แผนการปฏริ ูปประเทศด้านพลงั งาน 10 1013 กระทรวงพลังงานได้ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมจัดท�ำ ไม่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เน่ืองจากกังวลว่า โครงการเพื่อขับเคล่ือนตามแนวทางของแผนปฏิรูป เจ้าหน้าท่ีของกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเข้ามาส�ำรวจ ท่สี ำ� คัญ ได้แก่ โครงการเพิม่ ประสทิ ธิภาพหม้อนำ�้ ระบบ ตรวจวัดค่ามลพิษ อาทิ ค่าการปลดปล่อยฝุ่นละออง ความร้อน และระบบไอน�้ำส�ำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล และ และหากค่าที่ตรวจวัดได้เกินค่ามาตรฐานจะถูกด�ำเนิน จั ด ท� ำ แ น ว ท า ง เ พื่ อ ผ ลั ก ดั น ใ ห ้ มี ก า ร ใ ช ้ ม า ต ร ฐ า น การทางกฎหมาย รวมท้ังมีปัญหาด้านบุคลากรของ ประสิทธิภาพพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้ โรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ งบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ท�ำให้คาดว่าจะ เกี่ยวกับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานของโรงงาน ท�ำใหม้ กี ารใช้ไฟฟา้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขนึ้ และชว่ ย อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ ล ะ ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต ์ ใ ช ้ น วั ต ก ร ร ร ม ประหยัดพลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิง ลดต้นทุนการผลิต ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ส�ำเร็จตามเป้าหมาย การด�ำเนินการในระยะต่อไป เน้นการสร้างความเข้าใจ ของแผนปฏริ ูปประเทศดา้ นพลังงาน กับภาคเอกชนเพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดต่อ อย่างไ รก็ตาม ในเรื่องของการใช้พลังงานใน ประเทศชาติ และก�ำหนดมาตรการให้ภาคเอกชนเข้ามา ภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอาจยังงมี มีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเช่ือมั่นและจูงใจให้ภาคเอกชน ข้อจ�ำกัดอยู่บ้าง เน่ืองจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ให้ความร่วมมือกบั ภาครฐั มากขึ้น 399
10 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านพลังงาน 1014 เรอื่ งและประเดน็ ปฏิรปู ท่ี 14 การใช้ข้อบญั ญตั เิ กณฑ์มาตรฐาน อาคารดา้ นพลงั งาน ท่ีผ่านมาการออกแบบอาคาร หรือการใช้วัสดุ อาคาร หรืออุปกรณ์แสงสว่างและอ�ำนวย ความสะดวกในอาคาร เจ้าของอาคารอาจยังไม่ได้ ค� ำ นึ ง ถึ ง ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ข อ ง ก า ร ใ ช ้ พ ลั ง ง า น ในองค์รวม หรืออาจไม่มีความรู้ด้านเทคนิค การออกแบบอาคารเพ่ือประหยัดพลังงาน หรือ อาจมุ่งเน้นเฉพาะการลดต้นทุนในการก่อสร้าง อาคาร ส่งผลให้ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและ การบ�ำรุงรักษาสูงมากเกินความจ�ำเป็น หรือมี การสูญเสียพลังงานอย่างมาก จนส่งผลกระทบต่อ ภาพรวมด้านเศรษฐกิจและปริมาณการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกของประเทศ จึงจ�ำเป็นต้องมี การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ โดยการก�ำหนดข้อบัญญัติเกณฑ์มาตรฐานอาคาร ด้านพลังงาน การสนับสนุนการฝึกอบรมเพื่อ พัฒนาวิชาชีพ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพ่ือส่งเสริมให้เกิดการน�ำกฎหมายอาคารก่อสร้าง ใหม่มาเป็นกรอบในการสร้างอาคาร เพ่ือให้น�ำมา ซึ่งการลดการใชพ้ ลังงานในภาพรวมของประเทศ กระทรวงพลังงานได้จัดท�ำร่างกฎกระทรวง ก�ำหนดประเภท หรือขนาดของอาคาร และ มาตรฐาน หลกั เกณฑ์ และวิธกี ารในการออกแบบ อาคารเพือ่ การอนุรกั ษพ์ ลังงาน พ.ศ. .... เสนอตอ่ ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี อ นุ มั ติ ใ น ห ลั ก ก า ร เ ม่ื อ วั น ท่ี 6 มิถุนายน 2561 และได้ส่งให้ส�ำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาด้วยแล้ว ในขณะเดียวกัน กรมพัฒนาพลังงานทดแทน 400
แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นพลังงาน 10 1014 และอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ร่วมกับสภาวิศวกร และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้น�ำกฎกระทรวงฯ มาเป็น ในการพัฒนาบุคลากรตรวจรับรองแบบอาคารอนุรักษ์ ส ่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ก า ร พิ จ า ร ณ า อ นุ มั ติ ร า ย ง า น พลังงานเพ่ือรองรับการด�ำเนินการตามกฎกระทรวงฯ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการประสาน ดังกลา่ วควบคู่ไปดว้ ย กับคณะกรรมการควบคุมอาคารและกรมโยธาธิการ อยา่ งไรกต็ าม แมว้ า่ รา่ งกฎกระทรวงฯ จะไดร้ บั ความเหน็ ชอบ และผังเมือง เพ่ือขอความเห็นชอบให้น�ำกฎกระทรวงฯ ในหลักการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอน มาบงั คบั ใช้ดว้ ย การตรวจพิจารณาจากส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งน้ี การท่ีจะให้ข้อบัญญัติเกณฑ์มาตรฐานอาคาร ก่อนที่ใช้บังคับได้ต่อไป รวมท้ังภายหลังการประกาศ ด้านพลังงานสามารถน�ำมาบังคับใช้ให้เกิดผลใน บังคับใช้กฎกระทรวงฯ พพ. ต้องมีการประสานให้ ทางปฏิบัติได้ จ�ำเป็นต้องเร่งกระบวนการตรวจ หน่วยงานต่าง ๆ ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หรือ ร่างกฎกระทรวงฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมทง้ั เตรียมการ แนวปฏิบัติให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อบรมด้านบุคลากรอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะบุคลากร ในทางปฏบิ ัตใิ นภายหลงั อาทิ การประสานกบั ส�ำนักงาน ท้องถ่ินท่ัวประเทศให้มีความพร้อมต่อการด�ำเนินภารกิจ คณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ ในการตรวจรบั รองแบบอาคารอนุรกั ษพ์ ลังงาน 401
10 แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านพลังงาน 1015 เร่อื งและประเด็นปฏริ ูปท่ี 15 การใช้มาตรการบริษัทจดั การพลังงาน (ESCO) ส�ำหรบั หนว่ ยงานภาครัฐ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 ก�ำหนดให้หน่วยงานภาครัฐมีมาตรการ ลดการใช้พลังงาน เพื่อประหยัดงบประมาณในส่วนค่าสาธารณูปโภคและน�ำงบประมาณ ไปใช้ในการพฒั นาประเทศด้านอนื่ ๆ เช่น การศึกษา การสาธารณสุข เปน็ ต้น รวมถึงก�ำหนด บทบาทให้หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้น�ำด้านประหยัดพลังงานให้แก่ภาคส่วนอ่ืน ๆ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในแนวทางการบริหาร จัดการและการใช้นวัตกรรมเพ่ือประหยัดและอนุรักษ์พลังงาน จึงต้องมีการก�ำหนดแนวคิด ในการสง่ เสริมการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน 402
แผนการปฏิรูปประเทศด้านพลงั งาน 10 1015 โดยใช้มาตรการบริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service อย่างไรก็ตาม แนวคิด ESCO ซง่ึ เปน็ แนวคดิ ทเี่ ปิดโอกาส Company: ESCO) ซึ่งเป็นแนวทางที่เปิดโอกาส ให้เอกชนลงทุนติดต้ังอุปกรณ์ในการประหยัดพลังงาน ให้ผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมใน ให้แก่หน่วยงานภาครัฐไปก่อน และให้บุคคลท่ี 3 การให้ค�ำปรกึ ษาและลงทุนติดต้ังวัสดอุ ุปกรณ์ เครอื่ งจักร เข้ามาประเมินผลจากการประหยัดพลังงานได้จริง หรอื พลังงานหมนุ เวยี น โดยมีปัจจัยสู่ความส�ำเรจ็ ที่ส�ำคญั ก ่ อ น จ ่ า ย เ งิ น ช ด เ ช ย ก า ร ล ง ทุ น จ า ก ส ่ ว น ต ่ า ง จ า ก ได้แก่ การก�ำหนดแนวทางหลักเกณฑ์เงื่อนไข การประหยัดค่าไฟฟ้าให้กับเอกชนในภายหลังน้ัน ในการด�ำเนินการ และการก�ำหนดมาตรการใน เป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติในกระบวนการ การส่งเสริมเร่งรัดการขับเคล่ือน ESCO ในหน่วยงาน จัดซื้อจัดจ้างที่ชัดเจนซึ่งอาจก่อให้เกิดการตีความได้ ภาครัฐ ในภายหลัง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อการผูกพัน ขณะน้ี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ (พพ.) ได้ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการบริษัทจัดการ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ พพ. ควรส่ง พลังงาน (ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ ESCO มากกว่า 45 แนวคิดพร้อมรายละเอียดในการจัดจ้างตามหลักการ บริษัท) จัดกิจกรรมน�ำร่องโครงการส่งเสริมและ ESCO ไปใหค้ ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั ปญั หาการจดั ซอื้ จดั จา้ ง พัฒนาการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งได้จัดท�ำหลักเกณฑ์ และการบริหารพัสดุภาครัฐ ช่วยวินิจฉัยและให้ความเห็น เง่ือนไข เพ่ือช่วยประกอบการพิจารณาคัดเลือกบริษัท ต่อรัฐบาลในการก�ำหนดรายละเอียดของแนวทางปฏิบัติ จัดการพลังงาน รวมท้ังได้จัดอบรมชี้แจงให้แก่ เชน่ การกำ� หนดเงอื่ นไขหลกั เกณฑใ์ นการพจิ ารณาจดั จา้ ง ส ถ า น ป ร ะ ก อ บ ก า ร ก ลุ ่ ม อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ ล ะ ธุ ร กิ จ บริษัท ESCO การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ เ พื่ อ ท� ำ ค ว า ม เ ข ้ า ใ จ เ ก่ี ย ว กั บ แ น ว ท า ง ป ฏิ บั ติ ต า ม ที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและ หลักเกณฑ์เง่ือนไขดังกล่าวเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม การบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 เปน็ ตน้ ไว้แล้ว 403
10 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นพลงั งาน 1016 เรื่องและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 16 การสง่ เสริมยานยนต์ไฟฟา้ ในประเทศไทย ปัจจุบันกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและกระแสการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบกับ ความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยีระบบการกักเก็บพลงั งานท่ีมีการพฒั นาอยา่ งรวดเรว็ ทง้ั ในดา้ นตน้ ทุน ที่ลดลงและประสิทธิภาพในการจัดเก็บพลังงานที่สูงข้ึน จนท�ำให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะ ใกล้เคียงกับยานยนต์ที่ขับเคล่ือนด้วยเคร่ืองยนต์สันดาปภายใน ซ่ึงประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ยานยนต์และช้ินส่วนท่ีส�ำคัญจ�ำเป็นต้องปรับตัวเพ่ือรักษาฐานทางเศรษฐกิจ โดยให้ความส�ำคัญกับ การก�ำหนดทิศทางการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้ การพัฒนา โครงสรา้ งพน้ื ฐาน รวมถงึ การปรบั ปรงุ กฎหมายและมาตรฐานยานยนตไ์ ฟฟา้ และชนิ้ สว่ นอยา่ งครบวงจร ตามแนวทางที่ส�ำคัญ ได้แก่ จัดต้ังคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบูรณาการท�ำงาน การจัดท�ำ แผนปฏิบัติการเพื่อบูรณาการการขับเคล่ือนยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพ้ืนฐาน พร้อมท้ังจัดท�ำ มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการเปล่ียนผ่านอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อย่างเป็นข้ันตอน ปี 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคล่ือนด้วยพลังงาน ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการขับเคลื่อนการพัฒนา อุตสาหกรรมตามมาตรการและแผนงานท่ีก�ำหนดไว้ เช่น การเปิดให้การส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า การสร้างอุปสงค์ การจัดท�ำมาตรฐานของรถยนต์น่ังไฟฟ้า และการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนและผู้บริโภค เป็นต้น และในปี 2562 อยู่ระหว่าง 404
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นพลังงาน 10 1016 การร่างค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อศึกษาก�ำหนดทิศทางการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า จัดท�ำแผนปฏิบัติการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้อง และการติดตามประเมินผล การด�ำเนินงานขับเคล่ือนการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าตามแผนงานและกรอบแนวทางที่ก�ำหนดไว้ รวมทั้ง ให้ค�ำแนะน�ำ และข้อเสนอแนะการด�ำเนินการท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้นโยบายการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเกิดผลในทางปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยมีข้อจ�ำกัดในการขับเคล่ือนหลายประการ ได้แก่ ความพร้อม ของสถานีชาร์จรถไฟฟ้าสาธารณะในการรองรับความต้องการใช้งานของยานยนต์ไฟฟ้า ราคาการผลิตยานยนต์ภายใน ประเทศสงู กว่าราคาน�ำเขา้ ขาดมาตรฐานราคาค่าบรกิ ารการชาร์จไฟ และระยะเวลาชาร์จไฟทีย่ ังใชเ้ วลานาน ท้ังน้ี กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานควรพิจารณาแนวทางการขับเคล่ือนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า ในระยะ เร่ิมต้น โดยเร่งรัดการจัดต้ังคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อขับเคล่ือนการด�ำเนินงานส่งเสริม การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ และรองรับการปรับเปล่ียนพฤติกรรมของ ผูบ้ รโิ ภคทีม่ แี นวโนม้ ในการใชย้ านยนต์ไฟฟา้ เพิม่ มากขน้ึ 405
10 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นพลงั งาน 1017 เร่อื งและประเด็นปฏิรูปที่ 17 การส่งเสริมเทคโนโลยีระบบการกกั เก็บ พลงั งาน ในระยะ 10 ปีท่ีผ่านมา เทคโนโลยี ทางด้านระบบกกั เกบ็ พลังงาน มีการพฒั นา อ ย ่ า ง ร ว ด เ ร็ ว ท� ำ ใ ห ้ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ในการเก็บประจุไฟฟ้าสูงข้ึนและมีต้นทุน ลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญ เกิดการน�ำมาใช้ ประโยชน์เพื่อช่วยจัดการความแออัด ของโครงข่ายไฟฟ้า สร้างความม่ันคง และเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงาน หมุนเวียน สอดคล้องกับแผนบูรณาการ พลังงานระยะยาวของประเทศไทย และ แผนขับเคลื่อนการด�ำเนินงานโครงข่าย ไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทย นอกจากน้ี ยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าท่ีจะช่วย สนับสนุนขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรม 4 . 0 โ ด ย ค ว ร มี ก า ร ด� ำ เ นิ น กิ จ ก ร ร ม เพื่อส่งเสริมระบบกักเก็บพลังงาน ได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติภายใต้คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติเพ่ือศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ ในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมการผลิตระบบกักเก็บพลังงานประเภทแบตเตอรี่ การก�ำหนดมาตรฐานและ มาตรการส่งเสริมการผลิตและการใช้เทคโนโลยีระบบการกักเก็บพลังงาน การก�ำหนดเป้าหมายและแนวทาง การนำ� เทคโนโลยีระบบการกักเก็บพลงั งานมาใชใ้ นระบบโครงขา่ ยไฟฟา้ ของประเทศ 406
แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นพลังงาน 10 1017 ในปี 2562 ส�ำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ดังน้ัน การด�ำเนินการเพ่ือบรรลุเป้าหมายของประเด็น ได้เสนอร่างค�ำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมเทคโนโลยี การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานและ ระบบกกั เกบ็ พลงั งานตามแผนปฏริ ปู ประเทศดา้ นพลงั งาน ส� ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก� ำ กั บ กิ จ ก า ร พ ลั ง ง า น เสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อจัดท�ำ (ส�ำนักงาน กกพ.) ควรร่วมกับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง แผนปรบั ปรงุ ระบบสง่ และระบบจำ� หนา่ ยใหม้ คี วามทนั สมยั ปรับปรุงแผนด้านพลังงาน อาทิ แผนพัฒนาก�ำลัง รองรับเทคโนโลยรี ะบบไฟฟ้าในอนาคต และพัฒนาระบบ การผลิตไฟฟ้า แผนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อสนับสนุน โครงข่ายไฟฟ้าเดิมให้มีประสิทธิภาพการใช้งานให้ดีขึ้น การน�ำระบบกักเก็บพลังงานประเภทแบตเตอร่ีมาใช้ใน โดยจะมีการก�ำหนดแผนงานเพ่ือติดตั้งระบบควบคุมและ ระบบโครงข่ายพลังงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดตั้ง บ ริ ห า ร จั ด ก า ร อั ต โ น มั ติ ส� ำ ห รั บ แ ห ล ่ ง ผ ลิ ต ไ ฟ ฟ ้ า โรงไฟฟ้าแบบมีเสถียรภาพและแน่นอน นอกจากน้ี แบบกระจายตวั และระบบกักเกบ็ พลงั งานไฟฟา้ ควรส่งเสริมการลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนและเอกชน อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระบบ กับเอกชนในต่างประเทศเพ่ือพัฒนาองค์ความรู้และ การกักเก็บพลังงาน ยังคงมีข้อจ�ำกัดในการน�ำเข้าวัตถุดิบ การลงทุนในแหล่งแร่ลิเทียมที่ส�ำคัญที่จะช่วยสนับสนุน ลิเทียม เพื่อใช้ในการผลิตอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และปริมาณความต้องการใช้ในประเทศ ที่ขึ้นอยู่กับ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ขณะท่ี นโยบายการรับซ้ือไฟฟ้าหลายประเภทเป็นสัญญา แบบไม่เสถียร และผู้ประกอบการไทยยังขาดองค์ความ รู้ในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน 407
แผนการปฏริ ปู ประเทศ 11 ดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ความม่ันคง การปรับสมดลุ และ พัฒนา ระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ “ การปราบปรามการทจุ ริตและประพฤติมิชอบ มีความรวดเร็ว เดด็ ขาด และเป็นธรรม ปลกู ฝังจิตสำ� นึก ของคนในชาตใิ หม้ ีคณุ ธรรม จริยธรรม ยดึ หลกั ธรรมาภบิ าล ในการปฏบิ ัติหน้าท่แี ละการด�ำเนินชีวิต ”
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ ประเทศไทยก�ำลังเผชิญกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ของหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ (2) เสนอ ในวงกว้าง ท�ำให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณ เรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐและได้รับแจ้งผล ไปเป็นจ�ำนวนมาก และส่งผลให้เกิดปัญหาความ การพิจารณาโดยรวดเร็ว และ (3) ฟ้องหน่วยงานของรัฐ เหล่ือมล้�ำในสังคมท่ีสูงข้ึน งบประมาณของรัฐบาลท่ี ให้รับผิดเนื่องจากการกระท�ำหรือการละเว้นการกระท�ำ สามารถนำ� ไปพฒั นาประเทศในดา้ นตา่ ง ๆ กลบั ถกู เบยี ดบงั ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงาน และเบียดเบียนจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของรัฐ หมวดท่ี 4 หน้าท่ีของปวงชนชาวไทย มาตรา 50 โดยมีรากเหง้าของปัญหาจากคน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ (10) ก�ำหนดให้บุคคลมีหน้าท่ีไม่ร่วมมือหรือสนับสนุน แม้จะมีกฎ ระเบยี บ ขอ้ บังคับตา่ ง ๆ แตย่ ังขาดการบังคบั การทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ หมวดท่ี 5 ใช้อย่างจริงจัง อีกทั้งการทุจริตได้มีการปรับเปล่ียน หนา้ ทข่ี องรฐั มาตรา 59 ก�ำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยข้อมูล พฤติกรรม จากเดิมที่เน้นการทุจริตทางตรงเปล่ียน หรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงาน รูปแบบมาสู่การทุจริตเชิงนโยบาย โดยมีการแก้กฎหมาย ของรัฐท่ีมิใช่ข้อมูลเก่ียวกับความม่ันคงของรัฐหรือเป็น กฎระเบียบหรือก�ำหนดนโยบาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ ความลบั ของทางราชการตามท่กี ฎหมายบญั ญตั ิ และต้อง ตนเองและพวกพอ้ งมากยง่ิ ขน้ึ การใชอ้ ำ� นาจเออ้ื ประโยชน์ จัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดย การท�ำลายกลไกการตรวจสอบ เป็นต้น ส่งผลให้ สะดวก มาตรา 63 ก�ำหนดให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน การปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอ่อนแอ และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการ และขาดประสิทธิภาพ ทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน การปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบได้มี แ ล ะ จั ด ใ ห ้ มี ม า ต ร ก า ร แ ล ะ ก ล ไ ก ที่ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ การด�ำเนินการในหลายรูปแบบต้ังแต่อดีตผ่านกลไก เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ต่าง ๆ แต่ปัญหาการทุจริตกลับเพ่ิมข้ึนและแพร่ขยาย ดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมท้ังกลไกในการส่งเสริม เป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์การด�ำเนิน ให้ประชาชนรวมตัวกันเพ่ือมีส่วนร่วมในการรณรงค์ งานของหน่วยงานปราบปรามการทุจริตและประพฤติ ให้ความรู้ ตอ่ ต้านหรือชเ้ี บาะแส โดยได้รับความคมุ้ ครอง มิชอบด้านต่าง ๆ ในประเด็นที่ว่าไม่สามารถน�ำตัว จากรัฐตามกฎหมายบัญญัติ หมวดที่ 6 แนวนโยบาย ผู้กระท�ำผิดมาลงโทษได้ หรือสืบสวนไม่ถึงต้นตอของ แห่งรัฐ มาตรา 76 ก�ำหนดให้รัฐพึงพัฒนาระบบ ผู้กระท�ำผิดอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงการขาด การบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ความเชอื่ มนั่ ของประชาชนในระบบตดิ ตาม ตรวจสอบ และ ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถ่ิน และงานของรัฐอย่างอ่ืน ลงโทษของการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี ของประเทศไทย ส่งผลให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร โดยหน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกัน ไทยฉบบั นไ้ี ดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั การปอ้ งกนั และปราบปราม ในการปฏิบัติหน้าท่ี เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างมากและได้ก�ำหนด การจัดท�ำบริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเงิน ไวใ้ นบทบญั ญัติของรัฐธรรมนูญหลายส่วน ดังน้ี งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุดเพ่ือประโยชน์สุข หมวดท่ี 3 สทิ ธแิ ละเสรภี าพของปวงชนชาวไทย มาตรา 41 ของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ก�ำหนดให้บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (1) ได้รับทราบ ให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการ และเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครอง ประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็วไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมาตรา 78 409
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ ก� ำ ห น ด ใ ห ้ รั ฐ พึ ง ส ่ ง เ ส ริ ม ใ ห ้ ป ร ะ ช า ช น แ ล ะ ชุ ม ช น 3) ด้านการป้องปราม (2) ใหม้ ีการเปิดเผยข้อมลู ขา่ วสาร มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง ภาครัฐใหป้ ระชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ และ ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข สนับสนุนแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้าน และมีส่วนรว่ มในการพฒั นาประเทศด้านตา่ ง ๆ การจดั ท�ำ ก า ร ทุ จ ริ ต เ พ่ื อ ข จั ด ป ั ญ ห า ก า ร ทุ จ ริ ต ท่ี เ กี่ ย ว ข ้ อ ง บริการสาธารณะทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น กบั การตดิ ตอ่ กับหน่วยงานภาครัฐ การตรวจสอบการใช้อำ� นาจรฐั การตอ่ ตา้ นการทจุ รติ และ 4) ด้านการปราบปราม (1) ยกระดับการบังคับใช้ ประพฤติมิชอบ รวมตลอดท้ังการตัดสินใจทางการเมือง มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครอง หรือมาตรการ แ ล ะ ก า ร อื่ น ใ ด ท่ี อ า จ มี ผ ล ก ร ะ ท บ ต ่ อ ป ร ะ ช า ช น ทางกฎหมายต่อเจ้าพนักงานของรัฐที่ถูกกล่าวหาว่า หรือชุมชน ด้วยเหตุนี้ ตามพระราชบัญญัติแผนและ ประพฤติมิชอบหรือกระท�ำการทุจริตและประพฤติมิชอบ ข้ันตอนการด�ำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 อยา่ งเครง่ ครัด และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 5) ด้านการปราบปราม (2) ปรับปรุงประสิทธิภาพ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกัน การบังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรมทุกข้ันตอน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบ และจดั ท�ำ (ไต่สวน ช้ีมูล ฟ้องศาล พิพากษา) ทั้งแพ่งและอาญา แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปราม ให้รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด เป็นธรรม เสมอภาค การทจุ ริตและประพฤติมิชอบ ซึง่ มี 6 เรือ่ งประเดน็ ปฏิรูป โดยเฉพาะมีการจัดท�ำและบูรณาการฐานข้อมูลคดีทุจริต และวตั ถุประสงคร์ วม ประกอบดว้ ย ตลอดจนเร่งรัดการติดตามน�ำทรัพย์สินท่ีเกิดจากการ 1) ด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง ให้มีการส่งเสริม กระท�ำผิดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ตกเป็น สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการทุจริต ของแผ่นดิน และในกรณีที่ยังไม่มีกฎหมายที่สอดคล้อง ประพฤติมิชอบรวมท้ัง ให้มีกฎหมายในการส่งเสริมให้ กับมาตรฐานสากลก็ให้เร่งบัญญัติเพิ่มเติม ประชาชนรวมตัวกันเป็นพลังในการต่อต้านการทุจริต 6) ด้านการบริหารจัดการ ให้มีกลไกที่เหมาะสม และประพฤตมิ ชิ อบ และช้ีเบาะแสเมื่อพบเห็นการกระท�ำ ในการประสานงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต ความผิด โดยรัฐมีมาตรการสนับสนุนและคุ้มครอง ประพฤติมิชอบ ในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์และ ผู้ช้ีเบาะแสด้วย ก า ร ขั บ เ ค ล่ื อ น น โ ย บ า ย แ ล ะ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ์ เ พ่ื อ ใ ห ้ 2) ด้านการป้องปราม (1) ให้มีมาตรการควบคุม ก�ำกับ ประเทศไทยปลอดทุจริตตามแผนการปฏิรูปประเทศ ติดตามการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและ ด ้ า น ก า ร ป ้ อ ง กั น แ ล ะ ป ร า บ ป ร า ม ก า ร ทุ จ ริ ต แ ล ะ ภาคเอกชน โดยเฉพาะการปฏิบัตหิ นา้ ท่ีดว้ ยความซ่อื ตรง ประพฤติมิชอบ สุจริตของบุคลากร ใช้ดุลยพินิจโดยสุจริตภายใต้กรอบ ธรรมาภิบาลและการก�ำกับกิจการที่ดีอย่างแท้จริง 410
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ ประเด็นทา้ ทายและข้อเสนอแนะ ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index : CPI) อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลก เพ่ือให้เป้าหมายของการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤตมิ ิชอบบรรลผุ ล มีความท้าทายที่สำ� คัญ สรปุ ไดด้ งั น้ี (1) การมีส่วนร่วมของประชาชน เพ่ือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตและ ประพฤติมิชอบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐจะต้องสนับสนุนและคุ้มครองประชาชนท่ีร้องเรียนและแจ้งเบาะแส ให้มคี วามปลอดภัยจากการถูกคกุ คาม ข่มขู่ และถูกท�ำร้าย (2) การพฒั นาและใชป้ ระโยชน์จากดิจิทลั แพลตฟอรม์ เพื่อเผยแพรข่ ้อมลู สาธารณะ ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ ได้ง่าย สามารถร้องเรยี นและประเมินความพงึ พอใจตอ่ การทำ� งานและความโปร่งใสของรฐั ได้อยา่ งรวดเรว็ และมีประสทิ ธิภาพ (3) การเปิดเผยข้อมูลของรัฐ (Open Government Partnership) ส่งเสริมความโปร่งใสของรัฐ ผ่านระบบดิจิทัล แพลตฟอร์มโดยให้ประชาชนสามารถสืบค้นขอ้ มลู และสามารถน�ำไปใช้ประโยชนต์ อ่ ได้ (4) การยกระดับอ�ำนาจหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ในทุกระดับ ให้มีประสิทธิภาพ และเกดิ ความคลอ่ งตวั ในการทำ� งานเพื่อรณรงค์ ปลกู ฝงั จริยธรรมในการปฏบิ ัตงิ านของภาครัฐ 411
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ เรอื่ งและประเดน็ ปฏิรูปท่ี 1 การปอ้ งกนั และเฝ้าระวัง 1101 การดำ� เนินการเพ่อื ขับเคลื่อนเปา้ หมายทก่ี �ำหนดไวม้ ลี กั ษณะการสง่ เสริมสนับสนุน และใหค้ วามรแู้ ก่ประชาชนเก่ยี วกบั การทุจริตและประพฤติมิชอบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ผ่านจัดการก�ำหนดมาตรการ และกลไกในการให้ความรู้ประชาชน ในการเสริมสมรรถนะในการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ และจัดการอบรม เครอื ข่ายแจ้งเบาะแสการทจุ รติ และประพฤติมชิ อบ เรอ่ื งและประเดน็ ปฏิรปู ที่ 2 การปอ้ งปราม (1) 1102 ได้มีการด�ำเนินการเพื่อขับเคล่ือนให้บรรลุเป้าหมายโดยการมีมาตรการควบคุม ก�ำกับ ติดตาม การบริหารจัดการ ของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและการก�ำกับกิจการท่ีดีอย่างแท้จริง โดยได้ด�ำเนิน โครงการ การปรับปรุงกฎหมายให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรอื น มหี นา้ ทแี่ ละอำ� นาจในการเสนอแนะตอ่ องคก์ รกลางบรหิ ารงานบุคคลต่าง ๆ ทกุ องค์กร เรื่องและประเด็นปฏิรปู ท่ี 3 การป้องปราม (2) 1103 การด�ำเนินการท่ีผ่านมาได้มีการผลักดันการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภาครัฐให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ โดยได้ด�ำเนินการการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ การปฏบิ ตั ิงานของภาครัฐอยา่ งมีประสิทธผิ ล เรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี 4 การปราบปราม (1) 1104 ท่ีผ่านมาได้มีการยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครอง และมีมาตรการทางกฎหมาย ต่อเจ้าพนักงานของรัฐท่ีถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบหรือกระท�ำการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมีกฎหมายว่าด้วย วินยั ผูด้ ำ� รงต�ำแหน่งทางการเมอื งและบคุ ลากรในองคก์ รอิสระ รวมถงึ องค์กรตุลาการ และหวั หน้าหนว่ ยงานของรัฐ เรื่องและประเดน็ ปฏิรปู ที่ 5 การปราบปราม (2) 1105 การด�ำเนินการที่ผ่านมามุ่งเน้นให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยด�ำเนนิ การ พฒั นาระบบการเงนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ หม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ และมคี วามนา่ เชอ่ื ถอื เพอ่ื ลดการใช้เงนิ สด และภาครัฐสามารถควบคมุ การเคลื่อนย้ายเงนิ ตราทง้ั ภายในและภายนอกประเทศได้อยา่ งมีประสทิ ธิผล เรอ่ื งและประเด็นปฏิรูปท่ี 6 การบริหารจัดการ 1106 ได้มีการด�ำเนินการเพื่อขับเคล่ือนบรรลุเป้าหมายโดยมีกลไกที่เหมาะสมในการประสานงานป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ผ่านการการพัฒนาสมรรถนะและองค์ความรู้ เชิงสร้างสรรคข์ องบุคลากรในการปราบปรามการทุจริต 1101 1102 1103 1104 1105 1106 412
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ เร่อื งและประเดน็ ปฏิรูปที่ 1 1101 การป้องกันและเฝ้าระวัง จากสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย ได้หยั่งรากลึกในสังคมไทยตลอดระยะเวลาท่ีผ่านมา ในปี 2562 สถานการณ์การคอร์รัปชันในประเทศไทยจากผลการประเมินขององค์กรโปร่งใส นานาชาติ (Transparency International TI) ปรากฏว่า ประเทศไทยมีดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index – CPI) อยู่ท่ี 36 คะแนน เท่ากับ ปี 2561 อันดับปรับตัวลดลง จากอันดับท่ี 99 เป็นอันดับท่ี 101 และในกลุ่มประเทศอาเซียนถูกปรับจากอันดับท่ี 5 มาเป็น อนั ดบั ท่ี 6 ในปี 2561 และปี 2562 ตามล�ำดับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประเด็นปฏิรูปการป้องกันและเฝ้าระวังได้มีการด�ำเนินการฝึกอบรม เจ้าพนักงานของรัฐและพัฒนาศักยภาพแกนน�ำเครือข่ายภาคประชาสังคมและให้ความรู้ แก่ประชาชนในการป้องกัน เฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสการทุจริต เพ่ือให้ภาคประชาชนในพ้ืนท่ี ต่าง ๆ รังเกียจการทุจริต มีบทบาทให้ป้องกันและเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และป้องกันการทุจริตและ ประพฤตมิ ชิ อบ เพ่ือให้การปฏบิ ตั ินโยบายของรัฐเปน็ ไปอยา่ งโปร่งใส ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ส�ำคัญในการบรรลุเป้าหมาย ได้แก่ การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม แกป่ ระชาชนทกุ ชว่ งวยั ใหร้ งั เกยี จการทจุ รติ ประพฤตมิ ชิ อบ การมสี ว่ นรว่ขมอขใอหง้เปปรละี่ยชนาชกนรในาฟทกุ เภปา็นคภสาว่ พนตามด้านล่าง ใแนลกะาแรจป้งเ้อบงากะันแแสลใหะเ้เฝพ้าิ่มรมะาวกังขกึ้นารทุจริตและประพฤติมิชอบรวมถึงการสร้างช่องทางครร้อับงเรียน ดังนั้น การด�ำเนินงานในระยะต่อไปหน่วยงานที่เก่ียวข้องควรเร่งผลักดันกฎหมายในการรองรับ การรวมตัวของประชาชนเพ่ือต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยก�ำหนดบทบาทของรัฐ ให้เป็นผู้สนับสนุนและอ�ำนวยความสะดวก เพ่ือให้ประชาชนสามารถรวมตัวเพื่อต่อต้านขับไล่ เจ้าหน้าท่ีของรัฐหรือนักการเมืองที่กระท�ำการทุจริตและประพฤติมิชอบได้ และการสร้างทัศนคติ ความรู้ และปลกู ฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม แกเ่ ยาวชนในสถานศกึ ษาทุกระดับและสร้างการตระหนักรู้ ใ ห ้ รั ง เ กี ย จ แ ล ะ ต ร ะ ห นั ก ถึ ง โ ท ษ ภั ย ของการทุจริตคอร์รัปชันต่อประเทศชาติ 6ค0ะแนน คะคแะนแนนดนชั ดนัชกี นากี รารับรรรับู้การรู้กทาจุรทริตุจขรอติ งขปอรงะปเทรศะเไททศยไ(ทCยPI()CตP้ังIแ)ตตป่ ัง้ ีแ2ต5ป่38ี 2-5235862 รวมถึงจัดวางระบบสื่อสาธารณะเพื่อเปิด - 2562 รบั แจง้ เบาะแสจากบคุ คลทั่วไป และมมี าตรการ อันดบั ในระดับโลก คุ้มครอง ปกป้อง และรักษาความลับของ อันดับที่ 34 ผู ้ แ จ ้ ง เ บ า ะ แ ส เพ่ือให้ผู้แจ้งเบาะแสม่ันใจ คะแนนดัชนีการรับร้กู ารทจุ รติ ในค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ต น แ ล ะ ค ร อ บ ค รั ว 38 40 33 30 32 32 36 36 35 35 37 35 35 36 20 28 32 33 38 33 34 37 36 31 32 34 38 อันดับที่ 101 ป ร า ศ จ า ก ก า ร คุ ก ค า ม ข อ ง ผู ้ ทุ จ ริ ต แ ล ะ 0 ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ 2538 2540 2542 2544 2546 2548 2550 2552 2554 2556 2558 2560 2562 ที่มา : สรุปข้อมทลู ีม่ จาา:กสTรrปุ aขnอ้spมลูarจeาnกcTyrIanntseprnaraetniocnyaIlnternational 5 413
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1102 เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ 2 414 ดา้ นการป้องปราม (1) ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยมีแนวโน้มส่งผลกระทบที่รุนแรงและมีรูปแบบที่ซับซ้อนมากข้ึน ตามสถานการณ์และบริบทสังคมท่ีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงปัญหาการทุจริตเชิงนโยบาย ซ่ึงจัดว่าเป็นปัญหาการทุจริตในรูปแบบท่ีซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างการทุจริตเชิงนโยบาย เช่น การแก้กฎหมาย ระเบียบ หรือก�ำหนดนโยบายเพื่อเอ้ือประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง โดยท�ำลายกลไกกระบวนการตรวจสอบและนโยบายในเวลาเดียวกัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุ จากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ กลไกภาครัฐยังไม่สามารถปฏิบัติงานภายใต้กรอบธรรมาภิบาล ได้อย่างเป็นรูปธรรม ท้ังน้ี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้ก�ำหนดให้ รัฐมีมาตรการและกลไกท่ีมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ อย่างเข้มงวด ด้วยเหตุน้ี จึงจ�ำเป็นอย่างยิ่งที่ประเด็นปฏิรูปเพื่อการป้องปรามการบริหารจัดการ ของหนว่ ยงานภาครัฐและเอกชนให้ด�ำเนนิ การภายใตก้ รอบธรรมาภิบาล ควรได้รับการผลกั ดนั ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเด็นปฏิรูปเพื่อการป้องปราม การบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้ด�ำเนินการภายใต้กรอบธรรมาภิบาลนั้นมีการ ด� ำ เ นิ น ก า ร ข อ ง ส ่ ว น ร า ช ก า ร เ พื่ อ บ ร ร ลุ เ ป ้ า ห ม า ย ท่ีก�ำหนดไว้ อาทิ กิจกรรมการบริหารงานภาครัฐ ท่ี ต ้ องมี ก า ร ก�ำ ห นดคุ ณ ส ม บั ติ ปร ะ จ� ำต� ำแ ห น ่ ง ซึ่งด�ำเนินการตามแผนงานประจ�ำ ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2562 โดยได้น�ำเสนอ (ร่าง) ระเบียบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของส�ำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพ่ือให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลาง บริหารงานบุคคล พิจารณาเห็นชอบ และประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามและประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวนั ที่ 29 ตุลาคม 2561 โดยส�ำนักงาน ป.ป.ช. ได้กำ� หนดจัดการประชุม ชีแ้ จงทำ� ความเข้าใจกับข้าราชการของ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในสว่ นกลางและส่วนภูมภิ าค นอกจากน้ี กิจกรรมการปรับปรุงกฎหมายให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือน มหี นา้ ทแ่ี ละอำ� นาจในการเสนอแนะต่อองค์กรกลางบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ทุกองค์กร โดยผลการด�ำเนินงานที่แล้วเสร็จ คือได้มีประกาศคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง การอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ. 2562 รวมท้งั กิจกรรมการประเมนิ คณุ ธรรมและความโปร่งใสในหนว่ ยงาน (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ที่ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำ� หนด ให้ด�ำเนินการเป็นประจ�ำทุกปี ซ่ึงหากไม่ผ่านการประเมินในเกณฑร์ ้อยละ 80 หัวหน้าสว่ นราชการ อาจไดร้ บั การพจิ ารณายา้ ยออกจากต�ำแหนง่ โดยผลการดำ� เนนิ การท่ีแลว้ เสร็จ คอื ส�ำนักงานปลดั
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1102 ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงาน (การประเมิน ITA) ด้วยการจัดประชุมช้ีแจงหน่วยงานในสังกัด เพ่ือส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมิน ทั้งน้ี ผลการประเมิน ITA ประจ�ำปีงบประมาณ 2562 ของส�ำนักงานปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ในระดับ 86.74 คะแนน และผลการประเมนิ ITA ประจำ� ปงี บประมาณ 2562 ของหนว่ ยภาครฐั ในภาพรวมอยูท่ ีร่ ะดบั 66.74 ทีม่ า: ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย กลไกป้องกัน ตรวจสอบท่ีเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริต ท่ีก�ำหนดไว้ในประเด็นการปฏิรูปดังกล่าว มีประเด็น แ ล ะ ป ร ะ พ ฤ ติ มิ ช อ บ ใ น ห น ่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ อ ย ่ า ง มี ท้าทายท่ีส�ำคัญท่ีควรเร่งผลักดันมากยิ่งข้ึน อาทิ ประสิทธิภาพ การเร่งรัดการด�ำเนินการตามหลักการเปิดเผยข้อมูล ดังน้ันการด�ำเนินงานในระยะต่อไป หน่วยงานภาครัฐ ตามแนวทางเดียวกันของภาคีสมาชิกความร่วมมือ ควรเร่งผลักดันการเปิดเผยข้อมูลของรัฐ และพัฒนา เพ่ือการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ระบบดิจทิ ลั แพลตฟอรม์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเขา้ ถึง ให้อ�ำนาจภาคประชาชนในการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ และนำ� ขอ้ มลู และตรวจสอบการทำ� งานของภาครฐั ไดส้ รา้ งกลไก เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในการท�ำงานของภาครัฐท่ีมี การปอ้ งกนั ตรวจสอบ และลงโทษต่อผู้กระท�ำการทุจรติ ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นให้หน่วยงานภาครัฐ และประพฤติมิชอบที่เข้มงวด เด็ดขาด เป็นธรรม เปิดเผยข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อให้ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐมีความถูกต้อง สามารถสืบค้นและน�ำไปใช้ประโยชน์ในการก�ำหนด โปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล 415
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1103 เรื่องและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 3 416 ดา้ นการป้องปราม (2) ในชว่ งปี พ.ศ. 2560 - 2562 ประเทศไทยยงั คงเผชญิ กับกระแสความเปล่ียนแปลงที่ส�ำคัญท้ังจาก ภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งความเปล่ียนแปลงดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความเส่ียงต่อ การพัฒนาประเทศ อาทิ การแข่งขันทางการค้าจากการเปิดการค้าเสรี การพัฒนาและการใช้ ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยโี ดยภาคเอกชนและภาครฐั เป็นต้น ดังนั้น ภาครัฐจึงจำ� เป็นต้องปรับตัวเพ่ือ รองรับสถานการณ์ความเปล่ียนแปลงดังกล่าวด้วยการเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกมิติ เพื่อส่งมอบ บริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพให้แก่ประชาชน รวมทั้งตอบสนองความ ต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศตามแนวทางการพัฒนา ประเทศไทย 4.0 นอกจากน้ี ภาครัฐยังต้องพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเป็นช่อง ทางการสื่อสารส�ำหรับประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร แสดงความคิดเห็น ตรวจสอบ และร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่ด�ำเนินการโดยภาครัฐ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 59 ท่ีก�ำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล หรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐท่ีมิใช่ข้อมูลเก่ียวกับความม่ันคงของรัฐ หรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล หรอื ขา่ วสารดังกล่าวได้โดยสะดวก ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเด็นปฏิรูปเพ่ือการป้องปราม การบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐ ได้ด�ำเนินการ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและ ตรวจสอบได้ ควบคู่กับสนับสนุนภาคเอกชนให้เข้าร่วม ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตนั้น มีการด�ำเนินการ ของส่วนราชการเพ่ือบรรลุเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ อาทิ กิจกรรมการสนับสนุนให้ภาคเอกชนท่ีต้องการรับ สัมปทานและเป็นคู่สัญญากับภาครัฐหรือติดต่อใช้บริการ จากภาครัฐ มีความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายของการ ให้สินบนหรือสนับสนุนให้มีการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในภาครัฐ โดยมี 4 หน่วยงานหลัก (ส�ำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทรวงการคลัง องค์กรต่อต้าน คอรัปชั่น (ACT) และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ร่วมด�ำเนินโครงการ บูรณาการความร่วมมือเพ่ือต่อต้านการทุจริตในภาครัฐวิสาหกิจ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในกิจกรรมย่อยข้อท่ี 2 การสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี ของคู่ค้ารัฐวิสาหกิจที่มี ความโดดเด่นด้านนโยบายต่อต้านการทุจริต นอกจากน้ี ยังมีกิจกรรมการพัฒนาระบบการเงิน ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความน่าเชื่อถือ เพ่ือลดการใช้ เงินสด และภาครัฐสามารถควบคุมการเคล่ือนย้ายเงินตราทั้งภายในและภายนอกประเทศได้ อย่างมีประสิทธิผลโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและส�ำนักงานคณะกรรมการก�ำกับหลักทรัพย์
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1103 และตลาดหลักทรัพย์ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการช�ำระเงิน ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นกลไกในการ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม เผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ ส่งและตอบเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบได้ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว รวมท้ังประเมินความพึงพอใจและแสดงความโปร่งใส ความคล่องตัวของการหมุนเวียนเงินในระบบ และเป็น ของการให้บริการของหน่วยงานรัฐซึ่งประชาชนสามารถ ส่วนหน่งึ ในการสง่ เสรมิ ศกั ยภาพการแขง่ ขันของประเทศ สะท้อนความคิดเห็นที่เก่ียวข้องไปยังหน่วยงานภาครัฐได้ การผลักดันประเด็นปฏิรูปเพื่อการป้องปรามการบริหาร รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จัดการของหน่วยงานภาครัฐให้มีการเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะอย่างย่ิง โครงการท่ีเสนอโดยกระทรวงดิจิทัล ข่าวสารให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ เพ่ือเศรษฐกิจและสังคม อาทิ โครงการ Citizen ควบคู่กับสนับสนุนภาคเอกชนให้เข้าร่วมปฏิบัติการ Feedback โครงการตามกรอบนโยบายเทคโนโลยี ต่อต้านการทุจริต ยังมีความท้าทายท่ีส�ำคัญซึ่งควรเร่ง สารสนเทศและการสอ่ื สาร หรอื ICT 2020 (พ.ศ. 2554 – ผลักดันมากย่ิงข้ึน อาทิ การเร่งรัดให้มีการพัฒนาและ 2563) เป็นต้น ซ่ึงโครงการเหล่านี้ ควรได้รับ การพิจารณาให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อเร่งด�ำเนินการ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป 417
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1104 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ูปที่ 4 418 ด้านการปราบปราม (1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้บัญญัติให้มี กลไกป้องกัน ปราบปราม และขจัด การทุจริตประพฤติมิชอบ ได้แก่ มาตรา 98 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ คุ ณ ส ม บั ติ ลั ก ษ ณ ะ ต ้ อ ง ห ้ า ม ข อ ง ผู้สมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรใหเ้ ขม้ งวดมากขน้ึ เชน่ ตอ้ งไมเ่ คย ต้องคําพิพากษาฐานทุจริต กระทํา ความผิดต่อตําแหน่งหน้าท่ีราชการ หรอื ตอ่ ตาํ แหนง่ หนา้ ทใ่ี นความยตุ ธิ รรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทํา โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงิน ท่ีเป็นการฉ้อโกง ประชาชน หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน หรือเคยพ้นตําแหน่งเพราะฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม และมาตรา 160 บัญญัติ ให้ผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามใกล้เคียงกับคุณสมบัติ และลกั ษณะตอ้ งห้ามของสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร โดยตอ้ งมีความซ่อื สัตย์สุจริตเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์ ท่ีผ่านมาเนื่องจากการทุจริตและประพฤติมิชอบได้ทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นจ�ำนวนมาก ดังจะเห็นได้จาก มีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบข้ึนสู่ศาล หรือกระบวนการไต่สวนมากขึ้น ประเทศไทยจึงได้มีความพยายามในการพัฒนาระบบ เพื่อลดจ�ำนวนคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในหน่วยงานภาครัฐ กวดขันวินัยให้มีประสิทธิผล ในทางปฏิบัติ เพื่อความรวดเร็ว เด็ดขาดและเป็นธรรม โดยหากมีการร้องขอความเป็นธรรม ให้ด�ำเนินการให้แล้วเสร็จภายในก�ำหนดและแจ้งให้ผู้ร้องทราบทันที เช่น การมีประกาศ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เร่ือง การอุทธรณ์และการพิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบและนโยบายเพื่อสนับสนุนมาตรการปราบปรามและแก้ปัญหาการทุจริตและ ประพฤติมิชอบให้เป็นแนวทางปฏิบัติในเชิงรุกเพ่ือต่อต้านการทุจริตทั้งภายในและระหว่างประเทศ อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) ได้ก�ำหนดเป้าหมายการทุจริตให้น้อยลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานปราบปรามการทุจริต สร้างกลไกการป้องกันและปราบปรามเพื่อยับย้ังการทุจริต และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้เพ่ือลดปัญหาการทุจริต การพัฒนาสมรรถนะและองค์ความรู้เชิงสร้างสรรค์
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1104 ของบุคลากรในการปราบปรามการทุจริตและปรับปรุง ในการด�ำเนินมาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครอง ก ร ะ บ ว น ง า น ป ร า บ ป ร า ม ก า ร ทุ จ ริ ต ท่ี มี อ ยู ่ แ ล ้ ว หรือมาตรการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ในสังกัด ให้มีประสิทธิภาพตามแนวทางท่ีก�ำหนดไว้ในอนุสัญญา ท่ีถูกกล่าวหาหรือพบเหตุอันควรสงสัยว่าประพฤติมิชอบ สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 กระท�ำการทุจริตอย่างเข้มงวด หรือเม่ือข้าราชการ สร้างแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม หรือกระท�ำ ให้ทันต่อการทุจริต สร้างมาตรฐานในการปราบปราม การผิดวินัย นอกจากน้ี ควรมุ่งบังคับใช้กฎหมายว่าด้วย การทุจริตร่วมกันให้มากข้ึน ตลอดจนพัฒนาช่องทางการ ความผิดจากการกระท�ำโดยเจตนาของเจ้าพนักงาน ร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตให้หลากหลายและ ของรัฐที่ทุจริตต่อหน้าท่ี หรือใช้อ�ำนาจโดยมิชอบ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากข้ึน เช่น กฎหมายว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี ค ว า ม พ ร ้ อ ม แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ส� ำ คั ญ ส่วนบุคคลและส่วนรวม กฎหมายว่าด้วยการยักยอก กับการพัฒนาระบบและกลไกเพ่ือต่อต้านการทุจริต การเบียดบังหรือการยักยอกถ่ายเททรัพย์สินโดยเจ้า ตามเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ในประเด็นการปฏิรูป แต่ยังมี พนักงานของรัฐ และกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติหน้าท่ี ประเด็นท้าทายท่ีต้องเร่งผลักดัน ได้แก่ ประสิทธิภาพ โดยมิชอบและใช้อิทธิพลเพื่อให้ได้มาซ่ึงประโยชน์ ในการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบและนโยบาย อันมิชอบ เป็นต้น และควรจัดกิจกรรมการผนึก เพ่ือสนับสนุนมาตรการในการปราบปรามการทุจริต ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและหน่วยงานตรวจสอบ และประพฤติมิชอบให้เป็นแนวทางปฏิบัติเชิงรุก ของรัฐในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อต่อต้านการทุจริตได้อย่างแท้จริง การน�ำระบบ โดยลดการกระท�ำผิดทางวินัยด้วยการเฝ้าระวังจากทุก เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาระบบเชื่อมโยง ภาคส่วน ตลอดจนพัฒนาให้มีกลไกรองรับการรวมตัว ข้อมูลองค์ความรู้เก่ียวกับการทุจริต การขยายเครือข่าย ของภาคประชาชน ผลักดันให้มีการก�ำหนดกลไก ความร่วมมือทางวิชาการและการปราบปรามการทุจริต มาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจนในการคัดกรองหัวหน้า ร่วมกับภาคีและองค์กรต่าง ๆ ท้ังในและต่างประเทศ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐท่ีละเลย ละเว้น ต ล อ ด จ น พั ฒ น า เ ก ณ ฑ ์ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ส ม ร ร ถ น ะ รู้เห็นเป็นใจ หรือมีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหาในกรณีทุจริต ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะต�ำแหน่ง และประพฤติมชิ อบดว้ ย ผู้บริหาร และการประเมินระดบั ความสำ� เรจ็ ในการบงั คบั ใช้การด�ำเนินการทางจริยธรรมและวินัย และเกณฑ์ การวัดประสิทธิภาพของการรับเร่ืองร้องเรียนและ การแจ้งเบาะแสการทุจริตให้ลดลงอย่างมีนัยส�ำคัญ ดังน้ัน หน่วยงานของรัฐควรให้ความส�ำคัญกับการพัฒนา ขีดความสามารถของนิติกรให้สามารถด�ำเนินการ ในระบบไต่สวนอย่างเป็นมืออาชีพ เป็นกลางและ ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ ตลอดจนสนับสนุนใหห้ วั หนา้ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้รับผิดชอบหลักหรือมีหน้าที่ 419
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1105 เรอ่ื งและประเด็นปฏริ ปู ที่ 5 ด้านการปราบปราม (2) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 76 วรรคสาม ได้ก�ำหนดให้รัฐพึง จัดให้มมี าตรฐานทางจรยิ ธรรม เพอื่ ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ใชเ้ ปน็ หลกั ในการกาํ หนดประมวลจรยิ ธรรม สําหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซ่ึงต้องไม่ต่�ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว และมติคณะรัฐมนตรี มีมติเม่ือวันท่ี 13 กันยายน 2559 มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ก�ำกับดูแลให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบด�ำเนินการตามบัญชีให้เรียบร้อย และทันเวลาตามที่รัฐธรรมนูญก�ำหนด ซึ่งส�ำนักงาน ก.พ. ได้รับมอบหมายให้ด�ำเนินการ ในส่วนท่ีเก่ียวข้องกับการจัดท�ำมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ มาตรา 76 วรรคสาม และมาตรา 258 ข. (4) ร่วมกับองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ และราชกิจจานุเบกษา วันที่ 16 เมษายน 2562 ประกาศให้มีกฎหมายพระราชบัญญัติมาตรฐาน ทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันท่ี 17 เมษายน 2562 เป็นต้นไป และได้ ประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดต้ังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ให้มีอ�ำนาจ พิจารณาพิพากษาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และคดีที่มีกฎหมายก�ำหนดให้อยู่ในอ�ำนาจของ ศาลอาญาคดที จุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบเพอ่ื ใหก้ ารอำ� นวยความยตุ ธิ รรมในคดที จุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพยง่ิ ขน้ึ 420
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1105 ท่ีผ่านมา สังคมไทยปรับปรุงประสิทธิภาพการบังคับใช้ รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาตรากฎหมายก�ำหนด ก ฎ ห ม า ย ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ยุ ติ ธ ร ร ม ใ น ทุ ก ขั้ น ต อ น เงอื่ นไขในการประกนั ตวั ผตู้ อ้ งหาคดที จุ รติ ประพฤตมิ ชิ อบ ต้ังแต่ขั้นไต่สวน ชี้มูล ฟ้องศาลและพิพากษา ให้ถูกควบคุมตัวในสถานที่ท่ีเหมาะสม รวมทั้ง ทั้งใน คดีแพ่งและอาญาให้ด�ำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและ การก�ำหนดมาตรการป้องกันผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี เป็นธรรม หน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านการสอบสวนได้ และส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ก�ำหนดมาตรการหรือแนวทางในการด�ำเนินการกรณี การฟอกเงิน (ส�ำนักงาน ป.ป.ง.) อยู่ระหว่างการจัดท�ำ ประพฤติมิชอบกับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ดังเช่น โครงการเพ่ือปรับปรุงบทบัญญัติ กฎหมายและ ส�ำนักงานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ อนุบัญญัติท่ีเก่ียวข้องให้มีความเป็นเอกภาพและ ในภาครฐั (สำ� นกั งาน ป.ป.ท.) ได้ด�ำเนินมาตรการทางวินัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จากท่ีกล่าวมาข้างต้น ในการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีข้าราชการหรือเจ้าหน้าท่ี จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมคี วามพยายามในการปรบั ปรงุ ของรัฐในสังกัดถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบหรือกระท�ำ ประสทิ ธภิ าพการบังคับใช้กฎหมาย จัดท�ำและบูรณาการ การทุจริต นอกจากนี้ ส�ำนักงาน ป.ป.ท. ยังได้จัดท�ำ ฐ า น ข ้ อ มู ล ค ดี ทุ จ ริ ต ต ล อ ด จ น เ ร ่ ง รั ด ติ ด ต า ม มาตรการสืบสวนข้อเท็จจริงตามเป้าหมายที่ก�ำหนด การน�ำทรัพย์สินที่เกิดจากการกระท�ำผิดท้ังในและ ไว้ในแผนปฏิรูปฯ และอยู่ระหว่างการจัดท�ำกฎหมาย ตา่ งประเทศให้ตกเป็นของแผ่นดิน และในกรณีที่ยังไม่มี วิธีการด�ำเนินการด้านวินัยของเจ้าพนักงานของรัฐ กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลก็ให้เร่งบัญญัติ และโครงการจัดท�ำคู่มือหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และ เพ่ิมเติมเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ในประเด็น อ� ำ น า จ เ กี่ ย ว ข ้ อ ง กั บ ก า ร ป ้ อ ง กั น แ ล ะ ป ร า บ ป ร า ม การปฏิรูปแต่ยังมีประเด็นท้าทายท่ีต้องเร่งผลักดัน การทุจริตให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่ส�ำนักงาน ได้แก่การเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการปราบปรามการทุจริตการสนับสนุนให้มีหน่วยงาน (ส�ำนักงาน ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการจัดต้ังหน่วยงาน รับผิดชอบการอนุวัติการและด�ำเนินการตามที่ก�ำหนดไว้ บริหารคดี พัฒนาโครงข่ายฐานข้อมูลเก่ียวกับคดีทุจริต ในกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศ เชน่ อนสุ ญั ญา และประพฤติมิชอบของทุกหน่วยงาน และประสานงาน สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ร่วมกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือจัดท�ำสรุปผลคดีและ ท่ีประเทศไทยเขา้ ร่วมเปน็ ภาคี ไดอ้ ยา่ งครบถ้วน ข้อเสนอแนะในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 421
11 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1106 เร่ืองและประเดน็ ปฏริ ปู ท่ี 6 การบริหารจดั การ ปจั จุบนั ปัญหาการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ท่ีเกิดข้ึนในประเทศต่าง ๆ ท่วั โลก ท้ังในประเทศที่พัฒนาแล้วหรือประเทศก�ำลังพัฒนา และมีแนวโน้มท่ีจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรับมือกับผลกระทบท่ีเกิดจากปัญหาดังกล่าว จึงจ�ำเป็นต้องพัฒนากลไกการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต เพ่ือระงับและสกัดก้ันไม่ให้การทุจริตมีโอกาสเกิดขึ้น และเสริมสร้าง การบริหารจัดการภาครัฐให้เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ปลูกฝังและพัฒนาข้าราชการหรือ เจ้าหน้าท่ีรัฐให้ปฏิบัติงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล และสนับสนุนการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ท่ีปฏิบัติงานเก่ียวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปราม และการปฏบิ ตั งิ านของภาครฐั สนบั สนุนใหก้ ลไกการปฏิบัติงานเปน็ ไปอยา่ งรวดเร็ว มีกระบวนการ ปฏิบัติงาน ข้ันตอนและระยะเวลาท่ีชัดเจน และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจ และปฏิบัติงาน ตลอดจนพัฒนาและปรับปรุงแนวทางให้องค์กรและกระบวนการตรวจสอบภายใน องค์กรมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบและสามารถน�ำผล การตรวจสอบไปใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการปฏิบัติงานและลงโทษผู้กระท�ำผิดได้อย่างแท้จริง และสร้างกลไกท่ีกระตุ้นให้ผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าส่วนราชการมีส่วนร่วมในการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต มีนโยบายและแนวทางในการควบคุม ก�ำกับ ตรวจสอบ และลงโทษ ผู้กระท�ำผิดอยา่ งจริงจงั ไม่เปดิ โอกาสให้การทจุ รติ ขยายผลในวงกวา้ ง 422
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปราม 11 การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ 1106 ในชว่ งเวลาทผี่ า่ นมาในประเดน็ ปฏริ ปู ดา้ นการบรหิ ารจดั การ และประสิทธิภาพในการพัฒนาความร่วมมือระหว่าง อยู่ระหว่างการด�ำเนินการปรับปรุงกลไกท่ีเหมาะสม ประเทศในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ในการประสานนโยบายและยุทธศาสตร์การป้องกัน ประพฤติมิชอบและปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติ และปราบปรามการทุจริตของทุกภาคส่วน โดยมี วา่ ด้วยการตอ่ ต้านการทจุ รติ ค.ศ. 2003 (UNCAC) อกี ท้งั คณะกรรมการประสานนโยบายระดับสูง ซ่ึงประกอบ สำ� นกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต ด้วยผู้น�ำฝ่ายบริหาร ผู้น�ำฝ่ายองค์กรท่ีท�ำหน้าท่ี แหง่ ชาตอิ ยรู่ ะหวา่ งดำ� เนนิ การจดั ตง้ั สถาบนั การสรา้ งเสรมิ ตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐและผู้น�ำภาคส่วนต่าง ๆ สมรรถนะด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เกี่ยวข้องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (Anti-Corruption Capacity Building Institute) เพ่ือท�ำ เพื่อบูรณาการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทาง หน้าที่เฝ้าระวังและก�ำกับติดตามการปฏิบัติงานของ ความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ส�ำนักงาน ภาครัฐท้ังในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการเผยแพร่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต องค์ความรู้เก่ียวกับสภาพปัญหา และจัดท�ำข้อเสนอแนะ ในภาครัฐ (ส�ำนักงาน ป.ป.ท.) ก�ำลังด�ำเนินการปรับปรุง แนวทางด้านวิชาการแก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้มี กลไกประสานขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ การปฏิบัติให้เป็นไปตามสนธิสัญญา อนุสัญญาฯ ในฝ่ายบริหาร และปรับปรุงกฎหมายเพื่อปรับปรุง และข้อตกลงระหว่างประเทศในด้านการป้องกันและ โครงสร้างและอ�ำนาจหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้าน ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ การทุจริต (ศปท.) ในทุกระดับ รวมถึงการสร้างเอกภาพ อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ในประเด็นการปฏิรูปดังกล่าวยังมีประเด็นท้าทาย ที่ส�ำคัญที่ควรเร่งผลักดันมากยิ่งขึ้น อาทิ การแต่งตั้งคณะกรรมการด�ำเนินการตามอนุสัญญาฯ ว่าด้วยการต่อต้าน การทุจริต และให้หน่วยงานตามกระบวนการยุติธรรมที่เก่ียวข้องกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบปฏิบัติตามข้อก�ำหนด ในอนุสัญญาฯ ดังน้ัน การด�ำเนินงานในระยะต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งผลักดันก�ำหนดกลไกประสาน การขับเคล่ือน นโยบายและยุทธศาสตร์การปราบปรามการทุจริต โดยมีผู้แทนฝ่ายตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐและ ผู้แทนหน่วยงานในฝ่ายบริหารท่ีบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (Clearing House) รวมถึง ปรับปรุงกฎหมายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอ�ำนาจหน้าท่ีของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ในทุกระดับ และกฎหมายจัดต้ังสถาบันวิชาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นการเฉพาะ เพ่ือให้การด�ำเนินงานประสาน ทางโครงสร้างและนโยบาย เกิดการบูรณาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระหว่างหน่วยงานของรัฐอย่างเข้มแข็ง เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล มีความเข้าใจและการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน เดียวกันตามข้อก�ำหนดในอนสุ ัญญาฯ 423
12 แผนการปฏิรปู ประเทศ ดา้ นการศึกษา ฿ ยุ ทธ ศา ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น การพฒั นา การสรางโอกาส การปรับสมดลุ และ และเสริมสรา งศักยภาพ และความเสมอภาค พัฒนา การในสกราางรคแวขามงสขามันารถ ทรัพยากรมนษุ ย ทางสังคม ระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ “ ยกระดบั คณุ ภาพของการจัดการศกึ ษา ลดความเหลอ่ื มลำ้� ทางการศกึ ษา มงุ่ ความเปน็ เลศิ และสร้างขดี ความสามารถ ของประเทศ และปรับปรงุ ระบบการศึกษาใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพ ในการใชท้ รพั ยากร เพิ่มความคลอ่ งตัวในการรองรับ ความหลากหลายของการจดั การศกึ ษา ”
แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศกึ ษา 12 ในบรบิ ทการพัฒนาของประเทศไทย การศึกษาเปน็ กลไก สังคมท่ีประมาณค่ามิได้ ส่วนสถานการณ์และแนวโน้ม ส�ำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ภายใน อาทิ (1) คุณภาพของคนไทยทุกกลุ่มวัย ปัจจัย มีศักยภาพ ทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะท่ี ที่ส่งผลส่วนหนึ่งมาจากการจัดการศึกษาท่ีไม่สามารถ พร้อมต่อสภาวการณ์เปล่ียนแปลงของโลก ทั้งแรงกดดัน เตรียมพร้อมและพัฒนาคนให้มีทักษะและคุณลักษณะ ภายนอกจากกระแสโลกาภิวัตน์ และแรงกดดันภายใน ท่ีพึงประสงค์ของแต่ละกลุ่มวัย (2) คุณลักษณะ ประเทศท่ีไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การพัฒนาทรัพยากร ท่ีพึงประสงค์ของคนไทย ปัจจุบันคนไทยขาดคุณธรรม มนุษย์เป็นปัจจัยส�ำคัญในการสร้างขีดความสามารถใน จรยิ ธรรม ความมวี นิ ยั ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ และจติ สาธารณะ การแข่งขันของประเทศ ท้ังยังเป็นการผลิตทรัพยากร มีค่านิยมที่ยึดตนเองเป็นหลักมากกว่าการค�ำนึงถึงสังคม มนุษย์เพ่ือเป็นก�ำลังที่ส�ำคัญในการพัฒนาประเทศ ส่วนรวม รักสนุกและความสบายขาดความอดทน การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันจึงจ�ำเป็นต้องสอดคล้อง วัตถุนิยม ยอมรับคนท่ีฐานะมากกว่าความดี มีคุณธรรม และตอบสนองต่อบริบทการเปล่ียนแปลงของโลกและ (3) การวางแผนเพือ่ รองรบั ประเทศไทย 4.0 มกี ารจัดท�ำ บริบทการพัฒนาของประเทศ หากพิจารณาจะพบว่ามี แผนระดับชาติท่ีส�ำคัญ คือ ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี สถานการณ์และแนวโน้มท่ีส�ำคัญ โดยแบ่งเป็น (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่ก�ำหนดวิสัยทัศน์ คือ ประเทศ สถานการณ์และแนวโน้มภายนอก อาทิ (1) การปฏิวัติ มีความม่ันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดิจิทัล (Digital Revolution) ความก้าวหน้า ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบก้าวกระโดด การเข้าสู่ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 ยุคอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพส่ิง (Internet of Things) (พ.ศ. 2560 – 2564) มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้คนไทย ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการเรียนรู้และวิถีการด�ำเนิน ทกุ ชว่ งวยั มที ักษะ ความรู้ความสามารถ และพฒั นาตนเอง ชีวิตของมนุษย์ไปโดยฉับพลันส้ินเชิง (2) การรวมตัวเป็น ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ ซึ่งทุกหน่วยงานได้มีการจัดท�ำ ประชาคมอาเซียน ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แผนและก�ำหนดเป้าหมายการด�ำเนินงานที่สอดคล้องกับ สงั คม วฒั นธรรม การเมอื ง และความมัน่ คงของประเทศ แ ผ น ดั ง ก ล ่ า ว แ ล ะ เ ป ็ น ไ ป ใ น ทิ ศ ท า ง เ ดี ย ว กั น (3) การเข้าสู่วิกฤตสังคมสูงวัย ประกอบกับอัตราการเกิด ดังน้ัน วัตถุประสงค์รวมของการปฏิรูปการศึกษาจึง ที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย (1) ยกระดับคุณภาพการศึกษา เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ และ (2) ลดความเหลื่อมล้�ำทางการศึกษา (3) มงุ่ ความเปน็ เลศิ การเคลอื่ นยา้ ยแรงงานขา้ มชาตมิ ากขนึ้ (4) การเปลยี่ นแปลง และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท า ง ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ ส่ิ ง แ ว ด ล ้ อ ม ที่ ท วี ค ว า ม รุ น แ ร ง และ (4) ปรับปรุงระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ การขยายตัวของอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง ส่งผลให้ ในการใช้ทรัพยากร เพ่ิมความคล่องตัวในการรองรับ ทรัพยากร ธรรมชาติถูกท�ำลายและเส่ือมโทรม ความหลากหลายของการจดั การศกึ ษา และสรา้ งธรรมาภบิ าล อย่างรวดเร็ว น�ำมาซึ่งความสูญเสียทางเศรษฐกิจและ 425
1 2 แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นการศึกษา ประเดน็ ทา้ ทายและขอ้ เสนอแนะ 1) การเร่งรัดให้ประกาศใช้กฎหมายท่ีเก่ียวข้อง การด�ำเนินการขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาท่ีผ่านมา ยังมีความล่าช้าเนื่องมาจากยังไม่มีทิศทางการด�ำเนินงานท่ีชัดเจน จึงจ�ำเป็นต้องมีการเร่งรัดให้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพ่ือความคล่องตัวในการขับเคลื่อนการปฏิรูปในระยะต่อไป และควรเตรียมความพร้อมในการด�ำเนินงานขับเคลื่อนไว้ล่วงหน้าไปพลางก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ เพ่ือท่ี จะสามารถดำ� เนนิ การได้ทนั ทีหลงั มีการประกาศใชก้ ฎหมาย 2) การพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน จากการด�ำเนินงานท่ีผ่านมาต้องอาศัยความร่วมมือ การปฏิบัติงาน ร่วมและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เก่ียวข้องในการพัฒนาการศึกษา เพื่อให้การปฏิรูปเกิดประสิทธิผล จึงควรมีการบูรณาการของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่มีศักยภาพเข้ามามีบทบาทในการด�ำเนินการขับเคลื่อน รวมถึงความร่วมมือจากพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ในการสร้างความเข้าใจท่ีถูกต้องในการพัฒนาเด็กเล็ก และเด็กก่อนวัยเรียน อันเป็นพื้นฐานท่ีส�ำคัญ ในการศึกษาตลอดช่วงชีวิตต่อไปในอนาคต ผ่านการด�ำเนินโครงการ อาทิ ยกระดับโรงเรียนพ่อแม่ (Parenting schools) มีระบบฝึกอบรมและระบบโค้ช/ระบบพ่ีเล้ียงท่ีมีคุณภาพให้ครูและผู้ดูแลเด็กอย่างต่อเน่ือง มีการจัด สภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้และกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัย รวมถึงพัฒนาศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กที่มีคุณภาพ ในราคาที่ไมส่ ูงเกินไป 3) การลดความเหล่ือมล�้ำทางการศึกษา จากการด�ำเนินการเพ่ือสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาท่ีผ่านมา พบว่า ยงั มีความเหลอื่ มลำ้� ทางการศกึ ษาในหลายมติ ิ จึงจำ� เป็นตอ้ งมีการจดั สรรทรพั ยากรทางการศกึ ษาใหค้ รอบคลมุ ทุกพืน้ ท่ี ท้ังในระดับชาติและระดับพื้นที่ ค�ำนึงถึงการจัดทรัพยากรเป็นพิเศษส�ำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนที่มีผลการเรียน ไม่ถึงเกณฑ์และโรงเรียนด้อยโอกาส มีระบบโรงเรียนพ่ีเลี้ยงจับคู่ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีคุณภาพการศึกษาดี กับโรงเรียนขนาดเล็ก มีระบบฐานข้อมูลกลางในการติดตามผู้เรียนตลอดระบบการศึกษา ตลอดจนบูรณาการ การท�ำงานรว่ มกนั ระหวา่ งกระทรวงศึกษาธกิ ารและกองทุนเพอ่ื ความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) 4) กลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ จากกระบวนการด�ำเนินการ ท่ีผ่านมา พบว่ายังคงมีความท้าทายในการปรับค่านิยมในการเลือกศึกษาวิชาชีพครู และการเลือกประกอบอาชีพครู รวมท้ังประเด็นคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันผลิตครู และหลักสูตรในการผลิตครูให้ตรงต่อความต้องการ ของประเทศ จึงควรมีการส่ือสารเพ่ือให้เกิดแรงจูงใจเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพมาศึกษาวิชาชีพครู จัดต้ังสถาบันผลิตครู มีโรงเรียนฝึกหัดครู หรือสถาบันพัฒนาครูที่มีหลักสูตรเตรียมพร้อมส�ำหรับการเป็นครูต้ังแต่ระดับมัธยมปลาย มีกระบวนการคัดเลือกและการประเมินผู้บริหารที่มีความเป็นธรรม มีมาตรฐานวิชาชีพครูในระดับสากล มีระบบ การพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาระบบประเมินวิทยฐานะโดยอิงจากผลลัพธ์ของผู้เรียน เป็นส�ำคัญ 426
แผนการปฏิรปู ประเทศด้านการศกึ ษา 12 5) การจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 ในการด�ำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า ความไม่พร้อมของสถานศึกษา และคุณภาพของบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องมีการปรับทัศนคติและปรับตัวให้เท่าทัน โลกปัจจุบัน รวมถึงไม่มีระบบฐานข้อมูลท่ีเช่ือมโยงกับภาคอุตสาหกรรมให้สามารถผลิตนักศึกษาได้ตรงความต้องการ ของประเทศในโลกปัจจุบัน จึงจ�ำเป็นต้องมีการปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ ของประเทศ ภาคธุรกิจเอกชนควรเข้ามีบทบาทในกระบวนการจัดการศึกษา มีหลักสูตรทวิภาคี พัฒนาระบบ การกระจายทรัพยากรในการศึกษา มีการจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับท้องถิ่น มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พัฒนาทักษะท่ีจ�ำเป็นต่อการใช้ชีวิตการเข้าสังคมและการท�ำงาน (Soft Skill) รวมท้ังพัฒนา ทกั ษะด้านการอา่ นและภาษาตา่ งประเทศ 6) การขยายผลนวัตกรรมการศึกษา ท่ีผ่านมามีความท้าทายในเรื่องความเหล่ือมล้�ำทางคุณภาพและมาตรฐาน ของโรงเรียนในพนื้ ทตี่ ่าง ๆ รวมถงึ หน่วยงานของรัฐจ�ำนวนมากท่ีมีบทบาทและภารกิจท่ที บั ซอ้ นกันในการจัดการศกึ ษา ในพื้นท่ีจงึ ควรมีการด�ำเนินการก�ำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานหรือส่วนราชการให้มีความชดั เจน 7) การพลิกโฉมการเรียนรู้ด้วยระบบดิจิทัล พบว่ามีความท้าทายจากความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อข้อมูลของระบบท่ีมี ความหลากหลาย ยังไม่มีแพลตฟอร์ฐานข้อมูลกลาง ท�ำให้ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษายังไม่มีความคืบหน้า ในการด�ำเนินงาน และยังไม่มีกฎหมายการบริหารข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษา จึงควรมีแนวทางความร่วมมือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการเตรียมความพร้อมของฐานข้อมูลและระบบอินเตอร์เน็ตให้สมบูรณ์ ให้ความรู้ เทคโนโลยี พ้ืนฐานแก่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย มีรูปแบบการน�ำเสนอและเนื้อหาในแพลตฟอร์มเหมาะสม กับความต้องการและบริบทของแต่ละกลุ่มช่วงอายุ ตลอดจนจัดท�ำกฎหมายการบริหารข้อมูลและสารสนเทศ ทางการศกึ ษา 427
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สรุปการดำ� เนนิ งานของเรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ูป 1201 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 1 การปฏริ ปู ระบบการศกึ ษาและการเรยี นรโู้ ดยรวมของประเทศ โดยพระราชบญั ญตั ิ การศกึ ษาแหง่ ชาตฉิ บบั ใหม่ และกฎหมายลำ� ดบั รอง ไดด้ ำ� เนนิ การจดั ทำ� และเสนอรา่ ง พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. .... 1202 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 2 การปฏริ ปู การพฒั นาเดก็ เลก็ และเดก็ กอ่ นวยั เรยี น ได้มีการออกพระราชบัญญัติเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็น ท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย การเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางสื่อต่าง ๆ ในหัวข้อท่ีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือส่ือสารสังคม รวมถึงมีการด�ำเนินงานเพื่อให้เด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ได้รับโอกาส การเขา้ ถึงการศกึ ษาในรูปแบบท่เี หมาะสม 1203 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 3 การปฏริ ปู เพอ่ื ลดความเหลอ่ื มลำ้� ทางการศกึ ษา ได้ด�ำเนินการสนับสนุนทุนการศึกษาเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชนไทยท่ีเรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม รวมถงึ ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถศึกษาตอ่ ในช้ันมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามญั และสายอาชพี จนจบการศกึ ษา ระดบั ปรญิ ญาตรีหรอื เทยี บเท่า มกี องทุนเพือ่ ความเสมอภาคทางการศกึ ษา (กสศ.) มกี ารจัดสรรเงนิ อดุ หนนุ ใหแ้ ก่เดก็ ที่มีความต้องการพิเศษ พัฒนาครูด้านการสอนผู้พิการ พัฒนาศักยภาพของนักเรียนที่มีความต้องการจ�ำเป็นพิเศษ มีการจัดท�ำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program: IEP) มีการศึกษาแนวทาง การจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาตามความจ�ำเป็นของสถานศึกษาและผู้เรียน มีการบริหารจัดการโรงเรียน ขนาดเล็ก และด�ำเนินการนำ� เทคโนโลยีมาใชเ้ พอ่ื สนับสนุนการศึกษาทางไกล เพอื่ ลดความเหลื่อมล้�ำทางการศกึ ษา 1204 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 4 การปฏริ ปู กลไกและระบบการผลติ คดั กรอง และพฒั นาผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครแู ละ อาจารย์ ได้ด�ำเนินการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาศักยภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ผู้กระตุ้นแรงจูงใจ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ให้ค�ำปรึกษาและชี้แนะ ตลอดจนสร้างเครือข่ายแลกเปล่ียนเรียนรู้ ในการจัดการเรียนการสอนพัฒนาสมรรถนะครูอย่างต่อเน่ือง ด�ำเนินการพัฒนาสถาบันการศึกษาที่เป็นหน่วยผลิตครู และสถานศึกษา ที่เป็นหน่วยปฏิบัติการสอนให้มีคุณภาพและมาตรฐานในสาขาวิชาท่ีสถาบันการศึกษาเชี่ยวชาญ มีโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถ่ินตามนโยบายรัฐบาล มีการพัฒนาโมเดลการผลิตครู 5 ปีให้เป็นวิชาชีพช้ันสูงใน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มีโครงการคูปองพัฒนาครู และการด�ำเนินโครงการ Coaching Teams เพื่อยกระดับคุณภาพ การศึกษา 428
แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา 12 1205 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 5 การปฏริ ปู การจดั การเรยี นการสอนเพอ่ื ตอบสนองการเปลย่ี นแปลง ในศตวรรษท่ี 21 ได้มีการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 ด�ำเนินโครงการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่านานาชาติ โครงการประเมิน คุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาภาคบังคับ มีการด�ำเนินการพัฒนาประสิทธิภาพและดูแลความปลอดภัยของนักเรียน และโรงเรียน และให้ความสำ� คญั กบั สถานศึกษาปลอดยาเสพตดิ และอบายมขุ ส่งเสริมเวทแี ละประชาคมเพื่อการจัดท�ำ รูปแบบและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรต่อเน่ือง เช่ือมโยงการศึกษาขั้นพ้ืนฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา การจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี และมีความรว่ มมือกบั ต่างประเทศเพื่อพฒั นาอาชวี ศึกษาของประเทศไทย 1206 เรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี 6 การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมาย ในการปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นการสอนและยกระดบั คณุ ภาพของการจดั การศกึ ษา ได้ด�ำเนินโครงการนวัตกรรมการศึกษาใน 6 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ ศรีสะเกษ กาญจนบุรี ระยอง สตูล และ สามจังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปตั ตานี นราธวิ าส) และมีร่างหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงือ่ นไข ตาม พระราชบัญญัติพน้ื ท่ี นวตั กรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 เพ่อื เสนอตอ่ คณะกรรมการนโยบายพน้ื ท่นี วัตกรรมการศึกษา 1207 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 7 การปฏริ ปู การศกึ ษาและการเรยี นรโู้ ดยการพลกิ โฉมดว้ ยระบบดจิ ทิ ลั (Digitalization for Educational and Learning Reform) ได้เริ่มต้นด�ำเนินโครงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพ่ือการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเคร่ืองมือในการปฏิรูปการศึกษา ท่สี ามารถนำ� มาใชใ้ นการแกป้ ัญหาและพัฒนาการศกึ ษาของชาติในด้านตา่ ง ๆ 1201 1202 1203 1204 1205 1206 1207 429
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศึกษา 1201 เร่อื งและประเด็นปฏริ ปู ท่ี 1 430 การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรยี นรู้ โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบญั ญตั ิ การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ และกฎหมาย ลำ� ดบั รอง การศึกษาเป็นกลไกส�ำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ และมีบทบาทส�ำคัญ ในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและยืนหยัดบนเวทีโลก จากสภาวการณ์ของโลก ท่ีเปล่ียนแปลงอย่างฉับพลัน คนไทยต้องมีการพัฒนาศักยภาพ ทักษะ ความรู้ ความสามารถ และ สมรรถนะท่ีพร้อมต่อแรงกดดันภายนอกจากกระแสโลกาภิวัตน์ และแรงกดดันภายในประเทศ ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อาทิ การปฏิวัติดิจิทัล การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน การเข้าสู่วิกฤต สังคมสูงวัยทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ที่ทวีความรุนแรง การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับประเทศไทย 4.0 ท�ำให้ต้องมีการปฏิรูประบบ การศึกษา ซึ่งการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ท่ีได้มีการปรับปรุง ให้มีความสะดวกเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในการปฏิรูประบบการศึกษา รวมถึง กฎหมายส�ำคัญอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้องถือเป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญในการขับเคล่ือนแผนการปฏิรูปประเทศ ดา้ นการศึกษาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ ทผ่ี า่ นมา สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษาไดจ้ ดั ทำ� และ เสนอรา่ งพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. .... เขา้ สู่ การพจิ ารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรมี ีมติเมือ่ วันที่ 19 มีนาคม 2562 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. .... เป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการบริหารและ การจดั การศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งกบั บทบญั ญตั ขิ องรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย และแนวทางการบริหารและ การจัดการศึกษาในอนาคต โดยมีความเชื่อมโยงกับ กฎหมายท่ีเกี่ยวกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซ่ึงผ่านความเห็นชอบ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว จึงเป็นกรณีฉุกเฉินท่ีมี ความจ�ำเป็นรีบด่วนที่จะต้องตราเป็นพระราชก�ำหนด ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ได้ด�ำเนินการวิเคราะห์ความสอดคล้องของ แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 กบั แผนตา่ ง ๆ น�ำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านนโยบายการศึกษาและกลไกการขับเคล่ือนแผน สู่การปฏิบัติ เพ่ือปรับแก้ตามความคิดเห็นของที่ประชุม และเสนอตอ่ ทีป่ ระชมุ สภาการศกึ ษาเพ่ือพิจารณาต่อไป
แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านการศกึ ษา 12 1201 ปัจจุบัน ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับร่างพระราชก�ำหนดดังกล่าวไปพิจารณาทบทวนเหตุความจ�ำเป็น ที่ต้องตราเป็นพระราชก�ำหนด และให้รับความเห็นของกลุ่มองค์กรวิชาชีพครูต่าง ๆ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้วไปยังประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ โดยเห็นว่า (1) ไมค่ วรเปล่ยี นช่อื ตำ� แหน่ง “ผอู้ ำ� นวยการสถานศกึ ษา” เปน็ “ครูใหญ”่ (2) ให้ยกเลกิ ต�ำแหน่ง “ผู้ช่วยครูใหญ่” และให้เป็น “รองผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา” ดังเดิม (3) ไม่ควรเปล่ียนค�ำว่า “ใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครู” เป็น “ใบรับรองความเป็นครู” (4) ควรเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นในการแก้ไข กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และ (5) ควรชะลอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อเสนอรัฐสภาพิจารณาต่อไป จึงท�ำใหก้ ารดำ� เนนิ การตามแผนการปฏริ ูปประเทศไมส่ อดคลอ้ งตามระยะเวลาเปา้ หมายของแผน แม้ว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะมีความล่าช้าในการประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่เน่ืองจากพระราชบัญญัติ ดงั กล่าวมีความสำ� คญั อยา่ งมากต่อการปฏริ ปู การศกึ ษาของไทย จึงควรพิจารณาให้รอบคอบ ครอบคลมุ ทุกประเดน็ เพื่อ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดหลังจากประกาศบังคับใช้กฎหมาย ควรเร่งรัดและติดตามความก้าวหน้า ในการออกกฎหมาย และเตรียมความพร้อมในการด�ำเนินงานขับเคลื่อนไว้ล่วงหน้าไปพลางก่อนที่กฎหมายจะมี ผลบงั คับใช้ เพอื่ สามารถขับเคล่ือนการปฏริ ปู ไดท้ ันทีหลงั ประกาศใชก้ ฎหมาย 431
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศกึ ษา 1202 เร่อื งและประเด็นปฏิรปู ที่ 2 การปฏิรปู การพัฒนาเดก็ เลก็ และเด็กกอ่ นวยั เรียน เด็กปฐมวัยถือเป็นช่วงวัยแห่งการเจริญเติบโตที่ส�ำคัญที่สุดของชีวิต เพราะพัฒนาการทุก ๆ ด้าน ท้งั ดา้ นร่างกาย อารมณ์ สังคม บคุ ลิกภาพ และด้านสตปิ ญั ญา จะสามารถเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาได้ มากท่ีสุดในช่วงดังกล่าว อันจะเป็นพื้นฐานท่ีส�ำคัญต่อการพัฒนาในช่วงวัยอื่น ๆ ของชีวิตต่อไป สอดคล้องกับแนวคิดของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาท่ีได้กล่าวถึงความส�ำคัญของเด็กปฐมวัย โดยสถานการณ์ในปัจจุบันนั้น มีอัตราการเข้าเรียนในระดับก่อนประถมศึกษาเพ่ิมขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 80.2 อยา่ งไรกต็ าม ยังพบวา่ เดก็ ไทยวยั แรกเกิดถึง 5 ปี เกอื บ 1 ใน 4 มพี ฒั นาการสงสัยลา่ ชา้ ทมี่ า : สถติ กิ ารศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รอ้ ยละของพฒั นาการสงสัยล่าชา้ ท่ีมา : Health Data Center กระทรวงสาธารณสขุ (ขอ้ มูล ณ กนั ยายน 2562) 432
แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศึกษา 12 1202 รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 16 การปฏริ ูปประเทศ มาตรา 258 จ. ไดก้ ำ� หนดให้เดก็ เลก็ ได้รับ การดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามมาตรา 54 วรรค 2 เพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย พระราชบัญญัติเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 มาตรา 3 “เด็กปฐมวัย” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุต�่ำกว่า 6 ปีบริบูรณ์ และให้ความหมายรวมถึงเด็กซึ่งต้องได้รับการพัฒนา ก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษา การพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงรวมไปถึงการดูแล การพัฒนา และการจัด การเรียนรสู้ �ำหรบั เด็กปฐมวัย หญงิ ตัง้ ครรภ์ หรอื ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย การปฏริ ปู การพฒั นาเดก็ เล็กและเด็กก่อนวยั เรียนมี เป้าหมายคือ (1) เด็กปฐมวัย ทั้งเด็กกลุม่ ทัว่ ไปและกลุ่มที่มีความต้องการจำ� เป็นพิเศษ สามารถเข้าถึงและไดร้ ับการดแู ล และการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างเหมาะสม มีคุณภาพ ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน รวมถึงมีระบบคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 และการจดั การเรียนร้ทู ่เี หมาะสมกับช่วงวยั มีระบบฐานข้อมลู ทเ่ี อื้อตอ่ การดแู ลทเี่ ช่ือมโยง กันได้ระหว่างหน่วยงาน และมีการพัฒนาบุคลากรที่เก่ียวข้อง มีกลไกขับเคล่ือนและบูรณาการการท�ำงานระหว่าง กระทรวงและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องให้สอดคล้องเป็นเอกภาพ และ (2) พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรท่ีเก่ียวข้อง ได้ปรับเปล่ียนกรอบความคิดเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเตรียมความพร้อมก่อนการต้ังครรภ์ การเลี้ยงดู ดแู ล และพฒั นาเดก็ ปฐมวัย การด�ำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐเพ่ือบรรลุเป้าหมาย การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ของประเด็นการปฏิรูปการศึกษาในช่วงปี 2562 ได้มี โดยตรง และสะท้อนให้เห็นถึงความต้ังใจของภาคส่วน การเตรียมด�ำเนินการจัดท�ำกฎหมายล�ำดับรองที่ออก ตา่ ง ๆ ทจี่ ะพฒั นาเดก็ เลก็ และเดก็ กอ่ นวยั เรยี น อยา่ งไรกต็ าม ตามความพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ในการด�ำเนินการระยะต่อไปควรให้ความส�ำคัญกับ 2564 มีการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปล่ียนความคิด การบูรณการการท�ำงานระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เห็นในประเด็นท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย พร้อมท้ังให้ความส�ำคัญกับการสื่อสารสังคม ให้ความรู้ มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางหน้าเว็บไซต์ Facebook ความเข้าใจท่ีถูกต้องแก่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และบุคลากร เผยแพร่สกู๊ปข่าวทีวีดิจิทัล การเผยแพร่ประเด็น ท่ีเก่ียวข้องในการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ท่ีเกี่ยวข้องผ่านทางสถานีวิทยุศึกษา และการเผยแพร่ การเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ท า ง เ ว็ บ ไ ซ ต ์ ส� ำ นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ก า ร ศึ ก ษ า เพิ่มมากข้ึน ซ่ึงจะท�ำให้บรรลุเป้าหมายของประเด็น (www.onec.go.th) ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการส่ือสาร ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพและเรว็ มากขึน้ สังคมเพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาและการให้ความรู้ บุคลากรเพื่อให้มีการจัดการเรียนที่เหมาะสมกับ ช่วงปฐมวัยเป็นส่วนใหญ่ รวมท้ังมีการด�ำเนินงานเพื่อให้ เด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน่ ไดร้ บั โอกาสการเข้าถึงการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งการด�ำเนินงานดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของ 433
12 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านการศึกษา 1202 การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนยังคงมี การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนควรมุ่ง ความท้าทายเน่ืองจากต้องอาศัยความร่วมมือ การปฏิบัติ การพัฒนาระบบการดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้เพ่ือ งานร่วม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ ให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนา ร่างกาย จิตใจ วินัย หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องท้ังภายในและภายนอกกระทรวง อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยพัฒนา ศึกษาธิการ รวมถึงความร่วมมือจากพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ตั้งแต่ครอบครัว สถานศึกษา และชุมชน ผ่านการด�ำเนิน ในการสร้างความเข้าใจท่ีถูกต้องในการพัฒนาเด็กเล็ก โครงการ อาทิ ยกระดับโรงเรยี นพ่อแม่ ให้เกิดประสทิ ธผิ ล และเด็กก่อนวัยเรียน อนั เปน็ พนื้ ฐานทสี่ ำ� คญั ในการศกึ ษา ยิ่งข้ึน มีระบบฝึกอบรมและระบบโค้ช/ระบบพี่เลี้ยงท่ีมี ตลอดช่วงชีวิตต่อไปในอนาคต นอกจากน้ี ยังต้องอาศัย คุณภาพให้ครูและผู้ดูแลเด็กอย่างต่อเน่ือง มีการจัด การส่ือสารที่มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเข้าถึง สภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้และกระตุ้นพัฒนาการ กลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วน เด็กปฐมวัย พัฒนาศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็กท่ีมีคุณภาพใน เล็งเห็นถึงความส�ำคัญในการพัฒนาเด็กเล็กอันจะเป็น ราคาที่ไม่สูงเกินไป น�ำเครื่องมือใหม่ ๆ มาใช้ อาทิ กำ� ลงั ของประเทศชาตติ ่อไปอยา่ งเปน็ รปู ธรรม การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมท่ีมี ศักยภาพมาด�ำเนินการยกระดับศักยภาพศูนย์พัฒนา เด็กปฐมวัย การระดมทนุ จากภาคประชาสงั คมและพฒั นา ระบบท่ีชว่ ยในการตดิ ตามการพฒั นาทกั ษะและการเรยี นรู้ ของเดก็ 434
แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา 12 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 3 1203 การปฏิรปู เพื่อลดความเหลื่อมล�ำ้ ทางการศกึ ษา การลดความเหล่ือมล�้ำทางการศึกษาเป็นส่วนหน่ึงในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ซ่ึงใน ปัจจุบันยังมีความเหล่ือมล้�ำทางการศึกษาสูงมากในหลายมิติ อาทิ ความเหล่ือมล้�ำในเรื่องคุณภาพ ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่และโรงเรียนขนาดเล็ก การจัดสรรบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ การจัดสรรงบประมาณ การบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษาให้ทั่วถึงทุกพ้ืนที่ การจัด การศึกษาให้กับประชาชนท่ีอยู่นอกการศึกษาอย่างต่อเน่ือง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ ขาดแคลนทนุ ทรพั ยห์ รอื ดอ้ ยโอกาสซง่ึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ในการลดปญั หาเดก็ หลดุ ออกจากระบบการศกึ ษา ซึ่งได้มีความพยายามในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยมีการส่งเสริมนวัตกรรมในการส่งเสริมสนับสนุน การจัดการเรียนรู้ส�ำหรับบุคคลพิการ บุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษ และบุคคลท่ีมีความต้องการ การดแู ลเปน็ พเิ ศษ มคี วามพยายามแกป้ ญั หาโรงเรยี นขนาดเลก็ ในพน้ื ทหี่ า่ งไกล และโรงเรยี นขนาดกลาง ท่ีต้องการการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาอย่างเร่งด่วนอย่างเป็นระบบ มีการพัฒนา ระบบสอบบรรจแุ ละแตง่ ตง้ั ครู การสรา้ งแรงจงู ใจใหค้ รกู ระจายตวั ออกไปยงั พนื้ ทท่ี มี่ คี วามขาดแคลนครู สนับสนุนครูและผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลและโรงเรียนขนาดกลางให้สามารถ เข้าถงึ การสนบั สนนุ ทางวชิ าการ รวมถงึ มกี ารจดั ตง้ั กองทนุ เพอื่ ความเสมอภาคทางการศกึ ษา ซงึ่ จดั ตงั้ ขน้ึ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพ่ือการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) โดยปรากฏในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 ทม่ี า : สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) 435
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการศึกษา 1203 ในปี 2562 ที่ผ่านมาหน่วยราชการด�ำเนินการสนับสนุน ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาท เป็นปัจจัยส�ำคัญในการลด ทุนการศึกษาเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชน ความเหลอื่ มล้�ำทางการศกึ ษา ไทยที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม รวมถึงขาดแคลน การด�ำเนินการในระยะถัดไปควรให้ความส�ำคัญกับ ทนุ ทรพั ยใ์ หส้ ามารถศกึ ษาตอ่ ในชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ี สายสามญั และสายอาชพี จนจบการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี ทั้งในระดับชาติและระดับพ้ืนที่ มีนโยบายในการจัด หรือเทียบเท่า ให้ความส�ำคัญกับผู้พิการเป็นอย่างมาก การเรียนการสอนโดยค�ำนึงถึงความความเสมอภาค โดยมีการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับเด็กที่มีความต้องการ ของผู้เรียน และค�ำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรเป็นพิเศษ พิเศษ พัฒนาครูด้านการสอนผู้พิการ พัฒนาศักยภาพ ส�ำหรับโรงเรียนท่ีมีนักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ ของนักเรียนท่ีมีความต้องการจ�ำเป็นพิเศษ มีการจัดท�ำ และโรงเรียนด้อยโอกาส รวมท้ังมีระบบโรงเรียนพี่เล้ียง แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized จับคู่ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพการศึกษาดี Education Program: IEP) ซ่ึงสอดคล้องกับการจัดการ กับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ศึกษาส�ำหรับบุคคลพิการ บุคคลท่ีมีความสามารถพิเศษ และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การมีระบบฐานข้อมูลกลาง และบุคคลท่ีต้องการการดูแลเป็นพิเศษ มีการศึกษา ในการติดตามผู้เรียนตลอดระบบการศึกษาเพ่ือให้ แนวทางการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาตาม ความช่วยเหลือแก่ผู้เรียนท่ีประสบปัญหาทุนทรัพย์ไม่ให้ ความจ�ำเป็นของสถานศึกษาและผู้เรียน มีการบริหาร ออกจากระบบการศึกษากลางคัน การบูรณาการ จัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การน�ำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อ การท�ำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและ สนบั สนนุ การศกึ ษาทางไกล ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั การยกระดบั กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คณุ ภาพการจดั การศกึ ษาในพนื้ ทหี่ า่ งไกล แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม โดยเฉพาะกลมุ่ เปา้ หมายเดยี วกนั อาทิ กลมุ่ เดก็ ดอ้ ยโอกาส ในการด�ำเนินงานในระยะถัดไปควรให้ความส�ำคัญกับ และกลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษา รวมถึงการให้สถาบัน การกระจายครูที่มีคุณภาพสู่พ้ืนท่ีท่ีมีความขาดแคลน อุดมศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏในการช่วย เพื่อเร่งรัดการยกระดับการศึกษา รวมถึงการบรรเทา ยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งในเชิงทักษะ อุปสรรคการมาเรียนของนักเรียนยากจนพิเศษและ วิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะชีวิต ให้เป็นโรงเรียนดี ยากจนให้มีความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา ใกล้บ้าน และเป็นบ้านหลังที่ 2 เพื่อช่วยเพ่ิมโอกาส จนสำ� เร็จการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานและตามศกั ยภาพ ในการเข้าถงึ การศกึ ษาอย่างมีคุณภาพ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล�้ำทางการศึกษายังคงมี ความท้าทายในการสร้างแรงจูงใจให้ครูกระจายตัวไปยัง โรงเรยี นทมี่ คี วามขาดแคลน และกระบวนการในการสนบั สนนุ ทจี่ ะทำ� ใหค้ รไู มล่ ะทง้ิ สถานศกึ ษาเหลา่ นน้ั รวมถงึ กฎเกณฑ์ และขอ้ บงั คบั ในการโอนยา้ ยสถานศกึ ษา เพอ่ื ใหก้ ารศกึ ษา เป็นไปอย่างเน่ือง ซ่ึงมีความจ�ำเป็นและมีผลกระทบสูง ต่อการบรรลุเป้าหมาย การสร้างความเข้าใจระหว่าง เด็กนักเรียนปกติกับเด็กนักเรียนพิการรวมถึงผู้ปกครอง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคการปกครองส่วนท้องถ่ินและ 436
แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นการศกึ ษา 12 เรือ่ งและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 4 1204 การปฏริ ูปกลไกและระบบการผลิต คดั กรอง และพัฒนาผปู้ ระกอบวชิ าชพี ครู และอาจารย์ เนอ่ื งจากบรบิ ทการพฒั นาทเี่ ปลยี่ นแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ การศกึ ษาเปน็ สว่ นสำ� คญั ในการผลติ กำ� ลงั คน ทจี่ บการศกึ ษามาใหก้ า้ วทนั การพฒั นาในโลกปจั จบุ นั ดงั นนั้ การบรหิ ารจดั การบคุ ลากรทางการศกึ ษา ต้ังแต่การสรรหา การคัดเลือก ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องมุ่งเน้นให้เกิด บุคลากรทางการศึกษาที่มีความทันสมัย มีมาตรฐาน มีคุณธรรมและจริยธรรม อน่ึง รัฐธรรมนูญ แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 หมวด 16 การปฏริ ปู ประเทศ มาตรา 285 จ. วรรคสาม บัญญัตใิ ห้ มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มี จิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนท่ีเหมาะสม กับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหาร งานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู เพ่ือดึงดูดผู้มีศักยภาพเข้ามาศึกษาวิชาชีพครูเพ่ิมข้ึน ได้ครูตรงความต้องการของประเทศ ลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษา สามารถ จัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับบริบทการเปลี่ยนแปลง และได้ผู้บริหารสถานศึกษาท่ีมี คุณสมบัติ สมรรถนะ และความเช่ียวชาญในการบริหารจัดการศึกษา ซ่ึงปัจจุบันได้มีการต้ัง คณะกรรมการเพื่อยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติ สมรรถนะ และความรู้ความเช่ียวชาญ ประสบการณ์ ตามมาตรา 51 ของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อการพัฒนา ผู้บริหารสถานศึกษา ให้สามารถยกระดับคุณภาพการจดั การศึกษาในสถานศกึ ษา 437
1 2 แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านการศึกษา 1204 ในปี 2562 ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริม อยา่ งไรกต็ าม การปฏริ ปู กลไกและระบบการผลติ คดั กรอง การผลิตและพัฒนาศักยภาพครู และบุคลากรทาง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ก็ยังคงมี การศกึ ษาให้เป็นผสู้ นับสนุนการเรยี นรู้ ผ้กู ระตุ้นแรงจงู ใจ ความทา้ ทายในการปรบั คา่ นยิ มในการเลอื กศกึ ษาวชิ าชพี ครู ผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ให้ค�ำปรึกษาและชี้แนะ ตลอดจน และการเลือกประกอบอาชีพครู ซ่ึงปัจจุบันกลายเป็น สร้างเครือข่ายแลกเปล่ียนเรียนรู้ในการจัดการเรียน ตัวเลือกอันดับท้าย ๆ ในการเลือกศึกษาต่อในระดับ การสอนพฒั นาสมรรถนะครอู ย่างต่อเนือ่ ง พฒั นาสถาบนั ปริญญา ซ่ึงการสื่อสารเพื่อให้เกิดแรงจูงใจเป็นปัจจัย การศึกษาที่เป็นหน่วยผลิตครูและสถานศึกษาที่เป็น ท่ีส�ำคัญในการปรับค่านิยมนี้ รวมทั้งประเด็นคุณภาพ หนว่ ยปฏบิ ตั กิ ารสอนใหม้ คี ณุ ภาพและมาตรฐานในสาขาวชิ า และมาตรฐานของสถาบันผลิตครู และหลักสูตรใน ท่ีสถาบันการศึกษาเช่ียวชาญ มีโครงการผลิตครูเพ่ือ การผลิตครูที่มีศักยภาพให้ตรงต่อความต้องการของ พฒั นาท้องถน่ิ ตามนโยบายรฐั บาล เพ่อื ดึงดูดและจงู ใจให้ ประเทศยังเป็นอีกความท้าทายที่ส�ำคัญในการบรรลุ เดก็ และเยาวชนทเี่ ปน็ คนดี คนเกง่ ไดเ้ ขา้ มาศกึ ษาวชิ าชพี ครู เป้าหมายของประเด็นการปฏิรูป ในสถาบันฝ่ายผลิตที่มีคุณภาพ เมื่อส�ำเร็จการศึกษาแล้ว ในการด�ำเนินการปฏิรูปนี้ควรให้ความส�ำคัญกับการจัด จะไดร้ บั การบรรจแุ ตง่ ตง้ั ในภมู ลิ ำ� เนาของตนเอง เพอื่ พฒั นา หลักสูตรผลิตครู ให้มีโรงเรียนฝึกหัดครูหรือสถาบัน การศึกษาในท้องถ่ินและลดการโยกย้าย ซ่ึงสอดรับกับ พัฒนาครูท่ีมีหลักสูตรเตรียมพร้อมส�ำหรับการเป็นครู การผลิตครู และการคัดกรองครู เพ่ือให้ได้ครูท่ีมีคณุ ภาพ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย โดยสถาบันการศึกษาที่ผลิตครู ตรงกับความต้องการของประเทศ และมีจิตวิญญาณของ มีการคัดเลือกและคัดกรองผู้เข้ามาเรียนอย่างเท่าเทียม ความเป็นครู มกี ารพัฒนาโมเดลการผลิตครู 5 ปี ให้เปน็ และมีสถานศึกษารองรับเม่ือจบการศึกษา กระบวนการ วิชาชีพช้ันสูงในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซ่ึงมีเป้าหมายให้ คัดเลือกและการประเมินผู้บริหารท่ีมีความเป็นธรรมเพื่อ สัดส่วนของการบรรจุครูท่ีมาจากการผลิตครูในระบบปิด เป็นพื้นฐานท่ีดีในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา เพิ่มข้ึนอย่างน้อยร้อยละ 25 เพ่ือการพัฒนาวิชาชีพครู ใ ห ้ ส า ม า ร ถ ย ก ร ะ ดั บ คุ ณ ภ า พ ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า ใ น นอกจากน้ียังมีโครงการคูปองพัฒนาครู การด�ำเนิน สถานศกึ ษาได้อยา่ งเป็นรปู ธรรม นอกจากน้ีในการด�ำเนนิ โครงการ Coaching Teams เพ่ือยกระดับคุณภาพ งานการพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ ควรเรง่ รดั กระบวนการ การศึกษา ซ่ึงสอดคล้องกับการพัฒนาความรู้และ จั ด ท� ำ ข ้ อ มู ล ท่ี ส า ม า ร ถ ส ะ ท ้ อ น คุ ณ ภ า พ ข อ ง ค รู ไ ด ้ ทักษะ และสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าท่ีของบุคลากร อย่างชัดเจน อาทิ การจัดให้มีมาตรฐานวิชาชีพในระดับ ทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาผู้บริหาร สากลของครูในแต่ละสาขาวิชา มีระบบการพัฒนา สถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง มีการทดสอบ ในสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการ ประเมินความสามารถของครูตามสาขาวิชาเอก รวมท้ัง ในระยะต่อไป ควรให้ความส�ำคัญเส้นทางวิชาชีพครู พัฒนาระบบประเมินวิทยฐานะโดยอิงจากผลลัพธ์ของ เพ่ือให้ครูมีความก้าวหน้า ได้รับค่าตอบแทนและ ผู้เรียนในทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะชีวิต สวัสดิการท่ีเหมาะสมเพ่ือดึงดูดผู้มีศักยภาพมาศึกษา เป็นสำ� คญั วิชาชีพครู ซึ่งจะส่งผลให้การปฏิรูปกลไกและระบบ การผลิตคัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและ อาจารย์ประสบความส�ำเร็จต่อไป 438
แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษา 12 เรือ่ งและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 5 1205 การปฏิรปู การจดั การเรียนการสอนเพื่อ ตอบสนองการเปลีย่ นแปลง ในศตวรรษท่ี 21 สภาวการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 อันเป็นผลมาจากความเจริญก้าวหน้า ในดา้ นตา่ ง ๆ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยที ่ถี กู นำ� มาใชป้ ระโยชน์ในหลาย ๆ ดา้ น แทนแรงงานมนุษย์ การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันจึงต้องสร้างแรงงานที่มีทักษะท่ีสามารถรองรับสภาวการณ์ การเปล่ียนแปลงในปัจจุบันได้ จากรูปแบบในอดีตไปสู่การเรียนรู้แบบเชิงลึก เน้นพัฒนาทักษะและ สมรรถนะมากกว่าการเน้นเน้ือหาสาระและการท่องจ�ำ ต่อยอดการวิจัยและพัฒนาเพ่ือให้เกิด นวัตกรรม ผูเ้ รียนจำ� เป็นตอ้ งมคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพอื่ เลือกใช้ประโยชน์ และถ่ายทอดได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ทั้งต้องมีทักษะทางวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และทักษะชีวิต มคี วามหลากหลาย เหมาะสมกบั บรบิ ทของพนื้ ที่ เพอ่ื ใหส้ ามารถมอี าชพี และดำ� รงชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 ได้อย่างมีความสุขและพร้อมรับการเปล่ียนแปลง เป็นก�ำลังส�ำคัญในการพัฒนาและเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากการประเมินผลในหลายรายการพบว่าสมรรถนะ ด้านการศึกษาของประเทศไทยในระดับนานาชาติยังอยู่ในระดับไม่น่าพึงพอใจ จึงได้มีการสร้าง การรับรู้และความเข้าใจเก่ียวกับหลักสูตรฐานสมรรถนะและมีการด�ำเนินงานโครงการศึกษา แนวทางการผลิตและพัฒนาก�ำลังคนด้านอาชีวศึกษาระดับภาค พัฒนาก�ำลังคนด้านอาชีวศึกษาท่ี สอดคล้องกับบรบิ ท และความตอ้ งการจำ� เปน็ เชงิ พนื้ ท่ี เพ่ือเพม่ิ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของ ประเทศในเบอ้ื งตน้ 439
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา 1205 การดำ� เนนิ งานของหน่วยงานภาครฐั ในปี 2562 ท่ีผา่ นมา ความท้าทายในการด�ำเนินงานที่ส�ำคัญ คือ ความพร้อม มีการจัดการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ ของสถานศึกษา คุณภาพของบุคลากรทางการศึกษา ทั้ง นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษ ระดับข้ันพื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาท่ีต้องปรับ ท่ี 21 ซ่ึงสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการศึกษา ทัศนคติ และปรับตัวให้เท่าทันโลกปัจจุบัน และการเร่ง ทุกระดับใช้หลักสูตรที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และ พัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการวัดประเมินผล เหมาะสมกับช่วงวัย รวมถึงพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ เพื่อพัฒนาผู้เรียน เมื่อส้ินสุดการด�ำเนินการมีผลเป็น เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมให้สามารถผลิตนักศึกษาได้ รูปธรรม ในด้านการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา ตรงความต้องการของประเทศ ระดับชาติและระบบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ได้ด�ำเนิน ข้อเสนอแนะการด�ำเนินงานเพ่ือให้การปรับหลักสูตรเป็น โครงการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาให้มี หลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์ของ มาตรฐานเทียบเท่านานาชาติ และโครงการประเมิน ประเทศ ภาคธุรกิจเอกชนควรเข้ามามีบทบาทใน คุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาภาคบังคับ ในประเด็น กระบวนการจัดการศึกษาในลักษณะหลักสูตรฐาน ระบบความปลอดภัย และระบบสวัสดิภาพผู้เรียน สมรรถนะและหลักสูตรทวิภาคี เพื่อผลิตผู้เรียนให้มี มี ก า ร ด� ำ เ นิ น ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ ดู แ ล ทักษะศักยภาพเฉพาะด้านและตรงต่อความต้องการของ ความปลอดภัยของนักเรียนและโรงเรียน และให้ ตลาดแรงงาน พัฒนาระบบการกระจายทรัพยากรใน ความส�ำคัญกับสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข การศึกษา อาทิ การจัดสรรครูและการผลิตครูไปยัง ส่งเสริมเวทีและประชาคมเพ่ือการจัดท�ำรูปแบบและ ท้องถิ่นและการสนับสนุนเครื่องมือการเรียนการสอนท่ี แนวทางการพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง เช่ือมโยงการศึกษา สอดคล้องกับความจ�ำเป็นในแต่ละพื้นท่ี นอกจากนี้ ข้ันพ้ืนฐานกับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา การจัดการ ควรมีการจัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับท้องถ่ิน โดยให้ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และมีความร่วมมือกับ ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียน ต่างประเทศเพ่ือพัฒนาอาชีวศึกษาของประเทศไทย มีความเข้าใจในท้องถ่ินของตนเอง มีส�ำนึกรักบ้านเกิด เพ่ือเพ่ิมจ�ำนวนผู้เรียนอาชีวศึกษาในสาขาที่สอดคล้องกับ มีความหวงแหนและสืบทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญา ความต้องการของภาคเอกชนและประเทศ และผู้จบ ท้องถ่ิน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียน อาชวี ศกึ ษามีงานท�ำ โดยภาพรวมแลว้ ยังมกี ารด�ำเนินการ เป็นศูนย์กลาง ให้ความส�ำคัญในการให้ความรู้แก่ผู้เรียน ไปเพียงบางส่วนและยังไม่ครอบคลุมมากนัก ดังนั้น ว่ามีอาชีพอะไรเกิดขึ้นใหม่ในโลกปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เรียน ในการด�ำเนินงานในระยะต่อไปจึงควรให้ความส�ำคัญ สามารถตัดสินใจเลือกอาชีพท่ีเหมาะสมตามศักยภาพ กับการจัดการศึกษาหลักสูตรสมรรถนะเพิ่มมากข้ึน และส่ิงที่ตนเองสนใจ อันจะน�ำไปสู่การมีงานท�ำ และ ร ว ม ท้ั ง ก า ร จั ด ก า ร ศึ ก ษ า เ พ่ื อ เ ส ริ ม ส ร ้ า ง คุ ณ ธ ร ร ม ความสามารถในการพ่งึ พาตนเองได้ นอกจากน้ีควรคำ� นึง จริยธรรม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยหน่ึงสู่ ถึงทักษะที่จ�ำเป็นต่อการใช้ชีวิต การเข้าสังคม และ ความส�ำเร็จในการปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อ การทำ� งาน (Soft Skill) รวมถงึ พัฒนาทักษะดา้ นการอา่ น ตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 และภาษาต่างประเทศ 440
แผนการปฏริ ูปประเทศด้านการศกึ ษา 12 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ูปท่ี 6 1206 การปรบั โครงสรา้ งของหนว่ ยงาน ในระบบการศกึ ษา เพื่อบรรลเุ ปา้ หมาย ในการปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นการสอน และยกระดบั คณุ ภาพของการจดั การศกึ ษา ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการมีโครงสร้างการปฏิบัติงานที่ไม่สามารถแบ่งแยกอ�ำนาจและหน้าที่ได้ อย่างชัดเจน เพ่ือให้การปฏิรูปด้านการศึกษาเกิดผลในการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การปรับ โครงสร้างเพื่อแบ่งแยกความรับผิดชอบในด้านนโยบาย ด้านก�ำกับดูแลส่งเสริม ด้านการสนับสนุน ต่าง ๆ และดา้ นการด�ำเนนิ การหรอื การปฏบิ ัตกิ าร เนน้ การกระจายอำ� นาจ ธรรมาภิบาลรับผิดชอบ ต่อการสนับสนุนสถานศึกษาให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ จึงมี การแต่งต้ังคณะกรรมการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการปรับปรุง แก้ไข กฎหมายการศึกษาให้ สอดคลอ้ งกบั รฐั ธรรมนญู และแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศกึ ษาขน้ึ นอกจากนปี้ ระเทศไทยมนี โยบาย ขับเคลื่อนการเปล่ียนแปลงของประเทศไปสู่ “ประเทศไทย 4.0” ซ่ึงต้องอาศัยผู้มีทักษะการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหา รวมถึงทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม อันเป็นส่วนส�ำคัญในการยกระดับรายได้ของประเทศและก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 จงึ มกี ารกำ� หนดประเดน็ การปฏริ ปู ดา้ นการศกึ ษาในการปรบั โครงสรา้ งของหนว่ ยงานในระบบการ ศกึ ษา เพ่อื บรรลเุ ป้าหมายในการปรับปรงุ การจดั การเรียนการสอนและยกระดบั คุณภาพของการจดั การศึกษา โดยส่งเสริมการบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีความพร้อมให้สามารถมีความเป็นอิสระใน การบริหารและจัดการศึกษา และส่งเสริมพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มี การน�ำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพ่ือบุกเบิกนวัตกรรมการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการระดับพื้นที่ โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพ ของการศึกษา ผ่านการขับเคลื่อนเร่ืองสถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ และ ระบบนิเวศท่ีสนับสนุนการด�ำเนินการของสถานศึกษา เพื่อให้สามารถพัฒนาและขยายผล การจดั การเรยี นการสอนทเี่ หมาะสมกบั บริบทต่าง ๆ 441
1 2 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา 1206 ในปี 2562 หน่วยงานภาครัฐได้ด�ำเนินโครงการนวัตกรรมการศึกษาใน 6 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ ศรีสะเกษ กาญจนบุรี ระยอง สตูล และสามจังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) มีการรายงานผลการด�ำเนินการ ขับเคลอ่ื นพื้นทน่ี วตั กรรมการศกึ ษาท้ัง 6 พืน้ ที่ พร้อมถอดบทเรยี นการดำ� เนินงานพ้ืนทน่ี วตั กรรมการศึกษา และจัดท�ำ หนังสือเป็นหนังสือหลักการและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เผยแพร่ให้กับ สถานศึกษาน�ำร่องในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัดน�ำไปใช้ประโยชน์ ปัจจุบัน สพฐ. มีช่องทาง การสื่อสารขับเคล่ือนงานพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษาผ่านเว็บไซต์ www.edusandbox.com และ facebook.com/ EducationSandbox และมรี า่ งหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไข ตามพระราชบญั ญตั พิ น้ื ทนี่ วตั กรรมการศกึ ษา พ.ศ. 2562 เพ่ือเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษา รวมทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรม การศึกษายังได้ร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การด�ำเนินงานพื้นท่ีนวัตกรรมการศึกษากับโรงเรียนในพ้ืนที่ น�ำร่อง ซึ่งการด�ำเนินการดังกล่าวสะท้อนประเด็นการจัดพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา และขับเคลื่อนสถานศึกษาให้ มคี วามเปน็ อสิ ระในการบริหารและจัดการศึกษาได้อย่างเป็นรปู ธรรม อย่างไรก็ตาม ในระยะการดำ� เนินการต่อไปควรมี การเพิ่มจ�ำนวนโรงเรียนน�ำร่องในจังหวัดต่าง ๆ ท่ัวประเทศ เพ่ือผลักดันการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ของไทย และให้ความส�ำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือปรับปรุงบทบาท ภารกิจ โครงสร้างและอัตราก�ำลังที่เหมาะสมกับการขับเคล่ือนภารกิจในปัจจุบันและเตรียมความพร้อมส�ำหรับอนาคต อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและความคมุ้ คา่ ในเชิงภารกิจของรัฐมีการบริหารจัดการที่ดี และมีแนวทางการปฏิบัติงานท่ีชัดเจน เป็นขั้นตอน สามารถก�ำหนดแผนผังความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานเพื่อแสดงให้เห็นการไหลของงานที่เช่ือมต่อกัน และสามารถผลกั ดนั ประเด็นการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศกึ ษาธิการไดอ้ ย่างเปน็ รปู ธรรม ทมี่ า : www.educationsandbox.com 442
แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษา 12 1206 การด�ำเนินการเพื่อขยายผลนวัตกรรมการศึกษาจาก และด�ำเนินการลดความเหลื่อมล�้ำระหว่างโรงเรียน อาทิ เขตพ้ืนที่ให้เกิดข้ึนอย่างกว้างขวางยังมีอุปสรรค การพัฒนาระบบการกระจายทรัพยากรในการศึกษา เพราะมีความท้าทายในเรื่องความเล่ือมล�้ำทางคุณภาพ ในเรื่องการจัดสรรครูและการผลิตครูท่ีตรงสาขาวิชา และมาตรฐานของโรงเรียนในพื้นท่ีต่าง ๆ ส่วน ไ ป ยั ง ท ้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ ก า ร ส นั บ ส นุ น เ ค ร่ื อ ง มื อ การปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น ท่ี ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ค ว า ม จ� ำ เ ป ็ น มีความท้าทายจากทัศนคติ และความพร้อมของ ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการจับคู่โรงเรียนพี่เล้ียง หน่วยงานในการรองรับภารกิจภายหลังการปรับปรุง ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีคุณภาพการศึกษาดี โครงสรา้ ง ซ่ึงทำ� ใหก้ ารด�ำเนินงานเป็นไปอยา่ งล่าช้า กับโรงเรียนขนาดเล็ก เพ่ือลดความเหล่ือมล้�ำระหว่าง ก า ร บ ริ ห า ร ง า น ใ น พื้ น ที่ น วั ต ก ร ร ม ก า ร ศึ ก ษ า ต า ม โรงเรียนและให้การขยายผลพ้ืนที่นวัตกรรมศึกษา พระราชบญั ญตั ิพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 นั้น ในวงกว้างสามารถด�ำเนินการได้ต่อไป และเสนอให้ มีหน่วยงานของรัฐจ�ำนวนมากท่ีมีบทบาทและภารกิจ หน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือหน่วยงานท่ีดูแล ที่ทับซ้อนกันในการจัดการศึกษาในพื้นที่ ดังน้ันจึงเสนอ ข ้ อ มู ล ด ้ า น ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ศึ ก ษ า ธิ ก า ร ให้ก�ำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานหรือส่วนราชการ ควรยุบรวมเพ่ือจัดตั้งเป็นส�ำนักบริการข้อมูลการศึกษา ให้มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้�ำซ้อน แห่งชาติ เพื่อให้เกดิ การบรู ณาการขอ้ มลู ลดความซำ�้ ซอ้ น ใ น ก า ร ด� ำ เ นิ น ง า น แ ล ะ ใ ห ้ เ กิ ด ก า ร ใ ช ้ ง บ ป ร ะ ม า ณ ในการด�ำเนินการรวบรวม จัดเก็บ และประมวลข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการขยายผลพื้นที่นวัตกรรม รวมท้ังสามารถใช้ข้อมูลทางการศึกษาได้อย่างมี การศึกษาอาจเร่ิมในโรงเรียนท่ีมีมาตรฐานเดียวกันก่อน ประสิทธิภาพ 443
1 2 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นการศึกษา 1207 เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ 7 การปฏริ ปู การศึกษาและการเรยี นรโู้ ดย การพลกิ โฉมดว้ ยระบบดิจทิ ลั สถานการณ์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลแบบก้าวกระโดด ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลง พฤติกรรมการเรียนรู้และวิถีการด�ำเนินชีวิตของมนุษย์ไปโดยฉับพลัน เกิดเป็นความท้าทายที่ ทุกประเทศในโลกจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือให้ทัน และสามารถสร้างสรรค์ประโยชน์จาก เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศที่มีอยู่อย่างมหาศาล เพื่อความเป็นต่อทางด้านเศรษฐกิจภายใต้ การแข่งขันอย่างเสรีและไร้พรมแดน ทักษะและสมรรถนะในตลาดงานท่ีเปล่ียนแปลง ไปอย่างรวดเร็ว รูปแบบการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทมากข้ึน ท้ังการเป็น แหล่งเรียนรู้ในการเพิ่มทักษะ ฝึกอบรมสัมมนา ส่ือการเรียนรู้เสริมจากบทเรียนปกติในช้ันเรียน โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉม ด้วยระบบดิจิทัล จึงมุ่งปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ เพ่ือเป็นระบบในการคัดสรร พัฒนา เผยแพร่ ใช้และประเมินคุณภาพสื่อและเทคโนโลยี ท้ังในแบบออนไลน์และออฟไลน์เพ่ือตอบสนองเป้าหมายการยกระดับคุณภาพการเรียนและ การสอน และเปน็ ศนู ยร์ วมผรู้ ู้ ผเู้ ชยี่ วชาญเฉพาะทางที่สามารถเข้าถึงได้ในทุกท่ีทุกเวลา ด้วยกลไก ชุมชนการเรียนรู้ออนไลน์ และเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึง ซ่ึงจะช่วยลดความเหลอื่ มล�้ำ ทางการศึกษา รวมทั้งพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถปรับบทบาท ให้เป็นผู้อ�ำนวยการเรียนรู้ให้เข้ากับบริบทการศึกษา ในปัจจุบัน ส่งเสริมการท�ำระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อ การศึกษา เพื่อการบริหารจัดการระบบการศึกษา ครอบคลมุ การจดั ทำ� ขอ้ มลู รายบคุ คลของผเู้ รยี น ครู และ บุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา หน่วยงาน และ กระบวนการที่เกี่ยวข้องในทุกระดับการศึกษาและ ทุกระบบการศึกษา รวมท้ังส่งเสริมการพัฒนาความเป็น พลเมืองดิจิทัลในด้านความฉลาดรู้ดิจิทัล ความฉลาดรู้ สารสนเทศ ความฉลาดรสู้ อื่ เพื่อเป็นแนวทางในการเรียน รู้ตลอดชีวิต ตลอดจนการมีพฤติกรรมที่สะท้อน การรู้กติกา มารยาท จริยธรรมเกี่ยวกับการใช้ส่ือและ การส่อื สารบนอนิ เทอรเ์ น็ต 444
แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นการศึกษา 12 1207 ปัจจุบันได้เร่ิมต้นด�ำเนินโครงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป การศึกษา ท่ีสามารถน�ำมาใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษาของชาติในด้านต่าง ๆ อน่ึง เพ่ือให้การด�ำเนินงาน ระหว่างกระทรวงศกึ ษาธกิ ารสอดคลอ้ งกบั คณะกรรมการอิสระเพ่ือการปฏริ ูปการศกึ ษา (กอปศ.) กระทรวงศึกษาธกิ าร จึงจะด�ำเนินการจัดตั้งคณะอ�ำนวยการโครงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพ่ือการเรียนรู้แห่งชาติ มีการส�ำรวจ สื่อการเรียนรู้ที่มีอยู่ภายในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และคัดกรองแยกประเภทสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบ ต่าง ๆ รวมถึงศึกษากฎหมายด้านลิขสิทธิ์สื่อ และคัดกรองส่ือที่สามารถเผยแพร่โดยปลอดลิขสิทธิ์ มีการศึกษารูปแบบ โครงการจากหน่วยงานอ่ืน ๆ ท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกันเพ่ือเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย แล้วน�ำมาปรับใช้ กับโครงการ มีการจัดท�ำร่างโครงการซ่ึงได้ระบุการด�ำเนินงาน และแผนการท�ำงานของโครงการทั้งหมด และมีการจัด ประชุมหารือกับหน่วยงานเอกชนเพ่ือหารือแนวทางในการท�ำงานร่วมกัน ปัจจุบันได้ท�ำการแต่งต้ังคณะที่ปรึกษาและ คณะท�ำงานโครงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพ่ือการเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประเด็นการปฏิรูป การเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติให้มีรากฐานท่ีม่ันคงในการพัฒนาต่อไป อย่างไรก็ดี ในการด�ำเนินการในระยะต่อไปควรให้ความส�ำคัญกับการจัดท�ำระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา และการพัฒนาความเป็นพลเมืองดิจิทัลด้วยเพื่อขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉม ดว้ ยระบบดิจิทัลไปส่เู ปา้ หมาย ท้ังน้ี ในการปฏิรูปการศึกษาด้านการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัลยังคงมีความท้าทายจากความเสี่ยง จากการเชื่อมต่อข้อมูลของระบบท่ีมีความหลากหลาย เน่ืองจากปัจจุบันสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ มีการพัฒนาระบบดิจิทัลจ�ำนวนมาก ท�ำให้เกิดปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลที่ซ้�ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในการประสานความร่วมมือจากภาคีพัฒนาและหน่วยงานภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ ในการให้ความรู้ ท�ำให้การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติเป็นไปด้วยความล่าช้า ระบบข้อมูล สารสนเทศเพ่ือการศึกษายังไม่มีความคืบหน้าในการด�ำเนินงาน รวมทั้งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายการบริหารข้อมูลและ สารสนเทศทางการศึกษา แพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเพ่ือให้สามารถน�ำเข้าข้อมูลได้ และการรวบรวมข้อมูล โดยการเช่ือมโยงระบบจดั เกบ็ ขอ้ มูลของหนว่ ยงาน ในการด�ำเนนิ งานในระยะต่อไป ควรพจิ ารณาหาแนวทางความรว่ มมือกับหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้อง อาทิ สถาบันการศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงดจิ ิทลั เพ่ือเศรษฐกจิ และสงั คม ในการบูรณาการฐานขอ้ มลู ที่เก่ียวข้องกบั การศกึ ษา และ ก�ำหนดข้อมูลท่ีจ�ำเป็นที่จะต้องใช้ในการวิเคราะห์วางแผนด้านการศึกษาของประเทศ พร้อมท้ังจัดท�ำข้อตกลงร่วมกับ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการศึกษาในการรายงานหรือจัดส่งข้อมูลที่ส�ำคัญให้แก่โครงการพัฒนาระบบดิจิทัล แพลตฟอรม์ เพอ่ื การเรยี นรแู้ หง่ ชาติ ควรมกี ารเตรยี มความพรอ้ มของระบบอนิ เตอรเ์ นต็ ใหค้ รอบคลมุ เตรยี มความพรอ้ ม ของบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมความรู้เทคโนโลยีพื้นฐานแก่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และการสร้างแรงจูงใจ ให้แก่ผู้ผลิตส่ือการเรียนการสอนในการน�ำสื่อการเรียนการสอนเข้าสู่แพลตฟอร์ม การสร้างแรงจูงใจให้แก่ครูและ ผู้เรียนในการใช้งานแพลตฟอร์ม รวมทั้งควรมีแนวทางการส่งเสริมให้ประชาชนให้ความส�ำคัญกับการเรียนรู้ ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องผ่านระบบการเรียนรู้ออนไลน์ที่มีอยู่จ�ำนวนมาก เพ่ือให้มีข้อมูล/กลุ่มตัวอย่างท่ีมากพอ ในการพัฒนาหลักสูตรหรือพัฒนาระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง รวมทั้งควรค�ำนึงถึง การเลอื กรปู แบบการนำ� เสนอและเนอ้ื หาบนแพลตฟอรม์ ใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการและบรบิ ทของแตล่ ะกลมุ่ ชว่ งอายุ เพ่อื ดึงดดู คนใหห้ นั มาเรยี นรู้ผา่ นชอ่ งทางออนไลน์มากขน้ึ 445
ส่วนที่ 3 ประเดน็ ทา้ ทายและการด�ำเนินการในระยะต่อไป การด�ำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศในช่วงที่ผ่านมามีความก้าวหน้าเป็นล�ำดับแต่ยังคงไม่บรรลุเป้าหมายของ การปฏิรูปประเทศอย่างสมบูรณ์และเป็นรูปธรรมภายในปี 2565 เน่ืองจากยังประสบปัญหา อุปสรรค และ ความท้าทายในการด�ำเนินการในประเด็นต่าง ๆ โดยมีประเด็นประเด็นท้าทายต่อการบรรลุเป้าหมายการปฏิรูป ประเทศ และประเด็นท้าทายจากการรายงานถึงปัญหาและอุปสรรคในการด�ำเนินโครงการ กิจกรรม หรือมาตรการ ตา่ ง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายของการปฏริ ปู ประเทศจากระบบติดตามและประเมนิ ผลแห่งชาติ (eMENSCR) ดงั น้ี ประเด็นท้าทายต่อการบรรลุเป้าหมายการปฏิรปู ประเทศ ประเดน็ ทา้ ทายทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ การบรรลเุ ปา้ หมายหรอื อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความลา่ ชา้ ในการปฏริ ปู ประเทศ ของเปา้ หมาย การปฏิรูปประเทศท้งั 3 ประการ มีดังนี้ ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคี ของประชาชนต่อการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่ ปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญา อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตจาก ของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุลระหว่าง การด�ำเนินกิจการด้านพลังงาน และ (5) ด้าน การพฒั นาดา้ นวัตถุกบั การพัฒนาดา้ นจติ ใจ มปี ระเดน็ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม ได้แก่ การขาดสมดุล ท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายการปฏิรูป ระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากร ประเทศ โดยแบ่งตามแผนการปฏิรูปประเทศในด้าน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ขาดความเช่ือมั่นจากภาครัฐ ต่าง ๆ ดังน้ี (1) ด้านการเมือง ได้แก่ การไม่ยอมรับใน และเสียโอกาสจากการพัฒนาของแหล่งทรัพยากร ความคิดเห็นที่แตกต่างกันของประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ ทางธรรมชาติในพน้ื ที่ และการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวน สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาส การประชาธิปไตย ซึ่งส่งผลต่อการสร้างวัฒนธรรม อันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหล่ือมล้�ำ มีประเด็น ทางการเมือง ค่านิยมและทัศนคติต่อประชาธิปไตย ท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายการปฏิรูป ท่ีถูกต้องและสร้างสรรค์ รวมท้ังการสร้างพ้ืนฐานของ ประเทศ โดยแบ่งตามแผนการปฏิรูปประเทศในด้าน ประชาธิปไตยและความสามัคคีปรองดองให้ประเทศ ตา่ ง ๆ ดงั นี้ (1) ดา้ นกฎหมาย ได้แก่ หนว่ ยงานภาครัฐ สงบและเข้มแข็งต่อไป (2) ด้านการบริหารราชการ ขาดความเข้าใจและยังไม่ให้ความส�ำคัญในการปฏิบัติ แผน่ ดนิ ไดแ้ ก่ ทศั นคตขิ องบคุ ลากรในการทำ� งานรว่ มกนั ใช้กลไกการออกกฎหมายที่ดีและเท่าท่ีจ�ำเป็น รวมทั้ง และโครงสร้างองค์กรของภาครัฐ ส่งผลต่อการเช่ือมโยง กลไกการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว ส่งผลให้ และบูรณาการงานระหว่างหน่วยงานเพื่อมุ่งให้เกิดผล ยังคงมีกฎหมายท่ีล้าสมัย เป็นอุปสรรคในการด�ำเนิน สัมฤทธ์ิในการพัฒนาตามเป้าหมายของประเทศ ชีวิตหรือประกอบธุรกิจ รวมทั้งไม่ช่วยสนับสนุน อย่างยั่งยืน (3) ด้านสังคม ได้แก่ ความรู้พื้นฐานทักษะ การขจัดความเหล่ือมล�้ำและสร้างความเป็นธรรม อาชพี ด้านการเงนิ และการวางแผนครอบครวั ก่อให้เกดิ ในสงั คม (2) ดา้ นกระบวนการยตุ ธิ รรม ไดแ้ ก่ ความชดั เจน ความเส่ียงในการด�ำเนินชีวิตของประชาชนขาด ข อ ง ร ะ ย ะ เ ว ล า ด� ำ เ นิ น ง า น ใ น ทุ ก ข้ั น ต อ น ข อ ง ความยั่งยืนและสมดุลในการพัฒนา รวมท้ังภาคเอกชน กระบวนการยุติธรรม ซ่ึงส่งผลต่อความเช่ือม่ันของ ด�ำเนินธุรกิจโดยต้ังเป้าผลก�ำไรเป็นส�ำคัญส่งผลให้เกิด ประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม (3) ด้านเศรษฐกิจ การพฒั นาทไี่ มย่ ง่ั ยนื (4) ดา้ นพลงั งาน ไดแ้ ก่ ความเชอ่ื มนั่ 446
สว่ นท่ี 3 ประเด็นท้าทายและการด�ำเนนิ การในระยะตอ่ ไป ได้แก่ การขาดเป้าหมายและการจัดสรรสวัสดิการของ การดูแลสุขภาพตนเอง ส่งผลต่อระดับสุขภาวะและ ภาครัฐอย่างเป็นระบบแก่ประชาชนที่จ�ำเป็นหรือ การป้องกันโรคต่าง ๆ ของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อ เดือดร้อน และการขาดระบบประสานจัดการ การเพิ่มขึ้นของจ�ำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษา ภาคเอกชนในการลดความเหลื่อมล�้ำ ส่งผลให้ ในโรงพยาบาล และภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนท่ีจ�ำเป็นหรือเดือดร้อนบางกลุ่มอาจไม่ได้รับ ในระดับพื้นท่ี (2) ด้านการศึกษา ได้แก่ มาตรฐาน ก า ร ช ่ ว ย เ ห ลื อ อ ย ่ า ง ท่ั ว ถึ ง แ ล ะ เ ป ็ น ธ ร ร ม การเล้ียงดูและบ่มเพาะเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน (4) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สง่ ผลตอ่ การเปน็ ประชากรทด่ี ี ทมี่ คี ณุ ภาพและมสี ว่ นรว่ ม การกระจายทรัพยากรที่ดินให้ท่ัวถึงอย่างเท่าเทียมกัน ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว (3) ด้านการบริหาร (5) ดา้ นการศกึ ษา ไดแ้ ก่ ความเหลอ่ื มล�้ำทางการศกึ ษา ราชการแผ่นดิน ได้แก่ ความต่อเน่ืองของนโยบายและ การพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน การมีส่วนร่วม ทัศนคติของบุคลากรภาครัฐในการปฏิบัติราชการ ขององค์กรเอกชน ภาคประชาสังคมที่มีศักยภาพ เพอ่ื ตอบโจทยช์ วี ติ ประชาชน รวมทงั้ ความพรอ้ มในการเปน็ รวมถึง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ในการสร้างความเข้าใจที่ ภาครฐั ดจิ ทิ ลั และการเชอ่ื มโยงบรู ณาการขอ้ มลู ระหวา่ งกนั ถูกต้องในการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อ ส่งผลต่อการให้บริการของภาครัฐที่อาจล้าสมัย เป็นพื้นฐานท่ีส�ำคัญในการศึกษาตลอดช่วงชีวิตต่อไป เป็นอุปสรรค และไม่สามารถตอบความต้องการของ ในอนาคต (6) ด้านสาธารณสุข ได้แก่ การเข้าถึงระบบ ป ร ะ ช า ช น ห รื อ ส ่ ง เ ส ริ ม ใ ห ้ เ กิ ด คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ที่ ดี ห ลั ก ป ร ะ กั น สุ ข ภ า พ ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ทุ ก ก ลุ ่ ม (4) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ (7) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ ประพฤติมิชอบ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้ข้อเท็จจริงและ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของ เสรีภาพในการสื่อสารจากภาครัฐ และระดับความรู้ ประชาชนต่อการด�ำเนินงานของภาครัฐและการเข้ามา เท่าทันสื่อของประชาชน โดยเฉพาะการประเมินข้อมูล มีส่วนร่วมในการพฒั นาประเทศ (5) ดา้ นพลังงาน ได้แก่ ข่าวสาร ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนอาจตกเป็นเหยื่อ ภาคการผลิตโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมมุ่งเน้น ของข่าวลวงและส่งผลกระทบต่อความสงบสุขในสังคม ผลประกอบการมากกว่าการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยน และ (8) ด้านสังคม ได้แก่ สภาพความเป็นอยู่และ เทคโนโลยีใหม่ ส่งผลต่อการใช้พลังงานใน การดำ� รงชวี ิตที่ต้องแข่งขันดนิ้ รนในทอ้ งถน่ิ ตา่ ง ๆ สง่ ผลให้ ภ า ค อุ ต ส า ห ก ร ร ม แ ล ะ ก า ร พั ฒ น า เ ท ค โ น โ ล ยี ประชาชนขาดความเสยี สละและความสามัคคีปรองดอง ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย (6) ด้านทรัพยากร ซง่ึ สง่ ผลกระทบตอ่ การสรา้ งชมุ ชนทเ่ี ขม้ แขง็ และสงบสขุ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กฎระเบียบที่เป็น ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และ อุปสรรคต่อการจัดการปัญหามลพิษ ส่งผลต่อการสร้าง มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองใน แรงจูงใจในการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ประกอบ ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย อั น มี พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย ์ การในการจัดการและส่งเสริมคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ทรงเป็นประมุข มีประเด็นท้าทายท่ีส่งผลกระทบ และ (7) ด้านการเมือง ได้แก่ ความเชื่อม่ันต่อกลไก ต่อการบรรลุเป้าหมายการปฏิรูปประเทศ โดยแบ่ง การตรวจสอบและถ่วงดุลการด�ำเนินการของรัฐ ตามแผนการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ ดังน้ี ส่งผลกระทบต่อการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง (1) ด้านสาธารณสุข ได้แก่ การขาดความรู้พ้ืนฐานใน แล ะ ก าร มีส ่ว นร ่ว มขอ งปร ะ ช าช นใน ระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 447
สว่ นที่ 3 ประเด็นทา้ ทายและการด�ำเนินการในระยะตอ่ ไป และประเด็นความท้าทายดังกล่าวข้างต้น ส่งผลต่อ ในการดำ� เนนิ การ การปรบั ปรงุ ตวั ชวี้ ดั ในระดบั กจิ กรรม ความส�ำเร็จในการบรรลุเป้าหมายของการปฏิรูป รวมทง้ั การระบหุ นว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั และหนว่ ยงาน ประเทศในภาพรวม จึงจ�ำเป็นต้องได้รับการแก้ไขให้ได้ สนับสนุน เพื่อให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสามารถจัดสรร ขอ้ ยตุ ิ หรอื ปรับเปลย่ี นกลไกและกระบวนการ กฎหมาย ทรัพยากรเพื่อด�ำเนินการตามล�ำดับความส�ำคัญ และระเบียบท่ีเกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยต้อง และถา่ ยทอดไปสกู่ ารปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม ก�ำหนดเป็นเรื่องและประเด็นการปฏิรูปที่มีนัยส�ำคัญ (2) ประเด็นความพร้อมของหน่วยงาน อาทิ ความรู้ ร ว ม ท้ั ง ก� ำ ห น ด ก า ร วั ด ผ ล ค ว า ม ส� ำ เ ร็ จ ที่ ชั ด เ จ น ความเข้าใจและความช�ำนาญในเร่ืองและประเด็น เพ่ือช้ีเป้าหมายในการด�ำเนินการปฏิรูปประเทศและ ปฏิรูปท่ีได้รับมอบหมายของบุคลากรในหน่วยงาน เ พ่ื อ ใ ห ้ ส า ม า ร ถ แ ส ด ง ผ ล สั ม ฤ ท ธ์ิ ต ่ อ ส า ธ า ร ณ ะ ความชัดเจนของภารกิจและอ�ำนาจหน้าท่ีตามกฎหมาย ได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมท้ังเพ่ือสร้างการรับรู้และ ของหนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ความซำ�้ ซอ้ นในการดำ� เนนิ การ ก่อให้เกิดแรงผลักดันร่วมกันจากภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนการมอบหมายหน่วยงาน เพ่ือน�ำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ ในสงั กดั เปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การทงั้ ในสว่ นกลางและสว่ นภมู ภิ าค ตอ่ ไป ส ่ ง ผ ล ต ่ อ ก า ร บ ร ร ลุ เ ป ้ า ห ม า ย ข อ ง กิ จ ก ร ร ม นอกจากน้ี หนว่ ยงานภาครฐั ไดร้ ายงานผลการดำ� เนนิ การ ตามแผนการปฏิรูปประเทศ โครงการหรือกิจกรรม ณ ถึงส้ินปีงบประมาณ (3) ประเด็นระยะเวลาในการด�ำเนินการ เนื่องจาก พ.ศ. 2562 (เดือนกันยายน 2562) ผ่านระบบติดตาม ช่วงเวลาการประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น และประเมินผลแห่งชาติ โดยได้ก�ำหนดให้รายงาน ภายหลังการท�ำแผนปฏิบัติราชการและการจัดท�ำ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 ปรากฏมี งบประมาณรายจ่ายประจ�ำปีของหน่วยงานต่าง ๆ การรายงานรวมท้ังสิ้น 24,871 รายการ โดยเป็น ประกอบกับความต่อเนื่องเชิงนโยบายในการขับเคล่ือน การรายงานที่เกี่ยวข้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ แผนการปฏริ ปู ประเทศ จงึ สง่ ผลใหห้ นว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบ จ�ำนวน 8,829 รายการ ประกอบกับหน่วยงาน บางส่วนอาจไม่สามารถปรับแผนปฏิบัติราชการหรือ ผู้รับผิดชอบตามแผนการปฏิรูปประเทศ จ�ำนวน ปัจจัยทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อด�ำเนินกิจกรรมที่ระบุตาม 6 กระทรวง และ 8 หน่วยงานในระดับกรม ได้แจ้ง แผนการปฏิรปู ประเทศได้ทัน และก่อใหเ้ กดิ ความล่าชา้ ปัญหาและอุปสรรคในการด�ำเนินการต่อคณะกรรมการ ในการดำ� เนนิ การตามแผนการปฏริ ปู ประเทศได้ ปฏิรูปประเทศเพื่อพิจารณาตามข้ันตอนของมาตรา 26 (4) ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน เนื่องจาก และ 27 ของพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอน กิจกรรมปฏิรูปประเทศบางส่วนต้องการความร่วมมือ การด�ำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ซ่ึงมีสรุป จากภาคีการพัฒนาทั้งหมด โดยเฉพาะในกิจกรรม ผลปัญหา อปุ สรรค และความท้าทายในการด�ำเนนิ การ ทเ่ี กยี่ วข้องกบั การปรบั เปลี่ยนทศั นคติ ความรับผิดชอบ เป็นประเด็นดังน้ี และการดำ� เนนิ ชวี ติ อาทิ ดา้ นการเมอื ง ดา้ นทรพั ยากร (1) ประเด็นการถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติ อาทิ ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ด้านการป้องกันและ ความชัดเจนของเป้าหมายในระดับแผนการปฏิรูป ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ จึงต้อง ประเทศ ค่าเป้าหมาย และการวัดผลสัมฤทธิ์ สร้างการมีส่วนร่วมเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของกิจกรรม ตามแผนการปฏริ ปู ประเทศ 448
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 454
Pages: