Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Description: โครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่าย
การเรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล”
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

Search

Read the Text Version

1. ครอู ธิบายความหมายของ “ร่องรอยทางดิจทิ ัล (digital footprint)” 2. ครูแจกกระดาษ A4 ใหน้ ักเรยี นคน ละ 1 แผน่ 3. ครใู หน้ กั เรยี นทำกจิ กรรม “รอยเท้า ของฉันบนโลกดิจิทัล” โดยให้นักเรียนสืบค้น ร่องรอยของตัวเองบนโลกอินเทอร์เน็ต โดยให้นักเรียนค้นชื่อตนเองในอินเทอร์เน็ต จากนั้น ให้นักเรียนเขียนสิ่งที่ตนเองค้นเจอ ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี หรือเรื่องที่ไม่อยากให้ ใครรับรู้เกี่ยวกับตนเองแต่ปรากฏอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งให้นักเรียนเสนอ แนวทางในการแกไ้ ข หรอื ป้องกนั ปญั หาดังกล่าว ลงในกระดาษท่ีแจกให้ ข้นั สรุป ครูและนกั เรียนรว่ มกันถอดบทเรยี น สรปุ ผลกระทบท่เี กดิ ขึน้ จากการใช้ส่ือ โซเชียลเนต็ เวิรค์ และรว่ มกนั เสนอแนะแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาดังกล่าว 61

ถอดบทเรียนกิจกรรมรอยเท้าของฉันบนโลกดิจิทัล จากการจัดกิจกรรมรอยเท้าของฉันบนโลกดิจิทัล นักเรียนได้พบทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดีที่ตนได้กระทำขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น การโพสต์ถ้อยคำหยาบคาย การโพสต์ว่ากล่าวผู้อื่น การโพสต์ข้อความสนทนาส่วนตัว รวมถึงโพสต์ภาพขณะด่ืมเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหหรี่ลงบนสือ่ โซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นต้น และจากการที่ให้นักเรียนเสนอแนะแนวทางในแก้ไขปัญหา สรุปได้ว่า ก่อนจะ โพสต์หรือแชร์สิ่งต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ต้องคิดให้รอบคอบก่อน เพราะถ้าเราขาด ความรอบคอบ ส่งิ ต่าง ๆ เหล่านัน้ อาจยอ้ นกลบั มาทำรา้ ยเราก็เปน็ ได้ ครพู ทิ ยา บุณยศวิ าพงศ์ ครูโรงเรียนชยั มงคลพิทยา จงั หวดั สโุ ขทยั “ห้องเรยี นก็เปรียบสเหมอื นเฟรมผา้ ใบทร่ี อคอยให้ เราแตม้ สลี งไป ถา้ เราอยากเหน็ ห้องเรยี นเปน็ แบบ ไหน เรากต็ อ้ งแตง่ แตม้ มันข้ึนมาดว้ ยมอื ของเรา”

นักสำรวจจ๋วิ เท่าทนั ส่ือ ครวู ริ มน ศรคม ครูโรงเรยี นบา้ นขุนนาวงั ....เวลา เป็นสง่ิ เดียวในโลกน้ที ่ีมนษุ ย์ทุกคนมี วัยเรียนเป็นวัยที่ใช้เวลากลางวัน เท่ากันทุกเพศทุกวัย ทุกคนได้เวลา 24 ส่วนใหญ่ที่โรงเรียนโดยประมาณ 8 ชั่วโมง ชว่ั โมงเทา่ กันในหน่ึงวัน แต่ใน 24 ช่ัวโมงน้ัน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับ เราได้ใช้เวลานี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โทรศัพท์มือถือ ทั้งการพูดคุยผ่านสังคม แล้วหรือไม่ หรือเราปล่อยให้เวลาที่มีจำกัด ออนไลน์ เกมออนไลน์ โดยมีตัวกลางทสี่ ำคัญ น้นั ผา่ นไปโดยไมเ่ กดิ ประโยชน์อะไรเลย คืออินเทอร์เน็ตที่ช่วยเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่าง เข้าถึงกันได้ในพริบตาและสะดวกรวดเร็ว ในหนึ่งวันมีเวลา 24 ชั่วโมงซึ่ง 12 รวมถงึ นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี5 ของครู ชัว่ โมงคือครงึ่ วนั และ1 ใน 3 ของวันก็เท่ากับ เชน่ กัน... 8 ชั่วโมง เวลาในหน่ึงวันน้ีเราเคยนกึ ย้อนไป หรือไม่วา่ เราทำกิจกรรมใดบา้ งกับทรัพยากร “นักเรียนคิดว่า ถ้าโลกนี้ไม่มี เวลาทมี่ ีอยู่จำกัดและเทา่ เทียมกนั นี้ อินเทอรเ์ น็ต จะเปน็ อย่างไรคะ?” ครูถาม “หนูคิดว่า เวลาเราต้องการสื่อสาร กบั คนทอ่ี ยูไ่ กลๆกจ็ ะใชเ้ วลานานขน้ึ ค่ะ” “ผมว่า ผมก็จะไม่มีเกมเล่นครับ” นกั เรยี นชายแถวหลังสุดยกมอื ตอบ 62

โดยอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์มากมาย เช่น ทำให้ครูฉุกคิดได้ว่า ถ้าหากเราสอนให้ ช่วยย่นย่อระยะทางในการติดต่อสื่อสาร นักเรียน รู้ถึงผลกระทบของอินเทอร์เน็ตและ ทำให้สามารถสื่อสารกันได้เพียงเส้ียววนิ าที ประยุกต์กับการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ ในเรื่อง ช่วยเปิดโลกทัศน์ ค้นหาข้อมูลความรู้ใหมๆ่ สถิติ ได้ กค็ งดีตอ่ ตวั นกั เรยี นเอง จงึ นำไปสู่การ ได้เร็วขึ้น ช่วยให้เราติดตามข่าวสารที่ จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนน้ี เกิดขึ้นทั่วโลกได้รวดเร็วว่องไว สะดวกใน การทำธุรกรรม เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรยี น อินเทอร์เน็ตก็มีโทษ สำหรับบุคคลที่ใช้ ก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอน ครูได้เปิด อินเทอร์เน็ตไม่เป็นเวลา หรือเสพติด แผนภมู ิแทง่ แสดงขอ้ มูลการใชง้ านอนิ เทอร์เน็ต อนิ เทอรเ์ นต็ มากเกินไป ของโลกและประเทศไทยให้นักเรียนได้ดู คิด วิเคราะห์ พร้อมทั้งให้นักเรียนร่วมแสดงความ ที่โรงเรียน เมื่อมีเวลาว่างตอนพัก คิดเห็นเกี่ยวกับแผนภูมิดังกล่าว เพื่อเป็นการ กลางวัน นักเรียนจะนิยมนำมือถือมาเล่น สอ บ ถ า ม คว า ม ค ิ ด เ ห ็ น เ ก ี ่ ย ว ก ั บ ก า ร ใ ช้ เกมออนไลน์กันเป็นกลมุ่ บางคนไม่ทานขา้ ว อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยและนำไปสู่ กลางวันเพราะเล่นเกม บางคนนั่งพิมพ์ กจิ กรรมในขนั้ ต่อไป ข้อความแชตสื่อสารกับเพื่อน ภาพเหล่าน้ี ทำใหเ้ รานกึ ถึงสมยั ตอนเราเป็นนกั เรียนอายุ เท่ากันนี้ ในตอนกลางวันเราจะชักชวน เพ่อื นๆไปหอ้ งสมุด ทำการบา้ นอ่านหนังสือ การ์ตูน บ้างก็เล่นกระโดดเชอื กอยู่ในสนาม ซึ่งจากการเห็นภาพการใช้อินเทอร์เนต็ ของ นักเรยี น

กิจกรรม “ 1 วนั หนูทำอะไรบา้ ง” “ผมคดิ วา่ เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกบั การเลน่ กจิ กรรม 1 วนั หนทู ำอะไรบ้าง อนิ เทอร์เน็ต เลน่ เกมครบั คร”ู เป็นกจิ กรรมทชี่ ว่ ยให้นักเรียนได้คิดทบทวน “หนวู า่ แตล่ ะคนไม่เหมือนกนั คะ่ ครู ว่า ในแต่ละวัน นักเรียนใช้เวลา 24 ชั่วโมง เพราะของหนใู ชอ้ ินเทอร์เน็ตในการชว่ ยหา ทำสิ่งใดบ้างในชีวิตประจำวนั จากนั้นครูให้ ขอ้ มลู ทำการบ้าน ช่วยพอ่ แมท่ ำงานบ้านคะ่ ” นักเรียนนำข้อมูลที่นักเรียนสำรวจตนเอง “แสดงวา่ อินเทอรเ์ นต็ นีม่ ีทั้งข้อดีและ นำมาเขียนแผนภูมิแท่ง และนำเสนอให้ครู ข้อเสยี ใช่ไหมคะ” ครเู สริม และเพื่อนได้ทราบ โดยแบ่งเป็นขั้นตอน “ใช่ค่ะครู หนูว่าถ้าเราแบ่งเวลาได้ว่าเวลา ดังนี้ ไหนควรทำอะไร เล่นเกมกี่ชั่วโมงต่อวั น 1. ครูแจกใบกิจกรรม 1 วันหนูทำ ใชอ้ ินเทอร์เน็ตในการหาความรู้บา้ ง คงดีกวา่ ค่ะ” อะไรบ้าง ให้แก่นักเรียน แล้วให้นักเรียน “ถกู ตอ้ งคะ่ อนิ เทอรเ์ นต็ มีท้ังขอ้ ดี บันทึกข้อมูลการทำกิจกรรมต่างๆใน ขอ้ เสียนะคะ อยทู่ ่ีวา่ เราจะแบง่ เวลาใช้อย่างไร ชีวติ ประจำวันลงในใบกจิ กรรม ใหถ้ ูกวธิ ีและเหมาะสมคะ่ ” ครูสรปุ 2. นักเรียนนำข้อมูลดังกล่าวมา สร้างเป็นแผนภมู ิแท่งหนา้ ชน้ั เรยี น ในขั้นตอนดังกล่าวนี้จะช่วยให้ นักเรียนได้ความรู้เกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ การเขียนแผนภูมแิ ท่งและได้คิด ทบทวนการใช้เวลาในแต่ละวันของตนเอง อกี ด้วย จากกจิ กรรมดังกลา่ ว นอกจากจะชว่ ยให้นกั เรียนเกิดทกั ษะการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งสถติ ิ แผนภมู ิแท่งแลว้ ยังช่วยใหน้ กั เรียนเกดิ การคิดและวเิ คราะห์เกยี่ วกับการแบ่งเวลา โทษและประโยชนข์ องการใชส้ อ่ื สารสนเทศและดิจิทัลในชวี ติ ประจำวันได้อีกดว้ ย 63

การรู้เท่าทันสื่อเปน็ ความสามารถทจ่ี ะเลือกและวเิ คราะห์สารจากสอื่ ตา่ ง ๆ ซ่ึงเปน็ ความสามารถในการตงั้ คำถามไดอ้ ย่างเหมาะสมว่ามีอะไรอยู่ใน สารน้นั และอะไรอยู่เบอ้ื งหลังในการผลิตส่ือ อันไดแ้ ก่ วัตถุประสงค์ , เงินทุน , ค่านยิ มและเจา้ ของ เพื่อใหร้ วู้ ่าปจั จยั เหล่านี้มอี ทิ ธิพลต่อเนือ้ หาอยา่ งไร ซง่ึ เยาวชนในยคุ ปจั จบุ นั ตอ้ งมีความสามารถตคี วาม วเิ คราะห์ แยกแยะ เน้ือหาสาระของสื่อและสามารถตอบโตก้ ับมันได้อยา่ งมีสติและรตู้ วั ตลอดจน สามารถตัง้ คำถามวา่ ส่อื ถูกสร้างข้นึ อย่างไร เช่น ใครเป็นเจา้ ของสอ่ื ใครผลิต และผลิตภายใต้ข้อจำกัดใด ควรเชือ่ หรอื ไม่ หรือมีคา่ นิยมอะไรแฝงมากบั สื่อนน้ั พวกทผ่ี ลิตหวงั ผลอะไรจากเรา การเขา้ ถงึ ข้อมูล ข่าวสาร เข้าถึงส่อื ทห่ี ลากหลาย ท่ีมคี ุณภาพ และสามารถทจ่ี ะใช้ประโยชน์จากสอ่ื โดยมีสว่ นรว่ มท่ีจะพฒั นาส่ือ ต่าง ๆ ให้ดขี นึ้ เช่น การทว้ งติงหรอื ร้องเรยี นเม่อื พบสื่อทีไ่ มเ่ หมาะสม เรยี กร้อง สทิ ธิในฐานะผ้บู รโิ ภคส่ือ ฯลฯ ดังนนั้ ทักษะเหลา่ นจ้ี งึ เป็นสงิ่ ทคี่ วามจำเปน็ กบั เยาวชนในยคุ ปัจจุบัน อย่างมาก ทีท่ ุกคนสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างง่ายดาย ดว้ ยเหตุน้ีเองทำให้ข้าพเจ้าเข้าร่วม โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ “โรงเรียน สร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัล” และหลังจากการเข้าร่วมโครงการ

ทำให้เกิดกิจกรรมการบูรณาการการเรียนรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลกับวิชา สังคมศึกษา สาระหน้าที่พลเมือง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน ประชาสงเคราะห์วิทยา ขน้ั ที่ 1 ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน 1) ครใู ห้นกั เรียนดูตัวอยา่ งโฆษณา เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารท่ีให้ ผอมและขาวหรอื โฆษณาที่เกินจรงิ 2) นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ หลงั จากได้เหน็ ภาพโฆษณาแลว้ - รสู้ กึ อยา่ งไรบ้าง - ต้องการใช้ผลติ ภัณฑข์ องเขาไหม - มีความนา่ เช่อื ถอื ไหม 64

ขัน้ ท่ี 2 ข้นั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1) ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม เลือกข่าวหรอื โฆษณาทีน่ กั เรยี นสนใจวเิ คราะห์ วา่ ท่ีสือ่ นำเสนอมวี ตั ถุประสงคอ์ ะไร ประเมนิ ส่อื ความนา่ เชื่อถอื ,คุณภาพและ คณุ ค่ามากน้อยเพียงใด 2) นักเรยี นนำเสนอหน้าชัน้ เรียน โดยนำเสนอขา่ วหรือโฆษณาทน่ี กั เรียนสนใจ และนำมาวเิ คราะห์ ตีความ ประเมินส่ือ ดูความน่าเชอ่ื ถือ

ขั้นท่ี 3 สรปุ ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรุปกจิ กรรมวา่ เราสามารถเลอื กรบั ส่อื และใช้ ใหเ้ กิดประโยชน์ได้อยา่ งไร จากกิจกรรมเริ่มแรกนักเรียนเคยแค่ดูสื่อ และเชื่อตามที่เห็นไม่เคยลองมา วิเคราะห์ แยกแยะ ประเมินสื่อและความน่าเชื่อถือ นักเรียนได้ฝึกตั้งคำถามสื่อว่า ใครสรา้ งเนือ้ หาสื่อนขี้ ้นึ มา ใชว้ ิธกี ารใดบา้ งการสร้างส่ือนี้ แตล่ ะคนรับรู้เน้อื หาสอ่ื ต่างกัน เพราะอะไร และอย่างไร มีเนื้อหาในสื่อที่ซ่อนและปลูกฝังความคิดค่านิยมบางอย่างไว้ หรือไม่ สื่อผลิตเนื้อหานี้ส่งมาให้เราเพื่ออะไร แต่หลังจากได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล หลังจากการทำกจิ กรรมจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ซงึ่ กต็ อ้ งกบั จุดประสงค์ของการจดั กิจกรรมในครงั้ นี้ ให้นักเรียนสามารถรู้เท่าทัน ส่ือ คือ การเปดิ รับส่อื อยา่ งมสี ตแิ ละร้ตู วั ตัง้ คำถามกับสือ่ แล้วใช้เหตผุ ลพิจารณาแยกแยะ ข้อเท็จจริง สุดท้ายแล้วนักเรียนจะสามารถเลือกรับและใช้สื่อ สารสนเทศและดิจิทัลให้ เกดิ ประโยชน์ไดใ้ นชีวิตประจำวนั ครูวารณุ ี รอดประดิษฐ์ โรงเรยี นประชาสงเคราะห์วทิ ยา สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 39 65

โดย : ครูวาทิยา ศรวี ริ ัตน์ โรงเรยี นสากเหลก็ วทิ ยา จงั หวัดพจิ ิตร รเู้ ทา่ ทนั สอื่ เทคโนโลยี และดจิ ิทลั ผา่ นวชิ าประวตั ศิ าสตรแ์ ละศาสนา เมื่อกล่าวถึงพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล หลายคนคงคิดว่าควรจะ นำไปสอดแทรกในวิชาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่แท้จริงแล้วทุกวิชาล้วนสอดแทรก กจิ กรรมเพือ่ พฒั นาให้นักเรยี นเป็นพลเมอื งรู้เท่าทันสอ่ื เทคโนโลยี และดจิ ิทัลได้ ในวิชา ประวัตศิ าสตร์และศาสนาก็เช่นกัน ผู้เขียนได้บูรณาการกิจกรรมรู้เท่าทนั สือ่ ผา่ นเนื้อหา ในวิชาประวัติศาสตร์และวิชาศาสนาสากล ด้วยธรรมชาติของวิชามีเนื้อหาที่ต้องใช้ แหล่งข้อมูล สื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอยู่แล้ว ประกอบกับในปัจจุบันนักเรียนสามารถเข้าถึงสื่อได้ง่าย การสร้างพลเมืองรู้เท่าทันส่ือ เทคโนโลยี และดจิ ิทลั จึงถือว่าเป็นเรื่องสำคญั ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หก้ บั นักเรียน กจิ กรรม “ภาพปรศิ นา” วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เรียนประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ เพอื่ สรา้ งพลเมอื งรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ เทคโนโลยี และดิจิทลั ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรยี น ครูเปิดภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งคำถามกระตุ้นความสนใจว่า “ภาพนี้ แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยอย่างไร” และ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีความสำคัญ ทางการเมืองอยา่ งไร”

ข้ันกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 6 กลุ่ม ให้ตัวแทนกลุ่มจับสลากเลือกหมายเลขกลุ่ม นักเรียนแต่ละกลุ่ม นั่งตามหมายเลขกลุ่มที่จับสลากได้ โดยแต่ละโต๊ะจะติดภาพ เหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ไว้ 2. ครูแจกกระดาษคำถาม ให้นักเรียนคนละ 1 แผ่น นักเรียนพิจารณาภาพ และ ตอบคำถามลงในกระดาษที่ครูแจกให้ ในช่องครั้งที่ 1 โดยมีคำถาม 3 ข้อ ดังนี้ (1) เห็น อะไรในภาพ (2) เห็นภาพแล้วรู้สึกอย่างไร (3) เป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดใน ประวัติศาสตร์ นักเรียนแต่ละกลุ่ม มีเวลาพิจารณาภาพและตอบคำถาม กลุ่มละ 3 นาที จากนนั้ นักเรียนแต่ละกลุม่ ตอ้ งเวียนไปดภู าพโตะ๊ อน่ื ๆ จนครบทงั้ 6 ภาพ 3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม นำเสนอภาพและคำตอบทน่ี กั เรยี นประจำอยใู่ นโตะ๊ สุดทา้ ย 4. ครูติด QR Code อธิบายเหตุการณ์ในภาพแต่ละโต๊ะ นักเรียนสแกน QR Code เพื่ออ่านคำอธิบายเหตุการณ์ในภาพ (ใน QR Code จะมีภาพพร้อมคำอธิบายเหตุการณ์ใน ภาพ) และตอบคำถามอีกครัง้ ในชอ่ งคร้ังที่ 2 จากน้นั นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ต้องเวียนไปโต๊ะอ่ืนๆ จนครบ 5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่ม นำเสนอภาพและคำตอบทีน่ ักเรียนประจำอยใู่ นโตะ๊ สดุ ท้าย 6. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย พ.ศ. 2475 ขัน้ สรุปบทเรยี น 1. นักเรียนทุกคนช่วยกันสะท้อนความรู้สึก และความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรม จะเห็นว่าคำตอบในครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จะแตกต่างกัน เพราะว่าครัง้ ที่ 2 นักเรียนได้ข้อมูล ของภาพจากการอ่านข้อความใน QR Code ที่ครูแจกให้ ครูชี้ให้เห็นว่านักเรียนไม่สามารถ ตัดสินข้อมูลที่นักเรียนได้รับ จากการดูภาพเพียงภาพเดียว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา 66

ประวัติศาสตร์ หรือในชีวิตประจำวัน การรับสารโดยไม่ได้ผ่านการพิจารณา ตรวจสอบ จะทำ ให้นกั เรียนไดร้ ับขอ้ มูลทคี่ ลาดเคลื่อน และอาจส่งผลเสยี ตอ่ ตวั นักเรยี นได้ 2. ครูให้นักเรียนเขียนเสนอแนวทางการนำความรู้ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมใน ชวั่ โมงนไี้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวนั กิจกรรม “สะทอ้ นความรู้สกึ ” วชิ าศาสนาสากล ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ประยกุ ต์มาจากกิจกรรมในการอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารเพื่อการสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น ครูให้นักเรียนแต่ละคนแสดงความรู้สึกของตนเอง ผ่านคำถามที่ว่า “วันนี้รู้สึก อย่างไร” ขั้นกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นักเรียนดภู าพทเี่ กย่ี วข้องกบั ศาสนาท่ีเป็นประเดน็ โตแย้งกันในสังคมออนไลน์และ ให้นักเรยี นเลือกป้ายแสดงอารมณ์ โดยการยืนต่อแถวทา้ ยป้ายแสดงอารมณท์ เี่ ลอื ก (มคี วามสุข ดีใจ ไมพ่ อใจ โกรธ รำคาญใจ ทอ้ แท้ หดหู่ ฟุ้งซ่าน สงสยั ไม่แนใ่ จ เฉยๆ อน่ื ๆ) 2. ครูให้นกั เรียนสำรวจตนเองว่าเคยแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ประเดน็ ที่เป็นโตแย้ง กันในสังคมออนไลน์หรือไม่ ให้นักเรียนบันทึกเรื่องที่นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นลงใน กระดาษตามความรสู้ กึ ของนักเรียน โดยแบง่ ตาราง 3 ชอ่ ง (รสู้ กึ ไม่ดี รสู้ ึกเฉยๆ รู้สกึ ดี) ข้นั สรุปบทเรยี น ครูสอบถามสิ่งท่ีนักเรียนได้รับและความรสู้ กึ หลงั จากการทำกิจกรรม

ส่ิงท่ไี ดเ้ รยี นรูจ้ ากการจดั กจิ กรรม การเข้าร่วมโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาเครือข่ายการ เรียนรู้ “โรงเรียนสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล” ทำให้ผู้เขียนได้เห็น ความสำคัญของการรู้เท่าทันสื่อ และได้เรียนรู้รวมทั้งแลกเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด มุมมองที่แตกต่างกันของครูผู้เข้าร่วม นอกจากนี้ยังทำให้ผู้เขียนได้กลับมา พจิ ารณาวา่ ระยะเวลาเพียงไมก่ ี่เดือนในการรบั ราชการครนู ั้น ตนเองไดเ้ กอื บถกู กลืนเข้าไป ในระบบการศึกษาแบบเกา่ อย่างไม่รู้ตวั 67

การได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จึง ผลของกิจกรรมสะท้อนความรู้สึก เหมือนเป็นการดึงตนเองกลับมาสู่ห้องเรียน วิชาศาสนาสากล นักเรียนได้แลกเปลี่ยน ทีเ่ คยคาดหวังไว้ในการเป็นครู ตลอดเวลาใน ความรู้สกึ ของแตล่ ะคนผ่านการชมสื่อ ทำให้ การเขา้ ร่วมโครงการทำใหผ้ ู้เขียนร้สู กึ เหมือน นักเรียนได้เห็นว่าสื่อที่ตนเองกับเพื่อนคน ตนเองกลับไปเป็นนักศึกษาที่ได้เรียนรู้ อื่นๆได้รับชมเหมือนกัน แต่สามารถแสดง กจิ กรรม ได้แสดงความคิดเห็น มีหอ้ งเรียนท่ี ความรู้สึกออกมาได้แตกต่างกัน อีกท้ังการที่ เปิดกว้างและยอมรับความคิดของกันและ ได้สำรวจตนเองว่าเคยแสดงความคิดเห็น กนั ได้แสดงความรู้สึก วิพากษป์ ระเด็นตา่ งๆ เกี่ยวกับประเด็นท่ีเป็นขอ้ โต้แย้งกนั ในสังคม ได้อย่างเสรี ซึ่งเป็นห้องเรียนที่ผู้เขียน ออนไลน์หรือไม่ ก็ทำให้นักเรียนได้ตระหนกั คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ ในโรงเรียนของ คดิ ช่งั ใจ ก่อนจะแสดงความคิดเหน็ ในสังคม ผ้เู ขียน ออนไลน์ ผลของกิจกรรมภาพปริศนา วิชา ก า ร ส ร ้ า ง พ ล เ ม ื อ ง ร ู ้ เ ท ่ า ท ั น ส่ื อ ประวัติศาสตร์ นอกจากนักเรียนจะได้เรียนรู้ เทคโนโลยี และดิจิทัล ต้องอาศัยเวลาบ่ม เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังทำให้ เพาะนักเรียน การที่เราได้เริ่มทำในวันนี้ถือ นักเรียนได้ฉุกคิดว่าภาพที่ได้เห็นนั้น แต่ละ เป็นก้าวย่างท่ีดีของนักเรียน ผู้ที่จะเป็น คนตคี วามไดแ้ ตกต่างกนั เมือ่ เราได้รับข้อมูล พลเมอื งท่เี ทา่ ทนั ในอนาคต เพิ่มเติมเข้ามา ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะจริงหรือ เท็จ ยอ่ มเปลีย่ นแปลงความรขู้ องเรา

ทกั ษะชาญฉลาด ทางดิจิทัล โดย : ครูสิรริ ักษ์ เกตศุ รี โรงเรยี นสากเหล็กวทิ ยา จงั หวดั พจิ ิตร “ โลกของเราในทกุ วันน้ีถูกพัฒนา ตง้ั แตอ่ ดตี จนถึงปัจจบุ ันเป็นผลมาจาก ความก้าวหนา้ ทางดา้ น Technology และนวัตกรรมต่างๆท่ีถูกสรา้ งสรรค์ ขึน้ มาอย่างต่อเน่อื ง ซึ่งขณะนีเ้ ราทกุ คน ได้ก้าวเข้าสูศ่ ตวรรษที่21 อยา่ งเต็มตวั เราจึงปฏิเสธไมไ่ ดว้ า่ Digital Technology ได้เขา้ มาเปน็ สว่ นหนง่ึ ในชีวิตของเราทุกคนไมเ่ ว้นแม้แตต่ วั เดก็ เอง ” อยา่ งไรกต็ าม Technology หากใชใ้ ห้ถูกทางกจ็ ะก่อให้เกดิ ผลดีแต่หากใช้ไม่ถูก ทางกอ็ าจสง่ ผลร้ายต่อผ้ใู ช้หรือผูอ้ ่ืนได้เชน่ กนั ดังนน้ั เดก็ ๆควรจะต้องมีความพร้อมใน การรับมือ นั้นก็คือการเป็นพลเมอื งทีร่ ู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะเด็กๆ ยุคใหม่ที่ต้องเติบโต มาพรอ้ มกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบบไม่หยุดนิ่ง จึงจำเป็นอยา่ งย่ิงที่จะต้องสอน ใหเ้ ดก็ มที ักษะการใชส้ ื่อและการเขา้ สังคมในโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด 68

ทักษะชาญฉลาด ทางดจิ ิทัล คอื จากท่ีกลา่ วมาในข้างต้นลักษณะการส่ือสาร ทร่ี วดเร็วไรพ้ รมแดน การใช้ชวี ติ ของเดก็ รุ่นใหม่มีลกั ษณะท่ีแตกตา่ งจากเจนเนอเรช่ันรุ่น ก่อนๆ มาก ดังนั้น เด็กรุ่นใหม่ควรได้รับการสอนที่เป็นทักษะทางดา้ นความฉลาดทาง ดจิ ทิ ัล (DQ Digital lntelligence) จาก IQ (ความฉลาดทางเชาวนป์ ัญญา) และ EQ (ความฉลาดทางอารมณ)์ ตอนนีเ้ รากาลงั กา้ ว เขา้ สู่ยุคของ DQ (ความฉลาดทางดิจิทัล) การสนับสนุนให้ลูก ๆ เรียนรูเ้ รื่องดิจิทัล และเขา้ ใจ ประโยชน์ และโทษของมนั จึงสามารถช่วยใหพ้ วกเขาเติบโตโดยมีความพรอ้ มที่จะใช้ชีวติ ในโลก ดจิ ทิ ัลตอ่ ไปได้ DQ คอื อะไร ทำไม่เดก็ ยุคใหม่ควรรู้ ทกั ษะสำคญั 8 ประการ 1.ทกั ษะในการรกั ษาอตั ลกั ษณ์ท่ดี ีของตนเอง 2.ทักษะในการจัดสรรเวลาหน้าจอ 3.ทักษะในการรับมอื กับการคุกคามทางโลกออนไลน์ 4.ทกั ษะในการรักษาความปลอดภยั ของตนเองในโลกออนไลน์ 5.ทกั ษะในการรกั ษาขอ้ มลู ส่วนตัว 6.ทักษะในการคิดวเิ คราะห์มวี จิ ารณญาณทดี่ ี 7.ทักษะในการบรหิ ารจดั การข้อมลู 8.ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมีจรยิ ธรรม ที่ผู้เขียนจึงได้ยกประเด็นในส่วนของ DQ ความฉลาดทางดิจิทัลเพราะไม่ได้เป็นแค่ เรื่องของเด็ก ๆ ยุคใหม่ แต่เป็นเรื่องของเหล่าคุณครู และคุณพ่อคุณแม่ด้วย ซึ่งทั้งสอง

ฝ่ายควรช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ ก้าวเข้าสู่ยุค Digital disruption ร่วมกัน โดย เด็กทุกคนต้องเรยี นรู้และเกิดทกั ษะทีจ่ ำเปน็ เหล่านี้เพื่อให้ดำรงอยู่อย่างมีความสขุ ท้งั ใน ปัจจุบนั และอนาคตทก่ี ารพฒั นาของเทคโนโลยีไม่มีท่ีสน้ิ สุดมาสู่การการจัดการเรียนการ สอนห้องเรียนอันชาญฉลาด การจดั การเรียนการสอนหอ้ งเรยี นอนั ชาญฉลาด ควรที่จะต้องสอดแทรกบรู ณาการการใช้สอื่ พรอ้ มกับทักษะ DQ ความฉลาดทาง ดิจทิ ัล ที่จะเกิดกับผ้เู รียนซ่ึงการสอนแบบ Active Learning ถือว่าเปน็ เทคนิคการสอนท่ี ช่วยเออื้ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ ทักษะทาง DQ ได้ดี เป็นกระบวนการเรียนการสอน อย่างหนึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ตามแนวคิดการ สร้างสรรค์ทางปัญญาที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียน สามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความ สะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้ การเรียนรเู้ ป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิ จากการที่ไดไ้ ปเข้าร่วมโครงการ MIDL การร้เู ท่าทันสอ่ื สารสนเทศและดิจิทัล ผู้ขียนได้นำความรู้มาปรับใช้บูรณาสอดแทรกลงไปในรายวิชาภูมิศาสตร์พร้อมกับ กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning และอาจส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะสำคัญ 8 ประการ ซง่ึ ทกั ษะเหล่าน้อี าจจะตอ้ งใชเ้ วลาในการฝกึ ฝนและไม่ได้เกดิ ข้นึ เห็นผลในทันที แต่ตัวนักเรียนจะค่อยๆเรียนรู้และเข้าใจไปกับเน้ือหาวิชาตา่ งๆท่ีคณุ ครไู ด้สอดแทรกเข้า ไปในรายวชิ านั้นๆ 69

ผเู้ ขียนจงึ ขอยกตัวแผนการจัดการเรยี นรเู้ ร่อื งภูมศิ าสตร์ (Geo – Literacy การจัดการเรียนรูเ้ ชิงรกุ Active Learning) โดยการจดั กจิ กรรมจะใช้กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ 5 ขั้นตอน 1.การตัง้ คำถาม 2.การรวบรวมข้อมลู 3.การจัดการข้อมูล 4.การวเิ คราะห์ขอ้ มลู 5.การสรปุ เพอ่ื ตอบคำถาม เมือ่ ไดน้ ำไปใชส้ อนกบั นักเรียน นักเรยี นได้ทำกจิ กรรมเกิดกระบวนการเรียนรู้ ได้ ลงมือปฏิบตั จิ ากส่งิ ทอ่ี ยู่ใกล้ตวั และเป็นสง่ิ ที่พวกเขาให้ความสำคัญ จากแผนการสอนครู ให้นักเรียนได้ทดลองใช้เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ Google Maps จากโทรศัพท์มือถือ ผู้เรียนได้ลงมอื ปฏบิ ตั แิ ละสามารถนำความรู้ที่ได้มาจัดการเปน็ องคค์ วามรู้ สกู่ ารนำไปใช้ ประโยชนใ์ นชีวิตจรงิ พรอ้ มทั้งการตง้ั คำถามแสดงความคิดและสะท้อนความคิดเชิงบวก ของเทคโนโลยใี นปัจจุบันร่วมกันกับเพอ่ื นและคุณครู เทคโนโลยหี ากใช้ให้ถูกทาง ถงึ แม้ จะฝากรอยเทา้ หรอื ร่องรอยเอาไว้ หากรู้เทา่ ทนั และใช้อยา่ งชาญฉลาด ยอ่ มจะทำให้ก่อ เกดิ เปน็ รอยเทา้ และรอ่ งรอยทดี่ ี

ใชส้ อ่ื อย่างสรา้ งสรรค์ รูเ้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี โดย : ครพู ิมณภาภรณ์ คำดี โรงเรียนวัดทัพหมนั จงั หวัดอุทัยธานี ในปัจจุบันเทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์แทบจะทุกด้าน มนุษย์ คิดค้นเทคโนโลยีเพ่ือมาอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ซง่ึ อาจจะกล่าวได้ว่า มนุษยใ์ นทุกๆ ช่วงวัย ต่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งนั้น แต่เทคโนโลยีใช่ว่าจะมีแต่ประโยชน์เท่านั้น แต่หากใช้ไม่ ถูกต้องและไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยี ก็สามารถเกิดโทษภัยได้ ดังนั้นเราควรที่จะศึกษาและเรียนรู้ วิธีการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสม รู้เท่าทันเทคโนโลยีและสามารถปรับตัวให้เข้ากับ การเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยีได้ การรู้เทา่ ทันเทคโนโลยี สำหรบั เด็กวยั เรยี นน้นั ถอื เป็นส่ิงสำคัญ ซึ่งเราจะเห็นได้ วา่ เด็กวยั เรียนมีพฤติกรรมตา่ งๆ เกีย่ วกบั การใช้เทคโนโลยีท่ไี ม่ถูกต้อง เพียงแค่ไม่กี่ขวบ เด็กก็สามารถใชค้ อมพิวเตอร์ เล่น iPad iPhone กนั เป็นแลว้ อกี ท้งั ยงั สามารถใชอ้ ุปกรณ์ ต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว มีความชำนาญมากกว่าผู้ปกครอง ซึ่งผู้ปกครองอาจจะเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดี น่าชื่นชม ลูกหลานของฉันฉลาด ลูกหลานฉันเก่งกว่าผู้ใหญ่บางคนอีก แตผ่ ู้ปกครองอาจมองข้ามไปว่า ถ้าเทคโนโลยีเหลา่ นี้สามารถเข้าถึงเดก็ ๆ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว มากกว่าเดิม จะส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไรบ้าง เด็กบางคนขาดพัฒนาการเคลื่อนไหว ขาดพื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง ขาดเรยี นรทู้ กั ษะทางดา้ นสังคม 70

รวมทั้งการสื่อสารกับผู้อื่น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า “เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการ เรียนรู้ผ่านการเล่นกลางแจ้ง การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้” นอกจากนี้เด็กอาจได้ เรียนรู้แบบอย่างที่ไม่ดีผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น จากรายการโทรทัศน์ จากโฆษณา หรือเกมส์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งอาจมีความรุนแรงหรือสอดแทรกคา่ นิยมที่ไม่เหมาะสม ผา่ นสือ่ ต่างๆ เหล่านน้ั นอกจากนีอ้ าจมผี ลกระทบทางด้านสุขภาพรา่ งกาย เช่น แสงจาก จอคอมพิวเตอรห์ รอื โทรทศั น์ท่ีไมเ่ หมาะสมอาจมีผลต่อสายตาและการมองเห็น “เราไม่สามารถปิดก้ันเทคโนโลยีได้ แตเ่ ราต้องอยกู่ ับเทคโนโลยีให้ได้อยา่ งรเู้ ท่าทนั ” แมว้ ่าในปัจจุบน้ จะมสี อ่ื ทไ่ี ม่เหมาะสมอย่มู ากมายมหาศาล แต่ทวา่ เราสามารถพลกิ วกิ ฤติ ใหเ้ ปน็ โอกาสได้โดยนำสิง่ ทีไ่ ม่เหมาะสมนั้นมาสอนเด็กๆ ให้ไดเ้ รยี นรู้ เทคโนโลยนี ้นั อาจมี ประโยชน์ หากเราใช้ให้เป็น แต่ก็อาจเป็นดาบสองคม หากเอามาใช้ผิดเพี้ยนไป หาก สำหรับเด็กแล้ว ควรวางรากฐานพัฒนาการให้ไดพ้ ัฒนาอยา่ งเตม็ ที่ก่อน ซ่งึ มีหลายเร่ืองให้ ได้เรียนรู้ โดยไม่จำเปน็ ที่ตอ้ งเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเสมอไป โดยตวั ครูเองมักจะได้เห็นสื่อ ท่มี อี ทิ ธิพลกับพฤตกิ รรมนักเรียนอยู่เสมอ นักเรยี นมกี ารเลยี นแบบพฤตกิ รรมต่างๆ ทไี่ ม่ดี จากสื่อโซเชียลต่างๆ หรือแม้กระทั่งละครหลังข่าว ก็เห็นนักเรียนนำมาแสดงบทบาท สมมตุ ใิ นฉากตบตี หรอื แม้กระท่ังคำพูดที่หยาบคายท่ีใช้ด่าทอกนั จนดูกลายเป็นเรื่องปกติ จากที่แต่ก่อนหากถามนักเรียนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เราก็จะได้คำตอบ เช่น ทหาร หมอ พยาบาล ครู แต่ปจั จุบนั

หากถามนักเรียนก็จะได้คำตอบว่า อยากเป็นนกั แคชเกมส์ หรือ ยูทูปเบอร์ จะเห็นได้ว่า สื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททั้งชีวิตความเป็นอยู่ พฤติกรรม ลักษณะนิสัยใจคอ ดังนน้ั หากเราไมส่ ามารถปดิ กั้นหรือหลกี เลี่ยงเทคโนโลยีได้ ดังนั้น เราจะต้องอยู่กับเทคโนโลยี ให้ได้ อยา่ งรเู้ ท่าทนั ซง่ึ ครูเด็กกต็ ้องสอนใหน้ กั เรียน รู้ เท่าทัน ส่ือ สารสนเทศตอ่ ไป ในชั่วโมงเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทั้งสองห้องเรียน เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยย่อยที่ 2 เรื่อง ประโยชน์และ ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ คุณครู ได้กำหนดจุดประสงค์ไว้ว่า ผู้เรียนต้อง สามารถบอก ยกตัวอย่างประโยชน์และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศใน ชีวิตประจำวันได้ เป็นผู้มีความรับผิดชอบงานของตนเองและงานกลุ่ม และรู้เท่าทัน เทคโนโลยีและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่าง เหมาะสม โดยคุณครูจัดกิจกรรมการเรียนรู(้ ใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน = 5STEPs) ข้ันท่ี 1 ขน้ั ระบุคำถาม (Learning to Question) 1) ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับความหมายของเทคโนโลยี สารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศที่นกั เรยี นรจู้ ัก ซึ่งนกั เรียนสามารถบอกความหมาย และยกตัวอยา่ งเทคโนโลยสี ารสนเทศได้ 2) ครูเปิดคลิปสื่อการสอน เกี่ยวกับ“ประโยชน์และผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศ” โดยใหน้ กั เรียนตัง้ ใจสังเกตคลิปสอื่ การสอนทีน่ ำเสนอ 71

3) ครใู ห้นักเรยี นแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 4-5 คน จากน้ันนำนกั เรียนสนทนาเกีย่ วกบั ประโยชน์ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ จากน้ันให้นกั เรียนตงั้ คำถามตามความสงสยั ก่อนท่จี ะมี การศกึ ษาเรื่องราวตามท่ีสงสยั โดยครูใช้คำถามดงั ตอ่ ไปน้ี - ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศมอี ะไรบ้าง - ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศมอี ะไรบา้ ง 4) ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มคาดคะเนคำตอบจากคำถามพรอ้ มเขียนประโยชน์ และผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศในชีวติ ประจำวันอย่างละ 5 ข้อ ขน้ั ที่ 2 ข้นั แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search) 1) ครูใหน้ ักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรือ่ ง “ประโยชนแ์ ละผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศ” 2) ครูสมุ่ กลมุ่ นักเรยี นนำเสนอประโยชน์และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศใน ชีวิตประจำวัน มา 1 กล่มุ

ขัน้ ท่ี 3 ข้ันสร้างความรู้ (Learning to Construct) 1) ให้นกั เรยี นทุกกลุ่มนำเสนอผลงาน อภิปรายรว่ มกัน จากน้นั ใหแ้ ต่ละกลมุ่ สรุปผล/ สร้างความรดู้ ว้ ยตนเอง 2) ครูนำนักเรียนสรุปความรูท้ ี่ถกู ต้องพรอ้ มยกตัวอยา่ งประโยชนแ์ ละผลกระทบของ เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวติ ประจำวนั 3) ครูให้นกั เรยี นทำใบงาน เรื่อง “ประโยชน์และผลกระทบของเทคโนโลยี สารสนเทศ” ข้ันที่ 4 ขัน้ ส่อื สาร (Learning to Communicate) 1) ใหต้ ัวแทนนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานดว้ ยวาจาหน้าชน้ั เรียนกล่มุ ละ ประมาณ 3 นาที ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ตอบแทนสงั คม (Learning to Service) 1) ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำป้ายนิเทศในหัวข้อประโยชน์และผลกระทบของ เทคโนโลยีสารสนเทศโดยใช้วัสดุเหลือใช้ โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนำเสนอช่วั โมงถัดไป การสอนให้นักเรียนรู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจิทัลนั้น ตัวครูเองไม่ได้สอนแค่ใน ช่ัวโมงเรยี นคอมพวิ เตอร์เพียงเท่านั้น แต่ยังสอดแทรกเข้าไปในทุกๆ กจิ กรรม แม้แต่การ สนทนาในห้องเรียน จะตอ้ งติดตามขา่ วสาร มาเลา่ ข่าว เหตุการณ์ต่างๆ ให้นักเรียนฟังและใช้วิจารณญาณใน การคิดก่อนที่จะเชื่อสิ่งใด เพื่อให้นักเรียนรู้เท่าทัน เทคโนโลยีและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการ เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยไี ดอ้ ยา่ งเหมาะสมต่อไป ครูพิมณภาภรณ์ คำดี ครูชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนวัดทพั หมนั 72



จากหอ้ งเรยี นสู่บอร์ดเกม MIDL School กับวถิ คี วามเปน็ พลเมอื งดี “เทอมนี้ไมม่ หี นงั สอื เรียนใหพ้ วกหนู แลว้ ครูจะสอนหนยู งั ไงคะ หนตู อ้ งจดกันเยอะข้ึนใช่ไหมอะ่ เพราะไมม่ หี นงั สอื ” โดย : ครูชนิกานต์ แสงดี โรงเรยี นอนบุ าลท่าปลา (ชมุ ชนรว่ มจิต ) จงั หวดั อุตรดติ ถ์ หนังสือ แบบฝึกหัด ห้องเรียน กระดาน ปากกา สมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด น้ำยาลบคำผิด และอีกสารพัดสิ่ง ที่อยู่ในห้องเรียน และเรียน จด ท่อง และจำ หอ้ งเรียนที่ต้องเงยี บ โต๊ะเรียนท่ีเปน็ ระเบยี บ ครูกางหนงั สืออา่ น มอี ะไร อีกไหมนะทีเ่ ป็น “ภาพจำ”ของคุณเกี่ยวกบั ห้องเรียน ขอให้ลืม ลืมภาพเหล่านั้นไปกอ่ น ค่ะ ตามปกติก่อนเปิดภาคเรียนทุกครั้ง คุณครูส่วนใหญ่แล้วมักจะต้องเตรียมการสอน เสมอ เตรียมสื่อ เตรียมห้องเรียนให้พร้อมฯลฯ วัฎจักรดำเนินเป็นอย่างนี้มาเป็น 10 ปีในชีวิต ความเปน็ ครูของตนเอง เร่มิ หมดสนกุ กบั การสอน โชคดีได้พบเจอกับการสอนโดยใช้เกม เปน็ ฐาน (Game-based Learning) (ปดิ เทอมเมษายน 2562) ความคดิ ใหมๆ่ เรม่ิ เกดิ ขนึ้ ในหัว สอนอย่างไรใหใ้ ช้เกม เราตอ้ งทำอย่างไรบา้ ง??? ใชแ้ นวคดิ PDCA มาชว่ ยในการ ดำเนินงาน 73

วางแผน (Plan) ด้วยความหาญกล้าและศึกษาข้อมูลมาดีแล้ว ตัดสินใจบอกฝ่ายวิชาการท่ี โรงเรยี นว่าจะไมใ่ ช่หนังสือในการสอน โดนถามกลับว่าจะสอนอยา่ งไร “หนูจะวเิ คราะห์หลักสตู รเองคะ่ แตกย่อตัวช้วี ัด จัดทำเอกสารการสอนเทา่ ที่ทำได้” รวมถึงได้รับโอกาสให้เข้ารว่ มโครงการ MIDL School กลุม่ ภาคเหนอื ตอนล่าง ของ สพฐ. โอกาสมาเยือน อยากลองฝมี ิอ ตัวชวี้ ัดอยูใ่ นมอื ขอลองวิชาเลยดกี ว่า ลงมอื (DO) ระยะที่ 1 เมื่อเร่มิ เข้าโครงการก็สงสัยว่าจะนำมาสอนอย่างไร MIDL เป็นการรู้เท่าทันสื่ออย่าง เดยี วไมใ่ ช่หรือ จนลืมนึกไปว่าจริงๆแลว้ MIDL คือการสรา้ งพลเมืองให้รเู้ ทา่ ทันส่ือให้เป็น พลเมืองยุคดิจิทัลที่รู้จักเอาตัวรอดไม่ถูกสื่อครอบงำ ต้องฝึกให้เป็นพลเมืองที่รู้จัก คิด วเิ คราะห์ แยกแยะ สือ่ ท่อี ยรู่ อบตัวใหไ้ ด้ จึงไดว้ างแผนการสอนครา่ วๆ สำหรับช้ัน ป.4-6 คอื -นำไปเกี่ยวโยงกับสาระท่ี 2 หน้าที่พลเมือง -----คำว่าพลเมือง/หน้าท่ี/ ประชาธิปไตย/กฎหมาย ฯลฯ (เช่ือมโยงกับแนวคดิ พลเมอื ง 3 ประเภท) -เนื่องจากสอนแบบไม่มีหนังสือ จึงใช้สื่อ โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ทง้ั you tube และ DLIT DLTV -ใหน้ ักเรียนจดตวั ช้ีวัด---------กันลมื วา่ สอนอะไรไปบ้างแลว้

ระยะท่ี 2 มีการปรับเนื้อหาจากที่เน้นไปที่การรู้ทนั สื่อ และความเป็นพลเมอื งในยุคดิจิทัล เท่านั้น ด้วยเหตุที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนแกนนำในการใช้หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาจึงมี การนำความเปน็ พลเมอื งดมี าใช้ในการเรียนการสอนเพิ่มเตมิ และจำเป็นต้องอิงคู่มือการเรียนการสอนต้านทุจริตศึกษาด้วย ในระยะที่ 2 นี้ การดำเนินการเรยี นการสอน จงึ กลายเปน็ MIDL SCHOOL และต้านทุจริตศึกษา ภายใต้ แนวความคดิ หลักคือ “พลเมอื ง” “Citizen” ทบทวน (Review) เมื่อมีการปรับเนือ้ หาตามแนวนโยบาย จากที่เคยเขียนสรุปลงในเวป กลุ่มของ โครงการฯ เกือบทุกอาทิตย์ ซึ่งได้เขียนเป็นการสรุปย่อๆว่าสอนอะไรไปบ้าง มีการนำ บอรด์ เกมมาใช้ แตใ่ ช้เพียงระยะแรก เพราะพบปัญหาคือ - ความรู้ของนักเรยี นไมแ่ น่น - เล่นกนั จนเพลนิ ครเู องควบคุมชัน้ เรียนไมไ่ ด้ ใชส้ อื่ ท่หี ลากหลายมาก ใชเ้ วลามาก มีงานอืน่ ๆนอกจากงานสอน เตรยี มสอนได้ไม่ดพี อ แก้ปัญหาโดยลดเนื้อหาลง/ลดการจด/ฝึกตั้งและตอบคำถามให้มากขึ้น/ให้นักเรียน ถ่ายทอดออกมาในรปู แบบการวาดภาพ/การทำแผนผังความคดิ 74

ต่อยอด (Action/Active) สอนผ่านไป 1 ภาคเรียน บอร์ดเกมยังไม่ ประสบความสำเร็จ แต่ได้ความร่วมมือจากกลุ่มก่ิง ก้าน ใบ และกลุ่มอุตรดิตถ์ติดยิ้มมาช่วยพัฒนาต่อ ในช่วงปลายเทอม หวังว่าเทอมหนา้ จะเปน็ บอร์ดเกมที่ เป็นรปู ธรรมมากข้นึ เสริมความรู้ให้นักเรียนมากขึ้นทั้ง การเป็น พลเมือง /ความฉลาดทางดิจิทัล (DQ) ฯลฯ เน้น กระบวนการสอนทไ่ี ม่จำกัดแค่ในห้องเรียน แต่ผู้เรียน ตอ้ งสนกุ เรยี นเปน็ เลน่ เลน่ เปน็ เรียน พฒั นาต่อให้จน เป็นหลกั สตู ร MIDL SCHOOL สรา้ งพลเมอื งดี

สื่อ“มนษุ ยป์ ระกอบสรา้ ง ”สร้างประกอบมนษุ ย์ โดย : ครูฐิตนิ ันท์ แปน้ ทอง โรงเรียนห้วยนำ้ หอมวทิ ยาคาร จังหวดั นครสววรรค์ ในยุคสมัยที่มนุษย์ใช้เครื่องมือเพื่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวันได้อย่าง สะดวกสบายและรวดเร็ว กลับแฝงความอันตรายตดิ จรวดมาโดยไม่ทนั รู้ตัว พิษร้ายจาก สื่อบางสื่ออาจมองเห็นได้ชัดเจนถึงความอันตราย แต่บางสื่อที่อยู่ใกล้กับเยาวชนกลับ เหมือนผลไม้อาบยาพษิ ที่พร้อมทำลายเยาวชนอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ถูกมนุษย์ สร้างขึ้นท้ังสิ้น หลายครั้งที่มกี ลุ่มหรือองค์กรต่าง ๆ พยายามสร้างสรรค์สื่อเพือ่ เด็กและ เยาวชน แต่การตอบรบั กลับไม่เปน็ ทีน่ ่าพอใจเท่าไรนัก เนื่องจากตวั เด็กและเยาวชนเอง เปน็ ผู้ถือเครื่องมือสอื่ สารและสามารถเลอื กทีจ่ ะเสพสอื่ อะไรก็ไดต้ ามแต่ใจต้องการ ครใู น ฐานะอีกหน่งึ ผ้ทู อ่ี ยใู่ กล้ชิดกับนักเรยี น รองจากผปู้ กครองและโทรศพั ทม์ อื ถือของพวกเขา เองนน้ั จำเป็นอย่างยิง่ ทีต่ อ้ งดระหนกั และรู้เท่าทันภยั ท่อี าจไปถงึ นกั เรยี นไดอ้ ยา่ งงา่ ยดาย เชน่ กัน 75

การใชช้ ีวติ บนโลกดิจทิ ัลหรอื โลกเสมือน เริ่มต้นจากกลุ่มเล็ก ๆ โดยให้ครูและ จริงของนักเรียน มีผลอย่างมากในชีวิต นักเรียนแกนที่ได้ไปเก็บเกี่ยวความรู้และ จริง ณ ที่ตั้งโรงเรียนประจำอำเภอ ซ่ึง กิจกรรมต่าง ๆ จากวิทยากรในโครงการ อยู่ห่างไกลตัวเมืองกว่าร้อยกิโลเมตร MIDL รเู้ ทา่ ทนั สื่อ สารสนเทศและดิจทิ ัล ตอ่ มองย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ซ่ึง ยอดและขยายผลโดยการสร้างแกนนำ ครูในวันนี้ยังเป็นเด็กนักเรียน พวกเรา นักเรียน MIDL ระดับห้องเรียน โดยจัด อยู่ในช่วงที่โลกกำลังตื่นตัวกับโลกใบ อบรมให้กับคณะกรรมการสภานักเรียน ใหม่ซึ่งเป็นโลกเสมือนจริง เราเติบโต โรงเรียนห้วยน้ำหอมวทิ ยาคาร และสภาเด็ก และเรยี นรู้การสรา้ งตัวตนท่เี ราต้องการ และเยาวชน อำเภอชุมตาบง มีขั้นตอน อยากให้เป็น ไม่ใช่เราจริง ๆ ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้ 100% ซึ่งในปัจจุบันนี้กลับแตกต่าง ออกไป การสรา้ งตัวตนน้ัน มคี า่ นิยมบน ☺ วางแผนดีมชี ัยไปกว่าครึง่ ☺ โลกเสมือนจริงเป็นบรรทัดฐาน โดย การประชุมครูและนักเรียนแกนนำ ส่งผลมาถึงการใช้ชีวิตในชีวิตประจำวนั ซ่งึ ไมใ่ ชเ่ พยี งแตเ่ ด็กเท่านนั้ ผู้ใหญ่หลาย เพื่อระดมความรู้และรวบรวมกิจกรรมที่ คนที่เติบโตก่อนที่จะมีโซเชียลก็รู้ไมเ่ ทา่ น่าสนใจ เก็บข้อมูล โดยคำนึงถึงความ ทันโลกเสมือนนี้เช่นกัน การปลูกฝัง เหมาะสมกับบริบทและวถิ ีชวี ิตของนักเรยี น เยาวชนให้รู้เท่าทันสื่อ จึงเป็นอีกหน่ึง เป็นหลัก เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงขออนุญาต วิธีการที่จะสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ ดำเนินการกิจกรรมทันที ให้กับสงั คมได้

☺ รแู้ ล้ว...สนกุ ดว้ ย ☺ กิจกรรม ผู้สอื่ สารรูส้ กึ อยา่ งไร? การจดั การอบรมในคร้ังน้ี นอกจาก จะมีการอธิบายความรแู้ ล้ว ยังสอดแทรก โดยจำลองสถานการณ์ให้นักเรียน เกมและกิจกรรมตา่ ง ๆ ให้นกั เรียนได้ลงมอื ได้คิดวิเคราะห์สิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการที่จะ ปฏบิ ัตจิ รงิ เชน่ สื่อสาร ซึ่งในโจทย์เดียวกันนั้น นักเรียนมี กจิ กรรม สื่อน้นั อยูห่ นใด ข้อคิดเห็นที่หลากหลาย และถอดบทเรียน เป็นการเริ่มต้นการอบรมโดยให้ ออกมาได้วา่ “การส่ือสารผ่านสอื่ กลางทีเ่ ปน็ นักเรียนได้รู้จักสื่อต่าง ๆ ที่มีความ ตัวหนังสือนั้น ไม่อาจถ่ายทอดความรู้สึก หลากหลาย ตั้งแต่อดตี จนถึงปัจจุบัน อีกท้งั และอารมณข์ องผู้สง่ สารได้ทัง้ หมด ผูร้ ับสาร เป็นการละลายพฤติกรรม และจัดกลุ่ม จึงต้องวิเคราะห์และมีวิจารณญาณในการ นักเรยี นแบบคละกันอกี ดว้ ย รบั สารด้วย” ขน้ั ตอนท่ี 1 ทีมงานตดิ แผน่ ชนดิ ของสื่อไว้ ด้านหลงั ของผ้เู ลน่ กิจกรรม รอยเทา้ ของฉนั ในโซเชยี ล ขั้นตอนที่ 2 ให้ผู้เล่นแต่ละคนช่วยกันใบ้ กิจกรรมน้ใี หน้ ักเรียนได้ลองค้นหา ชนิดของส่ือทอี่ ยู่ด้านหลงั ของเพื่อน ขน้ั ตอนท่ี 3 เม่อื ทราบว่าตนเองเป็นส่ือชนิด รอยเทา้ บนอนิ เทอรเ์ น็ต หรือDigital ใดแล้ว ให้ออกตามหาเพื่อนที่เป็นสื่อชนิด Footprint ของตนเองย้อนหลัง 1 ปีขึ้นไป เดียวกัน จากนั้นช่วยกันสืบค้นว่า สื่อนี้ ทีเ่ คยไดโ้ พสต์ลงบนโซเชียลอยา่ งเช่น เกดิ ข้ึนเมอื่ ใด และสามารถทำอะไรไดบ้ ้าง facebook 76

ครู : ถามตัวเองในตอนนนั้ 1 คำถาม เม่อื นกั เรียนส่วนใหญ่ค่อนข้างเข้าใจและเริ่ม นักเรียน : ......เปน็ อะไรมากปะ้ เนีย่ ? มีเรื่องราวประสบการณ์ต่าง ๆ ที่อยากจะ “ครคู รบั ...ผมคิดว่าเดีย๋ วมันกห็ ายไป” ระบายให้พวกเราได้รับรู้แล้ว จึงให้นักเรียน นึกถึงประสบการณก์ ารกลั่นแกล้งบนโลกไซ กิจกรรม คดิ มันสท์ ันสื่อ เบอร์ ทงั้ การท่เี ปน็ ผ้กู ล่นั แกล้ง ครเู ปิดโฆษณาเครื่องสำอางให้ และเป็นผู้ถูกกลั่นแกล้ง โดยให้นักเรียนเข้า นักเรียนดูและช่วยกันวิเคราะห์สิ่งที่ กลุ่มตามที่ได้จัดไว้ เพื่อเล่าประสบการณ์ แฝงมากับสื่อดังกล่าว พร้อมทั้งมอบ ของตนเองให้เพื่อนได้ฟัง จากนั้นให้แต่ละ คาถารู้เท่าทันสือ่ 4 ขอ้ กลุ่มเลือกเรื่องที่คิดว่าร้ายแรงที่สุดและส่ง 1. ไม่มีความบังเอิญในสื่อ สื่อทุก ตัวแทนกลุ่มออกมาเล่าให้ทุกคนได้ฟัง เมื่อ อยา่ งท่เี หน็ มีแต่ความจงใจ ทุกกลุ่มเล่าเรื่องของตนเองจบแล้ว ครูตั้ง 2. สื่อบอกข้อเทจ็ จรงิ ไมห่ มด คำถามให้นักเรียนวเิ คราะห์ 3. เอ๊ะ!!! กอ่ น แลว้ ค่อย อ๋อ... 4. ทุกสือ่ มรี ะดบั คุณคา่ แตกตา่ งกัน ทำอยา่ ไรเมอ่ื โดน CYBER BULLY ? “กอ่ นจะเชอื่ อะไรตอ้ งเอะ๊ กอ่ นนะคะ” “ทำอะไรไมไ่ ด้หรอกค่ะ” “ดกั ตเี ลยครับคร”ู “แกลง้ มาแกล้งกลับไม่โกงจ้า” “บอกผู้แกครองและครูค่ะ” คำตอบของนักเรยี นส่วนใหญเ่ ป็นไปตามที่ ครคู ิดไว้ แต่นับวา่ เป็นเร่ืองท่ดี ี เพราะ นกั เรียนตอบจากความจรงิ ท่เี ขาไดเ้ จอ ครู จงึ แนะนำวิธีจดั การ

การถูกกลนั่ แกลง้ บนโลกไซเบอร์ 3 วธิ ดี งั น้ี เยาวชนเราจะอันตรายบนโลกเสมือนจริง หยดุ ตอบโต้ทันที แต่กลบั เปน็ การหวา่ นเมลด็ MIDL ไว้เพือ่ วัน ปิดชอ่ งทางการสอ่ื สาร ใหผ้ ู้ทกี่ ล่ันแกลง้ ไม่ ข้างหน้า เยาวชนนี้จะเป็นทั้งผู้เสพสื่อ และ สามารถติดตอ่ เราได้ สร้างสื่ออย่างรู้เท่าทัน และรับผิดชอบต่อ 1. แจ้งผูป้ กครองหรอื คุณครูเพอื่ ขอความ สงั คมต่อไป ช่วยเหลอื 2. ปดิ ชอ่ งทางการส่อื สาร ให้ผทู้ ่กี ลั่น แกลง้ ไมส่ ามารถตดิ ต่อเราได้ 3. แจง้ ผปู้ กครองหรอื คุณครูเพอื่ ขอความ ชว่ ยเหลอื ☺ ถอดบทรู้ ส่บู ทเรยี น ☺ การจัดกิจกรรมโดยให้นักเรียนได้ลอง ปฏิบัติจริง มีผลอย่างมากในการนำไปปรับ ใช้ในชีวิตประจำวัน การแสดงบทบาทสมมติ การจำลองสถานการณ์ โดยแต่ละคนมีชุด “เราไม่อาจรเู้ ลยวา่ เม่อื สอนนกั เรียนไปแลว้ ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเรียน เขาจะนำไปใช้ได้มากนอ้ ยแคไ่ หน แตถ่ ้าเรา ทฤษฎีเดียวกันก็จริง แต่ภาวะการตัดสินใจ ไมส่ อนเขาต้ังแต่วนั น้ี เขากจ็ ะไม่มวี ิธีการที่ ต่างกันโดยสิ้นเชิง การปลูกฝังและสร้าง ถูกต้องในการไปรับมอื กบั สิ่งท่ตี ้องเจอ” ภมู ิคมุ้ กันน้ี ไมเ่ พยี งชว่ ยปกปอ้ ง ครฐู ติ นิ ันท์ แปน้ ทอง โรงเรยี นห้วยน้ำหอมวิทยาคาร 77

เมือ่ หอ้ งเรียนสง่ เสยี ง…. โดย : อาจารยล์ ลิตภทั ร ศริ ิรกั ษ์ โรงเรียนมธั ยมสาธิตมหาวิทยาลยั นเรศวร จงั หวัดพิษณโุ ลก เราปฏิเสธไมไ่ ดเ้ ลยว่าในยคุ Digital ท่ที ุกคนสามารถเขา้ ถงึ Internet มันทำให้ทุกคนมีตวั ตนบนโลก Social มันสามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั้งโลกผ่าน Social ไม่ว่าจะเป็น Facebook ,Twitter, Line หรือ Youtube และอื่นๆอีกมาก ซึ่งทั้งหมด เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนตัวของเรา ส่งต่อไปยังเพื่อน ครอบครัวและบุคคลอื่นๆได้สะดวก และรวดเรว็ เรยี กไดว้ า่ Social media เป็นอีกหน่งึ ปจั จยั สำคัญของชีวติ เลยกว็ ่าได้ การโพสตข์ ้อมลู หรอื รูปของแต่ละคน ในความเป็นจรงิ แล้วมอี ันตรายแอบแฝงอยู่ เพราะเมื่อพูดถงึ โทษของ Social media แล้ว คือ ช่องทางการก่อเหตุอาชญากรรมของ เหลา่ มิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ สุดท้ายเราอาจจะกลายเป็นหนงึ่ ใน “เหย่ือ” อาชญากรรม บนโลกออนไลน์ก็เป็นไปได้ เราจะทำอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเราตกเป็นเหยื่อพวก

มิจฉาชีพ อย่างแรกเลยเราจะต้องมีองค์ความรู้ที่สามารถเป็นเกราะป้องกันตัวเราเอง คำถามนี้เกิดขึ้นกับครูอย่างฉันเมื่อถึงจุดที่ได้มาสอนในรายวิชาหน้าที่พลเมือง โลก ออนไลน์เปน็ สิง่ ที่โตอย่างก้าวกระโดดมาก อายุของผู้เข้าใช้ Social media ก็ทุกเพศทุก วัย รวมไปถึงนักเรียนมัธยมตัวน้อยของฉัน เราในฐานะคนเป็นครูต้องยอมรับในความ แตกต่างและพร้อมจะอัพเดทเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ไปพร้อมๆ กับนักเรียนให้ได้ ทุกกิจกรรมที่ถา่ ยทอดจากครสู ู่นกั เรยี น จึงมีเรอื่ งราว จุดประสงคท์ ่ีแอบแฝงเสมอ จนมาถึงเรือ่ ง บัตรประชาชน ท่ีเปน็ เรื่องท่ีค่อนขา้ งจะใกลต้ ัว และเหมือนจะเป็น เร่อื งเลก็ ๆ แต่ปัญหาที่ไดย้ ินได้ฟังจากขา่ ว บางขา่ วมีสาเหตมุ าจากบัตรประชาชน ตวั การ สำคญั ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบถงึ ความสำคัญของบตั รประชาชน ย่ิงสมัยปจั จบุ ันที่มี โลกออนไลน์ ใครๆก็เข้าถึงได้ ยิ่งเป็นช่องทางให้พวกมิจฉาชีพได้ เพราะการเข้าถึง ออนไลนส์ ามารถทำได้งา่ ย เพราะฉะน้นั ในฐานะท่เี ปน็ ครู โจทย์ของฉันกค็ ือ ทำอยา่ งไรที่ จะเตรยี มเยาวชนของเราให้แข็งแกรง่ พร้อมท่ีจะเผชญิ กบั โลกออนไลนไ์ ด้อย่างไม่ตกเป็น เหยือ่ แม้ว่าวนั ข้างหนา้ ในอนาคตเขาจะไม่มคี รูคอยสอน แตก่ ็สามารถมที ักษะการเอาตัว รอดจากสถานการณท์ เ่ี ป็นภัยกับตัวเองได้ โลกออนไลน์แม้ว่าเป็นโลกเสมือนจริง แต่ความจริงมันมีผลกับโลกความแห่ง ความเป็นมาก ถึงเวลาแล้วที่ครูอย่างเราจะป้อนข้อมูลให้นักเรียนตระหนักคิด ถึงผลดี ผลเสยี ของการใช้ Social media ในปจั จุบนั หากอยากเขา้ ถึงโลกออนไลน์กต็ ้องมีตัวตน ต้องผ่านการระบุข้อมูลข้อมูลพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่า มันจะถูกปิดเป็นความลับ แล้วถา้ ความจริงมันไม่ไดเ้ ป็นความลบั หละ่ ? และนก่ี ็คอื จดุ เร่มิ ตน้ ของกิจกรรมตอ่ ไปน้ี 78

เปดิ ประเดน็ ทกั ทายด้วยประโยคสั้นๆเพอ่ื ชวนคยุ “เม่อื ขอ้ มลู บตั รประชาชนอยู่บนโลกออนไลน์จะเกิดอะไรขึน้ ” นักเรยี น “ต้องแยแ่ นๆ่ เลยครบั ” ครู “แย่ยงั ไงเหรอคะ” นักเรียน “เพราะมนั คงจะวนุ่ วาย และมีปัญหาอาชญากรรมข้นึ ทุกวนั ทุกคนตอ้ งเดอื ดรอ้ นแน่ๆเลยครบั ” เดก็ ชายผหู้ า้ วหาญตอบครูดว้ ยเสยี งดงั ไขปริศนาบัตรประชาชน กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการหาความหมายและ ความสำคญั ของขอ้ มลู ที่ปรากฏบนบตั รประชาชน กจิ กรรมนม้ี จี ดุ ประสงค์ เพือ่ ตอ้ งการใหน้ กั เรยี นสามารถทราบข้อมูลพ้ืนฐานเก่ียวกบั บตั รประชาชนของตน โดยให้ นักเรียนหาความหมายของขอ้ มูลบนบัตรประชาชน อาทิ เลขประจำตัว 13 หลัก เลขใต้ รปู บตั ร ตราสัญลกั ษณ์กระทรวง ขอ้ มูลด้านหลงั บตั ร ชปิ การ์ด เป็นต้น

หลงั จากหาขอ้ มูลได้เรยี บรอ้ ย นกั เรยี นก็พร้อมนำเสนอ อาจมีข้อความ รายละเอยี ดท่ตี ้องเพิ่มเติมบ้าง ครกู ็จะอธิบายเพิม่ และคอยให้คำแนะนำเกย่ี วกับการเลือก รับข้อมูลจาก Website ท่ีมีความน่าเชือ่ ถือตลอดกิจกรรม เมอื่ นกั เรยี นมอี งคค์ วามรู้พื้นฐานเกยี่ วกบั บตั รประชาชนแล้ว ครเู ปดิ โอกาสให้ นักเรียนซักถามข้อสงสยั “ครคู ะ ทำไมเคา้ ถงึ ห้ามโพสรปู บตั รประชาชนลงโซเซยี ลคะ” “ครูครบั ถ้าเราโพสบตั รประชาชนแต่เราเซนเซอรข์ ้อมลู บนบัตรแลว้ ถือว่า ปลอดภยั ไหมครับ” “ครูคะ ข้อมูลดา้ นหน้าบตั รกับหลงั บัตรสำคัญเหมือนกนั ไหมคะ” 79

นอกจากจะเป็นเดก็ ทกี่ ล้าแสดงออกแล้ว ครูแอบดีใจทนี่ ักเรียนยังเปน็ เด็กช่าง สงั เกตอีกด้วย ครูจงึ ชวนไปดคู วามสำคญั ของบัตรประชาชนผ่านการวิเคราะห์ขา่ ว เชน่ ข่าวท่มี ีคนถูกโอนเงินออกจากบัญชีไปจนหมด ซ่งึ โจรรู้เพยี ง เลขบตั รประชาชนเหยอื่ เท่านนั้ และ ข่าวผู้หญิงทถ่ี กู มิจฉาชพี นำบัตรประชาชนไปเปิด บญั ชีธนาคาร แล้วนำบัญชไี ปใช้ รับ-โอน เงนิ ท่ีไดห้ ลอกลวงผู้เสยี หายอีกหลายราย “ครูครบั แล้วถา้ เกดิ เหตกุ ารณแ์ บบนกี้ ับผม ผมตอ้ งทำยงั ไงครบั ” ครูแนะวิธกี ารแกป้ ญั หากรณีบตั รประชาชนหายหรือถกู ขโมย เบ้ืองตน้ ควรรีบไปลงบันทึก ประจำวนั ไวเ้ ปน็ หลักฐาน รวมไปถงึ รีบทำบัตรใหม่ทนั ทีเพ่อื จะไดม้ ีหลักฐานในการชี้แจง ต่อพนักงานสอบสวนเวลามเี หตรุ ้ายขนึ้ ข่าวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนตัวบนบัตรประชาชน อย่างมาก นักเรียนบางคนถงึ กับร้อง อ๋อ! เพราะเหตุนี้นี่เองที่เราตอ้ งรักษาข้อมูลสว่ นตัว ของเราไว้ไม่ให้ใครรู้ เพราะถ้าเราโพสข้อมูลบนบัตรประชาชนเราลงโซเซียลเมื่อไหร่น่ัน หมายความวา่ ขอ้ มลู เราจะถูกเปิดเปน็ สาธารณะทนั ที โพสแบบเซน็ เซอร์ความปลอดภยั ก็ จะสูงหน่อย แต่ทางทีด่ ีไมค่ วรโพสเลยดกี วา่ จะเป็นทางเลือกท่ีดูนา่ จะปลอดภัยทสี่ ุด

ในส่วนข้อความดา้ นหลังบตั รประชาชนดเู หมือนไมม่ ีความสำคัญ แตห่ ารู้ไม่..ข้อมูลดา้ นหลังบัตรมคี วามสำคญั เหมอื นกนั กับดา้ นหนา้ บตั ร จากภาพจะมีชุดรหัสหลังบัตร ตรงนี้คือรหัสยืนยันตัวตนของเจ้าของบัตร ลกั ษณะคลา้ ย cvv ในบตั รเครดิต ทไี่ ม่คอ่ ยมีคนทราบเพราะยังไม่ค่อยมบี ริการที่ไหนขอ เลขนี้ แตใ่ นอนาคตหน่วยงานรฐั อาจใช้ประโยชน์จากเลขน้ีอยา่ งอนื่ ได้ เพราะฉะนั้นแค่มิจฉาชีพมีเลขบัตรประจำตัวประชาชน กับวันเกิดของเรา ก็สามารถนำไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงนิ กับธนาคาร ขอ้ มูลการสมัครบัตรเครดิต เปิด ใช้โทรศัพท์มือถือ ขอสินเชื่อ เช็คข้อมูลภาษีได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ทั้ง 2 สิ่งนี้ยังมักเป็น คำตอบของคำถามในการทำธุรกรรมทางโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบ และสอบถามข้อมูล เพ่ิมเตมิ ของเราไดอ้ กี ดว้ ยเท่านัน้ ยงั ไมพ่ อ ขอ้ มูลทง้ั ชือ่ -นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือ วัน/เดือน/ปีเกิด ยังสามารถนำไปใช้ในการสมัครสมาชิก เข้าบริการ ใช้แอพพลิเคช่ัน ตา่ งๆ ของท้ังภาครัฐ และเอกชน ทอ่ี าจทำใหเ้ ราถกู กลนั่ แกลง้ หรอื กระทบตอ่ ตัวตนและ ชื่อเสียงได้ และที่ร้ายแรงที่สุดคือ การโดนปลอมแปลงรูปถ่าย เพื่อขโมยตัวตนในการ อ้างอิงตา่ งๆ ท่ีกวา่ เราจะรู้ตัว ก็อาจวุ่นวายใหญโ่ ต และสายไปเสียแลว้ 80

แล้วทำอย่างไรเราถึงจะรู้เท่าทนั ภยั โซเซียล ครเู ลือกทำบตั รคำไว้ใหน้ กั เรยี น เลอื ก คู่ละ 1 บตั รคำ เช่น ป้องกนั ข้อมลู สว่ นตัวใหป้ ลอดภัย กำหนดสทิ ธกิ ารเข้าถึงข้อมลู ระมดั ระวงั การใช้ Social Media เปิดเผยข้อมูลดว้ ยความระมดั ระวงั เปลย่ี น Password ใหย้ ากต่อการคาด เดา ให้นักเรียนวิเคราะห์ขอ้ ความในบัตรคำแล้วนำเสนอวา่ บัตรคำท่ีนักเรยี นมี เกย่ี วขอ้ งกับการร้เู ทา่ ทันภัยโซเซยี ลอย่างไร โดยกำหนดเวลาพูดคู่ละ 2 นาที ครชู ว่ ยเพมิ่ เติมขอ้ มูล และสรุปให้เห็นถึงการร้จู ักระมดั ระวงั บัตรประชาชนของตนเอง เพราะปจั จบุ ันบัตรประชาชนหายไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อีกตอ่ ไป ครูยังคงท้ิงทา้ ยบทเรียนด้วย ประโยคคำถาม “นอกเหนือจากบัตรประชาชนมีข้อมูลอะไรบา้ ง ทเ่ี รารกั ษาข้อมูลไวใ้ หเ้ ป็นส่วนตัวมากทส่ี ุด” นกั เรียน “บัตรนักเรียนคะ่ ” “บัตรท่ีทางราชการออกให้ครับ” “ต๋วั เครอ่ื งบนิ คะ่ ” “บัตรนกั เรยี นค่ะ”

“บัตรเอทเี อม็ ครับ” “บตั รเครดติ คะ่ ” ได้ฟงั คำตอบกช็ นื่ ใจ คอ่ ยยังชัว่ หนอ่ ย อย่างนอ้ ยครูกม็ า ถูกทางแลว้ นะเออ……. อาจารย์ลลติ ภทั ร ศริ ริ กั ษ์ โรงเรียนมธั ยมสาธิตมหาวทิ ยาลยั นเรศวร จังหวัดพษิ ณุโลก 81

LIFE STYLE \"เพราะรูปแบบการใช้ชีวติ ของแตล่ ะคนแตกต่างกัน รบั รู้ เรยี นรู้ และถ่ายทอด แตกต่างกนั \" โดย : ครอู กุ ฤษฏ์ สุวรรณปัญญา โรงเรียนบา้ นแกง่ วิทยา จังหวดั สุโขทยั “อุกฤษฏ์ มีหนังสือมาเห็นว่ามีเชิญอบรม เก่ยี วกบั การร้เู ทา่ ทันสอื่ ” (เสยี งเรยี กจากธุรการ โรงเรียน) “...จุดเริ่มต้นของกิจกรรม MIDL และนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของ MIDL SCHOOL (รู้เท่าทันสื่อดิจิทัล) โรงเรียนบ้านแก่ง โรงเรยี นบ้านแกง่ วิทยา วิทยา ตั้งอยู่ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอ ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ห่างจากตัว กระผมนายอุกฤษฏ์ สุวรรณ เมอื ง สุโขทัย 60 กิโลเมตร โดยประมาณ ปัญญา ตำแหน่งครูผู้สอนรายวิชาสังคม เป็นโรงเรียนขนาดเลก็ หรือเรียกติดปาก ศึกษาฯ โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา หลังจาก ต า ม ป ร ะ ส า ค น ท ั ่ ว ไ ป ไ ด ้ เ ล ย ว ่ า เ ป็ น ได้รับแบบตอบรับการเชิญเข้าร่วมการ โรงเรียนประจำตำบล มีนักเรียนใน อบรม MIDL (รเู้ ท่าทันสอ่ื ดิจิทัล) ในเวที 1 ช่วงเวลาทไี่ ดอ้ อกบทความนี้ ปี2562 อยู่ และ 2 แลว้ ได้ทบทวนถงึ หัวข้อการอบรม 273 คน

สิ่งแรกที่นึกขึ้นมาเป็นอันดับแรกเลยคือ ผมในนามครูแก่นนำก็ได้รับความรู้ คงเป็นเรื่องการ ให้ความรู้เกี่ยวกับการ และท่ีมาของการนำมา ขับเคลื่อนกิจกรรม ป้องกันภัยจากการใช้สื่อออนไลน์ ท่ีเคยได้ ในโครงการ MIDL SCHOOL ดว้ ยเชน่ กัน ยินมาทั่วๆไป แต่เมื่อมีโอกาสได้ออกนอก ส่วนนักเรียนแก่นนำนั้นได้รับการปลูกฝั่ง โรงเรียนแลว้ จะย่อมปล่อยไปงา่ ยๆได้ยงั ไง และสร้างคติที่ดีในการใช้สื่อดิจิทัลผ่าน ทีส่ ุดถอื วา่ ไปพัฒนาตนเองไปในตวั กิจกรรมจากทมี งานการอบรมในระยะเวลา 3 วนั 2 คืน ....ที่สุดก็ถึงวันอบรม ผู้อำนวยการ โรงเรียน ผม และนักเรียนแกน ก็เดินทาง มาเข้ารว่ มอบรมกับทีมงานวิจัย นายสารัตน์ พวงเงิน ผู้นวยการ โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา ประชาสัมพันธ์ ให้ ความรู้การใช้สื่อดิจิทัล อย่างถูกวิธีและ เหมาะสมเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นมา หากใชอ้ ย่างผดิ วิธี ในกิจกรรมหนา้ เสาธง นำโดยท่านผู้อำนวยการสารัตน์ พวงเงิน 82 ร่วมรบั ฟังแนวทางการดำเนินโครงการและ การ รับฟังการให้ความรู้ด้านการรู้เท่าทัน ส่ือดิจทิ ัล ในการนำมาปรับใช้ในสถานศึกษา

ขน้ั ตอนการดาเนินงาน ในระดบั ช้ันเรยี น จัดกิจกรรมในรายวิชาสังคมศึกษา ม.ปลาย ดำเนนิ การให้ความรู้ หวั ขอ้ ประโยชน์และโทษ ของการใช้สอื่ ดิจทิ ลั

- กิจกรรม ผลกระทบของส่ือดจิ ิทลั นกั เรียนรว่ มกนั วิเราะห์ผลกระทบทางบวกและลบของส่ือดจิ ิทัลในชวี ิตประจำวัน - กิจกรรม ต้นไม้ความคิดของส่อื ดจิ ิทัล แลกเปล่ยี นควาคิดเหน็ รว่ มกัน หลังจากการดำเนินการในระยะที่ 1 ในโรงเรียนแล้วได้เข้าร่วมในการอบรม ดำเนินการโรงเรยี นแกนนำในเวทที ี่ 3 อกี ครั้ง ต่นื เต้นสดุ ๆครับ กิจกรรมในการจัดการเรียนรู้ด้านการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัลจากวิทยากร อีกทั้งวาง แนวทางการขับเคลื่อนโครงการในระดับต่อไป สู่การเป็นโรงเรียนแกนนำ MIDL SCHOOL กับการรว่ มแลกเปล่ยี นเรียนรู้ตอลอด 3 วนั 2 คนื ขยายผลในระดับโรงเรยี นโดยจดั กิจกรรม MIDL SCHOOL โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา บรู ณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กบั นกั เรียนในโรงเรียนทกุ ระดับช้นั 83

กจิ กรรมได้ถูกจัดขนึ้ ในวันท่ี 13/09/2562 โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา ขอขอบคณุ เป็นกิจกรรมเลก็ ๆท่ีจดั ให้กับนกั เรยี นโรงเรียน โครงการดีๆ ที่ได้ให้โอกาสกับโรงเรียน บา้ นแกง่ วทิ ยาท้ังหมดท้งั โรงเรยี นโดยมี เล็กๆ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแห่งน้ี กจิ กรรมดงั ต่อไปนี้ ผลของการขยายผลโครงการรู้เท่า - กจิ กรรมรู้เขารู้เรารู้เทา่ ทนั สอ่ื ดิจิทัล ทันสื่อดิจิทัลในโรงเรียนทำให้นักเรียน - กิจกรรมผลกระทบสอื่ ดจิ ิทลั ไดร้ ับแนวความคิดด้านการใช้ส่ืออย่างมี - กจิ กรรมสรรคส์ รา้ งส่ือสร้างสรรค์ สติ รอบคอบ รู้จักวิเคราะห์อย่างมี - กิจกรรมการแข่งขนั ตอบปัญหา เหตุผล แต่ยังมีส่วนน้อยที่รับรู้และยัง รเู้ ท่าทันสอื่ ดจิ ทิ ลั นำไปปฏิบัติเปน็ ท่ีร้อยเปอรเ์ ซ็นต์ ไม่ได้ ดำเนนิ กจิ กรรมโดยครูแกนนำ นักเรียนแกนนำ คงเป็นไปตามช่วงวยั และสภานักเรยี นโรงเรียนบ้านแก่งวิทยา กจิ กรรมเปน็ ไปดว้ ยความสนกุ สนานและ สิ่งที่มุ่งหมายของโครงการนี้ท่ีได้จดั ไดร้ ับความร้กู ันไปอยา่ งเตม็ ที่ ขึ้นในมุมมองของผมคงเป็นเพียง เม่ือ นกั เรียนหยบิ เครื่องมอื ส่ือสารออกมาใช้ บทสรุปของการจดั กจิ กรรม MIDL แล้วเขาฉุดคิดขึ้นมาถึง เรื่องราวของ ในสถานศกึ ษา MIDL น้ันคอื ความสำเร็จของกิจกรรมท่ี ได้จดั ขึน้ นน้ั แลว้ ครบั

“สอื่ สาร(ไมบ่ านปลาย)” โดย : ครูสุขสรรค์ ทัดทอง โรงเรียนวงั ทองพทิ ยาคม จังหวดั พิษณุโลก “สื่อ”เป็นเครอื่ งมอื อยา่ งหนึง่ ท่ใี ช้ในการสอ่ื สารรบั -สง่ ข้อมูลตา่ งๆใหต้ รงตามผู้ส่ง และผู้รับต้องการ จะสื่อออกมาโดยไม่ใหม้ ีความเข้าใจผิด ข้อมูลไม่บิดเบือน ไม่เป็นเท็จ และไม่ให้ข้อมูลเกิดผลเสียจนบานปลาย ซึ่งสื่อในปัจจุบันก็มีความหลากหลาย แต่สื่อ ที่ทรงอทิ ธพิ ล กค็ ือ “สอ่ื โซลเชียวมเิ ดีย” เพราะฉะนัน้ การที่เราจะสามารถส่ือสารโดยไดใ้ ช้ขอ้ มลู ทไ่ี มเ่ ปน็ เท็จคอื การรู้เท่า ทันสื่อซึ่งสื่อแต่ล่ะประเภทมักจะแฝงซึ่งความเป็นเท็จ อคติ ความคิดเห็น การบิดเบือน ขอ้ มลู ตา่ งๆอยเู่ สมอ ซ่งึ การวิเคราะห์ขอ้ มูลตา่ งๆว่าจะจริงไม่จรงิ น้ันมีหลายวิธีแต่วิธีการ หนึ่งที่สามารถช่วยให้เราได้ทราบข้อมูลนั้นๆจริงหรือไม่คือการใช้วิธีการทาง ประวัตศิ าสตร์โดย การตง้ั คำถามหรอื ประเด็นที่สนใจหลังจากน้ันรวบรวมข้อมูล ประเมิน คุณค่า ตคี วามข้อมลู และวิเคราะหส์ ังเคราะหข์ อ้ มลู ในการเรียนการสอนของขา้ พเจ้าได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรยี นรู้ให้เท่า ทันสื่อของผู้เรียนและความสำคัญของการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์จึงให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรยี นรเู้ ทา่ ทันส่อื ผ่านวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 84

วธิ กี ารดำเนินกจิ กรรม 1.นกั เรยี นร่วมกันดูรูปภาพนักดารานักแสดงแล้วชว่ ยกนั ตอบคำถามว่านักเรียน เห็นอะไรบ้างจากรูปภาพ นักเรียนคิดว่ารูปภาพที่เห็นสัมพันธ์กันหรือไม่เพราะเหตุใด นักเรียนเคยเห็นรูปภาพนี้จากที่ใดบ้าง นักเรียนคิดว่ารูปภาพที่เห็นคือรูปภาพอะไร นักเรียนมีวิธีการดูรูปภาพดังกล่าวว่าเป็นรูปภาพที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ได้เกิดขึ้นจริงได้ อย่างไร 2.ครเู ชือ่ มโยงข้อมูลจากขนั้ นำเข้าสู่บทเรียนว่ามวี ิธกี ารอย่างหน่ึงท่ีสามารถช่วย ให้เราได้หาความจริงเท็จของเรื่องต่างๆได้อย่างถูกนั้นคือการใช้วิธีการประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นครูบอกหัวข้อที่จะเรียนในวันนี้คือเรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์ นักเรียน สืบค้นหาวิธีการทางประวัติศาสตรด์ ้วยตนเองวา่ มีหัวข้อใดบ้างโดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ ศึกษาและร่วมกันอภิปรายในข้อมูลที่ได้ศึกษามาหลังจากนั้นนักเรียนทำกิจกรรมการ เรียนรู้เท่าทันสื่อผ่านวิธีการทางประวัติศาสตร์โดยเลือกรูปภาพหรือสื่อใดๆก็ได้นำมา วเิ คราะห์หาความจริงโดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์

3.เมื่อนักเรียนไดท้ ำกจิ กรรมการเรียนรู้เท่าทนั สื่อผา่ นวิธีการทางประวัติศาสตร์ เสร็จนักเรียนตัวแทนนำเสนอชิ้นงานของตัวเองและให้เพื่อนช่วยกันอภิปรายและสรุป กิจกรรมรว่ มกนั สรุปจาการทำกิจกรรม ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงวิธีการสืบค้นหาความจริงของข่าว ต่างๆหรือข้อมูลต่างๆแล้วนำมาเข้ากระบวนการทางประวัติศาสตร์เพื่อตรวจสอบหา ความจริงของข่าวหรอื ขอ้ มลู นัน้ ให้มคี วามถกู ตอ้ ง นา่ เช่อื ถอื ไม่บิดเบอื นความจรงิ ก่อนท่ี จะนำขา่ วหรอื ขอ้ มูลเหลา่ นั้นมาเผยแพร่ ผ่านการส่อื สารตา่ งๆเมื่อผรู้ บั ไดร้ บั ข่าวหรือมูลท่ี เป็นความจรงิ น่าเชอื่ ถอื โดยไม่ถูกบิดเบอื นความจริง จะทำปญั หาทเี่ กิดขน้ึ จากการได้รับ การสื่อสารที่ไม่ผ่านกระบวนการวิเคราะหข์ อ้ มูล หลักฐาน ความนา่ เช่ือถือ และความเป็น จริงไมบ่ านปลายออกไป การสือ่ สารทีล่ ม้ เหลวคือการสือ่ สารที่เกดิ จากสัญญาณขัดขอ้ งไม่สามารถทำใหผ้ ูร้ ับ ได้ทราบข้อมูลทีเ่ ป็นความจริงได้ “สื่อสารผดิ ชีวติ เปลี่ยน” นายสุขสรรค์ ทัดทอง ครโู รงเรยี นวงั ทองพิทยาคม จ.พิษณุโลก 85

เทา่ เทียมกนั เท่าทนั สื่อ โดย : ครูภชุ งค์ ยาดี โรงเรียนบ้านน้ำจวง จังหวดั พษิ ณุโลก ใครๆก็เป็นสอื่ ได้ ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ยุคสมัยที่สื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล ทำงานได้เต็ม ศักยภาพที่สุดในประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่าทุกคนสามารถเป็นผู้รับและผู้สร้างสื่อได้ ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซเชียลมีเดีย เป็นผลให้ข่าวสารในโลกออนไลน์เกิดขึ้น อย่างง่ายดายและรวดเร็ว บางประเด็นสามารถสร้างกระแสสั่นสะเทือนสังคมได้ในช่ัว พรบิ ตา ขอ้ มูลขา่ วสารเหล่าน้ลี ว้ นเกิดขึน้ จากประชาชนคนธรรมดาผู้เปน็ “พลเมือง”ของ สังคมนีโ้ ดยไมจ่ ำกัดเพศ วุฒกิ ารศึกษา หรอื สถานะทางสงั คมใดๆท้ังส้ิน ถือเป็นมิติใหม่ท่ี สำคัญของสงั คมทป่ี ระชาชนท่ัวไปมคี วามใกลช้ ดิ กับส่ืออย่างท่ีไมเ่ คยเกิดข้ึนมากอ่ น สอื่ กับความเปน็ พลเมือง พลเมอื งในสงั คม โดยเฉพาะอย่างย่ิงในบรบิ ทสงั คมไทย ในอดตี สื่อที่เกิดขึ้นล้วน แต่มีวัตถุประสงค์บางประการ มีนัยยะสำคัญต่างๆแฝงอยู่ในสื่อ ช่องทางรับสื่อเป็น ช่องทางที่ถูกกำหนดขึ้นและควบคุมโดยรัฐ ประชาชนมีหน้าที่เพียงเปน็ ผู้รับสื่อจึงทำให้ รับรแู้ ละซาบซึง้ กับขอ้ มลู สำเร็จรปู ที่ไดร้ บั ตามวัตถุประสงค์ของผู้สรา้ งส่ือได้อย่างง่ายดาย แต่ในปัจจุบนั การรบั รขู้ อ้ มูลข่าวสารเกิดขน้ึ และถกู ส่งต่ออยา่ งรวดเร็ว ขอ้ มูลบางประการ เกิดกระแสได้เพยี งชวั่ ครู่กถ็ ูกขอ้ เท็จจรงิ ในอีกแง่มุมหนึ่งหักล้างจนกลายเปน็ กระแสตีกลับ