Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือราชการสนาม รส.24-18

คู่มือราชการสนาม รส.24-18

Published by art-weerasak, 2023-01-06 16:40:53

Description: คู่มือราชการสนาม รส.24-18

Search

Read the Text Version

6-7 4. การรบกวนจากสิง่ ทีม่ นษุ ย์สร้างขน้ึ ก. การรบกวนจากสิ่งที่มนุษย์สร้างข้ึนนั้น เกิดจากเคร่ืองไฟฟ้า เช่น ระบบจุดเทียนของ เครอื่ งยนต์ แปรงถ่านในเครอื่ งยนตไ์ ฟฟา้ และเครอ่ื งกำเนดิ ไฟฟ้า ซ่ึงเกดิ ประกายขึน้ และเคร่ืองจกั ร อื่น ๆ ถ้าหากว่าไมม่ กี ารควบคุมการรบกวนน้ีแล้ว มนั จะกลบการสง่ สญั ญาณวิทยุไปเสยี หมด ข. ถึงแม้ว่าการรบกวนจากสิ่งท่ีมนุษย์สร้างข้ึน อาจจะขจัด หรือทำให้ลดน้อยลงได้มาก ทส่ี ดุ ณ แหล่งกำเนิดของมนั ก็ตาม แต่ก็อาจจะปรับปรุงสภาพใหด้ ขี ึ้นได้อกี บ้าง ณ เครือ่ งรับ การใช้ สายอากาศรับชนิดบ่งทิศจะช่วยขจัดการรบกวนได้บ้าง ถ้าหากว่าแหล่งรบกวนนั้นไม่อยู่ในทิศทาง เดียวกับสถานีส่ง นอกจากน้ี สายที่ต่อออกจากสายอากาศลงเคร่ืองท่ีได้ออกแบบสร้างเป็นพิเศษ อาจขจัด หรือลดการรบกวนซึ่งมนุษย์ทำข้ึนเพราะตามปกติแล้วสายต่อลงเครื่องเป็นตัวรับการ รบกวนไว้ดว้ ย 5. การรบกวนกนั เอง (MULTUAL INTERFERENCE) ก. เม่ือระบบการส่ือสารแห่งหนง่ึ รบกวนกบั อีกแห่งหนง่ึ หรอื เม่อื หน่วยใดหนว่ ยหน่ึงภายใน ระบบท่ีกำหนดให้ รบกวนกับหน่วยอื่น ๆ ในระบบเดียวกัน เราเรียกสภาพเช่นน้ีว่า การรบกวน กนั เอง ข. การรบกวนกันเองอาจจะปรากฏเป็นหลายแบบ เชน่ เสียงรบกวน เสียงแทรกต่างวงจร (CROSS TALK) การปฏิกิริยาระหวา่ งกันของฮารม์ อนกิ ภาพทีเ่ ปน็ ธรรมดาสะสมบางอยา่ ง ซึง่ ทำให้ เกดิ การรบกวนกันเองมดี ังต่อไปน้ี 1) สญั ญาณอนั ไม่พงึ ประสงค์ท่ีแปลกปลอมเข้ามา 2) การตอบสนองของเครือ่ งรับต่อสญั ญาณท่แี ปลกปลอม 3) การเกดิ ประกายความถีว่ ิทยุขึน้ ในเครอ่ื งสง่ 4) การไมไ่ ด้สัดส่วนของความหนว่ ง (IMPEDANCE) ในระบบสายอากาศ 5) การรบกวนของห้วงคลน่ื ศกั ด์ิสงู 6) การกำหนดความถี่ไม่เหมาะสม ค. การรบกวนซ่ึงเกิดจากแหล่งท่ีอยู่ไกล และท่ีอยู่ในบริเวณน้ันหลายแหล่ง ความสัมพันธ์ เกี่ยวกับความถ่ีวิทยุ ที่ต้ังทางภูมิศาสตร์ การปรับเคร่ืองผิดพลาด เทคนิคในการปฏิบัติงานไม่ เหมาะสม และสภาพลมฟ้าอากาศ เหล่าน้เี ปน็ ปัจจัยสำคญั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การรบกวนกนั เคร่ืองมือ และ ระบบซ่ึงเป็นเครื่องกำเนิดที่สำคัญในการรบกวนกันเองได้แก่ เรดาร์วิทยุ วิทยุช่วยเดินเรือ หรือ เดินอากาศ โทรศัพท์ และในปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีมีความถ่ีเขามาเก่ียวข้อง เช่น สัญญาณ WIFI

6-8 6. ขดี ความสามารถของพนกั งานเครอ่ื งรบั เครื่องรับในการส่ือสารส่วนมากท่ีปุ่มบังคับที่ปรับได้ ซ่ึงออกแบบสร้างข้ึนเพื่อผลเสียของ การจางหาย เสียงรบกวน และการรบกวน ความชำนาญในการใช้เคร่ืองบังคับเหล่าน้ี เช่น เครื่อง จำกัดเสียงรบกวน และเคร่ืองกรองคล่ืนแบบต่าง ๆ มักจะอำนวยให้การรับข่าวกระทำได้ดีขึ้น มฉิ ะนัน้ แลว้ ไม่อาจทำการรบั ขา่ วไดใ้ นเมอื่ มเี สียงรบกวน และการรบกวนมาก ถ้าหากการปรับเครอ่ื ง บังคับเหล่านี้ไม่ถูกต้องเนื่องจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือขาดความระมัดระวังก็อาจทำให้การ ปฏิบัติงานไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นความช่ำชอง และความชำนาญงานทางเทคนิคของพนักงาน เคร่ืองรบั จงึ มสี ่วนสำคญั ในการรบั สัญญาณวิทยุดว้ ย

7-1 บทท่ี 7 เทคนคิ การปฏิบัติงานทางวทิ ยุ ตอนที่ 1 คำนำ 1. กล่าวทว่ั ไป ก. ประสิทธิผลทางยุทธวิธีของเครื่องมือสื่อสารใดก็ตาม จะไม่สำคัญมากไปกว่า ความช่ำชองของพนักงานประสิทธิภาพสูงทส่ี ุดในข่าย หรือในหน่วยบังคับบัญชาจะมีข้ึนได้ก็ตอ่ เมื่อ พนกั งานเคร่อื งมอื ส่อื สารไดใ้ ช้ระเบียบปฏบิ ัตกิ ารท่ีเหมาะสมในการสง่ และการรบั ขา่ วจนเปน็ นิสยั ข. เร่ืองราวในบทน้ีจะเก่ียวกับการปฏิบัติงานวิทยุโทรเลข (ประมวลเลขสัญญาณสากล) วิทยโุ ทรศพั ท์ (คำพดู ) และวทิ ยโุ ทรพมิ พ์ 2. คำแนะนำในการปฏบิ ัตงิ าน คำแนะนำเก่ียวกับการส่ือสารทางวิทยุนั้นมีอยู่ในระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.) คำแนะนำ ปฏบิ ตั กิ ารส่อื สาร (นปส.) และคำแนะนำส่อื สารประจำ (นสป.) นปส. น้ันได้ให้แนวในการจัดสถานีในข่าย, การกำหนดนามเรยี กขาน, กำหนดสถานีบังคับ ขา่ ย (สบข.), การกำหนดความถี่วทิ ยุ และใหข้ ่าวสารเกยี่ วกับการเปลี่ยนความถี่สำรองตลอดจนการ รบั รองฝ่าย ระเบียบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งพนักงานวิทยุจะนำไปใช้ในหน่วยบังคับบัญชานั้น มีอยใู่ น นสป. ในส่วนของ รปจ. ใชบ้ ังคับการปฏบิ ัตงิ านตามปกตขิ องหน่วย 3. ข้อเตือนใจในการปฏบิ ตั ิงานสำหรับพนกั งาน ก. ให้ใช้ชดุ มอื ถือ (HANDSET) หรือชุดสวมศรี ษะ (HEADSET) เมอ่ื สัญญาณท่ีรบั เขา้ มาน้ัน อ่อน ข. ดแู ลใหแ้ น่ใจว่าปากพูด หรอื ชุดมือถืออยู่ในสภาพท่ีดี ให้พูดตรงเข้าไปในปากพูดพูดช้า ๆ และชดั เจน ค. ถ้าเครื่องวิทยุติดต้ังอยู่บนยานยนต์ ให้ดูแลว่าศักย์ไฟฟ้าของหม้อไฟฟ้าสูงเพียงพอ ใหเ้ ดนิ เครอื่ งยนต์อย่เู สมอเพื่อประจหุ มอ้ ไฟฟ้า ง. ถา้ มีความจำเป็นกใ็ ห้ยา้ ยเคร่ืองวิทยุ หรือยานยนตเ์ พ่ือให้การรบั ดีขึ้น จ. เมอื่ หัวหน้าพนักงานวทิ ยอุ นมุ ัติ ควรใช้วิทยุโทรเลข ดีกว่าท่จี ะใช้วทิ ยุโทรศพั ท์ หรือวทิ ยุ โทรพิมพ์ เพอื่ เพ่ิมรัศมกี ารทำงานของเครือ่ งออกไป ฉ. ให้สังเกตไว้ว่าการที่การส่ือสารขาดลอย หรือการส่ือสารไม่ดีน้ันอาจจะเกิดจากสาเหตุ ดงั ต่อไปนี้

7-2 1) ระยะทางระหวา่ งเครอ่ื งวทิ ยหุ ่างมากเกินไป 2) การเลอื กท่ตี ง้ั ขา้ งใดขา้ งหนึง่ หรอื ท้งั สองขา้ งของวงจรวิทยุไม่ดี 3) ภูมปิ ระเทศ ได้แก่ เนนิ หรือภเู ขา 4) เสียงรบกวน และการรบกวน 5) กำลงั เครอ่ื งส่งไมพ่ อ 6) เครื่องเสีย 7) การปรับเคร่อื งไม่ถูกตอ้ ง 8) สายอากาศไม่ดี 9) การกำหนดความถ่วี ิทยไุ มเ่ หมาะสม ช. พึงสังเกตว่า ยุทโธปกรณ์ที่มีการบำรุงรักษาไม่ดี และใช้งานไม่ถูกต้อง จะมีผลใน การขดั ขวางการสื่อสารเช่นเดียวกับระยะที่ไกลเกินสมควร หรือในภมู ิประเทศท่ีเป็นภเู ขา จงึ จำเป็น ท่ีจะตอ้ งปฏบิ ัติว่าด้วยขอ้ ควรระวังดังตอ่ ไปน้ีตลอดเวลา 1) ศึกษา และทำความเข้าใจ คู่มือทางเทคนิคของเครื่องมือนั้น ๆ โดยตรงซึ่งจะให้ คำแนะนำในทางปฏบิ ัติ และระเบยี บการปฏิบัติในการบำรงุ รกั ษาโดยสมบูรณ์ 2) รักษาให้ชุดวทิ ยสุ ะอาด และแหง้ อยูเ่ สมอ 3) หยบิ ยกเคร่ืองวทิ ยุดว้ ยความระมัดระวัง ซ. กำหนดระเบยี บในการตรวจ และการบำรุงรกั ษาไว้เปน็ ประจำดังต่อไปนี้ 1) รกั ษาตัวเสียบ (PLUG) และช่องเสยี บ (JACK) ใหส้ ะอาดอยูเ่ สมอ 2) รักษาฉนวนของสายอากาศใหแ้ ห้งสะอาด และไม่มีสีเปือ้ นเปรอะ 3) ดูแลให้ขว้ั ตอ่ สายอากาศ และเครอ่ื งใหก้ ำลงั ไฟฟา้ อยใู่ นสภาพแน่น 4) ตรวจสอบหมดุ และปุ่มปรบั ต่าง ๆ ใหท้ ำงานได้คลอ่ ง และไม่ฝดื 5) ดแู ลให้เคร่ืองยนตไ์ ฟฟ้า และพัดลมเดินเรียบ 6) ดูแลให้หม้อไฟฟ้าประเภทที่ 1 ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ และถอดหม้อไฟฟ้าออกเม่ือ เก็บเครื่องเขา้ คลังหรือไมใ่ ชง้ าน

7-3 ตอนที่ 2 คำแนะนำปฏิบัติงานโดยทวั่ ไป 1. กลา่ วท่ัวไป ก่อนท่ีจะใช้เครื่องวิทยุใด ๆ ให้มีคู่มือประจำเคร่ือง และทำการศึกษาคำแนะนำอย่าง รอบคอบถึงเร่ืองการปฏบิ ัติงานโดยตลอด ระเบียบปฏิบตั ิในการเดินเครอ่ื งขนั้ ต้น ให้ดูหัวขอ้ บรรยาย ถึงส่วนประกอบต่าง ๆ แผนผังหน้าปัด แผนผงั การต่อ เพื่อให้แน่ใจว่า สายเคเบิลต่าง ๆ ต่อเข้ากับ ข้อต่อของแผงหนา้ ปดั ถกู ต้อง และใหป้ ุ่มปรบั ต่าง ๆ อยใู่ นตำแหน่งท่ถี ูกต้อง แม้ว่าพนักงานที่มคี วาม ชำนาญอย่างมากแล้ว ก็ควรตรวจสอบระเบียบปฏิบัติขั้นต้นตามหลักฐานเหล่านี้บ่อย ๆ เพ่ือให้ ม่ันใจว่ามีความแน่นอน และเพื่อป้องกันมิให้เครื่องชำรุดเสียหาย ให้ดูรายการตรวจสอบในการใช้ เครื่อง (และให้ดูรายการตรวจสอบสมรรถนะของเคร่ืองถ้ามี) เพ่ือดูว่าเคร่ืองทำงานถูกต้องหรือไม่ และควรทำอย่างไรเพ่ือแก้ไขส่ิงท่ีเกิดข้ึนอย่างผิดปกติในระหว่างการปฏิบัติในการเดินเครื่อง และ การใช้งาน รายการตรวจสอบจะให้แนวทางในการปฏิบัติเก่ียวกับมาตรการในการแก้ไข ในเมื่อ เคร่ืองไมท่ ำงานตามปกติ 2. ข้ันตา่ ง ๆ ในการใช้เคร่ืองของชุดวทิ ยุ ชดุ วิทยุต่าง ๆ ท่ีแจกจา่ ยไปให้หน่วยยอ่ มมแี บบต่าง ๆ กนั ตามความต้องการทางการส่ือสาร ของแต่ละหนว่ ย ตวั อย่างเชน่ บางชดุ อาจประกอบกนั เข้าโดยสมบูรณ์เป็นชิน้ เดียวกนั ในเมอ่ื ชดุ อ่นื ๆ อาจประกอบข้นึ จากชน้ิ ส่วนท่ีแยกจากกัน ซึ่งต้องนำมารวมกันใหถ้ ูกต้อง เพ่ือท่ีจะรวมเป็นชดุ วทิ ยทุ ่ี สมบรู ณ์ ขั้นตอนตา่ ง ๆ ทตี่ อ้ งการโดยท่ัวไปในการใช้วทิ ยมุ ีดงั นี้ ก. ตรวจชุดวิทยเุ พื่อความสมบูรณ์ ใหแ้ น่ใจว่าส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเปน็ มี อยคู่ รบ และพรอ้ มท่ีจะใชไ้ ด้ ให้ดคู มู่ อื ทางเทคนิคของเครื่องอุปกรณ์ ข. ตรวจสภาพของหมุด, หน้าปัด, สวิตช์, และปุ่มต่าง ๆ ดูว่าหมุดหน้าปัด สวิตช์ และปุ่ม ปรับ หลวมคลอนหรือเปล่า ขันเสยี ใหแ้ น่นในขณะใช้เคร่ือง ตอ้ งให้แน่นมฉิ ะน้นั แล้วสว่ นนัน้ ๆ จะไม่ ทำงาน หรืออาจทำให้เสียหายไปในทางอ่ืนได้ แก้ไขเสียให้ถูกต้องเม่ือทำได้หรือรายงานสภาพท่ี บกพรอ่ ง ให้แน่ใจว่าหมุดต่าง ๆ และส่วนต่าง ๆ ภายนอกติดอยู่กบั เคร่อื งเรียบรอ้ ย ให้รายงานทันที เม่ือส่วนหน่ึงส่วนใดหายไป ค. ตรวจสภาพของตัวเสียบ ช่องรับและข้อต่อต่าง ๆ สะอาดอยู่ในสภาพที่ดี ตลอดจนช่อง รบั ต่าง ๆ ท่จี ะใชใ้ นการตอ่ ตอ้ งสะอาดและอยูส่ ภาพท่ีดี ง. ตรวจแผนผังการต่อในคู่มืออุปกรณ์เสียก่อนท่ีจะทำการต่อ แผนผังการต่อจะแสดงการ ต่อ และจำนวนของเคเบิลที่ต้องการในการต่อส่วนประกอบต่าง ๆ ของชุดวิทยุเข้าด้วยกัน สำหรับ การปฏิบตั งิ านตา่ งแตล่ ะแบบ ชุดวทิ ยอุ าจจะเสยี หายไดถ้ า้ ต่อสายเคเบลิ เข้าช่องรับท่ผี ดิ

7-4 1) ถ้าขอ้ ต่อไมเ่ หมาะอาจจะทำใหข้ าหรือชอ่ งของข้อตอ่ เสียหายได้ 2) ถ้าต่อสายเคเบิลเข้ากับช่องรับที่เข้ากันได้แต่ไม่ใช่ช่องของมันก็อาจจะทำให้เป็นผล เสียหายทางไฟฟ้าอย่างร้ายแรงต่อเครื่องมือน้ันหรอื ในบางกรณีอาจจะเป็นอันตรายต่อพนกั งานอีก ด้วย จ. ตรวจการตั้งหน้าปัด สวิตช์ และปุ่มปรับต่าง ๆ ชุดวิทยุบางชนิดอาจจะเสียหายอย่าง ร้ายแรงได้ ถา้ สวิตช์ หนา้ ปดั และปมุ่ ต่าง ๆ มไิ ดต้ ้ังใหถ้ ูกตอ้ งตามความตอ้ งการในการตั้งขนั้ ต้นก่อน จ่ายกระแสไฟเข้าเครื่อง หรือทำการปรับตั้งเบ้ืองต้นก่อนท่ีจะเปิดไฟเข้าเครื่องให้ตรวจคู่มือเคร่ือง อปุ กรณเ์ พื่อให้แน่ใจว่าไดป้ ฏบิ ัติตามระเบียบปฏบิ ัตใิ นการเดนิ เครอ่ื งขั้นตน้ อยา่ งสมบูรณ์แล้ว ฉ. ตรวจระเบียบปฏิบัติในการเดินเคร่ืองตามคู่มือเครื่องอุปกรณ์ คู่มือเครื่องอุปกรณ์จะให้ รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในการเดินเครื่องที่ถูกต้องของชุดวิทยุถ้ามีลำดับโดยเฉพาะใน การเดนิ เคร่อื งทจี่ ะกลา่ วไว้ในคู่มือนนั้ ก็ใหป้ ฏิบัตติ ามลำดบั อยา่ งถูกต้อง ช. การจ่ายกระแสไฟเข้าเครือ่ ง หลงั จากได้ต่อสายต่าง ๆ ถกู ตอ้ ง และตั้งสวิตช์ หน้าปัดกับ ปมุ่ ปรับตา่ ง ๆ ถูกต้องแลว้ กอ็ าจจ่ายกระแสไฟเขา้ เครอื่ งได้โดยให้ดูระเบียบปฏิบัตใิ นการเดินเครื่อง ที่กล่าวไว้ในคู่มือเครอื่ งอุปกรณ์ ซ. การอุ่นเคร่ืองชุดวิทยุต่าง ๆ ที่ใช้หลอดอิเล็กตรอนต้องการระยะเวลาในการอุ่นเครื่อง เพ่ือให้หลอดต่าง ๆ ข้ึนถึงสภาพที่จะปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิผล ในบางกรณีอาจจะทำให้เครื่อง เสี ย ห า ย โด ย ก าร พ ย าย า ม ที่ จ ะ ใ ช้ เค ร่ือ ง ก่ อ น ท่ี ห ล อ ด จ ะ ไ ด้ รับ ก าร อุ่ น เค รื่ อ งอ ย่ า งถู ก ต้ อ ง เคร่ืองส่วนมากมีการป้องกันการเสียหายดังกล่าวไว้ แต่ก็เป็นการโง่เขลาที่จะเสี่ยงให้เกิดความ เสียหายต่อชุดวทิ ยุโดยพยายามออกอากาศกอ่ นท่ีเครื่องจะพรอ้ ม ฌ. สังเกตความผิดปกติในระหว่างอุ่นเคร่ือง ในระหว่างที่เปิดสวิตช์จ่ายไฟเข้าเคร่ือง จนกระทั่งเคร่ืองอุ่นเรียบร้อยพร้อมที่จะใชง้ าน ให้สังเกตเคร่ืองชี้บอกมาตรต่าง ๆ และไฟหน้าปัดถ้า สงิ่ ใดสงิ่ หนึ่งแสดงให้เหน็ สภาพผิดปกติให้ตรวจสอบทันที เครือ่ งวิทยุส่วนมากจะมเี ครือ่ งตัดวงจรอยู่ ด้วยเพ่ือป้องกันเคร่ืองไหม้เนื่องจากการทำงานเกินกำหนด (OVERLOAD) แต่อาจมีการทำงานที่ ผิดปกติอ่ืน ๆ เกิดขึ้น ซง่ึ จะไม่ทำให้เคร่ืองตัดวงจรทำงานการทำงานที่ผิดปกติเหล่านสี้ ามารถทำให้ เครื่องชำรุดไดด้ ้วยเหมือนกัน ญ. ปรับตั้งเครื่องให้ตรงตามความถี่ (ช่อง) ท่ีตอ้ งการปรับต้ังเครอื่ งส่งให้ได้ความถที่ ่ีถกู ตอ้ ง ของเครื่อง (ความถ่ีตามช่องที่ต้องการ) ตามระเบียบปฏิบัติท่ีกล่าวไว้ในคู่มือประจำเครื่องเพ่ือ ตรวจสอบการปรบั ต้งั ใหถ้ ูกต้อง ฎ. ตรวจเพ่ือให้เคร่ืองทำงานเป็นปกติ ในขณะท่ีเคร่ืองกำลงั ทำงานอยใู่ ห้ตรวจเครื่องช้ีบอก เสมอ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเคร่ืองทำงานถูกต้อง ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดข้ึนในขณะปฏิบัติงานให้ทำการ ตรวจสอบทันที ถา้ จำเป็นให้ปิดสวิตช์ไฟเข้าเคร่ืองและตรวจตามรายการตรวจสอบในการใช้เคร่ือง

7-5 และรายการตรวจสอบของเครื่องตามคู่มือประจำเครื่อง ถ้าได้แก้ไขตามรายการตรวจสอบในการใช้ เคร่ืองและรายการตรวจสอบของเครื่องก็ยังแก้ข้อขัดข้องไม่สำเร็จให้รายงานไปยังช่างซ่อมเครื่อง สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยต้องให้ตรวจสอบสภาพของเคร่ืองและการปฏิบัติต่าง ๆ ได้มีการ บนั ทึกไว้ในแฟ้มบนั ทึกการซอ่ มบำรุงอย่างถกู ต้อง ฏ. ใช้ระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้องในการปิดเคร่ือง หลังจากการปฏิบัติงานได้เสร็จส้ินสมบูรณ์ แล้ว หรือเครื่องถูกปิดโดยเหตุที่ทำงานไม่ถูกต้อง ให้แน่ใจว่าปุ่มปรับสวิตช์และหน้าปัดอยู่ใน ตำแหน่งที่ถูกต้อง (อาจไม่จำเป็นสำหรับบางเคร่ือง) และดำเนินการปิดส่วนต่าง ๆ ของเครื่อง ตามลำดับท่ีบ่งไว้ในคมู่ ือประจำของเคร่ืองแบบง่าย ๆ อาจไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการบิดสวิตช์ ไปที่ตำแหน่งปิด แตเ่ คร่ืองทีส่ ลบั ซบั ซอ้ นอาจตอ้ งปฏบิ ตั ิตามระเบยี บการปิดเคร่ืองอยา่ งประณีต ตอนท่ี 3 ระเบียบปฏิบตั ิวทิ ยุโทรเลข 1. กล่าวทั่วไป วิทยุโทรเลขเป็นระบบโทรคมนาคมอย่างหน่ึงในการส่งข่าวกรอง (หรือข่าวสาร) โดยใช้ ประมวลเลขสัญญาณมอร์สสากล วิทยุโทรเลขให้ความเชื่อถือได้อย่างมากท่ีสุดในการส่งข่าวทาง วิทยุทั้งในระยะไกลและในสภาพที่ผิดปกติ แต่ต้องการพนักงานที่มีความชำนาญสูง ใช้ติดต่อกับ หน่วยเคลื่อนท่ีและระหว่างหน่วยที่กำลังเคลื่อนที่ และในยามฉุกเฉินก็อาจใช้แทนวิทยุโทรพิมพ์ได้ ด้วย ก. ประมวลคำย่อที่ใช้ในวิทยุโทรเลข นอกจากระเบียบปฏิบัตกิ ารสอ่ื สารตามธรรมดาแล้ว วิทยโุ ทรเลขยงั ใช้คำย่อตามระเบียบการ สญั ญาณปฏิบัตกิ าร และคำย่อพิเศษอื่น ๆ ข. ข้อดขี องวิทยุโทรเลข ถึงแม้วา่ การสื่อสารดว้ ยประมวลเลขสญั ญาณจะช้ากว่าการสื่อสาร ด้วยคำพูดหรือโทรพิมพ์ก็ตามแต่ก็มีข้อดีคือ จะอ่านสัญญาณได้ชัดเจนมากกว่าในกรณีท่ีมีการ รบกวนและก่อกวนเกิดข้ึน สัญญาณเป็นประมวลเลขได้ยินชัดกว่าสัญญาณเปน็ คำพูดหรือโทรพิมพ์ ในเม่อื มีแรงเท่ากัน ซ่งึ สัญญาณเป็นคำพูดหรือโทรพมิ พ์อาจจะฟังได้ชัด เครอ่ื งส่งวิทยุเปน็ คำพูดชนิด AM ที่มีสภาพบกพร่องไม่อาจใช้ส่งเป็นคำพูดได้ แต่บางทีก็อาจจะใช้เป็นเครื่องส่งคล่ืนเสมอ (CW) ที่ได้ผล 2. ประมวลเลขสัญญาณมอรส์ สากล ในการผสมจุดและขีดให้เป็นแบบตา่ ง ๆ เพ่ือใช้แทนอักษรของพยัญชนะตวั เลขจาก 0 ถึง 9 และสัญญาณตามระเบียบการ จุดและขีดของประมวลสัญญาณมอร์ส ทำได้โดยใช้คันเคาะของ เครื่องสง่ และทำให้ส่งสัญญาณสั้นและยาวออกไป จงั หวะขีดนานเปน็ 3 เทา่ จงั หวะจุด การผสมจุด

7-6 และขีด ที่ ใช้เป็น ตั วอั ก ษ รตัวห นึ่งนั้ น จ ะต้ องเว้น ระย ะจ าก กั น เป็น ห้ วงเวลา น าน เท่ ากั บห น่ึ งจุ ด ตวั อักษรเว้นระยะหา่ งจากกันเปน็ เวลานานเท่ากบั 3 จดุ และแตล่ ะคำเวน้ ระยะเวลาเปน็ เท่ากับ 7 จุด 3. คำยอ่ ตามระเบยี บการ คำย่อตามระเบียบการใช้ในวงจรวิทยุโทรพิมพ์เพื่อส่งข่าวสาร คำขอคำส่ัง และคำแนะนำ เป็นมาตรฐานที่กระทัดรัด คำย่อตามระเบียบการใช้แทนคำเดียวหรือวลี เพื่อท่ีจะลดระยะเวลาใน การสง่ ขา่ วให้น้อยลง พนักงานส่งวิทยุโทรเลขจะส่งตัวอักษรต่าง ๆ ของคำยอ่ ตามระเบยี บการไปใช้ ด้วยกัน โดยไม่ตอ้ งมีการเว้นระยะ คำย่อตามระเบียบการและความหมายต่าง ๆ ได้ระบุตามตาราง ดังต่อไปนี้ คำยอ่ ตามระเบียบการ ความหมาย AA ท้งั หมดหลังคำวา่ ………. ก.AA สถานที ่ไี มร่ ู้จกั AB ทง้ั หมดกอ่ นคำว่า AR เลิก AS คอยก่อน B ยงั มีขา่ วจะส่งอกี BT แยกภาค C ผดิ - ขอแก้ ข.CFN การยืนยัน \"ข้อความต่อไปนี้ยืนยันส่วนหน่ึง ของข้อความของขา่ ว\" DE จาก EEEEEEEE ยกเลิกขา่ วนี้ F ไมต่ อ้ งตอบ FM จาก

7-7 คำยอ่ ตามระเบยี บการ ความหมาย G จงอ่านทวน คำย่อตามระเบียบการ ความหมาย GR (numeral) หมู่คำ GRNC หมู่คำไม่นบั HM (3 คร้ัง) สญั ญาณห้ามใชฉ้ กุ เฉิน II เคร่อื งหมายแยกภาค IMI จงส่งซำ้ INFO ผรู้ บั ทราบ INT คำถาม IX เตรียมปฏิบตั ิ ค.IX (สญั ญาณยาว 5 วินาที) สญั ญาณปฏบิ ัติ J จงยนื ยัน K เปล่ยี น NR ข่าวท่ี Y ดว่ นมาก P ดว่ น R ทราบ T สง่ ต่อ (ไปยงั ) TO ถงึ WA คำหลังคำวา่ WB คำกอ่ นคำวา่ XMT ยกเวน้ Z ด่วนท่ีสุด *ก. คำยอ่ ตามระเบียบการวิทยุโทรเลข *ข. คำย่อตามระเบยี บการวิทยโุ ทรพิมพ์ *ค. ในเมื่อไม่มีสัญญาณ IX (ขีดยาว 5 วินาที) ในวงจรวิทยุโทรพิมพ์ ให้ตีพิมพ์ EXECUTE เป็น สัญญาณใหป้ ฏิบตั ิแทน

7-8 4. สัญญาณปฏบิ ัติการ สัญญาณปฏิบัติการซ่ึงประกอบไปด้วยสัญญาณ 3 ตัว อักษรท่ีขึ้นต้นด้วยอักษร Q หรือ อักษร Z พนักงานวิทยุโทรเลขเปน็ ผูใ้ ช้ (รวมท้ังพนักงานวิทยุโทรพิมพด์ ้วย) เพือ่ ใหก้ ารส่ือสารเรว็ ขึ้น สัญญาณ Q หรือสัญญาณ Z แต่ละอย่างจะส่งความหมายของคำต่าง ๆ จำนวนหน่ึง และแล้วก็จะ เป็นข้อความที่สมบูรณ์ ดังตัวอย่าง เชน่ ZFG หมายถึง \"ข่าวนี้เป็นคู่ฉบับทแี่ ท้จริงของข่าวที่ได้ส่งไป แล้ว\" ก. บรรณสารส่ือสารพันธมิตร (บสพ.) 131 กล่าวถึงความหมายของสัญญาณ Q และสัญญาณ Z ตลอดจนคำแนะนำในการใช้ด้วย ถ้าไม่อาจจะแจกจ่าย บสพ.131 ให้แก่พนักงาน ทุกคนได้ก็จะต้องทำสัญญาณ Q และสัญญาณ Z เฉพาะรายการที่ใช้เสมอให้แก่พนักงานแต่ละคน ไม่จำเปน็ ที่พนกั งานจะต้องจดจำสญั ญาณปฏบิ ตั ิงานเหล่านีท้ ั้งหมด ข. สัญญาณปฏิบัติการให้ถือว่าเป็นข้อความธรรมดา ซึ่งจะต้องเข้าอักษรลับ เมื่อใช้เป็น ส่วนหนึ่งของข่าวอักษรลับ สัญญาณปฏิบัติการใช้เป็นเครื่องช่วยในการรักษาความปลอดภัย ในการส่อื สาร เพราะวา่ เป็นคำย่อแต่มีความหมายเปน็ ทรี่ ู้จักกนั ทั่วไปหลายชาติ ตอนท่ี 4 ระเบียบปฏิบตั วิ ทิ ยโุ ทรศัพท์ 1. กลา่ วทวั่ ไป วิทยุโทรศัพท์เป็นระบบโทรคมนาคมอย่างหนึ่งซ่ึงตามปกติใช้ทำการส่ือสารทางยุทธวิธีใน ระยะทางใกล้ ๆ และใช้ระหว่างหน่วยเคลื่อนท่ีและหน่วยกลางอากาศ เป็นการสื่อสารที่รวดเร็ว ระหวา่ งบุคคลต่อบุคคลในสถานการณ์ท่ีมีการเคลอื่ นที่บอ่ ย อย่างไรก็ตาม การส่งวิทยนุ ้ันอาจถูกดัก รับจากข้าศึกซึ่งจะทำให้ข่าวมีความปลอดภัยน้อยหรือไม่มีเลย เพราะฉะน้ันกฎเบื้องต้นที่สำคัญใน การรักษาความปลอดภัยในการส่งข่าว จะใช้บังคับอย่างกวดขันต่อวงจรวิทยุโทรศัพท์ทางทหาร ทงั้ หมด ก. ประมวลคำย่อที่ใช้ในวิทยุโทรศัพท์ ถ้ามีการใช้คำย่อตามระเบียบการและสัญญาณ ปฏิบัติการในวิทยุโทรศัพท์แล้ว วิทยุโทรศัพท์จะใช้คำพูดตามระเบียบการและวลีตามระเบียบการ คำย่อระเบียบการทไี่ ด้รบั อนุมตั ิอย่ตู อนทา้ ยของตอนนี้ ข. การเรียกขาน เมื่อมีการสื่อสารในข่ายวิทยุโทรศัพท์จะใช้เรียกขานอย่างใดอย่างหน่ึงดัง ตวั อย่างต่อไปนี้ 1) การเรยี กขานเต็ม DANO จาก BUTTER DIESEL เปล่ยี น 2) การเรียกขานย่อจาก BUTTER DIESEL เปลีย่ น

7-9 3) การเรยี กขานเปน็ ข่าย BUTTER DIESEL จาก BUTTER DIESEL 6 เปลี่ยน ค. กฎของการปฏบิ ตั ิ ในการใช้วทิ ยุโทรศัพท์นน้ั พนกั งานจะตอ้ ง 1) ฟังกอ่ นสง่ เพอื่ ท่จี ะหลีกเล่ยี งการรบกวนข่าวอนื่ ๆ 2) พดู เป็นวลตี ามธรรมชาติ อยา่ พูดเป็นคำ ๆ 3) พดู ช้า ๆ และชดั เจน 2. การออกเสียงตวั อกั ษรและตวั เลข เพื่อหลีกเล่ียงความสับสนและความผิดพลาดในระหว่างการส่งเป็นคำพูด จึงได้กำหนด ระเบียบปฏิบัติพิเศษข้ึนสำหรับการออกเสียงตัวอักษรและตัวเลข ระเบียบปฏิบัติพิเศษเหล่าน้ี คือ การออกเสียงตัวเลข (PHONETIC ALPHABET) และตัวเลขตามเสียงของภาษา (PHONETIC NUMERAL) ก. ตัวอักษรตามเสยี งของภาษาน้นั พนักงานใช้เพ่ือสะกดคำยาก ๆ เพื่อปอ้ งกนั ความเขา้ ใจ ผิดของพนักงานฝ่ายรับ คำต่าง ๆ ที่ออกเสียงตัวอักษร ตามเสียงของภาษาซึ่งเป็นคำตัวอักษร และไม่ใช่ประมวลลับจะออกเสียงท่ีปรากฏในตารางของขอ้ ค. ส่วนท่ขี ดี นั้นถา้ แสดงให้เห็นการออก เสยี งเนน้ อาจจะเปน็ หนงึ่ หรือหลายพยางค์ ข. คำทพ่ี ูดแลว้ อาจจะเขา้ ใจผิดได้ให้ออกเสียงคำนน้ั สะกดตามเสียงของภาษาและแลว้ พูด คำน้ันซ้ำอีกคร้ังหน่ึง เช่น PIDCOKE ขา้ พเจ้าสะกด PAPA INDIA DELTA CHARLIE OSCAR KILO ECHO-PIDCOKE ค. ตัวอักษรตามเสียงของภาษาน้ีจะใช้สำหรับการส่งข่าวอักษรลับได้ด้วย ตัวอย่าง เช่น กลมุ่ รหัส CMVX ใหพ้ ูดวา่ CHARLIE MIKE VICTOR XRAY การออกเสียงตวั อักษรตามเสียงของภาษา อักษร คำ การออกเสยี ง อักษร คำ การออกเสยี ง A ALFA อัลฟ่า N NOVEMBER โนเวมเบอร์ B BRAVO บราโว O OSCAR ออสการ์ C CHARLIE ชาลี P PAPA ปาปา้ D DELTA เดลตา Q QUEBEC คิวเบก E ECHO เอกโค R ROMEO โรมิโอ F FOXTROT ฟอกซท์ รอท S SIERRA เซยี รา่ G GOLF กอลฟ์ T TANGO แทงโก

7-10 การออกเสยี งตวั อกั ษรตามเสียงของภาษา อกั ษร คำ การออกเสยี ง อักษร คำ การออกเสียง H HOTEL โฮเต็ล U UNIFORM ยูนฟิ อรม์ I INDIA อินเดยี V VICTOR วิคเตอร์ J JULIETT จูเลียต W WHISKEY วิสก้ี K KILO กโิ ล X X-RAY เอก็ ซ์-เรย์ L LIMA ลิมา Y YANGKEE แยงกี้ M MIKE ไมค์ Z ZULU ซูลู ง. ตวั เลข ออกเสยี งตามท่ีปรากฏตามตารางตอ่ ไปน้ี การออกเสยี งตวั เลขตามเสียงของภาษา ตวั เลข การออกเสยี ง ตวั เลข การออกเสียง 1 หน่ึง 6 หก 2 โท 7 เจด็ 3 สาหาม, สาอาม 8 แปด 4 ส่ี 9 เกา้ 5 ห้า 0 ศูนย์ จ. จำนวนเลขออกเสยี งเป็นตวั ๆ ไป แตค่ ำว่า “ร้อย” หรือ “พัน” ใหใ้ ช้ในเมื่อเลขจำนวน นัน้ ลงด้วยร้อยและพัน ตัวอย่างเช่น 84 ออกเสียงเป็น “แปด ส่ี”, 2500 เป็น “สอง ห้าร้อย” และ 16,000 เปน็ “หนึ่ง หก พัน” ฉ. กลุ่มวันเวลาให้ออกเสียงเป็นตัว ๆ ไป ตามด้วยเคร่ืองหมายแสดงเขตเวลาตัวอย่าง เชน่ 291205Z ออกเสียงเป็น “โท เกา้ หนงึ่ โท ศนู ย์ หา้ ซลู ”ู ช. พิกัดแผนที่และตัวเลขต่อท้ายสญั ญาณเรยี กขานให้ออกเสยี งเป็นตัว ๆ ไป 3. คำพูดตามระเบยี บการ เพ่ือที่จะให้การส่งเป็นคำพูดส้ันและชัดเจนเท่าท่ีจะกระทำได้ พนักงานวิทยุใช้คำพูดตาม ระเบียบแทนประโยคยาว ๆ คำพดู ตามระเบยี บการและความหมายปรากฏอยู่ในตารางดงั ตอ่ ไปน้ี

7-11 คำพดู ตามระเบยี บการ ความหมาย ท้งั หมดหลังคำว่า (All After) ข่าวตอนน้ีขา้ พเจ้าอ้างถึงคอื ขอ้ ความทงั้ หมดท่ี ตามหลงั คำว่า ………… ทง้ั หมดก่อนคำว่า (All Before) ข่าวตอนท่ีขา้ พเจา้ อา้ งถึงน้ี คือขอ้ ความทง้ั หมดท่ี ก่อนคำว่า………….. แยกภาค (Break) บดั นี้ข้าพเจ้าจะแยกข้อความออกจากภาคอนื่ ๆ ของข่าว หรือข้าพเจ้าได้จบข้อความของข่าวแล้วและต่อไปนี้เป็น ลายเซ็น ฯลฯ (เม่ืออนุญาติให้ชะงักข่าวได้ พนักงานรับ อาจจะขัดจังหวะพนักงานส่ง เพื่อขอให้ทำการส่งข่าว บางส่วนซ้ำอีก โดยใช้คำพูดตามระเบียบการนี้เป็น สญั ญาณขัดจังหวะ) ผดิ – ขอแก้ (Correction) ส่งผิดต่อไปน้ีจะส่งคำท่ีถูกต้องตัวสุดท้าย ส่งผิด (หรือ แสดงข่าวที่ผิด) ข้อความที่ถูกต้อง คือ…… ข้อความ ตอ่ ไปนค้ี ือ ขอ้ ความทถ่ี ูกตอ้ งตามทท่ี ่านสอบถามมา ยกเลิกข่าวน้ี การส่งข่าวน้ีผิด ขอยกเลิก คำพูดตามระเบียบการน้ีไม่ให้ (Disregard this transmission) ใช้เพื่อยกเลิกข่าวใด ๆ ท่ีได้ส่งเสร็จสิ้นและผู้ส่งได้รับการ ตอบรบั หรอื การทราบแลว้ ไม่ตอ้ งตอบ สถานีถูกเรียกไม่ต้องตอบการเรียก ไม่ต้องตอบรับข่าวนี้ (Do not answer) หรอื ไมต่ ้องสง่ โตต้ อบใด ๆ เก่ยี วกับการส่งขา่ วน้ีเมือ่ ไดใ้ ช้ คำพูดตอบรับนี้แล้ว จะต้องลงท้ายการส่งข่าวด้วยคำพูด ตามระเบียบการว่า “เลกิ ” ปฏบิ ตั ิ (Execute) ให้ดำเนินการตามข้อความของข่าวหรือตามสัญญาณท่ีใช้ เตรียมปฏิบตั ิ ในการน้ีคำน้ีให้ใช้เฉพาะกับ “วิธีสั่งปฏิบัติพร้อมกัน” (Execute to follow) เท่านั้นการปฏิบัติตามข่าวหรือตามสัญญาณต่อไปน้ีให้ กระทำเม่ือได้รับคำพูดตามระเบียบการว่า “ปฏิบัติ” คำ นี้ใหใ้ ชเ้ ฉพาะกับ “วธิ สี ง่ั ปฏิบตั พิ รอ้ มกัน” เท่าน้นั ยกเว้น (Except) ชื่อผู้รับซ่งึ ต่อท้ายคำนี้ เป็นผูไ้ ดร้ ับการยกเวน้ จากการเรียก ขาน ตวั เลข (Figures) ต่อไปนีเ้ ป็นเลข หรอื จำนวนเลข ดว่ นที่สุด (Flash) คือลำดบั ความเรง่ ดว่ น “ด่วนทส่ี ุด” จาก (From) ชอ่ื จา่ หน้าทตี่ ่อท้ายคำน้ีจะแสดงว่าเป็นผูร้ ับขา่ วฉบบั นี้

7-12 คำพดู ตามระเบียบการ ความหมาย ด่วนมาก (Immediate) ความเรง่ ด่วน “ด่วนมาก” ผู้รบั ทราบ (Info) ช่อื ผู้รับท่ตี อ่ ทา้ ยคำนี้ คอื ผรู้ บั ทราบ จะอ่านทวน (I read back) ตอ่ ไปนี้เปน็ การอ่านทวนขา่ วตามที่ท่านขอมา จะส่งซำ้ (I say back) ข้าพเจา้ กำลงั สง่ ข่าวซำ้ หรอื เฉพาะตอนทีท่ า่ นบง่ มา สะกดตัว (I spell) ข้าพเจา้ จะสะกดตวั ของคำตอ่ ไปน้ีดว้ ยช่ือเรียกตัวอกั ษร ขอยืนยนั (I verify) ข้อความต่อไปน้ีเป็นรายการยืนยันตามคำขอของท่านซ่ึง จะส่งใหใ้ ช้เฉพาะเมื่อตอบคำ “จงยืนยัน” เท่าน้นั รับขา่ ว (Message follows) ตอ่ ไปนี้มีข่าวที่จะต้องจดบันทึกไว้ให้สง่ คำต่อไปน้ีไปทันที ภายหลังการเรียกขานกนั ได้แล้ว ข่าวท่ี (Number) ลำดับท่ขี ่าวของสถานี เลกิ (Out) จบการส่งข่าวของข้าพเจ้าที่มีถึงท่านและไม่ต้องการ คำตอบ เปลี่ยน (Over) จบการส่งข่าวของข้าพเจ้าท่ีมีถึงท่านและต้องการให้ท่าน โต้ตอบ ขอใหส้ ง่ ต่อไปได้ ด่วน (Priority) คือลำดบั ความเร่งดว่ น “ดว่ น” จงอา่ นทวน (Read back) จงทวนข่าวฉบับน้ีท้ังหมดท่ีข้าพเจ้าส่งมาและตามท่ีท่าน รบั ไดจ้ ริง สง่ ต่อ (Relay to) จงสง่ ขา่ วฉบับน้ีไปยงั ผู้รบั ทั้งหมดหรือไปยังผทู้ มี่ ชี อื่ จ่าหน้า ท้ังหมด ดงั ต่อไปนี้ ทราบ (Roger) ข้าพเจ้าไดร้ บั การส่งครัง้ หลงั ของท่านเป็นทีพ่ อใจแล้ว ปกติ (Routine) คอื ลำดับความเรง่ ด่วน \"ปกต\"ิ จงส่งซำ้ (Say again) จงทวนการส่งคร้ังหลังของท่านท้ังหมด ถ้าตามด้วยข้อมูล แสดงลกั ษณะท่บี ่งกห็ มายความวา่ \"ใหท้ วน …… (คือสว่ น รบั สัญญาณ (Signals follow) ท่ีบ่งไว้)\" หมู่คำตอบหลังคำน้ีมาจากสมุดสัญญาณ (คำพูดตาม หา้ มใช้ (Silence) ระเบียบการน้ีไม่จำเป็นต้องใช้ในข่ายนี้ใช้รับ-ส่งสัญญาณ กันเป็นส่วนใหญ่ แต่มุ่งหมายให้ใช้เพ่ือจะส่งสัญญาณการ ยุทธวิธผี ่านขา่ ยท่มี ใิ ช้ทางยุทธวธิ ี) ยตุ กิ ารส่งทันที การห้ามใชน้ ี้คงจะอยู่จนกว่าจะส่งั ใหใ้ ช้ได้ อย่างเดมิ (เมือ่ มรี ะบบการรบั รองฝ่ายใช้บังคับอยู่ การส่ง

7-13 คำพูดตามระเบียบการ ความหมาย เริ่มใช้ (Silence lifted) ข่าวเพ่ือห้ามใช้นีจ้ ะตอ้ งรบั รองฝา่ ยด้วย) การสง่ เป็นไปตามปกติอยา่ งเดมิ (การสงั่ ใหเ้ ร่ิมใช้น้ีกระทำ พดู ชา้ ๆ (Speak slower) ได้เฉพาะสถานีทีส่ ่ังห้ามใช้หรอื โดยผู้มีอำนาจหน้าที่ช้ันสูง ถกู ตอ้ ง (That is correct) กว่าเท่าน้ัน เมื่อมีระบบการรับรองฝ่ายใช้บังคับอยู่ การ จาก (This is) ส่งขา่ วเพื่อเรม่ิ ใชน้ ้ีจะตอ้ งรับรองฝา่ ยดว้ ย) เวลา (Time) การส่งข่าวของท่านใช้ความเร็วสูงเกินไป จงลดความเร็ว ถึง (To) ในการสง่ ข่าวลง สถานทีไ่ มร่ ูจ้ กั ถูกต้องแล้วหรอื ข่าวที่ส่งมาน้ันถูกต้องแล้ว (Unknow Station) การสง่ นก้ี ระทำจากสถานที ่ีมนี ามตอ่ ทา้ ยนี้ จงยืนยัน (Verify) ตอ่ ท้ายคำนี้คือเวลาหรือหมวู่ นั เวลาของข่าวนั้น ผู้รบั ทม่ี ีชื่อต่อท้ายคำนีเ้ ป็นผู้รบั ปฏิบัติตามข่าวนนั้ คอยกอ่ น (Wait) ขา้ พเจ้าไม่ทราบลักษณะเฉพาะของสถานที่ คอยนาน (Wait out) รบั ปฏบิ ัติตาม (Wilco) ขอให้ยนื ยนั ขา่ วท้งั ฉบับ (หรือบางตอนที่บ่งไว้) กับผใู้ ห้ ขา่ วและสง่ ข้อความที่ถกู ต้อง การให้นีอ้ ยูใ่ นดุลพนิ ิจของ คำหลงั คำวา่ (Word after) หรือ โดยผู้รบั ขา่ วอันเป็นปญั หาที่ส่งมาถึงตนน้ัน คำก่อนคำวา่ (Word before) ข้าพเจ้าตอ้ งหยดุ ช่วั ขณะ ซำ้ สองครัง้ (Word twice) ขา้ พเจ้าตอ้ งหยุดนาน ข้าพเจา้ ได้รับข่าวของท่าน เข้าใจความแล้วและรับปฏิบัติ ผดิ (Wrong) ได้ ผู้รับเป็นผู้ใช้คำน้ีเท่านั้น เนื่องมาจากความหมายของ คำว่า \"ทราบ\" นนั้ รวมอยใู่ นคำว่า \"รับปฏิบตั ิตาม\" อยู่แล้ว จงึ ไม่ตอ้ งใช้คำพูดตามระเบียบการท้ังสองคำน้ีไปพร้อม ๆ กัน คำที่ข้าพเจา้ อา้ งถึงในขา่ วน้ันอยหู่ ลังคำวา่ ….. คำทขี่ า้ พเจา้ อ้างถึงในขา่ วน้ันอยูก่ อ่ นคำวา่ ….. ในเมื่อการสื่อสารกระทำได้ยากก็ให้ส่งแต่ละวลี (หรือแต่ ละหมู่คำประมวล) ซ้ำสองคร้ัง คำพูดตามระเบียบการนี้ อาจใชอ้ ย่างคำส่งั อย่างคำขอหรืออย่างการแจ้งให้ทราบก็ ได้ การสง่ ครง้ั หลงั ของท่านไม่ถูกตอ้ ง ขอ้ ความทถ่ี ูกต้องคือ....

7-14 ตอนท่ี 5 ระเบยี บปฏบิ ตั ขิ องวทิ ยุโทรพิมพ์ 1. กล่าวท่ัวไป วิทยุโทรพิมพ์เป็นส่วนหน่ึงของโทรคมนาคมเพื่อใช้ส่งข่าวกรอง (หรือข่าวสาร) โดยการ กระทำโดยตรงต่อแป้นตัวอักษร หรือแถบปรุไปทางวงจรวิทยุ (AM) ข่าวกรอง (หรือข่าวสาร) อันเดียวกันน้อี าจจะไดร้ บั ตามแบบแผน่ สำเนา (Page Copy) เป็นแถบปรุหรือทง้ั สองอยา่ ง ก. ประโยชน์ของการปฏิบัติการวิทยุโทรพิมพ์สนามนั้นคือ เมื่อได้ใช้ชุดวิทยุโทรพิมพ์ เคลื่อนท่ีแล้ว ก็จะมีลักษณะการทำงานของระบบโทรคมนาคมได้สามแบบคือ วิทยุโทรเลข, วิทยโุ ทรพมิ พแ์ ละวทิ ยุโทรศพั ท์ การสง่ ข่าวอาจไปไดไ้ กลในระยะตา่ ง ๆ จนถึงหลายพันไมล์ ข. พนักงานวิทยุโทรพิมพ์จะต้องรับการฝึกมาเป็นอย่างดี ให้สามารถปฏิบัติการตามวิธีทั้ง สามแบบ พนักงานเหล่านี้จะต้องรักษาความชำนาญในการปฏิบัติทางวิทยุโทรเลข และจะต้องใช้ ลักษณะในการปฏิบัติงานแบบนี้ เพื่อส่งข่าวในคุณภาพของวงจรลดต่ำกว่าคุณภาพที่ต้องการ สำหรบั การสือ่ สารทางวิทยุโทรพมิ พ์ ค. แบบกระดาษเขียนข่าวและระเบียบปฏิบัติต่อข่าว ซึ่งจะต้องส่งโดยโทรพิมพ์นั้นคง เหมือนกบั ที่ใชใ้ นการปฏบิ ัตทิ างโทรศพั ท์ธรรมดา 2. การทำงานของเคร่อื ง ก. ยกแคร่ (Shift) พนักงานจะต้องกดแป้น \"LTRS\" เม่อื จะลดแคร่จากลงบนมาลา่ งและกด แป้น \"FIGS\" เมอ่ื จะยกแคจ่ ากล่างขึน้ บน ข. กลับแคร่ (Carriage Return) ต้องกดแป้น \"CR\" เพือ่ กลับแคร่ใหเ้ ลือ่ นมาอยทู่ างรมิ ซา้ ย ของกระดาษใหก้ ดแป้น \"กลบั แคร\"่ นี้ 2 ครั้ง เพอ่ื ให้แน่ใจว่า แคร่ไดก้ ลับมาถกู ต้องแล้ว ค. เลื่อนบรรทัด (Line Feed) ต้องกดแป้น \"LF\" เพ่ือเลื่อนกระดาษข้ึนไปข้างบนท้ังใช้ สำหรบั เครือ่ งโทรพมิ พท์ ่ีพิมพเ์ ป็นหนา้ กระดาษ ง. เวน้ ระยะ (Space) ใชแ้ ปน้ ทำหนา้ ทเี่ วน้ ระยะน้ีเพื่อเล่ือนแครพ่ ิมพ์ไปทางข้างเม่อื ไมพ่ ิมพ์ ตวั อักษรลงบนหน้ากระดาษของเครื่องโทรพมิ พ์ จ. สัญญาณกระดิ่ง (Bell Signal) ใช้สัญญาณกระดิ่งนี้เตือนให้พนักงานรับมีความสนใจ เมื่อจำเป็น โดยจะส่งเป็นชุดตัวอักษร 10 ตัว คือ อักษรบนของ \"J\" และ \"S\" ดังน้ี \" FIGS JJJJJSSSSS LTRS\" ฉ. แสงเตือน (Warning Light) ในเครื่องโทรพิมพ์ชนิดเป็นหน้ากระดาษแถบจะมีแสงเตอื น เพอื่ แสดงวา่ ใกลจ้ ะสุดบรรทัดพิมพ์แลว้

7-15 ช. กระดิ่งสุดบรรทัด (Margin Bell) ในเคร่ืองโทรพิมพ์ชนิดเป็นหน้ากระดาษ ซ่ึงมีเป็น ตัวอักษรทสี่ ามารถพิมพเ์ ข้าบรรทัดของเคร่อื งนัน้ ๆ โดยจะมีกระดิ่งสัญญาณสดุ บรรทดั เพอื่ แสดงว่า ใกล้จะสดุ บรรทัดเข้าบรรทดั แลว้ ซ. ลกั ษณะการทำงานของเครอื่ งโดยเฉพาะ การทำงานของเคร่อื งโทรพิมพ์นั้นจำเป็นจะตอ้ งให้สะดวกแก่การปฏิบัติต่อข่าว และในการ จดั รูปหนา้ กระดาษของเครอ่ื งโทรพมิ พฝ์ า่ ยรบั ดงั 1) การส่งทุกคร้ังนำด้วยการกดแป้นเว้นระยะ 5 คร้ัง กลับแคร่ 2 ครั้ง และ เลื่อนบรรทัด 1 คร้ัง ภายหลังท่ีได้ทำการเรียกขานในขั้นต้นแล้วและได้รับคำตอบพนักงานส่งจะกลับแคร่สองคร้ัง และเลอ่ื นบรรทัด 8 คร้งั ก่อนที่จะส่งข่าว 2) เมอื่ สดุ บรรทดั ใหก้ ดแป้นกลบั แคร่ 2 ครง้ั และเลอื่ นบรรทดั 1 ครง้ั 3) การเว้นระหว่างหนา้ สำหรับข่าวยาว ๆ ให้กลบั แคร่ 2 ครั้ง และเล่อื นบรรทัด 8 ครง้ั 4) เมื่อจบข่าวฉบับหนึ่งแล้ว ให้กดแป้นกลับแคร่ 2 ครั้งเลื่อนบรรทัด 8 คร้ัง กดแป้นอักษร N 4 คร้ัง และกดแป้น \"LTRS\" หรือล่าง อีก 12 ครั้ง หรืออาจเปลี่ยนเป็นกดแป้นกลับแคร่ 2 คร้ัง และเลือ่ นบรรทัด 12 คร้ังกไ็ ด้ ถ้าหากมีคำแนะนำของเหล่าทพั อนญุ าตไว้เป็นส่วนหน่ึงต่างหาก 5) แต่ละบรรทัดต้องมีอักษรไม่เกิน 69 ตัว รวมท้ังการเว้นระยะด้วย ทั้งน้ี เว้นแต่จะมี คำแนะนำของเหลา่ ทัพอนุญาตไว้เป็นหน่งึ ตา่ งหากความมงุ่ หมายพเิ ศษ 3. เครือ่ งหมายวรรคตอน ก. ไม่ตอ้ งใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอน เว้นแต่จะมคี วามจำเปน็ ตอ่ ใจความของข่าว เมื่อจำเป็น จะต้องใชเ้ ครอ่ื งหมายวรรคแทน กอ็ นุมตั ิใหค้ ำยอ่ และสัญลักษณ์ ดังตอ่ ไปน้ี เคร่อื งหมาย คำยอ่ สญั ลกั ษณ์ 1. ปรศั นี ปน. ? Question mark QUES 2. ยตั ติภงั ค์ - Hyphen ทภ. 3. ทวอิ ฒั ภาค CLN : COLON นข. () 4. นขลิขติ PAREN PARENTHESSES มภ. . 5. มหพั ภาค

เครอ่ื งหมาย คำย่อ 7-16 PERIOD/FULL-STOP PD. สญั ลักษณ์ 6. จลุ ภาค จภ. , COMMA CMM / 7. ขดี เศษสว่ น SLANT/OBLIQUE STROKE ยน. \"\" 8. ย่อหนา้ PARA PARAGRAPH อป. 9. อัญประกาศ QUOTE – UNQUTE QUOTATION MARK ข. อาจใช้อักษร \"X\" แทนเคร่ืองหมายวรรคตอนก็ได้ ถ้าไม่ถือว่าเคร่ืองหมายวรรคตอน ท่ีแท้จริงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็มีความจำเป็นอยู่บ้างท่ีจะต้องแยกวรรคตอนในข้อความของข่าว เพอื่ ความชดั เจน และการใชอ้ ักษร \"X\" นี้จะไม่ทำใหเ้ กิดความหมายเป็นสองนัย เพ่ือความม่งุ หมาย นี้จะตอ้ งไม่เป็นช่อื เรียกตัวอักษร \"X\" ลงไป ค. ถ้าเขียนข่าวด้วยลายมือ ขอแนะนำให้วงเครื่องมหัพภาค และจุลภาคไว้ เพ่ือให้เด่นชัด ย่งิ ขึ้น ตอนที่ 6 นามเรยี กขานทางยุทธวธิ ี 1. ความมุ่งหมายของการเรยี กขาน นามเรียกขานนั้นใช้เพื่อการจัดต้ัง และดำรงไว้ซึ่งการสื่อสารเป็นประการสำคัญ นามเรยี ก ขานประกอบขึ้นด้วยการผสมตัวอักษร หรือถ้อยคำซ่ึงอ่านออกเสียงได้ในลักษณะใดก็ตามซ่ึงแสดง ให้ทราบถึงเครื่องมือส่ือสารอย่างใดอย่างหน่ึง, หน่วยบัญชาการ, ผู้มีอำนาจท่ีหน่วยราชการทหาร การเปลี่ยนนามเรียกขานเป็นครัง้ คราวย่อมจะก่อให้เกดิ ความปลอดภยั ในการส่อื สารไดช้ ั่วระยะเวลา ส้ัน ๆ ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับคุณภาพ และปริมาณในการใช้ และขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข่าวของ ฝ่ายข้าศึก นามเรียกขานเป็นคำพูดซ่ึงประกอบด้วยคำซึ่งอ่านออกเสียงได้ เช่น ภูเรือ หรือ เสือดำ น้นั อนุมัติใหพ้ นกั งานวทิ ยโุ ทรศพั ท์ใช้ได้

7-17 2. การใช้นามเรยี กขาน มีอยู่เสมอที่กองบัญชาการได้รับนามเรียกขานเพียงนามเดียวสำหรับใช้ในข่ายต่าง ๆ ซึ่งกองบัญชาการนั้นจะต้องปฏิบัตินามเรียกขานเพียงนามเดียว จะต้องใช้ปฏิบัติท้ังในข่ายวิทยุ โทรศัพท์ นามเรียกขานที่กำหนดให้ เช่น สิงห์ดง ก็ใช้ได้กับวิทยุโทรศัพท์ ในบางสถานการณ์ที่ ตอ้ งการให้มคี วามปลอดภัยเพิ่มขนึ้ ก็ ใช้นามเรยี กขานทีแ่ ตกตา่ งออกไป ในแต่ละขา่ ยซ่งึ สถานีน้ัน ๆ ปฏิบัตงิ าน 3. นามเรียกขานของข่ายและการเรยี กรวม เมื่อต้องการเรียกขานสถานีในข่ายวิทยุก็ใช้นามเรียกขานของข่าย การใช้นามเรียกขานนี้ เพ่อื ใหก้ ารปฏบิ ตั ิงานของขา่ ยและ สบข. มกั จะเป็นผใู้ ช้เพ่อื ควบคุมการปฏบิ ัติงานของขา่ ย การเรียก รวมก็ทำนองเดียวกับการเรียกข่าย แต่เป็นการใช้สำหรับเรียกรวมสองสถานีหรือมากกว่าน้ัน ไม่ใช้ สถานีท้ังหมดในข่าย การเรียกรวมมีประโยชน์เม่ือต้องการเรียกหลายสถานีบ่อย ๆ ในเรื่องซึ่งไม่ เก่ยี วขอ้ งกับสถานีอน่ื ๆ ในข่าย 4. นามเรียกขานสำรอง นามเรียกขานท้ังหมดจะต้องเปล่ียนเป็นครั้งคราวตามคำแนะนำท่ีได้เตรียมไว้ล่วงหน้า ระยะเวลาในการใช้นามเรียกขานน้ันข้ึนอยู่กับระดับช้ันของการรักษาความปล อดภัยที่ต้องการ คำแนะนำเหล่าน้ี พร้อมด้วยตารางบัญชีนามเรียกขานและนามเรียกขานสำรองพิมพ์ไว้ใน นปส. ของหน่วย การเปลี่ยนนามเรียกขาน ทำให้ต้องเปล่ียนความถี่ในการปฏิบัติงานด้วย ซึ่งเป็นการ เพม่ิ เตมิ มาตรการตอ่ ต้านการดักข่าว และการวิเคราะห์ข่าวของข้าศึก 5. การกำหนดเรียกนามเรียกขาน การกำหนดเรียกนาม จะต้องระมัดระวังในการกำหนดเรียกขานให้แก่สถานีแต่ละแห่งใน ข่ายวิทยุอันเดียวกัน การกำหนดนามเรียกขานที่ไม่เหมาะ อาจจะยังผลให้เกิดการสับสนและการ ปฏิบัติงานของขา่ ยไมม่ ีประสทิ ธภิ าพ ตัวอักษร ในที่น้ใี ห้หมายถงึ ตวั หนังสอื และตวั เลข ตัวอย่างเช่น นามเรียกขานท่ีคล้ายคลึงกันได้แก่ 6P7X, 6P6X, A67P มีความยากที่จะ กำหนดออกได้ ในระหว่างห้วงเวลาท่ีการรับไม่ดี พนักงานวิทยุที่สำคัญผิด เม่ือได้ยินเฉพาะส่วนใด ส่วนหน่ึงของการเรียกขาน ก็อาจจะถือเอาว่าเป็นการเรียกตน และจะเพิ่มความสับสนขึ้นอีกด้วย

7-18 การตอบการเรียกขานแทนสถานท่ีถูกเรียก เพ่ือหลีกเล่ียงเร่ืองน้ี จึงควรกำหนดนามเรียกขาน (ภายในขา่ ย) ใหม้ ตี ัวอกั ษรหรือตวั เลขซำ้ กันน้อยทีส่ ดุ ตอนที่ 7 การรบั รองฝา่ ย การรับรองผ่ายเป็นมาตรการของการรักษาความปลอดภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งได้สร้างข้ึนเพื่อ ป้องกันระบบการสื่อสารให้พ้นจากการส่งข่าวลวง มีหลายโอกาสที่จะต้องใช้การรับรองฝ่าย ทัง้ นัน้ อยกู่ ับความจำเป็นหรอื ความต้องการของแต่ละหน่วยบญั ชาการ นโยบายของผบู้ ังคบั บัญชาได้ พมิ พป์ ระกาศไวใ้ น นสป. สว่ นตารางการรับรองฝ่ายนน้ั มปี รากฏอยูใ่ น นปส. ตอนท่ี 8 ขา่ ยวทิ ยุ 1. กล่าวท่ัวไป สถานีวิทยสุ นามตามปกติ จะจัดร่วมเข้าเป็นข่าย ๆ ตามความต้องการของสถานการณ์ทาง ยทุ ธวธิ ีแตล่ ะข่ายจะไดร้ บั การกำหนดให้ใช้ความถี่ ในการปฏบิ ตั ิงานหนงึ่ ความถีห่ รือมากกว่า ก. เพ่ือท่ีจะให้มีการควบคุมข่ายวิทยุ สถานีวิทยุตามปกติใช้สถานีท่ีประจำกับ กองบญั ชาการสูงสุดของขา่ ยนัน้ โดยกำหนดให้เปน็ สถานีบังคบั ขา่ ย (สบข.) อำนาจของ สบข. น้ันมี เพียงแต่การปฏิบัติงานของข่าย และวินัยในระหว่างที่ทำการออกอากาศ และระหว่างระยะเวลาที่ หา้ มสง่ เทา่ นั้น ข. เนอื่ งจาก สบข. มีความรับผิดชอบในการดำรงรักษาวินยั สื่อสารภายในข่ายของพนักงาน วทิ ยุ สบข. จงึ มีอำนาจในการควบคุมทางการปฏิบัติอันจำเป็นเพอื่ ใหแ้ น่ใจว่าได้ใชว้ งจรที่กำหนดข้ึน ในข่ายให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด อย่างไรก็ตามไม่มีอำนาจทางธุรการภายในการปฏิบัติการทาง ยุทธวิธี หรือการเคลื่อนย้ายของสถานี ตัวอย่างเช่น สถานี สบข. ของกรมทหารราบไม่อาจจะ กำหนดท่ีต้ังสถานีของกองพันในข่ายได้ทั้ง พนักงาน สบข. ก็ไม่อาจกำหนดเวลาในการสับเปลี่ยน พนักงานวิทยุของสถานีได้ แต่ละหน่วยท่ีเกี่ยวข้องจะเป็นผู้ควบคุมสิ่งท่ีกล่าวมาแล้ว ตลอดจน พันธกจิ ทางธุรการในทำนองเดียวกนั รปู ที่ 7-1 และ รูปที่ 7-2 แสดงถงึ การจัดข่ายวทิ ยแุ บบหน่ึง

7-19 ตัวอย่าง ข่ายวทิ ยุ กองร้อยอาวธุ เบา พนั .ร. รปู ท่ี 7-1 แบบของวทิ ยุบงั คับบัญชากองรอ้ ย ตวั อยา่ ง ข่ายวิทยุ พนั .ร. รูปที่ 7-2 แบบของขา่ ยวทิ ยบุ ังคับบญั ชากองพัน

7-20 2. การควบคุมข่าย สบข. มีอำนาจเด็ดขาดภายในขอบเขตของการควบคุมทางเทคนิค สบข.เป็นผู้เปิด และปิดข่าย ควบคุมการส่ง และการจัดการไม่ให้ข่าวคั่งค้างภายในข่าย, แก้ไขข้อผิดพลาดของ ระเบียบปฏิบัติ หรืออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้สถานีต่าง ๆ เข้าหรือออกจากข่าย และดำรงรักษา วนิ ัยของขา่ ย ขอบเขตในการควบคุมของ สบข. ย่อมแตกต่างไปตามสภาพของการปฏิบัติ กลา่ วคือ ใน ข่ายซ่ึงพนัก งาน วิทยุท่ีชำน าญสามารถจะส่งข่าวไปได้อย่างเรียบร้อยก็ มีก ารควบคุมแต่เ พียง เล็กน้อยเท่าน้ัน ถ้าปริมาณของข่าวมีมากและพนักงานมีความชำนาญน้อย สบข. ก็อาจมีความ จำเป็นที่จะต้องควบคุมอย่างแน่นแฟ้นเพ่ือให้ข่ายมีระเบียบและการ รับ-ส่ง ข่าวเป็นไปอย่าง เรียบร้อย 3. แบบของข่ายวิทยุ ก. ในข่ายอสิ ระ การแลกเปลยี่ นข่าว กระทำไดโ้ ดยมิต้องไดร้ ับอนมุ ัตลิ ่วงหนา้ จาก สบข. ข. ในข่ายบังคับ สถานีจะตอ้ งได้รบั อนุมัตจิ าก สบข. เสียก่อนที่จะทำการส่งข่าว เมื่อสถานี มีมากกว่าหนึ่งสถานี มีข่าวท่ีจะส่งในข่ายบังคับ สบข. จะเป็นผตู้ กลงใจว่าสถานีไหนจะส่งซึ่งเป็นไป ตามความเรง่ ด่วน 4. พันธกิจของ สบข. ก. การเปิดข่าย การเปิดข่ายวิทยุแห่งหนึ่ง สบข. จะต้องต้ังความถ่ีของเคร่อื งส่งให้ตรงกับ ความถี่ของข่ายตามที่กำหนดข้ึน สบข.จะใช้นามเรียกสถานีต่าง ๆ ที่กำหนดให้อยู่ในข่าย และ พิสูจน์ทราบว่าเป็น สบข. ภายหลังท่ีสถานีถูกเรียกได้ตอบตามลำดับตัวอักษรแล้ว สบข. จะแจ้งให้ ทราบว่าได้ยินการส่งของสถานีเหล่าน้ัน ๆ แล้วต่อจากนั้น สบข. ก็จะได้ทราบถึงสภาพของข่าย (ขา่ ยอสิ ระ ข่ายบงั คับ การห้ามสง่ ฯลฯ) ข. การปิดขา่ ยให้ สบข. แจ้งลูกขา่ ยใหท้ ราบว่าขา่ ยนัน้ ปิดแลว้ และกำหนดเปิด ก็จะแจ้งให้ สถานีตา่ ง ๆ ในข่ายใหท้ ราบว่าข่ายจะเปิดใหม่ในเวลาอะไรและด้วยความถีเ่ ท่าใด ข่าวสารดังกล่าวน้ี อาจจะจัดขึ้นโดยการประมวลลับข้อความนัดหมาย (Prearranged Message Code) หรือโดยอ้าง ถึง นปส. ท่ีมขี า่ วเช่นนัน้ อยู่ ค. การอนุญาตให้สถานีเข้าข่าย เมื่อสถานีหนึ่งมีความปรารถนาจะเข้าร่วมในข่ายท่ีมีแล้ว ขา่ ยหน่ึงก็ต้องขออนุญาตจาก สบข. ก่อนอื่นสถานีน้ันจะต้องสง่ นามเรยี กขานของสถานี สบข. และ ตอ่ จากนั้นก็ส่งนามเรียกขานของตนหลังจากท่ี สบข. ได้ตอบรบั การเรียกแล้ว สถานีท่ีขอเข้าข่ายก็ จะแจ้งเหตุผลในการท่ีจะขออนุญาตเข้าข่าย สบข .จะถามการรับรองฝ่ายของสถานีน้ันด้วย ส่วนทดสอบของระบบการรับรองฝ่าย เพื่อยืนยันการพิสูจน์ทราบของสถานีนั้น ภายหลังที่ได้แจ้ง

7-21 การพิสูจน์ทราบของสถานีของ สบข. จะยอมหรือปฏิเสธคำขอน้ันก็ได้ การตกลงใจเช่นนี้คงกระทำ ภายหลงั สบข. พิจารณาเหน็ วา่ เหตุผลของสถานที ่ขี อเขา้ ข่ายน้ันมีความเปน็ จรงิ ง. การให้สถานีออกจากข่าย เมื่อสถานีต้องการจะออกจากข่ายก็จะเรียก สบข. และ ขออนุญาตออกจากขา่ ย สบข. จะยอมอนญุ าตใหถ้ ้าเหตุผลในการขอนนั้ เป็นจริง จ. การเฝ้าฟังข่าย (TO MONITOR THE NET) สบข. จะเปิดเคร่ืองเฝ้ารับฟังข่ายอยู่ ตลอดเวลา ถ้าสถานีใดฝ่าฝนื ระเบียบการปฏิบัตกิ ารของขา่ ย สบข. ก็จะแก้ไขการกระทำที่ผิด ๆ น้ัน นอกจากน้นั สบข. ก็ยังจะคอยดูการไหลของข่าวในข่ายอยู่เสมอ ๆ และเตรียมการปฏิบตั อิ ันจำเป็น เพอ่ื เรง่ รัดการรับ – สง่ ข่าวในเม่อื มีเรอ่ื งขัดแย้งหรือการรบกวนระหวา่ งสถานตี ่าง ๆ ฉ. การควบคุม และการกำหนดเวลาสง่ ข่าว เมื่อมีข่าวภายในข่ายจำนวนมาก สบข. อาจจะ ตอ้ งควบคุมส่งข่าวโดยใกลช้ ิด และควบคุมทางวินยั เพ่ือป้องกันมิให้มีการส่งข่าวประเภทปกติ และ กำกับข่ายให้อยู่ในลกั ษณะท่จี ะส่งข่าวสำคญั ทสี่ ดุ ตามลำดบั ความเร่งดว่ นได้ ช. การสั่ง หรือการยกเลิกการห้ามส่งเมื่อ สบข. ได้รับอนุมัติจากหน่วยเหนือก็จะส่ัง หรือ ยกเลิกการห้ามส่งตามความต้องการของสถานการณ์ทางยุทธวิธี สบข.จะส่ังห้ามส่ง โดยการเรียก สถานีทั้งหมดในข่าย และแจ้งให้ทราบว่าได้สั่งให้ห้ามส่งแล้ว ต่อจากนั้นเป็นความรับผิดชอบของ สบข. ท่ีจะต้องดูแลมิใหม้ ีการส่งข่าวจนกว่าจะได้ส่งั เลิกการห้ามส่ง การยกเลกิ การห้ามสง่ สบข. จะ เรยี กสถานหี น่ึงหรอื หลายสถานที ่ีไดร้ บั อนุญาตใหส้ ่ง และแจ้งสภาพการยกเลกิ การห้ามส่ง ซ. การบังคับข่าย เมื่อมีข่าวจำนวนมากหรือเมื่อพนักงานขาดประสบการณ์ในการปฏิบัติ ต่อข่าวในข่าย สบข.อาจจะสั่งให้เป็นข่ายบังคับได้ ในกรณีเช่นนี้จะไม่ยอมให้สถานีใดส่งข่าวโดย ไม่เรียก สบข. และขออนุญาตทำการส่งข่าวเสียก่อน สบข. อาจต้องการให้สถานีน้ันแจ้งลักษณะ และประเภทของข่าวตลอดจนท่ีหมายปลายทางของข่ายน้ัน ก่อนท่ีจะอนุญาตให้ทำการส่งภายใต้ สภาพของข่ายบังคับ สบข. ก็จะวางระเบียบปฏิบัติของข่ายข้ึน เพ่ือให้สถานีทั้งหมดในข่ายปฏิบัติ ตาม 5. การปรบั ต้ังความถ่ขี องข่าย (การเขา้ ขา่ ย) ในการส่ือสารจากสถานีวทิ ยุหนึ่งไปยังอีกสถานีหน่ึงนั้นจะต้องปรับตั้งเคร่ืองรับวทิ ยุให้ตรง กับความถ่ีซึ่งเคร่ืองสง่ วิทยุปลายทางกำลังสง่ อยู่ สำหรับอปุ กรณว์ ิทยุบางแบบนน้ั ตามปกตเิ จา้ หน้าที่ ซ่อมบำรุงจะตั้งความถแี่ ละชอ่ งทางการสื่อสารไวล้ ่วงหน้า แต่ชุดวทิ ยุบางแบบก็อาจมคี วามต้องการ ให้พนักงานต้ังล่วงหน้าหรือปรับตั้งให้ตรงกับความถ่ีที่กำหนดให้เป็นการสำคัญอย่างย่ิงท่ีจะต้อง ปรับต้ังเครื่องวิทยุให้ความถ่ีตรง สบข.จะใช้มาตราฐานเช่น มาตรวัดความถี่ หรือเครื่องบังคับการ แกว่งท่ีควบคุมด้วยผลึกแร่ เพ่ือให้แน่ใจว่าความถี่ของข่ายถูกต้องจริง ๆ เมื่อเป็นสถานีลูกข่ายหรือ สถานีรองข่ายให้ปรับต้ังเคร่ืองรับให้ตรงกับความถ่ีของ สบข. และแล้วใช้เคร่ืองรับมาตรฐาน

7-22 ในการปรบั ต้งั เคร่ืองส่ง สบข. รับผิดชอบใหเ้ คร่ืองส่งของตนมีการปรับต้ังให้ตรงกับความถ่ีท่กี ำหนด แม้ว่าความถี่ของ สบข. จะเคลื่อนไปก็ตามสถานีรองก็จะต้องปรับต้ังให้ตรงกับความถ่ีของ สบข. ในกรณีเชน่ น้ี สถานีรองจะต้องแจ้งให้ สบข. ทราบดว้ ย ตอนที่ 9 รปจ. ของสถานี 1. กลา่ วทวั่ ไป สถานีวิทยุจะต้องวางระเบียบปฏิบัติในการปฏิบตั ิต่อข่าว และทำบันทึกของสถานี ระเบียบ ปฏิบัติของสถานีเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อให้บรรลุความต้องการของหน่วยหรือส่วนราชการท่ีสถานีนั้น ประจำอยู่ 2. การเตรียมข่าว ก. ข่าวทุกฉบับจะต้องเขียนขึ้นก่อนทำการส่งเพ่ื อท่ีจะให้ใช้เวลาของวงจรให้เกิด ประสิทธิภาพสูง และเพื่อที่จะให้ได้มีการสำเนาข่าวไว้ทุกฉับ ข่าวราชการทหารจะต้องเขียนให้ กะทดั รดั และชดั เจนเทา่ ทจ่ี ะทำได้ ข. ควรใช้กระดาษเขียนข่าว ถ้ามีกระดาษเขียนข่าวจะจ่ายเป็นเล่มใหห้ น่วยสนามใช้ในการ ปฏบิ ตั กิ ารทางยทุ ธวิธี สมุดเขียนขา่ ว ทบ.463-007 (สส.6) และ ทบ.463-008 (สส.7) ค. ขอ้ ความในการเขยี นข่าวมีอย่วู ่าใน รส.24-17 3. หนา้ ทีข่ องพนกั งาน ก. พนักงานวิทยุจะต้องใช้ระเบียบปฏิบัติของวิทยุตามที่กำหนดข้ันน้ันอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงระเบียบปฏิบัติท่ีมิได้รบั อนุญาตจะก่อให้เกิดความสับสน ลดความเรว็ ความเช่ือถือ ได้ และลดความปลอดภัยในการสื่อสารรองอย่างไมต่ อ้ งสงสยั ข. ก่อนท่ีจะเปลี่ยนเวรพนักงานวทิ ยุจะต้องมอบหมายคำส่ังพิเศษ และข่าวสารที่เก่ียวกับ สถานีให้เวรต่อไป ข่าวสารนี้หมายถึงเรื่องราวท่ีจำเป็นหรือเป็นประโยชน์ท่ีเกี่ยวข้องกับข่าวท่ีกำลัง รอส่งความเปลี่ยนในการจัดข่าว สมรรถนะของชุดวิทยุในระหว่างช่วงเวลาที่แล้วมาอยู่และ ข้อมูล อ่นื ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ ง ค. ก่อนท่ีจะรับเวร เวรคนใหม่ควรจะต้องตรวจเครื่องส่งและเคร่ืองรับเพื่อให้แน่ใจว่ามี ประสิทธภิ าพการทำงานและได้ปรบั ตง้ั ไว้ถูกตอ้ งกับความถี่ที่กำหนดแลว้ ง. พนักงานวทิ ยจุ ะปรับปรงุ การสอ่ื สารทางวทิ ยไุ ด้ โดยการปฏบิ ตั ิตามกฎท่ัวไปดังตอ่ ไปน้ี - ฟังก่อนสง่ เพ่อื หลกี เลยี่ งการรบกวนกบั การสง่ ของสถานีอนื่ ๆ

7-23 - ทำการสง่ ให้สน้ั ทีส่ ุดเท่าท่ีจะทำไดเ้ พือ่ ที่จะให้ขา่ ยวา่ ง 1) สง่ นามเรียกขานชดั เจนและถูกตอ้ ง 2) ส่งด้วยความเรว็ ท่ีพนักงานซ่ึงมคี วามสามารถต่ำสุดจะรับได้ 3) ทำการเฝา้ เตรียมพร้อม การเรยี กขานของข่ายและสถานี และตอบการส่งท้ังหมดท่ี ต้องการใหม้ ีการตอบโตท้ นั ที 4) ปฏิบัติการด้วยกำลังที่ต่ำสุดตามต้องการเพื่อให้สามารถทำการสื่อสารกับสถานี ทั้งหมดในขา่ ยได้ 5) ให้ใช้ระเบียบปฏิบัติทางวิทยุที่กำหนดเท่าน้ัน และให้ปฏิบัติตามข้อบังคับในการ รักษาความปลอดภัยของการส่งขา่ ว 4. บญั ชขี า่ วของพนกั งาน (OPERATORS NUMBER SHEET) ก. บัญชีข่าวของพนักงาน (แบบ ทบ.463-003, 035, 036, 037 ตามรูปท่ี 7-3, 7-4, 7-5 และ 7-6) ซ่ึงพนักงานวิทยุใช้เพ่ือทำบันทึกข่าวเข้า และข่าวออกหมายเลขของบัญชีข่าวเหล่าน้ี อาจจะเขา้ เป็นลำดบั ที่ของสถานไี ด้อย่างเหมาะสม เลขลำดบั ท่ีของสถานีนนั้ จะตอ้ งไม่ส่งไปพร้อมกับ ข่าวด้วย แต่ใชเ้ พ่อื ช่วยในการปฏิบตั ิตอ่ ขา่ ว การทำบันทกึ และการตรวจสอบข่าวภายในสถานี

7-24 ทบ.463-003 แผ่นท่ี ……. หน้า …….. บนั ทกึ การปฏิบตั งิ านของสถานีวทิ ยุ นามสถานี ................................................................... ทีต่ ้งั สถานี เปดิ สถานี ปิดสถานี หมวู่ ันเวลา .......................................................................... หมวู่ นั เวลา นามพลวิทยุ ......................................................................... ตารางเวลาปฏบิ ตั ิงานของสถานีวทิ ยุ หมวู่ นั เวลา นามพลวิทยุ หมวู่ ันเวลา แต่ ถงึ แต่ ถงึ หัวหนา้ พลวทิ ยุ ........................................ รปู ทึ่ 7-3 บญั ชขี ่าวของพนกั งาน (ทบ.463-003)

7-25 ทบ. ๔๖๓ - ๐๓๕ แผน่ ที่ …… หน้า ………. บนั ทกึ การรับสง่ ข่าวของพนกั งานวทิ ยุ นามสถานี …………………… นามหน่วย………………………….. เดอื น………………ป…ี ………… นามสถานี นามสถานี นามขา่ ย นามข่าย ส่ง รับ สง่ รับ : : :: รบั นามสถานี นามสถานี นามขา่ ย นามข่าย สง่ สง่ รบั :::: รูปทึ่ 7-4 บัญชขี า่ วของพนกั งาน (ทบ.463-035)

7-26 ทบ. ๔๖๓ - ๐๓๖ แผ่นที่……… หน้าท…่ี …… บันทกึ การเรียกขานของสถานวี ิทยุ หนว่ ย ………………………………….. วนั ท่ี ……. ….เดือน ………..…………พ.ศ. …………… สถานี ………………………………….. ความถ่ี …………………………………………………. เวลา สถานี ข้อความ เรยี ก ขาน : ::: รปู ที่ 7-5 บญั ชขี ่าวของพนักงาน (ทบ.463-036)

7-27 ทบ.๔๖๓ - ๐๓๗ แผน่ ท่ี …… หน้า …… บนั ทึกของพนกั งาน นามสถานี……………………. นามหน่วย………………….. เดือน ……………… ป…ี …………….. วนั /เวลา ลงชื่อพนกั งานวิทยุ หมายเหตุ :: : รปู ที่ 7-6 บญั ชขี ่าวของพนกั งาน (ทบ.463-037) ข. สถานีวิทยุแตล่ ะแห่งควรจะทำเลขลำดับที่ของสถานเี ปน็ ชุดต่างหากเพ่ือใชก้ ับทุกสถานี ที่ตนทำการสือ่ สารดว้ ย เลขลำดับท่ีชุดใหมค่ วรจะเร่มิ ทันในเวลา 0001 ตามเวลาท้องถ่ิน หรอื เวลา กรีนชิ ตามคำส่งั ผบู้ ังคบั บญั ชา เมอ่ื มีการเปลีย่ นแปลงนามเรยี กขานก็ให้เร่ิมต้นเลขลำดับท่ชี ุดใหม่ 5. ประวตั ิสถานี (STATION LOG) ก. ประวัติสถานีซ่ึงพนักงานวิทยุของทุกแห่งจะต้องเป็นผู้ทำนั้นมีปรากฎอยู่บนด้านหลัง ของบัญชีข่าวของพนักงาน (รูปท่ี 7-6) ประวัติสถานีนี้ควรจะมีบันทึกสภาพการปฏิบัติงาน ในระหวา่ งห้วงเวลาการปฏบิ ัตงิ าน เรอ่ื งที่จะต้องลงในประวตั สิ ถานี มดี ังต่อไปนี้ 1) เวลาเปิด และปิดสถานหี รือวงจร

7-28 2) สาเหตขุ องความลา่ ช้าในวงจร 3) การปรับ และการเปล่ียนแปลงความถ่ี 4) เหตุการณท์ ี่ผิดปกติ เชน่ เก่ยี วกบั ระเบียบปฏบิ ัติ และการฝา่ ฝืนการรกั ษาความ ปลอดภัย 5) การรบกวนตามธรรมชาตหิ รือการกอ่ กวน 6) สมรรถนะของเครอื่ งโดยยอ่ ข. เม่อื ทำการเปิดวงจรหรือเร่ิมตน้ วันใหม่ พนักงานจะเขียนหรือพมิ พ์ ยศ ช่อื เต็มของตน บนบรรทัดแรกของช่องนามพนักงานของประวัตสิ ถานี เม่ือมีการผลัดเปลี่ยนพนักงานหรือปิดวงจร พนักงานจะลงชื่อทันทีหลังจากได้ลงบันทึกครั้งสุดท้ายในสถานีแล้ว พนักงานที่มีผลัดเปล่ียนก็จะ เขยี นหรอื พิมพ์ ยศ ช่ือเต็มของตนลงบนบรรทดั ถัดไป ค. การลงประวัติสถานีนั้นจะต้องไม่มีการลบการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ นั้นให้กระทำได้โดย การขีดฆ่าด้วยเส้นเด่ียวทับลงบันทึกอันเดิมและเพ่ิมข้อความท่ีเปล่ียนแปลงแทรกลงไป พนักงานท่ี เป็นผูร้ เิ ริ่มแก้ไขนน้ั ต้องกระทำดว้ ยตนเอง ง. การทำประวัติสถานจี ะตอ้ งไมใ่ หก้ ระทบกระเทือนต่อการรบั -สง่ ขา่ ว ตอนท่ี 10 การรักษาความปลอดภยั ในการสื่อสาร 1. กล่าวทว่ั ไป ก. การรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารรวมถึงมาตรการท้ังปวงที่กระทำเพื่อปัดป้อง ขา้ ศกึ หรือบุคคลทไ่ี ม่ได้รับอนุมตั อิ น่ื ๆ มใิ ห้ได้รบั ขา่ วสารจากการส่อื สารของเรา ข. คำแนะนำต่าง ๆ ที่ใช้บังคับการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสาร มิได้เป็นเครื่อง ประกันการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารได้ด้วยตัวเอง หรือบรรลุผลตามสถานการณ์ที่อาจ เป็นไปได้ทุกครั้งไป เนื่องจากความต้องการในทางยุทธการนั้นอาจจำกัดในมาตรการรักษาความ ปลอดภยั อยา่ งไรก็ตามคำแนะนำเหล่านน้ั ก็อาจจะให้ความปลอดภยั ทสี่ มควร 2. ความรบั ผดิ ชอบ ก. การรักษาความปลอดภัยในการสื่อสารเป็นการรบั ผิดชอบทางการบังคับบัญชา ฉะน้ัน ผู้บังคับบัญชาทุกคนจะต้องกำหนด และกำกับดูแลแผนการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสาร ในหน่วยของตนอย่างจริงจัง แผนการน้ีตามปกติแล้วขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บังคับบัญชา คำสั่ง นโยบายของหน่วยเหนือ ความต้องการทางการสอื่ สารของหน่วย และสถานการณ์ทางยทุ ธวิธี

7-29 ข. นอกจากนั้นเจ้าหน้าท่ีทหารทุกคนจะต้องรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อการรักษาความ ปลอดภัยทางการส่ือสารด้วย ทั้งนี้รวมถึงการใช้มาตรการทั้งปวงที่ต้องการ เพื่อการรักษาความ ปลอดภัยในการสอ่ื สารใหเ้ ป็นผลสำเร็จ 3. การรักษาความปลอดภยั ทางวตั ถุ ก. กล่าวท่ัวไป การรักษาความปลอดภัยทางวัตถุเปน็ การพิทกั ษ์เครื่องมือ และวัสดทุ างการ ส่ือสารให้พ้นจากผู้ไม่ได้รับอนุมัติ จะต้องมีการรักษาความปลอดภัยทางวัตถุให้แก่สถานีวิทยุทุก สถานีเพื่อให้พนักงานวิทยุใช้และปฏิบัติต่อข่าวตลอดจนวัสดุ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการเปิดเผย ตอ่ บคุ คลผ้ไู ม่ไดร้ บั อนมุ ัติ ข. ความตอ้ งการต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ต้ังของสถานีวิทยุควรจะมีความปลอดภัยทางวัตถุอย่าง เต็มท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้ 1) การเลือกทตี่ งั้ สถานีวิทยุน้นั ควรจะใหห้ นว่ ยบงั คับบัญชาเข้าไปใช้ได้สะดวก 2) การสร้างสถานีวิทยุ การสร้างสถานีวิทยุควรจะให้ความปลอดภัยทางวัตถุอย่างสูง โดยให้สนิ้ เปลืองกำลังพล เวลา และวัสดุแต่นอ้ ยท่ีสุด การสรา้ งส่ิงพิเศษ เช่น บริเวณท่ีมีรั้วล้อมรอบ เคร่อื งกีดขวาง และดงระเบดิ ก็อาจจะนำมาใช้ไดเ้ พื่อเพิม่ ความปลอดภยั ทางวตั ถขุ ึน้ อีก 3) การพิทักษ์รักษา สถานีวิทยุควรจะมียามถืออาวุธ และมีอาวุธต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถ ตา้ นทานไดอ้ ย่างสูงสุดต่อการบุกรุกด้วยกำลังของบุคคลผู้ไม่ได้รับอนุมตั ิ สถานีวทิ ยุควรจะมวี ัสดุใน การทำลายฉุกเฉินด้วย เช่น เชื้อเพลิง และน้ำมันก๊าด ความต้องการทางวัสดุเหล่าน้ีจะมีมากที่สุด ในเขตหนา้ หรอื ในบริเวณที่ใกลจ้ ะปะทะกบั ขา้ ศึก 4) การโจมตีทางอากาศ เคมีชีวะรงั สีนิวเคลยี ร์ (คชรน.) จะต้องจัดการป้องกันสถานีวิทยุ ทงั้ เจ้าหนา้ ท่ี และเคร่อื งมือให้พ้นจากโจมตีทางอากาศ คชรน. ค. วสั ดุท่ีกำหนดช้ันความลบั มาตรการรกั ษาความปลอดภัยต่อไปน้ีควรจะใช้บงั คับเพ่ือให้ มีความปลอดภัยทางวัตถุอยา่ งเพียงพอตอ่ วสั ดุที่กำหนดชั้นความลบั คอื 1) อนุญาตให้เข้าถึงวัสดุท่ีกำหนดชั้นความลับได้เฉพาะบุคคลซ่ึงได้ผ่านการพิสูจน์ความ ไว้วางใจในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและต้องการความรู้เก่ียวกับวัสดุน้ันไปใช้ใ นหน้าที่ ราชการเท่าน้ัน 2) จะต้องข้ึนบัญชีวัสดุท่ีกำหนดชั้นความลับอย่างเข้มงวดตามข้อบังคับให้รายงานการ รั่วไหลที่อาจจะเป็นไปไดข้ องวัสดทุ กี่ ำหนดช้ันความลบั 3) ให้ทำการเกบ็ รกั ษาวสั ดทุ ่กี ำหนดช้ันความลับอยา่ งถกู ต้องเมอ่ื ยงั ไม่ใช้ 4) การรบั ชว่ งวสั ดุทก่ี ำหนดชน้ั ความลับต้องกระทำตามขอ้ บังคับ 5) วางแผนการทำลายเครือ่ งมือ และวัสดุท่กี ำหนดช้ันความลับ

7-30 4. การรักษาความปลอดภยั ทางการส่งข่าว ก. กล่าวทั่วไป การรักษาความปลอดภัยทางการส่งข่าวหมายถึงมาตรการในรักษาความ ปลอดภัยท้ังปวงท่ีใช้เพ่ือป้องกันการส่งข่าวให้พ้นจากการดักรับ การวิเคราะห์ข่าว การหาทิศ และ การลวง เนอ่ื งจากมัชฌิมการส่งข่าวทกุ ๆ อยา่ งยอ่ มอาจจะถกู ดักรับไดจ้ ึงจะตอ้ งใช้มาตรการปอ้ งกัน เพ่อื ใหข้ ้าศึกไดข้ า่ วสารไปแต่น้อยที่สดุ การรักษาความปลอดภยั ของมัชฌิมการส่งข่าวอยา่ งหนึ่งเม่ือ เปรยี บเทยี บกบั อีกอยา่ งหนึ่งย่อมแตกตา่ งกนั ไปตามส่ิงแวดล้อม การรกั ษาความปลอดภัยทางการส่ง ข่าวอาจได้รบั การปรับปรุงให้ดยี ่ิงข้นึ โดยการใชม้ าตรการในการรักษาความปลอดภยั ดังตอ่ ไปน้ี 1) สง่ ข่าวให้สั้นที่สุดเท่าทจ่ี ะทำได้ 2) ให้ปฏิบัติตามระเบียบการส่งข่าวตามท่ีได้รับอนุมัติแล้ว การเปล่ียนระเบียบการคง กระทำไดเ้ ฉพาะเม่ือไดร้ บั คำสัง่ จากผู้มอี ำนาจทเ่ี หมาะสม 3) ฝกึ พนกั งานใหป้ ฏบิ ตั ิตามวนิ ยั ของวงจร 4) จดั การปอ้ งกนั การดักรับและการหาทิศ 5) จดั การปอ้ งกนั การวิเคราะห์ขา่ ว ข. รายการตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยทางการส่งข่าวทางวิทยุ รายการตรวจสอบ การรักษาความปลอดภยั ทางการสง่ ข่าวสำหรับพนกั งานวทิ ยุน้ันควรจะมีหัวข้อดงั ต่อไปนี้ 1) มกี ารฝ่าฝืนการเงยี บฟังหรอื ไม่ 2) มกี ารสนทนาระหวา่ งพนกั งานโดยไม่ใชร่ าชการหรือไม่ 3) มกี ารส่งข่าวในข่ายบงั คบั โดยไม่ได้รับอนุญาตหรอื ไม่ 4) ได้ส่งนามย่อพนกั งาน (Personal sign) ดว้ ยหรือไม่ 5) นามเรียกขานท่ีกำหนดประเภทชั้นความลับได้ร่ัวไหลไปกับช่ือที่กำหนดเป็นภาษา ธรรมดาดว้ ยหรอื ไม่ 6) คำย่อตามระเบียบการหรือสญั ญาณตามระเบยี บการได้ใชเ้ กินทกี่ ำหนดหรือไม่ 7) ได้ใช้ภาษาธรรมดาแทนคำย่อตามระเบียบการและสัญญาณปฏิบัตกิ ารท่ีได้รับอนุมัติ แล้วหรอื ไม่ 8) พนกั งานไดใ้ ช้ระเบียบปฏบิ ัติการทไ่ี มถ่ กู ตอ้ งและไม่ไดร้ บั อนุมตั ิแลว้ หรือไม่ 9) มีการส่งอนั ไม่จำเป็นใด ๆ รวมทัง้ การทดสอบท่มี ากเกนิ ไปหรอื ไม่ 10) นามหนว่ ยหรือบุคคลถกู เปิดเผยในการสง่ ข่าวหรอื ไม่ 11) มกี ารเรียกกนั อยา่ งฟุ่มเฟือยหรอื ไม่ 12) พนกั งานสง่ ทำการสง่ เรว็ เกินไปสำหรบั พนักงานรบั หรือไม่ 13) ใช้กำลงั สง่ มากเกินไปหรอื ไม่ 14) ทำการปรบั ต้ังเครอื่ งสง่ ด้วยสายอากาศจรงิ หรอื ไม่

7-31 15) ใชเ้ วลาในการปรับต้งั เปลีย่ นความถี่ หรอื การปรับเครอ่ื งนานเกนิ ไปหรือไม่ 16) ถ้าหากคำตอบคำถามข้างต้นท้ังหมดมีลกั ษณะปฏิเสธแล้วก็หมายความว่าพนกั งาน วทิ ยุได้ปฏิบัติตามมาตรการรกั ษาความปลอดภัยในการสง่ ขา่ วแล้ว ตอนที่ 11 การปฏบิ ตั กิ ารควบคมุ ระยะไกล 1. การใช้งาน ก. เคร่ืองมือควบคุมระยะไกลใช้เพ่ืออำนวยต่อวงจรเคร่ืองส่งวิทยุในขณะเม่ือพนักงานอยู่ ห่างจากตัวเครื่องส่งเป็นระยะพอสมควร ในพื้นที่การรบพนักงานวิทยุอาจจะอยู่ในหลุมบุคคล, คู หรอื อยูใ่ นที่อ่นื ๆ ซึ่งให้การกำบงั จากการยิงของขา้ ศึก สว่ นเครื่องวิทยุและสายอากาศน้ันอยู่ในท่ี เปดิ เผย ซง่ึ เหมาะในการส่งข่าวทางวทิ ยุ ข. เครื่องมือควบคุมระยะไกลมีสองส่วน ส่วนหน่ึงอยู่ ณ ที่ต้ังเครื่องวิทยุและอีกส่วนหนึ่ง อยูท่ ตี่ ำบลควบคุมระยะไกล รปู ที่ 7-7 การปฏิบัติงานควบคมุ ระยะไกล

7-32 2. การสนธวิ ิทยุ–สาย (Radio Wire Integrate: RWI) ระบบการสื่อสารของกองพล กองทัพน้อย และกองทัพ ตามปกติแล้วจะมีอุปกรณ์วิทยุและ โทรศัพท์สองอย่าง เพ่ือท่ีจะให้เหมาะในการสื่อสารกับหน่วยเคลื่อนท่ี, หน่วยส่งทางอากาศ และ หน่วยอยู่กับที่ อุปกรณ์ดังกล่าวน้ีจะเช่ือมโยงระหว่างเคร่ืองวิทยุซึ่งอยู่ที่สถานีสนธิ วิทยุ–สาย กับ เคร่ืองสลับสาย โดยสายการเชื่อมโยงระหว่างเคร่ืองวิทยุซ่ึงอยู่ที่สถานีสนธวิ ิทยุ-สายกับเครื่องสลับ สายใช้ผ่านชุดควบคุมวิทยุแบบ AN/GSA-7 ระยะทางระหว่างเคร่ืองวิทยุและเครื่องโทรศัพท์เป็น 16 กม. นอกจากนั้นแล้ว AN/GSA-7 ยังใช้เป็นเคร่ืองเรียกได้ท้ังสองทาง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมี วงจรเฝ้าฟังทปี่ ลายทั้งสองข้าง (รปู ท่ี 7-8) ก. ระดับกองพล สถานีสนธิวิทยุ-สาย จะมีประจำ ณ ศูนย์การสื่อสารแต่ละแห่ง เว้นที่ กองบญั ชาการกองพลส่วนหลัง แตล่ ะสถานอี าจใช้เพือ่ 1) ใช้ทำการส่ือสารฉุกเฉินระหว่างสถานีวิทยุ FM เคลื่อนท่ีกับส่วนต่าง ๆ ที่ต่ออยู่ กับระบบโทรศัพทพ์ ืน้ ท่ีของกองพลดว้ ยโทรศัพท์ 2) ใชท้ ำการส่ือสารระหวา่ งสถานีวิทยุ FM ท่ีอย่หู ่างไกลเกินกวา่ ระยะทางท่ีชดุ วิทยุ น้นั ๆ จะตดิ ตอ่ กนั โดยตรงได้ 3) เพ่ือให้ผู้บัญชาการกองพล ฝ่ายอำนวยการของกองพล และเจ้าหน้าที่ท่ีสำคัญ อื่น ๆ ของกองพล เมื่อปฏิบัติงานจาก ทก. เคลื่อนท่ีทำการติดต่อกับส่วนต่าง ๆ ของกองพลซึ่งต่อ อยูก่ ับระบบการสอ่ื สารพ้นื ทขี่ องกองพล SB-22, ETE-S รูปท่ี 7-8 แบบการใช้ระบบสนธวิ ิทยุ – สาย

