111
111 หลกั สูตรสถานศึกษา “ระดับประถมศกึ ษา” ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรบั นักศกึ ษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 กศน.อาเภอจอมบงึ สานกั งาน กศน.จงั หวัดราชบุรี สานกั งาน กศน. สานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
111 คานา กกกกกกก หลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2554) จดั ทาขึน้ เพอื่ ให้ครผู ้สู อนและผู้ทม่ี สี ว่ นเกี่ยวข้องกับหลักสูตรน้ีไว้ใช้ศึกษา และจัดการศกึ ษาไดบ้ รรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ตลอดจนเพื่อเป็นเอกสารหลักฐานรองรับการประเมิน ประกันคณุ ภาพการศกึ ษาทั้งภายในโดยตน้ สังกัดและภายนอกจากสานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมิน คณุ ภาพการศึกษา (สมศ.) กกกกกกกเอกสารฉบับน้ี ประกอบด้วย (1) บริบทพ้ืนฐาน (2) ปรัชญา (3) วิสัยทัศน์ (4) พันธกิจ (5) หลักการจุดหมายของหลักสูตร (6) กลุ่มเปูาหมาย (7) กรอบโครงสร้าง (8) การจัดหลักสูตร (9) สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ (10) แผนการลงทะเบยี นเรียน (11) วิธีการจัดการเรียนรู้ (12) การจัด กระบวนการเรียนรู้ (13) ส่ือการเรียนรู้ (14) การวัดและประเมินผลการเรียน (15) การจบหลักสูตร และ (16) เอกสารหลักฐานการศกึ ษา รวมทั้งบรรณานุกรมและภาคผนวก กกกกกกกเอกสารฉบับน้ีสาเร็จลงได้ด้วยดีเนื่องจากได้รับคาแนะนาและข้อมูล จาก (1) ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ผู้อานวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (2) นางสาวดารัตน์ กาญจนาภา ผู้อานวยการสานักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดราชบุรี และ(3) นายนพรัตน์ แจ้งหมื่นไวย์ ผอ.กศน.อาเภอจอมบึง รวมทั้งคณะครูของศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอจอมบึง ขอขอบพระคุณและขอบคณุ ทุกท่านมา ณ ทนี่ ดี้ ้วย (นายนพรตั น์ แจ้งหม่นื ไวย์) ผอ.กศน.อาเภอจอมบงึ
111 สารบญั หนา้ บริบทพ้นื ฐาน……………………………………………………………..…….….………….................................................1 ข้อมูลอาเภอจอมบึง...…………………………..…………………………….……………...............................................17 ข้อมลู กศน.อาเภอจอมบึง………………………………………………..…….……………...........................................27 แหล่งเรยี นรทู้ ส่ี าคัญในชุมชน.......................................…………...………………………..……………..................29 เปูาหมายการจัดการศึกษา………………………………………………………………………………………………………....30 ปรชั ญา วิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ…………………………………………………………………………………………………..……..31 หลักการ……………………………………………………………………………………………………………………………………31 จุดหมาย…………………………………………………………………………………………………......................................32 กรอบโครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา……………………………………………………..…………32 สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้…………………………………………………………………………………..…………………34 คาอธบิ ายรายวิชาและรายละเอยี ดคาอธิบายรายวิชาบงั คบั และรายละเอียดคาอธบิ าย รายวิชาเลือกบงั คับ…………………………………………………………………………………………………..……………..…40 สาระทกั ษะการเรยี นรู้……………………………………………………………………………………….………..….40 สาระความรู้พ้ืนฐาน……………………………………………………………………………………….………….…..55 สาระการประกอบอาชพี ………………………………………………………………………………………….……100 สาระทักษะการดาเนินชีวิต……………………………………………………………………………………………119 สาระการพฒั นาสังคม……………………………………………………………………………………..……………134 แผนการลงทะเบยี นเรียน ระดบั ประถมศึกษา…………………………………………………………………………….174 วธิ กี ารจัดการเรยี นรู้………………………………………………………………………………………………………………....176 การจัดกระบวนการเรยี นรู้…………………………………………………………………………..………………………..…..177 สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้…………………………………………………………………….……………………………………….…..178 การจบหลักสูตร…………………………………………………………………………………………………………….…….…..179
111 สารบัญ (ต่อ) หน้า เอกสารและสง่ิ อ้างอิง…………………………………………………………………………………………………................181 ภาคผนวก...............................................................................................................................................182
111 บริบทพื้นฐาน ประวัติความเปน็ มาของจังหวดั ราชบรุ ี จังหวัดราชบุรี มีช่ืออันเป็นมงคลยิ่ง หมายถึง “เมืองพระราชา”เป็นเมืองเก่าแก่เมืองหน่ึงของ ประเทศไทย จากการศึกษาและขุดค้นของนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี พบว่าดินแดนแถบลุ่มแม่น้า แม่กลองแห่งน้ีเป็นถิ่นฐานท่ีอยู่อาศัยของคนหลายยุคหลายสมัย และมีความรุ่งเรืองมาต้ังแต่อดีต จาก หลักฐานทางโบราณ สถานและโบราณวัตถุจานวนมาก ทาให้เชื่อได้ว่ามีผู้คนตั้งถ่ินฐานอยู่ในบริเวณนี้ ตั้งแต่ยุคหินกลาง ตลอดจนได้ค้นพบเมืองโบราณสมัยทวารวดีท่ีตาบลคูบัว อาเภอเมืองราชบุรี พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาู จฬุ าโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แหง่ ราชวงศ์จักรี ได้เคยดารงตาแหน่งหลวง ยกกระบัตรเมอื งราชบรุ ีในสมัยกรงุ ศรีอยุธยาตอนปลาย ซึง่ ในชว่ งปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาและตอนต้นกรุง รัตนโกสินทร์ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าเมืองราชบุรีเป็นเมืองหน้าด่านท่ีสาคัญเป็นสมรภูมิการ รบหลายสมยั โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราช ได้ยกทัพมาตั้งรับศึกพม่าในเขต ราชบรุ ีหลายคร้งั ครั้งทีส่ าคัญทีส่ ุด คอื สงครามเก้าทัพ ต่อมา พ.ศ.2360 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างกาแพงเมืองใหม่ทางฝ่ังซ้ายของแม่น้าแม่กลองตลอดมาจนถึง ปัจจบุ ัน ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ.2437 ได้ทรงเปลี่ยนการปกครอง ส่วนภูมิภาค โดยรวมหัวเมืองต่างๆ ท่ีอยู่ใกล้ชิดกันตั้งขึ้นเป็นมณฑล และได้รวมเมืองราชบุรี เมือง กาญจนบุรเี มอื งสมทุ รสงคราม เมืองเพชรบรุ ี เมืองปราณบุรี เมืองประจวบคีรีขันธ์ รวม 6 เมือง ตั้งข้ึนเป็น มณฑลราชบุรีโดยต้ังท่ีบัญชาการมณฑล ณ เมืองราชบุรี ทางฝ่ังขวาของแม่น้าแม่กลอง (ต่อมาเป็นที่ตั้ง ของศาลากลางจังหวัดราชบุรีหลังเก่า และในปัจจุบันเป็นที่ต้ังของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี)ต่อมา ในปี พ.ศ.2440 ได้ย้ายท่ีบัญชาการเมืองราชบุรี จากฝั่งซ้ายกลับมาตั้งรวมอยู่แห่งเดียวกับศาลาว่าการ มณฑลราชบุรี ทางฝ่ังขวาของแม่น้าแม่กลอง จนถึง พ.ศ.2476 เม่ือได้มีการยกเลิกการปกครองแบบ มณฑลทั้งหมด มณฑลราชบรุ จี งึ ถกู ยกเลิกและคงฐานะเปน็ จงั หวัดราชบรุ ีจนถงึ ปจั จบุ ัน ที่ตัง้ และอาณาเขต จังหวัดราชบุรีตั้งอยู่ในพ้ืนที่ภาคกลางด้านทิศตะวันตก มีพื้นท่ี 3,247 ล้านไร่ หรือ 5,196 ตาราง กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 11.27 ของเน้ือท่ีภาคตะวันตก 8 จังหวัด มีพื้นที่ชายแดนติดกับสาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมาร์ โดยมีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นแนวพรมแดนสันปันน้า ระยะความยาว 73 กิโลเมตร จังหวัดราชบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 100 กิโลเมตร มีแม่น้าแม่กลองเป็นแม่น้าสายหลัก ไหลผ่านจังหวัดราชบุรีในเขตพ้ืนที่อาเภอบ้านโปุง โพธาราม และอาเภอเมืองราชบุรี เป็นระยะทาง 67 กิโลเมตร
2 อาณาเขตตดิ ตอ่ ดงั นี้ ภาพที่ 1 แผ่นท่ีจงั หวดั ราชบุรี ทศิ เหนอื ตดิ ต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับจงั หวดั เพชรบรุ ี ทิศตะวนั ออก ตดิ ต่อกับจงั หวดั นครปฐม สมทุ รสาคร และ สมทุ รสงคราม ทศิ ตะวนั ตก ติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ลักษณะภมู ปิ ระเทศ สภาพภมู ปิ ระเทศแบ่งได้เปน็ 4 ลกั ษณะ คือ (1) พนื้ ทีภ่ เู ขาสูง ไดแ้ ก่ บริเวณเขตแดนดา้ นทศิ ตะวนั ตกติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และเขตแดนดา้ นทศิ ใตต้ ดิ กบั จงั หวัดเพชรบุรี มีสภาพเป็นเทือกเขาสูง อุดมด้วยปุาดิบ ปุาเบญจพรรณ ปุา เต็งรัง และปุาไผ่ ความสูงจากระดับน้าทะเลปานกลางตั้งแต่ 200 เมตร ถึง 1,100 เมตรสภาพเน้ือดิน ค่อนข้างเป็นดินทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่า มีปฏิกิริยาเป็นกรด ดินอุ้มน้าได้น้อย อยู่ในเขตพื้นที่อาเภอ สวนผ้ึง อาเภอบ้านคา และด้านทิศตะวนั ตกของอาเภอปากท่อ (2) พื้นท่ีราบสูง ได้แก่ บริเวณถัดจากเทือกเขามาทางด้านทิศตะวันออก จนถึงตอนกลางของ พื้นท่จี งั หวัด มีลกั ษณะเป็นทรี่ าบสูงและเป็นลอนลาด มีแม่น้าภาชีและลาห้วยสาขาเป็นสายน้าหลักสภาพ ดนิ เป็นดินร่วนปนทราย มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินค่อนข้างสูง สภาพเหมาะกับการปลูกพืชไร่และ
3 ไมผ้ ล อยู่ในเขตพืน้ ทีอ่ าเภอสวนผง้ึ อาเภอบ้านคา อาเภอจอมบึง และด้านทิศตะวันตกของอาเภอปากท่อ เมืองราชบรุ ี โพธาราม และอาเภอบ้านโปงุ (3) พ้ืนท่ีราบลุ่ม ได้แก่ บริเวณสองฝ่ังแม่น้าแม่กลอง และด้านทิศตะวันออกของจังหวัด มีความอุดม สมบูรณค์ ่อนข้างดี มีระบบชลประทานแม่กลองที่เป็นระบบชลประทานขนาดใหญ่ สภาพดินเป็นดินร่วน และดินร่วนปนเหนียว เหมาะแก่การปลูกข้าวและพืชผัก อยู่ในเขตอาเภอจอมบึง ปากท่อ เมืองราชบุรี บาง แพ โพธาราม และอาเภอบ้านโปงุ (4) พนื้ ที่ราบลุ่มตา่ ไดแ้ ก่ บริเวณทิศตะวนั ออกของจังหวัด บริเวณตอนปลายของแม่น้าแม่กลอง ที่เช่ือมต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นท่ีราบลุ่ม มีลาคลองและคูน้าท่ีเชื่อมต่อกับแม่น้าแม่กลองอยู่สูง จากระดบั นา้ ทะเลปานกลาง 1 - 2 เมตร สภาพดินค่อนข้างเป็นเน้ือดินเหนียว ระบายน้าเลว มีความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลางถงึ สงู ใชท้ านา และยกร่องเพอ่ื ปลกู พชื สวนและพชื ผกั อยใู่ นเขตอาเภอ วดั เพลง และอาเภอดาเนินสะดวก ลกั ษณะภูมิอากาศ จังหวัดราชบุรีตั้งอยู่ในเขตที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้สามารถแบ่งออกตาม ฤดกู าลได้ 3 ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน เริ่มต้ังแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ช่วงน้ีได้รับอิทธิพลจากลม ตะวันออกและลมฝุายใต้พัดผ่านทาให้มีอากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป อาจมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วง เดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน (สถิติอุณหภูมิสูงที่สุดวัดได้ 40.9 องศาเซลเซียส เม่ือวันที่ 24 เมษายน 2541) ฤดูฝน แบง่ ออกเป็น 2 ชว่ ง ได้แก่ ช่วงแรก ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ช่วงนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุม ตะวนั ตกเฉียงใต้ท่ีพัดเอาความช้ืนจากมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน แต่เนื่องจากมีเทือกเขาตะนาวศรี ก้ันอยู่ จึงทาให้พ้ืนที่ติดเทือกเขาได้รับปริมาณฝนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะถูกพัดเลยไปตกแถบลุ่มน้าแม่ กลองและด้านตะวนั ออกของจงั หวดั ช่วงทสี่ อง ประมาณเดอื นกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ช่วงน้ีได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมท่ี เล่ือนลงมาจากทางภาคเหนือมาปะทะแนวเทือกเขาตะนาวศรี ทาให้มีฝนตกชุกและตกหนักแถบอาเภอ สวนผ้ึง บ้านคา จอมบึง และอาเภอโพธาราม ทาให้เกิดอุทกภัยและน้าปุาไหลหลากจากเทือกเขาเป็น ประจาทกุ ปี
4 ปริมาณฝนมากทีส่ ดุ ต่อเดอื น วดั ได้ 441.5 มิลลิเมตร เมอื่ เดอื นตุลาคม พ.ศ.2548 ปรมิ าณฝนมากทีส่ ุดต่อปี วดั ได้ 1,513.1 มลิ ลเิ มตร เมอื่ ปี พ.ศ.2539 ปรมิ าณฝนนอ้ ยท่ีสุดตอ่ ปี วัดได้ 902.7 มลิ ลเิ มตร เมอ่ื ปี พ.ศ.2536 ฤดูหนาว เร่ิมตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวเย็นเน่ืองจาก ได้ลมท่ีพัดนาเอาความหนาวเย็นและแห้งมาปกคลุมทาให้พ้ืนที่ตามเชิงเขา และอาเภอปากท่อ มีอากาศ หนาวถงึ หนาวจัดทุกปี (สถิตอิ ุณหภมู ิตา่ ที่ 25 ธันวาคม 2542) การปกครอง และประชากร จังหวัดราชบุรี แบง่ การปกครองออกเป็น 10 อาเภอ 104 ตาบล 975 หมูบ่ า้ น การบริหารราชการสว่ นภมู ิภาคและทอ้ งถนิ่ ในจงั หวัด การจัดองค์กรบริหารราชการส่วนภูมิภาค มีหน่วยงานราชการท่ีอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ว่า ราชการจังหวัด ประกอบดว้ ย (1) ส่วนราชการในระดับจังหวัด แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาค ประจาจงั หวัด จานวน 31 หนว่ ยงาน และหนว่ ยราชการบรหิ ารสว่ นกลาง จานวน 78 หนว่ ยงาน (2) การบรหิ ารราชการส่วนท้องถนิ่ จานวน 112 แห่ง ประกอบดว้ ย องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด 1 แหง่ ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ราชบรุ ี เทศบาลเมือง 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองราชบุรี เมืองบ้านโปุง เมืองโพธารามและเทศบาล เมืองท่าผา เทศบาลตาบล 30 แห่ง องค์การบรหิ ารส่วนตาบล 77 แหง่ การแบง่ เขตการปกครองจังหวัดราชบรุ ี ลาดบั อาเภอ ตง้ั เม่ือ พื้นท่ี จานวน (แหง่ ) (ตร.กม.) ตาบล หมู่บ้าน 1 เมืองราชบรุ ี ร.ศ. 116 430.298 22 187 2 บา้ นโปงุ ร.ศ. 116 366.559 15 183 3 โพธาราม พ.ศ. 2436 417.009 19 156 4 ดาเนนิ สะดวก กอ่ น พ.ศ. 2400 210.271 13 105 5 ปากท่อ ร.ศ.118 757.835 12 85 6 จอมบึง 772.054 6 89 พ.ศ. 2438
5 ลาดับ อาเภอ ตั้งเมอ่ื พ้ืนที่ จานวน (แหง่ ) (ตร.กม.) ตาบล หมู่บา้ น 7 บางแพ พ.ศ. 2457 172.597 7 65 8 สวนผง้ึ พ.ศ. 2517 1,005.080 4 37 9 บา้ นคา พ.ศ. 2540 1,026.867 3 40 10 วดั เพลง พ.ศ. 2453 37.892 3 28 รวม 5,196.462 104 975 หมายเหตุ : ตาบลจานวน 104 ตาบล ประกอบดว้ ย ตาบลในการปกครองทอ้ งที่ จานวน 101 ตาบล การ ปกครองท้องถิ่น (อยู่ในเขตเทศบาลเมือง) จานวน 3 ตาบล ไดแ้ ก่ ตาบลหน้าเมอื ง อาเภอเมืองราชบรุ ี ตาบลบา้ นโปงุ อาเภอบา้ นโปุง และตาบลโพธาราม อาเภอโพธาราม คาขวญั ประจาจังหวัดราชบุรี “คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโปุง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถา้ งาม ตลาดน้า ดาเนิน เพลินคา้ งคาวร้อยล้าน ย่านยสี่ กปลาดี” ตราประจาจังหวัดราชบรุ ี รูปเคร่ืองราชกกุธภณั ฑ์ของพระมหากษัตรยิ ์ 2 สง่ิ คือ พระแสงขรรค์ชัยศรี ประดษิ ฐานอยู่บน บันไดแกว้ และฉลองพระบาทคปู่ ระดิษฐานอยบู่ นพานทองหมายถึง เคร่ืองแสดงถึงความเป็นพระเจา้ แผน่ ดิน (สานักงาน จงั หวัดราชบุรี ดอกไมป้ ระจาจังหวดั ราชบุรี ชื่อดอกไม้ ดอกกัลปพฤกษ์ ชอื่ วิทยาศาสตร์ Cassia bakeriana Craib ต้นไม้ประจาจังหวัดราชบุรี ชอื่ พรรณไม้ โมกมัน ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Wrightia tomentosa
6 นโยบายพฒั นาของจังหวัดราชบุรี วสิ ยั ทัศน์จังหวดั ราชบรุ ี เมืองเกษตรสเี ขียว เศรษฐกิจมั่นคง สงั คมมีความสุข เมืองเกษตรสีเขียว พัฒนากระบวนการผลิตในพน้ื ท่ีในทุกกิจกรรม ให้เป็นการผลิตท่ีดีและ เหมาะสม ปลอดภัยจากสารเคมผี ู้บริโภคได้บริโภคสินค้าเกษตรท่ีปลอดภัยโดยมุ่งเน้นส่งเสริมให้ เกษตรกรทาการเกษตรกรรม อย่างย่ังยืน เพื่อให้เกิดความสมดุลของเกษตรกรรมให้ความรู้และ ส่งเสริมการใช้สารชีวภาพทดแทนการใช้สารเคมี ของเกษตรกร โดยจัดให้มีกลไกการให้ความรู้ และ ขบั เคลื่อนในระดับพ้ืนท่ี รวมท้ังการสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาใน พนื้ ท่ี ด้านการตลาดส่งเสริมและ พัฒนาการรวมกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน โดยพัฒนาให้มีการเชอื่ มโยง กันต้ังแต่การ รวบรวมผลผลติ การขนส่ง จนถึงผู้จาหน่ายผลผลิตเศรษฐกิจม่ันคง เป็นเศรษฐกิจที่พฒั นาและสร้าง ความเขม้ แขง็ แก่เศรษฐกิจฐานราก เพ่อื การสร้างภูมิค้มุ กนั และพง่ึ ตัวเองในสถานการณ์ความผันผวน ทางเศรษฐกิจ โดยการพัฒนาความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชน พัฒนา อาชีพ สร้างรายได้ในกลุ่ม ประชาชนและเกษตรกร และยกระดบั เปน็ การพฒั นาในสาขาการผลิตที่จะขบั เคลื่อนมูลค่า GPP ของ จังหวดั โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน พัฒนาคุณภาพผลผลิต และการบริการโดยการนา องค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ เพอื่ สนับสนุนภาคการผลิตและการ บริหารการตลาดที่มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น ทั้งนี้เพ่อื การปรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของจังหวดั ให้ มั่นคง มีภูมิค้มุ กันในการขยายตัวต่อไป สังคมมีความสุข เป็นการอยู่ร่วมกนั ของประชาชนในจังหวัด อย่างสันตสิ ุข ความเหลอ่ื มลา้ ลดลง มคี วามปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เหมาะสม เข้าถึงระบบ ประกันสุขภาพท่ีครอบคลุม มีการสืบทอดวัฒนธรรมอย่าง มีคณุ คา่ มีรายได้ที่เหมาะสมภายใต้ แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสวยงาม จึงกาหนดวิสัยทัศน์การ พฒั นาระหวา่ ง พ.ศ. 2561 – 2564“เมอื งเกษตรสเี ขียว เศรษฐกิจมัน่ คง สงั คมมีความสขุ ” พันธกจิ 2.1 ปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพการผลิต การบริการ และพัฒนาระบบการตลาดในแตล่ ะสาขาการผลติ ของจังหวัด 2.2 พฒั นาครอบครวั และชุมชนใหเ้ ข้มแข็ง ส่งเสริมสุขภาวะ การมวี นิ ัยทางสงั คม ความ ปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยส์ ิน และลดความเหล่ือมลา้ ทางสังคม 2.3 ยกระดบั มาตรฐานการบริการ และส่งเสรมิ การท่องเท่ยี วที่หลากหลาย เพอ่ื การสรา้ งรายได้ 2.4 บริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่ีมีประสทิ ธภิ าพ
7 ประเด็นยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการพฒั นา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 เพม่ิ ประสิทธภิ าพการผลติ และความสามารถในการแขง่ ขนั 1. พัฒนาความเข้มแขง็ เศรษฐกิจชมุ ชนและเครือข่ายธุรกิจในท้องถิ่น โดยส่งเสริมการพัฒนา ความรู้ท้ัง การผลิตที่ได้มาตรฐานและการตลาด กลุ่มอาชีพ ผลิตภัณฑช์ ุมชน วิสาหกิจชุมชน SMEs เพือ่ การผลิตท่ีไดม้ าตรฐานตาม ความตอ้ งการของตลาด เพื่อการสร้างรายได้และความเขม้ แขง็ ของ เศรษฐกิจในทอ้ งถิน่ 2. ยกระดับการพฒั นาด้านการเกษตร มีเปูาหมายเป็นเมืองเกษตรสีเขียว และเพม่ิ มลู ค่า ผลิตภัณฑ์ มวลรวมในภาคการเกษตร โดยการพฒั นามาตรฐานการผลิต ใช้นวัตกรรม ภูมิปัญญา และ เทคโนโลยที เ่ี หมาะสม ในการ สรา้ งคุณคา่ และเอกลักษณ์ของสนิ ค้า สง่ เสริม Smart Farmer เพ่ือการ ใช้นวัตกรรมในการผลิต ให้ความรู้และส่งเสริมการ ใช้สารชีวภาพทดแทนการใช้สารเคมีของเกษตรกร พัฒนาระบบควบคมุ คณุ ภาพสนิ คา้ ทงั้ ภาคบรกิ าร ภาคการเกษตร ผลิตภณั ฑช์ ุมชนจากผู้ผลิตจนถึง ตลาดและผู้บริโภค ท้ังน้ีเพ่ือสร้างความสามารถในการแขง่ ขันและการส่งออก สาหรับ สาขา อุตสาหกรรมและสาขาการผลิตอื่น ส่งเสริมการผลิตและสินค้าด้านการบริการ ที่ได้มาตรฐานตาม ความตอ้ งการของ ตลาด 3. สนบั สนุนการศึกษาวิจัย การใช้ภูมิปัญญา เทคโนโลยี การคิดคน้ นวัตกรรมท่ีมคี ุณค่า และ พัฒนา เป็นอุปกรณ์ เคร่ืองมืออปุ กรณ์ เพือ่ สนับสนุนกระบวนการผลิตในทุกสาขาการผลิต หรือเพ่อื การพฒั นาสินค้าใหม่ในการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยการร่วมมือกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ สถาบันการศกึ ษา และกระทรวง กรม ทเี่ กีย่ วขอ้ ง 4. ด้านการตลาด ดาเนินการเปิดช่องทางการค้ามากข้ึน โดยการแสวงหาความร่วมมือกับภาค การตลาดต่างๆ ในการเพิม่ ช่องทางการจาหน่ายของจังหวดั ท้ังในและต่างประเทศ ตลาดประชาคม อาเซียนและประเทศ คู่คา้ ทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร อตุ สาหกรรม ผลิตภณั ฑช์ ุมชนในรูปแบบทีม ราชบุรี กลยุทธ์ 1.1 สง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมในการพัฒนาอุปกรณ์ เคร่อื งมืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เทคโนโลยชี วี ภาพ เพ่ือยกระดการผลิตทางการเกษตร การบรกิ าร และอุตสาหกรรม 1.2 พฒั นาความเข้มแข็งธุรกิจท้องถน่ิ และสรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือ 1.3 พัฒนามาตรฐานการผลติ และสร้างเอกลักษณผ์ ลผลิต
8 1.4 พัฒนาประสิทธิภาพการตลาดการสง่ ออก และควบคมุ คุณภาพของสินค้าจากผู้ผลิตถงึ ผู้บริโภค 1.5 พัฒนาระบบการขนส่งเพื่อการเช่ือมโยงทางการค้า 1.6 สง่ เสริมการสร้างสรรค์งานศลิ ปะ งานบันเทงิ การสอื่ สารทางการตลาดด้วย ระบบดิจิทัลและโปรแกรม ประยุกต์ เป้าประสงคเ์ ชงิ ยทุ ธศาสตร์ 1.ผู้ประกอบการและเกษตรกรมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีการผลติ และการตลาดมากยิ่งข้นึ 2. เพิ่มประสิทธภิ าพการผลิตสู่มาตรฐาน นวตั กรรมและตามความต้องการช่องตลาด 3.เพอ่ื ขยายช่องทางการตลาดและการประชาสัมพันธท์ งั้ ในและตา่ งประเทศมากขึ้น ตัวชวี้ ัดและเปา้ หมายการพฒั นา เปา้ ประสงค์เชงิ ยทุ ธศาสตร์ ตวั ช้ีวัด/คา่ เปา้ หมาย 2561 ค่าเปา้ หมายรายปี 1.ผู้ประกอบการและเกษตรกรมีความรู้ รอ้ ยละ 2562 2563 2564 ใกนารใชเ้ ทคโนโลยีการผลิต นวตั กรรมและ รอ้ ยละของเกษตรกรและ 10 ร้อยละ ร้อยละ ร้อยละ การตลาดมากย่งิ ข้ึน ผู้ประกอบการทีเ่ ข้าอบรม 20 30 40 หลักสตู รถา่ ยทอด จานวน เทคโนโลยี 1 จานวน จานวน จานวน การตผลิตาดและความรู้ด้าน 111 จานวนผลติ ภณั ฑท์ พ่ี ฒั นา เนชวิงัตกรรมสรา้ งสรรค์ 2.เพิม่ ประสทิ ธิภาพการผลิตสู่มาตรฐาน รอ้ ยละผลิตภัณฑ์จังหวดั รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ราชบรุ ีไดร้ บั มาตรฐาน และตามความต้องการของตลาด เพิ่มขนึ้ 5555 3.เพอื่ ขยายช่องทางการตลาดและการ จานวนรายไดจ้ ากการ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ ประชาสัมพันธ์ทั้งในและตา่ งประเทศมาก จาหน่ายเพม่ิ ขน้ึ 5555 ขน้ึ
9 ประเด็นยุทธศาสตรท์ ่ี 2 ส่งเสริมและพัฒนาเชอ่ื มโยงกจิ กรรมการท่องเที่ยว พฒั นาการท่องเที่ยวให้เป็นเส้นทางการทอ่ งเทีย่ วเพื่อการเรียนรูส้ รา้ งสรรค์สังคมทีบ่ ูรณา การศลิ ปะ วัฒนธรรม สิ่งแวดลอ้ ม การทอ่ งเท่ียวเชิงนันทนาการ และเชงิ เกษตรสู่ความม่ังคัง่ อย่าง ยั่งยืน ดงั นั้น การพัฒนาจะเป็น สองรปู แบบ ดงั น้ี 1.พัฒนาการท่องเทย่ี วเชงิ อนุรักษ์ เป็นศนู ยก์ ลางการท่องเทยี่ วด้านประวัตศิ าสตรม์ รดก ไทยหวั ใจ แผน่ ดิน(เมอื งคบู วั )เส้นทางการทอ่ งเท่ยี วเชิงธรรมชาติ (สวนผง้ึ , จอมบึง, บ้านคา, บางแพ) เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร และวิถีไทยวิถีถนิ่ สายน้า (ดาเนนิ สะดวก) ทอ่ งเท่ยี วเชงิ วัฒนธรรมชมุ ชน ไทยด้งั เดิม (บ้านโพหัก, ไทยพ้ืนถน่ิ ) 2.พัฒนาการท่องเที่ยวในกล่มุ เปูาหมายคนรุน่ ใหม่วยั ทางานเพื่อเน้นการพักผอ่ นในเชงิ การเรียนรู้ สร้างสรรค์ เช่น การท่องเทีย่ วเชงิ นันทนาการเพื่อการพักผ่อนบรเิ วณอาเภอสวนผ้ึง บ้านคา และ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร เช่น อทุ ยานกล้วยไม้ หมู่บา้ นผลิตเกษตรปลอดภัย หมู่บ้าน OTOP กลยุทธ์ 2.1 พฒั นาและฟนื้ ฟแู หล่งท่องเที่ยว 2.2 พัฒนากจิ กรรมการท่องเท่ยี วเชิงการเรียนรูส้ ร้างสรรค์สงั คม ดา้ นศาสนา ศิลปะ วฒั นธรรม การเกษตร นันทนาการและสงิ่ แวดล้อม 2.3 พฒั นาบรกิ ารและโครงสรา้ งพนื้ ฐานสนับสนนุ การเช่ือมโยงการท่องเท่ียว 2.4 พัฒนาการท่องเทย่ี วท่ปี ลอดภัย เปา้ ประสงคเ์ ชงิ ยุทธศาสตร์ 1. เพื่อเพิ่มรายไดจ้ ากการทอ่ งเที่ยวมากยง่ิ ขึน้ ตัวชว้ี ดั และเป้าหมายการพฒั นา เป้าประสงคเ์ ชงิ ยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด/คา่ เป้าหมาย คา่ เปา้ หมายรายปี ค่าฐาน 1. เพือ่ เพิ่มรายไดจ้ ากการท่องเท่ียว อตั ราการขยายตัว รจายกไกดา้ รทอ่ งเท่ยี ว 2561 2562 2563 2564 มากยิ่งขึ้น 2,250.8 ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ 7ลบา้านท 5 5 5 5 เพ่มิ ขึ้น
10 เป้าประสงคเ์ ชงิ ยุทธศาสตร์ ตวั ช้ีวัด/คา่ เปา้ หมาย ค่าฐาน คา่ เป้าหมายรายปี 2561 2562 2563 2564 1. เพอ่ื ลดความเหลอื่ มลา้ 1.1 ประชากรอายุ ดา้ นรายไดข้ องประชาชน 15 ข้นึ ไป ท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ.2559 ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ได้รบั การพัฒนาอาชีพและ รายได้ 10,148 คน 30 40 50 60 /(อส5าดั,(3ยปส2ุ ี ่ว102น56540-05อค6,ค.ไ8ป64านป0น2)ยีข9)8ุ6น้ึ 1.2 สมั ประสทิ ธ์กิ าร - 0.450 - 0.350 กระจายรายได้ลดลง รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ 1.3 ร้อยละของประชากรที่ อยูใ่ ตเ้ สน้ ความยากจน 9.27 9 8 7 6 ลดลง (ปี 2557) 1.4 จานวนหม่บู า้ น 9 รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ เศรษฐกจิ พอเพียง ต้นแบบ หม3ู่บ้าน 20 21 22 23 เพม่ิ ข้ึน (ป2ี 559) 2. คุณภาพชวี ิตของ 2.1 จานวนกลุ่มคดอี าญาท่ี 147 คดี รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ประชากรทุกกลุ่มวยั สูงข้ึน นา่ สนใจลดลง (ปี 2557) 5 5 5 5 2.2 ร้อยละความ จานวน รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ คสทิรอธบิในครละุมบบหลักประกัน ประชากร 99 99 99 99 สขุ ภาพจังหวัดราชบุรี ทัง้ หมด 2.3 ผู้สงู อายุได้รับการดูแล ค รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ และพฒั นาศกั ยภาพ 136น,010 90 92 94 96 (ปี 2558) 2.4 จานวนแรงงานท่ีไดร้ ับ ค ค ค คค การพฒั นาทกั ษะฝีมือ 2,น000 500 น 500 น 500 น 5น00 แรงงาน ประเด็นยุทธศาสตรท์ ่ี 3 สง่ เสรมิ คุณภาพชีวติ และชุมชนเข้มแขง็ พัฒนาเพื่อยกระดับรายได้ของครัวเรือนและชุมชนเพ่ือสร้างความเข้มแขง็ ระดับชุมชน โดย ส่งเสริมการ พฒั นาอาชีพตามแนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนโดย ส่งเสรมิ สขุ ภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สขุ ภาวะทางสังคม และสขุ ภาวะทางปัญญาทสี่ มบูรณ์ สง่ เสริม การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ปูองกนั โรค การบริการด้านการแพทย์รวมท้ังการเข้าถึง สิทธิในระบบ หลักประกันสุขภาพ ส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พัฒนาการเข้าถงึ การศึกษาของ
