 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ระบุพฤติกรรมชดั เจน สามารถวัดได้ √ 4 สาระการเรียนรูค้ รบถ้วน สัมพันธก์ บั ตวั ชี้วดั /ผลการเรียนร้/ู จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ √ 5 ระบุวธิ กี ารวดั ผลประเมนิ ผลอย่างชดั เจน √ 6 ระบุเครื่องมือสาํ หรับการวดั ผลประเมินผลอย่างชัดเจน √ 7 ระบเุ กณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผลอย่างชดั เจน √ 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามเหมาะสม ครบถ้วนทกุ ขั้นตอนตามวิธสี อน หรือกระบวนการ หรอื เทคนคิ การสอนท่ี √ ระบไุ วใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้ √ 9 ระบกุ ารใช้สือ่ นวตั กรรม/แหล่งเรียนร้สู มั พันธส์ อดคล้องกับกจิ กรรมการเรยี นรู้ √ 10 มหี ลกั ฐานประกอบ เช่น ส่อื ใบกจิ กรรม ใบความรู้ เครื่องมือวัด ฯ ทป่ี รากฏใน แผนการจดั การเรียนรคู้ รบถ้วน

ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ สอดคลอ้ ง ไมแ่ น่ใจ ไมส่ อดคล้อง คาชแ้ี จง โปรดทําเครอื่ งหมาย / ลงในช่องที่ตรงกบั ความคิดเห็นของทา่ น (1) (0) (-1) 1 ข้อท่ี รายการประเมิน 0 1 0 1 การเขยี นสาระสาํ คญั มคี วามสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งกบั ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นร/ู้ 0 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1 2 จุดประสงคก์ ารเรียนรมู้ คี วามสอดคล้องสัมพนั ธ์กับ 1 สาระการเรยี นรู้ 1 3 หลกั ฐานการเรียนร้มู คี วามสัมพันธ์ สอดคล้องกับสาระ การเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรียนรู้ 1 4 วธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลมคี วามสัมพันธก์ ับสาระการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั /ผลการ 1 เรยี นรู้ 1 5 เครือ่ งมือวัดผลประเมินผล มคี วามสัมพันธก์ บั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ของผเู้ รียน 1 1 6 เครื่องมอื วดั ผลประเมนิ ผล มีความสัมพันธก์ ับสมรรถนะทีส่ าํ คญั ของ ผูเ้ รยี น 7 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความสมั พันธส์ อดคล้องกบั สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั / ผลการเรยี นรู้ 8 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งกับคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ของผูเ้ รียน 9 กิจกรรมการเรียนรมู้ ีความสัมพันธส์ อดคล้องสมรรถนะทสี่ าํ คัญของผเู้ รียน 10 สอื่ -นวัตกรรม/อปุ กรณ/์ แหล่งเรยี นรู้ มคี วามสัมพันธส์ อดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้ 11 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกิจกรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรียนรู้มกี จิ กรรมบรู ณาการกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 13 แผนการจดั การเรยี นรู้มกี ิจกรรมบรู ณาการกบั งานส่ิงแวดลอ้ ม ลงชอื่ ผู้ประเมนิ (นางสาวศริ ิมา เมฆปัจฉาพิชติ ) เกณฑก์ ารประเมิน ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ (ตอนที่ 1) ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้ (ตอนท่ี 2) คะแนนระหวา่ ง 1 - 4 ระดับคุณภาพ ตอ้ งปรับปรงุ คา่ ความสอดคลอ้ งตอ้ งมีคา่ ตั้งแต่ 0.50 ขึน้ ไป คะแนนระหว่าง 5 - 8 ระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนนระหว่าง 9 - 13 ระดบั คณุ ภาพ ดี

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรอื่ ง หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ แผนจัดการเรยี นรทู้ ่ี 4 เร่ือง การตีความหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ รายวิชา ประวตั ศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2562 น้าหนักเวลาเรยี น 0.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง/สัปดาห์ เวลาท่ใี ช้ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ 1 ช่วั โมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสาคญั (ความเข้าใจท่ีคงทน) หลกั ฐานทางประวัติศาสตรม์ ีความหลากหลาย และข้อมลู บางสว่ นอาจถูกทําลายหรือสูญหาย ผ้ศู กึ ษา ประวตั ิศาสตร์จึงต้องอาศยั การวเิ คราะห์ตคี วามจากหลักฐานทางประวตั ิศาสตรอ์ นื่ ประกอบ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ชนั้ ป/ี ผลการเรยี นร้/ู เป้าหมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสําคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาส ตร์ สามารถใช้วิธีการทาง ประวัตศิ าสตร์มาวิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบ ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้ ส 4.1 ม.2/3 เห็นความสําคัญของการตีความหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทนี่ ่าเชือ่ ถอื 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 อธิบายการตีความหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ 3.2 ศึกษาความสําคัญของการวิเคราะห์ข้อมลู และตคี วามหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ 3.3 เห็นความสาํ คัญในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์ โดยการตีความจากหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ เพอื่ ให้ได้ข้อมูล ทีถ่ ูกต้องตรงกบั ข้อเท็จจรงิ และความจรงิ ทางประวัตศิ าสตร์ 4. สมรรถนะสาคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คณุ ลกั ษณะของวชิ า 5.1 ความรับผดิ ชอบ 5.2 ความตงั้ ใจ

6. คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ใฝุเรียนรู้ 3. มงุ่ มัน่ ในการทํางาน 4. รักความเป็นไทย 7. ช้นิ งาน/ภาระงาน : 7.1 ชนิ้ งานที่ 3 เร่ือง การตีความหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั ทบทวนความรู้เกี่ยวกบั ขน้ั ตอนของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ว่ามอี ะไรบ้าง แลว้ ร่วมกันสรปุ เปน็ แผนภาพ เพื่อเปน็ พืน้ ฐานความร้กู ่อนนําเข้าสู่เนื้อหาของบทเรยี น 2. ให้นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ ร่ือง การตีความหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์แล้วรว่ มกนั สรุปความหมาย ดังตวั อย่าง การตคี วามหลกั ฐาน หมายถึง การพจิ ารณาข้อมลู ในหลกั ฐานว่าผสู้ รา้ งหลักฐานมเี จตนาที่แท้จริงอย่างไร โดยดูจากการเขียนของผบู้ ันทึกและรปู รา่ งลักษณะโดยทั่วไปของหลักฐาน ตา่ ง ๆ เพื่อใหไ้ ด้ความหมายที่แทจ้ รงิ ซงึ่ อาจแอบแฝงโดยเจตนาหรือไมก่ ็ตาม ในการตคี วามหลักฐาน นักประวัติศาสตรจ์ งึ ต้องพยายามจับความหมายจากสํานวนโวหาร ทัศนคติ ความ เช่อื ฯลฯ ของผู้เขียนและสังคมในยคุ สมยั นั้นประกอบด้วย เพือ่ ทีจ่ ะได้ทราบวา่ ถอ้ ยความนั้นนอกจากจะหมายความตามตัวอักษรแล้ว ยังมคี วามหมายที่แท้จรงิ อะไรแฝงอยู่ 3. ให้นักเรียนศกึ ษาและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับความสาํ คญั ของการวเิ คราะห์ขอ้ มูลและตคี วามหลกั ฐานทาง ประวตั ศิ าสตร์ โดยครูใช้คาํ ถาม ดังนี้  เพราะเหตใุ ดจึงต้องมกี ารตีความหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ (ตวั อย่างคาตอบ ขอ้ มูล ทางประวตั ิศาสตรข์ องยคุ สมัยอาจมีขอ้ จากัด เชน่ สูญหาย ถูกทาลาย บางเรื่องบางประเดน็ อาจเป็นความคิดหรอื ความลบั ทีไ่ มม่ ีการเปดิ เผยจึงไม่มกี ารบันทึกเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ผศู้ กึ ษาประวัติศาสตรจ์ ึงต้องอาศยั การวเิ คราะห์ และตีความ)  การวิเคราะหข์ ้อมลู และตีความหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์มคี วามสาํ คญั อย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ) 1) ชว่ ยให้ทราบข้อเท็จจริงทางประวัตศิ าสตร์ 2) ชว่ ยขยายขอบเขตความรเู้ ดิมใหก้ ว้างขวางออกไป 3) เปน็ การนาเสนอองค์ความรใู้ หม่ให้แกผ่ ูส้ นใจศกึ ษา  การวเิ คราะหแ์ ละตีความหลักฐานทางประวัติศาสตรจ์ ะต้องมีขอ้ มูลใดประกอบ (ตัวอย่างคาตอบ หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ทั้งขั้นปฐมภูมแิ ละทุติยภูมิ เปน็ สง่ิ จาเป็นในการศึกษาประวตั ิศาสตร์) 4. ให้ครูยกตวั อย่างวธิ กี ารตีความหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์อธบิ ายให้นกั เรียนศึกษาเพ่ิมเตมิ

5. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้  หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์มีความหลากหลาย ข้อมูลบางส่วนถูกทาํ ลายหรอื สญู หาย ผู้ศึกษาประวัตศิ าสตร์ต้องอาศัยการวิเคราะห์ตีความจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์อ่นื ประกอบ 6. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ําถามทา้ ทาย ดงั น้ี  ผทู้ ่จี ะสามารถตีความหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ จะตอ้ งมีคุณสมบตั ิอยา่ งไร 7. ใหน้ ักเรียนทําชน้ิ งานท่ี 3 เร่อื ง การตีความหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ 9. ส่ือการเรียนการสอน / แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ ่อื 1 ชุด ข้ันขยายความรู้ รายการสอื่ 1 ชุด ข้นั สรา้ งความสนใจ 1. แผนภูมิข้นั ตอนวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 2. ชิ้นงานที่ 3 เรื่อง การตีความหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ 10. การวัดผลและประเมินผล เปา้ หมาย หลกั ฐานการเรยี นรู้ วิธีวัด เคร่อื งมือวดั ฯ ประเด็น/ การเรียนรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน เกณฑก์ ารให้คะแนน 1. อธิบายการตีความ 1. สังเกตพฤติกรรม 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ 1. การประเมินพฤติกรรมการ หลักฐานทาง 1. แผนภูมิข้นั ตอนวธิ ีการ ของนกั เรียนในการ เขา้ ร่วมกิจกรรม เขา้ รว่ มกิจกรรม ประวตั ศิ าสตร์ ทางประวตั ิศาสตร์ เขา้ ร่วมกิจกรรม - ผา่ นตั้งแต่ 2 รายการ ถอื วา่ 2. ศกึ ษาความสําคัญ 2. ชิ้นงานที่ 3 เรื่อง การ 2 .ตรวจชิ้นงาน ผา่ น ของการวิเคราะห์ ตีความหลกั ฐานทาง ท่ี 3 - ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ไม่ ขอ้ มลู และตีความ ประวตั ิศาสตร์ ผา่ น หลักฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ 3. เหน็ ความสําคัญใน การศึกษา ประวัติศาสตร์ โดย การตีความจาก หลักฐานทาง ประวตั ิศาสตร์ เพือ่ ให้ ไดข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้องตรง กับข้อเท็จจริงและ ความจรงิ ทาง ประวัติศาสตร์ ลงชือ่ ..................................................ผูส้ อน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ)

ชิ้นงานที่ 3 เร่ือง การตคี วามหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ให้นักเรียนประเมินความน่าเชื่อถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ทอี่ ยู่ในจังหวดั ของตนเองลงในแบบบนั ทกึ ความสาคัญของ ___________________________________________ การวเิ คราะหข์ ้อมลู ___________________________________________ __________________________________________ และตคี วาม ทางประวัติศาสตร์ ___________________________________________ ___________________________________________ __________________________________________ ___________________________________________ ___________________________________________ __________________________________________ ___________________________________________ ___________________________________________ __________________________________________ ชื่อ...................................................... นามสกุล................................................... ชั้น................... เลขท่.ี .............

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอื่ ง การตคี วามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ รายวชิ า ประวัติศาสตร์ รหัสวชิ า ส 22102 ช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ครผู ู้สอน นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ ********************* คาช้แี จง แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ ฉบับน้ี มวี ตั ถุประสงค์เพ่อื ใหท้ า่ นซ่งึ เปน็ ผนู้ เิ ทศไดก้ รณุ าพิจารณาความเหมาะสม และความ สอดคล้องระหวา่ งองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจดั การเรียนรู้ แบบประเมินแบง่ เปน็ 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรเู้ ปน็ การพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ ว่ามีความเหมาะสมเพียงใด ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นการพจิ ารณาองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการ เรยี นรวู้ า่ มีความสอดคลอ้ งกนั เพียงใด ตอนท่ี 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาชแี้ จง โปรดทําเครือ่ งหมาย √ ในช่องระดับความเหมาะสมท่ตี รงกบั ความคิดเหน็ ของทา่ น และขอความกรณุ าเขยี นขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ เพ่ือเปน็ แนวทางในการปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ตอ่ ไป ขอ้ รายการประเมิน ระดบั ความคิดเหน็ ใช่ ไมใ่ ช่ 1 แผนการจดั การเรยี นรมู้ ีองค์ประกอบสําคัญครบถว้ นตามแบบฟอรม์ ทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด √ 2 การเขยี นสาระสําคญั ในแผนการจดั การเรียนรมู้ ีความถูกต้อง √ 3 จุดประสงค์การเรยี นรรู้ ะบุพฤตกิ รรมชดั เจน สามารถวดั ได้ √ 4 สาระการเรียนรคู้ รบถว้ น สมั พนั ธ์กบั ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ √ 5 ระบวุ ธิ ีการวดั ผลประเมินผลอย่างชัดเจน √ 6 ระบเุ ครือ่ งมือสาํ หรับการวดั ผลประเมินผลอยา่ งชัดเจน √ 7 ระบเุ กณฑก์ ารวดั ผลประเมินผลอย่างชดั เจน √ 8 กจิ กรรมการเรยี นรมู้ ีความเหมาะสม ครบถ้วนทกุ ขนั้ ตอนตามวิธสี อน หรือกระบวนการ หรือเทคนิคการ √ สอนทร่ี ะบไุ ว้ในแผนการจดั การเรยี นรู้ 9 ระบุการใช้สื่อ นวัตกรรม/แหลง่ เรยี นรสู้ มั พันธส์ อดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ √ 10 มหี ลักฐานประกอบ เชน่ ส่อื ใบกจิ กรรม ใบความรู้ เคร่ืองมอื วดั ฯ ท่ีปรากฏใน √ แผนการจดั การเรียนรู้ครบถ้วน

ตอนท่ี 2 แบบประเมินความสอดคลอ้ งองค์ประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้ สอดคลอ้ ง ไม่แนใ่ จ ไมส่ อดคลอ้ ง คาช้แี จง โปรดทาํ เครอ่ื งหมาย / ลงในชอ่ งทต่ี รงกับความคดิ เหน็ ของทา่ น (1) (0) (-1) 1 ข้อท่ี รายการประเมิน 0 1 0 1 การเขียนสาระสาํ คญั มีความสมั พนั ธ์สอดคล้องกับตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้/ 0 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้มคี วามสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั 1 สาระการเรียนรู้ 1 3 หลักฐานการเรียนรมู้ คี วามสมั พนั ธ์ สอดคล้องกับสาระ การเรยี นรู้ ตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้/กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1 4 วิธีการวัดผลประเมนิ ผลมคี วามสัมพันธก์ บั สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด/ผลการ 1 เรียนรู้ 1 5 เครอ่ื งมือวดั ผลประเมนิ ผล มีความสมั พนั ธก์ ับคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ของผเู้ รยี น 1 1 6 เคร่ืองมอื วดั ผลประเมนิ ผล มีความสัมพนั ธ์กับสมรรถนะท่ีสําคัญของ ผู้เรยี น 7 กิจกรรมการเรียนรมู้ ีความสมั พันธส์ อดคล้องกบั สาระการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ัด/ ผลการเรยี นรู้ 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามสมั พันธส์ อดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ของผเู้ รียน 9 กิจกรรมการเรยี นรมู้ ีความสมั พนั ธส์ อดคล้องสมรรถนะทสี่ าํ คญั ของผเู้ รยี น 10 ส่ือ-นวตั กรรม/อุปกรณ/์ แหล่งเรียนรู้ มคี วามสมั พันธส์ อดคล้องกับ กิจกรรมการเรียนรู้ 11 แผนการจดั การเรียนรู้มกี จิ กรรมบรู ณาการกบั งานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรยี น 12 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกิจกรรมบรู ณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 13 แผนการจดั การเรยี นรู้มีกิจกรรมบรู ณาการกับงานสิง่ แวดลอ้ ม ลงช่อื ผปู้ ระเมิน (นางสาวศริ มิ า เมฆปัจฉาพิชิต) เกณฑก์ ารประเมิน ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้ (ตอนท่ี 1) ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้ (ตอนท่ี 2) คะแนนระหวา่ ง 1 - 4 ระดบั คณุ ภาพ ตอ้ งปรับปรงุ ค่าความสอดคล้องต้องมีค่าตัง้ แต่ 0.50 ข้ึนไป คะแนนระหว่าง 5 - 8 ระดบั คุณภาพ พอใช้

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่อื ง พัฒนาการของภมู ภิ าคเอเชีย แผนจัดการเรียนรู้ที่ 5 เร่ือง ภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออก รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ รหัสวชิ า ส 22102 ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 น้าหนักเวลาเรยี น 0.5 (นน./นก.) เวลาเรียน 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ เวลาที่ใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1 ชวั่ โมง ............................................................................................................................. ............................. 1. สาระสาคญั (ความเข้าใจที่คงทน) เอเชยี ตะวนั ออกเป็นภูมิภาคที่กว้างขวางทส่ี ดุ ในทวปี เอเชีย ประกอบด้วยประเทศจนี ญป่ี ุน เกาหลเี หนอื เกาหลีใต้ และมองโกเลีย ภูมิประเทศเป็นแผ่นดินใหญ่ กลมุ่ เกาะและเทือกเขาสงู มภี มู อิ ากาศแบบร้อน อบอุ่นและหนาวจัดในฤดูหนาว 2. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนร้/ู เป้าหมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีตจนถึงปัจจบุ นั ในด้านความสัมพันธแ์ ละการเปลี่ยนแปลงของ เหตกุ ารณ์อยา่ งต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสําคญั และสามารถวิเคราะห์ผลกระทบท่ีเกดิ ขึ้น ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้ ส 4.2 ม.2/1 อธิบายพฒั นาการทางสังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของภูมิภาคเอเชีย 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 อธิบายสภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตรข์ องภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออก 3.2 จาํ แนกลกั ษณะภูมิประเทศภูมอิ ากาศของเอเชียตะวนั ออก 3.3 เหน็ ความสําคัญและประโยชนท์ ่ีเกิดจากการศึกษาเรียนร้สู ภาพแวดล้อมของภูมิภาคเอเชีย เพือ่ พฒั นาการ เรยี นรขู้ องตนเอง 4. สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คุณลกั ษณะของวิชา 5.1 ความรบั ผิดชอบ 5.2 ความต้ังใจ

6. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 2. ใฝุเรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทํางาน 4. รักความเปน็ ไทย 7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน : แผนภาพสภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตรข์ องภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออก 8. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครูใช้ส่ือประเภทเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร์ เชน่ แผนทที่ วีปเอเชีย แผนท่ภี มู ิภาคเอเชยี ตะวันออกมานําเสนอ สนทนาแลกเปล่ยี นโดยการเขียนเปน็ แผนผังความคดิ จาํ แนกทวปี เอเชียเป็นภมู ิภาคต่าง ๆ ตามลักษณะของแต่ละพ้นื ท่ี 2. ใหน้ กั เรยี นศึกษาความรูเ้ ร่ือง สภาพแวดล้อมทางภมู ิศาสตร์ของภมู ภิ าคเอเชียตะวันออก ในประเด็นหลกั ที่สาํ คญั ดงั น้ี  ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออก  ลกั ษณะภมู ิประเทศ  ลกั ษณะภูมอิ ากาศ โดยครใู ชส้ ่ือประกอบกบั การจัดกิจกรรมการเรียน เชน่ แผนที่ ภาพ แล้วให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คําถาม ดงั นี้  ประเทศในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกมปี ระเทศใดบา้ ง (ประเทศจนี ญี่ปุ่น เกาหลเี หนือ เกาหลีใต้ และมองโกเลยี )  ภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกมีลักษณะภมู ิประเทศ และภมู อิ ากาศอยา่ งไร (ตัวอย่างคาตอบ ลกั ษณะภมู ิ ประเทศ : เป็นแผน่ ดินใหญแ่ ละกล่มุ เกาะ พ้นื ทแ่ี ผน่ ดินใหญม่ เี ทือกเขาสูงและทร่ี าบสงู ทางตะวนั ตก ในขณะที่ดา้ น ตะวันออกเปน็ ทร่ี าบลุ่มและชายฝงั่ ทะเล ลักษณะภมู ิอากาศ : อากาศรอ้ น อบอุ่น และหนาวจัดในฤดูหนาว)  ภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกมสี ่งิ แวดล้อมและทรัพยากรทางธรรมชาติทส่ี ําคัญ อะไรบ้าง (ตวั อยา่ งคาตอบ 1. ลกั ษณะดนิ : ทางตะวันออกและทางตอนใตข้ องทวปี เปน็ พนื้ ท่ีทีอ่ ุดมสมบรู ณด์ ้วย ตะกอนดิน 2. ลกั ษณะแหล่งน้า : มีแมน่ ้าสายสาคญั ได้แก่ แมน่ ้าหวางเหอ ฉางเจียงซึ่งมีตน้ น้าจาก ทางตอนเหนือไหลลงสู่ทางทิศใต้ 3. ทรพั ยากรแร่ธาตุ : แร่เหล็ก ตะก่วั พลวง ดีบุก แมงกานีส ถา่ นหิน ทองคา กามะถัน สงั กะสี 4. ลกั ษณะพืชพรรณ : ปา่ ดบิ ชื้น มอส และไลเคน)

3. ครูมอบภาระงานใหน้ กั เรียนจัดทําแผนที่ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออก ด้วยการนาํ เสนอและกําหนดรายละเอียด ระบาย สีแสดงสัญลักษณ์ทเี่ กีย่ วข้องกับลกั ษณะเฉพาะทางภมู ิศาสตรท์ ่ีเปน็ จดุ เดน่ ของแต่ละประเทศในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกให้ ถูกต้อง แล้วนําผลงานมานาํ เสนอวิพากษว์ ิจารณแ์ ละแลกเปลย่ี นความรหู้ นา้ ชนั้ เรียน 4. ให้นักเรียนสรปุ ความรู้เกีย่ วกบั สภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตรข์ องภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออก เป็นแผนภาพ ดงั ตัวอย่าง ขอ้ ดี ที่ราบลุ่มเหมาะแกก่ าร ประกอบอาชีพเกษตรกรรมต่าง ลกั ษณะภูมิประเทศและ ๆ เทือกเขาสูงและกลุ่มเกาะ ภมู ิอากาศของเอเชีย เปน็ แหลง่ ท่องเที่ยวท่ีสวยงาม ภมู ปิ ระเทศเตปะ็นวแนั ผอ่นอดกินใหญ่ และกลมุ่ เกาะ มเี ทือกเขาสงู และ ที่ราบสงู ทางตะวนั ตก ภมู ิอากาศ รอ้ น อบอนุ่ ข้อเสยี เทอื กเขาสูงทาใหไ้ ม่มี ในฤดหู นาว อากาศหนาวจัด มี แหล่งเพาะปลกู พืชพรรณ และ มกั ประสบปัญหาภยั ทาง ธรรมชาติ เชน่ แผน่ ดนิ ไหวใน ประเทศญปี่ ่นุ 5. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี้  เอเชยี ตะวนั ออกเป็นภมู ิภาคทีก่ วา้ งขวางทีส่ ดุ ในทวีปเอเชีย ประกอบดว้ ยประเทศจีน ญีป่ ุน เกาหลเี หนือ เกาหลีใต้ และมองโกเลยี ภมู ปิ ระเทศเป็นแผ่นดนิ ใหญ่ กลมุ่ เกาะและเทือกเขาสงู มภี มู ิอากาศแบบรอ้ น อบอุ่นและหนาวจัดในฤดหู นาว 6. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ําถามท้าทาย ดังน้ี  อะไรคือจดุ เดน่ ทีแ่ สดงถึงลักษณะสภาพแวดล้อมของเอเชยี ตะวันออกท่ีแตกต่างจากเอเชียภูมภิ าคอื่น 9. ส่อื การเรยี นการสอน / แหลง่ เรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ อ่ื ข้ันขยายความรู้ รายการสือ่ 1 ชดุ ขนั้ ขยายความรู้ 1 ชดุ 1. แผนท่ีภูมิภาคเอเชีย และเอเชียตะวนั ออก ขน้ั ขยายความรู้ 2. ภาพลกั ษณะภูมิประเทศ และภมู ิอากาศของเอเชียตะวนั ออก 1 ชดุ 3. แผนภาพสภาพแวดลอ้ มทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคเอเชีย ตะวนั ออก

10. การวัดผลและประเมินผล เป้าหมาย หลกั ฐานการเรียนรู้ วิธวี ดั เคร่ืองมือวัดฯ ประเดน็ / การเรียนรู้ ชน้ิ งาน/ภาระงาน เกณฑ์การให้คะแนน 1.สงั เกตพฤตกิ รรม 1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 1. อธบิ าย 1.แผนภาพ ของนักเรยี นในการ เข้าร่วมกิจกรรม 1. การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มทาง สภาพแวดลอ้ มทาง เข้ารว่ มกิจกรรม พฤตกิ รรมการเข้ารว่ ม ภูมิศาสตรข์ อง ภูมิศาสตร์ของภมู ภิ าค กจิ กรรม ภูมิภาคเอเชีย เอเชียตะวันออก ตะวันออก - ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถอื 2. จาํ แนกลกั ษณะ วา่ ผา่ น ภมู ิประเทศ - ผ่าน 1 รายการ ถือวา่ ภูมิอากาศของเอเชยี ไมผ่ า่ น ตะวนั ออก 3. เหน็ ความสาํ คญั และประโยชนท์ เี่ กิด จากการศึกษาเรียนรู้ สภาพแวดล้อมของ ภมู ิภาคเอเชีย เพ่ือ พัฒนาการเรยี นรู้ ของตนเอง 11. การบรู ณาการตามจุดเนน้ ของโรงเรยี น หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ครู ผ้เู รยี น 6. ความพอประมาณ พอดดี ้านเทคโนโลยี พอดีดา้ นจิตใจ รู้จกั ใชเ้ ทคโนโลยมี าผลิตสื่อที่ มจี ติ สาํ นกึ ทีด่ ี เอื้ออาทร เหมาะสมและสอดคลอ้ งเนือ้ หาเป็น ประนปี ระนอม นกึ ถึงประโยชน์ ประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี นและพัฒนาจากภมู ิ ส่วนรวม/กลมุ่ ปญั ญาของผู้เรยี น 7. ความมีเหตผุ ล - ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความ - ไมห่ ยดุ นง่ิ ทห่ี าหนทางในชีวิต หลุด ถกู ต้อง สุจรติ แม้จะตกอยู่ในภาวะขาด พน้ จากความทุกข์ยาก (การค้นหา แคลน ในการดํารงชีวติ คาํ ตอบเพ่ือใหห้ ลดุ พ้นจากความไมร่ ู้) 8. มภี มู คิ ุมกันในตัวทดี่ ี - ภูมิปญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ - ภูมปิ ญั ญา : มีความรู้ รอบคอบ และ ระมดั ระวัง ระมดั ระวัง สร้างสรรค์

9. เง่อื นไขความรู้ - ความรอบรู้ เรอ่ื ง พัฒนาการของ - ความรอบรู้ เร่ือง พฒั นาการของ ภมู ิภาคเอเชยี ทเี่ กี่ยวข้องรอบด้าน ภมู ิภาคเอเชยี สามารถนําความรู้ 10. เง่ือนไขคุณธรรม ความรอบคอบท่ีจะนาํ ความร้เู หลา่ นัน้ เหล่าน้นั มาพิจารณาใหเ้ ชอ่ื มโยงกัน มาพจิ ารณาใหเ้ ชือ่ มโยงกนั เพือ่ สามารถประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจําวัน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ประกอบการวางแผน การดําเนนิ การ ประวตั ศิ าสตร์ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ใหก้ บั ผู้เรยี น - มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความ - มีความตระหนักใน คุณธรรม มคี วาม ซอื่ สตั ยส์ ุจริตและมีความอดทน มี - ประวัติของพชื ซื่อสตั ยส์ จุ ริตและมคี วามอดทน มี ความเพยี ร ใช้สตปิ ญั ญาในการดําเนนิ สิ่งแวดล้อม ความเพียร ใชส้ ติปญั ญาในการดําเนิน ชีวติ ชีวิต ประวตั ศิ าสตร์ ผู้เรียน - การนาํ พืชมาปลูกใน ครู ประวัติศาสตร์ โรงเรียน ประวตั ศิ าสตร์ - ระบปุ ัจจยั ทม่ี ผี ลต่อการปลกู พืช - ปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การปลูกพชื ผู้เรยี น ครู ประวัตศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตร์ - ยกตัวอย่างการเลือกใช้ต้นไม้ท่จี ะ - การเลือกใชต้ น้ ไม้ทจี่ ะนาํ มาปลกู ใน นํามาปลูกในโรงเรียน โรงเรยี น ลงชอ่ื ..................................................ผู้สอน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสริฐ)

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง พัฒนาการของภมู ิภาคเอเชยี แผนจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 เรอ่ื ง พัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออก : จีน รายวิชา ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2562 น้าหนกั เวลาเรยี น 0.5 (นน./นก.) เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ เวลาทีใ่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1 ชวั่ โมง .............................................................................................................................. ............................ 1. สาระสาคัญ (ความเข้าใจทค่ี งทน) ประเทศจีนมีพฒั นาการทางด้านประวตั ิศาสตร์ สงั คม และการเมืองมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นแหลง่ กาํ เนิดอารยธรรมทเี่ ก่าแก่ทม่ี ีอทิ ธิพลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตรข์ องหลายประเทศในภมู ิภาคเอเชยี 2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั ช้นั ป/ี ผลการเรยี นร/ู้ เปา้ หมายการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถงึ ปจั จุบันในดา้ นความสัมพนั ธแ์ ละการเปลี่ยนแปลงของ เหตุการณ์อยา่ งต่อเนอ่ื ง ตระหนกั ถึงความสาํ คญั และสามารถวเิ คราะห์ผลกระทบท่ีเกิดข้ึน ตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ ส 4.2 ม.2/1 อธบิ ายพัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของภมู ิภาคเอเชยี 3. สาระการเรียนรู้ 3.4 อธบิ ายพฒั นาการทางประวัติศาสตร์ สงั คม และการเมืองของจีน 3.5 ศึกษา จาํ แนกลกั ษณะพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สงั คม และการเมอื งของจนี 3.6 เห็นความสําคญั ในการศึกษาเรียนร้พู ัฒนาการดา้ นต่าง ๆ ของประเทศในภมู ภิ าคเอเชียเพื่อประโยชน์ ทางด้านการศกึ ษาและการใช้ชีวิตทั้งในปจั จุบนั และอนาคต 4. สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คณุ ลกั ษณะของวิชา 5.1 ความรับผิดชอบ 5.2 ความต้ังใจ

6. คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. ใฝุเรียนรู้ 3. มุง่ มนั่ ในการทาํ งาน 4. รักความเป็นไทย 7. ช้ินงาน/ภาระงาน : 7.1 แบบบันทกึ ข้อมูลประเทศในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออก 7.2 แผนภาพพฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และการเมอื งของจีน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครใู หน้ ักเรียนระบุความรเู้ กย่ี วกบั ข้อมลู เบ้ืองต้นของประเทศจีน ลงในแบบบันทึกเพื่อทบทวนพ้นื ฐานความรู้ ก่อนเขา้ สู่เนอ้ื หาของบทเรียน ดงั ตวั อยา่ ง แบบบันทกึ ขอ้ มลู ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ประเทศ__________________________  ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ_____________________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________  ลกั ษณะภูมอิ ากาศ______________________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________  ลกั ษณะแหล่งน้ํา ______________________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________  ลกั ษณะพืชพรรณธรรมชาต_ิ _____________________________________ _____________________________________(_ต_า_ม__ป_ร_ะ__ส_บ__ก_า_ร_ณ__์ก__า_ร_เ_ร_ียนร้ขู องผเู้ รียน) ____________________________________________________________  วถิ ีชีวิตความเปน็ อยขู่ องประชากร_________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________  สภาพเศรษฐกิจ________________________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________  ศาสนาและความ เช่อื ____________________________________________ ____________________________________________________________ ____________________________________________________________

2. ให้นกั เรียนศึกษาความรเู้ ร่ือง พัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ และการเมือง ของจนี โดยครกู ําหนดหัวขอ้ สําคัญใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มสบื ค้นข้อมลู สรุปความรแู้ ลกเปล่ียนประสบการณเ์ รียนร้หู นา้ ชน้ั เรียนตามประเด็นของหวั ข้อ ดังต่อไปน้ี กลุ่มท่ี 1 พฒั นาการด้านการเมอื งการปกครอง กลุ่มที่ 2 พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ กลมุ่ ที่ 3 พัฒนาการดา้ นสงั คม 3. จบการนําเสนอของกลมุ่ ท่ี 1 ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ลาํ ดับพัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง สรปุ เป็น แผนภาพบนกระดาน ดังตัวอย่าง จีนในอดีตปกครองด้วยระบอบสมบรู ณาญาสิทธิราชย์ จักรพรรดจิ ีนมีอํานาจสงู สดุ ในการปกครองทกุ ระดบั ระบบการปกครองดําเนนิ มานานกว่า 2,000 ปี จึงสนิ้ สุดลง พุทธศตวรรษท่ี 25 ซุน ยตั เซ็นเปน็ ผู้ปฏวิ ตั กิ ารเปลยี่ นแปลงการปกครองระบอบ สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชยเ์ ปน็ ประชาธปิ ไตย และนายพลเจียง ไคเชกเป็น ผู้รวบรวมประเทศจนี เปน็ ประเทศสาธารณรัฐจนี หลังสงครามโลกครงั้ ที่ 2 จนี เปลีย่ นการปกครองเปน็ ระบบคอมมิวนสิ ต์ โดยผนู้ าํ การเปล่ียนแปลง คือ เหมา เจ๋อตง เม่ือวันที่ 1 ตลุ าคม พ.ศ. 2492 และนายพล เจยี ง ไคเชกหนีไปทเ่ี กาะไตห้ วันและสถาปนาเป็นประเทศใหม่ท่ีปกครองแบบ ประชาธปิ ไตย การปกครองยังคงระบอบคอมมิวนิสต์ ศนู ยก์ ลางอํานาจอยู่ที่พรรคคอมมิวนสิ ต์ แต่ ได้มกี ารกระจายอาํ นาจใหแ้ ก่ทอ้ งถน่ิ มากขน้ึ ในสมัย เติง้ เสีย่ วผงิ ปฏริ ปู ระบบเศรษฐกิจตามโลกสมยั ใหมท่ ําให้จีนเปน็ ประเทศท่แี ข็งแกรง่ ท้งั การเมืองและเศรษฐกจิ ประเทศหน่ึงของโลกสมยั ปจั จุบัน 4. จบการนําเสนอของกลุม่ ที่ 2 ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์พฒั นาการด้านเศรษฐกิจของจีน สรุปเป็นแผนภาพเป็นความรู้เพิม่ เติม ดังตวั อยา่ ง

พัฒนาทางเศรษฐกิจของจีน จากอดตี - ปัจจบุ นั สมัยโบราณจนี มคี วามเชื่อวา่ ตนเองเปน็ ศูนย์กลาง ความเจรญิ ทางเศรษฐกจิ ของโลกไม่ต้องพึง่ พาสินคา้ ต่างชาติ จีนเร่ิมทาํ การคา้ กบั ต่างชาติสมยั ราชวงศ์ฮัน่ จนถึงราชวงศ์ชิง เสน้ ทางการค้าที่สําคัญ คอื เส้นทางสายแพรไหม และทางทะเล ท่จี ีนเดนิ ทางทําการค้าถงึ แอฟรกิ าฝ่ังตะวนั ออก พทุ ธศตวรรษที่ 22-24 เป็นช่วงทีจ่ ีนทําการค้ากับชาติ ตะวนั ตก ช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 จีนประสบปญั หาทาง เศรษฐกิจอย่างหนกั จนมีผคู้ นอพยพออกนอกประเทศไปแสวงหา โอกาสทางเศรษฐกิจในต่างแดน จนทาํ ให้มชี ุมชนชาวจีนอาศยั ท่วั ทกุ มมุ โลกในปัจจุบนั จีนเปลยี่ นแปลงระบอบเศรษฐกิจเม่ือพรรคคอมมวิ นสิ ต์ จีนปกครองประเทศและนาํ ระบบสงั คมนิยมคอมมิวนสิ ตม์ าใช้ แกป้ ัญหาเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2530 เตง้ิ เสย่ี วผิงไดน้ ํานโยบาย สท่ี ันสมัยมาใชป้ ฏริ ปู เศรษฐกิจ คอื ดา้ นเกษตร อตุ สาหกรรม การทหาร วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีจนทําใหเ้ ศรษฐกจิ จีน เตบิ โตแขง็ แกรง่ และมีอัตราความเตบิ โตทางเศรษฐกจิ สูง ของโลกในยุคปัจจบุ ัน 5. จบการนําเสนอของกลุ่มท่ี 3 ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้ พัฒนาการดา้ นสังคมของจนี เปน็ แผนภาพ บนกระดาน ดังตวั อยา่ ง

พฒั นาการดา้ นสงั คมของจนี การประดิษฐ์ พฒั นาอักษรภาพมา 3,000 กวา่ ปี เป็นสื่อหลอ่ หลอม ตัวอกั ษร วัฒนธรรมจนี ให้เป็นปึกแผ่น ปรัชญาศาสนา ลัทธขิ งจ๊ือและเตา๋ เปน็ รากฐานอารยธรรมจีน ศิลปกรรม พระพทุ ธศาสนาแบบมหายานผสมผสานกบั อารยธรรมจีน สร้างความรุง่ เรืองทางอารยธรรมและเผยแผ่สปู่ ระเทศต่าง ๆ ปรากฏในรปู ของหตั ถกรรม ไดแ้ ก่ ผ้าไหม ผ้าแพร เครื่องรัก เครื่องกระเบ้ือง ฯลฯ ซง่ึ เปน็ สินค้าส่งออกในสมัยเส้นทางสาย ไหม ภาพจติ รกรรมแบบพู่กนั จนี วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ประดษิ ฐกรรมชน้ิ แรกของโลกท่ีจนี ประดิษฐ์ขึน้  การคิดคน้ ปฏทิ ินเพ่ือประโยชน์ต่อการเพาะปลูก  การสรา้ งเข็มทศิ เดนิ เรอื  ลูกคิด  เครอ่ื งวดั แผ่นดินไหว ปจั จบุ นั สังคมวัฒนธรรมจีนแบบเดมิ กําลังถกู กระทบอยา่ งหนกั เพราะ การเปิดประเทศแบบสมัยใหม่ จีนรับเอาวฒั นธรรมแบบต่างชาติมากขึน้ เพราะ เศรษฐกิจของจนี เตบิ โตแบบก้าวกระโดดทาํ ให้จนี กลายเป็นประเทศทท่ี ุกมุมโลก ม่งุ สร้างความสมั พนั ธใ์ นรปู แบบต่าง ๆ ทําใหส้ ังคมจีนเปลย่ี นสยู่ คุ โลกใหม่ 6. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้  ประเทศจนี มีพฒั นาการทางดา้ นประวัตศิ าสตร์ สังคม และการเมือง มายาวนานกว่า 4,000 ปี เปน็ แหลง่ กาํ เนิดอารยธรรมทเ่ี ก่าแก่ท่มี ีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย 7. ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครใู ชค้ ําถามทา้ ทาย ดังนี้  ปัจจัยใดทีส่ ง่ เสริมให้ประเทศจีนมคี วามเจรญิ รุ่งเรืองสบื เนื่องยาวนานจากอดีตจนถึงปัจจบุ นั

9. สื่อการเรียนการสอน / แหลง่ เรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ ือ่ ขนั้ ขยายความรู้ รายการสอ่ื 1 ชุด ขัน้ ขยายความรู้ 1. แบบบันทกึ ขอ้ มลู ของประเทศในภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออก 1 ชุด 2. แผนภาพพัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์ สงั คม เศรษฐกจิ และ การเมอื งของจนี 10. การวัดผลและประเมินผล เปา้ หมาย หลักฐานการเรยี นรู้ วิธีวัด เครอ่ื งมือวัดฯ ประเดน็ / เกณฑ์การใหค้ ะแนน การเรียนรู้ ชนิ้ งาน/ภาระงาน 1. การประเมินพฤติกรรมการเข้า 1. อธิบายพัฒนาการ 1. แบบบนั ทกึ ข้อมูล 1.สงั เกตพฤติกรรม 1. แบบสังเกตพฤติกรรมการ ร่วมกจิ กรรม ของนักเรียนในการ เขา้ รว่ มกจิ กรรม - ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ทางประวตั ศิ าสตร์ ประเทศในภูมภิ าค เข้ารว่ มกจิ กรรม 2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ผา่ น 2.สงั เกตพฤตกิ รรม เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม - ผา่ น 1 รายการ ถือว่า ไมผ่ า่ น สงั คม และการเมือง เอเชยี ตะวันออก ของนกั เรยี นในการ 2. การประเมินพฤติกรรมการเข้า เข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ รว่ มกิจกรรมกลุม่ ของจนี 2.แผนภาพพฒั นาการ - คะแนน 12-15 ระดัย ดี - คะแนน 8-11 ระดับ พอใช้ 2. ศึกษา จาํ แนก ทางประวัตศิ าสตร์ - คะแนน ตา่ํ กว่า 8 ระดับ ปรับปรุง ลกั ษณะพฒั นาการ สงั คม เศรษฐกิจ และ ทางประวตั ศิ าสตร์ การเมืองของจนี สงั คม และการเมือง ของจีน 3. เห็นความสําคัญ ในการศึกษาเรยี นรู้ พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของประเทศใน ภูมภิ าคเอเชียเพื่อ ประโยชนท์ างด้าน การศกึ ษาและการใช้ ชวี ติ ท้งั ในปัจจบุ ัน และอนาคต ลงช่ือ..................................................ผสู้ อน (นางสาวอาภาภรณ์ สอนประเสรฐิ )

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงในชอ่ ง ทต่ี รงกับระดบั คะแนน ลาดับ ชือ่ -สกลุ ความมีวินัย ความมนี า้ ใจ การรบั ฟงั การแสดง การตรงตอ่ รวม ที่ ของผู้รบั การประเมิน เอ้อื เฟือ้ ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ เวลา 20 เสยี สละ คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม กล่มุ .......................................................................................................... สมาชกิ ในกลุ่ม 1. 2....................................................................... ...................................................................... 3. 4....................................................................... ...................................................................... 5. 6....................................................................... ...................................................................... คาชี้แจง: ให้นักเรียนทําเครื่องหมาย  ในช่องที่ตรงกับความเปน็ จรงิ พฤติกรรมที่สังเกต 3 คะแนน 1 2 1. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มคี วามกระตือรือรน้ ในการทํางาน 3. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รับมอบหมาย 4. มีขน้ั ตอนในการทํางานอย่างเป็นระบบ 5. ใชเ้ วลาในการทํางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมทีท่ ําเปน็ ประจํา ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทที่ ําเป็นบางครงั้ ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทาํ นอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง พัฒนาการของภูมภิ าคเอเชีย แผนจัดการเรยี นรู้ที่ 7 เรอ่ื ง พฒั นาการทางประวัตศิ าสตรส์ งั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งของภูมิภาคเอเชียตะวันออก : ญป่ี ่นุ รายวชิ า ประวัตศิ าสตร์ รหัสวิชา ส 22102 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 นา้ หนักเวลาเรยี น 0.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลาท่ใี ชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1 ช่ัวโมง .................................................................................... ...................................................................... 1. สาระสาคัญ (ความเขา้ ใจท่คี งทน) ญป่ี ุนเปน็ หมู่เกาะในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออก ปกครองระบอบประชาธปิ ไตย เป็นประเทศช้ันนาํ ทางด้าน เศรษฐกจิ ของโลก มสี ังคมและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองทยี่ งั คงอนุรักษ์และ สืบทอดจนถึงปจั จุบนั 2. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วดั ช้นั ป/ี ผลการเรียนร/ู้ เปา้ หมายการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดีตจนถึงปจั จุบันในดา้ นความสัมพนั ธ์และการเปลี่ยนแปลงของ เหตกุ ารณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาํ คญั และสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบที่เกดิ ขึ้น ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ ส 4.2 ม.2/1 อธิบายพัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของภมู ภิ าคเอเชยี 3. สาระการเรียนรู้ 3.7 อธบิ ายพัฒนาการทางประวตั ิศาสตร์ สังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของญ่ีปุน 3.8 ศึกษาสืบคน้ พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกจิ และการเมอื งของญี่ปุน 3.9 เห็นความสาํ คญั ในการศึกษาเรยี นรพู้ ฒั นาการด้านต่าง ๆ ของประเทศในภมู ภิ าคเอเชยี เพ่ือประโยชน์ ทางดา้ นการศกึ ษาและการใช้ชวี ิตทั้งในปัจจุบนั และอนาคต 4. สมรรถนะสาคัญของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 5. คุณลักษณะของวชิ า 5.1 ความรบั ผดิ ชอบ 5.2 ความต้ังใจ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook