Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore r. คู่มือโรงเรียนพ่อแม่BBL

r. คู่มือโรงเรียนพ่อแม่BBL

Published by Tu Tah, 2022-10-26 12:54:15

Description: คู่มือโรงเรียนพ่อแม่BBL

Search

Read the Text Version

โรงเรBยี BนLพอ่ แม่ นวัตกรรมการเปล่ียนพฤติกรรมของพ่อแม่ผู้ดูแลเด็ก จัดทา� โดย คณะแพทยแ์ ละพยาบาล สถาบนั พัฒนาสขุ ภาวะเขตเมือง กรมอนามัย สนบั สนุนโดยสโมสรโรตารีสาทร ภายใต้โครงการ Global Grant หมายเลข 1743427 BBLProofกรมอนามยั สถาบนั พฒั นาสุขภาวะเขตเมอื ง

โรงเรียนพอ่ แม่ BBL ISBN : 978-616-11-3077-0 ช่อื ผแู้ ต่ง นนธนวนัณท ์ สนุ ทรา และคณะ ปที ี่พมิ พ ์ พ.ศ. 2561 คร้ังทพี่ ิมพ์ คร้งั ท ี่ 1 จัดท�าโดย สถาบนั พฒั นาสขุ ภาวะเขตเมือง (ศูนย์อนามัยที ่ 13 กรุงเทพฯ) กรมอนามยั ส�านักงานบริหารและพฒั นาองค์ความร ู้ (องคก์ ารมหาชน) พมิ พ์ท่ี บรษิ ทั พาณชิ พระนคร (2535) จา� กดั โทร. 0-2734-2035-9 สนบั สนุนการจดั พิมพ์โดย สโมสรโรตารีสาทร ภายใตโ้ ครงการ Global Grant หมายเลข 1743427 BBLProof

ขอพระองค์ทรงพระเจรญิ   สมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ า  ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู ด้วยเกลา้ ดว้ ยกระหมอ่ มขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจา้ สโมสรโรตารีสาทร BBLProof

BBLProof

“เด็กเปน็ ผทู้ ่ไี ดร้ ับช่วงทกุ สง่ิ ทกุ อย่างต่อจากผ้ใู หญ่ รวมทง้ั ภาระรบั ผดิ ชอบในการด�ำรงรักษาความ ผาสุกสงบของประชากรในโลก ดงั นัน้ เดก็ ทุกคนจงึ สมควรและจ�ำเปน็ ท่ีจะต้องไดร้ บั การอบรมเลยี้ งดอู ยา่ ง ถกู ตอ้ ง เหมาะสม ใหม้ คี วามสามารถสรา้ งสรรคป์ ระโยชน์ตา่ งๆ พร้อมทั้งการฝึกหดั ขดั เกลาความคิดจติ ใจ ให้ประณีต ให้มีศรัทธาม่ันคงในคุณความดี มีความประพฤติเรียบร้อยสุจริต และมีปัญญาฉลาดแจ่มใสใน เหตใุ นผล หนา้ ทนี่ เี้ ปน็ ของทกุ คน ทจี่ ะตอ้ งรว่ มมอื กนั กระทำ� โดยพรอ้ มเพรยี งสมำ่� เสมอ คอื ผทู้ เี่ กดิ กอ่ นผา่ นชวี ติ มากอ่ นจะตอ้ งสงเคราะหอ์ นเุ คราะหผ์ เู้ กดิ ตามมาภายหลงั ดว้ ยการถา่ ยทอดความรู้ ความดี และประสบการณ์ อันมีคา่ ทัง้ ปวงดว้ ยความเมตตาเอ็นดแู ละความบริสุทธ์ิใจ ใหเ้ ขาทราบ ให้เขาเข้าใจและส�ำคญั ที่สดุ ให้เขา รู้จกั คิดดว้ ยเหตุผลทถ่ี ูกตอ้ งจนเหน็ จริงด้วยตนเองไดใ้ นความเจริญและความเสือ่ ม โดยนัยน้ี บดิ ามารดาจงึ ต้องสอนบุตรธิดา พีจ่ งึ ต้องสอนน้อง คนรนุ่ ใหญ่จงึ ต้องสอนคนรุ่นเล็กและ เม่ือคนรุ่นเล็กเป็นผใู้ หญ่ขึน้ จงึ ตอ้ งสอนคนรุ่นหลังต่อๆ ไมใ่ หข้ าดสาย ความรู้ ความดี ความเจริญงอกงาม ทง้ั มวลจึงจะแผไ่ พศาลไปไดโ้ ดยไมม่ ีประมาณ เป็นพืน้ ฐานความวัฒนาผาสกุ อนั ยัง่ ยนื ในโลกสบื ไป ...” กระแสพระราชดำ� รสั ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานเน่อื งในโอกาสปเี ดก็ สากล พุทธศักราช 2522 BBLProof

ค�ำนยิ ม งานอนามัยแม่และเด็ก ไม่ว่าจะในระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ ที่จะต้องให้บริการสุขภาพ ท่ีเป็น ประโยชน์ต่อการดูแลกลุ่มวัยแม่และเด็กให้มีสุขภาพดี โดยเฉพาะเด็กที่มีพัฒนาการและการเจริญเติบโต ท่ีสมวัยนั้น จ�ำเป็นต้องมีการพัฒนางานเพ่ิมเติม และจัดระบบส่งเสริมสุขภาพให้เข้มข้นยิ่งข้ึน ปัจจัยส�ำคัญมากปัจจัยหนึ่งท่ีจ�ำเป็น อย่างย่ิง ที่ต้องให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพยิ่งข้ึนคือ การสอนพ่อแม่ผู้ดูแลเด็กให้มีความรู้ มีทักษะ ที่สามารถดูแล ตนเองและเดก็ ได้อยา่ งดี หนังสอื “โรงเรียนพอ่ แม่ BBL” เปน็ วิวฒั นาการของหลักสตู ร และวธิ กี ารการให้ความรแู้ กพ่ ่อแม่ ทจี่ ะนำ� ความรทู้ ่ีได้รับ เขา้ ใจ แล้วนำ� ไปใชจ้ ริงไดอ้ ย่างถูกต้องและครบถว้ นมากข้นึ ด้วยเทคนคิ ทีส่ รา้ งบรรยากาศของการเรียนรู้ ทงี่ ่าย สนกุ ผ่อนคลาย เปิดสมอง เนอ้ื หาท่ีนา่ สนใจตอ่ เน่ือง กระบวนการสอนด้วยหนงั สอื เล่มน้ี จึงนา่ จะเปน็ ประโยชน์ มากทจี่ ะชว่ ยพฒั นางานอนามยั แมแ่ ละเดก็ ของพน้ื ทแ่ี ละระบบอยา่ งลงตวั สามารถทำ� ใหผ้ ลลพั ธท์ เี่ กดิ กบั แมแ่ ละเดก็ ได้ มีสขุ ภาพทดี่ พี รอ้ ม ตามสถานการณ์ท่กี ระทรวงสาธารณสุขและรฐั บาลคาดหวัง นายแพทยว์ ชริ ะ เพง็ จันทร์ อธิบดีกรมอนามยั มิถนุ ายน 2559 BBLProof

ค�ำนำ� เด็กเป็นทรัพยากรที่ส�ำคัญของชาติ พ่อแม่คุณภาพ..สร้างลูกคุณภาพ คือเป้าหมายหลักของการจัด กระบวนการให้ความรู้โรงเรียนพ่อแม่ หนังสือเล่มนี้เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจของคณะท�ำงานพัฒนาหลักสูตรการ สอนโรงเรยี นพอ่ แม่ ศูนยอ์ นามยั ท่ี 13 กรุงเทพฯ ทพี่ ยายามจะปรบั กระบวนการใหค้ วามรู้พ่อแม่ และผดู้ ูแลเด็กให้งา่ ย สั้น กระชับ และนำ� ไปปรบั ใช้ไดจ้ รงิ จงึ ไดน้ ำ� แนวคดิ การเรยี นรตู้ ามหลกั การพฒั นาสมอง (Brain-based Learning) : คอื องคค์ วามรแู้ ละการจดั กระบวนการเรยี นรทู้ ถี่ กู ตอ้ ง เหมาะสม กบั ทกุ ชว่ งวยั ตงั้ แตอ่ ยใู่ นครรภม์ ารดา ถงึ วยั ชรา โดยสอดคลอ้ งกบั การพฒั นาการ ดา้ นโครงสรา้ ง และการพฒั นาการทำ� งานของสมอง มาปรบั การใหค้ วามรเู้ ปน็ “โรงเรยี นพอ่ แม่ BBL” ซงึ่ ผลลพั ธท์ ไี่ ดก้ ค็ อื แผนการสอนงา่ ย สนั้ กระชบั สามารถนำ� ไปใชไ้ ดจ้ รงิ โดยคมู่ อื เลม่ นป้ี ระกอบดว้ ย แนวคดิ หลกั การขนั้ ตอนการออกแบบ การสอน และแผนการสอนตงั้ แต่ตั้งครรภไ์ ปจนถึงเด็กปฐมวัย หวังอย่างยิ่งวา่ หนงั สือ “โรงเรยี นพอ่ แม่ BBL” เล่มน้ีจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ บคุ ลากรสาธารณสุข สามารถน�ำ ไปใช้ได้ ต่อยอด ปรับตามบรบิ ทของพ้ืนที่ ขอขอบคุณเจา้ หน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพ ผู้อำ� นวยการศนู ย์อนามัยท่ี 13 กรุงเทพฯ สำ� นักงานบริหารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องค์การมหาชน) สโมสร โรตารีสาทรและผูเ้ ก่ียวขอ้ งทุกทา่ น ท่ี ให้ความรว่ มมือในการจัดทำ� หนังสอื เลม่ น้ี นายจริ ัตน ์ ตั้งฐิตวงศ์ นายแพทย์เช่ยี วชาญ(ดา้ นสาธารณสขุ ) ผ้อู ำ� นวยการโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ศนู ย์อนามยั ท่ี 13 กรุงเทพฯ BBLProof

ค�ำขอบคณุ ขอขอบคณุ ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ นายแพทย์ ประเสรฐิ บญุ เกดิ ผปู้ ระสทิ ธปิ์ ระสาทวชิ า BBL ชว่ ยจดั ทำ� แผนการสอนใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การ และตรวจทานหลายรอบจนมน่ั ใจวา่ มคี วามสมบรู ณถ์ กู ตอ้ ง ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ แพทยห์ ญงิ ศริ กิ ลุ อิศรานรุ ักษ ์ กรณุ าตรวจทานและให้ค�ำแนะนำ� เพ่มิ เติม คุณอารียร์ ชั ต์ ชวกาญจนกจิ ผูเ้ ชี่ยวชาญการ จัดการความรู้ OKMD ผู้เปน็ กำ� ลงั สำ� คัญในการน�ำความรู้ BBL มาจดั ปรับแผนการสอนใหเ้ ปน็ แบบ BBL เขา้ ใจหลักการ ขนั้ ตอนที่ถกู ต้องเหมาะสม ขอบคุณนายแพทย์ชัยพร พรหมสิงห์ ผู้ทรงคุณวฒุ กิ รมอนามัย ผู้แนะนำ� ใหจ้ ดั ทำ� รูปเลม่ เปน็ ตำ� ราเพราะเห็นวา่ เป็นหนงั สอื ทม่ี ีคุณคา่ สมควรพมิ พเ์ ผยแพร่ให้น�ำไปใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ขอขอบคณุ นายแพทยอ์ รรถพล แกว้ สมั ฤทธิ์ ผูอ้ �ำนวยการศูนยอ์ นามยั ท่ี 13 กรุงเทพฯ ที่อนญุ าตให้มีการ ดำ� เนนิ โครงการโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL ขน้ึ เปน็ แหง่ แรกในประเทศไทย นายแพทยจ์ ริ ตั น์ ตงั้ ฐติ วงศ์ ผอู้ ำ� นวยการโรงพยาบาล สง่ เสริมสขุ ภาพ ผ้ซู ึ่งร่วมประชมุ แทบทกุ คร้งั ให้ก�ำลงั ใจทำ� ให้ทีมงานผูเ้ ขยี นแผนการสอนทกุ คนมุ่งม่ันทำ� งานจนประสบ ความส�ำเร็จ ทันตแพทย์หญิงเมธินี คุปพิทยานันท์ ร่วมเขียนแผนการสอน ทันตกรรมแม่ต้ังครรภ์และการดูแลฟันเด็ก คณุ ดวงประทปี ไตรสุรตั น์ ผทู้ ่ีมีความคดิ รเิ ร่มิ น�ำ BBL เข้าสู่โรงพยาบาล คุณอรณุ ี ปัญญาคุณาสนิ อาสาเปน็ เลขานกุ าร ของทมี และเปน็ เรยี่ วแรงสำ� คญั ในการบรหิ ารจดั การใหง้ านเรยี บรอ้ ยราบรนื่ คณุ พอ่ คณุ แมแ่ ละครอบครวั ทกุ ทา่ นทเ่ี ปน็ ผู้ เรียน ทีด่ ี สามารถน�ำเอาความรู้ไปปฏบิ ตั ใิ นการเล้ียงลกู ได้ ขอบคณุ ดร.อภญิ ญา เลอื่ นฉว ี คณุ อรมทั น์ เธยี รปรชี า ประธาน และคณะจากสโมสรโรตารสี าทร ใหค้ วาม อนเุ คราะห์สอ่ื การสอน วดี ิทศั น์ Booklets ขอขอบคุณทุกท่านผมู้ อี ปุ การคณุ ตอ่ การจัดท�ำคูม่ อื ครง้ั นี้ ท้งั ท่เี อย่ นามและไมไ่ ด้เอ่ยนามก็ตาม แพทยห์ ญงิ นนธนวนัณท์ สนุ ทรา มิถุนายน 2559 BBLProof

จากใจ การลงทนุ กบั เด็กปฐมวัย เปน็ สิง่ ทม่ี ีคณุ คา่ มาก เพราะเปน็ วัยทีเ่ ป็นรากฐานของชีวิต พ่อแมผ่ ู้ดูแลเดก็ เป็น บุคคลทใ่ี กล้ชดิ เด็ก เปน็ กญุ แจ (key word) สำ� คัญทจี่ ะสร้างลกู ใหม้ ีคุณภาพ กระบวนการสอน ท�ำอยา่ งไร พ่อแมจ่ ะเข้าใจ เขา้ ถงึ มคี วามลึกซ้งึ ถงึ จิตวิญาณ มคี วามอยากเลีย้ งดลู กู ให้มี การเจรญิ เตบิ โตเต็มศกั ยภาพมากทส่ี ุดเทา่ ทจ่ี ะท�ำได้ ซึ่งแหลง่ เรียนรขู้ องพอ่ แม่ก็ส�ำคญั ท�ำอย่างไร เม่ือเตรียมพร้อมจะมีลูก พ่อแม่จะจูงมือกันเข้าโรงเรียนพ่อแม่ (คือมาด้วยกัน) ส่ิงจูงใจอย่าง หน่ึงคอื การให้ความรูจ้ ะต้องไม่นา่ เบ่ือ ซำ�้ ซาก ใช้เวลานานเกนิ ไป เป็นการเพม่ิ ความเครยี ดใหอ้ ีก BBL (Brain-based Learning) : การเรียนรู้ตามหลกั การพฒั นาสมอง คอื คำ� ตอบทค่ี ้นหามานาน “โรงเรยี นพ่อแมB่ BL” เป็นการสอนพ่อแม่ผู้ดูแลเดก็ โดยมบี รรยากาศทผ่ี อ่ นคลาย เปน็ กนั เอง มีการเปดิ สมองกอ่ นการเรยี นรู้ ทำ� ให้มีความสุข สนุก การสอนงา่ ย สนั้ กระชบั ไดฝ้ ึกทักษะและสามารถน�ำไปใช้ได้ เพราะการที่ บรรยากาศดี สอื่ การสอนพรอ้ ม จะทำ� ใหส้ มองเปดิ การใหค้ วามรอู้ ยา่ งเปน็ ขน้ั ตอน (steps) ชวนใหต้ ดิ ตาม มกี ารสะทอ้ น ความรูส้ กึ นกึ คิดของผู้เรยี น ทำ� ให้มน่ั ใจว่าจะนำ� ไปใชจ้ ริง และถกู ต้อง ส่วนใหญ่การให้ความรู้ในโรงพยาบาลท่ัวๆไป มักเป็นการสอนที่ขึ้นกับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละ บุคคล ขาดแผนการสอนทีเ่ ป็นส่วนกลาง สื่ออปุ กรณ์ไม่ครบถ้วน จงึ ทำ� ใหผ้ ลของการสอนไม่มีประสิทธิภาพ ใช้เวลานาน ดงั นน้ั การมแี ผนการสอนทเ่ี ปน็ สว่ นกลางหยบิ ไปใชไ้ ดท้ กุ คน สอนไดเ้ หมอื นกนั วธิ กี ารชดั เจน ทำ� ใหก้ ารสอนพอ่ แมง่ า่ ยและ ได้ผลลพั ธด์ ี เดก็ ที่เกิดจากผลผลติ ของโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL จะเปน็ เดก็ อจั ฉรยิ ะมีความฉลาดรอบด้าน จิตใจดี มีคณุ ธรรม พฤตกิ รรมเหมาะสม เปน็ ก�ำลงั สำ� คญั ของประเทศชาติ ซง่ึ เปน็ เปา้ หมายสงู สดุ ของ “โรงเรยี นพ่อแม่ BBL” บรรณาธกิ าร BBLProof

สารบัญ หน้า คำ� นิยม ๑ ๒ คำ� น�ำ ๑๗ ๒๖ คำ� ขอบคุณ ๓๐ 41 จากใจ 42 45 สารบัญ 55 56 บทนำ� 63 72 หลกั การและขนั้ ตอนการออกแบบ การสอนโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL 99 100 พอ่ แม่คณุ ภาพ… สรา้ งลกู คณุ ภาพ 119 120 คำ� แนะนำ� การใชแ้ ผนการสอน แผนการสอนที่ 1 : มารดาตงั้ ครรภค์ ณุ ภาพ กิจกรรมที่ 1 เตร่ยี มความพรอ้ มสู่ความเปน็ พ่อแมค่ ณุ ภาพ กจิ กรรมที่ 2 ลกู ฉลาดสรา้ งได้ต้ังแตใ่ นครรภ์ กจิ กรรมท่ี 3 อาการผดิ ปกตทิ ีค่ ณุ แมต่ อ้ งมาโรงพยาบาล กจิ กรรมที่ 4 สร้างพลงั กายเสรมิ พลังจติ เพอื่ แมแ่ ละเจ้าตัวนอ้ ย แผนการสอนท่ี 2 : ต้งั ครรภ์แม่ฟนั ดี ลูกคลอดปลอดภยั กจิ กรรมท่ี 1 แมใ่ ส่ใจดูแลรักษาฟนั ป้องกนั ผลกระทบตอ่ ลูก กจิ กรรมท่ี 2 มาแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟนั ใหถ้ ูกวิธี แผนการสอนท่ี 3 : การเลย้ี งลูกดว้ ยนมแมส่ ู่ความย่งั ยืน กจิ กรรมท่ี 1 เตรียมเตา้ ใหเ้ จ้าตัวน้อย เมอ่ื แม่ต้งั ครรภ ์ กจิ กรรมที่ 2 แมไ่ ปทำ� งาน หนูก็ยังกินนมแม่ได้ กจิ กรรมท่ี 3 ปญั หานมแม่ แก้ไขได ้ แผนการสอนที่ 4 : การเตรยี มตวั ก่อนคลอดบุตร กจิ กรรม แม่พร้อมคลอด พอ่ ใสใ่ จ แม่ลูกปลอดภยั ลกู ดูดนมไว สขุ ใจท้งั ครอบครวั แผนการสอนที่ 5 : การเตรยี มตัวเตรยี มใจเพือ่ รับการผา่ ตัดคลอด กจิ กรรม การเตรียมตวั เตรียมใจเพอื่ รบั การผา่ ตดั คลอด และสรา้ งสัมผัสแรกที่อบอนุ่ ของครอบครวั BBLProof

