สารบัญ หน้า ข้อมูลทั่วไปของหนังสือ ก สารบัญ หมวด ๑ บททว่ั ไป (มาตรา ๑ – ๕) ค หมวด ๒ พระมหากษตั รยิ ์ (มาตรา ๖ – ๒๔) หมวด ๓ สิทธแิ ละเสรภี าพของปวงชนชาวไทย (มาตรา ๒๕ – ๔๙) ๑ หมวด ๔ หนา้ ทข่ี องปวงชนชาวไทย (มาตรา ๕๐) หมวด ๕ หนา้ ที่ของรัฐ (มาตรา ๕๑ – ๖๓) ๑ หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ (มาตรา ๖๔ – ๗๘) หมวด ๗ รฐั สภา ๗ ส่วนที่ ๑ บททวั่ ไป (มาตรา ๗๙ – ๘๒) ๒๐ ส่วนท่ี ๒ สภาผู้แทนราษฎร (มาตรา ๘๓ – ๑๐๖) ส่วนท่ี ๓ วฒุ สิ ภา (มาตรา ๑๐๗ – ๑๑๓) ๒๑ ๒๙ ๔๓ ๔๓ ๔๕ ๕๙
ง หน้า สารบัญ (ต่อ) ๖๕ ๙๔ สว่ นท่ี ๔ บททีใ่ ชแ้ ก่สภาทัง้ สอง (มาตรา ๑๑๔ – ๑๕๕) สว่ นท่ี ๕ การประชมุ ร่วมกนั ของรัฐสภา (มาตรา ๑๕๖ – ๑๕๗) ๙๗ หมวด ๘ คณะรฐั มนตรี (มาตรา ๑๕๘ – ๑๘๓) ๑๐๙ หมวด ๙ การขดั กนั แหง่ ผลประโยชน์ (มาตรา ๑๘๔ – ๑๘๗) ๑๑๕ ๑๑๕ หมวด ๑๐ ศาล ๑๑๘ ส่วนท่ี ๑ บททัว่ ไป (มาตรา ๑๘๘ – ๑๙๓) ๑๒๒ ส่วนท่ี ๒ ศาลยุติธรรม (มาตรา ๑๙๔ – ๑๙๖) ๑๒๔ ส่วนท่ี ๓ ศาลปกครอง (มาตรา ๑๙๗ – ๑๙๘) สว่ นที่ ๔ ศาลทหาร (มาตรา ๑๙๙) ๑๒๔ หมวด ๑๑ ศาลรฐั ธรรมนญู (มาตรา ๒๐๐ – ๒๑๔) ๑๓๔ ๑๓๔ หมวด ๑๒ องคก์ รอสิ ระ ๑๔๒ สว่ นท่ี ๑ บททั่วไป (มาตรา ๒๑๕ – ๒๒๑) ๑๕๐ ส่วนท่ี ๒ คณะกรรมการการเลือกต้ัง (มาตรา ๒๒๒ – ๒๒๗) สว่ นท่ี ๓ ผูต้ รวจการแผน่ ดนิ (มาตรา ๒๒๘ – ๒๓๑) ๑๕๒ สว่ นที่ ๔ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาติ (มาตรา ๒๓๒ – ๒๓๗)
จ หนา้ สารบญั (ต่อ) ๑๖๒ ๑๖๖ ส่วนที่ ๕ คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน (มาตรา ๒๓๘ – ๒๔๕) ๑๖๙ สว่ นท่ี ๖ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (มาตรา ๒๔๖ – ๒๔๗) ๑๖๙ หมวด ๑๓ องคก์ รอัยการ (มาตรา ๒๔๘) ๑๗๖ หมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถน่ิ (มาตรา ๒๔๙ – ๒๕๔) ๑๗๘ หมวด ๑๕ การแก้ไขเพม่ิ เติมรัฐธรรมนญู (มาตรา ๒๕๕ – ๒๕๖) ๑๘๕ หมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ (มาตรา ๒๕๗ – ๒๖๑) ๒๑๙ บทเฉพาะกาล (มาตรา ๒๖๒ – ๒๗๙) รายนามคณะผจู้ ัดทา
นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผู้จดั ทา เปรยี บเทียบรฐั ธรรมนญู ปี ๒๕๔๐ - ๒๕๕๐ – ๒๕๖๐ และรฐั ธรรมนญู แกไ้ ขเพิ่มเติม ปี ๒๕๖๔ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ หมวด ๑ ไม่มีการแก้ไข ไมม่ ีการแกไ้ ข บททั่วไป มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนงึ่ อันเดียว ไม่มีการแกไ้ ข ไม่มีการแก้ไข จะแบง่ แยกมิได้ มาตรา ๒ ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบประชาธปิ ไตย ไม่มีการแก้ไข ไม่มกี ารแก้ไข อนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ มาตรา ๓ อานาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย มาตรา ๓ อานาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย มาตรา ๓ อานาจอธปิ ไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษตั รยิ ผ์ ู้ทรงเป็นประมขุ ทรงใช้อานาจน้นั ทางรัฐสภา พระมหากษตั ริยผ์ ู้ทรงเปน็ ประมุขทรงใชอ้ านาจนั้นทางรัฐสภา พระมหากษตั รยิ ผ์ ูท้ รงเปน็ ประมขุ ทรงใช้อานาจนน้ั ทางรฐั สภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบญั ญัตแิ ห่งรัฐธรรมนญู น้ี คณะรฐั มนตรี และศาล ตามบทบญั ญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนูญนี้ คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบญั ญตั ิแห่งรฐั ธรรมนญู มาตรา ๔ ศกั ดิศ์ รีความเปน็ มนษุ ย์ สิทธิ และเสรภี าพของ การปฏิบตั ิหน้าที่ของรัฐสภา คณะรฐั มนตรี ศาล รวมท้ังองคก์ ร รัฐสภา คณะรฐั มนตรี ศาล องคก์ รอสิ ระ และหน่วยงานของรัฐ บคุ คล ยอ่ มได้รบั ความคมุ้ ครอง ตามรัฐธรรมนูญและหนว่ ยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ตอ้ งปฏิบัติหนา้ ทใ่ี หเ้ ป็นไปตามรัฐธรรมนญู กฎหมาย และ หลกั นติ ิธรรม เพือ่ ประโยชนส์ ่วนรวมของประเทศชาตแิ ละความผาสกุ มาตรา ๕ ประชาชนชาวไทยไม่วา่ เหล่ากาเนดิ เพศ หรอื มาตรา ๔ ศักดิศ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ สิทธิ เสรภี าพ และ ของประชาชนโดยรวม ศาสนาใด ย่อมอยใู่ นความคุ้มครองแหง่ รัฐธรรมนญู นี้เสมอกัน ความเสมอภาคของบุคคล ยอ่ มไดร้ ับความค้มุ ครอง มาตรา ๔ ศกั ดศ์ิ รคี วามเป็นมนษุ ย์ สิทธิ เสรภี าพ และ มาตรา ๖ รฐั ธรรมนญู เป็นกฎหมายสงู สดุ ของประเทศ มาตรา ๕ ไม่มกี ารแกไ้ ข ความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รบั ความคุม้ ครอง บทบัญญัตใิ ดของกฎหมาย กฎ หรอื ขอ้ บงั คบั ขัดหรอื แย้งต่อ รฐั ธรรมนญู น้ี บทบญั ญัตนิ นั้ เปน็ อนั ใช้บังคบั มไิ ด้ มาตรา ๖ ไมม่ กี ารแกไ้ ข ปวงชนชาวไทยยอ่ มได้รบั ความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน มาตรา ๗ ในเมอ่ื ไม่มีบทบญั ญัตแิ ห่งรัฐธรรมนญู นบ้ี ังคบั แก่ มาตรา ๗ ในเมือ่ ไม่มีบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนญู นบี้ งั คับแก่ กรณใี ด ให้วนิ จิ ฉัยกรณนี นั้ ไปตามประเพณกี ารปกครองระบอบ มาตรา ๕ รัฐธรรมนญู เปน็ กฎหมายสงู สดุ ของประเทศ กรณีใด ให้วนิ จิ ฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณกี ารปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข บทบญั ญตั ิใดของกฎหมาย กฎ หรอื ขอ้ บังคบั หรอื การกระทาใด ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ขัดหรือแย้งตอ่ รัฐธรรมนญู บทบัญญัตหิ รอื การกระทานนั้ เปน็ อนั ใช้ ไม่มกี ารแก้ไข บงั คบั มิได้ หมวด ๒ พระมหากษัตรยิ ์ เมือ่ ไมม่ บี ทบัญญัติแห่งรฐั ธรรมนญู นบี้ ังคับแกก่ รณใี ด ใหก้ ระทา การน้นั หรอื วินจิ ฉัยกรณีนนั้ ไปตามประเพณกี ารปกครองประเทศไทย ในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข ไม่มีการแก้ไข
๒ นาถะ ดวงวชิ ัย ผูอ้ านวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผูจ้ ดั ทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๘ องคพ์ ระมหากษัตริยท์ รงดารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่ ไม่มีการแกไ้ ข มาตรา ๖ ตรงกบั บทบัญญตั ใิ นมาตรา ๘ ของรฐั ธรรมนญู แห่ง เคารพสกั การะ ผู้ใดจะละเมดิ มไิ ด้ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ ผใู้ ดจะกลา่ วหาหรอื ฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มไิ ด้ มาตรา ๙ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นพทุ ธมามกะ และทรงเป็น ไมม่ กี ารแก้ไข มาตรา ๗ ตรงกบั บทบญั ญตั ิในมาตรา ๙ ของรัฐธรรมนญู แห่ง อัครศาสนูปถมั ภก ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๐ พระมหากษตั ริย์ทรงดารงตาแหน่งจอมทัพไทย ไม่มกี ารแก้ไข มาตรา ๘ ตรงกับบทบัญญตั ใิ นมาตรา ๑๐ ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑ พระมหากษัตรยิ ์ทรงไวซ้ ึ่งพระราชอานาจทจ่ี ะ มาตรา ๑๑ ไมม่ ีการแก้ไข แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ สถาปนาฐานนั ดรศักด์ิและพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ์ มาตรา ๑๙๒ ตรงกับบทบัญญตั ใิ นมาตรา ๒๒๖ ของ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ มาตรา ๙ พระมหากษัตรยิ ์ทรงไวซ้ ่งึ พระราชอานาจที่จะ มาตรา ๒๒๖ พระมหากษตั ริย์ทรงไว้ซ่ึงพระราชอานาจใน สถาปนาและถอดถอนฐานนั ดรศักด์ิ และพระราชทานและเรยี กคืน การถอดถอนฐานนั ดรศักดแิ์ ละเรยี กคนื เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ์ เครื่องราชอสิ รยิ าภรณ์ มาตรา ๑๒ พระมหากษัตริยท์ รงเลอื กและทรงแตง่ ตงั้ ไมม่ ีการแกไ้ ข มาตรา ๑๐ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเลอื กและทรงแตง่ ตั้ง ผู้ทรงคณุ วุฒิเป็นประธานองคมนตรคี นหนงึ่ และองคมนตรีอ่ืนอกี ไม่มกี ารแก้ไข ผทู้ รงคุณวุฒเิ ปน็ ประธานองคมนตรีคนหน่ึงและองคมนตรอี น่ื อกี ไม่เกนิ สบิ แปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี ไมเ่ กินสบิ แปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมหี นา้ ที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริยใ์ น คณะองคมนตรมี หี นา้ ที่ถวายความเห็นตอ่ พระมหากษัตริย์ใน พระราชกรณยี กิจทงั้ ปวงท่พี ระมหากษัตริยท์ รงปรกึ ษา และมีหนา้ ท่ี พระราชกรณียกจิ ทง้ั ปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมหี น้าท่ี อ่นื ตามทบ่ี ญั ญตั ิในรัฐธรรมนญู นี้ อน่ื ตามทบี่ ัญญตั ไิ ว้ในรฐั ธรรมนูญ มาตรา ๑๓ การเลือกและแต่งต้ังองคมนตรีหรอื การให้ มาตรา ๑๑ ตรงกบั บทบญั ญัติในมาตรา ๑๓ ของรัฐธรรมนญู องคมนตรพี น้ จากตาแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ ใหป้ ระธานรัฐสภาเปน็ ผลู้ งนามรบั สนองพระบรมราชโองการ มาตรา ๑๔ องคมนตรีตอ้ งไมเ่ ปน็ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร มาตรา ๑๒ องคมนตรตี อ้ งไมเ่ ปน็ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แตง่ ตง้ั ประธานองคมนตรหี รือให้ประธานองคมนตรีพน้ จากตาแหน่ง สมาชิกวฒุ สิ ภา กรรมการการเลอื กต้ัง ผูต้ รวจการแผน่ ดนิ กรรมการ สมาชิกวฒุ ิสภา หรอื ดารงตาแหนง่ ทางการเมอื งอ่ืน ตลุ าการศาล สิทธมิ นษุ ยชนแห่งชาติ ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ตุลาการศาล รฐั ธรรมนญู ผดู้ ารงตาแหน่งในองคก์ รอิสระ พนกั งานรัฐวสิ าหกจิ ให้ประธานองคมนตรเี ปน็ ผู้ลงนามรบั สนองพระบรมราชโองการ ปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ เจ้าหนา้ ทีอ่ นื่ ของรฐั หรอื สมาชิกหรอื เจา้ หนา้ ทข่ี องพรรคการเมือง แตง่ ตง้ั องคมนตรอี ืน่ หรือให้องคมนตรีอ่นื พ้นจากตาแหน่ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ขา้ ราชการซงึ่ มตี าแหนง่ หรือเงินเดอื น หรือข้าราชการเว้นแตก่ ารเปน็ ข้าราชการในพระองคใ์ นตาแหนง่ ประจา พนกั งานรัฐวิสาหกิจ เจา้ หน้าทอี่ ืน่ ของรฐั หรือสมาชกิ หรือ องคมนตรี และต้องไมแ่ สดงการฝกั ใฝ่ในพรรคการเมอื งใด ๆ มาตรา ๑๔ องคมนตรตี ้องไมเ่ ปน็ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตงั้ ผตู้ รวจการแผน่ ดินของรฐั สภา กรรมการสทิ ธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ ตุลาการ ศาลปกครอง กรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ กรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน ข้าราชการซ่ึงมตี าแหนง่ หรือเงินเดอื น ประจา พนักงานรฐั วสิ าหกิจ เจ้าหนา้ ท่ีอื่นของรฐั หรือสมาชิกหรือ
๓ นาถะ ดวงวชิ ัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ เจ้าหนา้ ท่ขี องพรรคการเมือง และตอ้ งไมแ่ สดงการฝักใฝใ่ นพรรค เจา้ หนา้ ท่ีของพรรคการเมอื ง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรค การเมอื งใด ๆ การเมืองใด ๆ มาตรา ๑๕ กอ่ นเข้ารบั หน้าท่ี องคมนตรตี อ้ งถวายสัตย์ ไมม่ กี ารแก้ไข มาตรา ๑๓ ตรงกบั บทบัญญตั ใิ นมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนญู ปฏิญาณตอ่ พระมหากษตั ริยด์ ้วยถอ้ ยคา ดังต่อไปนี้ แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ “ข้าพระพทุ ธเจ้า (ชื่อผปู้ ฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏญิ าณว่า ขา้ พระพุทธเจ้าจะจงรกั ภักดตี อ่ พระมหากษัตริย์ และจะปฏบิ ัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตยส์ จุ รติ เพอื่ ประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทง้ั จะรักษาไว้และปฏิบตั ิตามซึ่งรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย ทุกประการ” มาตรา ๑๖ องคมนตรีพน้ จากตาแหนง่ เมอ่ื ตาย ลาออก หรือ ไมม่ ีการแก้ไข มาตรา ๑๔ ตรงกบั บทบญั ญัติในมาตรา ๑๖ ของรัฐธรรมนญู มีพระบรมราชโองการใหพ้ น้ จากตาแหนง่ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗ การแต่งตัง้ และการใหข้ า้ ราชการในพระองค์และ ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๑๕ การแตง่ ตัง้ และการใหข้ า้ ราชการในพระองคพ์ ้น สมุหราชองครกั ษพ์ ้นจากตาแหน่ง ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชอธั ยาศยั จากตาแหน่ง ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชอธั ยาศยั การจดั ระเบยี บราชการและการบรหิ ารงานบคุ คลของราชการใน พระองค์ ใหเ้ ป็นไปตามพระราชอธั ยาศยั ตามทบี่ ญั ญตั ไิ ว้ในพระราช กฤษฎีกา มาตรา ๑๘ ในเมอื่ พระมหากษตั รยิ ์จะไมป่ ระทับอยู่ใน ไมม่ ีการแกไ้ ข มาตรา ๑๖ ในเมือ่ พระมหากษัตรยิ ์จะไมป่ ระทบั อยู่ใน ราชอาณาจักร หรอื จะทรงบริหารพระราชภาระไมไ่ ด้ด้วยเหตุใดก็ตาม ราชอาณาจกั ร หรอื จะทรงบรหิ ารพระราชภาระไมไ่ ด้ดว้ ยเหตใุ ดก็ตาม จะไดท้ รงแต่งต้ังผ้ใู ดผหู้ นงึ่ เปน็ ผสู้ าเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ จะทรงแตง่ ตั้งบคุ คลคนหน่งึ หรอื หลายคนเป็นคณะข้ึน ให้เป็นผสู้ าเรจ็ ประธานรฐั สภาเปน็ ผลู้ งนามรบั สนองพระบรมราชโองการ ราชการแทนพระองคห์ รอื ไมก่ ไ็ ด้ และในกรณที ี่ทรงแต่งตั้งผสู้ าเร็จ ราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรฐั สภาเปน็ ผลู้ งนามรบั สนอง พระบรมราชโองการ มาตรา ๑๙ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มไิ ด้ทรงแต่งต้ังผู้สาเรจ็ ไม่มกี ารแก้ไข มาตรา ๑๗ ในกรณีท่ีพระมหากษตั ริยม์ ไิ ด้ทรงแต่งตง้ั ผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองคต์ ามมาตรา ๑๘ หรือในกรณีที่พระมหากษตั รยิ ์ ราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๖ หรอื ในกรณีที่พระมหากษตั รยิ ์ ไมส่ ามารถทรงแตง่ ตง้ั ผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์เพราะยงั ไมท่ รง ไม่สามารถทรงแตง่ ตง้ั ผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์เพราะยังไมท่ รง บรรลุนติ ภิ าวะหรือเพราะเหตุอืน่ ใหค้ ณะองคมนตรีเสนอชือ่ ผ้ใู ดผูห้ นง่ึ บรรลนุ ติ ภิ าวะหรอื เพราะเหตุอน่ื แต่ตอ่ มาคณะองคมนตรีพิจารณา ซ่ึงสมควรดารงตาแหน่งผสู้ าเร็จราชการแทนพระองคต์ อ่ รัฐสภาเพ่ือ เหน็ วา่ มคี วามจาเปน็ สมควรแตง่ ตง้ั ผสู้ าเร็จราชการแทนพระองคแ์ ละ ขอความเหน็ ชอบ เมอื่ รฐั สภาใหค้ วามเหน็ ชอบแลว้ ให้ประธานรัฐสภา ไม่อาจกราบบงั คมทูลให้ทรงแตง่ ตง้ั ได้ทนั การ ให้คณะองคมนตรีเสนอ ช่ือบคุ คลคนหน่งึ หรอื หลายคนเปน็ คณะ ตามลาดบั ทีโ่ ปรดเกลา้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๔ นาถะ ดวงวิชยั ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา ประกาศในพระปรมาภไิ ธยพระมหากษตั ริย์ แต่งตง้ั ผู้น้ันเป็นผูส้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ในระหว่างทีส่ ภาผูแ้ ทนราษฎรสิ้นอายหุ รอื สภาผู้แทนราษฎร โปรดกระหม่อมกาหนดไวก้ ่อนแลว้ ใหเ้ ป็นผสู้ าเร็จราชการแทน ถกู ยบุ ให้วุฒิสภาทาหน้าทีร่ ฐั สภาในการให้ความเหน็ ชอบตาม พระองค์ แลว้ แจ้งประธานรฐั สภาเพอื่ ประกาศในพระปรมาภิไธย วรรคหนึ่ง พระมหากษตั ริย์ แตง่ ต้ังผูน้ นั้ ข้นึ เปน็ ผ้สู าเร็จราชการแทนพระองค์ มาตรา ๒๐ ในระหว่างที่ไม่มีผ้สู าเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๑๘ ในระหว่างท่ไี ม่มีผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคต์ าม ตามที่บญั ญัตไิ ว้ในมาตรา ๑๘ หรอื มาตรา ๑๙ ให้ประธานองคมนตรี ไมม่ กี ารแกไ้ ข มาตรา ๑๗ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผูส้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ เป็นผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองค์เปน็ การช่วั คราวไปพลางกอ่ น เป็นการช่วั คราวไปพลางกอ่ น ในกรณที ่ีผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคซ์ ่ึงไดร้ ับการแต่งตงั้ ตาม ในกรณที ่ผี สู้ าเร็จราชการแทนพระองคซ์ ่งึ ไดร้ ับการแตง่ ตงั้ ตาม มาตรา ๑๘ หรอื มาตรา ๑๙ ไมส่ ามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ไี ด้ ให้ประธาน มาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ไม่สามารถปฏิบตั ิหน้าทไี่ ด้ ให้ประธาน องคมนตรีทาหนา้ ท่ีผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคเ์ ป็นการชวั่ คราวไป องคมนตรที าหนา้ ท่ผี สู้ าเร็จราชการแทนพระองคเ์ ปน็ การช่ัวคราวไป พลางกอ่ น พลางก่อน ในระหวา่ งท่ปี ระธานองคมนตรีเปน็ ผสู้ าเรจ็ ราชการแทน ในระหว่างทป่ี ระธานองคมนตรีเปน็ ผ้สู าเรจ็ ราชการแทน พระองคต์ ามวรรคหน่งึ หรือในระหว่างท่ีประธานองคมนตรที าหน้าท่ี พระองคต์ ามวรรคหน่งึ หรอื ในระหว่างทปี่ ระธานองคมนตรที าหน้าท่ี ผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะ ผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองคต์ ามวรรคสอง ประธานองคมนตรจี ะ ปฏบิ ัติหน้าท่ีในฐานะเป็นประธานองคมนตรมี ไิ ด้ ในกรณเี ช่นว่านี้ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมไิ ด้ ในกรณเี ชน่ ว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรคี นหนงึ่ ข้นึ ทาหน้าทปี่ ระธาน ใหค้ ณะองคมนตรีเลอื กองคมนตรคี นหนึ่งขนึ้ ทาหนา้ ท่ีประธาน องคมนตรีเป็นการช่ัวคราวไปพลางก่อน องคมนตรีเปน็ การชว่ั คราวไปพลางกอ่ น มาตรา ๒๑ ก่อนเข้ารบั หนา้ ที่ ผูส้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ซึ่ง มาตรา ๑๙ ก่อนเข้ารบั หน้าที่ ผูส้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ซ่งึ ได้รบั การแตง่ ต้งั ตามมาตรา ๑๘ หรอื มาตรา ๑๙ ตอ้ งปฏญิ าณตนใน ได้รบั การแต่งตัง้ ตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ ตอ้ งปฏิญาณตนใน ทป่ี ระชุมรฐั สภาดว้ ยถอ้ ยคาดงั ต่อไปน้ี ท่ีประชุมรัฐสภาดว้ ยถ้อยคา ดังตอ่ ไปน้ี “ขา้ พเจา้ (ชอื่ ผ้ปู ฏญิ าณ) ขอปฏิญาณวา่ ข้าพเจ้าจะจงรักภักดี “ขา้ พเจ้า (ชือ่ ผปู้ ฏิญาณ) ขอปฏญิ าณวา่ ข้าพเจ้าจะจงรกั ภักดี ตอ่ พระมหากษตั รยิ ์ (พระปรมาภไิ ธย) และจะปฏิบตั ิหน้าทดี่ ว้ ย ตอ่ พระมหากษตั ริย์ (พระปรมาภไิ ธย) และจะปฏิบตั หิ นา้ ทด่ี ว้ ย ความซอื่ สัตย์สุจริต เพอื่ ประโยชน์ของประเทศและประชาชน ความซ่ือสัตยส์ ุจรติ เพอื่ ประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทัง้ จะรกั ษาไวแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามซ่ึงรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ท้ังจะรกั ษาไวแ้ ละปฏิบตั ิตามซ่งึ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ทุกประการ” ทกุ ประการ” ในระหว่างทส่ี ภาผ้แู ทนราษฎรสนิ้ อายหุ รอื สภาผแู้ ทนราษฎร ผสู้ าเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยไดร้ ับการแตง่ ตง้ั และ ถูกยบุ ให้วฒุ ิสภาทาหน้าทร่ี ัฐสภาตามมาตราน้ี ปฏิญาณตนมาแล้ว ไมต่ ้องปฏญิ าณตนอีก
๕ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ้จู ัดทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๒๓ การสืบราชสมบตั ิให้ ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๒๐ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๒๑ การสบื ราชสมบตั ิให้ เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลวา่ ด้วยการสืบราชสันตตวิ งศ์ พระพทุ ธศกั ราช ๒๔๖๗ เป็นไปโดยนยั แห่งกฎมณเฑียรบาลวา่ ด้วยการสืบราชสันตตวิ งศ์ การแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ กฎมณเฑยี รบาลวา่ ด้วยการสบื ราชสนั ตตวิ งศ์ พระพุทธศกั ราช ๒๔๖๗ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เปน็ พระราชอานาจของพระมหากษตั ริย์ โดยเฉพาะ เม่อื มีพระราชดาริประการใด ใหค้ ณะองคมนตรจี ดั ทาร่าง การแก้ไขเพ่มิ เติมกฎมณเฑยี รบาลว่าดว้ ยการสืบราชสันตติวงศ์ กฎมณเฑยี รบาลแกไ้ ขเพ่มิ เติมกฎมณเฑยี รบาลเดมิ ข้ึนทลู เกล้า ทูลกระหมอ่ มถวายเพอ่ื มพี ระราชวนิ ิจฉยั เมอื่ ทรงเห็นชอบและทรงลง พระพทุ ธศักราช ๒๔๖๗ เปน็ พระราชอานาจของพระมหากษัตรยิ ์ พระปรมาภไิ ธยแลว้ ใหป้ ระธานองคมนตรีดาเนนิ การแจง้ ประธาน รัฐสภาเพอ่ื ใหป้ ระธานรัฐสภาแจ้งใหร้ ฐั สภาทราบ และใหป้ ระธาน โดยเฉพาะ เม่ือมพี ระราชดารปิ ระการใด ใหค้ ณะองคมนตรจี ัดทารา่ ง รฐั สภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมอื่ ไดป้ ระกาศใน ราชกจิ จานเุ บกษาแล้ว ให้ใชบ้ งั คบั เป็นกฎหมายได้ กฎมณเฑยี รบาลแกไ้ ขเพิ่มเตมิ กฎมณเฑยี รบาลเดิมขึ้นทูลเกล้า ในระหว่างทส่ี ภาผู้แทนราษฎรส้ินอายุหรือสภาผู้แทนราษฎร ทูลกระหม่อมถวายเพื่อมพี ระราชวินจิ ฉยั เม่อื ทรงเห็นชอบและทรงลง ถกู ยุบ ใหว้ ุฒิสภาทาหนา้ ที่รัฐสภาในการรบั ทราบตามวรรคสอง พระปรมาภไิ ธยแล้ว ใหป้ ระธานองคมนตรดี าเนนิ การแจ้งประธาน มาตรา ๒๓ ในกรณีทร่ี าชบลั ลังกห์ ากวา่ งลงและเป็นกรณที ี่ พระมหากษตั ริยไ์ ด้ทรงแตง่ ตั้งพระรชั ทายาทไว้ตามกฎมณเฑยี รบาล รฐั สภาเพื่อใหป้ ระธานรัฐสภาแจ้งใหร้ ัฐสภาทราบ และใหป้ ระธาน ว่าด้วยการสบื ราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้ คณะรัฐมนตรีแจง้ ให้ประธานรฐั สภาทราบ และใหป้ ระธานรฐั สภา รฐั สภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมอ่ื ไดป้ ระกาศใน เรียกประชมุ รัฐสภาเพือ่ รบั ทราบและให้ประธานรฐั สภาอัญเชญิ องคพ์ ระรชั ทายาทขึน้ ทรงราชย์เปน็ พระมหากษตั ริยส์ บื ไป แลว้ ให้ ราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั เป็นกฎหมายได้ ประธานรัฐสภาประกาศใหป้ ระชาชนทราบ ไมม่ ีการแกไ้ ข มาตรา ๒๑ ในกรณที ่ีราชบลั ลงั กห์ ากวา่ งลงและเปน็ กรณีที่ ในกรณีท่ีราชบัลลังกห์ ากวา่ งลงและเปน็ กรณีท่ีพระมหากษตั รยิ ์ พระมหากษตั ริยไ์ ดท้ รงแตง่ ตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑยี รบาล มไิ ดท้ รงแต่งต้งั พระรัชทายาทไวต้ ามวรรคหนง่ึ ใหค้ ณะองคมนตรี วา่ ดว้ ยการสืบราชสนั ตตวิ งศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้ เสนอพระนามผสู้ ืบราชสันตตวิ งศต์ ามมาตรา ๒๒ ต่อคณะรฐั มนตรี คณะรฐั มนตรีแจง้ ให้ประธานรัฐสภาทราบ และใหป้ ระธานรัฐสภาเรยี ก เพอื่ เสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาใหค้ วามเหน็ ชอบ ในการนี้ จะเสนอ ประชมุ รฐั สภาเพือ่ รับทราบ และให้ประธานรฐั สภาอญั เชิญ พระนามพระราชธดิ ากไ็ ด้ เมื่อรฐั สภาให้ความเห็นชอบแลว้ องค์พระรชั ทายาทขน้ึ ทรงราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ส์ ืบไป แลว้ ให้ ใหป้ ระธานรัฐสภาอญั เชิญองค์ผสู้ บื ราชสนั ตติวงศ์ข้นึ ทรงราชยเ์ ปน็ ประธานรัฐสภาประกาศใหป้ ระชาชนทราบ พระมหากษตั ริยส์ บื ไป แลว้ ให้ประธานรฐั สภาประกาศให้ประชาชนทราบ ในกรณที รี่ าชบลั ลงั กห์ ากวา่ งลงและเปน็ กรณที พ่ี ระมหากษตั รยิ ์ มิไดท้ รงแต่งต้งั พระรัชทายาทไวต้ ามวรรคหน่ึง ใหค้ ณะองคมนตรเี สนอ พระนามผ้สู ืบราชสนั ตตวิ งศต์ ามมาตรา ๒๐ ต่อคณะรัฐมนตรเี พ่ือเสนอ ตอ่ รัฐสภาเพ่ือรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการน้ี จะเสนอพระนาม พระราชธดิ ากไ็ ด้ เมื่อรัฐสภาใหค้ วามเหน็ ชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภา อญั เชญิ องค์ผสู้ บื ราชสนั ตติวงศ์ข้นึ ทรงราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ส์ ืบไป แลว้ ใหป้ ระธานรฐั สภาประกาศใหป้ ระชาชนทราบ
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผู้จัดทา ในระหวา่ งทส่ี ภาผู้แทนราษฎรสิน้ อายหุ รือสภาผ้แู ทนราษฎร ถูกยุบ ใหว้ ฒุ ิสภาทาหน้าทีร่ ัฐสภาในการรบั ทราบตามวรรคหน่ึงหรอื ให้ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ความเหน็ ชอบตามวรรคสอง ไม่มกี ารแกไ้ ข มาตรา ๒๒ ในระหวา่ งทยี่ ังไม่มีประกาศอญั เชิญ มาตรา ๒๔ ในระหว่างทีย่ ังไมม่ ปี ระกาศอญั เชิญ ไม่มีการแก้ไข องคพ์ ระรชั ทายาทหรอื องคผ์ สู้ ืบราชสันตติวงศข์ นึ้ ทรงราชยเ์ ป็น องคพ์ ระรัชทายาทหรือองคผ์ สู้ ืบราชสันตตวิ งศ์ขน้ึ ทรงราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั ริยต์ ามมาตรา ๒๑ ให้ประธานองคมนตรีเปน็ ผ้สู าเรจ็ พระมหากษตั รยิ ต์ ามมาตรา ๒๓ ใหป้ ระธานองคมนตรเี ป็นผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองคเ์ ปน็ การชวั่ คราวไปพลางก่อน แต่ในกรณที ี่ ราชการแทนพระองค์เปน็ การชัว่ คราวไปพลางกอ่ น แต่ในกรณีที่ ราชบลั ลงั ก์หากว่างลงในระหวา่ งที่ไดแ้ ต่งตั้งผสู้ าเร็จราชการแทน ราชบัลลังก์วา่ งลงในระหวา่ งทไ่ี ด้แตง่ ตัง้ ผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองค์ พระองคไ์ วต้ ามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๗ หรือระหว่างเวลาที่ ไว้ตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ หรือระหวา่ งเวลาทป่ี ระธาน ประธานองคมนตรีเป็นผสู้ าเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ องคมนตรเี ปน็ ผู้สาเร็จราชการแทนพระองคต์ ามมาตรา ๒๐ วรรคหนงึ่ วรรคหน่ึง ใหผ้ สู้ าเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ๆ แลว้ แตก่ รณี เป็น ให้ผ้สู าเร็จราชการแทนพระองค์นน้ั ๆ แลว้ แต่กรณี เปน็ ผู้สาเร็จ ผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ตอ่ ไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญ ราชการแทนพระองค์ต่อไป ทง้ั นี้ จนกวา่ จะไดป้ ระกาศอัญเชญิ องค์พระรชั ทายาทหรือองคผ์ สู้ ืบราชสนั ตติวงศข์ ึน้ ทรงราชยเ์ ป็น องค์พระรัชทายาทหรอื องคผ์ สู้ ืบราชสันตติวงศ์ขน้ึ ทรงราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั ริย์ พระมหากษตั ริย์ ในกรณที ผี่ สู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ซึง่ ไดร้ บั การแต่งตั้งไว้ ในกรณีท่ีผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคซ์ งึ่ ไดร้ บั การแตง่ ตัง้ ไวแ้ ละ และเปน็ ผูส้ าเร็จราชการแทนพระองค์ตอ่ ไปตามวรรคหนงึ่ ไม่สามารถ เป็นผูส้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคต์ อ่ ไปตามวรรคหน่ึงไมส่ ามารถ ปฏิบตั หิ นา้ ทไี่ ด้ ให้ประธานองคมนตรที าหนา้ ทผ่ี สู้ าเรจ็ ราชการแทน ปฏบิ ัตหิ น้าทไี่ ด้ ใหป้ ระธานองคมนตรที าหน้าทีผ่ สู้ าเรจ็ ราชการแทน พระองค์เป็นการช่ัวคราวไปพลางกอ่ น พระองค์เป็นการช่ัวคราวไปพลางก่อน ในกรณีท่ีประธานองคมนตรเี ปน็ ผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ ในกรณที ีป่ ระธานองคมนตรเี ปน็ ผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองคต์ าม ตามวรรคหน่งึ หรือทาหน้าทผี่ ู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองคเ์ ป็น วรรคหนงึ่ หรือทาหน้าทผี่ สู้ าเร็จราชการแทนพระองคเ์ ป็นการชวั่ คราวตาม การช่วั คราวตามวรรคสอง ใหน้ ามาตรา ๑๘ วรรคสาม มาใชบ้ งั คับ วรรคสอง ใหน้ าบทบญั ญตั มิ าตรา ๒๐ วรรคสาม มาใชบ้ ังคับ มาตรา ๒๓ ในกรณที ่คี ณะองคมนตรจี ะต้องปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี าม มาตรา ๒๕ ในกรณีท่คี ณะองคมนตรีจะต้องปฏิบตั หิ นา้ ทีต่ าม มาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๑ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรจี ะตอ้ ง มาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๓ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรจี ะต้อง เป็นหรอื ทาหนา้ ท่ีผสู้ าเรจ็ ราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ ปฏิบตั หิ นา้ ทต่ี ามมาตรา ๒๐ วรรคหนงึ่ หรือวรรคสอง หรอื มาตรา ๒๔ วรรคหนง่ึ หรอื วรรคสอง หรือมาตรา ๒๒ วรรคสอง และอย่ใู นระหวา่ ง วรรคสอง และอยู่ในระหว่างทไ่ี มม่ ีประธานองคมนตรหี รอื มีแตไ่ ม่ ที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมแี ต่ไมส่ ามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ีได้ สามารถปฏิบัตหิ นา้ ทไี่ ด้ ใหค้ ณะองคมนตรที ่ีเหลอื อยเู่ ลือกองคมนตรี ใหค้ ณะองคมนตรที ีเ่ หลืออยเู่ ลือกองคมนตรีคนหน่ึงเพ่ือทาหนา้ ที่ คนหน่ึงเพ่ือทาหน้าทปี่ ระธานองคมนตรี หรอื ปฏิบตั หิ น้าทตี่ ามมาตรา ประธานองคมนตรี หรือเป็นหรอื ทาหนา้ ท่ผี สู้ าเร็จราชการแทนพระองค์ ๒๐ วรรคหนึง่ หรอื วรรคสอง หรือตามมาตรา ๒๔ วรรคสาม แล้วแต่ กรณี
๗ นาถะ ดวงวชิ ยั ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรอื ตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แลว้ แต่กรณี มาตรา ๒๔ การถวายสตั ย์ปฏญิ าณต่อพระมหากษตั ริยต์ าม รฐั ธรรมนญู หรือกฎหมาย พระมหากษตั รยิ จ์ ะโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมให้กระทาต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรอื ต่อผแู้ ทนพระองค์ก็ได้ ในระหว่างที่ยงั มิได้ถวายสตั ยป์ ฏญิ าณตามวรรคหนึง่ จะโปรด เกล้าโปรดกระหม่อมใหผ้ ซู้ ่ึงตอ้ งถวายสตั ยป์ ฏิญาณปฏบิ ัตหิ นา้ ทไี่ ป พลางกอ่ นก็ได้ หมวด ๓ ไม่มีการแก้ไข หมวด ๓ สทิ ธิและเสรภี าพของชนชาวไทย สทิ ธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ส่วนที่ ๑ บททัว่ ไป มาตรา ๒๖ การใช้อานาจโดยองคก์ รของรัฐทกุ องคก์ ร ตอ้ ง มาตรา ๒๖ ไม่มกี ารแก้ไข มาตรา ๒๕ สทิ ธิและเสรภี าพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่ คานงึ ถึงศักดิ์ศรคี วามเป็นมนุษย์ สทิ ธิ และเสรีภาพตามบทบัญญตั แิ ห่ง มาตรา ๒๗ สิทธแิ ละเสรภี าพทรี่ ฐั ธรรมนญู นรี้ ับรองไวโ้ ดย บัญญตั ิคมุ้ ครองไวเ้ ปน็ การเฉพาะในรัฐธรรมนูญแลว้ การใดที่มไิ ดห้ า้ ม รัฐธรรมนญู นี้ ชดั แจง้ โดยปริยายหรอื โดยคาวนิ ิจฉัยของศาลรฐั ธรรมนญู ย่อม หรอื จากดั ไว้ในรฐั ธรรมนญู หรอื ในกฎหมายอื่น บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธแิ ละ มาตรา ๒๗ สิทธิและเสรภี าพทร่ี ฐั ธรรมนญู นรี้ บั รองไว้โดย ได้รับความคมุ้ ครองและผูกพันรฐั สภา คณะรฐั มนตรี ศาล รวมทัง้ เสรภี าพท่ีจะทาการนั้นไดแ้ ละไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามรฐั ธรรมนญู ชัดแจง้ โดยปรยิ าย หรือโดยคาวินจิ ฉัยของศาลรฐั ธรรมนญู ยอ่ มได้รบั องคก์ รตามรัฐธรรมนญู และหนว่ ยงานของรฐั โดยตรงในการตรา ตราบเทา่ ที่การใช้สิทธิหรอื เสรภี าพเชน่ วา่ น้นั ไม่กระทบกระเทอื นหรอื ความค้มุ ครอง และผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอ่ืน กฎหมาย การใช้บังคบั กฎหมาย และการตีความกฎหมายทงั้ ปวง เปน็ อนั ตรายต่อความม่นั คงของรฐั ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศลี ธรรมอนั ดี ของรฐั โดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บงั คับกฎหมายและ มาตรา ๒๘ บคุ คลยอ่ มอ้างศกั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ย์หรอื ของประชาชน และไมล่ ะเมดิ สทิ ธหิ รือเสรีภาพของบคุ คลอืน่ การตีความกฎหมายท้ังปวง ใชส้ ทิ ธิและเสรภี าพของตนได้เท่าทีไ่ มล่ ะเมดิ สิทธิและเสรภี าพของ สิทธหิ รอื เสรภี าพใดที่รัฐธรรมนญู ให้เป็นไปตามทก่ี ฎหมาย มาตรา ๒๘ บคุ คลยอ่ มอา้ งศกั ดศิ์ รคี วามเป็นมนษุ ยห์ รอื ใช้สทิ ธิ บุคคลอน่ื ไมเ่ ปน็ ปฏปิ กั ษต์ อ่ รัฐธรรมนูญ หรอื ไม่ขดั ตอ่ ศีลธรรมอันดี บญั ญัติ หรือใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ และเสรภี าพของตนไดเ้ ทา่ ที่ไมล่ ะเมิดสทิ ธแิ ละเสรภี าพของบคุ คลอน่ื ของประชาชน แมย้ ังไมม่ กี ารตรากฎหมายนนั้ ขึ้นใชบ้ ังคบั บคุ คลหรือชุมชนยอ่ ม ไม่เป็นปฏปิ กั ษต์ อ่ รฐั ธรรมนญู หรอื ไม่ขัดตอ่ ศลี ธรรมอันดขี อง บคุ คลซ่งึ ถูกละเมดิ สทิ ธิหรือเสรีภาพท่รี ฐั ธรรมนญู น้ีรับรองไว้ สามารถใชส้ ทิ ธิหรือเสรภี าพน้นั ไดต้ ามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนญู ประชาชน สามารถยกบทบัญญตั ิแหง่ รัฐธรรมนญู นี้เพื่อใช้สิทธทิ างศาลหรือ บุคคลซึง่ ถกู ละเมดิ สิทธหิ รือเสรภี าพทีไ่ ดร้ บั ความค้มุ ครองตาม บคุ คลซงึ่ ถกู ละเมดิ สิทธิหรือเสรภี าพท่ีรฐั ธรรมนญู น้ีรับรองไว้ ยกข้ึนเป็นขอ้ ต่อสคู้ ดใี นศาลได้ รัฐธรรมนญู สามารถยกบทบัญญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนูญเพื่อใชส้ ทิ ธทิ างศาล สามารถยกบทบญั ญัตแิ หง่ รฐั ธรรมนญู นเ้ี พ่ือใชส้ ทิ ธิทางศาลหรือยกขน้ึ บุคคลย่อมสามารถใช้สทิ ธิทางศาลเพื่อบังคับใหร้ ัฐต้องปฏบิ ตั ิตาม หรอื ยกขึน้ เปน็ ข้อตอ่ สคู้ ดีในศาลได้ เปน็ ขอ้ ต่อสู้คดีในศาลได้ บทบญั ญัตใิ นหมวดนีไ้ ด้โดยตรง หากการใชส้ ิทธแิ ละเสรภี าพในเร่ืองใด มีกฎหมายบัญญัติรายละเอยี ดแห่งการใช้สิทธิและเสรีภาพตามที่
๘ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้อู านวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญนร้ี ับรองไวแ้ ลว้ ให้การใชส้ ิทธแิ ละเสรภี าพในเร่ืองนั้นเป็นไป บคุ คลซ่ึงได้รบั ความเสียหายจากการถกู ละเมิดสิทธหิ รอื เสรภี าพ ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ หรอื จากการกระทาความผดิ อาญาของบคุ คลอืน่ ยอ่ มมีสิทธทิ ่ีจะไดร้ ับ บคุ คลยอ่ มมีสิทธไิ ดร้ บั การสง่ เสรมิ สนับสนนุ และชว่ ยเหลือ การเยยี วยาหรือช่วยเหลอื จากรฐั ตามทีก่ ฎหมายบัญญัติ จากรฐั ในการใชส้ ิทธิตามความในหมวดน้ี มาตรา ๒๙ การจากดั สทิ ธิและเสรีภาพของบคุ คลทีร่ ัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ การจากดั สทิ ธิและเสรภี าพของบคุ คลทร่ี ัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖ การตรากฎหมายทมี่ ผี ลเป็นการจากดั สทิ ธิหรอื รับรองไวจ้ ะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญัติแห่ง รบั รองไว้ จะกระทามไิ ด้ เวน้ แตโ่ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั แิ ห่ง เสรภี าพของบคุ คล ตอ้ งเป็นไปตามเง่ือนไขทบ่ี ญั ญตั ไิ ว้ในรัฐธรรมนญู กฎหมายเฉพาะเพอ่ื การทร่ี ฐั ธรรมนูญนีก้ าหนดไวแ้ ละเท่าทจ่ี าเป็น กฎหมาย เฉพาะเพอื่ การทรี่ ฐั ธรรมนญู นกี้ าหนดไวแ้ ละเทา่ ท่จี าเป็น ในกรณีท่ีรัฐธรรมนญู มไิ ด้บญั ญตั เิ งอ่ื นไขไว้ กฎหมายดงั กลา่ วต้องไมข่ ดั เทา่ นน้ั และจะกระทบกระเทอื นสาระสาคญั แหง่ สิทธแิ ละเสรีภาพนน้ั และจะกระทบกระเทอื นสาระสาคญั แหง่ สิทธแิ ละเสรีภาพนั้นมไิ ด้ ต่อหลักนิติธรรม ไม่เพมิ่ ภาระหรอื จากดั สทิ ธหิ รือเสรีภาพของบุคคล มไิ ด้ กฎหมายตามวรรคหน่ึงตอ้ งมีผลใช้บงั คบั เป็นการท่ัวไป และไม่ เกินสมควรแกเ่ หตุ และจะกระทบตอ่ ศักดิ์ศรีความเปน็ มนุษยข์ อง กฎหมายตามวรรคหนง่ึ ตอ้ งมผี ลใชบ้ ังคับเปน็ การท่ัวไปและไม่ มงุ่ หมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนงึ่ หรือแกบ่ คุ คลใดบคุ คลหนงึ่ เปน็ บคุ คลมไิ ด้ รวมทัง้ ตอ้ งระบเุ หตุผลความจาเปน็ ในการจากัดสิทธแิ ละ ม่งุ หมายให้ใช้บังคบั แก่กรณีใดกรณหี นงึ่ หรอื แกบ่ ุคคลใดบคุ คลหนง่ึ การเจาะจง ทงั้ ตอ้ งระบุบทบัญญัติแห่งรฐั ธรรมนูญท่ีให้อานาจใน เสรภี าพไวด้ ว้ ย เปน็ การเจาะจง ทัง้ ตอ้ งระบุบทบญั ญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนญู ท่ใี ห้อานาจใน การตรากฎหมายนั้นด้วย กฎหมายตามวรรคหนง่ึ ต้องมผี ลใชบ้ ังคบั เป็นการท่วั ไป ไม่ การตรากฎหมายน้ันด้วย บทบัญญัตใิ นวรรคหนึง่ และวรรคสองใหน้ ามาใชบ้ งั คับกับกฎท่ี มงุ่ หมายใหใ้ ชบ้ ังคบั แก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรอื แกบ่ คุ คลใดบุคคลหนึง่ บทบญั ญตั วิ รรคหนึง่ และวรรคสองใหน้ ามาใช้บงั คับกบั กฎหรือ ออกโดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมายด้วยโดยอนุโลม เปน็ การเจาะจง ขอ้ บังคับที่ออกโดยอาศยั อานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมายด้วย โดย อนุโลม สว่ นที่ ๒ ความเสมอภาค มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกนั ในกฎหมายและไดร้ บั มาตรา ๓๐ บุคคลยอ่ มเสมอกันในกฎหมายและไดร้ บั มาตรา ๒๗ บุคคลย่อมเสมอกนั ในกฎหมาย มสี ทิ ธิและ ความคุม้ ครองตามกฎหมายเทา่ เทยี มกนั ความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทยี มกนั เสรภี าพและไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกฎหมายเทา่ เทียมกนั ชายและหญงิ มีสิทธิเท่าเทยี มกัน ชายและหญงิ มีสทิ ธิเท่าเทยี มกัน ชายและหญิงมีสทิ ธเิ ทา่ เทยี มกนั การเลอื กปฏบิ ตั โิ ดยไมเ่ ปน็ ธรรมตอ่ บุคคลเพราะเหตแุ หง่ การเลือกปฏิบัตโิ ดยไม่เป็นธรรมตอ่ บคุ คลเพราะเหตุแหง่ การเลอื กปฏบิ ตั โิ ดยไม่เป็นธรรมตอ่ บคุ คล ไม่ว่าด้วยเหตุ ความแตกตา่ งในเร่ืองถนิ่ กาเนิด เชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทาง ความแตกต่างในเร่อื งถิน่ กาเนดิ เชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความแตกตา่ งในเรอื่ งถ่นิ กาเนดิ เชอ้ื ชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ กายหรอื สุขภาพ สถานะของบคุ คล ฐานะทางเศรษฐกจิ หรือสงั คม ความพิการ สภาพทางกายหรือสขุ ภาพ สถานะของบคุ คล ฐานะทาง สภาพทางกายหรอื สขุ ภาพ สถานะของบคุ คล ฐานะทางเศรษฐกจิ หรอื ความเช่ือทางศาสนา การศกึ ษาอบรม หรือความคดิ เหน็ ทางการเมอื ง เศรษฐกิจหรอื สังคม ความเชื่อทางศาสนา การศกึ ษาอบรม หรอื สังคม ความเชื่อทางศาสนา การศกึ ษาอบรม หรือความคดิ เหน็ อนั ไม่ขดั ต่อบทบญั ญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนูญ จะกระทามไิ ด้ ความคิดเหน็ ทางการเมอื งอนั ไม่ขดั ต่อบทบญั ญตั ิแห่งรฐั ธรรมนญู ทางการเมอื งอนั ไม่ขัดต่อบทบญั ญตั ิแหง่ รฐั ธรรมนญู หรอื เหตอุ ่นื ใด มาตรการทรี่ ฐั กาหนดขึน้ เพอื่ ขจัดอุปสรรคหรอื สง่ เสรมิ ให้บุคคล จะกระทามไิ ด้ จะกระทามิได้ สามารถใช้สทิ ธแิ ละเสรภี าพได้เชน่ เดยี วกับบคุ คลอน่ื ยอ่ มไมถ่ อื เป็น มาตรการทรี่ ัฐกาหนดขึ้นเพอื่ ขจดั อุปสรรคหรือสง่ เสรมิ ให้บุคคล การเลือกปฏบิ ตั ิโดยไมเ่ ป็นธรรมตามวรรคสาม สามารถใชส้ ทิ ธหิ รอื เสรีภาพไดเ้ ชน่ เดยี วกบั บุคคลอ่นื หรอื เพ่ือคุม้ ครอง
๙ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๔ บคุ คลผเู้ ป็นทหาร ตารวจ ขา้ ราชการ เจา้ หน้าท่อี ่นื มาตรการท่ีรัฐกาหนดข้ึนเพ่ือขจดั อุปสรรคหรือส่งเสรมิ ให้บคุ คล หรืออานวยความสะดวกให้แกเ่ ดก็ สตรี ผ้สู ูงอายุ คนพกิ าร หรือ ของรัฐ พนกั งานส่วนทอ้ งถิน่ และพนกั งานหรือลูกจา้ งขององค์การ ของรฐั ย่อมมสี ทิ ธิและเสรภี าพตามรัฐธรรมนญู เชน่ เดยี วกบั บคุ คล สามารถใชส้ ทิ ธแิ ละเสรีภาพได้เช่นเดยี วกบั บุคคลอน่ื ยอ่ มไมถ่ ือเป็น ผดู้ อ้ ยโอกาส ย่อมไมถ่ ือว่าเป็นการเลอื กปฏบิ ตั ิโดยไมเ่ ป็นธรรมตาม ทว่ั ไป เวน้ แต่ที่จากัดในกฎหมาย กฎ หรือข้อบงั คบั ท่อี อกโดยอาศัย อานาจตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมายเฉพาะในสว่ นท่เี กย่ี วกับการเมือง การเลอื กปฏิบตั ิโดยไม่เปน็ ธรรมตามวรรคสาม วรรคสาม สมรรถภาพ วินยั หรอื จรรยาบรรณ มาตรา ๓๑ บุคคลผเู้ ปน็ ทหาร ตารวจ ข้าราชการ เจ้าหนา้ ท่ีอ่ืน บคุ คลผเู้ ปน็ ทหาร ตารวจ ขา้ ราชการ เจา้ หน้าทอี่ ืน่ ของรัฐ และ มาตรา ๓๑ บุคคลย่อมมสี ทิ ธิและเสรีภาพในชีวติ และร่างกาย การทรมาน ทารณุ กรรม หรือการลงโทษด้วยวธิ ีการโหดรา้ ย ของรฐั และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรฐั ย่อมมสี ทิ ธแิ ละ พนกั งานหรอื ลูกจา้ งขององคก์ รของรฐั ยอ่ มมสี ทิ ธิและเสรภี าพ หรอื ไรม้ นษุ ยธรรม จะกระทามไิ ด้ แต่การลงโทษประหารชีวติ ตามท่ี กฎหมายบญั ญตั ิ ไมถ่ อื วา่ เป็นการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรอื เสรีภาพตามรัฐธรรมนญู เช่นเดยี วกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ท่จี ากดั ใน เชน่ เดียวกบั บุคคลทัว่ ไป เวน้ แตท่ จี่ ากดั ไว้ในกฎหมายเฉพาะในสว่ น ไรม้ นุษยธรรมตามความในวรรคน้ี การจบั คุมขัง ตรวจค้นตวั บคุ คล หรอื การกระทาใดอันกระทบ กฎหมายหรอื กฎท่ีออกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย ท่ีเกี่ยวกบั การเมอื ง สมรรถภาพ วนิ ยั หรือจริยธรรม ต่อสิทธิ และเสรภี าพตามวรรคหนงึ่ จะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมาย เฉพาะในส่วนท่ีเก่ยี วกบั การเมือง สมรรถภาพ วนิ ัย หรือจรยิ ธรรม มาตรา ๓๒ บคุ คลจะไมต่ ้องรบั โทษอาญา เวน้ แตจ่ ะได้กระทา ส่วนท่ี ๓ การอนั กฎหมายทีใ่ ชอ้ ย่ใู นเวลาท่กี ระทานัน้ บญั ญตั ิเป็นความผิดและ สทิ ธแิ ละเสรภี าพสว่ นบุคคล มาตรา ๓๒ บคุ คลย่อมมีสิทธแิ ละเสรีภาพในชีวติ และร่างกาย มาตรา ๒๘ บคุ คลย่อมมสี ทิ ธแิ ละเสรภี าพในชวี ติ และร่างกาย การทรมาน ทารณุ กรรม หรือการลงโทษดว้ ยวิธีการโหดรา้ ย การจับและการคมุ ขงั บคุ คลจะกระทามิได้ เวน้ แต่มคี าส่ังหรอื หรอื ไรม้ นุษยธรรม จะกระทามไิ ด้ แต่การลงโทษตามคาพิพากษา หมายของศาล หรือมเี หตุอย่างอื่นตามท่กี ฎหมายบัญญัติ ของศาลหรอื ตามที่กฎหมายบญั ญัติไม่ถือว่าเปน็ การลงโทษดว้ ยวธิ ีการ การค้นตัวบคุ คลหรอื การกระทาใดอนั กระทบกระเทอื นต่อสิทธิ โหดรา้ ยหรือไร้มนษุ ยธรรมตามความในวรรคนี้ หรอื เสรีภาพในชวี ิตหรือร่างกายจะกระทามไิ ด้ เวน้ แตม่ เี หตุตามท่ี การจบั และการคมุ ขงั บคุ คล จะกระทามิได้ เว้นแต่มีคาสงั่ หรือ กฎหมายบญั ญตั ิ หมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอ่ืนตามทกี่ ฎหมายบัญญัติ การทรมาน ทารณุ กรรม หรอื การลงโทษดว้ ยวิธีการโหดรา้ ยหรอื การค้นตวั บุคคลหรือการกระทาใดอนั กระทบต่อสทิ ธิและ ไรม้ นุษยธรรม จะกระทามิได้ เสรภี าพตามวรรคหนงึ่ จะกระทามไิ ด้ เว้นแตม่ เี หตุตามท่กี ฎหมาย บญั ญัติ ในกรณที ีม่ กี ารกระทาซงึ่ กระทบต่อสิทธแิ ละเสรภี าพตามวรรค หนง่ึ ผู้เสยี หาย พนกั งานอัยการ หรือบุคคลอื่นใดเพ่ือประโยชนข์ อง ผู้เสยี หาย มสี ทิ ธิร้องต่อศาลเพ่อื ให้สัง่ ระงับหรือเพกิ ถอนการกระทา เชน่ ว่านั้น รวมท้งั จะกาหนดวธิ กี ารตามสมควรหรือการเยยี วยา ความเสยี หายทเ่ี กดิ ขึน้ ดว้ ยกไ็ ด้ ส่วนท่ี ๔ สิทธใิ นกระบวนการยุตธิ รรม มาตรา ๓๙ บคุ คลไม่ตอ้ งรบั โทษอาญา เวน้ แตไ่ ดก้ ระทาการ มาตรา ๒๙ บคุ คลไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแตไ่ ดก้ ระทาการ อนั กฎหมายทใ่ี ช้อยู่ในเวลาทกี่ ระทานัน้ บญั ญัตเิ ปน็ ความผิดและ อนั กฎหมายท่ใี ชอ้ ยใู่ นเวลาทีก่ ระทานั้นบัญญตั เิ ปน็ ความผิดและ
๑๐ นาถะ ดวงวิชัย ผ้อู านวยการสานกั งานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผจู้ ัดทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กาหนดโทษไว้ และโทษทีจ่ ะลงแกบ่ ุคคลน้นั จะหนกั กว่าโทษทีก่ าหนด กาหนดโทษไว้ และโทษท่ีจะลงแกบ่ คุ คลนัน้ จะหนกั กว่าโทษท่ี กาหนดโทษไว้ และโทษท่จี ะลงแกบ่ ุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษท่ีบญั ญตั ิ ไว้ในกฎหมายทใ่ี ช้อย่ใู นเวลาท่ีกระทาความผดิ มไิ ด้ กาหนดไว้ในกฎหมายทใ่ี ชอ้ ยใู่ นเวลาที่กระทาความผดิ มไิ ด้ ไวใ้ นกฎหมายทใ่ี ช้อย่ใู นเวลาทก่ี ระทาความผดิ มไิ ด้ มาตรา ๓๓ ในคดอี าญา ต้องสันนษิ ฐานไว้กอ่ นวา่ ผตู้ อ้ งหาหรอื ในคดอี าญา ต้องสันนษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ ผตู้ อ้ งหาหรอื จาเลยไม่มี ในคดีอาญา ใหส้ ันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ ผู้ตอ้ งหาหรือจาเลยไม่มี จาเลยไมม่ คี วามผดิ ความผดิ ความผิด และก่อนมีคาพิพากษาอันถงึ ทสี่ ดุ แสดงวา่ บคุ คลใดได้กระทา กอ่ นมคี าพพิ ากษาอนั ถงึ ที่สุดแสดงว่าบคุ คลใดได้กระทาความผดิ กอ่ นมีคาพิพากษาอนั ถึงที่สุดแสดงว่าบคุ คลใดได้กระทา ความผิด จะปฏิบตั ิตอ่ บคุ คลน้นั เสมือนเปน็ ผกู้ ระทาความผิดมไิ ด้ จะปฏบิ ัตติ ่อบุคคลนน้ั เสมอื นเปน็ ผู้กระทาความผดิ มไิ ด้ ความผิด จะปฏิบตั ิต่อบุคคลนน้ั เสมอื นเป็นผ้กู ระทาความผดิ มิได้ การควบคมุ หรอื คุมขังผตู้ ้องหาหรอื จาเลยให้กระทาไดเ้ พยี งเท่าที่ มาตรา ๒๓๙ คาขอประกนั ผู้ต้องหาหรอื จาเลยในคดีอาญาตอ้ ง มาตรา ๔๐ บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธิในกระบวนการยตุ ธิ รรม ดังต่อไปนี้ จาเปน็ เพ่ือป้องกันมิใหม้ ีการหลบหนี ไดร้ บั การพจิ ารณาอยา่ งรวดเร็วและจะเรียกหลกั ประกันจนเกนิ ควร (๔) ผเู้ สยี หาย ผู้ต้องหา โจทก์ จาเลย คูก่ รณี ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี หรอื ในคดอี าญา จะบังคบั ใหบ้ คุ คลใหก้ ารเปน็ ปฏิปักษต์ ่อตนเองมไิ ด้ แกก่ รณีมไิ ด้ การไมใ่ หป้ ระกนั ตอ้ งอาศยั เหตตุ ามหลกั เกณฑ์ทบ่ี ัญญัตไิ ว้ พยานในคดีมสี ิทธิได้รบั การปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสมในการดาเนนิ การตาม คาขอประกนั ผตู้ อ้ งหาหรือจาเลยในคดอี าญา ต้องไดร้ บั โดยเฉพาะในกฎหมาย และต้องแจ้งเหตผุ ลใหผ้ ตู้ ้องหาหรอื จาเลย กระบวนการยุตธิ รรม รวมทง้ั สทิ ธิในการไดร้ บั การสอบสวนอย่างถกู ต้อง การพิจารณา และจะเรยี กหลกั ประกนั จนเกนิ ควรแกก่ รณมี ิได้ ทราบโดยเรว็ รวดเรว็ เปน็ ธรรม และการไมใ่ หถ้ อ้ ยคาเปน็ ปฏิปักษต์ ่อตนเอง การไม่ใหป้ ระกันต้องเป็นไปตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ สทิ ธทิ ีจ่ ะอทุ ธรณ์คดั ค้านการไมใ่ ห้ประกนั ย่อมไดร้ ับ (๗) ในคดอี าญา ผตู้ ้องหาหรือจาเลยมสี ทิ ธิได้รบั การสอบสวนหรือ ความค้มุ ครองตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ การพิจารณาคดีทถ่ี กู ต้อง รวดเร็ว และเปน็ ธรรม โอกาสในการตอ่ สู้คดี บคุ คลผูถ้ กู ควบคุม คุมขัง หรอื จาคกุ ยอ่ มมีสิทธพิ บและปรึกษา อยา่ งเพียงพอ การตรวจสอบหรือไดร้ ับทราบพยานหลักฐานตาม ทนายความเปน็ การเฉพาะตัว และมสี ทิ ธไิ ดร้ ับการเยย่ี มตามสมควร สมควร การไดร้ บั ความช่วยเหลือในทางคดจี ากทนายความ และการไดร้ บั มาตรา ๒๔๓ บุคคลย่อมมีสิทธไิ ม่ใหถ้ อ้ ยคาเป็นปฏิปกั ษต์ ่อ การปล่อยตัวชว่ั คราว ตนเองอันอาจทาใหต้ นถูกฟ้องคดอี าญา ถ้อยคาของบุคคลซง่ึ เกดิ จากการจงู ใจ มีคาม่ันสัญญา ข่เู ข็ญ หลอกลวง ถกู ทรมาน ใชก้ าลังบังคบั หรอื กระทาโดยมิชอบประการ ใด ๆ ไม่อาจรบั ฟงั เป็นพยานหลักฐานได้ มาตรา ๕๑ การเกณฑแ์ รงงานจะกระทามไิ ด้ เวน้ แตโ่ ดยอาศัย มาตรา ๓๘ การเกณฑ์แรงงานจะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดย มาตรา ๓๐ การเกณฑแ์ รงงานจะกระทามไิ ด้ เวน้ แตโ่ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมาย เฉพาะเพอื่ ประโยชน์ในการปอ้ ง อาศัยอานาจตามบทบัญญตั ิแหง่ กฎหมาย เฉพาะเพอ่ื ประโยชนใ์ น อานาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมายท่ีตราขึน้ เพื่อปอ้ งกันภยั พิบัติ ปัดภยั พิบัตสิ าธารณะอนั มมี าเป็นการฉกุ เฉิน หรอื โดยอาศัยอานาจ การป้องปดั ภัยพบิ ตั ิสาธารณะอันมีมาเปน็ การฉุกเฉิน หรือโดยอาศยั สาธารณะ หรอื ในขณะทมี่ กี ารประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมายซง่ึ ใหก้ ระทาได้ในระหวา่ งเวลาทป่ี ระเทศ อานาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมายซึง่ ให้กระทาไดใ้ นระหว่างเวลาที่ ประกาศใช้กฎอัยการศกึ หรอื ในระหว่างเวลาทป่ี ระเทศอยู่ในภาวะ อยู่ในภาวะการสงครามหรือการรบ หรือในระหว่างเวลาท่ีมีประกาศ ประเทศอยใู่ นภาวะสงครามหรือการรบ หรอื ในระหว่างเวลาท่ีมี สงครามหรอื การรบ สถานการณฉ์ ุกเฉนิ หรือประกาศใชก้ ฎอยั การศกึ ประกาศสถานการณฉ์ ุกเฉินหรอื ประกาศใช้กฎอัยการศกึ มาตรา ๓๘ บคุ คลยอ่ มมเี สรีภาพบริบูรณใ์ นการถือศาสนา มาตรา ๓๗ บุคคลยอ่ มมเี สรภี าพบริบูรณ์ในการถอื ศาสนา มาตรา ๓๑ บุคคลยอ่ มมเี สรภี าพบรบิ ูรณ์ในการถอื ศาสนาและ นิกายของศาสนา หรอื ลทั ธนิ ิยมในทางศาสนา และยอ่ มมีเสรภี าพใน นกิ ายของศาสนา หรือลทั ธนิ ยิ มในทางศาสนา และย่อมมเี สรภี าพใน ยอ่ มมีเสรีภาพในการปฏบิ ตั หิ รอื ประกอบพธิ กี รรมตามหลกั ศาสนาของ การปฏิบัตติ ามศาสนบญั ญตั หิ รอื ปฏิบัติพิธีกรรมตามความเช่อื ถอื ของ การปฏบิ ัตติ ามศาสนธรรม ศาสนบญั ญัติ หรอื ปฏบิ ตั พิ ธิ กี รรมตาม ตน แตต่ ้องไมเ่ ป็นปฏปิ ักษต์ ่อหน้าทขี่ องปวงชนชาวไทย ไม่เป็น
๑๑ นาถะ ดวงวชิ ัย ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ตน เมือ่ ไมเ่ ป็นปฏิปักษต์ อ่ หนา้ ที่ของพลเมืองและไม่เปน็ การขดั ตอ่ ความเช่อื ถือของตน เม่อื ไม่เปน็ ปฏปิ กั ษต์ ่อหนา้ ทข่ี องพลเมอื งและไม่ อันตรายต่อความปลอดภยั ของรฐั และไม่ขัดตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ย ความสงบเรียบรอ้ ยหรือศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน เป็นการขัดต่อความสงบเรยี บร้อยหรือศีลธรรมอันดขี องประชาชน หรือศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน ในการใชเ้ สรีภาพดงั กล่าวตามวรรคหน่ึง บคุ คลย่อมได้รบั ความคุม้ ครองมใิ หร้ ัฐกระทาการใด ๆ อนั เปน็ การรอนสทิ ธิหรอื ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึง่ บคุ คลยอ่ มไดร้ บั เสียประโยชน์อันควรมีควรไดเ้ พราะเหตุทีถ่ อื ศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนา หรอื ปฏบิ ตั ติ ามศาสนบญั ญัตหิ รอื ปฏิบตั ิ ความคุ้มครองมิให้รฐั กระทาการใด ๆ อนั เป็นการรอนสทิ ธิหรือ พธิ กี รรมตามความเช่อื ถือ แตกต่างจากบุคคลอ่ืน เสียประโยชน์อนั ควรมีควรได้ เพราะเหตทุ ีถ่ อื ศาสนา นกิ ายของ มาตรา ๓๔ สิทธขิ องบคุ คลในครอบครัว เกียรตยิ ศ ช่อื เสยี ง หรอื ความเปน็ อยสู่ ว่ นตวั ย่อมไดร้ บั ความคมุ้ ครอง ศาสนา ลัทธนิ ยิ มในทางศาสนา หรอื ปฏบิ ตั ติ ามศาสนธรรม ศาสน การกล่าวหรือไขขา่ วแพร่หลายซ่งึ ข้อความหรือภาพไมว่ า่ ด้วย บญั ญัติ หรอื ปฏิบตั ิพิธีกรรมตามความเช่ือถือ แตกตา่ งจากบุคคลอื่น วิธใี ดไปยงั สาธารณชน อนั เป็นการละเมิดหรือกระทบถงึ สิทธขิ อง บคุ คลในครอบครัว เกยี รตยิ ศ ช่อื เสียง หรือความเป็นอยสู่ ่วนตวั มาตรา ๓๕ สทิ ธขิ องบุคคลในครอบครัว เกยี รติยศ ชื่อเสียง มาตรา ๓๒ บุคคลย่อมมีสทิ ธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกยี รติยศ จะกระทามิได้ เวน้ แตก่ รณที ่เี ป็นประโยชน์ตอ่ สาธารณชน ตลอดจนความเป็นอยสู่ ว่ นตวั ย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครอง ชือ่ เสียง และครอบครวั มาตรา ๓๕ บคุ คลยอ่ มมเี สรภี าพในเคหสถาน บุคคลย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครองในการที่จะอยู่อาศยั และ การกลา่ วหรือไขข่าวแพรห่ ลายซ่งึ ข้อความหรือภาพไมว่ า่ ด้วย การกระทาอนั เปน็ การละเมิดหรือกระทบต่อสทิ ธขิ องบคุ คลตาม ครอบครองเคหสถานโดยปกตสิ ขุ การเขา้ ไปในเคหสถานโดย ปราศจากความยินยอมของผ้คู รอบครอง หรอื การตรวจคน้ เคหสถาน วิธีใดไปยังสาธารณชน อันเป็นการละเมดิ หรอื กระทบถึงสิทธิของ วรรคหน่ึง หรือการนาข้อมลู ส่วนบคุ คลไปใช้ประโยชนไ์ ม่ว่าในทางใด ๆ จะกระทามไิ ด้ เวน้ แต่โดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมาย บุคคลในครอบครวั เกยี รตยิ ศ ชื่อเสียง หรือความเป็นอยสู่ ว่ นตวั จะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมายท่ี มาตรา ๓๙ วรรคหน่ึง บคุ คลย่อมมเี สรีภาพในการแสดง ความคดิ เห็น การพดู การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการส่ือ จะกระทามไิ ด้ เว้นแตก่ รณีทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อสาธารณะ ตราขนึ้ เพียงเทา่ ที่จาเปน็ เพ่อื ประโยชน์สาธารณะ ความหมายโดยวธิ ีอืน่ บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ ับความคมุ้ ครองจากการแสวงประโยชนโ์ ดย วรรคสอง การจากดั เสรีภาพตามวรรคหนงึ่ จะกระทามิได้ เว้นแต่ โดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษา มิชอบจากข้อมลู ส่วนบคุ คลทเ่ี กยี่ วกบั ตน ทงั้ นี้ ตามท่ีกฎหมายบัญญัติ ความม่นั คงของรฐั เพ่ือค้มุ ครองสิทธิ เสรภี าพ เกียรตยิ ศ ช่อื เสียง สิทธิ มาตรา ๓๓ บุคคลยอ่ มมเี สรภี าพในเคหสถาน มาตรา ๓๓ บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในเคหสถาน บุคคลย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครองในการทีจ่ ะอยอู่ าศยั และครอบครอง การเข้าไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของ เคหสถานโดยปกตสิ ุข ผ้คู รอบครอง หรือการคน้ เคหสถานหรือท่ีรโหฐานจะกระทามิได้ การเขา้ ไปในเคหสถานโดยปราศจากความยินยอมของผคู้ รอบครอง เวน้ แต่มีคาสงั่ หรือหมายของศาลหรือมีเหตอุ ยา่ งอ่ืนตามท่กี ฎหมาย หรอื การตรวจค้นเคหสถานหรือในท่ีรโหฐาน จะกระทามไิ ด้ เว้นแตม่ ี บัญญัติ คาสั่งหรือหมายของศาล หรือมเี หตุอย่างอื่นตามท่ีกฎหมายบัญญตั ิ สว่ นที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคดิ เห็นของบคุ คลและสอื่ มวลชน มาตรา ๔๕ วรรคหน่งึ บคุ คลย่อมมเี สรีภาพในการแสดง มาตรา ๓๔ บคุ คลยอ่ มมีเสรภี าพในการแสดงความคิดเห็น ความคดิ เห็น การพูด การเขยี น การพิมพ์ การโฆษณา และการสอ่ื การพดู การเขยี น การพิมพ์ การโฆษณา และการส่อื ความหมายโดย ความหมายโดยวิธีอืน่ วิธีอนื่ การจากัดเสรีภาพดังกลา่ วจะกระทามิได้ เวน้ แตโ่ ดยอาศัย วรรคสอง การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึ่งจะกระทามไิ ด้ อานาจตามบทบญั ญตั แิ หง่ กฎหมายทต่ี ราข้ึนเฉพาะเพ่อื รกั ษา เว้นแตโ่ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมาย เฉพาะเพ่ือ ความม่ันคงของรฐั เพอ่ื ค้มุ ครองสทิ ธิหรือเสรภี าพของบุคคลอนื่ รกั ษาความมนั่ คงของรัฐ เพอื่ ค้มุ ครองสิทธิ เสรภี าพ เกยี รตยิ ศ
๑๒ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผูจ้ ัดทา รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ในครอบครัวหรอื ความเปน็ อยสู่ ว่ นตวั ของบุคคลอ่นื เพอ่ื รกั ษาความสงบ ชื่อเสยี ง สิทธใิ นครอบครวั หรอื ความเปน็ อยูส่ ว่ นตัวของบุคคลอ่ืน เพ่อื รักษาความสงบเรยี บร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือ เรียบรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน หรอื เพ่อื ป้องกันหรือระงับ เพอ่ื รักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดขี องประชาชน หรือ เพื่อป้องกนั สขุ ภาพของประชาชน ความเสอื่ มทรามทางจิตใจหรือสขุ ภาพของประชาชน เพอ่ื ป้องกนั หรือระงบั ความเสื่อมทรามทางจิตใจหรอื สขุ ภาพของ เสรภี าพทางวิชาการยอ่ มได้รับความคุ้มครอง แตก่ ารใชเ้ สรีภาพ มาตรา ๔๒ บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในทางวชิ าการ ประชาชน นนั้ ต้องไม่ขดั ต่อหนา้ ท่ขี องปวงชนชาวไทยหรอื ศีลธรรมอันดขี อง การศึกษาอบรม การเรยี นการสอน การวจิ ัย และการเผยแพร่ มาตรา ๕๐ บุคคลยอ่ มมเี สรีภาพในทางวิชาการ ประชาชน และตอ้ งเคารพและไมป่ ิดกน้ั ความเห็นตา่ งของบุคคลอ่ืน งานวิจยั ตามหลกั วิชาการ ย่อมไดร้ บั ความคุม้ ครอง ทั้งน้ี เทา่ ท่ไี มข่ ดั ต่อ การศกึ ษาอบรม การเรยี นการสอน การวิจยั และการเผยแพร่ หน้าทีข่ องพลเมอื งหรอื ศีลธรรมอันดีของประชาชน งานวิจยั ตามหลักวิชาการ ย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครอง ทง้ั น้ี เทา่ ที่ไม่ขดั ต่อหนา้ ทข่ี องพลเมืองหรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน มาตรา ๓๙ วรรคสาม การส่งั ปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยกุ ระจายเสียง มาตรา ๔๕ วรรคสาม การสั่งปดิ กจิ การหนงั สอื พมิ พห์ รอื มาตรา ๓๕ บุคคลซง่ึ ประกอบวชิ าชีพส่อื มวลชนยอ่ มมเี สรีภาพ หรือสถานีวิทยโุ ทรทัศน์ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้ จะกระทามิได้ สือ่ มวลชนอ่นื เพ่อื ลดิ รอนเสรภี าพตามมาตราน้ี จะกระทามไิ ด้ ในการเสนอขา่ วสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจรยิ ธรรมแหง่ วรรคส่ี การใหน้ าขา่ วหรอื บทความไปใหเ้ จา้ หนา้ ท่ตี รวจก่อนนาไป วรรคสี่ การหา้ มหนังสอื พิมพห์ รอื สื่อมวลชนอ่นื เสนอขา่ วสาร วชิ าชีพ โฆษณาในหนังสือพมิ พ์ สงิ่ พิมพ์ วทิ ยุกระจายเสียง หรอื วิทยโุ ทรทศั น์ หรือแสดงความคิดเหน็ ทั้งหมดหรอื บางส่วน หรอื การแทรกแซงดว้ ย การส่ังปดิ กจิ การหนงั สือพมิ พห์ รือส่อื มวลชนอื่นเพอ่ื ลดิ รอน จะกระทามิได้ เว้นแต่จะกระทาในระหวา่ งเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะ วธิ ีการใด ๆ เพ่อื ลิดรอนเสรีภาพตามมาตราน้ี จะกระทามไิ ด้ เว้นแต่ เสรภี าพตามวรรคหนง่ึ จะกระทามิได้ การสงครามหรือการรบ แต่ทัง้ นจ้ี ะต้องกระทาโดยอาศยั อานาจตาม โดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญตั แิ ห่งกฎหมายซ่ึงได้ตราขึน้ ตาม การใหน้ าข่าวสารหรือขอ้ ความใด ๆ ที่ผู้ประกอบวิชาชีพ บทบัญญตั ิแหง่ กฎหมายซึ่งไดต้ ราขน้ึ ตามความในวรรคสอง วรรคสอง ส่อื มวลชนจัดทาข้นึ ไปให้เจา้ หนา้ ทต่ี รวจก่อนนาไปโฆษณาในหนังสอื วรรคห้า เจ้าของกิจการหนังสือพิมพห์ รือสอ่ื มวลชนอ่นื ต้องเปน็ วรรคห้า การใหน้ าขา่ วหรอื บทความไปใหเ้ จ้าหน้าทต่ี รวจก่อน พิมพห์ รอื สอ่ื ใด ๆ จะกระทามิได้ เวน้ แต่จะกระทาในระหว่างเวลาท่ี บุคคลสัญชาตไิ ทย ท้ังน้ี ตามที่กฎหมายบัญญัติ นาไปโฆษณาในหนังสอื พิมพ์ หรือส่อื มวลชนอน่ื จะกระทามิได้ เว้นแต่ ประเทศอยใู่ นภาวะสงคราม วรรคหก การใหเ้ งินหรือทรพั ย์สินอย่างอ่นื อดุ หนุนหนังสอื จะกระทาในระหว่างเวลาท่ีประเทศอยูใ่ นภาวะสงคราม แต่ทั้งนี้จะตอ้ ง เจา้ ของกิจการหนงั สือพมิ พ์หรอื สอ่ื มวลชนอ่นื ตอ้ งเปน็ บคุ คล พมิ พห์ รือส่ือมวลชนอ่ืนของเอกชน รัฐจะกระทามิได้ กระทาโดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญตั ิแหง่ กฎหมายซ่ึงไดต้ ราขึ้นตาม สัญชาตไิ ทย มาตรา ๔๑ พนกั งานหรอื ลกู จ้างของเอกชนท่ีประกอบกจิ การ วรรคสอง การใหเ้ งินหรอื ทรพั ยส์ ินอน่ื เพื่ออุดหนนุ กิจการหนังสอื พมิ พห์ รอื หนงั สอื พิมพ์ วทิ ยกุ ระจายเสยี ง หรือวทิ ยุโทรทศั น์ ย่อมมเี สรภี าพใน วรรคหก เจา้ ของกิจการหนังสอื พิมพห์ รือสือ่ มวลชนอนื่ ต้อง ส่อื มวลชนอืน่ ของเอกชน รัฐจะกระทามไิ ด้ หนว่ ยงานของรัฐท่ีใช้ การเสนอขา่ วและแสดงความคดิ เหน็ ภายใต้ข้อจากดั ตามรัฐธรรมนญู เปน็ บคุ คลสญั ชาตไิ ทย จา่ ยเงนิ หรือทรัพยส์ นิ ให้ส่อื มวลชน ไมว่ า่ เพ่ือประโยชน์ในการโฆษณา โดยไมต่ กอยภู่ ายใต้อาณัตขิ องหนว่ ยราชการ หน่วยงานของรฐั วรรคเจด็ การให้เงนิ หรือทรัพยส์ ินอ่ืนเพื่ออดุ หนุนกิจการ หรอื ประชาสมั พนั ธ์ หรอื เพ่ือการอนื่ ใดในทานองเดียวกนั ต้องเปิดเผย รัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการนน้ั แตต่ ้องไม่ขัดตอ่ จรรยาบรรณแห่ง หนงั สอื พิมพ์หรอื ส่ือมวลชนอน่ื ของเอกชน รัฐจะกระทามไิ ด้ รายละเอยี ดใหค้ ณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ ทราบตามระยะเวลาที่ การประกอบวิชาชพี มาตรา ๔๖ พนกั งานหรือลูกจ้างของเอกชนท่ปี ระกอบกิจการ กาหนด และประกาศให้ประชาชนทราบด้วย ขา้ ราชการ พนกั งาน หรอื ลูกจ้างของหนว่ ยราชการ หนว่ ยงาน หนังสอื พมิ พ์ วิทยกุ ระจายเสยี ง วิทยุโทรทศั น์ หรอื สอ่ื มวลชนอ่ืน เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐซ่งึ ปฏิบตั หิ น้าทีส่ อ่ื มวลชนย่อมมเี สรภี าพตาม ของรัฐ หรอื รฐั วสิ าหกจิ ในกิจการวิทยุกระจายเสยี งหรอื วิทยโุ ทรทศั น์ ย่อมมีเสรภี าพในการเสนอข่าวและแสดงความคดิ เห็นภายใต้ วรรคหนึ่ง แต่ให้คานงึ ถึงวตั ถุประสงค์และภารกิจของหนว่ ยงานที่ตน ยอ่ มมีเสรีภาพเชน่ เดยี วกบั พนกั งานหรอื ลกู จา้ งของเอกชนตาม ขอ้ จากดั ตามรัฐธรรมนูญ โดยไมต่ กอย่ภู ายใต้อาณตั ขิ องหนว่ ย สงั กดั อยดู่ ว้ ย วรรคหนึง่ ราชการ หนว่ ยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกจิ หรอื เจ้าของกิจการนั้น
๑๓ นาถะ ดวงวิชยั ผูอ้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๗ บคุ คลยอ่ มมีเสรภี าพในการสื่อสารถึงกนั โดยทางที่ แต่ต้องไมข่ ดั ต่อจรยิ ธรรมแหง่ การประกอบวิชาชพี และมสี ทิ ธิจดั ต้งั ชอบดว้ ยกฎหมาย องคก์ รเพือ่ ปกปอ้ งสทิ ธิ เสรภี าพและความเป็นธรรม รวมท้งั มกี ลไก การตรวจ การกกั หรอื การเปิดเผยส่งิ สอื่ สารทบี่ คุ คลมตี ดิ ตอ่ ถึง กนั รวมทัง้ การกระทาด้วยประการอืน่ ใดเพือ่ ใหล้ ่วงรูถ้ ึงข้อความในสง่ิ ควบคุมกันเองขององคก์ รวชิ าชีพ สื่อสารทง้ั หลายทบ่ี คุ คลมตี ดิ ต่อถงึ กันจะกระทามิได้ เวน้ แต่โดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรกั ษาความมัน่ คงของ ข้าราชการ พนักงาน หรือลกู จ้างของหน่วยราชการ หน่วยงาน รัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน ของรฐั หรือรฐั วสิ าหกิจในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรอื มาตรา ๔๘ สิทธขิ องบคุ คลในทรพั ยส์ นิ ยอ่ มได้รบั ความคุ้มครอง ขอบเขตแห่งสิทธแิ ละการจากดั สทิ ธเิ ชน่ วา่ นี้ ส่ือมวลชนอื่น ย่อมมีเสรีภาพเช่นเดยี วกับพนกั งานหรือลูกจา้ งของ ยอ่ มเป็นไปตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ เอกชนตามวรรคหน่ึง การสืบมรดกยอ่ มได้รบั ความค้มุ ครอง สทิ ธิของบคุ คลในการสบื มรดกยอ่ มเปน็ ไปตามที่กฎหมายบญั ญัติ การกระทาใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของผดู้ ารง ตาแหน่งทางการเมอื ง เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐ หรอื เจ้าของกจิ การ อันเปน็ การขดั ขวางหรือแทรกแซงการเสนอขา่ วหรือแสดงความคิดเห็นใน ประเดน็ สาธารณะของบุคคลตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ใหถ้ ือว่าเป็น การจงใจใช้อานาจหน้าที่โดยมิชอบและไม่มีผลใชบ้ ังคับ เว้นแต่เปน็ การกระทาเพื่อให้เปน็ ไปตามกฎหมายหรอื จริยธรรมแหง่ การประกอบ วิชาชพี มาตรา ๓๖ บุคคลยอ่ มมเี สรีภาพในการส่อื สารถงึ กนั โดยทาง มาตรา ๓๖ บุคคลยอ่ มมีเสรภี าพในการติดตอ่ สอ่ื สารถึงกนั ทช่ี อบด้วยกฎหมาย ไมว่ า่ ในทางใด ๆ การตรวจ การกกั หรือการเปดิ เผยส่งิ สือ่ สารท่ีบุคคลมตี ดิ ตอ่ ถึง การตรวจ การกกั หรอื การเปิดเผยข้อมลู ทบ่ี ุคคลสอื่ สารถึงกัน กัน รวมทัง้ การกระทาด้วยประการอืน่ ใดเพอ่ื ใหล้ ว่ งรถู้ งึ ขอ้ ความใน รวมทงั้ การกระทาด้วยประการใด ๆ เพ่ือให้ลว่ งรู้หรือไดม้ าซงึ่ ข้อมูลท่ี สิง่ สอ่ื สารท้ังหลายท่บี คุ คลมตี ดิ ตอ่ ถึงกัน จะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดย บคุ คลสือ่ สารถงึ กนั จะกระทามิได้ เวน้ แตม่ ีคาส่ังหรือหมายของศาล อาศยั อานาจตามบทบัญญตั แิ หง่ กฎหมาย เฉพาะเพ่อื รกั ษา หรือมีเหตุอยา่ งอ่ืนตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ ความมัน่ คงของรฐั หรือเพอ่ื รักษาความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศลี ธรรม อันดีของประชาชน สว่ นท่ี ๕ สิทธิในทรพั ย์สิน มาตรา ๔๑ สทิ ธิของบคุ คลในทรพั ย์สินย่อมไดร้ ับ มาตรา ๓๗ บุคคลย่อมมีสิทธิในทรพั ยส์ นิ และการสบื มรดก ความคมุ้ ครอง ขอบเขตแห่งสิทธิและการจากดั สิทธิเช่นว่านี้ ขอบเขตแห่งสิทธิและการจากดั สทิ ธิเช่นว่านี้ ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ี ย่อมเปน็ ไปตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ กฎหมายบญั ญตั ิ การสืบมรดกย่อมไดร้ บั ความคมุ้ ครอง สทิ ธขิ องบคุ คลใน การเวนคนื อสังหาริมทรัพยจ์ ะกระทามิได้ เวน้ แตโ่ ดยอาศัย การสบื มรดกยอ่ มเป็นไปตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ อานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมายทตี่ ราขน้ึ เพ่ือการอันเปน็
๑๔ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔๙ การเวนคืนอสังหารมิ ทรัพย์จะกระทามไิ ด้ เวน้ แต่ มาตรา ๔๒ การเวนคนื อสงั หารมิ ทรพั ย์จะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดย สาธารณูปโภค การปอ้ งกันประเทศ หรือการได้มาซ่ึงทรัพยากร โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมายเฉพาะเพอื่ การอันเป็น อาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย เฉพาะกิจการของรฐั เพื่อการอนั ธรรมชาติ หรอื เพ่อื ประโยชนส์ าธารณะอยา่ งอนื่ และตอ้ งชดใช้ สาธารณูปโภค การอนั จาเปน็ ในการป้องกันประเทศ การได้มาซึง่ เป็นสาธารณปู โภค การอันจาเป็นในการป้องกันประเทศ การไดม้ าซงึ่ ค่าทดแทนทเี่ ปน็ ธรรมภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของตลอดจน ทรัพยากรธรรมชาติ การผงั เมอื ง การสง่ เสริมและรักษาคณุ ภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ การผังเมือง การสง่ เสรมิ และรักษาคณุ ภาพ ผู้ทรงสิทธิบรรดาทไี่ ดร้ บั ความเสยี หายจากการเวนคนื โดยคานึงถงึ สิ่งแวดลอ้ ม การพัฒนาการเกษตรหรือการอุตสาหกรรม การปฏิรปู ส่ิงแวดลอ้ ม การพฒั นาการเกษตรหรือการอตุ สาหกรรม การปฏิรปู ทด่ี ิน ประโยชนส์ าธารณะ ผลกระทบต่อผู้ถูกเวนคืน รวมทั้งประโยชน์ท่ผี ูถ้ กู ที่ดนิ หรือเพอ่ื ประโยชนส์ าธารณะอย่างอนื่ และต้องชดใชค้ า่ ทดแทน การอนรุ กั ษโ์ บราณสถานและแหลง่ ทางประวตั ิศาสตร์ หรอื เพ่อื ประโยชน์ เวนคืนอาจไดร้ บั จากการเวนคนื นน้ั ที่เปน็ ธรรมภายในเวลาอันควรแกเ่ จ้าของตลอดจนผ้ทู รงสทิ ธิบรรดาที่ สาธารณะอยา่ งอ่ืน และตอ้ งชดใช้ค่าทดแทนทเี่ ปน็ ธรรมภายในเวลาอนั ควร การเวนคืนอสงั หาริมทรพั ย์ ใหก้ ระทาเพยี งเทา่ ท่จี าเปน็ ต้องใช้ ได้รับความเสยี หายในการเวนคืนนน้ั ทัง้ น้ี ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ แก่เจา้ ของตลอดจนผู้ทรงสิทธบิ รรดาทีไ่ ดร้ บั ความเสียหายจากการเวนคืน เพื่อการท่บี ญั ญตั ไิ ว้ในวรรคสาม เว้นแตเ่ ป็นการเวนคืนเพอื่ นา การกาหนดคา่ ทดแทนตามวรรคหน่ึง ตอ้ งกาหนดให้อย่างเปน็ นน้ั ท้ังนี้ ตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ อสังหารมิ ทรัพยท์ ่เี วนคนื ไปชดเชยใหเ้ กดิ ความเปน็ ธรรมแกเ่ จา้ ของ ธรรมโดยคานงึ ถึงราคาทซ่ี ้อื ขายกนั ตามปกติ การไดม้ า สภาพและทีต่ ้งั การกาหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งตอ้ งกาหนดใหอ้ ย่างเปน็ อสังหารมิ ทรัพยท์ ี่ถกู เวนคืนตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ ของอสังหาริมทรพั ย์และความเสยี หายของผู้ถกู เวนคนื ธรรมโดยคานงึ ถงึ ราคาทีซ่ ื้อขายกันตามปกติในท้องตลาด การได้มา กฎหมายเวนคืนอสงั หารมิ ทรัพยต์ อ้ งระบุวัตถุประสงค์แหง่ กฎหมายเวนคนื อสังหารมิ ทรพั ยต์ อ้ งระบุวัตถปุ ระสงคแ์ ห่ง สภาพและทต่ี ง้ั ของอสงั หาริมทรัพย์ ความเสยี หายของผถู้ ูกเวนคืน และ การเวนคนื และกาหนดระยะเวลาการเข้าใช้อสงั หารมิ ทรพั ย์ให้ชดั แจ้ง การเวนคืนและกาหนดระยะเวลาการเข้าใชอ้ สังหาริมทรัพยไ์ ว้ให้ชัด ประโยชน์ท่รี ฐั และผ้ถู กู เวนคืนไดร้ ับจากการใชส้ อยอสังหาริมทรพั ย์ที่ ถา้ มไิ ด้ใช้ประโยชนเ์ พ่อื การนน้ั ภายในระยะเวลาท่ีกาหนดหรือมี แจ้ง ถา้ มไิ ด้ใช้เพื่อการนั้นภายในระยะเวลาท่กี าหนดดังกลา่ ว ต้องคนื ถูกเวนคนื อสงั หาริมทรัพยเ์ หลือจากการใช้ประโยชน์ และเจา้ ของเดมิ หรอื ใหเ้ จา้ ของเดิมหรือทายาท กฎหมายเวนคืนอสงั หารมิ ทรัพยต์ อ้ งระบวุ ตั ถปุ ระสงคแ์ หง่ ทายาทประสงค์จะไดค้ ืน ให้คืนแกเ่ จา้ ของเดิมหรอื ทายาท การคืนอสังหาริมทรัพยใ์ หเ้ จา้ ของเดิมหรือทายาทตามวรรคสาม การเวนคนื และกาหนดระยะเวลาการเข้าใชอ้ สังหารมิ ทรพั ยไ์ ว้ให้ชดั แจ้ง ระยะเวลาการขอคนื และการคนื อสงั หารมิ ทรัพย์ท่ีถกู เวนคืนท่ี และการเรียกคนื คา่ ทดแทนที่ชดใช้ไป ใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีกฎหมายบัญญัติ ถา้ มไิ ดใ้ ช้เพื่อการนัน้ ภายในระยะเวลาท่กี าหนดดงั กลา่ วต้องคืนใหเ้ จ้าของ มไิ ดใ้ ช้ประโยชนห์ รือท่ีเหลือจากการใช้ประโยชนใ์ หแ้ ก่เจา้ ของเดมิ หรอื เดิมหรอื ทายาท ทายาท และการเรียกคืนคา่ ทดแทนท่ีชดใช้ไป ให้เป็นไปตามท่ี การคนื อสงั หาริมทรัพย์ให้เจา้ ของเดมิ หรือทายาทตามวรรค กฎหมายบญั ญตั ิ สาม และการเรยี กคนื คา่ ทดแทนทช่ี ดใชไ้ ป ใหเ้ ป็นไปตามทีก่ ฎหมาย การตรากฎหมายเวนคืนอสังหารมิ ทรัพยโ์ ดยระบุเจาะจง บัญญตั ิ อสังหาริมทรพั ย์หรอื เจา้ ของอสังหารมิ ทรพั ยท์ ี่ถกู เวนคนื ตาม ความจาเป็น มใิ ห้ถือวา่ เป็นการขดั ต่อมาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๓๖ วรรคหนึง่ บุคคลย่อมมเี สรีภาพในการเดินทาง มาตรา ๓๔ ตรงกับบทบัญญัติในมาตรา ๓๖ วรรคหนง่ึ และ มาตรา ๓๘ บุคคลยอ่ มมีเสรภี าพในการเดนิ ทางและการเลือก และมเี สรภี าพในการเลอื กถ่นิ ทอี่ ยภู่ ายในราชอาณาจักร วรรคสอง ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ถนิ่ ท่อี ยู่ วรรคสอง การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึง่ จะกระทามไิ ด้ ๒๕๔๐ การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึง่ จะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดยอาศยั เว้นแต่โดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย เฉพาะเพ่อื อานาจตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมายทีต่ ราขึ้นเพือ่ ความม่นั คงของรัฐ ความมน่ั คงของรัฐ ความสงบเรยี บร้อยหรอื สวัสดภิ าพของประชาชน ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื สวสั ดภิ าพของประชาชน หรือการผงั เมอื ง การผังเมือง หรือเพื่อสวสั ดิภาพของผ้เู ยาว์ หรอื เพือ่ รักษาสถานภาพของครอบครัว หรอื เพ่ือสวสั ดภิ าพของผูเ้ ยาว์
๑๕ นาถะ ดวงวิชัย ผูอ้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๓๖ วรรคสาม การเนรเทศบุคคลผมู้ สี ญั ชาติไทย มาตรา ๓๔ วรรคสาม ตรงกับบทบัญญัติในมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ การเนรเทศบคุ คลสญั ชาตไิ ทยออกนอกราชอาณาจกั ร ออกนอกราชอาณาจักร หรอื หา้ มมใิ หบ้ คุ คลผู้มสี ญั ชาตไิ ทยเขา้ มาใน วรรคสาม ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช หรือหา้ มมใิ หผ้ มู้ สี ัญชาตไิ ทยเขา้ มาในราชอาณาจกั ร จะกระทามิได้ ราชอาณาจักร จะกระทามิได้ ๒๕๔๐ การถอนสัญชาตขิ องบุคคลซง่ึ มสี ญั ชาตไิ ทยโดยการเกดิ จะกระทามไิ ด้ สว่ นท่ี ๖ สทิ ธิและเสรภี าพในการประกอบอาชีพ มาตรา ๕๐ บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือ มาตรา ๔๓ ตรงกบั บทบญั ญตั ิในมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนญู มาตรา ๔๐ บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ประกอบอาชพี และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ การจากัดเสรภี าพตามวรรคหน่ึงจะกระทามไิ ด้ เว้นแต่โดยอาศยั การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึ่งจะกระทามิได้ เว้นแตโ่ ดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมายทีต่ ราข้นึ เพ่อื รักษาความมั่นคงหรือ อานาจตามบทบญั ญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพ่ือประโยชน์ในการรักษา เศรษฐกิจของประเทศ การแข่งขันอยา่ งเป็นธรรม การปอ้ งกันหรือขจัด ความมั่นคงของรัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ การค้มุ ครองประชาชนใน การกีดกันหรือการผกู ขาด การคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค การจัดระเบยี บ ดา้ นสาธารณปู โภค การรกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยหรือศีลธรรมอันดขี อง การประกอบอาชีพเพียงเท่าทจี่ าเปน็ หรอื เพอ่ื ประโยชน์สาธารณะ ประชาชน การจัดระเบียบการประกอบอาชีพ การคุ้มครองผ้บู รโิ ภค อย่างอ่นื การผังเมือง การรักษาทรัพยากรธรรมชาติหรือสิง่ แวดลอ้ ม สวสั ดิภาพ การตรากฎหมายเพื่อจดั ระเบยี บการประกอบอาชพี ตาม ของประชาชน หรือเพอื่ ป้องกนั การผูกขาด หรอื ขจัดความไม่เป็นธรรม วรรคสอง ต้องไมม่ ีลักษณะเปน็ การเลือกปฏบิ ตั หิ รือกา้ วก่ายการจัด ในการแข่งขนั การศึกษาของสถาบันการศกึ ษา มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมสี ิทธไิ ดร้ บั ทราบข้อมูลหรือขา่ วสาร มาตรา ๕๖ บคุ คลย่อมมีสิทธไิ ดร้ บั ทราบและเขา้ ถงึ ข้อมลู มาตรา ๔๑ บุคคลและชมุ ชนยอ่ มมสี ทิ ธิ สาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรอื ข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหนว่ ยราชการ หนว่ ยงาน (๑) ได้รบั ทราบและเขา้ ถึงขอ้ มูลหรือข่าวสารสาธารณะใน รฐั วิสาหกิจ หรอื ราชการส่วนทอ้ งถิน่ เว้นแต่การเปดิ เผยข้อมลู น้นั จะ ของรัฐ รัฐวสิ าหกิจ หรือราชการสว่ นท้องถนิ่ เว้นแตก่ ารเปดิ เผย ครอบครองของหนว่ ยงานของรัฐตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ กระทบต่อความม่ันคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือ ขอ้ มูลหรือขา่ วสารน้นั จะกระทบตอ่ ความมนั่ คงของรฐั (๒) เสนอเรื่องราวร้องทุกข์ตอ่ หนว่ ยงานของรฐั และได้รบั แจง้ ผล ส่วนไดเ้ สียอันพงึ ได้รับความคุ้มครองของบคุ คลอ่นื ทง้ั น้ี ตามที่ ความปลอดภยั ของประชาชน หรอื ส่วนไดเ้ สยี อนั พงึ ได้รบั การพิจารณาโดยรวดเร็ว กฎหมายบญั ญตั ิ ความคุม้ ครองของบุคคลอื่น หรือเปน็ ขอ้ มลู สว่ นบุคคล ทัง้ น้ี ตามท่ี (๓) ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดเน่ืองจากการกระทาหรือ มาตรา ๖๑ บุคคลยอ่ มมีสิทธเิ สนอเร่ืองราวร้องทุกขแ์ ละไดร้ บั กฎหมายบญั ญตั ิ การละเวน้ การกระทาของขา้ ราชการ พนักงาน หรอื ลูกจา้ งของ แจ้งผลการพิจารณาภายในเวลาอนั สมควร ทั้งนี้ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัติ มาตรา ๕๙ บุคคลยอ่ มมีสทิ ธิเสนอเรือ่ งราวร้องทกุ ขแ์ ละ หนว่ ยงานของรัฐ มาตรา ๖๒ สิทธขิ องบคุ คลท่จี ะฟ้องหนว่ ยราชการ หนว่ ยงาน ได้รับแจง้ ผลการพิจารณาภายในเวลาอนั รวดเรว็ ของรัฐ รฐั วิสาหกิจ ราชการสว่ นทอ้ งถ่ิน หรือองค์กรอน่ื ของรัฐ ทเี่ ป็น มาตรา ๖๐ บุคคลย่อมมสี ิทธิท่ีจะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงาน นติ บิ คุ คล ให้รบั ผิดเน่อื งจากการกระทาหรอื การละเวน้ การกระทาของ ของรัฐ รฐั วสิ าหกจิ ราชการสว่ นท้องถ่นิ หรอื องค์กรอื่นของรัฐท่ีเปน็ ข้าราชการ พนักงาน หรอื ลกู จา้ งของหนว่ ยงานน้นั ยอ่ มไดร้ ับ นติ ิบุคคล ให้รบั ผดิ เนอ่ื งจากการกระทาหรอื การละเวน้ การกระทาของ ความคมุ้ ครอง ท้งั น้ี ตามทีก่ ฎหมายบัญญตั ิ ขา้ ราชการ พนักงาน หรือลกู จา้ งของหน่วยงานนั้น
๑๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔๕ บคุ คลย่อมมีเสรภี าพในการรวมกนั เป็นสมาคม มาตรา ๖๔ บุคคลยอ่ มมีเสรภี าพในการรวมกันเปน็ สมาคม มาตรา ๔๒ บคุ คลยอ่ มมีเสรีภาพในการรวมกนั เปน็ สมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลมุ่ เกษตรกร องค์การเอกชน หรอื หมู่คณะอื่น สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ กลมุ่ เกษตรกร องคก์ ารเอกชน องคก์ าร สหกรณ์ สหภาพ องคก์ ร ชุมชน หรอื หมคู่ ณะอ่นื การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึง่ จะกระทามไิ ด้ เวน้ แตโ่ ดยอาศยั พัฒนาเอกชน หรือหม่คู ณะอ่ืน การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึ่งจะกระทามไิ ด้ เว้นแตโ่ ดยอาศัย อานาจตามบทบญั ญัตแิ หง่ กฎหมาย เฉพาะเพ่อื คมุ้ ครองประโยชน์ สว่ นรวมของประชาชน เพือ่ รักษาความสงบเรียบร้อยหรอื ศลี ธรรม ข้าราชการและเจ้าหน้าทขี่ องรัฐยอ่ มมเี สรภี าพในการรวมกลุ่ม อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมายท่ตี ราขน้ึ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ อนั ดีของประชาชน หรือเพอื่ ปอ้ งกนั มใิ ห้มีการผูกขาดตดั ตอนในทาง เศรษฐกิจ เช่นเดียวกับบคุ คลทัว่ ไป แตท่ งั้ นต้ี อ้ งไม่กระทบประสิทธภิ าพใน สาธารณะ เพือ่ รักษาความสงบเรียบร้อยหรอื ศลี ธรรมอนั ดีของ มาตรา ๔๖ บุคคลซง่ึ รวมกนั เป็นชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ดัง้ เดิมย่อมมี การบริหารราชการแผ่นดินและความตอ่ เน่ืองในการจัดทาบรกิ าร ประชาชน หรอื เพ่ือการป้องกันหรอื ขจดั การกดี กันหรอื การผกู ขาด สิทธอิ นรุ ักษห์ รือฟื้นฟูจารตี ประเพณี ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ ศิลปะหรือ วัฒนธรรมอนั ดขี องท้องถน่ิ และของชาติ และมสี ว่ นร่วมในการจดั การ สาธารณะ ทงั้ นี้ ตามทีก่ ฎหมายบญั ญัติ การบารุงรักษา และการใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ สิง่ แวดลอ้ มอยา่ งสมดลุ และย่งั ยืน ทงั้ น้ี ตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนึง่ และวรรคสอง จะกระทามไิ ด้ มาตรา ๕๖ สทิ ธิของบุคคลท่จี ะมสี ว่ นรว่ มกับรฐั และชุมชนใน เว้นแต่โดยอาศัยอานาจตามบทบญั ญัตแิ ห่งกฎหมาย เฉพาะเพ่อื การบารงุ รกั ษา และการได้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชวี ภาพ และในการคมุ้ ครอง ส่งเสรมิ และรกั ษา คมุ้ ครองประโยชนส์ ่วนรวมของประชาชน เพอ่ื รักษาความสงบ คณุ ภาพสิง่ แวดล้อม เพื่อให้ดารงชพี อยู่ไดอ้ ย่างปกติและตอ่ เนื่อง ในสง่ิ แวดลอ้ มที่จะไมก่ ่อให้เกดิ อันตรายต่อสุขภาพอนามยั สวสั ดิภาพ เรยี บรอ้ ยหรือศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื เพอ่ื ปอ้ งกนั มใิ หม้ ี หรอื คุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รบั ความคมุ้ ครอง ท้งั น้ี ตามท่ี กฎหมายบญั ญตั ิ การผกู ขาดตดั ตอนในทางเศรษฐกจิ การดาเนินโครงการหรือกจิ กรรมทอี่ าจกอ่ ให้เกิดผลกระทบ ส่วนท่ี ๑๒ อยา่ งรนุ แรงต่อคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อมจะกระทามิได้ เวน้ แตจ่ ะได้ศึกษา และประเมนิ ผลกระทบตอ่ คุณภาพสงิ่ แวดล้อม รวมทัง้ ไดใ้ ห้องค์การ สิทธชิ มุ ชน มาตรา ๖๖ บุคคลซงึ่ รวมกนั เป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือ มาตรา ๔๓ บุคคลและชมุ ชนย่อมมสี ิทธิ ชมุ ชนท้องถิ่นดั้งเดมิ ย่อมมีสทิ ธิอนุรักษห์ รอื ฟื้นฟจู ารีตประเพณี (๑) อนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู หรือส่งเสริมภมู ปิ ัญญา ศลิ ปะ วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น ศลิ ปวัฒนธรรมอันดีของท้องถน่ิ และของชาติ และมี ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามทั้งของท้องถ่ินและของชาติ สว่ นรว่ มในการจดั การ การบารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จาก (๒) จัดการ บารงุ รักษา และใช้ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมท้ังความหลากหลายทางชีวภาพ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชวี ภาพอย่างสมดุลและย่ังยนื อยา่ งสมดุลและย่ังยืน ตามวธิ กี ารที่กฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๖๗ สทิ ธิของบคุ คลท่จี ะมีสว่ นรว่ มกับรฐั และชมุ ชนใน (๓) เขา้ ชือ่ กันเพื่อเสนอแนะตอ่ หนว่ ยงานของรฐั ให้ดาเนนิ การ การอนรุ กั ษ์ บารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติ ใดอนั จะเป็นประโยชนต์ อ่ ประชาชนหรอื ชุมชน หรอื งดเวน้ และความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุม้ ครอง สง่ เสรมิ และ การดาเนนิ การใดอนั จะกระทบต่อความเปน็ อยอู่ ย่างสงบสุขของ รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอ้ ม เพ่อื ใหด้ ารงชีพอย่ไู ด้อยา่ งปกตแิ ละตอ่ เนื่อง ประชาชนหรือชุมชน และไดร้ บั แจ้งผลการพจิ ารณาโดยรวดเร็ว ท้งั นี้ ในสิง่ แวดลอ้ มทจ่ี ะไมก่ อ่ ให้เกดิ อันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดภิ าพ หน่วยงานของรฐั ต้องพจิ ารณาขอ้ เสนอแนะน้นั โดยให้ประชาชนท่ี หรอื คณุ ภาพชีวิตของตน ย่อมไดร้ ับความค้มุ ครองตามความเหมาะสม เกยี่ วขอ้ งมสี ่วนรว่ มในการพิจารณาด้วยตามวธิ กี ารทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ การดาเนินโครงการหรอื กิจกรรมทอี่ าจก่อให้เกดิ ผลกระทบต่อ (๔) จดั ให้มีระบบสวสั ดกิ ารของชุมชน ชมุ ชนอย่างรนุ แรงทงั้ ทางดา้ นคณุ ภาพสง่ิ แวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสขุ ภาพ จะกระทามไิ ด้ เว้นแตจ่ ะไดศ้ ึกษาและประเมินผล
๑๗ นาถะ ดวงวชิ ยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ อิสระซง่ึ ประกอบดว้ ยผแู้ ทนองค์การเอกชนด้านส่งิ แวดลอ้ มและผู้แทน กระทบต่อคณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ มและสุขภาพของประชาชนในชุมชน สทิ ธขิ องบคุ คลและชมุ ชนตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงสทิ ธิ สถาบนั อดุ มศึกษาทจ่ี ดั การศกึ ษาดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ใหค้ วามเห็น และจดั ใหม้ ีกระบวนการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของประชาชนและผ้มู ี ท่ีจะร่วมกับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ หรือรฐั ในการดาเนินการ ประกอบก่อนมีการดาเนนิ การดังกลา่ ว ทั้งน้ี ตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ ส่วนไดเ้ สียก่อน รวมทัง้ ไดใ้ หอ้ งคก์ ารอสิ ระซึ่งประกอบด้วยผแู้ ทน ดงั กลา่ วดว้ ย สิทธิของบคุ คลทจ่ี ะฟอ้ งหน่วยราชการ หน่วยงานของรฐั องคก์ ารเอกชนดา้ นสิง่ แวดล้อมและสขุ ภาพ และผแู้ ทนสถาบนั รฐั วิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถนิ่ หรือองคก์ รอืน่ ของรัฐ เพ่อื ใหป้ ฏิบตั ิ อดุ มศกึ ษาทจ่ี ดั การการศกึ ษาดา้ นส่งิ แวดล้อมหรอื ทรพั ยากร หน้าท่ตี ามทีบ่ ญั ญตั ไิ วใ้ นกฎหมายตามวรรคหนงึ่ และวรรคสอง ย่อม ธรรมชาติหรอื ดา้ นสุขภาพ ใหค้ วามเห็นประกอบกอ่ นมี ได้รบั ความคุม้ ครอง การดาเนนิ การดังกลา่ ว มาตรา ๖๐ บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธิมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการ สทิ ธขิ องชมุ ชนท่ีจะฟอ้ งหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ พจิ ารณาของเจา้ หนา้ ที่ของรฐั ในการปฏิบตั ริ าชการทางปกครองอันมี รัฐวสิ าหกจิ ราชการสว่ นท้องถิ่น หรอื องคก์ รอ่ืนของรัฐทเี่ ป็นนติ ิบุคคล ผลหรอื อาจมผี ลกระทบตอ่ สทิ ธิและเสรภี าพของตน ทง้ั น้ี ตามที่ เพื่อให้ปฏบิ ัตหิ น้าทตี่ ามบทบญั ญตั นิ ้ี ยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครอง กฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมสี ิทธิมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการ พิจารณาของเจ้าหนา้ ท่ีของรัฐในการปฏิบัตริ าชการทางปกครองอนั มี ผลหรอื อาจมผี ลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของตน ส่วนที่ ๑๑ เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม มาตรา ๔๔ บคุ คลยอ่ มมเี สรภี าพในการชุมนุมโดยสงบและ มาตรา ๖๓ ตรงกบั บทบญั ญัตใิ นมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนญู มาตรา ๔๔ บุคคลยอ่ มมีเสรภี าพในการชุมนมุ โดยสงบและ ปราศจากอาวธุ แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ปราศจากอาวุธ การจากดั เสรภี าพตามวรรคหนึง่ จะกระทามไิ ด้ เวน้ แต่โดยอาศยั การจากัดเสรภี าพตามวรรคหนง่ึ จะกระทามไิ ด้ เว้นแต่โดยอาศัย อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนมุ อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมายท่ีตราขึ้นเพือ่ รกั ษาความม่ันคงของ สาธารณะ และเพือ่ คุม้ ครองความสะดวกของประชาชนทจี่ ะใชท้ ่ี รฐั ความปลอดภยั สาธารณะ ความสงบเรยี บรอ้ ยหรอื ศีลธรรมอนั ดี สาธารณะ หรอื เพ่อื รักษาความสงบเรยี บรอ้ ยในระหว่างเวลาที่ ของประชาชน หรอื เพ่ือคมุ้ ครองสทิ ธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ประเทศอยู่ในภาวะการสงคราม หรือในระหวา่ งเวลาทีม่ ปี ระกาศ สถานการณฉ์ ุกเฉินหรอื ประกาศใชก้ ฎอยั การศึก มาตรา ๔๗ บุคคลยอ่ มมเี สรภี าพในการรวมกนั จดั ตั้งเป็น มาตรา ๖๕ ตรงกบั บทบญั ญัตใิ นมาตรา ๔๗ ของรฐั ธรรมนญู มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจดั ตัง้ พรรคการเมอื งเพ่อื สรา้ งเจตนารมณท์ างการเมืองของประชาชนและ แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ พรรคการเมอื งตามวถิ ที างการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี เพ่ือดาเนนิ กิจการในทางการเมอื งให้เป็นไปตามเจตนารมณน์ ้นั พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข ตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ ตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ กฎหมายตามวรรคหน่ึงอย่างนอ้ ยตอ้ งมบี ทบัญญตั เิ กย่ี วกับ ทรงเป็นประมขุ ตามท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนูญน้ี การบริหารพรรคการเมืองซงึ่ ตอ้ งกาหนดให้เปน็ ไปโดยเปดิ เผยและ ตรวจสอบได้ เปดิ โอกาสให้สมาชกิ มีส่วนรว่ มอย่างกว้างขวางใน
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ๑๘ นาถะ ดวงวิชยั ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ัดทา การจัดองค์กรภายใน การดาเนินกจิ การ และข้อบงั คับของ พรรคการเมือง ตอ้ งสอดคลอ้ งกับหลักการพ้นื ฐานของการปกครอง รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข การกาหนดนโยบายและการส่งผสู้ มัครรบั เลอื กต้งั และกาหนดมาตรการ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรซึง่ เปน็ สมาชิกของพรรคการเมือง ให้สามารถดาเนินการโดยอิสระไม่ถกู ครอบงาหรอื ช้นี าโดยบุคคลซง่ึ มิได้ กรรมการบรหิ ารของพรรคการเมอื ง หรือสมาชิกพรรคการเมอื งตาม เปน็ สมาชกิ ของพรรคการเมอื งน้นั รวมทั้งมาตรการกากบั ดูแลมิให้ จานวนท่ีกาหนดในกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยพรรค สมาชกิ ของพรรคการเมืองกระทาการอนั เป็นการฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏิบตั ิ การเมอื ง ซง่ึ เห็นวา่ มติหรอื ข้อบังคบั ในเรอื่ งใดของพรรคการเมอื งที่ตน ตามกฎหมายเกย่ี วกับการเลือกต้งั เป็นสมาชกิ อยนู่ ้นั จะขัดตอ่ สถานะและการปฏิบตั หิ นา้ ทีข่ อง สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนญู นี้ หรอื ขดั หรอื แย้งกับ มาตรา ๖๑ สิทธิของบุคคลซงึ่ เปน็ ผบู้ รโิ ภคยอ่ มไดร้ ับ มาตรา ๔๖ สิทธขิ องผู้บรโิ ภคย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครอง หลักการพืน้ ฐานแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มี ความคุ้มครอง ในการไดร้ บั ข้อมูลท่ีเป็นความจรงิ และมสี ิทธิ บุคคลยอ่ มมีสทิ ธิรวมกนั จัดต้งั องค์กรของผูบ้ รโิ ภคเพื่อค้มุ ครอง พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข มีสทิ ธิรอ้ งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ รอ้ งเรยี นเพ่อื ให้ไดร้ ับการแกไ้ ขเยยี วยาความเสียหาย รวมท้งั มีสทิ ธิ และพทิ กั ษ์สิทธิของผู้บรโิ ภค พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั รวมตัวกันเพ่ือพิทักษ์สทิ ธิของผู้บรโิ ภค องค์กรของผู้บรโิ ภคตามวรรคสองมีสทิ ธริ วมกันจดั ตั้งเปน็ องค์กร ทมี่ ีความเป็นอิสระเพอ่ื ให้เกดิ พลังในการคุ้มครองและพทิ กั ษ์สทิ ธิของ ในกรณที ่ีศาลรฐั ธรรมนญู วินจิ ฉัยวา่ มตหิ รอื ขอ้ บงั คับดงั กลา่ ว ให้มีองค์การเพื่อการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคท่เี ปน็ อิสระจากหน่วยงาน ผบู้ ริโภคโดยได้รบั การสนบั สนุนจากรัฐ ทัง้ นี้ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการ ขัดหรอื แย้งกับหลักการพ้นื ฐานแหง่ การปกครองในระบอบ ของรัฐ ซ่งึ ประกอบด้วยตวั แทนผบู้ ริโภค ทาหน้าที่ให้ความเหน็ เพอ่ื จดั ต้งั อานาจในการเป็นตวั แทนของผบู้ รโิ ภค และการสนบั สนนุ ดา้ น ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข ให้มตหิ รอื ประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังคับใช้ การเงนิ จากรัฐ ให้เป็นไปตามทีก่ ฎหมายบญั ญัติ ข้อบังคบั นน้ั เปน็ อันยกเลกิ ไป กฎหมายและกฎ และใหค้ วามเห็นในการกาหนดมาตรการตา่ ง ๆ เพื่อ คมุ้ ครองผบู้ ริโภค รวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทาหรอื ละเลย มาตรา ๕๗ สิทธิของบุคคลซึ่งเปน็ ผ้บู รโิ ภคย่อมไดร้ บั การกระทาอันเป็นการคุม้ ครองผู้บริโภค ทั้งนี้ ใหร้ ฐั สนบั สนุน ความคมุ้ ครอง ทง้ั นี้ ตามทก่ี ฎหมายบัญญตั ิ งบประมาณในการดาเนินการขององคก์ ารอิสระดงั กล่าวด้วย กฎหมายตามวรรคหน่งึ ตอ้ งบัญญตั ิใหม้ อี งคก์ ารอิสระซ่ึง ส่วนที่ ๙ ประกอบดว้ ยตัวแทนผ้บู รโิ ภคทาหนา้ ท่ีใหค้ วามเห็นในการตรากฎหมาย สิทธใิ นการได้รบั บรกิ ารสาธารณสุขและสวสั ดกิ ารจากรฐั กฎ และขอ้ บงั คับ และใหค้ วามเหน็ ในการกาหนดมาตรการต่าง ๆ เพอ่ื คุม้ ครองผ้บู ริโภค
๑๙ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ บุคคลย่อมมสี ทิ ธิเสมอกนั ในการรับบริการทาง มาตรา ๕๑ บคุ คลยอ่ มมสี ิทธิเสมอกนั ในการรบั บรกิ ารทาง มาตรา ๔๗ บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธไิ ด้รบั บรกิ ารสาธารณสุขของรฐั สาธารณสขุ ทไี่ ด้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มสี ิทธไิ ดร้ ับการรักษาพยาบาล จากสถานบริการสาธารณสขุ ของรฐั โดยไมเ่ สียคา่ ใช้จ่าย ทงั้ น้ี ตามท่ี สาธารณสขุ ทเ่ี หมาะสมและไดม้ าตรฐาน และผยู้ ากไรม้ ีสทิ ธไิ ดร้ บั บุคคลผยู้ ากไร้ยอ่ มมสี ิทธิไดร้ ับบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั โดย กฎหมายบญั ญตั ิ การรกั ษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย ไม่เสียค่าใช้จ่ายตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ การบริการทางสาธารณสุขของรัฐตอ้ งเปน็ ไปอย่างท่วั ถึงและมี ประสิทธภิ าพ โดยจะต้องส่งเสรมิ ให้องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินและ บคุ คลย่อมมสี ทิ ธิไดร้ ับการบริการสาธารณสุขจากรฐั ซง่ึ ตอ้ ง บคุ คลย่อมมสี ทิ ธไิ ด้รับการป้องกนั และขจดั โรคติดตอ่ อันตราย เอกชนมีสว่ นรว่ มดว้ ยเท่าทีจ่ ะกระทาได้ เป็นไปอยา่ งท่วั ถึงและมีประสทิ ธิภาพ จากรฐั โดยไมเ่ สยี คา่ ใช้จ่าย การปอ้ งกันและขจดั โรคติดต่ออันตราย รฐั ต้องจัดใหแ้ ก่ประชาชน โดยไม่คดิ มลู คา่ และทนั ต่อเหตกุ ารณ์ ทั้งนี้ ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ บคุ คลย่อมมสี ิทธไิ ด้รบั การปอ้ งกันและขจดั โรคติดต่ออันตรายจาก มาตรา ๕๔ บคุ คลซ่งึ มีอายเุ กินหกสิบปบี รบิ รู ณแ์ ละไม่มรี ายได้ รฐั อยา่ งเหมาะสมโดยไม่เสยี คา่ ใช้จ่ายและทันตอ่ เหตกุ ารณ์ เพยี งพอแกก่ ารยงั ชีพ มสี ทิ ธไิ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื อนื่ จากรัฐ ทง้ั น้ี ตามที่กฎหมายบญั ญัติ มาตรา ๕๓ บคุ คลซ่ึงมีอายุเกนิ หกสบิ ปบี ริบรู ณแ์ ละไมม่ รี ายได้ มาตรา ๔๘ สิทธิของมารดาในชว่ งระหว่างก่อนและหลงั มาตรา ๖๓ บุคคลจะใช้สิทธแิ ละเสรภี าพตามรฐั ธรรมนูญเพือ่ เพยี งพอแก่การยังชีพ มสี ิทธิไดร้ ับสวสั ดกิ าร สิ่งอานวยความสะดวกอัน การคลอดบุตรยอ่ มได้รับความคมุ้ ครองและชว่ ยเหลือตามที่กฎหมาย ล้มลา้ งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรง เป็นประมุขตามรฐั ธรรมนูญน้ี หรอื เพอ่ื ให้ได้มาซงึ่ อานาจใน เป็นสาธารณะอยา่ งสมศักดศ์ิ รี และความช่วยเหลอื ท่ีเหมาะสมจากรัฐ บัญญัติ การปกครองประเทศโดยวธิ ีการซึ่งมิไดเ้ ป็นไปตามวิถที างทบี่ ญั ญตั ิไว้ ในรัฐธรรมนญู น้ี มไิ ด้ มาตรา ๕๕ บุคคลซง่ึ ไร้ทอี่ ยู่อาศยั และไม่มีรายได้เพียงพอแก่ บคุ คลซ่ึงมอี ายเุ กนิ หกสบิ ปแี ละไมม่ ีรายได้เพียงพอแก่การยงั ชพี ในกรณที ี่บคุ คลหรือพรรคการเมืองใดกระทาการตามวรรคหน่ึง การยังชีพ ย่อมมสี ทิ ธิได้รบั ความช่วยเหลอื ที่เหมาะสมจากรฐั และบุคคลผยู้ ากไร้ ยอ่ มมสี ทิ ธิไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื ทเ่ี หมาะสมจากรฐั ผรู้ เู้ หน็ การกระทาดงั กล่าวย่อมมสี ทิ ธเิ สนอเร่ืองให้อัยการสงู สดุ ตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ และยนื่ คารอ้ งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินจิ ฉยั ตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ สง่ั การให้เลกิ การกระทาดังกลา่ ว แต่ทง้ั นี้ ไมก่ ระทบกระเทือน การดาเนินคดอี าญาตอ่ ผกู้ ระทาการดงั กลา่ ว ส่วนที่ ๑๓ สทิ ธิพิทกั ษร์ ัฐธรรมนญู มาตรา ๖๘ บคุ คลจะใช้สทิ ธิและเสรภี าพตามรัฐธรรมนูญเพือ่ มาตรา ๔๙ บุคคลจะใช้สิทธหิ รือเสรภี าพเพอ่ื ลม้ ล้าง ลม้ ลา้ งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รง การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ เปน็ ประมขุ ตามรัฐธรรมนูญน้ี หรอื เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซ่งึ อานาจใน ประมุขมไิ ด้ การปกครองประเทศโดยวธิ กี ารซ่ึงมิไดเ้ ปน็ ไปตามวิถที างท่ีบัญญตั ไิ ว้ ผูใ้ ดทราบวา่ มกี ารกระทาตามวรรคหน่ึง ยอ่ มมีสิทธิร้องตอ่ ในรัฐธรรมนญู น้ี มิได้ อยั การสงู สดุ เพอื่ รอ้ งขอให้ศาลรัฐธรรมนญู วนิ จิ ฉัยสงั่ การให้เลิก ในกรณที ่ีบุคคลหรือพรรคการเมอื งใดกระทาการตาม การกระทาดงั กลา่ วได้ วรรคหน่ึง ผ้ทู ราบการกระทาดงั กล่าวย่อมมสี ิทธิเสนอเร่อื งใหอ้ ัยการ ในกรณีท่อี ยั การสงู สดุ มคี าส่ังไมร่ ับดาเนนิ การตามทร่ี ้องขอ สูงสุดตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ และย่ืนคารอ้ งขอใหศ้ าลรฐั ธรรมนญู หรอื ไมด่ าเนินการภายในสิบหา้ วันนับแตว่ นั ทไ่ี ดร้ ับคารอ้ งขอ ผรู้ อ้ งขอ วินจิ ฉยั สั่งการใหเ้ ลิกการกระทาดังกล่าว แต่ทงั้ น้ี ไม่กระทบ จะย่นื คาร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญกไ็ ด้ กระเทอื นการดาเนินคดอี าญาต่อผกู้ ระทาการดงั กลา่ ว การดาเนินการตามมาตราน้ีไมก่ ระทบต่อการดาเนินคดอี าญาต่อ ผู้กระทาการตามวรรคหน่ึง
๒๐ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ในกรณีทศ่ี าลรัฐธรรมนูญวนิ จิ ฉยั สงั่ การให้พรรคการเมืองใดเลิก ในกรณที ่ศี าลรัฐธรรมนญู วนิ จิ ฉัยสงั่ การให้พรรคการเมอื งใด กระทาการตามวรรคสอง ศาลรฐั ธรรมนญู อาจส่งั ยุบพรรคการเมือง เลกิ กระทาการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจส่ังยบุ พรรค ดังกล่าวได้ การเมืองดงั กล่าวได้ ในกรณที ี่ศาลรฐั ธรรมนูญมีคาส่งั ยุบพรรคการเมืองตามวรรคสาม ให้เพิกถอนสิทธิเลอื กตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการ บรหิ ารของพรรคการเมอื งทีถ่ ูกยุบในขณะทีก่ ระทาความผดิ ตาม วรรคหนง่ึ เป็นระยะเวลาห้าปนี ับแต่วันที่ศาลรฐั ธรรมนญู มีคาสง่ั ดังกลา่ ว มาตรา ๖๕ บุคคลย่อมมีสทิ ธติ ่อตา้ นโดยสนั ติวิธซี ึง่ การกระทา มาตรา ๖๙ ตรงกับบทบัญญตั ิในมาตรา ๖๕ ของรัฐธรรมนญู ใด ๆ ที่เปน็ ไปเพ่อื ให้ไดม้ าซง่ึ อานาจในการปกครองประเทศโดย แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ วิธีการซึ่งมิไดเ้ ป็นไปตามวิถที างทบี่ ัญญตั ไิ วใ้ นรฐั ธรรมนญู น้ี หมวด ๔ ไมม่ ีการแก้ไข หมวด ๔ หนา้ ทขี่ องชนชาวไทย หน้าที่ของปวงชนชาวไทย มาตรา ๖๖ บุคคลมหี น้าท่รี กั ษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา มาตรา ๗๐ บคุ คลมหี นา้ ท่พี ทิ ักษร์ ักษาไว้ซง่ึ ชาติ ศาสนา มาตรา ๕๐ บุคคลมีหน้าท่ี ดังตอ่ ไปน้ี พระมหากษตั ริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั รยิ ์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี (๑) พิทกั ษ์รักษาไว้ซ่ึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ และ พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ ตามรัฐธรรมนญู นี้ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ ตามรฐั ธรรมนญู น้ี การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ มาตรา ๖๗ บคุ คลมีหนา้ ทีป่ ฏบิ ัตติ ามกฎหมาย มาตรา ๗๑ บคุ คลมีหน้าทีป่ ้องกันประเทศ รักษาผลประโยชน์ ประมุข มาตรา ๖๘ บุคคลมหี น้าทไ่ี ปใชส้ ทิ ธเิ ลือกตัง้ ของชาติ และปฏิบตั ิตามกฎหมาย (๒) ปอ้ งกันประเทศ พิทกั ษร์ ักษาเกยี รตภิ มู ิ ผลประโยชน์ของ บคุ คลซง่ึ ไม่ไปเลอื กตัง้ โดยไม่แจ้งเหตอุ ันสมควรท่ีทาใหไ้ มอ่ าจไป มาตรา ๗๒ บคุ คลมหี น้าท่ไี ปใช้สทิ ธเิ ลอื กตัง้ ชาติ และสาธารณสมบตั ขิ องแผ่นดิน รวมท้ังให้ความร่วมมอื ใน เลอื กตง้ั ได้ย่อมเสยี สทิ ธติ ามท่ีกฎหมายบัญญัติ บุคคลซ่ึงไปใช้สิทธหิ รอื ไมไ่ ปใช้สิทธิโดยไมแ่ จง้ เหตุอนั สมควรท่ี การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั การแจ้งเหตุท่ที าใหไ้ มอ่ าจไปเลือกตง้ั และการอานวย ทาใหไ้ ม่อาจไปใช้สทิ ธไิ ด้ ย่อมไดร้ บั สิทธหิ รอื เสียสทิ ธติ ามทก่ี ฎหมาย (๓) ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายอยา่ งเคร่งครดั ความสะดวกในการไปเลือกต้งั ใหเ้ ป็นไปตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ บัญญตั ิ (๔) เขา้ รับการศกึ ษาอบรมในการศกึ ษาภาคบังคับ มาตรา ๖๙ บคุ คลมีหน้าทป่ี ้องกนั ประเทศ รบั ราชการทหาร การแจ้งเหตุท่ที าใหไ้ มอ่ าจไปเลอื กตง้ั และการอานวย (๕) รบั ราชการทหารตามท่ีกฎหมายบัญญตั ิ เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รบั การศึกษาอบรม พทิ ักษ์ ปกป้อง ความสะดวกในการไปเลือกต้ัง ให้เปน็ ไปตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ (๖) เคารพและไม่ละเมดิ สิทธิและเสรภี าพของบุคคลอ่ืน และ และสบื สานศลิ ปวัฒนธรรมของชาตแิ ละภูมิปญั ญาท้องถ่นิ และ มาตรา ๗๓ บคุ คลมหี นา้ ทรี่ บั ราชการทหาร ชว่ ยเหลอื ใน ไมก่ ระทาการใดที่อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความแตกแยกหรือเกลยี ดชงั ในสังคม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ทั้งน้ี ตามท่กี ฎหมาย การป้องกันและบรรเทาภยั พบิ ตั สิ าธารณะ เสยี ภาษีอากร ช่วยเหลือ (๗) ไปใช้สิทธิเลอื กต้งั หรอื ลงประชามตอิ ย่างอิสระโดยคานงึ ถงึ บญั ญตั ิ ราชการ รบั การศึกษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อง และสบื สานศิลปวัฒนธรรม ประโยชนส์ ว่ นรวมของประเทศเปน็ สาคญั ของชาตแิ ละภูมิปัญญาท้องถนิ่ และอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ท้งั นี้ ตามทก่ี ฎหมายบัญญัติ
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๒๑ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ัดทา มาตรา ๗๐ บุคคลผเู้ ป็นขา้ ราชการ พนักงาน หรอื ลกู จา้ งของ หน่วยราชการ หนว่ ยงานของรัฐ หรือรฐั วิสาหกจิ หรือของราชการ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท้องถิ่น และเจ้าหนา้ ท่ีอน่ื ของรฐั มหี น้าทีด่ าเนินการใหเ้ ปน็ ไป ตามกฎหมายเพอื่ รกั ษาประโยชนส์ ว่ นรวม อานวยความสะดวก และ (๘) ร่วมมือและสนบั สนนุ การอนรุ กั ษ์และคุ้มครองสิง่ แวดลอ้ ม ให้บริการแกป่ ระชาชน ทรพั ยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมท้ังมรดกทาง วัฒนธรรม ในการปฏบิ ัติหนา้ ท่แี ละในการปฏบิ ตั ิการอ่นื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ ประชาชน บคุ คลตามวรรคหนึ่งตอ้ งวางตนเปน็ กลางทางการเมอื ง (๙) เสยี ภาษีอากรตามท่กี ฎหมายบัญญัติ (๑๐) ไม่รว่ มมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมชิ อบ ในกรณีทีบ่ ุคคลตามวรรคหนงึ่ ละเลยหรือไม่ปฏบิ ัตใิ ห้เป็นไปตาม ทกุ รูปแบบ หน้าท่ีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง บคุ คลผูม้ สี ่วนได้เสยี ย่อมมสี ทิ ธิ ขอให้บคุ คลตามวรรคหน่ึงหรือผู้บงั คับบญั ชาของบคุ คลดังกลา่ วชแี้ จง มาตรา ๗๔ บุคคลผู้เปน็ ข้าราชการ พนักงาน ลกู จา้ งของ แสดงเหตผุ ล และขอใหด้ าเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามบทบญั ญตั ใิ น หนว่ ยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรอื เจา้ หน้าทอ่ี ืน่ ของ วรรคหนง่ึ หรือวรรคสองได้ รัฐ มหี น้าท่ดี าเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายเพื่อรกั ษาประโยชน์ ส่วนรวม อานวยความสะดวก และใหบ้ ริการแก่ประชาชนตาม หลกั ธรรมาภิบาลของการบริหารกจิ การบ้านเมืองท่ีดี ในการปฏิบัตหิ นา้ ทแ่ี ละในการปฏบิ ตั ิการอนื่ ท่เี กีย่ วข้องกบั ประชาชน บุคคลตามวรรคหน่งึ ตอ้ งวางตนเป็นกลางทางการเมอื ง ในกรณที บี่ ุคคลตามวรรคหนง่ึ ละเลยหรือไมป่ ฏบิ ัติใหเ้ ปน็ ไป ตามหนา้ ทตี่ ามวรรคหนึง่ หรือวรรคสอง บคุ คลผมู้ ีสว่ นไดเ้ สียย่อมมี สิทธิขอให้บคุ คลตามวรรคหน่ึง หรอื ผบู้ ังคับบัญชาของบคุ คล ดงั กล่าว ชีแ้ จง แสดงเหตผุ ล และขอให้ดาเนินการให้เปน็ ไปตาม บทบญั ญตั ิในวรรคหน่ึงหรอื วรรคสองได้ หมวด ๕ หนา้ ที่ของรฐั มาตรา ๕๑ การใดทีร่ ฐั ธรรมนญู บัญญัตใิ หเ้ ป็นหน้าที่ของรฐั ตามหมวดน้ี ถ้าการน้ันเปน็ การทาเพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กป่ ระชาชน โดยตรง ย่อมเป็นสทิ ธขิ องประชาชนและชุมชนท่จี ะติดตามและเร่งรดั ใหร้ ฐั ดาเนินการ รวมตลอดท้ังฟอ้ งร้องหน่วยงานของรฐั ท่เี ก่ียวขอ้ งเพอ่ื จดั ให้ประชาชนหรอื ชมุ ชนได้รับประโยชนน์ ั้นตามหลักเกณฑแ์ ละ วธิ ีการท่ีกฎหมายบัญญตั ิ หมวด ๕ ส่วนที่ ๒ แนวนโยบายพ้นื ฐานแหงรัฐ แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ
๒๒ นาถะ ดวงวชิ ัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๑ รฐั ต้องพิทักษร์ กั ษาไว้ซึ่งสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ มาตรา ๗๗ รฐั ตอ้ งพิทักษ์รักษาไว้ซึง่ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ มาตรา ๕๒ รฐั ตอ้ งพทิ ักษร์ ักษาไว้ซงึ่ สถาบันพระมหา เอกราชและบรู ณภาพแห่งอาณาเขต เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแหง่ เขตอานาจรัฐ และตอ้ งจดั ใหม้ ี กษตั รยิ ์ เอกราช อธปิ ไตย บูรณภาพแหง่ อาณาเขตและเขตทีป่ ระเทศ มาตรา ๗๒ รัฐตอ้ งจดั ให้มกี าลงั ทหารไวเ้ พอ่ื พทิ ักษร์ กั ษา กาลงั ทหาร อาวธุ ยทุ โธปกรณ์ และเทคโนโลยที ่ที นั สมยั จาเปน็ และ ไทยมสี ิทธอิ ธปิ ไตย เกยี รตภิ มู แิ ละผลประโยชนข์ องชาติ ความมัน่ คง เอกราช ความมนั่ คงของรัฐ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ผลประโยชน์ เพียงพอ เพ่ือพทิ ักษ์รกั ษาเอกราช อธิปไตย ความม่นั คงของรัฐ ของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพอ่ื ประโยชนแ์ ห่ง แหง่ ชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ผลประโยชน์แหง่ ชาติ และการปกครอง การนี้ รัฐต้องจดั ใหม้ ีการทหาร การทตู และการขา่ วกรองท่ีมี ทรงเปน็ ประมขุ และเพอ่ื การพัฒนาประเทศ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข และเพ่ือ ประสทิ ธภิ าพ การพฒั นาประเทศ กาลงั ทหารให้ใชเ้ พ่ือประโยชนใ์ นการพฒั นาประเทศดว้ ย สว่ นที่ ๕ แนวนโยบายดา้ นกฎหมายและการยตุ ิธรรม มาตรา ๗๕ วรรคหนึ่ง รัฐต้องดูแลใหม้ กี ารปฏิบตั ติ าม มาตรา ๘๑ รฐั ตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ นกฎหมาย มาตรา ๕๓ รฐั ตอ้ งดูแลให้มกี ารปฏบิ ัติตามและบงั คับใช้ กฎหมาย คมุ้ ครองสทิ ธิและเสรภี าพของบุคคล จัดระบบงานของ และการยตุ ธิ รรม ดังต่อไปนี้ กฎหมายอย่างเครง่ ครดั กระบวนการยตุ ิธรรมให้มีประสทิ ธภิ าพและอานวยความยตุ ิธรรมแก่ (๑) ดแู ลใหม้ กี ารปฏิบตั ิและบงั คบั การให้เปน็ ไปตามกฎหมาย ประชาชนอยา่ งรวดเรว็ และเทา่ เทยี มกัน รวมทงั้ จดั ระบบงานราชการ อยา่ งถูกตอ้ ง รวดเร็ว เปน็ ธรรม และท่ัวถงึ ส่งเสริมการใหค้ วามช่วยเหลอื และงานของรฐั อยา่ งอื่นใหม้ ีประสทิ ธิภาพเพื่อตอบสนองความตอ้ งการ และให้ความรูท้ างกฎหมายแก่ประชาชน และจัดระบบงานราชการและ ของประชาชน งานของรัฐอยา่ งอน่ื ในกระบวนการยตุ ธิ รรมใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ โดยให้ ประชาชนและองค์กรวชิ าชีพมีส่วนรว่ มในกระบวนการยตุ ธิ รรม และ การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ส่วนท่ี ๘ สทิ ธแิ ละเสรีภาพในการศกึ ษา มาตรา ๔๓ บคุ คลย่อมมสี ิทธิเสมอกนั ในการรบั การศึกษา มาตรา ๔๙ บุคคลยอ่ มมีสิทธิเสมอกันในการรบั การศกึ ษา มาตรา ๕๔ รฐั ต้องดาเนินการใหเ้ ดก็ ทุกคนไดร้ บั การศกึ ษา ขน้ั พื้นฐานไมน่ ้อยกวา่ สบิ สองปที ร่ี ฐั จะต้องจดั ให้อย่างท่วั ถึงและมี ไมน่ ้อยกวา่ สบิ สองปที ร่ี ฐั จะตอ้ งจดั ใหอ้ ยา่ งท่วั ถึงและมีคณุ ภาพ เปน็ เวลาสิบสองปีต้งั แตก่ อ่ นวยั เรยี นจนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั อย่างมี คุณภาพโดยไมเ่ กบ็ ค่าใชจ้ า่ ย โดยไมเ่ กบ็ ค่าใช้จ่าย คณุ ภาพโดยไมเ่ กบ็ คา่ ใช้จา่ ย การจัดการศึกษาอบรมของรฐั ต้องคานงึ ถึงการมสี ่วนรว่ มของ ผู้ยากไร้ ผ้พู กิ ารหรอื ทุพพลภาพ หรอื ผอู้ ยใู่ นสภาวะยากลาบาก รัฐต้องดาเนินการให้เดก็ เล็กได้รบั การดแู ลและพัฒนากอ่ นเขา้ องคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และเอกชน ท้งั นี้ ตามท่ีกฎหมายบัญญตั ิ ต้องไดร้ บั สิทธติ ามวรรคหน่งึ และการสนบั สนนุ จากรฐั เพื่อให้ได้รับ รับการศกึ ษาตามวรรคหนง่ึ เพอื่ พฒั นารา่ งกาย จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ การจดั การศกึ ษาอบรมขององคก์ รวิชาชพี และเอกชนภายใต้ การศกึ ษาโดยทดั เทยี มกบั บุคคลอนื่ สงั คม และสตปิ ญั ญาใหส้ มกบั วยั โดยสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหอ้ งค์กร การกากบั ดแู ลของรฐั ยอ่ มไดร้ ับความคุม้ ครอง ทั้งน้ี ตามท่ีกฎหมาย การจดั การศกึ ษาอบรมขององคก์ รวิชาชีพหรอื เอกชน ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ และภาคเอกชนเขา้ มีส่วนร่วมในการดาเนินการ บัญญัติ การศกึ ษาทางเลอื กของประชาชน การเรียนรดู้ ้วยตนเอง และ ด้วย การเรยี นรู้ตลอดชีวติ ยอ่ มไดร้ ับความคุม้ ครองและส่งเสรมิ ที่ รัฐต้องดาเนินการให้ประชาชนได้รบั การศึกษาตาม เหมาะสมจากรฐั ความตอ้ งการในระบบต่าง ๆ รวมทง้ั ส่งเสริมใหม้ กี ารเรียนรตู้ ลอดชวี ติ
๒๓ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๘๐ รัฐต้องคมุ้ ครองและพัฒนาเดก็ และเยาวชน มาตรา ๘๐ รัฐตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านสงั คม และจัดใหม้ กี ารรว่ มมอื กันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ และ ส่งเสรมิ ความเสมอภาคของหญิงและชาย เสรมิ สร้างและพัฒนา การสาธารณสุข การศึกษา และวฒั นธรรม ดงั ต่อไปนี้ ภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรฐั มีหนา้ ที่ดาเนนิ การ ความเป็นปึกแผ่นของครอบครวั และความเขม้ แข็งของชมุ ชน (๑) คุ้มครองและพฒั นาเดก็ และเยาวชน สนบั สนุนการอบรม กากบั สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ ใหก้ ารจัดการศกึ ษาดงั กลา่ วมีคณุ ภาพ รฐั ตอ้ งสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผ้พู กิ ารหรอื ทุพพลภาพและ เลยี้ งดแู ละให้การศึกษาปฐมวยั สง่ เสรมิ ความเสมอภาคของหญิงและ และไดม้ าตรฐานสากล ทัง้ น้ี ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแห่งชาติซ่งึ ผู้ดอ้ ยโอกาสใหม้ ีคณุ ภาพชีวิตทด่ี แี ละพ่ึงตนเองได้ ชาย เสรมิ สรา้ งและพัฒนาความเป็นปึกแผน่ ของสถาบันครอบครัวและ อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีบทบัญญตั เิ กย่ี วกบั การจดั ทาแผนการศึกษาแห่งชาติ มาตรา ๘๑ รฐั ต้องจัดการศึกษาอบรมและสนบั สนุนใหเ้ อกชน ชุมชน รวมท้งั ต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดกิ ารให้แกผ่ ้สู ูงอายุ ผยู้ ากไร้ และการดาเนนิ การและตรวจสอบการดาเนนิ การให้เป็นไปตาม จัดการศกึ ษาอบรมให้เกดิ ความรคู้ คู่ ณุ ธรรม จัดใหม้ กี ฎหมายเกี่ยวกบั ผ้พู ิการหรือทุพพลภาพ และผ้อู ยู่ในสภาวะยากลาบาก ใหม้ ีคณุ ภาพ แผนการศึกษาแห่งชาตดิ ว้ ย การศกึ ษาแห่งชาติ ปรับปรงุ การศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกบั ความเปลย่ี น ชีวิตท่ีดขี ้ึนและพงึ่ พาตนเองได้ การศึกษาทง้ั ปวงต้องมุ่งพฒั นาผเู้ รยี นให้เป็นคนดี มวี ินัย ภูมใิ จ แปลงทางเศรษฐกิจและสังคม สรา้ งเสรมิ ความรูแ้ ละปลกู ฝังจติ สานกึ ท่ี (๓) พัฒนาคณุ ภาพและมาตรฐานการจัดการศกึ ษาในทกุ ระดบั และ ในชาติ สามารถเช่ียวชาญไดต้ ามความถนัดของตน และมี ถกู ต้องเกี่ยวกับการเมอื งการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี ทุกรูปแบบใหส้ อดคล้องกับความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คม ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ สนบั สนุนการค้นควา้ วจิ ัยในศิลป จดั ใหม้ ีแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ กฎหมายเพ่อื พฒั นาการศึกษาของชาติ ในการดาเนินการใหเ้ ด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตาม วิทยาการตา่ ง ๆ เรง่ รัดพัฒนาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยเี พือ่ จัดให้มีการพัฒนาคณุ ภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้กา้ วหนา้ ทัน วรรคสอง หรือใหป้ ระชาชนไดร้ ับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐตอ้ ง การพฒั นาประเทศ พฒั นาวชิ าชพี ครู และสง่ เสริมภมู ปิ ัญญาท้องถิน่ การเปลยี่ นแปลงของสงั คมโลก รวมทงั้ ปลกู ฝงั ใหผ้ เู้ รียนมีจิตสานกึ ของ ดาเนนิ การใหผ้ ู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ไดร้ ับการสนับสนุนคา่ ใช้จา่ ยใน ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ความเป็นไทย มรี ะเบียบวินัย คานงึ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวม และยึดมน่ั ใน การศกึ ษาตามความถนัดของตน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข ใหจ้ ัดตงั้ กองทนุ เพือ่ ใชใ้ นการชว่ ยเหลือผขู้ าดแคลนทนุ ทรพั ย์ (๔) สง่ เสริมและสนับสนุนการกระจายอานาจเพ่อื ใหอ้ งคก์ ร เพ่ือลดความเหล่อื มลา้ ในการศึกษา และเพื่อเสรมิ สรา้ งและพฒั นา ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ชุมชน องคก์ ารทางศาสนา และเอกชน จดั และ คุณภาพและประสทิ ธิภาพครู โดยใหร้ ฐั จดั สรรงบประมาณใหแ้ กก่ องทุน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนามาตรฐานคณุ ภาพการศกึ ษา หรือใชม้ าตรการหรือกลไกทางภาษีรวมท้งั การให้ผูบ้ ริจาคทรพั ยส์ ินเขา้ ให้เทา่ เทียมและสอดคล้องกบั แนวนโยบายพนื้ ฐานแหง่ รัฐ กองทนุ ได้รบั ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษดี ว้ ย ทั้งน้ี ตามทกี่ ฎหมาย (๕) สง่ เสริมและสนบั สนุนการศกึ ษาวจิ ยั ในศิลปวทิ ยาการ บญั ญัติ ซ่ึงกฎหมายดังกลา่ วอย่างน้อยตอ้ งกาหนดให้การบรหิ าร แขนงต่าง ๆ และเผยแพร่ข้อมลู ผลการศกึ ษาวจิ ยั ท่ไี ดร้ ับทนุ จดั การกองทุนเปน็ อสิ ระและกาหนดให้มกี ารใช้จ่ายเงนิ กองทุนเพอื่ สนับสนนุ การศึกษาวจิ ยั จากรฐั บรรลุวตั ถปุ ระสงคด์ ังกลา่ ว (๖) ส่งเสริมและสนบั สนนุ ความรู้รกั สามคั คแี ละการเรยี นรู้ ปลูกจติ สานึก และเผยแพร่ศิลปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี มประเพณี ของชาติ ตลอดจนค่านิยมอนั ดีงามและภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น สว่ นที่ ๙ สิทธิในการได้รับบรกิ ารสาธารณสุขและสวัสดกิ ารจากรัฐ มาตรา ๕๒ บคุ คลย่อมมีสิทธเิ สมอกันในการรับบรกิ ารทาง มาตรา ๕๑ บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกนั ในการรับบริการทาง มาตรา ๕๕ รฐั ตอ้ งดาเนนิ การใหป้ ระชาชนไดร้ บั บริการ สาธารณสขุ ทไ่ี ดม้ าตรฐาน และผู้ยากไรม้ สี ทิ ธิได้รบั การรักษาพยาบาล สาธารณสุขที่เหมาะสมและไดม้ าตรฐาน และผู้ยากไรม้ สี ิทธไิ ดร้ บั สาธารณสขุ ท่มี ีประสิทธภิ าพอยา่ งทัว่ ถงึ เสรมิ สรา้ งใหป้ ระชาชนมี
๒๔ นาถะ ดวงวชิ ัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผูจ้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ จากสถานบริการสาธารณสุขของรฐั โดยไมเ่ สยี ค่าใช้จา่ ย ทัง้ น้ี ตามท่ี การรกั ษาพยาบาลจากสถานบริการสาธารณสขุ ของรฐั โดยไมเ่ สีย ความรพู้ น้ื ฐานเกีย่ วกับการสง่ เสรมิ สุขภาพและการป้องกันโรค และ กฎหมายบญั ญตั ิ คา่ ใช้จา่ ย ส่งเสริมสนบั สนนุ ให้มีการพฒั นาภมู ปิ ญั ญาด้านแพทยแ์ ผนไทยใหเ้ กดิ การบรกิ ารทางสาธารณสขุ ของรฐั ตอ้ งเปน็ ไปอย่างทวั่ ถึงและมี บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ ับการบรกิ ารสาธารณสขุ จากรฐั ซึ่งตอ้ งเป็นไป ประโยชนส์ ูงสุด ประสิทธภิ าพ โดยจะต้องส่งเสรมิ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและ อยา่ งทัว่ ถึงและมปี ระสิทธภิ าพ เอกชนมีสว่ นรว่ มดว้ ยเท่าทจ่ี ะกระทาได้ บคุ คลย่อมมสี ทิ ธไิ ด้รบั การป้องกันและขจดั โรคตดิ ตอ่ อนั ตรายจาก บริการสาธารณสุขตามวรรคหนึ่ง ต้องครอบคลมุ การส่งเสริม การปอ้ งกนั และขจดั โรคตดิ ตอ่ อันตราย รัฐต้องจดั ใหแ้ ก่ รฐั อยา่ งเหมาะสมโดยไม่เสียคา่ ใช้จา่ ยและทันต่อเหตกุ ารณ์ สขุ ภาพ การควบคมุ และปอ้ งกนั โรค การรกั ษาพยาบาล และการฟ้ืนฟู ประชาชนโดยไม่คดิ มลู ค่าและทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์ ท้งั นี้ ตามที่กฎหมาย มาตรา ๘๐ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม สขุ ภาพดว้ ย บัญญัติ การสาธารณสขุ การศึกษา และวฒั นธรรม ดังต่อไปน้ี รฐั ต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขใหม้ ีคณุ ภาพและมมี าตรฐาน มาตรา ๘๒ รัฐต้องจัดและส่งเสรมิ การสาธารณสขุ ให้ประชาชน (๒) สง่ เสรมิ สนับสนนุ และพัฒนาระบบสุขภาพท่ีเน้นการสร้าง สูงขึน้ อยา่ งต่อเนอื่ ง ได้รบั บรกิ ารทไ่ี ดม้ าตรฐานและมปี ระสิทธิภาพอย่างท่ัวถงึ เสริมสขุ ภาพอันนาไปส่สู ขุ ภาวะทย่ี ั่งยนื ของประชาชน รวมท้ังจัดและ สง่ เสริมใหป้ ระชาชนไดร้ บั บรกิ ารสาธารณสขุ ท่มี ีมาตรฐานอย่างทวั่ ถึง และมีประสทิ ธภิ าพ และสง่ เสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนรว่ มใน การพัฒนาสุขภาพและการจดั บริการสาธารณสขุ โดยผมู้ หี นา้ ท่ี ใหบ้ ริการดงั กล่าวซงึ่ ได้ปฏิบตั หิ นา้ ทต่ี ามมาตรฐานวิชาชพี และจรยิ ธรรม ย่อมไดร้ ับความคุม้ ครองตามกฎหมาย มาตรา ๘๗ รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรโี ดยอาศยั มาตรา ๘๔ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ มาตรา ๕๖ รัฐต้องจดั หรือดาเนนิ การให้มีสาธารณปู โภค กลไกตลาด กากับดแู ลใหม้ ีการแขง่ ขนั อย่างเป็นธรรม คมุ้ ครอง ดังต่อไปน้ี ขน้ั พื้นฐานที่จาเปน็ ตอ่ การดารงชวี ิตของประชาชนอย่างท่ัวถึงตาม ผู้บริโภค และปอ้ งกันการผกู ขาดตดั ตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม (๑๐) จดั ให้มสี าธารณปู โภคข้นั พ้นื ฐานอันจาเป็นต่อการดารงชีวติ หลักการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน รวมทงั้ ยกเลกิ และละเวน้ การตรากฎหมายและกฎเกณฑท์ ่คี วบคมุ ของประชาชนเพื่อประโยชนใ์ นการรกั ษาความมนั่ คงของรัฐในทาง โครงสรา้ งหรอื โครงข่ายขน้ั พน้ื ฐานของกิจการสาธารณปู โภค ธุรกิจทไ่ี มส่ อดคล้องกบั ความจาเปน็ ทางเศรษฐกจิ และตอ้ งไม่ เศรษฐกจิ และตอ้ งมิใหส้ าธารณูปโภคข้ันพืน้ ฐานอันจาเป็นต่อ ขัน้ พน้ื ฐานของรฐั อนั จาเปน็ ต่อการดารงชีวติ ของประชาชนหรอื เพื่อ ประกอบกจิ การแขง่ ขนั กบั เอกชน เว้นแตม่ คี วามจาเป็นเพ่อื ประโยชน์ การดารงชีวิตของประชาชนอย่ใู นความผูกขาดของเอกชนอันอาจกอ่ ความมั่นคงของรฐั รฐั จะกระทาดว้ ยประการใดใหต้ กเป็นกรรมสทิ ธิ์ ในการรักษาความมน่ั คงของรัฐ รักษาผลประโยชน์สว่ นรวม หรอื ความเสยี หายแกร่ ฐั ของเอกชนหรือทาใหร้ ฐั เปน็ เจา้ ของนอ้ ยกวา่ ร้อยละหา้ สบิ เอด็ มไิ ด้ การจัดใหม้ ีการสาธารณูปโภค การจัดหรอื ดาเนนิ การให้มสี าธารณปู โภคตามวรรคหนึง่ หรอื วรรคสอง รัฐต้องดูแลมิใหม้ กี ารเรยี กเกบ็ คา่ บริการจนเปน็ ภาระแก่ ประชาชนเกนิ สมควร การนาสาธารณปู โภคของรัฐไปใหเ้ อกชนดาเนินการทางธุรกิจ ไมว่ ่าดว้ ยประการใด ๆ รฐั ต้องไดร้ บั ประโยชน์ตอบแทนอยา่ งเป็นธรรม โดยคานงึ ถึงการลงทนุ ของรฐั ประโยชน์ทร่ี ฐั และเอกชนจะไดร้ บั และ ค่าบรกิ ารทจ่ี ะเรยี กเก็บจากประชาชนประกอบกัน
๒๕ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผูจ้ ดั ทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่ี ๘ แนวนโยบายด้านทด่ี ิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม มาตรา ๘๑ รัฐต้องจดั การศึกษาอบรมและสนบั สนุนใหเ้ อกชน มาตรา ๘๐ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ นสังคม มาตรา ๕๗ รัฐตอ้ ง จัดการศกึ ษาอบรมใหเ้ กดิ ความรคู้ คู่ ณุ ธรรม จดั ใหม้ ีกฎหมายเก่ียวกบั การสาธารณสขุ การศกึ ษา และวัฒนธรรม ดังตอ่ ไปนี้ (๑) อนรุ ักษ์ ฟน้ื ฟู และสง่ เสริมภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น ศิลปะ การศกึ ษาแหง่ ชาติ ปรับปรงุ การศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกับ (๖) ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ความรรู้ กั สามัคคีและการเรยี นรู้ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม และจารีตประเพณอี ันดีงามของท้องถ่ิน ความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คม สรา้ งเสรมิ ความร้แู ละ ปลูกจติ สานกึ และเผยแพรศ่ ลิ ปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และของชาติ และจดั ให้มีพื้นที่สาธารณะสาหรับกจิ กรรมท่ีเกยี่ วขอ้ ง ปลกู ฝงั จิตสานกึ ท่ถี กู ตอ้ งเกย่ี วกับการเมืองการปกครองในระบอบ ของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงามและภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ รวมท้ังสง่ เสริมและสนับสนนุ ใหป้ ระชาชน ชมุ ชน และองคก์ รปกครอง ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ สนบั สนนุ มาตรา ๘๕ รฐั ตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านทดี่ นิ สว่ นท้องถนิ่ ได้ใช้สิทธแิ ละมสี ว่ นรว่ มในการดาเนนิ การดว้ ย การค้นควา้ วิจัยในศลิ ปวิทยาการตา่ ง ๆ เร่งรดั พัฒนาวทิ ยาศาสตร์และ ทรพั ยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี (๒) อนรุ ักษ์ คุ้มครอง บารุงรักษา ฟื้นฟู บรหิ ารจดั การ และใช้ เทคโนโลยีเพอื่ การพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชีพครู และส่งเสรมิ ภมู ิ (๑) กาหนดหลักเกณฑก์ ารใชท้ ่ีดินใหค้ รอบคลมุ ทั่วประเทศ โดยให้ หรอื จดั ใหม้ กี ารใชป้ ระโยชนจ์ ากทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อม และ ปญั ญาทอ้ งถิน่ ศลิ ปะและวัฒนธรรมของชาติ คานงึ ถงึ ความสอดคล้องกับสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ ท้ังผืนดนิ ผนื น้า ความหลากหลายทางชีวภาพ ใหเ้ กดิ ประโยชนอ์ ยา่ งสมดุลและย่ังยนื มาตรา ๗๙ รฐั ต้องสง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้ประชาชนมี วิถีชวี ติ ของชมุ ชนท้องถิ่น และการดแู ลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งมี โดยตอ้ งให้ประชาชนและชมุ ชนในทอ้ งถ่นิ ท่เี กี่ยวขอ้ งมีส่วนร่วม สว่ นร่วมในการสงวน บารงุ รักษา และใช้ประโยชน์จาก ประสทิ ธภิ าพ และกาหนดมาตรฐานการใช้ทีด่ นิ อยา่ งย่งั ยืน โดยต้องให้ ดาเนนิ การและไดร้ ับประโยชนจ์ ากการดาเนินการดงั กลา่ วดว้ ยตามที่ ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งสมดุล ประชาชนในพืน้ ท่ที ่ีไดร้ บั ผลกระทบจากหลักเกณฑก์ ารใชท้ ่ดี ินนั้น กฎหมายบญั ญตั ิ รวมทง้ั มสี ว่ นรว่ มในการส่งเสรมิ บารุงรักษา และคุ้มครองคณุ ภาพ มีส่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจด้วย สง่ิ แวดล้อมตามหลักการการพัฒนาที่ยง่ั ยืน ตลอดจนควบคมุ และ (๒) กระจายการถือครองทด่ี ินอย่างเป็นธรรมและดาเนนิ การ กาจดั ภาวะมลพษิ ที่มผี ลตอ่ สขุ ภาพอนามยั สวัสดิภาพ และคณุ ภาพ ให้เกษตรกรมกี รรมสิทธ์หิ รอื สิทธิในที่ดินเพ่อื ประกอบเกษตรกรรม ชวี ิตของประชาชน อยา่ งทว่ั ถึงโดยการปฏริ ปู ท่ดี นิ หรอื วิธีอืน่ รวมท้ังจดั หาแหล่งนา้ เพอ่ื ให้เกษตรกรมีนา้ ใช้อยา่ งพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร (๓) จดั ให้มกี ารวางผังเมือง พัฒนา และดาเนนิ การตามผงั เมือง อย่างมปี ระสิทธภิ าพและประสิทธิผล เพื่อประโยชนใ์ นการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (๔) จัดใหม้ ีแผนการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรนา้ และทรัพยากร ธรรมชาตอิ น่ื อย่างเปน็ ระบบและเกดิ ประโยชนต์ ่อสว่ นรวม ท้ังต้องให้ ประชาชนมสี ว่ นรว่ มในการสงวน บารงุ รกั ษา และใช้ประโยชนจ์ าก ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชวี ภาพอยา่ งสมดุล (๕) ส่งเสรมิ บารุงรกั ษา และคุ้มครองคุณภาพส่ิงแวดล้อมตาม หลกั การพัฒนาท่ีย่ังยืน ตลอดจนควบคมุ และกาจดั ภาวะมลพิษท่มี ีผล
๒๖ นาถะ ดวงวิชัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๙ บุคคลย่อมมสี ิทธไิ ด้รบั ข้อมูล คาชแ้ี จง และเหตุผล ตอ่ สขุ ภาพอนามยั สวสั ดิภาพ และคุณภาพชวี ติ ของประชาชน โดย จากหน่วยราชการ หนว่ ยงานของรฐั รัฐวิสาหกจิ หรือราชการส่วน ท้องถ่ิน กอ่ นการอนุญาตหรือการดาเนินโครงการ หรือกิจกรรมใด ประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ต้องมี ทอ่ี าจมผี ลกระทบต่อคณุ ภาพส่งิ แวดล้อม สุขภาพอนามยั คณุ ภาพ ชีวิต หรอื สว่ นได้เสยี สาคัญอ่นื ใดทเ่ี กีย่ วกบั ตนหรอื ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ และ ส่วนร่วมในการกาหนดแนวทางการดาเนินงาน มีสทิ ธิแสดงความคิดเห็นของตนในเรอ่ื งดงั กลา่ ว ทง้ั นี้ ตาม กระบวนการรบั ฟงั ความคดิ เห็นของประชาชนทก่ี ฎหมายบัญญัติ มาตรา ๘๖ รฐั ต้องดาเนนิ การตามแนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ มาตรา ๕๖ วรรคสอง การดาเนนิ โครงการหรือกิจกรรมท่อี าจ ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา และพลงั งาน ดงั ต่อไปนี้ ก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบอยา่ งรนุ แรงตอ่ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ มจะกระทามไิ ด้ เว้นแตจ่ ะไดศ้ กึ ษาและประเมนิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม (๒) ส่งเสริมการประดษิ ฐ์หรอื การคน้ คิดเพือ่ ให้เกิดความรู้ใหม่ รวมทั้งไดใ้ หอ้ งค์การอสิ ระซงึ่ ประกอบด้วยผ้แู ทนองคก์ ารเอกชนดา้ น สิง่ แวดลอ้ มและผูแ้ ทนสถาบันอดุ มศึกษาทีจ่ ัดการศึกษาดา้ น รักษาและพัฒนาภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ินและภมู ปิ ัญญาไทย รวมทั้งให้ สง่ิ แวดลอ้ ม ให้ความเหน็ ประกอบกอ่ นมีการดาเนินการดังกล่าว ทัง้ นี้ ตามทก่ี ฎหมายบญั ญัติ ความคุม้ ครองทรพั ยส์ ินทางปัญญา มาตรา ๕๗ บุคคลย่อมมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ข้อมูล คาช้แี จง และเหตผุ ลจาก มาตรา ๕๘ การดาเนินการใดของรฐั หรือทร่ี ัฐจะอนญุ าตใหผ้ ูใ้ ด หนว่ ยราชการ หน่วยงานของรัฐ รฐั วสิ าหกจิ หรือราชการส่วนทอ้ งถนิ่ ดาเนินการ ถา้ การนนั้ อาจมผี ลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพ ก่อนการอนญุ าตหรือการดาเนินโครงการหรือกิจกรรมใดทีอ่ าจมผี ลกระทบ สิง่ แวดล้อม สุขภาพ อนามยั คณุ ภาพชวี ติ หรอื สว่ นได้เสยี สาคัญอนื่ ใด ต่อคุณภาพส่ิงแวดล้อม สขุ ภาพอนามัย คณุ ภาพชวี ติ หรอื ส่วนไดเ้ สยี ของประชาชนหรอื ชุมชนหรอื สงิ่ แวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐตอ้ งดาเนนิ การ สาคญั อน่ื ใดที่เกยี่ วกบั ตนหรือชุมชนทอ้ งถิ่น และมสี ทิ ธิแสดงความคิดเหน็ ให้มีการศกึ ษาและประเมนิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มและ ของตนต่อหนว่ ยงานทเ่ี ก่ยี วข้องเพอ่ื นาไปประกอบการพิจารณาในเรอ่ื ง สุขภาพของประชาชนหรอื ชุมชน และจดั ใหม้ กี ารรับฟังความคดิ เห็น ดงั กล่าว ของผู้มสี ว่ นไดเ้ สียและประชาชนและชมุ ชนทเ่ี กย่ี วข้องกอ่ น เพอื่ นามา การวางแผนพฒั นาสังคม เศรษฐกจิ การเมอื ง และวฒั นธรรม ประกอบการพิจารณาดาเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ การเวนคืนอสงั หาริมทรัพย์ การวางผงั เมอื ง การกาหนดเขตการใช้ บคุ คลและชุมชนย่อมมสี ิทธไิ ดร้ ับขอ้ มูล คาชีแ้ จง และเหตผุ ล ประโยชน์ในทด่ี นิ และการออกกฎทอี่ าจมผี ลกระทบตอ่ ส่วนได้เสยี จากหน่วยงานของรัฐกอ่ นการดาเนนิ การหรอื อนญุ าตตามวรรคหนึ่ง สาคญั ของประชาชน ให้รัฐจัดใหม้ กี ระบวนการรับฟงั ความคดิ เห็น ในการดาเนนิ การหรืออนญุ าตตามวรรคหนงึ่ รฐั ตอ้ งระมดั ระวัง ของประชาชนอย่างทวั่ ถึงก่อนดาเนินการ ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชมุ ชน ส่ิงแวดล้อม และความ มาตรา ๖๗ วรรคสอง การดาเนินโครงการหรือกิจกรรม หลากหลายทางชีวภาพน้อยทส่ี ุด และตอ้ งดาเนนิ การให้มีการเยียวยา ท่ีอาจก่อใหเ้ กิดผลกระทบต่อชมุ ชนอยา่ งรนุ แรงทง้ั ทางดา้ นคุณภาพ ความเดือดร้อนหรอื เสยี หายให้แกป่ ระชาชนหรือชุมชนทไ่ี ดร้ ับ สิง่ แวดล้อม ทรพั ยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทามไิ ด้ เว้นแต่ ผลกระทบอยา่ งเปน็ ธรรมและโดยไมช่ ักช้า จะไดศ้ กึ ษาและประเมนิ ผลกระทบตอ่ คณุ ภาพส่ิงแวดลอ้ มและ สขุ ภาพของประชาชนในชมุ ชน และจัดใหม้ กี ระบวนการรบั ฟงั ความคิดเห็นของประชาชนและผมู้ สี ว่ นได้เสียก่อน รวมทัง้ ได้ให้ องคก์ ารอิสระซึ่งประกอบด้วยผแู้ ทนองค์การเอกชนดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม และสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอดุ มศึกษาที่จดั การการศกึ ษาดา้ น
๒๗ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๘ บุคคลย่อมมสี ิทธไิ ดร้ บั ทราบขอ้ มูลหรือข่าวสาร ส่งิ แวดลอ้ มหรือทรพั ยากรธรรมชาตหิ รอื ดา้ นสขุ ภาพ ให้ความเหน็ สาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หนว่ ยงานของรฐั รัฐวสิ าหกิจ หรอื ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ เว้นแต่การเปดิ เผยข้อมูลนั้น ประกอบก่อนมีการดาเนินการดังกลา่ ว จะกระทบต่อความมน่ั คงของรฐั ความปลอดภยั ของประชาชน หรอื สว่ นไดเ้ สยี อันพงึ ไดร้ ับความคมุ้ ครองของบคุ คลอน่ื ทงั้ น้ี ตามที่ สว่ นท่ี ๑๐ กฎหมายบญั ญตั ิ สิทธิในขอ้ มูลข่าวสารและการรอ้ งเรียน มาตรา ๔๐ คลืน่ ความถที่ ี่ใชใ้ นการสง่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ และวทิ ยโุ ทรคมนาคม เป็นทรพั ยากรสื่อสารของชาติเพื่อ มาตรา ๕๖ บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ทราบและเขา้ ถึงขอ้ มูล มาตรา ๕๙ รฐั ตอ้ งเปดิ เผยข้อมลู หรือข่าวสารสาธารณะ ประโยชนส์ าธารณะ หรอื ข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หนว่ ยงาน ในครอบครองของหน่วยงานของรฐั ทมี่ ิใชข่ ้อมูลเกี่ยวกับความมนั่ คง ให้มีองคก์ รของรัฐท่ีเปน็ อสิ ระทาหนา้ ทจ่ี ดั สรรคล่นื ความถตี่ าม วรรคหนึ่ง และกากบั ดแู ลการประกอบกิจการวทิ ยุกระจายเสยี ง วิทยุ ของรฐั รัฐวสิ าหกิจ หรือราชการสว่ นท้องถน่ิ เว้นแต่การเปิดเผย ของรฐั หรือเปน็ ความลับของทางราชการตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ และ โทรทศั น์ และกจิ การโทรคมนาคม ท้ังน้ี ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ ข้อมลู หรอื ขา่ วสารนั้นจะกระทบตอ่ ความมัน่ คงของรัฐ ต้องจัดใหป้ ระชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือขา่ วสารดงั กล่าวไดโ้ ดยสะดวก การดาเนินการตามวรรคสองตอ้ งคานงึ ถงึ ประโยชนส์ งู สดุ ของ ประชาชนในระดับชาติและระดบั ทอ้ งถ่ิน ท้ังในด้านการศึกษา ความปลอดภัยของประชาชน หรอื สว่ นไดเ้ สียอันพงึ ไดร้ ับ วัฒนธรรม ความม่ันคงของรฐั และประโยชนส์ าธารณะอ่นื รวมทั้ง การแขง่ ขนั โดยเสรอี ยา่ งเปน็ ธรรม ความคุ้มครองของบุคคลอน่ื หรอื เปน็ ข้อมลู ส่วนบคุ คล ทัง้ นี้ ตามท่ี กฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๖๒ บุคคลย่อมมีสิทธติ ดิ ตามและร้องขอให้มี การตรวจสอบการปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ และเจา้ หน้าท่ีของรฐั บคุ คลซึ่งใหข้ อ้ มูลโดยสุจรติ แก่องค์กรตรวจสอบการใช้อานาจ รัฐหรอื หนว่ ยงานของรฐั เกยี่ วกบั การปฏบิ ตั หิ น้าทขี่ องผู้ดารง ตาแหน่งทางการเมือง หนว่ ยงานของรัฐ หรอื เจ้าหน้าทขี่ องรัฐ ย่อมไดร้ ับความคมุ้ ครอง มาตรา ๔๗ คล่นื ความถ่ที ี่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วทิ ยุ มาตรา ๖๐ รฐั ตอ้ งรกั ษาไวซ้ งึ่ คลนื่ ความถแี่ ละสทิ ธิใน โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรพั ยากรสอื่ สารของชาตเิ พ่ือ การเข้าใช้วงโคจรดาวเทยี มอันเปน็ สมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิด ประโยชนส์ าธารณะ ประโยชน์แกป่ ระเทศชาตแิ ละประชาชน ให้มีองค์กรของรัฐท่ีเปน็ อสิ ระองคก์ รหนง่ึ ทาหนา้ ท่ีจดั สรรคล่นื การจดั ใหม้ กี ารใช้ประโยชนจ์ ากคล่ืนความถตี่ ามวรรคหนึง่ ไมว่ า่ ความถตี่ ามวรรคหนึ่ง และกากับการประกอบกิจการวทิ ยกุ ระจายเสยี ง จะใช้เพื่อส่งวิทยกุ ระจายเสยี ง วทิ ยโุ ทรทศั น์ และโทรคมนาคม หรือ วิทยโุ ทรทัศน์ และกจิ การโทรคมนาคม ทั้งน้ี ตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ เพอื่ ประโยชนอ์ น่ื ใด ต้องเป็นไปเพอ่ื ประโยชนส์ งู สุดของประชาชน การดาเนินการตามวรรคสองต้องคานงึ ถึงประโยชนส์ งู สุดของ ความม่ันคงของรฐั และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ ประชาชนในระดบั ชาติและระดับท้องถ่นิ ท้ังในด้านการศึกษา ประชาชนมสี ่วนไดใ้ ช้ประโยชนจ์ ากคล่ืนความถด่ี ้วย ทั้งนี้ ตามที่ วฒั นธรรม ความมนั่ คงของรฐั ประโยชนส์ าธารณะอืน่ และการแข่งขัน กฎหมายบญั ญตั ิ โดยเสรอี ยา่ งเปน็ ธรรม รวมทั้งต้องจัดให้ภาคประชาชนมีสว่ นร่วม รฐั ตอ้ งจัดใหม้ ีองคก์ รของรัฐทีม่ คี วามเปน็ อิสระในการปฏิบตั ิ ในการดาเนินการสือ่ มวลชนสาธารณะ หน้าท่ี เพอ่ื รบั ผดิ ชอบและกากบั การดาเนนิ การเกีย่ วกับคล่นื ความถี่
๒๘ นาถะ ดวงวิชยั ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ัดทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๗ สิทธขิ องบคุ คลซึ่งเปน็ ผบู้ ริโภคยอ่ มไดร้ บั การกากับการประกอบกจิ การตามวรรคสองตอ้ งมมี าตรการ ใหเ้ ปน็ ไปตามวรรคสอง ในการน้ี องคก์ รดงั กลา่ วต้องจดั ให้มมี าตรการ ความคมุ้ ครอง ทงั้ น้ี ตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ เพือ่ ป้องกันมใิ ห้มีการควบรวม การครองสทิ ธขิ า้ มส่อื หรอื ป้องกันมใิ ห้มกี ารแสวงหาประโยชน์จากผู้บรโิ ภคโดยไม่เป็นธรรมหรอื กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องบญั ญตั ใิ หม้ อี งคก์ ารอิสระซึ่ง ประกอบดว้ ยตวั แทนผู้บรโิ ภคทาหน้าท่ใี หค้ วามเห็นในการตรากฎหมาย การครอบงา ระหว่างส่ือมวลชนดว้ ยกันเองหรอื โดยบคุ คลอนื่ ใด ซึ่ง สร้างภาระแกผ่ ้บู รโิ ภคเกนิ ความจาเป็น ปอ้ งกันมิให้คลื่นความถ่ี กฎ และขอ้ บงั คบั และให้ความเหน็ ในการกาหนดมาตรการต่าง ๆ เพอื่ คุ้มครองผู้บริโภค จะมผี ลเปน็ การขัดขวางเสรภี าพในการรับรู้ขอ้ มลู ข่าวสารหรือปดิ กน้ั รบกวนกนั รวมตลอดท้งั ป้องกันการกระทาท่ีมผี ลเปน็ การขดั ขวาง การไดร้ ับข้อมลู ขา่ วสารที่หลากหลายของประชาชน เสรภี าพในการรบั รู้หรือปิดกัน้ การรับรู้ขอ้ มลู หรอื ขา่ วสารที่ถูกต้องตาม ความเป็นจริงของประชาชน และป้องกันมิให้บุคคลหรอื กล่มุ บุคคลใด ใชป้ ระโยชน์จากคล่นื ความถ่ีโดยไมค่ านงึ ถงึ สิทธขิ องประชาชนทัว่ ไป รวมตลอดทง้ั การกาหนดสดั ส่วนขนั้ ตา่ ทผ่ี ใู้ ช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ จะตอ้ งดาเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งน้ี ตามที่กฎหมายบญั ญัติ มาตรา ๖๑ สทิ ธิของบคุ คลซง่ึ เปน็ ผบู้ ริโภคยอ่ มไดร้ ับ มาตรา ๖๑ รฐั ตอ้ งจัดใหม้ มี าตรการหรือกลไกทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ความคุม้ ครองในการไดร้ บั ข้อมลู ทเ่ี ป็นความจรงิ และมสี ทิ ธริ ้องเรยี น ในการคุ้มครองและพิทักษส์ ทิ ธิของผ้บู รโิ ภคด้านต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ เพอื่ ใหไ้ ด้รบั การแกไ้ ขเยียวยาความเสยี หาย รวมทัง้ มีสิทธิรวมตัวกัน ด้านการรู้ข้อมูลทเี่ ปน็ จรงิ ดา้ นความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรม เพ่อื พิทักษ์สิทธิของผ้บู รโิ ภค ในการทาสญั ญา หรอื ดา้ นอน่ื ใดอนั เปน็ ประยชนต์ อ่ ผบู้ รโิ ภค ใหม้ ีองคก์ ารเพ่อื การคมุ้ ครองผู้บริโภคท่เี ป็นอิสระจากหน่วยงาน ของรัฐ ซ่ึงประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทาหน้าทใ่ี ห้ความเหน็ เพอื่ ประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังคบั ใช้ กฎหมายและกฎ และให้ความเห็นในการกาหนดมาตรการต่าง ๆ เพ่อื คมุ้ ครองผู้บรโิ ภค รวมท้ังตรวจสอบและรายงานการกระทาหรือละเลย การกระทาอันเป็นการคุม้ ครองผ้บู ริโภค ท้ังน้ี ให้รฐั สนับสนนุ งบประมาณในการดาเนินการขององค์การอิสระดังกลา่ วด้วย มาตรา ๘๔ รัฐตอ้ งดาเนนิ การตามแนวนโยบายดา้ นเศรษฐกจิ มาตรา ๖๒ รัฐตอ้ งรักษาวินัยการเงินการคลงั อยา่ งเครง่ ครัด ดังต่อไปนี้ เพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลงั ของรัฐมเี สถียรภาพและม่นั คง (๓) ควบคุมใหม้ ีการรักษาวนิ ัยการเงนิ การคลงั เพอ่ื สนบั สนนุ อยา่ งยง่ั ยืนตามกฎหมายว่าดว้ ยวนิ ัยการเงนิ การคลังของรัฐ และ เสถยี รภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ จัดระบบภาษีให้เกดิ ความเป็นธรรมแก่สังคม ปรับปรงุ ระบบการจดั เก็บภาษีอากรใหม้ คี วามเปน็ ธรรมและ กฎหมายวา่ ด้วยวินยั การเงนิ การคลงั ของรัฐอย่างนอ้ ยตอ้ งมี สอดคล้องกับการเปลยี่ นแปลงของสภาพเศรษฐกจิ และสงั คม บทบญั ญตั เิ ก่ียวกบั กรอบการดาเนนิ การทางการคลงั และงบประมาณ ของรฐั การกาหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจา่ ยทงั้ เงิน งบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรพั ยส์ ินของรฐั และ เงนิ คงคลัง และการบรหิ ารหนสี้ าธารณะ
๒๙ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ัดทา รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๘๘ บทบัญญัติในหมวดนมี้ ไี ว้เพือ่ เปน็ แนวทางสาหรบั มาตรา ๖๓ รัฐตอ้ งสง่ เสริม สนบั สนุน และใหค้ วามรู้แก่ การตรากฎหมายและการกาหนดนโยบายในการบรหิ ารราชการ แผน่ ดนิ ประชาชนถงึ อนั ตรายที่เกดิ จากการทจุ ริตและประพฤติมิชอบทงั้ ใน ในการแถลงนโยบายต่อรฐั สภาตามมาตรา ๒๑๑ คณะรฐั มนตรี ภาครฐั และภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มปี ระสทิ ธิภาพ ท่จี ะเข้าบริหารราชการแผน่ ดนิ ต้องชี้แจงตอ่ รฐั สภาให้ชดั แจ้ง ว่าจะดาเนนิ การใดเพอ่ื บริหารราชการแผ่นดินใหเ้ ป็นไปตาม เพื่อปอ้ งกันและขจดั การทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบดังกล่าว แนวนโยบายพ้นื ฐานแหง่ รัฐตามทบี่ ญั ญัตไิ วใ้ นหมวดนี้ และตอ้ งจดั ทา รายงานแสดงผลการดาเนนิ การรวมท้ังปัญหาและอุปสรรค เสนอตอ่ อยา่ งเข้มงวด รวมทงั้ กลไกในการสง่ เสริมใหป้ ระชาชนรวมตัวกนั เพอ่ื รัฐสภาปลี ะหนึง่ คร้งั มสี ว่ นร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อตา้ น หรอื ชเ้ี บาะแส โดยไดร้ บั การคมุ้ ครองจากรัฐตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ หมวด ๕ หมวด ๖ แนวนโยบายพืน้ ฐานแหง่ รฐั แนวนโยบายแหง่ รฐั ส่วนท่ี ๑ บททวั่ ไป มาตรา ๗๕ บทบญั ญัติในหมวดนเี้ ปน็ เจตจานงใหร้ ฐั มาตรา ๖๔ บทบญั ญัตใิ นหมวดนเ้ี ป็นแนวทางให้รัฐดาเนนิ การ ดาเนนิ การตรากฎหมายและกาหนดนโยบายในการบรหิ ารราชการ ตรากฎหมายและกาหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดนิ แผ่นดิน ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คณะรฐั มนตรที ี่จะเข้าบริหาร ราชการแผ่นดนิ ตอ้ งชี้แจงต่อรัฐสภาให้ชัดแจง้ วา่ จะดาเนนิ การใด ในระยะเวลาใด เพื่อบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ใหเ้ ปน็ ไปตาม แนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรฐั และตอ้ งจัดทารายงานแสดงผล การดาเนนิ การ รวมทง้ั ปัญหาและอุปสรรคเสนอตอ่ รฐั สภาปลี ะ หนง่ึ ครัง้ มาตรา ๗๖ คณะรฐั มนตรีต้องจดั ทาแผนการบริหารราชการ มาตรา ๖๕ รฐั พงึ จดั ใหม้ ยี ุทธศาสตร์ชาตเิ ปน็ เปา้ หมาย แผน่ ดนิ เพอื่ แสดงมาตรการและรายละเอียดของแนวทางในการปฏิบัติ การพัฒนาประเทศอย่างย่งั ยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพอื่ ใชเ้ ปน็ กรอบ ราชการในแตล่ ะปขี องการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ซึ่งจะตอ้ งสอดคล้อง ในการจดั ทาแผนตา่ ง ๆ ใหส้ อดคลอ้ งและบรู ณาการกันเพ่อื ใหเ้ กิดเป็น กับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ พลงั ผลักดันรว่ มกนั ไปสเู่ ปา้ หมายดังกล่าว ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรฐั มนตรีตอ้ งจดั ใหม้ ี การจดั ทา การกาหนดเปา้ หมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเปา้ หมาย แผนการตรากฎหมายทจ่ี าเปน็ ตอ่ การดาเนินการตามนโยบายและ และสาระทพี่ ึงมีในยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามหลกั เกณฑ์และ แผนการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ วิธีการทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ ท้ังน้ี กฎหมายดงั กลา่ วตอ้ งมบี ทบัญญัติ เกี่ยวกบั การมสี ว่ นร่วมและการรบั ฟังความคิดเหน็ ของประชาชน ทกุ ภาคสว่ นอยา่ งทวั่ ถึงด้วย
๓๐ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๔ รัฐตอ้ งส่งเสริมสัมพนั ธไมตรกี บั นานาประเทศ และ ยทุ ธศาสตรช์ าติ เม่ือได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้ พงึ ถือหลักในการปฏบิ ัตติ อ่ กนั อย่างเสมอภาค บังคบั ได้ มาตรา ๗๓ รัฐตอ้ งใหค้ วามอุปถัมภแ์ ละคุ้มครองพระพุทธ ศาสนาและศาสนาอ่ืน ส่งเสรมิ ความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ ส่วนที่ ๖ ระหวา่ งศาสนกิ ชนของทกุ ศาสนา รวมทั้งสนับสนนุ การนาหลักธรรม ของศาสนามาใช้เพื่อเสรมิ สร้างคณุ ธรรมและพัฒนาคณุ ภาพชีวติ แนวนโยบายดา้ นการตา่ งประเทศ มาตรา ๗๕ รัฐต้องดูแลใหม้ กี ารปฏิบัตติ ามกฎหมาย คุ้มครอง มาตรา ๘๒ รฐั ต้องส่งเสรมิ สมั พนั ธไมตรแี ละความรว่ มมือ มาตรา ๖๖ รฐั พึงสง่ เสริมสมั พนั ธไมตรีกบั นานาประเทศ สทิ ธิและเสรภี าพของบคุ คล จดั ระบบงานของกระบวนการยุติธรรม ให้มีประสิทธภิ าพและอานวยความยุตธิ รรมแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว กบั นานาประเทศ และพงึ ถือหลักในการปฏิบตั ติ ่อกันอย่างเสมอภาค โดยถือหลกั ความเสมอภาคในการปฏิบัติตอ่ กนั และไมแ่ ทรกแซง และเท่าเทยี มกนั รวมท้งั จัดระบบงานราชการและงานของรฐั อย่างอนื่ ให้มปี ระสทิ ธภิ าพเพอ่ื ตอบสนองความต้องการของประชาชน ตลอดจนต้องปฏิบัติตามสนธิสญั ญาด้านสทิ ธิมนษุ ยชนที่ประเทศไทย กิจการภายในของกันและกนั ให้ความรว่ มมือกบั องค์การระหวา่ ง เปน็ ภาคี รวมท้ังตามพันธกรณีทไ่ี ด้กระทาไวก้ ับนานาประเทศและ ประเทศ และคมุ้ ครองผลประโยชนข์ องชาติและของคนไทยใน องค์การระหว่างประเทศ ตา่ งประเทศ รัฐตอ้ งส่งเสรมิ การคา้ การลงทุน และการท่องเทีย่ วกบั นานา ประเทศ ตลอดจนตอ้ งใหค้ วามค้มุ ครองและดแู ลผลประโยชน์ ของคนไทยในตา่ งประเทศ ส่วนที่ ๔ แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศกึ ษา และ วัฒนธรรม มาตรา ๗๙ รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์และคมุ้ ครองพระพุทธ มาตรา ๖๗ รัฐพึงอปุ ถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและ ศาสนาซ่งึ เป็นศาสนาท่ีประชาชนชาวไทยส่วนใหญน่ บั ถือมาชา้ นาน ศาสนาอน่ื และศาสนาอน่ื ท้งั ตอ้ งสง่ เสรมิ ความเข้าใจอันดแี ละความสมานฉันท์ ในการอปุ ถัมภแ์ ละคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนาอนั เป็นศาสนา ระหวา่ งศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทงั้ สนบั สนนุ การนาหลกั ธรรม ท่ีประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นบั ถอื มาช้านาน รัฐพึงสง่ เสรมิ และ ของศาสนามาใชเ้ พ่อื เสริมสร้างคณุ ธรรมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ สนับสนนุ การศกึ ษาและเผยแผห่ ลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาเถรวาท เพ่ือให้เกดิ การพัฒนาจติ ใจและปญั ญา และต้องมมี าตรการและกลไก ในการป้องกันมใิ หม้ ีการบ่อนทาลายพระพุทธศาสนาไม่วา่ ในรูปแบบใด และพงึ สง่ เสรมิ ให้พุทธศาสนกิ ชนมสี ว่ นร่วมในการดาเนินมาตรการ หรือกลไกดังกลา่ วดว้ ย มาตรา ๔๐ บคุ คลยอ่ มมสี ิทธใิ นกระบวนการยตุ ิธรรม ดงั ต่อไปนี้ มาตรา ๖๘ รัฐพงึ จดั ระบบการบรหิ ารงานในกระบวนการ (๑) สทิ ธิเขา้ ถึงกระบวนการยตุ ธิ รรมไดโ้ ดยงา่ ย สะดวก ยตุ ธิ รรมทุกด้านให้มีประสิทธภิ าพ เป็นธรรม และไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ และ รวดเร็ว และท่ัวถงึ ให้ประชาชนเขา้ ถึงกระบวนการยตุ ธิ รรมไดโ้ ดยสะดวก รวดเรว็ และ (๒) สทิ ธพิ ้ืนฐานในกระบวนพจิ ารณา ซ่ึงอยา่ งน้อยต้องมี ไม่เสียคา่ ใช้จา่ ยสูงเกินสมควร หลกั ประกันขนั้ พื้นฐานเรื่องการไดร้ ับการพิจารณาโดยเปดิ เผย การได้
๓๑ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้อู านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ รฐั ตอ้ งจดั สรรงบประมาณใหพ้ อเพยี งกบั การบรหิ ารงานโดย รับทราบขอ้ เท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอ รฐั พงึ มมี าตรการคมุ้ ครองเจา้ หน้าทขี่ องรัฐในกระบวนการ อสิ ระของคณะกรรมการการเลือกตงั้ ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ ของรัฐสภา คณะกรรมการสทิ ธิมนุษยชนแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนญู ศาลยุตธิ รรม ข้อเท็จจริง ขอ้ โต้แย้ง และพยานหลกั ฐานของตน การคัดค้าน ยุติธรรม ใหส้ ามารถปฏิบตั ิหน้าทไ่ี ด้โดยเครง่ ครัด ปราศจาก ศาลปกครอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน ผู้พพิ ากษาหรือตลุ าการ การไดร้ ับการพจิ ารณาโดยผูพ้ ิพากษาหรือ การแทรกแซงหรอื ครอบงาใด ๆ มาตรา ๒๓๗ ในคดีอาญา การจับและคมุ ขังบคุ คลใด ตุลาการท่ีน่ังพิจารณาคดคี รบองค์คณะ และการไดร้ บั ทราบเหตผุ ล รฐั พงึ ให้ความชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายทีจ่ าเปน็ และเหมาะสมแก่ จะกระทามไิ ด้ เว้นแต่มีคาสั่งหรือหมายของศาล หรือผนู้ ัน้ ได้กระทา ความผดิ ซึง่ หนา้ หรอื มเี หตุจาเป็นอยา่ งอ่ืนให้จบั ได้โดยไม่มีหมาย ประกอบคาวนิ ิจฉยั คาพิพากษา หรือคาสง่ั ผู้ยากไร้หรอื ผ้ดู อ้ ยโอกาสในการเขา้ ถงึ กระบวนการยตุ ิธรรม รวมตลอด ตามท่ีกฎหมายบัญญัติ โดยผู้ถกู จบั จะต้องไดร้ ับการแจง้ ข้อกลา่ วหา และรายละเอยี ดแหง่ การจับ โดยไม่ชักชา้ กับจะตอ้ งได้รบั โอกาส (๓) บคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธิที่จะให้คดขี องตนได้รับการพจิ ารณา ถงึ การจดั หาทนายความให้ แจง้ ให้ญาติหรอื ผู้ซ่งึ ผถู้ ูกจบั ไวว้ างใจทราบในโอกาสแรก และผู้ถูกจบั ซง่ึ ยังถกู ควบคมุ อยู่ ต้องถูกนาตัวไปศาลภายในสส่ี ิบแปดชว่ั โมงนบั แต่ อย่างถกู ต้อง รวดเรว็ และเป็นธรรม เวลาที่ผถู้ กู จับถกู นาตัวไปถึงทที่ าการของพนกั งานสอบสวน เพ่อื ศาล พิจารณาว่ามีเหตทุ ีจ่ ะขงั ผถู้ ูกจับไวต้ ามกฎหมายหรือไม่ เว้นแตม่ เี หตุ (๔) ผเู้ สยี หาย ผูต้ อ้ งหา โจทก์ จาเลย คู่กรณี ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี หรือ สุดวสิ ยั หรือมเี หตจุ าเปน็ อยา่ งอน่ื ตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ พยานในคดมี สี ิทธิไดร้ บั การปฏิบัติทเี่ หมาะสมในการดาเนินการตาม หมายจับหรอื หมายขงั บคุ คลจะออกไดต้ อ่ เม่ือ (๑) มหี ลักฐานตามสมควรวา่ ผ้นู ้นั น่าจะได้กระทาความผดิ อาญา กระบวนการยตุ ธิ รรม รวมทัง้ สทิ ธิในการไดร้ ับการสอบสวนอย่างถกู ตอ้ ง ร้ายแรงทมี่ อี ัตราโทษตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ หรือ (๒) มีหลกั ฐานตามสมควรว่าผนู้ ัน้ นา่ จะไดก้ ระทาความผดิ อาญา รวดเร็ว เปน็ ธรรม และการไม่ให้ถ้อยคาเป็นปฏปิ ักษ์ตอ่ ตนเอง และมเี หตอุ นั ควรเชอ่ื วา่ ผู้นัน้ จะหลบหนี หรอื จะไปยุ่งเหยงิ กับพยานหลักฐาน หรอื ก่อเหตุอันตรายประการอ่นื ด้วย (๕) ผู้เสยี หาย ผตู้ อ้ งหา จาเลย และพยานในคดีอาญา มีสทิ ธิ มาตรา ๒๓๘ ในคดอี าญา การค้นในที่รโหฐานจะกระทามไิ ด้ เว้นแต่จะมคี าสัง่ หรอื หมายของศาล หรอื มเี หตุใหค้ น้ ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งมี ไดร้ ับความค้มุ ครอง และความชว่ ยเหลือที่จาเป็นและเหมาะสม คาส่ังหรอื หมายของศาล ท้ังนี้ ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๒๓๙ คาขอประกนั ผตู้ อ้ งหาหรือจาเลยในคดอี าญา จากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน คา่ ทดแทน และคา่ ใชจ้ ่ายทจ่ี าเปน็ ให้ ต้องได้รบั การพิจารณาอยา่ งรวดเรว็ และจะเรียกหลกั ประกันจนเกิน ควรแก่กรณมี ิได้ การไม่ให้ประกันตอ้ งอาศัยเหตตุ ามหลกั เกณฑ์ท่ี เป็นไปตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ บัญญตั ไิ ว้โดยเฉพาะในกฎหมาย และตอ้ งแจ้งเหตุผลให้ผตู้ อ้ งหาหรอื จาเลยทราบโดยเรว็ (๖) เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรอื ผู้พิการหรอื ทพุ พลภาพ ยอ่ มมสี ทิ ธไิ ด้รับความค้มุ ครองในการดาเนินกระบวนพจิ ารณาคดี อยา่ งเหมาะสม และย่อมมสี ิทธไิ ดร้ บั การปฏบิ ตั ิท่เี หมาะสมในคดี ที่เก่ียวกับความรนุ แรงทางเพศ (๗) ในคดีอาญา ผตู้ ้องหาหรือจาเลยมีสิทธิไดร้ บั การสอบสวนหรือ การพจิ ารณาคดที ถี่ กู ตอ้ ง รวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดี อยา่ งเพียงพอ การตรวจสอบหรือไดร้ บั ทราบพยานหลักฐานตาม สมควร การไดร้ ับความช่วยเหลอื ในทางคดจี ากทนายความ และการไดร้ ับ การปลอ่ ยตัวชวั่ คราว (๘) ในคดีแพง่ บคุ คลมสี ิทธไิ ดร้ ับความช่วยเหลอื ทางกฎหมาย อยา่ งเหมาะสมจากรัฐ มาตรา ๘๑ รัฐตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย และการยตุ ธิ รรม ดงั ตอ่ ไปน้ี
๓๒ นาถะ ดวงวิชัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้จดั ทา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สทิ ธทิ จ่ี ะอุทธรณค์ ดั คา้ นการไม่ใหป้ ระกนั ยอ่ มได้รับ (๑) ดแู ลใหม้ กี ารปฏิบตั แิ ละบังคับการให้เปน็ ไปตามกฎหมาย ความคุ้มครองตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ อยา่ งถกู ตอ้ ง รวดเรว็ เปน็ ธรรม และทัว่ ถงึ ส่งเสริมการใหค้ วามช่วยเหลือ บคุ คลผู้ถกู ควบคุม คมุ ขัง หรอื จาคกุ ยอ่ มมสี ิทธิพบและปรกึ ษา และใหค้ วามรู้ทางกฎหมายแกป่ ระชาชน และจดั ระบบงานราชการและงาน ทนายความเปน็ การเฉพาะตวั และมีสทิ ธไิ ด้รับการเยย่ี มตามสมควร ของรฐั อยา่ งอ่ืนในกระบวนการยตุ ธิ รรมใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ โดยให้ประชาชน มาตรา ๒๔๐ ในกรณีท่ีมีการคมุ ขงั ตัวบคุ คลในคดอี าญาหรอื และองคก์ รวิชาชีพมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการยุตธิ รรม และการชว่ ยเหลอื ในกรณอี ่ืนใด ผู้ถกู คุมขังเอง พนักงานอัยการ หรือบคุ คลอ่นื ใดเพื่อ ประชาชนทางกฎหมาย ประโยชน์ของผูถ้ กู คมุ ขัง มสี ิทธริ ้องต่อศาลท้องที่ที่มอี านาจพจิ ารณา (๒) ค้มุ ครองสิทธิและเสรภี าพของบุคคลให้พ้นจากการลว่ งละเมดิ คดอี าญาวา่ การคมุ ขังเป็นการมิชอบดว้ ยกฎหมาย เม่อื มคี าร้อง ทั้งโดยเจา้ หน้าทีข่ องรัฐและโดยบุคคลอ่นื และตอ้ งอานวยความยุตธิ รรม เช่นว่านี้ ใหศ้ าลดาเนนิ การไต่สวนฝา่ ยเดยี วโดยด่วน ถ้าเห็นว่าคาร้อง แกป่ ระชาชนอยา่ งเทา่ เทียมกนั นน้ั มมี ลู ศาลมีอานาจสั่งผคู้ มุ ขงั ใหน้ าตวั ผู้ถกู คุมขังมาศาลโดยพลัน (๔) จัดให้มกี ฎหมายเพื่อจัดตง้ั องคก์ รเพ่ือการปฏริ ูปกระบวนการ และถ้าผคู้ มุ ขงั แสดงให้เป็นท่พี อใจของศาลไมไ่ ด้วา่ การคมุ ขังเปน็ ยตุ ิธรรมท่ีดาเนินการเป็นอสิ ระ เพอ่ื ปรับปรุงและพัฒนาการดาเนินงาน การชอบดว้ ยกฎหมาย ใหศ้ าลสัง่ ปล่อยตวั ผถู้ ูกคมุ ขังไปทนั ที ของหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องกบั กระบวนการยุตธิ รรม มาตรา ๒๔๑ ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรอื จาเลยยอ่ มมีสทิ ธไิ ดร้ ับ (๕) สนบั สนนุ การดาเนนิ การขององคก์ รภาคเอกชนท่ีให้ การสอบสวนหรอื การพิจารณาคดดี ว้ ยความรวดเร็ว ต่อเนอื่ ง และ ความชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายแกป่ ระชาชน โดยเฉพาะผไู้ ดร้ ับ เปน็ ธรรม ผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ในชั้นสอบสวน ผ้ตู อ้ งหามสี ทิ ธิให้ทนายความหรอื ผ้ซู ึ่งตน ไว้วางใจเขา้ ฟังการสอบปากคาตนได้ ผู้เสยี หายหรือจาเลยในคดอี าญายอ่ มมสี ทิ ธิตรวจหรอื คดั สาเนา คาให้การของตนในชัน้ สอบสวนหรอื เอกสารประกอบคาให้การของตน เมอ่ื พนักงานอยั การไดย้ น่ื ฟ้องคดตี ่อศาลแลว้ ทง้ั นี้ ตามทก่ี ฎหมาย บัญญตั ิ ในคดีอาญาท่ีพนกั งานอยั การมคี าสั่งเดด็ ขาดไม่ฟอ้ งแลว้ ผู้เสยี หาย ผู้ตอ้ งหา หรอื ผ้มู สี ่วนได้เสีย ย่อมมสี ิทธขิ อทราบสรุป พยานหลักฐานพร้อมความเห็นของพนักงานสอบสวนและพนักงาน อยั การในการสัง่ คดี ท้งั น้ี ตามทกี่ ฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๒๔๒ ผตู้ ้องหาหรือจาเลยในคดอี าญายอ่ มมีสทิ ธไิ ด้รบั ความช่วยเหลือจากรฐั ดว้ ยการจดั หาทนายความให้ตามทกี่ ฎหมาย บญั ญัติ ในกรณีทผี่ ู้ถูกควบคมุ หรือคมุ ขงั ไมอ่ าจหาทนายความได้ รัฐ ตอ้ งใหค้ วามชว่ ยเหลือโดยจดั หาทนายความให้โดยเรว็
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ ๓๓ นาถะ ดวงวิชัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา ในคดีแพ่ง บคุ คลยอ่ มมสี ิทธิไดร้ ับความช่วยเหลอื ทางกฎหมาย จากรฐั ตามทก่ี ฎหมายบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๓ บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธิไม่ให้ถ้อยคาเปน็ ปฏิปกั ษต์ อ่ ตนเองอนั อาจทาให้ตนถูกฟ้องคดอี าญา ถอ้ ยคาของบุคคลซงึ่ เกดิ จากการจงู ใจ มีคามน่ั สัญญา ขเู่ ข็ญ หลอกลวง ถกู ทรมาน ใช้กาลังบงั คับ หรือกระทาโดยมชิ อบประการ ใด ๆ ไมอ่ าจรับฟังเปน็ พยานหลกั ฐานได้ มาตรา ๒๔๔ บุคคลซ่ึงเปน็ พยานในคดอี าญามสี ทิ ธไิ ดร้ ับ ความคุ้มครอง การปฏิบตั ิทเ่ี หมาะสม และคา่ ตอบแทนทจ่ี าเป็นและ สมควรจากรัฐ ท้ังนี้ ตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๒๔๕ บุคคลซึง่ เปน็ ผ้เู สียหายในคดอี าญามสี ทิ ธไิ ด้รบั ความคุ้มครอง การปฏิบัตทิ เี่ หมาะสม และค่าตอบแทนท่จี าเป็นและ สมควรจากรัฐ ทง้ั นี้ ตามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ บคุ คลใดไดร้ ับความเสยี หายถึงแกช่ ีวติ หรอื แกร่ า่ งกายหรอื จิตใจ เนือ่ งจากการกระทาความผดิ อาญาของผู้อ่นื โดยตนมไิ ด้มีส่วน เกีย่ วขอ้ งกบั การกระทาความผดิ นน้ั และไมม่ โี อกาสไดร้ บั การบรรเทา ความเสยี หายโดยทางอ่ืน บคุ คลนน้ั หรือทายาทยอ่ มมสี ิทธไิ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากรฐั ทัง้ นี้ ตามเง่อื นไขและวิธีการท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๒๔๖ บุคคลใดตกเปน็ จาเลยในคดีอาญาและถูกคุมขัง ระหว่างการพิจารณาคดี หากปรากฏตามคาพพิ ากษาอนั ถงึ ทส่ี ดุ ในคดี นัน้ ว่าข้อเท็จจริงฟังเปน็ ยุตวิ า่ จาเลยมิไดเ้ ปน็ ผ้กู ระทาความผดิ หรอื การกระทาของจาเลยไมเ่ ปน็ ความผดิ บุคคลนั้นย่อมมสี ิทธิได้รับ ค่าทดแทนและคา่ ใชจ้ า่ ยตามสมควร ตลอดจนบรรดาสิทธทิ เ่ี สียไป เพราะการนัน้ คืน ทง้ั น้ี ตามเงือ่ นไขและวธิ กี ารท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ มาตรา ๒๔๗ บุคคลใดต้องรับโทษอาญาโดยคาพพิ ากษาอันถงึ ที่สดุ บุคคลนนั้ ผู้มสี ว่ นได้เสยี หรอื พนกั งานอัยการ อาจรอ้ งขอให้มี การร้ือฟืน้ คดขี ึ้นพจิ ารณาใหม่ได้ และหากปรากฏตามคาพพิ ากษาของ ศาลทร่ี ้ือฟนื้ คดีขึ้นพิจารณาใหมว่ า่ บคุ คลน้ันมไิ ด้เปน็ ผู้กระทาความผดิ บคุ คลนั้นหรือทายาทย่อมมสี ิทธไิ ดร้ ับคา่ ทดแทนและค่าใช้จา่ ยตาม
๓๔ นาถะ ดวงวชิ ยั ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สมควร ตลอดจนบรรดาสทิ ธิทีเ่ สียไปเพราะผลแห่งคาพพิ ากษานน้ั คนื ท้ังนี้ ตามเงอื่ นไขและวิธีการท่ีกฎหมายบัญญัติ มาตรา ๘๑ รัฐต้องจัดการศกึ ษาอบรมและสนบั สนุนใหเ้ อกชน มาตรา ๘๐ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ นสงั คม มาตรา ๖๙ รฐั พงึ จดั ใหม้ ีและสง่ เสรมิ การวจิ ยั และพัฒนา จัดการศกึ ษาอบรมให้เกดิ ความรคู้ คู่ ณุ ธรรม จดั ใหม้ ีกฎหมายเก่ียวกบั การสาธารณสุข การศึกษา และวฒั นธรรม ดังตอ่ ไปนี้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศลิ ปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ให้เกดิ ความรู้ การศกึ ษาแห่งชาติ ปรับปรงุ การศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกับ (๕) สง่ เสริมและสนับสนุนการศึกษาวจิ ัยในศิลปวทิ ยาการ การพฒั นา และนวตั กรรม เพือ่ ความเข้มแข็งของสังคมและเสริมสร้าง ความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คม สรา้ งเสรมิ ความรู้และ แขนงตา่ ง ๆ และเผยแพร่ข้อมลู ผลการศกึ ษาวิจยั ทไ่ี ดร้ บั ทนุ ความสามารถของคนในชาติ ปลูกฝงั จิตสานกึ ท่ีถูกต้องเก่ยี วกับการเมอื งการปกครองในระบอบ สนับสนนุ การศกึ ษาวิจัยจากรฐั ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข สนับสนุน การคน้ ควา้ วจิ ัยในศลิ ปวทิ ยาการตา่ ง ๆ เรง่ รัดพฒั นาวิทยาศาสตร์และ สว่ นท่ี ๙ เทคโนโลยเี พ่อื การพัฒนาประเทศ พัฒนาวิชาชพี ครู และสง่ เสรมิ แนวนโยบายดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา และพลังงาน ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะและวฒั นธรรมของชาติ มาตรา ๘๖ รัฐต้องดาเนนิ การตามแนวนโยบายดา้ นวิทยาศาสตร์ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา และพลังงาน ดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ส่งเสรมิ ใหม้ ีการพฒั นาดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวตั กรรมด้านตา่ ง ๆ โดยจดั ให้มกี ฎหมายเฉพาะเพอ่ื การน้ี จัดงบประมาณ สนับสนุนการศกึ ษา ค้นควา้ วิจยั และใหม้ สี ถาบันการศกึ ษาและพฒั นา จดั ใหม้ กี ารใช้ประโยชน์จากผลการศกึ ษาและพัฒนา การถา่ ยทอด เทคโนโลยที ีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ และการพฒั นาบคุ ลากรท่เี หมาะสม รวมทัง้ เผยแพรค่ วามรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยสี มยั ใหม่ และสนบั สนุนให้ ประชาชนใช้หลักดา้ นวิทยาศาสตร์ในการดารงชวี ิต (๒) ส่งเสรมิ การประดษิ ฐ์หรือการคน้ คิดเพ่ือให้เกดิ ความรู้ใหม่ รักษาและพัฒนาภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ินและภมู ิปญั ญาไทย รวมทงั้ ให้ ความคุ้มครองทรัพย์สนิ ทางปญั ญา (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และใช้ประโยชน์ จากพลังงานทดแทนซึ่งได้จากธรรมชาตแิ ละเป็นคณุ ตอ่ ส่งิ แวดล้อม อยา่ งตอ่ เนือ่ งและเปน็ ระบบ ส่วนท่ี ๑๐ แนวนโยบายด้านการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ๓๕ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา มาตรา ๗๖ รฐั ต้องส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การมสี ่วนร่วมของ ประชาชนในการกาหนดนโยบาย การตัดสินใจทางการเมอื ง การวาง รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สงั คม และการเมือง รวมท้งั การตรวจสอบ การใช้อานาจรัฐทกุ ระดับ มาตรา ๘๗ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ น การมสี ่วนร่วมของประชาชนดงั ต่อไปน้ี (๑) สง่ เสรมิ ให้ประชาชนมีสว่ นรว่ มในการกาหนดนโยบายและ วางแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมท้งั ในระดบั ชาติและระดบั ท้องถนิ่ (๒) ส่งเสรมิ และสนับสนุนการมสี ่วนร่วมของประชาชนใน การตดั สนิ ใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกจิ และ สังคม รวมทัง้ การจัดทาบรกิ ารสาธารณะ (๓) ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การมสี ่วนรว่ มของประชาชนใน การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐทุกระดบั ในรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพ หรือตามสาขาอาชพี ท่ีหลากหลาย หรือรปู แบบอื่น (๔) สง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนมคี วามเข้มแข็งในทางการเมือง และ จดั ใหม้ กี ฎหมายจัดตงั้ กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองเพอื่ ชว่ ยเหลือการดาเนนิ กิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมท้ังสนับสนุน การดาเนินการของกลุม่ ประชาชนท่ีรวมตวั กันในลักษณะเครอื ข่าย ทุกรปู แบบใหส้ ามารถแสดงความคิดเหน็ และเสนอความตอ้ งการของ ชมุ ชนในพื้นท่ี (๕) ส่งเสรมิ และใหก้ ารศกึ ษาแกป่ ระชาชนเก่ียวกับการพฒั นา การเมืองและการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มี พระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข รวมทง้ั ส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้ สิทธเิ ลือกต้งั โดยสุจรติ และเท่ยี งธรรม การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนตามมาตราน้ีตอ้ งคานึงถึงสดั ส่วน ของหญงิ และชายที่ใกลเ้ คยี งกนั มาตรา ๗๐ รัฐพงึ ส่งเสรมิ และใหค้ วามคุม้ ครองชาวไทย กลมุ่ ชาติพันธตุ์ า่ ง ๆ ให้มสี ทิ ธดิ ารงชวี ติ ในสังคมตามวฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ชี ีวติ ดั้งเดมิ ตามความสมัครใจได้อย่างสงบสขุ ไมถ่ ูก รบกวน ท้ังน้ี เท่าที่ไมเ่ ป็นการขดั ต่อความสงบเรยี บร้อยหรอื ศลี ธรรม อันดีของประชาชน หรอื เป็นอนั ตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ สขุ ภาพอนามัย
๓๖ นาถะ ดวงวชิ ยั ผอู้ านวยการสานกั งานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผจู้ ดั ทา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๓ เด็ก เยาวชน และบคุ คลในครอบครวั มสี ทิ ธไิ ดร้ ับ มาตรา ๕๒ เด็กและเยาวชน มสี ทิ ธิในการอยรู่ อดและไดร้ ับ มาตรา ๗๑ รฐั พงึ เสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ของครอบครัว ความคุ้มครองโดยรฐั จากการใชค้ วามรนุ แรงและการปฏิบัตอิ ันไม่เป็น การพัฒนาดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ และสตปิ ญั ญา ตามศกั ยภาพใน อันเปน็ องคป์ ระกอบพืน้ ฐานที่สาคญั ของสงั คม จดั ใหป้ ระชาชนมีท่ีอยู่ ธรรม สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ การมีส่วนรว่ มของเดก็ และ อาศยั อยา่ งเหมาะสม สง่ เสริมและพฒั นาการสรา้ งเสริมสขุ ภาพเพอื่ ให้ เด็กและเยาวชนซึ่งไมม่ ีผดู้ ูแล มสี ทิ ธิได้รับการเลย้ี งดูและ เยาวชนเป็นสาคญั ประชาชนมสี ุขภาพทแ่ี ข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมตลอดทง้ั สง่ เสริม การศกึ ษาอบรมจากรฐั ท้ังน้ี ตามท่กี ฎหมายบญั ญัติ เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว มสี ทิ ธิไดร้ บั และพฒั นาการกฬี าใหไ้ ปสคู่ วามเป็นเลิศและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ แก่ มาตรา ๕๕ บคุ คลซึ่งพิการหรือทพุ พลภาพ มีสทิ ธไิ ดร้ บั ความคุ้มครองจากรฐั ให้ปราศจากการใช้ความรนุ แรงและการปฏบิ ตั ิ ประชาชน สง่ิ อานวยความสะดวกอนั เป็นสาธารณะและความช่วยเหลืออ่นื จากรฐั อันไม่เป็นธรรม ท้งั มีสทิ ธไิ ดร้ บั การบาบัดฟืน้ ฟใู นกรณีทม่ี เี หตุ รฐั พึงสง่ เสรมิ และพฒั นาทรัพยากรมนุษยใ์ หเ้ ปน็ พลเมืองทีด่ ี ท้งั น้ี ตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ ดังกล่าว มคี ุณภาพและความสามารถสงู ขึ้น มาตรา ๘๐ รฐั ตอ้ งคุม้ ครองและพฒั นาเดก็ และเยาวชน การแทรกแซงและการจากดั สทิ ธขิ องเดก็ เยาวชน และบุคคล รฐั พงึ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เดก็ เยาวชน สตรี ผสู้ ูงอายุ คนพิการ สง่ เสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย เสรมิ สรา้ งและพัฒนา ในครอบครวั จะกระทามไิ ด้ เวน้ แต่โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญตั ิ ผยู้ ากไร้ และผู้ดอ้ ยโอกาส ใหส้ ามารถดารงชีวติ ได้อยา่ งมคี ณุ ภาพ และ ความเปน็ ปกึ แผ่นของครอบครวั และความเข้มแขง็ ของชุมชน แห่งกฎหมาย เฉพาะเพ่ือสงวนและรักษาไว้ซ่งึ สถานะของครอบครวั ค้มุ ครองปอ้ งกันมิใหบ้ ุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรอื ปฏบิ ตั ิ รัฐต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผ้พู กิ ารหรือทุพพลภาพและ หรอื ประโยชนส์ งู สดุ ของบุคคลนั้น อยา่ งไมเ่ ปน็ ธรรม รวมตลอดทงั้ ใหก้ ารบาบดั ฟ้นื ฟแู ละเยียวยา ผู้ด้อยโอกาสใหม้ ีคณุ ภาพชีวิตทดี่ แี ละพึ่งตนเองได้ เด็กและเยาวชนซึง่ ไมม่ ีผู้ดแู ลมสี ทิ ธไิ ดร้ ับการเล้ียงดูและ ผู้ถูกกระทาการดังกล่าว มาตรา ๘๑ รฐั ตอ้ งจดั การศกึ ษาอบรมและสนับสนุนใหเ้ อกชน การศกึ ษาอบรมที่เหมาะสมจากรฐั ในการจดั สรรงบประมาณ รฐั พงึ คานงึ ถึงความจาเปน็ และ จดั การศึกษาอบรมใหเ้ กดิ ความรคู้ คู่ ุณธรรม จดั ใหม้ ีกฎหมายเกย่ี วกบั มาตรา ๕๔ บุคคลซ่งึ พิการหรอื ทุพพลภาพ มีสทิ ธิเข้าถึงและใช้ ความต้องการท่ีแตกตา่ งกันของเพศ วยั และสภาพของบุคคล ท้งั นี้ การศึกษาแห่งชาติ ปรับปรุงการศกึ ษาให้สอดคล้องกบั ประโยชนจ์ ากสวัสดิการ สิ่งอานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และ เพอื่ ความเป็นธรรม ความเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจและสงั คม สรา้ งเสริมความรแู้ ละ ความช่วยเหลอื ท่ีเหมาะสมจากรฐั ปลูกฝังจิตสานึกทถ่ี กู ต้องเกยี่ วกบั การเมอื งการปกครองในระบอบ บุคคลวิกลจรติ ยอ่ มไดร้ ับความชว่ ยเหลือท่ีเหมาะสมจากรัฐ ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมุข สนบั สนนุ มาตรา ๘๐ รัฐตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านสงั คม การคน้ ควา้ วิจยั ในศลิ ปวทิ ยาการตา่ ง ๆ เรง่ รัดพัฒนาวิทยาศาสตร์และ การสาธารณสุข การศกึ ษา และวฒั นธรรม ดงั ต่อไปนี้ เทคโนโลยีเพอื่ การพฒั นาประเทศ พัฒนาวชิ าชพี ครู และส่งเสรมิ (๑) คุ้มครองและพัฒนาเดก็ และเยาวชน สนับสนนุ การอบรม ภูมิปญั ญาท้องถิน่ ศลิ ปะและวัฒนธรรมของชาติ เลีย้ งดูและให้การศึกษาปฐมวัย สง่ เสริมความเสมอภาคของหญิงและ มาตรา ๘๒ รฐั ต้องจดั และส่งเสรมิ การสาธารณสุขให้ประชาชน ชาย เสรมิ สรา้ งและพัฒนาความเปน็ ปึกแผ่นของสถาบนั ครอบครัวและ ได้รบั บริการทไ่ี ดม้ าตรฐานและมีประสิทธภิ าพอยา่ งท่วั ถึง ชุมชน รวมท้งั ต้องสงเคราะห์และจัดสวสั ดกิ ารให้แก่ผู้สูงอายุ ผยู้ ากไร้ ผูพ้ กิ ารหรอื ทุพพลภาพ และผู้อยู่ในสภาวะยากลาบาก ใหม้ คี ุณภาพ ชวี ิตที่ดขี น้ึ และพง่ึ พาตนเองได้ (๒) สง่ เสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้น การสร้างเสริมสุขภาพอันนาไปสู่สขุ ภาวะท่ียั่งยนื ของประชาชน รวมท้ัง จัดและส่งเสริมให้ประชาชนไดร้ ับบรกิ ารสาธารณสุขท่มี มี าตรฐาน
๓๗ นาถะ ดวงวชิ ัย ผ้อู านวยการสานักงานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๙ รัฐตอ้ งส่งเสริมและสนบั สนุนใหป้ ระชาชน อยา่ งท่วั ถึงและมปี ระสทิ ธภิ าพ และสง่ เสริมให้เอกชนและชุมชนมี มีสว่ นรว่ มในการสงวน บารุงรักษา และใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชวี ภาพอย่างสมดลุ รวมทง้ั ส่วนรว่ มในการพัฒนาสุขภาพและการจดั บริการสาธารณสขุ โดยผ้มู ี มสี ่วนร่วมในการสง่ เสรมิ บารุงรักษา และคมุ้ ครองคุณภาพ สิ่งแวดล้อมตามหลักการการพัฒนาท่ยี ่ังยืน ตลอดจนควบคมุ และ หนา้ ท่ีให้บริการดังกลา่ วซง่ึ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและ กาจดั ภาวะมลพษิ ทม่ี ผี ลตอ่ สุขภาพอนามยั สวสั ดิภาพ และคณุ ภาพ ชวี ิตของประชาชน จริยธรรม ย่อมได้รบั ความคุม้ ครองตามกฎหมาย มาตรา ๘๕ รฐั ตอ้ งดาเนนิ การตามแนวนโยบายดา้ นท่ดี ิน มาตรา ๗๒ รฐั พึงดาเนนิ การเกี่ยวกบั ทด่ี นิ ทรพั ยากรน้า และ ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ดังตอ่ ไปน้ี พลังงาน ดังตอ่ ไปนี้ (๑) กาหนดหลักเกณฑ์การใช้ทีด่ ินใหค้ รอบคลมุ ท่วั ประเทศ โดยให้ (๑) วางแผนการใชท้ ดี่ นิ ของประเทศใหเ้ หมาะสมกับสภาพ คานึงถึงความสอดคลอ้ งกบั สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทง้ั ผืนดนิ ผนื น้า ของพื้นทแี่ ละศักยภาพของท่ีดินตามหลักการพฒั นาอย่างย่งั ยนื วถิ ชี ีวติ ของชมุ ชนทอ้ งถนิ่ และการดแู ลรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งมี (๒) จดั ให้มกี ารวางผงั เมืองทกุ ระดบั และบังคับการใหเ้ ป็นไป ประสิทธิภาพ และกาหนดมาตรฐานการใช้ที่ดินอยา่ งย่งั ยนื โดยตอ้ งให้ ตามผงั เมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมตลอดทั้งพัฒนาเมืองใหม้ ี ประชาชนในพ้ืนที่ท่ไี ดร้ บั ผลกระทบจากหลกั เกณฑก์ ารใชท้ ี่ดินน้ัน ความเจรญิ โดยสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของประชาชนในพ้ืนท่ี มสี ่วนร่วมในการตดั สินใจดว้ ย (๓) จัดให้มีมาตรการกระจายการถอื ครองท่ีดินเพ่ือใหป้ ระชาชน (๒) กระจายการถือครองทดี่ นิ อยา่ งเปน็ ธรรมและดาเนนิ การ สามารถมีที่ทากนิ ไดอ้ ยา่ งทัว่ ถึงและเป็นธรรม ใหเ้ กษตรกรมกี รรมสทิ ธ์หิ รอื สิทธิในทด่ี นิ เพื่อประกอบเกษตรกรรม (๔) จัดให้มที รัพยากรนา้ ที่มีคณุ ภาพและเพียงพอตอ่ การอปุ โภค อย่างท่วั ถึงโดยการปฏริ ปู ทีด่ ินหรอื วธิ ีอ่นื รวมท้งั จดั หาแหล่งนา้ บรโิ ภคของประชาชน รวมท้งั การประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เพื่อใหเ้ กษตรกรมนี า้ ใชอ้ ยา่ งพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร และการอ่ืน (๓) จดั ใหม้ กี ารวางผังเมือง พัฒนา และดาเนินการตามผงั เมือง (๕) ส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์พลงั งานและการใช้พลังงานอย่างคมุ้ คา่ อย่างมปี ระสิทธิภาพและประสิทธผิ ล เพ่ือประโยชน์ในการดูแลรกั ษา รวมทง้ั พฒั นาและสนับสนนุ ให้มกี ารผลติ และการใช้พลังงานทางเลือก ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยนื เพอื่ เสรมิ สร้างความมัน่ คงดา้ นพลงั งานอยา่ งยง่ั ยืน (๔) จัดใหม้ แี ผนการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรนา้ และทรพั ยากร ธรรมชาตอิ ืน่ อย่างเป็นระบบและเกดิ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม ทั้งต้องให้ ประชาชนมสี ว่ นรว่ มในการสงวน บารงุ รักษา และใช้ประโยชนจ์ าก ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละความหลากหลายทางชวี ภาพอย่างสมดลุ (๕) ส่งเสริม บารงุ รกั ษา และคมุ้ ครองคณุ ภาพส่ิงแวดล้อมตาม หลกั การพัฒนาทย่ี ั่งยนื ตลอดจนควบคมุ และกาจัดภาวะมลพิษท่ีมีผล ต่อสุขภาพอนามยั สวัสดิภาพ และคณุ ภาพชีวิตของประชาชน โดย ประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ต้องมี สว่ นร่วมในการกาหนดแนวทางการดาเนินงาน
๓๘ นาถะ ดวงวิชัย ผอู้ านวยการสานักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ผจู้ ัดทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๘๔ รัฐตอ้ งจดั ระบบการถือครองทีด่ ินและการใช้ทด่ี นิ มาตรา ๘๖ รัฐต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านวทิ ยาศาสตร์ อย่างเหมาะสม จดั หาแหล่งนา้ เพอ่ื เกษตรกรรมใหเ้ กษตรกร อยา่ งทั่วถึง และรักษาผลประโยชนข์ องเกษตรกรในการผลติ และ ทรพั ย์สินทางปญั ญา และพลงั งาน ดังตอ่ ไปนี้ การตลาดสินคา้ เกษตรใหไ้ ด้รบั ผลตอบแทนสงู สุด รวมท้ังสง่ เสริม การรวมตวั ของเกษตรกรเพอ่ื วางแผนการเกษตรและรกั ษา (๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และใช้ประโยชน์ ผลประโยชน์รว่ มกันของเกษตรกร จากพลังงานทดแทนซ่ึงได้จากธรรมชาตแิ ละเป็นคณุ ตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม มาตรา ๘๖ รฐั ต้องสง่ เสริมให้ประชากรวัยทางานมงี านทา คุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานเด็กและแรงงานหญงิ จดั ระบบ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งและเป็นระบบ แรงงานสัมพันธ์ การประกนั สังคม รวมท้งั คา่ ตอบแทนแรงงานให้เปน็ ธรรม มาตรา ๘๔ รัฐต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกจิ มาตรา ๗๓ รัฐพงึ จดั ให้มมี าตรการหรอื กลไกทช่ี ่วยให้เกษตรกร มาตรา ๘๓ รฐั ตอ้ งดาเนนิ การใหม้ กี ารกระจายรายไดอ้ ย่างเปน็ ดงั ต่อไปนี้ ประกอบเกษตรกรรมได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ไดผ้ ลผลิตทมี่ ปี รมิ าณ ธรรม (๘) คุม้ ครองและรกั ษาผลประโยชนข์ องเกษตรกรในการผลิตและ และคณุ ภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทนุ ตา่ และสามารถแข่งขนั การตลาด สง่ เสรมิ ให้สนิ ค้าเกษตรไดร้ บั ผลตอบแทนสงู สดุ รวมทัง้ ส่งเสรมิ ในตลาดได้ และพึงช่วยเหลือเกษตรกรผยู้ ากไร้ใหม้ ที ท่ี ากิน การรวมกลมุ่ ของเกษตรกรในรปู ของสภาเกษตรกรเพือ่ วางแผนการเกษตร โดยการปฏริ ูปทดี่ นิ หรือวิธอี นื่ ใด และรักษาผลประโยชนร์ ่วมกนั ของเกษตรกร (๑๔) สง่ เสรมิ อุตสาหกรรมแปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร เพ่อื ใหเ้ กดิ มลู ค่าเพ่ิมในทางเศรษฐกจิ มาตรา ๔๔ บุคคลย่อมมีสิทธไิ ดร้ บั หลักประกนั มาตรา ๗๔ รัฐพงึ ส่งเสรมิ ให้ประชาชนมีความสามารถใน ความปลอดภยั และสวสั ดภิ าพในการทางาน รวมทง้ั หลักประกันใน การทางานอยา่ งเหมาะสมกบั ศกั ยภาพและวัยและใหม้ งี านทา และพงึ การดารงชีพทง้ั ในระหวา่ งการทางานและเมอื่ พน้ ภาวะการทางาน ค้มุ ครองผู้ใช้แรงงานให้ไดร้ ับความปลอดภัยและมสี ขุ อนามยั ทีด่ ใี น ทงั้ นี้ ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ การทางาน ไดร้ บั รายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสทิ ธิ มาตรา ๘๔ รฐั ต้องดาเนนิ การตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกจิ ประโยชนอ์ นื่ ที่เหมาะสมแกก่ ารดารงชีพ และพึงจัดให้มีหรือส่งเสรมิ ดงั ตอ่ ไปนี้ การออมเพื่อการดารงชีพเมอ่ื พ้นวัยทางาน (๗) ส่งเสรมิ ใหป้ ระชากรวยั ทางานมีงานทา ค้มุ ครองแรงงานเดก็ และ รัฐพึงจดั ใหม้ รี ะบบแรงงานสมั พันธท์ ี่ทุกฝ่ายท่ีเก่ยี วข้อง สตรี จดั ระบบแรงงานสมั พันธ์และระบบไตรภาคีทผี่ ูท้ างานมสี ทิ ธเิ ลอื ก มีส่วนร่วมในการดาเนนิ การ ผแู้ ทนของตน จดั ระบบประกันสังคม รวมทั้งคุม้ ครองใหผ้ ทู้ างานทม่ี ี คณุ ค่าอยา่ งเดยี วกนั ไดร้ บั คา่ ตอบแทน สิทธปิ ระโยชน์ และสวัสดกิ าร ท่ีเป็นธรรมโดยไมเ่ ลือกปฏิบัติ ส่วนท่ี ๗ แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ มาตรา ๘๓ รัฐตอ้ งส่งเสรมิ และสนับสนนุ ใหม้ กี ารดาเนนิ การ มาตรา ๗๕ รฐั พึงจัดระบบเศรษฐกิจให้ประชาชนมโี อกาส ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดร้ ับประโยชนจ์ ากความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจไปพรอ้ มกนั อยา่ งท่ัวถึง เปน็ ธรรม และยัง่ ยนื สามารถพงึ่ พาตนเองไดต้ ามหลกั
๓๙ นาถะ ดวงวชิ ัย ผู้อานวยการสานักงานประธานสภาผ้แู ทนราษฎร ผ้จู ัดทา รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๘๕ รัฐตอ้ งส่งเสรมิ สนับสนนุ และคมุ้ ครองระบบ มาตรา ๘๔ รัฐต้องดาเนินการตามแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ขจดั การผกู ขาดทางเศรษฐกจิ ทไี่ มเ่ ปน็ สหกรณ์ ดงั ต่อไปนี้ ธรรม และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของ มาตรา ๘๗ รัฐต้องสนบั สนุนระบบเศรษฐกจิ แบบเสรโี ดยอาศัย กลไกตลาด กากับดูแลใหม้ กี ารแขง่ ขนั อยา่ งเปน็ ธรรม คุ้มครอง (๑) สนบั สนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศยั ประชาชนและประเทศ ผ้บู รโิ ภค และป้องกันการผกู ขาดตดั ตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทัง้ ยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑท์ ่คี วบคุม กลไกตลาด และสนับสนุนใหม้ กี ารพัฒนาเศรษฐกิจอย่างย่ังยืน โดยตอ้ ง รัฐต้องไมป่ ระกอบกิจการทีม่ ีลักษณะเป็นการแขง่ ขันกับเอกชน ธุรกิจทไ่ี มส่ อดคล้องกับความจาเปน็ ทางเศรษฐกิจ และตอ้ งไม่ ประกอบกจิ การแขง่ ขนั กับเอกชน เว้นแตม่ คี วามจาเปน็ เพอื่ ประโยชน์ ยกเลิกและละเวน้ การตรากฎหมายและกฎเกณฑท์ ่คี วบคมุ ธรุ กิจซึ่งมี เวน้ แต่กรณีทม่ี ีความจาเปน็ เพือ่ ประโยชนใ์ นการรักษาความม่ันคงของ ในการรักษาความมนั่ คงของรัฐ รักษาผลประโยชนส์ ่วนรวม หรือ การจัดให้มกี ารสาธารณูปโภค บทบญั ญตั ิทไี่ มส่ อดคลอ้ งกับความจาเปน็ ทางเศรษฐกจิ และตอ้ งไม่ รัฐ การรกั ษาผลประโยชน์สว่ นรวม การจัดใหม้ สี าธารณปู โภค หรอื ประกอบกิจการทมี่ ีลกั ษณะเป็นการแข่งขันกบั เอกชน เว้นแต่มี การจัดทาบริการสาธารณะ ความจาเป็นเพือ่ ประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรฐั รกั ษา รัฐพึงสง่ เสรมิ สนบั สนุน คุ้มครอง และสรา้ งเสถียรภาพใหแ้ ก่ ผลประโยชน์สว่ นรวม หรือการจัดให้มสี าธารณปู โภค ระบบสหกรณป์ ระเภทตา่ ง ๆ และกิจการวิสาหกจิ ขนาดยอ่ มและ (๒) สนบั สนุนใหม้ กี ารใช้หลักคณุ ธรรม จริยธรรม และหลกั ขนาดกลางของประชาชนและชุมชน ธรรมาภิบาล ควบค่กู ับการประกอบกิจการ ในการพฒั นาประเทศ รฐั พึงคานึงถงึ ความสมดลุ ระหวา่ ง (๔) จดั ใหม้ ีการออมเพ่อื การดารงชพี ในยามชราแกป่ ระชาชนและ การพัฒนาดา้ นวัตถุ กบั การพัฒนาด้านจิตใจและความอย่เู ย็นเป็นสุข เจา้ หน้าท่ขี องรัฐอย่างทัว่ ถงึ ของประชาชน ประกอบกัน (๕) กากับใหก้ ารประกอบกิจการมกี ารแขง่ ขนั อย่างเสรแี ละ เปน็ ธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอนไมว่ ่าโดยทางตรงหรอื ทางอ้อม และคุ้มครองผบู้ ริโภค (๖) ดาเนนิ การให้มกี ารกระจายรายได้อยา่ งเป็นธรรม คุ้มครอง ส่งเสรมิ และขยายโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนเพื่อ การพัฒนาเศรษฐกิจ รวมท้ังสง่ เสริมและสนับสนนุ การพัฒนาภูมปิ ญั ญา ท้องถ่ินและภูมปิ ัญญาไทย เพือ่ ใช้ในการผลิตสินค้า บริการ และ การประกอบอาชพี (๙) ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณใ์ ห้เปน็ อิสระ และการรวมกลุ่มการประกอบอาชีพหรอื วชิ าชีพตลอดทั้งการรวมกลุม่ ของประชาชนเพอ่ื ดาเนินกิจการดา้ นเศรษฐกิจ (๑๑) การดาเนนิ การใดทเ่ี ป็นเหตใุ ห้โครงสร้างหรอื โครงขา่ ย ข้ันพน้ื ฐานของกจิ การสาธารณปู โภคขน้ั พน้ื ฐานของรฐั อนั จาเปน็ ต่อ การดารงชวี ติ ของประชาชน หรือเพอ่ื ความมน่ั คงของรฐั ตกไปเปน็ กรรมสทิ ธ์ิของเอกชน หรอื ทาให้รฐั เป็นเจา้ ของนอ้ ยกวา่ ร้อยละหา้ สบิ เอ็ด จะกระทามิได้
๔๐ นาถะ ดวงวิชัย ผูอ้ านวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผู้จดั ทา รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๑๒) สง่ เสรมิ และสนับสนนุ กิจการพาณชิ ยนาวี การขนสง่ ทางราง รวมทงั้ การดาเนินการตามระบบบรหิ ารจดั การขนสง่ ทง้ั ภายในและระหว่างประเทศ (๑๓) สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ องค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกจิ ท้ังในระดับชาติและระดบั ท้องถนิ่ ใหม้ ีความเขม้ แข็ง ส่วนที่ ๓ แนวนโยบายดา้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ มาตรา ๗๗ รฐั ตอ้ งจดั ใหม้ ีแผนพฒั นาการเมือง จัดทา มาตรา ๗๘ รฐั ต้องดาเนินการตามแนวนโยบายดา้ นการบริหาร มาตรา ๗๖ รัฐพงึ พฒั นาระบบการบริหารราชการแผ่นดนิ ทั้ง มาตรฐานทางคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของผูด้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง ราชการแผน่ ดนิ ดังตอ่ ไปน้ี ราชการสว่ นกลาง สว่ นภมู ภิ าค สว่ นทอ้ งถ่นิ และงานของรัฐอย่างอ่ืน ข้าราชการ และพนกั งานหรอื ลกู จา้ งอื่นของรัฐ เพอื่ ปอ้ งกนั การทุจริต (๑) บรหิ ารราชการแผ่นดนิ ใหเ้ ป็นไปเพอื่ การพฒั นาสงั คม ให้เปน็ ไปตามหลักการบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งท่ีดี โดยหน่วยงานของ และประพฤติมชิ อบ และเสรมิ สรา้ งประสทิ ธิภาพในการปฏิบตั หิ น้าท่ี เศรษฐกจิ และความมน่ั คงของประเทศอยา่ งย่ังยนื โดยต้องส่งเสรมิ รฐั ตอ้ งร่วมมอื และช่วยเหลอื กนั ในการปฏิบตั หิ น้าที่ เพอ่ื ให้การบรหิ าร มาตรา ๗๘ รฐั ตอ้ งกระจายอานาจให้ท้องถิ่นพ่ึงตนเองและ การดาเนินการตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงและคานงึ ถงึ ผลประโยชน์ ราชการแผน่ ดนิ การจดั ทาบริการสาธารณะ และการใช้จา่ ยเงนิ ตดั สินใจในกจิ การทอ้ งถน่ิ ไดเ้ อง พฒั นาเศรษฐกจิ ท้องถ่นิ และระบบ ของประเทศชาตใิ นภาพรวมเป็นสาคญั งบประมาณมปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ เพื่อประโยชนส์ ุขของประชาชน รวม สาธารณูปโภคและสาธารณปู การตลอดทง้ั โครงสรา้ งพื้นฐาน (๒) จัดระบบการบรหิ ารราชการส่วนกลาง ส่วนภมู ภิ าค และ ตลอดทงั้ พัฒนาเจ้าหนา้ ทีข่ องรัฐให้มีความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ และมีทัศนคติ สารสนเทศในทอ้ งถิน่ ให้ทว่ั ถงึ และเท่าเทยี มกนั ทว่ั ประเทศ รวมทั้ง ส่วนทอ้ งถนิ่ ใหม้ ีขอบเขต อานาจหน้าที่ และความรับผดิ ชอบที่ชดั เจน เป็นผู้ให้บริการประชาชนใหเ้ กดิ ความสะดวก รวดเรว็ ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ พัฒนาจังหวดั ที่มคี วามพร้อมใหเ้ ปน็ องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ขนาด เหมาะสมแกก่ ารพัฒนาประเทศ และสนับสนนุ ใหจ้ งั หวดั มแี ผนและ และปฏิบัตหิ นา้ ทีอ่ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ใหญ่ โดยคานงึ ถงึ เจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวดั นัน้ งบประมาณเพื่อพฒั นาจังหวดั เพอ่ื ประโยชนข์ องประชาชนในพืน้ ท่ี รัฐพงึ ดาเนินการใหม้ ีกฎหมายเกยี่ วกับการบริหารงานบุคคล มาตรา ๒๓๐ การจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ข้นึ ใหม่ โดยมี (๓) กระจายอานาจให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ พึ่งตนเองและ ของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามระบบคณุ ธรรม โดยกฎหมาย การกาหนดตาแหน่งหรอื อัตราของขา้ ราชการหรือลกู จา้ งเพ่มิ ข้นึ ให้ ตัดสินใจในกิจการของท้องถ่ินไดเ้ อง สง่ เสริมใหอ้ งคก์ รปกครองส่วน ดังกลา่ วอย่างน้อยต้องมมี าตรการป้องกันมใิ หผ้ ู้ใดใชอ้ านาจหรือกระทา ตราเปน็ พระราชบญั ญตั ิ ทอ้ งถน่ิ มีส่วนร่วมในการดาเนินการตามแนวนโยบายพ้ืนฐานแห่งรัฐ การโดยมชิ อบทีเ่ ป็นการกา้ วก่ายหรือแทรกแซงการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี หรอื การรวมหรอื การโอนกระทรวง ทบวง กรม ที่มีผลเป็นการจดั ต้งั พัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณปู การ กระบวนการแตง่ ต้ังหรือการพิจารณาความดคี วามชอบของเจา้ หนา้ ที่ เปน็ กระทรวง ทบวง กรม ข้ึนใหม่ หรอื การรวมหรอื การโอนกระทรวง ตลอดทั้งโครงสร้างพ้ืนฐานสารสนเทศในท้องถิ่น ให้ท่ัวถึงและเทา่ เทียม ของรฐั ทบวง กรม ทีม่ ิได้มกี ารจดั ตั้งเป็นกระทรวง ทบวง กรม ข้ึนใหม่ ท้งั น้ี กันท่วั ประเทศ รวมท้งั พัฒนาจังหวัดท่ีมีความพร้อมใหเ้ ป็นองคก์ ร โดยไม่มีการกาหนดตาแหน่งหรอื อตั ราของข้าราชการหรือลกู จา้ ง ปกครองส่วนท้องถ่ินขนาดใหญ่ โดยคานงึ ถึงเจตนารมณ์ของประชาชน รัฐพึงจดั ใหม้ ีมาตรฐานทางจรยิ ธรรม เพือ่ ให้หนว่ ยงานของรฐั ใช้ เพม่ิ ขึน้ หรอื การยุบกระทรวง ทบวง กรม ให้ตราเปน็ พระราช ในจังหวัดน้ัน เปน็ หลกั ในการกาหนดประมวลจรยิ ธรรมสาหรบั เจ้าหนา้ ทีข่ องรฐั ใน กฤษฎกี า (๔) พฒั นาระบบงานภาครฐั โดยมงุ่ เนน้ การพฒั นาคณุ ภาพ หน่วยงานนั้น ๆ ซ่ึงตอ้ งไมต่ า่ กว่ามาตรฐานทางจรยิ ธรรมดังกลา่ ว ภายในสามปีนบั แตว่ ันทม่ี กี ารรวมหรือการโอนกระทรวง ทบวง คณุ ธรรม และจรยิ ธรรมของเจา้ หน้าทข่ี องรฐั ควบคู่ไปกับการปรับปรุง กรม ตามวรรคสอง จะกาหนดตาแหน่งหรืออัตราของข้าราชการหรอื รูปแบบและวธิ ีการทางาน เพ่ือใหก้ ารบริหารราชการแผ่นดนิ เปน็ ไป
๔๑ นาถะ ดวงวิชยั ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผแู้ ทนราษฎร ผ้จู ดั ทา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ลูกจา้ งเพม่ิ ขนึ้ ในกระทรวง ทบวง กรม ทีจ่ ัดตง้ั ขน้ึ ใหม่ หรือใน อย่างมีประสทิ ธภิ าพ และสง่ เสรมิ ให้หนว่ ยงานของรฐั ใช้หลกั การ กระทรวง ทบวง กรม ทถ่ี ูกรวมหรอื โอนไป มไิ ด้ บริหารกจิ การบ้านเมอื งทด่ี เี ปน็ แนวทางในการปฏิบัตริ าชการ พระราชกฤษฎกี าตามวรรคสอง ให้ระบุอานาจหนา้ ทีข่ อง กระทรวง ทบวง กรม ทีจ่ ดั ตัง้ ขึ้นใหม่ การโอนอานาจหน้าท่ีตาม (๕) จัดระบบงานราชการและงานของรฐั อย่างอน่ื เพื่อให้ บทบญั ญัติแห่งกฎหมายซงึ่ หน่วยราชการหรอื เจ้าพนกั งานทมี่ ีอยเู่ ดมิ การโอนขา้ ราชการและลกู จ้าง งบประมาณรายจา่ ย รวมท้ังทรพั ย์สนิ การจดั ทาและการใหบ้ ริการสาธารณะเปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ และหนส้ี ิน เอาไวด้ ว้ ย มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคานงึ ถงึ การดาเนินการตามวรรคสองกับกระทรวง ทบวง กรม ที่มพี ระราชบญั ญตั จิ ดั ตัง้ ข้นึ แล้ว ให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎีกา โดยให้ การมีสว่ นรว่ มของประชาชน ถือว่าพระราชกฤษฎีกาท่ตี ราข้นึ นน้ั มีผลเปน็ การแกไ้ ขเพิม่ เติม บทบัญญตั ใิ นพระราชบญั ญตั ิหรอื กฎหมายท่ีมผี ลใชบ้ ังคบั ไดด้ ังเช่น (๖) ดาเนินการให้หน่วยงานทางกฎหมายท่มี ีหน้าท่ีใหค้ วามเห็น พระราชบญั ญตั ใิ นสว่ นท่เี กี่ยวขอ้ งด้วย เกย่ี วกับการดาเนนิ งานของรฐั ตามกฎหมายและตรวจสอบการตรา กฎหมายของรฐั ดาเนินการอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การบรหิ ารราชการ แผ่นดินเปน็ ไปตามหลกั นติ ธิ รรม (๗) จัดให้มีแผนพัฒนาการเมอื ง รวมท้ังจัดใหม้ สี ภาพฒั นา การเมืองทม่ี คี วามเป็นอิสระ เพอื่ ติดตามสอดส่องให้มกี ารปฏบิ ตั ิตาม แผนดังกล่าวอยา่ งเคร่งครดั (๘) ดาเนินการให้ข้าราชการและเจา้ หน้าทขี่ องรฐั ไดร้ ับสทิ ธิ ประโยชน์อยา่ งเหมาะสม มาตรา ๘๑ รัฐตอ้ งดาเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย มาตรา ๗๗ รฐั พงึ จดั ให้มกี ฎหมายเพยี งเท่าที่จาเปน็ และ และการยตุ ธิ รรม ดงั ต่อไปนี้ ยกเลิกหรอื ปรับปรงุ กฎหมายที่หมดความจาเปน็ หรอื ไมส่ อดคลอ้ งกบั (๓) จดั ให้มีกฎหมายเพอื่ จัดตงั้ องคก์ รเพ่อื การปฏริ ูปกฎหมาย สภาพการณ์ หรอื ท่ีเปน็ อปุ สรรคตอ่ การดารงชีวติ หรอื การประกอบ ทีด่ าเนนิ การเป็นอิสระ เพ่ือปรับปรงุ และพัฒนากฎหมายของ อาชพี โดยไม่ชกั ช้าเพอ่ื ไม่ใหเ้ ปน็ ภาระแก่ประชาชน และดาเนนิ การให้ ประเทศ รวมทัง้ การปรบั ปรงุ กฎหมายให้เปน็ ไปตามรฐั ธรรมนญู โดย ประชาชนเขา้ ถงึ ตัวบทกฎหมายตา่ ง ๆ ไดโ้ ดยสะดวกและสามารถ ตอ้ งรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผทู้ ไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากกฎหมายน้ัน เขา้ ใจกฎหมายได้ง่ายเพือ่ ปฏิบตั ติ ามกฎหมายไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ประกอบด้วย กอ่ นการตรากฎหมายทกุ ฉบับ รัฐพึงจัดให้มกี ารรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผเู้ ก่ยี วขอ้ ง วิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิดขน้ึ จากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทง้ั เปดิ เผยผลการรบั ฟงั ความคิดเหน็ และการวิเคราะหน์ นั้ ต่อประชาชน และนามาประกอบ การพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อกฎหมาย มผี ลใชบ้ ังคับแล้ว รฐั พึงจดั ให้มกี ารประเมินผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมาย ทกุ รอบระยะเวลาที่กาหนดโดยรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผูเ้ กย่ี วข้อง
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๔๐ ๔๒ นาถะ ดวงวิชัย ผู้อานวยการสานกั งานประธานสภาผูแ้ ทนราษฎร ผู้จัดทา รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบด้วย เพือ่ พัฒนากฎหมายทกุ ฉบับใหส้ อดคล้องและเหมาะสม กับบรบิ ทต่าง ๆ ท่เี ปลย่ี นแปลงไป รัฐพึงใช้ระบบอนญุ าตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะ กรณที ่ีจาเป็น พงึ กาหนดหลกั เกณฑ์การใช้ดลุ พินจิ ของเจา้ หนา้ ที่ของ รัฐและระยะเวลาในการดาเนนิ การตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญตั ไิ วใ้ น กฎหมายใหช้ ดั เจน และพงึ กาหนดโทษอาญาเฉพาะความผดิ ร้ายแรง มาตรา ๗๘ รฐั พึงส่งเสริมใหป้ ระชาชนและชุมชนมีความรู้ ความเขา้ ใจท่ถี ูกตอ้ งเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ และมสี ่วนรว่ มในการพฒั นาประเทศ ด้านต่าง ๆ การจดั ทาบรกิ ารสาธารณะท้งั ในระดับชาติและระดับ ท้องถนิ่ การตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ การตอ่ ตา้ นการทจุ ริตและ ประพฤตมิ ิชอบ รวมตลอดท้งั การตัดสนิ ใจทางการเมือง และการอื่นใด บรรดาที่อาจมผี ลกระทบต่อประชาชนหรือชมุ ชน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228