Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิทยานิพนธ์ - อาวุธ ไฟล์ pdf

วิทยานิพนธ์ - อาวุธ ไฟล์ pdf

Published by Arwut Silaket, 2020-10-06 04:11:04

Description: วิทยานิพนธ์ - อาวุธ ไฟล์ pdf

Search

Read the Text Version

36   3. เรยี นร้ไู ด้ดใี นส่ิงท่ีสอดคล้องกบั ประสบการณ์ 4. ตอ้ งการกาํ หนดจดุ ประสงค์และวิธกี ารเรยี นรู้ของตน 5. กล่มุ ผใู้ หญ่มคี วามแตกต่างระหว่างบคุ คลสงู พฤติกรรมการเรยี นของผใู้ หญ่ (บางประการ) 1. ยดึ มนั่ ถือมั่นสงู 2. ต้องการเวลาเพอ่ื การเรยี นรู้ 3. มีความอดทนนอ้ ยในการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ 4. มีความรูส้ ึกสมหวงั / ผดิ หวังทางเรยี นคอ่ นข้างสงู 5. ไมค่ อ่ ยยอมรับวธิ ีการใหม่ ๆ ที่ไมเ่ คยทาํ มากอ่ น 6. มาเรยี นดว้ ยความสมคั รใจ 7. มขี ีดจาํ กดั ทางกาย จิตใจ และทางสังคม หลกั การสอนผใู้ หญห่ รอื การฝกึ อบรม 1. ใหเ้ รียนรจู้ ุดประสงค์แจ่มชัด 2. รู้สง่ิ ทผ่ี ู้เรยี นตอ้ งการเรียน 3. สถานการณก์ ารเรยี นเปน็ กันเอง 4. จัดสงิ่ แวดลอ้ มใหส้ ะดวกทางกายภาพ 5. วทิ ยากรรแู้ ละเข้าใจเนอ้ื หาทสี่ อนดี 6. ใหผ้ ูเ้ รยี นมสี ่วนรว่ มและรับผดิ ชอบในสถานการณก์ ารเรียน 7. เรียนรู้สง่ิ ท่ีนาํ ไปใชจ้ รงิ ได้ 8. วิทยากรแสดงความกระตือรือรน้ 9. ผู้เขา้ อบรมศึกษาดว้ ยอตั ราและวิธกี ารเรยี นทต่ี นชอบหรอื ถนัด 10. วทิ ยากรใชว้ ธิ กี ารสอนหลากหลาย เงอื่ นไขการเรยี นรขู้ องผใู้ หญห่ รอื การฝึกอบรม 1. อยากเรยี น 2. สถานการณ์การเรียนรู้ขึน้ อยู่กบั ความสุขสบายทางกาย ความเปน็ กนั เอง เชื่อใจไว้ในการยอมรับ นับถอื แสดงออกได้อย่างเสรยี อมรบั ความแตกตา่ ง 3. จดุ ประสงค์การเรยี นคือ เป้าหมายชวี ิต 4. อยากมีส่วนรว่ มในการวางแผนการจดั กิจกรรมจรงิ จงั 5. กระตอื รอื รน้ ในการร่วมกจิ กรรม 6. การนาํ ไปใชป้ ระโยชน์จรงิ 7. ต้องการรู้ความก้าวหนา้ ในการฝกึ อบรมของตนเอง

37   ลักษณะของวทิ ยากรทพี่ ึงประสงค์ วทิ ยากรตอ้ งมีลกั ษณะดังน้ี 1. มคี วามอดทน 2. มีความรอบรูห้ ลายดา้ น 3. มีความสามารถในการวิเคราะห์อยา่ งรวดเรว็ 4. มองโลกในแง่ดี 5. เข้าใจคนไดด้ ี 6. มหี ลกั การ ยดึ แนวปรชั ญาการฝกึ อบรม 7. มคี วามคดิ ริเริ่ม สร้างสรรค์ 8. ร้จู กั ยืดหยุ่น 9. ทันสมยั ทนั เหตุการณ์ 10. มเี ชาวนไ์ หวพรบิ ดี และมีทกั ษะในการแก้ปญั หาเฉพาะหน้า บคุ ลิกภาพของวทิ ยากร 1. มคี วามเขา้ ใจ/เหตุการณ์/ส่งิ ตา่ ง ๆ ได้ดี 2. อารมณม์ ง่ั คง สม่ําเสมอ 3. ยดึ หลกั ประชาธปิ ไตย 4. ทาํ งานเป็นระบบ 5. มองโลกในแงด่ ี 6. มใี จกวา้ ง 7. มีความเช่อื มัน่ ในตนเอง 8. ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ 9. ยุตธิ รรม 10. เป็นคนสนองตอบและตอบสนองกับสงิ่ เรา้ จากแนวคิดเก่ยี วกับการเปน็ นกั ฝึกอบรมสรปุ ได้ว่า การเป็นนกั ฝึกอบรมนน้ั จะต้องมีความรู้ในเร่ือง ตา่ ง ๆ ได้อย่างดี เช่น วัตถุประสงค์ เน้ือหาวิชา มีทักษะในการถ่ายทอดเน้ือหาโดยมีวิธีการเร่งเร้าและ กระตนุ้ ได้เป็นอยา่ งดี 2.5 หลักสูตรการฝกึ อบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ผู้วิจัยได้มี การประยุกต์ใช้หลักการออกแบบของ ADDIE Model มาเป็นรูปแบบในการใช้การฝึกอบรมในงานวิจัย คร้ังน้ี 2.5.1 หลักการออกแบบของ ADDIE Model (Seels and Glasgow, 1998 : 7)

38   ภาพที่ 2-3 หลกั การออกแบบของ ADDIE Model (Florida State University Center for Educational Technology) ADDIE Model เป็นกระบวนการพัฒนารูปแบบการสอนท่ีนักออกแบบการเรียนการสอนและ นักพัฒนาการฝึกอบรมนิยมใช้กัน ซ่ึง ADDIE Model มีลําดับการพัฒนาเป็น 5 ข้ัน ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์ (Analysis) การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development) การนําไปใช้ (Implementation) และการประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงแต่ละข้ันตอนเป็นแนวทางท่ีมีลักษณะท่ียืดหยุ่นเพื่อใหส้ ามารถ นําไปสร้างเป็นเครื่องมอื ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ ADDIE Model เป็นระบบการออกแบบการสอน การออกแบบรูปแบบการสอนส่วนมากในปัจจุบัน เป็นลักษณะท่ีเปลี่ยนแปลงมาจาก ADDIE Model รูปแบบอ่ืนไม่ว่าจะเป็น Dick & Carey, Kemp ISD Model ส่ิงหนึ่งท่ีเป็นท่ียอมรับกันท่ัวไปในการปรับปรุงรูปแบบคือการใช้หรือเริม่ จากรูปแบบดั้งเดิม ซ่ึงน้เี ป็นแนวคิดท่ียอมรับกันมาอย่างตอ่ เน่ืองหรือเป็นข้อมูลสะท้อนท่ีไดร้ ับเพ่ือการพัฒนารูปแบบในขณะ ที่วัสดุการสอนถูกสร้างข้ึน รูปแบบน้ีพยายามทําให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายโดยการเข้าใจปัญหาท่ี ตอ้ งการแกไ้ ข ทฤษฎีการเรียนการสอนเป็นส่ิงท่ีมีบทบาทสําคัญในการออกแบบวัสดุ หรือสื่อการเรียนการสอน ตัวอย่างเช่น ทฤษฎี Behaviorism, Constructivism, Social learning และ Cognitivism ทฤษฎี เหล่าน้ีช่วยในการสร้างรูปแบบและกําหนดสื่อการสอน ใน ADDIE Model แต่ละข้ันตอนจะมีผลลัพธ์ ทีจ่ ะนาํ ไปสขู่ ้ันตอนตอ่ ไป ซงึ่ มรี ายละเอยี ดดังนี้

39   ข้นั ท่ี 1 ขนั้ วเิ คราะห์ (Analysis Phase) ในขั้นนี้เป็นการทําความเข้าใจปัญหาการเรียนการสอน เป้าหมายของรูปแบบการสอนและ วตั ถุประสงค์ท่จี ะสร้างขน้ึ ตลอดจนสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ และความรู้พ้นื ฐานและทกั ษะของผเู้ รียน ที่จาํ เป็นตอ้ งมี โดยพิจารณาจากคําถามเพอื่ การวิเคราะหด์ งั นี้ 1. ใครคือกลุ่มเปา้ หมายและเขาต้องมคี ณุ ลักษณะอย่างไร 2. ระบุพฤตกิ รรมใหมท่ ่คี าดหวงั ว่าจะเกดิ ขน้ึ กบั ผู้เรียน 3. มขี ้อจํากัดในการเรยี นรู้ทีม่ ีอยู่อะไรบ้าง 4. อะไรท่ีเป็นทางเลอื กสาํ หรับการเรยี นรทู้ ีม่ ีอยบู่ า้ ง 5. หลักการสอนท่พี จิ ารณาเปน็ แบบไหน อย่างไร 6. มีชว่ งเวลาการพฒั นาเปน็ อยา่ งไร ขนั้ ท่ี 2 การออกแบบ (Design Phase) ขัน้ ตอนการออกแบบ ประกอบด้วย การสร้างจุดประสงค์การเรียนรู้ กําหนดเครอ่ื งมือวัดประเมินผล แบบฝึกหัด เน้ือหา วางแผนการสอน และเลือกส่ือการสอน ข้ันตอนการออกแบบควรจะทําอย่างเป็น ระบบและมีเฉพาะเจาะจง โดยความเป็นระบบน้ีหมายถึงตรรกะ มีระเบียบแบบแผนของการจําแนก การพัฒนา และการประเมินแผนยุทธวิธีที่วางไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สําหรับความเฉพาะเจาะจง หมายถึงแต่ละองค์ประกอบของการออกแบบรูปแบบการสอนจะต้องเอาใจใส่ทุกรายละเอียด ซึ่งมี ขัน้ ตอนดังนี้ 1. จาํ แนกเอกสารของการออกแบบการสอนใหเ้ ป็นหมวดหมู่ทง้ั ดา้ นเทคนคิ ยทุ ธวธิ ใี นการออกแบบ การสอนและสอ่ื 2. กําหนดยุทธศาสตร์การเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่คาดหวังในแต่ละกลุ่ม (cognitive, Affective, Psychomotor) 3. สร้างสตอรีบอรด์ 4. ออกแบบ User interface และ User Experiment 5. สร้างสอื่ ตน้ แบบ ข้นั ท่ี 3 ข้ันการพฒั นา (Development Phase) ขั้นตอนการพัฒนาคือข้ันทผี่ ู้ออกแบบสร้างส่วนต่าง ๆ ที่ได้ออกแบบไว้ในขั้นของการออกแบบ ซ่ึงครอบคลุมการ สร้างเคร่ืองมือวัดประเมินผล สร้างแบบฝึกหัด สร้างเนื้อหา และการพัฒนาโปรแกรม สําหรับสอ่ื การสอน เมอ่ื เรยี บร้อยทําการทดสอบเพ่อื หาข้อผิดพลาดเพื่อนําผลไปปรับปรงุ แกไ้ ข ขัน้ ท่ี 4 ขั้นการนาํ ดําเนินการ (Implementation Phase) ในขั้นตอนการดาํ เนนิ การนี้ หมายถึงข้นั ของการสอนโดยอาจจะเปน็ รูปแบบชั้นเรยี น การฝกึ อบรม หรอื ห้องทดลอง หรือรปู แบบการเรยี นการสอนทีใ่ ชค้ อมพวิ เตอร์ โดยจดุ มุ่งหมายของขน้ั ตอนน้คี ือการสอน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะต้องให้การส่งเสริมความเข้าใจของผู้เรียนสนับสนุนการเรียน รอบรู้ของผูเ้ รียนตามวัตถปุ ระสงคต์ า่ ง ๆ ทีต่ งั้ ไว้

40   ข้นั ท่ี 5 ขน้ั การประเมนิ ผล (Evaluation Phase) ข้นั การประเมินผลประกอบดว้ ยสองสว่ นคอื การประเมินผลรูปแบบ (Formative) และการประเมินผล ในภาพรวม (Summative) การประเมินผลรูปแบบคือ การนําเสนอในแต่ละข้ันของ ADDIE Process ซึ่งเป็นการประเมินผลเพื่อพัฒนา และการประเมินผลในภาพรวมจะทําเมื่อการสอนเสร็จส้ินเพื่อประเมินผล ประสิทธผิ ลการสอนท้งั หมดขอ้ มูลจากการประเมินผลรวมโดยปกติมักจะถูกใช้เพ่ือการตัดสินใจเก่ียวกับ รูปแบบการสอน 2.5.2 ขน้ั ตอนการพฒั นา ADDIE Model ในการฝึกอบรมด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2.5.2.1 ข้ันตอนการวิเคราะห์ (Analysis) ประกอบด้วยรายละเอยี ดแต่ละส่วน ดังนี้ 2.5.2.1.1 การกําหนดหวั เรื่องและวตั ถุประสงค์ทว่ั ไป 2.5.2.1.2 การวิเคราะห์ผเู้ รียน 2.5.2.1.3 การวิเคราะห์วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.5.2.1.4 การวิเคราะห์เนื้อหา 2.5.2.2 ข้นั ตอนการออกแบบ (Design) ประกอบดว้ ยรายละเอียดแต่ละสว่ น ดงั นี้ 2.5.2.2.1 การออกแบบ Courseware (การออกแบบบทเรียน) ซ่ึงจะประกอบด้วย ส่วนต่าง ๆ ได้แก่ วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเน้ือหาแบบทดสอบก่อนบทเรียน (Pretest) สื่อกิจกรรม วธิ ีการนําเสนอและแบบทดสอบหลังบทเรยี น (Post-test) 2.5.2.2.2 การออกแบบผังงาน (Flowchart) และการออกแบบบทดําเนินเร่ือง (Storyboard) ขน้ั ตอนการเขยี นผงั งานและสตอรีบ่ อรด์ ของ อลาสซ่ี 2.5.2.2.3 การออกแบบหน้าจอภาพ (Screen Design) การออกแบบหน้าจอภาพ หมายถึง การจัดพ้ืนท่ีของจอภาพเพ่ือใช้ในการนําเสนอเน้ือหา ภาพ และส่วนประกอบอ่ืน ๆ ส่ิงที่ต้อง พิจารณามดี งั น้ี 2.5.2.2.4 การกาํ หนดความละเอยี ดภาพ (Resolution) 2.5.2.2.5 การจดั พืน้ ที่แตล่ ะหน้าจอภาพในการนาํ เสนอ 2.5.2.3 การเลือกรูปแบบและขนาดของตัวอกั ษรท้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 2.5.2.3.1 การกําหนดสี ได้แก่สีของตวั อกั ษร (Font Color) สีของฉากหลงั (Background) สขี องสว่ นอน่ื ๆ 2.5.2.3.2 การกาํ หนดสว่ นอืน่ ๆ ท่ีเป็นส่ิงอํานวยความสะดวกในการใช้บทเรยี น 2.5.2.4 ขั้นตอนการพัฒนา (Develop) (ข้ันตอนการสร้าง/เขียนโปรแกรมและผลิตเอกสาร ประกอบการเรียน) ประกอบดว้ ยรายละเอียดแตล่ ะสว่ น ดังนี้ 2.5.2.4.1 การเตรยี มการการเตรยี มการเกี่ยวกับองค์ประกอบดงั น้ี ก) การเตรียมข้อความ ข) การเตรยี มภาพ

41   ค) การเตรียมเสยี ง ง) การเตรยี มโปรแกรมจดั การบทเรียน 2.5.2.4.2 การสร้างบทเรยี น หลังจากได้เตรียมข้อความ ภาพ เสียง และส่วนอ่ืน เรียบร้อยแล้ว ข้ันต่อไปเป็นการสร้างบทเรียนโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จัดการ เพื่อเปลี่ยนสตอรี่บอร์ด ใหก้ ลายเป็นบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน 2.5.2.4.3 การสร้างเอกสารประกอบการเรียนหลังจากสร้างบทเรียนเสร็จส้ินแล้ว ในขัน้ ตอ่ ไปเปน็ การตรวจสอบและทดสอบความสมบูรณ์ขัน้ ต้นของบทเรยี น 2.5.2.5 ข้ันตอนการนําไปใช้ (Implement) การนําบทเรียนคอมพิวเตอร์ไปใช้ โดยใช้กับ กลุ่มตัวอย่างมาเพ่ือตรวจสอบความเหมาะสมของบทเรียนในขั้นต้น หลังจากน้ัน จึงทําการปรับปรุง แก้ไขก่อนที่จะนําไปใชก้ บั กล่มุ เปา้ หมายจริง เพื่อหาประสทิ ธิภาพของบทเรียนและนาํ ไปใหผ้ ู้เชีย่ วชาญ ตรวจสอบความเหมาะสมและประสทิ ธภิ าพ 2.5.2.6 ข้ันตอนการประเมินผล (Evaluate) การประเมินผลคือ การเปรียบเทียบกับการเรียน การสอนแบบปกติ โดยแบง่ ผเู้ รียนออกเปน็ 2 กลุ่ม เรียนด้วยบทเรยี นทีส่ รา้ งข้นึ 1 กลุ่ม และเรียนด้วย การสอนปกติอีก 1 กลุ่มหลังจากน้ันจึงให้ผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม ทําแบบทดสอบชุดเดียวกันและแปลผล คะแนนทไี่ ด้ สรุปเปน็ ประสทิ ธภิ าพของบทเรยี น จากหลักสูตรการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยการประยุกต์ใช้หลักการออกแบบของ ADDIE Modelสรุปไดว้ า่ หลักสตู รการฝึกอบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นกระบวนการพัฒนารูปแบบ การสอนที่นักออกแบบการเรียนการสอนและนักพัฒนาการฝึกอบรมนิยมใช้กันมีลําดับการพัฒนาเป็น 5 ขั้น ประกอบด้วย การวิเคราะห์ (Analysis) การออกแบบ (Design) การพัฒนา (Development) การนําไปใช้ (Implementation) และการประเมินผล (Evaluation) แต่ละขั้นตอนเป็นแนวทางท่ีมี ลกั ษณะท่ียืดหยนุ่ เพ่ือให้สามารถนําไปสร้างเป็นเครื่องมอื ได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 2.6 แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 2.6.1 ความหมายของการฝึกอบรมดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ เม่ือกล่าวถึงการฝึกอบรมโดยท่ัวไปแล้วหมายถึงการเรียนรู้ในชั้นเรียน มีเอกสารประกอบการ ฝึกอบรมมกี ารสอนของวทิ ยากรและสนบั สนุนใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรียนรู้มีการอภิปรายมีการแบ่งกลุ่มหา ข้อสรปุ จากเน้ือ หาจากการเรียนรใู้ นวิชาน้นั ๆผู้เรยี นจะมีกิจกรรมในการฝกึ อบรมหลากหลายวธิ ี การที่ จะเออ้ื อาํ นวยในการฝกึ อบรมนี้ให้เปน็ ไปตามวตั ถุประสงคข์ องเน้ือหาในหลักสูตรน้ัน ๆ คือ การฝึกอบรม โดยทัว่ ๆ ไป แต่การฝกึ อบรมดว้ ยสอ่ื อิเล็กทรอนิกส์จะมีส่ือประสม และกําหนดให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ เพื่อการเรียนรู้ มีการเรียนเสริมเพิ่มเติมตามความต้องการของผู้เรียน จะเป็นผู้บริหารจัดการตนเอง ตามลักษณะเนื้อหาวิชาของหลักสูตรน้ัน ๆ เรียนได้ทุกเวลา ทุกที่เมื่อไรเราอยากจะเรียนก็จะเปิดเข้าไป สามารถทีจ่ ะเรียนรตู้ ามกระบวนการและขนั้ ตอนทีก่ าํ หนดเอาไว้ซ่งึ เมธ(ี 2547) สรปุ คณุ ลักษณะสําคัญ ของอีเทรนนง่ิ ไวด้ งั น้ี

42   ส่ิงสําคัญลักษณะอีเทรนนิ่งคือข้ันตอนของการสร้างหลักสูตรเพื่อใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุ ตามวัตถุประสงคม์ ากนอ้ ยแคไ่ หนเปน็ สิ่งท่ีทา้ ทายสําหรับผู้ทจ่ี ะดําเนินการหรือบริหารจัดการในลักษณะ ของการจัดทําหลักสูตรแบบอีเทรนน่ิง ส่ิงสําคัญคือ การออกแบบและพัฒนาหลักสูตรเพ่ือการเรียน การสอน เป็นกระบวนการของการสร้างหลักสูตรอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบของการฝึกอบรมมี การวางแผนการใช้ส่ือประกอบการฝึกอบรมสําหรับการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดเอาไว้อย่าง ชดั เจน 2.6.2 ขัน้ ตอนของการสร้างหลกั สตู รอีเทรนน่งิ สรุปเป็น 5 ขัน้ ดังน้ี ขั้นตอนท่ี 1 การวิเคราะห์คอื วิเคราะหเ์ นือ้ หาหลักสูตรจะตอ้ งกําหนดวตั ถุประสงค์ของหลักสูตร ที่ชัดเจนวางเป้าหมายว่าหลักสูตรนี้สร้างให้ใครเป็นผู้เรียน เรียนแล้วได้อะไร มีวิธีการเรียนอย่างไร มสี ือ่ เสรมิ ประกอบอยา่ งไรบ้าง ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบเนื้อ หาหลักสูตรมีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างไรบ้าง เป็นการกําหนด โครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมดเพ่ือให้เห็นภาพรวมของหลักสูตรทั้งหมดว่าจะมีวิธีการในลักษณะของ การเรียนอยา่ งไร มีรายละเอียดเนอ้ื หาตรงไหนทจี่ ะตอ้ งเนน้ ยา้ํ มีสอ่ื เสรมิ ทีจ่ ะใชใ้ นการให้ประสบการณ์ การเรยี นรผู้ ้เู รียน ขน้ั ตอนท่ี 3 เป็นขั้นตอนพัฒนาคือ การจดั ทาํ เนื้อหาหลกั สตู รให้มคี วามชดั เจนยง่ิ ขึ้น ขั้นตอนที่ 4 คือ การดําเนินการเมื่อได้หลักสูตรมาแล้วจากนั้นนํามาทดลองใช้ดูว่าจะต้องมี การปรบั ปรุงแก้ไขอะไรบา้ ง มีลกั ษณะเน้ือหาทอี่ อ่ นไป หรือเพ่ิมเติมปรบั ปรุงเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ในการที่จะทําหลักสูตรให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งข้ึนเป็นลักษณะของข้ันตอนดําเนินการคือ ต้องเอาไป ทดลองใช้ ขน้ั ตอนสดุ ทา้ ยคือ การตรวจสอบผลการดําเนินการซึ่งเป็นข้ันตอนหลังจากเราได้ลองใชห้ ลักสูตร แลว้ ลองตรวจสอบวา่ ผลเป็นอยา่ งไร นาํ มาพัฒนาปรับปรุงและหาขอ้ สรุปสาํ หรับแก้ไขให้สมบรู ณ์ จากความหมายของการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สรุปได้ว่าเป็นการเรียนรู้ในชั้นเรียนท่ี มกี ารฝึกอบรมดว้ ยส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์สือ่ ประสม และมีการกาํ หนดให้ผเู้ รยี นมปี ฏิสัมพันธเ์ พ่ือการเรียนรู้ มีการเรียนเสริมเพ่ิมเติมตามความต้องการของผู้เรียน และเป็นการบริหารจัดการตนเองตามลักษณะ เนอื้ หาวิชาของหลกั สูตรนั้น ๆ เรยี นได้ทกุ เวลา ทุกที่สามารถท่ีจะเข้าเรียนได้ตลอดเวลาและสามารถที่ จะเรียนรตู้ ามกระบวนการและข้นั ตอนท่กี าํ หนดเอาไว้ 2.7 งานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วข้อง การวิจัยคร้งั นี้ ผ้วู ิจยั ได้ศกึ ษาผลงานวจิ ัยท่ีเก่ยี วข้องกบั การพัฒนาหลักสตู รฝกึ อบรมนักฝึกอบรม ตามรูปแบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ สซ์ ง่ึ มรี ายละเอียด ดงั นี้ ไพโรจน์ (2547) ได้ทําการพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเทคนิคการสอนงานปฏิบัติในหน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมนิ ผลรปู แบบการฝึกอบรมเทคนิคการสอนงานปฏิบัติในหน่วยงาน กลุ่มตัวอย่าง

43   ท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บังคับบัญชา วิศวกร และหัวหน้างานที่มีสายงานบังคับบัญชา ของการไฟฟ้า ฝา่ ยผลติ แหง่ ประเทศไทย เหมืองแม่เมาะ อาํ เภอแม่เมาะ จงั หวดั ลําปาง จํานวน 10 คน ใช้วิธกี ารวิจัย ในลักษณะการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ผลการวิจัยพบว่า ประสทิ ธิภาพของ รูปแบบฝึกอบรมเทคนิคการสอนงานปฏิบัติในหน่วยงาน ในขั้นตอนการวิจัย (Research) ที่ได้จาก คะแนนผลสมั ฤทธใิ์ นการทําแบบฝึกหดั และแบบทดสอบ ค่าเฉล่ีย 90.02/80.64 และขนั้ ตอนการพัฒนา (Development) มีคา่ เฉล่ีย 92.88/80.64 ซ่งึ ประสทิ ธิภาพของทั้งสองข้ันตอนสูงกว่าเกณฑ์ท่ีต้ังไว้คือ 80/80 ประสิทธ์ิ (2553) ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูดว้ ยรูปแบบผสมผสานในการจัด ฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสําหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กลุ่มตัวอย่าง ทใ่ี ช้ในการวจิ ัย ได้แก่ อาจารย์ท่สี อนในสาขาชา่ งอุตสาหกรรมสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา การประเมินผลหลักสูตรฝึกอบรมประยุกต์ใช้แบบจําลองซิปของ Daniel L. Stufflebeam ผลการวิจัย พบวา่ การประเมินสภาวะแวดล้อมหลักสูตรฝึกอบรมควรประกอบด้วย การฝึกอบรมผ่านเว็บ จํานวน 3 หัวข้อ และการฝึกอบรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร จาํ นวน 11 หวั ข้อการประเมิน ปัจจัยเบ้ืองต้น ความเหมาะสมของหลักสูตร มีความเหมาะสมมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ย 4.61 ความ สอดคล้องของหลักสูตรมีความสอดคล้องสูง ผลสัมฤทธิ์ในการทําแบบฝึกหัดและแบบทดสอบมีค่าเฉล่ีย เท่ากับ 81.93 และ 78.85 และผลการปฏิบัติมีค่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 75.64 การประเมินกระบวนการ พบวา่ หลักสูตรฝกึ อบรมมีประสิทธิภาพ 82.85/81.57 สูงกว่าเกณฑ์ที่กําหนดและผลการประเมินภาค ปฏิบตั ิ มคี ะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ 78.34 สูงกว่าเกณฑ์ทีก่ าํ หนดไว้ร้อยละ 75 การประเมินผลผลิต ผู้บังคับบัญชา มีความพึงพอใจต่อครูผู้สอนท่ีผ่านการอบรม โดยนําเอาความรู้ ทักษะไปใช้ในการจัด การฝึกอบรม นักศึกษาอาชีวศึกษาเพ่ือเตรียมความพร้อมสําหรับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในระดับมาก มีค่าเฉล่ีย 4.17 และพึงพอใจในการสอนของครูผู้สอนในการจัดการฝึกอบรมภาคทฤษฎีโดยรวมอยู่ในระดับดี และการสอนภาคปฏิบัติอยู่ในระดับดีมาก คะแนนผลสัมฤทธิ์ของนักศกึ ษาที่ผ่านการจัดฝึกอบรมภาค ทฤษฎีและภาคปฏิบัติโดยรวม มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 86.46 และ 85.78 และความพึงพอใจของนักศึกษา ต่อครูผู้สอนในการจัดการฝึกอบรมในภาพรวมอยู่ในระดบั มาก มีค่าเฉล่ีย 4.45 ทัศนีย์ (2552 : 107-109) ได้ศึกษาการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิทยากรเพื่อพัฒนาบุคลากร ศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ องค์การบรหิ ารสว่ นตาํ บล ผลการวจิ ยั สรปุ ได้ดังนี้ 1. การประเมินสภาวะแวดล้อม (Context Evaluation : C) โดยการศึกษาข้อมูลพ้ืนฐานสรุป ได้ว่า วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมคือ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และทักษะตลอดจนเจตคติท่ีดีใน การเป็นวิทยากร อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนทัศนคติซึ่งกันและกัน ผู้เข้าอบรมมาจากผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตําบล มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กไม่ตํ่ากว่า 5 ปี จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ระยะเวลาของการฝึกอบรมท่ีเหมาะสมคือ 4 วันทําการ จํานวน 13 คน/รุ่น การจัดการฝึกอบรมควรจัด ณ ห้องประชุมในเขตพื้นที่อบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

44   8 หัวข้อเรอ่ื งคอื 1) การหาความจาํ เป็นในการฝึกอบรม 2) การเตรียมโครงการฝึกอบรม 3) การจัดทํา แผนการสอนของวทิ ยากร 4) เทคนคิ การฝึกอบรม 5) การพฒั นาบุคลกิ ภาพของวิทยากร 6) ส่ือ/อุปกรณ์ ในการฝึกอบรม 7) การจัดสภาพแวดลอ้ มในการฝึกอบรม และ 8) การประเมินผลการฝกึ อบรม 2. การประเมินปจั จยั เบือ้ งต้น (Input Evaluation : I) โดยให้ผู้เช่ียวชาญประเมนิ ความสอดคลอ้ ง ระหว่างหัวข้อการฝึกอบรมกับวัตถุประสงค์ และระหว่างวัตถุประสงค์กับแบบทดสอบผลปรากฏว่า ค่าดัชนีของความสอดคล้องในภาพรวมของทั้งสองรายการมีค่าเท่ากับ 0.75 ซึ่งมีความสอดคล้องกันสูง และการประเมนิ ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อชุดฝึกอบรม แบบสอบถามความคิดเห็นต่อการจัด การฝึกอบรม และแบบสอบถามติดตามผลหลังการฝึกอบรมทั้ง 3 ชุด พบว่า มีความคิดเห็นอยู่ในระดับ มากที่สุด และจากการนําชุดฝึกอบรมไปทดลองใช้ (Try-out) กับผู้ดูแลเด็กจํานวน 15 คน พบว่า มปี ระสทิ ธิภาพ 85.57/84.44 มีคา่ ความเชือ่ มัน่ (Reliability) ของแบบทดสอบทั้ง 8 ชุด มีค่าเฉล่ีย 0.77 3. การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation : P) ผ้วู จิ ยั ได้นําเอาชุดฝึกอบรมไปอบรม กลุ่มตัวอย่าง จํานวน 13 คน พบว่า มีประสิทธิภาพ 86.85/85.64 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังอบรม พบว่า ผู้เข้าฝึกอบรมมีความรู้เพิ่มขึ้นก่อนการเข้าฝึกอบรม อย่างมีนยั สําคัญทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .05 และจากคะแนนภาคปฏิบัติ พบว่า ผู้เข้าอบรมได้คะแนนคดิ เป็น ร้อยละ 85.26 ผลการนิเทศการสอนดา้ นทฤษฎีและปฏิบัติ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับดี และผลการประเมิน ความคดิ เหน็ ของผเู้ ข้าอบรมท่ีมตี ่อการจัดอบรม พบวา่ ภาพรวมอยู่ในระดับมากทส่ี ดุ 4. การประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation : P) ติดตามประเมินผลผู้เข้าอบรมโดยให้ ผู้เข้าอบรมจํานวน 4 คน เป็นวิทยากรจัดอบรมให้ความรู้กับผู้ดูแลเด็กท่ีเข้าปฏิบัติหน้าที่ใหม่ จํานวน 15 คน ผลการนิเทศการสอนดา้ นทฤษฎแี ละปฏบิ ัติ พบว่า ภาพรวมอยใู่ นระดับดี และผลความคิดเห็น ของผู้เข้าฝึกอบรมต่อการจัดฝึกอบรม พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และผู้เข้าอบรมมีคะแนน ภาคทฤษฎคี ดิ เป็นร้อยละ 89.30 คะแนนปฏบิ ตั คิ ิดเป็นร้อยละ 92.22 ณพสร (2553 : 149-152) ได้ศึกษารูปแบบการฝึกอบรมหัวหน้าแผนกวิชาเพ่ือพัฒนาหลักสูตร ฝกึ อบรมการเรียนรโู้ ดยใช้ปัญหาเป็นฐานในการจดั การเรยี นการสอน ผลการวิจัยสรปุ ไดด้ ังน้ี 1. การประเมินสภาวะแวดล้อม พบว่า รูปแบบการฝึกอบรมหัวหน้าแผนกวิชาเพ่ือพัฒนาหลักสูตร ฝึกอบรมการเรยี นรูโ้ ดยใช้ปัญหาเป็นฐานในการจัดการเรียนการสอน ประกอบด้วย หลักสูตรฝึกอบรม การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จํานวน 11 หัวข้อเรื่อง ได้แก่ หลักการ จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานการวิเคราะห์ คําอธิบายรายวิชา การเขียนโครงการสอน การเขียน จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม การสรา้ งใบเนือ้ หา การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน 7 ข้นั ตอน (7 Ex’PBL Model) การจัดสอื่ และแหลง่ เรยี นรู้การประเมินผลการเรียนการสอนการวางแผนการสอน การเขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้ และเทคนิคการเป็นวิทยากรฝึกอบรมสําหรับการฝึกอบรมใช้เวลา 3 วัน โดยมีวิทยากรบรรยายประกอบสอื่ การฝึกอบรม

45   2. การประเมินปัจจัยเบื้องต้น จากการประเมินความสอดคล้องของหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญ พบวา่ ดชั นคี วามสอดคล้องอยู่ในระดับสูง ทั้งสามรายการคือ การประเมินความสอดคล้องของหลักสูตร ฝึกอบรมเท่ากับ .80 ความสอดคล้องหัวข้อเน้ือหาหลักสูตรกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเท่ากับ .84 และความสอดคล้องของแบบทดสอบกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเท่ากับ .80 ด้านความเหมาะสม ของแบบสอบถาม พบว่า ผลการประเมินรายการของแบบประเมินการนําหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้ฝึกอบรม มีความเหมาะสมระดับมากที่สุด ผลการประเมินรายการแบบประเมินผลโครงการอบรมหลักสูตรฝึกอบรม มีความเหมาะสมระดับมาก ผลการประเมินรายการแบบประเมินความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชาต่อ หัวหน้าแผนกวิชา ในการจัดโครงการฝกึ อบรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานในการจัดการเรียนการสอน มีความเหมาะสมระดับมากท่ีสุด ผลการประเมินรายการแบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอนใน การจดั โครงการฝกึ อบรมการเรียนรู้โดยใช้ปญั หาเป็นฐานในการจัดการเรียนการสอนมีความเหมาะสม ระดับมากและจากการนําหลักสูตรไปทดลองใช้ พบว่า ประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม มีค่าเท่ากับ 83.53/83.79 คะแนนภาคปฏบิ ัติ มีค่ารอ้ ยละ 89.15 ค่าความเช่ือม่ันของแบบทดสอบมคี า่ 0.78 3. การประเมินด้านกระบวนการ จากการนําหลักสูตรไปใช้ฝึกอบรม พบว่า หลักสูตรฝึกอบรม มปี ระสทิ ธภิ าพ 83.21/83.58 คะแนนภาคปฏบิ ตั ิ มีค่ารอ้ ยละ 89.69 4. การประเมนิ ด้านผลผลติ จากการติดตามผลผู้เข้ารับการฝึกอบรม จํานวน 6 คน ไปจัดฝึกอบรมครู ใน 6 แผนกวิชา ได้คา่ ประสทิ ธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม 85.33/85.78 คะแนนภาคปฏบิ ัติ มีค่าร้อยละ 89.26 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชาและครูผู้สอนต่อโครงการฝึกอบรมการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐานในการจัดการเรียนการสอน พบว่า มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด และระดับมาก ตามลาํ ดับ จตภุ ัทร (2556) ได้ศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถของวิทยากรฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาฝีมือ แรงงานของสถาบนั พัฒนาฝีมอื แรงงานภาค 10 ลําปาง โดยใชก้ ลมุ่ ตัวอย่างคือ วิทยากรฝึกอบรม จํานวน 30 คน สังกัดหน่วยงานเครอื ขา่ ยสถาบนั พฒั นาฝมี อื แรงงานภาค 10 ลาํ ปาง เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ และสอบถาม ผลการวจิ ยั พบวา่ วิทยากรฝึกอบรมมีความต้องการฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อเพ่ิม ทักษะและเทคนิคใหม่ ๆ หลักสูตรบริการที่ดี การสร้างนวัตกรรม เทคนิคการสอนงาน การพัฒนาส่ือ การฝึกอบรม การประกันคุณภาพการพัฒนาฝีมือแรงงานและต้องการให้หน่วยงานฝึกอบรมจัดศึกษา ดงู านหรอื สัมมนาเชิงวิชาการและต้องการทดสอบทั้งความรู้ทักษะฝีมือ และทัศนคติของวิทยากรฝึกอบรม อย่างต่อเนื่อง หัวข้อในการสร้างพจนานุกรมขีดความสามารถของวิทยากรฝึกอบรมเพื่อการพัฒนา ฝมี ือแรงงาน ได้แก่ 1) การม่งุ ผลสมั ฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน 2) การบริการที่ดี 3) ความเชี่ยวชาญในงาน อาชีพ 4) การทํางานเป็นทีม 5) จริยธรรม 6) การพัฒนาตนเอง 7) ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และนวตั กรรม 8) การบริหารจดั การ 9) กลยุทธแ์ ละวธิ กี ารฝกึ อบรม เน้ือหาการสร้างแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถ ของวิทยากรเพ่ือการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยกําหนดวิธีการพัฒนาด้วยการฝึกอบรมและการเย่ียมเยือน และใหค้ าํ ปรกึ ษา

46   สุรางค์ (2554 : 209-212) ได้ศึกษาการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมในการจัดทําแผนพัฒนาครู ชา่ งอุตสาหกรรม ผลการวิจยั พบว่า 1. การประเมินบริบท ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ผู้เข้าฝึกอบรมมีจํานวนโดยเฉลี่ย 20 คนต่อรุ่น ระยะเวลาของการฝกึ อบรม 3 วัน มีความเหมาะสมโดยมหี วั ขอ้ การฝกึ อบรม ไดแ้ ก่ 1) การสรา้ งเครื่องมอื หาความต้องการจําเป็น 2) ขั้นตอนการหาความต้องการจําเป็น 3) การจัดทําแผนพัฒนาบุคลากร 4) การวางแผนระยะยาว 5) การวางแผนระยะกลาง 6) การวางแผนปฏิบัติการ 7) การเขียนโครงการ 8) การพฒั นาหลักสตู รฝกึ อบรม 2. การประเมนิ ปัจจยั นําเขา้ ผ้เู ชยี่ วชาญประเมนิ วา่ หัวข้อการฝึกอบรมกับวัตถุประสงค์การฝึกอบรม และแบบทดสอบกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม มีค่าดัชนี ความสอดคล้องอยู่ในระดับสูง ส่วนประสิทธิภาพ หลักสูตรฝึกอบรมในข้ันการทดลองใช้ พบว่าคะแนนภาคทฤษฎีมีคะแนนเฉลี่ยในการทําแบบฝึกหัด และจากการทดสอบ ร้อยละ 87.42/85.56 ตามลําดับ และคะแนนภาคปฏิบัติมีค่าเฉล่ียร้อยละ 84.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ส่วนความพึงพอใจของผู้เข้าฝึกอบรมที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรม อยู่ในระดับสูง และแบบทดสอบมคี ่าความเชอื่ มน่ั อยรู่ ะหว่าง 0.82- 0.99 3. การประเมินกระบวนการประสิทธิภาพของหลกั สตู รฝึกอบรมในขั้นตอนการนําไปใช้จริงพบว่า ประสิทธิภาพหลักสูตรฝึกอบรมภาคทฤษฎี มีคะแนนเฉลี่ยในการทําแบบฝึกหัดและในแบบทดสอบ ร้อยละ 86.93/85.69 ตามลําดับ และภาคปฏิบัติ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 85.48 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑท์ ่ีตั้งไว้ ส่วนผลการประเมินความพึงพอใจการนําหลักสูตรฝึกอบรมในการจัดทําแผนพัฒนาครูช่างอุตสาหกรรม ไปใชฝ้ ึกอบรม โดยภาพรวมมีความพึงพอใจในระดบั มากมีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 3.86 4. การประเมนิ ผลผลิต ในการติดตามผลเพอ่ื ประเมนิ ประสิทธิผลผู้เข้ารับการฝึกอบรมซึ่งผู้เข้าอบรม นําความรู้ท่ีได้รับไปจัดทําแผนพัฒนาครูช่างอุตสาหกรรม จากการติดตามกลุ่มเป้าหมายจํานวน 20 คน 5 สถานศกึ ษาดําเนินการจดั ทาํ แผนพฒั นาครชู า่ งอตุ สาหกรรมซึ่งไดแ้ ก่ แผนระยะยาว แผนระยะกลาง แผนปฏิบัตกิ าร ปรากฏผลคือ การวเิ คราะห์ประสิทธผิ ลการจดั ทาํ แผนพฒั นาครชู า่ งอุตสาหกรรม มีค่า โดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 90.03 แสดงว่าประสิทธิภาพของการจัดทําแผนพัฒนาครูช่างอุตสาหกรรม และประสิทธิผลจากการติดตามผลการอบรมสูงกว่าเกณฑ์คะแนนภาคปฏิบัติ ส่วนผลการประเมิน ความพึงพอใจของผู้บริหารและครูผู้มีหน้าที่หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่รับผดิ ชอบการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลเก่ียวกับการจัดทําแผนพัฒนาครูช่างอุตสาหกรรมในสถานศึกษาโดยภาพรวมมีความ พงึ พอใจในระดบั มากมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 ชัชวาลย์ (2556 : 164-165) ได้ศึกษาโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการ ของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ทําการวิจัย 3 ระยะ 10 ขั้นตอน ผลการวจิ ัยปรากฏดงั นี้ 1. องค์ประกอบและตัวชี้วัดสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษาสถาบัน การพลศึกษา ประกอบด้วย 5 ด้านคือ 1) ความสามารถทางความคิดของวิทยากรนันทนาการ 2) ทักษะ

47   3) ด้านบุคลิกภาพของวิทยากรนันทนาการ 4) ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ของวิทยากรนันทนาการ ความสามารถด้านการบรหิ ารจัดการของวทิ ยากรนนั ทนาการ และ5) ทักษะเฉพาะเก่ียวกับนันทนาการ 2. ผลการจดั ทําโปรแกรมการพฒั นาสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษาสถาบัน การพลศึกษา จากการสนทนากลุ่มผู้เช่ียวชาญได้ข้อสรุปว่า โปรแกรมน้ีคือ โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะ การเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่ง ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบคือ 1) หลักการและเหตผุ ล 2) จุดมุ่งหมายของโปรแกรม 3) โครงสร้าง ของโปรแกรม แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนพิธีการก่อนการฝึกอบรม(ไม่นับเวลา) ส่วนเนื้อหาสาระและ สว่ นพธิ ีการหลงั การฝึกอบรม (ไม่นบั เวลา) 4) เน้ือหาสาระในการฝึกอบรมตามโปรแกรมนี้มีชุดฝึกอบรม จํานวน 9 ชุด ใช้เวลาในการอบรม 4 วัน (16.35 ชม.) ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นว่าเนื้อหาทั้ง 9 ชุด สามารถพัฒนาสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการ ได้อย่างครอบคลุมทุกองค์ประกอบ 5) วิธีการ หรือขัน้ ตอนการฝึกอบรม โปรแกรมน้ีมีกิจกรรมที่ใช้ในการฝึกอบรมหลากหลายโดยได้สอดแทรกวิธีการ ดังกล่าวไว้ตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการฝึกอบรม 6) สื่อประกอบการฝึกอบรมคือ คู่มือประกอบการฝึกอบรม ทม่ี คี วามเหมาะสมเปน็ ไปได้และมีความเป็นประโยชน์ อยูใ่ นระดับมาก สามารถพัฒนาสมรรถนะการเปน็ วิทยากรนันทนาการของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี และ 7) การประเมินผลเป็นมาตรฐาน ประกอบด้วย แบบสอบถามและแบบทดสอบของแตล่ ะชุดฝึกอบรมโดยมุ่งวัดและประเมินผลการเปล่ียนแปลงพฤติกรรม ของนกั ศกึ ษา 3. ผลการประเมินการใช้โปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษา สถาบนั การพลศกึ ษา กระทรวงการท่องเท่ียวและกฬี า จากการนาํ โปรแกรมฯ ไปใชป้ รากฏดังน้ี 1) ผล การประเมินสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษา ก่อนและหลังการพัฒนาจากแบบ สอบถาม พบว่า ก่อนการพัฒนานักศึกษามีสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการโดยรวมในระดับน้อย หลังการพัฒนานกั ศกึ ษามีสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการโดยรวมในระดบั มาก 2) ผลการประเมิน ระดับสมรรถนะการเป็นวิทยากรนันทนาการของนักศึกษาก่อนและหลังการพัฒนา จากแบบทดสอบ กอ่ นการพฒั นามคี ะแนนโดยรวมในระดบั นอ้ ยหลงั การพฒั นามีคะแนนโดยรวมในระดับมาก อัคครัตน์ (2552) ได้ศึกษาการพัฒนารูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการ สายการผลติ ในสถานประกอบการ ผลการวจิ ยั พบว่า ผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นเก่ียวกับความสอดคล้อง ขององค์ประกอบของรปู แบบฝึกอบรมเพอ่ื พัฒนาพนกั งานระดับปฏบิ ตั กิ ารสายการผลิตในสถานประกอบการ โดยรปู แบบฝึกอบรมมีความสอดคลอ้ งกนทุกรายการโดยมีดัชนีความสอดคล้องในภาพรวมเท่ากับ 0.98 และความคิดเห็นเกี่ยวกับความสอดคล้องของรูปแบบฝึกอบรมพบว่า รูปแบบท่ี 2 มีความสอดคลอ้ งกัน มากท่ีสุดรองลงมาคือรูปแบบที่ 4 และ รูปแบบท่ี 6ตามลําดับ สําหรับบุคลากรจากสถานศึกษาและ สถานประกอบการมีความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับ ปฏบิ ัติการสายการผลิตในสถานประกอบการโดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (X̅) = 3.48 และค่า ความเบี่ยงเบน (S.D) 0.50 และความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบฝึกอบรมพบว่า รูปแบบที่ 2 มีระดับ ความสาํ คัญมากทสี่ ดุ และรองลงมาคอื รปู แบบที่ 3 ตามลําดับ

48   ผลการนาํ ไปทดลองประสิทธิภาพ พบว่า รูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการ สายการผลิตในสถานประกอบการมีประสิทธิภาพ 80.76/88.92 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กําหนดไว้ 80/80 และผลการประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานระดับปฏิบัติการ สายการผลติ ในสถานประกอบการพบวา่ ผ้เู ขา้ อบรมมีความคดิ เห็นเก่ียวกับรูปแบบฝึกอบรมเพื่อพัฒนา พนกั งานระดบั ปฏิบตั ิการสายการผลิตในสถานประกอบการในภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก (X̅) = 4.21 นุชนาฏ (2553 : 114) ได้ทําการวิจัยเร่ืองการพัฒนารูปแบบ e-Training สําหรับบุคลากรใน สถาบันอุดมศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพือ่ พัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบ e-Training สําหรับ บคุ ลากรในสถาบนั อุดมศกึ ษา โดยมผี ้เู ชีย่ วชาญด้าน e-Training จํานวน 5 ท่านเป็นผู้ประเมินรูปแบบ ท่ีพัฒนาข้ึน จากนั้นนํารูปแบบ e-Training ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้โดยสร้างชุดฝึกอบรม e-Training เร่ือง “การผลิตสื่อเพื่อการนําเสนอ” ด้วยระบบ Moodle ซึ่งเป็นระบบท่ใี ช้ในการจัดการเนื้อหา (CMS) บนอนิ เทอรเ์ นต็ และใหผ้ เู้ ชีย่ วชาญ จํานวน 5 ท่าน ประเมินชุดฝึกอบรมท่ีใช้ในการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ท่ีใช้ในการทดลองรูปแบบ e-Training คือ อาจารย์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ซ่ึงไม่มีวุฒิวิชาชีพครู จํานวน 123 คน ซึง่ ไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจงผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่ารูปแบบ e-Training ทีพ่ ฒั นาขึน้ มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และเมื่อนํารูปแบบ e-Training ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ พบว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามรูปแบบ e-Training มีผลสัมฤทธิ์ในการฝึกอบรมหลังจากฝึกอบรม สงู ข้ึนกวา่ กอ่ นฝึกอบรมอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจ ในรปู แบบ e-Training ในระดบั มาก รูปแบบ e-Training ท่พี ฒั นาขึน้ จึงสามารถนําไปใช้สําหรับการพัฒนา โปรแกรมการฝึกอบรมสําหรบั บคุ ลากรในสถาบันอุดมศกึ ษาตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ Anthony (2005 : 44) ไดท้ าํ การวจิ ัยหาประสทิ ธภิ าพรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองเก่ียวกับภาวะ การควบคมุ อารมณ์ไม่ไดห้ รือความสับสนท่ีรุนแรงในคณะทํางานผู้ดูแลผู้ป่วยทั้งในและนอกโรงพยาบาล จุดหมายของการเรียนด้วยตนเองคือ ภาวะสามารถควบคุมความรุนแรงได้หรือความสับสนรุนแรงท่ี ปรากฏขึ้นรวดเร็วในชั่วโมงหรือหน่ึงวนั ซึง่ การวิจยั ทําในทีพ่ กั อาศยั ของโรงพยาบาลผสู้ ูงอายซุ ึ่งถูกออกแบบ ให้สนับสนุนผู้เรียนให้ได้ความรู้ใหม่เท่ากับการประยุกต์ความรู้เหล่าน้ีประกอบด้วยการเรียนรู้ 2 กรณี คือ การปรับปรุงการดูแลผสู้ ูงอายุทัง้ ในและนอกโดยพยาบาลเฉลีย่ ทําวนั ละ 20-30 นาที จากงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรม ท่ีกล่าวมาแล้วท้ังหมด พบว่า มีข้ันตอนท่ีคล้ายคลึงกัน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การสํารวจข้อมูลพ้ืนฐาน การสร้างหลักสูตร ฝึกอบรม การทดลองใช้หลักสูตร และการติดตามประเมินผลหลักสูตร ซ่ึงผู้วิจัยได้ทําการศึกษา วิเคราะห์ เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อตรวจสอบความสอดคล้องกับประเด็นที่ต้องการศึกษาและ ความครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหา พร้อมทั้งได้ทําการสังเคราะห์ สาระสําคัญของเอกสารงานวิจัยท่ี เก่ียวขอ้ งดังกลา่ วทาํ ใหเ้ กิดองค์ความรู้ในการวิจัย เพื่อนําไปใช้เป็นแนวทางการดําเนินการสร้างหลักสูตร ฝึกอบรม การตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการประเมินหลักสูตรวิธีปฏิบัติท่ีจะทําให้การนําหลักสูตร ไปใช้ก่อให้เกดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุด

บทท่ี 3 วธิ ีดําเนนิ การวจิ ัย การวจิ ัยเรอื่ งการพฒั นานกั ฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อเิ ล็กทรอนิกส์มวี ัตถปุ ระสงคก์ ารวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ 2) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของหลักสูตร ฝึกอบรมนักฝกึ อบรมตามรปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ ซ่ึงเป็น การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ด้วยกระบวนการศึกษาอย่างมีระบบท้ังเชิงปริมาณ และเชงิ คุณภาพ ซงึ่ มวี ิธดี าํ เนนิ การวจิ ัยดงั ต่อไปน้ี 3.1 ขน้ั ตอนการดาํ เนินการวจิ ยั 3.1.1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและความตอ้ งการหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 3.1.2 ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วข้องกับรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ 3.1.3 รา่ งรูปแบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 3.1.4 ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยการจัดสมั มนากล่มุ เพอ่ื หาแนวทางการพฒั นาหลักสูตรฝกึ อบรม 3.1.5 พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือฝึกอบรมนักฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 3.1.6 ทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือฝึกอบรมนักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Try-out) 3.1.7 นําหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ไปใช้จริง (Implementation) 3.1.8 ประเมนิ และติดตามผลเพ่อื รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะห์ผลจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซงึ่ แตล่ ะขัน้ ตอนการดําเนินการวิจยั จะมรี ายละเอียดในการดาํ เนินการ ดงั ต่อไปน้ี

50 เรม่ิ ต้น ศกึ ษาสภาพปัจจุบันและความต้องการหลกั สตู รฝึกอบรมนกั ฝึกอบรมตามรปู แบบ การฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ศกึ ษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับรูปแบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษา ดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รา่ งรูปแบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษา ดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ ประเมินความเหมาะสมของรปู แบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ พฒั นาหลกั สูตรฝึกอบรมรปู แบบการฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ทดลองใชห้ ลกั สูตรฝกึ อบรมฯ (Try-out) นาํ หลกั สูตรฝึกอบรมฯ ไปใช้จริง (Implementation) ประเมนิ และติดตามผล สิน้ สุด ภาพที่ 3-1 ขัน้ ตอนการดําเนินการวจิ ัย

51  3.1.1 การศกึ ษาสภาพปจั จุบนั และความตอ้ งการหลักสตู รฝึกอบรมตามรูปแบบการ ฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ การศกึ ษาสภาพปจั จุบนั และความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยนําผลทีไ่ ด้มากาํ หนดแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ตามรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ สเ์ พือ่ ใหผ้ ู้บริหารของสถานศึกษา ได้มีแนวทางการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรม อีกท้ังสถานศึกษาจะได้มีกลุ่มนักฝึกอบรมเพื่อ จัดฝกึ อบรมด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ที่สามารถพฒั นาการฝกึ อบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในสถานศึกษา ของตนใหป้ ระสิทธิภาพสงู ขึ้น ซ่งึ ผ้วู จิ ัยได้ดําเนินการตามขนั้ ตอนดงั ภาพที่ 3-2 เริม่ ต้น ศึกษาเอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วข้อง กําหนดประเดน็ การสร้างแบบสอบถาม สรา้ งแบบสอบถามฉบับร่าง ไมผ่ ่าน ตรวจสอบโดย อาจารย์ที่ปรกึ ษา แกไ้ ข/ปรับปรุง ไม่ผ่าน ผ่าน แกไ้ ข/ปรับปรงุ ตรวจสอบโดย ผู้เชย่ี วชาญ ผ่าน 1 ภาพท่ี 3-2 ขนั้ ตอนการศกึ ษาสภาพปจั จบุ นั และความต้องการหลักสตู รฝึกอบรมนกั ฝึกอบรมตาม รปู แบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์

52 1 ไดส้ ภาพปัจจุบนั และ ความตอ้ งการของ นําไปเก็บข้อมูล หลกั สตู รฝึกอบรมฯ วเิ คราะห์ขอ้ มลู ส้ินสุด ภาพท่ี 3-2 (ต่อ) ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์เพื่อนํามาเป็นข้อมูลในการสร้างเครื่องมือที่ใช้สาํ หรับรวบรวมข้อมูลสภาพปัจจุบันและ ความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบ อเิ ล็กทรอนิกส์ ประกอบดว้ ย แบบสอบถามสําหรบั รองผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้า กลุ่มสาระ หวั หน้างาน จากสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ทั้งรัฐและเอกชน ท่ัวประเทศ แล้วนํา แบบสอบถามไปใหอ้ าจารย์ท่ปี รึกษาตรวจ จากนั้นนําไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม และผู้เช่ียวชาญด้านการเป็นนักฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 5 ท่าน เพ่ือประเมินความ เหมาะสมและความสอดคล้องของแบบสอบถาม ซึ่งผลการประเมินความเหมาะสมแบบสอบถาม พบว่า มีความเหมาะสมทุกรายข้อ จากนั้นนําแบบสอบถามไปเก็บรวบรวมข้อมูลจากสถานศึกษาท่ี เป็นกลุ่มตัวอย่างจากสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน 3 สังกัด ได้แก่ สํานักงานการศึกษาข้ันพ้ืนฐานสํานักงาน ส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสํานักการศึกษากรุงเทพมหานครทั่วประเทศ โดยแบ่ง เป็น 5 ภูมิภาค และแบ่งขนาดสถานศึกษา เป็นแบบขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวมท้ังส้ิน 380 แห่ง โดยสุ่มเป็นชั้นภูมิได้กลุ่มตัวอย่าง จํานวน 40,000 คน จากนั้นนํามากําหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตาม ตารางของ Krejcie and Morgan (1970 อ้างถึงใน บุญชม, 2543 : 40) เพ่อื เก็บรวบรวมข้อมูลได้ ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จํานวน 380 คน แล้วจึงเก็บข้อมลู จากกลุ่มตัวอย่าง โดยทําการแจกแบบสอบถาม มากกว่าจํานวนขนาดกลุ่มตัวอย่างและเมื่อรวบรวมแบบสอบถามที่มีข้อมูลครบตามจํานวนแล้วจึงนํา ขอ้ มูลมาวเิ คราะหห์ าคา่ เฉล่ีย ร้อยละ และประเมินความต้องการจําเป็นเพื่อนําผลสรุปที่ได้ไปสู่แนวทาง การพัฒนารปู แบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์

53  3.1.2 การศกึ ษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เม่ือศกึ ษาเอกสารตําราและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องแล้ว จึงได้ข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ โดยผูว้ ิจยั ไดด้ ําเนินการตามขัน้ ตอนดังภาพที่ 3-3 เร่ิมตน้ ศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ศึกษาเอกสารตาํ รา / รปู แบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการ บทความทางวิชาการ / งานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ งทง้ั ใน ศึกษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และตา่ งประเทศ สรุปข้อมูล ตรวจสอบโดย แกไ้ ข / ปรบั ปรุง อาจารย์ทปี่ รกึ ษา ไม่ผ่าน ผ่าน ได้ข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สน้ิ สดุ ภาพท่ี 3-3 ขัน้ ตอนการศกึ ษาขอ้ มูลแนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ที่เกย่ี วขอ้ ง การศึกษาข้อมูลเก่ียวกับแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ ศึกษาข้อมูลจากตาํ รา เอกสารตา่ ง ๆ และงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง เพือ่ ใหค้ รอบคลมุ หวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ี 3.1.2.1 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย ความหมายของการบริหารการศึกษา สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานความสําคัญของการบริหารสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ขอบข่ายการบริหารสถานศึกษา ขน้ั พนื้ ฐาน กฎหมายและระเบียบทางการบรหิ ารการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน

54 3.1.2.2 การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจําเป็นประกอบด้วยความหมายของ ความต้องการจําเป็นความหมายของการประเมินความต้องการจําเป็นจุดมุ่งหมายของการประเมิน ความต้องการจําเป็นประเภทของการประเมินความต้องการจําเป็นและขั้นตอนในการประเมินความ ตอ้ งการจําเปน็ 3.1.2.3 แนวคิดเก่ยี วกับการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วยความหมายของหลักสูตร ความสําคัญของหลักสูตรองค์ประกอบของหลักสูตรการพัฒนาหลักสูตรความหมายของการพัฒนา หลักสูตร แนวคิดของการพัฒนาหลักสูตร การนําหลักสูตรไปใช้ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกอบรมและ การประเมนิ หลักสตู รรูปแบบการประเมนิ ผลโครงการฝกึ อบรม 3.1.2.4 แนวคิดเก่ียวกับการเป็นนักฝึกอบรมประกอบด้วย ลักษณะของนักฝึกอบรมท่ีดี การเปน็ นกั ฝึกอบรมท่ดี ี การฝึกอบรมกบั การสอน บุคลกิ ภาพของวทิ ยากรหรอื นกั ฝกึ อบรม 3.1.2.5 หลักสตู รฝึกอบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย หลักการออกแบบของ ADDIE Model โดยนาํ มาประยุกต์ใช้ในการพฒั นาหลกั สูตรฝกึ อบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ 3.1.2.6 แนวทางการพฒั นาหลกั สูตรฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ความหมายของการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นตอนของการสร้างหลักสูตร อีเทรนนิ่ง 3.1.2.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร ฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และ งานวิจยั ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การพฒั นาหลกั สูตรนกั ฝึกอบรม เมื่อศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องแล้ว จึงรวบรวมข้อมูลเพ่ือกําหนดแนวคิดการวิจัยทํา การวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผล จากนน้ั นาํ ไปใหอ้ าจารยท์ ปี่ รกึ ษาเพื่อขอคําแนะนําแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ของอาจารยท์ ี่ปรึกษาตอ่ ไป 3.1.3 การร่างรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ วิธีดําเนินการ สร้างรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับร่าง) ได้จากการศกึ ษา ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เก่ียวข้อง โดยผู้วิจัยได้ดําเนินการตามข้ันตอน ดังภาพที่ 3-4

55  เรม่ิ ต้น ศกึ ษาเอกสารการสร้างรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ รา่ งรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ ไมผ่ ่าน ตรวจสอบโดย แกไ้ ข / ปรบั ปรุง อาจารย์ทีป่ รกึ ษา ผ่าน ไดร้ า่ งรปู แบบการฝึกอบรม สิ้นสุด บุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ภาพที่ 3-4 ข้ันตอนการร่างรปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ จากภาพที่ 3-4 แสดงขั้นตอนการร่างรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้วิจัยดําเนนิ การโดยศึกษาแนวคิด ทฤษฎี จากเอกสาร ตํารา และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้อง แล้วนาํ มาจดั ทาํ เปน็ ร่างรูปแบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ซงึ่ มีข้นั ตอน ในการดาํ เนินการ ดังตอ่ ไปน้ี 3.1.3.1 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการฝึกอบรม บุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ 3.1.3.2 สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาแล้วนํามาประยุกต์สร้างเป็นขั้นตอนและ องค์ประกอบของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพ่ือจัดทําเป็น ร่างรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ สจ์ ากนั้น นําไปให้อาจารย์ท่ีปรึกษา ตรวจสอบเพื่อพิจารณา ความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ (ฉบบั ร่าง)

56 3.1.4 การประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกสโ์ ดยวิธกี ารสมั มนากล่มุ เป็นการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ โดยผวู้ ิจัยได้ดาํ เนินการตามขัน้ ตอนดงั ภาพที่ 3-5     เร่มิ ตน้   ศึกษาและรวบรวมข้อมูลที่เก่ียวขอ้ งกับการสร้างแบบประเมนิ ความ - ศกึ ษาเอกสารตาํ รา /   เหมาะสมและแบบสัมภาษณ์ของรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากร บทความวิชาการ / ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ งานวจิ ยั ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง - ปรกึ ษาผูเ้ ชย่ี วชาญ     สร้างแบบประเมนิ ความเหมาะสมและแบบสมั ภาษณข์ องรูปแบบการ   ฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์     ไมผ่ ่าน ตรวจสอบโดย อาจารยท์ ป่ี รึกษา   แก้ไข/ปรบั ปรงุ ผ่าน       กําหนดผเู้ ชีย่ วชาญเพ่ือประเมนิ ความเหมาะสม ของรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์โดย     ตรวจสอบโดย อาจารยท์ ีป่ รึกษา   แก้ไข/ปรับปรุง ผ่าน ไม่ผ่าน ผู้เชีย่ วชาญประเมนิ ความเหมาะสมของรปู แบบฯโดยการจดั สัมมนากลุ่ม 1 ภาพท่ี 3-5 ขน้ั ตอนการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย

57  ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์โดยวิธีการสมั มนากลมุ่ 11 ไม่ผ่าน ตรวจสอบโดย แก้ไข/ปรบั ปรุง อาจารย์ทีป่ รกึ ษา ผ่าน ได้ผลการประเมินความเหมาะสม ของรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากร สิน้ สุด ทางการศึกษาดว้ ยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ภาพท่ี 3-5 (ตอ่ ) ขั้นตอนการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการพฒั นานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ โดยวิธกี ารสมั มนากลมุ่ ซ่ึงผู้วิจยั ไดด้ ําเนินการตามขนั้ ตอนดังตอ่ ไปน้ี 3.1.4.1 ศึกษาข้อมูลและสร้างเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูล ในการสร้างแบบประเมินเพื่อประเมิน ความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร ตํารา บทความวิชาการ งานวิจัย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเป็นแนวทางใน การสรา้ งแบบประเมนิ รูปแบบการพัฒนานกั ฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 3.1.4.2 สร้างเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยสังเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาเอกสาร ตํารา บทความวิชาการ งานวิจัย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แล้วจัดทําเคร่ืองมือท่ีจะเก็บรวบรวมข้อมูล จากการประเมินรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้แก่ แบบประเมิน จากนั้นนําไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบเพื่อพิจารณา ความเหมาะสมของเครือ่ งมือในการเก็บรวมรวมข้อมลู 3.1.4.3 กําหนดผู้เช่ียวชาญ แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 11 ท่าน ซ่ึงเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่คัดเลือกตามเกณฑ์ทกี่ ําหนดคือ ผู้เชี่ยวชาญเก่ียวกับการบริหารหลักสูตรฝึกอบรมผู้บริหารสถานศึกษา ที่จัดการเรียนการสอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานสํานักงานส่งเสริม การศึกษาเอกชน และ สํานักการศึกษากรุงเทพมหานครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ให้ข้อมูลโดยการสัมมนา กลุ่มหลกั สูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เกี่ยวกับความเหมาะสมเพื่อหาคุณภาพของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ท่ีผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

58 3.1.4.4 ผู้เช่ียวชาญประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับองค์ประกอบ ข้ันตอนของระบบประเมินในภาพรวม ข้ันตอนย่อย ๆ ของรูปแบบซ่ึงประกอบด้วย 1) ข้ันตอนการวิเคราะห์ความต้องการจําเป็นของการฝึกอบรม (Performance Analysis) 2) ข้ันตอนการออกแบบการฝึกอบรม (Design) 3) ข้ันตอนการทดลองใช้ หลักสูตรฝึกอบรม (Development) 4) ขั้นตอนการนําการฝึกอบรมไปใช้จริง (Implementation) และ 5) ข้นั ตอนการประเมนิ ผลการฝึกอบรม (Evaluation) โดยวิธกี ารจดั สัมมนากล่มุ 3.1.4.5 สรุปผลข้อมูลท่ีได้จากการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จากนั้นเสนออาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อพิจารณา ปรับปรงุ แกไ้ ขตามข้อแนะนาํ ของผู้เช่ียวชาญและอาจารย์ทีป่ รึกษา 3.1.5 การพัฒนาหลักสตู รฝึกอบรมนักฝกึ อบรมตามรปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ การสร้างหลักสูตรนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อเิ ลก็ ทรอนิกสโ์ ดยผวู้ จิ ยั ได้ดาํ เนนิ การตามขน้ั ตอนดังภาพที่ 3-6

59  เร่ิมต้น - สภาพปัจจุบันและความต้องการจําเป็น ในการพฒั นาหลกั สูตรฝกึ อบรมฯ กาํ หนดหัวขอ้ เร่ืองหลักสตู รฝึกอบรม - เอกสาร ตาํ รา งานวิจัย ผเู้ ช่ียวชาญ กาํ หนดวตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู รฝึกอบรม สือ่ ออกแบบและสร้างหลกั สูตรฝึกอบรม กิจกรรม เนื้อหา ไมผ่ ่าน ตรวจสอบโดย ประเมินผล อาจารย์ท่ีปรึกษา แก้ไข/ปรบั ปรงุ ผา่ น กําหนดและแต่งต้งั ผูเ้ ช่ียวชาญ ไม่ผ่าน ตรวจสอบ โดยผ้เู ชย่ี วชาญ แก้ไข/ปรบั ปรุง ผ่าน ด้านสภาวะแวดลอ้ ม วเิ คราะห์ สรปุ ผลการประเมนิ ดา้ นปัจจัยเบื้องต้น ไม่ผ่าน ตรวจสอบโดย อาจารย์ที่ปรึกษา แกไ้ ข/ปรบั ปรงุ ผ่าน ไดห้ ลกั สูตรฝึกอบรมฯ ฉบับร่าง สิ้นสุด ภาพท่ี 3-6 ขั้นตอนการพฒั นาหลักสตู รนกั ฝกึ อบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษา ดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์

60 ขนั้ ตอนการพฒั นาหลักสตู รฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ สผ์ ู้วจิ ัยไดด้ ําเนนิ การตามขั้นตอน ดงั ต่อไปนี้ 3.1.5.1 ผู้วิจัยกําหนดหัวข้อเร่ืองหลักสูตรฝึกอบรม โดยการวิเคราะห์และสรุปผลจาก การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและความต้องการจําเป็นในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม นักฝกึ อบรมตามรูปแบบการการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 3.1.5.2 ผู้วจิ ัยกําหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของแต่ละหัวข้อเรื่อง เพื่อกําหนดรายละเอียด และขอบเขตเนอ้ื หาทีจ่ ะใชฝ้ ึกอบรมในข้นั ตอนตอ่ ไป 3.1.5.3 ผู้วิจัยออกแบบหลักสูตรฝึกอบรมโดยการวิเคราะห์หัวข้อเร่ือง ตามเน้ือหาที่ต้อง จัดฝึกอบรม ซ่ึงได้จํานวน 5 หัวข้อเร่ือง แล้วนําท้ัง 5 หัวข้อเรื่องไปวิเคราะห์หาหัวข้อย่อยโดยใช้ทฤษฎี การวิเคราะห์หัวเร่ือง (Topic Analysis) เพื่อกําหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม เน้ือหาการฝึกอบรม ส่อื ประกอบการฝึกอบรม กจิ กรรมทเ่ี กีย่ วข้องกับการฝกึ อบรม โดยมีสว่ นประกอบดังน้ี 3.1.5.3.1 ใบเนื้อหาเป็นเนื้อหาท่ีสร้างข้ึนตามวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมและ ออกแบบโดยใช้รูปภาพเป็นหลัก ประกอบกับคําอธิบายสั้น ๆ ซึ่งใบเนื้อหานี้นอกจากจะใช้สําหรับ นักฝึกอบรม ท่ีบรรยายเตรียมความพร้อมแล้ว ยังสามารถใช้แจกให้กับผู้รับการฝึกอบรมเพื่อใช้ทบทวน หรอื ศึกษาเพิ่มเตมิ ในภายหลงั ด้วย 3.1.5.3.2 ใบแบบฝึกหัด ใช้สําหรับการตรวจสอบและตรวจปรับความรู้ของ ผ้เู ขา้ รับการฝึกอบรมภายหลังจากผา่ นการอบรมเนอื้ หาในแต่ละหัวขอ้ เรือ่ ง นอกจากน้ียังใช้เป็นเคร่ืองมือ สําหรับหาประสทิ ธภิ าพของชดุ ฝึกอบรม กาํ หนดให้เปน็ ค่าประสิทธิภาพ (E1) 80 ตัวแรก 3.1.5.3.3 ใบแบบทดสอบใช้สําหรับวัดผลสัมฤทธิ์หลังการฝึกอบรมในแต่ละ หัวข้อเร่ืองว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความก้าวหน้าในการอบรมเป็นอย่างไร นอกจากน้ีแบบทดสอบทั้ง 5 หัวข้อเร่ือง นอกจากน้ียังใช้เป็นเครื่องมือสําหรับหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรม (E2) ซ่ึงเป็น 80 ตวั หลงั 3.1.5.3.4 ใบเฉลยแบบฝึกหัด เป็นแนวทางสําหรับขั้นสําเร็จผลเพื่อให้ผู้เข้ารับ การฝึกอบรมได้รับทราบถึงความก้าวหน้าของการอบรมในภาคทฤษฎี นอกจากน้ีใบเฉลยแบบฝึกหัด ยงั สามารถ ชว่ ยลดระยะเวลาในการเฉลยคาํ ตอบแกผ่ ้เู ขา้ รับการฝกึ อบรมให้กับวทิ ยากรด้วย 3.1.5.3.5 ส่ือประกอบการบรรยายเพื่อให้การบรรยายในแต่ละหัวข้อเรื่องมี ประสิทธิภาพมากยง่ิ ขน้ึ ผวู้ จิ ัยได้จัดทาํ ส่อื ทใี่ ช้ในการอบรมเป็นPower Point 3.1.5.4 นําเสนอหลักสูตรฝึกอบรมท่ีพัฒนาเสร็จแล้วให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบถ้ามี การปรับปรุงแก้ไขจะทําการปรับปรุงแก้ไขแล้วนําเสนอให้อาจารย์ท่ีปรึกษาตรวจอีกครั้ง เม่ือปรับปรุง แก้ไขเสรจ็ แลว้ จะได้หลกั สตู รฝึกอบรมท่ีสมบรู ณ์พรอ้ มสง่ ให้ผเู้ ชย่ี วชาญประเมนิ ต่อไป

61  3.1.5.5 กําหนดจํานวน คณุ สมบตั แิ ละแต่งต้ังผู้เช่ียวชาญ ซ่ึงเป็นผู้เช่ียวชาญด้านการพัฒนา หลกั สตู รนกั ฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จํานวน 5 ท่าน โดยผู้เชี่ยวชาญท่ีเป็นกลุ่มเป้าหมายพิจารณาตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะในด้านความเหมาะสม และด้านความเที่ยงตรง โดยประยุกต์ใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Item Objective Congruence Index : IOC) แบ่งออกเป็น 7 สว่ น ดงั นี้ ส่วนท่ี 1 การประเมินความเหมาะสมของหลกั สูตรฝึกอบรม ส่วนท่ี 2 การประเมนิ ความสอดคลอ้ งระหว่างหัวขอ้ เรื่องกับหลักสูตรฝกึ อบรม ส่วนท่ี 3 การประเมนิ ความสอดคลอ้ งระหว่างวตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมกับหวั ขอ้ เร่อื ง สว่ นที่ 4 การประเมนิ ความสอดคล้องระหว่างวตั ถุประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมกับเน้อื หา ส่วนที่ 5 การประเมินความสอดคลอ้ งระหว่างวตั ถปุ ระสงค์เชิงพฤติกรรมกับแบบทดสอบ ส่วนท่ี 6 การประเมนิ ความสอดคลอ้ งระหวา่ งวัตถุประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมกับส่อื การสอน ส่วนที่ 7 การประเมนิ ความสอดคล้องระหวา่ งวตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมกบั วธิ ีสอน การสร้างแบบประเมินความสอดคล้องโดยหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC : Index of Item Objective Congruence) เปน็ การให้ผ้เู ช่ียวชาญแสดงความคิดเหน็ โดยการตอบดังน้ี ถ้าแน่ใจว่ามคี วามสอดคลอ้ ง ให้ทาํ เครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง +1 ถา้ ไมแ่ น่ใจว่ามีความสอดคล้อง ให้ทําเคร่อื งหมาย  ลงในช่อง 0 ถ้าแน่ใจวา่ ไมส่ อดคล้อง ใหท้ าํ เครอ่ื งหมาย  ลงในช่อง -1 เกณฑส์ ําหรับพจิ ารณาผลการประเมนิ ถ้าแต่ละข้อมีค่า IOC ต้งั แต่ 0.50-1.00 แสดงว่าผ้เู ชีย่ วชาญ มคี วามคดิ เห็นว่า ในหัวข้อดงั กล่าวมคี วามสอดคล้องกัน แต่ถ้าค่า IOC น้อยกว่า 0.50 แสดงว่า ผู้เชี่ยวชาญ มคี วามเห็นว่าหวั ขอ้ ไม่มคี วามสอดคลอ้ งกัน ต้องปรบั ปรงุ แกไ้ ข (สุวมิ ล, 2550 : 166) นอกจากนี้ยังมีเครื่องมืออื่น ๆ ท่ีสร้างขึ้นเพ่ือให้ผู้เช่ียวชาญประเมินความเหมาะสมผลเพิ่มเติม ไดแ้ ก่ แบบประเมินความเหมาะสมของแบบประเมินผลการฝึกอบรมของผู้เข้ารับการอบรมแบบประเมิน ความเหมาะสมของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการนําความรู้ และทักษะที่ได้รับจากการฝึกอบรม ด้วยหลักสูตรฝึกอบรมรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านการฝึกอบรมไปใชข้ องผู้บังคับบัญชา แบบประเมินความเหมาะสมของแบบประเมินความพึงพอใจ ตอ่ การนาํ ความรู้ และทักษะทไ่ี ด้รบั จากการฝึกอบรมดว้ ยหลกั สูตรฝึกอบรมรปู แบบการพัฒนานักฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ท่ีผ่านการฝกึ อบรมไปใชข้ องครผู ้เู ข้ารับการฝึกอบรม โดยใช้รปู แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแบบของ Likert หลังจาก ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้วิจัยนํามาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ แล้วแปลความหมายตาม แนวทางของบุญชม (2543 : 100) ดงั นี้

62 4.51-5.00 หมายถงึ ผลการประเมินความเหมาะสมอยใู่ นระดบั มากท่ีสดุ 3.51-4.50 หมายถึง ผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 2.51-3.50 หมายถึง ผลการประเมนิ ความเหมาะสมอยใู่ นระดับปานกลาง 1.51-2.50 หมายถงึ ผลการประเมนิ ความเหมาะสมอยใู่ นระดับนอ้ ย 1.00-1.50 หมายถงึ ผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับน้อยท่สี ุด จากนน้ั ผ้วู จิ ัยได้นําผลทไ่ี ดจ้ ากการวเิ คราะห์ สรปุ และแปลผล เสนออาจารยท์ ป่ี รึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อพิจารณาและทําการปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนําของที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ก็จะได้หลักสูตรฝึกอบรม ก่อนนาํ ไปทดลองใช้ (Try-out) ต่อไป 3.1.6 ทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Try-out) ในข้ันตอนน้ีผู้วิจัยได้นําเคร่ืองมือในการวิจัยได้แก่หลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับร่าง) ท่ีผ่านการประเมนิ คุณภาพจาก ผู้เชย่ี วชาญและท่ีปรกึ ษาวทิ ยานิพนธเ์ หน็ ชอบแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มทดลองคือ หัวหนา้ ฝา่ ย หัวหน้า กลุ่มสาระหวั หนา้ งานหรอื ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย ให้ทําหน้าที่นักฝึกอบรมในสถานศึกษาให้เข้ารบั การฝึกอบรม และประเมินเป็นนักฝึกอบรม มีความสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เน้ือหาภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้กบั ครผู ู้เขา้ รบั การฝึกอบรมเพอื่ เปน็ นักฝกึ อบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์หรือผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมายจาก สถานศึกษาการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน จํานวน 15 คน โดยคัดเลือกตามเกณฑ์ท่ีกําหนดผู้วิจัยได้ดําเนินการตาม ข้นั ตอนไดแ้ ก่ จัดเตรียมเอกสารหลักสูตรฝึกอบรมและเอกสารประกอบการฝึกอบรม คัดเลือกนักฝกึ อบรม ตามเกณฑ์การคัดเลือกขั้นตอนการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม (Try-out) จะแสดงในภาพที่ 3-7 ดงั ตอ่ ไปนี้

63  เร่ิมตน้ เลอื กกลมุ่ ทดลอง จัดเตรยี มความพรอ้ มการจดั ฝกึ อบรม ทดลองใช้หลักสตู รฝึกอบรมกล่มุ ผู้เช่ียวชาญฯ ไม่ผ่าน ประเมินผล การทดลอง แก้ไข / ปรับปรงุ ผ่าน แก้ไข / สรุปผลการทดลอง คะแนนผลสัมฤทธ์ภิ าคทฤษฎี ปรับปรุง รอ้ ยละ 80/80 ตรวจสอบโดย ไมผ่ า่ น อาจารย์ท่ปี รกึ ษา ความเช่ือม่นั แบบทดสอบ ความพึงพอใจของผ้เู ข้าอบรม ผ่าน ได้ผลการทดลองใชห้ ลักสูตร ส้นิ สดุ ฝกึ อบรมนักฝกึ อบรมฯ ภาพที่ 3-7 ขน้ั ตอนการนาํ หลกั สตู รฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรปู แบบการการฝกึ อบรมบุคลากร ทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ สไ์ ปทดลองใช้ (Try-out) หลังจากเตรียมการฝึกอบรมเสร็จเรียบร้อยแล้วดําเนินการฝึกอบรมตามหลักสูตรฝึกอบรมกับ กลุ่มทดลองท่ีเป็นกลุ่มเป้าหมายซ่ึงหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการการฝกึ อบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ท่ีผู้วิจัยพัฒนาข้ึนจะประกอบด้วย 5หัวข้อเร่ือง โดยแต่ละหัวข้อ จะมแี ผนการฝึกอบรม ประกอบดว้ ย วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ใบเนือ้ หา ใบทดสอบ สอื่ และวธิ ฝี ึกอบรม

64 ผู้วิจัยได้ทําการประเมินผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม โดยการนําคะแนนแบบฝึกหัดและ แบบทดสอบของแต่ละหัวข้อเร่ือง มาหาค่าผลสัมฤทธ์ิของคะแนนเฉล่ียร้อยละของภาคทฤษฎีตามแบบ จําลองซิปป์ (CIPP Model) ของ Daniel L. Stufflebeam (Stufflebeam, 1971) ได้ผลสัมฤทธิ์ คะแนนเฉลี่ยรอ้ ยละภาคทฤษฎี E1/E2 = 80.17 / 83.32 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ท่ีกําหนดไว้ คือร้อยละ 80/80 แสดงให้เหน็ วา่ หลักสตู รฝกึ อบรมสามารถนําไปใช้ฝึกอบรมไดจ้ ริง ผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค โดยการนําคะแนนท่ีได้จากการทําแบบทดสอบของรายหัวข้อท้ัง 5หัวข้อของหลักสูตรฝึกอบรมมีค่า ความเช่อื มน่ั ระหว่าง 0.703-0.827ซึ่งมีความเชอ่ื มน่ั ระดบั ปานกลางคอ่ นข้างไปทางสูง ภายหลังการส้ินสุดการฝึกอบรมในข้ันตอนการนําหลักสูตรไปทดลองใช้ ได้ทําการประเมินผล ความพึงพอใจแล้วนําผลท่ีได้มาหาค่าความเชื่อม่ันของแบบสอบถามการประเมินความพึงพอใจของ แบบประเมินผลการฝึกอบรมสําหรับผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการการฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์พบว่า มีค่าความเชื่อม่ันเทา่ กับ 0.731 (รายละเอียดใน ภาคผนวก ข หนา้ 154) และผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรมมีความพงึ พอใจต่อการฝึกอบรมในระดบั มากขึน้ ไป จากน้ันผู้วิจัยได้นําผลที่ได้จากการวิเคราะห์ สรุป และแปลผลเสนออาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพ่ือพิจารณาและทําการปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนําของอาจารย์ที่ปรึกษาวทิ ยานิพนธ์ ซ่ึงจะได้หลักสูตร ฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ฉบับ สมบรู ณ์ กอ่ นนําหลักสูตรไปใช้ในการฝึกอบรมจรงิ กบั กล่มุ เปา้ หมาย ในขน้ั ตอนต่อไป 3.1.7 การนําหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ไปใชจ้ ริง (Implementation) ข้ันตอนการนําหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกสผ์ ู้วิจัยได้นําหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(ฉบับสมบูรณ์)ท่ีผ่านการปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนําของท่ีปรึกษา วิทยานิพนธ์ หลังจากนําไปทดลองใช้แล้ว ไปใช้จริงกับกลุ่มนักฝึกอบรม จํานวน 20 คน ซ่ึงไม่ใช่กลุ่ม เดยี วกบั ท่ใี ช้ทดลองโดยคัดเลอื กจาก หวั หน้าฝ่าย หวั หนา้ งาน และหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ การนําหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ไปใช้ในจรงิ ผวู้ จิ ัยได้ดาํ เนินการตามขนั้ ตอนดังภาพท่ี 3-8

65  เรม่ิ ต้น กาํ หนดกลุ่มเป้าหมาย เอกสาร เตรียมความพร้อมในการฝกึ อบรม เครอ่ื งมอื /อุปกรณ์ ดาํ เนินการฝกึ อบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ สถานที่ วิเคราะหข์ ้อมลู และสรปุ ผลการฝึกอบรม ผลสัมฤทธค์ิ ะแนน ภาคทฤษฎีรอ้ ยละ 80/80 ผลสมั ฤทธค์ิ ะแนน ภาคปฏบิ ัติ 75% แกไ้ ข/ ตรวจสอบโดย ความพึงพอใจของ ปรบั ปรุง อาจารยท์ ีป่ รกึ ษา ผเู้ ข้าอบรม ไมผ่ ่าน ผ่าน ได้ข้อมูลจากการนํา หลักสตู รฝึกอบรมไปใชจ้ ริง ส้ินสดุ ภาพท่ี 3-8 ขั้นตอนการนําหลักสูตรฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรมตามรปู แบบการการฝึกอบรมบุคลากรทาง การศกึ ษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ สไ์ ปใชจ้ รงิ (Implementation) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยคือ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้หรือผู้ท่ีได้รับ มอบหมายจากสถานศึกษาให้เข้ารบั การฝึกอบรมและประเมินเป็นนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์และมีความสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้เนื้อหาภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ให้กับครูผู้เข้ารับการฝึกอบรมเพ่ือเป็นนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยการเลอื กตามเกณฑ์ที่กําหนด ซึ่งในการใช้หลักสูตรฝึกอบรมคร้ังน้ี ใช้กลุ่มเป้าหมายจากสถานศึกษา ที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จํานวน 20 คน โดยผู้วิจัยได้เตรียมความพร้อมในการจัดฝึกอบรม ได้แก่ การกําหนดเกณฑ์การคัดเลือก การกําหนดกลุ่มเป้าหมาย การเตรียมเอกสาร คู่มือ เคร่ืองมือ สถานที่ โสต สื่อ และจัดประชุมเพื่อชี้แจง แนะนําการใช้หลักสูตรฝึกอบรม และดําเนินการฝึกอบรมให้กับ

66 กลุ่มเป้าหมายเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรฝึกอบรมตามเกณฑ์ที่กําหนดโดยเกณฑ์ประเมิน ผลสัมฤทธ์ิด้านทฤษฎี (E1/E2) ไม่ต่ํากว่า 80/80 และเกณฑ์ประเมินผลสัมฤทธิ์ด้านปฏิบัติไม่ตํ่ากว่า รอ้ ยละ75 ซง่ึ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี ด้านทฤษฎีใช้ข้อมลู ค่าเฉล่ยี จากคะแนนการทําแบบฝึกหดั และแบบทดสอบดังน้ี 1. แบบฝกึ หดั เพื่อใช้หาผลสมั ฤทธริ์ ะหวา่ งการฝึกอบรม (E1) 80 ตวั แรก 2. แบบทดสอบ เพือ่ ใชห้ าผลสัมฤทธหิ์ ลงั การฝกึ อบรม (E2) 80 ตวั หลัง ด้านปฏบิ ัตใิ ชข้ ้อมลู ค่าเฉล่ียจากคะแนนประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านระหวา่ งการฝึกอบรม ดังนี้ 1. แบบประเมินผลการฝกึ อบรมภาคปฏิบัตเิ พือ่ ใช้หาผลสมั ฤทธ์ิตามเกณฑ์ทร่ี อ้ ยละ 75 การประเมินผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเป็นการประเมินความพึงพอใจ โดยใช้แบบมาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดบั (Rating Scale) ของ Likert 3.1.8 การประเมนิ และติดตามผล เป็นข้ันตอนการประเมินและติดตามผลการฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย หลังจากเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ แล้วนําหลักสูตรรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ประเมิน การจดั การเรยี นการสอนของตนเอง ผ้วู จิ ยั ได้ดําเนินการตามข้นั ตอน ดังภาพที่ 3-9

เร่มิ ต้น 67  กาํ หนดแผนการตดิ ตามผล นาํ เครื่องมอื ไปใชเ้ ก็บรวบรวมขอ้ มลู ความพงึ พอใจ วเิ คราะห์ผลและสรปุ ผลข้อมูล ผบู้ งั คับบัญชา ความพงึ พอใจ ครูผู้รบั ฝกึ อบรม แก้ไข/ปรบั ปรุง ตรวจสอบโดย ไมผ่ ่าน อาจารย์ทปี่ รึกษา ผ่าน ไดผ้ ลการประเมนิ ฯ สน้ิ สดุ ภาพที่ 3-9 ขนั้ ตอนการประเมนิ และตดิ ตามผล การประเมินและติดตามผลหลังการฝกึ อบรมนักฝกึ อบรมตามรปู แบบการการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้วิจัยได้สร้างเคร่ืองมือซึ่งเป็นแบบประเมินและติดตามความ พงึ พอใจเพ่อื เก็บรวบรวมข้อมูลและวเิ คราะห์ผลจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งติดตามและประเมินผล การนํารูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของนักฝึกอบรมที่ผ่าน การฝกึ อบรมโดยการประเมินความพงึ พอใจจากผบู้ ังคบั บญั ชาตอ่ การนําความรู้ และทักษะที่ได้รับจาก การฝึกอบรมด้วยหลักสูตรฝึกอบรมรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ท่ีผ่านการฝึกอบรมไปใช้ของนักฝึกอบรม และครูผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อการนําความรู้ และทกั ษะทไ่ี ด้รับจากการฝึกอบรมด้วยหลักสูตรฝึกอบรมรูปแบบการพัฒนานักฝึกอบรมบุคลากรทาง การศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ท่ีผ่านการฝึกอบรมไปใช้ว่ามีความพึงพอใจอยู่ในระดับใด ซ่ึงแบบ ประเมนิ ผลทีน่ าํ มาใช้ยงั ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากผู้เช่ียวชาญว่ามีความเหมาะสมในระดับมาก

68 ทงั้ 2 สว่ น โดยมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแบบของ Likert หลังจากนั้น ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลแล้วนําผลที่ได้ไปวิเคราะห์และสรุปผลเพื่อการประเมินผลผลิต (Product Evaluation Results) โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการแปลความหมายของค่าเฉล่ียผู้วิจัยได้กําหนด ช่วงของคา่ เฉลีย่ ตามแนวทางของบุญชม (2543 : 100) ดงั น้ี 4.51-5.00 หมายถงึ ผลการประเมินอยใู่ นระดับมากท่ีสดุ 3.51-4.50 หมายถึง ผลการประเมินอยใู่ นระดบั มาก 2.51-3.50 หมายถงึ ผลการประเมนิ อยใู่ นระดับปานกลาง 1.51-2.50 หมายถึง ผลการประเมินอย่ใู นระดับน้อย 1.00-1.50 หมายถึง ผลการประเมนิ อยู่ในระดบั นอ้ ยทีส่ ุด ผู้วิจัยได้ประเมินและติดตามผลการนํารูปแบบการพัฒนาหลักสูตรนักฝึกอบรมตามรูปแบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้ประเมินประสิทธิภาพและพัฒนา หลักสูตรฯ จากผู้บังคับบัญชาของกลุ่มนักฝึกอบรมที่ผ่านการฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย จํานวน 20 คน เป็นผู้ประเมิน หลังจากนั้นได้ทําการคัดเลือกนักฝึกอบรมท่ีผ่านการฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมายมาจํานวน 5 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง และให้มาทําการฝึกอบรมครู โดยนักฝึกอบรม 1 คน ฝึกอบรมครู จํานวน 5 คน โดยการนาํ รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้จริง ซึ่งมีจํานวนครูรวมท้ังส้ิน 25 คน ทั้งนี้มาจากตัวแทน ของโรงเรียน จํานวน 5 แหง่ แหง่ ละ 5 คน ซึง่ ผวู้ ิจยั ไดก้ าํ หนดแผนการติดตามภายหลงั จากการฝกึ อบรม ผ่านไปเป็นเวลา 1 เดือน โดยการติดตามผลว่ากลุ่มนักฝึกอบรมที่ผ่านการฝึกอบรมได้นํารูปแบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ไปใช้แล้วมคี วามเหมาะสมหรือไม่อย่างไร โดยผู้บังคับบัญชาของนักฝึกอบรมที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วนําหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้จํานวน 5 คน และให้ครผู ูเ้ ขา้ รับการอบรมทัง้ 25 คน เปน็ ผ้ตู อบแบบสอบถาม จากนั้นเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการประเมินผลผลิต (Product Evaluation Results) แล้วนาํ เสนอตอ่ อาจารย์ท่ปี รกึ ษาวิทยานิพนธ์เพ่ือตรวจสอบความสมบูรณ์จากนั้น นําผลการวิจัย ทไ่ี ดไ้ ปเขียนรายงานการวิจยั เปน็ ลาํ ดับตอ่ ไป 3.2 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการวิจัยคร้งั นี้ ผวู้ จิ ยั ได้ใชส้ ถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มูล มีรายการดังตอ่ ไปนี้ 3.2.1 การหาคา่ ความเชื่อมัน่ 3.2.1.1 วิธสี มั ประสทิ ธ์แิ อลฟาของครอนบาค (ล้วน และองั คณา, 2543 : 200)  n   S 2  (3-1)  1 i    n 1 S 2 t

S 69  เม่อื  แทนค่าสัมประสทิ ธ์ิของความเชือ่ ม่ัน แทนจาํ นวนขอ้ ของเครอ่ื งมือวดั แทนความแปรปรวนของรายข้อ แทนความแปรปรวนของคะแนนรวม 3.2.2 ดชั นีความสอดคลอ้ ง (Item Objective Congruence : IOC) (ล้วน และอังคณา, 2543 : 249) IOC =  R (3-2) N เม่ือ IOC แทนค่าดชั นคี วามสอดคล้อง R แทนผลรวมของคะแนนจากการพจิ ารณาของผเู้ ชย่ี วชาญ แทนจํานวนผเู้ ชย่ี วชาญ 3.2.3 การหาค่าความตรงเชิงเนอ้ื หาแบบ CVR (Lawshe, 1975 : 568) CVR = Ne  N / 2 (3-3) (3-4) N/2 เมอ่ื Ne = ผู้เชีย่ วชาญทเ่ี หน็ ด้วยหรอื เห็นว่าเหมาะสม N/2 = คร่ึงหน่ึงของผเู้ ชี่ยวชาญท้ังหมด 3.2.4 การหาประสิทธภิ าพชดุ ฝึกอบรมตามเกณฑ์ E1/ E2 (เสาวนยี ์, 2528 : 295) E1 = X/N  100 A E2 = Y/N 100 (3-5) B เมอ่ื E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ คิดจากคะแนนแบบฝึกหัด E2 แทน ประสทิ ธิภาพของผลสัมฤทธิ์ คิดจากคะแนนการทดสอบหลงั เรียน x แทน ผลคะแนนรวมจากการทําแบบฝึกหัด y แทน ผลคะแนนรวมจากการทําแบบทดสอบหลังเรยี น N แทน จํานวนผเู้ ข้ารับการฝึกอบรม A แทน คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหดั B แทน คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบ 3.2.5 การหาประสทิ ธิภาพชดุ ฝึกอบรมด้านปฏิบัตติ ามเกณฑไ์ ม่ตาํ่ กว่าร้อยละ 75 (บุญชม, 2545 : 101) p = f  100 (3-6) N

70 (3-7) เมือ่ p คอื คา่ รอ้ ยละ f คอื ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เปน็ ค่ารอ้ ยละ N คอื จํานวนความถ่ีท้งั หมด 3.2.6 การเรยี งลําดับความสําคญั ของขอ้ มูล (สวุ ิมล, 2550 : 279) PNI Modified = ሺூି஽ሻ஽ เมื่อ PNI คือ ดัชนลี าํ ดับความสาํ คญั ของความตอ้ งการจาํ เปน็ I คือ ค่าเฉล่ียของสภาพทค่ี วรจะเป็น D คอื คา่ เฉล่ียของสภาพที่เป็นอยู่

บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั การวิจัยเรื่อง การพัฒนานักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเล็กทรอนกิ ส์ มีวตั ถุประสงค์การวจิ ยั เพื่อ 1) พฒั นาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2) พัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของหลักสูตร ฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ ฝึกอบรมนักฝกึ อบรมดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ โดยนาํ เสนอผลการวจิ ยั เป็น 3 ส่วน ดงั นี้ 1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 2. ผลการพัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 3. ผลการพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 4.1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผลการศกึ ษาสภาพปจั จุบันและความตอ้ งการหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ตอบแบบสอบถามจากสถานศึกษาการศึกษาข้ัน พ้นื ฐาน แยกตามสงั กัดตา่ ง ๆ ประกอบดว้ ย สํานักงานการศึกษาขั้นพ้ืนฐานสํานกั งานส่งเสริมการศึกษา เอกชน และสาํ นักการศึกษากรุงเทพมหานคร โดยมรี ายละเอยี ดผลการประเมนิ ดงั น้ี 1. ผลการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและความต้องการจําเป็นในการกําหนด แนวทางพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ ทีเ่ ป็นผตู้ อบแบบสอบถาม ดังปรากฏผล ในตารางที่ 4-1 ตารางที่ 4-2 1.1 สถานภาพท่วั ไป ผู้วจิ ัยไดร้ วบรวมข้อมูลเก่ยี วกบั สถานภาพท่ัวไปจากการสอบถามผ้ตู อบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่ม ตวั อยา่ ง จํานวน 318 คน ดังปรากฏผลในตารางที่ 4-1

72 ตารางท่ี 4-1 จาํ นวนและรอ้ ยละสถานภาพทวั่ ไปของผู้รบั การสอบถาม สถานภาพทวั่ ไป จํานวน รอ้ ยละ เพศ 49.06 50.94 ชาย 156 100 หญงิ 162 3.46 34.91 รวม 318 32.70 28.93 อายุ 100 ตํา่ กวา่ 30 ปี 11 26.73 63.52 30 ปีขึ้นไป - 40 ปี 111 9.75 100 40 ปีขน้ึ ไป - 50 ปี 104 4.09 มากกว่า 50 ปีข้ึนไป 92 41.82 20.75 รวม 318 19.50 13.84 วุฒิการศกึ ษาสงู สดุ 100 ปริญญาตรี 85 53.80 23.90 ปริญญาโท 202 22.30 100 ปริญญาเอก 31 รวม 318 ตาํ แหน่งงานในปัจจุบนั ผอู้ ํานวยการ 13 รองผู้อาํ นวยการ 133 หวั หน้าฝา่ ย 66 หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 62 หวั หนา้ งาน 44 รวม 318 ประเภทสถานศกึ ษาท่สี ังกัด สํานกั งานการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน 171 สํานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษาเอกชน 76 สํานักการศึกษากรุงเทพมหานคร 71 รวม 318

73 ตารางที่ 4-1 (ตอ่ ) จํานวน ร้อยละ สถานภาพทัว่ ไป 54 16.98 พ้ืนที่ทส่ี ถานศกึ ษาตั้งอยู่ 52 16.35 ภาคเหนือ 61 19.18 ภาคใต้ 46 14.47 ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื 105 33.02 ภาคกลาง 318 100 ภาคตะวันออกและกรงุ เทพฯ รวม จากตารางที่ 4-1 แสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่มอี ายุ 30 ปีขึ้นไป – 40 ปี มีวุฒิการศึกษาส่วนใหญ่ในระดับปริญญาโท และปริญญาตรี ตามลําดับ โดยมีตําแหน่งในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นรองผู้อํานวยการ หัวหน้าฝ่าย และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามลําดับ นอกจากน้ียังมีประสบการณ์ในการทํางานในตําแหน่ง ปัจจุบันส่วนใหญ่มากกว่า 15 ปีขึ้นไป โดยสังกัดสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานส่งเสริม การศึกษาเอกชน และสํานักการศึกษากรุงเทพมหานคร ตามลําดับ พ้ืนท่ีที่สถานศึกษาต้ังอยู่ส่วนใหญ่ อยูภ่ าคตะวันออกและกรงุ เทพฯ ตารางท่ี 4-2 จํานวนและค่าร้อยละทเ่ี กยี่ วข้องกับความคิดเหน็ สภาพปัจจบุ นั และความตอ้ งการจําเปน็ ในการพฒั นาถ้ามีการจดั การฝึกอบรมเกี่ยวกบั การพฒั นานกั ฝกึ อบรมตามรปู แบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนิกสโ์ ดยผตู้ อบแบบสอบถาม การจดั การฝกึ อบรม จํานวน รอ้ ยละ ปัจจุบนั สถานศกึ ษาของทา่ น มีการฝึกอบรมสาํ หรับบคุ ลากรทาง การศึกษาทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาหรือไม่ มี 315 99.04 ไมม่ ี 3 0.96 รปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาของ ทา่ นในปจั จุบันเป็นแบบใด รูปแบบอบรมปกติ 284 89.31 รูปแบบการฝกึ อบรมด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 34 10.69

74 ตารางท่ี 4-2 (ตอ่ ) จาํ นวน ร้อยละ การจัดการฝกึ อบรม 4 1.27 131 41.19 ความถี่ของการอบรม/สัมนา 122 38.36 ไมเ่ คย 61 19.18 น้อยกว่า 3 ครัง้ /ปีการศกึ ษา 3-5 ครง้ั /ปีการศกึ ษา 303 95.28 มากกว่า 5 คร้งั /ปกี ารศกึ ษา 15 4.72 ถา้ มีการจดั การฝกึ อบรมเกี่ยวกับการพฒั นานกั ฝึกอบรมตามรูปแบบ 298 93.71 การฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ 20 6.29 ทา่ นเห็นดว้ ยหรอื ไม่ เหน็ ดว้ ย ไมเ่ ห็นดว้ ย ถ้ามกี ารจัดการฝกึ อบรมเก่ียวกับการพฒั นานกั ฝึกอบรมตามรปู แบบ การฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ใหก้ บั ผู้ใตบ้ งั คบั บัญชาของท่าน ทา่ นเห็นดว้ ยหรอื ไม่ เหน็ ดว้ ย ไม่เห็นด้วย จากตารางท่ี 4-2 ผู้ตอบแบบสอบถามได้แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสภาพปัจจุบันและความต้องการ จาํ เปน็ ในการพฒั นารปู แบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยสถานศึกษา ของผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ กี ารฝึกอบรมสําหรบั บคุ ลากรทางการศึกษาท้ังภายในและภายนอก สถานศึกษา โดยส่วนใหญ่รูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาเป็นรูปแบบ การฝึกอบรมปกติรองลงมาเป็นรูปแบบการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบว่าความถี่ของ การอบรม/สมั มนาส่วนใหญ่ได้รับการอบรม/สมั มนา 3 ครั้ง/ปีการศึกษา รองลงมา 3 – 5 คร้ัง/ปีการศึกษา และสว่ นใหญ่เหน็ ด้วยถ้ามีการจัดการฝึกอบรมเก่ียวกับการพัฒนานักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรม บุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และยังพบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยถ้ามีการจัดการฝึกอบรม เกี่ยวกบั การพฒั นานกั ฝกึ อบรมตามรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับผ้ใู ต้บังคบั บญั ชา

75 ตารางที่ 4-3 ผลการประเมนิ ระดบั ปัญหาท่เี กย่ี วกบั การจัดการฝึกอบรมบุคลากรในการพัฒนาหลักสตู ร ฝึกอบรมนกั ฝึกอบรมตามรปู แบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ ของผู้ตอบแบบสอบถาม (n = 318) ลาํ ดบั รายการ X̅. S.D. ระดับปญั หา ทีพ่ บ 1 รูปแบบในการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษา 3.19 1.19 ปานกลาง 2 หลักสูตรการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษา 3.21 1.09 ปานกลาง 3 สถานที่ท่ีใช้ในการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษา 2.97 1.14 ปานกลาง 4 งบประมาณท่ีใชใ้ นการฝกึ อบรม 3.26 1.13 ปานกลาง 5 ระยะเวลาในการจดั ฝึกอบรม 3.11 1.09 ปานกลาง 6 การตอ่ ยอดหลังจากการฝกึ อบรมและการนาํ ไปใช้ 3.34 1.10 ปานกลาง เฉลีย่ รวม 3.18 1.12 ปานกลาง จากตารางที่ 4-3 พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถาม ประเมินระดบั ปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการฝึกอบรม บคุ ลากร ในการพฒั นาหลกั สตู รฝกึ อบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเฉล่ียในภาพรวม 6 หัวข้อเร่ืองเท่ากับ 3.18 อยู่ในระดับความสําคัญและ จาํ เปน็ ปานกลาง โดยหวั ข้อเรือ่ งการต่อยอดหลงั จากการฝึกอบรมและการนําไปใช้มีค่าเฉลี่ยมากท่ีสุด มีคา่ เฉลีย่ 3.34 รองลงมาคือหัวข้อเรอ่ื ง งบประมาณท่ีใช้ในการฝึกอบรมมีค่าเฉลี่ย 3.26 และหัวข้อเร่ือง หลกั สูตรการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษา มคี า่ เฉล่ยี 3.21 ตามลาํ ดบั ตารางที่ 4-4 ผลการประเมินความสําคัญของหวั ขอ้ หลักเพื่อใชพ้ ัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักฝกึ อบรม ตามรปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ ของผตู้ อบ แบบสอบถาม (n = 318) ลําดบั หัวข้อหลกั X̅. S.D. ระดับ ความสาํ คญั 1 การวเิ คราะห์ความต้องการจาํ เป็นของการฝึกอบรม 4.28 0.68 มาก 2 การออกแบบการฝกึ อบรมด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 4.19 0.64 มาก 3 การจัดเตรยี มส่ิงจําเป็นพืน้ ฐาน 4.08 0.64 มาก มาก 4 การนําการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ 4.24 0.64 มาก มาก 5 การประเมินผลการฝกึ อบรมด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 4.16 0.68 เฉลี่ยรวม 4.19 0.65

76 จากตารางที่ 4-4 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประเมินความสําคัญของหัวข้อหลักเพ่ือใช้ในการพัฒนา หลกั สตู รฝึกอบรมนักฝกึ อบรมตามรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ค่าเฉลี่ยในภาพรวม 5 หวั ขอ้ เร่อื งเทา่ กับ 4.19 อยู่ในระดับความสําคัญและจําเป็นมาก โดยหัวข้อเร่ือง การวิเคราะห์ความต้องการจําเป็นของการฝึกอบรม มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ย 4.28 รองลงมาคือ หัวข้อเรื่องการนําการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้มีค่าเฉล่ีย 4.24 และหัวข้อเรื่องการออกแบบ การฝกึ อบรมด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ มคี ่าเฉลีย่ 4.19 ตามลําดับ ตารางที่ 4-5 ผลการจดั ลาํ ดับหวั ขอ้ เรือ่ งและรายการความร/ู้ ทักษะของแต่ละหัวขอ้ เรือ่ งตามคา่ ดัชนี การจัดลาํ ดับความสําคัญของความต้องการจาํ เป็น โดยการประเมินความรู้/ทักษะ ท่ีมีในปัจจุบันและท่ีต้องการ รายการความร้/ู ทกั ษะ ความร/ู้ ทกั ษะ ความรู้/ทักษะ PNIModified ลําดบั ทีม่ ใี นปัจจุบัน ทค่ี วรจะมี (I-D)/D ความ (I) ต้องการ (D) X̅. S.D. X̅. S.D. 1. การวเิ คราะหค์ วามต้องการจําเป็นของ การฝกึ อบรม 1.1 คํานิยามเกีย่ วกบั การประเมนิ ความตอ้ งการ 3.85 0.39 4.49 0.50 0.16 3 จําเป็นของการฝึกอบรม 1.2 ตวั บ่งช้แี สดงให้เหน็ วา่ มีความจําเปน็ ใน 3.84 0.41 4.53 0.49 0.17 2 การฝึกอบรม 1.3 รูปแบบการประเมนิ ความต้องการจําเป็นใน 3.85 0.39 4.46 0.49 0.15 4 การฝกึ อบรม 1.4 เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการประเมนิ ความตอ้ งการ 3.84 0.40 4.48 0.50 0.16 3 จําเป็นในการฝกึ อบรม 1.5 การประเมนิ ความตอ้ งการจาํ เปน็ ด้วยระบบ 3.81 0.48 4.50 0.50 0.18 1 อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เฉลยี่ 3.83 0.41 4.49 0.49 0.16 2. การออกแบบการฝึกอบรมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ 2.1 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม 3.83 0.43 4.43 0.49 0.15 3 2.2 เนอ้ื หา 3.81 0.48 4.49 0.51 0.17 2 2.3 สอ่ื 3.78 0.50 4.44 0.50 0.17 2 2.4 กจิ กรรม 3.81 0.47 4.46 0.51 0.17 2 2.5 การวัดและประเมนิ ผล 3.83 0.38 4.52 0.50 0.18 1 2.6 การนําระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ไปใช้ในการออกแบบ 3.89 0.35 4.49 0.50 0.15 3 การฝกึ อบรม เฉล่ยี 3.83 0.44 4.47 0.50 0.17

77 ตารางท่ี 4-5 (ตอ่ ) รายการความร/ู้ ทักษะ ความร/ู้ ทกั ษะ ความรู้/ทักษะ PNIModified ลาํ ดับ ท่มี ใี นปัจจุบนั ทีค่ วรจะมี (I-D)/D ความ (I) ต้องการ (D) 3. การจัดเตรียมสง่ิ จําเป็นพื้นฐาน 3.1 การจดั เตรยี มอปุ กรณฮ์ ารด์ แวร์ 3.88 0.33 4.44 0.49 0.14 2 3.2 การจัดเตรยี มระบบเครือขา่ ย 3.86 0.37 4.43 0.49 0.14 2 3.3 การจดั หาซอฟแวร์ 3.83 0.38 4.43 0.49 0.15 1 3.4 การจัดหาผูเ้ ช่ียวชาญดแู ลระบบ 3.79 0.45 4.38 0.48 0.15 1 เฉลีย่ 3.84 0.38 4.42 0.49 0.15 4. การนาํ หลักสูตรฝกึ อบรมด้วยระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ ไปใช้จริง 4.1 ปจั จัยท่ีเกี่ยวข้องกอ่ นการฝึกอบรม 3.81 0.44 4.44 0.49 0.16 1 4.2 วิทยากร/ผู้สอน 3.83 0.43 4.37 0.48 0.14 3 4.3 การจดั การฝึกอบรม 3.83 0.43 4.44 0.49 0.15 2 4.4 กระบวนการระหวา่ งการอบรม 3.82 0.43 4.39 0.50 0.14 3 4.5 การประสานงานระหวา่ งฝกึ อบรม 3.85 0.37 4.42 0.51 0.14 3 4.6 การฝึกอบรมผ่านระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 3.83 0.41 4.37 0.49 0.14 3 เฉลย่ี 3.83 0.41 4.41 0.49 0.15 5. การประเมินผลการฝกึ อบรมด้วยระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ 5.1 ความหมายของการประเมนิ ผลการฝกึ อบรม 3.82 0.41 4.44 0.50 0.16 1 5.2 ประเภทของการประเมินผลการฝึกอบรม 3.87 0.34 4.39 0.50 0.13 3 5.3 ขัน้ ตอนการประเมนิ ผลการฝึกอบรม 3.89 0.31 4.47 0.50 0.14 2 5.4 ส่ิงที่ควรถามในแบบประเมนิ ผลการฝกึ อบรม 3.86 0.35 4.49 0.50 0.16 1 5.5 การประเมินโครงการการฝกึ อบรม 3.87 0.35 4.49 0.50 0.16 1 5.6 การประเมนิ โครงการฝกึ อบรมดว้ ยระบบ 3.91 0.29 4.43 0.49 0.13 3 อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เฉลีย่ 3.87 0.34 4.45 0.50 0.15 จากตารางท่ี 4-5 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู การจดั ลําดับหัวข้อเรื่องและรายการความรู้/ทักษะของ แตล่ ะหัวข้อเร่ืองตามค่าดัชนีการจัดลําดบั ความสําคัญของความต้องการจําเป็น โดยการประเมินความรู้/ ทักษะที่มีในปัจจุบันและที่ต้องการพบว่า ค่าเฉลี่ยความรู้/ทักษะที่มีในปัจจุบันเรื่องการประเมินผล การฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด และค่าเฉลี่ยของความรู้/ทักษะที่ควรจะมี มีค่าสูงกว่าความรู้/ทักษะที่มีในปัจจุบันทุกรายการทั้ง 5 รายการความรู้/ทักษะ อย่างมีนัยสําคัญทาง

78 สถิติที่ 0.05 และผลการทดสอบค่าดัชนีจัดเรียงลําดับความสําคัญของความต้องการจําเป็น (Modified Priority NeedsIndex : PNImodified) เมื่อเรียงลาํ ดับรายการความ/ทักษะตามความต้องการจําเป็น จะได้อันดับที่หน่ึงคือ การออกแบบ การฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ค่า PNImodified เท่ากับ 0.17 อันดับที่สองคือ การวิเคราะห์ ความต้องการจําเป็นของการฝึกอบรม ได้ค่า PNImodified เท่ากับ 0.16 อันดับท่สี าม - อันดับที่ห้า ได้ค่า PNImodified ท่ีเท่ากันคือ 0.15 คือ การจัดเตรียมสิ่งจําเป็นพ้ืนฐาน การนําหลักสูตรฝึกอบรมด้วยระบบ อเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ปใช้จริง และการประเมนิ ผลการฝกึ อบรมดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ 4.2 ผลการพัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ 4.2.1 ผลการพัฒนารปู แบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ รปู แบบการฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ทีพ่ ัฒนาขน้ึ โดยการประยกุ ต์ แนวคดิ และทฤษฎี จากการศึกษาเอกสารและงานวิจยั ที่เกย่ี วข้องกับรูปแบบการพัฒนาหลกั สตู รฝกึ อบรม การพัฒนาหลกั สตู รฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาและการฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนํามา เปน็ แนวทางกาํ หนดรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากร ทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์มีกระบวนการทีป่ ระกอบดว้ ย 5 ขั้นตอน มีรายละเอียดดังภาพ ที่ 4-1

Feedback 79 การวิเคราะห์ความตอ้ งการ จําเป็น การออกแบบการฝึกอบรม การทดลองใช้หลักสตู รฝกึ อบรม การนําการฝึกอบรมไปใชจ้ รงิ การสรปุ ผลการฝึกอบรม ภาพท่ี 4-1 รปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์

80 การวิเคราะหค์ วาม การออกแบบ การทดลองใช้หลักสูตร ต้องการจําเป็น การฝกึ อบรม ฝกึ อบรม ความหมายและความสําคัญ การกําหนดวัตถปุ ระสงค์การฝึกอบรม การเลือกกล่มุ ทดลอง รูปแบบและความเหมาะสม หลกั การสรา้ งหลักสตู รฝึกอบรม การจดั เตรียมสิง่ จาํ เปน็ พนื้ ฐาน การสร้างเครอ่ื งมือ การกําหนดเนือ้ หาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ การทดลองใช้หลกั สตู รฝึกอบรม การวิเคราะห์ความต้องการจาํ เป็น การประเมนิ ผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม การสรา้ งสื่อด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ การวิเคราะห์และสรุปผล การจัดกิจกรรมการฝึกอบรมด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ การสรุปผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม การวัดและประเมนิ ผลด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ การนําการฝกึ อบรมไปใช้จรงิ การสรุปผลการฝึกอบรม การกําหนดกลมุ่ เป้าหมายในการฝึกอบรม การกําหนดแผนการติดตามผลการฝึกอบรม การเตรียมความพร้อมในการฝึกอบรม การสร้างเครอื่ งมือเพื่อเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู การดําเนนิ การฝึกอบรม การนําเครอื่ งมอื ไปเก็บรวบรวมขอ้ มลู การวิเคราะหข์ อ้ มลู และสรปุ ผลการฝึกอบรม การวเิ คราะห์ผลและสรปุ ข้อมูล ภาพที่ 4-1 (ต่อ) จากภาพที่ 4-1รูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาขึ้น ประกอบดว้ ย 5 ข้ันตอน ไดแ้ ก่ การวิเคราะหค์ วามต้องการจาํ เป็น การออกแบบการฝึกอบรม การทดลอง ใชห้ ลกั สตู รฝึกอบรม การนาํ การฝึกอบรมไปใช้จริง และการสรุปผลการฝึกอบรม โดยมีการป้อนข้อมูล ย้อนกลับ (Feedback) เพื่อปรับปรุงในแต่ละข้ันตอน เม่ือพิจารณารายละเอียดย่อยในแต่ละขั้นตอน มีดังนี้ การวิเคราะห์ความต้องการจําเป็น ประกอบด้วย ความหมายและความสําคัญ รูปแบบและ ความเหมาะสม การสร้างเคร่ืองมือ การวิเคราะห์ความต้องการจําเป็น และการวิเคราะห์และสรุปผล การออกแบบการฝึกอบรมประกอบด้วย การกําหนดวัตถุประสงค์การฝึกอบรม หลักการร่างหลักสูตร ฝึกอบรม การกําหนดเนื้อหาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์การสร้างส่ือด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดกิจกรรม การฝึกอบรมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการวัดประเมินผลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ การทดลองใช้ หลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วย การเลือกกลุ่มทดลอง การจัดเตรียมส่ิงจําเป็นพ้ืนฐาน การทดลองใช้

81 หลกั สตู รฝกึ อบรม การประเมนิ ผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรม และการสรุปผลการทดลองใช้หลักสูตร ฝึกอบรม การนาํ การฝกึ อบรมไปใช้จรงิ ประกอบด้วย การกําหนดกลุ่มเป้าหมายในการฝึกอบรม การเตรียม ความพร้อมในการฝึกอบรม การดําเนนิ การฝึกอบรม และการวิเคราะห์ข้อมลู และสรุปผลการฝึกอบรม และสรุปผลการฝึกอบรมประกอบด้วย การกําหนดแผนการติดตามผลการฝึกอบรม การสร้างเครื่องมือ เพือ่ เกบ็ รวบรวมข้อมูล การนําเคร่อื งมอื ไปเก็บรวบรวมขอ้ มูล และการวิเคราะห์ผลและสรปุ ข้อมูล 4.2.2 ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ทพ่ี ฒั นาข้ึนไดน้ าํ ไปให้ผู้เช่ยี วชาญซ่ึงประกอบด้วย ผู้เช่ียวชาญเก่ียวกับการบริหารหลักสูตร ฝึกอบรม ผู้บริหารสถานศึกษาท่ีจัดการเรียนการสอนการศึกษาข้ันพื้นฐาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรม ดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ผู้เชย่ี วชาญด้านหลักสูตร จํานวน 11 ท่าน ประเมินความเหมาะสมโดยวิธีการ สัมมนากลุ่มซ่งึ นําเสนอผลการประเมนิ ดังตารางท่ี 4-6 และ 4-7 ตารางท่ี 4-6 ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย ระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ ในภาพรวมโดยผู้เชี่ยวชาญ (n = 11) รายการประเมนิ ในภาพรวมของรปู แบบการฝกึ อบรม X̅. S.D. ระดบั บุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ความเหมาะสม 1. รูปแบบการพัฒนา นักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษา ดว้ ยระบบอิเลค็ ทรอนกิ ส์ประกอบดว้ ย 5 ข้นั ตอนคือ 1. ข้นั วเิ คราะห์ความต้องการจําเป็น 2. ขัน้ ออกแบบ 4.81 0.40 มากที่สุด การฝกึ อบรม 3. ข้นั ทดลองใช้หลกั สตู รฝกึ อบรม 4. ข้ันการนาํ หลักสตู รอบรมไปใชจ้ รงิ 5. ขั้นประเมินผล การฝึกอบรม 2. รูปแบบการพฒั นา นกั ฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษา ด้วยระบบอเิ ล็คทรอนิกส์ประกอบดว้ ย 5 ขนั้ ตอน 4.90 0.30 มากทสี่ ดุ มคี วามครบถว้ นสมบูรณ์อย่างเหมาะสม 3. รปู แบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ 4.90 0.30 มากที่สุด อเิ ล็กทรอนิกส์ ประกอบดว้ ย 5 ขัน้ ตอน มคี วามเหมาะสม 4. ข้ันตอนท้ัง 5 ของรูปแบบการพัฒนา นักฝึกอบรม บคุ ลากรทางการศกึ ษา ด้วยระบบอิเลค็ ทรอนิกส์ 4.81 0.40 มากท่สี ดุ จดั เรียงลําดับตามกระบวนการพัฒนาหลกั สูตรได้ เหมาะสม

82 ตารางท่ี 4-6 (ต่อ) X̅. S.D. ระดับ รายการประเมินในภาพรวมของรูปแบบการฝึกอบรม 4.63 ความเหมาะสม บุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 5. รูปแบบการพฒั นา นักฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษา 4.54 0.67 มากทสี่ ดุ ด้วยระบบอิเล็คทรอนกิ ส์ สามารถนําไปพัฒนานกั ฝึกอบรม 4.76 บุคลากรทางการศกึ ษาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 0.68 มากท่สี ุด 6. รูปแบบการพฒั นานักอบรมบคุ ลากรทางศกึ ษาดว้ ย 0.45 มากทส่ี ดุ ระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สามารถนําไปพัฒนานกั ฝกึ อบรม บคุ ลากรทางการศึกษา ไดอ้ ย่างเหมาะสม ค่าเฉล่ียรวม จากตารางท่ี 4-6 พบว่า ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของรูปแบบการฝึกอบรมบุคลากรทาง การศึกษาดว้ ยระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ในภาพรวมพบว่ามคี วามเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเปน็ ไปตามสมมติฐาน การวิจัย และเมื่อพิจารณาเป็นรายการท่ีประเมินพบว่า ทุกรายการประเมินมีความเหมาะสมอยู่ใน ระดับมากที่สุด เชน่ กัน ตารางท่ี 4-7 ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของรูปแบบการฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ ในขน้ั ตอนที่ 1 ข้ันการวิเคราะหค์ วามต้องการจําเปน็ โดยผู้เช่ยี วชาญ (n = 11) รายการประเมนิ ขั้นตอนที่ 1 X̅. S.D. ระดบั ข้นั การวิเคราะหค์ วามต้องการจาํ เป็น ความเหมาะสม 1. ขน้ั ตอนการวิเคราะหค์ วามต้องการจาํ เป็นมีความ 4.81 0.40 มากทีส่ ุด ครบถว้ นสมบรู ณ์อย่างเหมาะสม 2. ข้นั ตอนการวเิ คราะห์ความต้องการจาํ เป็นมีความ 4.81 0.40 มากทส่ี ุด ถูกตอ้ งอย่างเหมาะสม 3. ขั้นตอนการวเิ คราะห์ความต้องการจําเป็นมีความ 4.81 0.40 มากท่ีสุด เหมาะสม 4. ขัน้ ตอนการวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการจําเป็นจดั เรียงลาํ ดับ 4.81 0.40 มากที่สุด ตามกระบวนการพัฒนาหลกั สตู รไดเ้ หมาะสม 5. ข้ันตอนการวเิ คราะห์ความตอ้ งการจาํ เป็นสามารถ นําไปดาํ เนนิ การพฒั นาหลกั สูตรฝึกอบรมฯ ได้จริง 4.81 0.40 มากทีส่ ดุ อย่างเหมาะสม

83 ตารางที่ 4-7 (ต่อ) รายการประเมนิ ขนั้ ตอนท่ี 1 X̅. S.D. ระดบั ขน้ั การวิเคราะห์ความต้องการจําเปน็ ความเหมาะสม 6. ขน้ั ตอนการวเิ คราะห์ความตอ้ งการจาํ เปน็ ทําให้รปู แบบ การพฒั นาหลกั สูตรฝกึ อบรมฯ สอดคล้องกับความ 4.63 0.50 มากทส่ี ุด ตอ้ งการในการพฒั นาหลักสตู รฝกึ อบรมด้วยระบบ อเิ ล็กทรอนิกสอ์ ย่างเหมาะสม ค่าเฉล่ียขน้ั การวิเคราะหค์ วามต้องการจําเป็น 4.78 0.42 มากทสี่ ดุ จากตารางที่ 4-7 พบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมในข้ันตอนที่ 1 ขั้นการวิเคราะห์ความ ต้องการจาํ เป็นของรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พบว่ามีความ เหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย และเม่ือพิจารณาเป็นรายการที่ประเมิน พบว่า ทัง้ 6 รายการมีความเหมาะสมอยูใ่ นระดบั มากที่สดุ ทุกรายการ ตารางที่ 4-8 ผลการประเมินความเหมาะสมของรปู แบบการฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบ อเิ ลก็ ทรอนิกส์ในขั้นตอนที่ 2 ขัน้ ตอนการออกแบบหลกั สตู รฝกึ อบรมนกั ฝกึ อบรมตาม รปู แบบนักฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบอิเล็กทรอนกิ ส์โดยผูเ้ ชี่ยวชาญ (n = 11) รายการประเมินขัน้ ตอนที่ 2 ข้ันตอนการออกแบบหลักสูตรฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรมตาม X̅. S.D. ระดับ รปู แบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบ ความเหมาะสม อิเล็กทรอนกิ ส์ 1. ข้นั ตอนการออกแบบหลักสตู รฝกึ อบรมนักฝึกอบรม ตามรูปแบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย 4.72 0.46 มากที่สดุ ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มีความครบถ้วนสมบรู ณ์อย่าง เหมาะสม 2. ข้นั ตอนการออกแบบหลกั สตู รฝึกอบรมนกั ฝกึ อบรม ตามรปู แบบนักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย 4.72 0.46 มากที่สุด ระบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ มคี วามถกู ต้องอยา่ งเหมาะสม 3. ขน้ั ตอนการออกแบบหลกั สตู รฝกึ อบรมนักฝึกอบรม ตามรูปแบบนักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย 4.81 0.40 มากท่ีสุด ระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มคี วามเหมาะสม

84 ตารางท่ี 4-8 (ต่อ) X̅. S.D. ระดับ รายการประเมินขัน้ ตอนท่ี 2 4.81 ความเหมาะสม 4.90 ขน้ั ตอนการออกแบบหลักสูตรฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรมตาม 0.40 มากท่ีสุด รูปแบบนกั ฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ 4.81 4.80 0.30 มากท่ีสุด อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 4. ข้ันตอนการออกแบบหลักสตู รฝึกอบรมนกั ฝกึ อบรม 0.40 มากท่สี ุด 0.40 มากทีส่ ดุ ตามรูปแบบนักฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ย ระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ ลาํ ดับตามกระบวนการพัฒนา หลกั สูตรได้เหมาะสม 5. ขนั้ ตอนการออกแบบหลกั สูตรฝึกอบรมนกั ฝกึ อบรม ตามรปู แบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย ระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ สามารถนําไปดําเนินการพัฒนา หลกั สตู รนักฝกึ อบรมได้จรงิ อยา่ งเหมาะสม 6. ขน้ั ตอนการออกแบบหลกั สตู รฝกึ อบรมนกั ฝึกอบรม ตามรปู แบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย ระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ทําให้รปู แบบการพัฒนาหลกั สูตร นกั ฝึกอบรม สอดคล้องกับความตอ้ งการในการพัฒนา หลักสูตรฝกึ อบรมรูปแบบการพัฒนานักฝกึ อบรม บคุ ลากรทางการศึกษาด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ ง เหมาะสม ค่าเฉลีย่ ขนั้ การออกแบบหลกั สูตรฯ จากตารางที่ 4-8 พบวา่ ผลการประเมินความเหมาะสมในข้ันตอนที่ 2 ขั้นการออกแบบหลักสูตร ฝึกอบรมนักฝึกอบรมตามรูปแบบนักฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์พบว่า มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย และเมื่อพิจารณาเป็นรายการท่ีประเมิน พบวา่ ทงั้ 6 รายการ มีความเหมาะสมอย่ใู นระดบั มากทส่ี ดุ ทกุ รายการ

85 ตารางท่ี 4-9 ผลการประเมนิ ความเหมาะสมของรปู แบบการฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ อิเลก็ ทรอนิกส์ในข้นั ตอนที่ 3 ขัน้ ตอนทดลองใชห้ ลกั สตู รฝกึ อบรมนักฝึกอบรมตามรปู แบบ นกั ฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศกึ ษาดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนกิ สโ์ ดยผูเ้ ชยี่ วชาญ (n = 11) รายการประเมนิ ขัน้ ท่ี 3 ข้ันตอนทดลองใชห้ ลกั สูตรฝกึ อบรมนักฝึกอบรมตาม X̅. S.D. ระดบั รูปแบบนกั ฝึกอบรมบคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ ความเหมาะสม อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 1. ข้นั ตอนทดลองใชห้ ลักสตู รฝกึ อบรมนกั ฝกึ อบรมตาม รปู แบบนักฝกึ อบรมบคุ ลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ 4.81 0.40 มากท่สี ุด อิเลก็ ทรอนิกสม์ คี วามครบถ้วนสมบรู ณ์อยา่ งเหมาะสม 2. ขน้ั ตอนทดลองใช้หลักสูตรฝกึ อบรมนกั ฝกึ อบรมตาม รปู แบบนกั ฝกึ อบรมบุคลากรทางการศกึ ษาด้วยระบบ 4.90 0.30 มากทส่ี ดุ อเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ คี วามถูกตอ้ งอยา่ งเหมาะสม 3. ข้นั ตอนทดลองใช้หลกั สูตรฝกึ อบรมนักฝกึ อบรมตาม รปู แบบนกั ฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ 4.81 0.40 มากทสี่ ดุ อิเลก็ ทรอนิกสม์ ีความเหมาะสม 4. ขัน้ ตอนทดลองใช้หลกั หลกั สตู รฝึกอบรมนักฝึกอบรม ตามรูปแบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาด้วย 4.72 0.46 มากทสี่ ดุ ระบบอิเลก็ ทรอนิกส์จัดเรียงลําดบั ตามกระบวนการ พัฒนาหลกั สูตรไดเ้ หมาะสม 5. ข้ันตอนทดลองใชห้ ลักสตู รฝกึ อบรมนกั ฝกึ อบรมตาม รูปแบบนักฝกึ อบรมบุคลากรทางการศึกษาดว้ ยระบบ อิเลก็ ทรอนิกสส์ ามารถนาํ ไปดําเนินการพฒั นาหลกั สูตร 4.54 0.52 มากท่สี ุด ฝึกอบรมรูปแบบการพัฒนานกั ฝกึ อบรมบุคลากร ทางการศกึ ษาด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ไดจ้ ริงอย่าง เหมาะสม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook