๑๙๓ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผ้จู ัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ วันทีไ่ ด้รบั แต่งตง้ั เพือ่ ใหค้ วามเห็นชอบ ถ้าสภานิตบิ ัญญตั ิแหง่ ชาตมิ ี มตไิ ม่เหน็ ชอบด้วยคะแนนเสยี งเกนิ สองในสามของจานวนสมาชกิ ท้ังหมดเท่าทีม่ อี ยขู่ องสภานติ ิบญั ญตั ิแหง่ ชาติ ใหร้ ่างพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนญู นั้นเป็นอนั ตกไป ในกรณที สี่ ภานติ บิ ญั ญตั ิ แห่งชาติมีมตไิ มถ่ งึ สองในสามดังกลา่ ว ใหถ้ ือว่าสภานติ บิ ญั ญัติ แหง่ ชาติให้ความเหน็ ชอบตามรา่ งทคี่ ณะกรรมาธิการวิสามญั เสนอ และ ให้ดาเนนิ การตอ่ ไปตามมาตรา ๘๑ เพือ่ ประโยชน์แหง่ การขจดั สว่ นไดเ้ สยี ห้ามมิให้กรรมการรา่ ง รัฐธรรมนญู ดารงตาแหนง่ ทางการเมอื งภายในสองปีนบั แตว่ ันท่พี น้ จากตาแหนง่ ตามวรรคสอง มาตรา ๓๒๔ ใหด้ าเนินการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๒๙๖ วรรคหนง่ึ ใหด้ าเนินการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทน มาตรา ๒๖๘ ใหด้ าเนินการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ตามรัฐธรรมนญู น้ี เม่อื มกี รณใี ดกรณหี น่งึ ดงั ต่อไปนี้ ราษฎรตามรฐั ธรรมนูญนใ้ี หแ้ ล้วเสรจ็ ภายในเก้าสบิ วนั และดาเนนิ การให้ ตามรฐั ธรรมนญู น้ใี ห้แล้วเสรจ็ ภายในหนง่ึ ร้อยห้าสบิ วนั นับแต่วันที่ (๑) ในกรณที ่รี ัฐสภาใหค้ วามเหน็ ชอบร่างพระราชบญั ญัติ ไดม้ าซ่งึ สมาชิกวุฒสิ ภาตามรฐั ธรรมนญู นี้ให้แลว้ เสรจ็ ภายในหน่ึงร้อย พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ตามมาตรา ๒๖๗ (๑) (๒) (๓) ประกอบรฐั ธรรมนญู ทุกฉบับแล้วเสรจ็ ภายในกาหนดเวลาตามมาตรา หา้ สิบวัน ทง้ั น้ี นับแตว่ ันทพ่ี ระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ตาม และ (๔) มผี ลใชบ้ ังคับแลว้ ๓๒๓ วรรคหน่ึง หรอื ในกรณีที่สภาผแู้ ทนราษฎรหรือวุฒสิ ภาซึง่ ทา มาตรา ๒๙๕ มผี ลใช้บงั คับ หนา้ ที่รฐั สภาตามมาตรา ๓๒๓ พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบรา่ งพระราช วรรคสอง ในการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรท่ัวไปคร้ัง บัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู ดังกลา่ วทุกฉบบั ภายในกาหนดเวลาตาม แรกภายหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ผู้มสี ิทธสิ มัครรบั เลือกต้ังต้อง มาตรา ๓๒๓ ให้คณะกรรมการการเลือกต้งั ตามมาตรา ๓๑๙ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมอื งหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียว ดาเนนิ การเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามรฐั ธรรมนญู น้ีภายใน ไมน่ อ้ ยกว่าสามสิบวันนบั ถึงวนั เลอื กต้ัง ส่วนระยะเวลาตามมาตรา ๑๐๑ หกสบิ วนั นบั แตว่ นั ทีส่ ภาผูแ้ ทนราษฎรสน้ิ อายุหรือถูกยบุ หรือเม่อื มี (๔) (ก) ให้ใช้กาหนดเปน็ เวลาหนึ่งปี และระยะเวลาตามมาตรา ๑๐๑ กรณีตามมาตรา ๓๒๓ (๔) (ค) และ (ง) ให้ใชก้ าหนดเปน็ สองปี (๒) ในกรณที ีท่ ั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่สามารถ พิจารณาและใหค้ วามเห็นชอบรา่ งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๓๒๓ วรรคหน่งึ ใหแ้ ลว้ เสร็จภายในกาหนด ให้มกี ารเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนภ้ี ายใน เก้าสิบวันนบั แตว่ นั ทีพ่ ้นกาหนดเวลาตามมาตรา ๓๒๓ วรรคหน่งึ และ ใหน้ ากฎหมายวา่ ดว้ ยการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรซ่ึงมีผลใช้ บังคับอยูใ่ นวันประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อ รฐั ธรรมนญู น้ี มาใช้บงั คบั กบั การเลือกต้งั ดงั กล่าว โดยใหป้ ระธาน
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๑๙๔ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จัดทา กรรมการการเลอื กตัง้ ท่ตี ้งั ขน้ึ ตามมาตรา ๓๑๙ เปน็ ผูร้ กั ษาการตาม กฎหมายดงั กลา่ วและในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังเห็นวา่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ บทบัญญตั ใิ ดของกฎหมายว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ขัดหรอื แย้งหรือไมส่ อดคลอ้ งกับรฐั ธรรมนญู นี้ คณะกรรมการ การเลือกตง้ั มีอานาจกาหนดระเบยี บทีจ่ าเปน็ ข้นึ ใช้แทนบทบัญญตั นิ น้ั ไดเ้ พอ่ื ใหก้ ารเลอื กตั้งเป็นไปโดยสจุ ริตและเทย่ี งธรรม ระเบียบดังกลา่ ว และความเหน็ ท่ีวา่ บทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมายดงั กลา่ วน้นั ขัดหรือแย้ง หรือไมส่ อดคล้องกับรฐั ธรรมนูญนี้ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนญู พจิ ารณา วนิ ิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนญู ก่อนประกาศใชใ้ นราชกิจจานุเบกษา เมือ่ ไดม้ ีการเลอื กตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและสมาชิก วฒุ สิ ภาข้นึ ใหมต่ ามรฐั ธรรมนญู นแ้ี ลว้ และยังไมม่ ีพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนญู ตามมาตรา ๓๒๓ วรรคหน่งึ ครบทกุ ฉบบั ให้ สภาผแู้ ทนราษฎรและวุฒิสภาดาเนินการพิจารณาและให้ ความเห็นชอบร่างพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ท่ยี งั ไมไ่ ดต้ รา ขนึ้ ตามมาตรา ๓๒๓ โดยให้เรม่ิ นบั กาหนดเวลานบั แตว่ ันเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรอันเปน็ การเลอื กตงั้ ทวั่ ไป เป็นตน้ ไป และให้ นาความใน (๒) และมาตรา ๓๑๕ วรรคห้า (๒) มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๒๕ ในการเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรอันเป็น การเลอื กตงั้ ท่วั ไปครั้งแรกภายหลงั การประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี มิให้ นากาหนดเวลาตามมาตรา ๑๐๗ (๔) มาใช้บังคับ มาตรา ๓๒๖ นอกจากที่มบี ัญญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู นี้ กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรและ สมาชกิ วฒุ ิสภา อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมสี าระสาคัญดังตอ่ ไปน้ี (๑) การแจง้ เหตทุ ท่ี าใหไ้ ม่อาจไปเลอื กตงั้ และการอานวย ความสะดวกในการไปเลอื กต้งั (๒) การใหผ้ ู้มสี ิทธิเลอื กตง้ั ตามมาตรา ๑๐๕ วรรคสอง ออก เสียงลงคะแนน (๓) การจดั ทาบญั ชรี ายชอื่ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั แบบบัญชีรายชื่อ การตรวจสอบและการคดั ชื่อผู้สมคั รรบั เลอื กต้งั ที่ซ้ากันออกจาก
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๑๙๕ นาถะ ดวงวิชยั ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา การสมคั รรับเลอื กตง้ั และการประกาศรายช่ือผสู้ มคั รรับเลือกตงั้ ซึง่ อยู่ ในบญั ชีรายช่ือ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๔) การกาหนดแบบบตั รเลือกตง้ั ซ่ึงต้องมีท่สี าหรบั ทาเคร่อื งหมาย ว่าไมล่ งคะแนนเลือกตัง้ ผสู้ มคั รรบั เลอื กตง้ั และการประกาศจานวน ผ้ไู มป่ ระสงค์จะลงคะแนนเลอื กผสู้ มัครรบั เลอื กตั้ง (๕) การสนับสนนุ การเลือกตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรและ การแนะนาผู้สมคั รรบั เลอื กต้งั สมาชิกวุฒสิ ภาโดยรัฐ รวมทง้ั วธิ กี าร แนะนาผสู้ มคั รรบั เลือกตั้งโดยผสู้ มคั รรับเลือกต้ังเป็นสมาชกิ วฒุ ิสภา เองหรอื บุคคลอื่นทอี่ าจกระทาได้ (๖) การจากัดวงเงนิ ค่าใช้จ่ายของผู้สมคั รรบั เลือกตงั้ การแต่งตงั้ สมุห์บญั ชเี ลอื กต้งั โดยผสู้ มัครรับเลอื กต้ัง การตรวจสอบ และการประกาศผลการตรวจสอบค่าใช้จา่ ยในการเลือกต้ังของผสู้ มคั ร รับเลอื กตง้ั (๗) การนบั คะแนนและการประกาศผลการนับคะแนนใน การเลือกตง้ั สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรในแตล่ ะเขตเลอื กตั้ง ซ่งึ ตอ้ ง กระทาโดยเปดิ เผย ณ สถานที่แหง่ ใดแหง่ หนง่ึ แต่เพียงแห่งเดียว เวน้ แตเ่ ปน็ กรณีทม่ี คี วามจาเป็นเฉพาะทอ้ งท่ี คณะกรรมการการเลือกตง้ั จะกาหนดเปน็ อยา่ งอ่ืนก็ได้ (๘) การนับคะแนนและการประกาศผลการนบั คะแนนใน การเลอื กตัง้ สมาชิกวุฒสิ ภา (๙) การประกาศรายชือ่ ผ้ไู ดร้ ับเลอื กตง้ั จากผู้สมัครรับเลือกตัง้ แบบบัญชีรายชือ่ และการเลื่อนผมู้ ีรายช่ืออยู่ในลาดับถดั ไปขนึ้ มาแทน ผ้ไู ดร้ บั เลือกตั้งจากผูส้ มคั รรบั เลือกตั้งแบบบัญชีรายชือ่ ซ่ึงพ้นจาก ตาแหนง่ มาตรา ๓๒๗ นอกจากที่มีบัญญตั ไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู น้ี กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยคณะกรรมการการเลือกต้งั อย่างนอ้ ยต้อง มสี าระสาคัญดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการการเลอื กตั้ง
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๑๙๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา (๒) การดาเนินการของคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ซ่งึ อยา่ งน้อยต้องประกอบด้วยเรื่องการแบง่ เขตเลือกตั้ง การจดั ใหม้ ีบัญชี รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ รายชือ่ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตั้ง และการนบั คะแนนใหม่ (๓) การใหก้ ารศกึ ษาแก่ประชาชนเกยี่ วกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข (๔) กระบวนการสืบสวนสอบสวนและวินจิ ฉัยช้ขี าดของ คณะกรรมการการเลอื กตง้ั (๕) การดาเนนิ คดีในศาลโดยคณะกรรมการการเลอื กต้งั ใน ความผดิ เกี่ยวกับการเลอื กต้งั หรอื พรรคการเมอื ง (๖) ความรว่ มมือท่ีศาล พนกั งานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือหน่วยงานอน่ื ของรัฐตอ้ งใหแ้ ก่คณะกรรมการการเลอื กต้ัง (๗) การรับรองและการแตง่ ตัง้ ผ้แู ทนองค์การเอกชนเพอื่ ประโยชนใ์ นการตรวจสอบการเลอื กตง้ั (๘) การจดั ให้มหี น่วยงานทเ่ี ป็นอสิ ระเพอื่ ดาเนนิ การเกย่ี วกบั การบรหิ ารงานบุคคล การงบประมาณ และการดาเนินการอื่น โดยมี ประธานกรรมการการเลือกตงั้ เป็นผบู้ ังคับบญั ชาสงู สดุ (๙) กาหนดเวลาท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้งจะเริ่มควบคุม และดาเนนิ การจดั หรอื จดั ใหม้ ีการเลือกตงั้ สมาชิกสภาทอ้ งถนิ่ หรอื ผู้บริหารทอ้ งถิ่น ซงึ่ ต้องไม่เกินสิบปนี ับแตว่ ันประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ มาตรา ๓๒๘ นอกจากทม่ี ีบัญญัตไิ วใ้ นรัฐธรรมนญู น้ี กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมอื ง อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมสี าระ สาคญั ดังตอ่ ไปนี้ (๑) การจดั ตง้ั พรรคการเมือง ซงึ่ อย่างนอ้ ยใหก้ ระทาไดโ้ ดย บุคคลต้งั แตส่ ิบหา้ คนขึ้นไป และการจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมอื ง ในทะเบยี นพรรคการเมือง (๒) การเลกิ พรรคการเมือง ท้ังนี้ โดยมิให้นาเอาเหตุที่พรรค การเมอื งไมส่ ่งสมาชิกสมัครรบั เลือกต้งั หรือเหตุทไ่ี มม่ สี มาชกิ ของ พรรคการเมืองไดร้ ับเลอื กตง้ั มาเปน็ เหตุใหต้ อ้ งเลิกหรอื ยบุ พรรค การเมอื ง
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๑๙๗ นาถะ ดวงวิชัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผจู้ ัดทา (๓) การดาเนินกจิ การของพรรคการเมืองและการจดั ทา รายงานการดาเนินกิจการของพรรคการเมือง รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ (๔) การสนับสนุนการจดั ตั้งและพฒั นาสาขาพรรคโดยรฐั (๕) การสนับสนุนทางการเงินหรือประโยชน์อย่างอ่ืนแก่พรรค การเมืองโดยรัฐ การจากดั วงเงินคา่ ใช้จา่ ยของพรรคการเมืองใน การเลือกต้งั และการควบคมุ การรบั บริจาคของพรรคการเมอื ง (๖) การตรวจสอบสถานะทางการเงินของพรรคการเมือง รวมทงั้ การตรวจสอบและการเปิดเผยทม่ี าของรายไดแ้ ละการใช้จ่าย ของพรรคการเมอื ง (๗) การจดั ทาบญั ชแี สดงรายรับและรายจ่ายของพรรค การเมือง และบญั ชแี สดงทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ของพรรคการเมอื ง ซง่ึ ต้องแสดงโดยเปิดเผยซึ่งทมี่ าของรายได้และการใชจ้ ่ายประจาปขี อง พรรคการเมืองในทุกรอบปปี ฏิทิน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ การเลอื กต้ังเพ่อื ตรวจสอบและประกาศใหส้ าธารณชนทราบ มาตรา ๒๙๖ วรรคหนึ่ง ใหด้ าเนินการเลือกตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทน มาตรา ๒๖๙ ในวาระเริม่ แรก ใหว้ ุฒสิ ภาประกอบดว้ ย ราษฎรตามรัฐธรรมนูญน้ีใหแ้ ลว้ เสร็จภายในเกา้ สบิ วัน และดาเนินการให้ สมาชิกจานวนสองรอ้ ยห้าสิบคน ซึง่ พระมหากษัตริยท์ รงแต่งตั้ง ไดม้ าซง่ึ สมาชิกวุฒสิ ภาตามรฐั ธรรมนูญนี้ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหน่งึ ร้อย ตามท่คี ณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติถวายคาแนะนา โดยใน ห้าสบิ วนั ท้งั นี้ นบั แต่วนั ทพี่ ระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญตาม การสรรหาและแตง่ ตั้งใหด้ าเนินการตามหลกั เกณฑ์และวธิ กี าร มาตรา ๒๙๕ มีผลใช้บังคบั ดงั ต่อไปน้ี วรรคสาม ในวาระเรมิ่ แรก ห้ามมใิ หผ้ ู้เคยเปน็ สมาชิกวฒุ สิ ภาซึ่ง (๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวฒุ ิสภาคณะหนงึ่ ซึ่ง ไดร้ ับเลือกต้ังเป็นคร้ังแรกตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแหง่ ชาตแิ ต่งตง้ั จากผูท้ รงคณุ วฒุ ิซึ่งมีความรู้ พุทธศักราช ๒๕๔๐ ดารงตาแหน่งเปน็ สมาชิกวุฒิสภาซงึ่ จะมีการไดม้ า และประสบการณ์ในดา้ นต่าง ๆ และมีความเปน็ กลางทางการเมือง เป็นครัง้ แรกตามรัฐธรรมนญู นี้ และมใิ หน้ าบทบญั ญัตมิ าตรา ๑๑๕ (๙) จานวนไม่นอ้ ยกวา่ เก้าคนแตไ่ ม่เกนิ สบิ สองคน มหี นา้ ทด่ี าเนนิ การ และมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั กับผเู้ คยเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่ง สรรหาบุคคลซึ่งสมควรเปน็ สมาชกิ วฒุ ิสภา ตามหลกั เกณฑ์และ ไดร้ บั เลอื กต้งั ครัง้ หลงั สดุ ตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย วธิ กี าร ดงั ต่อไปน้ี พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ (ก) ให้คณะกรรมการการเลือกตง้ั ดาเนินการจดั ให้มี การเลอื กสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐๗ จานวนสองร้อยคนตาม พระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการไดม้ าซึ่งสมาชิก วฒุ ิสภา โดยให้ดาเนนิ การใหแ้ ล้วเสรจ็ ก่อนวนั ทม่ี กี ารเลอื กต้งั
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๑๙๘ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรตามมาตรา ๒๖๘ ไมน่ ้อยกว่าสิบห้าวนั แลว้ นารายช่ือเสนอต่อคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชกิ วุฒิสภา คัดเลอื กบุคคล ผู้มีความรคู้ วามสามารถทเ่ี หมาะสมในอันจะเป็นประโยชนแ์ ก่ การปฏิบตั หิ น้าทข่ี องวฒุ ิสภาและการปฏริ ปู ประเทศมีจานวนไม่เกนิ สร่ี ้อยคน ตามวธิ ีการทคี่ ณะกรรมการสรรหาสมาชกิ วุฒสิ ภากาหนด แล้วนารายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ ทัง้ นี้ ต้อง ดาเนินการให้แลว้ เสรจ็ ไม่ชา้ กวา่ ระยะเวลาท่ีกาหนดตาม (ก) (ค) ใหค้ ณะรักษาความสงบแหง่ ชาติคดั เลือกผูไ้ ด้รับเลือก ตาม (ก) จากบญั ชรี ายชื่อท่ไี ดร้ บั จากคณะกรรมการการเลือกตงั้ ให้ ไดจ้ านวนห้าสบิ คน และคดั เลอื กรายช่อื สารองจานวนห้าสิบคน โดย การคัดเลือกดงั กล่าวใหค้ านงึ ถึงบุคคลจากกลุ่มต่าง ๆ อย่างทวั่ ถึง และให้คัดเลือกบคุ คลจากบญั ชีรายชอ่ื ที่ได้รับการสรรหาตาม (ข) ให้ ได้จานวนหน่ึงร้อยเกา้ สบิ ส่คี นรวมกับผดู้ ารงตาแหนง่ ปลดั กระทรวง กลาโหม ผบู้ ญั ชาการทหารสงู สดุ ผบู้ ัญชาการทหารบก ผบู้ ญั ชาการ ทหารเรอื ผบู้ ญั ชาการทหารอากาศ และผบู้ ัญชาการตารวจแหง่ ชาติ เป็นสองรอ้ ยห้าสิบคนและคดั เลือกรายช่ือสารองจากบญั ชรี ายชอ่ื ท่ี ไดร้ บั การสรรหาตาม (ข) จานวนหา้ สบิ คน ท้ังน้ี ให้แลว้ เสร็จภายใน สามวันนับแต่วันประกาศผลการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา ๒๖๘ (๒) มใิ หน้ าความในมาตรา ๑๐๘ ข. ลักษณะตอ้ งหา้ ม (๖) ใน ส่วนที่เกี่ยวกับการเคยดารงตาแหนง่ รฐั มนตรมี าใช้บงั คับแก่ผดู้ ารง ตาแหน่งสมาชิกวุฒิสภาซ่งึ ได้รับสรรหาตาม (๑) (ข) และมใิ หน้ า ความในมาตรา ๑๐๘ ข. ลักษณะตอ้ งห้าม (๒) มาตรา ๑๘๔ (๑) และมาตรา ๑๘๕ มาใชบ้ งั คบั แก่ผซู้ ่ึงได้รบั แต่งตั้งใหเ้ ป็นสมาชิก วุฒิสภาโดยตาแหนง่ (๓) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาตินารายชอื่ บคุ คลซึ่งได้รบั การคัดเลอื กตาม (๑) (ค) จานวนสองรอ้ ยห้าสิบคนดงั กล่าวขนึ้ กราบ บังคมทูลเพอื่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มแตง่ ต้ังต่อไป
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๑๙๙ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ัดทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และใหห้ ัวหน้าคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติเป็นผู้ลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการ (๔) อายุของวุฒสิ ภาตามมาตรานมี้ ีกาหนดหา้ ปนี ับแตว่ ันทมี่ ี พระบรมราชโองการแต่งตั้ง สมาชกิ ภาพของสมาชิกวฒุ ิสภาเรมิ่ ตัง้ แต่วันทม่ี พี ระบรมราชโองการแต่งต้ัง ถ้ามีตาแหนง่ ว่างลง ให้เลือ่ น รายช่อื บุคคลตามลาดับในบัญชสี ารองตาม (๑) (ค) ขึ้นเปน็ สมาชกิ วุฒสิ ภาแทน โดยให้ประธานวฒุ สิ ภาเป็นผดู้ าเนินการและเปน็ ผู้ลงนามรบั สนองพระบรมราชโองการ สาหรับสมาชกิ วุฒสิ ภาโดย ตาแหนง่ เม่ือพน้ จากตาแหน่งที่ดารงอยู่ในขณะได้รับแต่งตงั้ เปน็ สมาชกิ วฒุ ิสภากใ็ หพ้ น้ จากตาแหน่งสมาชิกวฒุ สิ ภาด้วย และให้ ดาเนนิ การเพ่อื แตง่ ตั้งให้ผดู้ ารงตาแหนง่ นน้ั เปน็ สมาชิกวุฒสิ ภาโดย ตาแหนง่ แทน ให้สมาชิกวุฒสิ ภาทไี่ ดร้ ับแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ แทน ตาแหน่งทวี่ ่าง อยู่ในตาแหนง่ เทา่ อายขุ องวฒุ สิ ภาทเ่ี หลอื อยู่ (๕) ในระหว่างทยี่ ังไมม่ พี ระบรมราชโองการแตง่ ตั้งบุคคลใน บัญชีรายชือ่ สารองข้ึนเป็นสมาชกิ วฒุ ิสภาแทนตาแหนง่ ทว่ี ่างตาม (๔) หรอื เป็นกรณีทไ่ี ม่มรี ายชอ่ื บุคคลเหลืออยใู่ นบญั ชีสารอง หรอื ไมม่ ผี ู้ดารงตาแหนง่ ทเ่ี ป็นสมาชิกวฒุ สิ ภาโดยตาแหนง่ ไม่วา่ ดว้ ยเหตุ ใด ใหว้ ุฒิสภาประกอบดว้ ยสมาชกิ วฒุ สิ ภาเท่าที่มอี ยู่ (๖) เมือ่ อายุของวฒุ สิ ภาสิ้นสดุ ลงตาม (๔) ให้ดาเนินการเลอื ก สมาชิกวุฒสิ ภาตามมาตรา ๑๐๗ ต่อไป และให้นาความในมาตรา ๑๐๙ วรรคสามมาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม มาตรา ๒๗๐ นอกจากจะมีหน้าที่และอานาจตามทีบ่ ญั ญตั ไิ ว้ ในรัฐธรรมนญู แล้ว ใหว้ ุฒิสภาตามมาตรา ๒๖๙ มีหน้าท่แี ละอานาจ ตดิ ตาม เสนอแนะ และเรง่ รัดการปฏิรปู ประเทศ เพือ่ ใหบ้ รรลุ เป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ และการจดั ทาและ ดาเนินการตามยทุ ธศาสตร์ชาติ ในการน้ี ให้คณะรัฐมนตรแี จ้ง ความคบื หน้าในการดาเนนิ การตามแผนการปฏริ ูปประเทศตอ่ รัฐสภาเพ่ือทราบทกุ สามเดือน
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๐ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ รา่ งพระราชบญั ญตั ทิ ี่จะตราขน้ึ เพอ่ื ดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ ใหเ้ สนอและพจิ ารณาในทป่ี ระชุมร่วมกันของ รัฐสภา รา่ งพระราชบญั ญัตใิ ดทค่ี ณะรฐั มนตรีเหน็ ว่าเปน็ รา่ งพระราช บญั ญัติท่ีจะตราขนึ้ เพอื่ ดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ ใหแ้ จ้งใหป้ ระธานรฐั สภาทราบพรอ้ มกบั การเสนอรา่ งพระราชบญั ญตั ิ นน้ั ในกรณที ีค่ ณะรฐั มนตรีมไิ ด้แจง้ ว่าเปน็ ร่างพระราชบญั ญตั ทิ ีจ่ ะ ตราขึ้นเพื่อดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ หาก สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรหรือสมาชิกวฒุ สิ ภาเห็นว่ารา่ งพระราชบญั ญตั ิ นนั้ เป็นร่างพระราชบัญญตั ทิ ีจ่ ะตราข้นึ เพอื่ ดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรหรอื สมาชิกวฒุ สิ ภา จานวนไมน่ ้อยกว่าหน่งึ ในหา้ ของแตล่ ะสภา อาจเข้าชอ่ื กันร้องขอตอ่ ประธานรัฐสภาเพอื่ ให้วินจิ ฉยั การย่นื คาร้องดงั กลา่ วต้องยื่นก่อนท่ี สภาผ้แู ทนราษฎรหรือวฒุ สิ ภา แลว้ แต่กรณี จะพจิ ารณารา่ งพระราช บญั ญตั นิ ้ันแลว้ เสร็จ เม่ือประธานรัฐสภาไดร้ ับคารอ้ งตามวรรคสาม ให้ประธาน รฐั สภาเสนอเรอ่ื งต่อคณะกรรมการรว่ ม ซ่งึ ประกอบดว้ ยประธานวฒุ สิ ภา เป็นประธาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนง่ึ ผูน้ าฝา่ ยค้านใน สภาผ้แู ทนราษฎร ผู้แทนคณะรฐั มนตรีคนหนึ่ง และประธาน คณะกรรมาธิการสามัญคนหนึง่ ซ่งึ เลอื กกันเองระหวา่ งประธาน คณะกรรมาธกิ ารสามัญในวุฒสิ ภาทุกคณะเปน็ กรรมการ เพ่ือวินิจฉัย การวินจิ ฉัยของคณะกรรมการร่วมตามวรรคสีใ่ ห้ถือเสยี ง ขา้ งมากเป็นประมาณ คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการรว่ มดังกลา่ วให้ เปน็ ที่สดุ และให้ประธานรฐั สภาดาเนินการไปตามคาวินิจฉยั น้ัน มาตรา ๒๗๑ ในวาระเร่ิมแรกภายในอายุของวุฒิสภาตาม มาตรา ๒๖๙ การพิจารณารา่ งพระราชบญั ญัตทิ ่ีวุฒสิ ภาหรือสภา ผู้แทนราษฎรยับยั้งไวต้ ามมาตรา ๑๓๗ (๒) หรือ (๓) ใหก้ ระทาโดย ท่ีประชุมรว่ มกันของรัฐสภา ถ้ารา่ งพระราชบญั ญัติน้ันเกยี่ วกับ
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๐๑ นาถะ ดวงวิชยั ผูอ้ านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผูจ้ ดั ทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๑) การแกไ้ ขเพิ่มเตมิ โทษหรอื องคป์ ระกอบความผดิ ตอ่ ตาแหนง่ หนา้ ท่รี าชการหรอื ตอ่ ตาแหนง่ หนา้ ท่ใี นการยุตธิ รรม หรอื ความผดิ ของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรฐั เฉพาะเม่ือการแกไ้ ข เพมิ่ เติมนั้นมผี ลใหผ้ ู้กระทาความผดิ พ้นจากความผิดหรือไมต่ อ้ งรับโทษ (๒) ร่างพระราชบัญญตั ิทวี่ ฒุ สิ ภามมี ตดิ ว้ ยคะแนนเสียง ไมน่ อ้ ยกว่าสองในสามของจานวนสมาชกิ วุฒสิ ภาทั้งหมดเทา่ ทม่ี ีอยู่ ว่ามีผลกระทบต่อการดาเนินกระบวนการยุตธิ รรมอยา่ งรา้ ยแรง มตขิ องทป่ี ระชมุ รว่ มกันของรฐั สภาท่ใี หค้ วามเหน็ ชอบรา่ ง พระราชบัญญัตติ ามวรรคหน่ึง ตอ้ งมคี ะแนนเสยี งไมน่ อ้ ยกวา่ สองในสามของจานวนสมาชิกท้ังหมดเทา่ ทม่ี ีอยขู่ องรฐั สภา มาตรา ๒๗๒ ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันท่ีมรี ัฐสภาชุดแรก ตามรัฐธรรมนญู นี้ การให้ความเหน็ ชอบบุคคลซึ่งสมควรไดร้ ับแตง่ ตงั้ เปน็ นายกรฐั มนตรใี หด้ าเนนิ การตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่การพิจารณา ให้ความเหน็ ชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึง่ ให้กระทาในท่ปี ระชมุ ร่วมกนั ของรัฐสภา และมตทิ ่เี ห็นชอบการแต่งตง้ั บคุ คลใดให้เป็น นายกรฐั มนตรีตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม ตอ้ งมคี ะแนนเสยี ง มากกวา่ ก่ึงหนงึ่ ของจานวนสมาชกิ ท้งั หมดเท่าท่ีมีอยู่ของท้งั สองสภา ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีทไ่ี ม่อาจแต่งตงั้ นายกรัฐมนตรีจากผูม้ ชี ื่ออยใู่ นบัญชีรายชื่อท่พี รรคการเมอื งแจง้ ไว้ ตามมาตรา ๘๘ ไมว่ า่ ดว้ ยเหตุใด และสมาชกิ ของทง้ั สองสภารวมกนั จานวนไมน่ อ้ ยกวา่ กึง่ หนึ่งของจานวนสมาชิกทง้ั หมดเท่าทม่ี อี ยขู่ อง ทั้งสองสภาเขา้ ช่อื เสนอตอ่ ประธานรัฐสภาขอใหร้ ฐั สภามมี ตยิ กเวน้ เพ่อื ไม่ต้องเสนอช่ือนายกรฐั มนตรจี ากผูม้ ีชอ่ื อยู่ในบัญชีรายชอื่ ท่ี พรรคการเมอื งแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธาน รัฐสภาจดั ใหม้ กี ารประชุมรว่ มกันของรัฐสภาโดยพลนั และในกรณีท่ี รัฐสภามีมตดิ ว้ ยคะแนนเสยี งไมน่ ้อยกวา่ สองในสามของจานวน สมาชกิ ทั้งหมดเท่าทม่ี อี ยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเวน้ ได้ ให้ดาเนนิ การ ตามวรรคหนึง่ ตอ่ ไป โดยจะเสนอช่ือผอู้ ยูใ่ นบัญชรี ายช่อื ท่ีพรรค การเมอื งแจง้ ไว้ตามมาตรา ๘๘ หรือไม่กไ็ ด้
๒๐๒ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๑๙ ในวาระเริม่ แรก ใหว้ ุฒิสภาดาเนนิ การเลอื ก มาตรา ๒๙๙ ให้ผ้ตู รวจการแผน่ ดินของรัฐสภา ซงึ่ ดารง มาตรา ๒๗๓ ให้ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ผดู้ ารงตาแหนง่ ใน กรรมการการเลือกต้ังตามมาตรา ๑๓๖ ภายในสามสบิ วนั นบั แต่ ตาแหนง่ อยใู่ นวนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ี เป็นผตู้ รวจการแผน่ ดิน องค์กรอสิ ระ และผูว้ ่าการตรวจเงนิ แผ่นดนิ ซ่ึงดารงตาแหน่งอยใู่ น วนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี และมใิ ห้นากาหนดเวลาตามมาตรา ๑๓๘ ตามบทบญั ญัตแิ ห่งรัฐธรรมนญู น้ี และให้คงดารงตาแหน่งตอ่ ไป วันกอ่ นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ยี ังคงอยู่ในตาแหน่งเพือ่ ปฏบิ ตั ิ มาใชบ้ งั คับ จนกว่าจะสน้ิ สดุ วาระ โดยใหเ้ รม่ิ นบั วาระต้งั แตว่ ันทีพ่ ระมหากษตั ริย์ หนา้ ทต่ี ่อไป และเม่อื พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ในวาระเรม่ิ แรก ในระหวา่ งทยี่ งั ไมม่ ปี ระธานศาลปกครองสงู สุด ทรงแต่งตง้ั และใหผ้ ตู้ รวจการแผน่ ดนิ ดังกล่าวเลือกกนั เองให้คนหนง่ึ ทีจ่ ดั ทาข้นึ ตามมาตรา ๒๖๗ ใชบ้ ังคับแล้ว การดารงตาแหน่งตอ่ ไป ใหค้ ณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลอื กตง้ั มีจานวนเกา้ คน เปน็ ประธานผตู้ รวจการแผ่นดินใหแ้ ลว้ เสร็จภายในหกสบิ วนั นับแต่ เพียงใดให้เปน็ ไปตามพระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนญู ดงั กลา่ ว ประกอบด้วย อธิการบดีของสถาบนั อุดมศึกษาของรฐั ทเ่ี ปน็ นิติบคุ คล วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ และใหน้ าบทบญั ญัตมิ าตรา ๒๔๒ ในระหวา่ งเวลาท่ยี ังไมม่ ีพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ทีจ่ ัดทา ทุกแห่งซ่ึงเลอื กกนั เองให้เหลือหา้ คน ผแู้ ทนพรรคการเมืองทุกพรรคท่ี วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม ขน้ึ ตามมาตรา ๒๖๗ การพน้ จากตาแหน่งของตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ มสี มาชิกเป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พรรคละหนง่ึ คน ซึ่งเลอื ก ใหก้ รรมการการเลอื กตั้ง กรรมการป้องกันและปราบปราม ผูด้ ารงตาแหน่งในองคก์ รอสิ ระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ กันเองให้เหลือสค่ี น เปน็ กรรมการ การทุจรติ แห่งชาติ และสมาชกิ สภาทปี่ รกึ ษาเศรษฐกจิ และสังคม เปน็ ไปตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ ในกรณีที่ยังมไิ ด้มีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แหง่ ชาติ ซึง่ ดารงตาแหนง่ อยู่ในวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญนี้ คงดารง และพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู หรือกฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง วา่ ดว้ ยคณะกรรมการการเลือกต้งั ใหค้ ณะกรรมการการเลอื กตั้ง ตาแหนง่ ตอ่ ไปจนกวา่ จะส้ินสุดวาระ โดยให้เร่ิมนับวาระตั้งแตว่ ันท่ี การดาเนินการของศาลรฐั ธรรมนญู หรือองคก์ รอิสระ และ กาหนดระเบยี บอันจาเป็นแก่การปฏิบัตหิ นา้ ท่ขี องคณะกรรมการ ไดร้ บั แต่งต้ัง ผูว้ า่ การตรวจเงินแผ่นดนิ ให้เป็นไปตามกฎหมายท่ใี ชบ้ งั คับอยใู่ น การเลือกตง้ั ตามรัฐธรรมนูญนี้ ระเบียบดงั กล่าวใหส้ ง่ ศาลรัฐธรรมนูญ ใหก้ รรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติซ่งึ ดารงตาแหนง่ อยูใ่ นวนั วนั กอ่ นวันประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญน้ี เทา่ ท่ไี ม่ขดั หรือแยง้ ต่อ พิจารณาความชอบด้วยรฐั ธรรมนญู ก่อนประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี คงดารงตาแหน่งตอ่ ไปจนกวา่ จะมี บทบัญญัตแิ หง่ รัฐธรรมนญู น้ี และใหใ้ ช้บังคับได้จนกวา่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ย การแตง่ ตงั้ คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแห่งชาตติ ามบทบญั ญัติแหง่ ในระหวา่ งที่ยังไมม่ ีพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู คณะกรรมการการเลือกตงั้ จะมผี ลใช้บงั คบั รฐั ธรรมนญู น้ี แต่ถ้าบคุ คลดังกลา่ วไดร้ บั แต่งตัง้ ใหด้ ารงตาแหน่งยงั วา่ ดว้ ยวธิ ีพิจารณาของศาลรฐั ธรรมนูญ การพจิ ารณาและการทา มาตรา ๓๒๐ ในวาระเรม่ิ แรก ใหค้ ณะตุลาการรัฐธรรมนญู ไมเ่ กินหนึง่ ปนี บั ถึงวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี มใิ หน้ าบทบัญญตั ิ คาวนิ จิ ฉัยของศาลรฐั ธรรมนญู ใหเ้ ป็นไปตามขอ้ กาหนดของศาล ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๓๔ ซึ่งแกไ้ ข เกยี่ วกบั การหา้ มดารงตาแหน่งติดต่อกันเกินหนึ่งวาระมาใช้บงั คบั กับ รัฐธรรมนูญทใ่ี ชบ้ งั คับอยใู่ นวันกอ่ นวนั ประกาศใช้รัฐธรรมนูญน้ี ทงั้ นี้ เพ่ิมเตมิ ครง้ั สดุ ท้ายโดยรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย แกไ้ ข บุคคลนน้ั ในการแตง่ ตั้งกรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแหง่ ชาติข้ึนใหมเ่ ปน็ เทา่ ทไ่ี มข่ ดั หรอื แย้งต่อบทบญั ญตั แิ ห่งรฐั ธรรมนญู นี้ เพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี ๖) พุทธศักราช ๒๕๓๙ เปน็ ศาลรัฐธรรมนญู ตาม คร้งั แรกตามรัฐธรรมนูญนี้ รัฐธรรมนญู นี้ จนกวา่ จะมศี าลรัฐธรรมนญู ตามวรรคสอง ใหบ้ คุ คลตามมาตราน้ีปฏิบตั หิ นา้ ท่ตี ามพระราชบญั ญตั ิ ในวาระเรมิ่ แรกใหด้ าเนินการเลือกตุลาการศาลรฐั ธรรมนญู ตาม ประกอบรฐั ธรรมนญู หรือกฎหมายทเ่ี กีย่ วขอ้ งทีใ่ ช้บงั คบั อย่ใู นวนั มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๒๕๗ ภายในสส่ี บิ หา้ วนั นบั แต่วนั ประกาศใช้ ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนตี้ อ่ ไป จนกวา่ จะมีการตราพระราชบัญญตั ิ รฐั ธรรมนูญนี้ ประกอบรัฐธรรมนญู หรือกฎหมายเพื่อใหเ้ ป็นไปตามรฐั ธรรมนญู นี้ ในระหว่างที่ยังไมม่ ศี าลปกครองสงู สดุ มใิ หน้ ามาตรา ๒๕๕ (๒) ข้ึนใชบ้ งั คับ เว้นแตบ่ ทบัญญตั ิใดขดั หรอื แยง้ กบั บทบัญญัตแิ ห่ง มาใชบ้ งั คบั และให้ศาลรฐั ธรรมนญู ประกอบดว้ ยประธานศาล รัฐธรรมนูญนใ้ี ห้ใช้บทบัญญตั แิ ห่งรัฐธรรมนญู นีแ้ ทน รฐั ธรรมนญู คนหนง่ึ และตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู อ่นื อกี สบิ สองคนซงึ่ มาตรา ๓๐๐ ใหค้ ณะตลุ าการรัฐธรรมนญู ตามรฐั ธรรมนญู พระมหากษตั รยิ ์ทรงแต่งตั้งจากบุคคลตามมาตรา ๒๕๕ (๑) (๓) และ (๔) แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (ฉบับชัว่ คราว) พุทธศกั ราช ๒๕๔๙ เปน็ ศาล
๒๐๓ นาถะ ดวงวชิ ัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๒๑ ใหค้ ณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปราม รฐั ธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรฐั ธรรมนญู นี้ โดยใหผ้ ูด้ ารงตาแหน่ง การทุจรติ และประพฤตมิ ชิ อบในวงราชการและสานกั งานคณะ ประธานศาลฎีกาเปน็ ประธานศาลรฐั ธรรมนญู ผดู้ ารงตาแหน่ง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบใน ประธานศาลปกครองสูงสดุ เป็นรองประธานศาลรัฐธรรมนญู แต่ให้ วงราชการตามกฎหมายว่าดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต ผู้พิพากษาในศาลฎกี าหรอื ตลุ าการในศาลปกครองสงู สุดทไ่ี ดร้ บั เลอื ก และประพฤติมิชอบในวงราชการ เปน็ คณะกรรมการปอ้ งกนั และ ตามมาตรา ๓๕ ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบับ ปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติและสานกั งานคณะกรรมการปอ้ งกัน ชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ คงดารงตาแหน่งเป็นตุลาการศาล และปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ ตามรฐั ธรรมนูญนี้ แล้วแตก่ รณี รัฐธรรมนูญต่อไปจนกว่าจะมกี ารแต่งตง้ั ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ขนึ้ จนกวา่ จะมีการแต่งตง้ั คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ใหม่ตามบทบญั ญตั ิแหง่ รัฐธรรมนญู น้ี ซ่งึ ต้องไม่เกนิ หนึ่งรอ้ ยห้าสบิ การทจุ รติ แหง่ ชาตหิ รือจัดตงั้ สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และ วันนับแตว่ นั ทไ่ี ด้มีการแตง่ ต้งั ประธานสภาผแู้ ทนราษฎรและผนู้ า ปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติขึ้นตามบทบญั ญัตแิ หง่ รฐั ธรรมนญู น้ี ซง่ึ ฝ่ายค้านในสภาผแู้ ทนราษฎรภายหลังจากการเลอื กต้ัง ตอ้ งกระทาภายในสองปีนับแต่วนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเป็นการท่ัวไปครั้งแรกตามบทบัญญตั ิแหง่ เพ่อื ประโยชน์ในการปฏบิ ัตติ ามรัฐธรรมนญู น้ี ใหค้ ณะกรรมการ รฐั ธรรมนญู น้ี ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ มิให้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๒๐๕ (๓) มาตรา ๒๐๗ (๑) (๒) ตามวรรคหน่งึ กาหนดระเบยี บอนั จาเปน็ แก่การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีของ และมาตรา ๒๐๙ (๕) มาใชบ้ ังคับกบั การดารงตาแหนง่ ตลุ าการศาล คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาตติ าม รัฐธรรมนญู ตามวรรคหน่งึ รัฐธรรมนญู นี้ ระเบยี บดงั กล่าวใหส้ ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ใหบ้ ทบัญญัตมิ าตรา ๓๕ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี ความชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู กอ่ นประกาศในราชกิจจานเุ บกษา และให้ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบบั ช่วั คราว) พทุ ธศกั ราช ใช้บังคบั ได้จนกวา่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยการป้องกนั ๒๕๔๙ ยังคงมีผลใชบ้ ังคับตอ่ ไปจนกว่าจะมกี ารตราพระราชบัญญตั ิ และปราบปรามการทจุ ริตจะมผี ลใชบ้ ังคับ ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยวธิ พี ิจารณาของศาลรัฐธรรมนญู ข้นึ ใช้ ในวาระเรมิ่ แรก ในระหว่างท่ียงั ไมม่ ปี ระธานศาลปกครองสูงสดุ บังคบั ใหค้ ณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ บรรดาคดหี รือการใดท่อี ย่ใู นระหวา่ งดาเนนิ การของคณะ แห่งชาติตามมาตรา ๒๙๗ วรรคสาม มีจานวนสิบส่คี น ประกอบดว้ ย ตลุ าการรัฐธรรมนญู ตามวรรคหนง่ึ ใหศ้ าลรัฐธรรมนญู ตามมาตรานี้ ประธานศาลฎกี า ประธานศาลรัฐธรรมนญู อธิการบดีของสถาบนั ดาเนินการตอ่ ไป และเมื่อมีการแตง่ ตัง้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนญู ตาม อดุ มศึกษาของรัฐทีเ่ ปน็ นิติบุคคลทกุ แห่งซึง่ เลือกกนั เองใหเ้ หลอื เจ็ดคน รฐั ธรรมนูญนี้แล้ว บรรดาคดหี รอื การทีค่ ้างดาเนินการนั้นให้โอนไป และผ้แู ทนพรรคการเมืองทกุ พรรคทมี่ สี มาชกิ เป็นสมาชกิ สภาผู้แทน อยู่ในอานาจหน้าที่ของศาลรฐั ธรรมนญู ทแ่ี ต่งต้ังขนึ้ ใหม่นน้ั ราษฎร พรรคละหนง่ึ คน ซึ่งเลอื กกันเองใหเ้ หลอื หา้ คนเปน็ กรรมการ ในระหวา่ งทีย่ งั มิไดม้ ีการตราพระราชบัญญัติประกอบ มาตรา ๓๒๒ ในวาระเรมิ่ แรก กรรมการการเลอื กตั้ง ผ้ตู รวจการ รัฐธรรมนูญว่าดว้ ยวธิ พี จิ ารณาของศาลรฐั ธรรมนญู ให้ศาล แผน่ ดินของรฐั สภา กรรมการสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาติ ตุลาการศาล รฐั ธรรมนญู มอี านาจออกขอ้ กาหนดเกยี่ วกบั วธิ ีพิจารณาและการทา รฐั ธรรมนญู กรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ และ
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๔ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา กรรมการตรวจเงินแผ่นดนิ ทีว่ ุฒสิ ภาตามมาตรา ๓๑๕ วรรคสาม มมี ติเลือก ให้มีระยะเวลาดารงตาแหนง่ เพยี งก่งึ หนึ่งของวาระท่ี รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กาหนดไวส้ าหรับตาแหนง่ ดังกลา่ ว และเพ่อื ประโยชน์ในการเลือก ผูด้ ารงตาแหนง่ ดงั กล่าวเปน็ คราวแรกโดยวฒุ สิ ภาซ่งึ เลือกตั้งขนึ้ ตาม คาวนิ ิจฉยั ได้ แต่ท้งั น้ี ต้องตราพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู รัฐธรรมนูญน้ี มิให้นาบทบญั ญัติทใี่ หด้ ารงตาแหน่งดังกลา่ วได้เพยี ง ดังกล่าวให้แล้วเสรจ็ ภายในหน่ึงปี นบั แตว่ นั ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ วาระเดยี วมาใช้บงั คบั มาตรา ๓๐๑ ให้ดาเนนิ การสรรหาคณะกรรมการตรวจเงนิ ก่อนท่จี ะมกี ารเลอื กต้ังสมาชกิ วฒุ สิ ภาตามรฐั ธรรมนญู นี้ แผน่ ดินและผ้วู ่าการตรวจเงินแผ่นดินภายในหนงึ่ ร้อยย่ีสบิ วนั นบั แต่ การถอดถอนผู้ดารงตาแหนง่ ตา่ งๆ ตามรัฐธรรมนญู น้ี ให้เปน็ มตขิ อง วันที่มกี ารแต่งตงั้ ประธานสภาผแู้ ทนราษฎรและผนู้ าฝ่ายคา้ นในสภา ท่ปี ระชมุ ร่วมของสภาผ้แู ทนราษฎรกบั วุฒิสภาตามมาตรา ๓๑๕ และ ผ้แู ทนราษฎร ภายหลังจากการเลอื กต้ังสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ใหน้ าบทบัญญตั มิ าตรา ๑๐๙ (๑๔) มาตรา ๑๑๘ (๑๐) มาตรา ๑๓๓ เป็นการท่ัวไปครงั้ แรกตามบทบัญญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนญู น้ี และหากยัง (๘) มาตรา ๑๔๑ (๕) มาตรา ๑๖๘ (๓) มาตรา ๒๑๖ (๘) มาตรา ไม่มปี ระธานศาลรฐั ธรรมนญู ที่มาจากการสรรหาตามรัฐธรรมนญู น้ี ๒๖๐ (๖) มาตรา ๒๙๙ มาตรา ๓๐๓ มาตรา ๓๐๔ และมาตรา ๓๐๗ ใหค้ ณะกรรมการสรรหาประกอบดว้ ยกรรมการเทา่ ท่ีมอี ยู่ มาใช้บงั คับโดยอนโุ ลม ในระหวา่ งทีย่ ังไมม่ คี ณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ให้ ผู้ว่าการตรวจเงนิ แผ่นดินเป็นผู้ใชอ้ านาจหนา้ ทีแ่ ทนประธาน กรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ และคณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ มาตรา ๓๐๕ ในวาระเรม่ิ แรก มใิ ห้นาบทบัญญตั ิดงั ตอ่ ไปน้มี าใช้ มาตรา ๒๗๔ ใหค้ ณะกรรมการกจิ การกระจายเสยี ง กิจการ บงั คับกบั กรณตี า่ ง ๆ ภายใต้เง่ือนไขดังตอ่ ไปน้ี โทรทศั น์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติตามพระราชบัญญตั ิ องค์กรจดั สรรคล่ืนความถี่และกากบั การประกอบกจิ การวิทยุ (๑) มใิ ห้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๔๗ วรรคสอง มาใช้บังคบั กระจายเสียง วิทยุโทรทศั น์ และกจิ การโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ จนกวา่ จะมกี ารตรากฎหมายตามมาตรา ๔๗ จดั ตั้งองคก์ รเพ่ือ เปน็ องค์กรตามมาตรา ๖๐ วรรคสาม และใหค้ ณะรฐั มนตรีดาเนนิ การ ทาหน้าทจี่ ดั สรรคล่นื ความถ่ีและกากบั ดแู ลการประกอบกิจการ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พระราชบัญญตั ดิ ังกล่าวใหเ้ ป็นไปตามบทบญั ญตั ิแห่ง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทศั น์ และกิจการโทรคมนาคม ซงึ่ ตอ้ ง รฐั ธรรมนญู นี้ และเสนอตอ่ สภานติ บิ ญั ญตั ิแห่งชาตเิ พอ่ื พิจารณา ไม่เกนิ หนงึ่ รอ้ ยแปดสบิ วนั นบั แต่วนั ทแี่ ถลงนโยบายต่อรฐั สภา ภายในหน่ึงรอ้ ยแปดสิบวนั นบั แต่วนั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ โดยอยา่ งน้อยกฎหมายดังกล่าวตอ้ งมีสาระสาคญั ให้มคี ณะกรรมการ เฉพาะดา้ น เปน็ หน่วยยอ่ ยภายในองค์กรน้ัน แยกต่างหากจากกนั ทาหนา้ ท่ีกากับการประกอบกจิ การวิทยกุ ระจายเสยี งและวทิ ยุ โทรทศั น์ และกากับการประกอบกิจการโทรคมนาคม และมี รายละเอยี ดวา่ ด้วยการกากับและคมุ้ ครองการดาเนนิ กิจการ การจดั ใหม้ กี องทนุ พัฒนาทรัพยากรสอื่ สารและส่งเสรมิ ใหภ้ าคประชาชนมี ส่วนรว่ มในการดาเนินการสื่อมวลชนสาธารณะ แตท่ ั้งนต้ี อ้ งไม่ กระทบกระเทือนถึงการอนญุ าต สมั ปทาน หรอื สญั ญาท่ชี อบด้วย
๒๐๕ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กฎหมายทไ่ี ด้กระทาข้ึนก่อนวันประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนี้ จนกว่า การอนญุ าต สมั ปทาน หรือสัญญานน้ั จะสนิ้ ผล มาตรา ๒๗๕ ใหค้ ณะรัฐมนตรีจัดให้มกี ฎหมายตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในหน่ึงร้อยยสี่ ิบวนั นับแต่วันประกาศ ใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี และดาเนนิ การจดั ทายทุ ธศาสตรช์ าติให้แล้วเสร็จ ภายในหน่ึงปนี ับแต่วนั ที่กฎหมายดังกล่าวใช้บงั คับ มาตรา ๓๐๔ ให้ดาเนนิ การจดั ทาประมวลจรยิ ธรรมตาม มาตรา ๒๗๖ ให้ศาลรัฐธรรมนญู และองคก์ รอสิ ระดาเนนิ การ มาตรา ๒๗๙ ให้แล้วเสรจ็ ภายในหน่ึงปีนับแต่วนั ประกาศใช้ ให้มมี าตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา ๒๑๙ ภายในหนึ่งปนี บั แต่ รัฐธรรมนญู นี้ วันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี หากดาเนินการไม่แล้วเสรจ็ ภายใน ระยะเวลาดังกลา่ ว ใหต้ ลุ าการศาลรัฐธรรมนญู และผดู้ ารงตาแหนง่ ในองคก์ รอิสระ พน้ จากตาแหนง่ ในกรณีทตี่ ลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญและผดู้ ารงตาแหนง่ ใน องคก์ รอสิ ระพ้นจากตาแหนง่ ตามวรรคหนึง่ ระยะเวลาหนึ่งปตี าม วรรคหนึง่ ใหน้ บั แตว่ นั ทต่ี ลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู และผดู้ ารงตาแหน่ง ในองคก์ รอสิ ระท่ีตงั้ ขึน้ ใหม่เขา้ รับหนา้ ท่ี และใหน้ าความใน วรรคหน่ึงมาใชบ้ ังคบั แกต่ ลุ าการศาลรัฐธรรมนญู และผดู้ ารงตาแหนง่ ในองค์กรอสิ ระทไี่ ด้รับการแต่งต้ังขึ้นใหม่ด้วยโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๓๕ ในวาระเรม่ิ แรก มิให้นาบทบญั ญตั ดิ งั ต่อไปน้ี มาตรา ๓๐๕ ในวาระเริม่ แรก มใิ ห้นาบทบัญญตั ิดังตอ่ ไปนี้ มาใช้บงั คับกบั กรณีตา่ งๆ ภายใตเ้ ง่ือนไขดงั ต่อไปนี้ มาใช้บังคบั กับกรณตี ่าง ๆ ภายใต้เง่ือนไขดังตอ่ ไปนี้ (๑) มใิ ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๒๙ วรรคสองและวรรคสาม (๒) ภายใตบ้ ังคบั มาตรา ๒๙๖ วรรคสาม มใิ ห้นาบทบัญญัติ มาใชบ้ งั คบั กับกฎหมายท่มี ผี ลใช้บงั คบั อยใู่ นวันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู มาตรา ๑๐๒ (๑๐) เฉพาะในส่วนทเ่ี ก่ียวกบั การเคยเปน็ สมาชกิ น้ี หรือทไี่ ด้รับความเหน็ ชอบของรัฐสภาแลว้ ก่อนวันประกาศใช้ วุฒสิ ภา มาตรา ๑๑๕ (๙) และมาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาใช้บังคบั รฐั ธรรมนูญนี้ แต่เมือ่ มกี ารตรากฎหมายในเรอ่ื งดงั กล่าวขึ้นใหม่ หรือมี กับการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรและการดารงตาแหน่ง การแก้ไขเพิ่มเตมิ กฎหมายดงั กล่าว การดาเนนิ การนนั้ ต้องเป็นไปตาม ทางการเมืองเปน็ คร้ังแรกตามรัฐธรรมนญู นี้ มาตรา ๒๙ ท้งั น้ี ให้นาไปใชบ้ ังคับกับกฎหรอื ข้อบังคบั ท่ีออกโดยอาศยั (๓) มิใหน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๑๔๑ มาใช้บังคบั กับการตรา อานาจตามบทบญั ญัติของกฎหมายด้วย โดยอนโุ ลม พระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๕ (๒) มิให้นาบทบญั ญตั มิ าตรา ๔๐ มาใช้บงั คับ จนกวา่ จะมี (๔) มิให้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง การตรากฎหมายอนุวตั การใหเ้ ปน็ ไปตามบทบัญญตั ดิ ังกลา่ ว ซ่ึงตอ้ ง มาตรา ๑๖๘ วรรคเก้า มาตรา ๑๖๙ เฉพาะกรณกี ารกาหนด ไมเ่ กนิ สามปนี บั แตว่ ันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู น้ี ท้ังนี้ กฎหมายทีจ่ ะ แหล่งทีม่ าของรายไดเ้ พอื่ ชดใชร้ ายจา่ ยท่ีไดใ้ ช้เงินคงคลงั จ่ายไปกอ่ น
๒๐๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ตราข้นึ จะตอ้ งไมก่ ระทบกระเทอื นถงึ การอนญุ าต สมั ปทาน หรอื และมาตรา ๑๗๐ มาใช้บงั คบั ภายในหนึ่งปนี ับแตว่ ันประกาศใช้ สัญญา ซง่ึ มีผลสมบรู ณ์อยู่ในขณะทกี่ ฎหมายดงั กลา่ วมผี ลใชบ้ งั คบั รัฐธรรมนญู นี้ จนกวา่ การอนญุ าต สัมปทาน หรอื สญั ญาน้ัน จะส้ินผล (๕) การใดท่ีเกยี่ วกบั การจดั ทาหรอื ดาเนินการตามหนังสือ (๓) มใิ หน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง มาใชบ้ ังคับ สัญญาท่ีไดด้ าเนนิ การไปแลว้ กอ่ นวนั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ ให้เปน็ จนกวา่ จะไดด้ าเนินการใหเ้ ป็นไปตามบทบัญญตั ดิ งั กล่าว ซง่ึ ต้อง อันใช้ได้ และมิให้นาบทบญั ญตั ิมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใช้บงั คบั ไมเ่ กินหา้ ปีนบั แต่วนั ประกาศใช้รฐั ธรรมนญู น้ี แตใ่ ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๑๙๐ วรรคสาม มาใชบ้ ังคบั กบั (๔) มใิ หน้ าบทบญั ญตั ิมาตรา ๑๗๐ และมาตรา ๒๐๙ มาใช้ การดาเนินการทยี่ งั คงคา้ งอยู่ และต้องดาเนินการตอ่ ไป บังคับ จนกว่าจะมีการตรากฎหมายอนวุ ตั การใหเ้ ปน็ ไปตามบทบญั ญัติ (๖) มใิ หน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๐๙ (๒) มาใชบ้ งั คับกบั ดงั กล่าว ซงึ่ ตอ้ งไม่เกนิ สองปีนบั แตว่ นั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู น้ี คณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนแห่งชาตซิ ่งึ ดารงตาแหน่งอยใู่ น (๕) มใิ หน้ าบทบัญญตั มิ าตรา ๒๓๖ และมาตรา ๒๔๙ วรรคสาม วันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู นี้ และวรรคห้า มาใชบ้ งั คบั กับการพจิ ารณาคดีของศาลยตุ ิธรรม และ (๗) มใิ ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๒๕๕ วรรคห้า และมาตรา มใิ หน้ ามาตรา ๒๗๓ วรรคสอง มาใชบ้ งั คับกับคณะกรรมการตุลาการ ๒๘๘ วรรคสาม มาใช้บังคับภายในหนึง่ ปีนบั แตว่ นั ประกาศใช้ ตามมาตรา ๓๑๘ แต่ทั้งนี้จะต้องดาเนนิ การเพ่ือให้การเปน็ ไปตาม รฐั ธรรมนญู น้ี บทบัญญตั ิดังกล่าว ซ่ึงต้องไม่เกนิ ห้าปีนับแต่วนั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี (๖) มิให้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๒๓๗ มาใช้บงั คบั จนกวา่ จะมี การแก้ไขเพ่มิ เติมบทบัญญตั ิแห่งกฎหมายเพอ่ื ใหก้ ารเปน็ ไปตาม บทบัญญัติดงั กลา่ ว ซึง่ ตอ้ งไมเ่ กินหา้ ปีนบั แต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ (๗) มิใหน้ าบทบัญญตั ิมาตรา ๒๘๕ วรรคสองและวรรคสาม มาใชบ้ งั คับกบั สมาชิกหรอื ผ้บู รหิ ารขององค์การบรหิ ารสว่ นตาบลซง่ึ เปน็ สมาชิกหรือผู้บรหิ ารโดยตาแหน่ง และดารงตาแหน่งอยูใ่ น วันประกาศใช้รัฐธรรมนญู น้ี จนกวา่ จะครบวาระการดารงตาแหนง่ ของ สมาชิกซ่ึงมาจากการเลอื กตง้ั ของสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบล ดังกลา่ ว (๘) มิให้นาบทบัญญตั ิมาตรา ๒๘๘ วรรคสอง มาใชบ้ งั คับกบั องคป์ ระกอบคณะกรรมการพนักงานส่วนทอ้ งถิ่น จนกว่าจะมี การแก้ไขเพ่ิมเตมิ หรือตรากฎหมายข้นึ ใหมเ่ พอื่ อนุวตั การให้เปน็ ไป ตามบทบัญญัตดิ งั กลา่ ว ซ่ึงต้องไม่เกินสองปีนบั แตว่ นั ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญน้ี
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๗ นาถะ ดวงวิชยั ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผูจ้ ัดทา มาตรา ๓๓๖ เมอ่ื ครบห้าปีนับแตว่ นั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู น้ี คณะกรรมการการเลือกต้งั คณะตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ หรอื รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ คณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ มอี านาจทา รายงานเสนอความเหน็ ตอ่ รัฐสภาและคณะรฐั มนตรเี ก่ยี วกบั การแก้ไข มาตรา ๒๗๗ นอกจากทบ่ี ัญญัตไิ ว้เปน็ การเฉพาะใน เพิ่มเตมิ รฐั ธรรมนูญนหี้ รอื กฎหมายอ่ืนได้ รฐั ธรรมนูญนี้ ใหค้ ณะรฐั มนตรเี สนอกฎหมายเพ่อื ใหเ้ ป็นไปตาม มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม ต่อสภา นิติบญั ญตั แิ ห่งชาติภายในหน่ึงปีนับแตว่ ันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู น้ี ในระหว่างที่ยังไมม่ ีการปรบั ปรงุ หรอื แก้ไขกฎหมายให้เปน็ ไป ตามมาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม ให้ คณะกรรมการตลุ าการศาลยตุ ธิ รรม คณะกรรมการตลุ าการศาล ปกครอง และคณะกรรมการอัยการ ทมี่ ีอยูใ่ นวนั กอ่ นวันประกาศใช้ รฐั ธรรมนญู นี้ ทาหนา้ ที่คณะกรรมการตลุ าการศาลยตุ ิธรรม คณะกรรมการตลุ าการศาลปกครอง และคณะกรรมการอยั การตาม มาตรา ๑๙๖ มาตรา ๑๙๘ และมาตรา ๒๔๘ วรรคสาม แล้วแต่ กรณี ไปพลางก่อน ในระหวา่ งทย่ี ังไมม่ กี ารปรบั ปรงุ หรือแก้ไขกฎหมายเพ่อื ให้ เป็นไปตามมาตรา ๒๔๘ วรรคส่ี หา้ มมใิ หพ้ นักงานอัยการดารง ตาแหนง่ กรรมการในรัฐวสิ าหกจิ หรือกจิ การอ่นื ของรฐั ในทานอง เดยี วกนั หรือดารงตาแหนง่ ใดในหา้ งหุน้ ส่วนบริษัทหรือกจิ การอนื่ ใด ทีม่ ีวัตถุประสงคม์ งุ่ หาผลกาไรหรือรายไดม้ าแบง่ ปนั กนั หรือเปน็ ทป่ี รึกษาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง หรือดารงตาแหน่งอน่ื ใด ในลกั ษณะเดียวกัน มาตรา ๒๗๘ ใหค้ ณะรัฐมนตรดี าเนินการใหห้ น่วยงานของรฐั ทค่ี ณะรัฐมนตรกี าหนดดาเนินการให้จัดทาร่างกฎหมายที่จาเป็นตาม มาตรา ๕๘ มาตรา ๖๒ และมาตรา ๖๓ ใหแ้ ล้วเสรจ็ และเสนอต่อ สภานติ บิ ญั ญตั ิแหง่ ชาติภายในสองร้อยสี่สบิ วนั นบั แต่วันประกาศใช้
๒๐๘ นาถะ ดวงวชิ ยั ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ รฐั ธรรมนูญนี้ และใหส้ ภานติ ิบญั ญตั แิ ห่งชาติพิจารณาใหแ้ ล้วเสร็จ ภายในหกสบิ วันนับแต่วนั ทีไ่ ดร้ ับรา่ งพระราชบัญญัตนิ นั้ ในกรณที ม่ี หี นว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งหลายหน่วยงาน ใหค้ ณะ รัฐมนตรกี าหนดระยะเวลาทีแ่ ตล่ ะหน่วยงานต้องดาเนนิ การให้ แล้วเสรจ็ ตามความจาเปน็ ของแตล่ ะหน่วยงาน แต่ทงั้ น้ีเมื่อรวมแล้ว ตอ้ งไมเ่ กนิ สองรอ้ ยสส่ี บิ วนั ตามวรรคหน่งึ ในกรณที หี่ นว่ ยงานของรฐั ตามวรรคหนง่ึ ไมอ่ าจดาเนินการได้ ภายในกาหนดเวลาตามวรรคสอง ใหค้ ณะรัฐมนตรีสั่งใหห้ วั หนา้ หน่วยงานของรัฐน้นั พน้ จากตาแหน่ง มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ทไ่ี ด้รบั รองไวใ้ นรัฐธรรมนญู มาตรา ๒๗๙ บรรดาประกาศ คาส่งั และการกระทาของ แหง่ ราชอาณาจกั รไทย (ฉบับชว่ั คราว) พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ วา่ เปน็ คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติหรอื ของหัวหน้าคณะรกั ษาความสงบ การชอบดว้ ยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมท้ังการกระทาท่ีเกี่ยวเน่ือง แหง่ ชาตทิ ่ใี ชบ้ งั คบั อยูใ่ นวนั ก่อนวันประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนี้ หรือ กบั กรณดี ังกล่าวไม่วา่ กอ่ นหรือหลงั วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ท่ีจะออกใช้บังคับต่อไปตามมาตรา ๒๖๕ วรรคสอง ไม่ว่าเปน็ ประกาศ ใหถ้ ือว่าการนนั้ และการกระทาน้ันชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ คาส่ัง หรอื การกระทาทม่ี ีผลใชบ้ ังคับในทางรัฐธรรมนูญ ทางนติ ิ บัญญัติ ทางบรหิ าร หรอื ทางตลุ าการ ให้ประกาศ คาส่งั การกระทา ตลอดจนการปฏิบตั ิตามประกาศ คาสั่ง หรอื การกระทาน้ัน เป็นประกาศ คาส่ัง การกระทา หรอื การปฏบิ ตั ิที่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญนีแ้ ละกฎหมาย และมผี ลใช้บงั คบั โดยชอบด้วย รฐั ธรรมนญู นี้ตอ่ ไป การยกเลกิ หรอื แกไ้ ขเพิม่ เตมิ ประกาศหรือคาส่งั ดังกล่าวใหก้ ระทาเปน็ พระราชบัญญตั ิ เว้นแตป่ ระกาศหรอื คาสง่ั ทม่ี ี ลกั ษณะเปน็ การใช้อานาจทางบรหิ าร การยกเลกิ หรอื แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ให้กระทาโดยคาสง่ั นายกรัฐมนตรหี รอื มติคณะรัฐมนตรี แลว้ แต่กรณี บรรดาการใด ๆ ทีไ่ ดร้ บั รองไว้ในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักร ไทย (ฉบับช่วั คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดย รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย (ฉบับช่วั คราว) พทุ ธศักราช ๒๕๕๗ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ (ฉบบั ที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘ และ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบบั ชวั่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๙ วา่ เปน็ การชอบดว้ ยรฐั ธรรมนญู และกฎหมาย รวมท้ังการกระทา
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๒๐๙ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา มาตรา ๓๒๙ ภายในสองปีนับแตว่ นั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญน้ี ใหด้ าเนนิ การตรากฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญดงั ต่อไปน้ีใหแ้ ล้วเสรจ็ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ (๑) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยผู้ตรวจการแผน่ ดนิ ที่เกย่ี วเน่อื งกบั กรณดี งั กล่าว ใหถ้ ือว่าการนั้นและการกระทานั้น ของรัฐสภา ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย (๒) กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการปอ้ งกันและ มาตรา ๒๙๗ ในวาระเริ่มแรก ใหส้ มาชิกวุฒสิ ภาทม่ี าจาก ปราบปรามการทจุ รติ การสรรหามวี าระสามปีนบั แตว่ ันเร่มิ ตน้ สมาชกิ ภาพ และมิให้นา บทบัญญัตเิ กี่ยวกับการหา้ มดารงตาแหน่งตดิ ต่อกันเกนิ หนงึ่ วาระมา (๓) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยวิธีพจิ ารณาคดีอาญา ใช้บงั คบั กับบุคคลดังกลา่ วในการสรรหาคราวถดั ไปหลังจากสนิ้ สดุ ของผ้ดู ารงตาแหน่งทางการเมอื ง สมาชิกภาพ (๔) กฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผน่ ดนิ มาตรา ๓๐๒ ให้พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ (๕) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการออกเสยี งประชามติ ดงั ต่อไปน้มี ผี ลใชบ้ งั คับต่อไปภายใต้เง่ือนไขที่กาหนดไวใ้ นมาตราน้ี (๑) พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยผตู้ รวจการ แผน่ ดินของรฐั สภา พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานผตู้ รวจการแผ่นดนิ เป็นผูร้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู นี้ (๒) พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาตเิ ป็นผ้รู ักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู นี้ (๓) พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการตรวจเงิน แผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็น ผูร้ ักษาการตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู นี้ (๔) พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าดว้ ยวธิ พี ิจารณา คดีอาญาของผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยให้ ประธานศาลฎกี าเปน็ ผรู้ กั ษาการตามพระราชบัญญตั ิประกอบ รัฐธรรมนญู นี้ ใหถ้ อื ว่าการแกไ้ ขเพิ่มเตมิ พระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู โดยพระราชบญั ญตั ิทไี่ ดป้ ระกาศใช้บังคบั ในระหว่างวนั ที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พทุ ธศักราช ๒๕๔๙ มีผลใชบ้ ังคับ เป็นการแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนญู ตามรัฐธรรมนญู นี้
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๑๐ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผูจ้ ัดทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ใหผ้ รู้ ักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรฐั ธรรมนูญตาม วรรคหนึ่ง ดาเนนิ การปรบั ปรุงพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู เพื่อใหเ้ ป็นไปตามที่บัญญัติไวใ้ นรัฐธรรมนญู น้ภี ายในหน่ึงปีนับแต่ วันประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ ในกรณที ่ียังไม่มผี ดู้ ารงตาแหนง่ ทีเ่ ปน็ ผูร้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญดงั กล่าว ระยะเวลา หน่ึงปีใหเ้ ริม่ นบั ตั้งแต่วันท่มี ีการแต่งต้งั ผู้ดารงตาแหน่งน้ัน ให้สภาผแู้ ทนราษฎรพิจารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิประกอบ รฐั ธรรมนูญตามมาตราน้ีใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหนงึ่ รอ้ ยยี่สบิ วันนับแต่ วนั ทไี่ ด้รบั ร่างพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู ดังกลา่ ว และให้ วฒุ ิสภาพิจารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเก้าสบิ วันนับแตว่ นั ทไ่ี ด้รบั ร่าง พระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู น้นั การลงมติใหแ้ กไ้ ขเพ่มิ เตมิ หรือไมใ่ ห้ความเหน็ ชอบรา่ ง พระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ต้องมี คะแนนเสยี งไม่น้อยกวา่ ก่ึงหน่งึ ของจานวนสมาชกิ ของแตล่ ะสภา ใหค้ ณะกรรมการการเลอื กตัง้ จดั ทารา่ งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการออกเสียงประชามติเพอ่ื ใหเ้ ปน็ ไปตามบทบญั ญตั ิ แห่งรัฐธรรมนญู น้ี โดยใหน้ าความในวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคหา้ มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๓๐ นอกจากท่มี บี ัญญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู นี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยผูต้ รวจการแผ่นดนิ ของรัฐสภา อย่างน้อย ต้องมีสาระสาคญั ดังตอ่ ไปน้ี (๑) การปฏิบตั หิ น้าทข่ี องผูต้ รวจการแผ่นดนิ ของรฐั สภา (๒) ความรว่ มมอื ทศ่ี าล พนักงานอยั การ พนกั งานสอบสวน หรือหน่วยงานอนื่ ของรฐั ต้องใหแ้ กผ่ ูต้ รวจการแผ่นดนิ ของรัฐสภา (๓) คณุ สมบัตแิ ละหลักเกณฑก์ ารแตง่ ต้ังเลขาธกิ ารสานกั งาน ผูต้ รวจการแผน่ ดินของรัฐสภา (๔) อานาจหน้าทข่ี องสานกั งานผตู้ รวจการแผ่นดินของรัฐสภา
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๑ นาถะ ดวงวิชยั ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา มาตรา ๓๓๑ นอกจากท่มี บี ญั ญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู นี้ กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ อยา่ งนอ้ ยต้องมสี าระสาคญั ดังต่อไปนี้ (๑) การกาหนดลกั ษณะอันเปน็ การรา่ รวยผดิ ปกติ และ การกระทาอันเป็นการทุจรติ ต่อหนา้ ที่ (๒) การห้ามกระทาการอันเปน็ การขัดกันระหวา่ งประโยชน์ ส่วนบคุ คลและประโยชนส์ ่วนรวมซึง่ ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมอื งหรอื เจา้ หนา้ ทอ่ี ่นื ของรฐั ต้องรบั ผดิ ชอบ ท้งั ในระหวา่ งดารงตาแหน่งหรือ หลังพ้นจากตาแหนง่ ตามเวลาทก่ี าหนด (๓) ตาแหนง่ และชั้นของผพู้ ิพากษาหรอื ตลุ าการ พนกั งาน อัยการ ตาแหน่งและระดับของขา้ ราชการ พนักงาน และผดู้ ารง ตาแหนง่ อ่ืน ที่ต้องแสดงบัญชที รพั ย์สินและหนีส้ นิ และท่อี าจถกู ถอดถอนไดต้ ามรฐั ธรรมนญู น้ี (๔) การใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองและเจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐ แสดงทรพั ยส์ ินและหนีส้ ินพรอ้ มทงั้ เอกสารประกอบ หลกั เกณฑ์ใน การพจิ ารณาและตรวจสอบทรัพยส์ นิ และหน้สี นิ นน้ั เปน็ ระยะ และ หลกั เกณฑใ์ นการเปิดเผยบญั ชที รพั ย์สินและหน้ีสิน (๕) วธิ ีการกลา่ วหาวา่ ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมอื งหรอื เจ้าหนา้ ทข่ี องรัฐรา่ รวยผดิ ปกติ กระทาการทุจริตต่อหน้าท่ี กระทา ความผดิ ต่อตาแหนง่ หนา้ ทร่ี าชการ กระทาความผิดต่อตาแหน่งหนา้ ที่ ในการยตุ ิธรรม หรือกระทาการที่ส่อให้เหน็ ว่ามพี ฤติการณด์ ังกลา่ ว ซึง่ ตอ้ งระบุพฤตกิ ารณ์และมหี ลักฐานหรือเบาะแสตามสมควร (๖) กระบวนการไตส่ วนข้อเท็จจรงิ และทาสานวนในกรณีที่ ผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหา โดยใหค้ านึงถึงฐานะของ ตาแหนง่ ซ่ึงมีอานาจให้คณุ ให้โทษในระดบั สูง และการคุม้ ครอง ผถู้ ูกกล่าวหาตามสมควร (๗) กระบวนการพิจารณาของวฒุ สิ ภาในการถอดถอนผใู้ ด ผู้หน่ึงออกจากตาแหน่ง ซึ่งจะต้องเปิดเผย เว้นแตม่ ีความจาเปน็ เพ่ือ
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๑๒ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผจู้ ัดทา คุม้ ครองประโยชน์สาธารณะสาคญั และการลงมตซิ ึ่งต้องกระทาเปน็ การลับ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๘) กระบวนการไตส่ วนและวนิ จิ ฉยั ในกรณที เ่ี จา้ หน้าท่ีของรฐั ร่ารวยผดิ ปกติ กระทาการทจุ ริตตอ่ หน้าที่ กระทาความผดิ ต่อตาแหน่ง หน้าที่ราชการ หรอื กระทาความผดิ ตอ่ ตาแหน่งหนา้ ทีใ่ นการยุตธิ รรม โดยต้องกาหนดกระบวนการให้เหมาะสมกบั ระดบั ของตาแหน่งและ การคมุ้ ครองผู้ถกู กลา่ วหาตามสมควร (๙) การดาเนนิ คดีอาญากบั เจ้าหนา้ ที่อ่นื ของรัฐซงึ่ มิใช่ผดู้ ารง ตาแหนง่ ทางการเมอื งในศาลซึ่งมีเขตอานาจพิจารณาพิพากษา คดีอาญา (๑๐) ความรว่ มมอื ที่ศาล พนกั งานสอบสวน หรอื หนว่ ยงาน ของรฐั ต้องใหแ้ กค่ ณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (๑๑) การดาเนินการตามมาตรา ๓๐๕ วรรคหา้ เพือ่ ฟ้องคดี รวมท้ังอานาจในการนาตวั ผถู้ ูกกลา่ วหามาดาเนินคดตี อ่ ไป (๑๒) หลักเกณฑ์และวิธกี ารให้ชดใช้ราคาทรัพยส์ นิ ในกรณที ่ี ปรากฏว่ามกี ารโอนหรอื ยักยา้ ยทรพั ยส์ นิ (๑๓) โทษทีป่ ระธานกรรมการหรอื กรรมการปอ้ งกนั และ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะไดร้ ับในกรณีท่ีกระทาการโดยขาด ความเทีย่ งธรรม กระทาความผดิ ฐานทจุ รติ ตอ่ หนา้ ท่ี หรือกระทา ความผิดต่อตาแหน่งหน้าทร่ี าชการ ซึ่งต้องมีโทษสูงกว่าทกี่ าหนดไวใ้ น กฎหมายทก่ี าหนดโทษนั้นไม่น้อยกว่าสองเท่าของโทษที่กาหนดไว้ สาหรับความผดิ น้นั มาตรา ๓๓๒ นอกจากทีม่ บี ัญญตั ไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู น้ี กฎหมาย ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยวิธีพจิ ารณาคดีอาญาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง อย่างน้อยต้องมีสาระสาคญั ดังตอ่ ไปนี้ (๑) อานาจหนา้ ที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผดู้ ารง ตาแหน่งทางการเมือง
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๓ นาถะ ดวงวชิ ยั ผูอ้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ดั ทา (๒) วธิ พี ิจารณาคดอี าญาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง ซึง่ ต้องเปน็ ระบบไตส่ วนข้อเท็จจริงโดยยดึ สานวนที่คณะกรรมการ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติสรปุ ไวเ้ ป็นหลกั และต้อง ยดึ ถอื หลักในเรอื่ งการฟังความทุกฝ่าย และสิทธใิ นการตอ่ สคู้ ดีของ ผถู้ กู กล่าวหา (๓) การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย เวน้ แต่จะมคี วามจาเป็นเพ่อื คมุ้ ครองประโยชนส์ าธารณะสาคญั (๔) การห้ามดาเนินคดีซ้าหรอื ซอ้ นกนั (๕) การแตง่ ตงั้ บคุ คลให้ดาเนนิ คดตี ามมาตรา ๓๐๕ (๖) การบงั คบั ตามคาสั่งและคาพพิ ากษาของศาลฎกี าแผนก คดอี าญาของผ้ดู ารงตาแหนง่ ทางการเมือง (๗) การอืน่ อนั จาเปน็ เพ่ือให้กระบวนการพิจารณาพพิ ากษาคดี เปน็ ไปดว้ ยความรวดเร็วและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะความรว่ มมือทีศ่ าล อนื่ พนกั งานสอบสวน หรือหนว่ ยงานอนื่ ของรฐั ตอ้ งใหแ้ กศ่ าลฎีกา แผนกคดอี าญาของผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง มาตรา ๓๓๓ นอกจากที่มบี ัญญัติไวใ้ นรฐั ธรรมนญู น้ี กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ อย่างน้อยตอ้ งมี สาระสาคญั ดังต่อไปนี้ (๑) อานาจหนา้ ท่ขี องคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน อนั ได้แก่ การวางนโยบาย การให้คาปรกึ ษาและคาแนะนา การเสนอแนะใหม้ ี การแกไ้ ขขอ้ บกพร่องเกยี่ วกบั การตรวจเงินแผน่ ดนิ การกาหนด หลักเกณฑม์ าตรฐานเก่ยี วกบั การตรวจเงินแผน่ ดิน การกาหนด หลกั เกณฑ์และวิธีพิจารณาในเร่อื งวินัยทางงบประมาณและการคลงั การกาหนดโทษปรับทางปกครอง การพจิ ารณาวนิ ิจฉัยความผดิ ทางวินัยและงบประมาณและการคลงั ในฐานะที่เป็นองค์กรสงู สดุ และ การพจิ ารณาเลอื กผสู้ มควรดารงตาแหน่งผู้วา่ การตรวจเงนิ แผน่ ดิน (๒) การปฏบิ ตั หิ น้าท่ีของคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ และ ผวู้ ่าการตรวจเงินแผน่ ดิน
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๒๑๔ นาถะ ดวงวิชัย ผ้อู านวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา (๓) การจดั ให้มสี านักงานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ ทเี่ ปน็ อสิ ระเพือ่ ดาเนนิ การเกย่ี วกบั การบรหิ ารงานบุคคล การงบประมาณ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ การปฏบิ ตั งิ าน และการดาเนินการอื่น มาตรา ๓๐๓ ในวาระเรมิ่ แรก ใหค้ ณะรัฐมนตรีท่เี ขา้ บริหาร มาตรา ๓๓๔ ในวาระเร่มิ แรก ใหด้ าเนินการต่างๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ ราชการแผ่นดนิ ภายหลงั จากการเลือกตั้งทว่ั ไปเปน็ ครง้ั แรกตาม ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเวลาทก่ี าหนด รัฐธรรมนญู นี้ ดาเนนิ การจัดทาหรือปรบั ปรงุ กฎหมายในเร่ืองดังต่อไปนี้ ให้แลว้ เสรจ็ ภายในเวลาที่กาหนด (๑) ใหต้ รากฎหมายตามมาตรา ๖๘ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๒๐๐ มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๕ และมาตรา ๒๘๔ (๑) กฎหมายทเ่ี กย่ี วกับการกาหนดรายละเอียดเพือ่ ส่งเสรมิ วรรคสองและวรรคสาม ให้แลว้ เสรจ็ ภายในสองปีนับแต่วนั ประกาศใช้ และคุ้มครองการใชส้ ิทธิและเสรภี าพตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๔ รัฐธรรมนญู นี้ บทบญั ญตั ิในสว่ นที่ ๗ เสรภี าพในการแสดงความคดิ เห็นของบุคคล และสอื่ มวลชน ส่วนที่ ๘ สิทธิและเสรีภาพในการศกึ ษา ส่วนท่ี ๙ (๓) ใหด้ าเนินการจัดต้ังศาลปกครองตามมาตรา ๒๗๖ ให้แล้ว สิทธิในการไดร้ บั บรกิ ารสาธารณสขุ และสวสั ดกิ ารจากรัฐ สว่ นที่ ๑๐ เสรจ็ ภายในสองปีนับแตว่ นั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ สทิ ธใิ นขอ้ มูลขา่ วสารและการร้องเรียน รวมท้งั กฎหมายวา่ ดว้ ย ขอ้ มลู ส่วนบุคคลตามมาตรา ๕๖ ส่วนที่ ๑๒ สิทธิชมุ ชน กฎหมาย (๔) ให้ดาเนินการใหม้ คี ณะผูบ้ รหิ ารท้องถิ่นหรอื ผ้บู ริหาร ว่าดว้ ยการจดั ต้งั องค์การเพอ่ื การคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคทเ่ี ป็นอสิ ระตาม ทอ้ งถน่ิ ท่ีมาจากการเลือกตัง้ โดยตรงของประชาชนหรือมาจาก มาตรา ๖๑ วรรคสอง กฎหมายวา่ ดว้ ยสภาพัฒนาการเมืองตาม ความเหน็ ชอบของสภาท้องถ่นิ ตามมาตรา ๒๘๕ วรรคสาม ให้ มาตรา ๗๘ (๗) กฎหมายเพ่ือจัดตงั้ องคก์ รเพื่อการปฏริ ูปกระบวนการ ครบถว้ นภายในสองปนี บั แต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ ทงั้ น้ี เวน้ แต่ ยุติธรรมตามมาตรา ๘๑ (๔) กฎหมายว่าด้วยการจดั ตัง้ สภา เป็นกรณตี ามมาตรา ๓๓๕ (๗) เกษตรกรตามมาตรา ๘๔ (๘) กฎหมายว่าดว้ ยการจดั ต้ังกองทุน พัฒนาการเมอื งภาคพลเมืองตามมาตรา ๘๗ (๔) และกฎหมาย วา่ ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตติ ามมาตรา ๒๕๖ ภายในหนึง่ ปีนบั แตว่ นั ท่ีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ (๒) กฎหมายเพอ่ื การพฒั นาการศกึ ษาของชาตติ ามมาตรา ๘๐ โดยส่งเสริมการศึกษาในระบบ การศึกษานอกโรงเรยี น การศกึ ษาตามอัธยาศยั การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นร้ตู ลอดชวี ิต วิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอ่นื รวมทัง้ ปรับปรุงกฎหมายเพือ่ กาหนดหนว่ ยงานรบั ผิดชอบการจดั การศึกษาท่เี หมาะสมและ สอดคลอ้ งกับระบบการศึกษาทกุ ระดับของการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน ภายในหนง่ึ ปนี บั แต่วันทแ่ี ถลงนโยบายตอ่ รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖
๒๑๕ นาถะ ดวงวชิ ัย ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ (๓) กฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า โดยอย่างน้อยต้องมี รายละเอยี ดเกยี่ วกบั ข้ันตอนและวิธีการดาเนินการจัดทาหนังสอื สัญญา ทมี่ ีการตรวจสอบถ่วงดุลระหวา่ งคณะรฐั มนตรีและรัฐสภา มคี วามโปร่งใส มีประสทิ ธิภาพ และให้ประชาชนมีส่วนรว่ มอย่างแทจ้ รงิ รวมทั้งรายละเอยี ดเกีย่ วกับการศึกษาวิจัยทม่ี ีความเปน็ อสิ ระซ่ึง ดาเนินการก่อนการเจรจาทาหนังสือสัญญา โดยไมม่ ีการขดั กันระหว่าง ประโยชน์ของรัฐกับผลประโยชน์ของผศู้ กึ ษาวจิ ยั ไมว่ ่าในช่วงเวลาใดของ การบังคับใช้หนังสือสัญญาภายในหน่ึงปีนบั แต่วนั ท่ีแถลงนโยบายต่อ รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ (๔) กฎหมายตามมาตรา ๘๖ (๑) และมาตรา ๑๖๗ วรรคสาม ภายในสองปีนับแต่วนั ท่แี ถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ (๕) กฎหมายวา่ ด้วยการกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจาย อานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน กฎหมายรายได้ท้องถิน่ กฎหมาย จดั ต้ังองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการ สว่ นท้องถนิ่ และกฎหมายอืน่ ตามหมวด ๑๔ การปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ เพอื่ ให้เปน็ ไปตามบทบัญญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนญู น้ี ภายในสองปนี บั แต่วันท่ี แถลงนโยบายตอ่ รัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ ในการนี้ จะจัดทาเป็นประมวล กฎหมายท้องถนิ่ กไ็ ด้ ในกรณีท่ีปรากฏว่ากฎหมายใดทต่ี ราขนึ้ ก่อนวันประกาศใช้ รฐั ธรรมนญู น้ี มเี น้อื หาสาระเป็นไปตามบทบญั ญัตแิ ห่งรฐั ธรรมนญู นีแ้ ล้ว ให้ถอื เป็นการยกเวน้ ทจ่ี ะไม่ตอ้ งดาเนนิ การตามมาตรานอ้ี ีก มาตรา ๓๓๔ ในวาระเร่มิ แรก ใหด้ าเนนิ การตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี มาตรา ๓๐๖ ในวาระเรมิ่ แรก ใหผ้ พู้ ิพากษาในศาลฎีกาท่ี ใหแ้ ล้วเสร็จภายในเวลาทก่ี าหนด เคยดารงตาแหนง่ ไม่ต่ากว่าผ้พู พิ ากษาศาลฎกี าซึง่ มอี ายุครบหกสบิ ปี (๒) ภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รฐั ธรรมนญู น้ี ให้ตรา บริบรู ณ์ในปงี บประมาณ ๒๕๕๐ สามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ทผ่ี พู้ ิพากษา กฎหมายกาหนดหลักเกณฑใ์ ห้ผ้พู พิ ากษาศาลยตุ ธิ รรมซงึ่ จะมีอายุครบ อาวโุ สในศาลฎกี าตามมาตรา ๒๑๙ ได้ ท้ังน้ี จนกวา่ จะมี หกสิบปบี ริบรู ณ์ในปีงบประมาณใด ไปดารงตาแหน่งผูพ้ พิ ากษาอาวโุ ส การปรับปรุงกฎหมายเกยี่ วกบั การกาหนดหลักเกณฑ์การปฏบิ ัติ เพ่ือนง่ั พิจารณาพพิ ากษาคดีในศาลชั้นต้น ตัง้ แตว่ ันถดั จากวันสนิ้ หน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโส ปงี บประมาณท่ีมอี ายุครบหกสบิ ปบี ริบรู ณ์ จนถึงวันสนิ้ ปีงบประมาณท่ี ภายในหนึ่งปนี ับแตว่ นั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นใี้ ห้ตรา ผพู้ พิ ากษาผนู้ ้ันมอี ายคุ รบหกสบิ หา้ ปีบริบูรณ์ และหากผพู้ พิ ากษา กฎหมายกาหนดหลักเกณฑ์ให้ผพู้ พิ ากษาศาลยุติธรรมดารงตาแหน่ง
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผ้จู ัดทา อาวุโสผู้ใดผ่านการประเมนิ ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั วิ ่ายงั มสี มรรถภาพ ในการปฏิบตั หิ นา้ ที่ กใ็ หด้ ารงตาแหนง่ ต่อไปไดจ้ นถงึ วนั สิน้ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ปีงบประมาณทีผ่ ู้พิพากษาผ้นู ้ันมีอายคุ รบเจด็ สบิ ปีบรบิ รู ณ์ ได้จนถึงอายคุ รบเจ็ดสบิ ปี และผูพ้ พิ ากษาศาลยุติธรรมซึง่ มีอายุครบ มาตรา ๓๑๘ ในวาระเร่มิ แรก ใหค้ ณะกรรมการตลุ าการตาม หกสิบปบี รบิ รู ณ์ขึน้ ไปในปงี บประมาณใดซง่ึ ได้ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีมาแล้ว กฎหมายว่าด้วยระเบยี บขา้ ราชการฝ่ายตลุ าการ เป็นคณะกรรมการ ไม่นอ้ ยกว่ายส่ี ิบปีและผา่ นการประเมนิ สมรรถภาพในการปฏิบตั ิ ตุลาการศาลยตุ ิธรรมตามรฐั ธรรมนญู น้ี จนกวา่ จะมคี ณะกรรมการ หนา้ ท่ี สามารถขอไปดารงตาแหนง่ ผู้พพิ ากษาอาวุโสในศาลซ่ึง ตลุ าการศาลยุตธิ รรมตามมาตรา ๒๗๔ และการเลอื กตงั้ กรรมการ ไมส่ งู กวา่ ขณะดารงตาแหน่งได้ ตลุ าการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบขา้ ราชการฝ่ายตลุ าการ กฎหมายท่ีจะตราขน้ึ ตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง จะต้องมี ภายในสามปีนับแตว่ ันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นี้ ให้ดาเนนิ การ บทบัญญัตใิ หผ้ ทู้ ีจ่ ะมีอายุครบหกสบิ ปบี รบิ ูรณ์ขนึ้ ไปในปงี บประมาณ ทัง้ หลายอันจาเปน็ เพ่ือให้การเป็นไปตามมาตรา ๒๗๔ ของรฐั ธรรมนูญน้ี ใดในระยะสิบปีแรกนบั แต่วนั ท่กี ฎหมายดังกลา่ วมีผลใช้บงั คับ ทยอย พน้ จากตาแหนง่ ท่ีดารงอยเู่ ปน็ ลาดับในแต่ละปีต่อเน่อื งกนั ไปและ สามารถขอไปดารงตาแหน่งผูพ้ ิพากษาอาวุโสต่อไปได้ ให้นาบทบญั ญตั ิในวรรคสอง และวรรคสาม ไปใช้กับพนักงาน อยั การดว้ ย โดยอนโุ ลม มาตรา ๓๐๗ ให้กรรมการตลุ าการศาลยุติธรรมผทู้ รงคุณวฒุ ซิ งึ่ ดารงตาแหน่งอยู่ในวันประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญนี้ คงดารงตาแหน่งเป็น กรรมการตุลาการศาลยุตธิ รรมตอ่ ไป เว้นแต่กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ทิ ่ี อายคุ รบหกสิบปีบริบูรณ์ในปงี บประมาณ ๒๕๕๐ และกรรมการ ผูท้ รงคณุ วฒุ ิในช้ันศาลใดที่ยา้ ยไปจากช้ันศาลนั้น ท้ังน้ี ไมเ่ กนิ หนึ่งร้อย แปดสบิ วันนบั แตว่ ันประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ มาตรา ๓๐๘ ใหค้ ณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดนิ อยู่ ในวนั ประกาศใช้รัฐธรรมนญู นี้ แตง่ ตั้งคณะกรรมการปฏริ ปู กฎหมาย ท่มี ีการดาเนินการท่ีเปน็ อสิ ระภายในเก้าสิบวนั นับแต่วันประกาศใช้ รฐั ธรรมนญู น้ี โดยใหค้ ณะกรรมการดังกลา่ วมหี น้าทีศ่ กึ ษาและ เสนอแนะการจดั ทากฎหมายท่ีจาเป็นตอ้ งตราขนึ้ เพอ่ื อนวุ ตั กิ ารตาม บทบัญญตั ิแห่งรฐั ธรรมนญู และให้คณะกรรมการดังกล่าวจัดทา กฎหมายเพือ่ จัดต้ังองคก์ รเพ่ือการปฏิรูปกฎหมาย ตามมาตรา ๘๑ (๓) ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในหนงึ่ ปนี ับแตว่ นั ประกาศใชร้ ัฐธรรมนญู นี้ โดยใน กฎหมายดังกล่าวอยา่ งน้อยตอ้ งมีบทบัญญตั ิกาหนดใหม้ หี น้าที่
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑๗ นาถะ ดวงวิชัย ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สนบั สนุนการดาเนนิ การรา่ งกฎหมายของประชาชนผู้มสี ิทธเิ ลอื กต้งั ด้วย การดาเนนิ การตามวรรคหน่ึง ไมเ่ ปน็ การตัดอานาจหนา้ ท่ีของ หนว่ ยงานอ่นื ที่มีหน้าท่ตี ้องจัดทากฎหมายในความรบั ผดิ ชอบ
รายนามคณะผู้จดั ทา ผู้จัดทา ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร นายนาถะ ดวงวิชัย ผู้ตรวจทาน ผู้บังคบั บญั ชากลมุ่ งานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๑. นายธีรวัฒน์ เอื้อพอพล คนทสี่ อง ๒. นางสาวจิราพร ภูสง่ ศรี วทิ ยากรเชี่ยวชาญ ๓. นางสาวลักขะณา นามเที่ยง กล่มุ งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ๔. นายวีรวฒั น์ เปรมนธิ ิวัฒน์ นติ ิกรชานาญการพิเศษ ๕. ว่าท่ีร้อยตรี สัณห์ พยิ ะ กลุ่มงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนท่ีหนงึ่ ๖. นายวัชรนิ ทร์ ทองเจยี ม นติ กิ รชานาญการพิเศษ กลุ่มงานประสานการเมอื งและรับเรื่องราวร้องทกุ ข์ นิตกิ รชานาญการพิเศษ กลมุ่ งานประสานการเมอื งและรบั เรอื่ งราวรอ้ งทุกข์ นติ ิกรชานาญการ กลุ่มงานประธานสภาผู้แทนราษฎร
๗. นายอังคาร เขตคาม ๒๒๐ ๘. นายสายณั ห์ สงั ขช์ มุ ๙. นายวิศรตุ สุขโชคนาชยั วทิ ยากรชานาญการ ๑๐. นางสาววรัญญา จันทะแพ กลุ่มงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนทีห่ น่งึ วทิ ยากรชานาญการ กลุ่มงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง นติ กิ รชานาญการ กลมุ่ งานรองประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร คนที่สอง วิทยากรชานาญการ กลมุ่ งานรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนท่สี อง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228