11 ประชากรวัยแรงงานให้มากขนึ้ ตลอดจนการสง่ เสริมศักยภาพและดแู ลผู้สูงอายุ เพื่อการ เป็นเมืองที่ ประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมคี วามสขุ กลยุทธ์ 3.1.เสริมสรา้ งความเข้มแข็งของชุมชนและการพัฒนารายได้ครัวเรือน 3.2.สง่ เสริมการศึกษาของเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน 3.3.ส่งเสรมิ การพฒั นาตามแนวปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง 3.4. สง่ เสริมสขุ ภาวะของประชาชนทกุ กลุ่มวยั 3.5. สง่ เสริมความปลอดภัยในชีวติ และทรพั ย์สนิ เป้าประสงคเ์ ชงิ ยทุ ธศาสตร์ 1. เพอ่ื ลดความเหล่ือมล้าดา้ นรายไดข้ องประชาชน 2. คุณภาพชีวิตของประชากรทุกกลุ่มวยั สงู ขนึ้ 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพ่อื สร้างความเข้มแขง็ ของชมุ ชนมากย่งิ ข้ึน ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสรมิ การอนุรักษพ์ ลงั งาน และทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพโดยการส่งเสริมการพฒั นาพลังงาน ทดแทนเพือ่ ใชใ้ นภาคครวั เรอื นและชุมชน เช่นการประหยัดการใช้ไฟฟา้ ของครัวเรือน การประหยัดการ ใช้น้ามัน โดยสนับสนุนการ พฒั นาพลังงานทดแทนในชมุ ชนและครัวเรือน สาหรับการแก้ไขปัญหาขยะ พื้นท่ีเกิดขยะท่สี าคัญคือเขตเมือง โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วน ท้องถ่ิน ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันรับผิดชอบในการจัดการปัญหาขยะ ส่งเสริมสนับสนุน และสร้างแรงจูงใจแก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาระบบการจัดการขยะท่ีดีสร้างอปท.ต้นแบบ เพอื่ เป็นแหล่งเรยี นรใู้ นการแกป้ ัญหาขยะมูลฝอย กลยุทธ์ 4.1 สง่ เสริมการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทดแทนภาค ครวั เรือน 4.2สง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วนในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม 4.3สง่ เสริมการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรปาุ ไม้และการเพิ่มพ้นื ท่ีสีเขียว
12 เปา้ ประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 1. เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคครวั เรือน การใช้น้ามันเชื้อเพลิง และการใช้พลังงานทดแทน มากขนึ้ 2. สง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วมในการจัดการปญั หาขยะมูลฝอยในพ้นื ที่ และคุณภาพน้าทิง้ จาก แหลง่ กาเนดิ ทีม่ ีกฎหมาย ควบคมุ อยูใ่ นระดับมาตรฐาน 3.เพอื่ สรา้ งการมีส่วนร่วมจากภาคสว่ นต่างๆในการอนรุ ักษ์และพนื้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดล้อม ตัวชว้ี ดั และเปา้ หมายการพฒั นา เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ตวั ช้ีวัด/คา่ เป้าหมาย คา่ ฐาน คา่ เป้าหมายรายปี 2561 2562 2563 2564 1.เพอื่ ลดปริมาณการใช้ 1.1 สัดส่วนปริมาณ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ไฟฟูาภาคครัวเรอื น และ กไฟาฟรใูาชภ้ าคครัวเรอื นต่อ 647 รอ้ ยละ 6.5 7 7.5 การใชพ้ ลังงานทดแทนมาก ประชากรลดลง กโิ ลวตั ต์- 6 ข้ึน ชั่วโมง/คน รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ 2.ส่งเสรมิ การมีส่วนร่วมใน 2.1 รอ้ ยละของ 6 81 การจัดการปัญหาขยะ มูล ขปยรมิะใานณพื้นท่จี งั หวัด 247,105 ตนั รอ้ ยละ 0 ฝอยในพ้ืนท่ี และ คณุ ภาพ ลดลง (ปี 2558) นา้ ทง้ิ จากแหล่งกาเนิดที่มี 2.2 คณุ ภาพน้าท้ิงจาก 4 รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ กฎหมายควบคมุ อยูใ่ นระดบั แหล่งกาเนิดทมี่ ี 81 82 83 มาตรฐาน คกฎวบหคมุมายอยูใ่ นระดบั รอ้ ยละ รอ้ ยละ มาตรฐาน 79 80 (ปี 2558)
13 เป้าประสงคเ์ ชิงยุทธศาสตร์ ตวั ชี้วดั /คา่ เป้าหมาย คา่ ฐาน 2561 ค่าเป้าหมายรายปี 1,081,387 รอ้ ยละ 2562 2563 2564 3.สร้างการมีส่วนร่วมจาก 3.1 อัตราการ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ภาคสว่ นตา่ งๆในการ เปล่ียนแปลงพ้นื ท่ี ไร่ 0.05 0.10 0.15 0.20 อนุรักษ์ และพ้ืนฟู ปุาไม้เพิ่มข้ึน (ปี 2557) ทธรรัพมยชาากตรแิ ละส่ิงแวดล้อม ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาเพอื่ เสริมความม่นั คง ภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ 4 ภัย 6 ด้าน ซ่ึงประกอบด้วย ภยั คุกคาม ดา้ นยาเสพตดิ ดา้ น แรงงานตา่ งด้าวและบุคคลหลบหนเี ข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การก่อการร้ายและ อาชญากรรมขา้ มชาติ การบุกรุกทาลาย ทรัพยากรธรรมชาติและปุาไม้ การบุกรุกท่ีดินของรัฐ ภัย พบิ ัติ และความขัดแย้งทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องของผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอรัปชั่น ท้ังในพื้นที่ ชายแดนและพนื้ ที่ตอนในโดยดาเนินการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพ้ืนท่ี เปูาหมาย เรง่ ด่วนเป็นลาดบั แรกและดาเนนิ การในพน้ื ท่เี ปาู หมายรองครบถ้วนในระยะ 4 ปีในส่วนการปูองกนั และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เป็นการดาเนินการในพืน้ ที่เปูาหมายเพื่อการพัฒนาแก้ลิงแหล่งน้าหรือ ปรับปรุงแหลง่ นา้ ทมี่ อี ยู่เดมิ ใหส้ ามารถกักเกบ็ น้าในฤดฝู นและสามารถใช้นา้ ในฤดแู ลง้ เพื่อสนับสนุน การเกษตรและการอปุ โภคบริโภค กลยุทธ์ 5.1 เสริมสรา้ งใหค้ นและชุมชนมจี ติ สานึกดา้ นความม่ันคง 5.2 บูรณาการเพ่ือการพัฒนาและสร้างเครือข่ายความมนั่ คง 5.3 พัฒนาระบบข้อมูลด้านความม่ันคง และสาธารณภัย 5.4 สนับสนนุ การดาเนินงานโครงการพระราชดาริ 5.5 พฒั นาแกม้ ลิง ฟ้ืนฟแู หล่งกกั เก็บน้า การกระจายและเชื่อมโยงแหลง่ น้าเพ่ือแก้ไขปัญหานา้ ทว่ มและภยั แลง้
14 เปา้ ประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 1.สง่ เสริมใหป้ ระชาชนมสี ่วนร่วมในการพัฒนาด้านความมนั่ คงเพิ่มขนึ้ 2. เพอื่ แก้ไขปัญหาความมนั่ คงในทกุ มิติ 3. เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแลง้ น้าทว่ ม และภยั พบิ ตั ิอ่ืนในพนื้ ที่เปาู หมายได้อยา่ งครบถ้วน ตวั ช้วี ดั และเป้าหมายการพัฒนา เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ตวั ช้ีวัด/ค่าเปา้ หมาย คา่ ฐาน คา่ เป้าหมายรายปี 1.เพือ่ แก้ไขปัญหาภัยแลง้ น้าท่วม พืน้ ทีเ่ ส่ยี งภัยและภัย 2561 2562 2563 2564 และภยั พิบตั ิอืน่ ในพน้ื ทเ่ี ปาู หมาย พิบตั ิไดร้ ับการปูองกนั (จานวนพน้ื ท่ี รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ และแก้ไข 20 40 60 80 ไดอ้ ย่างครบถว้ น เปูาหมาย) 2. ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชนมสี ่วน ประชาชนในพน้ื ท่ี ตาบล ตาบล ตาบล ตาบล ตาบล รว่ ม ในการพฒั นาความมน่ั คง เปาู หมายมีสว่ นรว่ ม เพิม่ ข้นึ กในารเสริมสรา้ งความ 51 10 10 15 16 มนั่ คง 7. การเชอื่ มโยงกับแนวทางการพฒั นาของประเทศ 7.1 ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560– 2579) “ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังค่งั ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลกั ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง” ประกอบด้วย 6 ยทุ ธศาสตร์ ดงั นี้ (1) ยุทธศาสตร์ ดา้ นความมั่นคง มีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศสังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคลมีความมั่นคงในทุกมิติ ท้ังเศรษฐกิจ สังคม สง่ิ แวดล้อม และ การเมือง ประเทศ มีความม่นั คงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ เข้มแขง็ เป็นศูนย์กลางและเป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจของประชาชน ระบบการเมืองมีความม่นั คงเป็น กลไกทน่ี าไปสู่การบริหารประเทศท่ี ต่อเนื่องและโปร่งใส สังคม มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกาลังเพ่ือพฒั นาประเทศ ชุมชนมีความ เข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น ฐานทรัพยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม มคี วามมั่นคงของอาหาร พลังงาน และนา้
15 (2) ยุทธศาสตร์ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน สามารถสร้างรายได้ทง้ั ภายในและภายนอกประเทศสร้างฐานเศรษฐกจิ และสังคมแห่งอนาคต เป็นจดุ สาคัญของการเชอื่ มโยงภมู ิภาคทั้งการคมนาคมและขนสง่ การผลิต การคา้ การลงทุนการทาธรุ กิจ มีบทบาทสาคัญใน ระดับภูมิภาคและระดับโลก เกดิ สายสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจและการค้าอยา่ งมีพลัง (3) ยทุ ธศาสตร์ การพัฒนาและเสริมสร้างศกั ยภาพคน มงุ่ ประโยชน์ส่วนรวมอยา่ งย่ังยืนให้ความสาคัญการมสี ่วนร่วมของประชาชนทุกภาคสว่ นเพื่อการ พัฒนาในทกุ ระดับอย่างสมดลุ มีเสถยี รภาพ และยั่งยืนประชาชนทุกภาคสว่ นในสงั คมยึดถือและ ปฏบิ ัตติ ามปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพียง (4) ยทุ ธศาสตร์ การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเทา่ เทียมกนั ทางสังคม ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกจิ อยา่ งต่อเนอ่ื งยกระดบั เปน็ ประเทศในกล่มุ ประเทศ รายได้ สูง ความเหลอื่ มล้าของการพฒั นาลดลง ประชากรได้รับผลประโยชนจ์ ากการพัฒนาอย่างเท่า เทยี มมากข้นึ (5) ยทุ ธศาสตร์ การสรา้ งการเติบโตบนคณุ ภาพชวี ิตท่เี ปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม การพฒั นาท่ีสามารถสร้างความเจริญรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เพ่ิมข้ึนอย่าง ต่อเน่ือง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดีไม่สร้างมลภาวะต่อ ส่งิ แวดลอ้ มจนเกิน ความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศน์ การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎระเบียบของประชาคม โลกซ่งึ เป็นที่ยอมรบั ร่วมกนั ความอุดมสมบูรณ์ของทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีข้ึน คนมคี วามรบั ผิดชอบต่อ สงั คม มคี วามเออ้ื อาทร เสียสละเพือ่ ประโยชน์สว่ นรวม (6) ยทุ ธศาสตร์ การปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างย่ังยืน ให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเพ่ือการพัฒนาใน ทกุ ระดบั อย่างสมดุล มเี สถยี รภาพ และย้ังยนื 7.2 แนวทางการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 12 (1) การยกระดับศกั ยภาพการแข่งขนั และการหลุดพ้นกับรายไดป้ านกลางสรู่ ายได้สงู การ ส่งเสริมด้านการวิจัยและพฒั นา การพัฒนาผลิตภาพแรงงาน การส่งเสริมผู้ประกอบการท่ีเข้มแข็งและ พาณชิ ย์ดจิ ติ อลการลงทนุ โครงสร้างพ้นื ฐาน การปรับโครงสร้างการผลติ (2) การพฒั นาศักยภาพคนตามชว่ งวยั และการปฏิรูประบบเพอื่ สร้างสังคมสงู วัยอย่างมีคณุ ภาการ พัฒนาศักยภาพคนในทุกช่วงวัยให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศการยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ให้มีคุณภาพเทา่ เทียมและท่ัวถึงการพัฒนาด้านสุขภาพการสร้างสภาพแวดล้อมและ นวตั กรรมทเ่ี อ้ือต่อการดารงชพี ในสังคมสูงวยั
16 (3) การลดความเหล่อื มลา้ ทางสังคม การยกระดบั รายไดแ้ ละสร้างโอกาสในการ ประกอบอาชีพ การจัดบริการทางสังคมให้ทุกคนตามสิทธิข้ันพื้นฐานและเน้นการสร้าง ภูมคิ มุ้ กนั ระดบั ปจั เจก การสร้างความเสมอภาคในการเขา้ ถงึ ทรพั ยากร (4) การรองรบั การเช่ือมโยงภูมภิ าคและความเปน็ เมือง (5) การสร้างความเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอยา่ งเปน็ มติ รกบั สิง่ แวดล้อม (6)การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ทม่ี ีประสทิ ธิภาพ
17 ข้อมลู อาเภอจอมบึง อาเภอจอมบงึ เป็นอาเภอหน่ึงของจังหวดั ราชบุรี มีเนอื้ ที่ ประมาณ 776,019 ตารางกโิ ลเมตร แบง่ เป็น 6 ตาบล จานวน 89 หมู่บา้ น ต้ังอยทู่ างทิศตะวันตกของจังหวัดราชบุรี ระยะทางหา่ งจาก จังหวดั ราชบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร ประชากร 39,840 คน แยกเปน็ ชาย 19,476 และหญงิ 20,364 อาณาเขต อาณาเขตที่ต้ังสถานศกึ ษา : อาเภอจอมบงึ มีอาณาเขตติดต่อกบั เขตการปกครองขา้ งเคียงดงั ตอ่ ไปน้ี ทศิ เหนอื ติดกบั อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี อาเภอท่ามว่ ง และอาเภอดา่ นมะขาม เตีย้ จังหวัดกาญจนบรุ ี ทศิ ใต้ ติดกับอาเภอเมืองราชบุรี อาเภอปากท่อ และอาเภอบา้ นคา จังหวดั ราชบรุ ี ทิศตะวนั ออก ตดิ กบั อาเภอเมืองราชบุรี จงั หวดั ราชบุรี ทศิ ตะวันตก ติดกบั อาเภอจอมบงึ จังหวัดราชบรุ ี อาเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวดั กาญจนบุรี ภาพท่ี 2 แผนทอ่ี าเภอจอมบึง จงั หวดั ราชบุรี
18 ประวตั ิความเป็นมาของอาเภอจอมบงึ อาเภอจอมบงึ เปน็ อาเภอทีม่ ีความสาคัญทางประวัตศิ าสตร์ ซ่ึงมีหลักฐานสามารถยืนยัน ไดว้ า่ เป็นสถานทีท่ ค่ี นในสมัยก่อนประวัติศาสตร์เคยอยู่อาศัย จากการค้นพบหลักฐานเคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ ซง่ึ มีอายุไม่นอ้ ยกว่า 4,000 ปี กระจัดกระจายอยู่โดยรอบทุ่งจอมบึง บนพ้ืนที่ราบ และบริเวณถ้าตามภูเขา และในเหตกุ ารณส์ มัยไทยรบกับพม่า ตั้งแตส่ มัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี ถึงต้นกรุงรัตนโกสนิ ทร์ อาเภอจอมบึง เป็นเสมือนชายแดนเมืองราชบุรี เป็นเส้นทางการเดินทัพของพม่ามาโดย ตลอด ซึ่งปรากฏหลักฐานสาคัญท่ีเกี่ยวเนื่อง เช่น ด่านทับตะโก เป็นต้น และอาเภอจอมบึง เป็นอาเภอที่ “พระพุทธเจ้าหลวง” หรือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 ได้เคยเสดจ็ พระพาสถงึ 2 คร้งั คอื คร้ังที่ 1 ปีพ.ศ.2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 เสด็จ ประพาสไทรโยค จงั หวดั กาญจนบุรี โดยผา่ นมาทางเมืองราชบุรี มชี าวกระเหรยี่ งจากบ้านจอมบึงมาเฝูารอ รับเสด็จ ใกล้กับบ้านเก่ากระเหรี่ยงเดิม ในเขตตาบลด่านทับตะโก ตามพระราชนิพนธ์โคลงนิราศ กาญจนบรุ ี ท่พี ระองค์ทรงแตง่ โดยใช้พระนามแฝงว่า “ท้าวสุภัติการภักดี (นาก)” ได้ผ่านท้องที่บ้านหนอง บัวคา่ ย ดา่ นทับตะโกไปทางท่าตะคร้อ คร้ังท่ี 2 เม่ือวันที่ 19-21 ธันวาคม พ.ศ.2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 เสด็จประพาสถ้ามุจลินท์ ในเขากลางเมืองท้องที่ตาบลจอมบึง ได้ทรง พระราชทานนามถ้าใหม่ว่า “ถ้าจอมพล” และทรงจารึกพระบรมมหานามาภิไธย จปร. 114 เพื่อเป็น อนุสรณ์ไว้หน้าถ้าด้วย การเสด็จคร้ังนี้ ทรงมีพระราชดาริว่า ท้องที่อาเภอจอมบึง เป็นท่ีราบ มีการทานา มากกว่าแห่งอ่ืน ประชาชนตั้งบ้านเรือนอยู่หนาแน่นแต่กันดาร และอยู่ไกลจากตัวเมืองราชบุรีมาก การ เดนิ ทางให้เรว็ ต้องใช้การขม่ี า้ ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาร่วมวัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังขึ้นเป็นก่ิง อาเภอ โดยใหช้ ่ือวา่ “จอมบึง” ตามช่อื พระราชทานใหท้ อ้ งบึง เม่ือครงั้ เสด็จโดยทรงม้า พระที่น่ัง ไปทาง สายเก่าบ้านวังมะเดื่อ เพ่ือไปทอดพระเนตรบึงใหญ่ ซ่ึงพระองค์ทรงโปรดปรานในความงามของบึงมาก ทรงพระดารัสช้าๆ ว่า \"น้ีหรือบึง สวยงามดี ต่อไป จะเจริญ ต่อไปน้ีให้เรียกว่า จอมบึง\" และให้ก่ิง อาเภอจอมบึง ขึ้นกับอาเภอเมืองราชบุรี ในปี พ.ศ.2439 และที่ทาการกิ่งอาเภอจอมบึง คร้ังแรกตั้งอยู่ที่ บ้านเกาะริมบึง (ปัจจุบันคือ บริเวณโรงฆ่าสัตว์เทศบาลตาบลจอมบึง) ครั้งท่ี 2 บริเวณเสาธงในสนาม โรงเรียนบา้ นจอมบงึ คร้ังที่ 3 คอื ทว่ี า่ การอาเภอจอมบึง ในปจั จบุ ัน ปี พ.ศ.2501 กระทรวงมหาดไทย ไดป้ ระกาศยกฐานะ “ก่ิงอาเภอจอมบึง เป็น อาเภอจอม บึง” โดยมีนายประกิต พิณเจริญ เป็นนายอาเภอคนแรก และใช้อาคารหลังเดิมเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ. 2518 วันท่ี 1 มิถุนายน พ.ศ. 2515 กระทรวงมหาดไทย เห็นว่าตาบลจอมบึง มีพื้นท่ีกว้างขวาง เตม็ ไปด้วยภูเขา และปุาไม้ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวกระเหร่ียงถึง 16 หมู่บ้าน เกรงว่าจะปกครองดูแล ไมท่ ว่ั ถงึ จึงไดป้ ระกาศแต่งตงั้ และแยกเป็นตาบลใหมอ่ ีก 2 ตาบล คอื ตาบลปาุ หวาย และตาบลบา้ นบึง
19 วนั ท่ี 21 ตลุ าคม พ.ศ.2517 กระทรวงมหาดไทย ไดอ้ นุมัติให้ แบ่งท้องท่ีตาบลจอมบึง ตาบล ปุาหวาย และตาบลบา้ นบงึ ออกเปน็ กิ่งอาเภอจอมบึง (แยกออกจากอาเภอจอมบึง) นอกจากการเสด็จพระพาสของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระปิย มหาราช) รัชกาลท่ี 5 แล้ว ในสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (สมเด็จพระ ภัทรมหาราช) รัชกาลที่ 9 ได้เสดจ็ ในเขตพ้ืนทอ่ี าเภอจอมบึง ดงั น้ี วนั ท่ี 1 มถิ นุ ายน พ.ศ.2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้า สิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จประพาสถ้าจอมพล ได้ทรง จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ท่ีหน้าถ้าจอมพล ว่า “ภปร. 1 มิ.ย.99 “ ทั้งสามพระองค์ได้ทรงปลูก ต้นสัก ต้น กลั ปพฤกษ์ และต้นนนทรี ไว้เป็นทรี่ ะลกึ ณ สวนรุกขชาติ บริเวณหน้าถ้าจอมพล พร้อมโปรดให้ราษฎรได้ เฝูาทลู ละอองธลุ พี ระบาทอย่างใกล้ชดิ วันที่ 21 กรกฎาคม 2520 สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช สยามมงกุฎราชกุมาร เสด็จวางศิลา ฤกษ์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง และเสด็จประพาสถ้าจอมพล และทรงเสด็จเปิดปูาย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบงึ เมื่อวันท่ี 29 กันยายน 2521 วันท่ี 28 สิงหาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดาเนินวัดถ้าสิงโตทอง ตาบลปากช่อง อาเภอจอมบึง ทรงประกอบพิธี “พระบรมสารีริกธาตุ ยกฉัตรพระประธาน ตัดลกู นิมิต ฉลองรูปเหมอื นพระราชสงั วราภิมมฑ์ (หลวงปุูโต๊ะ) และพิธพี ุทธาภิกเษกพระพทุ ธรูป พระพุทธสิริกิตติพิพัฒน์ และสมเด็จนางพญา สก.ฯ หน้าบันพระอุโบสถ วัดถา้ สงิ โตทอง” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลท่ี 5 แห่งราชวงศ์จักรี ท่ีมีต่อพสกนิกรชาวจอมบึงเป็นการส่วน พระองค์ จากการเสด็จประพาสถ้าจอมพล เขากลางเมือง อาเภอจอมบึง ชาวอาเภอจอมบึงได้สร้างพระ บรมราชานุสาวรีย์ องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณหน้าท่ีว่าการ อาเภอจอมบงึ ให้ทรงสถิตเปน็ ม่งิ ขวัญพระบารมี ปกเกลา้ ฯ คู่กับชาวอาเภอจอมบงึ สืบไป ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ที่ราบลุ่มทุ่งนาและหนองน้า พบอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตาบล ปากช่อง ใจกลางของตาบลจอมบึง ตอนใต้ของตาบลเพิกไพร ตอนเหนือของตาบลรางบัวและทาง ตอนกลางด้านทิศตะวันออกของตาบลด่านทับตะโก พื้นที่เหล่าน้ีส่วนใหญ่ใช้ปลูกข้าว พื้นท่ีเป็นท่ีดิน ทรายและดนิ ลกู รงั พบในดา้ นทศิ ตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกของตาบลปากช่อง ด้านเหนือและ ดา้ นตะวันออกของตาบล จอมบึง ตามแนวกลางจากด้านทิศตะวันออกโค้งไปถึงด้านตะวันตกของ ตาบลรางบวั พน้ื ที่เหลา่ น้ีส่วนใหญจ่ ะใช้ปลกู มันสาปะหลังพ้นื ทีด่ นิ รว่ นปนทรายและดนิ ดา พบในด้านทิศ ใต้ของตาบลปากชอ่ ง สองฝ่ังลาน้าภาชีในตาบลด่านทับตะโกและตาบลแก้มอ้น พ้ืนที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ ปลูกอ้อย พืชไร่ และพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะตาบลด่านทับตะโกและตาบลแก้มอ้น จะปลูกพืชผัก
20 สวนครัวและพืชไร่มากท่ีสุดในอาเภอพืน่ ที่ภูเขา พบมากในตอนใต้ของตาบลรางบัว ด้านทิศตะวันตกของ ตาบลด่านทับตะโกและตาบลแก้มอ้น ตามแนวเส้นแบ่งเขตตาบลและอาเภอ และยังพบภูเขาขนาดเล็ก อยใู่ นทกุ พืน้ ท่ขี องตาบลอน่ื ๆ ดว้ ย พนื้ ทเี่ หลา่ นี้สว่ นใหญ่จะเป็นปาุ ไม้ สภาพภูมิศาสตร์ อาเภอจอมบึง มีพ้ืนท่ีประมาณ 776.019 ตารางกิโลเมตร หรือ 485,000 ไร่ พ้ืนที่ส่วน ใหญ่เป็นที่ราบสูง สลับเทือกเขา สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สภาพปุาไม้และ ภเู ขาส่วนใหญเ่ ป็นปุาโปร่ง ประกอบดว้ ยไมย้ าง ไม้รงั ไม้ประดู่ ไม้เต็ง และปุาไม้เบญจพรรณ มีหินแกรนิต และหนิ ปนู มีแหลง่ นา้ ที่สาคัญ 2 สาย คือ 1. ลาน้าภาชี ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลมาจากต้นน้าท่ีอาเภอจอมบึง ผ่าน ตาบลด่านทับตะโก และตาบลแก้มอ้น และไหลมาบรรจบรวมกับลาน้าแควน้อย อาเภอเมืองกาญจนบุรี ความยาวประมาณ 75 กิโลเมตร มีนา้ ตลอดทั้งปี แตใ่ นฤดูแล้งน้ามีค่อนข้างนอ้ ย 2. ลาน้าห้วยท่าช้าง ต้นน้าเกิดจากเทือกเขาสน ในเขตตาบลรางบัว ไหลผ่านตาบลจอม บึง ตาบลเบิกไพร ตาบลด่านทับตะโก ไหลลงสู่ลาน้าภาชีที่ตาบลแก้มอ้น มีความยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ลักษณะภูมิอากาศ มี 3 ฤดู ดังนี้ - ฤดูฝน มีฝนตกค่อนข้างน้อย ประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม เนื่องจากมี เทือกเขาตะนาวศรีกั้นอยู่ จึงทาให้ไม่สามารถรับลมมรสุมจากมหาสมุทรอินเดียได้เต็มท่ี ปริมาณน้าฝน เฉลย่ี ประมาณ 120 มลิ ลเิ มตรต่อปี - ฤดูร้อน อากาศจะร้อนและแห้งแล้ง เร่ิมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน จึง ประสบกบั ปญั หาการขาดแคลนนา้ เพ่อื การเกษตร และอปุ โภค-บริโภคตลอดมา - ฤดหู นาว อากาศค่อนข้างเย็น เริม่ ตั้งแต่เดอื นธันวาคม ถึงเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉล่ีย ประมาณ 13 – 14 องศาเซลเซียส
21 การปกครอง การปกครองส่วนภูมภิ าค อาเภอจอมบึงแบง่ พน้ื ทก่ี ารปกครองออกเป็น 6 ตาบล 90 หมู่บ้าน 1. จอมบึง (Chom Bueng) 13 หมู่บ้าน 2. ปากชอ่ ง (Pak Chong) 16 หมบู่ ้าน 3. เบิกไพร (Boek Phrai) 11 หมู่บ้าน 4. ดา่ นทบั ตะโก (Dan Thap Tako) 20 หม่บู า้ น 5. แกม้ อ้น (Kaem On) 15 หมูบ่ า้ น 6. รางบัว (Rang Bua) 15 หมู่บ้าน การปกครองส่วนท้องถิ่น 1. เทศบาลตาบลจอมบึง ครอบคลมุ พื้นที่บางส่วนของตาบลจอมบึง 2. เทศบาลตาบลด่านทับตะโก ครอบคลมุ พ้นื ท่ีบางส่วนของตาบลดา่ นทับตะโก 3. องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลจอมบึง ครอบคลุมพนื้ ทีเ่ ฉพาะนอกเขตเทศบาลตาบลจอมบึง 4. องค์การบริหารส่วนตาบลปากชอ่ ง ครอบคลุมพ้ืนทต่ี าบลปากชอ่ งท้ังตาบล 5. องค์การบรหิ ารส่วนตาบลเบิกไพร ครอบคลมุ พนื้ ท่ีตาบลเบิกไพรท้งั ตาบล 6. องค์การบริหารสว่ นตาบลด่านทบั ตะโก ครอบคลุมพน้ื ทีน่ อกเขตเทศบาลตาบลด่าน ทบั ตะโก 7. องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลแก้มอ้น ครอบคลุมพน้ื ท่ตี าบลแกม้ อน้ ทั้งตาบล 8. องค์การบริหารสว่ นตาบลรางบัว ครอบคลุมพ้ืนที่ตาบลรางบวั ท้ังตาบล
22 ขอ้ มูลด้านสังคม ขอ้ มูลประชากร อาเภอจอมบงึ มปี ระชากรรวมทงั้ สน้ิ 39,840 คน แยกเป็นประชากรชาย 19,476 คน และ ประชากรหญงิ จานวน 20,364 คน รายละเอยี ดดังน้ี ตาบล จานวน จานวน จานวน จานวนประชากรรวม ครัวเรอื น ประชากรชาย ประชากรหญิง ตาบลจอมบงึ 1,575 2,676 2,802 5,478 ตาบลปากชอ่ ง 1,963 3,026 3,302 6,328 ตาบลเบิกไพร 1,126 1,896 1,984 3,880 ตาบลดา่ นทับตะโก 2,047 3,491 3,666 7,157 ตาบลแกม้ อ้น 2,376 3,763 3,713 7,476 ตาบลรางบัว 2,000 3,221 3,313 6,534 เทศบาลตาบลจอมบึง 524 758 866 1,624 เทศบาลตาบลด่านทบั ตะโก 504 645 718 1,363 12,115 19,476 20,364 39,840 รวม ขอ้ มูล ณ เดือน ตลุ าคม 2561 ระบบสถติ ิทางการทะเบยี น กรมการปกครอง กระทรวง มหาดไทย สภาพเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพ ประชากรสว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ ทานา ปลูกพืชไร่ ปลูกพืชผัก ปลูก ไมผ้ ลและไม้ยนื ต้น โดยพน้ื ทส่ี ว่ นใหญ่ของอาเภอจอมบึง มีการทาการเกษตรประมาร 360,000 ไร่ คิดเป็น รอ้ ยละ 76.44 ของพ้นื ทีท่ ้งั หมด ลักษณะทางเศรษฐกิจโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประชาชนตามลักษณะเดิมของ ประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักกล่าวคือประชาชนส่วนมากประกอบ อาชีพ เกษตรกรรมถึงร้อยละ80รองลงมาคือค้าขายและข้าราชการซ่ึงประชาชนประกอบอาชีพ
23 เกษตรกรรม เพราะสภาพพ้ืนที่มีความเหมาะสมและความอุดมสมบูรณ์ของพ้ืนท่ีมีการทาไร่มันสาปะหลัง อ้อยนอกจาก การประกอบอาชพี เกษตรกรรมแล้วการค้าขายของเบ็ดเตล็ดร้านอาหารและหอพักก็จัดเป็น รายได้ท่ี สาคัญของประชาชนทั้งน้ีอาเภอจอมบึงมีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงซ่ึงกลุ่ม นักศึกษา และข้าราชการของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงจัดอยู่ในกลุ่มของผู้มีกาลังซื้อและช่วย กระจาย รายไดใ้ หแ้ ก่ชุมชน เชน่ หอพัก ร้านอาหาร ร้านเครื่องเขียน เป็นต้น ธนาคารพาณิชย์ มีจานวน 6 แหง่ 1. ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ์ สาขาจอมบงึ 2. ธนาคารกรุงไทยจากดั (มหาชน) สาขาจอมบงึ 3. ธนาคารออมสิน สาขาจอมบงึ 4. ธนาคารกรุงเทพ จากดั 5. ธนาคารไทยพานิชย์ 6. ธนาคารกสกิ รไทย ด้านวัฒนธรรม มจี านวน 6 แหง่ 1. สานกั งานวัฒนธรรมอาเภอจอมบึง ตั้งอยู่ท่ี โรงเรยี นคุรุราษฎร์รงั สฤษฎ์ อาเภอจอมบงึ จังหวัดราชบุรี โทรศัพท์: 032- 261390 กจิ กรรมท่ีดาเนินการ แสดงนทิ รรศการวัฒนธรรมของอาเภอจอมบึง และเปน็ แหล่งเรียนรูท้ างการศกึ ษา 2. ศนู ย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชมุ ชนตาบลรางบัว ตั้งอยู่ที่ วดั รางบวั ตาบลรางบวั อาเภอจอมบงึ จังหวดั ราชบรุ ี โทรศพั ท์: 032- 228272 กจิ กรรมทีด่ าเนนิ การ 1. เป็นศนู ย์จัดแสดงวัตถโุ บราณ และสิ่งของตา่ ง ๆในสมัยอดีตปัจจุบัน 2. เป็นศนู ยศ์ ึกษาข้อมูลทางประวตั ิศาสตร์ วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาของท้องถ่ิน 3. ศนู ยศ์ ลิ ปวัฒนธรรมท้องถิ่นราชบุรี ต้ังอยู่ที่ สานกั งานศิลปวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมบู่ ้านจอมบึง อาเภอจอมบึง จังหวดั ราชบรุ ี โทรศัพท์: 032- 261790 ต่อ 1600
24 กิจกรรมที่ดาเนินการ 1. จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเร่ืองราวของ อาเภอจอมบงึ การกอ่ ต้ังมหาวิทยาลยั – ราชภัฎ หมู่บา้ น จอมบงึ อดตี -ปจั จบุ ัน 2. เปน็ ศูนย์ค้นคว้าข้อมูลประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญา 3. การแสดงของชนเผ่าตา่ ง ๆ 4. พิพิธภัณฑว์ ัดจอมบงึ ตง้ั อยู่ท่ี วัดจอมบึง หมู่ ๓ ตาบลจอมบึง อาเภอจอมบงึ จังหวดั ราชบรุ ี โทรศพั ท์ : 032 - 261436 กจิ กรรมที่ดาเนนิ การ เปน็ พพิ ิธภณั ฑ์ท่รี วบรวมเก็บรักษาวัตถุโบราณ และสง่ิ ของต่าง ๆ ในสมัยก่อน ประวตั ิศาสตร์ ปจั จบุ นั 5. ศูนย์วฒั นธรรมจงั หวัดราชบุรี ตง้ั อยู่ที่ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏหมูบ่ ้านจอมบงึ อาเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โทรศพั ท์: 032 - 261780 กิจกรรมทดี่ าเนนิ การ 1. จัดแสดงนิทรรศการเกย่ี วกับเรื่องราวของ อาเภอจอมบึง การกอ่ ตัง้ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ หมู่บา้ นจอมบึง อดีต-ปจั จบุ ัน 2. เปน็ ศนู ยค์ น้ คว้าข้อมลู ประวัติศาสตร์ วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญา 3. การแสดงของชนเผ่าต่าง ๆ 6. พิพิธภัณฑ์ไทยทรงดา ตง้ั อยู่ที่ โรงเรียนบา้ นวงั ปลา ตาบลแก้มอ้น อาเภอจอมบึง จังหวดั ราชบุรี โทรศพั ท์: 032 - 316326 กิจกรรมทด่ี าเนินการ 1. จัดแสดงนิทรรศการเก่ยี วกับวิถีชวี ติ ของชนเผ่าไทยทรงดาในตาบลแก้มอ้น อาเภอจอมบงึ 2. การแสดงเครื่องใชส้ อยในชีวติ ประจาวัน ของชนเผ่าไทยทรงดา ด้านศลิ ปวัฒนธรรม และประเพณี อาเภอจอมบึงประกอบด้วยคนหลายชาติพันธ์ุจานวน 8 เผ่า ดังนี้ ชาวไทยพื้นถิ่น ชาวไทย จีน ชาวไทยยวน ชาวไทยมอญ ชาวไทยเขมร ชาวลาวเวียงราชบุรี ชาวไททรงดา (โซ่ง) ชาวไทย เชอ้ื สายจีน ซึง่ มศี ลิ ปวฒั นธรรมทส่ี าคัญเชน่ - ประเพณสี งกรานต์ - ประเพณีลอยกระทง
25 - ประเพณีแห่เทียนจานาพรรษา - ประเพณีเน่ืองในวันสาคัญต่าง ๆ ประเพณี - วง่ิ มินิมาราธอน และจอมบึงเสือภเู ขา สถานท่ีจัด บรเิ วณมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้าน จอมบงึ สอบถามเพ่ิมเตมิ มหาวทิ ยาลัยราชภฎั หมู่บ้านจอมบึง - งานประกวดกล้วยไม้ ในงาน \"เดิน-วง่ิ ข่ีจกั รยาน ชมกลว้ ยไม้งาม ราชบุรีศรจี อมบึง ประจาภาคตะวนั ตก คร้ังที่ 1\" ในงานจอมบึงมาราธอน ประจาปี ณ อาคารหอประชุมใหม่ มรภ.หมู่บา้ น จอมบึง จ.ราชบุรี รายละเอยี ด โทร.0-3226-1790 ต่อ 3132 - เทศกาลปนี เขาเข้าถ้าจอมพล อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พบกิจกรรมยอ้ นรอยประพาสตน้ รชั กาลที่ 5 การแขง่ ขนั ปนี เขาเข้าถา้ จอมพล การแสดงของสานักศิลปะและวฒั นธรรม มรภ.หมบู่ ้านจอม บึง การละเล่นพ้ืนบา้ น มวย ลเิ ก ภาพยนตร์ สวนสนกุ ราวงย้อนยุค สินคา้ ราคาถูกจากโรงงาน สินค้า OTOP พชื พันธไ์ ม้ดอกไม้ประดับ และมหกรรมฟรีคอนเสิร์ต ทุกคืน - งานประจาปีศาลเจา้ แม่เบิกไพร (เจ้าแมเ่ ทียวโหวเซี้ยบ้อ) วันจัดงาน กุมพาพนั ธ์-มนี าคม สถานทจ่ี ดั งาน ลานเอนกประสงคร์ มิ เขื่อน หน้าศาลเจ้าแม่เบกิ ไพร กจิ กรรมเด่นทน่ี ่าสนใจ อัญเชญิ องค์ เจ้าแมแ่ หร่ อบตลาดบ้านโปุง ทาพทิ ิ้งกระจาด มหรสพ การแสดง การออกร้าคา้ การจาหน่ายสินคา้ ราคา ถูก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ต.เบกิ ไพร โทร.0-3234-4381 - งานเทดิ พระเกยี รตริ ชั กาลท่ี 5 และสบื สานประเพณีและของดจี อมบึง วนั จัดงาน 19-21 ธันวาคม สถานท่ีจดั งาน โดยรอบท่ีว่าการ อ.จอมบึง กิจกรรมเด่นที่น่าสนใจ พิธีบวงสรวงพระบรมราชานุ สาวรีย์และกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 การแสดง ศิลปวฒั นธรรม ดนตรี การแสดงทางวิชาการ ประกวดธิดาผ้าจกรางบัว กิจกรรมกีฬาพ้ืนบ้าน ประกวดรา กลองยาว ส้มตาลีลา เลย้ี งโตะ๊ จนี ลงิ สอบถามเพิม่ เติม ทว่ี ่าการ อ.จอมบงึ โทร. 0-3226-1133 สภาพทางสงั คมและวัฒนธรรมสงิ่ สาคญั และสิ่งโดดเด่นในชมุ ชน อาเภอจอมบงึ มีแหลง่ ท่องเท่ยี วท่ีสาคัญ คือ 1) ถ้าจอมพล อยทู่ ีเ่ ขาจอมพล ติดกับมหาวิทยาลัยราชภฎั หม่บู ้านจอมบึง 2) สวนพฤกษศาสตรว์ รรณคดีภาคกลาง ต้งั อยเู่ ชงิ เขาประทับช้าง หมทู่ ่ี 1 ตาบลปาก ช่อง อาเภอจอมบงึ 3) สวนสตั ว์เปิดเขาประทบั ชา้ ง ตง้ั อยูเ่ ชงิ เขาประทบั ช้าง หมู่ที่ 1 ตาบลปากช่อง อาเภอ จอมบงึ เปน็ ศนู ย์เพาะเลีย้ งสัตวป์ าุ เปิดให้เทยี่ วชมตง้ั แต่เวลา 8.00 – 16.00 น. ทกุ วนั 4) ศนู ยท์ อผา้ ซิน่ ตีนจก (สนิ ค้า OTOP) ศิลปะการทอผ้า ได้รับการถา่ ยทอดภมู ปิ ัญญา จากบรรพบุรุษทสี่ ืบเชื้อสายไท-ยวน (เชยี งแสนเดมิ ) ที่มฝี ีมือละเอียดประณตี ลวดลายงดงามมาก
26 5) รอยพระพทุ ธบาททองคา สานักปฏิบัตธิ รรมสวนแก้ว หมทู่ ี่ 1 ตาบลปากช่อง เป็น รอยพระพุทธบาทจาลอง ขนาดยาว 88 ซม. กวา้ ง 40 ซม. หนา 2 ซม. ประดษิ ฐานอยู่ในบ่อนา้ พระ พทุ ธมนต์ ขนาดกว้างและยาว 170 ซม. 6) วดั ถา้ สิงโตทอง ตั้งอยู่หมทู่ ี่ 11 ตาบลปากชอ่ ง กอ่ ตั้งโดยพระราชสังวราภมิ นต์ (หลวงปูุโตะ๊ อนิ ทสุวรรโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดประดฉู่ ิมพลี เมื่อ พ.ศ. 2510 7) ทะเลสาบนา้ จดื (บึงจอมบงึ ) 8) ถ้าเขาทะลุ ต้งั อยู่ บ้านหนองบัวค่าย หมู่ที่ ๒ ตาบลรางบวั เป็นถ้าท่ีมีความสวยงาม มาก แต่ยังไมเ่ ป็นทร่ี ู้จักมากนัก เพราะการเดินทางเขา้ ชมภายในถ้ายงั ไมส่ ะดวกตอ้ งใชว้ ิธีไตเ่ ชอื กขึ้นลง อาจเปน็ อนั ตรายสาหรบั ผู้เข้าชม 9) วัดเขากลางตลาด ตงั้ อยู่ หมทู่ ี่ ๓ ตาบลจอมบงึ เปรยี บเสมอื นเกาะท่ีมที ุ่งนาล้อมรอบ รม่ รื่น มถี นนให้รถว่งิ วนรอบเขา เปน็ สถานท่ีพักผ่อนหยอ่ นใจท่ดี ี 10) วดั ปาุ ภาวนาวิเวก ตั้งอยู่ทบี่ ้านหนองเต่าดา หมู่ที่ ๑๓ ตาบลรางบัว เป็นสถานท่ี ปฏิบตั ธิ รรม ท่มี ีความเงยี บสงบ ร่มร่ืนสวยงาม เหมาะสาหรับการปฏบิ ตั ิธรรมและพักผ่อนหย่อนใจ
27 ข้อมูลสถานศึกษา สภาพทว่ั ไป 1. ชือ่ สถานศึกษา ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอจอมบงึ 2. ทอี่ ยู่ ตง้ั อยู่เลขที่ 67 หมู่ 3 ตาบลจอมบงึ อาเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี รหสั ไปรษณีย์ 70150 เบอรโ์ ทรศัพท์ :032-261949เบอรโ์ ทรสาร : 032-261949 E-mail ติดต่อ : [email protected] 3. สงั กดั สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจงั หวัดราชบุรี สานักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4. ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา 4.1 ประวัตสิ ถานศกึ ษา ประวัติสถานศึกษา : กศน.อาเภอจอมบึง เริ่มจัดตั้งคร้ังแรกเป็นโรงเรียนฝึกฝนอาชีพเคล่ือนที่ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2518 สังกัดกองการศกึ ษาผู้ใหญ่ กรมสามัญศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอน ช่างยนต์ ช่างพิมพ์ดีด ช่างตัดเส้ือ ช่างเสริมสวย มีนายประยนต์ ทรัพย์เจริญ เป็นหัวหน้าสาขา จนถึง เดอื นตุลาคม พ.ศ. 2520 ได้จัดตัง้ เป็นศูนย์การศกึ ษาประชาชนจังหวดั ราชบุรี สังกัดกองการศึกษาผู้ใหญ่ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดต้ังกรมการศึกษานอกโรงเรียน และ ประกาศจัดต้ังศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอ โดยว่าที่ ร.ต.เกษม ศรีวัง ทาหน้าที่ผู้ ประสานงานการศกึ ษานอกโรงเรียนอาเภอ ดาเนินการจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามพันธกิจของกรมการ ศึกษานอกโรงเรียน จนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2536 กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ประกาศจัดต้ัง ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอท่ัวประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์ การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดราชบุรี จึงได้แต่งตั้งให้ นายเสรี วงศ์แก้ว ทาหน้าท่ีหัวหน้าศูนย์และได้ ประสานงานขอใช้สถานท่ีอาคารเดิมของโรงเรียนครุราษฎร์รังสฤษ เป็นท่ีต้ังสานักงานต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม 2537 และได้ดาเนินงานจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามพันธกิจของกรมการศึกษานอกโรงเรียน เปน็ ต้นมา ตามพระราชบัญญัตสิ ่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้ประกาศจัดตั้งสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สังกัดสานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอาเภอจอมบึงจึงเปล่ียนชื่อตาม พรบ. ดังกล่าวเป็นศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอจอมบงึ
28 บุคลากร กศน.อาเภอจอมบงึ ลาดับท่ี ชอ่ื – สกลุ ตาแหน่ง วุฒิการศึกษา ครูชานาญการพเิ ศษ รักษาการในตาแหนง่ ปรญิ ญาตรี 1 นางกัณฐมณี แกว้ เกดิ ผอ.กศน.อาเภอจอมบึง ครูผู้ชว่ ย ป.บณั ฑติ 2 นางศนั สนุ ยี ์ ศรีพหมทอง ครูอาสาสมัครฯ ปริญญาตรี 3 นางสาวสาเนียง บตุ รน้าเพชร ครูอาสาสมัครฯ ปรญิ ญาตรี 4 นายกาจดั เสยี งเพราะ ครอู าสาสมคั รฯ ปรญิ ญาตรี 5 นายชาติชาย ดวงแกว้ ครอู าสาสมคั รฯ ปริญญาตรี 6 นางวิภา สอนผิว ครอู าสาสมัครฯ ปริญญาตรี 7 นายสวุ รรณ ทองน้อย ครู กศน.ตาบลจอมบงึ ป.บณั ฑิต 8 นางวารุณี จันทร์โตศรี ครู กศน.ตาบลปากชอ่ ง ปริญญาตรี 9 นางสาวร่งุ ขวญั อยดู่ ี ครู กศน.ตาบลเบกิ ไพร ปริญญาตรี 10 นายบุญจง กิจพร้อมผล ครู กศน.ตาบลดา่ นทบั ตะโก ปรญิ ญาตรี 11 นางมัณฑนา นลิ อร่าม ครู กศน.ตาบลแก้มอ้น ปรญิ ญาตรี 12 นางสาวสมจิต ประเสริฐขจรสขุ ครู กศน.ตาบลรางบวั ปรญิ ญาตรี 13 นางสาวเพลนิ พศิ ศิลปชยั บรรณารักษอ์ ัตราจา้ ง ปรญิ ญาตรี 14 นางสาวสุนษิ า จีนแส ครผู สู้ อนคนพิการ ปริญญาตรี 15 นางพกิ ุลทอง แสงเทศ เจา้ หน้าท่ีบนั ทกึ ข้อมูล ปรญิ ญาตรี 16 นางสาวกญั ญาภทั ร ดอนมะไพร พนกั งานบรกิ าร มัธยมศึกษาตอนปลาย 17 นางสาวสายชล ครา้ มวงษ์ คณะกรรมการสถานศกึ ษา ประธานกรรมการ 1. นายสชุ นิ ประพนั ธ์พจน์ กรรมการ 2. นายเกรยี งศกั ดิ์ รบั ศิริ กรรมการ 3. นายสมศกั ดิ์ คงละออ กรรมการ 4. นางสาวศริ ลิ ักษณ์ ตนั งามตรง กรรมการ 5. พระปลดั ณรงคศ์ ักด์ิ ปภากโร กรรมการ 6. นายสมหวัง สขุ พว่ ง กรรมการ 7. นายสมพร อนิ ทรส์ าลี กรรมการ 8. นายชัยวฒั น์ ทองจนี กรรมการ 9. นางสาคร ชว่ ยดารง กรรมการและผูช้ ่วยเลขานกุ าร 10. นางกัณฐมณี แก้วเกิด
29 แหล่งเรียนรทู้ ่สี าคัญในชุมชน ชอื่ แหล่งเรียนรู้ ประเภทแหลง่ เรยี นรู้ ทต่ี ั้ง สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดภี าคกลาง สถานที่ หมู่ที่ 1 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี สวนสตั วเ์ ปิดเขาประทบั ชา้ ง สถานท่ี หมู่ท่ี 1 ต.ปากช่อง อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี สถานเี พาะเลี้ยงสตั วป์ าุ เขาประทับชา้ ง สถานที่ หมูท่ ี่ 1 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี ศนู ย์ศกึ ษาและพัฒนาวนศาสตร์ สถานที่ / บุคคล หมทู่ ี่ 1 ต.ปากช่อง อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี ชุมชนท่ี 10 กลุ่มสาธิตทดลองพนั ธขุ์ ้าวไม่ไวแสง บุคคล หมทู่ ่ี 3 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย บุคคล หมทู่ ี่ 4 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี ตาบลปากช่อง ถ้าวดั เขาปน่ิ ทอง สถานที่ หมทู่ ี่ 6 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้าน บคุ คล หมู่ที่ 8 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบึง หนองไผ่ จ.ราชบุรี กลมุ่ ผลิตภณั ฑจ์ ากเส้นพลาสติก บคุ คล หมทู่ ่ี 8 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กลมุ่ พริกแกง บคุ คล หมู่ท่ี 9 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ธนาคารหมูบ่ ้านหว้ ยยาง บุคคล หมู่ท่ี 9 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี ศูนยฝ์ กึ อาชีพชุมชนบ้านห้วยยาง บุคคล หมทู่ ่ี 9 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี หม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพียงบ้านหว้ ยยาง บุคคล หมู่ท่ี 9 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี วดั ถ้าสิงโตทอง สถานที่ หมู่ที่ 11 ต.ปากชอ่ ง อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี สานกั ปฏิบตั ิธรรมสวนแก้ว สถานที่ หมทู่ ่ี 11 ต.ปากช่อง อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี ศูนย์เรียนรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียง กลุม่ หมู่ท่ี 2 ต.รางบัว อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี ศนู ย์เพาะพนั ธ์สัตว์ปาุ เขาสน หนว่ ยงาน หมู่ท่ี 1 ต.รางบวั อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ศนู ย์สายใยวัฒนธรรมชุมชน โบราณสถาน หมทู่ ่ี 1 ต.รางบวั อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี ศนู ยท์ อผา้ จกรางบวั กลมุ่ อาชีพ หมู่ที่ 1 ต.รางบวั อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี สถานปฏบิ ตั ธิ รรมวัดปุาภาวนาวเิ วก โบราณสถาน หมู่ที่ 13 ต.รางบวั อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี แหลง่ เรยี นรูป้ รชั ญาเศรษฐกิจ กลมุ่ หมู่ท่ี 14 ต.รางบวั อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี พอเพียงบ้านหนองน้าใส ถา้ เขาทะลุ โบราณสถาน หมทู่ ่ี 2 ต.รางบวั อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี กลมุ่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเห็ดหูหนู กลุ่มวสิ าหกจิ หมทู่ ี่ 15 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วดั รางเฆ่ สถานท่ี หมทู่ ี่ 4 ต.แก้มอน้ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วดั หนองปากชัฏ สถานที่ หมทู่ ่ี 6 ต.แก้มอน้ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วัดแกม้ อ้น สถานที่ หมทู่ ี่ 3 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี วดั เขาแดน สถานที่ หมทู่ ่ี 12 ต.แก้มอน้ อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี
30 ช่อื แหล่งเรยี นรู้ ประเภทแหลง่ เรียนรู้ ทต่ี ้งั วัดโปุงกก วดั ทุง่ แฝก สถานท่ี หมู่ท่ี 11 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วัดวงั ปลา สานักสงฆ์พุตะเคียน สถานที่ หมทู่ ่ี 1 ต.แก้มอน้ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี สานักสงฆ์ถนิ่ กาขาว สานักสงฆ์เขารงั สถานที่ หมู่ที่ 5 ต.แก้มอ้น อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี ศนู ยเ์ รียนรู้ ICT ชมุ ชน ศนู ยไ์ ทยทรงดา สถานท่ี หมู่ท่ี 8 ต.แก้มอ้น อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี ศูนยเ์ รียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วดั นิยมธรรมาราม สถานที่ หมู่ท่ี 11 ต.แก้มอน้ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วัดทงุ่ กระถ่ิน วัดโกรกสงิ ขร สถานที่ หมู่ที่ 5 ต.แกม้ อ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วัดหนองสนี วล วดั บางซ่อื พรหมนิมติ ร สถานท่ี หมทู่ ี่ 5 ต.แก้มอน้ อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี วดั หบุ พรกิ สานกั สงฆอ์ นุรกั ษป์ ุาไม้ สถานท่ี หมูท่ ่ี 5 ต.แกม้ อน้ อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี สานักสงฆห์ ว้ ยทา่ ช้าง สานกั สงฆ์เขานอ้ ยบุญทวี สถานที่ / บุคคล หมู่ท่ี 3 ต.แก้มอ้น อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี กลมุ่ สตรดี ้านอาชีพตัดเย็บเสื้อผา้ กลุ่มผลิตและจาหน่ายพชื สมุนไพร โบราณสถาน หมู่ท่ี 1 ต.ดา่ นทับตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี ตาบลด่านทับตะโก กล่มุ สตรีผลิตขนม โบราณสถาน หมทู่ ่ี 3 ต.ด่านทบั ตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี ธปู หอมสมุนไพร ตราหงส์ทอง กลมุ่ แปรรปู ผลติ ภณั ฑ์หญ้าแฝก โบราณสถาน หมู่ที่ 8 ต.ด่านทบั ตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี โบราณสถาน หมู่ท่ี 5 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี โบราณสถาน หมู่ท่ี 16 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี โบราณสถาน หมู่ที่ 6 ต.ดา่ นทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี โบราณสถาน หมทู่ ี่ 13 ต.ดา่ นทบั ตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โบราณสถาน หมทู่ ่ี 4 ต.ดา่ นทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โบราณสถาน หมู่ท่ี 11 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี วิสาหกิจชุมชน หมทู่ ี่ 1 ต.ดา่ นทับตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี วิสาหกิจชมุ ชน หมู่ท่ี 13 ต.ด่านทบั ตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบุรี วิสาหกิจชมุ ชน หมู่ท่ี 17 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วสิ าหกิจชุมชน หมทู่ ี่ 7 ต.ด่านทบั ตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบรุ ี วสิ าหกจิ ชมุ ชน หมทู่ ี่ 11 ต.ด่านทบั ตะโก อ.จอมบงึ จ.ราชบรุ ี เปา้ หมายการจดั การศึกษา กศน.อาเภอจอมบงึ จัดการศกึ ษาใหป้ ระชาชนตามหลักปรัชญาคดเป็นโดยจัดการเรียนรู้ตาม แนวทางของหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
31 ปรชั ญา “คดิ เปน็ ” ปรัชญา “คดิ เปน็ ” มีแนวคิดภายใต้ความเชอื่ ท่วี า่ “คนเราสามารถพัฒนาการคิด การตัดสินใจ ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพสูงขึ้นได้ ดว้ ยการฝึกทักษะ การใชข้ ้อมลู ทห่ี ลากหลายท้ังดา้ นตนเอง สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และวชิ าการมาวิเคราะห์ เช่ือมโยง สมั พันธ์ สร้างสรรค์ เป็นแนวทาง วิธีการ สาหรับตนเอง แล้วประเมินตี ค่า ตัดสินใจเพ่ือตนเอง และชุมชน สังคม ซ่งึ เป็นลกั ษณะของคน “คดิ เป็น” ปรชั ญา “การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จะนาไปสู่การศกึ ษาตลอดชีวติ ที่มีคุณภาพ” วสิ ยั ทศั น์ กศน.อาเภอจอมบึงมุ่งส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต พัฒนาผู้เรียน ผู้รับบริการให้มี คุณภาพ คุณธรรม พรอ้ มเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พนั ธกจิ 1. จัดและส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั เพ่ือสรา้ งสังคม แห่ง การเรยี นรู้ตลอดชวี ติ 2. ส่งเสรมิ และสนับสนุนการมสี ่วนรว่ มของภาคี เครือข่ายและชุมชน ในการจัด การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 3. ส่งเสรมิ และพฒั นาการนาเทคโนโลยีทางการศกึ ษา และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสารมาใชใ้ ห้เกดิ ประสิทธิภาพในการจัดการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั 4. พฒั นาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ส่ือ และนวตั กรรม การ วัดและประเมนิ ผลในทกุ รูปแบบ 5. พัฒนาบคุ ลากรและระบบการบริหารจัดการเพื่อม่งุ การจัดการศกึ ษาท่มี ี คุณภาพโดยยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล และการมสี ่วนร่วม หลกั การ 1. เปน็ หลักสูตรท่มี โี ครงสรา้ งยืดหยุ่นด้านสาระการเรยี นรู้ เวลาเรียน และการจดั การเรียนรู้ โดย เนน้ การบูรณาการเนอ้ื หาใหส้ อดคล้องกับวิถชี ีวิต ความแตกตา่ งของบุคคล และชุมชน สังคม 2. ส่งเสริมใหม้ ีการเทยี บโอนผลการเรยี นจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศยั 3. ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนไดพ้ ฒั นาและเรียนร้อู ย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ิตโดยตระหนกั วา่ ผู้เรยี นมี ความสาคญั สามารถพัฒนาตนเองได้ตามธรรมชาติและเตม็ ศักยภาพ 4. ส่งเสรมิ ใหภ้ าคเี ครือข่ายมีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา
32 จดุ หมาย หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพฒั นาให้ ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชวี ิตทด่ี ี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ และการ เรียนรอู้ ย่างต่อเนื่อง ซงึ่ เป็นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ที่ต้องการ จึงกาหนดจดุ หมาย ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ มท่ดี ีงาม และสามารถอยู่รว่ มกนั ในสงั คมอย่างสันตสิ ุข 2. มคี วามรพู้ ื้นฐานสาหรบั การดารงชีวติ และการเรียนรู้ต่อเนอ่ื ง 3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชพี ให้สอดคล้องกับความสนใจ ความถนดั และตาม ทนั ความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม และการเมือง 4. มที ักษะการดาเนินชวี ติ ท่ีดี และสามารถจดั การกับชีวติ ชมุ ชน สังคม ได้อยา่ งมีความสุข ตาม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 5. มีความเข้าใจประวัตศิ าสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย โดยเฉพาะภาษา ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปญั ญาไทย ความเป็นพลเมืองดี ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรมของศาสนา ยึดม่ัน ในวิถชี วี ิต และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข 6. มจี ติ สานกึ ในการอนุรักษ์ และพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม 7. เปน็ บคุ คลแหง่ การเรียนรู้ มที ักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถเขา้ ถึงแหล่งเรียนรู้ และบรู ณา การความรมู้ าใช้ในการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคม และประเทศชาติ กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทวั่ ไปที่ไม่อยใู่ นระบบโรงเรยี น กรอบโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ระดบั ประถมศกึ ษา 1. ระดบั การศึกษา ระดับประถมศึกษา 2. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ปู ระกอบดว้ ย 5 สาระ ดังนี้ 2.1. สาระทักษะการเรียนรู้ เปน็ สาระเก่ียวกับการเรียนรดู้ ้วยตนเอง การใชแ้ หลง่ เรียนรู้ การจัดการความรู้ การคดิ เป็น และการวิจยั อยา่ งงา่ ย 2.2 สาระความรพู้ ื้นฐาน เป็นสาระเกี่ยวกบั ภาษาและการส่ือสาร คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
33 2.3 สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกยี่ วกบั การมองเห็นช่องทาง และการตัดสนิ ใจ ประกอบอาชีพ ทักษะในอาชีพ การจดั การอาชีพอยา่ งมีคุณธรรม และการพัฒนาอาชีพให้ม่นั คง 2.4 สาระทักษะการดาเนินชีวิตเปน็ สาระเกยี่ วกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สขุ ภาพ อนามัยและความปลอดภยั ในการดาเนินชีวิต ศลิ ปะและสุนทรียภาพ 2.5 สาระการพัฒนาสงั คม เป็นสาระทีเ่ กยี่ วกบั ภูมศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี หน้าท่ีพลเมือง และการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม 3 กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต กจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตเปน็ กจิ กรรมทจี่ ดั ขึ้นเพ่ือให้ผเู้ รียนพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม 4 มาตรฐานการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนด มาตรฐานการเรยี นรู้ ตามสาระการเรียนรู้ท้ัง 5 สาระ ทเี่ ป็นข้อกาหนดคุณภาพของผูเ้ รยี น ดงั น้ี 4.1. มาตรฐานการเรยี นรูก้ ารศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน เปน็ มาตรฐานการ เรยี นรู้ในแตล่ ะสาระการเรยี นรู้ เม่ือผเู้ รยี นเรยี นจบหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 4.2. มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ เปน็ มาตรฐานการเรยี นรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้ เม่ือผเู้ รยี น เรยี นจบในแต่ละระดับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5. เวลาเรียน ในแต่ละระดับใช้เวลาเรยี น 4 ภาคเรยี น ยกเวน้ กรณีที่มีการเทยี บโอนผลการเรียน ทงั้ นี้ ผเู้ รียนตอ้ งลงทะเบยี นเรยี นในสถานศกึ ษาอย่างน้อย 1 ภาคเรยี น 6. หน่วยกิต ใช้เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง มีคา่ เท่ากับ 1 หนว่ ยกติ
34 7. โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา สถานศกึ ษาจดั ทาโครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษาระดับประถมศกึ ษาโดยพิจารณาตาม โครงสร้างหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังน้ี ระดับประถมศกึ ษา ที่ สาระการเรียนรู้ รายวิชา รายวชิ าเลอื ก รายวชิ า หมายเหตุ บงั คบั บงั คับ เลอื กเสรี 1 ทกั ษะการเรียนรู้ 5 -- 2 ความรูพ้ ้ืนฐาน 12 4 - 3 การประกอบอาชพี 8 -- 4 ทักษะการดาเนนิ ชวี ติ 5 -- 5 การพฒั นาสังคม 6 8- รวม 36 12 - 48 หน่วยกติ กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชีวิต 200 ช่ัวโมง หมายเหตุ วิชาเลอื กในแต่ละระดบั สถานศึกษาตอ้ งจัดให้ผู้เรยี นเรยี นรูจ้ ากการทาโครงงานจานวนอย่างนอ้ ย3หนว่ ย กิต สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ ตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ประกอบด้วยสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั นี้ 1. สาระทกั ษะการเรยี นรู้ ประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ดงั น้ี มาตรฐานท่ี 1.1 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ดี ีต่อการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ดี ีต่อการใชแ้ หลง่ เรยี นรู้ มาตรฐานท่ี 1.3 มคี วามรู้ความเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ีดตี ่อการจดั การความรู้ มาตรฐานท่ี 1.4 มีความรคู้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ด่ี ตี ่อการคิดเปน็ มาตรฐานที่ 1.5 มคี วามรคู้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคติท่ดี ีต่อการวจิ ัยอย่างงา่ ย 2. สาระความรู้พน้ื ฐาน ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน ดงั นี้ มาตรฐานที่ 2.1 มคี วามรู้ความเข้าใจ และทักษะพืน้ ฐานเกย่ี วกบั ภาษาและการสื่อสาร มาตรฐานท่ี 2.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจและทักษะพ้นื ฐานเกยี่ วกบั คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
35 3. สาระการประกอบอาชพี ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 3.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติท่ดี ีในงานอาชีพ มองเหน็ ช่องทางและ ตัดสินใจประกอบอาชพี ได้ตามความต้องการ และศักยภาพของตนเอง มาตรฐานท่ี 3.2 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะในอาชพี ท่ีตัดสนิ ใจเลือก มาตรฐานที่ 3.3 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ในการจัดการอาชีพอยา่ งมคี ุณธรรม มาตรฐานท่ี 3.4 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ในการพฒั นาอาชพี ใหม้ คี วามมนั่ คง 4. สาระทักษะการดาเนนิ ชีวิต ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน ดังน้ี มาตรฐานท่ี 4.1 มีความรู้ ความเข้าใจ เจตคตทิ ี่ดีเกยี่ วกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง และ สามารถ ประยุกต์ใชใ้ นการดาเนินชีวติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม มาตรฐานท่ี 4.2 มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติทีด่ ีเกี่ยวกับการดแู ล ส่งเสรมิ สขุ ภาพ อนามยั และความปลอดภยั ในการดาเนินชวี ติ มาตรฐานที่ 4.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติที่ดเี ก่ียวกับศลิ ปะและสุนทรียภาพ 5. สาระการพฒั นาสังคม ประกอบดว้ ย 4 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสาคัญเก่ียวกับภูมิศาสตร์ ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ ก า ร เ มื อ ง ก า ร ป ก ค ร อ ง ส า ม า ร ถ น า ม า ป รั บ ใ ช้ ใ น ก า ร ดารงชีวติ มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรมประเพณี เพ่ือการอยู่ร่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย มีจิตสาธารณะเพ่ือความ สงบสุข ของสงั คม มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสาคัญของหลักการพัฒนา และสามารถ พัฒนา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน/สงั คม หมายเหตุ สาระการเรยี นร้คู วามรพู้ ื้นฐาน มาตรฐานท่ี 2.1 มคี วามรคู้ วามเข้าใจทักษะพื้นฐาน เกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร ซ่งึ ภาษาในมาตรฐานนีห้ มายถึง ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ
36 สาระทักษะการเรียนรู้ สาระทกั ษะการเรียนรู้ เป็นสาระเก่ยี วกบั การพฒั นาทักษะการเรียนร้ขู องผูเ้ รยี นในดา้ น การ เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การจดั การความรู้ การคดิ เปน็ และการวิจัยอยา่ งง่าย โดยมี วตั ถุประสงคเ์ พื่อใหผ้ ้เู รยี นสามารถกาหนดเปูาหมาย วางแผนการเรียนรดู้ ้วยตนเอง เข้าถึงและเลอื กใช้ แหล่งเรียนรู้ จัดการความรู้ กระบวนการแกป้ ญั หา และตัดสนิ ใจอยา่ งมีเหตผุ ล ทีส่ ามารถใช้เป็นเครอื่ งมือ ในการชีน้ าตนเองในการเรียนรู้ และการประกอบอาชีพใหส้ อดคล้องกับหลักการพื้นฐาน และการพัฒนา 5 ศักยภาพของพ้นื ที่ใน 5 กลุ่มอาชพี คอื เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การ อานวยการ (การบริหารจัดก ารและบรกิ าร) ตามยุทธศาสตร์ กระทรวงศึกษาธกิ าร ได้อย่างตอ่ เนื่องตลอด ชวี ิต สาระทกั ษะการเรยี นรู้ ประกอบดว้ ย 5 มาตรฐาน ดังน้ี มาตรฐานที่ 1.1 มีความรคู้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ีดตี อ่ การเรียนรู้ด้วยตนเอง มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ี่ดตี ่อการใชแ้ หล่งเรียนรู้ มาตรฐานท่ี 1.3 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ่ีดีตอ่ การจัดการความรู้ มาตรฐานท่ี 1.4 มคี วามรูค้ วามเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดตี ่อการคดิ เปน็ มาตรฐานที่ 1.5 มคี วามร้คู วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการวจิ ยั อย่างง่าย
37 มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ และผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง ในแต่ละมาตรฐาน มาตรฐานท่ี 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคตทิ ี่ดีต่อการเรยี นรู้ด้วยตนเอง มาตรฐาน ความสามารถในการแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง การเรียนรู้ระดับ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความหมาย ทคี่ าดหวงั ของการเรยี นรดู้ ้วยตนเองและวิธีการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง 2. ปฏิบัตติ นตามขั้นตอนการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง 3. เห็นคณุ คา่ ของกิจกรรมการแสวงหาความรู้ 4. สามารถบอกหรอื ยกตัวอย่างอาชพี ในกลุ่มอาชพี ด้านการเกษตรกรรมอตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม ความคดิ สร้างสรรค์ การบริหารจดั การและการบรกิ าร ท่ีสอดคล้องกับ ศกั ยภาพของพ้นื ที่ที่ตนเองอาศยั อยู่ได้ มาตรฐานที่ 1.2 มีความรู้ความเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีตอ่ การใช้แหล่งเรียนรู้ มาตรฐาน รู้จัก เห็นคุณคา่ และใชแ้ หล่งเรียนรู้ถูกต้อง การเรยี นรรู้ ะดับ ผลการเรียนรู้ 1. บอกประเภท คณุ ลกั ษณะของ แหลง่ เรียนรู้ในชุมชน และเลือกใชแ้ หลง่ ทีค่ าดหวัง เรียนรไู้ ด้ตามความเหมาะสม 2. ใช้แหล่งเรียนรู้อยา่ งเหน็ คุณคา่ 3. ทาตามกฎ กติกา และขั้นตอนการใช้แหล่งเรียนรู้ 4. สามารถบอกหรอื ยกตวั อย่างแหลง่ เรียนรู้เกีย่ วกบั เกษตรกรรมอตุ สาหกรรม พาณชิ ยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบรหิ ารจัดการและการบริการของพื้นทท่ี ี่ ตนเองอาศยั อย่ไู ด้
38 มาตรฐานที่ 1.3 มีความรูค้ วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดตี อ่ การจัดการความรู้ มาตรฐาน เข้าใจความหมาย กระบวนการชุมชนปฏบิ ตั ิการและทาตามกระบวนการจัดการ การเรยี นรรู้ ะดบั ความร้ชู มุ ชน ผลการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมาย กระบวนการชมุ ชนปฏิบัติการ กาหนดขอบเขตความร้จู าก ท่คี าดหวงั ความสามารถหลักของชุมชน และวธิ ีการยกระดับขอบเขตความรูใ้ ห้สงู ขึน้ 2. รว่ มกันแลกเปลย่ี นเรียนรู้ และสรปุ ผลการเรยี นรทู้ บ่ี ง่ ช้ถี ึงคณุ ค่าของกระบวนการ จดั การความรู้ 3. สามารถสงั เกต และทาตามกระบวนการการจดั การความรู้ชมุ ชน 4. สามารถนากระบวนการจัดการความรขู้ องชมุ ชนไปเลือกประกอบอาชีพที่ เหมาะสมกบั ตนเองได้ มาตรฐานที่ 1.4 มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ ทักษะ และเจตคติที่ดตี อ่ การคิดเปน็ มาตรฐาน ความสามารถในการอธิบายปรชั ญาคดิ เปน็ และทกั ษะในการใช้กระบวนการคิด การเรียนรูร้ ะดบั เปน็ ในการแก้ปัญหา ผลการเรียนรู้ 1. อธิบาย และเช่ือมโยงความเชือ่ พ้นื ฐานทางการศึกษาผู้ใหญ/่ การศึกษานอกระบบ ที่คาดหวัง สู่ปรัชญาคิดเป็น 2. เข้าใจความหมายและความสาคัญของปรชั ญา คดิ เป็น สามารถอธิบายถงึ ขน้ั ตอนและกระบวนการแกป้ ัญหาของคนคิดเป็น 3. เข้าใจลกั ษณะของขอ้ มลู ด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม ส่งิ แวดล้อม และสามารถ เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของข้อมูล ทงั้ สามดา้ น 4. เข้าใจและบอกได้วา่ หลักการ”คิดเปน็ ” และความเชือ่ พื้นฐานทางการศึกษาผ้ใู หญ่ เปน็ เร่ืองทีส่ อดคล้องกบั 5 ศักยภาพของพ้นื ทต่ี ามยทุ ธศาสตร์ ของ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2555 ในการนาไปเพ่ิมขีดความสามารถการประกอบอาชีพโดย เนน้ 5 กลุ่มอาชีพใหมใ่ นระดับทอ้ งถ่นิ มาตรฐานท่ี 1.5 มคี วามรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดีตอ่ การวิจัยอย่างง่าย มาตรฐาน เขา้ ใจความหมาย เหน็ ความสาคัญ และปฏบิ ัติการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ขอ้ มลู การเรียนรรู้ ะดับ และสรุปผลการหาความรู้ ความจรงิ ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสาคัญ และข้นั ตอน ในการทาวิจยั อยา่ งงา่ ย ค้นหา ที่คาดหวัง ความรคู้ วามจรงิ 2. เหน็ ความสาคญั ของการค้นหาความรู้ ความจรงิ
39 3. ปฏิบตั ิการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมลู และสรปุ ผลการหาความรคู้ วามจริง สาระทกั ษะการเรียนรู้ (รายวิชาบงั คับ) มาตรฐานท่ี ระดับประถมศกึ ษา 1.1-1.5 รายวิชาบังคับ รหัสรายวชิ า รายวิชา หนว่ ยกติ ทักษะการเรียนรู้ ทร11001 ทกั ษะการเรียนรู้ 5 รวม 5 สาระทกั ษะการเรยี นรู้ (รายวชิ าเลือกบงั คับ) มาตรฐานท่ี ระดบั ประถมศกึ ษา - รายวชิ าเลอื ก รหัสรายวิชา รายวิชา หนว่ ยกติ มาตรฐานท่ี - - -- - รวม สาระทกั ษะการเรยี นรู้ (รายวชิ าเลือกเสรี) หน่วยกติ ระดบั ประถมศกึ ษา - รายวิชาเลือก รหสั รายวชิ า รายวชิ า รวม -- -
40 คาอธิบายรายวิชา ทร11001 ทักษะการเรียนรู้ จานวน 5 หน่วยกติ ระดับประถมศึกษา มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั 1. ความสามารถในการแสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง 2. รู้จัก เห็นคณุ ค่า และใช้แหลง่ เรียนรถู้ กู ต้อง 3. เข้าใจ ความหมาย กระบวนการชุมชน และศักยภาพของชุมชนในการปฏิบัติการและทาตาม กระบวนการจัดการความรู้ชุมชน ด้านอาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันท่ี สามารถสรา้ งรายไดท้ ม่ี ั่งคั่ง และมัน่ คง 4. ความสามารถในการอธิบายกระบวนการคิดเป็น และทักษะในการใช้กระบวนการคิดเป็นใน การแก้ปญั หา การเรยี นรแู้ ละการประกอบอาชพี ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ 5. เขา้ ใจความหมาย เหน็ ความสาคัญ และปฏิบตั ิการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล การหาความรู้ ความจรงิ ในการเรียนรแู้ ละการประกอบอาชีพ 6. เข้าใจความหมาย และเห็นความสาคัญของศักยภาพของพ้นื ท่ีใน การเพ่ิมขดี ความสามารถของ การประกอบอาชีพ 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ศึกษาและฝกึ ทักษะเกย่ี วกับเร่อื งดงั ต่อไปนี้ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง ความหมาย ความสาคัญของการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง ฝึกทกั ษะพ้ืนฐานทางการศกึ ษาหาความรู้ ทักษะการแกป้ ัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้ ดว้ ยตนเอง ดา้ นการอา่ น การฟงั การสังเกต การจา และการจดบนั ทึก เจตคต/ิ ปัจจัย ทท่ี าให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความสาเร็จ การเปิดรบั โอกาสการ เรยี นรู้ การคดิ ริเรม่ิ และเรียนรู้ด้วยตนเอง การสรา้ งแรงจูงใจ การสรา้ งวนิ ยั ในตนเอง การคดิ เชิง ความคิดสรา้ งสรรค์ ความรักในการเรยี น การใฝุรใู้ ฝเุ รยี น และความรบั ผดิ ชอบ 2. การใช้แหลง่ เรยี นรู้ ศกึ ษาความหมาย ความสาคัญ ของแหลง่ เรียนรู้ โดยทว่ั ไป เชน่ กล่มุ บรกิ ารข้อมูล กลมุ่ ศลิ ปวฒั นธรรม ประวัตศิ าสตร์ กลุ่มข้อมลู ท้องถิน่ กลุ่มสื่อ กลมุ่ สันทนาการศึกษา สารวจแหลง่ เรยี นรู้ ภายในชมุ ชน จัดกลุ่ม ประเภท และความสาคัญ ศกึ ษาเรยี นรกู้ บั ภมู ปิ ัญญา ปราชญ์ ผูร้ ้ใู นทอ้ งถ่นิ การเข้าถงึ และเลือกใช้แหล่งเรยี นรู้ ห้องสมดุ ประชาชน สถานศึกษา และ ศนู ย์การเรียน ชมุ ชน (ศรช.) ศกึ ษาบทบาทหน้าทแ่ี ละการบรกิ ารของแหลง่ เรียนรู้ดา้ นตา่ ง ๆ กฎ กตกิ า เงื่อนไขต่าง ๆ
41 ในการไปขอใช้บริการ ฝึกทักษะการใช้ข้อมลู สารสนเทศจากห้องสมดุ ประชาชนให้สอดคลอ้ งกับความ ต้องการ ความจาเป็นเพ่ือนาไปใช้ในการเรียนรูข้ องตนเอง 3. การจัดการความรู้ ศึกษาความหมาย ความสาคัญ หลักการของการจัดการความรู้ กระบวนการจัดการ ความรู้ การรวมกลุ่มเพื่อตอ่ ยอดความรู้ การพฒั นาขอบข่ายความรู้ของกลมุ่ การจดั ทาสารสนเทศ เผยแพร่ความรู้ ฝึกทักษะกระบวนการจัดการความรู้ดว้ ยตนเองและด้วยการรวมกล่มุ ปฏิบตั กิ าร โดยการกาหนดเปูาหมายการเรียนรู้ ระบุความรู้ที่ต้องใช้ การแสวงหาความรู้ สรปุ องค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ ความรู้ แลกเปล่ียนความรู้ การรวมกลุ่มปฏิบตั ิการเพื่อต่อยอดความรู้ การพัฒนาขอบขา่ ยความร้ขู องกลุม่ สรปุ องคค์ วามรู้ของกล่มุ จัดทาสารสนเทศองคค์ วามรู้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว 4. การคดิ เป็น ศึกษาทาความเข้าใจกับความเช่ือพ้ืนฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/การศึกษานอกระบบ และ เชอ่ื มโยงไปสูก่ ารเรยี นรเู้ รอ่ื งความหมายและความสาคัญของการคิดเป็น โดยใช้ข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อมอยา่ งพอเพียง มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพ่ือกาหนดทางเลือกในการคิด การตัดสินใจ แก้ปัญหาที่เหมาะสมอย่างคนคิดเป็น ฝึกทักษะในการทาความเข้าใจในลักษณะของข้อมูลด้านวิชาการ ตนเอง และสังคม ส่ิงแวดล้อม และฝึกการใช้ข้อมูลท้ัง 3 ด้าน ในการประกอบการคิดและการตัดสินใจ แก้ปัญหาที่หลากหลายตามกระบวนการแก้ปญั หาอยา่ งคนคิดเปน็ 5. การวจิ ัยอย่างง่าย ศึกษา / ฝึกทักษะ ความหมาย ความสาคัญของ การวิจัยอย่างง่าย กระบวนการและข้ันตอน ของการดาเนนิ งาน ได้แก่ การระบุ / กาหนดปัญหา ท่ีต้องการหาความรู้ ความจริง หรือส่ิงต้องการพัฒนา การแสวงหาความรูจ้ ากการศกึ ษาเอกสาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งความรู้ต่าง ๆ เพื่อกาหนด แนวคาตอบเบ้ืองต้น การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการ สอบถาม สารวจ / สัมภาษณ์ / ทดลอง การนา ขอ้ มลู ท่ีได้มาวิเคราะหห์ าคาตอบทต่ี ้องการ การเขียนรายงานสรุปผล และการนาความรูไ้ ปปฏบิ ัติจริง 6. ทกั ษะการเรยี นรู้ และศักยภาพหลกั ของพ้ืนที่ในการพัฒนาอาชพี ศึกษา วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ทักษะการเรียนรู้ เพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการเพิ่ม ศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ คือ กลุ่มอาชีพด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการและการบริการ โดยคานึงถึง ศักยภาพหลักของพื้นที่ คือ ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติ ในแต่ละพ้ืนท่ี ศักยภาพของพื้นท่ีตาม ลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทาเลที่ตั้งของแต่ละพ้ืนท่ี ศักยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของแตล่ ะพน้ื ที่ และศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยใ์ นแต่ละพ้นื ท่ี การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ 1. การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
42 ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะต่าง ๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ในการ เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อ 1) ฝึกให้ผู้เรียนได้กาหนดเปูาหมาย และวางแผนการเรียนรู้ 2) เพิ่มพูนให้มี ทักษะพื้นฐานในการอ่าน ฟัง สังเกต จา จดบันทึก 3) มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองท่ีทาให้การ เรียนรู้ด้วยตนเองประสบผลสาเรจ็ และนาความร้ไู ปใชใ้ นวิถีชวี ิตใหเ้ หมาะสมกับตนเอง และชมุ ชน/สงั คม 2. การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้ ต้องให้ผู้เรียนทุกคนไปศึกษาห้องสมุดประชาชนอาเภอ ทาความเข้าใจบทบาท หน้าที่ กฎ กติกา เง่ือนไขการให้บริการ เพ่ือใช้ห้องสมุดประชาชนให้สอดคล้องกับความต้องการ ความจาเป็นในการ นาไปใช้ในการเรยี นรู้ของตนเอง รวมทั้งมอบหมายให้ผเู้ รยี นไปศกึ ษาจากแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ เช่นภูมิปัญญา ท้องถน่ิ แหล่งเรยี นรชู้ มุ ชน 3. การจดั การความรู้ ศึกษาค้นคว้าหลักการ และกระบวนการของการจัดการความรู้ การฝึกปฏิบัติจริงโดย การรวมกลุ่มปฏิบัติการ/ชุมชนปฏิบัติการ (Community of practice = Cops) สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม และจดั ทาสารสนเทศเผยแพรค่ วามรู้ 4. การคิดเป็น ให้ผู้เรียนได้ศึกษาทาความเข้าใจกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษา ผู้ใหญ่/การศึกษานอก ระบบดว้ ยกระบวนการอภปิ รายกลมุ่ และร่วมสรุปสาระสาคัญที่เช่ือมโยงไปสู่การคิดเป็นด้วยการวิเคราะห์ ข้อมูลทั้งด้านวิชาการ ตนเอง สังคม และส่ิงแวดล้อม และนาไปสู่การคิดและการแก้ปัญหาตาม กระบวนการคิดเป็นท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม และมีความสุข จากใบงานและใบความรู้ต่าง ๆ ท่ีมีการ จดั เตรยี มไว้ใหผ้ ูเ้ รียน มโี อกาสฝึกทักษะในการคิด การให้เหตุผลในการแก้ปัญหาหลากหลายชนิดที่เสนอ ขึ้นมาเป็นกรณตี ัวอยา่ ง และสรปุ ให้เห็นว่าการแกป้ ัญหาตามกระบวนการคิดเป็นน้ันต้องใช้ข้อมูลประกอบ อย่างน้อย 3 ประการดังกล่าว 5. การวจิ ยั อย่างง่าย จัดใหผ้ เู้ รยี นไดศ้ ึกษา ค้นคว้า เอกสารทเี่ กยี่ วขอ้ ง ฝกึ ทกั ษะการสังเกตและค้นหาปัญหา ท่ีพบในชีวิตประจาวัน / ในสาระที่เรียน การต้ังคาถาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพ่ือน / ผู้รู้ การคาด เดาคาตอบอย่างมีเหตุผล การฝึกปฏิบัติการเขียนโครงการวิจัยง่าย ๆ การเก็บรวบรวมข้อมูล การสรุป ขอ้ มลู และเขยี นรายงานผลอยา่ งง่าย ๆ 6. ทกั ษะการเรียนรู้และศักยภาพหลกั ของพนื้ ทใี่ นการพัฒนาอาชพี จัดให้ผู้เรียนท้ังรายบุคคล/กลุ่มได้ศึกษา ประยุกต์ทักษะการเรียนรู้ โดยคานึงถึงพื้นฐาน ศักยภาพแต่ละพื้นท่ี ท่ีมีความแตกต่าง และมีความต้องการของท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ในการเพ่ิมขีด ความสามารถของการประกอบอาชีพ 5 กลุ่มอาชพี ใหม่ คือ กลุ่มอาชพี ด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการและการบริการ เพ่ือสร้างอาชีพ และรายได้ อย่างม่ันคง และยง่ั ยืนอยา่ งตอ่ เน่ือง
43 การวดั และประเมนิ ผล 1. การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ใชก้ ารประเมินจากสภาพจรงิ ของผเู้ รยี นที่แสดงออกเก่ียวกับ การกาหนดเปาู หมาย และ วางแผนการเรยี นรู้ รวมทกั ษะพื้นฐานและเทคนิคในการเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนปัจจัยท่ที าใหก้ ารเรียนรู้ ประสบความสาเร็จ 2. การใช้แหล่งเรยี นรู้ ข้อมลู จากการนาเสนอ ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาจากแหล่งเรยี นรู้ในรูปแบบต่างๆ เชน่ การ เขียนรายงาน การรว่ มกนั อภิปราย การนาในการพบกลมุ่ เป็นต้น 3. การจดั การความรู้ จากการสังเกต ความสนใจ การแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วม การให้ความร่วมมือ ในกลมุ่ ปฏิบัติการ ผลงาน/ช้ินงานจากการรวมกลมุ่ ปฏิบัตกิ าร ใช้วธิ กี ารประเมนิ แบบมีส่วนร่วมระหว่างครู ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินตีค่าความสามารถ ความสาเร็จกับเปูาหมายที่วางไว้ และระบุ ข้อบกพรอ่ งที่ตอ้ งแก้ไข สว่ นทีท่ าได้ดแี ลว้ ก็พฒั นาให้ดียิ่งขน้ึ ต่อไป 4. การคิดเปน็ ประเมนิ จากการรว่ มอภิปรายของผเู้ รียน และจากการใช้ข้อมูลทางวิชาการ ตนเอง และสังคม สง่ิ แวดล้อม มาประมวลใชป้ ระกอบการคิด การตดั สินใจแกป้ ญั หาอยา่ งเหมาะสมและพอเพยี งของผ้เู รียน 5. การวิจยั อยา่ งงา่ ย จากการสังเกต ความสนใจ การมสี ว่ นรว่ ม ความร่วมมือ จากผลงาน / ช้ินงานที่มอบหมาย ให้ฝกึ ปฏบิ ตั ิ ในระหว่างเรยี นและการสอบปลายภาคเรียน 6. ทกั ษะการเรยี นรู้และศกั ยภาพหลกั ของพื้นท่ีในการพัฒนาอาชพี จากการสงั เกต ความสนใจ การมีส่วนร่วม ความร่วมมือ จากผลงาน / ชิ้นงานท่ีมอบหมาย ให้ฝกึ ปฏบิ ตั ิ ในระหว่างการเรยี นและการสอบปลายภาคเรยี น
44 รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา ทร11001 วิชาทกั ษะการเรียนรู้ สาระทักษะการเรียนรู้ จานวน 5 หนว่ ยกิต ระดับประถมศกึ ษา มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดับ 1. ความสามารถในการแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง 2. รู้จัก เหน็ คณุ ค่า และใชแ้ หล่งเรียนร้ถู ูกตอ้ ง 3. เข้าใจ ความหมาย กระบวนการชุมชน และศักยภาพของชุมชนในการปฏิบัติการและทาตาม กระบวนการจดั การความรชู้ มุ ชน เพ่อื เพม่ิ ขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ 4. ความสามารถในการอธิบายกระบวนการคิดเป็น และทักษะในการใช้กระบวนการคิดเป็นใน การแกป้ ญั หา การเรียนรแู้ ละการประกอบอาชีพได้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต 5. เข้าใจความหมาย เหน็ ความสาคญั และปฏิบัตกิ ารรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล การหาความรู้ ความจรงิ ในการเรยี นรแู้ ละการประกอบอาชีพ 6. เข้าใจความหมาย และเห็นความสาคัญของศักยภาพหลักของพ้ืนท่ีในการเพิ่มขีดความสามารถ ของการประกอบอาชพี 5 กลมุ่ อาชีพใหม่ ที่ หัวเรื่อง ตัวชว้ี ัด เนอื้ หา จานวน (ช่ัวโมง) 1 การเรียนรู้ 1. รู้ เขา้ ใจความหมาย ตระหนัก 1. ความหมาย ความสาคัญของการ 3 ดว้ ยตนเอง และเหน็ ความสาคญั ของการ เรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรูด้ ้วยตนเอง 2. สามารถกาหนดเปาู หมายและ 2. การกาหนดเปูาหมายและ 8 วางแผนการเรยี นรู้ วางแผนการเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ด้วยตนเอง 3. มที กั ษะพ้ืนฐานทางการศกึ ษา 3. ทกั ษะพนื้ ฐานทางการศึกษาหาความรู้ 15 หาความรู้ ทักษะการแก้ปญั หา ทกั ษะการแก้ปัญหา และเทคนิคในการ และเทคนิคในการเรยี นรดู้ ว้ ย เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (การอา่ น การฟงั ตนเอง การสังเกต การจา และการจดบันทึก) 4. สามารถอธบิ ายปัจจยั ที่ทาให้ 4. เจตคต/ิ ปจั จัย ท่ที าให้การเรยี นรู้ดว้ ย 8 การเรยี นรู้ดว้ ยตนเองประสบ ตนเองประสบความสาเรจ็ (การเปิดรับ ความสาเรจ็ โอกาสการเรยี นรู้ การคิดรเิ ริม่ และเรยี นรู้ ดว้ ยตนเอง การสรา้ งแรงจูงใจ การสรา้ ง
45 ท่ี หวั เรื่อง ตัวช้วี ัด เนอ้ื หา จานวน (ช่วั โมง) วนิ ยั ในตนเอง การคิดเชิงบวก ความคิดสร้างสรรค์ ความรกั ใน การเรียน การใฝุรู้ใฝเุ รียน และ ความรับผิดชอบ) 2 การใช้ 1. รู้ เข้าใจความหมาย ตระหนัก 1. ความหมาย ความสาคัญของแหล่ง 3 แหล่งเรยี นรู้ และเห็นความสาคญั ของ เรยี นรู้โดยทั่วไป (กล่มุ บริการข้อมูล กลุ่ม แหล่งเรยี นร้โู ดยทั่วไป ศลิ ปวัฒนธรรม ประวัตศิ าสตร์ กลมุ่ 2. อธบิ ายถงึ ความสาคญั ของ ข้อมลู ท้องถน่ิ กลมุ่ สื่อ การใช้แหล่งเรียนรู้ กลุ่มสนั ทนาการ) 3. สามารถบอกและยกตัวอย่าง 2. การเข้าถึงและเลือกใชแ้ หล่งเรียนรู้ 10 ประเภทของแหล่งเรียนรู้ (หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอของ 4. สามารถเลอื กและบอกวิธีการ สถานศกึ ษา และ ศรช.) เข้าถงึ แหล่งเรียนรู้ 3. บทบาทหน้าท่ีและการบริการของ 6 5. ยกตัวอยา่ งการใช้แหลง่ เรยี นรู้ แหล่งเรยี นรดู้ ้านต่าง ๆ ของตนเอง 4. กฎ กติกา เงอื่ นไขต่าง ๆ ในการไปขอ 3 6. สามารถอธิบายหรือยกตวั อยา่ ง ใชบ้ ริการแหลง่ เรียนรู้ การใชข้ ้อมูลสารสนเทศจาก 5. ทักษะการใช้ข้อมลู สารสนเทศจาก 12 หอ้ งสมดุ ประชาชนที่สอดคล้องกับ หอ้ งสมุดประชาชนทส่ี อดคล้องกบั ความ ความต้องการ ความจาเป็นเพื่อ ต้องการ ความจาเป็นเพือ่ นาไปใช้ในการ นาไปใชใ้ นการเรยี นรู้ของตนเอง เรียนรู้ของตนเอง 3 การจัดการ 1. รู้ เข้าใจ ความหมาย 1. ความหมาย ความสาคัญ หลกั การของ 3 ความรู้ ความสาคัญ ประโยชนห์ ลกั การ การจัดการความรู้ ของการจดั การความรู้ 2. รู้ เขา้ ใจกระบวนการจดั การ 2. กระบวนการจดั การความรู้ (กาหนด 3 ความรู้ เปาู หมายการเรียนรู้/ระบุความร้/ู กาหนด ความร้ทู ตี่ ้องการใช้/การแสวงหาความรู้/ สรปุ องคค์ วามรู้ ปรบั ปรงุ ดดั แปลงให้ เหมาะสมต่อการใชง้ าน/ ประยกุ ตใ์ ช้ ความรู้ในกจิ การงานของตน/แลกเปลยี่ น ความรู/้ รวมกลุม่ ปฏบิ ตั ิการต่อยอด ความรู้ พฒั นาขอบข่ายความรูข้ องกลมุ่ /
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209