82 รวบรวมขอ มูลผูเ รยี น ขอมลู ความสามารถผเู รียน ๑.๕ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา นทกั ษะจําเปนเฉพาะความพิการ จดุ เดน จุดออ น ๑. นักเรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นไดโดยมี ๑. นักเรียนไมสามารถเคล่ือนยายตนเองข้ึนและลง ผูชว ยเหลือในการจดั ทา นั่งบนเกาอร้ี ถเข็น รถเข็นได ๒. นกั เรียนสามารถใชมือดันลอของรถเขน็ ทีต่ นเองนงั่ ๒. นักเรียนไมสามารถควบคมุ ทศิ ทางหรือบังคบั รถเข็น ไดแ ตไมสามารถควบคุมใหไปในทิศทางทก่ี ําหนดได ไปในทิศทางตางๆอยา งมีเปาหมายไดเนื่องจาก นกั เรียนมีกลา มเน้อื ออ นแรง กลุมบรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก ารศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง
83 รวบรวมขอ มลู ผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. Approach-Withdrawal (การเขา ใกล- ถอนหนี) การดูปฏกิ ริ ยิ าของเดก็ ในการเผชญิ สิ่งใหม ประสบการณ บคุ คล/สถานที่ สิ่งของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทเี่ ปนตัวชี้บอกวาเด็กเขารวม นกั เรยี นใหค วามรว มมอื ในการทํากจิ กรรม ๑.๒ อะไรท่ีเปนตวั ชบี้ อกวาเด็กไมเขารวม นักเรยี นมีพฤติกรรมหลักหนีในขณะท่ที ํากจิ กรรม โดย ๑.๓ มอี ะไรท่สี งั เกตเหน็ วาจงู ใจเด็กบาง เมอื่ นกั เรยี นมีความตอ งการอยากรบั ประทานผลไม ทีม่ รี สเปรย้ี ว (มงั คุด ลองกอง สม ฝรง่ั สมโอ มะมวง มะขาม) เยลลรี่ สผลไม น้าํ ผลไม อยไู มน่ิง ๑.๔ อะไรทส่ี ังเกตเหน็ วา เดก็ ไมสนใจ/หลีกหนบี าง การใชมอื เข็นลอ เกา อน้ี ่ังรถเข็นไปในทิศทางตางๆ นอกเหนือจากการทํากิจกรรม คลานหรอื ขยับตวั ออกจากกจิ กรรมท่ใี หทํา คลานไป มารอบหอง มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผวิ สัมผัสที่ เหนยี ว เชน กาว สนี ํ้า ไมชอบการกอดรัด ๒. Sensory Learning Channels (ชองทางการเรียนรูดานประสาทการรบั ร)ู ๒.๑ เด็กรบั ขอมูลไดโ ดยวธิ ีใดบา ง แสดงสหี นาทา ทาง ย้ิม หัวเราะ รองไห ดใี จ เสียใจ ๒.๒ เด็กตอบสนองตอเสยี งอยา งไร หนั หนา พยักหนาตามเสยี ง ๒.๓ เดก็ ตอบสนองตอสิ่งเราทางสายตาอยางไร จอ งหนา ตามเสยี ง หยดุ ฟง และหนา กรอกตาไปตาม เสยี งตางๆที่ไดยนิ ๒.๔ เด็กตอบสนองตอการสัมผัสอยางไร มีพฤติกรรมหลกี หนีการสมั ผัส ไมจ บั ผิวสมั ผสั ที่ เหนียว เชน กาว สีนํา้ ไมช อบการกอดรดั ๒.๕ เดก็ ใชประสาทสัมผัสมากกวา หนง่ึ อยางในเวลา ใชประสาทสัมผัสมากกวาหน่ึงอยางโดยใชต า เดียวกนั หรือไม ประสานกับมือ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวช้ีแนะการรว มหรอื ไมเ ขารวมในการ ไม นักเรยี นแสดงออกทางพฤตกิ รรมโดยทําสหี นา ตอบสนองขอ มลู ทางประสาทสัมผัสเฉพาะหรือไม ทา ทางเฉยๆ ไมต อบสนองเมื่อไมตอ งการเขารวม หรือไมเ ขารว มการทํากจิ กรรม กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง
84 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอมลู ความสามารถผเู รยี น ๓. Biobehavioral State ชดุ ของสภาพการณดานชีวพฤตกิ รรมและกายภาพต้งั แตก ารนอนหลบั จนถงึ การต่ืน นอนและการรอ ง ๓.๑ สภาพปจจบุ นั ของเดก็ คืออะไร นักเรียนมีพฤติกรรมกระตุนตัวเอง ซึ่งเปนพฤติกรรม ซํ้าๆ เชน สายห นา เลน มือ ดม เคาะ แสดง พฤติกรรมที่ไมเหมาะสมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมประจําวัน เชน เวลาในการรับประทาน อาหาร ชนิดของอาหารท่ีรับประทาน ชอบทาน อ าห าร ซํ้ าๆ อ าห าร ท่ี มี รส ช าติ เป รี้ ย ว ก า ร เป ล่ี ย น แ ป ล ง เว ล า ใ น ก า ร ทํ า กิ จ วั ต ร ป ร ะ จํ า วั น มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผิวสัมผัสที่ เหนียว เชน กาว สีนา้ํ ไมช อบการกอดรดั ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปลี่ยนสภาพของตนได มพี ฤติกรรมอยไู มน ่งิ คลานหรือขยับตวั ออกจาก หรอื ไม กิจกรรมท่ีใหท าํ คลานไปมารอบหอ ง ไมเ ขา ใจ อารมณของผอู นื่ เชน ไมเขาใจเวลาเพ่อื นโกรธ เศรา เสยี ใจ แสดงความตองการโดยการจงู มือ เชน เด็กจะ จงู มอื ผูปกครอง / ครู เพื่อนาํ ไปทาํ สิง่ ท่ีตองการ ใช ภาษาพดู ของตนเองที่ผอู ่นื ไมเขา ใจ พูดคาํ ซํ้าๆ ท่ีเคย ไดยนิ บอย เชน พูดเปน ภาษาของตนเอง (ภาษาท่ีไมม ี ความหมาย) ไมส ามารถเรม่ิ ตนบทสนทนากับผูอื่นได ไมเ ขาใจคําทเี่ ปน นามธรรม เชน การเอื้อเฟอเผ่ือแผ ไมมปี ฏสิ ัมพนั ธก บั บคุ คลรอบขาง เชน ไมเลน กับ เพื่อน ไมส นใจ คนรอบขาง เปน ตน ไมมีปฏสิ ัมพนั ธ กบั บคุ คลรอบขา ง เชน ไมเลนกบั เพื่อน ไมสนใจ คน รอบขา ง เปนตน แสดงพฤติกรรมการตอบสนองทาง อารมณ และสงั คมไมเหมาะสม เชน สงเสียงกรดี รอ ง ทํารายตนเองโดยการตีหวั ตนเอง หรือทํารายผูอ ่ืนโดย การกัด หยกิ เมือ่ ถูกขัดใจ มกั ชอบแยกตวั ออกมาอยู ตามลาํ พัง เม่อื ทํากจิ กรรมกลุมไมยอมเขารวม กิจกรรม ไมสามารถปฏิบัติตามกฎกติกา ระเบียบหรือ กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวดั ลําปาง
85 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเรยี น ๓.๓ เด็กใชเวลาในการต่ืนตวั มากนอยแคไหน ขอตกลงได ๓.๔ มชี วงกวางของแตล ะสภาพเทา ใดทเี่ ด็กแสดงให ไมร จู ักการรอคอย ไมรูจักการเขาแถว เห็นและมแี บบแผนการเปลยี่ นแปลงอะไรระหวาง ใชเวลานานประมาณ ๓-๕ นาที ในการตอบสนอง สภาพ ตอส่ิงตา งๆ ๓.๕ มีตวั แปรอะไรบางทก่ี ระทบตอสภาพเดก็ การใชระยะเวลานานในการทํากิจกรรม อากาศ สภาพแวดลอม อารมณ การรับประทาน อาหาร หากไมไ ดรบั ประทานอาหารที่ชอบจะแสดง พฤติกรรมไมพอใจ มผี ลกระทบตอ การทํากจิ กรรมไม สาํ เรจ็ ๔. orienting Response (การตอบสนองปฏกิ ิรยิ าตอบสนองของรา งกายในสภาพแวดลอม) ๔.๑ มปี จจัยอะไรบา งทีท่ าํ ใหเด็กการตอบสนองไป สภาพอากาศ และดา นอารมณค วามรูสกึ เชน ในทิศทางนน้ั ไดช ัดแจง อารมณโ กรธ โมโห รองไห เปนตน ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร พยายามใชมือจบั เกา อีน้ ่ังรถเขน็ ไปยงั ทศิ ทางอน่ื ท่ี ตอ งการ ๔.๓ ประสาทการรบั รชู อ งทางใดที่ปรากฏเช่ือมโยง การมอง การสัมผัส กบั การตอบสนอง (ขอมลู ประสาทการรับรทู ี่กระตนุ ใหม กี ารตอบสนองและประสาทการรบั รูท่ีใช ประโยชน) กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศึกษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลําปาง
86 รวบรวมขอ มลู ผเู รยี น ขอมลู ความสามารถผเู รยี น ๕. Memory (ความจํา) ๕.๑ เดก็ ใช/ คุน กับสง่ิ เรา ท่ีคุนชินหรอื ไม นักเรยี นคนุ เคยกบั สิ่งเรา ในการทํากจิ กรรม เชน เมอื่ ไดรบั การกระตุนทางกาย วาจา ในการทาํ กิจกรรมตางๆนกั เรียนสามารถทาํ กิจกรรมนั้นไดดวย ตนเองแตใชระเวลานาน ๓-๕ นาที ๕.๒ การนําเสนอสงิ่ เราจําเปนตอ งใชเวลานานหรอื ก่ี ใชเ วลานาน กวาเดก็ จะคนุ เคย โดยครตู อ งคอยจับ ครั้งกอนท่เี ดด็ จะคุนชนิ มือทําและกระตุนเตือนทางกาย วาจา ๕.๓ เดก็ เขา รวมอกี ครงั้ ไหมเม่ือเปล่ยี นแปลง เขา รว มอีกครัง้ แตต องใชเ วลานานในการกระตุน ลกั ษณะของสิ่งเรา ความสนใจของผเู รียน ๕.๔ การตอบสนองแตกตางไปหรอื ไม แตกตาง บางกจิ กรรมนกั เรยี นเหมอลอยไมสนใจ ใน การเขารวมกจิ กรรมและพยายามหลกั หนีเมื่อเปน กจิ กรรมที่ตนเองไมตองการเขารวมทํา ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตางหรือไมกับ แตกตา ง เมอ่ื ไมเหน็ หนาบุคคลท่คี นุ เคยจะพยามมอง บคุ คลทค่ี ุยเคยและไมคนุ เคย หา หรือหันหนา ไปหาเสยี งท่ีคุนเคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รหู รอื ไมวาสิ่งของนัน้ ยังอยแู ม รับรโู ดยการใชม ือขยบั ไปมา เพ่อื หาสงิ่ ของนั้นๆ จะไมอยใู นสายตาตอนน้นั ๕.๖ เด็กเช่อื มโยงเหตุการณที่กําลงั เผชิญกบั สิง่ ท่ี นักเรยี นไมมกี ารเช่ือมโยงเหตุการณต างๆ ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาตอสงิ่ /เหตุการณที่กาํ ลัง นกั เรยี นไมแสดงการคาดเดาตอส่งิ /เหตุการณตา งๆ เผชญิ หรือไม ท่ีกาํ ลังเผชญิ ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรอื ไมเมอื่ ส่งิ ที่เกดิ ใหมไมตรง เด็กแสดงอารมณโ กรธ รอ งไห เมอื่ ไมต รงกับความ กบั ความคาดหวงั ตอ งการและพยายามหลีกหนีการทํากิจกรรม ๕.๙ เด็กสามารถเรยี นรูกจิ วตั รงาย ๆ ไดห รอื ไม ได เชน การดื่มน้าํ การรับประทานอาหาร เปน ตน ๕.๑๐ กิจวตั รที่ใหเ ดก็ เรยี นรจู าํ ไดไหม จาํ ได เชน การไป- กลับ จากบา นมาทหี่ นว ยบรกิ าร อําเภอเสรมิ งาม กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวัดลําปาง
87 รวบรวมขอมลู ผูเรยี น ขอมูลความสามารถผูเรียน ๖. Social Interactions ปฏิสมั พนั ธทางสงั คม หนั ไปหาบคุ ลอ่ืน เม่อื ไดย นิ เสียง และและเมือ่ เปลย่ี น ๖.๑ เดก็ หันไปหาบุคคลหรือไม ส่งิ แวดลอ ม ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพนั วามีความปลอดภยั กับ ใช จะใหบคุ คลท่ีคุนเคย กอดหรือหอม บุคคลสําคัญในชวี ิตของเขา/เธอหรือไม นกั เรียนมสี ว นรวมในการผลดั เปล่ียนกันเม่อื เริ่มทํา ๖.๓ เด็กมีสวนรวมในการผลัดเปล่ียนกันเมื่อเร่ิมมี กจิ กรรมในหองเรยี นโดยการมองแลละฟงเสยี ง ปฏิสัมพนั ธหรอื ไม จากผพู ดู ๖.๔ เดก็ มสี วนรวมในการผลัดเปลี่ยนกนั เมื่อคนอ่นื นกั เรยี นมีปฏิกริ ิยาดีใจ เม่อื มองเหน็ พี่อว๋ิ กําลัง เริ่มปฏสิ ัมพันธหรอื ไม ขับรถจักรยานยนตมารับกลับบาน ๖.๕ เดก็ ผลัดเปลยี่ นกรี่ อบกอนทจี่ ะไมร ว ม ๒-๓ รอบ จะมีอาการเหมอลอย ไมทํากิจกรรม ๖.๖ เด็กเพิ่มการผลัดเปลี่ยนการมีปฏสิ ัมพันธมาก นักเรียนแสดงปฏกิ ิรยิ าเพม่ิ มากขนึ้ ตอการปฏิสัมพนั ธ ข้ึน เพอ่ื ตอบสนองตอปฏิสมั พันธของคหู รือไม กบั ผอู ื่น เม่ือไมไดส ่ิงทตี่ องการ ๗. Communication การสอ่ื สาร เดก็ ใชทา ทาง และสง เสียงในการกิจกรรม แสดง ๗.๑ เดก็ แสดงใหเ ห็นความตง้ั ใจในการสอ่ื สารผาน อารมณ ยิ้ม หวั เราะ เมื่อนักเรียนชอบทํากจิ กรรม การใชง านของสญั ญาณ การเปลงเสยี ง ทาทาง ฯลฯ นัน้ ๆ หรอื ไม อธบิ ายการส่ือสารท่ีใช สอดคลองกนั เม่ือมีความตองการจะสงเสียงเรียก ๗.๒ เด็กใชสัญญาณอยางสอดคลอ งกนั หรือไม และแสดงอาการดีใจเม่ือไดรบั ของท่ีตนเองตอ งการ แสดงอาการเสียใจ รองไห โวยวายเมือ่ ไมไ ดรบั ของท่ี ๗.๓ เดก็ ใชการส่ือสารแตกตางกันหรือไม อธิบาย ตนเองตองการ การสือ่ สารและความความหมายท่ีนาจะเปน แตกตางกนั โดยใชท า ทางและเสยี งในการส่อื ๗.๔ เม่ือนาํ เสนอตัวเลือกเด็กตดั สนิ ใจเลือกหรือไม ความหมาย ๗.๕ เด็กใชทา ทางเหมือนบคุ คลทว่ั ไปใชหรอื ไม นักเรยี นสามารถเลือกดว ยตนเอง เชน การเลือกขนม ๗.๖ เด็กสามารถใชของหนึง่ อยางหรือสัญลกั ษณ ทีต่ นเองชอบ หรอื ตนเองตองการ แทนกิจกรรมหรอื วตั ถหุ รือไม ใชเสียง ในการสือ่ สาร ไมได กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จงั หวดั ลาํ ปาง
88 รวบรวมขอ มลู ผูเ รียน ขอมลู ความสามารถผูเรยี น ๗.๗ เดก็ แสดงใหเหน็ ความเขาใจในการสื่อสารโดย นกั เรียนแสดงอาการจองหนา เม่อื ไดย นิ เสียง และ ใชสญั ลกั ษณห รือไม (การไดย ิน ภาพ หรือการ เม่อื ไดร บั คําสง่ั งายๆจากครู เชน หยบิ แกวนํ้า สมั ผสั ) นักเรียนก็จะหนั มามองหนา และหยิบแกว โดยครทู าํ เปน แบบอยา ง ๗.๘ เดก็ ใชก ารสอ่ื สารทางสัญลกั ษณหรือไม อธิบาย ไมส ามารถสอื่ สารดวยสัญลักษณไ ด จะสงเสยี งหรือ ภาษาของตนเองเพ่ือใหค รูหรือผดู ูแลเขาใจในสง่ิ ท่ี ตนเองตองการ ๘. การแกปญหา Problem solving ไมแสดงใหเ ห็นใดๆ ๘.๑ เดก็ แสดงใหเหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม เดก็ ไมเขาใจใจวิธีการหรอื จดุ สน้ิ สดุ หรอื การใชข้ัน ๘.๒ เด็กแสดงความเขาใจในวิธกี าร/จุดสน้ิ สุดหรอื ตอนกลางเพ่ือแกป ญหาโดยแสดงปฏิกิริยาเพิกเฉย การใชขัน้ ตอนกลางเพื่อแกป ญหาหรอื ไม ตอ สถานการณตางๆ ๘.๓ เด็กแสดงความเขาใจในหนาท่ขี องวตั ถทุ วั่ ไป เดก็ แสดงความเขา ใจโดยการปฏิบตั ิตาม เชน เมือ่ หรือไม เห็แกวนํา้ เด็กกจ็ อ งมองภายในแกว เพื่อเตรียมยกข้นึ ๘.๔ เด็กมวี ิธกี ารแกปญ หาอยางไร ดื่มนํา้ เปนตน ๘.๕ เด็กรักษาความสนใจและคงอยกู บั สงิ่ นัน้ หรือไม เดก็ จะพยายามทําดวยตนเองกอ น หากทาํ ไมไ ดจ ะ สงเสยี งเรียกครหู รือผแู ดและขวา งปาสิง่ ของนัน้ ๆ ไม เม่ือมกี ารเปลี่ยนแปลงสถานการณใ นการแกไข ปญหาจะใหค วามสนใจอยางอืน่ ทนั ที และเพิกเฉย ตอสถานการณนั้นๆ กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยก ารศึกษาพเิ ศษประจาํ จงั หวัดลาํ ปาง
89 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดานสภาพแวดลอมของผเู รยี น (Microsystem) บุคคลภายในครอบครัวที่ผเู รยี นไววางใจ นกั เรียนอาศยั อยูบ า นกบั ยายเปนบุคคลท่ีนักเรยี นใหค วามไวว างใจเปน ลาํ ดับถดั มาเนื่องจากเปน ผู ขับขีย่ านพาหนะจะใหความดูแลเอาใจใสตลอดระยะเวลาการเดินทางจนถงึ ทหี่ มายทกุ ครั้งอยางปลอดภัย ทาํ ให นักเรียนมคี วามไวว างใจและจะแสดงพฤติกรรม ทา ทางดใี จทกุ ครง้ั เม่อื ไดย ินเสยี งสามารถมาเลน พูดคุย หรือ ชว ยดแู ลในระหวา งทป่ี า หลอดตดิ ธุระในระยะเวลาสน้ั ๆ ได ลกั ษณะทีอ่ ยอู าศัย (หองอะไรบาง / ความสะอาด) นักเรียนพักอาศัยอยูท่ีบานของยาย บานของนักเรียนมีลักษณะของบานเปนบานชั้นคร่ึง บริเวณ หนาบานมีปูนและบันไดไมซ่ึงมีราวจบั ท้ัง ๒ ดา นที่ใชขน้ึ ไปยังระเบียงชน้ั บน ดานบนเปนไมมี ๒ หองนอน ๑ หองโถง อยูตรงกลางบาน บริเวณใตถ ุนบานเปนปูน พ้นื ปูกระเบื้อง หองโถงโลง มีหอ งน้ํา ๑ หอง ซึ่งใชตกู ้ันหองโถงออกเปน หองนอนและหองน่ังเลน โดยหองนํ้ามีความกวางของประตูไมเหมาะสม เกาอ้ีรถเข็นของนักเรียนไมสามารถเขาไป ดานในได พ้ืนหองนํ้าเปนพื้นกระเบื้อง มีชักโครกไวสําหรับขับถาย มีเครื่องทําน้ําอุน มีฝกบัว มีชองระบายอากาศ ซงึ่ นักเรยี นและปาหลอดจะใชพ้ืนที่บริเวณใตถุนบานเปนที่พักอาศัยและลุงดมจะพักอาศัยดานบน มีหองครัวซ่ึงแยก ออกจากตัวบานอยางชัดเจน มีการจัดเก็บอุปกรณในหองครัวอยางเหมาะสม บริเวณบานของผูเรียนท้ังดานในและ ดานนอกมคี วามสะอาดเรียบรอ ย อากาศถายเทสะดวก มแี สงสวางเขา ถึง ลักษณะหอ งน้าํ (ระบรุ ายละเอียด) หอ งน้ํามี ๒ หอง คือ หองที่อยูบริเวณนอกบาน และในตัวบาน หองน้ําดานในบาน มีประตูทางเขา ความกวาง ๘๐ เซนติเมตร มีพ้ืนตางระดับระหวางภายในและภายนอกหองน้ําซ่ึงรถเข็นของผูเรียนไมสามารถผาน เขาไปได พื้นหองน้ําเปนกระเบ้ืองพ้ืนหยาบภายใน สุขภัณฑเปนชักโครก มีฝกบัว มีถังน้ําและขัน พื้นหองนํ้าเปนพื้น กระเบ้อื ง มชี กั โครกไวสําหรบั ขับถาย มเี คร่อื งทาํ น้าํ อนุ มีฝก บัว มีชอ งระบายอากาศ ลักษณะหองนอน (ระบรุ ายละเอียด) หองนอนบริเวณใตถุนบาน มีความสะอาด มีมุงกาง ท่ีนอนมีความกวางและยาวมีเตียงไม ขนาด ๖ ฟุต สามารถนอนได ๓-๔ คน กวา งขวางและเพียงพอตอผูเรียนและมีหนาตางระบาย เพ่ือใหอากาศถายเทไดสะดวก มีการจดั วางของทเ่ี ปน ระเบยี บเปน สัดสวน พ้ืนท่ีในการฝก/ทํากิจกรรมกบั ผูเ รียน (ระบุรายละเอยี ด) บ ริ เว ณ บ า น ข อ งนั ก เรี ย น พื้ น ท่ี ใน ก า ร ฝ ก ใน ด า น ข อ ง วิ ช า ก า ร ส า ม า ร ถ ใช พื้ น ที่ ห อ ง น่ั ง เล น ใตถุนบาน ลานหนาบานและสนามหญาหนาบาน ในการฝกกิจกรรมตางๆ เชน การหยิบ จับ หรือเคล่ือนยาย สิ่งของได ในสวนของการฝกทักษะการดํารงชีวิต มีพ้ืนท่ี หองครัว หองน้ํา สามารถฝกการใชชีวิตของผูเรียนได และสามารถใชล านหนาบา นในการฝก การเคลอ่ื นยายตนเองไปยังทต่ี างๆได กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศกึ ษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลาํ ปาง
90 รวบรวมขอ มูลผเู รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดานความสมั พนั ธและปฏสิ ัมพนั ธระหวางบุคคลทเ่ี ก่ยี วของของผูเรยี น (Mesosystem) ลกั ษณะของครอบครวั และความสัมพนั ธของบคุ คลในครอบครวั นกั เรียนอยูรวมกับ ซ่ึงเปนผูแลนักเรยี นตั้งแตวัยเดก็ จนถึงปจจุบัน นักเรียนมีความสัมพันธ อยางใกลชิดกับเปนอยางมากในขณะท่ียายไปทํางาน จะเปนผูที่เขาใจในการแสดงออกของ พฤติกรรมและความตอ งการตางๆอยางงาย ของนักเรียน เชน หวิ นา้ํ หิวขาว และอยากไปยังสถานที่ ตางๆ ดวยการสงเสียงรอง ภาษาท่ีไมมีความหมายภาษากาย และทาทางตางๆ เปนตน เมื่อปา หลอดเห็นพฤติกรรมตางๆ ของนักเรียน ก็จะสามารถตอบสนองตอความตองการของนักเรียนได ทันที หากตอบสนองชาผูเรียนก็จะมีอาการฉุนเฉียว โมโห หยิก กัด รองไหบางในบางคร้ัง ความสัมพันธก ับบุคคลในหอ งเรยี น/โรงเรยี น นักเรียนมักมีพฤติกรรมตอตานทันทีเมื่อโดนบังคับหรือขัดใจ และจะทํารายเพื่อนทําให เพอื่ นไมอยากใกลช ิด ไมม ีปฏสิ ัมพันธรวมกบั ผอู ื่น แตเมื่อผูเรียนมีความตอ งการตางๆ เชน หิว หรือ หลีกเล่ียงการทาํ กิจกรรม จะสง เสยี งรอ งเรียก และโวยวายเรยี กผูปกครองทนั ที ความสมั พนั ธก บั บคุ คลอื่นๆ เชน ญาติพ่นี อ ง เพอื่ น เพ่ือนบาน คนในชมุ ชน เปนตน นักเรียนมีความสัมพันธืท่ีดี ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนใหความไววางใจเปนลําดับ ถัดมาเนื่องจากสามารถเขาใจความแตกตางของนักเรียนและสามารถมาเลน มาเลนกับผูเรียน โดย การเร่มิ ตน บทสนทนาจะมาจากผอู ่ืนเสมอ และนักเรียนจะแสดงอาการทาทาง ยิ้ม หัวเราะ เมื่อรูสึก พงึ พอใจในการปฏิสัมพันธร วมกับผูอื่น และจะมพี ฤติกรรมหยิกแขน กัด ญาติพ่ีนองมมี าเยยี่ มที่บาน เม่อื นักเรยี นถูกขดั ใจ ๒.๓ ดานสงิ่ แวดลอ มและสภาพสงั คมที่มีผลตอ ครอบครัว (Exosystem) สถานการณป จ จุบันท่ีสงผลกระทบกับผเู รียน เน่ืองจากการคลี่คลายของสถานการณการแพรร ะบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Covid 2019) ในปจจบุ ันสง ผลใหนกั เรียนมารับบรกิ ารท่หี นวยบริการอําเภอเสริมงามอยางตอ เน่ือง แตจะมีบางชวงท่ีมี การแพรระบาดภายในหมูบานขั้นรุนแรงอาจสงผลใหผูเรียนขาดการมารับบริการได ทําใหพัฒนาการ ดานตางๆ ของนักเรียนถดถอยลงไปบาง ครูตองปรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยระบบออนไลน ตามความเหมาะสม แตย งั ไมส ามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคท ี่กําหนดได สถานท่ีทํางานของพอแม/ผูปกครอง ตายายมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกท่ัวไป ซึ่งทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน ทําใหมี เวลาดูแลนักเรียนอยางใกลชิด มารดาทํางานตางประเทศและจะสงเงินคาใชจายในการดํารงชีวิตของ นักเรียนใหกับยายในทุกเดือน เนื่องจากบิดา มารดาไมไดอ ยูกับนักเรียน จึงทําใหนักเรียนไมคอยใกลชิด และสนิทกับบิดา มารดา เทากับผูเล้ียงดู คือ ยายซึ่งอาชีพหลักคือ ผูดูแลนักเรียนซ่ึงไดรับการจางจาก พอและแมของนกั เรยี นทกุ เดือน กลุม บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก ารศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง
91 รวบรวมขอ มูลผเู รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) สภาพแวดลอมทางกายภาพ หรือ การจัดสง่ิ อํานวยความสะดวกของชุมชนที่ผูเรยี น อาศยั อยู แมมีอาชีพรับจาง ขายของออนไลน รายไดหลักมาจากตาท่ีมีอาชีพการเพาะปลูกพืชผัก สวนครัวตามฤดูกาล ซ่ึงทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน หางจากบานประมาณ ๑ กิโลเมตร ปาหลอด ไมไ ดประกอบอาชพี จงึ เปนผดู ูแลนักเรียนตลอดเวลา ๒.๔ ดานวัฒนธรรม ประเพณี คานยิ มของสังคม (Macrosystem) บานของผูเรียนยังไมมีสื่อท่ีเหมาะสมกับความพิการของบุคคลความบกพรองทางรางกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ โดยหอ งน้ําภายในบานไมเหมาะสมกับการเคลื่อนยา ยผเู รยี นดวยเกาอ้ี รถเข็น ในการทําความสะอาดรางกายอยางเหมาะสม มีบริเวณพ้ืนท่ีท่ีเปนกอนหินเล็กๆ และมีสนาม หญาไมเหมาะสมตอการใชเกาอี้รถเข็นในการเคล่ือนยายนักเรียนไปยังทิศทางตางๆ และเน่ืองดวย ผูปกครองไมยอมปลอยใหผูเรียนใชความสามารถของตนเองไดเต็มตามศักยภาพทําใหนักเรียนสามารถ ชวยเหลอื ตนเองได ๒.๕ ดา นส่ิงตางๆท่อี าจกระทบตอ ผูเรียน เชน กฎหมาย การไดรับสทิ ธิดานตางๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลิเคชั่น ทีเ่ กี่ยวของกับผูเรียนในชวี ิตประจําวัน (Chronosystem) นักเรียนไดรับเบี้ยพิการ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบ้ียยังชีพคนพิการและไดรับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามสวัสดิการของรัฐ และไดใชบริการเครื่องชวยหายใจ ถังออกซิเจน และเครื่องดูดเสลด จากโรงพยาบาลศูนยลําปางในรูปแบบการยืมอุปกรณแตออกคาใชจาย เพิ่มเติมเอง นักเรียนไดรับการใหบริการทางการศึกษาจากศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง โครงการปรับบานเปนหองเรียนเปล่ียนพอแมเปนครู หองเรียนอําเภอเมือง โดยไมเสียคาใชจายและมี โอกาสไดรับทุนการศึกษาฯ มูลนิธิคุณพุม ปลาสุด ปการศึกษา ๒๕๖๔ เปนเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกทงั้ นกั เรียนสามารถเขา ถงึ ส่ือเทคโนโลยผี านทางโทรศัพท แท็บเลต และโทรทศั นโดยมีผปู กครองกาํ กับ ดูแล นอกจากนี้หากสถานการณเศรษฐกิจไมดีข้ึน อาชีพของพอและแมเกิดความไมมั่นคง อาจสงผลตอ รายไดทจ่ี ะสง มายงั ครอบครัว เพื่อดูแลนกั เรียนได กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง
92 รวบรวมขอมูลผูเรียน สรุปเปา หมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผปู กครองที่มีตอตวั ผเู รียน ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนตอบสนองตอการรักษาทางการแพทย มีอาการคงที่ ไมถดถอย มีชีวิต อยูตอไปใหนานที่สุดเทาที่จะทําได และนอกจากนี้หากเปนไปไดตองการใหนักเรียนสามารถสื่อสารความตองการ การบอกความรสู กึ ของตนเองแกผ ูดูแลได ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนสามารถเรียนรูดานวิชาการหรือการดํารงชีวิตประจําวันของตนเองได ไดแก นักเรยี นสามารถบอกหรอื ช้ีสิ่งท่ีตอ งการในการสือ่ สารเพมิ่ มากขึน้ กวาเดมิ นกั เรียนสามารถด่ืมน้ํา ดมื่ นม และ สามารถใชชอ นตักรบั ประทานอาหารไดด วยตนเอง ๔. เปาหมายหลักทผ่ี ูเรียนควรไดร ับการพฒั นา/สงเสริม ๑) นักเรียนสามารถบอกหรือช้ีสิง่ ท่ีตองการไดด วยตนเอง ๒) นกั เรยี นสามารถด่ืมน้ํา ดื่มนม ไดดวยตนเอง ๓) นักเรียนสามารถรับประทานอาหารโดยการใชชอนตกั อาหารใสป าก ไดดว ยตนเอง ๕. เปา หมายหลักทผ่ี เู รยี นควรไดรบั การปองกัน/แกไขปญหา ๑) ควรไดร บั สื่ออาํ นวยความสะดวกท่ีเหมาะสมกบั ความพิการของผูเรยี น ๒) การปรับสภาพพืน้ ที่บริเวณในการฝก ผูเรยี น เรื่อง การชวยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจําวัน . ผบู ันทกึ ขอมลู …………………………………………… (……น…าง…ส…า…วช…า.ล.…ศิ …า …ค…าํ …ยัน…ต… …) ตาํ แหนง ………………ค…รู …………… วนั ท…่ี …๑…..เดือน……ก…รก…ฎ…า…ค…ม…..พ.ศ…๒…๕…๖..๕ กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศึกษาพิเศษประจําจังหวดั ลาํ ปาง
93 - ........... .... ...... ............. ......... ................ ......เตรยี มความพรอ ม.... ...... .. /
94 , SLE ( ) .......จ..า..ก...ก..า..ร....ด..ก..ร..อ..ง..พ...บ..ค..ว..า..ม..บ..ก...พ....อ..ง..ท..า.ง....า..ง.ก..า..ย..ห.....อ..ก...า.ร...เ.ค....อ..น..ไ.ห...ว...เ...น..ค..ว.ร.ใ.....ก..า.ร....ว.ย..เ.ห....อ..โ..ด..ย..ก..า..ร...ด.......แ..ผ..น..ก..า..ร...ด.ก..า..ร. ..........ก..ษ..า..เ..ฉ..พ..า..ะ....ค..ค..ล....(..I.E..P...)...แ...ล...ะ....จ...ก..ร..ร..ม...ก..า..ย...ภ..า..พ..........ด................................................................................... .................................................. () .................................................. () .................................................. () ับำบิกุบึศัจำทัจืล่ช้ห็ห่ืลืร่ร่รัค
95 // ..................... // / // / ................................................. ()
96 แบบประเมิน หลักสตู รสถานศึกษาการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน สาํ หรับผเู รยี นพิการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั : ระดบั ชั้นประถมศึกษา (ปท ี่ ๒) ช่อื -สกุล………เด…็ก…หญ…งิ …ณ…ัฐช…า…ภร…ณ… เม…ท…า……………………………………. อายุ……๑…๑…….ป…………..…เดือน วันที่ประเมนิ ………………๑…๖…ม…ิถนุ…า…ยน……๒…๕๖…๕…………………………. คําชแ้ี จง ๑. แบบประเมนิ ตามหลักสตู รสถานศกึ ษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐานสําหรบั ผูเรียนพิการ ศนู ยก ารศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ใชป ระเมนิ สําหรบั เดก็ ทอ่ี ยูในระดบั การศึกษาภาคบังคบั ๒. แบบประเมนิ ฉบบั นี้สามารถใชไดกับผรู ับการประเมนิ ทุกประเภทความพิการ เกณฑก ารประเมินผล ๑. ผลการประเมนิ กอ นการพัฒนา ระดับ ๔ หมายถึง ไมต อ งชวยเหลือ/ทาํ ไดด ว ยตนเอง ระดับ ๓ หมายถงึ ทําไดเมอื่ กระตนุ เตอื นดว ยวาจา ระดับ ๒ หมายถงึ ทําไดเ มอ่ื กระตุนเตอื นดวยทาทาง และวาจา ระดบั ๑ หมายถึง ทาํ ไดเ มอ่ื กระตุนเตอื นทางกาย ทาทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถงึ ทาํ ไมไดหรอื ไมย อมทํา ๒. สรปุ หมายถงึ จัดการเรยี นการสอนตามหนว ยการจดั การเรยี นรู ๒.๑ หนวย ฯ หมายถึง จดั การเรียนการสอนตามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล ๒.๒ IEP / IFSP หรือแผนการใหบริการชวยเหลือเฉพาะครอบครวั
97 ๑. สาระการดํารงชวี ติ ประจาํ วันและการจดั การตนเอง คาํ ช้ีแจง ใหทาํ เครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ทต่ี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมนิ สรปุ ท่ี ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓ ดแู ลความสะอาดสุขอนามัยของตนเอง ๒ ดป ๑.๑/๔ ดแู ลสขุ อนามัยไดอยางเหมาะสมตามเพศของ ตนเอง ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏิบัติตนตามมาตรการการปองกนั โรค ๔ ดป ๑.๒/๔ เลอื กเคร่ืองแตง กายหรือเคร่ืองประดับตาม ความชอบสว นตวั ๕ ดป ๑.๒/๕ เลือกเคร่ืองแตงกายไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ และโอกาส ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใชอปุ กรณแ ละหองนาํ้ ภายในบา น หอ งนา้ํ สาธารณะไดอยา งถกู ตอง ตรงตามเพศ ของตนเอง ๗ ดป ๑.๓/๓ ทาํ ความสะอาดตนเองและหองนาํ้ หลังใช หองนา้ํ และแตงกายใหแ ลว เสรจ็ กอนออกจาก หองน้าํ ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา มถนนอยางปลอดภยั ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกําลงั กาย เลนกีฬา หรือนนั ทนาการตาม ความถนัด และความสนใจ ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ้นื ฐานของตนเอง
98 ผลการประเมนิ สรุป ที่ ตัวชว้ี ดั กอ นการพฒั นา ๑๑ ดป ๓.๑/๕ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP แสดงสหี นา อารมณแ ละสนทนาตอบโต เมอ่ื ไดรับคาํ ชมเชย คําติชม หรือคาํ เตือน จากผูอ นื่ ๑๒ ดป ๓.๑/๖ มคี วามยืดหยนุ เม่ือมีการเปลย่ี นแปลงเวลา หรอื จากสถานทีห่ น่งึ ไปอีกสถานทีห่ น่ึง ๑๓ ดป ๓.๑/๗ ตคี วามหมายสหี นา ทา ทาง ภาษากาย และ น้ําเสียงของผูอื่นและตอบสนองอารมณของ ผูอ่ืน ๒. สาระการเรียนรูและความรพู ้นื ฐาน คาํ ชแ้ี จง ใหทําเคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินทต่ี รงตามสภาพความเปน จริง ผลการประเมนิ ที่ ตัวชีว้ ัด กอ นการพัฒนา สรปุ ๑ รพ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔ หนวยฯ IIP/FCS P ใชก ารฟง การดู การสัมผัสเพื่อแสดงความสนใจ ตอสอ่ื บคุ คลและมสี วนรว มในสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจาํ วัน ๒ รพ ๑.๑/๔ เลยี นแบบการแสดงออกในการสอ่ื สารกับบคุ คล อืน่ ทีค่ นุ เคยหรือไมคนุ เคยในสถานการณตาง ๆ ได ๓ รพ ๑.๑/๗ ใชกระบวนการสื่อสารในการแสวงหาขอ มูล ขาวสารในการติดตามความเคลือ่ นไหวตาง ๆ ในสงั คม สาํ หรับการดํารงชวี ิตและการประกอบ อาชพี
99 ที่ ตวั ชวี้ ัด ผลการประเมนิ สรุป กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนว ยฯ P ๔ รพ ๑.๒/๑ ใชก ระบวนการอา นในการเลอื กภาพ คาํ ทีอ่ อกเสียงเหมือนเสียงพยัญชนะตน ทเ่ี ปนช่อื ของตนเอง สงิ่ ของ บุคคลอนื่ ได ๕ รพ ๑.๒/๒ ระบชุ ือ่ สงิ่ ของ บคุ คลที่รูจักในหนงั สือภาพ หรือสอื่ รูปแบบอื่น ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓ เขียนพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต ไดตาม ศักยภาพเขยี นตวั อักษรภาษาองั กฤษดว ย วิธกี ารตา ง ๆ ไดต ามศักยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑ บอกประวัตคิ วามเปน มาของตนเอง และครอบครวั โดยใชร ปู แบบที่หลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒ บอกประโยชนสง่ิ ของเคร่อื งใชท ี่เปน เทคโนโลยี ในชวี ิตประจําวัน โดยการบอก ชี้ หยบิ หรอื รปู แบบการสือ่ สารอนื่ ๆ ๓. สาระสงั คมและการเปนพลเมืองทีเ่ ขมแขง็ คาํ ชแี้ จง ใหทําเคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเปน จรงิ ผลการประเมิน ที่ ตวั ชวี้ ดั กอนการพฒั นา สรปุ ๑ สพ ๑.๑/๒ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCS P ปฏิบตั ิหนา ท่ขี องตนเองในการเปนสมาชิกทีด่ ี ของครอบครวั ๒ สพ ๑.๑/๔
100 ที่ ตวั ชีว้ ัด ผลการประเมิน สรุป ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา ท่ีของตนเอง กอนการพฒั นา ในการเปน สมาชิกทีด่ ีของโรงเรยี น ๐๑๒๓๔ หนว ยฯ IIP/FCS P ๓ สพ ๑.๑/๖ ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา ที่ของตนเอง ในการเปน สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒ ปฏบิ ัติตาม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมีความกตัญกู ตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑ เขาใจ ตระหนักถงึ ความสําคัญตอ ศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวันสําคญั ทางศาสนาท่ีตนเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชพี คาํ ชี้แจง ใหทาํ เครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมิน ท่ี ตัวช้วี ัด กอ นการพฒั นา สรุป ๑ กอ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔ หนว ยฯ IIP/FCS P เก็บของเลน – ของใชส ว นตัวหรอื ของสมาชิก ในครอบครวั จนเปนนสิ ยั ลงช่อื .................................................ผปู ระเมนิ ลงชื่อ.................................................ผูประเมิน (นางสาวชาลศิ า คํายันต) (นางสาวศศิกมล กา หลา) ตาํ แหนง .......คร.ู ........................ ตาํ แหนง.......ครูผูช วย................ ลงช่อื .................................................ผูประเมิน (นายอนชุ า โสสมกบ) ตําแหนง..........คร.ู .....................
101 - เ\"กห%ง'ฐ็ากร, เมทา h๒hm01oนtาkยmน ๒๕๖๕ ห
102
103 ** ✓ IIP/FCSP * ✓ ✓ * *6 * ✓ ✓ *✓ ** ✓ ✓ **
104 Walker IIP/FCSP Walker ** *✓ ** ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ * ✓ Walker ** ✓ ** ✓ ** ** ะ
105 IIP/FCSP Walker ** ✓ ** ✓ ** \" ** ✓ Walker ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ ** ** ะ* Walker **
106 ** ✓ IIP/FCSP ** IIP/FCSP ** ✓ * ✓ ✓ * ** ✓ ✓ * ** ✓ ** ✓ ** ✓
107 r IIP/FCSP IIP/FCSP ✓ IIP/FCSP * * ** ✓ * ** * ✓ ✓ * ✓ * ✓
108 IIP/FCSP * ✓ * * ✓ * r ** ๛ นางสาวศBกมล DาหEา นาชา:ดา <=น> คGHIวย คG นายธKชLย Mตสงสาร พPกงานราชการ
109 ชื่อ-สกุล ด.ญ.ณฐั ชาภรณ เมทา วนั ที่ประเมิน ๒๗ พ.ค. ๖๕ แบบประเมนิ ทางกิจกรรมบําบัด ผูประเมิน นางสาวสิรินยา นนั ทชัย ศนู ยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง 1. ลักษณะโดยทั่วไป (General appearance)… เด็กผูหญิง มีอารการเกร็งของรยางคทั้ง 4 ไมสามารถสื่อสาร และไมส ามารถเคลอื่ นยา ยตวั ไดด วยตนเอง 2. การประเมินความสามารถดา นการเคลอื่ นไหว (Motor Function) 2.1 ทักษะกลา มเนื้อมดั ใหญ (Gross Motor) ระดับความสามารถ (ระบุอายทุ ี่ทาํ ได) ระดับความสามารถ (ระบอุ ายทุ ่ีทาํ ได) รายการ ทําไดดว ย ทําไดแตต อง ทําไมไ ด รายการประเมิน ทําไดดวย ทําไดแตต อง ทําไมได ประเมิน ตนเอง ชวยเหลือ ตนเอง ชวยเหลอื ชันคอ √ ว่ิง √ พลิกตะแคงตวั √ เดนิ ขึน้ -ลงบนั ได (เกาะราว) √ พลกิ ควํ่าหงาย √ กระโดด 2 ขา √ น่งั ไดเ อง √ เดนิ ขึ้น-ลงบนั ได (สลับเทา) √ คลาน √ ปนจักรยาน 3 ลอ √ เกาะยนื √ ยนื ขาเดียว √ ยืน √ กระโดดขาเดียว √ เดิน √ 2.2 การขามแนวกลางลําตัว (Crossing the Midline) • สามารถมองตามขามแนวกลางลาํ ตวั มี □ ไมม ี • สามารถนํามือทง้ั สองขางมาใชใ นแนวกลางลาํ ตวั □ มี ไมมี 2.3 ขางทีถ่ นัด (Laterality) □ ซาย □ ขวา 2.4 การทาํ งานรว มกนั ของรางกายสองซีก (Bilateral integration) □มี ไมม ี 2.5 การควบคมุ การเคล่ือนไหว (Motor control) • สามารถเปล่ยี นรูปแบบการเคล่อื นไหว □ มี ไมมี • ความสามารถในการเคล่อื นไหว (Mobility) □ มี ไมม ี • รูปแบบการเคลื่อนไหวทผ่ี ดิ ปกติ □ มี □ อาการสนั่ (Tremor) □ การบดิ หมุนของปลายมือปลายเทาคลายการฟอนรํา (Chorea) □ การเคล่ือนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตงึ ตัวของกลามเน้ือไมแนน อน (Fluctuate) ไมม ี • มกี ารเดินสะเปะสะปะ เหมือนการทรงตวั ไมดี (Ataxic Gait) □ มี ไมม ี • เดนิ ตอสนเทา □ ทําได ทําไมได • ทดสอบ Finger to Nose Test □ ทาํ ได ทาํ ไมได □ มกี ารกะระยะไมถ ูก (Dysmetria) • ทดสอบการเคล่อื นไหวสลบั แบบเร็ว (Diadochokinesia) □ ทําได ทาํ ไมได 2.6 การวางแผนการเคลื่อนไหว (Praxis) *มแี บบทดสอบมาตรฐาน* - การเลียนแบบทา ทาง □ ทําได ทาํ ไมได - การเลยี นแบบเคลื่อนไหว □ ทําได ทําไมได 2.7 การประสานงานของกลา มเน้ือมดั เล็ก (Fine coordination) .............................ทําได.................................................
110 แบบประเมนิ ทักษะการเคลือ่ นไหวของกลา มเนอ้ื มดั เลก็ รายการประเมิน ระดับความสามารถ ทาํ ไมไ ด การสบตา (eye contact) √ ทําไดดวยตนเอง ทําไดแ ตตอ งใหก ารชวยเหลอื การมองตาม (eye following) √ √ การใชแขนและมือ √ การเอ้อื ม (Reach Out) การกาํ (Grasp) 1. การกํา (Power grasp) •การกาํ แบบตะขอ (Hook) •การกาํ ทรงกลม (Spherical grasp) •การกาํ ทรงกระบอก (Cylindrical grasp 2. การหยิบจบั (Precise grasp) การนาํ (Carry /hold ) √ การปลอย (Release) √ การใชส องมอื การใชก รรไกร √ การใชอ ุปกรณเครื่องใชในการรบั ประทานอาหาร การใชมือในการเขียน ความคลอ งแคลวของการใชม อื การประสานสมั พันธร ะหวา งมือกบั ตา √ (eye-hand coordination) การควบคมุ การเคลื่อนไหวรมิ ฝป าก √ การปดปาก (Lip Closure) การเคลื่อนไหวล้นิ (Tongue) การควบคมุ ขากรรไกร (Jaw control) การดูด (Sucking) / การเปา การกลืน (Swallowing) การเคย้ี ว (Chewing) ความผดิ ปกตอิ วยั วะในชอ งปากท่ีพบ 1. ภาวะล้ินจุกปาก (Tongue thrust) □ พบ ไมพบ 2. ภาวะกัดฟน (Tooth Grinding) □ พบ ไมพบ 3. ภาวะน้ําลายไหลยืด (Drooling) □ พบ ไมพบ 4. ภาวะลิน้ ไกส นั้ □ พบ ไมพ บ 5. ภาวะเคล่ือนไหวล้ินไดนอ ย □ พบ ไมพ บ 6. ภาวะปากแหวง เพดานโหว □ พบ ไมพ บ หมายเหตุ (ขอมลู เพ่มิ เติม)
111 การประเมนิ การรับความรูส ึก 1. ตระหนักรถู ึงส่ิงเรา มี □ ไมมี 2. การรับความรสู ึก (Sensation) ใส N=Normal (ปกติ) I=Impaired (บกพรอง) L=Loss (สญู เสยี ) การรับความรสู กึ ทางผวิ หนงั (Tactile) - การรบั รูถึงสัมผัสแผว เบา (Light touch) : ปกติ □ บกพรอ ง □ สญู เสีย - แรงกด (Pressure) : ปกติ □ บกพรอง □ สญู เสยี - อณุ หภมู ิ (Temperature) : ปกติ □ บกพรอ ง □ สูญเสีย - ความเจบ็ (Pain) : ปกติ □ บกพรอง □ สญู เสีย - แรงส่ันสะเทือน (Vibration) : ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรับความรูสึกจากกลา มเนอื้ เอน็ และขอ (Proprioceptive): ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรบั ความรสู ึกจากระบบการทรงตัว (Vestibular) : ปกติ □ บกพรอ ง □ สูญเสีย การรบั ขอมูลจากการมองเห็น (Visual) : ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสีย การรับขอมูลจากการไดยนิ (Auditory) : ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรบั ขอมลู จากตุมรบั รส (Gustatory) : ปกติ □ บกพรอ ง □ สญู เสีย 3. กระบวนการรบั รู มี □ ไมมี การรับรโู ดยการคลํา (Stereognosis) มี □ ไมมี การรับรูการเคลือ่ นไหว (Kinesthesis) มี □ ไมมี การตอบสนองตอความเจ็บปวด (Pain Respone) การรบั รสู ว นตางๆของรา งกาย (Body Scheme) มี □ ไมมี การรับรูซ า ย-ขวา (Right-Left Discrimination) □ มี ไมมี การรบั รรู ูปทรง (Form constancy) □ มี ไมม ี การรบั รูตําแหนง (Position in space) □ มี ไมม ี การรับรูภาพรวม (Visual-Closure) มี □ ไมม ี การรบั รกู ารแยกภาพ (Figure Ground) □ มี ไมมี การรับรูค วามลกึ (Depth Perception) □ มี ไมม ี การรบั รูมิตสิ มั พันธ (Spatial Relation) □ มี ไมม ี
112 แบบประเมินประสิทธภิ าพการทําหนาท่ีของสมองในการบรู ณาการความรูสึก พฤตกิ รรม/การแสดงออก การแปลผล หมายเหตุ Hyperactive พบ (poor integration) ไมพบ (good integration) Distractibility √ Tactile Defensiveness √ Gravitational Insecurity √ Visual Defensiveness √ Auditory √ Defensiveness √ *ใชแ บบประเมินพฤติกรรมการประมวลความรูสึก* การประเมนิ การใชสตปิ ญ ญา ความคดิ ความเขาใจ 1. ระดับความรสู ึกตัว : ปกติ □ ผดิ ปกติ 2. การรับรวู นั เวลา สถานท่ี และบคุ คล ................................................................................................................. ....................................................................................................................................................................................... 3. การจดจํา................................................................................................................................................................. 4. ชวงความสนใจหรอื สมาธิ มี .....5....นาที □ ไมม ี 5. ความจาํ □ มี ไมม ี 6. การเรยี งลําดับ □ มี ไมม ี 7. การจัดหมวดหมู □ มี ไมมี 8. ความคดิ รวบยอด □ มี ไมมี
113 แบบแจกแจงปญ หาและการตั้งเปาประสงค สรปุ ปญหาของนกั เรียน ๑. พฒั นาการลาชา ในดานทกั ษะวชิ าการ เชน ทกั ษะการรบั รูท างสายตาดา น visual closure, spatial relation ทักษะดา นความคิดความเขา ใจ การเรยี งลําดับ จัดหมวดหมู เปน ตน เปา ประสงค ๑. ครอบครัวมีความรู ทกั ษะ และเจตคติทด่ี ใี นการดแู ล เหน็ ความสําคญั ของการฝก ฝนทกั ษะตา ง ๆ ใหข อมลู และ ทางเลอื กตาง ๆ ในการตดั สินใจเพือ่ ใหเ ด็กสามารถทํากิจกรรมตาง ๆ ไดดวยตนเอง รวมท้งั การใหกาํ ลงั ใจและ คอยสนับสนุน ๒. สง เสริมทกั ษะในชีวติ ประจาํ วัน (Activities of daily living training) โดยเนน พัฒนาการในการชว ยเหลือ ตนเอง และการระบายออกทางพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งทักษะดานสังคมในการใชชีวิตอยรู วมกบั ผูอืน่ (ลงชื่อ) ( นางสาวสริ ินยา นันทชัย) นักกจิ กรรมบําบัด วนั ที่ ๒๗ พ.ค. ๖๕
11 แบบสรปุ การรบั บริการกจิ กร ช่ือ-สกลุ เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา หองเรยี น แมท ะ ๑ สรุปปญ หาของนักเรียน ผลการประเมนิ กอน เปา ปร การหยิบวตั ถขุ นาดเลก็ ดวย การรับบริการ ปลายนิ้ว เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา ไม ภ า ย ใ น เ ดื อ สามารถหยิบจับวัตถุขนาดเล็ก ๒๕๖๕ เด็ก ดว ยปลายนว้ิ มือไดด วยตนเอง ภรณ เมทา ส จั บ วั ต ถุ ข น า ปลายนว้ิ มอื ได สรปุ ผลการใหบริการกิจกรรมบาํ บัด - ขอ ๑. เปา ประสงคทั้งหมด ๑ ขอ ๒. ผลการพฒั นา บรรลุเปา ประสงค ๑ ขอ ไมบรรลุเปา ประสงค ขอเสนอแนะในปตอ ไป ควรไดร ับการประเมินทางกิจกรรมบาํ บดั ตอไป
14 รรมบําบัดปก ารศึกษา ๒๕๖๕ ระสงค ผลการประเมินหลัง ผลการพัฒนาตามเปา ประสงค การรับบริการ บรรลุ/ผาน ไมบรรลุ/ไมผ า น อ น มี น า ค ม เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา กหญิงณัฐชา สามารถหยิบจับวัตถุขนาด √ สามารถหยิบ เล็กดวยปลายน้ิวมือไดดวย า ด เ ล็ ก ด ว ย ตนเอง ในระดับ ๔ โดยไม ดดวยตนเอง ตองไดรบั การชว ยเหลอื (ลงชอื่ ) ………………………………………… นางสาวสิรินยา นนั ทชยั นักกจิ กรรมบาํ บดั ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๕
115 ๑ แบบประเมินทางกายภาพบาบัด ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง วนั ที่รบั การประเมิน ..เ.......พ.....ค.....ป....ร........ ผู้ประเมิน ..น...า..ย..อ....ช...า....โ...ส....ส..ม...ก..บ........... ๑. ข้อมลู ท่ัวไป ชอื่ ……ด….ญ…. ……ฐ…ก…า…ร………เ…ค …อส…า…ใ…จ.....………… ช่อื เล่น................................ เพศ ชาย หญิง วัน เดือน ปเี กิด....๘.......ล.า..ค..ม.....ไ...ป........... อายุ .๗......ปี..........เดอื น โรคประจาตวั ................................. การวนิ ิจฉยั ทางการแพทย์……………...................................................................................................... อาการสาคัญ (Chief complaint) ……อ…น…+.………ง…า…ม…ง…อ…แ…ขน…ข.า..…ง…ส…อง…กา……………………………..……… ข้อควรระวัง........................................................................................................................................... หอ้ งเรียน .....แ...ท..ะ...๑.............................................ครปู ระจาชั้น.....น..า.ส..า.ว..............า..น...ส........................... ๒. การสงั เกตเบ้ืองตน้ ปกติ ผดิ ปกติ การสังเกต ปกติ ผิดปกติ ๙. เทา้ ปกุ การสังเกต . ๑๐. เทา้ แบน . ๑. ลักษณะสผี ิว ๑๑. แผลกดทบั ๒. หลังโกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลงั คด ๑๓. การพูด ๔. หลังแอน่ - ๑๔. การมองเหน็ r ๕. เข่าชดิ ๑๕. การเค้ียว ๖. เขา่ โกง่ r ๑๖. การกลืน r ๗. ระดับข้อสะโพก ๘. ความยาวขา ๒ ขา้ ง r r ะ ะ เพม่ิ เติม .................\"....\".................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ๊ิ ้ั ูศู๊ศ้ด์ทิท่ม๋ญท็ท่อุตืร์ณัณุน่ต
116 ๒ ๓. พัฒนาการตามวัย ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ๑. ชันคอ / ๖. นงั่ ทรงตัว r ๒. พลิกควา่ พลิกหงาย ✓ ๗. ลกุ ขนึ้ ยนื ✓ ๓. คบื _ ๘. ยืนทรงตวั _ ๔. คลาน r ๙. เดนิ ✓ ๕. ลกุ ขนึ้ นง่ั / ๑๐. พูด / เพม่ิ เติม ....._............................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... ................................. ๔. การประเมินทางกายภาพบาบัด มาตรฐานท่ี ๑ การเพ่มิ หรือคงสภาพองศาการเคล่ือนไหวของข้อต่อ ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๑.๑ เพ่ิมหรือคง ๑. ยกแขนขึ้นได้ เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว สภาพองศาการ ไม่เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว เคล่อื นไหวของ rจากดั การเคลื่อนไหว ร่างกายส่วนบน เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๒. เหยยี ดแขนออกไป เตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว ดา้ นหลงั ได้ ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว /จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๓. กางแขนออกได้ เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว ไม่เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๔. หุบแขนเข้าได้ เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรุงครง้ั ท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
117 ๓ ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๕. งอขอ้ ศอกเขา้ ได้ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว / จากดั การเคลื่อนไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ๖. เหยียดขอ้ ศอกออกได้ เต็มชว่ งการเคล่ือนไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๗. กระดกข้อมือลงได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๘. กระดกข้อมือขึ้นได้ เต็มช่วงการเคล่ือนไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลือ่ นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๙. กามอื ได้ เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑๐. แบมือได้ เตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่อื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑.๒ เพิ่มหรือคง ๑. งอขอ้ สะโพกเข้าได้ เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว เคลอ่ื นไหวของ ร่างกายสว่ นลา่ ง r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
118 ๔ ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๒. เหยยี ดขอ้ สะโพก กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ออกได้ ๓. กางข้อสะโพกออกได้ ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ๔. หบุ ข้อสะโพกเข้าได้ r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ๕. งอเขา่ เขา้ ได้ ................................................ ๖. เหยียดเขา่ ออกได้ เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ๗. กระดกข้อเทา้ ลงได้ ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว ๘. กระดกข้อเทา้ ขน้ึ ได้ r จากดั การเคล่อื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ เต็มชว่ งการเคลือ่ นไหว ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลื่อนไหว เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ เต็มช่วงการเคล่อื นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว / จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ เตม็ ช่วงการเคล่อื นไหว / จไมา่เกตัดม็ กชาว่ รงเกคาลรื่อเนคลไหือ่ วนไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
119 ๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๙. หมนุ ข้อเทา้ ได้ เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ๑๐. งอนว้ิ เทา้ ได้ ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่ือนไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................ เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว ไม่เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ มาตรฐานท่ี ๒ การปรบั สมดุลความตึงตัวของกลา้ มเนอ้ื ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๒.๑ ปรับสมดลุ ๑. ปรับสมดุลความ ✓ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ความตงึ ตวั ตึงตวั กล้ามเนื้อ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ของกลา้ มเนื้อ ยกแขนข้นึ ได้ ................................................. รา่ งกายสว่ นบน ๒. ปรบั สมดุลความ / ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตัวกล้ามเนื้อ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ เหยียดแขนออกไป ระดับ ๓ ระดับ ๔ ด้านหลังได้ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรบั สมดลุ ความ / ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กลา้ มเนื้อ ระดบั ๑+ ระดับ ๒ กางแขนออกได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๔. ปรบั สมดุลความ ................................................. / ระดับ ๐ ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ หบุ แขนเขา้ ได้ ระดบั ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
120 ๖ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๕. ปรับสมดุลความ r ระดับ ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ งอข้อศอกเข้าได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรบั สมดุลความ ระดบั ๐ ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเนื้อ ะ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ เหยยี ดข้อศอกออกได้ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดลุ ความ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเนื้อ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ กระดกข้อมือลงได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดลุ ความ r ระดับ ๐ ระดบั ๑ ตงึ ตวั กลา้ มเนื้อ กระดกข้อมือข้นึ ได้ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๙. ปรับสมดลุ ความ ................................................. r ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเน้ือ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ กามือได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๐. ปรับสมดุลความ ระดบั ๐ ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเน้ือ แบมือมอื ได้ ะ ระดับ ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒.๒ ปรับสมดลุ ๑. ปรบั สมดุลความตึงตัว ระดับ ๐ ระดับ ๑ ความตึงตวั กลา้ มเน้ืองอสะโพก ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ของกลา้ มเน้ือ เข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ รา่ งกายสว่ นลา่ ง เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
121 ๗ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๒. ปรบั สมดุลความตึงตวั r ระดบั ๐ ระดบั ๑ กลา้ มเน้อื เหยยี ด สะโพกออกได้ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดลุ ความตึงตวั r ระดบั ๐ ระดับ ๑ กลา้ มเน้อื กางสะโพก ออกได้ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรับสมดุลความตงึ ตัว r ระดับ ๐ ระดับ ๑ กล้ามเนอ้ื หุบสะโพก ระดับ ๑+ ระดับ ๒ เข้าได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ๕. ปรับสมดลุ ความตึงตัว ................................................. r ระดับ ๐ ระดบั ๑ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ กล้ามเนอ้ื งอเขา่ เขา้ ได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรับสมดุลความตึงตวั r ระดับ ๐ ระดบั ๑ กล้ามเนอ้ื เหยยี ดเขา่ ระดับ ๑+ ระดับ ๒ ออกได้ ระดับ ๓ ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดุลความตงึ ตัว ระดบั ๐ ระดบั ๑ กล้ามเนือ้ กระดก ข้อเท้าลงได้ ะ ระดบั ๑+ ระดบั ๒ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดุลความตึงตวั ระดบั ๐ ระดับ ๑ กลา้ มเนื้อกระดก ระดบั ๑+ ระดับ ๒ ข้อเท้าขึน้ ได้ ระดบั ๓ ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
122 ๘ หมายเหตุ ๐ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเน้ือไมม่ ีการเพิม่ ขึน้ ๑ หมายถึง ความตึงตวั ของกลา้ มเน้อื สงู ขึน้ เลก็ น้อย (เฉพาะช่วงการเคล่อื นไหวแรกหรอื สดุ ทา้ ย) ๑+ หมายถึง ความตึงตวั ของกล้ามเน้ือสูงขึ้นเล็กน้อย (ช่วงการเคลื่อนไหวแรกและยังมอี ยู่แตไ่ มถ่ งึ คร่ึงของชว่ งการเคลื่อนไหว ๒ หมายถึง ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอ้ื เพมิ่ ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว แต่สามารถเคลอื่ นได้จนสดุ ชว่ ง ๓ หมายถงึ ความตงึ ตัวของกล้ามเนือ้ มากขึ้นและทาการเคล่ือนไหวไดย้ ากแต่ยงั สามารถเคลอ่ื นได้จนสดุ ๔ หมายถงึ แขง็ เกรง็ ในทา่ งอหรอื เหยยี ด มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ทา่ ใหเ้ หมาะสมและการควบคมุ การเคลอ่ื นไหวในขณะทากจิ กรรม ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๓.๑ จัดทา่ ให้ ๑. จดั ท่านอนหงาย ทาได้ดว้ ยตนเอง เหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม มีผู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย มผี ชู้ ว่ ยเหลือปานกลาง มผี ชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ๒. จัดท่านอนควา่ ะ....................................................... ได้อย่างเหมาะสม ทาได้ดว้ ยตนเอง ๓. จัดทา่ นอนตะแคง มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ นอ้ ย ไดอ้ ย่างเหมาะสม มผี ชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง มีผู้ช่วยเหลือมาก เพ่ิมเตมิ ......................................... ....................................................... ทาไดด้ ้วยตนเอง มผี ู้ชว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย มีผู้ช่วยเหลือปานกลาง มีผชู้ ว่ ยเหลือมาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๔. จดั ทา่ นง่ั ขาเปน็ วง ทาได้ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม มผี ู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย มผี ชู้ ่วยเหลือปานกลาง มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพมิ่ เตมิ ......................................... ....................................................... กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
123 ๙ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๓.๒ ควบคุมการ ๕. จัดทา่ น่ังขดั สมาธิ ทาได้ด้วยตนเอง เคล่อื นไหว ในขณะ ได้อย่างเหมาะสม มีผูช้ ว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย ทากิจกรรม มีผู้ชว่ ยเหลอื ปานกลาง - มีผชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๖. จัดทา่ น่งั เก้าอี้ ทาไดด้ ้วยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย มผี ู้ช่วยเหลือปานกลาง r มีผชู้ ่วยเหลือมาก เพิม่ เตมิ ......................................... ....................................................... ๗. จดั ทา่ ยืนเข่า ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม มผี ชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย มีผชู้ ่วยเหลือปานกลาง - มผี ชู้ ว่ ยเหลือมาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๘. จัดท่ายนื ไดเ้ หมาะสม ทาได้ด้วยตนเอง มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย มีผชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง / มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๙. จดั ท่าเดินไดเ้ หมาะสม ทาได้ด้วยตนเอง มีผู้ช่วยเหลือเล็กน้อย มผี ู้ช่วยเหลอื ปานกลาง / มีผชู้ ่วยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๑. ควบคุมการเคลื่อนไหว rLoss Poor ขณะนอนหงายได้ Fair Good Normal เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
124 ๑๐ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ๒. ควบคุมการเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะนอนควา่ ได้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ควบคุมการเคลื่อนไหว r LFaoisrs Poor ขณะลุกขน้ึ น่ังจาก Good ทา่ นอนหงายได้ Normal เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๔. ควบคมุ การเคลื่อนไหว Loss Poor ขณะลุกข้นึ นัง่ จากทา่ นอนหงายได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๕. ควบคมุ การเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะนั่งบนพ้นื ได้ Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะนั่งเกา้ อีไ้ ด้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ควบคมุ การเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะคบื ได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ควบคุมการเคล่ือนไหว Loss Poor ขณะคลานได้ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
125 ๑๑ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๙. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss Poor ขณะยนื เขา่ ได้ Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ๑๐. ควบคมุ การ ................................................. / Loss Poor เคลื่อนไหว Fair Good ขณะลุกข้ึนยนื ได้ Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๑๑. ควบคมุ การ Loss Poor เคล่ือนไหว ขณะยนื ได้ ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๒. ควบคุมการ Loss Poor เคลื่อนไหว Fair Good ขณะเดินได้ Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ หมายถึง ไมสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวไดเลย Loss หมายถึง ควบคุมการเคลื่อนไหวไดเพียงบางส่วน Poor หมายถงึ สามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวไดดีพอควร Fair หมายถึง สามารถควบคุมการเคลอื่ นไหวได้ใกล้เคยี งกับปกติ Good หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอื่ นไหวได้ปกติ Normal กล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้ังที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
126 ๑๒ มาตรฐานที่ ๔ การเพ่มิ ความสามารถการทรงท่าในการทากจิ กรรม ตวั บ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๔.๑ ควบคุมการ ๑. นั่งทรงทา่ ได้มน่ั คง Zero r Poor ทรงทา่ ทาง Fair Good ของรา่ งกาย Normal ขณะอยู่น่ิง เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒. ตัง้ คลานไดม้ ัน่ คง r Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๓. ยนื เขา่ ได้มัน่ คง r Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๔. ยนื ทรงทา่ ได้ม่ันคง / Zero Poor Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๕. เดินทรงท่าไดม้ น่ั คง ................................................. / Zero Poor Fair Good Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๔.๒ ควบคมุ การ ๑. นง่ั ทรงทา่ ขณะ /.......Z...e..r..o.................P..o...o..r........... ทรงท่าทาง ทากิจกรรมได้มั่นคง Fair Good ของร่างกาย Normal ขณะเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
127 ๑๓ ตวั บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สังเกต ๒. ต้งั คลานขณะ / Zero Poor ทากจิ กรรมได้มนั่ คง Fair Good ๓. ยนื เข่าขณะ ทากิจกรรมได้มน่ั คง Normal ๔. ยนื ทรงท่าขณะ เพมิ่ เตมิ ......................................... ทากิจกรรมได้มน่ั คง ....................................................... ๕. เดินทรงทา่ ขณะ ทากจิ กรรมได้ม่นั คง r Zero Poor Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. Zero Poor ะ Fair Good Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. Zero Poor Fair Good Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ Zero หมายถึง ไมส่ ามารถทรงตวั ได้เอง ตอ้ งอาศัยการชว่ ยเหลอื ทัง้ หมด Poor หมายถงึ สามารถทรงตัวไดโ้ ดยอาศยั การพยงุ Fair หมายถึง สามารถทรงตวั ไดโ้ ดยไมอ่ าศัยการพยุง แตไ่ ม่สามารถทรงตัวไดเ้ มือ่ ถูกรบกวน และไมส่ ามารถถ่ายน้าหนกั ได้ Good หมายถึง สามารถทรงตัวได้ดโี ดยมตี ้องอาศยั การพยงุ และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ พี อควร เมื่อมกี ารถ่ายนา้ หนัก Normal หมายถงึ สามารถทรงตัวได้ดแี ละมน่ั คงโดยไมต่ อ้ งอาศัยการพยุง และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ ี เมือ่ มกี ารถ่ายน้าหนัก กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓
128 ๑๔ ๕. สรปุ ขอ้ มูลความสามารถพืน้ ฐานของผูเ้ รียน จุดเดน่ จดุ ด้อย ........................................................................... ..............................ข...อ......ง...ก......แ...เ...ข......นย......น...แ......ลจ......ะ......ข......า...ด............กง...า......รส......อเ...ค...ง.........อา......งน......ไ......ห......ว.........ข......อ......ง............อ..................อ............ .................................._......................................... ........................................................................... ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. ๖. การสรุปปัญหาและแนวทางการพัฒนาทางกายภาพบาบัด ปัญหา แนวทางการพัฒนาทางกายภาพบาบดั ........................................................................... ........................................................................... .ๆ.._............ก...เ...ย..น...จ......ด....ก.า..ร..เ.ค....อ..น..ไ..ห..ว...ข.อ..ง.....อ.....อ..... .7.........เ.....ม.....ห....อ.....ค..ง..ส...ภ..า..พ....อ..ง..ศ...า...ก..า.ร..เ....อ..น...7...0..... ..........ข..อ..ง...แ.ข..น...แ..ล..ะ..ข..า.....ง...ส..อ..ง...า..ง........................... .ข..อ..ง....อ.....อ......โ.ด...ย..ใ.....ค...ว.า..ม........ป..ก..ค..ร..อ..ง...ใ..น...ก..า..ร........ ............................................................................ ..เ.ค....อ..น..ไ..ห..ว....อ.....อ...ใ........ก.....เ...ย...น.....C...P...R....0..M....)......... ............................................................................ .เ....อ.....อ..ง....น...ภ..า.ว..ะ...แ.ท...ร.ก.....อ.น......า..ง..ๆ........จ.ะ...เ...ด.....น........ .6..........ก..า.ร....ด......า..ท...า..ง...ไ.....เ.ห...ม..า...ะ.ส...ม.....อ..า.จ.ท...ใ.....เ....ด.... .6.........ใ......ห...า..ม........บ...ธ...ป..ก..ค..ร..อ..ง..ใ..น.....ก.า..ร....ก......า..ท..า..ง.... .........ภ..า.ว..ะ..แ..ท...ร..ก....อ..น......า..ง...ๆ........จ..ะ..เ...ด.....น................. ...ข..อ..ง....ก...แ..บ...บ...ใ.V......เ.ท.r..ม..า..ช...ม..................................... ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ........................................................................... ........................................................................... ............................................................................. ............................................................................. ว ลงชือ่ ................................................ผูป้ ระเมิน (นายอนชุ า โสส้มกบ) ตาแหน่ง คร/ู ครกู ายภาพบาบดั กล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓ ่ิ ้้้้ึึัั ์่ีท่ห้ซ่ทัจัก์ร้หิก้หำ่ม่ทัจกิขิก่ีท่ต้ซัก้ป่ืพีรัน้ห่ต้ข่ืลู้ผู้ร้ห่ต้ข้ขขนท่ืพัหพ่ต้ข่ืลักำีรัน้ข้ณท่ต้ข่ืลักำีรัน
12 แบบสรปุ การให้บรกิ ารกายภา ช่อื -สกุล ด.ญ.ณฐั ชาภรณ์ เครือสายใจ วันเดือนปี ที่รับบรกิ ารกายภาพบำบดั ๒๗ พ.ค. ๒๕๖๕ วันเดอื นปี ที่ประเมนิ หลังการรับบริการกายภาพบำบดั ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ประเภทความพิการ บกพร่องทางรา่ งกายหรือการเคลอ่ื นไหวหรอื สุขภาพ สรุปปัญหาของนักเรยี น ผลการประเมินก่อน เปา้ ห การรบั บรกิ าร ๑. จำกดั การเคลอื่ นไหวของ นักเรียนจำกัดการเคลื่อนไหวของ นักเรียนสาม รา่ งกายส่วนบนและส่วนลา่ ง ร่างกายสว่ นบนและสว่ นลา่ ง หรอื คงสภาพ เคล่ือนไหวข ส่วนบนและส ๒. การจัดทา่ ไมเ่ หมาะสม นักเรยี นจดั ทา่ ไมเ่ หมาะสมหรือไม่ นักเรยี นสาม ในขณะทำกจิ กรรม ถกู ต้องในขณะทำกจิ กรรม จดั ท่าไดเ้ หม ถกู ต้องในขณ กิจกรรม สรุปผลการให้บริการกายภาพบำบดั ๑. ปญั หาท้งั หมด ๒ ข้อ ๒. ผลการพัฒนา บรรลเุ ป้าประสงค์ ๒ ข้อ ไมบ่ รรลเุ ปา้ ประสงค์ - ข้อ ข้อเสนอแนะในครง้ั ต่อไป ครูและผู้ปกครองควรจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนานักเรียนอย่างตอ่ เนอื่ งและสม่ำเสม
29 าพบำบดั ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ หมาย ผลการประเมนิ ผลการพฒั นาตามเปา้ หมาย หลังการรับบริการ บรรล/ุ ผา่ น ไม่บรรลุ/ไม่ผ่าน มารถเพิ่ม พองศาการ นกั เรียนสามารถคงสภาพองศา ✓ ของรา่ งกาย การเคลอ่ื นไหวของรา่ งกาย ส่วนลา่ งได้ ส่วนบนและส่วนล่างได้ โดย ✓ มารถ ผ้ปู กครองเป็นผ้ทู ำให้ มาะสมหรือ ณะทำ นกั เรยี นสามารถจัดท่าได้ เหมาะสมหรือถูกต้องในขณะทำ กจิ กรรม โดยผู้ปกครองคอย กระตุน้ และช่วยเหลอื มอ ลงชื่อ……………………………………………………………. (นายอนชุ า โสสม้ กบ) ครูกายภาพบำบดั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425