Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ๗๙๔ณัฐชาภรณ์ เมทาแก้ไข

๗๙๔ณัฐชาภรณ์ เมทาแก้ไข

Published by Chalisa3928, 2023-04-20 09:11:34

Description: ๗๙๔ณัฐชาภรณ์ เมทาแก้ไข

Search

Read the Text Version

82 รวบรวมขอ มูลผูเ รยี น ขอมลู ความสามารถผเู รียน ๑.๕ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา นทกั ษะจําเปนเฉพาะความพิการ จดุ เดน จุดออ น ๑. นักเรียนสามารถนั่งทรงตัวบนรถเข็นไดโดยมี ๑. นักเรียนไมสามารถเคล่ือนยายตนเองข้ึนและลง ผูชว ยเหลือในการจดั ทา นั่งบนเกาอร้ี ถเข็น รถเข็นได ๒. นกั เรียนสามารถใชมือดันลอของรถเขน็ ทีต่ นเองนงั่ ๒. นักเรียนไมสามารถควบคมุ ทศิ ทางหรือบังคบั รถเข็น ไดแ ตไมสามารถควบคุมใหไปในทิศทางทก่ี ําหนดได ไปในทิศทางตางๆอยา งมีเปาหมายไดเนื่องจาก นกั เรียนมีกลา มเน้อื ออ นแรง กลุมบรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก ารศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง

83 รวบรวมขอ มลู ผเู รยี น ขอ มูลความสามารถผูเรียน กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. Approach-Withdrawal (การเขา ใกล- ถอนหนี) การดูปฏกิ ริ ยิ าของเดก็ ในการเผชญิ สิ่งใหม ประสบการณ บคุ คล/สถานที่ สิ่งของ ความคดิ ๑.๑ อะไรทเี่ ปนตัวชี้บอกวาเด็กเขารวม นกั เรยี นใหค วามรว มมอื ในการทํากจิ กรรม ๑.๒ อะไรท่ีเปนตวั ชบี้ อกวาเด็กไมเขารวม นักเรยี นมีพฤติกรรมหลักหนีในขณะท่ที ํากจิ กรรม โดย ๑.๓ มอี ะไรท่สี งั เกตเหน็ วาจงู ใจเด็กบาง เมอื่ นกั เรยี นมีความตอ งการอยากรบั ประทานผลไม ทีม่ รี สเปรย้ี ว (มงั คุด ลองกอง สม ฝรง่ั สมโอ มะมวง มะขาม) เยลลรี่ สผลไม น้าํ ผลไม อยไู มน่ิง ๑.๔ อะไรทส่ี ังเกตเหน็ วา เดก็ ไมสนใจ/หลีกหนบี าง การใชมอื เข็นลอ เกา อน้ี ่ังรถเข็นไปในทิศทางตางๆ นอกเหนือจากการทํากิจกรรม คลานหรอื ขยับตวั ออกจากกจิ กรรมท่ใี หทํา คลานไป มารอบหอง มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผวิ สัมผัสที่ เหนยี ว เชน กาว สนี ํ้า ไมชอบการกอดรัด ๒. Sensory Learning Channels (ชองทางการเรียนรูดานประสาทการรบั ร)ู ๒.๑ เด็กรบั ขอมูลไดโ ดยวธิ ีใดบา ง แสดงสหี นาทา ทาง ย้ิม หัวเราะ รองไห ดใี จ เสียใจ ๒.๒ เด็กตอบสนองตอเสยี งอยา งไร หนั หนา พยักหนาตามเสยี ง ๒.๓ เดก็ ตอบสนองตอสิ่งเราทางสายตาอยางไร จอ งหนา ตามเสยี ง หยดุ ฟง และหนา กรอกตาไปตาม เสยี งตางๆที่ไดยนิ ๒.๔ เด็กตอบสนองตอการสัมผัสอยางไร มีพฤติกรรมหลกี หนีการสมั ผัส ไมจ บั ผิวสมั ผสั ที่ เหนียว เชน กาว สีนํา้ ไมช อบการกอดรดั ๒.๕ เดก็ ใชประสาทสัมผัสมากกวา หนง่ึ อยางในเวลา ใชประสาทสัมผัสมากกวาหน่ึงอยางโดยใชต า เดียวกนั หรือไม ประสานกับมือ ๒.๖ เดก็ แสดงตัวช้ีแนะการรว มหรอื ไมเ ขารวมในการ ไม นักเรยี นแสดงออกทางพฤตกิ รรมโดยทําสหี นา ตอบสนองขอ มลู ทางประสาทสัมผัสเฉพาะหรือไม ทา ทางเฉยๆ ไมต อบสนองเมื่อไมตอ งการเขารวม หรือไมเ ขารว มการทํากจิ กรรม กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง

84 รวบรวมขอมูลผเู รียน ขอมลู ความสามารถผเู รยี น ๓. Biobehavioral State ชดุ ของสภาพการณดานชีวพฤตกิ รรมและกายภาพต้งั แตก ารนอนหลบั จนถงึ การต่ืน นอนและการรอ ง ๓.๑ สภาพปจจบุ นั ของเดก็ คืออะไร นักเรียนมีพฤติกรรมกระตุนตัวเอง ซึ่งเปนพฤติกรรม ซํ้าๆ เชน สายห นา เลน มือ ดม เคาะ แสดง พฤติกรรมที่ไมเหมาะสมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมประจําวัน เชน เวลาในการรับประทาน อาหาร ชนิดของอาหารท่ีรับประทาน ชอบทาน อ าห าร ซํ้ าๆ อ าห าร ท่ี มี รส ช าติ เป รี้ ย ว ก า ร เป ล่ี ย น แ ป ล ง เว ล า ใ น ก า ร ทํ า กิ จ วั ต ร ป ร ะ จํ า วั น มีพฤติกรรมหลีกหนีการสัมผัส ไมจับผิวสัมผัสที่ เหนียว เชน กาว สีนา้ํ ไมช อบการกอดรดั ๓.๒ เดก็ สามารถควบคุม/เปลี่ยนสภาพของตนได มพี ฤติกรรมอยไู มน ่งิ คลานหรือขยับตวั ออกจาก หรอื ไม กิจกรรมท่ีใหท าํ คลานไปมารอบหอ ง ไมเ ขา ใจ อารมณของผอู นื่ เชน ไมเขาใจเวลาเพ่อื นโกรธ เศรา เสยี ใจ แสดงความตองการโดยการจงู มือ เชน เด็กจะ จงู มอื ผูปกครอง / ครู เพื่อนาํ ไปทาํ สิง่ ท่ีตองการ ใช ภาษาพดู ของตนเองที่ผอู ่นื ไมเขา ใจ พูดคาํ ซํ้าๆ ท่ีเคย ไดยนิ บอย เชน พูดเปน ภาษาของตนเอง (ภาษาท่ีไมม ี ความหมาย) ไมส ามารถเรม่ิ ตนบทสนทนากับผูอื่นได ไมเ ขาใจคําทเี่ ปน นามธรรม เชน การเอื้อเฟอเผ่ือแผ ไมมปี ฏสิ ัมพนั ธก บั บคุ คลรอบขาง เชน ไมเลน กับ เพื่อน ไมส นใจ คนรอบขาง เปน ตน ไมมีปฏสิ ัมพนั ธ กบั บคุ คลรอบขา ง เชน ไมเลนกบั เพื่อน ไมสนใจ คน รอบขา ง เปนตน แสดงพฤติกรรมการตอบสนองทาง อารมณ และสงั คมไมเหมาะสม เชน สงเสียงกรดี รอ ง ทํารายตนเองโดยการตีหวั ตนเอง หรือทํารายผูอ ่ืนโดย การกัด หยกิ เมือ่ ถูกขัดใจ มกั ชอบแยกตวั ออกมาอยู ตามลาํ พัง เม่อื ทํากจิ กรรมกลุมไมยอมเขารวม กิจกรรม ไมสามารถปฏิบัติตามกฎกติกา ระเบียบหรือ กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยการศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวดั ลําปาง

85 รวบรวมขอ มลู ผูเรียน ขอมลู ความสามารถผูเรยี น ๓.๓ เด็กใชเวลาในการต่ืนตวั มากนอยแคไหน ขอตกลงได ๓.๔ มชี วงกวางของแตล ะสภาพเทา ใดทเี่ ด็กแสดงให ไมร จู ักการรอคอย ไมรูจักการเขาแถว เห็นและมแี บบแผนการเปลยี่ นแปลงอะไรระหวาง ใชเวลานานประมาณ ๓-๕ นาที ในการตอบสนอง สภาพ ตอส่ิงตา งๆ ๓.๕ มีตวั แปรอะไรบางทก่ี ระทบตอสภาพเดก็ การใชระยะเวลานานในการทํากิจกรรม อากาศ สภาพแวดลอม อารมณ การรับประทาน อาหาร หากไมไ ดรบั ประทานอาหารที่ชอบจะแสดง พฤติกรรมไมพอใจ มผี ลกระทบตอ การทํากจิ กรรมไม สาํ เรจ็ ๔. orienting Response (การตอบสนองปฏกิ ิรยิ าตอบสนองของรา งกายในสภาพแวดลอม) ๔.๑ มปี จจัยอะไรบา งทีท่ าํ ใหเด็กการตอบสนองไป สภาพอากาศ และดา นอารมณค วามรูสกึ เชน ในทิศทางนน้ั ไดช ัดแจง อารมณโ กรธ โมโห รองไห เปนตน ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอทิศทางออกอยางไร พยายามใชมือจบั เกา อีน้ ่ังรถเขน็ ไปยงั ทศิ ทางอน่ื ท่ี ตอ งการ ๔.๓ ประสาทการรบั รชู อ งทางใดที่ปรากฏเช่ือมโยง การมอง การสัมผัส กบั การตอบสนอง (ขอมลู ประสาทการรับรทู ี่กระตนุ ใหม กี ารตอบสนองและประสาทการรบั รูท่ีใช ประโยชน) กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศึกษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลําปาง

86 รวบรวมขอ มลู ผเู รยี น ขอมลู ความสามารถผเู รยี น ๕. Memory (ความจํา) ๕.๑ เดก็ ใช/ คุน กับสง่ิ เรา ท่ีคุนชินหรอื ไม นักเรยี นคนุ เคยกบั สิ่งเรา ในการทํากจิ กรรม เชน เมอื่ ไดรบั การกระตุนทางกาย วาจา ในการทาํ กิจกรรมตางๆนกั เรียนสามารถทาํ กิจกรรมนั้นไดดวย ตนเองแตใชระเวลานาน ๓-๕ นาที ๕.๒ การนําเสนอสงิ่ เราจําเปนตอ งใชเวลานานหรอื ก่ี ใชเ วลานาน กวาเดก็ จะคนุ เคย โดยครตู อ งคอยจับ ครั้งกอนท่เี ดด็ จะคุนชนิ มือทําและกระตุนเตือนทางกาย วาจา ๕.๓ เดก็ เขา รวมอกี ครงั้ ไหมเม่ือเปล่ยี นแปลง เขา รว มอีกครัง้ แตต องใชเ วลานานในการกระตุน ลกั ษณะของสิ่งเรา ความสนใจของผเู รียน ๕.๔ การตอบสนองแตกตางไปหรอื ไม แตกตาง บางกจิ กรรมนกั เรยี นเหมอลอยไมสนใจ ใน การเขารวมกจิ กรรมและพยายามหลกั หนีเมื่อเปน กจิ กรรมที่ตนเองไมตองการเขารวมทํา ๕.๕ เด็กแสดงการตองสนองแตกตางหรือไมกับ แตกตา ง เมอ่ื ไมเหน็ หนาบุคคลท่คี นุ เคยจะพยามมอง บคุ คลทค่ี ุยเคยและไมคนุ เคย หา หรือหันหนา ไปหาเสยี งท่ีคุนเคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รหู รอื ไมวาสิ่งของนัน้ ยังอยแู ม รับรโู ดยการใชม ือขยบั ไปมา เพ่อื หาสงิ่ ของนั้นๆ จะไมอยใู นสายตาตอนน้นั ๕.๖ เด็กเช่อื มโยงเหตุการณที่กําลงั เผชิญกบั สิง่ ท่ี นักเรยี นไมมกี ารเช่ือมโยงเหตุการณต างๆ ตามมาไหม ๕.๗ เดก็ แสดงการคาดเดาตอสงิ่ /เหตุการณที่กาํ ลัง นกั เรยี นไมแสดงการคาดเดาตอส่งิ /เหตุการณตา งๆ เผชญิ หรือไม ท่ีกาํ ลังเผชญิ ๕.๘ เด็กแสดงอาการหรอื ไมเมอื่ ส่งิ ที่เกดิ ใหมไมตรง เด็กแสดงอารมณโ กรธ รอ งไห เมอื่ ไมต รงกับความ กบั ความคาดหวงั ตอ งการและพยายามหลีกหนีการทํากิจกรรม ๕.๙ เด็กสามารถเรยี นรูกจิ วตั รงาย ๆ ไดห รอื ไม ได เชน การดื่มน้าํ การรับประทานอาหาร เปน ตน ๕.๑๐ กิจวตั รที่ใหเ ดก็ เรยี นรจู าํ ไดไหม จาํ ได เชน การไป- กลับ จากบา นมาทหี่ นว ยบรกิ าร อําเภอเสรมิ งาม กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวัดลําปาง

87 รวบรวมขอมลู ผูเรยี น ขอมูลความสามารถผูเรียน ๖. Social Interactions ปฏิสมั พนั ธทางสงั คม หนั ไปหาบคุ ลอ่ืน เม่อื ไดย นิ เสียง และและเมือ่ เปลย่ี น ๖.๑ เดก็ หันไปหาบุคคลหรือไม ส่งิ แวดลอ ม ๖.๒ เด็กแสดงความผูกพนั วามีความปลอดภยั กับ ใช จะใหบคุ คลท่ีคุนเคย กอดหรือหอม บุคคลสําคัญในชวี ิตของเขา/เธอหรือไม นกั เรียนมสี ว นรวมในการผลดั เปล่ียนกันเม่อื เริ่มทํา ๖.๓ เด็กมีสวนรวมในการผลัดเปล่ียนกันเมื่อเร่ิมมี กจิ กรรมในหองเรยี นโดยการมองแลละฟงเสยี ง ปฏิสัมพนั ธหรอื ไม จากผพู ดู ๖.๔ เดก็ มสี วนรวมในการผลัดเปลี่ยนกนั เมื่อคนอ่นื นกั เรยี นมีปฏิกริ ิยาดีใจ เม่อื มองเหน็ พี่อว๋ิ กําลัง เริ่มปฏสิ ัมพันธหรอื ไม ขับรถจักรยานยนตมารับกลับบาน ๖.๕ เดก็ ผลัดเปลยี่ นกรี่ อบกอนทจี่ ะไมร ว ม ๒-๓ รอบ จะมีอาการเหมอลอย ไมทํากิจกรรม ๖.๖ เด็กเพิ่มการผลัดเปลี่ยนการมีปฏสิ ัมพันธมาก นักเรียนแสดงปฏกิ ิรยิ าเพม่ิ มากขนึ้ ตอการปฏิสัมพนั ธ ข้ึน เพอ่ื ตอบสนองตอปฏิสมั พันธของคหู รือไม กบั ผอู ื่น เม่ือไมไดส ่ิงทตี่ องการ ๗. Communication การสอ่ื สาร เดก็ ใชทา ทาง และสง เสียงในการกิจกรรม แสดง ๗.๑ เดก็ แสดงใหเ ห็นความตง้ั ใจในการสอ่ื สารผาน อารมณ ยิ้ม หวั เราะ เมื่อนักเรียนชอบทํากจิ กรรม การใชง านของสญั ญาณ การเปลงเสยี ง ทาทาง ฯลฯ นัน้ ๆ หรอื ไม อธบิ ายการส่ือสารท่ีใช สอดคลองกนั เม่ือมีความตองการจะสงเสียงเรียก ๗.๒ เด็กใชสัญญาณอยางสอดคลอ งกนั หรือไม และแสดงอาการดีใจเม่ือไดรบั ของท่ีตนเองตอ งการ แสดงอาการเสียใจ รองไห โวยวายเมือ่ ไมไ ดรบั ของท่ี ๗.๓ เดก็ ใชการส่ือสารแตกตางกันหรือไม อธิบาย ตนเองตองการ การสือ่ สารและความความหมายท่ีนาจะเปน แตกตางกนั โดยใชท า ทางและเสยี งในการส่อื ๗.๔ เม่ือนาํ เสนอตัวเลือกเด็กตดั สนิ ใจเลือกหรือไม ความหมาย ๗.๕ เด็กใชทา ทางเหมือนบคุ คลทว่ั ไปใชหรอื ไม นักเรยี นสามารถเลือกดว ยตนเอง เชน การเลือกขนม ๗.๖ เด็กสามารถใชของหนึง่ อยางหรือสัญลกั ษณ ทีต่ นเองชอบ หรอื ตนเองตองการ แทนกิจกรรมหรอื วตั ถหุ รือไม ใชเสียง ในการสือ่ สาร ไมได กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จงั หวดั ลาํ ปาง

88 รวบรวมขอ มลู ผูเ รียน ขอมลู ความสามารถผูเรยี น ๗.๗ เดก็ แสดงใหเหน็ ความเขาใจในการสื่อสารโดย นกั เรียนแสดงอาการจองหนา เม่อื ไดย นิ เสียง และ ใชสญั ลกั ษณห รือไม (การไดย ิน ภาพ หรือการ เม่อื ไดร บั คําสง่ั งายๆจากครู เชน หยบิ แกวนํ้า สมั ผสั ) นักเรียนก็จะหนั มามองหนา และหยิบแกว โดยครทู าํ เปน แบบอยา ง ๗.๘ เดก็ ใชก ารสอ่ื สารทางสัญลกั ษณหรือไม อธิบาย ไมส ามารถสอื่ สารดวยสัญลักษณไ ด จะสงเสยี งหรือ ภาษาของตนเองเพ่ือใหค รูหรือผดู ูแลเขาใจในสง่ิ ท่ี ตนเองตองการ ๘. การแกปญหา Problem solving ไมแสดงใหเ ห็นใดๆ ๘.๑ เดก็ แสดงใหเหน็ สาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม เดก็ ไมเขาใจใจวิธีการหรอื จดุ สน้ิ สดุ หรอื การใชข้ัน ๘.๒ เด็กแสดงความเขาใจในวิธกี าร/จุดสน้ิ สุดหรอื ตอนกลางเพ่ือแกป ญหาโดยแสดงปฏิกิริยาเพิกเฉย การใชขัน้ ตอนกลางเพื่อแกป ญหาหรอื ไม ตอ สถานการณตางๆ ๘.๓ เด็กแสดงความเขาใจในหนาท่ขี องวตั ถทุ วั่ ไป เดก็ แสดงความเขา ใจโดยการปฏิบตั ิตาม เชน เมือ่ หรือไม เห็แกวนํา้ เด็กกจ็ อ งมองภายในแกว เพื่อเตรียมยกข้นึ ๘.๔ เด็กมวี ิธกี ารแกปญ หาอยางไร ดื่มนํา้ เปนตน ๘.๕ เด็กรักษาความสนใจและคงอยกู บั สงิ่ นัน้ หรือไม เดก็ จะพยายามทําดวยตนเองกอ น หากทาํ ไมไ ดจ ะ สงเสยี งเรียกครหู รือผแู ดและขวา งปาสิง่ ของนัน้ ๆ ไม เม่ือมกี ารเปลี่ยนแปลงสถานการณใ นการแกไข ปญหาจะใหค วามสนใจอยางอืน่ ทนั ที และเพิกเฉย ตอสถานการณนั้นๆ กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยก ารศึกษาพเิ ศษประจาํ จงั หวัดลาํ ปาง

89 รวบรวมขอมูลผูเรยี น กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดานสภาพแวดลอมของผเู รยี น (Microsystem)  บุคคลภายในครอบครัวที่ผเู รยี นไววางใจ นกั เรียนอาศยั อยูบ า นกบั ยายเปนบุคคลท่ีนักเรยี นใหค วามไวว างใจเปน ลาํ ดับถดั มาเนื่องจากเปน ผู ขับขีย่ านพาหนะจะใหความดูแลเอาใจใสตลอดระยะเวลาการเดินทางจนถงึ ทหี่ มายทกุ ครั้งอยางปลอดภัย ทาํ ให นักเรียนมคี วามไวว างใจและจะแสดงพฤติกรรม ทา ทางดใี จทกุ ครง้ั เม่อื ไดย ินเสยี งสามารถมาเลน พูดคุย หรือ ชว ยดแู ลในระหวา งทป่ี า หลอดตดิ ธุระในระยะเวลาสน้ั ๆ ได  ลกั ษณะทีอ่ ยอู าศัย (หองอะไรบาง / ความสะอาด) นักเรียนพักอาศัยอยูท่ีบานของยาย บานของนักเรียนมีลักษณะของบานเปนบานชั้นคร่ึง บริเวณ หนาบานมีปูนและบันไดไมซ่ึงมีราวจบั ท้ัง ๒ ดา นที่ใชขน้ึ ไปยังระเบียงชน้ั บน ดานบนเปนไมมี ๒ หองนอน ๑ หองโถง อยูตรงกลางบาน บริเวณใตถ ุนบานเปนปูน พ้นื ปูกระเบื้อง หองโถงโลง มีหอ งน้ํา ๑ หอง ซึ่งใชตกู ้ันหองโถงออกเปน หองนอนและหองน่ังเลน โดยหองนํ้ามีความกวางของประตูไมเหมาะสม เกาอ้ีรถเข็นของนักเรียนไมสามารถเขาไป ดานในได พ้ืนหองนํ้าเปนพื้นกระเบื้อง มีชักโครกไวสําหรับขับถาย มีเครื่องทําน้ําอุน มีฝกบัว มีชองระบายอากาศ ซงึ่ นักเรยี นและปาหลอดจะใชพ้ืนที่บริเวณใตถุนบานเปนที่พักอาศัยและลุงดมจะพักอาศัยดานบน มีหองครัวซ่ึงแยก ออกจากตัวบานอยางชัดเจน มีการจัดเก็บอุปกรณในหองครัวอยางเหมาะสม บริเวณบานของผูเรียนท้ังดานในและ ดานนอกมคี วามสะอาดเรียบรอ ย อากาศถายเทสะดวก มแี สงสวางเขา ถึง  ลักษณะหอ งน้าํ (ระบรุ ายละเอียด) หอ งน้ํามี ๒ หอง คือ หองที่อยูบริเวณนอกบาน และในตัวบาน หองน้ําดานในบาน มีประตูทางเขา ความกวาง ๘๐ เซนติเมตร มีพ้ืนตางระดับระหวางภายในและภายนอกหองน้ําซ่ึงรถเข็นของผูเรียนไมสามารถผาน เขาไปได พื้นหองน้ําเปนกระเบ้ืองพ้ืนหยาบภายใน สุขภัณฑเปนชักโครก มีฝกบัว มีถังน้ําและขัน พื้นหองนํ้าเปนพื้น กระเบ้อื ง มชี กั โครกไวสําหรบั ขับถาย มเี คร่อื งทาํ น้าํ อนุ มีฝก บัว มีชอ งระบายอากาศ  ลักษณะหองนอน (ระบรุ ายละเอียด) หองนอนบริเวณใตถุนบาน มีความสะอาด มีมุงกาง ท่ีนอนมีความกวางและยาวมีเตียงไม ขนาด ๖ ฟุต สามารถนอนได ๓-๔ คน กวา งขวางและเพียงพอตอผูเรียนและมีหนาตางระบาย เพ่ือใหอากาศถายเทไดสะดวก มีการจดั วางของทเ่ี ปน ระเบยี บเปน สัดสวน  พ้ืนท่ีในการฝก/ทํากิจกรรมกบั ผูเ รียน (ระบุรายละเอยี ด) บ ริ เว ณ บ า น ข อ งนั ก เรี ย น พื้ น ท่ี ใน ก า ร ฝ ก ใน ด า น ข อ ง วิ ช า ก า ร ส า ม า ร ถ ใช พื้ น ที่ ห อ ง น่ั ง เล น ใตถุนบาน ลานหนาบานและสนามหญาหนาบาน ในการฝกกิจกรรมตางๆ เชน การหยิบ จับ หรือเคล่ือนยาย สิ่งของได ในสวนของการฝกทักษะการดํารงชีวิต มีพ้ืนท่ี หองครัว หองน้ํา สามารถฝกการใชชีวิตของผูเรียนได และสามารถใชล านหนาบา นในการฝก การเคลอ่ื นยายตนเองไปยังทต่ี างๆได กลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศกึ ษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลาํ ปาง

90 รวบรวมขอ มูลผเู รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๒ ดานความสมั พนั ธและปฏสิ ัมพนั ธระหวางบุคคลทเ่ี ก่ยี วของของผูเรยี น (Mesosystem)  ลกั ษณะของครอบครวั และความสัมพนั ธของบคุ คลในครอบครวั นกั เรียนอยูรวมกับ ซ่ึงเปนผูแลนักเรยี นตั้งแตวัยเดก็ จนถึงปจจุบัน นักเรียนมีความสัมพันธ อยางใกลชิดกับเปนอยางมากในขณะท่ียายไปทํางาน จะเปนผูที่เขาใจในการแสดงออกของ พฤติกรรมและความตอ งการตางๆอยางงาย ของนักเรียน เชน หวิ นา้ํ หิวขาว และอยากไปยังสถานที่ ตางๆ ดวยการสงเสียงรอง ภาษาท่ีไมมีความหมายภาษากาย และทาทางตางๆ เปนตน เมื่อปา หลอดเห็นพฤติกรรมตางๆ ของนักเรียน ก็จะสามารถตอบสนองตอความตองการของนักเรียนได ทันที หากตอบสนองชาผูเรียนก็จะมีอาการฉุนเฉียว โมโห หยิก กัด รองไหบางในบางคร้ัง ความสัมพันธก ับบุคคลในหอ งเรยี น/โรงเรยี น นักเรียนมักมีพฤติกรรมตอตานทันทีเมื่อโดนบังคับหรือขัดใจ และจะทํารายเพื่อนทําให เพอื่ นไมอยากใกลช ิด ไมม ีปฏสิ ัมพันธรวมกบั ผอู ื่น แตเมื่อผูเรียนมีความตอ งการตางๆ เชน หิว หรือ หลีกเล่ียงการทาํ กิจกรรม จะสง เสยี งรอ งเรียก และโวยวายเรยี กผูปกครองทนั ที  ความสมั พนั ธก บั บคุ คลอื่นๆ เชน ญาติพ่นี อ ง เพอื่ น เพ่ือนบาน คนในชมุ ชน เปนตน นักเรียนมีความสัมพันธืท่ีดี ซึ่งเปนบุคคลที่นักเรียนใหความไววางใจเปนลําดับ ถัดมาเนื่องจากสามารถเขาใจความแตกตางของนักเรียนและสามารถมาเลน มาเลนกับผูเรียน โดย การเร่มิ ตน บทสนทนาจะมาจากผอู ่ืนเสมอ และนักเรียนจะแสดงอาการทาทาง ยิ้ม หัวเราะ เมื่อรูสึก พงึ พอใจในการปฏิสัมพันธร วมกับผูอื่น และจะมพี ฤติกรรมหยิกแขน กัด ญาติพ่ีนองมมี าเยยี่ มที่บาน เม่อื นักเรยี นถูกขดั ใจ ๒.๓ ดานสงิ่ แวดลอ มและสภาพสงั คมที่มีผลตอ ครอบครัว (Exosystem)  สถานการณป จ จุบันท่ีสงผลกระทบกับผเู รียน เน่ืองจากการคลี่คลายของสถานการณการแพรร ะบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Covid 2019) ในปจจบุ ันสง ผลใหนกั เรียนมารับบรกิ ารท่หี นวยบริการอําเภอเสริมงามอยางตอ เน่ือง แตจะมีบางชวงท่ีมี การแพรระบาดภายในหมูบานขั้นรุนแรงอาจสงผลใหผูเรียนขาดการมารับบริการได ทําใหพัฒนาการ ดานตางๆ ของนักเรียนถดถอยลงไปบาง ครูตองปรับรูปแบบการเรียนการสอนโดยระบบออนไลน ตามความเหมาะสม แตย งั ไมส ามารถบรรลตุ ามวตั ถุประสงคท ี่กําหนดได  สถานท่ีทํางานของพอแม/ผูปกครอง ตายายมีอาชีพ ทํานา ทําไร เพาะปลูกท่ัวไป ซึ่งทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน ทําใหมี เวลาดูแลนักเรียนอยางใกลชิด มารดาทํางานตางประเทศและจะสงเงินคาใชจายในการดํารงชีวิตของ นักเรียนใหกับยายในทุกเดือน เนื่องจากบิดา มารดาไมไดอ ยูกับนักเรียน จึงทําใหนักเรียนไมคอยใกลชิด และสนิทกับบิดา มารดา เทากับผูเล้ียงดู คือ ยายซึ่งอาชีพหลักคือ ผูดูแลนักเรียนซ่ึงไดรับการจางจาก พอและแมของนกั เรยี นทกุ เดือน กลุม บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก ารศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง

91 รวบรวมขอ มูลผเู รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework)  สภาพแวดลอมทางกายภาพ หรือ การจัดสง่ิ อํานวยความสะดวกของชุมชนที่ผูเรยี น อาศยั อยู แมมีอาชีพรับจาง ขายของออนไลน รายไดหลักมาจากตาท่ีมีอาชีพการเพาะปลูกพืชผัก สวนครัวตามฤดูกาล ซ่ึงทํางานอยูบริเวณภายในหมูบาน หางจากบานประมาณ ๑ กิโลเมตร ปาหลอด ไมไ ดประกอบอาชพี จงึ เปนผดู ูแลนักเรียนตลอดเวลา ๒.๔ ดานวัฒนธรรม ประเพณี คานยิ มของสังคม (Macrosystem) บานของผูเรียนยังไมมีสื่อท่ีเหมาะสมกับความพิการของบุคคลความบกพรองทางรางกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ โดยหอ งน้ําภายในบานไมเหมาะสมกับการเคลื่อนยา ยผเู รยี นดวยเกาอ้ี รถเข็น ในการทําความสะอาดรางกายอยางเหมาะสม มีบริเวณพ้ืนท่ีท่ีเปนกอนหินเล็กๆ และมีสนาม หญาไมเหมาะสมตอการใชเกาอี้รถเข็นในการเคล่ือนยายนักเรียนไปยังทิศทางตางๆ และเน่ืองดวย ผูปกครองไมยอมปลอยใหผูเรียนใชความสามารถของตนเองไดเต็มตามศักยภาพทําใหนักเรียนสามารถ ชวยเหลอื ตนเองได ๒.๕ ดา นส่ิงตางๆท่อี าจกระทบตอ ผูเรียน เชน กฎหมาย การไดรับสทิ ธิดานตางๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลิเคชั่น ทีเ่ กี่ยวของกับผูเรียนในชวี ิตประจําวัน (Chronosystem) นักเรียนไดรับเบี้ยพิการ เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จากเบ้ียยังชีพคนพิการและไดรับบริการทาง การแพทย ตามโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามสวัสดิการของรัฐ และไดใชบริการเครื่องชวยหายใจ ถังออกซิเจน และเครื่องดูดเสลด จากโรงพยาบาลศูนยลําปางในรูปแบบการยืมอุปกรณแตออกคาใชจาย เพิ่มเติมเอง นักเรียนไดรับการใหบริการทางการศึกษาจากศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัดลําปาง โครงการปรับบานเปนหองเรียนเปล่ียนพอแมเปนครู หองเรียนอําเภอเมือง โดยไมเสียคาใชจายและมี โอกาสไดรับทุนการศึกษาฯ มูลนิธิคุณพุม ปลาสุด ปการศึกษา ๒๕๖๔ เปนเงินจํานวน ๕,๐๐๐ บาท อีกทงั้ นกั เรียนสามารถเขา ถงึ ส่ือเทคโนโลยผี านทางโทรศัพท แท็บเลต และโทรทศั นโดยมีผปู กครองกาํ กับ ดูแล นอกจากนี้หากสถานการณเศรษฐกิจไมดีข้ึน อาชีพของพอและแมเกิดความไมมั่นคง อาจสงผลตอ รายไดทจ่ี ะสง มายงั ครอบครัว เพื่อดูแลนกั เรียนได กลมุ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยการศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง

92 รวบรวมขอมูลผูเรียน สรุปเปา หมายในการพฒั นา ๓. ความคาดหวังของผปู กครองที่มีตอตวั ผเู รียน ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนตอบสนองตอการรักษาทางการแพทย มีอาการคงที่ ไมถดถอย มีชีวิต อยูตอไปใหนานที่สุดเทาที่จะทําได และนอกจากนี้หากเปนไปไดตองการใหนักเรียนสามารถสื่อสารความตองการ การบอกความรสู กึ ของตนเองแกผ ูดูแลได ผูปกครองมีความคาดหวังใหนักเรียนสามารถเรียนรูดานวิชาการหรือการดํารงชีวิตประจําวันของตนเองได ไดแก นักเรยี นสามารถบอกหรอื ช้ีสิ่งท่ีตอ งการในการสือ่ สารเพมิ่ มากขึน้ กวาเดมิ นกั เรียนสามารถด่ืมน้ํา ดมื่ นม และ สามารถใชชอ นตักรบั ประทานอาหารไดด วยตนเอง ๔. เปาหมายหลักทผ่ี ูเรียนควรไดร ับการพฒั นา/สงเสริม ๑) นักเรียนสามารถบอกหรือช้ีสิง่ ท่ีตองการไดด วยตนเอง ๒) นกั เรยี นสามารถด่ืมน้ํา ดื่มนม ไดดวยตนเอง ๓) นักเรียนสามารถรับประทานอาหารโดยการใชชอนตกั อาหารใสป าก ไดดว ยตนเอง ๕. เปา หมายหลักทผ่ี เู รยี นควรไดรบั การปองกัน/แกไขปญหา ๑) ควรไดร บั สื่ออาํ นวยความสะดวกท่ีเหมาะสมกบั ความพิการของผูเรยี น ๒) การปรับสภาพพืน้ ที่บริเวณในการฝก ผูเรยี น เรื่อง การชวยเหลอื ตนเองในชวี ิตประจําวัน . ผบู ันทกึ ขอมลู …………………………………………… (……น…าง…ส…า…วช…า.ล.…ศิ …า …ค…าํ …ยัน…ต… …) ตาํ แหนง ………………ค…รู …………… วนั ท…่ี …๑…..เดือน……ก…รก…ฎ…า…ค…ม…..พ.ศ…๒…๕…๖..๕ กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก ารศึกษาพิเศษประจําจังหวดั ลาํ ปาง

93 - ........... .... ...... ............. ......... ................ ......เตรยี มความพรอ ม.... ...... .. /

94 , SLE ( ) .......จ..า..ก...ก..า..ร....ด..ก..ร..อ..ง..พ...บ..ค..ว..า..ม..บ..ก...พ....อ..ง..ท..า.ง....า..ง.ก..า..ย..ห.....อ..ก...า.ร...เ.ค....อ..น..ไ.ห...ว...เ...น..ค..ว.ร.ใ.....ก..า.ร....ว.ย..เ.ห....อ..โ..ด..ย..ก..า..ร...ด.......แ..ผ..น..ก..า..ร...ด.ก..า..ร. ..........ก..ษ..า..เ..ฉ..พ..า..ะ....ค..ค..ล....(..I.E..P...)...แ...ล...ะ....จ...ก..ร..ร..ม...ก..า..ย...ภ..า..พ..........ด................................................................................... .................................................. () .................................................. () .................................................. () ับำบิกุบึศัจำทัจืล่ช้ห็ห่ืลืร่ร่รัค

95 // ..................... // / // / ................................................. ()

96 แบบประเมิน หลักสตู รสถานศึกษาการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน สาํ หรับผเู รยี นพิการ ศูนยการศกึ ษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ระดบั การศกึ ษาภาคบงั คบั : ระดบั ชั้นประถมศึกษา (ปท ี่ ๒) ช่อื -สกุล………เด…็ก…หญ…งิ …ณ…ัฐช…า…ภร…ณ… เม…ท…า……………………………………. อายุ……๑…๑…….ป…………..…เดือน วันที่ประเมนิ ………………๑…๖…ม…ิถนุ…า…ยน……๒…๕๖…๕…………………………. คําชแ้ี จง ๑. แบบประเมนิ ตามหลักสตู รสถานศกึ ษาการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐานสําหรบั ผูเรียนพิการ ศนู ยก ารศึกษาพเิ ศษประจําจงั หวัดลําปาง ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ใชป ระเมนิ สําหรบั เดก็ ทอ่ี ยูในระดบั การศึกษาภาคบังคบั ๒. แบบประเมนิ ฉบบั นี้สามารถใชไดกับผรู ับการประเมนิ ทุกประเภทความพิการ เกณฑก ารประเมินผล ๑. ผลการประเมนิ กอ นการพัฒนา ระดับ ๔ หมายถึง ไมต อ งชวยเหลือ/ทาํ ไดด ว ยตนเอง ระดับ ๓ หมายถงึ ทําไดเมอื่ กระตนุ เตอื นดว ยวาจา ระดับ ๒ หมายถงึ ทําไดเ มอ่ื กระตุนเตอื นดวยทาทาง และวาจา ระดบั ๑ หมายถึง ทาํ ไดเ มอ่ื กระตุนเตอื นทางกาย ทาทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถงึ ทาํ ไมไดหรอื ไมย อมทํา ๒. สรปุ หมายถงึ จัดการเรยี นการสอนตามหนว ยการจดั การเรยี นรู ๒.๑ หนวย ฯ หมายถึง จดั การเรียนการสอนตามแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล ๒.๒ IEP / IFSP หรือแผนการใหบริการชวยเหลือเฉพาะครอบครวั

97 ๑. สาระการดํารงชวี ติ ประจาํ วันและการจดั การตนเอง คาํ ช้ีแจง ใหทาํ เครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ทต่ี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมนิ สรปุ ท่ี ตัวชว้ี ดั กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP ๑ ดป ๑.๑/๓  ดแู ลความสะอาดสุขอนามัยของตนเอง ๒ ดป ๑.๑/๔  ดแู ลสขุ อนามัยไดอยางเหมาะสมตามเพศของ  ตนเอง  ๓ ดป ๑.๑/๕ ปฏิบัติตนตามมาตรการการปองกนั โรค  ๔ ดป ๑.๒/๔ เลอื กเคร่ืองแตง กายหรือเคร่ืองประดับตาม  ความชอบสว นตวั  ๕ ดป ๑.๒/๕ เลือกเคร่ืองแตงกายไดเ หมาะสมกับกาลเทศะ  และโอกาส  ๖ ดป ๑.๓/๒ บอกเลือกใชอปุ กรณแ ละหองนาํ้ ภายในบา น หอ งนา้ํ สาธารณะไดอยา งถกู ตอง ตรงตามเพศ  ของตนเอง  ๗ ดป ๑.๓/๓ ทาํ ความสะอาดตนเองและหองนาํ้ หลังใช หองนา้ํ และแตงกายใหแ ลว เสรจ็ กอนออกจาก  หองน้าํ  ๘ ดป ๑.๖/๔ ขา มถนนอยางปลอดภยั  ๙ ดป ๒.๑/๓ ออกกําลงั กาย เลนกีฬา หรือนนั ทนาการตาม  ความถนัด และความสนใจ  ๑๐ ดป ๓.๑/๒ บอกอารมณพ้นื ฐานของตนเอง

98 ผลการประเมนิ สรุป ที่ ตัวชว้ี ดั กอ นการพฒั นา ๑๑ ดป ๓.๑/๕ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCSP  แสดงสหี นา อารมณแ ละสนทนาตอบโต เมอ่ื ไดรับคาํ ชมเชย คําติชม หรือคาํ เตือน  จากผูอ นื่ ๑๒ ดป ๓.๑/๖  มคี วามยืดหยนุ เม่ือมีการเปลย่ี นแปลงเวลา  หรอื จากสถานทีห่ น่งึ ไปอีกสถานทีห่ น่ึง ๑๓ ดป ๓.๑/๗  ตคี วามหมายสหี นา ทา ทาง ภาษากาย และ  น้ําเสียงของผูอื่นและตอบสนองอารมณของ ผูอ่ืน ๒. สาระการเรียนรูและความรพู ้นื ฐาน คาํ ชแ้ี จง ใหทําเคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินทต่ี รงตามสภาพความเปน จริง ผลการประเมนิ ที่ ตัวชีว้ ัด กอ นการพัฒนา สรปุ ๑ รพ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔  หนวยฯ IIP/FCS P  ใชก ารฟง การดู การสัมผัสเพื่อแสดงความสนใจ ตอสอ่ื บคุ คลและมสี วนรว มในสถานการณต าง ๆ ในชวี ิตประจาํ วัน ๒ รพ ๑.๑/๔  เลยี นแบบการแสดงออกในการสอ่ื สารกับบคุ คล อืน่ ทีค่ นุ เคยหรือไมคนุ เคยในสถานการณตาง ๆ ได ๓ รพ ๑.๑/๗  ใชกระบวนการสื่อสารในการแสวงหาขอ มูล ขาวสารในการติดตามความเคลือ่ นไหวตาง ๆ ในสงั คม สาํ หรับการดํารงชวี ิตและการประกอบ อาชพี

99 ที่ ตวั ชวี้ ัด ผลการประเมนิ สรุป กอนการพัฒนา ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ IIP/FCS หนว ยฯ P ๔ รพ ๑.๒/๑  ใชก ระบวนการอา นในการเลอื กภาพ คาํ ทีอ่ อกเสียงเหมือนเสียงพยัญชนะตน ทเ่ี ปนช่อื ของตนเอง สงิ่ ของ บุคคลอนื่ ได ๕ รพ ๑.๒/๒  ระบชุ ือ่ สงิ่ ของ บคุ คลที่รูจักในหนงั สือภาพ หรือสอื่ รูปแบบอื่น ๆ ๖ รพ ๑.๓/๓  เขียนพยัญชนะไทย สระ วรรณยุกต ไดตาม ศักยภาพเขยี นตวั อักษรภาษาองั กฤษดว ย วิธกี ารตา ง ๆ ไดต ามศักยภาพ ๗ รพ ๓.๑/๑  บอกประวัตคิ วามเปน มาของตนเอง และครอบครวั โดยใชร ปู แบบที่หลากหลาย ๘ รพ ๖.๑/๒  บอกประโยชนสง่ิ ของเคร่อื งใชท ี่เปน เทคโนโลยี ในชวี ิตประจําวัน โดยการบอก ชี้ หยบิ หรอื รปู แบบการสือ่ สารอนื่ ๆ ๓. สาระสงั คมและการเปนพลเมืองทีเ่ ขมแขง็ คาํ ชแี้ จง ใหทําเคร่ืองหมาย ลงในชองผลการประเมินท่ีตรงตามสภาพความเปน จรงิ ผลการประเมิน ที่ ตวั ชวี้ ดั กอนการพฒั นา สรปุ ๑ สพ ๑.๑/๒ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ หนว ยฯ IIP/FCS P  ปฏิบตั ิหนา ท่ขี องตนเองในการเปนสมาชิกทีด่ ี ของครอบครวั ๒ สพ ๑.๑/๔ 

100 ที่ ตวั ชีว้ ัด ผลการประเมิน สรุป ปฏบิ ตั ิตนตามบทบาทหนา ท่ีของตนเอง กอนการพฒั นา ในการเปน สมาชิกทีด่ ีของโรงเรยี น ๐๑๒๓๔ หนว ยฯ IIP/FCS P ๓ สพ ๑.๑/๖  ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา ที่ของตนเอง ในการเปน สมาชกิ ทีด่ ขี องชมุ ชนและสังคม ๔ สพ ๓.๑/๒  ปฏบิ ัติตาม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมีความกตัญกู ตเวที ๕ สพ ๓.๒/๑  เขาใจ ตระหนักถงึ ความสําคัญตอ ศาสนพธิ ี พิธีกรรมและวันสําคญั ทางศาสนาท่ีตนเอง นบั ถอื ๔. สาระการงานพน้ื ฐานอาชพี คาํ ชี้แจง ใหทาํ เครือ่ งหมาย ลงในชองผลการประเมนิ ท่ตี รงตามสภาพความเปนจริง ผลการประเมิน ท่ี ตัวช้วี ัด กอ นการพฒั นา สรุป ๑ กอ ๑.๑/๓ ๐๑๒๓๔  หนว ยฯ IIP/FCS P  เก็บของเลน – ของใชส ว นตัวหรอื ของสมาชิก ในครอบครวั จนเปนนสิ ยั ลงช่อื .................................................ผปู ระเมนิ ลงชื่อ.................................................ผูประเมิน (นางสาวชาลศิ า คํายันต) (นางสาวศศิกมล กา หลา) ตาํ แหนง .......คร.ู ........................ ตาํ แหนง.......ครูผูช วย................ ลงช่อื .................................................ผูประเมิน (นายอนชุ า โสสมกบ) ตําแหนง..........คร.ู .....................

101 - เ\"กห%ง'ฐ็ากร, เมทา h๒hm01oนtาkยmน ๒๕๖๕ ห

102

103 ** ✓ IIP/FCSP * ✓ ✓ * *6 * ✓ ✓ *✓ ** ✓ ✓ **

104 Walker IIP/FCSP Walker ** *✓ ** ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ * ✓ Walker ** ✓ ** ✓ ** ** ะ

105 IIP/FCSP Walker ** ✓ ** ✓ ** \" ** ✓ Walker ✓ ** ✓ ** ✓ ✓ ** ** ะ* Walker **

106 ** ✓ IIP/FCSP ** IIP/FCSP ** ✓ * ✓ ✓ * ** ✓ ✓ * ** ✓ ** ✓ ** ✓

107 r IIP/FCSP IIP/FCSP ✓ IIP/FCSP * * ** ✓ * ** * ✓ ✓ * ✓ * ✓

108 IIP/FCSP * ✓ * * ✓ * r ** ๛ นางสาวศBกมล DาหEา นาชา:ดา <=น> คGHIวย คG นายธKชLย Mตสงสาร พPกงานราชการ

109 ชื่อ-สกุล ด.ญ.ณฐั ชาภรณ เมทา วนั ที่ประเมิน ๒๗ พ.ค. ๖๕ แบบประเมนิ ทางกิจกรรมบําบัด ผูประเมิน นางสาวสิรินยา นนั ทชัย ศนู ยการศกึ ษาพเิ ศษประจาํ จังหวดั ลาํ ปาง 1. ลักษณะโดยทั่วไป (General appearance)… เด็กผูหญิง มีอารการเกร็งของรยางคทั้ง 4 ไมสามารถสื่อสาร และไมส ามารถเคลอื่ นยา ยตวั ไดด วยตนเอง 2. การประเมินความสามารถดา นการเคลอื่ นไหว (Motor Function) 2.1 ทักษะกลา มเนื้อมดั ใหญ (Gross Motor) ระดับความสามารถ (ระบุอายทุ ี่ทาํ ได) ระดับความสามารถ (ระบอุ ายทุ ่ีทาํ ได) รายการ ทําไดดว ย ทําไดแตต อง ทําไมไ ด รายการประเมิน ทําไดดวย ทําไดแตต อง ทําไมได ประเมิน ตนเอง ชวยเหลือ ตนเอง ชวยเหลอื ชันคอ √ ว่ิง √ พลิกตะแคงตวั √ เดนิ ขึน้ -ลงบนั ได (เกาะราว) √ พลกิ ควํ่าหงาย √ กระโดด 2 ขา √ น่งั ไดเ อง √ เดนิ ขึ้น-ลงบนั ได (สลับเทา) √ คลาน √ ปนจักรยาน 3 ลอ √ เกาะยนื √ ยนื ขาเดียว √ ยืน √ กระโดดขาเดียว √ เดิน √ 2.2 การขามแนวกลางลําตัว (Crossing the Midline) • สามารถมองตามขามแนวกลางลาํ ตวั  มี □ ไมม ี • สามารถนํามือทง้ั สองขางมาใชใ นแนวกลางลาํ ตวั □ มี ไมมี 2.3 ขางทีถ่ นัด (Laterality) □ ซาย □ ขวา 2.4 การทาํ งานรว มกนั ของรางกายสองซีก (Bilateral integration) □มี  ไมม ี 2.5 การควบคมุ การเคล่ือนไหว (Motor control) • สามารถเปล่ยี นรูปแบบการเคล่อื นไหว □ มี  ไมมี • ความสามารถในการเคล่อื นไหว (Mobility) □ มี  ไมม ี • รูปแบบการเคลื่อนไหวทผ่ี ดิ ปกติ □ มี □ อาการสนั่ (Tremor) □ การบดิ หมุนของปลายมือปลายเทาคลายการฟอนรํา (Chorea) □ การเคล่ือนไหวของแขนขาสะเปะสะปะ (Athetosis) □ ความตงึ ตัวของกลามเน้ือไมแนน อน (Fluctuate)  ไมม ี • มกี ารเดินสะเปะสะปะ เหมือนการทรงตวั ไมดี (Ataxic Gait) □ มี  ไมม ี • เดนิ ตอสนเทา □ ทําได  ทําไมได • ทดสอบ Finger to Nose Test □ ทาํ ได  ทาํ ไมได □ มกี ารกะระยะไมถ ูก (Dysmetria) • ทดสอบการเคล่อื นไหวสลบั แบบเร็ว (Diadochokinesia) □ ทําได  ทาํ ไมได 2.6 การวางแผนการเคลื่อนไหว (Praxis) *มแี บบทดสอบมาตรฐาน* - การเลียนแบบทา ทาง □ ทําได  ทาํ ไมได - การเลยี นแบบเคลื่อนไหว □ ทําได  ทําไมได 2.7 การประสานงานของกลา มเน้ือมดั เล็ก (Fine coordination) .............................ทําได.................................................

110 แบบประเมนิ ทักษะการเคลือ่ นไหวของกลา มเนอ้ื มดั เลก็ รายการประเมิน ระดับความสามารถ ทาํ ไมไ ด การสบตา (eye contact) √ ทําไดดวยตนเอง ทําไดแ ตตอ งใหก ารชวยเหลอื การมองตาม (eye following) √ √ การใชแขนและมือ √  การเอ้อื ม (Reach Out)  การกาํ (Grasp) 1. การกํา (Power grasp) •การกาํ แบบตะขอ (Hook) •การกาํ ทรงกลม (Spherical grasp) •การกาํ ทรงกระบอก (Cylindrical grasp 2. การหยิบจบั (Precise grasp)  การนาํ (Carry /hold ) √  การปลอย (Release) √ การใชส องมอื การใชก รรไกร √ การใชอ ุปกรณเครื่องใชในการรบั ประทานอาหาร การใชมือในการเขียน ความคลอ งแคลวของการใชม อื การประสานสมั พันธร ะหวา งมือกบั ตา √ (eye-hand coordination) การควบคมุ การเคลื่อนไหวรมิ ฝป าก √  การปดปาก (Lip Closure)  การเคลื่อนไหวล้นิ (Tongue)  การควบคมุ ขากรรไกร (Jaw control)  การดูด (Sucking) / การเปา  การกลืน (Swallowing)  การเคย้ี ว (Chewing) ความผดิ ปกตอิ วยั วะในชอ งปากท่ีพบ 1. ภาวะล้ินจุกปาก (Tongue thrust) □ พบ  ไมพบ 2. ภาวะกัดฟน (Tooth Grinding) □ พบ  ไมพบ 3. ภาวะน้ําลายไหลยืด (Drooling) □ พบ  ไมพบ 4. ภาวะลิน้ ไกส นั้ □ พบ  ไมพ บ 5. ภาวะเคล่ือนไหวล้ินไดนอ ย □ พบ  ไมพ บ 6. ภาวะปากแหวง เพดานโหว □ พบ  ไมพ บ หมายเหตุ (ขอมลู เพ่มิ เติม)

111 การประเมนิ การรับความรูส ึก 1. ตระหนักรถู ึงส่ิงเรา  มี □ ไมมี 2. การรับความรสู ึก (Sensation) ใส N=Normal (ปกติ) I=Impaired (บกพรอง) L=Loss (สญู เสยี ) การรับความรสู กึ ทางผวิ หนงั (Tactile) - การรบั รูถึงสัมผัสแผว เบา (Light touch) :  ปกติ □ บกพรอ ง □ สญู เสีย - แรงกด (Pressure) :  ปกติ □ บกพรอง □ สญู เสยี - อณุ หภมู ิ (Temperature) :  ปกติ □ บกพรอ ง □ สูญเสีย - ความเจบ็ (Pain) :  ปกติ □ บกพรอง □ สญู เสีย - แรงส่ันสะเทือน (Vibration) :  ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรับความรูสึกจากกลา มเนอื้ เอน็ และขอ (Proprioceptive):  ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรบั ความรสู ึกจากระบบการทรงตัว (Vestibular) :  ปกติ □ บกพรอ ง □ สูญเสีย การรบั ขอมูลจากการมองเห็น (Visual) :  ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสีย การรับขอมูลจากการไดยนิ (Auditory) :  ปกติ □ บกพรอง □ สูญเสยี การรบั ขอมลู จากตุมรบั รส (Gustatory) :  ปกติ □ บกพรอ ง □ สญู เสีย 3. กระบวนการรบั รู  มี □ ไมมี การรับรโู ดยการคลํา (Stereognosis)  มี □ ไมมี การรับรูการเคลือ่ นไหว (Kinesthesis)  มี □ ไมมี การตอบสนองตอความเจ็บปวด (Pain Respone) การรบั รสู ว นตางๆของรา งกาย (Body Scheme)  มี □ ไมมี การรับรูซ า ย-ขวา (Right-Left Discrimination) □ มี  ไมมี การรบั รรู ูปทรง (Form constancy) □ มี  ไมม ี การรบั รูตําแหนง (Position in space) □ มี  ไมม ี การรับรูภาพรวม (Visual-Closure)  มี □ ไมม ี การรบั รกู ารแยกภาพ (Figure Ground) □ มี  ไมมี การรับรูค วามลกึ (Depth Perception) □ มี  ไมม ี การรบั รูมิตสิ มั พันธ (Spatial Relation) □ มี  ไมม ี

112 แบบประเมินประสิทธภิ าพการทําหนาท่ีของสมองในการบรู ณาการความรูสึก พฤตกิ รรม/การแสดงออก การแปลผล หมายเหตุ Hyperactive พบ (poor integration) ไมพบ (good integration) Distractibility √ Tactile Defensiveness √ Gravitational Insecurity √ Visual Defensiveness √ Auditory √ Defensiveness √ *ใชแ บบประเมินพฤติกรรมการประมวลความรูสึก* การประเมนิ การใชสตปิ ญ ญา ความคดิ ความเขาใจ 1. ระดับความรสู ึกตัว :  ปกติ □ ผดิ ปกติ 2. การรับรวู นั เวลา สถานท่ี และบคุ คล ................................................................................................................. ....................................................................................................................................................................................... 3. การจดจํา................................................................................................................................................................. 4. ชวงความสนใจหรอื สมาธิ  มี .....5....นาที □ ไมม ี 5. ความจาํ □ มี  ไมม ี 6. การเรยี งลําดับ □ มี  ไมม ี 7. การจัดหมวดหมู □ มี  ไมมี 8. ความคดิ รวบยอด □ มี  ไมมี

113 แบบแจกแจงปญ หาและการตั้งเปาประสงค  สรปุ ปญหาของนกั เรียน ๑. พฒั นาการลาชา ในดานทกั ษะวชิ าการ เชน ทกั ษะการรบั รูท างสายตาดา น visual closure, spatial relation ทักษะดา นความคิดความเขา ใจ การเรยี งลําดับ จัดหมวดหมู เปน ตน  เปา ประสงค ๑. ครอบครัวมีความรู ทกั ษะ และเจตคติทด่ี ใี นการดแู ล เหน็ ความสําคญั ของการฝก ฝนทกั ษะตา ง ๆ ใหข อมลู และ ทางเลอื กตาง ๆ ในการตดั สินใจเพือ่ ใหเ ด็กสามารถทํากิจกรรมตาง ๆ ไดดวยตนเอง รวมท้งั การใหกาํ ลงั ใจและ คอยสนับสนุน ๒. สง เสริมทกั ษะในชีวติ ประจาํ วัน (Activities of daily living training) โดยเนน พัฒนาการในการชว ยเหลือ ตนเอง และการระบายออกทางพฤติกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งทักษะดานสังคมในการใชชีวิตอยรู วมกบั ผูอืน่ (ลงชื่อ) ( นางสาวสริ ินยา นันทชัย) นักกจิ กรรมบําบัด วนั ที่ ๒๗ พ.ค. ๖๕

11 แบบสรปุ การรบั บริการกจิ กร ช่ือ-สกลุ เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา หองเรยี น แมท ะ ๑ สรุปปญ หาของนักเรียน ผลการประเมนิ กอน เปา ปร การหยิบวตั ถขุ นาดเลก็ ดวย การรับบริการ ปลายนิ้ว เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา ไม ภ า ย ใ น เ ดื อ สามารถหยิบจับวัตถุขนาดเล็ก ๒๕๖๕ เด็ก ดว ยปลายนว้ิ มือไดด วยตนเอง ภรณ เมทา ส จั บ วั ต ถุ ข น า ปลายนว้ิ มอื ได สรปุ ผลการใหบริการกิจกรรมบาํ บัด - ขอ ๑. เปา ประสงคทั้งหมด ๑ ขอ ๒. ผลการพฒั นา บรรลุเปา ประสงค ๑ ขอ ไมบรรลุเปา ประสงค ขอเสนอแนะในปตอ ไป ควรไดร ับการประเมินทางกิจกรรมบาํ บดั ตอไป

14 รรมบําบัดปก ารศึกษา ๒๕๖๕ ระสงค ผลการประเมินหลัง ผลการพัฒนาตามเปา ประสงค การรับบริการ บรรลุ/ผาน ไมบรรลุ/ไมผ า น อ น มี น า ค ม เด็กหญิงณัฐชาภรณ เมทา กหญิงณัฐชา สามารถหยิบจับวัตถุขนาด √ สามารถหยิบ เล็กดวยปลายน้ิวมือไดดวย า ด เ ล็ ก ด ว ย ตนเอง ในระดับ ๔ โดยไม ดดวยตนเอง ตองไดรบั การชว ยเหลอื (ลงชอื่ ) ………………………………………… นางสาวสิรินยา นนั ทชยั นักกจิ กรรมบาํ บดั ๓๑ มนี าคม ๒๕๖๕

115 ๑ แบบประเมินทางกายภาพบาบัด ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจาจงั หวดั ลาปาง วนั ที่รบั การประเมิน ..เ.......พ.....ค.....ป....ร........ ผู้ประเมิน ..น...า..ย..อ....ช...า....โ...ส....ส..ม...ก..บ........... ๑. ข้อมลู ท่ัวไป ชอื่ ……ด….ญ…. ……ฐ…ก…า…ร………เ…ค …อส…า…ใ…จ.....………… ช่อื เล่น................................ เพศ  ชาย  หญิง วัน เดือน ปเี กิด....๘.......ล.า..ค..ม.....ไ...ป........... อายุ .๗......ปี..........เดอื น โรคประจาตวั ................................. การวนิ ิจฉยั ทางการแพทย์……………...................................................................................................... อาการสาคัญ (Chief complaint) ……อ…น…+.………ง…า…ม…ง…อ…แ…ขน…ข.า..…ง…ส…อง…กา……………………………..……… ข้อควรระวัง........................................................................................................................................... หอ้ งเรียน .....แ...ท..ะ...๑.............................................ครปู ระจาชั้น.....น..า.ส..า.ว..............า..น...ส........................... ๒. การสงั เกตเบ้ืองตน้ ปกติ ผดิ ปกติ การสังเกต ปกติ ผิดปกติ ๙. เทา้ ปกุ การสังเกต . ๑๐. เทา้ แบน . ๑. ลักษณะสผี ิว ๑๑. แผลกดทบั ๒. หลังโกง่ . ๑๒. การหายใจ . ๓. หลงั คด ๑๓. การพูด ๔. หลังแอน่ - ๑๔. การมองเหน็ r ๕. เข่าชดิ ๑๕. การเค้ียว ๖. เขา่ โกง่ r ๑๖. การกลืน r ๗. ระดับข้อสะโพก ๘. ความยาวขา ๒ ขา้ ง r r ะ ะ เพม่ิ เติม .................\"....\".................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ๊ิ ้ั ูศู๊ศ้ด์ทิท่ม๋ญท็ท่อุตืร์ณัณุน่ต

116 ๒ ๓. พัฒนาการตามวัย ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ความสามารถ ทาได้ ทาไม่ได้ ๑. ชันคอ / ๖. นงั่ ทรงตัว r ๒. พลิกควา่ พลิกหงาย ✓ ๗. ลกุ ขนึ้ ยนื ✓ ๓. คบื _ ๘. ยืนทรงตวั _ ๔. คลาน r ๙. เดนิ ✓ ๕. ลกุ ขนึ้ นง่ั / ๑๐. พูด / เพม่ิ เติม ....._............................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................... ................................. ๔. การประเมินทางกายภาพบาบัด มาตรฐานท่ี ๑ การเพ่มิ หรือคงสภาพองศาการเคล่ือนไหวของข้อต่อ ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๑.๑ เพ่ิมหรือคง ๑. ยกแขนขึ้นได้  เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว สภาพองศาการ  ไม่เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว เคล่อื นไหวของ rจากดั การเคลื่อนไหว ร่างกายส่วนบน เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๒. เหยยี ดแขนออกไป  เตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว ดา้ นหลงั ได้  ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว /จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๓. กางแขนออกได้  เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอื่ นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๔. หุบแขนเข้าได้  เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรุงครง้ั ท่ี ๓ วนั ที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

117 ๓ ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๕. งอขอ้ ศอกเขา้ ได้  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคล่ือนไหว / จากดั การเคลื่อนไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ๖. เหยียดขอ้ ศอกออกได้  เต็มชว่ งการเคล่ือนไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๗. กระดกข้อมือลงได้  เต็มช่วงการเคลื่อนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคล่อื นไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ ๘. กระดกข้อมือขึ้นได้  เต็มช่วงการเคล่ือนไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลือ่ นไหว เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................ ๙. กามอื ได้  เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑๐. แบมือได้  เตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่อื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ ๑.๒ เพิ่มหรือคง ๑. งอขอ้ สะโพกเข้าได้  เต็มช่วงการเคลื่อนไหว สภาพองศาการ  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว เคลอ่ื นไหวของ ร่างกายสว่ นลา่ ง r จากัดการเคลื่อนไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

118 ๔ ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๒. เหยยี ดขอ้ สะโพก กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ  เตม็ ช่วงการเคลื่อนไหว ออกได้ ๓. กางข้อสะโพกออกได้  ไม่เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว ๔. หบุ ข้อสะโพกเข้าได้ r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ๕. งอเขา่ เขา้ ได้ ................................................ ๖. เหยียดเขา่ ออกได้  เต็มชว่ งการเคล่อื นไหว ๗. กระดกข้อเทา้ ลงได้  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอื่ นไหว ๘. กระดกข้อเทา้ ขน้ึ ได้ r จากดั การเคล่อื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................  เต็มชว่ งการเคลือ่ นไหว  ไมเ่ ตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคลื่อนไหว เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว r จากัดการเคลอ่ื นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................  เต็มช่วงการเคล่อื นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคล่ือนไหว r จากดั การเคลอ่ื นไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคลอ่ื นไหว  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว / จากดั การเคลอ่ื นไหว เพิ่มเตมิ ................................. ................................................  เตม็ ช่วงการเคล่อื นไหว / จไมา่เกตัดม็ กชาว่ รงเกคาลรื่อเนคลไหือ่ วนไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

119 ๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๙. หมนุ ข้อเทา้ ได้  เตม็ ชว่ งการเคลื่อนไหว ๑๐. งอนว้ิ เทา้ ได้  ไมเ่ ตม็ ชว่ งการเคลอ่ื นไหว r จากดั การเคล่ือนไหว เพิม่ เตมิ ................................. ................................................  เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว  ไม่เตม็ ชว่ งการเคลือ่ นไหว r จากัดการเคลื่อนไหว เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................ มาตรฐานท่ี ๒ การปรบั สมดุลความตึงตัวของกลา้ มเนอ้ื ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๒.๑ ปรับสมดลุ ๑. ปรับสมดุลความ ✓ ระดบั ๐  ระดบั ๑  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ ความตงึ ตวั ตึงตวั กล้ามเนื้อ  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ของกลา้ มเนื้อ ยกแขนข้นึ ได้ ................................................. รา่ งกายสว่ นบน ๒. ปรบั สมดุลความ / ระดับ ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตัวกล้ามเนื้อ  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ เหยียดแขนออกไป  ระดับ ๓  ระดับ ๔ ด้านหลังได้ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรบั สมดลุ ความ / ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กลา้ มเนื้อ  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ กางแขนออกได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๔. ปรบั สมดุลความ ................................................. / ระดับ ๐  ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเนื้อ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ หบุ แขนเขา้ ได้  ระดบั ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

120 ๖ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สงั เกต ๕. ปรับสมดุลความ r ระดับ ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเน้ือ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ งอข้อศอกเข้าได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรบั สมดุลความ  ระดบั ๐  ระดับ ๑ ตงึ ตวั กล้ามเนื้อ ะ ระดับ ๑+  ระดับ ๒ เหยยี ดข้อศอกออกได้  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดลุ ความ  ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเนื้อ  ระดับ ๑+  ระดบั ๒ กระดกข้อมือลงได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดลุ ความ r ระดับ ๐  ระดบั ๑ ตงึ ตวั กลา้ มเนื้อ กระดกข้อมือข้นึ ได้  ระดับ ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ๙. ปรับสมดลุ ความ ................................................. r ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตัวกลา้ มเน้ือ  ระดบั ๑+  ระดบั ๒ กามือได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๐. ปรับสมดุลความ  ระดบั ๐  ระดบั ๑ ตึงตวั กล้ามเน้ือ แบมือมอื ได้ ะ ระดับ ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒.๒ ปรับสมดลุ ๑. ปรบั สมดุลความตึงตัว  ระดับ ๐  ระดับ ๑ ความตึงตวั กลา้ มเน้ืองอสะโพก  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ ของกลา้ มเน้ือ เข้าได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ รา่ งกายสว่ นลา่ ง เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้งั ที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

121 ๗ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ๒. ปรบั สมดุลความตึงตวั r ระดบั ๐  ระดบั ๑ กลา้ มเน้อื เหยยี ด สะโพกออกได้  ระดบั ๑+  ระดบั ๒  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพ่มิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ปรับสมดลุ ความตึงตวั r ระดบั ๐  ระดับ ๑ กลา้ มเน้อื กางสะโพก ออกได้  ระดับ ๑+  ระดับ ๒  ระดับ ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๔. ปรับสมดุลความตงึ ตัว r ระดับ ๐  ระดับ ๑ กล้ามเนอ้ื หุบสะโพก  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ เข้าได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ๕. ปรับสมดลุ ความตึงตัว ................................................. r ระดับ ๐  ระดบั ๑  ระดบั ๑+  ระดบั ๒ กล้ามเนอ้ื งอเขา่ เขา้ ได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๖. ปรับสมดุลความตึงตวั r ระดับ ๐  ระดบั ๑ กล้ามเนอ้ื เหยยี ดเขา่  ระดับ ๑+  ระดับ ๒ ออกได้  ระดับ ๓  ระดับ ๔ เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ปรบั สมดุลความตงึ ตัว  ระดบั ๐  ระดบั ๑ กล้ามเนือ้ กระดก ข้อเท้าลงได้ ะ ระดบั ๑+  ระดบั ๒  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ปรับสมดุลความตึงตวั  ระดบั ๐  ระดับ ๑ กลา้ มเนื้อกระดก  ระดบั ๑+  ระดับ ๒ ข้อเท้าขึน้ ได้  ระดบั ๓  ระดบั ๔ เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

122 ๘ หมายเหตุ ๐ หมายถึง ความตึงตัวของกล้ามเน้ือไมม่ ีการเพิม่ ขึน้ ๑ หมายถึง ความตึงตวั ของกลา้ มเน้อื สงู ขึน้ เลก็ น้อย (เฉพาะช่วงการเคล่อื นไหวแรกหรอื สดุ ทา้ ย) ๑+ หมายถึง ความตึงตวั ของกล้ามเน้ือสูงขึ้นเล็กน้อย (ช่วงการเคลื่อนไหวแรกและยังมอี ยู่แตไ่ มถ่ งึ คร่ึงของชว่ งการเคลื่อนไหว ๒ หมายถึง ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอ้ื เพมิ่ ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว แต่สามารถเคลอื่ นได้จนสดุ ชว่ ง ๓ หมายถงึ ความตงึ ตัวของกล้ามเนือ้ มากขึ้นและทาการเคล่ือนไหวไดย้ ากแต่ยงั สามารถเคลอ่ื นได้จนสดุ ๔ หมายถงึ แขง็ เกรง็ ในทา่ งอหรอื เหยยี ด มาตรฐานท่ี ๓ การจดั ทา่ ใหเ้ หมาะสมและการควบคมุ การเคลอ่ื นไหวในขณะทากจิ กรรม ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สงั เกต ๓.๑ จัดทา่ ให้ ๑. จดั ท่านอนหงาย  ทาได้ดว้ ยตนเอง เหมาะสม ได้อยา่ งเหมาะสม  มีผู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย  มผี ชู้ ว่ ยเหลือปานกลาง  มผี ชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ๒. จัดท่านอนควา่ ะ....................................................... ได้อย่างเหมาะสม  ทาได้ดว้ ยตนเอง ๓. จัดทา่ นอนตะแคง  มีผชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ นอ้ ย ไดอ้ ย่างเหมาะสม  มผี ชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง  มีผู้ช่วยเหลือมาก เพ่ิมเตมิ ......................................... .......................................................  ทาไดด้ ้วยตนเอง  มผี ู้ชว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย  มีผู้ช่วยเหลือปานกลาง  มีผชู้ ว่ ยเหลือมาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๔. จดั ทา่ นง่ั ขาเปน็ วง  ทาได้ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม  มผี ู้ช่วยเหลือเล็กนอ้ ย  มผี ชู้ ่วยเหลือปานกลาง  มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพมิ่ เตมิ ......................................... ....................................................... กลุม่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ที่ ๓ วันท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

123 ๙ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสังเกต ๓.๒ ควบคุมการ ๕. จัดทา่ น่ังขดั สมาธิ  ทาได้ด้วยตนเอง เคล่อื นไหว ในขณะ ได้อย่างเหมาะสม  มีผูช้ ว่ ยเหลอื เล็กนอ้ ย ทากิจกรรม  มีผู้ชว่ ยเหลอื ปานกลาง - มีผชู้ ว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๖. จัดทา่ น่งั เก้าอี้  ทาไดด้ ้วยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม  มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย  มผี ู้ช่วยเหลือปานกลาง r มีผชู้ ่วยเหลือมาก เพิม่ เตมิ ......................................... ....................................................... ๗. จดั ทา่ ยืนเข่า  ทาไดด้ ว้ ยตนเอง ได้อย่างเหมาะสม  มผี ชู้ ว่ ยเหลอื เลก็ น้อย  มีผชู้ ่วยเหลือปานกลาง - มผี ชู้ ว่ ยเหลือมาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๘. จัดท่ายนื ไดเ้ หมาะสม  ทาได้ด้วยตนเอง  มีผชู้ ่วยเหลอื เล็กนอ้ ย  มีผชู้ ่วยเหลอื ปานกลาง / มีผู้ชว่ ยเหลอื มาก เพม่ิ เตมิ ......................................... ....................................................... ๙. จดั ท่าเดินไดเ้ หมาะสม  ทาได้ด้วยตนเอง  มีผู้ช่วยเหลือเล็กน้อย  มผี ู้ช่วยเหลอื ปานกลาง / มีผชู้ ่วยเหลอื มาก เพิ่มเตมิ ......................................... ....................................................... ๑. ควบคุมการเคลื่อนไหว rLoss  Poor ขณะนอนหงายได้  Fair  Good  Normal เพิม่ เตมิ ................................. ................................................. กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ ครง้ั ท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

124 ๑๐ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ข้อสงั เกต กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ๒. ควบคุมการเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะนอนควา่ ได้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๓. ควบคุมการเคลื่อนไหว r LFaoisrs  Poor ขณะลุกขน้ึ น่ังจาก  Good ทา่ นอนหงายได้  Normal เพิ่มเตมิ ................................. ................................................. ๔. ควบคมุ การเคลื่อนไหว  Loss  Poor ขณะลุกข้นึ นัง่ จากทา่ นอนหงายได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๕. ควบคมุ การเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะนั่งบนพ้นื ได้  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๖. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะนั่งเกา้ อีไ้ ด้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๗. ควบคมุ การเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะคบื ได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๘. ควบคุมการเคล่ือนไหว  Loss  Poor ขณะคลานได้  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี ๓ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

125 ๑๑ ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ข้อสงั เกต ๙. ควบคมุ การเคลื่อนไหว r Loss  Poor ขณะยนื เขา่ ได้  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ๑๐. ควบคมุ การ ................................................. / Loss  Poor เคลื่อนไหว  Fair  Good ขณะลุกข้ึนยนื ได้  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๑๑. ควบคมุ การ  Loss  Poor เคล่ือนไหว ขณะยนื ได้ ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. ๑๒. ควบคุมการ  Loss  Poor เคลื่อนไหว  Fair  Good ขณะเดินได้  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ หมายถึง ไมสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวไดเลย Loss หมายถึง ควบคุมการเคลื่อนไหวไดเพียงบางส่วน Poor หมายถงึ สามารถควบคมุ การเคลอ่ื นไหวไดดีพอควร Fair หมายถึง สามารถควบคุมการเคลอื่ นไหวได้ใกล้เคยี งกับปกติ Good หมายถึง สามารถควบคมุ การเคลอื่ นไหวได้ปกติ Normal กล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรับปรงุ คร้ังที่ ๓ วนั ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓

126 ๑๒ มาตรฐานที่ ๔ การเพ่มิ ความสามารถการทรงท่าในการทากจิ กรรม ตวั บ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไมไ่ ด้ ขอ้ สังเกต ๔.๑ ควบคุมการ ๑. นั่งทรงทา่ ได้มน่ั คง  Zero r Poor ทรงทา่ ทาง  Fair  Good ของรา่ งกาย  Normal ขณะอยู่น่ิง เพมิ่ เตมิ ................................. ................................................. ๒. ตัง้ คลานไดม้ ัน่ คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๓. ยนื เขา่ ได้มัน่ คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. ๔. ยนื ทรงทา่ ได้ม่ันคง / Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๕. เดินทรงท่าไดม้ น่ั คง ................................................. / Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพมิ่ เตมิ ................................. ๔.๒ ควบคมุ การ ๑. นง่ั ทรงทา่ ขณะ /.......Z...e..r..o.................P..o...o..r........... ทรงท่าทาง ทากิจกรรมได้มั่นคง  Fair  Good ของร่างกาย  Normal ขณะเคลอื่ นไหว เพม่ิ เตมิ ................................. ................................................. กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

127 ๑๓ ตวั บ่งช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ทาได้ ทาไม่ได้ ขอ้ สังเกต ๒. ต้งั คลานขณะ / Zero  Poor ทากจิ กรรมได้มนั่ คง  Fair  Good ๓. ยนื เข่าขณะ ทากิจกรรมได้มน่ั คง  Normal ๔. ยนื ทรงท่าขณะ เพมิ่ เตมิ ......................................... ทากิจกรรมได้มน่ั คง ....................................................... ๕. เดินทรงทา่ ขณะ ทากจิ กรรมได้ม่นั คง r Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. .................................................  Zero  Poor ะ Fair  Good  Normal เพม่ิ เตมิ ................................. .................................................  Zero  Poor  Fair  Good  Normal เพ่ิมเตมิ ................................. ................................................. หมายเหตุ Zero หมายถึง ไมส่ ามารถทรงตวั ได้เอง ตอ้ งอาศัยการชว่ ยเหลอื ทัง้ หมด Poor หมายถงึ สามารถทรงตัวไดโ้ ดยอาศยั การพยงุ Fair หมายถึง สามารถทรงตวั ไดโ้ ดยไมอ่ าศัยการพยุง แตไ่ ม่สามารถทรงตัวไดเ้ มือ่ ถูกรบกวน และไมส่ ามารถถ่ายน้าหนกั ได้ Good หมายถึง สามารถทรงตัวได้ดโี ดยมตี ้องอาศยั การพยงุ และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ พี อควร เมื่อมกี ารถ่ายนา้ หนัก Normal หมายถงึ สามารถทรงตัวได้ดแี ละมน่ั คงโดยไมต่ อ้ งอาศัยการพยุง และสามารถรกั ษาสมดลุ ไดด้ ี เมือ่ มกี ารถ่ายน้าหนัก กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ แบบประเมินทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรงุ คร้งั ที่ ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓

128 ๑๔ ๕. สรปุ ขอ้ มูลความสามารถพืน้ ฐานของผูเ้ รียน จุดเดน่ จดุ ด้อย ........................................................................... ..............................ข...อ......ง...ก......แ...เ...ข......นย......น...แ......ลจ......ะ......ข......า...ด............กง...า......รส......อเ...ค...ง.........อา......งน......ไ......ห......ว.........ข......อ......ง............อ..................อ............ .................................._......................................... ........................................................................... ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................. ๖. การสรุปปัญหาและแนวทางการพัฒนาทางกายภาพบาบัด ปัญหา แนวทางการพัฒนาทางกายภาพบาบดั ........................................................................... ........................................................................... .ๆ.._............ก...เ...ย..น...จ......ด....ก.า..ร..เ.ค....อ..น..ไ..ห..ว...ข.อ..ง.....อ.....อ..... .7.........เ.....ม.....ห....อ.....ค..ง..ส...ภ..า..พ....อ..ง..ศ...า...ก..า.ร..เ....อ..น...7...0..... ..........ข..อ..ง...แ.ข..น...แ..ล..ะ..ข..า.....ง...ส..อ..ง...า..ง........................... .ข..อ..ง....อ.....อ......โ.ด...ย..ใ.....ค...ว.า..ม........ป..ก..ค..ร..อ..ง...ใ..น...ก..า..ร........ ............................................................................ ..เ.ค....อ..น..ไ..ห..ว....อ.....อ...ใ........ก.....เ...ย...น.....C...P...R....0..M....)......... ............................................................................ .เ....อ.....อ..ง....น...ภ..า.ว..ะ...แ.ท...ร.ก.....อ.น......า..ง..ๆ........จ.ะ...เ...ด.....น........ .6..........ก..า.ร....ด......า..ท...า..ง...ไ.....เ.ห...ม..า...ะ.ส...ม.....อ..า.จ.ท...ใ.....เ....ด.... .6.........ใ......ห...า..ม........บ...ธ...ป..ก..ค..ร..อ..ง..ใ..น.....ก.า..ร....ก......า..ท..า..ง.... .........ภ..า.ว..ะ..แ..ท...ร..ก....อ..น......า..ง...ๆ........จ..ะ..เ...ด.....น................. ...ข..อ..ง....ก...แ..บ...บ...ใ.V......เ.ท.r..ม..า..ช...ม..................................... ............................................................................. ............................................................................. ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ ........................................................................... ........................................................................... ............................................................................. ............................................................................. ว ลงชือ่ ................................................ผูป้ ระเมิน (นายอนชุ า โสส้มกบ) ตาแหน่ง คร/ู ครกู ายภาพบาบดั กล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ แบบประเมนิ ทางกายภาพบาบดั ปรบั ปรุงคร้ังท่ี ๓ วนั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓ ่ิ ้้้้ึึัั ์่ีท่ห้ซ่ทัจัก์ร้หิก้หำ่ม่ทัจกิขิก่ีท่ต้ซัก้ป่ืพีรัน้ห่ต้ข่ืลู้ผู้ร้ห่ต้ข้ขขนท่ืพัหพ่ต้ข่ืลักำีรัน้ข้ณท่ต้ข่ืลักำีรัน

12 แบบสรปุ การให้บรกิ ารกายภา ช่อื -สกุล ด.ญ.ณฐั ชาภรณ์ เครือสายใจ วันเดือนปี ที่รับบรกิ ารกายภาพบำบดั ๒๗ พ.ค. ๒๕๖๕ วันเดอื นปี ที่ประเมนิ หลังการรับบริการกายภาพบำบดั ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ ประเภทความพิการ บกพร่องทางรา่ งกายหรือการเคลอ่ื นไหวหรอื สุขภาพ สรุปปัญหาของนักเรยี น ผลการประเมินก่อน เปา้ ห การรบั บรกิ าร ๑. จำกดั การเคลอื่ นไหวของ นักเรียนจำกัดการเคลื่อนไหวของ นักเรียนสาม รา่ งกายส่วนบนและส่วนลา่ ง ร่างกายสว่ นบนและสว่ นลา่ ง หรอื คงสภาพ เคล่ือนไหวข ส่วนบนและส ๒. การจัดทา่ ไมเ่ หมาะสม นักเรยี นจดั ทา่ ไมเ่ หมาะสมหรือไม่ นักเรยี นสาม ในขณะทำกจิ กรรม ถกู ต้องในขณะทำกจิ กรรม จดั ท่าไดเ้ หม ถกู ต้องในขณ กิจกรรม สรุปผลการให้บริการกายภาพบำบดั ๑. ปญั หาท้งั หมด ๒ ข้อ ๒. ผลการพัฒนา บรรลเุ ป้าประสงค์ ๒ ข้อ ไมบ่ รรลเุ ปา้ ประสงค์ - ข้อ ข้อเสนอแนะในครง้ั ต่อไป ครูและผู้ปกครองควรจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนานักเรียนอย่างตอ่ เนอื่ งและสม่ำเสม

29 าพบำบดั ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ หมาย ผลการประเมนิ ผลการพฒั นาตามเปา้ หมาย หลังการรับบริการ บรรล/ุ ผา่ น ไม่บรรลุ/ไม่ผ่าน มารถเพิ่ม พองศาการ นกั เรียนสามารถคงสภาพองศา ✓ ของรา่ งกาย การเคลอ่ื นไหวของรา่ งกาย ส่วนลา่ งได้ ส่วนบนและส่วนล่างได้ โดย ✓ มารถ ผ้ปู กครองเป็นผ้ทู ำให้ มาะสมหรือ ณะทำ นกั เรยี นสามารถจัดท่าได้ เหมาะสมหรือถูกต้องในขณะทำ กจิ กรรม โดยผู้ปกครองคอย กระตุน้ และช่วยเหลอื มอ ลงชื่อ……………………………………………………………. (นายอนชุ า โสสม้ กบ) ครูกายภาพบำบดั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook