แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 15101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เร่อื ง การคูณ การหาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน เรอื่ ง การคณู เศษส่วนและจานวนคละ เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง ชอ่ื ผู้สอน นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า วนั ท่ี ........................................ เวลา …………………………… 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้วี ัด ค 1.1 ป.5/5 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสว่ น 2 ข้นั ตอน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา และวางแผนแก้โจทยป์ ญั หาจากโจทยป์ ญั หาการคณู การหารเศษสว่ นและจานวนคละ ท่กี าหนดใหไ้ ด้ (K) 2) หาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละทีก่ าหนดใหไ้ ด้ (K) 3) เขียนแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการคณู การหารเศษส่วนและจานวนคละท่กี าหนดใหไ้ ด้ (P) 4) ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบจากโจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ ทกี่ าหนดใหไ้ ด้ (P) 5) รับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ีทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถิน่ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรยี นรู้แกนกลาง การแก้โจทย์ปญั หาเศษส่วนและจานวนคละ 4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การแก้โจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแก้ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็นลาดับขั้นตอน แลว้ จงึ หาคาตอบ พรอ้ มทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการนาความรูไ้ ปใช้ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 2) ทักษะกระบวนการคิดแกป้ ญั หา 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์ ชว่ั โมงท่ี 1 ขน้ั นา ขนั้ ท่ี 1 นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. ครกู ล่าวทักทายนกั เรียน จากน้ันทบทวนความรู้เร่อื ง การคูณ การหารเศษสว่ นและจานวนคละ โดยครแู จก กระดาษ Post it ให้นักเรยี นคนละ 2 แผน่ แล้วให้นักเรยี นเขียนโจทย์การคูณ การหารเศษส่วนและ จานวนคละลงในกระดาษ Post it พรอ้ มกบั เขียนคาตอบไว้ด้านหลังของแต่ละแผน่ 2. ครใู ห้นักเรียนนากระดาษ Post it ท่เี ขยี นโจทย์และคาตอบไวเ้ รยี บรอ้ ยแล้วไปแลกเปลยี่ นกบั เพอื่ นคนอ่ืน ๆ จากนนั้ ใหน้ กั เรียนเขยี นแสดงวธิ ีทาอย่างละเอยี ด แล้วนาไปติดบนบอร์ดที่ครูเตรยี มไว้ให้ เพอื่ เป็นแหล่งการ เรยี นรู้เพิ่มเติมใหก้ ับเพ่ือนในช้ันเรียน 3. ครูสุ่มหยบิ กระดาษ Post it ออกมา 5-8 แผ่น จากน้นั ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของการเขยี น แสดงวธิ ีทา หากไม่ถูกตอ้ ง ครูใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันแกไ้ ขให้ถูกต้อง สว่ นท่ีเหลอื ครนู าไปตรวจทา้ ยช่วั โมงเรียน 4. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกันทบทวนความร้เู รอ่ื งโจทยป์ ัญหาการหาร ท่เี คยเรียนมาแล้วในชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยครูให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายขน้ั ตอนวิธกี ารหาคาตอบของโจทย์ปญั หา จากน้นั ครูเขียนคาตอบของ นักเรียนบนกระดาน และสรุปขนั้ ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาตา่ ง ๆ ดังนี้ ขน้ั ที่ 1 การวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา ขั้นท่ี 2 การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา ข้นั ที่ 3 การแกป้ ญั หา ขน้ั ท่ี 4 การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
ข้นั สอน ขั้นที่ 2 การจดั การเรยี นรู้ 1. ครูใหน้ กั เรียนศกึ ษาตัวอย่างที่ 18-21 ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 68-72 จากนนั้ ครใู ห้ นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายถงึ ขั้นตอนการแก้โจทยป์ ญั หา ดังน้ี ขัน้ ที่ 1 การวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา - ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกันบอกส่งิ ทีโ่ จทย์กาหนดให้ และส่ิงที่โจทยถ์ าม ข้นั ท่ี 2 การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา - ครูขออาสาสมคั รออกมาเขียนแผนภาพบารโ์ มเดลบนกระดาน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง ขน้ั ท่ี 3 การแกป้ ัญหา - ครสู มุ่ นักเรียนออกมาเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์และแสดงวธิ ีทาอย่างละเอยี ดบนกระดาน ขั้นท่ี 4 การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ - ครูสมุ่ นกั เรียนออกมาอธิบายคาตอบท่ีได้ว่าถูกต้องหรอื ไม่ 2. ครูใหน้ กั เรยี นช่วยกนั จัดโต๊ะออกเป็น 4 กลุ่ม ไว้บริเวณมุมห้องทงั้ 4 มุม จากนนั้ อธบิ ายกตกิ าของกจิ กรรม “โจทย์ปัญหา กริง๊ กรง๊ิ ” โดยให้นักเรยี นฟงั ตามขัน้ ตอน ดังน้ี 1) ครเู ตรียมฐานกิจกรรมไว้ 4 ฐาน แต่ละฐานจะมบี ัตรขอ้ ความโจทย์ปัญหาการคณู หรอื การหารเศษส่วน และจานวนคละวางไว้ 3 ใบ ดงั น้ี ฐานที่ 1 มเี งาะ 30 กโิ ลกรมั นามาบรรจเุ ปน็ ถุง ถงุ ละ 1 กโิ ลกรัม จะบรรจไุ ด้กถ่ี ุง 4 ฐานที่ 2 มที ีด่ ิน 843 ไร่ ต้องการแบง่ เปน็ แปลง จะแบง่ ท่ดี ินไดก้ ่แี ปลง แปลงละ 141 ไร่ ฐานที่ 3 แม่ค้าอบขนมพาย 60 ช้ิน แต่ละกลอ่ งมีขนมพาย 1 ของขนมพายทง้ั หมดท่ีอบ 4 ถ้าแมค่ ้าตง้ั ราคาขนมพายกล่องละ 50 บาท เมื่อขายขนมหมด แมค่ ้าได้เงนิ ก่ีบาท ฐานที่ 4 กรวฒุ ิมีตน้ ไมจ้ านวนหนง่ึ แบ่งใหเ้ พอื่ น ยังเหลอื ต้นไม้อกี เดมิ กรวุฒมิ ตี น้ ไม้ ครใู ห้นกั ไปเรีย25นแขบอง่ งกตลน้ ุ่มไมก้ทลง้ั ุ่มหลมะด3 2) คน 60 ตน้ ทั้งหมดเท่าใด โดยครแู จกใบบนั ทกึ ขอ้ มลู ให้นกั เรียนกลุ่มละ 1 ชุด
จากนั้นครูให้นักเรยี นจบั ฉลากว่ากลุ่มใดจะได้เร่ิมต้นจากฐานกิจกรรมใด 3) เม่ือนักเรยี นไดย้ นิ เสียงสญั ญาณ “เรมิ่ ” รอบท่ี 1 ใหน้ กั เรียนเรียงบัตรขอ้ ความในฐานน้นั ๆ เปน็ โจทยป์ ัญหาใหถ้ ูกตอ้ ง จากนน้ั บนั ทึกส่ิงท่โี จทย์กาหนดให้ และส่ิงที่โจทย์ถามลงในใบบันทึกขอ้ มูล ใหเ้ รียบร้อย 4) เมื่อไดย้ ินเสยี งสญั ญาณ “เร่มิ ” รอบที่ 2 ใหน้ ักเรียนเปลยี่ นกลมุ่ โดยย้ายไปฐานที่อยทู่ างขวามอื ของตนเอง จากนน้ั เรียงบตั รข้อความในฐานนั้น ๆ เป็นโจทยป์ ัญหาให้ถูกตอ้ ง แล้วบันทึกส่งิ ที่โจทย์กาหนดให้ และสง่ิ ท่โี จทย์ถามลงในใบบันทึกขอ้ มูลให้เรยี บรอ้ ยเชน่ เดิม และครูทาเชน่ นี้อีก 2 ครงั้ (สัญญาณรอบที่ 3 และ 4) เพื่อให้นกั เรยี นได้บนั ทึกโจทย์ปัญหาในแต่ละฐานใหค้ รบถ้วน 5) ครูใหน้ กั เรียนน่ังประจาโต๊ะของตนเอง จากนัน้ รว่ มกันอภปิ รายสิง่ ทโ่ี จทยก์ าหนดให้และสิ่งที่โจทย์ถาม ดว้ ยการถาม-ตอบ หากกล่มุ ใดทาถกู ตอ้ งมากที่สุด ครูใหค้ ะแนนสะสมกลุ่มละ 1 คะแนน ชั่วโมงท่ี 2 6) เมอื่ ครูใหส้ ัญญาณรอบที่ 5 ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั วาดแผนภาพบาร์โมเดล เพอื่ เปน็ การวเิ คราะห์ วิธกี ารแกโ้ จทยป์ ญั หาลงในใบบันทึกข้อมูล เมือ่ ทุกกลุม่ ทาเสร็จเรียบร้อย ครูสุ่มตัวแทนนักเรยี นออกมา นาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง หากกลมุ่ ใดทาถูกต้องสมบูรณ์จะไดร้ ับคะแนน สะสม 7) เมื่อครูให้สัญญาณรอบท่ี 6 ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกันเขียนแสดงวิธีทาพร้อมทัง้ ตรวจสอบความสมเหตุสมผล ของคาตอบลงในใบบนั ทกึ ข้อมลู 8) เม่อื หมดเวลา ครสู มุ่ นักเรียน 4 กลุ่ม ออกมานาเสนอวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหาหนา้ ชั้นเรียน จากน้นั ครูให้ นกั เรยี นแต่ละกลุ่มตรวจสอบความถูกต้องของใบบันทกึ ขอ้ มูล โดยครูเปน็ ผ้ใู ห้คะแนนสะสม 9) ครใู ห้รางวัลสาหรบั กลมุ่ ท่ีมีคะแนนสะสมมากท่สี ดุ พรอ้ มทัง้ เน้นยา้ ในสงิ่ ทน่ี ักเรียนมักทาผดิ พลาด ขั้นสรปุ ขนั้ ที่ 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยุกตใ์ ช้ 1. ครูให้นักเรียนจับคแู่ ล้วร่วมกันยกตวั อย่างโจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ จากนน้ั เขียน ขัน้ ตอนการแก้โจทยป์ ญั หา ลงในสมุด เมอื่ ทาเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนแลกเปลยี่ นคาตอบกับคขู่ องตนเอง สนทนา ซักถามจนเปน็ ทเี่ ข้าใจรว่ มกัน 2. ครูให้นกั เรยี นจับคทู่ ากจิ กรรมเพอื่ นชว่ ยเพอ่ื น ในหนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 72 ลงในสมดุ เมอื่ ทาเสรจ็ แลว้ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 3. ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรมฝกึ ทกั ษะ ขอ้ 1-3 ในหนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 73 เปน็ การบา้ น
ชว่ั โมงที่ 3 4. ครูถามคาถามเพือ่ สรุปความร้รู วบยอดของนกั เรยี น ดังน้ี ขั้นตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหามีกขี่ น้ั ตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ ขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปญั หามี 4 ขั้นตอน ไดแ้ ก่ ข้ันท่ี 1 การวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา ขั้นท่ี 2 การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา ข้ันที่ 3 การแก้ปญั หา และขนั้ ท่ี 4 การตรวจสอบความสมเหตสุ มผล ของคาตอบ) นกั เรียนสามารถระบสุ ่ิงใดได้บา้ งในขัน้ การวิเคราะหโ์ จทยป์ ัญหา (แนวตอบ ส่งิ ท่โี จทย์กาหนดให้ และสิ่งทโี่ จทย์ถาม) นักเรยี นสามารถเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์และแสดงวธิ ีทาในขั้นตอนใด (แนวตอบ ขั้นท่ี 3 การแกป้ ัญหา) นักเรียนคิดว่าการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบสาคญั หรอื ไม่ (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอยูก่ บั ดุลยพนิ จิ ของครูผ้สู อน เชน่ สาคญั เพราะการ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ สามารถตรวจสอบว่าคาตอบท่ีเราคิดคานวณได้ถกู ต้องหรือไม่) 5. ครูแจกใบงานที่ 2.4 เรื่อง โจทย์ปัญหาการคูณ การหารเศษสว่ นและจานวนคละ ใหน้ ักเรยี นทา จากนั้นครู แบง่ นกั เรยี นออกเป็น 4 กลุ่ม ช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้องของประโยคสญั ลกั ษณ์ทีเ่ พื่อนเขยี น หากมเี พือ่ น คนใดทาไม่ถูกตอ้ ง ให้ช่วยกันอภปิ รายจนเพอ่ื นเข้าใจ 6. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมาจับสลากเพอ่ื เลือกโจทย์ปญั หาในใบงาน จากนนั้ ครูแจกกระดาษสี ตา่ ง ๆ ฟวิ เจอร์บอร์ด และปากกาเมจกิ ใหน้ กั เรียนกลุ่มละ 1 ชุด แล้วให้นกั เรยี นรว่ มกันเขียนขั้นตอนการแก้ โจทย์ปัญหาที่จบั สลากไดล้ งในฟวิ เจอรบ์ อรด์ โดยให้นักเรียนนาเสนอการวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หาโดยใช้ แผนภาพบาร์โมเดล ดว้ ยกระดาษสีทคี่ รูแจกให้ เมือ่ ทาเสร็จแลว้ ครูสุ่มตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ คาตอบหน้าชั้นเรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 7. ครใู หน้ กั เรียนจับคู่ทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ ข้อ 4-7 ในหนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 73 เมอื่ ทาเสร็จแล้วครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ 8. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัด ข้อ 1-2 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 45-51 เปน็ การบ้าน ขัน้ ที่ 4 วัดและประเมินผล 1. ครูประเมินผลโดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคลและการร่วมกันทากิจกรรมกลมุ่ 2. ครูตรวจสอบผลจากการทาใบงานท่ี 2.4 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการคณู การหารเศษสว่ นและจานวนคละ 3. ครูตรวจสอบผลจากการทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 และทาแบบฝึกหดั ในแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1
7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวัด วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกจิ กรรม การเรียนรู้ 1) โจทยป์ ัญหาการคูณ - ตรวจใบงานท่ี 2.4 - ใบงานที่ 2.4 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การหารเศษส่วนและ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ จานวนคละ ฝึกทักษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 3) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2 กลุม่ การทางานกลุ่ม การทางานกลุม่ ผ่านเกณฑ์ 4) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคณุ ภาพ 2 อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มั่น อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน 8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 ส่อื การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การคณู การหาร และการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วน 2) แบบฝกึ หัด คณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การคณู การหาร และการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วน 3) ใบงานท่ี 2.4 เร่อื ง โจทย์ปญั หาการคณู การหารเศษสว่ นและจานวนคละ 4) กระดาษ Post it 5) ใบบนั ทกึ ข้อมูลกิจกรรม “โจทยป์ ญั หา กริ๊ง กริง๊ ” 6) บตั รข้อความโจทยป์ ญั หา 7) กระดาษสี 8) ปากกาเมจกิ 9) ฟวิ เจอร์บอร์ด 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - หอ้ งเรียน
ใบงานที่ 2.4 เรอื่ ง โจทย์ปญั หาการคณู การหารเศษสว่ นและจานวนคละ คาชแ้ี จง : ให้นักเรยี นเขยี นคาตอบทไี่ ดล้ งในชอ่ งว่าง 1. พ่อค้ามปี ลาอยู่ 80 กิโลกรัม วันแรกขายปลาได้ 1 ของปลาที่มีอยู่ วนั ต่อมาขายไดอ้ กี 1 ของปลาท่ีเหลอื 2 2 พอ่ คา้ เหลอื ปลาอยูเ่ ทา่ ใด ตอบ 2. รปู ส่ีเหล่ยี มผืนผา้ มีด้านกวา้ ง 415 เซนติเมตร ยาว 623 เซนตเิ มตร รปู สี่เหลย่ี มรปู นีม้ พี นื้ ทเี่ ทา่ ใด ตอบ 3. ปรอทหนกั เป็น 1353 เท่าของนา้ หนักของน้า ทองคาหนักเปน็ 1935 เทา่ ของน้าหนกั ของนา้ ทองคาหนกั เป็น กี่เท่าของนา้ หนกั ของปรอท ตอบ 4. แม่คา้ ทาขนม 60 ช้ิน บรรจุใส่กลอ่ ง แตล่ ะกลอ่ งมีขนม 1 ของขนมทง้ั หมด แม่ค้าต้ังราคาขนมไว้กล่องละ 100 4 บาท เมอื่ ขายขนมหมด แมค่ า้ ได้เงนิ กบ่ี าท ตอบ
ใบงานท่ี 2.4 เฉลย เรอ่ื ง โจทย์ปญั หาการคณู การหารเศษส่วนและจานวนคละ คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเขียนคาตอบท่ไี ด้ลงในช่องว่าง 1. พ่อค้ามปี ลาอยู่ 80 กิโลกรมั วันแรกขายปลาได้ 1 ของปลาทม่ี ีอยู่ วันตอ่ มาขายไดอ้ กี 1 ของปลาทเี่ หลอื 2 2 พ่อคา้ เหลอื ปลาอยู่เท่าใด ตอบ พอ่ ค้าเหลือปลาอยู่ 20 กโิ ลกรมั 2. รปู สี่เหล่ียมผืนผ้ามีด้านกว้าง 415 เซนตเิ มตร ยาว 623 เซนติเมตร รปู สีเ่ หลี่ยมรูปนมี้ พี ื้นทีเ่ ทา่ ใด ตอบ รูปสเ่ี หลี่ยมรปู นม้ี ีพนื้ ที่ 28 ตารางเซนติเมตร 3. ปรอทหนักเปน็ 1335 เท่าของน้าหนักของน้า ทองคาหนกั เปน็ 1953 เทา่ ของน้าหนกั ของน้า ทองคาหนกั เปน็ ก่เี ทา่ ของนา้ หนักของปรอท ตอบ ทองคาหนกั เปน็ 11345 เทา่ ของน้าหนกั ของปรอท 4. แมค่ า้ ทาขนม 60 ชิ้น บรรจุใส่กลอ่ ง แต่ละกลอ่ งมีขนม 1 ของขนมทั้งหมด แมค่ า้ ตั้งราคาขนมไว้กล่องละ 100 4 บาท เม่ือขายขนมหมด แม่คา้ ได้เงินกีบ่ าท ตอบ เม่ือขายขนมหมด แม่ค้าได้เงิน 400 บาท
ใบบนั ทึกขอ้ มูลกจิ กรรม “โจทยป์ ญั หา กร๊งิ กร๊งิ ” ฐานท่ี 1 สง่ิ ท่ีโจทยก์ าหนดให้ ส่ิงที่โจทยถ์ าม การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา แสดงวิธที า ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
ฐานท่ี 2 สิ่งทโี่ จทยก์ าหนดให้ ส่งิ ทโี่ จทยถ์ าม การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา แสดงวิธีทา ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
ฐานท่ี 3 สิ่งทโี่ จทยก์ าหนดให้ ส่งิ ทโี่ จทยถ์ าม การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา แสดงวิธีทา ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
ฐานท่ี 4 สิ่งทโี่ จทยก์ าหนดให้ ส่งิ ทโี่ จทยถ์ าม การวางแผนแกโ้ จทยป์ ญั หา แสดงวิธีทา ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
บัตรข้อความโจทยป์ ญั หา จะบรรจไุ ด้ก่ถี ุง ฐานท่ี 1 มีเงาะ 30 กิโลกรมั นามาบรรจุเปน็ ถุง ถงุ ละ 1 กโิ ลกรัม 4 ฐานที่ 2 จะแบง่ ท่ีดนิ ได้กแ่ี ปลง มที ี่ดิน 843 ไร่ ต้องการแบ่งเปน็ แปลง แปลงละ 141 ไร่ ฐานท่ี 3 แต่ละกล่องมขี นมพาย 1 4 แม่ค้าอบขนมพาย 60 ชน้ิ ของขนมพายทัง้ หมดทอ่ี บ ถา้ แมค่ ้าต้งั ราคาขนมพายกล่องละ 50 บาท เมือ่ ขายขนมหมด แมค่ า้ ได้เงินกีบ่ าท
ฐานท่ี 4 เดิมกรวุฒิมีตน้ ไมท้ ้งั หมด เทา่ ใด ยงั เหลอื ต้นไมอ้ ีก 60 ตน้ กรวฒุ มิ ีตน้ ไมจ้ านวนหนง่ึ แบ่งใหเ้ พือ่ นไป 2 ของตน้ ไม้ 5 ทัง้ หมด
บนั ทึกผลหลังกระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นร้ทู เี่ กิดขึน้ กบั ผู้เรยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นร้อยละ.................. 1.2 ผเู้ รียนไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผู้เรียนได้รับความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปญั หา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผ้สู อน (นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง การคณู การหาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น เร่ือง โจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ เวลาเรียน 3 ชั่วโมง ชอื่ ผสู้ อน นางสาวพรรตั น์ จันทร์คา วนั ท่ี ........................................ เวลา …………………………… 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด ค 1.1 ป.5/5 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษสว่ น 2 ข้นั ตอน 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1) วเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหา และวางแผนแก้โจทย์ปัญหาจากโจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน และจานวนคละทก่ี าหนดใหไ้ ด้ (K) 2) หาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละทีก่ าหนดให้ได้ (K) 3) เขยี นแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละที่กาหนดให้ ได้ (P) 4) ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบจากโจทยป์ ัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น และจานวนคละท่ีกาหนดให้ได้ (P) 5) รับผดิ ชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง การแก้โจทยป์ ญั หาเศษสว่ นและจานวนคละ 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การแสดงวิธีทาและหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ ตอ้ งเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์ปญั หา การวางแผนแก้โจทย์ปญั หา แก้โจทยป์ ัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวธิ ีทาเป็นลาดับข้ันตอน แล้วจึงหาคาตอบ พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบและวิธีการหา คาตอบจากโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ หากมีเคร่ืองหมาย +, -, × และ ÷ อยใู่ นประโยคสัญลักษณ์เดียวกนั มหี ลกั การ ดังนี้ 1) หากมวี งเล็บให้คานวณหาผลลัพธ์ในวงเล็บกอ่ น 2) หากมีคาวา่ “ของ” อยู่ด้วยใหน้ ามาหาผลลัพธก์ ่อน แล้วจึงดาเนนิ การกับเครอ่ื งหมายอ่นื ในลาดับถดั ไป
3) หากมีเครื่องหมายหารให้เปลี่ยนจากเคร่ืองหมายหารเป็นเคร่ืองหมายคูณก่อน จากนั้นคูณด้วย สว่ นกลบั ของเศษส่วนท่ีเป็นตวั หาร 5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวนิ ยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทกั ษะการนาความร้ไู ปใช้ 3. ม่งุ มั่นในการทางาน 2) ทักษะกระบวนการคิดแกป้ ัญหา 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ชวั่ โมงที่ 1 ขน้ั นา ขัน้ ที่ 1 การทบทวนความร้เู ดิม ครทู บทวนความรู้เร่ือง การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ โดยการถาม-ตอบ ดงั นี้ การหาผลลัพธข์ องการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นใช้หลักการเดียวกบั การหาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับหรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ เหมือนกัน คือ ถ้ามวี งเล็บให้หาผลลัพธ์ในวงเลบ็ กอ่ น) จากโจทย์ 253 × 1 + 4 = มีลาดับการหาคาตอบอยา่ งไร 7 9 (แนวตอบ ข้ันท่ี 1 หาผลคูณในวงเลบ็ ก่อน และขั้นท่ี 2 นาผลลพั ธ์ท่ไี ด้บวกกับ 49) ถ้าโจทย์ไม่มวี งเลบ็ และมกี ารดาเนนิ การท้ังบวก ลบ คูณ และหาร นักเรยี นจะหาผลคูณหรือผลหารได้ อยา่ งไร (แนวตอบ ถ้าโจทยไ์ ม่มีวงเลบ็ และมกี ารดาเนนิ การทัง้ บวก ลบ คูณ และหาร ใหห้ าผลคูณหรอื ผลหารจาก ซา้ ยไปขวาก่อน แล้วจึงหาผลบวกหรอื ผลลบจากซา้ ยไปขวา) ข้ันสอน ข้นั ท่ี 2 การแสวงหาความรู้ใหม่ 1. ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม “ชปู ้ายตามใจโจทย์” มีข้นั ตอน ดงั ต่อไปน้ี
1) ครูแจกกระดาษสีขนาด 5 × 10 เซนตเิ มตร ใหน้ ักเรียนคนละ 4 สี โดยกาหนดใหส้ ีแดงแทนเคร่ืองหมาย บวก สีขาวแทนเครอ่ื งหมายลบ สีฟ้าแทนเครือ่ งหมายคณู และสีดาแทนเคร่ืองหมายหาร 2) ครสู มุ่ นักเรียนออกมาหยิบซองโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ แลว้ อ่านโจทยใ์ หเ้ พอื่ นในช้ันเรยี นฟัง จากนนั้ ให้นกั เรียนรว่ มกันวเิ คราะห์ว่าโจทยด์ งั กล่าวเปน็ การบวก การลบ การคูณ หรือการหาร 3) เม่ือครูส่งั ใหย้ กกระดาษ ใหน้ กั เรียนแต่ละคนยกกระดาษสที ี่ตรงกบั เคร่ืองหมายท่ีวิเคราะหไ์ ด้ จากโจทยป์ ญั หาท่ีเพื่อนอ่าน 4) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์โจทย์ นกั เรียนท่ตี อบถกู ตอ้ งได้รบั คะแนนสะสมขอ้ ละ 1 คะแนน เม่อื ครบ 10 ข้อ ครูรวมคะแนนและมอบรางวัลให้นกั เรยี นทีท่ าไดค้ ะแนนสงู สุด หมายเหตุ : ครูให้นักเรียนทากิจกรรมเชน่ น้ปี ระมาณ 6-8 คร้ัง 2. ครตู ิดแถบโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละบนกระดาน ดงั นี้ ไม้ท่อนหนึ่งยาว 643 เมตร ตัดปลายดา้ นหนึ่งออก 1 เมตร ทเ่ี หลือนามาตัดเป็น 5 ทอ่ น 2 ยาวทอ่ นละเทา่ ๆ กัน จะได้ไม้แต่ละทอ่ นยาวกีเ่ มตร 3. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นโจทย์ปัญหาพรอ้ มกนั จากนั้นครถู ามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังน้ี สงิ่ ท่ีโจทยก์ าหนดใหค้ อื อะไร (แนวตอบ ไมท้ ่อนหน่งึ ยาว 643 เมตร ตัดปลายด้านหน่ึงออก 1 เมตร ท่ีเหลอื นามาตดั เปน็ 5 ทอ่ น 2 ยาวท่อนละเทา่ ๆ กนั ) สงิ่ ทีโ่ จทย์ถามคืออะไร (แนวตอบ จะได้ไม้แตล่ ะท่อนยาวกเ่ี มตร) นกั เรียนเขียนประโยคสัญลักษณไ์ ด้อยา่ งไร (แนวตอบ 643 - 1 ÷ 5= ) 2 4. ครูสุม่ นักเรยี นออกมาเขียนแสดงวิธที าอยา่ งละเอียดบนกระดาน จากน้นั ใหน้ ักเรยี นในชัน้ รว่ มกนั ตรวจสอบ ความถกู ตอ้ ง หากพบวา่ นักเรยี นทาไม่ถูกต้อง ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเพ่ือใหน้ กั เรียนเข้าใจมากยง่ิ ขน้ึ 5. ครใู ห้นักเรยี นศกึ ษาตัวอย่างที่ 22 ในหนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 74-75 จากนน้ั ครูถามคาถาม ดงั น้ี จากตัวอย่างท่ี 22 สง่ิ ที่โจทยก์ าหนดให้คืออะไร (แนวตอบ ป้านุ้ยมมี ะเขือเทศ 512 กโิ ลกรมั แบ่งใส่ถุง ถุงละ 1 กโิ ลกรมั จากนน้ั ป้านุย้ ขายมะเขือเทศ 2 ถุงละ 1021 บาท) จากตัวอย่างท่ี 22 ส่งิ ท่โี จทย์ถามคืออะไร
(แนวตอบ ถ้าป้านุย้ ขายมะเขือเทศหมด ป้าน้ยุ จะไดเ้ งินก่บี าท) จากตัวอยา่ งที่ 22 เขียนประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้อย่างไร (แนวตอบ 512 ÷ 1 ×1012 = ) 2 ชัว่ โมงที่ 2 ขนั้ ที่ 3 การศึกษาทาความเขา้ ใจขอ้ มลู /ความรู้ใหม่ และเช่ือมโยงความรใู้ หมก่ ับความร้เู ดิม 1. ครูแบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุม่ กลุม่ ละ 4 คน จากนั้นครูแจกบตั รโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจานวนคละ ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่ม กลมุ่ ละ 1 ข้อ โดยใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปราย วิเคราะห์โจทย์ปัญหาและเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ ซงึ่ โจทย์ปญั หาตา่ ง ๆ มดี ังน้ี แพรวมเี งนิ 5,600 บาท พลอยมีเงนิ เป็น 143 เทา่ ของเงนิ แพรว และพราวมีเงนิ เป็น 4 ของเงินแพรว 5 สามคนมีเงินรวมกนั เทา่ ใด แมค่ า้ ขายน้าตาลทรายให้ลูกคา้ 1543 กโิ ลกรมั ท่ีเหลือแบ่งใส่ถงุ ขนาด 112 กโิ ลกรัม ได้ 36 ถุง แม่คา้ มนี ้าตาลทรายทงั้ หมดกกี่ ิโลกรัม พ่อคา้ มีแปง้ สาลีอยู่ 49 กิโลกรัม แบ่งขายไป 25 ถงุ ถงุ ละ 143 กโิ ลกรัม พอ่ คา้ เหลอื แป้งสาลกี ี่กิโลกรมั สวนแหง่ หนง่ึ มีพนื้ ที่ 152 ไร่ เปน็ พ้นื ทป่ี ลกู มะม่วงอกรอ่ ง 3 ของพนื้ ทท่ี ั้งหมด เป็นพืน้ ที่ปลูกมะม่วง 8 9 เขยี วเสวย 16 ของพ้นื ทท่ี ง้ั หมด พ้ืนทที่ ี่เหลือใช้ปลูกมะพรา้ ว สวนแห่งน้ีปลูกมะพรา้ วท้งั หมดก่ีไร่ ป้าชุลีมีที่นา 2512 ไร่ แบ่งให้ลูกไป 541 ไร่ ทีเ่ หลือทง้ั หมดขายไป ไร่ละ 60,000 บาท ป้าชุลขี ายทนี่ า ไดเ้ งินเทา่ ใด ถนนเส้นหน่งึ ยาว 56 กโิ ลเมตร ราดยางไปแล้ว 3 ของระยะทางทั้งหมด เหลอื ถนนท่ียังไม่ราดยาง 4 เป็นระยะทางเท่าใด 2. ครใู หแ้ ต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอข้นั ตอนการแก้โจทย์ปัญหาหนา้ ช้ันเรียน โดยให้นักเรียนทเ่ี หลอื จดบันทกึ สง่ิ ท่ีเพ่ือนออกมานาเสนอลงในสมุด เม่ือนกั เรยี นนาเสนอเสรจ็ แลว้ ครกู ล่าวชืน่ ชมและอธบิ าย เพ่มิ เตมิ ในจุดท่ียังมีขอ้ บกพรอ่ ง ขั้นที่ 4 การแลกเปลี่ยนความร้คู วามเข้าใจกบั กลุม่ 1. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายวา่ สงิ่ ท่เี พ่ือนออกมานาเสนอถูกตอ้ งหรือไม่ หากพบวา่ เพือ่ นเกิด ขอ้ สงสัยให้สมาชิกภายในกลุ่มท่ีเหลืออธิบายเพมิ่ เติมจนสมาชกิ ทุกคนเขา้ ใจตรงกนั
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบของโจทย์ปญั หาแตล่ ะขอ้ บนกระดาน หากครพู บวา่ นักเรยี นมขี ้อสงสยั หรอื เขา้ ใจผดิ ใหค้ รอู ธิบายเพิ่มเตมิ ช่ัวโมงท่ี 3 ขนั้ ที่ 5 การสรุปและจดั ระเบียบความรู้ 1. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกันสรปุ ความรเู้ รอ่ื ง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ โดยครูถามคาถาม ดงั น้ี ขนั้ ตอนการแกโ้ จทย์ปญั หาขัน้ แรกคอื อะไร (แนวตอบ ขั้นแรก คอื การวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หาว่า โจทย์กาหนดอะไรและโจทยถ์ ามอะไร) ขั้นท่ี 2 คอื อะไร (แนวตอบ การวางแผนแก้โจทยป์ ัญหา โดยใช้แผนภาพบาร์โมเดล) ขั้นท่ี 3 คืออะไร (แนวตอบ การแก้ปญั หา โดยการเขียนประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงวิธีทาอยา่ งละเอียด และเขยี นคาตอบท่ีได้) ขัน้ ที่ 4 คอื อะไร (แนวตอบ การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ) 2. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ วา่ “วิธกี ารหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น และจานวนคละ หากมีเครื่องหมาย +, -, × และ ÷ อยใู่ นประโยคสัญลกั ษณเ์ ดยี วกนั มหี ลักการ ดงั น้ี 1) หากมวี งเล็บให้คานวณหาผลลพั ธใ์ นวงเลบ็ กอ่ น 2) หากมีคาวา่ “ของ” อยดู่ ้วยใหน้ ามาหาผลลัพธ์กอ่ น แลว้ จงึ ดาเนินการกบั เครอ่ื งหมายอนื่ ในลาดบั ถดั ไป 3) หากมเี ครื่องหมายหารให้เปลีย่ นจากเครอื่ งหมายหารเปน็ เคร่ืองหมายคูณก่อน จากน้นั คูณด้วย ส่วนกลบั ของเศษสว่ นท่เี ปน็ ตวั หาร” ข้นั ที่ 6 การปฏิบตั ิ และ/หรือการแสดงผลงาน 1. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5 คน จากน้ันครมู อบหมายใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ ค้นควา้ หาข้อมูลจาก แหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ ท่เี ปน็ โจทยป์ ัญหาระคนของเศษส่วนและจานวนคละกล่มุ ละ 2 โจทยป์ ัญหา โดยตอ้ งเป็น โจทย์การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละทไี่ ม่ซ้ากนั 2. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอโจทยป์ ัญหา โดยเขียนโจทย์ปญั หาไว้บนกระดาน จากนัน้ ใหเ้ พอื่ น ๆ กลุ่มอืน่ ๆ ชว่ ยกนั วิเคราะห์โจทย์ปัญหา เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ และหาคาตอบลงในสมุด 3. ครูใหก้ ลุม่ ท่ีคดิ โจทยป์ ญั หาออกมาเฉลยคาตอบ โดยเขยี นแสดงวธิ ที าอยา่ งละเอียดบนกระดาน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง หมายเหตุ : ครใู หน้ กั เรยี นผลดั กนั ออกมานาเสนอโจทย์ปัญหาและทาเช่นน้ีจนครบทุกกล่มุ
ข้ันสรปุ ขั้นที่ 7 การประยุกต์ใชค้ วามรู้ 1. ครแู จกใบงานที่ 2.5 เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ ให้นกั เรยี น ทกุ คนทา จากนนั้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ 2. ครูให้นกั เรียนจับคู่ทากิจกรรมฝึกทักษะ ข้อ 1-5 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 77-78 จากน้นั ให้นักเรยี นแตล่ ะคู่ส่งตัวแทนออกมานาเสนอคาตอบหน้าชนั้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง 3. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การคณู การหาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน 4. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 1-2 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 52-56 เป็นการบ้าน 5. ครใู ห้นักเรยี นตอบคาถามทา้ ทายการคิดขน้ั สงู และกิจกรรมเช่ือมโยงสชู่ ีวิตประจาวัน ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 36 แลว้ ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบ 6. ครมู อบหมายให้นกั เรียนทาช้ินงาน สมดุ เล่มเลก็ เร่อื ง การคณู การหาร และการบวก ลบ คณู หารระคนของ เศษสว่ น โดยตกแต่งให้สวยงาม แลว้ นามาส่งครใู นชว่ั โมงถดั ไป 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2 7.1 การประเมนิ ช้นิ งาน/ - ตรวจชนิ้ งาน - แบบประเมินช้นิ งาน/ ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) สมดุ เล่มเล็ก เรือ่ ง ภาระงาน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การคณู การหาร - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ระดับคณุ ภาพ 2 และการบวก ลบ ผ่านเกณฑ์ คูณ หารระคนของ เศษสว่ น 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง การจดั กิจกรรม การเรยี นรู้ 1) โจทยป์ ญั หาการบวก - ตรวจใบงานที่ 2.5 - ใบงานท่ี 2.5 ลบ คูณ หารระคน - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝกึ ทักษะ ของเศษส่วนและ ฝึกทักษะ จานวนคละ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด 2) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล 3) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน กลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกลุม่ ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2 อันพงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ในการทางาน 7.3 การประเมนิ หลงั เรียน - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 หลงั เรียน การคณู การหาร และการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ น 8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การคูณ การหาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น 2) แบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 การคณู การหาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ น 3) ใบงานที่ 2.5 เรือ่ ง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ 4) กระดาษสีขนาด 5 × 10 เซนตเิ มตร 5) บตั รโจทย์ปญั หาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - หอ้ งเรียน
ใบงานที่ 2.5 เรื่อง โจทย์ปญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ คาชีแ้ จง : ให้นักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณ์จากโจทย์ปัญหาตอ่ ไปนี้ 1. แพรวมเี งนิ 5,600 บาท พลอยมีเงินเปน็ 143 เท่าของเงินแพรว และพราวมีเงนิ เปน็ 4 ของเงนิ แพรว 5 สามคนมีเงนิ รวมกนั เท่าใด เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ 2. สวนแห่งหน่ึงมพี นื้ ที่ 152 ไร่ เปน็ พ้นื ทปี่ ลูกมะมว่ งอกรอ่ ง 3 ของพืน้ ทที่ ้ังหมด พื้นทปี่ ลูกมะมว่ งเขียวเสวย 9 8 16 ของพ้นื ทที่ ้ังหมด พื้นท่ีท่เี หลอื ปลูกมะพร้าว สวนแหง่ น้ีปลูกมะพรา้ วท้งั หมดก่ไี ร่ เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ 3. ไมท้ อ่ นหน่งึ ยาว 643 เมตร ตัดปลายดา้ นหนึ่งออก 1 เมตร ทีเ่ หลอื นามาตดั เปน็ 5 ทอ่ น ยาวท่อนละเท่า ๆ กนั 2 จะได้ไม้แตล่ ะท่อนยาวกี่เมตร เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ 4. ถนนเส้นหนงึ่ ยาว 56 กโิ ลเมตร ราดยางไปแล้ว 3 ของระยะทางท้ังหมด เหลอื ถนนทยี่ งั ไมร่ าดยางเป็นระยะทาง 4 เทา่ ใด เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ 5. ท่ีดนิ แปลงหน่ึงมีพืน้ ทีท่ ง้ั หมด 30 ไร่ แบ่งปลกู บ้าน 1 ของเน้อื ที่ทั้งหมด ขดุ บอ่ นา้ 2 ของเนอ้ื ที่ท้ังหมด 5 3 อยากทราบวา่ มีที่ดนิ เหลอื อยู่ก่ีไร่ เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์
ใบงานท่ี 2.5 เฉลย เรอื่ ง โจทยป์ ญั หาการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นเขยี นประโยคสัญลักษณ์จากโจทย์ปัญหาต่อไปน้ี 1. แพรวมีเงนิ 5,600 บาท พลอยมีเงินเปน็ 143 เท่าของเงินแพรว และพราวมีเงนิ เป็น 4 ของเงินแพรว 5 สามคนมีเงินรวมกันเทา่ ใด 143 4 × 143 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ × 5,600 + 5 × 5,600 + 5,600= 2. สวนแหง่ หนงึ่ มีพนื้ ที่ 152 ไร่ เป็นพนื้ ท่ีปลูกมะมว่ งอกรอ่ ง 3 ของพื้นท่ที งั้ หมด พื้นทปี่ ลกู มะม่วงเขยี วเสวย 9 8 16 ของพ้ืนทท่ี งั้ หมด พนื้ ท่ีท่เี หลือปลูกมะพรา้ ว สวนแห่งนี้ปลกู มะพร้าวทง้ั หมดก่ีไร่ 3 9 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์ 152 - 8 × 152 + 16 × 152 = 3. ไม้ทอ่ นหนึ่งยาว 643 เมตร ตัดปลายดา้ นหนง่ึ ออก 1 เมตร ท่ีเหลอื นามาตัดเป็น 5 ทอ่ น ยาวท่อนละเท่า ๆ กัน 2 จะได้ไม้แตล่ ะท่อนยาวกเ่ี มตร 643 1 เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ - 2 ÷ 5= 4. ถนนเสน้ หนง่ึ ยาว 56 กิโลเมตร ราดยางไปแลว้ 3 ของระยะทางทง้ั หมด เหลอื ถนนทีย่ งั ไม่ราดยางเปน็ ระยะทาง 4 เท่าใด 3 เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ 56 - 4 × 56 = 5. ทด่ี นิ แปลงหนึ่งมีพน้ื ท่ีทงั้ หมด 30 ไร่ แบง่ ปลูกบ้าน 1 ของเน้อื ทท่ี งั้ หมด ขดุ บอ่ นา้ 2 ของเนื้อทท่ี ้งั หมด 5 3 อยากทราบวา่ มที ี่ดินเหลืออยู่ก่ไี ร่ 1 2 เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์ 30 - 5 × 30 + 3 × 30 =
บตั รโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คณู หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ แพรวมเี งนิ 5,600 บาท พลอยมีเงนิ เป็น 143 เท่าของเงนิ แพรว และ 4 พราวมเี งนิ เป็น 5 ของเงินแพรว สามคนมเี งนิ รวมกันเท่าใด แม่ค้าขายนา้ ตาลทรายให้ลูกค้า 1543 กโิ ลกรมั ทเ่ี หลือแบง่ ใสถ่ งุ ขนาด 121 กิโลกรัม ได้ 36 ถุง แมค่ ้ามีนา้ ตาลทรายทั้งหมดกกี่ โิ ลกรมั พอ่ คา้ มีแป้งสาลีอยู่ 49 กโิ ลกรมั แบ่งขายไป 25 ถงุ ถุงละ 143 กิโลกรัม พ่อคา้ เหลือแปง้ สาลกี ีก่ ิโลกรัม สวนแห่งหนงึ่ มพี ้ืนที่ 152 ไร่ เปน็ พนื้ ที่ปลกู มะม่วงอกรอ่ ง 3 ของพื้นที่ 8 9 ท้ังหมด เป็นพื้นทีป่ ลูกมะมว่ งเขียวเสวย 16 ของพืน้ ท่ีท้ังหมด พ้ืนที่ท่เี หลือใช้ ปลกู มะพร้าว สวนแหง่ นี้ปลกู มะพร้าวทง้ั หมดกีไ่ ร่ ปา้ ชลุ ีมีท่นี า 2521 ไร่ แบง่ ใหล้ ูกไป 541 ไร่ ท่ีเหลอื ทั้งหมดขายไป ไรล่ ะ 60,000 บาท ป้าชุลีขายท่นี าได้เงินเท่าใด ถนนเสน้ หนึง่ ยาว 56 กิโลเมตร ราดยางไปแลว้ 3 ของระยะทางทง้ั หมด 4 เหลือถนนทีย่ งั ไม่ราดยางเปน็ ระยะทางเทา่ ใด
บันทึกผลหลังกระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ่เี กิดข้นึ กบั ผู้เรยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. 1.2 ผู้เรียนไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน ไดแ้ ก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผูเ้ รียนได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอื่ ........................................ผสู้ อน (นางสาวพรรัตน์ จนั ทรค์ า)
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม เวลา 15 ชัว่ โมง 1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วัด ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้ ค 1.1 ป.5/1 เขยี นเศษส่วนทมี่ ีตวั สว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรอื 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนยิ ม ป.5/8 แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 2 ข้ันตอน 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 1) ความสมั พันธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม 2) ค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ ที่เปน็ จานวนเตม็ ทศนยิ ม 1 ตาแหน่งและ 2 ตาแหน่ง การใชเ้ ครอ่ื งหมาย 3) การประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 4) การแกโ้ จทย์ปัญหาเกยี่ วกบั ทศนยิ ม 2.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา) 3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เศษสว่ นและทศนิยมมีความสมั พันธ์กัน ซงึ่ ทศนยิ มสามารถเขียนในรปู เศษส่วนและเศษส่วนสามารถเขียนใน รูปทศนิยมได้ ทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหน่งสามารถประมาณเป็นจานวนเต็ม ทศนิยม 1 ตาแหน่งหรือทศนิยม 2 ตาแหน่งได้ การบวกและการลบทศนิยมมีวิธีการเหมือนกับการบวกและการลบจานวนนับ โดยตั้งหลักเลขและ จุดทศนิยมให้ตรงกันแล้วบวกหรือลบกนั เหมือนจานวนนับและสามารถตรวจสอบคาตอบโดยใช้การประมาณได้ ส่วนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยมต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา เขียนประโยค สญั ลักษณ์ แสดงวิธีทา พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 2) ทักษะการเชอื่ มโยง 3) ทกั ษะการให้เหตุผล 4) ทกั ษะการนาความรไู้ ปใช้ 5) ทักษะกระบวนการคดิ แก้ปัญหา 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ 5. ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - สมดุ เลม่ เล็ก เร่ือง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม 6. การวัดและการประเมินผล รายการวัด วิธีวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ - แบบประเมนิ ช้ินงาน/ - ระดบั คณุ ภาพ 2 6.1 การประเมินชิ้นงาน/ - ตรวจชนิ้ งาน ภาระงาน ผ่านเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) สมดุ เลม่ เล็ก เรอื่ ง - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมินตามสภาพจรงิ ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 6.2 การประเมนิ - ตรวจแบบทดสอบ กอ่ นเรียน ก่อนเรียน - แบบทดสอบ กอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรู้ ที่ 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม
รายการวดั วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ - ใบงานที่ 3.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 6.3 ประเมนิ ระหวา่ ง - ตรวจใบงานท่ี 3.1 - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจัดกิจกรรม - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ การเรยี นรู้ - ตรวจแบบฝกึ หัด 1) ความสัมพนั ธ์ ระหว่างเศษส่วน และทศนิยม 2) การหาคา่ ประมาณ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ใบงานที่ 3.2 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - กิจกรรมฝึกทักษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ของทศนิยมไมเ่ กนิ - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ใบงานท่ี 3.3 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สามตาแหนง่ - ตรวจแบบฝกึ หัด - กจิ กรรมฝึกทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 3) การบวกและ - ตรวจใบงานท่ี 3.3 - ใบงานที่ 3.4 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การลบทศนิยม - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - กจิ กรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ไมเ่ กนิ สาม - ตรวจแบบฝกึ หัด ตาแหน่ง 4) โจทย์ปัญหา - ตรวจใบงานท่ี 3.4 การบวกและ - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ การลบทศนยิ ม - ตรวจแบบฝกึ หัด ไม่เกินสาม ตาแหน่ง 5) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมนิ การ - ระดับคณุ ภาพ 2 นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ ผลงาน/ผลการ ผลงาน/ผลการ ทากิจกรรม ทากจิ กรรม 6) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ การทางาน การทางานรายบุคคล รายบคุ คล 7) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 การทางานกลุ่ม การทางานกลุม่ การทางานกล่มุ ผ่านเกณฑ์ 8) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ - ระดบั คุณภาพ 2 อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ในการทางาน
รายการวดั วธิ ีวัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน 6.4 การประเมนิ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ หลังเรียน หลงั เรียน - แบบทดสอบ หลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ 3 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ งที่ 1 : ความสมั พันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม เวลา 4 ช่วั โมง แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : ชว่ ยกนั คิดชว่ ยกนั เรียน เร่ืองที่ 2 : การหาค่าประมาณของทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหน่ง เวลา 4 ชั่วโมง แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : เทคนคิ คู่คิด เรอ่ื งท่ี 3 : การบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ เวลา 4 ชัว่ โมง แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เรื่องที่ 4 : โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหน่ง เวลา 3 ชว่ั โมง แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (ทักษะการแก้ปญั หาโจทย)์ (รวมเวลา 15 ช่วั โมง) 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 2) แบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม 3) ใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง ความสมั พนั ธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนยิ ม 4) ใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง การหาค่าประมาณของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง 5) ใบงานท่ี 3.3 เรอ่ื ง การบวกและการลบทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหน่ง 6) ใบงานท่ี 3.4 เรือ่ ง โจทย์ปญั หาการบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ 7) แผนภาพ 8) บตั รตวั เลข
9) กระดาษบันไดงูค่าประมาณ 10) บตั รตวั เลขทศนิยมหนึง่ ตาแหน่ง ทศนยิ มสองตาแหน่ง และทศนิยมสามตาแหนง่ 11) กระดาษการ์ด 12) กระดานไวท์บอร์ด 13) บตั รตัวเลข 0-9 14) ชิ้นสว่ นจก๊ิ ซอว์ 15) แถบโจทย์ปญั หา 16) ปากกาเขยี นไวท์บอรด์ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - ห้องเรียน
แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 21040 เขียนเป็นทศนิยมได้ตามข้อใด 6. 99.162 + 161.276 มีค่าเท่ากับเท่าใด ก. 24 ข. 2.4 ก. 260.438 ข. 261.438 ค. 2.04 ง. 2.004 ค. 262.438 ง. 263.438 2. 0.452 เขียนเป็นเศษส่วนได้ตามข้อใด 7. ข้อใดเป็นการประมาณคา่ เปน็ จานวนเตม็ ของ 120.895 – 81.78 ก. 221 ข. 113 ก. 42 ข. 41 500 250 ค. 40 ง. 39 452 154 ค. 500 ง. 125 3. ข้อใดมีค่าเท่ากับ 8 8. ข้อใดเป็นการประมาณคา่ เปน็ ทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ ของ 5 8.92 + 7.654 + 2.03 ก. 0.8 ข. 1.2 ก. 18.7 ข. 18.6 ง. 1.6 ค. 1.4 ค. 17.5 ง. 17.4 4. ประมาณค่าใกล้เคียงของ 52.784 เป็นทศนิยม 9. มายมีริบบิ้นเส้นแรกยาว 42.5 เซนติเมตร มีริบบ้ิน เส้นที่สองยาว 37.6 เซนติเมตร มายมีริบบ้ินเส้นแรก สองตาแหน่งได้ตามข้อใด ยาวกว่าเส้นที่สองก่ีเซนติเมตร ก. 5.9 เซนติเมตร ข. 5.8 เซนติเมตร ก. 52.77 ข. 52.78 ค. 4.9 เซนติเมตร ง. 4.8 เซนติเมตร ค. 52.79 ง. 52.80 5. ขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง 10. โต้งหนัก 31.7 กิโลกรัม ต้นหนักกว่าโต้ง 5.8 ก. 4.562 5 ข. 8.640 8.6 กิโลกรัม ต้นหนักประมาณก่ีกิโลกรัม ค. 12.58 13 ง. 23.02 23.1 (ประมาณคาตอบเป็นจานวนเต็ม) ก. 36 กิโลกรัม ข. 37 กิโลกรัม ค. 38 กิโลกรัม ง. 39 กิโลกรัม เฉลย 1. ค 2. ข 3. ง 4. ข 5. ง 6. ก 7. ง 8. ข 9. ค 10. ค
แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. 2140 เขียนเป็นทศนิยมได้ตามข้อใด 6. 909.162 – 161.276 มีค่าเท่ากับเท่าใด ก. 2.4 ข. 2.04 ก. 786.886 ข. 767.786 ค. 2.040 ง. 2.004 ค. 747.886 ง. 657.986 2. 0.045 เขยี นเปน็ เศษสว่ นได้ตามขอ้ ใด 7. ขอ้ ใดเป็นการประมาณคา่ เปน็ ทศนิยมหน่ึงตาแหน่งของ ก. 4150 ข. 45 120.895 – 81.78 100 ก. 40.2 ข. 40.1 ค. 5 ง. 9 ค. 39.2 ง. 39.1 25 200 3. ข้อใดมีค่าเท่ากับ 105 8. ข้อใดเป็นการประมาณค่าเป็นทศนิยมสองตาแหน่ง 125 ของ 8.905 + 7.654 + 2.03 ก. 0.84 ข. 0.85 ก. 18.59 ข. 18.61 ค. 1.840 ง. 1.850 ค. 18.63 ง. 18.65 4. ประมาณค่าใกล้เคียงของ 52.784 เป็นทศนิยม 9. รบิ บิน้ เส้นแรกยาว 42.5 เซนตเิ มตร ริบบิ้นเสน้ ท่ีสอง ยาวกว่าเสน้ แรก 3.6 เซนตเิ มตร รบิ บนิ้ เสน้ ท่ีสองยาว หน่ึงตาแหน่งได้ตามข้อใด กี่เซนตเิ มตร ก. 45.1 เซนตเิ มตร ข. 46.1 เซนติเมตร ก. 52.7 ข. 52.8 ค. 47.1 เซนติเมตร ง. 48.1 เซนตเิ มตร ค. 52.9 ง. 53.0 5. ขอ้ ใดถกู ต้อง 10. นดั หนกั 41.8 กโิ ลกรมั นนทห์ นกั น้อยกว่านัด ก. 4.562 4.5 ข. 8.640 8.6 5.2 กโิ ลกรัม นนทห์ นกั ประมาณกก่ี ิโลกรัม ค. 12.58 12 ง. 23.02 23.01 (ประมาณคาตอบเปน็ จานวนเตม็ ) ก. 35 กโิ ลกรัม ข. 36 กิโลกรมั ค. 37 กโิ ลกรัม ง. 38 กิโลกรมั เฉลย 1. ก 2. ง การ3ป. รกะเมนิ ช4ิน้. งขาน/ภา5ร. ะขงาน (ร6ว. บคยอด)7(.แงผนฯ ท8่ี .5ก) 9. ข 10. ค
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10 กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เร่อื ง ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม เวลาเรยี น 4 ชั่วโมง เวลา …………………………… เรอื่ ง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม ช่ือผสู้ อน นางสาวพรรตั น์ จนั ทรค์ า วันที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั ค 1.1 ป.5/1 เขยี นเศษส่วนทีม่ ีตวั สว่ นเป็นตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรอื 1,000 ในรปู ทศนยิ ม 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1) เข้าใจหลักการเขยี นเศษสว่ นในรปู ทศนิยม (K) 2) เขา้ ใจหลักการเขียนทศนยิ มในรปู เศษสว่ น (K) 3) เขียนเศษสว่ นท่มี ตี ัวสว่ นเปน็ ตวั ประกอบของ 10 หรือ 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนิยมได้ (P) 4) เขยี นทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่งในรปู เศษส่วนอย่างตา่ ได้ (P) 5) รับผิดชอบต่อหน้าทีท่ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม 4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10 สามารถเขียนเป็นทศนิยมหนึ่งตาแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100 สามารถ เขียนเป็นทศนิยมสองตาแหน่ง และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 1,000 สามารถเขียนเป็นทศนิยมสามตาแหน่ง เศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ 10, 100 และ 1,000 สามารถเขียนให้อยู่ในรูปทศนิยมได้ และทศนิยม ทุกจานวนสามารถเขยี นให้อยู่ในรูปของเศษส่วนได้ 5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. มุง่ มนั่ ในการทางาน 2) ทกั ษะการเชอ่ื มโยง 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : ช่วยกันคิดช่วยกนั เรยี น นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่ือง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม ชั่วโมงที่ 1 ข้ันนา 1. ครูกลา่ วทักทายนักเรยี นและทบทวนความรูเ้ รื่องเศษส่วนและทศนิยมทีน่ กั เรยี นเคยเรยี นมาแล้วใน ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยการถาม-ตอบ ดงั นี้ เศษส่วนแทม้ ีลกั ษณะอย่างไร (แนวตอบ ตวั เศษน้อยกว่าตวั ส่วน) เศษเกินมลี กั ษณะอย่างไร (แนวตอบ ตวั เศษเทา่ กบั หรือมากกว่าตวั ส่วน) จานวนคละมลี ักษณะอย่างไร (แนวตอบ เขียนในรูปจานวนนบั กับเศษสว่ นแท้) เศษส่วนอยา่ งต่ามีลกั ษณะอย่างไร (แนวตอบ เศษสว่ นที่ไมม่ ีจานวนนบั ใดท่ีมากกว่า 1 หารทงั้ ตวั เศษและตัวส่วนได้ลงตวั ) นกั เรียนสามารถอ่านทศนิยมได้อยา่ งไร (แนวตอบ การอา่ นทศนยิ ม เรมิ่ อ่านจากตัวเลขทีอ่ ยหู่ นา้ จดุ ทศนยิ มโดยอ่านเหมือนจานวนนับ และตวั เลข ท่ีอย่หู ลงั จดุ ทศนิยมให้อ่านเรียงตวั จากซ้ายไปขวา) ทศนิยมหนง่ึ ตาแหนง่ มีลกั ษณะอยา่ งไร (แนวตอบ มตี ัวเลขหลงั จุดทศนยิ ม 1 ตวั หรอื 1 ส่วนใน 10 สว่ น) ทศนิยมสองตาแหน่งมลี ักษณะอย่างไร (แนวตอบ มีตัวเลขหลังจุดทศนยิ ม 2 ตัว หรือ 1 ส่วนใน 100 ส่วน) ทศนยิ มสามตาแหนง่ มลี กั ษณะอยา่ งไร (แนวตอบ มีตวั เลขหลงั จดุ ทศนิยม 3 ตัว หรือ 1 ส่วนใน 1,000 สว่ น) 2. ครูใหน้ กั เรยี นทาเตรยี มพรอ้ มก่อนเรียนในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 83 จากนั้นครู และนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ 3. ครูติดแผนภาพบนกระดาน จากนั้นถามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรยี น ดังนี้ จากแผนภาพ เขียนแสดงเศษสว่ นและทศนิยมได้อย่างไร
(แนวตอบ 5 และ 0.5) 10 ขั้นสอน 1. ครตู ิดแผนภาพตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน แล้วสุ่มนกั เรยี นออกมาเขียนเศษสว่ นและทศนิยมจากแผนภาพ คนละ 1 ภาพ เขยี นในรปู เศษส่วน 3 10 เขียนในรูปทศนยิ ม 0.3 เขียนในรปู เศษสว่ น 18 100 เขยี นในรปู ทศนิยม 0.18 เขยี นในรปู เศษส่วน 53 1,000 เขียนในรปู ทศนยิ ม 0.053 2. ครูให้นักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบวา่ เศษสว่ นและทศนิยมท่ีเพอ่ื นเขียนถกู ต้องหรือไม่ แล้วรว่ มกันสงั เกต ความสัมพันธ์ระหว่างเศษสว่ นและทศนิยมบนกระดาน จากน้ันครูถามคาถามกระต้นุ ความคดิ ของนักเรยี น ดงั นี้ เศษส่วนและทศนิยมที่เพื่อนเขยี นมีค่าเทา่ กันหรอื ไม่ เพราะเหตุใด (แนวตอบ เทา่ กัน เพราะเปน็ จานวนท่ีไดจ้ ากการแทนค่าของแผนภาพเดยี วกนั ) 3. ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั การเขียนเศษส่วนท่ีมตี ัวส่วนเป็น 10, 100 หรือ 1,000 ในรูปทศนิยมวา่ “เศษส่วน ทม่ี ตี วั ส่วนเป็น 10 สามารถเขียนเป็นทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ เศษส่วนทีม่ ีตัวสว่ นเปน็ 100 สามารถเขียนเปน็ ทศนยิ มสองตาแหนง่ และเศษสว่ นท่มี ีตวั สว่ นเป็น 1,000 สามารถเขียนเปน็ ทศนิยมสามตาแหนง่ ” 4. ครูใหน้ ักเรยี นจับค่ศู กึ ษาตวั อยา่ งที่ 1 ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 85 5. ครใู ห้นักเรียนทากจิ กรรม “พซิ ซา หนา้ เดยี ว” โดยครูอธบิ ายกติกาการเล่นเกมใหน้ ักเรียนฟังว่า นักเรียนแตล่ ะ คนจะได้หยบิ รูปพิซซาที่แสดงเศษสว่ น ทศนยิ ม และรปู ภาพ คนละ 1 ชิ้น เม่อื ไดย้ นิ เสยี งสัญญาณให้นักเรียน หาพซิ ซาที่มีคา่ เทา่ กันที่แสดงดว้ ยเศษสว่ น ทศนิยม และรปู ภาพมาวางประกอบกันเปน็ พิซซาถาดใหญท่ ่ี สมบูรณ์ เมื่อไดย้ นิ เสียงสญั ญาณอีกครง้ั ให้นกั เรยี นพลกิ หน้าพซิ ซาดู หากหน้าพซิ ซาเหมอื นกนั แสดงวา่
เศษส่วน ทศนิยม และรูปภาพนัน้ ๆ มีคา่ เท่ากัน หมายเหตุ : ครูให้นักเรียนสลบั รปู ชน้ิ ส่วนพซิ ซาแลว้ ทากิจกรรม 3-4 รอบ 6. ครใู ห้นกั เรียนจบั คทู่ ากจิ กรรมเพอื่ นชว่ ยเพ่ือน ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 86 ลงในสมุด เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ นาส่งครู ช่ัวโมงที่ 2 7. ครทู บทวนความร้เู รอ่ื ง การเขียนเศษสว่ นในรูปทศนยิ ม โดยสุ่มนกั เรียนออกมาเขียนเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเปน็ 10, 100 หรือ 1,000 บนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนเลอื กเพ่อื นออกมาเขียนทศนยิ มทมี่ ีคา่ เท่ากับเศษสว่ นนน้ั ใหถ้ ูกต้อง หมายเหตุ : ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมน้ี 4-5 ครงั้ 8. ครแู บง่ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน ให้ตวั แทนแตล่ ะกลุ่มออกมาหยบิ บัตรตัวเลข แล้วเเข่งขันกนั หา จานวนมาคูณกับจานวนในบัตรตวั เลขท่ีได้รบั โดยใหม้ ีผลลัพธเ์ ป็น 10 หรอื 100 หรือ 1,000 อย่างใดอยา่ งหนึ่ง จากนนั้ ให้นักเรยี นในชัน้ เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2 4 5 8 20 25 40 50 125 200 500 9. ครใู ห้แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาเกย่ี วกบั การเขยี นเศษส่วนที่มี 10, 100 หรอื 1,000 เป็นพหคุ ณู ของตัวสว่ น ในรูปทศนิยม ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 87-91 โดยให้สมาชกิ แต่ละคนผลดั กันอธิบาย ความรูจ้ นเกิดความเขา้ ใจตรงกัน 10. ครเู ขียนเศษสว่ นที่มีตวั สว่ นเปน็ จานวนที่อยูบ่ นบัตรตัวเลขบนกระดาน จากนน้ั ครสู ุม่ ถามนักเรียนวา่ นกั เรียนสามารถเขยี นเศษสว่ นให้มีตวั ส่วนเปน็ 10, 100 หรือ 1,000 ได้หรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ ได้ โดยหาจานวนมาคูณกับตวั เศษและตัวสว่ นของเศษสว่ นนนั้ เช่น ถ้าเศษสว่ นที่มีตัวส่วนเปน็ 5 แล้วต้องการทาตวั สว่ นให้เปน็ 10 ทาได้โดยนา 2 มาคูณทง้ั ตัวเศษและตัวสว่ น) 11. ครสู ุม่ ถามนกั เรียนอกี ว่า เศษส่วนทมี่ ตี ัวส่วนเปน็ จานวนเหล่าน้ัน สามารถทาให้อยใู่ นรูปทศนยิ มไดห้ รือไม่ อย่างไร (แนวตอบ ได้ โดยเขยี นเศษสว่ นท่ีมตี ัวสว่ นเป็นจานวนเหลา่ น้ัน ให้มีตวั สว่ นเปน็ 10, 100 หรือ 1,000 จากนนั้ จึงเขียนใหอ้ ยใู่ นรูปทศนิยมหนึง่ ตาแหนง่ ทศนิยมสองตาแหน่ง หรือทศนยิ มสามตาแหน่ง) 12. ครูยกตัวอย่างเพิ่มเตมิ โดยนาบัตรตวั เลขตดิ บนกระดาน เชน่ 151, 29, 7 แล้วสุ่มเลอื กนักเรยี นออกมา 8 เขียนเศษส่วนดังกลา่ วในรูปทศนิยม 13. ครใู หน้ ักเรียนจับคทู่ ากิจกรรมเพ่ือนชว่ ยเพือ่ น ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 88, 89 และ 91 ลงในสมุด เม่ือทาเสรจ็ แล้วนาส่งครู
ชั่วโมงที่ 3 14. ครูถามคาถามกระตุ้นความคดิ ของนักเรยี น ดังน้ี ทศนิยมกับเศษสว่ นมคี วามสัมพนั ธ์กนั อย่างไร (แนวตอบ เศษส่วนท่มี ีตวั สว่ นเปน็ 10 เมือ่ เขียนในรปู ทศนิยมจะเขียนได้เปน็ ทศนิยมหน่งึ ตาแหน่ง เศษสว่ นที่มีตวั ส่วนเป็น 100 เมอ่ื เขยี นในรปู ทศนยิ มจะเขยี นไดเ้ ป็นทศนยิ มสองตาแหน่ง และเศษส่วนท่มี ี ตัวสว่ นเปน็ 1,000 เมือ่ เขยี นในรูปทศนิยมจะเขยี นได้เปน็ ทศนยิ มสามตาแหนง่ ) ทศนิยมสามารถเขยี นใหอ้ ยู่ในรูปเศษสว่ นได้หรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ ได้ โดยใช้ความสมั พันธ์ระหว่างเศษสว่ นและทศนิยม) 15. ครแู บ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม (กลมุ่ เดิมจากชั่วโมงท่แี ลว้ ) โดยให้แตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ศึกษาเกี่ยวกบั การเขียน ทศนยิ มในรปู เศษส่วน ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 92 แล้วให้สมาชิกแตล่ ะคนผลัดกนั อธบิ ายความรู้จนเกดิ ความเข้าใจตรงกนั 16. ครูใหน้ กั เรยี นทุกกลุ่มเล่นเกม “ค่หู ู คู่เฮ” โดยอธิบายกติกาการเลน่ ใหน้ กั เรยี นฟังว่า เมอื่ ได้ยินเสียงสัญญาณ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมาเปิดบตั รทศนิยมที่ติดอยดู่ า้ นซ้ายของกระดาน แล้วให้สมาชกิ อกี คนออกมาเปิด บัตรเศษสว่ นที่ติดอยู่ทางด้านขวาของกระดาน หากบัตรทศนยิ มและเศษสว่ นที่เปิดมีคา่ เทา่ กันใหร้ อ้ ง “เฮ” แลว้ เกบ็ บัตรค่นู น้ั ไว้ แต่ละกลุ่มให้สมาชกิ สลับกนั ออกมาหาคู่บตั รทศนิยมและเศษสว่ นท่ีเท่ากนั จนกว่าจะหมด เวลา กล่มุ ท่ีจับคู่ทศนิยมและเศษส่วนทีเ่ ทา่ กนั ไดม้ ากทีส่ ุดเปน็ กลุม่ ท่ีชนะ 17. ครูใหน้ กั เรียนจบั คทู่ ากจิ กรรมเพอ่ื นช่วยเพอื่ น ในหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 93 ลงในสมดุ เม่ือทาเสร็จแล้วนาส่งครู 18. ครใู หน้ กั เรียนทกุ คนทาใบงานที่ 3.1 เร่ือง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษสว่ นและทศนิยม จากน้นั ครูสมุ่ นักเรียน ออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชน้ั เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ชว่ั โมงท่ี 4 19. ครแู บ่งนักเรยี นออกเป็น 6 กลุ่ม กลุม่ ละเท่า ๆ กัน โดยให้แต่ละกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมาจับสลากหมายเลข 1-6 จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกล่มุ รว่ มกันทากิจกรรมฝกึ ทักษะ ข้อ 1-6 ในหนังสอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 94-95 ตามข้อทีก่ ลุ่มของตนเองจบั สลากได้ เมอ่ื แตล่ ะกล่มุ ทาเสร็จเรียบรอ้ ยแลว้ ครขู ออาสาสมคั ร ออกมาเขียนแสดงวธิ ีทาอยา่ งละเอียดบนกระดาน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง ขั้นสรุป 1. ครูถามคาถามจากกรอบความรู้ท่ีได้ ดังน้ี 143 117050 และ 14300 เขยี นเป็นทศนิยมที่เท่ากันได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอยู่กบั ดุลยพินิจของครูผสู้ อน เช่น 143 117050 และ
14300 สามารถเขยี นเป็นทศนยิ มที่เท่ากนั ได้ เพราะเม่อื นาจานวนคละท่ีโจทย์กาหนดให้ มาเขยี นให้อยู่ใน รปู ทศนิยมจะมีค่าเทา่ กับ 1.75 ทัง้ สามจานวน) 2.50 กับ 221 เทา่ กนั หรือไม่ เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยกู่ ับดุลยพนิ จิ ของครูผ้สู อน เชน่ เท่ากนั เพราะเม่อื นา 212 มาเขยี นให้อยใู่ นรปู ทศนยิ มจะมีคา่ เทา่ กับ 2.50) 2. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปว่า “การเขียนเศษสว่ นทม่ี ตี วั ส่วนเปน็ พหคุ ูณของ 10 หรอื 100 หรอื 1,000 ในรูปทศนิยมทาไดโ้ ดย 1) ทาเศษสว่ นให้เป็นเศษส่วนที่มตี ัวส่วนเป็น 10 หรอื 100 หรอื 1,000 2) เขียนเศษสว่ นในรูปทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง 2 ตาแหน่ง หรอื 3 ตาแหน่ง” 3. ครูให้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ขอ้ 1-6 ในแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 64-66 เปน็ การบา้ น 7. การวัดและประเมินผล รายการวดั วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 กอ่ นเรยี น ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) ความสัมพันธ์ระหว่าง - ตรวจใบงานท่ี 3.1 - ใบงานที่ 3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เศษส่วนและทศนิยม - ตรวจกจิ กรรม - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ฝกึ ทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด 2) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ 3) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 กลุม่ การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2
รายการวดั วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ัน อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ในการทางาน 8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ 1) หนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม 2) แบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม 3) ใบงานที่ 3.1 เร่อื ง ความสัมพันธร์ ะหว่างเศษสว่ นและทศนยิ ม 4) แผนภาพ 5) บตั รตวั เลข 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - หอ้ งเรียน
ใบงานที่ 3.1 เรือ่ ง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม คาชี้แจง : เขยี นเศษส่วนให้อยู่ในรูปทศนยิ มและเขียนทศนยิ มใหอ้ ยูใ่ นรปู เศษสว่ น 1. เขยี นเศษสว่ นต่อไปน้ใี ห้อยู่ในรปู ทศนยิ มสามตาแหน่ง 1) 9 2 2) 32 100 3) 3 8 4) 12 25 5) 184 250 6) 784 1,000 2. แสดงวิธีเขียนทศนยิ มทก่ี าหนดให้ในรปู เศษส่วน 2) 15.014 1) 2.115 3) 5.21 4) 71.3
ใบงานท่ี 3.1 เฉลย เร่อื ง ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม คาชีแ้ จง : เขยี นเศษส่วนใหอ้ ย่ใู นรูปทศนยิ มและเขยี นทศนยิ มใหอ้ ยู่ในรปู เศษส่วน 1. เขยี นเศษสว่ นตอ่ ไปนี้ใหอ้ ยใู่ นรปู ทศนยิ มสามตาแหนง่ 1) 9 9 × 500 = 4,500 = 4.500 2 2 500 1,000 2) 32 32 × 10 = 320 = 0.320 100 100 10 1,000 3) 3 3 × 125 = 375 = 0.375 8 8 125 1,000 4) 12 12 × 40 = 480 = 0.480 25 25 40 1,000 5) 184 184 × 4 = 736 = 0.736 250 250 4 1,000 6) 784 0.784 1,000 2. แสดงวธิ ีเขียนทศนิยมทีก่ าหนดให้ในรูปเศษสว่ น 1) 2.115 2) 15.014 วธิ ีทา 15.014 = วธิ ีทา 2.115 = 2 + 115 = 15 + 14 1,000 1,000 = = 211,01050 ตอบ ๑๕๕๗๐๐ 151,10400 = 222030 155700 ตอบ ๒๒๒๐๓๐ 3) 5.21 5.21 = 5 + 21 4) 71.3 71.3 = 71 + 3 วธิ ีทา = 100 วธิ ีทา = 10 ตอบ ๕๑๒๐๑๐ 512010 ตอบ ๗๑๑๓๐ 71130
บตั รกิจกรรม “พซิ ซา หนา้ เดยี ว” ด้านหลัง ด้านหน้า 0.8 1.25 112050
บตั รกิจกรรม “ค่หู ู ค่เู ฮ” 11050 116020 0.15 412 1.62 1,20100 4.5 311,0,20004 0.021 31.204
บตั รตวั เลข 151 29 1270 34 12253 6530 122057 78 240601 358090
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ่เี กดิ ข้นึ กบั ผู้เรยี น 1.1 ผ้เู รยี นผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คิดเป็นร้อยละ.................. 1.2 ผเู้ รียนไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน ไดแ้ ก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผูเ้ รยี นได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผูเ้ รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผ้สู อน (นางสาวพรรตั น์ จันทรค์ า)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอ่ื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม เวลาเรียน 4 ชว่ั โมง เวลา …………………………… เร่ือง การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่ง ชอ่ื ผสู้ อน นางสาวพรรตั น์ จันทร์คา วนั ที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ดั ค 1.1 ป.5/1 เขยี นเศษสว่ นทมี่ ตี ัวสว่ นเป็นตวั ประกอบของ 10 หรอื 100 หรือ 1,000 ในรปู ทศนยิ ม 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) เข้าใจหลกั การประมาณค่าทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง (K) 2) เขียนค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่งเป็นจานวนเต็มได้ (P) 3) เขียนคา่ ประมาณของทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่งเปน็ ทศนยิ ม 1 ตาแหน่งได้ (P) 4) เขียนคา่ ประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหน่งเป็นทศนยิ ม 2 ตาแหนง่ ได้ (P) 5) รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ที ี่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรู้แกนกลาง ค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่งทเ่ี ป็น จานวนเต็ม ทศนิยม 1 ตาแหนง่ และ 2 ตาแหนง่ การใชเ้ ครื่องหมาย 4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม โดยพิจารณาว่าทศนิยมที่ตอ้ งการประมาณค่าเป็นจานวนเต็ม เป็นทศนิยม 1 ตาแหน่ง หรอื เป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง จากน้ันพิจารณาเลขโดดในหลักก่อนหนา้ เชน่ ถ้าต้องการประมาณค่าเป็น จานวนเต็ม ให้พิจารณาเลขโดดในหลักส่วนสิบ ถ้าเลขโดดในหลักก่อนหน้ามีค่าต้ังแต่ 0 ถึง 4 ให้ประมาณเป็น จานวนทีน่ ้อยกว่า ถา้ เลขโดดในหลกั ก่อนหนา้ มคี า่ ตง้ั แต่ 5 ถึง 9 ให้ประมาณเปน็ จานวนทีม่ ากกว่า
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. มุง่ มั่นในการทางาน 2) ทักษะการเชอ่ื มโยง 3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : เทคนคิ คคู่ ิด ช่ัวโมงท่ี 1 ข้ันนา 1. ครทู บทวนความร้เู รื่อง การหาค่าประมาณของจานวนนบั ท่นี ักเรยี นเคยเรียนมาแลว้ ในชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 โดยเขยี นเสน้ จานวนตอ่ ไปนี้บนกระดาน ปพรำะมเพาณะเไปดน็ ไจxานiปวนรเกตสม็ ทำี่มกานกกวา่พำเพะไดไxiปรกสำ 10 11 12 13 14 15 นกๆ16กฟห1ด7ดำไ18 19 20 ประมาณเป็นจานวนเต็มที่นอ้ ยกวา่ จากนน้ั ครอู ธิบายเพ่ิมเติมวา่ “หลักการประมาณค่าเปน็ จานวนเตม็ สบิ เตม็ รอ้ ย เตม็ พนั เต็มหม่ืน เต็มแสน และเตม็ ล้าน มีขั้นตอน ดงั น้ี ขั้นที่ 1 พิจารณาดูว่าจานวนนับทต่ี ้องการประมาณค่าอยูร่ ะหวา่ งจานวนเต็มอะไรกบั จานวนเต็มอะไร ข้นั ที่ 2 พิจารณาเลขโดดในหลักกอ่ นหนา้ เช่น ถ้าตอ้ งการประมาณคา่ จานวนเต็มสิบ ใหพ้ จิ ารณาเลขโดด ในหลักหน่วย ขนั้ ท่ี 3 ถา้ เลขโดดในหลักกอ่ นหนา้ มคี ่าตั้งแต่ 5 ถงึ 9 ใหป้ ระมาณเปน็ จานวนเตม็ ท่ีมากกวา่ ถา้ เลขโดด ในหลกั ก่อนหนา้ มีค่าตง้ั แต่ 0 ถงึ 4 ใหป้ ระมาณเป็นจานวนเตม็ ที่น้อยกวา่ ” 2. ครูใหน้ กั เรียนจับครู่ ว่ มกันวิเคราะห์และตอบคาถาม ดงั ต่อไปนี้ การหาค่าประมาณของ 33 เป็นจานวนเตม็ สบิ ทาได้อย่างไร (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ข้ึนอยูก่ บั ดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน เช่น การหาคา่ ประมาณ ของ 33 เป็นจานวนเตม็ สิบ โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลักหนว่ ย ซง่ึ 33 มี 3 อยใู่ นหลักหนว่ ย ซงึ่ น้อยกว่า 5 จงึ ประมาณเปน็ 30)
การหาคา่ ประมาณของ 285 เปน็ จานวนเตม็ รอ้ ยทาไดอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ข้ึนอยกู่ ับดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน เชน่ การหาค่าประมาณ ของ 285 เป็นจานวนเตม็ รอ้ ย โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลักสิบ ซงึ่ 285 มี 8 อย่ใู นหลักสบิ ซ่ึงมากกวา่ 5 จึงประมาณเป็น 300) การหาคา่ ประมาณของ 2,514 เป็นจานวนเต็มพนั ทาไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอยู่กับดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน เช่น การหาคา่ ประมาณ ของ 2,514 เป็นจานวนเตม็ พนั โดยพิจารณาเลขโดดในหลกั ร้อย ซงึ่ 2,514 มี 5 อยู่ในหลกั ร้อย ซึ่งเท่ากบั 5 จงึ ประมาณเปน็ 3,000) การหาค่าประมาณของ 34,567 เปน็ จานวนเต็มหม่ืนทาได้อย่างไร (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน เชน่ การหาค่าประมาณ ของ 34,567 เปน็ จานวนเต็มหมื่น โดยพิจารณาเลขโดดในหลักพนั ซ่งึ 34,567 มี 4 อย่ใู นหลักพนั ซง่ึ นอ้ ยกว่า 5 จึงประมาณเป็น 30,000) การหาคา่ ประมาณของ 280,514 เปน็ จานวนเตม็ แสนทาไดอ้ ยา่ งไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอยกู่ บั ดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน เชน่ การหาคา่ ประมาณ ของ 280,514 เป็นจานวนเตม็ แสน โดยพิจารณาเลขโดดในหลกั หมนื่ ซึง่ 280,514 มี 8 อย่ใู นหลักหมน่ื ซง่ึ มากกว่า 5 จงึ ประมาณเป็น 300,000) การหาคา่ ประมาณของ 3,402,514 เป็นจานวนเต็มลา้ นทาไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กบั ดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน เชน่ การหาค่าประมาณ ของ 3,402,514 เปน็ จานวนเตม็ ล้าน โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลกั แสน ซ่งึ 3,402,514 มี 4 อยูใ่ นหลักแสน ซง่ึ น้อยกว่า 5 จงึ ประมาณเปน็ 3,000,000) ขัน้ สอน 1. ครูให้นกั เรยี นศึกษาการหาค่าประมาณเป็นจานวนเตม็ ในหนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 96-97 จากนั้นใหน้ กั เรียนจบั คูก่ ับเพ่ือนขา้ ง ๆ เพือ่ แลกเปลีย่ นความรู้ซง่ึ กันและกัน สนทนาซกั ถามจนเป็นทเี่ ขา้ ใจ ตรงกัน 2. ครูถามคาถาม ดงั น้ี ถา้ เลขโดดในหลกั ส่วนสิบน้อยกวา่ 5 จะประมาณเปน็ จานวนเตม็ ท่ีน้อยกวา่ หรือมากกวา่ จานวนนั้น (แนวตอบ น้อยกว่า เช่น 3.4 3) ถ้าเลขโดดในหลกั ส่วนสิบมากกวา่ หรือเท่ากบั 5 จะประมาณเป็นจานวนเต็มทนี่ อ้ ยกวา่ หรือมากกว่า จานวนนน้ั (แนวตอบ มากกว่า เช่น 11.8 12) การหาคา่ ประมาณของทศนิยมสองตาแหน่งเปน็ จานวนเตม็ ให้พจิ ารณาเลขโดดในหลักใด (แนวตอบ หลกั ส่วนสิบ)
การหาค่าประมาณของทศนยิ มสามตาแหนง่ เป็นจานวนเตม็ ให้พิจารณาเลขโดดในหลักใด (แนวตอบ หลกั ส่วนสิบ) 3. ครูให้นกั เรยี นคเู่ ดมิ ร่วมกนั ทากจิ กรรม “ดอกไม้คา่ ประมาณ” โดยครตู ดิ กระดาษสีรปู วงกลมท่ีมีตวั เลขระบไุ ว้ บนกระดาน ดงั นี้ 25 12 19 100 จากนน้ั ครูแจกกระดาษ A4 ให้นักเรียนแต่ละคู่ แลว้ ใหแ้ ต่ละคู่สง่ ตวั แทนออกมาหยิบกระดาษสรี ูปวงกลม ในกลอ่ งทีค่ รไู ด้เตรยี มไว้ให้ แล้วให้แตล่ ะครู่ ว่ มกันเขียนทศนิยมทมี่ คี า่ ประมาณเป็นจานวนเต็มท่ีเทา่ กับจานวน ในรปู วงกลมท่ตี ดิ ไว้บนกระดาน แล้วนาไปตดิ เปน็ รูปดอกไม้ลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ ดงั ตวั อย่าง 25.15 25.4 24.87 25 25.49 24.6 24.95 4. ครูสุ่มนักเรยี น 2-3 คู่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง 5. ครใู ห้นกั เรยี นจับคู่ (คู่ใหม)่ ทากิจกรรมโดยใชเ้ ทคนิคคู่คดิ (Think Pair Share) ดังน้ี ให้นักเรยี นแต่ละคนคิดคาตอบของตนเองจาก กิจกรรมเพอื่ นชว่ ยเพือ่ น ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 98 ให้นักเรยี นจับคู่กบั เพอื่ นเพ่ือแลกเปลี่ยนคาตอบ และสนทนาซกั ถามจนเป็นทเี่ ข้าใจร่วมกนั ครูส่มุ นักเรยี นออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้นั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง 6. ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมฝึกทกั ษะ ขอ้ 1 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 103 และทาแบบฝกึ หดั ข้อ 1 ในแบบฝกึ หัด คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 67 เป็นการบา้ น ช่วั โมงท่ี 2 7. ครูทบทวนความรเู้ รื่อง การหาค่าประมาณเป็นจานวนเตม็ โดยการถาม-ตอบ ดังน้ี นักเรยี นคิดว่าการหาค่าประมาณของทศนยิ มสองตาแหน่ง และทศนยิ มสามตาแหนง่ ให้เปน็ จานวนเต็ม เหมอื นหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289