Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Description: โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย
การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล”
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Search

Read the Text Version

43 • ข้นั สรุป - ครูชวนผูเรียนสรุปประเด็นสําคัญในการตีความหมายของส่ือก็คือ 1) เจตนาของผูสงสาร วาเจตนา แทจริงของผูสงสารคืออะไรกันแน แมบางคร้ังหลายเร่ืองจะดูดี แตจริงๆแลวกลับมีนัยยะหรือ ความหมายบางอยางที่แฝงอยู 2) ในฐานะของผรู บั สารเราจึงตองเรยี นรทู ีจ่ ะตีความหมาย ซ่ึงข้ึนอยูกับ ประสบการณ/ การเรียนรู วิธีคิด และมุมมองของผูรับสารที่ตองต้ังคําถามและตีความกับตางๆ อยาง สมํา่ เสมอ ไมเชอื่ โดยทันทจี นกวาจะมีหลักฐานหรือเปรียบเทยี บขอมลู จากแหลงตางๆ การประเมนิ ผล - ดูจากการตอบในกระดาษ Post – it - ดจู ากกระบวนการกลุมและการจับนาํ เสนอของกลุม

44 กจิ กรรมท่ี 7 สอื่ ใดใดในโลกลวนถกู ประกอบสราง สื่อทุกส่ือในโลกลวนถูกประกอบสรางข้ึน ไมมีความบังเอิญในสื่อ มีแตความจงใจใหเกิดขึ้น การวเิ คราะห/ส่ือเพอ่ื ใหเห็นขอเทจ็ จรงิ และเป8าหมายของสื่อจึงเป2นสิ่งสําคัญ ระดบั ชัน้ ทเ่ี หมาะสม เด็กระดับประถมศึกษาช้ันป:ท่ี 4 – 6 และชั้นมธั ยมศกึ ษา 1 – 6 ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สาระสําคญั สื่อทุกส่ือลวนถูกประกอบสรางขึ้น มีเจาของส่ือ มีเป8าหมาย มีวิธีการเลาเรื่อง มีคานิยมท่ีแฝงอยูเพ่ือ โนมนาวใหคนรับสื่อเดนิ ไปถงึ เป8าหมายของผสู รางส่อื วัตถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาการวิเคราะห/เกยี่ วกบั องค/ประกอบสอื่ สารสนเทศ และดิจิทลั ทถ่ี ูกสรางได 2) พฒั นาทกั ษะการตคี วามจากหลักฐาน 3) พฒั นามุมมองในการรูเทาทันสือ่ สารสนเทศ และดจิ ิทัลทส่ี งผลตอการรบั รูของตนเอง อุปกรณO/ส่อื และแหลงเรยี นรู 1) กระดาษ Flip Chart 2) ปากกา 3) ดนิ สอสี 4) เทปกาว การจัดกิจกรรม • ขนั้ นาํ - ครถู ามนกั เรียนนกั เรียนดดู วยคาํ ถาม ดงั ตอไปน้ี “เราเคยไดรับอิทธิพลจากส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล บางหรือไม ยกตัวอยาง เชน เราเคยอยากกินอาหาร ขนม บางย่ีหอ บางแบรด/ เพราะโฆษณาบาง หรือไม เราอยากใสเสื้อผาแบบในซีรีส/เกาหลีบางรึเปลา หรือแมกระท่ังใครเคยฝGนอยากเป2นนักรอง เกริ /ลกร’ุป หรือบอยแบนด/ แบบวงเกาหลีบางไหม” ลองสมุ ถามใหนกั เรยี นไดแสดงความคิดเห็น - ครูตดิ บตั รคาํ “สือ่ ใดใดในโลกลวนถูกประกอบสราง” และชวนใหผูเรียนเห็นบทบาทวาเราอยูในฐานะ “ผูรบั สาร” ซึ่งเปน2 “กลุมเปา8 หมาย” ที่สือ่ ทํางาน • ขัน้ ดําเนินกิจกรรม - ครูแบงนักเรียนออกเป2น 6 กลุม กลุมละ 5 คน โดย ใหแตละกลุมทําหนาที่วิเคราะห/ใน 6 ประเด็น ดังตอไปนี้ 1) สื่อนใ้ี ครเป2นเจาของ ใครเป2นคนผลิตสื่อ สื่อเหลาน้ีเผยแพรทางใดบาง พวกเขาตองการอะไรจาก สื่อนี้

45 2) สื่อมกี ระบวนการเลาเร่อื งเพือ่ โนมนาวจิตใจเราอยางไร ทาํ ไมสอื่ นจ้ี ึงนาสนใจ 3) สอื่ น้ีมีมมุ มอง คานิยมและทศั นคติ แบบใดแฝงอยู 4) สื่อตองการอะไรจากเรา อะไรคือเป8าหมายสําคัญของส่อื 5) อะไรคอื สิ่งทส่ี ่อื ไมไดบอก หรือบอกไมหมด 6) ทาํ ไมเราถึงคดิ แบบน้ี ถาคนอืน่ ที่ไมใชเราจะคิดอยางไร - จากนัน้ ใหแตละกลมุ จบั สลาก เพื่อเลือกสอ่ื ในการวิเคราะห/ ดังตอไปน้ี (คลิปท้ังหมดสามารถเปEดรับได ทาง www.youtube.com) กลมุ ท่ี 1 ทําไมโลกใบนมี้ องคนทภี่ ายนอก เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=3FPLdxsaFZk กลุมที่ 2 “The Waiters’ Mom พนกั งานรานอาหารก็มีแม\" เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=WK5NYCekCVM กลมุ ที่ 3 ครูผูเสียสละ เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=CbyUC0yiAsQ กลุมท่ี 4 บีทีเอสเปดE ตวั เพลง \"COVID-19\" เตนสูไวรัส เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=JAi0Ma7mcs4&t=53s กลมุ ท่ี 5 วดิ โี อสาธติ ความปลอดภัยบนรถเมล/ เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=u06GqlNiJUY กลมุ ท่ี 6 โกแ˜ ก presents - Bangkok 1st Time : ตอนเลนหวยครั้งแรก เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=x0cz4Ac0d78 -ใหแตละกลุมวิเคราะหล/ งในกระดาษปรูฟ’ แผนใหญ และนาํ เสนอ • ขนั้ สรปุ - ครูชวนผูเรียนสรุปในประเด็นของการรับส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล โดยใหผูเรียนแตละคนไดแสดง ความคิดเห็นวา “ทําไมเราจึงตองวิเคราะห/และรูเทาทันกับส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ท่ีอยูรอบตัว เรา” การประเมนิ ผล - สงั เกตพฤตกิ รรมของผเู รียนจากกระบวนการวเิ คราะห/ - ดูจากชนิ้ งานการวเิ คราะห/สอื่ - สังเกตจากการแสดงความคิดเห็นในขั้นสรปุ

46 กจิ กรรมท่ี 8 ถอดรือ้ ภูมิทัศนOส่ือ วิเคราะหสO ื่อในฐานะเครอ่ื งมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และกระบวนการ ขัดเกลาทางสังคม กิจกรรมน้ีพยายามชวนใหผูเรียนวิเคราะห/ภูมิทัศน/สื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล วาสื่อเกิดขึ้นมาภายใต บริบททางสังคมอยางไรและส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลเหลานั้นถูกใชเป2นเครื่องมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอยางไร สอื่ เพิม่ อํานาจใหใคร ลดทอนอํานาจใคร และสื่อกําลังนําพาสังคมใหไปสูเป8าหมายแบบไหน และเมอ่ื ถึงจุดนน้ั ใครจะเป2นผูไดประโยชน/สงู สดุ ระดบั ชัน้ ที่เหมาะสม นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษา 4 – 6 ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สาระสาํ คญั ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ลวนถูกสรางและกําเนิดข้ึนจากปรากฏการณ/และการเปลี่ยนแปลงทาง สังคม การถอดร้ือภูมิทัศน/สื่อ และนํามาวิเคราะห/ใหเห็นวาสื่อเหลานั้นถูกใชเป2นเครื่องมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอยางไร สื่อเพิ่มอํานาจใหใคร ลดทอนอํานาจใคร และส่ือกําลังนําพาสังคมใหไปสูจุดไหน วตั ถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาการวิเคราะหเ/ กย่ี วกับองคป/ ระกอบสื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทลั ท่ถี กู สรางได 2) พฒั นาทักษะการตีความจากหลักฐาน 3) พฒั นามุมมองในการรเู ทาทันสอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัลท่ีสงผลตอการรับรูของตนเอง อุปกรณO/ส่อื และแหลงเรียนรู 1) กระดาษ Flip Chart 2) ปากกา 3) ดินสอสี 4) เทปกาว การจดั กจิ กรรม • ข้นั นํา - ครูนําเสนอคําวา “ภูมทิ ัศนส/ อ่ื ” (Media Landscape) ซ่งึ เปน2 มโนทัศน/สําคัญในการวิเคราะห/ส่ืออยาง เป2นภาพกวาง เพ่ือใหเห็นวาสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล น้ันเกิดขึ้นภายใตบริบททางสังคมแบบไหน ชวงเวลาท่ีสื่อเกิดข้ึนมาน้ันมีเทคโนโลยี สภาพการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดลอมและประเด็น ปGญหาอยางไร รวมถึงพ้ืนท่ีส่ือ ชองทางสื่อ เสนเวลา ผูสงสาร ผูรับสาร ลักษณะเนื้อหาส่ือ และความ เป2นเจาของของส่อื สอื่ เพ่ิมอํานาจใหใคร ลดทอนอาํ นาจใคร และสื่อกาํ ลงั นาํ พาสังคมใหไปสูเป8าหมาย แบบไหน และเม่ือถึงจุดนั้นใครจะเป2นผูไดประโยชน/สูงสุด โดยครูสามารถยกตัวอยางเชนการเติบโต ของสังคมออนไลน/ที่เกิดข้ึนมาพรอมเทคโนโลยีอินเตอร/เน็ตและสมาร/ทโฟน การเช่ือมโยงตัวตนกับ ชุมชนออนไลน/ ทําใหสื่อเปลี่ยน ชองทางการรับสารเปล่ียน ผูสงสารและผูรับสารสามารถเป2นคน ๆ เดียวกนั ได เกิดคานิยมใหมๆ เชน การถายรปู การเช็คอนิ เปน2 ตน

47 • ขั้นดําเนินกิจกรรม - ครแู นะนาํ คําถามเพ่อื การวเิ คราะห/ภูมิทศั นส/ ื่อ ดงั ตอไปนี้ 1) สอื่ นใ้ี ครเปน2 เจาของ ใครเปน2 คนผลติ 2) ส่อื น้ีแพรกระจายผานชองทางใดบาง 3) สอ่ื น้ีเกดิ ขน้ึ ภายใตปรากฏการณท/ างสงั คมหรือบรบิ ททางสงั คมอยางไร 4) Generation หรือชวงวยั ที่แตกตางกนั สงผลตอการรบั สอ่ื น้ีแตกตางกันหรอื ไม 5) ส่อื นีก้ ําลงั ลดทอนคุณคาของใคร และเพิม่ อาํ นาจใหกบั ใคร 6) สื่อนม้ี เี ปา8 หมายอะไรและเป8าหมายนน้ั จะสงผลกระทบตอปจG เจกบคุ คลและสังคมอยางไร - จากนนั้ แบงกลมุ ออกเป2น 6 กลุม เพื่อทําการวิเคราะห/สอื่ สารสนเทศ และดจิ ิทัล ดงั ตอไปน้ี กลมุ ที่ 1 วิเคราะห/แอพลเิ คชนั่ Twitter, Facebook กลุมที่ 2 วิเคราะห/แอพลิเคช่ัน Instagram กลมุ ที่ 3 วิเคราะห/สอ่ื โฆษณาเจด’ าตลาดแตก เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=ZtY0aU8JKB0 กลุมท่ี 4 วเิ คราะห/ชองขาว ใหเลอื กชองขาวใดก็ได 1 ชองขาว กลุมที่ 5 วเิ คราะห/สื่อ TVC : i love thailand (ฉันรกั ประเทศไทย) 60\" เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=vpoasus47y8 กลุมที่ 6 วเิ คราะห/ MV เพลง \"เสอ้ื วิเศษ\" ใหกาํ ลังใจบคุ ลากรทางการแพทย/ #สวมเกราะใหนักรบเสื้อกาวน/ https://www.youtube.com/watch?v=95_bepCmJ2A - เม่ือแตละกลุมวเิ คราะหเ/ สรจ็ แลวใหนําเสนอแบบ Gallery walk (เดนิ – ชม - แลกเปลย่ี นเรียนรู) • ข้ันสรุป - ครูรวมกับผูเรียนรวมกันวิพากษ/ภาพรวมของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ของสังคมใน 4 ประเด็น ไดแก 1) สื่อในฐานะเครื่องมือหนึ่งในกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) ในการปลูกฝGง ถายทอดวัฒนธรรมในสังคม 2) ส่ือในฐานะเครื่องมือทางการเมือง (Political tool) ในพื้นที่ของการ ตอรองอาํ นาจ ส่ือลดทอนอํานาจใคร เพ่ิมอาํ นาจใคร (รัฐกับพลเมือง เพศชายกับหญิง คนกระแสหลัก กับคนชายขอบ วัฒนธรรมหลักกับวัฒนธรรมรอง การเมืองหลากมิติ) 3) ส่ือกับเคร่ืองมือของกลุมทุน นยิ ม และ 4) สือ่ ในฐานะเคร่ืองมอื ของพลเมอื ง โดยแลกเปล่ยี นและทาํ ผงั ความคดิ สรปุ การประเมนิ ผล - สงั เกตพฤติกรรมของผูเรียนจากกระบวนการวิเคราะห/ - ดจู ากชิ้นงานการวเิ คราะห/สอ่ื - สังเกตจากการแสดงความคดิ เห็นในข้ันสรุป

48 กจิ กรรมท่ี 9 ตามรอย Digital Footprint ในชวี ิตดิจทิ ลั ประจําวันของเรามีการใชเวปไซดแ/ ละสอ่ื สังคมออนไลนต/ างๆ อยูตลอดเวลา ซ่ึงการใชสื่อ ดิจิทัลของเราทุกคนนั้นลวนท้ิงรองรอยการใชงานไว แมเราจะเป2นคนลบสิ่งน้ันออกไปแลวแตก็ใชวาส่ิงนั้นจะ หายไป ดังน้นั เราจงึ ตองใชชีวิตในโลกดจิ ทิ ัลอยางเทาทัน ระมดั ระวงั และท้งิ รอยเทาดิจิทัลใหเหลอื นอยทส่ี ุด ระดบั ช้นั ที่เหมาะสม นกั เรียนประถมศึกษา ป.4 – 5 ไปจนถึงช้นั มัธยมศึกษา 1 – 6 ระยะเวลา 2 ช่ัวโมง สาระสาํ คัญ ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ลวนถูกสรางและกําเนิดขึ้นจากปรากฏการณ/และการเปล่ียนแปลงทาง สังคม การถอดร้ือภูมิทัศน/ส่ือ และนํามาวิเคราะห/ใหเห็นวาส่ือเหลานั้นถูกใชเป2นเคร่ืองมือทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอยางไร ส่ือเพิ่มอํานาจใหใคร ลดทอนอํานาจใคร และสื่อกําลังนําพาสังคมใหไปสูจุดไหน วัตถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาการวเิ คราะห/เกยี่ วกับองค/ประกอบสื่อ สารสนเทศ และดิจิทลั ท่ีถกู สรางได 2) พัฒนาทักษะการตีความจากหลักฐาน 3) พฒั นามมุ มองในการรูเทาทนั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ทิ ัลทสี่ งผลตอการรับรขู องตนเอง อปุ กรณO/ส่อื และแหลงเรยี นรู 1) กระดาษ Flip Chart 2) ปากกา 3) ดนิ สอสี • ข้ันนาํ - ครูถามนักเรียนวา “นักเรียนเคยลองพิมพ/ชื่อของตัวเองแลวพิมพ/ลงใน Google ไหม? เราลองนําชื่อ ของเราและคนหาใน Google ดู บางที Google อาจจะรูจักและมีขอมูลของเรามากกวาตัวเราเองจะ จาํ ไดเสียอีก ไหนใครเจอขอมูลอะไรเกยี่ วกับตวั เองบางลองเลาลองแชรใ/ หเพ่ือนๆ ฟงG หนอย” - หลังจากสุมถามเสร็จครูนําเสนอคําวา “รอยเทาดิจิทัล” (Digital Footprint) พรอมกับอธิบายให ผูเรียนฟGงวา “รอยเทาดิจิทัล ก็คือพฤติกรรมตางๆ ท่ีเราเคยทําไวในโลกดิจิทัล และเมื่อข้ึนชื่อวาเป2น รอยเทาหรือ Foot print ก็แปลวา สิ่งท่ีเรากระทําในโลกดิจิทัลสามารถถูกติดตามและคนหาไดแมวา เวลาจะผานไปแลวก็ตาม หรอื แมกระทง่ั เราคิดวาเราลบแลว แตจริงๆ แลวตอใหเราลบขอมูลเหลาน้ัน ก็ยังจะคงอยู ระบบ AI จะคอยเก็บขอมูลและประมวลผล ท้ังขอความในทวิตเตอร/ สเตตัสเฟสบ’ุค จํานวนการคลก๊ิ การกด Like การคนหาส่ิงตางๆ ในโลกอนิ เทอรเ/ น็ต ลวนถูกเก็บท้ังโดยระบบ เชน ใน เฟสบุ’คก็จะมีความทรงจําวาป:ท่ีแลวเราทําอะไร เป2นตน รวมถึงบุคคลอ่ืนที่สามารถดักเก็บขอมูลของ เราไดอยางหลากหลาย วิธที ี่งายและเห็นบอยๆ กค็ อื การแคปภาพหนาจอ ส่ิงเหลาน้ีสะทอนใหเห็นวา เม่ือเราใชชีวิตบนโลกดิจิทัลซ่ึงเป2นโลกของขอมูลส่ิงท่ีเราตองระมัดระวังท่ีสุดก็คือขอมูลของเรา นนั่ เอง”

49 • ข้นั ดําเนินกจิ กรรม - ครูแจกใบงานเราทงิ้ รอยเทาดจิ ทิ ลั ไวมากเทาไหร โดยในใบงานจะมีขอคําถาม โดยแตละขอจะมีการให คะแนน 0 - 4 ดังตอไปน้ี 1) เวลาในการเลนอนิ เตอร/เนต็ ตอวนั 2) คดิ กอนโพส กอนคอมเมนต/ กอนแชร/ กอน Like กอนคลิ๊กขอมลู ตางๆ เสมอ 3) ตระหนกั เสมอวาพื้นทีด่ ิจทิ ัลคอื พนื้ ท่สี าธารณะมากกวาพน้ื ทส่ี วนตวั 4) เลนอินเตอร/เน็ตดวยความระมดั ระวงั เสมอ ไมนาํ ขอมลู สวนตวั ทส่ี ําคัญลงไปในโลกดจิ ทิ ัล 5) มกี ารเปลย่ี นพาสเวริ /ดบอยครงั้ เพื่อใหยากตอการถกู โจรกรรมขอมูล มีการ Log Out ภายหลังจาก เลนเสรจ็ เสมอ เขาเว็ปไซด/หรือแอพลิเคชนั่ ที่นาเชือ่ ถือเทานน้ั 6) เราใสใจและตระหนักกับหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป2นมนุษย/มากพอกอนที่เราจะโพส คอมเมนต/ หรือแชร/ขอมลู ทเี่ กีย่ วกบั บคุ คล - เมอื่ ทาํ เสร็จลองนับคะแนนตัวเอง ยิง่ ไดคะแนนมากแปลวายิ่งมคี วามเสี่ยงสูงท่ีจะทิ้งรอยเทาดิจทิ ัลไว เยอะ จากนน้ั ครูชวนคยุ และสุมถามในขอคําถามทง้ั 6 ขอ • ขนั้ สรุป - ครูชวนสรุปในประเด็นของรอยเทาดิจิทัลวาสําคัญมากตอการใชชีวิตในโลกดิจิทัล การใชชีวิตดิจิทัล โดยทิ้งรอยเทาดิจิทัลนอยก็ย่ิงจะเป2นประโยชน/ตอความปลอดภัยสวนตัว (Privacy) ของนักเรียนเอง จากน้นั ใหนักเรยี นบนั ทกึ ส่ิงทไ่ี ดเรยี นรูลงในใบงาน การประเมนิ ผล - สงั เกตพฤติกรรมของผูเรยี นในการทําใบงาน การแสดงความคิดเห็น - สงั เกตจากการสรุปการเรยี นรูในใบงาน

50 ใบงานกจิ กรรม “ตามรอย Digital Footprint” คําชีแ้ จง ใหนกั เรียนกากบาท X ประเมนิ ความเสย่ี ง Digital Footprint ของตวั เองตามขอคาํ ถามตอไปนี้ 1) เวลาในการเลนอินเตอรเ/ น็ตตอวัน ไมเลนเลย นอยกวา 1 ชั่วโมง/วนั 2 - 3 ชวั่ โมง/วนั 4 - 5 ชวั่ โมง/วัน มากกวา 6 ชว่ั โมง 0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 2) คดิ กอนโพส กอนคอมเมนต/ กอนแชร/ กอน Like กอนคลิก๊ ขอมูลตางๆ เสมอ คดิ เสมอ มกี าร คดิ เป2นสวนใหญ คิดบาง และมีการ คิดกอนแชร/ แตไม แชร/ตามใจ ตาม ตรวจสอบขอมลู กอน และมีการ ตรวจสอบขอมูล ตรวจสอบขอมลู อารมณ/ ตามความรสู ึก จนแนใจ และ ตรวจสอบขอมลู บาง ตามฐานความรแู ละ ประเมนิ ผลดี ผลเสียแลว กอน จนแนใจ ประสบการณ/เดมิ 0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 3) ตระหนักเสมอวาพนื้ ทด่ี จิ ทิ ลั คือพน้ื ท่สี าธารณะมากกวาพน้ื ที่สวนตวั ตระหนกั มากทส่ี ดุ ตระหนักมาก แตก็ ตระหนกั บาง แตกย็ งั ตระหนกั นอย คอื เช่ือ ไมตระหนกั ไมแคร/ ดิจิทลั คือโลกของฉัน และพ้ืนทส่ี วนตัวบน ยงั แอบเชือ่ วาพืน้ ที่ เชอ่ื วาโลกดิจทิ ลั คือ โดยมากวาโลก โปรไฟลข/ องฉนั แอค โลกดิจทิ ลั ไมมอี ยจู ริง สวนตวั บนโลกดจิ ทิ ลั พนื้ ทีส่ วนตัวมากกวา ออนไลนค/ ือพ้นื ท่ี เคาทข/ องฉนั ก็ยังมอี ยูนะ พืน้ ท่สี าธารณะ สวนตวั 4 คะแนน 0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4) เลนอนิ เตอรเ/ นต็ ดวยความระมัดระวังเสมอ ไมนาํ ขอมูลสวนตวั ท่ีสาํ คัญลงไปในโลกดิจิทลั ระมดั ระวงั มากทส่ี ดุ ไม ระมัดระวังมาก ระมดั ระวังแตเล่ยี ง ระมดั ระวังนอย และ ไมอะ ไมแคร/ ฉนั ดแู ล เคยนาํ ขอมูลสวนตวั แตกเ็ คยนาํ เขา ไมได นําเขาขอมูล นําเขาขอมลู สวนตัว ตัวเองได ใครจะมาทํา บัตรประชาชน เช็คอินท่ี ขอมูลสวนตวั อยู สวนตวั 3 – 5 คร้ัง มากกวา 5 ครัง้ อะไรคนแบบฉนั บาน ทท่ี าํ งาน หรอื ท่ีอยู 1-2 คร้ัง 0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน

51 5) มีการเปลยี่ นพาสเวิรด/ บอยครง้ั เพอ่ื ใหยากตอการถกู โจรกรรมขอมลู มีการ Log Out ภายหลังจาก เลนเสรจ็ เสมอ เขาเว็ปไซดห/ รอื แอพลเิ คช่นั ท่ีนาเชอื่ ถอื เทานัน้ เปลีย่ นพาสเวริ ด/ ทกุ 1 – เปลย่ี นพาสเวริ ด/ เปลี่ยนพาสเวริ ด/ ป:ละ เปล่ียนพาสเวิรด/ ป:ละ 1 พาสเวิรด/ เดยี วตลอด 3 เดอื น มกี าร Log Out 4- 5 เดือน Log 2 หน Log out มกี าร หน Log out มีการเลน เลนเต็มที่ Log out ทกุ ครัง้ หลงั เลน มีการ out มกี ารเลน เลนโดยระมัดระวงั โดยระมัดระวังนอย บาง ไม log out บาง ระมัดระวังในการเลน โดยระมดั ระวัง ปานกลาง จําไมได ไมระมัดระวัง มากทีส่ ุด มาก เลย 0 คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 6) เราใสใจและตระหนักกับหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป2นมนุษย/มากพอกอนท่ีเราจะโพส คอมเมนต/ หรอื แชรข/ อมูลทเี่ กีย่ วกบั บคุ คล ตระหนกั กับหลักสทิ ธิ ตระหนักกับหลกั ตระหนักกบั หลกั ตระหนักกับหลักสทิ ธิ ถามจริงหลกั สิทธิ มนุษยชนและศกั ดิ์ศรี สทิ ธิมนษุ ยชนและ สทิ ธิมนุษยชนและ มนษุ ยชนและศกั ดิ์ศรี มนุษยชนและศักดิศ์ รี ความเป2นมนุษยท/ กุ ศักด์ศิ รีความเป2น ศกั ดศ์ิ รคี วามเป2น ความเปน2 มนุษย/นอย ความเปน2 มนุษยค/ ืออะไร มนษุ ย/ปานกลาง ความหมายคืออะไร มกี ี่ คร้งั มนุษยม/ าก 3 คะแนน 2 คะแนน ขอ ฉันยังไมรเู ลย 0 คะแนน 1 คะแนน 4 คะแนน สรปุ การเรยี นรเู รื่อง Digital Footprint ท่ีไดเรยี นวันนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ...........................................................................................................................................................................

52 หนวยที่ 3 คณุ คาของส่อื กับหลักสิทธิมนษุ ยชน กจิ กรรมที่ 10 หอคอยแหงคุณคา กิจกรรมท่ีสะทอนถึงคุณคาของความแตกตางหลากหลายผานกิ่งไมแหงท่ีดูไรประโยชน/หรืออาจมี คุณคามาก - นอยในมุมมองท่ีแตกตางกัน ชวยใหผูเรียนไดเห็นคุณคาและเขาใจความสําคัญของส่ิงตางๆไมวา ส่ิงนั้นจะเป2นสงิ่ ที่เรามักมองขาม แตเม่ืออยรู วมกนั ชวยเหลือกัน อยางเสมอภาค หอคอยที่เปรียบเสมือนสังคม กจ็ ะอยูอยางมั่นคง ยง่ั ยนื ระดบั ชั้นที่เหมาะสม นกั เรียนประถมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 1 ชัว่ โมง สาระสาํ คญั ความแตกตางหลากหลายคือคุณคาตอการสรางสรรค/สังคม การอยูรวมกันอยางเคารพในความ แตกตางหลากหลาย เห็นคุณคาของตนเอง เหน็ คณุ คาของผูอน่ื และอยรู วมกนั อยางเสมอภาคเป2นธรรม เคารพ กนั และกันสงั คมก็จะอยอู ยางย่ังยืน ซงึ่ มมุ มองใหเหน็ ถึงคณุ คาของความแตกตางหลากหลายคือพ้ืนฐานของการ อยใู นสังคมดิจทิ ลั วตั ถุประสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาทักษะการตระหนกั รใู นตนเองและการตระหนักรใู นผูอน่ื 2) พัฒนาความรูความเขาใจในการประเมินคุณคาของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล บนหลักการสิทธิ มนษุ ยชน 3) พัฒนาทัศนคติในการเคารพตอความแตกตางหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรมบนหลักสิทธิ มนุษยชน อุปกรณO/สอื่ และแหลงเรียนรู 1) สถานทใ่ี ตรมไม หรือพน้ื ท่ีทีส่ ามารถหากิ่งไมแหงได 2) กระดาษกลอง • ขน้ั นํา - ครูเกร่ินนําถึงการที่เรามาอยูรวมกันเป2นสังคมที่สังคมยังอยูไดเพราะเราน้ันตางมีคุณคาและความ หลากหลาย ถาทุกคนในสังคมมีความคิดเหมือนกันทั้งหมดทุกอยางไมมีคนเห็นแยงเลย มีความคิด ความฝGนเหมือนกันหมด สังคมจะเป2นอยางไร เชน ถาทุกคนเรียนเกงและมีความฝGนวาตัวเองตองเป2น หมอท้ังหมดจะเกิดอะไรขน้ึ - ใหผูเรียนสัมผัสและสังเกตถึงธรรมชาติรอบๆ ตัว เชน ความสวยงามของดอกไม แมลง กลิ่นดิน กลิ่น น้ํา เม็ดทราย สายลมที่พัด แสงแดด ตนไม กอหญา ธรรมชาติสรางใหแตละอยางมีคุณคาเหมือนกัน

53 แตสวยงามอยางหลากหลาย เราจึงไมอาจจะมาเทียบกันไดวาส่ิงใดดีกวาสิ่งใด ตนไมจะมีคุณคา มากกวากอนดิน หรอื ไมเทยี บไมได เพราะถาไมมผี ืนดนิ ตนไมก็คงไมงอกงามเติบโต เพราะสรรพส่ิงบน โลกลวนแลวแตมีคณุ คาและคอยเก้อื หนุนชวยเหลอื กัน • ขั้นดําเนินกิจกรรม - ครแู บงกลุมนักเรียนออกเป2น 3 กลุม กลุมละ 10 คน จากนั้นกําหนดเวลา 10 นาทีใหนักเรียนเดินหา กิ่งไมทมี่ ีลกั ษณะแทนตวั ตนของตัวเองคนละ 1 กงิ่ - เมื่อนักเรียนนํากิ่งไมกลับมาแลวใหผลัดกันเลาเรื่องเกี่ยวกับก่ิงไมที่หยิบมาวากิ่งไมนั้นสะทอนตัวตน ของนักเรยี นอยางไร - ใหผูเรียนไดนําก่ิงไมของแตละคน มาประสานรวมกันสรางเป2นหอคอยก่ิงไมท่ีทุกก่ิงจะตองเป2นสวน หนึ่งของหอคอย โดยหามใชวัสดุอื่นใดประสานหรือเชื่อมยึดใดๆ ใชเพียงรูปรางของกิ่งไมของทุกคน เทาน้นั ทาํ อยางไรกไ็ ดใหหอคอยมีความแขง็ แรง สามารถตานแรงลมได - เม่ือผูเรียนชวยกันสรางหอคอยก่ิงไมจนเสร็จ ใหตัวแทนกลุมไดนําเสนอผลงานแหงความ ภาคภูมิใจ โดยขณะท่ีผูเรียนชวยกันสรางหอคอยก่ิงไม ผูจัดกิจกรรมจะตองสังเกตการทํางานรวมกัน การเสนอ ความคิด การยอมรับความคิดที่แตกตาง การลงมติดวยกระบวนการกลุมเพื่อนําปรากฏการณ/ตางๆ เหลานั้นมาเป2นแนวทางในการชวนสะทอนคิดตอไป • ขนั้ สรปุ - ครูนําอภิปรายสรุปโดยใชคาํ ถามนําไปสูการวิเคราะห/ ดังน้ี 1) กลมุ ของเรามีกระบวนการในการออกแบบ และสรางหอคอยอยางไร 2) มีปจG จัยอะไรบางทท่ี ําใหหอคอยสรางสําเร็จ 3) เราเห็นไหมวากิ่งไมแตละกิ่งสําคัญอยางไร ถาเอากิ่งไมบางก่ิงออกคิดวาจะสงผลกับ หอคอยหรอื ไม 4) จากกจิ กรรมนี้เราเห็นความสําคญั ของความแตกตางหลากหลายอยางไร 5) มีขอคิดอะไรเพมิ่ เติมนอกเหนอื จากนีอ้ ีกไหม การประเมนิ ผล 1) สังเกตพฤติกรรมของผเู รียนจาก - การมสี วนรวมในกิจกรรม การมสี วนรวมในการวางแผนการสรางหอคอยกิง่ ไม - การแสดงความคดิ เหน็ การใชเหตุผลประกอบการอธบิ าย และการยอมรบั ฟGง ความ คดิ เหน็ ของผอู น่ื ระหวางดาํ เนินกจิ กรรม - ความกระตือรือรน และปฏิสมั พันธใ/ นกระบวนการกลมุ 2) สังเกตจากการสะทอนคิดในขัน้ สรุป

