Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ ฉบับปรับปรุง

วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ ฉบับปรับปรุง

Published by Kru Nattiya, 2021-11-17 03:56:26

Description: วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ ฉบับปรับปรุง
สำนักงานกศน.จังหวัดอ่างทอง

Search

Read the Text Version

หนงั สือเรยี นรายวิชาเลอื กเสรี วิชาอ่างทองเมอื งนา่ อยู่ รหัสวิชา สค33165 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ สานกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจงั หวัดอา่ งทอง สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ ฉบับปรับปรุง ครัง้ ท่ี 1 พ.ศ.2564 ห้ามจาหน่าย หนังสือเรียนเลม่ น้ี จดั พิมพ์ด้วยเงินงบประมาณแผน่ ดินเพ่ือการศกึ ษาตลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชน ลขิ สทิ ธ์ิเป็นของสานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจังหวัดอ่างทอง เอกสารทางวชิ าการลาดับที่ 2/2564

คำนำ ส ำ นั ก ง ำ น ส่ ง เส ริ ม ก ำ ร ศึ ก ษ ำ น อ ก ร ะ บ บ แ ล ะ ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ต ำ ม อั ธ ย ำ ศั ย จั ง ห วั ด อ่ ำ ง ท อ ง ไดดำเนินกำรปรับปรุง พัฒนำ หนังสือเรียนรำยวิชำเลือกเสรี วิชำอ่ำงทองเมืองน่ำอยู่ รหัสวิชำ สค33165 จำนวน 4 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย ฉบับน้ีข้ึน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ หนังสือเรียนท่ีนำไปใช้มีควำมถูกต้องสมบูรณ์ มีควำมน่ำเชื่อถือ ชัดเจน เป็นปัจจุบันทันต่อเหตุกำรณ์ ในสังคมท่ีเปล่ียนแปลงไปอย่ำงรวดเร็ว ท้ังในด้ำนเนื้อหำ ภำษำ ภำพประกอบ รวมถึงกำรเพ่ิมทักษะ กระบวนกำรคดิ ของผู้เรียน โดยยึดหลักกำร “คิดเป็น” ในใบงำน กิจกรรมท้ำยบท และสำมำรถนำไป จดั กำรเรียนกำรสอนให้เกิดประโยชน์สงู สดุ แกผ่ ูเ้ รียนต่อไป ส ำ นั ก งำน ส่ งเส ริม ก ำ รศึ ก ษ ำน อ ก ร ะ บ บ แ ล ะ ก ำร ศึ ก ษ ำต ำม อั ธ ย ำศั ย จั งห วั ด อ่ ำงท อ ง ขอขอบคุณหน่วยงำนที่เก่ียวข้อง ปรำชญ์ชำวบ้ำน เว็บไซต์ต่ำง ๆ ผู้บริหำรสถำนศึกษำและบุคลำกร ในสังกดั สำนักงำนส่งเสริมกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั จังหวดั อ่ำงทอง ท่สี นับสนุน ข้อมูลสำหรับนำมำใช้ในกำรจัดทำหนังสือเรียนฉบับน้ี ตลอดจนคณะทำงำน ที่ร่วมกันค้นคว้ำ เรียบเรียง และรวบรวมเน้ือหำสำระจำกแหล่งข้อมูลต่ำง ๆ เพื่อให้ไดหนังสือเรียนที่เป็นประโยชน์ ต่อผู้เรียนเรียนอย่ำงแท้จริง และหวังว่ำหนังสือเรียนฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ในกำรจัดกำรเรียน กำรสอนตอ่ ผเู้ รียนและผทู้ ีส่ นใจต่อไป สำนักงำนส่งเสริมกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั จังหวดั อ่ำงทอง มนี ำคม 2564

สารบัญ หนา้ คานา คาแนะนาในการใช้หนังสือเรียน โครงสรา้ งหนงั สือเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรียน เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ 1 บรบิ ททว่ั ไปเกี่ยวกบั จังหวัดอา่ งทอง 1 เรื่องที่ 1 ประวตั ิศาสตรจ์ ังหวัดอ่างทอง 2 เรอ่ื งท่ี 2 ภมู ศิ าสตร์จังหวดั อา่ งทอง 11 เรอ่ื งท่ี 3 สญั ลักษณ์ประจาจังหวัดอ่างทอง 14 เรอ่ื งที่ 4 การเมืองการปกครอง 28 เรื่องท่ี 5 บคุ คลสาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ 31 กิจกรรมท้ายบทท่ี 1 38 บทท่ี 2 วัฒนธรรม ประเพณขี องจงั หวดั อ่างทอง 41 เรอ่ื งที่ 1 ความหมายของวัฒนธรรมและประเพณี 42 เรอ่ื งที่ 2 วัฒนธรรมของจังหวัดอ่างทอง 42 เรอ่ื งที่ 3 ประเพณีของจงั หวัดอา่ งทอง 48 เร่อื งท่ี 4 คุณคา่ และความสาคัญของวัฒนธรรม ประเพณขี องจงั หวดั อา่ งทอง 59 เรือ่ งที่ 5 การอนรุ กั ษแ์ ละสืบสานวฒั นธรรม ประเพณีของจงั หวัดอ่างทอง 60 กิจกรรมท้ายบทที่ 2 61 บทท่ี 3 ภูมิปญั ญาและปราชญช์ าวบ้านของจังหวัดอา่ งทอง 64 เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายของภมู ิปญั ญาและปราชญ์ชาวบา้ น 65 เรอ่ื งที่ 2 ภมู ิปัญญาและปราชญ์ชาวบา้ นของจังหวัดอา่ งทอง 65 กิจกรรมท้ายบทที่ 3 90 บทที่ 4 แหลง่ ท่องเท่ยี วของจังหวดั อา่ งทอง 92 เร่ืองที่ 1 แหล่งท่องเทยี่ วอาเภอเมืองอา่ งทอง 93 เรื่องที่ 2 แหลง่ ท่องเทย่ี วอาเภอไชโย 101 เรอื่ งที่ 3 แหล่งท่องเทย่ี วอาเภอปา่ โมก 107 เรื่องที่ 4 แหล่งท่องเที่ยวอาเภอโพธทิ์ อง 115 เรอ่ื งที่ 5 แหล่งท่องเทยี่ วอาเภอแสวงหา 121 เรอื่ งที่ 6 แหลง่ ท่องเท่ยี วอาเภอวเิ ศษชัยชาญ 123 เรอ่ื งที่ 7 แหลง่ ท่องเทย่ี วอาเภอสามโก้ 133 กิจกรรมท้ายบทท่ี 4 137

สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 5 แหล่งเรียนรูข้ องจังหวดั อ่างทอง 138 เรอ่ื งที่ 1 แหล่งเรียนรู้อาเภอเมืองอ่างทอง 139 เรอ่ื งที่ 2 แหล่งเรยี นรู้อาเภอไชโย 147 เรอ่ื งท่ี 3 แหลง่ เรยี นรู้อาเภอปา่ โมก 149 เรอ่ื งที่ 4 แหล่งเรยี นรู้อาเภอโพธ์ิทอง 156 เรื่องท่ี 5 แหลง่ เรยี นรอู้ าเภอแสวงหา 159 เรอ่ื งท่ี 6 แหลง่ เรยี นรอู้ าเภอวเิ ศษชัยชาญ 165 เรื่องท่ี 7 แหล่งเรยี นรู้อาเภอสามโก้ 168 กจิ กรรมท้ายบทที่ 5 171 173 บทที่ 6 การสืบสานและอนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยในจังหวดั อ่างทอง เรอ่ื งที่ 1 คณุ คา่ และความสาคัญของการสบื สาน และอนุรักษว์ ัฒนธรรมไทย 174 ในจังหวัดอา่ งทอง 180 เรื่องที่ 2 การทาสอื่ ประชาสัมพนั ธว์ ัฒนธรรมไทยในจงั หวัดอา่ งทอง 203 กิจกรรมท้ายบทท่ี 6 แบบทดสอบหลังเรยี น เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน บรรณานกุ รม คณะผู้จดั ทา

คำแนะนำในกำรใชห้ นังสือเรยี น หนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ รหัสวิชา สค33165 จานวน 4 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นหนังสือเรยี นที่จดั ทาข้ึน สาหรบั ผเู้ รียนที่เป็นนักศึกษาหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในการศกึ ษาหนังสอื เรียนรายวิชาเลือกเสรี วิชาอ่างทองเมอื งน่าอยู่ ผู้เรียนควรปฏบิ ัติ ดงั นี้ 1. ศึกษาโครงสร้างรายวิชาใหเขาใจในหัวขอ สาระสาคัญ ผลการเรยี นรูที่คาดหวัง และขอบข่าย เน้อื หา 2. ศึกษารายละเอียดเน้อื หาของแต่ละบทอยา่ งละเอียด และปฏิบัติกิจกรรมทา้ ยบทของแต่ละบท เพ่ือเป็นการสรปุ ความรู้ ความเข้าใจของเนอ้ื หาในเร่ืองนั้น ๆ อีกคร้ัง 3. หนงั สอื เล่มนีม้ ี 6 บท ดงั น้ี บทท่ี 1 บรบิ ททั่วไปเกย่ี วกบั จงั หวดั อ่างทอง บทท่ี 2 วัฒนธรรม ประเพณีของจงั หวัดอา่ งทอง บทที่ 3 ภมู ปิ ญั ญาและปราชญช์ าวบ้านของจงั หวัดอ่างทอง บทท่ี 4 แหล่งทอ่ งเท่ียวของจังหวดั อา่ งทอง บทท่ี 5 แหลง่ เรยี นรขู้ องจังหวัดอ่างทอง บทท่ี 6 การสบื สานและอนรุ ักษ์วฒั นธรรมไทยในจังหวัดอ่างทอง

โครงสร้างหนังสือเรยี นรายวิชาเลือกเสรี วิชาอ่างทองเมอื งน่าอยู่ รหสั วชิ า สค33165 จานวน 4 หนว่ ยกติ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย สาระสาคัญ จังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ซ่ึงมีเร่ืองราวที่เก่ียวข้อง กับประวัตศิ าสตร์มายาวนาน หนงั สือเรียนรายวิชาเลือกเสรี วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ รหัสวิชา สค33165 จานวน 4 หน่วยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายฉบับน้ี เป็นหนังสือเรียนท่ีมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน ได้ศึกษาสภาพบริบทท่ัวไป วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ รวมถึงการสืบสาน อนุรักษ์ ตระหนัก เห็นคุณค่า ความสาคัญ และภาคภูมิใจในการเป็น คนจังหวัดอ่างทอง ที่ไดอ้ าศยั อยู่หรือประกอบอาชพี อย่ใู นจงั หวัดอ่างทอง ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวัง 1. รู้และเข้าใจบริบทเกี่ยวกับจังหวัดอ่างทอง และตระหนักถึงความสาคัญของบริบทจังหวัด อา่ งทอง 2. บอกความหมาย วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมกับประเพณี เห็นคุณค่าและ ความสาคัญของวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงบอกแนวทางการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ของจังหวดั อา่ งทอง 3. มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสาคัญของภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้าน ของจังหวดั อา่ งทอง 4. อธิบายแหล่งท่องเท่ียวท่ีสาคัญ และตระหนักถึงความสาคัญของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด อ่างทอง 5. อธบิ ายแหลง่ เรียนรู้ และตระหนกั ถึงความสาคัญของแหล่งเรียนร้ขู องจงั หวดั อ่างทอง 6. ตระหนักถึงคุณค่า ความสาคัญ วิธีการสืบสานวัฒนธรรมในจังหวัดอ่างทอง และสามารถ ทาส่ือประชาสัมพนั ธ์ ประเภทแผ่นพับ วิดีโอคลปิ เพือ่ เผยแพรว่ ฒั นธรรมไทย ขอบขา่ ยเน้ือหา บทท่ี 1 บริบททั่วไปเกีย่ วกับจังหวดั อ่างทอง บทท่ี 2 วฒั นธรรม ประเพณีของจังหวดั อา่ งทอง บทท่ี 3 ภมู ิปัญญาและปราชญช์ าวบ้านของจังหวัดอา่ งทอง บทท่ี 4 แหลง่ ท่องเท่ียวของจังหวัดอา่ งทอง บทที่ 5 แหลง่ เรียนรขู้ องจังหวดั อา่ งทอง บทท่ี 6 การสบื สานและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในจังหวัดอ่างทอง

สอื่ ประกอบการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ 2. หนังสือเรียน 3. คอมพิวเตอร์ อนิ เทอรเ์ นต็ 4. แหล่งเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ศกึ ษาเน้อื หาในบทเรียนทุกบท 2. ปฏิบตั ิกจิ กรรมทา้ ยบทตามทีก่ าหนด การวดั และประเมินผล 1. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรยี น 2. ประเมินด้วยวธิ ีการสังเกต ซกั ถาม ตอบคาถาม 3. ทากจิ กรรมทา้ ยบท 4. ทดสอบกลางภาคเรียน และปลายภาค

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น รายวชิ าเลอื กเสรี วิชาอ่างทองเมืองน่าอยู่ รหัสวิชา สค33165 จานวน 4 หนว่ ยกติ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย คาช้ีแจง ใหผ้ เู้ รยี นเลอื กคาตอบท่ีถูกต้องทส่ี ุดเพียง 1 คาตอบ โดยทาเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคาตอบ 1. ข้อใดบอกลกั ษณะทางกายภาพ 6. ข้อใดบอกลกั ษณะภูมิอากาศ ของจังหวดั อา่ งทองไม่ถกู ต้อง ของเมอื งอา่ งทองได้ถกู ต้อง ก. ราบลุ่มลาดเอียง ก. โซนร้อนและชุม่ ชนื้ ข. ราบลมุ่ เปน็ แอ่งคลา้ ยอ่าง ข. หนาวเย็นและแห้งแล้ง ค. ทุง่ ทอ่ี อกรวงเหลืองอรา่ มเหลืองทอง ค. มีเมฆมากและฝนตกชุก ง. ความอุดมสมบูรณด์ ้วยพชื พันธ์ุ ง. อิทธิพลจากมรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต้ ธญั ญาหาร 7. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศและภูมิอากาศ 2. วันใดท่ชี าวอ่างทอง ทาพธิ ีวางพวงมาลา ของจงั หวัดอ่างทอง เหมาะสมกบั การ สกั การะอนุสาวรีย์ นายดอก นายทองแกว้ ปลกู พืชเศรษฐกจิ ชนดิ ใด ก. วันที่ 14 มีนาคม ของทุกปี ก. มงั คุด - ทุเรียน ข. วนั ที่ 15 มนี าคม ของทกุ ปี ข. ยางพารา - องุ่น ค. วันท่ี 24 มีนาคม ของทกุ ปี ค. ข้าวโพด - อ้อย ง. วันท่ี 25 มีนาคม ของทุกปี ง. มนั สาปะหลงั - สัปปะรด 3. ขอ้ ใดเปน็ ท่มี าของช่ือเมืองอา่ งทอง 8. หากตอ้ งการลงทนุ ทาธรุ กิจในจังหวัด ก. มาจากหมบู่ ้าน “โพธิ์ทะเล” อ่างทอง ควรเปน็ ธุรกิจประเภทใด ข. มาจากหมบู่ ้าน “ประคาทอง” ก. การส่งออก ค. มาจากหมู่บา้ น “เมืองคาทอง” ข. เกษตรกรรม ง. มาจากหมบู่ ้าน “วิเศษไชยชาญ” ค. อุตสาหกรรม ง. การท่องเท่ียว 4. สนิ คา้ ส่งออกท่ีสาคญั ของจังหวัดอา่ งทอง คือข้อใด 9. ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ มีความสัมพันธ์กันมากทส่ี ุด ก. ขา้ ว ก. ตุ๊กตาชาววัง - ปูนปั้น ข. ผกั และผลไม้ ข. ถิน่ ฐานทากลอง - ไม้ก้ามปู ค. เฟอร์นิเจอร์จากไม้ ค. โด่งดงั จักสาน - เสน้ พลาสติก ง. ผลิตภณั ฑจ์ ากผักตบชวา ง. เมืองสองพระนอน – เนอ้ื ทองคาแท้ 5. ตน้ ไม้ประจาจังหวดั อ่างทองคือข้อใด ก. ตน้ คณู ข. ตน้ รวงขา้ ง ค. ต้นมะพลับ ง. ต้นทองอไุ ร

10. เพราะเหตใุ ดจงั หวัดอ่างทองจึงไดช้ ือ่ วา่ 15. ขอ้ ใดทีแ่ สดงถึงการอนรุ ักษ์ เป็น “เมอื งอขู่ ้าว อนู่ ้า” ศิลปหตั ถกรรมของจังหวัดอา่ งทอง ก. เปน็ ทรี่ าบลมุ่ ลักษณะคล้ายอ่าง ก. ต๊กุ ตาชาววงั บา้ นบางเสด็จ ดินเหนียวปนทราย ข. กลองดีดังแหง่ บา้ นปากน้า ข. ไดร้ บั อิทธพิ ลจากลมมรสุม จึงทาให้มี ค. ราโทนคณะบ้านหน้าวดั โบสถ์ เมฆมากและฝนตกชกุ ง. การแสดงนิทรรศการบา้ นหุ่นเหลก็ ค. มีแม่น้าท่สี าคญั ไหลผ่าน 2 สาย คือ แมน่ ้าเจ้าพระยาและแมน่ า้ น้อย 16. ข้อใด ไมใ่ ช่ ความแตกต่างระหวา่ ง ง. มสี ภาพเศรษฐกิจท่ีดี สามารถเลีย้ ง วัฒนธรรมกับประเพณี ตนเองได้ โดยมีข้าวเปน็ ผลผลติ ท่ีสาคัญ ก. การใชช้ วี ิตประจาวนั ข. การถ่ายทอดจากรุน่ สู่รุน่ 11. “ตุ๊กตาชาววงั ” แสดงให้เหน็ ถึง ค. ธรรมเนียมระเบียบแบบแผน เอกลกั ษณ์ด้านใด ง. ความคิดสรา้ งสรรค์พัฒนาการ ก. จติ รกรรม ข. ศลิ ปกรรม 17. ประเพณขี ้อใดทแ่ี สดงถึงความรกั ค. ประติมากรรม ความผกู พนั ความเอื้ออาทรตอ่ ครอบครัว ง. สถาปตั ยกรรม ชุมชน สังคมและศาสนา ก. ประเพณีการแข่งเรือยาว 12. พิธีการ “ปิดประตูนรก” งานบญุ ของ ข. ประเพณสี ดุดีวีรชนคนแสวงหา ชาวไทยเช้อื สายจีนในจังหวัดอา่ งทอง ค. ประเพณีการสรงนา้ พระ 100 รูป เป็นสว่ นหนง่ึ ของประเพณีใด ง. ประเพณีการเผาขา้ วหลามวดั บ้านแก ก. ประเพณที ้งิ กระจาด ข. ประเพณตี ะไลชนโคม 18. การจาแนกคุณค่าวฒั นธรรม และ ค. ประเพณงี านบุญโขลกแป้ง ประเพณีของจงั หวดั อ่างทอง ข้อใด ง. ประเพณสี รงน้าพระ 100 รปู ไม่ถกู ต้อง ก. ทาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ 13. วฒั นธรรม หมายถงึ ขอ้ ใด ข. ทาให้เกิดความเปน็ ระเบียบในสังคม ก. ส่งิ ทที่ าตามกันมา ค. ทาใหเ้ กดิ ปราชญ์ และภมู ิปัญญา ข. กฎเกณฑข์ องสังคมในอดีต ท้องถนิ่ ค. แบบแผนการดาเนินชวี ติ ของมนุษย์ ง. ทาหนา้ ท่หี ล่อหลอมบุคลกิ ภาพให้กบั ง. ส่ิงท่ีทาความเจรญิ งอกงามให้แก่ คนไทย หมคู่ ณะ และวิถีชวี ติ ของหมูค่ ณะ 19. ข้อใด ไมใ่ ช่ ความสาคัญของวฒั นธรรม 14. สิ่งท่นี ิยมถือประพฤติปฏิบตั ิสบื ๆ กันมา และประเพณีของจังหวดั อา่ งทอง จนเปน็ แบบแผน เรียกวา่ อะไร ก. เปน็ เครอ่ื งแสดงเอกลกั ษณ์ของชาติ ก. คา่ นิยม ข. เปน็ การถ่ายทอดการเรยี นรขู้ องชมุ ชน ข. ประเพณี ค. เป็นเครอ่ื งกาหนดพฤติกรรมของคน ค. คณุ ธรรม ในสังคม ง. จริยธรรม ง. เป็นการชว่ ยแก้ปญั หาและสนองความ ต้องการตา่ ง ๆ ของมนษุ ย์

20. ประเพณที ีป่ ฏิบัติกันอยู่ในชวี ติ ประจาวัน 25. ข้อใดกล่าวถกู ต้องเกีย่ วกับภมู ปิ ัญญา หากมีผใู้ ดฝ่าฝืน หรือทาผดิ หรือ ชาวบ้าน ไม่ปฏบิ ตั ติ าม ไม่ถือวา่ เป็นการทาผิด ก. นางสมร ขายสินค้าออนไลน์ เพียงแตไ่ ม่เปน็ ทย่ี อมรบั ของคนในสังคม ข. นางเสมยี น ตัดเยบ็ เสือ้ ผา้ ตรงกบั ขอ้ ใด ค. นายสงบ ทาลอบดกั ปลาจากไม้ไผ่ ก. จารตี ประเพณี ง. นายสมาน เปิดดู Google หาข้อมลู ข. ขนบธรรมเนยี ม การเลย้ี งสัตว์ ค. ศีลธรรมประเพณี ง. ธรรมเนยี มประเพณี 26. บคุ คลใดเป็นปราชญช์ าวบ้าน ก. ส้ม ถา่ ยทอดความรู้ด้านจักสานหวาย 21. องคค์ วามรู้ ความเช่ือ ประสบการณ์ ข. องุ่น ให้ผ้เู รียนค้นคว้าข้อมูลจาก ความสามารถของคนในทอ้ งถ่นิ หมายถงึ หนังสือ ขอ้ ใด ค. แตงโม สบื ทอดปรับประยุกต์ความรู้ ก. ภมู ิปญั ญา อดีตกบั ปจั จุบนั ข. ผู้รทู้ ้องถิ่น ง. กล้วย อนรุ ักษง์ านฝีมือของชาวบา้ นให้ ค. ปราชญช์ าวบ้าน คนรุ่นหลงั ได้ไวด้ ู ง. ผู้มปี ระสบการณ์ 27. ขอ้ ใดเป็นภูมิปญั ญาของจังหวัดอา่ งทอง 22. “ผูเ้ ปน็ เจ้าของภูมปิ ัญญาและการนา ก. พธิ ไี หวค้ รกู ลอง ภมู ิปัญญามาใช้ให้เกดิ ประโยชน์” ข. การจักสานไม้ไผ่ มีความหมายตรงกับข้อใด ค. พธิ บี ากแมย่ า่ นางเรือ ก. ผู้นาชุมชน ง. การตดั เย็บเส้ือม่อฮ่อม ข. ปราชญ์ชาวบา้ น ค. ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน 28. ผู้เรียนสามารถช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญา ง. ผ้มู ปี ระสบการณ์โดยตรง ท้องถนิ่ ได้อยา่ งไร ก. ปรบั รปู แบบภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ ให้เปน็ 23. “ภมู ปิ ัญญาท่ีเกิดจากคนในท้องถิน่ สากล น้นั ๆ” เหมาะสมกบั ข้อใดมากทีส่ ดุ ข. ใชเ้ ทคโนโลยสี มัยใหมก่ ับภูมิปญั ญา ก. สภาพความเจรญิ ของสงั คม ท้องถิ่น ข. สภาพของผนู้ าในทอ้ งถ่นิ ตนเอง ค. รบั วัฒนธรรมทุกอย่างของต่างชาติ ค. สภาพความกา้ วหนา้ ของประเทศ เพือ่ การเปรียบเทียบ ง. สภาพการดาเนินชวี ิตของคนในชมุ ชน ง. ศึกษาแหล่งภมู ปิ ัญญาในทอ้ งถ่ินตนเอง และรวบรวมเป็นองค์ความรู้ 24. วริ ตั น์ ตอ้ งการเรียนรกู้ ารจกั สานหวาย ควรปรึกษาภูมปิ ัญญาดา้ นใด ก. ด้านจิตรกรรม ข. ด้านประติมากรรม ค. ด้านสถาปัตยกรรม ง. ดา้ นศิลปหตั ถกรรม

29. “พระสมเดจ็ เกษไชโย หลวงพอ่ โต 35. การทอ่ งเท่ยี วอยา่ งยัง่ ยนื จะมคี วาม องค์ใหญ่” จากคาขวญั ของจงั หวัดอ่างทอง เก่ยี วขอ้ งกับเรื่องใดมากที่สดุ กลา่ วถึงภูมิปัญญาด้านใด ก. การสร้างแหล่งทอ่ งเที่ยวใหม่ ๆ ก. ดา้ นจติ รกรรม ข. การอนรุ ักษท์ รัพยากรการทอ่ งเทยี่ ว ข. ดา้ นประตมิ ากรรม ค. การคัดกรองนักทอ่ งเท่ียวเฉพาะทมี่ ี ค. ดา้ นสถาปตั ยกรรม คุณภาพ ง. ดา้ นศิลปหัตถกรรม ง. การใชเ้ ทคโนโลยใี นการพัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ ว 30. ตลาดนา้ ทีเ่ ป็นสถานท่ีท่องเทีย่ วของ จังหวัดอา่ งทอง คือข้อใด 36. พิพิธภัณฑ์หุน่ ยนต์ “บา้ นห่นุ เหลก็ ” ก. ตลาดนา้ อัมพวา มีประโยชนห์ ลักตอ่ ชุมชนอย่างไร ข. ตลาดน้าสามโก้ ก. ทาใหค้ นในชุมชนมงี านทา ค. ตลาดนา้ อโยธยา ข. ทาให้เศรษฐกจิ ในชมุ ชนดขี น้ึ ง. ตลาดนา้ ดาเนนิ สะดวก ค. ทาใหเ้ กิดแหลง่ ทอ่ งเท่ียวในชุมชน ง. ทาให้เกดิ การจัดการขยะอยา่ งเป็น 31. วัดขุนอนิ ทประมลู สร้างขึน้ ในสมยั ใด ระบบ ก. สมยั ทวารวดี ข. สมัยกรงุ สุโขทัย 37. ขอ้ ใดเป็นแหลง่ ท่องเทย่ี วประเภท ค. สมัยกรุงศรีอยุธยา โบราณสถานในจังหวดั อ่างทอง ง. สมัยกรุงรตั นโกสินทร์ ก. วดั สงั กระตา่ ย, พระตาหนักคาหยาด ข. พิพธิ ภัณฑบ์ ้านหนุ่ เหล็ก, วัดสระเกษ 32. การทอ่ งเท่ยี วเชิงนเิ วศ เนน้ การทอ่ งเที่ยว ค. พิพิธภัณฑ์ตานานเมอื งอา่ งทอง, แบบใดเปน็ หลกั ตลาดนา้ สามโก้ ก. การผจญภัย ง. อุทยานสวรรคอ์ า่ งทองหนองเจ็ดเส้น, ข. เชิงตลาดนา้ อนุสาวรยี ์ขุนรองปลดั ชู ค. เทย่ี วในเมือง ง. เชิงธรรมชาติ 38. ขอ้ ใดเป็นจุดเดน่ ของวดั ม่วง ก. มโี บสถท์ แี่ กะสลกั หินทรายรว่ มสมยั 33. สถานท่ีท่องเทย่ี วในจังหวดั อ่างทอง ขอมรัตนโกสนิ ทร์ ท่คี นส่วนใหญ่นยิ มมาคือขอ้ ใด ข. มีอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแกว้ ก. แปลงเกษตรสาธติ ค. มีพระพทุ ธรูปองคใ์ หญ่ สมเด็จพระศรี ข. กลมุ่ แม่บา้ น OTOP เมอื งทอง ค. โครงการพระราชดาริ ง. มวี ิหารแกว้ ที่ประดับด้วยกระจก ง. วดั และโบราณสถาน ระยิบระยบั , พระอโุ บสถกลางดอกบัว 34. ข้อใดเปน็ วตั ถปุ ระสงคข์ องการ ปลกู จติ สานึกในการรกั ษาระบบนิเวศ ก. เพ่ือรกั ษาวิถชี วี ติ ของมนุษย์ ข. เพ่อื รักษาวัฒนธรรมประเพณี ค. เพื่อรักษาเอกลกั ษณ์ทางธรรมชาติ ง. เพื่อรักษาทรพั ยากรและธรรมชาติ

39. “หลวงพอ่ โตองค์ใหญ่” ของวัดไชโย 43. ข้อใด ไม่ใช่ ประเภทของแหลง่ เรยี นรู้ หมายถึงพระพุทธรูปองค์ใด ก. แหล่งเรียนรปู้ ระเภทบุคคล ก. พระพุทธเกษรังสี ข. แหล่งเรียนรปู้ ระเภทธรรมชาติ ข. พระพุทธไสยาสน์ ค. แหล่งเรยี นร้ปู ระเภทอนรุ ักษ์ ค. สมเดจ็ พระศรีเมืองทอง ง. แหลง่ เรยี นรู้ประเภทวสั ดแุ ละสถานที่ ง. พระมหาพทุ ธพิมพ์ 44. วัตถปุ ระสงค์ของการจัดต้งั ฟาร์มตวั อยา่ ง 40. วิหารเบญจรงค์ วดั บ้านพราน มลี กั ษณะ ตามพระราชดาริ หนองระหารจนี คือข้อใด เปน็ แบบใด ก. เพอื่ เปน็ ทพี่ ักพิงของแรงงานตา่ งดา้ ว ก. เปน็ ทรงเก๋งจีน ศลิ ปะยุคใหม่ของ ข. เพ่ือช่วยเหลือประชาชนท่ไี ด้รับ รัตนโกสินทร์ ผลกระทบจากอุทกภัย ข. เปน็ การแกะสลักหนิ ทรายรว่ มสมัย ค. เพือ่ เปน็ แหล่งกาจัดขยะมูลฝอย ขอมรัตนโกสินทร์ ง. เพอื่ เป็นตลาดค้าขายใหก้ ับประชาชน ค. เป็นการสร้างจากวสั ดุ หนิ ลา้ ง รูปทรง แปลก 45. องค์ความรู้ที่อยู่ภายในพิพิธภณั ฑ์ตานาน ง. เปน็ วิหารแบบโบราณสมยั กรงุ สโุ ขทยั เมืองอา่ งทอง ข้อใดกลา่ วถูกต้องมากที่สดุ ก. เป็นการแสดงขอ้ มูลของสว่ นราชการ 41. บคุ คลในขอ้ ใด แสดงออกถงึ การดูแล ท่ีอยูใ่ นจงั หวดั อ่างทอง รักษาแหล่งทอ่ งเท่ียวในท้องถิน่ ของตน ข. เป็นการแสดงข้อมูลในเรอ่ื งอาชีพ ก. ก้องใชเ้ วลาว่างเกบ็ ขยะในวดั จานวนประชากรของจังหวดั อา่ งทอง สงั กระตา่ ย ค. เป็นการแสดงเรื่องราวของเศรษฐกิจ ข. กล้าใช้เวลาว่างตง้ั โต๊ะให้เชา่ วตั ถมุ งคล จงั หวัดอ่างทอง ต้ังแต่อดีตจนถึง ในวัดต้นสน ปัจจุบนั ค. แกว้ นาป้ายห้ามท้งิ ขยะมาติดไว้ท่ีผนัง ง. เปน็ สถานท่ีจดั แสดงเรื่องราวของเมือง พระตาหนักคาหยาด อ่างทองในดา้ นต่าง ๆ โดยผ่านระบบ ง. กรวิง่ ออกกาลงั กายในอุทยานสวรรค์ มัลตมิ เี ดยี ที่ทันสมัย อ่างทองหนองเจด็ เส้น 46. อุทยานสวรรคอ์ า่ งทองหนองเจด็ เสน้ 42. ข้อใดเปน็ แหล่งท่องเท่ยี วของอาเภอ ไดน้ าแนวคิดของโครงการพระราชดาริใด ปา่ โมกท้ังหมด มาใช้ประโยชน์ ก. วดั สระแก้ว, พระตาหนักคาหยาด ก. โครงการแกม้ ลิง ข. วัดเอกราช, อนสุ าวรยี ข์ นุ รองปลดั ชู ข. โครงการประตูระบายนา้ คลองลัดโพธ์ิ ค. วัดทา่ สุทธาวาส, อนุสาวรยี พ์ ันทา้ ย ค. โครงการชั่งหวั มนั นรสิงห์ ง. โครงการพฒั นาพื้นทมี่ ูลนธิ ชิ ยั พัฒนา ง. วัดป่าโมกวรวหิ าร, พิพธิ ภัณฑบ์ า้ น หุ่นเหลก็

47. พิพิธภณั ฑ์บา้ นคูเมอื ง เป็นการคน้ พบ 51. ความเชอื่ เรอ่ื ง ผลบญุ ท่ีทาให้เกดิ ความ เมืองโบราณท่ีอยู่ในช่วงยุคสมัยใด สงบสขุ รม่ เยน็ แกต่ นเองและครอบครวั ก. สมยั กรุงสุโขทัย มีความสมั พนั ธก์ ับประเพณีใด ข. สมยั กรุงศรอี ยุธยา ก. เผาข้าวหลามวัดบ้านแก ค. สมยั ทวารวดี ข. การแขง่ ขันตะไลชนโคม ง. สมัยกรงุ รัตนโกสินทร์ ค. ประเพณสี รงนา้ พระ 100 รปู ง. บชู าขอพรพระนอนวัดขนุ อินทประมูล 48. ก่อนที่จะมาเปน็ ฟาร์มตัวอย่างในสมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ 52. หากตอ้ งการจัดทาสื่อแผ่นพบั ในตาบลสบี วั ทอง เคยมกี ารใชพ้ นื้ ที่ตาบลใด ประชาสมั พนั ธ์วัฒนธรรมไทยในจังหวัด เป็นฟารม์ ตัวอยา่ งมากอ่ น อ่างทอง ควรใช้โปรแกรมในข้อใด ก. ตาบลป่าโมก ก. Microsoft Excel ข. ตาบลบางพลับ ข. Microsoft Word ค. ตาบลไผ่จาศลี ค. Microsoft Outlook ง. ตาบลโพสะ ง. Microsoft Powerpoint 49. ข้อใดคือคุณคา่ และความสาคญั ของการ 53. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ ส่อื สงิ่ พมิ พ์ประเภทสิ่งพิมพ์ สบื สานด้านวฒั นธรรมประเพณขี อง โฆษณา จังหวัดอา่ งทอง ก. แผน่ พับ (Folder) ก. ทาใหเ้ ศรษฐกิจของชาตสิ ามารถพง่ึ พา ข. จลุ สาร (Pamphlet) ตนเองได้ ค. โบวช์ วั ร์ (Brochure) ข. เปน็ สิ่งทแี่ สดงเอกลกั ษณแ์ ละ ง. ใบปลิว (Leaf /Handcbill) วฒั นธรรมในท้องถ่ิน ค. ชว่ ยแก้ปญั หา และสนองความ 54. ขอ้ ใดเป็นกระบวนการออกแบบส่ือ ต้องการต่าง ๆ ของมนษุ ย์ สง่ิ พิมพ์ ง. หน่วยงานของรฐั ไดร้ ับประโยชน์ ก. การกาหนดรูปแบบที่ตายตัว จากการจดั งานประเพณีตา่ ง ๆ ข. การบังคับขนาดของกระดาษ ค. การจดั วางตาแหนง่ ให้น่าสนใจ 50. การสบื สานวัฒนธรรมประเพณขี อง ง. การเลอื กคาส่ังตกลง เพยี งอย่างเดยี ว จังหวัดอ่างทอง มีวัตถุประสงค์ตามข้อใด ก. แสดงให้เหน็ พฤตกิ รรมของคน 55. ข้ันตอนของการจดั ทาแผ่นพับส่อื ในสังคมมากยิง่ ข้ึน ประชาสัมพันธด์ ้วยโปรแกรม ข. แสดงให้เหน็ ปัญหาและความต้องการ คอมพวิ เตอร์ ยกเว้นขอ้ ใด ของคนในจังหวัดอา่ งทอง ก. เลอื กคาสั่งแนวนอน (Landscape) ค. แสดงใหส้ งั คมเหน็ ความแตกต่าง ข. เลอื กคาส่ังการวางแนว (Orientation) ระหวา่ งบุคคลในจงั หวดั อ่างทอง ค. เปดิ โปรแกรม Microsoft Power ง. แสดงให้บุคคลทว่ั ไปรู้จกั จังหวัด point อ่างทอง และเขา้ มาท่องเท่ยี วมากขน้ึ ง. เลือกเมนเู ค้าโครงหน้ากระดาษ (Layout)

56. หากตอ้ งการแทรกรูปภาพประกอบสื่อ 60. องคป์ ระกอบของส่ือประเภทวิดีโอคลิป แผน่ พบั ประชาสัมพนั ธต์ ้องเลอื กเมนใู ด ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง ก. เมนแู ทรก (insert) และเลือกรปู ภาพ ก. เพลงเปิดเรื่อง/การดาเนนิ เรื่อง/ ข. เมนแู ทรก (insert) และเลอื กรูปร่าง การสรุปเนอื้ หา ค. เมนูแทรก (insert) และเลอื กภาพ ข. การนาเขา้ สู่เร่ือง/การดาเนนิ เรอ่ื ง/ ตดั ปะ ใจความสาคญั ของเรื่อง/การสรุป ง. เมนูแทรก (insert) และเลอื ก เนื้อหา ภาพเคลอื่ นไหว ค. การดาเนินเรอ่ื ง/ใจความสาคญั ของเร่อื ง/การสรุปเนื้อหา/ส่วนท้าย 57. เหตุใดการจัดทาวิดโี อคลิปด้วย Smart เรือ่ ง phone ควรจากัดความยาวไมเ่ กิน ง. การนาเขา้ สู่เรื่อง/การดาเนินเรอื่ ง/ 10 นาที ใจความสาคญั ของเรอ่ื ง/การสรุป ก. เพ่อื ให้มีความกระชับและนา่ สนใจ เนื้อหา/ส่วนทา้ ยเรอื่ ง ข. เพอื่ ใหส้ ามารถแสดงรายละเอยี ด ไดม้ าก ค. เพอ่ื ให้เป็นเนอื้ หาที่มีความสาคัญ หลากหลาย ง. เพอ่ื ให้ทาให้ระบบของ Smart phone ลดการเกิดความเสยี หายได้ 58. เหตใุ ดการชมวิดีโอคลิปจึงมคี วามนิยม ในยุคปัจจุบัน ก. มภี าพมุมสงู ท่ชี ดั เจนสวยงาม ข. ชมผ่านอุปกรณ์มือถือทุกระบบ ค. มภี าพเคล่ือนไหวเพียงอย่างเดยี ว ง. เข้าชมผา่ นเครอื่ งคอมพวิ เตอรเ์ ท่าน้นั 59. แอพพลิเคชน่ั ทีใ่ ชใ้ นการจัดทาวดิ โี อคลปิ ด้วย Smart phone ได้ ยกเวน้ ข้อใด ก. Viva video ข. Photoshop ค. Kinemaster ง. Quik by Gopro

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน รายวิชาเลอื กเสรี วชิ าอา่ งทองเมืองน่าอยู่ รหัสวชิ า สค33165 จานวน 4 หนว่ ยกติ ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ขอ้ ท่ี 1. ก. ราบลุ่มลาดเอยี ง ขอ้ ที่ 2. ง. วันที่ 25 มีนาคม ของทุกปี ขอ้ ที่ 3. ค. มาจากหม่บู ้าน “เมืองคาทอง” ขอ้ ที่ 4. ก. ขา้ ว ข้อท่ี 5. ค. ตน้ มะพลับ ขอ้ ท่ี 6. ก. โซนรอ้ นและชมุ่ ชื้น ขอ้ ที่ 7. ค. ข้าวโพด - อ้อย ข้อท่ี 8. ข. เกษตรกรรม ข้อท่ี 9. ข. ถนิ่ ฐานทากลอง - ไมก้ ้ามปู ข้อที่ 10. ง. มีสภาพเศรษฐกิจทด่ี ี สามารถเลยี้ งตนเองได้ โดยมีขา้ วเปน็ ผลผลิตทีส่ าคัญ ขอ้ ท่ี 11. ค. ประตมิ ากรรม ขอ้ ท่ี 12. ก. ประเพณที งิ้ กระจาด ขอ้ ที่ 13. ง. สิ่งท่ที าความเจริญงอกงามให้แกห่ มู่คณะ และวิถชี วี ิตของหม่คู ณะ ขอ้ ที่ 14. ข. ประเพณี ขอ้ ท่ี 15. ก. ต๊กุ ตาชาววังบ้านบางเสด็จ ข้อที่ 16. ค. ธรรมเนียมระเบียบแบบแผน ข้อท่ี 17. ค. ประเพณีการสรงนา้ พระ 100 รปู ข้อที่ 18. ค. ทาใหเ้ กิดปราชญ์ และภูมิปญั ญาท้องถิ่น ข้อท่ี 19. ง. เป็นการช่วยแกป้ ญั หาและสนองความต้องการตา่ ง ๆ ของมนษุ ย์ ข้อท่ี 20. ง. ธรรมเนียมประเพณี ข้อท่ี 21. ก. ภูมิปัญญา ข้อที่ 22. ข. ปราชญ์ชาวบ้าน ข้อที่ 23. ง. สภาพการดาเนินชวี ิตของคนในชมุ ชน ขอ้ ท่ี 24. ง. ด้านศิลปหตั ถกรรม ขอ้ ที่ 25. ค. นายสงบ ทาลอบดกั ปลาจากไม้ไผ่ ขอ้ ท่ี 26. ก. สม้ ถ่ายทอดความรู้ดา้ นจักสานหวาย ขอ้ ท่ี 27. ข. การจักสานไมไ้ ผ่ ขอ้ ที่ 28. ง. ศกึ ษาแหลง่ ภมู ิปัญญาในท้องถ่ินตนเองและรวบรวมเป็นองคค์ วามรู้ ข้อท่ี 29. ง. ดา้ นศลิ ปหัตถกรรม ข้อที่ 30. ข. ตลาดนา้ สามโก้

ข้อที่ 31. ข. สมยั กรงุ สโุ ขทยั ขอ้ ท่ี 32. ง. เชิงธรรมชาติ ข้อท่ี 33. ง. วดั และโบราณสถาน ข้อท่ี 34. ง. เพื่อรักษาทรัพยากรและธรรมชาติ ข้อท่ี 35. ข. การอนุรกั ษท์ รัพยากรการท่องเท่ยี ว ขอ้ ที่ 36. ง. ทาให้เกดิ การจัดการขยะอยา่ งเปน็ ระบบ ขอ้ ที่ 37. ก. วดั สงั กระตา่ ย, พระตาหนักคาหยาด ข้อท่ี 38. ง. มีวหิ ารแก้วท่ปี ระดบั ด้วยกระจกระยบิ ระยบั , พระอโุ บสถกลางดอกบวั ขอ้ ที่ 39. ง. พระมหาพุทธพิมพ์ ขอ้ ที่ 40. ก. เป็นทรงเกง๋ จนี ศิลปะยุคใหม่ของรัตนโกสินทร์ ขอ้ ท่ี 41. ก. กอ้ งใช้เวลาวา่ งเกบ็ ขยะในวัดสังกระต่าย ข้อท่ี 42. ค. วัดท่าสุทธาวาส, อนุสาวรยี ์พนั ท้ายนรสงิ ห์ ข้อท่ี 43. ค. แหลง่ เรียนรู้ประเภทอนุรักษ์ ข้อท่ี 44. ข. เพือ่ ชว่ ยเหลอื ประชาชนทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากอทุ กภัย ข้อท่ี 45. ง. เป็นสถานทจี่ ัดแสดงเรือ่ งราวของเมืองอา่ งทองในดา้ นต่าง ๆ โดยผ่านระบบมลั ตมิ เี ดีย ทที่ ันสมยั ขอ้ ท่ี 46. ก. โครงการแก้มลิง ขอ้ ท่ี 47. ค. สมยั ทวารวดี ขอ้ ที่ 48. ง. ตาบลโพสะ ข้อที่ 49. ข. เปน็ สิ่งที่แสดงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมในท้องถน่ิ ข้อที่ 50. ง. แสดงใหบ้ คุ คลท่วั ไปรู้จกั จังหวดั อ่างทอง และเขา้ มาท่องเทีย่ วมากข้นึ ขอ้ ที่ 51. ง. บชู าขอพรพระนอนวดั ขนุ อนิ ทประมูล ขอ้ ที่ 52. ข. Microsoft Word ขอ้ ที่ 53. ข. จุลสาร (Pamphlet) ขอ้ ที่ 54. ค. การจัดวางตาแหน่งให้น่าสนใจ ขอ้ ที่ 55. ค. เปิดโปรแกรม Microsoft Powerpoint ขอ้ ที่ 56. ก. เมนูแทรก (insert) และเลือกรปู ภาพ ข้อท่ี 57. ก. เพ่อื ให้มีความกระชบั และนา่ สนใจ ขอ้ ท่ี 58. ข. ชมผ่านอปุ กรณ์มือถือทุกระบบ ข้อที่ 59. ข. Photoshop ขอ้ ท่ี 60. ง. การนาเข้าสูเ่ รอ่ื งกการดาเนนิ เรื่องกใจความสาคัญของเรื่องกการสรุปเนื้อหากสว่ นท้ายเร่อื ง

บทที่ 1 บริบททว่ั ไปเกี่ยวกบั จงั หวัดอา่ งทอง สาระสาคญั เนือ้ หาสาระเก่ียวกับจงั หวัดอ่างทอง ประวตั ิศาสตร์จงั หวดั อ่างทอง ภมู ิศาสตรจ์ งั หวัดอ่างทอง สญั ลักษณ์ประจาจังหวดั อา่ งทอง การเมืองการปกครอง และบุคคลสาคัญทางประวตั ิศาสตร์ ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวัง 1. รูแ้ ละเข้าใจบรบิ ทเกี่ยวกับจงั หวดั อา่ งทอง 2. ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของบริบทจังหวัดอา่ งทอง ขอบขา่ ยเน้อื หา เร่ืองที่ 1 ประวตั ิศาสตรจ์ งั หวดั อ่างทอง เร่อื งที่ 2 ภูมิศาสตร์จงั หวัดอ่างทอง เรื่องที่ 3 สัญลกั ษณ์ประจาจังหวัดอ่างทอง เรอื่ งท่ี 4 การเมอื งการปกครอง เร่ืองท่ี 5 บคุ คลสาคญั ทางประวตั ิศาสตร์ สอื่ ประกอบการเรยี นรู้ 1. ใบงาน 2. ใบความรู้ 3. หนังสือเรยี น -1-

บรบิ ททว่ั ไปเกยี่ วกบั จังหวดั อา่ งทอง จังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้า ท่ีมีความสาคัญต่อเศรษฐกิจของชาติมาเป็นเวลาช้านาน ผลิตผลด้านการเกษตรโดยเฉพาะข้าว เป็นพืชเศรษฐกิจท่ีสามารถส่งไปขายยังต่างประเทศได้เป็นจานวนมาก ทารายได้เลี้ยงประชากร และใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าตลอดมา แม่น้าเจ้าพระยาเป็นแม่น้าสายท่ีให้ความ อุดมสมบูรณ์ไหลผ่านพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ซึ่งเร่ิมต้นจากจังหวัดนครสวรรค์ลงไปถึงจังหวัด สมุทรปราการ ประชาชนส่วนใหญ่ตามพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางจึงประกอบอาชีพทานา อาจกล่าวได้ว่า ภูมิประเทศเป็นตัวกาหนดอาชีพ ประเพณีและวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นลักษณะเฉพาะที่เก่ียวข้องกับ การพฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องเมอื งอยา่ งสาคัญ บริบทจังหวดั อา่ งทอง ทมี่ า : https://pantip.com/topic/31448146 เรื่องที่ 1 ประวตั ศิ าสตร์จงั หวัดอ่างทอง ท่ีมาของช่ือ เมืองอา่ งทอง ได้ช่ือนม้ี าจากไหน มีการสนั นษิ ฐานเป็น 3 นัย นัยแรก เชื่อว่าคาว่า “อ่างทอง” น่าจะมาจากลักษณะทางกายภาพของพ้ืนที่นี้ คือ เป็นที่ราบลุ่ม เป็นแอ่งคล้ายอ่าง ซ่ึงเต็มไปด้วยทุ่งนาท่ีออกรวงเหลืองอร่ามเหมือนทอง จึงเป็นท่ีมาของช่ือจังหวัด -2-

อ่างทอง และตราสัญลักษณ์ของจังหวัด เป็นรูปรวงข้าวสีทองอยู่ในอ่างน้า ซึ่งมีความหมายถึง ความอุดมสมบรู ณ์ด้วยพชื พันธธ์ุ ญั ญาหารและเป็นอู่ขา้ วอูน่ า้ นัยท่ีสอง เชื่อว่าอ่างทองน่าจะมาจากชื่อของหมู่บ้านเดิมท่ีเรียกว่า “บางคาทอง” ตามคา สันนิษฐานของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยา เมื่อครั้ง ท่กี ราบทูลพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสลาแม่น้าน้อยและลาแม่น้า ใหญ่ในปี พ.ศ. 2459 ว่า ช่ือของเมืองอ่างทองก็จะมาจากชื่อ บางคาทอง ซ่ึงแต่งต้ังครั้งกรุงเก่า ว่าด้วยตามเสด็จพระราชดาเนินเมืองนครสวรรค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจากกรุงเก่า “ลุถึงบางน้าช่ือคาทอง น้าป่วนเป็นฟอง คว่างคว้าง” และบางกระแสก็ว่า อาจเพี้ยนมาจากช่ือของแม่น้า ลาคลองในย่านน้ัน ท่ีเคยมีชื่อว่า “ปากน้าประคาทอง” ซึ่งเป็นทางแยกแม่น้าหลังศาลากลางจังหวัด และสว่ นในเข้าไปเรยี กวา่ “แมน่ ้าสายทอง” ซง่ึ ปจั จุบันตน้ื เขนิ ใชไ้ มไ่ ด้แลว้ นัยท่ีสาม เชื่อว่าชื่ออ่างทองมาจากช่ือ บ้านอ่างทอง ซ่ึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือชุมนุมพระนิพนธ์เร่ืองสร้างเมืองไว้ตอนหนึ่งว่า “เมืองอ่างทองดูเหมือนจะตั้งเมื่อคร้ังสมเด็จพระนเรศวร เดิมชื่อเมืองว่า วิเศษไชยชาญ ตั้งอยู่ ริมแม่น้าน้อย ที่ลงมาจากนครสวรรค์ อยู่มาแม่น้าน้อยตื้นเขิน ฤดูแล้งใช้เรือไม่สะดวก ย้ายเมือง ออกมาตงั้ ริมแม่นา้ พระยาทบ่ี ้านอา่ งทองจงึ เปลยี่ นชื่อเป็นเมืองอ่างทอง” ถึงแม้ว่าช่ือของจังหวัดอ่างทอง ได้มาตามนัยใดก็ตาม ช่ืออ่างทองน้ีเป็นชื่อท่ีเร่ิมมาในสมัย กรุงธนบุรีหรือสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น คือ เม่ือประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปในอดีต สมัยกรงุ ศรีอยุธยาเป็นราชธานีนน้ั อ่างทองเป็นทรี่ ู้จักในนามของเมืองวิเศษไชยชาญ ดงั นั้น การศกึ ษา ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของเมืองอ่างทองน้ัน หมายถึงการศึกษาความเป็นมาของดินแด น แถบนยี้ ้อนกลับไปกวา่ หน่งึ พนั ปี เป็นสมัยที่ช่ือเสียงของเมืองอ่างทองยังไม่ปรากฏ แต่มีหลกั ฐานแนช่ ัด ว่ามีดินแดนแถบนี้มานานแล้ว และอาจสรุปได้ว่าดินแดนน้ีมีลักษณะเด่นชัดอย่างน้อย 2 ประการ คือ ความอุดมสมบูรณ์ท่ีเหมาะแก่การทาเกษตรกรรม ทาให้มีมนุษย์ต้ังหลักฐานอยู่กันมานาน นบั พนั ๆ ปี เปน็ ดินแดนที่มคี วามสาคัญในแง่การเป็นยทุ ธศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา การกอ่ ต้งั เมือง จังหวัดอ่างทองในสมัยทวารวดีได้มีผู้คนเข้ามาตั้งถ่ินฐานเป็นเมืองแล้ว แต่เป็นเมืองไม่ใหญ่โตนัก หลักฐานที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบันก็คือ คูเมือง ตั้งอยู่ที่บ้านคูเมือง หมู่ท่ี ๘ ตาบลแสวงหา อาเภอแสวงหา ซ่ึง นายบาเซอลีเย นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้สารวจพบ สันนิษฐานว่า เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ปัจจุบันนี้บ้านคูเมืองอยู่ห่างจากที่ว่าการอาเภอแสวงหา ไปทางทิศเหนือ 4 กิโลเมตร ในสมัยสโุ ขทัย เข้าใจว่ามผี ู้เข้ามาตัง้ ถิ่นฐานอยอู่ าศยั เช่นกัน ดินแดนอ่างทองได้รบั อิทธพิ ล จากสุโขทัย โดยการสังเกตจากลกั ษณะของพระพุทธรปู สาคญั ในทอ้ งถ่ินที่อ่างทอง มีลักษณะเป็นแบบ สุโขทัยหลายองค์ เช่น พระพุทธไสยาสน์วัดขุนอินทประมูล อาเภอโพธิ์ทอง และพระพุทธไสยาสน์ วดั ป่าโมกวรวิหาร อาเภอป่าโมก เป็นตน้ ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาระยะต้น สันนิษฐานว่าอ่างทองคงเป็นชานเมืองของกรุงศรีอยุธยา เพิ่งจะยกฐานะเป็นเมือง มีชื่อว่า “แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ ” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2127 -3-

โดยในพระราชพงศาวดารได้กล่าวถึงช่ือเมืองวิเศษไชยชาญเป็นคร้ังแรกว่า สมเด็จพระนเรศวร เม่ือครั้งยังทรงเป็นมหาอุปราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้เสด็จยกกองทัพไปรบกับพระยาพะสิม ท่ีเมืองสุพรรณบุรี พระองค์ได้เสด็จโดยทางเรือจากกรุงศรีอยุธยา ไปทาพิธีเหยียบชิงชัยภูมิ ตัดไม้ข่มนาม ที่ตาบลลุมพลี พระองค์ได้เสด็จไปประทับที่แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ จึงสันนิษฐานว่า เมืองวิเศษไชยชาญได้ตั้งเมือง ในแผ่นดินพระมหาธรรมราชา ตัวเมืองวิเศษไชยชาญสมัยนั้นต้ังอยู่ ทางลาแม่น้าน้อย ฝ่ังตะวันออก หมู่บ้านตรงนั้นปัจจุบันยังเรียกว่า “บ้านจวน” แสดงว่าเป็นท่ีตั้ง จวนเจ้าเมืองเดิม ต่อมาสภาพพ้ืนที่และกระแสน้าในแควน้าน้อยเปลี่ยนแปลงไป การคมนาคม ไปมาระหว่างแม่นา้ น้อยกับแม่นา้ ใหญ่ (คือแม่นา้ เจ้าพระยา) เดนิ ทางติดต่อไมส่ ะดวก จึงยา้ ยทต่ี ัง้ เมือง ไปอยู่ท่ีตาบลบ้านแห ตรงวัดไชยสงคราม (วัดกระเจา) ฝั่งขวาหรือฝ่ังตะวันตกของแม่น้าเจ้าพระยา พร้อมกับขนานนามให้เป็นสิริมงคลแก่เมืองใหม่ว่า “เมืองอ่างทอง” ส่วนเมืองวิเศษไชยชาญยังคง เป็นเมืองอยู่ตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. 2439 จึงลดลงเป็นอาเภอ เรียกว่า อาเภอไผ่จาศีล ภายหลัง จึงเปล่ยี นชื่อเปน็ อาเภอวิเศษชยั ชาญ จนถึงปัจจุบัน กาลล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2356 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาภูธร สมุหนายก ไปเป็นแม่กองทาการเปิดทานบกั้นน้าท่ีหน้าเมืองอ่างทอง เพ่ือให้น้าไหล ไปทางคลองบางแก้วแต่ไม่สาเร็จ จึงย้ายเมืองอา่ งทองไปตั้งที่ปากคลองบางแก้ว ตาบลบางแก้ว ทอ้ งท่ี อาเภอเมอื งอ่างทองฝ่ังซ้ายของแม่น้าเจ้าพระยา จนถงึ ปจั จบุ ันน้ี สมัยกรุงศรอี ยุธยา เมืองอ่างทองมีท้องที่ต่อเน่ืองกับกรุงศรีอยุธยา เสมือนเป็นเมืองท่ีต้ังอยู่ชานเมืองหลวง จงึ มปี ระวัตศิ าสตร์เกี่ยวเนอื่ งกันหลายตอน เฉพาะที่สาคัญ ๆ มดี งั น้ี ราวปี พ.ศ. 2122 ญาณพิเชียร มาซ่องสุมคนในตาบลยี่ล้น ขุนศรีมงคลแขวง สง่ ขา่ วกบฏน้ัน มาถวาย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้พระยาจักรียกกาลังไปปราบปราม ตั้งทัพในตาบลมหาดไทย ญาณพิเชียรและพรรคพวกก็เข้าสู้รบกับพระยาจักรี เจ้าพระยาจักรีเสียชีวิตในการสู้รบ พวกชาวบ้าน กเ็ ข้าเป็นพวกญาณพิเชียร ญาณพิเชยี รต้องการยึดเมืองลพบุรี ยกกาลังไปปล้นเมืองลพบุรี จงึ เกิดการ รบกับพระยาสีหราชเดโช ญาณ พิเชียรถูกยิงตาย พรรคพวกกบฏหนีกระจัดกระจายไป กบฏญาณพิเชียรนับวา่ เป็นเหตุการณ์สาคัญมากเหตุการณ์หน่ึง ทีช่ าวบ้านยี่ล้นและชาวบ้านมหาดไทย แขวงเมอื งวิเศษไชยชาญเข้าไปเก่ียวขอ้ งดว้ ย ปี พ.ศ. 2128 พระเจ้าเชียงใหม่ยกกองทัพมาต้ังที่บ้านสระเกษ ท้องที่ตาบลไชยภูมิ อาเภอไชโย สมเด็จพระนเรศวรกับพระเอกาทศรถ ยกกองทัพไปถึงตาบลป่าโมก ก็พบทหารพม่า ซ่ึงลงมาเท่ียวรังแกราษฎรทางเมืองวิเศษไชยชาญ จึงได้เข้าโจมตีทหารพม่าล่าถอยไป พระเจ้าเชียงใหม่จึงได้จัดกองทัพยกลงมา สมเด็จพระนเรศวรจึงดารัสสั่งให้พระราชมนูคุมกองทัพ ข้ึนตระเวนดู กองทัพพระราชมนูปะทะกับกองทัพพม่าที่บ้านบางแก้ว สมเด็จพระนเรศวรเสด็จ ขึ้นไปถึงบ้านแห จึงมีดารัสให้ข้าหลวงข้ึนไปสั่งพระราชมนูให้ทาเป็นถอยทัพกลับมา แล้วพระองค์ ก็โอบล้อมรุกไล่ตีทัพพม่าแตกท้ังทัพหน้าและทัพหลวง จนถึงท่ีต้ังทัพพระเจ้าเชียงใหม่ท่ีบ้านสระเกษ กองทพั ของพระเจ้าเชยี งใหมจ่ ึงแตกพ่ายกลบั ไป -4-

ปี พ.ศ. 2130 พระเจ้ากรุงหงสาวดยี กทัพมาลอ้ มกรุงศรอี ยุธยา ทหารไทยได้ปนื ลงเรอื สาเภา ข้ึนไประดมยิงค่ายหลวงพระเจ้าหงสาวดี จนพระเจ้าหงสาวดีต้านทานไม่ไหวต้องถอยทัพหลวง กลับข้ึนไปต้ังที่ป่าโมก สมเด็จพระนเรศวรเสด็จโดยขบวนทัพเรือตามตีกองทัพหลวงของพระเจ้า หงสาวดไี ปจนถึงป่าโมก จนพมา่ แตกพ่ายถอยทัพกลบั ไป ปี พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรกับพระเอกาทศรถยกทัพจากรุงศรีอยุธยาไปต้ัง ที่ทุ่งป่าโมก แล้วยกทัพหลวงไปเมืองสุพรรณบุรีทางบ้านสามโก้ และทรงกระทายุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ท่ีตาบลตระพังตรุ หนองสาหรา่ ย อาเภอดอนเจดีย์ เมืองสุพรรณบรุ ี จนมีชยั ชนะยทุ ธหตั ถี สงครามยุทธหัตถี ทีม่ า : www.angthong.go.th/history-atg.pdf ปี พ.ศ. 2147 สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ ยกกองทัพไปตีกรุงอังวะ เสด็จเข้าพักพลท่ีตาบลป่าโมก แล้วเสด็จไปทางชลมารค ข้ึนเหยียบชัยภูมิตาบลเอกราช อาเภอป่าโมก ตัดไม้ข่มนามตามพระราชพิธีของพราหมณ์แล้วยกทัพไป แต่สวรรคตเสียที่เมืองหาง หรือเมือง ห้างหลวง สมเดจ็ พระเอกาทศรถนาพระบรมศพกลับกรุงศรีอยุธยา อย่างสมพระเกยี รติในสมัยแผ่นดิน สมเด็จพระสรรเพชญ์ท่ี 8 (พระเจ้าเสือ) พระองค์ได้ปลอมพระองค์เป็นสามัญชนไปในงานฉลอง พระอาราม ได้ทรงชกมวยได้ชัยชนะถึง 2 คร้ัง สถานที่เสด็จไปก็คือ บ้านพระจันตชนบท แขวงเมือง วิเศษไชยชาญ เช่ือกันว่างานฉลองวัดท่ีเสด็จไปน้ัน อาจเป็นวัดโพธ์ิถนนหรือวัดถนน ซึ่งเป็นวัดร้าง อยู่ในตาบลตลาดกรวด (อาเภอเมืองอ่างทอง) นั่นเอง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าดินแดน ของอ่างทองยังคงความสาคัญต่อเมืองหลวง คือ กรุงศรีอยุธยา เมื่อมีงานนักขัตฤกษ์ของสามัญชน -5-

ท่ีเล่ืองลือเข้าไปถึงพระราชวังในเมืองหลวง แม้แต่พระมหากษัตริย์ทรงสนพระทัยท่ีจะทอดพระเนตร และทรงเข้าร่วมงานอย่างสามัญชนทั่วไป ปี พ.ศ. 2269 ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พระองค์ได้เสด็จไปควบคุม การชะลอพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก เพราะปรากฏว่าแม่น้าเจ้าพระยาตรงหน้าวัดป่าโมก น้าเซาะกัดตล่ิง จนทาให้พระวิหารพระพุทธไสยาสน์อาจพังลงได้ จึงมีรับสั่งให้ทาการชะลอพระพุทธไสยาสน์ เขา้ ไปประดิษฐานหา่ งฝ่ังออกไป 150 เมตร กนิ เวลาทงั้ หมดกวา่ 5 เดือน เนื่องจากเมืองอ่างทองเคยเป็นยุทธภูมิระหว่างทหารไทยกับทหารพม่าหลายคร้ัง จึงมี บรรพบุรุษของเมืองอ่างทองได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญในการรบกับพม่าหลายท่าน เช่น นายแท่น นายโชติ นายอิน และนายเมือง ท้ังสี่ท่านเป็นชาวบ้านสีบัวทอง (ตาบลสีบัวทอง อาเภอแสวงหาในปัจจุบัน) และมีนายดอก ชาวบ้านกรับ และนายทองแก้ว ชาวบ้านโพธิ์ทะเล ท้ังสองท่านเป็นชาวเมืองวิเศษไชยชาญ ได้ร่วมกับชาวบ้านของเมืองวิเศษไชยชาญสู้รบกับพม่าอยู่ที่ค่ายบางระจัน ซ่ึงสมัยน้ันอยู่ในแขวงเมือง วิเศษไชยชาญ และสนามรบส่วนใหญ่อยู่ในท้องท่ีอาเภอแสวงหา วีรกรรมอันกล้าหาญชาญชัย ของนักรบไทยค่ายบางระจันสมัยน้ัน เป็นท่ีภาคภูมิใจและประทับอยู่ในความทรงจาของคนไทยทุกคน ตลอดมา ประชาชนชาวเมืองอ่างทองจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ เพ่ือเป็นอนุสรณ์แก่ นายดอก และนายทองแก้ว ไว้ท่ีบริเวณวัดวิเศษไชยชาญ อาเภอวิเศษชัยชาญ โดยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดาเนินมาทรงกระทาพิธีเปิดอนุสาวรีย์เมื่อวันท่ี 25 มีนาคม พ.ศ.2520 ดังนั้นในวันที่ 25 มีนาคมของทุกปี ชาวเมืองอ่างทองจึงได้กระทาพิธีวางพวงมาลา สักการะอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว เพ่ือเป็นการระลึกถึงคุณความดีในวีรกรรมความกล้าหาญ ของท่านเป็นประจาทุกปี ยังมีวีรกรรมของนักรบของแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ คือ ขุนรองปลัดชูกับกองอาทมาต เมื่อปี พ.ศ.2302 ตรงกับรัชกาลของสมเด็จพระท่ีนั่งสุรยิ าศน์อัมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) ขึ้นครองราชย์ สมบัติกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา ในครั้งน้ัน พระเจ้าอลองพญาครองราชสมบัติกรุงอังวะรัตนสิงห์ ปกครองพม่ารามัญท้ังปวง พระองค์ให้เกณฑ์ไพร่พล 8,000 คน ให้มังฆ้องนรธา เป็นนายทัพยกมาตี เมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี พระเจ้าเอกทัศทรงเกณฑ์พล 5,000 คน แบ่งเป็นสองทัพ โดยให้ พระราชรองเมืองว่าที่ออกญายมราชคุมทัพใหญ่พล 3,000 คน ให้ออกญารัตนาธิเบศร์คุมทัพ หนุนพล 2,000 คน ในครั้งน้ัน มีครูฝึกเพลงอาวุธอยู่ในเมืองวิเศษไชยชาญอยู่ผู้หน่ึง ช่ือ ครูดาบชู ซึง่ ไดร้ ับแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศให้เป็นปลัดเมือง กรมการเมืองวิเศษไชยชาญ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ขุนรองปลัดชู นากองอาทมาต 400 คน มาอาสาศึก และได้ติดตามไปกับ กองทัพออกญารัตนาธิเบศร์ เม่ือเดินทางข้ามพ้นเขาบรรทัดก็ได้ทราบว่า เมืองมะริดและตะนาวศรี เสียแก่ข้าศึกแล้ว จึงต้ังทัพรออยู่ โดยทัพพระราชรองเมืองต้ังอยู่ที่แก่งตุ่มตอนปลายแม่น้าตะนาวศรี ส่วนออกญารัตนาธิเบศร์ต้ังทัพอยู่ที่เมืองกุยบุรี แต่ให้กองอาทมาต มาขัดตาทัพรอท่ีอ่าวหว้าขาว จากนั้นสามวัน ทัพพม่าเข้าตีทัพไทยท่ีแก่งตุ่มแตกพ่าย และยกมาเพื่อเข้าตีทัพหนุน กองอาทมาต ของขุนรองปลัดชู ได้รับคาส่งั ให้ต้ังรับพม่าท่ีตาบลหว้าขาว รมิ ทะเล ครั้นพอเพลาเช้า ทัพพม่า 8,000 คน ปะทะกับกองอาทมาต 400 คน นายทัพท้ังสองปะทะกันดุเดือดจนถึงเที่ยง มิแพ้ชนะ แต่ทัพไทย -6-

พลนอ้ ยกวา่ ก็เร่ิมอ่อนแรง ขุนรองปลดั ชรู บจนส้ินกาลงั ถกู ทหารพมา่ รมุ จับตวั ไป จากนนั้ พมา่ ให้ชา้ งศึก เข้าเหยียบย่าทัพไทยล้มตายเป็นอันมาก กองอาทมาต 400 คน ตายแทบจะส้ินท้ังทัพ เพ่ือระลึกถึง วีรกรรมของกองอาสาวิเศษไชยชาญในคร้ังน้ัน จึงได้มีการสร้างวัดขึ้น เพ่ือเป็นท่ีระลึกแก่นักรบกล้า ท้ัง 400 คน โดยเรยี กกนั วา่ \"วดั สีร่ อ้ ย\" ขนุ รองปลัดชู และกองอาทมาต 400 คน สู้รบกบั กองทัพพมา่ ท่มี า : https://www.silpa-mag.com/history/article_10171 -7-

อ่างทองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จกั รีนฤบดินทร สยามนิ ทราธิราช บรมนาถบพติ ร อา่ งทองร่มเย็นด้วยพระบารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ของปวงชนชาวไทย เสด็จข้ึนครองราชสมบัติเมื่อวันท่ี ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ แต่ทรงอยู่ในระหว่างการศึกษาในต่างประเทศ ต้องเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ โดยทรงเลือกเรียนวิชากฎหมายและวิชารัฐศาสตร์ ต่อมาเสด็จนิวัติประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ และได้มีการพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกเปน็ พระมหากษตั รยิ ์ รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรม ราชจกั รวี งศโ์ ดยสมบูรณ์ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช มหิตลาธเิ บศรรามาธบิ ดี จักรนี ฤบดนิ ทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพติ ร และสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ เสดจ็ พระราชดาเนนิ ณ ศาลากลางจังหวดั อา่ งทอง ทีม่ า : www.angthong.go.th/history-atg.pdf ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงมีพระราชกรณียกิจดังที่ทรงต้ังปณิธานไว้ว่า จะเสด็จ เยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัดให้ทั่วประเทศ โดยเริ่มที่ภาคกลางก่อน เพ่ือทรงศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ การทามาหาเล้ียงชีพของราษฎร ตลอดจนโบราณสถานและศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถ่ิน ในวันที่ -8-

๒๗ กนั ยายน พ.ศ.๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช มหติ ลาธเิ บศรรามาธบิ ดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ จึงเสด็จฯ โดยเคร่ืองบินพระท่ีนั่งไปยังนครสวรรค์เป็นจังหวัดแรก เคร่ืองบินพระที่น่ังไปถึงสนามบิน ตาคลี จงั หวัดนครสวรรค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสดจ็ ฯ ไปทอดพระเนตรบริเวณต้นแม่นา้ เจ้าพระยา และบึงบอระเพ็ด จากน้ันได้ทอดพระเนตรกิจการ กองบนิ น้อยท่ี ๔ ตาบลตาคลี แล้วจึงเสดจ็ พระราชดาเนินโดยรถยนต์พระท่ีน่ังมายังศาลากลางจงั หวัด ชัยนาท ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน มาเฝ้ารับเสด็จกันเนืองแน่น นายสมบัติ สมบัติทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูล แสดงความระลึกในพระมหากรณุ าธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีกระแสพระราชดารัสตอบ ทรงมี พระราชปฏิสันถารกับบรรดาราษฎร ท่ีมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากน้ันเสด็จฯ ไปวัดธรรมามูล วดั พระบรมธาตุ เสดจ็ ฯ ทอดพระเนตร การชลประทาน และเขือ่ นเจา้ พระยา ประทับแรมอยู่ ณ เข่อื นเจา้ พระยา วันท่ี ๒๘ กนั ยายน พ.ศ.๒๔๙๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดาเนินโดยเรือยนต์พระท่ีน่ังจากเข่ือนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ล่องตามลาน้าเจ้าพระยาถึงจังหวัดสิงห์บุรี ขุนบริรักษ์บทวลัญช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เฝา้ ทูลละอองธุลีพระบาท กราบบงั คมทลู ขอพระกรณุ าแสดงความปลืม้ ปีติในพระมหากรุณาธิคณุ ทีไ่ ด้ เสด็จมาเย่ียมราษฎรจังหวดั สงิ หบ์ ุรี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธเิ บศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้มีกระแสพระราชดารัสกับราษฎร พระราชทานพรให้ทกุ คนมคี วามสุขความเจรญิ เวลา ๑๒.๐๐ น. เสด็จฯ โดยเรือยนต์พระที่น่ังถึงวัดไชโยวรวิหาร อาเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เสด็จฯ ข้ึนนมัสการพระพุทธปฏิมากรแล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรท่ีมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น โปรดเกล้าฯ พระราชทานพรและเงินกน้ ถุง เวลา ๑๓.๑๕ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มหติ ลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดาเนินถึงจังหวัดอ่างทอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ พ่อค้า กานัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน ลูกเสือ และราษฎร รอเฝ้ารับเสด็จฯ อยู่เนืองแน่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูล เชิญเสด็จฯ ประทับยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จ พระราชดาเนินจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดไปประทับที่มุขศาลากลาง เพ่ือราษฎรได้เฝ้าทูลละอองธุลี พระบาท นายพรหม สูตรสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กราบบังคมทูลพระกรุณาแสดงความ ซาบซ้ึงในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรนี ฤบดนิ ทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีกระแสพระราชดารสั ตอบ -9-

จากน้ันทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร และพระราชทานเงินก้นถุง จนถึงเวลาประมาณ ๑๖.๑๕ น. จึงได้เสด็จพระราชดาเนินจากจังหวัดอ่างทอง สู่อาเภอป่าโมก เวลา ๑๖.๔๕ น. เสด็จพระราชดาเนินถึงวัดป่าโมก เสด็จข้ึนทรงนมัสการพระพุทธไสยาสน์ทรงมีพระราชปฏิสันถาร กบั เจ้าอาวาส ทรงเยี่ยมราษฎรท่ีเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่หน้าวัดอย่างเนืองแนน่ กบั พระราชทาน เงินก้นถุง จนเวลาประมาณ ๑๗.๔๕ น. เสด็จพระราชดาเนินออกจากวัดป่าโมก เพ่ือเสด็จฯ ต่อไปยัง พระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประทับยืนบนเรือพระที่น่ัง โบกพระหัตถ์ให้แก่ราษฎร ในท่ามกลางการเปล่งเสียงโห่ร้องถวายพระพร ด้วยความจงรกั ภกั ดขี องราษฎรทง้ั หลาย ท่ีมา : วิทยุสารประจาวัน กรมประชาสัมพันธ์ ศุกร์ ๓๐ กันยายน ๒๔๙๘ หอจดหมายเหตุ แห่งชาติ เสดจ็ พระราชดาเนนิ จังหวัดอ่างทอง ทม่ี า : สมศักด์ิ ปริศนานันทกุล (๒๕๕๔ : ๗) - 10 -

เรื่องที่ 2 ภมู ิศาสตร์จงั หวดั อ่างทอง ท่ตี ง้ั อาณาเขต จังหวัดอ่างทอง เป็นพื้นท่ีราบลุ่มภาคกลาง พิกัดภูมิศาสตร์เส้นรุ้งท่ี 14 องศา 35 ลิปดา 12 พิลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 100 องศา 27 ลิปดา ห่างจากกรุงเทพมหานครมาตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 32 (บางปะอิน-พยุหะคีรี) ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร และเส้นทางเรือ ตามแม่น้าเจ้าพระยาถึงตลาดท่าเตียน ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร พ้ืนที่ต้ังมีรูปร่างลักษณะ คล้ายรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรัส มีส่วนกว้างตามแนวทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก และส่วนยาวตามแนว ทศิ เหนือถงึ ทิศใต้ใกล้เคยี งกัน คือ ประมาณ 40 กิโลเมตร มีพน้ื ท่ีทั้งหมด 968.372 ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ 605,232.5 ไร่ และมอี าณาเขตดังนี้ ทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กับ อาเภอค่ายบางระจัน อาเภอพรหมบุรี อาเภอท่าช้าง จงั หวัดสงิ หบ์ รุ ี และอาเภอท่าวงุ้ จงั หวัดลพบรุ ี ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับ อาเภอผักไห่ และอาเภอบางบาล จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยา ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับ อาเภอบางปะหนั อาเภอมหาราช และอาเภอบ้านแพรก จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา ทิศตะวนั ตก ติดต่อกับ อาเภอเมอื งสุพรรณบรุ ี อาเภอศรปี ระจนั ต์ อาเภอสามชุก และอาเภอเดมิ บางนางบวช จังหวัดสพุ รรณบรุ ี พนื้ ทท่ี งั้ หมดประมาณ 968,372 ตารางกิโลเมตร หรือ 605,232.5 ไร่ ท่ีตงั้ อาณาเขตของจังหวดั อา่ งทอง ทม่ี า : http://www.angthong.go.th/pdf/feb59.pdf - 11 -

ภมู ิประเทศและภูมิอากาศ จังหวัดอ่างทอง มีลักษณะภูมิประเทศโดยท่ัวไปเป็นท่ีราบลุ่ม ลักษณะคล้ายอ่าง ไม่มีภูเขา ดินเป็นดินเหนียวปนทราย พื้นท่ีส่วนใหญ่เหมาะแก่การปลูกข้าว ทาไร่ ทานา ทาสวน และมีแม่น้า สายสาคัญไหลผ่าน 2 สาย คือ แม่น้าเจ้าพระยา และแม่น้าน้อย โดยแม่น้าเจ้าพระยาเป็นแม่นา้ ที่ไหล ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง ซ่ึงไหลผ่านอาเภอ ไชโย อาเภอเมืองอ่างทอง อาเภอป่าโมก รวมระยะทางที่ไหลผ่านจังหวัดอ่างทองประมาณ 40 กิโลเมตร จังหวัดอ่างทอง มีลักษณะภูมิอากาศจัดอยู่ในโซนร้อนและชุ่มช้ืน เป็นแบบฝนเมืองร้อน เฉพาะฤดู โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทาให้อากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งในช่วงนี้ และได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ตะวนั ตกเฉียงใต้ในช่วงเดอื นพฤษภาคมถงึ เดือนกันยายน ทาใหม้ ีเมฆมากและฝนตกชกุ ในช่วงนี้ สภาพเศรษฐกิจ จังหวัดอ่างทอง เป็น “อู่ข้าว–อู่น้า” ท่ีสาคัญแห่งหน่ึงของประเทศ สภาพเศรษฐกิจ ของจังหวดั อ่างทอง อยู่ในฐานะทีส่ ามารถเลย้ี งตนเองได้เปน็ อยา่ งดใี นแงข่ องอาหารและแรงงาน โดยมี “ข้าว” เป็นผลผลิตที่สาคัญที่ส่งออกของจังหวัด โครงสร้างด้านเศรษฐกิจของจังหวัดอ่างทองท่ีสาคัญ ขึ้นอยู่กับสาขาเกษตรกรรม มีสัดส่วนร้อยละ 20.06 สาขาอุตสาหกรรม มีสัดส่วนร้อยละ 19.52 และสาขาการขายส่ง การขายปลีกฯ มสี ัดสว่ นรอ้ ยละ 15.87 และสาขาอนื่ ๆ มสี ัดสว่ นรอ้ ยละ 44.55 อย่างไรก็ตาม การทโี่ ครงสร้างดา้ นเศรษฐกิจของจงั หวัดผูกพันอยู่กบั การเกษตรเปน็ หลัก ทาให้จงั หวัด อา่ งทองมอี ตั ราการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นเศรษฐกิจต่า 1. ด้านการเกษตรกรรม การใช้พ้ืนท่ีและการถือครองที่ดินทางการเกษตร จังหวัดอ่างทอง มีพ้ืนท่ีทั้งหมด 604,100 ไร่ เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชท่ีสาคัญของประเทศ โดยจังหวัดอ่างทอง เป็น 1 ใน 7 จังหวัด ที่ไม่มีพน้ื ที่ป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาติ ในปีพ.ศ. 2563 จังหวัดอ่างทอง มีพ้ืนท่ี การเกษตร 433,727 ไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 71.80 ของพ้ืนที่ทัง้ หมด (ขอ้ มูล ณ มีนาคม 2563) 2. ด้านการปศุสัตว์ การเล้ียงสัตว์นับเป็นสาขาภาคเกษตรที่สาคัญรองจากการปลูกพืช มีการเลย้ี งเพื่อการบรโิ ภค เพื่อการใช้งานเชิงพาณชิ ย์สัตว์เศรษฐกจิ ท่สี าคัญ ได้แก่ ไก่เนอื้ ไก่ไข่ เป็ดไข่ นกกระทา สุกร และโคเน้ือ และจากข้อมูลด้านปศุสัตว์ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2556 - 2558) การผลิต ด้านปศุสัตว์มีแนวโน้มลดลง แต่ราคาผลผลิตมีแนวโน้มปรบั ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย เช่น โคเนื้อ และสุกร ยกเว้นไก่ไข่ การบริโภคคงท่ี สาหรับผลผลิตปศุสัตว์ด้านอ่ืน ๆ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ตามภาวะราคา สนิ ค้า 3. ด้านการประมง จังหวดั อ่างทอง มีสภาพเป็นท่รี าบลุ่มเหมาะสาหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้า ซ่ึงการเพาะเล้ียงสัตว์น้าของเกษตรกร เป็นการเล้ียงเพ่ือเป็นอาชีพเสริม และเล้ียงเพื่อการพาณิชย์ โดยมีรูปแบบการเลี้ยง ได้แก่ เล้ียงในบ่อ เลี้ยงในร่องสวน เลี้ยงในนาข้าว เล้ียงในกระชัง และเล้ียง ในบ่อซีเมนต์ เป็นตน้ - 12 -

4. สถาบันและองค์กรเกษตรกรสหกรณ์ ในจังหวัดอ่างทอง รวมทั้งสิ้น 32 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร จานวน 17 แห่ง สหกรณ์ บริการ จานวน 7 แห่ง สหกรณ์ ออมทรัพย์ จานวน 6 แห่ง สหกรณป์ ระมง จานวน 1 แหง่ และสหกรณเ์ ครดิตยูเนย่ี น จานวน 1 แห่ง 5. ดา้ นอตุ สาหกรรม ประเภทโรงงานอตุ สาหกรรมทมี่ กี ารขออนุญาตสงู สุด คอื อุตสาหกรรม เกยี่ วข้องกบั การก่อสร้าง เชน่ ประเภทดูดทรายในที่ดินกรรมสิทธ์ิและผลติ ภัณฑ์จากไม้ ทาวงกบประตู หนา้ ตา่ ง ประเภทโรงงานทีม่ จี านวนมากในจังหวัดอ่างทอง 5 อันดับแรก 1. ดูดทราย และขุดตักดิน จานวน 90 โรงงาน 2. โรงสีข้าว จานวน 35 โรงงาน 3. ทาอฐิ จานวน 33 โรงงาน 4. ทาวงกบ-ประตหู นา้ ตา่ ง จานวน 26 โรงงาน 5. ผลิตภณั ฑพ์ ลาสติก จานวน 18 โรงงาน นอกจากน้ียังมีอุตสาหกรรม หัตถกรรมท้องถิ่น ซ่ึงเกษตรกรจะใช้เวลาว่างจากการทานาข้าว มาประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จักสาน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จักสานเคร่ืองหวายและไม้ไผ่ ที่มีฝีมือประณีต ปัจจุบันสินค้าอุตสาหกรรมในครัวเรือน หัตถกรรมพื้นบ้าน สามารถผลิตจาหน่ายได้ท้ังใน และต่างประเทศ เช่น การทากลอง ท่ีตาบลเอกราช อาเภอป่าโมก การทาดอกไม้ประดิษฐ์ ที่ตาบล มหาดไทย อาเภอเมืองอ่างทอง การจักสานหวายและไม้ไผ่ ที่ตาบลบางเจ้าฉ่า อาเภอโพธ์ิทอง และที่ตาบลตลาดใหม่ อาเภอวิเศษชัยชาญ การจักสานผักตบชวา ท่ีตาบลคลองวัว อาเภอเมือง อ่างทอง และทต่ี าบลไชยภมู ิ อาเภอไชโย การทาตุก๊ ตาชาววงั ที่ตาบลบางเสดจ็ อาเภอป่าโมก - 13 -

เร่ืองท่ี 3 สญั ลกั ษณป์ ระจาจงั หวดั อา่ งทอง ตราประจาจังหวดั อา่ งทอง เป็นรูปอ่างสีน้าตาล ในอ่างมีใบข้าวสีเขียวสลับไขว้ไปมา มีรวงข้าวสุกสีเหลือง 4 รวง อยู่ภายในวงกลมพื้นสีเขียวอ่อน ขอบนอกวงกลมสีน้าตาล ขอบในสีขาว ด้านล่างของอ่าง ภายใน วงกลมมลี ายไทย สีเหลอื งประกอบ และมตี ัวหนงั สือคาวา่ จังหวดั อ่างทองอยู่ภายใน ตราประจาจังหวัดอ่างทอง ทีม่ า : www.angthong.go.th ความหมาย จังหวัดอ่างทองเปน็ จังหวดั ที่มีพืน้ ท่ีราบลุ่ม มลี ักษณะเปน็ แอ่งรับนา้ ภมู ิประเทศ เหมาะแก่การเพาะปลูก ดวงตราของจังหวัดจึงเป็นรูปอ่างสีทอง ซ่ึงหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัด ในอา่ งมรี วงข้าว และใบข้าวซง่ึ หมายถึงการทานา ซ่ึงเปน็ อาชีพหลักของคนในภูมภิ าคนี้ - 14 -

ต้นไมป้ ระจาจังหวัดอา่ งทอง ต้นไมป้ ระจาจงั หวดั อา่ งทอง ได้แก่ “มะพลับ” (Diospyros malabarica) ต้นมะพลบั ที่มา : http://123.242.159.135/2558/index.php/th/know_angthong/tree ลักษณะทั่วไป มะพลับเป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร ลาต้นมักคดงอ เปลือก ค่อนข้างเรียบ สีน้าตาลปนเขียวอ่อนหรือปนดา ใบเป็นใบเด่ียวเรียงสลับกัน ตัวใบรูปขอบขนานกว้าง 4 - 7 เซนติเมตร ยาว 7 - 10 เซนติเมตร โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ ปลายใบเรียบทู่ เน้ือใบหนา ผิวเกล้ียงทั้งสองด้าน ดอกมีดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อสั้น ๆ ตามง่ามใบ ก้านดอกยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร มีขนหนาแน่น ดอกเพศเมียมักออกเดี่ยว ๆ ตามกิ่งเล็ก ๆ ก้านดอกยาว 5-10 มิลลิเมตร มีขน ผลกลมหรือค่อนข้างกลม ผิวมีเกล็ดสีน้าตาลแดง กลีบจุกผลแต่ละกลีบเกือบไม่ติดกัน เกล้ียงหรืออาจมีขนบ้างทั้งสองด้าน กลีบส่วนมากจะพับกลับ มีบ้างท่ีแผก่ างออก ขอบกลบี มนั เป็นคลืน่ ไมม่ ีเสน้ ลายกลีบ การปลูก พบขึน้ ตามป่าดงดบิ และตามบริเวณป่าชายเลน เหนือระดับน้าทะเล 2 - 30 เมตร ทางภาคใต้ ขยายพนั ธโ์ุ ดยใชเ้ มล็ด สรรพคุณทางยา ใช้เปลือกต้นและเนื้อไม้ ต้มเอาน้าดื่ม บารุงธาตุ เจริญอาหาร ใช้เปลือกต้น และเนื้อไม้ย่างไฟให้กรอบ หัน่ เป็นชน้ิ เลก็ ๆ ชงด่มื แกก้ ารเสือ่ มสมรรถภาพทางเพศ บารงุ ความกาหนัด - 15 -

ประโยชน์อ่ืน ๆ ยางของลูกมะพลับนามาละลายน้าใช้ย้อมแหและอวน เพ่ือให้ทนทาน เช่นเดียวกับตะโก แต่ยางของลูกมะพลับใช้ได้ดีกว่ามาก เพราะไม่ทาให้เส้นด้ายแข็งกรอบ เหมือนผลตะโก จึงทาให้ยางของมะพลับมีราคาดีกว่าตะโกมาก จึงมีพ่อค้าหัวใสนายางของผลตะโก ปลอมขายเป็นยางมะพลบั จงึ ได้เกดิ มีคาพงั เพยว่า \"ตอ่ หน้ามะพลับ ลับหลังตะโก\" คติความเชื่อ มะพลับเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย กาหนดปลูกไว้ทางทิศใต้ (ทักษิณ) ตามโบราณเช่ือกันวา่ การปลกู ตน้ มะพลับในบรเิ วณบา้ นจะทาให้ร่ารวยย่ิงขึ้น สัตว์น้าประจาจังหวดั อ่างทอง สัตว์น้าประจาจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ “ปลาตะเพียนทอง” (Barbonymus altus) ได้รับ ประกาศให้เปน็ ปลาประจาจังหวดั อ่างทอง เมือ่ วนั ท่ี 22 มกราคม พ.ศ.2558 ปลาตะเพยี นทอง ท่ีมา : http://123.242.159.135/2558/index.php/th/know_angthong/fish ประวัติความเป็นมา อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีรูปร่างคล้ายปลากระแห (B.schwanenfeldi) ซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน เชื่อว่าเป็นปลามงคลตง้ั แต่ครั้งอดีตถงึ ปัจจุบัน และยังเป็น ปลาในวรรณคดีไทยแต่โบราณกาล ดังกาพย์เห่เรือ ตอนแห่ชมปลา พระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร ไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือเจ้าฟ้ากุ้ง กวีเอกแห่งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย \"ตะเพียนทองงามดั่งทอง ไม่เหมือนนอ้ งห่มตาดพราย\" อีกท้ังยงั เป็นต้นแบบในการสานเป็นปลาตะเพียนทองใบลาน ลักษณะทั่วไป มีเกล็ดตามลาตัวแวววาวสีเหลือทองเหลือบแดงหรือส้ม ครีบหางเป็นสีส้ม หรือสีแดงสด ปลาตะเพียนทองมีเกล็ดใหญ่กว่าปลากระแห และครีบหลัง ครีบหางไม่มีแถบสีดา ขนาดโตเต็มท่ีประมาณไม่เกิน 30 เซนติเมตร จัดเป็นปลาชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และท่สี าคัญยงั มชี ่ือพ้องกับจังหวดั อ่างทอง คอื คาวา่ \"ทอง\" ถิ่นอาศัย ปลาตะเพียนทองเป็นปลาที่คนไทยรู้จักกันดี มีถ่ินกาเนิดในน่านน้าจืด โดยพบว่า มีปลาชุกชุมในเขตพื้นท่ีจังหวัดอ่างทอง ในบริเวณแม่น้าเจ้าพระยาและแม่น้าน้อย โดยเฉพาะ แหล่งปลาหนา้ วดั ทุกแห่งในเขตจงั หวัดอ่างทอง - 16 -

ศาลหลักเมืองจังหวดั อา่ งทอง ศาลหลักเมอื งจงั หวดั อ่างทอง ท่ีมา : http://ศาลหลกั เมือง.blogspot.com/2016/04/angthong-city-pillar-shrine.html ประวัติศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทอง จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหน่ึง จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ต้ังแต่สมัยทวารวดี แต่ปรากฏหลักฐาน แน่ชัดในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระมหาธรรมราชา เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๑๒๗ กล่าวถึงแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ ตัวเมืองที่ต้ังอยู่ริมแม่น้าน้อยในสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ ริมฝั่งขวาของแม่น้าเจ้าพระยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๕๙ ได้ย้าย ตัวเมืองอีกคร้ังหนึ่ง มาต้ังอยู่ริมฝ่ังซ้ายของแม่น้าเจ้าพระยาจนถึงปัจจุบัน และได้เปลี่ยนชื่อเป็น เมืองอ่างทอง พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เตชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาล มณฑลอยุธยา ได้ให้ ความเห็นไว้ว่าน่าจะมาจากช่ือ “บางทองคา” และ “แม่น้าประคาทอง” ซึ่งอยู่ในบริเวณ ท่ีต้ังศาลากลางจังหวัดในปัจจุบัน แต่ก็มีผู้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะเมืองต้ังอยู่ในท่ีลุ่มมีลักษณะ คล้ายอ่างและเป็นอู่ข้าวอู่น้า มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ จึงถือเป็นเมืองเงินเมืองทอง จากประวัติศาสตร์ปรากฏว่าได้มีการย้ายที่ตง้ั เมอื งถงึ ๓ ครั้ง แตไ่ ม่ปรากฏหลักฐานทแี่ น่ชดั วา่ ได้มีการ สรา้ งศาลหลกั เมืองไว้ ณ ทใ่ี ด จังหวัดอ่างทอง ได้มอบให้นายกาจัด คงมีสุข ข้าราชการครูบานาญ ผู้ มีผลงานดีเด่น ทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมไทยเป็นผู้ออกแบบสร้างศาลหลักเมือง และมี พระครูวิเศษชัยวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลเป็นที่ปรึกษา เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นม่ิงขวัญ - 17 -

เป็นหลักชัย และหลกั ใจของประชาชนชาวจงั หวัดอา่ งทอง คณะสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชน จึงได้รว่ มกนั จัดหาทนุ สร้างศาลหลักเมืองขนึ้ โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก ทรงพระกรุณาเสด็จมาทรงเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ เม่ือวันท่ี ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ศาลหลกั เมืองเปน็ ตวั อาคารจตุรมุข ยอดปรางค์ หลงั คา ๒ ชน้ั ตงั้ อยบู่ ริเวณตรงข้ามศาลากลางจงั หวัด ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง องค์เสาหลักเมืองทาด้วยไม้ชัยพฤกษ์ และได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันท่ี ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้ว่าราชการจังหวัด (นายทวีป ทวีพาณิชย์) เข้าเฝ้าน้อมเกล้าฯ ถวายยอดเสาหลักเมืองเพ่ือทรงเจิม ทรงพระสุหร่าย และทรงบรรจแุ ผน่ ยนั ต์ เมอื่ วันท่ี ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เวลา ๑๖.๓๐ น. ณ พระตาหนักจิตรลดา รโหฐาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทน พระองคไ์ ปทรงประกอบพธิ ยี กเสาหลกั เมอื งและเปิดศาลหลักเมอื งเมื่อวันท่ี ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๔ เวลา ๑๕.๓๐ น. ศาลหลักเมืองอ่างทอง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ แต่เน่ืองจากผ่านกาลเวลา มายาวนานถึง ๒๑ ปี จงึ มีสภาพชารดุ ทรุดโทรม ทาใหภ้ ายในศาลและภาพจิตรกรรมฝาผนังทัง้ ๔ ดา้ น ท่ีวิจิตรงดงามได้เกิดหลุดล่อน และเสื่อมโทรมไปตามสภาพ ทางเทศบาลเมืองอ่างทอง จึงได้ทาพิธี บวงสรวงเพ่ือบูรณะปรับปรุง และซอ่ มแซมองค์ศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่ให้มีความสวยงาม สมกบั เป็น หลักชัยและศูนย์รวมใจของคนทั้งจังหวัด ซ่ึงต้องใช้งบประมาณไม่ต่ากว่า ๖ ล้านบาท และในวันท่ี ๒๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองอ่างทองเพ่ือทาการบูรณะใหม่ เพ่ือให้สวยงามดังเดิม ปัจจบุ นั ต้ังอย่ทู ต่ี รงข้ามกับศาลากลางจงั หวัด ตาบลบางแกว้ อาเภอเมอื งอ่างทอง จงั หวัดอา่ งทอง คาขวัญประจาจังหวัดอา่ งทอง คาขวัญประจาจังหวัด เป็นคาขวัญท่ีแต่งขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความภาคภูมิใจ และความโดดเด่นท่ีมีอยู่ในจังหวัด โดยจังหวัดอ่างทอง ได้แต่งคาขวัญประจาจังหวัดว่า “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทากลอง เมืองสองพระนอน” ดังเอกลักษณ์ตอ่ ไปนี้ “พระสมเด็จเกษไชโย” หมายถึง พระเคร่ืองสมเด็จวัดไชโย ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นผู้สร้างพระสมเด็จเกษไชโย วัดไชโยวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางบาเพ็ญทุกรกิริยา ช่วงอกขององค์พระเป็นร่องเด่นอยู่ 2 เส้น เรียกว่า “อกร่อง” นับเป็นพระเครอ่ื งเมืองอา่ งทองที่มชี ื่อเสียงมาก มีผคู้ นนิยมไม่เสอ่ื มคลาย - 18 -

พระสมเด็จวดั เกษไชโย ภาพจาก : https://www.fisheries.go.th/sf-aongthong/hisPrasomdetKet.htm “หลวงพ่อโตองค์ใหญ่” หมายถึง พระมหาพุทธพิมพ์ หรือหลวงพ่อโตวัดไชโยวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีพุทธลักษณะโดดเด่น เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ประดิษฐ์วรการ ซ่ึงพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างข้ึน แทนหลวงพ่อโตองค์เดิม ท่ีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรสี) ได้สร้างข้ึน แต่หักพงั ลงเน่ืองจากการ บูรณะและการสร้างโบสถว์ หิ าร และได้รบั พระราชทานนามวา่ พระมหาพทุ ธพิมพ์ พระมหาพุทธพิมพ์ ทม่ี า : http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=20610.0 - 19 -

“วีรไทยใจกล้า” หมายถึง วีรชนครั้งศึกบางระจัน สมัยกรุงศรีอยุธยา ซ่ึงเป็นชาววิเศษชัยชาญ ได้แก่ นายดอก นายทองแก้ว และยังมีนายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ชาวบ้านสีบัวทอง อาเภอแสวงหา ไดส้ ร้างวรี กรรมในศึกบางระจนั โดยรว่ มกบั นกั รบจากคา่ ยบางระจนั อีก จานวน 5 คน อนุสาวรยี น์ ายดอก นายทองแกว้ ที่มา : http://phakamat12.blogspot.com/2017/01/2.html อนุสาวรยี น์ ายแทน่ นายโชติ นายอิน นายเมอื ง ที่มา : http://angthongnews.blogspot.com - 20 -

นอกจากน้ียังมีนักรบผู้กล้าหาญชาววิเศษชัยชาญ คือ ขุนรองปลัดชู ที่ได้รวมกาลังชาวบ้าน 400 คน อาสาไปสกัดทัพพม่า และปะทะกันท่ีอ่าวหว้าขาว (เหนือท่ีตั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปัจจบุ นั ) อนสุ าวรียข์ ุนรองปลดั ชู ที่มา : https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4446 - 21 -

“ตุ๊กตาชาววัง” หมายถึง ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวตาบลบางเสด็จ อาเภอป่าโมก ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยมราษฎรตาบลบางเสด็จ ทรงทราบปัญหาเร่ืองน้าท่วมไร่นาของราษฎร ทาให้เกิดความเสียหาย ราษฎรขาดรายได้ จึงมีพระราชดาริให้นาโครงการป้ันตุ๊กตาชาววังมาให้ชาวบ้านฝึกทาเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพ่ิมรายได้ ให้แกร่ าษฎร ตุ๊กตาชาววัง ที่มา : http://www.bansansuk.com/travel - 22 -

“โด่งดงั จักสาน” หมายถงึ หัตถกรรมเคร่ืองหวาย ของชาวอาเภอโพธ์ิทอง และเครือ่ งจกั สาน ไม้ไผ่ ตาบลบางเจ้าฉ่า เน่ืองจากจังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดพ้ืนท่ีราบลุ่ม มีต้นไผ่เติบโตขึ้นอยู่เอง มากมาย รวมทั้งท่ีปลูกไว้ใช้สอยในบริเวณบ้าน โดยเฉพาะไผ่สีสุกและไผ่เหลือง สามารถนามาทา เครื่องจักสานได้มากมายและสวยงาม ในสมัยก่อนจะสานเครื่องใช้ในครัวเรือนเท่าน้ัน ปัจจุบันพัฒนา รูปแบบเป็นท่ีนิยมท่ัวไป สามารถจาหน่ายสร้างรายได้เป็นอาชีพของคนจานวนมากในจังหวัด เป็นส่ิง สร้างรายได้และสร้างช่ือเสียงให้กับจังหวัดอ่างทอง และเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดอ่างทอง ท่มี ชี ือ่ เสียง งานจักสานไม้ไผ่ บา้ นบางเจา้ ฉ่า ทมี่ า : http://www.chaiwbi.com - 23 -

“ถิ่นฐานทากลอง” หมายถึง หัตถกรรมการทากลองของชาวบ้านตาบลเอกราช อาเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เป็นแหล่งผลิตกลองท่ีมีชื่อเสียง เนื่องจากผลิตกลองได้สัดส่วนสวยงาม ประณีต เรียบร้อย ที่สาคัญเสียงกลองจะทุ้มไพเราะ จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นถิ่นฐานทากลอง เป็นแหล่งกลองดีตีดังท่ีดีท่ีสุดในประเทศ และปัจจุบันได้จัดทาเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดอ่างทอง ประกอบด้วย กลองตะโพน กลองทัด รามะนา กลองยาว กลองราวง กลองเพล และกลองต่างชาติ เป็นต้น กลองประเภทตา่ ง ๆ ของชาวบ้านตาบลเอกราช ท่มี า : https://th.foursquare.com/v/ชมชนเอกราช-หมู่บ้านทากลอง - 24 -

“เมืองสองพระนอน” หมายถึง จังหวัดอ่างทอง มีพระนอนคู่บ้านคู่เมืองและมีพุทธลักษณะ งดงามมาก 2 องค์ คือ พระนอนท่ีวัดป่าโมกวรวิหาร อาเภอป่าโมก และพระนอนที่วัดขุนอินทประมูล อาเภอโพธิท์ อง พระนอนวัดป่าโมก สันนษิ ฐานว่าสร้างในสมัยสโุ ขทัย เปน็ พระพทุ ธรปู ปางไสยาสนข์ นาดใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองตลอดองค์นอนตะแคงขวา มีความยาวจากพระเกศถึงพระบาท 11 วา 1 ศอก 10 นิ้ว หนุนพระเขนยรูปทรงกระบอก 3 ใบลดหล่ันกันไป แล้วคลุมด้วยผ้าทิพย์ที่มีลวดลาย วจิ ิตรงดงามท่สี ดุ พระนอนวดั ป่าโมกวรวิหาร ท่ีมา : https://www.edtguide.com - 25 -

พระนอนวัดขุนอินทประมูล เป็นประพุทธไสยาสน์ท่ีมีความยาว 50 เมตร มีชื่อว่า “พระศรีเมืองทอง” เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ต่อมาหักพังหมดเหลือแต่เสาจึงมองดูคล้าย ประดิษฐานบนโคกดิน ชาวบ้านจึงเรียกว่า โคกพระนอน เม่ือเสียกรุงครั้งท่ี 1 วัดน้ีถูกไฟเผา และกลายเป็นวัดร้างกว่า 100 ปี ต่อมาสมัยพระเจ้าบรมโกศได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ และมีการ บูรณะอีกครั้ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ซ่ึงปัจจุบัน องค์พระพุทธไสยาสน์อยู่กลางแจ้ง โดยอาคารได้พังหมดแล้ว เหลือแต่เสาด้านหน้าพระประธาน เป็นลานกวา้ ง พระนอนวัดขนุ อินทประมูล ทมี่ า : http://www.talad-tongchom.rmutt.ac.th - 26 -

คาขวัญประจาอาเภอ นอกจากจังหวัดอ่างทอง จะมีคาขวัญประจาจังหวัดแล้ว อาเภอต่าง ๆ ในจังหวัดอ่างทอง ก็ยงั มีคาขวัญที่แตง่ ขึน้ เพื่อบ่งบอกถึงเอกลกั ษณ์ และความโดดเดน่ ทม่ี อี ยูใ่ นแต่ละอาเภอ ดังน้ี อาเภอ คาขวญั เมืองอ่างทอง ไชโย พระศรีเมืองทองคุ้มบา้ น หลวงพ่อสดโอฬาร ปา่ โมก ถิ่นฐานเกษตรกรรม ธรรมะครองใจ โพธิท์ อง หมูทบุ ลอื เลื่อง พระเครื่องเกษไชโย แสวงหา ผกั ตบโชว์จกั สาน มะกรูดหวานเชอ่ื มใจ โบราณสถานล้าคา่ ต๊กุ ตาชาววัง วิเศษชยั ชาญ กลองดัง อิฐแกร่ง แหลง่ ก้านธูป สามโก้ หลวงพ่อขุนอนิ ท์อนั ศักดิ์สทิ ธ์ิ ทัว่ ทศิ เคร่ืองจักสาน โบราณสถานตกึ คาหยาด ปลาดืน่ ดาษหน้าวดั ข่อย เจดยี ส์ ูงลอยวัดจฬุ ามณี แสวงหาถ่ินวรี ชน งามเลศิ ล้นหตั ถกรรม สวยล้าผ้าทอมือ เลอื่ งลือฟาร์มตัวอย่าง ยคุ แรกสร้างบา้ นคเู มือง ร่งุ เรอื งพระศาสนา ปวงประชาล้วนเป็นคนดี ขนมไทยขนึ้ ชือ่ เลื่องลือวีรไทย หลวงพอ่ ใหญ่วัดสี่ร้อย แม่น้าน้อยเกษตรกรรม จติ รกรรมฝาผนัง โด่งดังเซรามิก เสน้ ทางประวัตศิ าสตร์ ตลาดรวมผลไม้ ทานาได้ตลอดปี สบื สานประเพณีเพลงพ้ืนบา้ น - 27 -

เร่อื งที่ 4 การเมอื งการปกครอง หน่วยการปกครอง การปกครองส่วนภูมิภาคของจังหวัดอ่างทอง แบ่งออกเป็น ๗ อาเภอ ๗๓ ตาบล ๕๑๓ หมู่บ้าน โดยมีอาเภอ ๗ อาเภอ ได้แก่ อาเภอเมืองอ่างทอง อาเภอไชโย อาเภอป่าโมก อาเภอโพธ์ิทอง อาเภอแสวงหา อาเภอวเิ ศษชยั ชาญ และอาเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 65 แห่ง ประกอบด้วย องค์การ บริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง, เทศบาลเมือง 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองอ่างทอง, เทศบาลตาบล 20 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตาบล 43 แห่ง ดังนี้ อาเภอ สานักงานเทศบาล องค์การบรหิ ารส่วนตาบล (อบต.) 1. เมืองอา่ งทอง 1. เทศบาลเมอื งอา่ งทอง 1. อบต.บา้ นอิฐ 5. อบต.คลองวัว - องค์การบรหิ ารส่วน 2. เทศบาลตาบลศาลาแดง 2. อบต.ปา่ งวิ้ 6. อบต.บา้ นแห จังหวดั อ่างทอง 3. เทศบาลตาบลโพสะ 3. อบต.ยา่ นซือ่ 7. อบต.จาปา่ หลอ่ 2. วเิ ศษชยั ชาญ 4. อบต.หัวไผ่ 8. อบต.ตลาดกรวด 1. เทศบาลตาบลวิเศษไชยชาญ 3. โพธ์ิทอง 2. เทศบาลตาบลบางจกั 1. อบต.ศาลเจา้ โรงทอง 7. อบต.ไผ่วง 3. เทศบาลตาบลหว้ ยคนั แหลน 4. ปา่ โมก 4. เทศบาลตาบลทา่ ชา้ ง 2. อบต.ไผ่จาศลี 8. อบต.หัวตะพาน 5. เทศบาลตาบลไผด่ าพัฒนา 6. เทศบาลตาบลม่วงเตยี้ 3. อบต.บางจัก 9. อบต.ตลาดใหม่ 7. เทศบาลตาบลสาวร้องไห้ 1. เทศบาลตาบลโพธิ์ทอง 4. อบต.คลองขนาก 2. เทศบาลตาบลรามะสัก 3. เทศบาลตาบลทางพระ 5. อบต.ยลี่ น้ 4. เทศบาลตาบลโคกพทุ รา 5. เทศบาลตาบลมว่ งคัน 6. อบต.หลกั แกว้ 1. เทศบาลตาบลปา่ โมก 1. อบต.บางเจ้าฉา่ 6. อบต.หนองแม่ไก่ 2. อบต.องครกั ษ์ 7. อบต.คาหยาด 3. อบต.บางระกา 8. อบต.ยางช้าย 4. อบต.อนิ ทประมูล 9. อบต.อา่ งแกว้ 5. อบต.บางพลับ 1. อบต.บางเสดจ็ 4. อบต.นรสิงห์ 2. อบต.โรงช้าง 5. อบต.เอกราช 3. อบต.สายทอง 6. อบต.โผงเผง 5. ไชโย 1. เทศบาลตาบลไชโย 1. อบต.ชยั ฤทธ์ิ 3. อบต.ราชสถิตย์ 6. แสวงหา 2. เทศบาลตาบลเกษไชโย 2. อบต.เทวราช 1. เทศบาลตาบลแสวงหา 1. อบต.วงั น้าเยน็ 4. อบต.จาลอง 2. เทศบาลตาบลเพชรเมืองทอง 2. อบต.สบี วั ทอง 5. อบต.ศรีพราน 3. อบต.บ้านพราน 6. อบต.หว้ ยไผ่ 7. สามโก้ 1. เทศบาลตาบลสามโก้ 1. อบต.โพธมิ์ ่วงพนั ธ์ 2. อบต.อบทม รวม 7 อาเภอ / 1 อบจ. 21 เทศบาล 43 องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล - 28 -

เจา้ เมอื งและผู้วา่ ราชการจงั หวดั จากอดีตจนถึงปัจจุบนั นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิรูปการปกครองโดยนาระบบ เทศาภิบาลมาใช้ในประเทศไทย เมืองอ่างทองยังคงมีสภาพเป็นเมืองตามรูปการปกครองแบบเดิม กอ่ นการปฏิรูป ปรากฏพระนามและชอ่ื ผดู้ ารงตาแหน่งเจา้ เมอื งหรือผูว้ ่าราชการจังหวัดอ่างทองดังน้ี พระนามและช่ือผวู้ ่าราชการจังหวดั อ่างทอง พระนาม/ชือ่ เริม่ ดารงตาแหนง่ ออกจากตาแหนง่ 1. พระยาวิเศษไชยชาญ ปรีชาญาณยุติธรรมโกศลสกลเกษตรวไิ สย พ.ศ. 2438 พ.ศ. 2438 2. พระพิทักษ์เทพธานี พ.ศ. 2438 พ.ศ. 2439 3. พระยาวิเศษไชยชาญ พ.ศ. 2442 4. พระยาอนิ ทรวิชติ (อวบ เปาโรหิต) 28 ก.ย. 2439 พ.ศ. 2446 5. พระศรณี รงค์ (คา) พ.ศ. 2447 6. หม่อมอมรวงษว์ ิจติ ร (หม่อมราชวงศป์ ฐม คเนจร) พ.ศ. 2442 พ.ศ. 2450 7. พระยาอนิ ทรวิชติ (รตั น์ อาวธุ ) พ.ศ. 2446 พ.ศ. 2456 8. พระยาวิเศษไชยชาญ (ชอุ่ม อมตั ิรตั น์) พ.ศ. 2448 พ.ศ. 2462 9. พระยาวเิ ศษภักดี (หม่อมราชวงศ์กมล นพวงศ)์ พ.ศ. 2450 พ.ศ. 2465 พ.ศ. 2456 พ.ศ. 2462 10. หมอ่ มเจา้ ธงชยั สิริพันธ์ ศรีธวชั พ.ศ. 2465 พ.ศ. 2470 11. พระกาแพงพราหมณ์ (ทองสุก รตางศ)ุ พ.ศ. 2470 พ.ศ. 2473 12. พระยาวชิ ิตรสรไกร (เอ่ียม อมั พานนท)์ พ.ศ. 2473 พ.ศ. 2474 13. หลวงวโิ รจนร์ ัฐกิจ (เปรอื่ ง โรจนกลุ ) พ.ศ. 2474 พ.ศ. 2478 14. พระประชากรบรริ กั ษ์ (แอรม่ สนุ ทรศารทลู ) พ.ศ. 2478 พ.ศ. 2483 15. หลวงอรรถเกษมภาษา (สวิง ถาวรพนั ธ)์ พ.ศ. 2483 พ.ศ. 2484 16. หลวงองั คณานุรักษ์ (ถวิล เทพาคา) พ.ศ. 2484 พ.ศ. 2486 17. หลวงบรรณสารประสทิ ธ์ิ (สทิ ธิ โรจนวิภาต) พ.ศ. 2486 พ.ศ. 2487 18. ขุนพานกั นิคมคาม (สนธิ พานกั นิคมคาม) พ.ศ. 2487 พ.ศ. 2490 19. นายประกอบ ทรพั ยม์ ณี พ.ศ. 2490 พ.ศ. 2492 20. หลวงธุระนัยพนิ ิจ (นพ นัยพนิ ิจ) พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2495 21. นายพรหม สตู รสุคนธ์ พ.ศ. 2495 พ.ศ. 2500 22. นายแสวง ทิมทอง พ.ศ. 2500 พ.ศ. 2501 23. นายยรรยง ศนุ าลัย พ.ศ. 2502 พ.ศ. 2503 24. นายพล จุฑากร พ.ศ. 2503 พ.ศ. 2508 25. ร.ต.ท. เรือง สถานานนท์ พ.ศ. 2508 พ.ศ. 2510 - 29 -

พระนามและช่ือผ้วู ่าราชการจังหวดั อา่ งทอง พระนาม/ชื่อ เร่ิมดารงตาแหน่ง ออกจากตาแหนง่ 26. นายวิชาญ บรรณโศภิษฐ์ พ.ศ. 2510 พ.ศ. 2517 27. นายสงวน สาริตานนท์ พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2519 28. นายเสถียร จนั ทรจานงค์ พ.ศ. 2519 พ.ศ. 2521 29. นายวิเชียร วมิ ลศาสตร์ พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2526 30. นายสมหวัง จูตะกานนท์ พ.ศ. 2526 พ.ศ. 2530 31. นายคงศกั ด์ิ ล่วิ มโนมนต์ พ.ศ. 2530 พ.ศ. 2532 32. นายทวีป ทวีพาณชิ ย์ พ.ศ. 2532 พ.ศ. 2534 33. นายประสาน สขุ รงั สรรค์ พ.ศ. 2534 พ.ศ. 2535 34. นายนธิ ิศักด์ิ ราชพติ ร พ.ศ. 2535 พ.ศ. 2537 35. นายประเสรฐิ เปลีย่ นรังษี พ.ศ. 2537 พ.ศ. 2538 36. นายสชุ าติ สหัสโชติ พ.ศ. 2538 พ.ศ. 2542 37. นายพิสิฐ เกตุผาสขุ พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2544 38. นายเชนทร์ วิพัฒน์บวรวงศ์ พ.ศ. 2544 พ.ศ. 2547 39. นายกมล จติ ระวงั พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2548 40. นายวิบลู ย์ สงวนพงศ์ พ.ศ. 2548 1 ต.ค. 2550 41. นายศทุ ธนะ ธีวรี ะปัญญา 1 ต.ค. 2550 30 ก.ย. 2552 42. นายวิศว ศะศสิ มติ 1 ต.ค. 2552 30 ก.ย. 2556 43. นายเสรี ศรีหะไตร 1 ต.ค. 2556 1 ต.ค. 2556 44. นายปวิณ ชานปิ ระศาสน์ 2 ต.ค. 2556 30 ก.ย. 2558 45. นายวีร์รวุทธ์ ปตุ ระเศรณี 1 ต.ค. 2558 30 ก.ย. 2561 46. นายเรวัต ประสงค์ 1 ต.ค. 2561 30 ก.ย. 2563 47. นายขจรเกยี รติ รักพานชิ มณี 1 ต.ค. 2563 ปจั จบุ นั - 30 -

เรือ่ งท่ี 5 บคุ คลสาคัญทางประวัติศาสตร์ จังหวัดอ่างทอง เป็นจังหวัดที่ปรากฏความสาคัญเด่นชัดมาต้ังแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมดินแดนอ่างทองเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ชานพระนครของกรุงศรีอยธุ ยา การที่ดินแดนอ่างทองปรากฏ ความสาคัญชัดเจนในสมัยอยุธยาน้ัน ก็ได้จากหลักฐานการจดบันทึกไว้ในพงศาวดาร ทั้งน้ีเพราะ การเดินทัพของพม่าที่เข้ามาตีกรงุ ศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเข้าทางตะวันตก ผ่านกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี ก็ต้องผ่านพื้นท่ีของอ่างทอง หรือเดินทัพทางเหนือผ่านเชียงใหม่แล้วล่องตามลาน้าเจ้าพระยา มาประชิดกรุงศรีอยุธยา ก็ต้องผ่านอ่างทองเช่นกัน เหตุการณ์ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าเมืองอ่างทอง เป็นดินแดนที่มีความสาคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย บรรพบุรุษของชาวอ่างทอง เป็นผู้มี ความสามารถกล้าหาญ มีความรู้ความชานาญท้ังศาสตร์และศิลป์ แขนงต่าง ๆ สมกับคากล่าวท่ีว่า อ่างทองเปน็ เมืองของวีรไทยใจกล้า ซึ่งปรากฏในคาขวญั จังหวดั อ่างทองในปจั จุบนั พันทา้ ยนรสงิ ห์ ประวัติของพันท้ายนรสิงห์น้ัน เดิมมีนามว่า สิน เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ (ปัจจุบัน คือ อาเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง) มีภรรยาชื่อว่า ศรีนวล ต่อมาได้มีโอกาสรับราชการ เปน็ นายทา้ ยเรอื พระท่นี ่ังเอกชัยของสมเดจ็ พระสรรเพชญ์ท่ี 8 หรอื พระเจา้ เสือแห่งกรงุ ศรอี ยธุ ยา เร่ืองราวของพันท้ายนรสิงห์ถูกบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่าง ๆ โดยเนื้อความเป็นไปในลักษณะเดียวกันว่า พันท้ายนรสิงห์และพระเจ้าเสือพบกันเป็นครั้งแรก เม่ือพระเจ้าเสือเสด็จฯ ไปยังตาบลบ้านตลาดกรวด อันเป็นตาบลบ้านหน่ึงของแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ ซึ่งครั้งนั้นพระเจ้าเสือ ได้ขึ้นชกมวยคาดเชือกกับพันท้ายนรสิงห์ ปรากฏว่าผลการชกออกมา เสมอกัน และด้วยความท่ีพระเจ้าเสือรู้สึกประทับใจในตัวพันท้ายนรสิงห์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับ ราชการเป็นพนั ทา้ ยนรสิงห์ ตาแหน่งนายทา้ ยเรอื พระทนี่ ง่ั ตงั้ แต่น้นั เปน็ ตน้ ไป ส่วนเหตุการณ์ที่ทาให้ชื่อเสียงของพันท้ายนรสิงห์กลายเป็นท่ียกย่องด้านความซื่อสัตย์น้ัน มาจากเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2246 - 2252 ครั้งท่ีสมเด็จพระเจ้าเสือเสด็จโดยเรือพระที่น่ังเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้าเมืองสาครบุรี ขณะเรือพระท่ีน่ังถึงตาบลโคกขาม ซ่ึงเป็นคลอง คดเค้ียว และมีกระแสน้าเช่ียวกราก พันท้ายนรสิงห์ซ่ึงถือท้ายเรือพระท่ีน่ังมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน ทาให้หัวเรือพระท่ีนั่งชนก่ิงไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้า ซ่ึงพันท้ายนรสิงห์รู้ว่า ความผิดครั้งน้ีมีโทษ ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ที่กาหนดว่า “ถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือ พระที่น่ังหัก ผู้น้ันถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสีย” - 31 -

การประหารชวี ติ พันท้ายนรสงิ ห์ ทม่ี า : https://sites.google.com/site/misstungandtour34/prawati-phan-thay-nrsingh พันท้ายนรสิงห์จึงกราบบังคมทูลพระเจ้าเสือให้ประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล แต่พระเจ้าเสือ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุคร้ังนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ ซึ่งพันท้ายนรสิงห์ก็ยังยืนยันขอให้ตัดศีรษะตน เพ่ือรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกาหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ ว่าทรงละเลยพระราชกาหนดของแผ่นดิน และเพ่ือไมใ่ หเ้ ปน็ เยยี่ งอย่างสืบไป พระเจ้าเสือจึงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้น เพ่ือเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน แม้พระเจ้าเสือ จะทรงอาลัยรักน้าใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใด ก็ทรงจาฝืนพระทัยปฏิบัติตามพระราชกาหนด ดารัสส่ังให้ เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์ แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นาศีรษะพันท้ายนรสิงห์ กับหวั เรือพระที่น่ังเอกชยั ซ่ึงหักนั้น ข้ึนพลกี รรมไวด้ ้วยกนั บนศาลพันท้ายนรสิงห์ (ปจั จุบนั เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจังหวัดสมุทรสาคร) เพ่ือเป็นการราลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิม ซึ่งเปน็ คนซ่ือสตั ย์ มน่ั คง ยอมเสยี สละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี ต่อมา พระเจ้าเสือพระราชดาริว่า คลองโคกขามคดเค้ียวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้ง ชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลาบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทาน นามว่า \"คลองสนามไชย\" ต่อมาเปลี่ยนเป็น \"คลองมหาชัย” แต่ชาวบ้านเรียกว่า \"คลองถ่าน\" ปจั จุบันชาวบ้านฝ่ังธนบุรี เรยี กช่ือวา่ \"คลองด่าน\" และดว้ ยคุณงามความดีของพันท้ายนรสงิ ห์ที่ถูก บอกเลา่ ต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจบุ นั ก็ทาให้พันท้ายนรสงิ ห์กลายเป็นทเี่ คารพนับถือและศรัทธาของผคู้ น - 32 -

จานวนมาก ในด้านความจงรักภักดี ความซื่อสัตยท์ ี่มตี ่อกฎหมายบ้านเมอื ง ยอมตายเพือ่ มิให้กฎหมาย บา้ นเมอื งคลายความศกั ดิส์ ทิ ธิ์ ดังคาทว่ี ่า \"ตายในหน้าทด่ี ีกว่าอยใู่ หอ้ บั อาย\" ปัจจุบัน ศาลเทพารักษ์พันท้ายนรสิงห์ยังปรากฏอยู่ท่ีตาบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร สว่ นอนุสาวรีย์พนั ท้ายนรสิงห์ “ชาวอ่างทองผู้ซ่ือสัตย์ที่สุดในประวตั ิศาสตร์ไทย” ทางราชการได้สร้าง รูปหล่อโลหะขนาดเท่าคร่ึงของคนจริงประดิษฐานไว้ที่บริเวณวัดนรสิงห์ ตาบลนรสิงห์ อาเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพ่ือให้อนุชนชาวไทยได้ราลึกถึงคุณงามความดี และยึดถือเป็นแบบอย่าง แห่งผู้รกั สัจธรรมสบื ไป อนุสาวรีย์ พันท้ายนรสิงห์ ที่มา : https://th.foursquare.com/v/อนุสาวรียพ์ นั ท้ายนรสิงห์/ - 33 -


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook