Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Description: โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย
การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล”
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Search

Read the Text Version

สารสนเทศและดิจิทัล สามารถรับมือกับการคุกคามทางโลกออนไลน์ และสร้างความ ปลอดภยั ของตนเองบนโลกออนไลน์ไดด้ ้วย ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรม ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น ครูต้งั ประเดน็ คำถามวา่ “นกั เรยี นใช้สื่อออนไลนป์ ระเภทใดมากทส่ี ุดใน 1 วนั ” ครแู ละนักเรยี นร่วมกับสนทนาตามประเดน็ คำถาม และสรปุ การใชส้ ื่อของนักเรยี น ขนั้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ จากน้ันครนู ำตัวอยา่ งของ “ขา่ วปลอมบนโลกไซเบอร”์ (Fake News) ใหน้ กั เรียน ร่วมกันนักเรียนวิเคราะห์และอภิปราย แยกแยะระหว่างข้อมูลที่ถกู ต้องและข้อมูลที่ผดิ รวมถึงขอ้ มลู ท่ีมเี น้อื หาเป็นประโยชน์และข้อมลู ท่เี ข้าข่ายอันตราย เพือ่ เปน็ การวิเคราะห์ และประเมินค่าของสื่ออย่างมีวิจารณญาณ เมื่อนักเรียนร่วมกันอภิปรายแล้ว ให้ แบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 5 คน รว่ มกันเขยี นผลกระทบของข่าวปลอมลงในกระดาษที่ ครูแจก จากนัน้ ครใู ห้นักเรียนทุกคนเปิดแอปพลิเคชน่ั Facebook ของตนเอง แล้วสงั เกตว่า ใน ระยะเวลา 1 เดอื น นกั เรียนแชร์ขอ้ มูลข่าวสารเกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยให้วิเคราะห์เนื้อหา สาระและระบุชื่อเพจตามหัวข้อ ดงั นี้ เพจดมี สี าระ, เพจเพอื่ ความบนั เทงิ และเพจหาสาระ ไม่ได้ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันคิดสร้างสรรค์เพจสมมติของกลุ่ม กลุ่มละ 1 เพจ แลว้ ให้ตวั แทนกล่มุ ออกมานำเสนอ 36

ข้ันสรปุ บทเรยี น ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปทักษะ การคิด วิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณในการบริโภคสื่อและ ข่าวสารออนไลน์ กจิ กรรมท่ี 2 : เสียงของสอื่ เข้าถึง วเิ คราะห์ ประเมนิ ค่า สรา้ งสรรค์ส่ือ จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สาระหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิต ในสังคม หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง สิทธิมนุษยชน ครูผู้สอนได้ขยายผลจากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ตามโครงการ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เทา่ ทันสื่อ สารสนเทศและดิจิทัล” เพื่อให้ นักเรียนเตบิ โตเป็นพลเมืองท่ีดี ปลอดภัยจากการคุกคามของสื่อและสามารถปรับตวั เข้า กบั โลกท่เี ปล่ยี นแปลง โดยจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ดังน้ี ข้ันตอนการจดั กจิ กรรม ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย แล้วนำภาพเกี่ยวกับการ แสดงออกทางสทิ ธแิ ละเสรภี าพให้นักเรยี นซักถามและแลกเปลีย่ นร่วมกัน ขน้ั กิจกรรมการเรยี นรู้ ครเู ปดิ สือ่ /วดี ิโอใหน้ ักเรยี นดู จาก YouTube เร่ือง “การทำแทง้ ผดิ อยา่ งไร”

แล้วให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ถึงปัญหา แนวทางแก้ไขและพัฒนาสิทธิมนุษยชนจาก การชมสื่อน้ี จากนั้น ครูและนักเรียนร่วมกันคิดวิเคราะห์ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน ในระดบั โรงเรยี น เพ่อื สร้างความตระหนักถึงสภาพปญั หาท่ีเกิดขึน้ เม่ือวิเคราะห์ปัญหา ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแล้ว ครูมอบหมายให้นักเรียนสร้างสรรค์สื่อ โดยกำหนดให้ นักเรียนถ่ายภาพจากมือถือ/กล้องที่สะท้อนถึงแนวทางและการแก้ไขปัญหาสิทธิ มนุษยชนในโรงเรยี น พร้อมตั้งประเดน็ คำถามชวนคิดมาคนละ 1 ภาพ “กลอ้ งวงจรปิด ประโยชนข์ องมนั คอื ชว่ ยจบั ผิดภาพผ้กู ระทำผิด แตบ่ างครัง้ ความจริงท่ีมี อย่อู าจสูญหายไปตามคุณคา่ ของเงินทอง” ผลงานนกั เรยี น : นางสาวหทัยชนก อโนดาต ข้นั สรปุ บทเรยี น ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปบทเรยี น และการสรา้ งสรรคส์ อ่ื ผลงานของนักเรยี น ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมานำเสนอภาพถ่ายของตนเอง เปิดโอกาสให้นักเรียนในชั้น แลกเปล่ยี นเรยี นรแู้ ละสร้างทศั นคตทิ ่ีดีเกีย่ วกับ “สิทธมิ นษุ ยชนในโรงเรยี น” 37

จากกจิ กรรมดงั กล่าว นอกจากจะเปน็ การเสริมทกั ษะการรู้เท่าทนั สื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัลแลว้ สิ่งสำคัญอีกประการหนง่ึ คือ การเปดิ มุมมองของนักเรยี น ซ่ึงเปน็ การเปดิ โอกาสให้นักเรยี นได้แสดงทศั นคติของตนเอง มุมมองของตนเองที่ครูไม่เคยรู้ ที่เพื่อนไม่ เคยรู้ นบั วา่ เปน็ การแลกเปล่ยี นอย่างมคี ุณค่า อกี ทั้งนกั เรียนได้สรา้ งสรรคส์ ือ่ ที่สะท้อนให้ เหน็ ถึงสิทธิมนษุ ยชนและการใชส้ อื่ อยา่ งสร้างสรรคอ์ กี ดว้ ย ---------------------------------------------------------------------------------------------- “การเสริมทักษะ รู้เท่าทันสื่อฯ ไม่ใช่หน้าที่ หลัก แต่เป็นหน้าที่สำคัญของทักษะการใช้ ชีวิตในโลกปัจจุบัน โลกไม่ได้หมุนเร็วขึ้น…. แต่เราทุกคนต้องปรับตัวให้ทัน ต่อความ เปล่ียนแปลงของโลกทห่ี มนุ เรว็ ขึน้ ” ครลู ลิตตา สปุ นิ ะ กลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม โรงเรียนเนินมะปรางศกึ ษาวิทยา สพม.เขต 39

ทรพั ยากรธรรมชาติทีส่ ูญเสยี ไป....... กบั ลมหายใจชองมนษุ ย์ทยี่ งั คงมีอยู่ !! ในยุคปัจจุบันวิกฤติการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสรรพสิ่งบนโลก อาทิ ปัญหาดนิ เสื่อโทรม,ปญั หาแหล่งนำ้ เนา่ เสียม,ปัญหา ป่าไมถ้ ูกทำลาย,ปัญหาดา้ นมลพษิ ทางอากาศและปัญหา ภาวะโลกร้อนเป็นต้น โดยปัญหาดงั กลา่ วเป็นผลมาจาก 2 ปจั จยั หลกั ๆได้แก่ โดย : ครกู ฤษฎากร สุจาคำ 1. ภัยทางธรรมชาติ 2. เกิดจากการกระทำของฝีมือ โรงเรียนวงั มะดา่ นพทิ ยาคม จงั หวัดพิษณโุ ลก “มนุษย์” มนุษย์ เปน็ ตัวแปรสำคัญทที่ ำให้ การคงอยู่ มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดข่าวท่ี ของทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมดุลได้ นำเสนอนั้นเปน็ จรงิ หรือไม่ หากแตม่ นษุ ย์ มีความเข้าใจตลอดจนตระหนักใน ผ ู ้ ค น ส ่ ว น ใ ห ญ ่ โ ด ย เ ฉ พ า ะ ก ลุ่ ม คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั้นอย่างแท้จริง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้าน เยาวชนและวยั รุ่นได้ให้ความสำคัญในเรื่อง นีน้ อ้ ยลง ซึ่งพบว่าการแชรข์ อ้ ความ รปู ภาพ ต่างๆ บนสอื่ สงั คมออนไลน์ของกล่มุ เยาวชน วิกฤติการณ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้นปัจจุบัน และกลุ่มวัยรุ่น มีการโพส การแชร์ข้อมูลท่ี ผู้คนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลดังกล่าวได้ ไม่เป็นความจริงขาดการตรวจสอบ อยา่ งรวดเร็วและง่ายดายจนบางครง้ั ทำให้ผู้รับ แหล่งที่มาของข้อมูล มีการโพส แชร์ ข้อมูลขาดการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล วา่ แหล่งข้อมลู นน้ั ข้อความต่างๆที่ขาดการยั้งคิด ขาดความ รอบคอบมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงเพราะคิดแค่ เพียงวา่ กลัวจะ “ตกขา่ ว” 38

!กิจกรรมเป็นสือ่ นำสูค่ วามสำเรจ็ การสร้างกระบวนการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและการรับรู้ใน ประเด็นปัญหาด้านวิกฤตการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดจน การสร้าง เข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ครูจำเป็นที่จะต้อง “ฉีกกระบวนการสอนแบบเก่าๆ” และนำกระบวนการสอนแบบใหม่เข้ามาจัดการ เรียนการสอนแทนนั่นคือครูต้องนำ กิจกรรมมาเป็นหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ถา่ ยทอดเน้อื หาวิชา ซงึ่ จะทำให้ผู้เรียนรู้สกึ สนกุ ไปกับการเรียนและทำให้บรรยากาศของ การเรียนไมน่ า่ เบือ่ ดงั ท่ผี ้เู ขียนจงึ ขอยกตัวอยา่ งการนำเสนอการจัดการเรียนการสอนที่ใช้ กิจกรรมเป็นฐานใหผ้ ้อู า่ นได้ทราบในลำดับต่อไป กจิ กรรมท่ี 1 อารมณท์ ่แี ตกต่างบนพ้ืนฐานของความเขา้ ใจ 1 นกั เรียนรบั ฟงั คำชแี้ จงและกติกาจากครู ดงั น้ี - ให้นักเรียนแสดงความรู้สึก ผ่านตัวการ์ตูนอีโมจิในแอพพลิเคช่ันเฟสบุ๊ค หลังจากที่ได้รับชมคลิปวีดิโอ โดยให้เขียนข้อความลงบนกระดาษ Post it จากนั้นนำ ข้อความไปตดิ ลงในตัวการ์ตนู อโิ มจิที่กำหนดให้ 1.1 นักเรียนชมคลิปวีดีโอจากสื่อ Youtube จำนวน 2 เรื่องพร้อมทั้งร่วมกัน วิเคราะหป์ ระเด็นทกี่ ำหนดให้ - ข่าวออนไลน์ เรือ่ ง หลอดพลาสติก ปญั หาสง่ิ แวดล้อมโลก - คลิปวดี ีโอ เรือ่ ง เกาะมรดกโลก กลายเปน็ ถงั ขยะยักษ์ในทะเล 1.2 นกั เรียนและครูรว่ มกนั วิเคราะห์ และสะทอ้ นความคิดคลิปวีดีโอแต่ละเรื่องใน ประเดน็ ดงั ต่อไปนี้

- สถานการณ์ดงั กล่าวมีสาเหตุมาจากอะไร - ปญั หาดังกล่าวสง่ ผลกระทบต่อสง่ิ มีชวี ติ และส่งิ แวดลอ้ มบนโลกอยา่ งไรบา้ ง - นกั เรียนมคี วามร้สู กึ อย่างไรหลงั จากทไ่ี ด้รบั ชมคลปิ วดี โี อหนา้ ช้ันเรียน 1.3 นกั เรียนเขียนข้อความแสดงความรูส้ กึ ของตนเองลงในกระดาษ Post it และนำไปติด ลงในตัวการต์ นู อโิ มจิ ทีก่ ำหนดหนา้ ช้ันเรียน ครเู ลือกสมุ่ ข้อความอภิปราย สะทอ้ นความคดิ หลังเสร็จส้ินกจิ กรรม กจิ กรรมอารมณ์ที่แตกต่างบนพน้ื ฐานของความ เข้าใจ เป็นกิจกรรมท่ีให้นักเรียนแสดงความร้สู กึ ของตนเอง ผ่านตัวการ์ตูนอีโมจิในแอพพลิเคชั่น เฟสบุ๊คหลังจากที่ได้รับชมสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่ง ภาพบางภาพ เนื้อหาบางเนื้อหาสามารถส่ือ ความหมายไดอ้ ย่างหลากหลายโดยแต่ละคนก็จะ มีการรับรู้การแปลความหมายสื่อนั้นที่แตกต่าง กันไป ซึ่งทำให้เห็นว่าหากเรามีความเข้าใจใน ความรูส้ ึกของผู้อื่น การโพส ขอ้ ความอะไรลงไป บ น โ ล ก โ ซ เ ช ี ย ล น ั ้ น เ ร า ต ้ อ ง ค ิ ด พ ิ จ า ร ณ า ใ ห้ รอบคอบ รอบด้านเสียก่อนควรท่ีจะคิดเสมอว่า ข้อความที่เราโพส หรือแชร์ลงไปนั้นสร้าง ผลกระทบต่อผู้ที่รับข้อมูลข่าวสารนั้นมากน้อย เพียงใด โดยไม่คิดแค่ว่าการโพสนั้นเป็นการโพส แค่เพียงเล่นๆเพื่อกลั่นแกล้งกันทางโซเชียล (Cyber Bullying ) เท่านั้น 39

กิจกรรมที่ 2 “ชอบกดLikeใชก่ ดแชรแ์ ห่ติดคุก” 1. นกั เรียนรบั ฟงั คำช้แี จงจากครแู ละนกั เรยี นแกนนำ ดังน้ี 2. นกั เรยี นรบั ชมสือ่ Power Point เรอ่ื ง ร้เู ท่าทนั สอื่ สงั คมออนไลน์ 3. หลักจากฟังคำอธิบายเสร็จสิ้น ครูและนักเรียนแกนนำเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วม สนทนา ซกั ถาม ประเดน็ ทส่ี งสยั 4. ให้นักเรียนจับคูก่ บั เพ่อื นทีน่ ่ังด้านข้าง และส่งตัวแทนออกมารับใบกิจกรรมท่ี 3.2 5. นกั เรยี นรว่ มกันวิเคราะห์ คุณ โทษ ทางออก ภัยอันตรายของสอ่ื สังคมออนไลน์ในยุค ปัจจุบัน และบันทกึ ผลลงในใบกจิ กรรม 3.2 ทกี่ ำหนดให้พร้อมนำเสนอหน้าชน้ั เรียน สะทอ้ นความคดิ หลงั เสร็จสน้ิ กจิ กรรม กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมท่ีฝึกให้นักเรียนได้วิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ภัยอันตราย และประโยชน์ของสื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบนั ทีม่ ีอยู่รอบๆตัวเรา ซึ่งนับวันภัยของ สื่อสังคมออนไลน์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึน้ เร่ือยๆ กิจกรรมนี้จึงเปน็ กิจกรรมทีส่ ่งเสรมิ ทักษะด้านการวิเคราะห์และเลือกใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ให้กับนักเรียน นักเรียนจะได้ เรียนรวู้ ่าสือ่ ประเภทใดเหมาะสมและเปน็ ประโยชน์กับตัวนักเรียนเองสื่อประเภทใดท่ีไม่ เหมาะและเป็นภัยแก่ตัวนักเรียนเองและคนรอบข้าง โดยสอดแทรกผ่านเนื้อหาใน หลักสูตรฯ นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถนำเอากระบวนการที่ได้จากการเรียนรู้ใน ห้องเรียนไปเผยแพร่ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ได้รับรู้ และตระหนักคุณ โทษ ภัย อนั ตรายของสอื่ สงั คมออนไลนใ์ นยุคปจั จบุ นั อกี ด้วย

ลมหายใจ มนษุ ย์ และส่ือ เป็นท่เี ข้าใจกันแลว้ ว่าเราไม่สามารถท่ีจะหยดุ ยั้งความเจริญก้าวหน้าของส่ือในยุค ปัจจุบันได้ แต่เราสามารถที่จะเลือกใช้สื่อนั้นให้อยู่ในขอบเขตได้ หากแต่เรารู้เท่าทันมี จิตสำนึกในการใชส้ ื่อน้ันอย่างสร้างสรรค์มนุษย์ ทรัพยากร และสื่อ ก็สามารถอย่รู ่วมกัน ได้อย่างสมดุล “อย่าปล่อยให้สื่อเป็นโทษและทำลายทุกสิ่ง แต่จงใช้สื่ออย่างมี ภูมิคุม้ กนั ” โดย ครกู ฤษฎากร สจุ าคำ (ครูเบลล์) โรงเรียนวังมะด่านพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก 40

โดย : ครูสริ ริ ินทร์ กำจาย โรงเรียนอนุบาลชนแดน จังหวัดเพชรบรู ณ์ “การรู้เทา่ ทนั ส่อื เทคโนโลยแี ละ ดจิ ิทลั ด้วยมุมมองจากสอ่ื สงิ่ พมิ พ”์ ในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนภายใตห้ วั ข้อ เรอ่ื ง พลเมืองรูเ้ ทา่ ทันส่ือ “แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วจากส่อื สง่ิ พมิ พ์” ซ่งึ เปน็ เนอื้ หาสว่ นหนงึ่ ของรายวิชาสังคมศึกษา หนว่ ย การเรียนรู้ “ทอ้ งถ่ินเพชรบรู ณ”์ ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ดว้ ยจงั หวัดเพชรบูรณ์เป็น หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยที่มีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมชม อย่างต่อเนื่องในทุกเทศกาล เกิดเป็นวิสัยทัศน์ “ดินแดนแห่งความสุขของคนอยู่และผู้ มาเยือน” ที่นำไปสู่การพัฒนาแหล่งทอ่ งเทีย่ วในทุกพื้นที่ของจังหวดั เพชรบูรณ์ ให้เป็น จุดสนใจให้นักท่องเที่ยวอยากไปเยี่ยมชม การประชาสัมพันธ์กลายเป็นสิ่งสำคัญในการ นำเสนอขอ้ มูล ของแหล่งท่องเท่ียวให้เป็นท่รี จู้ ัก หนงึ่ ในรปู แบบของการประชาสมั พนั ธ์ก็ คือ สื่อสิ่งพิมพ์ แนะนำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งใน แหลง่ ท่องเที่ยวในสือ่ สงิ่ พมิ พน์ นั้ มีชอ่ื แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วของอำเภอชนแดนอยู่ด้วย

การนำส่อื สิง่ พิมพ์มาใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรียน เกดิ จากความเชอ่ื ในแนวคดิ ทวี่ า่ นักเรียนควรเรียนรู้จากเร่อื งใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัว จะสง่ ผลตอ่ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ของนักเรยี นได้มากกว่า ด้วยนกั เรยี นมีความคุ้นเคยและเปน็ ส่วนหนงึ่ ของทอ้ งถน่ิ บางคน เคยไปยังแหล่งท่องเที่ยวนัน้ มาแล้ว สามารถเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับสถานที่จริงกับท่ี ปรากฏในสื่อสิ่งพมิ พม์ ีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ย่อมจะส่งผลต่อพฤติกรรม การแสดงออกในการรับรู้เรื่องราวของชุมชนท้องถิ่น เกิดเป็นความรู้สึกมีส่วนร่วมเป็น เจ้าของชุมชน ขณะดำเนินกิจกรรมนักเรียนต้องใช้ทักษะในการหาข้อมูลทั้งทักษะการ อา่ นขอ้ ความ การดภู าพประกอบ การวเิ คราะหข์ ้อมลู ทักษะกระบวนการกล่มุ การเขียน สื่อความ เมอื่ มขี ้อสงสยั นักเรยี นสามารถสืบค้นหาข้อมูลท่ีต้องการได้จากแหล่งเรียนรู้ใน โทรศัพทม์ ือถือ โดยมคี รูผู้สอนคอยให้คำแนะนำและความช่วยเหลอื ถือเป็นการส่งเสริม และสนบั สนุนใหน้ กั เรยี นนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกดิ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของตนเอง อยา่ งสร้างสรรค์ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง พลเมืองรู้เทา่ ทันสื่อ “แหลง่ ท่องเที่ยวจากส่อื สิ่งพิมพ”์ 1)ข้ันนำ (คิดวิเคราะห์จากประสบการณเ์ ดิม) ⬧ครนู ำสง่ิ พิมพแ์ นะนำแหลง่ ท่องเที่ยวจงั หวดั เพชรบูรณต์ ดิ บนกระดานใหน้ กั เรียนดู สนทนาซกั ถามภาพตา่ ง ๆ ในสิง่ พิมพ์ เป็นภาพอะไรบ้าง 41

⬧ให้นักเรียนจบั กลุม่ กล่มุ ละ 4-5 คน สง่ ตวั แทนเล่นเกมจดจำช่อื แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วจังหวัด เพชรบูรณ์ในส่ิงพิมพ์ กำหนดเวลาให้ 2 นาที เขยี นชื่อแหล่งทอ่ งเที่ยวในกระดาษที่ กำหนด กลมุ่ ใดเขียนได้มากทีส่ ุด ไดร้ บั รางวลั 2)ขนั้ สอน (วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากสื่อส่งิ พมิ พ์ท่กี ำหนด) ⬧ แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้ทุกกลุม่ ทราบ ⬧ ครแู จกส่งิ พิมพแ์ นะนำแหลง่ ท่องเทย่ี วใหท้ ุกกลุ่ม สนทนาซักถามสถานท่เี หล่านอ้ี ย่ทู ่ี ใดบา้ ง เคยไปทใ่ี ดมาแล้วบ้าง ⬧ ให้สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันศกึ ษาลักษณะของแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วและพิจารณาเลือก สถานท่ที ี่สมาชกิ ภายในกลมุ่ สนใจ มา 1 แห่ง 3) ขน้ั ฝกึ ปฏิบัติ (กระบวนการปฏบิ ัติงาน) ⬧ครูแจกใบงานประกอบกิจกรรมให้ทุกกลมุ่ ⬧สมาชิกแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ศกึ ษาและวเิ คราะห์ประเดน็ ในใบงานท่ีกำหนดให้

⬧สมาชกิ ทุกกล่มุ ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามประเดน็ ในใบงานทีก่ ำหนดให้ 4) ขน้ั ประยุกต์นำไปใช้(เสนอแนวทางการนำความรูท้ ่ไี ดร้ ับไปประยกุ ต์ใชใ้ น ชวี ติ ประจำวนั ) ⬧ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนจับสลากหัวขอ้ สถานการณ์ “เมื่อต้องไปท่องเที่ยวแหล่ง ท่องเที่ยวกับครอบครัวมีการวางแผนอย่างไร” จัดทำเป็นแผนภาพความคดิ ⬧แต่ละกล่มุ สืบค้นข้อมูลและวเิ คราะห์แนวทางใน การวางแผน ตั้งแต่การเดินทางไป จนเดินทาง กลับ จดั ทำเปน็ แผนภาพความคดิ 5)ขั้นสรุป (ทกั ษะการนำเสนองาน) -นกั เรยี นนำเสนอผลงานของกลมุ่ -นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปความรู้ ครูให้ความรู้เพมิ่ เติม สรุปผลการดำเนินกจิ กรรม จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนไดเ้ รียนรู้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลจากส่ือสิง่ พมิ พ์ท่ีกำหนด ขณะปฏิบตั ิกิจกรรมพบว่า นกั เรยี นแสดงออก 42

ให้เห็นถึงความกระตือรือร้นที่จะปฏิบัติกิจกรรม สมาชิกทุกคนร่วมกันทำงานตาม บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบท่ีได้รับในระยะเวลาที่กำหนดให้ ขอ้ มูลที่ปรากฏอยู่ในสื่อ สิ่งพิมพ์เป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นชื่อสถานที่ ตัวอย่างพื้นที่บางส่วนในสถานที่แห่งนั้น เอกลักษณค์ วามโดดเด่นของพื้นที่ เมื่อนกั เรยี นเข้าไปสืบคน้ หาข้อมลู เพิ่มเติมของแหล่ง ท่องเที่ยวที่ตนเองสนใจ จึงพบว่า สถานที่จริงนั้นไม่เหมือนกับที่เห็นในสื่อสิ่งพิมพ์ เส้นทางคมนาคมที่จะเข้าไปถึงสถานที่แหลง่ ท่องเทยี่ วไม่มีรถประจำทางผ่าน ผู้ท่ีจะเข้า ไปถึงสถานที่นั้นได้ต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัว เส้นทางเป็นถนนคดเคี้ยว บางช่วงเป็น ถนนลูกรัง ไม่ใช่ถนน ลาดยางทั้งเส้นทาง นอกจากนั้นแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งไม่ สามารถเข้าไปไดอ้ ย่างสะดวกตลอดท้งั ปี ด้วยมีอปุ สรรคในเรื่องของเสน้ ทางคมนาคมและ การประกอบอาชีพหลักทางด้านการเกษตร สรุปเป็นองคค์ วามรู้ได้ว่า “ส่อื สงิ่ พมิ พ์ต่าง ๆ ทพ่ี บเหน็ ไดท้ ั่วไปเลือกนำเสนอข้อมูลเพียงด้านความสวยงามเพยี งดา้ นเดียว ในการสร้าง แรงจูงใจให้กับผู้อ่าน ในความเป็นจริงทุกที่ทุกแห่งมีทั้งด้านที่ดีและด้านไม่ดี” เช่นเดียวกับ สื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกบั ชีวติ ประจำวนั ของทุกคน ด้วยความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีทำให้สื่อสามารถเขา้ ถึงทุกคนและรับรู้ได้อย่างรวดเรว็ นักเรียนให้ฐานะของ ผรู้ บั สอื่ ควรตอ้ งพิจารณาใหร้ อบดา้ น ไม่ควรตดั สินใจในขอ้ มลู ทไี่ ดร้ บั โดยทันที ควรศึกษา ข้อมูลในเร่ืองท่ีเกี่ยวข้องจากหลายแหล่งแล้วพิจารณาประเมนิ ค่าความน่าเชื่อถือ ความ เป็นไปได้ จึงพิจารณาเพื่อตัดสินใจต่อข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนิน ชีวิตประจำวันให้มีความตระหนักในผลที่เกิดจากการกระทำอันขาดความรอบคอบหรอื การพิจารณาไม่ถี่ถ้วนชัดเจน อันจะนำมาซึ่งความเดือนร้อนสู่ตนเองในภายหลังได้ ฉะนั้นการอยู่ในสังคมโลกที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเจริญก้าวหนา้ อย่างรวดเร็วจึง ต้องปรบั ตัวใหร้ ู้เท่าทันส่อื เทคโนโลยีและดิจิทัล อย่างรอบคอบและรอบดา้ น

สงั คมยคุ ดจิ ทิ ลั Lifestyle เปลย่ี นไป “ . . . ใ น ช ี ว ิ ต ข อ ง ค น เ ร า ท ุ ก ค น ล ้ ว น มี โดย : ครูพรรณิดา เอกา ประสบการณ์มากมาย มีทั้งน่าจดจำและไม่ อยากจะจำ สอบบรรจุขึ้นบัญชีไว้ว่าดีใจสุด โรงเรียนบา้ นสนั ป่าไร่ จงั หวดั ตาก ๆ แล้ว แต่การเรียกบรรจุนั้นดีใจยิ่งกว่า แน่นอนชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอ 2 ชั้น 1 อาคาร นักเรียนเป็นเด็กชนเผ่าและ ค ว า ม ล ำ บ า ก เ ร ิ ่ ม เ ข ้ า ม า เ ย ื อ น เ ม ื ่ อ ร ู ้ ว่ า ลูกของแรงงานพมา่ มากกว่าร้อยละ 70 ส่วน ระยะเวลาในการเดินทางของว่าที่ครคู นหน่งึ อีกร้อยละ 30 เป็นลูกหลานของคนไทยใน ที่ต้องเดินทางจากบ้านเป็นระยะทางเกือบ ท้องถิ่น ซึ่งในปี พ.ศ. 2557เทคโนโลยีการ 300 กิโลเมตร เพื่อมาสอนนักเรียนที่มีความ สอ่ื สารยังไม่แพรห่ ลาย มเี พียงนกั เรียนท่ีเป็น แตกต่างทางประเพณี วัฒนธรรม ภาษา การ คนไทยที่มีโทรศัพท์มือถือ แต่ปัจจุบันไม่ว่า ดำรงชีวิต และสารพัดปัญหามากมายที่ต้อง จะนักเรยี นท่ีเป็นคนไทย ชนเผ่า หรือลูกของ พบเจอ ระหว่างทางพบเจอกับธรรมชาติที่ แรงงานพม่าก็มีโทรศัพท์มือถือใช้กันตั้งแต่ สวยงามรายล้อมอยู่รอบตัว ความตื่นตาตื่น เข้าเรียน เรียกได้ว่าเริ่มตั้งแต่ระดับช้ัน ใจได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น “ประสบการณ์คร้ัง ปฐมวัยเลยทีเดียว ทางโรงเรยี นจะห้ามไมใ่ ห้ ใหมก่ ำลงั เริ่มต้นขึ้น” น ำ โ ท ร ศ ั พ ท ์ ม ื อ ถ ื อ ม า ใ ช ้ ท่ี โ ร ง เ ร ี ย น ก ็ ไ ม่ สามารถทำได้ เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามามี เมือ่ เดินทางมาถงึ ท่โี รงเรียนบ้าน สันป่า บทบาททางด้านการเรียนการสอน ไร่ จังหวัดตาก โรงเรียนที่มีความร่มรื่นเต็ม โดยครผู สู้ อนต้องประยุกตใ์ ชใ้ ห้เกิดประโยชน์ ไปด้วยต้นไม้ สนามหญ้าสีเขียว มีอาคารไม้ มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงต้องปลูกฝงั เกา่ 3 อาคาร และอาคารปนู ให้นักเรียนรู้จักคดิ และตระหนักถึงการใช้สอ่ื ให้เกิดประโยชนแ์ ละใชส้ ื่ออยา่ งไรให้ ปลอดภยั มากท่ีสุด 43

ครูตั้งคำถามนักเรียนชั้น ม.1 ว่า“นักเรียนส่วนใหญ่ใช้สื่อทางช่องทางใดมากที่สุด” และได้ คำตอบจากเด็กชายเอกพัน หรือที่เพื่อนๆ และครูรู้กันในนาม“ออแกนคิ ” “เฟสบุ๊คครับ โพ สต์รูป ข้อความ แสดงความคิดเห็น และทำได้อีกหลายๆอย่างครับ” ครูจึงตั้งคำถามถาม นักเรียนกลับว่า“แล้วนักเรียนคนอื่นใช้สื่อโซเซียลใดบ้าง” มีนักเรียนบางส่วนตอบว่า “ใช้ไลน์ ใช้แคโ่ ทรแบบเห็นหนา้ และส่งข้อความ ไม่ค่อยโพสต์” คำถามจึงผุดขึน้ ในสมองของ ครู“ใช้สอื่ อยา่ งไรใหป้ ลอดภยั ??” “จะปลูกฝงั นกั เรยี นอยา่ งไรใหร้ ทู้ ันสอ่ื ?” การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ครูชวนนักเรียนชั้น ม.1 พูดคุยและตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวว่ามี อะไรบ้าง ขอ้ มลู สว่ นตวั ใดเปิดเผยได้ ข้อมูลใดไม่ควรเปดิ เผย จากนั้นครูเปดิ คลิปวิดีโอจากส่ือ youtube เรื่อง password ซึ่งเป็นวีดีโอที่แสดงถึงการความไว้ใจของเพื่อนท่ีมีต่อเพือ่ นโดย บอกรหสั ผ่านเฟสบุ๊คใหเ้ พ่ือนรู้ และเพือ่ นนำไปใชใ้ นทางท่ีผดิ สง่ ผลให้เจา้ ของเฟสบุ๊คตัวจริง ได้รับความ เดือดร้อน จากนั้นครูตั้งคำถามว่า รู้สึกอย่างไรถ้านักเรียนเป็นเจ้าของเฟสบุค๊ ที่ ถูกแอบนำไปใช้ จากนั้นจึงใหน้ กั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น แบ่งกลุ่มนักเรียนกล่มุ ละ 4-5 คน ทำการสืบค้นข่าวสาร บทความ วิดีโอ กรณีศึกษาจากสื่ออินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับ พฤติกรรมการใช้สื่อที่ผิด สมาชิกในกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สรุปข้อมูล พร้อมท้ัง เสนอแนะขอ้ มลู โดยวเิ คราะห์ข้อมลู ลงในใบกจิ กรรม

ชั่วโมงท่ี 2 ครูจะจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงการใช้สื่อโซเชียลอย่างปลอดภัยด้วยวิธีการ งา่ ยๆ ที่นกั เรียนสามารถทำได้ โดยมีการจัดกิจกรรมดงั นี้ - ครูถามนกั เรยี นถึงความสำคัญของข้อมูลสว่ นตวั และการรักษาขอ้ มูลส่วนตัว พร้อม เปิดโอกาสให้นักเรียนแลกเปล่ียนแสดงความคิดเห็น ครูเปิดคลิปวีดโิ อ เรื่อง สื่อโซเซยี ล กับการใชอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ โดยเนือ้ หาในคลิปวีดิโอจะกลา่ วถงึ 10 วิธกี ารใช้โซเชียลมีเดีย อยา่ งปลอดภัย - ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มเกี่ยวกับการใช้สื่ออย่างไรให้ปลอดภัย และจะป้องกนั ความเปน็ ส่วนตัวในการใช้สอื่ อย่างไรลงใน ใบกจิ กรรม - ตวั แทนกลุ่มนำเสนอข้อมลู ครูและนกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เพ่มิ เตมิ ชวั่ โมงที่ 3 ในชั่วโมงที่ 3 ชั่วโมงนี้ครูกำหนดหวั ข้อโดยให้นักเรียนใชส้ ือ่ โซเชยี ลที่นักเรียนใชเ้ ป็น ประจำ คือ เฟสบุ๊ค เผยแพร่ข้อมูล/ความรู้ในหัวข้อ “วิธีใช้สื่อโซเชียล/เฟสบุ๊ค ให้ปลอดภัย” โดยโพสต์ลงหน้ากระดานของตนเองพรอ้ มทั้งแท๊กโพสต์กับเพื่อนในกลุม่ และครู เพื่อเป็นการให้ความรู้กับบุคคลที่อยู่ในโซเชียลให้ตระหนักถึงการใช้สื่ออย่าง ปลอดภัย 44

บทสรุปของการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ รู้เทา่ ทนั สื่อ “การใชส้ ่อื อยา่ งปลอดภยั ” ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้นักเรียน ตระหนัก รับรู้ ผา่ นการจดั ประสบการณ์และความรู้ที่มอี ยู่ในตวั ของนกั เรียนเพื่อเกิดการ วเิ คราะห์สอ่ื และสามารถสร้าง เผยแพร่ความรูจ้ ากการคน้ คว้าขอ้ มูล การประยุกต์ใช้ส่ือ ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ขัดต่อประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น คุณธรรมและจริยธรรม กฎระเบียบของสังคมที่ต้องรักษาไว้อย่าง เคร่งครดั “ไม่วา่ จะเป็นใคร วัยไหน กอ็ าจจะตกเปน็ เหยอื่ และเสพสือ่ อยา่ งผิดๆ” ใน เมื่อสื่อเ ป็น เ คร ื ่อง ม ืออ ย่ าง หน ึ ่ง ที่ ใ ช้ ใน ก าร จั ดก าร เร ียน ก าร สอน เป ล ี่ ย น ไ ป จากข้อความ รูปภาพ ที่อยู่ในหนังสือมาเป็นสื่อดิจิทัล ครูต้องรู้จักสอนให้นักเรียน แยกแยะสื่อ ไตร่ตรองความเหมาะสมของสื่อ จะทำให้นักเรียนเรียนรู้เลือกในส่ิงที่ดเี พอ่ื

ก้าวทันสื่อ พร้อมทั้งรับมือและไม่ตกเป็นเหยื่อ การรู้เท่าทันสื่อต้องสร้างให้นักเรียนมี อิสระ โดยมีสติสามารถคิด และวิเคราะห์ได้ด้วยตนเอง สติ - รู้ว่ากำลังทำอะไร คิด - นึกถึงผลที่ตามมา วิเคราะห์ - เหตุผลในการตัดสินใจที่ถูกต้อง หากมี 3 สิ่งนี้ นักเรียนจะสามารถใช้สื่อได้อย่างมีสติ รู้ตัว รู้ที่มาที่ไปของสื่อว่าสื่อ และใช้สื่อให้เกิด ประโยชน์ กล่าวได้ว่า จุดเริ่มต้นของการรู้เท่าทันสื่อท่ีครูสามารถปลูกฝังใหก้ ับนักเรียน คือ ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เนื่องจากการนักเรียนสามารถเข้าถึงส่ือ วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือของแหล่งข้อมูล ประเมินคุณค่า กลั่นกรองข้อมูล และเลือกใช้ ส่ือใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวได้อย่างปลอดภยั นอกจากความรับผิดชอบต่อตนเองแล้วยังสามารถรวมกลุ่มเพื่อสร้างความรู้ ความ เข้าใจในสื่อต่าง ๆ เข้าใจโครงสร้างกฎหมายและวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับสื่อเพื่อพัฒนา ข่าวสารและสารสนเทศให้เกดิ ประโยชนต์ ่อชมุ ชน สงั คม รวมถึงการปกป้องสทิ ธข์ิ องกลุ่ม และสร้างความรับผิดชอบโดยมีการกลั่นกรองข่าวสาร ข้อมูล และจริยธรรมการใช้ส่ือ ภายในกล่มุ เพื่อกา้ วสูพ่ ลเมือง.....รู้เทา่ ทันสอื่ 45



“เทา่ ทันส่ือกับการกา้ วเขา้ ส่ศู ตวรรษท่ี 21” โดย : ครูอินทริ า ดีฉนวน โรงเรยี นบา้ นทงุ่ มน จงั หวัดอทุ ยั ธานี ปจั จุบนั เราต้องยอมรบั วา่ การเขา้ ถงึ ส่ือ อินเทอรเ์ น็ต แหล่งขอ้ มลู ออนไลน์นนั้ เริ่ม ตั้งแต่ เด็กอายุ 2 ขวบ ซึ่งวุฒิภาวะในการตัดสินใจว่าข้อมูล หรือสื่อที่รับสิ่งได้เป็น ประโยชนล์ ะยังไม่สามารถเลือกรับสือ่ ท่ีดี ท่ปี ลอดภยั ได้ ดังนั้นเป็นจึงเป็นหนา้ ที่ของครูผู้สอนอย่างเราที่จะต้องคอยแนะนำและสอนให้ นักเรียนรู้จักเลือกรับสื่ออยา่ งมีสติ สามารถแยกแยะว่าข้อมูลได้น่าเช่ือถือและปลอดภัย ดังนน้ั การรเู้ ท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัล ถือเป็นคณุ สมบัติของเยาวชนในศตวรรษ ท่ี 21 ทีส่ ามารถเลือกรับ วเิ คราะห์ ประเมนิ และนำขอ้ มลู ที่ได้รบั ไปใช้ในทางสร้างสรรค์ รวมทง้ั ความสามารถในการผลติ สอ่ื ท่ดี เี พ่ือขบั เคล่อื นสังคม อย่างสรา้ งสรรค์ ในโลกยุคดิจิทัลที่มรสุมของข้อมูลข่าวสาร สื่อออนไลน์มากมายมหาศาลที่เราพบเจอ น้ัน มที ้งั ดี ไมด่ ี เชือ่ ถือได้ และเชือ่ ถือไม่ไดน้ ั้น มนั เป็นความท้าทายของเยาวชนไทยทุก คนทอ่ี ยู่ในโลกยุคดิจิทัลที่ต้องเผชญิ กับขอ้ มูลข่าวสาร ตลอดจนต้องนำพาตนเองเพ่ือการ แยกแยะวิเคราะห์ข้อมลู ข่าวสารเรื่องนั้น ๆ ให้ได้ว่าเร่ืองทีไ่ ด้รบั ขอ้ มูลน้ันมีความถูกต้อง และเช่ือถือได้เพียงใด เพ่ือความอยรู่ อดอยา่ งอยา่ งปลอดภยั โดยเฉพาะอย่างยง่ิ สง่ิ สำคัญ ในวันนี้เยาวชนของเราต้องมีทักษะในการเรียนรู้และรู้เท่าทันสื่อ ซึ่งทักษะที่ใช้ต้องใช้ ทกั ษะในกระบวนการฟงั การคดิ การรับรูอ้ ยา่ งมีสติและมีวิจารณญาณในการรับรขู้ ้อมูล ข่าวสารในเร่ืองนั้น ๆ 46

เม่อื นักเรียนมี“ความเข้าใจในเรือ่ งการรเู้ ทา่ ทันส่ือ” ความสามารถวิเคราะหแ์ ละอธิบายที่ เข้ามาเกี่ยวขอ้ งในการทำงานของอุตสาหกรรมสื่อ จดุ มงุ่ หมายของผูส้ ง่ สาร กระบวนการในการสร้างความหมายของสื่อ การถอดรหัสสาร ผลกระทบที่สื่อ สร้างขึ้น วิธีการที่สื่อใช้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และสามารถเข้าถึงสุนทรียศาสตร์ ในเนอ้ื หาส่อื ทถ่ี กู ผลิตขนึ้ สว่ น “การนำไปใชใ้ นเร่อื งการรูเ้ ท่าทนั ส่ือ” เป็นความสามารถ ประเมินคุณค่าเนื้อหาของสารในสื่อ ในแง่สุนทรียศาสตร์ คุณค่าต่อตนเองและสังคม แสวงหา จัดการ และเรียกใช้ข่าวสารที่ต้องการ มีทักษะในการผลิตสื่อ ความหมาย และทำความเข้าใจผู้รบั สารทเ่ี ปน็ กลมุ่ เปา้ หมาย การเข้าถึงสื่อดิจิตัล เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงสื่อตามแหล่ง ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ การเข้าถึงสื่อที่มากพอจากหลายแหล่งที่มา ซึ่งสามารถช่วย ประกอบการคดิ ตดั สินใจ และลงมือกระทำ เพ่อื ทำความเขา้ ใจค้นหาในเรือ่ งน้นั ๆ ที่เรา ต้องการศึกษา อย่างการเข้าถึง เข้าใจ และเท่าทันสื่อ นั่นคือทักษะสำคัญของพลเมือง ไทยในฐานะทเ่ี ปน็ เยาวชนในการปกปอ้ งสทิ ธิเพื่อขับเคลื่อนสังคมประชาธิปไตยและสร้าง การเปลี่ยนแปลง การที่เยาวชนไทยในฐานะเป็นส่วนหนึง่ ที่มีบทบาทในการค้นคว้าหาความร้จู าก สื่อดิจิทัล ต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้เท่าทันสื่อให้มาก เลือกรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อ ใหเ้ ปน็ คดิ แยกแยะวิเคราะห์ในเรื่องของสื่อที่ถ่ายทอดออกมาให้ถูกต้อง เพราะข้อมูลต่าง ๆ มีอิทธิพลอย่างมาก ในการเป็นส่วนประกอบของข้อมูลข่าวสารในด้านต่าง ๆ ที่ประชาชน ได้รับ การสื่อสารมวลชน การส่งข่าวสารต้องให้ความรู้เก่ียวกับข้อมูลน้ัน พลเมืองจึงจะ กลายเปน็ บุคคลท่มี ีทักษะรูเ้ ทา่ ร้ทู นั ส่อื ได้

ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากสื่อต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น อีเมลล์ บล็อก และโปรแกรมสนทนา มีทั้งข้อมูลท่ีเชื่อถอื ไดแ้ ละข้อมูลที่หลอกลวง ผู้รับข้อมูลต้องรู้จัก ใช้ขอ้ มูลอยา่ งมวี จิ ารณญาณ ตรวจสอบ ประเมนิ ความถูกตอ้ งของขอ้ มูล โดยพจิ ารณาได้ จากผู้เผยแพร่ วนั ทเ่ี ผยแพร่ และการอ้างอิงแหล่งข้อมลู กจิ กรรมการเรยี นรู้ “(นักสืบ)โฆษณา ชวนชือ่ ” 1)ขั้นนำ ⬧ครนู ำภาพตัวอย่างโฆษณาชวนชอื่ 2 ภาพ ให้นักเรียนดู แล้วใหน้ ักเรยี นพิจารณาความ น่าเช่ือถอื ของขอ้ มลู ⬧ครอู ธบิ ายการพจิ ารณาความนา่ เช่อื ถือของข้อมูลข่าวสารท่ไี ดร้ ับ ควรมีการตรวจสอบ ขอ้ มูลหลาย ๆทาง เชน่ การดทู ี่มาของแหลง่ ข้อมูล แหล่งอา้ งอิงของขอ้ มลู 47

⬧ครยู กตวั อยา่ งเว็บไชต์ อย.ใหน้ กั เรยี นดูเป็นแนวทางในการตรวจสอบข้อมูลสนิ ค้า 2)ขน้ั กจิ กรรม ⬧ครแู บ่งกลุ่มนกั เรียนกลมุ่ ละ 4 คนและแจกใบงานเรอื่ ง ข้อมูลนา่ อา่ น ข่าวสารชวนเชือ่ ให้นกั เรยี นรว่ มกนั ทำใบงาน และใหต้ วั แทนกลุม่ ออกมานำเสนอหน้าหอ้ ง ⬧ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกบั ขอ้ มลู ขา่ วสารทไ่ี ด้รับมคี วามน่าเชื่อถอื หรือไม่ พิจารณาจากส่วนใดบา้ ง

⬧ครูแจกใบงานเรอ่ื งนกั สบื ค้นข่าว ใหน้ กั เรยี นกลมุ่ เดมิ และให้นักเรยี นพิจารณาข่าวสาร ทไี่ ด้รบั แล้วหาคำตอบที่ถกู ต้อง และนำเสนอขอ้ มูล และรว่ มกันเฉลยใบงาน ⬧ ให้ตัวแทนกลมุ่ นำเสนอขอ้ มูล และรว่ มกนั เฉลยใบงาน 48

“ชีวติ จรงิ ในโลกสอื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล” โดย : ครภู านพุ งษ์ พมุ่ พัด โรงเรียนบ้านกรา่ งวทิ ยาคม จงั หวัดพษิ ณโุ ลก “ ครูครับ !!! ครูเคยโดนเพอ่ื นแกล้งถ่ายรูป ตอน…………แลว้ ไปโพสต์ลง Facebook ไหมครบั ” มีนกั เรยี นคนหนงึ่ มาถามผมในขณะผมกำลังสอน ในโลกปัจจบุ ันนเ้ี ราตอ้ งยอมรับว่าส่ือ สอนเขาให้เขาใชส้ อ่ื สารสนเทศ และดิจิทัล ในปัจจุบันนั่นเข้าถึงงา่ ย และรวดเร็ว ซึ่ง อยา่ งไรใหป้ ลอดภัยและรูเ้ ท่าทนั นั้นก็เป็นเรื่องปกติในการพัฒนา ความก้าวหน้าเกี่ยวกับสื่อ อย่างไรก็ตาม ผมในฐานะที่เป็นครูคนหนึ่งใน การเปล่ยี นแปลงของส่ือ สารสนเทศ และ ระยะเวลา 2 ปี ที่เป็นครูผมเจอโรงเรียน ดิจทิ ลั มีหลายมุมมอง หลายมิติเราควรมี ส อ ง แ บ บ ก ล ่ า ว ค ื อ ส ม ั ย ต อ น ฝึ ก ความรู้หรือรู้เท่าทันผลที่จะเกิดตามมา ประสบการณ์วชิ าชพี ครหู รือฝึกสอนผมได้มี แน่นอนเด็กที่เกิดมาพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ โอกาสไปสอนโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมี เขาจะเห็น เรียนรู้ และโตมากับมัน สิ่งที่ นักเรยี นราว 3,000 คน และโรงเรยี นขนาด สำคัญคอื เราจะ กลางมนี ักเรยี นราว 400 คน ผมได้ สาม ะจะรรรรรรรรร

สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนสิ่งที่มีเหมือนกัน รวมถึงเทคนิคในการสอนนกั เรียนโดยการให้ คือนักเรียนทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือทุกคน นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติ แล้วนักเรียนเอาโทรศัพท์มาโรงเรียนเกือบทุก ผมบูรณาการกับพระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษา- คน สิ่งที่ผมเจอมากที่สุดคือนักเรียนชอบเล่น ปีท่ี3 เร่ือง หนา้ ที่ชาวพุทธและมรรยาทชาวพุทธ แกล้งกันด้วยการถ่ายรูป ถ่ายคลิปเพื่อนตอน ผมจัดกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกั บ หลับบ้าง ตอนเพื่อนมีพฤติกรรมเป็นที่น่า ชีวิตประจำวันโดยชื่อกิจกรรมว่า Facebook อับอายบ้างแล้วเอาไปล้อ แซว แกล้ง กันบน โพสตใ์ ห้ถูกใจใคร ? โลกออนไลน์อย่างสนุกสนาน อีกพฤติกรรม หนึ่งที่เจอบ่อยนักเรียนด่ากันในโลกออนไลน์ Facebook โ พ ส ต ์ ใ ห้ และพฤติกรรมการโพสต์รูปของตัวเองที่มี ถูกใจใคร? ลักษณะล่อแหลมรวมถึงการลงรูปคู่กับแฟน แบบใกล้ชดิ โดยเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ว่าไม่ ว่าจะทำอะไร ไปท่ีไหน เด็กๆ มกั จะโพสต์ลง ผมกลับมาคิดทบทวนว่าเราควรทำ Facebook เสมอ จึงจัดกิจกรรมการเรียน อะไรสักอย่างในฐานะครูให้นักเรียนรู้ถึงข้อดี การสอนแบบบูรณาการโดยการจำลอง ข้อเสียของพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งผมได้มี สถานการณ์ขึ้น ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ โอกาสไปอบรม MIDL School “โรงเรียน 2-3 คน โดยจะมีรูปภาพ (ภาพเกี่ยวกับ สร้างพลเมืองรู้เท่าทนั ส่ือ สารสนเทศ ดิจิทัล” หน้าที่ชาวพุทธและมารยาทชาวพุทธที่มี ทำใหผ้ มเขา้ ใจเกี่ยวกับ MIDL มากข้นึ พฤติกรรมเหมาะสมและไม่เหมาะสม) ใหน้ กั เรียนแบบสุ่มให้แต่ละกลุ่ม ให้นักเรียน จำลองว่าถ้าเราจะโพสต์Status Facebook นักเรียนจะขึ้นstatus ว่าอะไร (ให้คิดว่า นักเรียนจะโพสต์รูปนั่นจริงๆหร4ือ9คนในรูป เปน็ รปู เราเอง)

จากนั้นให้นักเรียนติดรูปภาพตาม ผนังห้องเรียนเสมือนกดโพสต์ใน Facebook หลังจากนั้นให้เพื่อนๆ ได้ไปดู status และ รูปภาพของเพื่อนที่ได้โพสต์ลง ถ้าเกิด ความรู้สึกอย่างไรให้แสดงความรู้สึกแสดง ความคิดเห็น หรือแชร์ลงในกระดาษได้เลย (เสมือนแสดงความรูส้ ึก แสดงความคิดเห็นใน สถานะ และแชร์ facebook) ในขณะที่เพื่อน ไดด้ ู แชร์ แสดงความรสู้ กึ หรอื ความคดิ เห็นนั้น ให้เจา้ ของ status ไดต้ อบกลับเสมือนเราตอบ โต้ใน Facebook หลังจากที่นักเรียนทำกิจกรรมเสร็จ ครูได้นำ status พร้อมรูปภาพตัวอย่างของ นักเรียนมาแลกเปลี่ยนกันโดยผมขอ ยกตัวอยา่ งมาก 3 status ดังนี้ Status 1 เปน็ รูปการสรงนำ้ พระ status “อยากสรงนำ้ พระต้องไปที่วดั ถ้าอยากสง่ รักอ่ะ ต้องมาท่ีเรา” มีคนแสดงความคิดเหน็ “สง่ เคอรไ่ี ด้มั้ย555+” “พระคงหนาว” “ผ้าห่มไหมคับ” “งอ้ งงสายบญุ ” “สาธุจ้า”

Status 2 เป็นรูปนอนสมาธิ status “เมาจนหลับก็ดึงเทอกลับมาไม่ได้” มีคนแสดง ความคดิ เหน็ “หลบั ใหส้ บายนะ” “ตายลังม้างง” “ง่วงนอนเหรอ” Status 3 เป็นรูปเซลฟีกบั พระพทุ ธรูป status “เข้าวัดหวังได้บุญ แอบรักคุณหวงั ได้ ใจ” มีคนแสดงความคิดเห็น “เหงาเหรอ”“นรกจะกินหวั 555” “แอพเก่ง” “กิริยาแบบน้ี ไม่เหมาะสมนะคะ” “ถา้ เอาพระกลับบา้ นได้ เอากลับแลว้ มา้ งงง” “หนา้ แก่จังคะ่ ” ผลจากกจิ กรรมสกู่ ารเรียนรู้ บทสรุปชวี ติ จริงในโลกสือ่ สารสนเทศ ให้นกั เรียนช่วยกันสรปุ กจิ กรรมน้ีว่าได้ และดิจทิ ลั อะไรบ้าง นักเรียนส่วนใหญ่ตอบเป็นเสียง เดียวกันว่าเวลาจะโพสต์หรือลง status การใช้สื่อต่างๆ มีหลายมิติที่จะสะท้อน ควรคิดก่อนโพสต์ และไม่ควรโพสต์ด่าใคร กลับมามีทัง้ คนที่ชอบเราไม่ชอบเรา คนที่เหน็ ในโลกออนไลน์ มีนักเรียนคนหนึ่งพูดว่า ด้วยและเห็นต่าง ความรู้สึกที่เห็นโพสต์มีท้ัง “ขนาดบาง status รูปภาพสุภาพยังโดน ชอบ เกลียด ไม่เห็นด้วย จริงจัง โกรธ ฮ่า ขำ คนมองวา่ สร้างภาพเลย” และยังมีนักเรียน สนุก เล่นๆ เฉยๆ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นความรู้สกึ พูดอีกว่า “ไม่ว่าเราโพสต์สิ่งที่ดีหรือไม่ดี ต่างๆ เพราะฉะนั้นเราควรคำนึกเวลาเราจะ ถ้ามีคนไม่ชอบเราสิ่งที่เราโพสต์ก็ไม่ดีใน โพสต์ status หรือรูปภาพอะไรต้องมีสติดีๆ สายตาเขา” ผมชวนคุยต่อว่าชีวิตจริงบน ก่อนโพสต์ไม่งั้นมันอาจกลับมาทำร้ายเราใน โลกสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล อาจจะ ภายภาคหนา้ ได้ รุนแรงกว่านี้ก็ได้ หากเราโพสต์หรือลงใน ห้องเรยี นเปรียบเสมือน สื่อต่างๆ ไปแล้วมันจะกลายเป็นสาธารณ ความท้าทายของเขา วธิ กี ารสอนทีท่ ำให้นกั เรียน เราควรคำนงึ ถงึ ผลทเ่ี กดิ ขึน้ ตามมา เข้าใจมากที่สุดคือการใหเ้ ขา “MIDL มีหลากหลายมติ ทิ ี่ เรียนรู้ด้วยตนเองจาก ใหเ้ ราเลือกใช้กิจกรรมการเรยี น การสอนกเ็ ช่นกัน” ครภู านพุ งษ์ พุ่มพดั สถานการณ์จริง 50 ครโู รงเรียนบ้านกรา่ งวิทยาคม จังหวดั พษิ ณโุ ลก

“คุณเคยโดนรงั แกหรอื เปล่า?” โดย : ครูธรี ิศรา วันมา โรงเรียนพชิ ยั จังหวัดอตุ รดิตถ์ โลกในปัจจุบัน โลกที่มี Internet อยู่ในทุกช่วงกิจวัตรประจำวันของเรา การสื่อสาร สามารถสื่อถึงกันได้ง่ายมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว มีพื้นท่ี ทส่ี ามารถแสดงออกได้อย่างหลากหลาย ทำใหเ้ กิดความนิยมในการใช้ส่ือออนไลนเ์ พ่ิมขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนของเรา ทดี่ เู ขา้ ถงึ เทคโนโลยีได้ดีกวา่ เราเสยี อกี Facebook เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก Facebook ทำให้เรารู้สึกว่า เราได้ใกล้ชิดกับนักเรียน ได้รับรู้พฤติกรรมการใช้สื่อ ออนไลน์ รูว้ ่าตอนนีค้ วามสนใจหรอื ส่งิ ทกี่ ำลงั เปน็ ที่นยิ มในกลุ่มนักเรยี นคืออะไร จากการ กดไลก์ กดแชร์ ได้รู้ถึงอารมณ์และความรู้สึก ผ่าน status ของนักเรียน ซึ่งหลายครั้ง พฤติกรรมการใช้สื่อออนไลนข์ องนักเรียนนั้นนำมาซึ่งปัญหา โดยเฉพาะปัญหาการกล่ัน แกล้งบนโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) โดยที่นักเรียนไม่ทันได้ตระหนักถึงผลกระทบที่ ตามมา ดังนั้น เราจะทำอย่างไร ให้นักเรียนของเราได้ตระหนักถึงการรู้เท่าทันสื่อ และการเคารพสิทธิของผู้อน่ื บนโลกออนไลน์

เราจะจัดการเรยี นการสอนอย่างไร? วิธกี ารจดั การเรยี นการสอนเพ่อื ให้นักเรียนได้ตระหนักถงึ เรื่องการกล่ันแกล้งกัน บนโลกไซเบอร์ เราต้องจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนสามารถ นึกภาพตามได้ นำเรื่องราวหรือประสบการณ์จริงที่นักเรียนเคยพบเจอมาใช้ในการจัดก ารเรียนรู้ และเลือกใช้สื่อที่กำลังเป็นที่นิยมหรือนักเรียนให้ความสนใจ เราเชื่อว่าเด็กๆจะเกิดการ เรียนรู้จากสิ่งที่นักเรียนชอบ เราจึงได้เลือกใช้เกม PUBG มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพราะเกม PUBG เป็นเกมทีเ่ ดก็ ๆชน่ื ชอบ และกำลงั เปน็ ทน่ี ยิ ม ขน้ั ตอนการออกแบบกจิ กรรม PUBG มีชื่อย่อมาจาก PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS ถือเป็น เกมแนว survival ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเกมหนึ่งในปัจจุบัน รูปแบบของเกมคือ เราจะตอ้ งเอาตวั รอดใหไ้ ด้จนเปน็ คนหรอื ทมี สุดท้ายซง่ึ การเอาตัวรอด เราสามารถค้นหา อาวุธเพ่อื ใช้ในการโจมตีฝา่ ยตรงข้าม เราจึงได้นำเอารปู แบบของเกม PUBG มาปรบั ใช้ให้ เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ 51

กิจกรรมการเรยี นรู้ PUBG Social Battlegrounds 1. แบ่งนักเรียนออกเป็น 5 ทีม แต่ละทีมจะมีพลังชีวิต 100% ทีมไหนเหลือพลังชีวิต มากที่สุดเปน็ ฝา่ ยชนะ 2. เมื่อเร่ิมเกมให้แต่ละทีมค้นหาอาวุธโจมตี อุปกรณ์ป้องกัน และลูกกระสุนที่ซ่อนอยู่ โดยอาวธุ โจมตีแต่ละชนดิ จะมีพลังโจมตไี มเ่ ท่ากนั 3. เมื่อแต่ละกลุ่มได้อาวุธแล้ว ให้ส่งตัวแทนออกมาเป่ายิงฉบุ ว่าทีมไหนจะไดเ้ ริ่มเลน่ กอ่ นเปน็ ทีมแรก 4. ทีมที่ไดเ้ ลน่ กอ่ น สามารถเลือกทีมทจ่ี ะโจมตีได้ เมือ่ เลือกทมี ทีจ่ ะโจมตไี ดแ้ ลว้ ครูจะ กำหนดสถานการณ์มาให้ โดยเป็นสถานการณ์ทีเ่ กิดข้ึนจริงในโลกออนไลน์และสามารถ นำไปสูก่ ารเกิด Cyberbullying ได้ 5. ทีมที่โจมตีสามารถเลือกอาวุธในการโจมตี และจำนวนกระสุน ที่ใช้โจมตีฝ่ายตรง ข้าม (กำหนดให้กระสุน 1 ลูก สามารถแทนคำพูดได้ 1 คำ หรือ กระสุน 5-10 ลูก แทน การกระทำได้ 1 การกระทำ) ส่วนฝา่ ยทีโ่ ดนโจมตี จะตอ้ งหาอปุ กรณต์ ้งั รับการโจมตี

ขนั้ สรปุ กจิ กรรม หลงั จบเกม ครูได้ถามความรสู้ กึ ว่ารู้สึกอย่างไร หลายๆคนบอกวา่ สนุก เพราะได้ ระบายอารมณ์ ได้ว่าเพื่อน ได้โจมตีเพื่อน บางคนบอกว่าเพราะคำบางคำ หรือการกระทำ บางอยา่ งทำในชวี ติ จรงิ ไมไ่ ด้ ครถู ามตอ่ วา่ จากสถานการณ์ท่ีครยู กตวั อย่างมาให้ สามารถ พบได้จริงไหม นักเรียนบอกว่าเป็นเหตุการณ์ใกล้ตัว สามารถพบได้จริงในโลกออนไลน์ บางเหตกุ ารณก์ เ็ คยเกิดขนึ้ กบั ตัวเองหรือคนใกลช้ ดิ จากนั้นครูอธิบายว่า Cyberbullying คืออะไร และยกตัวอย่างเหตุการณ์ Cyberbullying ที่เกิดขึ้นจริงในโลกออนไลน์ บางเหตุการณ์มีการ กลั่นแกล้งกันจนนำไปสู่การเสียชีวิต ครูได้ เปรยี บเทียบใหน้ ักเรียนฟังว่าในเกม PUBG เราาต่างมีอาวุธปืนและกระสุนที่ใช้ในการโจมตี แต่ในชีวิต จริงเราไม่มีอาวุธปืนหรือลูกกระสุน แต่เรามีสื่ออยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Line ซ่งึ เปรียบเสมือนอาวุธของเรา คำพดู กเ็ ปรยี บเสมือนลกู กระสุน ท่เี ราจะใช้โจมตีใครก็ได้ในโลกออนไลน์ บางครั้งการที่เราพิมพ์ หรอื โพสต์อะไรลงไป อาจทำเพราะคิดว่าเปน็ ความสนกุ สนาน กแ็ ค่ขำๆไม่เห็น ต้องคิดมาก แตเ่ ราไม่รู้เลยว่า อกี ฝ่ายท่โี ดนเราโจมตีจะรู้สกึ อย่างไร เพราะเกราะในการป้องกันของแต่ ละคนไม่เท่ากัน การรบั มือกับปัญหาท่ีเกดิ ขนึ้ ไม่ร้จู ะจัดการได้อย่างไร สะทอ้ นความคิดจากกิจกรรม สดุ ทา้ ยแลว้ เราไดใ้ หเ้ ดก็ ๆลองสะทอ้ นตวั เองดวู า่ - ในอดีต นักเรียนเคยทำร้ายใครทางโลกไซเบอร์ไหม เพราะ อะไร? - เคยถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์หรือไม่ แล้วมีวิธีการจัดการกับปัญหา ทีเ่ กดิ ขน้ึ อยา่ งไร 52

- จากกจิ กรรม PUBG Social Battlegrounds นกั เรยี นมีความคิดเห็น หรือตระหนักถึง เร่อื งการกล่นั แกลง้ กันบนโลกไซเบอร(์ Cyberbullying) อย่างไร ความเปล่ียนแปลงทเ่ี กิดข้ึนหลงั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลังจากจบกิจกรรมเราได้สังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ พบว่านักเรียน บางส่วนเวลาโพสต์รูปจะปิดชื่อของตนบนชุดนักเรียน หรือเบลอหน้าบุคคลอื่น แต่ทั้งน้ี เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมการใชส้ ่อื ออนไลน์ไดเ้ พยี งแค่การจัดกิจกรรมนี้เพียง กิจกรรมเดยี ว แต่เราเชื่อวา่ กิจกรรมนีจ้ ะเป็นจุดเล็กๆทีท่ ำให้นกั เรียนไดต้ ระหนกั ถงึ การ รู้เทา่ ทนั สอ่ื และสามารถเปล่ียนแปลงพฤติกรรมไปในทางทีด่ ีข้นึ ได้ ----------------------------------------------------------------------------------------------- ธรี ศิ รา วนั มา (ครูเปตอง) ครูโรงเรียนพิชยั อำเภอพิชยั จังหวัดอตุ รดิตถ์ “นกั เรียนจะเกดิ การเรียนร้ไู ด้ดีจากส่ิงทเี่ ขาชอบ และสนใจ”

ว่าเรื่องดว้ ย.....ความคาดหวงั โดย : ครสู ุรสั วดี คมุ้ สพุ รรณ โรงเรยี นบา้ นแก่งหว้าแกง่ ไฮ จงั หวัดพิษณุโลก “ตอนแรกจะสอนให้เด็กเก่งจนคาดหวงั กับเขามากเกินไป จนลมื ความสำคญั ของรากฐานแตล่ ะคนทีพ่ กตดิ ตวั มา อย่างพิเศษ” หากมใี ครถามวา่ เป็นครูท่ีดหี รือเปล่า จนมองข้ามสิ่งใกล้ตัวเกิน เพราะในโลก คงไม่กล้าตอบเลย เพราะเคยสอนนักเรยี น ปัจจุบนั สิ่งทเ่ี ยาวชนซมึ ซบั เลียนแบบและ โดยยึดกระดาษร้อยหน้าตัวชี้วัดร้อยข้อมา ใช้เวลาอยู่ใกล้ด้วยเป็นเวลานาน คือ แล้วแต่นักเรียนไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิต สื่อสังคมออนไลน์ โดยท่ปี ฏเิ สธไม่ได้เลยวา่ จริงของเขาได้เลย ผลที่ตามมาคือ ไม่สนุก สื่อเข้ามามีอิทธิพลต่อการรับรู้และเข้าถึง กบั การเรยี น กลายวา่ วชิ าสังคมศกึ ษานี้เป็น ในสงั คมเป็นอยา่ งมาก ทำให้เราต้ังคำถาม วิชาจำคุกดีๆนี่เอง พอตั้งคำถามกับตัวเอง กับตวั เองว่า การทเี่ ด็กเรยี นเก่ง ไดเ้ กรด 4 แล้ว หลายๆครัง้ ๆ วา่ มนั เกิดอะไรขึ้น เพราะยุค แบบไหนที่เราอยากคาดหวังกับเด็กใน สมัยที่เปลี่ยนแปลง หรือเพราะการแข่งขนั อนาคต จนได้คำตอบที่แน่ชัดแล้วคือ ที่เข้มข้นขึ้น เลยมีคำตอบจากการคาดเดา การเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ของตนเองเปน็ ร้อยๆข้อ สำคญั กวา่ การได้เกรด 4 ทุกวิชาซะอกี 53

กอ่ นจะมาเปน็ พลเมือง(สอื่ )ทดี่ ี... นกั ข่าวพลเมืองสอ่ื สารผา่ นช่องทางไหนได้ บา้ ง โดยมกี ารฝกึ ทัง้ ภาคทฤษฎีและภาค อย่างที่กล่าวมาแล้ว สื่อสังคม ปฎิบัตจิ ริง ไดแ้ ก่ ออนไลน์เข้ามาใกล้ชิดเพียงลมหายใจ เท่าน้ัน ฉะนั้นก่อนจะแก้ไขปัญหาอะไรก็ กิจกรรมท่ี1. การสรา้ งโฆษณา ควรเรมิ่ จากสิ่งใกล้ตัว คือ การเป็นพลเมือง เพอื่ ประชาสมั พนั ธแ์ ละสือ่ สารในสิง่ ท่ีตน (สื่อ) ที่ดี เมื่อเป็นครูผู้ท่ีช้ีแนะแล้วสิ่งท่ี อยากบอก ดว้ ยการให้เดก็ ๆลงพ้นื ท่ีหา สำคัญสำหรับยุคนี้ ทักษะที่สำคัญ คือ การ ข้อมูล ในประเด็นท่ีสนใจ เพื่อบอกกล่าว เป็นพลเมือง (สื่อ) ที่ดี ในยุคดิจิตอลไม่ใช่ เล่าเรอ่ื งวา่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อยา่ งไร เพียงแค่การเข้าถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามี บทบาทหลากหลายในชีวิตประจำวันแต่ยงั รปู ท่ี 1 การโฆษณาลงFacebook หมายรวมไปถึงการที่เดก็ ๆ มี “ทกั ษะ องค์ ผ่านการพดู คุยกับคนท่ีสามารถ ความรู้ และช่องทาง”ในการใช้เทคโนโลยี อย่างชาญฉลาดด้วย จึงคิดกิจกรรมโดย ใหข้ ้อมูลในเรื่องทสี่ นใจให้มากทีส่ ุด พร้อม เป็นการเปดิ โอกาสให้เด็กๆในฐานะคนดูได้ ท้งั เลอื กรปู ใหต้ รงกับประเด็นท่ีอยาก เข้ามามีส่วนร่วมในการแชร์ประสบการณ์ นำเสนอให้ แล้วโพสต์ลงเฟสบุค๊ การทำงานของตนเอง โดยสวมบทบาท (Facebook) กิจกรรมนจี้ ะเปน็ การสอ่ื สาร นักข่าวพลเมือง ด้วยตัวของเด็กๆเอง ซ่ึง ง่ายๆ ผา่ นภาพน่ิง เด็กๆจะได้เรียนรู้วิธีการทำข่าวและเห็น ค ว า ม ส ำ ค ั ญ ข อ ง น ั ก ข่ า ว พ ล เ ม ื อ ง ว ่ า ท ำ หน้าที่อะไร ทำไมต้องมีนักข่าวพลเมือง เคร่ืองมอื ของนกั ข่าวพลเมืองมีอะไรบา้ ง

กิจกรรมที่ 2.การถ่ายทำวิดีโอใน รปู ท่ี 3 ตวั อยา่ งโดยสามารถนำเสนอได้ รูปแบบนำเสนอ ด้วยการให้เด็กๆแต่ละกลุ่ม อย่างหลากหลาย เลือกประเด็นที่ทางกลุ่มสนใจ แล้วลงพื้นท่ี สมั ภาษณแ์ หลง่ ข่าวแบบเจาะลกึ การชา่ งสังเกต โดยกระบวนการดังกล่าวไม่ได้เพียง เพื่อดึงความโดดเด่นของบริบทชุมชน จากน้ัน นำมาเรียบเรียงเขียนบทแบบสั้น ๆ โดยต้อง ต้องการใหเ้ ด็กๆได้รับความร้เู พียงการถ่าย ออกแบบหรือเดินเรื่องด้วยตัวเองตั้งแต่การ กำหนดประเด็น เรื่องราวท่ีอยากนำเสนอ ภาพนิ่ง ถ่ายวิดีโอและจับประเด็นเท่านั้น การพากษ์เสยี ง แล้วถ่ายทอดเป็นคลิปวดิ ีโอและ นำไปสูก่ ารนำเสนอเพ่ือแลกเปลี่ยนขอ้ คิดเห็นใน แต่ยังเป็นการฝึกให้ มีทักษะในการต้ัง มุมตา่ งๆกับเพอ่ื นกลุ่มอื่นๆ คำถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตนเองสนใจ รูปที่ 2 ตัวอย่างการอัดวิดโี อแลว้ นำเสนอ หวั ข้อที่สนใจ และอยากถ่ายทอดให้คนอื่นให้รับรู้และ เข้าใจมากที่สุด ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติ ของการเป็นนักข่าวตัวน้อยสามารถ สื่อสาร ผ่านการคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ แล้ว นำทักษะองค์ความรู้ที่ตกผลึกมาสู่การ ผลติ สื่อง่ายๆ ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ ฉะนั้นบทบาทของผู้สอนในศตวรรษนี้ ควรเปิดใจ ให้โอกาสสื่อที่มีอิทธิพลต่อ การศกึ ษาไทย ใชป้ ระโยชน์และเพ่ิมทกั ษะ นักเรียน 54

โดยสามารถเปิดให้สาธารณะเข้า บทสรุปอำนาจของพลเมอื ง(สอ่ื )ทดี่ .ี .. มามีส่วนแลกเปลี่ยนและมีส่วนในการ ผลักดันและนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ จากการจัดกิจกรรม นักข่าวพลเมือง(สื่อ) ที่ดี เรื่องราวที่เกีย่ วข้องกันในประเดน็ ท่ีสนใจ ใน รายวิชาสังคมศึกษาแล้ว ทำให้แน่ใจถึงความ และนำเสนออย่างเท่าเทียม และผู้รับสื่อ ว่องไวของอิทธิพลของสื่อว่ามีความซับซ้อนในตัว ต้องเป็นพลเมืองที่กระตือรอื รน้ ที่จะบอก ผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา โดยพบว่าผู้เรียน สื่อ ว่าฉันไม่ชอบรายการนี้ ฉันไม่อยากดู กระตือรือร้นและกล้าทำในสิ่งที่ตนเองสนใจมาก พลเมืองต้องมีส่วนร่วมในการให้ฟีดแบ็ค ยิ่งขึ้นฉะนั้น การที่ครูคาดหวังว่าเด็กต้องเก่ง ตอ่ ส่ือ ส่ือไมด่ ตี ้องคอมเมนต์ ปฏิเสธ หรือ ต้องได้เกรด 4 ถือว่าเป็นการฆาตกรรมนักเรียน สื่อที่ดีต้องเชียร์ อย่าอยู่เฉยๆ อยากเห็น อยา่ งทรมาน เพราะในชวี ิตจริง รากฐานของแต่ละ สือ่ ดี ทกุ คนมีหน้าท่ตี อ้ งชว่ ยกัน บุคคลมีความหลากหลาย เก่งคนละด้านแตกต่าง กันออกไป ไม่จำเป็นต้องวัดตามกองหนังสือกอง “ยงั เช่อื เสมอว่า การเรียนรู้ โต แต่ควรวัดจากทักษะความสามารถที่เขา นำเสนอออกมาอย่างหลากหลาย โดยการปฏบิ ตั จิ รงิ คือการ เรยี นรู้ทไ่ี ม่ต้องนยิ ามผล” สรุ สั วดี คมุ้ สพุ รรณ ครโู รงเรียนบ้านแก่งหวา้ แก่งไฮ อำเภอนครไทย จงั หวดั พษิ ณุโลก “คำว่าครูกบั นักเรยี นความหมาย ตรงข้ามกนั แตห่ น้าที่ของเราตา่ งเป็นครใู หก้ ันและกนั ”

โดย : ครูรตั นาภรณ์ คำปาน โรงเรยี นวงั พกิ ลุ วทิ ยศกึ ษา จงั หวัดพษิ ณุโลก “ทำไม ? ไมใ่ ช้โทรศัพทข์ องนักเรียน ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการสอน” ความคดิ ของครสู อนสงั คมศกึ ษา เราจะเหน็ ว่าเทคโนโลยมี ีการพัฒนาข้นึ อยา่ งรวดเรว็ ในปัจจบุ นั รวมถงึ พฤตกิ รรม ของมนุษย์ทมี่ ีการใช้เทคโนโลยีเพ่ิมข้ึน Social Media เป็นส่งิ ที่พฒั นาควบคู่กันไปอย่าง ไม่หยดุ ย้ัง โดยเฉพาะผู้คนในยุคปจั จบุ ันนยิ มใช้ Social Media เป็นจำนวนมาก Social Media คือ สื่อสังคมออนไลน์ที่ทุก ๆ คนสามารถแสดงความ คิดเห็น รับรู้ข่าวสาร ได้อย่างแพร่หลาย มีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง โดย ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในหลายช่องทาง เช่น Facebook Line Twitter Youtube Instagram Google เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว และมี 55

ความเปน็ ส่วนตัวทนี่ อ้ ยลง ทำให้อันตรายจากโลกCyber กลายเป็นเรอ่ื งใกล้ตัว ท่ีบรรดา ผู้ใช้ทุกคนจำเปน็ ท่จี ะต้องตระหนักและรูเ้ ท่าทัน ทุก ๆ อย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีข้อดีและข้อเสีย รวมไปถึงสื่อสังคมออนไลน์ด้วย เช่นกัน ฉะนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ต้องมีการสร้าง ความตระหนักให้แก่เด็กและเยาวชน ในการศึกษา การใหข้ ้อมูล ใหค้ วามรู้ ตลอดจนถึง การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ รวมถึงการสร้างสื่อเพ่ือเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยเฉพาะต้อง เน้นให้เด็กและเยาวชนเขา้ ใจและเหน็ ความสำคญั ของการถูกละเมิดลิขสิทธ์ิในการใช้ส่ือ สังคมออนไลน์ โรงเรียนวังพิกุลวิทยศึกษา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลวังพิกุล อำเภอวงั ทอง จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ซงึ่ รวมผู้เรียนจากหลากหลายทอ้ งถนิ่ ซงึ่ มคี วามแตกต่าง กนั ตามบรบิ ทของชุมชน ผเู้ รยี นไมม่ โี อกาสได้เรียนรู้และศึกษาเพมิ่ เตมิ แบบผูเ้ รียนสังคม เมืองมากนัก เม่ือเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททางด้านการเรียนการสอนของครูผู้สอน โดย ครูผู้สอนจึงมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด มีการปลูกฝังให้ นักเรียนรูจ้ ักคดิ และตระหนกั ถึงการใช้สื่อใหเ้ กิดประโยชน์และใช้สื่ออย่างไรให้ปลอดภัย มากทสี่ ดุ โดยเนน้ ให้ผู้เรยี น รู้จกั การแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มกี ารนำส่อื มาใช้เพื่อเป็นช่องทางในการเรียนการ สอนทีเ่ นน้ ให้ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ให้ผู้เรยี นร้จู กั การแสวงหาความรดู้ ว้ ย

ตนเอง โดยการใช้ทักษะที่หลากหลาย เช่น ทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการคิด การแก้ปัญหา และทักษะการสื่อสาร เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลให้เกิด ประโยชนส์ ูงสุด และสร้างความสมั พันธท์ ีด่ รี ะหวา่ งผสู้ อนและผ้เู รียน ➢ กิจกรรมที่ 1 การสรา้ งสรรค์ Social Media ใหค้ วามรู้ ให้นักเรียนจำลองหน้า Social Media ในกระดาษ A4 แล้วให้ความรู้ เกี่ยวกบั เศรษฐกจิ พอเพียง ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ตามหวั ข้อท่ีครูกำหนดให้ • นักเรียนมีการจำลองหน้า Social Media ต่าง ๆ มากมาย เช่น Facebook Line Instagram เปน็ ต้น • นักเรียนมกี ารแต่งชือ่ โปรไฟลท์ ี่แตกตา่ งกันไป เช่น ใจดี รักษ์โลก พอมี พอกนิ อนรุ ักษธ์ รรมชาติ เป็นตน้ • การให้ความรขู้ องนกั เรียนก็จะเปน็ ลักษณะกลอ่ งขอ้ ความท่ีแตกต่างกัน เช่น การวาดการ์ตูนที่ชอบ การวาดสัญลักษณ์ หัวใจ สามเหลี่ยม วงกลม เป็นตน้ • การโพสต์ขอ้ ความกจ็ ะมีการหาข้อมลู จากแหลง่ สื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ตามหัวข้อท่ีกลุ่มตนเองได้ • แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความ ถูกต้องและให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม ว่า แหล่งสื่อสังคมออนไลน์ ยังมีอีก มากมาย ถา้ นักเรยี นใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ กจ็ ะเปน็ ผลดกี บั ตนเอง แต่ถ้า นักเรียนใช้ผิดจุดประสงค์ ก็จะเกิดผลเสียกับตัวนักเรียนได้ เช่น โดนหลอกจากการใช้ social media โดนละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆ 56

ได้ง่าย ทำให้หมกมุ่นจนเกนิ เหตุ บางคนตดิ social media มากจนเสีย งาน เสียการเรียน กม็ ีใหเ้ หน็ เยอะแยะไป จงึ ควรเลน่ แต่พอดี ➢ กิจกรรมท่ี 2 การละเมิดทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 • ครเู ปดิ วดี โี อข่าวจากสื่อ Youtube เพ่ือกระตนุ้ ความคิดนกั เรยี น • ครใู หน้ กั เรียนวเิ คราะหข์ ่าวโดยการตอบคำถาม ดังน้ี - การกระทำดังกลา่ วมผี ลเสียอยา่ งไร - บคุ คลในวีดีโอกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ - การกระทำของบคุ คลในขา่ วเป็นการละเมดิ ทรัพย์สิน ทางปญั ญาหรอื ไม่ - นกั เรยี นมีวธิ กี ารแกไ้ ขการกระทำของบคุ คลในขา่ ว อยา่ งไร • นักเรียนแบ่งกลุ่มเปน็ 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มชว่ ยกันสืบค้นข้อมูลข่าว และ เหตุการณ์จากแหล่งข่าวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทาง ปญั ญา แลว้ นำมาวิเคราะหต์ าม ประเดน็ ทคี่ รใู ห้ • แตล่ ะกล่มุ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน

• ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการใช้สื่อสารสนเทศให้เกิด ประโยชน์ มีวิจารณญาณ และรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Fake News ตงั้ แต่เรื่องไมจ่ ริงท่ที ำขน้ึ มาใหต้ ลก เสียดสี เพื่อความ สนุกสนาน หากคนหรือกลุ่มคนที่โดนล้อหรือเสียดสีนั้นไม่ขำด้วย รู้สึกอาย ถูกดูหมิ่น ถูกประจาน ถูกเกลียดชัง ก็จะกลายเป็น Cyberbullying การเปลี่ยนแปลงทเี่ กดิ ขึ้นหลังจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลังจากจบกิจกรรมเราได้สังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของนักเรียน พบว่า นักเรียนบางส่วนมีการใชถ้ ้อยคำท่ีไม่แสดงถงึ ความหยาบคลาย ใช้ถ้อยคำท่ีสุภาพ ในการส่ือสารผา่ นข้อความและการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ตามโพสต์ของเพือ่ นก่อนจะ ถ่ายภาพหรือลงรูปภาพในสื่อออนไลน์มีการขออนุญาตจากบุคคลในภาพนั้น และมการ คิดไตรต่ รองกอ่ นจะแชรข์ ้อความหรือข่าวก่อนเสมอ รตั นาภรณ์ คำปาน ครูโรงเรียนวงั พิกลุ วทิ ยศกึ ษา อำเภอวงั ทอง จงั หวดั พษิ ณุโลก “ใหน้ กั เรยี นเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง เปลี่ยนแปลงวธิ ีการสอนให้ไม่ ซ้ำซาก หอ้ งเรยี นกจ็ ะไม่น่าเบอ่ื ” 57

“ สื่อโซเชยี ลเนต็ เวิรก์ เรียนร้ใู ห้พร้อม ทจ่ี ะกา้ วผ่านเป็น พลเมอื งให้รูเ้ ท่าทนั สื่อดว้ ยตนเอง ” โดย : ครูวา่ ที่ร้อยตรี วรี วฒั น์ จนั ทะคณุ โรงเรียนดอนทองวิทยา จังหวัดพิษณโุ ลก จากโลกโลกาภิวัฒน์ ที่มีการ เปลี่ยนแปลงไปเสมอจากตัวหนังสือในเล่ม หนังสือ และสื่อสิ่งพิมพ์ในสมัยก่อน ในอดีต นั้นการที่จะนำสื่อการเรียนรู้นั้น จะหาซ้ือ หนังสอื อ่าน หรอื รับข่าวสารท่ัวไปจากหนังสือ fเผโaปท่าcรลนeศี่ยทbพั เนาoรทงแาoโม์ ปจkทอื ึงลรฯถมงศือลีเอัพสมฯยรทีอ่าีใิน์มทงนเรือำกทวถใาอดืหอรรเทด์้เรเน้วีร็่วจ็ตยนาะเสรั้นสคับาารเสมมือดื่อาาข็กรผร่านถ่าวถักทนอรเ่ีจิทนสวเสจรับะปวิีอื่ิยทเานเลทขัฒงขหนธเย่ีโอ่า้กาิน์ทนกซนไรวิ้าดาี็่รจปเม์เเกสชับะนออดาาียารส็ิยตีรยนรบัลรับู่ืใว่อเเนมปสไแสทไเดกื่อีดตลเอ่ืพอดาี่ย้ไ่้หทงรยีรดียรน่าวาาง์คเ้อมยงแกเนดรยปวาดปเอเ็ตทิก่าร็น้วลรบงามยแยง็ฉวทลงุาไคเำับโมอปชยำ่ผทขไง่เในาู้รวอรรมหอกับกว็เทงอาห้ไัมสโนขศัทงดลม่ืาอึน้ยนิเกด้กือเเช์้อหทโ้วดนเ่นซปน่าย็นป้วเนน็หทชัyแจยั้นกีลยีo่วจลมาังล่บuุา้วรไดือมเtันมรวขuูกีเเันบ่่มาาดbราี้ีมียeารี ไดม้ ากย่งิ ขึ้น เราจงึ ต้องรู้กอ่ นวา่ ข้อดขี อ้ ด้อยของแต่ละสอ่ื โซเชียลมีเดยี น้นั ต้องเรยี นรู้ว่าแต่ละ โซเชยี ลมีเดยี มกี ระบวนการในการทำงานอยา่ งไร อะไรคอื ความสามารถและหน้าที่ที่โดด เดน่ ของสื่อโซเชียลมเี ดียน้ัน ๆ มากท่ีสุด สว่ นการเรยี นร้เู ครื่องมือเฉพาะของโซเชยี ลมีเดยี นั้นที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเข้าใจได้อย่างง่ายเหมาะสมต่อสถานการณ์ จะทำให้ ตัดสินใจได้ว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นในการรับสื่อทางโซเชียลมีเดีย ร่วมถึงในการโพสต์สำหรับแต่ละสื่อได้อย่างไรบ้าง และจะทำอย่างไรให้การรับสื่อทาง

โซเชียลมเี ดยี และการโพสต์เข้ากับสื่อโซเชียลมีเดียแต่ละอันนนั้ ต้องดูในสถานการณ์นั้น ๆ ให้ดูดีที่สุด โดยนำมาใช้ในการเรียนการสอนให้นักเรียนได้ตระหนักรู้ในสื่อสื่อทาง โซเชียลมีเดียใหม้ ากทสี่ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง อุตสาหกรรมการท่องเทีย่ วโดยการส่อื อย่างสร้างสรรค์ D.W. ขัน้ นำ 1. ครูนำภาพและคลิปวิดีโอเป็นการรับสื่อชนิดหนึ่งเพื่อให้นักเรียนได้รู้เกี่ยวกับ ความก้าวหน้าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจการทอ่ งเทีย่ ว และครูชวนนกั เรียนรว่ มกันแสดง ความคิดเหน็ จากภาพและคลิปวดิ ีโอ 1.1 จากคลิปวิดโี อแสดงถึงการดำเนนิ กิจกรรมในภาคการทอ่ งเทย่ี ว ก่อให้เกิดการ เปลีย่ นแปลงสิง่ แวดล้อมทางกายภาพของโลกอย่างไร 1.2 อิทธิพลของโลกาภิวัตน์ส่งผลต่อการดำเนินกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยว อย่างไร 2. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเชื่อมโยงเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เกิด การ ท่องเที่ยว หลายคนอาจนึกถึงคำว่า การเดินทาง ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ หรือเพื่อไป ร่วมกิจกรรมบางอย่าง เยี่ยมเยือนญาติมิตร ไปประชุม ดังนั้นจึงพบว่ากิจกรรมการ เดินทางนั้น มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งการ เดินทางบางอย่างยังคงปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบัน แล้วเราต้องโปรโมทอย่างไรทำให้เขามาเที่ยว สถานที่ท่ีเรากำหนดได้มากท่ีสดุ 58

ขัน้ สอน 1.ครูอธบิ ายเกย่ี วกับการเกดิ อุตสาหกรรมการทอ่ งเทยี่ ว 2.ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรมเกยี่ วการโปรโมทสถานที่ทอ่ งเที่ยว จากสถานที่ต่าง ๆ ภายใน โรงเรียน โดยการถ่ายภาพใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนเอง พร้อมพิมพ์ข้อความตามท่ี ตนเองอยากแสดงในภาพถ่าย ภายในเวลา 10 นาที แล้วโพสในเฟรซบุ๊คของตนเอง เพือ่ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ ไดน้ ำเสนแนวคิดของแต่ละคนลงในสอื่ โซเชยี ลมีเดยี เปลี่ยนจะ ผู้รับสื่อเปน็ ผนู้ ำเสนอแทน 3. จากนั้นครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มคนละเท่า ๆ กัน จำนวน 3 กลุ่ม และแจกกระดาษ ฟลิปชาร์ท สีเมจิ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนอุปสรรคในการทำงาน เพราะสาเหตุใดที่ เลือกสถานท่ี ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับจากกกิจกรรมน้ี

ขัน้ สรุป 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลที่ได้ทำงานกลุ่มหน้าชั้นเรียน ตามหวั ข้อท่คี รูกำหนดให้ แลว้ อภิปรายแสดงความคิดเห็นร่วมกัน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ และสรุปสาระสำคัญของเนื้อหา ครูเปิดโอกาสให้ นกั เรียนร่วมกนั ซักถาม ประเด็นทสี่ งสัย สรปุ ผลการดำเนนิ กจิ กรรม จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ การทำงานเปน็ กลุม่ พบวา่ นกั เรียนแสดงออกให้เหน็ ถึงความกระตือรือรน้ ท่ีจะปฏิบตั กิ ิจกรรม มีการ แบ่งการงานทำงานเป็นอย่างดี เลือกข้อความเพื่อที่จะเผยแพร่โพสของตนเองออกสู่สื่อโซเชียล เนต็ เวริ ์ก FACEBOOK เพราะว่าโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กมีมากมายยากท่ีจะเก็บขอ้ มูลได้ หากวา่ นักเรียน ได้โพสอะไรที่ไม่ดีแล้วจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ เพราะทุกคนสามรถใช้ความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีทำให้สื่อสามารถเข้าถึงทุกคนและรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว นักเรียนควรที่จะพิจารณาสื่อที่จะ รับได้ อ่านก่อนที่โพส หรืออ่านก่อนที่จะกดแชร์ โพสอาจจะทำให้ปัญหาได้ สามารถก้าวทันสื่อ เทคโนโลยที ม่ี ีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ให้รู้เท่าทนั สอื่ สารสนเทศตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสมที่สุด ครูจึงจดั กจิ กรรมนีข้ ึน้ มาเพ่ือให้นักเรียนตระหนักรู้ และสามรถใช้สือ่ อย่างสร้างสรรค์ “ รู้เท่าทันสื่ออย่างเหมาะ สามารถทำได้หากเรารู้หลักการที่จะควบคุม และใส่ใจในการ เรียนรู้ ไม่จำเปน็ ต้อง ฮิต ตามกระแสโลกโซเชียลเน็ตเวริ ์ก เพือ่ ท่ีนกั เรียนจะก้าวผ่านเป็นพลเมืองให้ รเู้ ท่าทนั ส่อื ดว้ ยตนเอง ” โรงเรียนดอนทองวิทยา สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษาเขต39 59

หอ้ งเรยี นตระหนกั รเู้ ท่าทนั ภยั โลกดจิ ทิ ลั โดย : ครพู ิทยา บุณยศวิ าพงศ์ โรงเรยี นชยั มงคลพิทยา จงั หวดั สุโขทัย ในยุคทผี่ คู้ นตา่ งมพี ้ืนท่ีของตวั เองในการติดตอ่ ส่ือสารและอพั เดทเร่ืองราวต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ซ่ึงนับว่าเป็นการติดต่อสื่อสารที่มีความสะดวกสบายมาก สำหรับ ชีวิตของคนในยคุ ปัจจบุ ัน แตด่ ้วยเพราะความง่ายน้เี อง จึงทำใหใ้ นบางครั้งหลายคนไม่ได้ ฉุกคดิ ว่าสงิ่ ท่ตี นโพสตอ์ อกไปใหส้ าธารณะได้รบั ร้อู าจส่งผลเสยี ได้ในภายหลัง ในทุกครั้งก่อนที่เราจะโพสต์ลงในพื้นที่ส่วนตัวหรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ จากอินเตอร์เน็ต เราควรคดิ วิเคราะห์ และแยกแยะ ใหด้ กี อ่ นว่าสง่ิ น้นั ถกู หรอื ผิด เพราะยอ่ มมีผลของการ กระทำตามมาอยา่ งแน่นอน แตห่ ากขอ้ มูลน้ันเปน็ เร่ืองทีด่ ีและสรา้ งสรรค์ ก็ถือเปน็ เร่ืองท่ี ดีที่ควรจะแบ่งปันหรือส่งต่อ การใช้สื่อออนไลน์จึงเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ต้องใช้ อยา่ งระมัดระวัง มิเช่นนน้ั แลว้ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านม้ี ันอาจจะย้อนกลับมาทำรา้ ยเราได้ใน อนาคต และดว้ ยเหตนุ เี้ องการตระหนักรูเ้ ท่าทันภัยโลกดจิ ิทลั จงึ มคี วามจำเป็นอย่างยิ่งต่อ ผ้เู รยี นในยคุ ปจั จุบัน เพราะในปจั จบุ ันการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยีการส่ือสารส่งผลให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อ ซึ่งเปิดโอกาสให้ “ใครก็ได้” เป็นผู้สร้างสื่อ และ “ใครก็ได้” เปน็ ผเู้ สพสอื่ ซง่ึ ส่ือตา่ ง ๆ เหล่าน้ีมที งั้ เรอ่ื งที่ดแี ละไมด่ ี

ดังนั้น การการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้เรียนรู้เท่าทันภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อจึงมี ความสำคัญต่อทักษะในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากสื่อสมัยใหม่มีรูปแบบที่หลากหลาย และมีความ ซับซ้อนมากขึ้นผู้เรียนจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ ทักษะในการเข้าถึงการประเมิน การวิเคราะห์ และการ สร้างสือ่ เพอ่ื ให้สามารตัดสินใจเลือกรับขา่ วสารได้อย่างถกู ต้องและใช้สื่อได้อย่างสร้างสรรค์ “โพสต์ผิด ชีวติ เปลีย่ น” จากข้อความข้างต้นหลายคนคงเคยพบเห็นการกระทำต่าง ๆ ของผู้คนบนโลก อนิ เทอรเ์ น็ตทเ่ี ขา้ ข่ายกบั ขอ้ ความดังกลา่ ว หรอื แม้กระท่งั ตัวเราเองกอ็ าจเคยนำเข้าข้อมูล ที่ไม่เหมาะสม เช่น การโพสต์วา่ กลา่ วผู้อืน่ โพสต์รูปวาบหวิว โพสต์รูปทรัพยส์ ินทีม่ คี ่า ต่าง ๆ โพสต์ภาพขณะดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ข้อความสนทนาส่วนตัว เป็นต้น ลงบนโลกอินเทอรเ์ น็ตท้งั ท่ีตง้ั ใจก็ดี ไมต่ ้ังใจก็ดี และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยกี าร ส่ือสารท่ีรวดเรว็ จงึ ทำให้ในบางครั้งเราอาจไม่ทนั ฉุกคิดว่าการกระทำดังกล่าวของเราอาจ นำมาซง่ึ ผลเสียในภายหลัง ซง่ึ สิง่ ต่าง ๆ ท่เี ราโพสต์หรือแชร์มันไม่เคยสูญหายไปไหน มันยงั คงปรากฏอยู่บน โลกอินเทอร์เน็ต แม้ว่าเราจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม มันยังคงมีชีวิตอยู่เป็นอมตะบน โลกอนิ เทอรเ์ นต็ เปรียบเสมอื นรอยเท้าของเรา หรอื Digital Footprint มนั ยงั คงสามารถ ถูกติดตาม และค้นหาได้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนาน แล้วก็ตาม ซึ่งตัวอย่างที่เราทิ้งไว้ใน โลกออนไลน์ ไม่ได้มีแค่ สเตตัสบนเฟซบุ๊ก หรือข้อความในทวิตเตอร์ แต่ยังมีข้อมูลที่ลกึ ไปมากกว่านั้น เช่น IP Address การค้นหาสิ่งต่าง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต อีเมล์ต่างๆ 60

หรือสิ่งที่เราตั้งใจโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนสร้าง Digital Footprint ได้ ยงิ่ เราทงิ้ รอยเท้าไวม้ ากเทา่ ไหร่ กย็ ิ่งระบุตัวตนไดช้ ดั เจน ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของกิจกรรม \"กิจกรรมรอยเท้าของฉันบนโลกดิจิทัล\" ซึ่งจะทำให้นักเรียนรู้เท่าทันภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อให้ นักเรยี นสามารถใช้ส่ือโซเชยี ลเน็ตเวริ ค์ อยา่ งปลอดภยั “กิจกรรมรอยเทา้ ของฉันบนโลกดจิ ทิ ัล” ขั้นนำ 1. ครูชวนนักเรียนพูดคุยถึงประเด็น การขุดคุ้ยหาเรื่องราวในอดีตจากอินเทอร์เน็ต มาใช้ในการกลั่นแกล้งกันบนโลกโซเชียล เนต็ เวิร์ค หรือ Cyberbullying 2. ครูอธบิ ายตอ่ ไปว่า การกลนั่ แกล้ง กันบนโลกโซเชียลเน็ตเวริ ์ค หรือ Cyberbullying สามารถทำไดห้ ลายวธิ ี ซึง่ วิธีการหนึ่งท่ใี ช้ในการกล่นั แกล้งกัน กค็ ือ สืบค้นรอ่ งรอยทางดิจทิ ลั หรอื ที่เรยี กว่า digital footprint ข้ันกิจกรรม