54 กจิ กรรมที่ 11 คณุ คาท่แี ตกตาง กิจกรรมท่ีเนนการใชทักษะทางสังคมเพ่ือเสริมสรางความเขาใจในตนเองและผูอื่น ความมีเหตุผล การ คิดวิเคราะห/ การมีปฏิสัมพันธ/ตอกัน ผานกระบวนการกลุมที่เนนการแลกเปล่ียนขอมูล ดวยเหตุผลจาก ฐานขอมูลทแ่ี ตกตางกนั ระดบั ชัน้ ที่เหมาะสม นกั เรียนมัธยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สาระสาํ คัญ การเรยี นรทู ี่จะรับฟGงความคิดเห็นท่ีแตกตางอยางรอบดานนับเป2นทักษะที่จําเป2นในยุคดิจิทัลท่ีเต็มไป ดวยขอมูลขาวสารมากมาย วัตถุประสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาทักษะการตระหนกั รูในตนเองและการตระหนักรใู นผอู น่ื 2) พัฒนาความรูความเขาใจในการประเมินคุณคาของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล บนหลักการสิทธิ มนษุ ยชน 3) พัฒนาทัศนคติในการเคารพตอความแตกตางหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรมบนหลักสิทธิ มนษุ ยชน อปุ กรณO/สอ่ื และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) สมดุ บนั ทึก • ขัน้ นํา - ครูเริ่มตนดวยการนําเสนอขอความท่ีเป2นการโตเถียงกันในสื่อสังคมออนไลน/ เชน กรณี #ทีมลวกหม่ี หยก Vs #ทีมไมลวกหม่ีหยก

55 - จากนั้นลองสุมถามความคิดเห็นวา “ใครเห็นดวย หรือไมเห็นดวยกับเร่ืองน้ีบาง หรือใครคิดวาเรื่องนี้ มันเฉยๆ สําหรับเรา เพราะอะไร” - จากนั้นใชคาํ ถามเพื่อนาํ ไปสูข้ันการดําเนินกิจกรรม โดยเป2นคําถามชวนคิดเก่ียวกับ “ใครเคยเป2นวอร/ ในสอื่ สังคมออนไลน/บาง” “มีเรื่องอะไรทเี่ ราคิดวาเราตองถกเถียงหรือโตแยง” “ทําไมเราจึงเลือกท่ีจะ แสดงความคิดเห็นหรือโตแยงกับความคิดเห็นน้ัน” “คิดวาอะไรบางท่ีเป2นสาเหตุทําใหคนเราคิดไม เหมือนกัน” เมื่อแลกเปล่ียนสักพักใหครูนําเสนอวาเด๋ียววันนี้ครูมีกิจกรรมท่ีจะชวนพวกเรามาลอง แสดง “จดุ ยนื ” ทางความคิดกนั • ข้นั ดาํ เนินกจิ กรรม - ครใู ชเทปกาวตดิ ลงบนพื้นเปน2 แนวยาวเพ่ือใชเป2นเสนพรมแดนแหงความคิดเห็นระหวางดานหนึ่งเป2น ดานท่ีเห็นดวย และอีกดานหน่ึงเป2นดานที่ไมเห็นดวย โดยครูอธิบายใหเห็นวาเทปนี้เสมือนกับเสน พรมแดนทางความคิด ระหวางดานท่ีเห็นดวยและไมเห็นดวย แตเสนน้ีไมใชเสนท่ีแบงเด็ดขาดโดยเรา สามารถยนื ไดทกุ จุดตามความคิดเหน็ ทแี่ ทจริงของเรา ถาเราไมเห็นดวยเราอาจจะอยูฝ•Gงซายสุด แตถา เราอาจจะเห็นดวยบางในบางประเด็นเราอาจจะยืนใหใกลกับเสนพรมแดนมากขึ้น และในขณะท่ีรับ ฟGงความคดิ เหน็ ท่หี ลากหลายนัน้ เราสามารถเปล่ยี นความคดิ ขามเสนพรมแดนไดตลอดเวลา - ครนู ําเสนอประเดน็ คาํ ถามท่ีเก่ยี วของกบั ประเด็นทางการเมืองท่ีละคําถาม โดยเม่ือถามเสร็จใหผูเรียน เลือกที่จะยืนอยูบนจุดยืนความคิดเห็นของตนเอง ไมเห็นดวยอาจจะอยูดานซาย เห็นดวยอยูทาง ดานขวา จากนั้นสุมใหคนในแตละฟากความคิดเห็นไดสะทอนความคิดเห็นของตนเอง ขณะเดียวกัน ผนู าํ กจิ กรรมก็ตองคอยสงั เกตดูวามีคนเปลี่ยนจุดยืนของตนเองหรือไม และอาจสอบถามความคิดเห็น ของเขาวาทาํ ไมถงึ เปลีย่ นจดุ ยืนของตัวเอง - ถามจนครบคําถามทีผ่ ูนํากจิ กรรมเตรยี มไว ยกตัวอยางคาํ ถาม อาทิ เชน 1) ในป: 2554 มีการสํารวจโพลประชาชนเห็นดวยกับการลงโทษเด็กโดยการใช “ไม เรยี ว” หรอื ไม ผลปรากฏวา อนั ดับ 1 เหน็ ดวย 65.08% เพราะการลงโทษดวยไมเรียว มีมานานตั้งแตสมัยปWู ยา ตา ยาย เพ่ือทําใหเด็กเกิดการหลาบจํา ไมออกนอกลูนอก ทาง แตจะตองใชอยางถูกตอง เหมาะสม ไมใชตีพร่ําเพรื่อ ,มีการกําหนดขนาด มาตรฐานของไมเรยี ว ขณะเดยี วกนั สภานักเรยี นแหงประเทศไทยทเี่ รยี กรองให ให ศธ. แกไขระเบียบ ศธ.วาดวยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 โดยการเพ่ิม โทษใหครใู ชไมเรียวทําโทษเด็กได คําถาม คือคุณเห็นดวยหรือไมกับการใหครูสามารถ ใชไมเรียวตีเดก็ ลงโทษเด็กได 2) เห็นดวยหรือไมกับการบรรจุ “ศาสนาพุทธ” ใหเป2นศาสนาประจําชาติ ลงไปใน บทบัญญตั ิรฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย 3) คณุ เหน็ ดวยกับนายกรัฐมนตรีหรือไมวาการศึกษาสรางคนไมตรงกับตลาดแรงงาน คน จึงตกงาน ประเทศขาดแรงงาน

56 เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=iysUi9WzVvU • ขน้ั สรุป - ครนู ําเสนอภาพการถกเถยี งในมุมมองท่ีแตกตางกนั เชน อาจใชภาพการต/ นู ของคนท่ีเถียงกนั ระหวางเลข 6 กับเลข 9 จากนั้นตงั้ คําถามเช่อื มโยงกบั กิจกรรมการเรียนรู ภาพจาก https://wheecorea.com/sports-column/the-true-empathy -for-communication-and-leadership/ โดยมีคําถามสําคัญท่ีชวนสรุปถึงมโนทัศนส/ ําคัญกค็ ือ 1) อะไรคือเหตุผลทที่ าํ ใหเราคดิ ตางกัน 2) “เสรีภาพในการแสดงออกถึงความคิดเห็น”หรือ “Free Speech” โดยเฉพาะใน ประเด็นสาธารณะนั้นถือเป2นสิทธิข้ันพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน ขอที่ 19 ที่ระบุวา “ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแหงความเห็นและการแสดงออกรวมท้ังอิสรภาพในอันท่ีจะ ถือเอาความเหน็ โดยปราศจากการแทรกแซง แสวงหา รบั และสงขอมูลขาวสารตลอดจน ขอคิดผานสื่อใด โดยไมคํานึงถึงพรมแดน” ซ่ึงแปลวาเรามีสิทธิที่จะแสดงออก แตก็อยา ลืมวาสิทธิในการแสดงออกของเราเองก็ตองไมไปละเมิดสิทธิผูอ่ืน คําพูดดาทอ หยาบ คาย ปราศจากหลกั ฐาน และนํามาซึง่ ความเกลยี ดชัง เราจะเรยี กวา “Hate Speech” ที น้ีมีเหตุผลใดบางท่ีจะทําใหเราใช Hate Speech โดยไมรูตัว และเราจะป8องกันตัวเอง อยางไร ไมใหตวั เรากลายเปน2 คนสราง Hate Speech เสียเอง แตกย็ ังสามารถแสดงออก ถึงความคดิ เหน็ ของตวั เองไดอยู 3) สุดทายหากคนเราเลือกแสดงความคิดเห็นตามคุณคาที่ตนเองยึดถือ โดยไมรับฟGงเสียงท่ี แตกตาง หรือคุณคาชุดอื่น เราก็อาจจะกลายเป2นคนในโลกหลังความจริง (post-truth) ที่ไมเช่ือในขอเท็จจริงมากกวาคุณคาท่ีตนยึดถือ Timothy Snyder นักรัฐศาสตร/ชาว อเมริกัน กลาวเตือนวา ขาวปลอม หรือขอเท็จจริงแบบทางเลือก (alternative fact) จะ ทาํ ใหสงั คมกาวเดนิ ไปสูเสนทางเผด็จการไดงายขึ้น เพราะฉะน้ัน “สภาพหลังความจริงก็ คือสภาพกอนจะเกิดเผด็จการ” ดังน้ันนักเรียนคิดเห็นอยางไรเกี่ยวกับสังคมไทยใน

57 ปจG จบุ ันทีค่ นเลือกขางโดยไมสนขอเทจ็ จรงิ หรอื ความถกู ตอง ถาสังคมไทยยังคงเป2นแบบ น้ี คนรุนเกายังยดึ ถือคุณคาอีกแบบ สวนคนรุนใหมก็มีชุดคุณคาอีกแบบ สังคมเราจะเดิน ตอไปอยางไร และอะไรคือทางออก 4) สุดทายเราอาจจะตองยอนกลับมาดูคุณคาท่ีเรายึดถือวาสุดทาย ชุดคุณคาที่เรายึดถือนี้ เป2นประโยชน/ตอสังคมจริงหรือไม หรือมันเป2นการผลิตซํ้าประโยชน/ใหคนบางกลุม บาง พวกเทาน้ันที่ไดประโยชน/ จําเป2นอยางย่ิงที่วาเมื่อเรามี “เสีรภาพในการแสดงออก” (Freedom) เราจาํ เปน2 ตองมี “ความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม” (Accountability) ดวย 5) ใหทุกคนสรปุ สิง่ ท่ไี ดลงในสมุดบันทึกของแตละคน การประเมนิ ผล 1) สังเกตพฤติกรรมของผูเรียนจากการมสี วนรวม การแสดงความคิดเหน็ 2) สังเกตจากการสะทอนคดิ ในขั้นสรุป

58 กิจกรรมที่ 12 สิทธเิ ดก็ ในโลกดิจทิ ลั กิจกรรมที่ชวนใหผูเรียนคํานึงถึงการประเมินคุณคาของส่ือบนพ้ืนฐานหลักสิทธิเด็ก การเสริมสราง แนวคดิ เรอื่ งสทิ ธิเดก็ ระดบั ชนั้ ทีเ่ หมาะสม นกั เรียนประถมศึกษา 4 – 6/มธั ยมศึกษาปท: ี่ 1-3 ระยะเวลา 1 ชวั่ โมง สาระสาํ คญั สิทธิเด็ก คือสิ่งที่เด็กๆ ควรไดรับอยางเสมอภาคเทาเทียมโดยรัฐจะตองเป2นผูปกป8องดูแลสิทธิเด็กให เกิดขึ้นใน 4 ดาน ไดแก สิทธิที่จะมีชีวิตรอด, สิทธิท่ีจะไดรับการปกป8องคุมครอง, สิทธิท่ีจะไดรับการพัฒนา และสทิ ธิทีจ่ ะมสี วนรวม โดยส่อื สารสนเทศ และดิจทิ ลั ท้ังหลายก็ตองเป2นไปโดยยดึ ถอื หลกั การสิทธเิ ดก็ วัตถุประสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาทักษะการตระหนกั รใู นตนเองและการตระหนกั รใู นผอู ่นื 2) พัฒนาความรูความเขาใจในการประเมินคุณคาของสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล บนหลักการสิทธิ มนุษยชน 3) พัฒนาทัศนคติในการเคารพตอความแตกตางหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรมบนหลักสิทธิ มนษุ ยชน อปุ กรณO/สอ่ื และแหลงเรยี นรู 1) ปากกา 2) ใบงาน 3) ใบความรทู ่ี 1 เขาถงึ ใน https://www.unicef.org/thailand/th/what-is-crc • ขน้ั นํา - ครูนําเสนอคําวา “สิทธิเด็ก” (child rights) และนําเสนอใหผูเรียนเห็นวา สิทธิเด็กเกิดจากการ ลงนามในอนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ที่ 196 ประเทศทัว่ โลกไดลงนามรบั รองเพื่อใหเด็กทุกคนที่เกิดบนโลกใบนี้ไดรับการปกป8องคุมครองและ พัฒนาอยางเสมอภาคเทาเทียมทุกคนไมวาเด็กคนนั้นจะเป2นใคร จากนั้นถามนักเรียนวา “นักเรียนเคยไดยินคําวา สิทธิเด็ก บางไหม และถาเคยไดยินคิดวาตัวของพวกเราเคยถูกละเมิด สิทธิเด็กบางรึเปลา ลองยกตัวอยางดู เดี๋ยววันน้ีครูจะชวนพวกเรามาเรียนรูในเร่ืองของสิทธิเด็ก โดยเฉพาะสิทธิเด็กในโลกดิจทิ ัล” - นักเรียนออกเปน2 4 กลมุ โดยครูแจกใบความรูที่ 1 หรือใหนักเรียนดาวโหลด จากเวปไซด/ยูนิเซฟ ประเทศไทย เขาถึงใน https://www.unicef.org/thailand/th/what-is-crc จากนั้นใหทั้ง 4 กลมุ ศกึ ษาในภาพรวม จากนั้นใหท้งั 4 กลุม นาํ เอาแนวคิดสิทธิเด็ก 4 ดาน ไดแก 1) สิทธิท่ีจะมี ชีวิตรอด, 2) สิทธทิ ่ีจะไดรับการปกป8องคุมครอง, 3) สิทธิที่จะไดรับการพัฒนา และ 4) สิทธิที่จะ

59 มีสวนรวม มาเป2นกรอบในการวิเคราะห/และประเมินส่ือ โดยใหมองท้ัง 1) เป8าหมายและเจตนา ของส่ือ 2) ความรูสึกเม่ือไดรับชม 3) ส่ิงที่คิดวาเป2นการละเมิดตอสิทธิเด็ก 4) ส่ือท่ีเห็นเพิ่ม อาํ นาจใหเดก็ หรอื ลดทอนสทิ ธิหรือลดทอนอํานาจของเดก็ ๆ ตามที่กลุมตวั เองไดรับ ดังนี้ กลุมที่ 1 คลิป กาย รัชชานนท/ ลงโทษนองคิริน เด็ดขาด! พาลูกขึ้นโรงพักหวังลูก ยอมรบั ผิดกบั ตํารวจ เขาใน https://www.youtube.com/watch?v=kAt1RAl8OEY กลมุ ที่ 2 คลปิ คนผดิ ตองถกู ลงโทษ เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=7wIxU1uQpGE กลุมท่ี 3 คลิป ลูกชายคนกวาดขยะ Garbage Man ไทยประกันชีวิต เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=oujqv98ZsZM กลุมที่ 4 คลิป ครูผูสอนดวยหัวใจ (From The Heart) : หนังครู 7- Eleven เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=NC9gVvKjDAk กลุมท่ี 5 My brother: ความหมายท่ียิ่งใหญของคําวา \"พ่ีชาย\" https://www.youtube.com/watch?v=3jc137gbCSw - วิเคราะห/แลวใหแตละกลุมนาํ เสนอ - หลังจากนั้นนําเสนอคลิปขาว เตือนละเมิดสิทธิเด็กในสื่อสังคมออนไลน/ เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=wVo1VKMbTVc จากน้ันชวนสะทอนใหเห็นวาการ ละเมิดสิทธิเด็กในโลกออนไลน/สวนใหญน้ันเกิดจากบุคคลใกลชิดท่ีรูเทาไมถึงการณ/ไมวาจะเป2น พอแม ผูปกครอง รวมไปถึงครู และเพื่อนๆ ของเด็กเอง รวมไปถึงบุคคลแปลกหนา ดังน้ัน นักเรียนจงึ ตองเลน Social Media ดวยความระมดั ระวงั • ข้นั สรปุ - ครูชวนผเู รยี นและสรุปในประเดน็ สําคญั วา 1) ในโลกออนไลน/หรือโลกดิจิทัลนั้นเด็กมีความเสี่ยงสูงมาก สาเหตุเกิดขึ้นต้ังแตบุคคลใกลตัว เด็กพอแม ผูปกครอง ครู เพ่ือนๆ รวมไปถึงบุคคลแปลกหนา ดังนั้นเราจึงตองเลน อนิ เตอรเ/ นต็ ดวยความระมัดระวัง 2) เราตองสงตอความรูเรื่องสิทธิเด็กใหกับเพื่อนๆ รวมถึงคนอ่ืนๆ ดวย เพราะสถานภาพของ เด็กในสังคมไทย มักถูกจํากัดดวยมุมมองและวิธีคิดท่ีเช่ือในเรื่องอาวุโส ทําใหผูใหญไมคอย คํานึงถึงสิทธิเด็ก เราในฐานะเด็กก็ตองปกป8องสิทธิของตนเองดวย และที่สําคัญเราตองไม เป2นคนละเมดิ สทิ ธเิ ด็กเสียเอง การประเมนิ ผล 1) สังเกตพฤตกิ รรมของผูเรียนจากการวเิ คราะหแ/ ละประเมินคุณคาของสอื่ 2) สังเกตจากการสะทอนคดิ ในข้ันสรุป

60 กจิ กรรมท่ี 13 ประเมินคณุ คาสอ่ื ดวยกรอบคดิ สิทธิมนุษยชน กิจกรรมที่ชวนใหผูเรียนคํานึงถึงการประเมินคุณคาของสื่อบนพื้นฐานหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป2น หลักการสากลทค่ี นทเี่ กี่ยวของกบั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทัล ทกุ คนตองคาํ นึงถึง ระดบั ชน้ั ทเี่ หมาะสม นกั เรยี นมธั ยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 1 ชั่วโมง สาระสําคญั หลักสิทธิมนุษยชนเป2นหลักการสากลที่คนที่เก่ียวของกับสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ทุกคนจะตอง คํานงึ ถึง วตั ถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พัฒนาทักษะการตระหนักรูในตนเองและการตระหนักรูในผอู ืน่ 2) พัฒนาความรูความเขาใจในการประเมินคุณคาของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล บนหลักการสิทธิ มนุษยชน 3) พัฒนาทัศนคติในการเคารพตอความแตกตางหลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรมบนหลักสิทธิ มนุษยชน อปุ กรณO/สอื่ และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) ใบงาน 3) ปฏญิ ญาสากลวาดวยสิทธิมนษุ ยชน เขาถงึ ใน https://www.amnesty.or.th/our-work/hre/udhr/ • ข้ันนํา - ครูแจกใบงาน “เราทั้งหลายเคยถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนกันบางไหมนะ” โดยเป2นใบงานท่ีให ผูเรียนไดแลกเปล่ียนกับเพ่ือนถึงประสบการณ/ท่ีอาจเคยถูกละเมิดตามหลักสิทธิมนุษยชน เชน เคยถูกกล่ันแกลงทางออนไลน/ เคยถูกคนขมขูทางออนไลน/ เคยถูกคนขอใหสงขอมูลสําคัญ หรือ โอนเงินใหโดยไมมีท่ีมาท่ีไป หรือเร่ืองราวในโลกความจริงเคยถูกลอเร่ืองอัตลักษณ/สวนตัว ชาติ พันธุ/ ศาสนา สีผวิ หรอื ถูกทาํ รายรางกาย เปน2 ตน - จากนนั้ ครชู วนผเู รียนสะทอนคดิ ถงึ หลกั การพื้นฐานของสิทธมิ นษุ ยชน 6 ประการ ไดแก 1) ทุกคนมีศักด์ิศรีความเป2นมนุษย/ (Human Dignity) เป2นสิทธิติดตัวทุกคนตามธรรมชาติ ต้ังแตเกดิ (National Rights) 2) คนทุกคนมีความเสมอภาคและหามการเลือกปฏิบัติ (Equality and non- discrimination)

61 3) สิทธิมนุษยชนเป2นของคนทุกคนโดยไมเลือกเช้ือชาติ ศาสนา เพศ อายุ อาชีพ สถานะ ทางเศรษฐกิจ หรอื สงั คม สขุ ภาพ และความคิดเห็นดานตาง ๆ (Universality) 4) สิทธิมนุษยชนเป2นองค/รวมแยกเป2นสวน ๆ ไมไดและพึ่งพิงกัน (Indivisibility & Interdependently) 5) การมีสวนรวมและการเป2นสวนหน่ึงของสิทธินั้น (Participation & Inclusion) หมายความวา ประชาชนแตละคน หรือกลุมประชาชนหรือประชาสังคมยอมมีสวนรวม อยางแข็งขันในการเขาถึงและไดรับ ประโยชน/จากสิทธิพลเมืองและการเมือง และสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม 6) ตรวจสอบไดและใชหลักนิติธรรม (Accountability & the Rule of Law) ดังน้ันการจะ เขาใจความหมายสิทธิมนุษยชนน้ัน จําเป2นตองเขาใจหลักการตาง ๆ ที่ถือเป2นองค/รวม ของสทิ ธมิ นุษยชนดวย • ขั้นสอน - ครูแบงนักเรียนออกเป2น 5 กลุม กลุมละ 5 – 6 คน โดยใหนักเรียนวิเคราะห/ส่ือเหลาน้ีวามีสวน ใดของสอื่ ท่ขี ดั ตอหลกั สิทธมิ นษุ ยชนบาง โดยผเู รียนสามารถอานเพิ่มเติม “ปฏิญญาสากลวาดวย สิทธิมนุษยชน” ในเวปไซด/ของ Amnesty International Thailand เขาถึงใน https://www.amnesty.or.th/our-work/hre/udhr/ เพื่อนํามาใชวิเคราะห/สื่อ โดยวิเคราะห/ออกมา เป2นผงั ความคิด 3 ประเด็น ไดแก 1) เป8าหมายปลายทางของส่ือจะสงผลอยางไรตอสังคม 2) ใน กระบวนการเลาเรื่องเนื้อหามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยูหรือไม อยางไร 3) ส่ือนั้นเพิ่มอํานาจ ใหใครและลดทอนอาํ นาจของใคร ดงั ตอไปนี้ กลุมที่ 1 วิเคราะห/ส่ือตัวอยางภาพยนตร/ เรื่อง “แจ˜ว” เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=UWvf4-2P40A กลุมท่ี 2 วิเคราะห/โฆษณาน้ํายาซักผา “Qiaobi Detergent” เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=b4Jjks7bbKc กลุมท่ี 3 วิเคราะห/โฆษณา “ผูหญิงขี้แพ Modern V Sidelock by Sabina” เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=izwelQI3gho กลุมที่ 4 วิเคราะห/ “หนังโฆษณารณรงค/ตอตานคอร/รัปชัน (ประเทศไทย)” เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=AzRFQ5pDfsU กลุมท่ี 5 วเิ คราะห/ “โฆษณาดีๆ จากกองทพั บก Royal Thai Army 1” เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=r4eSfr1ujmc - เม่ือเสรจ็ แลวใหแตละกลมุ นําเสนอผลการวเิ คราะห/ • ขนั้ สรุป - ครูและผูเรียนสรุปรวมกันในประเด็น ดังตอไปนี้

62 1) ส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล คือขอมูลที่แฝงไปดวยเป8าหมายและคานิยม ดังน้ันทุกสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล จึงมีการประกอบสรางขึ้นเพ่ือช้ีนําใหผูรับสารเดินไปถึงเป8าหมาย ที่ สาํ คัญคอื เป8าหมายของสารนนั้ เมื่อบรรลุผลแลวจะสงผลผลอยางไรตอสังคม 2) เพ่ือใหไปถึงเป8าหมายกระบวนการสรางส่ือจึงมีการนําประเด็นตางๆ มาขับเคล่ือนโนมนาว อารมณ/ ความรูสึก ความเชื่อ ของผูรับสาร ซ่ึงในกระบวนการน้ันหลายครั้งก็มีการละเมิด สิทธิมนุษยชนอยู ซึ่งเป2นความอันตรายอยางยิ่ง เพราะเทากับวาสื่อน้ันพยายามสรางความ เขาใจผิด และการลดทอนความเป2นมนษุ ย/ของผูอนื่ อยู 3) การรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล หัวใจสําคัญในการประเมินคุณคาสื่อ วาสื่อน้ันจะ เป2นสื่อดี สื่อสรางสรรค/ จึงตองเริ่มวิเคราะห/กอนวา – ส่ือนั้นมีเป8าหมายอยางไรตอสังคม – ในการะบวนการผลิตสื่อ การเลาเรื่องมีการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม – ส่ือน้ันเพ่ิม อํานาจใหใครและลดทอนอํานาจของใคร การประเมนิ ผล 1) สังเกตจากการวเิ คราะห/ส่อื 2) สังเกตจากการสะทอนคดิ การแสดงความคดิ เหน็ การมีสวนรวมในกระบวนการเรยี นรู

63 หนวยที่ 4 พลเมืองสรางสื่อ กจิ กรรมที่ 14 กิจกรรมภาพถาย “มุมโปรดในโรงเรียน” กิจกรรมท่ีชวนใหผูเรียนฝwกทักษะการสื่อสารผานการตีความหมายจากอารมณ/ความรูสึกโดยใช ภาพถายเปน2 สื่อสะทอนมุมโปรดในโรงเรียน ระดบั ชนั้ ท่ีเหมาะสม นักเรียนชัน้ ประถมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 2 ชั่วโมง สาระสาํ คัญ การสงั เกตเปน2 จุดเร่ิมตนของการผลิตส่อื สรางสรรคเ/ พราะการสังเกตท่ีดจี ะนํามาซงึ่ มมุ มองทีแ่ ตกตาง วตั ถปุ ระสงคOเชงิ สมรรถนะ 1) พฒั นาความรคู วามเขาใจเกยี่ วกับการส่อื สารอยางสรางสรรคแ/ ละการผลิตสอื่ สรางสรรค/ 2) ความเขาใจเกี่ยวสื่อสรางสรรค/ในฐานะเคร่ืองมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดิจิทลั 3) ความรเู ก่ียวกับปญG หาทางสงั คมและทฤษฎพี ื้นฐานทางสังคมวิทยาและมานุษยวทิ ยา 4) ฝwกทกั ษะกระบวนการรวบรวมขอมูลโดยใชเครื่องมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพื่อ การสื่อสารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเชื่อม่นั วาส่อื ท่ีสรางสรรคค/ อื เครอ่ื งมอื สําคัญในการเปลยี่ นแปลงสงั คม อปุ กรณO/สอ่ื และแหลงเรียนรู 1) โทรศพั ท/มือถอื ท่ีสามารถถายรูปได/กลองถายรูป 2) คอมพวิ เตอร/พรอมอุปกรณ/ฉายภาพ 3) ปริน้ เตอร/ 4) ใบงานกิจกรรม “มุมโปรดในโรงเรียน” • ขัน้ นาํ - ครชู วนนกั เรยี นวันนี้เราจะมาทํานิทรรศการถายในหัวขอ “มมุ โปรดในโรงเรยี น” โดยใหนักเรยี น ลองหลับตาแลวนึกถึงเรื่องราวตางๆ ในโรงเรียนตงั้ แตตวั เองเรม่ิ เขามาเรียนที่โรงเรียนแหงน้เี ปน2 ครง้ั แรก แลวลองคิดถึงมุมทน่ี ักเรยี นชอบทส่ี ดุ หรือมีความหมายมากทส่ี ดุ มา 1 ท่ี เพื่อท่ีเราจะได ไปถายภาพสถานท่ตี รงน้ันมาทาํ เปน2 นทิ รรศการภาพถาย - จากน้นั ครูอธบิ ายเบ้อื งตนเกี่ยวกบั วิธีการใชกลองถายรปู หรือการใชโปรแกรมถายรูปในมือถือ

64 • ขั้นดาํ เนินกิจกรรม - ครูใหเวลา 15 นาที ใหแตละคนออกไปถายรปู มุมโปรดในโรงเรียนของตวั เอง พรอมคดิ แคปชน่ั หรือขอความหรือเรอ่ื งเลาประกอบภาพน้ันดวย - เมือ่ ถายเสรจ็ แลวครูแจกใบงาน “มุมโปรดในโรงเรียน” จากนน้ั ใหนักเรียนลอมวงนาํ เสนอภาพ และแลกเปล่ียนมมุ มองไปทีละคน เม่ือแลกเปลีย่ นเสร็จใหนักเรยี นทําใบงาน - จากน้นั ครใู หนักเรยี นปริ้นท/รูปถายออกมา พรอมเร่ืองราวหรือขอความสน้ั ๆ ประกอบ แลวจัด นิทรรศการภาพถายมุมโปรดในโรงเรยี น • ขัน้ สรปุ - ครูใหนักเรียนถอดบทเรียนการเรียนรูจากกิจกรรมวาผูเรียนไดเรียนรูเร่ืองอะไรบาง โดยครู พยายามเชือ่ มโยงใหผูเรียนเห็นวา 1) ทักษะการสังเกตและทักษะการสื่อสาร โดยเฉพาะการเลา เรื่อง การส่ือความหมายเป2นสิ่งสําคัญในการผลิตสื่อ 2) การท่ีนักเรียนไดส่ือสารไดแลกเปลี่ยน มุมมองและชื่นชมผลงานของกนั และกนั เปน2 การพัฒนาทักษะเชิงบวกใหผูเรียนเรียนรูที่จะเคารพ มมุ มองของตนเองและมมุ มองของผอู นื่ ซึ่งในการพัฒนาสือ่ สรางสรรค/จําเป2นอยางยิ่งท่ีสื่อของเรา จะตองทําบนฐานของการเคารพตวั ตนของเราเองและเคารพผูอื่นดวย เพราะเราไมไดทําส่ือมาให ตวั เองดู แตเราผลติ สื่อเพ่อื ใหคนอื่นๆ ในสงั คมไดเรียนรูและรบั สารทีเ่ ราสงไป การประเมนิ ผล 1) สังเกตจากการถายภาพ การเลาเรื่อง การแลกเปลี่ยนเรียนรู 2) สังเกตจากใบงาน

65 ใบงานกจิ กรรม “มุมโปรดในโรงเรียน” คําช้ีแจง ใหนักเรียนถอดบทเรียนตนเองจากคําถามดังตอไปนี้ภายหลังหลังจากการทํากิจกรรม โดยภายหลัง จากทีท่ าํ แลวใหนําคาํ ตอบมาพดู คยุ และแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกนั ตอนสรุปวงใหญ 1) เราเลือกถายภาพในมุมไหนหรอื บริเวณใดของโรงเรียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2) ทําไมจึงเลอื กมุมหรอื บริเวณนน้ั /มุมหรอื บรเิ วณน้นั มคี วามพเิ ศษอยางไรกับตัวนักเรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3) หลังจากฟGงการนําเสนอของเพื่อนๆ เราชอบภาพของเพ่ือนคนใดเป2นพิเศษ เพราะอะไร และมีคนที่ ชอบมมุ เดียวกับเราบางไหม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4) เม่ือจัดนิทรรศการ “มุมโปรดในโรงเรียน” เสร็จและไดเห็นการนําเสนอของเพ่ือนๆ ทั้งหมด เรามี ความรูสึกอยางไรบางตอโรงเรียนท่ีเราอยู ความรสู กึ แตกตางไปจากเดิมบางไหม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….

66 กจิ กรรมที่ 15 วิเคราะหสO ่อื สรางสรรคจO ากมุมมองของเขาสูมุมมองของเรา กจิ กรรมที่ชวนใหผเู รียนวิเคราะหส/ อื่ สรางสรรค/ และลองคิดถงึ แนวทางในการสรางสือ่ สรางสรรค/ ระดับชั้นทีเ่ หมาะสม นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษา 1 - 6 ระยะเวลา 2 ชว่ั โมง สาระสาํ คัญ สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทัล เชงิ สรางสรรค/คอื เคร่ืองมอื ในการขบั เคลื่อนประเดน็ ทางสงั คมของพลเมอื ง วตั ถุประสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พัฒนาความรูความเขาใจเก่ียวกับการสอื่ สารอยางสรางสรรค/และการผลิตสอ่ื สรางสรรค/ 2) ความเขาใจเก่ียวสื่อสรางสรรค/ในฐานะเครื่องมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดจิ ิทัล 3) ความรูเก่ียวกับปญG หาทางสงั คมและทฤษฎีพน้ื ฐานทางสงั คมวทิ ยาและมานษุ ยวทิ ยา 4) ฝกw ทักษะกระบวนการรวบรวมขอมลู โดยใชเคร่ืองมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพ่ือ การสอ่ื สารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเช่อื ม่นั วาสอ่ื ท่ีสรางสรรค/คอื เครอ่ื งมือสาํ คัญในการเปลยี่ นแปลงสงั คม อุปกรณO/ส่ือ และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) ใบงาน • ขั้นนํา - ครูสอบถามผูเรียนวา “ความหมายของพลเมืองคืออะไร ทําไมสังคมจึงตองการพลเมืองท่ีดีมี ศักยภาพ” ครูอาจใหนักเรียนตอบปากเปลาหรือเขียนใสกระดาษ Post – it ก็ไดจากน้ันสรุป ขอคิดเห็นของผเู รียนเกี่ยวกับนยิ าม ความหมายของพลเมือง ซึ่งหากมองตามคําศัพท/ “พลเมือง” ก็คือพละกําลังของเมือง โดยนัยสําคัญก็คือ พลังในการขับเคล่ือนเมืองไปขางหนา ถาเราอยาก เห็นสงั คมเป2นแบบไหนกต็ องพยายามขบั เคลื่อนใหสังคมไปในทิศทางนนั้ - จากน้ันครูนําเสนอแนวคิดพลเมือง 3 แบบ ของ Joel Westheimer ไดแก พลเมืองที่มีความ รับผิดชอบ (Personally Responsible), พลเมืองที่มีสวนรวม (Participatory Citizen) และ พลเมืองท่ีมุงเนนความเป2นธรรมในสังคม (Justice Oriented Citizen) โดยอธิบายใหเห็นถึง จุดเนนพลเมือง 3 แบบ ดงั น้ี 1) พลเมืองที่มีความรับผิดชอบ (Personally Responsible) คือ พลเมืองท่ีตระหนักรู บทบาทความเปน2 พลเมอื งเฉพาะสวนทีเ่ ปน2 ความรับผิดชอบของตน เชน เคารพกฎหมาย

67 ตั้งใจทํางานจายภาษี บริจาคโลหิต รีไซเคิลขยะ ทิ้งขยะลงถัง ใชถุงผา ใชกระบอกนํ้า สวนตวั ปดE ไฟหลังใชงาน รับผดิ ชอบตอชมุ ชน เป2นตน 2) พลเมอื งที่มีสวนรวม (Participatory Citizen) เป2นพลเมืองทีอ่ ยากจะเขาไปมีสวนรวมใน การแกปGญหาทางสังคม มีความกระตือรือรนตอปGญหาทางสังคม เขาใจระบบและ กระบวนการของภาครัฐและเขาไปมีสวนรวม 3) พลเมืองท่มี งุ เนนความเปน2 ธรรมในสังคม (Justice Oriented Citizen) เป2นพลเมืองที่ต้ัง คําถามกบั ระบบเพ่ือเปลย่ี นแปลงระบบหรือโครงสรางทางสังคมที่เป2นอยูใหเกิดความเป2น ธรรมกับทุกคน พลเมืองระดับน้ีจึงเร่ิมตนจากการคิดเชิงวิพากษ/ตอโครงสรางทางสังคม นโยบายภาครัฐ สืบคน และติดตามและนําเสนอประเด็นท่ีไมเป2นธรรมในสังคม เขา ใจความเคลื่อนไหวทางสังคม และพยายามลักดันใหเกิดการเปล่ียนแปลงผานกลไก ภาครัฐเพ่ือสรางสังคมทีเ่ ป2นธรรม • ขั้นดาํ เนนิ กิจกรรม - แบงนักเรียนออกเป2น 5 กลุม เพื่อศึกษาส่ือ สารสนเทศ ดิจิทัล และวิเคราะห/ในประเด็น ดังตอไปน้ี 1) เป8าหมายของส่ือท่ีแทจริงคืออะไร และเกี่ยวของกับประเด็นทางสังคมอยางไร 2) จุดเดนหรือสิ่งท่ีทําใหส่ือนี้นาสนใจอยางสรางสรรค/ 3) อะไรคือสิ่งท่ีสื่อน้ีอาจจะมองขามไป หรือจงใจไมบอก 4) คิดวาส่ือน้ีจะสงผลดานบวกตอสังคมหรือไม 5) เราสามารถใชส่ือนี้เพ่ือ ขับเคล่ือนประเด็นทางสังคมไดหรือไม และถาไดสามารถขยับไปถึงพลเมืองแบบไหนไดบาง (พลเมือง 3 แบบ) กลุมท่ี 1 คลิปรายการ นักขาวพลเมือง ตอน พิธีขวัญขาวชาวกะเหรี่ยง เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=sRuscrECUak กลุมที่ 2 คลิป PEEKABOO MASK เขาถึงใน https://youtu.be/9R-2AFjbA_k กลุมท่ี 3 คลิป Lead India - The Tree เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=GPeeZ6viNgY กลุมที่ 4 คลิปหนังสั้น CHICKEN A LA CARTE BY FERDINAND DIMADURA เขาถึง ใน https://www.youtube.com/watch?v=PCRuqlsjYOA กลมุ ที่ 5 คลิปนทิ รรศการดานมดื ของเมอื ง เขาถงึ ใน https://www.youtube.com/watch?v=iyTF1gZh7i0 - จากนนั้ ใหแตละกลมุ นาํ เสนอ แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ กัน • ข้นั สรปุ - ครูใหแตละกลุมชวยกันคิดวาถาจะทําสื่อสรางสรรค/ โดยดูจากคลิปท่ีผานมาและประสบการณ/ เดิมของผูเรียนก็ดี นักเรียนคิดวาในฐานะพลเมืองจะมีแนวคิดหรือหลักคิดอยางไรทําใหสื่อท่ีเรา จะทาํ เปน2 สอื่ สรางสรรค/

68 - ใหแตละกลุมไดแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกัน ครูทําหนาที่จับประเด็น ชวยเติมในบางมุมมอง เชน ส่ือสรางสรรคค/ ือส่ือท่ีพยายามนาํ เสนอความจรงิ ทางสงั คมใชหรือไม, สื่อสรางสรรค/ตองไมละเมิด สิทธิมนษุ ยชนทัง้ ในดานเป8าหมายและกระบวนการผลิตหรือไม, สื่อสรางสรรค/พยายามทําตัวเป2น ส่ือกลางในการเชื่อมตอปGจเจกบุคคลกับประเด็นทางสังคมใชหรือไม, สื่อสรางสรรค/มักมี เป8าหมายที่คํานึงถึงประเด็นสาธารณะเป2นหลักรึเปลา, สื่อสรางสรรค/มักเป2นทําหนาท่ีสรางแรง บันดาลใจหรือทําใหคนฉุกคิดตอปGญหาแตก็ตองไมจบที่ปGจเจกบุคคลตองมองตอไปถึงเชิง โครงสรางรเึ ปลา ครอู าจต้ังคาํ ถามเหลาน้ีเพอื่ ชวนใหนักเรยี นสะทอนคดิ การประเมนิ ผล 1) สังเกตจากการวเิ คราะหส/ ่ือ 2) สังเกตจากการใหขอเสนอและการสะทอนคิดในขน้ั สรปุ

69 กิจกรรมที่ 16 ใหภาพเลาเรอ่ื ง: เมอื่ พลเมืองเด็กบอกเลาเรอื่ งราวเก่ยี วกบั ชุมชน กิจกรรมท่ีชวนใหผูเรียนเห็นองค/ประกอบภาพและฝwกเลาเรื่องประเด็นทางสังคมผานมุมมองของ ตัวเอง ระดับช้ันท่ีเหมาะสม นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษา 1-6 และ มัธยมศกึ ษา 1 - 6 ระยะเวลา 3 ชว่ั โมง สาระสาํ คัญ การส่ือสารเพ่ือบอกเลาเร่ืองราวเกี่ยวกับชุมชนของตนเองไดเป2นพ้ืนฐานสําคัญของการเป2นพลเมือง รูเทาทนั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั วัตถุประสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พฒั นาความรคู วามเขาใจเก่ยี วกับการสื่อสารอยางสรางสรรคแ/ ละการผลิตส่ือสรางสรรค/ 2) ความเขาใจเก่ียวส่ือสรางสรรค/ในฐานะเครื่องมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดิจทิ ลั 3) ความรูเกี่ยวกับปGญหาทางสงั คมและทฤษฎีพน้ื ฐานทางสงั คมวิทยาและมานุษยวทิ ยา 4) ฝกw ทักษะกระบวนการรวบรวมขอมูลโดยใชเครื่องมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพ่ือ การสื่อสารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเชือ่ ม่ันวาสื่อทส่ี รางสรรคค/ อื เครือ่ งมอื สําคัญในการเปลย่ี นแปลงสงั คม อุปกรณO/สอื่ และแหลงเรยี นรู 1) กลองถายรูป หรืออุปกรณ/ใดๆที่สามารถบันทึกภาพได/กรณีไมมีกลองถายรปู ใหใชการวาดภาพ 2) คอมพวิ เตอร/ 3) กระดาษปรูฟ’ 4) มารก/ เกอร//ดนิ สอสี • ขนั้ นํา - ครนู าํ เสนอคลิป วัดเรืองแสง รางวัลชนะเลศิ สื่อสรางสรรค/ยอดเย่ยี มแหงป: ในรายการกบจูเนียร/ป: 10 เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=dK8Hdz8fSKg จากน้ันสุมถามผูเรียน วาเหน็ อะไรจากสือ่ นบ้ี าง สอื่ นี้กาํ ลงั เลาเรอ่ื งอะไร และมวี ิธีการอยางไรทาํ ใหสื่อนาสนใจ - จากนั้นชวนใหผูเรียนเหน็ วาจุดเริ่มตนของการเป2นพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ก็ คือการรูจัก “เมือง” หรือสังคมท่ีตัวเองอาศัยอยูกอน วันนี้ครูเลยอยากจะใหพวกเราลอง ถายภาพและนําภาพมาประกอบกนั เพื่อเลาเร่ืองเมอื งหรือชุมชนทตี่ นอาศัยอยู ในรปู แบบใดกไ็ ด • ขน้ั ดําเนินกิจกรรม - ครนู ําเสนอองค/ประกอบภาพ 5 องค/ประกอบ เพอ่ื เปน2 โจทย/ทาทายผเู รียน ดังนี้

70 1) Scene หรือภาพฉากทใ่ี หความหมายมุมมองในภาพกวางแบบฉากพ้ืนหลงั 2) Symbol หรอื ภาพท่ีแฝงความหมายผานสัญลักษณ/ เชน รว้ั ลวดหนาม หมายถึงการคมุ ขัง 3) Color หรอื ภาพถายทเ่ี นนใหสสี นั เปน2 ตัวขับอารมณเ/ รือ่ งเลา 4) Light and Shadow หรอื ภาพทใ่ี หแสงและเงาเปน2 ตัวสงความหมาย 5) Posture and Gesture คอื ภาพที่เนนความหมายกบั อากัปกรยิ าและทาทางของมนษุ ย/

71 - โดยใหนักเรียนถายภาพตามองค/ประกอบภาพอยางละ 1 ภาพ รวมเป2น 5 ภาพ นําทั้ง 5 ภาพ นั้นมาประกอบสรางเพ่ือเลาเรื่องเกี่ยวกับเมืองหรือชุมชนของตนเอง ในกรณีท่ีผูเรียนสามารถ ถายเป2นภาพเคลื่อนไหวไดก็ใหทําเป2นคลิปภาพเคลื่อนไหว ในขณะท่ีหากไมมีอุปกรณ/อาจจะให นกั เรียนวาดภาพประกอบการเลาเร่ืองแทน ปรับตามบริบทความเหมาะสมของแตละพ้ืนท่ี - จากน้นั ใชการนาํ เสนอแบบ Gallery Walk เพอ่ื ใหผลดั กันเลาเรอื่ ง ผลดั กนั ชม • ขน้ั สรุป - ครูชวนใหผูเรียนไดถอดบทเรียนการเรียนรูรวมกันวาจากภาพรวมสวนใหญเรามักจะเลาเรื่อง ชุมชนในมุมมองแบบไหน บางเรื่องมองเห็นแตขอดีจนอาจลืมปGญหาและความเปลี่ยนแปลงของ ชุมชนไป แตบางเร่ืองอาจจะมองเห็นแตปGญหาจนอาจลืมตนทุนบางอยางที่ชุมชนมี การสรางสื่อ เก่ียวกับชุมชนก็เหมือนกับการเรียนรูชุมชนหรือเมืองท่ีเราอยู การไดมองสังคมท่ีตัวเองอยูอยาง รอบดานจะชวยใหเราเขาใจชุมชนไดดีขึ้น ความเขาใจสังคมก็จะชวยใหเราสามารถสรางส่ือหรือ ใชสือ่ เพอื่ สงั คมไดดขี ึน้ การประเมนิ ผล 1) สังเกตจากการสรางสื่อ 2) สงั เกตจากการใหขอเสนอและการสะทอนคดิ ในขน้ั สรุป

72 กิจกรรมท่ี 17 สาํ รวจสถานการณOชมุ ชน กิจกรรม “สํารวจสถานการณ/ชุมชน” เป2นกจิ กรรมที่เนนใหผูเรียนไดพิจารณาถึงสถานการณ/ชุมชนใน มิติดานสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอม อันจะเป2นการทําใหนักเรียนไดเห็นชุมชนในมิติท่ีลุมลึกมากข้ึน และ สามารถนําขอมูลเหลาน้ีมาสรางเปน2 เนอื้ หา (Content) ในการสรางส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ไดอีกดวย ระดบั ชัน้ ทีเ่ หมาะสม นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษา 4 - 6 และ มัธยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 3 ชวั่ โมง สาระสําคัญ การเก็บรวบรวมขอมูลท่ีรอบดานและลุมลึกในประเด็นหรือเนื้อหาเป2นพ้ืนฐานสําคัญในการพัฒนาสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัลอยางสรางสรรค/ วัตถุประสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พัฒนาความรคู วามเขาใจเกย่ี วกบั การสอ่ื สารอยางสรางสรรค/และการผลิตสอ่ื สรางสรรค/ 2) ความเขาใจเก่ียวส่ือสรางสรรค/ในฐานะเคร่ืองมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดิจิทัล 3) ความรเู กี่ยวกบั ปญG หาทางสังคมและทฤษฎีพื้นฐานทางสงั คมวิทยาและมานุษยวิทยา 4) ฝwกทกั ษะกระบวนการรวบรวมขอมูลโดยใชเครื่องมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพื่อ การสอ่ื สารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเช่ือม่นั วาสือ่ ทส่ี รางสรรคค/ อื เครื่องมือสาํ คัญในการเปลย่ี นแปลงสงั คม อุปกรณO/สอื่ และแหลงเรียนรู 1) กลองถายรูป หรืออุปกรณ/ใดๆที่สามารถบนั ทึกภาพได/กรณไี มมกี ลองถายรูปใหใชการวาดภาพ 2) ท่ีบันทกึ เสียง 3) มารก/ เกอร//ดนิ สอสี • ขนั้ นํา - แบงนกั เรียนออกเป2น 4 กลุม กลุมละ 6 – 8 คน โดยครูแจกใบงานสํารวจสถานการณ/ชุมชน ให แตละกลมุ ดปู ระเดน็ ที่จะตองลงไปเก็บขอมูล และรวมกันวางแผนในการจัดเก็บขอมูล ตั้งแตการ คิดคําถามในการสมั ภาษณ/ หรอื แหลงขอมลู ในชุมชนท่ีสามารถเขาถึงไดในประเด็นตางๆ และวาง แนวทางหรือกระบวนการในการทาํ งานของกลมุ จากน้ันใหแตละกลุมบอกแผนงานหรือแนวทาง ในการลงพ้ืนท่ีศึกษาขอมูลชุมชน จากน้ันรวมกันกําหนดเสนทางในการศึกษา และกติกาในการ ลงพ้นื ท่ีภาคสนาม - ครูมอบหมายใหแตละกลุมเก็บรวบรวมขอมูลในใบงาน โดยกําหนดจุดเนนในการนําเสนอ (ทุก กลุมตองเก็บรวบรวมขอมูลท้ัง 4 ดาน แตกําหนดใหแตละกลุมมีหัวเรื่องที่ตองเนนเพ่ือเป2นหลัก ในการนําเสนอขอมูลสวนนั้น)

73 • ขนั้ ดําเนนิ กิจกรรม - ครพู านักเรียนลงพน้ื ท่ภี าคสนาม โดยเนนยา้ํ ในการจดบนั ทกึ ควรจดบันทึกในประเด็นสําคัญท้ังใน เชิงปริมาณ คือความถี่ จํานวน และในเชิงคุณภาพคือสถานะและสภาวการณ/ที่กําลังเป2นอยู ตลอดจนขอสังเกตท่ีนักเรียนคนพบดวยตนเอง บันทึกขอมูลใหไดละเอียดและมากท่ีสุดในแตละ ประเด็นในแบบบันทกึ - ภายหลังจากการเกบ็ รวบรวมขอมลู ใหนักเรยี นสรปุ ภาพรวมสถานการณ/ท่ชี ุมชนกําลังเผชิญในมิติ สงั คม เศรษฐกิจ สงิ่ แวดลอม และสอื่ สารสนเทศ และดิจิทลั - ใหแตละกลุมสรุปประเด็นท่ีไดจากสมาชิกกลุมแตละคนและทําเป2นผังความคิด เฉพาะหัวขอ จุดเนนท่ีกลุมนักเรียนไดรับ จะแบบเป2น 4 กลุม คือ กลุมสังคม กลุมเศรษฐกิจ และกลุมสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ชุมชน - จากน้ันนําเสนอแบบ World Café โดยครูแจกกระดาษ Post it โดยใหแตละกลุมมี Host ใน การนําเสนอหรือตอบขอสงสัย และแลกเปล่ียนในประเด็นที่ตนไปเจอมาในแตละมิติ ซ่ึงอาจ เขียนคาํ ถาม ขอคนพบทตี่ างๆ ขอสังเกตหรือขอเสนอแนะ - เมือ่ เดินแลกเปลย่ี นจนครบ ให Host แตละกลมุ นําเสนอประเดน็ ทงั้ หมดที่ได • ข้ันสรุป - ครูผูสอนชวนผูเรียนสรุปใหเห็นความสําคัญของการลงพื้นที่ภาคสนามเพ่ือเก็บขอมูลที่รอบดาน ซ่งึ จะเป2นสิ่งสําคัญมากตอการคิดเนื้อหา (Content) ของส่ือท่ีจะนําเสนอ ซึ่งในการเก็บรวบรวม ขอมูลที่ดีก็ตองอาศัยการเรียนรูเชิงลึก (Deep Study) ไดแก การลงพ้ืนที่สัมภาษณ/ การสังเกต การมสี วนรวม การลงไปเรยี นรูรวมกบั ชมุ ชน เป2นตน - ใหแตละกลุมลองคดิ วาถาจะตองทําส่อื สรางสรรคเ/ กี่ยวกับชุมชน มีหัวเรื่องหรือประเด็นอะไรบาง ที่นาสนใจ การประเมนิ ผล 1) สงั เกตจากการบันทึกขอมูลรายบุคคล 2) สังเกตจากการสรุปและการทาํ กจิ กรรม world café

74 แบบบนั ทกึ “สาํ รวจสถานการณOดานสอื่ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ชุมชน” ชื่อชมุ ชน …………………. ตําแหนง/พิกดั ของชุมชน …………….……………(GPS หรอื Google Earth) ช่ือผเู ก็บขอมลู ………………………….. โทร………………. อีเมล …..……………..วนั ที่ …….…… ตารางสํารวจสถานการณOชมุ ชน สถานการณOดานสอื่ ของชมุ ชน พบ ไมพบ ขอคนพบ มิติดานสังคม 1. ประเด็นเร่ืองความหลากหลาย - ความหลากหลายของกลุมชาติ พันธุ/ในชุมชน (คนเมือง, คน ต า ง ถิ่ น ท่ี เ ข า ม า อ า ศั ย , ชาวตางชาติ, กลุมชาวเขากลุม ชนเผา) - ความหลากหลายดานศาสนา ความเช่ือ (ความเชื่อเร่ืองผี, ศาสนาพุทธ, ศาสนาคริสตร/, ศาสนาอิสลาม, พราหมณ/- ฮนิ ดู เป2นตน) 2. ประเด็นดานวฒั นธรรมประเพณี - วัฒนธรรม และประเพ ณี ทองถิ่นที่ชาวชุมชนรวมกัน รักษาสบื สาน 3. เครอื ขายทางสังคม - โคตรตระกลู เกาแกในชมุ ชน - เครือขายตางๆ ในชุมชน อาทิ กลุมสมาชิก, กลุมเหมืองฝาย, หมวดศรทั ธาวดั เป2นตน 4. สถานการณOหรือป[ญหาสังคมอ่ืนๆ ในชมุ ชน - ปญG หาครอบครัว - ปญG หายาเสพตดิ - ความขัดแยงทางการเมือง - ปญG หาสงั คม อืน่ ๆ (ระบุ) ….. ........................................... มติ ิดานเศรษฐกิจ 1. อาชพี ของผคู นในชมุ ชน - อ า ชี พ ด้ั ง เ ดิ ม ต ล อ ด จ น สถานภาพของอาชีพดั้งเดิมยัง มีอยู อยูเลือนหายไปเพราะ อะไร - อาชีพใหมท่ีเขามาแทนท่ี หรือ อ า ชี พ ส ว น ใ ห ญ ข อ ง ค น ใ น

75 สถานการณOดานสอื่ ของชมุ ชน พบ ไมพบ ขอคนพบ ชุมชนปจG จุบนั 2. ความเหลอื่ มลํ้าทางเศรษฐกิจ - คนยากจนในชุมชน 3. คนที่สามารถเป2นตนแบบของการ ทําเกษตรแบบยังชีพหรือมีวิถีชีวิต สอดคลองกับปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง 4. สถานทีท่ องเทย่ี วของชมุ ชน 5. พื้นท่ีแหลงผลิต การคา และ เศรษฐกิจชมุ ชน ดานสงิ่ แวดลอม 1. มีการปลูกพืชเชิงเด่ียว เชน ยางพารา ปาล/ม กะหลํ่าปลี เป2น ตน 2. มีพันธ/ุสัตว/ตางถ่ิน (เอเล่ียน สป:ชี) เชน หอยเชอรี่ ปลากดเกราะ เปน2 ตน 3. ปGญหาการบุกรุกปWา รวมถึงการ ตัดไมทาํ ลายปWา 4. ปGญหามลพิษทางน้ํา นํา้ เนาเสยี 5. ปญG หาหมอกควันและไฟปWา 6. ปGญหาดินถลม หนาดินพังทลาย ปGญหาการเสื่อมคุณภาพของดิน 7. ปGญหาการลาสัตว/ปWา หรือวิถีการ ดาํ รงชีวิตท่สี งผลตอสตั ว/ปาW 8. การใชสารเคมใี นการเกษตร 9. ภบิ ัตภิ ยั ทางธรรมชาติ อาทิ - แผนดินไหว - อทุ กภัย นํา้ ทวม - อนื่ ๆ ระบุ …………………. 10. สถานการณ/ดานสิ่งแวดลอมอ่ืนๆ ที่นักเรยี นพบ ระบุ………... …………………………………. มิติดานสอ่ื สารสนเทศ และดิจทิ ลั ชุมชน 1. แอพลิเคชั่น ท่ีคนในชุมชนใชเพื่อติดตอ ระหวางกัน 2. คนท่ีอยูในชุมชนสวนใหญเป2นใคร และ ชวงวัยที่แตกตางน้ันนํามาซึ่งปGญหาใน

76 สถานการณOดานส่ือของชมุ ชน พบ ไมพบ ขอคนพบ การใชสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล รวมถึงการส่ือสารระหวางชวงวยั หรือไม 3. ชุมชนเคยไดรับผลกระทบจากการใช ส่ืออนไลน/ การถูกหลอกลวงในโลก ดิจิทัล หรือปGญหาที่เกิดจากการใชส่ือ Social Media บางหรอื ไม 4. สภาพของชุมชนมีทรัพยากรพื้นฐาน ด า น อิ น เ ต อ ร/ เ น็ ต แ ล ะ ก า ร สื่ อ ส า ร อะไรบาง 5. ชุ ม ช น มี ก ลุ ม ค น ที่ ทํ า ง า น ด า น ส่ื อ สารสนเทศ และดิจิทลั ของชมุ ชน มีใคร หรอื กลมุ ใดบาง สรุปสถานการณOทช่ี มุ ชนกาํ ลังเผชญิ ดานสังคม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดานเศรษฐกจิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ดานส่งิ แวดลอม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………….………………………………………………… ดานสือ่ สารสนเทศ และดจิ ิทลั ชุมชน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………….

77 กิจกรรมท่ี 18 สตอรีบ่ อรOด เปลี่ยน Content ใหคดิ เห็นเปนภาพ กิจกรรมท่ีชวนใหผูเรียนฝwกลําดับการเลาเรื่องหรือวางโครงเร่ืองโดยการวิเคราะห/เน้ือหาออกมาเป2น ฉากหรือเป2นภาพเพอ่ื ส่ือความหมายต้ังแตตนจนจบ ระดบั ชัน้ ทีเ่ หมาะสม นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษา 4 - 6 และ มัธยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 2 ชัว่ โมง สาระสําคญั การวิเคราะห/เนื้อหาแลววางโครงเรือ่ งหรือจัดเรียงลาํ ดบั การเลาเรอ่ื งของส่ือต้ังแตตนจนจบโดยเปล่ียน เน้ือหาเชิงนามธรรมใหเห็นเป2นรูปธรรมผานสตอร่ีบอร/ดจะชวยใหผูผลิตส่ือสามารถสงสารน้ันไดอยางมี ประสิทธิภาพ วตั ถปุ ระสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พัฒนาความรูความเขาใจเก่ยี วกับการสื่อสารอยางสรางสรรค/และการผลติ สอื่ สรางสรรค/ 2) ความเขาใจเกี่ยวสื่อสรางสรรค/ในฐานะเคร่ืองมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดิจิทลั 3) ความรูเก่ียวกับปGญหาทางสังคมและทฤษฎพี ้ืนฐานทางสงั คมวิทยาและมานุษยวทิ ยา 4) ฝกw ทกั ษะกระบวนการรวบรวมขอมลู โดยใชเครื่องมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพ่ือ การสื่อสารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเช่อื ม่ันวาสอ่ื ทีส่ รางสรรคค/ อื เครอ่ื งมอื สําคัญในการเปลย่ี นแปลงสังคม อุปกรณO/สอื่ และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) กระดาษปรูฟ’ • ขัน้ นาํ - ครูถามนักเรียนวาเคยอานการ/ตูน 3 ชองบางไหม ลองเลาเร่ืองหรือลักษณะสําคัญของการ/ตูน 3 ชองใหฟงG หนอย จากนั้นครูนาํ เสนอตวั อยางภาพการต/ ูน 3 ชอง ภาพที่ 1 จาก Facebook ของ ขวด ขายหัวเราะ https://www.facebook.com/965424960205665 /posts/1619087831506038/

78 - จากน้ันชวนนักเรียนวิเคราะห/ลักษณะกระบวนการทํางานของส่ือการ/ตูน 3 ชองท่ีมีตอเรา เชน 1) มีการเรียงเนื้อหา เปEดเร่ือง – ดําเนินเรื่อง – ปEดเรื่อง 2) กระบวนการคิดเห็นเป2นภาพแตละฉาก ลวนตอเนอ่ื งและทาํ ใหเราจินตนาการถงึ รอยตอระหวางชอง 3) มกี ารสอื่ สารทต่ี อติดกับอารมณ/ของ ผรู ับสาร เปน2 ตน • ขั้นดาํ เนินกิจกรรม - ครูนําเสนอตัวอยางสตอร่ีบอร/ด (Storyboard) ประมาณ 2 – 3 ตัวอยาง เพื่อใหนักเรียนเห็น ลกั ษณะของ Storyboard เชน ภาพที่ 2 จาก https://darvideo.tv/blog/storyboard-creation-why-is-it-of-a-great-importance/ ภาพท่ี 3 จาก http://www.clickformedia.co.uk/viral-video-final-planning-and-last-minute-marketing/

79 - ครูชี้ใหผูเรียนเห็นวา Storyboard คือการวางโครงเรอื่ งหรอื ลําดับการเลาเรื่องและมุมมองภายถาย แตละฉากที่ผูผลิตส่ือจะนําเสนอ โดยแปลงวิธีคิดหรือไอเดียออกมาเป2นภาพ (คิดเห็นเป2นภาพ) ทํา ใหผูผลิตสื่อเหน็ ชดั เจนถึงความคิดของผูผลิตส่ือและคนอื่นๆที่เป2นทีมผลิตสื่อจะไดเห็นภาพรวมกัน วาส่ือที่เราจะผลิตจะดําเนินเรื่องอยางไร จะเริ่มจากตรงไหนไปสิ้นสุดที่ตรงไหน มีมุมกลองอยางไร มีสาระและประเด็นสําคัญในแตละฉากอยางไร นอกจากนี้ยังจะชวยใหผูผลิตสื่อเห็นดวยวาจะตอง จดั เตรียมบุคลากรหรอื ทรัพยากรอะไรบาง จะใชสถานท่ใี ดสาํ หรับการผลิตสอื่ ในครัง้ นี้ เปน2 ตน - จากน้ันครูแบงนักเรียนออกเป2น 5 กลุม กลุมละ 6 คน ใหแตละกลุมเป2นเหมือนกลุมพลเมืองท่ีจะ ผลิตสอื่ เก่ียวชมุ ชนและสงั คม โดยใหผเู รียนเลือกประเด็นทางสังคม หรือประเด็นชุมชนอะไรก็ไดมา เปน2 เนื้อหาในการผลติ สอื่ อะไรกไ็ ด ไมวาจะเป2นส่ือโฆษณา หนังส้ัน สกู’ปขาว มิวสิควีดีโอ ฯลฯ โดย ใหผเู รียนคิดเหน็ เปน2 ภาพผาน Storyboard - เมือ่ ทาํ Storyboard ใหแตละกลมุ นําเสนอผลงานของตวั เอง • ขั้นสรุป - ครูและผูเรียนสรุปรวมกันเก่ียวกับมโนทัศน/คิดเห็นเป2นภาพ การใช Storyboard ในการวาง แผนการผลติ สือ่ มขี อดี ขอเสยี อยางไร มีประโยชน/อยางไร การประเมนิ ผล - สงั เกตพฤติกรรมการมีสวนรวมในกระบวนการทาํ Storyboard - ดจู ากการนําเสนอ

80 กจิ กรรมท่ี 19 การแสดงละครบทบาทสมมติ “เลาชีวติ ภาคเหนือตอนลาง” การเรียนรูโดยการแสดงละครจะชวยฝwกทักษะการคิดสรางสรรค/ การทํางานเป2นกลุม ทักษะการ แกปGญหาเฉพาะหนา ทักษะการสอ่ื สาร เป2นกระบวนการเรียนรเู ชิงบูรณาการวิธีหน่ึง ในการผลิตสื่อสรางสรรค/ น้ันมีไดหลากหลายวิธี แตการแสดงละครบทบาทสมมติคือการเรียนรูเพื่อพัฒนาผูเรียนจากตัวตนภายในสูการ แสดงออกภายนอก ระดบั ชั้นทเี่ หมาะสม นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษา 4 - 6 และ มธั ยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 3 ชว่ั โมง สาระสําคัญ ชีวิตของผูคนภาคเหนือตอนลางมีความหลากหลายท้ังดานชาติพันธ/ุ วัฒนธรรม ศาสนา ภูมิปGญญา สถานะทางเศรษฐกิจ อาชีพ ไปจนถึงรูปแบบการใชชีวิต เน่ืองจากภาคเหนือตอนลางเป2นพื้นที่เชื่อมตอกับ ภาคเหนอื ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงเสนทางท่ีสามารถเช่ือมตอไปยังเพื่อนบานท้ังเมียนมาร/ ลาว เวยี ดนาม จีน จึงทําใหภาคเหนือตอนลางเปน2 พ้ืนที่หลากวัฒนธรรม ในขณะท่ีอาชีพดังเดิมก็ยังเป2นวิถีชีวิต ที่ดํารงอยูทามกลางลุมนํ้าหลายสายท่ีทอดผาน อาชีพเกษตรกรรม ประมงนํ้าจืด อาหารพื้นบาน การคา การ ทองเท่ียว การแสดงบทบาทสมมตจิ งึ เป2นการเรียนรูเชิงบูรณาการที่อยากใหผูเรียนไดศึกษาชีวิตผูคนภาคเหนือ ตอนลางและไดสือ่ สารถายทอดออกมาเป2นการแสดงละครเลาเรื่องราวชีวิตภาคเหนอื ตอนลาง วัตถุประสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พฒั นาความรูความเขาใจเกีย่ วกับการสื่อสารอยางสรางสรรคแ/ ละการผลิตสือ่ สรางสรรค/ 2) ความเขาใจเก่ียวสื่อสรางสรรค/ในฐานะเครื่องมือในการสรางสรรค/สังคมของพลเมืองในโลกยุค ดจิ ทิ ลั 3) ความรเู กี่ยวกับปญG หาทางสงั คมและทฤษฎพี น้ื ฐานทางสังคมวิทยาและมานษุ ยวิทยา 4) ฝกw ทกั ษะกระบวนการรวบรวมขอมูลโดยใชเครื่องมือทางมานุษยาและการจัดการองค/ความรูเพื่อ การสอื่ สารอยางสรางสรรค/ 5) ตระหนกั และเชือ่ มนั่ วาสอ่ื ทส่ี รางสรรคค/ ือเครื่องมอื สําคญั ในการเปล่ยี นแปลงสังคม อุปกรณO/สื่อ และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) กระดาษ 3) อปุ กรณ/การแตงตวั 4) อปุ กรณจ/ ัดฉาก จัดเวทีการแสดง

81 • ขน้ั นาํ - ครูถามนักเรียนวาในฐานะที่พวกเราเป2นคนในภาคเหนือตอนลาง เราคิดวาภาคเหนือตอนลางมี อตั ลักษณ/ หรือวถิ ชี วี ิตอยางไร สภาพปจG จบุ นั ทีเ่ ห็นเปน2 อยางไรจากมุมมองของนักเรียน - ครูนําเสนอคลิป VDO การเรียนรู “เรียนรูชาติพันธุ/ภาคเหนือตอนลาง” เขาถึงใน https://www.youtube.com/watch?v=cLhPX2S22gc จากนั้นครูชวนใหนักเรียนคิดวา ภาคเหนือตอนลางเป2นดินแดนที่มีความหลากหลายของผูคน วันน้ีครูอยากจะชวนใหพวกเรามา เรียนรวู ิถชี วี ติ ของคนภาคเหนอื ตอนลางผานการแสดงละครบทบาทสมมติ • ขนั้ ดาํ เนินกจิ กรรม - ครูใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 10 คน เพ่ือใหแตละคนจับสลากรับบทบาทของผูคน 10 กลุมใน ภาคเหนอื ตอนลาง ไดแก 1) ชาวไทดาํ 2) ไทพวน 3) ไทครั่ง 4) ไทยวน 5) ชาวมง 6) ชาวมุสลิมใน พ้ืนท่ีภาคเหนือตอนลาง 7) ชาวจีนในภาคเหนือตอนลาง 8) เกษตรกรในพ้ืนที่ภาคเหนือตอนลาง 9) ผใู ชแรงงานในพ้นื ทภี่ าคเหนือตอนลาง 10) แมคาในพน้ื ทภี่ าคเหนือตอนลาง - ครูแจกใบงานกิจกรรม “การแสดงละครบทบาทสมมติ” ใหแตละกลุมระดมความคิดเห็นในการ แสดงละครตามบทบาทสมมติท่ีตนได โดยใหนักเรียนหาความรูเพ่ิมเติมเกี่ยวกับบทบาทท่ีตนไดรับ จากนั้นใหชวยกันเขียนบทละคร จํานวนฉาก โดยอาจเขียน Storyboard ซอมการแสดง โดย กําหนดใหแตละเรอื่ งมีเวลาในการแสดงกลมุ ละ 10 นาที - เมือ่ แตละกลุมพรอม ใหแตละกลุมนาํ เสนอละคร • ขัน้ สรปุ - เมือ่ แตละกลมุ นําเสนอละครเสร็จแลว ใหลอมวงถอดบทเรียนถึงเร่ืองที่แสดงไปวาในฐานะผูสงสาร เปน2 อยางไร และในฐานะผรู บั สารเปน2 อยางไรบาง และไดเรยี นรจู ากกจิ กรรมนี้อยางไร การประเมนิ ผล - สังเกตพฤตกิ รรมการมีสวนรวมในกระบวนการเตรยี มละครไปจนถึงการแสดงละคร - ดจู ากการสะทอนคดิ ในขน้ั สรปุ

82 ใบงานกจิ กรรม “การแสดงละครบทบาทสมมติ” คาํ ชแี้ จง สาํ หรับคาํ ถามในระหวางกระบวนการ 1) ช่อื เรอ่ื งของกลมุ เรา ………………………………………………………………………………………………………………… 2) เนื้อหาหลักของบทละคร เป2นอยางไร ……………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3) ละครเรือ่ งน้ีมีท้งั หมด …………………………….. ฉาก 4) แตละฉาก มีบทพูด จาํ นวนผแู สดง อปุ กรณ/ประกอบฉาก อยางไร ฉากที่ ชอื่ ฉาก บทพูด จาํ นวนผูแสดง อปุ กรณปO ระกอบฉาก

ฉากที่ ชอ่ื ฉาก 83 บทพูด จํานวนผูแสดง อปุ กรณปO ระกอบฉาก

ฉากที่ ช่อื ฉาก 84 บทพูด จํานวนผูแสดง อปุ กรณปO ระกอบฉาก คําถามสาํ หรับถอดบทเรียน 1) ขอใหนักเรยี นแตละคนไดสะทอนวิธีการทํางานกลมุ ในการแสดงละครของนักเรียนวาเป2นอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… การทํางานกลมุ ครงั้ นีม้ คี วามเหมอื นหรือความตางจากการทาํ งานกลุมอื่นๆ ที่ผานมาหรือไม ทําไม จึงเป2นเชนนน้ั ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2) งานชิ้นน้ีมีความยากหรือไม อยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… แลวเราสามารถฝWาอุปสรรค ความยากนไ้ี ปไดหรอื ไมอยางไร ดวยวธิ ีการอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………

85 หนวยที่ 5 พลงั สื่อเปล่ียนเมือง กิจกรรมท่ี 20 โครงงานพลังสื่อเปล่ียนเมือง โครงงานพลังสื่อเปลี่ยนเมืองเป2นกิจกรรมเชิงกระบวนการท่ีเนนใหผูเรียนไดนําสื่อ สารสนเทศ และ ดจิ ิทัล มาใชในการขับเคล่ือนประเดน็ ทางสงั คม ระดบั ชน้ั ที่เหมาะสม นกั เรยี นชั้นประถมศึกษา 1 - 6 และ มัธยมศึกษา 1 - 6 ระยะเวลา 8 ช่วั โมง สาระสาํ คัญ สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทลั คอื เครือ่ งมือของพลเมืองในการสอ่ื สารเพื่อสรางความตระหนักตอผูคนเพื่อ การเปลย่ี นแปลงสังคมใหดขี ้นึ วัตถปุ ระสงคOเชิงสมรรถนะ 1) พลเมอื งกบั การใชส่ือเพอื่ การเปลีย่ นแปลงทางสังคม 2) การใชสอ่ื ในฐานะเคร่อื งมอื ของพลเมอื งในการเปล่ียนแปลงสังคม 3) พัฒนาทักษะความเปน2 พลเมอื งและการขบั เคลอ่ื นเพอ่ื สรางสรรคส/ ังคม 4) ตระหนกั ในพลงั ของพลเมืองยุคดิจิทัลทีส่ ามารถใชส่อื สารสนเทศ และดิจทิ ลั ในการพัฒนาสงั คม อุปกรณO/สอ่ื และแหลงเรียนรู 1) ปากกา 2) กระดาษ • ขัน้ นํา - อาจารย/แบงนักเรียนออกเป2น 6 กลุม กลุมละ 5 คน จากนั้นแนะนําเป8าหมายถึงการผลิตส่ือเพื่อ สรางสรรค/สังคม โดยแนะนํากระบวนการในการทําโครงงานในภาพรวม ไดแก 1) สํารวจปGญหา ของเมือง 2) วิเคราะห/สาเหตุของปGญหา โดยเฉพาะสาเหตุของปGญหาที่เลือก 3) ออกแบบ กระบวนการสรางสอ่ื 4) วางแผนการดาํ เนินการผลิตสอ่ื 5) การนําส่อื ไปใชเพ่ือเปลยี่ นแปลงสงั คม • ขนั้ ดําเนินกจิ กรรม 1) สํารวจป[ญหาของเมือง ใหแตละกลุมลงพื้นท่ีภาคสนาม โดยใชกิจกรรมเดินเมือง น่ังรถรางชม เมือง เท่ียวเมือง การทําแผนที่เดินดิน หรือกิจกรรมสํารวจเมืองที่นักเรียนอาศัยอยู โดยใหเก็บ รวบรวมขอมูลท้ังดานเครือขายทางสังคม กลุมคน สภาพวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ส่ิงแวดลอม สุข ภาวะ หรือปGญหาหรือสถานการณ/อ่ืนๆ ทั้งในเรื่องเชิงบวก และเชิงลบ ยิ่งรูจักเมืองและเขาใจ เมอื งมากเทาไหรก็จะชวยใหเราเห็นปGญหาท่ีอยากจะทาํ เม่ือสํารวจเมอื งจนเขาใจสถานการณ/และ ปจG จัยตางๆ แลว จงึ ทําการเลอื กคดั ปGญหาของชมุ ชนที่อยากจะพฒั นาหรืออยากจะแกไข 2) วิเคราะหOสาเหตุของป[ญหาที่เลือก ใหแตละกลุมวิเคราะห/ปGจจัยท่ีทําใหเกิดปGญหา ทั้งในระดับ ปGจเจกบคุ คลและในระดบั โครงสรางทางสงั คม กลไกและนโยบายของภาครัฐ ทั้งปGจจัยท่ีทําใหเกิด

86 ปญG หาหรือปญG หาน้นั ยงั คงดาํ รงอยู โดยครูอาจใหผเู รียนเลือกปGญหาทีเ่ จอในโรงเรียนหรือในชุมชน ท่ีนกั เรียนสนใจมา 1 ปญG หา และใชเครอ่ื งมอื ผังกางปลาในการวเิ คราะห/ปGญหาดังรปู แผนภาพ ตวั อยาง “ผังกางปลา” เพอื่ ใชวเิ คราะหป/ Gญหา ท่มี าhttp://www.squawkpoint.com/2012/01/fish-bone-diagrams-helpful-or-not/ แผนภาพ ตัวอยาง “ผงั กางปลา” เพ่ือใชในการวิเคราะหเ/ พ่อื สาเหตขุ องปญG หา ที่มาhttp://www.educationworld.com/tools_templates/template_Fish.doc - เม่อื แตละกลุมไดวิเคราะห/ปญG หาโดยใชผังกางปลาแลว ใหแตละกลุมระดมความคดิ เพื่อหาแนว ทางการแกปGญหาหรือพฒั นาประเด็นที่สนใจ และคาํ ถามสําคญั สื่อจะชวยแกไขปญ[ หานน้ั ได อยางไร 3) ออกแบบส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ใหแตละกลุมออกแบบสื่อเพ่ือใชเป2นเคร่ืองมือในการสราง ความตระหนักและการรับรูของผูคนตอปGญหา โดยเริ่มตั้งแต 1) เป8าหมายของส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลนี้คืออะไร มีวัตถุประสงค/อยางไร 2) ใครคือกลุมเป8าหมายหรือผูรับสารกลุมสําคัญ 3) สื่อนจ้ี ะเลาเรื่องอยางไร มีเนื้อหาหลักและเนื้อหายอยอยางไร 4) รูปแบบการนําเสนอสื่อน้ีจะเป2น อยางไร มีเวลาเทาไหร จะใชเทคนิคอะไรในการสราง 5) สื่อน้ีจะใชทรัพยากรเทาไหร ทั้งในสวน

87 ของคน สถานที่ เคร่ืองมือ และ 6) เม่ือส่ือทําเสร็จแลวจะขยายผลชองทางไหน จะมีวิธีการ ประเมินความสําเร็จของส่ืออยางไร ซ่ึงในขั้นตอนนี้อาจนําเครื่องมือ Storyboard มาชวยในการ ออกแบบการวางลาํ ดบั เรือ่ งราวของสอื่ 4) พฒั นาสื่อ สารสนเทศ และดิจิทลั ใหแตละกลุมการลงมือพัฒนาส่ือใหเป2นไปตามเป8าหมายที่วาง ไวและสอดคลองกับเรื่องราวที่ออกแบบไว ซึ่งในข้ันตอนน้ีตองอาศัยการวางแผนและการวมมือ รวมใจในการทํางานกลุม ซึ่งครูก็ชวยเขามาสนับสนุนการเรียนรูของนักเรียน จนผูเรียนสามารถ พัฒนาช้ินงานไดสําเร็จ ซ่ึงจะมีการนําเสนอหนาช้ันเรียน พรอมแลกเปล่ียนในการนําไปพัฒนา ปรับปรงุ ช้ินงานใหดยี ิง่ ขึ้นกอนทีจ่ ะนําลงไปใช 5) ใชส่ือเพื่อปฏิบัติการพลเมือง ใหแตละกลุมวางแผนปฏิบัติการพลเมืองตั้งแตกระบวนการเชิง พลเมือง ไปจนถึงการนําเสนอสื่อท่ีพัฒนาขึ้นตอสูชุมชน/สังคม อยางสรางสรรค/ ตามชองทาง ตางๆ ทงั้ ทางออนไลน/ตามส่อื สังคมออนไลน/ ไปจนถึงการใชในโลกจริง เชน การปลุกจิตสํานึกเชิง ปGจเจก การจัดเวทีสาธารณะ การจัดทําเวทีเสวนา เวทีประชาคมหมูบาน การทําแคมเปญเพื่อ ตอสเู ชิงโครงสราง หรอื การเคล่ือนไหวทางสังคม (Social Movement) ในรูปแบบตางๆ 6) ถอดบทเรียนการเรียนรขู องพลเมือง สะทอนคดิ ประเมนิ ผลการใชส่ือ เป2นกระบวนการสุดทาย ที่แตละกลุมจะตองพูดคุยกันเพื่อถอดบทเรยี นการเรียนรทู ง้ั หมดท่ผี านมา วาเราไดทําอะไรกันบาง ระหวางทางเราไดเรียนรูอะไร แลกเปลี่ยนและสะทอนคิดระหวางกัน และรวมกันประเมินสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลท่ีใชท้ังจากมุมมองของพลเมืองผูผลิตสื่อ กับมุมมองของกลุมเป8าหมายท่ี ไดรบั ชมสอ่ื ของเรา ขอมลู ตางๆ เก็บไวเพื่อการพัฒนาสื่อและเครือขายพลเมอื งตอไป • ขั้นสรปุ - ใหแตละกลุมนาํ เสนอผลการปฏิบตั กิ ารและแลกเปลี่ยนกันในวงใหญ โดยมีประเด็นสําคัญคือถอด บทเรียนการเรียนรูรวมกัน เพื่อใหเห็นวาส่ือยังจะเป2นคือเคร่ืองมือของพลเมืองไดไหม และส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัลชวยสรางความเคลื่อนไหวตอปฏิบัติการพลเมืองอยางไร จะพัฒนา กระบวนในอนาคตอยางไร การประเมนิ ผล - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรูในกระบวนการโครงงานผลิตสือ่ ใน 6 ขน้ั ตอน - ดจู ากการสะทอนคดิ ในขั้นสรปุ ขอเสนอแนะในการไปประยกุ ตOใช - สาํ หรบั เดก็ นักเรียนประถมศึกษา 1 – 3 อาจใหเด็กทําโครงงานเล็กๆ ในโรงเรียน เชน นิทรรศการ ภาพ ภาพเลาเร่ือง และจัดแสดงผลงานในโรงเรียนหรือในชุมชน เพื่อใหเด็กฝwกสรางสรรค/ส่ือ และ ฝwกใชส่อื ในพ้นื ทส่ี าธารณะ

88 สอื่ และแหลงเรยี นรูเพ่ิมเติม มีคลังความรูดานพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล มากมายที่เป2นหนวยงานของประเทศ ไทยที่ทํางานดานการรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล มาอยางตอเน่ือง โดยครูผูสอนสามารถเขาไปใน เวปไซด/ของหนวยงาน และองค/กรเหลานี้เพ่ือสืบคนสื่อ สารสนเทศ ตลอดจนขอมูลความรู และส่ือมัลติมีเดีย ตางๆ สําหรับการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ได โดยความรูสวนใหญจะเป2น องคค/ วามรทู ่ปี ระชาชนสามารถเขาถึงไดโดยไมเสียคาใชจายใดใด โดยเวปไซด/ของหนวยงาน องค/กร ที่นาสนใจ ไดแก 1) กองทุนพัฒนาสอ่ื ปลอดภัยและสรางสรรค/ เขาถึงใน http://www.thaimediafund.or.th/ 2) สถาบนั ส่อื เดก็ และเยาวชน เขาถงึ ใน https://www.childmedia.net/ 3) C Click เวบ็ ไซตร/ วบรวมองคค/ วามรูเกี่ยวกับประเด็นเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล สนับสนุนโดย มลู นิธิสงเสรมิ สอ่ื เดก็ และเยาวชน เขาถึงใน http://cclickthailand.com/ 4) มูลนธิ อิ ินเทอร/เนต็ รวมพัฒนาไทย เขาถึงใน https://inetfoundation.or.th/Welcome/index 5) มูลนธิ กิ ารศึกษาเพ่อื สรางพลเมอื งไทย เขาถึงใน http://thaiciviceducation.org/th/ 6) สาํ นกั งานกองทุนสนับสนุนการสรางเสรมิ สขุ ภาพ เขาถงึ ใน https://www.thaihealth.or.th/ 7) ศนู ยว/ ิจยั และพฒั นาดานเดก็ และเยาวชน เขาถึงใน http://www.cydcenter.com/ 8) มูลนธิ ิส่อื ชาวบาน (มะขามปอ8 ม) เขาถึงใน https://makhampom.org/ การวัดและประเมินผล การวดั และประเมินผลการเรียนรเู พ่ือสรางพลเมอื งรูเทาทนั สอื่ สารสนเทศ และดิจิทัล เป2นการวัดและ ประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ท่ีเนนกระบวนการสังเกต บันทึกและการรวบรวมขอมูล จากผลงาน กระบวนการ หรือส่ิงท่ีผูเรียนปฏิบัติ เพื่อเป2นขอมูลพ้ืนฐานของการตัดสินใจตอพัฒนาการการ เรียนรูของผูเรียน การประเมินผลตามสภาพจริง จะไมเนนการประเมินเฉพาะทักษะพ้ืนฐาน แตจะเนน ประเมินความสมรรถนะ (Competency) ท่ีผูเรียนสามารถทําได ซึ่งจะชวยใหผูสอนมองเห็นถึงทักษะยอย ตางๆ เชน ทักษะการคิดท่ีซับซอนในการทํางาน ความสามารถในการแกปGญหาและการแสดงออกท่ีเกิดจาก การปฏิบัตใิ นสภาพจริง ซเึ่ ป2นการวัดและประเมนิ ผลท่เี นนผเู รียนเปน2 สาํ คญั การวัดและประเมินผลสําหรับการเรียนรูเพ่ือสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล จึงเป2น การประเมินผลในมิติกระบวนการของการเรียนรูของผูเรียน ไมใชขอสอบหรือแบบวัดเชิงปริมาณ แตเป2นผล เชงิ คุณภาพของการเรยี นรวู าผเู รียนสามารถพัฒนาทักษะตางๆ ไดมากนอยแคไหน แกไขปGญหาไดอยางไร

89 นยิ ามศัพทOสาํ คญั เครือขายการเรยี นรู หมายถึง การแลกเปลยี่ นความรู ความคิด ขอมลู ขาวสาร ประสบการณ/ และการ เรียนรูระหวางบุคคล กลุมบุคคล องค/การ และแหลงความรูที่มีสวนรวมในกระบวนการเรียนรูอยางตอเน่ือง จนเป2นระบบท่ีเชื่อมโยงกัน เกิดการเรียนรูอยางไมเป2นทางการ เพื่อสราง แลกเปล่ียน ถายทอดและกระจาย ความรูอยางตอเน่ือง เพ่ือใหเกิดการเรียนรูอยางกวางขวาง และตอเนื่อง สงผลใหเกิดการเผยแพรและการ ประยุกต/ความรูใหมๆ เพ่ือวัตถุประสงค/ทางวิชาชีพหรือทางสังคมของโรงเรียนและหนวยงานตางๆ ใน โครงการวจิ ยั เชิงปฏิบัติการอยางมีสวนรวมเพ่ือพัฒนาเครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ัล” ในพนื้ ทีภ่ าคเหนอื ตอนลาง โรงเรยี นสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล หมายถึง โรงเรียนท่ีเขารวมโครงการวิจัย เชิงปฏิบัติการอยางมีสวนรวมเพื่อพัฒนาเครือขายการเรียนรู “โรงเรียนสรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทลั ” ในพ้ืนที่ภาคเหนอื ตอนลาง ตลอดชวงของเวลาการดําเนินงานวจิ ยั จนกระทง่ั เสร็จสิ้นโครงการ เป2น โรงเรียนท่ีมีครูแกนนําและนักเรียนแกนนําท่ีสามารถขับเคลื่อนการเรียนรูเพื่อสรางพลเมืองรูเทาทันสื่อ สารสนเทศ และดิจทิ ลั การรูเทาทันส่ือ หมายถึง สมรรถนะในการใชสื่อตางๆ อยางเทาทัน สามารถวิเคราะห/ส่ือ เขาใจ เป8าหมายที่แทจริงของสื่อ สามารถประเมินคุณคาของส่ือตามหลักการของหลักสิทธิมนุษยชน และสามารถ สรางหรอื สงตอส่อื อยางสรางสรรค/ได การรูเทาทันสารสนเทศ หมายถึง สมรรถนะการวิเคราะห/ ทําความเขาใจ ประเมินและเลือกใชขอมูล ขาวสาร หรือองค/ความรตู างๆ ทั้งที่เป2นสารสนเทศแบบเกา เชน ส่ืออะนาล็อค หนังสือ บทความ กับส่ือใหมท่ี เผยแพรในรปู แบบดจิ ทิ ลั ไดอยางหลากหลาย การรูเทาทันดิจิทัล หมายถึง สมรรถนะในการใชเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเป2นเครื่องมือในการเขาถึงสื่อ ขอมูลสารสนเทศ ตางๆ รูจักที่จะใชชองทางดิจิทัลและแอพลิเคชั่น ตลอดจนเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนา ตนเอง ขยายมุมมอง ไปจนถงึ สรางการเปล่ียนแปลงทางสงั คม สมรรถนะความเปนพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล หมายถึง กลุมทักษะท่ีชวยสงเสริม ใหนักเรยี นมีองคค/ วามรูในการเขาถึงขอมูลสารสนเทศ สามารถหาความรูและเผชิญหนากับขอมูลท่ีหลากหลาย อยางมีวิจารณญาณ และสามารถวิเคราะห/ วิพากษ/ส่ือได สามารถสรางและสงตอสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล อยางสรางสรรค/ได ตลอดจนการนําส่ือ สารสนเทศ และดิจิทัล ไปใชเพ่ือเปล่ียนแปลงสังคมใหดีข้ึนกวาเดิมใน ฐานะเครื่องมือของพลเมือง มีคุณธรรมและจริยธรรมบนหลักสิทธิมนุษยชนเพ่ือกํากับการใชส่ือ สารสนเทศ และดิจทิ ัล

90 สวนที่ 2: 30 แนวทางการจัดการเรียนรูเพ่ือ สรางพลเมืองรูเทาทันส่ือ สารสนเทศ และ ดิจิทัล จากฐานประสบการณOภาคสนามของ ครทู ่เี ขารวมโครงการวจิ ัย



คำนำ หนังสือ “ครูผู้สร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” เป็นนวัตกรรมสร้างการเรียนรู้จาก ห้องเรียนของครูที่เข้าร่วมในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ซ่ึง งานวิจัยนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และได้รับการหนุนเสรมิ ด้านวชิ าการจากสำนักงานคณะกรรมการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน (สพฐ.) สถาบนั สื่อเดก็ และเยาวชน (สสย.) มูลนิธิ การศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไทย กลุ่มพลเรียน และสาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏพบิ ูลสงคราม หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมบทความถอดบทเรียนการเรียนรู้เพื่อสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ิทัล จำนวนท้งั ส้นิ 30 บทความ จาก 30 โรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนอื ตอนลา่ ง เพื่อนำเสนอเปน็ นวตั กรรม สรา้ งการเรียนรเู้ พอ่ื สร้างพลเมืองรู้เทา่ ทนั สอ่ื สารสนเทศ และดจิ ิทลั ท้งั 30 บทความสะท้อนให้เห็นถึงการนำ แนวคิด MIDL ไปใชใ้ นหอ้ งเรยี นตามบรบิ ทชวี ิตการเรยี นรู้ของครแู ละผู้เรยี น คณะผ้วู ิจยั หวงั วา่ หนังสือเล่มน้ีจะ สร้างแรงบันดาลใจให้กับครูในการสร้างแนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล ที่สอดคล้องกับชีวิตและบริบทของตนเองและผู้เรียน และทำการสอนของเราให้มีคุณค่าต่อการ ดำเนินชวี ิตและการเตบิ โตเปน็ มนษุ ยข์ องนักเรียน กระบวนการศึกษาเปน็ กระบวนการเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นในความเป็นมนุษย์และดำเนินชีวิตในฐานะ มนุษย์คนหนึง่ ในสังคม ภารกิจของกระบวนการศึกษาในมือครูไม่ใช่เพียงแค่การทำให้นักเรียนจบมามีงานทำ และทอดทิ้งใหพ้ วกเขาอยู่ในกลไกการตลาด และโครงสร้างทางสังคมที่ล้มเหลว เหล่อื มล้ำ ไม่เสมอภาคในการ ใชช้ วี ิต และครอบงำเขาด้วยวาทกรรมของนักปกครอง แตก่ ระบวนการศกึ ษาต้องทำให้เขาเหน็ โครงสร้างชีวิต ในสังคม ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาในฐานะมนุษย์ในสังคมที่ตระหนักถึงความเป็นพลเมือง โดยเฉพาะในโลก ปจั จุบันทีโ่ ทรคมนาคมการส่ือสารได้ขมวดโลกทงั้ ใบไว้กับระบบอนิ เตอร์เน็ต มนษุ ย์มพี นื้ ทใี่ นการสอื่ สารบนโลก ออนไลน์ ไม่ใชแ่ ค่ภมู ทิ ศั น์สือ่ ทีเ่ ปลยี่ นแปลงแต่มันคือการเปล่ียนแปลงภมู ิทัศนก์ ารเรยี นรู้ทไี่ มอ่ าจย้อนคืนให้เรา ใช้กระบวนการทางการศึกษาแบบเก่าได้อีกต่อไป หนังสือ “ครูผู้สร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และ ดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย เล่มนี้จึงพยายามชี้ชวนให้เห็นถึงการนำเอาแนวคิดการ สรา้ งพลเมืองร้เู ทา่ ทันสื่อ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ไปใชใ้ นบรบิ ททแี่ ตกตา่ งกนั ที่สำคญั ที่สุดคอื อยากจะให้ผู้อ่าน ได้เห็นว่าภารกิจในการจัดการเรียนรู้ในเรื่องพลเมืองรู้เท่าทันสื่อฯ นี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อชีวิตของ ผ้เู รยี นในปจั จุบันและอนาคต เพราะมันคือพ้ืนฐานของวธิ คี ดิ ทีจ่ ะนำไปสกู่ ารสรา้ งมมุ มองในการใชช้ ีวติ ก