สารบัญ (ต่อ) แผนการสอนท่ี 6 : กอ่ นกลบั บ้าน ฝึกการดแู ล พ่อแมท่ �ำได ้ 129 130 กจิ กรรมท่ี 1 ยดื หยุ่น เยือกเย็น สะอาดกาย ไดอ้ าหารใจ 138 145 กจิ กรรมที่ 2 อบอ่นุ อิม่ ท้อง สมองดี ด้วยนมแม่ 153 171 กจิ กรรมท่ี 3 ส่อื รกั ผสานใจ ใช้นวดสมั ผสั 173 176 กจิ กรรมท่ี 4 เพม่ิ ทนุ สมอง ต้องใสใ่ จดูแลทงั้ แมล่ ูก 181 185 แผนการสอนที่ 7 : การเล้ียงลูกให้เกง่ ดี มคี วามสขุ 190 195 กิจกรรมที่ 1 สมดุ บนั ทึกสุขภาพลูกรกั 200 204 กิจกรรมที่ 2 กินอาหารตามวยั ลกู นอ้ ยเตบิ ใหญ่ แขง็ แรงสมองด ี 211 212 กจิ กรรมท่ี 3 ความฉลาดทางสมอง และอารมณ์ สรา้ งด้วยพลงั กอด 214 222 กิจกรรมที่ 4 เลน่ คอื เรยี น เรียนคือเล่น 223 230 กิจกรรมท่ี 5 เล่านิทาน สร้างปัญญา พฒั นาสมองเด็ก 231 233 กิจกรรมที่ 6 ลูกรักพฒั นาการสมวัย สมองสดใส เกง่ ดี มีความสขุ 235 245 กจิ กรรมที่ 7 สนุก ปลอดภยั ไมก่ ลัวนำ�้ กิจกรรมท่ี 8 ท�ำอย่างไรใหล้ ูกกนิ ขา้ ว แผนการสอนท่ี 8 : ลูกฟนั ดี ฝมี อื พอ่ แม่ ตอนท่ี 1 “เตรียมพร้อมให้ลกู มฟี นั ดี” กิจกรรมท่ี 1 รู้ปญั หา เกดิ ปญั หาปอ้ งกนั แก้ไข กิจกรรมที่ 2 กา้ วแรกของการเลยี้ งลกู ใหม้ ีฟันดี ลกู ฟันดี ฝมี อื พอ่ แม่ ตอนท่ี 2 “ลกู รักฟนั ดี เร่มิ ทีซ่ แี่ รก” กิจกรรมท่ี 3 แปรงฟันลูกได้ ไม่ยากอยา่ งทีค่ ิด ลกู ฟนั ดี ฝีมอื พ่อแม่ ตอนที่ 3 “เพ่อื ลกู แม่ท�ำไดเ้ สมอ” กจิ กรรมที่ 4 ทบทวน ปรบั ปรุงแก้ไข เพ่ือลูกแมท่ �ำได้เสมอ กจิ กรรมท่ี 5 มาตรวจฟนั ลูกกนั เถดิ กิจกรรมท่ี 6 ฝึกลูกแปรงฟัน สรา้ งสรรค์แรงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธ ์ิ ผู้นพิ นธ์ BBLProof

ก บทน�ำ หลกั สตู รโรงเรยี น พอ่ -แม่ BBL หลักสูตรโรงเรยี น พ่อ-แม่ BBL เป็นหลกั สตู รคุณภาพ...สอนง่าย เรยี นงา่ ย เขา้ ใจง่าย และลกึ ซึง้ ถงึ ขัน้ ท่ี นำ� ไปปฏบิ ัติได้จรงิ ทำ� ไดถ้ กู ต้อง ด้วยความม่นั ใจ เมือ่ กลบั ถงึ บ้าน...การอมุ้ ลูก ให้นม อาบนำ�้ เช็ดตวั นวดตัว ฯลฯ... หลกั สตู รโรงเรียนพ่อแม่ BBL คม ชัด ลึก เพราะการผลิต คดิ ค้น วิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาของหลักสูตรและการ บรหิ ารจดั การบทเรยี นดว้ ยองคค์ วามรตู้ ามหลกั BBL…Brain-based Learning: Neuroscience of teaching/learning and assessment และดว้ ยศาสตร์และศิลปข์ องการเรยี นรู/้ การสอนงานฝีมอื ทุกชนดิ ... Skill: Psychomotor teaching/learning and assessment 10 ปากว่า # 1 ตาเห็น.....................# ไม่เท่ากับ 10 ตาเห็น # 1 มือทำ� 10 มอื ท�ำ # 1 ครง้ั ทล่ี งมอื ทำ� จริง...เรยี นรจู้ ากของจรงิ /สถานการณ์จรงิ การใหพ้ อ่ แมผ่ ปู้ กครองไดล้ งมอื ปฏบิ ตั กิ บั ทารกจรงิ ของตนเองภายใตก้ ารเฝา้ ดอู ยา่ งใกลช้ ดิ ระหวา่ งที่ พอ่ แม่ ทำ� กจิ กรรมจงึ เป็นหัวใจของหลักสตู รโรงเรียนพอ่ แม่ BBL ในหลักสตู รโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL ทกุ กิจกรรมมชี ื่อเร่อื งชดั เจน จำ� งา่ ย กินใจ ส้ันแต่ความหมายลกึ ซง้ึ ครอบคลุมกจิ กรรมทั้งหมด วัตถุประสงค์กส็ ้ันชัดเชน่ กัน...ท�ำเพ่ืออะไร? ท�ำไมจงึ ทำ� ? และเมอื่ เสร็จกจิ กรรม ผลลพั ธ์ท่เี กดิ ข้นึ โดยตรงกับสมองเดก็ และผลสัมฤทธท์ิ างออ้ มท่เี กดิ ขึ้นกับพอ่ แม่กช็ ดั เจนอีก เชน่ เดยี วกนั เขยี นเปน็ ขอ้ ๆ ในขบวนการเรยี น/การสอนกจิ กรรมกส็ น้ั แบง่ เปน็ ขนั้ เปน็ ตอนชดั เจน เพอื่ ใหง้ า่ ยตอ่ การปฏบิ ตั ิ การประเมนิ และการให้ feedback ทำ� ไดต้ รงจุด ตรงประเดน็ ในตอนสำ� คัญแตล่ ะขน้ั ยังมกี ารเนน้ ย�้ำจดุ ส�ำคัญ...จุดท่ี ตอ้ งใชค้ วามระมดั ระวงั มากเปน็ พเิ ศษ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ความผดิ พลาดขณะทำ� การปฏบิ ตั ิ หรอื ไมใ่ หพ้ ลาดจดุ สำ� คญั /ประเดน็ สำ� คญั ทตี่ อ้ งปฏบิ ตั ใิ หถ้ กู ตอ้ งในกจิ กรรมนน้ั ๆ กอ่ นเขา้ สบู่ ทเรยี นตอ้ งมกี ารเปดิ สมอง...เปดิ ลมิ บกิ ปลกุ ใหผ้ เู้ รยี นรตู้ น่ื เพอื่ ใหส้ มองเปิดรับองค์ความรู้ไดเ้ ตม็ ทท่ี ุกชอ่ งทางการเรยี นรู้ โดยการสงั เกตด.ู ..แววตา สีหน้า นำ้� เสยี ง ทา่ ทาง ถา้ ผเู้ รยี นยัง ไมต่ นื่ ง่วงซึม ครูโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL จะหารูปแบบการกระตุน้ ดว้ ยวิธิอืน่ ขณะท่ที ำ� กจิ กรรมเมอ่ื พ่อแม่ท�ำไดถ้ กู ต้อง...ก็ ให้ positive feedback…ยนื ยนั ว่าทำ� ไดถ้ กู ตอ้ งแล้วพรอ้ มกับอธิบายให้ชัดเจนต่อไปอีกว่าทำ� ได้ถูกต้องเพราะอะไรหรอื ทำ� ไมท�ำได้ถูกตอ้ ง ทั้งน้เี พ่ือให้พอ่ แม่มีความม่นั ใจยิ่งขึ้นและนำ� องค์ความรู้น้ันไปปฏิบตั ติ ่อไป ในกรณีที่ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมไม่ถูกต้อง กจ็ ะบอกตรงๆดว้ ยวาจาสุภาพว่าคุณพอ่ คณุ แมท่ �ำผดิ แล้ว และใหค้ ำ� อธิบายดว้ ยเหตผุ ลว่าเพราะเหตใุ ดจงึ ผดิ พรอ้ มท้งั เพม่ิ เตมิ ค�ำอธบิ ายว่าทำ� อยา่ งไรจึงจะปรับเปลย่ี นการกระท�ำทผี่ ิดนั้น ให้ถกู ต้อง negative feedback ไม่ใช่คำ� ต�ำหนติ เิ ตียน และ positive feedback ก็ไม่ใชค่ �ำชมเชย หรอื ยอยก กอ่ นจบ กิจกรรมทุกเรื่องต้องมีการสรุปทุกครั้ง เพื่อความชัดเจนความเข้าใจท่ีถูกต้องตรงกันของกิจกรรมการเรียนรู้...อาจใช้วิธี ให้ท้ังห้องเรียนช่วยกันสรุปเป็นข้อๆ...หรือวิทยากรสรุปให้ก็ได้แล้วแต่เวลาและโอกาส แน่นอนการสรุปวิธีแรกจะดีกว่า วิธีหลัง หลกั สตู รโรงเรยี นพ่อแม่ BBL คณุ ภาพคงทไี่ มแ่ ปรผันไปตามองค์ความรู้และอารมณ์ของวิทยากรท่ที �ำหนา้ ท่ีสอน ทดแทน “คุณภาพคงที.่ ..ไมล่ ดลง” Motto ของโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL คอื “เรียนรคู้ ู่ขนานความสขุ ” นกั เรยี นมีความสุข เพราะเรยี นขณะทีส่ มองลิมบิกเปดิ ...สมองใหญ่ทงั้ ซกี ซา้ ย ซีกขวา เปิดรบั องค์ความรูเ้ ต็มศักยภาพ เรียนง่าย เขา้ ใจได้ลึก ซี้ง ถึงข้ันลงมือปฏิบัติได้ด้วยความมั่นใจ คุณครูก็มีความสุขแม้ต้องท�ำงานหนักในการเตรียมตัวสอนและเตรียมสื่อและ อุปกรณ์การเรียนรู้สำ� หรบั กิจกรรมน้นั ๆ BBLProof

ข BBL คอื อะไร? BBL: Brain-based Learning แปลตามศพั ท.์ ..การเรยี นทใี่ ชส้ มองเปน็ พนื้ ฐานขององคค์ วาม รู้ ไมไ่ ด้ใช้ทฤษฏีเร่ืองการเรียน/การสอน ของ guru…กูรทู างดา้ นการศกึ ษาระดับนานาชาติ องค์ความรเู้ ร่อื งสมองน้ันคอื อะไร?...เป็นความรูเ้ ร่อื งโครงสร้าง...Neuroanatomy และการท�ำงานของสมอง...Neurophysiology รวมทั้งกลไกการ ท�ำงานของสมอง...Basic neuronal mechanism ต้งั แต่อยใู่ นครรภ์มารดา จนถึงวยั ชรา สมองเด็กสามารถรับรู้ เรียน รแู้ ละสื่อสารกับแมไ่ ด้ต้งั แตอ่ าย ุ 7 เดือน แมอ่ ยากไดล้ ูกท่ี ฉลาด เป็นเดก็ ดี มีคณุ ธรรม แมต่ อ้ งเริม่ ท�ำการบา้ นเกย่ี วกบั เรอื่ งน้ตี ้ังแตล่ กู อยู่ในทอ้ ง ต้อง พดู คุยกับลูก พรอ้ มกับใชม้ ือ แตะ ลูบทอ้ งด้วย แรงส่ัน สะเทอื นจากเสยี งพูดของแม่ หรือ จากเสียงเพลง เสยี งดนตรี สามารถวิ่งไปถึงสมองของทารกในครรภ์ได ้ ปัจจบุ ันมงี านวจิ ยั ในแม่อาสาสมัคร โดยใช้กลอ้ ง แคปซลู ขนาดจิ๋ว หย่อนท้ิงไวใ้ นมดลกู แล้วเฝ้าดูพฤติกรรมของทารก...ไดข้ อ้ มลู สรุปท่ีส�ำคญั คอื มกี ารเชอ่ื มโยงอยา่ งใกล้ ชิดระหว่างอารมณ์ของมารดากับทารก....แม่เครียด-ลูกเครียด แม่มีความสุข–ลูกมีความสุข...แม่ต้องดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตให้ดี พ่อกต็ อ้ งทำ� ให้แมส่ บายใจดว้ ย แม่ของอัลเบริ ตไอสไตน์ เปน็ ครูสอนเปียโน สมองของไอสไตน์ คง ได้คล่ืนแหง่ ความสขุ จากงานสอนเปียโนของแม่ตงั้ แตร่ ะยะแรกถึงระยะสุดท้ายของการอยูใ่ นครรภ์มารดา ผลของดนตรี ต่อพฒั นาการของทารกในครรภ์เรยี ก Mozart effect ในอดีตทผี่ า่ นมามีคนสงสัยว่า Mozart effect มีผลต่อทารกใน ครรภจ์ รงิ หรอื ไมจ่ ริง ณ ปัจจบุ นั มีข้อมลู ในแมค่ นไทยมากพอว่าเรือ่ งน้ีเป็นจรงิ และส�ำคัญมากด้วย ส�ำหรับแม่คนไทยไม่ จ�ำเป็นตอ้ งฟงั เพลง คลาสสกิ ของโมซารต์ หรอื บีโทเฟน...แมฟ่ งั เพลงอะไรกไ็ ด้...เพลงลกู ทุง่ – ลกู กรงุ สากล...เพลงทีแ่ ม่ ฟังแล้วสขุ กาย สบายใจ หายเคร่งเครยี ด มคี วามสขุ ใชไ้ ดท้ ัง้ น้นั สมองเปน็ อวยั วะหนงึ่ เดยี วในรา่ งกายทมี่ คี วาม รสู้ กึ นกึ คดิ จดจำ� วเิ คราะห/์ สงั เคราะหข์ อ้ มลู และการตดั สนิ ใจ สมองตอ้ งการอาหารกาย 5 หมวดหมู่ และอาหารใจ ในการเจรญิ เติบโต การเรยี นรู้ การท�ำงานเพ่ือแกป้ ญั หาทกุ ชนิด อาหารกายเป็นกอ้ น ตอ้ งผ่านการยอ่ ยสลายในกระพาะอาหาร ลำ� ไส้ กอ่ นรา่ งกายน�ำไปใชง้ าน แตอ่ าหารใจ เป็น คล่นื กระแสไฟฟา้ ทวี่ งิ่ ออกจากเซลลร์ บั สญั ญาณท่ี ตา ห ู จมกู ลน้ิ ผวิ กาย ใจ เขา้ ถงึ สมองโดยตรง...เขา้ สสู่ มอง พรอ้ มกนั ทง้ั 6 ชอ่ งทางกไ็ ด้ ไม่เบยี ดไม่แย่งกัน...เข้าไปเก็บไวใ้ นธนาคารความจ�ำ เรื่องภาพ เสยี ง กลิ่น.....ทกี่ ระจายอย่ใู นสว่ นต่างๆ ของ สมองทง้ั 2 ซกี จะใหเ้ ดก็ เรียนรูไ้ ดง้ า่ ยและจ�ำได้ดีกต็ อ้ งให้องค์ความรู้เก่ยี วกบั ของสิง่ น้ัน เข้าไปอยใู่ นธนาคารความจำ� ให้ มากชอ่ งทส่ี ดุ ทง้ั 6 ชอ่ งทางไดก้ ย็ ง่ิ ดี เชน่ จะใหเ้ ดก็ อนบุ าลไดเ้ รยี นรู้ คำ� วา่ ..สม้ ...กใ็ หเ้ ดก็ ไดเ้ หน็ ไดจ้ บั ไดด้ ม และชมิ ดดู ว้ ย สดุ ยอดของ อาหารกาย-อาหารใจ สำ� หรบั ทารก คือ “นมจากเตา้ ” ขณะที่ทารกก�ำลังดูดนม แม่ต้อง พดู คุย ลบู ไล้ กอดรัดเบาๆ ถ้าแม่ปฏิบตั อิ ย่างนี้ ทารกจะได้อาหารกายครบ 5 หมวดหมู่ และอาหารใจ ผา่ นอายาตนะ ครบ ท้งั 6 ช่องทาง ตัวเด็ก สมองเดก็ จะไดร้ ับความรัก ความอบอุน่ และสายใยรักจากแมเ่ ต็มท่ี เด็กมคี วามสขุ กจ็ ะเจรญิ เติบโต สมวัย ทั้งดา้ นรา่ งกาย จิตใจ และอารมณ์ อาหารใจ-ก�ำลังใจท่ีแท้จริง...แรงที่สุด ก้อนใหญ่ท่ีสุด มีผลบวกต่อการท�ำงานของสมองและพัฒนาการ ของเด็กมากท่สี ดุ ไมไ่ ดม้ าจากค�ำชมเชยวา่ ฉลาด เก่ง ดี ดมี าก...แตเ่ กดิ จากงาน หรอื บทเรียน ที่เดก็ ได้คิด ไดเ้ ลน่ ... ไดล้ งมอื ท�ำ...ลองผิด ลองถกู ...จนสามารถแกป้ ัญหา...หาคำ� ตอบทถี่ กู ต้อง และท�ำส�ำเร็จได้ดว้ ยตนเอง.......พ่อ แม่ พี่ เล้ยี ง ต้องเฝา้ ดูเด็กขณะก�ำลังเลน่ อยา่ งใกลช้ ดิ การเลน่ บางชนดิ เด็กอาจไม่ถนดั ท�ำไมไ่ ด้...หลงั จากลองผิดลองถกู 4-5 คร้ังแลว้ ยงั ท�ำไม่สำ� เรจ็ เริ่มแสดงอาการ “ถอดใจ...จะเลิกเล่น เลิกท�ำ งานชิ้นนั้น”..... ณ เวลาน้นั พอ่ แม่ ผูป้ กครอง ผดู้ แู ล ต้องเข้าไปชว่ ย เพ่อื ให้เด็กเล่น/ท�ำงานนั้นได้สำ� เรจ็ แตถ่ า้ เดก็ ยงั ไม่แสดงอาการ “ถอดใจ” ก็ปล่อยไป ได้เล่นลอง ผดิ ลองถูกตอ่ ไป BBLProof

ค อาหารใจ...กำ� ลงั ใจ...มีผลตอ่ การทำ� งาน การเรยี นรขู้ องสมอง ได้ 2 แบบ เม่ืออาหารใจท�ำใหเ้ ดก็ มีความ พอใจมีความสุข...สมองเบาไม่หนักไม่เคร่งเครียด...สมองจะท�ำงานเต็มท่ี เต็มศักยภาพของสมอง และเรียนรู้ได้โดยไม่รู้ สึกเบอื่ เพราะสมองหลั่งสารแหง่ ความสขุ endorphin เดก็ สามารถเรียน ทำ� งานไดน้ านย่ิงขึ้น....ลมื ความเหนด็ เหน่ือย ความหิว และเวลา แต่ถ้าอาหารใจทำ� ใหเ้ ดก็ ไม่สบายใจ เครง่ เครยี ด cortisol…สารแหง่ ความเครยี ด ความทกุ ขจ์ ะหลงั่ ออกมา ถา้ มากเกนิ ไปสมองบวม หนกั เดก็ จะทนตอ่ ไปไมไ่ ด้ ตอ้ งหาทางระบายความเครง่ เครยี ดดว้ ยวธิ ใี ดวธิ หี นงึ่ แลว้ แต่ โอกาสและเวลาจะเออื้ อำ� นวย สมองลิมบกิ …Limbic system ท�ำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคมุ อารมณ์ และเปน็ ประตกู ล... เปิด-ปิด เพือ่ ให้สมองใหญ่ Cerebral cortex ท�ำงานได้เตม็ ศกั ยภาพ หรือได้ไมเ่ ต็มศักยภาพ....ไมท่ �ำงาน สมองลมิ บิก เป็นสว่ นสมองท่เี ชอ่ื มต่อระหว่าง แกนสมองBrainstem…กับสมองใหญ่ Neocortex…Cerebral cortex ซงึ่ ท�ำหน้าที่ เรือ่ งธนาคารความจ�ำ ทางตา หู จมูก ลิน้ กาย ใจ และการประมวลขอ้ มูลจากธนาคารความจ�ำเพอื่ ตัดสินใจ สมองสว่ น นีอ้ ยู่ทางด้านหน้า...Frontal lobe สมองเด็กเล็กระดับอนุบาลยังมีพัฒนาการไม่เต็มท่ี....immature เนื่องจากการสร้างฉนวนหุ้มใยเส้นเส้น ประสาท myelin sheath เพื่อใหเ้ กดิ วงจรการทำ� งานในสมองสว่ นหนา้ ...Frontal lobe ยังไมเ่ สรจ็ เรยี บรอ้ ย ถึงระดบั ใช้ งานไดเ้ ตม็ ท่ี เดก็ อนบุ าลไมส่ ามารถเขา้ ใจ เรอ่ื ง เหต-ุ ผล สำ� คญั -ไมส่ ำ� คญั อนั ตราย-ไมอ่ นั ตราย...ความจำ� เปน็ -ไมจ่ ำ� เปน็ ... สะอาด-สกปรก ฉะนนั้ การเรยี นรใู้ นเดก็ เลก็ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ารบงั คบั ทางออ้ ม.....กระตนุ้ สมองลมิ บกิ เปดิ สมองลมิ บกิ กอ่ นทกุ ครั้ง เพอื่ ให้สมองใหญเ่ ปิด เมอื่ เด็กอารมณ์ดี เสยี งดงั ตามีแวว ใบหนา้ ใส จงึ เขา้ สู่บทเรียน การกระตนุ้ ให้สมองลมิ บกิ ของเด็กเปิด มหี ลายวธิ ีในผใู้ หญก่ จ็ ำ� เปน็ ต้องเปิดสมอง...เปดิ ลิมบกิ ก่อนเขา้ สู่บทเรยี นหมอื นกัน เพือ่ ใหก้ ารเรยี นรูช้ ว่ั โมง น้นั ได้ผลเต็มที่ ในหลักสตู รโรงเรียนพอ่ แม่ BBL กน็ �ำหลักการนมี้ าประยุกต์ดว้ ยเหมือนกนั ...ทกุ บทเรียนจะมกี ารเตรยี ม พรอ้ ม การเปิดสมอง เปดิ ลมิ บกิ ทกุ ครั้ง ไม่มีการยกเวน้ ...“เรียนรู้ คขู่ นาน ความสขุ ”…เป็น Motto ของหลกั สตู ร BBL ทกุ หลกั สูตร...ท้งั เรอ่ื งการเรียนรู้และการท�ำงานในโรงงานฝีมอื ทกุ อาชีพ สมองมวี งจรหลกั สำ� หรับการเรียนรู้ 2 วงจร...“วงจรเรยี นรแู้ บบต้งั ใจ”…เมื่อถูกคณุ ครู พอ่ แมบ่ ังคับให้เด็ก เรยี น อกี วงจรหนง่ึ คอื “วงจรการเรยี นรแู้ บบไมต่ งั้ ใจ”…การเขา้ สวู่ งจรนจี้ ำ� เปน็ ตอ้ งเปดิ ลมิ บกิ เปดิ สมองกอ่ นทกุ ครงั้ วงจร น้ีเรียนรูไ้ ดด้ ีกวา่ กว้างขวางละเอยี ดและลกึ ซ้งึ กว่า วงจรการเรียนร้เู มือ่ ถกู บังคบั ใหเ้ รยี น ตน้ กำ� เนดิ ขององคค์ วามรู้ เรอื่ ง BBL คอื สมเดจ็ พระมหติ ลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราชชนกพระองค์ ท่านจบปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาด เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2471 และได้น�ำเอาองคค์ วามรู้เรื่องสมองตามหลัก BBL มาใช้เลยี้ งดพู ระธดิ า และพระโอรส ท้ัง 3 พระองค ์ 60 ปี ก่อนทผี่ เู้ ชี่ยวชาญดา้ นสมองและนกั การศกึ ษาจะเริม่ สนใจ ค้นพบ และเข้าใจเรอ่ื งการพัฒนาสมอง เนื่องจากพระบรม ราชชนกได้สิ้นพระชนมายุค่อนข้างน้อย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของสมเด็จ พระบรมราชชนก จากบันทึกงานพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราช นครนิ ทร์ “ทีแ่ มส่ อนเรามาจากทูลกระหม่อมพอ่ พ่อแก่กวา่ แม่แปดปี ทรงส่ังสอนแมม่ าก และแม่ receptive ดมี าก... ทา่ นไดอ้ ะไรจากทลู กระหมอ่ มพอ่ มากมายเหลอื เกนิ ทที่ า่ นสอนทพี่ ดู กบั เรา ฉนั ไปพบทหี ลงั วา่ ถอดมาแลว้ เกอื บจะเปน็ คำ� เดยี วกับทูลกระหมอ่ มพ่อ” ผลลพั ธ์ทีป่ รากฏใหเ้ ห็นคือ พระอัจฉรยิ ภาพรอบดา้ น...เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เกษตรศาสตร์ วศิ วกรรมศาสตร์ ภาษาศลิ ปะ ดนตรี กฬี า....อยา่ งนอ้ ย 20 ศาสตร์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช...“ราชนั ของปวงประชา...King of The Kings” BBLProof

ง OKMD ไดน้ �ำหลกั สูตร BBL มาใช้ในประเทศไทยคร้งั แรก เมือ่ 10+ปกี ่อน เปน็ โครงการนำ� ร่อง ใน โรงเรียน 12 โรงทว่ั ประเทศไทย ท้ังภาคเหนือ อิสาน กลาง ใต้ ใชก้ บั เดก็ อนุบาล หน่วยงานท่รี บั ผิดชอบ ณ เวลาน้ัน ชอ่ื สถาบนั วทิ ยาการการเรยี นร.ู้ ..สวร. ตอ่ มาเปลย่ี นชอื่ เปน็ สถาบนั สง่ เสรมิ อจั ฉรยิ ภาพและนวตั กรรมการเรยี นร.ู้ ..สสอน. อยภู่ ายใต้สังกัดของ OKMD ณ เวลานม้ี ี 2 โรงทปี่ ระสบความสำ� เรจ็ ทุกหลกั สูตร...โรงเรียนปรินซร์ อยัล จังหวดั เชยี งใหม่ เป็นโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนอนบุ าล ศรสี ะเกษจงั หวัดศรสี ะเกษ ช่อื โรงเรยี นอนุบาลแตม่ ชี ั้นประถมด้วย ทง้ั 2 โรง การเรยี นการสอน ท�ำได้ตาม Motto ของ BBL “เรยี นร้คู ู่ขนานความสุข” นกั เรยี นมคี วามสขุ ± ความสนุกกบั การเรยี น รู้ คุณครกู ม็ ีความสุขเชน่ เดียวกัน แม้ตอ้ งทำ� งานหนัก เหน่ือย แตเ่ ม่ือเหน็ เดก็ ของตนเองประสบความส�ำเรจ็ อย่างรวดเรว็ กห็ ายเหนือ่ ย ทง้ั 2 โรง ผู้อำ� นวยการโรงเรียนเปน็ key person ท่ีผลักดันจนสำ� เรจ็ ทุกหลักสูตร สว่ นโรงเรียนอ่ืนอาจ สำ� เร็จบางหลกั สูตร ผู้อำ� นวยการไมส่ นบั สนุนเตม็ ที่ ใส่เกียรว์ า่ ง ครผู ้นู ้อยถงึ แม้จะไฟแรงระยะแรกกไ็ มส่ ามารถ ท�ำอะไร ได้มาก นานไปไฟก็หมด! BBL in Factory: ในเดือนมิถนุ ายน 2555 OKMD ได้ร่วมกบั สถาบันเพ่ิมผลผลติ แห่งชาติ น�ำองค์ความรู้ เร่ืองสมองไปประยกุ ต์ใชใ้ นการพัฒนาทักษะฝมี อื ส�ำหรับพนกั งานในภาคผลิต เป้าหมายหลักคือการเพ่ิม productivity ของโรงงานโดยไมต่ อ้ งเพมิ่ จำ� นวนพนกั งาน หรอื จำ� นวนเครอ่ื งจกั ร/เครอื่ งมอื ของโรงงาน งานฝมี อื เหลา่ นี้ เชน่ บดั กรแี ผง วงจรไฟฟ้า จิกตาสบั ปะรดบรรจุกระปอ๋ ง...ก็เป็นงานตอ้ งใชฝ้ ีมือ และใช้ความแมน่ ย�ำสงู มาก คลา้ ยกบั งานฝีมอื ของศลั ย์ แพทย.์ ..เปน็ Psychomotor teaching/learning and assessment เหมอื นกนั แตง่ านของแพทยค์ วามแมน่ ยำ� ตอ้ งสงู กวา่ มาก “Zero defect…error”…ทำ� ผดิ พลาดไมไ่ ดแ้ มแ้ ตค่ รงั้ เดยี ว เพราะคนไขอ้ าจเจบ็ พกิ ารหรอื เสยี ชวี ติ ได้ หลกั ใหญ่ ของขน้ั ตอนสำ� คญั จะคลา้ ยกนั แตจ่ ดุ สำ� คญั ในประเดน็ ยอ่ ยแตกตา่ งกนั มโี รงงาน 5 โรงในโครงการนำ� รอ่ ง...โรงงานซมั มทิ อีเล็คโทรนคิ คอมโพเนน้ ท์ ดาสโก้ ทอผ้ากรุงเทพ ถุงเทา้ ไทย และทปิ โก้ฟดู ส์ ผลออกมาดีมาก productivity เพิม่ ข้ึน เฉลี่ย 54.4% สงู สดุ 68% ต�ำ่ สดุ 44% ดีกว่าการนำ� ระบบประกนั คุณภาพทกุ ชนดิ เขา้ ไปใชใ้ นแรงงาน เชน่ ISO หรอื TQM ระบบเหลา่ น้สี ามารถเพม่ิ productivity ได้ประมาณ 20+ % อย่างมาก! ทีโ่ รงงานซัมมิท สามารถลดงานเสยี ที่ ลกู คา้ ได้ 17 เท่า ลดงานเสียในสายการผลิตชิ้นส่วน 10 เทา่ ลด training time ส�ำหรับพนกั งานใหม่ จาก 21 วนั เหลอื 3 วนั ...เรียนงา่ ย เข้าใจง่าย...คณุ ภาพพนักงานไม่ลดลง! โรงงานมีพนักงาน 1000+ คน เปน็ คนไทยลว้ น พ้ืนฐานของ พนกั งานใหมจ่ บการศึกษามธั ยมปีที่ 3 ขึน้ ไป หรือ ปวช. ปวส. แต่ละคนไม่มคี วามรู้เรอ่ื งงานฝมี ือมาก่อน หลักสูตร BBL in Factory อาจนำ� ไปใชใ้ นโรงเรยี นช่างฝีมือได้ทกุ ชนดิ การเรยี นรู้ท�ำได้ง่ายรวดเรว็ และมีประสทิ ธิภาพประสิทธิผลด้วย การสร้างหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ BBL คร้ังแรกก็คล้ายกับการผลิตรถยนต์คันแรก ถึงแม้จะช่วยกัน คิดค้นทดลองดีท่ีสดุ ก็ยังเปน็ รถยนต์คนั แรก...รถเบนซ์คันแรก โตโยต้าคนั แรกไมไ่ ด้ดมี ากหรือดีเย่ยี มอย่างรถเบนซ์หรือ โตโยตา้ คนั ลา่ สดุ ในปจั จบุ นั หลกั สตู รโรงเรยี นพอ่ แม่ BBL ฉบบั แรกกเ็ ชน่ เดยี วกนั ดว้ ยเหตผุ ลอยา่ งนี้ จงึ ออกแบบหลกั สตู ร โรงเรียนพ่อแม่ BBL ให้เป็นหลกั สูตรปลายเปิด...เปิดโอกาสให้ทกุ ท่านทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การเรียนการสอน...วิทยากร และ พ่อแม่ที่เป็นผู้ใช้หลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ BBL น้ี น�ำข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผลมาช่วยปรับปรุงให้หลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ BBL ฉบับต่อไป คม ชดั ลึก และมีคณุ ภาพมากยิ่งข้ึนๆ ทกุ คร้งั ท่ีมกี ารปรบั ปรุงหลักสตู รโรงเรียนพ่อแม่ BBL ในอนาคต หลกั สูตรโรงเรียนพ่อแม่ BBL อุบัติขน้ึ มาไดภ้ ายใต้ความรว่ มมือ 3 องค์กรหลกั และเจา้ หน้าท่ีสาธารณสขุ แพทย์ พยาบาล ของโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ ศนู ย์อนามยั ท่ี 13 บุคคลท่เี ปน็ กุญแจสำ� คญั ใหห้ ลกั สตู รโรงเรยี น พ่อแม่ BBL เปน็ รปู เป็นเล่มข้ึนมา คือ แพทย์หญิงนนธนวนณั ท์ สนุ ทรา กุมารแพทย์ และนายแพทย์ช�ำนาญการพเิ ศษ BBLProof

จ องคก์ รหลกั ท้ัง 3 ไดแ้ ก่ · OKMD สบร.: Office of Knowledge Management and Development…ส�ำนกั งานบริหารและ พฒั นาองคค์ วามรู้ · Rotary Club of Sathorn: District 3350 Rotary International · โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพ ศนู ย์อนามัยท่ี 13 กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข และ ศาสตราจารย์เกียรตคิ ณุ นายแพทยป์ ระเสรฐิ บุญเกิด นายกสมาคมโรคสมองเสอ่ื มแหง่ ประเทศไทย ปจั จุบัน: ท่ปี รกึ ษา OKMD สบร. อดีต: ประธานวชิ าการและกรรมการบอรด์ สถาบันวทิ ยาการการเรยี นรู้...สวร. BBLProof

หลักการ และขัน้ ตอนการออกแบบ การสอนโรงเรียนพอ่ แม่ BBL อารยี ร์ ชั ต์ ชวกาญจนกจิ ท่มี า : ส�ำนกั งานบรหิ ารและพฒั นาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) BBLProof

การจดั การเรียนรูต้ ามหลักการพัฒนาสมอง (Brain-based Learning) คือองคค์ วามรู้และการจัดกระบวนการเรียนรู้ทถ่ี ูกตอ้ ง เหมาะสม กบั ทกุ ช่วงวัยตงั้ แตอ่ ยู่ในครรภม์ ารดา ถงึ วยั ชรา โดยสอดคล้องกับพฒั นาการดา้ นโครงสร้างและการทำ� งานของสมอง หลกั การเรยี นรขู้ องสมอง 1. สมองเป็นอวยั วะทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะ (unique organ) ต้องการอาหารกาย อาหารใจ ในสัดส่วนทถี่ กู ตอ้ ง เหมาะสม ตามชว่ งอายุ ทัง้ ในด้านการเจริญเตบิ โต การเรยี นรู้ การท�ำงาน และการแกป้ ญั หา 2. สมองเรียนรู้ไดด้ จี ากการสมั ผัสตรง ทางตา หู จมูก ลนิ้ กายสัมผัส และใจ เรียนรูด้ ว้ ยตนเองผ่านวิธกี ารท่ี หลากหลายและชอ่ งทางท่มี ากทีส่ ดุ เรียนรดู้ ้วยความเข้าใจมากกวา่ ท่องจ�ำ 3. สมองเรยี นรู้และจดจ�ำได้ดีเมอ่ื สมองส่วนอารมณ์ (limbic system) เปิด ดว้ ยความสขุ สนุกสนานเป็นการ สร้างอารมณ์ด้านบวกเพื่อเตรียมสมองให้พร้อมที่จะเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ดีจึงต้องมีความพร้อมครบทั้ง 3 ดา้ น คอื ดา้ นอารมณ์องค์ความรู้ และพัฒนาการสมอง 4. สมองมวี งจรหลักสำ� หรับการเรยี นรู้ 2 วงจร คือแบบต้ังใจ เม่อื ถกู บงั คับ และไม่ตัง้ ใจ เมอ่ื Limbic เปิด 5. สมองเรยี นรูจ้ ากของจริงไปหาสัญลกั ษณ์ และเรียนร้จู ากง่ายไปหายาก ศลิ ปะ พละ ดนตรี เปน็ รากฐานของ การเรยี นรทู้ จี่ ะน�ำไปสู่การเรยี นท่สี ูงขนึ้ (ภาษา คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และวิชาชีพ) 6. สมองเรยี นรูแ้ ละจดจ�ำผ่านการลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ Active Learning แล้วฝกึ ฝนจนเกดิ ทักษะ ความช�ำนาญ และค้นพบความสนใจ ความสามารถ ความถนัดของตนเอง เมอ่ื เราเข้าใจถงึ หลักการท่สี �ำคญั การทีจ่ ะนำ� ไปส่กู ารปฏบิ ัตใิ นการออกแบบกระบวนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั การพฒั นาสมอง (Brain – based Learning) น้นั ยังมอี งคป์ ระกอบพน้ื ฐานท่เี กี่ยวข้อง ดงั น้ี 1. องคค์ วามรู้ คือ การก�ำหนดเนอ้ื หาสาระ ความรูท้ ถ่ี ูกต้อง เหมาะสม สอดคลอ้ งกบั วยั และพัฒนาการ ความรทู้ เี่ ป็นหลกั การทฤษฎี ความรูจ้ ากผปู้ ฏบิ ตั จิ รงิ ซง่ึ เป็นการดงึ ความรู้ ประสบการณม์ าเช่อื มต่อบรู ณาการระหว่างความร้แู ละทกั ษะ ในทางปฏิบัตจิ ากการลงมือทำ� 2. ลำ� ดับขน้ั การเรียนร้ตู ามหลกั การพัฒนาสมอง Step up คอื ขนั้ ตอนการเรยี นรตู้ ามธรรมชาตกิ ารทำ� งานของสมอง การเรยี นรทู้ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพควรเปน็ ไปตามลำ� ดบั ข้ันตอน ดังนี้ 1. เตรียมพรอ้ ม (set up) เป็นการเตรียมสมองเปิด Limbic ใหพ้ รอ้ มส�ำหรับการเรียนรู้ อาจจะเปน็ รูปแบบท่ีใหค้ วามสุข สนุกสนาน หรือสรา้ งสมาธิ ฯลฯ 2. ทบทวนความรเู้ ดมิ -เชอื่ มโยงความรใู้ หม่ (Tie in) การใหค้ วามรจู้ ำ� เปน็ ทเ่ี ราจะตอ้ งทบทวนสง่ิ ทรี่ มู้ า แลว้ ในเรอ่ื งนัน้ วา่ มีมากน้อยเท่าไร เพียงพอหรอื ไมท่ ี่จะเช่ือมต่อกบั ความรู้ใหมท่ เี่ ก่ยี วขอ้ งซึ่งความ รใู้ หมถ่ า้ สามารถเชอ่ื มโยงความร้เู ดิมทีม่ ีอยูจ่ ะท�ำให้ความรนู้ นั้ ง่าย และเข้าใจไดด้ มี ากขน้ึ BBLProof

3. เร้าความสนใจ (Engage) สมองไม่ได้สนใจทุกเร่ือง บางครั้งเราจึงจ�ำเป็นต้องกระตุ้นเร้าให้สมอง สนใจในส่ิงท่ีจ�ำเป็นต้องรู้/ควรรู้ เพ่ือให้สมองสามารถเกิดข้อสงสัย ใคร่รู้และอยากติดตามหาค�ำ ตอบ 4. ลงมอื ทำ� (Perform) สมองเรยี นรไู้ ดด้ จี ากการไดล้ องผดิ ลองถกู การลงมอื ทำ� จงึ เปน็ ขนั้ การทดสอบ ความรู้ ความเข้าใจ เมือ่ ลงมอื ทำ� ถกู หรอื ผิดจึงไมใ่ ชเ่ ปน็ ปญั หา 5. ฝึกปฏิบตั ิ (Use) เปน็ การฝกึ ฝน เพ่อื ให้ความช�ำนาญ แมน่ ยำ� รวดเรว็ และทักษะ ข้ันตอนนจ้ี งึ ตอ้ ง ไดว้ ธิ ีการท่ีถูกตอ้ ง เพ่อื เป็นการสรา้ งวงจรการจ�ำอยา่ งถาวรใหเ้ กดิ ข้นึ 6. สรปุ (Pack) การสรปุ ส่ิงที่ไดจ้ ากกระบวนการเรยี นรู้ การทดสอบและการตรวจทานความรู้ ความ เขา้ ใจ จงึ มคี วามสำ� คญั 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กำ� หนดเปา้ หมาย/วตั ถปุ ระสงคท์ ชี่ ดั เจน เพอื่ ใหม้ ที ศิ ทางในการใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะ คำ� นงึ ถงึ ความเหมาะสม และสอดคลอ้ งกบั โครงสรา้ งการทำ� งานของสมอง ใหค้ วามสำ� คญั กบั การลงมอื เรยี นรดู้ ว้ ยตนเองอยา่ ง เป็นข้ันตอน ดงั นน้ั จึงตอ้ งมีการเตรียมพรอ้ มในการออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดงั นี้ 1. ความเหมาะสมของเวลาและสถานที่ เลอื กชว่ งเวลาท่ีเหมาะสมในการเรียนรู้ จดั เตรียม สถานท่ีท่ี เหมาะสมกบั การเรียนรู้ เช่น มแี สงสว่างเพยี งพอ ไม่มเี สียงรบกวน มบี รเิ วณพนื้ ท่เี พียงพอในการ ลงมือปฏิบัติกจิ กรรม 2. การก�ำหนดกลุ่มผเู้ รียน ก�ำหนดผูเ้ รยี นให้เหมาะสมกบั เนอ้ื หาสาระ โดยพิจารณาตามเกณฑท์ ท่ี าง หน่วยงานกำ� หนด มกี ารเตรยี มความพร้อม สร้างแรงบันดาลใจ/ทัศนคติทด่ี ี และใหเ้ หน็ ภาพรวม ของสง่ิ ทเ่ี รยี นรู้ 3. การเตรียมเนื้อหา/กิจกรรม มีการวิเคราะห์เนื้อหาความรู้ให้มีความถูกต้อง เหมาะสมกับกลุ่ม ผู้เรียน และน�ำความรู้น้ันไปออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสม การ สรา้ งประสบการณ์จริงให้ผ้เู รยี นได้เรยี นรูท้ ี่หลากหลาย ขนึ้ อยูก่ ับความเหมาะสมของเน้อื หา โดย ใหค้ วามสำ� คญั ในประเด็น ดังน้ี 3.1 กิจกรรมบอกถึงความส�ำคัญของความรู้น้ันๆและเหตุผลในการปฏิบัติเพื่อสร้างความตระหนักให้ กบั ผู้เรียน 3.2 กิจกรรมจะต้องมีขั้นตอนการจัดล�ำดับการให้ความรู้โดยมีการก�ำหนดจุดส�ำคัญที่จะน�ำไปสู่ความ สำ� เรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรมน้ันๆ 3.3 กจิ กรรมนนั้ สามารถเชอื่ มโยงเนอื้ หาความรเู้ ขา้ กบั ประสบการณจ์ รงิ หรอื สอดคลอ้ งกบั ชวี ติ ประจำ� วนั ของผูเ้ รียนเพอ่ื สรา้ งความเข้าใจ และน�ำไปสูก่ ารปฏบิ ัติไดง้ ่ายขึน้ BBLProof

3.4 กจิ กรรมนัน้ ใช้วธิ ีการทีห่ ลากหลาย ผสู้ อนควรผสมผสานแนวการสอน วิธีการหรอื เทคนคิ ที่หลาก หลาย เพ่ือกระต้นุ การท�ำงานของสมองทุกส่วน และสร้างความน่าสนใจให้กบั กิจกรรม เช่น - กจิ กรรมทใ่ี หผ้ เู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจอยา่ งแทจ้ รงิ และสามารถนำ� ไปปฏบิ ตั ิ ไดด้ ้วยตนเอง - กจิ กรรมกลุม่ กอ่ ให้เกดิ ปฏิสัมพันธ์กบั ผอู้ น่ื มีการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ประสบการณร์ ว่ มกนั ซ่งึ จะ ท�ำใหผ้ เู้ รียนไดส้ รา้ งความเขา้ ใจตนเองและผู้อนื่ 3.5 กจิ กรรมทตี่ อ้ งมขี อ้ มลู ความรปู้ ระกอบควรเปน็ การใหข้ อ้ มลู ในรปู แบบทจี่ ำ� งา่ ย เชน่ วดิ โี อแผน่ พบั ใบงานใบความรู้ แผนภาพ ฯลฯ ทงั้ น้ีข้นึ อยกู่ บั ความเหมาะสมและสอดคล้องกบั เนอื้ หากจิ กรรม 3.6 กิจกรรมน้นั จะตอ้ งมีการตกผลึกทางความคดิ เชน่ การใหผ้ ูเ้ รียนไดแ้ สดงความคดิ เหน็ หรอื บอก ประโยชน์ มขี อ้ ดี ข้อเสยี อะไร อะไรคอื ปัญหา อปุ สรรค แนวทางแกไ้ ข และสามารถน�ำไปสกู่ าร แก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง 4. ส่อื วสั ดอุ ุปกรณ์ มีการจัดเตรียมส่ือของจริง สื่อแผ่นภาพ บัตรค�ำ และวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ประกอบในการจัดกิจกรรมอย่าง เหมาะสม เพียงพอต่อการนำ� ไปใช้ โดยสอื่ และวสั ดอุ ุปกรณ์นนั้ จะต้องใชง้ ่าย ช่วยสรา้ งความเข้าใจในกระบวนการทถ่ี กู ตอ้ ง เหมาะสม 5. การประเมิน การสรุปประเด็นเนื้อหาต่างๆเป็นขั้นตอนส�ำคัญที่ผู้สอนจะต้องด�ำเนินการทุกครั้งในการท�ำกิจกรรม โดย คำ� นงึ ถงึ - การใหข้ อ้ สรปุ นนั้ สามารถทำ� ไดท้ งั้ ผสู้ อนเปน็ ผสู้ รปุ หรอื ผเู้ รยี นเปน็ ผสู้ รปุ หรอื เปน็ การสรปุ รว่ มกนั ทง้ั นี้ ขนึ้ อย่กู บั ความเหมาะสมของเนอ้ื หาและเวลาในการท�ำกจิ กรรมน้ันๆ - การสรุปประเด็นสำ� คญั ของเนอื้ หา เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเกิดความเขา้ ใจทถ่ี ูกต้อง และกระตุ้นใหเ้ กิดการน�ำเอา ความรไู้ ปใช้ BBLProof

พ่อแมค่ ุณภาพ………..สรา้ งลูกคุณภาพ นนธนวนณั ท์ สุนทรา พ่อแม่คุณภาพ…ดูแลสุขภาพตนเองกอ่ นตงั้ ครรภ์ พร้อมใจกันเขา้ โรงเรยี นพอ่ แม่ ต้ังครรภ์คุณภาพ รู้บทบาทชายหญงิ พอ่ ใส่ใจดแู ลแม ่ มีสว่ นรว่ มเลย้ี งลูกอย่างถกู วิธี มงุ่ ม่นั เลีย้ งลกู ด้วยนมแมอ่ ย่างเดยี ว 6 เดือน ใหอ้ าหารตามวัยควบคกู่ ับนมแมจ่ นถงึ อายุ2ปหี รือนานกว่านั้น มีสายใยผูกพันดว้ ย กิน กอด เลน่ เลา่ นอน เฝ้าดฟู นั เพื่อเจา้ ตัวนอ้ ยมโี ภชนาการและพฒั นาการสมวัย ปลกู ฝงั ภูมิค้มุ กันท้งั กายใจ ปลกู ฝังวนิ ัยเชงิ บวก เรยี นร้กู ารใช้ชวี ิตในสงั คมอยา่ งมคี วามสุข พ่อแม่คณุ ภาพ จะมีความร้คู วามเขา้ ใจในการดูแลตนเอง ใหเ้ ปน็ พอ่ พนั ธุ์ แม่พันธท์ุ ด่ี ี ตั้งแตต่ ้ังใจท่จี ะมลี กู ให้ มคี วามพรอ้ มก่อนท่จี ะเล้ยี งลูก เมื่อทราบวา่ แมต่ ้ังครรภ์ ท้งั พ่อและแมม่ คี วามดใี จ ปล้มื ปติ ิ อยากใหล้ ูกสมองดี ครบ 32 มนี ำ�้ หนักแรกเกิดดี ไดเ้ ริ่มศกึ ษาค้นคว้า อ่านหนงั สอื คน้ ข้อมลู ทาง Internet ถามเพ่ือน พี่ พ่อแม่ และเร่ิมมาฝากครรภ์ ตงั้ แตร่ ู้ว่าตงั้ ครรภ์ โรงพยาบาล และสถานบรกิ ารสาธารณสุข เปน็ แหล่งที่เปน็ ท่ีพ่งึ แหง่ แรกของพ่อแม่ จงึ ตอ้ งมคี วามพร้อมในการ ท�ำให้ความคาดหวงั ของพ่อแม่เปน็ จริง หรอื เกนิ ความคาดหวัง ! ! ยิง่ จะดีมาก การมาฝากครรภค์ รั้งแรก ถา้ เจ้าหนา้ ที่ สรา้ งความประทับใจ ด้วยมติ รไมตรี ชว่ ยเหลือ ให้ความรู้ ความกระจา่ ง และเสรมิ แรง (Empower) ให้พอ่ แม่เหน็ คุณค่า ของความเป็นพอ่ แม่ จนพอ่ แม่เกดิ ความประทบั ใจและความไวว้ างใจ การปลูกตน้ กล้า คือเด็ก ซ่งึ เปน็ อนาคตสำ� คญั ของ ชาตกิ ็จะเตบิ ใหญ่ แข็งแรง ฉลาด รา่ งกายและจติ ใจดี ทมี่ าของโรงเรียนพ่อแม่BBL. เดิมการสอนพ่อแม่และผู้ดูแลเด็กในโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมักเป็นการสอนทางเดียว ไม่มี การประเมินผลวา่ ผเู้ รียนไดอ้ ะไร ต่อมาในปี พ.ศ.2547-2557 โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพ ศนู ยอ์ นามัยท่ี 13 ไดน้ ำ� กระบวนการโรงเรียนพอ่ แม่ โดยใชห้ ลกั การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม PL: (Participatory Learning) มาใช้ในการสอนพอ่ แม่และผู้ดแู ลเด็ก ในทกุ จดุ บริการตั้งแต่แผนกฝากครรภ์ ห้องคลอด หลังคลอด และคลินิกสง่ เสริมสุขภาพเด็กดี จากการ ปฏิบัติมา 10 ปี สง่ ผลให้อตั ราการขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิดลดลง และอัตราการเลี้ยงลกู ด้วยนมแม่อย่างเดียวอยู่ ในเกณฑท์ ดี่ ีพอสมควรคือ 25 % แต่อัตราน�้ำหนักแรกเกิดนอ้ ยกวา่ 2,500 กรัม (LBW: Low birth weight), การขาด ธาตุเหลก็ ในหญิงตง้ั ครรภ์, ภาวะทพุ โภชนาการในเด็ก (อว้ น-ผอม-เต้ยี ) กย็ ังมีปญั หา แม่ยังมคี วามม่ันใจไม่มากพอใน เรอื่ งแนวคิด ความรู้ และทกั ษะในการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ ส่งผลให้อตั ราการเลย้ี งลกู ด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ยงั ไม่ได้เพ่มิ ขนึ้ ชัดเจน จากการวเิ คราะห์ของคณะท�ำงานพบว่า การให้ความรู้แกพ่ ่อแม่ผดู้ ูแลเดก็ ขาดความเชือ่ มโยงระยะเวลา ตลอด จนเน้ือหายังไม่กระชบั ใชเ้ วลามาก เจ้าหนา้ ทยี่ งั ไม่คอ่ ยชอบเพราะคดิ วา่ ไม่มีเวลา ส่ืออุปกรณ์การสอนกไ็ มค่ รบถ้วน จึง ไม่อยากสอนเต็มรูปแบบ ผู้เรียนบางคนไม่เปิดใจ ไม่เข้าใจในสิ่งท่ีสอนเพราะการสอนแบบเดิมไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ เรยี นเข้าใจในสิ่งท่ถี กู ตอ้ ง ไม่มกี ารเนน้ จดุ ส�ำคัญประเมินได้จากหลงั จากกลับบ้านผู้เรียนไม่ไดน้ �ำไปปฏบิ ัตจิ รงิ เช่น ไม่ลง BBLProof

บนั ทกึ สมดุ บนั ทกึ สขุ ภาพแมแ่ ละเดก็ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง จงึ ทำ� ใหผ้ ลลพั ธต์ วั ชวี้ ดั ไมเ่ ปน็ ทนี่ า่ พอใจจงึ คดิ จะทบทวนกระบวนการ ใหค้ วามรแู้ ก่พอ่ แม่ผ้ดู ูแลเดก็ ใหม่ ผมู้ ีสว่ นรว่ มในการออกแบบและ/หรอื ดำ� เนินการ · ส�ำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) สังกัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี มีประสบการณ์ในการ จัดการเรยี นรโู้ ดยหลกั การพัฒนาสมอง BBL: (Brain-based Learning) ได้มาปฏิบัตงิ านร่วมกันเปน็ ทมี โดยมนี กั จดั การ ความรูเ้ ปน็ ผูม้ ปี ระสบการณ์และทกั ษะมาชว่ ยวางแผนการทำ� งาน ร่วมปฏิบัติจนงานประสบความสำ� เร็จ · สโมสรโรตารีสาทร ซง่ึ เป็นองคก์ รการกุศล ไดส้ นับสนุนงบประมาณจดั ทำ� สือ่ การสอน ไดแ้ ก่ วดี ทิ ัศน์ คูม่ ือการให้ความรู้แกพ่ อ่ แม่ ผ้ดู แู ลเดก็ และครุภณั ฑ์ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั การสอน · เจา้ หน้าท่โี รงพยาบาลทีเ่ ก่ียวข้องกับการสอน ในโรงเรียนพอ่ แม่ของโรงพยาบาล · ผูอ้ �ำนวยการโรงพยาบาล, แพทย์ ประธานคณะท�ำงานพฒั นาหลักสูตรโรงเรียนพ่อแม่ · ผอู้ ำ� นวยการศนู ยอ์ นามยั ที่ 13 สนบั สนนุ ใหม้ กี ารดำ� เนนิ งาน,งบประมาณ/เวลาปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หนา้ ท่ี โรงพยาบาลท่ีเกี่ยวขอ้ ง โดยให้ถือวา่ เป็นงานหลัก, งานเด่นของโรงพยาบาลและศนู ย์อนามัยที่ 13 · พ่อแมแ่ ละครอบครวั มสี ่วนรว่ มในการฝกึ ปฏบิ ัติ และสะทอ้ นกลับผลการเรยี นรู้ และความ พงึ พอใจ ของโครงการ การให้บรกิ ารก่อนปรับปรงุ : เปน็ การสอนเนื้อหาทจ่ี บในแตล่ ะแผนก BBLProof

ส่ิงท่ีเป็นความคิดริเริ่ม (ส่ิงใหม่) ในการพัฒนาบริการ คือ จัดกระบวนการเรียนรู้โดยมีการค�ำนึงถึงหลัก การพัฒนาสมอง คอื สมองของมนุษย์สามารถเรียนร้ไู ดต้ ั้งแตต่ ัง้ อยู่ในครรภ์จนถึงชรา สมองตอ้ งการอาหารกายอาหารใจ คือตอ้ งเปิดสมอง (limbic system) กอ่ นผู้เรียนจงึ จะเกิดการเรียนรู้ท่ีผ่อนคลาย มีความสขุ สนกุ และสนในอยากเรียน รู้ กระบวนการเรยี นรู้ใช้ active/ Interactive learning โดยผูเ้ รียนได้ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เกิดความเข้าใจ รูจ้ ดุ สำ� คญั ข้อควร ระวงั ท�ำให้เรียนรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ถูกต้อง แนวคดิ และแรงบันดาลใจทีก่ ่อใหเ้ กดิ ความคิดรเิ ริ่มทท่ี ำ� ใหก้ ารปรบั ปรงุ บริการ ประสบความส�ำเร็จคอื · คือต้องการให้ท้ังผู้เรียนและผู้สอนมีความสุขในการเรียนการสอน การสอนเป็นแบบที่เข้าใจง่าย ธรรมชาติ เชน่ การอมุ้ ลูกดดู นมถูกวธิ ี และมีการกระตุน้ ประสาทสมั ผัสทัง้ หกแกล่ กู ขณะให้นม สง่ ผล ให้ลูกฉลาด การอาบน�ำ้ เด็กท่ีถูกวธิ ี ทมี่ ีการสมั ผัสอยา่ งอ่อนโยน พูดคยุ ให้ความเยน็ และนุ่มนวลของ นำ้� กระต้นุ พฒั นาการดา้ นสมองของลูก และการที่พอ่ มีสว่ นร่วมลูบสัมผสั และพดู คุยกับลูกในท้อง เพอ่ื สง่ เสริมสายสมั พันธร์ กั ในครอบครวั และการกระตนุ้ พัฒนาการลูกในครรภ์ เปน็ ต้น โดยกระบวนการ เรียนรคู้ รอบคลุมเปน็ องค์รวม · ตอ้ งด�ำเนินการใหพ้ อ่ แม่ ผู้ดแู ลเด็ก มีความรคู้ วามเขา้ ใจครบถ้วน มีทัศนคตทิ ดี่ แี ละทกั ษะท่ถี กู ตอ้ งใน การเลยี้ งลกู เพราะวยั ส�ำคัญทสี่ ดุ ของเด็กคือช่วงปฐมวยั ซึง่ ตอ้ งการการเลีย้ งดูจากพ่อแมท่ ่ีมคี ณุ ภาพ · เจา้ หนา้ ทโ่ี รงพยาบาลทีเ่ กยี่ วขอ้ งมีความสุข ภาคภูมิใจกบั ผลลพั ธ์ท่ีเกิดแกผ่ ดู้ แู ลเดก็ และกระบวนการ สอนมขี นั้ ตอน ทำ� ให้งา่ ยตอ่ การสอนดว้ ย · ผลลัพธ์ ตวั ช้วี ดั การดำ� เนนิ งานดี เป็นไปตามเป้าหมาย · มีการสร้างการมสี ่วนร่วม จากหน่วยงานอืน่ ทำ� ให้เจา้ หนา้ ทีโ่ รงพยาบาลเกิดความกระตอื รอื ร้นในการ ปฏิบัติงาน รู้จักการท�ำงานเป็นทีมด้วยความมุ่งม่ัน ผลงานบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่าท่ีเคยปฏิบัติเอง ตามลำ� พงั · มีการผลิตส่ือการสอน ซึ่งคิดค้นโดยเจ้าหน้าท่ีท่ีปฏิบัติงาน โดยไม่มีเงื่อนไขเร่ืองงบประมาณแต่ใช้ จินตนาการของผสู้ อน และไดร้ ับการสนบั สนนุ งบประมาณทีเ่ พียงพอ จากหน่วยงานเอกชน · อยากได้คู่มือในการสอนโรงเรียนพ่อแม่ และแผนการสอนท่ีใช้เป็นแบบอย่างแก่การท�ำงานของหน่วย งานทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั ครอบครวั และน�ำไปปรบั ใช้ตามบริบทของสถานที่ BBLProof

ผงั การปฏบิ ัติงาน การสอนโรงเรยี นพ่อแม่ ในผมู้ ารับบริการแม่และเดก็ ในโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพ ศนู ยอ์ นามัยท่ี 13 : เป็น การสอนท่ีมีความเชื่อมโยงกันในระหว่างแผนก เนื้อหาเรื่องการเล้ียงลูกด้วยนมแม่ในแต่ละแผนก จะกลมกลืนกับการ สอนในคลนิ กิ นมแม่ (ซงึ่ เปน็ จดุ ทชี่ ว่ ยสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และแกป้ ญั หา) การสอนในแผนกทนั ตกรรม จะชว่ ยสง่ เสรมิ แผนก Premarital, แผนกฝากครรภ์ และคลินิกเดก็ ดี โรงเรียนพ่อแม่BBL “การเรียนรู้คู่ขนานความสุข” กระบวนการสอนเป็นข้ันเป็นตอน กระชับ มีการสะท้อน กลับและทดสอบความรู้ความเข้าใจ สิ่งที่พ่อแม่ได้จะได้เกินความคาดหวัง ภาพฝันท่ีอยากเห็นคือพ่อแม่เดินเกี่ยวก้อย กันมาแผนกฝากครรภ์ พ่อและแม่สัญญาว่าจะช่วยกันดูแลลูกคนน้ีอย่างดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แม่ดูแลสุขภาพตนเองเป็น อย่างดี พ่อใหอ้ าหารกายอาหารใจแกแ่ ม่ เจา้ หน้าท่ีโรงพยาบาล, สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ให้ความรแู้ นะนำ� โภชนาการท่ี เหมาะสม จดั ยาบำ� รงุ เรียกไดว้ า่ ทกุ คนรมุ ดแู ลแมท่ ตี่ ง้ั ครรภก์ นั เลยทเี ดยี ว! ถา้ พบภาวะเสยี่ งกใ็ หก้ ารดแู ลแกไ้ ขเปน็ พเิ ศษ ณ ห้องคลอด ทันทีทีค่ ลอด ลกู จะไดอ้ ยู่ในออ้ มกอดของแม่ ไดด้ ูดนมจากเต้า (early suckling , early bonding) ความ รกั ความผูกพันระหวา่ งพ่อแม่ลูกกจ็ ะเกดิ ข้นึ (bonding and attachment) สง่ ผลใหท้ ัศนคตกิ ารอยากเลยี้ งลกู ดว้ ยนม แมฝ่ งั ลึก ..หลังคลอด แม่ลูกได้อยูด่ ้วยกนั ตลอด เจา้ หนา้ ที่ใส่ใจ ช่วยสอนให้พอ่ แมเ่ ลยี้ งลูกเองได้ อาบนำ้� ลกู อุ้มลูกดดู นมอย่างถกู วิธี เสริมสายใยรกั ในครอบครัว คลนิ กิ นมแม่ เปน็ จดุ บรกิ ารทง้ั เชงิ รกุ และรบั คอื เมอื่ แมต่ งั้ ครรภไ์ ดร้ บั การตรวจเตา้ นม และพบปญั หาวา่ มหี วั นม สน้ั แบน บอด บมุ๋ จะตอ้ งมาเรยี นรกู้ ารแกไ้ ขและปฏบิ ตั ติ วั เพอื่ เตรยี มความพรอ้ ม ในการเลยี้ งลกู ดว้ ยนมแมท่ คี่ ลนิ กิ นมแม ่ หลังคลอด โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ 7-14 วนั แรก คลินกิ นมแมจ่ ะเป็นทพี่ ่ึงสำ� คญั เมอื่ แม่มปี ญั หา เชน่ นำ�้ นมน้อย ตวั เหลือง การทไี่ ด้กลับมาตรวจและฝึกทักษะการใหน้ มอีกครง้ั จะชว่ ยสร้างความม่ันใจใหแ้ ม่มากขน้ึ เมื่อแม่จะไปท�ำงานนอกบา้ น จะมีการฝึกทักษะการบีบเก็บน�้ำนมและวิธีนำ� มาให้ลกู กนิ ในขณะที่แม่ไม่อยู่ ซึ่งจะเหน็ วา่ ท้ังทัศนคติ ความรู้ และทกั ษะ ถ้าสอนพอ่ แมโ่ ดยหลกั การพฒั นาสมอง (BBL) ผู้เรียนได้ลงมอื ปฏิบัติ จะจดจำ� และนำ� เอาไปใช้ได้มากกว่า BBLProof

ณ คลินิกส่งเสริมสุขภาพเด็กดี พ่อแม่และผู้ดูแลเด็กมักมาด้วยกัน เด็กจะเป็นศูนย์กลางของความสนใจของ ครอบครวั และเจ้าหน้าทเ่ี ราใชก้ ลยทุ ธ์การสอน ดว้ ยกิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน เพือ่ เจา้ ตวั น้อย มโี ภชนาการและ พฒั นาการสมวยั สมองสดใส จติ ใจดี มคี ณุ ธรรม และมพี ฤตกิ รรมเหมาะสม สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ทง้ั กายใจ ปลกู ฝงั วนิ ยั เชงิ บวก เรยี นรกู้ ารใชช้ วี ิตในสังคม อย่างมีความสุข เปน็ เป้าหมายหลัก ทนั ตกรรม ดแู ลทงั้ แมแ่ ละเดก็ เมอื่ แมม่ สี ขุ ภาพชอ่ งปากทด่ี ี จะชว่ ยลดอตั ราการคลอดกอ่ นกำ� หนด และสามารถ ดแู ลลกู ไมใ่ ห้ฟนั ผุ ทกุ ขน้ั ตอน กระบวนการ เม่อื เราใหค้ วามรู้แก่พ่อแมแ่ ละผู้ดแู ลเดก็ ในโรงเรยี นพอ่ แม่ ตามหลกั การพฒั นาสมอง (BBL) กล่าวคอื มีการเตรยี มความพรอ้ มผู้เรียนกอ่ นนำ� เขา้ สบู่ ทเรียน เปดิ สมองด้วยหลากหลายกจิ กรรมเพื่อความพรอ้ ม ในการเรยี นรู้ การเรยี นรจู้ ากของจรงิ ดว้ ยวธิ กี ารทีง่ า่ ย สัน้ กระชบั และได้ลงมอื ปฏิบัติจรงิ และมีการสะท้อนกลบั และ ทดสอบความถกู ตอ้ ง เนน้ ย�้ำจุดส�ำคญั สนุก จะเกิดความสขุ ทง้ั ผู้เรยี นและผสู้ อนหลงั จากเรียนรผู้ เู้ รยี นได้รบั สอ่ื การเรียน รกู้ ลับบา้ นไปดว้ ย ผเู้ รียนจงึ สามารถน�ำไปปฏบิ ัติไดจ้ รงิ ตรงกับ Motto BBL… “เรียนรู้ คู่ขนาน ความสุข” BBLProof

ค�ำแนะนำ� การใชแ้ ผนการสอน 1. ผู้สอนควรเตรียมความพร้อมก่อนการสอน โดยการอ่านแผนการสอน ทบทวนความเข้าใจ ข้ันตอน กระบวนการจดั กจิ กรรม สรุปความรู้ ประเดน็ ส�ำคญั ในแต่ละบท 2. ควรเตรียมสถานทเ่ี รียนให้พร้อม แสงสวา่ งเพียงพอ อากาศไมร่ อ้ นหรอื เย็นเกนิ ไป เตรียมสอ่ื อปุ กรณ์ให้ พรอ้ มใช้ เพื่อให้การสอนราบรื่น กระชับ ไมใ่ ชเ้ วลานานเกินไป 3. เตรียมผู้เรียน โดยการพูดคุย แนะน�ำ ชี้ประโยชน์ของการมารับความรู้ และชักชวนเข้าร่วมบทเรียน ด้วยความสมคั รใจ 4. ผู้สอนควรเตรียมความพร้อมท้ังด้านร่างกายและจิตใจ มีความสุข อบอุ่น เป็นกันเอง ย้ิมแย้มแจ่มใส สบตา ลกั ษณะเปน็ การพูดคุยมากกวา่ การสอน เปดิ ใจ รับฟัง พร้อมทจ่ี ะแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ ับผเู้ รยี น “ครู BBL จะไม่ดุ ใจดี ผู้เรียนไม่กลัว” 5. ในแตล่ ะแผนการสอน ใหค้ ำ� นงึ ถึงเป้าหมายของการสอนว่าตอ้ งการอะไร กระบวนการสอนใหค้ รบ 5 ข้นั ตอน ไดแ้ ก่ การเตรียมความพรอ้ ม เปิดสมอง แลว้ ค่อยใหอ้ งคค์ วามรู้ ให้ผเู้ รยี นสะท้อนความรูส้ กึ นกึ คดิ เพอ่ื ตรวจ สอบความเข้าใจ ชี้จุดส�ำคัญ ถ้าถูกต้องรู้ว่าถูกเพราะอะไร ถ้าไม่ถูกไม่ถูกเพระอะไรพร้อมสอนวิธีท่ีถูกต้องให้จนเข้าใจ ม่ันใจ สามารถน�ำไปใช้ได้ กรณีท่ีตอบค�ำถามไม่ได้ ควรบอกผู้เรียนว่าจะค้นคว้า และตอบภายหลัง อย่าบอกไปโดยไม่ ถกู ตอ้ ง สรปุ และแจกสื่อการเรียนทกุ คร้ัง BBLProof

ฝากครรภ์ BBLProof

BBLProof

แผนการสอนท่ี ๑ มารดาตัง้ ครรภ์คณุ ภาพ เปา้ หมายรวม : ครอบครัวอบอ่นุ มารดาตงั้ ครรภ์คุณภาพ ทารกฉลาดรู้ต้งั แต่ในครรภ์ สาระสำ� คัญ 1. การเปล่ียนแปลงรา่ งกาย จติ ใจของหญิงตง้ั ครรภ์ 2. บทบาทของสามีตอ่ ภรรยาและลูกในครรภ์ 3. ความสำ� คัญของการตรวจเลือดเม่อื มาฝากครรภ์ 4. การใช้สมุดบนั ทึกสขุ ภาพแมแ่ ละเดก็ 5. ประโยชน์ของการเล้ยี งลูกด้วยนมแม่ 6. การกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ 7. อาการผดิ ปกตขิ องหญงิ ตั้งครรภท์ ่ตี ้องมาโรงพยาบาล 8. การออกก�ำลังกายขณะต้งั ครรภ์ กิจกรรมท่กี �ำหนด กจิ กรรมที่ 1 เตรียมความพรอ้ มสูค่ วามเป็นพ่อแม่คุณภาพ กจิ กรรมท่ี 2 ลูกฉลาดสรา้ งได้ตั้งแตใ่ นครรภ์ กจิ กรรมท่ี 3 อาการผดิ ปกติทคี่ ุณแม่ต้องมาโรงพยาบาล กจิ กรรมที่ 4 สรา้ งพลังกายเสรมิ พลังจติ เพ่ือแม่และเจ้าตวั น้อย ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั เพ่ือให้หญิงตัง้ ครรภ์และสามีตระหนกั ถงึ บทบาทของตนเอง มคี วามรู้ ความเข้าใจ มีทกั ษะในการปฏบิ ตั ิตวั ขณะตั้งครรภ์ได้ถูกต้อง ส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์มีความสุขปลอดภัย ทารกน้�ำหนักแรกเกิดตามเกณฑ ์ ได้รับการกระตุ้นเซลล์สมองอย่างถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่ในครรภ์รวมท้ังเพ่ือเป็นการสร้างเสริมสัมพันธภาพท่ีดีระหว่าง หญงิ ตง้ั ครรภ์ สามี และลกู ในครรภ์ ระยะเวลาทง้ั หมด 2 ช่ัวโมง 15 นาที รูปแบบ/วิธีการสอน 1. บรรยาย 2. ทำ� กิจกรรมกลมุ่ 3. สาธติ และฝกึ ปฏิบตั ิ 1 BBLProof

กิจกรรมการสอน กจิ กรรมท่ี 1 เตรยี มความพรอ้ มสูค่ วามเปน็ พ่อแม่คณุ ภาพ ณชิ นนั ท ์ ไพรวจิ ารณ์ , มณฑาทพิ ย์ เหตานรุ ักษ์ , นนธนวนณั ท์ สนุ ทรา กิจกรรมนท้ี �ำเพือ่ · หญิงต้ังครรภ์และสามตี ระหนกั ถงึ บทบาทของตนเอง สามารถดแู ลทารกในครรภ์ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง · หญิงตัง้ ครรภ์ปลอดภัยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตงั้ ครรภ์ · ทารกในครรภ์ปลอดภยั น้�ำหนักแรกเกดิ ตามเกณฑ์ · สรา้ งเสริมสายใยรักในครอบครัว ส่ิงที่ได้จากการท�ำกิจกรรมน้ี · หญิงต้ังครรภ์และสามีมีแรงจงู ใจในการท่ีจะปฏบิ ัตติ ัวอยา่ งถกู ตอ้ งเพื่อทารกในครรภ์ · หญงิ ตง้ั ครรภม์ คี วามรู้ความเขา้ ใจสามารถปฏิบัตติ วั ขณะตัง้ ครรภไ์ ดถ้ กู ต้อง · สามีของหญิงตั้งครรภ์เข้าใจถึงบทบาทของตนเองและสามารถดูแลหญิงตั้งครรภแ์ ละทารกในครรภ์ได้ · ทารกในครรภ์ได้รับทั้งอาหารกายและอาหารใจตงั้ แต่ในครรภ์ หลกั การและวิธกี ารส�ำคญั ข้ันตอนสำ�คัญ จดุ สำ�คัญ 1. การเตรยี มความพรอ้ ม : สรา้ งบรรยากาศในการเรยี นรู้ โดย · ผูส้ อนแสดงความเป็นกันเอง การพูดคุย ซักถาม · สงั เกตความพรอ้ มของผเู้ รยี น โดยสงั เกตจาก แวว ตา สีหน้า นำ้� เสียง และทา่ ทาง บทบาทสมมุติ : ใช้คำ� พดู เชิญชวนสามีหญิงตง้ั ครรภ์สวมเสื้อ · สามีสวมเสื้ออัศวนิ ตลอดการท�ำกจิ กรรม อัศวนิ เปิดสมอง : นั่งสมาธ ิ เปิดเพลงดั่งดอกไม้บาน · สังเกตสีหน้า ความผ่อนคลาย และเม่ือลืมตา สังเกตแววตา สหี นา้ รอยย้มิ ของผู้เรยี น 2. การนำ� เขา้ สู่บทเรยี น : ชวนเชิญผูเ้ รยี นทำ� กจิ กรรมวาดฝัน · บรรยากาศในการจัดกิจกรรมต้องผ่อนคลาย ลกู น้อย ละลายความเครียดและเป็นกันเอง · หญงิ ตง้ั ครรภแ์ ละสามรี ว่ มกนั วาดรปู จนิ ตนาการถงึ ทารก ในครรภ์ · หญิงตั้งครรภ์และสามีร่วมกันอธิบายความหมายของ ภาพท่วี าดทลี ะคู่ · ผู้สอนสรปุ ประเด็นสำ� คญั (ตามใบงานที่ 1) 2 BBLProof

ข้ันตอนสำ�คญั จุดสำ�คัญ 3. การใหอ้ งคค์ วามรู้ : ผสู้ อนเปดิ วดี ทิ ศั นเ์ รอื่ ง“ความสำ� คญั ของ · ต้องไมม่ สี ิ่งรบกวน ผู้สอนต้องคอยสงั เกตสหี นา้ การตรวจเลือดเม่อื มาฝากครรภ”์ (เน้ือหาตามใบความรู้ ท่ี 1 ) แววตา ท่าทาง ผ้เู รียนเพ่อื ประเมนิ ความเขา้ ใจ 4. การสะท้อนกลับและทดสอบ ความรู้ ความเข้าใจของผเู้ รียน · ถ้าสรปุ ไม่ถูกตอ้ ง ต้องบอกว่าผดิ เพราะอะไรและ : สอบถามถงึ ความเขา้ ใจ กระตนุ้ ใหก้ ลมุ่ ชว่ ยกนั สรปุ ความรทู้ ไี่ ด้ แก้ไขให้ถูกต้อง พร้อมเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ถ้าถูก รบั ซกั ถามขอ้ สงสยั และเชือ่ มโยงไปสู่การใชส้ มุดบนั ทกึ สุขภาพ ตอ้ งใหช้ มเชย แม่และเดก็ 5. การใหอ้ งคค์ วามรู้ : ผูส้ อนอธิบายการใช้สมดุ บนั ทึกสุขภาพ · สั้น กะทัดรัดและเข้าใจง่าย และเน้นให้หญิงตั้ง แม่และเด็ก(เนื้อหาตามใบความรู้ท่ี 2)แล้วให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ครรภ์และสามชี ว่ ยกันลงบนั ทึกสมดุ สุขภาพ การลงผลภาวะโภชนาการใน vallop curveและแปลผลภาวะ โภชนาการของตนเองทลี ะคน : ผู้สอนแสดงตัวอย่างอาหารท่ีมีประโยชน์ส�ำหรับหญิงต้ัง · มตี วั อยา่ งโมเดลอาหารให้ดู ครรภ์ : ผู้สอนเปิดวีดิทัศน์ เร่ือง “ทุนสมองลูกรักจากนมแม่” · ต้องไม่มีสิ่งรบกวน ผู้สอนต้องคอยสังเกตสีหน้า (เนือ้ หาตามใบความรทู้ ี่ 3) ทา่ ทาง ผู้เรียนเพือ่ ประเมนิ ความเขา้ ใจ 6. การสะทอ้ นกลบั และทดสอบ ความรู้ ความเขา้ ใจของผู้เรยี น · กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด : สอบถามถึงความเขา้ ใจ และให้ผ้เู รยี นชว่ ยกนั สรุปความร้ทู ไ่ี ด้ เห็น รับและแสดงความคดิ เห็น · ถ้าสรุปไม่ถูกต้องให้บอกว่าผิดเพราะอะไร และ แก้ไขให้ถูกต้อง ยังไม่ครอบคลุมต้องเพิ่มเติมให้ สมบรู ณ์ 7. การสรปุ : ผสู้ อนพดู ถงึ ประเดน็ นอกจากอาหารกายแลว้ หญงิ · ผสู้ อนสรา้ งบรรยากาศทเ่ี ปน็ กนั เองไมพ่ ดู กดดนั ผู้ ต้ังครรภ์ยังต้องการอาหารใจด้วยโดยให้สามีกอดหญิงต้ังครรภ์ เรียนและสรุปประเด็นจากการสะท้อนความรสู้ ึก และหญิงต้ังครรภ์กอดสามี หลังจากน้ันถามความรู้สึกหลังถูก ตามความจรงิ ทสี่ ะทอ้ น ไมใ่ ชค้ วามรสู้ กึ ของผสู้ อน กอดว่ารู้สึกอย่างไร ชี้ให้ผู้เรียนเห็นว่าถ้าแม่ได้รับอาหารใจก็ จะเกิดความสุขและจะส่งผลต่อพัฒนาการสมองของทารกใน ครรภ์ และให้สามีของหญิงตั้งครรภ์สะท้อนความรู้สึก หลังใส่ เส้ืออัศวินทีละคนและถามถึงความต้องการให้คนดูแลตัวเอง อย่างไร เมื่อสมมุติว่าตัวเองต้ังครรภ์ เพ่ือเชื่อมโยงไปสู่เน้ือหา บทบาทของสามีที่มีต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ และ สรุปประเด็นจากการสะท้อนความรู้สึก บรรยายสรุปการ เปล่ียนแปลงร่างกายและจิตใจหญิงตั้งครรภ์และบทบาทของ สามที มี่ ีต่อหญิงตั้งครรภแ์ ละทารกในครรภ์ดว้ ย power point (ตามใบความร้ทู ่ี 4) : ผู้สอนให้สามีเขยี นความตั้งใจทีจ่ ะกลบั ไปทำ�ทีบ่ า้ นอย่าง · กระตุ้นให้สามีเขียนทุกคนแต่ไม่กดดันในการน�ำ นอ้ ยคนละ 2 ขอ้ และใหอ้ ่านใหภ้ รรยาตนเองฟงั พรอ้ มมอบ เสนอ ใหภ้ รรยาเกบ็ ไว้ 3 BBLProof

ความสอดคล้องของกจิ กรรมตามหลกั การพฒั นาสมอง Brain-based Learning (BBL) · การผ่อนคลายก่อนร่วมกิจกรรมใหเ้ กิดอารมณ์ด้านบวก เปน็ การเปิดสมองให้ไดเ้ รยี นรเู้ ตม็ ที่ · การได้ฝึกปฏบิ ัตจิ รงิ ท�ำให้เกดิ การเรยี นรู้ไดร้ วดเรว็ และน�ำไปสกู่ ารจดจ�ำ ระยะเวลา 60 นาที ส่อื อปุ กรณ์ 1. วดี ิทัศนเ์ รื่อง“ความสำ� คัญของการตรวจเลอื ดเมอื่ มาฝากครรภ”์ , “ทนุ สมองลกู รักจากนมแม่” 2. power pointสรปุ การเปลย่ี นแปลงรา่ งกายและจิตใจหญิงต้ังครรภ์ และบทบาทของสามีตอ่ หญงิ ต้งั ครรภ์และทารกในครรภ์ 3. สมุดบนั ทกึ สุขภาพแมแ่ ละเดก็ 4. เส้อื อัศวิน, ถงุ ทราย 5. กระดาษ A4, ดนิ สอ, สีไม้ การประเมนิ ผล 1. จากการให้ผู้เรียนเขยี นสง่ิ ทจ่ี ะกลับไปท�ำ จากการรว่ มกจิ กรรมคนละ 2 ข้อ 2. การตรวจสอบจากการลงบนั ทึกในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเดก็ 3. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม 4 BBLProof

ใบงานที่ 1 กจิ กรรมวาดฝนั ลกู น้อย วสั ดุ อุปกรณ์ 1. กระดาษ A 4 2. ดินสอ 3. สีไม้ ข้นั ตอนการทำ� กจิ กรรม 1. แจกกระดาษ A4, ดนิ สอ, สไี ม้ ให้แก่หญงิ ตง้ั ครรภ์และสามี คู่ละ 1 ชดุ 2. น�ำเขา้ สกู่ จิ กรรม โดยผูส้ อนพูดคยุ สรา้ งบรรยากาศทผ่ี ่อนคลายและเป็นกันเองและแจง้ ใหห้ ญิงต้งั ครรภ์ และสามีร่วมกนั วาดภาพลกู ในครรภ์ของตนเองตามจนิ ตนาการ 3. เมื่อเสร็จทกุ คู่ให้ส่งภาพวาดกลบั มาทีผ่ สู้ อน 4. ผูส้ อนส่มุ หยบิ ภาพวาดทีละภาพ ใหห้ ญิงต้งั ครรภแ์ ละสามีรว่ มกนั อธบิ ายภาพและผสู้ อนใชค้ ำ� ถามให้ อธบิ ายเกยี่ วกับ · ลูกเพศอะไร ? · คดิ วา่ ลกู หนา้ เหมอื นใคร ? · สุขภาพแข็งแรงไหม ? · อวัยวะครบไหม ? 5. เมือ่ อธิบายภาพเสรจ็ ผสู้ อนสรุปประเดน็ เพ่อื โยงเข้าสู่การสอนขั้นตอนต่อไป เช่น ถ้าอยากให้ลูกมสี ุขภาพ แข็งแรงตามทตี่ อ้ งการ คุณพอ่ คุณแมก่ ค็ วรจะทราบในเรอ่ื งดงั ต่อไปน้ี 5 BBLProof

ใบความรทู้ ่ี 1 ความส�ำคญั ของการตรวจเลอื ดเมอื่ มาฝากครรภข์ องหญงิ ตง้ั ครรภ์และสามี 1. กรปุ๊ เลือดและหมู่เลอื ด Rh · กรณีทีเ่ ลือดพ่อแม่เขา้ กนั ไมไ่ ด้ จะสง่ ผลและเปน็ อนั ตรายตอ่ ทารกในครรภไ์ ดเ้ ชน่ ภาวะซดี หวั ใจวายใน ครรภ์ · จดั หาเลือดทดแทนไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ กรณีทีค่ ุณแมจ่ �ำเป็นต้องรับเลือด 2. โรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก เปน็ ภาวะที่รา่ งกายมจี �ำนวนเมด็ เลอื ดแดงตำ�่ กวา่ ปกติเน่อื งจากร่างกายมธี าตุเหล็กไม่เพยี งพอทจี่ ะน�ำไปสรา้ ง เมด็ เลือด สาเหตุ · รา่ งกายต้องการธาตเุ หลก็ เพ่ิมข้ึน เน่ืองจากการตัง้ ครรภ์ และให้นมบตุ ร · รับประทานอาหารทม่ี ธี าตุเหลก็ ไมเ่ พยี งพอ หรอื รบั ประทานอาหารท่ขี ัดขวางการดดู ซึมธาตเุ หล็ก เช่น ชา กาแฟ · การเสยี เลือดอย่างเรื้อรังเชน่ โรครดิ สีดวงทวาร โรคพยาธิปากขอ ประจำ� เดอื นมาก ตัง้ ครรภถ์ ่ี แทง้ บอ่ ย ผลกระทบ หญิงตัง้ ครรภ์ ไมม่ ีแรง อ่อนเพลยี อาจตกเลอื ด ชอ็ คหรือตดิ เช้อื หลังคลอด ทารก คลอดกอ่ นกำ� หนด นำ�้ หนักนอ้ ย ซดี ไมแ่ ข็งแรง พฒั นาการช้า 3. โรคเลือดจางธาลสั ซเี มยี เปน็ โรคทมี่ คี วามผดิ ปกตขิ องเมด็ เลอื ดแดงแตกงา่ ย สามารถถา่ ยทอดไดท้ างพนั ธกุ รรม ม2ี แบบ · เป็นพาหะ ไม่แสดงอาการ แตส่ ามารถถ่ายทอดไปยังลกู หลานได้ · เปน็ โรคแสดงอาการและสามารถถา่ ยทอดไปยังลกู หลานได้ แบง่ เปน็ • ชนิดรนุ แรงทีส่ ดุ แท้ง ทารกตายตง้ั แต่ในครรภ์หรือหลงั คลอดไม่เกนิ 1 วัน • ชนิดรุนแรงแรกเกดิ ไมม่ ีอาการ จะมีอาการเมอื่ อายคุ รรภ์ 3 – 6 เดือน คือซีด อ่อนเพลีย ท้องปอ่ ง ม้าม ตับโต มักซดี มากจนตอ้ งไดร้ บั เลือดประจำ� • ชนิดปานกลางและรุนแรงน้อยจะซีดมากเม่ือมีไข้ 6 BBLProof

โอกาสเสี่ยงของการมีลกู เปน็ โรคธาลัสซีเมีย · ถ้าทง้ั พอ่ และแมเ่ ปน็ พาหะในการตัง้ ครรภแ์ ตล่ ะคร้งั • โอกาสทีล่ กู เป็นโรค เทา่ กบั 25 % หรือ 1 ใน 4 • โอกาสที่ลูกเปน็ พาหะ เทา่ กบั 50 % หรือ 2 ใน 4 • โอกาสท่ลี กู เปน็ ปกติ เท่ากับ 25 % หรือ 1 ใน 4 · ถ้าพ่อหรือแมเ่ ป็นพาหะเพยี งคนเดยี วในการต้งั ครรภแ์ ตล่ ะครั้ง • โอกาสที่ลกู เปน็ พาหะ เทา่ กับ 50 % หรอื 2 ใน 4 • โอกาสที่ลูกเป็นปกติ เทา่ กับ 50 % หรือ 2 ใน 4 · ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคเพยี งคนเดยี วและอกี ฝา่ ยปกติในการตง้ั ครรภแ์ ต่ละคร้งั • ในการตงั้ ครรภท์ กุ ครงั้ โอกาสท่ลี ูกเป็นพาหะ เท่ากับ 100 % หรือเปน็ พาหะ ทกุ คน · ถ้าพอ่ หรอื แมเ่ ป็นโรคเพยี งคนเดยี วและอกี ฝ่ายเปน็ พาหะในการตง้ั ครรภแ์ ตล่ ะครั้ง • โอกาสที่ลกู เปน็ โรค เทา่ กับ 50 % หรอื 2 ใน 4 • โอกาสทล่ี ูกเปน็ พาหะ เทา่ กับ 50 % หรือ 2 ใน 4 4. โรคไวรสั ตบั อกั เสบบี เปน็ การอักเสบของเซลลต์ บั จากการติดเช้อื ไวรสั จะท�ำใหเ้ ซลลต์ ับตาย หากเปน็ เร้ือรังจะเกิดตบั แข็ง และเปน็ มะเรง็ ตับได้ การตดิ ตอ่ ของโรค จากการสมั ผสั เลือด น้�ำเหลือง น้ำ� ลาย นำ�้ อสจุ ิ นำ้� คดั หล่งั ในช่องคลอด นำ�้ นมของผ้ปู ่วยหรือผู้ที่เป็น พาหะ สว่ นมากท่พี บการตดิ เช้ือ ดังน้ี · ระยะแรกเกดิ จากมารดาท่เี ปน็ พาหะ · ระยะเดก็ เล็ก มพี ี่เล้ยี งใกลช้ ดิ ทเ่ี ป็นพาหะ · ระยะเข้าโรงเรยี น มีเพ่ือนท่เี ป็นพาหะ · ระยะหนุม่ สาว มกี ารร่วมเพศกับผู้ตดิ เชือ้ · การใช้ของใช้ทีม่ ีสารคดั หลัง่ ปนเป้ือนจากผูท้ เ่ี ป็นพาหะ อาการของโรค · อาการแบบเฉียบพลัน มี 3 ระยะ • ระยะน�ำเริม่ มอี าการไม่สบาย ออ่ นเพลยี บางคนมไี ข ้ คลน่ื ไส ้ อาเจียน ประมาณ 3 วัน ถงึ สัปดาห์ 7 BBLProof

• ระยะเหลอื ง มีภาวะตับอักเสบ ทำ� งานไมป่ กติ นำ�้ ดีเขา้ กระแสเลือด ตัวเหลือง ตาเหลือง ปสั สาวะสีเข้ม เจ็บบรเิ วณใตช้ ายโครงขวา อาการเหลืองพบประมาณ 2-4 สัปดาห์ • ระยะฟนื้ ตัว อาการตา่ งๆทุเลา บางคนออ่ นเพลยี เหน่อื ยงา่ ย ส่วนใหญจ่ ะหายเป็นปกตใิ น 1-3 เดอื น แต่บางคนจะมีอาการอ่อนเพลียหรอื เบื่ออาหารมากกวา่ 3 เดอื น · อาการแบบเร้ือรัง จะมีอาการแบบเฉียบพลัน ทั้ง 3 ระยะซ้ำ� ไปซำ้� มาหลายครง้ั การป้องกนั · ไมส่ ัมผสั หรอื ใช้ของใชท้ ี่ปนเปอ้ื น นำ้� ลาย นำ�้ เหลอื ง ของเหลวท่ีคดั หลงั่ จากร่างกายของผู้ป่วย หรือผ้เู ปน็ พาหะของโรค · ฉีดวคั ซีนป้องกนั โรคตับอกั เสบบ ี ในผ้ทู ี่ไมม่ ีภูมิต้านทานโรค · หญิงตัง้ ครรภ์ทต่ี ดิ เชือ้ แลว้ ไม่ต้องรักษา ระวงั ไม่ใหแ้ พร่กระจายไปส่ผู ้อู ่นื และทารกทีเ่ กิดจาก หญงิ ตง้ั ครรภท์ ่ตี ิดเชอื้ ปอ้ งกนั การติดเชื้อ โดยใหว้ คั ซีนสร้างเสรมิ ภมู ติ า้ นทางโรคทันทีภายใน 24 ช่ัวโมงหลงั คลอด 5. โรคซฟิ ิลสิ อาการ · มแี ผลท่อี วัยวะเพศ และอาจเกดิ ทอ่ี นื่ ๆ แผลไม่เจ็บ อาจมปี สั สาวะแสบขดั ผ่นื ข้ึนตามตัว ฝ่ามอื ฝ่าเท้า ไมเ่ จบ็ ไม่คัน ผมร่วง อาการเหลา่ น้ีหายเองได้ แต่เช้ือยังคงอยู่ในร่างกายถ้า ตรวจเลือดจะพบ “ผลบวก” ความส�ำคัญ · เปน็ โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพันธท์ ีส่ ามารถรกั ษาให้หายขาดไดโ้ ดยการฉดี ยาตามค�ำสง่ั หมออย่าง เครง่ ครดั · ถา้ ไมไ่ ด้รับการรกั ษา อาจเกิดการลกุ ลาม และทำ� ลายอวยั วะสำ� คญั เช่น หวั ใจ สมอง กระดกู ทำ� ใหพ้ กิ ารและตายได้ · พ่อและแมท่ ี่มีเช้ือซฟิ ลิ สิ ในกระแสเลอื ดจะส่งผลตอ่ ทารกในครรภ์ ทำ� ให้แท้งหรอื ตายต้งั แตใ่ น ครรภ ์ หรืออาจท�ำให้พิการแตก่ �ำเนิด เชน่ หูหนวก ตาบอด ลิ้นหวั ใจร่ัว หรือสมองพิการได้ 8 BBLProof

6. โรคเอดส์ เกดิ จากการตดิ เช้ือไวรัสเอช ไอ วี ทำ� ใหภ้ ูมิคุ้มกันบกพร่องและเสียชวี ติ จากโรคแทรกซอ้ น ยังไม่ สามารถรักษาใหห้ ายได้ การติดต่อ · การร่วมเพศ · ทางเลอื ด · น�้ำนมแม่ · ทางรกจากมารดาขณะตง้ั ครรภ์ ความหมายของผลเลอื ดลบ · ไมต่ ิดเชื้อไวรัสเอช ไอ วี · อาจติดเช้อื แล้วแตย่ ังไมต่ รวจพบเชอ้ื · ผลเลอื ดท่เี ปน็ ลบ ไมไ่ ดห้ มายความว่าต่อไปจะไม่ติดเชอื้ ถา้ ยงั มพี ฤติกรรมเสย่ี งอยู่ ความส�ำคัญ หญงิ ตง้ั ครรภท์ ีต่ ดิ เช้ือไวรัสเอช ไอ วี สามารถลดโอกาสติดเชือ้ ในทารกไดถ้ งึ 97 %โดย · การไดร้ ับยาตา้ นไวรัสต้งั แตร่ ะยะตง้ั ครรภ ์ จนถึงระยะคลอด · วางแผนการคลอดทปี่ ลอดภัย · ให้นมผสมทดแทนนมแม่ 9 BBLProof

ใบความรทู้ ี่ 2 การใช้สมุดบันทกึ สขุ ภาพแมแ่ ละเด็ก ความสำ� คญั ของการใชส้ มดุ ใชบ้ นั ทกึ ประวตั กิ ารตงั้ ครรภ ์ ผลการตรวจเลอื ดขณะตงั้ ครรภ ์ ภาวะโภชนาการ การไดร้ บั วคั ซนี บาดทะยกั การไดร้ บั ความรใู้ นโรงเรยี นพอ่ แมก่ ารประเมนิ ภาวะเครยี ดขณะตงั้ ครรภ ์ การคลอด การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ การ ได้รับวคั ซีนของลกู จนถงึ อายุ 5 ขวบ ซึง่ สามารถนำ� ไปใช้ต่อไดใ้ นสถานบรกิ ารของรฐั ทัว่ ประเทศ การประเมนิ ภาวะโภชนาการในสมุดบนั ทึกสุขภาพ เพอื่ ใหห้ ญิงต้งั ครรภ์และสามีสามารถประเมินภาวะโภชนาการของตนเอง ในการเฝ้าระวงั ใหล้ กู ในครรภ์ มีนำ�้ หนักแรกเกดิ ตามเกณฑ์ 1. ใชก้ ารดแู ลตนเองระหวา่ งตงั้ ครรภโ์ ดยใชเ้ สน้ ทางลกู รกั โดยนำ� ขอ้ มลู จากตารางแสดงนำ�้ หนกั ขนั้ ตำ�่ ของ หญงิ ต้ังครรภท์ จ่ี ะให้บุตรน�้ำหนกั แรกเกดิ มากกวา่ 2,500 กรมั โดยเทียบส่วนสูงของหญงิ ตง้ั ครรภใ์ หต้ รงกับ อายุครรภ์ ในสปั ดาหท์ 1่ี 2,16 ,20,24,28,32,36และ 38 สัปดาห์ มาลงบันทึกในสมดุ บนั ทึกสขุ ภาพแม่และเดก็ ในส่วนลกู แขง็ แรง น้ำ� หนักดี แมค่ วรมีน้ำ� หนกั ..... เปรียบเทยี บน้ำ� หนักท่ชี ่งั ในแตล่ ะอายคุ รรภ์ 2. กราฟโภชนาการหญิงมคี รรภ(์ vallop curve) : ตามภาพ ของสมุดบันทกึ สขุ ภาพ เสน้ แนวตั้งแสดงคา่ ร้อยละของคา่ มาตรฐานดรรชนีมวลกาย แนวนอนแถวแรกแสดงอายคุ รรภต์ ้งั แต่ 12 – 40 สปั ดาห ์ แนวนอนแถวท่ี สองแสดงน้ำ� หนักเป็นกโิ ลกรัม 10 BBLProof

3. ค่าร้อยละของค่ามาตรฐานดรรชนีมวลกายดูจากภาพข้างล่างซึ่งเป็นตารางแสดงค่าร้อยละของค่า มาตรฐานดรรชนีมวลกาย โดยเทียบส่วนสูงของหญิงต้ังครรภ์กับน�้ำหนักในแต่ละคร้ังท่ีช่ังและน�ำค่าร้อยละของค่า มาตรฐานดรรชนมี วลกายทตี่ รงกบั นำ�้ หนกั ไปบนั ทกึ กราฟตามขอ้ 2ในชอ่ งทต่ี รงอายคุ รรภท์ ชี่ ง่ั นำ้� หนกั โดยใชเ้ ครอื่ งหมาย กากบาท (X) การประเมินผลตามกราฟ 1. ถ้าเครื่องหมาย กากบาท (X) ถูกบันทึกในชว่ งสชี มพแู สดงว่า นำ้� หนกั ตวั ของคุณแม่นอ้ ยเกนิ ไป จะมี แนวโนม้ ท่ีลูกมนี �้ำหนกั แรกคลอดนอ้ ยกว่า 2,500 กรัม 2. ถ้าเครื่องหมาย กากบาท (X) ถูกบันทึกในช่วงสีเหลืองแสดงว่าน�้ำหนักตัวของคุณแม่ค่อนข้างน้อย จะมีแนวโน้มท่ลี กู มนี ้�ำหนกั แรกคลอดมากกว่า 2,500 กรมั แต่น้อยกว่า 3,000 กรัม 3. ถา้ เครอ่ื งหมาย กากบาท (X) ถกู บนั ทึกในชว่ งสเี ขยี วแสดงวา่ น�้ำหนักตัวของคณุ แม่ปกติ จะมแี นว โน้มท่ีลกู มนี ำ�้ หนักแรกคลอดมากกว่า 3,000 กรมั 4. ถ้าเครื่องหมาย กากบาท (X) ไม่สามารถบันทึกในกราฟ (ค่ามากกว่า 130) แสดงวา่ นำ้� หนกั ตวั ของ คุณแมเ่ กนิ ปกตจิ ะมีแนวโนม้ ที่ลูกมนี �้ำหนกั แรกคลอดมากเกินไป 11 BBLProof

ใบความรู้ท่ี 3 ทุนสมองลูกรกั จากนมแม่ ประโยชน์ของนมแม่ ประโยชนต์ ่อลกู · ลกู สามารถดดู นำ้� นมแมไ่ ด้ทนั ทที ต่ี ้องการ · น�้ำนมแม่มีสารอาหารทเ่ี หมาะสม · มีสารชว่ ยกระตุ้น การสร้างเซลลส์ มองและจอประสาทตา ท�ำใหส้ มองไวต่อการรบั รู้ สามารถเรียนรู้ สง่ิ ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเรว็ มีระดบั พัฒนาการและเชาวป์ ัญญาดกี วา่ เด็กท่กี นิ นมผสม · มภี มู ิต้านทานโรคโดยเฉพาะโรคระบบทางเดินอาหาร · น้ำ� นมแม่ ย่อยง่ายและดดู ซึมไปใช้ให้เกิดประโยชนไ์ ด้ดีกวา่ นมผสม · ชว่ ยขบั ถา่ ยขเี้ ทาทำ� ใหล้ ูก สามารถขบั สารท่ที ำ� ใหเ้ กิดอาการตวั เหลอื งออกจากร่างกายไดเ้ ร็ว · ช่วยลดการเกดิ โรคภูมแิ พ้ · เปน็ อาหารใจ ท�ำใหล้ กู อบอนุ่ สรา้ งความสมั พนั ธ์ระหว่างแม่กบั ลกู สมั ผัสจากออ้ มกอดแมแ่ ละการเลย้ี ง ดอู ย่างใกลช้ ดิ จะช่วยเสรมิ ใหร้ ะดบั ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ), วุฒิศีลธรรม (MQ), วฒุ ิความอดกลน้ั ต่ออุปสรรค (AQ) ของลกู ใหส้ ูงขึ้น ประโยชน์ต่อแม่ · ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย · สะดวก แม่เพียงแต่ดูแลสุขภาพอนามยั ตามปกตแิ ละล้างมือให้สะอาดก่อนใหน้ มลกู · ทำ� ใหม้ ดลกู หดรดั ตวั ดี ลดภาวะการตกเลอื ดหลังคลอด · ลดไขมันส่วนเกิน เพราะรา่ งกายได้นำ� ไขมนั สว่ นเกนิ น้นั มาใช้สร้างนำ้� นม · ลดโอกาสเปน็ มะเร็งเต้านม และรังไข่ 12 BBLProof

ท�ำไมจงึ ต้องให้กินนมแมอ่ ย่างเดยี ว 6 เดือน 1. เนือ่ งจากในระยะกอ่ น 6 เดือน ทารกยงั มีข้อจำ� กดั ของระบบการย่อยอาหาร เน่อื งจาก · เยอ่ื บทุ างเดนิ อาหารยงั ไมแ่ ข็งแรง · ระบบนำ้� ย่อยยังไม่สมบูรณ์ · ระบบภมู ิคุม้ กนั ของลกู ยงั ไมแ่ ขง็ แรง 2. ผลเสียของการน�ำอาหารอนื่ มาใหล้ ูกกินก่อนอายุ 6 เดอื น คือ · การนำ� เอาโปรตีนแปลกปลอมมาใหล้ ูกรับประทาน โดยเฉพาะนมผสมจะกอ่ ใหเ้ กดิ การแพ้ได้ · ระบบการย่อยของลูกไมส่ มบูรณ์ ท�ำให้ท้องเสยี ปวดทอ้ งได้ง่าย · น�ำเช้ือโรคมาสู่ลูก ท�ำให้เจ็บปว่ ยบอ่ ย · ลกู กนิ นมแมไ่ ดน้ อ้ ยลง 3. ประโยชนข์ องการกินนมแมอ่ ย่างเดียว 6 เดอื นแรก · ลูกไม่ปว่ ยบอ่ ย · สมองลูกได้รบั สารอาหารท่ดี ที ีส่ ุดอย่างเต็มที ่ ลูกเรียนร้ไู ด้ไว · ลูกมพี ฒั นาการทางอารมณ์ท่ีดี · ลดโอกาสการเกดิ โรคภมู ิแพ ้ โดยเฉพาะการแพ้โปรตีนจากนมวัว · ลกู ไม่มปี ัญหาท้องผูกหรอื อจุ จาระแข็ง นมผสมทดแทนนมแมไ่ ดจ้ ริงหรือ? · น�ำ้ นมแม่มีไขมันชนดิ พเิ ศษท่ไี ม่มีในนมสตั ว์อื่น ซงึ่ จะนำ� มาใช้ในการพฒั นาสมอง 1-2 ปีแรกของชวี ติ · น�้ำนมวัวมีโปรตีนสูงกว่าน้�ำนมคน เพ่ือให้ลูกวัวเจริญเติบโตได้รวดเร็ว เพื่อความอยู่รอดในท้องทุ่ง ทารกที่กิน นมวัวจะโตเร็ว มีนำ้� หนกั มากเกนิ ไป ไมเ่ ป็นผลดกี บั สขุ ภาพของทารกในระยะยาว มีแนวโนม้ เปน็ เดก็ อว้ นและ กลายเป็นผใู้ หญอ่ ว้ นในท่ีสดุ · นมวัวที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตนมผสม ส่วนมากได้จากการแม่วัวท่ีถูกกระตุ้นด้วยสารเร่งการเจริญเติบโต ฮอร์โมน เพื่อให้ผลิตน�้ำนมได้มากกว่าปกติ และกินอาหารเม็ดสังเคราะห์ หรือหญ้าท่ีปลูกด้วยสารใส่ปุ๋ย วทิ ยาศาสตร์ นมท่ไี ดจ้ ึงอาจปนเปอ้ื นด้วยสารเคมหี รือยาฆ่าแมลง · นมผสมเปน็ เพยี งสารอาหารทดแทนนมแม่ ทเ่ี ตมิ แตง่ สารสงั เคราะหท์ างเคมซี งึ่ ไมส่ ามารถเลยี นแบบสารธรรมชาติ ในนมแมไ่ ด้ และไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า สารทดแทนนน้ั มปี ระโยชน์กับทารกจริงหรือไม่ 13 BBLProof

หนทางท่ีจะประสบความสำ� เรจ็ ในการเลย้ี งลูกดว้ ยนมแม่ 1. ดูแลเต้านมและหัวนมขณะต้งั ครรภ์ · อาบน�้ำ ฟอกตัว ตามปกตวิ ันละ 2 ครงั้ ไมค่ วรฟอกสบทู่ ห่ี ัวนมมากเกินไปหากมีสะเก็ดแผลทหี่ วั นมใหใ้ ช้ สำ� ลชี ุบนำ�้ เช็ดออกเบาๆ · สวมเสอ้ื ยกทรงท่ีมีขนาดเหมาะกับเตา้ นมท่ขี ยายใหญข่ ึน้ และเสือ้ ท่สี วมใสไ่ ม่เปยี กชื้น · เม่ือเตา้ นมมปี ญั หา เชน่ หัวนมบอด บมุ๋ ควรพบเจ้าหน้าท่เี พื่อด�ำเนนิ การแกไ้ ข 2. ทำ� ให้นำ�้ นมไหลเร็ว · ใชห้ ลกั 4 ดดู • ดูดเร็ว ใหล้ กู ดดู นมเรว็ ท่ีสดุ ภายในครึ่งชั่วโมงหลงั คลอด • ดดู บ่อย เท่าทลี่ กู ต้องการ ประมาณทุก 2 ช่วั โมงต่อมอ้ื ในตกึ หลังคลอดคุณแม่จะได้นอนอยู่กบั ลกู บนเตียง เพือ่ ให้ลกู ดูดนมได้บอ่ ยเท่าท่ตี ้องการ ยกเว้นมภี าวะแทรกซอ้ นหลงั คลอด • ดดู ถกู วิธี โดยให้เหงอื กลูกอยทู่ ลี่ านนมของแม ่ เพอื่ ใหเ้ หงอื กรดี น�ำ้ นมออกมาและดูดนาน ประมาณ ขา้ งละ 10-15 นาทโี ดยให้ดดู ท้งั สองข้างเท่าๆ กัน และทา่ อมุ้ ท่เี หมาะสม • ดดู เกลยี้ งเตา้ สงั เกตง่ายๆ คือ เตา้ นมนิม่ ลงทง้ั เตา้ มือบีบเตา้ นมจะรสู้ กึ ไดว้ า่ น้�ำนมไมพ่ ่งุ ออกเหมอื นตอนท่ี เตา้ นมคดั และจะมนี ำ้� นมออกมาเพียงหยดสองหยดเทา่ น้ัน · อมุ้ ใหน้ มลูกอยา่ งถกู วธิ ี • แมล่ ูกอยใู่ นท่าท่ีผอ่ นคลาย • แมอ่ ้มุ ลูกในทา่ ทีถ่ ูกต้อง 3. รับประทานอาหารท่ีมีประโยชนต์ ้ังแต่ตง้ั ครรภ์ 14 BBLProof

ใบความรทู้ ี่ 4 การเปลี่ยนแปลงร่างกาย จิตใจของหญงิ ตั้งครรภ์บทบาทสามขี องหญงิ ตง้ั ครรภ์ การเปลีย่ นแปลงด้านรา่ งกายขณะตัง้ ครรภ์ 1. ประจ�ำเดอื นขาดมดลกู มีขนาดโตขึน้ 2. เต้านมคดั ตึงขยายใหญ ่ หวั นมสีคล�ำ้ และใหญข่ ึน้ อาจมอี าการเจบ็ รว่ มดว้ ยแต่อาการเจบ็ จะหายไปเมื่อต้งั ครรภ์ 3 เดอื นข้นึ ไป 3. ปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะเมื่อตั้งครรภ์ไตจะท�ำงานมากกว่าปกติเนื่องจากมดลูกท่ีโตข้ึนต้องการเลือดไปเลี้ยง มากกว่าปกติ ปรมิ าณเลือดในร่างกายจึงเพ่ิมขึ้น และมดลกู ท่ีโตขน้ึ ไปกด เบยี ดกระเพาะปัสสาวะท�ำให้ความ จุนอ้ ยลง 4. อาการคลน่ื ไสอ้ าเจียน ส่วนมากมีอาการช่วงเชา้ หลังตืน่ นอนใหม่ๆ หลงั ขาดประจ�ำเดือน 2 สัปดาหข์ ้ึนไป มัก จะหายไปเมอ่ื ตง้ั ครรภ์ครบ 3 เดือน ออ่ นเพลียหน้ามดื เป็นลมง่าย 5. นำ้� หนกั ตวั เพิม่ ขึ้น โดยปกติจะเพิม่ ข้ึนประมาณ 10 – 12 กโิ ลกรัมโดยจะเพมิ่ มากในช่วงไตรมาสสดุ ท้ายและ มีอาการปวดหลังร่วมด้วยระยะใกล้คลอดคุณแม่จะเริ่มมีอาการปวดหลัง เนื่องจากมดลูกท่ีขยายใหญ่มาด้าน หนา้ ท�ำให้เกดิ การดงึ ร้ังกลา้ มเน้ือหลงั มากข้ึน 6. การเปล่ียนแปลงของฮอรโ์ มนในร่างกาย มดลูกที่โตขึ้น ไขมนั ท่จี บั สะโพกมากขึ้น ทำ� ใหเ้ กดิ ท้องลาย สะโพก ลาย กลางลำ� ตัวจากสะดือถงึ หวั เหนา่ จะมีสีคลำ้� ขน้ึ บางคนอาจมฝี ้าที่ใบหนา้ มากกว่าตอนทยี่ ังไมต่ ั้งครรภ ์ แต่ บางคนอาจมีผิวพรรณเปลง่ ปล่งั ผอ่ งใสมากกวา่ เดมิ 7. ตกขาวมากกว่าปกต ิ เนือ่ งจากมกี ระแสโลหติ มาเล้ยี งชอ่ งคลอดมากขึ้น สภาวะเปน็ กรดของช่องคลอดนอ้ ยลง จะเกิดการอกั เสบของชอ่ งคลอดไดง้ า่ ยกวา่ ปกติ 8. เสน้ เลือดขอด ตะครวิ ท่ีขา เท้าบวม เมอื่ อายุครรภ์มากขนึ้ การเปล่ยี นแปลงด้านจิตใจ ระยะสามเดอื นแรก อารมณ์ปรวนแปรได้ง่าย หงุดหงิด ขี้โมโห ใจน้อยหรือเกิดความสับสนในจิตใจ เป็นผลจากการเปล่ียนแปลง ฮอร์โมน และสภาพรา่ งกายทอ่ี ึดอัดไม่คล่องตัวเหมอื นปกติ ระยะ 4-6 เดือน อารมณข์ องคณุ แมเ่ รม่ิ คงทม่ี ากขนึ้ ปรบั ตวั ไดด้ ขี นึ้ และมคี วามรสู้ กึ ทด่ี ตี อ่ การตง้ั ครรภร์ วมไปถงึ การตงั้ ตารอคอย และเริ่มคิดฝนั ว่าเม่ือลกู คลอดออกมาจะมีลักษณะอย่างไรบ้าง ระยะ 7-9 เดือน มกั จะเรมิ่ วติ กกงั วลอกี ครงั้ เพราะเปน็ ชว่ งใกลค้ ลอด คณุ แมอ่ าจกลวั คลอดยากกลวั ลกู ไมส่ มบรู ณห์ รอื พกิ าร มกั นอนไมห่ ลบั เกิดความหงดุ หงิด ไม่สบายใจ บางคนอาจมีโรคแทรกซ้อน เชน่ โรคพษิ แห่งครรภ์ 15 BBLProof

บทบาทสามีของหญงิ ตั้งครรภ์ 1. ให้เวลาใกลช้ ดิ ภรรยาและพดู คุยกบั ทารกในครรภ์แสดงความรกั ใคร่ห่วงใย 2. พยายามหากิจกรรมท่ีสรา้ งความสุขใหแ้ ก่ภรรยา 3. หาของขวญั พเิ ศษให้แกภ่ รรยา 4. ช่วยจดั หาอาหารท่มี ีประโยชน์ตอ่ หญิงตง้ั ครรภ์ 5. จดั หาส่งิ ของจำ� เปน็ ทีภ่ รรยาตอ้ งใช้ 6. ช่วยนวดเพ่ือผ่อนคลายและลดการเปน็ ตะครวิ 7. ชว่ ยเหลอื ในการท�ำงานบา้ นเพื่อเปดิ โอกาสให้คณุ แม่พักผ่อนอย่างน้อย 9 – 10 ชว่ั โมง 8. พามาพบแพทยต์ ามนดั และเขา้ รว่ มฟงั ความรใู้ นการดแู ล แม่และลกู ในครรภ์ 16 BBLProof

กิจกรรมที่ 2 ลกู ฉลาดสรา้ งไดต้ ัง้ แตใ่ นครรภ์ ณชิ นนั ท ์ ไพรวิจารณ์ , มณฑาทพิ ย์ เหตานรุ กั ษ์ , นนธนวนณั ท์ สุนทรา กจิ กรรมน้ที �ำเพ่อื · เพ่ือกระตนุ้ สมองทารกใหม้ ีพัฒนาการด้านโครงสรา้ งและเซลล์สมองให้ถกู ตอ้ ง เหมาะสม เตม็ ศกั ยภาพตง้ั แต่ อยใู่ นครรภ์ · ใหห้ ญงิ ตงั้ ครรภแ์ ละสามี มคี วามรู้ ความสามารถในการกระตนุ้ เซลลส์ มองของทารกตงั้ แตใ่ นครรภไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง · เปน็ อาหารใจสำ� หรบั มารดาและทารกในครรภ์ · เสริมสรา้ งสายใยรกั และสายสมั พันธภ์ ายในครอบครวั ส่งิ ท่ไี ดจ้ ากการท�ำกิจกรรมน้ี · ทารกในครรภ์ ไดร้ ับอาหารกาย อาหารใจทีถ่ กู ตอ้ งเหมาะสมตั้งแต่อยูใ่ นครรภ์ เซลลส์ มองได้รับการกระตุน้ ให้เจริญเตบิ โตอย่างเต็มศักยภาพ · หญงิ ตง้ั ครรภ ์ ไดร้ บั อาหารใจ ไดร้ บั การลบู สมั ผสั ทอ่ี อ่ นโยนจากสาม ี เกดิ ความรสู้ กึ ทผี่ อ่ นคลาย และเกดิ ความสขุ · สามีไดแ้ สดงบทบาทของความเป็นคุณพอ่ ในการดูแลและเอาใจใสต่ อ่ ภรรยาและทารกในครรภ์ หลกั การและวิธีการสำ� คญั ข้ันตอนสำ�คญั จดุ สำ�คญั 1. การเตรียมความพร้อม : ผูส้ อนสร้างความคุ้นเคยโดย · บรรยากาศเปน็ กันเอง สงั เกตความพร้อมของผู้ การแนะน�ำตนเองทั้งผู้เรยี นและผู้สอน เรียนจากแววตา สหี น้า ท่าทาง เปิดสมอง : นัง่ สมาธ ิ เปดิ เพลงด่ังดอกไม้บาน · สงั เกตสีหน้า ความผอ่ นคลาย และเม่อื ลืมตา สงั เกตแววตา สีหน้า รอยยม้ิ ของผ้เู รียน 2. การนำ�เข้าสูบ่ ทเรียน : ผสู้ อนต้งั คำ�ถามปลายเปิด เช่น · กระตุ้นใหท้ ุกคนมสี ่วนรว่ ม แสดงความคิดเหน็ “คุณพ่อคณุ แม่จะทำ�อย่างไรให้ลูกฉลาดต้งั แตใ่ นครรภ์ ถกู ผดิ ไมส่ �ำคญั คะ” · ตอ้ งไม่มีส่ิงรบกวน ผู้สอนตอ้ งคอยสงั เกตแววตา 3. การให้องค์ความรู้ : ผ้สู อนเปิดวีดิทศั น์เรื่อง สหี นา้ ทา่ ทางผเู้ รียน “พฒั นาการทารกในครรภ”์ 4. การสะทอ้ นกลับและทดสอบความรคู้ วามเขา้ ใจของผู้ • ผ้สู อนตอ้ งกระตุน้ ให้ผ้เู รยี นมีส่วนรว่ มในกิจกรรม เรยี น : ใชเ้ กมส์“ชว่ งวยั เรยี นรู้หนูน้อยในครรภ์”(ตาม ใบงานท่ี 2)และพูดเช่อื มโยงสกู่ ารฝึกปฏบิ ัติกระตุ้น เซลลส์ มองทารกในครรภโ์ ดยกลา่ วถึงประโยชน ์ ความ จำ�เป็น ระยะเวลาที่เหมาะสมในการกระต้นุ สมอง ทารกในครรภ์ (ตามใบความรูท้ ี่ 5) 17 BBLProof

ข้ันตอนสำ�คญั จุดสำ�คญั ๕. การฝึกปฏิบตั ิ : ผูส้ อนอธิบายและสาธติ การประดษิ ฐ์ • ผู้เรยี นต้องร่วมมอื กันในการประดษิ ฐ์อปุ กรณไ์ ม่ ไมโครโฟนลูกรัก (ตามใบงานที่ 3) แลว้ ใหผ้ เู้ รียนร่วมกัน ประดิษฐ์ไมโครโฟนลูกรักพรอ้ มเปิดเพลงคลอเบาๆ ปล่อยให้ฝ่ายใดฝา่ ยหน่งึ ทำ� คนเดยี วและเพลงที่ใช้ เปดิ ควรเปน็ เพลงบรรเลงไม่มีเนอื้ รอ้ ง ท�ำนองช้าๆ เบาๆ : ผ้สู อนอธบิ ายและสาธติ วธิ ีการกระตุน้ เซลลส์ มองทารก • ผู้สอนกระต้นุ ใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ตั จิ รงิ และบอกข้อควร ในครรภ์ 3 ด้านแลว้ ให้ผเู้ รยี นลงมือปฏบิ ตั ิ ระวงั ในแต่ละขัน้ ตอนก่อนเรม่ิ ฝกึ ปฏิบตั ิ ดงั น้ี • การสัมผสั • ลบู ทอ้ งไม่ควรใช้แรงกดมากหรือเบาเกินไป • การรบั รู้ดา้ นเสยี ง ควรลูบอยา่ งออ่ นโยน • การรับรดู้ า้ นแสง • การคุยกบั ลกู ใหพ้ ูดเป็นจังหวะ พูดซำ้� ๆ โทน (ตามขั้นตอนในใบงานท่ี 3) เสียงกลาง ๆ • ไฟทใ่ี ช้ส่องไม่ควรมแี สงจา้ จนเกินไป ๖. การสรุป : ผู้สอนสรปุ ความรู้ ความเขา้ ใจจากการทำ� • สน้ั กระชับ และได้ใจความ กจิ กรรม และเน้นวา่ ในการทำ�กจิ กรรมนี้ทารกจะไดท้ ้ัง • กระตนุ้ ให้กลุ่มชว่ ยกนั ตอบข้อซกั ถาม อาหารกาย อาหารใจ จากทงั้ พอ่ และแม่ : เปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสยั : ให้ผ้เู รียนเขยี นสรุปสิ่งที่ไดจ้ ากการท�ำกิจกรรมอยา่ ง • บรรยากาศต้องผอ่ นคลายและเป็นกันเองถ้าคู่ไหน นอ้ ยคนละ 1 ข้อและนำ� สง่ิ ทเี่ ขยี นมานำ� เสนอให้กลุม่ ฟังทลี ะ ไม่พร้อมไม่ควรบงั คบั หรอื กดดนั ในการนำ�เสนอ คู่ จนครบ 18 BBLProof

ความสอดคลอ้ งของกิจกรรมตามหลกั การพัฒนาสมอง Brain-based Learning (BBL) · การสร้างความรกั ความผกู พนั ระหว่างพอ่ แม่ ลกู ไดท้ ัง้ อาหารใจและอาหารกาย · การผอ่ นคลายก่อนรว่ มกจิ กรรม ทำ� ให้เกดิ อารมณด์ า้ นบวก เปน็ การเปิดสมองใหไ้ ดเ้ รยี นรเู้ ตม็ ที่ · การเรียนรู้จากการปฏบิ ตั จิ ริง น�ำไปสู่การสรา้ งวงจรการเขา้ ใจและจดจ�ำได้ดยี ่งิ ขนึ้ ระยะเวลา 30 นาที สอื่ อปุ กรณ์ 1. วีดทิ ัศนเ์ ร่อื ง “พัฒนาการของทารกในครรภ์” 2. ใบคำ� พดู ที่ใชพ้ ดู กับลกู นอ้ ยในครรภ์ 3. กรวยพลาสตกิ 2 ใบ 4. สายยางเสน้ ผา่ ศนู ย์กลาง 1.8 ซม.ยาว64ซม. 5. กรรไกร 1 อนั 6. ไฟฉาย 7. ซีดีเพลงบรรเลง 8. กระดาน 9. ภาพสัญลกั ษณ์แปะแมเ่ หล็ก การประเมนิ ผล 1. จากการตอบขอ้ ซกั ถาม 2. ความสนใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม 19 BBLProof

ใบงานที่ 2 เกมสช์ ว่ งการเรียนรหู้ นนู ้อยในครรภ์ วสั ดุ อุปกรณ์ 1. ไวท์บอรด์ ตารางการแบง่ อายคุ รรภ์เปน็ สปั ดาห ์ 2. รปู อวยั วะติดแมเ่ หล็ก ได้แก ่ ตา ห ู มอื ขั้นตอนการทำ� กิจกรรม 1. ผู้สอนน�ำเข้าสู่กิจกรรม พูดคุยสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองก่อนทบทวนความรู้จากการดูวีดิทัศน์เรื่อง พฒั นาการทารกในครรภ์ 2. ถามผเู้ รยี น ในคำ� ถาม “ทารกเริ่มรบั ร้ถู งึ การลบู สมั ผสั เม่อื อายคุ รรภเ์ ท่าใด” 3. สุ่มผเู้ รยี น 1 ค ู่ เพ่อื นำ� รูปอวยั วะมอื มาติดที่ กระดานใหต้ รงกับอายคุ รรภ์ทค่ี ดิ ว่าเป็นค�ำตอบทถ่ี กู ตอ้ ง 4. สะทอ้ นความคดิ เหน็ ในกลมุ่ ผเู้ รยี นวา่ เปน็ คำ� ตอบทถี่ กู ตอ้ งหรอื ไม ่ และใหก้ ลมุ่ ชว่ ยแกไ้ ขจนไดค้ ำ� ตอบทถ่ี กู ตอ้ ง 5. ถามผ้เู รยี น ในคำ� ถาม “ทารกเริม่ ลืมตาได้เม่ืออายคุ รรภ์เท่าใด” 6. สมุ่ ผูเ้ รียน 1 ค ู่ เพอื่ น�ำรูปอวัยวะตามาติดท่ี กระดานให้ตรงกับอายคุ รรภ์ทีค่ ิดว่าเป็นคำ� ตอบทถี่ ูกตอ้ ง 7. สะทอ้ นความคดิ เหน็ ในกลมุ่ ผเู้ รยี นวา่ เปน็ คำ� ตอบทถี่ กู ตอ้ งหรอื ไม ่ และใหก้ ลมุ่ ชว่ ยแกไ้ ขจนไดค้ ำ� ตอบทถี่ กู ต้อง 8. ถามผเู้ รียน ในคำ� ถาม “ทารกเรมิ่ ไดย้ นิ เสยี งเม่ืออายุครรภ์เท่าใด” 9. สุม่ ผู้เรยี น 1 ค ู่ เพอื่ นำ� รูปอวัยวะหมู าติดท่ี กระดานใหต้ รงกบั อายคุ รรภ์ทค่ี ดิ ว่าเป็นค�ำตอบท่ถี กู ต้อง 10. สะทอ้ นความคดิ เหน็ ในกลมุ่ ผเู้ รยี นวา่ เปน็ คำ� ตอบทถี่ กู ตอ้ งหรอื ไม ่ และใหก้ ลมุ่ ชว่ ยแกไ้ ขจนไดค้ ำ� ตอบทถี่ กู ต้อง 11. ผู้สอนสรุปผลของค�ำตอบที่ติดบนกระดานและโยงเข้าสู่การฝึกปฏิบัติเพ่ือกระตุ้นเซลล์สมองลูกในครรภ์ โดยกล่าวถงึ ประโยชนแ์ ละความจำ� เป็นในการกระตุ้น ตามใบความรทู้ ่ี 5 20 BBLProof

ใบความรู้ที่ 5 พฒั นาการทารกในครรภ์ ท�ำไมจึงตอ้ งกระตุ้นเซลล์สมองลูกต้งั แต่ในครรภ์ เซลล์สมองจะเร่ิมสร้างข้ึนต้ังแต่เร่ิมตั้งครรภ์และจะมีการเพ่ิมท้ังจ�ำนวนและขนาด เกิดเป็นเนื้อสมองและ เส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองและเช่ือมโยงกันเองเกิดเป็นข่ายใยเส้นประสาทอย่างมากและรวดเร็วเพ่ือท�ำหน้าที่ ตา่ งๆ ตั้งแตล่ ูกน้อยมอี ายปุ ระมาณ 8 สัปดาห์ เร่ือยไปจนถึงคลอดออกมาแล้วมอี ายุ 2 ขวบ หลงั จากนัน้ พฒั นาการของ สมองก็จะลดลง ดังน้ันชว่ งทองทคี่ วรจะกระตุน้ พัฒนาลกู น้อยจงึ ควรเปน็ ช่วงเวลานี้ พัฒนาการทารกในครรภ์ · 6 สัปดาหท์ ารกเรม่ิ งอกตุม่ ของ แขน ขาเล็กๆข้ึน · 7-8 สัปดาห์ เรม่ิ เหน็ การบีบตัวและการเต้นของหวั ใจ สมองและล�ำไสเ้ ร่ิมเจรญิ เติบโต · 12-14 สปั ดาห์ เร่มิ เหน็ ห ู ตา นวิ้ มือ และนิ้วเท้าการพฒั นาอวยั วะภายในเริ่มสมบรู ณข์ ้นึ · 18 – 20 สปั ดาห์ เร่มิ มีผม ขนคิ้ว ขนตา เล็บเริม่ งอก เริ่มรบั รูร้ สชาติ ดดู มือได้ เร่มิ เห็นเพศ และเหน็ ทารก เป็นรูปรา่ งอยา่ งสมบูรณ์ ขนาดของตวั ลกู จะยาวประมาณ 7-12 นวิ้ · 28 – 36 สปั ดาหม์ ีลายนวิ้ มอื และน้ิวเทา้ น้�ำหนกั ของเดก็ จะเพิม่ ข้นึ อยา่ งรวดเร็ว และเรมิ่ มีองคป์ ระกอบ ครบถว้ นเมอื่ โตเต็มที่ พฒั นาการรบั รู้ของทารกในครรภ์ การรับความรสู้ ึกและเคล่ือนไหว · 7 สปั ดาห์ เร่มิ ตอบสนองต่อการสมั ผสั ได้ · 16 สปั ดาห์ เร่มิ หยิบฉวยสายสะดือได้ การรบั รส · 18 – 20 สปั ดาห์ เรมิ่ ดูดนิ้วได้ · 28 สัปดาห์ ตอบสนองตอ่ รสหวาน เปร้ยี วได้ การได้ยิน · 24 สปั ดาห์ เร่ิมได้ยินและตอบสนอง ตอ่ เสียงพ่อแม่ · 28 สปั ดาห์ สามารถเคลอื่ นไหว เมือ่ ได้ยินเสยี งดนตรี การมองเห็น · 26-29 สปั ดาห ์ ทารกลืมตาเห็นสง่ิ ตา่ งๆ ในมดลูกได้ 21 BBLProof

การกระตุ้นเซลลส์ มองทารกในครรภ์ การลบู ทอ้ งพ่อแม่ควรสมั ผัสลูกทุกวัน ใช้เวลาประมาณวนั ละ 15 นาที โดยให้แมน่ ัง่ เอนตวั ทา่ ทส่ี บายแลว้ ใชผ้ ่ามอื ลบู วนโดยเรม่ิ จากหัวเหนา่ ลูบวนขึน้ ลง พูดคุยกบั ลูกไปด้วยขณะลูบท้องหรือสามารถตบหน้าทอ้ งเบาๆ 3 ครั้ง เป็นจงั หวะ แทนการลูบ การใชเ้ สยี งดนตรีหรือเสยี งเพลงนานคร้ังละ 10-15 นาที ช่วงลกู ต่นื หรอื หลงั อาหารเยน็ 1 ช่วั โมง ควรทำ� เมื่อ 7 เดอื นโดยอาจใช้แตกตา่ งตามจดุ ประสงค์ · เพลงธรรมชาต ิ ใช้ในเวลาท่ีคุณแมต่ ้องการผอ่ นคลายไปกบั จนิ ตนาการ · เพลงสมาธ ิ ใชใ้ นเวลาที่คณุ แมต่ ้องการผ่อนคลายอยกู่ บั ความสงบและหลับสบาย · เพลงทีม่ จี งั หวะ ใช้กระตนุ้ การเรียนรูเ้ รอื่ งเสียงและจังหวะ การนงั่ เกา้ อโ้ี ยกหรอื นง่ั โยกซา้ ยขวา การโยกเปน็ วงจร คอื ไป- กลบั ซา้ ย-ขวาเปน็ พฤตกิ รรมซำ�้ ๆจนเกดิ ความ เคยชิน จดจำ� และปรบั ตัวตอบสนองการทรงตัวทด่ี ไี ดค้ วรเรมิ่ ตง้ั แต่อายคุ รรภ์ 5 เดือนขึน้ ไป เพราะทารกเริ่มรับร้กู าร เคล่อื นไหวของคณุ แม่แลว้ เสียงพูดคยุ ของพอ่ แม่ เสยี งที่ลกู ชอบมากท่ีสดุ คอื เสียงคณุ แมแ่ ละคุณพ่อ ควรทำ� ชว่ งทีล่ ูกตื่น กค็ ือ ช่วงที่ ลกู ดนิ้ เรียกช่อื ลูก พดู คุยกับลูก รอ้ งเพลง อา่ นหนังสือนทิ านลูกเร่มิ ไดย้ นิ เสยี งเมอื่ 24 สัปดาห์ การสอ่ งไฟปิดไฟในหอ้ งให้มืดสลวั เพ่ือเหน็ ไฟให้ชัดขนึ้ วางมอื บนหน้าท้องแล้วเรยี กลกู “ลกู จ๋าเรามาเล่น สอ่ งไฟกันนะ” เมือ่ ลูกดิน้ แลว้ เร่มิ ส่องไฟ ไฟฉายตอ้ งแนบทอ้ งเพือ่ ไม่ให้ลำ� แสงกระจายออกและไดข้ อบวงแสงท่เี ดน่ ชัด และกระพริบไฟฉายที่ศีรษะลูกและลากไปอกี ดา้ นของหนา้ ท้องกะพริบประมาณ 10 ครงั้ 22 BBLProof


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook