Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.5

แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ป.5

Description: ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566

Search

Read the Text Version

ช่ัวโมงที่ 3 ขัน้ ที่ 2 สอนหรือแสดง 1. ครูเขยี นโจทย์ต่อไปน้ีบนกระดาน จากนนั้ ครูขออาสามคั รออกมาเขยี นคาตอบ โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง 2.36 x 10 1.5 x 100 45.2 x 1,000 8.81 x 10 9.2 x 100 85.678 x 1,000 2. ครูแบ่งนกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยใหแ้ ตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ศกึ ษาการคูณทศนยิ มกับพหคุ ูณของ 10 100 และ 1,000 ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 132-133 จากน้นั ให้สมาชิกภายในกลุ่มจับคู่ แลกเปลยี่ นความรู้ สนทนาซักถามจนเปน็ ทเ่ี ขา้ ใจตรงกัน 3. ครขู อตวั แทนนักเรยี น 1-2 คู่ ออกมาอธิบายเกี่ยวกบั การคณู ทศนิยมกบั พหคุ ณู ของ 10 100 และ 1,000 ท่หี นา้ ชนั้ เรยี น ขั้นท่ี 3 เปรยี บเทยี บและรวบรวม 1. ครูใหน้ ักเรยี นทากิจกรรม “เปลี่ยนกลับสลับคู่” โดยแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 2 กล่มุ จากนนั้ ครูแจกกระดาษ ขนาดครง่ึ A4 ใหน้ ักเรยี นกลมุ่ ท่ี 1 เขียนจานวนท่ีเปน็ ทศนิยมไม่เกิน 3 ตาแหนง่ และใหน้ กั เรยี นกล่มุ ที่ 2 เขยี นจานวนทเ่ี ป็นพหคุ ูณของ 10 100 และ 1,000 แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุม่ รอฟังเสยี งสญั ญาณนกหวดี เม่ือไดย้ นิ สัญญาณใหว้ ่ิงไปจับคกู่ ับเพ่ือนกลมุ่ ตรงขา้ มแลว้ นาจานวนของตนเองและเพอื่ นมาคณู กัน ตรวจสอบความ ถกู ตอ้ งของกันและกัน เม่อื ไดย้ นิ เสยี งสญั ญาณอีกครั้งใหส้ ลับหาคู่ใหม่ ทากจิ กรรมเช่นน้ี 3 รอบ จากนัน้ ให้ นกั เรยี นสลับบัตรจานวนกบั เพอื่ นในกลุ่มเดียวกนั แลว้ ทากจิ กรรมรอบใหม่ 2. ครูเนน้ ย้าให้นกั เรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งในการทางานและการนาความรเู้ รือ่ งการประมาณค่ามาใชใ้ นการ ตรวจสอบคาตอบ 3. ครูใหน้ กั เรยี นจับคทู่ ากจิ กรรมเพื่อนช่วยเพ่อื น ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 133 ลงในสมุด เม่ือทาเสร็จแล้วนาสง่ ครู ช่วั โมงท่ี 4 ขนั้ ที่ 2 สอนหรือแสดง ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาการคณู ทศนิยมกับทศนยิ ม และมมุ เทคโนโลยี ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 134-136 จากนัน้ ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคิดของนกั เรยี น ดังนี้  การคูณทศนิยมหนง่ึ ตาแหน่งกบั ทศนยิ มหน่ึงตาแหน่ง ผลคูณทไี่ ด้เปน็ ทศนยิ มก่ตี าแหน่ง (แนวตอบ 2 ตาแหนง่ )  การคณู ทศนยิ มหน่ึงตาแหน่งกับทศนยิ มสองตาแหนง่ ผลคูณที่ได้เปน็ ทศนิยมก่ีตาแหน่ง (แนวตอบ 3 ตาแหนง่ )

ข้ันที่ 3 เปรยี บเทียบและรวบรวม 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กนั จากนัน้ ครูแจกบัตรโจทยก์ ารคูณทศนยิ มกับทศนิยม ให้แต่ละกลุ่ม กลุม่ ละ 2 ใบ โดยใหแ้ ต่ละกล่มุ ช่วยกนั คิดหาคาตอบด้วยวิธตี า่ ง ๆ ตามทีศ่ กึ ษามา จากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง 2. ครูให้นักเรยี น (กลมุ่ เดิม) ทากิจกรรม “เกมบิงโกการคูณทศนิยม” โดยครูแจกบัตรคาตอบ กลุ่มละ 1 แผ่น เบย้ี กลุ่มละ 9 อัน แลว้ จัดลาดับของผู้เลน่ โดยผลัดกนั ทอดลกู เต๋า 1 ลกู ผู้ทไ่ี ดแ้ ต้มมากกวา่ จะได้เลน่ กอ่ นผทู้ ่มี ี แตม้ น้อยกว่า ผู้เลน่ ทอดลูกเตา๋ 2 ลูก พร้อมกนั แล้วนาทศนยิ มบนหนา้ ลกู เต๋าทงั้ สองมาคูณกันได้ผลลัพธ์ เท่าใด วางเบี้ยบนคาตอบของบัตรคาตอบ แล้วให้กลุ่มถัดไปเล่นตอ่ ถา้ ผลคูณทีไ่ ด้ไมม่ ีบนบตั รคาตอบ ก็ใหก้ ลมุ่ ถดั ไปเลน่ ต่อ ผลัดกนั เล่นจนกวา่ จะมีผู้ชนะ ผูช้ นะ คอื ผทู้ ่ีวางเบย้ี บนบัตรคาตอบไดค้ รบ 3 ชอ่ ง ในแนวนอน แนวต้ัง หรือแนวทแยงมุมแบบใดแบบหนงึ่ โดยคาตอบที่ไดต้ อ้ งอยู่ในแนวเดียวกนั 3. ครูใหน้ กั เรียนจับคทู่ ากิจกรรมเพอื่ นช่วยเพ่ือน ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 137 ลงในสมดุ เม่อื ทาเสรจ็ แล้วนาส่งครู ช่วั โมงท่ี 5 ข้ันสรุป ขั้นที่ 4 สรุป 1. ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 4 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน จากน้ันใหต้ ัวแทนของแตล่ ะกล่มุ ออกมาจับฉลากโจทย์ กลุ่มละ 1 ใบ ดงั ต่อไปน้ี - การคณู ทศนิยมกับจานวนนับ โจทย์ : 48.5 x 5 - การคูณทศนิยมกับ 10 100 และ 1,000 โจทย์ : 62.75 x 100 - การคูณทศนยิ มกับพหุคณู ของ 10 100 และ 1,000 โจทย์ : 7.25 x 3,000 - การคูณทศนยิ มกับทศนยิ ม โจทย์ : 4.2 x 6.25 2. ครูให้แต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอวิธกี ารคิดหาคาตอบพร้อมสรปุ ความรใู้ หเ้ พอื่ นฟงั ครูกลา่ วช่นื ชมนักเรยี น และอธิบายเพ่มิ เติมในจุดทบี่ กพรอ่ ง ข้ันที่ 5 นาไปใช้ 1. ครใู หน้ กั เรยี นทากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 136 โดยให้นักเรียน จับคู่ จากนัน้ สลบั กันจับบัตรตัวเลขคนละ 2 ใบ (บัตรตวั เลขท่ีเป็นตวั ตั้ง 1 ใบ และบัตรตวั เลขที่เปน็ ตัวคูณ 1 ใบ) แล้วหาคาตอบใครตอบถูกมากกวา่ กนั เป็นผู้ชนะ 2. ครใู ห้นักเรียนทาใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การคูณทศนิยมและการประมาณผลคณู เมือ่ ทาเสรจ็ แลว้ ครสู ุ่มนกั เรียน ออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้อง 3. ครใู ห้นกั เรยี นทากิจกรรมฝึกทักษะ ขอ้ 1-4 ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 137-139 จากนน้ั ครูและนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคาตอบ 4. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ขอ้ 1-6 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 92-99 เปน็ การบ้าน

7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 7.1 การประเมินก่อนเรยี น - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจริง หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 ก่อนเรียน การคณู และการหาร ทศนยิ ม 7.2 ประเมนิ ระหว่าง การจดั กิจกรรม การเรยี นรู้ 1) การคูณทศนยิ มและ - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานท่ี 4.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การประมาณผลคูณ - ตรวจกจิ กรรม - กิจกรรมฝึกทกั ษะ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ฝึกทกั ษะ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์ 3) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 กลุ่ม การทางานกลุม่ การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์ 4) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2 อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มัน่ อันพึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน

8. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 การคณู และการหาร ทศนิยม 2) แบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การคูณและการหารทศนยิ ม 3) ใบงานท่ี 4.1 เรือ่ ง การคณู ทศนิยมและการประมาณผลคูณ 4) กระดาษขนาดครงึ่ A4 5) โจทย์การคูณทศนิยมกับ 10 100 และ 1,000 6) บัตรโจทยก์ ารคูณทศนยิ มกับทศนิยม 7) บัตรคาตอบของเกมบงิ โกการคณู ทศนยิ ม 8) ตัวเบ้ยี 9) ลูกเตา๋ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - ห้องเรยี น

ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง การคณู ทศนยิ มและการประมาณผลคณู คาชี้แจง : ให้นกั เรียนหาผลคณู ของโจทย์ตอ่ ไปนี้ พรอ้ มท้งั ประมาณผลคูณ ประมาณผลคณู ผลคูณ 1. 1.5 × 3.24  2. 3.7 × 1.17  3. 4.61 × 2.4  4. 3.27 × 2.4  5. 6.75 × 3.6  6. 8.145 × 70  7. 4.118 × 5  8. 1,218 × 3.512  9. 600 × 1.674  10. 9 × 3.018  11. 7.28 × 4.9  12. 1.23 × 1.1  13. 17.96 × 5.3  14. 49.72 × 3.8  15. 231.08 × 9.6 

ใบงานท่ี 4.1 เฉลย เร่ือง การคณู ทศนยิ มและการประมาณผลคูณ คาช้แี จง : ให้นักเรยี นหาผลคณู ของโจทยต์ อ่ ไปนี้ พร้อมท้งั ประมาณผลคูณ ผลคณู ประมาณผลคูณ 2×3=6 1. 1.5 × 3.24  4.86 4×1=4 5 × 2 = 10 2. 3.7 × 1.17  4.329 3×2=6 7 × 4 = 28 3. 4.61 × 2.4  11.064 8 × 70 = 560 4 × 5 = 20 4. 3.27 × 2.4  7.848 1,200 × 4 = 4,800 600 × 2 = 1,200 5. 6.75 × 3.6  24.3 9 × 3 = 27 7 × 5 = 35 6. 8.145 × 70  570.15 1×1=1 20 × 5 = 100 7. 4.118 × 5  20.59 50 × 4 = 200 230 × 10 = 2,300 8. 1,218 × 3.512  4,277.616 9. 600 × 1.674  1,004.4 10. 9 × 3.018  27.162 11. 7.28 × 4.9  35.672 12. 1.23 × 1.1  . 1.353 13. 17.96 × 5.3  . 95.188 14. 49.72 × 3.8  . 188.936 15. 231.08 × 9.6  . 2,218.368 .

โจทย์การคณู ทศนิยมกบั 10 100 และ 1,000 10  0.05 = …..  100  0.04 = ….. 10  0.05 = ….. 100  0.06 = ….. 10  0.09 = ….. 1.8  10 = ….. 7.8  100 = ….. 1,000  0.09 = ….. 10  0.06 = ….. 3.5  10 = ….. 8.4  100 = ….. 100  0.09 = ….. 2.8  1,000 = ….. 9.4  10 = ….. 10  0.07 = ….. 26.3  100 = …..

บตั รโจทย์การคูณทศนยิ มกบั ทศนยิ ม 0.7  0.05 =   0.4  0.04 =  1.7  0.05 =  2.6  0.06 =  12.3  0.09 =  1.8  0.03 =  7.8  0.05 =  6.7  0.09 =  14.1  0.06 =  3.5  0.07 =  8.4  0.08 =  14.6  0.09 =  2.8  0.07 =  9.4  0.05 =  15.1  0.07 =  26.3  0.08 = 

บตั รคาตอบของเกมบงิ โกการคูณทศนยิ ม BINGO 0.016 0.035 0.085 0.156 1.107 1.234 0.123 0.054 0.196 0.47 5.032 3.21 FREE 1.212 1.057 0.245 1.314 0.39 2.301 2.104 0.672 9.361 0.603 7.235 0.846

บตั รคาตอบของเกมบิงโกการคูณทศนิยม BINGO 0.016 0.123 1.212 0.846 0.603 1.234 0.035 0.085 0.245 0.47 5.032 3.21 FREE 0.672 1.057 0.39 0.054 7.235 1.314 2.104 1.107 9.361 2.301 0.196 0.156

บตั รคาตอบของเกมบิงโกการคณู ทศนยิ ม BINGO 0.39 0.603 1.314 2.301 2.104 1.234 3.21 0.054 0.196 1.057 5.032 0.123 FREE 1.212 0.47 0.035 0.085 0.016 0.156 1.107 0.672 9.361 0.245 7.235 0.846

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ี่เกิดขึน้ กบั ผู้เรยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จานวน...................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. 1.2 ผูเ้ รียนไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ไดแ้ ก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รยี นไดร้ บั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผเู้ รยี นเกิดทักษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผเู้ รียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงช่อื ........................................ผ้สู อน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทรค์ า)

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 15 กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 15101 ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 เรื่อง การคณู และการหารทศนยิ ม เวลาเรียน 5 ช่วั โมง เวลา …………………………… เรอ่ื ง การหารทศนยิ มและการประมาณผลหาร ชื่อผ้สู อน นางสาวพรรัตน์ จนั ทรค์ า วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวช้วี ัด ค 1.1 ป.5/7 หาผลหารทีต่ วั ตัง้ เป็นจานวนนบั หรอื ทศนิยมไม่เกนิ 3 ตาแหน่ง และตวั หารเป็นจานวนนับ ผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่ง 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1) หาผลหารทต่ี วั ตัง้ เป็นจานวนนบั หรอื ทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ และตวั หารเป็นจานวนนบั ผลหารเปน็ ทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ ได้ (K) 2) ประมาณผลหารท่ีตัวต้ังเป็นจานวนนับหรอื ทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตาแหนง่ และตวั หารเปน็ จานวนนบั ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกินสามตาแหนง่ ได้ (P) 3) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ทที่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู อ้ งถ่ิน พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรยี นร้แู กนกลาง 1. การประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม 2. การหารทศนิยม 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั ใชห้ ลักการเดียวกับการหารจานวนนบั ดว้ ยจานวนนบั ผลหารที่ได้อาจมจี านวน ตาแหน่งเท่ากับหรอื มากกว่าจานวนตาแหน่งทศนิยมของตวั ต้งั ส่วนการประมาณผลหาร สามารถใช้ค่าประมาณ ในการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ

5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. มุ่งม่ันในการทางาน 2) ทกั ษะการเช่อื มโยง 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : แบบอปุ นัย (Inductive Method) ชว่ั โมงท่ี 1 ข้ันนา ขัน้ ท่ี 1 เตรียม 1. ครูเขยี นโจทย์ 0.9 ÷ 3 บนกระดาน แล้วถามคาถามกระต้นุ ความคดิ นกั เรยี นวา่ “จากโจทย์หมายความวา่ อยา่ งไร” (แนวตอบ แบง่ 0.9 ออกเปน็ 3 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั ) 2. ครเู ขยี นแผนภาพบนกระดาน แลว้ ให้นกั เรยี นร่วมกันแบง่ 0.9 ออกเป็น 3 กลุม่ กลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 0.1 3. ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันสรุปคาตอบ 0.9 ÷ 3 = 0.3 ขั้นสอน ข้ันท่ี 2 สอนหรอื แสดง 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็นกล่มุ กลุ่มละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาการหารทศนิยมเมอื่ ตวั หาร เป็นจานวนนบั ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 140-141 2. ครูใหส้ มาชกิ ของแต่ละกลุ่มจบั คู่แลกเปล่ยี นความรู้ สนทนาซกั ถามจนเปน็ ที่เข้าใจตรงกนั 3. ครูขอตวั แทนนักเรยี น 1-2 คู่ ออกมาอธิบายเกย่ี วกบั การหารทศนิยมเมื่อตวั หารเปน็ จานวนนบั 4. ครยู กตวั อยา่ งการหารทศนยิ มเมอ่ื ตัวหารเป็นจานวนนบั พร้อมทั้งอธบิ ายโดยวิธถี าม-ตอบ 3-5 ตัวอย่าง

ขนั้ ท่ี 3 เปรียบเทียบและรวบรวม 1. ครใู หแ้ ต่ละกลมุ่ ร่วมกนั พิจารณาเปรยี บเทยี บและรวบรวมขน้ั ตอนการหารทศนยิ มเม่อื ตัวหารเป็นจานวนนับ จากตัวอยา่ งท่ีนกั เรยี นไดศ้ กึ ษาเพอื่ เตรียมสรุป 2. ครเู ขยี นโจทย์ตอ่ ไปน้ีบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนคิดคาตอบในใจภายในเวลา 20 วนิ าที แล้วเขยี นคาตอบ ลงในสมดุ 15.25 ÷5 เทา่ กับเท่าใด ก. 30.5 ข. 3.05 6.42 ÷ 6 เทา่ กับเทา่ ใด ก. 1.07 ข. 9.04 42.5 ÷ 5 เทา่ กับเทา่ ใด ก. 8.5 ข. 85.5 3. ครขู ออาสาสมคั รออกมานาเสนอคาตอบหน้าชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง 4. ครูถามคาถามนกั เรยี นวา่ “การหารทศนิยมด้วยจานวนนบั ใชห้ ลักการใด” (แนวตอบ การหารทศนยิ มด้วยจานวนนับใช้หลักการเดียวกับการหารจานวนนบั โดยการตงั้ หารให้เขียนจดุ ทศนิยมของผลหารใหต้ รงกบั จดุ ทศนิยมของตวั ตั้ง และการเติม 0 (ศนู ย์) ตอ่ ท้ายจานวนที่เขยี นในรปู ทศนิยม ไม่ทาใหค้ ่าของทศนยิ มเปลย่ี นแปลง) 5. ครใู ห้นักเรียนจบั คู่ทากิจกรรมเพอื่ นชว่ ยเพอ่ื น ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 141 ลงในสมดุ เมือ่ ทาเสร็จแลว้ นาสง่ ครู ช่ัวโมงที่ 2 ขั้นท่ี 2 สอนหรือแสดง 1. ครูทบทวนความรู้เรอ่ื ง การหารทศนยิ มเม่อื ตวั หารเปน็ จานวนนับ โดยแบง่ นกั เรยี นออกเปน็ 2 ฝา่ ย คือ ฝา่ ยหญิงกับฝา่ ยชาย จากน้นั ใหต้ ัวแทนหนง่ึ ฝา่ ยออกมาเขยี นโจทย์การหารทศนิยมเมอ่ื ตวั หารเป็นจานวนนับ แลว้ เลือกเพอื่ นฝ่ายตรงขา้ ม 1 คน ออกมาเขียนแสดงวิธีทาบนกระดาน โดยครูและเพ่ือนในชนั้ เรยี นรว่ มกัน ตรวจคาตอบ หมายเหตุ ครูใหแ้ ต่ละฝา่ ยสลับกนั เปน็ ผสู้ รา้ งโจทย์ ทากิจกรรมเชน่ น้ี 2-3 คร้งั 2. ครแู บ่งนกั เรียนออกเป็นกลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยครูเขยี นโจทย์และแสดงวิธกี ารหาคาตอบของการหารทศนิยม ดว้ ย 10 และ 100 ให้นักเรยี นดูบนกระดาน จานวน 3 ขอ้ ข้ันท่ี 3 เปรยี บเทียบและรวบรวม 1. ครูใหแ้ ต่ละกลุ่มรว่ มกนั พิจารณาเปรยี บเทยี บวธิ ีทาบนกระดานแลว้ รว่ มกนั อภิปรายขั้นตอนในการหาคาตอบ ของการหารทศนิยมดว้ ย 10 และ 100 จนเป็นท่ีเข้าใจตรงกนั

2. ครูใหต้ วั แทนของแต่ละกล่มุ ออกมาอธิบายข้นั ตอนในการหาคาตอบหนา้ ชน้ั เรยี น จากนนั้ ครกู ล่าวช่นื ชมกลุ่มที่ อธิบายวธิ ีคดิ ได้ถูกต้อง และให้กาลงั ใจกล่มุ ท่ยี ังไม่สามารถอธบิ ายข้นั ตอนการคดิ ได้พรอ้ มอธิบายเพิม่ เติมในจุด ที่บกพรอ่ ง 3. ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม “เกมตอ่ ชอล์ก” โดยแบ่งนกั เรียนออกเปน็ 4 กล่มุ กลุ่มละเท่า ๆ กนั ให้นกั เรยี น ยนื เขา้ แถวตอนลึก โดยครูแจกชอล์กใหน้ กั เรียนกลุม่ ละ 1 แท่ง แลว้ อธบิ ายวิธกี ารเล่นวา่ เมือ่ ไดย้ ินเสียง นกหวดี ใหค้ นที่อยขู่ ้างหนา้ สุดของแถววง่ิ ออกมาเขียนคาตอบของโจทย์การหารทศนิยมดว้ ย 10 และ 100 ที่ติดไว้บนกระดานคนละ 1 ขอ้ เมื่อทาเสร็จใหน้ าชอล์กสง่ ต่อให้คนถดั ไปในแถวออกมาเขยี นคาตอบขอ้ ตอ่ ไป วนไปเร่อื ย ๆ ภายในเวลา 2 นาที 4. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคาตอบ กลมุ่ ทีต่ อบได้ถูกตอ้ งมากทส่ี ุดเปน็ กล่มุ ชนะ ครูกลา่ วช่นื ชมกลุม่ ทช่ี นะ และใหก้ าลังใจกล่มุ ท่ีแพ้พร้อมท้งั เน้นยา้ วิธกี ารคิดหาคาตอบของการหารทศนยิ มด้วย 10 และ 100 อกี คร้งั 5. ครูถามคาถามนกั เรียน ดงั น้ี  การหารทศนิยมด้วย 10 ผลหารทีไ่ ดจ้ ดุ ทศนยิ มจะเล่ือนไปทางซ้ายกต่ี าแหน่ง (แนวตอบ 1 ตาแหนง่ )  การหารทศนิยมดว้ ย 100 ผลหารที่ไดจ้ ดุ ทศนิยมจะเล่ือนไปทางซา้ ยกตี่ าแหนง่ (แนวตอบ 2 ตาแหนง่ ) 6. ครใู หน้ ักเรยี นจบั คทู่ ากจิ กรรมเพ่ือนชว่ ยเพื่อน ในหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 142 ลงในสมุด เม่ือทาเสร็จแลว้ นาส่งครู ช่วั โมงท่ี 3 ขั้นที่ 2 สอนหรอื แสดง 1. ครเู ขยี นโจทย์ตอ่ ไปนี้บนกระดาน จากนนั้ ครูสมุ่ นกั เรยี น 6 คน ออกมาเขยี นคาตอบ โดยครตู รวจสอบความ ถกู ต้อง 2.36 ÷ 10 45.2 ÷ 10 85.678 ÷ 10 1.5 ÷ 100 9.12 ÷ 100 8.81 ÷ 100 2. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุม่ กลมุ่ ละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกล่มุ ร่วมกนั ศกึ ษาการหารทศนิยมดว้ ยพหุคูณของ 10 และ 100 ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 143 จากนน้ั ให้สมาชิกภายในกลุ่มจับคู่ แลกเปล่ียนความรู้ สนทนาซกั ถามจนเป็นทเี่ ขา้ ใจตรงกัน 3. ครูขอตวั แทนนกั เรยี น 1-2 คู่ ออกมาอธบิ ายเก่ยี วกับการหารทศนยิ มดว้ ยพหคุ ูณของ 10 และ 100 ที่หนา้ ช้นั เรยี น 4. ครูยกตัวอยา่ งเกยี่ วกับการหารทศนิยมด้วยพหุคูณของ 10 และ 100 พรอ้ มท้ังอธิบายโดยวธิ ีถาม-ตอบ 3-5 ตวั อยา่ ง ขั้นท่ี 3 เปรยี บเทยี บและรวบรวม 1. ครูใหน้ ักเรียนทากิจกรรม “เปลีย่ นกลบั สลับคู่” โดยแบ่งนักเรียนออกเปน็ 2 กลมุ่ จากน้ันครแู จกกระดาษ

ขนาดคร่ึง A4 ให้นักเรียนกลมุ่ ที่ 1 เขยี นจานวนที่เปน็ ทศนยิ มไมเ่ กนิ 3 ตาแหนง่ และใหน้ กั เรยี นกลมุ่ ที่ 2 เขยี นจานวนทีเ่ ป็นพหุคณู ของ 10 และ 100 แลว้ ให้แต่ละกลมุ่ รอฟงั เสียงสญั ญาณนกหวดี เม่ือได้ยินสญั ญาณ ให้ว่งิ ไปจับค่กู ับเพื่อนกลมุ่ ตรงขา้ มแล้วนาจานวนของตนเองและเพอื่ นมาหารกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งของ กันและกัน เมือ่ ได้ยินเสียงสญั ญาณอีกครั้งให้สลบั หาคูใ่ หม่ ทากิจกรรมเช่นน้ี 3 รอบ จากน้ันใหน้ กั เรยี นสลับ บัตรจานวนกบั เพอ่ื นในกลมุ่ เดยี วกัน แลว้ ทากิจกรรมรอบใหม่ 2. ครูเน้นย้าให้นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องในการทางานและการนาความรูเ้ รือ่ งการประมาณค่ามาใชใ้ นการ ตรวจสอบคาตอบ 3. ครูให้นกั เรียนจบั คู่ทากจิ กรรมเพอื่ นชว่ ยเพื่อน ในหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 143 ลงในสมดุ เมอ่ื ทาเสร็จแลว้ นาส่งครู ช่ัวโมงท่ี 4 ขนั้ ท่ี 2 สอนหรือแสดง 1. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาการหารทต่ี วั ตง้ั และตัวหารเป็น จานวนนบั ในหนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 144 แล้วให้สมาชิกภายในกล่มุ จบั คู่แลกเปลย่ี น ความรู้ สนทนาซกั ถามจนเปน็ ที่เข้าใจตรงกัน จากนนั้ ครูถามคาถาม ดงั นี้  การหารทีต่ ัวตัง้ และตัวหารเป็นจานวนนบั เมื่อหารตัวตงั้ แล้วเหลอื เศษให้ทาอย่างไร (แนวตอบ การหารทต่ี ัวต้ังและตวั หารเปน็ จานวนนับ เม่ือหารตวั ต้งั แลว้ เหลือเศษใหใ้ ส่ . (จดุ ทศนิยม) ที่ผลหารและตวั ตงั้ แล้วเติม 0 ที่ตัวต้งั จากน้ันหาผลหารตอ่ ไปจนไมเ่ หลือเศษ) 2. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาแนวขอ้ สอบเนน้ การคดิ เกร็ดคณิต และมุมเทคโนโลยี ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 144-146 จากนั้นครถู ามคาถาม ดังน้ี  0.68 ประมาณเปน็ ทศนยิ มหนง่ึ ตาแหนง่ ได้เทา่ กบั เท่าใด (แนวตอบ 0.68 ประมาณเป็นทศนยิ มหน่ึงตาแหนง่ ได้ 0.7)  1.246 ประมาณเปน็ ทศนิยมสองตาแหน่งไดเ้ ทา่ กบั เทา่ ใด (แนวตอบ 1.246 ประมาณเป็นทศนยิ มสองตาแหน่งได้ 1.25)  ถา้ หารทศนยิ มถึงตาแหน่งท่สี ามแลว้ ยังเหลอื เศษและหารตอ่ ไปเรือ่ ย ๆ ไม่มีทสี่ ิ้นสุด ผลหารทีไ่ ด้จะเป็น อยา่ งไร (แนวตอบ ผลหารท่ไี ด้จะเปน็ ค่าประมาณ ข้ึนอยู่กับว่าตอ้ งการผลหารเป็นทศนิยมกี่ตาแหนง่ ) 3. ครูเขียนโจทยก์ ารหารทีต่ วั ต้งั และตวั หารเป็นจานวนนบั เช่น 4 ÷ 5 และ 5 ÷ 4 บนกระดาน จากนั้นครูขอ อาสาสมัครออกมาเขียนแสดงวิธีทา โดยครตู รวจสอบความถกู ตอ้ ง ขั้นที่ 3 เปรียบเทยี บและรวบรวม 1. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเทา่ ๆ กนั จากน้นั ครูแจกบัตรโจทยก์ ารหารจานวนนับดว้ ยจานวนนบั ใหแ้ ต่ละกล่มุ กล่มุ ละ 2 ใบ โดยให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกันคดิ หาคาตอบดว้ ยวิธตี า่ ง ๆ ตามทศี่ ึกษามา จากนัน้ ให้ แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอคาตอบหน้าช้ันเรียน โดยครตู รวจสอบความถูกต้อง

2. ครใู ห้นักเรียน (กล่มุ เดมิ ) ทากิจกรรม “ถามมาตอบไปทาไดใ้ ห้แตม้ ” โดยครูให้นกั เรียนออกมาเขยี นโจทย์การ หารจานวนนบั ดว้ ยจานวนนบั ทลี ะกลมุ่ แล้วเลือกเพือ่ นต่างกลุม่ ออกมาหาคาตอบ กลุม่ ใดทาได้ถูกต้องได้รบั คะแนนสะสม หมายเหตุ ครใู หน้ กั เรยี นสลับกนั ออกมาสรา้ งโจทย์ ทากจิ กรรมเชน่ นี้ 5-6 รอบ 3. ครใู ห้นกั เรียนจับคู่ทาคณิตพาเพลนิ ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 146 เมอื่ ทาเสรจ็ แลว้ ครขู ออาสาสมคั ร 2-3 คู่ ออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ช้ันเรยี น โดยครูให้นกั เรยี นในช้ันเรยี นร่วมกนั ตรวจ คาตอบวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่ หากพบข้อผิดพลาดครูอธิบายเพมิ่ เตมิ 4. ครูใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรมพฒั นาความรู้ ในหนังสือเรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 147 โดยให้นักเรยี น จับคกู่ บั เพื่อน จากน้ันให้แตล่ ะคู่สง่ ตวั แทนมารับใบแสดงรายการสินค้าจากครู แล้วให้แตล่ ะคู่ชว่ ยกนั หาราคา สนิ คา้ ตอ่ ชิ้นจากใบแสดงรายการสนิ คา้ ทไ่ี ดร้ บั แล้วออกมานาเสนอวธิ กี ารหาราคาสนิ คา้ ตอ่ ชิน้ หน้าชน้ั เรยี น โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง 5. ครูใหน้ กั เรยี นจับคทู่ ากิจกรรมเพอ่ื นชว่ ยเพ่อื น ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 147 ลงในสมุด เม่ือทาเสรจ็ แลว้ นาสง่ ครู ชว่ั โมงที่ 5 ขั้นสรปุ ข้นั ที่ 4 ขั้นสรุป 1. ครแู บ่งนักเรียนออกเป็น 4 กล่มุ กล่มุ ละเท่า ๆ กัน จากนนั้ ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมาจับฉลากโจทย์ กลุ่มละ 1 ใบ ดังตอ่ ไปนี้ - การหารทศนยิ มเม่อื ตัวหารเปน็ จานวนนบั โจทย์ : 4.05 ÷ 9 - การหารทศนิยมดว้ ย 10 และ 100 โจทย์ : 55.44 ÷ 100 - การหารทศนยิ มด้วยพหุคูณของ 10 และ 100 โจทย์ : 2.25 ÷ 20 - การหารท่ตี ัวตัง้ และตวั หารเปน็ จานวนนบั โจทย์ : 5 ÷ 8 2. ครูใหแ้ ต่ละกล่มุ ออกมานาเสนอวิธกี ารคดิ หาคาตอบพร้อมสรุปความรใู้ ห้เพอ่ื นฟงั ครูกล่าวช่นื ชมนกั เรยี น และอธบิ ายเพม่ิ เติมในจุดที่บกพรอ่ ง ขัน้ ที่ 5 นาไปใช้ 1. ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงานที่ 4.2 เร่อื ง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร เมือ่ ทาเสร็จแลว้ ครูขออาสาสมัครออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชัน้ เรียน โดยครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง 2. ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมฝึกทกั ษะ ขอ้ 1-4 ในหนังสือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 148-149 จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ 3. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัด ขอ้ 1-5 ในแบบฝึกหัด คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 100-104 เปน็ การบ้าน

7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) การหารทศนิยมและ - ตรวจใบงานท่ี 4.2 - ใบงานที่ 4.2 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การประมาณผลหาร - ตรวจกิจกรรม - กิจกรรมฝึกทักษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ฝกึ ทักษะ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 กลุ่ม การทางานกลุ่ม การทางานกล่มุ ผ่านเกณฑ์ 4) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบประเมินคุณลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2 อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งมั่น อนั พึงประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี น คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 การคณู และการหาร ทศนยิ ม 2) แบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 การคูณและการหารทศนยิ ม 3) ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร 4) กระดาษขนาดคร่งึ A4 5) โจทยก์ ารหารทศนยิ มด้วย 10 และ 100 6) บตั รโจทยก์ ารหารจานวนนับด้วยจานวนนบั 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - ห้องเรียน

ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร คาชี้แจง : แสดงวิธหี าผลหารโดยใช้การหารยาว แลว้ หาคาตอบโดยการประมาณคาตอบ (ขอ้ 1-2 ตอ้ งการคาตอบ เปน็ ทศนิยมหนึ่งตาแหนง่ ข้อ 3-4 ต้องการคาตอบเปน็ ทศนิยมสองตาแหนง่ ) 1) 72.3 ÷ 7 =  2) 9.45 ÷ 4 =  3) 10.44 ÷ 7 =  4) 8.4 ÷ 9 = 

ใบงานท่ี 4.2 เฉลย เรือ่ ง การหารทศนิยมและการประมาณผลหาร คาช้ีแจง : แสดงวธิ หี าผลหารโดยใช้การหารยาว แล้วหาคาตอบโดยการประมาณคาตอบ (ขอ้ 1-2 ตอ้ งการคาตอบ เปน็ ทศนิยมหน่งึ ตาแหนง่ ข้อ 3-4 ตอ้ งการคาตอบเป็นทศนยิ มสองตาแหนง่ ) 1) 72.3 ÷ 7 =  2) 9.45 ÷ 4 =  วธิ ีทา 7)1720..332 วธิ ที า 4)92..4356 78 23 14 21 12 20 25 14 24 61 ดงั น้ัน 72.3 ÷ 7 มีคา่ ประมาณ 10.3 ดังนน้ั 9.45 ÷ 4 มีค่าประมาณ 2.4 3) 10.44 ÷ 7 =  4) 8.4 ÷ 9 =  วิธที า 7)101..44491 วธิ ที า 9)80..4933 7 81 34 30 28 64 27 63 30 10 27 7 3 3 ดงั นัน้ 10.44 ÷ 7 มีค่าประมาณ 1.49 ดังน้ัน 8.4 ÷ 9 มคี า่ ประมาณ 0.93

โจทย์การหารทศนิยมดว้ ย 10 และ 100 0.05 ÷ 10 = …..  0.06 ÷ 10 = ….. 0.04 ÷ 100 = ….. 1.8 ÷ 10 = ….. 0.05 ÷ 10 = ….. 0.09 ÷ 10 = ….. 0.09 ÷ 10 = ….. 3.5 ÷ 10 = ….. 7.8 ÷ 100 = ….. 0.09 ÷ 100 = ….. 0.06 ÷ 100 = ….. 9.4 ÷ 10 = ….. 8.4 ÷ 100 = ….. 26.3 ÷ 100 = ….. 2.8 ÷ 10 = ….. 0.07 ÷ 10 = …..

บตั รโจทยก์ ารหารจานวนนับด้วยจานวนนบั 5 ÷ 7 = …..  12 ÷ 5 = ….. 4 ÷ 3 = ….. 1 ÷ 3 = ….. 8 ÷ 9 = ….. 58 ÷ 6 = ….. 13 ÷ 10 = ….. 132 ÷ 11 = ….. 15 ÷ 4 = ….. 63 ÷ 4 = ….. 19 ÷ 2 = ….. 73 ÷ 10 = ….. 57 ÷ 3 = ….. 36 ÷ 5 = ….. 89 ÷ 6 = ….. 93 ÷ 4 = …..

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ีเ่ กดิ ข้นึ กบั ผเู้ รยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. 1.2 ผูเ้ รยี นไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา)

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหัสวชิ า ค 15101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 เรอื่ ง การคูณและการหารทศนยิ ม เวลาเรียน 5 ชัว่ โมง เวลา …………………………… เรื่อง โจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยม ช่อื ผู้สอน นางสาวพรรัตน์ จนั ทรค์ า วันท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ดั ค 1.1 ป.5/8 แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ การคณู การหารทศนยิ ม 2 ขั้นตอน 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1) หาคาตอบของโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยม พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบได้ (K) 2) วเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หาการคณู และการหารทศนิยมทกี่ าหนดให้ได้ (K) 3) เขียนแสดงวิธีทาของโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยมทกี่ าหนดให้ได้ (P) 4) รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิน่ พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง การแกโ้ จทย์ปญั หาเกีย่ วกับทศนยิ ม 4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การแสดงวิธีทาและหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการคูณและการหารทศนิยม ต้องเร่ิมจากการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหา การวางแผนแก้โจทย์ปัญหา การแก้โจทย์ปัญหาโดยเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทาเป็น ลาดับขั้นตอน แลว้ จึงหาคาตอบ พรอ้ มท้ังตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้ 1) ทักษะการนาความรไู้ ปใช้ 3. มุง่ มั่นในการทางาน 2) ทกั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ัญหา 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

6. กิจกรรมการเรยี นรู้  แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : เทคนิคการเรยี นร่วมกนั ชว่ั โมงท่ี 1 ขั้นนา 1. ครูกลา่ วทักทายนักเรยี น แลว้ ให้นกั เรยี นทากจิ กรรมโดยให้นงั่ เป็นวงกลม จากนั้นครเู ปดิ เพลงและให้นกั เรยี น สง่ ลกู บอลต่อไปเร่อื ย ๆ หากเพลงหยดุ ทน่ี ักเรียนคนใด จะตอ้ งคิดและบอกโจทย์ปัญหาการคณู หรอื โจทย์ ปัญหาการหารผลัดกนั ไปเรือ่ ย ๆ เมือ่ เพ่ือนบอกโจทยป์ ัญหาเสร็จ ครใู หน้ ักเรียนในชนั้ เรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย วธิ ีการเขียนประโยคสญั ลักษณ์ และครเู ขยี นคาตอบของนกั เรยี นบนกระดาน หมายเหตุ ครูให้นักเรยี นทากจิ กรรมเชน่ น้ี 6-8 คร้งั 2. ครูทบทวนความรเู้ รอ่ื ง การคูณและการหารใหก้ บั นกั เรียน โดยครูจะมฉี ลากสีต่าง ๆ ท่เี ขยี นโจทย์การคูณและ การหารบรรจุไวใ้ นโหลแก้ว จากน้ันครูใหน้ กั เรียนออกมาจบั ฉลากหน้าชน้ั เรียน พร้อมท้ังรับกระดาษ A4 คนละ 1 แผน่ เมื่อนักเรียนทกุ คนได้รบั เรยี บรอ้ ยแล้ว ครูอธิบาย ใหน้ ักเรยี นฟังวา่ ใหท้ ุกคนเขียนโจทยก์ ารคูณ และการหารท่ไี ดล้ งในกระดาษ A4 พร้อมทง้ั เขียนแสดงวิธีการหาคาตอบอยา่ งละเอียด 3. เมื่อนักเรยี นทกุ คนทาเสร็จแลว้ ครูสุม่ นักเรยี นออกมานาเสนอวิธีการหาคาตอบหน้าช้นั เรยี น จากนน้ั ครูแบ่ง นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 3 คน เพือ่ ตรวจสอบความถูกต้องซง่ึ กนั และกนั โดยครแู บง่ ให้แตล่ ะกลุ่มมี นักเรียนที่มีความสามารถทางคณติ ศาสตร์ค่อนขา้ งดีอย่างนอ้ ย 1 คน เพือ่ ช่วยอธบิ ายหากมีสมาชิกคนใดในกล่มุ ทาไม่ถกู ต้อง 4. ครูใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอวา่ ในการหาผลคูณและผลหารของเพ่ือนในกลุ่ม พบปัญหาใดบา้ ง ทท่ี าใหค้ านวณคาตอบออกมาไมถ่ กู ตอ้ ง เพื่อให้นักเรยี นในชนั้ เรยี นไดเ้ รียนร้เู พ่มิ เติม จากน้ันครูคอยเนน้ ยา้ สิง่ ท่ี นักเรยี นมกั ผดิ พลาดใหฟ้ ังอีกคร้งั ขน้ั สอน 1. ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนศึกษาตวั อย่างท่ี 9-12 ในหนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 150-154 จากนั้นครใู ห้นกั เรียนจับคแู่ ล้วแลกเปล่ยี นความร้ซู ึ่งกันและกนั สนทนาซกั ถามจนเปน็ ทเ่ี ขา้ ใจตรงกัน 2. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มตามสขี องฉลากทไี่ ด้รบั ซง่ึ แต่ละกล่มุ จะมสี มาชิกประมาณ 6 คน จากน้นั ครแู จกแถบ ประโยคให้นกั เรยี น แลว้ ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกันเรยี งแถบประโยคให้เป็นโจทย์ปัญหาการคูณและโจทย์ปญั หา การหารทศนยิ มท่ีสอดคลอ้ งตามหลกั ความเปน็ จริงและมีความถกู ต้องตามหลกั ศลี ธรรม 3. เมื่อนักเรียนทกุ กลมุ่ ทาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครใู ห้แต่ละกลุ่มนาโจทย์ปัญหาไปตดิ ไว้ตามมุมต่าง ๆ ของห้องเรียน จากน้ันใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอโจทยป์ ัญหาหน้าชน้ั เรียน โดยครแู ละเพอ่ื นในชน้ั เรียนเป็น ผูต้ รวจสอบความถูกต้อง หากมีข้อผิดพลาดครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ

ชั่วโมงที่ 2 4. ครูใหแ้ ต่ละกลมุ่ ทากจิ กรรมตอ่ จากช่ัวโมงทแ่ี ลว้ โดยครูอธิบายว่า ครูจะใหแ้ ต่ละกลุ่มแข่งขันกันประกวด การวาดแผนภาพบารโ์ มเดล โดยนกั เรยี นทุกคนต้องรว่ มกันอภปิ รายการวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หาของเพ่ือน แตล่ ะกลุ่มให้ครบทง้ั หมด จากนนั้ สรา้ งแผนภาพบารโ์ มเดลด้วยกระดาษสีทคี่ รเู ตรียมไวใ้ ห้ เม่อื ทาเสร็จแลว้ ใหน้ าไปติดใตโ้ จทยป์ ญั หาของเพื่อน โดยครูและนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องของแผนภาพ โดยในการตรวจสอบความถูกตอ้ งของแผนภาพบาร์โมเดล ครูจะตอ้ งเร่มิ จากการถามสง่ิ ท่ีโจทย์กาหนดให้ และสิ่งทีโ่ จทย์ถาม จากนัน้ จงึ เป็นการสรา้ งแผนภาพโมเดล และไดเ้ ปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ โดยครจู ะอธิบาย อย่างละเอยี ดทลี ะข้อ ซง่ึ แนวคาถามท่ใี ช้ในการอธบิ าย ดังน้ี - ส่ิงท่ีโจทย์กาหนดให้ คอื อะไร - สิ่งที่โจทยถ์ าม คอื อะไร - นกั เรยี นจะสามารถวาดแผนภาพบารโ์ มเดลได้อย่างไร - นกั เรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณไ์ ด้อยา่ งไร ซึง่ หากกลุ่มใดท่ีทาไดถ้ ูกต้องสมบูรณ์ จะมโี อกาสเขา้ สรู่ อบการประกวด แต่หากกลุ่มใดมีข้อผิดพลาด ครจู ะให้ นักเรยี นกลบั ไปแก้ไขให้ถูกตอ้ ง 5. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละคนเขยี นโจทย์ปัญหาของแต่ละกลุม่ ลงในสมุด จากนัน้ ใหเ้ ขยี นขน้ั ตอนการแก้โจทย์ปญั หา โดยมีหัวข้อ ดังนี้ 1) การวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหา - สง่ิ ท่ีโจทยก์ าหนดให้ - สิ่งที่โจทย์ถาม 2) การวางแผนแก้โจทยป์ ญั หา 3) การแก้ปญั หา 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ 6. ครูสมุ่ นักเรยี นออกมานาเสนอข้นั ตอนการแกโ้ จทยป์ ัญหาหนา้ ชั้นเรียน จากนัน้ ให้นกั เรียนในชนั้ เรยี นร่วมกัน ตรวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบ ช่ัวโมงที่ 3 7. ครูตดิ แถบโจทย์ปัญหาการคูณและการหารทศนยิ มบนกระดาน ดงั นี้ ส้มมีเงิน 20.25 บาท แมใ่ หอ้ ีก 14.75 บาท จะซ้ือสมดุ ราคาเลม่ ละ 6 บาท สม้ จะซอื้ สมดุ ได้มากท่ีสดุ ก่ีเลม่

8. ครใู หน้ กั เรียนอา่ นโจทย์ปญั หาพร้อมกัน จากนนั้ ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคดิ ของนกั เรียน ดงั น้ี  สิ่งที่โจทย์กาหนดให้คืออะไร (แนวตอบ ส้มมเี งิน 20.25 บาท แมใ่ ห้อีก 14.75 บาท จะซื้อสมุดเล่มละ 6 บาท)  สิ่งท่โี จทย์ถามคอื อะไร (แนวตอบ สม้ จะซ้ือสมุดไดม้ ากท่สี ุดก่ีเล่ม)  นักเรยี นเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์ได้อยา่ งไร (แนวตอบ ประโยคสัญลกั ษณ์ (20.25 + 14.75) ÷ 6 = ) 9. ครสู มุ่ นักเรยี นออกมาเขยี นแสดงวธิ ที าอย่างละเอียดบนกระดาน พร้อมทั้งตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ คาตอบ โดยครใู หน้ กั เรียนในชั้นเรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง หากพบวา่ นกั เรียนคนใดเกิดขอ้ สงสัย ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ ทันทีเพ่ือใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขนึ้ 10. ครูใหน้ ักเรียนจับคทู่ ากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนังสอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนา้ 154 เม่ือทาเสร็จ แลว้ ครขู ออาสาสมัครออกมานาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยครตู รวจสอบความถกู ต้อง ชั่วโมงที่ 4 11. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยครแู จกกระดาษฟลปิ ชารท์ ปากกาเมจิก และบัตรโจทย์ ปัญหาการคณู และการหารทศนยิ มให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 2 ขอ้ จากน้นั ให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั วิเคราะหโ์ จทย์ ปญั หา แลว้ เขียนขน้ั ตอนการแกโ้ จทย์ปัญหาลงในกระดาษทค่ี รูแจกให้ ซง่ึ โจทย์ปญั หาตา่ ง ๆ มีดังน้ี นา้ ผลไมก้ ระปอ๋ งหน่งึ มปี รมิ าตร 0.33 ลิตร ถ้ามีนา้ ผลไม้ 20 กระป๋อง จะมีนา้ ผลไม้ท้ังหมด กลี่ ติ ร น้ามันพืชราคาขวดละ 46.50 บาท ซื้อ 4 ขวด ตอ้ งจ่ายเงนิ เทา่ ใด ปลาชอ่ นราคากิโลกรัมละ 85 บาท ซ้อื 5.5 กิโลกรมั คิดเป็นเงนิ เท่าใด รถยนต์คนั หนงึ่ ว่ิงได้ระยะทาง 11 กโิ ลเมตร โดยใชน้ า้ มนั 1 ลติ ร ถ้าต้องการเดนิ ทาง 120 กโิ ลเมตร ต้องใช้นา้ มนั ประมาณก่ีลติ ร เดก็ ชายนภดลทาขอ้ สอบคณิตศาสตร์ 60 ขอ้ เสร็จภายใน 90 นาที เฉลีย่ แลว้ เดก็ ชายนภดล ทาข้อสอบขอ้ ละก่ีนาที น้ามนั พชื ปบ๊ี หน่งึ มปี รมิ าตร 0.52 ลิตร ถ้ามีนา้ มนั พืช 500 ปี๊บ จะมนี า้ มันพชื ท้งั หมดกี่ลติ ร ในการตัดเส้ือตัวหนง่ึ ต้องใชผ้ า้ 3 เมตร ถ้าชา่ งตัดเสอ้ื มีผา้ 12.4 เมตร จะตัดเสอื้ ไดป้ ระมาณ กี่ตัว 12. ครูให้แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอขน้ั ตอนการแก้โจทยป์ ญั หาหนา้ ชนั้ เรยี น โดยครูตรวจสอบความ ถกู ต้อง ครูกลา่ วช่นื ชมและคอยแนะนาเมอื่ นกั เรียนเกดิ ขอ้ สงสยั 13. ครใู ห้นกั เรยี นจบั คู่ทากจิ กรรมเพือ่ นช่วยเพอื่ น ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 155 ลงในสมุด เมอื่ ทาเสรจ็ แลว้ นาส่งครู

ชัว่ โมงท่ี 5 14. ครูให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ 5 คน จากนนั้ ครมู อบหมายให้แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ค้นคว้าหาข้อมูล จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ เพือ่ นามาสรา้ งโจทยป์ ัญหาการคณู และการหารทศนยิ มอยา่ งละ 1 ขอ้ 15. ครูให้แต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอโจทย์ปัญหาหน้าชน้ั เรยี น โดยเขยี นโจทย์ปญั หาการคูณ และการหารทศนยิ มบนกระดาน จากน้นั ให้นกั เรียนที่เหลอื ในชัน้ เรยี น ช่วยกนั วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์ และหาคาตอบลงในกระดานไวทบ์ อร์ดท่คี รูแจกให้ 16. ครใู หก้ ลุ่มท่ีคิดโจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยมออกมาเฉลยคาตอบหน้าช้นั เรยี น โดยเขยี นแสดงวิธที า อย่างละเอยี ดบนกระดาน หมายเหตุ ครใู ห้นักเรียนผลัดกันออกมานาเสนอโจทย์ปญั หา ทาเชน่ น้ีจนครบทุกกลุ่ม ขั้นสรปุ 1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปวา่ “ข้ันตอนการแก้โจทย์ปัญหา มดี ังน้ี 1) การวิเคราะห์โจทย์ปญั หา 2) การวางแผนแก้โจทยป์ ัญหา 3) การแกป้ ัญหา 4) การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคาตอบ” 2. ครใู ห้นักเรยี นทาใบงานที่ 4.3 เรอื่ ง โจทยป์ ัญหาการคูณและการหารทศนิยม เม่อื นักเรยี นทาเสร็จแล้ว ครขู ออาสาสมคั รออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชน้ั เรียน โดยครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง 3. ครูให้นักเรียนจบั คทู่ ากิจกรรมฝึกทกั ษะ ข้อ 1-6 ในหนงั สอื เรียน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน้า 155-156 จากนนั้ ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยคาตอบ 4. ครูใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การคูณและการหารทศนยิ ม 5. ครูให้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั ข้อ 1-2 ในแบบฝกึ หัด คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน้า 105-111 เปน็ การบ้าน 6. ครูให้นักเรียนตอบคาถามท้าทายการคิดขน้ั สงู และเช่ือมโยงสู่ชีวติ ประจาวนั ในหนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนา้ 158 จากนัน้ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ 7. ครูมอบหมายให้นักเรียนทาชน้ิ งาน สมุดเล่มเลก็ เรือ่ ง การคูณและการหารทศนิยม โดยใหน้ ักเรยี นสรปุ ความรู้ ท่ไี ดแ้ ละตกแตง่ ให้สวยงาม นามาส่งครใู นชวั่ โมงถัดไป

7. การวดั และประเมนิ ผล รายการวดั วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน 7.1 การประเมนิ ชิน้ งาน/ - ตรวจชิน้ งาน - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ - ระดบั คุณภาพ 2 ภาระงาน (รวบยอด) สมุดเลม่ เล็ก เร่อื ง ภาระงาน ผ่านเกณฑ์ การคูณและการหาร ทศนยิ ม 7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง - ตรวจใบงานที่ 4.3 - ใบงานที่ 4.3 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจัดกิจกรรม - ตรวจกจิ กรรม - กจิ กรรมฝกึ ทักษะ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ การเรยี นรู้ ฝึกทักษะ - แบบฝึกหดั - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 1) โจทย์ปญั หาการคูณ - ตรวจแบบฝกึ หัด และการหารทศนิยม 2) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2 ผลการทากิจกรรม ผลงาน/ผลการทา การนาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์ กิจกรรม 3) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 รายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 4) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2 กลุม่ การทางานกลุม่ การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2 อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมน่ั อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์ ในการทางาน 7.3 การประเมินหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - แบบทดสอบหลังเรียน หลงั เรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 การคูณและการหาร ทศนยิ ม

8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนงั สือเรียน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การคูณและการหาร ทศนิยม 2) แบบฝกึ หดั คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 การคณู และการหารทศนิยม 3) ใบงานที่ 4.3 เร่ือง โจทย์ปัญหาการคณู และการหารทศนิยม 4) เพลง 5) ลกู บอล 6) ฉลากสีตา่ ง ๆ 7) แถบประโยค 8) แถบโจทย์ปัญหาการคณู และการหารทศนิยม 9) บตั รโจทย์ปัญหาการคูณและการหารทศนิยม 10) กระดาษฟลปิ ชาร์ท 11) ปากกาเมจกิ 12) กระดานไวทบ์ อรด์ 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - ห้องเรยี น

ใบงานที่ 4.3 เรื่อง โจทยป์ ญั หาการคณู และการหารทศนิยม คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเขยี นประโยคสัญลักษณจ์ ากโจทยป์ ญั หาต่อไปน้ี พรอ้ มทั้งหาคาตอบ 1. รา้ นถ่ายเอกสารคดิ ราคาคา่ ถ่ายเอกสารแบบสี ราคาแผ่นละ 2.25 บาท ถ้าสายชลต้องการถา่ ยเอกสารจานวน 133 แผ่น สายชลต้องจา่ ยเงนิ กี่บาท ประโยคสัญลกั ษณ์ ตอบ 2. หอ้ งครวั มีพื้นที่ 144.496 ตารางเมตร ถ้าต้องการแบ่งพื้นที่ห้องนี้ออกเป็น 4 ส่วน ส่วนละเท่า ๆ กัน จะไดพ้ ้ืนทแ่ี ตล่ ะส่วนเป็นเท่าใด ประโยคสญั ลักษณ์ ตอบ 3. นทีทาข้อสอบคณิตศาสตร์ 20 ขอ้ ทาถูก 13 ข้อ ถ้าใหค้ ะแนนขอ้ ละ 1.25 คะแนน นทจี ะได้คะแนนทั้งหมด เท่าใด ประโยคสญั ลกั ษณ์ ตอบ 4. เด็กนักเรียน 15 คน มนี ้าหนักรวมกัน 591.75 กิโลกรมั เฉล่ียแลว้ เด็กแตล่ ะคนมนี ้าหนกั เท่าใด ประโยคสญั ลกั ษณ์ ตอบ 5. รา้ นค้าขายผา้ ราคาเมตรละ 60.50 บาท ถา้ แม่ต้องการซ้ือผา้ มาตัดชุดกระโปรงจานวน 12 เมตร แมต่ ้องจ่ายเงนิ คา่ ผา้ กี่บาท ประโยคสัญลักษณ์ ตอบ 6. ธารน้าซอ้ื ซอสพรกิ ราคาขวดละ 25.75 บาท ถ้าซื้อ 4 ขวด ธารน้าต้องจา่ ยเงินประมาณกบ่ี าท ประโยคสัญลักษณ์ ตอบ 7. ในเวลาสองสัปดาห์ แมใ่ ช้ขา้ วสารหุงข้าววนั ละ 21 ลิตร เฉล่ยี แลว้ แม่ใช้ข้าวสารหุงขา้ ววันละกีล่ ิตร ประโยคสัญลกั ษณ์ ตอบ

ใบงานท่ี 4.3 เฉลย เร่ือง โจทยป์ ญั หาการคูณและการหารทศนิยม คาชี้แจง : ให้นักเรยี นเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์จากโจทยป์ ัญหาต่อไปน้ี พร้อมทง้ั หาคาตอบ 1. ร้านถา่ ยเอกสารคดิ ราคาค่าถา่ ยเอกสารแบบสี ราคาแผน่ ละ 2.25 บาท ถา้ สายชลต้องการถ่ายเอกสารจานวน 133 แผ่น สายชลตอ้ งจา่ ยเงนิ กีบ่ าท ประโยคสัญลกั ษณ์ 2.25 × 133 =  ตอบ 299.25 บาท 2. หอ้ งครวั มพี ื้นท่ี 144.496 ตารางเมตร ถา้ ตอ้ งการแบง่ พ้ืนที่ห้องน้อี อกเปน็ 4 สว่ น สว่ นละเท่า ๆ กนั จะไดพ้ นื้ ที่แตล่ ะสว่ นเป็นเท่าใด ประโยคสัญลกั ษณ์ 144.496 ÷ 4 =  ตอบ 36.124 ตารางเมตร 3. นทีทาข้อสอบคณิตศาสตร์ 20 ข้อ ทาถกู 13 ขอ้ ถ้าให้คะแนนข้อละ 1.25 คะแนน นทจี ะได้คะแนนท้งั หมด เท่าใด ประโยคสัญลกั ษณ์ 13 × 1.25 =  ตอบ 16.25 คะแนน 4. เดก็ นกั เรยี น 15 คน มีน้าหนกั รวมกนั 591.75 กิโลกรมั เฉล่ียแล้วเดก็ แต่ละคนมีนา้ หนกั เทา่ ใด ประโยคสัญลักษณ์ 591.75 ÷ 15 =  ตอบ 39.45 กิโลกรมั 5. ร้านคา้ ขายผ้าราคาเมตรละ 60.50 บาท ถา้ แม่ต้องการซ้อื ผา้ มาตัดชดุ กระโปรงจานวน 12 เมตร แม่ต้องจ่ายเงินคา่ ผา้ กี่บาท ประโยคสญั ลักษณ์ 60.50 × 12 =  ตอบ 726 บาท 6. ธารนา้ ซ้ือซอสพริก ราคาขวดละ 25.75 บาท ถา้ ซ้ือ 4 ขวด ธารน้าตอ้ งจ่ายเงินประมาณกีบ่ าท ประโยคสัญลักษณ์ 25.75 × 4 =  ตอบ 103 บาท 7. ในเวลาสองสัปดาห์ แมใ่ ช้ข้าวสารหงุ ขา้ ววันละ 21 ลติ ร เฉลีย่ แลว้ แมใ่ ช้ข้าวสารหุงขา้ ววันละกล่ี ติ ร ประโยคสญั ลักษณ์ 21 × 14 =  ตอบ 1.5 ลติ ร

บตั รโจทย์ปญั หาการคณู และการหารทศนิยม  นา้ ผลไม้กระป๋องหนง่ึ มปี รมิ าตร 0.33 ลิตร ถา้ มนี ้าผลไม้ 20 กระป๋อง จะมีนา้ ผลไมท้ ง้ั หมดกล่ี ิตร นา้ มันพชื ราคาขวดละ 46.50 บาท ซ้ือ 4 ขวด ตอ้ งจา่ ยเงนิ เท่าใด ปลาชอ่ นราคากโิ ลกรัมละ 85 บาท ซอื้ 5.5 กโิ ลกรัม คิดเป็นเงินเท่าใด รถยนตค์ นั หนึง่ วิ่งได้ระยะทาง 11 กโิ ลเมตร โดยใช้นา้ มัน 1 ลิตร ถ้าต้องการเดนิ ทาง 120.5 กิโลเมตร ตอ้ งใชน้ า้ มนั ประมาณก่ลี ิตร เดก็ ชายนภดลทาขอ้ สอบคณิตศาสตร์ 60 ข้อ เสร็จภายใน 90 นาที เฉล่ียแล้วเดก็ ชายนภดลทาข้อสอบขอ้ ละก่นี าที น้ามันพชื ปี๊บหน่ึงมปี ริมาตร 0.52 ลิตร ถา้ มีนา้ มนั พชื 500 ป๊บี จะมีน้ามันพชื ทงั้ หมดกี่ลติ ร ในการตดั เสื้อตวั หนึ่งต้องใชผ้ ้า 3 เมตร ถ้าช่างตดั เส้ือมีผา้ 12.4 เมตร จะตัดเส้อื ได้ประมาณกตี่ วั

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ีเ่ กดิ ข้นึ กบั ผเู้ รยี น 1.1 ผเู้ รยี นผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ จานวน...................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................. 1.2 ผูเ้ รยี นไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จานวน...................คน ได้แก่ ......................................................................................................................................................................... สาเหตุ .......................................................................................................…………………………………………………………. 1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.4 ผู้เรยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : ......................................................................................................………………………………………………………….. 1.5 ผู้เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม : ......................................................................................................………………………………………………………….. 2. ปัญหา / อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………….………………………....................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... …………….………………………............................................................................................................................................. ลงชอ่ื ........................................ผู้สอน (นางสาวพรรตั น์ จนั ทร์คา)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่อื ง การนาเสนอข้อมลู เวลา 11 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้วี ัด ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแก้ปญั หา ค 3.1 ป.5/1 ใช้ข้อมลู ของกราฟเส้นในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา ค 3.1 ป.5/2 เขยี นแผนภมู แิ ทง่ จากข้อมูลทีเ่ ปน็ จานวนนับ 2. สาระการเรียนรู้ 2.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 1) การอา่ นแผนภมู ิแท่งและแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บ 2) การเขียนแผนภูมิแท่งและแผนภมู ิแทง่ เปรียบเทียบ 3) การอา่ นกราฟเสน้ 2.2 สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถิน่ (พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา) 3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด การอ่านแผนภูมิแท่งเป็นการอ่านข้อมูลจากรูปส่ีเหล่ียมมุมฉากท่ีใช้แทนจานวนหรือปริมาณของข้อมูล ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายข้ึน ซ่ึงการอ่านแผนภูมิแท่งท่ีมีการย่นระยะของเส้นแสดง จานวน สามารถอ่านข้อมูลได้เหมือนแผนภูมิแท่งทัว่ ไป แต่จะมีการละขอ้ มูลบางส่วน เพ่ือให้อ่านข้อมูลได้ ง่ายและชัดเจนข้ึน นอกจากน้ียังมีการนาเสนอข้อมูลแบบแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบเป็นการแสดงการ เปรียบเทียบข้อมูลต้ังแต่สองชุดขึ้นไป โดยการอ่านแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบจะสามารถบอกรายละเอียด ของขอ้ มูลแตล่ ะชดุ ในเชงิ เปรียบเทียบกนั การเขียนแผนภูมิแท่งเป็นการนาเสนอข้อมูลในรูปสี่เหล่ียมมุมฉากแทนจานวนหรือปริมาณของข้อมูลต่าง ๆ และการเขียนแผนภูมิแท่งท่ีมีการย่นระยะของเส้นแสดงจานวน เป็นการนาเสนอข้อมูลที่ใช้เส้นหยักเพื่อละ ขอ้ มูลในแผนภูมิแท่งเพ่ือช่วยให้อ่านขอ้ มูลได้ง่ายและชัดเจนยิ่งข้ึน นอกจากนี้แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบเป็นการ นาเสนอข้อมูลอีกวิธีหนึ่ง โดยการนาแผนภูมิแท่งท่ีแสดงจานวนของข้อมูล 2 ชนิด มาเขียนไว้ชิดกันเพื่อ เปรยี บเทยี บข้อมูล กราฟเส้นเป็นการนาเสนอข้อมูลวิธีหน่ึง โดยใช้จุดบอกจานวนหรือปริมาณของข้อมูล ซ่ึงเราสามารถอ่าน ข้อมูลตา่ ง ๆ จากกราฟเสน้ ได้

4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ใฝ่เรยี นรู้ 2. ความสามารถในการคดิ 3. มุ่งมนั่ ในการทางาน 1) ทักษะการแปลความ 2) ทักษะการใหเ้ หตผุ ล 3) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - สมุดเลม่ เลก็ เรื่อง การนาเสนอขอ้ มูล 6. การวดั และการประเมนิ ผล รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ 6.1 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ผลงานสมดุ เล่มเลก็ - ตรวจผลงาน - แบบประเมนิ ชิ้นงาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2 ภาระงาน(รวบยอด) ผ่านเกณฑ์ สมุดเล่มเลก็ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง 6.2 การประเมนิ กอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 การนาเสนอขอ้ มลู - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 กอ่ นเรียน หน่วยการ การนาเสนอขอ้ มลู เรยี นรทู้ ี่ 5 การนาเสนอขอ้ มูล 6.3 ประเมนิ ระหว่าง การจดั กิจกรรม การเรยี นรู้ 1) การอ่านแผนภมู แิ ทง่ - ตรวจใบงานท่ี 5.1.1 - ใบงานท่ี 5.1.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - สมดุ ประจาตัว - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ และแผนภมู ิแท่ง - ตรวจสมุดประจาตวั - แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ เปรียบเทยี บ - ตรวจแบบฝึกหัด

รายการวัด วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน - ใบงานที่ 5.2.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การเขียนแผนภูมิ - ตรวจใบงานท่ี 5.2.1 - สมุดประจาตัว - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ แท่งและแผนภูมิแทง่ - ตรวจสมุดประจาตัว เปรียบเทยี บ - ตรวจแบบฝกึ หัด 3) การอา่ นกราฟเสน้ - ตรวจใบงานที่ 5.3.1 - ใบงานท่ี 5.3.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - สมดุ ประจาตวั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจสมุดประจาตวั - แบบฝกึ หัด - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2 รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์ 5) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ กลมุ่ การทางานกลมุ่ อนั พึงประสงค์ 6) คุณลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย อนั พึงประสงค์ รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมัน่ ในการ ทางาน 6.4 การประเมินหลังเรยี น - แบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 หลงั เรียน หนว่ ยการ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การนาเสนอข้อมูล เรียนร้ทู ี่ 5 การนาเสนอข้อมลู การนาเสนอขอ้ มูล 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ● แผนฯ ที่ 1 : การอา่ นแผนภมู ิแทง่ และแผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทียบ เวลา 3 ช่วั โมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนคิ : ค้นพบ (Discovery Method) ● แผนฯ ที่ 2 : การเขียนแผนภมู แิ ทง่ และแผนภูมแิ ทง่ เปรียบเทยี บ เวลา 4 ช่วั โมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการกลุม่ สมั พนั ธ์ ● แผนฯ ท่ี 3 : การอา่ นกราฟเส้น เวลา 4 ชั่วโมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : กระบวนการกลมุ่ สมั พนั ธ์ (รวมเวลา 11 ชัว่ โมง)

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 5 การนาเสนอขอ้ มูล 2) หนงั สือแบบฝกึ หัดรายวิชาพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5 การนาเสนอ ข้อมลู 3) ใบงานที่ 5.1.1 เรอื่ ง การอ่านแผนภมู ิแท่งและแผนภมู ิแท่งเปรียบเทยี บ 4) ใบงานท่ี 5.2.1 เรอื่ ง การเขียนแผนภูมิแท่งและแผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทียบ 5) ใบงานที่ 5.3.1 เรอื่ ง การอา่ นกราฟเสน้ 6) กจิ กรรมการเขยี นแผนภมู ิ 7) กิจกรรมปรศิ นากราฟเสน้ 8) บัตรภาพแผนภูมแิ ท่งทม่ี กี ารยน่ ระยะของเสน้ แสดง 9) บตั รภาพแผนภมู ิแทง่ เปรยี บเทียบ 10) บตั รโจทยแ์ ผนภูมแิ ทง่ เปรียบเทียบ 11) บตั รภาพแผนภมู แิ ทง่ 12) บัตรภาพข้อมูลจานวนปลาทีข่ ายไดใ้ นเดอื นมกราคมและสิงหาคม 13) บัตรภาพกราฟเสน้ ทม่ี กี ารยน่ ระยะขอเสน้ จานวน 14) กระดาษ A4 15) กระดาษสี 16) กระดาษกาว 17) คอมพวิ เตอร์ 18) สมุดประจาตัว 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - หอ้ งคอมพิวเตอร์ - อินเทอร์เนต็

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว อา่ นแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บ แลว้ ตอบคาถาม ขอ้ 1-4 จากแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บทก่ี าหนดให้ รายได้จากการขายไอศกรมี ของเก๋ทงั้ 2 ร้าน ตอบคาถามข้อ5 - 8 ในรอบ 1 สปั ดาห์ สนิ คา้ ส่งออกของบริษัทไทยนา ตง้ั แตเ่ ดอื น มีนาคม - มิถุนายน. พ.ศ. 2552 น้ำหนัก (ตนั ) 100 70 90 66 ยางพารา 61 65 ผลไม ้ 90 45 53 ขา้ ว 41 45 80 พฤษภาคม 1. วนั ใดบ้างทรี่ ้านที่ 1 ขายไอศกรมี ได้มากกวา่ รา้ นที่ 2 เมษายน 70 ก. องั คาร อาทิตย์ ข. เสาร์ อาทติ ย์ 60 53 ค. จันทร์ พุธ ง. องั คาร พฤหสั บดี 50 45 เดอื น 40 2. วนั ใดทีท่ ัง้ สองร้านขายไอศกรมี ไดเ้ ท่ากัน มถิ ุนายน 30 30 20 10 0 มนี าคม ก. พฤหัสบดี ข. จันทร์ 5. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ค. อังคาร ง. พธุ ก. เดือนเมษายนส่งสนิ คา้ ออกมากกวา่ เดอื น 3. วันอาทิตย์ทัง้ สองร้านขายไอศกรีมไดเ้ งินรวมกนั ท้งั หมด พฤษภาคม กีบ่ าท ข. เดอื นมนี าคมสง่ สนิ คา้ ออกมากกว่าเดอื นมถิ ุนายน ก. 1,850 ข. 1,800 ค. เดือนมิถุนายนส่งสนิ คา้ ออกนอ้ ยท่ีสุด ค. 1,950 ง. 1,900 ง. เดอื นพฤษภาคมสง่ สนิ คา้ ออกมากทสี่ ุด 4. ใน 1 สัปดาห์ร้านท่ี 1 ขายไอศกรีมไดท้ งั้ หมดกบี่ าท 6. สินคา้ ใดมกี ารส่งออกเพม่ิ ขน้ึ ทกุ เดือน ก. 5,950 ข. 6,800 ก. ข้าว ข. ผลไม้ ค. 7,910 ง. 7,925 ค. ยางพารา ง. ขา้ วและยางพารา 7. เดอื นใดสง่ ออกผลไม้นอ้ ยทีส่ ดุ ก. มนี าคม ข. เมษายน ค. พฤษภาคม ง. มิถุนายน 8. เดอื นมิถนุ ายนสง่ ออกขา้ วน้อยกว่ายางพาราก่ตี นั ก. 7 ตนั ข. 8 ตัน ค. 9 ตัน ง. 10 ตัน

อ่านกราฟเส้น แล้วตอบคาถาม ข้อ 9-10 10. วนั ใดมีนกั เรยี นมาใชห้ ้องศิลปะมากท่ีสุด เป็นจานวน จานวนนักเรยี นท่ีมาใช้ห้องศลิ ปะในแต่ละวัน กี่คน ก. วนั ศกุ ร์ 15 คน ใน 1 สัปดาห์ ข. วนั จนั ทร์ 10 คน ค. วนั อังคาร 15 คน ง. วนั พฤหสั บดี 8 คน 9. วันจนั ทรม์ ีนกั เรยี นมาใชห้ อ้ งศิลปะมากกว่าหรือน้อยกวา่ วันองั คารก่ีคน ก. น้อยกวา่ 2 คน ข. มากกวา่ 1 คน ค. น้อยกว่า 1 คน ง. มากกวา่ 2 คน เฉลย 1. ก 2. ก 3. ค 4. ก 5. ง 6. ข 7. ก 8. ข 9. ง 10. ก

แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว จากแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทียบท่ีกาหนดให้ อ่านแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บ แลว้ ตอบคาถาม ขอ้ 5-8 ตอบคาถามขอ้ 1 - 4 รายไดจ้ ากการขายไอศกรมี ของเก๋ทั้ง 2 ร้าน ในรอบ 1 สัปดาห์ สนิ คา้ สง่ ออกของบริษทั ไทยนา ตัง้ แต่เดอื น มนี าคม - มิถนุ ายน. พ.ศ. 2552 น้ำหนัก (ตนั ) 100 70 90 66 ยางพารา 61 65 ผลไม ้ 90 45 53 ขา้ ว 41 45 80 พฤษภาคม เมษายน 5.วนั ใดบ้างทรี่ ้านท่ี 1 ขายไอศกรมี ไดม้ ากกว่ารา้ นที่ 2 70 ก. อังคาร อาทิตย์ ข. เสาร์ อาทติ ย์ 60 53 เดือน ค. จนั ทร์ พุธ ง. องั คาร พฤหสั บดี 50 45 มถิ ุนายน 6. วันใดทท่ี ั้งสองรา้ นขายไอศกรมี ไดเ้ ท่ากัน 40 30 30 20 10 0 มนี าคม 1. ข้อใดถูกตอ้ ง ก. พฤหัสบดี ข. จันทร์ ก. เดือนเมษายนส่งสนิ คา้ ออกมากกว่าเดอื น ค. องั คาร ง. พธุ พฤษภาคม 7. วนั อาทิตย์ทง้ั สองร้านขายไอศกรีมได้เงินรวมกนั ทั้งหมด ข. เดอื นมนี าคมสง่ สนิ คา้ ออกมากกว่าเดอื นมถิ ุนายน ก่บี าท ค. เดือนมิถุนายนส่งสินคา้ ออกน้อยทส่ี ุด ก. 1,850 ข. 1,800 ง. เดอื นพฤษภาคมสง่ สนิ ค้าออกมากท่สี ดุ ค. 1,950 ง. 1,900 2. สินคา้ ใดมีการสง่ ออกเพิม่ ขนึ้ ทกุ เดือน 8. ใน 1 สปั ดาห์รา้ นท่ี 1 ขายไอศกรมี ได้ทัง้ หมดกบ่ี าท ก. ขา้ ว ข. ผลไม้ ก. 5,950 ข. 6,800 ค. ยางพารา ง. ขา้ วและยางพารา ค. 7,910 ง. 7,925 3. เดอื นใดส่งออกผลไมน้ อ้ ยทสี่ ดุ ก. มนี าคม ข. เมษายน ค. พฤษภาคม ง. มถิ นุ ายน 4. เดอื นมิถนุ ายนส่งออกขา้ วน้อยกว่ายางพาราก่ตี ัน ก. 7 ตนั ข. 8 ตัน ค. 9 ตัน ง. 10 ตัน

อ่านกราฟเสน้ แล้วตอบคาถาม ขอ้ 9-10 10. วนั ใดมีนกั เรยี นมาใช้หอ้ งศลิ ปะมากทส่ี ดุ เป็นจานวนกี่ จานวนนักเรียนที่มาใชห้ อ้ งศลิ ปะในแตล่ ะวนั คน ก. วันศกุ ร์ 15 คน ใน 1 สัปดาห์ ข. วันจันทร์ 10 คน ค. วันอังคาร 15 คน ง. วนั พฤหัสบดี 8 คน 9. วนั จนั ทร์มนี กั เรียนมาใช้ห้องศลิ ปะมากกวา่ หรือนอ้ ยกวา่ วนั องั คารก่ีคน ก. นอ้ ยกว่า 2 คน ข. มากกว่า 1 คน ค. น้อยกวา่ 1 คน ง. มากกวา่ 2 คน เฉลย 1. ง 2. ข 3. ก 4. ข 5. ก 6. ก 7. ค 8. ก 9. ง 10. ก

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 17 กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 15101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 5 เร่อื ง การนาเสนอข้อมลู เวลาเรยี น 3 ช่ัวโมง เวลา …………………………… เร่อื ง การอา่ นแผนภูมแิ ท่งและแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทียบ ช่อื ผสู้ อน นางสาวพรรัตน์ จันทรค์ า วนั ท่ี ........................................ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด 1.1 ตวั ช้ีวดั ค3.1 ป.5/2 เขียนแผนภูมิแท่งจากข้อมูลทีเ่ ปน็ จานวนนับ 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธิบายวธิ ีการอา่ นแผนภูมิแทง่ และแผนภูมแิ ทง่ เปรยี บเทยี บได้ (K) 2. ตรวจสอบวธิ กี ารหาคาตอบโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั การอ่านแผนภูมิแท่งและแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทยี บตามที่ กาหนดให้ได้ (P) 3. ต้ังใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ีได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่ิน พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรยี นรู้แกนกลาง - การอ่านแผนภูมิแท่งและแผนภูมิแทง่ เปรยี บเทียบ 4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด การอ่านแผนภูมิแท่งเป็นการอ่านขอ้ มูลจากรปู สี่เหลี่ยมมุมฉากที่ใช้แทนจานวนหรือปริมาณของข้อมูล ตา่ ง ๆ เพื่อช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายข้ึน ซึ่งการอ่านแผนภูมิแท่งที่มีการย่นระยะของเส้นแสดง จานวนสามารถอ่านข้อมลู ได้เหมือนแผนภมู ิแทง่ ทั่วไป แต่จะมกี ารละข้อมลู บางสว่ นเพ่ือให้อ่านข้อมลู ไดง้ า่ ย และชัดเจนขึ้น นอกจากน้ียังมีการนาเสนอข้อมูลแบบแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบเป็นการแสดงการ เปรียบเทียบข้อมูลต้ังแต่สองชุดข้ึนไป โดยการอ่านแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบจะสามารถบอกรายละเอียด ของข้อมลู แตล่ ะชุดในเชิงเปรยี บเทียบกัน

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวนิ ัย รับผิดชอบ 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้ 1) ทกั ษะการแปลความ 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน 2) ทักษะการใหเ้ หตุผล 3) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้  แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : คน้ พบ (Discovery Method) ชว่ั โมงที่ 1 ข้นั นา ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 5การนาเสนอขอ้ มูล 2. ครูถามคาถามกระตุ้นความคดิ กบั นกั เรยี นว่า “ขอ้ มลู มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไรได้บา้ ง” (แนวตอบ : ข้อมลู เป็นไดท้ ง้ั ตัวเลขและข้อความ) 3. ครูและนกั เรียนทบทวนความรู้เก่ียวกับวิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลซึง่ ไดข้ อ้ สรปุ ว่า “สามารถเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยใช้วธิ ีสงั เกต สอบถาม สัมภาษณ์ ทดลองหรือรวบรวมจากทะเบียนประวตั ิ” 4. ครูถามคาถามกระตนุ้ ความคดิ กบั นกั เรียน ดงั น้ี  เม่อื รวบรวมขอ้ มลู หากตอ้ งการนาเสนอข้อมูลนนั้ ให้ดูง่ายนกั เรียนมีวิธนี าเสนออย่างไร (แนวตอบ : พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)  นกั เรียนคดิ วา่ การนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยแผนภมู ิแท่งมขี อ้ ดีตา่ งจากการนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ย แผนภมู ริ ูปภาพอย่างไร (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ ิจของครผู ู้สอน)

5. นักเรยี นร่วมกนั ตอบคาถามกิจกรรมเตรียมพร้อมกอ่ นเรยี นในหนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การนาเสนอขอ้ มลู ขัน้ สอน ขั้นท่ี 2 ข้นั สอน 1. ครูให้นักเรียนสงั เกตแผนภูมแิ ทง่ ทม่ี ีการยน่ ระยะของเส้นแสดงจานวนและไม่มกี ารยน่ ระยะของ เส้นแสดงจานวน (โดยเปน็ ข้อมลู ชุดเดยี วกัน) ในหนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การนาเสนอข้อมลู โดยใหน้ กั เรยี นดูแลว้ พิจารณาว่ามีความ แตกต่างกนั อยา่ งไร และแผนภูมิใดท่ีอา่ นข้อมลู ได้งา่ ยกวา่ กัน 2. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 4 คน โดยแต่ละกลมุ่ รว่ มกันศกึ ษาความรู้เร่อื ง การอ่านแผนภูมแิ ทง่ จากหนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 5 การนาเสนอ ข้อมูล จากน้ันแต่ละกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายแลกเปล่ียนความร้คู วามเขา้ ใจกนั 3. ครูอธิบายว่า “การนาเสนอขอ้ มูลในรูปแผนภูมแิ ท่งทม่ี กี ารยน่ ระยะของเสน้ แสดงจานวน จะเหมาะกบั ข้อมลู ที่มีคา่ มาก และมีคา่ ใกลเ้ คยี งกัน” 4. ครูอธิบายตัวอยา่ งท่ี 1 ในหนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 5การนาเสนอขอ้ มลู จากนนั้ อ่านขอ้ มลู จากแผนภูมิดังกล่าวใหน้ ักเรยี นฟงั 5. ครูตดิ บตั รภาพแผนภูมแิ ท่งทม่ี กี ารยน่ ระยะของเส้นแสดงและเขยี นคาถามเกยี่ วกับแผนภมู ิบน กระดาน ดังต่อไปน้ี โดยใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั อา่ นข้อมลู จากแผนภูมิจากนัน้ ตอบคาถาม ลงในสมดุ ประจาตัว  จากแผนภูมิแทง่ ผูส้ มัครหมายเลขใดมีคะแนนมากทีส่ ุด และมคี ะแนนเท่าใด (แนวตอบ : หมายเลข 2 มีคะแนน 411)  ผูส้ มคั รหมายเลขใดมีคะแนนน้อยที่สุด และมคี ะแนนเทา่ ใด (แนวตอบ : หมายเลข 6 มีคะแนน 400)

 ผสู้ มคั รหมายเลข 2 และผูส้ มัครหมายเลข 3 มีคะแนนห่างกนั เทา่ ใด (แนวตอบ : 1 คะแนน)  ผูส้ มคั รหมายเลข 2 และผสู้ มัครหมายเลข 6 มีคะแนนห่างกนั เท่าใด (แนวตอบ : 11 คะแนน) 6. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอคาตอบหนา้ ชนั้ เรียน โดยครคู อยตรวจสอบความ ถูกตอ้ ง 7. ครถู ามคาถามกระตุ้นความคดิ กับนักเรียนวา่ “ทาไมจงึ ตอ้ งมกี ารยน่ ระยะของเสน้ แสดง จานวน” (แนวตอบ : เพ่ือใหอ้ ่านข้อมูลไดง้ า่ ย ถูกต้อง และชดั เจนย่ิงข้นึ เพราะขอ้ มลู ทนี่ าเสนอมคี ่ามาก และใกล้เคียงกัน) ช่ัวโมงที่ 2 ขัน้ ที่ 2 ขนั้ สอน 8. ครูให้นักเรยี นสังเกตบตั รภาพแผนภูมิแท่งเปรียบเทยี บ แลว้ ร่วมกันอภปิ รายประเดน็ ดงั ตอ่ ไปน้ี  มคี วามแตกต่างกบั แผนภูมิที่เรยี นมาในคาบทแี่ ลว้ อย่างไร  แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบมสี ่วนประกอบใดบา้ ง  แทง่ สีเ่ หลี่ยมทีว่ างเทียบกันจาเปน็ ตอ้ งเป็นสตี า่ งกันหรอื ไม่ เพราะอะไร  แผนภมู แิ ท่งเปรียบเทยี บจะแสดงข้อมูลก่ีชดุ 9. ครูถามคาถามกระตุ้นความคดิ กบั นกั เรียนวา่ “นกั เรียนคิดวา่ แผนภมู ิแทง่ เปรยี บเทียบมี ประโยชน์อยา่ งไร” (แนวตอบ : พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน) 10. นักเรียนแบง่ กลุ่ม (กลมุ่ เดิม) จากชัว่ โมงที่ผ่านมา โดยแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันศึกษาตัวอย่างที่ 2

จากหนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 5การนาเสนอ ขอ้ มลู 11. จากนน้ั นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันตอบคาถามเก่ยี วกับแผนภูมิแทง่ เปรียบเทียบ ดงั ตอ่ ไปนี้  ปรมิ าณนา้ ฝนจากสถานอี ตุ นุ ิยมวิทยาทา่ เรอื คลองเตยสงู ทส่ี ุดในปใี ด (แนวตอบ :ปี 2554)  ปริมาณน้าฝนจากสถานีอตุ นุ ิยมวทิ ยาสนามบินดอนเมืองต่าที่สดุ ในปีใด (แนวตอบ : ปี 2551)  ในปี พ.ศ. 2551 ปริมาณน้าฝนทั้งสองสถานตี า่ งกันเทา่ ใด (แนวตอบ : 241.6 มิลลิลิตร)  ปริมาณน้าฝนสถานีอตุ นุ ยิ มวทิ ยาสนามบนิ ดอนเมืองในปใี ดมปี รมิ าณ 1,902.8 มิลลิเมตร (แนวตอบ : ปี 2553)  ในปใี ดทปี่ รมิ าณนา้ ฝนของทงั้ สองสถานรี วมกันมีปริมาณสูงทส่ี ุด และมปี รมิ าณเท่าใด (แนวตอบ : ปี 2554 มีปริมาณ 4149.7 มิลลิลติ ร) 12. สมาชกิ แต่ละกลุ่มผลดั กันอภิปรายเกี่ยวกับการอา่ นแผนภมู แิ ทง่ เปรียบเทยี บและขอ้ มลู ทอ่ี ่านได้ จากแผนภูมิที่ครูกาหนดขา้ งตน้ 13. ครูนกั เรียน 3-4 กลุ่ม ออกมาอธบิ ายเกย่ี วกบั การอ่านแผนภมู ิแทง่ เปรยี บเทยี บและขอ้ มลู ท่ไี ด้ จากการอ่านแผนภูมหิ น้าช้ันเรียน โดยมีครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งและอธบิ ายเพิ่มเติมในส่วนท่ี ยังมขี อ้ บกพร่องอยู่

14. ครแู จกบัตรภาพแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบใหน้ กั เรียนกลุ่มละ 1 แผนภูมิ แลว้ ให้สมาชิกแต่ละคน ชว่ ยกันอ่านข้อมูลจากแผนภูมิดังกลา่ ว ตามประเด็นต่อไปน้ี  จานวนข้อมูลแต่ละชดุ  การเปรียบเทียบขอ้ มูล  สรปุ จานวนข้อมูล 15. ครถู ามคาถามกระต้นุ ความคดิ กบั นกั รยี นวา่ “ส่วนประกอบทสี่ าคัญของแผนภูมแิ ท่ง เปรียบเทียบที่ตา่ งจากแผนภมู แิ ท่งท่ัวไปคอื อะไร และมีความสาคัญอย่างไร” (แนวตอบ : ขอ้ กาหนดทรี่ ะบวุ า่ รูปส่เี หลย่ี มแทง่ ใดแสดงขอ้ มลู ชดุ ใด เพราะถ้าไม่มขี อ้ ระบนุ จี้ ะ อา่ นข้อมลู ไดไ้ มถ่ ูกตอ้ ง) 16. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ ก่ียวกับการอ่านแผนภมู ิแท่งเปรียบเทยี บ ชัว่ โมงที่ 3 ขน้ั ที่ 3 ฝึกทกั ษะ 17. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ 5 คน โดยตวั แทนนักเรยี นออกมาหยิบบัตรโจทย์แผนภูมิแทง่ เปรยี บเทยี บแล้วตอบคาถามลงในสมุดประจาตัว 18. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ตรวจสอบคาตอบของตนเองกบั เพ่ือนภายในกลุม่ หากมคี าตอบที่ แตกต่างให้รว่ มกนั อภปิ รายหาคาตอบทถี่ ูกต้อง 19. ครขู ออาสาสมัครออกมาเฉลยคาตอบหน้าชนั้ เรียน โดยครแู ละนักเรียนรว่ มชัน้ ชว่ ยกัน ตรวจสอบความถกู ต้อง หากมีข้อบกพร่องครูอธิบายเพิ่มเติมและแกไ้ ขในจดุ ท่ีบกพร่อง

20. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทากิจกรรมพฒั นาความรู้ ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5 การนาเสนอขอ้ มูล 21. จากนน้ั นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มทากิจกรรมเพอ่ื นช่วยเพอ่ื น จากหนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 การนาเสนอข้อมลู ลงในสมดุ ประจาตัว ขนั้ สรุป ขัน้ ที่ 4 สรุป 1. นกั เรียนทาใบงานท่ี 5.1.1 เรื่อง การอ่านแผนภมู ิแทง่ และแผนภูมิแท่งเปรียบเทยี บ 2. ครใู ห้นักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะ จากหนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน คณติ ศาสตร์ ป.5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การนาเสนอขอ้ มลู ลงในสมุดประจาตัวเป็นการบา้ นแล้วสง่ ในชว่ั โมงถดั ไป 3. ครูให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัด ในหนงั สือแบบฝกึ หดั รายวชิ าพน้ื ฐาน คณติ ศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การนาเสนอข้อมลู เปน็ การบา้ นแลว้ ส่งในชว่ั โมงถัดไป 4. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามจากกรอบความรู้ทไ่ี ด้ ในหนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ป.5 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 การนาเสนอขอ้ มูลลงในสมดุ ประจาตวั เป็นการบา้ นแลว้ ส่งใน ช่วั โมงถัดไป 5. นักเรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เรือ่ ง การอ่านแผนภูมแิ ท่งและแผนภมู ิแทง่ เปรียบเทยี บ 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจรงิ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5 ก่อนเรยี น หน่วยการ การนาเสนอข้อมูล การนาเสนอขอ้ มลู เรยี นรทู้ ่ี 5 การนาเสนอขอ้ มูล 7.2 ประเมนิ ระหว่าง การจดั กิจกรรม การเรยี นรู้ 1) การอา่ นแผนภูมแิ ทง่ - ตรวจใบงานที่ 5.1.1 - ใบงานท่ี 5.1.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - สมดุ ประจาตวั - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ และแผนภมู แิ ทง่ - ตรวจสมุดประจาตัว - แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เปรียบเทียบ - ตรวจแบบฝกึ หัด