Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Description: โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย
การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล”
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Search

Read the Text Version

ในสังคม ข้อมูลบางประการเป็นข่าวที่ไม่สามารถหาต้นตอของข้อมูลได้ ข้อมูลบาง ประการเป็นขอ้ มลู ท่ีไมม่ เี ค้าโครงความเป็นจริงหรอื ถูกบดิ เบอื น (ขา่ วปลอม Fake news) เพือ่ วตั ถปุ ระสงค์บางอย่าง พลเมืองในยุคสมัยปจั จุบันนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องเป็นผู้ รูเ้ ท่าทันการใชส้ ือ่ เทคโนโลยี และดจิ ทิ ัล การสรา้ งพลเมอื งเท่าทนั สือ่ ผา่ นกิจกรรมการเรยี นรูใ้ นโรงเรียน การจัดการเรียนการสอนในยุคสมัยปัจจุบัน ยุคสมัยที่สื่อและเทคโนโลยีมี รปู แบบวธิ กี ารใหม่ๆทีห่ ลากหลาย สถานศึกษาจึงต้องมกี ารปรับตัวเพอ่ื ให้เข้ากับยุคสมัย กล่าวคือ การจัดการเรียนการสอนของครูต้องเปลี่ยนจากการเป็นผู้สอน ผู้บรรยาย เป็น ผอู้ ำนวยการเรยี นรู้สำหรบั นกั เรียน สอดแทรกแนวคดิ ผา่ นกิจกรรมการเรียนรู้ ใหน้ ักเรยี น เปน็ พลเมอื งรู้เท่าทนั สอ่ื มที กั ษะในการรับมือจากภัยคกุ คามทางโลกออนไลน์ มวี ธิ กี ารใน การรักษาข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์ มีความฉลาดทางดิจิทัล รวมถึงมีทักษะในการ ค้นคว้าหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือและหลากหลาย เพื่อประกอบการคิดและการตดั สินใจกอ่ น ลงมือปฏิบัติกิจกรรมในฐานะพลเมือง ถือเป็นเรื่องท้าทายของครูผู้สอน ที่จะต้องมีการ ปรบั ตัวและออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอนใหเ้ ข้ากบั ยุคสมัย ตัวอยา่ งการบวนการจัดการเรยี นรู้ ผ้เู ขียนในฐานะครผู จู้ ดั การเรียนการสอนในกลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษาฯ ได้ ออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอนในรายวิชาประวัติศาสตร์ โดยสอดแทรกแนวคิดการ รเู้ ท่าทันสื่อให้กับผูเ้ รยี นดงั น้ี คือ กจิ กรรมการเรียนการสอน เรือ่ ง ชนชนั้ ทางสังคมในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา 1.ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนถึงเนื้อหา เรื่อง ชนชั้นทาง สังคมในสมัยอยุธยา ที่เคยพูดคยุ กนั มาแล้วในเชงิ โครงสร้าง (5 นาท)ี 86

2. ขั้นกจิ กรรมการเรียนรู้ ครเู ปิดสอ่ื ภาพยนตร์ใหน้ กั เรยี นดู โดยเปน็ ฉากบางตอน ของภาพยนตร์องิ ประวัติศาสตร์ จากนั้นให้นักเรยี นบันทึกขอ้ มูลเพ่อื เตรยี มอภิปรายสรุป (25 นาที) 3. ขน้ั สรปุ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปขอ้ เท็จจริงทางประวตั ิศาสตร์ ตามประเดน็ คำถามดงั นี้ คอื -ผสู้ ร้างสรรค์สอ่ื คือใคร -ผสู้ รา้ งสรรค์สอ่ื มีวตั ถุประสงค์อย่างไร -ส่อื นี้กอ่ ให้เกิดแนวความคิด ความเช่อื ทางประวัติศาสตร์อย่างไร -สอ่ื ดงั กลา่ ว สอ่ื สารข้อมูลไดต้ รงตามหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรห์ รือไม่ อยา่ งไร ( 20 นาที ) จากกจิ กรรมการจัดการเรียนการสอนดงั กล่าวผู้เรยี นมีความตน่ื ตัวในการวิเคราะห์ ส่อื มากขน้ึ จากการดูละคร ดูภาพยนตร์เพียงเพอ่ื ความบนั เทิง แต่กิจกรรมในคร้ังนี้ทำให้ ผู้เรียนรู้จักวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้น ผู้เขียนในฐานะครู ผ ู ้ อ อ ก แ บ บ ก ิ จ ก ร ร ม ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ เ ล ็ ง เ ห็ น ประโยชน์จากการสอดแทรกทักษะดังกล่าว และตั้งใจที่จะดำเนินกิจกรรมให้มีความ ต่อเนอ่ื งเพอ่ื ใหเ้ กดิ เปน็ คณุ ลกั ษณะประจำตัว นกั เรียนในท่สี ุด

“รับรู้ เรยี นรู้ ป้องกัน” ภยั พิบตั ิจากโลกแหง่ ความเปน็ จรงิ และโลกออนไลน์ โดย : ครูวฒุ ิไกร สีอูด โรงเรียนบ้านวงั โพรง จงั หวัดพิษณุโลก จากเหตุการณ์พื้นที่ อำเภอเนิน ทำให้คนภายนอกพื้นที่ได้รับรู้ มะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งถูกน้ำป่าหลากท่วม ผลกระทบจากภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติในครัง้ นี้ อย่างฉับพลันใน 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้าน มุง ตำบลชมพู ตำบลวังยาง ตำบลวังโพรง และตำบลไทร-ย้อย ทนี่ บั ว่าเป็นภัยพิบัติทาง ธรรมชาติครั้งใหญ่ท่ีเกดิ ข้ึน ซึ่งได้สร้างความ เสียหายแกค่ นในพ้ืนท่ีเปน็ บริเวณกว้าง โดย ได้รับอิทธิพลพายุโพดุล ที่ทำฝนตกหนักลม ภาพท่ี 1 ภาพถา่ ยเหตกุ ารณ์อ.เนินมะปรางถูกน้ำป่าทว่ ม เมอ่ื วันท่ี 31 สงิ หาคม 2562 แรง จนทำใหน้ ้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้น้ำป่า ทีม่ า : https://www.phitsanulokhotnews.com/2019/ 08/31/134079 ได้ไหลเข้าบ้านเรือนของนักเรียนเก็บสิ่งของ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ทัน ต้องปล่อยให้ทรัพย์สินจมน้ำ สง่ิ ท่ีตามมาหลงั จากเหตกุ ารณน์ ำ้ ท่วมได้ผ่าน จากเหตุการณ์นี้ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารทั้ง พ้นไปทำให้เราตอ้ งยอ้ นกลบั มาคิดแล้วว่าจะ ภาพและวิดโี อเหตุการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งรวดเร็ว สามารถช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดจาก ทั้งจากสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook ภัยพิบัติทางธรรมชาติไดอ้ ย่างไร แล้วถ้าเมอื่ Line Instagram YouTube ฯลฯ ที่ เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึน้ มาแล้วเราจะมี วิธีรับมือหรอื วธิ ี 87

ป้องกันที่จะสามารถลดความเสี่ยงลงได้ ให้แก่นักเรียน จึงได้นำมาจัดกิจกรรม ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยตรงต่อชีวิตและ การเรียนการสอนให้นักเรียนได้จำลอง ทรัพย์สินในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้อง สถานการณ์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติใน วางรากฐานความรู้ด้านภัยพิบัติ และสร้าง รูปแบบต่าง ๆ ผ่านการเล่าเรื่องเหตุการณ์ ความตระหนักในการเตรียมความพร้อมรบั ภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติทีอ่ าจเกิดข้ึนจริงด้วย สถานการณ์ การแสดงละคร การปฏิบัติตนให้ปลอดภัย จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ แล้วเผยแพร่ สื่อสังคมออนไลน์นับว่าเป็นตัวแปร ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่นักเรยี นสนใจ โดยการ ส ำ ค ั ญ ท ี ่ ช ่ ว ย ใ ห ้ ก า ร ส ื ่ อ ส า ร ข อ ง เ ร า น้ั น นำแนวความคิดการรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ รวดเร็วและเข้าใจง่ายในสังคมยุคนี้ มี และดิจิทัล Media Information and Digital อิทธิพลต่อชีวิตประจำวันและสร้าง Literacy (MIDL) สอดแทรกในการจัดการเรยี นรู้ ความสัมพันธ์ของคนในสังคมมากยิง่ ขึน้ จน กลายเป็นประเด็นทางสังคมทั้งในด้านดี ข้นั เตรยี มการ และด้านลบเป็นไปตามกระแสความนิยม 1. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์จากภัยพิบัติ ของกลุม่ ผู้ใช้ กลุ่มตา่ ง ๆ ด้วยข้อมูลจำนวน มากที่ถูกนำเสนอในเครือข่ายสัมคม ทางธรรมชาติ อาทิเช่น แผ่นดินไหว ออนไลน์ทำให้ต้องมีการใช้วิจารณญาณ อุทกภัย ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ วาตภัย ดิน อย่างสูงในการรับข่าวสาร และอย่าปักใจ ถล่ม และไฟปา่ (เลอื กมา 1 ตวั อย่าง) เช่ือข้อมลู ที่เผยแพร่เข้ามาในทันทีเพ่ือไม่ให้ เกิดผลเสียที่ตามมาภายหลัง เพื่อเป็นการ 2. นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์สาเหตุที่ สร้างความตระหนักในการเตรียมความ เกิดขึ้นจากวีดิทัศน์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ พรอ้ มรบั สถานการณ์ภยั พิบัติทางธรรมชาติ ไดแ้ ก่

2.1 สาเหตุของการเกิดภัยพิบัติทาง ขั้นแสดง ธรรมชาติ 1. นักเรียนหาสถานที่พร้อมทั้งเตรียม เส้ือผา้ ในการถ่ายทำ 2.2 วิธีป้องกันตนเองเมือ่ เกิดภัยพิบัติ 2. นักเรียนแสดงบทบาทจากสถานการณท์ ่ี ทางธรรมชาติ ได้รบั มอบหมายโดยการจัดทำเปน็ ละครสั้น อย่างงา่ ยเวลาไม่เกิด 5 นาที 2.3 แนวทางลดความเสี่ยงหรือความ เสียหายที่จะเกดิ จากภัยพิบตั ทิ างธรรมชาติ ภาพที่ 3 นักเรยี นแสดงบทบาทจากสถานการณท์ ่ไี ด้รบั มอบหมาย 3. ครูสมมติเหตุการณ์หรือสร้าง สถานการณ์จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ 3. นกั เรยี นอัปโหลดวิดีโอของนกั เรยี นในแต่ เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย ภูเขาไฟระเบิด ละกลมุ่ ลงในสอ่ื สังคมออนไลน์ สนึ ามิ วาตภัย ดนิ ถลม่ และไฟป่า 4. นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากสื่อสังคม ออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมทั้งหาวิธีรับมือจาก ภยั พิบัติทางธรรมชาติ 5. นักเรียนร่างบทละครวางแนวทางการ ถ่ายวิดีโอเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ นกั เรียนได้รบั มอบหมายในแตล่ ะกลมุ่ ภาพที่ 2 นักเรยี นร่างบทละครวางแนวทางการถ่ายวิดีโอ ภาพท่ี 4 ตัวอยา่ งวดิ ีโอของนักเรียน เกย่ี วกับภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาติ 88

สรุปผลการดำเนนิ กิจกรรม มีสติเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียอย่าง จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง รอบคอบ กฎ กติกา มารยาท การพูดคุย การแชร์ข่าวเท็จหรือข่าวจริงควร ใช้ ภยั พิบตั ทิ างธรรมชาติ ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ วิจารณญาณอย่างสงู ในการรบั ขา่ วสาร และ พบว่านักเรียนมีความสนใจ ความกล้า อยา่ ปักใจเชื่อข้อมูลท่ีเผยแพร่เข้ามาในทันที แสดงออก การนำเสนอผ่านตัวละครในบทบาท เพียงเทา่ นี้เรากส็ ามารถอยู่ในโลกแห่งความ สมมติ ซึ่งนักเรียนได้ทำงานกันเป็นทีม มีการ เปน็ จริงและโลกออนไลน์อยา่ งมีความสุขได้ แบ่งหน้าที่การทำงาน ได้แก่ การกำหนดตัว ละคร สถานที่ เสื้อผ้า ทีมงานตัดต่อ ฯลฯ การ “โลกของเรามีกลางวันและ เผยแพร่วิดีโอของตนเองสู่ส่ือโซเชียลเน็ตเวิร์ค กลางคืนฉนั ใด โลกออนไลน์ก็ ซึง่ เปรยี บเสมือนเป็นผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ มสี วา่ งและมืดฉันน้ัน” แล้วนักเรียนแต่ละกลุ่มก็ร่วมแสดงความ คิดเห็นจากเหตุการณ์นั้นที่เปรียบเสมือน วุฒิไกร สีอดู ครโู รงเรียนบา้ นวังโพรง บคุ คลภายนอกท่ีอยู่ในโลกออนไลน์ ซ่ึงบางคน อำเภอเนินมะปราง จงั หวัดพิษณุโลก แสดงความคิดเห็นในทางที่สร้างสรรค์ และบาง คนแสดงความแสดงความคิดเห็นเพื่อความ สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาพษิ ณโุ ลก เขต 2 สนุกสนานแต่อาจจะกระทบต่อจิตใจต่อ ผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเมื่อพบปัญหาดังกล่าว ครูก็เข้าไปชี้แนะนำพร้อมทั้งวิธีการเสพส่ือ สังคมออนไลน์ให้เกดิ คุณ ทำให้นักเรียนต้อง

“การรู้เท่าทันสอื่ และใชส้ ือ่ อย่างชาญฉลาด พฒั นาตน พัฒนาสังคม พัฒนาชาต”ิ โดย : ครูอรชร ครุธผาสุข , ครูกนกอร ผาสกี าย โรงเรยี นอุตรดิตถ์ดรุณี จงั หวดั อุตรดติ ถ์ “การร้เู ท่าทันสอื่ สารสนเทศ อย่างปลอดภัย และสามารถ สรา้ งสรรค์สือ่ สารสนเทศไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพนั้น ควรปฏิบัตติ ามทกั ษะ 8 ทักษะ” ในโลกปัจจุบันน้ีด้านเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ ทุกคนทุกเชื้อชาติ ศาสนา และโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูจึงมีบทบาท สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องช่วยกันอบรมสั่งสอนนักเรียนให้รู้เท่าทันสื่อ และใช้สื่ออย่าง สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ วัยเด็กเป็นวัยที่สอนง่าย ครูควรสอดแทรกในกจิ กรรมการเรยี นการสอนในรายวิชาทีต่ นเองสอน ทักษะ 8 ทักษะ ท่คี รูควรช้ีแนะ ดังนี้ 89

1) ทกั ษะในการรักษาอตั ลกั ษณ์ทด่ี ขี องตนเอง (Digital Citizen Identity) ความสามารถในการสร้างและบรหิ ารจัดการอตั ลักษณ์ทด่ี ขี องตนเองไว้ได้อยา่ งดที งั้ ใน โลกออนไลนแ์ ละโลกความจริง 2) ทักษะในการจดั สรรเวลาหนา้ จอ (Screen Time Management) ความสามารถในการบรหิ ารเวลาท่ีใช้อปุ กรณ์ยุคดิจิตอล และสามารถการทำงานท่ี หลากหลายในเวลาเดยี วกันได้ 3) ทักษะในการรบั มือกบั การคุกคามทางโลกออนไลน์ (Cyberbullying Management) ความสามารถในการรับรู้ และรบั มือการคุกคามขม่ ขบู่ นโลกออนไลนไ์ ด้ อยา่ งชาญฉลาด 4) ทักษะในการรักษาความปลอดภัยของตนเองในโลกออนไลน์ (Cybersecurity Management) ความสามารถในการปอ้ งกันขอ้ มลู ดว้ ยการสร้างระบบความปลอดภัย ที่เข้มแข็ง และป้องกันการโจรกรรมข้อมูลหรอื การโจมตีออนไลน์ได้ 5) ทกั ษะในการรกั ษาข้อมูลส่วนตัว (Privacy Management) มดี ลุ พนิ ิจในการ บริหารจดั การขอ้ มลู สว่ นตัว โดยเฉพาะการแชรข์ ้อมูลออนไลน์เพอ่ื ปอ้ งกันความเป็น สว่ นตัวทั้งของตนเองและผอู้ นื่ 6) ทักษะการคิดวเิ คราะห์มวี ิจารณญาณทีด่ ี (CriticalThinking) ความสามารถ ในการวเิ คราะหแ์ ยกแยะระหวา่ งขอ้ มูลท่ีถกู ต้องและข้อมูลท่ีผดิ ข้อมูลที่มีเนื้อหาดแี ละ ข้อมูลทเ่ี ข้าขา่ ยอันตราย ข้อมลู ติดตอ่ ออนไลน์ที่น่าต้ังขอ้ สงสยั และน่าเช่ือถอื ได้ 7) ทกั ษะในการบรหิ ารจดั การข้อมูลที่ผใู้ ชง้ านมีการทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ (Digital Footprints) ความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิตในโลก ดจิ ติ อลว่าจะหลงเหลอื ร่อยรอยข้อมลู ทง้ิ ไวเ้ สมอ รวมไปถงึ เข้าใจผลลพั ธท์ อี่ าจเกดิ ขึน้ เพ่อื การดูแลสิ่งเหล่านีอ้ ย่างมีความรับผิดชอบ และ

8) ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมีจริยธรรม (Digital Empathy) ความเหน็ อกเหน็ ใจ และเข้าใจความรูส้ กึ ผอู้ ่นื บนโลกออนไลน์ จะเห็นไดว้ ่า ทกั ษะทัง้ 8 ทกั ษะ มคี วามจำเปน็ ตอ่ นักเรียนท่ีจะตอ้ งศึกษาอยา่ ง เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนใหถ้ ูกต้อง ไมต่ กเป็นเหย่ือของสังคมทจ่ี ะถกู วิพากษ์วิจารณ์หรอื ทำให้ เสือ่ ม เสียหายตอ่ วงศต์ ระกูลของตนเอง หรือต่อโรงเรยี น สถาบัน หรือสังคม และ ประเทศชาติ จะสามารถใชส้ ่ือไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ มคี วามสุข เกิดประโยชน์ต่อตนเองใน ด้านการศึกษา ตอ่ ครอบครัว ในการพฒั นางานอาชพี ตอ่ สงั คมคอื ชว่ ยเหลือสังคม เชน่ แจง้ เบาะแสของ กลุ่มที่ไม่หวังดีตอ่ มนษุ ย์ในสงั คมคมโลก เพอ่ื ให้เกิดความเปน็ ธรรมตอ่ สงั คม และประเทศชาติ ใชส้ ่อื ในการพฒั นาองคค์ วามรู้ “การสอื่ สารท่สี ร้างความเกลียดชัง สง่ ผลกระทบอย่างไร” การสอื่ สารท่ีสร้างความเกลียดชงั (Hate Speech) เปน็ อีกหัวข้อหนึ่งท่ีพลเมือง ประชาธิปไตยควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ เนื่องจากข้อมูลในโลกไซเบอร์ ไม่ได้มีเพยี ง ขา่ วสาร ขอ้ เท็จจริง หรอื เนอ้ื หาทีส่ ร้างความบนั เทิงเพียงดา้ นเดยี ว แตย่ ังมีข้อมูลข่าวสาร 90

ที่เต็มไปด้วยอคติและความรุนแรง พลเมืองประชาธิปไตยควรรู้เท่าทันสื่อ และเข้าใจ ผลกระทบการใช้สื่อสารท่ีสร้างความเกลยี ดชงั ทีม่ ตี ่อบคุ คลและกล่มุ คนอ่นื ๆ ในมิติต่าง ๆ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างจากตนเองในด้านต่าง ๆ เช่น แนวคิดทางการเมือง ชนชั้น ศาสนา เพศสภาพ เพื่อบรรลุความเป็นพลเมืองที่มุ่งเน้น ความเป็นธรรมในสังคม เป็นผู้ที่เคารพสิทธแิ ละอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่หลากหลายได้ อย่างรับผดิ ชอบในฐานะพลเมอื งทีต่ ้องการสรา้ งการเปล่ยี นแปลงสงั คมให้ดี การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ครูและนักเรียน สนทนา เรื่อง ข่าวสารทางเฟชบคุ๊ ไลน์ ตา่ ง ๆ ทนี่ ักเรยี นได้พบ เหน็ วา่ มีขา่ วสารอะไรบ้าง ข้อสรุป มีท้งั ขา่ วเศรา้ สลดใจ ข่าวดี ข่าวด้านการศกึ ษา ขา่ วการเมือง ฯลฯ ครตู งั้ คำถามวา่ นกั เรยี นมคี วามคดิ เหน็ อย่างไร ข่าวน้ันเชอ่ื ถือไดม้ ากน้อย เพียงใด

ข้นั ตอนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ใหน้ กั เรียนสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั 8 ทกั ษะ ทีใ่ ชก้ ับพลเมอื งใหมใ่ นยคุ ดิจติ อล 2. ต้ังคำถาม ถามตอบเก่ยี วกบั 8 ทักษะ ที่ใช้กบั พลเมืองใหม่ในยุคดจิ ติ อล 3. ให้แตล่ ะกลมุ่ นำเสนอความรู้ดว้ ย Power Point 8 ทักษะท่ีใช้ในยุคดจิ ิตอล 91

4. ผู้สอนและผ้เู รียนรว่ มกันสรปุ แนวคิดในการใช้ทักษะ 8 ทักษะของพลเมือง ใหม่ในยคุ ดิจิตอล บทสรปุ จากการจดั กิจกรรม บทสรุปในการจัดกิจกรรมในครง้ั นี้ ส่งผลให้ ผู้เรียนสามารถเขา้ ใจและตระหนักถึงการใชง้ าน และ การรู้เท่าทันสือ่ สารสนเทศ อยา่ งปลอดภัย และ สามารถสรา้ งสรรค์สือ่ สารสนเทศไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธภิ าพ

โดย : ครูดวงกมล อดุ จอม โรงเรียนบ้านไม้กะพง จงั หวดั ตาก การเป็นครูในยุคทน่ี กั เรียนสามารถเข้าถงึ สื่อ เทคโนโลยี ได้รวดเร็ว และต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ หลายอย่าง นักเรียนเก่งกว่าครูเสียอีก แตท่ ี่กลา่ วมาทง้ั หมดน้ี ไม่ใช่นกั เรียนในโรงเรยี นแห่งนี้ “โรงเรียนบา้ นไม้กะพง” โรงเรียนในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน กลุ่มชาตพิ นั ธ์ กะเหรยี ง โรงเรียนชายขอบ ทีอ่ ยู่ในอำเภออมุ้ ผาง เปน็ อำเภอหนึ่งของจังหวัดตาก ตงั้ อยู่ ท่ามกลางปา่ เขาสงู การคมนาคมคอ่ นข้าง ลำบาก มีทางเขา้ ออกเพยี งเสน้ ทางเดยี ว คือ ทางหลวงหมายเลข 1090 (แมส่ อด-อุ้ม ผาง) อุ้มผางเปน็ อำเภอทอี่ ยู่ห่างไกลจากตัว อำเภอเมอื งฯ มากที่สดุ และอำเภอนีม้ ี เมื่อเด็ก ๆ ไม่ได้เข้าถึงสื่อและเทคโนโลยี ขนาดพ้นื ท่ีมากทีส่ ดุ ในประเทศไทย จนคุ้นชินเท่ากับเด็ก ๆในเมือง ก็คงเป็น หน้าที่ครูที่ต้องค่อยให้ความรู้ เพื่อให้พวก เขามีโอกาสไดร้ บั ความรู้ ไดร้ ับโอกาส และเมอื่ เค้าเตบิ โต 92

ไปเจอโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ พวกเค้าจะ การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนชาย ไม่ถูกสังคมที่เค้าไม่เคยรู้จัก กลั่นแกล้ง ขอบเช่นนี้ ห้องเรียนของเราจึงต้องเน้นให้ หรือเอาเปรียบ ในสังคมที่เติบโตในด้าน นักเรียนรู้เทา่ ทันสื่อ ดิจิทัล และเทคโนโลยี เทคโนโลยี ดิจิทัล อย่างรวดเร็ว แต่กลับ ในเชิงของการนำไปใช้ในการป้องกันตนเอง มองเห็นคุณค่าของคนในสังคมเดียวกัน หรือการเสพข้อมลู ข่าวสาร โดยสอดแทรก น้อยลงเชน่ น้ี ไปในรายวิชาสังคมศึกษา อาศัยการคิด วิเคราะห์ในเชงิ เหตุผลให้มาก ๆ สง่ิ ท่คี รอู ยา่ งเราจะทำได้ กค็ งจะใช้ ความรู้ ประสบการณ์ท่มี นี แ่ี หละ คอยบอก กิจกรรม ข้อมูลขา่ วสารและเหตุการณ์ คอยสอนพวกเคา้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ทุกคน กิจกรรมเล็ก ๆ ท่ีสอดแทรกการเรยี นรู้ ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน และรู้เท่าทัน เรอื่ งข้อมลู ขา่ วสารเกิดขนึ้ ในห้องเรียนชนั้ สอื่ เทคโนโลยี ในยคุ ปัจจุบนั ใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 ข้ันกระตุ้นความสนใจ การได้เข้าร่วมโครงการ การวิจัย เชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนา - ครูนำข่าวเหตุการณ์ในปัจจุบันมาเล่า เครือข่ายการเรียนรู้ “โรงเรียนสร้าง ให้นักเรียนฟัง เช่น ข่าวน้ำท่วม ข่าว พลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และ อบุ ตั เิ หตุ ขา่ วอาชญากรรม เปน็ ตน้ ดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของ ประเทศไทย ทงั้ เวที ที่ 1 และ 2 ทำให้ครูมี - ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า ความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญ สาระสำคัญของข่าวตอนใดเป็นความจริง ของการรู้เท่าทันสื่อ จึงคิดว่าการนำมา อธิบายเหตุผล และสาระตอนใดของข่าวไม่ บูรณาการเขา้ กับกจิ กรรมการเรียนการสอน นา่ เชอื่ ถอื อธิบายเหตุผล

- ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ขั้นขยายความเขา้ ใจ ขา่ วสารนัน้ มาจากแหลง่ ต่าง ๆ หลากหลาย จึงควรมีหลักในการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร สมาชกิ แต่ละกลุม่ แบง่ หนา้ ท่ีกนั สบื ค้น และบางข่าวที่เรารับรู้อาจเป็นข่าวปลอม ขอ้ มลู ข่าวและเหตุการณ์จากแหล่งข่าวตา่ ง ๆ (fake news) เช่น ขนั้ สำรวจคน้ หา - ข่าวและเหตกุ ารณ์ที่พบเหน็ เอง นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน ตามความ - ขา่ วและเหตกุ ารณท์ ม่ี าจากการบอกเล่า สมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ ของผ้อู น่ื เรื่อง แหล่งข่าวและเหตุการณ์ต่าง ๆ และ - ขา่ วจากวิทยุหรือโทรทัศน์ หลกั การเลือกรบั ข้อมูลข่าวสารจากส่ือต่าง ๆ - ข่าวจากหนังสือพิมพ์ วารสาร และ ขนั้ อธิบายความรู้ เอกสาร - ข่าวจากเพจใน Facebook / Youtube สมาชิกแต่ละกลุ่มนำข้อมูลจาก - ข่าวจากเวบ็ ไซต์ การสืบค้นมาอธิบายสู่กันฟังเกี่ยวกับวิธี สมาชกิ แต่ละคนนำขา่ วท่ีสืบคน้ มาวิเคราะห์ การศึกษาหาความรู้ หรือสืบค้นข้อมูลจาก ตามประเด็นทค่ี รใู ห้ แหล่งข่าวต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข่าวสารหรือ ข้อมูล หรือเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ตรงตามความ เป็นจริงและน่าเชื่อถือ และหลักการเลือก รับขอ้ มูลข่าวสารจากสอื่ ต่าง ๆ 93

ขน้ั ตรวจสอบผล การจัดกิจกรรม ที่สอดแทรก โรงเรียนสร้าง ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานหน้า พลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล (MIDL) ไม่ได้พียงอยู่ในการจัดการเรียนการ ชน้ั เรียน ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้ สอนเท่านั้น ครูยังแทรกไปในชั่วโมงแนะแนว ข้อแนะนำเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับวธิ กี ารเลือกรับ และ การโฮมรูม เพราะครเู ชอื่ วา่ ไม่ว่าจะอยู่ท่ี ข้อมูลขา่ วสารจากส่ือแหลง่ ต่าง ๆ อย่างมี ไหน ไกลหรือไกล ชนบทหรือในเมือง อีกไม่ วจิ ารณญาณ และรู้เทา่ ทนั สือ่ และ นาน สื่อ เทคโนโลยี จะเข้าถึงในทุกพื้นท่ี Fake news และใหด้ คู ลิปคดิ ก่อนเช่อื ถึงแม้ตอนนี้เด็ก ๆ ยังไม่ได้เข้าถึง 100% แต่ เชค็ ก่อนแชร์#ต้ังสติหน่อยคอ่ ยโซเชยี ล ในอนาคตเด็ก ๆ จะต้องได้ใช้มันและควรจะ รู้เท่าทนั สอื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั สุดทา้ ยน้ตี ้องขอขอบคณุ โครงการวิจัย ฯ “โรงเรียนสร้าง พลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ ช่วยให้ครูได้แนวทางในการ จัดการเรียนการสอน และได้นำ กจิ กรรมทดี่ มี าใหเ้ ด็ก ๆ ไดเ้ รียนรู้ ขอขอบคุณคะ่

เรียนรูก้ ารใช้ชีวิตอย่างเทา่ ทัน..บนโลกเสมอื นจริง ท่กี ลายเปน็ โลกสมจริง.. โดย : ครูจารณุ ี บุตรพรม โรงเรียนบา้ นปากตก จงั หวัดเพชรบูรณ์ ในยุคปัจจุบันมนุษย์กำลังก้าวเข้าสู่ ยุคของโลกเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ในด้านระบบการศึกษามีการนำ เสมอื นจริง มีการใช้ระบบอนิ เทอร์เนต็ ใน รูปแบบ Augmented Reality (AR) มา การกำหนดสร้างเทคโนโลยีโลกเสมอื นจริง ใช้สร้างสื่อนวัตกรรมเพื่อให้ผู้เรียนสนใจ (Reality) หนึ่งในเทคโนโลยีทีม่ ีการเติบโต การเรียนการสอนมากยิง่ ขึ้นจาก การรวม และพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง เทคโนโลยีกลมุ่ นี้ สภาพแวดล้อมจริง กับ วัตถุเสมือน เข้า ส า ม า ร ถ ต อ บ ส น อ ง ก า ร ใ ช ้ ง า น ไ ด้ ด้วยกันในเวลาเดียวกัน โดยวัตถุเสมือน หลากหลายจุดประสงค์ไม่ว่าเป็นด้าน ที่ว่านั้นอาจจะเป็นภาพ,วิดิโอ เสียง, การศึกษา ความบันเทงิ การแพทย์ รวมถึง ข้อมูลต่าง ๆ ท่ี ประมวลผลมาจาก อุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งการใช้งาน คอมพิวเตอร์, มือถือ, เทปเล็ต,หรือ เทคโนโลยีเสมือนจริง สามารถเพ่ิม อุปกรณ์สวมใส่ขนาดเล็กต่าง ๆ และทำให้ ประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยงที่ เราสามารถตอบสนองกับส่ิงทจี่ ำลองนน้ั ได้ อาจเกิดขึ้นในการปฏิบัติงานได้อย่างเห็น น่าสนใจมายิ่งขึ้น การจัดกิจกรรมการ ผลชดั เจน เรียนการสอนในกลุ่มสาระวิชา วทิ ยาศาสตร์ ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่1-3 โรงเรียนบ้านปากตก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในยคุ 4.0 นี้ 94

เด็กในยุคปัจจุบันช่างมีความคิดท่ีแตกตา่ ง หากแต่ในโลกความจริงเราจะทำอย่างไร กับเด็กรุ่นเก่า ๆ ที่เคยสอนมาอย่างสิน้ เชิง เมื่อในโลกเสมือนจรงิ ไม่เป็นอย่างที่เราคดิ โดยจากเดมิ ท่ีเคยจัดการเรียนการสอนเพ่ือ และคาดหวงั เพราะสุดทา้ ยตัวผูเ้ รียนเองที่ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ได้รับผล ได้สร้างโลกเสมือนจริงจากการจนิ ตนาการ สะท้อนกลับจากผเู้ รียนเปน็ อย่างดีโดยเกิด ด้วยตนเองทำให้ง่ายต่อการถูกหลอกลวง จากความตะหนักและความสนใจใฝ่เรียนรู้ จากวุฒิภาวะทางความคิดที่ยังไม่สามารถ ไปพร้อมกันกับครูผู้สอน เพิ่มความ แยกแยะได้ว่า …บนโลกเสมือนจริง..ท่ี สนุกสนานจากการทดลองทาง กลายเป็นโลกสมจริง..นั้นช่างมีความ วิทยาศาสตร์ที่นักเรียนและครูได้ช่วยกัน แตกต่างกันอย่างส้ินเชิง หาข้อสรุปในการทดลองแต่ละเร่ืองราว ด้วยความสนใจ ทำให้ เทคโนโลยีกลายเป็นส่วน แต่ในปัจจุบันภายในห้องเรียนเกิ ด หนึ่งในชีวิตประจำวันที่นักเรียนต้องใช้ บรรยากาศรูปแบบใหม่ที่นักเรียนต่าง อย่างเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง และส่วน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในเรื่องการใช้ระบบ ใหญ่นักเรียนโทรศัพท์ มือถือและมีระบบ เครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ Facebook การเลน่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เร็วจึงทำให้ เข้าถึง เกมบนโลกเสมือนจริง ที่บางครั้งนักเรียน ข้อมูลข่าวสารและกาติดต่อสื่อสารกันได้ ยังไม่เคยที่จะพบเห็นหน้าตาของเพือ่ นบน ง่ายมากยง่ิ ขึ้น ซ่งึ ส่วนใหญน่ ักเรียน เครือข่ายออนไลน์ท่ีแท้จรงิ เลยแม้แต่คร้งั จะใช้ระบบเครือข่ายสร้างโลกเสมือนจริง เดียว หากแต่การอยู่ในโลกออนไลน์ ของตนเองเช่นการปรับภาพตัวเองให้มี เทา่ กบั การกำลงั คุยกับคนแปลกหนา้ คามแตกต่างจากตัวจริงการสร้างข้อมูล พื้นฐานในชีวิตที่ไม่เป็นความจริงแต่ดูสวย หรูในสายตาของผู้ท่ีเขา้ มาพบเหน็

การเล่นเกมที่สร้างโลกเสมือนจริงในการ จริง เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้ในการคิด เล่นกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน การซ้ือ วิเคราะห์ สื่ออยา่ งรูเ้ ท่าทนั ขายของออนไลน์ที่เกิดจากพฤติกรรม เลียนแบบ นี่เป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ จาก ภาพที่ 1 การใช้ AR ในหนงั สือวิทยาศาสตร์ จุดเริ่มต้นที่นักเรียนใช้ เทคโนโลยีในการ สร้างโลกเสมือนจริงขึ้นจากจินตนาการที่ ร ู ปแบบก าร จั ดก าร เร ี ย น ก าร สอ น จึ ง ตนเองอยากให้เปน็ จนลืมโลกของชีวิตจริง ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ทันยุคสมัยใหม่ วา่ เรามีชวี ติ จริง คือการให้ผู้เรียนได้ใช้สื่อจากเทคโนโลยี (AR) มาใช้สร้างโลกเสมือนจริงให้ดู ในยคุ ทเี่ ทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท น่าสนใจ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สำคัญกับการจัดการเรียนการสอน ผู้สอน เรื่องการรับสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศจาก จึงลองนำการใช้เทคโนโลยี (AR) มาสร้าง การสร้างโลกเสมอื นจริงว่ามผี ลกระทบกับ ความน่าสนใจกับการเรียนโดยสอดแทรก ตนเองและคนรอบข้าง อย่างไรโดยมีการ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการใช้ จดั การเรยี นการสอนดงั ตอ่ ไปนี้ เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ โดยครูผู้สอน ต้องประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ ครูจึงต้องสร้างความรู้ความ เข้าใจและเพิ่มความตะหนักของโลก เสมอื นจรงิ วา่ มันไม่ใช่ความ 95

ข้นั ที่ 1 นำเข้าสู่บทเรยี น - ครูแจกใบงานให้นักเรียนเขียนบอก ให้นักเรียนได้ศึกษาวิเคราะห์ วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ สารเคมี รว่ มกันนำเสนอวิธีการป้องกัน ขอ้ มูลและรว่ มกนั สร้าง mind mapping ครูช่วยตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้สื่อทีส่ รา้ ง เป็นโลกเสมือนจริงในยุคปัจจุบันว่ามีด้าน บวกและดา้ นลบอย่างไร ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นท่ี 3 ข้นั สรุป - ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนสืบค้น - ครูและนกั เรียนร่วมกันอภิปราย ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของการ สรุปผลการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใหเ้ กิด นำสอ่ื เสมือนจริงมาใชช้ วี ิตประจำวนั ประโยชนแ์ ละป้องกันชีวิตให้ปลอดภัยจาก การใช้สื่อเทคโนโลยีบนโลกเสมือนจริงท่ี - ครูและนักเรียนร่วมอภิปราย คนเราชอบสร้างขึ้นมาโดยส่วนใหญ่จะมี เกีย่ วกับข้อมูลข่าวสารการนำขอ้ มูลสว่ นตัว การใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จและไม่มีความ ของผู้อื่นไปสร้างบัญชีทางเครือข่าย ชัดเจนเทา่ ทีค่ วร ออนไลน์และหลอกหลวงทางสื่อโซเซียล ทางอินเทอร์เน็ตว่ามีความเชอ่ื ถอื ได้หรือไม่ - ครูและนักเรียนร่วมกันหาแนว พจิ ารณาไดอ้ ยา่ งไร ทางการแก้ไขปญั หาจากการหลอกลวงโดย สร้างโลกเสมือนจริงบนโลกโซเซียลตอ่ ไป

หากเรารู้เท่าทันสื่อโซเซียล เราก็จะท่อง ส่งิ ทส่ี ำคญั ของโลกเสมอื นจรงิ บนเครือข่าย โลกเสมือนจริงได้อย่างมีความสุขเพราะ อนิ เทอร์เนต็ เป็นการสร้างจนิ ตนาการของ ผู้ที่ต้องการ การยอมรับจากคนในสังคม โซเชียลมีเดีย จะเป็นการรวมสังคม จนทำให้ผู้คนไม่มีความเชื่อมั่นในการใช้ ออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้สื่อสาร ชีวิตอยู่กับโลกแห่งความจริงด้วยซ้ำไป ประสบการณ์บทความ รูปภาพ และวิดีโอ หากแต่ว่าต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ประสบการณ์ ที่ผู้ใช้เขียนหรือทําขึ้นเอง แล้วนํามา แบ่งปันใหก้ บั ผู้อื่นที่อยู่ในเครือข่ายของตน ทำใหค้ นทุกวนั นี้ผู้คนส่วนใหญ่มี ความยินดีที่จะสร้างโลกรู้จักโลกผ่าน ผ่านทางเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก ท่ี ประสบการณ์เทียมจากสื่อ ด้วยตัวเราเอง ให้บริการบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันการ เพราะการสร้างโลกเสมือนจริงขึ้นมามัน สอื่ สารแบบนจี้ ะทําผา่ นทางอนิ เทอร์เน็ต ช่างง่ายในการยอมรับจากผู้คนบนโลก โซเซียลมากกว่าโลกแหง่ ความเปน็ จรงิ ยงิ่ อีกทั้ง โซเซียล ยังสามารถขยาย มนุษย์ไปยดึ ตดิ กับการสรา้ งโลกเสมือนจริง ความครอบคลุมไปถงึ สอ่ื สงั คมออนไลน์ที่มี ให้ตนเองดเู ด่น ดดู ี นับวันโลกทีเราอยู่ก็จะ ปราศจากความจริงและนำไปสู่การใช้ชีวติ การตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง อย่างผิดพลาดอย่างไร้จุดหมาย เพราะ โดยผ่านเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต พูดงา่ ยๆ ก็ มนุษย์มัวเพ้อฝันอยู่กับโลกเสมือนจริง คือเว็บไซต์ที่บุคคลบนโลกนี้สามารถมี ตลอดไป ปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันได้นั่นเอง หากใน 96 บริบทของโซเชียลมีเดีย การแบ่งปันใน สังคม ซึ่งอาจจะเป็นการแบ่งปันเนื้อหา ผ่าน ไ ฟล์ รสน ิยม ความเห็น หรือ ปฏิสมั พันธ์ในสงั คม ซึง่ เกดิ จากการรวมกัน เป็นกลุ่มเพราะฉะนั้นโซเชียลมีเดีย เป็น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้ผู้ใช้แสดงความ เป็นตัวตนของตนเองเพอ่ื ท่ีจะมีปฏิสัมพันธ์ หรือแบ่งปันข้อมูลกับบุคคลอื่นบนโลก เสมอื นจรงิ เหลา่ น้ยี อ่ มมกี ฎ กตกิ า มารยาท และ มีตัวบทกฎหมายคุมอยู่ โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติว่าด้วยกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์

รปู แบบการสอนแบบโครงงาน… …สกู่ ารรู้เท่าทันสอื่ โดย : ครเู จนจริ า โพธ์ิชยั โรงเรียนบ้านปากตก จงั หวดั เพชรบูรณ์ “ขอจงมีความเพียรที่บรสิ ุทธ์ิมีปัญญา การดำรงชวี ติ อาชพี ข้าราชการครูด้าน ที่เฉียบแหลมกำลังกายสมบูรณ์ทุกส่ิง อย่างจะนำพามาซึ่งความสำเร็จ” จาก เทคโนโลยี มา 15 ปี ทำให้เกิดความรัก พระราชปรารภเรื่อง“พระมหาชนกพระ และศรัทธาในวิชาชีพครูเป็นอย่างยิ่ง และ ราชนิพนธ์ใน “พระบาทสมเด็จพระ ส่วนสำคัญของครเู ทคโนโลยี คอื “การสอน ปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช” ให้ผู้เรียนเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จากบทความข้างต้น เป็นเครื่อง อยา่ งสร้างสรรค์ แต่อย่าให้ เทคโนโลยมี า ยำ้ เตือนจิตใจของความเปน็ “ครู” อยูเ่ สมอ เป็นตัวกำหนดตนเองจนครอบงำการใช้ มาว่าคนที่ทำหน้าครูควรใช้ความเพียร ชวี ิตความเป็นมนุษย์” พยายามในการเพิ่มพูนสติปัญญาให้กับ ในยุคปัจจุบันจากการใช้เทคโนโลยี ศิษย์เพราะความสำเร็จของความเป็นครู สารสนเทศท่หี ลากหลายและเข้าถึงง่ายต่อ คือการเห็นศิษย์ดำรงชีวิตตนเองอยู่ใน ข้อมูล ทำให้เด็กรุ่นใหม่ยังขาดการคิด สังคมได้อย่างมีความสุขและรู้เท่าทัน วิเคราะห์จากการใช้สื่อเช่นการโพสการ สงั คมไทยในยคุ 4.0 ทีก่ ้าวกระโดดจากการ แชร์สิ่งที่ไม่เป็นความจริง การแสดงความ ใช้เทคโนโลยีแห่งการสื่อสารอย่างรวดเร็ว คิดเห็นโดยกระทบผ้อู ่ืน หรือการหลอกลวง จนเกิดมุมมองทั้งด้านบวกและด้านลบต่อ กันจากการโพสภาพผู้อื่นซึ่งปัญหาเหล่านี้ ชีวิตจากการใชส้ อ่ื อย่างไม่สรา้ งสรรค์ เกดิ ขน้ึ จริงภายใน

โรงเรียนหลายแห่ง ด้วยเหตุนี้การจัด ทีเ่ หมาะสมกับผู้เรียนจนนำมาปรับใช้ให้เกิด กิจกรรมการเรียนการสอนในวิชา แนวทางและวิธีปฏิบัติ ที่สามารถนำไป เ ท ค โ น โ ล ย ี ส า ร ส น เ ท ศ ร ะ ด ั บ ช้ั น จัดการเรียนการสอนใหเ้ ข้ากบั บรบิ ทของแต่ มัธยมศึกษาปีที่1-3 โรงเรียนบ้านปากตก ละโรงเรียนได้ตามขั้นตอนวงจรเดมม่ิง เป็นการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก PDCA ดงั นี้ ปัญหาและหาวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบ ขน้ั ที่ 1 P (Plan) การประชุม/วางแผน การสอนแบบโครงงาน (Project Based learning) โดยนำความรู้ความสามารถ - เข้าร่วมประชุมศึกษาแลกเปลี่ยน ด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาผลิต เรียนรู้เรื่องการรู้ทันสื่อ MIDL โดยได้รับ สร้างสรรค์ สือ่ อยา่ งหลากหลายในรูปแบบ แนวทางความรู้จากวิทยากรและคณะครูท่ี ต่าง ๆ เช่น การ์ตูนเคลื่อนไหว 2D , เข้าร่วมอบรมนำมาประยุกต์ใช้การจัดการ ก าร ์ตูน ช่อ ง Comic, ก าร อ อ ก แบบ เรียนร้ตู อ่ ไป Infographic สิ่งพิมพ์ให้ความรูใ้ นรู้เท่าทัน สื่อในยุคสังคมปัจจุบันซึ่งทำให้เกิดการ ขนั้ ที่ 2 D (Do) การลงมอื ปฏบิ ตั ิ เรียนรู้อย่างยั่งยืนจากกระบวนการทำ 2.1) ระดมความคดิ ขยายผลใน โครงงานเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนศึกษา คน้ ควา้ จากส่งิ ที่ทำและส่งิ ทีเ่ กิดจากปัญหา รูปแบบ PLC ระหว่างนกั เรยี นกบั คุณครูที่ และหาวิธีการหรือแนวทางการแก้ไข สอนในระดับช้ันมัธยมแลกเปลย่ี นเรียนรู้กนั ปัญหาไดด้ ้วยตนเองโดยมคี รูผสู้ อนเป็นโค้ช จัดการเรยี นรูเ้ รอ่ื ง MIDL พลเมืองรเู้ ท่าทัน ที่คอยแนะนำในการสร้างผลงาน จาก สื่อ กจิ กรรม Mind Mapping นำเสนอ ปัญหาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ ผลงาน การสื่อสารเบื้องต้น ทำให้ครูผู้สอนมี การศกึ ษาคน้ ควา้ หาวธิ กี ารและรปู แบบ 97

2.3) แบง่ กลมุ่ จัดทำโครงงานคอมพวิ เตอร์ ศึกษาตามข้อมูลท่ีสนใจและคน้ หาข้อมลู เพอ่ื แต่งเปน็ เร่อื งส้ันและออกแบบ Storyboard แบ่งตามระดับช้ันดงั ต่อไปน้ี - นักเรยี นระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ออกแบบอินโฟกราฟกิ ในเรอ่ื งการ วเิ คราะหส์ ่ือ - นกั เรียนระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 2.2) จัดการเรียนรู้ภายในชน้ั เรียน ออกแบบ แต่งเรอ่ื งสน้ั เปน็ การ์ตูนชอ่ ง ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 สอดแทรกบรู ณา Comic ในเรือ่ งการรู้เท่าทนั ส่ือ การวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (วทิ ยาการ นกั เรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 คำนวณ) ตามตวั ช้ีวดั สาระที่ 4 เทคโนโลยี ออกแบบ แต่งเรอ่ื งสนั้ เปน็ การต์ ูน 2D มาตรฐานท่ี 4 ตัวชีว้ ดั ว 4.2 ม.3/4 เร่ือง ในเรอื่ งวัยมนั ทันสอ่ื สู่การรู้เท่าทนั ส่อื การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย และมคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคมปฏบิ ัติ กฎหมายเก่ยี วกบั คอมพวิ เตอร์ ใช้สิทธข์ิ อง ผู้อน่ื โดยชอบธรรม 2.4) เขียนโครงร่างสรา้ งสรรค์ ผลงานดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์และ ออกแบบช้นิ งานโปรแกรมคอมพวิ เตอร์

ขนั้ ท่ี 4 A (Act) การปรบั ปรุง/แก้ไข ผลงานออกแบบสร้างสรรค์ด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบการ์ตูนส้นั C o m i c แ ล ะ ก า ร ์ ต ู น 2 D เ ผ ย แ พ ร่ www.youtube.com ช่อง krujane pochai และแสดงในรูปแบบ QR Code ข้นั ที่ 3 C (Check) ประเมินผล/ รูปแบบการสอนแบบ โครงงานเกิดผล งานที่เป็นเชงิ ประจักษ์ นักเรียนเกิดการคิด ตรวจสอบ วิเคราะห์ แยกแยะสื่อต่าง ๆ ก่อนการรับรู้ และได้รับผลงานรางวัลชนะเลิศ สพป. - นำเสนอผลงานและทำแบบ เพชรบรู ณ์เขต 3 Best Practice ครูผสู้ อน ประเมนิ เพือ่ ประเมินผล ตรวจสอบความถูก การใช้ สื่อ DLIT การรู้เท่าทันสื่อ,รอง ตอ้ งสมบรู ณข์ องชิ้นงานจากคุณครูที่ปรึกษา ชนะเลศิ เหรียญทอง โครงงานคอมพิวเตอร์ และนกั เรียนในระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1-3 ของนักเรียน ทำให้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง สนุก ครูผู้สอนมีพลังในการจัดกิจกรรม“… ความเพียรปัญญา และกำลังกาย นำไปสู่ ความสำเร็จอยา่ งเหน็ ได้ชดั …” 98

Learning society “สงั คมแหง่ การเรียนรู้” โดย : ครูฤตติน คงทน โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี จงั หวดั พิษณโุ ลก ถ้าจะถามว่า MIDL (การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล) คืออะไร ผมคงตอบเลยไม่ได้ ในความรู้สึกแรกที่ได้ยินคำนี้ คือ คงต้อง เปน็ เรือ่ งใหม่ หรือเป็นงานอะไรสักอย่างที่น่าจะเป็นการมาเพิ่ม ภาระงานให้ครู แค่ได้ยินก็คิดลบไปมาก แต่หากจะบอกว่า MIDL (รเู้ ทา่ ทันสอ่ื ดจิ ทิ ลั ) น้ันมอี ยใู่ นการจัดการเรยี นร้ขู องครู มาตั้งแต่ต้นก็ยังดูไม่เข้าใจ แต่มีบางคำพูดของทีมผู้จัดได้ทำให้ผมเกิดมิติ ใหมใ่ นความคิดและพรอ้ มที่จะเปิดใจเรียนรู้ หรอื เกิดเปน็ Learning Society สังคม แห่งการเรียนรู้ได้ เมื่อผมพร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ความรู้ แนวคิด และ กจิ กรรมตา่ งๆกเ็ กิดข้ึนอย่างที่ผมไม่คาดคดิ การจดุ ประกายในคร้งั แรกที่ก้าวสู่คำว่า “MIDL” (การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล) ได้สร้างความประทับใจและเกิดเป็นความหวังใน การทจ่ี ะสรา้ งสรรค์ประสบการณ์ให้เกิดขึ้นกบั ทุก ๆ คนต่อไป ผมนายกฤตติน คงทน ตำแหนง่ ครผู ู้สอนรายวิชาสังคมศกึ ษาฯ โรงเรียนเฉลิม ขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก ได้ตอบรับการเชิญเข้าร่วมการอบรม MIDL (รู้เท่าทันสื่อ ดิจิทัล) ในเวที 1 และ 2 ได้เข้ารับอบรม จากวิทยากรที่มากด้วยความสามารถและ ประสบการณ์ เมื่อทราบหัวข้อและแนวทางในการจัดกิจกรรมในครั้งนั้นก็ทราบเลยว่า

“MIDL” (รู้เทา่ ทนั สอ่ื ดจิ ิทัล) ไมใ่ ช่เรอ่ื งไกลตวั แต่อย่างใด เพยี งแตเ่ รอื่ งน้ีเป็นเรื่องที่ใกล้ ใกลจ้ นเรามองไม่เหน็ จนบางครง้ั เรามองข้ามไป จนห่างเหนิ ทา้ ยทส่ี ุดเมอ่ื เกิดผลกระทบ เราจึงย้อนกลับมามองหาสาเหตุ การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยจากการใช้ส่ือ ออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากในการสอดแทรกในกระบวนการ จัดการเรียนรู้ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นได้เกดิ มิติใหม่ในการเรียนและจะได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้ หลังจากทีไ่ ดเ้ ข้าร่วมในเวทที ี่ 1 และ 2 แกนนำ ก็ได้นำความรู้สอดแทรกในกิจกรรมคาบปกครอง ของระดับชั้นเพื่อขยายผล โดยการใช้สื่อที่นักเรยี น กำลังให้ความสนใจ และสอดแทรกความรู้ข้อคิดท่ี ได้จากการเข้ารับการอบรม เพื่อให้นักเรียนเกิด ความรู้ นับเป็นครั้งแรกที่แกนนำได้นำ MIDL ขับเคลอ่ื นลงสู่โรงเรียน 99

การทำให้นกั เรียนได้รู้เท่าทันสือ่ ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตน้ันอาจมใิ ช่ เร่ืองงา่ ย แต่เราไดพ้ ยายามทีจ่ ะเลือกสรรส่ิงต่าง ๆ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนของเรา รบั รู้และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ ไมว่ า่ จะเป็นการจดั การเรียนการสอน การ เลือกกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเข้าร่วมและแสดงศักยภาพได้ อย่างเต็มท่ี เราจึงมงุ่ ม่ันพฒั นาผเู้ รียนสู่ความเป็นเลิศในทกุ ด้าน ข้นั ที่ 1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ 1) นักเรยี นดูตวั อย่างโฆษณา บนจอโปรเจคเตอร์ เพ่ือกระตุ้นความคิด และรู้สกึ ต่อ สื่อทไ่ี ดเ้ ห็น โดยผเู้ รยี นจะนงั่ เป็นกลุม่ ตามความสมัครใจ

2) เม่อื นกั เรยี นแบง่ กล่มุ และได้เหน็ ส่อื ครจู ึงใหแ้ ต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนมาจับฉลาก ซงึ่ ในฉลากจะมีบทบาทท่ีแตกต่างกนั ไป โดยจะตอ้ งไมใ่ หเ้ พ่ือนกลมุ่ อน่ื ๆ รู้วา่ เราอยูใ่ น บทบาทใน ข้นั ที่ 2 ข้นั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1) นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคดิ กนั โดยนำบทบาททีไ่ ด้รบั มาใชป้ ระกอบกับส่อื ที่ ไดร้ บั ชม “หากนกั เรียนอย่ใู นบทบาทตามที่ไดร้ บั นกั เรยี นจะประพฤติปฏิบตั ิเช่นไร เม่ือนักเรียนเปน็ ตวั ละครในสอ่ื ทีไ่ ดร้ บั ชม” 2) นักเรียนสะทอ้ นสิ่งทีไ่ ด้จากกจิ กรรม เพื่อให้เพื่อน ๆ กลุม่ อ่นื ได้ทายดวู า่ กลุ่มที่ นำเสนอนน่ั อยูใ่ นบทบาทใด และมีผลสะทอ้ นตอ่ บทบาทท่ไี ดร้ บั อยา่ งไร 100

ในขน้ั น้ี ครูจะรบั ฟงั ผลสะท้อน ทางความคิดของนักเรียนทกุ กลุ่ม โดยให้ผูเ้ รียนไดแ้ สดงความคดิ อย่าง เต็มที่ โดยท่คี รเู องตอ้ ง “รับฟัง” ใน กระบวนการน้ี หลาย ๆ โรงเรยี นอาจจะ ทำได้ยาก แต่ผมต้องบอกเลยครบั วา่ เรา ต้องฟงั จริง ๆ เพราะการท่ีนกั เรียนได้ สะท้อนความคดิ ออกมาน่ัน ล้วนแล้วแต่ มีความหมายทงั้ ส้ิน ครจู ึงควรจะรับ ฟงั ความคดิ ของนกั เรียนอยา่ งไมม่ ี “อคติ” ข้ันที่ 3 สรุป 1). ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ กิจกรรม

จากต้นชว่ั โมงเม่อื เรม่ิ เข้าสกู่ ิจกรรมนกั เรยี นอาจจะเกิดคำถามมากมาย แต่ ส่ิงหนึ่งทน่ี ักเรยี นจะสามารถแสดงออกได้เลยก็คือ การพูดคยุ การมปี ฏสิ ัมพนั ธ์ในกลมุ่ นักเรียนบางคนอาจจะสงสัยกับกิจกรรมทค่ี รไู ดจ้ ดั ขึน้ แตภ่ ายหลงั เม่ือมีการทำกจิ กรรม ไปเร่ือย ๆ สือ่ มลั ตมิ ีเดยี ที่สอดแทรกใหก้ บั นกั เรียน โดยผ่านการคดั เลือกมากแลว้ นนั้ จะ เปน็ คำตอบที่นักเรยี นกำลงั คน้ หา เพราะส่ือที่ดีจะต้องตรงประเด็น เข้าใจ เข้าถงึ ไดง้ ่าย และกระตนุ้ ความคดิ ของผู้ชม อยา่ งไรก็ตามการนำ MIDL เขา้ สูห่ ้องเรยี นน้นั ยังต้องมกี ารพฒั นาอยา่ ง ตอ่ เน่อื ง เพ่อื ใหเ้ กิดผลสัมฤทธติ์ ามท่ีคาดหวัง กระจุดประกายในครง้ั นจี้ ึงเปน็ ครง้ั สำคญั ทง้ั ครู นักเรียน และผู้สงั เกตการณ์ ที่จะร่วมกันพฒั นาและรว่ มถอดบทเรยี นไปพร้อมกนั โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ขอขอบพระคุณ ผู้จัดโครงการที่ให้โรงเรียนได้รับ โอกาสในการเข้ารว่ มและรว่ มขยายผลโครงการรู้เท่าทนั สือ่ ดจิ ิทัลในครัง้ นี้ โครงการน้ี ทำใหค้ รู และนักเรยี นได้แนวความคดิ ในการใช้สือ่ อย่างมีสติ รอบคอบ มเี หตุผล รู้จัก ระวังภัยที่จะเกิดจากสื่อต่าง ๆ รว่ มไปถึงแนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ทำ ใหน้ กั เรยี นไดส้ ะท้อนความคดิ ตวั เองออกมาได้อยา่ งสร้างสรรค์ เพราะเราคอื “สังคม แหง่ การเรียนรู้” ความคาดหวังกับโครงการน้ีก็คอื เมอื่ นกั เรยี นไดร้ ับแนวความคิดในการรเู้ ท่า ทนั ส่ือไปแล้ว นกั เรยี นจะมีความตระหนัก และสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ น ชีวิตประจำวันได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ และดำรงอยูไ่ ดใ้ นสังคมอย่าง “รเู้ ทา่ ทนั ส่อื ” 101

โลกกา้ วไกล ครูไทยตอ้ งกา้ วตาม โดย : ครเู รอื งวทิ ย์ กล่ินอำพร โรงเรยี นสากเหล็กวทิ ยา จงั หวดั พจิ ิตร “ ท่ามกลางกระแสสงั คมโลกในยุค “โลกาภิวัตน์” หรือ “Globalization” อนั หมายถึง การแพรก่ ระจาย (ของขา่ วสาร) การเข้าถงึ ข่าวสารเป็นไปไดอ้ ย่างง่ายดายและกว้างขวาง ทั้งการติดต่อสื่อสารที่ไม่มีการปิดกั้นอีกต่อไป จึงสามารถเรียกได้ว่ายุคนี้ เป็นยุคของ ข้อมลู ข่าวสารท่ีไรพ้ รมแดนอย่างแท้จริง อนิ เทอร์น็ต จึงเข้ามามีบทบาทเปน็ อย่างมากใน รูปแบบของโซเชยี ลมีเดีย ทไ่ี ด้รับความนิยมอยา่ งกวา้ งขวาง อาทิ เฟซบกุ๊ และทวิตเตอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีนอกจากความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อีกด้านหนึ่ง กลับเปรยี บเสมือนดาบสองคม ด้วยเหตทุ ว่ี ่าผู้คนท่ีใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป มีแนวโน้ม ทีจ่ ะเสพตดิ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชีวิตประจำวนั อย่างร้ายแรง” เทคโนโลยีที่กา้ วกระโดดไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป เมื่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคน ปัจจุบันที่มีลักษณะหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์มาก จนเกินไป ดังคำกล่าวในทำนองเสียดสีที่ว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่ง “สังคมก้มหน้า” เพราะ ปฏิสัมพันธ์ของผู้คนที่ควรจะเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงกลับลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ หากแต่กลบั ให้ความสำคัญกับสงั คมในโลกออนไลนห์ รอื โซเชียลมีเดยี แทน โทรศัพท์และเทคโนโลยอี าจเปน็ ปัจจัยที่ 5 ที่มนุษย์ในยุคนี้ขาดไม่ได้เชน่ เดยี วกนั ในมุมมองของครูผู้สอนที่จะต้องพฒั นาและก้าวตามให้ทันโลกในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามี บทบาทในทุก ๆ ดา้ น ที่นเี้ รามาโฟกสั ในเร่ืองของการจัดการเรียนรู้ ในยุคท่สี ่ือเทคโนโลยี

ทรงอิทธิพลต่อมนุษย์ โดยเฉพาะ (มนุษย์นักเรียน)ที่จะต้องก้าวตามให้ทันทั้งครูและ นักเรยี น ซ่ึงในบรบิ ทของโรงเรียนแล้วการจดั การเรียนรู้เปน็ จุดประสงค์สำคัญท่ีครูผู้สอน จะต้องพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้เข้ากับสังคมปัจจุบันสอดคล้องกับ ความ ต้องการของนักเรียน โดยเฉพาะเรื่องการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่มีบทบาทมีอิทธิพลกับ นกั เรียนมากท่ีสดุ จะทำอยา่ งไรให้นักเรยี นตระหนักในการใช้สอื่ ไดอ้ ย่างสร้างสรรค์ รู้เท่า ทนั บทบาทของสื่อทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม ตลอดจนใช้สอ่ื ให้เกิดประโยชน์เกิดคุณค่าต่อ ตัวเอง และนำส่ือมาใชใ้ นทางท่ถี กู ต้องเหมาะสม ไม่ใช้สอื่ ในทางท่ไี มถ่ กู ต้อง โดยเฉพาะใน ห้องเรียนของผู้เขียน ท่ีพยายามให้นักเรียนได้ใช้สื่อในการจดั การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และมีประโยชน์มากท่สี ุด สามารถสรา้ งส่ือท่ใี ห้ความรู้ แชรค์ วามร้ขู องตัวเองไปสู่เพื่อนได้ เชน่ ในวิชาประวัตศิ าสตร์สากล พยายามใหน้ ักเรียนเกิดการเรียนรูโ้ ดยใชส้ ือ่ ท่ีมีอยู่รอบตัว แล้วนำมาสร้างสรรคเ์ ป็นผลงาน แลว้ เผยแพรล่ งโซเชียลมเี ดยี โดยให้นกั เรยี นเป็นผู้ผลิตส่ือและแชร์สื่อความรูใหก้ บั เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กในเรื่อง เกี่ยวกับอารยธรรมโลกยคุ โบราณ ซง่ึ ครูมอบหมายไปถา่ ยทำเร่อื งราวเกีย่ วกับอารยธรรม 102

โลกยคุ โบราณ โดยใหน้ ักเรียนคิดออกแบบสตอรี่เรอื่ งราวในวีดโี อซงึ่ เปน็ การใช้ส่ือท่ีมีอยู่ มาใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้และเป็นการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ได้ความรู้และยงั สามารถเผยแพร่ความรู้ใหก้ บั บุคคลท่ีสนใจ ซึ่งนักเรยี นกส็ ามารถผลติ สอ่ื อารยธรรมโลกออกมาได้เป็นอยา่ งดีทำให้เร่ืองอารย ธรรมโลกทีเ่ ป็นเรอ่ื งยากกลายเป็นเรอื่ งง่ายผา่ นสอื่ ท่นี กั เรียนผลิตข้ึนมา นักเรียนได้เกดิ การเรียนรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง ได้ตระหนกั ถึงประโยชน์ของส่อื ท่เี กดิ ประโยชน์และเป็นการใช้ โซเชยี ลมเี ดียไดเ้ กิดประโยชน์ และในวชิ าหน้าทีพ่ ลเมอื งครูได้จดั การเรียนร้ใู น เรอ่ื ง เสพข่าวอยา่ งสร้างสรรค์ แบง่ ปันอย่างรอบคอบ โดยมจี ดุ ประสงค์ ดงั นี้ 1. นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของการรูเ้ ท่าทนั สือ่ และการรู้ทนั ข่าวสาร 2. นักเรยี นสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการใช้สื่อได้ 3. นักเรยี นขั้นสานมำารถเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากใช้ส่ือในชวี ติ ประจำวันได้

1. ครใู หน้ ักเรยี นรว่ มแสดงความคิดเหน็ ในการใช้สือ่ ในชีวิตประจำวัoครูได้ กำหนดให้ผ้เู รยี นตงั้ ประเด็นคำถามระหวา่ งสมาชิกในชั้นเรียนเพ่ือสง่ เสรมิ แสดงออก ทางดา้ นความคิดและทัศนคติที่มีต่อส่ือรว่ มกนั 2. ครูตัง้ คำถามเพ่อื ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ - นักเรียนคิดอย่างไร กบั คำวา่ \"สอ่ื มีสองมาตรฐาน\" - นักเรียนคิดว่า ส่อื ท่ีดีควรมลี กั ษณะเป็นอย่างไร ขั้นกิจกรรมการเรียนรู้ 1.ครูอธิบายความหมายของ “MIDL”.ให้นกั เรียนไดเ้ ข้าใจ 2.ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุม่ กลุม่ ละเทา่ ๆ กนั แลว้ ให้นกั เรยี นร่วมกันหาข่าวที่มีการ แชร์ในสังคมออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือครูให้นักเรียนยกตัวอย่าง กรณีศึกษาเกี่ยวกับข่าว หรือเหตุการณ์ที่พบเห็นได้จากสื่อในชีวิตประจำวัน อาทิ กรณี การ แชร ์ข่าวร ัฐ บา ลก ำหน ดใ ห้ เด็ กไ ทย เร ี ยน เพ ิ่ม ใน วัน เส าร์ พ ร ้ อม ให้น ักเร ีย น เ ล่ า ประสบการณ์ในการมีปฏิสัมพันธก์ ับสื่อ อาทิ การแชร์ การโพสต์ ใช้สื่อ โดยเขียนลงใน กระดาษโพสต์อทิ 3.ครูใหน้ กั เรยี นนำเสนอโดยใช้รปู แบบรายการข่าวและให้นักเรยี นร่วมกันแสดง ความคดิ เห็นทีม่ าของขา่ วต่างๆ ข้นั สรปุ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ถอดบทเรียนสรปุ ผลกระทบที่เกดิ ขึ้นในการไดร้ ับขา่ วสาร ภาพ และทกุ ๆ ส่งิ ที่ปรากฏในส่ืออย่างมีสติ อย่าปกั ใจเชื่อหรือคล้อยตามสิ่งที่สอื่ นำเสนอ จนกวา่ จะมีหลกั ฐานยนื ยันหรือพิสูจนพ์ บด้วยตนเอง 103

จะเหน็ ได้ว่าสือ่ ตา่ งๆ มีจำนวนมากมาย รวมถึงมีเนอื้ หาท่มี จี ำนวนมหาศาลใหเ้ รา สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย บางส่อื เปน็ ส่อื ทไ่ี ม่ไดร้ ับการคัดกรองมาเนอ่ื งจากข่าวสารในโลก ออนไลน์เป็นข่าวสารที่ส่งตอ่ กันโดยใช้เวลาเพยี งไม่กี่วินาทกี ็มีคนสามารถรับรู้ไดจ้ ำนวน มาก เม่อื ข่าวสารไดแ้ พรก่ ระจายออกไปแล้ว เราต้องรับรวู้ า่ ส่อื บางอยา่ งอาจจะเป็นความ จริงและสื่อบางอย่างอาจจะไมเ่ ป็นความจริง สื่อบางสื่อนำเสนอเนือ้ หาที่ดี มีประโยชน์ แต่บางสื่อก็น่าเสนอเนื้อหาที่เกินจริง แต่งเติม สร้างภาพ หรือบิดเบือนความจริงไปก็มี โดยการรับรู้ข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์นั้นบางครั้งเราไม่สามารถควบคุมได้ เพราะมีการ กระจายอยา่ งรวดเร็ว การร้เู ท่าทนั สื่อจงึ เปน็ เร่ืองสำคัญ เนื่องจากมเี หตุการณ์ต่างๆ ท่ีเกดิ จากการรู้ไม่เท่าทันสื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างมากมาย ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารจึงควร ไตร่ตรองกอ่ นทีจ่ ะเช่ือข้อมูลในสื่อ สงั เกตทม่ี าของสอ่ื ว่ามคี วามนา่ เชอื่ ถอื หรอื ไม่ นายเรืองวิทย์ กล่ินอำพร โรงเรยี นสากเหลก็ วิทยา จังหวัดพจิ ิตร

104