7-33 4) เพื่อเป็นการจดั ตั้งบรกิ ารโทรศัพท์ขั้นตน้ จากระบบการส่อื สารพ้ืนท่ีของกองพลไปยัง หน่วยใช้ 5) ใช้ทำการสื่อสารเป็นคำพูดระหว่างหน่วยรบเคล่ือนท่ีในพื้นที่ส่วนหน้าของกองพล หน่วยสนบั สนนุ ทางการส่งกำลังบำรุงของกองพลในพืน้ ทส่ี ว่ นหลงั 6) ใช้ทำการสื่อสารระหว่างเคร่ืองบินทหารบกท่ีบินต่ำ ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอยู่ห่างไกล จากพ้ืนท่ีกองพลกับทางวิ่งสำรองของหน่วยควบคมุ การบินซ่ึงเชื่อมโยงอยู่กับระบบการส่ือสารพื้นท่ี ของกองพลในเมื่อไมอ่ าจจะทำการตดิ ต่อโดยตรงไดด้ ว้ ยวิทยุ FM 7) ใช้ทำการส่ือสารระหว่างผู้ควบคุมอากาศยานหน้าและเครื่องมือส่ือสารของ นายทหารติดตอ่ อากาศ เมอื่ เคร่ืองสื่อสารเหลา่ นัน้ เชื่อมโยงอยกู่ ับระบบการส่ือสารพืน้ ทข่ี องกองพล 8) เพื่อให้ผู้บังคบั บัญชาและฝา่ ยอำนวยการทำการติดต่อกบั หน่วยรองและหน่วยเหนือ ไดต้ ามตอ้ งการในระหวา่ งท่มี ีการเคล่ือนยา้ ย ทก. 9) ใช้เช่ือมโยงระหว่างเคร่ืองสลับสายสองเคร่อื งและใชเ้ ช่ือมต่อทางสายท่ขี าดระหว่าง หน่วย 10) ใชท้ ำการสื่อสารในระหว่างข้ามลำนำ้ ข. ณ ระดับกองทัพน้อย สถานีวิทยุเคล่ือนท่ีจัดให้มีเคร่ืองมือสื่อสารสนธิวิทยุ-สายที่ศูนย์ การสอื่ สารประจำทีบ่ ัญชาการหลกั และสำรองของกองทพั น้อย วงจรทางสายจากแตล่ ะสถานีตอ่ ตรง กับชุมสายกลางโทรศพั ทข์ องศูนย์การสญั ญาณพื้นที่ของกองทัพซึง่ สถานนี ัน้ ๆ ต้งั อยู่ ค. ณ ระดับกองทัพจะมีอุปกรณ์วิทยุ-สาย ณ ศูนย์การส่ือสารหน้าของกองทัพแต่ละแห่ง สถานีวิท ยุ –สายของกองทัพจะใช้งานในลักษณ ะคล้ายคลึงกับสถานีสนธิ วิท ยุ–สายของกองพล (ดขู ้อ ก.) 3. ระบบ Interconnect เป็นการเชื่อมตอ่ เคร่อื งมือท่ีใช้ในการติดต่อส่ือสารหลายรูปแบบให้สามารถติดต่อกันได้แม้ จะเป็นเครื่องมือท่ีต่างแบบต่างชนิด หรือย่านความถี่ท่ีต่างกัน เป็นโครงข่ายที่ยืดหยุ่นเพ่ือเชื่อมต่อ ระหว่างเคร่ืองมือการติดต่อส่ือสารชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วย Radio, Mobile Phone, Satellite และระบบตู้ชุมสาย โดยเปน็ การใช้งานที่เพมิ่ เติมจากระบบเดิมทม่ี ีอยคู่ อื RWI ทสี่ ามารถเชอ่ื มต่อกัน ได้เพียงวิทยุและตู้ชุมสายเท่านั้น ซึ่งระบบ Interconnect ทำหน้าที่เสมือนโครงข่ายเชื่อมการ ส่ือสารทางเสียงระหว่างวิทยุทางทหาร, วิทยุเชิงพาณิชย์, การส่ือสารบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต, โทรศัพท์ ลักษณะการติดต่อส่ือสารที่หลากหลาย ท้ังการตดิ ต่อระหวา่ งบุคคลถึงบุคคลไปจนกระทั่ง การประชุมเครอื ข่ายหลายเครอื ขา่ ย ทำใหว้ ิทยุท่ตี ่างย่านความถี่ทใ่ี ช้งานไมว่ า่ จะเปน็ HF, VHF และ

7-34 UHF ที่แม้จะมีการปรุงคลื่นที่ต่างกัน ก็สามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ ในปัจจุบันนี้อุปกรณ์ Interconnect มีใช้งานแตย่ งั ไม่แพร่หลายมากนกั (รูปที่ 7-9) โดยในการเช่ือมต่อท่ีมีการใช้งานแพร่หลายทางทหารคือการนำวทิ ยุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใน ระบบ FM หรือ ระบบ AM มาทำการเช่ือมต่อเข้ากับระบบ Interconnect แล้วเช่ือมอุปกรณ์อื่น เช่นโทรศัพทส์ นามหรือวิทยุทางพลเรอื น เข้ากบั ระบบ Interconnect อีกด้าน เพื่อทำการเชือ่ มต่อ อุปกรณ์ท่ีต่างชนิด ต่างแบบ ให้สามารถสนทนากันได้ โดยประโยชน์ท่ีได้รับมากท่ีสุดคือการเพ่ิม ระยะทางในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งได้จากเคร่ืองมือส่ือสารที่มีระยะไกลนำมาใช้ต่อกับระบบวิทยุท่ีมี ระยะใกล้ เละเพ่ือลดปัญหาในการทำงานของระบบการติดต่อส่ือสารซ่ึงใช้เคร่ืองมือท่ีต่างแบบต่าง ยี่หอ้ ทม่ี ใี ช้ในกองทัพบก รปู ที่ 7-9 การใชร้ ะบบ Inter Connect ในการเช่ือมตอ่ กับอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ

8-1 บทท่ี 8 การปฏิบตั ิงานทางวิทยภุ ายใต้สภาพผดิ ปกติ ตอนท่ี 1 กลา่ วนำ 1. กลา่ วทว่ั ไป สภาพภูมิประเทศที่ผิดปกติ และลมฟ้าอากาศท่ีร้ายแรงมีผลอันสำคัญต่อการส่ือสารทาง วทิ ยุ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุให้พนักงานวิทยุจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปจากเทคนคิ ของการทำงานปกติ 2. เจ้าหนา้ ที่ และเคร่อื งมือ ก. เจ้าหน้าที่วิทยุซ่ึงจะต้องใช้เคร่ืองวิทยุภายใต้สภาพภูมิประเทศผิดปกติ และลมฟ้า อากาศที่ร้ายแรงนั้น ควรจะได้รับการฝึกเป็นพิเศษเพ่ือเตรียมตัวให้สามารถใช้เคร่ืองวิทยุภายใต้ สภาพน้ัน ๆ ได้ นอกจากน้ัน เจ้าหน้าที่ควรจะได้รบั การฝึกให้ทราบถึงวิธที ี่จะช่วยตนเองได้ภายใต้ สภาพลมฟ้าอากาศท่ีรา้ ยแรงอีกด้วย ข. เครอื่ งวิทยทุ ่ีจะต้องใช้ในสภาพอากาศอันร้ายแรงนัน้ อาจจะตอ้ งดัดแปลงและบำรุงรักษา ให้มากกว่าปกติ ความต้องการในการดดั แปลง และบำรุงรกั ษาดงั กล่าวนี้มปี รากฏอยู่ในคู่มอื ประจำ เคร่อื งแล้ว ตอนที่ 2 การสอ่ื สารทางวทิ ยุในปา่ ทบึ 1. กล่าวทว่ั ไป การสื่อสารทางวทิ ยุมคี วามจำกดั อยา่ งมากด้วยตน้ ไมใ้ นป่าทบึ ก. รัศมกี ารทำงานของเครอ่ื งวทิ ยุทางยุทธวธิ ีระยะใกล้หรือกำลงั ส่งต่ำในปา่ ทึบน้ัน ย่อมทำ ให้ระยะการติดต่อส่ือสารลดลงจากเดิม ร้อยละ 10 ถึง ร้อยละ 60 ของรัศมีการทำงานในพ้ืนโล่ง หรือท่ีเปน็ ป่าโปร่ง ข. เนอื่ งจากการขนส่งไม่สะดวก ฉะนน้ั จงึ มักจะใช้วิทยุกำลงั ส่งสูงเฉพาะในเขตหลังเท่านั้น หรือใช้ ณ ที่ตั้งซ่ึงอยู่ใกล้ชิดถนน ทางเดิน หรือทางน้ำ ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับความหนาแน่นและความช้ืน ของป่าไม้ ค. เคร่ืองวิทยุสนามในป่าทึบจะต้องระมัดระวัง ดูแลรักษาเป็นอย่างมาก เน่ืองจาก ความรอ้ น ความชนื้ เชื้อรา หรอื ตวั แมลง ทำใหเ้ กดิ การชำรดุ เสียหายได้

8-2 2. การสอ่ื สารระยะไกล การสื่อสารทางวทิ ยุระยะไกลในป่าทึบ กระทำได้เฉพาะเมื่อสายอากาศยกข้ึนเหนือป่าทึบที่ อยู่รอบ ๆ (หรือใช้สายอากาศแบบ NVIS) เม่ือตั้งสายอากาศในลักษณะดังกล่าวแล้ว การส่ือสาร ระยะไกลก็คงเหมือนกนั กับท่ีใช้ในการปฏบิ ตั ทิ างทหารอ่ืน ๆ 3. การสอ่ื สารแบบเสน้ สายตา (Line of Sight) เม่อื ไม่สามารถจะสง่ คล่นื พ้ืนดนิ ความถส่ี งู ในปา่ ทึบไดก้ ใ็ หใ้ ชก้ ารสอ่ื สารแบบเสน้ สายตา 4. การติดตงั้ ก. จะต้องตั้งสายอากาศวิทยุให้ถูกต้องเพ่ือให้มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม ข้อพิจารณาทางทหารอาจต้องการให้ใช้ท่ีตั้งแห่งอื่นมากกว่าที่ตั้งสายอากาศที่ดีท่ีสุด กฎเกณฑ์ ดังต่อไปน้ีใชเ้ ป็นแนวทางที่มปี ระโยชน์เมื่อตั้งสายอากาศวิทยุเพ่อื ปรับปรงุ การสื่อสารทางวิทยุในป่า ใหด้ ขี ึน้ 1) ควรตั้งสายอากาศไว้บนเนนิ เขาทอี่ ยเู่ หนอื ภมู ปิ ระเทศ และปา่ ทึบโดยรอบ 2) สายอากาศควรตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้งชายป่าด้านไกลจากคู่สถานี ที่โล่งแจ้งน้ันควรจะ หา่ งจากสายอากาศอยา่ งน้อยหนง่ึ ร้อยหลาในทศิ ทางที่หันไปยงั คู่สถานี 3) สายอากาศบังคับทิศควรจะหันไปในทางส่งท่ีเป็นเส้นตรง เมื่อมีต้นไม้ในป่าทึบมา ขวาง หรอื ภูมปิ ระเทศขวางกนั้ เสน้ ทางสง่ ที่เปน็ เส้นตรง กใ็ ห้หันสายอากาศออกนอกทางเลก็ นอ้ ย 4) ควรต้ังสายอากาศให้สูงเท่าท่ีจะทำได้ ในเม่ือที่ต้ังสายอากาศนั้นอยู่ข้างหลังภูมิ ประเทศที่กำบังโดยตรง เม่ือกระทำได้ให้ตรึงเครื่องวิทยุไว้กับยอดไม้ และทำงานด้วยการใช้เคร่ือง ควบคุมระยะไกล การรัง้ สายอากาศใหเ้ อนมาข้างหลงั เลก็ น้อยกจ็ ะช่วยให้หลีกเล่ยี งส่งิ ขัดขวางได้ 5) ไม่ควรตง้ั สายอากาศในหุบเขาแคบ ๆ หรอื ระหวา่ งสนั เขา หรือระหว่างช่องทางของ ปา่ สูงทบึ 6) ควรจะวางสายเคเบ้ิล และหัวต่อสายอากาศให้ห่างจากพื้นดินเพื่อลดผลเสียจาก ความชื้นเชื้อรา และแมลงต่าง ๆ สายเคเบ้ิลไฟฟ้า และสายโทรศัพท์ท้ังปวงก็ควรจะกระทำ เชน่ เดยี วกนั ด้วย 7) ระบบสายอากาศท่ีสมบูรณ์ เช่น สายอากาศพ้ืนดินเทียม (GROUND PLANE) และ สายอากาศข้ัวคู่ (DIPOLE) ยอ่ มจะใหผ้ ลดีมากกว่าสายอากาศแบบแส้ ซึง่ มีความยาวไม่เตม็ ช่วงคล่นื 8) พันธุ์ไม้โดยเฉพาะเม่ือเปียกชื้นก็จะมีลักษณะเหมือนสายอากาศท่ีมีข้ัวในทางดิ่ง (WHIP) และจะดูดซึมสัญญาณวทิ ยทุ ี่มีขั้วในทางด่ิงไดม้ าก เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกใชส้ ายอากาศที่ มขี วั้ ในทางระดับ (DIPOLE) จะดกี ว่า

8-3 ข. ที่ตงั้ ควรจะแผ้วถางปา่ ให้ห่างจากที่ตงั้ ของสายอากาศ สายอากาศท่ีแตะกบั ใบไม้กงิ่ ไม้ก็ จะทำให้สญั ญาณวิทยลุ งสู่พืน้ ดินไดโ้ ดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในช่วงฤดฝู น ค. ท่ีพักกำบัง เมื่อไม่มีตู้ประทุนเคลื่อนท่ีก็ให้ใช้กระโจมหรือเพิงเพ่ือเป็นท่ีพักกำบังของ สถานีวิทยุ ควรจะยกพ้ืนขึ้นในที่พักกำบังเหล่าน้ีด้วย เพื่อยกเครื่องวิทยุให้พ้นห่างจากพื้นดินท่ีช้ืน แฉะ และพ้นจากความชื้น เช้ือรา และแมลงต่าง ๆ ด้วย ท่ีพักกำบังเหล่านี้ควรสร้างให้มีอากาศ หมุนเวียนรอบ ๆ เครือ่ งวิทยุทต่ี ้ังอยู่ 5. การปฏบิ ัติงาน ฝน ความรอ้ น เชอื้ รา และแมลงในเขตร้อนเหล่านี้ จะก่อให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ในการทำงาน ของเคร่ืองวิทยุได้ เน่ืองจากการทำงานของเครื่องวิทยุท่ีให้ได้ผลดีในป่าทึบน้ันขึ้นอยู่กับการฝึก การพนิ จิ พิเคราะห์ และความพากเพยี รของพนกั งานวทิ ยเุ ปน็ รายบคุ คล 6. การบำรงุ รักษา เน่ืองจากความช้ืน และเชื้อรา ทำให้การซ่อมบำรุงเครื่องวิทยุในอากาศเขตร้อนมีความ ยากลำบากมากกว่าในสภาพอากาศของเขตอบอุ่น ความช้ืนสัมพัทธ์สูงทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็น หยดน้ำบนเคร่ืองมือ เหตุการณเ์ ช่นน้ีจะเกดิ ขนึ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุณหภมู ิของเคร่อื งวทิ ยุลดต่ำ กว่าอุณหภูมิของอากาศที่อยู่รอบ ๆ เพื่อลดสภาพเช่นนี้ให้น้อยที่สุด จึงควรเปิดเครื่องวิทยุไว้ ตลอดเวลา หรอื วางหลอดไฟฟ้าเปิดท้งิ ไวใ้ กล้ ๆ กบั เครอ่ื งกไ็ ด้ ตอนที่ 3 การสือ่ สารทางวทิ ยุในพน้ื ท่เี ปน็ ภูเขา 1. ขดี จำกดั การติดตั้ง การปฏิบัติงาน และการซ่อมบำรุงเครื่องวิทยุในพ้ืนท่ีเป็นภูเขานั้นมีความ ยากลำบาก ฉากภูมิประเทศที่กำบัง ความเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว และความรุนแรงของดินฟ้า อากาศ ตลอดจนอุณหภูมิมักจะรบกวนการส่ือสารที่กระทำต่อเน่ืองกัน ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ การรักษาเครื่องวทิ ยุและ หม้อไฟฟ้าแห้ง (DRY BATTERY) ให้ทำงานและไม่ให้มไี อน้ำมาเกาะเคร่ือง 2. การตดิ ต้ัง ก. ควรจะหันสายอากาศบังคับทิศออกนอกทางเพียงเล็กน้อย เมื่อมีภูเขาสูงขวางทางส่ง ข่าวที่เป็นเส้นตรงอยู่

8-4 ข. ควรจะใช้หุบเขา หรอื ชอ่ งวา่ งเปน็ ทางส่งข่าวระหว่างภเู ขา ค. เม่ือต้ังสถานีวิทยุอยู่ตรงหลังภูเขาสูงซึ่งขวางก้ันอยู่ ก็ควรต้ังสายอากาศไว้บนท่ีสูงสุด เท่าที่จะกระทำได้ ง. ควรจะยกเคเบิ้ลสายอากาศให้สูงเหนือพื้นดิน เพ่ือให้เป็นท่ีแน่ใจว่าจะไม่ถูกหิมะกลบ หรือแขง็ ตัวตดิ กบั พื้นดนิ เรอ่ื งนี้กใ็ หป้ ฏิบัตติ ่อเคเบลิ้ โทรศัพท์ และเคเบล้ิ ไฟฟา้ รวมดว้ ย จ. จดุ ตอ่ สายอากาศ และข้อตอ่ สายเคเบิ้ลควรจะวางให้พ้นหมิ ะ และน้ำ ฉ. ในระหว่างฤดูหนาวจะต้องจัดท่อนเสาอากาศท่ีเป็นโลหะและเคเบิ้ลสายอากาศอย่าง ระมัดระวัง เพราะว่ามนั จะเปราะในอณุ หภมู ิต่ำ ๆ ช. เม่ือพืน้ ดนิ เยน็ แขง็ ควรจะติดต้ังสายดนิ เทียมใหแ้ ก่สายอากาศ ซ. ควรจะตั้งสายอากาศบนยอด หรือท่ีราบด้านหน้าของภูเขา ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะให้มี ความสงู มากพอท่ีจะใหท้ างส่งเป็นเส้นสายตา ฌ. ระบบสายอากาศท่ีสมบูรณ์ เช่น ระบบพื้นดินเทียมหรอื ขั้วคู่ (GROUND PLANES OR DIPOLE) ยอ่ มจะให้ผลมากกว่าสายอากาศแบบแส้ซ่ึงมีความยาวไม่ถึงช่วงคลื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เม่อื ปฏิบตั ิการอยูบ่ นพ้นื ดนิ ท่มี หี มิ ะหรือเยอื กแข็ง ญ. การใช้สถานีวิทยุบนพ้ืนที่เป็นภูเขาย่อมจะให้การส่ือสารไปได้ไกลกว่ารัศมีการทำงาน ของคลน่ื พืน้ ดิน 1) เคร่อื งวิทยปุ ลายทางควรจะตง้ั อย่บู นยอดสูงสุดเพอ่ื ให้สง่ ขา่ วเป็นเสน้ สายตาได้ 2) ในการแก้ปัญหาการสื่อสารพิเศษนั้น อาจใช้เครื่องบินเพ่ือส่งต่อข่าวระหว่างสถานี วทิ ยุต่างๆ ซ่ึงไม่อาจสือ่ สารระหวา่ งกนั และกันได้ 3) สถานีวิทยุส่งต่อซ่ึงตั้งอยู่ ณ ตำบลสำคัญ ๆ จะทำให้สถานีปลายทางมีการส่ือสาร ทางวิทยุระหว่างกันได้ การกระทำเช่นน้ีลดความยาวของช่วงต่อวิทยุแต่ละแห่ง และลดอัตราส่วน การรบกวนต่อสัญญาณลงด้วย อย่างไรก็ตามการใช้สถานีส่งต่อหลายสถานี ย่อมจะเพิ่มจำนวน เครื่องท่ีต้องใช้ จำนวนเคร่ืองวิทยุที่เพ่ิมข้ึนนี้ ย่อมจะทำให้เกิดความลำบากในการขนส่ง และเกิด ความต้องการช่างเทคนิคและเจ้าหน้าท่ีพิเศษขึ้นอีกมาก เพื่อใช้ในการติดตั้งปฏิบัติงานบำรุงรักษา และซ่อมเคร่อื งวิทยุ

8-5 ตอนท่ี 4 การส่ือสารทางวทิ ยใุ นภูมิประเทศทเ่ี ป็นเมือง 1. กลา่ วท่ัวไป ก. การส่อื สารทางวทิ ยุในภมู ปิ ระเทศท่ีเปน็ เมอื ง มีปญั หาบางอย่างคลา้ ยคลึงกบั การส่ือสาร ทางวิทยุในพ้ืนท่ีเป็นภูเขา ซึ่งมีอุปสรรคขัดขวางการส่งของคลื่นวิทยุ ปัญหาการนำไฟฟ้าที่ไม่ดี เน่ืองจากสิ่งปลูกสร้าง และการแทรกแซงของสนามแม่เหล็กที่เกิดจากทางเดินของพลังงานไฟฟ้า จากสายไฟฟ้าเชิงพาณชิ ย์ ข. วิทยุระบบ VHF ไม่ได้มีประสิทธิภาพในพื้นท่ีที่เป็นเมือง แหล่งจ่ายไฟ และความถ่ี ในการทำงานของชุดวิทยุเหล่านี้ต้องการเส้นแนวสายตา (Line of Sight) ระหว่างเสาอากาศ ซ่ึง เสน้ แนวสายตาในระดับถนนไมส่ ามารถใช้ไดใ้ นพื้นทีใ่ นเมอื ง ค. วิทยุระบบ HF ถึงแมว้ ่าวทิ ยรุ ะบบน้ีไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งพ่ึงพาเสน้ แนวสายตา (Line of Sight) เพราะความถ่ีท่ีใช้งานต่ำกว่า และกำลังออกอากาศมากกว่า แต่ชุดวิทยุระบบน้ีไม่ได้มีไว้ใช้งาน สำหรบั หน่วยทหารขนาดเล็ก 2. การปฏิบตั ิ ก. เพ่ือทจ่ี ะแก้ปัญหาเหล่านี้ สัญญาณวทิ ยรุ ะบบ VHF (ต้นแบนดถ์ งึ กลางแบนด์) จะตอ้ งใช้ สถานีส่งต่อในรูปแบบการแพร่คลื่นไปในอากาศ โดยหาวิธีการท่ีมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งหาก ต้องการใช้สถานีส่งต่อ เสาอากาศที่ใช้ควรจะต้องถูกซ่อนไว้ หรือให้กลมกลืนกับส่ิงแวดล้อมด้วย เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถตรวจการณ์พบแล้วอาจทำลายได้ เช่น หอคอยส่งน้ำ เสาอากาศพล เรอื น หรือเสาไฟฟา้ ทมี่ อี ยู่ ข. กรณีท่ีไม่สามารถใช้สถานส่งต่อได้ สัญญาณวิทยุระบบ VHF ควรใช้ย่านปลายแบนด์ ไปจนถึงย่านความถี่ของระบบวิทยุ UHF ด้วยคุณสมบัติของการทะลุทะลวงในพ้ืนที่คอนกรีต ตามคณุ ลกั ษณะของคลนื่ ความถีส่ ูง 3. ข้นั ตอนต่อไปนี้ควรดำเนินการภายในภูมปิ ระเทศท่ีเป็นเมอื ง ก. จอดรถทต่ี ดิ ต้ังชดุ วิทยไุ วภ้ ายในอาคารสำหรบั การกำบัง ข. ปกปดิ อปุ กรณว์ ทิ ยทุ ต่ี ดิ ตง้ั ภายในอาคาร (ในชน้ั ใตด้ นิ ถ้าม)ี ค. วางเคร่ืองกำเนดิ ไฟฟา้ กบั อาคารหรอื ใตเ้ พงิ เพอ่ื ลดเสียงรบกวน ง. การระบายอากาศตอ้ งเพียงพอ เพอื่ ปอ้ งกนั การสะสมความรอ้ นของเครอื่ งกำเนิดไฟฟา้

9-1 บทท่ี 9 การแบ่งมอบ และการกำหนดความถวี่ ิทยุ (RADIO FREQUENCY ALLOCATION AND ASSIGNMENT) ตอนที่ 1 การควบคมุ ความถี่ปฏิบตั งิ านของวิทยุ 1. การรบกวน ถ้าหากว่าเครื่องวิทยุท้ังหมดในกองพล พยายามปฏิบัติงานด้วยความถ่ีขนาดเดียวกัน หรือด้วยความถ่ีซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเลือกตามใจชอบแล้ว หากกระทำได้ก็ไม่เหมาะอย่างยิ่ง เมื่อมีเครื่องส่งวทิ ยุหลายเคร่ืองปฏิบัติงานอยู่ในเวลาเดยี วกันด้วยความถช่ี ่องเดียวกัน สถานีรับก็จะ ได้รับสัญญาณผิดเพ้ียน และอ่านไม่ได้ความ การรบกวนแบบนี้อาจเกิดข้ึนได้ง่ายระหว่างสถานี ในข่ายท่ีจะต้องปฏิบัติงานด้วยความถ่ีเดียวกัน โดยปกติแล้ว สบข.อาจจะลดการรบกวนลงให้น้อย ท่สี ดุ ได้โดยการใช้ระเบียบการส่งในขา่ ยขึน้ เนื่องจากคล่ืนวทิ ยบุ างคลืน่ ไปไดร้ อบทิศ และไกลหลาย ไมล์ ฉะนั้นการรบกวนโดยไม่เจตนาต่อข่ายอื่น ๆ อาจเกิดขึ้นได้ง่าย เวน้ ไว้แต่การส่งข่าวของสถานี ท้ังหมดมกี ารควบคุมอยา่ งเขม้ งวด และได้เลอื กความถ่ที ใ่ี ช้งานอย่างรอบคอบ 2. การใชค้ ล่ืนความถ่ี การจัดโดยอุดมคติเพื่อให้การส่ือสารทางวิทยุปราศจากการรบกวนน้ัน คือ การกำหนด ความถ่ีท่ีใช้งานขนาดต่าง ๆ กันให้แกข่ ่ายวิทยแุ ต่ละข่าย แต่ทวา่ จำนวนช่องความถ่ีที่มีอยู่นั้นจำกัด เพยี งแต่ส่วนน้อยของเคร่อื งความถ่วี ิทยทุ ่ีเหมาะแก่การสอ่ื สารดว้ ยวทิ ยทุ างยุทธวธิ ี ส่วนท่ีใช้งานน้ัน ก็ยังจำกัดอีก เพราะว่าช่องความถี่วิทยุแต่ละช่องก็มีแถบความถี่หลาย ๆ ความถ่ีแทนที่จะเป็น ความถ่ีเดียว สัญญาณวิทยุโทรเลขหรือวิทยุโทรพิมพ์ใช้คลื่นความถี่ 1 kHz ซึ่งวิทยุเป็น คำพูด AM น้นั ใช้ 10 kHz ช่องวิทยเุ ป็นคำพดู FM ใช้ 50 ถงึ 100 kHz ปัจจุบนั ใช้แค่ 25 kHz และ อาจปรับลดลงไปถึง 12.5 kHz หรือ 6.25 kHz ส่วนช่องวิทยุโทรทัศน์ต้องการถึง 6,000 kHz ใน ช่องวา่ งของเครอ่ื งความถนี่ ัน้ นอกจากจะมีสญั ญาณวิทยุอยู่เต็มแล้ว ยังตอ้ งแยกช่องว่างช่องความถ่ี วิทยขุ ้างเคียงอกี ดว้ ย ทัง้ นเ้ี พือ่ ลดการรบกวนระหวา่ งกนั อันอาจเกดิ ขนึ้ ไดใ้ หน้ อ้ ยทส่ี ดุ 3. สภาพทางยุทธวธิ ี นอกจากข้อพิจารณาในทางเทคนิคที่ใช้ในการเลือกและควบคุมช่องความถี่อันจำเป็นแล้ว สภาพทางยุทธวิธียังอาจต้องการให้มีการควบคุมความถี่วิทยุอีกด้วย ดังน้ันจึงต้องกำหนดตาราง ความถีท่ ่ีใช้งานใหแ้ กแ่ ต่ละสถานี ทง้ั จะตอ้ งจัดให้มคี วามถ่ีสำรองขน้ึ บ่อย ๆ เพือ่ ใช้ในเม่อื ความถ่เี ดิม

9-2 ปฏิบัติงานไม่ได้ เพราะมีการรบกวนตามธรรมชาติหรือมีการก่อกวนจากข้าศึก เน่ืองด้วยเหตุผล ทางการรักษาความปลอดภยั บางครั้งจำเป็นตอ้ งกำหนดความถีใ่ หม่ขึ้นทุก ๆ วัน ตอนที่ 2 การกำหนดความถ่วี ทิ ยุ 1. ระเบียบปฏบิ ตั ิท่ัวไป เพ่ือลดความสับสนอนั เกดิ จากการไมเ่ ข้มงวดกวดขันในการควบคมุ ความถี่ จึงทำให้ผบู้ ังคับ ทหารสื่อสารของกองทัพควบคุมการกำหนดความถี่ทั้งสิ้นในยุทธบริเวณ ผู้บังคับทหารส่ือสารของ กองทัพจะกำหนดช่องความถโี่ ดยเฉพาะ ใหแ้ กข่ ่ายวทิ ยุแตล่ ะข่ายภายใตก้ ารควบคุมโดยตรงของตน ตอ่ จากนั้น หน่วยรองหลักของกองทพั แต่ละหน่วย กจ็ ะไดร้ บั การแบง่ มอบความถี่เป็นกลมุ่ หรือเป็น บัญชีรายการ จากความถี่เหล่าน้ีเอง หน่วยรองก็อาจไปกำหนดความถี่โดยเฉพาะให้แก่ข่ายวิทยุ ซ่ึงอยู่ในความควบคุมโดยตรงของตน กรรมวิธีการแบ่งมอบบัญชีรายการความถ่ี จะคงดำเนิน เรื่อยไปผ่านกองบัญชาการกองทัพน้อยจนถึงกองบัญชาการกองพล โดยทั่วไปแล้วผู้บังคับทหาร ส่อื สารของกองพล จะกำหนดความถโ่ี ดยเฉพาะใหแ้ กห่ นว่ ยรองหลายหนว่ ยในกองพล อยา่ งไรกต็ าม ผบ.ส.พล. อาจจะแบ่งย่อยรายการช่องความถี่ FM ให้แก่กองพันทหารราบแต่ละกองพัน ซ่ึงต่อจากน้ัน กองพันก็อาจกำหนดช่องความถ่ีจำนวนหนึ่ง สำหรับใช้ภายในแต่ละกองร้อย เนื่องจากรัศมีการทำงานของเครื่องวิทยุสนาม (COMBAT RADIO SET ) ค่อนข้างสั้นมาก ดังนั้น อาจกำหนดความถี่ซำ้ ๆ กันใหแ้ ก่กองร้อยตา่ ง ๆ ซงึ่ อยหู่ ่างกนั เกนิ กว่า 1 ไมล์ได้ การกำหนดความถ่ี วิทยุนัน้ มปี รากฏอย่ใู น นปส. ของกองบัญชาการซง่ึ เปน็ ผูก้ ำหนดความถใ่ี ห้ 2. ข้อพิจารณาเบือ้ งต้น ก. การกำหนดความถ่ีโดยอุดมคติ ก็คือ การกำหนดซึ่งอำนวยให้ข่ายวิทยุแต่ละข่าย สามารถปฏิบัติการด้วยความถี่ ซ่ึงได้รับมอบโดยไม่ไปรบกวน หรือถูกรบกวนจากข่ายวิทยุอีกข่าย หนึ่ง เพ่ือให้ได้ผลดังกล่าวนี้ ในข้ันแรกจะต้องกำหนดความถ่ีต่างกันให้แก่ข่ายวิทยุท้ังสิ้น ซึ่งปฏิบัติการอยู่ในรัศมีของการรบกวนซึ่งกันและกัน เรื่องน้ีจะสะดวกขึ้นโดยใช้ระบบการแบ่ง รายการความถ่ีท่ีได้รับเลอื กแล้ว ให้แก่กองบญั ชาการซ่งึ จะเปน็ ผูก้ ำหนดความถซ่ี ำ้ กันแตน่ ้อยทส่ี ดุ ข. ความถวี่ ิทยุซึ่งไดก้ ำหนดใหแ้ ก่ข่ายตา่ ง ๆ ในกองพลน้ันไดจ้ ากบญั ชคี วามถี่ ซง่ึ กองทัพให้ มา บัญชเี หลา่ นจี้ ะมคี วามถี่ และนามเรยี กขานซ่ึงไดร้ บั อนุมัตใิ ห้กองพลเป็นผใู้ ช้

9-3 ค. จากบัญชีความถ่ีซ่ึงได้รบั แบง่ มอบมาน้เี อง ความถีแ่ ละนามเรียกขานอันเหมาะสมจะถูก กำหนดข้ึนให้แก่สถานีวิทยุ และข่ายแต่ละแห่งภายในกองพล การกำหนดเหล่านี้มีปรากฏอยู่ใน นปส. ของกองพล ง. เม่ือทำการกำหนดความถี่ให้แก่ข่ายวิทยุโดยเฉพาะแห่ง จะต้องพิจารณาถึงย่านความถี่ ซึ่งใช้ร่วมกันได้กับเคร่ืองวิทยุต่าง ๆ ท่ีใช้ในข่ายเดียวกัน เพราะฉะน้ันจะต้องไม่กำหนดความถี่ นอกจากความถที่ ีใ่ ช้รว่ มกนั ไดน้ ใ้ี หแ้ กข่ า่ ย ถงึ แมว้ า่ ความถ่ีนนั้ มอี ย่ใู นบญั ชีทไ่ี ดร้ บั แบง่ มอบมาก็ตาม 3. การแยกแถบความถี่ การกำหนดความถ่ีต่าง ๆ ให้แก่ข่ายแต่ละข่ายน้ัน มิได้เป็นเครื่องประกันได้ว่าการ ปฏบิ ตั งิ านจะปราศจากการรบกวนโดยส้นิ เชงิ สัญญาณวิทยนุ นั้ อาจจะมีย่านความถีน่ อ้ ยกวา่ 1 kHz หรืออาจจะมีหลายร้อยกโิ ลเฮริ ตซ์บนหน้าปดั เครื่องรบั กไ็ ด้ เหตุนเี้ องจงึ ตอ้ งแยกความถ่วี ทิ ยขุ า้ งเคยี ง ซ่ึงกำหนดข้ึนนัน้ ใหห้ ่างกันเพยี งพอ ก. แบบของการปล่อยคล่ืน (EMISSION) โดยทั่วไปแล้วการแยกแถบความถ่ีของวิทยุโทร เลข และวิทยุโทรพิมพ์ก็เกือบใกล้เคียงกัน แต่สำหรับการสื่อสารเป็นคำพูดต้องแยกกันให้ห่างมาก ข้ึน ข. แบบของการปรุงคลื่น (AM หรือ FM) เคร่ืองวิทยุ FM ทางยุทธวิธีต้องการแถบความถ่ี 5 kHz สำหรับแต่ละช่องส่วนเคร่ืองวิทยุ AM น้ัน ต้องการแถบความถี่ 10 kHz สำหรับแต่ละช่อง การแยกช่องความถีท่ ีใ่ กล้เคยี งกนั ของวิทยุ FM จะต้องให้มากกวา่ ของวิทยุ AM ตามส่วนสัมพันธ์ ค. เสถียรภาพของความถ่ีและความเท่ียงตรงของเครื่องส่ง การปรับเทียบเครื่องส่งวิทยุ สนามส่วนมากน้ันมักจะไม่เทย่ี งตรง นอกจากนั้นความถี่ซ่งึ เกิดจากเครื่องกำเนิดความถี่ในตัวเคร่อื ง ส่งก็มักจะเปลี่ยนหรือเคล่ือนไป เพื่อลดความไม่มีประสิทธิภาพอันเกิดจากการปฏิบัติงานด้วย ความถ่ีคลาดเคลื่อนให้เหลือน้อยท่ีสุด สถานีวิทยุสนามส่วนมากจึงต้องรักษาความถี่ที่กำหนดให้ คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 0.01 เปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเช่น การกำหนดความถ่ี 4 MHz ที่อนุญาตให้ เคล่ือนได้ 0.01 เปอร์เซ็นต์จะยอมให้ความถี่ของเคร่ืองส่งเปล่ียนไปได้ สูงหรือต่ำกว่าความถี่ท่ี กำหนดไดเ้ พยี ง 400 Hz ปัจจยั อนั นี้เปน็ ผลกระทบต่อการแยกชอ่ งความถท่ี ปี่ ฏบิ ัติการใกล้เคียงกนั ง. กำลังออกอากาศของเครื่องส่ง ระยะทางส่ง และขีดความสามารถในการรบกวนของ เครื่องส่งมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับกำลังออกอากาศตามอัตราของมัน เคร่ืองส่งท่ีมีกำลังสูงอาจจะ กลบเครื่องรับวิทยุในบรเิ วณน้ันได้อย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่จดั ให้มีการแยกความถท่ี ่ีใช้งานใหห้ ่างกันอย่าง เพยี งพอ ด้วยเหตนุ ้ีการใช้กำลงั ออกอากาศแตน่ ้อยท่ีสุดเพียงเทา่ ท่ีให้สามารถสอ่ื สารกนั ได้ ซ่งึ มกั จะ ถอื ใหเ้ ปน็ รปจ. ของหน่วย

9-4 จ. การแยกข่ายต่าง ๆ ให้ห่างกัน สัญญาณวิทยุเม่ือได้รับจากสถานีไกล ๆ อาจจะคลุม หน้าปัดเคร่ืองรับเพียงไม่ก่ี kHz แต่เม่ือรบั ด้วยเคร่อื งรับซ่ึงอยู่ใกล้ ๆ สัญญาณอันเดียวกันตามปกติ จะคลุมแถบความถไ่ี ดก้ วา้ งขวางมากกว่า เนื่องจากการรบกวนชอ่ งความถขี่ ้างเคียงเกดิ ขน้ึ เมือ่ สถานี ต่าง ๆ ต้ังอยู่ใกล้กันมาก จึงต้องจัดแยกความถี่ท่ีใช้งาน ซึ่งกำหนดให้แก่สถานีของข่ายต่าง ๆ ท่ีต้ัง อยู่ในทีบ่ ญั ชาการเดยี วกันให้อยหู่ า่ งกนั มาก ๆ 4. แนวทางปฏิบตั ิโดยทวั่ ไปสำหรบั การกำหนดความถ่ใี นข้นั ตน้ ก. ปัจจยั ต่าง ๆ ดังที่ได้วางไว้ในข้อก่อนนั้น แสดงว่าอาจจะเปล่ียนแปลงการแยกความถ่ีท่ี ใช้ปฏิบัติงานให้ห่างกันในลักษณะต่าง ๆ ได้ เพ่ือสงวนคล่ืนความถ่ีที่ใช้งานไว้ จึงเป็นส่ิงสำคัญท่ี จะต้องให้มีการแยกความถ่ีห่างกันแต่น้อยที่สุด การกำหนดความถี่วิทยุที่ได้ผลน้ันอาจจะทำได้โดย การอา้ งถงึ แผนภมู กิ ารพยากรณค์ ลนื่ พื้นดนิ ระยะสั้น และคลนื่ ไฟฟา้ ข. การกำหนดความถี่ขั้นตน้ อาจจะไมส่ ู้เป็นผล จึงตอ้ งมีการปรับปรุงเสยี ใหม่ ตัวอย่างเช่น อาจต้องการให้เปลย่ี นแผนขน้ั ต้นเมอื่ ความถ่ีทใ่ี ช้งานตรงกับความถที่ ี่ข้าศกึ ใช้ รฐั บาลฝา่ ยเดยี วกนั ใช้ หรือองค์แทนฝ่ายการพาณิชย์เป็นผู้ใช้ ซ่ึงก่อให้เกิดการรบกวนในระบบการสื่อสารข้ึน นอกจากน้ัน การรบกวนอาจจะเกิดข้ึนจากความถ่ีคลื่นทบทวี (HARMONIC) ของเครื่องส่งดังกล่าวนั้น รวมทั้ง เคร่ืองส่งของเราเองด้วย คล่นื ทบทวี (HARMONIC) นั้นคือความถซ่ี ่ึงเป็นผลทวคี ูณของความถี่ซ่ึงได้ กำหนดข้ึนหรือความถ่ีมูลฐาน ตัวอย่างเช่น ความถ่ีกำหนดข้ึนเป็น 4 MHz อาจจะปล่อย สญั ญาณ HARMONIC ออกรบกวนได้ท่ี 8 MHz, 12 MHz, 16 MHz ฯลฯ ผลทวีคณู ของความถีม่ ลู ฐานเหลา่ นเ้ี รียกวา่ คลน่ื ทบทวี (HARMONIC) ที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ ค. มีหลายโอกาสที่ไม่อาจจะจัดความถี่วิทยุให้ข่ายวิทยุทั้งหมดในกองพล โดยไม่เกิดการ รบกวน ในกรณีเช่นน้ันก็จำเป็นต้องระงบั ข่ายวิทยุบางส่วน เพื่อให้ขา่ ย และสถานีซง่ึ มีความเรง่ ด่วน สงู ที่สุดทำงานตอ่ ไป

10-1 บทที่ 10 การกอ่ กวน ตอนท่ี 1 กล่าวนำ 1. กล่าวทัว่ ไป ก. การรับสัญญาณวิทยุมักจะกระทำไม่ได้ เนื่องจากเคร่ืองรับถูกรบกวนจากสัญญาณซ่ึง ไม่ต้องการ การรบกวนเช่นนั้นอาจจะเกิดด้วยการเจตนา (จากแหล่งซึ่งไม่ใช่ฝ่ายเดียวกัน) หรือไม่ เจตนา (จากแหลง่ ฝ่ายเดียวกัน) การรบกวนด้วยเจตนาน้นั เรียกว่า การก่อกวน (JAMMING) ข. การกอ่ กวนทางวิทยุ คอื การส่งคล่นื วทิ ยเุ พ่ือขัดขวางการรบั ข่าวสารซ่ึงใช้เครื่องรับวิทยุ การก่อกวนใช้เพื่อการขัดขวางการสื่อสารทางวิทยุ จู่โจม ทำให้สับสน และทำให้พนักงานวิทยุหลง ผิด ค. บรรดาความถวี่ ทิ ยุทงั้ หมดนั้น อาจจะถูกก่อกวนไดง้ ่ายและข้าศึกกวนการรับวิทยุ เมอ่ื มี ประโยชน์เพื่อให้บรรลผุ ลเช่นน้ี ข้าศึกก็จะเลือกความถท่ี ี่จะก่อกวนแล้วปรบั คล่ืนเคร่ืองสง่ ใหต้ รงกับ ความถน่ี ัน้ และส่งสญั ญาณแรง ๆ ออกไปเพื่อขดั ขวางการรับสัญญาณทต่ี ้องการของฝ่ายเรา 2. แบบมูลฐานของการก่อกวนทางวิทยุ มีแบบมลู ฐาน 2 แบบ คอื ก. การก่อกวนเปน็ จุด (SPOT JAMMING) คอื การส่งสัญญาณแถบความถแี่ คบเพอ่ื รบกวน ช่องหรอื ความถโ่ี ดยเฉพาะแหง่ หนง่ึ ข. การก่อกวนเป็นฉาก (BARRAGE JAMMING) คือการส่งสัญญาณแถบความถี่กว้าง รบกวนชอ่ งสอื่ สารหลาย ๆ ชอ่ งเทา่ ที่กระทำได้ การก่อกวนเปน็ ฉากอาจจะกระทำได้โดยใชเ้ ครื่องสง่ แถบความถ่แี คบหลาย ๆ เครอ่ื งพร้อม ๆ กัน ต่อความถห่ี รือช่องสือ่ สารทอี่ ยูใ่ กล้เคียง 3. ความแตกต่างระหว่างสัญญาณรบกวนต่าง ๆ มีแหล่งสัญญาณรบกวนอยู่ 2 ชนิด คือ แหล่งภายนอก และแหล่งภายใน ถ้าหากการ รบกวนซ่ึงได้ยินจากเคร่ืองรับ อาจจะขจดั เสียได้หรือลดลงได้ด้วยการตอ่ สายอากาศเครื่องรับลงดิน หรอื ปลดออกแล้ว ก็อาจจะถือว่าการรบกวนน้นั มาจากแหล่งภายนอก ถ้าการรบกวนนน้ั ยงั คงอย่ไู ม่ เปลี่ยนแปลงเม่ือปลดสายอากาศหรือต่อสายอากาศลงดินแล้ว ก็ถือได้ว่าการรบกวนนั้นเกิดจาก เคร่ืองรับและเป็นเคร่ืองบ่งว่าเคร่ืองรับทำงานไม่ปกติ ถ้าหากการรบกวนเกิดจากแหล่งภายนอกก็ จะต้องทำการตรวจต่อไปอีกเพ่อื พจิ ารณาว่าเกิดจากการก่อกวนของข้าศึก หรือเกดิ จากการรบกวน โดยบังเอญิ

10-2 4. ความแตกต่างระหว่างการกอ่ กวน และการรบกวนโดยบงั เอญิ ก. การรบกวนโดยไม่เจตนาจากสถานีวิทยุและเรดาร์ของฝา่ ยเดียวกันเรยี กว่า การรบกวน โดยบังเอิญ การรบกวนนี้อาจจะเกิดขึ้นเม่ือ HAMONIC ของคล่ืนวิทยุท่ีส่งออกไปน้ันรบกวนกับ ความถีอ่ น่ื ๆ ข. การก่อกวนเป็นจุด อาจจะแยกออกจากการรบกวนโดยบังเอิญได้โดยการปรับคล่ืน เคร่ืองรับให้สูงกว่าหรือต่ำกว่าความถ่ีที่ใช้งานตามปกติ 2-3 kHz ถ้าความเข้มของสัญญาณรบกวน ลดลงทันที เมื่อปรับคล่ืนรับออกไปจากความถี่ท่ีปฏิบัติงานอยู่ ก็ถือว่าสัญญาณรบกวนนั้นเกิดจาก การก่อกวนเปน็ จุด ค. เป็นการยากที่จะแยกการก่อกวนเป็นฉาก ออกจากการรบกวนโดยบังเอิญ เนื่องจาก การรบกวนทั้งสองแบบนี้อาจจะขยายกลุ่มย่านการจัดคลื่นของเครื่องรับทั้งหมดหรือเป็นส่วนมาก อย่างไรก็ดีการรบกวนโดยบังเอิญนั้น จะออกจากแหล่งไปได้ในระยะสั้นและการค้นหาตามบริเวณ ใกล้เคียงก็อาจทราบว่าเกิดจากการรบกวนของพัดลมไฟฟ้า มีดโกนไฟฟ้า หรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าใน ลักษณะเดียวกัน การใช้เครื่องรับขนาดเล็กในบริเวณสถานีก็อาจช่วยในการพิสูจน์ทราบได้ ถ้า สัญญาณที่ได้รับน้ันแสดงให้เห็นการเปล่ียนแปลงความแรงของสัญญาณ เมื่อนำเครื่องรับเข้าไป บริเวณรอบ ๆ สถานี การรบกวนนั้นก็อาจจะเป็นการรบกวนโดยบังเอิญของแหล่งในบริเวณ นน้ั เอง โดยกลับกนั ถ้าความแรงของสญั ญาณเปลย่ี นแปลงแตน่ ้อยหรือไมเ่ ปล่ียนแปลงเลย ก็จะบ่งว่า สญั ญาณรบกวนน้ันเป็นการก่อกวนของข้าศึก จะตอ้ งรายงานการรบกวนโดยบังเอิญทันทีและขจัด ใหห้ มดไป ง. การรบกวนโดยบังเอิญอาจจะเกิดขึ้นได้จากการกั้นเคร่ืองรับ (RECEIVER BLOCKING) ความเพ้ียนจากการปรุงคล่ืน (MODULATION SPLATTER) คือการปรุงคล่ืนทางช่วงสูงของ เคร่ืองส่งแรงไป การตัดต่อสวิทช์ไฟฟ้า (CLICKS) การปล่อยคล่ืนแฝง (SPERIOUS RADIATION) จากเคร่ืองส่งของฝ่ายเดียวกันซ่ึงอยู่ใกล้ ๆ พนักงานวิทยุต้องรายงานการรบกวนแบบนี้ต่อหัวหน้า ของตนเพอื่ ทำการแก้ไขทนั ที จ. ต้องรายงานสัญญาณรบกวนซ่ึงพิสูจน์ทราบไม่ได้ต่อกองบังคับการหน่วยเหนือ ทันที ระเบียบปฏิบัติการรายงานนี้ มักจะช่วยใหก้ องบัญชาการต่าง ๆ พจิ ารณาได้ว่ามีการก่อกวน จากฝ่ายข้าศึกอยู่หรือไม่ กองบัญชาการต่าง ๆ อาจจะพิจารณาเร่ืองนี้ได้โดยการเปรียบเทียบ รายงานซึ่งส่งมาจากหลาย ๆ หน่วย ที่เป็นผู้ใช้ความถี่ต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือความถ่ีส่วนใดส่วนหน่ึง โดยเฉพาะ

10-3 5. การพิสจู นท์ ราบสัญญาณกอ่ กวน การพิสูจน์ทราบลักษณะของสัญญาณการก่อกวนอย่างมีระบบ ประกอบกับระเบียบการ ต่อสู้ การก่อกวนอยา่ งถูกตอ้ ง ย่อมจะสงวนเวลาไวไ้ ด้ อาจจะถือไดว้ ่าข้าศึกนนั้ จะพยายามก่อกวนให้ เป็นผลสมบรู ณ์และใช้แบบสัญญาณก่อกวนใหม่ ๆ ท่ีสับสนยิง่ ข้นึ พนักงานวิทยุจะต้องคาดคิดไว้ว่า จะต้องประสบกับการผสมของการปรุงคลื่นแบบเบ้ืองต้นแบบ ใหม่ทั้งหมด และการผสม สัญญาณเสียงแบบแปลก ๆ เช่น เสียงร้องเพลง เสียงดนตรี และเสียงหัวเราะ สัญญาณเหล่านี้จะ ให้ผลเป็นสญั ญาณกอ่ กวนทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล และมกั จะใหผ้ ลทางจติ วิทยาอย่างมากด้วย ก. เป็นการยากท่ีพนักงานวิทยุจะกำหนดการก่อกวน ออกจากการรบกวนแบบอื่น ๆ เพราะฉะน้ัน พนักงานวิทยุจึงควรจะทำความคุ้นเคยกับลักษณะของเสียงสัญญาณก่อกวนต่าง ๆ ระหว่างการฝกึ อยู่เสมอ ข. สัญญาณกอ่ กวนแบง่ ประเภทออกไดเ้ ปน็ 1) สญั ญาณคลน่ื เสมอ (CW.) 2) สญั ญาณปรงุ คล่นื (VOICE, PHONE) 6. สญั ญาณกอ่ กวนแบบคลนื่ เสมอ (CW. JAMMING SIGNALS) ก. ชนิดเคาะเปะปะ สัญญาณน้ีเป็นคล่ืนพาห์ที่ยังไม่ได้ปรุงคลื่นทเี่ คาะออกไปอยา่ งเปะปะ ส่วนใหญแ่ ล้วใช้กอ่ กวนวทิ ยโุ ทรพมิ พแ์ ละวิทยโุ ทรสำเนา แตอ่ าจใชก้ ่อกวนวทิ ยโุ ทรเลขก็ได้ ข. ชนิดเคาะเป็นระเบียบ สัญญาณคล้ายกับสัญญาณของคลื่นเสมอ ที่กดคันเคาะ เปะปะ อย่างไรก็ตามคลนื่ เสมอทีก่ ดคนั เคาะอย่างมรี ะเบียบนี้ ตวั ประมวลเลขสญั ญาณจะถกู สง่ ออก ไปด้วยอัตราเรว็ เทา่ กันหรอื เร็วกวา่ สัญญาณท่ถี ูกก่อกวนเลก็ น้อย สญั ญาณน้ีใชก้ อ่ กวนวงจรวิทยุโทร เลข 7. สัญญาณก่อกวนประเภทปรงุ คลนื่ ก. ชนิดประกายไฟฟ้า (CLICKS) สัญญาณก่อกวนท่ีเกิดจากประกายไฟฟ้าเป็นสิ่งท่ีง่าย ทส่ี ดุ มปี ระสิทธภิ าพมากทีส่ ุด และเป็นสญั ญาณการกอ่ กวนท่ีทำไดง้ ่ายที่สดุ ด้วยสำหรบั ตัวพนักงาน วิทยุเองแล้วสัญญาณก่อกวนแบบนี้รู้สึกว่าจะเป็นเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันในห้วงเวลาอัน ส้ันและมีความแรงมาก สัญญาณก่อกวนแบบน้ีเกิดข้ึนซ้ำ ๆ กันอย่างรวดเร็วและดังมากกว่า สัญญาณที่ต้องการรับฟัง สำหรับเครื่องรับหูฟังและหูของมนุษย์ต้องฟ้ืนตัวขึ้นหลังจากที่ได้รับ สัญญาณก่อกวนแต่ละคร้ัง สัญญาณก่อกวนเหล่านี้แม้ว่าเกิดข้ึนในเวลาส้ัน แต่ก็เป็นผล กระทบกระเทือนต่อการส่ือสารทางวิทยุทุกชนิด นอกจากนั้นสัญญาณของประกายไฟฟ้ามลี ักษณะ

10-4 เป็นแถบความถี่กว้าง ซึ่งช่วยให้เคร่ืองก่อกวนเคร่ืองหน่ึงสามารถครอบคลุมช่องการสื่อสารไว้ได้ หลายชอ่ ง ข. ชนิดกวาดตลอด เทคนิคการก่อกวนชนิดนี้ สัญญาณคล่ืนพาห์ถูกกวาดไปหรือเคล่ือน เดินหน้าถอยหลังตลอดย่านความถ่ีด้วยอัตราเร็วสูง สัญญาณก่อกวนชนิดกวาดตลอดซ่ึงมี ประสิทธิผลทั่วย่านอันกวา้ งขวางของความถจี่ ะทำใหม้ ีเสียงเครื่องยนตข์ องเครอื่ งบิน โดยปกติเมือ่ ใช้ กบั การกวาดดว้ ยความเร็วสงู แล้วสญั ญาณน้ันจะเปน็ ผลกระทบกระเทือนตอ่ การส่งขา่ วด้วยวทิ ยุโทร พิมพ์และวิทยุโทรเลขอตั โนมตั ิ ค. ชนิดเสียงดนตรีสูงต่ำ (Stepped tone) สัญญาณชนิดนี้โดยทั่ว ๆ ไปเรียกว่าเสียงป่ีถุง ลม (Bagpipes) เพราะว่าเสียงของสัญญาณประกอบด้วยเสียงสูงต่ำต่าง ๆ (ประมาณ 3-5 เสียง) เสียงเหล่านี้ถูกส่งออกไปเพื่อทำให้เกิดเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ เมื่อส่งซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จะเกิดผลเป็นเสียงที่ มีเสียงอย่าง ป่ีสก๊อต เสียงสูงต่ำเหล่านี้มีผลกระทบกระเทือนทางจิตใจต่อพนักงานวิทยุ สัญญาณ ก่อกวนแบบน้ีมักจะใช้ต่อวงจรเป็นคำพูดช่องส่ือสารเด่ียว ซึ่งอาจปรุงคล่ืนทางช่วงสูงหรือทาง ความถก่ี ็ได้ (AM, FM) ง. ชนิดเสียงรบกวนเปะปะ (Random keyed modulated) สัญญาณชนิดน้ีทำให้เกิด เสียงรบกวนวิทยุชนิดสังเคราะห์ คือเสียงรบกวนน้ีเปลี่ยนท้ังช่วงสูงและความถี่อย่างเปะปะ เน่อื งจากมีความถี่ซ่งึ เกิดซ้ำ ๆ น้ันไมเ่ ป็นหว้ งทีแ่ นน่ อน จึงไม่อาจขจัดใหเ้ หลือแตส่ ัญญาณทีต่ อ้ งการ ได้ เสียงรบกวนเปะปะถือวา่ เป็นการก่อกวนแบบปรุงคลืน่ ชนดิ หนึ่งซ่ึงดีกวา่ และมอี ันตรายมากกว่า แบบอื่น เพราะว่าพนักงานวิทยุอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นเสียงรบกวนในเครื่องรับหรือขอ ง บรรยากาศ ซึ่งจะละเลยไม่ปฏิบัติต่อต้านการก่อกวน การก่อกวนด้วยเสียงรบกวนแบบน้ีมี ประสทิ ธิผลตอ่ การส่อื สารทุกชนิด จ. ชนิดปรุงคลื่นเสมอเคาะเปะปะ (RANDOM KEYS MODULATED) สัญญาณก่อกวน ชนิดน้ีทำข้ึนได้ด้วยการเคาะสัญญาณคลื่นเสมออย่างเปะปะและทำการปรุงคล่ืนสัญญาณท่ีเคาะน้ี ดว้ ยเสียงรบกวนชนดิ ประกายไฟฟา้ การกอ่ กวนแบบนจ้ี ะมีประสิทธผิ ลโดยเฉพาะต่อช่องการสอ่ื สาร เปน็ คำพูด ฉ. ชนิดหมุน (ROTARY) สัญญาณก่อกวนชนิดหมุนทำข้ึนด้วยการเปลี่ยนแปลงความถี่ เสียงอย่างช้าๆ โดยมีระดับเสียงต่ำ สัญญาณนมี้ ีเสียงคล้ายเสียงคำราม ใชเ้ พอ่ื การก่อกวนในวงจรท่ี ปรุงคลืน่ เปน็ คำพดู ช. ชนิดนกนางนวล (GULLS) สัญญาณก่อกวนชนิดนกนางนวล ทำให้เกิดข้ึนได้ด้วยการ เปล่ียนความถี่เสียงให้สูงข้ึนอย่างเร็วและให้ต่ำลงอย่างช้า ๆ เสียงท่ีเกิดขึ้นก็มีลักษณะเหมือนเสียง ร้องของนกนางนวลทะเล สญั ญาณการกอ่ กวนชนิดนท้ี ำให้เกดิ ความรำคาญโดยเฉพาะวงจรการปรุง คลนื่ เป็นคำพดู

10-5 ซ. ชนิดเป็นห้วง ๆ (PULSE) ชนิดการก่อกวนเป็นห้วง ๆ คล้ายเสียงส่ัน (RUMBLE) เป็น เสียงเดยี วกบั เสยี งเคร่ืองจกั รท่หี มุนอยา่ งเร็ว สญั ญาณนีก้ ่อใหเ้ กิดความรำคาญตอ่ วงจรปรุงคลื่นเป็น คำพดู ฌ. ชนิดเสียงดนตรี (TONE) สัญญาณก่อกวนชนิดเสียงดนตรีเป็นเสียงดนตรีที่ไม่ เปลย่ี นแปลงมีความถเ่ี ดียว ซ่ึงให้ผลโดยจำกดั ต่อการส่ือสารประเภทวทิ ยุ โดยประการสำคัญแลว้ ใช้ เพ่ือการก่อกวนวงจรคลื่นเสมอกดคันเคาะด้วยมือและวงจรปรุงคล่ืนเป็นคำพูด แต่ก็อาจใช้ก่อกวน วงจรคลน่ื พาห์ท่สี ่งทางวทิ ยุ ญ. ชนิดเสยี งครวญคราง (WOBBLER) สัญญาณกอ่ กวนชนดิ เสียงครวญครางเปน็ สัญญาณ ความถ่ีเดียวปรุงคลื่นด้วยเสียงดนตรีต่ำ ๆ ที่เปล่ียนแปลงช้า ๆ ผลออกมาจะเป็นเสียงหอนท่ี ก่อให้เกดิ ความรำคาญต่อวงจรวทิ ยชุ นดิ ปรงุ คล่นื เป็นคำพูด ตอนท่ี 2 มาตรการป้องกันการกอ่ กวน 1. มาตรการทคี่ วรระมดั ระวงั ถ้าหากพิจารณาว่ามีความจำเป็นทีจ่ ะวางมาตรการการระมัดระวงั การก่อกวนขึ้นแลว้ การ ปฏิบัติขั้นต้นอาจจะกระทำด้วยการออกแบบสร้างวงจรและข่ายในการฝึกพนักงานวิทยุ และ พิจารณาแหลง่ ของการก่อกวน ก. การออกแบบสร้างวงจร และข่ายในการต่อสู้การก่อกวนน้ันมีความจำเป็นที่จะต้อง ปฏิบัติดังนี้ 1) จัดวงจรท่ีมีสญั ญาณรบั ไดแ้ รงกวา่ ท่ตี อ้ งการตามปกติ 2) ลดความยาวของวงจรบางวงจรลง วงจรท่ีมคี วามยาวมากเกนิ ไปนน้ั ไม่เปน็ ที่เช่อื ถือได้ 3) จดั เส้นทางสำรองหรือช่องการสอ่ื สารสำรองขน้ึ 4) จดั ข่ายเพือ่ ให้สถานีดาวเทียมสามารถสือ่ สารซึ่งกันและกนั ได้ และใหส้ ื่อสารกับสถานี ควบคูไ่ ด้ดว้ ย 5) ดูแลให้มน่ั ใจว่าเครื่องวิทยุทั้งหมดได้รบั การรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีและได้รบั การจัด ปรบั ไวด้ ดี ว้ ย 6) จัดให้มีเคร่ืองส่งกำลังสูงเฝ้าคอยไว้เพื่อให้มีเครื่องขยายความถี่วิทยุ และเพ่ือให้มี ความสามารถเหนอื สญั ญาณก่อกวน ข. การฝึกพนักงานวิทยุทั้งหมดควรจะได้รับการฝึกให้รับสัญญาณท่ีมีการก่อกวน และให้ สามารถรู้ลักษณะของการก่อกวนด้วย นอกจากน้ันเพ่ือจะให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติในการต่อสู้ การก่อกวน พนกั งานควรจะไดร้ บั การฝึกและให้ยดึ ถอื คมู่ ือของเคร่ืองวทิ ยุทใ่ี ช้เปน็ หลักด้วย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook