(แนวตอบ นกั เรียนสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับดลุ ยพินจิ ของครผู ้สู อน เชน่ แตกตา่ งกนั เพราะ การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มสองตาแหนง่ ต้องพจิ ารณาเลขโดดในหลกั ส่วนสิบ แตก่ ารหาค่าประมาณ ของทศนยิ มสามตาแหนง่ นัน้ ตอ้ งพิจารณาเลขโดดในหลกั ส่วนรอ้ ย จากนน้ั ใช้หลกั การเดยี วกันกบั การหา คา่ ประมาณของทศนิยมหน่งึ ตาแหน่งเปน็ จานวนเตม็ ) 8. ครูให้นกั เรยี นจบั ค่ศู ึกษาการหาค่าประมาณเป็นทศนิยมหนึง่ ตาแหนง่ ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 98-100 โดยครูเขยี นเส้นจานวนตอ่ ไปน้ีบนกระดาน และขออาสาสมัครออกมาเตมิ จานวนที่หายไป 2.3 2.4 2.30 2.31 ……. 2.33 ……. 2.35 2.36 2.37 ……. 2.39 ……. จากน้ันครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรียน ดังนี้ จานวนท่ีหายไปมจี านวนใดบา้ ง (แนวตอบ 2.32, 2.34, 2.38 และ 2.40) 2.33 อย่รู ะหว่างจานวนใด (แนวตอบ 2.33 อยูร่ ะหวา่ ง 2.3 และ 2.4) 2.36 มคี ่าใกลเ้ คียง 2.3 หรอื 2.4 (แนวตอบ 2.36 มีคา่ ใกล้เคียง 2.4 มากกว่า 2.3) ค่าประมาณเป็นทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ ของ 2.34 คือจานวนใด (แนวตอบ ค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มหนึ่งตาแหน่งของ 2.34 คอื 2.3) นกั เรยี นสามารถเขียนแสดงโดยใช้สัญลกั ษณ์ไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ 2.34 2.3) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา่ “การหาค่าประมาณเป็นทศนยิ มหนึ่งตาแหน่ง ถ้าเลขโดดในหลักส่วนร้อยนอ้ ยกว่า 5 ให้ประมาณเปน็ ทศนิยมหนง่ึ ตาแหนง่ ทีน่ ้อยกวา่ จานวนนนั้ แต่ถา้ เลขโดดในหลกั สว่ นรอ้ ยมากกว่าหรือเทา่ กับ 5 ใหป้ ระมาณเป็นทศนิยมหน่งึ ตาแหน่งท่ีมากกว่าจานวนน้นั ” 10. ครแู จกกระดาษ A4 ใหน้ กั เรียนแต่ละคู่ โดยใหน้ กั เรยี นร่วมกันยกตวั อย่างการหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม สามตาแหนง่ เปน็ ทศนยิ มหนงึ่ ตาแหนง่ เมื่อทาเสร็จแลว้ ครูส่มุ นักเรียน 2 คู่ ออกมานาเสนอหน้าช้นั เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง 11. ครูอธิบายเพ่มิ เติมวา่ “การหาคา่ ประมาณของทศนยิ มสามตาแหนง่ เป็นทศนิยมหน่งึ ตาแหน่ง ใหพ้ ิจารณา เลขโดดในหลกั ส่วนร้อย จากน้ันใช้หลกั การเดียวกันกบั การหาค่าประมาณของทศนยิ มสองตาแหนง่ เปน็ ทศนยิ มหนึง่ ตาแหน่ง” 12. ครูให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 4 คน ร่วมกันทากจิ กรรม “บนั ไดงูค่าประมาณ” โดยครแู จกกระดาษบันไดงู ใหแ้ ต่ละกลมุ่ กลมุ่ ละ 1 แผ่น พรอ้ มลกู เต๋าและหมากเดิน แลว้ อธิบายกติกาในการเลน่ เกมให้นักเรียนฟงั วา่ ใหน้ กั เรียนจับคใู่ นกลุ่มของตนเอง จากนนั้ แข่งขันกนั โยนลูกเตา๋ แล้วเดนิ หมากไปตามแตม้ ลกู เต๋าทโ่ี ยนได้ เมือ่ หยุดท่ีทศนยิ มใดให้ประมาณค่าเปน็ ทศนิยม 1 ตาแหนง่ สลับกนั เลน่ หากคใู่ ดประมาณค่าผดิ จะตอ้ งหยุด
เลน่ 1 ตา คู่ทเี่ ดนิ เข้าเสน้ ชยั ได้กอ่ นเปน็ ฝ่ายชนะ 13. ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่ (คเู่ ดมิ ) ทากิจกรรมโดยใช้เทคนคิ คคู่ ิด (Think Pair Share) ดงั นี้ ให้นกั เรยี นแต่ละคนคดิ คาตอบของตนเองจาก กิจกรรมเพอื่ นช่วยเพือ่ น ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 100 ให้นักเรยี นจบั คกู่ ับเพอื่ นเพ่อื แลกเปล่ยี นคาตอบ และสนทนาซักถามจนเป็นท่เี ข้าใจรว่ มกนั ครูส่มุ นกั เรียนออกมานาเสนอคาตอบหน้าช้ันเรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง 14. ครูให้นกั เรียนทากจิ กรรมฝึกทักษะ ขอ้ 2 ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 103 และทาแบบฝกึ หดั ข้อ 2 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 67-68 เปน็ การบา้ น ช่ัวโมงที่ 3 15. ครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรยี นว่า “นทชี ง่ั นา้ หนักได้ 32.45 กโิ ลกรมั นา้ หนกั ของนทีมีค่าประมาณ เป็นทศนยิ มหนงึ่ ตาแหน่งเทา่ กับเท่าใด” (แนวตอบ นา้ หนกั ของนทมี ีคา่ ประมาณเป็นทศนยิ มหนึ่งตาแหน่งเทา่ กับ 32.5 กิโลกรัม) 16. ครูให้นกั เรยี นจับคู่ศกึ ษาการหาค่าประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหนง่ ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 101 โดยครูเขยี นเสน้ จานวนตอ่ ไปน้ีบนกระดาน และขออาสาสมัครออกมาเตมิ จานวนท่ีหายไป 1.25 1.26 1.250 ……. ……. 1.253 ……. ……. ……. 1.257 ……. 1.259 1.260 จากนัน้ ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียน ดังนี้ 0 จานวนท่หี ายไปมีจานวนใดบ้าง (แนวตอบ 1.251, 1.252, 1.254, 1.255, 1.256 และ 1.258) 1.253 อย่รู ะหว่างจานวนใด (แนวตอบ 1.253 อยรู่ ะหว่าง 1.25 และ 1.26) 1.258 มคี า่ ใกลเ้ คียง 1.25 หรือ 1.26 (แนวตอบ 1.258 มีคา่ ใกลเ้ คียง 1.26 มากกวา่ 1.25) คา่ ประมาณเป็นทศนิยมสองตาแหนง่ ของ 1.256 คือจานวนใด (แนวตอบ ค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มสองตาแหนง่ ของ 1.256 คอื 1.26) นักเรยี นสามารถเขียนแสดงโดยใช้สัญลกั ษณไ์ ดอ้ ย่างไร (แนวตอบ 1.256 1.26) 17. ครอู ธิบายเพ่มิ เติมวา่ “การหาค่าประมาณเปน็ ทศนยิ มสองตาแหน่ง ถา้ เลขโดดในหลักส่วนพันน้อยกว่า 5 ให้ประมาณเป็นทศนิยมสองตาแหน่งทนี่ ้อยกวา่ จานวนนนั้ แตถ่ ้าเลขโดดในหลกั สว่ นพนั มากกวา่ หรอื เท่ากบั 5 ให้ประมาณเป็นทศนยิ มสองตาแหน่งทมี่ ากกวา่ จานวนนนั้ ” 18. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคูร่ ว่ มกันทากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 102
จากนนั้ ให้แตล่ ะคู่สง่ ตวั แทนออกมารบั กระดาษ A4 และบัตรตวั เลขจากครคู ่ลู ะ 3 ชุด โดยบตั รตวั เลขเป็น ทศนยิ มหน่งึ ตาแหน่ง ทศนิยมสองตาแหน่ง และทศนยิ มสามตาแหนง่ อยา่ งละ 1 ชดุ แลว้ สร้างเส้นจานวน พร้อมหาคา่ ประมาณเปน็ จานวนเต็ม ทศนิยมหน่งึ ตาแหนง่ และทศนิยมสองตาแหน่งจากบตั รตัวเลขแตล่ ะใบ ลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ เมื่อทาเสร็จแล้วครูสุ่มนกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น โดยครตู รวจสอบ ความถกู ตอ้ ง 19. ครใู หน้ ักเรียนจับคู่ (คูเ่ ดมิ ) ทากิจกรรมโดยใชเ้ ทคนคิ คคู่ ิด (Think Pair Share) ดงั นี้ ให้นักเรยี นแต่ละคนคดิ คาตอบของตนเองจาก กิจกรรมเพือ่ นช่วยเพ่อื น ในหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 102 ใหน้ ักเรียนจับคู่กบั เพือ่ นเพอื่ แลกเปลี่ยนคาตอบ และสนทนาซักถามจนเปน็ ที่เข้าใจรว่ มกัน ครูสุ่มนกั เรยี นออกมานาเสนอคาตอบหน้าชนั้ เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง 20. ครใู ห้นกั เรยี นทากจิ กรรมฝึกทักษะ ขอ้ 3 ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 103 และทาแบบฝกึ หัด ข้อ 3 ในแบบฝึกหัด คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 68-69 เปน็ การบ้าน ชว่ั โมงที่ 4 21. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคิดของนักเรยี นว่า “บา้ นของธารนา้ อยู่หา่ งจากโรงเรียน 3.658 กโิ ลเมตร ระยะทางจากบา้ นของธารน้าถงึ โรงเรยี นมีคา่ ประมาณเป็นทศนยิ มสองตาแหนง่ เท่ากบั เท่าใด” (แนวตอบ ระยะทางจากบ้านของธารน้าถงึ โรงเรียนมคี า่ ประมาณเปน็ ทศนยิ มสองตาแหน่งเทา่ กบั 3.66 กิโลเมตร) 22. ครใู หน้ ักเรยี นจบั คูร่ ่วมกนั ทากิจกรรมโดยใช้เทคนิคคู่คิด (Think Pair Share) ดงั น้ี ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนคิดคาตอบของตนเองจากใบงานท่ี 3.2 เรือ่ ง การหาค่าประมาณของทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง ให้นักเรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นเพ่ือแลกเปล่ียนคาตอบ และสนทนาซักถามจนเป็นท่ีเข้าใจร่วมกนั ครสู มุ่ นกั เรียนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชัน้ เรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง ข้ันสรุป 1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปวา่ “การหาคา่ ประมาณของทศนยิ ม โดยพจิ ารณาวา่ ทศนยิ มท่ตี อ้ งการประมาณค่า เปน็ จานวนเตม็ เป็นทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ หรือเป็นทศนิยม 2 ตาแหน่ง จากนัน้ พิจารณาเลขโดดในหลกั กอ่ นหน้า เชน่ ถา้ ตอ้ งการประมาณค่าเป็นจานวนเตม็ ใหพ้ ิจารณาเลขโดดในหลกั สว่ นสิบ ถ้าเลขโดดในหลกั ก่อนหนา้ มคี ่าตั้งแต่ 0 ถงึ 4 ใหป้ ระมาณเปน็ จานวนท่ีนอ้ ยกว่า ถ้าเลขโดดในหลกั กอ่ นหน้ามีคา่ ต้ังแต่ 5 ถึง 9 ใหป้ ระมาณเปน็ จานวนทมี่ ากกวา่ ” 2. ครใู ห้นักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ ขอ้ 4-6 ในหนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 103-104 และทาแบบฝึกหดั ขอ้ 4-5 ในแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 69-70 เปน็ การบ้าน
7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน 7.1 ประเมนิ ระหว่าง การจัดกจิ กรรม การเรียนรู้ 1) การหาค่าประมาณ - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - ใบงานที่ 3.2 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ของทศนยิ มไมเ่ กิน - ตรวจกิจกรรม - กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ สามตาแหนง่ ฝึกทักษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การนาเสนอ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2 ผลงาน/ผลการ ผลงาน/ผลการ นาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ ทากจิ กรรม ทากจิ กรรม 3) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 รายบุคคล การทางาน การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ รายบุคคล 4) พฤตกิ รรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 กลมุ่ การทางานกล่มุ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2 อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ มน่ั อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์ ในการทางาน 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สื่อการเรยี นรู้ 1) หนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม 2) แบบฝกึ หดั คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 3) ใบงานท่ี 3.2 เรื่อง การหาค่าประมาณของทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ 4) กระดาษบันไดงูค่าประมาณ 5) บตั รตวั เลขทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ ทศนยิ มสองตาแหนง่ และทศนิยมสามตาแหน่ง 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - ห้องเรียน
ใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่ง คาชีแ้ จง : ให้นกั เรียนหาค่าประมาณของทศนิยมเปน็ จานวนเตม็ ทศนยิ มหน่งึ ตาแหน่ง และทศนิยมสองตาแหน่ง จากทศนยิ มที่กาหนดให้ ขอ้ ทศนยิ ม ค่าประมาณใกล้เคยี งทศนิยม จานวนเต็ม หน่ึงตาแหน่ง สองตาแหนง่ 1. 0.254 2. 1.234 3. 2.622 4. 3.105 5. 4.267 6. 8.217 7. 9.114 8. 12.054 9. 15.208 10. 20.328 11. 35.164 12. 42.627 13. 55.266 14. 62.197 15. 72.649
ใบงานท่ี 3.2 เฉลย เรอ่ื ง การหาค่าประมาณของทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่ง คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นหาค่าประมาณของทศนยิ มเป็นจานวนเต็ม ทศนิยมหน่งึ ตาแหนง่ และทศนิยมสองตาแหน่ง จากทศนยิ มท่กี าหนดให้ ข้อ ทศนิยม ค่าประมาณใกลเ้ คียงทศนยิ ม จานวนเต็ม หน่ึงตาแหน่ง สองตาแหนง่ 1. 0.254 0 0.3 0.25 2. 1.234 1 1.2 1.23 3. 2.622 3 2.6 2.62 4. 3.105 3 3.1 3.11 5. 4.267 4 4.3 4.27 6. 8.217 8 8.2 8.22 7. 9.114 9 9.1 9.11 8. 12.054 12 12.1 12.05 9. 15.208 15 15.2 15.21 10. 20.328 20 20.3 20.33 11. 35.164 35 35.2 35.16 12. 42.627 43 42.6 42.63 13. 55.266 55 55.3 55.27 14. 62.197 62 62.2 62.20 15. 72.649 73 72.6 72.65
กระดาษบนั ไดงูคา่ ประมาณ 4.02 714.647 14.45 15.13 2.96 214.317 85.11 557.427 112.23 101.41 12.03 93.27 21.457 117.019
ตวั อยา่ ง บตั รตัวเลขทศนิยมหนึง่ ตาแหน่ง ทศนิยมสองตาแหนง่ และทศนยิ มสามตาแหนง่ 5.2 5.4 5.7 5.9 1.21 1.23 1.26 1.28 7.453 7.454 7.458 7.459
บันทึกผลหลงั กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ่เี กิดขน้ึ กบั ผู้เรยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................. 1.2 ผู้เรียนไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน...................คน ไดแ้ ก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผูเ้ รียนได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทรค์ า)
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 12 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เร่อื ง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม เวลาเรียน 4 ชัว่ โมง เวลา …………………………… เรือ่ ง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหนง่ ช่ือผ้สู อน นางสาวพรรตั น์ จันทรค์ า วันที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้วี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 2 ข้ันตอน 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) หาผลบวกและผลลบของทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่งโดยใชค้ า่ ประมาณได้ (K) 2) เขียนแสดงขัน้ ตอนการหาผลบวกและผลลบของทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ ได้ (P) 3) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบของการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่ง โดยใชค้ ่าประมาณได้ (P) 4) รบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ท้องถนิ่ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนร้แู กนกลาง การประมาณผลลพั ธข์ องการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การบวกและการลบทศนิยม ใหน้ าจานวนที่อยใู่ นหลักเดียวกันมาบวกหรือมาลบกัน ซึง่ คาตอบที่ไดส้ ามารถใช้ ค่าประมาณมาชว่ ยในการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลได้ 5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทักษะการแปลความ 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 2) ทกั ษะการให้เหตผุ ล 3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ชว่ั โมงท่ี 1 ขั้นนา ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage) ครูทบทวนความรูเ้ รอื่ ง การบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ทีน่ กั เรียนเคยเรียนมาแลว้ ในชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการถาม-ตอบ ดังนี้ การบวกทศนิยมท่ไี มม่ กี ารทดมหี ลกั การอย่างไร (แนวตอบ การบวกทศนิยมท่ไี มม่ กี ารทด ใชห้ ลกั การเดียวกันกบั การบวกจานวนนับ โดยการนาจานวน ที่อย่ใู นหลักเดียวกนั มาบวกกนั ) การบวกทศนยิ มท่ีมกี ารทดมหี ลกั การอย่างไร (แนวตอบ การบวกทศนยิ มท่มี ีการทด ใช้หลกั การเดียวกนั กับการบวกจานวนนับทม่ี กี ารทด คือ นาจานวน ทอ่ี ย่ใู นหลกั เดียวกนั มาบวกกนั ถา้ ผลบวกในหลักใดเปน็ จานวนท่คี รบสิบ จะมกี ารทดไปยงั หลักถัดไปที่อยู่ ทางซ้าย) การบวกทศนิยมทม่ี จี านวนตาแหน่งของทศนยิ มไมเ่ ทา่ กนั ตามแนวตั้งต้องทาอยา่ งไร (แนวตอบ การบวกทศนยิ มทม่ี ีจานวนตาแหน่งของทศนิยมไม่เท่ากันตามแนวต้งั ตอ้ งตั้งจดุ ทศนยิ มให้ ตรงกัน แลว้ จึงนาจานวนในหลกั เดียวกันมาบวกกนั ) การบวกทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง 3 จานวน ทาไดก้ ว่ี ิธี (แนวตอบ การบวกทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ 3 จานวน ทาได้ 2 วิธี คอื 1) บวกทศนิยมท้ังสามจานวนพร้อมกนั 2) บวกคร้ังละสองจานวน โดยบวกทศนยิ มสองจานวนก่อน ได้ผลลัพธแ์ ลว้ จึงนาจานวนท่ีสามมาบวก อกี คร้ัง) การลบทศนยิ มทไี่ ม่มีการกระจายมีหลกั การอยา่ งไร (แนวตอบ การลบทศนิยมที่ไม่มกี ารกระจาย ใช้หลกั การเดียวกับการลบจานวนนบั คือ นาจานวนที่อยู่ ในหลกั เดียวกันมาลบกัน) การลบทศนิยมที่มกี ารกระจายมหี ลักการอยา่ งไร (แนวตอบ การลบทศนิยมทมี่ กี ารกระจาย ใชห้ ลกั การเดยี วกันกบั การลบจานวนนับที่มกี ารกระจาย คือ นาจานวนทอ่ี ยู่ในหลกั เดียวกนั มาลบกัน ถ้าตวั ตั้งในหลักเดียวกันนอ้ ยกว่าตัวลบ ใหก้ ระจายจานวนในหลกั ถัดไปทางซา้ ยของตวั ตง้ั มาเพ่ิมในหลกั ทางขวากอ่ น แล้วจงึ ลบกนั ) การลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง 3 จานวน ทาได้กว่ี ธิ ี (แนวตอบ การลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ 3 จานวน ทาได้ 2 วธิ ี คือ 1) ลบทศนิยมท้งั สามจานวนพรอ้ มกัน แตใ่ นกรณที มี่ ีการกระจายหลกั จะไมส่ ะดวกในการคานวณ
2) ลบครง้ั ละสองจานวน โดยลบทศนยิ มสองจานวนแรกก่อนไดผ้ ลลัพธ์ แล้วจึงนาจานวนที่สามมาลบออก อกี คร้งั ) ขั้นสอน ขั้นท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore) 1. ครเู ขยี นโจทยก์ ารบวกและการลบจานวนเตม็ อย่างละ 1 ข้อบนกระดาน จากนั้นขอตัวแทนนกั เรียนออกมา เขยี นแสดงวิธีทาตามแนวตง้ั และใหน้ ักเรียนในชน้ั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องของคาตอบ โดยครู เนน้ ยา้ ใหน้ ักเรยี นเขียนหลักให้ตรงกนั 2. ครูถามคาถามกระตุ้นความคิดของนกั เรยี นว่า การบวกและการลบจานวนเต็ม เราจะนาเลขโดดในหลกั เดียวกันมาบวกกัน แลว้ การบวกและการลบทศนยิ มสามารถทาเชน่ เดียวกบั การบวกและการลบจานวนเต็ม ได้หรือไม่ (แนวตอบ ได)้ 3. ครูให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 2-3 คน จากนั้นให้แตล่ ะกลุม่ ศึกษาการบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กินสาม ตาแหน่ง ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 105-111 4. ครูขออาสาสมคั ร 2-3 คน ออกมาอธิบายการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหนง่ หน้าชั้นเรียน พรอ้ มทง้ั การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ ชั่วโมงท่ี 2 ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain) 1. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคนเขียนทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ คนละ 5 จานวน ลงในกระดาษการด์ จากนัน้ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ งของทศนยิ มไม่เกินสามตาแหนง่ ที่นักเรียนเขียน แลว้ ใหน้ ักเรียนนากระดาษการ์ดไปติด ไวร้ อบ ๆ ช้ันเรยี น 2. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 คน จากนน้ั แจกกระดานไวทบ์ อร์ดให้นกั เรยี นกลมุ่ ละ 1 แผ่น แล้วอธิบาย กตกิ าวา่ เม่ือครูให้สัญญาณเรม่ิ ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มเลอื กหยิบกระดาษการ์ดมาคร้งั ละ 2 แผ่น จากนนั้ ให้ นักเรยี นนามาหาผลลบและผลบวกดว้ ยการเขยี นแสดงวธิ ที าตามแนวตัง้ โดยฝ่งั ซ้ายของกระดานใหน้ ักเรียน แสดงวิธกี ารหาผลบวก สว่ นฝัง่ ขวาเขยี นแสดงวิธีการหาผลลบ เม่ือได้ยินสญั ญาณหมดเวลา ครูจะเป็นผู้ ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ถ้ากลุ่มใดทาถกู ตอ้ งจะได้รบั คะแนนสะสมขอ้ ละ 10 คะแนน 3. ครเู นน้ ยา้ กับนักเรียนเสมอวา่ ในการเขยี นแสดงวธิ ที าจะต้องเขียนหลักให้ตรงกัน หากพบว่านักเรยี นมีข้อสงสัย ครูจะอธบิ ายเพ่มิ เติมเพ่อื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขึน้ 4. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ คะแนนของแต่ละกลุ่ม พร้อมทงั้ ชมเชยนักเรียนท่ไี ดค้ ะแนนมาก และให้กาลังใจ นกั เรยี นทีไ่ ด้คะแนนน้อย
ชว่ั โมงที่ 3 ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 1. ครูแจกกระดาษการด์ ให้นักเรยี นคนละ 1 ใบ โดยให้นกั เรียนเขยี นทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง คนละ 1 จานวน จากน้นั ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละคนอ่านจานวนทีต่ นเองเขยี นข้ึน พรอ้ มบอกค่าประจาหลกั ของ เลขโดดในแตล่ ะหลัก 2. ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรม โดยครูอธิบายกตกิ าใหน้ ักเรียนฟงั ดงั นี้ - ครูจะเปิดเพลง แลว้ ใหน้ ักเรยี นเดินไปรอบ ๆ หอ้ ง - เม่ือเพลงหยดุ ครจู ะบอกใหน้ กั เรยี นจับกลมุ่ กลุ่มละ 2-3 คน จากนัน้ ครจู ะพดู วา่ ใหบ้ วกกนั หรอื ลบกัน จากน้ันให้นกั เรยี นรีบจบั กลมุ่ กับเพ่อื นทอี่ ยูใ่ กลต้ ัวทส่ี ดุ แลว้ นากระดานไวท์บอร์ดที่ครูเตรยี มให้มาเขียน แสดงวธิ กี ารบวกหรอื การลบทศนิยมตามแนวตงั้ ใหถ้ กู ต้อง - เม่ือหมดเวลาครูจะเปน็ ผู้เดนิ ตรวจสอบคาตอบของนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ หากกล่มุ ใดทาถกู ต้อง นกั เรียนใน กล่มุ จะมีคะแนนสะสมคนละ 1 คะแนน แตค่ รเู น้นยา้ วา่ นกั เรยี นทุกคนต้องช่วยกันทา หากพบว่ามี นักเรียนคนใดในกลุม่ ไม่ช่วยเพอ่ื นจะถอื ว่าผดิ กตกิ า - ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปคะแนนที่นักเรยี นแตล่ ะคนได้รับ พร้อมทง้ั ชมเชยนักเรยี นที่ไดค้ ะแนนมาก และให้กาลงั ใจนกั เรียนทีไ่ ดค้ ะแนนนอ้ ย หมายเหตุ : ในการเลน่ เกมชว่ งแรก ครูอาจใหน้ ักเรียนจบั กลมุ่ ครัง้ ละ 2 คนกอ่ น เม่ือนกั เรยี นเกดิ ความ ชานาญ ครจู งึ เพิม่ จานวนขน้ึ เรือ่ ย ๆ เปน็ 3 คน โดยครอู าจแนะนาวธิ กี ารบวกหรือการลบทศนยิ มหลาย จานวนให้นักเรียนฟงั เพิ่มเติมได้ ชัว่ โมงท่ี 4 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 6 คน จากนนั้ แจกบตั รตวั เลข 0-9 คละกนั จานวน 30 ใบ ใหน้ กั เรยี นกลุ่มละ 1 ชดุ และแจกใบงานท่ี 3.3 เรอ่ื ง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง ให้นักเรียนคนละ 1 ใบ และอธิบายกติกาการทาใบงานให้นกั เรียนฟัง ดังน้ี - ใหน้ กั เรยี นนาชดุ บตั รตัวเลขวางไว้ตรงกลาง และนกั เรยี นนั่งลอ้ มรอบ - ให้นักเรยี นตกลงกันว่าใครจะเปน็ ผู้เปดิ บัตรตัวเลขเปน็ คนแรก และคนต่อ ๆ ไป เม่อื ตกลงกันได้เรยี บร้อย ใหน้ ักเรียนคนแรกเร่ิมเปดิ บัตรตัวเลข จากน้นั ให้นักเรียนทุกคนในกลุม่ เขียนตวั เลขท่ีเพ่อื นเปิดได้ลงใน ใบงาน ดงั นี้ เขยี นเลขโดดที่คนที่ 1 เปิดได้ เป็นเลขโดดในหลักส่วนพัน เขยี นเลขโดดท่คี นที่ 2 เปิดได้ เปน็ เลขโดดในหลักส่วนรอ้ ย เขยี นเลขโดดที่คนที่ 5 เปิดได้ เป็นเลขโดดในหลักสบิ เขียนเลขโดดทีค่ นที่ 6 เปิดได้ เป็นเลขโดดในหลกั ร้อย - กอ่ นที่นกั เรียนแตล่ ะคนจะเปิดบัตรตวั เลข ให้ตัวแทนนักเรียนในกลุ่มสลบั บัตรตวั เลขประมาณ 4-5 ครง้ั
- เม่อื ไดจ้ านวน 2 จานวน ใหน้ ักเรียนแสดงวิธีการบวกหรือการลบสองจานวนดงั กล่าวตามแนวตั้ง ให้ถกู ต้อง เมอ่ื นักเรยี นแตล่ ะคนทาเสร็จ ให้ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้องให้เรยี บรอ้ ย 4. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ ข้อ 1-3 ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 113-114 และแบบฝกึ หัด ขอ้ 1-3 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 71-77 เปน็ การบ้าน ขนั้ สรปุ ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ทาชนิ้ งาน โดยครูแจกชน้ิ ส่วนจกิ๊ ซอวใ์ หน้ กั เรยี น กล่มุ ละ 2 ชดุ ดังรปู จากนั้นอธิบายใหน้ กั เรียนฟงั วา่ จ๊ิกซอว์ 1 ชุด ประกอบด้วย 4 ช้นิ สว่ น ดงั นี้ - ช้ินส่วนท่ี 1 ใหน้ กั เรียนเขยี นประโยคสญั ลักษณ์ - ชน้ิ สว่ นท่ี 2 ให้แสดงวธิ กี ารหาคาตอบ - ชิ้นส่วนท่ี 3 ใหเ้ ขียนคาตอบ - ช้นิ ส่วนท่ี 4 ให้เขยี นหลักการหาคาตอบ และจ๊กิ ซอวช์ ุดแรก ใหน้ กั เรยี นใชโ้ จทย์การบวกทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่ง ส่วนชุดท่ีสองเปน็ โจทย์การลบ ทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหน่ง 2. ครใู ห้นกั เรียนช่วยกันต่อจิก๊ ซอว์ที่ได้ใหเ้ รียบรอ้ ย พร้อมท้ังตรวจสอบความถูกต้องของชิ้นส่วนต่าง ๆ เม่ือทา เสรจ็ แลว้ ให้แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 3. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปเก่ยี วกับการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหน่งวา่ “การบวกและการลบ ทศนิยม ให้นาจานวนท่อี ยู่ในหลกั เดยี วกนั มาบวกหรอื มาลบกัน ซ่งึ คาตอบท่ีได้สามารถใช้ค่าประมาณมาชว่ ย ในการตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้” 7. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน รายการวดั - ตรวจใบงานที่ 3.3 - ใบงานท่ี 3.3 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 7.1 ประเมนิ ระหวา่ ง - ตรวจกิจกรรม - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) การบวกและการลบ ทศนยิ มไม่เกิน
รายการวดั วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ สามตาแหนง่ ฝกึ ทักษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 กลุม่ การทางานกลุม่ การทางานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์ 4) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมินคณุ ลกั ษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2 อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ มนั่ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม 2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม 3) ใบงานท่ี 3.3 เรื่อง การบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ 4) กระดาษการด์ 5) กระดานไวท์บอร์ด 6) บตั รตวั เลข 0-9 7) ชน้ิ สว่ นจ๊ิกซอว์ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - หอ้ งเรยี น
ใบงานท่ี 3.3 เรอ่ื ง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง 1. 2. วิธีทา วธิ ีทา ตอบ ตอบ 3. 4. วธิ ที า วธิ ที า ตอบ ตอบ 5. 6. วิธที า วิธที า ตอบ ตอบ
ใบงานที่ 3.3 เฉลย เรอ่ื ง การบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ 1. 2. วิธที า วิธที า คาตอบมีหลากหลาย คาตอบมหี ลากหลาย ขน้ึ อยูก่ บั ดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน ข้นึ อยกู่ บั ดุลยพินิจของครูผู้สอน ตอบ ตอบ 3. 4. วิธที า วธิ ีทา คาตอบมีหลากหลาย คาตอบมีหลากหลาย ขึ้นอย่กู บั ดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน ขึ้นอยกู่ บั ดลุ ยพนิ ิจของครูผ้สู อน ตอบ ตอบ 5. 6. วิธที า วิธีทา คาตอบมหี ลากหลาย คาตอบมหี ลากหลาย ขึ้นอยกู่ ับดลุ ยพินจิ ของครูผูส้ อน ขน้ึ อย่กู บั ดลุ ยพนิ ิจของครูผู้สอน ตอบ ตอบ
บตั รตัวเลข 0-9 0123 4567 89
ช้นิ สว่ นจ๊กิ ซอว์
บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ีเ่ กดิ ข้นึ กบั ผเู้ รยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. 1.2 ผูเ้ รยี นไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา)
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 13 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 15101 ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่อง ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม เวลาเรียน 4 ช่ัวโมง เวลา …………………………… เรื่อง การบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง ช่อื ผ้สู อน นางสาวพรรตั น์ จันทร์คา วันที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 2 ข้ันตอน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) หาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหนง่ ได้ (K) 2) เขยี นแสดงขัน้ ตอนการแก้โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กินสามตาแหนง่ ทีก่ าหนดให้ได้ (P) 3) ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวกและการลบทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ ได้ (P) 4) รับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู ้องถิ่น พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ทศนยิ ม 4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด ข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์ ปัญหา การวางแผนแกโ้ จทย์ปัญหา การแก้ปัญหาโดยเขียนประโยคสัญลักษณ์และแสดงวิธที าเป็นลาดับข้ันตอน แลว้ จงึ หาคาตอบ พร้อมทง้ั ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินยั 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ 3. ม่งุ มน่ั ในการทางาน 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แก้ปญั หา
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ (ทักษะการแกป้ ัญหาโจทย)์ ชวั่ โมงที่ 1 ขั้นนา ข้นั ท่ี 1 วเิ คราะห์ปัญหาโจทย์ ครแู บง่ นักเรียนออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน จากนัน้ ครูแจกแถบโจทยป์ ญั หาการบวกและการลบทศนิยม ไมเ่ กนิ สามตาแหน่งให้แตล่ ะกลุ่ม กลมุ่ ละ 3 ขอ้ แล้วใหน้ กั เรยี นร่วมกนั อ่านโจทย์ ทาความเข้าใจและพจิ ารณาวา่ โจทย์กาหนดอะไรมาใหบ้ า้ ง และสงิ่ ที่โจทย์ถามคืออะไร แลว้ ครใู ห้ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมาวิเคราะห์ การแกป้ ญั หาโจทยห์ น้าชั้นเรยี น โดยโจทย์ปัญหามีดงั น้ี แมห่ นัก 52.25 กโิ ลกรัม น้องหนกั 8.18 กิโลกรัม แมแ่ ละนอ้ งหนักรวมกนั ก่กี ิโลกรัม ในการแขง่ ขนั ว่ายน้า คร้ังที่หนง่ึ เพญ็ ทาคะแนนได้ 79.39 คะแนน คร้ังทสี่ องเพ็ญทาคะแนน ไดด้ กี ว่าครัง้ แรก 10.45 คะแนน ครง้ั ท่สี องเพญ็ ทาคะแนนไดเ้ ทา่ ไร เดก็ ชายนทั ซอ้ื ไมบ้ รรทัด 1 อนั ราคา 3.75 บาท ถา้ เดก็ ชายนัทใหธ้ นบตั รฉบบั ละ 50 บาท จะได้รับเงินทอนกบ่ี าท ข้ันสอน ขั้นท่ี 2 วางแผนกาหนดข้นั ตอน 1. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มวางแผนแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ โดยศกึ ษา ขัน้ ตอนการแกโ้ จทยป์ ญั หาจากตัวอยา่ งท่ี 13-17 ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 115-119 ซงึ่ ครูอาจเน้นยา้ ให้นกั เรยี นศกึ ษาการวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหาโดยใชแ้ ผนภาพบารโ์ มเดล และวธิ กี ารตรวจสอบ ความสมเหตสุ มผลของคาตอบใหล้ ะเอยี ด 2. ครใู หน้ ักเรียนร่วมกันวางแผนแก้โจทย์ปัญหา เขียนแผนภาพบาร์โมเดล และเขยี นประโยคสญั ลักษณ์ จากน้นั ให้แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง ซงึ่ ครูคอยให้ คาแนะนา กลา่ วชืน่ ชมนกั เรยี นท่ีทาได้ถูกต้องและใหก้ าลงั ใจนกั เรียนที่ยังมขี อ้ บกพร่องอยู่ 3. ครใู หน้ ักเรียนชว่ ยกันเขยี นข้นั ตอนการแก้โจทย์ปัญหาตามลาดบั ข้นั ตอนทีไ่ ด้ศกึ ษามาอยา่ งละเอยี ดลงใน กระดาษ A4 ทค่ี รูเตรยี มไวใ้ ห้ จากนั้นครูสมุ่ นกั เรยี นออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น โดยครตู รวจสอบความ ถูกตอ้ ง
ชว่ั โมงท่ี 2 ข้นั ที่ 3 ปฏิบตั ติ ามข้ันตอน 1. ครตู ดิ แถบโจทย์ปัญหาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหนง่ บนกระดาน แลว้ ให้นกั เรยี นอ่าน พรอ้ มกัน ดงั น้ี คุณพ่อมที ่ดี นิ 1,785.206 ตารางวา ซอ้ื มาเพ่ิมอกี 356.159 ตารางวา จากน้ัน แบ่งพนื้ ท่ไี ปทาไรผ่ ลไม้ 985.169 ตารางวา จะมีที่ดินทีไ่ มไ่ ดใ้ ชง้ านอกี กี่ตารางวา 2. ครใู หน้ ักเรียนทาความเข้าใจโจทย์ จากน้นั ครูถามคาถามเพ่อื ให้นักเรียนได้วิเคราะหแ์ ละวางแผน แก้โจทย์ปัญหา ดงั น้ี - โจทย์กาหนดอะไรมาบา้ ง (แนวตอบ คุณพอ่ มีท่ีดิน 1,785.206 ตารางวา ซื้อมาเพิ่มอีก 356.159 ตารางวา จากนั้นแบ่งพื้นที่ไปทาไร่ ผลไม้ 985.169 ตารางวา) - โจทย์ถามอะไร (แนวตอบ จะมีที่ดนิ ทไ่ี ม่ได้ใช้งานอกี ก่ตี ารางวา) 3. ครแู ยกแถบโจทยป์ ญั หาออกเปน็ 2 ส่วน จากนน้ั ครูติดแผนภาพบาร์โมเดลบนกระดาน ดังนี้ คณุ พ่อมที ดี่ ิน 1,785.206 ตารางวา ซื้อมา จากนั้นแบง่ พน้ื ทีไ่ ปทาไร่ผลไม้ 985.169 เพ่ิมอกี 356.159 ตารางวา ตารางวา จะมีทดี่ ินที่ไมไ่ ด้ใชง้ านอีกก่ีตารางวา ทด่ี นิ ทงั้ หมด 2,141.365 ตารางวา ที่ดินทงั้ หมด 2,141.365 ตารางวา ที่ดนิ 1,785.206 เพ่ิมอกี 356.159 ไร่ผลไม้ 985.169 ? ตารางวา ตารางวา ตารางวา 4. ครูใหน้ ักเรียนเขยี นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวธิ ที า และหาคาตอบตามข้ันตอนทว่ี างแผนไวพ้ รอ้ มกัน บนกระดาน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง และอธิบายเพ่มิ เติมในส่วนที่ยังมขี อ้ บกพรอ่ งอยู่ 5. ครูให้นกั เรยี นทากจิ กรรมกลุม่ เพิ่มเตมิ เพ่ือฝกึ ฝนการแกโ้ จทยป์ ญั หาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สาม ตาแหนง่ โดยครแู บ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยครูแจกกระดานไวท์บอร์ดให้นักเรยี นกลุ่มละ 1 แผน่ พรอ้ มปากกา จากน้ันครูจะตดิ แถบโจทยป์ ัญหาบนกระดานครั้งละ 1 ข้อ ดังนี้
เดอื นตอ้ งการซอื้ ผลไม้ท้ังหมด 5 กิโลกรมั โดยมีเงาะหนัก 1.442 กโิ ลกรมั ฝร่งั หนกั 1.208 กโิ ลกรมั ทเี่ หลือเป็นมะมว่ ง เดือนจะตอ้ งซอื้ มะมว่ งเพิม่ อีกเทา่ ใด ไกไ่ ข่ตวั หนึ่งหนัก 1.79 กิโลกรมั ไก่เนอื้ หนัก 0.75 กิโลกรัม ถ้าไกบ่ ้านหนกั กวา่ นา้ หนกั ของไกไ่ ข่และไก่เนื้อรวมกนั 1.089 กิโลกรมั ไก่บา้ นจะหนักเทา่ ไร สัปดาห์ท่ี 1 พลอยดม่ื นม 2.75 ลิตร สัปดาห์ท่ีสองดื่มมากกว่าสปั ดาหแ์ รก 1.5 ลิตร และสปั ดาห์ที่สาม ดืม่ มากกว่าสัปดาห์ท่ีสอง 1.2 ลิตร สัปดาห์ท่ีสามพลอยด่ืมนมกี่ลติ ร สดุ ามีเงิน 15.50 บาท นาไปซื้อสมดุ 1 เลม่ ราคา 5.50 บาท ยางลบ 1 กอ้ น ราคา 2.75 บาท สุดาจะเหลอื เงินเทา่ ใด ปี 2560 สมพรได้รับดอกเบย้ี เงนิ ฝาก 1,450.75 บาท ซงึ่ มากกว่าปที ่แี ลว้ อยู่ 325.50 บาท สมพรจะได้ดอกเบ้ยี ทง้ั หมดตั้งแตป่ ี 2559-2560 เท่าไร ไม้ทอ่ นหน่ึงยาว 9.45 เมตร ส่วนหนึง่ อยใู่ นโคลนยาว 2.93 เมตร และสว่ นหน่งึ อยู่ใน นา้ ยาว 3.09 เมตร จงหาว่าสว่ นทีเ่ หลือพ้นน้าจะยาวเทา่ ใด จา่ ยคา่ หนังสอื เป็นเงนิ 206.5 บาท จ่ายค่าสมดุ เป็นเงนิ 150 บาท ใหธ้ นบัตรฉบบั ละ 500 บาท จะไดร้ บั เงินทอนก่ีบาท 6. เม่อื ครูใหส้ ัญญาณ “เรม่ิ ” ให้นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหโ์ จทย์ภายในกลมุ่ แลว้ เขียนประโยคสญั ลักษณ์ พร้อมทัง้ หาคาตอบลงในกระดานไวท์บอร์ด เมอ่ื ครบู อกหมดเวลาใหน้ ักเรียนชคู าตอบของตน จากนั้นครแู ละ นกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบบนกระดาน กลุ่มท่ีเขียนประโยคสญั ลกั ษณถ์ ูกต้องไดค้ ะแนนสะสม ในการเขยี น ประโยคสญั ลักษณ์ ครูเน้นย้าความรเู้ ร่อื ง สมบัตกิ ารสลบั ทีก่ ารบวก ใหน้ กั เรียนฟังและบอกนักเรียนว่าการลบ ไม่มสี มบัติการสลับที่ และนกั เรียนตอ้ งนาจานวนทม่ี ีคา่ มากกวา่ เป็นตวั ตัง้ หมายเหตุ : ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมจนครบทกุ ขอ้ จากน้นั สรปุ คะแนนสะสม กลมุ่ ท่ชี นะไดร้ ับรางวัล 7. ครใู หน้ กั เรยี นจับคทู่ ากจิ กรรมเพื่อนชว่ ยเพอื่ น ในหนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 120 ลงในสมุด เมอ่ื ทาเสรจ็ แล้วนาส่งครู 8. ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรมฝึกทกั ษะ ขอ้ 1-5 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 121 เป็นการบ้าน ชัว่ โมงท่ี 3 9. ครูถามคาถามกระตุน้ ความคิดของนกั เรียนว่า สงิ่ สาคญั ในการแก้โจทย์ปญั หาคืออะไร (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบได้หลากหลาย ขึ้นอยกู่ ับดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน เชน่ ตอ้ งวิเคราะหโ์ จทย์ ใหถ้ กู ต้อง รวู้ ่าโจทย์ตอ้ งการทราบอะไร) 10. ครแู บง่ นักเรยี นออกเปน็ กล่มุ กลุม่ ละ 4 คน แล้วให้นักเรยี นทุกคนช่วยกนั บอกขัน้ ตอนการแกโ้ จทย์ปญั หา ที่เคยเรียนมาวา่ ต้องทาอย่างไรบา้ ง
11. ครแู จกใบงานที่ 3.4 เรอื่ ง โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่ง ให้นกั เรียนทุกคนทา เม่ือทาเสร็จเรยี บรอ้ ยแล้วใหจ้ บั ค่กู ับเพอื่ นในกลุม่ ผลัดกนั อธิบายคาตอบของใบงาน 12. ครูขออาสาสมัครของแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอคาตอบของใบงานที่หน้าช้ันเรียน โดยครูตรวจสอบความ ถกู ต้องและกล่าวชื่นชมกลุ่มท่ีนาเสนอได้ถูกตอ้ งและให้คาแนะนาแก่กล่มุ ทยี่ งั มีข้อบกพรอ่ งอยู่ 13. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งของคาตอบท่ีคานวณได้ โดยการพิจารณาจากความสมเหตุสมผล ของคาตอบ ขนั้ สรปุ ข้ันที่ 4 ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปเกย่ี วกบั โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่งวา่ “ขัน้ ตอน การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบทศนิยมไม่เกนิ สามตาแหนง่ ตอ้ งเริ่มจากการวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา การแก้ปัญหาโดยเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์และแสดงวธิ ที าเปน็ ลาดับข้นั ตอน แลว้ จึงหาคาตอบ พรอ้ มทั้งตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ” 2. ครูให้นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5 คน ร่วมกนั ทากจิ กรรมฝึกทักษะ ข้อ 6-10 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 121-122 เมอื่ ทาเสร็จแลว้ ครสู มุ่ นักเรียนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้ันเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง 3. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนิยม 4. ครใู ห้นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ขอ้ 1-2 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 78-83 เป็นการบ้าน 5. ครูใหน้ ักเรยี นตอบคาถามทา้ ทายการคิดขัน้ สูงและกจิ กรรมเชื่อมโยงสู่ชวี ติ ประจาวนั ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 124 แลว้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ 6. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนทาชน้ิ งาน สมุดเลม่ เล็ก เรือ่ ง ทศนยิ ม และการบวก การลบทศนยิ ม โดยสรุปเน้ือหา และยกตัวอยา่ งประกอบ พร้อมท้งั ตกแตง่ ให้สวยงาม นามาส่งครูในชวั่ โมงถดั ไป
7. การวดั และประเมินผล รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 7.1 การประเมินช้นิ งาน/ - ตรวจช้นิ งาน - แบบประเมินชน้ิ งาน/ - ระดบั คุณภาพ 2 ภาระงาน (รวบยอด) สมดุ เล่มเล็ก เรอื่ ง ภาระงาน ผ่านเกณฑ์ ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม 7.2 ประเมนิ ระหว่าง - ตรวจใบงานที่ 3.4 - ใบงานท่ี 3.4 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจัดกจิ กรรม - ตรวจกิจกรรม - กิจกรรมฝกึ ทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การเรยี นรู้ ฝกึ ทักษะ - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 1) โจทยป์ ัญหาการบวก - ตรวจแบบฝึกหัด และการลบทศนยิ ม ไมเ่ กินสามตาแหน่ง 2) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 กลุ่ม การทางานกลมุ่ การทางานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์ 4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2 อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และม่งุ ม่นั อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน 7.3 การประเมินหลงั เรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบทดสอบหลังเรยี น หลังเรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สอื่ การเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนยิ ม 2) แบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 ทศนิยม และการบวก การลบทศนิยม 3) ใบงานท่ี 3.4 เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกนิ สามตาแหน่ง 4) แถบโจทย์ปัญหา 5) กระดานไวท์บอรด์ 6) ปากกาเขยี นไวทบ์ อร์ด 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - หอ้ งเรียน
ใบงานที่ 3.4 เรื่อง โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบทศนยิ มไม่เกินสามตาแหน่ง คาชี้แจง : แสดงวธิ ีการแกโ้ จทย์ปัญหาตอ่ ไปน้ี 1. ระยะทางจากบ้านไปโรงพยาบาล 3.145 กิโลเมตร น้อยกวา่ ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนอยู่ 1.385 กิโลเมตร ถา้ ระยะทางจากบา้ นไปหา้ งสรรพสนิ คา้ มากกวา่ ระยะทางจากบา้ นไปโรงเรียนอยู่ 2.709 กิโลเมตร ระยะทาง จากบา้ นไปห้างสรรพสนิ คา้ เปน็ เท่าใด ขั้นตอนการแก้โจทยป์ ญั หา 1) การวเิ คราะห์โจทย์ปัญหา สง่ิ ท่ีโจทยก์ าหนดให้ สงิ่ ทโี่ จทย์ถาม 2) การวางแผนแก้โจทยป์ ัญหา 3) การแกป้ ัญหา ประโยคสัญลกั ษณ์ วิธที า ตอบ 4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
2. กรมอตุ ุนยิ มวิทยาพยากรณว์ า่ ภาคกลางอุณหภมู ติ ่าสุดอยู่ที่ 22.59 องศา อุณหภูมิสงู สุดอยทู่ ี่ 31.27 องศา ถ้าภาคตะวนั ออกอุณหภูมสิ ูงสุดมากกว่าผลตา่ งของอุณหภูมิสูงสดุ และอุณหภูมติ ่าสุดของภาคกลางอยู่ 25.86 องศา ภาคตะวันออกจะมีอณุ หภูมิสูงสดุ กอี่ งศา ขน้ั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหา 1) การวเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหา สิ่งทโ่ี จทย์กาหนดให้ สงิ่ ท่โี จทย์ถาม 2) การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา 3) การแกป้ ญั หา ประโยคสญั ลักษณ์ วิธที า ตอบ 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
จากขอ้ มูลต่อไปน้ี ใชแ้ ก้โจทย์ปัญหา ข้อ 3 และ 4 3. ในวนั น้ีราคาแก๊สโซฮอล์ E85 ถูกกวา่ ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ก่บี าท ขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปญั หา 1) การวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา ส่งิ ที่โจทยก์ าหนดให้ สงิ่ ท่โี จทย์ถาม 2) การวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหา 3) การแก้ปญั หา ประโยคสัญลกั ษณ์ วธิ ีทา ตอบ 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ
4. ในวนั น้ีราคาแกส๊ โซฮอล์ E20 และราคาแก๊สโซฮอล์ 91 รวมกนั มีราคาแพงกว่าราคาแกส๊ โซฮอล์ 95 ในวันพรงุ่ น้กี บี่ าท ข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ญั หา 1) การวเิ คราะหโ์ จทยป์ ัญหา สง่ิ ท่ีโจทยก์ าหนดให้ ส่งิ ท่โี จทยถ์ าม 2) การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา 3) การแกป้ ัญหา ประโยคสัญลกั ษณ์ วธิ ที า ตอบ 4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
ใบงานที่ 3.4 เฉลย เร่ือง โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหน่ง คาชี้แจง : แสดงวิธีการแกโ้ จทยป์ ัญหาต่อไปน้ี 1. ระยะทางจากบา้ นไปโรงพยาบาล 3.145 กโิ ลเมตร น้อยกวา่ ระยะทางจากบ้านไปโรงเรยี นอยู่ 1.385 กิโลเมตร ถา้ ระยะทางจากบ้านไปหา้ งสรรพสินค้ามากกวา่ ระยะทางจากบา้ นไปโรงเรยี นอยู่ 2.709 กโิ ลเมตร ระยะทาง จากบ้านไปห้างสรรพสนิ คา้ เปน็ เทา่ ใด ขน้ั ตอนการแกโ้ จทย์ปัญหา 1) การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา ส่งิ ท่ีโจทย์กาหนดให้ ระยะทางจากบา้ นไปโรงพยาบาล 3.145 กโิ ลเมตร นอ้ ยกว่าระยะทางจาก บา้ นไปโรงเรยี นอยู่ 1.385 กโิ ลเมตร ถ้าระยะทางจากบา้ นไป ห้างสรรพสนิ คา้ มากกวา่ ระยะทางจากบ้านไปโรงเรยี นอยู่ 2.709 กโิ ลเมตร สิ่งทโ่ี จทยถ์ าม ระยะทางจากบา้ นไปห้างสรรพสินค้าเปน็ เทา่ ใด 2) การวางแผนแกโ้ จทยป์ ัญหา ระยะทาง 3.145 กม. ระยะทาง 1.385 กม. บ้านไปโรงพยาบาล ระยะทาง 2.709 กม. บา้ นไปโรงเรียน บ้านไปห้างสรรพสนิ ค้า 3) การแก้ปญั หา ? ประโยคสัญลกั ษณ์ (3.145 - 1.385) + 2.709 = วธิ ที า ระยะทางจากบา้ นไปโรงพยาบาล 3.145 - กิโลเมตร 1.385 กิโลเมตร น้อยกวา่ ระยะทางจากบา้ นไปโรงเรียนอยู่ กิโลเมตร กโิ ลเมตร ระยะทางจากบา้ นไปโรงเรียน 1.760 + กโิ ลเมตร 2.709 ระยะทางจากบ้านไปห้างสรรพสนิ คา้ มากกวา่ บา้ นไปโรงเรยี นอยู่ ระยะทางจากบ้านไปหา้ งสรรพสนิ คา้ 4.469 ตอบ ระยะทางจากบ้านไปหา้ งสรรพสนิ คา้ ๔.๔๖๙ กิโลเมตร 4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ เน่ืองจาก 3.145 3 1.385 1 และ 2.709 3 จะไดว้ ่า (3.145 - 1.385) + 2.709 (3 – 1) + 3 = 5 ดงั นั้น 4.469 เปน็ คาตอบที่สมเหตุสมผล
2. กรมอุตนุ ิยมวทิ ยาพยากรณว์ ่าภาคกลางอุณหภมู ติ ่าสดุ อยทู่ ่ี 22.59 องศา อุณหภมู สิ ูงสุดอยู่ท่ี 31.27 องศา ถ้าภาคตะวันออกอุณหภูมสิ งู สุดมากกวา่ ผลต่างของอณุ หภมู ิสูงสดุ และอุณหภูมติ า่ สุดของภาคกลางอยู่ 25.86 องศา ภาคตะวนั ออกจะมีอุณหภูมิสงู สุดก่อี งศา ข้ันตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหา 1) การวเิ คราะหโ์ จทยป์ ญั หา สงิ่ ท่ีโจทยก์ าหนดให้ กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยาพยากรณ์ว่าภาคกลางอุณหภมู ติ ่าสุดอยทู่ ่ี 22.59 องศา อุณหภมู ิสงู สดุ อยู่ท่ี 31.27 องศา ถ้าภาคตะวนั ออกอุณหภูมิสูงสุดมากกวา่ ผลต่างของอุณหภมู ิสงู สุดและอณุ หภมู ติ า่ สดุ ของภาคกลางอยู่ 25.86 องศา สง่ิ ท่ีโจทยถ์ าม ภาคตะวนั ออกจะมอี ณุ หภมู ิสงู สดุ กี่องศา 2) การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา ข้นั ที่ 1 ข้นั ที่ 2 ภาคตะวนั ออกอณุ หภมู สิ งู สุด มากกว่าผลตา่ งของอุณหภมู สิ งู สุด ภาคกลางอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 31.27 องศา ผลตา่ งระหว่าง และอุณหภมู ิตา่ สุดของภาคกลาง อณุ หภมู สิ ูงสดุ กบั อุณหภมู ิต่าสุด อยู่ 25.86 องศา ของภาคกลาง ภาคกลางอณุ หภมู ติ า่ สดุ ? อยทู่ ่ี 22.59 องศา ? 3) การแกป้ ญั หา องศา ประโยคสัญลักษณ์ (31.27 – 22.59) + 25.86 = องศา องศา วิธีทา ภาคกลางอุณหภูมิสูงสดุ อยู่ที่ 31.27 - องศา อุณหภมู ติ า่ สุดอยทู่ ี่ 22.59 องศา ผลต่างของอุณหภมู ิสงู สดุ และอุณหภมู ติ า่ สดุ 8.68 + ภาคตะวันออกอุณหภมู ิสูงสุดมากกว่า 25.86 ภาคตะวนั ออกจะมอี ณุ หภูมสิ ูงสดุ 34.54 ตอบ ภาคตะวนั ออกจะมอี ณุ หภูมิสงู สดุ ๓๔.๕๔ องศา 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ เน่อื งจาก 31.27 31 22.59 23 และ 25.86 26 จะไดว้ า่ (31.27 – 22.59) + 25.86 (31 – 23) + 26 = 34 ดงั นน้ั 34.54 เป็นคาตอบที่สมเหตุสมผล
จากข้อมลู ตอ่ ไปนี้ ใช้แก้โจทยป์ ญั หา ขอ้ 3 และ 4 3. วนั นี้ราคาแกส๊ โซฮอล์ E85 ถกู กวา่ ราคาแกส๊ โซฮอล์ 95 กี่บาท ข้ันตอนการแก้โจทยป์ ัญหา 1) การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา สิง่ ท่โี จทย์กาหนดให้ แก๊สโซฮอล์ E85 ราคาลติ รละ 22.68 บาท แกส๊ โซฮอล์ 95 ราคาลติ รละ 28.50 บาท ส่ิงทโ่ี จทยถ์ าม วนั น้รี าคาแกส๊ โซฮอล์ E85 ถูกกวา่ ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 กบี่ าท 2) การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา ราคาลิตรละ 28.50 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ E85 3) การแกป้ ญั หา ราคาลิตรละ 22.68 บาท ? ประโยคสญั ลักษณ์ 28.50 – 22.68 = วธิ ีทา แกส๊ โซฮอล์ 95 ราคาลติ รละ 28.50 - บาท แกส๊ โซฮอล์ E85 ราคาลติ รละ 22.68 บาท แกส๊ โซฮอล์ E85 ราคาถกู กว่าแก๊สโซฮอล์ 95 5.82 บาท ตอบ วนั นีร้ าคาแกส๊ โซฮอล์ E85 ถกู กวา่ ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ ๕.๘๒ บาท 4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ เนอ่ื งจาก 28.50 29 และ 22.68 23 จะได้วา่ 28.50 – 22.68 29 - 23 = 6 ดังน้นั 5.82 เปน็ คาตอบท่ีสมเหตุสมผล
4. ในวนั น้ีราคาแกส๊ โซฮอล์ E20 และราคาแก๊สโซฮอล์ 91 รวมกนั มีราคาแพงกวา่ ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ในวนั พรงุ่ นี้กบี่ าท ข้นั ตอนการแก้โจทย์ปญั หา 1) การวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา สง่ิ ทโ่ี จทย์กาหนดให้ ในวนั น้ีแกส๊ โซฮอล์ E20 ราคาลิตรละ 25.78 บาท ในวนั นแ้ี กส๊ โซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 27.18 บาท วันพรงุ่ นีแ้ กส๊ โซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 29.10 บาท สิ่งท่โี จทย์ถาม ในวันน้ีราคาแก๊สโซฮอล์ E20 และราคาแกส๊ โซฮอล์ 91 รวมกันมีราคาแพงกวา่ แกส๊ โซฮอล์ 95 ในวันพร่งุ น้กี ี่บาท 2) การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา ข้ันท่ี 1 ข้ันท่ี 2 แก๊สโซฮอล์ E20 แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ E20 + แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลติ รละ 25.78 บาท ราคาลิตรละ 27.18 บาท แกส๊ โซฮอล์ 95 ? ราคาลติ รละ 29.10 ? บาท 3) การแกป้ ัญหา ประโยคสัญลักษณ์ (25.78 + 27.18) – 29.10 = วธิ ีทา วนั น้ีแกส๊ โซฮอล์ E20 ราคาลติ รละ 25.78 + บาท วนั นแ้ี กส๊ โซฮอล์ 91 ราคาลติ รละ 27.18 บาท วันนี้แกส๊ โซฮอล์ E20 และแกส๊ โซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 52.96 - บาท พรุ่งนี้แกส๊ โซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 29.10 บาท ราคาแกส๊ โซฮอล์ E20 และราคาแกส๊ โซฮอล์ 91 ราคาแพงกว่าแกส๊ โซฮอล์ 95 23.86 บาท ตอบ ในวันนน้ี ้ามนั แก๊สโซฮอล์ E20 และแก๊สโซฮอล์ 91 ราคาแพงกวา่ แก๊สโซฮอล์ 95 ๒๓.๘๖ บาท 4) การตรใวนจวสนั อพบรงุ่คนว้ีามสมเหตุสมผลของคาตอบ เนื่องจาก 25.78 26 27.18 27 และ 29.10 29 จะได้ว่า (25.78 + 27.18) – 29.10 (26 + 27) – 29 = 24 ดังนัน้ 23.86 เป็นคาตอบท่ีสมเหตุสมผล
แถบโจทย์ปัญหา แมห่ นัก 52.25 กิโลกรัม น้องหนกั 8.18 กิโลกรัม แม่และนอ้ งหนักรวมกนั ก่กี โิ ลกรมั ในการแขง่ ขนั ว่ายน้า ครั้งที่หนึง่ เพ็ญทาคะแนนได้ 79.39 คะแนน ครั้งท่สี องเพญ็ ทาคะแนน ไดด้ กี ว่าคร้ังแรก 10.45 คะแนน ครง้ั ท่สี องเพ็ญทาคะแนนไดเ้ ทา่ ไร เด็กชายนทั ซื้อไมบ้ รรทดั 1 อัน ราคา 3.75 บาท ถ้าเด็กชายนทั ใหธ้ นบตั รฉบับละ 50 บาท จะไดร้ บั เงนิ ทอนกบ่ี าท คุณพ่อมที ่ีดนิ 1,785.206 ตารางวา ซือ้ มาเพิ่มอกี 356.159 ตารางวา จากนนั้ แบ่งพ้ืนที่ไป ทาไร่ผลไม้ 985.169 ตารางวา จะมที ี่ดินทไ่ี มไ่ ด้ใช้งานอีกก่ตี ารางวา เดือนตอ้ งการซือ้ ผลไมท้ ้ังหมด 5 กิโลกรัม โดยมีเงาะหนกั 1.442 กโิ ลกรัม ฝรั่งหนกั 1.208 กิโลกรัม ท่เี หลือเป็นมะม่วง เดอื นจะตอ้ งซ้อื มะมว่ งเพมิ่ อีกเทา่ ใด ไก่ไข่ตัวหนงึ่ หนัก 1.79 กิโลกรัม ไกเ่ นื้อหนัก 0.75 กโิ ลกรมั ถา้ ไกบ่ ้านหนักกว่าน้าหนกั ของ ไก่ไข่และไก่เน้ือรวมกนั 1.089 กโิ ลกรมั ไกบ่ ้านจะหนกั เทา่ ไร สปั ดาห์ที่ 1 พลอยดืม่ นม 2.75 ลติ ร สปั ดาหท์ ่ีสองด่ืมมากกว่าสปั ดาห์แรก 1.5 ลิตร และสปั ดาห์ท่ีสาม ดม่ื มากกว่าสัปดาหท์ ี่สอง 1.2 ลิตร สัปดาห์ท่ีสามพลอยดมื่ นมก่ีลติ ร สุดามีเงนิ 15.50 บาท นาไปซือ้ สมดุ 1 เล่ม ราคา 5.50 บาท ยางลบ 1 ก้อน ราคา 2.75 บาท สุดาจะเหลือเงินเทา่ ใด ปี 2560 สมพรได้รบั ดอกเบยี้ เงินฝาก 1,450.75 บาท ซึง่ มากกว่าปีทแี่ ลว้ อยู่ 325.50 บาท สมพรจะได้ดอกเบี้ยทั้งหมดตั้งแตป่ ี 2559-2560 เท่าไร ไมท้ อ่ นหนึ่งยาว 9.45 เมตร สว่ นหนง่ึ อย่ใู นโคลนยาว 2.93 เมตร และสว่ นหนึ่งอยู่ในน้ายาว 3.09 เมตร จงหาวา่ ส่วนท่ีเหลือพน้ น้าจะยาวเท่าใด จา่ ยคา่ หนงั สอื เปน็ เงิน 206.5 บาท จ่ายค่าสมุดเป็นเงิน 150 บาท ให้ธนบัตรฉบบั ละ 500 บาท จะไดร้ บั เงินทอนกบี่ าท
บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรทู้ ่เี กิดข้นึ กบั ผู้เรียน 1.1 ผู้เรยี นผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................. 1.2 ผูเ้ รียนไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จานวน...................คน ไดแ้ ก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รยี นได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผเู้ รียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรัตน์ จันทร์คา)
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 การคูณและการหารทศนยิ ม เวลา 15 ช่วั โมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลทีเ่ กิดขึ้น จากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้ ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนยิ มทผี่ ลคูณเป็นทศนยิ มไม่เกนิ 3 ตาแหนง่ ป.5/7 หาผลหารท่ีตัวตัง้ เป็นจานวนนบั หรอื ทศนิยมไมเ่ กนิ 3 ตาแหน่ง และตัวหารเปน็ จานวนนบั ผลหารเป็นทศนยิ มไมเ่ กิน 3 ตาแหนง่ ป.5/8 แสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 2 ขนั้ ตอน 2. สาระการเรยี นรู้ 2.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 1) การประมาณผลลพั ธข์ องการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม 2) การคูณทศนิยม 3) การหารทศนยิ ม 4) การแก้โจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับทศนยิ ม 2.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน (พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา) 3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด การคูณทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการคูณจานวนนับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นทศนิยมท่ีมีจานวนตาแหน่ง เท่ากับจานวนตาแหน่งของตัวต้ังและตัวคูณรวมกัน ซึ่งการประมาณผลคูณ สามารถใช้ค่าประมาณในการ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ ส่วนการหารทศนิยมด้วยจานวนนับใช้หลักการเดียวกับการหาร จานวนนับดว้ ยจานวนนับ ผลหารที่ได้อาจมจี านวนตาแหนง่ เทา่ กบั หรอื มากกวา่ จานวนตาแหนง่ ทศนิยมของตวั ต้ัง ส่วนการประมาณผลหาร สามารถใช้ค่าประมาณในการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ การแสดงวิธีทา และหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการคูณและการหารทศนิยม ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์โจทย์ปัญหา การวางแผน แก้โจทย์ปัญหา การแก้โจทย์ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็นลาดับข้ันตอน แล้วจึงหา คาตอบ พร้อมทงั้ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวนิ ยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทักษะการแปลความ 3. มุง่ มั่นในการทางาน 2) ทักษะการเชอ่ื มโยง 3) ทักษะการนาความรู้ไปใช้ 4) ทกั ษะกระบวนการคิดแกป้ ญั หา 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ 5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - สมุดเลม่ เล็ก เรือ่ ง การคณู และการหารทศนยิ ม 6. การวัดและการประเมนิ ผล รายการวดั วธิ ีวัด เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ - แบบประเมินชน้ิ งาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2 6.1 การประเมนิ ชนิ้ งาน/ - ตรวจชนิ้ งาน ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) สมดุ เล่มเล็ก เรอื่ ง การคูณและการหาร ทศนิยม 6.2 การประเมิน กอ่ นเรียน - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมินตามสภาพจรงิ ก่อนเรยี น ก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ ท่ี 4 การคูณและ การหารทศนิยม
รายการวัด วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน 6.3 ประเมนิ ระหว่าง - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานที่ 4.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ - กิจกรรมฝกึ ทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การจัดกิจกรรม - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การเรยี นรู้ 1) การคูณทศนยิ ม - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ใบงานที่ 4.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ และการประมาณ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ผลคูณ - ตรวจใบงานท่ี 4.3 - ใบงานที่ 4.3 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การหารทศนยิ ม - ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ - กจิ กรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ และการประมาณ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ผลหาร - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 3) โจทย์ปัญหา การคณู และ ผลงาน/ผลการ นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ การหารทศนิยม ทากจิ กรรม 4) การนาเสนอ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ผลงาน/ผลการ การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ ทากิจกรรม 5) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 การทางาน การทางานกล่มุ รายบคุ คล การทางานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรม - สังเกตความมีวนิ ยั การทางานกลุ่ม ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมัน่ - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ในการทางาน 7) คณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ อนั พึงประสงค์ - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 6.4 การประเมิน หลังเรยี น - แบบทดสอบ หลังเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ ท่ี 4 การคูณและ การหารทศนิยม
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรือ่ งที่ 1 : การคณู ทศนิยมและการประมาณผลคูณ เวลา 5 ชั่วโมง แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : แบบอุปนัย (Inductive Method) เรอื่ งท่ี 2 : การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร เวลา 5 ช่ัวโมง แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : แบบอปุ นัย (Inductive Method) เร่ืองท่ี 3 : โจทย์ปญั หาการคณู และการหารทศนิยม เวลา 5 ช่วั โมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกัน (รวมเวลา 15 ชว่ั โมง) 8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนังสอื เรยี น คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 การคูณและการหาร ทศนิยม 2) แบบฝกึ หัด คณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 การคณู และการหารทศนยิ ม 3) ใบงานท่ี 4.1 เรือ่ ง การคณู ทศนยิ มและการประมาณผลคูณ 4) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การหารทศนยิ มและการประมาณผลหาร 5) ใบงานที่ 4.3 เรอ่ื ง โจทย์ปญั หาการคณู และการหารทศนยิ ม 6) กระดาษขนาดครง่ึ A4 7) โจทยก์ ารคูณทศนยิ มกบั 10 100 และ 1,000 8) บตั รโจทย์การคูณทศนยิ มกับทศนิยม 9) บัตรคาตอบของเกมบิงโกการคูณทศนิยม 10) ตวั เบี้ย 11) ลกู เต๋า 12) โจทย์การหารทศนยิ มด้วย 10 และ 100 13) บัตรโจทย์การหารจานวนนับด้วยจานวนนับ 14) เพลง 15) ลูกบอล 16) ฉลากสีต่าง ๆ 17) แถบประโยค 18) แถบโจทย์ปัญหาการคณู และการหารทศนิยม 19) บัตรโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยม 20) กระดาษฟลปิ ชารท์
21) ปากกาเมจิก 22) กระดานไวท์บอร์ด 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - หอ้ งเรียน
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 คาช้แี จง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 63.125 ÷ 2.5 ผลลัพธ์มีค่าประมาณเท่าใด 6. พิจารณาข้อความต่อไปน้ี ก. 25.2 ข. 25.3 1) 46.44 ÷ 7 > 3.432 ÷ 2 ค. 26.2 ง. 26.3 2) 8.17 × 1.1 < 1.8 × 3.07 3) 6.4 × 8.5 > 124.9 ÷ 3 2. 15.17 × 2.5 ผลลัพธ์มีค่าประมาณเท่าใด ข้อใดถูกต้อง ก. 37.93 ข. 37.94 ก. 1) และ 2) ข. 2) และ 3) ค. 38.93 ง. 38.94 ค. 1) และ 3) ง. 1), 2) และ 3) 3. ผลลัพธ์ในข้อใดมีค่ามากกว่า 49.66 7. “ไขเ่ ป็ดราคาฟองละ 2.75 บาท ไขไ่ ก่ราคาฟองละ 2.25 ก. (235.085 + 12.715) ÷ 4.1 บาท” ข้อใดกล่าวถูกตอ้ ง ข. 1.6 × (78.65 – 59.72) ก. ถ้าซ้ือไข่ไก่ 3 ฟอง และไข่เป็ด 2 ฟอง ค. 15.278 + (196.65 – 169.77) ต้องจ่ายเงิน 12.50 บาท ง. (73.62 – 45.11) × 0.9 ข. ถ้าซ้ือไข่เป็ด 5 ฟอง และไข่ไก่ 2 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 18.25 บาท 4. 18.296 ÷ 8 กับ 1.625 ÷ 5 ผลลัพธ์ที่ได้ ค. ถ้าซื้อไข่ไก่ 6 ฟอง และไข่เป็ด 3 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 20.75 บาท มีค่าต่างกันเท่าใด ง. ถ้าซ้ือไข่เป็ดและไข่ไก่อย่างละ 2 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 10.75 บาท ก. 2.926 ข. 1.296 ค. 1.692 ง. 1.962 5. ผลลัพธใ์ นขอ้ ใดมีค่าต่างจากขอ้ อนื่ 8. รา้ นขายของชามกี งุ้ แห้งอยู่ 20.4 กิโลกรัม ถ้าต้องการ ก. 29.801 × 8 ข. 432.65 – 195.102 แบง่ ใสถ่ งุ ถงุ ละ 2 กิโลกรัม จะแบง่ ได้ประมาณกี่ถงุ ค. 123.16 + 115.248 ง. 953.632 ÷ 4 ก. 9 ถุง ข. 10 ถุง ค. 11 ถุง ง. 12 ถุง
9. พ่อมเี งิน 456.75 บาท แบ่งให้ลกู 3 คน คนละเท่า ๆ กนั 10. ตะวันน่ังรถโดยสารประจาทางทุกวัน วันละ 3 เท่ียว ลูกแต่ละคนไดร้ บั เงินประมาณก่บี าท เสียค่าโดยสารเที่ยวละ 6.25 บาท ในหน่ึงวันตะวัน ก. 150.25 บาท ข. 151.25 บาท ต้องเสียค่าโดยสารประมาณก่ีบาท ค. 152.25 บาท ง. 153.25 บาท ก. 18.00 บาท ข. 18.25 บาท ค. 18.50 บาท ง. 18.75 บาท เฉลย 1. ข 2. ก 3. ก 4. ง 5. ข 6. ค 7. ข 8. ข 9. ค 10. ง
แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 คาชีแ้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. 36.75 ÷ 3.5 ผลลัพธ์มีค่าประมาณเท่าใด 6. พิจารณาข้อความต่อไปน้ี ก. 9.5 ข. 10.5 1) 23.44 ÷ 5 > 2.563 ÷ 2 ค. 11.5 ง. 12.5 2) 5.07 × 1.3 < 2.8 × 4.56 3) 3.2 × 1.53 < 289.3 ÷ 3 2. 21.23 × 1.6 ผลลัพธ์มีค่าประมาณเท่าใด ข้อใดถูกต้อง ก. 33.97 ข. 33.98 ก. 1) และ 2) ข. 2) และ 3) ค. 34.97 ง. 34.98 ค. 1) และ 3) ง. 1), 2) และ 3) 3. ผลลัพธ์ในข้อใดมีค่าน้อยกว่า 49.66 7. “ไขไ่ ก่ราคาฟองละ 3.75 บาท ไขเ่ ปด็ ราคาฟองละ 4.5 ก. (73.62 – 45.11) × 2.5 บาท” ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง ข. 15.278 + (196.65 – 149.77) ก. ถ้าซื้อไข่ไก่ 3 ฟอง และไข่เป็ด 2 ฟอง ค. (235.085 + 12.715) ÷ 4.1 ต้องจ่ายเงิน 20.50 บาท ง. 1.6 × (78.65 – 59.72) ข. ถ้าซื้อไข่เป็ด 5 ฟอง และไข่ไก่ 2 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 30 บาท 4. 16.158 ÷ 7 กับ 5.678 ÷ 3 ผลลัพธ์ท่ีได้ ค. ถ้าซ้ือไข่ไก่ 6 ฟอง และไข่เป็ด 3 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 35.25 บาท มีค่าต่างกันเท่าใด ง. ถ้าซื้อไข่เป็ดและไข่ไก่อย่างละ 2 ฟอง ต้องจ่ายเงิน 16.75 บาท ก. 0.411 ข. 0.413 ค. 0.415 ง. 0.417 5. 19 เปน็ ค่าประมาณทศนยิ มหนึง่ ตาแหนง่ ของจานวน 8. ร้านขายของชามขี ้าวสารอยู่ 56.9 กิโลกรมั ถ้าต้องการ ในขอ้ ใด ก. 56.72 ÷ 3 แบ่งใส่ถงุ ถงุ ละ 3 กิโลกรมั จะแบง่ ได้ประมาณก่ีถุง ข. 4.532 × 4 ค. 5.123 × 3.2 ก. 19 ถุง ข. 18 ถุง ง. 21.47 ÷ 2 ค. 17 ถุง ง. 16 ถุง
9. แมใ่ ช้ขา้ วสารหุงข้าววันละ 0.73 ลติ ร ในเวลาหนงึ่ 10. ตะวันวิ่งออกกาลังกายรอบสนาม 2.35 กิโลเมตร ถ้าวิ่ง 3 รอบคร่ึง ตะวันวิ่งเป็นระยะทางรวมประมาณ สปั ดาห์ แมต่ ้องใช้ข้าวสารหุงข้าวประมาณก่ีลติ ร กี่กิโลเมตร ก. 18.23 กิโลเมตร ข. 18.13 กิโลเมตร ก. 4.11 ลติ ร ข. 4.12 ลติ ร ค. 8.32 กิโลเมตร ง. 8.23 กิโลเมตร ค. 5.11 ลติ ร ง. 5.12 ลติ ร เฉลย 1. ข 2. ก 3. ง 4. ค 5. ก 6. ง 7. ข 8. ก 9. ค 10. ง
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 14 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรื่อง การคูณและการหารทศนิยม เวลาเรียน 5 ชว่ั โมง เวลา …………………………… เรื่อง การคูณทศนยิ มและการประมาณผลคูณ ช่ือผ้สู อน นางสาวพรรตั น์ จันทร์คา วนั ที่ ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั ค 1.1 ป.5/6 หาผลคณู ของทศนยิ มทีผ่ ลคูณเป็นทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่ง 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1) หาผลคูณของทศนิยมทผ่ี ลคูณเป็นทศนิยมไมเ่ กนิ สามตาแหน่งได้ (K) 2) ประมาณผลคูณของทศนิยมไมเ่ กินสามตาแหน่งท่ีกาหนดให้ได้ (P) 3) รบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 1. การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 2. การคณู ทศนยิ ม 4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด การคูณทศนิยมใช้หลักการเดียวกับการคูณจานวนนับ แต่ผลลัพธ์ท่ีได้จะเป็นทศนิยมท่ีมีจานวนตาแหน่ง เท่ากับจานวนตาแหน่งของตัวต้ังและตัวคูณรวมกัน ซ่ึงการประมาณผลคูณ สามารถใช้ค่าประมาณในการ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ 5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. ม่งุ มนั่ ในการทางาน 2) ทกั ษะการเชอื่ มโยง 3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
6. กิจกรรมการเรยี นรู้ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : แบบอุปนยั (Inductive Method) นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 เรอ่ื ง การคูณและการหารทศนยิ ม ชว่ั โมงที่ 1 ขนั้ นา ขัน้ ที่ 1 เตรยี ม 1. ครูทบทวนความร้เู รอ่ื ง การประมาณผลลัพธข์ องการคูณ โดยการถามคาถามกระตุน้ ความคิดของนกั เรยี น ดงั น้ี การหาผลคณู ทาไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ ตวั ต้งั คณู ตวั คณู เท่ากับ ผลคูณ โดยเริ่มคูณจากขวาไปซา้ ย แลว้ นาผลคูณในแต่ละหลักมาบวก กนั ) การประมาณผลลัพธ์ของการคูณทาไดอ้ ย่างไร (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดห้ ลากหลาย ขึ้นอย่กู บั ดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน เชน่ ใหด้ ูสถานการณ์ เปน็ กรณี ๆ และประมาณตวั เลขใหใ้ กล้เคยี งกับคา่ จริงมากทีส่ ดุ ) แม่คา้ ต้องการซือ้ เสอ้ื จานวน 500 ตัว เส้ือราคาตวั ละ 295 บาท ถา้ นกั เรียนเปน็ แมค่ ้าควรจะเตรยี มเงินไป ซ้อื เสอื้ ประมาณกี่บาท (แนวตอบ แมค่ ้าควรเตรียมเงินไปซอ้ื เสื้อประมาณ 150,000 บาท) บริษัทแห่งหนงึ่ ตอ้ งการซื้อคอมพวิ เตอร์โนต๊ บกุ๊ จานวน 56 เคร่ือง ราคาเคร่ืองละ 9,800 บาท บริษัทแห่งน้ี ตอ้ งเตรียมเงนิ ประมาณกบี่ าท (แนวตอบ บรษิ ทั ควรจัดเตรยี มเงนิ ประมาณ 600,000 บาท) 2. ครูเขยี นโจทยต์ ่อไปนบ้ี นกระดาน 4,150 × 49 = 6,825 × 63 = 6,987 × 333 = 9,999 × 578 = จากน้นั ครูสมุ่ นักเรียนออกมาเขียนคา่ ประมาณผลลัพธข์ องโจทยก์ ารคณู บนกระดาน โดยครูให้นกั เรียนที่เหลือ รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง 3. ครูใหน้ กั เรยี นทาเตรยี มพรอ้ มกอ่ นเรยี นในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 127 ลงในสมุด เม่อื ทาเสร็จแลว้ ครูขออาสาสมัครออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้นั เรยี น โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั สอน ขน้ั ท่ี 2 สอนหรอื แสดง 1. ครูแบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลุม่ รว่ มกันศึกษาการคณู ทศนิยมกับจานวนนบั ในหนังสอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 128-129 จากน้ันให้สมาชกิ ของแตล่ ะกลุ่มจับคแู่ ลกเปลีย่ น ความรู้ สนทนาซักถามจนเปน็ ท่ีเข้าใจตรงกนั 2. ครขู อตวั แทนนกั เรียน 1-2 คู่ ออกมาอธบิ ายเก่ียวกับการคณู ทศนยิ มกบั จานวนนับหนา้ ชั้นเรยี น โดยครใู ห้ นักเรียนในชัน้ เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง เมอ่ื นักเรยี นอธิบายเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ครูเปดิ โอกาสให้ นักเรียนท่ีมขี ้อสงสยั ได้สอบถามเพิ่มเตมิ 3. ครยู กตวั อยา่ งเพิม่ เตมิ เกี่ยวกับการคูณทศนิยมกบั จานวนนบั บนกระดาน ดังน้ี หาผลคูณของ 4.62 × 2 = ตรวจสอบความสมเหตุสมผล วิธที า 41 . 6 2 × เนอ่ื งจาก 4.62 5 ซง่ึ 5 × 2 = 10 2 นั่นคอื 4.62 × 2 10 ดังน้ัน 9.24 จงึ เป็นคาตอบทส่ี มเหตสุ มผล 9.24 ตอบ ๙.๒๔ ขั้นท่ี 3 เปรียบเทียบและรวบรวม 1. ครใู หแ้ ต่ละกลุม่ รว่ มกนั พจิ ารณาเปรียบเทยี บและรวบรวมข้อมลู ทีไ่ ด้จากการศกึ ษาตัวอยา่ งเกยี่ วกับการคูณ ทศนิยมกับจานวนนบั 2. ครูเขียนโจทย์ตอ่ ไปนบ้ี นกระดาน แลว้ ให้นกั เรียนคดิ คาตอบในใจภายในเวลา 20 วนิ าที แลว้ เขียนคาตอบ ลงในสมุด 7.8 x 5 เทา่ กบั เท่าใด ก. 360.0 ข. 39.0 2.96 x 9 เทา่ กับเทา่ ใด ก. 26.64 ข. 45.64 4 x 7.012 เท่ากับเทา่ ใด ก. 28.048 ข. 14.248 3. ครูสุ่มนกั เรยี นออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชั้นเรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง 4. ครูถามคาถามนกั เรียนวา่ “การคณู ทศนยิ มกับจานวนนบั ผลคณู ทไ่ี ด้จะเปน็ อยา่ งไร” (แนวตอบ การคณู ทศนิยมกบั จานวนนับ ผลคูณท่ีได้เปน็ ทศนยิ มท่ีมีจานวนตาแหนง่ เทา่ กับจานวนตาแหนง่ ของทศนิยมที่เป็นตวั ตงั้ หรอื ตัวคูณ) 5. ครใู ห้นกั เรียนจับคทู่ ากจิ กรรมเพ่อื นชว่ ยเพื่อน ในหนงั สือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 129 ลงในสมดุ เมอื่ ทาเสร็จแลว้ นาส่งครู
ชว่ั โมงท่ี 2 ขน้ั ท่ี 2 สอนหรอื แสดง 1. ครทู บทวนความร้เู รื่อง การคณู ทศนิยมกับจานวนนับ จากนน้ั แบง่ นกั เรียนออกเป็น 2 ฝา่ ย หญิง-ชาย ให้ตวั แทนหนง่ึ ฝ่ายออกมาเขยี นโจทยก์ ารคณู ทศนิยมกบั จานวนนับบนกระดาน แล้วเลอื กเพอื่ นฝา่ ยตรงขา้ ม 1 คน ออกมาเขยี นแสดงวธิ ที าอยา่ งละเอยี ด โดยครูใหน้ กั เรยี นในชน้ั เรยี นรว่ มกนั ตรวจคาตอบ หมายเหตุ ครูให้แต่ละฝา่ ยสลบั กนั เปน็ ผู้สรา้ งโจทย์ ทากิจกรรมเชน่ น้ี 2-3 ครัง้ 2. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน จากนัน้ ครูเขียนโจทย์และแสดงวธิ กี ารหาคาตอบการคณู ทศนยิ ม กบั 10 100 และ 1,000 ให้นกั เรยี นดบู นกระดาน จานวน 3 ขอ้ ขน้ั ที่ 3 เปรียบเทยี บและรวบรวม 1. ครูใหแ้ ต่ละกล่มุ ร่วมกันพจิ ารณาเปรียบเทยี บวิธที าบนกระดานแล้วรว่ มกันอภปิ รายขนั้ ตอนในการหาคาตอบ ของการคณู ทศนิยมกบั 10 100 และ 1,000 จนเป็นทีเ่ ขา้ ใจตรงกัน 2. ครูให้ตัวแทนของแต่ละกลุม่ ออกมาอธิบายขัน้ ตอนในการหาคาตอบหนา้ ช้ันเรยี น จากนั้นครูกลา่ วช่ืนชมกลมุ่ ที่ อธิบายวิธีคิดไดถ้ กู ต้อง และใหก้ าลังใจกลุม่ ท่ียงั ไมส่ ามารถอธบิ ายข้นั ตอนการคดิ ไดพ้ ร้อมอธิบายเพิ่มเตมิ ในจุด ทบี่ กพรอ่ ง 3. ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรม “เกมต่อชอล์ก” โดยแบ่งนกั เรยี นออกเปน็ 4 กลุม่ กลุ่มละเทา่ ๆ กัน ให้นักเรียน ยืนเข้าแถวตอนลึก โดยครูแจกชอลก์ ใหน้ ักเรยี นกลุ่มละ 1 แทง่ แล้วอธิบายวธิ กี ารเลน่ วา่ เมื่อไดย้ นิ เสยี ง นกหวีดให้คนที่อยขู่ ้างหนา้ สุดของแถวว่งิ ออกมาเขยี นคาตอบของโจทย์การคูณทศนิยมกับ 10 100 และ 1,000 ที่ตดิ ไวบ้ นกระดานคนละ 1 ข้อ เมอ่ื ทาเสร็จให้นาชอลก์ สง่ ตอ่ ให้คนถดั ไปในแถวออกมาเขยี นคาตอบ ข้อตอ่ ไปวนไปเรื่อย ๆ ภายในเวลา 2 นาที 4. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันเฉลยคาตอบ กลุม่ ทตี่ อบได้ถูกตอ้ งมากทส่ี ดุ เป็นกลุ่มชนะ ครูกลา่ วชืน่ ชมกลมุ่ ทชี่ นะ และให้กาลงั ใจกลุม่ ท่ีแพพ้ ร้อมท้ังเน้นย้าวิธีการคดิ หาคาตอบของการคณู ทศนิยมกบั 10 100 และ 1,000 อกี ครงั้ 5. ครูถามคาถามนักเรียน ดงั นี้ การคณู ทศนิยมกบั 10 ผลคูณที่ได้จุดทศนยิ มจะเลอ่ื นไปทางขวาก่ตี าแหนง่ (แนวตอบ 1 ตาแหนง่ ) การคูณทศนิยมกับ 100 ผลคูณที่ไดจ้ ุดทศนิยมจะเลอ่ื นไปทางขวาก่ตี าแหน่ง (แนวตอบ 2 ตาแหนง่ ) การคูณทศนยิ มกบั 1,000 ผลคูณที่ไดจ้ ดุ ทศนยิ มจะเล่ือนไปทางขวาก่ีตาแหน่ง (แนวตอบ 3 ตาแหนง่ ) 6. ครูให้นักเรียนจับคทู่ ากจิ กรรมเพื่อนช่วยเพือ่ น ในหนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 131 ลงในสมดุ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครู
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289