148 มพนั ธข์ องหวั ข้อเนื้อหาในบทที่ ๓ คณุ เภสชั รสตวั ยา รส รสยา ๖ รส รสยา ๘ รส รสยา ๙ รส ภิ งั ค์ คมั ภรี ว์ รโยคสาร คมั ภรี ธ์ าตุววิ รณ์ ด ๑. มธุระ คอื รสหวาน ๑. รสขม ๑. รสขม ด ๒.อมั พริ ะ คอื รส ๒. รสฝาด ๒. รสหวาน ม เปรย้ี ว ๓. รสเคม็ ๓. รสเมาเบ่อื รย้ี ว ๓.ลวณะ คอื รสเคม็ ๔. รสเผด็ และรอ้ น ๔. รสขม ๔.กฏุกะ คอื รสเผด็ ๕. รสหวาน ๕. รสเผด็ รอ้ น ๖. รสเปรย้ี ว ๖. รสมนั ๕.ตติ ตกิ ะ คอื รสขม ๗. รสเยน็ หอม ๗. รสหอมเยน็ ๖. กะสาวะ คอื รสฝาด ๘. รสมนั ๘. รสเคม็ ๙. รสเปรย้ี ว (รสจดื )
149 บทที่ ๔ คณาเภสชั คณาเภสชั คอื การจดั หมวดหมู่ตวั ยาหลายสงิ่ หลายอย่าง เป็นการศกึ ษาให้รู้จกั พกิ ดั ยา เพราะตวั ยาตงั้ แต่ ๒ สง่ิ ขน้ึ ไปนํามารวมกนั สามารถเรยี กเป็นช่อื เดยี ว เรยี กเป็นคําตรงตวั ยา และ เรยี กเป็นคาํ ศพั ทไ์ ด้ การจดั คณาเภสชั น้ี หากไดร้ บั การรบั รองใหเ้ ป็นตาํ รา เพ่อื การศกึ ษาองคนรุ่นหลงั จะตอ้ งมกี ารประชุมเพอ่ื ตงั้ ช่อื ใหม่ ใชเ้ รยี กช่อื หมยู่ านนั้ ๆ เป็นอยา่ งเดยี วกนั ตามคาํ ศพั ทห์ รอื คาํ ตรงต่อไป การจดั หมวดหมู่ตวั ยา เป็นกลุ่ม เป็นพวก ก็เพ่อื ความสะดวกแก่การจดจาํ หรอื เขยี นตํารา ทเ่ี รยี กว่า “พกิ ดั ยา” คอื การจํากดั หมายถงึ “จํากดั จํานวน” ซง่ึ จะเป็นจํานวนของสงิ่ ใดกต็ าม ท่ไี ด้ จาํ กดั จาํ นวนไวแ้ ลว้ จะเพม่ิ หรอื จะลดจํานวนทจ่ี ํากดั ของสง่ิ ของนัน้ ไม่ได้ ในจาํ นวนทจ่ี าํ กดั ไว้ดงั น้ี จงึ สมมุตนิ ามเรยี กว่า พกิ ดั ถ้าจะนําไปใช้จํากดั สง่ิ ใด ก็เตมิ นามของสงิ่ นัน้ เขา้ ขา้ งท้ายคําว่าพกิ ดั เช่น พกิ ดั ยา พกิ ดั อายุ พกิ ดั เดอื น และพกิ ดั สมฏุ ฐาน เป็นตน้ สาํ หรบั ในพกิ ดั ยาต่างๆ นัน้ ตวั ยาแต่ละสง่ิ ในพกิ ดั เดยี วกนั ยงั ไดจ้ าํ กดั ส่วนหรอื น้ําหนกั ของ ตวั ยาไวเ้ ท่า ๆ กนั เวน้ แต่ในหมวดมหาพกิ ดั ซง่ึ จาํ กดั ส่วนของตวั ยาไวไ้ มเ่ ท่ากนั แต่กอ็ ย่ใู นขอบเขต ของจํานวนท่ไี ด้จํากัดไว้ และในการท่ีจะใช้น้ําหนักของยาท่ีคิดเป็นส่วนน้ี ถ้าจะทําเป็นยาต้มใช้ น้ําหนักส่วนละ ๑ บาท ถ้าจะทําเป็นผงใช้น้ําหนักส่วนละ ๑ สลงึ ถ้าจะทาํ เป็นยาดองใช้น้ําหนัก ส่วน ละ ๑ เฟ้ือง และถา้ จะทาํ เป็นยาแทรกกใ็ หแ้ ทรกกง่ึ ส่วน การจดั ตงั้ พกิ ดั ยาขน้ึ มานนั้ กเ็ พอ่ื สะดวกในการจดจาํ และเขยี นตํารา ตลอดถงึ ความสะดวกใน การปรงุ ยาและการทจ่ี ดั ตงั้ เป็นพกิ ดั แต่ละอยา่ งนนั้ กม็ ไิ ดต้ งั้ ขน้ึ ตามความพอใจ แต่ผูท้ จ่ี ดั ตงั้ ยาแต่แรก นนั้ จะตอ้ งมหี ลกั ในการพจิ ารณา โดยอาศยั หลกั ดงั น้ี ๑) รสยาจะตอ้ งไมข่ ดั กนั ๒) สรรพคณุ จะตอ้ งเสมอหรอื คลา้ ยคลงึ กนั ดว้ ยสาเหตุสองประการดงั กล่าวมาน้ี จงึ จะรวมตวั ยาเขา้ เป็นพกิ ดั เดยี วกนั ได้ พกิ ดั ยาต่างๆ ทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ึ มานัน้ มเี ป็นจาํ นวนมาก เพ่อื ทจ่ี ะให้สะดวก จงึ ไดต้ งั้ นามขน้ึ มาใชเ้ รยี กพกิ ดั ยาแต่ละอย่าง เป็นช่อื ตรงบา้ ง เรยี กช่อื เป็นศพั ทบ์ าลบี า้ ง ในคําศพั ทบ์ าลนี ัน้ ถา้ แปลออกเป็นภาษาไทยแลว้ กจ็ ะได้ ใจความไปตามจาํ นวนและสรรพคุณของพกิ ดั ยานนั้ พิกดั ยา ไดก้ ําหนดแบ่งออกเป็น ๓ หมวด คอื ๑. จลุ พิกดั หมายถงึ การจาํ กดั จาํ นวนตวั ยาน้อยชนดิ โดยมากเป็นตวั ยาทม่ี ชี ่อื เรยี ก อยา่ งเดยี วกนั แต่จะมขี อ้ แตกตา่ งจากถนิ่ ทเ่ี กดิ ต่างกนั ทส่ี ี ต่างกนั ทช่ี นิด ต่างกนั ทข่ี นาด ต่างกนั ทร่ี ส เป็นตน้ ๒. พิกดั หมายถงึ การจาํ กดั จาํ นวนตวั ยาตงั้ แต่สองสง่ิ ขน้ึ ไป รวมเรยี กเป็นชอ่ื เดยี วกนั จะ เป็นคาํ ตรงหรอื คาํ ศพั ท์ โดยทต่ี วั ยาทน่ี ํามารวมกนั ตอ้ งใชน้ ้ําหนกั เสมอภาค คอื ขนาดน้ําหนกั เท่ากนั
150 ๓. มหาพิกดั หมายถึง การจํากัดจํานวนตัวยาหลายส่งิ รวมเรียกเป็นช่ือเดียวกัน แต่ตวั ยาแต่ละอยา่ งในมหาพกิ ดั มนี ้ําหนกั ไม่เท่ากนั เพราะเหตุว่ามหาพกิ ดั น้ี ท่านสงเคราะหเ์ อาไปแก้ ตามสมฏุ ฐานต่างๆ คอื ใชแ้ กใ้ นกองฤดู กองธาตุกาํ เรบิ หยอ่ น และพกิ าร โรคแทรกโรคตาม ๑. จลุ พิกดั จลุ พกิ ดั คอื จาํ กดั ตวั ยาน้อยอยา่ ง หรอื พกิ ดั ทเ่ี รยี กช่อื ตรงตามตวั ยา มกั จะเป็นตวั ยา อยา่ งเดยี วกนั หรอื ส่วนมากมตี วั ยาเพยี ง ๒ อยา่ งเท่านนั้ แต่เป็นตวั ยาชนิดเดยี วกนั ต่างกนั ท่ี ขนาด ต่างกนั ทส่ี ี ต่างกนั ทร่ี ส ต่างกนั ทช่ี นดิ (เพศผู้ – เพศเมยี ) ต่างกนั จากถน่ิ ทเ่ี กดิ ตวั อยา่ งเชน่ ๑.๑ พวกท่ีต่างกนั ท่ีขนาด ๑) กระพงั โหมทงั้ ๒ คอื กระพงั โหมน้อย กระพงั โหมใหญ่ ๒) ขา่ ทงั้ ๒ คอื ขา่ เลก็ ขา่ ใหญ่ ๓) ตบั เต่าทงั้ ๒ คอื ตบั เต่าน้อย ตบั เต่าใหญ่ ๔) เปลา้ ทงั้ ๒ คอื เปลา้ น้อย เปลา้ ใหญ่ ๕) เรว่ ทงั้ ๒ คอื เรว่ น้อย เรว่ ใหญ่ ๖) สม้ กุง้ ทงั้ ๒ คอื สม้ กุง้ น้อย สม้ ตม้ กุง้ ใหญ่ ๑.๒ พวกท่ีต่างกนั ท่ีสี ๑) การบรู ทงั้ ๒ คอื การบรู ดาํ การบูรขาว ๒) กะเพราทงั้ ๒ คอื กะเพราแดง กะเพราขาว ๓) กระดกู ไก่ทงั้ ๒ คอื กระดกู ไก่ดํา กระดกู ไก่ขาว ๔) กระวานทงั้ ๒ คอื กระวานดาํ กระวานขาว ๕) หวั กระดาดทงั้ ๒ คอื หวั กระดาดแดง หวั กระดาดขาว ๖) ตน้ กา้ งปลาทงั้ ๒ คอื ตน้ กา้ งปลาแดง ตน้ กา้ งปลาขาว ๗) กาํ มะถนั ทงั้ ๒ คอื กํามะถนั แดง กาํ มะถนั เหลอื ง ๘) ขก้ี าทงั้ ๒ คอื ขก้ี าแดง ขก้ี าขาว ๙) ขอบชะนางทงั้ ๒ คอื ขอบชะนางแดง ขอบชะนางขาว ๑๐) แคทงั้ ๒ คอื แคแดง แคขาว ๑๑) จนั ทน์ทงั้ ๒ คอื จนั ทน์แดง จนั ทน์ขาว ๑๒) เจตมลู เพลงิ ทงั้ ๒ คอื เจตมลู เพลงิ แดง เจตมลู เพลงิ ขาว ๑๓) เทยี นทงั้ ๒ คอื เทยี นแดง เทยี นขาว ๑๔) บวั หลวงทงั้ ๒ คอื บวั หลวงแดง บวั หลวงขาว ๑๕) ผกั เป็ดทงั้ ๒ คอื ผกั เป็ดแดง ผกั เป็นขาว ๑๖) ผกั แพวทงั้ ๒ คอื ผกั แพวแดง ผกั แพวขาว ๑๗) ฝ้ายทงั้ ๒ คอื ฝ้ายแดง ฝ้ายขาว
151 ๑๘) พรกิ ไทยทงั้ ๒ คอื พรกิ ไทยดํา พรกิ ไทยาว (ล่อน) ๑๙) เถามวกทงั้ ๒ คอื เถามวกแดง เถามวกขาว ละหงุ่ ขาว ๒๐) ละหุ่งทงั้ ๒ คอื ละหุ่งแดง สตั ตบงกชขาว หางไหลขาว ๒๑) สตั ตบงกชทงั้ ๒ คอื สตั ตบงกชแดง ๒๒) หางไหลทงั้ ๒ คอื หางไหลแดง มะขามหวาน ๑.๓ พวกที่ต่างกนั ที่รส มะขามเทศมนั มะปรางหวาน ๑) มะขามทงั้ ๒ คอื มะขามเปรย้ี ว มะเฟืองหวาน ๒) มะขามเทศ ๒ คอื มะขามเทศฝาด กระพงั โหมตวั เมยี ๓) มะปรางทงั้ ๒ คอื มะปรางเปรย้ี ว เกลอื ตวั เมยี ตําแยตวั เมยี ๔) มะเฟืองทงั้ ๒ คอื มะเฟืองเปรย้ี ว เบย้ี ตวั เมยี ๑.๔ พวกท่ีต่างชนิดกนั (เพศผู้ – เพศเมีย) ผกั ปอดตวั เมยี มะยมตวั เมยี ๑) กระพงั โหมทงั้ ๒ คอื กระพงั โหมตวั ผู้ หมากเมยี ศลิ ายนิ ตวั เมยี ๒) เกลอื ทงั้ ๒ คอื เกลอื ตวั ผู้ ๓) ตําแยทงั้ ๒ คอื ตาํ แยตวั ผู้ กระทอ้ นป่า กะทอื ป่า ๔) เบย้ี ทงั้ ๒ คอื เบย้ี ตวั ผู้ ๕) ผกั ปอดทงั้ ๒ คอื ผกั ปอดตวั ผู้ หวั ขา้ วเยน็ ใต้ ขเ้ี หลก็ ป่า ๖) มะยมทงั้ ๒ คอื มะยมตวั ผู้ เขาววั ป่า ชะมดเชยี ง ๗) หมากทงั้ ๒ คอื หมากผู้ ชะเอมไทย ๘) ศลิ ายอนทงั้ ๒ คอื ศลิ ายอนตวั ผู้ ชาํ มะเรยี งป่า ๑.๕ พวกที่ต่างกนั ท่ีถ่ินที่เกิด ชุมเหด็ ไทย หญา้ เกลด็ หอยใหญ่ ๑) กระทอ้ นทงั้ ๒ คอื กระทอ้ นบา้ น ดเี กลอื ฝรงั่ ๒) กะทอื ทงั้ ๒ คอื กะทอื บา้ น ปรงป่ า ประยงคป์ ่า ๓) หวั ขา้ วเยน็ ทงั้ ๒ คอื หวั ขา้ วเยน็ เหนอื ผกั หวานป่า ๔) ขเ้ี หลก็ ทงั้ ๒ คอื ขเ้ี หลก็ บา้ น ๕) เขาววั ทงั้ ๒ คอื เขาววั บา้ น ๖) ชะมดทงั้ ๒ คอื ชะมดเชด็ ๗) ชะเอมทงั้ ๒ คอื ชะเอมเทศ ๘) ชาํ มะเรยี งทงั้ ๒ คอื ชาํ มะเรยี งบา้ น ๙) ชุมเหด็ ทงั้ ๒ คอื ชุมเหด็ เทศ ๑๐) หญา้ เกลด็ หอยทงั้ ๒ คอื หญา้ เกลด็ หอยเลก็ ๑๑) ดเี กลอื ทงั้ ๒ คอื ดเี กลอื ไทย ๑๒) ปรงทงั้ ๒ คอื ปรงบา้ น ๑๓) ประยงคท์ งั้ ๒ คอื ประยงคบ์ า้ น ๑๔) ผกั หวานทงั้ ๒ คอื ผกั หวานบา้ น
152 ๑๕) มะระทงั้ ๒ คอื มะระขน้ี ก มะระจนี ๑๖) ยอทงั้ ๒ คอื ยอบา้ น ยอป่ า ๑๗) สลอดทงั้ ๒ คอื สลอดบก สลอดน้ํา ๑๘) แสมทงั้ ๒ คอื แสมสาร แสมทะเล ๑๙) สะเดาทงั้ ๒ คอื สะเดาบา้ น สะเดาป่ า ๒๐) สเี สยี ดทงั้ ๒ คอื สเี สยี ดแขก สเี สยี ดไทย ๒๑) หศั คณุ ทงั้ ๒ คอื ทศั คุณเทศ หศั คณุ ไทย ๒๒) อบเชยทงั้ ๒ คอื อบเชยเทศ อบเชยไทย ๒. พิกดั พิกดั ยา หมายถงึ การจาํ กดั จาํ นวนตวั ยาตงั้ แต่สองสง่ิ ขน้ึ ไป รวมเรยี กเป็นช่อื เดยี วกนั จะเป็น คําตรงหรอื คําศพั ท์ โดยทต่ี วั ยาท่นี ํามารวมกนั ต้องใช้น้ําหนักเสมอภาค คอื ขนาดน้ําหนักเท่ากนั จาํ แนกพกิ ดั ยาได้ ดงั น้ี ๑) พกิ ดั ยา ๒ สง่ิ มี ๒ พกิ ดั ๒) พกิ ดั ยา ๓ สงิ่ มี ๓๐ พกิ ดั ๓) พกิ ดั ยา ๔ สง่ิ มี ๔ พกิ ดั ๔) พกิ ดั ยา ๕ สงิ่ มี ๑๘ พกิ ดั ๕) พกิ ดั ยา ๗ สง่ิ มี ๖ พกิ ดั ๖) พกิ ดั ยา ๙ สง่ิ มี ๖ พกิ ดั ๗) พกิ ดั ยา ๑๐ สง่ิ มี ๒ พกิ ดั ๘) พกิ ดั ยาพเิ ศษ มี ๔ พกิ ดั ๒.๑ พิกดั ยา ๒ สิ่ง ๑) พิกดั ทเวคนั ธา (ทเวสุคนธ)์ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี กี ลน่ิ หอม ๒ อยา่ งคอื รากบุนนาค ขบั ลมในลาํ ไส้ รากมะซาง แกโ้ ลหติ แกก้ าํ เดา ๒) พิกดั ทเวติคนั ธา คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี กี ลน่ิ หอม ๓ อยา่ งในยา ๒ สงิ่ คอื ดอกบุนนาค บาํ รงุ โลหติ แกก้ ลนิ่ เหมน็ สาบสางในรา่ งกาย แก่นบุนนาค แกร้ ตั ตะปิตตะโรค รากบุนนาค ขบั ลมในลาํ ไส้ ดอกมะซาง ทาํ ใจใหช้ ุ่มชน่ื ชกู ําลงั แก่นมะซาง แกค้ ุดทะราด แกเ้ สมหะ แกไ้ ขส้ มั ประชวร รากมะซาง แกโ้ ลหติ แกก้ าํ เดา
153 ๒.๒ พิกดั ยา ๓ สิ่ง ๑) พิกดั ตรีผลา คือ จาํ กดั จาํ นวนผลไม้ ๓ อยา่ ง คอื ลกู สมอพเิ ภก ลกู สมอไทย ลกู มะขามป้อม สรรพคณุ แกป้ ิตตะวาตะ สมหะในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมฏุ ฐาน ๒) พิกดั ตรกี ฏุก คือ จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี รี สเผด็ รอ้ น ๓ อยา่ ง คอื เหงา้ ขงิ แหง้ เมลด็ พรกิ ไทย ดอกดปี ลี สรรพคณุ แกว้ าตะเสมหะ ปิดตะวาตะในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมฏุ ฐาน ๓) พิกดั ตรีสาร คือ จาํ นวนตวั ยาทใ่ี หค้ ณุ ในฤดูหนาว ๓ อยา่ ง คอื รากเจตมลู เพลงิ เถาสะคา้ น รากชา้ พลู สรรพคณุ แกว้ าตะเสมหะ ปิดตะวาตะในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมฏุ ฐาน ๔) พิกดั ตรสี คุ นธ์ คือ จาํ นวนตวั ยามกี ลนิ่ หอม ๓ อยา่ ง คอื ใบกระวาน รากอบเชยเทศ รากพมิ เสนตน้ สรรพคุณ แกไ้ ขส้ นั นิบาต แกไ้ ขเ้ ซ่อื งซมึ แกไ้ ขจ้ กุ เสยี ด แกร้ ดิ สดี วง ๕) พิกดั ตรที ิพรส คอื จาํ นวนตวั ยารสดี หรอื รสเลศิ ๓ อยา่ ง คอื โกฐกระดกู เน้ือไม้ อบเชยได้ สรรพคณุ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ ตบั ปอดและหวั ใจบาํ รงุ กระดกู บาํ รงุ ครรภร์ กั ษาทาํ ใหช้ มุ่ ชน่ื ๖) พิกดั ตรีสมอ คอื จาํ นวนสมอ ๓ อยา่ ง คอื ลกู สมอไทย ลกู สมอเทศ ลกู สมอพเิ ภก สรรพคณุ แกเ้ สมหะ แกไ้ ข้ บาํ รงุ ธาตุ ผายธาตุ รถู้ ่ายรปู้ ิดเอง ๗) พิกดั ตรีมธรุ ส คอื จาํ นวนตวั ยารสหวาน ๓ อยา่ ง คอื น้ําตาล
154 น้ําผง้ึ น้ํามนั เนย สรรพคุณ บาํ รงุ ธาตุ แกส้ ะอกึ และแกไ้ ขต้ รโี ทษ ผายธาตุ เจรญิ อาหาร ๘) พิกดั ตรสี ินธรุ ส คอื จาํ นวนตวั ยารสน้ํา ๓ อยา่ ง คอื รากมะตูม เทยี นขาว น้ําตาลกรวด สรรพคุณแกร้ อ้ นในกระหายน้ํา แกพ้ ษิ ไขพ้ ษิ ฝี แกด้ พี กิ าร แกน้ ิว่ ขบั ปัสสาวะ ๙) พิกดั ตรีญาณรส คอื จาํ นวนตวั ยาทม่ี รี สสาํ หรบั รู้ ๓ อยา่ ง คอื ไสห้ มาก รากสะเดา เถาบอระเพด็ สรรพคณุ แกไ้ ขด้ บั พษิ รอ้ น ขบั ปัสสาวะ ขบั เสมหะ บาํ รุงไฟธาตุ เจรญิ อาหาร ๑๐) พิกดั ตรีเพชรสมคณุ คอื จาํ นวนองตวั ยาทม่ี คี ุณเสมอเพชร ๓ อยา่ งคอื รากว่านหางจระเข้ ฝักราชพฤกษ์ รงทอง สรรพคณุ แกป้ วดหวั แกก้ ําเดาถ่ายเสมหะถ่ายอุจจาระ แกโ้ ลหติ และน้ําเหลอื งเสยี ๑๑) พิกดั ตรีฉินทลมกา คอื จาํ นวนตวั ยาแกธ้ าตุลามกใหต้ กไป ๓ อยา่ ง คอื โกฐน้ําเตา้ ลกู สมอไทย รงทอง สรรพคุณ ถ่ายทอ้ งบาํ รงุ ธาตุ ขบั ลม ถ่ายไขเ้ พอ่ื เสมหะ ถ่ายโลหติ และน้ําเหลอื งเสยี ๑๒) พิกดั ตรีเกสรเพศ คอื จาํ นวนของตวั ยามรี สแห่งเกสร ๓ อยา่ ง คอื เกสรบวั หลวงแดง เกสรบวั หลวงขาว สรรพคณุ คมุ ธาตุ แกไ้ ขเ้ พ่อื ปถวธี าตุกาํ เรบิ ทาํ ตวั ใหเ้ ยน็ แกค้ ลน่ื เหยี นอาเจยี น ๑๓) พิกดั ตรีเกสรมาศ คอื จาํ นวนตวั ยาเกสรทอง ๓ อยา่ ง เปลอื กฝ่ินตน้ เกสรบวั หลวงแดง เกสรบวั หลวงขาว สรรพคณุ เจรญิ อาหาร บาํ รงุ ธาตุ คุมธาตุ บาํ รงุ กําลงั แกท้ อ้ งเดนิ
155 ๑๔) พิกดั ตรีอมฤต คอื จาํ นวนตวั ยาทไ่ี มต่ าย ๓ อยา่ ง คอื รากมะกอก รากกลว้ ยตบี รากกระดอม สรรพคณุ แกไ้ ข้ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา ขบั ปัสสาวะ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ กําลงั แกท้ อ้ งเดนิ ๑๕) พิกดั ตรสี ตั กลุ า (รตั ตกลุ า) คอื จาํ นวนตวั ยาทม่ี ตี ระกลู สามารถ ๓ อยา่ ง เทยี นดาํ ลกู ผกั ชลี า เหงา้ ขงิ สด สรรพคุณ บาํ รงุ ไฟธาตุ ขบั ลมในลาํ ไส้ แกอ้ าการธาตุ ๑๐ประการแกอ้ าเจยี น ๑๖) พิกดั ตรีทรุ วสา คอื จาํ นวนตวั ยาแกม้ นั เหลวพกิ าร ๓ อยา่ ง เมลด็ โหระพา ลกู กระวาน ลกู ราชดดั สรรพคณุ แกบ้ ดิ บาํ รงุ น้ําดี แกล้ ม แกพ้ ษิ ตาซาง ๑๗) พิกดั ตรีสคุ ติสมฏุ ฐาน คอื จาํ นวนตวั ยาทาํ ใหม้ คี วามสขุ เป็นทต่ี งั้ ๓ อยา่ ง คอื รากมะเดอ่ื ชุมพร รากเพกา รากแคแดง สรรพคุณ แกไ้ ขพ้ ษิ ต่างๆ บาํ รงุ ไฟธาตุ คุมธาตุ ๑๘) พิกดั ตรผี ลสมฏุ ฐาน คอื จาํ นวนผลไมเ้ ป็นทต่ี งั้ ๓อยา่ ง (ทเ่ี กดิ แหง่ ผล ๓ อยา่ ง)คอื ลกู มะตูม ลกู ยอ ลกู ผกั ชา สรรพคุณ แกส้ มุฏฐานแหง่ ตรโี ทษ ขบั ลมต่างๆ แกอ้ าเจยี น แกโ้ รคไตพกิ าร ๑๙) พิกดั เสมหะผล คอื จาํ นวนตวั ยาทม่ี คี ณุ แกเ้ สมหะ ๓ อยา่ ง คอื ลกู ชา้ พลู รากดปี ลี รากมะกล่าํ เครอื สรรพคณุ แกเ้ สมหะ แกส้ ะอกึ แกเ้ สน้ อมั พฤกษอ์ มั พาต แกล้ ม ๒๐) พิกดั ปิ ตตะผล คอื จาํ นวนผลแกล้ ม ๓ อยา่ ง คอื รากเจตมลู เพลงิ
156 รากกะเพรา ผกั แพวแดง (บอระเพด็ ) สรรพคณุ แกจ้ ตกุ าลเตโช บาํ รงุ ธาตุ แกล้ ม แกเ้ สน้ ประสาทพกิ าร ปวดเมอ่ื ยตามขอ้ ๒๑) พิกดั ตรวี าตะผล คอื จาํ นวนผลแกล้ ม ๓ อยา่ ง คอื ลกู สะคา้ น รากพรกิ ไทย เหงา้ ขา่ สรรพคณุ แกก้ องลม แกเ้ สมหะ แกแ้ น่นในทรวงอก แกเ้ ลอื ด บาํ รงุ ไปธาตุ ๒๒) พิกดั ตรีอากาศผล คอื จาํ นวนผลแกอ้ ากาศธาตุ ๓ อยา่ ง คอื เหงา้ ขงิ กระลาํ พกั อบเชยเทศ สรรพคุณ แกอ้ าการธาตุ ๑๐ ประการ แกต้ รสี มฏุ ฐาน แกแ้ น่นในอก แกโ้ ลหติ เป็นพษิ แกไ้ ขจ้ บั ขบั ลม ปลกู ธาตุไฟ ๒๓) พิกดั ตรีธารทิพย์ คอื จาํ นวนตวั ยาทม่ี รี สดงั น้ําทพิ ย์ ๓ อยา่ ง คอื รากไทรยอ้ ย รากราชพฤกษ์ รากมะขามเทศ สรรพคณุ บาํ รุงน้ํานม แกก้ ระษยั ฆา่ เชอ้ื คดุ ทะราด แกท้ อ้ งรว่ ง ๒๔) พิกดั ตรพี ิษจกั ร คอื จาํ นวนจกั รพษิ ๓ อยา่ ง คอื ลกู ผกั ชลี อ้ ม ลกู จนั ทน์ กระวาน สรรพคุณ แกล้ ม แกพ้ ษิ เลอื ด บาํ รงุ โลหติ แกป้ วดทอ้ งจุกเสยี ด ๒๕) พิกดั ตรีชาติ (ธาตุ) คอื จาํ นวนวตั ถุ ๓ อยา่ ง คอื ดอกจนั ทร์ กระวาน อบเชย สรรพคณุ แกธ้ าตุพกิ ารแก้ลมเสมหะ แกว้ งิ เวยี น บาํ รุงดวงจติ ๒๖) พิกดั ตรีกาฬพิษ คอื จาํ นวนตวั ยาแกพ้ ษิ ตามกาล ๓ อยา่ ง รากกระเพราแดง หวั กระชาย เหงา้ ขา่ สรรพคุณ บํารงุ ธาตุ บาํ รงุ กําหนดั ขบั ลม แกไ้ ขสนั นิบาต แกเ้ ลอื ดเสยี
157 ๒๗) พิกดั ตรีคนั ธวาตะ (กนั ธวาต) คอื จาํ ตวั ยาแก้พษิ ตามกาล ๓ อยา่ ง คอื ลกู เรว่ ใหญ่ ลกู จนั ทน์ ดอกกานพลู สรรพคุณ แกธ้ าตุพกิ าร แกค้ ลน่ื เหยี นอาเจยี นแกร้ ดิ สดี วงทงั้ ๙ แกไ้ อหดื ๒๘) พิกดั ตรีผลธาตุ คอื จาํ นวนผลแกธ้ าตุ ๓ อยา่ ง คอื เหงา้ กะทอื หวั ตะไครห้ อม เหงา้ ไพล สรรพคณุ บํารงุ ธาตุไฟ แกไ้ ขต้ วั รอ้ น แกก้ าํ เดา แกฟ้ กบวมปวดเมอ่ื ย ๒๙) พิกดั ตรสี นั นิบาตผล (ตรโี ลหิตะพละ) คอื จาํ นวนผลแกส้ นั นิบาต ๓ อยา่ งคอื ผลดปี รี รากกะเพรา รากพรกิ ไทย สรรพคณุ แกไ้ ขสนั นิบาต แกใ้ นกองลม บาํ รงุ ธาตุ แกป้ ถวี ๒๐ ประการ ๓๐) พิกดั ตรีสุรผล คอื จาํ นวนยามรี สกลา้ ๓ อยา่ ง คอื สมลุ แวง้ เน้ือไม้ เทพทาโร สรรพคุณ แกล้ มสมั ประชวร บาํ รงุ ธาตุ โลหติ แกล้ มสลบ แกล้ มในทอ้ ง ทาํ ใหป้ วดทอ้ งจกุ เสยี ดแน่น ๒.๓ พิกดั ยา ๔ สิ่ง ๑) พิกดั จตกุ าลธาตุ คอื จาํ นวนตวั ยาแกธ้ าตุตามเวลา ๔ อยา่ ง คอื หวั ว่านน้ํา รากเจตมลู เพลงิ รากแคแตร รากนมสวรรค์ สรรพคณุ แกธ้ าตุพกิ าร บํารงุ ธาตุ แกจ้ กุ เสยี ด แกเ้ สมหะ แกโ้ ลหติ ในทอ้ ง ขบั ลมในทอ้ ง แกไ้ ข้ ๒) พิกดั จตทุ ิพคนั ธา คอื จาํ นวนยาทม่ี กี ลนิ่ หอมดงั กลนิ่ ทพิ ย์ ๔ อยา่ ง คอื รากมะกล่าํ เครอื รากชะเอมเทศ
158 ดอกพกิ ุล เหงา้ ขงิ แครง สรรพคณุ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ หวั ใจ แกเ้ สมหะ แกล้ มปัน่ ป่วน แกพ้ รรดกึ ๓) พิกดั จตผุ ลาธิตะ คอื จาํ นวนผลไมใ้ หค้ ณุ ๔ อยา่ ง คอื ลกู สมอไทย ลกู สมอภเิ ภก ลกู มะขามป้อม ลกู สมอเทศ สรรพคุณ ถ่ายไข้ ถ่ายลมแกโ้ รคตา บาํ รงุ ธาตุ ผายธาตุ ถ่ายรปู ิดธาตุ ๔) พิกดั จตวุ าตะผล คอื จาํ นวนตวั ยาแกล้ มไดผ้ ล ๔ อยา่ ง คอื เหงา้ ขงิ กระลาํ พกั เปลอื กอบเชย โกฐหวั บวั สรรพคุณ แกไ้ ขพ้ รรดกึ แกต้ รสี มฏุ ฐาน ขบั ผายลม บาํ รงุ ธาตุ แกล้ มในกองรดิ สดี วง ๒.๔ พิกดั ยา ๕ ส่ิง ๑) พิกดั เบญจกลู คอื จาํ กดั จาํ นวนตระกลู ยา (เครอ่ื งยา) ทม่ี รี สรอ้ น ๕ อยา่ ง คอื ดอกดปี ลี รากชา้ พลู เถาสะคา้ น รากเจตมลู เพลงิ เหงา้ ขงิ แหง้ สรรพคุณ กระจายกองลมและโลหติ แกค้ ถู เสมหะแกล้ มพานไส้ บาํ รงุ กองธาตุทงั้ ๔ ๒) พิกดั เบญจอมฤต คอื จาํ กดั ตวั ยาดงั น้ําทพิ ย์ ๕ อยา่ ง คอื น้ํานมสด น้ํานมสม้ น้ําออ้ ย น้ําผง้ึ น้ํามนั เนย สรรพคุณ บาํ รงุ กําลงั บาํ รุงธาตุไฟ ขบั ลมใหแ้ ล่น ทวั่ กาย แกไ้ ขต้ รโี ทษ ผายธาตุ แกก้ าํ เดาและลม กระจายเสมหะ ๓) พิกดั เบญจผลธาตุ คอื จาํ กกั จาํ นวนตวั ยาทแ่ี กผ้ ลธาตุได้ ๕ อยา่ ง คอื หวั กกลงั กา หวั เต่าเกยี ด
159 หวั แหว้ หมู หวั หญา้ ชนั กาด หวั เปราะ สรรพคุณ แกธ้ าตุพกิ าร บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ กําลงั เจรญิ ไปธาตุ แกท้ างเดนิ ปัสสาวะ แกต้ บั ทรดุ ๔) พิกดั เบญจมลู น้อย คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยารากน้อย แกส้ มฏุ ฐานทงั้ สาม ๕อยา่ ง คอื หญา้ เกลด็ หอยใหญ่ หญา้ เกลด็ หอยน้อย รากละหุ่งแดง รากมะเขอื ข่นื รากมะอกึ สรรพคณุ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา ขบั น้ํานม ขบั เลอื ดลม กระทุง้ พษิ ไข้ แกน้ ้ําลาย ๕) พิกดั เบญจมลู ใหญ่ คอื จาํ กดั จาํ นวนยารากใหญ่ แกส้ มฏุ ฐานทงั้ สามมี ๕ อยา่ งคอื รากมะตูม รากลาํ ไย รากเพกา รากแคแตร รากคดั ลน้ิ สรรพคุณ แกด้ ี แกล้ ม แกเ้ สมหะ บาํ รงุ ไฟธาตุ แกไ้ ขส้ นั นิบาต แกเ้ สน้ เอน็ พกิ าร เบญจมลู น้อย รวมกบั เบญจมลู ใหญ่ เป็นทศมลู ใหญ่ ๖) พิกดั เบญจโลกวิเชียร คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาเสมอดว้ ยแกว้ เิ ชยี ร ๕ อยา่ ง คอื ( แกว้ ๕ ดวง, ยา ๕ ราก หรอื เพชรสว่างกเ็ รยี ก) รากชงิ ช่ี รากหญา้ นาง รากทา้ วยายมอ่ ม รากคนทา รากมะเด่อื ชุมพร สรรพคณุ ใชก้ ระทุง้ พษิ ต่างๆ หรอื ถอนพษิ ต่างๆ แกไ้ ขต้ น้ มอื แกไ้ ขพ้ ษิ ไขก้ าฬ ไขห้ วั แกไ้ ขเ้ พอ่ื ดแี ละโลหติ ๗) พิกดั เบญจโลธิกะ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี คี ุณทําใหช้ ่นื ใจมี ๕ อยา่ ง คอื แก่นจนั ทน์แดง แก่นจนั ทน์ขาว แก่นจนั ทน์ชะมด ตน้ เนระภสู ี
160 ตน้ มหาสดาํ สรรพคุณ แกไ้ ขเ้ พ่อื ดี แกไ้ ขร้ ตั ตะปิตตะโรค แกล้ มวงิ เวยี น แกพ้ ษิ ทงั้ ปวง ๘) พิกดั จนั ทน์ทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนแก่นไมจ้ นั ทน์ ๕ อยา่ ง คอื แก่นจนั ทน์แดง แก่นจนั ทน์ขาว แก่นจนั ทน์เทศ แก่นจนั ทนา แก่นจนั ทน์ชะมด สรรพคณุ แกไ้ ขเ้ พอ่ื ดแี ละโลหติ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา บาํ รงุ ตบั ปอดแกพ้ ยาธิ บาดแผล ๙) พิกดั เกสรทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนเกสรดอกไม้ ๕ อยา่ ง คอื ดอกมะลิ ดอกพกิ ุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบวั หลวง สรรพคุณ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา ชกู ําลงั บํารงุ หวั ใจ แกไ้ ขจ้ บั แกล้ มวงิ เวยี น แกน้ ้ําดี ใหเ้ จรญิ อาหารและแกโ้ รคตา ๑๐) พิกดั ตานทงั้ ๕ คอื จดั จาํ นวนของรากตาล ๕ อยา่ ง คอื รากตาลโตนด รากตาลดํา รากตานหมอ่ น รากตานเสย้ี น รากตานขโมย สรรพคุณ ดบั พษิ ตานซาง ขบั พยาธทิ กุ ชนิด แกอ้ ุจจาระธาตุพกิ าร บาํ รงุ เน้ือหนงั กระดกู ๑๑) พิกดั ดีทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนดสี ตั วท์ งั้ ๕ อยา่ ง คอื ดงี เู หลอื ม ดหี มปู ่า ดวี วั ป่า ดจี ระเข้ ดตี ะพาบน้ํา สรรพคณุ ดตี ่างๆ มรี สขมหวาน ขบั รสยาใหแ้ ล่นเรว็ มกั ใชเ้ ป็นน้ํากระสายแกโ้ รคทงั้ ๓ สมฏุ ฐาน คอื ดี โลหติ และธาตุลมทพ่ี กิ าร ๑๒) พิกดั เหลก็ ทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี อ่ื ว่าเหลก็ ๕ อยา่ ง คอื ตน้ หญา้ มอื เหลก็
161 แก่นขเ้ี หลก็ เถาวลั ยเ์ หลก็ วา่ นสากเหลก็ สนมิ เหลก็ สรพพคณุ แกพ้ ษิ โลหติ ทงั้ บุรษุ และสตรี บาํ รงุ กาํ ลงั ใหแ้ ขง็ แรง แกก้ ระษยั ๑๓) พิกดั เกลือทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนของเลอื ๕ อยา่ ง คอื เกลอื สมทุ ร เกลอื สนิ เธาว์ เกลอื พกิ เกลอื วกิ เกลอื ฟอง (ฝ่อ) สรรพคณุ แกไ้ ขพ้ รรดกึ แก้ทอ้ งมาน แกเ้ สมหะ แกบ้ ดิ มกู เลอื ด บาํ รงุ น้ําเหลอื ง ชาํ ระเมอื กมนั ในลาํ ไส้ ๑๔) พิกดั บวั ทงั้ ๕ (บวั นํ้าทงั้ ๕ ) คอื จาํ กดั จาํ นวนดอกบวั ๕ อยา่ ง คอื บวั สตั ตบุษย์ บวั สตั ตบรรณ บวั ลนิ จง บวั จงกลนี บวั นลิ อุบล สรรพคุณ ชกู ําลงั บาํ รงุ หวั ใจ แกอ้ ุจจาระธาตุ แกไ้ ขเ้ พ่อื ลมและโลหติ แกไ้ ข้ รากสาด บาํ รงุ ครรภร์ กั ษา ๑๕) พิกดั โหราทงั้ ๕ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยา ช่อื วา่ โหรา ๕ อยา่ ง คอื โหราอมฤต โหรามคิ สงิ คลี โหราเทา้ สนุ ขั โหราบอน โหราเดอื ยไก่ สรรพคุณ แกพ้ ษิ สตั ว์ ทาํ ใหอ้ าเจยี น ขบั ลม ขบั ระดสู ตรี และขบั โลหติ ชา้ ๆ ๑๖) พิกดั เบญจโลหะ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี ่อื คลา้ ยโลหะทอง ๕ อยา่ ง คอื รากทองกวาว รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากทองโหลง รากทองพนั ชงั่
162 สรรพคณุ แกโ้ รคดี เสมหะ และลมทเ่ี ป็นพษิ แกร้ ดิ สดี วง ทาํ ลายพยาธิ ๑๗) พิกดั เบญจเทียน คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี อ่ื ว่าเทยี น ๕ อยา่ ง คอื เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน สรรพคณุ แกล้ ม เสมหะ และดรี ะคนกนั แกพ้ ษิ โลหติ แกท้ างปัสสาวะ แกน้ ว่ิ แกม้ ตุ กดิ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ กําลงั ๑๘) พิกดั เบญจโกฐ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี อ่ื วา่ โกฐ ๕ อยา่ ง คอื โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจฬุ าลมั พา สรรพคณุ แกไ้ ขจ้ บั แกไ้ ขเ้ พ่อื เสมหะ หดี ไอ แกโ้ รคปอด แกโ้ รคในปาก ชู กาํ ลงั บาํ รงุ โลหดิ แกล้ มในกองธาตุ ๒.๕ พิกดั ยา ๗ ส่ิง ๑) พิกดั สตั ตะเขา คอื กาํ หนดจาํ นวนเขาสตั ว์ ๗ อยา่ ง คอื เขาววั เขาควาย เขากระทงิ เขากวาง เขาแพะ เขาแกะ เขาเลยี งผา สรรพคุณ ดบั พษิ ถอนพษิ ถอนพษิ ผดิ สาํ แดง แกพ้ ษิ ไขร้ อ้ น ไขพ้ ษิ ไขก้ าฬ ๒)พิกดั สตั ตะปะระเหมะคอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาแกเ้ มอื กมนั เสมหะมกี ลน่ิ ๗อยา่ ง คอื ตน้ ตําแยตวั ผู้ ตน้ ตาํ แยตวั เมยี ตน้ กน้ ปิด ลกู กระวาน โกฐกระดกู
163 ลกู รกั เทศ ตรผี ลาวะสงั สรรพคุณ ชาํ ระมลทนิ โทษใหต้ ก แกอ้ ุจจาระธาตุลามก ชาํ ระเมอื กมนั ใน ลาํ ไส้ แกป้ ะระเมหะ ๒๐ ประการ ๓) พิกดั สตั ตะโลหะ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี ่อื เป็นทอง ๗ อยา่ ง คอื รากทองกวาว รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากทองโหลง รากทองพนั ชงั่ รากฟักทอง รากตน้ ใบทอง สรรพคุณ แกโ้ รคดี เสมหะ และลมทเ่ี ป็นพษิ แกร้ ดิ สดี วง ทาํ ลายพยาธิ ๔) พิกดั สตั ตะโกฐ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี อ่ื วา่ โกฐ ๗ อยา่ ง คอื โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจฬุ าลมั พา โกฐกา้ นพรา้ ว โกฐกระดกู สรรพคณุ แกไ้ ขจ้ บั แกไ้ ขเ้ พอ่ื เสมะ หดื ไอ แกโ้ รคปอด แกโ้ รคในปาก ชกู ําลงั บาํ รงุ โลหติ แกล้ มในกองธาตุ แกไ้ ขเ้ รอ้ื รงั แกห้ อบสะอกึ ๕) พิกดั สตั ตะเทียน คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ทช่ี อ่ื วา่ เทยี น ๗ อยา่ ง เทยี นดาํ เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน เทยี นสตั ตบุษย์ เทยี นเยาวพาณี สรรพคุณ แกล้ ม เสมหะและดรี ะคนกนั แกพ้ ษิ โลหติ แกท้ างปัสสาวะ แกน้ วิ่ แกม้ ตุ กดิ บาํ รุงธาตุ บาํ รุงกําลงั แกล้ มในทอ้ ง แกพ้ รรดกึ แกล้ มครรภร์ กั ษา ๖) พิกดั เกสรทงั้ ๗ คอื จาํ กดั จาํ นวนเกสรดอกไม้ ๗ อยา่ ง คอื
164 ดอกมะลิ ดอกพกิ ุล ดอกบนุ นาค ดอกสารภี ดอกบวั หลวง ดอกจาํ ปา ดอกกระดงั งา สรรพคณุ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา ชกู ําลงั บาํ รงุ หวั ใจ แกไ้ ขจ้ บั แกล้ ม วงิ เวยี น ใหเ้ จรญิ อาหารแกโ้ รคตา แกไ้ ขเ้ พ่อื เสมหะและโลหติ แกไ้ ขเ้ พ่อื ปถวธี าตุ แกน้ ้ําดี ๒.๖ พิกดั ยา ๙ ส่ิง ๑) พิกดั เนาวหอย คอื จาํ กดั จาํ นวนหอย ๙ อยา่ ง คอื เปลอื กหอยกาบ เปลอื กหอยขม เปลอื กหอยแครง เปลอื กหอยนางรม เปลอื กหอยพมิ พการงั เปลอื กหอยตาววั เปลอื กหอยจบุ๊ แจง เปลอื กหอยมกุ เลอื กหอยสงั ข์ สรรพคณุ ขบั ลมในลําไส้ และลา้ งลาํ ไส้ แกโ้ รคกระษยั แกไ้ ตพกิ าร ขบั นว่ิ ขบั ปัสสาวะ บาํ รงุ กระดกู ๒) พิกดั เนาวเขี้ยว คอื จาํ กดั จาํ นวนเขย้ี วสตั ว์ ๙ อยา่ ง คอื เขย้ี วหมปู ่า เขย้ี วหมาป่า เขย้ี วหมี เขย้ี วเสอื เขย้ี วชา้ ง (งาชา้ ง) เขย้ี วแรด เขย้ี วเลยี งผา เขย้ี วจระเขไ้ ขก้ าฬ เขย้ี วปลาพะยนู สรรพคุณ รสจดื คาวเยน็ ใชด้ บั พษิ ในกระดกู ในขอ้ ในเสน้ เอน็ รวมถงึ การบวมภายนอก แกพ้ ษิ รอ้ น ถอนพษิ ไข้ ดบั พษิ แกไ้ ขพ้ ษิ ไขก้ าฬตกั ศลิ า
165 ๓) พิกดั เกสรทงั้ ๙ คอื จาํ กดั จาํ นวนของเกสรดอกไม้ ๙ อยา่ ง คอื ดอกมะลิ ดอกพกิ ุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบวั หลวง ดอกจาํ ปา ดอกกระดงั งา ดอกลาํ เจยี ก ดอกลาํ ดวน สรรพคุณ แกร้ อ้ นในกระหายน้ํา แกไ้ ขจ้ บั แกไ้ ขเ้ พอ่ื ลม แกไ้ ขเ้ พอ่ื ปถวธี าตุ ใหเ้ จรญิ อาหาร แกโ้ รคตา ๔) พิกดั เนาวโกฐ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยาทม่ี ชี ่อื ว่าโกฐ ๙ อยา่ ง โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจฬุ าลมั พา โกฐกา้ นพรา้ ว โกฐกระดกู โกฐพงุ ปลา โกฐชฎามงั สี สรรพคณุ แกไ้ ขจ้ บั แกไ้ ขเ้ พอ่ื เสมหะ หดื ไอ แกโ้ รคปอด แกโ้ รคในปาก ชกู าํ ลงั บาํ รงุ โลหติ แกล้ มในกองธาตุ แกไ้ ขเ้ รอ้ื รงั แกห้ อบสะอกึ ๕) พิกดั เนาวเทียน คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ทช่ี อ่ื ว่าเทยี น ๙ อยา่ ง คอื เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน เทยี นสตั ตบุษย์ เทยี นเยาวพาณี
166 เทยี นตากบ เทยี นเกลด็ หอย สรรพคุณ แกล้ ม เสมหะแบะดรี ะคนกนั แกพ้ ษิ โลหติ แกท้ างปัสสาวะ แกน้ วิ่ แกม้ ตุ กดิ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ กําลงั แกล้ มในทอ้ ง แกพ้ รรดกึ แกล้ มครรภร์ กั ษา ๖) พิกดั เนาวโลหะ คอื จาํ กดั จาํ นวนตวั ยามชี ่อื เป็นทอง ๙ อยา่ ง คอื รากทองกวาว รากทองหลางหนาม รากทองหลางใบมน รากทองโหลง รากทองพนั ชงั่ เน้ือไมข้ นั ทองพยาบาท รากตน้ ใบทอง รากตน้ ทองเครอื รากจาํ ปาทอง สรรพคุณ แกโ้ รคดี เสมหะและลมทเ่ี ป็นพษิ แกร้ ดิ สดี วง ทาํ ลายพยาธิ ๒.๗ พิกดั ยา ๑๐ สิ่ง ๑) พิกดั ทศกลุ าผล คอื กาํ หนดจาํ นวนยาเป็นตระกูล ๑๐ อยา่ ง คอื ลกู ผกั ชที งั้ ๒ (ผกั ชลี อ้ ม – ผกั ชลี า) ลกู เรว่ ทงั้ ๒ (เรว่ น้อย – เรว่ ใหญ่) ชะเอมทงั้ ๒ (ชะเอมไทย – ชะเอมเทศ) ลาํ พนั ทงั้ ๒ (ลาํ พนั แดง – ลาํ พนั ขาว) อบเชยทงั้ ๒ (อบเชยไทย – อบเชยเทศ) สรรพคุณ แกไ้ ขเ้ พอ่ื ดแี ละเสหะ ขบั ลมในลาํ ไส้ บาํ รงุ ธาตุ บาํ รงุ ปอด แกร้ ตั ตะ ปิตตะโรค แกล้ มอมั พฤกษอ์ มั พาต บาํ รงุ กําลงั แกไ้ ข้ บาํ รงุ ดวงจติ ใหช้ มุ่ ชน่ื ๒) พิกดั ทศมลู ใหญ่ คอื กําหนดจาํ นวนรากไม้ ๑๐ อยา่ ง คอื (รวมเบญจมลู น้อย และเบญจมลู ใหญ่เขา้ ดว้ ยกนั ) หญา้ เกลด็ หอยน้อย หญา้ เกลด็ หอยใหญ่ รากละหงุ่ แดง รากมะเขอื ขน่ื รากมะอกึ รากมะตมู รากลาํ ไย รากเพกา
167 รากแคแตร รากคดั ลน้ิ สรรพคุณ แกท้ ุราวสา แกไ้ ขห้ วดั น้อย บาํ รงุ น้ํานม แกช้ ้าํ รวั่ แกส้ ะอกึ แกผ้ อม เหลอื ง แกร้ ดิ สดี วง แกน้ ่ิว แกก้ องสนั นิบาต แกไ้ ขอ้ นั มพี ษิ ๒.๘ พิกดั พิเศษ ๑) พิกดั โกฐพิเศษ คอื กาํ หนดจาํ นวนโกฐพเิ ศษ ๓ อยา่ ง คอื โกฐกะกลง้ิ โกฐกกั กรา โกฐน้ําเตา้ สรรพคณุ แกโ้ รคในปากในคอ ขบั พยาธิ แกพ้ ษิ สตั วก์ ดั ต่อย แกไ้ ขใ้ นกอง อตสิ าร ขบั ลมในลาํ ไส้ แกห้ นองใน ขบั ระดรู า้ ย แก้ริดสีดวงทวาร ๒) พิกดั เทียนพิเศษ คอื กาํ หนดจาํ นวนเทยี นพเิ ศษ ๓ อยา่ ง คอื เทยี นลวด หรอื เทยี นหลอด เทยี นขม เทยี นแกลบ สรรพคณุ แกล้ ม เสมกะดลี ะคนกนั แกพ้ ษิ โลหติ แกด้ พี กิ าร แกล้ มขน้ึ เบอ้ื งสงู ทาํ ใหห้ อู อ้ื ตาลาย แกไ้ ข้ แกค้ รนั่ เน้ือครนั่ ตวั แกล้ ม ๓) พิกดั บวั พิเศษ คอื จาํ กดั จาํ นวนดอกบวั พเิ ศษ ๖ อยา่ ง คอื บวั หลวงแดง บวั หลวงขาว บวั สตั ตบงกชแดง บวั สตั ตบงกชขาว บวั เผอ่ื น บวั ขม สรรพคณุ แกไ้ ขอ้ นั เกดิ แก่ธาตุทงั้ ๔ แกล้ ม เสมหะ โลหติ และบาํ รงุ กําลงั ๔) พิกดั เกลือพิเศษ คอื จาํ กดั จาํ นวนเกลอื พเิ ศษ ๗ อยา่ ง คอื เกลอื สมทุ ร เกลอื สนุ จะละ เกลอื สวุ สา เกลอื เยาวกาษา เกลอื วธิ ู เกลอื ด่างคลี เกลอื กะตงั มตู ร
168 สรรพคุณ ลา้ งลาํ ไส้ แกเ้ สมหะ แกป้ ัสสาวะ แกโ้ รคทอ้ งมาน กดั เมอื กมนั ใน ลาํ ไส้ แกน้ ้ําเหลอื งเสยี บาํ รงุ ธาตุทงั้ ๔ และแกธ้ าตุทงั้ ๔ ๓. มหาพิกดั มหาพกิ ดั หรอื มหาพกิ ดั ยา คอื พกิ ดั ใหญ่กว่าพกิ ดั ธรรมดา โดยเอาตวั ยาหลายสงิ่ หลายอยา่ ง มารวมกนั เขา้ เรยี กช่อื เดยี วกนั แต่น้ําหนกั ของตวั ยาในมหาพกิ ดั หนกั สงิ่ ละไมเ่ ทา่ กนั หนกั มากบา้ ง หนกั น้อยบา้ ง ซง่ึ สงเคราะหไ์ วแ้ กใ้ นกองธาตุ กาํ เรบิ หยอ่ น พกิ าร รอื แกใ้ นลกั ษณะโรคแทรก โรคตาม แต่กอ็ ยใู่ นขอบเขตทก่ี ําหนดไว้ แบง่ มหาพกิ ดั ไดด้ งั น้ี ๓.๑ มหาพิกดั ตรี (ยา ๓ ส่ิง) ๓.๑.๑ มหทพิกดั ตรีผลา ตรผี ลาเป็นพกิ ดั ยาในคมิ หนั ตฤดู (ฤดรู อ้ น) ถา้ จะใชแ้ กใ้ น สมฏุ ฐานต่างๆ จะใชส้ ว่ นของตวั ยาในพกิ ดั แตกต่างกนั ดงั น้ี ๑) มหาพิกดั ตรผี ลา ถา้ จะแกเ้ สมหะสมฏุ ฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ลกู สมอภเิ ภก ๘ สว่ น (ปิตตะ) ลกู สมอไทย ๔ สว่ น (วาตะ) ลกู มะขามป้อม ๑๒ ส่วน (เสมหะ) ๒) มหาพิกดั ตรผี ลา ถา้ จะแกป้ ิตตะสมุฏฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ลกู สมอภเิ ภก ๑๒ สว่ น (ปิตต) ลกู สมอไทย ๘ ส่วน (วาตะ) ลกู มะขามป้อม ๔ สว่ น (เสมหะ) ๓) มหาพิกดั ตรผี ลา ถา้ จะแกว้ าตะสมฏุ ฐาน มสี ว่ และตวั ยาดงั น้ี ลกู สมอภเิ ภก ๔ ส่วน (ปิตต) ลกู สมอไทย ๑๒ ส่วน (วาตะ) ลกู มะขามป้อม ๘ ส่วน (เสมหะ) ๓.๑.๒ มหาพิกดั ตรีกฏุก ตรกี ฏุกเป็นพกิ ดั ยาในวสนั ตฤดู (ฤดฝู น) ถา้ จะใช้ แกส้ มฏุ ฐานต่างๆ จะใชส้ ่วนของตวั ยาในพกิ ดั แตกต่างกนั ดงั น้ี ๑) มหาพิกดั ตรกี ฏูก ถา้ จะแกเ้ สมะหะสมฏุ ฐาน มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี เหงา้ ขงิ แหง้ ๘ ส่วน (ปิตตะ) เมลด็ พรกิ ไทย ๔ ส่วน (วาตะ) ดอกดปี ลี ๑๒ สว่ น (เสมหะ) ๒) มหาพิกดั ตรีกฏุก ถา้ จะแกป้ ิตตะสมฏุ ฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี เหงา้ ขงิ แหง้ ๑๒ สว่ น (ปิตตะ) เมลด็ พรกิ ไทย ๘ สว่ น (วาตะ) ดอกดปี ลี ๔ สว่ น (เสมหะ) ๓) มหาพิกดั ตรกฏุก ถา้ จะแกว้ าตะสมฏุ ฐาน มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี
169 เหงง้ิ แหง้ ๔ ส่วน (ปิตตะ) เมลด็ พรกิ ไทย ๑๒ ส่วน (วาตะ) ดอกดปี ลี ๘ สว่ น (เสมหะ) ๓.๑.๓ มหาพิกดั ตรสี าร ตรสี ารเป็นพกิ ดั ยาในเหมนั ตฤดู (ฤดหู นาว) ถา้ จะใชแ้ ก้ ในสมฏุ ฐานต่างๆ จะใชส้ ว่ นของตวั ยาในพกิ ดั แตกต่างกนั ดงั น้ี ๑) มหาพิกดั ตรสี าร ถา้ จะแกเ้ สมหะสมฎุ ฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ ๘ ส่วน (ปิตตะ) เถาสะคา้ น ๔ ส่วน (วาตะ) รากชา้ พลู ๑๒ ส่วน (เสมหะ) ๒) มหาพกดั ตรสี าร ถา้ จะแกป้ ิตตะสมุฏฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ ๑๒ ส่วน (ปิตตะ) เถาสะคา้ น ๘ ส่วน (วาตะ) รากชา้ พลู ๔ สว่ น (เสมหะ) ๓) มหาพิกดั ตรสี าร ถา้ จะแกว้ าตะสมุฏฐาน มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ ๔ ส่วน (ปิตตะ) เถาสะคา้ น ๑๒ สว่ น (วาตะ) รากชา้ พลู ๘ ส่วน (เสมหะ) ๓.๒ มหาพิกดั เบญจ (ยา ๕ ส่ิง) ๑) มหาพกิ ดั เบญจกูล ๒) อภญิ ญาณเบญจกลู ๓) ทศเบญจกูล ๔) โสฬสเบญจกลู ๕) ทศเบญขนั ธ์ ๓.๒.๑ มหาพิกดั เบญจกลู มสี ่วนตวั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ ๔ ส่วน เถาสะคา้ น ๖ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๑๐ สว่ น รากชา้ พลู ๑๒ ส่วน ดอกดปี ลี ๒๐ สว่ น สรรพคณุ แก่ธาตุทงั้ ปวงใหบ้ รบิ ูรณ์ ๓.๒.๒ อภิญญาณเบญจกลู มสี ่วนตวั ยาดงั น้ี ใบ ดอก ราก เจตมลู เพลงิ สง่ิ ละ ๔ สว่ น ใบ ดอก ราก สะคา้ น สงิ่ ละ ๖ สว่ น ใบ ดอก ราก ขงิ แหง้ สงิ่ ละ ๑๐ ส่วน
170 ใบ ดอก ราก ชา้ พลู สงิ่ ละ ๑๒ สว่ น ใบ ดอก ราก ดปี ลี สงิ่ ละ ๒๐ ส่วน สรรพคุณ แกใ้ นกองอภญิ ญาณธาตุ คอื ธาตุสาํ แดงใหร้ ดู้ ุจผสี งิ ๓.๒.๓ ทศเบญจกลู มสี ่วนตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๐ สว่ น เถาสะคา้ น ๑๐ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๑๐ สว่ น รากชา้ พลู ๑๐ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ ๑๐ สว่ น สรรพคณุ แกใ้ นกองธาตุทงั้ ปวงและสงเคราะหไ์ ปแกใ้ นโรคสตรี ๓.๒.๔ โสฬสเบญจกลู สรรพคณุ แกใ้ นกองธาตุทงั้ ๔ และอากาศธาตุ ๑) โสฬสเบญจกลู ถา้ จะแกใ้ นกองปถวธี าตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๖ สว่ น รากชา้ พลู ๘ สว่ น เถาสะคา้ น ๖ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ ๔ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ สว่ น ๒) โสฬสเบญจกูล ถา้ จะแกก้ องอาโปธาตุ มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๖ สว่ น รากชา้ พลู ๘ ส่วน เถาสะคา้ น ๖ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ ๔ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ ส่วน ๓) โสฬสเบญจกลู ถา้ จะแกใ้ นกองวาโยธาตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๖ ส่วน รากชา้ พลู ๘ ส่วน เถาสะคา้ น ๖ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ ๔ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ สว่ น ๔) โสฬสเบญจกลู ถา้ จะแกใ้ นกองเตโชธาตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๖ ส่วน รากชา้ พลู ๘ สว่ น เถาสะคา้ น ๖ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ ๔ ส่วน
171 เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ ส่วน ๕) โสฬสเบญจกลู ถา้ จะแกใ้ นกองอากาศธาตุ มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๑๖ สว่ น รากชา้ พลู ๘ ส่วน เถาสะคา้ น ๖ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ ๔ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ สว่ น รวมกนั ได้ ๓๖ ส่วนโดยพกิ ดั แก้ในกองธาตุสมุฏฐาน ขอใหพ้ จิ ารณาดูว่าโรค จะอยใู่ นสมฏุ ฐานใด แกด้ ว้ ยโสฬสเบญจกูลพกิ ดั ใด จงึ จะเหมาะแก่การบาํ บดั โรคนนั้ ๓.๒.๕ ทศเบจขันธ์ แก้ในกองอสุรินธัญญาณธาตุ คือ ธาตุสําแดงให้รู้ดุจผีสิง ใหร้ ะส่าํ ระสายอยใู่ นสมฏุ ฐานใด แกด้ ว้ ยโสฬสเบญจกูลพกิ ดั ใด จงึ จะเหมาะแก่การบาํ บดั โรคนนั้ ๑) ทศเบญจขนั ธ์ ถา้ จะแกใ้ นกองปถวธี าตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี ๕ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ ๔ สว่ น เถาสะคา้ น ๓ สว่ น รากชา้ พลู ๒ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๑ สว่ น ๒) ทศเบญจขนั ธ์ ถา้ จะแกใ้ นกองเตโชธาตุ มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ ๕ ส่วน เถาสะคา้ น ๔ ส่วน รากชา้ พลู ๓ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ ๒ สว่ น ดอกดปี ลี ๑ ส่วน ๓) ทศเบญจขนั ธ์ ถา้ จะแกใ้ นกองวาโยธาตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี เถาสะคา้ น ๕ สว่ น รากชา้ พลู ๔ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๓ สว่ น ดอกดปี ลี ๒ ส่วน เจตมลู เพลงิ ๑ สว่ น ๔) ทศเบญจขนั ธ์ ถา้ จะแกใ้ นกองอาโปธาตุ มสี ่วนและตวั ยาดงั น้ี รากชา้ พลู ๕ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ ๔ สว่ น ดอกดปี ลี ๓ ส่วน
172 รากเจตมลู เพลงิ ๒ ส่วน เถาสะคา้ น ๑ สว่ น ๕) ทศเบญจขนั ธ์ ถา้ จะแกใ้ นกองอากาศธาตุ มสี ว่ นและตวั ยาดงั น้ี เหงา้ ขงิ แหง้ ๕ ส่วน ดอกดปี ลี ๔ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ ๓ สว่ น เถาสะคา้ น ๒ ส่วน รากชา้ พลู ๑ ส่วน รวมกนั ได้ ๑๕ สว่ น โดยพกิ ดั แกใ้ นกองอสรุ นิ ธญั ญาณธาตุ ๓.๓ มหาพิกดั ทวั่ ไป (ยา ๖ ส่ิง) มหาพกิ ดั ทวั่ ไป คอื พกิ ดั ทก่ี ําหนดเอาตวั ยา ๖ สง่ิ ใชส้ าํ หรบั แกธ้ าตุกาํ เรบิ หยอ่ นพกิ ารโดย กาํ หนดตวั ยาเป็น ๑๖, ๘, ๔, ๓, ๒ และ ๑ ตามลาํ ดบั ในทางธาตุจะมตี วั ยาระคน (เจอื ปน) โดย กําหนดน้ําหนกั ตวั ยาน้ีใชท้ วั่ ไปในธาตุทงั้ ๔ กอง โดยนําตวั ยาในพกิ ดั ตรผี ลา ตรสี าร ตรกี ฏกุ รวม กบั ตวั ยาประจาํ ธาตุจะเป็น ๖ ตวั ยา มหาพกิ ดั ทวั่ ไปจงึ ใชแ้ กก้ องธาตุทงั้ ๔ แบ่งออกไดเ้ ป็น ๔ กอง ไดแ้ ก่ ๑) แกเ้ ตโชธาตุกาํ เรบิ หยอ่ นพกิ าร ๒) แกว้ าโยธาตุกําเรบิ หยอ่ นพกิ าร ๓) แกอ้ าโปธาตุกําเรบิ หยอ่ นพกิ าร ๔) แกป้ ถวธี าตุกาํ เรบิ หยอ่ นพกิ าร ๓.๓.๑ พิกดั กองเตโชธาตุกาํ เริบ ประจาํ สมุฏฐานอคั คี (ธาตุไฟ ๔ กอง) ๑) แก้เตโชธาตุกาํ เริบ มสี ว่ นตวั ยาดงั น้ี ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๑๖ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๘ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๔ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๓ ส่วน ดอกดปี ลี หนกั ๒ ส่วน เถาสะคา้ น หนกั ๑ สว่ น ๒) แก้เตโชธาตหุ ย่อน มตี วั ยาดงั น้ี รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๑๖ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๘ ส่วน ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๔ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๓ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๒ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๑ ส่วน
173 ๓) แก้เตโชธาตพุ ิการ มตี วั ยาดงั น้ี เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑๖ ส่วน ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๘ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๔ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๓ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๒ สว่ น รากชา้ พลู หนกั ๑ สว่ น ๓.๓.๒ พิกดั กองวาโยธาตุ ประจาํ สมุฏฐานวาตะ (ธาตุลม ๖ กอง) ๑) แก้วาโยธาตกุ าํ เริบ มตี วั ยาดงั น้ี ลกู สมอไทย หนกั ๑๖ ส่วน เถาสะคา้ น หนกั ๘ ส่วน เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๔ ส่วน ดอกดปี ลี หนกั ๓ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๒ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๑ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑/๒ ส่วน (ใชร้ ะคนกนั ) ๒) แก้วาโยธาตหุ ย่อน มตี วั ยาดงั น้ี เถาสะคา้ น หนกั ๑๖ สว่ น เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๘ ส่วน ลกู สมอไทย หนกั ๔ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๓ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๒ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๑ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑/๒ สว่ น ๓) แก้วาโยธาตพุ ิการ มตี วั ยาดงั น้ี เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๑๖ ส่วน ลกู สมอไทย หนกั ๘ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๔ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๓ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๒ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๑ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑/๒ สว่ น (ใชร้ ะคนกนั )
174 ๓.๓.๓ พิกดั กองอาโปธาตุ ประจาํ สมฏุ ฐานอาโป (ธาตุน้ํา ๑๒ กอง) ๑) แก้อาโปธาตกุ าํ เริบ มตี วั ยาดงั น้ี ลกู มะขามป้อม หนกั ๑๖ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๘ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๔ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๓ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๒ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑ ส่วน เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๑/๒ ส่วน (ใชร้ ะคนกนั ) ๒) แก้อาธาตหุ ย่อน มตี วั ยาดงั น้ี รากชา้ พลู หนกั ๑๖ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๘ ส่วน ลกู มะขามป้อม หนกั ๔ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๓ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๒ ส่วน เถาสะคา้ น หนกั ๑ ส่วน เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๑/๒ ส่วน (ใชร้ ะคนกนั ) ๓) แก้อาโปธาตพุ ิการ มตี วั ยามดี งั น้ี ดอกดปี ลี หนกั ๑๖ สว่ น ลกู มะขามป้อม หนกั ๘ สว่ น รากชา้ พลู หนกั ๔ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๓ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๒ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๑ สว่ น เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๑/๒ ส่วน (ใชร้ ะคนกนั ) ๓.๓.๔ พิกดั กองปถวีธาตุ ประจาํ สมฏุ ฐานปถวี (ธาตุ ๒๐ กอง) ๑) แก้ปถวีธาตกุ าํ เริบ มตี วั ยาดงั น้ี รากชา้ พลู หนกั ๑๖ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๘ สว่ น เถาสะคา้ น หนกั ๔ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๓ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๒ ส่วน
175 เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๑ สว่ น ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๑/๒ สว่ น ลกู สมอไทย หนกั ๑/๒ ส่วน มหาพกิ ดั ตรผี ลา ลกู มะขามป้อม หนกั ๑/๒ สว่ น (ใชร้ ะคนกนั ) ๒) แก้ปถวีธาตหุ ย่อน มตี วั ยาดงั น้ี ดอกดปี ลี หนกั ๑๖ ส่วน เถาสะคา้ น หนกั ๘ ส่วน รากชา้ พลู หนกั ๔ สว่ น เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๓ สว่ น รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๒ ส่วน เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๑ ส่วน ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๑/๒ ส่วน ลกู สมอไทย หนกั ๑/๒ สว่ น มหาพกิ ดั ตรผี ลา ลกู มะขามป้อม หนกั ๑/๒ ส่วน (ใชร้ ะคนกนั ) ๓) แก้ปถีธาตพุ ิการ มตี วั ยาดงั น้ี เถาสะคา้ น หนกั ๑๖ สว่ น รากชา้ พลู หนกั ๘ สว่ น ดอกดปี ลี หนกั ๔ สว่ น เหงา้ ขงิ แหง้ หนกั ๓ ส่วน เมลด็ พรกิ ไทย หนกั ๒ ส่วน รากเจตมลู เพลงิ หนกั ๑ สว่ น ลกู สมอพเิ ภก หนกั ๑/๒ สว่ น ลกู สมอไทย หนกั ๑/๒ สว่ น มหาพกิ ดั ตรผี ลา ลกู มะขามป้อม หนกั ๑/๒ สว่ น (ใชร้ ะคนกนั )
แผนภมู ิท่ี ๔ สรปุ ความสมั คณ รจู้ จุลพกิ ดั ๑. คอื ตวั ยาน้อยต่าง ๆ กนั ท่ี ๒. ๓. ๑. ขนาดของตวั ยา ๔. ๒. สขี องตวั ยา ๕. ๓. รสของตวั ยา ๖. ๔. ชนดิ ของตวั ยา (เพศผู้ – เพศเมยี ) ๗. ๕. ถนิ่ ทเ่ี กดิ ๘.
176 มพนั ธข์ องหวั ข้อเนื้อหาในบทที่ ๔ ณาเภสชั จกั พิกดั ยา พกิ ดั มหาพกิ ดั พกิ ดั ยา ๒ สง่ิ ๑. มหาพกิ ดั ตรี พกิ ดั ยา ๓ สง่ิ ๒. มหาพกิ ดั เบญจ พกิ ดั ยา ๔ สงิ่ ๓. มหาพกิ ดั ทวั่ ไป พกิ ดั ยา ๕ สง่ิ พกิ ดั ยา ๗ สงิ่ พกิ ดั ยา ๙ สง่ิ พกิ ดั ยา ๑๐ สงิ่ พกิ ดั ยาพเิ ศษ
177 บทท่ี ๕ เภสชั กรรม เภสชั กรรม คอื รจู้ กั การปรงุ ยา ผสมเครอ่ื งยาหรอื ตวั ยาตามทก่ี าํ หนดในตํารบั ยา หรอื ตามใบสงั่ ยา ๑. วิธีปรงุ ยา การปรุงยาตามตําราแพทย์แผนโบราณ คงจะเข้าใจดีว่า การปรุงยาก็หมายถึงกราผสม การผสมน้ีกต็ อ้ งใชว้ ตั ถุต่างๆตามความตอ้ งการของแพทยแ์ ละเภสชั กรเพ่อื นําเอามาแปรสภาพใหเ้ ป็น ยารกั ษาและป้องกนั โรคทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหม้ สี รรพคุณแรงพอทจ่ี ะบําบดั โรคได้ เภสชั กรกค็ อื เป็นผทู้ ร่ี อบรู้ มนวชิ าเภสชั กรรมได้ดี รู้ซ้งึ ถงึ วตั ถุต่างๆว่ามรี ูปร่างลกั ษณะมฤี ทธทิ ์ ่จี ะแก้โรคได้อย่างไรและเป็น ผแู้ ปรสภาพวตั ถุต่างๆ ใหก้ ลายเป็นยารกั ษาโรคได้ การปรุงยา เภสชั กรต้องมวึ ามเขา้ ใจต่อตวั ยา การประสมประสานตวั ยานัน้ มคี วามหมาย อย่างไร หรอื ตวั ยาจะมคี วามสมั พนั ธ์กนั หรอื มฤี ทธติ ์ ่อต้านกนั หรอื จะเสรมิ ฤทธิ ์ ทําให้มอี าการ ขา้ งเคยี งเกดิ ขน้ึ ในเมอ่ื ใชต้ ่อผปู้ ่วย หรอื ไมม่ ฤี ทธพิ ์ อจะทาํ ลายโรคได้ ตวั ยาหรอื วตั ถุต่างๆ ย่อมมสี รรพคุณปรากฏอยู่ในตัวแล้วก็ตาม แต่หากจะนํามาใช้ทํายา ตวั ยาสิ่งเดียวย่อมไม่มีสรรพคณุ แรงพอที่จะใช้รกั ษาโรคได้ เพราะมกี ากเจือปนมาก ทงั้ ยงั ไม่ เรยี กว่าเป็นยา คงเป็นวตั ถุสงิ่ หน่ึง เป็นเคร่ืองประกอบยา เรยี กว่าเครื่องยา หรอื ตวั ยาเท่านัน้ ท่า คณาจารยแ์ พทยท์ งั้ หลายเป็นผชู้ ํานาญการ จงึ ได้รวบรวมตวั ยาหลายสง่ิ หลายอยา่ งนับตงั้ แต่สองสง่ิ ขน้ึ ไป ผสมรวมกนั เขา้ จงึ เรยี กว่า ปรงุ ผลผลติ จาการปรุง จงึ ไดช้ ่อื ว่ายาสําหรบั บําบดั และรกั ษาโรค ท่เี กิดข้นึ ได้ สมมุติว่าท่านจะเอากระเพรา (ตัวยา) แต่อย่างเดียวมาต้มกบั น้ําหรอื ละลายน้ํา ก็ไม่ เรยี กว่ายา ถ้าจะให้เรยี กใกลเ้ คยี งก็แค่น้ํากระสายยาเท่านัน้ หรอื มฉิ ะนัน้ กก็ ลายเป็นอาหารไป ยา ไทยนนั้ ปรงุ ขน้ึ จากพชื สตั ว์ และธาตุ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากพน้ื ภมู ปิ ระเทศอนั เกดิ ขน้ึ อยตู่ ามธรรมชาตขิ องมนั เม่อื ยงั มไิ ดท้ ําการสกดั กลนั่ เอาแต่ตวั ยาจรงิ ๆ มาปรุงผสมเป็นยา ก็ย่อมมกี ากและสง่ิ ทไ่ี ม่ใช่ตวั ยา ปะปนอยมู่ าก จงึ กําหนดใหใ้ ชต้ วั ยารวมกนั หลายสงิ่ ผสมกนั เขา้ เป็นยา ๑.๑ หลกั การปรงุ ยา ยาไทยปรุงขน้ึ จากพชื สตั ว์ แร่ธาตุ จากวตั ถุท่เี กดิ ขน้ึ เองตาม ธรรมชาตมิ ไิ ดส้ กดั กลนั่ เอาเฉพาะเน้ือยาทแ่ี ท้ จงึ มสี ่วนทเ่ี ป็นกากเจอื ปนอยมู่ าก ดงั นัน้ ยาไทยจึง กาํ หนดให้ใช้ตวั ยาที่มีปริมาณมาก และตวั ยาหลายสงิ่ รวมกนั อย่างไรกต็ ามโครงสร้างของยา ไทยสามารถแบง่ ออกสรรพคุณของตวั ยาออกเป็นส่วนๆไดด้ งั น้ี คอื ตวั ยาตรง คอื ยาที่มสี รรพคณุ บาํ บดั โรคและไข้ โดยเฉพาะเรือ่ ง อาจจะมรี สขม มาก รสเปรย้ี วมากมรี สเคม็ มากๆ ไมอ่ าจจะรบั ประทานไดม้ าก เพราะรสไม่อร่อย และโรคแทรกก็ มี แพทยจ์ งึ ไดห้ าตวั ยาช่วยอกี แรงหน่ึงจะไดร้ กั ษาโรคและไขห้ ายเรว็ ขน้ึ
178 ตวั ยาช่วย คอื เม่อื มโี รคแทรก โรคตาม หรือโรคหลายโรครวมกนั แพทยก์ ็ ใชต้ วั ยาชว่ ยในการรกั ษาไอกม็ ตี วั ยากดั เสมหะช่วยดว้ ย ตวั ยาประกอบ เพ่ือป้องกนั โรคตามและช่วยบาํ รุงแก้ส่วนท่หี มอเห็นควร หรื อาจจะใชเ้ ป็นยาคมุ ฤทธ์ิยาอื่น เชน่ ลกู ผกั ชลี อ้ ม ใส่เพ่อื แกอ้ าการไซรใ้ นทอ้ งในยาต่างๆ ตวั ยาชูกลิ่น ชูรส และแต่งสีของยา ตวั ยาชูกลน่ิ น้ี หากบางครงั้ การปรุงยารกั ษา โรคอาจจะมกี ล่ินไม่น่ารบั ประทาน ก็ต้องอาศยั ตวั ยาชูกลน่ิ ใหน้ ่ารบั ประทานหรอื บางคราวยามรี ส ขมมากเกินไป กค็ วรใช้ยาชูรสใหร้ บั ประทานไดง้ ่าย เช่น ควรเตมิ รสหวานเขา้ ไปบา้ งก็ควรเตมิ ใช่แต่เทา่ นนั้ สีของยาถา้ มีสีสดกน็ ่ารบั ประทาน หรอื สแี ดงอ่อนๆ กน็ ่ารบั ประทาน ทงั้ ๔ ประการน้ี ซง่ึ ไดก้ ล่าวมาพอสงั เขป เป็นหลกั ของการปรงุ ยา ซง่ึ ตามหลกั ของการปรงุ ยาสากลก็ยงั นิยมใชก้ นั อยจู่ าํ นวนหลายสง่ิ หลายอย่างเหล่าน้ี ต่างรวมและแบ่งสรรพคุณ กนั ไป ทําการุณบําบดั รกั ษาโรคและรวมพลงั สรรพคุณรุนแรงขน้ึ เพ่อื ต่อสูก้ บั สมุฏฐานของโรคได้ ซ่งึ อาจมโี รคแทรกโรคตามผสมกนั อยดู่ งั ไดบ้ รรยายมาแลว้ ๑. ๒ ขนั้ ตอนการปรุงยา เภสชั กรผู้ทําการปรุงยา จงึ จําเป็นยึดตํารบั ยาที่จะปรงุ หรือ ตามใบสงั่ แพทยเ์ ป็ นหลกั สาํ คญั การปรุงยาต้องอาศยั ตํารบั ยาทจ่ี ะทําการปรุงยาทุกครงั้ ตํารบั นนั้ ๆ จะบอกชื่อตวั ยาส่วนขนาด วธิ ใี ช้ และวธิ ปี รุงไวท้ ุกขนาน เมอ่ื ไดใ้ ชต้ ํารบั ยาเป็นหลกั แลว้ กค็ วรพงึ ระลกึ อยเู่ สมอว่า การปรุงยาทจ่ี ะใหม้ สี รรพคุณดนี นั้ ควรปฏบิ ตั อิ ย่างไร จงึ จะไดย้ ามสี รรพคุณ ดี การปรงุ ยาให้มสี รรพคณุ ดี อาศยั หลกั ดงั ต่อไปนี้คือ พิจารณาตวั ยา กค็ อื หลกั เภสชั วตั ถนุ ัน่ เอง การปรงุ ยานนั้ ตําราบอกไวใ้ หใ้ ชส้ ่วนของพชื สตั ว์ และธาตุ กค็ วรใชอ้ ยา่ งนัน้ เป็นต้นว่า พชื วตั ถุใหใ้ ชเ้ ปลอื ก ราก หรอื ดอก ฯลฯ สตั วว์ ตั ถุ ให้ใช่ส่วนใด เช่น กระดูก หนัง เขา ดี เลอื ด นอ งา ฯลฯ ธาตุวตั ถุให้ใชด้ บิ ๆ หรอื ทําการสะตุ เสยี ก่อน เชน่ สารหนู สารสม้ จุนสี กํามะถนั ฯลฯ ดงั น้ี ธาตุบางชนิด ควรทาํ การสะตุหรอื ผสม ใดเ้ ลย นอกจากทงั้ พชื สตั ว์ และธาตุควรใชข้ งิ สด ขงิ แหง้ ลกู สมอไทยอ่อน ลกู สมอไทยแก่ ดงั น้ีเป็น ต้น ตัวยาบางอย่างแปรสภาพ สรรพคุณก็เป็นอีกอย่างหน่ึง ตัวยาบางอย่างมีฤทธิแ์ รงจะเป็น อนั ตราย ตอ้ งฆ่าเสยี ก่อน เช่น เมลด็ สลอด ยางสลดั ได ฯลฯ ซง่ึ วธิ ฆี ่า และแปรสภาพทม่ี ฤี ทธจิ ์ ะ ไดก้ ลา่ วในตอนต่อไป ฯลฯ ดงั น้เี ป็นตน้ พิจารณาสรรพคณุ ตวั ยาแต่ละอย่าง กค็ อื หลกั สรรพคณุ เภสชั คอื ใหร้ ้จู กั รสของตวั ยาเสยี ก่อนเม่อื ทราบรสของตวั ยาแล้ว รสจะแสดงให้รสู้ รรพคุณได้ ถงึ แมว้ ่าตวั ยาในโลกน้ีจะมมี าก เสยี จรงิ แต่รสของยานัน้ กําหนดไว้เพยี งจาํ นวนน้อย ดงั ได้บรรยายมาแลว้ ในตอนสรรพคุณเภสชั จงึ จะไม่กล่าวใหย้ ดื ยาวต่อไปรสหรอื สรรพคุณของตวั ยานนั้ ถ้าจะทําการปรุงก็อย่าให้รสยาขดั กนั หรอื ตวั ยารกั ษาโรคดอี ย่แู ลว้ แต่เพม่ิ ตวั ยาท่ฆี ่าสรรพคุณยาขนานนี้เข้าไปทาํ ให้ยาเส่ือมคณุ ภาพ
179 ได้ เช่น หญ้ารางแดง รางจืด ตวั ยาพวกน้ีถ้าเพม่ิ เขา้ ไปทําใหร้ สและสรรพคณุ สียไป ตวั ยารส เคม็ ควรใชย้ ารสอะไรผสมจงึ จะมสี รรพคุณดี หรอื ตวั ยาบางอย่างมอี นั ตรายควนใส่แต่น้อย หรอื สะตุ เสยี ก่อนเหลา่ น้ี แล้วแต่ความฉลาดของเภสชั กรผทู้ าํ การปรงุ ยานัน้ พิจารณาดูขนาดและปริมาณของตวั ยา ขนาดของตวั ยานัน้ ๆ ให้เอาปรมิ าณมากน้อย เท่าใดสิ่งละหนักเท่าไร โดยตํารบั ได้กาํ หนดลงไว้หนักสิง่ ละ ๑ สลึง หรือ ๑ บาท ก็ควร พจิ ารณาว่าเหมาะสมหรอื ไม่ควรท่ผี ู้เป็นเภสชั กรพิจารณาดใู ห้รอบคอบก่อนจงึ ทําการปรุงยาเป็น ตน้ ว่ายาขนานน้ีมตี วั ยาท่รี สเผด็ รอ้ นมากอย่แู ลว้ กย็ งั เพม่ิ เมลด็ พรกิ ไทยเท่ายาทงั้ หลาย จะสมควร หรอื ไมป่ ระการใด แลว้ แต่เภสชั กรพิจารณาดใู ห้ดีทงั้ นํ้าหนัก ตวั ยา กช็ งั่ ตวง ให้ถกู ต้อง ความสะอาดและความละเอียดรอบคอบเภสชั กร การปรงุ ยาทจ่ี ะใหม้ ีสรรพคณุ ดีนัน้ จะ ปราศจากความสะอาดหาได้ไม่เป็นส่ิงสาํ คญั มาก การปรุงยา ตวั ยาบางชนิดมดี นิ ตดิ อยหู่ รอื พชื บางชนิดมตี วั หนอนตดิ อย่หู รอื มดตดิ อย่ใู นโพรงของรากยากเ็ อามาบดโดยลา้ งไม่สะอาดใช่แต่เท่านัน้ ภาชนะในการปรงยา หนั่ ยา ครกตํายา ฯลฯ กค็ วรสะอาดด้วย แม้แต่ตวั เภสชั กรเองก็ลา้ งมอื ให้ สะอาดเม่ือจะทําการปรุงยา นอกจากน้ีเภสัชกรควรเป็นคนท่ีมีนิ สัยละเอียด รอบคอบ ไม่ เผลอเรอมกั ง่าย เชน่ ตาํ ราบอกใหป้ รงุ มตี วั ยา ๒๐ สิ่งแต่ใส่เพียง ๑๕ หรือ ๑๖ สิ่ง โดยลมื ตวั ยาท่ี เหลอื เหล่านัน้ เสยี ซ่งึ จดั ว่าเป็นการเผอเรอ และตําราบอกใหบ้ ดละเอยี ดเป็นอณูสําหรบั เป็นยานัตถ์ แก้รดิ สดี วง เภสชั กรมกั ง่าย ขเ้ี กยี จกบ็ ดหยาบๆเวลาใชย้ า รกั ษาโรคกไ็ ม่เกดิ ผลและ มหิ นําซ้ําเกดิ โทษ แก่คนไข้ ดงั น้ีเป็นตน้ ปรงุ ยาใหถ้ ูกตอ้ ง ถูกหลกั วชิ าตามหลกั ของเภสชั กรรมวธิ ปี รงุ ยาตามตํารบั แผนโบราณนัน้ กําหนดไวม้ ี ๒๘ วธิ ี การปรงุ ยาน้ีควรทจ่ี ะคน้ ควา้ และพยายามศกึ ษาการปรงยาใหไ้ ดม้ าตรฐาน ทนั ความเจรญิ ของโลกเสมอ เป็นตน้ วา่ น่ารบั ประทาน สะดวกในการใชร้ กั ษาโรค รปู แบบของภาชนะ บรรจเุ หล่าน้ี เป็นตน้ หรอื ไดป้ รงุ เสรจ็ เรยี บรอ้ ย กค็ วรเขยี นช่อื ยาไว้ บอกขนาดและวธิ ใี ช้ ตลอดทงั้ สรรพคณุ วา่ รกั ษาโรคอะไรปรงุ เมอ่ื ไร ๑.๓ การปรงุ ยาตามแบบแผนโบราณ เภสชั กรรม คอื การปรงุ ยาทผ่ี สมใชต้ ามวธิ ตี ่างๆ ตามแผนโบราณซง่ึ มี ๒๘วธิ ี ดงั ต่อไปน้ี ๑) ยาสบั เป็นชน้ิ เป็นท่อนใส่ลงในหมอ้ เตมิ น้ําตม้ แลว้ รนิ แต่น้ํากนิ ๒) ยาดองแช่ดว้ ยน้ําทา่ หรอื น้ําสุรา แลว้ รนิ แต่น้ํากนิ ๓) ยากดั ดว้ ยเหลา้ หรอื แอลกอฮอล์ และหยดลงในน้ํา เตมิ น้ํากนิ ๔) ยาเผาเป็นด่าง เอาด่างมาแช่น้ําไว้ แลว้ รนิ แต่น้ํากนิ ๕) ยากลนั่ เอาน้ําเหงอ่ื เอาดา่ งมาแช่น้ําไว้ แลว้ รนิ แต่น้ํากนิ ๖) ยาหุงดว้ ยมนั เอาน้ํามนั ใสก่ ลอ่ ง เป่าบาดแผล และฐานฝี ๗) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาน้ําบว้ นปาก
180 ๘) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาน้ําอาบ ๙) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาน้ําแช่ ๑๐) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาน้ําสระ ๑๑) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาน้ําสวน ๑๒) ยาตม้ เป็นผงแลว้ บดใหล้ ะเอยี ดละลายน้ํากระสายกนิ ๑๓) ยาเผาหรอื ควั่ ใหไ้ หม้ ตําเป็นยาผงบดใหล้ ะเอยี ด ละลายน้ํากนิ ๑๔) ยาผสมแลว้ ทาํ เป็นผง กวนใหล้ ะเอยี ดใส่กล่องเป่าทางจมกู และคอ ๑๕) ยาผสมแลว้ มว้ นเป็นบุหร่ี หรอื ยดั กลอ้ งสบู ๑๖) ยาผสมแลว้ มาเป็นยาธาตุ ๑๗) ยาผสมแลว้ ทาํ เป็นลกู ประคบ ๑๘) ยาผสมแลว้ ใชเ้ ป็นยาพอก ๑๙) ยาผสมแลว้ บดละเอยี ดเป็นผงแลว้ ปัน่ เป็นเมด็ หรอื เมด็ ลกู กลอน กลนื กนิ ๒๐) ยาผสมแลว้ บดผงปัน่ เป็นแผน่ หรอื ปัน่ เป็นแทง่ แลว้ ใชเ้ หน็บ ๒๑) ยาผสมแลว้ บดผงผสมตอกอดั เมด็ ๒๒) ยาผสมแลว้ บดผงทาํ เมด็ แลว้ เคลอื บ ๒๓)ยาผสมแลว้ ทาํ เป็นเมด็ แคปซลู (ตอ้ งมคี าํ ว่า“แผนโบราณ”อยบู่ นแคปซลู ) ๒๔) ยาผสมแลว้ หอ่ ผา้ บรรจลุ งในกลกั แลว้ เอาไวใ้ ชด้ ม ๒๕) ยาผสมแลว้ ใสก่ ลอ่ งตดิ ไฟใชค้ วนั เป่าบาดแผลและฐานฝี ๒๖) ยาผสมแลว้ เผาไฟหรอื โรยบนถ่านไฟ ใชค้ วนั รม ๒๗) ยาผสมแลว้ ตม้ เอาไอลมหรอื อบ ๒๘) ยาผสมแลว้ กวนเป็นยาขผ้ี ง้ึ ปิดแผล ซง่ึ เรยี กว่ายากวน ๒. การชงั่ ตวั ยา ผเู้ ป็นเภสชั กรจะตอ้ งรจู้ กั การชงั่ ตวั ยา โดยใชม้ าตราต่างๆ เพ่อื ใหก้ ารปรุงยาเป็นไปตามตํารบั ยา หรอื ใบสงั่ ยา และการชงั่ แบบโบราณ หมอนิยมใชเ้ ครอ่ื งหมาย “ตนี กา” บอกน้ําหนกั วางไวท้ า้ ยช่อื ตวั ยานนั้ ๒.๑ เครื่องหมายตีนกา เป็นเครอ่ื งหมายทห่ี มอโบราณนิยมใชบ้ อกขนาดของตวั ยาในใบสงั่ ยา มลี กั ษณะ คลา้ ยเครอ่ื งหมาย กากบาท ตําแหน่งต่างๆในเครอ่ื งหมายจะบอกถงึ มาตรา เคร่อื งหมายตีนกาเทียบนํ้าหนักที่ใช้ในตาํ รายาไทย ชงั่ ๑ ตาํ ลงึ บาท ๒๓ ตวั อย่าง
181 เฟ้ือง สลงึ ๔๕ ไพ ๖ ตวั อยา่ งการอ่านค่าเครอ่ื งหมายตนี กา อ่านไดด้ งั น้ี คอื ๑ ชงั่ ๒ ตําลงึ ๓ บาท ๕ สตางค์ ๔ เฟ้ือง ๖ ไพ ๒.๒ มาตราชงั่ แบบโบราณ ๔ ไพ = ๑ เฟ้ือง ๒ เฟ้ือง = ๑ สลงึ ๔ สลงึ = ๑ บาท ๔ บาท = ๑ ตาํ ลงึ ๒๐ ตาํ ลงึ = ๑ ชงั่ ๕๐ ชงั่ = ๑ หาบ ๑ ชงั่ = ๘๐ บาท ๑ บาท = ๑๕ กรมั (เมตรกิ ) ๑ หาบ = ๕๐ ชงั่ = ๖๐,๐๐๐ กรมั (๖๐ ก.ก.) ๒.๓ มาตราชงั่ เปรียบเทียบ ไทย – สากล (เมตริก) ๑ หุน เท่ากบั ๐.๓๗๕ กรมั ๑ ฬส ” ๐.๑๑๗๑๘๗๕ ” ๑ อฐั ” ๐.๒๓๔๓๗๕ ” ๑ ไพ ” ๐.๔๖๘๗๕ ” ๑ เฟ้ือง ” ๐.๘๗๕ ” ๑ สลงึ ” ๓.๗๕๐ ” ๑ บาท ” ๑๕ ” ๑ ตําลงึ ” ๖๐ ” ๑ ชงั่ ” ๑,๒๐๐ ” กรมั หรอื เท่ากบั ๖๐ กโิ ลกรมั ๑ หาบ ” ๖๐,๐๐๐ ๒.๔ มาตรา สาํ หรบั ตวงของเหลว ๑ ทะนาน จุ เทา่ กบั ๑ ลติ ร เทา่ กบั ๑,๐๐๐ ซ.ี ซ.ี หรอื เทา่ กบั ๑ กโิ ลกรมั จุ ๑/๒ ลติ ร ๕๐๐ ซ.ี ซ.ี ๑/๒ ทะนาน ๑๕ หยด จุ ประมาณ ๑ ซ.ี ซ.ี ๑ ชอ้ นกาแฟ จุ ประมาณ ๔ ซ.ี ซ.ี ๑ ชอ้ นหวาน จุ ประมาณ ๘ ซ.ี ซ.ี ๑ ชอ้ นคาว จุ ประมาณ ๑๕ ซ.ี ซ.ี
182 ๑ ถว้ ยชา จุ ประมาณ ๓๐ ซ.ี ซ.ี ๒.๕. มาตราวดั แบบโบราณ คาํ วา่ องคุลี ทา่ นหมายเอา ๑ ขอ้ ของน้ิวกลาง ตามมาตรา ดงั น้ี คอื ๒ เมลด็ งา เป็น ๑ เมลด็ ขา้ วเปลอื ก ๔ เมลด็ ขา้ วเปลอื กเป็น ๑ องคุลี (วดั ตามยาว) ๑๕ องคลุ ี เป็น ๑ ชนั้ ฉาย คาํ ว่า กล่าํ ทา่ นเทยี บมาจาก เมลด็ มะกล่าํ ตาชา้ ง ตามมาตราดงั น้ี คอื ๒ เมลด็ งา เป็น ๑ เมลด็ ขา้ วเปลอื ก ๔ เมลด็ ขา้ วเปลอื ก ” ๑ กล่อม ๒ กลอ่ ม ” ๑ กล่าํ เทา่ กบั ครง่ึ ไพ ๒ กล่าํ ” ๑ ไพ ๔ ไพ ” ๑ เฟ้ือง ๒ เฟ้ือง ” ๑ สลงึ ๔ สลงึ ” ๑ บาท ๔ บาท ” ๑ ตาํ ลงึ ๒๐ ตําลงึ ” ๑ ชงั่ ๒๐ ชงั่ ” ๑ ดุล ๒๐ ดลุ ” ๑ ภารา คาํ ว่า หยบิ มอื กํามอื กอบมอื เทยี บไวด้ งั น้ี คอื ๑๕๐ เมลด็ ขา้ วเปลอื ก เป็น ๑ หยบิ มอื ๔ หยบิ มอื ” ๑ กาํ มอื ๔ กาํ มอื ” ๑ ฟายมอื ๒ ฟายมอื ” ๑ กอบมอื ๓ กอบมอื ” ๑ ทะนาน ๒๐ ทะนาน ” ๑ สดั ๔๐ สดั ” ๑ บนั้ ๒ บนั้ ” ๑ เกวยี น ๓. การคดั เลือก, การเกบ็ ตวั ยา ในการปรุงยาแผนโบราณ ผู้เป็นเภสชั กรแผนโบราณ จะปรุงยาให้ได้คุณภาพดแี ละยามี สรรพคณุ ดนี นั้ จะตอ้ งมคี วามรคู้ วามสามารถทจ่ี ะพจิ ารณาคดั เลอื กตวั ยาสมนุ ไพรไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง และ มสี รรพคณุ ดี โดยมหี ลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารดงั ต่อไปน้ี ๑) ชนิดของตวั ยา
183 การเกบ็ ตวั ยานนั้ ตอ้ งแน่ใจเสยี ก่อนว่า ตวั ยานัน้ ถูกต้องถูกชนิดกบั ช่อื กบั ช่อื ของตวั ยาในตํารบั ยาแผนโบราณ ตวั ยาบางชนิดมหี ลายๆ ช่อื ซง่ึ ตอ้ งอาศยั ประสบการณ์และภมู คิ วามรขู้ อง เภสชั กรเอง ทจ่ี ะตอ้ งรวู้ ่า ช่อื น้ี ชนดิ น้ี มลี กั ษณะตน้ ใบ ลกู ดอก ราก เป็นอยา่ งไร ๒) คณุ ภาพ ตวั ยาบางชนิด ถูกเกบ็ ไว้นาน คุณภาพของตวั ยาก็เส่อื มไปตามกาลเวลา หรอื ไม่มี สรรพคุณตามทร่ี ะบไุ ว้ ซง่ึ เภสชั กรจะต้องศกึ ษาถงึ ระยะเวลาการเกบ็ รกั ษาตวั ยาต่างๆ ต้องพถิ พี ถิ นั คดั เลอื ก ดตู วั ยาวา่ เก่าหรอื ใหม่ ๓) ความสะอาด ตวั ยาทน่ี ํามาปรงุ ยา ตอ้ งมคี วามสะอาดไม่ว่าจะเป็นตวั ยาสดหรอื แหง้ ก็ตาม ต้องทํา ความสะอาดใหป้ ราศจากสงิ่ ปนเป้ือนต่างๆ เช่น ดนิ ฝ่นุ ละออง เช้อื รา มูลสตั ว์ รวมถงึ การเกบ็ ยา เพ่อื สําหรบั ใชใ้ นโอกาสต่อไป ขน้ึ อย่กู บั วธิ กี ารเกบ็ รกั ษานัน้ เป็นประการสําคญั ถ้าเก็บยาไวถ้ ูกวธิ ี โดยไมถ่ ูกแสงแดดหรอื ของรอ้ นจดั อากาศชน้ื ถูกน้ําคา้ ง น้ําฝน เกบ็ รกั ษาไวใ้ นทอ่ี ากาศถ่ายเทดี ปลอดโปรง่ กอ็ าจจะเกบ็ ไวไ้ ดน้ านสรรพคุณไมเ่ ส่อื ม ใชไ้ ดน้ านขน้ึ กวา่ กาํ หนด ๔. การใช้ตวั ยาอนั ตราย พระอาจารยก์ ล่าวไวว้ า่ “วตั ถุธาตุนานาชนดิ ในโลกลว้ นแต่เป็นยาทงั้ สน้ิ ” คาํ กลา่ วน้ไี ดร้ บั การยอมรบั ว่าเป็นจรงิ หากใชว้ ตั ถุนนั้ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งตวั ยาบางอย่างทม่ี ฤี ทธแิ ์ รง หากใชเ้ กนิ ขนาดหรอื ใช้ ไมถ่ กู วธิ ี กอ็ าจทาํ อนั ตรายถงึ แก่ชวี ติ ไดเ้ ป็นพเิ ศษ ตวั ยาหลายอย่างมฤี ทธแิ ์ รง หากใชเ้ กนิ ขนาด หรอื ใชไ้ มถ่ ูกวธิ ี กอ็ าจทําอนั ตรายถงึ แก่ชวี ติ ได้ ๔.๑ ยาที่มฤี ทธ์ิแรง ๑) เมลด็ สลอด มฤี ทธแิ ์ รงในทางถ่าย กนิ มากจะถ่ายมากเป็นอนั ตราย อ่อนเพลยี เสยี น้ําในรา่ งกายอาจถงึ ตายได้ สรพคณุ ถ่ายเสมหะ และโลหติ ถ่ายน้ําเหลอื งเสยี และถ่ายพยาธิ ๒) ยางตาตุ่ม มฤี ทธแิ ์ รงในทางถ่าย รบั ประทานมากถ่ายมาก ทําใหห้ มดกําลงั อาจ ถงึ ตายได้ สรรพคณุ ถ่ายพยาธิ ถ่ายโลหติ และเสมหะ ถ่ายอุจจาระธาตุ ๓) ยางสลดั ได มฤี ทธแิ ์ รงในทางถ่าย กนิ มากถ่ายมากทําให้หมดกําลงั อ่อนเพลยี อาจตายได้ ประโยชน์ ถ่ายพยาธนิ ้ําเหลอื งสยี ถ่ายอุจจาระธาตุ ถ่ายพษิ ตาซาง ๔) ลกู แสลงใจ มีฤทธิแ์ รงในทางเมาเบ่ือ รบั ประทาน ชักกระตุก ถึงตายได้ สรรพคณุ บาํ รงุ หวั ใจ บาํ รงุ ประสาท แกพ้ ยาธผิ วิ หนงั แกล้ มอนั กระเพอ่ื มในอุทร ๕) ยางฝ่ิน มฤี ทธแิ ์ รงในทางเมาเบอ่ื ระงบั ประสาท รบั ประทานมาก ระงบั ประสาท ทาํ ใหห้ มดสติ อาจตายได้ สรพคุณทางยา แกป้ วดเมอ่ื ยตามรา่ งกาย แกโ้ รคบดิ (เป็นยาเสพตดิ ) ๖) กญั ชา มฤี ทธแิ ์ รงในทางเมา ทาํ ใหป้ ระสาทหลอน รบั ประทานมากทําใหเ้ สยี จรติ เป็นบา้ สรรพคณุ ทางยา แกป้ ระสาทพกิ าร และเจรญิ อาหาร
184 ๗) พระขรรคไ์ ชยศรี (หนาวเดอื นหา้ ) มฤี ทธแิ ์ รงในทางขบั เหงอ่ื ทาํ ใหก้ ายเยน็ มาก รบั ประทานมากอาจเป็นอนั ตรายถงึ ชวี ติ สรรพคณุ ทางยา แกไ้ ข้ ดบั พษิ รอ้ น ลดความรอ้ นในรา่ งกาย ขบั เหงอ่ื ๘) ยางรกั ดาํ มฤี ทธแิ ์ รงในทางเมาเบ่อื และทางถ่าย รบั ประทานมากทาํ ใหถ้ ่าย มากหมดกําลงั อาจถงึ ตายได้ สรรพคุณทางยา ถ่ายน้ําเหลอื งเสยี ถ่ายอุจจาระธาตุ ถ่ายพยาธแิ ละถ่ายเสมหะ ๙) ปรอท มฤี ทธแิ ์ รงในทางเมาเบ่อื รบั ประทานมาก ทาํ ใหเ้ ป่ือยพพุ องและเบอ่ื เมา อาจตายได้ สรรพคณุ ทางยา แกม้ ะเรง็ คดุ ทะราด โรคเรอ้ื น รกั ษาโรคผวิ หนงั และรกั ษาน้ําเหลอื งเสยี ๑๐) สารหนู มฤี ทธแิ ์ รงในทางเมาเบอ่ื รบั ประทานมาก ชกั กระตุกทาํ ใหต้ ายได้ สรรพคณุ ทางยา แกม้ ะเรง็ คดุ ทะราด โรคเรอ้ื น แกป้ ระดง รกั ษาน้ําเหลอื งเสยี แกโ้ รคผวิ หนงั และบาํ รงุ โลหติ ๑๑) จุนสี มฤี ทธแิ ์ รงทางกดั ทําลาย รบั ประทานมาก กดั ทําลายกระเพาะอาหาร และลาํ ไส้ ทาํ ใหฟ้ ันโยกหลดุ สรรพคุณทางยา กดั หวั ฝี หวั หดู รกั ษาคดุ ทะราด รกั ษาฟัน ๑๒) เมล็ดสบู่แดง มฤี ทธิแ์ รงในทางถ่าย รบั ประทานมาก ท้องร่วงอย่างแรง คล่นื ไสอ้ าเจยี น ทอ้ งรว่ งอยา่ งแรง กดหวั ใจ กดการหายใจ ถงึ ตายได้ สรรพคุณทางยา เผาใหส้ ุก รบั ประทานถ่ายอุจจาระธาตุ ทาํ ใหอ้ าเจยี น ตําพอกบาดแผล แกโ้ รคผวิ หนงั ๑๓) ยางหวั เขา้ ค่า มฤี ทธแิ ์ รง รบั ประทานมาก ทอ้ งร่วงอย่างแรง อ่อนเพลยี หมดน้ําถงึ ตายได้ สรรพคุณทางยา ฆา่ พยาธภิ ายนอก แกฟ้ กบวม แกค้ ดุ ทะราด ๑๔) เมล็ดลําโพง มฤี ทธิแ์ รงในทางเมาเบ่ือ หลอนประสาท รบั ประทานมาก ทาํ ใหเ้ สยี สตติ าแขง็ หายใจขดั สรรพคุณทางยา บาํ รงุ ประสาท แกก้ ระสบั กระส่าย นอนไมห่ ลบั ๑๕) ยางเทพทาโร มีฤทธิแ์ รงในทางถ่าย รบั ประทานมากถ่ายแรง หมดน้ํา อ่อนเพลยี ถงึ ตายได้ สรรพคณุ ทางยา ถ่ายพยาธิ ถ่ายน้ําเหลอื งเสยี ๔.๒ การสะตุ การประสะ การฆ่าฤทธ์ิยา ในการทจ่ี ะนําเอาตวั ยาทม่ี ฤี ทธแิ ์ รง มาใชป้ ระกอบตวั ยาเพ่อื ใหเ้ กดิ สรรพคุณทางยานัน้ มวี ธิ กี าร ทาํ ใหฤ้ ทธขิ ์ องยาอ่อนลง จนสามารถนํามาใช้ ไมเ่ กดิ อนั ตรายต่อรา่ งกาย ดงั จะไดอ้ ธบิ ายต่อไปน้ี ๔.๒.๑ การสะตุ การสะตุ คอื การทําให้ตวั ยามฤี ทธอิ ์ ่อนลง หรอื ทําใหพ้ ษิ ของตวั ยาน้อยลง หรอื ทาํ ใหต้ วั ยานนั้ สะอาดขน้ึ ๑) การสะตุเหลก็ เอาเหลก็ มาครางดว้ ยตะไบ และนําผงเหลก็ ท่ไี ดม้ าใส่ในฝาละมี หรอื หมอ้ ดนิ บบี มะนาวลงไปใหท้ ่วมผงเหลก็ เอาขน้ึ ตงั้ ไฟใหแ้ หง้ ทาํ ให้ได้ ๗ – ๘ ครงั้ จงผงเหลก็ กรอบดจี งึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๒) การสะตุสารสม้ เอาสารสม้ มาบดใหล้ ะเอยี ด นํามาใส่หมอ้ ดนิ เอาตงั้ ไฟจนสารสม้ ละลายฟู ขาวดแี ลว้ ยกลงจากไฟ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๓) การสะตุรงทอง เอารงทองมาบดให้ระเอยี ด แลว้ ห่อด้วยใบบวั หรอื ใบข่า ๗ ชนั้ นําไปป้ิงไฟจนสขุ กรอบดี จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้
185 ๔) การสตุมหาหงิ คุ์ นํามหาหงิ คุม์ าใส่ภาชนะไวใ้ ชใ้ บกระเพราะแดงใส่น้ําตม้ จนเดอื ด เทน้ํากระเพราแดงตม้ ลงละลายมหาหงิ คุ์ แลว้ นํามากรองใหส้ ะอาด จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๕) การสะตุดนิ สอพอง นําดนิ สอพองใส่หมอ้ ดนิ ปิดฝายกขน้ึ ตงั้ ไฟใหน้ านพอสมควร จนเหน็ วา่ ดนิ สอพองสขุ ดแี ลว้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๖) การสะตุน้ําประสานทอง เอาน้ําประสานทองใส่หมอ้ ดนิ ตงั้ ไฟจนละลายฟูขาวทวั่ กนั ดแี ลว้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๗) การสะตุยาดํา นําเอายาดําใส่ลงในหมอ้ ดนิ เตมิ น้ําเลก็ น้อย ยกขน้ึ ตงั้ ไฟ จนยา ดาํ น้ํา กรอบดแี ลว้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๔.๒.๒ การประสะ มคี วามหมาย คอื การทําใหพ้ ษิ ของตวั ยาอ่อนลง เช่น การประสะยางสลดั ได หรอื หมายถงึ ในยาขนานนนั้ มตี วั ยาตวั หน่งึ ขนาดเท่าตวั ยาตวั อ่นื หนกั รวมกนั เช่น ยาประสะไพล มี ไพล จาํ นวนเท่าตวั ยาอ่นื ทงั้ หมดหนกั รวมกนั การประสะยางสลดั ได ยางตาตุ่ม ยางหวั เขา้ ค่า มวี ธิ กี ารทาํ เหมอื นกนั ทงั้ ๓ อยา่ ง คอื นําตวั ยาทจ่ี ะประสะใส่ลงในถว้ ย ใสน่ ้ําตม้ เดอื ดๆ เทลงไปในถว้ ยยานัน้ กวนใหท้ วั่ จนเยน็ รนิ น้ําทง้ิ ไป แลว้ เทน้ําเดอื ดลงในยา กวนใหท้ วั่ อกี ทาํ อยา่ งน้ีประมาณ๗ ครงั้ จนตวั ยาสกุ น้แี ลว้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๔.๒.๓ การฆ่าฤทธ์ิตวั ยา คอื การทาํ ใหพ้ ษิ ของยาอ่อนลง เช่น การฆา่ สารหนู จะทาํ ใหส้ ารหนูทม่ี พี ษิ มาก มพี ษิ อ่อนลงสามารถนํามาใชท้ าํ ยาได้ ๑) การฆ่าสารหนู เอาสารหนูมาบดให้ละเอียด ใส่ฝาละมหี รอื หม้อดินบีบน้ํา มะนาวหรอื น้ํามะกรดู ใสไ่ ปใหท้ ่วมตวั ยา ตงั้ ไฟจนแหง้ ทาํ ใหไ้ ด้ ๗ - ๘ ครงั้ จนกว่าสารหนูกรอบดี แลว้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยา ๒) การฆา่ ปรอท นําเอาทองแดง ทองเหลอื ง หรอื เงนิ ใส่ไวใ้ นปรอท ใหป้ รอทกนิ จนอมิ่ จงึ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๓) การฆา่ ลกู สลอด มหี ลายวธิ เี ชน่ วธิ ที ่ี ๑ เอาลกู สลอดห่อรวมกบั ขา้ วเปลอื ก ใส่เกลอื พอควร นําไปใส่หมอ้ ดนิ ใสน่ ้ําลงตงั้ ไฟ จนขา้ วเปลอื กบานทวั่ กนั จงึ เอาลกู สลอดมาลา้ งใหส้ ะอาด ตากใหใ้ หแ้ หง้ จงึ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ วธิ ที ่ี ๒ เอาลกู สลอด ตม้ กบั ใบมะขาม ๑ กํามอื ใบสม้ ป่อย ๑ กํามอื เมอ่ื สุก ดแี ลว้ จงึ เอาเน้ือในลกู สลอด นําไปใชป้ รงุ ยาได้
186 ๔) การฆา่ ชะมดเชด็ โดยหนั่ หวั หอม หรอื ผวิ มะกรดู ใหเ้ ป็นฝอยละเอยี ด ผสมกบั ชะมดเชด็ .ใส่ลงไปในใบพลหู รอื ชอ้ นเงนิ นําไปลนไฟเทยี น จนชะมดเชด็ ละลาย จนหอมดแี ลว้ จงึ กรองเอาน้ําชะมดเชด็ นําไปใชป้ รงุ ยาได้ ๔.๓ กระสายยา กระสายยา คอื น้ําหรอื ของเหลวทใ่ี ชส้ าํ หรบั ละลายยา โดยมวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี ๑) เพอ่ื ให้ กลนื ยางา่ ย ไมฝ่ ืดหรอื ตดิ คอ และชว่ ยแต่งใหม้ รี ส สี กลน่ิ น่ารบั ประทาน ๒) เพอ่ื ชว่ ยใหย้ ามฤี ทธติ ์ รงต่อโรค นําฤทธยิ ์ าใหแ้ ล่นเรว็ ทนั ต่ออาการของโรค ๓) เพอ่ื เพม่ิ สรรพคณุ ของยา ใหม้ ฤี ทธแิ ์ รงขน้ึ หรอื ใหม้ ฤี ทธชิ ์ ว่ ยตวั ยาหลกั ในการ รกั ษาอาการขา้ งเคยี ง นํ้ากระสายยาแก้โรคต่างๆ ๑) แกอ้ าเจยี น ใชล้ กู ยอหมกไฟ ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา หรอื เอาลกู ผกั ชแี ละ เทยี นดํา ตม้ เอาเป็นกระสายยา ๒) แกอ้ าเจยี นเป็นเลอื ด เอาวา่ นหอยแครง หรอื เปลอื กลกู มะรมุ รากสม้ ซ่า ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๓) แกท้ อ้ งเดนิ เอาเปลอื กตน้ มะเดอ่ื ชุมพร ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๔) แกบ้ ดิ เอากะทอื หรอื ไพล หมกไฟ ฝนกบั น้ําเป็นกระสายยา ๕) แกก้ นิ ผดิ สาํ แดง (อาหารเป็นพษิ ) เอาเปลอื กแคแดง ตม้ น้ําเป็นกระสายยา หรอื เอาทบั ทมิ ทงั้ ๕ ตม้ กบั น้ําปนู ใส เอาน้ําเป็นกระสายยา ๖) แกห้ อบ เอาใบทองหลางใบมน ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๗) แกส้ ะอกึ เอารากมะกล่าํ เครอื ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๘) แกไ้ ขเ้ ชอ่ื มมนึ เอาน้ําดอกไม้ เป็นกระสายยา ๙) แกไ้ ขม้ วั เอาน้ําจนั ทน์เทศ เป็นกระสายยา ๑๐) แกไ้ ขเ้ พอ้ คลงั่ เอาใบมะนาว ๑๐๘ ใบ ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๑) แกไ้ ขร้ ะส่าํ ระส่าย เอารากบวั ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๒) แกส้ วงิ สวาย เอาน้ําซาวขา้ ว เป็นกระสายยา ๑๓) แกส้ ะบดั รอ้ นสะบดั หนาว เอาน้ํามตู ร เป็นน้ํากระสายยา ๑๔) แกเ้ บ่อื อาหาร เอาลกู ผกั ชลี า ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๕) แกน้ ้ําลายเหนยี ว เอาเทยี นดาํ หอ่ ผา้ ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๖) แกข้ ดั เบา เอากาฝากมะมว่ ง ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๗) แกน้ อนไม่หลบั เอารากชุมเหด็ ไทย ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๘) แกก้ นิ อาหารไม่รรู้ ส เอาโกฐหวั บวั ชะเอมเทศ ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๑๙) แกท้ รางขน้ึ ทรวงอก เอาผกั เสย้ี นผี ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา
187 ๒๐) แกเ้ ดก็ เป็นลมชกั เอาตะไคร้ ใบสะระแหน่ บดละลายนํ้าดอกมะลิ เป็นกระสายยา ๒๑) แก้กระหายนํ้า เอาเมลด็ มะกอกเผาไฟ แช่น้ําเป็นกระสายยา ๒๒) แกอ้ กแหง้ ชกู าํ ลงั เอานํ้าผงึ้ เป็นกระสายยา ๒๓) แกอ้ อ่ นเพลยี บาํ รงุ กําลงั เอาน้ําข้าวเชด็ รงั นกนางแอ่น ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๒๔) ทาํ ใหม้ กี าํ ลงั เอานํ้านมสตั ว์ เป็นกระสายยา ๒๕) ขบั ลมให้แล่นทวั่ กาย เอาน้ําสม้ สายชู เป็นกระสายยา ๒๖) ชกู ําลงั ช่นื ใจ เอาน้ําตาล ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๒๗) แก้ไข้หวดั ไอ เอาลกู มะแว้ง คนั้ เอาน้ําผสมเกลือ เป็นกระสายยา ๒๘) แก้เสมหะแห้ง เอาน้ํามะนาว ผสมเกลือ เป็นกระสายยา ๒๙) แก้ลมจกุ เสียด เอาข่า ต้มเอานํ้าเป็นกระสายยา ๓๐) แกท้ อ้ งขน้ึ เอากะเพรา ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๓๑) กระทุง้ พษิ ไข้ เอารากผกั ชี ตม้ เอาน้ําเป็นกระสายยา ๓๒) แก้ชีพจร เอารากกะเพรา ฝนกบั น้ําดอกมะลิ เป็นกระสายยา ถา้ หากยาขนานใดไมไ่ ดแ้ จง้ กระสายยาไว้ ใหใ้ ชน้ ้ําสุกสะอาดเป็นกระสายยา ๕. ยาสามญั ประจาํ บ้านแผนโบราณ ๒๘ ขนาน ประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรอ่ื ง ยาสามญั ประจาํ บา้ น ฉบบั ท่ี ๒ ----------------------- อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๗๖(๕) แหง่ พระราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. ๒๕๑๐ ซง่ึ แกไ้ ข เพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ยิ า (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒ รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงสาธารณะสุข โดยคาํ แนะนําของคณะกรรมการยาจงึ ออกประกาศไวด้ งั ต่อไปน้ี ขอ้ ๑ ให้ยกเลกิ ประกาศยาแผนโบราณทเ่ี ป็นยาสามญั ประจําบา้ น ตามประกาศกระทรวง สาธารณะสุข ระบุยาสามญั ประจาํ บา้ นตามความในพระราชบญั ญตั ยิ า พ.ศ. ๒๕๑๐ ลงวนั ท่ี ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๑๑
188 ขอ้ ๒ ให้ยาแผนโบราณซ่งึ มชี ่อื ปรมิ าณของวตั ถุส่วนประกอบ วธิ ี สรรพคุณ ขนาด รบั ประทาน คาํ เตอื น และขนาดบรรจตุ ่อไปน้ี เป็นยาสามญั ประจาํ บา้ น ๑. ยาหอมเทพวิจิตร วตั ถสุ ่วนประกอบ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ลูกกระวาน กานพลู จนั ทน์แดง จนั ทน์ขาว กฤษณา กระลําพกั ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปราะหอม แฝกหอม หนักสงิ่ ละ ๒ ส่วน ผวิ มะกรูด ผวิ มะงวั่ ผวิ มะนาว ผวิ สม้ ตะรงั กะนู ผวิ สม้ จนี ผวิ สม้ โอ ผวิ สม้ เขยี วหวาน หนักสง่ิ ละ ๔ ส่วน ผวิ สม้ ซ่าหนัก ๒๘ ส่วน ดอกพกิ ุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี เกสรบวั หลวง ดอกบวั ขม ดอกบวั เผ่อื น หนกั สง่ิ ละ ๔ ส่วน ชะมดเชด็ การบรู หนกั สง่ิ ละ ๑ ส่วน โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐ จุฬาลมั พา โกฐกระดูก โกฐก้านพรา้ ว โกฐพุงปลา โกฐชฎามงั สี หนักสง่ิ ละ ๔ ส่วน เทยี บดํา เทยี น แดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน เทยี นเยาวพาณี เทยี นสตั ตบษั ย์ เทยี นเกลด็ หอย เทยี นตากบ หนกั สงิ่ ละ ๔ ส่วน พมิ เสนหนกั ๔ สว่ น ดอกมะลหิ นกั ๑๘๔ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง ผสมน้ําดอกไมเ้ ทศ ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกล้ ม บาํ รงุ หวั ใจ ขนาดรบั ประทาน ครงั้ ละ ๕ – ๗ เมด็ ขนาดบรรจุ ๓๐ เมด็ ๒. ยาหอมทิพโอสถ วตั ถสุ ่วนประกอบ ดอกพกิ ุล ดอกบุนนาค ดอกสารถี ดอกมะลิ เกสรบวั หลวง ดอกกระดงั งา ดอกจาํ ปา ดอกบวั จงกลณี หวั แหว้ ไทย กระจบั ฝาง จนั ทน์แดง จนั ทน์ขาว จนั ทน์เทศกฤษณา ชะลูด อบเชย สมุลแว้ง สนเทศ ว่านน้ํา กระชาย เปราะหอม ดอกคําไทย ชะเอมเทศ สุรามฤต ข่าต้น ลูกจนั ทน์ ดอกจนั ทน์ หนักสง่ิ ละ๔ ส่วนโกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจุฬาลมั พาโกฐ กระดูก โกฐก้านพรา้ ว โกฐพุงปลา โกฐชฎามงั สี หนักสงิ่ ละ ๒ ส่วน เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นน้ําตาตกั๊ แตน เทยี นเยาวพาณี เทยี นสตั ตบุษย์ เทยี นเกลด็ หอย เทยี นตากบ การบรู หนกั สง่ิ ละ ๑ สว่ น ชะมดเชด็ พมิ เสน หนกั สง่ิ ละ ๒ สว่ น วิธีทาํ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเมด็ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกล้ มวงิ เวยี น ละลายน้ําดอกไมห้ รอื น้ําสุก ขนาดรบั ประทาน ชนดิ ผง ครงั้ ละ ๑/๒ – ๑ ชอ้ นกาแฟ ชนดิ เมด็ ครงั้ ละ ๕ – ๗ เมด็ ขนาดบรรจุ ชนดิ ผง ๑๕ กรมั ชนิดเมด็ ๓๐ เมด็ ๓. ยามหานิลแท่งทอง
189 วตั ถสุ ่วนประกอบ เน้ือเมด็ สะบา้ มอญสุม กระดกู กาสุม กระดกู งเู หลอื มสุม หวายตะคา้ สุม เมด็ มะละกอสุม ลกู มะคาํ ควายดสี มุ ถ่านไมส้ กั จนั ทน์แดง จนั ทน์เทศ ใบพมิ เสน ใบหญา้ นาง หมกึ หอม หนกั สง่ิ ละ ๑ สว่ น เบย้ี จนั่ ควั่ ใหเ้ หลอื ง ๓ เบย้ี วิธีทาํ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ ปิดทองคาํ เปลว หนกั เมด็ ละ ๐.๕ กรมั สรรพคณุ แกไ้ ข้ แกก้ ระหายน้ํา แกห้ ดั อสี ุก อใี ส ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานวนั ละ ๒ ครงั้ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๓ – ๔ เมด็ เดก็ ครงั้ ละ ๑ – ๒ เมด็ ขนาดบรรจุ ๓๐ เมด็ ๔. ยาเขียวหอม วตั ถสุ ่วนประกอบ ใบพมิ เสน ใบผกั กระโฉม ใบหมากผู้ ใบหมากเมยี ใบสนั พร้าหอม รากแฝกหอม เปราะหอม จนั ทน์เทศ จนั ทน์แดง ว่านกบี แรด ว่านร่อนทอง เนระพูสี พษิ นาศน์ มหาสดาํ รากไครเ้ ครอื ดอกพกิ ุล เกสรบุนนาค เกสรสารภี เกสรบวั หลวง หนกั สง่ิ ละ ๑ ส่วนระยอ่ ม หนกั ๑/๔ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ ขนาดรบั ประทาน แกต้ วั รอ้ น รอ้ นใน กระหายน้ํา ละลายน้ําสุก หรอื น้ําดอกมะลิ ขนาดบรรจุ แกพ้ ษิ หดั พษิ สุกใส ละลายน้ํารากผกั ชตี ้ม ทงั้ รบั ประทานและชโลม รบั ประทาน วนั ละ ๔ – ๕ ครงั้ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ เดก็ ครงั้ ละ ๑ – ๒ ชอ้ นกาแฟ ๓๐ กรมั ๕. ยาประสะกะเพรา วตั ถสุ ่วนประกอบ พรกิ ไทย ขงิ ดปี ลี กระเทยี ม น้ําประสานทองสะตุ หนักสง่ิ ละ ๒ กรมั ชะเอมเทศ หมาหิงคุ์ หนักสิ่งละ ๘ ส่วน เกลือสินเธาว์ หนัก ๑ ส่วน ผวิ มะกรูด หนัก ๒๐ ส่วน ใบกะเพรา หนกั ๔๗ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๑ กรมั สรรพคณุ แกท้ อ้ งขน้ึ ทอ้ งเฟ้อ ละลายน้ําสกุ หรอื น้ําใบกะเพราตม้ แกท้ อ้ งแน่น จกุ เสยี ด ใชไ้ พลเผาไฟพอสกุ ฝนแทรก ขนาดรบั ประทาน รบั ประทาน เชา้ – เยน็
190 เดก็ อายุ ๑ – ๓ เดอื น ครงั้ ละ ๑ – ๒ เมด็ เดก็ อายุ ๔ – ๖ เดอื น ครงั้ ละ ๒ – ๓ เมด็ เดก็ อายุ ๗ – ๑๒ เดอื น ครงั้ ละ ๔ – ๕ เมด็ ขนาดบรรจุ ๓๐ เมด็ ๖. ยาเหลืองปิ ดสมทุ ร วตั ถสุ ่วนประกอบ แหว้ หมู ขมน้ิ ออ้ ย เปลอื กเพกา รากกลว้ ยตบี กระเทยี มควั่ ดปี ลี ชนั ออ้ ย ชนั ยอ้ ย ครงั่ สเี สยี ดเทศ ใบเทยี น ใบทบั ทมิ หนกั สงิ่ ละ ๑ สว่ น ขมน้ิ ชนั หนกั ๖ สว่ น วิธีทาํ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๑ กรมั สรรพคณุ แกท้ อ้ งเสยี ใชน้ ้ําเปลอื กลกู ทบั ทมิ หรอื เปลอื กแคตม้ กบั น้ําปนู ใส เป็นกระสาย ถา้ หาน้ํากระสายไมไ่ ดใ้ หใ้ ชน้ ้ําสุกแทน ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานวนั ละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร เดก็ อายุ ๓ – ๕ เดอื น ครงั้ ละ ๒ เมด็ เดก็ อายุ ๔ – ๖ เดอื น ครงั้ ละ ๓ – ๔ เมด็ เดก็ โต ครงั้ ละ ๕ – ๗ เมด็ ขนาดบรรจุ ๓๐ เมด็ ๗. ยาอมั ฤควาที วตั ถสุ ่วนประกอบ รากไคร้เครือ โกฐพุงปลา เทียนขาว ลูกผักชีลา เน้ือมะขามป้อม เน้ือลกู สมอ พเิ ภก หนกั สง่ิ ละ ๗ สว่ น น้ําประสานทองสะตุ หนกั ๑ ส่วน ชะเอมเทศ ๖ สว่ น วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกไ้ อ ขบั เสมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลอื ใชจ้ บิ หรอื กวาดคอ ขนาดที่ใช้ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ เดก็ ลดลงตามสว่ น ขนาดบรรจุ ๑๕ กรมั ๘. ยาประสะมะแว้ง วตั ถสุ ่วนประกอบ สารส้ม ห นัก ๑ ส่ว น ขม้ิน อ้อ ย หนัก ๓ ส่ว น ใบ สว า ด ใบตานหมอ่ น ใบกะเพรา หนกั สงิ่ ละ ๔ สว่ น ลกู มะแวง้ ตน้ ลกู มะแวง้ เครอื หนกั สงิ่ ละ ๘ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง ผสมน้ําสุกแทรกพมิ เสนพอควร ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกไ้ อ แกเ้ สมหะ ละลายน้ํามะนาวแทรกเกลอื รบั ประทานหรอื ใชอ้ ม ขนาดรบั ประทาน ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ – ๒ เมด็ เดก็ ครงั้ ละ ๕ – ๗ เมด็
191 ขนาดบรรจุ ๓๐ เมด็ ๙. ยาจนั ทลีลา วคั ถสุ ่วนประกอบ โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจฬุ าลมั พา จนั ทน์เทศ จนั ทน์แดง ลกู กระดอม บอระเพด็ รากปลาไหลเผอื ก หนกั สงิ่ ละ ๔ สว่ น พมิ เสน หนกั ๑ สว่ น วิธีทาํ ชนิดผง บดเป็นผง สรรพคณุ ชนดิ เมด็ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๕ กรมั แกไ้ ข้ ตวั รอ้ น ขนาดรบั ประทาน รบั ประทาน ทกุ ๔ ชวั่ โมง ชนิดผง เดก็ ครงั้ ละ ๑/๒ – ๑ ชอ้ นกาแฟ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ – ๒ ชอ้ นกาแฟ ชนิดเมด็ เดก็ ครงั้ ละ ๑ – ๒ เมด็ ขนาดบรรจุ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๓ – ๔ เมด็ ชนดิ ผง ๑๕ กรมั ชนิดเมด็ ๓๐ กรมั ๑๐. ยาตรหี อม วตั ถสุ ่วนประกอบ เน้ือลูกสมอเทศ เน้ือลูกสมอพิเภก เน้ือลูกมะขามป้อม ลูกผกั ชลี า หนกั สง่ิ ละ ๔ ส่วน รากไครเ้ ครอื โกฐสอ ชะเอมเทศ น้ําประสานทองสะตุ ลูกซดั ควั่ หนักสง่ิ ละ ๑ สว่ น เน้ือลกู สมอไทย โกฐน้ําเตา้ ใหญ่น่ึงสกุ หนกั สงิ่ ละ ๒๒ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนักเมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกเ้ ดก็ ทอ้ งผกู ระบายพษิ ไข้ ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานก่อนอาหารเชา้ เดก็ อายุ ๑ – ๒ เดอื น ครงั้ ละ ๒ – ๓ เมด็ เดก็ อายุ ๓ – ๕ เดอื น ครงั้ ละ ๔ – ๕ เมด็ ขนาดบรรจุ เดก็ อายุ ๖ – ๑๒ เดอื น ครงั้ ละ ๖ – ๘ เมด็ ๓๐ เมด็ ๑๑. ยาประสะจนั ทน์แดง วตั ถสุ ่วนประกอบ รากเหมอื ดคน รากมะปรางหวาน รากมะนาว เปราะหอม โกฐหวั บวั จนั ทน์เทศ ฝางเสน หนกั สงิ่ ละ ๔ สว่ น เกสรบวั หลวง ดอกบุนนาค ดอกสารภี ดอกมะลิ หนกั สง่ิ ละ ๑ ส่วน จนั ทน์แดง ๓๒ ส่วน
192 วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ ขนาดรบั ประทาน แกไ้ ขต้ วั รอ้ น กระหายน้ํา ละลายน้ําสุก หรอื น้ําดอกมะลิ ขนาดบรรจุ รบั ประทานทุก ๓ ชวั่ โมง ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ เดก็ ครงั้ ละ ๑ – ๒ ชอ้ นกาแฟ ๑๕ กรมั ๑๒. ยาหอมอินทจกั ร์ วตั ถสุ ่วนประกอบ สะค้าน รากช้าพลู ขงิ ดปี ลี รากเจตมูลเพลิง ลูกผกั ชลี า โกฐสอ โกฐเขมา โกฐก้านพร้าว โกฐพุงปลา โกฐจุฬาลมั พา โกฐเชยี ง โกฐกกั กรา โกฐน้ําเต้า โกฐกระดูก เทยี นดํา เทยี นขาว เทยี นแดง เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นเยาวพาณี จนั ทน์แดง จนั ทน์เทศ เถามวกแดง เถามวกขาว รากหญ้านาง เปลอื กชะลูด อบเชย เปลอื กสมุลแว้ง กฤษณา กระลาํ พกั บอระเพด็ ลูก กระดอม กาํ ยาน ขอนดอก ชะมดเชด็ ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ ลูกกระวาน กานพลู รากไครเ้ ครอื ลาํ พนั แดง ดอกสารภี ดอกพกิ ุล ดอกบนุ นาค ดอกจาํ ปา ดกกระดงั งา ดอกมะลิ ดอกคําไทย ฝางเสน ดงี เู ห่า ดหี มปู ่า ดวี วั พมิ เสน สงิ่ ละ ๑ สว่ น วิธีทาํ ชนิดผง บดเป็นผง สรรพคณุ ขนาดรบั ประทาน ชนิดเมด็ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั ขนาดบรรจุ แกล้ มบาดทะจติ ใชน้ ้ําดอกมะลิ แกค้ ลน่ื เหยี นอาเจยี น ใชน้ ้ําลกู ผกั ชี เทยี นดําตม้ ถา้ ไมม่ ใี ชน้ ้ําสกุ แกล้ มจกุ เสยี ด ใชน้ ้ําขงิ ต้ม รบั ประทานทกุ ๓ ชวั่ โมง ชนดิ ผง ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ชนดิ เมด็ ครงั้ ละ ๕ – ๑๐ เมด็ ชนิดผง ๑๕ กรมั ชนิดเมด็ ๓๐ เมด็ ๑๓. ยาประสะไพล วตั ถสุ ่วนประกอบ ผวิ มะกรดู ว่านน้ํา กระเทยี ม หวั หอม พรกิ ไทย ดปี ลี ขงิ ขมน้ิ ออ้ ย เทยี นดาํ เกลอื สนิ เธาว์ หนกั สงิ่ ละ ๘ สว่ น การบรู หนกั ๑ ส่วน ไพล หนกั ๘๑ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกจ้ กุ เสยี ด แกร้ ะดไู มป่ กติ ขบั น้ําคาวปลา
193 ขนาดรบั ประทาน รบั ประทาน วนั ละ ๓ ครงั้ ก่อนอาหาร ขนาดบรรจุ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสกุ หรอื น้ําสุรา ๓๐ กรมั ๑๔. ยาหอมเนาวโกฐ วตั ถสุ ่วนประกอบ ขงิ แห้ง ดปี ลี เจตมลู เพลงิ สะค้าน ช้าพลู หนกั สง่ิ ละ ๓ ส่วน แห้ว หมู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจุฬาลมั พา โกฐกระดกู โกฐก้านพรา้ ว โกฐพุงปลา โกฐ ชฎามงั สี เทียนดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน เทียนเยาวพาณี เทยี นสตั ตบุษย์ เทยี นเกลด็ หอย เทยี นตากบ สกั ขี ลูกราชดดั ลูกสารพดั พษิ ลูกกระวาน กานพลู ดอกจนั ทน์ ลูกจนั ทน์ จนั ทน์เทศ จนั ทน์แดง อบเชยญวน เปลอื กสมุลแวง้ หญ้าตนี นก แฝกหอม เปลอื กชะลดู เปราะหอม รากไครเ้ ครอื เน้ือไม้ ขอนดอก กระลาํ พกั เน้ือลูกมะขามป้อม เน้ือลูก สมอพเิ ภก ชะเอมเทศ ลูกผกั ชลี า ลูกกระดอม บอระเพด็ เกสรบวั หลวง เกสรบุนนาค ดอกพกิ ุล ดอกสารภี ดอกมะลิ แก่นสน หนักสิง่ ละ ๔ ส่วน น้ําประสานทองสะตุ หนัก ๒ ส่วน ชะมดเช็ด พมิ เสน หนกั สงิ่ ละ ๑ ส่วน วิธีทาํ ชนิดผง บดเป็นผง ชนิดเมด็ บดเป็นผง ทําเป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกล้ มคล่นื เหยี น อาเจยี น ใชน้ ้ําลกู ผกั ชี เทยี นดําตม้ ขนาดรบั ประทาน ขนาดบรรจุ แกล้ มปลายไข้ ใชก้ า้ นสะเดา ลกู กระดอม และบอระเพด็ ตม้ เอาน้ํา ถา้ หาน้ํากระสายไมไ่ ดใ้ ชน้ ้ําสุกแทน รบั ประทานทุก ๓ ชวั่ โมง ชนดิ ผง ครงั้ ละ ๑/๒ – ๑ ชอ้ นกาแฟ ชนดิ เมด็ ครงั้ ละ ๕ – ๑๐ เมด็ ชนิดผง ๑๕ กรมั ชนิดเมด็ ๓๐ เมด็ ๑๕. ยาวิสมั พยาใหญ่ วตั ถสุ ่วนประกอบ ลูกผกั ชลี า ลูกจนั ทน์ ดอกจนั ทน์ หนกั สง่ิ ละ ๘ ส่วน กระวาน กานพลู โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหัวบัว โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา อบเชย สมุลแว้ง สมอเทศ สมอไทย รากไคร้เครอื ว่านน้ํา บอระเพ็ด ขิงแห้ง พญารากขาว หนักส่ิงละ ๒ ส่วน ดีปลี หนัก ๕๖ ส่วน น้ําระสานทองสะตุ หนกั ๑ สว่ น วิธีทาํ บดเป็นผง
194 สรรพคณุ แกท้ อ้ งขน้ึ อดื เฟ้อ จกุ เสยี ด ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานทุก ๔ ชวั่ โมง ขนาดบรรจุ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ใชน้ ้ําสกุ เป็นกระสาย หรอื ผสมน้ําผง้ึ ปั้นเป็นลกู กลอน ๑๕ กรมั ๑๖. ยาธาตบุ รรจบ วตั ถสุ ่วนประกอบ ขิง โกฐเขมา โกฐพุงปลา โกฐเชียง โกฐสอ เทียนดํา เทียนขาว เทยี นสตั ตบุษย์ เทยี นเยาวพาณี เทยี นแดง ลกู จนั ทน์ ดอกจนั ทน์ กานพลู การบูร เปลอื กสมลุ แวง้ ลกู กระวาน ลูกผกั ชลี า ใบพมิ เสน รากไครเ้ ครอื ดปี ลี เปราะหอม หนกั สงิ่ ละ ๔ ส่วน โกฐก้านพรา้ ว หนกั ๘ สว่ น เน้ือลกู สมอไทย หนกั ๑๖ ส่วน น้ําประสานทองสะตุ หนกั ๑ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกธ้ าตุไมป่ กติ ทอ้ งเสยี ใชเ้ ปลอื กแคหรอื เปลอื กสะเดา หรอื เปลอื กลกู ทบั ทมิ ตม้ กบั น้ําปนู ใส แกท้ อ้ งขน้ึ ทอ้ งเฟ้อ ใชก้ ระเทยี ม ๓ กลบี ทุบชงน้ํารอ้ น หรอื ใชใ้ บกระเพรา ตม้ เป็นกระสาย ถา้ หาก น้ํากระสายไมไ่ ด้ ใหใ้ ชน้ ้ําสุกแทน ขนาดรบั ประทาน รบั ประทาน วนั ละ ๓ เวลา ก่อนอาหาร ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ขนาดบรรจุ เดก็ ครงั้ ละ ๑ – ๒ ชอ้ นกาแฟ ๑๕ กรมั ๑๗. ยาประสะกานพลู วตั ถสุ ่วนประกอบ เทียนดํา เทียนขาว โกฐสอ โกฐกระดูก กํามะถันเหลือง การบูร รากไครเ้ ครอื เปลอื กเพกา เปลอื กขอ้ี าย ใบกระวาน ลูกกระวาน ลูกผกั ชลี า แฝกหอม ว่านน้ํา หวั กระชาย เปราะหอม รากแจง กรุงเขมา หนักสงิ่ ละ ๔ ส่วน รากข้าวสาร เน้ือไม้ ลูกจนั ทน์ ขมน้ิ ชนั หนักสง่ิ ละ ๘ ส่วน ขงิ แหง้ ดปี ลี หนักสงิ่ ละ ๓ ส่วน น้ําประสานทองสะตุ ไพล เจตมูลเพลงิ แดง สะค้าน ช้าพลู หนักสงิ่ ละ ๒ ส่วน เปลือกซิก หนัก ๑๐ ส่วน พรกิ ไทยหนัก ๑ ส่วน กานพลู หนกั ๑๓๑ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกป้ วดทอ้ ง เน่ืองจากธาตุไมป่ กติ ใชไ้ พลเผาไฟฝนกบั น้ําปนู ใส ถา้ หาน้ํากระสาย ไมไ่ ด้ ใหใ้ ชน้ ้ําสุกแทน ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานทกุ ๓ ชวั่ โมง
195 ขนาดบรรจุ ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ๑๕ กรมั ๑๘. ยากวาดแสงหมกึ วตั ถสุ ่วนประกอบ หมกึ หอม จนั ทน์ชะมด ลูกกระวาน จนั ทน์เทศ ใบพมิ เสน ลูกจนั ทน์ ดอกจนั ทน์ กานพลู ใบสนั พรา้ หอม หวั หอม ใบกระเพรา ดงี เู หลอื ม หนกั สง่ิ ละ ๔ ส่วน ชะมด พมิ เสน หนกั สง่ิ ละ ๑ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง ทาํ เป็นเมด็ หนกั เมด็ ละ ๐.๒ กรมั สรรพคณุ แกต้ วั รอ้ น ละลายน้ําดอกไมเ้ ทศ แกท้ อ้ งขน้ึ ปวดทอ้ ง ละลายน้ําใบกระเพราตม้ แกไ้ อ ขบั เสมหะ ละลายน้ําลกู มะแวง้ เครอื หรอื ลกู มะแวง้ ตน้ กวาดคอ แกป้ ากเป็นแผล แกล้ ะออง ละลายน้ําลกู เบญกานีฝนทาปาก ขนาดรบั ประทาน ใชก้ วาดคอวนั ละ ๑ ครงั้ หลงั จากนนั้ รบั ประทานทุก ๑ ชวั่ โมง เดก็ อายุ ๑ – ๖ เดอื น ครงั้ ละ ๒ เมด็ เดก็ อายุ ๗ – ๑๒ เดอื น ครงั้ ละ ๓ เมด็ ขนาดบรรจุ ๑๒ เมด็ ๑๙. ยามนั ทธาตุ วตั ถสุ ่วนประกอบ โกฐสอ โกฐเขมา โกฐหวั บวั โกฐเชยี ง โกฐจฬุ าลมั พา เทยี นดํา เทยี นแดง เทยี นขาว เทยี นขา้ วเปลอื ก เทยี นตาตกั๊ แตน รากไครเ้ ครอื ลกู ผกั ชลี อ้ ม ลกู ผกั ชลี า การบรู กระเทยี ม เปลอื กสมลุ แวง้ เปลอื กโมกมนั จนั ทน์แดง จนั ทน์เทศ กานพลู ดปี ลี รากชา้ พลู เถาสะคา้ น รากเจตมลู เพลงิ พรกิ ไทยล่อน ลกู จนั ทน์ หนกั สง่ิ ละ ๑ สว่ น ขงิ ลกู เบญกานี หนกั สง่ิ ละ ๓ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกธ้ าตุไมป่ กติ แกท้ อ้ งขน้ึ ทอ้ งเฟ้อ ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานวนั ละ ๓ ครงั้ ก่อนอาหาร ผใู้ หญ่ ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสกุ เดก็ ครงั้ ละ ๑/๒ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสกุ ขนาดบรรจุ ชนิดผง ๑๕ กรมั ๒๐. ยาไฟประลยั กลั ป์ วตั ถสุ ่วนประกอบ พรกิ ไทยล่อน ขงิ ดปี ลี กระเทยี ม หนกั สงิ่ ละ ๔ ส่วน ขมน้ิ อ้อย กะทอื ข่า ไพล เปลือกมะรุม หนักสิ่งละ ๕ ส่วน รากเจตมูลเพลิงแดง สารส้มแก่นขนสนทะเล การบูร ผวิ มะกรดู หนกั สง่ิ ละ ๕ สว่ น
196 วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ ขบั น้ําคาวปลา ในเรอื นไฟ ชว่ ยใหม้ ดลกู เขา้ อู่ ขนาดรบั ประทาน รบั ประทาน วนั ละ ๓ ครงั้ ก่อนอาหาร ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสุก หรอื น้ําสุรา ขนาดบรรจุ ๑๕ กรมั ๒๑. ยาไฟห้ากอง วตั ถสุ ่วนประกอบ รากเจตมลู เพลงิ ขงิ พรกิ ไทยลอ่ น สารสม้ ฝักสม้ ป่อย หนกั สง่ิ ละ ๑ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ ขบั น้ําคาวปลา ในเรอื นไฟ ชว่ ยใหม้ ดลกู เขา้ อู่ ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานวนั ละ ๓ ครงั้ ก่อนอาหาร ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสกุ หรอื น้ําสรุ า ขนาดบรรจุ ๑๕ กรมั ๒๒. ยาประสะเจตพงั คี วตั ถสุ ่วนประกอบ ดอกจนั ทน์ ลูกจนั ทน์ ลูกกระวาน ใบกระวาน กานพลู กรุงเขมา รากไคร้เครอื การบูร ลูกสมอทะเล พญารากขาว เปลือกหว้า เกลือสนิ เธาว์ หนักสง่ิ ละ ๑ ส่วน พริกไทยอ่อน บอระเพ็ด หนักส่ิงละ ๒ ส่วน ข่า หนัก ๑๕ ส่วน ระย่อม หนัก ๒ ส่วน เจตพงั คี หนกั ๓๔ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกก้ ระษยั จกุ เสยี ด ขนาดรบั ประทาน รบั ประทานทกุ เชา้ และเยน็ ก่อนอาหาร ครงั้ ละ ๑ ชอ้ นกาแฟ ละลายน้ําสกุ ขนาดบรรจุ ๑๕ กรมั ๒๓. ยาธรณีสณั ฑะฆาต วัตถสุ ่วนประกอบ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ ลูกกระวาน กานพลู เทียนดํา เทียนขาว หวั ดองดงึ หวั บุก หวั กลอย หวั กระดาดขาว หวั กระดาดแดง ลูกเร่ว ขงิ ชะเอมเทศ รากเจตมูลเพลงิ โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ําเต้า หนักสงิ่ ละ ๑ ส่วน ผกั แพวแดง เน้ือลูกมะขามป้อม หนักสง่ิ ละ ๒ ส่วน เน้ือลูกสมอไทย มหาหงิ คุ์ การบูร หนกั สงิ่ ละ ๕ ส่วน รงทอง (ประสะแลว้ ) หนกั ๔ ส่วน ยาดํา หนกั ๒๐ สว่ น พรกิ ไทยล่อน หนกั ๙๖ ส่วน วิธีทาํ บดเป็นผง สรรพคณุ แกก้ ระษยั เสน้ เถาดาน ทอ้ งผกู
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263