Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore (2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 2.8 (ต่อ)

(2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม 2.8 (ต่อ)

Published by agenda.ebook, 2020-06-19 00:30:53

Description: (2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 7-8 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันที่ 24-25 มิถุนายน 2563

Search

Read the Text Version

แผนการปฏิรปู ประเทศ 02 ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ ภาครัฐของไทยก�ำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมการบริหาร ข้อมูลเพ่ือการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการ จัดการท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และผันผวน ประชาชน 3) ให้มีการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้าง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง และระบบการบรหิ ารงานของรฐั และแผนก�ำลงั คนภาครัฐ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม การที่ระบบราชการ องค์กร ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ และหน่วยงานภาครัฐจะอยู่รอด เติบโต เป็นเลิศ โดยต้องด�ำเนินการให้เหมาะสมกับภารกิจของหน่วยงาน และยั่งยืนได้นั้น ล�ำพังแค่เพียงการปรับตัวหรือปรับ ของรัฐแตล่ ะหน่วยงานทแ่ี ตกตา่ งกัน 4) ให้มีการปรบั ปรงุ เปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปและมุ่งแก้ และพัฒนาการบริหารงานบุคคลภาครัฐเพื่อจูงใจให้ ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเร่ือง ๆ อาจไม่เพียงพอ แต่จ�ำเป็น ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาท�ำงานใน ต้องมีการปฏริ ปู ขนานใหญท่ เ่ี นน้ การมองภาพกวา้ งและมอง หน่วยงานของรัฐ และสามารถเจริญก้าวหน้าได้ตาม ไกลในทุกมิติ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ความสามารถและผลสัมฤทธ์ิของงานของแต่ละบุคคล ไทยได้บัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศด้านการบริหาร มีความซ่ือสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจและกระท�ำในส่ิงที่ ราชการแผ่นดินไว้อย่างละเอียดและชัดเจนในมาตรา ถูกต้อง โดยคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ 258 ข. ของรัฐธรรมนูญ ได้ก�ำหนด “ผลสัมฤทธิ์อันพึง ส่วนตวั มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ และคดิ คน้ นวตั กรรมใหม่ ๆ ประสงค์” การปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการ เพอื่ ใหก้ ารปฏบิ ตั ริ าชการ และการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ แผ่นดินไว้ 5 เรื่อง ได้แก่ 1) ให้มีการน�ำเทคโนโลยี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรการคุ้มครอง ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ป้องกันบุคลากรภาครัฐจากการใช้อ�ำนาจโดยไม่ และการจัดท�ำบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ในการ เป็นธรรมของผู้บังคับบัญชา และ 5) ให้มีการปรับปรุง บริหารราชการแผ่นดิน และเพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีความคล่องตัว แก่ประชาชน 2) ให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วย เปดิ เผย ตรวจสอบไดแ้ ละมกี ลไกในการปอ้ งกนั การทจุ รติ งานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพ่ือให้เป็นระบบ ทกุ ขน้ั ตอน 49

02 แผนการปฏริ ปู ประเทศ ดา้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดิน อย่างไรก็ตามในการพัฒนาประเทศจ�ำเป็นท่ีจะต้องมีการ ประชาชน และการบริหารงานภายใน งบประมาณ ทบทวนสถานการณ์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อตั รากำ� ลงั และวฒั นธรรมและคา่ นยิ มของเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั เพื่อการก�ำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศที่สอดคล้อง ซ่ึงถือเป็นโอกาสและปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการปฏิรูป กับสภาวการณ์ พบว่ามีสถานการณ์และแนวโน้มท่ีส่งผล การบริหารราชการแผ่นดินบรรลุเป้าหมายส�ำหรับ กระทบต่อระบบราชการและหน่วยงานภาครัฐพบว่ามี การขับเคลอื่ นภารกิจที่มผี ลกระทบสูงต่อชวี ติ ประชาชน สถานการณแ์ ละแนวโน้มท่ีส�ำคัญโดยแบ่งเป็นสถานการณ์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจัดท�ำแผนการปฏิรูป และแนวโน้มภายนอก อาทิ 1) ทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ได้มีการ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนและมีความ ก�ำหนดเร่ืองและประเด็นปฏริ ปู ท้ังสิน้ 6 ประเดน็ ไดแ้ ก่ เสี่ยงอยู่ตลอดเวลาส่งผลท�ำให้ตัวแปรหลักในการก�ำหนด (1) บรกิ ารภาครัฐ สะดวก รวดเรว็ และตอบโจทย์ชีวิต นโยบายเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงไป ท�ำให้มี ประชาชน (2) ระบบข้อมูลภาครฐั มมี าตรฐาน ทันสมัย ความจ�ำเป็นต้องปฏิรูปสถาบันและโครงสร้างภาครัฐ และเช่ือมโยงกัน ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล (3) โครงสร้าง รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายกฎและระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง ภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็วและระบบงานมีผล 2) ด้านสังคมและวัฒนธรรม ปัจจัยที่ท�ำให้สภาพสังคม สัมฤทธิ์สูง (4) ก�ำลังคนภาครัฐมีขนาดท่ีเหมาะสม และวฒั นธรรมในปจั จบุ นั เปลยี่ นไปอยา่ งมาก ประกอบดว้ ย และมีสมรรถนะสูงพร้อมขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ (2.1) การที่ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมือง (5) ระบบบริหารงานบุคคลที่สามารถดึงดูด สร้าง มากกว่าเขตชนบท (2.2) การเพิ่มข้ึนของจ�ำนวน และรักษาคนดีคนเก่งไว้ในภาครัฐ และ (6) การจัดซ้ือ ประชากรสูงอายอุ ยา่ งรวดเร็ว (2.3) การเคลอ่ื นยา้ ยก�ำลัง จัดจ้างภาครัฐ คล่องตัว โปร่งใส และมีกลไกป้องกัน แรงงานข้ามพรมแดนได้อย่างเสรีมากขึ้น (2.4) ความ การทุจริตทุกข้ันตอน โดยแบ่งเป็น 24 กลยุทธ์ และ ไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล�้ำในสังคม และ 3) ความ แผนงานทง้ั สนิ้ 56 แผนงาน มเี ป้าหมายรวมของข้อเสนอ ก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ท่ีส่งผลต่อความเป็นไป แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในการบริหารจัดการภาครัฐท่ีมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน ซึ่งมี ประกอบดว้ ย (1) จดั องคก์ รภาครฐั ใหเ้ ปดิ กวา้ งและเชอ่ื มโยง เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวแปรส�ำคัญในการขับเคลื่อน ข้อมูลกันด้วยระบบดิจิทัล (2) จัดโครงสร้างองค์กรให้ เศรษฐกจิ และสงั คม สว่ นสถานการณแ์ ละแนวโน้มภายใน เพรียว กะทัดรัด แต่แข็งแรง เพื่อให้สามารถบูรณาการ อาทิ 1) สถานการณ์ปัญหาการบริหารจัดการภาครัฐ ความร่วมมอื ของทุกภาคส่วนในการท�ำงานเพอ่ื ประชาชน โดยภาครัฐมีขนาดใหญ่เน่ืองจากหน่วยงานของรัฐยังเป็น โดยยึดพ้ืนที่เป็นหลัก (3) จัดระบบบริหารและบริการ ผู้รับผิดชอบหลักในการจัดท�ำและให้บริการสาธารณะ ประชาชนใหเ้ ปน็ ดจิ ทิ ลั เพอื่ ความโปรง่ ใส ทนั สมยั ปรบั ตวั ส่งผลท�ำให้โครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐ มีการขยาย ได้รวดเร็ว และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ตัวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด รวมทั้งจ�ำนวนบุคลากร ในการด�ำเนินงานได้อย่างเหมาะสม (4) จัดระบบ ภาครัฐซ่ึงมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ บุคลากรภาครัฐให้มีมาตรฐานกลาง เพื่อสรรหา ท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์และเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลง และรักษาไว้ซ่ึงก�ำลังคนท่ีมีคุณภาพสูง มีคุณธรรม อย่างรวดเร็ว ยังมีจ�ำกัดและไม่เพียงพอต่อการยกระดับ และจริยธรรมในการทำ� งานอยา่ งมืออาชีพ เปน็ ทไี่ วว้ างใจ ประสิทธิภาพและคุณภาพการปฏิบัติภารกิจของภาครัฐ ของประชาชน และ (5) สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการ และ 2) นโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ทุจริตคอรัปช่ันในภาคราชการและภาคสังคม และวาง ซ่ึงรัฐบาลได้ประกาศนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาการ ระบบป้องกันการแทรกแซงโดยไม่เป็นธรรมจากผู้มี บริหารราชการแผ่นดินท่ีครอบคลุมทั้งการพัฒนา อำ� นาจและอทิ ธิพล โครงสร้างหน่วยงาน ระบบงาน กระบวนการบริการ 50

แผนการปฏริ ูปประเทศ 02 ด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน ประเด็นทา้ ทายและข้อเสนอแนะ 3) แนวทางการปรับปรุงบทบาทภารกิจของส่วน การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างพลิกโฉมส่งผล ราชการ อาจจะต้องก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินงาน กระทบต่อรูปแบบการท�ำงานของทุกองค์กร และเป็น รูปแบบอ่ืนให้มีความเหมาะสม นอกจากน้ี ควรขยายผล โอกาสของภาครัฐในการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการ การพัฒนา และการรังสรรค์นวัตกรรมการด�ำเนินงาน ปรับเปลี่ยนกระบวนการท�ำงาน เพื่อลดก�ำลังคน ในรูปแบบใหม่ (Sandbox) ในกิจกรรมท่ีด�ำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนได้อย่าง และประสบผลส�ำเร็จ เพ่ือใช้เป็นแนวทางการบริหาร รวดเร็วมากข้ึน เพ่ือน�ำไปสู่การพัฒนาเป็นรัฐบาลดิจิทัล จดั การภาครัฐรปู แบบใหม่ตอ่ ไป อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การน�ำเทคโนโลยีดิจิทัล 4) ควรก�ำหนดแนวทางในการควบคุมขนาดอตั ราก�ำลงั มาใช้ในหน่วยงานราชการ เป็นเรื่องที่มีความท้าทาย และค่าใช้จ่ายด้านบุคคลที่มีแนวโน้มจะขยายตัว อย่างมาก จ�ำเป็นต้องมีการเตรียมการในหลายด้าน เพิ่มมากขึ้น เช่น การลดภารกิจที่ซ�้ำซ้อน การน�ำระบบ ท้ังด้านระบบข้อมูล โครงสร้างพ้ืนฐาน ทักษะของ เทคโนโลยีมาใช้เพ่ือลดกระบวนงานต่าง ๆ การเกลี่ย บุคลากร และกฎระเบียบท่ีเก่ียวข้อง นอกจากนี้ ภาครัฐ อัตราก�ำลังให้ส่วนราชการที่ขาดแคลน การจ้างงาน ยังต้องปรับบทบาทให้สอดคล้องกับบริบทที่เปล่ียนไป รูปแบบอื่น และอาจให้มีโครงการเกษียณอายุก่อน ภาครัฐควรมีขนาดที่เล็กลง ด�ำเนินภารกิจเท่าที่จ�ำเป็น ก�ำหนด เป็นต้น นอกจากนี้ส่วนราชการควรมี และต้องอาศัยกลไกการมีส่วนร่วมและบูรณาการ การปรับปรุงกระบวนงาน การบริหารอัตราว่างและการ การท�ำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนให้มากข้ึน โดยมีข้อ ใช้ก�ำลังคนให้มีประสิทธิภาพก่อนการขอเพ่ิมอัตราก�ำลัง เสนอแนะเพือ่ บรรลุเป้าหมาย ดงั นี้ ต้ังใหม่ หรือทบทวนการเพ่ิมหรือยุบต�ำแหน่งให้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น การเข้าสู่ 1) ควรเร่งด�ำเนินโครงการที่มีความส�ำคัญและส่งผล สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงการ บรรลุต่อเป้าหมาย เช่น การพัฒนาระบบอ�ำนวย พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ/สมรรถนะท่ีหลากหลายเพื่อ ความสะดวกในการประกอบธรุ กจิ แบบครบวงจร และการ รองรับการเปลยี่ นแปลงในอนาคตด้วย บูรณาการเลขหมายแจ้งเหตุฉุกเฉินให้เหลือเพียง 5) ควรเรง่ รัดการจดั ซ้ือจดั จ้างภาครฐั เขา้ สู่ระบบดจิ ทิ ัล หมายเลขเดียวโดยจัดต้ังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ไดอ้ ยา่ งเตม็ รปู แบบ อาทิ การจดั ทำ� ฐานขอ้ มลู กลางเกยี่ วกบั เพื่อให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องสามารถด�ำเนินการได้ตาม การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น คุณสมบัติและราคาอ้างอิง แผนการด�ำเนินการท่ีก�ำหนด พัฒนาความพร้อมของ ของผลิตภัณฑ์พื้นฐานไว้เป็นมาตรฐาน การจัดท�ำระบบ เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้าง การบริหารโครงการก่อสร้างส�ำหรับติดตาม ควบคุม การรับรู้ให้กับประชาชนและผู้รับบริการ และดูแลโครงการงานก่อสร้างต้ังแต่เร่ิมต้นจนสิ้นสุด ภาระผูกพันตามสัญญา นอกจากนี้ ควรขยายผลการใช้ 2) ควรก�ำหนดหน่วยงานหลักผู้รับผิดชอบในการจัดท�ำ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์สู่ระดับท้องถ่ิน แผนการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีกลไก เพื่อให้สามารถใชไ้ ดค้ รอบคลุมทวั่ ประเทศต่อไป การก�ำกับติดตามการด�ำเนินการให้เป็นไปตามแผน เพือ่ ใหบ้ รรลุเปา้ หมายที่กำ� หนดไว้ในประเดน็ การปฏิรูป 51

02 แผนการปฏริ ปู ประเทศ ดา้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ สรปุ การดำ� เนินงานของเร่อื งและประเด็นปฏิรปู 0201 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 1 บรกิ ารภาครฐั สะดวก รวดเรว็ และตอบโจทยช์ วี ติ ประชาชน ได้มีการด�ำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของประชาชนในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย เพ่ิมสมรรถนะของหน่วยงานภาครัฐในการตอบสนองต่อประชาชนในสถานการณ์หรือภาวะฉุกเฉิน โดยบูรณาการ เลขหมายแจง้ เหตฉุ กุ เฉนิ ใหเ้ หลอื เพยี งหมายเลขเดยี ว รวมทง้ั พฒั นาระบบการแจง้ เตอื นและบรู ณาการขอ้ มลู สำ� คญั เพอื่ ใช้ ในสถานการณห์ รอื ภาวะฉกุ เฉนิ การยกระดบั การใหข้ อ้ มลู และใหค้ ำ� ปรกึ ษาจากหนว่ ยงานของรฐั รวมทงั้ ยกระดบั การให้ บริการประชาชนสู่การบริการท่ีเร็วขึ้น ง่ายข้ึน และถูกลง นอกจากนี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ด�ำเนินการร่วมกับส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และหน่วยงานที่เก่ียวข้องในการพัฒนาระบบงานบริการของภาครัฐ อาทิ การปรบั ปรงุ กระบวนการขออนมุ ตั /ิ อนญุ าตจากภาครฐั การจดั ใหม้ กี ารใหบ้ รกิ ารแบบเบด็ เสรจ็ ผา่ นชอ่ งทางดจิ ทิ ลั และศนู ยบ์ รกิ ารรว่ ม เชน่ ระบบอำ� นวยความสะดวกในการประกอบธรุ กจิ แบบครบวงจร เปน็ ตน้ 0202 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 2 ระบบขอ้ มลู ภาครฐั มมี าตรฐาน ทนั สมยั และเชอื่ มโยงกนั กา้ วสรู่ ฐั บาลดจิ ทิ ลั ได้มีการด�ำเนินการโดยพัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลดิจิทัล ส�ำหรับรองรับการให้บริการ/การท�ำงาน ผ่านระบบดิจิทัล ซ่ึงจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเช่ือมโยงบูรณาการข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน โดยง่าย การนำ� ระบบดจิ ิทลั มาใช้ในการปฏบิ ัตงิ านและบรหิ ารราชการ อาทิ พัฒนาระบบงานด้านสนับสนนุ งานพนื้ ฐาน ภายในหน่วยงาน และสามารถเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานได้ รวมทั้งบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเพื่อ การบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ การจัดต้ังศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐ และสนับสนุนการน�ำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการ บริหารและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน ผลการด�ำเนินการท่ีผ่านมาหลายกิจกรรมท่ีด�ำเนิน การแล้วเสร็จ เช่น ส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลได้มีการพัฒนาและบริการการระบบสารบรรณกลางและระบบ สนับสนุนเช่ือมโยงข้อมูลระหว่างระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยในปัจจุบันมีการให้บริการกับ 330 หน่วยงาน และระบบเช่ือมโยงฐานข้อมูลประชาชนกลาง โดยกรมการปกครองท่ีให้บริการข้อมูลได้แล้วจ�ำนวน 130 รายการ จากจำ� นวน 60 หนว่ ยงาน เปน็ ต้น เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 3 โครงสรา้ งภาครฐั กะทดั รดั ปรบั ตวั ไดเ้ รว็ และระบบงานมผี ลสมั ฤทธส์ิ งู 0203 ได้ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินการด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย การปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารงาน ของรัฐ โดยให้ทุกส่วนราชการจัดท�ำแผนปฏิรูปองค์กรของตนเองเพื่อทบทวนภารกิจและโครงสร้างหน่วยงาน การศกึ ษารปู แบบหนว่ ยงานภาครฐั หรอื การพฒั นาและการรงั สรรคน์ วตั กรรมการดำ� เนนิ งานในรปู แบบใหม่ (Sandbox) เช่น การแก้ไขพื้นท่ีป่าและการใช้ประโยชน์พื้นที่จังหวัดน่าน และกลไกการบริหารจัดการ การเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความเข้มแข็งของการบริหารจัดการเชิงพ้ืนที่ อาทิ การปฏิรูปโครงสร้างและระบบการบริหารราชการของ ส่วนราชการในภูมิภาคการพัฒนาขีดความสามารถในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อาทิ ปรับจ�ำนวนและขนาดของท้องถิ่น เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้รับบริการ การพัฒนาระบบงบประมาณ และการคลังภาครัฐเพ่ือเพิม่ ประสทิ ธิภาพในการบรหิ ารจดั การ การสรา้ งระบบธรรมาภบิ าลทยี่ ง่ั ยืนในหน่วยงานภาครฐั และพฒั นากฎหมายเก่ยี วกับระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดินให้สอดคลอ้ งกับสถานการณท์ ีเ่ ปลีย่ นแปลงไป 52

แผนการปฏริ ูปประเทศ 02 ดา้ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ 0204 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 4 กำ� ลงั คนภาครฐั มขี นาดทเี่ หมาะสมและมสี มรรถนะสงู พรอ้ มขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตรช์ าติ ได้มีการด�ำเนินการโดยจัดก�ำลังคนให้สอดคล้องกับความจ�ำเป็นในการบริการสาธารณะท่ีส�ำคัญ และขับเคลื่อน ขีดความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ เพอ่ื วางแผนก�ำลงั คนใหส้ อดคลอ้ งกับบทบาทของภาครัฐทศิ ทางการปฏิรปู ประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ และบูรณาการข้อมูลก�ำลังคนภาครัฐทุกประเภทที่ใช้งบประมาณแผ่นดินให้สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันส�ำหรับการก�ำหนดนโยบายก�ำลังคนภาครัฐ ลดขนาดก�ำลังคนและค่าใช้จ่ายด้านบุคคลภาครัฐที่มีผล ผูกพันภาระงบประมาณในระยะยาว อาทิ การน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และการบริการประชาชน และการจ้างงานรูปแบบอื่นซึ่งไม่มีภาระผูกพันด้านงบประมาณในระยะยาวหรือใช้การจ้าง เหมาบริการแทนการบรรจุข้าราชการ นอกจากน้ี มีการพัฒนาทักษะและสมรรถนะใหม่เพ่ือสร้างความพร้อมเชิง กลยุทธ์ให้กับก�ำลังคนภาครัฐ อาทิ พัฒนาขีดความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนรัฐบาล ดิจิทัล และประเทศไทย 4.0 รวมท้ังทบทวนการพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลก�ำลังคน (จ�ำนวนสายงาน ต�ำแหน่ง ระดบั ) และระบบการโยกย้าย แต่งตง้ั ให้สอดคลอ้ งกบั ความจำ� เป็นตามภารกจิ และเปน็ ไปตามระบบคุณธรรม เป็นต้น 0205 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 5 ระบบบรหิ ารงานบคุ คลทสี่ ามารถดงึ ดดู สรา้ งและรกั ษาคนดคี นเกง่ ไวใ้ นภาครฐั ได้ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินการด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย 1) การดึงดูดผู้มีความรู้ความสามารถและมีจิตสาธารณะ เข้ามาท�ำงานในหน่วยงานของรัฐ โดยการเพิ่มช่องทางและรูปแบบการจ้างงานเพ่ือดึงดูดและจูงใจผู้มีความรู้ ความสามารถสูงเข้ามาปฏิบัติงานในภาครัฐ เพิ่มประสิทธิผลและความคล่องตัวในการสรรหาและเลือกสรรบุคลากร เข้าสู่ภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ความสามารถท่ัวไปให้เป็นมาตรฐาน เดียวกันส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีของรัฐทุกประเภท 2) ส่งเสริม จูงใจ และรักษาผู้มีความรู้ความสามารถและมีจิตสาธารณะ ไวใ้ นภาครฐั อาทิ พัฒนาและสรา้ งความเขม้ แข็งให้กบั ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน และพฒั นาระบบคา่ ตอบแทน และสวัสดิการภาครัฐโดยรวม 3) พัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐให้มีขีดความสามารถและความผูกพันต่อองค์กรของ บุคลากรภาครัฐ อาทิ พัฒนาเพ่ือเตรียมความพร้อมเป็นข้าราชการ และเจ้าหน้าท่ีภาครัฐยุคใหม่ 4) สร้างผู้น�ำให้เป็น ตัวอย่าง โดยพัฒนาผู้บริหารทุกระดับให้เป็นผู้น�ำที่เป็นตัวอย่าง 5) ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหาร ทรัพยากรบุคคล อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมแห่งชาติ ส�ำหรับบุคลากรภาครัฐทุกประเภท และจัดท�ำมาตรฐานทางจริยธรรมส�ำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และ 6) พัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพและสร้างความ ตอ่ เนอื่ งในการดำ� รงต�ำแหน่ง อาทิ จดั ทำ� แผนพฒั นากำ� ลังคนคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมการหมนุ เวียนบคุ ลากรในแต่ละ สายอาชีพข้ามหน่วยงานในภาครัฐเพ่ือสร้างเสริมประสบการณ์การท�ำงานท้ังในด้านกว้างและลึก นอกจากนี้มีบาง กิจกรรมท่ดี ำ� เนนิ การแลว้ เสร็จ เช่น การจัดท�ำพระราชบญั ญัติมาตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. 2562 เป็นตน้ 53

02 แผนการปฏิรปู ประเทศ ดา้ นการบรหิ ารราชการแผ่นดิน 0206 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 6 การจดั ซอื้ จดั จา้ งภาครฐั คลอ่ งตวั โปรง่ ใส และมกี ลไกปอ้ งกนั การทจุ รติ ทกุ ขน้ั ตอน โดยมีเป้าหมายเพื่อหน่วยงานภาครัฐสามารถด�ำเนินการจัดซ้ือจัดจ้างได้โดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผ่านระบบสนับสนุนการจัดซ้ือจัดจ้างที่เป็นดิจิทัลในทุกขั้นตอน มีการบูรณาการ และเชื่อมโยง ข้อมลู กับระบบอื่น ๆ อย่างเต็มรปู แบบ ซ่งึ ก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินการ ประกอบดว้ ย การนำ� เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลมาใช้ ปรบั ปรุงระบบการจัดซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั ใหม้ ีความคล่องตวั และมีประสทิ ธิภาพมากข้นึ โดยพฒั นาระบบการจดั ซือ้ จัดจา้ ง ท้ังระบบ มีการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานและผู้ประกอบการการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลไกการติดตามตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐเพ่ือให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ตลอดจนยกระดับ มาตรฐานวิชาชีพพัสดุส�ำหรับเจ้าหน้าที่พัสดุ ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการติดตามตรวจสอบการ จัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ รวมท้ังพัฒนาขีดความสามารถของภาคเอกชนและประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน การทุจริตในการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ ทั้งน้ี มีหลายกิจกรรมที่ดำ� เนินการแล้วเสร็จ อาทิ ระบบการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ระบบการข้ึนทะเบียนผู้ประกอบการ และมีหน่วยงานของรัฐเช่ือมโยงข้อมูลการจัดซ้ือ จดั จา้ งกบั ระบบของกรมบญั ชกี ลางแล้ว จำ� นวน 33 หน่วยงาน เป็นตน้ 0201 0202 0203 0204 0205 0206 54

แผนการปฏริ ปู ประเทศ 02 ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดิน เรอ่ื งและประเด็นปฏริ ูปท่ี 1 0201 บริการภาครัฐ สะดวก รวดเรว็ และตอบโจทยช์ ีวิตประชาชน ภาครัฐของไทยก�ำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมการบริหาร จัดการท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และผันผวน ในทกุ มติ ิ โดยเฉพาะการเปลย่ี นแปลงดา้ นเทคโนโลยอี ยา่ งฉบั พลันท่ีจะกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐอย่างลึกซึ้ง และกว้างขวาง กล่าวคือ จะเป็นแรงกดดันที่ส�ำคัญในภาครัฐ ต้องปรับโฉมโครงสร้างองค์กร พัฒนาระบบงาน และปรับ เปลี่ยนวธิ กี ารทำ� งานดว้ ยการนำ� เทคโนโลยมี าใชแ้ ทนกำ� ลงั คน มากข้ึน ในขณะเดยี วกนั เทคโนโลยจี ะสง่ ผลทำ� ใหร้ ปู แบบความ สัมพันธ์ของประชาชนผู้รับบริการและหน่วยงานภาครัฐ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมที่การจัดท�ำและการ ให้บริการสาธารณะเน้นการยึดกฎระเบียบ งานเอกสาร และกระบวนการทย่ี ดื ยาว มีความลา่ ชา้ เจา้ หนา้ ทีข่ องรัฐหา่ ง ไกลและไม่ค�ำนึงถึงความรู้สึกของผู้รับบริการ จะถูกแทนที่ ด้วยรูปแบบความสัมพันธ์และการให้บริการที่เน้นความ รวดเร็ว เป็นส่วนตัว และผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจาก ประชาชนผ้รู บั บริการจะมีข้อมลู และใชข้ อ้ มูลร่วมกับภาครัฐ อย่างเปิดเผย รวมทั้งจะมีความคาดหวังให้ภาครัฐและระบบ ราชการต้องจัดบริการที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ มากกว่าเดิม จึงมีความจ�ำเป็นที่จะต้องก�ำหนดประเด็นการ ปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เพ่ือให้บริการภาครัฐ มีความสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการ ของประชาชนได้ 55

02 แผนการปฏริ ูปประเทศ ด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน 0201 ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาในประเด็นการปฏิรูปด้านบริการ โดยสำ� นกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการดำ� เนนิ การ ภาครัฐ ได้มีการด�ำเนินการอย่างต่อเน่ือง โดยมุ่งเน้น ร่วมกับส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และหน่วยงาน การตอบสนองความต้องการของประชาชนในมิติต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องในการพัฒนาระบบงานบริการของภาครัฐ อาทิ ประกอบดว้ ย เพมิ่ สมรรถนะของหนว่ ยงานภาครฐั ในการ การปรับปรุงกระบวนการขออนุมัติ/อนุญาตจากภาครัฐ ตอบสนองต่อประชาชนในสถานการณ์หรือภาวะฉุกเฉิน การจัดให้มีการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จผ่านช่องทางดิจิทัล โดยบูรณาการเลขหมายแจ้งเหตุฉุกเฉินให้เหลือเพียง และศูนย์บริการร่วม เช่น ระบบอ�ำนวยความสะดวก หมายเลขเดียว รวมท้ังพัฒนาระบบการแจ้งเตือน ในการประกอบธรุ กิจแบบครบวงจร เป็นตน้ ซงึ่ ผลจากการ และบูรณาการข้อมูลส�ำคัญเพื่อใช้ในสถานการณ์หรือ ด�ำเนินงานดังกล่าว ประเทศไทยสามารถยกระดับอันดับ ภาวะฉุกเฉิน การยกระดับการให้ข้อมูลและให้คำ� ปรึกษา “Doing Business” หรือรายงานความยากง่ายในการ จากหน่วยงานของรัฐ รวมท้ังยกระดับการให้บริการ ประกอบธรุ กจิ จากเดมิ ในปี 2562 อยทู่ อี่ นั ดับ 27 ข้ึนมา ประชาชนสู่การบริการท่ีเร็วข้ึน ง่ายข้ึน และถูกลง อยู่ท่ีอันดับ 21 ในปี 2563 ปรับดีขึ้น 6 อันดับ จากทั้งหมด 190 ประเทศท่ัวโลก 56

แผนการปฏริ ปู ประเทศ 02 ด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดิน 0201 อย่างไรก็ตาม การด�ำเนินการส่วนใหญ่ภายใต้ประเด็นปฏิรูปดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จและจ�ำเป็นต้องได้รับการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนด้านการพัฒนาระบบดิจิทัลเพ่ือสนับสนุนงานให้บริการประชาชนซ่ึงจะต้องใช้ งบประมาณในการลงทนุ ทค่ี อ่ นขา้ งสงู หากไดร้ บั การจดั สรรงบประมาณไมต่ อ่ เนอื่ งหรอื ลา่ ชา้ กจ็ ะสง่ ผลตอ่ การบรรลเุ ปา้ หมายทกี่ ำ� หนด ดังนั้น การด�ำเนินการในระยะต่อไปภาครัฐควรเร่งด�ำเนินกิจกรรมท่ีมีความส�ำคัญและส่งผลบรรลุต่อเป้าหมาย เช่น การพัฒนาระบบอ�ำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจร และการบูรณาการเลขหมายแจ้งเหตุ ฉุกเฉินให้เหลือเพียงหมายเลขเดียวโดยจัดต้ังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสามารถ ด�ำเนินการได้ตามแผนการด�ำเนินการที่ก�ำหนด พัฒนาความพร้อมของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ รวมท้ังประชาสัมพันธ์ เพอ่ื สร้างการรบั รใู้ ห้กับประชาชนและผ้รู ับบรกิ าร 57

02 แผนการปฏิรปู ประเทศ ด้านการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ 0202 เรือ่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ท่ี 2 ระบบข้อมลู ภาครฐั มีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกนั ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทลั สภาพการณ์และบริบทปัจจุบันท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้การบริหาร จัดการภาครัฐมีความซับซ้อน ประชาชนคาดหวังที่จะได้รับการบริการจากภาครัฐผ่านช่องทางท่ีมี ความหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารราชการในปัจจุบันจึงจ�ำเป็นต้องใช้ข้อมูล สารสนเทศจ�ำนวนมากในการวิเคราะห์ เพื่อใช้ประกอบการการบริหารงานภาครัฐ ดังนั้น จึงได้ ก�ำหนดใหก้ ารยกระดับระบบขอ้ มลู ภาครฐั ให้มมี าตรฐาน ทันสมยั และเช่อื มโยงกนั เพอ่ื กา้ วสู่รฐั บาล ดิจิทัลเป็นหน่ึงในประเด็นที่ส�ำคัญภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยปัจจุบัน จากผลการจัดอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index : EDGI) ของ United Nations E-Government Survey ปี 2561 ประเทศไทยไดอ้ นั ดับท่ี 73 ดีข้นึ จากเดมิ 4 อันดบั จากปี 2559 และเปน็ อนั ดบั 4 ในภูมภิ าคอาเซยี น ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาในประเด็นการปฏิรูประบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าวสูร่ ฐั บาลดิจทิ ัล ไดม้ กี ารด�ำเนินการ โดยพฒั นาและยกระดบั โครงสร้างพ้ืนฐาน รฐั บาลดจิ ทิ ลั สำ� หรบั รองรบั การใหบ้ รกิ าร/การทำ� งานผา่ นระบบดจิ ทิ ลั ซง่ึ จะชว่ ยใหห้ นว่ ยงานภาครฐั สามารถเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกันโดยง่าย การน�ำระบบดิจิทัลมาใช้ ในการปฏิบัติงานและบริหารราชการ อาทิ พัฒนาระบบงานด้านสนับสนุนงานพ้ืนฐานภายใน หน่วยงาน และสามารถเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานได้ รวมท้ังบูรณาการข้อมูลของหน่วยงาน ภาครัฐเพ่ือการบริหารราชการแผ่นดิน อาทิ การจัดต้ังศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐ และสนับสนุน การนำ� ข้อมูลไปใชป้ ระโยชนใ์ นการบริหารและสรา้ งการมสี ่วนร่วมระหวา่ งรฐั เอกชน และประชาชน 58

แผนการปฏิรูปประเทศ 02 ดา้ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน 0202 ผลการด�ำเนินการท่ีผ่านมาหลายโครงการที่ด�ำเนินการแล้วเสร็จ เช่น ส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลได้มีการพัฒนา และบริการการระบบสารบรรณกลางและระบบสนับสนุนเช่ือมโยงข้อมูลระหว่างระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยในปัจจุบันมีการให้บริการกับ 330 หน่วยงาน และระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชาชนกลาง โดยกรมการปกครอง ทีใ่ หบ้ รกิ ารขอ้ มูลไดแ้ ลว้ จ�ำนวน 130 รายการ จากจ�ำนวน 60 หน่วยงาน อย่างไรก็ตามในการด�ำเนินการเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย ดังน้ัน จึงควรก�ำหนดหน่วยงานหลักผู้รับผิดชอบในการ ท่ีก�ำหนดไว้ในประเด็นการปฏิรูปดังกล่าวยังมีประเด็น จัดท�ำแผนการเช่ือมโยงบูรณาการข้อมูลที่เก่ียวข้อง ทา้ ทายทสี่ ำ� คญั ควรเรง่ ผลกั ดนั มากยงิ่ ขน้ึ อาทิ การบรู ณาการ และมีกลไกการก�ำกับติดตามการด�ำเนินการให้เป็นไป ขอ้ มลู ของหนว่ ยงานภาครฐั เพอื่ การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตามแผน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ก�ำหนดไว้ในประเด็น การจัดต้ังศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐ และสนับสนุนการน�ำ การปฏิรูปดังกล่าว รวมทั้งการพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลาง ข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารและสร้างการมี ภาครัฐและสนับสนุนการน�ำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการ ส่วนร่วมระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน รวมท้ังการ บริหารและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ เอกชน บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานยังขาด และประชาชน แนวทางท่ชี ดั เจนในทางปฏบิ ัติ 59

02 แผนการปฏิรปู ประเทศ ด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน 0203 เรือ่ งและประเดน็ ปฏิรปู ท่ี 3 โครงสรา้ งภาครฐั กะทัดรัด ปรบั ตัวได้เรว็ และระบบงานมผี ลสัมฤทธ์สิ ูง ปัจจุบันประเทศไทยก�ำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมการบริหารจัดการท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และผันผวนในทุกมิติ ภาครัฐจึงจ�ำเป็นต้องปรับเข้าสู่แนวทางการจัดการภาครัฐแนวใหม่ ซึ่งเน้นการท�ำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ และมีความคล่องตัว พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง โดยที่ผ่านมา ภาครัฐของประเทศไทยมีขนาดใหญ่ เน่ืองจากหน่วยงานของรัฐยังเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการ จัดท�ำและให้บริการสาธารณะ ส่งผลท�ำให้โครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐ มีการขยายตัวอย่าง ตอ่ เนอ่ื งมาโดยตลอด นอกจากน้ี การบริหารจัดการภาครัฐยงั มปี ระสิทธภิ าพตำ�่ เนอ่ื งจากมรี ะเบยี บ และขั้นตอนจ�ำนวนมากและซับซ้อน ขาดความยืดหยุ่น มีความล่าช้า ไม่คล่องตัว แผนการปฏิรูป ประเทศจึงก�ำหนดประเด็นเกี่ยวกับโครงสร้างภาครัฐ กะทัดรัด ปรับตัวได้เร็ว และระบบงาน มีผลสัมฤทธ์ิสูง โดยผลการจัดอันดับขีดความสามารถของประเทศไทย โดยสถาบัน IMD World Competitiveness Center ด้าน Government Efficiency ประเด็นกรอบการบริหารด้าน สถาบนั (Institution Framework) ในปี 2562 ประเทศไทยได้อนั ดับท่ี 34 ดขี นึ้ จากเดิม 1 อนั ดบั จากปี 2561 36 35 35 34 34 33 33 32 31 30 30 29 28 27 2016 2017 2018 2019 ที่มา : International Institute for Management Development (IMD) 60

แผนการปฏริ ปู ประเทศ 02 ด้านการบริหารราชการแผน่ ดนิ 0203 ภายใต้ประเด็นแผนปฏิรูปดังกล่าว ได้ก�ำหนดแนวทาง อย่างไรก็ตาม การด�ำเนินการภายใต้ประเด็นการปฏิรูป การด�ำเนินการด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย การปรับปรุง ดังกล่าว ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการด�ำเนินการ จึงเป็นการ และพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารงานของรัฐ ยากท่ีจะประเมินผลลัพธ์ มีบางกิจกรรมซ่ึงได้ด�ำเนินการ โดยให้ทุกส่วนราชการจัดท�ำแผนปฏิรูปองค์กรของตนเอง ไปแลว้ แต่ผลการด�ำเนินการยังไมส่ ามารถบรรลุผลตามที่ เพ่ือทบทวนภารกิจและโครงสร้างหน่วยงาน การศึกษา ต้องการได้ อาทิ การปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้าง รูปแบบหน่วยงานภาครัฐ หรือการพัฒนาและการ และระบบบริหารงานของรัฐ ซึ่งก�ำหนดให้ทุก รังสรรค์นวัตกรรมการด�ำเนินงานในรูปแบบใหม่ ส่วนราชการจัดท�ำแผนปฏิรูปองค์กรของตนเองเพ่ือ (Sandbox) เช่น การแก้ไขพ้ืนที่ป่าและการใช้ประโยชน์ ท บ ท ว น ภ า ร กิ จ แ ล ะ โ ค ร ง ส ร ้ า ง ห น ่ ว ย ง า น ข อ ง ต น พื้นท่ีจังหวัดน่านและกลไกการบริหารจัดการ การเพ่ิม ว่าภารกิจใดสามารถถ่ายโอนให้ภาคสว่ นอนื่ ๆ ได้ เพ่อื ลด ประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งของการบริหาร ขนาดโครงสร้างภาครัฐ แต่ในทางปฏิบัติ เป็นการยากที่ จัดการเชิงพ้ืนที่ อาทิ การปฏิรูปโครงสร้างและระบบ สว่ นราชการจะลดขนาดโครงสรา้ งหรอื อตั รากำ� ลงั ของตนเอง การบริหารราชการของส่วนราชการในภูมิภาค การ พัฒนาขดี ความสามารถในการจดั บรกิ ารสาธารณะของ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ อาทิ ปรบั จ�ำนวนและขนาด ของท้องถ่ิน เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ผู้รับบริการ การพัฒนาระบบงบประมาณและการคลัง ภาครัฐเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การสรา้ งระบบธรรมาภบิ าลทยี่ ง่ั ยนื ในหนว่ ยงานภาครฐั และพัฒนากฎหมายเก่ียวกับระเบียบบริหารราชการ แผ่นดินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 61

02 แผนการปฏริ ปู ประเทศ ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ 0203 ดังนั้น แนวทางการปรับปรุงบทบาทภารกิจของส่วนราชการในระยะต่อไปอาจจะต้องก�ำหนดแนวทางการด�ำเนินงาน รูปแบบอื่นให้มีความเหมาะสม นอกจากนี้ ควรขยายผลการพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมการด�ำเนินงานใน รูปแบบใหม่ (Sandbox) ในกิจกรรมที่ด�ำเนินการและประสบผลส�ำเร็จ เพ่ือใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐ รูปแบบใหมต่ อ่ ไป 62

แผนการปฏิรปู ประเทศ 02 ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ เรอื่ งและประเดน็ ปฏิรูปที่ 4 0204 กำ� ลงั คนภาครัฐมีขนาดท่ีเหมาะสม และมีสมรรถนะสูง พรอ้ มขบั เคล่อื น ยุทธศาสตร์ชาติ สถานภาพก�ำลังคนภาครัฐในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อยา่ งตอ่ เนอื่ ง จากรายงานผลการดำ� เนนิ การตามมาตรการ การบริหารและพัฒนาก�ำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2557- 2561) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติอัตราข้าราชการใหม่ให้กบั ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการ ก�ำหนดเป้าหมายและนโยบายก�ำลังภาครัฐ (คปร.) เห็นชอบจ�ำนวน 39,719 อัตรา เป็นข้าราชการพลเรือน สามัญ จ�ำนวน 28,749 อัตรา และข้าราชการต�ำรวจ จ�ำนวน 10,970 อัตรา จึงจ�ำเป็นต้องปรับขนาดก�ำลังคน ภาครัฐให้มีความเหมาะสมกับการปฏิรูปโครงสร้างการ บริหารงานของส่วนราชการอย่างจริงจัง และจ�ำเป็นต้อง ปรับรูปแบบการจ้างงานภาครัฐให้มีความหลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น คล่องตัวเพื่อมิให้ เกดิ ภาระผกู พนั คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นบคุ ลากรภาครฐั ในระยะยาว อันจะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินในมิติ การพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านความมั่นคง ของประเทศ ทม่ี า : ส�ำนักงาน ก.พ. 63

02 แผนการปฏิรปู ประเทศ ด้านการบริหารราชการแผน่ ดนิ 0204 ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาในประเด็นการปฏิรูปก�ำลังคน รู ป แ บ บ อื่ น ซึ่ ง ไ ม ่ มี ภ า ร ะ ผู ก พั น ด ้ า น ง บ ป ร ะ ม า ณ ภ า ค รั ฐ มี ข น า ด ท่ี เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ มี ส ม ร ร ถ น ะ สู ง ในระยะยาวหรือใช้การจ้างเหมาบริการแทนการบรรจุ พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ได้มีการด�ำเนินการ ข้าราชการ นอกจากน้ี มกี ารพัฒนาทกั ษะและสมรรถนะ โดย จดั กำ� ลงั คนใหส้ อดคลอ้ งกบั ความจำ� เปน็ ในการบรกิ าร ใหม่เพื่อสร้างความพร้อมเชิงกลยุทธ์ให้กับก�ำลังคน สาธารณะที่ส�ำคัญ และขับเคล่ือนขีดความสามารถ ภาครัฐ อาทิ พัฒนาขีดความสามารถ ทักษะและ ในการแข่งขันของประเทศ เพื่อวางแผนก�ำลังคนให้ สมรรถนะของบุคลากร เพ่ือขับเคล่ือนรัฐบาลดิจิทัล สอดคล้องกับบทบาทของภาครัฐทิศทางการปฏิรูป และประเทศไทย 4.0 รวมทั้งติดตาม ตรวจสอบและ ประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ และบูรณาการข้อมูลก�ำลัง ประเมินผลการใชก้ ำ� ลงั คนในสว่ นราชการและหนว่ ยงาน คนภาครัฐทุกประเภทท่ีใช้งบประมาณแผ่นดินให้สมบูรณ์ ของรัฐ อาทิ พัฒนาระบบการติดตามตรวจสอบ และเป็นปัจจุบันส�ำหรับการก�ำหนดนโยบายก�ำลังคน และประเมนิ ผล การใช้ก�ำลังคนในส่วนราชการและหน่วย ภาครัฐ ลดขนาดก�ำลังคนและค่าใช้จ่ายด้านบุคคล งานของรัฐ และทบทวนการพัฒนาระบบบริหารงาน ภาครัฐที่มีผลผูกพันภาระงบประมาณในระยะยาว อาทิ บุคคลก�ำลังคน (จ�ำนวนสายงาน ต�ำแหน่ง ระดับ) การน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพ และระบบการโยกย้าย แต่งตั้งให้สอดคล้องกับความ การปฏบิ ตั งิ านและการบรกิ ารประชาชน และการจา้ งงาน จำ� เปน็ ตามภารกจิ และเป็นไปตามระบบคณุ ธรรม 64

แผนการปฏริ ูปประเทศ 02 ดา้ นการบริหารราชการแผน่ ดนิ 0204 ผลการด�ำเนินการท่ีผ่านมาหลายโครงการที่ด�ำเนินการ ดังน้ัน จึงควรก�ำหนดแนวทางในการควบคุมขนาดอัตรา แล้วเสร็จ เช่น ส�ำนักงานคณะกรรมการข้าราชการ ก�ำลังและค่าใช้จ่ายด้านบุคคลท่ีมีแนวโน้มจะขยายตัว พลเรอื นไดน้ ำ� เสนอมาตรการบรหิ ารจดั การกำ� ลงั คนภาครฐั เพิ่มมากข้ึน เช่น การลดภารกิจที่ซ�้ำซ้อน การน�ำระบบ (พ.ศ. 2562 - 2565) ต่อคณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ เทคโนโลยีมาใช้เพ่ือลดกระบวนงานต่าง ๆ การเกลี่ย 19 มนี าคม 2562 และคณะรฐั มนตรไี ดม้ มี ตเิ หน็ ชอบ จากนนั้ อัตราก�ำลังให้ส่วนราชการที่ขาดแคลน การจ้างงาน ได้จัดการประชุมช้ีแนวทางปฏิบัติให้แก่ส่วนราชการเพื่อ รูปแบบอ่ืน และอาจให้มีโครงการเกษียณอายุก่อน ด�ำเนินการและได้จัดท�ำหนังสือมาตรการบริหารจัดการ ก�ำหนด เป็นต้น นอกจากน้ีส่วนราชการควรมีการ กำ� ลงั คนภาครัฐ (พ.ศ. 2562 - 2565) และแนวทางปฏิบตั ิ ปรับปรุงกระบวนงาน การบริหารอัตราว่างและการใช้ เพ่ือเผยแพร่ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ได้ปฏิบัติต่อไป ท้ังน้ี ก�ำลังคนให้มีประสิทธิภาพก่อนการขอเพ่ิมอัตราก�ำลัง มาตรการฯ ดังกล่าวได้ก�ำหนดเป้าหมายส�ำคัญในปี ตั้งใหม่ หรือทบทวนการเพ่ิมหรือยุบต�ำแหน่งให้ พ.ศ. 2563 คอื อตั ราขา้ ราชการทว่ี า่ งลงจากการเกษยี ณอายุ สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ เช่น การเข้าสู่ เมื่อส้ินปีงบประมาณ 2562 ลดลงร้อยละ 10 จากการ สังคมสูงวัย การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงการ จ้างงานรูปแบบอื่น เพื่อทดแทนอัตราข้าราชการ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ/สมรรถนะที่หลากหลาย ที่เกษียณอายุ และมีหลายโครงการท่ีอยู่ระหว่าง เพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงในอนาคตด้วย ด�ำเนินการ อย่างไรก็ตาม ถึงมาตรการมีความเหมาะสม ในหลักการ แต่เม่ือน�ำไปสูการปฏิบัติมีปัจจัยท่ีเป็น ตัวแปรท�ำให้ส่วนราชการไม่สามารถด�ำเนินการตาม มาตรการบริหารจัดการก�ำลังคนภาครัฐท่ีก�ำหนดได้ รวมทั้งขาดการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 65

02 แผนการปฏิรูปประเทศ ดา้ นการบริหารราชการแผน่ ดนิ 0205 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏิรปู ที่ 5 ระบบบริหารงานบคุ คลทส่ี ามารถดึงดดู สรา้ งและรกั ษาคนดีคนเก่งไวใ้ นภาครัฐ ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ มีความสนใจที่จะท�ำงานในภาคราชการน้อยลง เน่ืองจากระบบบริหารจัดการภาครัฐไม่สอดคล้องกับวิถีการท�ำงานของคนรุ่นใหม่ ประกอบกับในปัจจุบัน มีรูปแบบการท�ำงานท่ีหลากหลายมากข้ึน อาทิ การประกอบอาชีพที่ไม่ประจ�ำ และการประกอบอาชีพ ช่ัวคราวหลายงาน นอกจากนี้ มาตรการที่ใช้ในการรักษาและจูงใจบุคลากรท่ีมีความสามารถไว้ในภาครัฐ ยงั ไมม่ ีประสทิ ธผิ ลอย่างเตม็ ท่ี ทง้ั นี้ ปญั หาดังกล่าวจะมีความรนุ แรงมากยง่ิ ข้ึน จึงจำ� เปน็ ทภี่ าครัฐต้องเพมิ่ ขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงผู้มีความรู้ความสามารถในตลาดแรงงาน ก�ำลังคนที่มีความรู้ ความสามารถเป็นคนเก่งและคนดีมีจิตสาธารณะจึงได้ก�ำหนดประเด็นปฏิรูประบบบริหารงานบุคคล เพ่ือใหภ้ าคราชการสามารถดงึ ดูด สรา้ งและรักษาคนดคี นเกง่ ไว้ในภาครฐั ได้ 66

แผนการปฏริ ปู ประเทศ 02 ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดิน ประเด็นการปฏิรูประบบบริหารงานบุคคลที่สามารถดึงดูด 0205 สร้างและรักษาคนดีคนเก่งไว้ในภาครัฐ ได้ก�ำหนดแนวทาง มีบางกิจกรรมท่ีด�ำเนินการแล้วเสร็จ เช่น การจัดท�ำพระราช การด�ำเนินการด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย 1) การดึงดูดผู้มี บัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 โดยกิจกรรม ความรู้ความสามารถและมีจิตสาธารณะเข้ามาท�ำงานใน ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างด�ำเนินการ อาทิ การจัดสอบความรู้ หน่วยงานของรัฐ โดยการเพิ่มช่องทางและรูปแบบการ ความสามารถท่ัวไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการ จ้างงานเพื่อดึงดูดและจูงใจผู้มีความรู้ความสามารถสูงเข้ามา พัฒนาระบบการจดั สรรทุนรฐั บาลรปู แบบใหม่ ปฏิบัติงานในภาครัฐ เพ่ิมประสิทธิผลและความคล่องตัวใน อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การสรรหาและเลือกสรรบุคลากรเข้าสู่ภาครัฐด้วยระบบ ที่ก�ำหนดไว้ในประเด็นการปฏิรูปดังกล่าวยังมีประเด็น อิเล็กทรอนิกส์ รวมท้ังพัฒนาระบบการสอบวัดความรู้ ท้าทายที่ส�ำคัญควรเร่งด�ำเนินการผลักดันเพ่ือให้สามารถ ความสามารถท่ัวไปให้เป็นมาตรฐานเดียวกันส�ำหรับเจ้า ดึงดูด สร้างและรักษาคนดีคนเก่งไว้ในภาครัฐได้ อาทิ หน้าท่ีของรัฐทุกประเภท 2) ส่งเสริม จูงใจ และรักษาผู้มี การพัฒนาบุคลากรทุกระดับและสายอาชีพเพื่อสร้างการ ความรู้ความสามารถและมีจิตสาธารณะไว้ในภาครัฐ เรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดอายกุ ารทำ� งาน รวมทงั้ การพัฒนา อาทิ พัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการบริหาร ค่าตอบแทนและสวัสดิการภาครัฐโดยรวมให้ใกล้เคียง ผลการปฏิบัติงาน และพัฒนาระบบค่าตอบแทน กับอัตราในภาคเอกชนช้ันน�ำและตอบสนองต่อความต้องการ และสวัสดิการภาครัฐโดยรวม 3) พัฒนาทรัพยากรบุคคล ทห่ี ลากหลายของเจา้ หนา้ ทีก่ ลุม่ รัฐตา่ ง ๆ ภาครัฐให้มีขีดความสามารถและความผูกพันต่อองค์กร ของบุคลากรภาครฐั อาทิ พัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมเปน็ ดังนั้น ในระยะต่อไปหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควร ขา้ ราชการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐยุคใหม่ 4) สร้างผนู้ ำ� ให้เป็น เร่งด�ำเนินการผลักดันเพ่ือให้สามารถดึงดูด สร้างและรักษา ตัวอย่าง โดยพัฒนาผู้บริหารทุกระดับให้เป็นผู้น�ำที่เป็น คนดคี นเก่งไว้ในภาครัฐได้ อาทิ การพฒั นาบคุ ลากรทกุ ระดับ ตัวอย่าง 5) ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหาร และสายอาชีพเพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดอายุ ทรพั ยากรบุคคล อาทิ การจัดตงั้ คณะกรรมการพิทักษร์ ะบบ การท�ำงาน รวมทั้งการพัฒนาค่าตอบแทนและสวัสดิการ คุณธรรมแห่งชาติ ส�ำหรับบุคลากรภาครัฐทุกประเภท ภาครัฐโดยรวมให้ใกล้เคียงกับอัตราในภาคเอกชนชั้นน�ำ และจัดท�ำมาตรฐานทางจริยธรรมส�ำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของเจ้าหน้าที่ และ 6) พัฒนาทางก้าวหน้าในสายอาชีพและสร้างความ กลุ่มรัฐต่าง ๆ นอกจากน้ี ควรพัฒนาทางก้าวหน้าใน ต่อเนื่องในการด�ำรงต�ำแหน่ง อาทิ จัดท�ำแผนพัฒนาก�ำลัง สายอาชพี ตา่ ง ๆ และสรา้ งความตอ่ เนอื่ งในการดำ� รงตำ� แหนง่ ดว้ ย คนคุณภาพ ตลอดจนส่งเสรมิ การหมนุ เวียนบคุ ลากรในแต่ละ ส า ย อ า ชี พ ข ้ า ม ห น ่ ว ย ง า น ใ น ภ า ค รั ฐ เ พื่ อ ส ร ้ า ง เ ส ริ ม ประสบการณ์การท�ำงานทั้งในด้านกว้างและลึก ท่ีผ่านมา 67

02 แผนการปฏริ ปู ประเทศ ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดิน 0206 เร่ืองและประเด็นปฏิรปู ท่ี 6 การจดั ซ้อื จัดจา้ งภาครฐั คล่องตวั โปร่งใส และมีกลไกปอ้ งกนั การทุจริตทุกข้นั ตอน จากผลการประเมินขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า พ.ศ. 2562 ประเทศไทย ได้คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index: CPI) ได้ 36 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อันดับตกลงมาจากอันดับท่ี 99 ในปี 2561 มาอยู่ท่ีอันดับ 101 และอยใู่ นอันดับที่ 6 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยมีประเทศเวียดนามแซงข้ึนมาอยู่อันดับท่ี 5 จากผลดังกล่าว ปรากฏว่าสถานการณ์คอร์รัปช่ันของภาคเอกชนและภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีข้ึน แต่ในส่วนของภาคราชการยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะการใช้ระบบอุปถัมภ์ในการปฏิบัติราชการ การใช้อ�ำนาจหน้าที่โดยมิชอบหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ซึ่งท�ำให้การบริหารจัดการ ภาครัฐขาดประสิทธิภาพ แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จึงได้ก�ำหนด ประเด็นปฏิรูปด้านการจัดซ้ือจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐซึ่งเป็นปัจจัยการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทสี่ ำ� คญั และส่งผลตอ่ ปญั หาการทจุ ริตคอรร์ ัปชน่ั ในภาคราชการ ดชั นชี ี้วัดภาพลักษณ์คอรัปช่นั (CPI) ยอ้ นหลงั ของประเทศไทย ท่มี า : Transparency International 68

แผนการปฏิรูปประเทศ 02 ด้านการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน 0206 ภายใต้ประเด็นแผนปฏิรูปดังกล่าว มีเป้าหมายเพ่ือ อย่างไรกต็ าม ยงั คงมีประเด็นทีต่ ้องใหค้ วามส�ำคัญเพอ่ื ให้ หน่วยงานภาครัฐสามารถด�ำเนินการจัดซ้ือจัดจ้างได้ บรรลุเป้าหมายตามท่ีก�ำหนด อาทิ การจัดท�ำฐานข้อมูล โดยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว โปร่งใส กลางเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การจัดท�ำระบบ ตรวจสอบได้ ผ่านระบบสนับสนุนการจัดซ้ือจัดจ้างที่เป็น การบริหารโครงการก่อสร้างส�ำหรับติดตาม ควบคุม ดิจิทัลในทกุ ขน้ั ตอน มกี ารบรู ณาการ และเชอ่ื มโยงขอ้ มลู และดูแลโครงการงานก่อสร้างต้ังแต่เร่ิมต้นจนส้ินสุด กบั ระบบอน่ื ๆ อย่างเต็มรปู แบบ โดยก�ำหนดแนวทางการ ภาระผูกพันตามสัญญา รวมท้ังการเพ่ิมขีดความสามารถ ด�ำเนินการ ประกอบด้วย การน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ และคุณภาพการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและประชาชน ปรบั ปรงุ ระบบการจดั ซอื้ จดั จา้ งภาครฐั ใหม้ คี วามคลอ่ งตวั ในการปอ้ งกนั การทจุ รติ ในการจดั ซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพัฒนาระบบการจัดซ้ือ ดังน้ัน การด�ำเนินการในระยะต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดจ้างท้ังระบบ มีการเช่ือมโยงบูรณาการข้อมูลระหว่าง ควรเรง่ รดั ดำ� เนนิ การเพอ่ื ใหร้ ะบบการจดั ซอื้ จดั จา้ งภาครฐั หน่วยงานและผู้ประกอบการการส่งเสริมและสร้าง เขา้ สรู่ ะบบดิจทิ ัลไดอ้ ยา่ งเตม็ รูปแบบ อาทิ การจัดท�ำฐาน ความเข้มแข็งให้กับกลไกการติดตามตรวจสอบการ ข้อมูลกลางเกี่ยวกับการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ เช่น จัดซื้อจัดจา้ งภาครฐั เพื่อให้เกดิ ความโปรง่ ใสและตรวจ คุณสมบัติและราคาอ้างอิงของผลิตภัณฑ์พื้นฐานไว้เป็น สอบได้ โดยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพพัสดุส�ำหรับ มาตรฐาน การจัดท�ำระบบการบริหารโครงการก่อสร้าง เจ้าหน้าที่พัสดุ ส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งให้กับ ส�ำหรับติดตาม ควบคุม และดูแลโครงการงานก่อสร้าง กลไกการติดตามตรวจสอบการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา นอกจากนี้ ร ว ม ทั้ ง พั ฒ น า ขี ด ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง ภ า ค เ อ ก ช น ค ว ร ข ย า ย ผ ล ก า ร ใ ช ้ ร ะ บ บ ก า ร จั ด ซื้ อ จั ด จ ้ า ง ด ้ ว ย และประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันการ อิเล็กทรอนิกส์สู่ระดับท้องถิ่น เพื่อให้สามารถใช้ได้ ทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่ผ่านมามีหลาย ครอบคลมุ ท่วั ประเทศต่อไป กิจกรรมที่ด�ำเนินการแล้วเสร็จ อาทิ ระบบการจัดซ้ือ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ระบบการ ขนึ้ ทะเบยี นผปู้ ระกอบการ และมหี นว่ ยงานของรฐั เชอ่ื มโยง ข้อมูลการจัดซ้ือจัดจ้างกับระบบของกรมบัญชีกลางแล้ว จ�ำนวน 33 หน่วยงาน 69

03 แผนการปฏิรปู ประเทศ ดา้ นกฎหมาย ฿ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น การสรางโอกาส การปรับสมดลุ และ และความเสมอภาค พัฒนา การในสกราางรคแวขามงสขามันารถ ทางสังคม ระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ “ ใหม้ กี ฎหมายท่ีดีและเป็นธรรม สอดคลอ้ งกับหลกั นิติธรรมเพื่อเป็นเครอ่ื งมอื ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ ใหป้ ระชาชนมสี ่วนรว่ ม ในกระบวนการจัดท�ำและประเมนิ ผลสัมฤทธ์ขิ องกฎหมายอย่างเหมาะสม สามารถเข้าใจและเขา้ ถึงกฎหมายได้โดยงา่ ย พัฒนาผปู้ ระกอบวิชาชีพกฎหมาย ใหม้ กี ารบงั คบั ใช้กฎหมายอย่างถูกตอ้ งและเป็นธรรม ”

แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 03 สงั คมจำ� เปน็ ตอ้ งมกี ฎหมายเพอื่ กำ� หนดกฎเกณฑก์ ตกิ าใหส้ งั คมถอื ปฏบิ ตั เิ พอื่ รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยและเปน็ เครอ่ื งมอื สำ� คญั ของรฐั ในการดำ� เนนิ นโยบายสาธารณะในนติ ริ ฐั ซงึ่ ถอื วา่ รฐั และเจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั จะกระทำ� การใดทจี่ ะกระทบสทิ ธิ และเสรภี าพของประชาชนไดต้ อ่ เมอื่ ตอ้ งมอี ำ� นาจตามกฎหมายทปี่ วงชนหรอื ผแู้ ทนปวงชนใหค้ วามเหน็ ชอบ แตก่ ฎหมาย อาจสร้างปัญหาให้สังคมได้เช่นกัน หากกฎหมายน้ันเป็นกฎหมายท่ีไม่เคารพหลักนิติธรรม ไม่มีคุณภาพ หรือมีจำ� นวน มากเกินไปจนกลายเป็นการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามจ�ำนวนกฎหมายที่เพ่ิมมากขึ้น และยังเป็นการ สร้างภาระและค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนในการด�ำรงชีวิตและประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังอาจเป็นที่มาของการทุจริต และประพฤติมิชอบของผู้บังคับใช้กฎหมาย ดังน้ัน การปฏิรูปกฎหมายจึงมุ่งเน้นให้เกิดผลอันพึงประสงค์ในการ มกี ฎหมายทดี่ แี ละมเี พยี งเทา่ ทจ่ี ำ� เปน็ เพอื่ ขจดั ปญั หาตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ จากกฎหมาย ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั หลกั การตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ค. ด้านกฎหมาย ท่ีก�ำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศเพ่ือให้เกิดผล ดังต่อไปน้ี (1) มกี ลไกใหด้ ำ� เนนิ การปรบั ปรงุ กฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรอื ขอ้ บงั คบั ตา่ ง ๆ ทใ่ี ชบ้ งั คบั อยกู่ อ่ นวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การตามมาตรา 77 และพฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สากล โดยใหม้ กี ารใชร้ ะบบอนญุ าตและระบบ การดำ� เนนิ การโดยคณะกรรมการเพยี งเทา่ ทจ่ี ำ� เปน็ เพอื่ ใหก้ ารทำ� งานเกดิ ความคลอ่ งตวั โดยมผี รู้ บั ผดิ ชอบทช่ี ดั เจนและ ไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจ�ำเป็น เพ่ิมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และป้องกันการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ (2) ปฏิรูประบบการเรียนการสอนและการศึกษาอบรมวิชากฎหมายเพื่อพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพ กฎหมายใหเ้ ปน็ ผมู้ คี วามรอบรู้ มนี ติ ทิ ศั นะ และยดึ มน่ั ในคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของนกั กฎหมาย (3) พฒั นาระบบฐาน ขอ้ มลู กฎหมายของรฐั โดยใชเ้ ทคโนโลยตี า่ ง ๆ เพอื่ ใหป้ ระชาชนเขา้ ถงึ ขอ้ มลู กฎหมายไดส้ ะดวกและสามารถเขา้ ใจเนอื้ หา สาระของกฎหมายไดง้ า่ ย และ (4) จดั ใหม้ กี ลไกชว่ ยเหลอื ประชาชนในการจดั ทำ� และเสนอรา่ งกฎหมาย เม่ือพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ในราชกจิ จานเุ บกษา เมอ่ื วนั ที่ 6 เมษายน 2561 ทผ่ี า่ นมา พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ได้มีการก�ำหนด เมอื่ วนั ที่ 15 สงิ หาคม 2560 แตง่ ตง้ั คณะกรรมการปฏริ ปู 10 เป้าหมายหรือผลอันพึงประสงค์ อันประกอบด้วย ประเทศด้านกฎหมาย จึงได้เร่ิมด�ำเนินการจัดท�ำ (1) มกี ลไกใหก้ ารออกกฎหมายเปน็ กฎหมายทดี่ แี ละเทา่ ท่ี ร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายข้ึนโดยยึดตาม จ�ำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้ หลักการและวัตถุประสงค์ตามท่ีก�ำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ บังคับแล้ว เพ่ือให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 แห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับกลไกการปฏิรูป ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (2) ยกเลิกหรือ กฎหมายที่รัฐบาลได้ด�ำเนินการอยู่แล้ว เพ่ือให้เกิดความ ปรบั ปรงุ กฎหมายทล่ี า้ สมยั และเปน็ อปุ สรรคตอ่ การดำ� รง ต่อเนื่องและเช่ือมโยงการด�ำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็น ชวี ติ และการประกอบอาชพี ของประชาชน (3) มกี ลไกทาง รูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งในการจัดท�ำแผนการปฏิรูปประเทศ กฎหมายเพื่อขจัดความเหล่ือมล้�ำและสร้างความเป็น ด้านกฎหมายได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ธรรมในสังคม (4) มีกลไกให้มีการตรากฎหมายเพ่ือเพิ่ม ที่ เ กี่ ย ว ข ้ อ ง แ ล ะ จั ด ใ ห ้ มี ก า ร รั บ ฟ ั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (5) พัฒนา ของประชาชนอย่างกว้างขวาง และน�ำประเด็นท่ีได้ กระบวนการจัดท�ำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย จากการรับฟังความคิดเห็นมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ให้รวดเร็ว รอบคอบ และสอดคล้องกับเงื่อนเวลา จนเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายท่ีได้ประกาศ ในการตรากฎหมายตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย 71

03 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมาย (6) มีกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมายท่ีมีความส�ำคัญ และจัดให้มีกลไกช่วยเหลือ ประชาชนในการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมาย รวมท้ังการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (7) มีกลไก ให้ประชาชนเขา้ ถึงกฎหมาย กฎ โดยสะดวกและเข้าใจกฎหมายได้ง่าย รวมท้ังการพัฒนาระบบฐานข้อมลู ของกฎหมาย คำ� พิพากษา ค�ำวนิ ิจฉยั หรือการตคี วามกฎหมาย หรือกฎใหป้ ระชาชนเข้าถงึ ไดโ้ ดยสะดวก (8) ปฏริ ูปการเรียนการสอน และการศึกษาอบรมวิชากฎหมาย เพื่อพัฒนานักกฎหมายให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ดี (9) พัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศเพี่อสนับสนุนให้ประชาชนติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายได้โดยสะดวก เพื่อลดค่าใช้จ่ายและขจัด ช่องทางการทจุ รติ ประพฤตมิ ิชอบ และ (10) มีกลไกส่งเสรมิ การบงั คับใช้กฎหมายใหม้ ปี ระสิทธิภาพยงิ่ ขึ้น ทงั้ น้ี เป้าหมายในการปฏริ ปู ประเทศด้านกฎหมาย ประกอบดว้ ย 1) กฎหมายเป็นกฎหมายท่ดี ีและเปน็ ธรรม สอดคล้อง กับหลักนิติธรรม 2) กฎหมายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ 3) ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมาย อย่างเหมาะสม 4) ประชาชนมีความรูค้ วามเข้าใจในกฎหมายและสามารถเขา้ ถึงกฎหมายได้โดยง่าย และ 5) ผูบ้ ังคบั ใช้ กฎหมายมีความร้คู วามเขา้ ใจและมีการบงั คับใช้กฎหมายอย่างถกู ต้องและเปน็ ธรรม ประเดน็ ท้าทายและขอ้ เสนอแนะ 2) การสร้างกลไกการแก้ไขปัญหาความยากจนและ 1) การสร้างการรับรู้และขับเคลื่อนการด�ำเนินการ ลดความเหลอื่ มลำ�้ โดยการแตง่ ตงั้ คณะกรรมการลดความ ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมาย เหลอ่ื มลำ้� และสรา้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม เพอื่ ทำ� หนา้ ท่ี และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ในการวางแนวทางและวธิ กี ารดำ� เนนิ การระหวา่ งหนว่ ยงาน และอนุบัญญัติท่ีเก่ียวข้องให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ของรัฐเพ่ือให้เกิดการบูรณาการร่วมกันในการก�ำหนด การด�ำเนินการในเรื่องน้ีเป็นเป้าหมายส�ำคัญของแผนการ แผนงาน โครงการ และการบรหิ ารจดั การงบประมาณและ ปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ซ่ึงหากหน่วยงานของรัฐ ทรัพยากรที่เก่ียวข้อง พิจารณาสภาพปัญหาที่เกิดข้ึนจริง ทุกหน่วยงานสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในกฎหมาย ในพนื้ ทต่ี า่ ง ๆ รวมทงั้ จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะตอ่ คณะรฐั มนตรี ดงั กลา่ วอยา่ งเครง่ ครดั จะทำ� ใหก้ ารตรากฎหมายเปน็ ไปอยา่ ง ในการจดั ทำ� แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมาย กฎ ระเบยี บ รอบคอบโดยมีการพิจารณาถึงความจ�ำเป็นและวิเคราะห์ หรอื มาตรการตา่ ง ๆ เพอื่ มงุ่ เนน้ การพฒั นาความเสมอภาค ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และส่งเสริมให้เกิด และความเทา่ เทยี มทางสงั คมเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาความยากจน การมสี ว่ นรว่ มในการตรากฎหมายและประเมนิ ผลสมั ฤทธิ์ และลดความเหลอื่ มลำ้� ทางสงั คม ของกฎหมายอยา่ งแทจ้ รงิ อนั จะสง่ ผลใหม้ กี ฎหมายทด่ี แี ละ มีเพียงเท่าท่ีจ�ำเป็น ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชนหรือสร้างภาระต่อการด�ำรงชีวิตและการ ประกอบอาชีพของประชาชนมากจนเกินสมควรเพ่ือให้ สามารถใชก้ ลไกทางกฎหมายเปน็ เครอื่ งมอื ในการขจดั ความ เหล่ือมลำ�้ และสร้างความเป็นธรรมในสงั คมและเพิ่มความ ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร แ ข ่ ง ขั น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ต า ม ห ลั ก ก า ร ทวยิ ทุ ธศาสตรเ์ พอื่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื 72

แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นกฎหมาย 03 3) การสร้างกลไกในการพฒั นาระบบการเรยี นการสอน 4) การจดั ทำ� ระบบกลางทเี่ ปน็ ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการศึกษาวิชากฎหมาย พิจารณาก�ำหนดนโยบาย และเครอื ขา่ ยเชอื่ มโยงในการเผยแพรข่ อ้ มลู กฎหมายและ เก่ียวกับการเรียนการสอนวิชานิติศาสตร์ และก�ำหนด เปน็ ชอ่ งทางการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน และการกำ� หนด มาตรฐานการศึกษาวิชานิติศาสตร์เพื่อเป็นมาตรฐาน กลไกทางกฎหมายเพอื่ เปน็ กรอบการพฒั นาสกู่ ารเปน็ รฐั บาล ส�ำหรับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย ดจิ ทิ ลั โดยการนำ� เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื ในการ ของประเทศให้มีความรู้ความสามารถ เพ่ือให้สามารถ บริหารงานภาครัฐ และให้บริการประชาชนผ่านระบบ ใช้กฎหมายในการประกอบวิชาชีพได้อย่างเหมาะสมและ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Service) เพอื่ อำ� นวยความสะดวกใหแ้ ก่ เป็นธรรม ประชาชนในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐและขจัด ชอ่ งทางการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบของเจา้ หนา้ ท่ี สรปุ การดำ� เนนิ งานของเรอ่ื งและประเดน็ ปฏิรูป 0301 เร่ืองและประเด็นปฏิรูปท่ี 1 มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าท่ีจ�ำเป็น รวมทั้งมีกลไก ในการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว เพ่ือให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทย ได้มีการจัดท�ำพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเม่ือวันท่ี 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันท่ี 27 พฤศจิกายน 2562 และมีการจัดท�ำกฎหมายล�ำดับรองตาม พระราชบัญญัติดังกล่าว ทั้งในส่วนของกฎกระทรวง แนวทาง และค�ำแนะน�ำ เพ่ือก�ำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียด รองรับการปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั ิดังกล่าวใหเ้ กดิ ความชัดเจน 0302 เรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี 2 ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายท่ีล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการด�ำรงชีวิตและ การประกอบอาชพี ของประชาชน ได้มีการจัดท�ำโครงการทบทวนการอนุญาตของทางราชการ โดยการศึกษากลไกการอนุญาตของทางราชการท่ีเป็นการ สร้างภาระหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการด�ำเนินธุรกิจของประชาชนเพื่อน�ำไปสู่การพิจารณา ทบทวนกระบวนการอนุญาต หรือเสนอแนะใหม้ ีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรอื ขอ้ บังคับที่เกี่ยวกบั การ อนุญาตของทางราชการ เพื่อลดข้นั ตอนการด�ำเนนิ การและการอนุญาตท่ีไมจ่ �ำเปน็ หรอื ท่ีเปน็ อุปสรรคตอ่ การประกอบ อาชพี และการดำ� เนินธรุ กจิ ของประชาชน 73

03 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมาย 0303 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 3 มกี ลไกทางกฎหมายเพอื่ ขจดั ความเหลอ่ื มลำ�้ และสรา้ งความเปน็ ธรรมในสงั คม ได้มีการศึกษาสภาพปัญหาทางกฎหมายท่ีก่อให้เกิดความเหลื่อมล้�ำหรือความไม่เป็นธรรมท่ีเกิดขึ้น จนน�ำไปสู่การ จัดท�ำกฎหมายเพ่ือเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาความเหล่ือมล�้ำและความไม่เป็นธรรมที่เกิดข้ึนในสังคม เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการท�ำสัญญาขายฝากที่ดินเพ่ือการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 พระราชบญั ญตั สิ ่งเสรมิ วิสาหกจิ เพื่อสงั คม พ.ศ. 2562 0304 เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 4 มีกลไกให้มีการตรากฎหมายเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้มีการด�ำเนินการพัฒนากฎหมายส�ำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติยกเว้นเบ้ียปรับเงินเพ่ิมภาษีอากรและความรับผิด ทางอาญา เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติการเก่ียวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราช บญั ญตั สิ ง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2561 เพอื่ เพม่ิ ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ 0305 เรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี 5 พัฒนากระบวนการจัดท�ำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายให้รวดเร็ว รอบคอบ และสอดคลอ้ งกับเงือ่ นเวลาในการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ได้มีการผลักดันให้เกิดกิจกรรมและโครงการเพื่อพัฒนากระบวนการจัดท�ำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย ให้มีประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาหลักสูตรการอบรมนักกฎหมายภาครัฐเพ่ือพัฒนาองค์ความรู้ในเร่ืองการจัดท�ำและ เสนอร่างกฎหมาย การจัดท�ำและปรับปรุงคู่มือการร่างกฎหมายและการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี พิจารณา ปรับปรุงบทบาทการท�ำหน้าที่ของนักกฎหมายกฤษฎีการะบบการท�ำงานของส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้การตรวจพิจารณาร่างกฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การก�ำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ในการเรง่ รัดและตดิ ตามการตรากฎหมายให้เป็นไปตามกรอบเวลาทกี่ �ำหนดในรฐั ธรรมนญู 0306 เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 6 มีกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมายท่ีมีความ สำ� คญั และจดั ใหม้ กี ลไกชว่ ยเหลอื ประชาชนในการจดั ทำ� และเสนอรา่ งกฎหมาย รวมทง้ั การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายแกป่ ระชาชน ได้มีการด�ำเนินการเพ่ือขับเคล่ือนให้บรรลุเป้าหมาย เช่น การจัดท�ำคู่มือการบริหารจัดการข้อเสนอแนะ ติชม และ ข้อร้องเรียนเก่ียวกับการบังคับใช้กฎหมาย การประชาสัมพันธ์ รับฟังความคิดเห็น และจัดท�ำรายงานสรุปผลการ ร่างกฎหมายหรือกฎท่ีมีผลกระทบต่อประชาชน ตลอดจนผลักดันให้เกิดการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพ่ือ เป็นกลไกในการสนบั สนุนและชว่ ยเหลือประชาชนในการเสนอกฎหมาย 74

แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านกฎหมาย 03 0307 เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 7 มีกลไกให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมาย กฎ โดยสะดวกและเข้าใจกฎหมายได้ง่าย รวมทั้งการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของกฎหมาย ค�ำพิพากษา ค�ำวินิจฉัย หรือการตีความกฎหมาย หรือกฎ ใหป้ ระชาชนเข้าถงึ ได้โดยสะดวก ได้มีการด�ำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยการก�ำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมาย ไว้ในระบบกลาง ท้งั ในสว่ นของตัวบทกฎหมาย ค�ำแปลของกฎหมายที่เป็นภาษาองั กฤษซึ่งเปน็ ภาษากลางของอาเซยี น เพื่อประโยชน์ของประชาชนในการเขา้ ถึงกฎหมายได้โดยสะดวก ตลอดจนการกำ� หนดใหม้ ีการจัดทำ� คำ� อธิบายโดยสรปุ สาระสำ� คญั ของกฎหมาย เพ่ือประโยชน์ให้ประชาชนสามารถเข้าใจกฎหมายไดโ้ ดยงา่ ย 0308 เรื่องและประเด็นปฏิรูปที่ 8 ปฏิรูปการเรียนการสอนและการศึกษาอบรมวิชากฎหมาย เพ่ือพัฒนา นักกฎหมายให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพท่ีดี อยู่ระหว่างด�ำเนินการผลักดันการจัดต้ัง “คณะกรรมการสภานิติศึกษาแห่งชาติ” เพื่อก�ำหนดนโยบายในการพัฒนา บุคลากรด้านกฎหมาย เพื่อพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรยี นการสอน และหลักเกณฑ์มาตรฐานของผู้เขา้ รับการศึกษา นิติศาสตร์ในระดับอุดมศึกษาที่เป็นมาตรฐาน รวมท้ังการอบรมผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายให้มีความรู้ที่ทันสมัยและ สามารถนำ� ไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ 0309 เร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ 9 พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ีอสนับสนุนให้ประชาชนติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายได้โดยสะดวก เพื่อลดค่าใช้จ่ายและขจัดช่องทางการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้มีการจัดท�ำพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และประกาศใช้ เป็นกฎหมายโดยได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเม่ือวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 รวมท้ังการพัฒนาระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือรองรับการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) เช่น โครงการศูนย์ บรกิ ารร่วม ณ จุดเดยี ว (One Stop Service) โครงการพฒั นาการเชือ่ มโยงข้อมูลภาครฐั ระหว่างหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพ่ือพัฒนารูปแบบการให้บริการประชาชนและเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการของหน่วยงานของรัฐ ไดโ้ ดยง่าย เรือ่ งและประเดน็ ปฏริ ูปที่ 10 มกี ลไกส่งเสรมิ การบังคับใชก้ ฎหมายให้มีประสทิ ธภิ าพย่ิงข้นึ 0310 ได้มีการพิจารณาส�ำรวจการก�ำหนดโทษทางอาญาท่ีสามารถเปรียบเทียบเพื่อให้คดียุติได้ และโทษทางอาญากรณีอื่น ซ่ึงมิใช่โทษทางอาญาท่ีมีความผิดร้ายแรง เช่น ความผิดลหุโทษ เพ่ือน�ำมาพิจารณาปรับเปล่ียนให้เป็นโทษหรือ มาตรการในลักษณะอ่ืนให้เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระท�ำความผิด เพื่อหลีกเลี่ยงการก�ำหนดให้เป็นโทษ ทางอาญาซ่ึงมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและพิจารณาจัดท�ำร่างกฎหมายเพื่อรองรับกลไก ในเร่ืองดังกล่าว ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. …. เพื่อพิจารณาก�ำหนดมาตรการลงโทษ ส�ำหรับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอันไม่ใช่กรณีร้ายแรงซ่ึงไม่สมควรก�ำหนดให้มีโทษทางอาญา และให้น�ำ วธิ กี ารปรบั เป็นพินยั หรือมาตรการลงโทษในลักษณะอนื่ มาใชบ้ งั คบั แทน 0301 0302 0303 0304 0305 0306 0307 0308 0309 0310 75

03 แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 0301 เรอ่ื งและประเด็นปฏิรปู ที่ 1 มกี ลไกใหก้ ารออกกฎหมายเปน็ กฎหมายทดี่ ี และเท่าท่จี ำ� เป็น รวมทัง้ มกี ลไกในการ ทบทวนกฎหมายทม่ี ผี ลใชบ้ งั คบั แล้ว เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การตามมาตรา 77 ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มาตรา 77 กำ� หนดใหร้ ฐั พงึ จดั ใหม้ กี ฎหมายเพยี งเทา่ ทจี่ ำ� เปน็ และยกเลกิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมายทหี่ มดความจำ� เปน็ ไมส่ อดคลอ้ งกบั สภาพการณห์ รอื ทเี่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การดำ� รงชวี ติ หรอื การประกอบอาชพี รวมถงึ การด�ำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ไดโ้ ดยสะดวกและสามารถเขา้ ใจกฎหมายไดง้ า่ ย โดยกอ่ นการ ตรากฎหมายทกุ ฉบบั จะตอ้ งดำ� เนนิ การใหม้ กี ารรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ ง วเิ คราะหผ์ ลกระทบทอี่ าจจะเกดิ ขนึ้ จาก กฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมท้ังเปิดเผย ผลการรับฟงั ความคดิ เหน็ การวเิ คราะหผ์ ลกระทบดังกลา่ ว ตอ่ ประชาชน เพอื่ นำ� มาประกอบการพจิ ารณาในกระบวนการ ที่มา : สำ� นักคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรากฎหมายทกุ ขนั้ ตอน นอกจากน้ี เมอ่ื กฎหมายมผี ลใชบ้ งั คบั แลว้ จะตอ้ งจดั ใหม้ รี ะบบการประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องกฎหมายทกุ รอบระยะเวลาทกี่ ำ� หนด เพอ่ื พฒั นา กฎหมายทกุ ฉบบั ใหส้ อดคลอ้ งและเหมาะสมกบั บรบิ ทตา่ ง ๆ ทเ่ี ปลยี่ นแปลง ตลอดจนการใชร้ ะบบอนญุ าต ระบบคณะกรรมการ หลกั เกณฑก์ ารใชด้ ลุ พนิ จิ ของเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั และการกำ� หนดโทษอาญาเฉพาะความ ผดิ รา้ ยแรง ซง่ึ หลกั การดงั กลา่ วถอื เปน็ หลกั การสำ� คญั ในการพฒั นาคณุ ภาพของกฎหมายใหเ้ ปน็ กฎหมายทดี่ ี แนวทางการด�ำเนินการท่ีก�ำหนดตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปน้ีจึงก�ำหนดให้มีการตรากฎหมาย เพอื่ กำ� หนดหลกั เกณฑแ์ ละขนั้ ตอนการดำ� เนนิ การตามมาตรา 77 ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ใหเ้ กดิ ความชดั เจน มกี ารกำ� หนดวธิ กี ารดำ� เนนิ การและผรู้ บั ผดิ ชอบ รวมทงั้ หลกั เกณฑแ์ ละกลไกในการ รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ทงั้ ในสว่ นของการวเิ คราะหผ์ ลกระทบในการจดั ทำ� รา่ งกฎหมาย และการประเมนิ ผล สมั ฤทธขิ์ องกฎหมายทมี่ ผี ลใชบ้ งั คบั แลว้ ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งเหมาะสม ตลอดจนกำ� หนดใหม้ กี ารจดั ทำ� ระบบขอ้ มลู สารสนเทศกลางเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางกฎหมายและเป็นช่องทางในการมีส่วนร่วม ตรวจสอบ ตดิ ตาม และแสดงความคดิ เหน็ ของประชาชน เพอื่ ใหก้ ารเขา้ ถงึ ขอ้ มลู และการประชาสมั พนั ธ์ เปน็ ไปโดยงา่ ย นอกจากน้ี ยงั ไดก้ ำ� หนดใหม้ อบหมายผรู้ บั ผดิ ชอบในการตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล การดำ� เนนิ การตามกฎหมายใหเ้ กดิ ความชดั เจน เพอ่ื ใหม้ กี ารประเมนิ คณุ ภาพของการดำ� เนนิ การ ตลอดจน ตรวจสอบและตดิ ตามการดำ� เนนิ การใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งเหมาะสมและครบถว้ น รวมทง้ั มกี ารประชาสมั พนั ธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง ซึ่งจะท�ำให้การด�ำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แหง่ ราชอาณาจกั รไทย เกดิ ผลอยา่ งเปน็ รปู ธรรมและมกี ารพฒั นาคณุ ภาพของกฎหมายอยา่ งเปน็ ระบบ ตอ่ ไป 76

แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นกฎหมาย 03 0301 การดำ� เนนิ การตามประเดน็ ปฏริ ปู นใี้ นชว่ งทผ่ี า่ นมา สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าซงึ่ เปน็ หนว่ ยงานทมี่ หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ ในการดำ� เนนิ การตามประเดน็ ปฏริ ปู นไี้ ดด้ ำ� เนนิ การตามกจิ กรรมทกี่ ำ� หนดครบถว้ นตามกรอบระยะเวลาทก่ี ำ� หนด กลา่ วคอื ได้มีการก�ำหนดส่วนงานที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบในการด�ำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เปน็ การเฉพาะ และมกี ารจดั ทำ� พระราชบญั ญตั หิ ลกั เกณฑก์ ารจดั ทำ� รา่ งกฎหมายและการประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องกฎหมาย พ.ศ. 2562 ซงึ่ ได้มีการประกาศใชเ้ ป็นกฎหมายในราชกิจจานุเบกษาเม่อื วนั ท่ี 31 พฤษภาคม 2562 และมีผลใช้บงั คับ เมื่อวันท่ี 27 พฤศจิกายน 2562 นับแต่พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 มผี ลใชบ้ งั คบั สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี าซงึ่ เปน็ หนว่ ยงานทมี่ หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในเรอื่ งดงั กลา่ ว ได้มีการเร่งรัดให้มีการออกกฎหมายล�ำดับรองเพื่อก�ำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดรองรับการปฏิบัติตามกฎหมาย ให้เกิดความชัดเจนเพ่ือให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ ท้ังในเร่ืองการตรวจสอบความจ�ำเป็น การรับฟังความคิดเห็น และการวเิ คราะหผ์ ลกระทบในการออกกฎหมาย การตรวจสอบเนอื้ หาของรา่ งกฎหมาย การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ แนวทาง ในการวเิ คราะหผ์ ลกระทบกฎหมายและการประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมาย ตลอดจนการดำ� เนนิ การเพอ่ื ประโยชนใ์ นการ เขา้ ถงึ บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายของประชาชน ทำ� ใหเ้ กดิ ความชดั เจนเกยี่ วกบั การดำ� เนนิ การในเรอ่ื งดงั ตอ่ ไปนี้ (1) ในการเสนอ กฎหมาย หนว่ ยงานของรฐั ทจ่ี ะเสนอรา่ งกฎหมายจะตอ้ งดำ� เนนิ การตรวจสอบความจำ� เปน็ จดั ใหม้ กี ารรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ ง วเิ คราะหผ์ ลกระทบทอี่ าจเกดิ ขนึ้ จากกฎหมาย และจดั ทำ� เปน็ รายงานเพอื่ เปน็ ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณา รา่ งกฎหมายทกุ ฉบบั (2) ในการประเมนิ ผลสมั ฤทธผ์ิ รู้ กั ษาการตามกฎหมายตอ้ งกำ� หนดหนว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบและระยะเวลา ทต่ี อ้ งดำ� เนนิ การประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมายใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกรอบระยะเวลาทก่ี ำ� หนด โดยการประเมนิ ผลสมั ฤทธ์ิ อยา่ งนอ้ ยจะตอ้ งมกี ารพจิ ารณาทบทวนเหตผุ ลความจำ� เปน็ ในการมกี ฎหมายนนั้ ๆ ความสอดคลอ้ งกบั สภาพการณแ์ ละ อปุ สรรคหรอื ภาระทเ่ี กดิ ขน้ึ แกป่ ระชาชน รวมทงั้ จะตอ้ งมกี ารตรวจสอบเนอื้ หาของกฎหมายทงั้ ในเรอื่ งของความจำ� เปน็ ในการ ใชร้ ะบบคณะกรรมการ ระบบอนญุ าต การใชด้ ลุ พนิ จิ แกเ่ จา้ หนา้ ทแี่ ละการกำ� หนดโทษอาญาในกฎหมาย (3) ในสว่ นของการ เขา้ ถงึ บทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย หนว่ ยงานของรฐั ทรี่ บั ผดิ ชอบจะตอ้ งกำ� หนดเวลาสำ� หรบั การจดั ทำ� คำ� อธบิ ายและคำ� แปล ของกฎหมาย โดยตอ้ งจดั ทำ� คำ� อธบิ ายกฎหมายทกุ ฉบบั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในวนั ท่ี 26 พฤศจกิ ายน 2564 และตอ้ งจดั ทำ� คำ� แปล ของกฎหมายเปน็ ภาษาองั กฤษใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในวนั ท่ี 26 พฤศจกิ ายน 2565 และจดั ใหม้ กี ารเผยแพรผ่ า่ นระบบกลาง หรอื ระบบสารสนเทศของหนว่ ยงานของรฐั ทรี่ บั ผดิ ชอบ ตลอดจนกำ� หนดเวลาเผยแพรก่ ฎหมาย หนว่ ยงานของรฐั ตอ้ งเผยแพร่ ข้อมูลกฎหมาย ซ่ึงประกอบด้วยตัวบทกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องไว้ในระบบสารสนเทศของหน่วยงาน ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในวนั ท่ี 26 พฤศจกิ ายน 2563 อยา่ งไรกต็ าม แมว้ า่ จะไดม้ กี ารกำ� หนดหลกั เกณฑแ์ ละแนวทางการดำ� เนนิ การในการจดั ทำ� รา่ งกฎหมาย การประเมนิ ผล สมั ฤทธข์ิ องกฎหมายและการเผยแพรข่ อ้ มลู กฎหมาย ตามพระราชบญั ญตั หิ ลกั เกณฑก์ ารจดั ทำ� รา่ งกฎหมายและการประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องกฎหมาย พ.ศ. 2562 ไวแ้ ลว้ แตเ่ นอ่ื งจากผมู้ หี นา้ ทใี่ นการดำ� เนนิ การเรอ่ื งดงั กลา่ วคอื หนว่ ยงานผรู้ กั ษาการ ตามกฎหมายซึ่งมีความหลากหลายและอาจมีความเข้าใจในรายละเอียดท่ีแตกต่างกัน จึงท�ำให้เกิดประเด็นท้าทายและ จะตอ้ งมกี ารตรวจสอบ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลตอ่ ไปวา่ หนว่ ยงานผรู้ กั ษาการตามกฎหมายทม่ี หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบจะสามารถ ดำ� เนนิ การไดใ้ นแนวทางทถ่ี กู ตอ้ งตรงกนั หรอื ไม่ ดังน้ัน เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของประเด็นปฏิรูปเร่ืองนี้ ในระยะต่อไปส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องมีการ ประชาสมั พนั ธแ์ ละจดั ใหม้ กี ารอบรมเพอื่ สรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจเพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานของรฐั ผรู้ กั ษาการตามกฎหมายเกดิ ความ เขา้ ใจและสามารถปฏบิ ตั ติ ามไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและครบถว้ น และตดิ ตามตรวจสอบใหห้ นว่ ยงานทมี่ หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบดำ� เนนิ การ ในเร่ืองดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมท้ังประเมินผลการด�ำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการมีกลไก ใหก้ ารออกกฎหมายเปน็ กฎหมายทดี่ แี ละเทา่ ทจ่ี ำ� เปน็ รวมทงั้ มกี ลไกในการประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมายตอ่ ไป  77

03 แผนการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมาย 0302 เรอ่ื งและประเด็นปฏริ ูปที่ 2 ยกเลกิ หรอื ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และเป็นอปุ สรรคต่อการดำ� รงชวี ติ และ การประกอบอาชีพของประชาชน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 77 ก�ำหนดให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จ�ำเป็น และยกเลกิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมายทหี่ มดความจำ� เปน็ ไมส่ อดคลอ้ งกบั สภาพการณห์ รอื ทเี่ ปน็ อปุ สรรค ตอ่ การดำ� รงชวี ติ หรอื การประกอบอาชพี โดยไมช่ กั ชา้ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ ปน็ ภาระแกป่ ระชาชน ตลอดจนกำ� หนด ให้รัฐพึงจัดให้มีระบบการประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาท่ีก�ำหนดโดยรับฟัง ความคิดเห็นของผเู้ กยี่ วขอ้ งประกอบดว้ ย เพอื่ พฒั นากฎหมายทกุ ฉบบั ใหส้ อดคลอ้ งและเหมาะสมกบั บรบิ ทตา่ ง ๆ ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไป การก�ำหนดกิจกรรมตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปในเรื่องนี้จึงมุ่งเน้นไปท่ีการก�ำหนดให้มีกลไก ในการพจิ ารณาเพอื่ ใหม้ กี ารยกเลกิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมายทลี่ า้ สมยั และเปน็ อปุ สรรคตอ่ การดำ� รงชวี ติ และการประกอบอาชีพของประชาชนและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ท่ีเปล่ียนแปลงไป ทผ่ี า่ นมาแมจ้ ะมกี ารตราพระราชกฤษฎกี าการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 เพอื่ เปน็ เครอ่ื งมอื สำ� หรบั ใชใ้ นการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายวา่ มคี วามเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของสงั คมและววิ ฒั นาการของเทคโนโลยที เี่ ปลยี่ นแปลง และแม้ จะมกี ารนำ� หลกั การนไ้ี ปกำ� หนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั หิ ลกั เกณฑก์ ารจดั ทำ� รา่ งกฎหมายและการประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมาย พ.ศ. 2562 แตก่ เ็ ปน็ เพยี งการดำ� เนนิ การในระยะเรม่ิ ตน้ ซง่ึ จะตอ้ งใชร้ ะยะเวลา ในการดำ� เนนิ การอกี ระยะหนงึ่ จงึ จะเหน็ ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม แนวทางการด�ำเนินการตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปนี้จึงก�ำหนดให้มีการจัดต้ัง “คณะกรรมการ ขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู กฎหมายในระยะเรง่ ดว่ น” เพอื่ ทำ� หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในการพจิ ารณาเรอื่ งดงั กลา่ ว เพม่ิ ขน้ึ อกี ชอ่ งทางหนง่ึ นอกเหนอื ไปจากกลไกการประเมนิ ผลสมั ฤทธขิ์ องกฎหมาย และการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายท่ีคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย ดำ� เนนิ การอยู่ โดยกำ� หนดใหม้ หี นา้ ทแ่ี ละอำ� นาจในการมงุ่ เนน้ การพจิ ารณาทบทวนกฎหมายทล่ี า้ สมยั และไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือกฎหมายท่ีก่อให้เกิดความเหลื่อมล้�ำและความไม่เป็นธรรม ทางสงั คม หรอื ทเี่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การดำ� รงชวี ติ และการประกอบอาชพี ของประชาชน เพอื่ ใหม้ ชี อ่ งทาง ในการพจิ ารณาทบทวนกฎหมายทมี่ งุ่ เนน้ แกป้ ญั หาเปน็ การเฉพาะเรอื่ งเพอื่ ใหเ้ กดิ ผลโดยเรว็ นอกจากนี้ ไดก้ ำ� หนดใหม้ กี ารแตง่ ตง้ั “คณะผพู้ จิ ารณาทบทวนกฎหมาย” เพอ่ื เนน้ การพจิ ารณาทบทวนกฎหมาย ที่ล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ท่ีสมควรยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบท ทางสงั คมในปจั จบุ นั โดยกำ� หนดใหม้ กี ารนำ� ขอ้ มลู จากเรอ่ื งราวรอ้ งทกุ ขข์ องประชาชนมาใชเ้ ปน็ ขอ้ มลู ประกอบการพิจารณา และให้มีการแต่งต้ัง “คณะผู้พิจารณาทบทวนกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ต่อการประกอบอาชพี และการดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของประชาชน” เพอ่ื รบั ผดิ ชอบในการมงุ่ เนน้ การทบทวน กฎหมายหรอื การอนญุ าตของทางราชการทเ่ี ปน็ การสรา้ งภาระหรอื เปน็ อปุ สรรคตอ่ การประกอบอาชพี หรอื การดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของประชาชน โดยเฉพาะในกลมุ่ กฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การประกอบอาชพี และ การดำ� เนนิ ธรุ กจิ ทมี่ กั จะมกี ารกำ� หนดใหต้ อ้ งมกี ารขออนญุ าต อนมุ ตั ิ ขนึ้ ทะเบยี น ฯลฯ ซง่ึ เปน็ การสรา้ ง ภาระและเปน็ อปุ สรรคตอ่ การประกอบอาชพี และการดำ� เนนิ การธรุ กจิ ของประชาชนอนั สง่ ผลกระทบ ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศ นอกจากน้ียังไดก้ �ำหนดให้มกี ารศกึ ษากระบวนการ อนญุ าตของราชการเพอื่ นำ� ไปสกู่ ารพจิ ารณายกเลกิ หรอื ปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมายหลายฉบบั ในคราวเดยี ว 78

แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นกฎหมาย 03 0302 หรือ “Regulatory Guillotine” โดยมุ่งเน้นกระบวนการอนุญาตทางราชการท่ีมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ หรอื การดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของประชาชน ตลอดจนกำ� หนดใหม้ กี ารจดั ตงั้ “สำ� นกั งานขบั เคลอ่ื นการปฏริ ปู กฎหมายในระยะเรง่ ดว่ น” เพ่ือสนับสนุนการด�ำเนินการท่ีกล่าวมาข้างต้น และเพื่อให้สามารถจัดตั้งส�ำนักงานได้อย่างรวดเร็วและประหยดั งบประมาณในการดำ� เนนิ การ และเพอื่ ใหส้ ามารถดำ� เนนิ การไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง จงึ ไดก้ ำ� หนดใหโ้ อนบคุ ลากรและทรพั ยส์ นิ ของ สำ� นกั งานคณะกรรมการปฏิรปู กฎหมาย (คปก.) มาเป็นของสำ� นกั งานใหม่ท่ีจะจดั ต้ังข้ึน เพ่อื รับผิดชอบในการด�ำเนิน การได้อย่างต่อเน่ืองและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากท�ำงานสนับสนุนการด�ำเนินการของคณะกรรมการด�ำเนินการ ปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนอยู่แล้ว การด�ำเนินการตามเรื่องและประเด็นปฏิรูปน้ีในระยะแรก ได้มอบหมายให้คณะกรรมการด�ำเนินการปฏิรูปกฎหมาย ในระยะเร่งด่วน ซึ่งแต่งต้ังข้ึนตามค�ำส่ังส�ำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบการขับเคล่ือนการด�ำเนินการในระหว่าง ท่ีรอให้มีการตรากฎหมาย เพ่ือจัดตั้งคณะกรรมการขับเคล่ือนการปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน และจัดตั้งส�ำนักงาน ที่จะท�ำหน้าท่ีสนับสนุนการด�ำเนินการของคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการด�ำเนินการปฏิรูปกฎหมาย ในระยะเร่งด่วนไดจ้ ดั ใหม้ กี ารศกึ ษาสภาพปญั หาและพจิ ารณาจดั ทำ� รา่ งกฎหมายหรอื ขอ้ เสนอแนะในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ กฎหมายทลี่ า้ สมยั หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หลายฉบับ เช่น ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองประชาชน ในการท�ำสัญญาขายฝากท่ีดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครอง ทรัพย์สินตกค้างท่ีอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐและเอกชน พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติวิสาหกิจ เพื่อสังคม พ.ศ. .... เป็นต้น ซึ่งได้รับการผลักดันให้ตราขึ้นเป็นกฎหมายแล้วหลายฉบับ โดยได้รับการสนับสนุนการ ด�ำเนินการจากส�ำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย นอกจากนี้ ในส่วนของการจัดท�ำโครงการศึกษาและทบทวน การอนุญาตของราชการก็ได้มีผลความคืบหน้าในการด�ำเนินการมาเป็นล�ำดับ โดยในระยะแรกคณะกรรมการด�ำเนิน การปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการด�ำเนินธุรกิจของประชาชน เป็นผู้ด�ำเนินโครงการทบทวนกระบวนการ อนญุ าตของทางราชการ โดยจดั ทำ� โครงการศกึ ษา วเิ คราะห์ ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และกระบวนงานทเี่ กยี่ วกบั การอนุมัติ/อนุญาตของราชการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาลดขั้นตอนการด�ำเนินการและการอนุญาต ท่ีไม่จ�ำเป็น หรือท่ีเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ และการด�ำเนินธุรกิจของประชาชน โดยการว่าจ้าง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เป็นผู้รับผิดชอบด�ำเนินการ และมีการส่งมอบผลงานตามงวดงาน มาเปน็ ลำ� ดับ อยา่ งไรกด็ ี การดำ� เนนิ การตามเรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู นไี้ ดห้ ยดุ ชะงกั ลงเนอื่ งจากไดม้ คี ำ� สง่ั หวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบ แหง่ ชาติ ท่ี 19/2561 เรอื่ ง กลไกในการขบั เคลอื่ นการปฏริ ปู ประเทศ ยทุ ธศาสตรช์ าติ และการสรา้ งความสามคั คปี รองดอง ลงวนั ที่ 26 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2561 กำ� หนดใหม้ กี ารโอนบคุ ลากรและทรพั ยส์ นิ ของสำ� นกั งานคณะกรรมการปฏริ ปู กฎหมาย ไปเป็นของส�ำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และกำ� หนดให้ส�ำนักงานขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และ การสรา้ งความสามคั คปี รองดอง (สำ� นกั งาน ป.ย.ป.) รบั ผดิ ชอบการทำ� หนา้ ทฝี่ า่ ยเลขานกุ ารของคณะกรรมการดำ� เนนิ การ ปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนแทน ซ่ึงท�ำให้การด�ำเนินการของคณะกรรมการด�ำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะ เร่งด่วนหยุดชะงักลง และไม่สามารถผลักดันการด�ำเนินการให้เป็นไปตามกิจกรรมท่ีก�ำหนดในประเด็นปฏิรูปน้ี ได้อย่างต่อเนื่อง ดงั นนั้ เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายของประเดน็ ปฏริ ปู เรอื่ งนี้ การดำ� เนนิ การในระยะตอ่ ไปจงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารปรบั ปรงุ รายละเอยี ด ของการด�ำเนินการท้ังในส่วนของกิจกรรมและหน่วยงานท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบ โดยจะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงาน ท่ีเก่ียวข้อง เช่น ส�ำนักงานขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำ� นกั งาน ป.ย.ป.) สำ� นกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า เพอื่ ทบทวนกจิ กรรมทเ่ี กย่ี วกบั การจดั ใหม้ กี ลไกในการพจิ ารณา ยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายท่ีล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการด�ำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน ใหส้ อดคลอ้ งกบั บทบาทหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งตอ่ ไป 79

03 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 0303 เรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ูปที่ 3 มกี ลไกทางกฎหมายเพื่อขจัดความ เหลือ่ มล้�ำและสร้างความเป็นธรรม ในสงั คม แม้การพัฒนาประเทศในช่วงท่ีผ่านมาอาจยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบางกลุ่มให้ดีขึ้น แตป่ ระชาชนส่วนใหญย่ งั คงประสบปัญหาจากการกระจายรายไดท้ ่ีไม่เป็นธรรม และเผชิญอปุ สรรค ในการเขา้ ถงึ ทรพั ยากร บรกิ ารสาธารณะ สาธารณปู โภค และสวสั ดกิ ารของรฐั ความเหลอ่ื มลำ้� ทเ่ี กดิ ขนึ้ สว่ นหนง่ึ มที มี่ าจากกลไกการดำ� เนนิ การตามกฎหมายตา่ ง ๆ เชน่ ปญั หาเรอื่ งการเขา้ ถงึ แหลง่ เงนิ ทนุ อันเป็นท่ีมาของการน�ำท่ีดินท�ำกินไปเป็นประกันหนี้โดยการขายฝากจนท�ำให้เสียกรรมสิทธ์ิในที่ดิน อนั เปน็ ทมี่ าของปญั หาขอ้ รอ้ งเรยี นเกย่ี วกบั ปญั หาอนั เนอ่ื งมาจากการทำ� สญั ญาขายฝากเปน็ จำ� นวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล�้ำและความไม่เป็นธรรมท่ีเกิดขึ้น จึงเป็นท่ีมาของการส�ำรวจ และศึกษาสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและพิจารณากำ� หนดกลไกทางกฎหมายหรือ แนวทางทเ่ี หมาะสมในการแกไ้ ขปรบั ปรงุ หรอื จดั ใหม้ กี ฎหมายในเรอ่ื งตา่ ง ๆ เพอื่ ใหม้ กี ลไกในการขจดั ความเหล่อื มลำ้� และสรา้ งความเป็นธรรมในสังคม แนวทางการดำ� เนนิ การทก่ี ำ� หนดในเรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู นจ้ี งึ กำ� หนดใหม้ กี ารจดั ตงั้ “คณะกรรมการ ลดความเหลื่อมล�้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม” ซ่ึงมีอ�ำนาจหน้าท่ีในการเสนอมาตรการเพ่ือ ลดความเหล่ือมล�้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม รวมถึงเสนอแนะให้มีการปรับปรุงและแก้ไข กฎหมายที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเหล่ือมล้�ำในสังคม นอกจากนี้ ยังได้ก�ำหนดให้มี การศึกษาถึงสภาพปัญหาบางประการที่เกิดขึ้นอันเป็นที่มาของประเด็นปัญหาเร่ืองความเหล่ือมล�้ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม และพิจารณาก�ำหนดให้มีกลไกทางกฎหมายขึ้นเพ่ือแก้ไขปัญหา ดังกล่าว เชน่ การปรบั ปรงุ ระบบการจดั เกบ็ ภาษใี หเ้ กดิ ความเปน็ ธรรมและความเสมอภาคทางภาษี การพิจารณาทบทวนมาตรการภาษีหรือการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเป็นการลด ความเหล่ือมล้�ำระหว่างผู้ประกอบการและรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ตลอดจนก�ำหนดให้มี การพิจารณาจดั ทำ� กฎหมายบางเรอื่ งเพม่ิ เตมิ เชน่ กฎหมายเกย่ี วกบั การคมุ้ ครองเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ตกค้างที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐหรือเอกสาร เพ่ือคุ้มครองสิทธิให้แก่เจ้าของ หรอื ผมู้ สี ทิ ธริ บั ประโยชน์ และพจิ ารณาชอ่ งทางทเ่ี หมาะสมในการนำ� เงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ตกคา้ งดงั กลา่ ว มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาความเหล่ือมล�้ำและความเสมอภาคทางสังคม โดยไม่ กระทบตอ่ สทิ ธขิ องเจา้ ของหรอื ผมู้ สี ทิ ธริ บั ประโยชนม์ ากกนิ สมควร หรอื การกำ� หนดใหพ้ จิ ารณาจดั ทำ� กฎหมายว่าด้วยวิสาหกิจเพ่ือสังคมเพ่ือมุ่งเน้นการสร้างกิจการท่ีเป็นการสร้างงานให้แก่ชุมชนและ กระจายรายได้กลับสู่สังคมเพอ่ื ส่งเสริมใหเ้ กิดการพฒั นาอย่างย่ังยนื เป็นต้น การดำ� เนนิ การตามเรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู ในชว่ งทผ่ี า่ นมา คณะกรรมการดำ� เนนิ การปฏริ ปู กฎหมาย ในระยะเร่งด่วนได้มีการพิจารณาจัดท�ำกฎหมายเพ่ือขจัดความเหล่ือมล้�ำและสร้างความเป็นธรรม ในสังคมและประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายแล้ว เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชน 80

แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 03 0303 ในการทำ� สญั ญาขายฝากทดี่ นิ เพอ่ื การเกษตรกรรมหรอื ทอี่ ยู่ หนว่ ยงานของรฐั และเอกชน พ.ศ. .... เพอ่ื คมุ้ ครองสทิ ธขิ อง อาศัย พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพ่ือ เจา้ ของหรอื ผรู้ บั ประโยชน์ และกำ� หนดใหเ้ งนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ สังคม พ.ศ. 2562 เป็นต้น และมีกิจกรรมส�ำคัญท่ีอยู่ ท่ีตกค้างในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐและ ระหว่างด�ำเนินการ ได้แก่ จัดท�ำ “ระเบียบส�ำนักนายก เอกชนที่ไม่มีผู้มาใช้สิทธิเรียกร้อง มาใช้เพื่อประโยชน์ รฐั มนตรวี า่ ด้วยการบูรณาการเพ่ือพัฒนาความเสมอภาค ในการสนบั สนนุ การดำ� เนนิ กจิ กรรมเพอ่ื ลดความเหลอ่ื มลำ�้ และความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. ....” เพื่อจัดตั้ง ทางสังคม ซ่ึงมีความคืบหน้าในการด�ำเนินการเป็นล�ำดับ คณะกรรมการลดความเหลอื่ มลำ้� และสรา้ งความเปน็ ธรรม แตก่ ม็ บี างสว่ นทไ่ี มเ่ ปน็ ไปตามกรอบเวลาทกี่ ำ� หนดในแผน ในสงั คม เพอ่ื ทำ� หน้าที่เป็นกลไกหลักในการวางแนวทาง อยา่ งไรกต็ าม ความทา้ ทายทสี่ ำ� คญั นอกจากการปรบั ปรงุ และวิธีการด�ำเนินการระหวา่ งหนว่ ยงานของรฐั เพอ่ื ใหเ้ กดิ แก้ไขกฎหมายให้เอ้ือต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน การบรู ณาการรว่ มกนั ในการกำ� หนดแผนงาน โครงการ และ ของประชาชน เพื่อให้มีกลไกในการขจัดความเหล่ือมล�้ำ การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง และสร้างความเป็นธรรมในสังคมน้ัน การด�ำเนินการตาม เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียม กฎหมายโดยหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเป็นปัจจัย ทางสงั คม และแกไ้ ขปญั หาความยากจนและความเหลอื่ มลำ�้ ส�ำคัญท่ีต้องสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม ท่ีเกิดขึ้น และจัดท�ำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในการจัดท�ำแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมาย กฎ และ และบรรลุเป้าหมายในการมีกลไกทางกฎหมายเพื่อขจัด มาตรการตา่ ง ๆ รวมทงั้ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการดำ� เนนิ การ ความเหล่ือมล�้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง โดยก�ำหนดให้ส�ำนักงาน อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดังนั้น เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของประเด็นปฏิรูปนี้ ท�ำหน้าท่ีเปน็ ฝา่ ยเลขานกุ ารเพอื่ สนบั สนนุ การดำ� เนนิ การ การดำ� เนนิ การในระยะตอ่ ไปจงึ ควรเรง่ รดั การกำ� หนดกลไก ของคณะกรรมการดงั กลา่ ว นอกจากนน้ั หนว่ ยงานภาคของรฐั ทางกฎหมายเพื่อรองรับการจัดตั้งคณะกรรมการ ทม่ี หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบตามกจิ กรรมตา่ ง ๆ กไ็ ดม้ กี ารดำ� เนนิ การ ลดความเหล่ือมล้�ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ในส่วนท่ีเก่ียวข้อง เช่น การศึกษาการให้สิทธิประโยชน์ เพื่อท�ำหน้าท่ีในการวางแนวทางและวิธีการด�ำเนินการ ทางภาษีผ่านมาตรการการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ระหว่างหน่วยงานของรัฐเพื่อให้เกิดการบูรณาการ เพื่อจัดท�ำข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพ ร่วมกันในการกำ� หนดแผนงาน โครงการ และการบรหิ าร การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การศึกษาการให้สิทธิ จัดการงบประมาณและทรัพยากรที่เก่ียวข้อง รวมท้ัง ประโยชนท์ างภาษสี ำ� หรบั ผปู้ ระกอบการทไ่ี ดร้ บั การสง่ เสรมิ จัดท�ำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดท�ำแก้ไข การลงทนุ ว่ามปี ระสทิ ธภิ าพ เปน็ ธรรม และมีความค้มุ คา่ เพมิ่ เตมิ หรอื ปรบั ปรงุ กฎหมาย กฎ และมาตรการตา่ ง ๆ ทางเศรษฐกจิ หรอื ไม่ การยกรา่ งกฎหมายและกฎระเบยี บ เพ่ือให้มีกลไกทางกฎหมายท่ีส�ำคัญในการพัฒนาความ เพอื่ ใหผ้ ู้ประกอบการ SMEs ในไทยได้รับความเท่าเทียม เสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม รวมทั้งเร่งรัดการ ในการแข่งขัน การศึกษาแนวทางการปรับปรุงกฎหมาย ด�ำเนินการของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้ด�ำเนิน กฎระเบียบ และพัฒนาระบบการแลกเปล่ียนข้อมูล กิจกรรมท่ีก�ำหนดในแผนให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะ ระหวา่ งกรมสรรพากร กรมสรรพสามติ และกรมศลุ กากร เวลาที่ก�ำหนดต่อไป เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการก�ำกับดูแลและตรวจสอบ การจัดเกบ็ และการขอคนื ภาษี การยกรา่ งพระราชบญั ญตั ิ การคมุ้ ครองทรพั ยส์ นิ ตกคา้ งทอ่ี ยใู่ นความครอบครองของ 81

03 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 0304 เร่ืองและประเด็นปฏิรปู ที่ 4 มกี ลไกให้มกี ารตรากฎหมายเพื่อเพิ่ม ความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ค. (1) ก�ำหนดให้มีกลไกใหด้ �ำเนนิ การปรบั ปรงุ กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับต่าง ๆ ท่ีใช้บังคับอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การตามมาตรา 77 และพฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สากล โดยใหม้ กี ารใชร้ ะบบ อนญุ าตและระบบการดำ� เนนิ การโดยคณะกรรมการเพยี งเทา่ ทจี่ ำ� เปน็ เพอ่ื ใหก้ ารทำ� งานเกดิ ความ คล่องตัวโดยมีผู้รับผิดชอบท่ีชัดเจน และไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจ�ำเป็น เพิ่มความ สามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศและปอ้ งกนั การทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ แตโ่ ดยทใ่ี นปจั จบุ นั การด�ำเนินนโยบายเพ่ือเพ่ิมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยังขาดการบูรณาการ ในเชิงระบบ อีกท้ังกฎหมายท่ีเก่ียวข้องยังมีความซ�้ำซ้อน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายจึงเล็งเห็นความจ�ำเป็นในการก�ำหนดให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมและ พัฒนาความสามารถในการแข่งขันโดยอาศัยมาตรการทางภาษีอากรและการจัดต้ัง คณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายภาษีอากรแห่งชาติ ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถในการ แข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และปรับปรุงกฎหมายท่ีเก่ียวข้อง กับภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยวและบริการ ซ่ึงเป็นฐานรากส�ำคัญของ เศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งได้ก�ำหนดให้มีกลไกปรับปรุงและลดทอนอุปสรรคท่ีเกิดจาก ข้อก�ำหนดที่เกี่ยวกับใบอนุญาตท่ีเกินความจ�ำเป็นและข้ันตอนการขอใบอนุญาตที่ซ�้ำซ้อน และใช้เวลานาน ซ่งึ มผี ลเปน็ การอำ� นวยความสะดวกในการด�ำเนินธุรกจิ ของผูป้ ระกอบการ การด�ำเนินการตามเรื่องและประเด็นปฏิรูปนี้ในช่วงท่ีผ่านมาได้มีการติดตามและผลักดันให้มีการ ตรากฎหมายทส่ี ำ� คญั หลายฉบบั อนั มผี ลเปน็ การชว่ ยเพม่ิ ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ ได้แก่ พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการ ผังเมือง พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 พระราชบญั ญตั คิ มุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล พ.ศ. 2562 พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลาง และขนาดยอ่ ม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561 เปน็ ตน้ นอกจากน้ี ไดม้ กี ารปรบั ปรงุ กฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ ง กบั การทำ� ธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ ละการคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ระกอบการและ ผบู้ รโิ ภคมคี วามเชอ่ื มนั่ ในการใชพ้ าณชิ ยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สม์ ากขน้ึ 82

แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านกฎหมาย 03 0304 ส�ำหรับกลไกปรับปรุงและลดทอนอุปสรรคท่ีเกิดจาก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายท่ีส�ำคัญเพื่อให้บรรลุ ข้อก�ำหนดท่ีเกี่ยวกับใบอนุญาตท่ีเกินจ�ำเป็น รวมถึง ผลอนั พงึ ประสงคข์ องประเดน็ ปฏริ ปู น้ี หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ข้ันตอนการขอใบอนุญาตท่ีซ้�ำซ้อนและใช้เวลานาน ควรดำ� เนนิ การศกึ ษาการปรบั ปรงุ โครงสรา้ งภาษใี นภาพรวม ในระยะแรกได้มีการต้ัง “คณะอนุกรรมการพิจารณา ทง้ั ระบบและเรง่ รดั การจดั ตง้ั คณะกรรมการทปี่ รกึ ษานโยบาย ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายท่ีเป็นอุปสรรคต่อการ ภาษอี ากรแหง่ ชาติ เพอ่ื ศกึ ษาวเิ คราะหป์ ญั หาในการกำ� หนด ประกอบอาชีพและการด�ำเนินธุรกิจของประชาชน” นโยบายดา้ นภาษแี ละจดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกบั การกำ� หนด ภายใต้คณะกรรมการด�ำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะ นโยบายภาษแี ละเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการจดั เกบ็ ภาษอี ากร เรง่ ดว่ น เปน็ ผดู้ ำ� เนนิ โครงการทบทวนกระบวนการอนญุ าต รวมถงึ พจิ ารณากำ� หนดกลไกทางกฎหมายเพอ่ื สง่ เสรมิ และ ของทางราชการ โดยจัดท�ำโครงการศึกษา วิเคราะห์ พฒั นาความสามารถในการแขง่ ขนั ของวสิ าหกจิ ขนาดกลาง ทบทวนกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั และกระบวนงาน และขนาดยอ่ มและกลมุ่ ธรุ กจิ สตารท์ อพั อยา่ งบรู ณาการและ ที่เกี่ยวกับการอนุมัติ/อนุญาตของทางราชการเพื่อเป็น เปน็ ระบบ ขอ้ มลู ประกอบการพจิ ารณาลดขน้ั ตอนการดำ� เนนิ การและ   การอนญุ าตทไี่ มจ่ ำ� เปน็ หรอื ทเี่ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การประกอบ อาชพี และการดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของประชาชน โดยการจดั จา้ ง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เป็นผู้รับผิดชอบด�ำเนินการ และมีการส่งมอบผลงาน ตามงวดงานมาตามลำ� ดบั 83

03 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 0305 เรอื่ งและประเดน็ ปฏริ ปู ที่ 5 พัฒนากระบวนการจัดทำ� และ ตรวจพิจารณาร่างกฎหมายใหร้ วดเร็ว รอบคอบ และสอดคล้องกบั กรอบเวลา ในการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ค. (1) ก�ำหนดให้มีกลไกให้การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบยี บ หรอื ขอ้ บงั คบั ตา่ ง ๆ ทใ่ี ชบ้ งั คบั อยกู่ อ่ นวนั ประกาศใชร้ ฐั ธรรมนญู นใ้ี หส้ อดคลอ้ งกบั หลกั การ เปน็ กฎหมายทด่ี ตี ามมาตรา 77 โดยใหม้ กี ารใชร้ ะบบอนญุ าตและระบบการดำ� เนนิ การโดยคณะกรรมการ เทา่ ทจ่ี ำ� เปน็ เพอ่ื ใหก้ ารทำ� งานเกดิ ความคลอ่ งตวั และไมส่ รา้ งภาระแกป่ ระชาชน ประกอบกบั มาตรา 26 ของรฐั ธรรมนญู ฯ กำ� หนดใหก้ ารตรากฎหมายทม่ี ผี ลเปน็ การจำ� กดั สทิ ธหิ รอื เสรภี าพของบคุ คลจะตอ้ งเปน็ ไป ตามเงื่อนไขท่ีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ซ่ึงต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม และไม่เพ่ิมภาระหรือจ�ำกัดสิทธิ เสรภี าพของบคุ คลจนเกนิ สมควร นอกจากนต้ี ามมาตรา 270 ยงั ไดก้ ำ� หนดการรา่ งกฎหมายทจี่ ะตราขน้ึ เพอ่ื ดำ� เนนิ การตามหมวด 16 การปฏริ ปู ประเทศ โดยใหเ้ สนอและพจิ ารณาในทปี่ ระชมุ รว่ มของรฐั สภา เพอื่ ใหก้ ารพจิ ารณากฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การปฏริ ปู ประเทศเปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ แนวทางการด�ำเนินการที่ก�ำหนดจึงมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดท�ำและตรวจพิจารณา รา่ งกฎหมายใหม้ คี วามรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ มกี ารกำ� หนดกลไกการกลนั่ กรองรา่ งกฎหมาย กอ่ นทจี่ ะเสนอคณะรฐั มนตรี เชน่ การกำ� หนดใหม้ กี ารจดั ตง้ั “คณะกรรมการตรวจรา่ งกฎหมายประจำ� กระทรวง” เพ่ือกลั่นกรองร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของกระทรวงให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพการณ์โดยรับฟังความคิดเห็นจากรอบด้าน หรือการก�ำหนดให้มีการจัดท�ำ “แผนนิติบัญญัติ” ซึ่งเป็นข้อมูลการเสนอร่างกฎหมายประจ�ำปีต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ในการ วางแผนการเสนอและพจิ ารณาผลกั ดนั รา่ งกฎหมายเขา้ สกู่ ารพจิ ารณาของรฐั สภาตอ่ ไป ซง่ึ จะทำ� ใหก้ ารเสนอ และการตรวจพิจารณาร่างกฎหมายสามารถด�ำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่ก�ำหนดอย่างเป็นระบบ นอกจากน้ี ไดก้ ำ� หนดใหม้ กี ารจดั ทำ� หรอื ปรบั ปรงุ คมู่ อื การรา่ งกฎหมายและคมู่ อื การเสนอรา่ งกฎหมาย ตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอื่ เปน็ คมู่ อื สำ� หรบั การดำ� เนนิ การในเรอื่ งดงั กลา่ ว และใหม้ กี ารปรบั ปรงุ หลกั สตู รอบรม ในเร่ืองการจัดท�ำร่างกฎหมายแก่นักกฎหมายภาครัฐ เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดท�ำและตรวจ พจิ ารณารา่ งกฎหมาย และการเสนอรา่ งกฎหมายตอ่ คณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 84

แผนการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมาย 03 0305 การด�ำเนินการตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปในช่วงท่ีผ่านมา เพ่ือให้มีการจัดล�ำดับการเสนอร่างกฎหมายซ่ึงเป็นเรื่อง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ด�ำเนินการตามกิจกรรม ทมี่ คี วามสำ� คญั และจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การวางแผนการจดั ทำ� และกรอบระยะเวลาทกี่ ำ� หนดตามแผนจนเกอื บครบถว้ นแลว้ และเสนอร่างกฎหมายของประเทศเพ่ือให้มีการพัฒนา ทง้ั ในเร่ืองของการจัดทำ� และปรบั ปรงุ คู่มอื การร่างกฎหมาย กระบวนการจดั ทำ� และเสนอรา่ งกฎหมายอยา่ งเปน็ ระบบหรอื และการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้เป็นคู่มือ การผลักดันให้มีการก�ำหนดกลไกทางกฎหมายเพื่อรองรับ การดำ� เนนิ การในเรอื่ งดงั กลา่ ว การพจิ ารณาปรบั ปรงุ บทบาท การเสนอและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูป การท�ำหน้าที่ของนักกฎหมายกฤษฎีกาในการท�ำหน้าที่ ประเทศตามมาตรา 270 ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกฤษฎีกาและระบบ ดงั นน้ั เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายของประเดน็ ปฏริ ปู น้ี จงึ ควรเรง่ รดั การท�ำงานของส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้มี และติดตามการด�ำเนินการท่ีหน่วยงานท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมท้ังการพัฒนาระบบรายงานการ ยงั ไมไ่ ดด้ ำ� เนนิ การหรอื ยงั ดำ� เนนิ การไมแ่ ลว้ เสรจ็ เพอื่ ใหก้ าร ติดตามและประเมินผลของยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ดำ� เนนิ การเปน็ ไปตามแผนและเปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงคต์ ามท่ี ประเทศ (eMENSCR) เพอ่ื เปน็ เครอื่ งมอื ทสี่ ำ� คญั ในการตดิ ตาม กำ� หนดไวต้ อ่ ไป และรายงานผลการดำ� เนนิ งานของหนว่ ยงานของรฐั คงเหลอื   เพียงกิจกรรมส�ำคัญบางเร่ืองท่ีจะต้องพิจารณาปรับปรุง หรือติดตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด�ำเนินการให้เป็นไป ตามแผนตอ่ ไป เชน่ การจดั ตง้ั คณะกรรมการตรวจพจิ ารณา ร่างกฎหมายประจ�ำกระทรวง การจัดท�ำแผนนิติบัญญัติ 85

03 แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 0306 เรอ่ื งและประเด็นปฏิรูปที่ 6 มีกลไกใหป้ ระชาชนมีส่วนรว่ มในการจดั ทำ� และ เสนอรา่ งกฎหมายทีม่ ีความสำ� คัญและจดั ให้ มกี ลไกช่วยเหลือประชาชนในการจดั ทำ� และ เสนอร่างกฎหมาย รวมทัง้ การใหค้ วาม ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มาตรา 258 ค. (4) ก�ำหนดใหต้ อ้ งจดั ใหม้ กี ลไกชว่ ยเหลอื ประชาชน ในการจดั ทำ� และเสนอรา่ งกฎหมาย เพอื่ ใหก้ ารใชส้ ทิ ธขิ องประชาชนในการเสนอร่างกฎหมายเกิดผล อยา่ งเปน็ รปู ธรรม ประกอบกบั ตามมาตรา 77 ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย ไดก้ ำ� หนดหลกั การ ส�ำคัญในการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมาย โดยก่อนการตรากฎหมายจะต้องจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนจากกฎหมายอย่างรอบด้านและ เปน็ ระบบ เพอื่ สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการจดั ทำ� และเสนอรา่ งกฎหมายใหเ้ กดิ ผลและ สามารถสะท้อนปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง รวมท้ังให้มีการก�ำหนด หลักเกณฑ์เพ่ือเป็นมาตรฐานข้ันต่�ำส�ำหรับการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส�ำหรับกรณีร่างกฎหมายท่ีเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกต้ังต้องจัดให้มีการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ร่างกฎหมาย ตลอดจนก�ำหนดให้มีกลไก การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายแกป่ ระชาชน การด�ำเนินการตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปในเรื่องน้ีได้มีการจัดท�ำและประกาศใช้พระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 เพื่อก�ำหนด ให้การจัดท�ำร่างกฎหมายต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านเพื่อประกอบการจัดท�ำร่างกฎหมายเพ่ือส่งเสริม ให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย และมกี ารเปดิ เผยผลการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ และการวเิ คราะหน์ นั้ ตอ่ สาธารณะ นอกจากนห้ี นว่ ยงานของรฐั ได้เริ่มจัดให้มีประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนและจัดท�ำคู่มือการบริหารจัดการ ขอ้ เสนอแนะ ตชิ ม และข้อรอ้ งเรียนเก่ียวกับการบงั คบั ใช้กฎหมาย การประชาสมั พนั ธ์ รับฟงั ความคิด เห็น และจัดท�ำรายงานสรุปผลการร่างกฎหมายหรือกฎที่มีผลกระทบต่อประชาชน รวมท้ังได้มี การจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ซง่ึ เปน็ การปรบั ปรงุ หลกั การ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพ่ิมกลไกการมีส่วนร่วม และการให้การสนับสนุนในการจัดท�ำและเสนอร่างกฎหมายของภาคประชาชน ซ่ึงปัจจุบัน อยู่ระหว่างการด�ำเนินการเพ่ือเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป นอกจากน้ีการให้ 86

แผนการปฏิรปู ประเทศด้านกฎหมาย 03 0306 ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการด�ำเนินการในเรื่องยุติธรรมชุมชนอยู่ระหว่างพิจารณาด�ำเนินการ โดยอาศัยกลไกภายใตพ้ ระราชบญั ญตั พิ ัฒนาการบริหารงานยตุ ธิ รรมแห่งชาติ พ.ศ. 2549 อยา่ งไรกต็ าม การดำ� เนนิ งานของหนว่ ยงานภาครฐั เพอื่ สนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนไดใ้ ชเ้ สรภี าพในการแสดงความคดิ เหน็ ในเรอื่ ง เกย่ี วกบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย รวมถงึ การจดั ทำ� และการเสนอกฎหมายโดยหนว่ ยงานของรฐั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรและ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ การชว่ ยเหลอื ประชาชนในการจดั ทำ� รา่ งและเสนอรา่ งกฎหมาย พรอ้ มทงั้ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทาง กฎหมายแก่ประชาชน ยังมีข้อจ�ำกัดในเร่ืองต่าง ๆ อาทิ การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ตลอดจนรูปแบบ วิธีการ หรอื ชอ่ งทางการมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ของประชาชนยงั ไมก่ วา้ งขวางหรอื ครอบคลมุ กลมุ่ เปา้ หมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารตดิ ตามการดำ� เนนิ การเพอื่ สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนใหเ้ กดิ ผลอยา่ งเปน็ รปู ธรรมตอ่ ไป ดังน้ัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเด็นปฏิรูปน้ี ให้มีอาสาสมัครนักกฎหมายประจ�ำท้องถ่ิน การอบรม จะได้ด�ำเนินการเร่งรัดการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติ ให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้น�ำชุมชนและประชาชนในพ้ืนท่ี การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... เข้าสู่กระบวนการ แ ล ะ ก า ร ล ง พื้ น ที่ เ พ่ื อ ส อ บ ถ า ม ป ั ญ ห า ท า ง ก ฎ ห ม า ย พิ จ า ร ณ า ข อ ง รั ฐ ส ภ า แ ล ะ ป ร ะ ก า ศ ใ ช ้ เ ป ็ น ก ฎ ห ม า ย แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ช ่ ว ย เ ห ลื อ ท า ง ก ฎ ห ม า ย แ ก ่ ป ร ะ ช า ช น เพ่ือให้มีกลไกทางกฎหมายในการส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเพ่ือให้สามารถบรรลุผลได้ตาม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดท�ำและเสนอ เปา้ หมายแผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกฎหมายในเรอ่ื งน ี้ ร่างกฎหมายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป รวมทั้ง ติดตามความคืบหน้าในการกำ� หนดกลไกเรอื่ งยตุ ธิ รรมชมุ ชน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มีกลไกในการให้ ความชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการพิจารณาก�ำหนดกลไกเพิ่มเติมในการให้ ความชว่ ยเหลอื ทางกฎหมายแกป่ ระชาชน เช่น การพัฒนา 87

03 แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นกฎหมาย 0307 เรอื่ งและประเด็นปฏริ ูปที่ 7 มกี ลไกให้ประชาชนเข้าถงึ กฎหมายโดย สะดวกและเขา้ ใจกฎหมายไดง้ ่าย รวมทง้ั พัฒนาระบบฐานขอ้ มูลของกฎหมาย คำ� พิพากษา คำ� วินิจฉยั หรอื การตีความ กฎหมายใหป้ ระชาชนเข้าถงึ ได้โดยสะดวก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ค. (3) ก�ำหนดให้มีการพัฒนาระบบฐานข้อมูล กฎหมายของรัฐ โดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้โดยสะดวกและ สามารถเข้าใจเน้ือหาสาระของกฎหมายได้ง่าย เน่ืองจากการท่ีบุคคลจะปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าประชาชนต้องรู้ว่ามีกฎหมายและเข้าใจเน้ือหาสาระของกฎหมายว่ามี การก�ำหนดหน้าที่หรือข้อห้ามไว้อย่างไร หากประชาชนไม่รู้กฎหมายแล้วก็อาจกระท�ำผิด กฎหมายโดย รเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์ รวมถงึ เปน็ การเปดิ ชอ่ งใหม้ กี ารทจุ รติ ของเจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั อนั ทำ� ใหเ้ กดิ ความเหลอื่ มลำ้� ระหวา่ งบคุ คล ดังนน้ั เพ่อื ใหเ้ ป็นไปตามบทบัญญัตดิ ังกลา่ วของรฐั ธรรมนญู การกำ� หนด กิจกรรมตามประเด็นปฏิรูปในเร่ืองน้ีจึงก�ำหนดให้มีการรวบรวมกฎหมายและจัดท�ำประมวลกฎหมาย เพ่อื ความสะดวกในการใชง้ าน รวมถงึ จดั ทำ� คำ� อธบิ ายเพอื่ ใหป้ ระชาชนสามารถเขา้ ใจและเขา้ ถงึ กฎหมาย ได้โดยง่าย อีกทั้งยังก�ำหนดให้มีการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายให้แก่ประชาชนและจัดให้มี ระบบฐานขอ้ มลู กฎหมายกลางของประเทศ 3 ทม่ี า : ส�ำนกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา 88 หากทา่ นเปน็ ประชาชนท่ัวไป

แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 03 0307 ส�ำหรับการด�ำเนินการท่ีผ่านมา ส�ำหรับการรวบรวม วัตถุประสงค์ที่ต้ังไว้ โดยการเข้าถึงข้อมูลต้องท�ำได้โดยง่าย กฎหมาย กฎ หนังสือเวียน และแนวปฏิบัติต่าง ๆ และมีความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึงและมีการคุ้มครอง หน่วยงานของรัฐหลายแห่งได้มีการรวบรวมข้อมูล ข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันการพัฒนาระบบดังกล่าวอยู่ระหว่าง และจัดท�ำค�ำอธิบายสรุปสาระส�ำคัญของกฎหมาย ดำ� เนนิ การ นอกจากนี้ หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งตอ้ งดำ� เนนิ การ ในความรับผิดชอบของหน่วยงานผ่านช่องทางเว็บไซต์ของ ต า ม มี แ น ว ท า ง ต า ม ที่ ก� ำ ห น ด ไ ว ้ ใ น ม า ต ร า 3 6 หน่วยงาน เพื่อประโยชน์ในการให้ประชาชนเข้าถึง แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมาย กฎหมายได้อย่างท่ัวถึง เช่นเดียวกับการเผยแพร่ความรู้ และการประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ทางกฎหมายให้แก่ประชาชน หน่วยงานผู้รักษาการตาม โดยหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายก็ได้มีการด�ำเนินการจัดหาบุคลากรท่ีมีความรู้ ต้องจัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูล อันได้แก่ ตัวบทกฎหมาย ตอบปัญหาให้แก่ประชาชน รวมถึงจัดการอบรมความรู้ และกฎเกณฑ์ท่ีอยูใ่ นความรับผิดชอบ คำ� แปลของกฎหมาย เบื้องต้นและจัดท�ำสื่อประชาสัมพันธ์ความรู้ทางกฎหมาย เป็นภาษาท่ีใช้ในการท�ำงานของอาเซียน ค�ำอธิบายโดย ใหแ้ กป่ ระชาชนทว่ั ไป สรุปสาระส�ำคัญของกฎหมาย และความมุ่งหมาย สำ� หรบั การจดั ทำ� ระบบฐานขอ้ มลู กฎหมายกลาง ไดม้ กี ารตรา วัตถุประสงค์และขอบเขตการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายไว้ พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร บ ริ ห า ร ง า น แ ล ะ ก า ร ใ ห ้ บ ริ ก า ร ในระบบกลาง ภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ซ่ึงประกาศ ดังน้ัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในประเด็นปฏิรูปเร่ืองนี้ ในราชกิจจานุเบกษา เมอ่ื วันท่ี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ควรเร่งรัดการสร้างการรับรู้ความเข้าใจของหน่วยงาน เพื่อให้หน่วยงานของรัฐต้องด�ำเนินการจัดท�ำฐานข้อมูล ที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการติดตาม กลางในการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ดจิ ทิ ลั ระหวา่ งหนว่ ยงานของรฐั ประเมินผลการด�ำเนินการของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายท่ีส�ำคัญในการด�ำเนินการ ต า ม ก ฎ ห ม า ย ใ น ก า ร ส รุ ป ส า ร ะ ส� ำ คั ญ ข อ ง ก ฎ ห ม า ย ในระยะต่อไป คือ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมาย ค�ำพิพากษา ค�ำวินิจฉัย หรือการตีความกฎหมาย เพ่ือให้ กลางดังกล่าว ซึ่งเป็นหัวใจส�ำคัญของการเข้าถึงกฎหมาย ประชาชน เขา้ ถึงข้อมลู กฎหมายไดโ้ ดยสะดวกและสามารถ ของประชาชนให้แล้วเสร็จตามก�ำหนดเวลาและบรรลุ เข้าใจเน้ือหาสาระของกฎหมายได้ง่าย ตามเป้าประสงค์ ทกี่ ำ� หนดไวใ้ นรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย   89

03 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 0308 เรื่องและประเด็นปฏริ ปู ที่ 8 ปฏริ ูปการเรยี นการสอนและการศกึ ษา อบรมวิชากฎหมายเพื่ อพั ฒนา นกั กฎหมายใหเ้ ปน็ ผู้ประกอบวชิ าชพี ทด่ี ี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ค. (2) ก�ำหนดให้มีการปฏิรูปการเรียนการสอน และการศึกษาอบรมวิชากฎหมาย เพอ่ื พฒั นาผปู้ ระกอบวชิ าชพี กฎหมายใหเ้ ปน็ ผมู้ คี วามรอบรู้ มนี ติ ทิ ศั นะ และยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรมของนักกฎหมาย ดังน้ัน จึงก�ำหนดให้มีกลไกในการผลิตบัณฑิต ทางนติ ศิ าสตร์ที่มีคุณภาพและเปน็ นกั กฎหมายทด่ี ี มคี วามรอบรทู้ ง้ั ในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถ น�ำกฎหมายไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนก�ำหนด หลักสูตรการเรียนการสอนทางนิติศาสตร์ท่ีเป็นมาตรฐานเพ่ือให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถนำ� ไปปรับ ใชใ้ นการกำ� หนดเนอื้ หาของหลกั สตู รได้ เพอ่ื ใหผ้ ศู้ กึ ษามคี วามรสู้ ำ� หรบั การประกอบวชิ าชพี ทางกฎหมาย ได้อย่างกว้างขวาง รวมท้ังมีการน�ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพ การเรียนการสอนและการให้ความรูท้ างกฎหมายแก่ผู้ปฏบิ ัตงิ านทางดา้ นกฎหมายและประชาชน แนวทางการด�ำเนินการท่ีก�ำหนดในเรื่องและประเด็นปฏิรูปนี้จึงก�ำหนดให้มีการจัดต้ังคณะกรรมการ สภานิติศึกษาเพ่ือก�ำหนดนโยบายระดับประเทศในการสร้างนักกฎหมายให้มีคุณภาพและ มคี วามเชย่ี วชาญในดา้ นตา่ ง ๆ เพอ่ื ตอบสนองตอ่ นโยบายของการพฒั นาประเทศใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ท ของสังคม รวมทั้งพิจารณาก�ำหนดมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาส�ำหรับการศึกษาวิชานิติศาสตร์ (มคอ.1) เพอ่ื นำ� ไปใชเ้ ปน็ มาตรฐานในการกำ� หนดหลกั สตู รการเรยี นการสอนวชิ านติ ศิ าสตร์ เพอื่ รองรบั การผลิตบัณฑิตทางนิติศาสตร์ที่มีความรอบรู้และมีคุณธรรมจริยธรรมเพ่ือเป็นนักกฎหมายท่ีดี 90

แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 03 มีองค์ความรู้ทั้งทางด้านทฤษฎีและมีความเข้าใจในสภาพ 0308 สังคม ตลอดจนก�ำหนดให้มีการส่งเสริมและสนับสนุน เ พ่ื อ ใ ห ้ ผู ้ เ ข ้ า รั บ ก า ร ศึ ก ษ า มี คุ ณ ส ม บั ติ ค ร บ ถ ้ ว น การศึกษาอบรมวิชากฎหมายส�ำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ และมีความพร้อมส�ำหรับการศึกษาต่อในวิชานิติศาสตร์ กฎหมายทกุ สาขาสอดแทรกหลกั จรยิ ธรรมของนกั กฎหมาย ในระดับอุดมศกึ ษาต่อไป เพื่อให้สามารถน�ำกฎหมายไปปรับใช้ให้เกิดผลทางปฏิบัติ ไดอ้ ย่างถูกต้องและเปน็ ธรรม ดังน้ัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในประเด็นปฏิรูปเรื่องนี้ การด�ำเนินการตามเร่ืองและประเด็นปฏิรูปที่ผ่านมา จ�ำเป็นจะต้องมีการเร่งรัดให้กระทรวงการอุดมศึกษา ได้มีการติดตามการด�ำเนินการให้เป็นไปตามกิจกรรม วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม และสำ� นกั งานคณะกรรมการ ที่ก�ำหนดในแผน โดยเฉพาะในเร่ืองของการจัดตั้ง การอดุ มศกึ ษา ดำ� เนนิ การจดั ตง้ั คณะกรรมการสภานติ ศิ กึ ษา “คณะกรรมการสภานิติศึกษาแห่งชาติ” เพ่ือก�ำหนด รวมท้ังพิจารณาปรับปรุงมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญา นโยบายในการพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย เพื่อพัฒนา สำ� หรบั การศกึ ษาวชิ านติ ศิ าสตรใ์ หเ้ ปน็ ไปตามทก่ี ำ� หนดในแผน หลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และหลักเกณฑ์ โดยเรว็ รวมทงั้ ตดิ ตามการดำ� เนนิ การของหน่วยงานของรฐั มาตรฐานของผเู้ ขา้ รบั การศกึ ษานติ ศิ าสตรใ์ นระดบั อดุ มศกึ ษา ท่ีเก่ียวข้องในเรื่องการก�ำหนดหลักสูตรการศึกษากฎหมาย ท่ีเป็นมาตรฐาน และการปรับปรุงมาตรฐานคุณวุฒิระดับ ต่อเนื่องเพ่ือพัฒนาความรู้ของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ปริญญาส�ำหรับการศึกษาวิชานิติศาสตร์โดยจะต้องก�ำหนด ให้มีความทันสมัย และสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมี ไมใ่ หม้ กี ารเทยี บโอนรายวชิ าทศี่ กึ ษากอ่ นทจี่ ะสำ� เรจ็ การศกึ ษา ประสิทธิภาพและเป็นธรรมเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ในระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตามระยะเวลาทกี่ ำ� หนดในหลกั สตู ร ตามเรื่องและประเด็นปฏริ ูปน้ตี อ่ ไป   91

03 แผนการปฏริ ปู ประเทศด้านกฎหมาย 0309 เรอื่ งและประเด็นปฏิรปู ท่ี 9 92 พัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพ่ือสนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนตดิ ตอ่ กบั เจา้ หนา้ ที่ ผบู้ งั คบั ใชก้ ฎหมายไดโ้ ดยสะดวก เพื่อลดคา่ ใชจ้ า่ ยและขจดั ชอ่ งทางการทจุ รติ ประพฤตมิ ชิ อบและขจดั ชอ่ งทางการทจุ รติ ประพฤตมิ ชิ อบ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 258 ข. (1) ก�ำหนดให้มีการน�ำเทคโนโลยี ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหาร ร า ช ก า ร แ ผ ่ น ดิ น แ ล ะ ก า ร จั ด ท� ำ บ ริ ก า ร สาธารณะ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร ร า ช ก า ร แ ผ ่ น ดิ น แ ล ะ เ พ่ื อ อ� ำ น ว ย ค ว า ม สะดวกให้แก่ประชาชน โดยท่ีผ่านมา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาขึ้น เป็นอย่างมากและเป็นช่องทางท่ีประชาชน สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกและสามารถ ใหบ้ รกิ ารไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ ทกุ พน้ื ท่ี คณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายจึงเล็งเห็น ความจ�ำเป็นต้องพัฒนาระบบดังกล่าว เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ซ่ึงใน ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐหลายแห่งได้จัด ใหม้ รี ะบบการใหบ้ รกิ ารประชาชนผา่ นชอ่ งทาง อิเล็กทรอนิกส์แล้วแต่ยังไม่ครอบคลุมทุกหน่วยงาน จึงมีความจ�ำเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องมีการพัฒนา ระบบการให้บริการดังกล่าว เพ่ือให้ประชาชนสามารถติดต่อกับหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับใช้กฎหมายได้โดยสะดวก ลดค่าใช้จ่ายในการด�ำเนินการและขจัดช่องทางการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ทั้งนี้ ข้อมูลดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ขององค์การสหประชาชาติ พบว่าในปี 2561 ประเทศไทยอยู่อันดับท่ี 73 จาก 193 ประเทศทั่วโลก มีการปรับตัวดีข้ึนจากอันดับที่ 77 ในปี 2559 และอยู่อันดับท่ี 4 ของประเทศในกลุ่มอาเซียนและข้อมูลจากส�ำนักงานพัฒนารัฐบาล ดิจิทัล (องค์การมหาชน) พบว่ามีจ�ำนวนผู้เข้าใช้งานในระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐส�ำหรับ ประชาชน ผ่านเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ ในปี 2562 จำ� นวน 4,709,219 ครงั้ เพมิ่ ขนึ้ จากจำ� นวน 2,209,494 ครงั้ ในปี 2561 หรอื เพมิ่ ขน้ึ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 53.08

แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 03 0309 ส�ำหรับการด�ำเนินการตามประเด็นปฏิรูปในเร่ืองนี้ อย่างไรก็ตาม ในการด�ำเนินการตามพระราชบัญญัติ ท่ีผ่านมา ปัจจุบันได้มีการตราพระราชบัญญัติ การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบ พ.ศ. 2562 สำ� นักงานพัฒนารฐั บาลดิจทิ ลั (องค์การมหาชน) ดิจิทัล พ.ศ. 2562 ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ควรสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือ เมื่อวันท่ี 22 พฤษภาคม 2562 โดยมีหลักการส�ำคัญเพ่ือ เจ้าหน้าท่ีผู้บังคับใช้กฎหมายเก่ียวกับหลักการส�ำคัญของ ยกระดับการบริหารงานในการให้บริการภาครัฐให้อยู่ พระราชบัญญัติดังกล่าว รวมทั้งการบูรณาการระหว่าง ในระบบดิจิทัล อันจะน�ำไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล การด�ำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการเช่ือมโยงและ ท่ีมีระบบการท�ำงานที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง แลกเปลย่ี นขอ้ มลู และจดั ทำ� ขอ้ มลู ใหอ้ ยใู่ นรปู แบบขอ้ มลู ดจิ ทิ ลั ห น ่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ ใ ห ้ มี ค ว า ม มั่ น ค ง ป ล อ ด ภั ย ดังน้ัน เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายของประเด็นปฏิรูปเรื่องนี้ มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เปิดเผยและโปร่งใส รวมทั้ง จึงต้องประสานและติดตามร่วมกับส�ำนักงานพัฒนารัฐบาล ป ร ะ ช า ช น จ ะ ไ ด ้ รั บ ค ว า ม ส ะ ด ว ก ใ น ก า ร รั บ บ ริ ก า ร ดจิ ทิ ลั (องคก์ ารมหาชน) เพอื่ ตดิ ตามการดำ� เนนิ การหนว่ ยงาน ที่สามารถตรวจสอบการด�ำเนินงานของรัฐได้ นอกจากน้ี ของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ทผ่ี บู้ งั คบั ใชก้ ฎหมาย ตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั ส�ำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กับการจัดท�ำข้อมูลดิจิทัล การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน ยังได้มีการด�ำเนินกิจกรรมตามประเด็นปฏิรูปท่ีส�ำคัญ ข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ มาตรการป้องกัน หลายกิจกรรม อาทิ ศูนย์กลางบริการภาครัฐส�ำหรับ ในการรักษาความมั่นคงความปลอดภัยในการเข้าสู่การ ประชาชน เพ่ือให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการ บริการดิจิทัล ตลอดจนพัฒนาเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพของ อิเล็กทรอนิกส์ภาครฐั ของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ไดแ้ บบเบด็ เสรจ็ บุคลากรภาครัฐในการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ณ จดุ เดยี ว ซง่ึ สามารถเขา้ ถงึ ไดห้ ลากหลายชอ่ งทาง รวมท้ัง เพื่อให้การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ืออ�ำนวย มีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางและเชื่อมโยงข้อมูลกับ ความสะดวกใหแ้ ก่ประชาชนเกดิ ผลอย่างเปน็ รูปธรรมตอ่ ไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจ�ำนวน 2 ชุดข้อมูล ได้แก่ ชดุ ขอ้ มลู ทะเบยี นราษฎรข์ องกรมการปกครอง และชดุ ขอ้ มลู นิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และมีการพัฒนา ระบบบรกิ ารสำ� หรบั การเรม่ิ ตน้ ธรุ กจิ ในสว่ นการขออนญุ าต ออนไลน์ ตลอดจนมีการพัฒนาระบบเครือข่ายส่ือสาร ข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ท่ีสนับสนุนให้หน่วยงาน ภาครัฐเกิดการบูรณาการข้อมูลและการท�ำงานได้อย่าง เปน็ รปู ธรรม สะดวก รวดเรว็ และมคี วามมน่ั คงปลอดภยั สงู 93

03 แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 03010 เรื่องและประเด็นปฏิรูปท่ี 10 มกี ลไกสง่ เสริมการบังคับใช้กฎหมาย ใหม้ ปี ระสิทธิภาพยิ่งขนึ้ การก�ำหนดให้มีการสร้างกลไกการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหล่ือมล้�ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม เป็นหน่ึงในเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศที่ก�ำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายเป็นหลักการส�ำคัญที่น�ำไปสู่การด�ำเนินการ ตามกฎหมาย และเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ จึงมีการก�ำหนดกลไกต่าง ๆ อาทิ การออกอนุบัญญัติที่ระบุรายละเอียดของการปฏิบัติตามกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ การก�ำหนดผลบังคับอย่างเคร่งครัดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ใช้อ�ำนาจตามกฎหมาย รวมท้ังการน�ำอุปกรณ์หรือ เทคโนโลยีต่าง ๆ มาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาส�ำคัญ ประการหนึ่ง ซ่ึงเป็นท่ียอมรับโดยทั่วไปว่าการบังคับใช้กฎหมายเป็นอีกช่องทางท่ีก่อให้เกิดการทุจริต และประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ อันเป็นผลมาจากการเลือกปฏิบัติและการใช้อ�ำนาจหน้าที่เพื่อ ประโยชนส์ ว่ นตนจากอำ� นาจหนา้ ทนี่ ั้นที่ทำ� ใหก้ ารบงั คบั ใช้กฎหมายไมม่ ปี ระสิทธิภาพ แนวทางการด�ำเนินการที่ก�ำหนดในผลอันพึงประสงค์ข้อนี้จึงมุ่งเน้นให้มีกลไกทางกฎหมายเพ่ือเพิ่ม ประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยก�ำหนดให้มีการจัดท�ำกฎหมาย ว่าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีสาระส�ำคัญบางประการ เช่น การก�ำหนด ให้กฎหมายท่ีประกาศในราชกิจจานุเบกษาและต้องมีการบังคับใช้ท่ีมีผลกระทบต่อประชาชน จะต้องออกกฎหมายล�ำดับรองให้ครบถ้วนภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศกฎหมายมีผลใช้บังคับ หรือการก�ำหนดว่ากรณีที่กฎหมายก�ำหนดให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ต้องท�ำการใดให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่ก�ำหนด หากไม่ด�ำเนินการหรือด�ำเนินการล่าช้าเกินกว่าเวลา ที่ก�ำหนดให้ถือว่าผู้มีหน้าท่ีรับผิดชอบมีความผิดวินัย ฯลฯ รวมทั้งก�ำหนดให้มีกลไกให้มีการ น�ำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพ่ิมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายหรือก�ำหนดให้มีการพิจารณาเปลี่ยน การก�ำหนดโทษทางอาญาให้เป็นโทษปรับทางปกครองหรือการลงโทษในลักษณะอื่นเพ่ือมิให้เป็นการ กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินสมควร ท้ังน้ี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรมและป้องกันมิให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าท่ี รวมท้ัง ให้มีก�ำหนดกลไกสร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายประชาชนในการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ในกรณีท่ีพบว่ามีการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่สมควรหรือบังคับใช้กฎหมาย อย่างไม่ถูกต้องหรือมีการเลือกปฏิบัติ โดยก�ำหนดให้มีการเสนอเร่ืองหรือส่งข้อมูลไปยังหน่วยงาน ที่มีหน้าที่และอ�ำนาจในการตรวจสอบเพื่อด�ำเนินการต่อไปและจะต้องได้รับการคุ้มครองอย่าง เหมาะสมจากการให้ขอ้ มูลดังกล่าว ซง่ึ จะท�ำใหก้ ลไกการตรวจสอบการบังคับใชก้ ฎหมายเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ 94

แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกฎหมาย 03 03010 สำ� หรบั การดำ� เนนิ การตามประเดน็ ปฏริ ปู ในเรอื่ งนที้ ผี่ า่ นมา ดงั นนั้ การดำ� เนนิ การในระยะตอ่ ไปจงึ เปน็ การตดิ ตามเรง่ รดั ไดม้ กี ารตรวจสอบและตดิ ตามการดำ� เนนิ การของหนว่ ยงาน การดำ� เนนิ การเพอื่ ให้หนว่ ยงานทมี่ หี นา้ ทรี่ บั ผิดชอบด�ำเนิน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการด�ำเนินการให้เป็นไปตามที่ การให้เป็นไปตามที่ก�ำหนดในแผน ประกอบกับมีประเด็น ก�ำหนดในแผนภายในกรอบระยะเวลาที่ก�ำหนด ซึ่งมีความ พจิ ารณาทบทวนความเหมาะสมของการจดั ทำ� รา่ งกฎหมาย คืบหน้าในการด�ำเนินการเป็นล�ำดับ โดยมีความล่าช้ากว่า วา่ ดว้ ยการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ซง่ึ อาจ ระยะเวลาที่ก�ำหนดในแผน ประกอบกับโดยที่ได้มีการ ต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบันต่อไป ตราพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดท�ำร่างกฎหมายและ รวมท้ังจะต้องมีการติดตามการด�ำเนินการในการออก การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 และได้มี กฎหมายลำ� ดบั รองตามพระราชบญั ญตั หิ ลกั เกณฑก์ ารจดั ทำ� การนำ� หลกั การเพอ่ื เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ซึ่งมีความซ้�ำซ้อนกับหลักการตามที่ระบุไว้ในร่างกฎหมาย พ.ศ. 2562 เพ่ือให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมี วา่ ดว้ ยการเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการบงั คบั ใชก้ ฎหมายไวแ้ ลว้ ประสทิ ธภิ าพตามวตั ถปุ ระสงคข์ องเรอ่ื งและประเดน็ ปฏริ ปู น้ี ตอ่ ไป 95

แผนการปฏริ ูปประเทศ 04 ด้านกระบวนการยตุ ธิ รรม “ กระบวนการยตุ ธิ รรมของไทยมีประสทิ ธิภาพ ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น ยุ ท ธ ศ า ส ต ร ช า ติ ด า น สามารถอํานวยความยุตธิ รรมแก่ประชาชน โดยสะดวก รวดเรว็ และประหยดั การสรางโอกาส การปรับสมดลุ และ และความเสมอภาค พัฒนา ทางสังคม ระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ ตลอดจนช่วยขบั เคลือ่ นระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ ให้สามารถแขง่ ขันกบั นานาประเทศไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ขณะเดียวกนั ยังได้ก�ำหนดกลไกการขบั เคลื่อนและตดิ ตามประเมนิ ผล ที่ชัดเจนเพื่อกำ� กับใหก้ ารปฏริ ปู กระบวนการยุติธรรมเกดิ ผลสมั ฤทธิ์ นำ� ไปสสู่ งั คมทีม่ ีความสงบสุข เปน็ ธรรม และประเทศชาตมิ คี วามสงบเรยี บรอ้ ย มนั่ คง มง่ั คง่ั และย่งั ยนื ”

แผนการปฏริ ปู ประเทศดา้ นกระบวนการยตุ ิธรรม 04 กระบวนการยุติธรรมเป็นกลไกส�ำคัญของรัฐในการสร้างความเป็นธรรมและความสงบเรียบร้อยของสังคม นอกจากนี้ ยังเป็นกฎเกณฑ์กติกาและผู้รักษากฎเกณฑ์กติกาทุกกลไกของรัฐ ท้ังนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวกระบวนการยุติธรรม ตอ้ งมีคุณภาพ เป็นท่เี ชือ่ ถอื ของประชาชนจงึ จะสามารถสรา้ งความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรมในสงั คมไดอ้ ย่างยง่ั ยนื รัฐจึงจ�ำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเน่ือง ให้มีสมรรถนะเท่าทันความซับซ้อนของสังคม และโลกยุคปจั จบุ ัน แม้กระบวนการยุติธรรมของไทยจะผ่านการปฏิรูปด้าน โครงสร้าง กระบวนการท�ำงาน และการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของประชาชนมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงปรากฏ ข้อวิพากษ์วิจารณ์การด�ำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม ทั้งในแง่ของความล่าช้าในการด�ำเนินงาน อุปสรรคในการ เข้าถึง ความเหลื่อมล�้ำในการบังคับใช้กฎหมาย และความ ถูกต้องของการด�ำเนินงานอยู่เป็นระยะ สะท้อนให้เห็น ความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของ ประเทศ ด้วยเหตุดังกล่าวรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไ ท ย พ . ศ . 2 5 6 0 จึ ง มี บ ท บั ญ ญั ติ รั บ ร อ ง ค ว า ม ต่อเนื่องของการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ในมาตรา 258 ง ด้านกระบวนการยุติธรรม (1) ให้มี การก�ำหนดระยะเวลาด�ำเนินงานในทุกข้ันตอนของ กระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความ ยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไกช่วยเหลือประชาชน ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอดทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตาม กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหล่ือมล�้ำและความ ไม่เป็นธรรมในสังคม (2) ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดี อาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงาน สอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม ก�ำหนดระยะ เวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้องทุกฝ่าย ให้ชัดเจนเพ่ือมิให้คดีขาดอายุความ และสร้างความเช่ือม่ัน ในการปฏิบัติหน้าท่ีของพนักงานสอบสวนและพนักงาน อัยการในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งก�ำหนดให้ การสอบสวนต้องใช้ประโยชน์จากนิติวิทยาศาสตร์ และจัด ให้มีบริการทางด้านนิติวิทยาศาสตร์มากกว่าหนึ่งหน่วยงาน 97

04 แผนการปฏิรปู ประเทศดา้ นกระบวนการยุตธิ รรม ท่ีมีอิสระจากกันเพ่ือให้ประชาชนได้รับบริการในการพิสูจน์ ในการปฏิบัติหน้าท่ีของพนักงานสอบสวนและพนักงาน ข้อเท็จจริงอย่างมีทางเลือก (3) เสริมสร้างและพัฒนา อยั การ 8) การปฏริ ปู ระบบนติ วิ ทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ ความถกู ตอ้ ง วัฒนธรรมองค์กรขององค์กรต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง สมบูรณ์ของข้อเท็จจริงแห่งคดี 9) การเสริมสร้างและ ในกระบวนการยุติธรรมให้มุ่งอ�ำนวยความยุติธรรม พัฒนาวัฒนธรรมองค์กรต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องใน แก่ประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็ว และ (4) ดําเนินการ กระบวนการยุติธรรมเพ่ือมุ่งอ�ำนวยความยุติธรรมแก่ บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุง ประชาชนโดยสะดวกและรวดเร็ว และ 10) การพัฒนา กฎหมายเกี่ยวกับหน้าท่ี อํานาจ และภารกิจของตํารวจ ประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมเพื่อเพ่ิมศักยภาพ ให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ ในการแข่งขันของประเทศ โดยในแผนการปฏิรูปประเทศ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจให้เกิด ดา้ นกระบวนการยตุ ธิ รรม มวี ตั ถปุ ระสงคร์ วมของแผนฯ ดงั นี้ ประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตํารวจจะได้รับ 1) เพ่ือให้การอ�ำนวยความยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว คา่ ตอบแทนทเ่ี หมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตง้ั โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ และโยกย้าย และการพิจารณาบําเหน็จความชอบตาม 2) เพื่อให้ทุกกลุ่มบุคคลมีโอกาสเข้าถึงกระบวนการ ระบบคุณธรรมที่ชัดเจน ซึ่งในการพิจารณาแต่งต้ังและโยก ยุติธรรมโดยเสมอภาค และได้รับหลักประกันการคุ้มครอง ย้ายต้องคํานึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบ สิทธทิ ีม่ ีมาตรฐานตามหลกั สทิ ธิมนุษยชน กัน เพอ่ื ให้ขา้ ราชการตํารวจสามารถปฏบิ ัตหิ น้าที่ไดอ้ ยา่ งมี 3) เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยได้รับการบังคับการตาม อสิ ระ ไม่ตกอยู่ใตอ้ าณัติของบคุ คลใด มปี ระสิทธภิ าพ และ กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเสมอภาค ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าท่ีของตน ด้วยเหตุนี้ตาม แ ล ะ ไ ด ้ รั บ ก า ร ด� ำ เ นิ น ก า ร ต า ม ม า ต ร ก า ร อื่ น แ ท น พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการด�ำเนินการปฏิรูป การถกู ควบคุมตัว จำ� คุก กักขัง ประเทศ พ.ศ. 2560 และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเม่ือวันที่ 15 4) เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยและเป็นธรรม โดยจ�ำเลย สิงหาคม 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ได้รับการก�ำหนดโทษท่ีได้สัดส่วนกับความร้ายแรง ด้านกระบวนการยุติธรรม และได้จัดท�ำแผนการปฏิรูป ของการกระทำ� ผดิ และมกี ารกระทำ� ผดิ ซ้ำ� ลดลง ประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ซ่ึงมี 10 เรื่องและ 5) เพื่อให้ระบบสอบสวนคดีอาญามีการตรวจสอบและ ประเด็นปฏิรูป ประกอบด้วย 1) การก�ำหนดระยะเวลา ถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ด�ำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ อย่างเหมาะสมเป็นที่เช่ือมั่นของประชาชน ไม่มีคดีขาด ชัดเจนเพ่ือให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า อายุความ และปราศจากการถกู แทรกแซง 2) การพัฒนากลไกช่วยเหลือและเพิ่มศักยภาพเพื่อให้ 6) เพื่อให้ระบบนิติวิทยาศาสตร์มีมาตรฐานระดับสากล ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 3) การพัฒนา เป็นที่น่าเชื่อถือและผู้ปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ กลไกการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพ่ือลด มีความเป็นอิสระ ความเหลื่อมล้�ำ 4) การปรับกระบวนทัศน์ในการบริหาร 7) เพื่อให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมีวัฒนธรรม งานยุติธรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรม องค์กรท่ีมุ่งอ�ำนวยความยุติธรรมด้วยความสะดวกและ ในสังคม 5) การปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา รวดเร็ว โดยมีประชาชนเป็นศนู ย์กลาง เพื่อให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงาน 8) เพื่อให้ประเทศไทยมศี ักยภาพในการแขง่ ขนั เพมิ่ ขนึ้ สอบสวนกบั พนกั งานอยั การอยา่ งเหมาะสม 6) การกำ� หนด ระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้อง ทุ ก ฝ ่ า ย ใ ห ้ ชั ด เ จ น เ พื่ อ มิ ใ ห ้ ค ดี ข า ด อ า ยุ ค ว า ม 7) การพัฒนาระบบการสอบสวนเพ่ือสร้างความเชื่อม่ัน 98


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook